The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by titikamol.33, 2021-06-06 09:47:47

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

ไดแ้ ก่ อาเภอภกั ดีชุมพล อาเภอภูเขียว อาเภอ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
แกง้ คร้อ อาเภอจตั รุ ัส อาเภอคอนสวรรค์ จงั หวดั ชยั ภูมิ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
โดยมีรายละเอียดข้นั ตอนการวจิ ยั ประกอบดว้ ย ระยะท่ี 1
การศึกษาแนวทางการป้ องกนั ระยะที่ 2 การศึกษา วเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถิติท่ีใช้ วเิ คราะหเ์ น้ือหา (Content
แนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา โดยใชว้ ธิ ีการวจิ ยั Analysis) ขอ้ มูลเชิงปริมาณ ใชว้ ธิ ีการทางสถิติในการ
เชิงคุณภาพ (Qualitative research) ระยะท่ี 3 การทดลอง วเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดแ้ ก่ สถิติเชิงพรรณนา ไดแ้ ก่ ค่าความถ่ี
และการประเมินแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา ค่าร้อยละ คา่ เฉล่ีย และค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และใช้
สถิติอา้ งอิงในการทดสอบค่าเฉล่ียความรู้ และความรอบรู้ฯ
ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนด ก่อนและหลงั การอบรมเชิงปฏิบตั ิการ ดว้ ยการทดสอบ t-
คุณลกั ษณะของผใู้ หข้ อ้ มูล รวมจานวน 125 คน โดยแบ่ง test โดยกาหนดคา่ ความมีนยั สาคญั ไวท้ ี่ระดบั 0.05
ออกเป็ น 2 กล่มุ ดงั น้ี กลมุ่ ผใู้ หข้ อ้ มูลหลกั ท้งั หมด 65 คน
กล่มุ ผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง รวมท้งั หมด 60 คน จริยธรรมกำรวจิ ยั ในมนุษย์ งานวจิ ยั น้ีไดข้ อ
อนุมตั ิจากคณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั ของสานกั งาน
เคร่ืองมอื และกำรสร้ำงเครื่องมอื ในกำรเกบ็ สาธารณสุขจงั หวดั ชยั ภมู ิ เลขที่ EC 63/2563

ข้อมูล ผวู้ จิ ยั ใชว้ ธิ ีการเกบ็ ขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีการการสนทนา ผลกำรวจิ ยั
กลุ่ม และการสงั เกต เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั สภาพการ
ดาเนินงานและปัญหาการจดั การแนวทางการป้ องกนั และ 1. ผลการศึกษาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ข
แกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีจงั หวดั ปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี จงั หวดั ชยั ภมู ิ
ชยั ภมู ิ โดยใชแ้ บบแผนการวจิ ยั : การศึกษาพหุกรณี ผลการศึกษากระบวนการดาเนินงานในพ้ืนท่ีท่ีมีศกั ยภาพ
(Multi – Case Studies) ในพ้นื ท่ีที่มีศกั ยภาพสูงการ สูงการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และ
ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ มะเร็งท่อน้าดี จานวน 5 แห่ง มีผลการดาเนินงานสรุปได้
น้าดี จานวน 5 แห่ง เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่มีความหลากหลาย ดงั น้ี 1) ข้นั ตอนการดาเนินงานของคณะทางานการป้ องกนั
ครบถว้ นและลมุ่ ลึกถึงสิ่งที่ตอ้ งการศึกษา (สุภางค์ จนั ทวา ฯ โดยมีการประชุมวางแผน ต้งั คณะทางาน สารวจ
นิช, 2552) กลมุ่ เป้ าหมายในพ้ืนที่ อบรมในความรู้ ติดตามเยยี่ ม
กล่มุ เป้ าหมายในพ้ืนท่ี การประสานงานกบั แม่ข่าย บริการ
ไดแ้ ก่ แนวทางการสนทนากลุม่ แบบสงั เกต สุขภาพและผปู้ ่ วย ประเมนิ ผลผปู้ ่ วยมารับบริการ ลงเยย่ี ม
แบบสอบถาม ตรวจสอบขอ้ มูลแบบสามเสา้ ประเมินและติดตามผลการดูแลผปู้ ่ วยพร้อมร่วมสรุปปัญหา
(Triangulation) วเิ คราะห์แบบสรุปอปุ นยั (Analytic แต่ละราย 2) กิจกรรมของคณะทางานการป้ องกนั ฯ เป็ น
Induction) แลว้ นาผลไปให้ ผเู้ ก่ียวขอ้ ง ผตู้ รวจสอบความ กิจกรรมท่ีสาคญั ในการดาเนินงานป้ องกนั ฯ ไดแ้ ก่ อบรม
ถกู ตอ้ ง เหมาะสมของขอ้ มลู ก่อนท่ีจะนาผลงานวจิ ยั ไป ความรู้แก่ประชาชนและนกั เรียนในพ้ืนท่ี และปรับ
เผยแพร่ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจาก
ปลามีเกลด็ และ การติดตามเยยี่ มบา้ นผูป้ ่ วยในชุมชนโดย
กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ใชก้ ารวเิ คราะห์เน้ือหา คณะทางานป้ องกนั ฯร่วมกบั ทีมปฏิบตั ิงานในชุมชน 3)
(Content Analysis) โดยจดั หมวดหมู่ของเน้ือหา (Category)
แลว้ นามาสงั เคราะห์เป็ นประเด็นร่วม หรือประเดน็ หลกั
(Theme) แลว้ อธิบายเน้ือหา (Text) จากน้นั จึงนาผลจาก
กระบวนการวเิ คราะห์ขอ้ มลู มาสรุปผลการวจิ ยั การ

151

กิจกรรมการดาเนินงานท่ีประสบผลสาเร็จ ไดแ้ ก่ การทาให้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ผปู้ ่ วยมีส่วนร่วมเป็ นบุคคลตน้ แบบไม่กินปลาดิบ การ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ยอมรับของผปู้ ่ วยและญาติ เกิดภาคีเครือข่ายร่วมมือกนั ใน
การปฏิบตั งิ านในชุมชนที่เขม้ แขง็ ความสามารถของ บุคลากรสาธารณสุข และคณะทางานป้ องกนั ฯ ตลอดจนผู้
คณะทางานป้ องกนั ฯ ตลอดจนอปุ กรณ์ที่จาเป็ นต่างๆ ใน มีส่วนเกี่ยวขอ้ งในคณะทางานป้ องกนั ดงั น้ี
การตรวจสภาพร่างการของประชาชนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ 4) ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อ “การปรั บเปลี่ยนพผติกรรมไม่กินปลาดิบเป็ น
ความสาเร็จในการดาเนินงานคือ การใหค้ วามร่วมมือของ เรื่องยากมากๆๆ แต่พวกเราอาศัยไปพบปะ พดู คุยบ่อยๆ
คณะทางานและทีมสุขภาพในชุมชน การสนบั สนุน นอกจากจะให้ความรู้และยงั แนะนาการรับรู้ด้านสุขภาพ
งบประมาณ อาคารสถานที่จากหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งท้งั ใน อ่ืนๆ จนผู้ป่ วยไว้วางใจและให้ความร่วมมือ ตอนนี้ ผ้ปู ่ วย
ชุมชนและนอกชุมชน ไดแ้ ก่ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน เป็ นคนคยุ กับคนป่ วยคนอื่นแทนเราแล้ว” จากการสนทนา
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล โรงพยาบาลชุมชน และ กล่มุ ในวนั ท่ี 10 พ.ย. 63
ความร่วมมือจากบุคคลท่ีเป็ นเครือญาติของผปู้ ่ วยในชุมชน
5) ส่ิงสนบั สนุนทึคณะทางานป้ องกนั ฯมีความตอ้ งการ แก่ “เราภาคภูมิใจในความร่ วมมือร่ วมใจของ
ความตอ้ งการสนบั สนุนยานพาหนะสาหรับออกเยยี่ มผปู้ ่ วย คณะทางานป้ องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ ที่ทางานกนั แบบ
ในชุมชน ชุดเคร่ืองมือสาหรับใชใ้ นการออกปฏิบตั ิงาน สุดใจสุดกาลงั ได้เห็น พผติกรรมของผ้ปู ่ วยเปล่ียนแปลงไป
เยย่ี มผปู้ ่ วยในชุมชน ความตอ้ งการคูม่ ือหรือเอกสาร ในทางท่ีดีขึน้ ” จากการสนทนากล่มุ ใน วนั ที่ 11 พ.ย. 63
ข้นั ตอนการดูแลตนเองของผปู้ ่ วย และตอ้ งการสนบั สนุน
ช่างซ่อมอปุ กรณ์ เช่น กลอ้ งจุลทศั น์เมื่อเกิดการชารุด “ด้วยคาถามเดียว ใครเส่ียงต่อการเป็ นโรคนี้
เสียหายอยา่ งทนั ท่วงที 6) ปัญหาและอุปสรรคส่วนใหญ่ ใครกินอาหาร คนน้นั เสี่ยงหมดทกุ คน ไม่วา่ จะเป็น หมอ
ปัญหาการลงติดตามเยย่ี มผปู้ ่ วยในพ้นื ท่ีไม่ค่อยพบญาติ นายก อบต. ครู นกั เรียน ใครกินเส่ียงหมด” จากการ
ผปู้ ่ วยเน่ืองจากนดั เวลาไมต่ รงกนั งบประมาณไมเ่ พียงพอ สนทนากล่มุ ใน วนั ที่ 13 พ.ย. 63
ขาดบุคลากรผมู้ ีองคค์ วามรู้ในระดบั ชุมชน โดยเฉพาะ
เทคนิคการตรวจหาไขพ่ ยาธิใบไมต้ บั จากอุจจาระ และญาติ ซ่ึงจากการวจิ ยั จะเห็นวา่ แนวทางการป้ องกนั ฯ มี
ของผปู้ ่ วยไมม่ ีความไวว้ างใจ ตอ้ งแกป้ ัญหาโดยการแจง้ ให้ ความสาคญั ตอ้ งมีกระบวนการดาเนินงานที่มีข้นั ตอนต่างๆ
ผปู้ ่ วยเขา้ ใจ หรือใหเ้ จา้ หนา้ ที่สาธารณสุขพดู คุย โดยอาศยั ความร่วมมือกนั ระหวา่ งหลายหน่วยงานที่
เก่ียวขอ้ งท้งั โดยตรงและโดยออ้ ม ตลอดท้งั การมีส่วนร่วม
การดาเนินงานของคณะทางานป้ องกนั ฯใน ของผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั ผปู้ ่ วย คือ ญาติผปู้ ่ วยหรือสมาชิกใน
ชุมชนท้งั หมด ส่วนหน่ึงจะปรากฏเห็นชดั ดงั ขอ้ มูลที่ไดจ้ าก ครอบครัว สมาชิกในชุมชน ไดแ้ ก่ ผนู้ าชุมชน อาสาสมคั ร
การสนทนากลมุ่ และการพดู คุยกบั ผใู้ หข้ อ้ มูลหลกั ท่ีเป็ น สาธารณสุข เป็ นตน้ จึงจะส่งผลใหก้ ารดาเนินงานป้ องกนั ฯ
ในชุมชนประสบความสาเร็จได้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั
ของ วรลกั ษณ์ เวฬุ เทอดศกั ด์ิ พรหมอารักษ์ และจมาภรณ์
ใจภกั ดี. (2562). พบวา่ ปัจจยั ที่มผี ลต่อการพฒั นารูปแบบ
การดาเนินงานควบคุมและป้ องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั ใน
ชุมชน ตาบลบา้ นยวด อาเภอสร้างคอม จงั หวดั อดุ รธานี
ไดแ้ ก่ D-H-B D: Development หมายถึง การพฒั นา
กระบวนการดาเนินงานใหม้ ีความสอดคลอ้ งกบั บริบทและ
ปัญหาในพ้ืนท่ี โดยมุ่งเนน้ ใหป้ ระชาชนเกิดการปรับเปล่ียน
พฤติกรรมการบริโภคปลาดิบ และมีพฤติกรรมการป้ องกนั
โรคพยาธิใบไมต้ บั ท่ีดีข้ึน H: Harmony หมายถึง ความ

152

สามคั คีของคณะกรรมการดาเนินงาน รวมถึงการใหค้ วาม The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ร่วมมือจากผนู้ าชุมชนและภาคีเครือขา่ ยทุกภาคส่วน B: Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
Best Behavior หมายถึง การเสริมพลงั ใหป้ ระชาชนเกิดการ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เกิดความตระหนกั ในการดูแล โรคพยาธิใบไมต้ บั :บา้ นคอนสวรรคห์ มทู่ ี่ 15 ตาบลคอน
สุขภาพและปฏิบตั ติ นไดถ้ ูกสุขลกั ษณะอยา่ งยงั่ ยนื และ สวรรค์ อาเภอคอนสวรรค์ จงั หวดั ชยั ภมู ิ พบวา่ เกิด
ประกนั ชยั ไกรรัตน์ (2559) ไดศ้ ึกษาการพฒั นารูปแบบ โครงการในการพฒั นาศกั ยภาพในเร่ืองของการใหค้ วามรู้
ขบั เคลื่อนธรรมนูญสุขภาพตาบลในการคดั แยกขยะมูลฝอย อยา่ งถกู ตอ้ งชดั เจน และการสร้างความร่วมมือในการ
พบวา่ ก่อนการขบั เคล่ือนธรรมนูญสุขภาพตาบลในการคดั ป้ องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั โดยหลงั การพฒั นาศกั ยภาพ
แยกขยะไดม้ ีการทบทวนและสนทนากลุ่มเพือ่ ปรับทศั นคติ ประชาชนมีความรู้และการปฏิบตั ิตนในการป้ องกนั โรค
ของคณะกรรมการบางส่วน และจึงร่วมวางแผนจดั พยาธิใบไมต้ บั สูงข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (P<0.001)
กิจกรรม/โครงการ
3. ผลกำรทดลองและกำรประเมนิ แนวทำงกำร
2. ผลพฒั นำแนวทำงกำรป้ องกนั และแก้ไขปัญหำ
ป้ องกนั และแก้ไขปัญหำโรคพยำธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อ
โรคพยำธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อนำ้ ดี จงั หวดั ชัยภูมิ ผวู้ จิ ยั
แนวทางการพฒั นาจากการศึกษาพ้ืนที่ชุมชนตน้ แบบ 5 นำ้ ดจี งั หวดั ชัยภูมิ หรือ “ชยั ภูมิโมเดล 4 ส.” ไปปฏิบตั ิใน
พ้นื ท่ีและการสมั มนาอิงผเู้ ชี่ยวชาญ โดยการวเิ คราะห์และ
สงั เคราะห์ขอ้ มูลจากการสนทนากลุ่ม ผลท่ีไดค้ ือได้ แนว ชุมชนตาบลลาดใหญ่ อาเภอเมืองชยั ภมู ิ จงั หวดั ชยั ภมู ิ และ
ทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และ
มะเร็งทอ่ น้าดีจงั หวดั ชยั ภมู ิ หรือ ชยั ภมู ิโมเดล 4 ส. ไดแ้ ก่ ประเมินการใชแ้ นวทางการป้ องกนั ฯ แบ่งออกไดด้ งั น้ี
ส.1การสร้างความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการป้ องกนั และ 3.1 ผลการทดลองใชแ้ นวทางการป้ องกนั และ
แกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี ส. 2 การ
สร้างการสื่อสารและการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ แกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีจงั หวดั
รวมถึงการเยย่ี มเสริมกาลงั ใจของเครือข่าย ส. 3 การสร้าง ชยั ภูมิ การใชแ้ นวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรค
ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ ทุกภาคส่วน และ ส. 4 การสร้าง
และขยายภาคีเครือข่ายไปในพ้ืนที่อ่ืนๆ โดยมปี ัจจยั พยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีจงั หวดั ชยั ภมู ิในชุมชน
ความสาเร็จคือการผสานความร่วมมือและการเช่ือมโยง เป้ าหมาย เกิดผลของการพฒั นาดา้ นความรู้พบวา่
อยา่ งกลั ยามิตรระหวา่ งทีม รวมท้งั การมีส่วนร่วมของผปู้ ่ วย
และกลมุ่ เส่ียง สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของสิงขร ศรีสงคราม. กลุม่ เป้ าหมายท่ีเขา้ ร่วมการพฒั นามีความรู้เกี่ยวกบั การ
(2557). การพฒั นาศกั ยภาพของประชาชนในการป้ องกนั
ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ
น้าดี ก่อนการพฒั นามีค่าเฉล่ียความรู้เท่ากบั 17.16 (S.D.=
1.52) หลงั การพฒั นามีคา่ เฉล่ียความรู้เท่ากบั 21.80 (S.D.=
1.00) เม่ือเปรียบเทียบแตกต่างของคะแนนความรู้ก่อนและ

หลงั การพฒั นาระบบมีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั

ทางสถิติ โดยมีค่า t เท่ากบั -15.22 ค่า df เท่ากบั 24 และ ค่า

p-value < 0.05 ดงั ตารางท่ี 1

153

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834

Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 1 การเปรียบเทียบคา่ เฉลี่ยความรู้เก่ียวกบั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีก่อนและหลงั การพฒั นา

ระบบ (n = 25)

กิจกรรม การประเมิน จานวน (คน) xˉ S.D. df ค่า t p-value

ก่อนการพฒั นา 25 17.16 1.52 24 -15.22 0.00**

หลงั การพฒั นา 25 21.80 1.00

หมำยเหตุ : ** p-value<.05

เท่ากบั 3.62 (S.D.= 0.71) หลงั การพฒั นามีคา่ เฉลี่ยเท่ากบั

ผลการประเมินความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการ 4.11 เม่ือเปรียบเทียบคา่ เฉล่ียความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการ

ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ ป้ องกนั ฯก่อนและหลงั การพฒั นาพบวา่ มีความแตกตา่ งกนั

น้าดีของกล่มุ เป้ าหมายที่เขา้ ร่วมพฒั นา พบวา่ ก่อนการ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิต โดยมีคา่ t เท่ากบั -3.72 ค่า df

พฒั นามีคา่ เฉล่ียความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการป้ องกนั ฯ เท่ากบั 24 และ ค่า p-value < 0.05 ดงั ตารางที่ 2

ตำรำงท่ี 2 การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี

(n=25)

กิจกรรม การประเมิน จานวน (คน) xˉ S.D. df คา่ t p-value

ก่อนการพฒั นาระบบ 25 3.62 0.71 24 -3.72 0.00**

หลงั การพฒั นาระบบ 25 4.11 0.33

** p-value< .05

ท้งั น้ีเน่ืองจากความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการ คะแนนเฉลี่ยสูงข้นึ ผลการศึกษาสอดคลอ้ งกบั ศุภกนก
ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ หนั ทยงุ . (2558). พบวา่ ภายหลงั การเขา้ ร่วมโปรแกรม
น้าดีท่ีพฒั นาข้ึน เป็ นกระบวนการเสริมสร้างความรู้ความ ประชาชนกลุม่ เส่ียงมีความรู้เก่ียวกบั พฤติกรรมการป้ องกนั
เขา้ ใจ ส่งเสริมความรอบรู้ดา้ นสุขภาพเก่ียวกบั การการ โรคพยาธิใบไมต้ บั อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติ (p<0.05) และ
ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ สิงขร ศรีสงคราม. (2557). พบวา่ หลงั การพฒั นาศกั ยภาพ
น้าดี ซ่ึงส่งผลใหท้ ้งั ผมู้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งโดยตรงและและผมู้ ี ประชาชนมีความรู้และการปฏิบตั ิตนในการป้ องกนั โรค
ส่วนเก่ียวขอ้ งทางออ้ มกบั ผปู้ ่ วยในชุมชน สามารถมีความรู้ พยาธิใบไมต้ บั สูงข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p<0.001)
และความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา รวมท้งั งานวจิ ยั ของเอ้ือจิต สุขพลู ชลดา และคณะ (2563)
โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง พบวา่ หลงั เขา้ ร่วมโปรแกรมกลมุ่ ทดลองมคี ะแนนเฉลี่ย
ส่งเสริมใหเ้ กิดความร่วมมือการปฏิบตั ิงาน ตามรูปแบบ ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ และพฤตกิ รรมสุขภาพสูงกวา่ ก่อน
“ชยั ภมู ิโมเดล 4ส” ทาใหผ้ ลของการพฒั นาดา้ นความรู้และ เขา้ ร่วมโปรแกรมและสูงกวา่ กลุ่มเปรียบเทียบอยา่ งมี
ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรค นยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.05 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ทฤษฎีการ
พยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีหลงั การพฒั นามีคา่ เรียนรู้ (learning theory) ทฤษฎีการเรียนรู้ผใู้ หญ่ ท่ีมี

154

แนวคิดวา่ ผใู้ หญม่ กั จะเรียนรูด้ ว้ ยประสบการณ์ที่มี อยโู่ ดย The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
หลกั สาคญั ของการ เรียนรู้ของผใู้ หญ่ท่ีมี ประสิทธิภาพคือ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
1) ผใู้ หญจ่ ะตอ้ งการความเป็ นอิสระและนาตวั เอง 2)
ประสบการณ์ของผใู้ หญเ่ ป็นแหลง่ ทรัพยากรการ เรียนรู้ที่มี ข้อเสนอแนะ
คุณค่า 3) มีความพร้อมท่ีจะเรียนรู้เม่ือส่ิงน้นั จาเป็นต่อชีวติ
และสงั คมของตนเอง 4) แนวทางการจดั การเรียนรู้เนน้ การ ขอ้ เสนอแนะจากการวจิ ยั
ปฏิบตั ิและยดึ ปัญหาเป็ นศูนยก์ ลาง 5) ตอ้ งการความเคารพ 1. เผยแพร่แนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา
และพอใจกบั การไดร้ บั ความเท่าเทียม (ทิศนา แขมณี โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีจงั หวดั ชยั ภมู ิใหแ้ ก่
2553). พ้นื ที่อ่ืนๆ ไดเ้ รียนรูผ้ า่ นสื่อต่างๆ เพือ่ การเรียนรู้ของ
ประชาชน ชุมชน และสงั คม
3.2 การประเมินแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ข 2. สนบั สนุนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการการ
ปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีจงั หวดั ชยั ภมู ิ ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ
พบวา่ ชุมชนสามารถปฏิบตั ิตามแนวทางการป้ องกนั และ น้าดีจากทุกภาคส่วน ท้งั ภาคราชการ ภาคเอกชน และภาค
แกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี ไดอ้ ยา่ ง ประชาสงั คม เพอื่ สร้างความรอบรู้ดา้ นสุขภาพในการ
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากข้ึน และมีความพึง ป้ องกนั ฯ
พอใจตอ่ แนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิ ขอ้ เสนอแนะสาหรบั การวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป ควรมี
ใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี ในชมุ ชนโดยภาพรวมอยใู่ น การศึกษาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิ
ระดบั มาก ร้อยละ 92.50 มีคา่ เฉล่ียความพึงพอใจ 4.36 ใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดีในพ้นื ท่ีท่ีมคี วามเสี่ยงหรือความ
(S.D. = 0.59) ท้งั น้ีเนื่องจากแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ข ชุกของการเกิดโรคพยาธิใบไมต้ บั ดว้ ยการวจิ ยั เชิง
ปัญหา ที่พฒั นาข้ึนแลว้ นาไปใชใ้ นการจดั การป้ องกนั ฯ ปฏิบตั ิการแบบมีส่วนร่วม
ไดส้ ่งผลใหผ้ มู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งโดยตรงและผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง
ทางออ้ ม ทาใหเ้ กิดแนวทางการป้ องกนั ฯ ที่สามารถ กติ ตกิ รรมประกำศ
ดาเนินการไดค้ รอบคลุมกลมุ่ เป้ าหมายมากข้ึนกวา่ เดิม สิ่ง ผวู้ จิ ยั ขอขอบคุณประธานคณะกรรมการควบคุม
สาคญั คือส่งผลใหเ้ กิดภาคเี ครือขา่ ยการปฏิบตั ิงานที่เขม้ แขง็
มีศกั ยภาพ มีความพร้อมท้งั บุคลากร วสั ดุอุปกรณ์ และสิ่ง โรคติดตอ่ จงั หวดั ชยั ภมู ิ รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ชยั ภูมิ
สนบั สนุนต่างๆ ท่ีเพยี งพอมากข้ึน ส่งผลใหป้ ัญหาต่างๆ ที่ นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั ชยั ภูมิ และนายแพทย์
เคยมีมาก่อนลดนอ้ ยลงไป ทาใหเ้ กิดความพึงพอใจของ เช่ียวชาญ ดา้ นเวชกรรมป้ องกนั เจา้ หนา้ ที่จากสานกั งาน
ชุมชน ผลการศึกษาสอดคลอ้ งกบั วรลกั ษณ์ เวฬุ และ ป้ องกนั ควบคุมโรคท่ี 9 จงั หวดั นครราชสีมา ที่ใหค้ าปรึกษา
คณะ (2562) พบวา่ หลงั การพฒั นาตามรูปแบบการ ดา้ นวชิ าการ ขอ้ เสนอแนะ และผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งท่ีอานวย
ดาเนินงานฯ กลุม่ เป้ าหมายมีคะแนนเฉล่ียดา้ นความรู้ ความสะดวกในการศึกษาคร้ังน้ีเป็ นอยา่ งดี และขอขอบคุณ
บทบาทหนา้ ท่ี การมีส่วนร่วม พฤติกรรมการปฏิบตั ติ น ผรู้ ับผดิ ชอบงาน คณะทางานเครือข่ายในพ้ืนที่ทุกระดบั ที่
และความพึงพอใจในการดาเนินงานควบคุมและป้ องกนั ใหข้ อ้ มลู ใหค้ วามร่วมมือศึกษาคร้ังน้ี
โรคพยาธิใบไมต้ บั เพมิ่ ข้นึ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-
value<0.001)

155

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เอกสำรอ้ำงองิ

ประเสริฐ ประสมรักษ.์ (2562). เปรียบเทียบความชุกของการติดเช้ือพยาธิใบไมต้ บั ความรู้ และพฤติกรรม ป้ องกนั ในประชากร
กลุ่มเส่ียงพ้ืนที่รอบแหลง่ น้าชุมชนชนบทและชุมชนเมือง. ศรีนครินทร์เวชสาร ปี ท่ี : 34 ฉบบั ที่ : 6 เลขหนา้ : 628-634

ประกนั ชยั ไกรรัตน.์ (2559). การพฒั นารูปแบบขบั เคลื่อนธรรมนูญสุขภาพตาบลในการคดั แยกขยะมลู ฝอย เขตเทศบาลตาบล
วศิ ิษฐ์ อาเภอเมืองบึงกาฬ จงั หวดั บึงกาฬ. วทิ ยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

ปริวฒั น์ กอสุระ นพรัตน์ ส่งเสริม ภทั รภร เจริญบุตรและ พทุ ธิไกร ประมวล. (2563) พฤติกรรมเสี่ยงและพฤติกรรมการป้ องกนั
โรคพยาธิใบไมต้ บั : การประเมินสถานการณ์ตามบริบทชุมชนของคนไทยเช้ือสายเขมรในจงั หวดั ศรีสะเกษ. วารสารวจิ ยั
สาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี ปี ทีj 9 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2563

ทิศนา แขมณี. (2553). ศาสตร์การสอน: องคค์ วามรู้เพื่อการจดั กระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิ ทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: ด่านสุท
ธาการพิมพ.์

วรารัตน์ สงั วะลี จุน หน่อแกว้ และจิรวฒุ ิ กจุ ะพนั ธ์. (2563). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการป้ องกนั และควบคุมโรค
พยาธิใบไมต้ บั ในแรงงานต่างดา้ ว จงั หวดั นครราชสีมา. วารสารสาธารณสุขมหาวทิ ยาลยั บูรพา. ปี ที่ ๑๕ ฉบบั ที่ ๑ มกราคม
- มิถนุ ายน ๒๕๖๓

วรลกั ษณ์ เวฬุ เทอดศกั ด์ิ พรหมอารักษ์ และจมาภรณ์ ใจภกั ดี. (2562). รูปแบบการดาเนินงานควบคมุ และป้ องกนั โรคพยาธิใบไม้
ตบั ตาบลบา้ นยวด อาเภอสร้างคอม จงั หวดั อดุ รธานี. วำรสำรวชิ ำกำรสำธำรณสุขชุมชน ปี ท่ี 5 ฉบบั ท่ี 2 เมษายน –
มิถนุ ายน 2562

ศุภกนก หนั ทยงุ . (2558). ผลของการใชโ้ ปรแกรมสุขศึกษาเพ่อื การส่งเสริมพฤติกรรมการป้ องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั ของ
ประชาชนกล่มุ เส่ียง ชุมชนบา้ นเหล่าออ้ ยหมทู่ ี่ 5 ตาบลหนองสงั ข์ อาเภออรัญประเทศ จงั หวดั สระแกว้ . วารสารวจิ ยั ราชภฏั
พระนคร ปี ท่ี 10 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มิถุนายน 2558

สุภางค์ จนั ทวานิช. (2552). วธิ ีการวจิ ยั เชิงคุณภาพ. พมิ พค์ ร้ังท่ี 17. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
สิงขร ศรีสงคราม. (2557). การพฒั นาศกั ยภาพของประชาชนในการป้ องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั :บา้ นคอนสวรรค์ หมู่ที่ 15 ตาบล

คอนสวรรค์ อาเภอคอนสวรรค์ จงั หวดั ชยั ภูมิ วทิ ยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการบริหาร
สาธารณสุข มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ชยั ภูมิ.(2562). รายงานผลการดาเนินงาน ประจาปี 2562 เอกสารอดั สาเนา.
เอ้ือจิต สุขพลู ชลดา กิ่งมาลา ภาวณิ ี แพงสุข ธวชั ชยั ยนื ยาว และวชั รีวงค์ หวงั มน่ั . (2563). ผลของโปรแกรม การพฒั นาความ
รอบรู้ดา้ นสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพสาหรับประชาชนกล่มุ วยั ทางาน. วารสารวชิ าการสาธารณสุข ปี ท่ี 29 ฉบบั ที่ 3
พฤษภาคม - มิถนุ ายน 2563
Best, J. W. (1977). Research in Education. (3rd ed). New Jersey: Prentice hall Inc.

