The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
นางสาวอภิญญา ยมสีดำ
61100140125

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Apinn Yomm, 2022-10-30 10:10:16

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
นางสาวอภิญญา ยมสีดำ
61100140125

196


197


198

ใบกจิ กรรม “ค่าถา่ ยเอกสาร”

คาชี้แจง ให้นักเรยี นฝกึ วิเคราะหส์ ถานการณ์ท่กี าหนดให้ตามแผนผงั กลวธิ กี ารแก้ปัญหาของโพลยาแลว้ เตมิ คาตอบลงในชอ่ งวา่ ง (4 คะแนน)

1) สถานการณ์ คณุ ครูจา่ ยเงินคา่ ถ่ายเอกสารแบบสเี ปน็ เงนิ รวม 297 บาท ถา่ ยเอกสารจานวน 132 แผ่น รา้ นถา่ ยเอกสารคดิ ราคา

ค่าถา่ ยเอกสารแผน่ ละกบี่ าท

ขั้นทาความเขา้ ใจปญั หา สงิ่ ท่โี จทย์กาหนดให้

(สิ่งทโ่ี จทยต์ อ้ งการ) ................................................................................................................................................

สิ่งทีโ่ จทย์ถามหา

................................................................................................................................................

ขน้ั วางแผนการ ใชว้ ธิ อี ะไรในการแก้ปญั หา
(ใชว้ ธิ อี ะไรในการแกป้ ัญหา วาดภาพ ................................................................................................................................................
หรอื เขียนประโยคสญั ลักษณ์) สามารถแปลงเปน็ รปู ภาพหรือประโยคสัญลักษณไ์ ด้อย่างไร
................................................................................................................................................

ขน้ั ดาเนินการตามแผน ................................................................................................................................................
(วธิ ที ่ีจะใชใ้ นการหาคาตอบและแสดงวิธี ................................................................................................................................................
คดิ โดยละเอยี ด) ................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
ข้นั ตรวจสอบคาตอบ ................................................................................................................................................
(มองยอ้ นเพ่ือตรวจสอบและขยายผล) ................................................................................................................................................

................................................................................................................................................
................................................................................................................................................

2) 18 ÷ 8 3) 23 ÷ 1000
วธิ ที า……………………………………………………………………….............. วธิ ที า………………………………………………………………………..............
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………
ตรวจสอบ…………………………………………………………………………… ตรวจสอบ……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
ตอบ…………………………………………………………………………………… ตอบ……………………………………………………………………………………


199

ชือ่ -สกุล………………………เ…ฉ…ล…ย…ใ…บ……ก…จิ …ก…ร…ร…ม……“…ค…า่ …ถ…่า…ย……เอ…ก……ส…า.ร.ช”ั้น………………………เลขท…่ี ………….

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนฝกึ วเิ คราะห์สถานการณท์ ก่ี าหนดให้ตามแผนผังกลวธิ ีการแก้ปัญหาของโพลยาแลว้ เติมคาตอบลงในชอ่ งวา่ ง (4 คะแนน)

1) สถานการณ์ คณุ ครจู ่ายเงินคา่ ถา่ ยเอกสารแบบสีเปน็ เงนิ รวม 297 บาท ถา่ ยเอกสารจานวน 132 แผ่น รา้ นถา่ ยเอกสารคดิ ราคา

ค่าถา่ ยเอกสารแผน่ ละกี่บาท

ข้ันทาความเขา้ ใจปญั หา สง่ิ ทโ่ี จทย์กาหนดให้

(สิ่งท่โี จทยต์ ้องการ) คณุ ครูจา่ ยเงนิ คา่ ถ่ายเอกสารแบบสีเป็นเงนิ รวม 297 บาท ถา่ ยเอกสารจานวน 132 แผ่น

ส่ิงทโ่ี จทยถ์ ามหา

รา้ นถา่ ยเอกสารคดิ ราคาคา่ ถา่ ยเอกสารแผ่นละกบี่ าท

ข้ันวางแผนการ ใชว้ ิธีอะไรในการแกป้ ัญหา
(ใชว้ ธิ อี ะไรในการแกป้ ัญหา วาดภาพหรือเขียน หาผลหารของจานวนนบั กบั จานวนนับในแนวตง้ั
ประโยคสญั ลักษณ์) สามารถแปลงเปน็ รปู ภาพหรอื ประโยคสญั ลักษณไ์ ดอ้ ยา่ งไร

297  132  

ขั้นดาเนินการตามแผน 132)2972.25
(วธิ ีท่จี ะใช้ในการหาคาตอบและแสดงวธิ คี ิดโดย 264
ละเอียด) 33.0
26.4
6.60
6.60
0

ข้ันตรวจสอบคาตอบ 132  2.25 = 297
(มองย้อนเพือ่ ตรวจสอบและขยายผล) ดงั น้ัน 297  132 = 2.25

2) 18 ÷ 8 8)182.25 3) 23 ÷ 1000
วธิ ที า 16 วธิ ที า 1000)230..00023
2.0
ตรวจสอบ 8  2.25 = 18 1.6 20.00
ดังนน้ั 18 ÷ 8 = 2.25 0.040 3.000
0.040 3.000
ตอบ 2.25 0
0

ตรวจสอบ 1000  0.023 = 23
ดงั นน้ั 23 ÷ 1000 = 0.023

ตอบ 0.023

ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………………………………..ชัน้ ………………………เลขที่……………..


200

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 57

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 ทศนิยม
เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว จานวน 34 ชวั่ โมง
ผู้สอน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ชั่วโมง

วันท…ี่ …..เดือน…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกี่ยวกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ท่ีต้องการวดั

และนาไปใช้

ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.5/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีการเปลี่ยน

หนว่ ยและเขยี นในรูปทศนยิ ม

สาระสาคญั

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยความยาว

1 เซนติเมตร เท่ากบั 10 มิลลเิ มตร

1 เมตร เทา่ กับ 100 เซนตเิ มตร

1 กิโลเมตร เทา่ กบั 1,000 เมตร

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้แี ล้วนักเรยี นสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)

บอกคาตอบของความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยความยาวที่กาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P)

เขยี นแสดงวธิ ีการหาคาตอบของความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยความยาวทีก่ าหนดให้

ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

แสดงพฤตกิ รรมความมวี นิ ัยในตนเอง

สาระการเรียนรู้

1. ความรู้ (K)

ทศนยิ มกบั การวดั

2. สมรรถนะสาคัญ (P)

2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พูด อ่าน เขียน)

2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตุผล และการเช่ือมโยง)

2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)

2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ (ทางานแบบรว่ มมือรวมพลงั )

2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

3.ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

ความมวี นิ ยั ในตนเอง


201

กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ กี ารสอนแบบปกติ)
1. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1.1 ครูกลา่ วทักทายนกั เรียน จากน้ันแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ ห้นักเรียนทราบ
1.2 ครทู บทวนความรนู้ ักเรียนโดยใชค้ าถามเพอ่ื กระตุ้นความรู้นักเรียน ดงั นี้
1.2.1 นกั เรียนรู้จกั หน่วยความยาวหรอื ไม่ (ร้จู กั /ไมร่ ู้จัก)
1.2.2 ในชีวิตประจาวัน นกั เรียนร้จู กั หน่วยวัดความยาวอะไรบ้าง (มลิ ลเิ มตร/

