The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2025-09-10 02:24:27

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพ อย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

จััดทำโดย สถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนัับสนุุนโดย สหภาพยุุโรป (EU)เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ: บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใตข้ องไทย 2565 – 2568


เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ: บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพ อย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใตข้ องไทย 2565 – 2568เลขมาตรฐานสากลประจำหนัังสืือ: 978-616-271-821-2พิิมพ์์ครั้้�งแรก: กัันยายน 2568จำนวนพิิมพ์์: 300 เล่่มที่่�ปรึึกษา:ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี บรรณาธิิการบริิหาร: สมััชชา นิิลปััทม์์ คณะบรรณาธิิการ:ฟารีีดา ปัันจอร์์ รอฮานีี จืือนารารอฮานีี ดาโอ๊๊ะอลิิษา ดาโอ๊๊ะพิิสููจน์์อัักษร: ลีีนาร์์ กาซอวาดภาพประกอบ: Salmarออกแบบรููปเล่่ม: Salmarจััดพิิมพ์์โดย สถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ พิิมพ์์ที่่� โรงพิิมพ์์ ภาพพิิมพ์์ 45/12-14, 33 หมู่่ 4 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.บางขนุุน อ.บางกรวย จ.นนทบุุรีี 11130ห้ามนำ ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือมาดัดแปลง ทำ ซ้ำ หรือจัดพิมพ์ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร Disclaimers สิ่่�งพิิมพ์์นี้้�ได้้รัับทุุนสนัับสนุุน/ร่่วมทุุนจากสหภาพยุุโรป เนื้้�อหาในเอกสารนี้้�เป็็น ความรับั ผิิดชอบของสถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์แต่่เพีียงผู้้เดีียว และไม่จ่ ำเป็็นต้้องสอดคล้้องกัับมุุมมองของสหภาพยุุโรป


โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces1. ที่่�มาและความสำคััญ 82. แนวคิิดและกรอบความคิิดสำคััญ 10องค์์ความรู้้ของนัักวิิจััยหญิิงในการทำวิิจััยกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบองค์์ความรู้้ในการจััดอบรมนัักวิิจััยหญิิง 191. แนวคิิดการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน (Intersectionality) 20 โดย ผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น2. วิิจััยเชิิงปริิมาณและเชิิงคุุณภาพ 26 โดย ผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี และ ผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น3. หลัักการสนทนากลุ่่ม 45 โดย จุุฬารััตน์์ ดำรงวิิถีีธรรม และ ผศ.อัับดุุลคอลิิก อััรรอฮีีมีีย์์4. หลัักจริิยธรรมในการวิิจััย 58 โดย ผศ.ดร.กุุสุุมา กููใหญ่่รายงานศึึกษา: การสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมInclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provincesผลการสำรวจความคิิดเห็็นของผู้้คนเปราะบาง-ชายขอบในพื้้�นที่่� ความขััดแย้้งจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ต่่อการสร้้างสัันติิภาพ 74รายงานศึึกษา คุุณภาพชีีวิิตผู้้คนเปราะบาง-ชายขอบเพื่่�อ การสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้  85บทสะท้้อนย้้อนคิิดของนัักวิิจััยหญิิงจากการลงพื้้�นที่่� สััมภาษณ์์กลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบ (1) 106บทสะท้้อนย้้อนคิิดของนัักวิิจััยหญิิงจากการลงพื้้�นที่่� สััมภาษณ์์กลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบ (2) 10971872:: สารบัญ ::


:: สารบัญ ::เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ: บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใตข้ องไทย 2565 – 2568 เวทีี: ประสบการณ์์ บทเรีียน และการเรีียนรู้้สู่่ยุุทธศาสตร์์การขัับเคลื่่�อนงานเพื่่�อคนพิิการและกลุ่่มเปราะบางอื่่�นๆในชายแดนใต้้ เวทีีที่่� 1: ความฝััน ความหวััง สู่่ยุุทธศาสตร์์เครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้  124 เวทีีที่่� 2: สานสััมพัันธ์์ภาคีีเครืือข่่ายวิิชาการและภาคประชาสัังคม สู่่การสร้้างสัันติิภาพในกลุ่่มเปราะบางจัังหวััดชายแดนใต้้ 133เวทีีที่่� 3: ร่ว่มมืือ ร่ว่ มใจ เพื่่�อขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์์ ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ 171กระบวนการสัันติิภาพ-สภาวะที่่�เป็็น: มองผ่่านเลนส์์ความครอบคลุุมทศวรรษแห่่งการเจรจา: จุุดเริ่่�มต้้นและสภาวะปััจจุุบััน 188สัันติิภาพที่่�แท้้จริิง: เสีียงจากข้้างล่่างที่่�ไม่่อาจมองข้้าม 198เสีียงของประชาชน: กุุญแจสำคััญสู่่ประตููสัันติิภาพ 20510 กลุ่่มเปราะบาง: ตััวตนที่่�ควรมีีเสีียงในกระบวนการสัันติิภาพ 210ประชาชนออกแบบสัันติิภาพ: การสร้้างอนาคตร่่วมกััน ในจัังหวััดชายแดนใต้้ 224เสีียงจากชายแดนใต้้: เส้้นทางสู่่สัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืน 231เสีียงจากชุุมชน: ความจริิงที่่�ต้้องเผชิิญ 242123186บทสรุุป เส้้นทางสู่่สัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมและยั่่�งยืืน 243บทส่่งท้้าย 244


กระบวนการเจรจาสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ของประเทศไทยระหว่่างระหว่่างรััฐไทยและกลุ่่ม BRN (Barisan Revolusi Nasional) ดำเนิินการเจรจาอย่่างเป็็นทางการตั้้�งแต่่ปีี 2556 ซึ่่�งถืือเป็็นโอกาสที่่�ดีีสำหรัับชุุมชน ท้้องถิ่่�น ในการเข้้ามามีีส่่วนร่่วมและให้ข้้้อมููลต่่อกระบวนการเจรจาและมาตรการสร้้างความไว้้วางใจ อย่่างไรก็็ตาม ความท้้าทายสำคััญคืือการสร้้างสัันติิภาพ ให้้เกิิดขึ้้�นอย่่างยั่่�งยืืนและครอบคลุุม รวมทั้้�งเปิิดโอกาสให้ทุุ้กภาคส่่วนของสัังคมในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใตมีีส่่วนร่่วม โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งการให้้ความสำคััญกัับกลุ่่มที่่�ถููกกีีดกัันให้้เข้้าร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพทั้้�งก่่อนและระหว่่าง ความขััดแย้้ง โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ หรืือ Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces เป็็นความร่่วมมืือระหว่่างสถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ สมาคม ร่่วมสร้้างชุุมชนศรัทัธา กััมปงตัักวา และองค์์กร Minority Rights Group (MRG) สนัับสนุุนโดยสหภาพยุุโรป มีีกรอบเวลาตั้้�งแต่่ปีี 2565-2568โครงการนี้้�จึึงเป็็นโครงการที่่�ครอบคลุุมทั้้�งกิิจกรรมทางการวิิจััย และการขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพ โดยรวมเอากลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบ ่เข้้ามามีีส่่วนร่่วมอาทิิ คนพิิการ คนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา ผู้้มีีความหลากหลายทางเพศ เยาวชนในชุุมชน อดีีตนัักต่่อสู้้ในขบวนการก่่อความไม่ส่งบ และผู้ไ้ด้รั้ับผลกระทบจากการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษ กลุ่่มผู้้หญิิงเปราะบาง เป็็นต้้น ดัังนั้้�นเพื่่�อที่่�จะทำให้้เกิิดความเชื่่�อมั่่�นว่่าเสีียงที่่�หลากหลายจากผู้้คนที่่�ไร้้เสีียง จะสามารถสะท้้อนออกมาเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกัันในกระบวนการสัันติิภาพ เพื่่�อตอบสนองต่่อวิิกฤติิความขััดแย้้ง โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้จึึงทำงานผ่่านเครืือข่่ายภาคประชาสัังคมที่่�หลากหลาย ที่่�ทำงานกัับกลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบ เ่พื่่�อเพิ่่�มเอกภาพระหว่่างกลุ่มประชาสัังคม่ทั้้�งเจ้้าหน้้าที่่�ท้้องถิ่่�น ระดัับชาติิและผู้นำศา ้ สนา และประชาชนในระดัับรากหญ้้าไปสู่่การเคลื่่�อนไหวเพื่่�อสัันติิภาพในวงกว้้างบทนำเสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ: บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568 5


การดำเนิินการของโครงการใช้วิ้ธีีิการแบบผสมผสาน (hybridity approach of peace) คืือ การสร้้างเครืือข่่ายท้้องถิ่่�นที่่�เชื่่�อมต่่อแบบตััดขวาง (cross sectional)ซึ่่�งมีีการดำเนิินกิิจกรรมที่่�มีีความเข้้มแข็็งในเชิิงของการปฏิิบััติิการเพื่่�อการพััฒนา ทางเลืือกในการแก้้ไขปััญหาความขััดแย้้งในระดัับท้้องถิ่่�น กล่่าวคืือ เป็็นเครืือข่่ายของภาคประชาสัังคมในระดัับรากหญ้้าที่่�มีีการถัักทอเข้้าด้้วยกััน ผ่่านกลไกการแบ่่งระดัับย่่อย (sub-grading mechanism) ในการสร้้างความเชื่่�อมั่่�นและความไว้้วางใจกััน ในพลวััตของความขััดแย้้ง องค์์กรเครืือข่่ายภาคประชาสัังคมเหล่่านี้้�มีีการทำงาน ในลัักษณะของการจััดความสำคััญต่่างๆ ในชุุมชน การเจรจาไกล่่เกลี่่�ย การพููดคุุย เพื่่�อสร้้างความเชื่่�อมั่่�นความไว้้วางใจ เพราะหััวใจสำคััญในการแก้้ไขปััญหาจัังหวััดชายแดนใต้้ คืือ การสร้้างความเชื่่�อมั่่�นระหว่่างชุุมชนที่่�เคยมีีภาพของมายาคติิ ที่่�สองฝ่่ายขััดแย้้งกัันในระดัับย่่อยๆ ซึ่่�งกระทบต่่อสายสััมพัันธ์์ของสัังคม เศรษฐกิิจ ในพื้้�นที่่� ดัังนั้้�น ในการดำเนิินการจะต้้องมีีการระดมเครืือข่่ายทั้้�งที่่�มีีอยู่่แล้้วและ ที่่�กำลัังขยายตััวออกไปในระดัับชุุมชน เพื่่�อที่่�หาคำตอบว่่า สัันติิภาพมีีความหมาย ต่่อกลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบอ่ย่่างไร? เพื่่�อที่่�จะตอบคำถามนี้้�จำเป็็นต้้องมีีการรัับฟัังเสีียงและความต้้องการของกลุ่่มคนต่่างๆ ที่่�มีีความหลากหลายและพอที่่�จะทำงานเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกัันได้้ดัังนั้้�นโครงการนี้้� จึึงมุ่่งเน้้นการเสริิมสร้้างการคุ้้มครองสิิทธิิมนุุษยชนของบุุคคลที่่�เป็็นชนกลุ่่มน้้อย โดยเฉพาะสิิทธิิในการดำรงอยู่่และมีีส่่วนร่่วมในชีีวิิตสาธารณะ รวมถึึงการตััดสิินใจของรััฐที่่�ส่่งผลกระทบต่่อพวกเขา นอกจากนี้้�ยัังให้้ความสำคััญกัับผู้้ที่่�เผชิิญกัับการเลืือกปฏิิบััติิที่่�ซัับซ้้อนภายในชุุมชนชนกลุ่่มน้้อย ในวงกว้้าง เช่่น ผู้้หญิิง ผู้้หญิิงที่่�มีีความพิิการ คนพิิการ เยาวชน เด็็ก และผู้้สููงอายุุหลัักประชาธิิปไตยและธรรมาภิิบาลที่่�ดีีเป็็นองค์์ประกอบหลัักของโครงการ โดยเน้้นให้้รััฐตระหนัักและเคารพสิิทธิิของชนกลุ่่มน้้อย ควบคู่่ไปกัับการเสริิมสร้้างความรู้้เกี่่�ยวกัับมาตรฐานสากลและแนวปฏิิบััติิที่่�ดีีที่่�สุุดในการแก้้ไขความขััดแย้้งอย่่างสัันติิ คณะบรรณาธิิการ กัันยายน 2568เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ: บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใตข้ องไทย 2565 – 2568 6


โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces


บทนำ1. ที่่�มาและความสำคััญ กระบวนการเจรจาสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ของประเทศไทยระหว่่างรััฐไทยและกลุ่ม BRN ดำเ่นิินการเจรจาอย่่างเป็็นทางการตั้้�งแต่ปี่ ี 2556 ซึ่่�งถือเื ป็็นโอกาสที่่�ดีีสำหรัับชุุมชนท้้องถิ่่�น ในการเข้้ามามีีส่่วนร่่วมและให้้ข้้อมููลต่่อกระบวนการเจรจาและมาตรการสร้้าง ความไว้้วางใจ อย่่างไรก็็ตาม ความท้้าทายสำคััญคืือการสร้้างสัันติิภาพให้้เกิิดขึ้้�นอย่่างยั่่�งยืืนและครอบคลุุม รวมทั้้�งเปิิดโอกาสให้้ทุุกภาคส่่วนของสัังคมในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ มีีส่่วนร่่วม โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งการให้้ความสำคััญกัับกลุ่มที่่�่ถููกกีีดกัันให้้เข้้าร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพทั้้�งก่่อนและระหว่่างความขััดแย้้ง โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุม ในจัังหวััดชายแดนใต้้ หรืือ Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces เป็็นความร่่วมมืือระหว่่างสถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ (Center for Conflict Studies and Cultural Diversity: CSCD) สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา และองค์์กร Minority Rights Group (MRG) สนัับสนุุนโดยสหภาพยุุโรป มีีกรอบเวลาตั้้�งแต่่ปีี 2565-2568โครงการดัังกล่่าวครอบคลุุมทั้้�งกิิจกรรมทางการวิจัิัยและการขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพ โดยรวมเอากลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบเ่ข้้ามามีีส่่วนร่่วม ได้้แก่่ คนพิิการ คนกลุ่ม่น้้อยทางศาสนา ผู้้มีีความหลากหลายทางเพศ เยาวชนในชุุมชน อดีีตสมาชิิกขบวนการก่่อความไม่ส่งบและเหยื่่�อจากการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษ กลุ่่มคนไร้้รััฐไร้้สััญชาติิ กลุ่่มผู้้หญิิงเปราะบาง เป็็นต้้น ดัังนั้้�น เพื่่�อให้้เกิิดความเชื่่�อมั่่�นว่่าเสีียงที่่�หลากหลายจากผู้้คนที่่�ไร้้เสีียงจะสามารถโครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces8


