246
247
248
249
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 64
รายวิชาคณิตศาสตร์ ค15101 กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทศนิยม จานวน 34 ชัว่ โมง
เรื่อง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารทศนิยม (1) เวลา 1 ช่วั โมง
ผูส้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา วนั ท่ี……..เดือน…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ
ของจานวนผลที่เกิดขน้ึ จากการดาเนินการสมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตวั ชีว้ ัด ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนิยม 2 ขน้ั ตอน
สาระสาคัญ
การแกโ้ จทย์ปัญหาทศนิยมไม่เกิน 2 ขน้ั ตอน เริม่ จากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนการ
แกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรียนจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยมท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ มทก่ี าหนดให้
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
แสดงความมวี นิ ัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปญั หาทศนิยม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
2.2 ความสามารถในการคิด (การใหเ้ หตุผล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
ความมวี ินยั ในตนเอง
250
กิจกรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานเสรมิ ดว้ ยกระบวนการแกป้ ญั หาของโพลยา)
ข้นั ท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครชู แ้ี จงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรยี นจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารทศนยิ มที่กาหนดให้ได้อยา่ ง
ถูกต้อง
1.2 เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ มทีก่ าหนดให้
ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
1.3 มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรแู้ ละมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครูแบง่ นกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 – 5 คน (แบง่ ตามความสามารถด้านผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรยี น เกง่ /ปานกลาง/อ่อน 1/2/1 )
3. ครแู จกใบกิจกรรม “ดอกไม้จากริบบน้ิ ” ใหก้ บั นกั เรียนรายบคุ คล
4. ครนู าเสนอสถานการณป์ ญั หา “ดอกไม้จากรบิ บน้ิ ” ดงั น้ี
ต้อยมีรบิ บนิ้ ยาว 2.5 เมตร นาไปตัดเปน็ เส้น เส้นละเทา่ ๆ กนั 7 เสน้
เพอ่ื ทาดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ 7 ดอก แลว้ ยังเหลือรบิ บิน้ อีก 5 เซนติเมตร ดอกไม้แต่ละดอก
ใชร้ ิบบิน้ ยาวก่เี มตร
ข้นั ท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกบั ปัญหา (ทาความเขา้ ใจปัญหาและวางแผนแกป้ ญั หา)
1. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทาความเขา้ ใจปัญหา “ดอกไม้จากริบบน้ิ ” โดยทคี่ รเู ดินสารวจ
รอบ ๆ หอ้ ง คอยช่วยเหลอื นักเรยี น
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภิปรายตคี วามหมายของสถานการณป์ ญั หา โดยท่ีครูคอย
กระต้นุ ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ญั หาอยา่ งละเอยี ด
3. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นให้ผเู้ รียนคดิ วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา โดยมปี ระเด็นคาถาม ดังน้ี
3.1 โจทยก์ าหนดอะไรให้ (ต้อยมีริบบน้ิ ยาว 2.5 เมตร นาไปตัดเปน็ เสน้ เสน้ ละเทา่ ๆ กัน
7 เสน้ เพือ่ ทาดอกไม้ประดิษฐ์ 7 ดอก แลว้ ยงั เหลือรบิ บ้ินอีก 5 เซนตเิ มตร)
3.2 สิ่งที่ต้องการหาคืออะไร (ดอกไม้แต่ละดอกใช้ริบบนิ้ ยาวก่เี มตร)
4. นักเรยี นร่วมกนั อธบิ าย/เช่ือมโยงความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิ่งท่ีกาหนดกับส่งิ ท่ีต้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวธิ คี ้นหาคาตอบ วา่ มปี ระเดน็ หรอื หัวข้ออะไรบ้างทีต่ อ้ งการศึกษาคน้ ควา้
และตั้งคาถามกระตุน้ ใหน้ ักเรียนแนวทางในการหาคาตอบ
5. ครูตัง้ คาถามว่า “นักเรยี นจะมีวธิ กี ารหาคาตอบอย่างไร” จากนั้นให้นักเรยี นเขียนบนั ทึก
ลงในใบกจิ กรรม “ดอกไมจ้ ากรบิ บ้นิ ”
6. ครชู ว่ ยดแู ลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมลู
ขนั้ ที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาคน้ ควา้ (ดาเนินการแกป้ ญั หา)
1. นักเรียนแต่ละคนลงมือแก้ปญั หา ตามแผนท่วี างไวด้ ว้ ยตนเอง
2. ครชู ่วยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นกั เรยี นบันทึกผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาทีก่ าหนด
251
ขัน้ ท่ี 4 สงั เคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายกระบวนการท่ไี ดม้ าซง่ึ คาตอบของปญั หาโดย
แลกเปล่ยี นเรียนรรู้ ่วมกนั ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด แตล่ ะแนวคิดในนั้นมีความเหมือนหรือแตกตา่ ง
กันอย่างไร แลว้ สงั เคราะหค์ วามรู้ภายในคู่ของตนเอง
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาคาตอบที่หาไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสสู่ ่งิ ท่ีกาหนดใหว้ า่ สมเหตสุ มผลหรือไม่ หรือมีข้อขดั แยง้ กันหรือไม่
ขน้ั ท่ี 5 สรุปและประเมินคา่ หาคาตอบ
1. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแก้ปัญหา พร้อมทงั้ พจิ ารณาความ
เหมาะสมวา่ เพียงพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความร้ใู หม่
2. ผเู้ รยี นแต่ละกลมุ่ นาข้อมลู ทไ่ี ด้ทั้งหมดมาประมวลสรา้ งองคค์ วามรู้ใหมแ่ ละประเมิน
ประสทิ ธิภาพ คุณภาพการปฏิบตั ิงานกลมุ่ ความพงึ พอใจ พร้อมทั้ง วธิ กี าร หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานทน่ี ่าสนใจ
ขน้ั ที่ 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณป์ ัญหาที่กาหนดไว้
หน้าช้นั เรยี น
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอธิบายเพ่ิมเติมว่า “การแก้โจทย์ปัญหาทศนิยมไมเ่ กนิ 2 ขั้นตอน
เรมิ่ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการแกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ”
สอ่ื การเรียนรู้และแหลง่ การเรียนรู้
1. สอ่ื การเรียนรู้
1.1 หนงั สอื เรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 ใบกิจกรรม “ดอกไม้จากรบิ บน้ิ ”
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
252
การวัดผลและประเมนิ ผล วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
การตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม “ดอกไม้จาก ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ “ดอกไม้จากรบิ บ้นิ ” ริบบน้ิ ” 75 ขน้ึ ไป
1. นักเรยี นสามารถบอก การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “ดอกไม้จาก ผ่านเกณฑ์ 3
คาตอบของโจทยป์ ญั หาการ “ดอกไมจ้ ากริบบ้นิ ”/ รบิ บิ้น”/แบบบันทึกคะแนน คะแนนขน้ึ ไป หรือ
บวก ลบ คูณ หารทศนยิ มท่ี แบบบนั ทึกคะแนน ด้านทกั ษะกระบวนการ อยใู่ นระดับคุณภาพ
กาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (K) ดา้ นทกั ษะ ดี ข้นึ ไป
กระบวนการ
2. นักเรยี นสามารถเขยี น การสงั เกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกการสงั เกต ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ ขึ้นไป
ปญั หาการบวก ลบ คูณ หาร พฤติกรรม
ทศนิยมที่กาหนดให้ได้อย่าง
ถกู ต้อง (P)
3. นกั เรียนแสดงพฤตกิ รรม
ความมวี ินัยในตนเอง (A)
253
254
255
256
ใบกิจกรรม “ดอกไมจ้ ากริบบ้ิน”
ตอ้ ยมรี บิ บน้ิ ยาว 2.5 เมตร นาไปตดั เปน็ เส้น เสน้ ละเท่า ๆ กัน 7 เสน้
เพอ่ื ทาดอกไม้ประดิษฐ์ 7 ดอก แลว้ ยงั เหลอื ริบบนิ้ อีก 5 เซนติเมตร
ดอกไม้แตล่ ะดอกใชร้ บิ บน้ิ ยาวกเ่ี มตร
โจทยก์ าหนดอะไรให้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ส่ิงท่ีตอ้ งการหาคืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มีวิธีการหาคาตอบอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดาเนินการหาคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ตรวจสอบคาตอบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………………………..ช้ัน…………เลขท่ี………….