เซนติเมตร/เมตร/กโิ ลเมตร)
1.2.2 ถา้ นกั เรยี นต้องการวดั ส่วนสูงของตวั เอง นกั เรยี นจะเลอื กใช้หน่วยใด

(เซนตเิ มตร/เมตร)
2. ขั้นสอน
2.1 ครูใช้กิจกรรม ถาม-ตอบ ดังนี้
2.1.1 ความยาว 1 เซนติเมตร เท่ากบั ก่ีมลิ ลเิ มตร (10 มิลลเิ มตร)
2.1.2 ความยาว 1 เมตร เท่ากบั ก่เี ซนตเิ มตร (100 เซนตเิ มตร)
2.1.3 ความยาว 1 กิโลเมตร เท่ากบั กี่เมตร (1,000 เมตร)
2.2 ครูนาเสนอตัวอย่าง ดังน้ี
ตวั อยา่ งที่ 1 ดนิ สอยาว 4.5 เซนติเมตรคิดเป็นก่เี ซนติเมตร ก่ีมลิ ลเิ มตร
วธิ ีคดิ 4.5 เซนตเิ มตรเทา่ กับ 4 เซนตเิ มตรกับ 0.5 เซนติเมตร
และ 0.5 เซนตเิ มตรคิดเป็น 0.5×10 = 5 มลิ ลเิ มตร
แสดงวา่ 4.5 เซนตเิ มตร คิดเป็น 4 เซนตเิ มตร 5 มลิ ลเิ มตร
ตอบ 4 เซนตเิ มตร 5 มิลลิเมตร
ตัวอย่างท่ี 2 ตั้มสงู 1.72 เมตร คดิ เป็นก่เี มตร กี่เซนติเมตร
วิธคี ดิ 1.72 เมตร เท่ากบั 1 เมตร กับ 0.72 เมตร
และ 0.72 เมตร คดิ เปน็ 0.72×100 = 72 เซนตเิ มตร
แสดงวา่ 1.72 เมตร คิดเป็น 1 เมตร 72 เซนตเิ มตร
ตอบ 1 เมตร 72 เซนตเิ มตร
ตวั อยา่ งท่ี 3 ดนิ สอแท่งหนง่ึ ยาว 12 เซนติเมตร3มลิ ลเิ มตร คิดเป็นก่ีเซนตเิ มตร
วิธีคิด 10 มลิ ลเิ มตร เทา่ กบั 1เซนตเิ มตร
3 มลิ ลเิ มตร คดิ เปน็ 3 ÷10 = 0.3 เซนติเมตร
แสดงวา่ 12 เซนตเิ มตร 3 มลิ ลิเมตร คดิ เป็น 12.3 เซนตเิ มตร
ตอบ 12.3 เซนตเิ มตร


202

ตวั อย่างที่ 4 อานวยพรว่ิงมาราธอนเป็นระยะทาง 42,195 เมตร คิดเปน็
กีก่ ิโลเมตร

วธิ ีคดิ 42,195 เมตร คดิ เปน็ 42,195 ÷ 1,000 = 42.195 กโิ ลเมตร
ตอบ 42.195 กโิ ลเมตร
3. ขั้นสรุป
ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปบทเรียน โดยครถู ามนักเรียนว่า เราจะมวี ิธกี ารหาคาตอบของ
ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาวได้อย่างไร จากน้ันให้นกั เรียนสรุปใหไ้ ดว้ ่า

ความสมั พันธ์ระหว่างหนว่ ยความยาว

1 เซนติเมตร เท่ากบั 10 มลิ ลเิ มตร
100 เซนตเิ มตร
1 เมตร เท่ากับ 1,000 เมตร

1 กโิ ลเมตร เท่ากบั

4. ขั้นนาไปใช้
ครูให้นักเรยี นทดสอบความรู้ความเข้าใจ โดยให้นกั เรียนทากิจกรรมตอบคาถาม

จากหนังสอื เรียนคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) หน้า 107 ลงสมดุ
สอื่ การเรยี นรูแ้ ละแหล่งการเรียนรู้

1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนังสอื เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พมิ พ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าว่า ทศนยิ ม ป.5


203

การวัดผลและประเมินผล วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมตอบคาถาม หนังสอื ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
การตรวจกจิ กรรม เรยี นคณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 75 ขน้ึ ไป
1. นกั เรียนสามารถบอก ตอบคาถาม หนังสือ ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) หน้า
คาตอบของความสัมพันธ์ เรียนคณติ ศาสตร์ 107 ผา่ นเกณฑ์ 3
ระหว่างหนว่ ยความยาวท่ี พ้นื ฐาน ป.5 เลม่ 1 คะแนนขน้ึ ไป หรือ
กาหนดให้ (สสวท.) หน้า 107 กิจกรรมตอบคาถาม อยู่ในระดับคุณภาพ
ได้อยา่ งถกู ต้อง (K) หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ดี ขึ้นไป
2. นกั เรียนสามารถเขยี น การตรวจกจิ กรรม พน้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
แสดงวธิ กี ารหาคาตอบของ ตอบคาถาม หนงั สือ หน้า 107/แบบบันทกึ ผา่ นเกณฑ์ระดับ 3
ความสัมพันธร์ ะหว่างหน่วย เรียนคณิตศาสตร์ คะแนนด้านทกั ษะกระบวน ขึน้ ไป
ความยาวทีก่ าหนดใหไ้ ด้อยา่ ง พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 การ
ถกู ต้อง(P) (สสวท.) หนา้ 107/
แบบบนั ทึกคะแนน แบบบันทึกการสงั เกต
3. นักเรยี นแสดงพฤติกรรม ด้านทกั ษะกระบวน พฤติกรรม
ความมวี ินัยในตนเอง (A) การ

การสังเกตพฤติกรรม


204


205


206


207

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 58

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ทศนิยม
เรื่อง ความสัมพันธร์ ะหว่างหนว่ ยน้าหนกั จานวน 34 ช่วั โมง
ผูส้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ช่วั โมง

วันท…่ี …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเก่ยี วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสิง่ ทีต่ ้องการวดั

และนาไปใช้

ตัวช้ีวัด ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้าหนักท่ีมีการเปล่ียน

หน่วยและเขยี นในรปู ทศนิยม

สาระสาคญั

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยน้าหนัก

1 กโิ ลกรมั เท่ากบั 1,000 กรัม

1 ตนั เท่ากบั 1,000 กิโลกรมั

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เม่อื เรียนจบคาบน้แี ลว้ นกั เรยี นสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)

บอกคาตอบของความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยนา้ หนกั ท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง

2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P)

เขยี นแสดงวธิ กี ารหาคาตอบของความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยนา้ หนกั ท่กี าหนดให้

ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง

3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)

แสดงพฤติกรรมความมีวินัยในตนเอง

สาระการเรยี นรู้

1. ความรู้ (K)

ทศนิยมกบั การวดั

2. สมรรถนะสาคัญ (P)

2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พูด อ่าน เขียน)

2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตุผล และการเช่ือมโยง)

2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)

2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลงั )

2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

3.ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

ความมีวินัยในตนเอง


208

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีการสอนแบบปกติ)
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น
1.1 ครูทบทวนความรู้นักเรียนโดยใชค้ าถามเพ่อื กระตนุ้ ความรนู้ กั เรยี น ดังน้ี
1.1.1 นกั เรยี นร้จู กั หน่วยน้าหนักหรอื ไม่ (รจู้ ัก/ไม่รู้จัก)
1.1.2 ในชีวิตประจาวัน นกั เรียนรจู้ กั หน่วยน้าหนักอะไรบา้ ง (กรมั /กิโลกรัม/ตนั )
1.1.2 ถ้านกั เรียนต้องการชง่ั น้าหนักของตวั เอง นักเรยี นจะเลือกใชห้ นว่ ยใด

(กิโลกรมั )
2. ข้นั สอน
2.1 ครใู ช้กิจกรรม ถาม-ตอบ ดงั นี้
2.1.1 น้าหนัก 1 กโิ ลกรมั เทา่ กบั ก่กี รัม (1,000 กรัม)
2.1.2 น้าหนัก 1,000 กิโลกรมั เท่ากับกต่ี ัน (1 ตนั )
2.2 ครนู าเสนอตัวอยา่ ง ดังนี้
ตวั อย่างที่ 1 อง่นุ 2.598 กโิ ลกรัม คิดเป็นกกี่ โิ ลกรมั กี่กรมั
วิธีคิด 2.598 กโิ ลกรัม เท่ากบั 2 กิโลกรมั กบั 0.598 กรัม
และ 0.598 กโิ ลกรัม คดิ เป็น 0.598 × 1,000 = 598 กรัม
แสดงวา่ 2.598 กิโลกรมั คดิ เปน็ 2 กโิ ลกรมั 598 กรัม
ตอบ 2 กิโลกรมั 598 กรมั
ตวั อยา่ งท่ี 2 เนอื้ ไก่ 1 กโิ ลกรัม 600 กรมั คิดเป็นก่ีกิโลกรมั
วิธคี ิด 1,000 กรมั เท่ากับ 1 กิโลกรมั
600 กรัม เทา่ กับ 600 ÷ 1,000 = 0.6 กโิ ลกรมั
แสดงวา่ 1 กโิ ลกรมั 600 กรมั คดิ เปน็ 1.6 กิโลกรมั
ตอบ 1.6 กโิ ลกรมั
ตัวอย่างที่ 3 ทราย 4,500 กโิ ลกรมั คดิ เป็นก่ีตัน
วธิ คี ดิ 4,500 กโิ ลกรมั คิดเป็น 4,500 ÷ 1,000 = 4.500 ตนั หรอื 4.5ตนั
ตอบ 4.5 ตนั
3. ข้นั สรปุ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปบทเรยี น โดยครูถามนักเรียนว่า เราจะมวี ิธกี ารหาคาตอบของ

ความสมั พันธ์ระหว่างหน่วยน้าหนักได้อย่างไร จากนัน้ ใหน้ ักเรียนสรปุ ให้ได้วา่

ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหน่วยน้าหนกั

1 กโิ ลกรัม เทา่ กับ 1,000 กรัม
1,000 กโิ ลกรมั
1 ตนั เทา่ กบั


209

4. ข้นั นาไปใช้

ครใู หน้ กั เรียนทดสอบความรูค้ วามเข้าใจ โดยใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมตอบคาถาม

จากหนังสอื เรยี นคณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) หนา้ 108 ลงสมดุ

สอ่ื การเรียนรู้และแหล่งการเรยี นรู้

1. สอ่ื การเรียนรู้

1.1 หนังสอื เรียนรายวิชาคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)

2. แหลง่ การเรียนรู้

2.1 หอ้ งสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวทิ ยา

2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5

2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาวา่ ทศนิยม ป.5v

การวัดผลและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ

1. นกั เรยี นสามารถบอก การตรวจกจิ กรรม กิจกรรมตอบคาถาม หนงั สือ ผ่านเกณฑร์ ้อยละ

คาตอบของความสมั พันธ์ ตอบคาถาม หนังสือ เรยี นคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน 75 ขน้ึ ไป

ระหวา่ งหน่วยน้าหนกั ที่ เรียนคณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) หนา้

กาหนดให้ พนื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 108

ได้อย่างถูกตอ้ ง (K) (สสวท.) หนา้ 108

2. นกั เรยี นสามารถเขยี น กิจกรรมตอบคาถาม กจิ กรรมตอบคาถาม ผา่ นเกณฑ์ 3

แสดงวธิ กี ารหาคาตอบของ หนงั สือเรยี น หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ คะแนนขน้ึ ไป หรือ

ความสมั พันธ์ระหว่าง คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) อยู่ในระดับคุณภาพ

หนว่ ยนา้ หนักทก่ี าหนดให้ ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) หนา้ 108/แบบบันทึก ดี ขึ้นไป

ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (P) หนา้ 108 /แบบ คะแนนด้านทักษะ

บนั ทึกคะแนนดา้ น กระบวนการ

ทักษะกระบวนการ

3. นักเรียนแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบนั ทกึ การสังเกต ผา่ นเกณฑ์ระดับ 3

ความมีวนิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม ขึน้ ไป


210


211


212


213

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 59

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ทศนิยม
เร่อื ง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยปริมาตร จานวน 34 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท…ี่ …..เดือน…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้ืนฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ ้องการวัด

และนาไปใช้

ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.5/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีการเปล่ียน

หนว่ ยและเขียนในรูปทศนยิ ม

ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้าหนักท่ีมีการเปลี่ยน

หน่วยและเขียนในรูปทศนยิ ม

สาระสาคญั

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหนว่ ยปริมาตร

1 ลติ ร เทา่ กบั 1,000 มิลลิลติ ร

จุดประสงค์การเรยี นรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้แี ลว้ นกั เรียนสามารถ

1. ด้านความรู้ (K)

บอกคาตอบของความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหน่วยปริมาตรท่ีกาหนดให้ได้อย่างถกู ตอ้ ง

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)

เขียนแสดงวธิ กี ารหาคาตอบของความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยปรมิ าตรทก่ี าหนดให้

ไดอ้ ย่างถกู ต้อง

3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)

แสดงพฤติกรรมความมีวนิ ัยในตนเอง

สาระการเรยี นรู้

1. ความรู้ (K)

ทศนิยมกบั การวัด

2. สมรรถนะสาคัญ (P)

2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟัง พดู อา่ น เขยี น)

2.2 ความสามารถในการคดิ (การให้เหตุผล และการเช่ือมโยง)

2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)

2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ (ทางานแบบร่วมมือรวมพลงั )

2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

3.ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

ความมวี นิ ัยในตนเอง


214

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วิธกี ารสอนแบบปกต)ิ
1. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
1.1 ครทู บทวนความรูน้ ักเรียนโดยใช้คาถามเพอ่ื กระต้นุ ความรนู้ กั เรยี น ดงั น้ี
1.1.1 นกั เรียนรูจ้ กั หนว่ ยปริมาตรหรือไม่ (รจู้ กั /ไม่รจู้ ัก)
1.1.2 ในชีวติ ประจาวนั นกั เรียนรู้จกั หน่วยปริมาตรอะไรบา้ ง (มิลลิลติ ร/ลิตร)
2. ขน้ั สอน
2.1 ครูถามนักเรียนว่า “ปริมาตร 1 ลิตร เทา่ กบั ก่มี ลิ ลลิ ติ ร” (1,000 มิลลิลิตร)
2.2 ครนู าเสนอตัวอย่าง ดังน้ี
ตวั อย่างท่ี 1 นม 1.25 ลติ ร คดิ เป็นกล่ี ิตร ก่ีมิลลิลติ ร
วิธคี ิด 1.25 ลติ ร เท่ากับ 1 ลิตร กับ 0.25 ลิตร
และ 0.25 ลิตร คดิ เปน็ 0.25 × 1,000 = 250 มลิ ลลิ ติ ร
แสดงวา่ 1.25 ลติ ร คิดเป็น 1 ลติ ร 250 มลิ ลิลิตร
ตอบ 1 ลติ ร 250 มลิ ลลิ ิตร
ตัวอยา่ งที่ 2 แอลกอฮอล์ (Alcohol) 1,500 มลิ ลลิ ิตร คิดเป็นก่ีลติ ร
วิธคี ดิ 1,500 มิลลลิ ติ รคดิ เปน็ 1,500 ÷ 1,000 = 1.500 ลิตร
หรือ 1.5 ลติ ร
ตอบ 1.5 ลิตร
3. ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปบทเรียน โดยครถู ามนักเรยี นว่า เราจะมวี ธิ ีการหาคาตอบของ