สะท้้อนออกมาเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกััน ในกระบวนการสัันติิภาพเพื่่�อตอบสนองต่่อวิิกฤติิ ความขััดแย้้ง โครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้จึึงทำงาน ผ่่านเครืือข่่ายภาคประชาสัังคมหลากหลายที่่�ทำงานกัับกลุ่่มคนเปราะบาง-ชายขอบ เพื่่�อเพิ่่�มเอกภาพระหว่่างกลุ่่มประชาสัังคม ทั้้�งเจ้้าหน้้าที่่�ท้้องถิ่่�นระดัับชาติิ ผู้้นำศาสนา รวมถึึงประชาชนในระดัับรากหญ้้า ไปสู่่การเคลื่่�อนไหวเพื่่�อสัันติิภาพในวงกว้้างการดำเนิินการของโครงการใช้วิ้ธีีิการแบบผสมผสาน คืือ การสร้้างเครืือข่่ายท้้องถิ่่�นที่่�เชื่่�อมต่่อแบบตััดขวาง ซึ่่�งมีีการดำเนิินกิิจกรรมที่่�มีีความเข้้มแข็็งในเชิิงของการปฏิิบััติิการ เพื่่�อการพััฒนาทางเลืือกในการแก้้ไขปััญหาความขััดแย้้งในระดัับท้้องถิ่่�น กล่่าวคืือ เป็็นเครืือข่่ายของภาคประชาสัังคมในระดัับรากหญ้้าที่่�มีีการถัักทอเข้้าด้้วยกััน ในการสร้้างความเชื่่�อมั่่�นและความไว้้วางใจกัันในพลวััตของความขััดแย้้ง องค์์กรเครืือข่่ายภาคประชาสัังคมเหล่่านี้้� มีีการทำงานในลัักษณะของการจััดความสำคััญต่่าง ๆ ในชุุมชน การเจรจาไกล่่เกลี่่�ย การพููดคุุยเพื่่�อสร้้างความเชื่่�อมั่่�นความไว้้วางใจ เพราะหััวใจสำคััญในการแก้้ไขปััญหาจัังหวััดชายแดนใต้้คืือ การสร้้างความเชื่่�อมั่่�นระหว่่างชุุมชนที่่�เคยมีีภาพของมายาคติิที่่�สองฝ่่ายขััดแย้้งกัันในระดัับย่่อย ๆ ซึ่่�งกระทบต่่อสายสััมพัันธ์์ของสัังคม เศรษฐกิิจในพื้้�นที่่� ดัังนั้้�นในการดำเนิินการจะต้้องมีีการระดมเครืือข่่าย ทั้้�งเครืือข่่ายที่่�มีีอยู่่แล้้วและเครืือข่่ายที่่�กำลัังขยายตััวออกไปในระดัับชุุมชน เพื่่�อที่่�จะหาคำตอบว่่า สัันติิภาพมีีความหมายต่่อกลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบอ่ย่่างไร?เพื่่�อที่่�จะตอบคำถามนี้้� จำเป็็นต้้องมีีการรัับฟัังเสีียงและความต้้องการของกลุ่่มคนต่่าง ๆ ที่่�มีีความหลากหลายและพอที่่�จะทำงานเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกัันได้้หนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงเป็็นการบููรณาการองค์์ความรู้้ทั้้�งจากงานวิิชาการ งานวิิจััย และเวทีีแลกเปลี่่�ยนเรีียนรู้้ โดยมีีเป้้าหมายหลัักในการเสริิมสร้้างการคุ้้มครองสิิทธิิมนุุษยชนของ ชนกลุ่่มน้้อย เน้้นถึึงสิิทธิิในการดำรงอยู่่และการมีีส่่วนร่่วมในชีีวิิตสาธารณะรวมถึึงสิิทธิิ ในการเข้้ามีีบทบาทต่่อการตััดสิินใจของรััฐในการให้้ความสำคััญกัับกลุ่มเปราะบาง เ่ช่่น ผู้ห้ ญิิง คนพิิการ เด็็ก เยาวชน และผู้้สููงอายุุ โดยยึึดหลัักประชาธิิปไตยและธรรมาภิิบาลที่่�ดีีเป็็นแนวทางดำเนิินงานเพื่่�อสร้้างการตระหนัักรู้้และแนวทางแก้้ไขความขััดแย้้งอย่่างสัันติิ ในมาตรฐานสากล9


2. แนวคิิดและกรอบความคิิดสำคััญ การถููกทำให้้เป็็นชายขอบ (Marginalization) และการกดทัับที่่�ทัับซ้้อนการให้้อำนาจต่่อชุุมชนชายขอบเพื่่�อบรรลุุความเป็็นตััวแทนที่่�เท่่าเทีียมกััน และการปรึึกษาหารืือเป็็นพื้้�นฐานของโครงการนี้้� หากพิิจารณาการถููกทำให้้เป็็นชายขอบ (Marginalization) ของชนกลุ่ม่น้้อยและกลุ่มเปราะบาง ่มีีมากมายทั้้�งในแง่่ของกระบวนการ อััตลัักษณ์์ ความคิิดเรื่่�องของพื้้�นที่่� ความเป็็นอื่่�น อำนาจครอบงำ ที่่�ไม่่ได้้ติิดกัับดัักของ ความเป็็นคู่่ตรงข้้าม เช่่น คนรวย-คนจน หญิิง-ชาย แต่่พิิจารณาไปที่่�ระดัับของความสััมพัันธ์์ชนิิดต่่าง ๆ ที่่�อยู่่ในสัังคมนั้้�น ดัังนั้้�น ทิิศทางของการศึึกษาคืือ กระบวนการ (ถููกเบีียดขัับเข้้าร่่วม) กระแสของชุุมชนที่่�เผชิิญกัับกระแสของความเป็็นรััฐชาติิ (ผสมกลมกลืืน) ตััวตน ของผู้้คนในยุุคของการเปลี่่�ยนผ่่าน (ทุุกกลุ่่ม) (อานัันท์์ กาญจนพัันธุ์์, 2563) นอกจากนี้้� กรอบแนวคิิดสำคััญที่่�ทำให้้เข้้าใจมุุมมองของกลุ่่มเปราะบางคืือ สภาวะการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน (Intersectionality) ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ แสดงให้้เห็็นถึึงความซัับซ้้อนของปััญหาใน หลากหลายมิิติิ เช่่น ความยากจน ปััญหายาเสพติิด ที่่�ทัับซ้้อนกัับความเหลื่่�อมล้้ำของสถานะทางสัังคมระหว่่างผู้คน การเ ้ ลืือกปฏิิบััติิทางศาสนา เพศ เช่่น การขาดโอกาสของผู้ห้ ญิิงพิิการในการเข้้าถึึงบริิการพื้้�นฐาน ทั้้�งด้้านสุุขภาพและการศึึกษา ดัังนั้้�น การพััฒนาเพื่่�อให้ส้อดคล้้องกัับแนวทางสัันติิภาพต้้องมองถึึงการเปลี่่�ยนแปลงเชิิงระบบ การพััฒนาการศึึกษาจึึงต้้องควบคู่่ไปกัับการพััฒนาสัังคม การแก้้ปััญหาความยากจน และการเลืือกปฏิิบััติิทางเพศด้้วยสำหรัับชายแดนใต้้ โครงการฯ อิิงอยู่่กัับการสร้้างศัักยภาพของชนกลุ่่มเปราะบางชายขอบ เพื่่�อสามารถนำไปสู่่การเปลี่่�ยนแปลงการมีีส่่วนร่่วมในกระบวนการประชาธิิปไตยบนฐานของการทำงานที่่�ท้้าทายการแบ่่งแยกกีีดกัันอย่่างเป็็นระบบที่่�ฝัังรากลึึกมานาน ด้้วยกิิจกรรมที่่�ช่่วยให้้พวกเขาเข้้าใจตนเองในสถานการณ์์ความขััดแย้้ง การเปิิดรัับคนทุุกกลุ่ม่และความร่่วมมืือกัันของชุุมชนที่่�ถููกทำให้้เป็็นชายขอบในการสร้้างสัันติิภาพ ทั้้�งก่่อน ระหว่่าง และหลัังความขััดแย้้ง ตััวอย่่างเช่่น กลุ่มผู้่ห้ ญิิง จากการศึึกษาของสถาบัันสัันติิภาพนานาชาติิ เมื่่�อใดก็็ตามที่่�ผู้้หญิิงเข้้าร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพ ข้้อตกลงสัันติิภาพจะมีีโอกาสเกิิดขึ้้�นมากกว่่าร้้อยละ 30 และจะยั่่�งยืืนมากถึึง 15 ปีี (International Peace Institute, 2021) หรืือการที่่�สถาบัันระดัับโลกด้้านคนพิิการ (World Institute on Disability) ได้้จััดให้้มีีผู้้นำ ภาคประชาสัังคมที่่�เป็็นคนพิิการเข้้ามาในกระบวนการสร้้างสัันติิภาพ เพื่่�อที่่�จะสร้้างศัักยภาพ 10


ให้้คนชายขอบหรืือกลุ่่มเปราะบางได้้มีีความเชื่่�อมั่่�นและเจตจำนงทางการเมืืองมากขึ้้�น (World Institute on Disability, 2021)  การสร้้างสัันติิภาพ (Peacebuilding) การสร้้างสัันติิภาพเป็็นหััวใจสำคััญของการรัักษาสัันติิภาพอย่่างแท้้จริิง ทั้้�งก่่อน ระหว่่าง และหลัังความขััดแย้้ง นัักวิิชาการอย่่าง ลีีซ่่า เชิร์ิ์ช (Lisa Schirch) อธิิบายว่่า แนวคิิดในการสร้้างสัันติิภาพมีีสองความหมาย ความหมายแรกคืือการสร้้างสัันติิภาพทางตรง ในระดัับสากล ซึ่่�งมุ่งเ่น้้นทำความเข้้าใจปััจจััยที่่�ขัับเคลื่่�อนความขััดแย้้งและบรรเทาความขััดแย้้ง แต่อีี่กความหมายหนึ่่�ง การสร้้างสัันติิภาพอาจหมายถึึงความพยายามในการสร้้างความร่่วมมืือหรืือการสร้้างช่่องทางในการสื่่�อสาร เพื่่�อที่่�จะพััฒนายุุทธศาสตร์์ในหลายระดัับและหลายภาคส่่วนร่่วมกััน เช่่น การพััฒนาการให้้ความช่่วยเหลืือมนุุษยธรรม การปกครอง ความปลอดภััย บางครั้้�งอาจไม่่ได้้เรีียกตรง ๆ ว่่าเป็็น “การสร้้างสัันติิภาพ” สำหรัับ เชิร์ิ์ช งานสร้้างสัันติิภาพคืือ การป้้องกัันก่่อนความขััดแย้้งจะกลายเป็็นความรุุนแรง (conflict prevention) เช่่น การแสดงให้้เห็็นปััญหาและมุ่่งพััฒนาเชิิงเศรษฐกิิจ สัังคม การศึึกษา สุุขภาพ กฎหมาย การปฏิิรููปความมั่่�นคงและการแสดงให้้เห็็นศัักยภาพที่่�จะเกิิดความรุุนแรง นอกจากนี้้� การสร้้างสัันติิภาพคืือความพยายามในการจััดการกัับความรุุนแรงและเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้ง (conflict transformation) ผ่่านช่่องทางกระบวนการสัันติิภาพและช่่องทางเชิิงการทููตผ่่านและการเจรจาในระดัับที่่�ไม่่เป็็นทางการหรืือการเป็็นตััวกลาง รวมทั้้�งในระดัับลึึกลงไป การสร้้างสัันติิภาพคืือความพยายามที่่�จะเปลี่่�ยนแปลงความเชื่่�อ ทััศนคติิ พฤติิกรรม และ ความประพฤติิระหว่่างบุุคคลหรืือกลุ่่ม ให้้ไปสู่่สถานภาพของที่่�อยู่่ร่่วมกัันได้้อย่่างปกติิสุุข (Schirch, 2013)หากพููดในเชิิงรููปธรรม งานสร้้างสัันติิภาพคืือความพยายามของผู้คนในการ ้ ขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจ ปฏิิรููปความมั่่�นคง และเยีียวยาเพื่่�อสนัับสนุุนการสร้้างสัันติิภาพ แม้้บางครั้้�งผู้คนที่่� ้ทำงานในภาคส่่วนต่่าง ๆ ไม่่อยากเรีียกว่่าเป็็นงาน “สร้้างสัันติิภาพ” อย่่างไรก็็ตาม โครงการทั้้�งหมดที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับงานพััฒนาหรืือความมั่่�นคงไม่่ใช่่งานสร้้างสัันติิภาพ เพราะงานสร้้างสัันติิภาพมีีข้้อแตกต่่าง กล่่าวคืืองานสร้้างสัันติิภาพต้้องการการมีีส่่วนร่่วมอย่่างแข็็งขัันในระหว่่างที่่�ความขััดแย้้งยัังคงดำเนิินต่่อไป โดยมีีเป้้าหมายเพื่่�อลดความรุุนแรงที่่�อาจเกิิดขึ้้�น โดยไม่่ได้้ตั้้�งใจและแสดงให้้เห็็นตััวแสดงที่่�กำลัังขัับเคลื่่�อน โดยเน้้นไปที่่�การสร้้างศัักยภาพ 11


เชิิงท้้องถิ่่�นให้้มีีการจััดการความขััดแย้้งอย่่างสัันติิร่่วมกััน (Schirch, 2013) ดัังนั้้�น การสร้้างสัันติิภาพจึึงเกิิดขึ้้�นทั้้�งระดัับปััจเจกบุุคคลในการเปลี่่�ยนแปลงความเชื่่�อ ทััศนคติิ หรืือพฤติิกรรม อีีกทั้้�งเกิิดขึ้้�นในระดัับการเปลี่่�ยนแปลงความสััมพัันธ์์ของผู้้คนในความขััดแย้้งให้รู้้จั้ ักการอดทนและการยอมรัับความไม่ยุุ่ ติิธรรมระหว่่างผู้คน นอกจาก ้ นี้้�ในระดัับโครงสร้้าง การสร้้างสัันติิภาพคืือการเพิ่่�มความรู้้เกี่่�ยวกัับโครงสร้้างสถาบัันหรืือระบบที่่�มีีผลกระทบ ในเชิิงของสัันติิภาพและความขััดแย้้ง วิธีีิการสร้้างสัันติิภาพคืือการสร้้างบทสนทนาในการสร้้างฉัันทามติิและความไว้้วางใจร่่วมกัันซึ่่�งมีีผู้้มีีส่่วนได้้ส่่วนเสีียเข้้ามาร่่วมทำงานด้้วย ดัังนั้้�น การสร้้างสัันติิภาพถืือเป็็นกระบวนการเพื่่�อการเปลี่่�ยนแปลงความสััมพัันธ์์ของปััจเจกและโครงสร้้างที่่�จะนำไปสู่่การสร้้างอัันตรายและลดทอนความมั่่�นคงของมนุุษย์์ผ่่านการเรีียนรู้้เพื่่�อให้้เกิิดทัักษะในการเข้้าใจความขััดแย้้ง รัับฟััง อำนวย และก่่อให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงสถานการณ์์ความขััดแย้้งรุุนแรง (Schirch, 2013) การมีีส่่วนร่่วมอย่่างครอบคลุุม (Inclusion) การมีีส่่วนร่่วมอย่่างครอบคลุุม (Inclusion) มีีความหมายที่่�แสดงให้้เห็็นความสำคััญที่่�ภาคประชาชนสามารถมีีส่่วนผลัักดัันให้้เกิิดการเจรจาสัันติิภาพที่่�เป็็นทางการหรืือ ความเปลี่่�ยนแปลงในเชิิงโครงสร้้าง ซึ่่�งเป็็นความท้้าทายเพราะบ่่อยครั้้�งผู้้สร้้างสัันติิภาพ มัักอ้้างอิิงถึึงการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุม แต่่ไม่่สามารถทำให้้การสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมสามารถดำเนิินไปได้้ ดัังนั้้�น ความเป็็นไปได้้คืือการทำงานแสวงหาความร่่วมมืืออย่่างเพีียงพอในการสร้้างพัันธมิิตรสำหรัับการทำงานเพื่่�อสัันติิภาพ (sufficient inclusion) (Darby, 2001) ที่่�จะส่่งผลให้้กระบวนการสัันติิภาพมีีความยั่่�งยืืนมากกว่่าการใช้รุุ้นแรง และช่่วยให้้เกิิดความพยายามผลัักดัันกระบวนการสัันติิภาพที่่�เป็็นทางการมากขึ้้�น นอกจากนี้้� ความครอบคลุุมดัังกล่่าว จำเป็็นต้้องนำไปปรัับใช้้ในกระบวนการสัันติิภาพทั้้�งหมด ทั้้�งการวิิเคราะห์์ การวางแผน และการประเมิินผลการทำงานสำหรัับกระบวนการสัันติิภาพในชายแดนใต้้ของประเทศไทย การสร้้างการมีีส่่วนร่่วมคืือสิ่่�งสำคััญ ไม่ว่่ ่าจะเป็็นการรวมเอาคนที่่�เป็็นปากเสีียงของคนที่่�ได้รั้ับความรุุนแรง กลุ่มผู้่ห้ ญิิงภาคประชาสัังคม กลุ่มเยาวชน ก่ลุ่มคนไ่ทยพุุทธ นอกจากนี้้� ยัังมีีกลุ่ม่อื่่�น ๆ ที่่�ควรจะต้้องรวมเข้้ามาในกระบวนการสร้้างสัันติิภาพ แต่่คำถามสำคััญคืือ เราจะรวมเอากลุ่มคนชายขอบและ่ผู้้คนที่่�ไร้้เสีียงอยู่่ตรงไหนในการสร้้างสัันติิภาพ ดัังนั้้�น โครงการ Inclusive Peacebuilding in Southern Thailand Provinces จึึงเสนอว่่า การทำความเข้้าใจกลุ่่มคนชายขอบ 12