257
เฉลยใบกจิ กรรม “ดอกไม้จากรบิ บน้ิ ”
ตอ้ ยมีริบบิน้ ยาว 2.5 เมตร นาไปตัดเป็นเส้น เสน้ ละเทา่ ๆ กัน 7 เส้น
เพ่อื ทาดอกไม้ประดิษฐ์ 7 ดอก แล้วยงั เหลอื รบิ บ้นิ อีก 5 เซนตเิ มตร
ดอกไมแ้ ตล่ ะดอกใชร้ ิบบิ้นยาวก่เี มตร
โจทยก์ าหนดอะไรให้
ตอ้ ยมีรบิ บ้นิ ยาว 2.5 เมตร นาไปตัดเป็นเสน้ เส้นละเท่า ๆ กนั 7 เส้น
เพอื่ ทาดอกไม้ประดษิ ฐ์ 7 ดอก แล้วยังเหลอื ริบบนิ้ อีก 5 เซนติเมตร
สง่ิ ทีต่ อ้ งการหาคืออะไร
ดอกไมแ้ ตล่ ะดอกใช้ริบบน้ิ ยาวก่เี มตร
มวี ธิ กี ารหาคาตอบอย่างไร
นาความยาวของริบบน้ิ ทั้งหมด ลบดว้ ยความยาวของรบิ บิ้นท่ีเหลอื
แตห่ น่วยตา่ งกนั จึงเปลยี่ น 5 เซนตเิ มตร ให้เป็นเมตร ได้ 0.05 เมตร
จะไดร้ บิ บ้ินทใี่ ช้ทาดอกไม้ 7 ดอก ยาว 2.5 − 0.05 = 2.45 เมตร
ดาเนนิ การหาคาตอบ
นาความยาวของริบบิ้น 2.45 เมตร หารดว้ ย 7
ได้ 2.45 ÷ 7 = 0.35 เมตร
ดงั น้นั ดอกไมแ้ ตล่ ะดอกใช้ริบบนิ้ ยาว 0.35 เมตร
ตรวจสอบคาตอบ
เดมิ ริบบ้ินยาว 2.5 เมตร ตัดทาดอกไม้แล้วเหลือ 0.05 เมตร
แสดงวา่ ริบบิ้นทใี่ ช้ทาดอกไม้ทงั้ หมดจะต้องยาวกว่า 2.1 เมตร
ถา้ ริบบิ้นยาว 2.1 เมตร ตัดเป็น 7 เสน้ เสน้ ละเทา่ ๆ กนั
จะได้รบิ บิ้นยาวเสน้ ละ 2.1 ÷ 7 = 0.3 เมตร ซ่ึงใกลเ้ คียงกับ 0.35 เมตร
แสดงวา่ 0.35 เมตร เป็นคาตอบทส่ี มเหตสุ มผล
ชือ่ -สกุล…………………………………………………………………………………………..ชน้ั …………เลขท่ี………….
258
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 65
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ทศนิยม จานวน 34 ช่ัวโมง
เรอื่ ง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยม (2) เวลา 1 ช่วั โมง
ผูส้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา วนั ท…ี่ …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ
ของจานวนผลท่เี กิดขึน้ จากการดาเนนิ การสมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชวี้ ัด ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนิยม 2 ข้ันตอน
สาระสาคญั
การแก้โจทย์ปญั หาทศนิยมไม่เกนิ 2 ข้ันตอน เร่มิ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการ
แก้ปญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เมอื่ เรียนจบคาบน้ีแลว้ นักเรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยมทกี่ าหนดให้ได้อย่างถกู ต้อง
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยมทกี่ าหนดให้
ได้อย่างถูกต้อง
3. ด้านคุณลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมีวนิ ยั ในตนเอง
สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
โจทย์ปญั หาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟงั พดู อา่ น เขียน)
2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตผุ ล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ด้านคุณลกั ษณะ (A)
ความมีวนิ ยั ในตนเอง
259
กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานเสริมดว้ ยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ขั้นท่ี 1 กาหนดปญั หา
1. ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบคาบน้ีแล้วนกั เรยี นสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารทศนยิ มที่กาหนดให้ได้อยา่ ง
ถูกต้อง
1.2 เขยี นแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ มทกี่ าหนดให้
ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
1.3 มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 4 – 5 คน (แบง่ ตามความสามารถดา้ นผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรยี น เก่ง/ปานกลาง/อ่อน 1/2/1)
2. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หัด 2.14 ในหนังสอื เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เลม่ 1
(สสวท.) หนา้ 118
ขัน้ ท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแก้ปัญหา)
1. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มทาความเขา้ ใจปัญหา โดยที่ครูเดินสารวจรอบ ๆ ห้อง
คอยชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภิปรายตีความหมายของสถานการณ์ปัญหา โดยที่ครคู อย
กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ญั หาอยา่ งละเอียด
3. ครตู งั้ คาถามกระต้นุ ใหผ้ ูเ้ รียนคิดวิเคราะหส์ ถานการณ์ปัญหา โดยมีประเดน็ คาถาม ดังน้ี
3.1 โจทย์กาหนดอะไรให้
3.2 สิ่งท่ีต้องการหาคืออะไร
4. นักเรยี นรว่ มกันอธบิ าย/เชื่อมโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งทีก่ าหนดกับส่งิ ที่ต้องการหาจาก
สถานการณ์ปัญหา และเลือกวิธีคน้ หาคาตอบ ว่ามีประเดน็ หรอื หวั ขอ้ อะไรบา้ งทต่ี ้องการศึกษาค้นคว้า
และตั้งคาถามกระตุ้นใหน้ ักเรียนแนวทางในการหาคาตอบ
5. ครตู ง้ั คาถามว่า “นักเรยี นจะมีวิธีการหาคาตอบอยา่ งไร” จากน้นั ให้นกั เรียนเขยี นบันทึก
ลงในสมุด
6. ครชู ่วยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมลู
ขน้ั ท่ี 3 ดาเนินการศกึ ษาคน้ ควา้ (ดาเนนิ การแกป้ ัญหา)
1. นักเรียนแตล่ ะคนลงมือแก้ปัญหา ตามแผนท่ีวางไวด้ ว้ ยตนเอง
2. ครูช่วยแนะนาและให้กาลังใจ
3. นักเรียนบันทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาทีก่ าหนด
ขน้ั ท่ี 4 สังเคราะหค์ วามรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอภปิ รายกระบวนการท่ไี ด้มาซงึ่ คาตอบของปัญหาโดย
