ในพ้นื ที่อาเภอวงั ยางจงั หวดั นครพนมในระยะท่ี 3 The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ต่อไป Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
กำรศึกษำวจิ ยั ระยะที่ 3 (Phase 3): กำร กำรทดสอบควำมไว ควำมจำเพำะ ค่ำ
ประยกุ ต์ใช้รูปแบบกำรคดั กรองพฤตกิ รรมเส่ียงในกำร พยำกรณ์บวกและค่ำพยำกรณ์ลบของแบบคดั กรอง
เฝ้ ำระวงั กล่มุ เสี่ยง ส่วนใหญเ่ ป็นเพศชาย ร้อยละ 83.33
มีช่วงอายตุ ้งั แต่ 13-39 ปี (Mean = 19.27, SD = 6.62) “สัญญำณเตอื นใจ พูดคุยจำกใจ เตอื นภัยยำเสพตดิ ”
สถานภาพโสด ร้อยละ 86.67 เป็นนกั เรียน/นกั ศึกษา ในการศึกษาระยะที่ 2 และ 3 โดย ในการศึกษา
ร้อยละ 50.00 และวา่ งงาน ร้อยละ 20.00 รายไดเ้ ฉลี่ยอยู่ ระยะที่ 2 มีค่าความไว ความจาเพาะ คา่ พยากรณ์บวก
ที่ 2,233 บาท มีจานวนสมาชิกในครอบครัวต้งั แต่ 2-8 และค่าพยากรณ์ลบ เท่ากบั ร้อยละ 97.70, 93.70, 97.70,
คน (Mean = 4.50, SD = 1.78) มีลกั ษณะเป็ นครอบครัว 93.70 ตามลาดบั การศึกษาในระยะที่ 3 มีค่าความไว
เดี่ยว ร้อยละ 53.33 พบความเส่ียงการใชย้ าและสาร ลดลงแตม่ ีความจาเพาะมากข้นึ และเมื่อพิจารณาผลการ
เสพติดในระดบั ปานกลาง ร้อยละ 70.00 ตรวจพบยา ทดสอบท่ีไดจ้ ากแบบ คดั กรองที่คดั เฉพาะคาถามที่
และสารเสพติดในปัสสาวะ ร้อยละ 46.67 และใหก้ าร เป็ นปัจจยั เสี่ยงอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ จานวน 4 ขอ้
“สารภาพ” ยอมรับในการใชย้ าและสารเสพติด ร้อยละ คาถามพบวา่ มีค่าความไวและค่าความจาเพาะสูงข้ึน
23.33 รองลงมาคือมีความเสี่ยงในระดบั ต่า ร้อยละ (ร้อยละ 100) เมื่อเทียบกบั แบบคดั กรอง 15 ขอ้
16.67
รูปแบบกำรคดั กรองพฤตกิ รรมเสี่ยงกำรใช้ยำ
พฤติกรรมเสี่ยงท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั การใชย้ า
และสารเสพติด อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั 0.05 และสำรเสพตดิ ของประชำชนในจงั หวดั นครพนม
มีท้งั หมด 4 ขอ้ ไดแ้ ก่ ขอ้ ท่ี 2 หนา้ ตาดูไม่สดใส การศึกษาคร้ังน้ีสามารถสร้างรูปแบบการคดั กรอง
ผวิ พรรณดูหมองคล้า (RR= 2.00, 95% CI ; 1.01 – 3.99, พฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดรูปแบบใหม่
p < 0.001) ขอ้ ที่ 8 มีพฤติกรรมการใชจ้ ่ายเงินสิ้นเปลือง “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด” ที่
ผิดปกติ หรืออาจจะมีพฤติกรรมลกั ขโมยเงินหรือ ใชน้ วตั กรรมแบบคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและ
ทรัพยส์ ิน (RR= 1.44, 95% CI; 1.01 – 2.08, p = 0.014) สารเสพติดท่ีมีความแมน่ ยา คือมีค่าความไวและ
ขอ้ ที่ 12 ใหค้ วามสาคญั และความสนใจกบั กลุ่มเพอื่ น ความจาเพาะสูง ร่วมกบั การสงั เกตแบบมีส่วนร่วม และ
ฝงู มากกวา่ ครอบครัวของตนเอง (RR= 1.40, 95% CI; การพดู คุยเพือ่ ใหเ้ กิดความไวเ้ น้ือเชื่อใจอยา่ งนอ้ ย 2-3
1.01 – 1.95, p = 0.022) และขอ้ ที่ 13 ไมค่ ่อยอาศยั อยู่ คร้ัง ซ่ึงสามารถใชเ้ ฝ้ าระวงั และทาใหด้ าเนินการดูแล
ภายในบา้ น มีการออกนอกบา้ นบ่อยคร้ัง/มีการไปเที่ยว ช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที ดงั สรุปตาม
เวลากลางคืนบ่อยคร้ัง (RR= 1.57, 95% CI; 1.01 – แผนภาพที่ 1 นอกจากน้ียงั พบวา่ ผปู้ กครองมีความพึง
2.46, p = 0.005) พอใจรูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและ
สารเสพติด ร้อยละ 95.00 พึงพอใจตอ่ แบบคดั กรอง
ร้อยละ 98.00 และมีความพงึ พอใจตอ่ การนารูปแบบ
การคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด
ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ท่ากบั ร้อยละ 97.00
101
หลกั การ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
วตั ถปุ ระสงค์
เครื่องมือท่ีใช้ 1. การสร้างสมั พนั ธภาพเพ่ือความไวว้ างใจ
ในการคดั กรอง 2. การสมั ภาษณ์เชิงลึก
วธิ ีการดาเนินงาน 3. การสงั เกตแุ บบบมีส่วนร่วม
ตามรูปแบบ
1. ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติดของกลุ่มเส่ียง
การประเมินรูปแบบ 2. ให้ผปู้ กครองเฝ้ าระวงั พฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดบคุ คลในครอบครัว
เงื่อนไขแห่ง 1. คดั กรองพฤติกรรมเส่ียง “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด” จานวน 15 ขอ้
ความสาเร็จ 2. ความพึงพอใจรูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติด
1. การพดู คุยอยา่ งจริงใจ สร้างความคุน้ เคย และความไวว้ างใจอยา่ งนอ้ ย 2-3 คร้ัง
2. การประเมินพฤติกรรมเสี่ยงตามแบบคดั กรอง จานวน 15 ขอ้
3. การสงั เกตแบบมีส่วนร่วม
4. การสมั ภาษณ์ความพงึ พอใจต่อรูปแบบการแบบคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยง
5.
1. ประสิทธิภาพของแบบคดั กรองพฤติกรรมเส่ียง (ความไว, ความจาเพาะ)
2. ระดบั พฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติด
3. ความพึงพอใจของผใู้ ชร้ ูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด
1. ความมุ่งมน่ั ต้งั ใจและจริงใจของผปู้ ระเมิน
2. ทกั ษะการสื่อสารของผปู้ ระเมิน
3. เทคนิคการสร้างสมั พนั ธภาพเพือ่ ใหเ้ กิดความไวว้ างใจระหวา่ งผปู้ ระเมินและกลุ่มเส่ียง
4. ความร่วมมือของครอบครัวและกลุ่มเสี่ยง
ภำพที่ 1 รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด”
102
อภปิ รำยผลกำรศึกษำ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ า
และสารเสพติดในการศึกษาคร้ังน้ี คือ รูปแบบการคดั สถานพยาบาลปฐมภมู ิเพ่ือเพ่มิ โอกาสในการคน้ พบผทู้ ่ี
กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด ใชส้ ารเสพติดที่อาจไม่ถึงข้ึนเสพติดแต่ใชแ้ บบเสี่ยงหรือ
“สัญญำณเตอื นใจ พูดคยุ จำกใจ เตอื นภัยยำเสพตดิ ” ท่ี แบบอนั ตราย ซ่ึงเป็ นกลมุ่ ท่ีมีแนวโนม้ ท่ีจะตอบสนอง
ใชแ้ บบคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติด ตอ่ การบาบดั ไดด้ ี รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยง
ร่วมกบั การสงั เกตแบบมีส่วนร่วมและการพดู คุยอยา่ ง ตอ่ การใชย้ าและสารเสพติดที่พฒั นาข้ึนน้ี สามารถ
จริงใจ จาแนกกลุ่มผเู้ สพก่อนทาการส่งตรวจปัสสาวะเพ่อื หายา
และสารเสพติด โดยพบวา่ ผบู้ าบดั สารภาพวา่ ใชย้ าและ
เน่ืองมาจากยงั ไม่มีรูปแบบการคดั กรอง สารเสพติด ในระยะท่ี 1, 2 และ 3 เท่ากบั 12 ราย
พฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดในเยาวชนหรือ (25.53%), 40 ราย (66.67%) และ 7 ราย (23.33%) ซ่ึง
บุคคลทวั่ ไปมเี พยี งกระบวนการคดั กรองในรูปแบบเดิม การตรวจหายาและสารเสพติดในปัสสาวะกย็ งั มีขอ้ จากดั
ที่ใชแ้ บบรายงานการบาบดั รักษาผใู้ ชส้ ารเสพติดของ อยู่ คือ ไดผ้ ลไม่แม่นยาหากเกิน 24 ชว่ั โมง หลงั การใช้
กระทรวงสาธารณสุข6 ในการคดั กรองและส่งต่อผปู้ ่ วย ยาหรือสารเสพติด และท้งั น้ีกข็ ้ึนอยกู่ บั ปริมาณและ
เพ่อื รับการบาบดั รักษาซ่ึงทราบเพียงความถ่ี เป็ นคาตอบ วธิ ีการเสพซ่ึงกอ็ าจทาใหผ้ ลการตรวจเป็นลบไดห้ ากมี
ฝ่ ายเดียว และเป็นขอ้ มลู เบ้ืองตน้ ตอนแรกรับ ผวู้ จิ ยั จึง การใชย้ าหรือสารเสพผา่ นไปแลว้ เกิน 3 วนั (72 ชวั่ โมง)9
พฒั นาแบบรูปแบบการคดั กรองงพฤติกรรมเส่ียงการใช้ ดงั น้นั การใชร้ ูปแบบแบบคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงจะ
ยาและสารเสพติด “สัญญำณเตอื นใจ พูดคยุ จำกใจ เตอื น สามารถช่วยจดั กลุม่ ผปู้ ่ วยในเบ้ืองตน้ หากผปู้ ่ วยใหก้ าร
ภัยยำเสพตดิ ” เพ่อื ท่ีจะไดท้ ราบถงึ พฤติกรรมเส่ียงท่ี ยอมรับสารภาพวา่ ยงั มีการใชย้ าหรือสารเสพติดอยู่ กจ็ ะ
แทจ้ ริงที่สามารถประเมินระดบั ความเสี่ยงต้งั แตไ่ ม่มี ช่วยลดค่าใชจ้ ่าย (Cost saving) ในการตรวจปัสสาวะ
ความเสี่ยง เส่ียงต่า ปานกลางและสูง ซ่ึงมีความคลา้ ยกนั และการตรวจยนื ยนั ทางหอ้ งปฏิบตั ิการได้ ซ่ึงสอดคลอ้ ง
กบั แบบคดั กรอง ASSIST8 (Alcohol, Smoking, and กบั การศึกษาของกฤษณา ทรัพยส์ ิริโสภา และสิทธิศานต์ิ
Substance Involvement Screening Test) ท่ีเป็นแบบคดั ทรัพยส์ ิริโสภา (2560) การปรับเปล่ียนกระบวนการ
กรองประสบการณ์ในการเสพสุรา ยาสูบ และสารเสพ ดาเนินงานโดยใชก้ ารบริหารจดั การเพื่อใหเ้ กิดการ
ติดตวั อื่น ๆ เช่น กญั ชา โคเคน ยาบา้ ยากล่อมประสาท ทางานเชิงรุกทาใหก้ ลุ่มเป้ าหมายไดร้ ับการตรวจคดั
ยาหลอนประสาท สารระเหย ฝิ่ นและยาอ่ืน ๆ ที่ไดร้ ับ กรองร้อยละ 79.44 เพ่ิมข้ึนจากเดิมร้อยละ 9.63 ไดร้ ับ
การพฒั นาข้ึนโดยองคก์ ารอนามยั โลกและทีมงาน การส่งตอ่ เพอื่ รับการตรวจจากแพทย์ ร้อยละ 100
นกั วจิ ยั จากนานาประเทศ เพอื่ ใชเ้ ป็ นวธิ ีการอยา่ งง่ายใน สามารถลดความแออดั ของการรับบริการได้ 3,461-
การตรวจคดั กรองการดื่มสุรา สูบบุหรี่ และใชส้ ารเสพ 4,357 คน/ปี และช่วยลดค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปรับ
ติดอ่ืน ๆ ที่ออกฤทธ์ิตอ่ จิตประสาท (Psychoactive บริการของผปู้ ่ วยและญาติไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 546,838 บาท10
substances) บอกคา่ คะแนนความเส่ียงจากการใชย้ าและ
สารเสพติดแตล่ ะชนิด ความถี่ รวมถึงผลกระทบหลงั การ พฤติกรรมแสดงออกของผใู้ ชย้ าและสารเสพ
ใชย้ าและสารเสพติดน้นั จดั ระดบั ความเสี่ยงต้งั แต่ ติดสามารถสงั เกตได้ จากความเปลี่ยนแปลงหรือ
ระดบั ความเสี่ยงต่า ปานกลางหรือสูง ทาใหส้ ามารถ ลกั ษณะอาการที่เปล่ียนไป ซ่ึงจาแนกได้ 3 ส่วน คือ การ
กาหนดวธิ ีการรักษาที่เหมาะสมตามระดบั กลุม่ เส่ียงได้ เปล่ียนแปลงทางจิตใจ สงั เกตไดจ้ ากนิสยั ความ
แต่แบบคดั กรอง ASSIST ถกู ออกแบบมาใหใ้ ชใ้ น ประพฤติและบคุ ลิกภาพ เช่น เป็นคนเจา้ อารมณ์
หงุดหงิดง่าย เอาแตใ่ จ ขาดเหตุผล การเปล่ียนแปลงทาง
ร่างกาย เช่น สุขภาพทรุดโทรม ซูบผอม ออ่ นเพลียง่าย
และการเปล่ียนแปลงทางสงั คม เช่น ขาดความ
103
รับผิดชอบในเรื่องการเรียน การทางาน คบเพ่อื นที่เสพ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ยาเสพติด ออกไปเท่ียวนอกบา้ นบ่อยคร้ัง เป็ นตน้ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การศึกษาน้ีพบวา่ พฤติกรรมเสี่ยงที่มีความสมั พนั ธก์ บั
การใชย้ าและสารเสพติดอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ไดแ้ ก่ ไดท้ าการศึกษาความแม่นยาของแบบคดั กรองการใชย้ า
1) หนา้ ตาดูไม่สดใส ผิวพรรณดูหมอง 2) มีพฤติกรรม เสพติดที่ถกู พฒั นาข้ึนใหมส่ าหรับใชใ้ นงานสุขภาพ
การใชจ้ ่ายเงินสิ้นเปลืองผดิ ปกตหิ รืออาจจะมีพฤติกรรม ระดบั ปฐมภูมิ พบวา่ มีการใชเ้ พียง 2 ขอ้ คาถามในการ
ลกั ขโมยเงินหรือทรัพยส์ ิน 3) ใหค้ วามสาคญั และความ คดั กรอง ทาการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ในกลมุ่ ผปู้ ่ วยที่เป็น
สนใจกบั กลมุ่ เพื่อนฝงู มากกวา่ ครอบครัวของตนเอง โรคจากการใชย้ าและสารเสพติด (DUDs) และกลุ่มท่ี
และ 4) ไม่ค่อยอาศยั อยภู่ ายในบา้ น มีการออกนอกบา้ น ไดร้ ับผลขา้ งเคียงจากการใชย้ าและสารเสพติด (NCDU)
บ่อยคร้ัง/มีการไปเที่ยวเวลากลางคืนบ่อยคร้ัง ซ่ึง จานวน 1,283 ราย วเิ คราะห์ค่าทางสถิติไดค้ า่ ความไว
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาปัจจยั เส่ียงการใชย้ าและสารเสพ 100% ค่าความจาเพาะ 93.73% ในกลุ่ม DUDs และไดค้ ่า
ติดและปัจจยั ท่ีมีผลต่อการป้ องกนั ยาเสพติดของเยาวชน ความไว 93.18% ค่าความจาเพาะ 96.03% ในกลุ่ม
ในโรงเรียนมธั ยมศึกษา เขตเทศบาลนครสกลนคร ของ NCDU แบบคดั กรองดงั กลา่ วเหมาะสมในการนามาคดั
สุวพนั ธุ์ คะโยธา และวธุ ิพงศ์ ภกั ดีกลุ (2561) ที่พบวา่ กรองเบ้ืองตน้ ในหน่วยงานสุขภาพปฐมภมู ิ12 ซ่ึง
การเล่นการพนนั การเท่ียวกลางคืน การหนีเรียนเป็น สามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพท้งั ในกลุ่ม DUDs
ปัจจยั เสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติดของเยาวชน (p < และ NCDU จึงอนุมานไดว้ า่ แบบคดั กรอง “สญั ญาณ
0.05) ส่วนปัจจยั ดา้ นความรู้เรื่องสารเสพติดและ เตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด” สามารถที่จะ
กฎหมาย การอา่ นหนงั สือ การออกกาลงั กาย การ คดั กรองผทู้ ี่มคี วามเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดได้
สนบั สนุนของผปู้ กครอง เป็ นปัจจยั ท่ีสามารถร่วมกนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ทานายการป้ องกนั การใชย้ าและสารเสพติดไดร้ ้อยละ
27.50 (R2=0.275; p < 0.05)11 นอกจากน้ียงั พบวา่ สาหรับขอ้ จากดั ในการศึกษาคร้ังน้ี คือ จานวน
ความสมั พนั ธ์ในครอบครัวท่ีมปี ัญหา ครอบครัว ตวั อยา่ งในการทดลองระยะท่ี 3 ยงั นอ้ ย ซ่ึงอาจมีผลต่อ
แตกแยกหรืออาศยั อยกู่ บั ผอู้ น่ื ท่ีไมใ่ ช่พอ่ แม่ ทาให้ ความน่าเช่ือถือของการศึกษาวจิ ยั 13 อยา่ งไรก็ตามการ
นกั เรียนขาดการดูแลเอาใจใส่กเ็ ป็นสาเหตุหน่ึงที่ทาให้ เลือกใชก้ ลุ่มตวั อยา่ งอยา่ งนอ้ ย 30 คน ก็ไดย้ ดึ วธิ ีการตาม
เยาวชนหนั เขา้ หายาเสพติด ระเบียบวธิ ีวจิ ยั ที่เคยมีการใชก้ นั มาแลว้ 7,14 ขอ้ จากดั
ตอ่ มาคือ ความยากลาบากในการเชิญกลุ่มตวั อยา่ งเขา้
การคดั กรองเป็ นวธิ ีเบ้ืองตน้ ในการจาแนกหรือ ร่วมการศึกษา เน่ืองจากกล่มุ ตวั อยา่ งเป็ นกลุม่ ท่ีออ่ นไหว
คดั กรอง ที่สามารถทาไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว ยงิ่ มี สูง และสุดทา้ ยการใชย้ าและสารเสพติดเป็ นส่ิงท่ีสงั คม
ค่าความไวและความจาเพาะสูงยง่ิ ทาใหก้ ารคดั กรองมี ไมใ่ หก้ ารยอมรับ ดงั น้นั จึงมีขอ้ จากดั ในการไดร้ ับขอ้ มลู
ความถูกตอ้ งมากยง่ิ ข้ึน สาหรับแบบคดั กรองพฤติกรรม ท่ีแทจ้ ริงจากกลุม่ ตวั อยา่ ง ซ่ึงหากสามารถขยาย
เส่ียง “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด” ระยะเวลาทาการศึกษา เพื่อทาใหก้ ล่มุ ตวั อยา่ งมีความไว้
ชนิด 15 ขอ้ คาถาม ในระยะที่ 2 มีความไวร้อยละ 97.70 เน้ือเชื่อใจ จะทาใหไ้ ดข้ อ้ มลู ท่ีมีความน่าเช่ือถือสูงสุด
และความจาเพาะร้อยละ 93.70 และในระยะที่ 3 มีความ
ไวร้อยละ 96.20 และความจาเพาะร้อยละ 100 ในส่วน ข้อเสนอแนะจำกกำรศึกษำ
แบบคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงชนิด 4 ขอ้ คาถาม ในระยะ 1. รูปแบบคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ า
ที่ 3 มีความไวและความจาเพาะรอ้ ยละ 100 ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ Tiet Q.Q. และคณะ (2015) และสารเสพติด “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั
ยาเสพติด” สามารถนาไปคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงใน
พ้ืนที่อ่ืน ๆ เนื่องจากมีคา่ ความไวและความจาเพาะสูง
และเหมาะสาหรับการนาไปใช้
2. สามารถนานวตั กรรมแบบคดั กรอง
พฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด “สญั ญาณ
104
เตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด” ไปใชใ้ นการ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
คดั กรองและเฝ้ าระวงั บุตรหลานหรือสมาชิกใน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ครอบครัวได้
2. ควรทาการศึกษาเชิงคุณภาพใน
3. ผปู้ กครองหรือสมาชิกในครอบครัวสามารถ กลุ่มเป้ าหมายจาเพาะ เช่น เยาวชนหรือกลมุ่ นกั เรียน/
ใชพ้ ฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด 4 ประการท่ี นกั ศึกษา ที่ยงั คงเป็ นกลุ่มเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด
คน้ พบจากการศึกษาคร้งั ไป เพอื่ สงั เกตบุ ุตรหลานหรือ เพอ่ื นาขอ้ มูลมาสอบทานใหเ้ กิดความน่าเชื่อถือมาก
สมาชิกในครอบครัวไดเ้ พอื่ ใหก้ ารดูแลหรือใหค้ วาม ยง่ิ ข้ึน
ช่วยเหลือไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที
กติ ตกิ รรมประกำศ
ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำคร้ังต่อไป
1. ควรมีการนารูปแบบการคดั กรองท่ีพฒั นา ผวู้ จิ ยั ขอขอบพระคุณนายแพทยส์ าธารณสุข
จงั หวดั นครพนม ผอู้ านวยการโรงพยาบาลสมเดจ็ พระ
ไดไ้ ปทดลองศึกษาในพ้นื ที่อาเภออื่นๆ เพอื่ ยนื ยนั ความ ยพุ ราชธาตพุ นม ผอู้ านวยการโรงพยาบาลเรณูนคร
เหมาะสม ความเป็นไปไดใ้ นการใชง้ าน และความไว ผอู้ านวยการโรงพยาบาลวงั ยาง และผทู้ รงคุณวฒุ ิ
และความจาเพาะของรูปแบบการคดั กรองท่ีไดจ้ าก โดยฉพาะอยา่ งยง่ิ อ.สุพฒั น์ สมจิตรสกลุ อ.กนกพร
การศึกษาคร้ังน้ี ไทรสุวรรณ์ และ ดร.ศิริลกั ษณ์ ใจช่วง ที่ให้
ขอ้ เสนอแนะที่เป็ นประโยชนใ์ นการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ี
2. การศึกษาถึงปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การใชย้ าและ และขอขอบพระคุณ ผเู้ ขา้ รับการบาบดั และผปู้ กครองท่ี
สารเสพติดท่ีแทจ้ ริง ท้งั ดา้ นตวั บุคคล สงั คม และ ยนิ ดีเขา้ ร่วมการศึกษาวจิ ยั และใหข้ อ้ มูลท่ีเป็ นประโยชน์
สิ่งแวดลอ้ ม จะสามารถใชเ้ ป็ นแนวทางป้ องกนั การแพร่ ในการต่อการศึกษาวจิ ยั ในคร้ังน้ี
ระบาดของยาเสพติดได้
เอกสำรอ้ำงองิ
1. United Nation. International Conference on Drug Abuse and Illicit Trafficking: report of the Secretary-General.
[Internet]. 1987 [cited 2021 January 8]. Available from: https://digitallibrary.un.org /record/143955/.
2. United Nations Office on Drugs and Crime. World Drug Report 2020. [Internet]. 2020 [cited 2021 January 8].
Available from: https://wdr.unodc.org/wdr2020/en/exsum.html.
3. ศูนยข์ อ้ มลู และขา่ วสืบสวนเพ่ือสิทธิพลเมือง. อพั เดทสถานการณ์ยาเสพติด ปี งบประมาณ 2562 ไทยจบั คดียาเสพ
ติด 363,769 คดี. [ออนไลน]์ . 2563 [8 มกราคม 2564] เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.tcijthai.com/news
/2020/11/scoop/11111.
105
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
4. กรมประชาสมั พนั ธ์จงั หวดั นครพนม. สานกั ข่าว. เปิ ดยทุ ธการฟ้ าสางที่ฝ่ังโขง ระดมกวาดลา้ งยาเสพติด เอกซเรยท์ ้งั
จงั หวดั . [ออนไลน]์ . 2563 [8 มกราคม 2564] เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://thainews.prd.go.th /th/news/detail/
TCATG201208142204778.
5. สานกั ปลดั กระทรวงสาธารณสุข. สำนกั บริหำรงำนสำธำรณสุข. รายงานตรวจสอบระบบบงั คบั บาบดั . [ออนไลน์].
2563 [8 มกราคม 2564] เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://antidrugnew.moph.go.th/zCustom/.
6. กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการใชง้ านระบบขอ้ มูลการบาบดั รักษาและฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติดของประเทศไทย (บสต.).
สมทุ รปราการ: หา้ งหุน้ ส่วนจากดั อดุ มศึกษา; 2560.
7. Antonoyiannakis M. Impact Factors and the Central Limit Theorem: Why citation averages are scale dependent.
Journal of Informatics 2018; 12(4): 1072-88.
8. Humeniuk R, Henry-Edwards S, Ali R, Poznyak V, Monteiro MG, World Health O. The Alcohol, Smoking
and Substance involvement Screening Test (ASSIST): manual for use in primary care. Geneva: World Health
Organization; 2010.
9. กระทรวงสาธารณสุข. คูม่ ือการปฏิบตั ิงานการดาเนินงานฟ้ื นฟสู มรรถภาพผปู้ ่ วยยาเสพติด ฉบบั เดือนสิงหาคม
2561. [ออนไลน]์ . 2561 [8 มกราคม 2564] เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://phdb.moph.go.th/main/ index /download/_p_คูม่ ือ
ปฎิบตั ิงาน%20(Standard%20Operating%20Procedure)%20การดาเนินงานฟ้ื นฟสู มรรถภาพผปู้ ่ วยยาเสพติด%20
กระทรวงสาธารณสุข__p_%20(2).pdf.
10. กฤษณา ทรัพยส์ ิริโสภา และ สิทธิศานต์ิ ทรัพยส์ ิริโสภา. การพฒั นารูปแบบการตรวจคดั กรองภาวะแทรกซอ้ น
ทางไตในผป้ ่ วยความดนั โลหิตสูง อาเภอเมืองหนองคาย จงั หวดั หนองคาย. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั อีสเทิร์น
เอเชีย 2560; 11(2): 207-14.
11. สุวพนั ธุ์ คะโยธา และวธุ ิพงศ์ ภกั ดีกลุ . ปัจจยั เส่ียงตอ่ การใชส้ ารเสพติดและปัจจยั ท่ีมีผลต่อการป้ องกนั ยาเสพติด
ของเยาวชนในโรงเรียนมธั ยมศึกษา เขตเทศบาลนครสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2561; 21(3): 84-95.
12. Tiet QQ, Leyva YE, Moos RH, Frayne SM, Osterberg L, Smith B. Screen of Drug Use: Diagnostic Accuracy
of a New Brief Tool for Primary Care. JAMA Internal Medicine 2015; 175(8): 1371-7.
13. Faber J, Fonseca LM. How sample size influence research outcomes. Dental Press J Orthod 2014; 19(4): 27-9.
14. Cohen L, Manion L, Marrison K. Research methods in education (5thed). London; Routledge/Falmer. 2000.
106
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ปจั จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั ความตง้ั ใจคงอยใู่ นงานของขา้ ราชการ สงั กดั สานกั งาน
สาธารณสขุ จงั หวดั ลาพนู
Factors Related to the Retention of Government Official at Lamphun Provincial
Public Health Organization
ฐติ กิ มล จนั ทะระ*, พงศกร ศรสี มยา**
บทคดั ยอ่
การวจิ ยั เชิงสารวจน้ี มีวตั ถปุ ระสงค์ เพื่อศึกษาระดบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน และปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธก์ บั ความ
ต้งั ใจคงอยใู่ นงาน ของขา้ ราชการสงั กดั สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู กลุ่มตวั อยา่ ง จานวน 296 คน เคร่ืองมือที่ใช้
เป็ นแบบสอบถาม วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนา ไดแ้ ก่ ค่าความถี่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และ
สถิติเชิงอนุมาน ไดแ้ ก่ ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ของเพียร์สนั ทาการวจิ ยั ระหวา่ งเดือนตุลาคม 2563-มีนาคม 2564
ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) ระดบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานภาพรวมอยใู่ น “ระดบั สูง” ค่าเฉลี่ย 3.52 (คะแนนจากนอ้ ยไปหามาก 1-5) 2)
ปัจจยั ดา้ นองคก์ รในภาพรวม ท่ีประกอบดว้ ย ดา้ นวฒั นธรรมและค่านิยมองคก์ ร ดา้ นความต่อเน่ืองในงานและความ
มน่ั คง ดา้ นสวสั ดิการ ดา้ นความรับผิดชอบและการอิสระในงาน ดา้ นความสัมพนั ธ์กบั ผูร้ ่วมงาน ดา้ นการไดร้ ับการ
สนบั สนุนจากผบู้ งั คบั บญั ชา ปัจจยั ดา้ นการรับรู้ความยตุ ิธรรมในองคก์ รในภาพรวม ที่ประกอบดว้ ย ดา้ นผลตอบแทน ดา้ น
กระบวนการกาหนดผลตอบแทน และดา้ นระบบงาน มีความสมั พนั ธเ์ ชิงบวกใน “ระดบั ปานกลาง” (r=0.51 และ 0.49
ตามลาดบั ) กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน ของขา้ ราชการสงั กดั สานกั งานสาธารณสุข อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-
value<0.05)
คำสำคญั : ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน ขา้ ราชการ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั
Abstract
Tthis survey research were aims to study the level of retention and factors related with the retention of the
government official at Lamphun provincial public health organization. Furthermore, the sample group consists of 296
persons, and the questionnaires were used as an instrument of this research. The data were analyzed with descriptive
statistics including frequency, percentage, average, and standard deviation, as well as the inferential statistics including
Pearson product moment correlation coefficient used. This research was operated during October 2020 - March 2021.
As a result were found found that 1) the level of retention in the overall is at the “high level”, averaged as 3.52 (1-5
ascending order score) 2) the level of the overall organizational factors, including the aspects of culture and
organizational value, job continuity and security, welfare, responsibility and working independence, relationship
between colleagues, and the aspect of receiving support from supervisors, as well as the perceived factors in the
107
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
organization as a whole, including the aspects of compensation, compensation defining process, and working system,
have a positive relation at the "medium level" (r=0.51 and 0.49 respectively) with the retention of the government
official public health organization of statistical significance at p-value < 0.05 level.