156

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ความสมั พนั ธข์ องคา่ คะแนน Modified Alvarado scoring system กบั ผลลพั ธ์
ดา้ นการวนิ จิ ฉยั โรคไสต้ ง่ิ อกั เสบ ของโรงพยาบาลอทู่ อง

Relates off Modified Alvarado scoring system to Outcomes the Diagnosis of Acute
Appendicitisat at U-thong Hospital

สรุ วี รรณ แสวงหา *, ชาครติ สตั ยารมณ*์ *, เพ็ญรงุ่ วรรณด*ี *

บทคดั ยอ่

ไสต้ ิ่งอกั เสบฉบั พลนั เป็ นภาวะฉุกเฉิน ท่ีพบไดบ้ ่อย การวนิ ิจฉยั ที่รวดเร็วสามารถลดภาวะแทรกซอ้ นรุนแรงได้ ปัจจุบนั มี
การนา แบบประเมิน MANTRELS scoring system มาใชเ้ ป็ นแนวทางในการประเมินผปู้ ่ วย เพอ่ื ช่วยวนิ ิจฉยั ไสต้ ิ่งอกั เสบฉบั พลนั ซ่ึงใช้
งานง่าย พยาบาล สามารถนามาเป็ นแบบประเมินการตรวจร่างกายเบ้ืองตน้ ได้ การศึกษาคร้ังน้ีเป็ นการศึกษายอ้ นหลงั โดยใชแ้ นวคิด
ของโดนาบีเดียน เพ่ือศึกษาคุณลกั ษณะดา้ น คุณภาพดา้ นกระบวนการ คุณภาพดา้ นผลลพั ธ์ และความสมั พนั ธ์ของ ระยะเวลามีอาการ
ปวด ค่าคะแนน และ Parameters ของ MANTRELS กบั ผลการวนิ ิจฉยั โรค ศึกษาจากเวชระเบียน ปี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ.2562 ขนาดกลุ่ม
ตวั อยา่ ง จานวน 351 ราย การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยการหาคา่ ความถ่ี เป็ นจานวน และร้อยละและสถิติ Chi-square ผลการศึกษาดา้ น
โครงสร้างพบอายุ เฉล่ีย 35 ปี ร้อยละ 48% BMI Overweightระยะเวลาท่ีมีอาการปวดทอ้ งก่อนมา เฉลี่ย 19.8 ชวั่ โมง ดา้ นกระบวนการ
คา่ คะแนนที่ 7-10 มีความไวในการวนิ ิจฉยั รอ้ ยละ 89 ความจาเพาะ ร้อยละ 85 คา่ การทานายผลบวก ร้อยละ 89 การทานายผลลบ ร้อยละ
75 ทางดา้ นผลลพั ธ์ ร้อยละ 78 พบไสต้ ่ิงอกั เสบ พบการอกั เสบแบบ Inflammation มากที่สุด พบ Rupture appendicitis ร้อยละ 13 ซ่ึง
ระยะเวลาการปวดทอ้ งมีความสมั พนั ธ์กบั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิ่งอกั เสบ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั < 0.05 สาหรับกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีมี
ค่าคะแนน ≥ 7 ร้อยละ 94 ไดร้ ับการวนิ ิจฉยั วา่ Appendicitis ส่วนค่าคะแนน < 7 พบไสต้ ิ่งอกั เสบ ร้อยละ16 ซ่ึงค่าคะแนนที่ ≥ 7 และ
Parameters ของ MANTRELS พบวา่ มีความสมั พนั ธก์ บั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิง่ อกั เสบอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั < 0.05 ยกเวน้
Migration of Pain

สรุป MANTRELS สามารถนามาเป็ นเครื่องมือของพยาบาลในการประเมินอาการผปู้ ่ วย ท่ีสงสยั วา่ มีการอกั เสบของไสต้ ่ิง
อีกท้งั Predictive value of positive ที่สูงทาใหม้ ีความมนั่ ใจใน การตรวจประเมินอาการเบ้ืองตน้ ในผปู้ ่ วยที่มีค่าคะแนน ≥ 7

คำสำคญั : ไสต้ ิ่งอกั เสบ, Modified Alvarado scoring system

Abstract

The acute appendicitis was an emergency condition. fast diagnosis help reduces severe complications. Currently, the
modified alvarado scoring system has been applied to help diagnose acute appendicitis. It was easy to use. The nurse can use primary
assessment. This research was retrospective study using Donabidian’s theory to study the structural characteristics of the sample. The
objective were study to procedure quality, result in quality, and study the relationship of duration of abdominal cramps, score, and
parameters of MANTRELS and diagnostic outcome. The samples were chosen from the patient's medical between 2017 to 2019. The
sample size of 351 items was analyzed by finding the frequency in number, percentage, and chi-square statistics. The results found that:

157

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

48% of the sample in 35 years mean age have BMI overweight. The average time of abdominal cramps was 19.80 hours before arrived
the hospital. We found out procedure quality analysis scores between7to10, 89% diagnostic sensitivity, 85% specificity, 89% predictive
value, 75% negative prediction, the results report 78 % of patients were diagnosed with appendicitis where Inflammation was the most
frequent founding, 13% were rupture. The duration of abdominal pain was associated with the diagnosis of appendicitis at p-value <0.05
found that, 94% of the sample with score≥ 7 were diagnosed to have appendicitis, the score <7 found 16% appendicitis where the score
≥7 and Parameters of MANTLRES present the relationship to appendicitis diagnosis with statistically significant (p-value < .05) expect
migration of pain.

Conclusion: MANTRELS can be used as a nurse tool to assess symptoms of suspected appendicitis. Moreover, the high
predictive value of positive gave confidence in Initial symptom evaluation in patients with a score value ≥7.

Keywords: acute appendicitis, Modified Alvarado scoring system

บทนำ คล่ืนไส้ อาเจียน อาการน้ีพบไดใ้ นผปู้ ่ วยเกือบทกุ ราย ไข้ มกั จะ
เกิดหลงั จากเริ่มอาการปวดทอ้ งแลว้ ระยะหน่ึง เบ่ืออาหาร
ไสต้ ่ิงอกั เสบฉบั พลนั เป็นภาวะฉุกเฉิน ในช่องทอ้ งที่ ทอ้ งเสีย ในปัจจุบนั จึงมีการนา แบบประเมิน Modified
พบไดบ้ ่อยทางศลั ยกรรม ในทุกเพศ ทุกช่วงอายุ อีกท้งั ยงั เป็ น Alvarado scoring system หรือ MANTRELS scoring system 1
โรคท่ีมีปัญหาในการวนิ ิจฉยั ใหถ้ กู ตอ้ งคอ่ นขา้ งมาก ท่ีผา่ นมา มาใชเ้ ป็นแนวทางในการประเมินผปู้ ่ วยเพอ่ื ช่วยการวนิ ิจฉยั มาก
พบวา่ มีผปู้ ่ วยไดร้ ับการวนิ ิจฉยั Acute appendicitis เม่ือมีการ ข้ึน โดยรายละเอียด ประกอบดว้ ย ประวตั ิการปวดทอ้ ง เบื่อ
ผา่ ตดั ก็พบวา่ ไสต้ งิ่ ไมม่ ีการอกั เสบของไสต้ ง่ิ ในทางกลบั กนั มี อาหาร คลื่นไส้ หรืออาเจียน ตรวจร่างกาย ตาแหน่งที่ปวดทอ้ ง
ผปู้ ่ วย Appendicitis ท่ีไม่ไดร้ ับการวนิ ิจฉยั วา่ เป็ น Appendicitis rebound tenderness มีไขแ้ ละการตรวจทางหอ้ ง ปฏิบตั ิการ
ส่งผลใหเ้ กิดการรักษาล่าชา้ และมีภาวะแทรกซอ้ นท่ีรุนแรง completeblood countเพอ่ื ดูจานวน เมด็ เลือดขาวและร้อย
ตามมา คือ ไสต้ ่ิงแตกทะลุได้ 11การวนิ ิจฉยั ที่รวดเร็วและ ละเมด็ เลือดขาวชนิดนิวโทรฟิ วล์ ซ่ึงมีความสะดวกในการ
แมน่ ยาจึงมคี วามสาคญั อยา่ งยง่ิ ทาให้ ส่งพบศลั ยแพทยเ์ พอ่ื ประเมิน อีกท้งั ใชง้ านง่าย ไมส่ ิ้นเปลืองโรงพยาบาลอทู่ องเป็น
พิจารณาทาการผา่ ตดั อยา่ งทนั ท่วงที สามารถลด โรงพยาบาลชุมชน ไมม่ ศี ลั ยแพทย์ผปู้ ่ วยท่ีสงสยั ไสต้ ง่ิ อกั เสบ
ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรงได้ ซ่ึงแนวทางการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิ่ง จาเป็นตอ้ งส่งตอ่ ผปู้ ่ วยไปพบศลั ยแพทยใ์ นโรงพยาบาล
อกั เสบของราชวทิ ยาลยั ศลั ยแพทยแ์ ห่งประเทศไทย ส่วนใหญ่ ศกั ยภาพสูงกวา่ ทุกราย จากสถิติขอ้ มูลในการส่งต่อผปู้ ่ วยไสต้ ิง่
อาศยั ลกั ษณะทางคลินิก คือ อาการปวดทอ้ ง เป็นอาการท่ีสาคญั อกั เสบปี 2557-2559 พบวา่ มี ผปู้ ่ วย Appendicitisท่ีไดร้ ับการส่ง
ที่สุด ตอนแรกมกั จะปวดรอบๆ สะดือ หรือบอกไม่ไดแ้ น่ชดั ตอ่ โดยเฉลี่ย 160 รายตอ่ ปี พบ Appendices rupture ร้อยละ 18
วา่ ปวดที่บริเวณใดหลงั จากน้นั 4-6 ชวั่ โมง ตอ่ มาอาการปวดจะ และไมพ่ บการอกั เสบของใส่ตงิ่ คดิ เป็ นรอ้ ยละ 30 ต่อปี
ชดั เจนท่ีทอ้ งนอ้ ยดา้ นขวา(right lower quadrant-RLQ) เป็ น
อาการนาท่ีสาคญั ที่สุดอาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมดว้ ย คือ พยาบาลเป็นด่านแรกท่ีตอ้ งประเมินอาการผปู้ ่ วย
เบ้ืองตน้ นอกจากมีความรู้ในเรื่องของการดูแลผปู้ ่ วย การตรวจ

158

ร่างกายเบ้ืองตน้ แลว้ การที่มเี ครื่องมือเขา้ มาช่วยประเมินจะช่วย The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ใหก้ ารดูแลผปู้ ่ วย ถกู ตอ้ ง รวดเร็วเป็ นไปในแนวทางเดียวกนั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ซ่ึง Modified Alvarado scoring system เป็ นเคร่ืองมือที่ใชไ้ ดง้ ่าย
รวดเร็ว พยาบาลสามารถนามาใชป้ ระเมินอาการของผปู้ ่ วยและ 2.เพื่อศึกษาคุณภาพ ดา้ นกระบวนการดูแลผปู้ ่ วย โดย
ใหค้ ่าคะแนนไดต้ ้งั แต่แรกรับ ช่วยในการคดั กรองเบ้ืองตน้ ของ การศึกษาค่าความไว (Sensitivity) ความจาเพาะ(Specificity) ของ
พยาบาล เร่ิมต้งั แตข่ อ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย เคร่ืองมือ Modified Alvarado scoring system
ผปู้ ่ วย รวมท้งั ยงั เป็นเคร่ืองมือท่ีช่วยในการตดั สินใจ รายงาน
แพทยเ์ พ่อื เกบ็ สิ่งส่งตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการเม่ือสงสยั วา่ ผปู้ ่ วย 3.เพือ่ ศึกษาผลลพั ธ์การดูแลผปู้ ่ วยดา้ นการวนิ ิจฉยั โรค
น่าจะมีการอกั เสบของไสต้ ิ่ง รวมถงึ การเตรียมความพร้อมของ 4.เพอ่ื ศึกษาความสมั พนั ธข์ อง ระยะเวลาที่มอี าการ
การส่งตอ่ ซ่ึงจะทาใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ บั บริการไดอ้ ยา่ งรวดเร็วข้ึน ปวดทอ้ งระดบั คะแนนและParametersของModified Alvarado
ซ่ึงผปู้ ่ วยที่อยใู่ นแผนกฉุกเฉินและในสถานพยาบาลระดบั ปฐม scoring system กบั ผลการวนิ ิจฉยั โรคผปู้ ่ วยไสต้ ิง่ อกั เสบ
ภูมิโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในสถานพยาบาลท่ีมที รัพยากรนอ้ ยจะ เฉียบพลนั
ไดร้ ับประโยชนจ์ ากการนาคะแนน Alvarado ไปใชเ้ ป็น
เคร่ืองมือช่วยในการตดั สินใจ 14 มีผลการศึกษาพบวา่ ไม่พบการ วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
วนิ ิจฉยั ผิดในกลุ่มท่ีมีการใช้ Alvarado score ซ่ึงสามารถ
นามาใชเ้ พอ่ื ช่วยในการวนิ ิจฉยั ภาวะไสต้ ิ่งอกั เสบ ช่วยลดอตั รา รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการศึกษายอ้ นหลงั
การนอนและระยะเวลาจากการตรวจคดั กรองจนถงึ หอ้ งผา่ ตดั (Retrospective study) โดยศึกษาจากเวชระเบียนผปู้ ่ วยที่มารบั
ได้ 3 การรักษาที่โรงพยาบาลอูท่ องต้งั แต่ 1 มกราคม 2559 ถึง 31
ธนั วาคม 2561 ดว้ ยอาการปวดทอ้ งแลว้ สงสยั วา่ ไสต้ ่ิงอกั เสบ
ดว้ ยเหตผุ ลดงั กล่าว จึงไดม้ ีการนา Modified Alvarado เฉียบพลนั ไดร้ ับการประเมนิ อาการโดยใชแ้ บบประเมิน
scoring system มาใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื และเป็นแนวทางในการ Modified Alvarado scoring system ซ่ึงไดส้ ่งตอ่ และวนิ ิจฉยั โรค
ปฏิบตั ิงานของพยาบาล ผวู้ จิ ยั จึงสนใจท่ีจะศึกษาความสมั พนั ธ์ จากศลั ยแพทย์ขนาดของกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีใช้ 351 ราย การเลือก
ของคา่ คะแนน Modified Alvarado scoring system กบั ผลลพั ธ์ กลุม่ ตวั อยา่ งดว้ ยการสุ่มตวั อยา่ งง่ายโดยใชว้ ธิ ีการจบั สลาก
ดา้ นการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบของโรงพยาบาลอทู่ อง เพ่ือ เกณฑค์ ดั เขา้ คือเลือกตามคุณสมบตั ทิ ่ีกาหนดไว้คือ ผปู้ ่ วยท่ีมา
นามาพฒั นาระบบ การคดั กรองผปู้ ่ วยที่สงสยั ไสต้ ่ิงอกั เสบ รับการรักษาตวั ท่ีโรงพยาบาลอทู่ อง ไดร้ บั การวนิ ิจฉยั ข้นั ตน้
ดว้ ยการใชแ้ บบประเมิน Modified Alvarado scoring system
วตั ถุประสงค์ แลว้ สงสยั วา่ มีอาการของไสต้ ่ิงอกั เสบเฉียบพลนั ไดร้ บั การส่ง
ตวั ไปพบศลั ยแพทย์ และไดร้ ับการตอบกลบั การวนิ ิจฉยั โรค
1.เพอ่ื ศึกษาคุณลกั ษณะดา้ นโครงสร้างของกลมุ่ (FinalDiagnosis) จากศลั ยแพทย์
ตวั อยา่ งของผปู้ ่ วยท่ีสงสยั วา่ มีภาวะไสต้ ิ่งอกั เสบเฉียบพลนั
ประกอบดว้ ย อายุ ดชั นีมวลกาย และระยะเวลามีอาการปวด เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษาประกอบดว้ ย
ทอ้ ง ขอ้ มูล 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ดา้ นโครงสร้างประกอบดว้ ย อายุ ดชั นี
มวลกาย และระยะเวลาท่ีมีอาการปวดทอ้ ง ส่วนท่ี 2 ดา้ น
กระบวนการ แบบประเมนิ Modified Alvarado scoring ส่วน
ท่ี 3 ดา้ นผลลพั ธ์การดูแลผปู้ ่ วย คือผลการวนิ ิจฉยั (Final
diagnosis) จากศลั ยแพทย์โดยแบ่งเป็ นชนิดของการอกั เสบของ
ไสต้ ่ิงเป็น Non-appendicitis ,Inflammation appendicitis,

159

superlativeและ Ruptureappendicitis ซ่ึงส่วนท่ี 1 และส่วนท่ี 3 The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
สร้างข้ึนจากการทบทวนวรรณกรรม ผา่ นผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
3 ท่าน คือ แพทยเ์ วชศาสตร์ฉุกเฉิน พยาบาล APN ดา้ น
ศลั ยศาสตร์ และพยาบาล APN ดา้ นการพยาบาลเวชปฏิบตั ิ ความไว (Sensitivity) ในการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ ร้อยละ 89
ชุมชน วเิ คราะห์ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งได้ เท่ากบั 0.98 คา่ ความจาเพาะ(Specificity) ร้อยละ 85 คา่ การทานายผลบวก
(Positivepredictivevalue) 89 ร้อยละ และการทานายผลลบ
กำรพทิ กั ษ์สิทธิของกล่มุ ตวั อย่ำง ผา่ นการพจิ ารณา ร้อยละ 75 การวเิ คราะห์ Parameters ของ Modified Alvarado
เห็นชอบจากคณะกรรมการพจิ ารณาจริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษย์ scoring system กบั การวนิ ิจฉยั โรค พบวา่ กลุ่มตวั อยา่ งที่ไดร้ ับ
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ใบรับรองเลขท่ี การวนิ ิจฉยั วา่ เป็นไสต้ ิ่งอกั เสบจากมากไปหานอ้ ย พบวา่ มี
0010.4/2562 อาการ Right lower quadrant tenderness และตรวจพบ Leukocyte
>10,000 ถึงร้อยละ 94 รองลงมาคอื Neutrophil ร้อยละ 85 left
ผลกำรศึกษำ shift>75 มีrebound tenderness positive ร้อยละ 75, Nausea
orVomiting ร้อยละ68 ,anorexiaร้อยละ 60 มี Temperature
ส่วนท่ี 1 ด้ำนโครงสร้ำง พบวา่ อายเุ ฉล่ียอยทู่ ่ี 35 ± 20 ปี >37.3 .C ร้อยละ57 และ Migration of pain ร้อยละ 52
อายตุ ่าสุด 15 ปี สูงสุด 94 ปี ร้อยละ 64 มีอายอุ ยใู่ นช่วง 21-59
ปี สาหรบั ดชั นีมวลกาย พบวา่ ร้อยละ 48 อยใู่ นระดบั ส่วนที่ 3 ด้ำนผลลพั ธ์ การดูแลผปู้ ่ วย คือผลการวนิ ิจฉยั
Overweight ส่วนระยะเวลาท่ีมีอาการปวดทอ้ งกอ่ นมา พบวา่ ผปู้ ่ วย รอ้ ยละ 72 ตรวจพบเป็นไสต้ ิ่งอกั เสบ มีการ
โรงพยาบาล ระยะเวลาปวดจึงมาโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย อยทู่ ี่ วนิ ิจฉยั ลกั ษณะตามการอกั เสบ คือ ร้อยละ 36 พบมกี ารอกั เสบ
19.80 ชวั่ โมง ซ่ึงผปู้ ่ วย ร้อยละ 59 มาหลงั มอี าการปวดมากกวา่ ของใสต้ งิ่ แบบ Inflammation appendicitis ร้อยละ 23 การอกั เสบ
8 ชวั่ โมง จานวน 252 ราย (ร้อยละ72) ของใสต้ ่งิ แบบ Supportiveappendicitis และ ร้อยละ 13 การ
อกั เสบของใสต้ ง่ิ แบบแตกทะลุ Rupture appendicitis ส่วนท่ี
ส่วนที่ 2 คณุ ภำพด้ำนกระบวนกำร ของระดบั คะแนน เหลืออีก รอ้ ยละ 28 ไดร้ ับวนิ ิจฉยั วา่ ไม่พบไสต้ ิ่งอกั เสบ (Non-
เครื่องมือ Modified Alvarado scoring system ของการอกั เสบ appendicitis)
ไสต้ ิ่ง ร้อยละ72 ซ่ึง กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีไดร้ ับการวนิ ิจฉยั วา่ เป็น
Appendicitisส่วนใหญ่มคี า่ คะแนน Alvarado scoring 7-8 ส่วนท่ี 4 ควำมสัมพนั ธ์ของระยะเวลำ ท่ีมอี าการ
คะแนน รองลงมามคี า่ คะแนน 9-10 สาหรับค่าคะแนน ปวดทอ้ ง และค่าคะแนน Modified Alvarado scoring system กบั
Alvarado 5-6 คะแนน พบวา่ มีการอกั เสบของไสต้ ิ่งเพยี ง ร้อย ผลกาวนิ ิจฉยั โรคผปู้ ่ วยไสต้ ิ่งอกั เสบเฉียบพลนั พบวา่ ผปู้ ่ วยท่ี
ละ 13 เท่าน้นั ส่วนในผปู้ ่ วยที่มีค่าคะแนน Alvarado3-4 มาโรงพยาบาลหลงั จากมรี ะยะเวลาการปวดทอ้ งมากกวา่ 8
คะแนน ไมพ่ บอกั เสบของไสต้ ง่ิ เมือ่ วเิ คราะห์คุณภาพของ ชวั่ โมง ผลการวนิ ิจฉยั วา่ เป็น Appendicitis ถึงร้อยละ 90 เมื่อ
เคร่ืองมือ Modified Alvarado scoring system โดยแบง่ คา่ วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ พบวา่ ระยะเวลาการปวดมี
คะแนน เป็ น 2 ช่วง คือ 3-6 คะแนน และ 7-10 คะแนน พบค่า ความสมั พนั ธ์กบั โรคไสต้ ง่ิ อกั เสบอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี
ระดบั .05 (p-value< 0.05) ตารางที่ 1

160

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 1 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ระยะเวลาการปวดกบั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิ่งอกั เสบ

ระยะเวลา การปวด ผลการวนิ ิจฉยั Appendicitis รวม
Non-appendicitis 65(45)
< 8 ชวั่ โมง 187(90) 143(100)
≥ 8 ชวั่ โมง 78(55) 252(72) 208(100)
รวม 21(10) 351(100)
2= 82.68, df.=1, p-value < 0.05 99(28)

ความสมั พนั ธค์ ่าคะแนน ที่มีค่าคะแนน Modified วนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ เฉียบพลนั พบวา่ มีความสมั พนั ธ์กนั
Alvarado scoring system สาหรับกลมุ่ ท่ีมีคา่ คะแนน 7 คะแนน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั ท่ีระดบั .05 (p-value< 0.05)
ข้ึนไป พบวา่ เป็น Appendicitis ถึงร้อยละ 93 เม่ือวเิ คราะห์ ตารางท่ี /2
ความสมั พนั ธข์ องคา่ คะแนน Alvarado scoring system กบั การ

ตำรำงที่ 2 ความสมั พนั ธค์ า่ คะแนน Modified Alvarado scoring system กบั ผลการวนิ ิจฉยั โรคผปู้ ่ วยไสต้ ิ่งอกั เสบเฉียบพลนั

ค่าคะแนน Alvarado ผลการวนิ ิจฉยั รวม

<7 Non- appendicitis Appendicitis 116(100)
≥7 235(100)
84(72) 32(28) 351(100)
รวม
2= 120.69, df.=1, p-value < 0.05 15 (7) 220 (93)

99(28) 252(72)

ผลการวเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง Parameters ของ Leukocyte >10,000 มม3, Neutrophil>75%, nausea or vomiting,
Modified Alvarado scoring system กบั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิง Temperature >37.3 .C, Rebound tenderness positiveและ
อกั เสบ พบวา่ มีเพยี ง Migration of Pain เพยี งตวั เดียว ท่ีไมม่ ี Anorexia มีความสมั พนั ธก์ บั การวนิ ิจฉยั โรคผปู้ ่ วยไสต้ ่ิง
ความสมั พนั ธก์ บั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ สาหรับ อกั เสบเฉียบพลนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั .05 (p-
Parameters ที่เหลอื อีก7 ตวั คือ Right lower quadrant tenderness, value< 0.05) ตารางท่ี 3

161

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 3 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง Parameters ของ Modified Alvarado scoring system กบั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ

Parameters ผลการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ 2 df p
60.70 1 < 0.05*
Leukocyte Non-appendicitis Appendicitis 55.33 1 < 0.05*
< 10,000 มม3 22.30 1 < 0.05*
>10,000 มม3 38(73) 14(27) 4.27 1 < 0.05*
61(20) 238(80) 6.10 1 < 0.05*
Neutrophil 5.70 1 < 0.05*
Neutrophil< 75 % 52(59) 36(41) 0.72 1 > 0.05
Neutrophil>75 % 47(18) 216(82) 4.27 1 < 0.05*

Right lower quadrant tenderness 23( 61) 15(39)
no tenderness 76( 24) 237(76 )
tenderness
43(35) 80(65)
Nausea or Vomiting 56(25) 172(75)
no nauseaor vomiting
nauseaor vomiting 56(34) 108(66)
43(22) 144(78)
Elevated temperature
temperature <37.3 .c 37(37) 62(63)
temperature >37.3.c 62(25) 190(75)

Rebound tenderness 53(30) 120(70)
no rebound tenderness 46(26) 132(64)
rebound tenderness positive
67(40) 101(60)
Migration of pain 32(17) 151(83)
no migration of pain
migration of pain