ในกระบวนการสัันติิภาพ ผ่่านการทำความเข้้าใจมุุมมองของความสััมพัันธ์์ทางอำนาจ(discursive power) โดยการมีีส่่วนร่่วม ก็็จะทำเราเข้้าใจว่่า การสร้้างสัันติิภาพไม่่ใช่่เพีียงมุุมมองในแนวดิ่่�งเท่่านั้้�น (vertical inclusion) แต่มีีมุุ ่มมองเชิิงตััดขวาง (horizonal inclusion) ที่่�รวมเอาเป้้าหมายของการมีีส่่วนร่่วมในการสร้้างการตััดสิินใจของกลุ่่มคนเปราะบางชายขอบ โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งการสร้้างความยุุติิธรรมทางสัังคม ทั้้�งในระดัับปััจเจก ระดัับท้้องถิ่่�นและการเติิบโตในโครงสร้้างทางสัังคม (Global Solutions Initiative, 2022) การเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้ง (Conflict transformation) แนวคิิดหรืือมโนทััศน์์ของการแปลงเปลี่่�ยนความขััดแย้้งปรากฏขึ้้�นในแวดวงวิิชาการและนัักปฏิิบััติิการในช่่วงต้้นทศวรรษ 1990 และพััฒนาต่่อยอดมาจากข้้อถกเถีียงภายในสาขาวิิชาหรืือแนวทางการยุุติิหรืือการแก้้ไขความขััดแย้้ง (conflict resolution) ข้้อต่่างอย่่างสำคััญก็คืื็อ การเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้งมีีจุุดเน้้นที่่�มองความขััดแย้้งในภาพกว้้างและกิินระยะเวลายาวนาน อีีกทั้้�งยัังพิิจารณาความขััดแย้้งจากมุุมมองที่่�มีีศัักยภาพทั้้�งในแง่่ของการทำลายล้้างและในมุุมที่่�สามารถจะทำให้้สร้้างสรรค์์ได้้ โดยเน้้นไปที่่�คำถามสำคััญที่่�ว่่าความขััดแย้้ง ทางสัังคมที่่�เกิิดขึ้้�นนั้้�นจะสามารถมีีมาตรการต่่าง ๆ ที่่�จะเข้้าจััดการ ดำเนิินการ หรืือประคัับประคองให้้นำไปสู่่หนทางที่่�จะขััดแย้้งกัันอย่่างสร้้างสรรค์์ต่่อสัังคมได้้อย่่างไร (Miall, 2004; Kriesberg, 2011) กล่่าวคืือแทนที่่�จะมองความขััดแย้้งที่่�สามารถจะจััดการหรืือเป็็นสิ่่�งที่่� ไม่พึึ่ งปรารถนาซึ่่�งจะต้้องได้รั้ับ การแก้้ไข ยุุติิ หรืือคลี่่�คลายได้ข้้้อสรุุป ไปสู่่การยอมรัับความจริิงเสีียแต่่เบื้้�องแรกว่่าความขััดแย้้งเป็็นสิ่่�งที่่�ไม่่อาจหลีีกเลี่่�ยงได้้ในสัังคมมนุุษย์์ กระทั่่�งเป็็นสิ่่�งที่่� พึึงปรารถนาด้้วยซ้้ำ หากว่่าสามารถรัับมืือได้้ดีีและสามารถเปลี่่�ยนความหายนะทั้้�งหลาย ที่่�จะเกิิดขึ้้�นไปสู่่การแปลงรููปเปลี่่�ยนร่่างของสัังคมที่่�บรรดาคู่่ปรัับหรืือคู่่ขััดแย้้งพอจะรัับได้้ ซึ่่�งในเวลาเดีียวกัันก็็ปรัับเปลี่่�ยนความสััมพัันธ์์ระหว่่างกัันตลอดช่่วงของความขััดแย้้ง ด้้วยเหตุุนี้้� แนวทางของการเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้งจึึงมุ่่งสนใจต่่อคุุณค่่าของการครุ่่นคิิดและ กระทำการอย่่างครอบคลุุมทั่่�วถึึงทุุกฝ่่าย (inclusive) เพื่่�อที่่�จะริิเริ่่�มและทำนุุบำรุุงไว้้ ซึ่่�งการเปลี่่�ยนผ่่าน กรอบคิิดนี้้�ยัังให้้ความสำคััญกัับทััศนะหรืือมุุมมองในเชิิงระยะยาว อีีกทั้้�ง ยัังให้้ความสำคััญกัับการเชื่่�อมต่่อของหลายมุุมมองที่่�ซ้้อนเหลื่่�อมกััน สำหรัับ จอห์์น พอล เลเดอรััค (John Paul Lederach, 1997) การแปลงเปลี่่�ยนความขััดแย้้งสามารถทำความเข้้าใจการเปลี่่�ยนผ่่าน 2 มุุมมอง กล่่าวคืือ ความเข้้าใจใน เชิิงพรรณนา (descriptive) ที่่�มุ่งอ่ธิิบายผลกระทบของปรากฏการณ์์ของความขััดแย้้งทางสัังคม13


ที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปและแบบแผนที่่�ตามมา ในขณะที่่�ความเข้้าใจในเชิิงการกำหนดทางเลืือก (prescriptive) เป็็นการใคร่่ครวญถึึงหนทางในการเข้้าไปมีีส่่วนในการเปลี่่�ยนแปลงนั้้�น ๆ หรืือกล่่าวอีีกนััยหนึ่่�ง คืือ การเปลี่่�ยนแปลง มีีเป้้าหมายไม่่ใช่่เพีียงเพื่่�ออธิิบายอย่่างวัตถุุวิั ิสััยเท่่านั้้�น หากแต่่ยัังประสงค์์จะกำหนดบทบาทของตนเองในการทำงานกัับความขััดแย้้งที่่�กำลัังเผชิิญนั่่�นเอง คำอธิิบาย ทั้้�งสองแนวทางข้้างต้้นนำมาพิิจารณาการเปลี่่�ยนผ่่าน (transformation) ที่่�ทำงานผ่่าน 4 มิิติิสำคััญได้้แก่่ 1) มิิติิเชิิงบุุคคล ที่่�หมายถึึงการเปลี่่�ยนผ่่านที่่�เกิิดขึ้้�นภายในหรืือเป็็นความปรารถนาของปััจเจกบุุคคล ซึ่่�งครอบคลุุมตั้้�งแต่่การเปลี่่�ยนผ่่านในเชิิงอารมณ์์ มุุมมอง และด้้านจิิตวิิญญาณ 2) มิิติิในเชิิงความสััมพัันธ์์ที่่�พิิจารณาความขััดแย้้งจากมุุมมองในเชิิง ความเป็็นอิสิระซึ่่�งกัันและกััน การแสดงออก การสื่่�อสารและการมีีปฏิิสััมพัันธ์์ ในแง่่หนึ่่�งคืือการพิิจารณาลึึกลงไปกว่่าประเด็็นขััดแย้้งที่่�ปรากฏชััด ไปสู่่การสนใจต่่อการเปลี่่�ยนผ่่าน ในแบบแผนหรืือวิิธีีที่่�ผู้้คนพิิจารณาตััวเองและคนอื่่�น รวมไปถึึงการพิิจารณาตััวความขััดแย้้งนั้้�นเองอย่่างไร ตลอดจนความหวัังต่่อการเปลี่่�ยนแปลงที่่�จะมีีขึ้้�นในอนาคต 3) มิิติิในเชิิงโครงสร้้างเน้้นไปที่่�สาเหตุุรากฐานของความขััดแย้้ง ตลอดจนแบบแผนและการเปลี่่�ยนแปลงที่่�ความขััดแย้้งก่่อตััวและส่่งผลต่่อโครงสร้้างสัังคม อาจครอบคลุุมตั้้�งแต่่การวิิเคราะห์์เงื่่�อนไขทางสัังคมที่่�ให้้กำเนิิดความขััดแย้้ง และส่่งผลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงต่่อโครงสร้้างและแบบแผนการตััดสิินใจที่่�ดำรงอยู่่ ในขณะเดีียวกัันก็็หมายรวมไปถึึงการเข้้าไป มีีส่่วนกำหนดการเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้งที่่�มีีการใช้้กำลัังความรุุนแรงไปสู่่หนทางหรืือกลไกที่่�หนุุนเสริิมแนวทางที่่�ไม่่ใช้้ความรุุนแรง ปรัับเปลี่่�ยนโครงสร้้างบางอย่่างเพื่่�อบรรเทาเบาบางภาวะปรปัักษ์์ที่่�ดำรงอยู่่แต่่ในอีีกด้้านหนึ่่�งก็็เสริิมกำลัังให้้โครงสร้้างดัังกล่่าวตอบสนองต่่อความต้้องการขั้้�นพื้้�นฐาน ของผู้้คนและการมีีส่่วนร่่วมของประชาชนต่่อเรื่่�องที่่�จะกระทบกัับชีีวิิตของพวกเขาเอง และ 4) มิิติิเชิิงวััฒนธรรม หมายถึึงการเปลี่่�ยนผ่่านที่่�ก่่อตััวขึ้้�นจากความขััดแย้้งเกี่่�ยวกัับแบบแผนทางวััฒนธรรมของกลุ่่มคนและหนทางที่่�วััฒนธรรมดัังกล่่าวจะสามารถพััฒนาและรัับมืือ กัับความขััดแย้้ง (Lederach, 1997)หากพิิจารณามิิติิและระดัับในการทำความเข้้าใจการเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้ง ตามกรอบข้้างต้้นจะพบว่่า แนวทางการแปลงเปลี่่�ยนความขััดแย้้งนั้้�นครอบคลุุมและออกจากกว้้างขวาง ตลอดจนให้้ความสำคััญกัับการเปลี่่�ยนผ่่านตามกรอบเวลาระยะยาว กรอบคิิดหรืือมโนทััศน์์ดัังกล่่าวจึึงเป็็นเครื่่�องมืือหรืือ “เลนส์์” (ตามคำของ Lederach) ในการมองเห็็น การเปลี่่�ยนแปลงความขััดแย้้งในระดัับต่่าง ๆ ตลอดจนพััฒนาหนทางในการตอบสนอง 14


ต่่อความขััดแย้้งอย่่างสร้้างสรรค์์ โดยมุ่่งเปลี่่�ยนการสำแดงออกด้้วยความรุุนแรงไปสู่่การเปลี่่�ยนแปลงอย่่างสัันติิผ่่านกลไกต่่าง ๆ ที่่�ไร้้ความรุุนแรง ทั้้�งหมดนี้้ยืื�นยัันว่่า กระบวนการสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมรอบด้้านนั้้�นจำเป็็นอย่่างยิ่่�งที่่�จะหยิิบยกหรืือชี้้�ให้้เห็็นการเปลี่่�ยนแปลงในทุุกระดัับข้้างต้้นนั่่�นเอง 3. การมีีส่่วนร่่วมอย่่างครอบครอบคลุุมของโครงการจากการดำเนิินงานของโครงการนี้้มุ่�ง่สะท้้อนประเด็็นหลัักทั้้�ง 3 ประการ ประการแรกคืือ การแสดงให้้เห็็นถึึงความมุ่่งมั่่�นของกลุ่่มคนเปราะบาง-ชายขอบ ในการทำงานขัับเคลื่่�อนคุุณภาพชีีวิิตด้้วยการสร้้างพื้้�นที่่�การมีีส่่วนร่่วมในการดำรงอยู่่ในสัังคมอย่่างมีีเกีียรติิและศัักดิ์์�ศร่ โดยการรัับฟัังเสีียงสะท้้อนจากคนพิิการ ไม่่ว่่าจะเป็็นประสบการณ์์ บทเรีียน สู่่การมีีข้้อเสนอแนะและการขัับเคลื่่�อนงานของคนพิิการในจัังหวััดชายแดนใต้้ โดยเริ่่�มจากการมีียุุทธศาสตร์์ที่่�ดีีคืือ 1) การสร้้างผู้้นำคนพิิการที่่�เข้้มแข็็ง 2) การมีีกลไกหรืือโครงสร้้างระดัับอนุุภููมิิภาคสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ที่่�มีีอำนาจเจรจาและต่่อรองกัับส่่วนกลาง 3) การให้้คนพิิการมีีส่่วนร่่วมในการจััดทำกฎหมาย นโยบาย แผนงานที่่�สำคััญ เช่่น แผนพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตคนพิิการ และ 4) เชื่่�อมโยงกัับผู้้นำทางศาสนา องค์์กรเอกชนมุุสลิิม องค์์กรมุุสลิิมที่่�มีีอำนาจในการเจรจาต่่อรอง การพััฒนาด้้วยการมีียุุทธศาสตร์์การพััฒนาคุุณภาพชีีวิติคนพิิการอย่่างยั่่�งยืืนในสามจัังหวััดชายแดนใต้้ ซึ่่�งนำไปสู่่การแลกเปลี่่�ยนในประเด็็นของสถานการณ์์ ข้้อท้้าทายและการมีียุุทธศาสตร์์เชิิงพื้้�นที่่�ต่่อการทำงานประเด็็นคนพิิการใน 4 ประเด็็นด้้วยกััน ได้้แก่่ การมีีส่่วนร่่วมทางการเมืือง ความมีีสามารถและศัักยภาพด้้านเศรษฐกิิจ การมีีความสุุขอย่่างเท่่าเทีียมและยั่่�งยืืน รวมทั้้�งการมีีส่่วนร่่วมทางสัังคม ประการที่่�สอง งานวิิจััยเชิิงปฏิิบััติิการในการพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตของคนเปราะบางชายขอบเพื่่�อสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ได้้แสดงให้้เห็็นถึึงความมุ่ง่มั่่�นในการสร้้างนัักวิจัิัยหญิิงในท้้องถิ่่�น เพื่่�อให้้คนในท้้องถิ่่�นมีีส่่วนร่่วมในการออกแบบการทำวิจัิัยและสามารถทำวิจัิัยด้้วยตนเอง ในการแสดงหาความรู้้เกี่่�ยวกัับผู้คนใน ้ ท้้องถิ่่�นและความหมายของคำว่่าสัันติิภาพของกลุ่่มคนเปราะบาง-ชายขอบที่่�ประกอบไปด้้วย 10 กลุ่่ม ตามนิิยามของการวิิจััยภาคสนาม ได้้แก่่ หญิิงหม้้าย ผู้้ทำงานช่่วยเหลืือเด็็กกำพร้้า คนพิิการ ผู้้สููงอายุุผู้้ไม่่มีีความมั่่�นคงด้้านที่่�อยู่่อาศััย ชาวประมงชายฝั่่�ง เยาวชนกลุ่่มเสี่่�ยง ผู้้มีีความหลากหลายทางเพศ ชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา และเหยื่่�อจากการซ้้อมทรมาน งานวิิจััยมุ่่งค้้นสาเหตุุปััจจััย15