Keywords: Retention, Government Official, Provincial Public Health Organization
*นกั ทรัพยากรบุคคลชานาญการ, **นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู
บทนำ จานวน 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน จานวน 7 แห่ง และ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จานวน 71 แห่ง
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข เป็ นส่วน บุคลากรจะประกอบดว้ ยขา้ ราชการพลเรือนสามญั
ราชการระดบั กรมภายใตก้ ระทรวงสาธารณสุข ที่มี พนกั งานราชการ ลูกจา้ งประจา พนกั งานกระทรวง
หน่วยงานและขา้ ราชการพลเรือนสามญั ในสังกดั สาธารณสุข และลกู จา้ งชว่ั คราว บุคลากรส่วนใหญเ่ ป็ น
ราชการบริหารส่วนภูมิภาคจานวนมากที่สุด กระจาย ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ที่มีท้งั บุคลากรการแพทย์ ไดแ้ ก่
ในทุกพ้ืนที่ทว่ั ประเทศ ไดแ้ ก่ สานกั งานสาธารณสุข แพทย์ ทนั ตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ ฯลฯ
จงั หวดั สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ โรงพยาบาลศูนย์ และสหวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ทาหนา้ ที่สนบั สนุน
โรงพยาบาลทว่ั ไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ในการดูแลระบบบริการ
ส่งเสริมสุขภาพตาบล มีภารกิจหลกั ในดา้ นการ สุขภาพ ตลอดจนขา้ ราชการสายสนบั สนุน
ให้บริการระบบบริการสุขภาพแก่ประชาชน ในแต่ละ ขา้ ราชการเหล่าน้ีถือไดว้ า่ เป็ นทรพั ยากรมนุษยท์ ี่เป็น
ปี จะมีการบรรจุบุคคลเป็ นขา้ ราชการพลเรือนสามญั กลไก สาคญั ในการขบั เคล่ือนองคก์ ร เพอื่ ใหง้ านท่ีเป็ น
จานวนมาก และในขณะเดียวกนั ก็มีอตั ราการสูญเสีย นโยบาย และงานที่เป็ นภารกิจหลกั สาเร็จ ลุลว่ ง ตาม
ขา้ ราชการพลเรือนสามญั เป็ นจานวนมากเช่นกนั สาเหตุ วตั ถปุ ระสงค์ การดูแลสุขภาพประชาชน อยา่ งมี
ของการสูญเสียมากท่ีสุด คือ การลาออก ซ่ึงตามรายงาน ประสิทธิภาพตอ้ งอาศยั บุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญ และ
สถานการณ์กาลงั คนภาครัฐของสานกั งาน ก.พ. ในช่วง ตอ้ งมีความตอ่ เน่ือง แต่จากขอ้ มลู สถานการณ์กาลงั คน
ปี งบประมาณ พ.ศ.2558-2560 พบวา่ กระทรวงที่มีการ ของสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู ในช่วง
บรรจบุ ุคคลเป็ นขา้ ราชการพลเรือนสามญั มากที่สุด คือ ปี งบประมาณ พ.ศ.2558 – 2560 พบวา่ มีการบรรจุ
กระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ(คน) ตามลาดบั ดงั น้ี บุคคลเป็ นขา้ ราชการพลเรือนสามญั จานวน 12 คน 24
47.92 (5,751), 62.08 (13,079) และ 52.96 (10,629) ดา้ น คน และ 13 คน ตามลาดบั ดา้ นการสูญเสียขา้ ราชการจาก
การสูญเสียจากการลาออก พบวา่ กระทรวงที่สูญเสีย การลาออก พบวา่ มีจานวน 11 คน 16 คน และ 8 คน
ขา้ ราชการพลเรือนสามญั จากการลาออกมากที่สุด คือ ตามลาดบั ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั รายงานสถานการณ์กาลงั คน
กระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ (คน) ตามลาดบั ดงั น้ี ภาครัฐ ของสานกั งาน ก.พ.
71.22 (5,172), 58.48 (3,215) และ 56.36 (3,675) (1) (2) (3)
สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั และสานกั งานสาธารณสุข จากสภาพปัญหาดงั กล่าวส่งผลให้ระบบ
อาเภอ เป็ นราชการบริหารส่วนภมู ิภาค ภายใตส้ านกั งาน บริการสุขภาพ ซ่ึงเป็ นระบบบริการท่ีครอบคลุมใน
ปลดั กระทรวง กระทรวงสาธารณสุข(4) จงั หวดั ลาพนู มี การดูแล ท้งั ดา้ นการส่งเสริมสุขภาพ การป้ องกนั โรค
สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั จานวน 1 แห่ง สานกั งาน การรักษาพยาบาล และการฟ้ื นฟู ประสบปัญหาขาด
สาธารณสุขอาเภอ จานวน 8 แห่ง โรงพยาบาลทวั่ ไป แคลนผเู้ ช่ียวชาญ ขาดความต่อเนื่องในการดูแล
สุขภาพประชาชน และการลาออกของขา้ ราชการยงั
108
ส่งผลกระทบต่อผูท้ ่ียงั คงอยปู่ ฏิบตั ิงาน ตอ้ งรับภาระ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
งานเพิ่มมากข้ึน เนื่องจากตอ้ งรับผิดชอบงานแทน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ขา้ ราชการที่ลาออก ซ่ึงหากมีทกั ษะไม่เพียงพอ หรือ
รับภาระงานมากเกินไป ทาให้เกิดความเหนื่อยลา้ อาจ วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
ส่งผลต่อคุณภาพบริการที่ลดลง การไดร้ ับแรงกดดนั จน
เกิดความเครียดจากการทางาน อาจส่งผลใหข้ า้ ราชการ รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั น้ี เป็ นการวจิ ยั เชิง
ตดั สินใจลาออกจากราชการในที่สุด ทาใหอ้ งคก์ รไดร้ ับ สารวจ (Survey research) ศึกษาขอ้ มลู ช่วงเดือนตลุ าคม
ผลกระทบดา้ นอ่ืน ๆ ตามมา เช่น จะตอ้ งสูญเสีย 2563 – เดือนมีนาคม 2564
งบประมาณค่าใชจ้ ่ายในกระบวนสรรหาบรรจุบุคคล
เป็ นขา้ ราชการ ค่าใชจ้ ่ายในการปฐมนิเทศ การ ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง ขา้ ราชการท่ีมี
ฝึ กอบรม และการพฒั นาทกั ษะในดา้ นต่างๆ สูญเสีย อายรุ าชการต้งั แต่ 1 ปี ข้ึนไปในสงั กดั สานกั งาน
เวลาและบุคลากรในการสอนงาน จึงสรุปไดว้ า่ สาธารณสุขจงั หวดั สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ
ขา้ ราชการซ่ึงเป็ นทรัพยากรมนุษยค์ ือตน้ ทุนที่สาคญั โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ขององคก์ ร (5) ตาบล ในจงั หวดั ลาพนู จานวน 296 คน
จากการศึกษาทบทวนวรรณกรรม และ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในกำรทำวจิ ยั เคร่ืองมือที่ใชใ้ น
งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง พบวา่ มีปัจจยั ดา้ นต่าง ๆ ที่มี การวจิ ยั ในคร้ังน้ี คือ แบบสอบที่ผวู้ จิ ยั ไดศ้ ึกษาทฤษฎี
ความสมั พนั ธก์ บั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน เช่น เงินเดือน เอกสารการศึกษา ผลงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง และไดพ้ ฒั นา
คา่ ตอบแทน ตาแหน่งงาน ความสมั พนั ธก์ บั เพ่ือน แบบสอบถามจากหวั ขอ้ งานวจิ ยั ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์
ร่วมงาน คุณลกั ษณะและค่านิยมขององคก์ ร ลว้ นมีผลต่อ กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานของขา้ ราชการและลูกจา้ ง
ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานท้งั สิ้น ผวู้ จิ ยั ในฐานะนกั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั สงขลา(6) โดยแบบสอบถาม
ทรัพยากรบุคคลจึงมีความสนใจท่ีจะศึกษาปัจจยั ที่มี แบ่งเป็ น 5 ส่วน ดงั น้ี ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ปัจจยั ดา้ นบุคคล
ความสัมพนั ธ์กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานของขา้ ราชการ ส่วนท่ี 2 ขอ้ มลู ปัจจยั องคก์ ร ส่วนท่ี 3 ปัจจยั การรับรู้
สังกดั สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพูน เพื่อจะเป็ น ความยตุ ิธรรมในองคก์ ร ส่วนท่ี 4 ความต้งั ใจคงอยใู่ น
ประโยชน์ต่อองคก์ รในการใชเ้ ป็ นแนวทางในการ ส่วนท่ี 5 ขอ้ เสนอแนะในการปรับปรุงการดาเนินงาน
บริหารทรัพยากรบุคคล ของสานกั งานสาธารณสุข ต่างๆ ในองคก์ ร
จงั หวดั ลาพนู และหน่วยงานในสงั กดั เพ่ือใหข้ า้ ราชการ
คงอยใู่ นระบบราชการใหน้ านท่ีสุด หรือจนกวา่ จะ กำรตรวจสอบคณุ ภำพเครื่องมอื มีการหา
เกษียณอายรุ าชการ ความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหา (Content validity) โดย
ผทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 3 ท่าน ช่วยตรวจสอบ ไดค้ ่าความ
วตั ถุประสงค์ เท่ียงตรงเชิงเน้ือหา เท่ากบั 0.98 และนาแบบสอบถาม
ไปทดสอบใชก้ บั ขา้ ราชการสงั กดั สานกั งานสาธารณสุข
1. เพือ่ ศึกษาระดบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานของ จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน จานวน 30 คน แลว้ นาไปหาค่าความ
ขา้ ราชการ สงั กดั สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู เชื่อมน่ั (Reliability) โดยใชค้ ่าสมั ประสิทธ์ิแอลฟา ของ
คอนบาค ไดค้ า่ ความเชื่อมนั่ เท่ากบั 0.95
2. เพ่ือศึกษาปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธก์ บั ความต้งั ใจ
คงอยใู่ นงานของขา้ ราชการ สงั กดั สานกั งานสาธารณสุข จริยธรรมงำนวจิ ยั งานวจิ ยั น้ีผา่ นการ
จงั หวดั ลาพนู พจิ ารณาอนุมตั ิดา้ นจริยธรรม จากคณะกรรมการจริยธรรม
การวจิ ยั ในมนุษย์ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู
เอกสารเลขท่ี REC 2564-3 ต้งั แตว่ นั ที่ 30 ตุลาคม 2563
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพื่อ
หาความสมั พนั ธข์ องปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง ใชก้ ารแจกแจง
109
ความถ่ี ร้อยละ คา่ เฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เชิงอนุมาน ไดแ้ ก่ คา่ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธข์ องเพยี ร์ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
สนั (Pearson’s Product Moment Correlation
Coefficient) โดยใชโ้ ปรแกรมคานวณทางสถิติสาเร็จรูป ดา้ นผลตอบแทน (Mean = 3.80, 3.77 และ 3.76
ตามลาดบั )
ผลกำรวจิ ยั
4. กำรวดั ควำมต้งั ใจคงอยู่ในงำน พบวา่
1. ปัจจัยด้ำนบุคคล พบวา่ ขา้ ราชการส่วน ภาพรวมความคิดเห็นเก่ียวกบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน มี
ใหญ่เป็ นเพศหญิง ร้อยละ 79.10 มีอายรุ ะหวา่ ง 41-50 คะแนนเฉลี่ยอยทู่ ี่ 3.52 “ระดบั สูง” คะแนนแต่ละดา้ น
ปี ร้อยละ 35.14 อายเุ ฉล่ีย 43.59 ปี อายรุ าชการอยู่ จากมากไปหานอ้ ย คือ ท่านมคี วามต้งั ใจ และทุ่มเทการ
ระหวา่ ง 21-30 ปี ร้อยละ 33.11 อายรุ าชการเฉล่ีย 19.73 ทางานในองคก์ รแห่งน้ีอยา่ งเตม็ ที่ ท่านเลือกอาชีพน้ี
ปี รายไดต้ ่อเดือนระหวา่ ง 45,001-55,000 บาท ร้อยละ เพราะเป็ นความตอ้ งการของตนเอง ท่านมีความต้งั ใจท่ีจะ
24.32 รายไดต้ ่อเดือนเฉล่ีย 38,195.76 บาท สถานภาพ ทางานในองคก์ รน้ีตอ่ ไปใหน้ านท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ ท่านมี
สมรส ร้อยละ 63.20 สาเร็จการศึกษาในระดบั ปริญญา ความสุขที่ไดท้ างานในองคก์ รแห่งน้ี ท่านไมไ่ ดร้ ู้สึกวา่
ตรี ร้อยละ 69.30 ปฏิบตั ิงานในโรงพยาบาลชุมชนมาก การทางานที่องคก์ รแห่งน้ีเป็ นการผกู มดั ตวั เอง แผนการ
ที่สุด ร้อยละ 55.40 ส่วนใหญเ่ ป็ นพยาบาลวชิ าชีพ ร้อยละ ของช่วงชีวติ ที่เหลือคือการทางานที่องคก์ รน้ีตอ่ ไป
42.23 ตาแหน่งระดบั ชานาญการ ร้อยละ 60.10 มี จนกวา่ จะเกษียณอายรุ าชการ แมว้ า่ องคก์ รอื่นให้
ภูมิลาเนาอยใู่ นจงั หวดั ลาพนู ร้อยละ 81.08 ไม่มีโรค ขอ้ เสนอในการทางานท่ีดีกว่าแก่ท่าน ท่านก็ไม่คิดท่ีจะ
ประจาตวั ร้อยละ 75.70 มีภาระครอบครัว ร้อยละ ลาออก ท่านมีแผนการจะลาออกจากองค์กรแห่งน้ี เมื่อ
80.41 และมีภาระหน้ีสิน ร้อยละ 80.74 มีสิทธิไดร้ ับเงินบาเหน็จบานาญ ท่านกาลงั มองหา
อาชีพอ่ืน เพอ่ื ตอ้ งการจะเปลี่ยนงาน และท่านมีแผนการ
2. ปัจจยั องค์กร พบวา่ ภาพรวมความ จะลาออกจากองคก์ รแห่งน้ี ในอนาคตอนั ใกล้ (Mean =
คิดเห็นเกี่ยวกบั ปัจจยั องคก์ ร มีคะแนนเฉล่ียอยทู่ ่ี 3.93 4.25, 4.05, 4.01, 3.93, 3.86, 3.74, 3.74, 2.64, 2.54 และ
“ระดบั สูง” คะแนนแต่ละดา้ นจากมากไปหานอ้ ย คือ 2.43 ตามลาดบั )
ดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผูร้ ่วมงาน ดา้ นวฒั นธรรม
และค่านิยม ดา้ นความรับผดิ ชอบและการมีอิสระใน 4. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงปัจจัยด้ำนบุคคล
งาน ดา้ นการไดร้ ับการสนบั สนุนจากผบู้ งั คบั บญั ชา ดา้ น
ความต่อเน่ืองในงานและความมนั่ คง และดา้ นสวสั ดิการ กับควำมต้ังใจคงอยู่ในงำน พบว่า อายุ ตาแหน่ง และ
(Mean = 4.08, 4.03, 3.97, 3.88, 3.77 และ 3.72 ภาวะสุขภาพ มีความสมั พนั ธก์ บั ความต้งั ใจคงอยใู่ น
ตามลาดบั ) งาน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ (p < 0.05) โดยอายุ
และตาแหน่งงาน มีความสมั พนั ธ์ทางบวก “ระดบั ต่า”
3. ปัจจยั กำรรับรู้ควำมยตุ ธิ รรมในองค์กร กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (r=0.131 และ 0.122
พบวา่ ภาพรวมความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั การรับรู้ความ ตามลาดบั ) ส่วนภาวะดา้ นสุขภาพ มีความสมั พนั ธ์ทางลบ
ยตุ ิธรรมในองคก์ รมีคะแนนเฉล่ียอยทู่ ่ี 3.78 “ระดบั สูง” “ระดบั ต่า” กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (r=-0.122)
คะแนนแตล่ ะดา้ นจากมากไปหานอ้ ย คือ ดา้ น
กระบวนการกาหนดผลตอบแทน ดา้ นระบบงาน และ 5. ควำมสัมพนั ธ์ ระหว่ำงปัจจยั องค์กรกบั
ควำมต้งั ใจคงอยู่ในงำน พบวา่ ภาพรวมมีความสัมพนั ธ์
ทางบวก “ระดบั ปานกลาง” กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ น
งาน (r=0.518) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ (p-value <
0.05) เม่ือพิจารณารายดา้ น พบวา่ ดา้ นวฒั นธรรมและ
ค่านิยมองค์กร ดา้ นความต่อเนื่องในงานและความ
มน่ั คง ดา้ นสวสั ดิการ ดา้ นความรับผิดชอบและการมี
อิสระในงาน มีความสัมพนั ธ์ทางบวก “ระดบั ปาน
110
กลาง” กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (r=0.509, 0.486, The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
0.429, 0.411 ตามลาดบั ) สาหรับดา้ นความสัมพนั ธ์ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ระหวา่ งผูร้ ่วมงาน และดา้ นการไดร้ ับการสนบั สนุน
จากผูบ้ งั คบั บญั ชา มีความสัมพนั ธ์ทางบวก ระดบั ต่า
กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (r=0.354 และ 0.365
ตามลาดบั ) ตารางที่ 1
ตำรำงท่ี 1 แสดงระดบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั องคก์ รกบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (n=296)
ปัจจยั องคก์ ร ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน
ดา้ นวฒั นธรรม และค่านิยมองคก์ ร r (p-value) ระดบั ความสมั พนั ธ์
ดา้ นความตอ่ เนื่องในงานและความมน่ั คง
ดา้ นสวสั ดิการ 0.509 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
ดา้ นความรับผดิ ชอบและการมีอิสระในงาน
ดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งผรู้ ่วมงาน 0.486 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
ดา้ นการไดร้ ับการสนบั สนุนจากผบู้ งั คบั บญั ชา
ภาพรวมปัจจยั องคก์ ร 0.429 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
*p value < 0.05
0.411 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
0.354 (0.000)* ระดบั ต่า
0.365 (0.000)* ระดบั ต่า
0.518 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
6. ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงปัจจยั ด้ำนกำรรับรู้ควำม (p-value < 0.05) เม่ือพิจารณารายดา้ นคะแนนจากมาก
ยตุ ธิ รรมในองค์กรกบั ควำมต้งั ใจคงอยู่ในงำน พบว่า ไปหานอ้ ย พบวา่ ดา้ นระบบงาน ดา้ นผลตอบแทน และ
ภาพรวมปัจจยั ดา้ นการรับรู้ความยตุ ิธรรมในองค์กร มี ดา้ นกระบวนการกาหนดผลตอบแทน มีความสัมพนั ธ์
ความสมั พนั ธ์ทางบวก “ระดบั ปานกลาง” กบั ความ ทางบวก “ระดบั ปานกลาง” กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน
ต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (r=0.494) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี (r=0.472, 0.467 และ 0.458 ตามลาดบั ) ตารางท่ี 2
ตำรำงที่ 2 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ดา้ นการรับรู้ความยตุ ิธรรมในองคก์ รกบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน (n=296)
ปัจจยั การรับรู้ความยตุ ิธรรมในองคก์ ร ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน
ดา้ นผลตอบแทน r (p-value) ระดบั ความสมั พนั ธ์
ดา้ นกระบวนการกาหนดผลตอบแทน
ดา้ นระบบงาน 0.467 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
ภาพรวมปัจจยั ดา้ นการรับรูค้ วามยตุ ิธรรมในองคก์ ร
*p value < 0.05 0.458 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
0.472 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
0.494 (0.000)* ระดบั ปานกลาง
111
สรุปและอภปิ รำยผล The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
1. ขา้ ราชการ มีความต้งั ใจคงอยใู่ นงานโดยรวม
อยใู่ นระดบั สูง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แคทรียา มณีรัตน์(7) ที่ 4. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั การรับรู้ความ
พบวา่ พนกั งานส่วนใหญ่มีความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน ยตุ ิธรรมในองคก์ รกบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน พบวา่ มี
ระดบั สูง และกฤตยา ใจขาน และคณะ(8) ท่ีพบวา่ ระดบั ความสมั พนั ธท์ างบวกอยใู่ นระดบั ปานกลาง (r=0.494)
ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานโดยรวมของพยาบาลวชิ าชีพ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั (p < 0.05) ซ่ึง
โรงพยาบาลมหาวทิ ยาลยั อยใู่ นระดบั สูง สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของจุไรวรรณ บินดุเหล็ม(6) ที่
พบว่าปัจจยั การรับรู้ความยุติธรรมในองค์กรมี
2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ดา้ นบุคคลกบั ความสัมพนั ธ์ทางบวกกับความต้งั ใจคงอยู่ในงาน
ความต้งั ใจคงอยใู่ นงาน พบวา่ อายุ ตาแหน่ง มี ของขา้ ราชการและลูกจ้าง และธญั ญา แซ่โคว้ และ
ความสมั พนั ธ์ทางบวกอยใู่ นระดบั ต่า (r=0.131, 0.122) คณะ(12) ท่ีพบวา่ การรับรูค้ วามยตุ ิธรรมในองคก์ รมี
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั (p-value < 0.05) ซ่ึง ความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั ความผกู พนั ดา้ นการคงอยใู่ น
สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของนลินรัตน์ ทองนิรันดร์(9) ท่ี งาน
พบวา่ อายมุ ีความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั ความต้งั ใจคงอยู่
ในอาชีพในระดบั ต่ามาก และสาวติ รี มณุ ีรัตน์(10) ที่ ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำคร้ังต่อไป
พบวา่ ตาแหน่งงานมคี วามสมั พนั ธ์กบั ความต้งั ใจคงอยู่ 1. การศึกษาในคร้ังตอ่ ไปควรศึกษาวจิ ยั การ
ในงานของพยาบาลวชิ าชีพ ส่วนภาวะสุขภาพ พบว่ามี
ความสัมพนั ธ์ทางลบอยู่ในระดบั ต่า (r=-0.122) อย่าง คงอยใู่ นงานเฉพาะกลุม่ เช่น กลุม่ แพทย์ กลมุ่ พยาบาล
มีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั (p < 0.05) ซ่ึงไม่ วชิ าชีพ การศึกษากลุม่ ใดกลมุ่ หน่ึงเพ่ือลดความ
สอดคลอ้ งกบั งานวิจัยของสาวิตรี มุณีรัตน์(10) ท่ี แปรปรวนของขอ้ มูล และสามารถแกป้ ัญหาไดต้ รง
พบวา่ ภาวะสุขภาพไม่มีความสมั พนั ธ์กบั ความต้งั ใจคง ประเดน็ มากท่ีสุด
อยใู่ นงาน ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลตติยภูมิ
แห่งหน่ึง อาจเป็ นเพราะลกั ษณะองคก์ รท่ีแตกต่างกนั 2. ศึกษาการคงอยใู่ นงานโดยเลือกตวั แปร
และปัจจยั บุคคลของกลุ่มตวั อยา่ งแตกต่างกนั อ่ืน ๆ เช่น บรรยากาศในการทางาน การจดั สรรคนให้
เหมาะกบั งาน ความเครียด ความสุข เพ่ือนาไปแกป้ ัญหา
3. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั องคก์ รกบั ความ ในดา้ นอ่ืน ๆ
ต้งั ใจคงอยใู่ นงาน ทางบวกอยใู่ นระดบั ปานกลาง
(r=0.518) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิท่ีระดบั (p < 0.05) กติ ตกิ รรมประกำศ
ซ่ึงสอดคล้องกบั งานวิจยั ของจุไรวรรณ บินดุเหล็ม(6)
ท่ีพบว่าปัจจยั องค์กรมีความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั ความ ผวู้ จิ ยั ขอขอบพระคุณ นายแพทยว์ ทิ ยา พลสี
ต้งั ใจคงอยใู่ นงาน และนิตยา วนั ทยานนั ท์(11) ที่พบวา่ ลา ผบู้ ริหารสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู ทุกท่าน
ปัจจยั องคก์ ารมคี วามสมั พนั ธ์ทางบวกกบั ความต้งั ใจคง ผอู้ านวยการโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง สาธารณสุข
อยู่ ในงานของพยาบาลวชิ าชีพ อาเภอทุกอาเภอ และผรู้ ับผดิ ชอบดา้ นการเจา้ หนา้ ที่ทุก
แห่ง รวมถึง บิดา มารดา ครอบครัว และเพอื่ นร่วมงาน
ท่ีใหค้ วามร่วมมือ และใหก้ าลงั ใจในการดาเนินการวจิ ยั
ในคร้ังน้ีจนประสบผลสาเร็จ
112
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เอกสำรอ้ำงองิ
1. สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน. (2560). กาลงั คนภาครัฐ 2559 : ขา้ ราชการพลเรือนสามญั .
[เขา้ ถึงเม่ือ 1 ตุลาคม 2563]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.ocsc.go.th/gmis/downloads
2. สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน. (2561). กาลงั คนภาครัฐ 2560 : ขา้ ราชการพลเรือนสามญั .
[เขา้ ถึงเม่ือ 1 ตุลาคม 2563]. เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.ocsc.go.th/gmis/downloads
3. สานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน. (2562). กาลงั คนภาครัฐ 2561 : ขา้ ราชการพลเรือนสามญั .
[เขา้ ถึงเมื่อ 1 ตลุ าคม 2563]. เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.ocsc.go.th/gmis/downloads
4. กระทรวงสาธารณสุข. กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2545-2563
[เขา้ ถึงเม่ือ 5 มีนาคม 2564]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://anyflip.com/yjcuv/cgoe/ หนา้ 26-37
5. วลิ าวรรณ รพีพศิ าล. ความรู้พ้ืนฐานในการบริหารทรัพยากรมนุษย.์ กรุงเทพฯ. โรงพมิ พว์ จิ ิตรหตั ถกร (หนา้ 1-9).2554.
6. จุไรวรรณ บินดุเหลม็ . (2562). ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานของขา้ ราชการและลกู จา้ งองคก์ าร
บริหาร
ส่วนจงั หวดั สงขลา. (สารนิพนธร์ ัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต). มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์.
7. แคทรียา มณีรัตน์. (2552). ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการมองโลกในแง่ดี การรับรู้การสนบั สนุนจากองคก์ าร และความต้งั ใจ
คงอยใู่ นงาน กรณีศึกษา: บริษทั สารวจและผลิตปิ โตรเลียมช้นั นาแห่งหน่ึง. (งานวจิ ยั ส่วนบุคคลศิลปศาสตรมหา
บณั ฑิต). มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ.
8. กฤตยา ใจขาน และคณะ. (2561). ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความสุขและการรับรู้การเสริมสร้างพลงั อานาจในงาน กบั ความ
ต้งั ใจคงอยใู่ นงานของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลมหาวทิ ยาลยั . วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 32(2):185-201.
9. นลินรัตน์ ทองนิรันดร์. (2557). ความต้งั ใจคงอยใู่ นอาชีพ ของพยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลชุมชน เขต 1 ภาคกลาง
ประเทศไทย. มหาวทิ ยาลยั มหิดล/นครปฐม.
10. สาวติ รี มณุ ีรัตน์ และคณะ. (2562). คุณลกั ษณะงาน ความเครียดจากการทางาน และความต้งั ใจที่จะคงอยใู่ นงานของ
พยาบาลวชิ าชีพ โรงพยาบาลตติยภมู ิแห่งหน่ึง กระทรวงสาธารณสุข. วารสารวชิ าการสาธารณสุข, 28(1):134-141.
11. นิตยา วนั ทยานนั ท.์ (2556). ปัจจยั ที่มคี วามสมั พนั ธ์กบั ความต้งั ใจคงอยใู่ นงานของพยาบาลวชิ าชีพกลุ่มลูกจา้ งชว่ั คราว
โรงพยาบาลในเขตจงั หวดั สกลนคร. (วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบณั ฑิต). มหาวทิ ยาลยั บูรพา, กรุงเทพฯ.
12. ธญั ญา แซ่โคว้ และคณะ. (2557). ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการรับรู้ความยตุ ิธรรมในองคก์ ารโดยรวม และ
ความผกู พนั ที่บุคลากรมีต่อองคก์ าร หวั หนา้ งาน และเพื่อนร่วมงาน โดยมีวฒั นธรรมปัจเจกนิยม-
คติรวมหมเู่ ป็ นตวั แปรกากบั . (โครงงานวทิ ยาศาสตรบณั ฑิต).จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , กรุงเทพฯ.
113
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การพยาบาลผสู้ งู อายกุ ระดกู สะโพกหกั ทไ่ี ดร้ บั การเปลย่ี นขอ้ สะโพกเทยี ม
และมโี รครว่ ม กรณีศกึ ษาเปรยี บเทยี บ 2 ราย
Nursing Care of a Hip Replacement in Elderly Patients with Comorbidity:
2 Cases Study
วาสนา พนู บญุ *
บทคดั ย่อ
การเกิดกระดูกขอ้ สะโพกหกั ในผสู้ ูงอายุ ถือวา่ เป็ นปัญหาสาคญั และพบไดบ้ ่อย การรักษาดว้ ยวธิ ีการผา่ ตดั ใส่ขอ้
สะโพก เทียม จะช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถเคล่ือนไหวร่างกายไดเ้ ร็ว บรรเทาอาการปวด ช่วยลดภาวะแทรกซอ้ นจากการนอน
นาน ดงั น้นั พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั จึงมีบทบาทสาคญั ในการดูแลผปู้ ่ วยท้งั ระยะก่อนผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั และหลงั ผา่ ตดั การเตรียม
เครื่องมือ อปุ กรณ์ การช่วยส่งเคร่ืองมือผา่ ตดั ท่ีมีความซบั ซอ้ นตามข้นั ตอนไดอ้ ยา่ งแม่นยา ถกู ตอ้ ง ทาใหผ้ ปู้ ่ วยปลอดภยั
ปราศจากภาวะแทรกซอ้ นและเพอ่ื เป็ นแนวทางในการพยาบาลผปู้ ่ วย การศึกษาแบบกรณีศึกษาคร้ังน้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่
ศึกษาเปรียบ เทียบแนวทางการพยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียมที่มีภาวะ โรคร่วมความดนั โลหิตสูงและ
เบาหวาน 2 กรณีศึกษา ท่ีมารับการผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมในเดือนกนั ยายน 2563 โดยใชเ้ ครื่องมือบนั ทึกการพยาบาล
การสมั ภาษณ์ผปู้ ่ วยและครอบครัว วเิ คราะห์เปรียบเทียบ ลกั ษณะทวั่ ไปของผปู้ ่ วย อาการและอาการแสดง ปัญหาและการ
พยาบาล ผลการศึกษาพบวา่ ขอ้ มูลทวั่ ไป เพศ อายุ สาเหตขุ องการมานอนโรงพยาบาล การวนิ ิจฉยั โรค และโรคประจาตวั
ไม่แตกตา่ งกนั แตก่ ารดาเนินการของโรคความดนั โลหิตสูงแตกตา่ งกนั โดยกรณีศึกษาที่ 1 มีปัจจยั เส่ียงมากกวา่ คือมี
ประวตั ิหลอดเลือดสมองตีบ กินยาละลายลิ่มเลือด กระดูกยงั แขง็ แรงดีใชก้ ารผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมชนิดไม่ใส่
ซีเมนต์ ส่วนผปู้ ่ วยกรณีศึกษาท่ี 2 ควบคุมระดบั ความดนั โลหิตและระดบั น้าตาลในเลือดไดด้ ี แพทยท์ าผา่ ตดั เปล่ียนขอ้
สะโพกเทียมชนิดใชซ้ ีเมนตเ์ พราะกระดูกบาง มีปัญหาการพยาบาลใกลเ้ คียงกนั 14 ปัญหา และปัญหาท่ีแตกตา่ งกนั 2
ปัญหา ผปู้ ่ วยท้งั 2 กรณีศึกษาไดร้ ับการผา่ ตดั อยา่ งถูกตอ้ ง ปลอดภยั และไมม่ ีภาวะแทรกซอ้ น พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั มบี ทบาท
ช่วยส่งเสริมใหผ้ ปู้ ่ วยฟ้ื นตวั ไดเ้ ร็วข้ึน และใหค้ าแนะนา ในการปฏิบตั ิตวั ในระยะฟ้ื นตวั เม่ืออยบู่ า้ น
คำสำคญั ผสู้ ูงอายุ การผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียม การพยาบาล
Abstract
Hip fractures were important issues and were very common among older people. Hip replacement will allow a
patient to move his or her body easily, relieve a painful hip joint, and reduce complications from long sleep. An
operating room nurse has an important role in caring patients before, during, and after surgery; preparing surgical
instruments; passing complex surgical instruments accurately and precisely. This ensure that patients will be safe and
not have any complications. In order to reach approaches in nursing, the purpose of analysis of case study is to compare
nursing in the case of hip replacement patients with hypertension and the case of hip replacement patients with diabetes;
114
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
measuring 2 cases study of patients who had hip replacement in September 2020 by using nursing records, patient
interview, comparing general characteristics of patients and symptoms, and nursing. The result found that general
information, sex, age, a reason for having treatment, diagnosis, and medical condition are not different; nonetheless, the
process for hypertension patients is different. The first case study suggested that patients with hypertension have more
risk factors, which are cerebrovascular disease, and thrombolysis. Since patients in this case still have a strong hip joint,
The suitable to have a cementless hip replacement. The second case study suggested that patients with diabetes was
able to control healthy level of blood pressure and level of sugar in blood. In this case, The suitable to have a cemented
hip replacement as patients with diabetes have a thin hip joint. They were 14 similar nursing problems and 2 dissimilar
nursing problems. However, patients in both cases had had a hip replacement surgery that was precise, safe, and without
complications. Hence, an operating room nurse plays an important role in nursing patients and suggesting ways to
improve recovery at home after surgery.