ความสมั พนั ธร์ ะหว่างหน่วยปริมาตรได้อย่างไร จากนนั้ ให้นักเรียนสรปุ ให้ไดว้ า่

ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยปริมาตร

1 ลติ ร เทา่ กับ 1,000 มิลลิลติ ร

4. ข้นั นาไปใช้
ครใู หน้ กั เรียนทดสอบความรูค้ วามเข้าใจ โดยใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมตอบคาถาม

จากหนงั สือเรียนคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) หน้า 109 ลงสมดุ
สอ่ื การเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้

1. ส่อื การเรียนรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

2. แหล่งการเรยี นรู้
2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาวา่ ทศนิยม ป.5


215

การวดั ผลและประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมตอบคาถาม ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
การตรวจกจิ กรรม หนงั สือเรยี น 75 ขนึ้ ไป
1. นกั เรียนสามารถบอก ตอบคาถาม หนงั สอื คณิตศาสตร์พื้นฐาน
คาตอบของความสัมพนั ธ์ เรียนคณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) ผา่ นเกณฑ์ 3
ระหวา่ งหน่วยปรมิ าตรท่ี พ้ืนฐาน ป.5 เลม่ 1 หน้า 109 คะแนนข้ึนไป หรือ
กาหนดให้ (สสวท.) หน้า 109 กจิ กรรมตอบคาถาม อยู่ในระดับคณุ ภาพ
ได้อย่างถกู ต้อง (K) หนงั สอื เรียน ดี ขนึ้ ไป
2. นกั เรียนสามารถเขียน การตรวจกิจกรรม คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน
แสดงวธิ กี ารหาคาตอบของ ตอบคาถาม หนงั สือ ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหน่วย เรยี นคณติ ศาสตร์ หนา้ 109/แบบบนั ทึก ขนึ้ ไป
ปรมิ าตรทกี่ าหนดให้ พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 คะแนนด้านทกั ษะ
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P) (สสวท.) หนา้ 109/ กระบวนการ
แบบบันทกึ คะแนน
3. นักเรียนแสดงพฤติกรรม ด้านทักษะ แบบบันทึกการสงั เกต
ความมีวินัยในตนเอง (A) กระบวนการ พฤติกรรม

การสังเกตพฤติกรรม


216


217


218


219

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 60

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนยิ ม
เรอื่ ง โจทยป์ ัญหาทศนิยม จานวน 34 ชัว่ โมง
ผ้สู อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท…่ี …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ

ของจานวนผลท่เี กิดขึน้ จากการดาเนนิ การสมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร

ทศนิยม 2 ขน้ั ตอน
สาระสาคัญ

การแกโ้ จทย์ปญั หาทศนิยมไม่เกนิ 2 ขั้นตอน เรม่ิ จากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผน
การแกป้ ัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เมื่อเรียนจบคาบน้แี ลว้ นักเรยี นสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทยป์ ญั หาทศนยิ ม 1 ขั้นตอนที่กาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาทศนยิ ม 1 ขัน้ ตอนท่ีกาหนดให้

ได้อยา่ งถูกต้อง
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3.1 มวี นิ ัย
3.2 ใฝ่เรยี นรู้
3.3 มีความรอบคอบ

สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปัญหาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พดู อา่ น เขียน)
2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตุผล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ


220

3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3.1 มีวินัย
3.2 ใฝเ่ รียนรู้
3.3 มีความรอบคอบ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐานเสรมิ ดว้ ยกระบวนการแกป้ ญั หาของโพลยา)
ขน้ั ที่ 1 กาหนดปัญหา
1. ครชู ้ีแจงจุดประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรยี นจบคาบนี้แล้วนักเรียนสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปญั หาทศนิยม 1 ขน้ั ตอนทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.2 เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาทศนยิ ม 1 ขัน้ ตอนท่ีกาหนดให้

ได้อยา่ งถูกต้อง
1.3 มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้และมีความรอบคอบในการทางาน

2. ครใู ห้นักเรียนทาแบบทดสอบ เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาทศนยิ ม จานวน 20 ขอ้ ใช้เวลา 40 นาที
เป็นรายบคุ คล

ขน้ั ท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแก้ปญั หา)
1. ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนทาความเขา้ ใจโจทย์ปัญหา
2. ครตู งั้ คาถามกระต้นุ ให้ผูเ้ รียนคดิ วิเคราะห์โจทยป์ ัญหา โดยมีประเดน็ คาถาม ดงั น้ี
2.1 โจทย์กาหนดอะไรให้
2.2 ส่งิ ที่ตอ้ งการหาคืออะไร

ขน้ั ที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาคน้ คว้า (ดาเนินการแก้ปัญหา)
1. นกั เรียนแต่ละคนลงมอื แก้ปญั หา ตามแผนทีว่ างไว้ดว้ ยตนเอง
2. ครชู ว่ ยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นักเรยี นหาคาตอบและกากบาทลงในกระดาษคาตอบ

ขัน้ ท่ี 4 สังเคราะหค์ วามรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู ห้นกั เรยี นจบั ครู่ ่วมกันอภิปรายกระบวนการท่ีได้มาซ่งึ คาตอบของปัญหาโดย

แลกเปลีย่ นเรยี นรรู้ ว่ มกันว่ามีความเหมาะสมเพยี งใด แต่ละแนวคิดในน้ันมีความเหมือนหรือแตกตา่ ง
กันอยา่ งไร แลว้ สงั เคราะหค์ วามรู้ภายในคขู่ องตนเอง

2. นกั เรียนแต่ละคนนาคาตอบที่หาได้มาไปตรวจสอบความถกู ต้องโดยการทาย้อนกลับจาก
คาตอบไปสสู่ ง่ิ ที่กาหนดให้วา่ สมเหตสุ มผลหรอื ไม่ หรือมีข้อขัดแยง้ กันหรือไม่

ข้นั ท่ี 5 สรปุ และประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูให้นกั เรียนแต่ละคสู่ รุปองค์ความร้ทู ่ีไดจ้ ากการแกป้ ัญหา พร้อมทง้ั พจิ ารณาความ

เหมาะสมวา่ เพยี งพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรูใ้ หม่
2. ผเู้ รียนแต่ละคนู่ าข้อมูลท่ีได้ทั้งหมดมาประมวลสร้างองค์ความร้ใู หมแ่ ละประเมนิ

ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบตั งิ านกลุ่ม ความพึงพอใจ พรอ้ มทัง้ วิธกี าร หรอื รปู แบบการนาเสนอ
ผลงานทีน่ า่ สนใจ


221

ข้นั ที่ 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน

1. ครูให้นกั เรียนนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณป์ ญั หาทกี่ าหนดไว้หนา้ ช้ันเรยี น

โดยการส่มุ จากการจับไม้ไอศกรีมหมายเลข

2. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอธิบายเพิ่มเติมวา่ “การแกโ้ จทย์ปญั หาทศนิยมไม่เกนิ 2 ข้นั ตอน

เริม่ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการแกป้ ัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ”

สอ่ื การเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้

1. สอ่ื การเรยี นรู้

1.1 หนงั สือเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)

1.2 แบบทดสอบเรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาทศนิยม

1.3 ไม้ไอศกรีมหมายเลข

2. แหล่งการเรียนรู้

2.1 หอ้ งสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวทิ ยา

2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5

การวัดผลและประเมินผล

สงิ่ ทต่ี ้องการวัด วิธ/ี เคร่อื งมอื การวดั ผล เกณฑ์ที่ตอ้ งการให้ผา่ น

1. นกั เรยี นสามารถบอกคาตอบ แบบทดสอบเรื่อง โจทยป์ ญั หา ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ขึ้นไป

ของโจทยป์ ัญหาทศนิยม 1 ทศนยิ ม

ขั้นตอนที่กาหนดให้ได้อยา่ ง

ถกู ต้อง (K)

2. นักเรียนสามารถเขยี นแสดงวิธี - แบบทดสอบเรื่อง โจทย์ปัญหา ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3 ขน้ึ ไป

หาคาตอบของโจทย์ปัญหา ทศนิยม

ทศนิยม 1 ข้นั ตอนที่กาหนดให้ได้ - แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม

อยา่ งถูกต้อง (P) นกั เรยี น

3. นักเรียนมีวินัย ใฝเ่ รียนรแู้ ละมี แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์ระดับ 2 ขึ้นไป

ความรอบคอบในการทางาน (A) นักเรียน


222


223


224


225

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 61

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทศนยิ ม
เรื่อง โจทยป์ ัญหาการคณู ทศนยิ ม จานวน 34 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ช่ัวโมง

วนั ท…ี่ …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ

ของจานวนผลท่ีเกิดขนึ้ จากการดาเนินการสมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร

ทศนยิ ม 2 ขั้นตอน
สาระสาคญั

การแก้โจทยป์ ัญหาทศนิยมไม่เกิน 2 ขนั้ ตอน เริ่มจากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการ
แกป้ ญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรียนจบคาบนี้แล้วนกั เรยี นสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทยป์ ญั หาการคณู ทศนยิ ม 1 ข้นั ตอนทกี่ าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการคณู ทศนิยม 1 ข้ันตอนที่กาหนดให้

ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมีวนิ ัยในตนเอง

สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปัญหาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟงั พดู อา่ น เขียน)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ด้านคุณลักษณะ (A)
ความมีวินยั ในตนเอง


226

กิจกรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐานเสริมดว้ ยกระบวนการแกป้ ัญหาของโพลยา)
ขั้นท่ี 1 กาหนดปญั หา
1. ครูชแ้ี จงจุดประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรียนจบคาบนี้แลว้ นกั เรยี นสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปญั หาการคูณทศนิยม 1 ข้ันตอนทก่ี าหนดให้ได้อยา่ งถกู ต้อง
1.2 เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการคณู ทศนยิ ม 1 ขนั้ ตอนที่กาหนดให้

ไดอ้ ย่างถูกต้อง
1.3 มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้และมีความรอบคอบในการทางาน

2. ครูนาเสนอสถานการณ์ปัญหา “วาฬหลงั คอ่ ม” ดงั น้ี

วาฬหลงั คอ่ มว่ายนา้ ไดร้ ะยะทางเฉล่ียชว่ั โมงละ 14.5 กิโลเมตร ใน 1 วัน
วาฬหลงั ค่อมจะวา่ ยน้าไดร้ ะยะทางเฉล่ียกก่ี โิ ลเมตร

3. ครแู จกใบกิจกรรม “วาฬหลังคอ่ ม” ให้กบั นักเรียนรายบุคคล
ขั้นที่ 2 ทาความเข้าใจกับปญั หา (ทาความเขา้ ใจปญั หาและวางแผนแกป้ ญั หา)

1. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนทาความเขา้ ใจปัญหา “วาฬหลงั คอ่ ม” โดยท่ีครเู ดินสารวจรอบ ๆ
ห้อง คอยชว่ ยเหลือนักเรยี น

2. นกั เรยี นแต่ละคนรว่ มกนั อภปิ รายตีความหมายของสถานการณ์ปญั หา โดยที่ครคู อย
กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณ์ปัญหาอยา่ งละเอียด

3. ครูตั้งคาถามกระตุ้นใหผ้ ู้เรียนคดิ วิเคราะหส์ ถานการณ์ปัญหา โดยมปี ระเด็นคาถาม ดังน้ี
3.1 โจทย์กาหนดอะไรให้ (วาฬหลงั ค่อมวา่ ยนา้ ได้ระยะทางเฉลีย่ ชั่วโมงละ 14.5

กิโลเมตร)
3.2 ส่งิ ที่ตอ้ งการหาคืออะไร (ใน 1 วัน วาฬหลงั ค่อมจะวา่ ยนา้ ได้ระยะทางเฉล่ยี กี่

กโิ ลเมตร)
3.3 ขอ้ มลู ท่ีกาหนดให้มีเง่ือนไขอย่างไรบา้ ง (ใน 1 วัน มกี ช่ี ว่ั โมง)

4. นกั เรียนรว่ มกนั อธิบาย/เช่ือมโยงความสัมพันธร์ ะหว่างส่ิงที่กาหนดกับสิง่ ทต่ี ้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวิธคี น้ หาคาตอบ ว่ามปี ระเดน็ หรอื หวั ข้ออะไรบา้ งที่ตอ้ งการศกึ ษาคน้ ควา้
และตั้งคาถามกระต้นุ ให้นกั เรียนแนวทางในการหาคาตอบ

5. ครตู ง้ั คาถามว่า “นักเรียนจะมวี ธิ กี ารหาคาตอบอยา่ งไร” จากนั้นให้นักเรียนเขียนบนั ทึก
ลงในใบกิจกรรม “วาฬหลงั ค่อม” (เชน่ นาจานวนช่วั โมงใน 1 วัน คูณกับระยะทางเฉลี่ยทว่ี าฬหลัง
คอ่ ม ว่ายน้าได้ใน 1 ช่วั โมง จะได้ 24 × 14.5 = 348 กโิ ลเมตร)

6. ครูช่วยดแู ลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมูล
ขั้นที่ 3 ดาเนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้ (ดาเนินการแก้ปัญหา)

1. นกั เรียนแตล่ ะคนลงมอื แก้ปัญหา ตามแผนทวี่ างไวด้ ้วยตนเอง
2. ครชู ่วยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นักเรยี นบนั ทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปัญหาท่ีกาหนด


227

ข้ันท่ี 4 สังเคราะหค์ วามรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู หน้ ักเรยี นจบั ครู่ ว่ มกันอภปิ รายกระบวนการที่ไดม้ าซ่งึ คาตอบของปญั หาโดย