แลกเปลี่ยนเรยี นรรู้ ว่ มกันว่ามีความเหมาะสมเพยี งใด แต่ละแนวคิดในน้ันมีความเหมือนหรือแตกตา่ ง
กันอย่างไร แลว้ สงั เคราะห์ความรู้ภายในค่ขู องตนเอง
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาคาตอบทหี่ าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลับจาก
คาตอบไปสสู่ งิ่ ท่ีกาหนดใหว้ ่าสมเหตสุ มผลหรือไม่ หรือมีข้อขดั แย้งกนั หรือไม่
260
ขั้นที่ 5 สรปุ และประเมินคา่ หาคาตอบ
1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สรุปองค์ความรทู้ ี่ได้จากการแก้ปัญหา พร้อมทง้ั พจิ ารณาความ
เหมาะสมวา่ เพียงพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสร้างองค์ความรใู้ หม่
2. ผู้เรยี นแต่ละกล่มุ นาข้อมลู ท่ีได้ท้ังหมดมาประมวลสรา้ งองคค์ วามร้ใู หม่และประเมิน
ประสทิ ธภิ าพ คุณภาพการปฏิบตั ิงานกลุ่ม ความพงึ พอใจ พร้อมทง้ั วิธกี าร หรอื รูปแบบการนาเสนอ
ผลงานทน่ี า่ สนใจ
ข้นั ท่ี 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกล่มุ นาเสนอผลงานการแกป้ ญั หาจากสถานการณป์ ัญหาท่ีกาหนดไว้
หนา้ ชนั้ เรียน
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกันอธิบายเพม่ิ เติมวา่ “การแกโ้ จทย์ปัญหาทศนยิ มไมเ่ กิน 2 ขนั้ ตอน
เริม่ จากทาความเข้าใจปญั หา วางแผนการแกป้ ัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ”
ส่ือการเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้
1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 หอ้ งสมดุ โรงเรียนหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
การวดั ผลและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1. นกั เรียนสามารถบอก การตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด 2.14 หนังสอื ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
คาตอบของโจทยป์ ัญหาการ 2.14 หนงั สอื เรยี น เรยี นรายวชิ า 75 ข้ึนไป
บวก ลบ คูณ หารทศนยิ มที่ รายวิชาคณิตศาสตร์ คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5
กาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง (K) พนื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 เล่ม 1 (สสวท.)
(สสวท.)
2. นกั เรยี นสามารถเขยี น การตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด 2.14 หนงั สือ ผ่านเกณฑ์ 3
แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ 2.14 หนังสือเรียน เรียนรายวิชาคณติ คะแนนขนึ้ ไป หรือ
ปัญหาการบวก ลบ คณู หาร รายวชิ าคณิตศาสตร์ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน ป.5 เล่ม อยู่ในระดับคณุ ภาพ
ทศนยิ มท่ีกาหนดให้ได้อย่าง พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 1 (สสวท.)/แบบบนั ทึก ดี ขึน้ ไป
ถูกต้อง (P) (สสวท.)/แบบบนั ทึก คะแนนด้านทกั ษะกระ
คะแนนด้านทักษะ บวนการ
กระบวนการ
3. นกั เรียนแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสงั เกต ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 3
ความมวี นิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม ขึน้ ไป
261
262
263
264
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 66
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 ทศนยิ ม จานวน 34 ช่วั โมง
เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยม (3) เวลา 1 ชัว่ โมง
ผู้สอน นางสาวอภิญญา ยมสีดา วันท…่ี …..เดือน…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ
ของจานวนผลทเี่ กิดขึ้นจากการดาเนินการสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ัด ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนิยม 2 ขัน้ ตอน
สาระสาคัญ
การแกโ้ จทยป์ ัญหาทศนิยมไม่เกนิ 2 ขนั้ ตอน เริม่ จากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนการ
แก้ปญั หา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เมือ่ เรียนจบคาบน้ีแล้วนักเรยี นสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารทศนิยมท่กี าหนดให้ได้อยา่ งถกู ต้อง
2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ มท่กี าหนดให้
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
แสดงพฤติกรรมความมีวินัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทยป์ ญั หาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (ทางานแบบร่วมมือรวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
ความมวี ินัยในตนเอง
265
กิจกรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานเสรมิ ดว้ ยกระบวนการแก้ปญั หาของโพลยา)
ข้ันท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครูช้แี จงจุดประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรยี นจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารทศนิยมที่กาหนดให้ได้อย่าง
ถกู ต้อง
1.2 เขยี นแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารทศนยิ มทกี่ าหนดให้
ได้อยา่ งถกู ต้อง
1.3 มีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุม่ ละ 4 – 5 คน (แบง่ ตามความสามารถด้านผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรยี น เกง่ /ปานกลาง/อ่อน 1/2/1)
2. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หัด 2.14 ในหนังสือแบบฝึกหดั รายวชิ าคณิตศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5
เลม่ 1 (สสวท.)