Keyword : Elderly, Bipolar Hemiarthroplasty, Nursing
*โรงพยาบาลกบินทร์บุรี อาเภอกบินทร์บุรี จงั หวดั ปราจีนบุรี
บทนำ หกั ถึง 34,246 คน และ 56,443 คน ตามลาดบั
(Leuiphonwanit, Pakpianphairot, & Leechawong,
กระดูกสะโพกหกั เป็ นภาวะที่พบไดบ้ ่อยใน 2015) อีกท้งั ผปู้ ่ วยกระดูกสะโพกหกั ส่วนใหญม่ ีอายุ
สตรีสูงอายทุ ่ีไดร้ ับอุบตั ิเหตุเพียงเลก็ นอ้ ย เช่น ล่ืนลม้ ต้งั แต่ 50 ปี ข้ึนไป โดยทว่ั ไปมีโรคร่วม (Co-Morbidities)
(Wilairat, 2019) กระดูกสะโพกหกั นบั เป็ นปัญหา อยา่ งนอ้ ย 1 โรค เช่น โรคความดนั โลหิตสูง เบาหวาน
สาธารณสุขที่สาคญั ท้งั ในระดบั โลกและประเทศไทย เป็ นตน้ (Klaewklong, Chanruangvanich,
เน่ืองจากพบผปู้ ่ วยเป็ นจานวนมากและมีอาการรุนแรง Danaidutsadeekul & Riansuwan, 2014) ผปู้ ่ วยท่ีมีโรค
โดยเฉพาะผปู้ ่ วยสูงอายทุ ่ีมีภาวะกระดูกพรุน จากขอ้ มลู ร่วมจะทาใหม้ ีการเปลี่ยนแปลงท้งั กายภาพ สรีระและ
ของประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย การทา หนา้ ที่ ของระบบตา่ งๆท่ีเก่ียวขอ้ งกบั โรคน้นั ทา
(Songpatanasilp, 2018) พบวา่ ในยโุ รปมีผหู้ ญิงสูงอายุ ใหก้ ารดูแลซบั ซอ้ นมากข้ึน ซ่ึงโรคร่วมเหลา่ น้ีมผี ลท้งั
มากกวา่ 7 แสนราย ประสบปัญหากระดูกสะโพกหกั มี ทางตรง และทางออ้ มท่ีทาใหก้ ารฟ้ื นหายลา่ ชา้ การผา่ ตดั
อตั ราการตาย ประมาณร้อยละ 20-25 ในปี แรกท่ีเกิดการ ขอ้ สะโพก (Hip Arthroplasty) เป็นการผา่ ตดั ใหญข่ อง
หกั ของกระดูกสะโพกจะเห็นวา่ คอ่ นขา้ งรุนแรง สาหรับ การผา่ ตดั ศลั ยกรรมกระดูกที่มคี วามเสี่ยง
ในประเทศไทย จากขอ้ มูลสถิติกระดูกสะโพกหกั ใน ภาวะแทรกซอ้ นทางหวั ใจและภาวะกลา้ มเน้ือหวั ใจขาด
จงั หวดั เชียงใหม่ ในปี 2556 มีผปู้ ่ วยที่กระดูกสะโพกหกั เลือด ในช่วง 30 วนั เป็ นความเสี่ยงระดบั ปานกลาง
ในผสู้ ูงอายคุ ิดเป็ นอุบตั ิการณ์ 181 ต่อ 100,000 และเป็น (Moderate Risk) ร้อยละ 1-5 ดงั น้นั หากผปู้ ่ วยมีโรค
เพศหญงิ มากกวา่ เพศชาย 2.4 เท่าโดยคาดวา่ ในปี พ.ศ. ความดนั โลหิตสูงร่วมยงิ่ ทาใหค้ วามเสี่ยงดงั กลา่ วเพิม่
2568 และ พ.ศ. 2593 จะมีจานวนผปู้ ่ วยกระดูกสะโพก สูงข้ึนและทา ใหม้ ีการเสียเลือดเพ่มิ มากข้ึนระหวา่ งการ
115
ผา่ ตดั (European Heart Journal, 2014) สาหรับ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
โรงพยาบาลกบินทร์บุรี จงั หวดั ปราจีนบุรี การผา่ ตดั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียมเป็ นการผา่ ตดั ที่พบมากตดิ อนั ดบั
1 ใน 10 ของการผา่ ตดั กระดูกท้งั หมดซ่ึงใน ศึกษาจากผปู้ ่ วยสูงอายกุ ระดูกสะโพกหกั และ
ปี งบประมาณ 2563 พบวา่ มีจานวนผปู้ ่ วย 26 รายหรือคิด มีโรคร่วมท่ีไดร้ บั การผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียม ท่ี
เป็ นร้อยละ 3.42 ของผปู้ ่ วยผา่ ตดั กระดูกท้งั หมด อีกท้งั หอ้ งผา่ ตดั โรงพยาบาลกบินทร์บุรี จงั หวดั ปราจีนบุรี
ผปู้ ่ วยกลุม่ น้ีส่วนใหญเ่ ป็ นผสู้ ูงอายซุ ่ึงมกั มีโรคประจาตวั วนั ที่ 17 กนั ยายน 2563 จานวน 2 ราย
หลายโรค หลกั การดูแลผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพก
เทียมที่มีภาวะโรคร่วมความดนั โลหิตสูงและ ดาเนินการเกบ็ ขอ้ มูลผปู้ ่ วยต้งั แตร่ ับไวร้ ักษาตวั
โรคเบาหวาน ตอ้ งใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถควบคุมโรคไดต้ าม ในโรงพยาบาลจากเวชระเบียน แบบบนั ทึกขอ้ มูลการ
วสิ ญั ญีแพทยแ์ ละอายรุ แพทยก์ าหนดคือ ค่าความดนั ของ พยาบาล การสมั ภาษณ์ ทาการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
เลือดสูงสุดขณะหวั ใจหอ้ งลา่ งบีบตวั (Systolic Pressure) เปรียบเทียบ พยาธิสภาพ อาการ อาการแสดง การรักษา
150/90 มิลลิเมตรปรอท ระดบั น้าตาลในเลือดไม่เกิน ปัญหา ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาลและการวางแผน
200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จาหน่าย
ผลกำรศึกษำ
จากความเป็ นมาและเหตผุ ลดงั กลา่ ว ทาให้
ผจู้ ดั ทาเอกสารวชิ าการฉบบั น้ี จึงไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ กรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบ การพยาบาล
เก่ียวกบั การพยาบาลผปู้ ่ วยสูงอายผุ า่ ตดั เปลี่ยนขอ้ ผสู้ ูงอายกุ ระดูกสะโพกหกั และมีโรคร่วม ที่ไดร้ ับการ
สะโพกเทียมที่มีภาวะโรคร่วมความดนั โลหิตสูง และ ผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียม โดยผลการศึกษานาเสนอ
โรคเบาหวาน สาเหตุ อาการและอาการแสดง การรักษา เป็ นรายงานกรณีศึกษาตามวตั ถปุ ระสงคต์ ามลาดบั ดงั น้ี
ภาวะแทรกซอ้ น และบทบาทของพยาบาลหอ้ งผา่ ตดั
เพ่อื เพม่ิ ประสิทธิภาพในการดูแลผปู้ ่ วยสูงอายกุ ระดูก กรณีศึกษาที่ 1 ผปู้ ่ วยหญิงไทยอายุ 71 ปี รับไว้
สะโพกหกั ไดร้ ับการผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมที่มี ในโรงพยาบาลวนั ที่ 6 กนั ยายน 2563 เวลา 17.01 น.
ภาวะโรคร่วม ดว้ ยอาการปวดสะโพกขา้ งขวา เดินไม่ไดก้ ่อนมา
โรงพยาบาล 4 วนั จากอุบตั ิเหตลุ ่ืนลม้ มีอาการปวดที่
วตั ถุประสงค์ สะโพกขา้ งขวา คะแนนความเจบ็ ปวดเท่ากบั 5 ปวดมาก
เวลาขยบั ขา ลกุ เดินไม่ได้ กระดกขอ้ เทา้ ไดล้ ดลง แพทย์
เพอื่ ศึกษาเปรียบเทียบกรณีศึกษาการพยาบาล ตรวจวนิ ิจฉยั ส่ง X-ray both hip พบวา่ กระดูกตน้ ขาส่วน
ผปู้ ่ วยสูงอายกุ ระดูกสะโพกหกั ท่ีไดร้ ับการผา่ ตดั เปล่ียน คอขา้ งขวาหกั แบบปิ ด (Close fracture neck of right
ขอ้ สะโพกเทียมและมีโรคร่วม ความดนั โลหิตสูง femur) มีโรคประจาตวั เป็ นโรคความดนั โลหิตสูงมา 20
โรคเบาหวาน ปี และเคยมีภาวะเสน้ เลือดสมองตีบเม่ือ 15 ปี ก่อน ไดร้ ับ
การรักษาจนมีอาการปกติ แพทยร์ ักษาเบ้ืองตน้ เพ่ือลด
วธิ ีดำเนนิ กำรศึกษำ ความเจบ็ ปวด โดยการดึงถว่ งน้าหนกั บริเวณขาขา้ งขวา
โดยใชแ้ ถบเทป (Skin traction) 2 กิโลกรัม ปรึกษาอายรุ
แพทยเ์ พ่อื วางแผนผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียม แรกรับ
ความดนั โลหิต 161/76 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้
ของหวั ใจ 74 คร้ัง/นาที การหายใจ 20 คร้ัง/นาที ค่าความ
116
อิ่มตวั ของออกซิเจนในเลือด 98% ใหค้ วบคุมความดนั The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ไมเ่ กิน 150/90 มิลลิเมตรปรอท งดยาละลายล่ิมเลือด Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ก่อนผา่ ตดั 7 วนั ระหวา่ งรอผา่ ตดั เพอ่ื ควบคุมความดนั
โลหิต มีแผลกดทบั บริเวณกน้ ขา้ งขวาลกั ษณะผวิ หนงั drain มีเลือดออก 20 cc. ปัสสาวะ 50 cc. อณุ หภมู ิ 36
ลอกแดงเป็นวงกวา้ งประมาณ 4 เซนติเมตร แพทย์ set องศาเซลเซียส ความดนั โลหิต 140/80-150/90 มิลลิเมตร
ผา่ ตดั วนั ที่ 17 กนั ยายน 2563 เยย่ี มและประเมินผปู้ ่ วย ปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 80-88 คร้ัง/นาที การ
ก่อนผา่ ตดั ผปู้ ่ วยมคี วามวติ กกงั วลและกลวั การผา่ ตดั หายใจ 20-22 คร้ัง/นาที ค่าความอ่ิมตวั ของออกซิเจนใน
กลวั วา่ จะเดินไมไ่ ดเ้ หมือนเดิม ความดนั โลหิต 120/68- เลือด 97-99 เปอร์เซ็นต์ ผปู้ ่ วยไดร้ ับการดูแลในหอ้ งพกั
150/90 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 66-82 ฟ้ื น 1 ชวั่ โมง ส่งตอ่ ขอ้ มูลผปู้ ่ วยและส่งกลบั หอผปู้ ่ วย
คร้ัง/นาที การหายใจ 20-22 คร้ัง/นาที ความเขม้ ขน้ ของ ให้ O2 cannula 3 ลิตร/นาที ติดตามเยย่ี มผปู้ ่ วยหลงั ผา่ ตดั
เลือด 35% เตรียมจองเลือด PRC group B 2 ยนู ิต เวลา วนั ที่ 18 กนั ยายน 2563 ไมพ่ บภาวะแทรกซอ้ น ผปู้ ่ วยมี
14.15 น. รับผปู้ ่ วยถึงหอ้ งผา่ ตดั ผปู้ ่ วยมีความวติ กกงั วล ปัญหาขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาลท่ีตอ้ งไดร้ ับการรักษา
กลวั การผา่ ตดั อยู่ ซกั ถามพดู คุย แพทยท์ าผา่ ตดั เปล่ียน และดูแลแบ่งเป็ น 3 ระยะ คือระยะก่อนผา่ ตดั 1) ไมส่ ุข
ขอ้ สะโพกเทียมขา้ งขวาชนิดผิวสมั ผสั 2 ช้นั ไมเ่ ปลี่ยน สบายเนื่องจากปวดสะโพกขวา 2) วติ กกงั วลและกลวั
เบา้ แบบไมใ่ ชซ้ ีเมนต์ (Right Bipolar Hemiarthroplasty: เกี่ยวกบั การผา่ ตดั 3) ขาดความรู้ความเขา้ ใจในการ
Cementless)โดยวธิ ีใหย้ าระงบั ความรู้สึกแบบทว่ั ร่างกาย ปฏิบตั ิตวั ก่อนผา่ ตดั และหลงั ผา่ ตดั ปัญหาขณะรอผา่ ตดั
(General anesthesia with Endotracheal tube)ใหย้ า 4) เสี่ยงตอ่ การเกิดอบุ ตั ิเหตขุ ณะรอผา่ ตดั และจากการ
Cefazolin 1 gm.เขา้ หลอดเลือดดาก่อนผา่ ตดั ใชว้ ธิ ีผา่ ตดั เคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วย ระยะผา่ ตดั 5) เส่ียงตอ่ การบาดเจบ็ ของ
เขา้ ทางดา้ น Posterolateral เริ่มผา่ ตดั เวลา 14.30 น. ถึง เน้ือเยอ่ื เสน้ เลือด เสน้ ประสาทจากการจดั ท่า 6) เสี่ยง
16.35 น. แพทยพ์ จิ ารณาโพรงกระดูกของผปู้ ่ วยแลว้ ยงั มี ตอ่ การผา่ ตดั ผิดคน ผดิ ขา้ ง ผดิ ตาแหน่ง 7) เส่ียงต่อการ
ความหนาแน่นแขง็ แรงอยู่ จึงผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพก บาดเจ็บเน้ือเยอื่ และการเกิดอนั ตรายต่อเสน้ เลือด
เทียมโดยไมใ่ ชซ้ ีเมนต์ ขณะผา่ ตดั เสียเลือดประมาณ 150 เสน้ ประสาท จากการใชเ้ คร่ืองมือผา่ ตดั 8) เสี่ยงต่อการ
cc. ความดนั โลหิตอยรู่ ะหวา่ ง 118/60-160/80 มิลลิเมตร เกิดภาวะชอ็ ค จากร่างกายสูญเสียเลือดและสารน้า
ปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 60-80 คร้ัง/นาที ไมม่ ี ระหวา่ งผา่ ตดั (Hypovolemic shock) 9) เสี่ยงตอ่ ภาวะติด
อาการเปลี่ยนแปลงขณะผา่ ตดั ผปู้ ่ วยสามารถหายใจได้ เช้ือแผลผา่ ตดั 10) เส่ียงต่อการเกิดภาวะ Fat embolism
เอง ไมเ่ หนื่อยหอบหลงั off tubeจดั ใหผ้ ปู้ ่ วยนอนกางขา ขณะผา่ ตดั กระดูกสะโพก 11) เสี่ยงตอ่ การมีส่ิงตกคา้ งใน
ออก 30 องศา โดยใชห้ มอนสามเหลี่ยมวางระหวา่ งขาท้งั แผลผา่ ตดั ระยะหลงั ผา่ ตดั 12) ไมส่ ุขสบายเน่ืองจากปวด
2 ขา้ ง เพอ่ื ป้ องกนั ขอ้ สะโพกหลดุ หลงั ผา่ ตดั ใชเ้ วลา แผลผา่ ตดั 13) เส่ียงตอ่ การเลื่อนหลดุ ของขอ้ สะโพก
ผา่ ตดั 2 ชว่ั โมง 5 นาที เคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยไปหอ้ งพกั ฟ้ื น เทียม 14) เสี่ยงตอ่ ภาวะอุณหภมู ิร่างกายต่า 15) เสี่ยงต่อ
เพ่ือดูแลต่อเนื่องเวลา 16.35-17.35 น. ผปู้ ่ วยรู้สึกตวั ลืม การเสียเลือดหลงั ผา่ ตดั
ตาเวลาเรียก ครางเบา ๆ สามารถทาตามคาสง่ั ได้ ปวด
แผลผา่ ตดั pain score 5 แผลผา่ ตดั ไม่มีเลือดซึม Redivac การพยาบาล 1) ทบทวนประวตั ิผปู้ ่ วยจากเวช
ระเบียนไดแ้ ก่ ประวตั ิส่วนบคุ คล ผลการตรวจร่างกาย
โดย การซกั ประวตั ิ และการสืบคน้ ประวตั ิโรคร่วม
ไดแ้ ก่ โรคความดนั โลหิตสูงและโรคร่วมอื่นๆการ
ดาเนินการของโรคความดนั โลหิตสูงและปัจจยั ร่วม
117
ต่างๆที่เพม่ิ ความเส่ียงตอ่ การเกิด โรคหวั ใจ และหลอด The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เลือด (Cardiovascular Risk) ประเมินการควบคุมระดบั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ความดนั โลหิต ติดตามภาวะซีด จากค่าความเขม้ ขน้ ของ
เมด็ เลือดแดง การติดเช้ือจากเมด็ เลือดขาวท่ีเพม่ิ ข้ึน 2) (Circulating Nurse)ก่อนนามาใช้ 11. ตรวจนบั ผา้ ซบั
ประเมนิ ความปวดของผปู้ ่ วยเพอื่ ลดปัจจยั เสี่ยงที่อาจทา โลหิตและเคร่ืองมือผา่ ตดั มาตรฐานการตรวจนบั ลง
ใหผ้ ปู้ ่ วยมีภาวะความดนั สูงได้ 3) เปิ ดโอกาสใหผ้ ปู้ ่ วย บนั ทึก 12) ช่วยแพทยท์ าผา่ ตดั ซบั เลือด ดูดน้าเลือด ช่วย
ซกั ถาม อธิบายใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจ เพอ่ื ผอ่ นคลายความวติ ก ตดั ไหม ใชเ้ คร่ืองมือถ่างขยายแผลผา่ ตดั 13)ประเมินการ
กงั วล 4) แนะนาการปฏิบตั ิตวั ก่อนและหลงั ผา่ ตดั 5) สูญเสียเลือดขณะผา่ ตดั และแจง้ วสิ ญั ญีรับทราบเป็น
เคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยดว้ ยความระมดั ระวงั บาดเจบ็ ของแขน ระยะ 14) เม่ือสิ้นสุดการทาผา่ ตดั เชด็ ทาความสะอาด
ขา การเล่ือนหลดุ ของอปุ กรณ์ต่างๆ ดูแลขาที่ On Skin แผล ปิ ดแผลผา่ ตดั แตง่ ตวั ผปู้ ่ วย นอนกางขาโดยใช้
Traction ใหอ้ ยทู่ ่าเหยยี ดตรง ยกท่ีก้นั เตียงท้งั สองขา้ งข้นึ หมอนสามเหล่ียมก้นั ไวร้ ะหวา่ งขาสองขา้ งพร้อมผกู ยดึ
เพือ่ กนั ตกเตียง ดูแลผปู้ ่ วยอยา่ งใกลช้ ิด 6) อนุญาตให้ ไม่ใหห้ มอนเลื่อนหลดุ 15) ประเมินความรู้สึกตวั ของ
ญาติเขา้ มาดูระหวา่ งรอทาผา่ ตดั ได้ 1 คนโดยใหเ้ ปล่ียน ผปู้ ่ วยเพอ่ื ประเมินภาวะแทรกซอ้ นของโรคหวั ใจ หลอด
เส้ือผา้ เป็ นของหอ้ งผา่ ตดั จนกวา่ จะถึงเวลาทาผา่ ตดั เพอื่ เลือดหลงั จากน้นั ช่วยเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยไปหอ้ งพกั ฟ้ื น
ลดความวติ กกงั วล ความกลวั ของผปู้ ่ วย จนอาจทาให้
ควบคุมความดนั ไดไ้ มด่ ี หรืออาจทาใหค้ วามดนั โลหิต ระยะหลงั ผา่ ตดั 1) ใหก้ ารดูแลในระยะหอ้ งพกั
สูงจนตอ้ งงดผา่ ตดั ได้ 7) ประเมนิ ความพร้อมของผปู้ ่ วย ฟ้ื น ดูแลใหผ้ ปู้ ่ วยนอนกางขา 15 องศาโดยใชห้ มอน
ท้งั ดา้ นร่างกาย/จิตใจการจองเลือด การงดน้าและงด สามเหล่ียมก้นั ไวร้ ะหวา่ งขา ตรวจสอบท่อระบายเลือดที่
อาหาร ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ยนื ยนั ชื่อ นามสกลุ ผปู้ ่ วย ออกจากแผลผา่ ตดั ใหท้ างานและบนั ทึกจานวนเลือดที่
ตาแหน่ง ขา้ งท่ีผา่ ตดั ชนิดการผา่ ตดั ใบยนิ ยอมผา่ ตดั ออก ใหค้ วามอบอ่นุ ร่างกายประเมินความเจบ็ ปวด
ความพร้อมของเคร่ืองมือ วสั ดุอวยั วะเทียม ตามหลกั การ ร่วมกบั พยาบาลหอ้ งพกั ฟ้ื น 2) ประเมินระดบั ความ
ทา Surgical Safety Checklist 8) หลงั ดมยาสลบ จดั ท่า รู้สึกตวั และดูแลใหไ้ ดร้ ับออกซิเจน 3) ส่งต่อขอ้ มูลผปู้ ่ วย
นอนตะแคง Lateral Position สะโพกขา้ งขวาข้ึน โดยใช้ และส่งกลบั หอผปู้ ่ วย 4) ติดตามประเมิน
A-P Support ช่วยจดั ท่า ใชผ้ า้ นุ่มรองป่ ุมกระดูก แขนไม่ ภาวะแทรกซอ้ นใหค้ าแนะนาผปู้ ่ วยและญาติในการดูแล
กางเกิน 90 องศา ไมใ่ หส้ ่วนของร่างกายสมั ผสั กบั โลหะ เร่ืองโรคความดนั โลหิตสูง การปฏิบตั ิตวั หลงั ผา่ ตดั เพอ่ื
ขอบเตียง 9) เตรียมชุดเคร่ืองมือพ้นื ฐานและชุดเครื่องมือ ป้ องกนั ขอ้ สะโพกเลื่อนหลดุ
พเิ ศษเฉพาะในการผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกรวมท้งั วสั ดุท่ี
ใชใ้ นการผา่ ตดั จดั เตรียมอปุ กรณห์ า้ มเลือดและตวั หนีบ กรณีศึกษาท่ี 2 ผปู้ ่ วยหญิงไทย อายุ 75 ปี รับไวใ้ น
หา้ มเลือด ติดต้งั เครื่องมือ Air Power Machines ท่ีใชใ้ น โรงพยาบาลวนั ท่ี 31 สิงหาคม 2563 เวลา 16.12 น. ดว้ ย
การตดั หรือเจาะกระดูก 10) ส่งผา่ ตดั ตามข้นั ตอนการ อาการปวดสะโพกขา้ งขวาเดินไมไ่ ด้ ก่อนมา
ผา่ ตดั ดว้ ยเทคนิคปราศจากเช้ือ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง โรงพยาบาล 5 วนั จากอุบตั ิเหตุ ล่นื ลม้ สะโพกขวา
ของขอ้ สะโพกเทียมร่วมกบั พยาบาลบริการรอบนอก กระแทกพ้นื บวม ปวดมาก คะแนนความเจ็บปวดเท่ากบั
7 แพทยต์ รวจวนิ ิจฉยั ส่ง X-Ray Both Hip พบวา่ กระดูก
ตน้ ขาส่วนคอขา้ งขวาหกั แบบปิ ด (Close fracture neck
of right femur) 1 ปี ก่อนเคยล่ืนลม้ และกระดูกตน้ ขาส่วน
คอขา้ งขวาหกั ผปู้ ่ วยไมผ่ า่ ตดั แตเ่ ดินไดโ้ ดยใช้ Walker
เคยผา่ ตดั ตอ้ กระจกตาขา้ งขวา 10 ปี ตาขา้ งซา้ ยมองเห็น
118
ลางๆ มีโรคประจาตวั ความดนั โลหิตสูง โรคเบาหวาน The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
มา 10 ปี รับประทานยารักษาต่อเน่ือง รักษาเบ้ืองตน้ เพื่อ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ลดความเจบ็ ปวดโดยการดึงถว่ งน้าหนกั ท่ีขาขา้ งขวาโดย
เจาะผา่ นกระดูก (Skeletal traction) 5 กิโลกรัม ปรึกษา ปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 80-95 คร้ัง/นาที การ
แพทยอ์ ายรุ กรรม เพอื่ วางแผนผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพก หายใจ 20-22 คร้ัง/นาที ระดบั น้าตาลในเลือด 137
เทียม แรกรับระดบั น้าตาลในเลือด 184 มิลลิกรัม มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะใส่ซีเมนต์ ความดนั โลหิต
เปอร์เซ็นต์ ใหค้ วบคุมระดบั น้าตาลในเลือดอยใู่ นเกณฑ์ 110/60 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 86 คร้ัง/
80-200 มิลลิกรัม ใหค้ วบคุมความดนั โลหิตไมเ่ กิน นาที การหายใจ 22 คร้ัง/นาที ไม่มีอาการเปล่ียนแปลง
150/90 มิลลิเมตรปรอท งดยาละลายลิ่มเลือดก่อนผา่ ตดั เสร็จผา่ ตดั ดึงถ่วงน้าหนกั ท่ีขาขา้ งขวาโดยใชแ้ ถบเทป
7 วนั ระหวา่ งรอผา่ ตดั เพ่ือควบคมุ ระดบั น้าตาลในเลือด (Skin Traction) 1 กิโลกรัม เพื่อป้ องกนั ขอ้ สะโพกหลดุ
และควบคุมความดนั โลหิต ผปู้ ่ วยมีอาการเอะอะโวยวาย ใชเ้ วลาผา่ ตดั 2 ชวั่ โมง 15 นาที ผปู้ ่ วยรู้สึกตวั ดี ระดบั
ไม่ทราบสถานที่(Delirium) แพทย์ Set ผา่ ตดั วนั ที่ 17 การชาอยรู่ ะดบั สะดือ ไมม่ ีอาการเหนื่อยหอบ ความดนั
กนั ยายน 2563 เยย่ี มและประเมินผปู้ ่ วยก่อนผา่ ตดั ผปู้ ่ วย โลหิต 138/70 มิลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 86
มีความวติ กกงั วลและกลวั การผา่ ตดั ระดบั น้าตาลใน คร้ัง/นาที การหายใจ 20 คร้ัง/นาที เคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วยไป
เลือด อยใู่ นช่วง 99-276 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ความดนั หอ้ งพกั ฟ้ื นเพื่อดูแลตอ่ เนื่อง เวลา 13.15 น.-14.15 น.
โลหิต 130/80-150/80 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้ ผปู้ ่ วยรู้สึกตวั ดี สามารถทาตามคาสงั่ ได้ ยงั ขยบั ขาไม่ได้
ของหวั ใจ 80-88 คร้ัง/นาที การหายใจ 20-22 คร้ัง/นาที ระดบั การชาอยทู่ ี่ระดบั สะดือ ใหผ้ ปู้ ่ วยนอนราบ 8
ผลความเขม้ ขน้ ของเลือด 31 เปอร์เซ็นต์ เตรียม PRC gr. ชว่ั โมง ใหอ้ อกซิเจน ทาง Cannula 3 ลิตร/นาที ตรวจวดั
B 2 ยนู ิต วนั ผา่ ตดั ก่อนรับผปู้ ่ วยมาหอ้ งผา่ ตดั ผปู้ ่ วยมี สญั ญาณชีพ อุณหภมู ิ 36.1 องศาเซลเซียส อตั ราการเตน้
ระดบั น้าตาลในเลือดต่า 54 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อายรุ ของหวั ใจ 88 คร้ัง/นาที การหายใจ 20 คร้ัง/นาที ความ
แพทยใ์ ห้ 50% Glucose 20 ml. เขา้ เสน้ เลือด เปล่ียนให้ ดนั โลหิต 120/60-140/80 มิลิเมตรปรอท ค่าความอ่ิมตวั
สารน้าเป็ น 5%D/N/2 เขา้ หลอดเลือดดา 80 ml/hr เวลา ของออกซิเจนในกระแสเลือด 98-99 เปอร์เซ็นต์ ระดบั
10.30 รับผปู้ ่ วยถึงหอ้ งผา่ ตดั แพทยท์ าผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ น้าตาลในเลือด 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผปู้ ่ วยไดร้ บั การ
สะโพกเทียมขา้ งขวาชนิดผวิ สมั ผสั 2 ช้นั ไมเ่ ปลี่ยนเบา้ ดูแลในหอ้ งพกั ฟ้ื น 1 ชว่ั โมง รู้สึกตวั ดี ขาท้งั 2 ขา้ ง ยงั ยก
แบบใชซ้ ีเมนต์ (Rt. Bipolar Hemiarthroplasty : ไม่ได้ แตข่ ยบั ปลายเทา้ ไดเ้ ลก็ นอ้ ย เร่ิมปวดแผล Pain
Cemented) โดยวธิ ีใหย้ าระงบั ความรู้สึกแบบฉีดยาเขา้ Score 2 แผลผา่ ตดั ไม่มีเลือดซึม Radivac drain มี
ช่องไขสนั หลงั (Spinal Block) ใหย้ า Cefazolin 1 gm เลือดออก 30 ซีซี มีปัสสาวะออก 60 ซีซี ส่งต่อผปู้ ่ วย
เขา้ หลอดเลือดดาก่อนผา่ ตดั ใชว้ ธิ ีผา่ ตดั เขา้ ทางดา้ น และส่งกลบั หอผปู้ ่ วย ใหอ้ อกซิเจนทาง Cannula 3 ลิตร/
Anterolateral เร่ิมผา่ ตดั เวลา 11.00 น. ถึง 13.15 น. ขณะ นาที ติดตามเยยี่ มผปู้ ่ วยหลงั ผา่ ตดั วนั ที่ 18 กนั ยายน
ผา่ ตดั เสียเลือดประมาณ 200 ซีซี ความเขม้ ขน้ ของเลือด 2563 ไม่พบภาวะแทรกซอ้ น ผปู้ ่ วยมีปัญหาขอ้ วนิ ิจฉยั
(Hemoglobin) 9.5 ให้ PRC gr. B 1 ยนู ิต เขา้ หลอดเลือด ทางการพยาบาลที่ตอ้ งไดร้ ับการรักษาและดูแลแบ่งเป็น
ดา ความดนั โลหิตอยรู่ ะหวา่ ง 110/50-138/70 มิลลิเมตร 3 ระยะ ระยะก่อนผา่ ตดั 1) ไม่สุขสบายเนื่องจากปวด
สะโพกขวา 2) วติ กกงั วลและกลวั เกี่ยวกบั การผา่ ตดั 3.