แลกเปลีย่ นเรยี นรรู้ ว่ มกันวา่ มีความเหมาะสมเพียงใด แตล่ ะแนวคดิ ในน้นั มีความเหมือนหรอื แตกตา่ ง
กันอย่างไร แล้วสังเคราะห์ความรู้ภายในคูข่ องตนเอง

2. นกั เรียนแตล่ ะคนนาคาตอบท่ีหาได้มาไปตรวจสอบความถกู ต้องโดยการทาย้อนกลับจาก
คาตอบไปสสู่ งิ่ ท่ีกาหนดให้ว่าสมเหตสุ มผลหรอื ไม่ หรือมีข้อขดั แยง้ กันหรือไม่

ขัน้ ท่ี 5 สรุปและประเมินคา่ หาคาตอบ
1. ครูให้นักเรียนแตล่ ะคสู่ รุปองคค์ วามรูท้ ี่ไดจ้ ากการแกป้ ญั หา พรอ้ มทงั้ พิจารณาความ

เหมาะสมว่าเพยี งพอหรือไม่ โดยครูช่วยตรวจการประมวลการสร้างองค์ความรู้ใหม่
2. ผเู้ รียนแตล่ ะคนู่ าข้อมลู ท่ีได้ท้งั หมดมาประมวลสรา้ งองค์ความรูใ้ หมแ่ ละประเมนิ

ประสิทธภิ าพ คณุ ภาพการปฏิบัตงิ านกลุ่ม ความพึงพอใจ พรอ้ มทง้ั วิธีการ หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานที่นา่ สนใจ

ขนั้ ท่ี 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูใหน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ปัญหาท่ีกาหนดไวห้ นา้ ช้ันเรยี น

โดยการสุ่มจากการจับไม้ไอศกรีมหมายเลข
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อธิบายเพิม่ เติมว่า “การแก้โจทย์ปญั หาทศนิยมไม่เกนิ 2 ขั้นตอน

เริ่มจากทาความเข้าใจปญั หา วางแผนการแกป้ ัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ”
สือ่ การเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้

1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนังสือเรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 ใบกจิ กรรม “วาฬหลังค่อม”
1.3 ไม้ไอศกรมี หมายเลข

2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนิยม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าว่า ทศนยิ ม ป.5


228

การวัดผลและประเมินผล วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “วาฬหลังคอ่ ม” ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ

1. นกั เรียนสามารถบอก “วาฬหลังค่อม” 75 ขน้ึ ไป
คาตอบของโจทยป์ ญั หาการ
คณู ทศนิยม 1 ขนั้ ตอนท่ี การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “วาฬหลัง ผ่านเกณฑ์ 3
กาหนดให้ “วาฬหลังค่อม” / ค่อม”/แบบบันทึกคะแนน คะแนนขน้ึ ไป หรือ
ไดอ้ ย่างถกู ต้อง (K) แบบบันทกึ คะแนน ด้านทักษะกระบวนการ อยูใ่ นระดับคุณภาพ
ดา้ นทกั ษะ ดี ขน้ึ ไป
2. นกั เรียนสามารถเขยี น กระบวนการ
แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์
ปัญหา การสงั เกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกการสงั เกต ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
การคณู ทศนิยม 1 ขั้นตอน พฤติกรรม ข้นึ ไป
ทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกตอ้ ง
(P)

3. นักเรยี นแสดงพฤตกิ รรม
ความมวี นิ ัยในตนเอง (A)


229


230


231


232

ใบกิจกรรม “วาฬหลังค่อม”

วาฬหลงั คอ่ มว่ายนา้ ไดร้ ะยะทางเฉลี่ยชัว่ โมงละ 14.5 กิโลเมตร ใน 1 วัน
วาฬหลงั ค่อมจะว่ายน้าได้ระยะทางเฉลี่ยกก่ี โิ ลเมตร

 โจทย์กาหนดอะไรให้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ส่งิ ท่ีต้องการหาคืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ข้อมลู ท่ีกาหนดให้มเี ง่ือนไขอย่างไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 มีวิธกี ารหาคาตอบอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ดาเนินการหาคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ตรวจสอบคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชอ่ื -สกุล…………………………………………………………………………………………..ชัน้ ……………เลขที่…………..


233

เฉลยใบกจิ กรรม “วาฬหลงั คอ่ ม”

วาฬหลังค่อมวา่ ยนา้ ได้ระยะทางเฉลีย่ ชั่วโมงละ 14.5 กิโลเมตร ใน 1 วัน
วาฬหลงั ค่อมจะวา่ ยน้าไดร้ ะยะทางเฉลี่ยกีก่ ิโลเมตร

 โจทย์กาหนดอะไรให้
วาฬหลงั ค่อมวา่ ยนา้ ได้ระยะทางเฉลย่ี ชั่วโมงละ 14.5 กิโลเมตร

 สงิ่ ที่ตอ้ งการหาคืออะไร
ใน 1 วนั วาฬหลงั ค่อมจะวา่ ยนา้ ได้ระยะทางเฉลี่ยกี่กิโลเมตร

 ข้อมลู ท่ีกาหนดให้มเี งื่อนไขอย่างไรบา้ ง
ใน 1 วนั มีกชี่ วั่ โมง

 มีวธิ ีการหาคาตอบอย่างไร
นาจานวนชว่ั โมงใน 1 วนั คูณกับระยะทางเฉลยี่ ท่ีวาฬหลังคอ่ ม วา่ ยน้าไดใ้ น 1 ช่วั โมง

 ดาเนนิ การหาคาตอบ
ใน 1 วนั มี 24 ชั่วโมง
จะได้ 24 × 14.5 = 348 กิโลเมตร
ดังน้ัน ใน 1 วนั วาฬหลงั ค่อมจะวา่ ยน้าไดร้ ะยะทางเฉลีย่ 348 กโิ ลเมตร

 ตรวจสอบคาตอบ
ตอ้ งหาวา่ ใน 1 ชั่วโมง วาฬวา่ ยน้าได้ระยะทางเฉล่ยี เทา่ ใด ซ่ึงหาไดจ้ าก 348 ÷24 = 14.5
กม.
พบวา่ สอดคล้องกบั โจทย์ แสดงวา่ 348 กม. เป็นคาตอบท่ีถูกต้อง

ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชั้น…………เลขที่…………


234

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 62

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทศนยิ ม
เรื่อง โจทยป์ ัญหาการหารทศนยิ ม จานวน 34 ชว่ั โมง
ผูส้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ช่ัวโมง

วันท…ี่ …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ

ของจานวนผลท่ีเกิดขึน้ จากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร

ทศนยิ ม 2 ขั้นตอน
สาระสาคญั

การแก้โจทยป์ ญั หาทศนยิ มไม่เกิน 2 ขน้ั ตอน เริม่ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการ
แกป้ ญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นกั เรยี นสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการหารทศนิยม 1 ขนั้ ตอนท่กี าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการหารทศนยิ ม 1 ขน้ั ตอนที่กาหนดให้

ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมีวินัยในตนเอง

สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปัญหาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พดู อา่ น เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคิด (การใหเ้ หตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ด้านคุณลกั ษณะ (A)
ความมีวนิ ยั ในตนเอง