Anorexia
no anorexia
anorexia

162

อภปิ รำยและสรุปผล The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
จากการศึกษา พบวา่ มีอายเุ ฉล่ียอยทู่ ่ี 35 ±20 ปี
สาหรบั ดชั นีมวลกาย พบวา่ ร้อยละ 48 อยใู่ นระดบั พบไสต้ ิ่งอกั เสบ มีการศึกษาในทานองเดียวกนั พบวา่ ผล
Overweight ซ่ึงพบการศึกษาวา่ เป็นกลมุ่ ดชั นีมวลกาย การตรวจชิ้นเน้ือทางพยาธิวทิ ยาเป็นไสต้ ่ิงอกั เสบ ร้อยละ
ผิดปกติเกิดการแตกของ ไสต้ ิ่งมากกวา่ กลุม่ ดชั นีมวลกาย 88 แบ่งเป็ น Acute appendicitis ร้อยละ 65 Gangrenous
ปกตเิ ลก็ นอ้ ย5 ส่วนระยะเวลาท่ีมีอาการปวดทอ้ งก่อนมา appendicitisร้อยละ5.80 Ruptured appendicitis ร้อยละ
โรงพยาบาลระยะเวลาปวดถึงมาโรงพยาบาลโดยเฉล่ียอยทู่ ี่ 17.50 และพบวา่ ไม่ไดเ้ ป็นโรคไสต้ ่ิงอกั เสบหลงั การผา่ ตดั
19.8 ± 47.6 ชว่ั โมง ซ่ึงผปู้ ่ วย ร้อยละ 59 มาโรงพยาบาลหลงั ร้อยละ 11.60 4
มีอาการปวดมากกวา่ 8 ชวั่ โมง สอดคลอ้ งกบั การศึกษาท่ี
ผา่ นมาพบอายุ เฉลี่ย 37.8 ± 20 ปี และ ร้อยละ 67 มี สาหรบั กลมุ่ ที่มคี า่ คะแนน 7 คะแนนข้นึ ไป พบวา่
ระยะเวลาของอาการปวดทอ้ งก่อนมาถึงโรงพยาบาลส่วน เป็น Appendicitis ถึงร้อยละ93 สอดคลอ้ งกบั การศึกษาที่
ใหญ่ นอ้ ยกวา่ 24 ชวั่ โมง4 เมื่อวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ พบวา่ ผปู้ ่ วยส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 ท่ีมีการอกั เสบของไสต้ ่งิ
พบวา่ ร้อยละ 90 ของกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีผลการวนิ ิจฉยั วา่ เป็น มีค่า Alvarado score มากกวา่ หรือเทา่ กบั 74 เมื่อวเิ คราะห์
appendicitis มาโรงพยาบาลหลงั จากมีระยะเวลาการปวด ตามค่าคะแนน พบวา่ ผทู้ ี่ไดร้ บั การวนิ ิจฉยั วา่ เป็น
ทอ้ งมากกวา่ 8 ชวั่ โมง และพบวา่ ระยะเวลาการปวดมี Appendicitisส่วนใหญ่มีคา่ คะแนน Alvarado scoring 7-8
ความสมั พนั ธก์ บั โรคไสต้ ่งิ อกั เสบอยา่ งมีนยั สาคญั ทาง คะแนน รองลงมามคี า่ คะแนน 9-10 สาหรบั ค่าคะแนน 5-6
สถิติท่ี p-value<0.05 สอดคลอ้ งกบั การศึกษาท่ี พบวา่ คะแนน พบวา่ มีการอกั เสบของไสต้ ิ่งเพยี งรอ้ ยละ 13
ระยะเวลาต้งั แตป่ วดจนมาถึง โรงพยาบาลมากกวา่ 12 เท่าน้นั ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การแปลผล ค่าคะแนน 5-6
ชวั่ โมง 2,6 ซ่ึงระยะเวลาต้งั แตเ่ ริ่ม ปวดจนผปู้ ่ วยมาถึง Possible appendicitis หมายถึงน่าจะเป็นไสต้ งิ่ อกั เสบ คา่
โรงพยาบาล มีความสมั พนั ธก์ บั การแตกของไสต้ ่ิงอกั เสบ คะแนน 7-8 probably appendicitis หมายถึง มีโอกาสสูงท่ี
ในผปู้ ่ วยไสต้ ิ่งอกั เสบ 5,7 เป็นไสต้ ง่ิ อกั เสบและ คะแนน 9-10 very probably
appendicitis หมายถึง ผปู้ ่ วยมโี อกาสเกือบ 100 % ท่ีจะเป็ น
ผลการวเิ คราะห์ ความสมั พนั ธ์ของคา่ คะแนน ไสต้ ่ิงอกั เสบ8 ส่วนในผปู้ ่ วยที่มีค่าคะแนน Alvarado3-4
Alvarado scoring system กบั การวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่งิ อกั เสบ คะแนน ไมพ่ บอกั เสบของไสต้ งิ่ มีการศึกษาท่ีสอดคลอ้ ง
เฉียบพลนั พบวา่ มีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งมนี ยั สาคญั ทาง กนั คือไมพ่ บวา่ ผปู้ ่ วยท่ีมีคา่ คะแนน Alvarado scoreที่นอ้ ย
สถิติที่ p-value< 0.05 สอดคลอ้ งกบั การศึกษาท่ีผา่ นมา กวา่ 5 มีโอกาสการเป็ นโรคไสต้ ิง่ อกั เสบ14 และ คา่ คะแนน
พบวา่ คะแนนเฉลี่ย Alvarado Score 7.4 ± 1.6 กบั การ 0-4 appendicitis less likely หมายถึง มีโอกาสนอ้ ยที่จะเป็น
วนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิง่ อกั เสบ เฉียบพลนั P-value ≤ 0.001 2 จาก ไสต้ ิ่ง8ผลการศึกษาน้ีสอดคลอ้ งกบั การศึกษาอ่ืนที่พบวา่
การศึกษาพบวา่ กลุ่มตวั อยา่ งที่ไดใ้ ชเ้ ครื่องมือ Modified การใชร้ ะบบคะแนน Alvarado scoreร่วมดว้ ยทาใหก้ าร
Alvarado scoring system ในการคดั กรองการอกั เสบของไส้ วนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบถกู ตอ้ งมากข้ึนและลดการรับ
ติ่ง พบวา่ มีการของอกั เสบไสต้ ่งิ ร้อยละ72 มีการวนิ ิจฉยั ผปู้ ่ วยเขา้ มารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลได้ 1,1,4,14
ลกั ษณะตามการอกั เสบ คือ ร้อยละ 36 พบมีการอกั เสบของ
ใสต้ ิ่งแบบInflammation appendicitis ร้อยละ 23 การอกั เสบ ส่วนการวเิ คราะห์คุณภาพของเคร่ืองมือ Modified
แบบ Supportiveappendicitis และ ร้อยละ 13Rupture Alvarado scoring system จากการศึกษาจะเห็นวา่ เมื่อใชค้ ่า
appendicitis ส่วนที่เหลืออีก ร้อยละ28 ไดร้ ับวนิ ิจฉยั วา่ ไม่ ระดบั คะแนน Alvarado score ≥ 7 เป็ นเกณฑใ์ นการวนิ ิจฉยั
พบคา่ Sensitivity ร้อยละ 89 , Specificity,ร้อยละ 85 คา่
Positivepredictivevalue ร้อยละ 89 และ Negativepredictive
valueร้อยละ 75 ซ่ึงพบการศึกษาในทานองเดียวกนั พบคา่
Sensitivity ร้อยละ 91.20 Positivepredictivevalue ร้อยละ

163

89.25 4 และ Sensitivity 95.76, Specificity, ร้อยละ 80 และ, The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Positive predictive value ร้อยละ 99.12 2หมายความวา่ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผปู้ ่ วยที่มีค่าคะแนน Alvarado score ≥7 บ่งช้ีวา่ มีความเสี่ยง
สูงท่ีจะเป็นโรคไสต้ ่งิ อกั เสบจริง ซ่ึงสรุปไดว้ า่ ค่าAlvarado 75 % temperature >37.3.C ร้อยละ 57 ซ่ึงตวั แปรที่สาคญั
scoreที่มากกวา่ หรือเท่ากบั 7 มีคา่ ความไว และการทานาย คือไข้ ระยะเวลาปวดและneutrophils มากกวา่ ร้อยละ 75
ผลบวกในระดบั สูง ในการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ เป็นปัจจยั ท่ีสมั พนั ธ์กบั การวนิ ิจฉยั ไสต้ ่ิงท่ีแตก6และกบั
เฉียบพลนั และสามารถประยกุ ตใ์ ชก้ บั ผปู้ ่ วยท่ีมาดว้ ยปวด การมีสดั ส่วนของเมด็ เลือด ชนิด Neutrophilจานวนมาก
ทอ้ งนอ้ ย ดา้ นขวา และสงสยั เป็ นไสต้ ่ิงอกั เสบเฉียบพลนั จากการตรวจนบั มคี วามสมั พนั ธก์ บั การแตกของไสต้ ิ่ง
ได้ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามผปู้ ่ วยที่มี Alvarado score < 7 ก็พบการ อกั เสบในผปู้ ่ วยไสต้ ิ่งอกั เสบ ณ หอ้ งฉุกเฉิน โรงพยาบาล
อกั เสบของไสต้ ่ิงเช่นกนั ซ่ึงการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบ รามาธิบดี7จากผลการศึกษาพบ WBC >10,000 /มม3 ถึง ร้อย
เฉียบพลนั ยงั คงตอ้ งใชข้ อ้ มูลหลกั จากอาการทางคลินิก ละ 94 สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ก่อนท่ีศึกษาพบวา่ การตรวจ
เป็ นสาคญั 6 CBC พบ WBC > 10,000/มม3 ร้อยละ 93.90 ร่วมกบั
Neutrophil>75 % ถึงร้อยละ 80 อธิบายไดว้ า่ เมื่อเกิดการ
ผลการวเิ คราะห์ Parameters ของ Modified อกั เสบเมด็ เลือดขาวจะเคลื่อนที่เขา้ ไปบริเวณที่มีการ
Alvarado scoring system กบั การวนิ ิจฉยั มีความสมั พนั ธ์ อกั เสบเพอ่ื กินเช้ือโรคและสิ่งแปลกปลอมทาใหม้ ี
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ(p-value< 0.05) ยกเวน้ Migration leukocytosis ร่วมกบั neutrophil >75%2,6 สาหรบั nausea or
of Pain เพยี งตวั เดียวท่ีไม่มคี วามสมั พนั ธก์ บั การ vomiting ร้อยละ68 และanorexiaร้อยละ60 มีการศึกษา
วนิ ิจฉยั โรคไสต้ ง่ิ อกั เสบ เมอื่ วเิ คราะห์แตล่ ะParameters ก่อนน้ี พบวา่ ผปู้ ่ วยไสต้ ่ิงอกั เสบจะมีอาการเบ่ืออาหารร้อย
พบวา่ กลมุ่ ท่ีไดร้ ับการวนิ ิจฉยั วา่ ไสต้ ิ่งอกั เสบ ร้อยละ 94 มี ละ 42 และคลื่นไส้ อาเจียนร่วมดว้ ย ร้อยละ 56 7 ซ่ึงผปู้ ่ วย
อาการ Right lower quadrant tenderness และร้อยละ 52 มี ส่วนใหญจ่ ะมีอาการปวดทอ้ งบริเวณดา้ นขวา
Migration of pain ซ่ึงอธิบายไดว้ า่ ตาแหน่งของไสต้ ง่ิ ข้ึนอยู่ ลา่ ง คลื่นไส้ อาเจียน เบ่ืออาหาร แตก่ ม็ ีผปู้ ่ วยราว ร้อยละ 40
กบั ตาแหน่งของ Cecum ซ่ึงอยทู่ ่ี Right lower quadrant ท่ีไมม่ ีอาการตามแบบฉบบั ดงั กล่าว 10
ปลายไสต้ ่ิงจะช้ีไปไดท้ ุกทิศทางแตพ่ บบ่อยอยทู่ ่ีหลงั
Cecum อาการปวดทอ้ งเป็นอาการสาคญั ตอนแรกจะปวด สรุป Modified Alvarado scoring system สามารถ
รอบๆสะดือหรือบอกไดไ้ ม่ชดั เจนวา่ ปวดท่ีไหน ต่อมาจะ นามาเป็นเครื่องมอื ของพยาบาลในการประเมนิ อาการ
ปวดชดั ที่ทอ้ งนอ้ ยดา้ นขวา13 โดยกลุ่มไสต้ ิ่งแตกมีการยา้ ย ผปู้ ่ วยท่ีสงสยั วา่ มีการอกั เสบของไสต้ ิ่ง อีกท้งั ระยะเวลาที่มี
ตาแหน่งปวดมากกวา่ กลมุ่ ไสต้ ิ่งอกั เสบไม่แตก ร้อยละ อาการปวดทอ้ งก่อนมาโรงพยาบาลที่มากวา่ หรือเท่ากบั 8
92.60 2ผลการตรวจร่างกายพบ Rebound tenderness positive ชง่ั โมงและ Predictivevalueof positive ที่ไดส้ ูงทาใหม้ ี
ร้อยละ 75 ซ่ึงปัจจยั เสี่ยงตอ่ การแตกของไสต้ ่ิงอกั เสบ ความมน่ั ใจใน การตรวจประเมนิ อาการเบ้ืองตน้ ในผปู้ ่ วยที่
พบวา่ การยา้ ย ตาแหน่งปวดมคี วามเสี่ยงหรือสมั พนั ธ์ ตอ่ สงสยั วา่ ไสต้ ิ่งเฉียบพลนั ที่มคี า่ คะแนน Alvarado มากกวา่
การแตกของไสต้ ิ่งอกั เสบเป็น 6.96เท่าของคนที่ไมม่ ีภาวะ หรือเท่ากบั 7
น้ีและผลการตรวจร่างกายมี Rebound RLQ มีแนวโนม้ เพ่มิ
ความเส่ียงตอการแตกของไสต้ ง่ิ อกั เสบเป็น 6.69 เท่าของ กติ ตกิ รรมประกำศ
คนที่ไมม่ ีภาวะน้ี2 การศึกษาคร้ังน้ีสาเร็จลุล่วงได้ ดว้ ยผวู้ จิ ยั ไดร้ บั

ส่วนผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิติการพบค่า ความกรุณาจากผทู้ รงคุณวฒุ ิ ที่ไดใ้ หค้ าปรึกษาเสนอแนะ
Neutrophil>75 %ถึง ร้อยละ 85 ซ่ึง Neutrophils >ร้อยละ และแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ดว้ ยดีตลอดมารวมท้งั ให้

164

กาลงั ใจตลอดขอกราบขอบพระคุณ ขอบคุณผอู้ านวยการ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
โรงพยาบาลอทู่ อง ที่อนุญาตใหเ้ กบ็ ขอ้ มูลจากเวชระเบียน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
และผอู้ านวยการวทิ ยาลยั บรมราชชนนีสุพรรณบุรี ท่ี
สนบั สนุนทุนการวจิ ยั ผวู้ จิ ยั ขอกราบขอบพระคุณในความ
กรุณาของท่านเป็ นอยา่ งสูงไว้ณ โอกาสน้ี

เอกสำรอ้ำงองิ

1.จุไรรัตน์ สงพะโยมและนุชรีย์ทองเจิม.ประสิทธิภาพในการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ่ิงอกั เสบเฉียบพลนั โดยใชร้ ะบบคะแนน Alvarado
score โรงพยาบาลอา่ วลึกจงั หวดั กระบี่.2560; 15 .

2.ดารงรักษ์ ชูไพฑรู ย.์ ปัจจยั ที่สมั พนั ธก์ บั การแตกของไสต้ ิ่งอกั เสบในผปู้ ่ วยโรงพยาบาลปราณบุรี.วารสารหวั หินสุขใจไกลกงั วล.
2562;3:73-80.

3.ทวสี ุข ปุณณนิธิ,สิทธิโชค เล่าหะวลิ ยั และ ศศิธร มงคลสวสั ด์ิ.ผลการรักษาภาวะไสต้ ิ่งอกั เสบโดยการใช้ Alvarado score ใน
โรงพยาบาล ขอนแก่น.วารสารการแพทยโ์ รงพยาบาลอดุ รธานี.2561;26:93-98 .

4.เนตราเนตรโพธ์ิแกว้ (2560).การประเมินผลของการใชร้ ะบบคะแนน Alvarado score ในการวนิ ิจฉยั โรคไสต้ ิ่งอกั เสบ.วารสาร
สมาคมศลั ยแพทยท์ วั่ ไปแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถมั ภ.์ 2560(2):3-14.

5.ปานสี ชยั ยะ.ปัจจยั ท่ีมคี วามสมั พนั ธต์ ่อการแตกของไสต้ ิ่งอกั เสบในโรงพยาบาลระนอง จงั หวดั ระนอง.วารสารสาธารณสุขมลู
ฐานภาคใต.้ 2564;35:96-106.

6.พีรรัตน์ ลมิ้ มหาคุณ.ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธ์กบั การแตกของไสต้ ิ่งโรงพยาบาลพมิ าย.เวชสารโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา.
2559;38:35-40.

7.พงศกร อธิกเศวตพฤทธ์ิ และยวุ เรศ สิทธิชาญบญั ชา.การศึกษาปัจจยั ท่ีสมั พนั ธ์กบั ภาวะไสต้ ่งิ อกั เสบแตกในผปู้ ่ วยไสต้ ่ิงอกั เสบ
ณ หอ้ งฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี. ธรรมศาสตร์เวชสาร 2556;13: 36 – 42.

8.Alvarado A.(1986).A practical score for early diagnosis of acute appendicitis.Ann Emerg Med;15:557-64.
9.DenizbasiA,Unluer EE.(2003).Theroleof theemergency medicineresidentusing theAlvarado scorein thediagnosis of acute

appendicitis compared with thegeneral surgery resident.Eur J Emerg Med 2003;10:290-301
10.Graffeo,Charles S.;Counselman, Francis L.(November 1996)."Appendicitis". Emergency MedicineClinics ofNorth

America.1996; 14 : 653–71.
11.KirkilC,KarabulutK,Aygen E,Ilhan YS,Yur M,Binnetoglu K, etal. Appendicitis scores may beusefulin reducing the costs

of treatmentfor right lower quadrantpain.Ulus TravmaAcilCerrahiDerg. 2013;19(1):13-9.
12.McBurney C,Kelly EC.Experiences with early operative interference in caseof diseaseof thevermiform appendix Classic.

1938;2:942-538.
13.McBurney C.(1889).Experiencewith earty operative interference in cases of thevermiform appendix.NY Med J.1889;50:676-

84.
14.OhleR, O'Reilly F,O'Brien KK,Fahey T,Dimitrov BD.TheAlvarado scorefor predicting acute appendicitis: a systematic

review.BMC Med.2011;9:139.

165

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปจั จยั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการนเิ ทศทางคลนิ กิ ของพยาบาลวชิ าชพี
โรงพยาบาลแกง่ กระจาน จงั หวดั เพชรบรุ ี

Factors Influencing Clinical Supervision Activities of Professional Nurses
at Kaeng Krachan Hospital Phetchaburi Province

ปราณี มหาบญุ ปี ต*ิ , ณรนิ ี แยม้ สกลุ **

Pranee Mahaboonpiti*, Narinee Yamsakul**

บทคดั ยอ่

การนิเทศทางการพยาบาลเป็นกิจกรรมสนบั สนุนการปฏิบตั ิการพยาบาล ช่วยควบคุมคุณภาพการบริการ การ
วจิ ยั เชิงพรรณนาน้ี มีวตั ถปุ ระสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจยั ส่วนบุคคล ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มและการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทาง
คลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ 2) เพอ่ื ศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม 3) เพอ่ื ทานาย
การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลนิ ิกของพยาบาลวชิ าชีพ 4) เพอื่ ศึกษาปัญหา อปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะในการปฏิบตั ิ
กิจกรรมนิเทศทางคลินิก กลุ่มตวั อยา่ ง จานวน 40 คน ระหวา่ งเดือนตุลาคม 2563 เดือนมีนาคม 2564 เคร่ืองมือท่ีใช้ เป็ น
แบบสอบถาม วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิติพรรณนา สถิติสหสมั พนั ธ์ของเพยี ร์สนั และสถิติถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา
พบวา่ เป็นเพศหญิงท้งั หมด อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 67.50 การศึกษาระดบั ปริญญาตรี ร้อยละ 95 มีประสบการณ์ทางาน
1-5 ปี ร้อยละ 25 ไม่เคยผา่ นอบรมนิเทศทางการการพยาบาล ร้อยละ 65 ความรู้เกี่ยวกบั การนิเทศทางการพยาบาล ระดบั
ปานกลาง ร้อยละ 72.50 ทศั นคตติ ่อการปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลินิก ระดบั ปานกลาง (xˉ ±S.D.= 3.39±0.51) ร้อย
ละ 52.5 ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มโดยรวม ระดบั ปานกลาง (xˉ ±S.D.= 3.19±0.48) การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลินิก
โดยรวม ระดบั ดีมาก (xˉ ±S.D.= 3.82±0.34) เมื่อพิจารณาความสมั พนั ธป์ ัจจยั สภาพแวดลอ้ มมีความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั
การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (r=0.60, p-value<0.05) ปัจจยั
สภาพแวดลอ้ มดา้ นโครงสร้างและนโยบายสามารถทานายการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพได้
ร้อยละ 51.2 (R2 = 0.512) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั 0.05 สามารถเขียนเป็นสมการถดถอยได้ ดงั น้ี

1. สมการถดถอยในรูปคะแนนดิบ คือ การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ = 2.454 +
0.359 (ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย)

2. สมการทานายในรูปมาตรฐาน (Standardized score) คือการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาล
วชิ าชีพ = 0.640 (ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย)

คำสำคญั : ปัจจยั ส่วนบุคคล, ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม, การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาล

166

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

Abstract

The supervision in nursing was an activity for supporting nursing practice and assisting control in service
quality. The objectives of this descriptive research were 1) to study personal factors, environmental factors and
clinical supervision activities of professional nurses, 2) to study the correlation between personal factors and
environmental factors, 3) to predict clinical supervision activities of professional nurses, and (4) to study problems,
obstructions and recommendations in clinical supervision. The samples were 40 professional nurses who worked at
Kaeng Krachan hospital, Phetchaburi Province during the period October 2020 to March 2021. The data were
collected by questionnaire. The research data were analyzed by descriptive statistic, Pearson correlation coefficient,
and enter multiple regression. The study revealed that all professional nurses were female, age of 41-50 years old
accounted 67.50%, educational level with bachelor’s degree accounted 95%, work experience during 1-5 years
accounted 25%, and non-participation in nursing supervision accounted 65%. Most of them have knowledge of
nursing supervision in moderate level accounted 72.50%t, attitude toward clinical supervision activities in moderate
level (xˉ ±S.D.= 3.39±0.51) accounted 52.50%, environment factors in moderate level (xˉ ±S.D.= 3.19±0.48) and
clinical supervision activities in high level (xˉ ±S.D.= 3.82±0.34) .The environmental factors had positive relationship
with clinical supervision activities of professional nurses with statistical significance (r=0.60, p-value<0.05),
contrastingly. Moreover, the environmental factor in case of structure and policy could predict the clinical supervision
activities of professional nurses and accounted 51.2% (R2 = 0.512) with a significant level of 0.05, representing the
regression equation as follows:

1. The regression equation in raw score form is clinical supervision activities of professional nurses = 2.454
+ 0.359 (structure and policy)

2. The equation of forecast in standardized score is clinical supervision activities of professional nurses =
0.640 (structure and policy)

Keywords: personal factors, environmental factors, clinical supervision activities of professional nurse
* พยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน อาเภอแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี ** อาจารยพ์ ยาบาล วทิ ยาลยั พยาบาล
บรมราชชนนี จกั รีรัช

บทนำ Hospital accreditationจากสถาบนั พฒั นาและรับรอง
คุณภาพโรงพยาบาล มาตรฐานตอนท่ี 2 ในเร่ืองการ
ระบบการบริการสุขภาพในปัจจบุ นั ตอ้ งมี กากบั ดูแลวชิ าชีพดา้ นการพยาบาล โดยมีระบบบริหาร
การปรับตวั ใหท้ นั ต่อการเปลี่ยนแปลงดา้ นสุขภาพตาม การพยาบาลท่ีรับผดิ ชอบตอ่ การจดั บริการพยาบาลท่ีมี
แนวคิดกระบวนการพฒั นาคุณภาพโรงพยาบาล มี คุณภาพสูง เพ่ือบรรลพุ นั ธกิจขององคก์ ร จะไดร้ บั การ
ระบบการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลและการรับรอง บริการท่ีมีคุณภาพ2 ซ่ึงกระบวนการนิเทศทางคลินิก
คุณภาพจากสภาการพยาบาล ตามกรอบแนวทางของ เป็ นกระบวนการที่สนบั สนุนใหพ้ ยาบาลปฏิบตั ิงานได้
ตามมาตรฐานที่กาหนดและใชใ้ นระดบั หอผปู้ ่ วยมาก

167

ที่สุด3 การนิเทศทางการพยาบาล เป็ นกลไกสาคญั ของ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
องคก์ รพยาบาลในการควบคุมและติดตามการ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ดาเนินงานใหเ้ ป็นไปตามเป้ าหมายขององคก์ ร เพื่อ
ใหบ้ ริการเป็ นไปตามท่ีมาตรฐานวชิ าชีพกาหนด4 การ 1. ศึกษาปัจจยั ส่วนบคุ คล ปัจจยั
นิเทศทางคลินิกเป็ นกระบวนการที่ผนู้ ิเทศปฏิบตั ิตอ่ สภาพแวดลอ้ มและการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิก
ผปู้ ฏิบตั ิงานโดยใชห้ ลกั สมั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคล ของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั
ช่วยเหลือ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานมีการพฒั นาความรู้ เพชรบุรี
ความสามารถในการ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีทางคลินิกเพือ่
นาไปสู่ผลลพั ธ์ในการใหบ้ ริการ พยาบาลอยา่ งมี 2. ศึกษาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ส่วน
คุณภาพ5 โดยมีเป้ าหมายเพือ่ ปรบั ปรุงการปฏิบตั ิการ บุคคล และปัจจยั สภาพแวดลอ้ มกบั การปฏิบตั ิกิจกรรม
พยาบาลใหด้ ีข้ึน จาเป็นตอ้ งมปี ัจจยั สนบั สนุนท่ีดีดว้ ย นิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่ง
ปัจจยั ท่ีจะส่งผลตอ่ การนิเทศงานใหม้ ีประสิทธิภาพน้นั กระจาน จงั หวดั เพชรบุรี
และระบบการจดั การหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การนิเทศ
งาน8 ผนู้ ิเทศส่วนใหญ่ปฏิบตั ิการนิเทศตาม 3. ศึกษาปัญหา อปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะ
ประสบการณ์ของตนเอง มีความรู้และทกั ษะดา้ นการ ในการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิก ของพยาบาล
นิเทศไม่เพียงพอไมม่ ีการบนั ทึกผลการนิเทศ10 ไม่มีการ วชิ าชีพโรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี
ดาเนินการอยา่ งต่อเน่ือง ผนู้ ิเทศที่เป็ นผบู้ ริหารตอ้ งทา
หนา้ ท่ีท้งั ทางดา้ นบริหารและเป็ นผปู้ ฏิบตั ิการพยาบาล วธิ ีกำรดำเนินกำรวจิ ยั
บางเวลา จึงไมม่ ีเวลาเพียงพอที่จะทาหนา้ ท่ีนิเทศงาน
แก่บุคลากร ผบู้ ริหารทางการพยาบาลควรมีการพฒั นา รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั น้ีเป็ นการวจิ ยั
ใหผ้ นู้ ิเทศไดม้ ีการปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางการ พรรณา (Descriptive research) ระหวา่ งวนั ที่ 1 ตุลาคม
พยาบาลมากข้ึน โดยสนบั สนุนและพฒั นาปัจจยั 2563 – 31 มีนาคม 2564 โดยมีวธิ ีการดาเนินการวจิ ยั
สภาพแวดลอ้ มส่งเสริมใหผ้ นู้ ิเทศทางการพยาบาลมีการ ดงั น้ี
ปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศไดม้ ากและมีประสิทธิภาพ
ยงิ่ ข้ึน11 ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง คือ พยาบาล
วชิ าชีพที่ปฏิบตั ิงาน ในกลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาล
ผวู้ จิ ยั จึงมีความสนใจท่ีจะศึกษาปัจจยั ที่มี แก่งกระจาน มีประสบการณ์การทางานอยา่ งนอ้ ย 6
อิทธิพลตอ่ การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลินิกของ เดือน ข้ึนไป ท้งั หมดจานวน 40 คน
พยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั
เพชรบุรี เพอ่ื เป็ นขอ้ มูลสาหรับการเตรียมผนู้ ิเทศ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ยั เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการ
ทางการพยาบาลใหม้ ีความพร้อมในการบริหารจดั การ วจิ ยั น้ีผวู้ จิ ยั ดดั แปลงข้ึนจากการทบทวนวรรณกรรม
การนิเทศท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ นาไปสู่การ และงานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ ง จากแบบสอบถามของ
พยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานตอ่ ไป เนาวรัตน์ บุตรลกั ษณ์(2552)15 และของนาวาตรีหญิงระ
วพิ รรณ สุนทรเวชพงษ(์ 2558)16 โดยเครื่องมือวจิ ยั 3 ชุด
วตั ถุประสงค์ แบ่งเป็ น 6 ส่วน ดงั น้ี ส่วนที่ 1 แบบสอบถามขอ้ มลู
ส่วนบุคคล ส่วนท่ี 2 แบบทดสอบความรู้ การนิเทศ
การพยาบาล ส่วนที่ 3 แบบประเมินทศั นคติต่อการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิก ส่วนที่ 4 แบบสอบถาม

168

ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม ส่วนท่ี 5 แบบสอบถามการปฏิบตั ิ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
กิจกรรมการนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ ส่วน
ปัจจยั ส่วนบุคคล ของพยาบาลวชิ าชีพ
ที่ 6 ปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะในการนิเทศงาน โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี พบวา่ ขอ้ มลู
ส่วนบุคคลประชากรในการวจิ ยั คร้ังน้ี เป็นเพศหญิง
ของพยาบาลวชิ าชีพ การตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ ร้อยละ 100 มีอายเุ ฉลี่ยมากที่สุด 41-50 ปี ร้อยละ 67.50
ระดบั การศึกษามากที่สุดปริญญาตรี ร้อยละ 95 มี
การวจิ ยั ซ่ึงมีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งรายขอ้ อยใู่ นช่วง ประสบการณ์ทางาน 1-5 ปี มากท่ีสุด ร้อยละ 25 และ
ไมเ่ คยผา่ นอบรมนิเทศ มากท่ีสุด ร้อยละ 65
0.67-1.00 จากน้นั นาไปทดลองใชก้ บั พยาบาลวชิ าชีพ
ควำมรู้เกย่ี วกบั กำรนเิ ทศทำงกำรพยำบำล
ณ โรงพยาบาลเขายอ้ ย ท่ีมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั กลุ่ม พบวา่ ส่วนใหญ่ระดบั ปานกลาง มีคะแนน 15-19 ร้อย
ละ 72.50 รองลงมาระดบั นอ้ ย ค่าคะแนนนอ้ ยกวา่ 15
ตวั อยา่ งที่ไม่ใช่กล่มุ ตวั อยา่ งจานวน 30 ราย นามาหาคา่ ร้อยละ 25 และนอ้ ยที่ระดบั ดี คะแนนมากหรือเท่ากบั
20 ร้อยละ 2.5
ความเช่ือมน่ั โดยใชส้ ูตรสมั ประสิทธ์ิอลั ฟาครอนบาค
ทศั นคตติ ่อกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมกำรนิเทศทำง
เท่ากบั 0.95 ,0.95 และ 0.97 ตามลาดบั
คลนิ ิก พบวา่ ทศั นคติโดยรวม อยใู่ นระดบั ปานกลาง
กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ดว้ ยโปรแกรม
คอมพิวเตอร์สาเร็จรูป โดยใชส้ ถิติพรรณนา (xˉ ±S.D.= 3.39±0.51) ส่วนมากระดบั ปานกลาง ร้อย
(Descriptive statistics) ไดแ้ ก่ ค่าเฉล่ีย และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน ท้งั รายดา้ นและโดยรวม หา ละ 52.5 รองลงมาระดบั ดี ร้อยละ 42.5 ระดบั ต่า ร้อยละ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั ดา้ น
สภาพแวดลอ้ มโดยหาค่าสมั ประสิทธิสหสมั พนั ธ์แบบ 5 และนอ้ ยท่ีสุดระดบั ดีมาก ระดบั ต่ามากเท่ากบั 0
เพยี ร์สนั (Pearson product moment correlation
coefficient) โดยกาหนดนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.5 ปัจจยั สภำพแวดล้อมและกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ตามเกณฑต์ อ่ ไปน้ี (อโนทยั , 2552) หาปัจจยั ทานาย กำรนเิ ทศทำงคลนิ กิ พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้
การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลินิกของพยาบาล โดยรวมระดบั ปานกลาง (xˉ ±S.D.= 3.19±0.48) ในราย
วชิ าชีพ โดยสถิติถดถอยพหุคูณ (Multiple regression ดา้ น พบวา่ ระดบั ปานกลางทุกดา้ น การปฏิบตั ิกิจกรรม
analysis) ดว้ ยวธิ ี Enter โดยกาหนดนยั สาคญั ทางสถิติ การนิเทศทางคลินิก พบวา่ การปฏิบตั ิกิจกรรมการ
ท่ีระดบั 0.05 ขอ้ มลู ปัญหา อุปสรรคและขอ้ เสนอแนะ นิเทศทางคลินิกโดยรวมระดีบดีมาก (xˉ ±S.D.=
การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศของพยาบาลวชิ าชีพ โดย 3.82±0.34) ในรายดา้ น พบวา่ ทุกดา้ นอยใู่ นระดบั ดีมาก
ใชก้ ารวเิ คราะห์เน้ือหา (Content analysis) ดา้ นท่ีมคี ่าเฉล่ียสูงสุด คือ ดา้ นการรายงานผลการ
ปฏิบตั ิงาน (xˉ ±S.D.= 4.08±.45) รองลงมาดา้ นการ
จริยธรรมกำรวจิ ยั ผา่ นการอนุญาตกรรมการ แกไ้ ขปัญหา (xˉ ±S.D.= 4.07±38) และนอ้ ยท่ีสุดดา้ น
จริยธรรมของสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั เพชรบุรี ดา้ นการสอนงาน (xˉ ±S.D.= 3.54±.48) รายละเอียด
และทาหนงั สือขออนุญาตผอู้ านวยการโรงพยาบาลแก่ง ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่วนบุคคล และปัจจยั
กระจาน เพอ่ื ทาการเก็บขอ้ มลู ท้งั จากบุคลากรและจาก สภาพแวดลอ้ มกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิก
เวชระเบียนผปู้ ่ วย และดาเนินการทาลายแบบเกบ็ /แบบ ของพยาบาลวชิ าชีพ
วดั ความรู้หลงั เสร็จสิ้นโครงการ