ขาดความรู้ความเขา้ ใจในการปฏิบตั ิตวั ก่อนผา่ ตดั และ
หลงั ผา่ ตดั ขณะรอผา่ ตดั 4)เสี่ยงตอ่ การเกิดอบุ ตั เิ หตุ
119
ขณะรอผา่ ตดั และจากการเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วย ระยะผา่ ตดั The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
5) เส่ียงตอ่ การบาดเจบ็ ของเน้ือเยอื่ เสน้ เลือด Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เสน้ ประสาท จากการจดั ท่า 6) เส่ียงตอ่ การผา่ ตดั ผดิ คน
ผดิ ขา้ ง ผดิ ตาแหน่ง 7) เส่ียงตอ่ การเกิดบาดเจบ็ เน้ือเยอ่ื ญาติเขา้ มาดูระหวา่ งรอทาผา่ ตดั ได้ 1 คนโดยใหเ้ ปลี่ยน
และการเกิดอนั ตรายตอ่ เสน้ เลือดเสน้ ประสาทจากการใช้ เส้ือผา้ เป็ นของหอ้ งผา่ ตดั จนกวา่ จะถึงเวลาทาผา่ ตดั เพ่ือ
เครื่องมือ 8) เสี่ยงตอ่ ภาวะชอ็ คจากร่างกายสูญเสียเลือด ลดความวติ กกงั วล ความกลวั ของผปู้ ่ วย จนอาจทาให้
และสารน้าระหวา่ งผา่ ตดั (Hypovolemic shock) 9) ควบคุมความดนั ไดไ้ มด่ ี หรืออาจทาใหค้ วามดนั โลหิต
เส่ียงตอ่ ภาวะติดเช้ือแผลผา่ ตดั 10. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ สูงจนตอ้ งงดผา่ ตดั ได้ 7) ประเมินความพร้อมของผปู้ ่ วย
Fat Embolism ขณะผา่ ตดั กระดูกสะโพก 11. เส่ียงต่อ ท้งั ดา้ นร่างกาย/จิตใจการจองเลือด การงดน้าและงด
การเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการใส่ Bone Cement 12) มี อาหาร ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ยนื ยนั ชื่อ นามสกลุ ผปู้ ่ วย
โอกาสเกิดภาวะน้าตาลในเลือดต่าหรือสูงเกินปกติ 13) ตาแหน่ง ขา้ งท่ีผา่ ตดั ชนิดการผา่ ตดั ใบยนิ ยอมผา่ ตดั
เสี่ยงต่อการมีสิ่งตกคา้ งในแผลผา่ ตดั ระยะหลงั ผา่ ตดั 14) ความพร้อมของเครื่องมือ วสั ดุอวยั วะเทียม ตามหลกั การ
ไม่สุขสบายเน่ืองจากปวดแผลผา่ ตดั 15) เสี่ยงต่อการ ทา Surgical Safety Checklist 8) หลงั ดมยาสลบ จดั ท่า
เล่ือนหลุดของขอ้ สะโพกเทียม 16) เส่ียงต่อภาวะ นอนตะแคง Lateral Position สะโพกขา้ งขวาข้ึน โดยใช้
อณุ หภมู ิร่างกายต่า 17) เส่ียงตอ่ การเสียเลือดหลงั ผา่ ตดั A-P Support ช่วยจดั ท่า ใชผ้ า้ นุ่มรองป่ ุมกระดูก แขนไม่
กางเกิน 90 องศา ไมใ่ หส้ ่วนของร่างกายสมั ผสั กบั โละ
การพยาบาล 1) ทบทวนประวตั ิผปู้ ่ วยจากเวช ขอบเตียง 9) เตรียมชุดเคร่ืองมือพ้นื ฐานและชุดเครื่องมือ
ระเบียนไดแ้ ก่ ประวตั ิส่วนบคุ คล ผลการตรวจร่างกาย พิเศษเฉพาะในการผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกรวมท้งั วสั ดุที่
โดย การซกั ประวตั ิ และการสืบคน้ ประวตั ิโรคร่วม ได้ ใชใ้ นการผา่ ตดั จดั เตรียมอปุ กรณ์หา้ มเลือดและตวั หนีบ
แก โรคความดนั โลหิตสูงและโรคร่วมอื่นๆการ หา้ มเลือด ติดต้งั เคร่ืองมือ Air Power Machines ท่ีใชใ้ น
ดาเนินการของโรคความดนั โลหิตสูง โรคเบาหวานและ การตดั หรือเจาะกระดูก 10) ส่งผา่ ตดั ตามข้นั ตอนการ
ปัจจยั ร่วมต่างๆที่เพิ่มความเสี่ยงตอ่ การเกิด โรคหวั ใจ ผา่ ตดั ดว้ ยเทคนิคปราศจากเช้ือ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
และหลอดเลือด (Cardiovascular Risk) 1) ประเมินการ ของขอ้ สะโพกเทียมร่วมกบั พยาบาลบริการรอบนอก
ควบคุมระดบั ความดนั โลหิต ระดบั น้าตาลในเลือด (Circulating Nurse)ก่อนนามาใช้ 11) ตรวจนบั ผา้ ซบั
ติดตามภาวะซีดจากคา่ ความเขม้ ขน้ ของเมด็ เลือดแดง 2) โลหิตและเครื่องมือผา่ ตดั มาตรฐานการตรวจนบั ลง
ประเมนิ ความปวดของผปู้ ่ วยเพอ่ื ลดปัจจยั เส่ียงท่ีอาจทา บนั ทึก 12) ช่วยแพทยท์ าผา่ ตดั ซบั เลือด ดูดน้าเลือด ช่วย
ใหผ้ ปู้ ่ วยมีภาวะความดนั สูง 3) เปิ ดโอกาสใหผ้ ปู้ ่ วย ตดั ไหม ใชเ้ ครื่องมือถ่างขยายแผลผา่ ตดั 13) ประเมิน
ซกั ถาม อธิบายใหผ้ ปู้ ่ วยเขา้ ใจ เพอ่ื ผอ่ นคลายความวติ ก การสูญเสียเลือดขณะผา่ ตดั และแจง้ วสิ ญั ญีรับทราบเป็ น
กงั วล 4) แนะนาการปฏิบตั ิตวั ก่อนและหลงั ผา่ ตดั 5) ระยะ 14) เฝ้ าระวงั ภาวะเส่ียงจากน้าตาลในเลือดต่าหรือ
เคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยดว้ ยความระมดั ระวงั บาดเจบ็ ของแขน สูงเกินปกติ โดยตรวจระดบั น้าตาลในเลือดทุก 2 ชวั่ โมง
ขา การเล่ือนหลดุ ของอปุ กรณ์ต่างๆ ดูแลขาท่ี On Skin ขณะผา่ ตดั ร่วมกบั ทีมวสิ ญั ญี 15) เฝ้ าระวงั ภาวะBone
Traction ใหอ้ ยทู่ ่าเหยยี ดตรง ยกท่ีก้นั เตียงท้งั สองขา้ งข้ึน Cement Implantation Syndrome ขณะใส่ Bone Cement
เพือ่ กนั ตกเตียง ดูแลผปู้ ่ วยอยา่ งใกลช้ ิด 6) อนุญาตให้ โดยแจง้ ทีมวสิ ญั ญีลว่ งหนา้ เพอื่ เตรียมความพร้อม 16)
เมื่อสิ้นสุดการทาผา่ ตดั เชด็ ทาความสะอาดแผล ปิ ดแผล
ผา่ ตดั แต่งตวั ผปู้ ่ วย ใหผ้ ปู้ ่ วยนอนหงายดึงถว่ งน้าหนกั ท่ี
120
ขาขวาโดยใชแ้ ถบเทป (Skin traction) 1 กิโลกรัม 17) The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ประเมนิ ความรู้สึกตวั ของผปู้ ่ วยเพ่อื ประเมิน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ภาวะแทรกซอ้ นของโรคหวั ใจและหลอดเลือดหลงั
จากน้นั ช่วยเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วยไปหอ้ งพกั ฟ้ื น ระยะหลงั ตอ่ เนื่อง ปัจจยั เสี่ยงจากโรคร่วม เนื่องจากผสู้ ูงอายจุ ะมี
ผา่ ตดั 1) ใหก้ ารดูแลในระยะหอ้ งพกั ฟ้ื น ดูแลใหผ้ ปู้ ่ วย โรคประจาตวั มีโรคร่วมผปู้ ่ วยท้งั 2 กรณีศึกษา มีโรค
ไดร้ ับการดึงถ่วงน้าหนกั 1 กก. ตรวจสอบท่อระบาย ร่วมเหมือนกนั คือ ความดนั โลหิตสูง กรณีศึกษาท่ี 1 เคย
เลือดท่ีออกจากแผลผา่ ตดั ใหท้ างานและบนั ทึกจานวน มีประวตั ิเสน้ เลือดสมองตบี และกรณีศึกษาท่ี 2 มี
เลือดท่ีออก ใหค้ วามอบอ่นุ ร่างกายประเมนิ ความ โรคเบาหวานร่วมดว้ ย จึงตอ้ งมีการ ประเมินระบบต่างๆ
เจบ็ ปวดร่วมกบั พยาบาลหอ้ งพกั ฟ้ื น 2) ประเมินระดบั ของผปู้ ่ วยก่อนไดร้ ับการผา่ ตดั ทาใหเ้ กิดปัญหาผา่ ตดั
ความรู้สึกตวั ระดบั การชาและดูแลใหไ้ ดร้ ับออกซิเจน ลา่ ชา้ หลงั เขา้ รับการรักษาในโรงพยาบาล มีการทางาน
3) ส่งต่อขอ้ มูลผปู้ ่ วยและส่งกลบั หอผปู้ ่ วย 4) ติดตาม ร่วมกนั ระหวา่ งทีมสหสาขาวชิ าชีพ เพอ่ื เตรียมความ
ประเมนิ ภาวะแทรกซอ้ นใหค้ าแนะนาผปู้ ่ วยและญาติใน พร้อมก่อนผา่ ตดั ท้งั ดา้ นร่างกายและจิตใจ ผลการรักษา
การดูแลเร่ืองโรคความดนั โลหิตสูงและโรคเบาหวาน หลงั ผา่ ตดั ผปู้ ่ วยกรณีศึกษาที่ 1 ไม่มีภาวะแทรกซอ้ น
การปฏิบตั ติ วั หลงั ผา่ ตดั เพือ่ ป้ องกนั ขอ้ สะโพกเลื่อน กรณีศึกษาที่ 2 มีภาวะซีด ตอ้ งใหเ้ ลือด ไมม่ ี
หลุด ภาวะแทรกซอ้ นผปู้ ่ วย
อำกำรสำคญั กรณีศึกษาที่ 1 4 วนั ก่อนมาโรงพยาบาล
จาการศึกษาเชิงเปรียบเทียบในผปู้ ่ วยสูงอายุ ล่ืนลม้ ปวดสะโพกขวา ลุกเดินไม่ได้ กรณีศึกษาที่ 2 5
กระดูกสะโพกหกั ที่ไดร้ บั การผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพก วนั ก่อนมาโรงพยาบาลล่ืนลม้ ปวดสะโพกขวา
เทียม และมีโรคร่วมจานวน 2 ราย ผศู้ ึกษานาเสนอการ
เปรียบเทียบตามประเดน็ ที่กาหนดดงั น้ี ผลเปรียบเทียบ กรณีศึกษาท้งั 2 ราย มา
โรงพยาบาลดว้ ยอาการปวดสะโพก ลุกเดินไมไ่ ด้ เวลา
ขยบั จะปวดมาก ส่งตรวจภาพถา่ ยรังสีพบกระดูกสะโพก
ขวาส่วนคอหกั แบบปิ ด
ปัจจยั เส่ียง (Risk Factors) กรณีศึกษาที่ 1 ข้อวนิ ิจฉัยของแพทย์ Closed Fracture Neck of Right
หญิงไทยอายุ 71 ปี ความดนั โลหิตสูง เสน้ เลือดสมอง Femur ท้งั 2 ราย
ตีบ แผลกดทบั ซีด กรณีศึกษาที่ 2 หญิงไทยอายุ 75 ปี กำรผ่ำตดั (Operation) กรณีศึกษาที่ 1 Bipolar Hemi
ความดนั โลหิตสูง เบาหวาน ซีด Arthroplasty Right Hip Cementless
ผลเปรียบเทียบ กรณีศึกษาท้งั 2 ราย เป็ นเพศ กรณีศึกษาที่ 2 Bipolar Hemi Arthroplasty
หญิง และเป็ นผสู้ ูงอายุ มีประวตั ิการบาดเจบ็ ท่ีเหมือนกนั Right Hip Cemented
คือ ลื่นลม้ เกิดแรงกระแทกบริเวณสะโพกขา้ งขวา ทาให้
กระดูกสะโพกขวาหกั กรณีศึกษาท่ี 1 มีประวตั เิ คยเป็ น ผลเปรียบเทียบ ผปู้ ่ วยกรณีศึกษาท้งั 2 ราย
โรคเสน้ เลือดสมองตบี มีโรคความดนั โลหิตสูง ไดร้ ับการรักษาโดยการผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียม
รับประทานยาละลายลิ่มเลือดและยารักษาอยา่ งตอ่ เนื่อง ชนิดไมเ่ ปล่ียนเบา้ สะโพก(Hemiarthroplasty) เน่ืองจาก
ส่วนกรณีศึกษาท่ี 2 มีโรคความดนั โลหิตสูง และ เบา้ สะโพกของผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย ยงั มีสภาพดี และใชห้ วั
เบาหวานรบั ประทานยาละลายล่ิมเลือดและรับยารักษา สะโพกชนิดผิวสมั ผสั 2 ช้นั (Bipolar Hemiarthroplasty)
โดยผปู้ ่ วยกรณีศึกษาท่ี 1 ทาผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกชนิด
121
ไม่ใส่ซีเมนตเ์ นื่องจากกระดูกยงั แขง็ แรง ส่วนกรณีศึกษา The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
รายท่ี 2 ทาผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกโดยการใชซ้ ีเมนต์ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เพ่ือยดึ กระดูกไวโ้ ดยใส่บริเวณ Femoral Component วธิ ี
น้ีเหมาะสาหรบั ผปู้ ่ วยสูงอายหุ รือกระดูกบาง ทาใหข้ อ้ ผปู้ ่ วยสูงอายแุ ละมีโรคร่วมคือความดนั โลหิตสูง
เทียมแขง็ แรงทนั ที ข้นั ตอนการใส่ซีเมนตท์ ี่ตอ้ งมีการ เบาหวาน ใชว้ ธิ ีระงบั ความรู้สึกเฉพาะส่วน (Spinal
ผสมส่วนท่ีเป็ นผงและของเหลวหลงั ผสมกนั ของเหลวที่ block) เพ่ือช่วยลด Stress response ต่อการผา่ ตดั ลด
ไดจ้ ะเปลี่ยนไป มีความเหนียวมากข้ึน สามารถใชฉ้ ีด ภาวะขาดออกซิเจนระหวา่ งอยใู่ นช่วงพกั ฟ้ื น ผปู้ ่ วยฟ้ื น
หรือป้ันเพอื่ ใหข้ อ้ เทียมยดึ ติดกระดูก ก่อนเริ่มผสมตอ้ ง ตวั ไดเ้ ร็วข้ึน
ใหศ้ ลั ยแพทยแ์ จง้ วา่ พร้อมแลว้ เท่าน้นั หลงั ผา่ ตดั ผปู้ ่ วย
ท้งั 2 กรณีศึกษาพบวา่ ขอ้ สะโพกเทียมอยใู่ นตาแหน่งที่ กรณีศึกษาท่ี 1 หลงั ไดร้ บั การระงบั
ถูกตอ้ ง มน่ั คง ความรู้สึกแบบทวั่ ร่างกาย สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้
และใหผ้ ปู้ ่ วยสูดดมออกซิเจนทางหนา้ กาก(Mask)
กรณีศึกษาท่ี 1 วธิ ีผา่ ตดั โดยเปิ ดแผลทาง อณุ หภมู ิ 36.4 องศาเซลเซียส ความดนั โลหิต140/80-
Posterolateral กรณีศึกษาท่ี 2 วธิ ีผา่ ตดั โดยเปิ ดแผลเขา้ 150/90มิลลิเมตรปรอท ค่าความอิม่ ตวั ของออกซิเจนใน
ทาง Anterolateral เลือด 97-99 เปอร์เซ็นต์
ผลเปรียบเทียบ แพทย์ 2 ท่านเลือกวธิ ีผา่ ตดั 2 กรณีศึกษาท่ี 2 หลงั ไดร้ ับยาระงบั
กรณีศึกษาต่างกนั กรณีศึกษาที่ 1 เปิ ดแผลเขา้ ทางดา้ น ความรู้สึกเฉพาะส่วนทางไขสนั หลงั ผปู้ ่ วยรู้สึกตวั ดี
Posterolateral เป็ นวธิ ีท่ีสะดวกในการใส่หวั กระดูกเทียม สามารถทาตามคาสง่ั ได้ ยงั ขยบั ขาไม่ได้ ระดบั การชาอยู่
และใชแ้ รงดึงกลา้ มเน้ือ Gluteus นอ้ ย และเขา้ ถึงส่วนบน ที่ระดบั สะดือ ใหผ้ ปู้ ่ วยนอนราบสูดดมออกซิเจนทาง
ของกระดูกตน้ ขาไดง้ ่ายโดยไมเ่ สียเลือดในการทาผา่ ตดั Cannula อณุ หภูมิ 36.1 องศาเซลเซียส ความดนั โลหิต
มาก กรณีศึกษาที่ 2 เปิ ดแผลเขา้ ทาง Anterolateral เป็น 120/60-140/80 มิลลิเมตรปรอท ค่าความอิ่มตวั ของ
วธิ ีผา่ ตดั ที่เปิ ดใหเ้ ห็นหวั กระดูกสะโพกไดด้ ี ช่วยลดการ ออกซิเจนในเลือด 98-99 เปอร์เซ็นต์ คา่ น้าตาลใน
เสียเลือดขณะผา่ ตดั เพ่มิ การฟ้ื นตวั หลงั ผา่ ตดั เน่ืองจาก กระแสเลือด 137 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
เป็ นวธิ ีที่ ไม่มีการตดั กลา้ มเน้ือรอบๆขอ้ สะโพก
กำรพยำบำล
กรณีศึกษาที่ 1 การระงบั ความรูส้ ึกแบบทว่ั
ร่างกาย (General anesthesia with endotracheal tube) ผลเปรียบเทียบผปู้ ่ วยมีการใหก้ ารพยาบาลที่
เหมือนกนั ท้งั 2กรณีคือมีการเยยี่ มประเมินก่อนผา่ ตดั เพื่อ
กรณีศึกษาท่ี 2 การระงบั ความรูส้ ึกเฉพาะ ประเมินความพร้อมดา้ นร่างกายและโรคความดนั โลหิต
ส่วน (Regional anesthesia spinal block) สูงการเยย่ี มก่อนผา่ ตดั จะสร้างความมน่ั ใจและลดความ
ผลเปรียบเทียบ การเลือกวธิ ีระงบั ความรู้สึกแบบทวั่ วติ กกงั วลของผปู้ ่ วย นาผลการประเมินมาวางแผนกบั
ร่างกายในกรณีศึกษาที่ 1 เนื่องจากผปู้ ่ วยสูงอายุ ร่วมกบั ทีมผา่ ตดั เพื่อลดความเส่ียงของผปู้ ่ วยท้งั ความเส่ียงทว่ั ไป
ประวตั ิเป็ นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ความดนั โลหิตสูง ของการผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียมและความเส่ียงของ
การใชว้ ธิ ีระงบั ความรู้สึกทวั่ ร่างกายสามารถควบคุม โรคความดนั โลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในระยะผา่ ตดั
ระบบหวั ใจและหลอดเลือดไดด้ ีกวา่ กรณีศึกษาท่ี 2 พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วยท้งั 2 กรณีศึกษา
ในเร่ืองการป้ องกนั ไมใ่ หม้ ีสิ่งมากระตุน้ ใหเ้ กิดการ
122
เปลี่ยนแปลงของความดนั โลหิตสูงตามแผนท่ีวางไว้ คือ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
การดูแลความเจบ็ ปวดขณะเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่ วยตามจุดตา่ งๆ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การลดความกลวั และความวติ กกงั วล การดูแลผปู้ ่ วย
ขณะรอเวลาผา่ ตดั ไมค่ วรนานเกินไปเพราะจะยงิ่ เพม่ิ บทวจิ ำรณ์
ความกงั วลใหก้ บั ผปู้ ่ วยได้ การเตรียมพร้อมเร่ืองการให้
เลือด หลงั ผา่ ตดั การใหค้ าแนะนาในเร่ืองการปฏิบตั ิตวั ผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกที่มีภาวะโรคร่วม
หลงั เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียมและการดูแลผปู้ ่ วยในเร่ือง ความดนั โลหิตสูง โรคเบาหวาน ท้งั 2 ราย เป็นเพศหญิง
โรคความดนั โลหิตสูงและเบาหวานการใหค้ าแนะนา อายุ 71 ปี และ 75 ปี มีประวตั ิการบาดเจ็บจากการล่ืนลม้
และใหค้ วามรู้ร่วมกบั ผดู้ ูแลใกลช้ ิดดว้ ยเนื่องจากผปู้ ่ วย ทาใหก้ ระดูกขอ้ สะโพกส่วนคอหกั สอดคลอ้ งกบั ผล
ท้งั 2กรณีศึกษาเป็นผปู้ ่ วยสูงอายุ มีขอ้ จากดั หลาย การศึกษาท่ีพบวา่ กระดูกสะโพกหกั เป็นภาวะท่ีพบได้
อยา่ งเช่นความจา การช่วยเหลือตวั เองที่ลดลงหลงั ผา่ ตดั บ่อยในสตรีสูงอายทุ ่ีไดร้ ับอบุ ตั ิเหตุเพยี งเลก็ นอ้ ย เช่น
ใหม่ๆการมาพบแพทยต์ ามนดั ทุกคร้ัง ล่ืนลม้ (Wilairat,2019) ผปู้ ่ วยท้งั 2 รายมีโรคร่วมคือ
ความดนั โลหิตสูง สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของ
ผลกำรศึกษำเชิงเปรียบเทยี บ Klaewklong, Chanruangvanich, Danaidutsadeekul &
Riansuwan(2014) ที่พบวา่ ผปู้ ่ วยกระดูกสะโพกหกั ส่วน
กรณีศึกษาท้งั 2 ราย เป็นผปู้ ่ วยสูงอายทุ ี่มีโรค ใหญม่ ีอายตุ ้งั แต่ 50 ปี ข้ึนไป โดยมีโรคร่วม (Co-
ประจาตวั ร่วมดว้ ย มีปัญหาลื่นลม้ ปวดสะโพก ลกุ เดิน Morbidities) อยา่ งนอ้ ย 1 โรค เชน่ โรคความดนั โลหิต
ไมไ่ ด้ ขอ้ สะโพกขา้ งขวาส่วนคอหกั ตอ้ งไดร้ ับการผา่ ตดั สูง เบาหวาน ผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย มาโรงพยาบาลดว้ ยอาการ
เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมชนิดไมเ่ ปล่ียนเบา้ ท้งั 2 ราย และอาการแสดงเหมือนกนั คือปวดตน้ ขาและสะโพก
ระหวา่ งรอผา่ ตดั ผปู้ ่ วยไดร้ ับการเตรียมความพร้อมท้งั ขา้ งที่หกั ทาใหไ้ ม่กลา้ ขยบั ตวั เดินไมไ่ ด้ ไม่มีแผล
ดา้ นร่างกาย จิตใจและควบคุมสภาวะโรคที่เป็ นอยใู่ น ภายนอก กดเจบ็ บริเวณขอ้ สะโพก แพทยเ์ ลือกวธิ ีการ
เกณฑป์ กติ ระยะผา่ ตดั ผปู้ ่ วยไดร้ บั การประเมินการให้ รักษาผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย โดยการผา่ ตดั ชนิดเปล่ียนเฉพาะ
ยาระงบั ความรู้สึกตามสภาวะของโรคร่วม เทคนิคการ ส่วนหวั กระดูกตน้ ขา (Hemiarthroplasty) ดว้ ยสภาพของ
ผา่ ตดั ของแพทยผ์ า่ ตดั ตา่ งกนั โดยเลือกวธิ ีผา่ ตดั ที่ เบา้ สะโพกยงั ดี โดยผปู้ ่ วยกรณีศึกษาที่ 1 แพทยเ์ ลือกการ
ปลอดภยั ลดภาวะแทรกซอ้ น และประเมินตามสภาพ ผา่ ตดั ขอ้ สะโพกเทียมชนิดไม่ใชซ้ ีเมนต์ (Cementless
ความเขา้ ทรงของกระดูก ผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย ไดร้ ับการผา่ ตดั Hip Arthroplasty) เน่ืองจากกระดกู ยงั มีความแขง็ แรง
เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียมอยา่ งปลอดภยั ไม่มี ส่วนผปู้ ่ วยกรณีศึกษาที่ 2 แพทยเ์ ลือกการผา่ ตดั ขอ้
ภาวะแทรกซอ้ น หลงั ผา่ ตดั ดูแลจดั ท่าใหผ้ ปู้ ่ วยนอน สะโพกเทียมชนิดใชซ้ ีเมนต์ (Cemented Hip
หงายกางขาโดยใชห้ มอนวางข้นั ระหวา่ งขา 30 องศา Arthroplasty) เพ่ือช่วยยดึ ขอ้ เทียมกบั กระดูกเพอื่ ใหม้ ี
หรือใส่ Skin Traction ขาขา้ งที่ผา่ ตดั เพอ่ื ป้ องกนั ขอ้ ความแขง็ แรงทนั ทีต้งั แตผ่ า่ ตดั (Tengpanichkul,
สะโพกเลื่อนหลดุ และแนะนาการปฏิบตั ิตนแก่ผปู้ ่ วย Chuetaleng & Thongteratham, 2016) เนื่องจากผปู้ ่ วย
และญาติเมื่อกลบั บา้ นได้ กระดูกบาง ขณะนอนโรงพยาบาลผปู้ ่ วยกรณีศึกษาท่ี 1
สามารถควบคุมความดนั โลหิตไดด้ ี แต่ตอ้ งชะลอการ
ผา่ ตดั ออกไป 7 วนั เน่ืองจากตอ้ งหยดุ ยาละลายล่ิมเลือด
123
มีแผลกดทบั หลงั ผา่ ตดั ไม่มีภาวะแทรกซอ้ น ใช้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ระยะเวลานอนท้งั หมด 19 วนั ผปู้ ่ วยกรณีศึกษาท่ี 2 ขณะ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
นอนโรงพยาบาลมีภาวะโรคความดนั โลหิตสูงและ
โรคเบาหวานที่ตอ้ งควบคุมใหอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติ และตอ้ ง ปัจจุบนั การผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมมี
ชะลอการผา่ ตดั ออกไป 7 วนั เนื่องจากตอ้ งหยดุ ยา จานวนเพ่มิ มากข้ึนทุกปี วธิ ีการผา่ ตดั ข้ึนอยกู่ บั พยาธิ
ละลายลิ่มเลือด มีภาวะซีด ทาผา่ ตดั ได้ หลงั ผา่ ตดั ไมม่ ี สภาพของผปู้ ่ วย แต่ไม่วา่ จะเป็นการผา่ ตดั ดว้ ยเทคนิคใด
ภาวะแทรกซอ้ นใด ใชเ้ วลานอนโรงพยาบาลท้งั หมด 22 กต็ าม ความสาเร็จของการผา่ ตดั ข้นึ อยกู่ บั การ
วนั สอดคลอ้ งกบั ผลการรักษาของ Navack, Jotkwitz, เตรียมพร้อมของผปู้ ่ วยก่อนการผา่ ตดั การใหก้ าร
Etzion & Porath (2007) ท่ีพบวา่ ผปู้ ่ วยสะโพกหกั ร้อยละ พยาบาลเพือ่ ป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆ และการ
35.40 ที่มีการชะลอการทาผา่ ตดั จะมีระยะเวลาการนอน บรรเทาอาการขา้ งเคียงจากการผา่ ตดั จะช่วยส่งเสริมให้
โรงพยาบาลนานข้ึนโดยผปู้ ่ วยที่ไดร้ ับการผา่ ตดั ภายใน 2 ผปู้ ่ วยฟ้ื นตวั ไดเ้ ร็วข้ึน รวมถึงคาแนะนาในการปฏิบตั ิตวั
วนั จะมีวนั นอนโรงพยาบาลเฉลย่ี 8 วนั ผปู้ ่ วยที่ไดร้ ับ ในระยะฟ้ื นตวั เม่ืออยบู่ า้ น จะช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถ
การผา่ ตดั ภายใน 2-4 วนั จะมีวนั นอนโรงพยาบาลเฉลี่ย กลบั ไปใชช้ ีวติ ประจาวนั ไดใ้ กลเ้ คียงเดิมมากท่ีสุด
10 วนั และผปู้ ่ วยที่ชะลอการผา่ ตดั นานกวา่ 4 วนั จะมีวนั
นอนโรงพยาบาลเฉลี่ย 16 วนั ปัญหาทางการพยาบาล ข้อเสนอแนะ
ก่อนผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั และหลงั ผา่ ตดั ท่ีใกลเ้ คียงกนั 14
ปัญหา ปัญหาที่แตกตา่ งกนั 2 ปัญหา 1. บทบาทของพยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ในการดูแล
ผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียมท่ีมีภาวะโรคร่วม
บทสรุป ความดนั โลหิตสูง โรคเบาหวาน พยาบาลควรพฒั นา
ความรู้ในเร่ืองโรคร่วมของผปู้ ่ วย และความเสี่ยงต่อการ
กรณีศึกษาท้งั 2 ราย เป็นผสู้ ูงอายทุ ี่มีโรค ทาผา่ ตดั และการดูแลผปู้ ่ วยก่อนผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั และ
ประจาตวั ร่วมดว้ ย มีปัญหาล่ืนลม้ ปวดสะโพก ลุกเดิน หลงั ผา่ ตดั
ไมไ่ ด้ ขอ้ สะโพกส่วนคอหกั ตอ้ งไดร้ ับการผา่ ตดั เปลี่ยน
ขอ้ สะโพกเทียมชนิดไมม่ ีเบา้ ท้งั 2 ราย ระหวา่ งรอผา่ ตดั 2. พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ควรมีสมรรถนะในการ
ตอ้ งไดร้ ับการเตรียมความพร้อมท้งั ดา้ นร่างกาย จิตใจ พยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปลี่ยนขอ้ สะโพกเทียม(Bipolar
และควบคุมสภาวะโรคที่เป็ นอยใู่ หอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติ Hemiarthroplasty)ตามบทบาทพยาบาลช่วยแพทยผ์ า่ ตดั
ระยะผา่ ตดั ไดร้ ับการประเมินการใหย้ าระงบั ความรู้สึก (Assistant) พยาบาลส่งเครื่องมือ(Scrub Nurse)และ
ตามสภาวะของโรคร่วม เทคนิคการผา่ ตดั ของแพทย์ พยาบาลช่วยรอบนอก(Circulating Nurse) ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
ผา่ ตดั ตา่ งกนั โดยเลือกวธิ ีผา่ ตดั ท่ีปลอดภยั ลด
ภาวะแทรกซอ้ น ผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย ไดร้ ับการผา่ ตดั เปล่ียน 3.พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ควรมีบทบาทการ
ขอ้ สะโพกเทียมอยา่ งปลอดภยั ไม่มีภาวะแทรกซอ้ น ประเมินความรู้ของผปู้ ่ วย สามารถใหข้ อ้ มูล คาแนะนา
การปฏิบตั ติ วั ก่อนผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั และหลงั ผา่ ตดั ได้
อยา่ งถูกตอ้ ง เพื่อป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ น ตลอดจนมีการ
ประสานทีมสหวชิ าชีพที่เก่ียวขอ้ งใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับการ
ดูแลอยา่ งต่อเน่ือง และมีคุณภาพชีวติ ที่ดีเม่ือกลบั ไปอยู่
บา้ น
124
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เอกสำรอ้ำงองิ
ปริยสลิล ไชยวฒุ ิ.(2554).การพยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั เปล่ียนขอ้ สะโพกเทียม.พิมพค์ ร้ังท่ี1.กรุงเทพมหานคร:ธนาเพลส จากดั .
เรณู อาจสาลี.(2550).การพยาบาลผทู้ ่ีมารับการผา่ ตดั Perioperative Nursing.กรุงเทพมหานคร:หา้ งหุน้ ส่วนจากดั เอน็ พี
เพรส.