235

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐานเสรมิ ดว้ ยกระบวนการแกป้ ญั หาของโพลยา)
ขน้ั ท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครูชแี้ จงจุดประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรยี นจบคาบน้ีแล้วนกั เรียนสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการหารทศนิยม 1 ขั้นตอนท่ีกาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง
1.2 เขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการหารทศนยิ ม 1 ขน้ั ตอนที่กาหนดให้

ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
1.3 มวี ินัย ใฝ่เรียนรแู้ ละมีความรอบคอบในการทางาน

2. ครูนาเสนอสถานการณ์ปญั หา “เชือกของปู” ดังนี้

เชือกยาว 4.5 เมตร ปนู าเชอื กมาตดั เปน็ เส้น เส้นละเท่า ๆ กนั ได้ 9 เส้น
เชือกแต่ละเสน้ ยาวกเี่ มตร

3. ครูแจกใบกิจกรรม “เชือกของปู” ให้กับนักเรียนรายบคุ คล
ขน้ั ที่ 2 ทาความเข้าใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแกป้ ัญหา)

1. ครูให้นกั เรียนแต่ละคนทาความเข้าใจปัญหา “เชือกของปู” โดยที่ครูเดินสารวจรอบ ๆ
ห้อง คอยชว่ ยเหลือนักเรียน

2. นักเรียนแต่ละคนรว่ มกันอภิปรายตคี วามหมายของสถานการณป์ ัญหา โดยที่ครคู อย
กระตุน้ ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ัญหาอยา่ งละเอียด

3. ครูตั้งคาถามกระตุ้นให้ผู้เรียนคดิ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ปัญหา โดยมีประเด็นคาถาม ดังนี้
3.1 โจทย์กาหนดอะไรให้ (เชือกยาว 4.5 เมตร ปูนาเชือกมาตดั เป็นเส้น เส้นละเท่า ๆ กัน

ได้ 9 เส้น)
3.2 สิง่ ทีต่ ้องการหาคืออะไร (เชือกแต่ละเส้นยาวกเ่ี มตร)

4. นกั เรียนร่วมกันอธบิ าย/เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ระหว่างส่ิงทีก่ าหนดกบั ส่ิงท่ตี ้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวธิ คี น้ หาคาตอบ ว่ามปี ระเดน็ หรอื หัวข้ออะไรบ้างทต่ี ้องการศึกษาค้นคว้า
และต้ังคาถามกระตุน้ ใหน้ ักเรียนแนวทางในการหาคาตอบ

5. ครตู ง้ั คาถามว่า “นักเรียนจะมีวิธกี ารหาคาตอบอยา่ งไร” จากนน้ั ให้นกั เรยี นเขยี นบันทึก
ลงในใบกจิ กรรม “เชอื กของปู” (เชน่ นาความยาวของเชอื ก หารดว้ ยจานวนเสน้ เชือกทต่ี ัด
จะได้ 4.5 ÷ 9 = 0.5 เมตร)

6. ครูชว่ ยดแู ลตรวจสอบ แนะนาความถูกต้องของข้อมูล
ข้ันที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาคน้ ควา้ (ดาเนินการแกป้ ญั หา)

1. นักเรียนแต่ละคนลงมอื แก้ปัญหา ตามแผนทีว่ างไวด้ ้วยตนเอง
2. ครชู ่วยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นกั เรียนบนั ทึกผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปัญหาที่กาหนด
ขนั้ ท่ี 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู ห้นักเรยี นจบั ครู่ ่วมกันอภิปรายกระบวนการท่ีไดม้ าซ่ึงคาตอบของปัญหาโดย


236

แลกเปลีย่ นเรียนรู้ร่วมกันวา่ มีความเหมาะสมเพยี งใด แตล่ ะแนวคดิ ในนนั้ มีความเหมือนหรือแตกต่าง
กันอยา่ งไร แล้วสังเคราะห์ความรู้ภายในค่ขู องตนเอง

2. นักเรยี นแตล่ ะคนนาคาตอบทหี่ าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปส่สู ิ่งที่กาหนดให้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมขี ้อขดั แยง้ กนั หรือไม่

ขน้ั ที่ 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคสู่ รปุ องค์ความรูท้ ี่ได้จากการแกป้ ญั หา พร้อมทง้ั พิจารณาความ

เหมาะสมว่าเพียงพอหรือไม่ โดยครูชว่ ยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความร้ใู หม่
2. ผเู้ รียนแตล่ ะคนู่ าข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาประมวลสรา้ งองค์ความรู้ใหม่และประเมนิ

ประสทิ ธิภาพ คณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกลุม่ ความพงึ พอใจ พร้อมทงั้ วิธีการ หรอื รปู แบบการนาเสนอ
ผลงานทนี่ ่าสนใจ

ขัน้ ที่ 6 การนาเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครูใหน้ ักเรียนนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณ์ปญั หาทก่ี าหนดไว้หน้าชั้นเรียน

โดยการสุ่มจากการจบั ไม้ไอศกรีมหมายเลข
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อธิบายเพ่ิมเติมว่า “การแก้โจทย์ปัญหาทศนิยมไม่เกิน 2 ขนั้ ตอน

เร่ิมจากทาความเข้าใจปญั หา วางแผนการแก้ปัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ”
สื่อการเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้

1. สอ่ื การเรยี นรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
1.2 ใบกจิ กรรม “เชือกของปู”
1.3 ไม้ไอศกรีมหมายเลข

2. แหลง่ การเรียนรู้
2.1 ห้องสมดุ โรงเรียนหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5


237

การวัดผลและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
1. นักเรยี นสามารถบอก การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “เชือกของปู” 75 ขน้ึ ไป

คาตอบของโจทย์ปัญหาการ “เชือกของปู” ผ่านเกณฑ์ 3
คะแนนขน้ึ ไป หรือ
หารทศนิยม 1 ขั้นตอนท่ี อยใู่ นระดับคุณภาพ
ดี ข้นึ ไป
กาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง (K)
ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
2. นักเรียนสามารถเขียน การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “เชอื กของปู”/ ขน้ึ ไป

แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ “เชือกของปู”/แบบ แบบบันทึกคะแนนดา้ น

ปญั หาการหารทศนยิ ม 1 บนั ทกึ คะแนนดา้ น ทกั ษะกระบวนการ

ขน้ั ตอนที่กาหนดให้ได้อย่าง ทักษะกระบวนการ

ถกู ต้อง (P)

3. นกั เรียนแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสังเกต

ความมีวนิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม


238


239


240


241

ใบกิจกรรม “เชือกของปู”

เชอื กยาว 4.5 เมตร ปนู าเชือกมาตัดเป็นเสน้ เส้นละเท่า ๆ กนั ได้ 9 เส้น
เชอื กแต่ละเสน้ ยาวกีเ่ มตร

 โจทย์กาหนดอะไรให้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ส่งิ ทีต่ อ้ งการหาคืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ข้อมลู ท่ีกาหนดให้มีเงื่อนไขอย่างไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 มีวธิ กี ารหาคาตอบอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ดาเนินการหาคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 ตรวจสอบคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ช่อื -สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชั้น……………เลขท่ี…………..