ผลกำรวจิ ยั

169

ปัจจยั ทม่ี คี วำมสัมพนั ธ์กบั กำรปฏบิ ตั ิ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
กจิ กรรมนเิ ทศทำงคลนิ ิกของพยำบำลวชิ ำชีพ ปัจจยั
ส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ อายุ ระดบั การศึกษา ระยะเวลาใน ระบบการจดั การ ระบบการตดิ ตอ่ สื่อสาร และการ
การปฏิบตั งิ าน การอบรมการนิเทศ ความรู้ในการนิเทศ สนบั สนุนจาก โดยวเิ คราะหค์ ่าสมั ประสิทธ์ิของเพียร์
การพยาบาล และทศั นคตติ ่อการนิเทศการพยาบาล และ สนั พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มมีความสมั พนั ธ์
ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ โครงสร้างและนโยบาย ทางบวกกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ
พยาบาลวชิ าชีพ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี (r=.60, p-
value<.05) ส่วนปัจจยั ส่วนบุคคลไมม่ ีความสมั พนั ธก์ บั
การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลนิ ิก ตารางท่ี 1

ตำรำงที่ 1 คา่ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ปัจจยั ส่วนบุคคลของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี

ตวั แปร X1 X2 X3 X4 X5 X6 X7 X8 X9
1.00 -.03 .37* .12 .54** .46** -.14 -.25 -.04
อายุ (x1)
ระดบั การศึกษา (X2) 1.00 -.12 -.06 .07 .19 .-01 .15 .17
ตาแหน่ง (X3) 1.00 -.15 .55** .20 .20 -.05 -.08
ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน (X4) 1.00 -.26 .15 -.23 .04 .05
การอบรมการนิเทศ (X5) 1.00 .36* .23 -.00 .04
ความรู้ในการนิเทศการพยาบาล (X6) 1.00 .07 .10 .28
ทศั นคติตอ่ การนิเทศการพยาบาล (X7) 1.00 .54** .29
ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม (X8) 1.00 .60*
การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลนิ ิกของ 1.00

พยาบาลวชิ าชีพ (X9)

* มีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05

3.2 ความสมั พนั ธป์ ัจจยั สภาพแวดลอ้ มกบั ดา้ นระบบการจดั การ (r=.50, p-value<.01) ดา้ นระบบ
การติดต่อส่ือสาร(r=.38, p-value<.05) มีความสมั พนั ธ์
การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ ทางบวกกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ
พยาบาลวชิ าชีพอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05
ไดแ้ ก่ โครงสร้างและนโยบาย ระบบการจดั การ ระบบ ตารางท่ี 2

การติดต่อส่ือสาร และการสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร โดย

วเิ คราะห์ คา่ สมั ประสิทธ์ิของเพียร์สนั

พบวา่ ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย(r=.71, p-value<.01)

170

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 2 คา่ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั เพชรบุรี

ตวั แปร X1 X2 X3 X4 X5 X6

โครงสร้างและนโยบาย(X1) 1.00 .60** .48** .39* .79** .71**

ระบบการจดั การ (X2) 1.00 .55** .42** .90** .50**

ระบบการติดต่อสื่อสาร(X3) 1.00 .67** .72** .38*

การสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร(X4) 1.00 .66** .26

ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มโดยรวม(X5) 1.00 .60**

การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ 1.00

พยาบาลวชิ าชีพ(X6)
* มีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05

ปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม พยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั
ร่วมกนั ทานายการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ เพชรบุรี โดยวธิ ีการวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณแบบ
พยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจาน จงั หวดั Enter พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มดา้ นโครงสร้างและ
เพชรบุรี นโยบาย เป็นปัจจยั ท่ีสามารถทานายการปฏิบตั ิกิจกรรม
นิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพไดร้ ้อยละ 51.2 (R2
ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธพ์ หุคูณระหวา่ งตวั = .512) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 ตารางท่ี 3
แปรทานายกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ

สามารถเขียนเป็นสมการถดถอยไดด้ งั น้ี
สมการถดถอยในรูปคะแนนดิบ คือ การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ = 2.454 + .359

(ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย)
สมการทานายในรูปมาตรฐาน (Standardized score) คือการปฏิบตั กิ ิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ

= 0.640 (ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย)

ตำรำงที่ 3 ค่าสมั ประสิทธ์ิที่สามารถทานายการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่ง

กระจาน จงั หวดั เพชรบุรี (N =40)

ตวั แปรทานาย b SE Beta t p-value

โครงสร้างและนโยบาย .359 .148 .640 2.422 <.000

ระบบการจดั การ -.041 .312 -.062 .021 .897

การสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร -.079 .145 -.155 -.130 .590

ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มโดยรวม .170 .552 .241 .308 .760

Constant = 2.454, R= .715, R2 = .512, Adjusted R Square = .456, F = 38.996

* มีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั .05

171

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปัญหา อุปสรรคและขอ้ เสนอแนะในการปฏิบตั ิ ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่วนบุคคล
กิจกรรมนิเทศทางคลินิก ปัญหาท่ีพบไดแ้ ก่ 1) ดา้ น และปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ อายุ ระดบั การศึกษา
นโยบายคือไม่มีรูปการนิเทศทางการพยาบาลท่ีชดั เจน ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงาน ตาแหน่ง การอบรมการ
2) ดา้ นผนู้ ิเทศขาดความรู้ความเขา้ ใจในการนิเทศ 3) นิเทศ ความรู้ในการนิเทศการพยาบาล และทศั นคติต่อ
ดา้ นผรู้ ับการนิเทศมีภาระงานมากตอ้ งปฏิบตั ิหนา้ ท่ี การนิเทศการพยาบาล ไมม่ ีความสมั พนั ธก์ บั การปฏิบตั ิ
ประจาไปพร้อมกบั การปฏิบตั ิงานในบทบาทนิเทศทา กิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ ท่ีระดบั
ใหก้ ารนิเทศมเี วลาจากดั และขาดเจตคติที่ดีต่อการ นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม มี
นิเทศไม่เห็นความสาคญั 4)ใหม้ ีการจดั อบรมใหค้ วามรู้ ความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทาง
เก่ียวกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิก คลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี
(r=.60, p<.05) สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาการนิเทศของ
สรุปและอภิปรำยผล ผนู้ ิเทศทางการพยาบาลท่ีพบส่วนใหญม่ ีความสมั พนั ธ์
ทางบวกในช่วง 20 ปี ท่ีผา่ นมา(บุริมรพี ดารงรัตน์
จากผลการวจิ ยั น้ี ผวู้ จิ ยั อภิปรายผลการวจิ ยั (2542); จิตอารีย์ ตนั ติยาสวสั ดิกลุ (2546); องั กาบ มณิ
ตามวตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั ดงั น้ี ธวชั (2552); เนาวรัตน์ บุตรลกั ษณ์(2552) , ระวพิ รรณ
สุนทรเวชพงษ์ (2558) ท่ีพบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มมี
ปัจจยั ส่วนบุคคล พยาบาลวชิ าชีพส่วนมาก ความสมั พนั ธท์ างบวกกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทาง
เป็ นเพศหญิง มีอายเุ ฉล่ียมากที่สุด 41-50 ปี ระดบั คลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ ไดแ้ ก่ โครงสร้างและ
การศึกษามากที่สุดปริญญาตรี มีประสบการณ์ทางาน นโยบาย ระบบการจดั การ ระบบการติดตอ่ สื่อสาร
1-5 ปี ไมเ่ คยผา่ นอบรมนิเทศทางการการพยาบาลมาก และการสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร แสดงใหเ้ ห็นวา่ ปัจจยั
ท่ีสุด ร้อยละ 65 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษา ของระ สภาพแวดลอ้ มท้งั 4 ดา้ น มีความชดั เจนสอดคลอ้ งกบั
วพิ รรณ สุนทรเวชพงษ์ (2558) ศึกษาปัจจยั ท่ีสมั พนั ธ์ ในสถานการณ์ปัจจุบนั การมีระบบการรับรองคุณภาพ
กบั การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศของผนู้ ิเทศทางการ โรงพยาบาลทุกระดบั และการรับรองคุณภาพจากสภา
พยาบาลโรงพยาบาลภาคตะวนั ออก พยาบาล ซ่ึงเป็ นส่วนสาคญั ท่ีทาใหโ้ รงพยาบาลมีการ
พฒั นาระบบบริหารจดั การท้งั ยงั มีระบบการบริหาร
ระดบั ความรู้เก่ียวกบั การนิเทศทางการ จดั การและการติดต่อส่ือสารที่ดี เน่ืองจากความเจริญ
พยาบาล และทศั นคติต่อการปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศ ทางเทคโนโลยที าใหผ้ นู้ ิเทศมีความสะดวกในการ
ทางคลินิกโดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง ปัจจยั ส่ือสารจึงมีส่วนสาคญั ต่อการปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศ
สภาพแวดลอ้ มและการปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทาง ทางการพยาบาลในโรงพยาบาลนาสู่การสร้างคุณภาพ
คลินิก พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มโดยรวมระดบั ปาน บริการพยาบาลเชิงประจกั ษ์ สอดคลอ้ งกบั การศึกษา
กลาง การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลินิก โดยรวม ฉบบั อื่น ไดแ้ ก่ ทานตะวนั คาราช (2555) กล่าววา่
ระดีบดีมาก สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาการนิเทศของผู้ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มมีผลต่อการนิเทศ ทางการพยาบาล
นิเทศทางการพยาบาลท่ีพบส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั มาก และปัจจยั สภาพแวดลอ้ มท่ีดีประกอบดว้ ย การกาหนด
มากท่ีสุดเช่นเดียวกนั (องั กาบ มณีธวชั , 2552; มนสั นิตย์ นโยบายท่ีชดั เจน การถา่ ยทอดนโยบายและการรายงาน
บุณยทรรพ, 2553; มะลิ จนั ทร์ยาง, 2554; ธารินี ศิริวลั ย,์ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ที่รวดเร็ว การพฒั นาระบบการนิเทศเพอื่
2555, ระวพิ รรณ สุนทรเวชพงษ,์ 2558)

172

ความเป็ นเลิศ การมีโครงสร้างองคก์ รและสายการ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
บงั คบั บญั ชาที่ส้นั การมีนโยบายการดาเนินงานของ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
หน่วยงานที่กาหนดไวช้ ดั เจน องั กาบ มณีธวชั (2552)
กลา่ ววา่ ระบบการติดต่อสื่อสารท่ีมีประสิทธิภาพจะ เจริญงอกงาม ส่งผลใหง้ านมปี ระสิทธิภาพสูงข้ึน มี
ส่งผลใหผ้ บู้ ริหารทางการพยาบาลไดข้ อ้ มลู สาหรับ ความชานาญทางคลินิกมำกข้ึน
บริหารจดั การการนิเทศไดอ้ ยา่ งมคี ุณภาพ
ข้อเสนอแนะ
ปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม
ข้อเสนอแนะในกำรนำผลกำรวจิ ยั ไปใช้
1. จากผลการวจิ ยั พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ ม

ดา้ นโครงสร้างและนโยบาย มีผลต่อการปฏิบตั ิกิจกรรม

ร่วมกนั ทานายการปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของ นิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพ กลมุ่ การพยาบาล
ควรมีนโยบายจดั รูปแบบการนิเทศทางคลินิกท่ีชดั เจน
พยาบาลวชิ าชีพ โดยวธิ ีการวเิ คราะห์การถดถอย สนบั สนุนการจดั ทาคูม่ ือแผนพฒั นาผนู้ ิเทศอยา่ ง
ต่อเน่ือง เพือ่ ใหพ้ ยาบาลวชิ าชีพปฏิบตั ิกิจกรรมการ
พหุคูณแบบ Enter พบวา่ ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มดา้ น พยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ ตามมาตรฐาน

โครงสร้างและนโยบาย เป็นปัจจยั ท่ีสามารถทานายการ 2. ผบู้ ริหารทางการพยาบาลควรมีการวางระบบ
ปฏิบตั ิกิจกรรมนิเทศทางคลินิกของพยาบาลวชิ าชีพได้ การจดั การและการติดตอ่ สื่อสารท่ีดี เพ่อื ส่งเสริม
ร้อยละ 51.2 (R2 = .512) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี สมั พนั ธภาพ ในการนิเทศทางการพยาบาล ท่ีส่งผลให้
ระดบั .05 สอดคลอ้ งกบั หลกั การบริหารกล่าววา่ เกิดการบริการพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ
สภาพแวดลอ้ มในการทางานมีความเก่ียวขอ้ งกบั การ
ข้อเสนอแนะในกำรวจิ ยั คร้ังต่อไป
นิเทศทางการพยาบาลท่ีส่งเสริมความสาเร็จ คุณภาพ 1. ควรมีการศึกษาปัจจยั อื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งการ

ของงาน โดยเฉพาะโครงสร้างและนโยบายของการ ปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศทางคลนิ ิกของพยาบาลวชิ าชีพ
ไดแ้ ก่ คุณภาพชีวติ การทางาน ความคาดหวงั ของผู้
บริหารจดั การในองคก์ รพยาบาล(ทานตะวนั คาราช นิเทศทางการพยาบาล

(2555), ระวพิ รรณ สุนทรเวชพงษ์ (2558) ) 2. ควรมีการศึกษาวจิ ยั เก่ียวกบั การพฒั นา
รูปแบบการนิเทศทางคลินิกของกล่มุ การพยาบาล โดย
ปัญหำ อปุ สรรคและข้อเสนอแนะ พบวา่ มี นาขอ้ มลู จากงานวจิ ยั น้ีพฒั นางานวจิ ยั ตอ่ ไป
ปัญหาไดแ้ ก่ 1) ดา้ นนโยบายคือไม่มีรูปการนิเทศ
ทางการพยาบาลที่ชดั เจน 2) ดา้ นผนู้ ิเทศขาดความรู้ กติ ตกิ รรมประกำศ
ความเขา้ ใจในการนิเทศ 3) ดา้ นผรู้ ับการนิเทศมีภาระ
งานมากตอ้ งปฏิบตั ิหนา้ ท่ีประจาไปพร้อมกบั การ ขอขอบคุณ ผทู้ รงคุณวฒุ ิท้งั 3 ท่าน ที่กรุณา
ปฏิบตั ิงานในบทบาทนิเทศทาใหก้ ารนิเทศมีเวลาจากดั ตรวจสอบความตรงตาม เน้ือหาของเครื่องมือ
และขาดเจตคติท่ีดีตอ่ การนิเทศไมเ่ ห็นความสาคญั ขอขอบพระคุณผอู้ านวยการโรงพยาบาล หวั หนา้
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ อรรถยา อมรพรหมภกั ดี พยาบาล หวั หนา้ งานอบุ ตั ิเหตฉุ ุกเฉิน โรงพยาบาลเขา
และคณะ(2562),สุพตั รา สงฆรักษ(์ 2564),หรรษา เทียน ยอ้ ยท่ีไดอ้ นุญาตและอานวยความสะดวกในการทดลอง
ทอง และพทุ ธชาติ สมณา (2559) ซ่ึงมีขอ้ เสนอแนะให้ ใชเ้ ครื่องมือวจิ ยั และโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ขอขอบคุณ
มีการจดั อบรมใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั การปฏิบตั ิกิจกรรม แพทยห์ ญิงอนุธิดา ประทุม ผอู้ านวยการโรงพยาบาล
นิเทศทางคลินิก จะทาใหเ้ ขา้ ใจหลกั การนิเทศทาง
คลินิก เกิดทศั นคตทิ ่ีดีต่อการนิเทศทางคลินิก ซ่ีงการใช้
กิจกรรมนิเทศโดยการร่วมกนั ปฏิบตั ิงานเป็ นการพฒั นา
ความสามารถของบุคลากร กระตนุ้ ใหบ้ ุคลากรมีความ

173

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

และพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลแก่งกระจานทุกท่านที่
ใหค้ วามร่วมมือในการตอบแบบสอบถามอนั เป็ น
ประโยชน์อยา่ งยง่ิ ตอ่ การวจิ ยั

เอกสำรอ้ำงองิ

1. สถาบนั รับรองสถานพยาบาล.สถาบนั รับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องคก์ ารมหาชน). มาตรฐานโรงพยาบาลและ

บริการสุขภาพ ฉบบั ท่ี 4.นนทบุรี: หนงั สือดีวนั ; 2562.

2.สภาการพยาบาล มาตรฐานการพยาบาลและการผดุงครรภ์ [อินเตอร์เน็ต] [สืบคน้ เมื่อ 31 ม.ค. 2564]. แหล่งขอ้ มูล

https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/M001(1).pdf

3. กรรณิกา ปัญญาอมรวฒั น์. (2559). แนวทางการบริหารกลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน ชมรมผบู้ ริหารการ
พยาบาล โรงพยาบาลชุมชน (Thai Chief Nurse Executive ). นนทบุรี:สานกั การพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวง
สาธารณสุข. วารสารมหาวทิ ยาลยั นราธิวาสราชนครินทร์.2561;(10)2: 13-24.

4. กิ่งกาญจน์ ทรัพยเ์ ยน็ , กนกทอง จาตรุ งคโชค, กฤตยา ตนั ติวรสกลุ . (2562). การพฒั นารูปแบบการนิเทศในคลินิก
เพอ่ื ป้ องกนั การเกิดแผลกดทบั โรงพยาบาลบา้ นโป่ ง. วารสารแพทยเ์ ขต 4-5. 38(4). ตลุ าคม-ธนั วาคม: 300-316.

5.ประนอม โอทกานนท.์ (2538). การนิเทศงานการพยาบาล ในเอกสารการสอนชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพการ
พยาบาล หน่วยที่ 13 (พมิ พค์ ร้ังท่ี 7). กรุงเทพฯ: อรุณการพมิ พ.์

6. ระวพิ รรณ สุนทรเวชพงษ.์ (2558). ปัจจยั ท่ีสมั พนั ธก์ บั การปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศของผนู้ ิเทศทางการพยาบาล
โรงพยาบาลภาคตะวนั ออก. วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการบริหารการพยาบาล. คณะ
พยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บูรพา.

7. สุพตั รา สงฆรักษ,์ สุคนธ์ ไข่แกว้ , เบญจวรรณ พทุ ธิองั กรู . ผลของโปรแกรมการนิเทศทางคลนิ ิกสาหรับผบู้ ริหารการ
พยาบาลระดบั ตน้ ที่โรงพยาบาลระดบั ตติยภมู ิแห่งหน่ึง ในจงั หวดั เพชรบุรี. วารสารเจริญกรุงประชารักษ.์ 14(2).
กรกฎาคม-ธนั วาคม: 35-47.

8 .Proctor, B. Training for the supervision alliance attitude, skills and intention, in J.R. Cutcliffe,T. Butterworth and B.
Proctor (ends), Fundamental Themes in Clinical Supervision, London: Routledge 2001; 25–46.

9. McCormick, E. J., & Ligen, D. (1985). Industrial and organizational psychology (3rd ed.). Englewood Cliff, NJ:
Prentice-Hall.

10. เนาวรัตน์ บุตรลกั ษณ์. (2552). ปัจจยั ท่ีมีอทิ ธิพลต่อการปฏิบตั กิ ิจกรรมนิเทศการพยาบาลของผตู้ รวจการพยาบาล
นอก เวลาราชการ สถาบนั ธญั ญารักษแ์ ละศูนยบ์ าบดั รักษายาเสพติดส่วนภูมิภาค กรมการแพทยก์ ระทรวง
สาธารณสุข. วทิ ยานิพนธพ์ ยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบริหารการพยาบาล บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

174

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

รปู แบบการดาเนนิ งานป้ องกนั และควบคมุ โรคพษิ สนุ ขั บา้ โดยการมสี ว่ นรว่ ม
ของภาคเี ครอื ขา่ ย อาเภอกาบเชงิ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ปี 2561

Model Rabie Prevention and Control Operations by Participation of
Network Party in Kab Cherng District, Surin Province, 2018

สรุ ศกั ด์ิ เหมาะทอง*, แสงชยั ดเี ลศิ **

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เชิงปฏิบตั ิการคร้ังน้ีมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือศึกษารูปแบบการดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั
บา้ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย กลมุ่ ตวั อยา่ ง 45 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง เคร่ืองมือประกอบดว้ ย
แบบสอบถามที่สร้างข้ึน เกบ็ ขอ้ มลู โดยสมั ภาษณ์ สงั เกต วเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงปริมาณ ดว้ ยสถิติพ้ืนฐาน ค่าเฉล่ีย ร้อยละ
ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ โดยวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา ผลการวจิ ยั พบวา่ ตรวจพบลูกกระบือตายดว้ ยโรคพิษสุนขั บา้ และประชาชนได้
ชาแหละเพือ่ นาเน้ือไปรับประทาน การสอบสวนพบผสู้ มั ผสั รวม 86 คน รับวคั ซีน 72 คน ไมป่ ระสงคร์ ับวคั ซีน 14 คน ฉีด
วคั ซีนในสตั ว์ 349 ตวั หลงั จากการดาเนินงานไมพ่ บคนและสตั วแ์ สดงอาการป่ วยดว้ ยโรคพษิ สุนขั บา้ ภาคีเครือขา่ ยมี
การบูรณาการอยา่ งมีส่วนร่วม ไดร้ ูปแบบการดาเนินงาน 4 ภาคี 4 ข้นั ตอน 4 ภาระกิจ ประกอบดว้ ย 1) ปศุสตั ว์
2) สาธารณสุข 3) องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 4) ชุมชน ดาเนินการตามข้นั ตอน 1) ศึกษาบริบท วเิ คราะห์สถานการณ์ 2)
จดั ทาแผนงานปฏิบตั ิการ 3) ปฏิบตั ิตามแผนปฏิบตั ิการ 4) วเิ คราะหป์ ัจจยั แห่งความสาเร็จ และปฏิบตั ิภารกิจ 1) คน้ หาผู้
สมั ผสั เพ่ือรับการฉีดวคั ซีน 2) สารวจและข้ึนทะเบียนสตั วพ์ าหะ 3) ฉีดวดั ซีนป้ องกนั โรคในสตั ว์ 4) ประชาสมั พนั ธ์ สร้าง
ความตระหนกั ในการเล้ียงสตั ว์ พบปัจจยั แห่งความสาเร็จ ไดแ้ ก่ การมีส่วนร่วม การบูรณาการการทางานร่วมกนั การ
ประสานงานและดาเนินการอยา่ งเป็ นระบบต่อเนื่อง หลงั การดาเนินงาน พบวา่ ผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งมีส่วนร่วมและพึงพอใจ
เพมิ่ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value<0.05)

คำสำคญั : รูปแบบการดาเนินงาน การป้ องกนั และควบคุมโรค โรคพิษสุนขั บา้ ภาคีเครือข่าย

Abstract

This research aimed to study the management on prevention and control model for rabies by participation of
network party in Kabcheng district Surin Prorince. The participants were 45 volunteers selected by purposive sampling. The
data were collection tools by questionnaire form. The qualitative data collected forms for in-depth interview and observation.
The statistics used for analyzing data were percentage and mean; and the content analysis was applied for qualitative data.
The results of the research revealed that inthe Kabcheng District Livestock Office detected a dead buffalo cub died from
rabies and the public had slaughtered to take the meat to eat. The vaccine was performed in 349 animals. After the operation,
no people and animals showed signs of rabies illness. The results of the operational research showed that the network
partners were able to integrate in a participatory manner. The implementation model was 4 parties, 4 steps, 4 activities. The
parties consisted of 1) Livestock 2) Public Health 3) Local government organization 4) Community by following the steps 1)
study context, analyze situation 2) prepare action plan 3) follow action plan 4) analyze success factors and perform missions

175

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

1) find contacts for vaccination 2) survey and registration of carrier animals 3) injection of scene measurement to prevent
disease in animals 4) promote public awareness of animal husbandry Thesuccess factors werefound to includeparticipation,
integration, collaboration,coordination, and continued systematicaction.After the implementation, therewas a significant increase
in stakeholder participation and satisfaction. Statistically significant(p-value<0.05)

Keywords : Rabies disease prevention and control action model, network party
* สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์ ** สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์

บทนำ ประชาธิปไตย เป็นอาเภอท่ียงั มปี ัญหาโรคพษิ สุนขั บา้
จากการส่งตรวจ ในระหวา่ ง ปี พ.ศ. 2558-25613 ส่งผล
สถานการณ์โรคพษิ สุนขั บา้ ในปี พ.ศ. 2560 ใหถ้ ูกจดั เป็นอาเภอเส่ียงโรคพิษสุนขั บา้ ตามเกณฑ์
และปี พ.ศ. 2561 (ณ วนั ท่ี 4 สิงหาคม 2561) พบวา่ อาเภอที่มีสตั วต์ รวจพบเช้ือโรคพษิ สุนขั บา้ ต้งั แต่ 1 หวั
จงั หวดั สุรินทร์มีผเู้ สียชีวติ ดว้ ยโรคพิษสุนขั บา้ ปี ละ 1 ข้ึนไป มีการตรวจพบเช้ือโรคพษิ สุนขั บา้ ในควายโดย
ราย ส่งผลใหจ้ งั หวดั สุรินทร์จดั เป็นพ้ืนท่ีเส่ียงต่อการ วธิ ี FA Test4 ในเบ้ืองตน้ พบวา่ ควายที่ตรวจพบเช้ือโรค
ระบาดของโรคพษิ สุนขั บา้ ตามประกาศจงั หวดั เสี่ยงสูง พษิ สุนขั บา้ อายปุ ระมาณ 3 ปี มีอาการป่ วยผิดปกติ ร้อง
โรคพษิ สุนขั บา้ ในจานวน 26 จงั หวดั ตามเกณฑจ์ งั หวดั เสียงดงั ตลอดเวลา ตาขวาง กระวนกระวาย ไม่อยนู่ ่ิง
ที่พบผเู้ สียชีวติ ดว้ ยโรคพษิ สุนขั บา้ และจงั หวดั ท่ีหวั สตั ว์ ผอม ไม่กินอาหาร และตายเมื่อวนั ที่ 10 สิงหาคม 2561
ตรวจพบโรคพษิ สุนขั บา้ มากที่สุด โดยจงั หวดั สุรินทร์มี พร้อมแจง้ ใหเ้ จา้ ของนาซากควายไปฝังทาลาย ซ่ึง
รายงานผเู้ สียชีวติ ดว้ ยโรคพิษสุนขั บา้ ใน ปี พ.ศ. 2549- เจา้ ของควาย ไดใ้ หญ้ าตนิ าไปฝังแทน เนื่องจากเจา้ ของ
2551 ปี พ.ศ. 2557 และ ปี พ.ศ. 2560-25611 นอกจากน้ี ควายตอ้ งไปดูควายอีกตวั หน่ึงท่ีกาลงั ลม้ ป่ วยในเวลา
จงั หวดั สุรินทร์ มีรายงานการบริโภคเน้ือววั ท่ีตรวจพบ ใกลเ้ คียงกนั แตญ่ าติไมน่ าซากควายไปฝัง กลบั นาซาก
เช้ือโรคพิษสุนขั บา้ ท่ีตาบลเทนมยี ์ อาเภอเมืองสุรินทร์ ไปชาแหละ แลว้ นาเน้ือควายแจกจ่ายใหญ้ าติๆ ตนเอง
จงั หวดั สุรินทร์ ระหวา่ งวนั ท่ี 26 กรกฎาคม 2560 ถึง อีกหลายคนไปประกอบอาหาร4
วนั ท่ี 31 สิงหาคม 2560 ซ่ึงเป็ นววั ของชาวบา้ น ตาบล
เทนมีย์ อาเภอเมืองสุรินทร์ จงั หวดั สุรินทร์ ท่ีมีผลตรวจ ผวู้ จิ ยั จึงมีความสนใจและตอ้ งการศึกษาถึง
พบเช้ือโรคพษิ สุนขั บา้ และชาวบา้ นไดช้ าแหละแบ่งกนั รูปแบบการดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั
ไปประกอบอาหาร ผลการสอบสวนโรค พบวา่ กลมุ่ บา้ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือขา่ ย อาเภอกาบเชิง
เสี่ยงผสู้ มั ผสั โรคพษิ สุนขั บา้ จากววั ที่มีเช้ือมีจานวน 202 จงั หวดั สุรินทร์ ปี 2561 เพอ่ื ใหห้ น่วยงานที่เก่ียวขอ้ งนา
ราย ซ่ึงจากการติดตามการไดร้ ับวคั ซีนของกล่มุ เสี่ยง ผลการวจิ ยั ไปใชใ้ นการวางแผนป้ องกนั ควบคุมการ
ท้งั 4 คร้ัง ในกลุม่ ผสู้ มั ผสั มีแนวโนม้ ลดลง แต่เม่ือ สมั ผสั เช้ือโรคพิษสุนขั บา้ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพตอ่ ไป
จาแนกการไดร้ ับวคั ซีนตามกลมุ่ เส่ียง พบวา่ กลุ่มเส่ียง
สูงมีสดั ส่วนการไดร้ ับวคั ซีนสูงกวา่ กล่มุ เส่ียงต่า ซ่ึงจาก วตั ถุประสงค์
การเฝ้ าระวงั กลุ่มเสี่ยงยงั ไม่พบผทู้ ่ีมีอาการเขา้ ไดก้ บั โรค
พษิ สุนขั บา้ 2 อาเภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์ เป็ นอาเภอ
ที่อยตู่ ามแนวชายแดนติดต่อกบั ราชอาณาจกั รกมั พชู า

