แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
คณิตศาสตร์ ค15101
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
นางสาวอภิญญา ยมสีดำ
รหัสนักศึกษา 61100140125
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี
ก
แผนการจัดการเรยี นรู้
วิชาคณิตศาสตร์ 15101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง ทศนิยม
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
นางสาวอภิญญา ยมสดี า
รหัสนกั ศึกษา 61100140125
สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์
การฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวชิ า ED181501 (INTERSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
ก
คานา
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 เล่มท่ี 2 จัดทาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มี
ประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดท่ีกาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
ผู้จัดทาจึงได้ศึกษาสาระการเรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจ จากนั้นนาปัญหาที่พบจาก
ประสบการณ์ และความรู้ท่ีได้จากการอบรมสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เทคนิค วิธีการ
สอน การวัดผลประเมินผล จิตวิทยาการเรียนรู้ ตลอดจนความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง มาจดั ทาแผนการจัดการเรียนร้ใู นครั้งน้ี
แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่ม 1 นี้ ประกอบไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องทศนิยม จะมีรายละเอียดของกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อ
แหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งยังมีใบกิจกรรม แบบฝึกทักษะ เพื่อให้
ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรไู้ ดเ้ ต็มศกั ยภาพอย่างแท้จรงิ
ผจู้ ัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อตัว
ผสู้ อนเอง รวมท้ังเปน็ ประโยชน์ตอ่ ผ้สู อนในรายวชิ าเดียวกัน และผูส้ อนแทนเป็นอยา่ งมาก
อภิญญา ยมสีดา
1 ตุลาคม 2565
ข
สารบญั หนา้
เรื่อง ก
ข
คานา 1
สารบัญ 1
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2560) 1
2
ทาไมตอ้ งเรียนคณติ ศาสตร์ 2
สาระการเรียนร้วู ชิ าคณิตศาสตร์ 3
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 3
ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ 4
คุณลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการเรียนคณติ ศาสตร์ 8
คุณภาพผเู้ รยี นเมือ่ เรยี นจบช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 10
ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 18
คาอธบิ ายรายวิชา 19
โครงสร้างรายวชิ า
ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร 22
โครงสรา้ งกาหนดการสอน 30
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 ทศนยิ ม 36
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 35 เตรยี มความพรอ้ ม)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 36 ตัวประกอบของ 10 100 หรอื 1000 42
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 37 การเขยี นเศษส่วนท่มี ตี ัวสว่ นเป็นตัวประกอบ
48
ของ 10 ในรูปทศนิยม
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 38 การเขยี นเศษส่วนท่มี ีตัวสว่ นเปน็ ตัวประกอบของ 100 55
62
ในรูปทศนยิ ม 69
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 39 การเขียนเศษสว่ นทีม่ ีตวั ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 1,000 76
88
ในรปู ทศนิยม 95
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 40 การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มเป็นจานวนเต็มหนว่ ย 103
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 41 การหาค่าประมาณของทศนยิ มเป็นทศนิยม 1 ตาแหน่ง 110
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 42 การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มเปน็ ทศนิยม 2 ตาแหน่ง 119
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 43 การคูณทศนิยมกับจานวนนบั (1) 128
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 44 การคณู ทศนิยมกบั จานวนนับ (2) 137
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 45 การคูณทศนยิ มกับจานวนนับ (3)
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 46 การคณู ทศนยิ มกับทศนยิ ม (1)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 47 การคูณทศนยิ มกับทศนิยม (2)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 48 การคณู ทศนิยมกบั ทศนิยมในแนวตงั้ (1)
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 49 การคณู ทศนยิ มกับทศนิยมในแนวตงั้ (2)
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 50 การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั (1)
ค
เรื่อง หนา้
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 51 การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนับ (2) 146
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 52 การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั ในแนวต้งั (1) 155
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 53 การหารทศนิยมดว้ ยจานวนนับในแนวตั้ง (2) 164
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 54 การหารทศนยิ มด้วยจานวนนบั ในแนวตัง้ (3) 173
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 55 การหารทศนยิ มด้วยจานวนนบั ในแนวตัง้ (4) 182
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 56 การหารจานวนนับด้วยจานวนนับ ที่ผลหารเปน็ ทศนยิ ม 191
ไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่ 200
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 57 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยความยาว 207
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 58 ความสมั พันธ์ระหวา่ งหนว่ ยนา้ หนกั 213
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 59 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยปรมิ าตร 219
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 60 โจทยป์ ญั หาทศนิยม 225
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 61 โจทย์ปัญหาการคณู ทศนิยม 234
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 62 โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม 243
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 63 โจทยป์ ญั หาการคณู และการหารทศนิยม 249
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 64 โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารทศนยิ ม (1) 258
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 65.โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารทศนยิ ม (2) 264
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 66 โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารทศนิยม (3) 270
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 67 โจทย์ปัญหาทศนิยม 276
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 68 ทดสอบหลังเรียน 285
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรียน
1
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560)
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ทาไมตอ้ งเรียนคณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อความสาเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21เนื่องจาก
คณิตศาสตรช์ ว่ ยให้มนษุ ย์มีความคิดริเริม่ สร้างสรรค์ คดิ อยา่ งมีเหตผุ ล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถ
วิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ
แก้ปญั หาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริงได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ นอกจากนี้
คณิตศาสตร์ยังเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อ่ืน ๆ อันเป็น
รากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้
ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจาเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้ทันสมัย
และสอดคลอ้ งกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่ีเจริญก้าวหน้า
อย่างรวดเร็วในยคุ โลกาภิวัตน์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ฉบับน้ี จัดทาขึ้นโดยคานึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะ
ท่จี าเป็นสาหรบั การเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 เปน็ สาคัญ น่นั คอื การเตรยี มผู้เรียนใหม้ ีทกั ษะ ดา้ น
การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี
การสื่อสารและการร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้
การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ท่ีประสบความสาเร็จน้ัน จะต้องเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมท่ีจะ
เรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเม่ือจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงข้ึน
ดงั นน้ั สถานศกึ ษาควรจดั การเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รียน
สาระการเรียนรู้วิชาคณติ ศาสตร์
กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเปน็ 4 สาระ ได้แก่ จานวนและพชี คณติ การวดั และ
เรขาคณิต สถิติและความน่าจะเป็น แคลคลู ัส ดังตอ่ ไปนี้
1. จานวนและพีชคณิต : ระบบจานวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจานวนจริง อัตราส่วน ร้อยละ
การประมาณค่า การแก้ปัญหาเก่ียวกับจานวน การใช้จานวนในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์
ฟังก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบ้ีย
และมลู คา่ ของเงนิ เมทรกิ ซ์ จานวนเชิงซ้อน ลาดับและอนกุ รม และการนาความรูเ้ ก่ยี วกับจานวนและ
พชี คณิตไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
2. การวัดและเรขาคณิต : ความยาว ระยะทาง น้าหนัก พ้ืนที่ ปริมาตรและความจุ เงิน
และเวลา หน่วยวัดระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อตั ราส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขาคณติ และ
สมบัติของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจาลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลง
ทางเรขาคณิตในเรื่องการเล่ือนขนาน การสะท้อน การหมุน เรขาคณิตวิเคราะห์ เวกเตอร์ในสามมิติ
และการนาความรู้เกย่ี วกบั การวัดและเรขาคณิตไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
2
3. สถิติและความน่าจะเป็น : การต้ังคาถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การคานวณ
ค่าสถิติ การนาเสนอและแปลผลสาหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับเบ้ืองต้น
ความน่าจะเป็น การแจกแจงของตัวแปรสุ่ม การใช้ความรู้เก่ียวกับสถิติและความน่าจะเป็นใน การ
อธบิ ายเหตุการณ์ตา่ ง ๆ และช่วยในการตัดสินใจ
4.แคลคูลัส: ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน อนุพันธ์ของฟังก์ชันพีชคณิต ปริพันธ์ของ
ฟังกช์ ันพชี คณิต และการนาความร้เู กยี่ วกับแคลคลู ัสไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
1. สาระท่ี 1 จานวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวนระบบจานวน การ
ดาเนินการของจานวน ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลาดับ และอนุกรม
และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วย
แก้ปัญหาทก่ี าหนดให้
2. สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์
ระหวา่ งรูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 2.3 เข้าใจเรขาคณติ วิเคราะห์ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 2.4 เข้าใจเวกเตอร์ การดาเนนิ การของเวกเตอร์ และนาไปใช้
(หมายเหตุ : มาตรฐาน ค 2.3 และ มาตรฐาน ค 2.4 สาหรับผู้ที่ตอ้ งการเรยี นคณติ ศาสตร์
เป็นพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ)
3. สาระท่ี 3 สถติ แิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรทู้ างสถิตใิ นการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลกั การนับเบอ้ื งตน้ ความน่าจะเปน็ และนาไปใช้
4. สาระที่ 4 แคลคูลัส
มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก์ชัน อนุพันธ์ของฟังก์ชัน และ
ปริพันธ์ของฟังก์ชันและนาไปใช้(หมายเหตุ : มาตรฐาน ค 4.2 สาหรับผู้ท่ีต้องการเรียนคณิตศาสตร์
เป็นพน้ื ฐานในการศกึ ษาต่อ)
ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถทจ่ี ะนาไปประยกุ ต์ใช้ในการเรียนรู้
สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซ่ึงความรู้ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพทักษะ
และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในท่ีนี้ เน้นท่ีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่ีจาเป็น
และตอ้ งการพัฒนาใหเ้ กดิ ขนึ้ กับผ้เู รียน ได้แกค่ วามสามารถตอ่ ไปน้ี
3
1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทาความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน
แก้ปัญหา และเลือกใช้วิธีการท่ีเหมาะสม โดยคานึงถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ พร้อมทั้ง
ตรวจสอบความถูกต้อง
2. การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถในการใช้รูปภาษา
และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร สื่อความหมาย สรุปผล และนาเสนอได้อย่างถูกต้อง
ชัดเจน
3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเคร่ืองมือใน การ
เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ เนอ้ื หาตา่ ง ๆ หรอื ศาสตรอ์ ่ืน ๆ และนาไปใชใ้ นชีวิตจริง
4. การให้เหตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตุผล รับฟังและให้เหตุผลสนับสนุน หรือ
โต้แย้งเพือ่ นาไปส่กู ารสรปุ โดยมีข้อเทจ็ จรงิ ทางคณิตศาสตรร์ องรบั
5. การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดท่ีมีอยู่เดิม หรือสร้างแนวคิด
ใหม่เพื่อปรบั ปรุง พฒั นาองค์ความรู้
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการเรียนคณติ ศาสตร์
ในหลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ทักษะ
และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง เพ่ือให้ผู้เรียนมีคณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ดงั ต่อไปน้ี
1. ทาความเข้าใจหรือสรา้ งกรณีท่ัวไปโดยใช้ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษากรณีตัวอย่าง
หลายกรณี
2. มองเหน็ วา่ ความสามารถใชค้ ณิตศาสตร์แก้ปญั หาในชวี ติ จรงิ ได้
3. มคี วามมุมานะในการทาความเขา้ ใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์
4. สรา้ งเหตผุ ลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโตแ้ ย้งแนวคดิ ของผอู้ น่ื อยา่ ง
สมเหตุสมผล
5. ค้นหาลกั ษณะทีเ่ กดิ ขึน้ ซ้า ๆ และประยุกตใ์ ช้ลักษณะดังกลา่ วเพื่อทาความเขา้ ใจหรือ
แก้ปญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ
คุณภาพผู้เรยี นเม่อื เรยี นจบช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6
1. มีความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกเชิงจานวนเกี่ยวกับจานวนนับและศูนย์ เศษส่วน
ทศนิยมไม่ เกินสามตาแหน่ง ร้อยละ การดาเนินการของจานวน สมบัติเก่ียวกับจานวน สามารถ
แก้ปัญหาเก่ียวกับการ บวก การลบ การคูณ และการหารจานวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกินสามตา
แหน่ง และร้อยละ พร้อมท้ัง ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบท่ีได้ สามารถหาค่าประมาณ
ของจานวนนบั และทศนิยมไมเ่ กิน สามตาแหนง่ ได้
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว ระยะทาง น้าหนัก พื้นที่ ปริมาตร ความจุ เวลา
เงิน ทิศ แผนผัง และขนาดของมุม สามารถวัดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และนาความรู้เก่ียวกับ
การวัดไปใช้ แก้ปญั หาในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
4
3. มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกับลักษณะและสมบัติของรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม
ทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย ปรซิ มึ พีระมดิ มมุ และเส้นขนาน
4. มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั แบบรูปและอธิบายความสมั พนั ธไ์ ด้ แกป้ ัญหาเกีย่ วกับแบบรูป
สามารถวิเคราะห์สถานการณ์หรือปัญหาพร้อมทั้งเขียนให้อยู่ในรูปของสมการเชิงเส้นท่ีมีตัวไม่ทราบ
ค่าหนึ่ง ตัวและแก้สมการนั้นได้
5. รวบรวมข้อมูล อภิปรายประเด็นต่าง ๆ จากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่ง
เปรียบเทียบ แผนภูมิรูปวงกลม กราฟเส้น และตาราง และนาเสนอข้อมูลในรูปของแผนภูมิรูปภาพ
แผนภูมิแท่ง แผนภมู แิ ท่งเปรียบเทียบ และกราฟเส้น ใชค้ วามร้เู ก่ยี วกับความน่าจะเปน็ เบอ้ื งตน้ ในการ
คาดคะเนการเกิดข้ึนของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ได้
6. ใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
และ สรุปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การส่ือ