วรรณี สตั ยววิ ฒั น์ และสุปราณี เช้ือสุวรรณ.(2551).การพยาบาลผปู้ ่ วยออร์โธปิ ดิกส์.พมิ พค์ ร้ังท่ี 6. กรุงเทพมหานคร:หา้ ง
หุน้ ส่วนจากดั เอน็ พี เพรส.
อรพรรณ โตสิงห์,พรสินี เตง็ พานิชกลุ , ธิราวรรณ เช้ือตาเลง็ ,และณฐั มา ทองธีรธรรม.(2559). การพยาบาลผปู้ ่ วยทาง
ออร์โธปิ ดิส์. กรุงเทพมหานคร: หา้ งหุน้ ส่วนจากดั เอน็ พี เพรส.
Klaewklong, S., Chanruangvanich, W., Danaidutsadeekul, S. & Riansuwan, K. (2014).
Relation of Comorbidity, Grip Strength and Stress to Hip Fracture Patients’ Post-Operative Functional Recovery.
Thai Journal of Nursing Council, 29(2), 36-38. (in Thai) Kristensen, S.D., Knuuti, J., Saraste, A., Anker, S.,
Botker, H.E., De Hert, S, et al. (2014). 2014 ESC/ESA Guidelines on non-cardiac surgery:cardiovascular
assessment and management. European Heart Journal, 3, 2383-2431.
Leuiphonwanit, P., Pakpianphairot, C. & Leechawong, S. (2015). Integration in protection and treat duplicate fractures
from osteoporosis. Journal of the Department of Medical Services, 40(4), 16-18. (in Thai)
Makkabphalanon, K., & Suppawach, P.( 2016) Elderly care post total hip arthroplasty. Veridian E-Journal, Science and
Technology Silpakorn University, (3)6, 57-64. (in Thai)
Novack, V., Jotkwitz, A., Etzion, O. & Porath, A. (2007). Does delay in surgery after hip fracture lead to worse
outcomes? A multicenter survey. International Journal for Quality in Health Care, 19, 1-7.
Songpatanasilp,T. (2018). Osteoporosis :Silent danger that should not be overlooked.
Tengpanichkul, P., Chuetaleng, T. & Thongteratham, N. (2016). Orthopedic nursing Bangkok: Faculty of Nursing
Textbook Project Mahidol University. (in Thai) Wichal,.J, Poldongnauk., S, & Topanyarung,T.(2014).
Hypertension .Khonkaen; Klungnana Vittaya press. (in Thai)
Wilairat, W. (2019.) Fracture of femur. Retrieved May28, 2019, From http.//ortho.md.chula.ac.
125
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การพยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งและมภี าวะแทรกซอ้ น
ตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออก
Nursing Care for Cesarean Hysterectomy after Cesarean Delivery
ธญั พร ทาเนยี บ*
บทคดั ยอ่
Cesarean hysterectomy คือ การผา่ ตดั มดลูกออกหลงั ผา่ ตดั คลอดบุตรทางหนา้ ทอ้ ง เป็ นหตั ถการที่มีความยงุ่ ยาก
ซบั ซอ้ น โดยสูติแพทยจ์ ะเลือกทาในภาวะฉุกเฉินเพือ่ รักษาชีวติ ของผปู้ ่ วย มีเป้ าหมายหลกั เพอ่ื ยบั ย้งั ภาวะตกเลือด ซ่ึงเป็ น
สาเหตุการตายของมารดาทว่ั โลกมากที่สุด การศึกษาน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อเปรียบเทียบการพยาบาลผปู้ ่ วยกรณีศึกษา 2 ราย
มารับบริการผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งท่ีหอ้ งผา่ ตดั โรงพยาบาลบางละมุง เลือกแบบเฉพาะเจาะจงในผปู้ ่ วยผา่ ตดั คลอดที่
เกิดภาวะตกเลือดระหวา่ งผา่ ตดั และตอ้ งตดั มดลูกออก จากกรณีศึกษาพบวา่ ผปู้ ่ วยเกิดภาวะตกเลือดระหวา่ งผา่ ตดั คลอดจาก
สาเหตุแตกต่างกนั โดยกรณีแรกเกิดจากภาวะมดลกู ไมห่ ดรัดตวั (Uterine atony) จากระยะท่ีสองของการคลอดยาวนาน
(prolong second stage of labor) มีการคาดการณ์และวางแผนลว่ งหนา้ ระหวา่ งผา่ ตดั เสียเลือด 1,200 มิลลิลิตร ส่วนในกรณีศึกษาท่ี
2 เกิดจากรกเกาะแน่นชนิดเกาะท่ีช้นั กลา้ มเน้ือของมดลกู (Placenta accreta) ซ่ึงไมม่ ีการตรวจพบมาก่อนการผา่ ตดั ทาใหเ้ กิด
ความไมพ่ ร้อมท้งั ดา้ นเคร่ืองมือผา่ ตดั การเตรียมเลือด และการใหข้ อ้ มูลกบั ญาติ เสียเลือดระหวา่ งผา่ ตดั 2,500 มิลลิลิตร
พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ตอ้ งมีความรู้ ความสามารถใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วย โดยประเมินและตดั สินใจแกไ้ ขสถานการณ์ไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง เหมาะสม ทาใหผ้ ปู้ ่ วยท้งั สองรายและทารกปลอดภยั
คำสำคญั : การพยาบาล, การผา่ ตดั คลอด, ภาวะแทรกซอ้ น, ผา่ ตดั มดลกู
Abstract
Cesarean hysterectomy was a complicated emergency procedure to save the patient with cesarean section
associated with hemorrhage. The main goal of this procedure was to stop bleeding. Postpartum hemorrhage was one of
the most common obstetric complications which was the most common cause of maternal mortality across the world.
The aim of this study was to compare the nursing care for two patients with cesarean section at Banglamung hospital.
These case were selected based on the criteria that the patients have intraoperative hemorrhage during cesarean section
and lead to urgent hysterectomy. From the case study, it was found that the patients had hemorrhage during caesarean
section for different causes. The first case was caused by uterine atony which is from prolonged second stage of labor.
This case was anticipated and planned in advance that the estimated blood loss was 1,200 milliliters. For the second
case, It was caused by placenta accreta which was not detected before surgery. It caused the inadequacy of surgical
instruments, blood and information to relatives. The amount of blood loss for this case was 2,500 milliliters. Therefore,
126
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
it was necessary for registered nurses to have knowledge and provide effective nursing care and can make appropriate
decisions to correct the situation. Resulting in the safety of patients and infants
Keywords: cesarean hysterectomy, placenta accreta, uterine atony
*พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ โรงพยาบาลบางละมงุ อาเภอบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรี
บทนำ (Placenta previa) เป็ นตน้ บาดแผลที่ส่วนลา่ งของมดลกู
ความผิดปกตขิ องการแขง็ ตวั ของเลือด และการผา่ ตดั
การผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ ง (Caesarean คลอดบตุ รฉุกเฉิน ภาวะตกเลือดหลงั คลอดขณะผา่ ตดั
section) หมายถึง การผา่ ตดั เพื่อคลอดทารกผา่ นรอยผา่ ที่ มกั จะเกิดข้ึนในระยะเวลาอนั รวดเร็ว หากไมต่ อบสนอง
หนา้ ทอ้ งและรอยผา่ ที่ผนงั มดลุก ในช่วงอายคุ รรภท์ ี่ ต่อการรักษาดว้ ยยากระตนุ้ การหดรัดตวั ของมดลกู
ทารกสามารถมีชีวติ รอดได้ ซ่ึงปกติแลว้ แพทยจ์ ะผา่ ตดั หรือไม่สามารถหยดุ เลือดได้ แพทยผ์ า่ ตดั มีความ
คลอดเม่ือมเี หตผุ ลทางการแพทย์ โดยพิจารณาในรายที่ จาเป็นตอ้ งตดั มดลกู อยา่ งเร่งด่วนเพอื่ รักษาชีวติ ของ
ไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดไดเ้ อง หรือคลอดไดแ้ ต่ มารดา การผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งและมี
อาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายตอ่ มารดาหรือทารก(2) ประโยชน์ ภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออก (Cesarean
ของการผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ ง เพ่ือป้ องกนั ภาวะ hysterectomy) เป็ นการผา่ ตดั ที่ไมไ่ ดม้ ีการเตรียมการมา
มดลกู แตก ช่วยลดความรุนแรงของโรคหรือ ก่อน ทาใหเ้ กิดความไม่พร้อมท้งั ดา้ นเคร่ืองมือผา่ ตดั
ภาวะแทรกซอ้ นบางอยา่ งท่ีเกิดข้นึ ร่วมกบั การต้งั ครรภ์ คลงั เลือด ICU และการใหข้ อ้ มลู กบั ญาติ แต่ในบางคร้ัง
นอกจากน้ียงั ช่วยลดความบอบช้าของทารกท่ีอาจเกิดข้ึน การผา่ ตดั มดลูกภายหลงั การผา่ ตดั คลอดบุตรอาจเป็น
ในช่วงรอคลอด โดยการผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งอาจ หตั ถการที่มีการคาดการณ์และวางแผนเตรียมการ
เกิดภาวะแทรกซอ้ นที่สาคญั คือภาวะตกเลือดจนเป็น ล่วงหนา้ ในรายท่ีมีปัจจยั เสี่ยง เพอ่ื ลดการเจ็บป่ วยและ
สาเหตใุ หเ้ กิดการเสียชีวติ ของมารดาได้ โดยจะใหก้ าร เสียชีวติ (morbidity-mortality) ของผปู้ ่ วยไดม้ ากกวา่ การ
วนิ ิจฉยั ภาวะตกเลือดหลงั คลอดเมื่อเสียเลือดจากการ ผา่ ตดั ฉุกเฉิน โดยการตดั มดลูกหลงั ผา่ ตดั คลอดมกั เลือก
ผา่ ตดั มากกวา่ 1,000 มิลลิลิตร(6) หรือร้อยละ 1 ของ ทา 2 วธิ ีคือการตดั มดลกู และปากมดลกู ออก (Total
น้าหนกั ตวั มารดา รวมถึงเม่ือความเขม้ ขน้ ของเมด็ เลือด Hysterectomy) หรือตดั เฉพาะส่วนของมดลกู เหลือปาก
แดงลดลงมากกวา่ ร้อยละ 10 จากก่อนคลอด(7) สาเหตุที่ มดลกู ไว้ (Subtotal Hysterectomy) ซ่ึงวธิ ีน้ีทาไดง้ ่ายและ
ทาใหเ้ กิดการตกเลือดระหวา่ งและหลงั ผา่ ตดั คลอดอยา่ ง ใชร้ ะยะเวลานอ้ ยกวา่ การตดั มดลกู และปากมดลูก
รุนแรงไดแ้ ก่ มดลูกไม่หดรดั ตวั จากการคลอดล่าชา้ การ ท้งั หมด(4) ดงั น้นั พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั จึงมีความจาเป็ น
ไดร้ ับยากระตุน้ การหดรดตวั ของมดลกู เป็ นเวลานาน อยา่ งยงิ่ ที่ตอ้ งสามารถประเมินความเสี่ยง ทราบสาเหตุ
ครรภแ์ ฝด การต้งั ครรภแ์ ละการคลอด 4 คร้ังข้ึนไป เป็ น ของการตกเลือด วางแผนการพยาบาล และทราบ
ตน้ สาเหตุจากรก เช่น รกเกาะแน่นชนิดรกเกาะท่ีช้นั ข้นั ตอนการผา่ ตดั การรักษาของแพทยเ์ พือ่ ท่ีจะช่วยเหลือ
กลา้ มเน้ือของมดลูก (Placenta accreta) หรือรกเกาะเลย ผปู้ ่ วยไดท้ นั เวลาตามสาเหตทุ ่ีทาใหเ้ กิดการตกเลือดได้
ช้นั กลา้ มเน้ือของมดลูกไป (Placenta increta) รกเกาะต่า
127
อบุ ตั ิการณ์ของการผา่ ตดั มดลูกออกหลงั คลอด The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ที่มีการศึกษาในประเทศไทยอยใู่ นช่วง 1.58-1.88 : Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
1,000 การคลอด(1,3) เป็ นการผา่ ตดั มดลกู ฉุกเฉินหลงั การ
ผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ ง 3.80 : 1,000 การคลอดโดย รักษาในคร้ังน้ีแต่อยา่ งใด ขอ้ มูลท้งั หมดจะเกบ็ เป็ น
ผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ ง(1) สาเหตุสาคญั ท่ีพบมากคือ ความลบั และนาเสนอในรูปผลการศึกษาเท่าน้นั
การตกเลือดหลงั คลอดจากมดลกู ไม่หดรัดตวั (uterine
atony) การเกาะตวั ของรกผิดปกติ (placental factors) วธิ ีกำรดำเนนิ กำรศึกษำ
จากสถิติผมู้ ารับบริการผา่ ตดั ในโรงพยาบาลบางละมุง
หญิงต้งั ครรภท์ ี่มารับการผา่ ตดั คลอดในปี 2561-2563 มี รูปแบบกำรศึกษำ เป็ นกรณีศึกษาเชิง
1,173, 1,171 และ 1,266 รายตามลาดบั ซ่ึงพบมี เปรียบเทียบ (Comparative Case Study) เป็นการศึกษา
ภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งตดั มดลกู จานวน 5, 4 และ 2 ราย ขอ้ มลู โดยการรวบรวมขอ้ มูลจากแฟ้ มเวช ระเบียนผปู้ ่ วย
ตามลาดบั คิดเป็ นอบุ ตั ิการณ์ 3.04 : 1,000 การคลอดโดย ในโรงพยาบาลบางละมุง จานวน 2 ราย
ผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ ง แมจ้ ะเป็ นภาวะแทรกซอ้ นที่
พบไดน้ อ้ ย แตเ่ ป็ นภาวะรุนแรงและมีผลกระทบต่อ กลุ่มตวั อย่ำง คือผปู้ ่ วยผา่ ตดั คลอดท่ีเกิดภาวะ
ผปู้ ่ วยและครอบครัว พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ตอ้ งมคี วามรู้ ตกเลือดระหวา่ งผา่ ตดั และตอ้ งตดั มดลูกออก ท่ี
ความสามารถ เพือ่ ใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ บั การผา่ ตดั ท่ีมี โรงพยาบาลบางละมงุ จงั หวดั ชลบุรีระหวา่ ง
ประสิทธิภาพและปลอดภยั จากภาวะวกิ ฤตระหวา่ งผา่ ตดั ปี งบประมาณ 2562-2563 จานวน 2 ราย
ได้ จึงไดท้ าการศึกษาผปู้ ่ วย 2 ราย เพอ่ื นาความรู้ไป
พฒั นาการปฏิบตั งิ านใหม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึน เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในกำรศึกษำ คือ แบบบนั ทึก
ขอ้ มูลการพยาบาลของกรณีศึกษาก่อนผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั
วตั ถุประสงค์ และหลงั ผา่ ตดั แฟ้ ม เวชระเบียนผปู้ ่ วยใน ดาเนินการเกบ็
ขอ้ มูลโดยคดั ลอกจากแฟ้ มเวชระเบียนผปู้ ่ วยใน
เพอ่ื ศึกษาการใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั โรงพยาบาลบางละมุง การซกั ถาม ผปู้ ่ วยและญาติ แลว้
คลอดทางหนา้ ทอ้ งและมีภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั นาขอ้ มลู กรณีศึกษามาวเิ คราะห์ เปรียบเทียบกรณีศึกษา
มดลูกออกในโรงพยาบาลบางละมงุ จานวน 2 ราย ตามประเด็นท่ีกาหนด
กำรพทิ กั ษ์สิทธ์ิผ้ปู ่ วย ผลกำรศึกษำ
ผศู้ ึกษาสร้างสมั พนั ธภาพกบั มารดาโดยการ
กรณศี ึกษำท่ี 1
แนะนาตนเอง ช้ีแจงวตั ถปุ ระสงคข์ องการศึกษาคร้ังน้ี
พร้อมท้งั ขอความร่วมมือในการเกบ็ ขอ้ มลู เพ่ือการศึกษา ผปู้ ่ วยหญิงไทย อายุ 37 ปี ต้งั ครรภ์ G4P3A0L3
อธิบายการพทิ กั ษส์ ิทธ์ิส่วนบุคคลก่อนตดั สินใจโดยเนน้ อายคุ รรภ์ 38 สปั ดาห์ ฝากครรภต์ ามนดั ท่ีโรงพยาบาล
ใหท้ ราบวา่ หากรู้สึกไม่สบายใจที่จะใหศ้ ึกษา สามารถ ส่งเสริมสุขภาพตาบลสตั หีบ วนั ท่ี 13 พฤศจิกายน 2563
ออกจากการศึกษาไดต้ ลอดเวลาและจะไมม่ ีผลต่อการ เวลา 09.00 น. ผปู้ ่ วยมีอาการเจบ็ ครรภแ์ ละน้าเดิน ไป
โรงพยาบาลวดั ญาณสงั วราราม จากน้นั ปากมดลกู เปิ ด
หมดเวลา 09.50 น. ไดร้ ับยา Syntocinon 10 unit in
0.9%NSS 1000 ml IV 100 ml/hr เบ่งคลอด 1 ชวั่ โมง 30
นาที ไม่กา้ วหนา้ จึงส่งตอ่ ผปู้ ่ วยมาโรงพยาบาลบางละมงุ
ดว้ ยวนิ ิจฉยั Prolong second stage R/O Cephalopelvic
128
disproportion : CPD อตั ราการเตน้ ของหวั ใจทารกใน The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ครรภ์ 140 คร้ัง/นาที ท่า LOA มาถึงโรงพยาบาลบางละ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
มงุ เวลา 13.05 น. ส่งผา่ ตดั คลอดแบบฉุกเฉิน
(Emergency) พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั รวบรวมขอ้ มลู จากการ มดลกู ยงั หดรัดตวั ไมด่ ี แจง้ ทีมวสิ ญั ญีรับทราบเพ่อื ให้
ส่งต่อขอ้ มลู ของพยาบาลหอ้ งคลอดและระบบ เลือด PRC 1 unit และสารน้าชดเชยเพอื่ ป้ องกนั ภาวะ
คอมพิวเตอร์ ประเมินความเส่ียงของผปู้ ่ วยรายน้ี อาจมี Hypovolemic shock ประสานงานเตรียมเลือดเพิ่ม
ภาวะ uterine atony เม่ือผปู้ ่ วยมาถึงหอ้ งผา่ ตดั เวลา แพทยต์ ดั สินใจผา่ ตดั มดลกู ออก พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั
13.25 น.แนะนาตนเองกบั ผปู้ ่ วย ซกั ประวตั ิ ตรวจ ส่ือสารกบั ทีมถึงสถานการณ์ที่เกิดข้ึน เพอ่ื จดั เตรียม
ร่างกายและประเมินสภาพผปู้ ่ วยพร้อมท้งั ตรวจสอบ เคร่ืองมือและอปุ กรณ์เพ่ิม แจง้ ญาติผปู้ ่ วยใหร้ ับทราบ
ความถูกตอ้ งของตวั บุคคลตรวจสอบการเซ็นใบยนิ ยอม ในขณะผา่ ตดั ชีพจร 78-100 คร้ัง/นาที อตั ราการหายใจ
ผา่ ตดั อยา่ งรวดเร็ว ความเขม้ ขน้ ของเลือด (Hct) = 32.9% 18-20 คร้ัง/นาที ความดนั โลหิต 100/52-150/90
มีการเตรียมเลือด PRC 1 unit สญั ญาณชีพ อุณหภมู ิ 36.2 มิลลิเมตรปรอท แพทยท์ าการผา่ ตดั มดลูกและปาก
องศาเซลเซียส ชีพจร 99 คร้งั /นาที หายใจ 20 คร้ัง/นาที มดลกู ออกท้งั หมด เป็ นไปตามข้นั ตอนและไม่เกิด
ความดนั โลหิต 130/77 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการเตน้ ภาวะแทรกซอ้ น เสียเลือดเพิ่มอีก 400 มิลลิลิตร หลงั
ของหวั ใจทารกในครรภ์ 136 คร้ัง/นาที ท่า LOA ผา่ ตดั ตรวจดูความเรียบร้อยก่อนส่งกลบั หอผปู้ ่ วย โดย
ประเมนิ สภาพจิตใจผปู้ ่ วยมีความวติ กกงั วลมากเน่ืองจาก ผปู้ ่ วยไดร้ ับสารน้าทางหลอดเลือดดา 0.9% Normal
เกิดการคลอดลา่ ชา้ รู้สึกไมส่ ุขสบายจากการเจบ็ ครรภ์ saline 120 ml/hr และให้ PRC อีก 1 unit ประเมิน
คลอดเป็ นระยะเวลานาน ใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั การผา่ ตดั ลกั ษณะแผลผา่ ตดั ไม่มีเลือดซึม ตรวจดูความผิดปกติ
และเหตผุ ลในการระงบั ความรู้สึกแบบทวั่ ร่างกาย ของหนา้ ทอ้ งเพ่อื ประเมินภาวะเลือดออกในช่องทอ้ ง
จากน้นั จดั เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์การผา่ ตดั ใหพ้ ร้อม พบวา่ หนา้ ทอ้ งนุ่ม ทอ้ งอืดเลก็ นอ้ ย ประเมินเลือดออก
ตามเทคนิคปราศจากเช้ือ เพ่ิมอุปกรณ์ช่วยในการหา้ ม ทางช่องคลอดพบวา่ มีเลือดออกเป้ื อนผา้ อนามยั เลก็ นอ้ ย
เลือดและซบั เลือด ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการผา่ ตดั ปัสสาวะสีเหลืองใส ปริมาณ 110 ml หลงั ผา่ ตดั ผปู้ ่ วย
และตวั ผปู้ ่ วย รวมท้งั แจง้ ทีมใหท้ ราบถึงส่ิงท่ีตอ้ งเฝ้ า รู้สึกตวั ดี ปวดแผลผา่ ตดั Pain score=5-6 คะแนน ให้
ระวงั ในผปู้ ่ วยรายน้ีโดยทา Surgical safety checklist เร่ิม คาแนะนา จดั ท่านอนศีรษะสูง (Fowler’s position) และ
ผา่ ตดั หลงั ใหย้ าระงบั ความรู้สึกแบบทว่ั ร่างกาย หลงั ไดร้ ับยาแกป้ วด Morphine 3 มิลลิกรัมทางหลอดเลือดดา
ทารกคลอด ผปู้ ่ วยเสียเลือด 800 มิลลิลิตร ซ่ึงมากกวา่ และ Pethidine 20 มิลลิกรัมทางหลอดเลือดดา หลงั ให้
ปริมาณเลือดที่ยอมรับได้ ประเมินมดลูกหดรดั ตวั ไม่ดี การพยาบาลปวดแผลผา่ ตดั พอทนได้ สญั ญาณชีพ ชีพ
แพทยพ์ ิจารณาให้ Methergin 0.2 mg IV, Nalador 500 จร 80 คร้งั /นาที อตั ราการหายใจ 18 คร้ัง/นาที ความ
mcg in 5% D/w 100 ml IV, Transamin 500 mg IV* 2 ดนั โลหิต 140/80 มิลลิเมตรปรอท O2 saturation 100
dose ประเมินการเสียเลือด ช่วยแพทยใ์ นการหา้ มเลือด % ส่งผปู้ ่ วยกลบั หอผปู้ ่ วยหลงั คลอด เวลา 15.55 น.