ข้ันท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแกป้ ญั หา)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ทาความเข้าใจปัญหา โดยท่ีครเู ดนิ สารวจรอบ ๆ หอ้ ง
คอยชว่ ยเหลอื นักเรยี น
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายตคี วามหมายของสถานการณป์ ญั หา โดยที่ครูคอย
กระตุ้นให้นักเรียนเสนอแนวคิดจากสถานการณ์ปัญหาอยา่ งละเอยี ด
3. ครูตงั้ คาถามกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์สถานการณป์ ัญหา โดยมีประเดน็ คาถาม ดังนี้
3.1 โจทย์กาหนดอะไรให้
3.2 สิง่ ท่ีตอ้ งการหาคืออะไร
4. นักเรยี นร่วมกนั อธิบาย/เชื่อมโยงความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งที่กาหนดกบั ส่งิ ท่ีต้องการหาจาก
สถานการณ์ปัญหา และเลือกวธิ ีค้นหาคาตอบ วา่ มปี ระเด็นหรือหัวขอ้ อะไรบ้างท่ตี อ้ งการศึกษาคน้ คว้า
และตัง้ คาถามกระต้นุ ให้นักเรียนแนวทางในการหาคาตอบ
5. ครูต้ังคาถามว่า “นกั เรยี นจะมวี ธิ ีการหาคาตอบอยา่ งไร” จากนัน้ ให้นกั เรียนเขยี นบนั ทึก
ลงในหนังสอื แบบฝึกหัดรายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
6. ครชู ว่ ยดแู ลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมลู
ขัน้ ท่ี 3 ดาเนนิ การศึกษาค้นคว้า (ดาเนินการแก้ปญั หา)
1. นักเรยี นแต่ละคนลงมือแก้ปัญหา ตามแผนท่ีวางไวด้ ้วยตนเอง
2. ครูช่วยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นักเรยี นบนั ทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาท่กี าหนด
ขนั้ ที่ 4 สงั เคราะหค์ วามรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันอภปิ รายกระบวนการทีไ่ ดม้ าซึง่ คาตอบของปญั หาโดย
แลกเปลี่ยนเรยี นรรู้ ว่ มกนั ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด แต่ละแนวคดิ ในนน้ั มีความเหมือนหรอื แตกตา่ ง
กันอย่างไร แลว้ สงั เคราะหค์ วามรู้ภายในคู่ของตนเอง
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาคาตอบท่ีหาได้มาไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสู่ส่งิ ท่ีกาหนดให้วา่ สมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีข้อขัดแยง้ กันหรือไม่
266
ขนั้ ท่ี 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุม่ สรุปองค์ความรู้ท่ีได้จากการแก้ปัญหา พรอ้ มท้ังพจิ ารณาความ
เหมาะสมว่าเพียงพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรูใ้ หม่
2. ผ้เู รียนแต่ละกล่มุ นาข้อมูลทไี่ ดท้ ั้งหมดมาประมวลสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่และประเมนิ
ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบัตงิ านกลุม่ ความพึงพอใจ พร้อมทงั้ วิธกี าร หรอื รูปแบบการนาเสนอ
ผลงานทน่ี า่ สนใจ
ขั้นที่ 6 การนาเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณป์ ัญหาที่กาหนดไว้
หน้าชัน้ เรยี น
2. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อธิบายเพ่ิมเติมว่า “การแก้โจทย์ปัญหาทศนิยมไม่เกนิ 2 ข้นั ตอน
เรม่ิ จากทาความเข้าใจปญั หา วางแผนการแก้ปัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ”
สือ่ การเรยี นรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
1. สอ่ื การเรียนรู้
1.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
1.2 หนังสือแบบฝึกหดั รายวิชาคณติ ศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาวา่ ทศนยิ ม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5
การวัดผลและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
1. นกั เรียนสามารถบอก การตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั 2.14 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
คาตอบของโจทย์ปญั หาการ 2.14 หนงั สือ หนงั สอื แบบฝกึ หดั 75 ข้นึ ไป
บวก ลบ คณู หารทศนยิ มที่ แบบฝึกหดั รายวิชา รายวิชาคณิตศาสตร์
กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K) คณติ ศาสตร์พื้นฐาน พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1
ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) (สสวท.)
2. นกั เรยี นสามารถเขียน การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั 2.14 ผา่ นเกณฑ์ 3 คะแนน
แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ 2.14 หนงั สอื หนังสอื แบบฝึกหดั ขนึ้ ไป หรืออย่ใู น
ปัญหาการบวก ลบ คณู หาร แบบฝกึ หัดรายวชิ า รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับคุณภาพ ดี ขึน้
ทศนยิ มท่ีกาหนดให้ได้อย่าง คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 ไป
ถกู ต้อง (P) ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) / (สสวท.)/แบบบนั ทกึ
แบบบันทกึ คะแนน คะแนนด้านทักษะ
ดา้ นทักษะ กระบวนการ
กระบวนการ
3. นักเรยี นแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสังเกต ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 3
ความมวี ินัยในตนเอง (A) พฤติกรรม ขึ้นไป
267
268
269
270
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 67
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 ทศนยิ ม
เรอื่ ง โจทย์ปัญหาทศนยิ ม จานวน 34 ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ช่วั โมง
วันท่ี……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ
ของจานวนผลทเี่ กิดขึ้นจากการดาเนินการสมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนิยม 2 ขั้นตอน
สาระสาคัญ
การแกโ้ จทยป์ ญั หาทศนิยมไม่เกิน 2 ขั้นตอน เร่มิ จากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผนการ
แกป้ ญั หา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
จุดประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรียนจบคาบนแ้ี ลว้ นกั เรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาทศนิยม 1 ขั้นตอนทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาทศนยิ ม 1 ข้นั ตอนท่ีกาหนดให้
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมวี นิ ัยในตนเอง
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
โจทยป์ ัญหาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พูด อา่ น เขียน)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตผุ ล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (ทางานแบบรว่ มมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
ความมีวนิ ัยในตนเอง
271
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐานเสรมิ ดว้ ยกระบวนการแก้ปญั หาของโพลยา)
ขน้ั ท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครชู ้แี จงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรยี นจบคาบนี้แลว้ นกั เรยี นสามารถ
1.1 บอกคาตอบของโจทย์ปัญหาทศนิยม 1 ขนั้ ตอนท่กี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.2 เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาทศนยิ ม 1 ขน้ั ตอนที่กาหนดให้
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
1.3 มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครใู ห้นักเรยี นทาแบบทดสอบ เรือ่ ง โจทย์ปญั หาทศนยิ ม จานวน 20 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที
เปน็ รายบคุ คล
ขัน้ ที่ 2 ทาความเข้าใจกับปัญหา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแก้ปัญหา)