ความหมาย และ การน าเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์
และเช่อื มโยงคณติ ศาสตร์ กับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์
ตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 ข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การ
ดาเนินการของจานวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ทศนยิ ม
1. เขยี นเศษส่วนท่ีมตี วั สว่ นเปน็ ตวั ประกอบ - ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเศษส่วนและทศนยิ ม
ของ 10หรือ 100หรอื 1,000 ในรูปทศนิยม - ค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกิน 3ตาแหนง่
ท่ีเปน็ จานวนเตม็ ทศนิยม 1 ตาแหนง่
และ 2 ตาแหน่ง การใช้เคร่ืองหมาย
2. แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้ จานวนนบั และ 0 การบวก การลบ การคูณ
บัญญัตไิ ตรยางศ์ และการหาร
- การแก้โจทยป์ ญั หาโดยใช้บัญญัตไิ ตรยางศ์
5
ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
3. หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจานวน เศษสว่ น และการบวก การลบ การคูณ การหาร
คละ เศษสว่ น
4. หาผลคณู ผลหารของเศษสว่ นและจานวน - การเปรียบเทยี บเศษสว่ นและจานวนคละ
คละ - การบวก การลบเศษสว่ นและจานวนคละ
- การคูณ การหารของเศษสว่ นและจานวนคละ
5. แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหา - การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและ
การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน
2 ขนั้ ตอน จานวนคละ
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเศษสว่ นและจานวนคละ
6. หาผลคูณของทศนิยมที่ผลคูณเป็นทศนิยม การคูณ การหารทศนยิ ม
ไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ - การประมาณผลลพั ธข์ องการบวก การลบ
7. หาผลหารทต่ี ัวตงั้ เป็นจานวนนับหรือ การคูณ การหารทศนยิ ม
ทศนิยมไม่เกิน3ตาแหนง่ และตวั หารเปน็ - การคูณทศนยิ ม
จานวนนบั ผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กิน 3 - การหารทศนยิ ม
ตาแหนง่ - การแกโ้ จทย์ปญั หาเกย่ี วกับทศนิยม
8. แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหา รอ้ ยละหรือเปอร์เซน็ ต์
การบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม - การอ่านและการเขยี นร้อยละหรอื เปอรเ์ ซน็ ต์
2 ข้ันตอน - การแกโ้ จทยป์ ัญหาร้อยละ
9. แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหารอ้ ยละไม่
เกนิ 2 ขนั้ ตอน
6
สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ท่ีต้องการ
วดั และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ความยาว
1. แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับ - ความสมั พนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยความยาว
ความยาวทมี่ ีการเปลยี่ นหน่วยและเขียน เซนติเมตรกบั มลิ ลิเมตรเมตรกับเซนติเมตร
ในรูปทศนิยม กโิ ลเมตรกับเมตร โดยใช้ความรู้เร่ืองทศนิยม
- การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับความยาวโดยใช้
ความรู้ เรอื่ งการเปลีย่ นหน่วยและทศนยิ ม
นา้ หนกั
- ความสัมพนั ธ์ระหว่างหนว่ ยนา้ หนกั กิโลกรัม
2. แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกับ กับกรมั โดยใช้ความรเู้ รื่องทศนิยม
น้าหนกั ทมี่ ีการเปล่ยี นหนว่ ยและเขยี นในรูป - การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกับน้าหนกั โดยใช้
ทศนยิ ม ความรูเ้ ร่ืองการเปลยี่ นหนว่ ยและทศนิยม
3. แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ปริมาตรและความจุ
ปรมิ าตรของทรงสเ่ี หล่ียมมมุ ฉากและความจุ - ปรมิ าตรของทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉากและความจุ
ของภาชนะทรงส่เี หลยี่ มมมุ ฉาก
ของภาชนะทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
4. แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกบั - ความสัมพนั ธ์ระหว่าง มิลลลิ ติ ร ลิตร
ความยาวรอบรูปของรปู ส่เี หลย่ี ม
และพืน้ ทข่ี องรูปสเ่ี หลีย่ มด้านขนาน ลกู บาศก์เซนตเิ มตร และลกู บาศกเ์ มตร
และรปู ส่เี หลย่ี มขนมเปยี กปูน - การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับปรมิ าตรของ
ทรงสีเ่ หล่ียมมุมฉากและความจขุ องภาชนะ
ทรงส่เี หลี่ยมมมุ ฉาก
รปู เรขาคณติ สองมติ ิ
- ความยาวรอบรปู ของรปู สเี่ หลี่ยม
- พ้ืนที่ของรูปสี่เหล่ียมด้านขนาน
และรูปส่ีเหลีย่ มขนมเปยี กปูน
- การแก้โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรปู
ของรูปส่ีเหล่ียมและพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มดา้ น
ขนานและรปู ส่ีเหล่ยี ม ขนมเปียกปนู
7
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิตความสัมพันธ์
ระหวา่ งรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1. สรา้ งเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงใหข้ นานกับ รูปเรขาคณิต
เสน้ ตรงหรือสว่ นของเสน้ ตรงท่ีกาหนดให้ - เสน้ ตง้ั ฉากและสญั ลักษณ์แสดงการตัง้ ฉาก
- เส้นขนานและสัญลักษณแ์ สดงการขนาน
- การสร้างเส้นขนาน
- มมุ แย้งมมุ ภายในและมุมภายนอกท่อี ยบู่ นข้าง
เดยี วกนั ของเส้นตัดขวาง (Transversal)
2. จาแนกรูปสี่เหลีย่ มโดยพจิ ารณาจากสมบัติ รูปเรขาคณิตสองมิติ
ของรูป - ชนดิ และสมบตั ขิ องรปู ส่ีเหลี่ยม
3. สรา้ งรปู สเ่ี หล่ยี มชนดิ ต่าง ๆ เมือ่ กาหนด - การสรา้ งรปู สเ่ี หลย่ี ม
ความยาวของด้านและขนาดของมมุ หรือเมื่อ
กาหนดความยาวของเส้นทแยงมมุ
4. บอกลักษณะของปริซึม รูปเรขาคณติ สามมติ ิ
- ลักษณะและสว่ นต่าง ๆ ของปรซิ มึ
สาระท่ี 3สถิตแิ ละความน่าจะเปน็
มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรูท้ างสถติ ิในการแกป้ ญั หา
ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. ใช้ขอ้ มลู จากกราฟเสน้ ในการหาคาตอบของ การนาเสนอขอ้ มูล
โจทย์ปญั หา - การอ่านและการเขยี นแผนภูมิแทง่
2. เขียนแผนภูมแิ ทง่ จากข้อมูลท่ีเป็นจานวนนบั - การอา่ นกราฟเสน้
8
คาอธิบายรายวชิ า
รหสั วชิ า ค15101 วชิ าคณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 160 ชัว่ โมง/ปี
ศกึ ษา ฝกึ ทักษะการคิดคานวณ และฝึกการแกป้ ัญหาในเน้ือหาต่อไปนี้
การเปรยี บเทียบเศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจานวนคละ การคณู
การหารของเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ การ
แกโ้ จทยป์ ญั หาเศษสว่ นและจานวนคละ
ความสมั พนั ธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม คา่ ประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ ให้เปน็
จานวนเต็มหน่วย ทศนิยม 1 ตาแหน่ง และ 2 ตาแหน่ง การใช้เคร่ืองหมาย ≈ การประมาณผลลัพธ์
ของการบวกการลบ การคูณ การหารทศนยิ ม การคูณทศนิยม การหารทศนยิ ม ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
หน่วยความยาวเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร ความสัมพันธ์ระหว่าง
หน่วยน้าหนัก กิโลกรัมกับกรัม ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตร
กับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวและน้าหนักโดยใช้ความรู้
เกี่ยวกบั ทศนยิ มและการเปลีย่ นหนว่ ย
การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การอ่านและการเขียนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์
การแก้โจทย์ปัญหารอ้ ยละ
เสน้ ต้งั ฉากและสญั ลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เสน้ ขนานและสัญลกั ษณแ์ สดงการขนาน
การสร้างเส้นขนาน มมุ แย้ง มุมภายในและมุมภายนอกท่ีอยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวางชนิดและ
สมบัติของรูปส่ีเหล่ียม การสร้างรูปส่ีเหล่ียม ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียม พื้นที่ของรูปส่ีเหล่ียม
ด้านขนานและรูปส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูน การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของ
รปู สี่เหลย่ี มดา้ นขนาน และรูปสเ่ี หล่ียมขนมเปียกปูน
ลักษณะและสว่ นต่าง ๆ ของปรซิ มึ ปริมาตรของทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉากและความจุของภาชนะ
ทรงส่ีเหลีย่ มมุมฉาก ความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลติ ร ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร และลูกบาศกเ์ มตร
การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยม
มุมฉาก
การอ่านและการเขยี นแผนภูมแิ ท่ง การอา่ นกราฟเส้น
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากการ
ปฏิบัติจริงสรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคานวณ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
