The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
นางสาวอภิญญา ยมสีดำ
61100140125

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Apinn Yomm, 2022-10-30 10:10:16

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทศนิยม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
นางสาวอภิญญา ยมสีดำ
61100140125

96

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเป็นฐานเสริมดว้ ยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ขั้นท่ี 1 กาหนดปญั หา
1. ครูชแ้ี จงจุดประสงค์การเรียนรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1.1 บอกผลคูณของทศนยิ มกับจานวนนับท่ีกาหนดใหไ้ ด้อยา่ งถูกต้อง
1.2 เขยี นแสดงวธิ กี ารหาผลคูณของทศนิยมกับจานวนนบั ที่กาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.3 มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครูนาเสนอสถานการณ์ปญั หา “น้ามันพืชมปี ริมาตรเทา่ ไร” ดงั น้ี

นา้ มันพืชป๊ีบหน่ึงมปี ริมาตร 1.43 ลติ ร ถา้ มนี า้ มันพืช 4 ปบ๊ี จะมนี ้ามนั พชื ทง้ั หมดกีล่ ิตร

คาสง่ั
① เขยี นประโยคสัญลักษณ์เพ่อื หาคะแนนของหนูดี
② ให้นักเรียนคิดวิธกี ารคานวณหาคาตอบพร้อมอธิบายวธิ กี ารคิด
③ ใหน้ ักเรยี นพิจารณาความสมเหตุสมผลของคาตอบ

3. ครูแบง่ กล่มุ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกต่าง
กนั ของผเู้ รยี น (คละความสามารถ)

4. ครูแจกใบกจิ กรรม “น้ามนั พืชมปี ริมาตรเท่าไร” ใหก้ ับนักเรยี นรายบุคคล
ข้นั ที่ 2 ทาความเข้าใจกับปัญหา (ทาความเขา้ ใจปญั หาและวางแผนแก้ปัญหา)

1. ครูใหน้ ักเรยี นทาความเข้าใจปญั หาและทาใบกิจกรรม “น้ามนั พชื มปี ริมาตรเทา่ ไร” โดยที่
ครูเดนิ สารวจรอบ ๆ หอ้ ง คอยช่วยเหลอื นักเรียน

2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายตีความหมายของสถานการณป์ ญั หา โดยที่ครคู อย
กระตนุ้ ให้นักเรียนเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ญั หาอย่างละเอียด

3. ครตู ง้ั คาถามกระต้นุ ใหผ้ ู้เรียนคดิ วเิ คราะหส์ ถานการณป์ ัญหา โดยมปี ระเดน็ คาถาม ดังน้ี
3.1 โจทยก์ าหนดอะไรให้ (น้ามนั พืชป๊บี หนึง่ มปี ริมาตร 1.43 ลิตร ถ้ามนี ้ามนั พืช 4 ปี๊บ
3.2 สิ่งท่ตี ้องการหาคืออะไร (จะมีนา้ มันพชื ทั้งหมดกล่ี ติ ร)

4. นักเรยี นรว่ มกันอธบิ าย/เชื่อมโยงความสมั พันธ์ระหวา่ งสิ่งทก่ี าหนดกับสิ่งท่ตี ้องการหาจาก
สถานการณ์ปัญหา และเลือกวิธคี น้ หาคาตอบ วา่ มปี ระเด็นหรอื หวั ข้ออะไรบา้ งทต่ี อ้ งการศึกษาคน้ คว้า
และต้งั คาถามกระตุ้นให้นักเรียนเห็นแนวทางในการหาคาตอบ

5. ครูต้งั คาถามว่า “นักเรียนจะมีวธิ กี ารหาคาตอบอย่างไร” จากนนั้ ใหน้ กั เรียนเขียนบันทึก
ลงในใบกิจกรรม “น้ามันพืชมีปริมาตรเท่าไร”

 ประโยคสัญลกั ษณ์ 1.43  4  
6. ครูชว่ ยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมลู
ขนั้ ที่ 3 ดาเนินการศกึ ษาค้นคว้า (ดาเนนิ การแก้ปญั หา)
1. ให้นกั เรยี นศึกษาค้นคว้าหาข้อมลู เพ่ิมเติม โดยสามารถหาได้จากแหล่งขอ้ มูลจากหนงั สือ
เรียนรายวชิ าคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันพจิ ารณา การคูณทศนยิ มกบั จานวนนบั ในแนวต้ัง ตอ่ ไปน้ี


97

เขยี นแสดงการหาผลคูณ 1.43  4
วธิ ีทา 1 . 4 3
4
5. 7 2
ดังน้นั 4 × 1.43 = 5.72

3. ครูอธบิ ายแนวคดิ ของโจทย์ขา้ งต้น ดงั นี้
3.1 คูณในหลักสว่ นรอ้ ย 4 × 3 ส่วนรอ้ ยได้ 12 ส่วนรอ้ ย หรอื 1 ส่วนสิบ กบั

2 สว่ นรอ้ ย เขียน 2 ในหลกั ส่วนร้อย ทด 1 ในหลกั ส่วนสบิ
3.2 คณู ในหลักส่วนสิบ 4 × 4 ส่วนสบิ ได้ 16 สว่ นสบิ รวมกับตวั ทด 1 สว่ นสิบ

เปน็ 17 ส่วนสิบ หรอื 1 หน่วย กับ 7 สว่ นสิบเขียน 7 ในหลกั สว่ นสบิ ทด 1 ในหลักหนว่ ย
3.3 คูณในหลักหน่วย 4 × 1 หนว่ ย ได้ 4 หนว่ ย รวมกบั ตวั ทดอีก 1 หน่วย เป็น 5 หน่วย

เขยี น 5 ในหลักหน่วย
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มลงมือแกป้ ัญหา ตามแผนทีว่ างไว้ด้วยตนเอง
5. ครชู ่วยแนะนาและให้กาลังใจ
6. นักเรยี นบันทึกผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาทกี่ าหนด

ขนั้ ที่ 4 สงั เคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายกระบวนการท่ีได้มาซง่ึ คาตอบของปญั หาโดยแลกเปลยี่ น

เรียนรู้รว่ มกันว่ามคี วามเหมาะสมเพียงใด แต่ละแนวคดิ ในนนั้ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอยา่ งไร
แลว้ สังเคราะหค์ วามรู้ภายในกลุม่ ของตนเอง

2. นกั เรียนแตล่ ะคนนาคาตอบท่หี าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสู่สิง่ ท่ีกาหนดใหว้ ่าสมเหตุสมผลหรอื ไม่ หรือมีข้อขดั แย้งกันหรือไม่

 พจิ ารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตุสมผล
เนอื่ งจาก 1.43  1
ซง่ึ 1 × 4  4
นั่นคือ 1.43  4  4
ดังนนั้ 5.72 จึงเป็นคาตอบทส่ี มเหตสุ มผล

ขั้นท่ี 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สรุปองค์ความร้ทู ่ีไดจ้ ากการแกป้ ัญหา พร้อมท้งั พิจารณา

ความเหมาะสมว่าเพียงพอหรือไม่ โดยครูช่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรูใ้ หม่
2. ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ นาข้อมลู ทไ่ี ด้ท้ังหมดมาประมวลสร้างองคค์ วามรู้ใหมแ่ ละประเมิน

ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบตั ิงานกลุ่ม ความพึงพอใจ พรอ้ มท้ังวธิ กี าร หรือรปู แบบการนาเสนอ
ผลงานท่ีนา่ สนใจ


98

ขนั้ ที่ 6 การนาเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครใู ห้นักเรียนนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ปญั หาทก่ี าหนดไวห้ นา้ ชนั้ เรยี น
โดยการสุ่มเลขที่
2. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อธิบายเพ่มิ เติมวา่

การคูณทศนิยมกับจานวนนบั ใช้วิธีการเดยี วกันกบั การคูณจานวนนบั โดยอาจ
กระจายจานวนหน่งึ ตามคา่ ประจาหลกั แล้วนาไปคูณกบั อีกจานวนหน่ึง จากนนั้ นาผล
คูณ
ทไี่ ด้มาบวกกนั

- ผลคูณของจานวนนบั กับทศนิยม 1 ตาแหนง่ เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
- ผลคูณของจานวนนับกบั ทศนยิ ม 2 ตาแหนง่ เปน็ ทศนิยม 2 ตาแหนง่
- ผลคูณของจานวนนับกับทศนยิ ม 3 ตาแหนง่ เป็นทศนิยม 3 ตาแหน่ง

สือ่ การเรียนรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้
1. ส่อื การเรียนรู้
1.1 หนงั สอื เรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 หนังสอื แบบฝกึ หดั วิชาคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดโรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พิมพ์คาวา่ ทศนิยม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพ์คาว่า ทศนิยม ป.5


99

การวดั ผลและประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
1. นกั เรยี นสามารถบอกผลคูณ การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด 2.6 ใน 75 ขน้ึ ไป

ของทศนิยมกับจานวนนับ 2.6 ในหนงั สอื หนังสอื แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์ 3
คะแนนขนึ้ ไป หรือ
ทกี่ าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง (K) แบบฝึกหัดรายวิชา รายวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในระดบั คณุ ภาพ
ดี ขน้ึ ไป
คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน พนื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1
ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3
ป.5 เล่ม 1 (สสวท.) (สสวท.) ขนึ้ ไป

2. นกั เรียนสามารถเขยี นแสดง การตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด 2.6 ใน