ที่่�สภาพปััญหาของกลุ่่มเปราะบางยัังไม่่ได้้รัับความสนใจ และมีีข้้อเสนอเพื่่�อสร้้างมิิติิของ การเปลี่่�ยนแปลงทั้้�งมิิติิเชิิงส่่วนบุุคคล ความสััมพัันธ์์ระหว่่างกลุ่มเปราะบาง่กัับภาคส่่วนอื่่�น ๆ รวมถึึงการเปลี่่�ยนแปลงในระดัับโครงสร้้าง ได้้แก่่ 1) การเสริิมความรู้้สิทธิิ และทัักษะให้้กลุ่ม่เปราะบาง 2) สร้้างการมีีส่่วนร่่วมทางการเมืืองในระดัับท้้องถิ่่�น 3) การสร้้างระบบการช่่วยเหลืือเชิิงบููรณาการ 4) การแก้ปั้ ัญหาเพื่่�อให้้หลุุดพ้้นจากกลุ่มเปราะบาง โดยเ่น้้นส่่งเสริิมด้้านอาชีีพและชีีวิติความเป็็นอยู่่ที่่�มั่่�นคง ประการที่่�สามสุุดท้้ายคืือ การปรึึกษาหารืือและกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพ สะท้้อนให้้เห็็นถึึงความเป็็นไปที่่�ล่่าช้้าของกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพ และปััญหาของการสร้้างความไว้้วางใจระหว่่างรััฐกัับประชาชนต่่อกระบวนการสัันติิภาพ โดยโครงการฯ ได้้รัับเสีียงสะท้้อนความต้้องการจากชุุมชนที่่�ต้้องการการอยู่่อย่่างสงบสุุข ยุุติิความขััดแย้้งและเปลี่่�ยนผ่่านความขััดแย้้งด้้วยการเจรจาและการไม่่ใช้้ความรุุนแรงอีีกทั้้�งกระบวนการสัันติิภาพต้้องสร้้างผลลััพธ์์ที่่�เป็็นรููปธรรมให้้กัับประชาชน โดยการรัับฟัังและผลัักดัันเสีียงประชาชนให้้สามารถเป็็นตััวชี้้�วััดความสำเร็็จของสัันติิภาพ เพื่่�อให้้เกิิด การสะท้้อนมุุมมองที่่�หลากหลายและเท่่าเทีียมในความแตกต่่าง ที่่�จะสามารถนำไปสู่่การออกแบบสัังคมให้้คนทุุกกลุ่ม่สามารถอยู่่ร่่วมกัันได้้อย่่างสัันติิและยั่่�งยืืนดัังนั้้�น ข้้อค้้นพบของโครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ สะท้้อนให้้เห็็นว่่าการสร้้างสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนจำเป็็นต้้องเปิิดพื้้�นที่่�ให้้กลุ่่มชายขอบและ กลุ่มเปราะบาง่มีีส่่วนร่่วมอย่่างแท้้จริิงในกระบวนการเจรจาและออกแบบอนาคตของตนเอง ไม่่ใช่่เพีียงการมีีตััวแทนเชิิงสััญลัักษณ์์ในระดัับบนเท่่านั้้�น โดยโครงการซึ่่�งดำเนิินการระหว่่างปีี 2565-2568 ภายใต้้ความร่่วมมืือขององค์์กรภาคประชาสัังคมและการสนัับสนุุนจาก สหภาพยุุโรป ได้้พััฒนาแนวทางที่่�เชื่่�อมโยงเครืือข่่ายรากหญ้้า ส่่งเสริิมผู้้นำในกลุ่่มเปราะบาง เช่่น คนพิิการ ผู้้หญิิง ชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา กลุ่่มผู้้มีีความหลากหลายทางเพศและเยาวชน ตลอดจนส่่งเสริิมนัักวิิจััยท้้องถิ่่�นหญิิง เพื่่�อผลิิตความรู้้จากฐานประสบการณ์์ของผู้้ได้้รัับ ผลกระทบโดยตรง ทั้้�งนี้้� โครงการเสนอว่่าการเปลี่่�ยนแปลงเพื่่�อสัันติิภาพควรครอบคลุุม ทั้้�งระดัับบุุคคล ความสััมพัันธ์์ โครงสร้้าง และวััฒนธรรม โดยมุ่งเ่น้้นสิทธิิมนุุษยชน การมีีส่่วนร่่วมที่่�เท่่าเทีียมและการจััดการความขััดแย้้งอย่่างสร้้างสรรค์์ อีีกทั้้�งยัังสะท้้อนข้้อจำกััดของกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพที่่�ล่่าช้้าและขาดความไว้้วางใจ พร้้อมเน้้นย้้ำว่่าการเจรจาสัันติิภาพต้้องสร้้างผลลััพธ์์ที่่�เป็็นรููปธรรมและตอบสนองต่่อเสีียงของประชาชนอย่่างแท้้จริิง16


รายการอ้้างอิิงอานัันท์์ กาญจนพัันธุ์์. (2563). ทฤษฎีีและวิิธีีวิิทยาของการวิิจััยวััฒนธรรม: การทะลุุกรอบและกัับดัักของความคิิดแบบคู่่ตรงกัันข้้าม (พิิมพ์์ครั้้�งที่่� 3). กรุุงเทพฯ: ศยาม. https://isbnsearch.org/isbn/9786164860247Darby, J. (Ed.). (2001). The effects of violence on peace processes. United States Institute of Peace.Global Solutions Initiative. (2022). Sowing seeds for peace: Micro-level peacebuilding methods towards a just and sustainable urban transformation process.International Peace Institute. (2021). Women, peace, and security mandates for UN peacekeeping operations: Assessing influence and impact.Kriesberg, L. (2011). The state of the art in conflict transformation. In B. Austin, M. Fischer, & H. J. Giessmann (Eds.), Advancing conflict transformation: The Berghof Handbook II (pp. 47–64). Barbara Budrich Publishers. https://doi.org/10.2307/j.ctv1w6w2gLederach, J. P. (1997). Building peace: Sustainable reconciliation in divided societies. United States Institute of Peace Press.Miall, H. (2004). Conflict transformation: A multi-dimensional task. In A. Austin, M. Fischer, & N. Ropers (Eds.), Transforming ethnopolitical conflict: The Berghof handbook (pp. 67–90). VS Verlag für Sozialwissenschaften.Schirch, L. (2013). Conflict assessment and peacebuilding planning: Toward a participatory approach to human security. Kumarian Press (Lynne Rienner Publishers).World Institute on Disability. (2021). World Institute on Disability 2021 annual report. https://wid.org/wp-content/uploads/2022/10/AnnualReport-2021.pdf17


ของนัักวิิจััยหญิิงในการทำวิิจััยกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบองค์์ความรู้้


องค์์ความรู้้ของนัักวิิจััยหญิิงในการทำวิิจััยกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบองค์์ความรู้้ในการจััดอบรมนัักวิิจััยหญิิงสถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีีร่่วมกัับสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา และ MRG มีีความมุ่่งหมายที่่�จะพััฒนาและสร้้างนัักวิิจััยหญิิงที่่�มีีความรู้้ความสามารถในการทำวิจัิัย สามารถลงพื้้�นที่่� วางแผน จััดประชุุม ตลอดจน เก็็บข้้อมููล และออกแบบการทำวิจัิัยเองได้้โดยมีีนัักวิจัิัยที่่�มีีประสบการณ์์คอยสนัับสนุุนช่่วยเหลืือ โดยการจััดอบรมให้้ความรู้้และให้้ลงมืือปฏิิบััติิการเองได้้ ด้้วยเหตุุนี้้�จึึงจััดอบรมนัักวิิจััยหญิิงเกี่่�ยวกัับการทำวิจัิัยเชิิงปฏิิบััติิการแบบมีีส่่วนร่่วม (Participatory Action Research) ระหว่่างวัันที่่� 19-22 ตุุลาคม 2565 ณ ห้้องประชุุมโรงเรีียนบ้้านบางปูู ตำบลบางปูู อำเภอยะหริ่่�ง จัังหวััดปััตตานีี โดยมีีหััวข้้อการบรรยายดัังนี้้� 1) แนวคิิดการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน 2) การวิิจััย เชิิงปริิมาณและเชิิงคุุณภาพ 3) หลัักการการสนทนากลุ่่ม และ 4) หลัักจริิยธรรมในการวิิจััย บรรยายโดยคณาจารย์์และผู้้เชี่่�ยวชาญการทำวิิจััย ได้้แก่่ 1) ผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น จากคณะสัังคมวิิทยาและมานุุษยวิิทยา มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์2) ผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี ผู้้อำนวยการศููนย์์เฝ้้าระวัังสถานการณ์์ภาคใต้้ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีี 3) ผศ.ดร.กุุสุุมา กููใหญ่่ ผู้้อำนวยการสถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััย สงขลานคริินทร์์4) จุุฬารัตน์ั ์ ดำรงวิถีีิธรรม มููลนิธิิเบิร์ิ์กฮอฟ (Berghof Foundation: BF) 5) ผศ.อัับดุุลคอลิิก อััรรอฮีีมีีย์์ จากคณะมนุุษยศาสตร์์และสัังคมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััย สงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีี19


แนวคิิดการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน (Intersectionality)โดย ผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น1. นักวิจัยตั้งคำ ถามต่อแนวคิดเชิงพื้นที่ทีกำ่หนดบทบาทตามเพศ โดยมองว่าผู้หญิงไม่เพียงแค่รับคำ สังและ่ผลิตซ้ำ แต่สามารถสร้างและผลิตสิงใหม่ได้ เ่ช่น การผลิตเสือ้ผ้าที่สะท้อนถึงศักยภาพและบทบาทใน สังคม งานวิจัยในชุมชนชีวองเผยให้เห็นถึงความเชื่อที่ว่า ทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชวีตติ ่างมีวิญญาณ เช่น ก้อนหิน ต้นไม้ หรือก้อนเลือด 1 เดือนของการตงครรภ์ ค้ัวามเชอ่ืเหล่านีทำ้ให้ชุมชนชวีองมีความละเอียดอ่อนในการใชช้วีติ หรือการดูแลครอบครัวทีส่งเสริม่และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมีการแบ่งบทบาทอย่างสมดุลระหว่างสามีและภรรยาในการดูแลครอบครัวและบุตร งานวจิ ัยในหมู่เกาะภาคใตข้องแถบมลายูชวาช้ให้เห็น ีว่า ผู้หญิงมีบทบาทสูงในการถือครองทรัพยากรและทีดิน โดยเฉพาะในเรื่อง่การแต่งงานที่ผู้ชายจะเข้าไปอาศัยในบ้านของผู้หญิง ซึ่งช่วยลดความรุนแรงและเสริมบทบาทนำของผู้หญิงในสังคม ความขัดแย้งในพืนที้ ่ชายแดนใตข้ องไทยไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับการใช้กำ ลังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรุนแรงในครอบครัวที่ทำ ให้เกิดการกดทับที่ทับซ้อนของกลุ่มคนที่ถูกมองข้าม เช่น คนพิการและผู้หญิง  การกดทัับหรืือความเหลื่่�อมล้้ำเชิิงซ้้อน (intersectionality) ทำงานผ่่านอััตลัักษณ์์หรืือโครงสร้้างอำนาจหลายมิติซ้ิ ้อนทับกััน พร้้อมกััน และก่่อให้้เกิิดประสบการณ์์เฉพาะ ในที่่�นี้้�หมายถึึงกลุ่่มคนบางกลุ่่มถููกเลืือกปฏิิบััติิหรืือกดทัับจากปัจั จััยหลายด้้านในสัังคม เช่่น เพศ ชาติพัิ ันธุ์์เชื้้�อชาติิ ภูมิูิภาค หรืือสถานะทางสัังคม ซึ่่�งส่่งผล กระทบต่่อการเข้้าถึึงสิิทธิิและโอกาสในชีีวิิต เช่่น ปััญหาสุุขภาพที่่�เกิิดขึ้้�นอาจไม่่ใช่่เพีียงแค่่จาก เชื้้�อโรค แต่ยั่ ังอาจมาจากขาดการเข้้าถึึงทรััพยากรไม่่มีีความรู้้ขาดข้้อมููล อยู่่ห่่างไกล ไม่่สามารถสื่่�อสารและออกจากบ้้านไปได้้เพราะระหว่่างทางไม่่ปลอดภััย ผู้้หญิิงในบางวััฒนธรรมไม่่ได้้รัับอนุุญาตให้้ออกจากบ้้านเพราะต้้องรอผู้้ชาย ในบ้้านพาไปรัักษาที่่�โรงพยาบาล อย่่างนี้้�เป็็นต้้น ส่่งผลให้้บุุคคลผู้้นั้้�นไม่่สามารถได้้รัับการดููแล ช่ว่ยเหลืือ ปกป้้อง หรืือได้รั้บั โอกาสที่่จ�ำเป็็น งานวิิจััยหลายชิ้้�นเกี่่�ยวข้้องกัับปััญหา ความเหลื่่�อมล้้ำเชิิงซ้้อนที่่�นำไปสู่่การถููกกดขี่ี่่� การถููกเลืือกปฏิิบััติิ การไม่่ได้้รัับความเป็็นธรรม และงานวิิจััยที่่�สะท้้อนมุุมมองที่่�แตกต่่างจากกระแสของสัังคม  ความขัดแย้งของสีผิวสะท้อนถึงการเลือกปฏบิตัจิากโครงสร้างสังคมทีมี่ผลกระทบต่อชวีติของผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิงผิวสีที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลายมิตจิ ากทังเ้ชอ้ืชาติและเพศ20