เกยี่ วกบั การแก้ปญั หา การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชอ่ื มโยง การให้เหตผุ ล
และ การคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความ
รับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง รวมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณติ ศาสตร์
การวัดและประเมินผล เน้นการวัดและประเมินผลเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการ ท่ี
หลากหลายโดยให้สอดคล้องกับบริบท และเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
9
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ป.5/1 ,ป.5/2 ,ป.5/3 ,ป.5/4, ป.5/5 ,ป.5/6 ,ป.5/7 ,ป.5/8 ,ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1 ,ป.5/2 ,ป.5/3 ,ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1 ,ป.5/2 ,ป.5/3 ,ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1 ,ป.5/2
รวม 4 มาตรฐาน 19 ตวั ชวี้ ดั
10
โครงสร้างรายวชิ า
โครงสร้างรายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เวลา 160 ชว่ั โมง/ปี
หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ท่ี การ ตวั ช้วี ัด/ (ช่ัวโมง) คะแนน
เรียนรู้ ผลการเรยี นรู้
1 เศษส่วน ค 1.1 ป.5/3, - การเปรยี บเทยี บเศษส่วนท่ีตัวสว่ น 34 15
ป.5/4, ป.5/5 ไม่เทา่ กนั อาจทาไดโ้ ดย ทาตัวสว่ นให้
เทา่ กนั ก่อน แล้วจึงเปรยี บเทียบ
ตัวเศษ เศษสว่ นใดทีม่ ตี วั เศษมากกวา่
เศษสว่ นนัน้ จะมากกวา่
- การเปรยี บเทียบจานวนคละ
ใหเ้ ปรยี บเทยี บจานวนนบั ของ
จานวนคละก่อน
- ถ้าจานวนนับใดมากกวา่ จานวน
คละนั้นจะมากกว่า
- ถา้ จานวนนับเทา่ กนั ให้เปรียบเทียบ
เศษสว่ น เศษส่วนใดมากกว่า
จานวนคละนนั้ จะมากกว่า
- การเรียงลาดับเศษส่วนและ
จานวนคละ ใช้วธิ ีเปรยี บเทยี บจานวน
ทลี ะคู่ แล้วเรยี งลาดับจากมากไปน้อย
หรือน้อยไปมาก
- การบวกหรอื การลบเศษส่วนท่ตี ัว
สว่ นไมเ่ ท่ากันต้องทาตวั ส่วนใหเ้ ท่ากัน
แลว้ จึงนาตวั เศษมาบวกกนั หรือลบกนั
- การบวกหรอื การลบจานวนคละ
อาจทาไดโ้ ดยเขยี นจานวนคละในรูป
เศษเกนิ ก่อน แล้วจงึ หาผลบวกหรอื
ผลลบ
11
หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี การ ตัวชี้วดั / (ชั่วโมง) คะแนน
เรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ - การคูณจานวนนบั กับเศษสว่ น
ทาได้โดยนาจานวนนับคูณกับตัว
เศษ โดยตวั สว่ นยงั คงเดมิ - การคณู
เศษสว่ นกับเศษส่วน ทาได้โดย
นาตัวเศษคูณกับตวั เศษ และตัว
สว่ นคูณกับตัวสว่ น
- การคณู จานวนคละใหเ้ ขยี น
จานวนคละในรูปเศษเกนิ แล้วหา
ผลคูณ
- การคณู เศษส่วน ถา้ มีการสลับท่ี
กันระหว่างเศษสว่ น 2 จานวน ผล
คณู ยงั คงเทา่ กนั
- เศษส่วนใดคณู กบั ส่วนกลับของ
เศษส่วนนั้นผลคณู จะเทา่ กบั 1
- การหารเศษสว่ น ทาได้โดยนา
จานวนทเ่ี ปน็ ตัวตง้ั คูณกับ ส่วน
กลบั ของตัวหาร
- การหารจานวนคละ ให้เขียน
จานวนคละในรูปเศษเกิน แล้วใช้
วิธีการเดยี วกนั กับการหารเศษส่วน
- การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวก การ
ลบ การคณู การหารเศษสว่ น 1
ข้ันตอน
เรม่ิ จากทาความเข้าใจปญั หา
วางแผนแกป้ ญั หา ดาเนนิ การ
ตามแผน และตรวจสอบ
12
หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
ที่ การ ตัวชี้วัด/ (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ - ข้อตกลงเกี่ยวกบั ลาดบั ข้นั ของ
การคานวณที่มากกวา่ 1 ขน้ั ตอน 34 15
2 ทศนิยม ค 1.1 ป.5/1, ขน้ั ท่ี 1 คานวณในวงเล็บ
ป.5/6, ป.5/7, ข้นั ท่ี 2 คณู หรือหาร โดยคานวณ
ป.5/8 จากซา้ ยไปขวา
ขน้ั ที่ 3 บวกหรอื ลบ โดยคานวณ
จากซา้ ยไปขวา
- การแก้โจทยป์ ญั หาการบวก การ
ลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2
ข้ันตอน
เรม่ิ จากทาความเข้าใจปญั หา
วางแผนแก้ปัญหา ดาเนนิ การ
ตามแผนและตรวจสอบ
- จานวนนับที่หาร 10 100 หรอื
1,000 ไดล้ งตัว เป็นตวั ประกอบ
ของ 10 100 หรือ 1,000
ตามลาดับ
- เศษสว่ นท่มี ีตัวส่วนเป็น 10 100
และ 1,000 สามารถเขียนในรูป
ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง 2 ตาแหนง่
และ 3 ตาแหน่งตามลาดับ
หรือ 2 ตาแหนง่ ให้พจิ ารณาเลข
โดดในหลักท่ีอยูต่ ิดกนั ทางขวาของ
หลกั
ทต่ี ้องการประมาณ
- ถา้ น้อยกว่า 5 ใหป้ ดั จานวนทอี่ ยู่
ทางขวาของหลักทต่ี อ้ งการ
ประมาณทงั้ หมดทง้ิ ทาให้จานวน
ในหลัก
ท่ีตอ้ งการประมาณเปน็ จานวนเดมิ
13
หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ที่ การ ตวั ชี้วดั / (ชัว่ โมง) คะแนน
เรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้
- การหาค่าประมาณเป็นจานวน
เต็มหนว่ ยหรอื ทศนยิ ม 1
ตาแหน่ง ถ้ามากกว่าหรอื
เท่ากบั 5 ให้ปัดจานวนที่อยใู่ น
หลกั ทางขวาของหลักท่ีต้องการ
ประมาณทั้งหมดขน้ึ ทาให้
จานวนในหลกั ทต่ี อ้ งการ
ประมาณเพ่มิ ขนึ้ อีก 1 หรือ 0.1
หรอื 0.01 ตามลาดบั
- การคูณทศนิยมกับจานวนนับ
ใช้วธิ กี ารเดยี วกนั กบั การคณู
จานวนนับกับจานวนนบั โดย
อาจกระจายจานวนหนงึ่ ตามค่า
ประจาหลกั แลว้ นาไปคูณกับอกี
จานวนหนง่ึ จากนนั้ นาผลคูณ
ทไ่ี ดม้ าบวกกนั
ผลคณู ของจานวนนบั กับ
ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ เป็นทศนิยม
1 ตาแหน่ง
ผลคณู ของจานวนนบั กับ
ทศนยิ ม 2 ตาแหนง่ เปน็ ทศนิยม
2 ตาแหน่ง
ผลคณู ของจานวนนบั กบั
ทศนยิ ม 3 ตาแหนง่ เปน็ ทศนิยม
3 ตาแหน่ง
การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยม
ใช้วิธกี ารเดียวกนั กับ
14
หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี การ ตวั ช้วี ดั / (ช่ัวโมง) คะแนน
เรียนรู้ ผลการเรียนรู้
ค 2.1 ป.5/1, - การคณู จานวนนบั ผลคณู ท่ีได้
ป.5/2 เป็นทศนยิ มทมี่ ีจานวนตาแหนง่
ของทศนิยมเทา่ กบั ผลรวมของ
จานวนตาแหน่ง
ของทศนิยมท่ีนามาคูณกนั
- การหารทศนิยมดว้ ยจานวนนับ
ใชว้ ธิ กี ารเดียวกันกับการหาร
จานวนนบั น่ันคอื นาตวั หารไป
หารตัวต้งั จากซา้ ยไปขวาทีละ
หลกั
- การหารจานวนนบั ด้วยจานวน
นับ ทมี่ ผี ลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน
3 ตาแหน่ง ใช้วธิ ีการเดียวกันกบั
การหารจานวนนับ น่ันคอื
นาตวั หารไปหารตัวตั้ง
จากซ้ายไปขวาทีละหลัก
- การแก้โจทย์ปญั หาทศนยิ ม
ไมเ่ กนิ 2 ขั้นตอนเรมิ่ จาก
ทาความเข้าใจปญั หา วาง
แผนการแกป้ ัญหา ดาเนนิ การ
ตามแผน และตรวจสอบ
- ความสัมพนั ธ์ระหว่างหน่วย
ความยาว
1 เซนตเิ มตร เท่ากับ 10
มลิ ลิเมตร
1 เมตร เท่ากบั 100
เซนตเิ มตร
1 กิโลเมตร เทา่ กบั 1,000
เมตร
15
หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
ท่ี การ ตัวช้ีวดั / (ช่วั โมง) คะแนน
เรยี นรู้ ผลการเรียนรู้
3 การ ค 3.1 ป.5/1, ความสัมพนั ธ์ระหว่างหนว่ ย 11 10
นาเสนอ ป.5/2 น้าหนกั
ขอ้ มลู
1 กิโลกรัม เทา่ กบั 1,000 กรัม
1 เมตรกิ ตนั (ตนั ) เทา่ กับ
1,000 กโิ ลกรมั
ซ่ึงสามารถใช้ความสมั พันธ์
ดังกล่าวเขยี นแสดงความยาว
หรือน้าหนักในรูปทศนยิ ม
- การยน่ ระยะของเส้นแสดง
จานวนเหมาะกบั ขอ้ มลู ทีแ่ ตล่ ะ
รายการมปี รมิ าณมาก ๆ หรือ
ขอ้ มูลแต่ละรายการมีปรมิ าณ
ใกลเ้ คียงกนั
- แผนภมู ิแท่งและแผนภูมิแท่ง
เปรียบเทียบ เป็นการนาเสนอ
ขอ้ มูลรูปแบบหนึ่ง โดยแผนภมู ิ
แทง่ เป็นการนาเสนอขอ้ มลู เพียง
1 ชดุ ส่วนแผนภูมแิ ท่ง
เปรยี บเทยี บ เป็นการนาเสนอ
ขอ้ มูลต้งั แต่ 2 ชดุ
ขนึ้ ไป- การอ่านแผนภมู แิ ทง่ ท่ีมี
การยน่ ระยะและแผนภมู แิ ท่ง
เปรยี บเทียบ มีวธิ อี ่านเหมือนกนั
โดยเทียบสว่ นปลายสุดของรูป
สเี่ หล่ยี มมุมฉากแต่ละรปู กับ
ตัวเลขบนเสน้ แสดงจานวน แต่
การอา่ นแผนภูมแิ ทง่ เปรียบเทียบ
ตอ้ งดูสญั ลกั ษณ์ท่รี ะบวุ ่าเป็น
ขอ้ มลู ชดุ ใดประกอบดว้ ย
16
หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ที่ การ ตวั ชี้วดั / (ชัว่ โมง) คะแนน
เรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้
- การนาเสนอข้อมูลดว้ ยแผนภูมิ
แทง่ ในกรณีที่ข้อมูลแต่ละ
รายการมปี รมิ าณ
มากหรือหรือใกลเ้ คยี งกันมาก
อาจใช้การย่นระยะของเสน้ แสดง
จานวน
- แผนภมู ิแทง่ เปรียบเทยี บ
เปน็ การนาเสนอข้อมูลเรือ่ ง
เดียวกนั ต้งั แต่ 2 ชุด
ขน้ึ ไป ซ่ึงตอ้ งมีการกาหนด
สัญลกั ษณ์เพื่อแสดงข้อมูลแต่ละ
ชดุ
- กราฟเสน้ เปน็ การนาเสนอ
ข้อมูลรปู แบบหนง่ึ ทใ่ี ชส้ ว่ นของ
เสน้ ตรง
เชื่อมจุดตา่ ง ๆ ซง่ึ แตล่ ะจดุ ใช้
แสดงปรมิ าณของแตล่ ะรายการ
- การอา่ นกราฟเส้น ใชว้ ธิ เี ทยี บ
ตาแหนง่ ของจดุ ท่ีแสดงข้อมลู
แต่ละรายการกับตัวเลขบนเส้น
จานวน
- กราฟเสน้ นิยมใช้กบั ข้อมูลที่มี
การเปลยี่ นแปลงอย่างต่อเนือ่ ง
ตามลาดบั ก่อน-หลงั ของเวลา
การเขยี นกราฟเส้นมีขอ้ ควรระวงั
เชน่ เดยี วกันกบั การเขียนแผนภูมิ
แท่ง กลา่ วคือ ระยะหา่ งระหว่าง
ข้อมูลของแต่ละรายการควร
เท่ากนั
17
หน่วย ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน เวลา นา้ หนัก
ที่ เรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