วธิ กี ารหาผลคณู ของทศนยิ มกับ 2.6 ในหนังสอื หนังสอื แบบฝกึ หดั

จานวนนบั ที่กาหนดให้ แบบฝกึ หัดรายวชิ า รายวชิ าคณติ ศาสตร์

ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P) คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน พืน้ ฐาน ป.5 เลม่ 1

ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)/ (สสวท.)/แบบบันทึก

บันทกึ คะแนนด้าน คะแนนด้านทกั ษะ

ทักษะกระบวนการ กระบวนการ

3. นกั เรียนแสดงพฤติกรรม การสงั เกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกการสงั เกต

ความมวี นิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม


100


101


102


103

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 46

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทศนยิ ม
เรือ่ ง การคณู ทศนิยมกบั ทศนิยม (1) จานวน 34 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ช่วั โมง

วนั ท่ี……..เดือน…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ

ของจานวนผลที่เกิดขน้ึ จากการดาเนนิ การสมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชี้วดั ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนิยมทผี่ ลคูณเปน็ ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง

สาระสาคญั
การคณู ทศนยิ มกับทศนิยม อาจทาได้โดยเขียนทศนิยมในรูปเศษส่วน หาผลคณู แลว้ เขยี นใน

รูปทศนิยม ผลคณู เป็นทศนิยมทม่ี ีจานวนตาแหน่งเทา่ กับผลรวมของจานวนตาแหน่งของทศนยิ มท่ี
นามาคูณกัน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรเู้ ชงิ พฤตกิ รรม เมอ่ื เรียนจบคาบนแ้ี ล้วนักเรียนสามารถ

1. ด้านความรู้ (K)
บอกผลคณู ของทศนิยมกบั ทศนยิ มท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกตอ้ ง

2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ ีการหาผลคูณของทศนยิ มกบั ทศนิยมทก่ี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง

3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมวี ินัยในตนเอง

สาระการเรียนรู้
1. ความรู้ (K)
การคูณทศนิยมกับทศนิยม
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การให้เหตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลงั )
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
ความมวี นิ ยั ในตนเอง


104

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สอนโดยใช้ปัญหาเปน็ ฐานเสริมดว้ ยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ข้ันท่ี 1 กาหนดปัญหา
1. ครูชีแ้ จงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เม่ือเรยี นจบคาบน้ีแลว้ นกั เรยี นสามารถ
1.1 บอกผลคูณของทศนิยมกับทศนิยมท่ีกาหนดให้ได้อย่างถกู ต้อง
1.2 เขียนแสดงวิธกี ารหาผลคณู ของทศนิยมกบั ทศนิยมที่กาหนดใหไ้ ด้อย่างถูกตอ้ ง
1.3 มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมคี วามรอบคอบในการทางาน
2. ครูทบทวนการคูณทศนิยมกบั จานวนนับโดยการถาม-ตอบ ดังนี้
2.1 นกั เรยี นมีวธิ กี ารหาผลคณู ทศนิยมกบั จานวนนับก่วี ธิ ี (3 วธิ )ี
2.2 วิธีการหาผลคณู ทศนิยมกบั จานวนนบั มีวิธใี ดบา้ ง (1. การบวกซา้ ๆ 2. การเขยี น

ทศนิยมให้อยู่ในรูปเศษส่วน แล้วหาผลคณู 3. การคูณในแนวตง้ั )
3. ครูถามนกั เรยี นวา่ “นักเรยี นคิดวา่ การคูณทศนิยมกับทศนยิ ม มีวิธีการเหมือนกบั การคูณ

ทศนิยมกบั จานวนนับหรอื ไม่” (ใช/่ ไม่ใช)่
4. ครูนาเสนอสถานการณ์ปญั หา ให้นักเรยี นช่วยกันหาคาตอบการคณู ทศนยิ มกับทศนยิ ม

ดังน้ี

0.4 × 0.2 3.5 × 0.67 0.5 × 4.9 0.16 × 0.2

คาสัง่

① ให้นักเรยี นคดิ วธิ กี ารคานวณหาคาตอบพร้อมอธบิ ายวิธกี ารคดิ

② ให้นักเรียนพิจารณาความสมเหตุสมผลของคาตอบ
3. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกตา่ ง
กันของผ้เู รียน (คละความสามารถ)
4. ครูแจกใบกจิ กรรม “การคูณทศนยิ มกับทศนิยม” ให้กับนักเรยี นรายบุคคล
ข้ันที่ 2 ทาความเข้าใจกับปญั หา (ทาความเขา้ ใจปญั หาและวางแผนแกป้ ัญหา)
1. ครูให้นักเรียนทาความเข้าใจปัญหาและทาใบกิจกรรม “การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยม”
โดยท่คี รเู ดนิ สารวจรอบ ๆ ห้อง คอยชว่ ยเหลอื นกั เรียน
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายตีความหมายของสถานการณป์ ัญหา โดยที่ครคู อย
กระตุ้นใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ญั หาอยา่ งละเอยี ด
3. ครูตง้ั คาถามวา่ จากสถานการณป์ ัญหาที่ใหม้ า มีเงอ่ื นไขอะไรบา้ ง (หรืออาจจะใช้คาถาม
ว่าปญั หาคืออะไร อะไรคือส่ิงทีไ่ ม่ร้แู ละหากต้องการรจู้ ะหาคาตอบได้อย่างไร)
4. นักเรยี นร่วมกันอธิบาย/เชื่อมโยงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งส่ิงทก่ี าหนดกบั ส่ิงทตี่ ้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวธิ คี น้ หาคาตอบ วา่ มปี ระเดน็ หรอื หัวขอ้ อะไรบา้ งท่ีตอ้ งการศึกษาค้นคว้า
และตัง้ คาถามกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนเหน็ แนวทางในการหาคาตอบ
5. ครูต้ังคาถามวา่ “นกั เรยี นจะมีวธิ ีการหาคาตอบอย่างไร” จากนน้ั ใหน้ ักเรียนเขียนบนั ทึก
ลงในใบกจิ กรรม “การคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยม”
6. ครูชว่ ยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกต้องของข้อมลู


105

ข้นั ที่ 3 ดาเนินการศึกษาคน้ คว้า (ดาเนินการแก้ปญั หา)
1. ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเพ่มิ เติม โดยสามารถหาไดจ้ ากแหล่งข้อมลู จากหนังสือ

เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
2. ครถู ามนักเรยี นว่า “นักเรียนคิดว่า เราสามารถหาผลคูณของทศนิยมกบั ทศนิยม

โดยใช้ความสัมพันธร์ ะหวา่ งทศนิยมกบั เศษสว่ นไดห้ รือไม่” (ได้/ไม่ได้)
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มลงมือแก้ปัญหา ตามแผนที่วางไวด้ ว้ ยตนเอง
 วิธีการคานวณหาคาตอบ เชน่

0.4 × 0.2

วธิ ที า 0.4  0.2 = 4  2

10 10

= 4×2

10 × 10

=8

100

= 0.08
3. ครชู ว่ ยแนะนาและให้กาลงั ใจ
4. นกั เรยี นบนั ทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาท่ีกาหนด
ขนั้ ที่ 4 สงั เคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครูให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายกระบวนการท่ไี ด้มาซงึ่ คาตอบของปญั หาโดยแลกเปลี่ยน
เรยี นรูร้ ว่ มกันวา่ มคี วามเหมาะสมเพยี งใด แต่ละแนวคิดในนั้นมคี วามเหมือนหรือแตกต่างกันอยา่ งไร
แลว้ สังเคราะหค์ วามร้ภู ายในกล่มุ ของตนเอง
2. นกั เรียนแต่ละคนนาคาตอบทห่ี าได้มาไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสสู่ ง่ิ ท่ีกาหนดใหว้ ่าสมเหตสุ มผลหรอื ไม่ หรือมขี ้อขดั แยง้ กันหรือไม่

 พจิ ารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตสุ มผล
เนอื่ งจาก 0.2  0
และ 0.4 × 0  0
นน่ั คอื ผลคณู ของ 0.4  0.2 ต้องมากกว่าและใกล้เคียง 0
ดงั นั้น 0.08 จึงเป็นคาตอบทส่ี มเหตสุ มผล

ขน้ั ท่ี 5 สรุปและประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สรุปองค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการแก้ปัญหา พร้อมท้ังพิจารณา

ความเหมาะสมวา่ เพยี งพอหรือไม่ โดยครูชว่ ยตรวจการประมวลการสร้างองคค์ วามรใู้ หม่
2. ผู้เรยี นแต่ละกลุม่ นาข้อมลู ทไ่ี ด้ท้ังหมดมาประมวลสรา้ งองค์ความรู้ใหมแ่ ละประเมนิ

ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบัติงานกล่มุ ความพงึ พอใจ พรอ้ มท้งั วิธีการ หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานที่น่าสนใจ


106

ขน้ั ที่ 6 การนาเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครใู ห้นกั เรยี นนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณป์ ัญหาท่กี าหนดไวห้ น้าช้ันเรยี น

โดยการสุ่มเลขที่
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อธิบายเพิ่มเติมว่า

การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยม อาจทาได้โดยเขียนทศนยิ มในรูปเศษส่วน หาผลคณู
แลว้ เขียนในรูปทศนยิ ม ผลคูณเปน็ ทศนิยมท่มี จี านวนตาแหนง่ เท่ากบั ผลรวมของจานวน
ตาแหนง่ ของทศนิยมที่นามาคูณกัน

ส่อื การเรยี นรูแ้ ละแหลง่ การเรยี นรู้

1. สื่อการเรียนรู้

1.1 หนังสอื เรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)

1.2 หนงั สอื แบบฝกึ หัดรายวิชาคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

2. แหล่งการเรยี นรู้

2.1 หอ้ งสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวทิ ยา

2.2 เว็บไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

การวัดผลและประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน

1. นักเรียนสามารถบอกผล การตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด 2.7 ใน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ

คณู ของทศนิยมกบั ทศนิยม 2.7 ในหนังสอื หนังสอื แบบฝึกหดั 75 ข้นึ ไป

ทก่ี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง แบบฝึกหดั รายวชิ า รายวิชาคณิตศาสตร์

(K) คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1

ป.5 เลม่ 1 (สสวท.) (สสวท.)