และประเมินการหดรดั ตวั ของมดลกู ระหวา่ งไดร้ ับยาแต่ ติดตามเยยี่ มหลงั ผา่ ตดั ที่หอผปู้ ่ วย 1 คร้ังในวนั ที่ 14
ละชนิด พบวา่ หลงั ไดร้ ับยายงั มีเลือดออกตลอด และ พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.40-12.10 น. ผปู้ ่ วยทอ้ งอืด
เลก็ นอ้ ย หนา้ ทอ้ งนุ่ม ยงั มีภาวะซีด ความเขม้ ขน้ ของ
เลือด (Hct) = 24.8% ให้ PRC เพม่ิ อีก 1 unit ความดนั
โลหิต 110/69 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 80 คร้งั /นาที
129
หลงั การใหเ้ ลือดความเขม้ ขน้ ของเลือด (Hct) = 30% The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
สงั เกตอาการตอ่ อีก 2 วนั ไมพ่ บภาวะแทรกซอ้ นใดๆ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
แพทยอ์ นุญาตใหก้ ลบั บา้ นไดใ้ นวนั ที่ 16 พฤศจิกายน
2563 รวมระยะเวลาท่ีรบั ไวร้ ักษาในโรงพยาบาล 4 วนั การผา่ ตดั ใหพ้ ร้อมโดยถูกตอ้ งตามเทคนิคปราศจากเช้ือ
ระยะเวลาที่อยใู่ นการดูแลของพยาบาลหอ้ งผา่ ตดั 1 และชนิดของการผา่ ตดั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการ
ชว่ั โมง 25 นาที และติดตามเยยี่ มหลงั ผา่ ตดั ที่หอผปู้ ่ วย 1 ผา่ ตดั และตวั ผปู้ ่ วย รวมท้งั แจง้ ทีมใหท้ ราบถึงส่ิงท่ีตอ้ ง
คร้ัง ระยะเวลา 30 นาที เฝ้ าระวงั ในผปู้ ่ วยรายน้ีโดยทา Surgical safety checklist
เริ่มผา่ ตดั หลงั ใหย้ าระงบั ความรู้สึกแบบเฉพาะส่วน
กรณศี ึกษำท่ี 2 ผปู้ ่ วยหญิงไทย อายุ 31 ปี (spinal block) หลงั ทารกคลอด พบวา่ มีภาวะรกเกาะ
ต้งั ครรภ์ G2P1A0L1 อายคุ รรภ์ 38+3 สปั ดาห์ ฝาก แน่นชนิดเกาะที่ช้นั กลา้ มเน้ือของมดลกู (Placenta
ครรภต์ ามนดั ท่ีคลินิกวนั ท่ี 24 มีนาคม 2562 แพทยน์ ดั มา accreta) ผปู้ ่ วยเสียเลือดมากประมาณ 2,000 มิลลิลิตรใน
นอนโรงพยาบาลเพ่อื ผา่ ตดั คลอดเนื่องจากเคยมีประวตั ิ ระยะเวลาอนั รวดเร็ว ส่ือสารกบั ทีมวสิ ญั ญี และทีมผา่ ตดั
ผา่ ตดั คลอดในครรภแ์ รก โดยไมม่ ีอาการเจ็บครรภ์ ไม่มี รับทราบอยา่ งทนั ท่วงที เพื่อใหเ้ ลอื ดและสารน้าชดเชย
น้าเดิน ทารกในครรภด์ ิ้นดี อตั ราการเตน้ ของหวั ใจทารก เพ่ือป้ องกนั ภาวะ Hypovolemic shock ระหวา่ งน้นั
ในครรภ์ 130 คร้ัง/นาที ท่า LOA ใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วย ตรวจ Hb= 7.7 g/dl ประสานงานเตรียมเลือดด่วนเพอื่
ก่อนผา่ ตดั โดยศึกษาขอ้ มลู ผปู้ ่ วยจากแฟ้ มประวตั ิและซกั ชดเชยใหผ้ ปู้ ่ วยเพียงพอ เน่ืองจากเตรียมเลือดแบบ
ประวตั ิท่ีหอผปู้ ่ วยพบวา่ ระหวา่ งฝากครรภไ์ มพ่ บปัญหา Typing and screening ในระหวา่ งรอเลือด ชดเชยดว้ ย
ประเมินสภาพร่างกาย จิตใจจากการพดู คุยกบั ผปู้ ่ วย สารน้าประเภท colloid และ crystalloid เตรียมอปุ กรณ์
ประเมินผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ พบวา่ ปกติ เพิ่มเติมเพ่ือช่วยหา้ มเลือด ลดการสูญเสียเลือด และ
ความเขม้ ขน้ ของเลือด (Hct) = 37.9% พร้อมท้งั เตรียมอปุ กรณ์เพอ่ื ผา่ ตดั มดลกู ออกไวท้ นั ทีเพอ่ื ใหพ้ ร้อม
ตรวจสอบการเตรียมเลือดเป็ นแบบ Typing and ใช้ ขอความช่วยเหลือพยาบาลหอ้ งผา่ ตดั เพิ่มเพ่อื ช่วย
screening เน่ืองจากผปู้ ่ วยไมม่ ีความเสี่ยงในการสูญเสีย แกไ้ ขภาวะวกิ ฤต ขณะน้นั พบวา่ ไม่สามารถหยดุ เลือดได้
เลือดมากนกั เมื่อผปู้ ่ วยมาถึงหอ้ งผา่ ตดั เวลา 08.10 น. ให้ แพทยจ์ ึงพจิ ารณาผา่ ตดั มดลูกออก โดยแจง้ ใหผ้ ปู้ ่ วยและ
การพยาบาลก่อนผา่ ตดั โดยตรวจสอบความถูกตอ้ งของ ญาติรับทราบถึงความจาเป็ นเร่งดว่ น ซ่ึงผปู้ ่ วยเขา้ ใจและ
ตวั บุคคล พดู คุยใหผ้ ปู้ ่ วยคลายความวติ กกงั วลและเปิ ด ยอมรับ แพทยท์ าการผา่ ตดั มดลกู และปากมดลูกออก
โอกาสใหซ้ กั ถามขอ้ สงสยั ดูแลการเซ็นใบยนิ ยอมผา่ ตดั ระหวา่ งผา่ ตดั เสียเลือด 2,500 มิลลิลิตร ไดร้ ับสารน้า
ตรวจสอบผปู้ ่ วยไม่มีของมีคา่ ฟันปลอมมาหอ้ งผา่ ตดั งด 3,400 มิลลิลิตร ปัสสาวะออก 150 มิลลิลิตร สีเหลือง
น้าและอาหารมาแลว้ มากกวา่ 8 ชวั่ โมง ไดร้ ับสารน้า เขม้ ระหวา่ งผา่ ตดั มีภาวะความดนั โลหิตต่า
Lactate Ringer 1,000 ml ทางหลอดเลือดดา อตั รา 80 (hypotension) 100/45-100/55 มิลลิเมตรปรอท ไดร้ ับยา
ml/hr ตรวจสญั ญาณชีพอณุ หภูมิ 36.6 องศาเซลเซียส Ephedrine 6 mg, Levophed 8 mg IV หลงั จากน้นั ความ
ชีพจร 97 คร้ัง/นาที หายใจ 20 คร้ัง/นาที ความดนั โลหิต ดนั โลหิต 120/76-130/68 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 90-100
120/84 มิลลิเมตรปรอท จดั เตรียมเครื่องมือ อปุ กรณ์ใน คร้ัง/นาที อตั ราการหายใจ 18-20 คร้ัง/นาที ใชเ้ วลาใน
การผา่ ตดั 1 ชวั่ โมง 12 นาที ส่งผปู้ ่ วยไปสงั เกตอาการ
ตอ่ ที่หอ้ งพกั ฟ้ื น ผปู้ ่ วยไดร้ ับสารน้าและ PRC 1 unit
ประเมิน pain score = 3 ความดนั โลหิต 102/60-108/66
130
มิลลิเมตรปรอท แผลผา่ ตดั ไมม่ ีเลือดซึม หนา้ ทอ้ งนุ่ม The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ทอ้ งอืดเลก็ นอ้ ย ไมพ่ บภาวะแทรกซอ้ นอื่นๆ จึงยา้ ย Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผปู้ ่ วยไปรบั การดูแลต่อที่หอผปู้ ่ วยหลงั คลอด เวลา
11.00 น. ติดตามเยย่ี มหลงั ผา่ ตดั ท่ีหอผปู้ ่ วย 1 คร้ังใน รวมถึงมีการเตรียมเลือดเป็ น PRC พร้อมใช้ ผปู้ ่ วยไดร้ ับ
วนั ท่ี 27 มีนาคม 2562 เวลา 09.40-10.10 ผปู้ ่ วยไดร้ ับ การระงบั ความรู้สึกแบบทว่ั ร่างกายเพ่อื ทาผา่ ตดั ส่วนใน
PRC ที่หอผปู้ ่ วยอีก 2 unit หลงั เลือดหมดความเขม้ ขน้ รายท่ี 2 ประเมินผปู้ ่ วยก่อนผา่ ตดั 1 วนั เนื่องจากเป็ นการ
ของเลือด (Hct) = 35% แผลผา่ ตดั ไมม่ ีเลือดซึม ประเมิน ผา่ ตดั แบบวางแผนล่วงหนา้ เนื่องจากเคยผา่ ตดั คลอดมา
pain score = 3 ความดนั โลหิต 130/90 มิลลิเมตรปรอท ก่อน ไม่พบความผดิ ปกติก่อนผา่ ตดั มีการเตรียม
ชีพจร 92 คร้ัง/นาที ไม่พบภาวะแทรกซอ้ นใดๆ แพทย์ เคร่ืองมือผา่ ตดั คลอดตามปกติ และเตรียมเลือดเป็นแบบ
อนุญาตใหก้ ลบั บา้ นไดใ้ นวนั ที่ 28 มีนาคม 2562 รวม Typing and screening ผปู้ ่ วยไดร้ บั การระงบั ความรู้สึก
ระยะเวลาที่อยใู่ นการดูแลของพยาบาลในหอ้ งผา่ ตดั 2 แบบเฉพาะส่วน (spinal block) เพือ่ ทาผา่ ตดั
ชวั่ โมง 50 นาที และติดตามเยย่ี มหลงั ผา่ ตดั ท่ีหอผปู้ ่ วย 1
คร้ัง ระยะเวลา 30 นาที ระยะผ่ำตดั หลงั ผา่ ตดั คลอดทารกผปู้ ่ วยท้งั 2
รายเกิดภาวะตกเลือดหลงั คลอดโดยเกิดจากสาเหตแุ ละ
เปรียบเทยี บกรณศี ึกษำ 2 รำย การวเิ คราะห์ ความรุนแรงที่แตกต่างกนั แตจ่ าเป็ นตอ้ งตดั มดลกู ออก
เปรียบเทียบกรณีศึกษาท้งั 2 รายเป็ นการผา่ ตดั คลอดทาง ท้งั 2 ราย กลา่ วคือ ผปู้ ่ วยรายท่ี 1 เกิดภาวะมดลกู ไม่หด
หนา้ ทอ้ งและมีภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออกที่ รัดตวั หลงั รักษาโดยการใหย้ าและกระตุน้ การหดรัดตวั
เกิดจากสาเหตทุ ่ีแตกตา่ งกนั โดยกรณีแรกเกิดจากภาวะ ของมดลกู ทาการผา่ ตดั เพื่อหา้ มเลือดโดยมีเคร่ืองมือ อป
มดลูกไม่หดรัดตวั ส่วนในกรณีศึกษาที่ 2 เกิดจากรก กรณ์เพยี งพอและผปู้ ่ วยไดร้ ับ PRC 1 unit ชดเชยทนั ที
เกาะแน่นชนิดเกาะที่ช้นั กลา้ มเน้ือของมดลกู ซ่ึงมีความ เน่ืองจากมีการเตรียมพร้อมก่อนผา่ ตดั แต่ยงั ไมส่ ามารถ
เหมือนและแตกตา่ งกนั ในแต่ละระยะของการใหก้ าร ควบคุมการเสียเลือดได้ แพทยผ์ า่ ตดั ตดั สินใจตดั มดลกู
พยาบาลผปู้ ่ วยผา่ ตดั กล่าวคือ และปากมดลกู ออก แจง้ ญาติผปู้ ่ วยรับทราบแตผ่ ปู้ ่ วย
ไมส่ ามารถรับรู้เนื่องจากไดร้ บั ยาระงบั ความรู้สึกแบบ
ระยะก่อนผ่ำตดั ผปู้ ่ วยรายท่ี 1 เป็นการผา่ ตดั ทว่ั ร่างกาย หลงั ผา่ ตดั เสียเลือด 1,200 มิลลิลิตร สญั ญาณ
แบบฉุกเฉิน (Emergency) จากภาวะ prolong second ชีพอยใู่ นเกณฑป์ กติตลอดการผา่ ตดั ส่วนในรายที่ 2
stage ยาวนานรวม 3 ชวั่ โมง มีโอกาสเกิดการหดรัดตวั หลงั ทารกคลอดพบรกเกาะแน่นชนิดเกาะที่ช้นั กลา้ มเน้ือ
ของมดลูกไมด่ ีหลงั คลอดทารกเน่ืองจากกลา้ มเน้ือมดลกู ของมดลูก ซ่ึงไม่มีการตรวจพบมาก่อนการผา่ ตดั ผปู้ ่ วย
ลา้ จากการยดื ขยายเป็ นระยะเวลานานอาจส่งผลใหเ้ กิด เสียเลือดในปริมาณมากอยา่ งรวดเร็ว เกิดภาวะความดนั
ภาวะตกเลือดหลงั ผา่ ตดั คลอดได้ นอกจากน้ียงั ส่งผลต่อ โลหิตต่า (hypotension) พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ประเมิน
สภาพจิตใจของผปู้ ่ วยท่ีเกิดความกลวั และความวติ ก ความผิดปกติ ประสานงานกบั พยาบาลหอ้ งเตรียม
กงั วลตอ่ การผา่ ตดั คลอด พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั มีการทา เครื่องมือในการเปิ ดใชเ้ คร่ืองมือ อุปกรณ์เพิม่ และช่วย
Surgical safety checklist และตระหนกั ถึง แพทยใ์ นการผา่ ตดั เพือ่ ลดการเสียเลือดและ
ภาวะแทรกซอ้ นที่จะเกิดข้นึ ทาใหส้ ามารถจดั เตรียม ภาวะแทรกซอ้ นอื่น พร้อมท้งั ประสานงานกบั ธนาคาร
เคร่ืองมือ อปุ กรณ์เพ่ิมเติมในการหา้ มเลือดและซบั เลือด เลือดในการเตรียมเลือดเป็น PRC ซ่ึงตอ้ งใชเ้ วลา 45
นาที ระหวา่ งน้นั ผปู้ ่ วยไดร้ บั ยาเพอื่ เพิม่ ความดนั โลหิต
และชดเชยดว้ ยสารน้าไปก่อน แพทยผ์ า่ ตดั ตดั สินใจตดั
131
มดลูกโดยเหลือปากมดลูกไว้ (subtotal hysterectomy) The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เพ่ือลดระยะเวลาการผา่ ตดั ใหส้ ้นั ที่สุด และลดการเสีย Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เลือดใหเ้ ร็วท่ีสุด พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั แจง้ ขอ้ มูลกบั ผปู้ ่ วย
และญาติเพอื่ ใหร้ บั ทราบเหตผุ ลและคลายความวติ ก วจิ ำรณ์
กงั วลเนื่องจากผปู้ ่ วยรู้สึกตวั และเป็ นการทาผา่ ตดั ฉุกเฉิน อุบตั ิการณ์การผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งและมี
แบบไม่ไดว้ างแผนมาก่อน หลงั ผา่ ตดั เสียเลือด 2,500
มิลลิลิตร ไดร้ ับการชดเชยดว้ ยสารน้าประเภท colloid ภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออก (Cesarean
และ crystalloid จานวน 3,400 มิลลิลิตร เนื่องจากยงั ไมม่ ี hysterectomy) โรงพยาบาลบางละมุง ในปี 2561-2563
เลือดพร้อมใช้ คิดเป็ น 3.04 : 1,000 การคลอดโดยผา่ ตดั คลอดทางหนา้
ทอ้ ง กรณีศึกษาท้งั 2 รายเป็ นการผา่ ตดั คลอดทางหนา้
ระยะหลงั ผ่ำตดั ผปู้ ่ วยท้งั 2 ราย สญั ญาณชีพ ทอ้ งและมีภาวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออกท่ีเกิด
อยใู่ นเกณฑป์ กติ แผลผา่ ตดั ไม่มีเลือดซึม ไมม่ ีภาวะตก จากสาเหตุที่แตกต่างกนั คือเกิดจากภาวะมดลกู ไมห่ ดรัด
เลือดในช่องทอ้ ง แต่ยงั มีความจาเป็ นตอ้ งไดร้ ับการ ตวั (Uterine atony) และภาวะรกเกาะแน่นชนิดเกาะท่ีช้นั
ชดเชยการเสียเลือดท่ีมีความรุนแรงแตกต่างกนั โดยใน กลา้ มเน้ือของมดลูก (Placenta accreta) ซ่ึงในผปู้ ่ วยราย
รายแรกไดร้ ับ PRC อีก 1 unit ที่หอผปู้ ่ วยเนื่องจาก แรกน้ีมีภาวะเสี่ยงคือ prolong second stage ยาวนานรวม
ประเมินความเขม้ ขน้ ของเลือดหลงั ผา่ ตดั 1 วนั ได้ 24% 3 ชวั่ โมง ผปู้ ่ วยไดร้ ับการประเมินและตระหนกั ถึง
ส่วนในรายที่ 2 ไดร้ ับ PRC ที่หอ้ งพกั ฟ้ื น 1 unit และ ภาวะแทรกซอ้ นที่จะเกิดข้ึน ทาใหส้ ามารถจดั เตรียม
ไดร้ ับ PRC อีก 2 unit ที่หอผปู้ ่ วย เน่ืองจากผปู้ ่ วยท้งั 2 เคร่ืองมือ อปุ กรณ์ใหพ้ ร้อมใชอ้ ยา่ งทนั ท่วงที รวมถึงมี
รายไดร้ ับการระงบั ความรู้สึกดว้ ยวธิ ีท่ีแตกตา่ งกนั โดย การเตรียมเลือดเป็ น PRC เม่ือเกิดการเสียเลือดสามารถ
ในผปู้ ่ วยรายท่ี 1 ไดร้ ับการระงบั ความรู้สึกทว่ั ร่างกาย ทา นามาชดเชยใหผ้ ปู้ ่ วยไดท้ นั ที แมผ้ ปู้ ่ วยจะเสียเลือด
ใหห้ ลงั ผา่ ตดั มีอาการปวดแผลตอ้ งไดร้ ับการพยาบาล มากกวา่ 1,000 มิลลิลิตร แตส่ ามารถควบคุมการเสีย
และใหย้ าระงบั ปวดเพ่ือบรรเทาอาการปวด เมื่อผปู้ ่ วย เลือดและชดเชยไดร้ วดเร็ว ทาใหไ้ มเ่ กิดภาวะแทรกซอ้ น
รู้สึกตวั ดีพยาบาลใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั การผา่ ตดั และความ ระหวา่ งผา่ ตดั ส่วนในกรณีศึกษาที่ 2 เกิดจากรกเกาะ
จาเป็นตอ้ งตดั มดลูกออก รวมถึงการใหเ้ ลือดชดเชย แน่นชนิดเกาะที่ช้นั กลา้ มเน้ือของมดลกู (Placenta
แตกตา่ งจากผปู้ ่ วยรายที่ 2 ท่ีไดร้ บั การระงบั ความรู้สึก accreta) ซ่ึงไมม่ ีการตรวจพบมาก่อนการผา่ ตดั ทาใหไ้ ม่
เฉพาะส่วน (spinal block) ซ่ึงรู้สึกตวั ดีและไดร้ ับขอ้ มลู สามารถคาดการณ์ถึงภาวะแทรกซอ้ นที่จะเกิดข้ึน มีการ
ตลอดการผา่ ตดั แตผ่ ปู้ ่ วยท้งั 2 รายและญาติเขา้ ใจและ เสียเลือดจานวนมากในระยะเวลาอนั รวดเร็ว ทาใหเ้ กิด
ยอมรับความจาเป็ นที่ตอ้ งผา่ ตดั โดยไมไ่ ดม้ ีความ ภาวะ Hypotension มีความไมพ่ ร้อมของเครื่องมือ
ตอ้ งการท่ีจะมบี ุตรเพ่ิมอีก พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั สามารถ อุปกรณ์ และไม่ไดเ้ ตรียมเลือดไวพ้ ร้อมใช้ ผปู้ ่ วยเสีย
ใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วย โดยประเมินและตดั สินใจแกไ้ ข เลือดมากถึง 2,500 มิลลิลิตร แต่สามารถใหก้ ารชดเชย
สถานการณ์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม ทาใหผ้ ปู้ ่ วยท้งั สอ ดว้ ยสารน้าใหเ้ พยี งพอ ผา่ ตดั ดว้ ยความรวดเร็ว ปลอดภยั
รายและทารกไดร้ ับความปลอดภยั สามารถกลบั ไป โดยแพทยเ์ ลือกตดั มดลกู แบบเหลือปากมดลกู ไว้
ดารงชีวติ ไดอ้ ยา่ งปกติ (subtotal hysterectomy) เพอ่ื ลดระยะเวลาการผา่ ตดั และ
การเสียเลือด ติดต่อประสานงานกบั ธนาคารเลือดและนา
เลือดมาใหท้ นั ทีเมื่อพร้อม ทาใหผ้ ปู้ ่ วยท้งั สองรายไดร้ บั
การผา่ ตดั ท่ีปลอดภยั
132
ข้อเสนอแนะ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
1. การตกเลือดหลงั ผา่ ตดั คลอดจนตอ้ งตดั
มดลกู เป็ นภาวะวกิ ฤตท่ีมีความเสี่ยงสูงแต่อตั ราการเกิด ระหวา่ ง และหลงั ผา่ ตดั การเตรียมเคร่ืองมือเฉพาะทาง
นอ้ ย มีโอกาสเกิดไดท้ ้งั ในและนอกเวลาทาการ พยาบาล การประสานงานและบริหารจดั การตนเองและทีมเม่ือ
หอ้ งผา่ ตดั ตอ้ งมีการเตรียมความพร้อมทุกดา้ นในการ เกิดภาวะวกิ ฤต มีการถา่ ยทอดประสบการณ์แก่พยาบาล
ดูแลผปู้ ่ วยต้งั แตร่ ะยะก่อน ระหวา่ ง และหลงั ผา่ ตดั ใน หอ้ งผา่ ตดั ที่ยงั มปี ระสบการณ์และทกั ษะนอ้ ย
บทบาทพยาบาลรอบนอก ตอ้ งเตรียมเครื่องมือ อปุ กรณ์
พร้อมใชก้ รณีฉุกเฉิน ประสานงานกบั ธนาคารเลือดเพื่อ บทสรุป
เตรียมเลือดพร้อมใชเ้ ร็วที่สุด ประสานหออภิบาล
ผปู้ ่ วยหนกั หากผปู้ ่ วยยงั ไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจ การผา่ ตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งทุกราย มีความ
หลงั ผา่ ตดั ได้ การแจง้ ขอ้ มลู และความเส่ียงแก่ผปู้ ่ วยและ เสี่ยงตอ่ การเกิดภาวะแทรกซอ้ นท้งั วกิ ฤติและไม่วกิ ฤติ
ญาติรับทราบก่อนผา่ ตดั ถึงภาวะแทรกซอ้ นที่อาจตอ้ งตดั พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ตอ้ งตื่นตวั เตรียมความพร้อมของ
มดลกู หากมีความจาเป็น โดยเฉพาะรายที่ตอ้ งการมีบุตร ตนเองในดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจพยาธิสรีรวทิ ยาของ
อีก อีกท้งั ในช่วงวกิ ฤต อาจตอ้ งช่วยทีมวสิ ญั ญีในการ ผปู้ ่ วย ความเขา้ ใจและความรอบคอบในการเตรียม
เปิ ดเสน้ เลือดเพอื่ ใหส้ ารน้าและเลอื ด ร่วมตรวจสอบ เครื่องมือ อปุ กรณ์และการส่งเคร่ืองมืออยา่ งเหมาะสมใน
ความถูกตอ้ งก่อนใหเ้ ลือดกบั ผปู้ ่ วย จนผปู้ ่ วยปลอดภยั การผา่ ตดั เขา้ ใจกระบวนการในการดูแลตามมาตรฐาน
การพยาบาล การประสานงานกบั ทีมสหสาขา ทาใหก้ าร
2. พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั ควรมีการทบทวน ผา่ ตดั สาเร็จในระยะเวลารวดเร็ว ผปู้ ่ วยมีความปลอดภยั
ความรู้ทางวชิ าการในการประเมินผปู้ ่ วยท้งั ระยะก่อน และเป็ นการเพมิ่ ทกั ษะ ประสบการณ์ในภาวะวกิ ฤติ
เอกสำรอ้ำงองิ
1. กฤติยา ด่านคอนสกลุ , อรพรรณ อศั วกลุ .(2560).ปัจจยั เส่ียงทส่ี ัมพนั ธ์กบั กำรผ่ำตดั มดลูกภำยหลงั กำรผ่ำตดั คลอดบุตรใน
โรงพยำบำลมหำรำชนครรำชสีมำ. Thai Journal of Obstetrics and Gynaecology, September 2017, Vol. 25, pp.191-198
2. คณะอนุกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ ราชวทิ ยาลยั สูตินรีแพทยแ์ ห่งประเทศไทย. (2558). ควำมรู้เรื่องกำรผ่ำท้องคลอด
สำหรับ ประชำชนทวั่ ไป. กรุงเทพฯ: ราชวทิ ยาลยั สูตินรีแพทยแ์ ห่ง ประเทศไทย.
3. ไชยสิทธ์ิ วชิรดิลก.(2559).ปัจจัยทม่ี ผี ลต่อกำรผ่ำตดั มดลกู ฉุกเฉินระหว่ำงคลอดในโรงพยำบำลชลประทำน. Journal of
Medicine and Health Sciences (Vol.23 No.3 December 2016)
4. บุษกร ประภาพรสุข. ตำรำนรีเวชวทิ ยำ. พมิ พค์ ร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษทั พี.เอ.ลีฟวง่ิ จากดั ; 2556. TAH
5. ยทุ ธพงศ์ วรี ะวฒั นตระกลู . สูตศิ ำสตร์ฉุกเฉิน.กรุงเทพฯ : บริษทั พิมพด์ ี จากดั ; 2559. Placenta acreta
6. วภิ าวรรณ รัตนพทกั ษ.์ (2561). กำรพยำบำลมำรดำหลงั คลอดทม่ี ภี ำวะตกเลอื ด. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
สยาม, 19(36).
7. สุฑารัตน์ ชูรส.(2562). กำรป้ องกนั กำรตกเลอื ดหลงั คลอด : บทบำทของพยำบำล. วารสารการแพทยเ์ ขต 11, 33(1), 181-
192
133
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การพฒั นารปู แบบการลดภาวะอว้ น ในนกั เรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
อาเภอเมอื ง จงั หวดั ชยั นาท
A Developed Model for Obesity Reduction Among Junior
High School Students in Muang District, Chai Nat Province
ธนาพร ทว*ี , ปานทพิ ย์ จว๋ิ ร*ี *
บทคดั ยอ่
กำรวจิ ยั เชิงผสมผสำนแบบคขู่ นำนคร้ังน้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ พฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียน
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ อำเภอเมือง จงั หวดั ชยั นำท แบ่งกำรวจิ ยั ออกเป็ น 3 ระยะ ดงั น้ี ระยะท่ี 1 เพือ่ หำสำเหตุและ
ปัจจยั ท่ีมีผล ต่อพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น ระยะที่ 2 เป็ นกำรพฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นโดยใชเ้ ทคนิคกลมุ่ สมมติ
นยั และระยะท่ี 3 เป็ นกำรทดลองใชแ้ ละประเมินประสิทธิผลรูปแบบกำรลดภำวะอว้ น โดยสุ่มตวั อยำ่ งเขำ้ กลุม่ ทดลอง
และกลุ่มควบคุมแบบจำเพำะเจำะจง เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในระยะต่ำงๆ ดว้ ย กำรสนทนำกลุม่ และแบบสอบถำมที่สร้ำงข้นึ
วเิ ครำะหข์ อ้ มูลดว้ ยกำรวเิ ครำะห์เน้ือหำ สถิติเชิงพรรณนำ กำรวเิ ครำะห์ถดถอยพหุแบบข้นั ตอน Independent sample t-test,
Paired t-test และ Chi square test ผลกำรวจิ ยั ระยะที่ 1 พบวำ่ ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นไดแ้ ก่ กำรรับรู้
ควำมรุนแรงของโรคแทรกซอ้ นจำกภำวะอว้ น กำรรับรู้ควำมสำมำรถตนเองในกำรลดภำวะอว้ น ควำมเชื่อในควำม
คำดหวงั ของกลมุ่ อำ้ งอิงตอ่ กำรลดภำวะอว้ น และควำมต้งั ใจในกำรลดภำวะอว้ น ร่วมกบั ปัจจยั ดำ้ นครูและโรงเรียน และ
ปัจจยั ดำ้ นครู ผปู้ กครองและหน่วยงำนเกี่ยวขอ้ ง ผลกำรวจิ ยั ระยะท่ี 2 พบวำ่ รูปแบบในกำรลดภำวะอว้ นมี 3 ดำ้ นไดแ้ ก่ 1)
ดำ้ นตวั นกั เรียน 2) ดำ้ นครูและผปู้ กครอง และ 3) ดำ้ นผปู้ กครอง ชุมชนและหน่วยงำนเกี่ยวขอ้ ง และผลกำรวจิ ยั ระยะที่ 3
พบวำ่ ภำยหลงั กำรใชร้ ูรูปแบบกำรลดภำวะอว้ น กลุม่ ทดลองมีพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น สูงกวำ่ ก่อนกำรใชร้ ูปแบบและ
สูงกวำ่ กลุ่มควบคุมอยำ่ งมีนยั สำคญั ทำงสถิติ ท่ีระดบั 0.001 อนั นำไปสู่กำรลดภำวะอว้ นไดถ้ ึง ร้อยละ 82.70
คำสำคญั : กำรพฒั นำรูปแบบ, กำรลดภำวะอว้ น, นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้
Abstract
This mixed methods research design proposed to develop a weight loss model among junior high school
students, Muang district, Chai Nat province. The study consisted of 3 phases. Phase I study to identify causes and
factors affecting obesity reduction behavior by using the qualitative design. In quantitative research, the samples were
300 overweight and obesity students. The research tool used for data collection was a questionnaire constructed by the
researcher. The data were analyzed by frequency, percentage, and multiple regression analysis. Phase II aimed to
develop an obesity reduction model by using nominal group technique. The results from Phase I was used as an input to
134
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
group discussion process. Phase III was the experiment and evaluation of the obesity reduction model. A two-group
pretest-posttest quasi-experimental research was designed for 75 samples per group. The research tools were the obesity
reduction model, developed in Phase II, and a questionnaire. Data were analyzed by independent sample t-test, paired t-
test, chi square test. The results were found that factors affecting obesity reduction behavior among students from Phase
I to develop the model for reducing obesity included student personality, teacher and school factors, guardian, and
community. The results of Phase II showed that the obesity reduction model composed of 3 aspects including students,
2) teachers and schools, and 3) guardian, community and related organization. The results in Phase III revealed that after
the obesity reduction model implemented, the intervention group had obesity reduction behavior greater than before
intervention and the control group significantly at 0.001 and reduced obesity at 82.70 %.