1. ครูให้นกั เรียนแต่ละคนทาความเขา้ ใจโจทย์ปัญหา
2. ครูตงั้ คาถามกระตนุ้ ให้ผเู้ รียนคิดวเิ คราะห์โจทย์ปญั หา โดยมปี ระเด็นคาถาม ดงั น้ี
2.1 โจทยก์ าหนดอะไรให้
2.2 สงิ่ ทีต่ ้องการหาคืออะไร
ขัน้ ที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาคน้ ควา้ (ดาเนินการแกป้ ัญหา)
1. นักเรียนแต่ละคนลงมอื แก้ปัญหา ตามแผนที่วางไวด้ ้วยตนเอง
2. ครูช่วยแนะนาและให้กาลงั ใจ
3. นกั เรียนหาคาตอบและกากบาทลงในกระดาษคาตอบ
ขัน้ ที่ 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครูให้นกั เรียนจับครู่ ว่ มกนั อภิปรายกระบวนการที่ไดม้ าซงึ่ คาตอบของปัญหาโดย
แลกเปลีย่ นเรยี นรรู้ ว่ มกนั ว่ามีความเหมาะสมเพยี งใด แตล่ ะแนวคิดในนั้นมีความเหมือนหรือแตกตา่ ง
กันอย่างไร แล้วสังเคราะห์ความรู้ภายในคู่ของตนเอง
2. นักเรยี นแต่ละคนนาคาตอบท่หี าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสสู่ งิ่ ท่ีกาหนดให้วา่ สมเหตุสมผลหรอื ไม่ หรือมขี ้อขัดแย้งกันหรือไม่
ขั้นที่ 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะคสู่ รปุ องค์ความร้ทู ่ีได้จากการแก้ปัญหา พร้อมทง้ั พจิ ารณาความ
เหมาะสมวา่ เพียงพอหรือไม่ โดยครชู ว่ ยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความร้ใู หม่
2. ผูเ้ รียนแตล่ ะคนู่ าข้อมูลที่ไดท้ ้งั หมดมาประมวลสร้างองค์ความรู้ใหมแ่ ละประเมนิ
ประสิทธิภาพ คณุ ภาพการปฏิบตั ิงานกลุ่ม ความพงึ พอใจ พร้อมท้ัง วิธีการ หรือรปู แบบการนาเสนอ
ผลงานทนี่ ่าสนใจ
ขั้นที่ 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูให้นกั เรยี นนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณป์ ญั หาทีก่ าหนดไวห้ น้าช้ันเรยี น
โดยการสมุ่ จากการจบั ไม้ไอศกรีมหมายเลข
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อธิบายเพิ่มเติมว่า “การแกโ้ จทย์ปัญหาทศนยิ มไมเ่ กนิ 2 ข้ันตอน
เรมิ่ จากทาความเข้าใจปัญหา วางแผนการแก้ปัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ”
272
สือ่ การเรียนรูแ้ ละแหลง่ การเรยี นรู้
1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 แบบทดสอบ เรอ่ื ง โจทย์ปญั หาทศนิยม
1.3 ไม้ไอศกรมี หมายเลข
2. แหลง่ การเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พิมพ์คาว่า ทศนิยม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พค์ าว่า ทศนยิ ม ป.5
การวัดผลและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ
1. นักเรียนสามารถบอก การตรวจ แบบทดสอบ เร่ือง โจทย์ 75 ขน้ึ ไป
คาตอบของโจทย์ปญั หา แบบทดสอบ เรื่อง ปญั หาทศนิยม ผ่านเกณฑ์ 3
คะแนนขน้ึ ไป หรือ
ทศนิยม 1 ขนั้ ตอนท่ี โจทย์ปญั หาทศนิยม อยใู่ นระดับคุณภาพ
ดี ขึ้นไป
กาหนดให้ไดอ้ ย่างถกู ต้อง (K)
ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
2. นกั เรียนสามารถเขียน การตรวจ แบบทดสอบเร่ือง โจทย์ ข้ึนไป
แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ แบบทดสอบเร่ือง ปัญหาทศนิยม
ปัญหาทศนิยม 1 ขน้ั ตอนที่ โจทย์ปัญหาทศนิยม /แบบบันทึกคะแนนดา้ น
กาหนดให้ /แบบบันทึกคะแนน ทักษะกระบวนการ
ได้อย่างถูกตอ้ ง (P) ด้านทกั ษะ
กระบวนการ
3. นกั เรยี นแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการสังเกต
ความมวี ินัยในตนเอง (A) พฤติกรรม
273
274
275
276
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 68
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ทศนิยม
เร่อื ง ทดสอบหลังเรียน จานวน 34 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาวอภิญญา ยมสีดา เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ที่……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ
ของจานวนผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดาเนินการสมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเก่ยี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ตี ้องการวดั
และนาไปใช้
ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1000 ใน
รูปทศนิยม
ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนยิ มท่ีผลคูณเปน็ ทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่
ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารทีต่ ัวต้งั เป็นจานวนนบั หรอื ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ และ
ตัวหารเป็นจานวนนับผลหารเปน็ ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง
ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร
ทศนยิ ม 2 ข้นั ตอน
ค 2.1 ป.5/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ความยาวทมี่ กี ารเปลย่ี น
หน่วยและเขียนในรูปทศนิยม
ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหาคาตอบของ โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับน้าหนักท่ีมีการเปลี่ยน
หน่วยและเขียนในรูปทศนิยม
สาระสาคญั
1. จานวนนับท่ีหาร 10 100 หรือ 1,000 ได้ลงตัว เป็นตัวประกอบของ 10 100 หรือ 1,000
ตามลาดับ
2. เศษส่วนท่ีมีตวั สว่ นเปน็ 10 100 และ 1,000 สามารถเขยี นในรูปทศนิยม 1 ตาแหน่ง
2 ตาแหนง่ และ 3 ตาแหน่งตามลาดบั
3. การหาคา่ ประมาณเป็นจานวนเต็มหนว่ ย หรือ ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง หรือ 2 ตาแหน่ง
ใหพ้ จิ ารณาเลขโดดในหลักท่ีอยู่ตดิ กันทางขวาของหลัก ท่ตี ้องการประมาณ
- ถ้าน้อยกว่า 5 ให้ปดั จานวนท่ีอยทู่ างขวาของหลัก ท่ีตอ้ งการประมาณท้ังหมดทิ้ง
ทาให้จานวนในหลัก ทต่ี ้องการประมาณเปน็ จานวนเดิม
- ถา้ มากกว่าหรือเทา่ กับ 5 ใหป้ ดั จานวนทอ่ี ยใู่ นหลกั ทางขวาของหลกั ทีต่ ้องการ
ประมาณทั้งหมดขน้ึ ทาให้จานวนในหลักทตี่ อ้ งการประมาณเพิ่มข้ึนอกี 1 หรอื 0.1 หรือ 0.01
ตามลาดับ
4. การคณู ทศนยิ มกบั จานวนนบั ใช้วิธกี ารเดยี วกันกับ การคณู จานวนนบั กับจานวนนับ
277
โดยอาจกระจาย จานวนหนึง่ ตามคา่ ประจาหลัก แลว้ นาไปคูณกบั อีกจานวนหน่งึ จากนนั้ นาผลคูณ
ที่ไดม้ าบวกกนั
- ผลคูณของจานวนนับกับทศนิยม 1 ตาแหนง่ เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
- ผลคณู ของจานวนนบั กบั ทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง เป็นทศนิยม 2 ตาแหนง่
- ผลคูณของจานวนนบั กับทศนยิ ม 3 ตาแหน่ง เปน็ ทศนิยม 3 ตาแหนง่
5. การคูณทศนิยมกับทศนิยม ใช้วธิ ีการเดียวกนั กับ การคูณจานวนนบั ผลคณู ทไี่ ดเ้ ป็น
ทศนยิ มท่ีมตี าแหนง่ ของทศนิยมเท่ากับผลรวมของจานวนตาแหน่ง ของทศนิยมทีน่ ามาคูณกนั
6. การหารทศนยิ มด้วยจานวนนับ ใชว้ ธิ ีการเดยี วกันกับ การหารจานวนนับ น่ันคอื
นาตวั หารไปหารตัวตัง้ จากซ้ายไปขวาทีละหลกั
7. การหารจานวนนับดว้ ยจานวนนับทม่ี ผี ลหารเป็น ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตาแหนง่ ใชว้ ิธีการ
เดยี วกันกับ การหารจานวนนับ น่นั คือ นาตวั หารไปหารตัวต้งั จากซ้ายไปขวาทีละหลกั
8. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยความยาว
1 เซนตเิ มตร เท่ากับ 10 มิลลเิ มตร
1 เมตร เท่ากับ 100 เซนติเมตร
1 กโิ ลเมตร เท่ากบั 1,000 เมตร
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยน้าหนัก
1 กิโลกรมั เทา่ กับ 1,000 กรัม
1 เมตรกิ ตัน (ตัน) เท่ากับ 1,000 กโิ ลกรัม
ซงึ่ สามารถใช้ความสัมพันธด์ ังกล่าวเขยี นแสดง ความยาวหรอื นา้ หนักในรปู ทศนยิ ม