2. นักเรยี นสามารถเขยี น การตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั 2.7 ใน ผ่านเกณฑ์ 3

แสดงวธิ ีการหาผลคณู ของ 2.7 ในหนังสือแบบ หนงั สอื แบบฝึกหดั คะแนนขน้ึ ไป หรือ

ทศนิยมกบั ทศนยิ มท่ี ฝึกหัดรายวิชาคณิต รายวชิ าคณติ ศาสตร์ อย่ใู นระดบั คุณภาพ

กาหนดให้ ศาสตร์พืน้ ฐาน ป.5 พื้นฐาน ป.5 เลม่ 1 ดี ขึ้นไป

ได้อยา่ งถกู ต้อง (P) เลม่ 1 (สสวท.)/แบบ (สสวท.)/แบบบันทกึ

บนั ทกึ คะแนนด้าน คะแนนด้านทกั ษะ

ทกั ษะกระบวนการ กระบวนการ

3. นกั เรยี นแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบนั ทึกการสงั เกต ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3

ความมีวนิ ยั ในตนเอง (A) พฤติกรรม ขึน้ ไป


107


108


109


110

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 47

รายวิชาคณติ ศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ทศนิยม
เรื่อง การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยม (2) จานวน 34 ชวั่ โมง
ผู้สอน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ชวั่ โมง

วนั ท…ี่ …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ

ของจานวนผลท่เี กิดขึ้นจากการดาเนนิ การสมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด ค 1.1 ป.5/6 หาผลคูณของทศนยิ มท่ผี ลคณู เป็นทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหนง่

สาระสาคญั
การคูณทศนิยมกับทศนยิ ม เม่ือสลบั ท่ีกัน ผลคูณยังคงเทา่ กัน

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้เชงิ พฤตกิ รรม เมอื่ เรยี นจบคาบนแ้ี ล้วนกั เรยี นสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
บอกผลคูณของทศนิยมกบั ทศนยิ มท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวธิ ีการหาผลคูณของทศนยิ มกับทศนิยมท่ีกาหนดใหไ้ ด้อยา่ งถูกต้อง
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมวี ินัยในตนเอง

สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
การคูณทศนยิ มกบั ทศนยิ ม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการสื่อสาร (ฟงั พดู อา่ น เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคดิ (การใหเ้ หตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต (ทางานแบบร่วมมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3.ดา้ นคุณลักษณะ (A)
ความมวี นิ ยั ในตนเอง

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเป็นฐานเสรมิ ด้วยกระบวนการแกป้ ัญหาของโพลยา)
ข้ันที่ 1 กาหนดปญั หา
1. ครชู ีแ้ จงจุดประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรยี นจบคาบนี้แล้วนักเรียนสามารถ
1.1 บอกผลคูณของทศนยิ มกับทศนยิ มท่ีกาหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง


111

1.2 เขยี นแสดงวิธีการหาผลคูณของทศนยิ มกบั ทศนิยมท่ีกาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
1.3 มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมีความรอบคอบในการทางาน

2. ครนู าเสนอสถานการณป์ ญั หา “ผลคูณเทา่ กันหรอื ไม่” ดงั น้ี

0.9 × 0.3 มคี ่าเท่ากบั 0.3 × 0.9 หรอื ไม่

คาส่ัง
① ใหน้ ักเรยี นคดิ วธิ ีการคานวณหาคาตอบพร้อมอธิบายวิธีการคิด
② ให้นักเรียนพจิ ารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

3. ครูแบง่ กลุ่มนักเรยี นออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกต่าง
กนั ของผู้เรยี น (คละความสามารถ)

4. ครแู จกใบกิจกรรม “ผลคูณเทา่ กันหรือไม่” ใหก้ ับนักเรียนรายบคุ คล
ข้ันที่ 2 ทาความเข้าใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปญั หาและวางแผนแกป้ ญั หา)

1. ครูให้นกั เรยี นทาความเขา้ ใจปัญหาและทาใบกจิ กรรม “ผลคูณเทา่ กันหรือไม่”
โดยที่ครเู ดินสารวจรอบ ๆ ห้อง คอยชว่ ยเหลอื นักเรยี น

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายตีความหมายของสถานการณป์ ัญหา โดยที่ครูคอย
กระตนุ้ ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณ์ปัญหาอย่างละเอียด

3. ครูตั้งคาถามว่า จากสถานการณป์ ญั หาที่ให้มา มีเง่ือนไขอะไรบา้ ง (หรืออาจจะใช้คาถาม
วา่ ปัญหาคอื อะไร อะไรคือสิ่งท่ไี ม่รแู้ ละหากต้องการรู้จะหาคาตอบได้อยา่ งไร)

4. นักเรียนร่วมกันอธบิ าย/เช่ือมโยงความสมั พันธ์ระหวา่ งสิ่งท่กี าหนดกบั สิง่ ทต่ี ้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวิธีค้นหาคาตอบ วา่ มีประเดน็ หรอื หัวขอ้ อะไรบ้างท่ีตอ้ งการศึกษาคน้ คว้า
และต้ังคาถามกระตุน้ ใหน้ กั เรียนเหน็ แนวทางในการหาคาตอบ

5. ครูต้ังคาถามว่า “นักเรยี นจะมวี ิธีการหาคาตอบอย่างไร” จากนั้นใหน้ ักเรยี นเขียนบันทึก
ลงในใบกิจกรรม “การคูณทศนิยมกบั ทศนยิ ม”

6. ครูช่วยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกต้องของข้อมลู
ข้ันที่ 3 ดาเนินการศึกษาคน้ คว้า (ดาเนนิ การแก้ปัญหา)

1. ให้นักเรียนศกึ ษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเพิม่ เติม โดยสามารถหาไดจ้ ากแหลง่ ขอ้ มูลจากหนงั สือ
เรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)

2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มลงมือแก้ปัญหา ตามแผนท่วี างไว้ดว้ ยตนเอง


112

 วิธกี ารคานวณหาคาตอบ

พิจารณาการหาผลคณู ของ 0.3  0.9 กับ 0.9  0.3 โดยใชค้ วามสัมพันธ์ระหวา่ ง

ทศนิยมกับเศษสว่ น ดังนี้

0.3  0.9 = 3  9 0.9  0.3 = 9  3

10 10 10 10

= 3×9 = 9×3

10 × 10 10 × 10

= 27 = 27

100 100

ดังน้นั 0.3  0.9 = 0.27 ดงั นน้ั 0.9  0.3 = 0.27

พบว่า 0.3  0.9 = 0.9  0.3

3. ครชู ่วยแนะนาและให้กาลังใจ

4. นักเรยี นบันทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปัญหาท่กี าหนด

ข้นั ที่ 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)

1. ครูให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายกระบวนการทไี่ ด้มาซึ่งคาตอบของปัญหาโดยแลกเปลี่ยน

เรยี นร้รู ่วมกันวา่ มคี วามเหมาะสมเพยี งใด แต่ละแนวคิดในนนั้ มีความเหมือนหรอื แตกต่างกนั อย่างไร

แลว้ สงั เคราะห์ความรู้ภายในกลมุ่ ของตนเอง

2. นักเรยี นแตล่ ะคนนาคาตอบทหี่ าไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก

คาตอบไปสู่สิง่ ท่ีกาหนดให้วา่ สมเหตุสมผลหรอื ไม่ หรือมขี ้อขัดแย้งกันหรือไม่

 พิจารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตสุ มผล

เน่ืองจาก 0.9  1

และ 0.3 × 1  0.3
น่นั คือ ผลคูณของ 0.3 × 0.9 และ 0.9 × 0.3
ต้องน้อยกว่าและใกลเ้ คียง 0.3
ดังน้นั 0.08 จึงเป็นคาตอบทส่ี มเหตสุ มผล

ขัน้ ที่ 5 สรปุ และประเมินค่าหาคาตอบ
1. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปองค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการแก้ปัญหา พรอ้ มท้ังพิจารณา

ความเหมาะสมว่าเพียงพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่
2. ผ้เู รยี นแต่ละกล่มุ นาข้อมูลทไี่ ด้ท้ังหมดมาประมวลสร้างองค์ความร้ใู หม่และประเมนิ

ประสิทธิภาพ คุณภาพการปฏิบตั ิงานกลมุ่ ความพงึ พอใจ พรอ้ มท้งั วธิ ีการ หรือรปู แบบการนาเสนอ
ผลงานท่นี ่าสนใจ