176

เพ่ือศึกษารูปแบบการดาเนินงานป้ องกัน The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
และควบคุมโรคพษิ สุนขั บา้ โดยการมีส่วนร่วมของภาคี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เครือข่าย อาเภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์
บริบทพนื้ ที่ อาเภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั “กาบเชิง” ภาษาพ้นื เมืองสุรินทร์หรือภาษาเขมรเรียก
"กาบจืง" ซ่ึงมีความหมายวา่ "ฟันเทา้ " บา้ นกาบเชิงซ่ึงเป็ น
รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั ในคร้ังน้ีเป็ น ที่ต้งั ของที่วา่ การอาเภอกาบเชิงในปัจจบุ นั เป็ นหมู่บา้ นท่ี
รูปแบบการวจิ ยั เชิงปฏิบตั ิการแบบมีส่วนร่วม อยตู่ ิดแนวชายแดนไทย-กมั พชู า ต้งั อยทู่ างทิศใตข้ อง
(Participatory Action Research, PAR) ตามกรอบ จงั หวดั สุรินทร์ มีอาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกบั อาเภอ
แนวคิดของ Kemmis and MeTaggart (1988)7 โดยมี 4 ปราสาทและอาเภอสงั ขะ จงั หวดั สุรินทร์ ทิศตะวนั ออก
ข้นั ตอน คือ PAOR โดยใชก้ ระบวนการวางแผนแบบมี ติดตอ่ กบั อาเภอสงั ขะ จงั หวดั สุรินทร์ ทิศใต้ ติดต่อกบั
ส่วนร่วมดว้ ยวธิ ีเทคนิคแบบ (Appreciation Infuence จงั หวดั อุดรมีชยั (ราชอาณาจกั รกมั พชู าประชาธิปไตย) ทิศ
Control : AIC) ตะวนั ตก ติดต่อกบั อาเภอพนมดงรัก จงั หวดั สุรินทร์
ประชากร 39,630 คน6 อาสาสมคั รปศุสตั ว์ (อสป.) 17 คน
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ประชากร มีสุนขั ในพ้ืนที่ จานวน 10,690 ตวั และแมวจานวน 3,370
การศึกษา คือ ผทู้ ี่มีส่วนเก่ียวขอ้ งในดาเนินงานป้ องกนั ตวั 3 โรคพษิ สุนขั บา้ ในเขตอาเภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์
และควบคุมโรคพษิ สุนขั บา้ ในพ้นื ท่ีอาเภอกาบเชิง พบวา่ ในปี พ.ศ. 2561 มีการตรวจพบเช้ือโรคพิษสุนขั บา้
จงั หวดั สุรินทร์ ผวู้ จิ ยั คดั เลือกกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยวธิ ีแบบ ในสตั ว์ จานวน 12 ตวั อยา่ ง มีเหตุการณ์ท่ีมีสตั วต์ รวจ
เจาะจง ตามกณฑก์ ารคดั เขา้ และคดั ออกของกลมุ่ พบเช้ือโรคพิษสุนขั บา้ และสตั วท์ ่ีมีอาการเขา้ ไดต้ าย
ตวั อยา่ ง จานวน 45 คน จานวน 6 เหตุการณ์ และมีการนาสตั วท์ ่ีตายดงั กล่าว
ชาแหละแบ่งกนั ไปประกอบอาหาร จานวน 4 เหตุการณ์ มี
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ยั แบบรายงานการ ผสู้ มั ผสั โรคพษิ สุนขั บา้ จากเหตุการณ์ดงั กล่าวรวม 429
สอบสวนโรคพิษสุนขั บา้ ในคนและสตั ว์ แบบเก็บ ราย
ขอ้ มูลรายงาน (ร.36) ของกรมควบคุมโรค เก็บขอ้ มลู
โดยการสมั ภาษณ์ แบบสอบถาม แบบบนั ทึกการ จากการวเิ คราะห์สภาพของปัญหา พบวา่ การ
ประชุมกล่มุ และการสงั เกต ระหวา่ งเดือนสิงหาคม พ.ศ. ป้ องกนั และควบคุมโรคโรคพษิ สุนขั บา้ ยงั ขาดการมีส่วน
2561 ถึงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ร่วมของเครือขา่ ย ยงั ไมม่ ีระบบและแนวทางการ
ดาเนินงานท่ีชดั เจน ทาใหไ้ ดก้ ระบวนการดาเนินงานและ
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ใชส้ ถิติเชิงพรรณนาใน การป้ องกนั และควบคุมโรคโรคพิษสุนขั บา้ กรณีการนา
การวเิ คราะห์ขอ้ มูลทว่ั ไป โดยนาเสนอในรูปแบบ สตั วท์ ี่ตรวจพบเช้ือโรคพิษสุนขั บา้ หรือสตั วท์ ี่มีอาการเขา้
ตารางการแจกแจงความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน ไดก้ บั โรคพิษสุนขั บา้ ไปชาแหละแบ่งกนั เพอ่ื ประกอบ
เบ่ียงเบนมาตรฐาน และวเิ คราะหข์ อ้ มูลเชิงคุณภาพ อาหาร ซ่ึงมี 4 ข้นั ตอนดงั น้ี คือข้นั ตอนที่ 1 การศึกษา
ดว้ ยการวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา โดยตรวจสอบความ บริบท วเิ คราะห์สถานการณ์ปัญหาของโรคพิษสุนขั บา้
ถกู ตอ้ งครบถว้ นของขอ้ มูลแลว้ จดั หมวดหมตู่ าม ข้นั ตอนท่ี 2 การจดั ทาแผนงานดาเนินการ ข้นั ตอนที่ 3
ประเด็น การดาเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการ และข้นั ตอนท่ี 4 การ
วเิ คราะห์ปัจจยั แห่งความสาเร็จและถอดบทเรียน โดยใน
ผลกำรวจิ ยั ข้นั ตอนที่ 3 การดาเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการ มีภารกิจ
หลกั 4 ภารกิจ คือ 1) การคน้ หา ติดตามผสู้ มั ผสั โรคพิษ

177

สุนขั บา้ ในคนเพื่อรับการฉีดวคั ซีน 2) การสารวจและข้ึน The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ทะเบียนสตั วพ์ าหะนาโรคพษิ สุนขั บา้ 3) การฉีดวดั ซี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
นป้ องกนั โรคพษิ สุนขั บา้ ในสตั ว์ และ 4) ประชาสมั พนั ธ์
สร้างความตระหนกั ในการเล้ียงสตั ว์ กระบวนการวจิ ยั ทาใหพ้ บวา่ ภาคีเครือข่ายมีการบูรณาการ
ความร่วมมืออยา่ งมีส่วนร่วมท้งั 4 ภาคี ทาใหไ้ ดร้ ูปแบบ
การดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพิษ การดาเนินงานใหมท่ ี่เรียกวา่ รูปแบบของการดาเนินงาน
สุนขั บา้ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือขา่ ย พบวา่ ภาคี และการป้ องกนั และควบคุมโรคโรคพษิ สุนขั บา้ แบบ
เครือข่าย มีการดาเนินงานในกิจกรรมตา่ งๆ ตามบทบาท บูรณาการ 4 ภาคี 4 ข้นั ตอน 4 ภารกิจ สาหรับการ
หนา้ ท่ี น้นั ไดแ้ ก่ อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นมี ดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพิษสุนขั บา้ โดยการมี
หนา้ ที่รณรงคป์ ระชาสมั พนั ธ์โรคพษิ สุนขั บา้ และออก ส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย กรณีการนาสตั วท์ ่ีตรวจพบเช้ือ
สารวจคน้ หาสุนขั และแมว เพอ่ื ข้ึนทะเบียน ร่วมกบั โรคพิษสุนขั บา้ หรือสตั วท์ ่ีมีอาการเขา้ ไดก้ บั โรคพิษสุนขั
อาสาสมคั รปศุสตั ว์ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ข้ึน บา้ ไปชาแหละแบ่งกนั เพ่ือประกอบอาหาร
ทะเบียนสุนขั และแมว สนบั สนุนวคั ซีนป้ องกนั พษิ สุนขั
บา้ ในสตั ว์ หน่วยงานปศุสตั วท์ าหนา้ ท่ีเฝ้ าระวงั การมีส่วนร่วมและความพงึ พอใจตอ่ การ
สถานการณ์โรคในสตั ว์ การสุ่มสัตวส์ ่งตรวจหาเช้ือ ดาเนินงาน พบวา่ มีการมีส่วนร่วมดาเนินงาน เพม่ิ ข้ึน
หน่วยงานสาธารณสุขเฝ้ าระวงั การติดเช้ือในคน เฝ้ าระวงั เม่ือเปรียบเทียบก่อนและหลงั การดาเนินงาน โดยก่อน
คนท่ีถกู สตั วก์ ดั การใหว้ คั ซีนในคน ผนู้ าชุมชนสร้าง การดาเนินกระบวนการป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ
ความตะหนกั ใหแ้ ก่ประชาชน และภาคีเครือข่ายมีส่วน สุนขั บา้ พบวา่ ภาคีเครือข่าย ผมู้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งเขา้ มามี
ร่วมในการดาเนินงานมากข้ึน มีการทางานเป็ นทีมมากข้ึน ส่วนร่วมในการดาเนิงานอยใู่ นระดบั นอ้ ยมีค่าคะแนน
จากการการดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั บา้ เฉล่ีย 1.61 หลงั ดาเนินการการมีส่วนร่วมอยใู่ นระดบั
โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย กรณีการนาสัตวท์ ี่ ปานกลางมีคา่ คะแนนเฉลี่ย 2.22 มีความพึงพอใจต่อ
ตรวจพบเช้ือโรคพษิ สุนขั บา้ หรือสัตวท์ ่ีมีอาการเขา้ ไดก้ บั การกระบวนการการดาเนินงาน อยใู่ นระดบั ปานกลาง
โรคพิษสุนขั บา้ ไปชาแหละแบ่งกนั เพ่ือประกอบอาหาร ค่าคะแนนเฉล่ีย 3.65 คะแนน จากการวเิ คราะห์ปัจจยั
ตามกิจกรรมที่ไดด้ าเนินการร่วมกนั วางแผนงานและร่วม แห่งความสาเร็จ ทาใหไ้ ดก้ ระบวนการดาเนินงาน
ดาเนินการแบบมีส่วนร่วมระหวา่ งภาคีเครือขา่ ยผมู้ ีส่วน ป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั บา้ แบบมีส่วนร่วม
เกี่ยวขอ้ งท้งั 4 ภาคส่วน ไดแ้ ก่ เครือข่ายปศุสตั ว์ เครือขา่ ย เพ่ือใหก้ ารดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั
สาธารณสุข องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น และผนู้ าชุมชน บา้ เป็ นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ไม่คนและสตั ว์
กล่มุ ตวั อยา่ ง จานวน 45 คน ไดแ้ ผนงานกิจกรรมที่ตอ้ ง สมั ผสั โรค ซ่ึงจะส่งผลต่อการประกาศเป็นเขตพ้ืนท่ี
ดาเนินการร่วมกนั 4 กิจกรรม คือ 1) การคน้ หา ติดตามผู้ ปลอดโรค พบวา่ มีปัจจยั แห่งความสาเร็จ คือ การมี
สมั ผสั โรคพษิ สุนขั บา้ ในคนเพื่อรับการฉีดวคั ซีน 2) การ ส่วนร่วม การบูรณาการการทางานร่วมกนั ระหวา่ งภาคี
สารวจและข้ึนทะเบียนสตั วพ์ าหะนาโรคพิษสุนขั บา้ 3) เครือข่ายโดยเฉพาะ 4 ภาคีหลกั ไดแ้ ก่ 1) หน่วยงานปศุ
การฉีดวดั ซีนป้ องกนั โรคพิษสุนขั บา้ ในสตั ว์ และ 4) สตั ว์ 2) หน่วยงานสาธารณสุข 3) องคก์ รปกครองส่วน
ประชาสัมพนั ธ์ สร้างความตระหนกั ในการเล้ียงสตั ว์ โดย ทอ้ งถิ่น และ 4) ผนู้ าชุมชนและประชาชน ในพ้นื ท่ีที่มี
รูปแบบการดาเนินงานเดิมเป็ นการดาเนินงานเฉพาะภาคี คนและสตั วส์ มั ผสั โรคพษิ สุนขั บา้
เครือขา่ ยหลกั ยงั ไมม่ ีการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของ
ภาคีเครือข่าย หลงั จากมีการดาเนินกิจกรรมตาม กำรอภิปรำยผล

1. บริบทของการดาเนินงานป้ องกนั และ
ควบคุมโรคพิษสุนขั บา้ ก่อนการดาเนินการวจิ ยั ยงั ไม่

178

มีการดาเนินงานแบบบูรณาการและมีส่วนร่วมของภาคี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เครือข่ายท่ีชดั เจน ซ่ึงภาคีเครือข่ายที่เก่ียวขอ้ ง 4 ภาคี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ไดแ้ ก่ หน่วยงานปศุสตั ว์ หน่วยงานสาธารณสุข องคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น และชุมชน ยงั ไม่เคยมีการทางาน ดาเนินงานกบั ภาคีเครือขา่ ยอนื่ อีกดว้ ย สอดคลอ้ งกบั
ร่วมกนั ยงั ไมเ่ คยมีการประชุมร่วมกนั ตา่ งดาเนินการ การศึกษาบทบาทของปศุสตั วต์ ่อการป้ องกนั ควบคุม
ตามบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ยงั ไมม่ ีการร่วม โรคพิษสุนขั บา้ ของ อภิรมย์ พวงหตั ถ์ และวริ งรอง หุ่น
ดาเนินการเป็ นภาคีเครือขา่ ยอยา่ งเป็ นรูปธรรม ตาม
บริบทของการดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุวรรณ (2552)9 ท่ีกล่าววา่ บทบาทของปศุสตั วใ์ นการ
สุนขั บา้ น้นั จะตอ้ งอาศยั การดาเนินงานของภาคี ป้ องกนั ควบคุมโรคพิษสุนขั บา้ คอื ขอ้ จากดั ทางดา้ น
เครือขา่ ย โดยมีกิจกรรมและจุดมงุ่ หมายร่วมกนั ซ่ึง บุคลากรและงบประมาณ จาเป็ นตอ้ งทางานแบบบูรณา
การประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงานท่ี
สอดคลอ้ งกบั เสถียร จิรรังสิมนั ต์ (2549)8 ไดก้ ล่าวถึง เก่ียวขอ้ งโดยเฉพาะองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นซ่ึงจะมี
องคป์ ระกอบที่สาคญั ของความเป็ นเครือขา่ ยวา่ ความ บทบทสาคญั และบูรณการกบั หน่วยงานอื่น
เป็ นเครือข่ายจะตอ้ งมีการร่วมกนั อยา่ งมีจุดหมายเพ่ือทา
กิจกรรมอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง โดยมวี ตั ถุประสงคแ์ ละ 3. ผลของกระบวนการดาเนินงานป้ องกนั
กระบวนการเพอ่ื ใหบ้ รรลจุ ุดม่งุ หมายน้นั และควบคุมโรค พบวา่ มีปัจจยั แห่งความสาเร็จ คือ
การมีส่วนร่วมการบูรณ ระหวา่ งภาคีเครือขา่ ย มีการ
2. กระบวนการดาเนินงานป้ องกนั และ ดาเนินการอยา่ งเป็ นระบบใหเ้ กิดการทางานท่ีราบร่ืน
ควบคุมโรค มีการดาเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการ มี และเกิดการเช่ือมโยงเพ่อื ใหก้ ิจกรรมการดาเนินงาน
ภารกิจหลกั 4 ภารกิจ คือ 1) การคน้ หา ติดตามผสู้ มั ผสั เป็ นไปอยา่ งตอ่ เนื่อง ซ่ึงการดาเนินงานท่ีผา่ นมาที่ยงั ไม่
โรคพิษสุนขั บา้ ในคนเพื่อรับการฉีดวคั ซีน 2) การ ประสบความสาเร็จเนื่องจากยงั ไมม่ ีการดาเนินงาน
สารวจและข้ึนทะเบียนสตั วพ์ าหะนาโรคพิษสุนขั บา้ 3) บูรณาการแบบมีส่วนร่วมของ 4 ภาคีเครือขา่ ยดงั กลา่ ว
การฉีดวดั ซีนป้ องกนั โรคพิษสุนขั บา้ ในสตั ว์ และ 4) ขา้ งตนั สอดคลอ้ งกบั แนวคิด โกวทิ ย์ พวงงาม (2541)10
ประชาสมั พนั ธ์ สร้างความตระหนกั ในการเล้ียงสตั ว์ การมีส่วนร่วมจะตอ้ งเป็นกระบวนการของกลุ่มองคก์ ร
ตามกิจกรรมที่ไดด้ าเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรค ชุมชน มีการร่วมคิด ร่วมตดั สินใจ ร่วมลงมือปฏิบตั ิ
พิษสุนขั บา้ ซ่ึงจะพบวา่ ภาคีเครือขา่ ยผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง โดยมีความ เขา้ ใจปัญหาของตน และตระหนกั ถึงสิทธ์ิ
ไดเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมในทุกกระบวนการดาเนินการ ของตนที่มีต่อสิ่งๆ น้นั ซ่ึงความรู้สึกเหลา่ น้ีจะเกิดข้นึ
ต้งั แต่การวเิ คราะห์ปัญหา การสร้างการมีส่วนร่วม วาง ไดด้ ว้ ยการที่บุคคลไดร้ บั ขอ้ มูลใหมท่ ่ีช่วยเพิ่มอานาจ
แผนการดาเนินงาน การจดั ทาแผนปฏิบตั ิการ ซ่ึง ความคิดและโอกาสไดร้ ่วมวเิ คราะห์ และตดั สินใจ
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาบทบาทขององคก์ รปกครอง กาหนดเป้ าหมายในกิจกรรมเหลา่ น้นั นอกจากปัจจยั
ส่วนทอ้ งถิ่นต่อการป้ องกนั ควบคมุ โรคพษิ สุนขั บา้ ของ แห่งความสาเร็จแลว้ ยงั พบวา่ มีปัจจยั ที่มีผลตอ่
อภิรมย์ พวงทตั ถแ์ ละวริ งรอง หุ่นสุวรรณ (2552)9 ท่ี ความสาเร็จท่ีเกิดข้ึนไดช้ า้ หรือปัญหาอปุ สรรค ในการ
กลา่ ววา่ บทบาทขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ดาเนินงานและการป้ องกนั และควบคุมโรคพษิ สุนขั บา้
(อปท.) ควรมีการจดั ต้งั งบประมาณเพื่อซ้ือวคั ซีน ในคร้งั น้ี คือ การดาเนินการตามแนวทางที่กาหนดไว้
ป้ องกนั โรคพษิ สุนขั บา้ และตอ้ งมีแผนงานโครงการ ร่วมกนั ของภาคีท่ียงั ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ป้ องกนั โรคพิษสุนขั บา้ โดยมีท้งั ท่ีดาเนินการเอง และ เนื่องจากพ้นื ท่ีอาเภอกาบเชิง ยงั ไมม่ ีรายงานผปู้ ่ วยดว้ ย
ร่วมกบั หน่วยงานปศุสตั วร์ วมถึงการบูรณาการการ โรคพิษสุนขั บา้ ทาใหป้ ระชาชนยงั ไมต่ ระหนกั ถึงการ
ป้ องกนั โรค ในการนาสุนขั แมว มารับวคั ซีน และการ
ข้ึนทะเบียน รวมถึงประชาชนท่ีถกู สุนขั และแมวข่วน
ไมม่ ารับวคั ซีนป้ องกนั โรคพษิ สุนขั บา้ ภาคประชาชน

179

ยงั ไม่มีความตระหนกั ในการป้ องกนั และควบคุมโรค The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
อยา่ งจริงจงั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ข้อเสนอแนะ 2. การวิจัยคร้ั งน้ี ทาให้ได้รู ปแบบการ
1. จากการดาเนินการวิจยั พบวา่ ประชาชนมี ดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรคพิษสุนัขบา้ โดยการมี
ส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย กรณีการนาสัตวท์ ่ีตรวจพบเช้ือ
ส่วนสาคญั มากในป้ องกนั และควบคุมโรคพิษสุนขั บา้ ใน โรคพิษสุนขั บา้ หรือสัตวท์ ่ีมีอาการเขา้ ไดก้ บั โรคพิษสุนขั
พ้ืนที่ เน่ืองจากประชาชนเป็ นเจ้าของสัตวเ์ ล้ียง จึงตอ้ งมี บา้ ไปชาแหละแบ่งกันเพื่อประกอบอาหาร แต่เพื่อให้เกิด
การสร้างความรอบรู้ และความตระหนักให้ประชาชน การดาเนิ นงานด้านกระบวนการจัดการให้ได้รู ปแบบที่
รวมถึงการรับรู้ขอ้ มูลข่าวสารในการป้ องกนั และควบคุม เหมาะสม ควรมีการศึกษาโดยการเพิ่มวงรอบการศึกษาข้ึน
โรคโรคพิษสุนขั บา้ อยา่ งตอ่ เนื่อง อีกเพอื่ ใหไ้ ดก้ ระบวนการที่ดีมากยง่ิ ข้ึน

เอกสำรอ้ำงองิ

1. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์. รายงานการตรวจพบเช้ือโรคพิษสุนขั บา้ ในสตั ว.์ [เอกสารอดั สาเนา]. 2559
2. จารุณี มณีรัตน์, รัฐจกั ร วเิ ชียร, พุชงค์ คามี, จารุวรรณ บุตรดี. รายงานการสอบสวนโรคพิษสุนขั บา้ ในววั กรณีการ

บริโภคเน้ือววั ที่ตรวจพบเช้ือโรคพษิ สุนขั บา้ ตาบลเทนมีย์ อาเภอเมืองสุรินทร์ จงั หวดั สุรินทร์. 2560.
3. กรมปศุสตั ว.์ ระบบสารสนเทศเพือ่ การเฝ้ าระวงั โรคพษิ สุนขั บา้ . [อินเตอร์เน็ต]. กรุงเทพ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; 2561

[เขา้ ถึงเมื่อ 25 ส.ค.2561]. เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.thairabies.net.
4. พิทวสั เหล่าอุดม, สมหมาย สุพรรณภพ, ประคอง พุทธการี, ฉตั รสุดา สุขอย.ู่ การสอบสวนโรคพิษสุนขั บา้ ในกระบือ

บา้ นตาเกาวพ์ ฒั นา หมู่ที่ 18 ตาบลกาบเชิง อาเภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์. [เอกสารอดั สาเนา]. 2561.
5. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์. สถานการณ์โรคพษิ สุนขั บา้ อาเภอกาบเชิง. [เอกสารอดั สาเนา]. 2561.
6. สานกั งานสาธารณสุขอาเภอกาบเชิง. ขอ้ มลู ทว่ั ไปอาเภอกาบเชิง. [เอกสารอดั สาเนา]. 2561.
7. Kemmis, S, & McTaggart, R. The actionresearch reader (3eded.). Geelong,Australia: Deakin University Press.; 1988.
8. เสถียร จิรรังสิมนั ต.์ ความรู้เก่ียวกบั องคก์ รเครือข่าย. กรุงเทพฯ: สานักส่งเสริมและประสานการมีส่วนร่วมองคก์ ร

เครือขา่ ย สานกั งานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ: 2541.
9. อภิรมย์ พวงหตั ถ์ และ วริ งรอง หุ่นสุวรรณ. การศึกษาบทบาทขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นต่อการป้ องกนั ควบคุม

โรคพษิ สุนขั บา้ . พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. สานกั โรคติดต่อทว่ั ไป กรมควบคุมโรค; 2552.
10. โกวทิ ย์ พวงงาม. การปกครองทอ้ งถิ่นไทย หลกั การและมิติใหม่ในอนาคต. กรุงเทพฯ: มูลนิธิส่งเสริมการปกครอง

ทอ้ งถิน; 2541.

180

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพฒั นารปู แบบการป้ องกนั และควบคมุ โรคไขเ้ ลอื ดออกโดยการมสี ว่ นรว่ ม
ของชุมชน ตาบลจรสั อาเภอบวั เชด จงั หวดั สรุ นิ ทร์

Development Model for Prevention and control Dengue Haemorragic Fever by
Participation of Community in Jaras Subdistrict, Buached District, Surin
Province

แสงชยั ดเี ลศิ *

บทคดั ย่อ

การศึกษาในรูปแบบวจิ ยั และพฒั นาในคร้งั น้ี มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือพฒั นารูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรค
ไขเ้ ลือดออกแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ตาบลจรัส อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์ รวบรวมขอ้ มูล โดยแบบสอบถาม การ
สนทนากล่มุ และใชก้ ระบวนการ AIC จากผมู้ ีส่วนเก่ียวขอ้ ง วเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงปริมาณ ดว้ ยสถิติพ้นื ฐาน ค่าเฉล่ีย ร้อย
ละ และสถิติทดสอบความแตกต่างคา่ เฉล่ีย ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ ทาการวเิ คราะหเ์ ชิงเน้ือหา ผลการศึกษา พบวา่ รูปแบบการ
ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนตาบลจรัส อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์ ไดข้ อ้ สรุป
กระบวนการและกิจกรรมที่ทาใหเ้ กิดความสาเร็จ 5 ดา้ น ประกอบดว้ ย 1) ชุมชนตระหนกั และมีส่วนร่วม 2) การออก
กฎเกณฑข์ องชุมชน 3) การมีผนู้ าที่เขม้ แขง็ และกรรมการรับผิดชอบท่ีชดั เจน 4) การประชาสมั พนั ธ์ และ 5) การ
สนบั สนุนจากองคก์ รภาคีเครือขา่ ยในชุมชน และจากการประเมินผลการนารูปแบบไปใช้ พบวา่ ร้อยละ 90.90 มีความพงึ
พอใจระดบั มากตอ่ รูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน การประเมินความรู้
ก่อนและหลงั การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและการมีส่วนร่วมใน
การป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลอื ดออกก่อนและหลงั ใชร้ ูปแบบมคี วามแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
ควรนารูปแบบในการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกท่ีได้ ไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ตาบลอื่นๆ ในอาเภอบวั เชด หรือพ้ืนที่
อื่นๆ โดยใชก้ ระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือประยกุ ตร์ ูปแบบใหเ้ หมาะสมบริบทของพ้นื ที่น้นั ๆ

คำสำคญั : การพฒั นารูปแบบ, การป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก, การมีส่วนร่วมของชุมชน

Abstract

The purpose of this research and development study was to develop a model for prevention and control of
dengue hemorrhagic fever with community participation in Jaras subdistrict, Buached district, surin province. The AIC
process was applied. The data were collected using focus group, questionnaire. Analysis of data from the AIC process was
run using content analysis. And the model evaluation used descriptive statistics and paired t-test. The participative model for
prevention and control of DHF consisted of 5 main activities: 1) community Awareness and public participation, 2) setting
community regulation, 3) selecting strong leaders and responsible committee, 4) executing public relations activities, and 5)
getting community organizations partnership. Evaluation of the model trial found that 90.90% of respondents were satisfied with
the model. There was statistically significantly at .05 levels between before and after using the model in terms of knowledge and

181

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

participation about prevention and control of Dengue Hemorrhagic Fever. The findings from this study suggests that the newly
developed participative model should be applied to other areas and adapted appropriately with each community context in order
to prevent and control the Dengue Hemorrhagic Fever.