ตวั ชี้วัด/ สาระสาคัญ
1 10
ผลการเรียนรู้ 80 50
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกย่ี วกับ
แผนภูมิแท่งและกราฟเสน้
อาจใชก้ ระบวนการแกป้ ญั หา
ตามขั้นตอน ดงั น้ี
ขัน้ ท่ี 1 ทาความเขา้ ใจ
ปญั หา
ขัน้ ท่ี 2 วางแผนแกป้ ญั หา
ขัน้ ที่ 3 ดาเนินการตามแผน
ข้นั ที่ 4 ตรวจสอบ
สอบปลายภาค
รวมภาคเรยี นที่ 1
18
ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร ภาคเรยี นที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์
รายวชิ า คณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5
เวลา 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลา 80 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
สาระการเรยี นรู้หลัก หน่วยการเรยี นรู้
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 จานวนและพชี คณิต 1 เศษส่วน ค1.1 ป.5/2
ป.5/3
ป.5/4
ป.5/5
ค2.1 ป.5/2
สาระที่ 1 จานวนและพีชคณิต 2 ทศนยิ ม ค1.1 ป5/1
ป.5/6
ป.5/7
ป.5/8
ค2.1 ป.5/1
ป5./2
สาระที่ 3 สถิตแิ ละความนา่ จะเป็น 3 การนาเสนอข้อมูล ค3.1 ป.5/1
ป.5/2
19
รหัสวิชา ค15101 โครงสร้างกาหนดการสอน
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5
กล่มุ สาระคณติ ศาสตร์
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ลาดบั ท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ / หน่วยย่อย จานวน รปู แบบ หมายเหตุ
ของแผน คาบ
17/05/2565
1 หน่วยท่ี 1 เศษส่วน 1 On-site
18/05/2565
เตรยี มความพร้อม (ปฐมนิเทศและทดสอบ
19/05/2565
กอ่ นเรียน) 1
2 20/05/2565
2 การเปรียบเทยี บเศษสว่ นโดยใช้ เป็น 1 On-site 23/05/2565
24/05/2565
เกณฑ์ 1 On-site 25/05/2565
26/05/2565
3 การเปรียบเทยี บเศษส่วนทม่ี ีตัวส่วนไม่ 1 On-site 30/05/2565
1 On-site 31/05/2565
เท่ากัน 1 On-site 1/06/2565
1 On-site 2/06/2565
4 การเปรยี บเทียบจานวนคละ 1 On-site 6/06/2565
1 On-site 7/06/2565
5 การเรียงลาดบั เศษส่วนและจานวนคละ 1 On-site 8/06/2565
1 On-site 9/06/2565
6 การบวก การลบเศษส่วน 1 On-site 13/06/2565
1 On-site 14/06/2565
7 การบวก การลบจานวนคละ 1 On-site 15/06/2565
1 On-site 16/06/2565
8 การบวก การลบเศษส่วนและจานวนคละ 1 On-site 20/06/2565
1 On-site
9 เศษส่วนของจานวนนับ 1 On-site 21/06/2565
1 On-site 22/06/2565
10 การคูณจานวนนับกับเศษสว่ น 1 On-site 23/06/2565
1 On-site
11 การคูณเศษส่วนกบั เศษสว่ น
1 On-site
12 การคูณจานวนนบั กบั จานวนคละ 1 On-site
1 On-site
13 การคณู เศษส่วนกบั จานวนคละ
14 การคณู จานวนคละกับจานวนคละ
15 สมบัติการคูณเศษสว่ น
16 สว่ นกลบั ของเศษสว่ น
17 การหารจานวนนบั ดว้ ยเศษสว่ น
18 การหารเศษส่วนดว้ ยจานวนนับ
19 การหารเศษสว่ นดว้ ยเศษส่วน
20 การหารจานวนคละ
21 ความรสู้ กึ เชงิ จานวนเกีย่ วกับการหาร
เศษสว่ น
22 โจทย์ปญั หาการบวกเศษส่วน
23 โจทย์ปญั หาการลบเศษส่วน
24 โจทย์ปัญหาการคูณเศษสว่ น
20
ลาดบั ที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ / หนว่ ยยอ่ ย จานวน รปู แบบ หมายเหตุ
ของแผน คาบ On-site 27/06/2565
1 On-site 28/06/2565
25 โจทย์ปญั หาการหารเศษสว่ น 1 On-site 29/06/2565
1 On-site 30/06/2565
26 การบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน 1 On-site 4/07/2565
1 On-site 5/07/2565
27 ทดสอบหลังเรยี น 1
On-site 6/07/2565
28 หน่วยที่ 2 ทศนิยม เตรยี มความพร้อม 1
On-site 8/07/2565
29 ตัวประกอบของ 10 100 หรอื 1000 1
On-site 11/07/2565
30 การเขียนเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นเป็นตวั 1
On-site 12/07/2565
ประกอบของ 10 ในรูปทศนยิ ม 1
On-site 18/07/2565
31 การเขยี นเศษสว่ นท่ีมตี ัวส่วนเป็นตวั 1
On-site 19/07/2565
ประกอบของ 100 ในรปู ทศนิยม 1 On-site 20/07/2565
1 On-site 21/07/2565
32 การเขียนเศษส่วนที่มตี วั ส่วนเป็นตวั 1 On-site 25/07/2565
1 On-site 26/07/2565
ประกอบของ 1,000 ในรปู ทศนยิ ม 1 On-site 27/07/2565
1 On-line 1/08/2565
33 การหาค่าประมาณของทศนิยมเป็นจานวน 1 On-line 3/08/2565
1 On-site 6/08/2565
เต็มหนว่ ย 1 On-site 12/08/2565
1
34 การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มเปน็ ทศนยิ ม On-site 15/09/2565
3
1 ตาแหนง่
35 การหาค่าประมาณของทศนิยมเป็นทศนิยม
2 ตาแหนง่
36 การคูณทศนิยมกบั จานวนนับ
37 การคูณทศนิยมกับจานวนนบั (2)
38 การคูณทศนิยมกบั จานวนนบั (3)
39 การคณู ทศนิยมกบั ทศนิยม
40 การคูณทศนยิ มกับทศนยิ ม (2)
41 การคูณทศนยิ มกับทศนิยมในแนวตงั้
42 การคูณทศนยิ มกับทศนยิ มในแนวตง้ั (2)
43 การหารทศนยิ มด้วยจานวนนบั
44 การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนับ (2)
45 การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนับในแนวตั้ง
46 การหารทศนิยมดว้ ยจานวนนับในแนวตง้ั
(2)
47 การหารทศนยิ มด้วยจานวนนับในแนวตั้ง
(3)
48 การหารทศนยิ มด้วยจานวนนบั ในแนวต้ัง
(4)
21
ลาดบั ท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ / หนว่ ยยอ่ ย จานวน รูปแบบ หมายเหตุ
ของแผน คาบ
16/09/2565
49 การหารจานวนนับด้วยจานวนนบั ทผ่ี ลหาร 1 On-site
19/09/2565
เป็นทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตาแหน่ง 20/09/2565
21/09/2565
50 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยความยาว 1 On-site 22/19/2565
1 On-site 23/09/2565
51 ความสัมพนั ธ์ระหว่างหนว่ ยน้าหนกั 1 On-site 26/09/2565
1 On-site
52 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยปรมิ าตร 1 On-site 28/09/2565
1 On-site
53 โจทย์ปญั หาทศนิยม 3/10/2565
54 ทดสอบหลังเรยี น 29/10/2565
55 หน่วยท่ี 3 การนาเสนอข้อมูล 30/10/2565
เตรียมความพร้อม 3/10/2565
4/10/2565
56 การอา่ นแผนภมู แิ ทง่ ท่ีมีการย่นระยะ 1 On-site 5/10/2565
6/10/2565
57 การอ่านแผนภูมแิ ทง่ ท่ีมีการย่นระยะ (2) 1 On-site 7/10/2565
58 การอา่ นแผนภูมแิ ท่งเปรยี บเทียบ 1 On-site
59 การอา่ นแผนภูมิแทง่ เปรยี บเทียบ (2) 1 On-site
60 การเขยี นแผนภูมิแท่งที่มีการย่นระยะ 1 On-site
1 On-site
61 การเขียนแผนภูมิแทง่ เปรียบเทยี บ 1 On-site
1 On-site
62 การเขยี นแผนภมู ิแท่งเปรียบเทียบ (2) 1 On-site
70
63 การอ่านกราฟเสน้
64 การเขียนกราฟเสน้
65 โจทย์ปัญหา
66 กิจกรรมเช็คอนิ ความรสู้ ึก
67 สอบวดั ผลสมั ฤทธิ์
รวม
22
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 35
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ทศนิยม จานวน 34 ชว่ั โมง
เรื่อง เตรียมความพร้อม
เวลา 1 ช่ัวโมง
ผูส้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา วนั ท่ี……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ
ของจานวนผลทีเ่ กิดข้ึนจากการดาเนินการสมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกีย่ วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทตี่ ้องการวัด
และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ใน
รปู ทศนยิ ม
ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนยิ มทผ่ี ลคูณเป็นทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตาแหน่ง
ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารทต่ี ัวต้งั เปน็ จานวนนับหรือทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่ง และ
ตวั หารเป็นจานวนนับผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหนง่
ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนยิ ม 2 ข้นั ตอน
ค 2.1 ป.5/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั ความยาวทีม่ กี ารเปลยี่ น
หน่วยและเขียนในรูปทศนิยม
ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหาคาตอบของ โจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั นา้ หนักทม่ี ีการเปลี่ยน
หน่วยและเขียนในรปู ทศนิยม
สาระสาคัญ
การเขยี นทศนิยมให้อยใู่ นรูปของเศษสว่ น โดยทาตวั ส่วนให้เท่ากับ 10 100 หรือ 1000
- ตัวส่วนเปน็ 10 ทศนิยม 1 ตาแหนง่
- ตวั ส่วนเป็น 100 ทศนยิ ม 2 ตาแหนง่
- ตวั ส่วนเป็น 1000 ทศนยิ ม 3 ตาแหน่ง
การบวกและการลบทศนิยม ใชห้ ลกั เดียวกับการบวกและการลบจานวนเต็ม โดยการจัด
เลขโดดทอ่ี ยู่ในหลักหรอื ตาแหน่งเดียวกันให้ตรงกนั แล้วบวกหรอื ลบกัน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้แี ล้วนักเรยี นสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 บอกผลการบวกและการลบทศนยิ มที่กาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
2.1 เขยี นเศษส่วนให้อยู่ในรูปของทศนิยมได้อยา่ งถูกต้อง
23
2.2 เขียนทศนิยมให้อย่ใู นรปู ของเศษส่วนได้อยา่ งถูกต้อง