242

เฉลยใบกจิ กรรม “เชอื กของปู”

เชือกยาว 4.5 เมตร ปูนาเชือกมาตัดเป็นเส้น เสน้ ละเท่า ๆ กนั ได้ 9 เส้น
เชอื กแตล่ ะเส้นยาวกีเ่ มตร

 โจทย์กาหนดอะไรให้
เชอื กยาว 4.5 เมตร ปนู าเชอื กมาตัดเป็นเสน้ เสน้ ละเทา่ ๆ กนั ได้ 9 เสน้

 สง่ิ ทต่ี อ้ งการหาคืออะไร
เชือกแต่ละเส้นยาวกีเ่ มตร

 มวี ธิ ีการหาคาตอบอยา่ งไร
นาความยาวของเชือก หารดว้ ยจานวนเส้นเชือกทต่ี ดั

 ดาเนินการหาคาตอบ
จะได้ 4.5 ÷ 9 = 0.5 เมตร
ดังนนั้ เชอื กแตล่ ะเสน้ ยาว 0.5 เมตร

 ตรวจสอบคาตอบ
ตอ้ งหาวา่ เม่ือนาเชือก 0.5 ม. จานวน 9 เสน้ มาวางต่อกนั จะได้ความยาวเทา่ ใด
ซง่ึ หาไดจ้ าก 9 × 0.5 = 4.5 ม. พบวา่ สอดคล้องกบั โจทย์
แสดงวา่ 0.5 ม. เป็นคาตอบท่ีถูกต้อง

ช่อื -สกุล…………………………………………………………………………………………..ช้นั ……………เลขที่…………..


243

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 63

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ทศนิยม
เรื่อง โจทย์ปญั หาการคณู และการหารทศนยิ ม จานวน 34 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ที่……..เดือน…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ

ของจานวนผลท่ีเกิดขน้ึ จากการดาเนนิ การสมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร

ทศนิยม 2 ขนั้ ตอน
สาระสาคัญ

การแก้โจทย์ปญั หาทศนิยมไม่เกนิ 2 ขั้นตอน เริ่มจากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนการ
แก้ปัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ

1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทย์ปญั หาการคูณและการหารทศนยิ ม 1 ขนั้ ตอนทกี่ าหนดให้

ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยม 1 ขั้นตอน

ทีก่ าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. ดา้ นคุณลักษณะ (A)
แสดงพฤติกรรมความมีวินัยในตนเอง

สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปัญหาทศนิยม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การให้เหตุผล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (ทางานแบบรว่ มมอื รวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ดา้ นคุณลักษณะ (A)
ความมวี นิ ยั ในตนเอง


244

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐานเสริมดว้ ยกระบวนการแกป้ ญั หาของโพลยา)
ข้นั ท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครูชแ้ี จงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นักเรยี นสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการคูณและการหารทศนยิ ม 1 ขนั้ ตอนที่กาหนดให้ได้

อยา่ งถูกต้อง
1.2 เขยี นแสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนยิ ม 1 ขน้ั ตอนท่ี

กาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
1.3 มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนร้แู ละมีความรอบคอบในการทางาน

2. ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัด 2.13 ในหนังสอื แบบฝึกหัดรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5
เล่ม 1 (สสวท.)

ขั้นที่ 2 ทาความเขา้ ใจกับปัญหา (ทาความเขา้ ใจปญั หาและวางแผนแก้ปัญหา)
1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทาความเข้าใจโจทย์ปัญหา
2. ครูตง้ั คาถามกระตุน้ ให้ผู้เรียนคิดวเิ คราะห์โจทยป์ ญั หา โดยมีประเดน็ คาถาม ดงั นี้
2.1 โจทย์กาหนดอะไรให้
2.2 สง่ิ ที่ต้องการหาคืออะไร

ขั้นที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาคน้ ควา้ (ดาเนินการแกป้ ัญหา)
1. นักเรียนแตล่ ะคนลงมอื แก้ปญั หา ตามแผนทว่ี างไว้ด้วยตนเอง
2. ครูช่วยแนะนาและให้กาลังใจ
3. นกั เรยี นหาคาตอบและกากบาทลงในกระดาษคาตอบ

ขั้นท่ี 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครูใหน้ ักเรยี นจบั ครู่ ว่ มกันอภิปรายกระบวนการที่ได้มาซ่ึงคาตอบของปัญหาโดย

แลกเปลยี่ นเรียนรู้รว่ มกนั ว่ามีความเหมาะสมเพยี งใด แตล่ ะแนวคดิ ในน้ันมีความเหมือนหรือแตกตา่ ง
กันอย่างไร แล้วสงั เคราะหค์ วามรู้ภายในคขู่ องตนเอง

2. นักเรียนแตล่ ะคนนาคาตอบทหี่ าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสสู่ ง่ิ ที่กาหนดใหว้ ่าสมเหตุสมผลหรอื ไม่ หรือมีข้อขัดแย้งกันหรือไม่

ขนั้ ที่ 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคสู่ รุปองค์ความรทู้ ่ีได้จากการแกป้ ญั หา พรอ้ มทัง้ พจิ ารณาความ

เหมาะสมว่าเพยี งพอหรือไม่ โดยครูชว่ ยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรูใ้ หม่
2. ผูเ้ รยี นแตล่ ะคนู่ าข้อมลู ที่ได้ทงั้ หมดมาประมวลสรา้ งองค์ความรใู้ หม่และประเมิน

ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบัติงานกล่มุ ความพึงพอใจ พรอ้ มทัง้ วิธกี าร หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานท่นี ่าสนใจ

ขั้นที่ 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครใู หน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ปญั หาที่กาหนดไวห้ นา้ ช้นั เรียน

โดยการสมุ่ จากการจบั ไม้ไอศกรมี หมายเลข
2. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอธิบายเพิม่ เติมวา่ “การแก้โจทย์ปญั หาทศนยิ มไมเ่ กิน 2 ขนั้ ตอน

เรม่ิ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการแกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ”


245

สอ่ื การเรยี นร้แู ละแหล่งการเรียนรู้

1. สอื่ การเรียนรู้

1.1 หนังสอื เรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

1.2 หนังสอื แบบฝกึ หดั รายวชิ าคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

2. แหลง่ การเรียนรู้

2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา

2.2 เว็บไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

การวดั ผลและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
1. นักเรยี นสามารถบอก การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั 2.13 75 ขน้ึ ไป

คาตอบของโจทย์ปัญหาการ 2.13 หนังสือ หนงั สือแบบฝกึ หดั รายวชิ า ผ่านเกณฑ์ 3
คะแนนขน้ึ ไป หรือ
คณู และการหารทศนิยม 1 แบบฝกึ หัดรายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 อยใู่ นระดับคุณภาพ
ดี ข้ึนไป
ขั้นตอนท่ีกาหนดให้ได้อย่าง คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน เลม่ 1 (สสวท.)
ผา่ นเกณฑ์ระดับ 3
ถูกต้อง (K) ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) ข้ึนไป

2. นกั เรียนสามารถเขยี น การตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั 2.13

แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ 2.13 หนงั สอื หนังสอื แบบฝกึ หดั รายวิชา

ปญั หาการคูณและการหาร แบบฝึกหัดรายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5

ทศนิยม 1 ขัน้ ตอนที่ คณิตศาสตร์พื้นฐาน เล่ม 1 (สสวท.)/แบบบนั ทกึ

กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (P) ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)/ คะแนนด้านทกั ษะ

แบบบันทกึ คะแนน กระบวนการ

ดา้ นทักษะ

กระบวนการ

3. นักเรียนแสดงพฤตกิ รรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสังเกต

ความมีวนิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม


Click to View FlipBook Version