Keywords: Participative Model, Prevention and Control of Dengue Hemorrhagic Fever, Community Participation
* สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์

บทนำ อตั ราป่ วยเท่ากบั 257.82, 198.85, 122.65, 34 และ
15.54 ต่อแสนประชากรตามลาดบั 3 จากขอ้ มลู
สถานการณ์โรคไขเ้ ลือดออกในประเทศไทย ปี สถานการณ์ขา้ งตน้ อาเภอบวั เชด มีการระบาดของโรค
พ.ศ. 2561 (สานกั ระบาดวทิ ยา, 2562) มีรายงานผปู้ ่ วย ไขเ้ ลือดออกทุกตาบลในเขตรับผดิ ชอบ จึงได้
โรคไขเ้ ลือดออก (Dengue fever : DF,Dengue ดาเนินการเปิ ดศูนยป์ ฏิบตั ิการตอบโตภ้ าวะฉุกเฉิน กรณี
haemorrhagic fever : DHF, Dengue shock syndrome : การระบาดของโรคไขเ้ ลือดออก ระดบั อาเภอ จาก
DSS) สะสมรวม 85,849 ราย ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ การศึกษาบทบาทการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ
พบ อตั ราป่ วย 88.33 ต่อประชากรแสนคน จานวน ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกพบวา่ ความสาเร็จ
ผปู้ ่ วย 19,403 ราย1 โดยจงั หวดั สุรินทร์ มีรายงานผปู้ ่ วย ของการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกเกิดจาก
โรคไขเ้ ลือดออก จานวน 2,209 ราย อตั ราป่ วย 158.35 การมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรการของชุมชน การ
ตอ่ ประชากรแสนคน พบมากที่อาเภอบวั เชด รองลงมา มีผรู้ ับผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน การประชาสมั พนั ธ์ มีองคก์ ร
ไดแ้ ก่ อาเภอลาดวน จอมพระ และกาบเชิง ตามลาดบั ภาคีเครือข่าย และประชาชนมีความตระหนกั ในการ
ผปู้ ่ วยเสียชีวติ 3 ราย อตั ราตาย 0.22 ต่อประชากรแสน ป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออก5,6 ทาใหม้ ีการพฒั นาการ
คน พบที่ อาเภอชุมพลบุรี อาเภอกาบเชิง และอาเภอ ดาเนินงานป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออกในระดบั ชุมชนทา
บวั เชด การกระจายการเกิดโรคไขเ้ ลือดออกตามกล่มุ ใหช้ ุมชนมีการพฒั นาและเปล่ียนแปลงดา้ นต่างๆ ท่ีดี
อายุ ส่วนใหญพ่ บในกล่มุ อายุ 5-9 ปี (29.24 %) กล่มุ ข้ึน การใชเ้ ทคนิคการระดมความคิดดว้ ยกระบวนการ
อายุ 10-14 ปี (28.88 %) กลมุ่ อายุ 15-24 ปี (17.47 %) AIC (Appreciation Influence Control) เป็ น
อาชีพที่มีผปู้ ่ วยสูงสุดคือ นกั เรียน (68.54 %)2 การ กระบวนการสร้างพลงั ที่สาคญั และสามารถกระตุน้ การ
ป้ องกนั ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกและการรณรงคก์ วาด ยอมรับของประชาชนในชุมชนใหร้ ่วมพฒั นาหมู่บา้ น
ลา้ งยงุ ลาย กาจดั แหล่งเพาะพนั ธุ์ยงุ ลายยงั พบวา่ ปัญหา ไดด้ ี โดยจะใหค้ วามสาคญั ตอ่ ความคิดและการมีส่วน
การระบาดของโรคไขเ้ ลือดออกในพ้นื และเป็ นอาเภอท่ี ร่วมของทุกคนบนพ้ืนฐานแห่งความเท่าเทียมกนั 7
มีอตั ราป่ วยมากที่สุดของจงั หวดั สุรินทร์ อาเภอบวั เชดมี
รายงานผปู้ ่ วยโรคไขเ้ ลือดออก จานวนท้งั สิ้น 85 ราย ผศู้ ึกษาจึงมีความสนใจและตอ้ งการศึกษาการ
อตั ราป่ วย 217.54 ต่อประชากรแสนคน ไมม่ ีรายงาน พฒั นารูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก
ผปู้ ่ วยเสียชีวติ ตาบลท่ีมีอตั ราป่ วยต่อประชากรแสน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตาบลจรัส อาเภอบวั เชด
คนสูงสุดคือตาบลจรัส อตั ราป่ วยเท่ากบั 698.87 ต่อ จงั หวดั สุรินทร์ ซ่ึงเป็ นตาบลท่ีมีการระบาดอยา่ ง
ประชากรแสนคน รองลงมาคือ ตาบลสะเดา, ตาบล ต่อเนื่องและมีการระดมทรัพยากรต่างๆ ในการ
สาเภาลนู , ตาบลบวั เชด, ตาบลตาวงั และตาบลอาโพน, ดาเนินการควบคุมโรคตามระยะเวลาท่ีกาหนดเพ่อื ใช้
เป็ นแนวทางการดาเนินงาน การวางแผนพฒั นาระบบ

182

การบริหาร การส่งเสริมการมีส่วนร วมและของ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ทอ้ งถ่ิน ทอ้ งท่ี อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
และประชาชนในพ้นื ท่ี อนั จะนาไปสู่การดาเนินงาน
ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกท่ียงั่ ยนื ลดอตั รา และหลงั การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรค
ป่ วยดว้ ยโรคไขเ้ ลือดออกในพ้นื ที่อาเภอบวั เชดต่อไป ไขเ้ ลือดออกแบบมีส่วนร่วมของชุมชน และความพงึ
พอใจความพึงพอใจในการดาเนินงานการป้ องกนั และ
วตั ถุประสงค์ ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก จานวน 55 คน

เพ่ือพฒั นารูปแบบการป้ องกนั และควบคุม เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในกำรศึกษำ แบบสอบถาม
โรคไขเ้ ลือดออกแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในตาบล ไดว้ เิ คราะห์ความเท่ียงโดยใชส้ ูตรค่าสมั ประสิทธค์ วาม
จรัส อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์ เที่ยงตามวธิ ีของครอนบาคอลั ฟาไดค้ ่าความเท่ียงท้งั
ฉบบั เท่ากบั 0.96 การสนทนากลมุ่ การสงั เกตการมีส่วน
วธิ ีดำเนนิ กำรศึกษำ ร่วม การจดบนั ทึก การบนั ทึกเสียง แบบสารวจความชุก
ชุมของลูกน้ายงุ ลาย
รูปแบบกำรศึกษำ การศึกษารูปแบบการ
ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกแบบมีส่วนร่วมของ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ใชส้ ถิติเชิงพรรณนา ใช้
ชุมชนในตาบลจรัส อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์ คร้ังน้ี สาหรับวเิ คราะห์ขอ้ มลู ทว่ั ไป นาเสนอในรูปแบบตาราง
เป็ นการวจิ ยั และพฒั นา (Research and Dvelopment) โดย การแจกแจงความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบน
การใชก้ ระบวนการ AIC ดาเนินการศึกษาระหวา่ งเดือน มาตรฐาน ค่าสูงสุด และค่าต่าสุด สาหรับความรู้เร่ือง
มิถุนายน พ.ศ. 2562 ถึงเดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2562 โรคไขเ้ ลือดออกและการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และ
ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก ก่อนการใชร้ ูปแบบและหลงั
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง กลุ่มตวั อยา่ งท่ี การใชร้ ูปแบบ ใชส้ ถิติ Pired t-test การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ใชใ้ นกระบวนการ AIC ภาคีเครือขา่ ย จานวน 48 คน เชิงคุณภาพ ใชก้ ารวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา (Content
วธิ ีการคดั เลือกประชาชนในพ้ืนที่เพ่อื เขา้ ร่วมศึกษา โดยผู้ Analysis) โดยตรวจสอบความถกู ตอ้ งครบถว้ นของ
ศึกษาขอคาปรึกษาจากผอู้ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริม ขอ้ มลู แลว้ จดั หมวดหมูต่ ามประเด็น
สุขภาพตาบลและอาสาสมคั รสาธารณสุขประจา
หมบู่ า้ นในพ้นื ท่ี เพอื่ คดั เลือกผทู้ ่ีมีคุณสมบตั ิขา้ งตน้ เพ่อื ผลกำรศึกษำ
จะเขา้ ร่วมกิจกรรมในการศึกษา กลุม่ ตวั อยา่ งท่ีใชใ้ น
การศึกษาช่องทางการรับรูข้ ่าวสาร ความรู้เรื่องโรค ผลการศึกษา พบวา่ ไดข้ อ้ สรุปกระบวนการ
ไขเ้ ลือดออก การมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และควบคุม และกิจกรรมที่ทาใหเ้ กิดความสาเร็จในการป้ องกนั และ
โรคไขเ้ ลือดออกและปัจจยั ท่ีส่งผลต่อความสาเร็จใน ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก 5 ดา้ น ดงั น้ี
การดาเนินงานการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก
ในชุมชน จานวน 338 คน กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการ 1. ชุมชนตระหนกั และมีส่วนร่วม โดย
ประเมินความรู้เร่ืองโรคไขเ้ ลือดออกและการมีส่วน ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการรณรงค์
ร่วมในการป้ องกนั และควบคมุ โรคไขเ้ ลือดออกก่อน ทาลายแหลง่ เพาะพนั ธุ์ยงุ ลาย ปรบั สภาพแวดลอ้ ม
บริเวณบา้ นในชุมชนใหส้ ะอาดและใชห้ ลกั 5 ป 1 ข
โดยใหเ้ จา้ ของบา้ นแตล่ ะหลงั สารวจบริเวณบา้ นตนเอง
พร้อมทาลายแหลง่ เพาะพนั ธุย์ งุ ลาย ปรับ
สภาพแวดลอ้ มบริเวณบา้ น ทุกครัวเรือนมีการใชท้ รายที
มีฟอสในการกาจดั ลูกน้ายงุ ลายอยา่ งถูกวธิ ี และป้ องกนั
ไมใ่ หย้ งุ กดั สมาชิกในบา้ น โดยปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์

183

ของชุมชนอยา่ งเคร่งครัด แลว้ บนั ทึกลงแบบฟอร์มที่ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
อสม.นาไปติดไวท้ ่ีฝาบา้ น รับการตรวจจากอาสาสมคั ร Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น
4. การประชาสมั พนั ธ์ โดย 1) ทุกหมู่บา้ น
2. การออกกฎเกณฑข์ องชุมชน ตาบลจรัสได้ ดาเนินการ ผา่ นเสียงตามสายหอกระจายข่าวหมู่บา้ น
ออกกฎเกณฑแ์ ละมาตรการของชุมชน โดยกาหนดให้ โดยเปิ ดคลปิ เสียงความยาวประมาณ 3 นาที 2 รอบ ทุก
ประชาชนตอ้ งร่วมกนั ดูแลปรับสภาพแวดลอ้ มใหถ้ ูก วนั ระหวา่ งเวลา 05.30-07.00 น. และ เวลา 17.00-18.30
สุขลกั ษณะ เพอื่ ใหท้ ุกครัวเรือนปลอดลกู น้ายงุ ลาย และ น. ซ่ึงเน้ือหาประกอบดว้ ยความรู้ในการป้ องกนั และ
ร่วมกนั ปฏิบตั ิอยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 คร้ัง โดยมีมาตรการ ควบคุมโรค จดั รวบรวมโดยผศู้ ึกษา และจากการสุ่ม
ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก ดว้ ยการ 1) องคก์ าร สอบถามประชาชนในพ้นื ที่แต่ละหมูบ่ า้ น ส่วนใหญ่
บริหารส่วนตาบล จะทาการพน่ หมอกควนั กาจดั ยงุ ทนั ที เห็นวา่ เป็ นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์ 2) ในวนั ธรรม
อยา่ งนอ้ ยรัศมี 100 เมตร ภายใน 24 ชว่ั โมงหลงั ไดร้ ับแจง้ สวนะ โดยพระภิกษุเทศนา เนน้ ในกลุ่มผสู้ ูงอายุ ท้งั ชาย
วา่ มีผปู้ ่ วยในหมบู่ า้ น และพน่ หมอกควนั ซ้าอีก 1 สปั ดาห์ และหญิง 3) ในโรงเรียน โดยจดั กิจกรรมทุกเที่ยงวนั
ถดั มา และ 2) ทุกหลงั คาเรือนมีการกาจดั ลกู น้าใน ศุกร์ 4) ติดต้งั ป้ ายประชาสมั พนั ธ์ความรู้ในการป้ องกนั
ครัวเรือน วดั โรงเรียน และหน่วยงานราชการใหป้ ลอด และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกในโรงเรียน ศูนยพ์ ฒั นา
ลกู น้า 100 % ในช่วงระยะเวลา 30 วนั นบั จากวนั ที่มี เดก็ เลก็ วดั ครอบคลมุ ท้งั 12 หมบู่ า้ น และ 5)
ผปู้ ่ วยโรคไขเ้ ลือดออกเกิดข้ึนในหมบู่ า้ น ถา้ บุคคลใด ดาเนินการคนื ขอ้ มูลในประเดน็ ที่เก่ียวขอ้ งแก่ชุมชนใน
หรือครัวเรือนใดไม่ใหค้ วามร่วมมือ ไมป่ ฏิบตั ิตามขอ้ 2) ที่ประชุมประจาเดือนหมบู่ า้ นแตล่ ะหมบู่ า้ น เช่น ผล
โดยมีการตรวจพบลูกน้าในครัวเรือน มีมาตรการ การสารวจความชุกชุมของลูกน้ายงุ ลาย สถานการณ์
ประกาศเตือนทางหอกระจายขา่ ว แจง้ อาสาสมคั ร โรคในแต่ละเดือน พบวา่ ประชาชนมีการตื่นตวั เพิ่มมาก
สาธารณสุขประจาหม่บู า้ นผรู้ ับผิดชอบ และหากยงั ไม่ ข้ึน เนื่องจากประชาชนไดท้ ราบสถานการณ์ในพ้นื ที่
ดาเนินการกาหนดปรับเป็ นเงินเพอื่ บริจาคพฒั นาหมบู่ า้ น ทาใหด้ ูแลตนเอง และครอบครัวมากข้ึน
คร้ังละ 50 บาท
5. การสนบั สนุนจากองคก์ รภาคีเครือขา่ ย
3. การมีผนู้ าท่ีเขม้ แขง็ และกรรมการ ในชุมชน ประกอบดว้ ย 1) บทบาทขององคก์ ารบริหาร
รับผิดชอบที่ชดั เจน อาเภอบวั เชดไดด้ าเนินการแตง่ ต้งั ส่วนตาบลจรัส ไดใ้ หก้ ารสนบั สนุนกิจกรรมกาจดั
คณะกรรมการและภาคีเครือข่ายระดบั ตาบล หมู่บา้ น ลกู น้ายงุ ลายในโรงเรียน/ศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ /วดั /องคก์ ร
ดา้ นการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก และจดั ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น โดยกาหนดใหม้ ีกิจกรรมการ
ประชุมกรรมการและภาคีเครือขา่ ยโดยหน่วยงาน กาจดั ลกู น้ายงุ ลายทุกวนั ศุกร์ เพอ่ื เป็ นการทาลายแหล่ง
ร่วมกบั โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลในพ้ืนที่ เพาะพนั ธุย์ งุ ลาย ซ่ึงไดร้ ับความร่วมมือเป็ นอยา่ งดีอยา่ ง
เพอ่ื ใหค้ ณะกรรมการทราบบทบาทหนา้ ที่ และมอบ หน่วยงานตา่ งๆ นอกจากน้ียงั สนบั สนุนงบประมาณ
ภาระกิจตามคาสงั่ หลงั จากน้นั มกี ารประชุมแตล่ ะเดือน ผา่ นทางกองทุนหลกั ประกนั สุขภาพตาบล และต้งั
ร่วมกนั กบั ที่ประชุมกานนั ผใู้ หญบ่ า้ น และอาสาสมคั ร งบประมาณป้ องกนั และควบคุมโรคในขอ้ บญั ญตั ิ
สาธารณสุขประจาหมูบ่ า้ น ซ่ึงผลของการจดั ต้งั งบประมาณ สนบั สนุนงบประมาณผา่ นโรงพยาบาล
กรรมการที่ชดั เจนทาใหแ้ ต่ละหมบู่ า้ นสามารถ ส่งเสริมสุขภาพตาบล กลุม่ องคก์ รต่างๆ เพอ่ื จดั ทา
ประสานงานกบั ภาคเี ครือขา่ ยท่ีเก่ียวขอ้ งเพ่ือประสาน โครงการตา่ งๆ ในการขอรบั การสนบั สนุนงบประมาณ
การทางานร่วมกนั ไดอ้ ยา่ งดี เพอื่ ดาเนินงานป้ องกนั และควบคมุ โรคไขเลือดออก 2)
บทบาทของเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุข ใหก้ ารสนบั สนุนการ
รณรงคก์ าจดั ลูกน้ายงุ ลายและแหล่งเพาะพนั ธุย์ งุ ร่วมกบั

184

องคก์ ารบริหารส่วนตาบลจรัส ผนู้ าชุมชน อาสาสมคั ร The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น และประชาชนในพ้นื ที่ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ประสานความร่วมมือกบั โรงเรียน องคก์ ารบริหารส่วน
ตาบลและอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น อปุ กรณ์ปิ ดภาชนะ ในการควบคมุ ลกู น้ายงุ ลาย
ดาเนินการพน่ หมอกควนั ในโรงเรียนและศูนยพ์ ฒั นาเดก็ นอกจากน้ียงั มีบทบาทในการจดั ทาแผนงาน/โครงการ
เลก็ ก่อนเปิ ดภาคเรียน ประสานการจดั ทาแผนงาน/ เพอ่ื ขอสนบั สนุนงบประมาณจากกองทุนหลกั ประกนั
โครงการประกวดบา้ น/ชุมชนสะอาดซ่ึงเป็ นกิจกรรม สุขภาพระดบั ตาบลและงบประมาณจากองคก์ ารบริหาร
ตอ่ เนื่องจากทุกครัวเรือนมีการปรับสภาพแวดลอ้ ม ส่วนตาบล
บริเวณบา้ นใหส้ ะอาดและใชห้ ลกั 5 ป 1 ข เพือ่ สร้าง
ขวญั และกาลงั ใจและเป็ นการกระตนุ้ ใหแ้ ตล่ ะหลงั คา การประเมินความพึงพอใจ พบวา่ กลมุ่ ร้อย
เรือนไดม้ ีความตระหนกั เพมิ่ มากข้ึน และเขา้ ร่วม ละ 90.90 มีความพึงพอใจระดบั มากต่อรูปแบบการ
ประชุมและแจง้ สถานการณ์โรคในส่วนท่ีเก่ียวขอ้ ง แก่ ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกโดยการมีส่วนร่วม
ส่วนราชการตา่ งๆ กานนั ผใู้ หญ่บา้ น อาสาสมคั ร ของชุมชน โดยมีความพึงพอใจกบั แผนงาน ในการ
สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น และประชาชน ในเวทีการ ดาเนินงานป้ องกนั และควบคุมโรค ในบทบาทหนา้ ท่ีของ
ประชุมหวั หนา้ ส่วนราชการ/กานนั ผใู้ หญ่บา้ น/ ภาคีเครือขา่ ย มากที่สุด ร้อยละ 61.8 รองลงมาไดแ้ ก่ พงึ
อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ นและเวทีประชุม พอใจกบั การเปิ ดโอกาสใหท้ ุกคนไดแ้ สดงความคิดเห็น
หมู่บา้ น เพือ่ คืนขอ้ มูลและหาวธิ ีในการควบคุมโรคที่ พงึ พอใจใน การประชาสัมพนั ธ์ ขอ้ มลู การป่ วย การให้
เกิดข้ึน 3) บทบาทอาสาสมคั รสาธารณสุขประจา ความรู้ และ กิจกรรมต่างๆ ในการป้ องกนั และควบคุมโรค
หมู่บา้ น มีการรณรงคก์ าจดั แหลง่ เพาะพนั ธุ์ลกู น้ายงุ ลาย ไขเ้ ลือดออกใหป้ ระชาชนทุกคนทราบโดยทว่ั ถึง และพึง
สารวจค่าดชั นีลกู น้ายงุ ลาย และกิจกรรมอ่ืนๆ รวมถึง พอใจกบั การมีส่วนร่วม ร้อยละ 60.0, 60.0 และ 56.4
นวตั กรรมตา่ งๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การป้ องกนั ควบคุมโรค ตามลาดบั
ไขเ้ ลือดออก เช่น การปลูกและใชต้ ะไครห้ อม เพ่ือไล่ยงุ
ในชีวติ ประจาวนั การใชเ้ ปลือกมะกรูด ปูนแดง การประเมินความรู้ก่อนและหลงั การใชร้ ูป
พบวา่ คะแนนเฉล่ียความรู้เก่ียวกบั โรคไขเ้ ลือดออกหลงั
การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกสูง
กวา่ ก่อนการใชร้ ูปแบบ เมื่อทดสอบความแตกต่าง ก่อน-
หลงั การใชร้ ูปแบบ พบวา่ แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั
ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.05 ตารางที่ 1

ตำรำงท่ี 1 ผลการทดสอบความแตกตา่ งของความรู้เก่ียวกบั โรคไขเ้ ลือดออก (n=55)

คะแนนก่อน คะแนนหลงั

ประเด็นการเปรียบทียบ (Pre-Test) (Post-Test) t sig

x S.D. x S.D.

ความรู้เกี่ยวกบั โรคไขเ้ ลือดออก 11.85 1.28 13.29 1.13 -9.52 0.000
*p-value < 0.05

การประเมินการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และ คะแนนเฉล่ียการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และควบคุม
ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกก่อนและหลงั ใชร้ ูปแบบ พบวา่ โรคไขเ้ ลือดออกหลงั การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั และ

185

ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกสูงกวา่ ก่อนการใชร้ ูปแบบการ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก เม่ือทดสอบความ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
แตกตา่ งของการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และควบคุม
โรคไขเ้ ลือดออกก่อน-หลงั การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั
และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกพบวา่ มีความแตกต่างกนั
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.05 ตารางที่ 2

ตำรำงที่ 2 แสดงผลการทดสอบความแตกต่างของการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกก่อน-หลงั
การใชร้ ูปแบบการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก (n=55)

คะแนนก่อน คะแนนหลงั

ประเด็นการเปรียบเทียบ (Pre-Test) (Post-Test) t sig

x S.D. x S.D.

ความรู้เกี่ยวกบั โรคไขเ้ ลือดออก 4.42 0.66 4.44 0.64 -2.63 0.011
*p-value < 0.05

กำรอภิปรำยผล นยั สาคญั ทางสถิติ ดชั นีความชุกชุมของลูกน้ายงุ ลายลดลง
และอรพินท์ พรหมวเิ ศษ, ชาตรี ประชาพพิ ฒั น์และ
1. ชุมชนตระหนกั และมีส่วนร่วม โดยชุมชน
และประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการรณรงคท์ าลาย สาโรจน์ เพชรมณี (2559)9 พบวา่ การประชุมวางแผนดว้ ย
แหลง่ เพาะพนั ธุ์ยงุ ลาย ปรับสภาพแวดลอ้ มบริเวณบา้ นใน กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยใชเ้ ทคนิค
ชุมชนใหส้ ะอาดและใชห้ ลกั 5 ป 1 ข โดยใหเ้ จา้ ของบา้ น กระบวนการ AIC ไดแ้ นวทางในการดาเนินงานป้ องกนั
แตล่ ะหลงั สารวจบริเวณบา้ นตนเองพร้อมทาลายแหล่ง และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก การเปรียบเทียบความรู้เร่ือง
เพาะพนั ธุ์ยงุ ลาย ปรับสภาพแวดลอ้ มบริเวณบา้ น ทุก โรคไขเ้ ลือดออกหลงั อบรมอยใู่ นระดบั สูงถึง ร้อยละ
ครัวเรือนมีการใชท้ รายทีมีฟอสในการกาจดั ลกู น้ายงุ ลาย 75.00 และผลการสารวจค่าดชั นีลูกน้ายงุ ลาย พบวา่ ก่อน
อยา่ งถูกวธิ ี และป้ องกนั ไม่ใหย้ งุ กดั สมาชิกในบา้ น โดย การดาเนินการและหลงั ดาเนินการลดลงและอยใู่ นเกณฑ์
ปฏิบตั ิตามกฎเกณฑข์ องชุมชนอยา่ งเคร่งครัด แลว้ บนั ทึก มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ควรนาแนวทางการมี
ลงแบบฟอร์มที่อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น ส่วนร่วมของชุมชนไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนินงาน
นาไปติดไวท้ ่ีฝาบา้ น รับการตรวจจากอาสาสมคั ร ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกกบั ชุมชนอื่นที่มี
สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นทาใหค้ า่ ดชั นีความชุกของ บริบทคลา้ ยคลึงกนั
ลูกน้ายงุ ลายลดลง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั สุวฒั น์ เรกระโทก
(2553)8 พบวา่ รูปแบบในการป้ องกนั และควบคุมโรค 2. การออกกฎเกณฑข์ องชุมชน ที่มีการออก
ไขเ้ ลือดออกท่ีไดเ้ กิด ประชาชน ผนู้ าชุมชน อาสาสมคั ร กฎเกณฑแ์ ละมาตรการของชุมชน โดยกาหนดให้
สาธารณสุขประจาหมู่บา้ น และ สอบต. ใหค้ วามร่วมมือ ประชาชนตอ้ งร่วมกนั ดูแลปรับสภาพแวดลอ้ มใหถ้ ูก
โดยการเสริมสร้างพลงั อานาจหลงั จากการพฒั นารูปแบบ สุขลกั ษณะ เพ่ือใหท้ ุกครัวเรือนปลอดลูกน้ายงุ ลาย และ
การมีส่วนร่วมร่วมประชาชน พบวา่ ข้นั ตอนการมีส่วน ร่วมกนั ปฏิบตั ิอยา่ งนอ้ ยสปั ดาห์ละ 1 คร้ัง ถา้ บุคคลใด
ร่วม และความตระหนกั สูงกวา่ ก่อนการพฒั นาอยา่ งมี หรือครัวเรือนใดไมใ่ หค้ วามร่วมมือ จะมีมาตรการ
ประกาศเตือนทางหอกระจายขา่ ว แจง้ อาสาสมคั ร
สาธารณสุขประจาหมู่บา้ นผรู้ ับผิดชอบ และหากยงั ไม่

186

ดาเนินการกาหนดปรับเป็ นเงินเพื่อบริจาคพฒั นาหมบู่ า้ น The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
สอดคลอ้ งกบั ธนกร จีระออน (2553)5 ท่ีพบวา่ การออก
กฎเกณฑข์ องชุมชนเป็ นปัจจยั แห่งความสาเร็จในการ ประชาสมั พนั ธ์ จดั กิจกรรมบา้ นน้ีปลอดยงุ ลาย ถวายใน
ป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออก หลวง ผลการแกไ้ ขปัญหาพบลกู น้ายงุ ลายนอ้ ยลงและ
ไม่พบผปู้ ่ วยในชุมชน
3. การมีผนู้ าที่เขม้ แขง็ และกรรมการ
รับผดิ ชอบท่ีชดั เจน ท่ีมีการแต่งต้งั คณะกรรมการและ 5. การสนบั สนุนจากองคก์ รภาคเี ครือขา่ ย
ภาคีเครือขา่ ยระดบั ตาบลหมบู่ า้ นดา้ นการป้ องกนั และ ในชุมชน โดยองคก์ ารบริหารส่วนตาบลจรัส ไดใ้ หก้ าร
ควบคุมโรคไขเ้ ลือดออก รวมถึงการจดั ประชุม สนบั สนุนกิจกรรมงบประมาณผา่ นทางกองทนุ
กรรมการและภาคีเครือข่าย เพ่ือใหท้ ราบบทบาทหนา้ ที่ หลกั ประกนั สุขภาพตาบล และต้งั งบประมาณป้ องกนั
และภาระกิจตามคาสง่ั ส่งผลตอ่ การประสานการ และควบคุมโรคในขอ้ บญั ญตั งิ บประมาณ เจา้ หนา้ ท่ี
ทางานร่วมกนั ไดอ้ ยา่ งดี ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ธนกร จีระ สาธารณสุข ใหก้ ารสนบั สนุนการรณรงคก์ าจดั ลูกน้า
ยงุ ลายและแหลง่ เพาะพนั ธุ์ยงุ ประสานความร่วมมือกบั
ออน (2553)5 ท่ีพบวา่ การมีผนู้ าที่เขม้ แขง็ และมี ภาคีเครือข่าย ร่วมประชุมและแจง้ สถานการณ์โรคใน
กรรมการผรู้ ับผิดชอบอยา่ งชดั เจน เป็ นปัจจยั แห่ง ส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ ง เพอ่ื คืนขอ้ มูลและหาวธิ ีในการควบคุม
ความสาเร็จในการป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออกและ โรคท่ีเกิดข้ึน และอาสาสมคั รสาธารณสุขประจา
ประเสริฐ ไหลหาโคตร์ (2559)10 พบวา่ ปัจจยั แห่ง หมู่บา้ น ท่ีมีการรณรงคก์ าจดั แหลง่ เพาะพนั ธุ์ลกู น้า
ความสาเร็จ คือ 1) ผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย ตอ้ งเขา้ มามีส่วน ยงุ ลาย สารวจคา่ ดชั นีลูกน้ายงุ ลายและกิจกรรมอื่นๆ
ร่วมในการดาเนินงานทุกข้นั ตอนของกิจกรรม 2) มีการ สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ ธนกร จีระออน (2553)5
แบ่งปันและใชท้ รัพยากรร่วมกนั 3) มีการจดั ระบบใน พบวา่ การสนบั สนุนจากองคก์ รภาคีเครือขา่ ยอยา่ ง
การเฝ้ าระวงั โรคในหมบู่ า้ น 4) การทางานเป็ นทีม พอเพียง และต่อเน่ือง เป็นปัจจยั แห่งความสาเร็จในการ
ผเู้ ก่ียวขอ้ งทุกภาคส่วน มีการประสานการทางาน ป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออกและประเสริฐ ไหลหาโคตร์
ร่วมกนั อยา่ งเป็ นเอกภาพ (2559)10 ท่ี โดยพบวา่ ปัจจยั แห่งความสาเร็จ คือ 1) ผมู้ ี
ส่วนไดส้ ่วนเสีย ตอ้ งเขา้ มามีส่วนร่วมในการดาเนินงาน
4. การประชาสมั พนั ธ์ โดยทุกหมู่บา้ น ทุกข้นั ตอนของกิจกรรม 2) มีการแบ่งปันและใช้
ดาเนินการประชาสมั พนั ธผ์ า่ นเสียงตามสายหอกระจาย ทรัพยากรร่วมกนั 3) มีการจดั ระบบในการเฝ้ าระวงั โรค
ข่าวหมู่บา้ น การประชาสมั พนั ธใ์ นวนั ธรรมสวนะ โดย ในหมบู่ า้ น 4) การทางานเป็นทีมผเู้ ก่ียวขอ้ งทุกภาคส่วน
พระภิกษุเทศนา เสียงตามสายภายในโรงเรียน ติดต้งั มีการประสานการทางานร่วมกนั อยา่ งเป็ นเอกภาพ
ป้ ายประชาสมั พนั ธใ์ นโรงเรียน ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ วดั
และการคืนขอ้ มูลในประเดน็ ที่เกี่ยวขอ้ งแก่ชุมชนในที่ ข้อเสนอแนะ
ประชุมประจาเดือนหมบู่ า้ นแตล่ ะหม่บู า้ น เชน่ ผลการ จากผลการศึกษาพบวา่ รูปแบบการ
สารวจความชุกชุมของลกู น้ายงุ ลาย สถานการณ์โรคใน
แตล่ ะเดือน พบวา่ ประชาชนมีการต่ืนตวั เพ่มิ มากข้ึน ดาเนินงานใหบ้ รรลุตามเป้ าหมายได้ แตท่ ้งั น้ีตอ้ งมีพี่
เนื่องจากประชาชนไดท้ ราบสถานการณ์ในพ้นื ที่ ทาให้ เล้ียงในการดาเนินงาน และสนบั สนุนดา้ นขอ้ มูล องค์
ดูแลตนเอง และครอบครัวมากข้นึ ส่งผลใหค้ ่าดชั นี ความรู้ และเป็ นที่ปรึกษาอยา่ งต่อเน่ือง
ความชุกชุมของลกู น้ายงุ ลายลดลง เช่นเดียวกบั
การศึกษาของ นภาภรณ์ อินทรสิทธ์ิ (2550)11 พบวา่ ข้อเสนอแนะในกำรทำศึกษำคร้ังต่อไป
การพฒั นาแนวทางการแกป้ ัญหาโดยการรณรงคแ์ ละ การศึกษาในคร้ังน้ีมขี อ้ จากดั คือ ศึกษาใน
ระหวา่ งที่มีการระบาดของโรคไขเ้ ลือดออกเนื่องจากมี
ขอ้ จากดั ในเร่ืองระยะเวลา การศึกษาคร้ังตอ่ ไป ควร

187

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ศึกษารูปแบบในการป้ องกนั และควบคุมโรคในก่อน
เกิด ขณะเกิดและหลงั เกิดโรคดว้ ย

เอกสำรอ้ำงองิ

1. กองโรคติดตอ่ นาโดยแมลง. สถานการณ์โรคแมลง.[อนิ เตอร์เน็ต]. กรุงเทพ:กระทรวงสาธารณสุข; 2562 [เขา้ ถึงเม่ือ 20 มิ.ย.
2562].เขา้ ถึงไดจ้ าก https://ddc.moph.go.th/

2. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์. สรุปรายงานสถานการณ์โรคไขเ้ ลอื ดออกจงั หวดั สุรินทร์.[เอกสารอดั สาเนา].2562
3. สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบวั เชด. สรุปรายงานสถานการณ์โรคไขเ้ ลือดออก อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์..2562
4. สานกั งานสาธารณสุขอาเภอบวั เชด. สรุปรายงานการสารวจค่าเฉล่ียดชั นีความชุกลกู น้ายงุ ลาย อาเภอบวั เชด จงั หวดั สุรินทร์.