อาจารย์์อััมพรเริ่่�มด้้วยการบรรยายว่่า ความสััมพัันธ์์ของผู้้คนมีีทั้้�งแนวระนาบและแนวดิ่่�ง แต่่บางครั้้�งก็มีีสิ่่ ็ �งที่่�ทัับซ้้อนหรืือความสััมพัันธ์์ในลัักษณะอื่่�นที่่�ไม่ส่ามารถถ่่ายทอดตััวตนที่่�ชััดเจน หรืือไม่่สามารถมีีสถานภาพที่่�เท่่ากััน เช่่น ในกรณีีของนัักวิิจััยหญิิงในโครงการนี้้� ที่่�มีีสมาชิิกเป็็นไทยพุุทธจากจัังหวััดสงขลา ซึ่่�งมีีจุุดเหมืือนกัันคืือเป็็นผู้้หญิิง แต่่มีีจุุดต่่างคืือ เป็็นชาวไทยพุุทธ ความแตกต่่างนี้้�อาจส่่งผลต่่อการสร้้างความสััมพัันธ์์ภายใต้้เงื่่�อนไขของ ความรุุนแรงในพื้้�นที่่�หรืือไม่่ นี่่�คืือการสะท้้อนแนวคิิดเรื่่�องการกดทัับหรืือความเหลื่่�อมล้้ำเชิิงซ้้อน (intersectionality) ที่่�แสดงถึึงความทัับซ้้อนในมิิติิต่่าง ๆ ที่่�มีีผลต่่อความสััมพัันธ์์และสถานะของผู้้คนโครงการฯ นี้้มีี�เป้้าหมายหลัักที่่�ต้้องการให้นั้ ักวิจัิัยไม่่เพีียงแค่่เก็็บข้้อมููล แต่ต้่ ้องมีีเป้้าหมายในการคิิดวิิเคราะห์์และสามารถทำวิิจััยด้้วยตััวเองได้้ในอนาคต นัักวิิจััยที่่�มีีประสบการณ์์จึึงจำเป็็นต้้องทบทวนแนวคิิดของผู้้คนที่่�เคยศึึกษาก่่อนหน้้านี้้� เพราะคนในสัังคมมีีพลวััตและเงื่่�อนไขการเปลี่่�ยนแปลงตลอดเวลา ดัังนั้้�น เราจะพบว่่าประเด็็นวิิจััยบางเรื่่�องอาจทำซ้้ำและพััฒนาไปตามการเปลี่่�ยนแปลงของสัังคมการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน หรืือ การกดทัับเชิิงซ้้อน หรืืออีีกคำที่่�ใช้้คืือ การเลืือกปฏิิบััติิ (Discrimination) หมายถึึง การที่่�บางกลุ่ม่ถููกเลืือกปฏิิบััติิหรืือถููกกดทัับจากหลายปััจจััยในสัังคม เช่่น ผู้ห้ ญิิง เด็็ก หญิิงหม้้าย คนพิิการ กลุ่่ม LGBTQA+ ผู้้ด้้อยโอกาสในการเข้้าถึึงการศึึกษา หรืือผู้้ที่่�ได้้รัับผลกระทบจากความขััดแย้้ง เป็็นต้้น ในบริิบทของชุุมชนหนึ่่�ง เราอาจพบกลุ่่มเหล่่านี้้�ได้้ทั้้�งหมดหรืือบางส่่วน ซึ่่�งอาจไม่่ได้้เป็็นตััวแทนในการให้้ข้้อมููลที่่�ครอบคลุุมทุุกมุุมมองของกลุ่่มคนเหล่่านั้้�นอย่่างไรก็ต็าม การกดทัับที่่�ทัับซ้้อนไม่่ได้้เป็็นการเสนอคำใหม่่ หากแต่่เป็็นการสะท้้อนความจริิงที่่�เกิิดขึ้้�นในสัังคม ซึ่่�งต่่อมานัักวิิชาการมาขยายและอธิิบายให้้เห็็นสภาพที่่�เกิิดขึ้้�น ให้ชั้ัดเจน มากยิ่่�งขึ้้�น เมื่่�อนัักวิจัิัยลงไปสััมภาษณ์์ เราจึึงได้รั้ับรู้้ถึึงการปฏิิบััติิที่่�เหมาะสมหรืือไม่่เหมาะสมที่่�พวกเขาได้้รัับ กลุ่่มคนเหล่่านี้้�มัักถููกเลืือกปฏิิบััติิิจากภาวะอำนาจที่่่�ซ้้อนทัับอยู่่ในสััังคม ซึ่่�งส่่งผลต่่อการเข้้าถึึงสิิทธิิและโอกาสต่่าง ๆ ในชีีวิิตคิิมเบอร์์ลีีวิิลเลีียมส์์ เครนชอว์์ (Kimberlé Williams Crenshaw) นัักทฤษฎีีด้้านกฎหมายและนัักสตรีีนิิยมชาวอเมริกัิัน ซึ่่�งเป็็นที่่�รู้้จัักในการพััฒนาแนวคิิดเรื่่�อง Intersections หรืือ Intersectionality เธออธิิบายถึึงปััจจััยด้้านต่่าง ๆ เช่่น เพศ เชื้้�อชาติิ และสถานะ ทางสัังคมที่่�ส่่งผลกระทบต่่อประสบการณ์์ชีีวิิตของผู้้คน โดยเฉพาะการที่่�ผู้้หญิิงผิิวสีีได้้รัับ 21


แผนภาพอธิิบายการทำความเข้้าใจเชิิงแนวคิิดแบบหลายระดัับเกี่่�ยวกัับการกดทัับที่่�ทัับซ้้อนของอััตลัักษณ์์และความไม่่เสมอภาค (intersectionality) ระหว่่างการตีีตราเชิิงสุุขภาพและ ความเสีียเปรีียบอื่่�นๆ ซึ่่�งมีีต้้นกำเนิิดจากความไม่่เสมอภาคทางสัังคมและ/หรืืออััตลัักษณ์์ ของบุุคคลที่่�มีีชีีวิิตอยู่่กัับเอชไอวีี โรคเรื้้�อน โรคจิิตเภท และโรคเบาหวาน เอกสารอ้้างอิิง: Rai, S. S., Peters, R. M. H., Syurina, E. V., Putri, A. I., Marchira, C. R., & Zweekhorst, M. B. M. (2020). Intersectionality and health-related stigma: Insights from experiences of peopleliving with stigmatized health conditions in Indonesia. International Journal for Equity in Health, 19(206). https://doi.org/10.1186/s12939-020-01318-wผลกระทบจากโครงสร้้างสัังคมที่่�ซัับซ้้อนมากกว่่าผู้ห้ ญิิงในกลุ่ม่อื่่�น ๆ คิิมเบอร์ลีี์ ได้ศึึ้กษาและสำรวจการใช้ชีีวิ้ติของผู้ห้ ญิิงผิิวสีีในชีีวิติประจำวัันและพบว่่า บทบาทหน้้าที่่�ระหว่่างสามีีภรรยามัักมีีการแบ่่งแยกอย่่างชััดเจน ซึ่่�งเป็็นผลมาจากโครงสร้้างสัังคมที่่�กำหนดบทบาทตามเพศ คิิมเบอร์์ลีี มองว่่า หากภายในบ้้านเป็็นพื้้�นที่่�ของทุุกคน ทำไมจึึงไม่่มีีการแบ่่งหน้้าที่่�อย่่าง เท่่าเทีียมกััน ทั้้�งที่่�การทำงานไม่่จำเป็็นต้้องแบ่่งตามเพศ จะเห็็นได้้ว่่า แม้้ว่่าภายในกลุ่่มสีีผิิวเดีียวกัันก็็มีีความซ้้อนทัับของปััญหาผู้้หญิิงคนหนึ่่�งก็็อาจถููกกดทัับจากคนผิิวสีีเดีียวกััน หรืือภายในบ้้านในครอบครััวของตััวเอง22


ภาพนี้้�แสดงให้้เห็็นถึึงความทัับซ้้อนของปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นจากเงื่่�อนไขทางสุุขภาพ เช่่น คนหนึ่่�งที่่�เป็็นโรคน้้ำกััดเท้้า หรืือโรคเท้้าแช่่น้้ำ เมื่่�อหมอถามถึึงสาเหตุุุ ผู้้ป่่วยบอกว่่าเกิิดจากการลุุยน้้ำท่่วมเพื่่�อไปพัักอาศััยที่่�ศููนย์์พัักพิิงชั่่�วคราว ขณะที่่�คนอื่่�นได้้รัับข้้าวของช่่วยเหลืือเพราะคนกลุ่่มเหล่่านั้้�นมีีเพื่่�อนหรืือเส้้นสายที่่�สามารถเข้้าถึึงการช่่วยเหลืือได้้ ดัังนั้้�น บางโรค ที่่�แต่่ละคนเผชิิญนั้้�นไม่่ใช่่ผลจากเชื้้�อโรค แต่่เป็็นผลจากสัังคมที่่�บุุคคลนั้้�นไม่่สามารถเข้้าถึึง ความช่่วยเหลืือหรืือทรััพยากรที่่�จำเป็็นได้้นอกจากนี้้� ยัังมีีกรณีีเด็็กที่่�ไม่่เข้้าถึึงการศึึกษาอาจมีีสาเหตุุจากหลายปััจจััย เช่่น พ่่อแม่่แยกทางกััน ไม่มีี่เงิิน ไม่มีี่ผู้้ดููแล หรืือพ่่อแม่่ไม่่ให้้ความสำคััญกัับการศึึกษา หรืืออาจเป็็นเพราะโรงเรีียนอยู่่ไกลจากบ้้านทำให้้การเดิินทางลำบาก หรืือไม่มีีชุุ ่ดยูนิูฟิอร์์ม ดัังนั้้�นการที่่�เด็็กคนหนึ่่�งไม่่ได้้รัับการศึึกษาจึึงเป็็นผลมาจากหลายสาเหตุุที่่�ส่่งผลกระทบร่่วมกัันอีีกตััวอย่่างหนึ่่�งคืือประเด็็นความขััดแย้้งของสีีผิิว หากเป็็นคนผิิวขาวมัักจะถููกมองว่่าเป็็นคนสะอาดสะอ้้าน มีีความศิิวิิไลซ์์และทัันสมััย จนทำให้้คนผิิวแทนหรืือผิิวดำหลายคนพยายามทำให้้ผิิวของตััวเองขาวขึ้้�น ขณะที่่�คนผิิวดำมัักถููกมองว่่าเป็็นคนที่่�ไม่่เจริิญ สิ่่�งเหล่่านี้้�เป็็นภาพแทนที่่�ปรากฏในโฆษณา ซึ่่�งสะท้้อนถึึงการอธิิบายภายใต้้อำนาจที่่�มาจากกระบวนการเศรษฐกิิจ กฎหมาย และการยอมรัับของสัังคมภาพยนต์์ที่่�สะท้้อนเรื่่�องราวนี้้�ได้้ดีีคืือ Hidden Figures มีีตััวละครหลัักเป็็นนัักวิทิยาศาสตร์์นาซ่่าผิิวดำ ทุุกครั้้�งที่่�เธอต้้องการเข้้าห้้องน้้ำ จะต้้องใช้้เวลามากกว่่าคนอื่่�น เพราะห้้องน้้ำของเธออยู่่ไกลกว่่าห้้องน้้ำคนผิิวขาว วัันหนึ่่�งหััวหน้้าที่่�ทำงานเกิิดสงสััยและ ถามว่่า ทำไมเธอใช้้เวลาเข้้าห้้องน้้ำนานผิิดปกติิ เธอตอบว่่าห้้องน้้ำของผู้้หญิิงผิิวขาวคนอื่่�นที่่�อยู่่ในอาคารเดีียวกััน เธอต้้องเดิินอ้้อม และไปยัังอีีกอาคารเพื่่�อเข้้าห้้องน้้ำที่่�จััดไว้้เฉพาะคนผิิวสีีเหตุุการณ์นี้้์ท�ำให้หั้ ัวหน้้าของเธอมีีการทบทวนและเห็็นถึึงความไม่่เป็็นธรรมที่่�เกิิดขึ้้�นในสัังคมเช่่นเดีียวกัับกรณีีผู้้หญิิงที่่�ได้้รัับผลกระทบจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบในพื้้�นที่่� สามจัังหวััดชายแดนใต้้ เช่่น ครอบครััวสููญหาย ถููกจัับกุุม ถููกซ้้อมทรมาน หรืือถููกเจ้้าหน้้าที่่�รััฐมาปิิดล้้อมตรวจค้้นบ้้าน ในห้้วงปีี 2549 ทำให้้พวกเธอไม่่สามารถเข้้าถึึงข้้อมููลหรืือ ความช่่วยเหลืือจากหน่่วยงานที่่�รัับผิิดชอบ จึึงทำให้้กลุ่่มผู้้หญิิงดัังกล่่าวถููกละเลยจากการ ได้้รัับความช่่วยเหลืือ แม้้ว่่าจะมีีการจััดสรรค่่าชดเชยแล้้วบ้้างก็็ตาม เนื่่�องจากในขณะนั้้�นรััฐบาลยัังไม่่มีีระเบีียบการดููแลที่่�ชััดเจนหรืือวิิธีีการที่่�เหมาะสมในการจััดการปััญหาและ ให้้ความช่่วยเหลืือแก่่ผู้้ได้้รัับผลกระทบ จึึงทำให้้กลุ่่มผู้้หญิิงเหล่่านี้้�ถููกละเลยจากการได้้รัับ23


ความช่่วยเหลืือ นัักคิิดและนัักเคลื่่�อนไหวเพื่่�อปกป้้องความเสมอภาคระหว่่างเพศจึึงชวนคิิดทบทวนเรื่่�องเพศภาวะ (gender) และ ความสััมพัันธ์์เชิิงอำนาจทางเพศภาวะ (gender power relations) เป็็นประเด็็นปััญหาความสััมพัันธ์์เชิิงอำนาจระหว่่างเพศ ซึ่่�งเป็็นประเด็็นปฏิิสััมพัันธ์์ทางการเมืืองรููปแบบหนึ่่�ง มัักถููกอธิิบายให้้เกี่่�ยวเนื่่�องและเข้้าใจว่่าเมื่่�อผู้้คนเกิิดมามีีลัักษณะเพศสรีีระและอวััยวะเช่่นใดก็็จะถููกกำหนดให้้มีีบทบาทผ่่านเรืือนร่่างและร่่างกายเช่่นนั้้�น โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทและคุุณค่่าที่่�ตายตััวให้้ผู้้หญิิงต้้องมีีและกำเนิิดบุุตร ตลอดจน มีีหน้้าที่่่�ดููแลจััดการงานบ้้าน ดููแลคนชราและคนป่่วยในครอบครััวเป็็นหลัักดัังนั้้�น นัักวิิจััยจึึงควรตั้้�งข้้อสัังเกตและคำถามกัับแนวคิิดเชิิงพื้้�นที่่�ทางวััฒนธรรมที่่�กำหนดบทบาทเพศภาวะที่่�แข็็งตััว มิติิิทางวััฒนธรรมเป็็นเรื่่�องสำคััญในแง่่การวิิเคราะห์สถ์านะของผู้้คนในสัังคม เช่่น งานวิิจััยเกี่่�ยวกัับการผลิิตเสื้้�อผ้้าในชุุมชนชนเผ่่าแห่่งหนึ่่�ง สะท้้อนถึึงความเชื่่�อและการจััดระเบีียบในสัังคม การเลืือกสวมใส่่เสื้้�อผ้้าและเครื่่�องประดัับต่่าง ๆ จะบ่่งบอกถึึงยศและสถานะทางสัังคม เช่่น การสวมใส่่เสื้้�อผ้้าประดัับเพชรพลอยอาจบ่่งชี้้�ว่่าเป็็นหััวหน้้าเผ่่า หรืือมีีสถานะที่่�สููงในสัังคม อย่่างไรก็็ตาม ผู้้ที่่�มีีความรู้้ในการผลิิตเสื้้�อผ้้าที่่�มีีรายละเอีียดความแตกต่่างในแต่่ละแบบเสื้้�อผ้้าของแต่่ละคนหรืือแต่่ละชนชั้้�นกลัับเป็็นผู้ห้ ญิิง ซึ่่�งทำให้้เกิิดการย้้อนถามว่่า ผู้้หญิิงไม่่ได้้มีีบทบาทแค่่การสร้้างหรืือผลิิตซ้้ำสิ่่�งเดิิมเท่่านั้้�น แต่่งานวิิจััยดัังกล่่าวได้้กลายเป็็นชนวนความคิิดที่่�ท้้าทายและตอบโต้้ในเรื่่�องภาวะที่่�ผู้้หญิิง ถููกจองจำให้้เป็็นเพีียงผู้้รองรัับการผลิิตและรัับคำสั่่�งมาแล้้วทำตาม หากแต่่ผู้้หญิิงสามารถมีีศัักยภาพในการสร้้างและผลิิตสิ่่�งใหม่่ได้้ด้้วยเช่่นกัันเช่่นเดีียวกัับงานวิิจััยในพื้้�นที่่�แถบนููซัันตารา ในชุุมชนชีีวอง (Cheq Wong) ซึ่่�งชาวชีีวองมีีความเชื่่�อพื้้�นฐานว่่า ในทุุกสรรพสิ่่�งต่่างมีีวิิญญาณ เช่่น ถ้้าหากปลููกต้้นไม้้ที่่�สุุสาน หรืือวางหิินบนหลุุมฝัังศพ ต้้นไม้้และหิินดัังกล่่าวจะช่่วยทำบุุญโดยการระลึึกถึึงพระองค์์อััลลอฮ์์ให้้แก่่ผู้้เสีียชีีวิิต นัักวิิจััยคนหนึ่่�งจึึงตั้้�งข้้อสัันนิิษฐานว่่า หากทุุกสิ่่�งอย่่างมีีวิิญญาณก็็ต้้องมีีความสััมพัันธ์์ที่่�ส่่งเสริิมกัันและกัันและไม่่เกิิดการเอารััดเอาเปรีียบเกิิดขึ้้�น เมื่่�อนัักวิจัิัยไปศึึกษาในชุุมชนชีีวองและศึึกษาความสััมพัันธ์์ในครอบครััวพบว่่า ทุุกคนมีีหน้้าที่่�ส่่งเสริิมและดููแลครอบครััว สามีีมีีบทบาทดููแลครอบครััวตั้้�งแต่่การมีีเพศสััมพัันธ์์กัับภรรยาเพราะพวกเขาเชื่่�อว่่าในตััวอสุุจิก็ิมีีชีีวิ ็ติหรืือวิิญญาณ และในระหว่่างที่่�ภรรยาตั้้�งครรภ์์ผู้ชายจะไ ้ ม่ส่ามารถกิินของแสลงเหมืือนกัับผู้้หญิิง เพราะช่่วงที่่�ลููกเติิบโตในครรภ์์นั้้�นร่่างกายของทั้้�งสองฝ่่ายมีีความสััมพัันธ์์กัันอยู่่ ดัังนั้้�น การดููแลกัันและกัันระหว่่างสามีีภรรยาจึึงมีีความสมดุุล ภรรยา24