Keywords: Model development, Obesity reduction, Junior high school students
Keywords: Model development, Obesity reduction, Junior high school students
* นกั วชิ ำกำรสำธำรณสุขชำนำญกำรพิเศษ สำนกั งำนสำธำรณสุขจงั หวดั ชยั นำท
** พยำบำลวชิ ำชีพชำนำญกำร สำนกั งำนสำธำรณสุขอำเภอเมืองชยั นำท จงั หวดั ชยั นำท
บทนำ ปี พ.ศ.2542 (3) จำกอบุ ตั ิกำรณ์ ดงั กล่ำว ภำวะอว้ นควร
ไดร้ ับกำรแกไ้ ขดูแลเพรำะหำกปล่อยไวจ้ ะส่งผลกระทบ
ภำวะอว้ นในเด็กวยั เรียนเป็ นปัญหำ ตอ่ สุขภำพเดก็ ท้งั ทำงร่ำงกำย จิตใจและสงั คม โดย
สำธำรณสุขที่ทำ้ ทำยไม่เฉพำะประเทศท่ีมีรำยไดส้ ูง ผลกระทบดำ้ นร่ำงกำย เช่น มีควำมผดิ ปกติของระบบ
(high-income country) แตป่ ระเทศท่ีมีรำยไดต้ ่ำและปำน กระดูกและขอ้ ขอ้ เขำ่ อกั เสบ ปวดขอ้ เข่ำและขอ้ เทำ้
กลำง (low and middle income countries) กม็ ีแนวโนม้ ระบบทำงเดินหำยใจ คือ หยดุ หำยใจขณะหลบั เนื่องจำก
สูงข้ึนเช่นกนั โดยเฉพำะในพ้นื ที่เขตเมือง สถำนกำรณ์ ร่ำงกำยไดร้ ับออกซิเจนไมเ่ ตม็ ที่ขณะนอนหลบั ซ่ึง
ภำวะอว้ น องคก์ ำรอนำมยั โลกรำยงำนวำ่ เด็กท่ีเป็นโรค อำจจะมผี ลต่อกำรเล่ำเรียนในเดก็ ระบบทำงเดินอำหำร
อว้ นไดเ้ พม่ิ ข้ึนทว่ั โลกจำก 31 ลำ้ นคนในปี พ.ศ.2533 เช่น เกิดน่ิวในถงุ น้ำดี มีไขมนั สะสมในตบั ปริมำณมำก
เป็ น 44 ลำ้ นคนในปี พ.ศ. 2555 และภำยในปี พ.ศ. 2568 และเกิดโรคไมต่ ิดตอ่ เช่น ไขมนั ในเลือดสูง ควำมดนั
หรืออีก 10 ปี ขำ้ งหนำ้ คำดกำรณ์วำ่ จะมีเด็กท่ีมีภำวะอว้ น โลหิตสูง เบำหวำน เป็ นตน้ นอกจำกน้ีทำงดำ้ นจิตใจ
ทวั่ โลก 70 ลำ้ นคน (1) ภำวะโภชนำกำรของเดก็ นกั เรียน และสงั คมยงั เกิดปมดอ้ ยจำกกำรถูกลอ้ เลียนทำใหข้ ำด
ไทยจำก Health Data Center (HDC) ในช่วงปี พ.ศ. 2559 ควำมมนั่ ใจ มีควำมวติ กกงั วล เกิดปัญหำกำรเขำ้ สงั คม
- 2563 พบวำ่ ภำวะโภชนำกำรของเดก็ นกั เรียน 6 -14 ปี เพื่อน (4) ภำวะโภชนำกำรในเขตอำเภอเมือง จงั หวดั
มีเดก็ สูงดีสมส่วนแนวโนม้ ลดลงโดยปี พ.ศ. 2563 พบ ชยั นำท จำนวน 1,100 คน พบวำ่ เด็กอำยุ 6 - 14 ปี มี
เดก็ นกั เรียนมีภำวะเร่ิมอว้ นและอว้ นร้อยละ 12.5 เป็ น รูปร่ำงเริ่มอว้ นและอว้ นจำนวน 1,833 คน ร้อยละ 16.6
แนวโนม้ ที่สูงข้ึนซ่ึงเป้ ำหมำยกำหนดไมค่ วรเกินร้อยละ ซ่ึงถือวำ่ เกินเกณฑด์ ชั นีช้ีวดั ของกรมอนำมยั กระทรวง
10 (2) ท้งั น้ีภำวะเร่ิมอว้ นและอว้ นเป็ นภำวะที่นกั เรียนมี สำธำรณสุข มีเป้ ำหมำยใหเ้ ดก็ วยั เรียนมีภำวะอว้ นไมเ่ กิน
น้ำหนกั ตำมเกณฑส์ ่วนสูงมำกกวำ่ + 2 S.D. ข้ึนไปตำม ร้อยละ 10 (2),(5)
กรำฟแสดงเกณฑอ์ ำ้ งอิงกำรเจริญเติบโตของกรมอนำมยั
135
ดงั น้นั เพือ่ เป็นกำรดูแลและส่งเสริมใหน้ กั เรียน The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ท่ีมีภำวะเริ่มอว้ นและอว้ นสำมำรถควบคุมหรือลด Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
น้ำหนกั ใหอ้ ยใู่ นระดบั ปกติไดม้ ำกท่ีสุด ผวู้ จิ ยั จึงมีควำม
สนใจศึกษำกำรพฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นใน คน ส่วนวธิ ีวจิ ยั เชิงปริมำณ เป็ นนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษำ
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ อำเภอเมือง
จงั หวดั ชยั นำท เพ่ือเป็ นกำรแกไ้ ขปัญหำสุขภำพในเด็ก ตอนตน้ ท่ีมีภำวะเริ่มอว้ นและอว้ น จำนวน 300 คนได้
นกั เรียนท่ีมีภำวะเร่ิมอว้ นและอว้ นใหม้ ีน้ำหนกั ลดลงซ่ึง
จะส่งผลดีตอ่ ภำวะสุขภำพของเดก็ นกั เรียนในกำรดำเนิน ขนำดตวั อยำ่ งจำกกำรคำนวณดว้ ยสูตรประมำณคำ่ เฉลี่ย
ชีวติ ท้งั ทำงดำ้ นร่ำงกำย จิตใจและสงั คมในอนำคตต่อไป
(6) สุ่มตวั อยำ่ งแบบกลมุ่ (Cluster Random Sampling)
วตั ถุประสงค์
ระยะที่ 2 เป็ นกำรพฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นดว้ ย
1. เพอ่ื ศึกษำสำเหตขุ องภำวะอว้ นและปัจจยั ท่ี
มีผลต่อพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียนระดบั ช้นั เทคนิคกลมุ่ สมมตินยั โดยใชผ้ เู้ ช่ียวชำญ จำนวน 9 คน
มธั ยมศึกษำตอนตน้
ระยะที่ 3 เป็ นกำรทดลองใชแ้ ละประเมนิ รูปแบบกำรลด
2. เพือ่ พฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นใน
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ ภำวะอว้ นดว้ ยกำรวจิ ยั ก่ึงทดลอง ชนิดศึกษำสองกลุ่มวดั
3. เพอื่ ทดลองใชแ้ ละประเมินประสิทธิผลของ ก่อนและหลงั กำรทดลอง กล่มุ ตวั อยำ่ งคือ นกั เรียน
รูปแบบกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียนระดบั ช้นั
มธั ยมศึกษำตอนตน้ ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ ที่เร่ิมอว้ นและ จำนวน 150
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั คน แบ่งเป็นกล่มุ ทดลองและกลุม่ ควบคุม กล่มุ ละ 75
รูปแบบกำรวจิ ยั กำรวจิ ยั คร้ังน้ีใชร้ ูปแบบกำร คน ซ่ึงเลือกกลมุ่ ตวั อยำ่ งแบบเจำะจง (Purposive
วจิ ยั แบบผสมผสำน (Mixed Method Research) แบบ
คู่ขนำน (Concurrent parallel design) sampling)
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ผวู้ จิ ยั ได้ แบ่งตำม เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในกำรวจิ ยั ระยะท่ี 1 วธิ ีวจิ ยั เชิง
ระยะของกำรวจิ ยั ดงั น้ี ระยะท่ี 1 วธิ ีวจิ ยั เชิงคุณภำพผใู้ ห้ คุณภำพใชแ้ นวคำถำมปลำยเปิ ดเพ่อื กำรสนทนำกลุม่
ขอ้ มลู หลกั ประกอบดว้ ย ตวั แทนผบู้ ริหำรโรงเรียน ครู ส่วนวธิ ีวจิ ยั เชิงปริมำณใชแ้ บบสอบถำม ระยะที่ 2 กำร
อนำมยั โรงเรียน ครูพลศึกษำ ครูประจำช้นั ครู พฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะอว้ นใชเ้ ทคนิคกลุม่ สมมตินยั
โภชนำกำร บุคลกำรสำธำรณสุข นกั เรียนและผเู้ กี่ยวขอ้ ง โดยใชข้ อ้ มลู จำกผลกำรวจิ ยั ระยะที่ 1 มำเป็ นปัจจยั นำเขำ้
กบั กำรจำหน่ำยอำหำรในโรงเรียน ซ่ึงผวู้ จิ ยั เลือกกลุ่ม เพื่อกำรอภิปรำยของผเู้ ช่ียวชำญ และระยะที่ 3 กำร
ตวั อยำ่ งแบบเจำะจง (Purposive sampling) จำนวน 25 ทดลองใชแ้ ละประเมินรูปแบบกำรลดภำวะอว้ น
กำรตรวจสอบคณุ ภำพเครื่องมอื ระยะที่ 1 วธิ ี
วจิ ยั เชิงคุณภำพดว้ ยกำรสอบถำมจำกผเู้ ชี่ยวชำญเชิง
คุณภำพ ส่วนวิธีวจิ ยั เชิงปริมำณดว้ ยกำรตรวจสอบควำม
ตรงเชิงเน้ือหำ (Content Validity) จำกผเู้ ชี่ยวชำญ
จำนวน 5 ท่ำน มีค่ำ IOC อยรู่ ะหวำ่ ง 0.5 - 1 และ
ตรวจสอบควำมเที่ยง ดว้ ยวธิ ีหำคำ่ สมั ประสิทธ์ิแอลฟำ
ของครอนบำค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ไดค้ ่ำ
เท่ำกบั 0.80 - 0.92 ระยะท่ี 2 เป็ นขอ้ มลู ที่ไดม้ ำจำกวจิ ยั
ระยะที่ 1ซ่ึงผวู้ จิ ยั ทำกำรตรวจสอบควำมถ่ีถว้ นของ
ขอ้ มูล ส่วนระยะที่ 3 เป็ นแบบสอบถำมที่ผำ่ นกำร
ตรวจสอบควำมตรงเชิงเน้ือหำจำกผเู้ ชี่ยวชำญ จำนวน 5
ท่ำน มีคำ่ IOC อยรู่ ะหวำ่ ง 0.5 - 1 และตรวจสอบควำม
เท่ียงดว้ ยวธิ ีหำค่ำสมั ประสิทธ์ิแอลฟำของครอนบำค ได้
136
ค่ำเท่ำกบั 0.76 - 0.92 โดยไดค้ ่ำควำมตรงและควำมเท่ียง The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เป็ นไปตำมเกณฑม์ ำตฐำน (7),(8) Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ระยะที่ 1 วธิ ีวจิ ยั เชิง โรงเรียน ท้งั ร้ำนขำยอำหำรในโรงอำหำรและร้ำน
คุณภำพ ใชก้ ำรวเิ ครำะห์เชิงประเดน็ (Thematic สหกรณ์โรงเรียน ครูประจำช้นั และครูส่วนใหญ่ยงั ขำด
Analysis) และตรวจสอบคุณภำพขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีกำร ควำมตระหนกั และขำดกำรมีส่วนร่วมในกำรลดภำวะ
ตรวจสอบแบบสำมเสำ้ (Triangulation) ส่วนวธิ ีวจิ ยั เชิง อว้ นในนกั เรียนอยำ่ งจริงจงั และ 3) ปัจจยั ดำ้ นผปู้ กครอง
ปริมำณใชส้ ถิติเชิงพรรณนำ และวเิ ครำะห์ปัจจยั ที่มีผล ชุมชนและหน่วยงำนเกี่ยวขอ้ ง ไดแ้ ก่ กำรท่ีผปู้ กครอง
ตอ่ พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียนดว้ ยกำร ขำดกำรควบคุมพฤติกรรมกำรด่ืมเคร่ืองดื่มท่ีมีรสหวำน
วเิ ครำะห์ถดถอยพหุคูณแบบข้นั ตอน (Stepwise อำหำรหวำน และอำหำรมนั ของบุตรหลำน พฤติกรรม
Multiple Regression Analysis) ระยะท่ี 2 กำรพฒั นำ กำรบริโภคอำหำรของผปู้ กครองที่ส่งเสริมภำวะอว้ นใน
รูปแบบกำรลดภำวะอว้ น ใชก้ ำรเรียงลำดบั ควำมสำคญั บุตรหลำน ขำดกำรส่งเสริมใหบ้ ตุ รหลำนออกกำลงั กำย
ของประเดน็ กิจกรรมในแตล่ ะประเด็นโดยผเู้ ช่ียวชำญ กำรขำยเคร่ืองดื่มท่ีมีรสหวำนของร้ำนคำ้ ในชุมชน และ
และระยะที่ 3 กำรทดลองใชแ้ ละประเมินรูปแบบกำรลด ขำดกำรสร้ำงควำมร่วมมือระหวำ่ งหน่วยงำนเก่ียวขอ้ ง
ภำวะอว้ น กำรวเิ ครำะหข์ อ้ มูลส่วนบุคคลและครอบครัว อยำ่ งเป็ นรูปธรรม
ของกลุ่มทดลองและกล่มุ ควบคุมโดยใชส้ ถิติเชิง
พรรณนำ และวเิ ครำะห์กำรเปรียบเทียบค่ำเฉลี่ยดว้ ยสถิติ ผลกำรวจิ ยั เชิงปริมำณพบวำ่ ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่
ทดสอบ Independent sample t-test, Paired t-test และ พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียนมธั ยมศึกษำ
Chi-square test กำหนดนยั สำคญั ทำงสถิติท่ีระดบั 0.05 ตอนตน้ ไดแ้ ก่ ควำมต้งั ใจในกำรลดภำวะอว้ น กำรรับรู้
เป็ นเกณฑใ์ นกำรยอมรับสมมุติฐำน ควำมสำมำรถตนเองในกำรลดภำวะอว้ น และควำมเชื่อ
ในควำมคำดหวงั ของกลุ่มอำ้ งอิงตอ่ กำรลดภำวะอว้ น
ผลกำรวจิ ยั โดยมีผลทำงบวกต่อพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น ส่วน
ปัจจยั ส่วนบุคคลและครอบครัวท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมกำร
ผลกำรวจิ ยั ระยะที่ 1 พบวำ่ สำเหตุของภำวะ ลดภำวะอว้ น ไดแ้ ก่ 1) นกั เรียนท่ีอำศยั อยกู่ บั มำรดำจะมี
อว้ นในนกั เรียนจำกผลกำรวจิ ยั เชิงคุณภำพ ประกอบดว้ ย พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนที่อยกู่ บั บิดำ
นกั เรียนมีพฤติกรรมชอบด่ืมเครื่องดื่มที่มีรสหวำน กำร และมำรดำ 2) นกั เรียนท่ีบิดำมำรดำไม่ไดอ้ ยดู่ ว้ ยกนั จะมี
รับประทำนอำหำรมนั อำหำรทอดท้งั ท่ีบำ้ นและท่ี พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนท่ีบิดำมำรดำ
โรงเรียน และขำดกำรออกกำลงั กำยที่เพียงพอ ส่วน อยดู่ ว้ ยกนั 3) นกั เรียนท่ีบิดำมีอำชีพคำ้ ขำยจะมี
สำเหตุของกำรขำดพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นใน พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนที่บิดำมีอำชีพ
นกั เรียน ประกอบดว้ ย 3 ดำ้ นคือ 1) ปัจจยั ดำ้ นตวั เกษตรกรรม 4) นกั เรียนท่ีบิดำมีอำชีพรับจำ้ งจะมี
นกั เรียน ไดแ้ ก่ กำรขำดกำรรับรู้ควำมสำมำรถตนเองใน พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนที่บิดำมีอำชีพ
กำรลดภำวะอว้ น ขำดกำรรับรู้ควำมรุนแรงของโรค เกษตรกรรม 5) นกั เรียนที่มำรดำมีอำชีพคำ้ ขำยจะมี
แทรกซอ้ นจำกภำวะอว้ น และขำดทกั ษะในกำรออก พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนท่ีมำรดำมี
กำลงั กำยที่ตนเองชอบหรือสนใจ 2) ปัจจยั ดำ้ นครูและ อำชีพเกษตรกรรม และ 6) นกั เรียนทีมีอำยุ 14 ปี จะมี
โรงเรียน ไดแ้ ก่ กำรไม่มีนโยบำยที่ชดั เจนในกำรลด พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นดีกวำ่ นกั เรียนที่มีอำยุ 12 ปี
ภำวะอว้ น กำรมีอำหำรท่ีส่งเสริมภำวะอว้ นจำหน่ำยใน อยำ่ งมีนยั สำคญั ทำงสถิติ ซ่ึงตวั แปรท้งั หมดสำมำรถ
พยำกรณ์พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียน
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ ไดร้ ้อยละ 82.6 (R2 =
0.826) ส่วนตวั แปรอื่น ๆ ไมม่ ีผลต่อพฤติกรรมกำรลด
ภำวะอว้ นในนกั เรียน ตำรำงท่ี 1
137
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตำรำงที่ 1 แสดงกำรวเิ ครำะห์ถดถอยพหุแบบข้นั ตอน ระหวำ่ งตวั แปรตน้ กบั พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นในนกั เรียน
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ (n = 300)
ตวั แปร b R2 R2 change t p - value
5.663 0.000
ความต้งั ใจในการลดภาวะอว้ น 0.419 0.763 0.763 4.056 0.000
3.077 0.002
การรับรู้ความสามารถตนเองในการลดภาวะอว้ น 0.266 0.787 0.024 2.920 0.004
3.342 0.001
อาศยั อยกู่ บั มารดา 0.233 0.801 0.014 2.872 0.004
2.110 0.036
บิดามารดาไมไ่ ดอ้ ยดู่ ว้ ยกนั 0.182 0.807 0.006 2.239 0.026
อาชีพบิดาคา้ ขาย 0.247 0.813 0.006 1.975 0.049
อาชีพบิดารับจา้ ง 0.183 0.818 0.005
อาชีพมารดาคา้ ขาย 0.127 0.821 0.003
ความเชื่อในความคาดหวงั ของกลมุ่ อา้ งอิง 0.146 0.823 0.003
ต่อการลดภาวะอว้ น
อายุ 14 ปี 0.101 0.826 0.002
Constant (a) = 0.083, R = 0.909, R2 = 0.826, Adjusted R2 = 0.820, P < 0.001
ผลกำรวจิ ยั ระยะที่ 2 กำรพฒั นำรูปแบบกำร และร้ำนสหกรณ์ในโรงเรงเรียน 3) ครูใหก้ ำรกระตุน้
ลดภำวะอว้ นในนกั เรียน พบวำ่ รูปแบบกำรลดภำวะ เตือนและกำกบั ติดตำมพฤติกรรมป้ องกนั ภำวะอว้ น
อว้ นในนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ แบ่ง ของนกั เรียน 4) โรงเรียนสนบั สนุนสถำนที่และวสั ดุ
ออกเป็ น 3 ดำ้ น ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดำ้ นตวั นกั เรียน ปัจจยั ดำ้ น อุปกรณ์ในกำรออกกำลงั กำยนอกเวลำเรียน
ครูและโรงเรียน และปัจจยั ดำ้ นผปู้ กครอง ชุมชน และ
หน่วยงำนเก่ียวขอ้ ง ดงั ต่อไปน้ี 3. ปัจจยั ดำ้ นผปู้ กครอง ชุมชน และหน่วยงำน
เก่ียวขอ้ ง มี 6 กิจกรรม คือ 1) ชุมชนประกำศนโยบำย
1. ปัจจยั ดำ้ นตวั นกั เรียน มี 4 กิจกรรม คือ “ชุมชนร่วมใจ ป้ องกนั ภยั โรคอว้ น” 2) สร้ำงเครือขำ่ ย
1) สำรวจชนิดของกำรออกกำลงั กำยที่นกั เรียนสนใจ ควำมร่วมมือระหวำ่ งโรงเรียน ผปู้ กครอง ชุมชนและ
2) สนบั สนุนสถำนท่ี เวลำและวสั ดุอุปกรณ์ในกำรออก หน่วยงำนสำธำรณสุขเพ่ือลดภำวะอว้ นในนกั เรียน 3)
กำลงั กำยแก่นกั เรียน 3) ครูและบคุ ลำกรสำธำรณสุขจดั ผปู้ กครองลด ละ เลิกพฤติกรรมกำรจดั หำอำหำรที่
กิจกรรมกำรเรียนรู้เพอ่ื สร้ำงกำรรบั รู้และควำมต้งั ใจใน ส่งเสริมภำวะอว้ นแก่บุตรหลำน 4) ร้ำนคำ้ ในชุมชนให้
กำรปฏิบตั เิ พื่อลดภำวะอว้ น และ 4) พฒั นำทกั ษะกำร ควำมร่วมมือปฏิบตั ติ ำมนโยบำย “โรงเรียนและชุมชน
ออกกำลงั กำยอยำ่ งหลำกหลำยตำมควำมสนใจของ ร่วมใจ ป้ องกนั ภยั โรคอว้ น” 5) ผปู้ กครองใหก้ ำร
นกั เรียน กระตนุ้ เตือนและควบคุมกำรบริโภคอำหำรและกำร
ออกกำลงั กำยเพื่อลดภำวะอว้ นแก่บุตรหลำน และ 6)
2.ปัจจยั ดำ้ นครูและโรงเรียน มี 4 กิจกรรม คือ ผปู้ กครองสนบั สนุนใหบ้ ุตรหลำนออกกำลงั กำยและ
1) โรงเรียนประกำศนโยบำยกำรป้ องกนั และลดภำวะ กำรบริโภคอำหำรท่ีเหมำะสมเพอ่ื ลดภำวะอว้ น
อว้ นในนกั เรียน ไดแ้ ก่ “โรงเรียนลดหวำน ลดมนั ”
“โรงเรียนปลอดน้ำอดั ลม” “โรงเรียนและชุมชนร่วมใจ ผลกำรวจิ ยั ระยะท่ี 3 กำรทดลองใชแ้ ละ
ป้ องกนั ภยั โรคอว้ น” 2) ครูและบคุ ลำกรสำธำรณสุข ประเมนิ ประสิทธิผลของรูปแบบกำรลดภำวะอว้ น
ติดตำมกำกบั กำรดำเนินกำรตำมนโยบำยของร้ำนคำ้ พบวำ่ ก่อนกำรใชร้ ูปแบบฯ กลมุ่ ทดลองมีคำ่ เฉล่ียกำร
138
รับรู้ควำมรุนแรงของโรคแทรกซอ้ นจำกภำวะอว้ น กำร The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
รับรู้ควำมสำมำรถตนเองในกำรลดภำวะอว้ น ควำมเชื่อ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ในควำมคำดหวงั ของกลมุ่ อำ้ งอิง ควำมต้งั ใจในกำรลด
ภำวะอว้ น และพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ นไมแ่ ตกต่ำง กลุม่ ทดลองมีคำ่ เฉลี่ยกำรรับรู้ท้งั 2 ดำ้ น ควำมเช่ือใน
ทำงสถิติกบั กล่มุ ควบคุม แต่ภำยหลงั กำรใชร้ ูปแบบฯ ควำมคำดหวงั ของกลุ่มอำ้ งอิง ควำมต้งั ใจในกำรลด
ภำวะอว้ น และพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น สูงกวำ่ กลุ่ม
ควบคุมอยำ่ งมนี ยั สำคญั ทำงสถิติ ดงั แสดงในตำรำงท่ี 2
ตำรำงท่ี 2 แสดงกำรเปรียบเทียบค่ำเฉล่ียกำรรับรู้ ควำมเช่ือในควำมคำดหวงั ของกลุม่ อำ้ งอิง ควำมต้งั ใจในกำรลดภำวะ
อว้ น และพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น ระหวำ่ งกลมุ่ ทดลองกบั กลุ่มควบคุม ก่อนกำรใชร้ ูปแบบและหลงั กำร
ใชร้ ูปแบบกำรลดภำวะอว้ น
ตวั แปร กลุ่มทดลอง กล่มุ ควบคมุ t-value df p-value
(n=75) (n=75)
ก่อนกำรใช้รูปแบบฯ 0.65 148 0.89
การรับรู้ความรุนแรงของโรค xˉ S.D. xˉ S.D. 0.67 148 0.87
การรับรู้ความสามารถตนเอง 0.42 148 0.94
ความเช่ือในความคาดหวงั 3.17 0.62 3.12 0.61 0.66 148 0.85
ความต้งั ใจในการป้ องกนั ภาวะอว้ น 3.22 0.67 3.16 0.65 0.59 148 0.92
พฤติกรรมการป้ องกนั ภาวะอว้ น 2.99 0.59 3.03 0.61
หลงั กำรใช้รูปแบบฯ 3.21 0.68 3.27 0.70 8.78 148 0.001
การรับรู้ความรุนแรงของโรค 3.24 0.71 3.29 0.73 9.21 148 0.001
การรับรู้ความสามารถตนเอง 10.28 148 0.001
ความเช่ือในความคาดหวงั 4.22 0.89 3.17 0.64 7.98 148 0.001
ความต้งั ใจในการป้ องกนั ภาวะอว้ น 4.43 0.78 3.19 0.59 7.86 148 0.001
พฤติกรรมการป้ องกนั ภาวะอว้ น 4.36 0.66 3.00 0.59
4.17 0.99 3.30 0.76
4.23 1.01 3.23 0.78
ส่วนภำยหลงั กำรใชร้ ูปแบบ พบวำ่ กลุ่ม พบวำ่ ก่อนและหลงั กำรใชร้ ูปแบบมีค่ำเฉล่ียกำรรับรู้ท้งั
ทดลองมีค่ำเฉล่ียกำรรับรูท้ ้งั 2 ดำ้ น ควำมเช่ือในควำม 2 ดำ้ น ควำมเช่ือในควำมคำดหวงั ของกลุม่ อำ้ งอิง ควำม
คำดหวงั ของกลมุ่ อำ้ งอิง ควำมต้งั ใจ พฤติกรรมกำร
ป้ องกนั ภำวะอว้ น สูงกวำ่ ก่อนกำรใชร้ ูปแบบ อยำ่ งมี ต้งั ใจในกำรลดภำวะอว้ น พฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น
นยั สำคญั ทำงสถิติท่ีระดบั 0.001 ส่วนกล่มุ ควบคุม ไม่แตกตำ่ งกนั ทำงสถิติ ดงั แสดงในตำรำงที่ 3
139
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตำรำงท่ี 3 แสดงกำรเปรียบเทียบค่ำเฉลี่ยกำรรับรู้ ควำมเชื่อในควำมคำดหวงั ของกล่มุ อำ้ งอิง ควำมต้งั ใจในกำรลดภำวะ
อว้ น และพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น ภำยในกลุ่มกลุ่มทดลองและภำยในกลมุ่ ควบคุม ก่อนและหลงั กำรใช้
รูปแบบกำรลดภำวะอว้ น
ตวั แปร ก่อนใชร้ ูปแบบฯ หลงั ใชร้ ูปแบบฯ t-value df p-value
xˉ S.D. xˉ S.D.
ภายในกลุ่มทดลอง (n=75) 12.72 74 0.001
การรับรู้ความรุนแรง 3.17 0.62 4.22 0.89 11.67 74 0.001
การรับรู้ความสามารถตนเอง 3.22 0.67 4.43 0.78 14.76 74 0.001
ความเชื่อในความคาดหวงั 2.99 0.59 4.36 0.66 8.12 74 0.001
ความต้งั ใจในการป้ องกนั ภาวะอว้ น 3.21 0.68 4.17 0.99 7.84 74 0.001
พฤติกรรมการป้ องกนั ภาวะอว้ น 3.24 0.71 4.23 1.01
ภายในกลุ่มควบคุม (n=75) 0.88 74 0.89
การรับรู้ความรุนแรงของ 3.12 0.61 3.17 0.64 0.32 74 0.90
การรับรู้ความสามารถตนเอง 3.16 0.65 3.19 0.59 0.43 74 0.69
ความเช่ือในความคาดหวงั 3.03 0.61 3.00 0.59 0.42 74 0.86
ความต้งั ใจในการป้ องกนั ภาวะอว้ น 3.27 0.70 3.30 0.76 0.48 74 0.61
พฤติกรรมการป้ องกนั ภาวะอว้ น 3.29 0.73 3.32 0.78
นอกจำกน้นั ยงั พบวำ่ ก่อนกำรใชร้ ูปแบบ รูปแบบฯ พบวำ่ กล่มุ ทดลองสำมำรถลดภำวะเร่ิมอว้ น
กลุ่มทดลอง มีน้ำหนกั ตำมเกณฑส์ ่วนสูงอยใู่ นระดบั และอว้ นใหอ้ ยใู่ นระดบั สมส่วนและทว้ มได้ ร้อยละ
เร่ิมอว้ น ร้อยละ 90.7 (68 คน) และระดบั อว้ น ร้อยละ 82.7 (62 คน) ซ่ึงสูงกวำ่ กลุ่มควบคุมที่สำมำรถลดภำวะ
9.3 (7 คน) ส่วนกล่มุ ควบคุมมีน้ำหนกั ตำมเกณฑ์ เริ่มอว้ นและอว้ นใหอ้ ยใู่ นระดบั สมส่วนและทว้ มได้
ส่วนสูงอยใู่ นระดบั เร่ิมอว้ น ร้อยละ 94.7 (71 คน) เพยี ง ร้อยละ 2.7 (2 คน) อยำ่ งมีนยั สำคญั ทำงสถิติ ท่ี
ระดบั อว้ น ร้อยละ 5.3 (4 คน) แต่ภำยหลงั กำรใช้ ระดบั 0.001 ตำรำงท่ี 4
ตำรำงที่ 4 แสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างของสดั ส่วน การลดภาวะเริ่มอว้ นและภาวะอว้ น ระหวา่ งกลุ่มทดลองกบั
กลุ่มควบคุม ภายหลงั การใชร้ ูปแบบการลดภาวะอว้ น
นำ้ หนกั ตำมเกณฑ์ส่วนสูง กล่มุ ทดลอง กลุ่มควบคุม Chi square df p-value
ภำยหลงั กำรใช้รูปแบบฯ ร้อยละ (จำนวน) ร้อยละ (จำนวน) 24.38 1 0.001
ระดบั สมส่วนและทว้ ม 82 7 (62) 2.7 (2)
ระดบั เร่ิมอว้ นและอว้ น 17.3 (13) 97.3 (73)
100.0 (75) 100.0 (75)
รวม
*p-value< .05
กำรอภปิ รำยผลกำรวจิ ยั
140
กำรวจิ ยั เชิงผสมผสำนโดยกำรศึกษำสำเหตุ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
และปัจจยั ที่มีผลตอ่ กำรลดภำวะอว้ นโดยใชก้ ำรวจิ ยั เชิง Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
คุณภำพและเชิงปริมำณ กำรพฒั นำรูปแบบกำรลดภำวะ
อว้ นโดยใชเ้ ทคนิคสมมตินยั และกำรนำรูปแบบกำรลด ครู ผปู้ กครอง แกนนำวยั รุ่นซ่ึงค่ำเฉลี่ยคะแนน
ภำวะอว้ นไปทดลองใชโ้ ดยใชก้ ำรวจิ ยั ก่ึงทดลอง เป็ น พฤติกรรมกำรป้ องกนั พฤติกรรมเส่ียงทำงเพศของ
ระยะเวลำ 12 สปั ดำห์พบวำ่ สำมำรถก่อใหเ้ กิดกำร นกั เรียนในโรงเรียนหลงั ไดร้ ับโปรแกรมจำกแกนนำ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกำรลดภำวะอว้ น และนำไปสู่ ดำ้ นสุขภำพในเร่ืองควำมเช่ือเกี่ยวกบั กำรมีเพศสมั พนั ธ์
กำรลดลงของภำวะอว้ นในนกั เรียนได้ โดยกลุ่มทดลอง ควำมสำมำรถของตนเองในกำรปฏิเสธกำรมี
สำมำรถลดภำวะเร่ิมอว้ น/อว้ นไดร้ ้อยละ 82.7 ส่วนกลมุ่ เพศสมั พนั ธค์ วำมสำมำรถของตนเองในกำรใชถ้ งุ ยำง
ควบคุมสำมำรถลดภำวะเริ่มอว้ น/อว้ นไดเ้ พยี งร้อยละ อนำมยั กำรพดู คุยส่ือสำรเรื่องเพศกบั พอ่ แมแ่ ละควำม
2.7 ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวำ่ รูปแบบที่พฒั นำข้ึนสำมำรถลด สะดวกใจในกำรพดู คุยสื่อสำรเรื่องเพศกบั พอ่ แม่สูงกวำ่
ภำวะอว้ นและเร่ิมอว้ นในนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำ ก่อนไดร้ ับโปรแกรมแตกต่ำงกนั อยำ่ งมีนยั สำคญั ทำง
ตอนตน้ ได้ สถิติ (p < 0.05) และกำรศึกษำของ ศศิธร จำรยค์ ูณ และ
คณะ (10) ท่ีศึกษำกำรป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหำกำร
จำกผลกำรวจิ ยั ดงั กล่ำวจะเห็นวำ่ รูปแบบกำร ต้งั ครรภใ์ นวยั รุ่นโดยกำรมีส่วนร่วมของภำคีเครือขำ่ ย
ลดภำวะอว้ นในนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ ท่ี ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จงั หวดั บุรีรัมย์ พบวำ่
พฒั นำข้ึนโดยมงุ่ เนน้ กำรสร้ำงปัจจยั ดำ้ นตวั นกั เรียน เครือข่ำยกำรใหค้ วำมร่วมมือกบั เจำ้ หนำ้ ท่ีสำธำรณสุข
กำรสร้ำงควำมร่วมมือระหวำ่ งนกั เรียน ครู โรงเรียน มีท้งั ผนู้ ำชุมชนในทอ้ งถิน่ เจำ้ หนำ้ ที่ตำรวจ และแกนนำ
ชุมชนและหน่วยงำนเกี่ยวขอ้ งสำมำรถนำไปสู่กำรลด เยำวชน ซ่ึงหลงั ดำเนินกำรพบวำ่ วยั รุ่นมีควำมถี่ของ
ภำวะอว้ นในนกั เรียนได้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั กำรวจิ ยั ที่ พฤติกรรมเส่ียงกิจกรรมทำงเพศลดลง
พฒั นำรูปแบบเพอ่ื กำรแกไ้ ขปัญหำสำธำรณสุขโดยใช้
กำรสร้ำงควำมร่วมมือกบั เครือขำ่ ยที่เก่ียวขอ้ งสำมำรถ ข้อเสนอแนะจำกกำรวจิ ยั
นำไปสู่กำรแกไ้ ขปัญหำสำธำรณสุขได้ เช่น กำรศึกษำ
ของ วรวรรณ์ ทิพยว์ ำรีรมย,์ จรรจำ สนั ตยำกร, ยคุ นธร ควรนำรูปแบบที่ไดจ้ ำกกำรวจิ ยั คร้ังน้ีไปใช้
หทยั วรรธน,์ ทวศี กั ด์ิ คำลือ, และ จรรจำ สนั ตยำกร (9) เป็ นแนวทำงในกำรแกไ้ ขปัญหำภำวะอว้ นในนกั เรียน
ท่ีทำกำรวจิ ยั และพฒั นำเพ่อื สร้ำงเครือขำ่ ยป้ องกนั ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ อำเภอเมืองชยั นำทให้
พฤติกรรมเส่ียงทำงเพศสำหรับเดก็ วยั รุ่นในชุมชน ครอบคลมุ กลมุ่ เป้ ำหมำยยง่ิ ข้ึน รวมท้งั กำรประยกุ ตใ์ ช้
จงั หวดั พษิ ณุโลก พบวำ่ เครือขำ่ ยป้ องกนั พฤติกรรม ในกลมุ่ เป้ ำหมำยและพ้นื ท่ีอื่นๆ ตำมควำมเหมำะสม
เสี่ยงทำงเพศของเดก็ วยั รุ่นในชุมชนมีส่วนของโรงเรียน ต่อไป สำหรับกำรวจิ ยั คร้ังตอ่ ไปควรมีพฒั นำรูปแบบ
กำรแกไ้ ขปัญหำสำธำรณสุขโดยใชร้ ูปแบบกำรวจิ ยั เชิง
ผสมผสำน ท้งั น้ีเพ่ือเป็นแนวทำงในกำรแกไ้ ขปัญหำ
สำธำรณสุขอ่ืนๆ ตอ่ ไป
141
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เอกสำรอ้ำงองิ
1. สำนกั โภชนำกำร กรมอนำมยั กระทรวงสำธำรณสุข. แนวทำงกำรควบคุมป้ องกนั ภำวะอว้ นในเดก็ นกั เรียน
[อินเทอร์เนต็ ]. 2557 [เมื่อ 8 กมุ ภำพนั ธ์ 2564]. เขำ้ ถึงจำก https://www.lamphunhealth.go.th/
web_ssj/webmanager/uploads/2016-05- 11064748.
2. กลุ่มประเมินผลและนิเทศติดตำม กองแผนงำน กรมอนำมยั กระทรวงสำธำรณสุข. รำยงำนประจำปี กรมอนำมยั 2563
[อินเทอร์เนต็ ]. 2564 [เม่ือ 7 กมุ ภำพนั ธ์ 2564]. เขำ้ ถึงจำก https://planning.anamai.moph.go.th/main.php?
filename=Left_M2_3
3. กองยทุ ธศำสตร์และแผน สำนกั งำนปลดั กระทรวงสำธำรณสุข กระทรวงสำธำรณสุข. รำยละเอียดตวั ช้ีวดั กระทรวง
สำธำรณสุข ประจำปี งบประมำณ 2563 [อินเทอร์เนต็ ]. 2562 [เม่ือ 7 กมุ ภำพนั ธ์ 2564]. เขำ้ ถึงจำก
https://bps.moph.go.th/new_bps/node/533
4. ศรินทร์ทิพย์ ชวพนั ธ์ และทองสวย สีทำนนท์. กำรเสริมสร้ำงพลงั อำนำจทำงสุขภำพในเดก็ โรคอว้ น. วำรสำรกำร
พยำบำลและกำรศึกษำ. 2561; 11(1): 1-15.
5. สำนกั งำนสำธำรณสุขจงั หวดั ชยั นำท. สรุปกำรจดั เกบ็ รำยงำนประจำปี 2557 [อินเทอร์เน็ต]. [เมื่อ 29 มกรำคม 2564].
เขำ้ ถึงจำก http://www.cnto.moph.go.th/chainat/index.php/th/
6. Wayne W D. Biostatistics: A foundation of analysis in the health sciences (6th ed.). New York: John Wiley & Sons;
1995.
7. นิทรำ กิจธีระวฒุ ิวงษ.์ กำรวจิ ยั ทำงสำธำรณสุข: จำกหลกั กำรสู่กำรปฏิบตั ิ. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณกำรพิมพ;์ 2560.
8. สุวมิ ล ติรกำนนั ท.์ กำรสร้ำงเคร่ืองมือวดั ตวั แปรในกำรวจิ ยั ทำงสงั คมศำสตร์: แนวทำงสู่กำรปฏิบตั ิ (พมิ พค์ ร้ังท่ี 2).
กรุงเทพฯ: โรงพิมพแ์ ห่งจุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลยั ; 2551
9. วรวรรณ์ ทิพยว์ ำรีรมย,์ จรรจำ สนั ตยำกร, ยคุ นธร หทยั วรรธน,์ ทวศี กั ด์ิ คำลือ, และ จรรจำ สนั ตยำกร. กำรวจิ ยั และ
พฒั นำเพือ่ สร้ำงเครือข่ำยป้ องกนั พฤติกรรมเส่ียงทำงเพศสำหรับเดก็ วยั รุ่นในชุมชน จงั หวดั พษิ ณุโลก. กรุงเทพฯ :
ฐำนขอ้ มูลโครงสร้ำงพ้นื ฐำนภำครัฐดำ้ นวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลย;ี 2555.
10. ศศิธร จำรยค์ ูณ, วำสนำ สวสั ดี, สมจิตร แผน่ จนั ทร์, สุกนั ยำ พรมแดน, ภทั รพร ปิ ตำมำตำ, ดวงใจ พทุ ไธสง,
ประยงค์ โพธ์ิกลำง, และศิวมิ ล พฒุ ชู. กำรป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหำกำรต้งั ครรภใ์ นวยั รุ่น โดยกำรมีส่วนร่วมของภำคี
เครือขำ่ ย ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จงั หวดั บุรีรัมย.์ วำรสำรวชิ ำกำรสำธำรณสุข. 2558; 24(1): 14-23.