9. การแกโ้ จทย์ปญั หาทศนยิ มไม่เกนิ 2 ขนั้ ตอน เร่ิมจากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผน
การแกป้ ัญหา ดาเนินการตามแผน และตรวจสอบ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เม่อื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นักเรียนสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 หาค่าประมาณท่ีกาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง
1.2 หาผลคูณทศนยิ มท่ีกาหนดใหไ้ ด้อย่างถูกต้อง
1.3 หาผลหารทศนยิ มท่ีกาหนดใหไ้ ด้อยา่ งถูกต้อง
1.4 บอกคาตอบของความสัมพนั ธ์ระหว่างหน่วยความยาว หนว่ ยนา้ หนกั และหน่วย
ปรมิ าตรท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.5 บอกคาตอบของโจทย์ปญั หาที่กาหนดให้ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
2.1 เขยี นเศษสว่ นที่มีตวั ประกอบของ 10 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนยิ มท่ีกาหนดใหไ้ ด้
อย่างถูกต้อง
2.2 เขยี นแสดงวธิ กี ารหาผลคูณทศนยิ มที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
2.3 เขยี นแสดงวธิ กี ารหาผลหารทศนยิ มท่ีกาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2.4 เขียนแสดงวิธีการหาคาตอบของความสัมพันธ์ระหวา่ งหน่วยความยาว หนว่ ยน้าหนกั
และหน่วยปริมาตรท่ีกาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
278
2.5 เขียนแสดงวธิ กี ารหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาท่ีกาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
3.1 การทางานอย่างเป็นระบบ
3.2 มคี วามเป็นระเบียบเรียบร้อย
3.3 มคี วามรับผดิ ชอบ
สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
1.1 การเขยี นเศษสว่ นทม่ี ีตัวประกอบของ 10 100 หรอื 1,000 ในรูปทศนิยม
1.2 การหาค่าประมาณ
1.3 การคูณทศนยิ ม
1.4 การหารทศนยิ ม
1.5 ทศนยิ มกบั การวดั
1.6 โจทย์ปญั หาทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พดู อา่ น เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การให้เหตผุ ล และการเช่ือมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ (ทางานแบบรว่ มมือรวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ด้านคณุ ลักษณะ (A)
ความมวี ินัยในตนเอง
กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใชว้ ิธีการสอนแบบปกติ)
1. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
1.1 ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียน จากน้นั แจ้งจดุ ประสงค์การเรียนร้ใู หน้ กั เรยี นทราบ
1.2 ครูและนักเรยี นร่วมกันทบทวนเกย่ี วกับความร้ทู ่ีไดเ้ รยี นเกี่ยวกับทศนิยม
2. ขั้นสอน
2.1 ครูให้นักเรยี นแบบทดสอบหลังเรียนเรอ่ื ง การนาเสนอข้อมูล จานวน 30 ข้อ ใช้เวลา
1 ช่ัวโมง
3. ขน้ั สรุป
ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปบทเรียน ดงั น้ี
1. จานวนนับท่หี าร 10 100 หรือ 1,000 ได้ลงตัว เปน็ ตวั ประกอบของ 10 100 หรือ 1,000
ตามลาดับ
2. เศษส่วนทม่ี ีตวั ส่วนเปน็ 10 100 และ 1,000 สามารถเขยี นในรูปทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
2 ตาแหนง่ และ 3 ตาแหนง่ ตามลาดับ
3. การหาคา่ ประมาณเป็นจานวนเตม็ หน่วย หรือ ทศนิยม 1 ตาแหน่ง หรือ 2 ตาแหน่ง
ใหพ้ จิ ารณาเลขโดดในหลกั ท่ีอยตู่ ดิ กนั ทางขวาของหลกั ที่ต้องการประมาณ
279
- ถ้าน้อยกวา่ 5 ใหป้ ัดจานวนทอ่ี ยู่ทางขวาของหลัก ที่ตอ้ งการประมาณท้ังหมดท้งิ
ทาใหจ้ านวนในหลัก ทตี่ ้องการประมาณเปน็ จานวนเดิม
- ถ้ามากกวา่ หรือเทา่ กบั 5 ใหป้ ัดจานวนทอี่ ยู่ในหลัก ทางขวาของหลกั ท่ีต้องการ
ประมาณทั้งหมดขน้ึ ทาให้จานวนในหลกั ท่ตี ้องการประมาณเพิ่มขึ้นอีก 1 หรอื 0.1 หรือ 0.01
ตามลาดบั
4. การคณู ทศนยิ มกบั จานวนนบั ใช้วธิ ีการเดยี วกันกบั การคูณจานวนนับกับจานวนนับ
โดยอาจกระจาย จานวนหน่งึ ตามค่าประจาหลัก แล้วนาไปคูณกับ อกี จานวนหนง่ึ จากนั้นนาผลคูณ
ท่ีได้มาบวกกัน
- ผลคณู ของจานวนนบั กับทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
- ผลคูณของจานวนนับกบั ทศนิยม 2 ตาแหนง่ เป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง
- ผลคูณของจานวนนับกบั ทศนยิ ม 3 ตาแหนง่ เป็นทศนิยม 3 ตาแหนง่
5. การคณู ทศนิยมกบั ทศนยิ ม ใชว้ ิธีการเดยี วกันกบั การคูณจานวนนบั ผลคณู ท่ไี ด้เปน็
ทศนยิ มที่มตี าแหน่ง ของทศนิยมเท่ากบั ผลรวมของจานวนตาแหนง่ ของทศนยิ มท่นี ามาคูณกัน
6. การหารทศนิยมดว้ ยจานวนนับ ใชว้ ธิ กี ารเดยี วกันกับ การหารจานวนนบั นน่ั คอื
นาตวั หารไปหารตวั ตัง้ จากซา้ ยไปขวาทีละหลกั
7. การหารจานวนนบั ด้วยจานวนนบั ทมี่ ผี ลหารเป็น ทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง ใชว้ ธิ ีการ
เดยี วกันกับ การหารจานวนนับ น่ันคอื นาตวั หารไปหารตวั ตงั้ จากซ้ายไปขวาทีละหลัก
8. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยความยาว
1 เซนติเมตร เท่ากบั 10 มิลลิเมตร
1 เมตร เท่ากับ 100 เซนติเมตร
1 กโิ ลเมตร เท่ากบั 1,000 เมตร
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยนา้ หนกั
1 กิโลกรัม เทา่ กบั 1,000 กรัม
1 เมตริกตัน (ตัน) เท่ากับ 1,000 กิโลกรัม
ซง่ึ สามารถใช้ความสมั พันธด์ งั กล่าวเขียนแสดง ความยาวหรือน้าหนกั ในรปู ทศนยิ ม
9. การแก้โจทยป์ ัญหาทศนยิ มไม่เกิน 2 ข้นั ตอน เร่ิมจากทาความเขา้ ใจปัญหา วางแผน
การแก้ปัญหา ดาเนนิ การตามแผน และตรวจสอบ
ส่อื การเรียนร้แู ละแหล่งการเรียนรู้
1. ส่ือการเรียนรู้
1.1 หนงั สอื เรียนรายวิชาคณติ ศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
1.2 แบบทดสอบเรื่อง ทศนิยม
2. แหล่งการเรยี นรู้
2.1 หอ้ งสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวิทยา
2.2 เว็บไซต์ www.google.com พิมพ์คาวา่ ทศนยิ ม ป.5
2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าวา่ ทศนิยมป.5
280
การวัดผลและประเมนิ ผล
ส่งิ ทตี่ ้องการวดั วธิ ี/เครื่องมอื การวัดผล เกณฑท์ ี่ต้องการใหผ้ ่าน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 75 ข้นึ ไป
1. ดา้ นความรู้ (K) แบบทดสอบเร่ือง ทศนิยม
ผา่ นเกณฑ์ระดับ 3 ขึน้ ไป
นักเรยี นสามารถ
1.1 หาคา่ ประมาณท่กี าหนดให้
ได้อย่างถกู ตอ้ ง
1.2 หาผลคณู ทศนยิ มท่ี
กาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง
1.3 หาผลหารทศนิยมท่ี
กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
1.4 บอกคาตอบของ
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยความ
ยาว หน่วยน้าหนักและหนว่ ย
ปรมิ าตรท่กี าหนดให้ได้อย่าง
ถกู ต้อง
1.5 บอกคาตอบของโจทย์
ปัญหาทีก่ าหนดให้ได้อยา่ งถกู ต้อง
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ แบบทดสอบเรื่อง ทศนิยม
(P) นกั เรียนสามารถ
2.1 เขยี นเศษส่วนท่ีมีตวั
ประกอบของ 10 100 หรือ
1,000 ในรูปทศนิยมท่ีกาหนดให้
ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2.2 เขียนแสดงวิธีการหาผล
คูณทศนิยมท่ีกาหนดให้ไดอ้ ย่าง
ถูกต้อง
281
ส่ิงทีต่ ้องการวดั วิธี/เครื่องมอื การวดั ผล เกณฑ์ท่ตี ้องการใหผ้ า่ น
2.3 เขียนแสดงวิธกี ารหา แบบฝึกหดั 2.1 หนังสอื แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3 ขึ้นไป
ผลหารทศนิยมที่กาหนดให้ได้ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พื้นฐาน ป.5
อย่างถูกต้อง เลม่ 1 (สสวท.)