มีีหน้้าที่่�เลี้้�ยงดููลููก ส่่วนสามีีมีีหน้้าที่่�ทำงานนอกบ้้าน จะเห็็นได้้ว่่าการแบ่่งบทบาทหน้้าที่่�ระหว่่างหญิิงชายในบางวััฒนธรรมหรืือบางชนเผ่่ามีีการช่่วยเหลืือทำงานบ้้านและการดููแลบุุตร ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นถึึงความสำคััญของการทำงานร่่วมกัันในครอบครััวนอกจากนี้้� ยัังมีีงานวิจัิัยอีีกชิ้้�นที่่�อธิิบายแนวคิิดของกลุ่มคนในบ่ริิเวณหมู่่เกาะภาคใต้้ของแถบมลายููชวา ซึ่่�งระบุุว่่า พื้้�นที่่�ดัังกล่่าวเป็็นสัังคมที่่�ผู้ห้ ญิิงมีีบทบาทสููง โดยเฉพาะการถือครองืทรััพยากรหรืือที่่�ดิินที่่�มีีมากกว่่าผู้ชาย เ ้ มื่่�อมีีการแต่่งงาน ผู้ชายจะเ ้ ข้้าไปอาศััยในบ้้านของผู้ห้ ญิิง ซึ่่�งส่่งผลให้้ครอบครััวได้รั้ับแรงงานที่่�มีีคุุณภาพและไว้้ใจได้้ ดัังนั้้�น โอกาสในการเกิิดความรุุนแรงต่่อผู้ห้ ญิิงจึึงมีีน้้อยกว่่า เนื่่�องจากมีีญาติิพี่่�น้้องของฝ่่ายหญิิงคอยดููแลและให้้ความช่่วยเหลืือ สัังคมในพื้้�นที่่�นี้้จึึ�งเป็็นสัังคมที่่�ผู้ห้ ญิิงมีีบทบาทนำค่่อนข้้างสููง ซึ่่�งต่่างกัับสัังคมยุุโรปและอเมริิกาที่่�ผู้้หญิิงเพิ่่�งได้้รัับสิิทธิิการเลืือกตั้้�งเมื่่�อช่่วง 80-100 ปีีที่่�ผ่่านมาเท่่านั้้�น เพราะมีีลัักษณะโครงสร้้างอำนาจของสัังคมที่่�ชายเป็็นใหญ่่ แต่่แนวคิิดเหล่่านี้้ก็�ส็ามารถเกิิดการเปลี่่�ยนแปลงได้  ้ฉะนั้้�นเมื่่�อพิิจารณาบริิบทชายแดนใต้้ของประเทศไทย ความขััดแย้้งในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ของประเทศไทยที่่�นำไปสู่่ความรุุนแรงมัักจะถููกพิิจารณาเฉพาะในแง่่ของการใช้้กองกำลัังและอาวุุธเท่่านั้้�น ในขณะที่่�ความรุุนแรง ในรููปแบบอื่่�น ๆ เช่่น ความรุุนแรงในครอบครััว กลัับไม่่ได้รั้ับความสนใจอย่่างเพีียงพอ ความรุุนแรงเหล่่านี้้�เป็็นการกดทัับหลายมิิติิซ้้อนทัับพร้้อมกััน ถููกมองข้้าม ไม่่ได้้รัับความเอาใจใส่่ เช่่น กลุ่่มคนพิิการ กลุ่่มผู้้หญิิง นอกจากนี้้�ในเวลาต่่อมา กลุ่่มคนที่่�เคลื่่�อนไหวด้้านกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพได้้มีีแนวคิิดว่่า การสร้้างสัันติิภาพ ที่่�ยั่่�งยืืนจะต้้องให้้ทุุกคนมีีส่่วนร่่วม (inclusive) โดยการมีีส่่วนร่่วมของกลุ่่มต่่าง ๆ ในสัังคม จะช่่วยสะท้้อนผลกระทบและความต้้องการที่่�แท้้จริิงจากทุุกภาคส่่วน ซึ่่�งเป็็นขั้้�นตอนสำคััญในการสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมและเท่่าเทีียม ทั้้�งนี้้� มุุมมองที่่�ใช้้ในการมองประเด็็นนี้้�คืือ การแสดงความเห็็นอกเห็็นใจ การเอาใจใส่่ และการรัับฟัังซึ่่�งกัันและกััน พร้้อมทั้้�งการทำความเข้้าใจในการอยู่่ร่่วมกัันท่่ามกลางความแตกต่่างหลากหลายโดยสรุุป ความสััมพัันธ์์เชิิงอำนาจที่่�ซ้้อนทัับกัันสามารถมองเห็็นได้้จากภาวะที่่�ตััวตนไม่่ได้รั้ับการยอมรัับหรืือไม่่ได้้แสดงออกมาอย่่างชััดเจน ดัังนั้้�น นัักวิจัิัยต้้องให้้ความสำคััญและ ตั้้�งคำถามว่่า จะทำอย่่างไรให้้ตััวตนนั้้�นปรากฏขึ้้�นและไม่่ถููกละเลย ทั้้�งที่่�รััฐธรรมนููญได้้ระบุุชััดเจนว่่า ควรส่่งเสริิมให้้ประชาชนมีีคุุณภาพชีีวิติที่่�ดีีและไม่ถูู่กเลืือกปฏิิบััติิ ไม่ว่่ ่าจะมีีเชื้้�อชาติิ สีีผิิว เพศ หรืือศาสนาใดก็็ตาม แม้้ในความเป็็นจริิงยัังคงมีีหลายส่่วนในสัังคมที่่�ไม่่ได้้เป็็นไปตามที่่�ระบุุในกฎหมาย25


วิิจััยเชิิงปริิมาณและเชิิงคุุณภาพโดย ผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี และ ผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น2. หลักการทั่วไปของการทำวิจัยคือ การรวบรวมข้อมูลและหลักฐานที่ต้องมีกรอบแนวคิดที่ชัดเจน พร้อมทั้งเหตุผล ที่สามารถอธิบายปัญหาและเสนอทางออกที่สามารถทำ ได้ การทำวิจัยเริ่มต้นจากความสนใจในคำ ถ า ม เ พื่อ แ ก้ ไ ขปั ญ ห า ห รื อ อ ธิบา ยปรากฏการณ์ ผ่านการรวบรวมข้อมูลและการใช้กรอบความคิดที่มีเหตุผลเพื่อตีความและอธิบายปรากฏการณ์อย่างมีหลักการ โดยต้องใช้ข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างถูกต้อง  การวิจัยที่มีคุณภาพสามารถเสริมสร้างศักยภาพของบุคคลและสังคม โดยต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเมืองและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึงต้องมีการทำ งานร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อให้ผลการวิจัย มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในสังคม กระบวนการทำวิจัยเริ่มต้นจากการเลือกหัวข้อที่ต้องการศึกษา เช่น กลุ่มเปราะบางในสังคม ผู้หญิง เด็ก กลุ่ม LGBTQA+ หรือคนพิการ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มและชุมชน รวมถึงปัญหาทีกลุ่มเหล่านั่นเ้ผชิญ  ตัวแปรอาจมีผลต่อกัน เช่น การศึกษาสูงสัมพันธ์กับรายได้ที่สูง แต่ก็อาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่แทรกแซง โดยนักวิจัยต้องเปิดกว้างในการทดสอบและตรวจสอบความสัมพันธ์เหล่านี้เช่น ฝนตกจะทำ ให้พืชเจริญงอกงามหรือไม่ หรือการทดสอบว่าความสัมพันธ์ทีเราเ่ชอมโยง ่ืเช่น ไก่ขันกับพระอาทิตย์ขึ้นนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ทุกอย่างต้องผ่านการเก็บข้อมูลและทดสอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ หลักการของการวิจัยเชิงคุณภาพคือ การทำ ความเข้าใจลึกซึ้งในรายละเอียดของผู้คนผ่านมุมมองหลากหลาย โดยอาจใช้การตีความและการสังเกตในสภาพแวดล้อมจริงหรือการสัมภาษณ์ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและ การสร้างความไว้วางใจในการเข้าถึงข้อมูล วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วย การสัมภาษณ์ การสังเกต และการเก็บข้อมูล ในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งช่วยให้นักวิจัยเห็นการเปลียนแปลงใน่ชุมชนและสะท้อนข้อมูลทีได้ ่เพื่อเชื่อมโยงกับเหตุการณ์และสถานการณ์ต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง26


 วิธีการสัมภาษณ์เริม่ต้นด้วยการแนะนำตวั เองและสร้างความสัมพันธ์ทีดี โดยใส่ใ่จในน้ำ เสียงและการสือสารเพื่อสร้างค่วามไวว้ างใจ อธิบายประโยชน์ของงานวจิ ัยให้ชัดเจน เพือกระ่ตุ้นให้ผู้ให้สัมภาษณ์แลกเปลียน่ข้อมูลและสะท้อนประสบการณ์  กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลในวิจัยเชิงคุณภาพมุ่งเน้นการพรรณนาเนือหาด้้วยรายละเอียดเพือเ่ข้าใจบริบทและมุมมองของผู้ถูกศึกษาอย่างลึกซึ้ง โดยนักวิจัยไม่ตัดสินทันทีแต่จะทำ ความเข้าใจความคิด ความเชื่อ และความหมายที่แฝงอยู่ในข้อมูลเพื่อให้ได้ภาพรวมที่ครบถ้วน การศึกษาวัฒนธรรม พฤติกรรม และวิถีชีวิตของกลุ่มคนหรือชุมชนผ่านการฝังตัวในชุมชนเพื่อสังเกตและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ช่วยให้การวจิ ัยสะดวกและสร้างความไวว้ างใจจากชุมชน โดยการเป็น \"คนใน\" หรือ \"กึ่งคนใน\" จะส่งผลต่อการเข้าใจและตั้งคำ ถามกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตจริง การเลือกกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยสามารถทำ ได้หลายวิธี เช่น การเลือกกลุ่มเฉพาะ การเลือกแบบสุ่ม (Snowball Sampling) การเลือกแบบบังเอิญ และการเลือกตามความสะดวก ขนอยู่กั้ึบลักษณะและเป้าหมายของการศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรงกับวัตถุประสงค์ การวจิ ัยที่ผสมผสานระหว่างการวจิ ัยแบบมีส่วนร่วมและการวจิ ัยเชิงปฏบิตั ิการเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ทีเกี่ย่วข้องในการศึกษาและแก้ปัญหาชุมชน โดยใช้ทัง้วจิ ัยเชิงคุณภาพและปริมาณ เพือ่วิเคราะห์อำ นาจทีถูกกดทั่บและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในชุมชน แนวทางการทำวจิ ัยการกดทับแบบทับซ้อนเน้นการศึกษาและวิเคราะห์ ความเสมอภาคในสังคม การทำ ความเข้าใจอำ นาจทีซ้อนทั่บ ความสัมพันธ์ระหว่างกลไกต่าง ๆ และบริบททางสังคม ประวัติศาสตร์ เพื่อเข้าใจความไม่เป็นธรรมและส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม27


ผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี: หลัักทั่่�วไปของการทำวิิจััย การทำวิิจััยเริ่่�มต้้นจากความสนใจในคำถามที่่�เกิิดจากความอยากรู้้ อยากเห็็น และความต้้องการแก้้ไขปััญหาหรืืออธิิบายปรากฏการณ์์ต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�นในโลก ซึ่่�งสามารถทำได้้ผ่่านการรวบรวมข้้อมููล หลัักฐาน และการใช้้กรอบความคิิดที่่�มีีเหตุุผล เพื่่�อมาช่่วยตีีความและอธิิบายปรากฏการณ์์นั้้�น ๆ อย่่างมีีเหตุุผลและมีีหลัักการ งานวิิจััยจึึงไม่่สามารถอธิิบายหรืือสรุุปผลได้้โดยปราศจากข้้อมููลหรืือหลัักฐานที่่�ชััดเจน ซึ่่�งการใช้ข้้้อมููลเหล่่านั้้�นจะต้้องสามารถพิสูิูจน์์และยืืนยัันข้้อค้้นพบได้้อย่่างถููกต้้อง อย่่างไรก็ต็าม ข้้อมููลที่่�ใช้้ในการวิจัิัยอาจมีีความผิิดพลาดหรืือข้้อบกพร่่อง และเมื่่�อเกิิดข้้อโต้้แย้้ง นัักวิิจััยจำเป็็นต้้องมีีความสามารถในการอธิิบาย เพื่่�อให้้เกิิดการยอมรัับ และเปิิดโอกาสให้้มีีการแย้้งหรืือทบทวนจากผู้้อื่่�นได้้เมื่่�อเราเข้้าใจสาเหตุุและปััญหาลึึกซึ้้�งขึ้้�น ความรู้้ที่่�ได้้จะกลายเป็็นองค์์ความรู้้หรืือแนวคิิดทฤษฎีีใหม่ ตั่ ัวอย่่างเช่่น องค์์ความรู้้เกี่่�ยวกัับการสร้้างสัันติิภาพที่่�ผ่่านการศึึกษาความขััดแย้้งจากหลายพื้้�นที่่� ซึ่่�งเมื่่�อรวมข้้อมููลและทฤษฎีีจากหลายแหล่่งเข้้าด้้วยกััน กลายเป็็นทฤษฎีีสัันติิภาพและการจััดการความขััดแย้้งที่่�สามารถนำไปใช้้ในการแก้้ไขปััญหาความขััดแย้้งในระดัับต่่าง ๆ ได้้ นอกจากนี้้� การวิิจััยไม่่เพีียงแต่่เป็็นกระบวนการหาคำตอบหรืือค้้นหาความรู้้ใหม่่ ๆ แต่่ยัังสามารถเป็็นเครื่่�องมืือสำคััญในการสร้้างศัักยภาพและการพััฒนาของสัังคม ได้้อย่่างยั่่�งยืืน งานวิิจััยที่่�มีีคุุณภาพจะส่่งผลต่่อการพััฒนาและเสริิมสร้้างศัักยภาพของบุุคคล ชุุมชน สัังคม องค์์กร และหน่่วยงานต่่าง ๆงานวิจัิัยที่่�มีีคุุณภาพสามารถตรวจสอบความน่่าเชื่่�อถือและความเที่่�ยง ืตรง (validity) ได้้จากการออกแบบวิิจััยที่่�ดีีและการมีีกรอบแนวคิิดที่่�ชััดเจน อย่่างไรก็็ตาม สิ่่�งที่่�สำคััญใน การสร้้างคุุณภาพของงานวิิจััยคืือ ความน่่าเชื่่�อถืือทางการเมืือง ซึ่่�งสามารถเห็็นได้้จากการที่่�งานวิิจััยในบางด้้าน เช่่น การสำรวจความคิิดเห็็นประชาชนต่่อกระบวนการสัันติิภาพจัังหวััดชายแดนใต้้ (Peace Survey) มัักจะถููกตั้้�งคำถามเกี่่�ยวกัับความเป็็นจริิงของความคิิดเห็็น ที่่�ได้รั้ับ เช่่น ผู้้ตอบมีีความเห็็นอย่่างนั้้�นจริิงหรืือไม่่ ข้้อมููลถููกเก็็บจากที่่�ไหน และงานวิจัิัยดัังกล่่าวมีีความเกี่่�ยวข้้องกัับรััฐหรืือมีีเจตนากดขี่่�ประชาชนหรืือไม่่ หรืือเป็็นการเข้้าข้้างรััฐหรืือไม่่ แม้ว่้่างานวิิจััยนั้้�นจะปฏิิบััติิตามขั้้�นตอนวิิธีีการทางวิิทยาศาสตร์์และหลัักคิิดที่่�ถููกต้้องก็็ตามดัังนั้้�น งานวิจัิัยต้้องได้รั้ับการยอมรัับจากทุุกฝ่่าย ทั้้�งจากฝ่่ายรััฐและฝ่่ายที่่�มีีความเห็็นต่่างเพื่่�อให้ผ้ลงานวิจัิัยนั้้�นสามารถได้รั้ับการยอมรัับโดยทั่่�วถึึง ซึ่่�งเป็็นเหตุุผลสำคััญของโครงการนี้้�ที่่�ได้้รวบรวมนัักวิจัิัยหญิิงจำนวนกว่่า 20 คน ซึ่่�งมีีความหลากหลายและเชื่่�อมโยงกัับหน่่วยงานที่่�ทำงานระดัับชุุมชนอย่่าง สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา มาร่่วมกัันทำงานเพื่่�อ28