142
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การบรหิ ารจดั การขยะมลู ฝอยทว่ั ไป ของเทศบาลในจงั หวดั ลาพนู
General Solid Waste Management of Municipalities
in Lamphun Province
ศรสี งั วาลย์ ศรที รายคา*, เทยี นทอง ตะ๊ แกว้ **
บทคดั ยอ่
การศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive Research) เพอ่ื ศึกษาขอ้ มูลลกั ษณะทว่ั ไปการบริหารจดั การขยะมลู ฝอยทวั่ ไป และ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งขอ้ มลู ลกั ษณะทวั่ ไปกบั การจดั การขยะมูลฝอยทว่ั ไป ของเทศบาล ในจงั หวดั ลาพนู ตวั แทนจากเทศบาลใน
จงั หวดั ลาพนู ทุกแห่งๆ ละ 4 คน จานวน 40 แห่ง รวมเป็น 160 คน เคร่ืองมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม เพอ่ื ใชใ้ นการประเมินการ
จดั การขยะมูลฝอยทวั่ ไป ที่ประยกุ ตม์ าจากแบบประเมนิ มาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามยั สิ่งแวดลอ้ มองคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น สถิติที่ใช้ ร้อยละ คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Fisher’s exact test ผลการศึกษา พบวา่ การจดั การกระบวนการ
เร่ืองขยะมลู ฝอยทว่ั ไป พบวา่ เทศบาลส่วนใหญท่ ่ีมคี ะแนนเฉล่ียสูงท่ีสุดคือ ดา้ นการกาหนดผรู้ ับผิดชอบ คะแนนเฉลี่ยต่าท่ีสุดคือ
ดา้ นการเฝ้ าระวงั ผลกระทบจากการดาเนินการเก็บ ขน และกาจดั มลู ฝอยทวั่ ไป การวดั ผลลพั ธ์ พบวา่ เทศบาลส่วนใหญ่ท่ีมี
คะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ดา้ นการลดปริมาณและคดั แยกขยะมูลฝอย คะแนนเฉลี่ยต่าท่ีสุดคือ ดา้ นการบาบดั /การกาจดั มลู ฝอย
ทวั่ ไปอยา่ งถกู สุขลกั ษณะ พบวา่ ลกั ษณะทว่ั ไปของเทศบาลส่วนใหญไ่ มม่ ีความสมั พนั ธ์กบั การจดั การขยะมลู ฝอยทว่ั ไป ยกเวน้
อาเภอท่ีต้งั มีความสมั พนั ธก์ บั ระดบั การจดั การขยะมูลฝอยทวั่ ไป อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั 0.05 (p-value = 0.027)
คำสำคญั : การบริหารจดั การขยะมลู ฝอยทว่ั ไป, เทศบาล
Abstract
This ddescriptive research were study to management of general solid waste and relationship between the general
information of municipalities in Lamphun. The samples were selected by purposive sampling, divided into 160 people in 40
municipalities. Data were collected by questionnaires for management of general solid waste evaluation which was applied
from environmental health accreditation of local government organization. Statistics were using by percentage, arithmetic
mean, standard deviation and fisher’s exact test. Results revealed that the highest mean score of the management of general
solid waste was about determining the responsible person. The lowest mean score of the management of general solid waste
was about pickup and disposal for general solid waste. The highest mean score of the outcome was about the reduction and
separation general solid waste. The lowest mean score of the outcome was about impact of surveillance on treatment and
disposal for sanitary general solid waste. The relationship analysis, it was found that district location was significantly
associated with the management level of general solid waste at 0.05 (p-value = 0.027).
Keywords: Management, General solid waste, Municipality
* นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู ** อาจารยป์ ระจาคณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
พะเยา
143
บทนำ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
จากรายงานของ Waste Generation and
Recycling Indices 2019 พบวา่ สถานการณ์ขยะโลกที่ วตั ถุประสงค์
กาลงั น่าเป็ นห่วง เน่ืองจากแต่ละปี มีขยะมูลฝอยชุมชน
(Municipal Solid Waste) เกิดข้ึนปี ละมากกวา่ 2.1 พนั ลา้ น 1. เพื่อศึกษาการบริหารจดั การขยะมลู ฝอยทวั่ ไป
ตนั แต่มีเพียง 16% หรือราว 323ลา้ นตนั เท่าน้นั ท่ีถูก ของเทศบาลในจงั หวดั ลาพนู
นาไปเขา้ สู่กระบวนการรีไซเคิล(1) สาหรับประเทศไทยยงั
มีปริมาณขยะสูงข้ึนต่อเน่ืองข้ึนทุกปี จากรายงาน 2. เพ่ือศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งขอ้ มูลลกั ษณะ
สถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี 2559 ทวั่ ไป กบั การบริหารการจดั การขยะมูลฝอยทวั่ ไป ของ
พบวา่ มีปริมาณการเกิดขยะรวมกนั ท้งั ประเทศ 27.06 ลา้ น เทศบาลในจงั หวดั ลาพนู
ตนั ต่อปี เฉลี่ยเป็ นปริมาณขยะ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวนั
และท่ีสาคญั ปัญหาส่ิงแวดลอ้ มท้งั ทางตรงและทางออ้ ม วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั
การกาจดั ขยะท่ีไม่ถูกวธิ ีในปัจจุบนั ท่ีเผาโดยไม่มีการ
ควบคุมก่อใหเ้ กิดสารไดออกซิน สร้างมลพิษในดิน รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั น้ี เป็นการวจิ ยั เชิง
อากาศ ท้งั ในรูปแบบฝ่ นุ ละออง ก๊าซพิษ และกล่ินไม่พึง พรรณนา (Descriptive Research) ศึกษาขอ้ มูลช่วงเดือน
ประสงค์ ทาใหเ้ ป็ นอนั ตรายตอ่ ผคู้ นทว่ั ท่ีสูดดมหรือสัมผสั ธนั วาคม 2563 - เดือนเมษายน 2564
(2) ปัญหาขยะมูลฝอยเป็ นปัญหาดา้ นสาธารณสุขและ
ส่ิงแวดลอ้ มท่ีสาคญั เนื่องจากขยะมูลฝอยบางประเภทเป็ น ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง เลือกกลุ่มตวั อยา่ งท่ี
แหล่งเพราะพนั ธุ์สตั วน์ าโรคและแหล่งระบาดของเช้ือ ใชใ้ นการวจิ ยั แบบเจาะจง (purposive sampling) คือ
โรค รวมถึงก่อใหเ้ กิดเหตุราคาญจากปัญหาขยะมูลฝอย ตวั แทนจากเทศบาลในจงั หวดั ลาพนู ที่เป็ นผใู้ หข้ อ้ มลู สาคญั
และส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพและยงั เป็ น ทุกแห่งๆ ละ 4 คน ประกอบดว้ ย ผบู้ ริหาร 1 คน,
แหล่งกาเนิดตน้ ของขยะมูลฝอยท่ีสาคญั แหลง่ หน่ึงคือ ผอู้ านวยการกองสาธารณสุขเทศบาลหรือผรู้ บั ผดิ ชอบงาน
ขยะมลู ฝอยครัวเรือน(3) อนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม 1 คน, ผนู้ าชมุ ชน 1 คน และประชาชน
ในพ้นื ท่ี 1 คน จานวน 40 แห่ง รวมเป็ น 160 คน
ผวู้ จิ ยั ในฐานะที่มีบทบาทในการทางานดา้ นการ
จดั การส่ิงแวดลอ้ ม ในสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรทำวจิ ยั เคร่ืองมือที่ใช้ เป็น
จึงมีแนวคิดสนใจท่ีจะศึกษา การบริหารจดั การขยะมลู ฝอย แบบสอบถาม (questionnaires) เพอื่ ใชใ้ นการประเมินการ
ทวั่ ไป ของเทศบาลในจงั หวดั ลาพนู ซ่ึงหน่วยงานท่ีมี จดั การขยะมูลฝอยทวั่ ไป แลว้ นาผลจากการสอบถาม มา
อานาจหนา้ ท่ีในการบริหารจดั การสิ่งแวดลอ้ ม เพอื่ นา ประเมนิ เป็นคะแนนในแต่ละขอ้ ซ่ึงแบบสอบถาม ได้
ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการวจิ ยั บูรณาการสู่กระบวนงานพฒั นางาน ประยกุ ตม์ าจากแบบประเมินมาตรฐานอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม
GREEN and CLEAN ของหน่วยงานสาธารณสุขในจงั หวดั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมีท้งั หมด 2 ส่วน ดงั น้ี ส่วนท่ี
ลาพนู ต่อไปในอนาคต 1 ขอ้ มลู ลกั ษณะทวั่ ไป ส่วนท่ี 2 การบริหารจดั การขยะมลู
ฝอยทวั่ ไป
กำรตรวจสอบคุณภำพเคร่ืองมอื แบบสอบถาม เพอ่ื
ใชใ้ นการประเมินการจดั การขยะมลู ฝอยทว่ั ไป มีการ
ตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา (Content validity) โดย
ผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 3 ท่าน นามาหาคา่ ดชั นีความ
สอดคลอ้ ง (IOC) ไดค้ ะแนนเท่ากบั 0.83
144
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ใชส้ ถิติเชิงพรรณนา The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
(Descriptive statistics) ไดแ้ ก่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย ส่วน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics)
วเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งขอ้ มูลลกั ษณะทวั่ ไป กบั การวดั ผลลพั ธ์ พบวา่ เทศบาลส่วนใหญท่ ่ีมีคะแนนเฉล่ียสูง
การบริหารการจดั การขยะ มลู ฝอยทว่ั ไป คือสถิติ ท่ีสุดคือ ดา้ นการลดปริมาณและคดั แยกขยะมลู ฝอย ของ
Fisher's Exact test องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน มีการรณรงค์ ประชาสมั พนั ธ์/
กิจกรรมการอบรมใหค้ วามรู้/สร้างความเขา้ ใจและความ
จริยธรรมงำนวจิ ยั งานวจิ ยั น้ีผา่ นการพจิ ารณา ตระหนกั เกี่ยวกบั การลดปริมาณ/การคดั แยกมูลฝอยทวั่ ไป
อนุมตั ิดา้ นจริยธรรม จากคณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั ใน ดว้ ยหลกั การ 3RS โดยดาเนินการควบคุมพ้นื ท่ีชุมชน
มนุษย์สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู เอกสารเลขที่ REC คะแนนเฉลี่ยต่าท่ีสุดคือ ดา้ นการบาบดั /กาจดั มลู ฝอยทวั่ ไป
2564-4 ต้งั แต่ วนั ท่ี 29 ธนั วาคม 2563 อยา่ งถูกสุขลกั ษณะ และไดม้ าตรฐานตามหลกั วชิ าการ
ส่วนใหญไ่ ม่มีการติดตาม ตรวจสอบ ผลกระทบ
ผลกำรวจิ ยั ส่ิงแวดลอ้ ม จากสถานที่ท่ีกาจดั ตามประเภทเทคโนโลยที ี่
ใชก้ าจดั และดา้ นระบบบริการเกบ็ ขน มลู ฝอยทวั่ ไป ซ่ึงรถ
ส่วนท่ี 1 กำรจดั กำรขยะมูลฝอยทวั่ ไป การ ขนมลู ฝอยทว่ั ไป จะตอ้ งไดม้ าตรฐานดา้ นสุขลกั ษณะ ส่วน
จดั การกระบวนการเร่ืองขยะมลู ฝอยทวั่ ไป พบวา่ เทศบาล ใหญ่รถเกบ็ ขน ขยะมูลฝอยไมม่ ีลกั ษณะมิดชิด ยงั ไม่
ส่วนใหญท่ ี่มีคะแนนเฉล่ียสูงท่ีสุดคือ ดา้ นการกาหนด สามารถป้ องกนั การปลิวหลน่ และการร่ัวไหลของน้าชะมลู
ผรู้ ับผดิ ชอบ มีคาสง่ั แต่งต้งั ฯ และดา้ นกาหนดเง่ือนไข ฝอยได้
หลกั เกณฑ์ มาตรฐาน วธิ ีการ และค่าธรรมเนียมในการ
ใหบ้ ริการเกบ็ ขน และจากดั มลู ฝอยทวั่ ไป/ออกขอ้ กาหนด ส่วนท่ี 2 ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงลกั ษณะทวั่ ไป
มีเอกสารขอ้ มูล
ของเทศบำลกบั กำรจดั กำรขยะมูลฝอยทว่ั ไป พบวา่
ประกอบการจดั ทาร่างขอ้ กาหนดทอ้ งถิ่นหรือ ลกั ษณะทวั่ ไปของเทศบาล ส่วนใหญ่ไมม่ ีความสมั พนั ธ์กบั
ขอ้ กาหนดทอ้ งถ่ินตาม พรบ.สาธารณสุข 2535 คะแนน การจดั การขยะมลู ฝอยทวั่ ไป ยกเวน้ อาเภอท่ีต้งั มี
เฉล่ียต่าที่สุดคือ ดา้ นการเฝ้ าระวงั ผลกระทบจากการ ความสมั พนั ธ์กบั ระดบั การจดั การขยะมลู ฝอยทว่ั ไป อยา่ งมี
ดาเนินการเกบ็ ขน และกาจดั มูลฝอยทว่ั ไป ส่วนใหญ่ไม่มี นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 (p-value = 0.027)
เอกสารแสดงผลวเิ คราะห์คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มท่ีเก่ียวขอ้ ง ตารางท่ี 1
145
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตำรำงที่ 1 แสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งลกั ษณะทวั่ ไปของเทศบาลกบั การจดั การขยะมูลฝอยทว่ั ไป
ลกั ษณะทว่ั ไปของเทศบำล Fisher's exact test p-value
อาเภอที่ต้งั 20.55 0.027*
จานวนหมบู่ า้ นในเขตรับผดิ ชอบ 4.977 0.085
จานวนครัวเรือนในเขตรับผดิ ชอบ 2.002 0.413
จานวนประชากรในเขตรับผดิ ชอบ 1.742 0.891
ขนาดพ้นื ท่ีรับผดิ ชอบ 2.635 0.297
จานวนบุคลากรดา้ นสาธารณสุขในหน่วยงาน 1.863 0.522
*p-value < 0.05
สรุปและอภปิ รำยผล เทศบาลส่วนใหญ่ รถเกบ็ ขน ขยะมูลฝอย ไมม่ ี
ลกั ษณะมิดชิด ยงั ไมส่ ามารถป้ องกนั การปลิวหลน่ และการ
เทศบาลส่วนใหญม่ ีการลดปริมาณและคดั แยก ร่ัวไหลของน้าชะมูลฝอยได้ สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ
ขยะมลู ฝอย ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น สอดคลอ้ งกบั เพ่มิ โลกคาลือ(6) พบวา่ การจดั การขยะในชุมชนทุ่งลอ้ ม
การศึกษาของ ชลนิชา ทองขลิบ(4) พบวา่ สภาพขยะของ ประสบปัญหา งบประมาณมีนอ้ ยส่งผลตอ่ การจดั หาวสั ดุ
ชุมชนวดั ศาลาแดงเหนือ ตาบลเชียงรากนอ้ ย จงั หวดั อุปกรณ์ เคร่ืองมือ ที่จะอานวยความสะดวกและแกป้ ัญหา
ปทุมธานีมีการคดั แยกขยะเพ่อื นามาใชซ้ ้าหรือนาไปขาย ขยะมลู ฝอย ไมส่ ามารถทาไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ และยงั ขาดระบบ
สร้างรายได้ ทาใหช้ ุมชนสะอาดไมม่ ีขยะตกคา้ ง ปัจจยั ท่ี บริการจดั การขยะที่ถกู สุขลกั ษณะ สอดคลอ้ งกบั ชยั วชิ ิต
เก่ียวขอ้ งกบั ประสิทธิภาพการจดั การขยะ มี 2 ปัจจยั ดงั น้ี 1) พลหลา(7) พบวา่ การบริหารจดั การขยะมูลฝอยชุมชน ของ
ดา้ นการบริหารและการจดั การขยะของชุมชน 2) ดา้ น เทศบาลตาบลโรงชา้ ง มีปัญหารถยนตเ์ ก็บขนขยะมูลฝอย
บุคคลท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การจดั การขยะของชุมชน และรูปแบบ ไมเ่ พียงพอ ขยะมูลฝอยตกคา้ งสะสม และสถานที่กาจดั ไม่
การบริหารการจดั การขยะที่มปี ระสิทธิภาพของชุมชนบา้ น เพียงพอในการรองรับขยะมูลฝอยชุมชน องคก์ ารบริการ
ศาลาแดงเหนือ ส่วนตาบลดอนแกว้ มีปัญหาครัวเรือนลกั ลอบทิ้งขยะมลู
ฝอย ชุมชนในพ้ืนที่สาธารณะ เทศบาลตาบลรษั ฎามีปัญหา
ระบบบริการจดั เกบ็ ขน ขยะมลู ฝอย เทศบาล รถยนตเ์ ก็บขนขยะมลู ฝอยชุมชนไมเ่ พยี งพอ สอดคลอ้ งกบั
ส่วนใหญ่มีรถขนขยะ ซ่ึงมีความสอดคลอ้ งกบั วจิ ยั ของ ทิวา วจิ ยั ของ นพดล ศรีทองออ่ น(8) พบวา่ จงั หวดั อตุ รดิตถม์ ี
ประสุวรรณ และคณะ(5) พบวา่ สภาพปัจจุบนั ของขยะ ปริมาณขยะมลู ฝอยตกคา้ งสะสม สูงถึง 254.21 ตนั /วนั ร้อย
ตาบลบา้ นแลงมปี ริมาณขยะ เพิ่มมากข้ึนและมีแนวโนม้ วา่ ละ 56 ขาดการคดั แยกและมีพ้นื ท่ีในการฝังกลบท่ีถูก
จะสูงข้ึนอยา่ งต่อเนื่อง โดยมีแหลง่ กาเนิดจากบา้ นเรือน สุขลกั ษณะ ในการรองรับขยะเพียง 1 แห่ง สามารถกาจดั
ตลาด โรงงาน อุตสาหกรรม และสถานท่ีราชการ เช่น ขยะได้ 72 ตนั /วนั ซ่ึงไม่พอต่อการจดั การขยะ
โรงพยาบาล เป็ นตน้ ส่วนองคก์ ารบริหารส่วนทอ้ งถ่ิน
ตาบลบา้ นแลง พบวา่ จานวนรถยนตเ์ ก็บขยะมลู ฝอยไม่ ลกั ษณะทว่ั ไปของเทศบาลส่วนใหญไ่ มม่ ี
เพียงพอตอ่ ปริมาณขยะที่เพม่ิ ข้ึนอยา่ งนอ้ ย 4 ตนั ตอ่ วนั ความสมั พนั ธ์กบั การจดั การขยะมูลฝอยทว่ั ไป ยกเวน้ ที่ต้งั
146
อาเภอมีท่ีมีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
0.05 สอดคลอ้ งกบั นูรียะ วาเตะ๊ (9) (2017) พบวา่ ท้งั สอง Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตาบลไดม้ ีการจดั การขยะมูลฝอยที่มีลกั ษณะคลา้ ย ๆ กนั จะ
แตกต่างเฉพาะสถานที่กาจดั ขยะมลู ฝอย อบต.บานา จะเขา้ แยกขยะมูลฝอย ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ และ
รับบริการ กาจดั ขยะแบบฝังกลบของเทศบาลเมืองปัตตานี กาหนดทิศทางการจดั การใหด้ ียง่ิ ข้ึน
แตอ่ บต.ตะลโุ บะ ดาเนินการจา้ งเอกชนฝังกลบขยะมูลฝอย
ในพ้นื ที่ของตนเอง เนื่องจากมีขอ้ จากดั ดา้ นงบประมาณ 3. ผลการศึกษาวจิ ยั สามารถนาไปขยายผลสู่
ชุมชน ในการพฒั นาเชิงระบบดา้ นการบริหารจดั การขยะ
ข้อเสนอแนะ มลู ฝอย ในระยะยาว รวมถึงการบูรณาการกนั ระหวา่ ง
หน่วยงาน ทุกภาคส่วนและทุกระดบั
1. การจดั การขยะมูลฝอยทวั่ ไป มีการจดั การที่
อาจจะยงั ไมค่ รอบคลมุ ในทุกครัวเรือน ดงั น้นั จึงควรมีการ 4. ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการวจิ ยั บูรณาการสู่
จดั การรณรงค์ ประชาสมั พนั ธ์ และกระจายขอ้ มลู ข่าวสาร กระบวนงานพฒั นางาน GREEN and CLEAN ของ
ใหท้ วั่ ถึงมากข้ึน หน่วยงานสาธารณสุขในจงั หวดั ลาพนู ในอนาคตได้
2. ผลการวจิ ยั สามารถนาไปใชป้ ระกอบการ กติ ตกิ รรมประกำศ
ตดั สินใจของคณะกรรมการ ผบู้ ริหาร ผรู้ ับผดิ ชอบงาน ผมู้ ี
ส่วนเกี่ยวขอ้ ง การจดั การขยะมูลฝอย เพอ่ื การวางแผน ผวู้ จิ ยั ขอขอบพระคุณ ผบู้ ริหารสานกั งาน
ระบบการบริหารจดั การและขยายไดค้ รอบคลมุ และการคดั สาธารณสุขจงั หวดั ลาพนู ที่ใหโ้ อกาสไดท้ าการศึกษาวจิ ยั
ผทู้ รงคุณวฒุ ิที่ไดใ้ หค้ วามอนุเคราะห์ในการตรวจสอบ
เครื่องมือ เทศบาลทุกแห่งในจงั หวดั ลาพนู และอาสาสมคั ร
ที่ใหค้ วามร่วมมือในการเขา้ ร่วมประชุมกลุม่ และตอบ
แบบสอบถามในการวจิ ยั คร้ังน้ี
เอกสำรอ้ำงองิ
1. ณรงคก์ ร มโนจนั ทร์เพญ็ . สถำนกำรณ์ขยะโลกกบั ประเทศทผี่ ลติ ขยะมำกทสี่ ุดในโลก [อนิ เทอร์เนต็ ]. กรุงเทพฯ; 2562
[เขา้ ถึงเมื่อ 28 ก.พ.2564]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://thestandard.co/garbage-situation/
2. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ยะลา. (2562). สำร’สำสุขยะลำร่วมเปลย่ี นโลกให้สดใสลดใช้ถุงพลำสตกิ เพอื่ คุณภำพ ชีวติ ทดี่ ี
สุขภำพดี [อนิ เทอร์เนต็ ]. ยะลา: สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ; 2562. [เขา้ ถึงเม่ือ 20 ก.พ.2564] เขา้ ถึงไดจ้ าก:
www.ylo.moph.go.th
147
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
3. นิดาพฒั สุทธิพงษ.์ กำรลดปริมำณขยะมูลฝอยด้วยกลยทุ ธ์ 5R ของประชำชนในเขตองค์กำรบริหำร ส่วนตำบลหนองเหียง
อำเภอพนสั นิคม จงั หวดั ชลบุรี: [วทิ ยานิพนธ์ สาธารณสุขศาสตรบณั ฑิตคณะสาธารณสุขศาสตร์] ชลบรี: มหาวทิ ยาลยั บรู
พา; 2559.
4. ชลนิชา ทองขลิบ. กำรจดั กำรขยะของชุมชนบ้ำนศำลำแดงเหนอื ตำบลเชียงรำกน้อย อำเภอสำมโคก จงั หวดั ปทุมธำนี.
วทิ ยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ ารัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร;
2559.
5. ทิวา ประสุวรรณ. กำรจดั กำรขยะแบบมสี ่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ และชุมชน ในตำบลบ้ำนแดง อำเภอเมอื ง
ระยอง จงั หวดั ระยอง. วารสารหลกั สูตรนกั ศึกษาดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าการจดั การและพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ราช
นครินทร์ 2559; 11: 45-54.
6. เพ่มิ โลกคาลือ. (2560). กำรจดั กำรขยะตำมหลกั อปริหำนยิ มธรรม ของชุมชนบ้ำนท่งุ ล้อม ตำบลห้วยม้ำ อำเภอเมอื ง
จงั หวดั แพร่. [วทิ ยานิพนธ์ พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต] แพร่: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ; 2560.
7. ชยั วชิ ิต พลหลา. แนวทำงกำรบริหำรจดั กำรขยะมูลฝอยชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ . [การคน้ ควา้ อิสระรัฐศาสตร
มหาบณั ฑิต สาขาวชิ าบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ สาหรับนกั บริหาร คณะรัฐศาสตร์] กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ธรรม
ศาสตร; 2559.
8. นพดล ศรีทองออ่ น. กลยทุ ธกำรบริหำรจดั กำรและขยะอนั ตรำยในท้องถนิ่ แบบบูรณำกำรโดยกำรมสี ่วนร่วมของภำคเี ครือข่ำย
จงั หวดั อุตรดติ ถ์. [วทิ ยานิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาส่ิงแวดลอ้ มศึกษา] อุตรดิตถ:์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดิตถ;์
2560.
9. นูรียะ วาเตะ๊ . กำรเปรียบเทยี บกำรจดั กำรขยะมลู ฝอยขององค์กำรบริหำรส่วนตำบลในอำเภอเมอื งปัตตำนี
จงั หวดั ปัตตำนี. วารสารเทคโนโลยภี าคใต้ 2560; 10: 97.
148
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การพฒั นาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปญั หาโรคพยาธใิ บไมต้ บั
และมะเร็งทอ่ นา้ ดี จงั หวดั ชยั ภมู ิ
The Development Guidelines of Prevention and Solutions for Opisthorchis
Viverrini and Cholangiocarcinoma Cancer : OVCCA, Chaiyaphum Province
บญุ สวย ชยั สถติ กลุ *
Bunsuay Chaisatitkul M.P.H. (Public Health)1*
บทคดั ยอ่
การวจิ ยั น้ีเป็ นการวจิ ยั และพฒั นา มีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ศึกษา พฒั นาทดลองใชแ้ ละประเมินแนวทางการป้ องกนั และ
แกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี จงั หวดั ชยั ภูมิ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลโดยใช้ การสนทนากลมุ่ แบบสอบถาม
กลุม่ ตวั อยา่ ง จานวน 190 คน วเิ คราะหข์ อ้ มลู เชิงปริมาณดว้ ยสถิติเชิงพรรณนา ไดแ้ ก่ ความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบน
มาตรฐาน และทดสอบค่า t–test และวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา ผลการวจิ ยั พบวา่ การพฒั นาแนวทางการป้ องกนั เรียกวา่ ชยั ภมู ิโมเดล
4 ส ประกอบดว้ ย ไดแ้ ก่ ส.1 การสร้างความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ ส. 2 การสร้างการสื่อสารและการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์
รวมถึงการเยยี่ มเสริมกาลงั ใจของเครือขา่ ย ส. 3 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทุกภาคส่วนในชุมชน และ ส. 4 การสร้างและ
ขยายภาคีเครือข่ายไปในพ้นื ท่ีอืน่ ๆ ซ่ึงมีปัจจยั ความสาเร็จ คือการผสานความร่วมมือและการเชื่อมโยงอยา่ งกลั ยามิตรระหวา่ งทีม
เม่ือเปรียบเทียบคา่ เฉลี่ยความรู้ก่อนและหลงั การพฒั นามคี วามแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั .05 เม่ือเปรียบเทียบ
ค่าเฉล่ียความรอบรูด้ า้ นสุขภาพในการป้ องกนั แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ผลการประเมิน ชยั ภมู ิโมเดล 4ส
ในชุมชนพบวา่ ชุมชนมีแนวทางการป้ องกนั ฯ ไดค้ รอบคลมุ มากข้นึ และมีความพงึ พอใจตอ่ ชยั ภูมิโมเดล 4ส โดยภาพรวมอยใู่ น
ระดบั มากมีค่าเฉล่ียเท่ากบั 4.36
คาสาคญั : การพฒั นา การป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา โรคพยาธิใบไมต้ บั มะเร็งท่อน้าดี
Abstract
This research and development were study develop, experiment, and evaluate guidelines to prevent and solve the
problem of Opisthorchis viverrini and Cholangiocarcinoma cancer (OVCCA), Chaiyaphum province. The data were
collected information using a group discussion and questionnaire of 190 people. The data were analyzed by descriptive
statistics including frequency, percentage, mean, standard deviation, and t-test and content analysis. The results of the
development of a preventive approach called Chaiyaphum Model 4 S to consist of: S.1 Health literacy, S.2 Creation of
communication and knowledge to strengthen the network, S.3 Network of cooperation and S.4, Expanding network partners
149
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
to other areas. Which key success factor were cooperation and the friendly link between the team. When comparing the pre-
and post-development knowledge mean there was a statistically significant difference at the .05 level. When comparing the
mean preventive health literacy was statistically significant at the .05 level. Results of the Chaiyaphum Model 4 S evaluation
in the community found that the community had a preventive approach to get more coverage and the satisfaction with
Chaiyaphum Model 4 S overall was at a high level with the mean of 4.36.
Keywords:Opisthorchis viverrini, Cholangiocarcinoma cancer, OVCCA, Chaiyaphum Model
*สม. (สาธารณสุขศาสตร์)1* Public health technical officer, Senior professional level, Chaiyaphum provincial public health
office
บทนำ ผวู้ จิ ยั จึงมีความสนใจ ท่ีจะพฒั นาแนวทางการ
ป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อ
อบุ ตั ิการณ์ของโรคมะเร็งท่อน้าดี มีความสมั พนั ธ์ น้าดี จงั หวดั ชยั ภูมิ ซ่ึงผลการวจิ ยั ท่ีไดจ้ ะนาไปสู่การขยาย
กบั การติดเช้ือพยาธิใบไมต้ บั ชนิด Opisthorchis viverrini ผลในการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และ
(OV) โดยความชุกของการติดพยาธิใบไมต้ บั ในประเทศ มะเร็งทอ่ น้าดีในชุมชนท่ีมีประสิทธิภาพและเกิด
แถบเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ พบ 8-10 ลา้ นคน ประชาชนท่ี ประสิทธิผลในการดาเนินงาน ส่งผลใหล้ ดความเส่ียงของ
มีความเสี่ยงตอ่ การติดเช้ือพยาธิใบไมต้ บั 67.3 ลา้ นคน ส่วน การเกิดโรคพยาธิใบไมต้ บั ในประชาชน เกิดการ
ประเทศไทยพบความชุกของการติดเช้ือพยาธิใบไมต้ บั ในปี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพอ่ื จะนาไปสู่การเลิกกินปลาดิบ
ค.ศ. 1991, 1996, 2001 และ 2009 เท่ากบั ร้อยละ 15.2,11.8, ต่อไปอยา่ งยงั่ ยนื
9.6 และ 18.68 หรือประมาณ 6 ลา้ นคน (ประเสริฐ ประสม
รักษ.์ (2562) ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนบน พบความ วตั ถุประสงค์
ชุกของการติดเช้ือพยาธิใบไมต้ บั เท่ากบั ร้อยละ 22.712
(วรลกั ษณ์ เวฬุ และคณะ(2562) และ ประเสริฐ ประสม 1. เพอื่ ศึกษาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา
รักษ.์ (2562)) ในส่วนจงั หวดั ชยั ภมู ิมีอตั ราความชุกของโรค โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี จงั หวดั ชยั ภมู ิ
พยาธิใบไมต้ บั ร้อยละ 18.6 (สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั
ชยั ภมู ิ, 2562) และพบวา่ ประชาชนยงั มีความรู้ ทศั นคติและ 2. เพือ่ พฒั นาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ข
การปฏิบตั ิในระดบั ปานกลาง ซ่ึงประเด็นที่ประชาชนยงั มี ปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี จงั หวดั ชยั ภูมิ
ความรู้ ความเขา้ ใจและการรับรู้ท่ีไม่ถกู ตอ้ ง (ปริวฒั น์ กอสุ
ระ และคณะ (2563) ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั การติดเช้ือ 3. เพื่อประเมนิ ผลแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ข
พยาธิใบไมต้ บั มีท้งั ปัจจยั ส่วนบคุ คล พฤติกรรม และปัจจยั ปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี จงั หวดั ชยั ภมู ิ
ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม (ประเสริฐ ประสมรักษ.์ (2562) และ วรา วธิ ีกำรวจิ ยั
รัตน์ สงั วะลี จุน หน่อแกว้ และจิรวฒุ ิ กจุ ะพนั ธ.์ (2563))
รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการวจิ ยั และพฒั นา
(Research and Development) ไดพ้ ้นื ท่ีในการศึกษา 5 แห่ง
150