2.4 เขยี นแสดงวิธกี ารหา
คาตอบของความสมั พันธ์ระหว่าง
หนว่ ยความยาว หน่วยน้าหนกั
และหน่วยปรมิ าตรที่กาหนดให้ได้
อยา่ งถูกต้อง
2.5 เขยี นแสดงวิธกี ารหา
คาตอบของโจทย์ปัญหาที่
กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
3. นกั เรยี นมีวินยั ใฝ่เรยี นรแู้ ละมี แบบบันทกึ การสังเกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป
ความรอบคอบในการทางาน (A) นกั เรยี น
282
283
284
267
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี น
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นความรู้
คะแนน : ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดมี าก บอกความรพู้ ้นื ฐานได้ถูกตอ้ งรอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป
3 : ดี บอกความรู้พนื้ ฐานได้ถูกตอ้ งร้อยละ 75 ขึน้ ไป
2 : พอใช้ บอกความรพู้ ื้นฐานไดถ้ ูกต้องร้อยละ 70 ขน้ึ ไป
1 : ควรแกไ้ ข บอกความรพู้ นื้ ฐานได้ถูกต้องรอ้ ยละ 50 - 69 ขน้ึ ไป
0 : ควรปรบั ปรงุ บอกความรู้พื้นฐานได้ถูกตอ้ งตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือวา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะกระบวนการ
คะแนน : ระดับคุณภาพ พฤติกรรมท่ีปรากฏให้เหน็
4 : ดมี าก เนื้อหาสาระของแบบฝกึ หัดถูกตอ้ งครบถว้ น
3 : ดี เนือ้ หาสาระของแบบฝกึ หัดถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่
2 : พอใช้ เนื้อหาสาระของแบบฝกึ หัดถูกตอ้ งเป็นบางประเดน็
1 : ควรแกไ้ ข เนอ้ื หาสาระของแบบฝึกหัดไม่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่
0 : ควรปรับปรุง ไม่มรี ่องรอยเนอ้ื หาสาระของแบบฝกึ หดั
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดบั ดี ถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ : ความมีวินยั ในตนเอง
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดมี าก ปฏิบัตติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คับของชั้นเรยี น ตรงต่อเวลาใน
การปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจา่ วันและรับผดิ ชอบในการทา่ งานดว้ ยตนเอง
3 : ดี ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชนั้ เรียน ตรงต่อเวลาใน
การปฏิบตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจา่ วนั แตต่ ้องมีการเตอื นเป็นบางครงั้
2 : พอใช้ ปฏิบัตติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชั้นเรยี น ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏิบัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจ่าวนั แต่ตอ้ งมีการเตอื นเปน็ สว่ นใหญ่
1 : ควรแก้ไข ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของช้ันเรยี น
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน
268
เกณฑ์การประเมินพฤตกิ รรมการเรยี น
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านความรู้
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ พฤติกรรมที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดมี าก ทา่ ใบบนั ทึกกิจกรรมได้ถูกต้องร้อยละ 80 ขึน้ ไป
3 : ดี ทา่ ใบบนั ทึกกจิ กรรมได้ถูกต้องรอ้ ยละ 75 ข้นึ ไป
2 : พอใช้ ทา่ ใบบนั ทึกกิจกรรมได้ถกู ต้องร้อยละ 70 ขนึ้ ไป
1 : ควรแก้ไข ทา่ ใบบนั ทึกกจิ กรรมได้ถกู ต้องรอ้ ยละ 50 - 69 ข้ึนไป
0 : ควรปรับปรุง ทา่ ใบบันทึกกิจกรรมได้ถกู ต้องตา่ กวา่ ร้อยละ 50 ข้ึนไป
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทกั ษะกระบวนการ
คะแนน : ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดมี าก ใช้ยุทธวธิ ดี ่าเนนิ การแก้ปญั หาส่าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ อธิบายถึงเหตผุ ล
ในการใช้วิธกี ารดงั กล่าวไดเ้ ข้าใจชดั เจน
3 : ดี ใชย้ ทุ ธวิธีด่าเนนิ การแก้ปญั หาสา่ เร็จ แต่น่าจะอธิบายถึงเหตุผลในการใช้
วิธีการดังกลา่ วไดด้ ีกว่าน้ี
2 : พอใช้ มยี ทุ ธวิธดี า่ เนินการแก้ปัญหา สา่ เรจ็ เพยี งบางสว่ น อธบิ ายถงึ เหตุผลในการใช้
วิธกี ารดงั กล่าวได้บางส่วน
1 : ควรแก้ไข มรี ่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริมคิดว่าท่าไมจึงต้องใชว้ ธิ ีการน้นั แลว้ หยดุ
อธบิ ายต่อไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ส่าเรจ็
0 : ควรปรบั ปรุง ท่าได้ไมถ่ ึงเกณฑข์ ้างตน้ หรอื ไม่มรี ่องรอยการด่าเนินการแก้ปัญหา
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถอื ว่า ผา่ น
เกณฑ์การให้คะแนนด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : ความมีวนิ ยั ในตนเอง
คะแนน : ระดับคุณภาพ พฤติกรรมที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดมี าก ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชั้นเรียน ตรงตอ่ เวลาใน
3 : ดี การปฏบิ ัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจา่ วันและรับผิดชอบในการทา่ งานด้วยตนเอง
2 : พอใช้ ปฏิบัตติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คับของช้นั เรยี น ตรงต่อเวลาใน
1 : ควรแกไ้ ข การปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจ่าวนั แตต่ ้องมีการเตือนเป็นบางครัง้
ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คับของชั้นเรยี น ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏบิ ัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ติ ประจ่าวัน แต่ต้องมีการเตอื นเปน็ สว่ นใหญ่
ไมป่ ฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของช้ันเรียน
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผา่ น
269
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียน
เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้
คะแนน : ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรมที่ปรากฏให้เห็น
4 : ดมี าก ท่าใบบันทึกกจิ กรรมได้ถกู ต้องร้อยละ 80 ขึ้นไป
3 : ดี ท่าใบบันทึกกจิ กรรมได้ถูกต้องรอ้ ยละ 75 ขึ้นไป
2 : พอใช้ ท่าใบบนั ทึกกจิ กรรมได้ถกู ต้องร้อยละ 70 ข้ึนไป
1 : ควรแก้ไข ท่าใบบันทึกกิจกรรมได้ถกู ต้องร้อยละ 50 - 69 ขน้ึ ไป
0 : ควรปรบั ปรุง ทา่ ใบบนั ทึกกจิ กรรมได้ถูกต้องต่ากวา่ ร้อยละ 50 ขนึ้ ไป
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยูใ่ นระดับ พอใช้ ถือวา่ ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนนด้านทกั ษะกระบวนการ : การให้เหตผุ ล
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏให้เห็น