สร้้างความน่่าเชื่่�อถืือทางการเมืือง เช่่นเดีียวกัับกรณีีของการทำวิิจััย Peace Survey โดยมหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ (ม.อ.) ที่่�ดำเนิินการมาอย่่างต่่อเนื่่�องเป็็นเวลา 5-6 ปีี โดยมีีการร่่วมมืือกัับองค์์กรวิิชาการทั้้�งหมด 24 องค์์กร และมีีภาคประชาสัังคมเข้้ามามีีส่่วนร่่วมด้้วย การทำวิิจััยเช่่นนี้้�จึึงไม่่เพีียงแต่่สร้้างความน่่าเชื่่�อถืือทางวิิทยาศาสตร์์และเทคนิิค แต่่ยัังช่่วยป้้องกัันข้้อครหาหรืือการกล่่าวหาที่่�อาจเกิิดขึ้้�นเกี่่�ยวกัับการเก็็บข้้อมููล เนื่่�องจากมีีการอบรมและการทำงานร่่วมกัันกัับหลายฝ่่ายการวิิจััยโดยสรุุปหมายถึึง การรวบรวมข้้อมููลและหลัักฐานที่่�ต้้องมีีกรอบแนวคิิด ที่่�ชััดเจน พร้้อมทั้้�งเหตุุผลที่่�สามารถอธิิบายปััญหาและเสนอทางออกที่่�สามารถทำได้้ อย่่างไรก็ต็าม การพยากรณ์์ในสัังคมศาสตร์์อาจจะท้้าทายมากกว่่าการศึึกษาทางวิทิยาศาสตร์์ เนื่่�องจากมีีความซัับซ้้อนและหลายปััจจััยที่่�ต้้องพิิจารณา ดัังนั้้�น งานวิจัิัยเชิิงคุุณภาพจึึงมุ่งเ่น้้นที่่�การสร้้างความเข้้าใจ การพััฒนา การเสริิมสร้้างสัันติิภาพ และการเพิ่่�มศัักยภาพของชุุมชน ซึ่่�งถ้้าหากงานวิิจััยดัังกล่่าวสามารถบรรลุุเป้้าหมายเหล่่านี้้�ได้้ ก็็ถืือว่่าเป็็นงานวิิจััยที่่�มีีคุุณค่่าและใช้้ได้้กระบวนการทำวิจัิัยเริ่่�มต้้นด้้วยการเสนอประเด็็นหรืือหััวข้้อที่่�เราต้้องการศึึกษา เช่่น กลุ่่มคน หรืือชุุมชนที่่�เราจะศึึกษา ตำแหน่่งหน้้าที่่�ของคนในสัังคม สถาบััน/องค์์กร หรืือสััญลัักษณ์์/ความหมาย และพิิจารณาลัักษณะหรืือแง่่มุุมต่่าง ๆ ของกลุ่่มเหล่่านั้้�น เช่่น ในโครงการนี้้�จะเน้้นศึึกษากลุ่่มเปราะบาง ซึ่่�งเป็็นกลุ่่มคนที่่�เสีียเปรีียบในสัังคม เช่่น ผู้้หญิิง เด็็ก เยาวชน คนพิิการ กลุ่่ม LGBTQA+ และเหยื่่�อของความรุุนแรง หลัังจากนั้้�น เราจะทำ การค้้นหาความสััมพัันธ์์ระหว่่างกลุ่่มที่่�เราศึึกษา โดยพิิจารณาว่่ากลุ่่มนั้้�นมีีปััญหาอะไรบ้้าง ความสััมพัันธ์์ระหว่่างกลุ่่มกัับชุุมชนเป็็นอย่่างไร และชุุมชนเองมีีปััญหาหรืือความท้้าทาย อะไรบ้้าง การคาดคะเนความสััมพัันธ์์ระหว่่างสิ่่�งที่่�เราศึึกษาจะช่่วยให้้เราสามารถเข้้าใจและวิิเคราะห์์สถานการณ์์ได้้อย่่างถููกต้้องและลึึกซึ้้�งตััวแปรที่่�สำคััญในการวิิจััย ได้้แก่่ อายุุ เพศ สถานภาพ อาชีีพ รายได้้ ภููมิิหลััง การศึึกษา ชาติิพัันธุ์์ ความสููง น้้ำหนััก เงิินเดืือน ความสุุข และความสััมพัันธ์์ระหว่่างตััวแปรเหล่่านี้้� ตััวแปรสามารถมีีความสััมพัันธ์์ทั้้�งในตััวแปรอิิสระและตััวแปรตาม เช่่น ตััวแปรอิิสระอาจมีีผลต่่อการเปลี่่�ยนแปลงของตััวแปรตาม นอกจากนี้้ยั�ังมีีตััวแปรอื่่�น ๆ ที่่�อาจแทรกแซงและส่่งผลต่่อความสััมพัันธ์์ เช่่น การศึึกษาสููงอาจสััมพัันธ์์กัับรายได้้ที่่�สููง ในขณะที่่�การศึึกษาต่่ำอาจสััมพัันธ์กั์ ับรายได้้ที่่�ต่่ำ แม้ว่้่าจะมีีความเชื่่�อแบบนี้้� แต่ก็่ ็อาจไม่่เป็็นเช่่นนั้้�นเสมอไป ขึ้้�นอยู่่กัับปััจจััยอื่่�น ๆ ที่่�เกี่่�ยวข้้อง29


ตััวแปรอื่่�น ๆ เช่่น ฐานะทางเศรษฐกิิจในครอบครััว และโอกาสในชีีวิิตก็็สามารถส่่งผลต่่อโอกาสในการได้้งานที่่�มีีรายได้้ดีีหรืือไม่่ดีี เช่่นเดีียวกัับการดื่่�มเครื่่�องดื่่�มที่่�มีีคาเฟอีีน เช่่น โค้้ก หรืือเซเว่่นอััพ อาจจะมีีผลต่่อการทำให้้ความจำดีีขึ้้�น แต่่เราต้้องตั้้�งคำถามว่่า เชื่่�อหรืือไม่่ว่่าเครื่่�องดื่่�มเหล่่านี้้มีีผ�ลจริิง และยี่ห้่� ้อไหนควรดื่่�ม หรืือควรดื่่�มช่่วงเวลาไหน หรืือ มีีตััวแปรอื่่�น ๆ ที่่�อาจส่่งผลต่่อความจำ ก็็ต้้องทำการทดสอบและเก็็บข้้อมููลเพื่่�อตรวจสอบ ความสััมพัันธ์์เหล่่านี้้�ทุุกสิ่่�งทุุกอย่่างมีีความสััมพัันธ์์กัันและเราต้้องตั้้�งความคิิดที่่�เปิิดกว้้าง เช่่น ความเชื่่�อที่่�ว่่าฝนตกจะทำให้พืื้ชพัันธุ์์เจริิญงอกงามดีีขึ้้�น จริิงหรืือไม่่ ก็ต้็ ้องเก็็บข้้อมููลเพื่่�อตรวจสอบ หรืือแม้้แต่่การศึึกษาเรื่่�องชาติิพัันธุ์์และเพศของคนที่่�อาจเป็็นตััวกำหนดทััศนคติิทางการเมืือง ก็็ต้้องมีีการทดสอบและตรวจสอบก่่อนที่่�จะสรุุปผลได้้ เนื่่�องจากบางครั้้�งตััวแปรอาจเป็็นสิ่่�งที่่�เรามองข้้ามหรืือเข้้าใจผิิด เช่่น ระดัับการศึึกษาอาจไม่่ใช่่ตััวแปรเดีียวที่่�ทำให้้รายได้้ดีีหรืือไม่่ดีีเพราะการได้้งานที่่�ดีีบางครั้้�งยัังต้้องมีีปััจจััยอื่่�น เช่่น เส้้นสาย หรืือการเชื่่�อมโยงกัับคนใน เครืือข่่ายที่่�ช่่วยให้้ได้้รัับโอกาสหรืือกรณีีที่่�เมื่่�อไก่่ขัันในตอนเช้้า เรามัักจะเชื่่�อมโยงว่่ามัันหมายถึึงพระอาทิิตย์์ขึ้้�น เพราะเหตุุการณ์นี้้์ �เกิิดขึ้้�นบ่่อย ๆ จึึงทำให้้เราคิิดว่่าไก่ขั่ ันเมื่่�อพระอาทิตย์ิ ์เริ่่�มขึ้้�น อย่่างไรก็ต็าม บางครั้้�งความสััมพัันธ์์นี้้�อาจไม่่ถููกต้้องเสมอไป เพราะแม้้พระอาทิิตย์์จะไม่่ขึ้้�น ไก่่ก็็ยัังขััน หรืือในบางวัันแม้้พระอาทิิตย์์จะขึ้้�น แต่่ก็็อาจจะไม่่ได้้ยิินเสีียงไก่่ขััน ดัังนั้้�น สิ่่�งสำคััญคืือเราต้้องควบคุุมตััวแปรให้้อยู่่ในสภาวะคงที่่� เพื่่�อให้ส้ามารถทดสอบความสััมพัันธ์์เหล่่านี้้�ได้้อย่่างถููกต้้องและแม่่นยำผศ.ดร.อััมพร หมาดเด็็น: หลัักการพื้้�นฐานการวิิจััยเชิิงคุุณภาพหลัักการทั่่�วไปของการวิิจััยเชิิงคุุณภาพ คืือ การทำความเข้้าใจอย่่างลึึกซึ้้�งใน รายละเอีียดของผู้้คน โดยใช้้มุุมมองที่่�หลากหลาย บางงานวิิจััยใช้้ความรู้้และการตีีความในการวิิเคราะห์ข้์ ้อมููล ขณะที่่�บางงานพิิจารณาคำอธิิบายหรืือการถอดความหมายจากการสนทนาของคนในพื้้�นที่่�มาวิิเคราะห์์ บางงานวิิจััยอาจใช้้เวลาหลายปีี เช่่น การที่่�นัักวิิจััยจากต่่างชาติิไปทำงานวิิจััยในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ จนสามารถพููดภาษามลายูู กิินข้้าวยำ เล่่นตะกร้้อ หรืือฟุุตบอลกัับคนในพื้้�นที่่� ซึ่่�งเป็็นงานวิิจััยแบบฝัังตััวที่่�ใช้้การสัังเกตการเปลี่่�ยนแปลง โดยไม่่ใช้้การสััมภาษณ์์ แต่่จะต้้องสร้้างความไว้้วางใจในการเข้้าถึึงข้้อมููล ในขณะที่่�งานวิิจััยที่่�มีีเวลาจำกััดมัักจะใช้้การเตรีียมประเด็็นคำถามเฉพาะและการสััมภาษณ์์เพื่่�อเก็็บข้้อมููล30


วิิธีีการวิิจััยเชิิงคุุณภาพ ประกอบด้้วยการสััมภาษณ์์ การสัังเกต และการเก็็บข้้อมููลในสภาพแวดล้้อมที่่�ช่่วยให้้นัักวิิจััยสามารถเห็็นการเปลี่่�ยนแปลงในชุุมชนอย่่างชััดเจน ดัังนั้้�น นัักวิิจััยจึึงถืือเป็็นเครื่่�องมืือสำคััญในงานวิิจััยเชิิงคุุณภาพที่่�ช่่วยสะท้้อนและย้้อนคิิดเกี่่�ยวกัับข้้อมููลที่่�ได้้มา นอกจากนี้้� งานวิิจััยเชิิงคุุณภาพยัังมีีบทบาทในการเชื่่�อมโยงกัับเหตุุการณ์์และสถานการณ์์ต่่างๆ เพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจดีียิ่่�งขึ้้�นวิธีีิการสััมภาษณ์ เ์ริ่่�มต้้นด้้วยการแนะนำตััวเองและการพููดคุุย เพื่่�อสร้้างความสััมพัันธ์์ที่่�ดีี โดยต้้องใส่่ใจในน้้ำเสีียงและการสื่่�อสาร อธิิบายประโยชน์์ของงานวิิจััยให้้ชััดเจน เพื่่�อกระตุ้้นให้้เกิิดการแลกเปลี่่�ยนข้้อมููลและช่่วยให้้ผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์ระลึึกถึึงประสบการณ์์ที่่�ผ่่านมา พร้้อมทั้้�งทำให้้เขาเห็็นคุุณค่่าในตััวเอง นัักวิิจััยต้้องมีีทิิศทางในการทำงาน เมื่่�อได้้ข้้อมููล ในระดัับหนึ่่�งต้้องพิิจารณาว่่าคำตอบเหล่่านั้้�นจะส่่งผลต่่อข้้อสรุุปอย่่างไร ถ้้าเราเก็็บข้้อมููล เชิิงคุุณภาพ เราอาจเริ่่�มด้้วยวัตถุุั ประสงค์์หรืือกรอบคิิดที่่�ชััดเจน แต่่บางครั้้�งในช่่วงเริ่่�มต้้นอาจวางกรอบไว้้อย่่างหลวมๆ เพิ่่�มการทำความเข้้าใจประเด็็นที่่�มาจากการสนทนา ข้้อมููลแวดล้้อมอื่่�น ๆ ไม่ว่่ ่าจากผู้ที่่�เ ้ กี่่�ยวข้้อง การสัังเกต และข้้อมููลเชิิงเอกสาร เมื่่�อข้้อมููลอิ่่�มตััวคืือเริ่่�มได้ข้้้อสรุุป มีีทิิศทางทำความเข้้าใจที่่�ชััดเจน ข้้อมููลเริ่่�มได้้ซ้้ำ ๆ นัักวิิจััยสามารถวิิเคราะห์์และอภิิปรายได้้หลัักการสำคััญอีีกประการคืือ การใช้้การอุุปมาและการพููดคุุยในลัักษณะที่่�เป็็นธรรมชาติิ โดยไม่่หลุุดออกจากหััวข้้อที่่�กำหนดไว้้ แต่่ต้้องจำประเด็็นสำคััญของงานวิิจััยและทำความเข้้าใจกัับคำถามเพื่่�อให้้การพููดคุุยเป็็นไปตามธรรมชาติิ นอกจากนี้้� นัักวิจัิัยต้้องสัังเกตพฤติิกรรมการโต้ต้อบของผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์ เช่่น หากเขาเงีียบหรืือหยุุดพููดสัักพััก หรืือมีีน้้ำตาไหล สิ่่�งเหล่่านี้้�ต้้องจดบัันทึึกไว้้ หรืือใช้้เทคนิิคในการสัังเกตสถานการณ์์เพื่่�อทำความเข้้าใจข้้อมููลในเชิิงลึึกมากขึ้้�นกระบวนการวิิเคราะห์์ข้้อมููล จะเกิิดขึ้้�นหลัังจากที่่�ได้้รัับข้้อมููลแล้้ว ในบางงานวิิจััย การวิิเคราะห์์อาจประกอบด้้วยการพรรณนาในลัักษณะที่่�ยาวเหมืือนการเล่่านิิยาย เพื่่�อถ่่ายทอดรายละเอีียดและบริิบทในพื้้�นที่่�ให้้ผู้้อ่่านเข้้าใจมากขึ้้�น โดยเฉพาะในการวิจัิัยเชิิงคุุณภาพที่่�เน้้นการทำความเข้้าใจมุุมมองของคนที่่�ถููกศึึกษา นัักวิิจััยจะไม่่ตััดสิินหรืือสรุุปจากคำพููด ของผู้้ให้้ข้้อมููลโดยทัันทีี แต่่จะพยายามเข้้าใจในแง่่มุุมและบริิบทที่่�ลึึกซึ้้�งเพื่่�อให้้ได้้ภาพรวม ที่่�ครบถ้้วนและถููกต้้อง เช่่น หากเขาเงีียบ นัักวิิจััยหยุุดสนทนาสัักพััก หรืือร้้องไห้้มีีน้้ำตาไหลควรหยุุดนิ่่�ง ดููสถานการณ์์ โดยบางรายให้้คำปลอบใจ บางรายเงีียบฟััง หรืือบางรายต้้องข้้ามประเด็็นอ่่อนไหวนั้้�นไปก่่อน สิ่่�งเหล่่านี้้�นัักวิิจััยต้้องจดจำ ใส่่ใจ เมื่่�อมีีโอกาสให้้เขีียนบัันทึึกไว้้ สถานการณ์์คล้้ายคลึึงกัันเช่่นนี้้�จะทำให้้เราเข้้าใจข้้อมููลเชิิงลึึกได้้มากขึ้้�น31