[เอกสารอดั สาเนา]. 2562
5. ธนกร จีระออน. รูปแบบการป้ องกนั โรคไขเ้ ลือดออกในระดบั ชุมชน จงั หวดั บุรีรัมย.์ สาธารณสุขศาสตร์ มหาบณั ฑิต สาขา

การจดั การระบบสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2553.
6. สานกั โรคตดิ ตอ่ นาโดยแมลง. รายงานการประเมินผลการเฝ้ าระวงั ป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกภาพรวมระดบั ประเทศ.

กรุงเทพฯ:โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย, 2554.
7. จีระศกั ด์ิ เจริญพนั ธ์. การจดั การสาธารณสุขในชุมชน.มหาสารคาม:คณะสาธารณสุขศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

[เอกสารอดั สาเนา] 2553.
8. สุวฒั น์ เรกระโทก. การพฒั นารูปแบบการมีส่วนร่วมในการป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกในเขตพ้นื ท่ีสถานีอนามยั

บา้ นหนองใหญ่ ตาบลหว้ ยบง อาเภอด่านขนุ ทด จงั หวดั นครราชสีมา.วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขา
การพฒั นาสุขภาพชุมชน มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั มหาสารคาม, 2553.
9. อรพินท์ พรหมวเิ ศษ, ชาตรี ประชาพพิ ฒั นแ์ ละสาโรจน์ เพชรมณี, 2559. กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้ องกนั และ
ควบคมุ โรคไขเ้ ลือดออก โดยใชเ้ ทคนิคกระบวนการ Appreciation InfluenceControl : บา้ นช่องอินทนิน หมู่ 10 ตาบลตะกกุ
เหนือ อาเภอวภิ าวดี จงั หวดั สุราษฎร์ธานี. วารสารการพฒั นาสุขภาพชุมชน มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. ปี ที่ 4 ฉบบั ท่ี 2 เมษายน
- มิถุนายน 2559 : 167-183
10. ประเสริฐ ไหลหาโคตร์, 2559.การพฒั นารูปแบบการเฝ้ าระวงั ป้ องกนั และควบคมุ โรคไขเ้ ลือดออกในหมบู่ า้ นโดยทีม SRRT
ระดบั ตาบล บา้ นหนองหญา้ ปลอ้ ง ตาบลบ่อใหญ่ อาเภอบรบือ จงั หวดั มหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. ปี ที่
13 ฉบบั ที่ 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2559 : 43-50
11. นภาภรณ์ อินทรสิทธ์ิ. การป้ องกนั และควบคุมโรคไขเ้ ลือดออกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบา้ นบอ่ ตากลา้ อาเภอคาตากลา้
จงั หวดั สกลนคร. วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิตสาขาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์,
มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 2550.

188

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการป้ องกนั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์
ของนกั เรยี นชายในอาเภอตะกว่ั ป่ า จงั หวดั พงั งา

Factors Influencing Prevention Behavior Sexually Transmitted Disease
of Male Student in Takuapa District, Phang-Nga Province.

วทิ ยา ไลส่ กลุ *

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เชิงพรรณนา มีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือศึกษาพฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ของนกั เรียน
ชายในอาเภอตะกว่ั ป่ า จงั หวดั พงั งา และเพอื่ ศึกษาปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้ องกนั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสอบถาม กล่มุ ตวั อยา่ ง จานวน 186 คน วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนา การแจก
แจงความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่าสุด และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวเิ คราะห์ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ ง โดยใช้
สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ของเพียร์สนั ผลการศึกษา พบวา่ ส่วนใหญม่ ีระดบั ความรู้สูง ร้อยละ 61.82 ระดบั ความคิดเห็น
เกี่ยวกบั พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ ภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก (xˉ ±S.D.= 3.85±0.96) ดา้ นท่ีมี
ค่าเฉล่ียสูงสุดคือ ดา้ นแรงจูงใจในการมีเพศสมั พนั ธ์ (xˉ ±S.D.= 3.85±0.964.15± 0.97) อยใู่ นระดบั มาก รองลงมาคือ ดา้ น
พฤติกรรมการมีเพศสมั พนั ธ์ (xˉ ±S.D.= 3.85±0.96 3.80±0.94) อยใู่ นระดบั มาก ส่วนดา้ นท่ีมีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือ ดา้ นการ
ป้ องกนั ตนเองจากโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ (xˉ ±S.D.= 3.85±0.963.73± 0.94) อยใู่ นระดบั มาก ปัจจยั ส่วนบุคคลดา้ น
ประเภทและสงั กดั ของสถานศึกษา ระดบั การศึกษา การพกั อาศยั และการเคยมีเพศสมั พนั ธ์ในลกั ษณะสอดใส่ มีอิทธิพล
ตอ่ พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั <.05 กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีมีระดบั ความรู้
แตกต่างกนั จะมีพฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธท์ ี่แตกต่างกนั อยา่ งนอ้ ย 1 คู่ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ี
ระดบั .05

คำสำคญั : โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์, พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์.

Abstract

This descriptive research were study to factors Influencing protection behavior sexually to transmitted
disease of male student in Takuapa district, Phang-Nga province and study factors influencing protection behavior
sexually transmitted disease of male student in Takuapa district, Phang-Nga province. The data were corrected by
questionnaire. The samples were male student in Takuapa district, Phang-Nga province in 186 persons. The data were
analysis used frequency, percentage, maximum, minimum and standard deviation. Correlation with pearson’s
correlation coefficient. The result found that: most of sample have a high-level education 61.82%, second place have a
middle-level education 26.34%. Protection behavior sexually transmitted disease total was a high-level (xˉ ±S.D.=
3.85±0.96). Motivation in sexually was highest (xˉ ±S.D.= 3.85±0.964.15± 0.97), second place was behavior sexually
(xˉ ±S.D.= 3.85±0.96 3.80±0.944) and protection behavior sexually transmitted disease is lowest (xˉ ±S.D.=
3.85±0.963.73± 0.94). The personal factor part educational category, educational level, stay and use to sexual were

189

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

factors influencing protection behavior sexually transmitted disease significantly (p-value < .05) A difference
education has a difference behavior sexually transmitted disease significantly (p-value < .05) .

Keyword: Sexually Transmitted Disease, Protection Behavior Sexually Transmitted Disease.

บทนำ เพศสมั พนั ธ์ เป็ นอนั ดบั ตน้ ๆ ของจงั หวดั ในจานวนน้ี
มีประชากรที่เป็ นกล่มุ วยั รุ่นรวมอยดู่ ว้ ย สาเหตเุ กิดจาก
โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธเ์ ป็ นปัญหาทาง การไดร้ ับอิทธิพลจากส่ิงแวดลอ้ มรอบ ๆ ตวั ไม่วา่ จะ
การแพทยแ์ ละสาธารณสุขที่สาคญั ทว่ั โลก จากรายงาน เป็ นการเจริญเติบโตของสงั คมเมอื งการมีสถานบนั เทิง
ขององคก์ าร อนามยั โลกพบวา่ มีจานวนผตู้ ดิ เช้ือ เปิ ดใหบ้ ริการในช่วงกลางคืน การเปิ ดกวา้ งในเรื่องเพศ
โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธร์ ายใหม่ทว่ั ภูมิภาคประมาณ ของสงั คม การเปิ ดบริการของร้านอินเทอร์เนต็ และมี
499 ลา้ นคนต่อปี โดยภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ การใชอ้ ินเตอร์เน็ตภายในบา้ น ทาใหว้ ยั รุ่นชายสามารถ
ซ่ึงรวมประเทศไทยอยดู่ ว้ ย มีผตู้ ดิ เช้ือโรคติดต่อทาง เขา้ ถึงส่ือทางเพศมากข้ึนจากอิทธิพลทางสิ่งแวดลอ้ ม
เพศสมั พนั ธร์ ายใหม่ ประมาณ 79 ลา้ นคนต่อปี และมี เหล่าน้ีลว้ นแลว้ แตท่ าใหว้ ยั รุ่นชายในอาเภอตะกว่ั ป่ า
แนวโนม้ ท่ีจะสูงข้ึนทุกประเทศ1จากปัญหาดงั กล่าว จงั หวดั พงั งา มีโอกาสเกิดพฤติกรรมเส่ียงทางเพศได้
พบวา่ พฤติกรรมทางเพศแปรเปลย่ี นตามวถิ ีของการ มาก ดงั น้นั การศึกษาปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรม
เปลี่ยนแปลงทางสงั คมและวฒั นธรรม ในยคุ ปัจจบุ นั การป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธข์ องนกั เรียนชาย
อิทธิพลจากสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ไดเ้ ขา้ มามีบทบาท ในอาเภอตะกวั่ ป่ า จงั หวดั พงั งา จึงมีความจาเป็ น เพ่อื ได้
สาคญั ตอ่ เพศสภาวะโดยเฉพาะในกลุ่มวยั รุ่น การ ขอ้ มลู และแนวทางในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา
เปล่ียนแปลงพฤติกรรมทางเพศถกู เปล่ียนจาก พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ อนั จะนาไปสู่การติดเช้ือโรค
เพศสมั พนั ธ์ระหวา่ งชายกบั หญิง เป็ นชายกบั ชาย และ ติดเช้ือทางเพศสมั พนั ธต์ ่อไปในอนาคต
หญิงกบั หญิง เป็ นตน้ และการมีเพศสมั พนั ธ์ก่อนวยั อนั
ควรกลายเป็ นเรื่องปกติทวั่ ไปในสงั คมไทย วตั ถุประสงค์
นอกจากน้นั อิทธิพลของเทคโนโลยสี ารสนเทศ ไดแ้ ก่
อินเตอร์เน็ต โทรทศั น์ ภาพยนตร์ วซี ีดี หนงั สือลามก 1. เพอ่ื ศึกษาพฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดตอ่
รูปภาพยว่ั ยทุ างเพศ ท่ีสามารถหาดูไดง้ ่ายข้ึนในปัจจุบนั ทางเพศสมั พนั ธข์ องนกั เรียนชายในอาเภอตะกว่ั ป่ า
มีบทบาทสาคญั ยง่ิ ที่ส่งผลยว่ั ยใุ หว้ ยั รุ่นมีความสนใจ จงั หวดั พงั งา
พฤติกรรมทางเพศที่มากข้ึน มีการคบเพอ่ื นต่างเพศ การ
เท่ียวสถานบนั เทิง อีกท้งั การอยรู่ วมกนั เป็ นกล่มุ ของ 2. เพ่ือศึกษาปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม
วยั รุ่นชายท้งั ในและนอกโรงเรียน และพฤติกรรมของ การป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ของนกั เรียนชาย
วยั รุ่นชายมกั เป็ นไปตามเพื่อนหรือคนที่มีชื่อเสียง เช่น ในอาเภอตะกวั่ ป่ า จงั หวดั พงั งา
ดารานกั ร้องที่ตนชื่นชอบ จึงทาใหม้ ีโอกาสเกิดปัญหา
ทางเพศตามมาได2้ วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั

อาเภอตะกว่ั ป่ า จงั หวดั พงั งา เป็ นอาเภอท่ีมี รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั
ประชากรที่ติดเช้ือเอดส์และมีการติดเช้ือทาง เชิงพรรณนา (Descriptive Research)

190

ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ประชากร เป็น The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
นกั เรียนชายท่ีกาลงั ศึกษาอยใู่ นระดบั ช้นั มธั ยมศึกษา Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตอนปลายข้นึ ไปหรือเทียบเท่าในสถานศึกษาในเขต
อาเภอตะกว่ั ป่ า จงั หวดั พงั งา ในปี การศึกษา 2563 ค่าเฉล่ียสูงสุดคือ ดา้ นแรงจูงใจในการมีเพศสมั พนั ธ์ (xˉ
จานวน 1,000 คน กลุ่มตวั อยา่ ง กาหนดขนาดตวั อยา่ ง ±S.D.= 4.15±0.97 อยใู่ นระดบั มาก รองลงมาคือ ดา้ น
โดยใชต้ ารางกาหนดขนาดตวั อยา่ งของเครซ่ีและมอร์ พฤติกรรมการมีเพศสมั พนั ธ์ (xˉ ±S.D.= 3.80±0.94) อยู่
แกน (Krejcie & Morgan, 1970)3 จากประชากรจานวน ในระดบั มาก ส่วนดา้ นที่มีค่าเฉลี่ยต่าที่สุดคือ ดา้ นการ
1,000 คน ไดข้ นาดกลมุ่ ตวั อยา่ ง จานวน 278 คน ผวู้ จิ ยั ป้ องกนั ตนเองจากโรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ อยใู่ น
ทาการคานวณสดั ส่วนขนาดตวั อยา่ งจากสถานศึกษาใน ระดบั มาก (xˉ ±S.D.= 3.73±0.943)
เขตอาเภอตะกวั่ ป่ า จงั หวดั พงั งา ที่มีนกั เรียนชายที่กาลงั
ศึกษาอยใู่ นระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลายข้นึ ไปหรือ ด้ำนกำรวเิ ครำะห์ปัจจยั ที่มีอิทธิพบต่อ
เทียบเท่า จานวน 5 แห่ง พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์
พบวา่ ปัจจยั ส่วนบุคคลดา้ น ประเภทและสงั กดั ของ
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ยั เป็ นแบบสอบถามที่ สถานศึกษา ระดบั การศึกษา การพกั อาศยั และการเคยมี
ผวู้ จิ ยั ออกแบบข้ึน ประกอบดว้ ย 3 ส่วน ดงั น้ี ส่วนที่ 1 เพศสมั พนั ธใ์ นลกั ษณะสอดใส่ มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรม
ปัจจยั ส่วนบุคคลของผตู้ อบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 การป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ อยา่ งมี
ความรู้เก่ียวกบั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ มี ส่วนท่ี 3 นยั สาคญั ทางสถิติท่ี p-value เท่ากบั 0.023, 0.019,
พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ 0.014 และ 0.029 ตามลาดบั ส่วนปัจจยั ดา้ นความรู้
พบวา่ มีระดบั ความรู้แตกต่างกนั จะมีพฤติกรรมการ
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ใชส้ ถิติเชิงพรรณนา การ ป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธท์ ่ีแตกตา่ งกนั อยา่ ง
แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลยี่ คา่ สูงสุด ค่าต่าสุด นอ้ ย 1 คู่ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการวเิ คราะห์ปัจจยั ที่มี
ผลต่อพฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ สรุปและอภิปรำยผล
โดยใชส้ มั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธข์ องเพยี ร์สนั (Pearson’s
Correlation Coefficient) ด้ำนควำมรู้ เกี่ยวกบั โรคตดิ ตอ่ ทาง
เพศสมั พนั ธ์ พบวา่ ส่วนใหญ่มีความรู้ในระดบั สูง อาจ
ผลกำรวจิ ยั เน่ืองมาจากสถานศึกษาส่วนใหญ่ ใหค้ วามสาคญั ใน
การบรรจุเน้ือหาเกี่ยว กบั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์
ด้ำนควำมรู้ เกี่ยวกบั โรคตดิ ต่อทาง ต้งั แตร่ ะดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ และมีการเรียนการ
เพศสมั พนั ธ์ พบวา่ ส่วนใหญม่ ีระดบั ความรู้สูง ร้อยละ สอนในทุกระดบั มาอยา่ งต่อเนื่อง อาจส่งผลใหน้ กั เรียน
61.82 รองลงมา มีระดบั ความรู้ปานกลาง ร้อยละ 26.34 จดจาและเขา้ ใจเก่ียวกบั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธเ์ ป็น
(xˉ ±S.D.= 12.13± 0.88, min-max = 6-15) อยา่ งดี สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของกิริยา ศรีสงคราม
(2559)5 ท่ีวา่ นกั เรียนวทิ ยาลยั เทคโนโลยภี าคตะวนั ออก
ด้ำนพฤตกิ รรม การป้ องกนั โรคตดิ ตอ่ ทาง จงั หวดั ชลบุรี ในปี การศึกษา 2559 มีระดบั ความรู้
เพศสมั พนั ธ์ พบวา่ มีระดบั ความคิดเห็นเกี่ยวกบั เกี่ยวกบั การมีเพศสมั พนั ธ์ในวยั รุ่นอยใู่ นระดบั สูง
พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ รวมท้งั อาจเป็ นเพราะการไดร้ ับการรณรงคจ์ ากรัฐบาล
ภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก (xˉ ±S.D.= 3.85±0.96 ดา้ นท่ีมี และการประชาสมั พนั ธผ์ า่ นสื่อต่าง ๆ เช่น ส่ือความรู้ท่ี
จดั ทาโดยกระทรวงสาธารณสุข โฆษณาทางโทรทศั น์
ของกรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดิการ ของกระทรวงการ

191

พฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์ ที่มีการให้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ความรู้เก่ียวกบั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์และการมี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เพศสมั พนั ธอ์ ยา่ งปลอดภยั และผลเสียของการต้งั ครรภ์
ไมพ่ ร้อม ซ่ึงการท่ีวยั รุ่นไดร้ ับขอ้ มลู จากส่ือท่ีเขา้ ใจง่าย เพศสมั พนั ธ์มากกวา่ การพกั อาศยั อยกู่ บั ผอู้ ื่นหรือพกั
กจ็ ะทาใหว้ ยั รุ่นมีความรู้สูงข้ึนได้ อาศยั ตามลาพงั ซ่ึงไม่สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ
ไพบูลย์ เปรมวดี (2560)7 ท่ีวา่ นกั เรียนชายท่ีพกั อาศยั
ด้ำนปัจจยั ส่วนบุคคล ที่มีอิทธิพลพฤติกรรม กบั บิดามารดา ผปู้ กครองหรือญาติกบั นกั เรียนชายที่อยู่
การป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ ไดแ้ ก่ ประเภท หอพกั หรือเช่าบา้ นอยตู่ ามลาพงั พบวา่ มีพฤติกรรมการ
และสงั กดั ของสถานศึกษา อาจเน่ืองจากการศึกษาน้ี ป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธท์ ่ีไม่แตกต่างกนั
กลมุ่ ตวั อยา่ งมาจากสถานศึกษาหลายหลายประเภท
เช่น มธั ยมศึกษา ประถมศึกษาขยายโอกาสสงั กดั สพฐ. ด้ำนกำรเคยมเี พศสัมพนั ธ์ในลกั ษณะสอดใส่
ประถมศึกษาขยายโอกาสสงั กดั เทศบาล และสถาบนั ที่ พบวา่ มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมการป้ องกนั โรคติดต่อ
อาชีวศึกษา ซ่ึงนกั เรียนที่สงั กดั สถานศึกษาในประเภท ทางเพศสมั พนั ธ์ อาจเนื่องมาจากนกั เรียนท่ีเคยมี
ตา่ ง ๆ อาจมีพฤติกรรมในดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีคอ่ นขา้ ง เพศสมั พนั ธ์มาก่อน และอาจจะมีประสบการณ์อยา่ ง
แตกตา่ งกนั โดยอาจจะเป็ นการอยรู่ ่วมกนั ของนกั เรียน ต่อเนื่องจนเกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมท่ีแตกต่าง
ชายเป็ นส่วนใหญ่ เช่น สถาบนั อาชีวะศึกษา จึงอาจ จากนกั เรียนท่ีไม่เคยมีประสบการณ์ รวมท้งั พฤติกรรม
ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศสมั พนั ธ์ดว้ ยเช่นกนั การป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ สอดคลอ้ งกบั
สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของกิริยา ศรีสงคราม ผลการศึกษาของวพิ รรษา คารินทร์ (2560)6 ท่ีวา่ การ
(2559)5 ที่วา่ ประเภทของสถานศึกษามีความสมั พนั ธ์ เคยมีเพศสมั พนั ธม์ าก่อน มีความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรม
พฤติกรรมการมีเพศสมั พนั ธ์ การป้ องกนั โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์

ด้ำนระดบั กำรศึกษำ ท่ีมีอิทธิพลพฤติกรรม ข้อเสนอแนะ
การป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ อาจเน่ืองมาจาก ข้อเสนอแนะทไี่ ด้จำกกำรวจิ ยั ในคร้ังนี้
นกั เรียนท่ีเรียนอยใู่ นระดบั ท่ีสูงข้นึ จะมีประสบการณ์ 1. ผบู้ ริหารสถานศึกษาทุกประเภทและทุก
ในทุกๆ ดา้ นเพิม่ มากข้ึน และอาจมีความกลา้ เพ่มิ มาก
ข้ึนจากการเขา้ สงั คมกบั เพอื่ นร่วมช้นั เรียน ซ่ึงอาจมี สงั กดั ควรใหค้ วามสาคญั ของการใหค้ วามรู้เก่ียวกบั
พฤติกรรมเลียนแบบจากเพ่ือนร่วมช้นั เรียนที่มีความ โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ รวมท้งั พฤติกรรมการมี
สนิทสนมเพ่ิมมากข้ึนตามระดบั ช้นั เรียน และอาจมีการ เพศสมั พนั ธ์ที่เหมาะสมและปลอดภยั แก่นกั เรียนทุก
พดู คุยแลกเปล่ียนกนั เกี่ยวกบั พฤติกรรมทางเพศของแต่ ระดบั ช้นั อยา่ งตอ่ เนื่อง
ละคน วพิ รรษา คารินทร์ (2560)6 ท่ีวา่ ระดบั การศึกษา
มีความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมทางเพศสมั พนั ธ์ 2. ผบู้ ริหารสถานศึกษาทุกประเภทและทุก
สงั กดั ควรสารวจและเฝ้ าระวงั นกั เรียนท่ีมีการพกั อาศยั
ด้ำนกำรพกั อำศัย ท่ีพบวา่ การพกั อาศยั ที่ กบั เพ่ือนหรือพกั อาศยั ตามลาพงั ใหม้ ีความตระหนกั ถึง
แตกต่างกนั มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้ องกนั ปัญหาและอนั ตรายท่ีอาจจะเกิดข้ึนในการมี
โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ อาจเน่ืองมาจากการท่ี เพศสมั พนั ธ์ก่อนวยั อนั ควร
นกั เรียนมีการพกั อาศยั กบั บิดามารดายอ่ มไดร้ ับการ
ดูแลเอาใจใส่แบบใกลช้ ิด รวมท้งั การควบคุมไมใ่ หอ้ อก ข้อเสนอแนะในกำรทำวจิ ยั คร้ังต่อไป
นอกล่นู อกทาง โดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมทาง 1. ควรมีศึกษาวจิ ยั ในเชิงลึกถึงพฤติกรรมการ
มีเพศสมั พนั ธ์ของนกั เรียนชายถึงแรงจูงใจในดา้ นอื่น ๆ
ที่นอกเหนือจากแบบสอบถาม เพอ่ื กาหนดวธิ ีการแกไ้ ข
ปัญหาและส่งเสริมใหน้ กั เรียนชายมีพฤติกรรมทาง
เพศสมั พนั ธ์ที่เหมาะสม

192

2. ควรมีการศึกษาพฤติกรรมทางเพศสมั พนั ธ์ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ของนกั เรียนหญิงดว้ ย Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กติ ตกิ รรมประกำศ ทาวจิ ยั ในคร้ังน้ี ขอขอบคุณผทู้ รงคุณวฒุ ิท่ีทาหนา้ ท่ีใน
การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ คือ นายวริ ัตน์
ผวู้ จิ ยั ขอขอบคุณ นายอติเทพ จินดา เพาะปลกู สาธารณสุขอาเภอทา้ ยเหมือง จงั หวดั พงั งา
สาธารณสุขอาเภอตะกวั่ ป่ า จงั หวดั พงั งา ที่ไดใ้ หก้ าร นางนงนุช จตุราบณั ฑิต นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญ
สนบั สนุน ติดตามความกา้ วหนา้ และใหก้ าลงั ใจในการ การพิเศษ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั พงั งา และ นาย
เกษม วรสิทธิชยั ผอู้ านวยการโรงเรียนเทศบาลบา้ นยา่ น
ยาว เทศบาลเมืองตะกว่ั ป่ า จงั หวดั พงั งา และ
ขอขอบคุณกลมุ่ ตวั อยา่ งทุกท่าน ที่ไดร้ ่วมใหข้ อ้ มูลการ
วจิ ยั ผวู้ จิ ยั ขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสน้ี

เอกสำรอ้ำงองิ

1. กรมควบคุมโรค. (2560). สถานการณ์โรคการติดเชื่อเอชไอวี ประเทศไทย พ.ศ. 2559. นนทบุรี: กองระบาดวทิ ยา
กระทรวงสาธารณสุข.

2. โกวทิ คาพทิ กั ษ.์ (2560). เพศวิทยา. ขอนแก่น: คลงั นานาวทิ ยา.
3. ธีระวฒุ ิ เอกะกลุ . (2551). การวิจัยปฏิบัติการ. อบุ ลราชธานี : ยงสวสั ดอิ์ ินเตอร์กรุ๊ป จากดั .
4. บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธ์ิ. (2549). การวิจัยเชิงปริมาณ. สืบคน้ เม่ือ 20 ตุลาคม 2563, จาก

http://nakhonsawanresearch.blogspot.com/2020/07/quantitative-research.html.
5. กิริยา ศรีสงคราม. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติต่อการมีเพศสัมพนั ธ์ในวยั รุ่น: กรณีศึกรา

นักเรียนวิทยาลยั เทคโนโลยีภาคตะวนั ออก จังหวดั ชลบรุ ี. หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ า
การบริหารทวั่ ไป วทิ ยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวทิ ยาลยั บูรพา.
6. วพิ รรษา คารินทร์. (2560). ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธก์ บั การมีเพศสมั พนั ธ์ของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาโรงเรียน
ศึกษาสงเคราะห์. หลกั สูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการจดั การการสร้างเสริมสุขภาพ คณะ
สาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
7. ไพบูลย์ เปรมวดี. (2560). พผติกรรมทางการป้ องกนั โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ของนักเรียนชายในเขต ภาค
ตะวนั ออก. หลกั สูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั บูรพา.