4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอยา่ งมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงทีถูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรแก้ไข มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ
0 : ควรปรับปรงุ ไมม่ ีแนวคิดประกอบการตัดสินใจ
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดับ พอใช้ ถอื วา่ ผ่าน
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : ความมีวินยั ในตนเอง
คะแนน : ระดบั คุณภาพ พฤติกรรมท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดมี าก ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชน้ั เรยี น ตรงต่อเวลาใน
การปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจ่าวนั และรบั ผดิ ชอบในการท่างานดว้ ยตนเอง
3 : ดี ปฏบิ ัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชั้นเรียน ตรงต่อเวลาใน
การปฏิบัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจ่าวนั แต่ตอ้ งมีการเตือนเป็นบางครั้ง
2 : พอใช้ ปฏบิ ัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคับของชั้นเรียน ตรงต่อเวลาใน
การปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจา่ วนั แต่ต้องมีการเตอื นเป็นส่วนใหญ่
1 : ควรแกไ้ ข ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของช้ันเรียน
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถอื วา่ ผา่ น
270
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤติกรรมการเรยี น
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านความรู้
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ พฤตกิ รรมที่ปรากฏให้เห็น
4 : ดมี าก ท่าแบบฝกึ หดั ได้ถูกต้องรอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
3 : ดี ท่าแบบฝกึ หดั ไดถ้ ูกต้องรอ้ ยละ 75 ข้ึนไป
2 : พอใช้ ท่าแบบฝึกหัดได้ถูกต้องร้อยละ 70 ข้ึนไป
1 : ควรแก้ไข ท่าแบบฝกึ หดั ไดถ้ ูกต้องรอ้ ยละ 50 - 69 ขึน้ ไป
0 : ควรปรับปรงุ ทา่ แบบฝึกหดั ไดถ้ ูกต้องต่ากว่าร้อยละ 50 ขน้ึ ไป
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อย่ใู นระดับ พอใช้ ถือวา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทกั ษะกระบวนการ : การให้เหตุผล
คะแนน : ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏให้เหน็
4 : ดมี าก มีการอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจอยา่ งมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงทถี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
0 : ควรปรับปรงุ ไมม่ ีแนวคิดประกอบการตัดสินใจ
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดับ พอใช้ ถอื วา่ ผ่าน
เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ : ความมีวินยั ในตนเอง
คะแนน : ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดีมาก ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของช้นั เรียน ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจ่าวันและรับผิดชอบในการทา่ งานด้วยตนเอง
3 : ดี ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของช้นั เรียน ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจา่ วนั แตต่ ้องมีการเตอื นเป็นบางคร้งั
2 : พอใช้ ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคับของชั้นเรียน ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจ่าวัน แต่ตอ้ งมีการเตอื นเปน็ สว่ นใหญ่
1 : ควรแก้ไข ไมป่ ฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของชั้นเรียน
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดบั ดี ถอื ว่า ผา่ น
271
เกณฑ์การประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี น
เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นความรู้
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ พฤตกิ รรมท่ีปรากฏให้เห็น
4 : ดีมาก ทา่ แบบฝกึ หัดไดถ้ ูกต้องร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
3 : ดี ท่าแบบฝกึ หดั ไดถ้ ูกต้องร้อยละ 75 ขน้ึ ไป
2 : พอใช้ ทา่ แบบฝกึ หัดไดถ้ ูกต้องรอ้ ยละ 70 ขึ้นไป
1 : ควรแก้ไข ทา่ แบบฝึกหดั ได้ถูกต้องร้อยละ 50 - 69 ขึน้ ไป
0 : ควรปรบั ปรงุ ท่าแบบฝกึ หัดไดถ้ ูกต้องต่ากว่ารอ้ ยละ 50 ขึ้นไป
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดบั ดี ถือว่า ผ่าน
เกณฑ์การให้คะแนนด้านทกั ษะกระบวนการ
คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ พฤตกิ รรมที่ปรากฏให้เหน็
4 : ดีมาก ใชย้ ทุ ธวธิ ีด่าเนินการแกป้ ัญหาสา่ เรจ็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ อธบิ ายถึงเหตุผล
ในการใช้วิธกี ารดงั กลา่ วไดเ้ ข้าใจชัดเจน
3 : ดี ใช้ยุทธวิธดี า่ เนินการแก้ปญั หาสา่ เร็จ แต่น่าจะอธิบายถึงเหตุผลในการใช้
วิธกี ารดงั กล่าวไดด้ ีกวา่ น้ี
2 : พอใช้ มยี ทุ ธวธิ ดี ่าเนนิ การแกป้ ัญหา สา่ เรจ็ เพยี งบางสว่ น อธิบายถึงเหตุผลในการใช้
วิธกี ารดงั กลา่ วได้บางสว่ น
1 : ควรแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปญั หาบางสว่ น เรมิ คิดว่าทา่ ไมจงึ ต้องใชว้ ธิ กี ารนนั้ แล้วหยดุ
อธบิ ายต่อไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ส่าเรจ็
0 : ควรปรับปรงุ ทา่ ได้ไม่ถึงเกณฑ์ข้างตน้ หรอื ไม่มรี ่องรอยการดา่ เนนิ การแก้ปัญหา
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือวา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : ความมีวินยั ในตนเอง
คะแนน : ระดับคณุ ภาพ พฤติกรรมท่ีปรากฏให้เห็น
4 : ดมี าก ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คับของช้ันเรยี น ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏิบตั กิ ิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจา่ วนั และรับผิดชอบในการทา่ งานดว้ ยตนเอง
3 : ดี ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของชน้ั เรยี น ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏิบัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจ่าวัน แต่ต้องมีการเตือนเปน็ บางคร้งั
2 : พอใช้ ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คับของช้ันเรยี น ตรงตอ่ เวลาใน
การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจ่าวนั แต่ต้องมีการเตอื นเป็นส่วนใหญ่
1 : ควรแก้ไข ไมป่ ฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของช้ันเรียน
หมายเหตุ : เกณฑ์การประเมิน อยใู่ นระดับ ดี ถือวา่ ผ่าน