ข้ันท่ี 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูให้นกั เรียนนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณป์ ญั หาท่กี าหนดไวห้ นา้ ช้นั เรียน

โดยการส่มุ เลขท่ี
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อธิบายเพม่ิ เติมว่า


113

การคณู ทศนิยมกับทศนิยม เมื่อสลับท่กี นั ผลคณู ยังคงเท่ากัน

ส่อื การเรียนร้แู ละแหล่งการเรยี นรู้

1. ส่ือการเรยี นรู้

1.1 หนังสือเรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

1.2 ใบกจิ กรรม “ผลคณู เทา่ กนั หรือไม่”

2. แหล่งการเรียนรู้

2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา

2.2 เว็บไซต์ www.google.com พิมพ์คาวา่ ทศนยิ ม ป.5

2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พมิ พ์คาว่า ทศนยิ ม ป.5

การวัดผลและประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
1. นักเรยี นสามารถบอกผล การตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม “ผลคูณ 75 ขน้ึ ไป

คณู ของทศนยิ มกบั ทศนยิ ม “ผลคูณเท่ากันหรอื ไม่” เท่ากนั หรือไม่” ผา่ นเกณฑ์ 3
คะแนนขน้ึ ไป หรือ
ท่กี าหนดให้ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง อยู่ในระดบั คุณภาพ
ดี ขึ้นไป
(K)
ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
2. นกั เรยี นสามารถเขยี น การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “ผลคณู ข้ึนไป

แสดงวิธีการหาผลคณู ของ “ผลคณู เทา่ กนั เท่ากันหรือไม่”/แบบ

ทศนยิ มกับทศนิยมท่ี หรอื ไม่”/บนั ทกึ บนั ทกึ คะแนนดา้ น

กาหนดให้ คะแนนด้านทักษะ ทักษะกระบวนการ

ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P) กระบวนการ

3. นักเรียนแสดงพฤตกิ รรม การสงั เกตพฤติกรรม แบบบันทกึ การสังเกต

ความมวี ินยั ในตนเอง (A) พฤติกรรม


114


115


116


117

ใบกจิ กรรม “ผลคณู เท่ากนั หรอื ไม”่

คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนหาผลคูณโดยใชค้ วามสมั พันธ์ระหวา่ งทศนยิ มกบั เศษสว่ น (4 คะแนน)
① 0.3  0.9 กบั 0.9  0.3

วิธที า………………………………………………………………. วิธที า……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

พบว่า…………………………………………………………….
② 0.12 × 4.7 กับ 4.7 × 0.12

วิธีทา………………………………………………………………. วธิ ที า……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

พบวา่ …………………………………………………………….

ชอ่ื -สกุล…………………………………………………………………………………………..ชน้ั ………………………เลขท…่ี …………..


118

เฉลยใบกจิ กรรม “ผลคณู เทา่ กนั หรือไม”่

คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนหาผลคูณโดยใช้ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งทศนิยมกับเศษส่วน (4 คะแนน)

① 0.3  0.9 กบั 0.9  0.3

วธิ ที า 0.3 × 0.9 = 39 วธิ ที า 0.9 × 0.3 = 93
10 × 10 10 × 10
= 3×9 = 9×3
10 × 10 10 × 10
= 27 = 27
100 100
ดังน้นั 0.3 × 0.9 = 0.27 ดงั นัน้ 0.9 × 0.3 = 0.27

ตรวจสอบ เนอ่ื งจาก 0.9  1 ตรวจสอบ เนื่องจาก 0.9  1

และ 0.3 × 1  0.3 และ 1 × 0.3  0.3

นัน่ คอื ผลคณู ของ 0.3 × 0.9 น่นั คอื ผลคูณของ 0.9 × 0.3

ต้องน้อยกว่าและใกล้เคียง 0.3 ต้องน้อยกว่าและใกล้เคยี ง 0.3

ตอบ 0.27 ตอบ 0.27

พบวา่ 0.3  0.9 = 0.9  0.3

② 0.12 × 4.7 กับ 4.7 × 0.12

วิธที า 0.12 × 4.7 = 12 47 วธิ ที า 4.7 × 0.12 = 47 12
100 × 10 10 × 100
= 12 × 947 = 47 × 12
10 × 10 10 × 100
= 564 = 564
1000 1000
ดงั นั้น 0.12 × 4.7 = 0.564 ดังนัน้ 4.7 × 0.12 = 0.564

ตรวจสอบ เนอ่ื งจาก 4.7  5 ตรวจสอบ เนื่องจาก 4.7  5

และ 0.12 × 5  0.6 และ 5 × 0.12  0.6

นนั่ คอื ผลคูณของ 0.12 × 4.7 นนั่ คือ ผลคูณของ 4.7 × 0.12

ต้องน้อยกว่าและใกล้เคียง 0.6 ต้องน้อยกว่าและใกลเ้ คียง 0.6

ตอบ 0.564 ตอบ 0.564

พบวา่ 0.12 × 4.7 = 4.7 × 0.12

ช่อื -สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชน้ั ………………………เลขท…ี่ …………..


119

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 48

รายวชิ าคณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ทศนยิ ม
เรอื่ ง การคณู ทศนยิ มกับทศนิยม (3) จานวน 34 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ชัว่ โมง

วันท่ี……..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนินการ

ของจานวนผลทีเ่ กิดขึ้นจากการดาเนนิ การสมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ชี้วดั ค 1.1 ป.5/6 หาผลคูณของทศนยิ มทผ่ี ลคณู เป็นทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง

สาระสาคัญ
การคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตงั้ ใชว้ ิธีการเดียวกนั กับการคณู จานวนนับ ผลคณู ที่ได้

เปน็ ทศนิยมทีม่ ีจานวนตาแหนง่ ของทศนิยมเท่ากบั ผลรวมของจานวนตาแหน่งของทศนิยมทนี่ ามาคูณ
กนั จุดประสงคก์ ารเรียนรเู้ ชงิ พฤติกรรม เม่ือเรียนจบคาบนี้แลว้ นกั เรียนสามารถ

1. ด้านความรู้ (K)
บอกผลคณู ของทศนยิ มกบั ทศนิยมท่ีกาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
เขียนแสดงวิธีการหาผลคูณของทศนยิ มกับทศนิยมท่กี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง

3. ด้านคณุ ลักษณะ (A)
3.1 มวี ินยั
3.2 ใฝเ่ รยี นรู้
3.3 มีความรอบคอบ

สาระการเรยี นรู้
การคูณทศนิยมกับทศนยิ ม

กิจกรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานเสรมิ ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ขั้นที่ 1 กาหนดปัญหา
1. ครูช้ีแจงจุดประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรียนจบคาบนี้แลว้ นักเรียนสามารถ
1.1 บอกผลคูณของทศนิยมกับทศนยิ มที่กาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.2 เขียนแสดงวิธีการหาผลคูณของทศนิยมกับทศนิยมท่ีกาหนดให้ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
1.3 มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมคี วามรอบคอบในการทางาน
2. ครนู าเสนอสถานการณป์ ญั หา ให้นกั เรยี นช่วยกนั หาคาตอบการคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยม

ดังน้ี

0.3 × 0.8 5.7 × 1.2 3.45 × 8.9 0.54 × 10.2


120

คาสงั่
① ให้นกั เรยี นคดิ วิธีการคานวณหาคาตอบพร้อมอธบิ ายวธิ กี ารคิด
② ให้นกั เรยี นพจิ ารณาความสมเหตุสมผลของคาตอบ

3. ครแู บง่ กล่มุ นักเรยี นออกเป็นกล่มุ ละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกตา่ ง
กันของผู้เรียน (คละความสามารถ)

4. ครูแจกใบกจิ กรรม “การคูณทศนิยมกับทศนิยมในแนวตง้ั ” ใหก้ ับนักเรยี นรายบุคคล
ข้ันที่ 2 ทาความเข้าใจกับปญั หา (ทาความเขา้ ใจปัญหาและวางแผนแก้ปญั หา)

1. ครูให้นกั เรียนทาความเขา้ ใจปญั หาและทาใบกจิ กรรม “การคณู ทศนยิ มกับทศนยิ มใน
แนวต้งั ” โดยท่ีครูเดินสารวจรอบ ๆ ห้อง คอยช่วยเหลือนักเรียน

2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายตคี วามหมายของสถานการณป์ ญั หา โดยที่ครูคอย
กระตุน้ ใหน้ ักเรียนเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ัญหาอยา่ งละเอยี ด

3. ครูต้ังคาถามว่า จากสถานการณ์ปัญหาทใี่ หม้ า มีเง่อื นไขอะไรบ้าง (หรืออาจจะใชค้ าถาม
วา่ ปญั หาคืออะไร อะไรคอื ส่ิงทีไ่ มร่ แู้ ละหากต้องการรจู้ ะหาคาตอบได้อย่างไร)

4. นกั เรยี นรว่ มกนั อธบิ าย/เชื่อมโยงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงทกี่ าหนดกบั ส่ิงที่ต้องการหาจาก
สถานการณ์ปัญหา และเลือกวธิ ีค้นหาคาตอบ ว่ามปี ระเด็นหรือหวั ขอ้ อะไรบ้างที่ต้องการศึกษาค้นควา้
และตงั้ คาถามกระต้นุ ใหน้ กั เรียนเหน็ แนวทางในการหาคาตอบ