193

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปจั จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธต์ อ่ การปฏบิ ตั งิ านในการคดั กรองโรคเรอื้ รงั
ของอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาหมบู่ า้ น (อสม.) อาเภอจตั รุ สั จงั หวดั ชยั ภมู ิ

Factors Relating to the Performance of Screening for Chronic Diseases of
the Village Health Volunteers, Chatturat District, Chaiyaphum Province

สายณั ห์ สวุ รรณโรจน*์

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั น้ีเป็ นการวจิ ยั เชิงสารวจ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื 1) ศึกษาระดบั ปัจจยั ดา้ นความรู้ เจตคติ ทกั ษะปฏิบตั ิ
แรงจูงใจ และแรงสนบั สนุนทางสงั คมในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม. 2) ศึกษาปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธต์ ่อ
การปฏิบตั ิงานในการคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม. กลุ่มตวั อยา่ ง กาหนดขนาดจากสูตรของ Taro Yamane จานวน 340 คน
สุ่มแบบกาหนดสดั ส่วนดว้ ยวธิ ีจบั ฉลาก ในส่วนของวธิ ีวจิ ยั เชิงคุณภาพ เจาะจงเลือกผใู้ หข้ อ้ มูลสาคญั จานวน 35 คน
เคร่ืองมือวจิ ยั เป็ นแบบสอบถามและการสนทนากลุม่ วเิ คราะห์ขอ้ มูล ดว้ ยคา่ ร้อยละ คา่ เฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คา่
สหสมั พนั ธ์ของเพยี ร์สนั และค่าสหสมั พนั ธ์ของ สเปี ยร์แมน และการวเิ คราะห์เน้ือหา ผลการวจิ ยั พบวา่ อสม. เป็นเพศ
หญิงมากกวา่ เพศชาย (ร้อยละ 63.83) ส่วนใหญ่แลว้ มีอายมุ ากกวา่ 50 ปี (ร้อยละ 50.29) จบการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา
(ร้อยละ 55.59) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 55.59) และมีรายไดต้ อ่ เดือนต่ากวา่ 15,000 บาท (ร้อยละ 48.52) มี
ความรู้ (ร้อยละ 56.47) เจตคติ (xˉ ±S.D.= 3.35±0.67) ทกั ษะปฏิบตั ิ (xˉ ±S.D.= 3.64±0.07) แรงจูงใจ (xˉ ±S.D.=3.6±
0.91) และแรงสนบั สนุนทางสงั คม (xˉ ±S.D.= 3.33±0.91) ในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังระดบั ปานกลาง
เช่นเดียวกนั ท้งั หมด และมีผลการปฏิบตั ิงานภาพรวมในระดบั ปานกลาง (ร้อยละ 56.47) ในการปฏิบตั ิงานมี
ความสมั พนั ธ์ทางบวก กบั รายได้ (r=0.12) เจตคติ (r=0.11) แรงจูงใจ (r=0.12) และแรงสนบั สนุนทางสงั คม (r=0.13)
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.05

คำสำคญั : การปฏิบตั ิงาน, การคดั กรองโรคเร้ือรัง, อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น

Abstract

The objectives of this survey research were to 1) study factors level of knowledge, attitude, practice,
incentive, and social support to the performance of screening for chronic diseases of the village health volunteers,
2) 3) study the factors relating to the performance of screening for chronic diseases of the VHVs. The sample was
determined from Taro Yamane's recipe at 340 VHVs. The key performance persons of qualitative research at 35
persons were purposively. . Research tools include by questionnaire and group discussion issues. The data were

194

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

analyzed by percentage, mean, standard deviation Pearson's correlation and Spearman's correlation, and content
analysis. The results of the research were as follows: The VHV samples were more females than males (63.83 %),
over 50 years old (50.29%), completed secondary education (55.59%), working in agriculture (55.59 %), and monthly
income less than 15,000 baht (48.52%) knowledge (56.47 %), attitude (xˉ ±S.D.= 3.35±0.67), practice (xˉ ±S.D.=
3.64±0.07), incentive (ˉx ±S.D.=3.6± 0.91), and social support (xˉ ±S.D.= 3.33±0.91) likewise, all of the performance
of screening for chronic diseases at the moderate level. Overall performance was a moderate level (56.47 percent).
The performance of VHVs was no relationship with gender, age, education level, occupation, knowledge, and
practical skills but a significantly positive correlation with income (r=0.12), attitude (r=0.11), motivation (r=0.12), and
social support (r=0.13) at the 0.05 level.

Keywords: Performance, Screening for Chronic Diseases, Village Health Volunteers

* สาธารณสุขอาเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ

บทนำ นโยบายในการพฒั นาระดบั ตา่ งๆ จนถึงระดบั ประเทศ
(สานกั นายกรัฐมนตรี, 2562; กระทรวงสาธารณสุข,
โรคไม่ติดตอ่ เร้ือรัง (non-communicable 2561; คณะกรรมการอานวยการจดั ทาแผนพฒั นา
diseases) เป็ นกล่มุ โรคท่ีเป็ นปัญหาสุขภาพอนั ดบั หน่ึง สุขภาพแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12, 2559)
ของโลก และของประเทศไทยในปัจจุบนั เป็ นสาเหตุ
การตายและการเจ็บป่ วยของวยั ผใู้ หญ่ทวั่ โลก ถึง 2 ใน ก า ร ด า เ นิ น ง า น สุ ข ภ า พ ภ า ค ป ร ะ ช า ช น มี
3 (สุพตั รา ศรีวณิชชากร, 2560) การเฝ้ าระวงั และ ปฏิสัมพนั ธ์กับระบบสุขภาพเชิงวิชาชีพและระบบ
ป้ องกนั ควบคุมโรคไมต่ ิดตอ่ ในชมุ ชน ดาเนินการ สุขภาพทอ้ งถิ่น (สานกั นายกรัฐมนตรี, 2562; กระทรวง
ภายใตง้ านสุขภาพภาคประชาชน เป็ นกระบวนการ สาธารณสุข, 2559) ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์การดาเนินงานที่
สร้างสุขภาวะข้นั พ้นื ฐานภายใตก้ ารมีส่วนร่วมแบบ นาไปสู่เป้ าหมายของการพฒั นาสุขภาพภาคประชาชน
พลงั เครือขา่ ย การบริหารจดั การ ของสมาชิกของสงั คม (กระทรวงสาธารณสุข, 2561) ฉะน้นั การเฝ้ าระวงั และ
หรือชุมชนจากการสนบั สนุนองคค์ วามรู้ เทคโนโลยี ป้ องกนั ควบคุมโรคไมต่ ิดต่อในชุมชน จาเป็ นอยา่ งยงิ่ ที่
และทรัพยากรท่ีจาเป็ นจากภาครฐั และภาคเอกชน แลว้ ตอ้ งอาศยั การปฏิบตั ิงานของอาสาสมคั รสาธารณสุขท่ีมี
พฒั นาการเป็ นวฒั นธรรมการดูแลความสุขสมบูรณ์ทาง บทบาทในการดาเนินงานสุขภาพภาคประชาชนเป็ น
สุขภาพกายและใจความเป็ นอยู่ และคุณภาพชีวติ ทุกมิติ สาคญั
ในลกั ษณะองคร์ วม ท่ีมีการกาหนดนโยบาย เป้ าหมาย
ตวั ช้ีวดั และกลวธิ ี ภายใตพ้ ลวตั ความตอ้ งการของ อาเภอจตั ุรัส จงั หวดั ชยั ภมู ิ มีผลการ
ชุมชน เชื่อมโยงกบั บริบททางสภาวะแวดลอ้ ม ดาเนินงานคดั กรองโรคไม่ตดิ ต่อได้ สถานการณ์โรค
เศรษฐกิจ สงั คม การเมือง วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน เร้ือรัง ของอาเภอจตั ุรัส (สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ
ครอบครัว และสมาชิกชุมชน อนั เป็ นทุนทางสงั คม จตั ุรัส, 2563) มีอตั ราป่ วยดว้ ยโรคเบาหวาน ความดนั
เป็ นกลไกที่ส่งเสริม สนบั สนุน และกาหนดทิศทาง โลหิตสูง ต้งั แตป่ ี 2561-2563 พบวา่ มีอตั ราป่ วยมี
แนวโนม้ เพมิ่ ข้นึ โดยพลผปู้ ่ วยโรคเบาหวานใน ปี 2561
จานวน 2,265 ราย ปี 2562 จานวน 2,582 ราย และปี

195

2563 จานวน 2,884 ราย อตั ราป่ วย 2.98, 3.40 และ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
3.80 ต่อแสนประชากรตามลาดบั และพบผปู้ ่ วยโรค Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ความดนั โลหิตสูง ปี 2561 จานวน 4,325 ราย, ปี 2562
จานวน 4,892 ราย และปี 2563 จานวน 5,412 ราย รูปแบบการวจิ ยั การวจิ ยั น้ีเป็นการวจิ ยั เชิง
อตั ราป่ วย 5.70, 6.45 และ 7.14 ตอ่ แสนประชากร สารวจ (Survey research) ท่ีใชท้ ้งั การวจิ ยั เชิงปริมาณ
ตามลาดบั และการคดั กรองโรคเร้ือรังในกลุม่ และการวจิ ยั เชิงคุณภาพ
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงของอาเภอจตั รุ ัสสามารถดาเนินการ
ไดเ้ พยี ง ร้อยละ 42.60 เท่าน้นั (เขตบริการสุขภาพท่ี 9, ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ประชากร เป็ น
2563) แลว้ ยงั มีอตั ราป่ วยที่มีแนวโนม้ สูงข้ึน อสม. ท่ีปฏิบตั งิ านในพ้นื ที่ 9 ตาบลของอาเภอจตั รุ ัส
จานวน 2,278 คน กลมุ่ ตวั อยา่ งกาหนดขนาดจากสูตร
การดาเนินการคดั กรองผปู้ ่ วยโรคไม่ติดตอ่ ของ Taro Yamane ท่ีระดบั ความคลาดเคลื่อน ที่ 0.05
เร้ือรังในชุมชนของอาเภอจตั ุรัส มี อสม. เป็ นผู้ ไดข้ นาดกลุม่ ตวั อยา่ ง จานวน 340 คน สุ่มตวั อยา่ งแบบ
ดาเนินงานและประสานงานกบั เจา้ หนา้ ที่สาธารณสุข กาหนดสดั ส่วนดว้ ยวธิ ีจบั ฉลาก ผวู้ จิ ยั เกบ็ ขอ้ มูลเกบ็
ในพ้ืนที่เป็นหลกั ผวู้ จิ ยั จึงมีความสนใจในปัญหาการ ขอ้ มูลเชิงคุณภาพตามประเดน็ การสนทนากลมุ่ จาก
วจิ ยั ที่นาไปสู่การกาหนดแนวทาง ในการส่งเสริมการ ผใู้ หข้ อ้ มูลสาคญั (Key Performances) รวมท้งั สิ้น 35
ปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังของอาสาสมคั ร คน
สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นของอาเภอจตั รุ ัส ให้
ประชาชนในพ้ืนที่มีสุขภาพและคุณภาพชีวติ ที่ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ยั เป็ นแบบสอบถาม มี
เหมาะสมในการดารงชีวติ ท่ามกลางกระแสการ คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของขอ้ คาถามกบั นิยามท่ี
เปลี่ยนแปลงของโลกตอ่ ไป กาหนดไว้ ไดค้ ่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (Index of Item
Objective Congruence: IOC) การสร้างเครื่องมือและ
วตั ถุประสงค์ การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่เป็ นประเดน็ การ
สนทนากลุ่มสาหรับการกาหนดแนวทางการปฏิบตั ิงาน
1. เพ่ือศึกษาระดบั ปัจจยั ดา้ นความรู้ เจตคติ คดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม. นาประเดน็ การสนทนา
ทกั ษะปฏิบตั ิ แรงจงู ใจ และแรงสนบั สนุนทางสงั คม กลมุ่ ที่สร้างข้ึนเสนอใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 5 คน
ในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังของอาสาสมคั ร ตรวจสอบความถกู ตอ้ งชดั เจนดา้ นภาษา ความเท่ียงตรง
สาธารณสุขประจาหมูบ่ า้ นของอาเภอจตั รุ ัส จงั หวดั เชิงเน้ือหาและโครงสร้าง และความเหมาะสมของ
ชยั ภูมิ ขอ้ ความกบั นิยามที่กาหนดไว้ แลว้ นามาวเิ คราะห์คา่
ดชั นีความสอดคลอ้ ง ไดค้ ่าดชั นีความสอดคลอ้ งที่ 0.82
2. เพือ่ ศึกษาปัจจยั ท่ีมคี วามสมั พนั ธต์ อ่ การ ปรับปรุงแกไ้ ขตามท่ีทรงคุณวฒุ ิเสนอแนะ จากน้นั
ปฏิบตั ิงานในการคดั กรองโรคเร้ือรังของอาสาสมคั ร นาไปเกบ็ ขอ้ มูลในพ้ืนที่
สาธารณสุขประจาหมู่บา้ นของ อาเภอจตั ุรัส จงั หวดั
ชยั ภมู ิ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ขอ้ มูลเชิงปริมาณ
วเิ คราะหด์ ว้ ย คา่ ร้อยละ (Percentage) คา่ เฉล่ีย (Mean)
วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
Pearson's correlation และ Spearman's correlation
ขอ้ มูลเชิงคุณภาพวเิ คราะห์ดว้ ยการวเิ คราะห์เน้ือหา
(Content Analysis)

196

ผลกำรศึกษำ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผวู้ จิ ยั ไดผ้ ลการวจิ ยั ตามวตั ถุประสงค์ ดงั น้ี
3. ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์ตอ่ การปฏิบตั ิงาน
1. ผลการศึกษาระดบั ปัจจยั ดา้ นความรู้ เจต ในการคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม. อาเภอจตั ุรัส
คติ ทกั ษะปฏิบตั ิ แรงจูงใจ และแรงสนบั สนุนทาง จงั หวดั ชยั ภูมิ พบวา่ ในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรค
สงั คม ในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรงั ของ อสม. เร้ือรังของ อสม. ไมม่ ีความสมั พนั ธ์กบั ปัจจยั ส่วนบคุ คล
อาเภอจตั ุรัส จงั หวดั ชยั ภมู ิ พบวา่ อสม. กล่มุ ตวั อยา่ ง ดา้ นเพศ อายุ ระดบั การศึกษาและอาชีพ รวมถึงไมม่ ี
เป็ น เพศหญิงมากกวา่ เพศชาย (ร้อยละ 63.83) ส่วน ความสมั พนั ธ์กบั ปัจจยั ดา้ นความรู้และปัจจยั ดา้ นทกั ษะ
ใหญ่แลว้ มีอายมุ ากกวา่ 50 ปี (ร้อยละ 50.29) จบ ปฏิบตั ิ แตจ่ ะมคี วามสมั พนั ธก์ บั ปัจจยั ส่วนบุคคลดา้ น
การศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา (ร้อยละ 55.59) ประกอบ รายไดต้ ่อเดือน ปัจจยั ดา้ นเจตคติ ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ
อาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 55.59) และมีรายไดต้ ่อ และปัจจยั ดา้ นแรงสนบั สนุนทางสงั คมอยา่ งมีนยั สาคญั
เดือนต่ากวา่ 15,000 บาท (ร้อยละ 48.52) มีความรู้ (ร้อย ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 โดยมีค่าระดบั ความสมั พนั ธ์
ละ 56.47) มีความรู้ (ร้อยละ 56.47) เจตคติ (xˉ ±S.D.= ของการปฏิบตั ิงานในการคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม.
3.35±0.67) ทกั ษะปฏิบตั ิ (xˉ ±S.D.= 3.64±0.07) จะมีความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั ปัจจยั ส่วนบุคคล ดา้ น
แรงจูงใจ (xˉ ±S.D.=3.6± 0.91) และแรงสนบั สนุนทาง รายไดต้ อ่ เดือน (r=0.12) ปัจจยั ดา้ นเจตคติ (r=0.11)
สงั คม (xˉ ±S.D.= 3.33±0.91) ในการปฏิบตั ิงานคดั ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ (r=0.12) และปัจจยั ดา้ นแรง
กรองโรคเร้ือรังในระดบั ปานกลางเช่นเดียวกนั ท้งั หมด สนบั สนุนทางสงั คม (r=0.13) แต่ไม่มากนกั กลา่ วคือ
หากมีรายไดเ้ พิ่มข้ึน รวมถึงไดร้ บั การสร้างเสริมเจตคติ
2. การปฏิบัติงานคดั กรองโรคเร้ือรังของ การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบตั งิ าน และสงั คมใหก้ าร
อสม. พบวา่ อสม. มีผลการปฏิบตั ิงานภาพรวมในระดบั สนบั สนุนใหค้ วามร่วมมือในการปฏิบตั ิงาน อสม.จะมี
ปานกลาง ที่มีผลการปฏิบัติงานคดั กรองโรคเร้ือรัง ผลการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังดีข้ึน ตารางท่ี 1
ระดบั ผลคะแนนรวม ร้อยละ 56.47

197

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 1 แสดงปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์ตอ่ การปฏิบตั ิงานในการคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม.

รำยกำรปัจจยั กำรปฏบิ ัตงิ ำนในกำรคดั กรองโรคเรือ้ รังของ อสม.
r p-value
ปัจจยั ส่วนบุคคล
เพศ 0.02 0.74
อายุ -0.04 0.52
ระดบั การศึกษา 0.02 0.76
อาชีพ 0.04 0.46
รายไดต้ ่อเดือน 0.12* 0.05
0.07 0.19
ปัจจยั ดา้ นความรู้ 0.11* 0.04
ปัจจยั ดา้ นเจตคติ 0.11 0.06
ปัจจยั ดา้ นทกั ษะปฏิบตั ิ 0.12* 0.03
ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ 0.13* 0.04
ปัจจยั ดา้ นแรงสนบั สนุนทางสงั คม

4. แนวทางการส่งเสริมการปฏิบตั ิงานคดั ในการปฏิบตั ิงานใหอ้ ยากทางาน อาจเป็นของขวญั
กรองโรคเร้ือรังของอาสาสมคั รสาธารณสุขประจา รางวลั หรือส่ิงตอบแทนอื่นท่ีเหมาะสมกบั สถานการณ์
หมู่บา้ นของอาเภอจตั ุรัส จงั หวดั ชยั ภูมิ พบวา่ 1) ตอ้ ง 4) จดั ทาโครงการประชาสมั พนั ธ์ใหช้ ุมชนและสงั คม
เพิม่ รายไดใ้ หก้ บั อสม. สาหรับเป็นคา่ ใชจ้ ่ายให้ เห็นความดีงามในการปฏิบตั ิงานของ อสม. เชิดชูเกียรติ
เพยี งพอเหมาะสมกบั การเสียสละเวลาในการ รวมถึงใหค้ วามร่วมมือในการปฏิบตั ิงานร่วมกบั อสม.
ปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรงั ในพ้ืนท่ีอนั เป็ นการ
ชดเชยเวลาในการประกอบอาชีพเพ่อื หารายไดส้ าหรับ สรุปและวจิ ำรณ์
ตนเอง หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งตอ้ งกาหนดมาตรการ
สาหรับการเพิ่มคา่ ใชจ้ ่ายใหก้ บั อสม. ในทางใดทาง จากผลการวจิ ยั ที่ พบวา่ อสม. กลุ่มตวั อยา่ ง
หน่ึง 2) ตอ้ งเสริมสร้างเจตคติท่ีถกู ตอ้ งในการ ที่ใชใ้ นการวจิ ยั เป็ นเพศหญิงมากกวา่ เพศชาย (ร้อยละ
ปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรงั ใหก้ บั อสม. โดยการ 63.83) ส่วนใหญแ่ ลว้ มีอายมุ ากกวา่ 50 ปี (ร้อยละ
จดั ทาเป็ นโครงการเสริมสร้างเจตคติในการดาเนินงาน 50.29) จบการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา (ร้อยละ 55.59)
คดั กรองโรคเร้ือรงั อนั เป็ นการสร้างความพึงพอใจและ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 55.59) และมี
ทุ่มเทใจในการปฏิบตั ิงานท่ีดี นาไปสู่การปฏิบตั งิ านท่ีมี รายไดต้ ่อเดือนต่ากวา่ 15,000 บาท (ร้อยละ 48.52)
ประสิทธิภาพ 3) กาหนดมาตรการที่เป็นการจูงใจ อสม. มีความรู้ (ร้อยละ 56.47) ) เจตคติ (xˉ ±S.D.= 3.35±0.67)
ทกั ษะปฏิบตั ิ (xˉ ±S.D.= 3.64±0.07) แรงจูงใจ (xˉ

198

±S.D.=3.6± 0.91) และแรงสนบั สนุนทางสงั คม (xˉ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
±S.D.= 3.33±0.91) ในการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรค Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เร้ือรังในระดบั ปานกลางเช่นเดียวกนั ท้งั หมด และมีผล
การปฏิบตั งิ านคดั กรองโรคเร้ือรังภาพรวม ในระดบั ระดบั .05 แรงสนบั สนุนทางสงั คม มีความสมั พนั ธ์กบั
ปานกลาง ท่ีระดบั ผลคะแนนรวมร้อยละ 56.47 โดยใน บทบาทของอสม. อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
การปฏิบตั งิ านคดั กรองโรคเร้ือรังของ อสม. น้นั ไม่มี และผลการวจิ ยั ของ จนั ทร์จิรา อินจีน และคณะ (2562)
ความสมั พนั ธก์ บั ปัจจยั ส่วนบุคคลดา้ นเพศ อายุ ระดบั ท่ีพบวา่ แนวทางการพฒั นาสมรรถนะการคดั กรองโรค
การศึกษา อาชีพ รวมถึงไมม่ ีความสมั พนั ธ์กบั ปัจจยั ไม่ติดตอ่ เร้ือรงั ของอาสาสมคั รสาธารณสุขประจา
ดา้ นความรู้และปัจจยั ดา้ นทกั ษะปฏิบตั ิ แตม่ ี หมบู่ า้ นมีอยู่ 3 วธิ ีคือ 1) วธิ ีการใหค้ วามรู้โดยการ
ความสมั พนั ธ์กบั ปัจจยั ส่วนบุคคลดา้ นรายไดต้ ่อเดือน บรรยาย สาธิตและสาธิตยอ้ นกลบั 2) วธิ ีการสร้าง
ปัจจยั ดา้ นเจตคติ ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ และปัจจยั ดา้ น ทศั นคติ ความคดิ ความรู้สึกโดยการเลา่ ประสบการณ์
แรงสนบั สนุนทางสงั คมอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี และการสะทอ้ นคิด และ 3) วธิ ีการฝึ กทกั ษะจากการ
ระดบั 0.05 โดยมีคา่ ระดบั ความสมั พนั ธ์ของการ ปฏิบตั ิจริง ซ่ึงท้งั 3 วธิ ีการส่งผลให้ อสม.มีความรู้อยใู่ น
ปฏิบตั ิงานมคี วามสมั พนั ธท์ างบวกกบั ปัจจยั ส่วนบคุ คล ระดบั สูง ความสามารถในการ โนม้ นา้ วชกั จูงใจอยใู่ น
ดา้ นรายไดต้ อ่ เดือน (r=0.12) ปัจจยั ดา้ นเจตคติ (r=0.11) ระดบั สูง และทกั ษะการตรวจคดั กรองโรคเบาหวาน
ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ (r=0.12) และปัจจยั ดา้ นแรง และความดนั โลหิตสูง สูงข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ
สนบั สนุนทางสงั คม (r=0.13) แต่ไมม่ ากนกั กลา่ วคือ รวมถึงผลการวจิ ยั ของ เฟื่ องวทิ ย์ ชูตินนั ท์ (2563) ท่ี
หากมีรายไดเ้ พมิ่ ข้ึน รวมถึงไดร้ ับการสร้างเสริมเจตคติ พบวา่ ความสาเร็จของการปฏิบตั ิงานของอาสาสมคั ร
การสร้างแรงจูงใจ ในการปฏิบตั งิ าน และสงั คมใหก้ าร สาธารณสุขประจาหม่บู า้ น (อสม.) อยใู่ นระดบั ดี และ
สนบั สนุนใหค้ วามร่วมมือในการปฏิบตั ิงาน อสม.จะมี ปัจจยั อธิบายการปฏิบตั ิงาน ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นแรงจูงใจ
ผลการปฏิบตั ิงาน คดั กรองโรคเร้ือรังดีข้ึน จาก ภาวะผนู้ า ดา้ นการจดั องคก์ รแห่งการเรียนรู้ ดา้ นการ
ผลการวจิ ยั ดงั กล่าวจาเป็นตอ้ งมีแนวทางในการส่งเสริม สื่อสารและการประสานงานดา้ นการนิเทศและ
การปฏิบตั ิงานของ อสม. โดยกาหนดมาตรการสาหรับ ประเมนิ ผล ดา้ นการจดั สรรงบประมาณ ดา้ นกฎหมาย
การเพม่ิ ค่าใชจ้ ่ายใหก้ บั อสม. จดั ทาโครงการ และดา้ นกลไกทางการเมือง สามารถอธิบายความสาเร็จ
เสริมสร้างเจตคติ ในการดาเนินงานคดั กรองโรคเร้ือรัง ของการปฏิบตั ิงานของ อสม. ไดใ้ นระดบั มาก โดย
กาหนดมาตรการที่เป็ นการจงู ใจ อสม. ในการ ปัจจยั ดา้ นกฎหมายและปัจจยั ดา้ นกลไก ทางการเมือง
ปฏิบตั ิงาน และจดั ทาโครงการประชาสมั พนั ธ์ ให้ เป็ นตวั พยากรณ์ที่ดีท่ีสุด สามารถพยากรณ์ความสาเร็จ
ชุมชนและสงั คมเห็นความสาคญั ของ อสม. ดงั ของการปฏิบตั ิงานของ อสม. ไดร้ ้อยละ 55.70 ซ่ึงมี
ผลการวจิ ยั ของ แจ่มนภา ใขคา และคณะ (2561) ที่ ความสอดคลอ้ งกบั ผลการวจิ ยั น้ี อยา่ งไรกต็ าม
พบวา่ ปัจจยั ส่วนบคุ คล อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ ผลการวจิ ยั น้ี บ่งบอกถึงปัจจยั ทางดา้ นเศรษฐกิจ
ไดแ้ ก่ รายไดข้ อง อสม. สาหรับใชใ้ นการดารงชีวติ
ประจาวนั และปัจจยั ทางสงั คมวฒั นธรรมของชุมชน
ไดแ้ ก่ แรงจูงใจที่ไดร้ ับ และแรงสนบั สนุนทางสงั คม มี

199

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ผลต่อการปฏิบตั ิงานคดั กรองโรคเร้ือรังในพ้ืนท่ี ของ
ชุมชนในอาเภอจตั ุรัส นาไปสู่การมีเจตคตทิ ่ีดีต่อการ
ปฏิบตั ิงานที่มีประสิทธิภาพ

เอกสำรอ้ำงองิ

กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานประจาปี 2563 กองโรคไมต่ ดิ ต่อ. นนทบุรี: สานกั พิมพอ์ กั ษรกราฟฟิ คแอนด์
ดีไซน์.

กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถานการณ์การดาเนินงานดา้ นการป้ องกนั ควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs). นนทบุรี:
สานกั โรคไม่ติดตอ่ กรมควบคุมโรค.

กระทรวงสาธารณสุข. (2559). รายงานประจาปี 2559. กรุงเทพฯ: โรงพิมพอ์ งคก์ ารสงเคราะห์ทหารผา่ นศึก ในพระบรม
ราชูปถมั ภ.์

เขตบริการสุขภาพที่ 9. (2563). รายงานประจาปี 2559. นครราชสีมา: เขตบริการสุขภาพที่ 9.
คณะกรรมการอานวยการจดั ทาแผนพฒั นาสุขภาพแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12. (2559). แผนพฒั นาสุขภาพแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12

(2560-2564). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
จนั ทร์จิรา อินจีน และคณะ. (2562). การพฒั นาสมรรถนะการคดั กรองโรคไม่ติดตอ่ เร้ือรังของอาสาสมคั รสาธารณสุข

ประจาหมูบ่ า้ น:การสงั เคราะห์งานวจิ ยั อยา่ งเป็ นระบบ. Veridian E-Journal, Silpakorn University Humanities,
Social Sciences and arts. 12(6); 1175-1191.
แจ่มนภา ใขคา และคณะ. (2561). ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั บทบาทของอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นในการ
ส่งเสริมสุขภาพผสู้ ูงอายุ ตาบลธาตุ อาเภอวารินชาราบ จงั หวดั อุบลราชธานี. วารสารวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตร์
สุขภาพ. 12(2); 59-68.
เฟื่ องวทิ ย์ ชูตินนั ท.์ (2563). ปัจจยั ที่มีผลตอ่ ความสาเร็จของการปฏิบตั ิงานของอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น
(อสม.). วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั อีสเทิร์นเอเชีย (สงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์). 10(2); 123-135.
ราชกิจจานุเบกษา. (2554). ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขวา่ ดว้ ยอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น พ.ศ. ๒๕๕๔ เล่ม
128 ตอนพิเศษ 33 ง.
สุพตั รา ศรีวณิชชากร. (2560). สถานการณ์การป่ วยและการตายดว้ ยโรคไมต่ ิดต่อเร้ือรัง (โรคเบาหวาน ชนิดท่ี 2 และ
โรคหวั ใจและหลอดเลือด) ในประเทศไทย ในระยะ 5 ปี (2553-2557). วารสารควบคุมโรค. 43(4); 379-390.
สานกั งานสาธารณสุขอาเภอจตั รุ ัส. (2563). รายงานประจาปี 2563 ชยั ภูมิ: สานกั งานสาธารณสุขอาเภอจตั รุ ัส.
สานกั นายกรัฐมนตรี. (2562). คาแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรี (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี). กรุงเทพฯ:
สานกั งานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.

200


Click to View FlipBook Version