2.3 แสดงวธิ กี ารหาคาตอบการบวกและการลบทศนิยมท่กี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
แสดงพฤติกรรมความมีวนิ ัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
ทบทวนการบวกและการลบทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พดู อา่ น เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตุผล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต (ทางานแบบร่วมมือรวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
ความมีวนิ ยั ในตนเอง
กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้วิธีการสอนแบบปกติ)
1. ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1.1 ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนนั้ แจง้ จุดประสงค์การเรียนร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
1.2 ครูทบทวนความรนู้ ักเรยี น โดยการใช้คาถาม ดังนี้
1.2.1 835 + 205 = 1,040
1.2.2 450 – 63 = 387
1.2.3 นกั เรยี นมวี ิธกี ารหาคาตอบได้อย่างไร (ต้ังหลกั ใหต้ รงกนั แล้วนาบวกหรือ
ลบกนั )
2. ขน้ั สอน
2.1 ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง ทศนิยม จานวน 20 ขอ้ ใชเ้ วลา 30
นาที
2.2 ครูใช้คาถามเพอ่ื กระตุ้นความคดิ นักเรยี น ดังนี้
2.2.1 ครถู ามนักเรียนวา่ เราสามารถเขียนทศนิยมให้อยู่ในรูปของเศษส่วนไดห้ รือไม่
(ได้)
2.2.2 นกั เรยี นมวี ธิ กี ารอย่างไร (การเขียนทศนิยมให้อยูใ่ นรูปของเศษส่วน โดยทาตัว
สว่ นให้เท่ากับ 10 100 หรอื 1000)
2.2.3 ครนู าเสนอตัวอย่าง ดังนี้
ตวั อยา่ งที่ 1 4= 0.4
ตวั อย่างที่ 2 0.04
ตวั อย่างท่ี 3 10 0.004
4=
100
4=
1000
24
ตวั อยา่ งท่ี 4 3.8 = 38
10
ตัวอยา่ งท่ี 5 4.25 = 425
100
ตัวอยา่ งที่ 6 0.327 = 327
1000
2.2.4 ครถู ามนกั เรยี นวา่ “การบวก การลบทศนยิ ม กบั การบวก การลบจานวนนับ
มีวธิ กี ารเหมอื นกนั หรอื ไม่” (เหมอื นกนั )
2.2.5 ครูนาเสนอเพ่ิมเติมวา่
การบวกและการลบทศนยิ ม ใช้หลักเดยี วกับการบวกและการลบจานวนเตม็
โดยการจัดเลขโดดทอ่ี ยู่ในหลกั หรือตาแหน่งเดยี วกันให้ตรงกัน แล้วบวกหรือลบกัน
ตัวอยา่ งท่ี 7 8.35 + 2.05
ตัวอยา่ งท่ี 8 5.369 – 0.124
3. ข้ันสรปุ และฝึกทกั ษะ
3.1 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปบทเรยี น โดยครูถามนกั เรยี นว่า “เราจะมีวิธกี ารเขียน
เศษส่วนใหอ้ ยใู่ นรปู ทศนิยมและเขยี นทศนิยมให้อยใู่ นรปู เศษสว่ นได้อย่างไร” จากนั้นให้นักเรยี นสรปุ
ให้ได้ว่า
การเขยี นทศนิยมให้อยู่ในรปู ของเศษสว่ น โดยทาตัวส่วนให้เทา่ กับ 10 100
หรอื 1000
- ตวั สว่ นเป็น 10 ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
- ตัวส่วนเป็น 100 ทศนิยม 2 ตาแหน่ง
- ตัวสว่ นเป็น 1000 ทศนยิ ม 3 ตาแหน่ง
25
3.2 ครูถามตอ่ อีกว่า “เราจะมวี ธิ ีการหาผลบวกและผลลบทศนยิ มได้อย่างไร” จากนั้นให้
นกั เรียนสรุปใหไ้ ด้วา่
การบวกและการลบทศนิยม ใช้หลักเดียวกบั การบวกและการลบจานวนเตม็
โดยการจัดเลขโดดทอี่ ยู่ในหลกั หรือตาแหน่งเดยี วกันให้ตรงกัน แลว้ บวกหรือลบกัน
3.3 ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด 2.1 ในหนงั สือแบบฝึกหัดรายวชิ าคณติ ศาสตร์พื้นฐาน
ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) ขอ้ 1 และข้อ 2
4. ขน้ั นาไปใช้
ครใู หน้ กั เรยี นทดสอบความรคู้ วามเข้าใจ โดยให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด 2.1 ในหนงั สือ
แบบฝึกหดั รายวชิ าคณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) ข้อ 3 ขอ้ 4 และข้อ 5
สอ่ื การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้
1. สอ่ื การเรียนรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 หนงั สอื แบบฝกึ หัดรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหลง่ การเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาว่า ทศนิยมป.5
26
การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
การตรวจแบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั 2.1 ใน ขน้ึ ไป
1. นักเรยี นสามารถบอกผล 2.1 ในหนังสอื แบบ หนงั สือแบบฝกึ หดั
การบวกและการลบทศนยิ ม ฝึกหดั รายวชิ าคณติ รายวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านเกณฑ์ 3 คะแนน
ท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกตอ้ ง ศาสตรพ์ ื้นฐาน ป.5 พน้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 ขน้ึ ไป หรอื อยูใ่ นระดับ
(K) เล่ม 1 (สสวท.) (สสวท.) คณุ ภาพ ดี ขึ้นไป
2. นกั เรียนสามารถเขียน การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั 2.1 ใน
เศษส่วนให้อยใู่ นรูปของ 2.1 ในหนังสือแบบ หนังสอื แบบฝกึ หัด
ทศนยิ มได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P) ฝึกหัดรายวชิ าคณติ รายวชิ าคณิตศาสตร์
ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 พื้นฐาน ป.5 เลม่ 1
เล่ม 1 (สสวท.) / (สสวท.) /แบบบนั ทึก
แบบบันทกึ คะแนน คะแนนด้านทกั ษะ
ด้านทักษะ กระบวนการ
กระบวนการ
3. นักเรยี นสามารถแสดง การตรวจแบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัด 2.1 ใน ผา่ นเกณฑ์ 3 คะแนน
วิธกี ารหาคาตอบการบวก ขนึ้ ไป หรืออยู่ในระดบั
และการลบทศนยิ มที่ 2.1 ในหนงั สือ หนังสือแบบฝึกหัด คุณภาพ ดี ข้ึนไป
กาหนดใหไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง (P)
แบบฝึกหัดรายวิชา รายวชิ าคณิตศาสตร์
คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1
ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) / (สสวท.) /
แบบบนั ทึกคะแนน แบบบันทึกคะแนน
ดา้ นทักษะ ด้านทักษะ
กระบวนการ กระบวนการ
3. นักเรยี นแสดงพฤตกิ รรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกการ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3 ขน้ึ
ความมวี นิ ัยในตนเอง (A) สงั เกตพฤตกิ รรม ไป
27
28
29
30
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 36
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ทศนิยม จานวน 34 ชว่ั โมง
เรือ่ ง ตัวประกอบของ 10 100 หรอื 1000
เวลา 1 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา วันท่ี……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชี้วดั
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ
ของจานวนผลทเี่ กิดขึน้ จากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ใน
รปู ทศนิยม
สาระสาคัญ
จานวนนับที่หาร 10 100 หรือ 1000 ไดล้ งตัว เปน็ ตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000
ตามลาดบั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เมอื่ เรียนจบคาบนี้แล้วนักเรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
บอกตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1000 ได้อยา่ งถกู ต้อง
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1000 ได้อย่างถกู ต้อง
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤติกรรมความมีวนิ ัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
การเขียนเศษสว่ นท่ีมีตวั ส่วนเป็นตวั ประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ในรูปทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟงั พดู อ่าน เขียน)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตุผล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต (ทางานแบบรว่ มมือรวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
ความมีวินัยในตนเอง
31
กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ ีการสอนแบบปกต)ิ
1. ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1.1 ครกู ลา่ วทักทายนักเรียน จากน้ันแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรยี นทราบ
1.2 ครูนาเสนอการหารจานวนนบั โดยใชค้ าถามว่า “6 ÷ 2 เท่ากบั เทา่ ไร” (3)
1.3 ครถู ามต่ออกี ว่า “มจี านวนใดทีห่ าร 6 ไดล้ งตวั บา้ ง” (1, 2, 3, 6)
1.4 ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนทราบหรือไมว่ ่า เราเรยี ก จานวนทีห่ าร 6 ลงตวั ว่าอะไร
(ทราบ/ไมท่ ราบ)
1.5 ครนู าเสนอวา่ “เราจะเรยี ก จานวนทหี่ าร 6 ลงตัวนีว้ า่ ตวั ประกอบ”
2. ขั้นสอน
2.1 ครูใชค้ าถามว่า “แลว้ นักเรยี นรหู้ รือไมว่ า่ ตวั ประกอบคืออะไร” (รู/้ ไม่ร)ู้
2.2 ครนู าเสนอวา่ “ตวั ประกอบของจานวนนับใด หมายถึง จานวนนบั ทีห่ ารจานวนนบั
น้นั ไดล้ งตัว” เช่น
ตัวประกอบของ 4 หมายถงึ จานวนนบั ทห่ี าร 4 ได้ลงตัว ได้แก่ 1 2 และ 4
ตัวประกอบของ 12 หมายถงึ จานวนนับท่หี าร 12 ไดล้ งตวั ได้แก่ 1 2 3 4 6
และ 12
2.3 ครนู าเสนอการหาตวั ประกอบของจานวนใด ๆ ดังนี้
ตวั อยา่ งที่ 1 จงหาตวั ประกอบของ 16
ตอบ ตัวประกอบของ 16 ได้แก่ 1 2 3 4 8 และ 16