5. ครตู ั้งคาถามวา่ “นกั เรยี นจะมีวิธกี ารหาคาตอบอย่างไร” จากนั้นใหน้ กั เรียนเขยี นบันทึก
ลงในใบกจิ กรรม “การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตงั้ ”

6. ครูใชค้ าถามเพ่ือกระตุ้นความคิดนักเรียน ดังนี้
6.1 นกั เรยี นคิดว่าการคูณทศนิยมกบั ทศนยิ มมีวิธีการหาคาตอบแบบอื่นหรือไม่ (ม/ี ไมม่ )ี
6.2 ถ้ามีนักเรยี นคิดวา่ เราจะหาผลคูณไดอ้ ย่างไร (ใช้การคณู ในแนวต้ัง)

7. ครชู ่วยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกต้องของข้อมลู
ขนั้ ที่ 3 ดาเนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้ (ดาเนนิ การแกป้ ญั หา)

1. ใหน้ ักเรยี นศึกษาคน้ คว้าหาขอ้ มลู เพิม่ เติม โดยสามารถหาได้จากแหล่งข้อมลู จากหนังสือ
เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มลงมือแกป้ ญั หา ตามแผนทว่ี างไว้ด้วยตนเอง
 วธิ ีการคานวณหาคาตอบ

0.3 × 0.8

วธิ ีทา 0 . 8
0.3 

0.2 4
3. ครชู ว่ ยแนะนาและให้กาลังใจ
4. นักเรยี นบันทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปญั หาทก่ี าหนด


121

ข้นั ท่ี 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครูใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ รายกระบวนการทไ่ี ด้มาซึ่งคาตอบของปญั หาโดยแลกเปล่ยี น

เรียนรรู้ ว่ มกนั ว่ามคี วามเหมาะสมเพียงใด แต่ละแนวคิดในนนั้ มีความเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อย่างไร
แลว้ สงั เคราะห์ความรูภ้ ายในกลุ่มของตนเอง

2. นกั เรียนแต่ละคนนาคาตอบทห่ี าได้มาไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลับจาก
คาตอบไปสสู่ ิ่งท่ีกาหนดให้วา่ สมเหตุสมผลหรอื ไม่ หรือมขี ้อขัดแย้งกันหรือไม่

 พจิ ารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตสุ มผล
เนอ่ื งจาก 0.8  1
และ 0.3 × 1  0.3
น่นั คือ ผลคณู ของ 0.3 × 0.8
ต้องน้อยกว่าและใกลเ้ คียง 0.3
ดังน้นั 0.08 จึงเปน็ คาตอบที่
ขั้นท่ี 5 สรุปและประเสมมินเหคตา่ หสุ มาคผาลตอบ
1. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรูท้ ี่ได้จากการแกป้ ัญหา พร้อมทั้งพจิ ารณา
ความเหมาะสมวา่ เพยี งพอหรือไม่ โดยครชู ว่ ยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรใู้ หม่
2. ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ นาข้อมูลท่ไี ด้ท้ังหมดมาประมวลสรา้ งองค์ความรใู้ หม่และประเมนิ
ประสทิ ธิภาพ คณุ ภาพการปฏิบตั งิ านกล่มุ ความพงึ พอใจ พร้อมทง้ั วิธีการ หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานท่ีนา่ สนใจ
ขัน้ ที่ 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครใู ห้นกั เรยี นนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณป์ ัญหาทีก่ าหนดไวห้ นา้ ช้นั เรียน
โดยการสมุ่ เลขที่
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อธิบายเพิ่มเติมว่า

การคูณทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตั้ง ใชว้ ิธีการเดียวกันกับการคณู จานวนนบั
ผลคณู ทีไ่ ดเ้ ป็นทศนยิ มทีม่ ีจานวนตาแหน่งของทศนยิ มเทา่ กบั ผลรวมของจานวนตาแหน่ง
ของทศนิยมท่นี ามาคณู กนั

สื่อการเรยี นรู้และแหลง่ การเรยี นรู้
1. สือ่ การเรียนรู้
1.1 หนังสือเรียนรายวิชาคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)
1.2 ใบกิจกรรม “การคณู ทศนยิ มกบั ทศนยิ มในแนวตัง้ ”
2. แหลง่ การเรยี นรู้
2.1 หอ้ งสมุดโรงเรียนหนองสาโรงวิทยา
2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาวา่ ทศนยิ ม ป.5
2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าว่า ทศนยิ ม ป.5


122

การวัดผลและประเมินผล วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ การตรวจใบกิจกรรม ใบกจิ กรรม “การคูณ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
“การคูณทศนยิ มกับ ทศนิยมกับทศนิยมใน 75 ขึ้นไป
1. นกั เรียนสามารถบอกผล ทศนยิ มในแนวตง้ั ” แนวต้ัง”
คณู ของทศนยิ มกับทศนยิ ม
ท่กี าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง ใบกิจกรรม “การคูณ ใบกิจกรรม “การคูณ ผ่านเกณฑ์ 3
(K) ทศนิยมกบั ทศนิยมใน ทศนิยมกับทศนยิ มใน คะแนนขนึ้ ไป หรือ
แนวตัง้ ”/แบบบนั ทึก แนวตงั้ ”/แบบบนั ทึก อยู่ในระดบั คุณภาพ
2. นกั เรียนสามารถเขยี น คะแนนด้านทักษะ คะแนนด้านทักษะ ดี ข้ึนไป
แสดงวธิ กี ารหาผลคูณของ กระบวนการ กระบวนการ
ทศนิยมกบั ทศนิยมที่ ผ่านเกณฑร์ ะดับ 3
กาหนดให้ การสงั เกตพฤติกรรม แบบบันทกึ การสังเกต ข้นึ ไป
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P) พฤติกรรม

3. นกั เรยี นแสดงพฤติกรรม
ความมวี นิ ัยในตนเอง (A)


123


124


125


126

ใบกิจกรรม “การคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตง้ั ”

คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นหาผลคูณทศนิยมกับทศนยิ มในแนวต้ัง (4 คะแนน)

① ②
0.3 × 0.8 5.7 × 1.2

วธิ ที า………………………………………………………………. วธิ ที า……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

③ ④
3.45 × 8.9 0.54 × 10.2

วิธีทา………………………………………………………………. วิธีทา……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………………………………………..ช้ัน………………………เลขท…ี่ …………..


127

เฉลยใบกิจกรรม “การคูณทศนยิ มกบั ทศนยิ มในแนวตั้ง”

คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นหาผลคูณทศนิยมกบั ทศนิยมในแนวต้งั (4 คะแนน)

① ②
0.3 × 0.8 5.7 × 1.2

วธิ ที า 0 . 8 วิธีทา 5 . 7
0.3  1.2 

0.2 4 1.1 4
ตรวจสอบ เน่ืองจาก 0.8  1 5.7 0 
6.8 4
และ 0.3 × 1  0.3
นนั่ คือ ผลคูณของ 0.3 × 0.8 ตรวจสอบ เนื่องจาก 5.7  6
ตอ้ งนอ้ ยกวา่ และใกลเ้ คียง 0.3
ตอบ 0.24 และ 6 × 1.2  7.2
นั่นคือ ผลคูณของ 5.7 × 1.2
③ ต้องน้อยกว่าและใกลเ้ คยี ง 7.2
3.45 × 8.9 ตอบ 6.84


0.54 × 10.2

วธิ ที า 3 . 4 5 วิธที า 1 0.2
8.9  0.54 

3.105 0.408
27.600  5.100 
30.705 5.508

ตรวจสอบ เนื่องจาก 8.9  9 ตรวจสอบ เนอ่ื งจาก 10.2  10

และ 3.45 × 9  31.05 และ 0.54 × 10  5.4
นน่ั คอื ผลคณู ของ 3.45 × 8.9 นั่นคอื ผลคูณของ 0.54 × 10.2
ต้องนอ้ ยกว่าและใกลเ้ คยี ง 31.05 ตอ้ งมากกว่าและใกล้เคียง 5.4
ตอบ 30.705 ตอบ 5.508

ช่อื -สกุล…………………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………………เลขท…่ี …………..


128

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 49

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ทศนิยม
เรื่อง การคูณทศนิยมกบั ทศนิยม (4) จานวน 34 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท…่ี …..เดอื น…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ

ของจานวนผลท่เี กิดข้นึ จากการดาเนินการสมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชี้วดั ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนิยมที่ผลคณู เป็นทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหนง่

สาระสาคญั
การคูณทศนยิ มกับทศนิยมในแนวตงั้ ใชว้ ธิ กี ารเดยี วกนั กบั การคูณจานวนนับ ผลคูณที่ได้

เป็นทศนยิ มทีม่ จี านวนตาแหนง่ ของทศนิยมเทา่ กบั ผลรวมของจานวนตาแหน่งของทศนิยมทนี่ ามาคูณ
กนั
จุดประสงค์การเรียนรเู้ ชิงพฤตกิ รรม เมื่อเรียนจบคาบนี้แล้วนกั เรียนสามารถ

1. ด้านความรู้ (K)
บอกผลคูณของทศนยิ มกับทศนิยมที่กาหนดให้ได้อยา่ งถูกตอ้ ง

2. ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวิธีการหาผลคูณของทศนยิ มกับทศนิยมที่กาหนดใหไ้ ด้อย่างถูกต้อง

3. ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
แสดงพฤตกิ รรมความมวี นิ ัยในตนเอง (A)

สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
การคณู ทศนิยมกับทศนิยม
2. สมรรถนะสาคัญ (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
2.2 ความสามารถในการคิด (การใหเ้ หตผุ ล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ (ทางานแบบรว่ มมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
ความมีวินยั ในตนเอง


129

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐานเสริมด้วยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ข้นั ท่ี 1 กาหนดปญั หา
1. ครชู ีแ้ จงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เม่อื เรยี นจบคาบนี้แลว้ นกั เรยี นสามารถ
1.1 บอกผลคูณของทศนิยมกบั ทศนิยมที่กาหนดให้ได้อย่างถกู ต้อง
1.2 เขยี นแสดงวธิ ีการหาผลคณู ของทศนยิ มกับทศนิยมที่กาหนดให้ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
1.3 มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครนู าเสนอสถานการณป์ ัญหา ให้นักเรยี นชว่ ยกันหาคาตอบการคูณทศนยิ มกับทศนยิ ม

ดงั นี้

0.8 × 0.9 1.82 × 0.7 6.6 × 25.4 0.92 × 4.8

คาสง่ั

① ใหน้ กั เรยี นคดิ วิธกี ารคานวณหาคาตอบพร้อมอธิบายวิธกี ารคดิ

② ใหน้ ักเรียนพิจารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
3. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกต่าง
กนั ของผ้เู รียน (คละความสามารถ)
4. ครแู จกใบกิจกรรม “การคูณทศนิยมกบั ทศนิยมในแนวตงั้ ” ใหก้ บั นักเรยี นรายบคุ คล
ขน้ั ท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกับปญั หา (ทาความเข้าใจปัญหาและวางแผนแกป้ ญั หา)
1. ครใู หน้ กั เรยี นทาความเข้าใจปัญหาและทาใบกิจกรรม “การคูณทศนิยมกับทศนยิ มใน
แนวตง้ั ” โดยทีค่ รเู ดินสารวจรอบ ๆ ห้อง คอยช่วยเหลือนักเรยี น
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายตีความหมายของสถานการณป์ ญั หา โดยท่ีครูคอย
กระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ัญหาอยา่ งละเอียด
3. ครตู ้ังคาถามว่า จากสถานการณป์ ัญหาทใ่ี หม้ า มีเง่อื นไขอะไรบา้ ง (หรืออาจจะใชค้ าถาม
ว่าปัญหาคอื อะไร อะไรคือส่ิงท่ีไม่ร้แู ละหากต้องการร้จู ะหาคาตอบได้อย่างไร)
4. นกั เรียนรว่ มกันอธบิ าย/เช่ือมโยงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสิ่งทก่ี าหนดกับสิง่ ท่ตี ้องการหาจาก
สถานการณป์ ัญหา และเลือกวิธคี ้นหาคาตอบ ว่ามีประเด็นหรือหัวข้ออะไรบ้างท่ตี ้องการศกึ ษาคน้ คว้า
และตงั้ คาถามกระตุ้นให้นกั เรียนเห็นแนวทางในการหาคาตอบ
5. ครูต้งั คาถามวา่ “นักเรยี นจะมีวิธีการหาคาตอบอย่างไร” จากน้ันใหน้ ักเรียนเขียนบันทึก
ลงในใบกิจกรรม “การคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตัง้ ”
6. ครูใชค้ าถามเพ่ือกระตุ้นความคดิ นักเรียน ดงั นี้

6.1 นกั เรยี นคดิ ว่าการคูณทศนิยมกบั ทศนิยมมีวธิ ีการหาคาตอบแบบอ่ืนหรือไม่ (ม/ี ไม่มี)
6.2 ถ้ามนี ักเรียนคดิ ว่าเราจะหาผลคูณไดอ้ ย่างไร (ใชก้ ารคูณในแนวตงั้ )
7. ครูชว่ ยดูแลตรวจสอบ แนะนาความถูกตอ้ งของข้อมลู
ข้นั ที่ 3 ดาเนนิ การศึกษาค้นควา้ (ดาเนินการแก้ปัญหา)
1. ใหน้ ักเรียนศึกษาคน้ คว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยสามารถหาได้จากแหลง่ ข้อมูลจากหนังสือ
เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มลงมือแก้ปัญหา ตามแผนท่วี างไว้ด้วยตนเอง


130

 วธิ ีการคานวณหาคาตอบ

0.8 × 0.9

วิธที า 0 . 8
0.9 

0.7 2
3. ครชู ว่ ยแนะนาและให้กาลังใจ
4. นักเรียนบนั ทึกผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปัญหาทก่ี าหนด
ขนั้ ท่ี 4 สังเคราะหค์ วามรู้ (ตรวจสอบ)
1. ครูให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายกระบวนการท่ีได้มาซึ่งคาตอบของปญั หาโดยแลกเปลย่ี น
เรียนร้รู ว่ มกนั ว่ามคี วามเหมาะสมเพียงใด แตล่ ะแนวคดิ ในนน้ั มคี วามเหมือนหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
แลว้ สังเคราะหค์ วามร้ภู ายในกลุ่มของตนเอง
2. นักเรียนแต่ละคนนาคาตอบที่หาไดม้ าไปตรวจสอบความถูกต้องโดยการทาย้อนกลบั จาก
คาตอบไปสู่สงิ่ ที่กาหนดใหว้ า่ สมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมขี ้อขัดแยง้ กนั หรือไม่

 พจิ ารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตุสมผล
เน่อื งจาก 0.9  1
และ 0.8 × 1  0.8
นน่ั คอื ผลคูณของ 0.8 × 0.9
ตอ้ งน้อยกว่าและใกลเ้ คียง 0.8
ดังน้นั 0.08 จงึ เป็นคาตอบท่ี
ข้นั ที่ 5 สรุปและประเสมมินเหคตา่ หสุ มาคผาลตอบ
1. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สรุปองค์ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการแก้ปัญหา พรอ้ มทง้ั พิจารณา
ความเหมาะสมว่าเพยี งพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสรา้ งองค์ความรูใ้ หม่
2. ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มนาข้อมลู ท่ไี ด้ท้ังหมดมาประมวลสร้างองค์ความรู้ใหมแ่ ละประเมนิ
ประสทิ ธภิ าพ คุณภาพการปฏิบัตงิ านกลุม่ ความพึงพอใจ พรอ้ มทงั้ วิธกี าร หรือรูปแบบการนาเสนอ
ผลงานท่ีนา่ สนใจ
ขน้ั ท่ี 6 การนาเสนอและประเมินผลงาน
1. ครูให้นกั เรยี นนาเสนอผลงานการแกป้ ัญหาจากสถานการณป์ ญั หาที่กาหนดไว้หน้าชน้ั เรียน
โดยการสมุ่ เลขที่
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อธิบายเพ่มิ เติมว่า


131

การคณู ทศนิยมกับทศนยิ มในแนวตั้ง ใช้วิธีการเดยี วกันกบั การคณู จานวนนับ
ผลคณู ทไี่ ด้เปน็ ทศนยิ มท่มี ีจานวนตาแหน่งของทศนิยมเท่ากับผลรวมของจานวนตาแหน่ง

ของทศนยิ มที่นามาคูณกัน

สอื่ การเรียนรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้

1. สื่อการเรยี นรู้

1.1 หนังสอื เรียนรายวชิ าคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

1.2 ใบกจิ กรรม “การคณู ทศนยิ มกบั ทศนิยมในแนวตง้ั ”

2. แหล่งการเรยี นรู้

2.1 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวทิ ยา

2.2 เว็บไซต์ www.google.com พิมพ์คาวา่ ทศนิยม ป.5

2.3 เว็บไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าวา่ ทศนิยม ป.5

การวัดผลและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
1. นกั เรยี นสามารถบอกผล การตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม “การคูณ 75 ขน้ึ ไป

คูณของทศนยิ มกบั ทศนิยม “การคูณทศนิยมกบั ทศนยิ มกบั ทศนยิ มใน ผ่านเกณฑร์ ะดบั 3
ขน้ึ ไป
ท่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกตอ้ ง ทศนิยมในแนวต้ัง” แนวต้งั ”
ผา่ นเกณฑ์ระดบั 3
(K) ขึ้นไป

2. นักเรียนสามารถเขยี น การตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม “การคูณ

แสดงวิธกี ารหาผลคณู ของ “การคูณทศนยิ มกบั ทศนยิ มกบั ทศนิยมใน

ทศนยิ มกับทศนิยมที่ ทศนิยมในแนวต้งั ” แนวต้งั ”/แบบบนั ทึก

กาหนดให้ /แบบบันทกึ การสังเกต การสังเกตพฤติกรรม

ได้อยา่ งถูกต้อง (P) พฤติกรรมนกั เรียน นกั เรียน

3. นกั เรยี นแสดงพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรม แบบบันทกึ การสังเกต

ความมีวินยั ในตนเอง (A) พฤติกรรม


132


133


134


135

ใบกจิ กรรม “การคูณทศนิยมกบั ทศนิยมในแนวตง้ั ”

คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นหาผลคูณทศนยิ มกับทศนิยมในแนวตง้ั (4 คะแนน)

① ②
0.8 × 0.9 1.82 × 0.7

วธิ ีทา………………………………………………………………. วธิ ที า……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

③ ④
6.6 × 25.4 0.92 × 4.8

วิธีทา………………………………………………………………. วธิ ที า……………………………………………………………….
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตรวจสอบ……………………………………………………….. ตรวจสอบ………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………..
ตอบ……………………………………………………………….. ตอบ………………………………………………………………..

ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชัน้ ………………………เลขท…่ี …………..


136

เฉลยใบกจิ กรรม “การคณู ทศนิยมกบั ทศนยิ มในแนวต้งั ”

คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นหาผลคูณทศนยิ มกับทศนยิ มในแนวตัง้ (4 คะแนน)

① ②
0.8 × 0.9 1.82 × 0.7

วิธีทา 0 . 8 วิธีทา 1. 8 2
0.9  0.7

0.7 2 1.274

ตรวจสอบ เนื่องจาก 0.9  1 ตรวจสอบ เนื่องจาก 1.82  2

และ 0.8 × 1  0.8 และ 2 × 0.7  1.4
นั่นคือ ผลคณู ของ 0.8 × 0.9 น่นั คอื ผลคูณของ 1.82 × 0.7
ต้องนอ้ ยกวา่ และใกล้เคียง 0.8
ตอบ 0.72 ต้องน้อยกว่าและใกล้เคยี ง 1.4
ตอบ 1.274

③ ④
6.6 × 25.4 0.92 × 4.8

วธิ ที า 2 5 . 4 วธิ ีทา 0 . 9 2
6. 6  4.8 

15.24 0.736
152.40  3.680 
167.64 4.416

ตรวจสอบ เนอื่ งจาก 25.4  25 ตรวจสอบ เนือ่ งจาก 4.8  5

และ 6.6 × 25  165 และ 0.92 × 5  4.6
นน่ั คือ ผลคณู ของ 6.6 × 25.4 นัน่ คือ ผลคณู ของ 0.92 × 4.8
ต้องมากกวา่ และใกล้เคยี ง 167.64 ตอ้ งน้อยกวา่ และใกลเ้ คยี ง 4.6
ตอบ 167.64 ตอบ 4 . 4 1 6

ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชน้ั ………………………เลขท…่ี …………..


137

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 50

รายวิชาคณติ ศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทศนิยม
เร่อื ง การหารทศนยิ มด้วยจานวนนับ (1) จานวน 34 ช่ัวโมง
ผูส้ อน นางสาวอภญิ ญา ยมสีดา เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท…ี่ …..เดือน…………………………..พ.ศ……………

มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวนการดาเนนิ การ

ของจานวนผลทเ่ี กิดขึน้ จากการดาเนินการสมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวดั ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารท่ีตัวตั้งเป็นจานวนนับหรือทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง

และตวั หารเป็นจานวนนบั ผลหารเปน็ ทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหนง่
สาระสาคัญ

การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนับ อาจหาผลหารไดโ้ ดยเขยี นทศนิยมในรปู เศษสว่ น แล้วหา
ผลหารของเศษส่วนกับจานวนนบั และเขยี นผลหารในรปู ทศนิยม
จุดประสงค์การเรยี นรู้เชงิ พฤตกิ รรม เมอ่ื เรียนจบคาบนแ้ี ล้วนักเรียนสามารถ

1. ด้านความรู้ (K)
บอกผลหารของทศนยิ มกับจานวนนับทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง

2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
เขยี นแสดงวธิ ีการหาผลหารของทศนยิ มกบั จานวนนับท่ีกาหนดใหไ้ ด้อย่างถูกตอ้ ง

3. ด้านคุณลกั ษณะ (A)
3.1 มวี นิ ยั
3.2 ใฝเ่ รยี นรู้
3.3 มีความรอบคอบ

สาระการเรยี นรู้
1. ความรู้ (K)
การหารทศนิยมกับจานวนนับ
2. สมรรถนะสาคญั (P)
2.1 ความสามารถในการส่ือสาร (ฟัง พูด อ่าน เขยี น)
2.2 ความสามารถในการคิด (การให้เหตุผล และการเชื่อมโยง)
2.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา (-)
2.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (ทางานแบบรว่ มมอื รวมพลัง)
2.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
ความมวี นิ ยั ในตนเอง


138

กิจกรรมการเรียนรู้ (สอนโดยใช้ปญั หาเป็นฐานเสรมิ ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา)
ข้ันที่ 1 กาหนดปญั หา
1. ครชู ี้แจงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอ่ื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นักเรียนสามารถ
1.1 บอกผลหารของทศนิยมกับจานวนนับที่กาหนดให้ได้อยา่ งถูกต้อง
1.2 เขียนแสดงวธิ ีการหาผลหารของทศนยิ มกบั จานวนนับทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกต้อง
1.3 มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมีความรอบคอบในการทางาน
2. ครนู าเสนอสถานการณ์ปญั หา “การเดินทางโดยรถยนต์” ดงั น้ี

รถยนตค์ ันหนึง่ ว่ิงได้ระยะทาง 2 กโิ ลเมตร โดยใชน้ า้ มนั 0.8 ลิตร
ถ้าต้องการเดนิ ทาง 1 กโิ ลเมตร ตอ้ งใช้น้ามนั ก่ลี ิตร

คาสัง่
① เขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์เพือ่ หาปริมาณน้ามนั ทต่ี ้องใช้ในการเดนิ ทาง
② ให้นกั เรยี นคิดวธิ ีการคานวณหาคาตอบพร้อมอธบิ ายวิธีการคิด
③ ให้นกั เรยี นพิจารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

3. ครแู บ่งกลมุ่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน ตามความเหมาะสมโดยใหม้ ีความแตกตา่ ง
กันของผู้เรยี น (คละความสามารถ)

4. ครแู จกใบกิจกรรม “การเดินทางโดยรถยนต์” ให้กบั นักเรยี นรายบคุ คล
ขั้นท่ี 2 ทาความเขา้ ใจกับปัญหา (ทาความเขา้ ใจปัญหาและวางแผนแก้ปญั หา)

1. ครูใหน้ กั เรยี นทาความเขา้ ใจปญั หาและทาใบกิจกรรม “การเดินทางโดยรถยนต์” โดยทคี่ รู
เดนิ สารวจรอบ ๆ หอ้ ง คอยชว่ ยเหลือนกั เรียน

2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายตีความหมายของสถานการณป์ ัญหา โดยท่ีครูคอย
กระตนุ้ ให้นักเรยี นเสนอแนวคิดจากสถานการณป์ ัญหาอยา่ งละเอียด

3. ครูตง้ั คาถามกระตุ้นใหผ้ เู้ รียนคิดวิเคราะหส์ ถานการณป์ ัญหา โดยมีประเด็นคาถาม ดังนี้
3.1 โจทย์กาหนดอะไรให้ (รถยนต์คนั หน่ึงว่งิ ไดร้ ะยะทาง 2 กโิ ลเมตร โดยใชน้ า้ มนั

0.8 ลิตร ถ้าตอ้ งการเดนิ ทาง 1 กโิ ลเมตร)
3.2 สงิ่ ทตี่ อ้ งการหาคืออะไร (ตอ้ งใช้น้ามนั กี่ลติ ร)

4. นักเรียนร่วมกนั อธิบาย/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหวา่ งส่ิงที่กาหนดกับสิ่งที่ต้องการหาจาก
สถานการณ์ปัญหา และเลือกวธิ คี ้นหาคาตอบ วา่ มปี ระเด็นหรือหวั ขอ้ อะไรบ้างที่ตอ้ งการศึกษาค้นควา้
และตงั้ คาถามกระตุ้นให้นักเรียนเห็นแนวทางในการหาคาตอบ

5. ครูตงั้ คาถามว่า “นักเรียนจะมีวธิ ีการหาคาตอบอยา่ งไร” จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นเขยี นบนั ทึก
ลงในใบกิจกรรม “การเดินทางโดยรถยนต์”

 ประโยคสญั ลกั ษณ์ 0.8  2  


139

6. ครชู ่วยดแู ลตรวจสอบ แนะนาความถูกต้องของข้อมูล

ข้ันที่ 3 ดาเนินการศกึ ษาค้นคว้า (ดาเนินการแก้ปัญหา)

1. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาคน้ คว้าหาขอ้ มลู เพิม่ เติม โดยสามารถหาได้จากแหล่งขอ้ มลู จากหนังสือ

เรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน ป.5 เลม่ 1 (สสวท.)