ครูใชค้ าถามเพ่ือกระต้นุ ความคดิ นกั เรยี นวา่ “เรารไู้ ด้อยา่ งไรว่า จานวนนบั เหลา่ น้ี
เป็นตัวประกอบของ 16” (เพราะ 1 2 3 4 8 และ 16 หาร 16 ได้ลงตวั )
ตัวอย่างท่ี 2 จงหาตัวประกอบของ 25
ตอบ ตวั ประกอบของ 25 ได้แก่ 1 5 และ 25
ครูใช้คาถามเพื่อกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “เรารไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ จานวนนบั เหล่านี้
เป็นตวั ประกอบของ 25” (เพราะ 1 5 และ 25 หาร 25 ได้ลงตัว)
2.4 ครนู าเสนอการหาตัวประกอบของจานวนใด ๆ อีกครง้ั ดงั น้ี
ตัวอยา่ งที่ 3 จงหาตัวประกอบของ 10
ตอบ ตัวประกอบของ 10 ไดแ้ ก่ 1 2 5 และ 10
ตวั อยา่ งที่ 4 จงหาตวั ประกอบของ 100
ตอบ ตวั ประกอบของ 10 ได้แก่ 1 2 4 5 10 20 25 50 และ 100
ตวั อย่างท่ี 5 จงหาตวั ประกอบของ 1,000
ตอบ ตวั ประกอบของ 10 ได้แก่ 1 2 4 5 8 10 20 25 40 50 100 125 200
250 500 และ 1,000
2.5 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
3. ข้นั สรปุ และฝึกทกั ษะ
3.1 ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน โดยครูถามนักเรียนว่า เราจะรูไ้ ด้อยา่ งไรว่า
จานวนใดเปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1000 จากนั้นให้นกั เรยี นสรุปใหไ้ ด้ว่า
32
จานวนนับที่หาร 10 100 หรือ 1000 ไดล้ งตวั เปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรือ 1000
ตามลาดับ
3.2 ครูให้นกั เรยี นทาแบบฝึกปฏิบตั กิ จิ กรรม จากหนังสือเรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์
พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) หน้า 68 ข้อ 1 ลงสมดุ
4. ขั้นนาไปใช้
ครใู ห้นกั เรยี นทดสอบความรู้ความเขา้ ใจ โดยใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกปฏบิ ตั ิกิจกรรม
จากหนงั สอื เรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) หน้า 68 ข้อ 2 ลงสมดุ
ส่อื การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้
1. สื่อการเรียนรู้
1.1 หนงั สือเรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาว่า ทศนิยม ป.5
การวดั ผลและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1. นักเรียนสามารถบอก การตรวจแบบฝึก แบบฝึกปฏิบตั ิ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
ตัวประกอบของ 10 100 ปฏิบตั กิ จิ กรรม ใน กจิ กรรม ในหนงั สอื 75 ขน้ึ ไป
หรือ 1000 ได้อย่างถูกตอ้ ง หนงั สือเรียนรายวชิ า เรยี นรายวิชา
(K) คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน
ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
หนา้ 68 หนา้ 68
2. นักเรยี นสามารถเขยี น การตรวจแบบฝกึ แบบฝึกปฏิบัติ ผา่ นเกณฑ์ 3
แสดงตวั ประกอบของ 10 ปฏิบัตกิ ิจกรรม ใน กจิ กรรม ในหนังสอื คะแนนขึ้นไป หรือ
100 หรอื 1000 ได้อยา่ ง หนงั สือเรียนรายวชิ า เรยี นรายวิชา อยูใ่ นระดบั คณุ ภาพ
ถกู ต้อง (P) คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน คณิตศาสตร์พื้นฐาน ดี ข้นึ ไป
ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
หน้า 68/แบบบนั ทึก หน้า 68/แบบบนั ทึก
คะแนนด้านทกั ษะ คะแนนด้านทักษะ
กระบวนการ กระบวนการ
3. นกั เรยี นแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบนั ทกึ การสงั เกต ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3
ความมีวนิ ยั ในตนเอง (A) พฤติกรรม ข้ึนไป
33
34
35
36
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 37
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
จานวน 34 ชั่วโมง
เร่อื ง การเขียนเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 ในรปู ทศนยิ ม เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา วนั ท่ี……..เดือน…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ
ของจานวนผลทเ่ี กิดข้ึนจากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ใน
รูปทศนิยม
สาระสาคญั
เศษสว่ นทีม่ ีตวั สว่ นเปน็ 10 สามารถเขียนใหอ้ ยู่ในรปู ของทศนิยม 1 ตาแหนง่
จุดประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรียนจบคาบนแี้ ล้วนักเรยี นสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของเศษสว่ นที่มีตวั สว่ นเป็นตัวประกอบของ 10 ในรูปทศนิยมท่ีกาหนดให้
ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขยี นเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 ในรปู ทศนิยมท่ีกาหนดให้ได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมวี ินัยในตนเอง
สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
การเขียนเศษสว่ นทม่ี ตี ัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 ในรูปทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พดู อ่าน เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตผุ ล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต (ทางานแบบรว่ มมือรวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
ความมวี นิ ัยในตนเอง
37
กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธกี ารสอนแบบปกต)ิ
1. ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน
1.1 ครกู ล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
1.2 ครทู บทวนความรเู้ ดิมใหก้ บั นกั เรียน โดยใช้คาถามดังน้ี
1.2.1 มีจานวนใดบา้ งท่ีหาร 10 ได้ลงตวั (1 2 5 และ 10)
1.2.2 เราจะเรียกจานวนทห่ี าร 10 ได้ลงตัวน้วี ่าอยา่ งไร (ตวั ประของ 10)
2. ข้ันสอน
2.1 ครใู ช้คาถามเพ่ือกระตุ้นความคดิ นักเรยี นว่า “นักเรยี นสามารถเขียนเศษส่วนทมี่ ีตัว
ส่วนเปน็ ตัวประกอบของ 10 ในรูปทศนิยมได้หรือไม่” (ได/้ ไมไ่ ด้)
2.2 ครนู าเสนอวา่ “เราสามารถเขยี นเศษส่วนท่ีมตี วั สว่ นเป็นตัวประกอบของ 10
ในรปู ทศนิยมได้ โดยเศษส่วนทมี่ ตี ัวส่วนเปน็ 10 สามารถเขียนใหอ้ ยใู่ นรูปของทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง”
2.3 ครใู ชค้ าถามเพ่ือกระตุ้นความคิดนักเรียน ดังนี้
2.3.1 นกั เรียนสามารถเขยี น 1 ในรปู ทศนยิ มได้หรอื ไม่ (ได้/ไม่ได)้
5
2.3.2 จาก 1 เราจะตอ้ งทาให้เป็นเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นเป็นเทา่ ไร (10)
5
2.3.3 เรารไู้ ดอ้ ย่างไรวา่ ต้องทาตัวสว่ นให้เปน็ 10 (เพราะ 5 เปน็ ตวั ประกอบของ 10
และ 5 × 2 = 10)
2.4 ครนู าเสนอวา่ “เราจะทา 1 ให้เป็นเศษสว่ นทมี่ ีตัวสว่ นเป็น 10 โดยนา 2 คณู ทง้ั
5
ตัวเศษและตัวส่วนของ 1 จะได้ 1 = 1×2 = 2 ซ่งึ เขยี นให้อยู่ในรูปทศนยิ มได้ 0.2”
5 5 5×2 10
2.5 ครนู าเสนอตัวอย่าง ดังน้ี
ตัวอย่างที่ 1 จงเขยี น 1 ให้อยูใ่ นรปู ทศนิยม
2
วธิ ที า 1 = 1×5 = 5 = 0.5
2 2×5 10
ตอบ 0.5
ตัวอยา่ งที่ 2 จงเขียน 8 ใหอ้ ยู่ในรปู ทศนิยม
16
วิธีทา 8 = 8÷8 = 1 = 1×5 = 5 = 0.5
16 16÷8 2 2×5 10
ตอบ 0.5
3. ขั้นสรุปและฝึกทกั ษะ
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ บทเรยี น โดยครูถามนกั เรยี นว่า “เราจะเขยี นเศษส่วนทม่ี ี
ตวั ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 ในรปู ทศนิยมได้อย่างไร” จากนั้นใหน้ ักเรียนสรุปให้ไดว้ ่า
เศษส่วนที่มีตวั สว่ นเป็น 10 สามารถเขยี นใหอ้ ยู่ในรูปของทศนิยม 1 ตาแหน่ง
38
3.2 ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั 2.2 ในหนงั สอื แบบฝึกหัดรายวิชาคณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5
เล่ม 1 (สสวท.) ขอ้ 1
4. ข้นั นาไปใช้
ครใู หน้ กั เรยี นทดสอบความรคู้ วามเขา้ ใจ โดยใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ ปฏบิ ัติกจิ กรรม
จากหนังสอื เรียนรายวชิ าคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) หนา้ 70 ข้อ 1 และขอ้ 8 ลงสมดุ
สือ่ การเรียนรู้และแหลง่ การเรียนรู้
1. ส่อื การเรยี นรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
1.2 หนงั สือแบบฝึกหัดรายวิชาคณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหลง่ การเรยี นรู้
2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาวา่ ทศนยิ ม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าวา่ ทศนยิ ม ป.5
การวัดผลและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1. นกั เรยี นสามารถบอก การตรวจแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด 2.2 ใน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
คาตอบของเศษส่วนที่มตี ัว 2.2 ในหนงั สือ หนังสือแบบฝกึ หัด 75 ขนึ้ ไป
ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 แบบฝกึ หดั รายวชิ า รายวิชาคณติ ศาสตร์
ในรปู ทศนยิ ม คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1
ทกี่ าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) (สสวท.)