2. ครถู ามนักเรียนวา่ “นักเรียนคดิ ว่า เราสามารถหาผลหารของทศนิยมกบั จานวนนับ

โดยใชค้ วามสมั พันธ์ระหวา่ งทศนยิ มกับเศษส่วนได้หรือไม่” (ได/้ ไมไ่ ด)้

3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มลงมือแก้ปญั หา ตามแผนท่ีวางไว้ดว้ ยตนเอง

 วธิ ีการคานวณหาคาตอบ

การหาผลหารของ 0.8 ÷ 2 อาจเปล่ียน 0.8 ในรูปเศษส่วน แล้วหาผลหาร ดังนี้

วธิ ีทา 0.8 ÷ 2 = 8 ÷ 2
10
= 8 ÷2
10 1
8 1
= 10 × 2

=4
10
= 0.4

3. ครูชว่ ยแนะนาและให้กาลงั ใจ

4. นักเรียนบนั ทกึ ผลการหาคาตอบของสถานการณ์ปัญหาท่กี าหนด

ขัน้ ที่ 4 สังเคราะห์ความรู้ (ตรวจสอบ)

1. ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายกระบวนการท่ีได้มาซ่ึงคาตอบของปญั หาโดยแลกเปลี่ยน

เรยี นรู้รว่ มกันว่ามคี วามเหมาะสมเพยี งใด แต่ละแนวคิดในนั้นมีความเหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

แลว้ สงั เคราะห์ความรภู้ ายในกลมุ่ ของตนเอง

2. นักเรียนแต่ละคนนาคาตอบท่ีหาไดม้ าไปตรวจสอบความถกู ต้องโดยการทาย้อนกลับจาก

คาตอบไปสู่สิง่ ที่กาหนดใหว้ ่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีข้อขดั แยง้ กนั หรือไม่

3. ครูแนะนานักเรยี นว่า ตรวจสอบโดยใช้ความสัมพนั ธ์ระหว่างการคูณกับการหารทีว่ า่

ตวั ตั้ง ÷ ตัวหาร = ผลหาร

หรอื ตวั หาร × ผลหาร = ตัวต้ัง

 พิจารณาความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

ตรวจสอบความสมเหตุสมผล
2 × 0.4 = 0.8
ดังน้นั 0.4 จึงเป็นคาตอบที่สมเหตสุ มผล

ข้ันท่ี 5 สรปุ และประเมินคา่ หาคาตอบ
1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแก้ปัญหา พรอ้ มทง้ั พจิ ารณา

ความเหมาะสมว่าเพยี งพอหรือไม่ โดยครชู ่วยตรวจการประมวลการสร้างองค์ความรู้ใหม่
2. ผเู้ รยี นแต่ละกล่มุ นาข้อมูลทไี่ ดท้ ั้งหมดมาประมวลสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่และประเมนิ


140

ประสทิ ธิภาพ คุณภาพการปฏิบัตงิ านกลุ่ม ความพงึ พอใจ พร้อมทั้งวธิ ีการ หรือรปู แบบการนาเสนอ
ผลงานทีน่ า่ สนใจ

ขั้นที่ 6 การนาเสนอและประเมนิ ผลงาน
1. ครูให้นักเรยี นนาเสนอผลงานการแก้ปัญหาจากสถานการณป์ ัญหาที่กาหนดไว้หนา้ ชน้ั เรยี น

โดยการสุ่มเลขที่
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอธิบายเพ่มิ เติมว่า

การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนบั อาจหาผลหารได้โดยเขยี นทศนยิ มในรูป
เศษส่วน แล้วหาผลหารของเศษสว่ นกับจานวนนบั และเขียนผลหารในรปู ทศนยิ ม

สอ่ื การเรียนรแู้ ละแหลง่ การเรยี นรู้

1. สอ่ื การเรียนรู้

1.1 หนงั สอื เรียนรายวิชาคณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน ป.5 เล่ม 1 (สสวท.)

1.2 ใบกิจกรรม “การเดนิ ทางโดยรถยนต์”

2. แหลง่ การเรยี นรู้

2.1 ห้องสมดุ โรงเรยี นหนองสาโรงวิทยา

2.2 เวบ็ ไซต์ www.google.com พมิ พ์คาว่า ทศนิยม ป.5

2.3 เวบ็ ไซต์ www.youtube.com พิมพค์ าวา่ ทศนยิ ม ป.5

การวดั ผลและประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ
1. นักเรียนสามารถบอก การตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม “การ 75 ขึ้นไป

ผลหารของทศนิยมกับจานวน “การเดินทางโดย เดินทางโดยรถยนต์” ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3
ขึน้ ไป
นับทก่ี าหนดให้ได้อย่าง รถยนต์”
ผ่านเกณฑ์ระดับ 3
ถูกต้อง (K) ขนึ้ ไป

2. นักเรยี นสามารถเขยี น การตรวจใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม “การ

แสดงวิธีการหาผลหารของ “การเดนิ ทางโดย เดินทางโดยรถยนต์”/

ทศนิยมกบั จานวนนบั ท่ี รถยนต์”/แบบบนั ทึก แบบบันทึกการสังเกต

กาหนดใหไ้ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง (P) การสงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรมนกั เรยี น

นกั เรียน

3. นักเรยี นแสดงพฤติกรรม การสงั เกตพฤติกรรม แบบบนั ทกึ การสังเกต

ความมีวนิ ัยในตนเอง (A) พฤติกรรม


141


142


143


144

ใบกิจกรรม “การเดนิ ทางโดยรถยนต์”

คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนฝกึ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ทีก่ าหนดใหต้ ามแผนผังกลวธิ ีการแก้ปญั หาของโพลยาแลว้ เติมคาตอบลงในชอ่ งว่าง (4 คะแนน)

1) สถานการณ์ รถยนตค์ ันหนง่ึ วิง่ ได้ระยะทาง 2 กโิ ลเมตร โดยใชน้ ้ามัน 0.8 ลิตร ถา้ ตอ้ งการเดนิ ทาง 1 กโิ ลเมตร ตอ้ งใช้นา้ มนั ก่ลี ิตร

ขั้นทาความเขา้ ใจปญั หา สิ่งท่ีโจทย์กาหนดให้

(สิ่งทีโ่ จทย์ตอ้ งการ) ................................................................................................................................................

ส่งิ ที่โจทย์ถามหา

................................................................................................................................................

ขัน้ วางแผนการ ใชว้ ธิ ีอะไรในการแกป้ ญั หา.
(ใช้วธิ อี ะไรในการแกป้ ญั หา วาดภาพ ................................................................................................................................................
หรอื เขยี นประโยคสญั ลักษณ์) สามารถแปลงเป็นรปู ภาพหรือประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้อยา่ งไร
................................................................................................................................................
ขนั้ ดาเนนิ การตามแผน ................................................................................................................................................
(วธิ ที ี่จะใชใ้ นการหาคาตอบและแสดงวธิ ี ................................................................................................................................................
คดิ โดยละเอียด)
................................................................................................................................................
ขน้ั ตรวจสอบคาตอบ ................................................................................................................................................
(มองย้อนเพอื่ ตรวจสอบและขยายผล) ................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................

................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................

2) 3.15 ÷ 7 3) 111.60  90

วิธที า……………………………………………………………………….............. วธิ ที า………………………………………………………………………..............
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
ตรวจสอบ…………………………………………………………………………… ตรวจสอบ……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
ตอบ…………………………………………………………………………………… ตอบ……………………………………………………………………………………

ชอื่ -สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชั้น………………………เลขท…่ี …………..


145

เฉลยใบกจิ กรรม “การเดินทางโดยรถยนต”์

คาช้ีแจง ให้นกั เรียนฝกึ วเิ คราะหส์ ถานการณท์ ีก่ าหนดใหต้ ามแผนผังกลวธิ ีการแกป้ ญั หาของโพลยาแลว้ เติมคาตอบลงในช่องวา่ ง (4 คะแนน)

1) สถานการณ์ รถยนต์คันหน่ึงวงิ่ ได้ระยะทาง 2 กิโลเมตร โดยใชน้ า้ มัน 0.8 ลติ ร ถา้ ต้องการเดนิ ทาง 1 กโิ ลเมตร ต้องใชน้ ้ามนั กี่ลติ ร

ข้นั ทาความเข้าใจปญั หา สิ่งท่โี จทย์กาหนดให้
(ส่ิงทโ่ี จทย์ต้องการ) รถยนตค์ นั หนึ่งวง่ิ ไดร้ ะยะทาง 2 กโิ ลเมตร โดยใช้น้ามัน 0.8 ลิตร ถา้ ตอ้ งการเดนิ ทาง 1 กิโลเมตร
สงิ่ ที่โจทย์ถามหา

ตอ้ งใชน้ า้ มันกล่ี ิตร

ขน้ั วางแผนการ ใช้วธิ อี ะไรในการแก้ปญั หา
(ใช้วิธอี ะไรในการแกป้ ญั หา วาดภาพ หาผลหารของทศนยิ มกับจานวนนับ โดยใช้ความสมั พันธร์ ะหวา่ งทศนยิ มกับเศษส่วน
หรอื เขียนประโยคสญั ลกั ษณ)์ สามารถแปลงเปน็ รปู ภาพหรือประโยคสญั ลักษณ์ได้อยา่ งไร

ประโยคสญั ลกั ษณ์ 0.8  2  

ขั้นดาเนนิ การตามแผน 0.8 ÷ 2 = 8 ÷ 2
(วิธที ่จี ะใช้ในการหาคาตอบและแสดงวิธี
คิดโดยละเอยี ด) 10

ขั้นตรวจสอบคาตอบ = 8 ÷2
(มองย้อนเพ่ือตรวจสอบและขยายผล)
10 1

= 8 ×1

10 2

=4

10

= 0.4
2 × 0.4 = 0.8
ดังนน้ั 0.8 ÷ 2 = 0.4

2) 3.15 ÷ 7 3) 111.60  90
วิธีทา 3.15 ÷ 7 = 315 ÷ 7
วิธที า 116.60  90 = 11160 ÷ 90
100
100
= 315 ÷ 7
= 11160 ÷ 90
100 1
100 1
= 315 × 1
= 11160 × 1
100 7
100 90
= 45
= 124
100
100
= 0.45
= 1.24
ตรวจสอบ 7  0.45 = 3.15
ตรวจสอบ 90  1.24 = 116.60
ดังนัน้ 3.15 ÷ 7 = 0.45
ตอบ 0.45 ดงั นนั้ 116.60  90 = 1.24
ตอบ 1.24

ช่อื -สกลุ …………………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………………เลขท…ี่ …………..


Click to View FlipBook Version