(K)
2. นกั เรียนสามารถเขียน การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั 2.2 ใน ผา่ นเกณฑ์ 3
เศษสว่ นทมี่ ตี วั สว่ นเปน็ ตัว 2.2 ในหนังสือ หนงั สอื แบบฝึกหดั คะแนนข้ึนไป หรือ
ประกอบของ 10 ในรปู แบบฝกึ หัดรายวชิ า รายวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับคณุ ภาพ
ทศนยิ มที่กาหนดให้ คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1 ดี ข้ึนไป
ได้อย่างถูกต้อง (P) ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) / (สสวท.)/แบบบนั ทึก
แบบบันทึกคะแนน คะแนนด้านทักษะ
ดา้ นทักษะกระ กระบวนการ
บวนการ
3. นกั เรียนแสดงพฤติกรรม การสงั เกตพฤติกรรม แบบบันทกึ การ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3
ความมีวินยั ในตนเอง (A) สงั เกตพฤติกรรม ข้ึนไป
39
40
41
42
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 38
รายวิชาคณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 ทศนิยม
จานวน 34 ชวั่ โมง
เรอื่ ง การเขยี นเศษส่วนท่ีมตี ัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 100 ในรูปทศนิยม เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา วันท่ี……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ
ของจานวนผลทเี่ กิดขึ้นจากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ใน
รูปทศนยิ ม
สาระสาคญั
เศษสว่ นทมี่ ีตัวสว่ นเปน็ 100 สามารถเขียนให้อยใู่ นรปู ของทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง
จุดประสงค์การเรียนรู้ เมอ่ื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นักเรยี นสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
บอกคาตอบของเศษส่วนท่ีมตี วั สว่ นเป็นตัวประกอบของ 100 ในรูปทศนยิ มท่ีกาหนดให้
ได้อย่างถกู ต้อง
2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขยี นเศษสว่ นท่มี ตี วั สว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 100 ในรปู ทศนยิ มที่กาหนดให้ได้อยา่ ง
ถูกต้อง
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมีวนิ ัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
การเขยี นเศษส่วนที่มตี วั ส่วนเป็นตัวประกอบของ 100 ในรปู ทศนิยม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พูด อา่ น เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคิด (การใหเ้ หตผุ ล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (ทางานแบบร่วมมือรวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
ความมีวนิ ัยในตนเอง
43
กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธกี ารสอนแบบปกต)ิ
1. ขั้นนาเข้าส่บู ทเรยี น
1.1 ครูกลา่ วทักทายนักเรียน จากนั้นแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ หน้ กั เรยี นทราบ
1.2 ครูทบทวนความรเู้ ดมิ ใหก้ บั นักเรยี น โดยใชค้ าถามดังน้ี
1.2.1 มจี านวนใดบา้ งที่หาร 100 ไดล้ งตัว (1 2 4 5 10 20 25 50และ 100)
1.2.2 เราจะเรยี กจานวนทห่ี าร 100 ได้ลงตัวน้ีวา่ อย่างไร (ตัวประของ 100)
2. ข้ันสอน
2.1 ครูใชค้ าถามเพ่อื กระตุ้นความคิดนักเรียนวา่ “นกั เรยี นสามารถเขียนเศษส่วนทม่ี ตี ัว
ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 100 ในรูปทศนิยมได้หรอื ไม่” (ได้/ไมไ่ ด้)
2.2 ครนู าเสนอว่า “เราสามารถเขยี นเศษส่วนท่มี ตี วั สว่ นเป็นตวั ประกอบของ 100
ในรปู ทศนิยมได้ โดยเศษสว่ นท่ีมีตัวส่วนเปน็ 100 สามารถเขยี นใหอ้ ยใู่ นรปู ของทศนยิ ม 2 ตาแหนง่ ”
2.3 ครใู ชค้ าถามเพือ่ กระตุ้นความคิดนักเรียน ดังนี้
2.3.1 นักเรียนสามารถเขยี น 1 ในรปู ทศนิยมไดห้ รอื ไม่ (ได/้ ไม่ได)้
4
2.3.2 จาก 1 เราจะต้องทาให้เป็นเศษส่วนท่ีมีตวั ส่วนเปน็ เท่าไร (100)
4
2.3.3 เราร้ไู ดอ้ ย่างไรวา่ ตอ้ งทาตัวส่วนให้เป็น 100 (เพราะ 4 เป็นตวั ประกอบของ
100 และ 4 × 25 = 100)
2.4 ครูนาเสนอวา่ “เราจะทา 1 ให้เป็นเศษสว่ นทม่ี ีตัวส่วนเป็น 100 โดยนา 25 คูณทัง้
4
ตัวเศษและตวั ส่วนของ 1 จะได้ 1 = 1×25 = 25 ซึ่งเขยี นใหอ้ ยู่ในรูปทศนิยมได้ 0.25”
4 4 4×25 100
2.5 ครนู าเสนอตัวอยา่ ง ดังน้ี
ตัวอยา่ งท่ี 1 จงเขยี น 1 ใหอ้ ยู่ในรูปทศนยิ ม
2
วิธที า 5 = 5×25 = 125 = 1.25
4 4×25 100
ตอบ 1.25
ตัวอยา่ งที่ 2 จงเขียน 7 ให้อยใู่ นรปู ทศนยิ ม
20
วธิ ีทา 7 = 7×5 = 35 = 0.35
20 20×5 100
ตอบ 0.35
ตวั อยา่ งท่ี 3 จงเขียน 121 ให้อย่ใู นรูปทศนยิ ม
25
วิธที า 121 = 46 = 46×4 = 184 = 1.84
25 25 25×4 100
ตอบ 1.84
3. ขั้นสรุปและฝึกทักษะ
3.1 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ บทเรียน โดยครถู ามนักเรยี นวา่ “เราจะเขยี นเศษส่วนท่ีมี
ตัวส่วนเปน็ ตัวประกอบของ 100 ในรปู ทศนยิ มได้อย่างไร” จากน้ันให้นกั เรียนสรุปให้ไดว้ ่า
44
เศษสว่ นทม่ี ตี วั ส่วนเป็น 100 สามารถเขยี นให้อยใู่ นรูปของทศนยิ ม 2 ตาแหนง่
3.2 ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด 2.2 ในหนังสอื แบบฝึกหัดรายวิชาคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5
เล่ม 1 (สสวท.) ข้อ 2
4. ข้ันนาไปใช้
ครใู ห้นกั เรยี นทดสอบความร้คู วามเขา้ ใจ โดยใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั 2.2 ในหนงั สอื
แบบฝึกหดั รายวิชาคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) ข้อ 4 และข้อ 6
ส่อื การเรยี นร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. ส่อื การเรยี นรู้
1.1 หนงั สือเรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
1.2 หนงั สอื แบบฝึกหดั รายวชิ าคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหลง่ การเรียนรู้
2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พมิ พค์ าวา่ ทศนยิ ม ป.5
การวัดผลและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
1. นกั เรียนสามารถบอก การตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด 2.2 ใน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
คาตอบของเศษสว่ นที่มตี วั 2.2 ในหนงั สือ หนังสือแบบฝกึ หดั ขนึ้ ไป
ส่วนเป็น แบบฝึกหัดรายวชิ า รายวชิ าคณิตศาสตร์
ตัวประกอบของ 100 ในรูป คณิตศาสตร์พื้นฐาน พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1
ทศนิยมท่ีกาหนดให้ ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) (สสวท.)
ได้อยา่ งถกู ต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถเขียน การจรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด 2.2 ใน ผ่านเกณฑ์ 3 คะแนน
เศษส่วนทีม่ ตี วั สว่ นเปน็ ตวั 2.2 ในหนังสอื แบบฝึก หนงั สอื แบบฝึกหัด ขน้ึ ไป หรืออยู่ในระดบั
ประกอบของ 100 ในรปู หัดรายวิชาคณติ รายวิชาคณิตศาสตร์ คุณภาพ ดี ขน้ึ ไป
ทศนยิ มท่ีกาหนดให้ ศาสตร์พื้นฐาน ป.5 พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P) เลม่ 1 (สสวท.)/แบบ (สสวท.)/แบบบนั ทกึ
บนั ทกึ คะแนนด้าน คะแนนด้านทักษะ
ทกั ษะกระบวนการ กระบวนการ
3. นกั เรียนแสดงพฤตกิ รรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสังเกต ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3 ข้ึน
ความมีวินยั ในตนเอง (A) พฤติกรรม ไป
45