ความคิิดเห็็นที่่�มาพร้้อมกัับอารมณ์์ความรู้้สึึกจากการสนทนา หรืือแม้้กระทั่่�งคำพููดเล็็ก ๆ ของชาวบ้้านที่่�อาจดููไม่่สำคััญ แต่่สำหรัับนัักวิิจััยแล้้ว ต้้องให้้ความสำคััญกัับความคิิดและความรู้้สึึกที่่�แฝงอยู่่ภายใต้้โครงสร้้างอำนาจในสัังคม ดัังนั้้�น หลัักการสำคััญในการวิิเคราะห์์เรื่่�องราวหรืือบทสนทนาของผู้้คนในสัังคมคืือ การเก็็บข้้อมููลวิิจััยเชิิงคุุณภาพที่่�มุ่่งเน้้นการให้้ความสนใจกัับรายละเอีียด ความคิิด ความเชื่่�อ และความหมายที่่�มีีผลต่่อความสััมพัันธ์์ของผู้คนที่่�เ ้ ป็็น “คนตััวเล็็กตััวน้้อย” ในสัังคม เพื่่�อเข้้าใจความเชื่่�อมโยงและบริิบทที่่�ลึึกซึ้้�งมากยิ่่�งขึ้้�นนัักวิจัิัยจึึงขอเน้้นย้้ำกัับนัักวิจัิัยว่่าในขณะที่่�สััมภาษณ์์ สนทนา หากมีีข้้อสัังเกตสภาพแวดล้้อมที่่�น่่าสนใจให้บั้ ันทึึกไว้ด้้้วย ไม่่ใช่่เพีียงแค่บั่ ันทึึกถ้้อยคำ หรืือถอดเสีียงจากการพููดเท่่านั้้�นแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็น ถาม-ตอบ และถอดบทเรีียน1. การวิิจััยเชิิงคุุณภาพและการวิิจััยเชิิงปริิมาณมีีความแตกต่่างกัันอย่่างไร  นัักวิิจััยเชิิงคุุณภาพหากทำวิิจััยภาพกว้้าง ต้้องอาศััยงานพหุุสนาม โดยมากเป็็น การทำงานเชิิงลึึก ขณะที่่�นัักวิิจััยเชิิงปริิมาณสามารถทำเชิิงกว้้างได้้โดยใช้้แบบสอบถามที่่�มีีคุุณภาพ รวมทั้้�งสามารถวิิเคราะห์ข้์ ้อมููลในรููปแบบร้้อยละ และแนวโน้้มความเป็็นไปได้้ในประเด็็นต่่าง ๆ แต่่ไม่่สามารถให้้รายละเอีียดเกี่่�ยวกัับความรู้้สึึกหรืือคำอธิิบายได้้ มีีเพีียงแค่่จำนวนหรืือร้้อยละเท่่านั้้�น เช่่น คำถามเกี่่�ยวกัับความรู้้สึึกที่่�ว่่า คุุณมองตััวเองว่่าเป็็นคนอััตลัักษณ์์ใด จากงานวิิจััย Peace Survey พบว่่า คนในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ร้้อยละ 30-50 มองว่่าตนเป็็นคนมุุสลิิม และร้้อยละ 10 มองว่่าตนเป็็นคนมลายูู และบางส่่วนมองว่่าตนเป็็นคนปาตานีีดัังนั้้�น ในงานวิิจััยเชิิงปริิมาณไม่่สามารถถามเกี่่�ยวกัับรายละเอีียดได้้ แต่่ในงานวิิจััยเชิิงคุุณภาพ หากถามว่่า คุุณมองตััวเองเป็็นคนอะไรกลุ่ม่ตััวอย่่างสามารถอธิิบายรายละเอีียดได้้ อย่่างไรก็ต็าม งานวิิจััยทั้้�งสองประเภทมีีคุุณค่่าและประโยชน์์ที่่�สามารถเสริิมกัันและกัันได้้ โดยการวิิจััย เชิิงปริิมาณจะช่่วยให้้ได้้ภาพรวมที่่�ชััดเจน ในขณะที่่�การวิิจััยเชิิงคุุณภาพจะช่่วยให้้เราเข้้าใจรายละเอีียดและความรู้้สึึกที่่�ซ่่อนอยู่่ในข้้อมููลเหล่่านั้้�น อย่่างไรก็ต็าม ปััจจุุบัันไม่มีี่ การเปรีียบเทีียบระหว่่างการวิจัิัยเชิิงปริิมาณและการวิจัิัยเชิิงคุุณภาพว่่าแบบไหนดีีกว่่ากััน ต่่างจากในอดีีตที่่�มีีการถกเถีียงกัันว่่า การวิิจััยเชิิงปริิมาณดีีกว่่าการวิิจััยเชิิงคุุณภาพ เพราะมีีความเสถีียร มั่่�นคง และน่่าเชื่่�อถืือ โดยใช้้ระเบีียบวิิธีีวิิจััยที่่�ชััดเจนในการศึึกษาคนในชุุมชน ขณะที่่�การวิิจััย เชิิงคุุณภาพก็็ถููกมองว่่ามีีข้้อดีีเช่่นกััน ดัังนั้้�น หากมองว่่าการวิิจััยเชิิงคุุณภาพไม่่มีีหลัักวิทิยาศาสตร์ก็์ ็คงไม่่ได้้ เพราะมัันมีีการใช้้กระบวนการและขั้้�นตอนที่่�ชััดเจนในการทำความเข้้าใจปรากฏการณ์์ต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�น32


2. ผู้เ้ข้้าร่่วมแสดงความเห็็นว่่า ที่่�ผ่่านมาเคยทำวิจัิัยเกี่่�ยวกัับอาสาสมััครรัักษาดิินแดน (อส.) ซึ่่�งเลืือกกลุ่่มนี้้� เพราะเป็็นกลุ่่มแนวหน้้าที่่�ต้้องรัับมืือกัับสถานการณ์์ในการรัักษา ความปลอดภััย และทำงานในพื้้�นที่่�เสี่่�ยง เขาจึึงสนใจศึึกษาว่่า อส. ได้รั้ับเงิินสวัสดิั ิการเพีียงพอหรืือไม่่ เมื่่�อไปสำรวจที่่�ด่่านที่่� อส. ทำงานในจัังหวััดปััตตานีีพบว่่า จาก 10 ด่่าน ส่่วนใหญ่่ ไม่่ต้้องการทำงานเป็็น อส. แต่่เพราะไม่่มีีทางเลืือก เมื่่�อเกิิดเหตุุการณ์์ หากทำได้้พวกเขาต้้องการหลีีกเลี่่�ยงสถานการณ์์นั้้�นหรืือหนีีจากที่่�เกิิดเหตุุดัังนั้้�น อส. มีีข้้อเสนอให้้ทางภาครััฐจััดเงิินสวััสดิิการที่่�มากกว่่านี้้�3. ผู้้เข้้าร่่วมแสดงความเห็็นว่่า ส่่วนตััวเคยไปเก็็บข้้อมููลให้้กัับมููลนิิธิิผู้้หญิิงเกี่่�ยวกัับ ผู้ห้ ญิิงที่่�สามีีเสีียชีีวิติจากเหตุุการณ์์ความไม่ส่งบและถููกละเมิิดสิทธิิจากกฎหมายพิิเศษในพื้้�นที่่�ของจัังหวััดสงขลา งานวิิจััยนี้้�เป็็นการวิิจััยเชิิงคุุณภาพ ซึ่่�งทำให้้รู้้สึึกไม่่สบายใจ เพราะหลายคำถามที่่�ถามกลัับได้้รัับความเงีียบ และต้้องมาเขีียนสรุุปรายละเอีียดด้้วย ต่่างจากงานวิิจััย Peace Survey ที่่�เป็็นงานวิิจััยเชิิงปริิมาณซึ่่�งค่่อนข้้างง่่ายกว่่าเพราะไม่่จำเป็็นต้้องมาอธิิบายอะไร เพีียงแค่่ติ๊๊�กคำตอบเท่่านั้้�น4. ผู้้เข้้าร่่วมแสดงความเห็็นว่่า แม้้ว่่างานวิิจััยเชิิงคุุณภาพดููเหมืือนยาก แต่่ส่่วนตััวชอบมากกว่่า เพราะสามารถพููดคุุยประเด็็นข้้อมููลที่่�เป็็นเชิิงลึึกและเข้้าใจปััญหามากขึ้้�น นอกจากนี้้�ยัังสามารถนำไปปรัับใช้้ในการทำงานของตััวเองได้้เป็็นอย่่างดีีวิิทยากรเพิ่่�มเติิมว่่า การทำวิิจััยเชิิงคุุณภาพต้้องใช้้เวลาและการสัังเกตอย่่างละเอีียด ข้้อมููลที่่�ได้้มาจะต้้องมาตีีความอีีกครั้้�ง ซึ่่�งหากผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์ไม่่อนุุญาตให้นั้ ักวิจัิัยอััดเสีียงหรืือจดรายละเอีียด นัักวิิจััยไม่่สามารถจำรายละเอีียดทั้้�งหมดได้้ ส่่วนตััวจึึงใช้้วิิธีีการจดคำสำคััญหรืือคีีย์์เวิร์ิ์ด หลัังจากสััมภาษณ์์เสร็็จ เมื่่�อกลัับไปที่่�พัักจะรีีบจดและเขีียนรายละเอีียดเท่่าที่่�จำได้้ นอกจากนี้้�ในการตีีความ นัักวิจัิัยไม่่ควรคิิดแทนผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์ แต่ต้่ ้องพยายามทำความเข้้าใจร่่วมกััน ซึ่่�งเป็็นเรื่่�องที่่�ยาก ดัังนั้้�น นัักวิิจััยจึึงถืือเป็็นเครื่่�องมืือสำคััญในงานวิิจััยเชิิงคุุณภาพ โดยมีีภาวะของการรัับรู้้ความหมายในขณะที่่�สััมภาษณ์์ เช่่น การตั้้�งคำถามว่่าทำไมน้้ำเสีียงของผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์เป็็นลัักษณะนี้้� และมัันหมายความว่่าอย่่างไร รวมถึึงการพิิจารณาว่่ามีีข้้อมููลใดที่่�สััมพัันธ์์กัับประเด็็นอื่่�นหรืือไม่่ ครั้้�งหนึ่่�งเคยสััมภาษณ์์เคสหนึ่่�ง เมื่่�อต้้องเขีียนรายงานส่่ง ผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์์แจ้้งว่่า ข้้อมููลที่่�ให้้ไปนั้้�นไม่่อนุุญาตให้้เปิิดเผย ในกรณีีเช่่นนี้้�นัักวิจัิัยต้้องยอมรัับและให้้เกีียรติิกัับผู้้ให้้ข้้อมููลเป็็นหลัักโดยไม่่เปิิดเผยข้้อมููลนั้้�นตามคำขอ33


ถอดบทเรียนประสบการณ์ของนักวิจัยหญิงหลังจากฝึกสัมภาษณ์แบบสอบถามเชิงปริมาณ* ตนรู้สึกเกรงใจผู้ให้สัมภาษณ์เนื่องจากมีคำ ถามหลายข้อและใช้เวลานานเกินไป  ก่อนสัมภาษณ์ตนยังไม่ได้ทำ ความเข้าใจแบบสอบถามให้ดีถีถ้่วน ทำ ให้การสัมภาษณ์ต้องใช้เวลามาก ดังนันก่อนลงพื้นที้สัมภาษณ์่จริง จำ เป็นต้องทำ ความเข้าใจแบบสอบถามให้ดี  คำ ถามที่ให้เลือกระดับมากน้อยมีแค่ น้อย มาก มากที่สุด แต่ไม่มีระดับปานกลาง กลุ่มตัวเอย่างจึงเสนอให้เพิ่มช่องตอบที่เป็นกลาง ๆ แต่ในเมื่อไม่มีช่องดังกล่าวจึงต้องตอบเอียงคะแนนไปทางขวา  ก่อนที่จะเริ่มถาม ควรแนะนำตัวเองให้ละเอียด เพื่อสร้างความรู้สึกไว้วางใจวิทยากรสะท้อนและตอบประเด็นคำ ถามดังกล่าวดังนี้   การทำ ความรู้จักกับผู้ให้สัมภาษณ์เป็นสิงสำ่คัญอย่างยิง เพราะ่ต่างก็เป็นคนแปลกหน้า และมีหลายคำ ถามที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว การแนะนำตัวเองจึงเป็นสิ่งสำ คัญเพื่อให้ ผู้ให้สัมภาษณ์รู้สึกปลอดภัย ส่วนประเด็นแบบสอบถามหลายข้อ สามารถทวนคำ ถามหลักก่อนให้ผู้ให้สัมภาษณ์ทราบ และหากจับประเด็นถามหลักได้ก็จะทำ ให้การพูดคุยราบรื่นมากยิ่งขึ้น หรือเมื่อเสร็จคำ ถามแต่ละส่วนก็ควรแจ้งผู้ให้สัมภาษณ์ทราบว่าเสร็จไปแล้วคำ ถามหนึ่งส่วน เพื่อให้สัมภาษณ์รู้สึกโล่งใจและไม่รู้สึกอัดอัด ประเด็นแลกเปลี่ยนอื่น ๆ  หากบางข้อผู้ให้สัมภาษณ์ไม่สามารถตอบคำ ถามได้โดยเฉพาะคำ ถามทีเกี่ย่วข้องกับผู้นำ ในชุมชน และอ้างว่าต้องถามคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบหรือมีอำ นาจโดยตรงเราจะแก้ปัญหานีอย่างไร  ้วิทยากรให้ความเห็นว่า หากเจอประเด็นนีอา้จอธิบายเพือให้เ่ขาค้นหาคำตอบ เช่น หากผู้ให้สัมภาษณ์เป็นผู้ใหญ่บ้าน คิดว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร   จากตอนต้นทางทีมงานของโครงการฯ ได้แจ้งผู้ให้สัมภาษณ์ว่า ทางนักวิจัยจะไม่มีการถามช่อและไม่ถ่ายภาพ แ ืต่ในทางปฏิบัติเมื่อเราถ่ายรูปพวกเขาเพื่อเป็นหลักฐานการทำ งาน ทำ ให้เป็นการทำ ลายความน่าเชื่อถือ  34


 นัักวิิจััยหญิิงคนหนึ่่�งกล่่าวว่่า ได้้กลุ่่มตัวัอย่่างที่่�ไม่่ต้้องการตอบคำถามส่ว่นตัวั เช่่น รายได้้ตำแหน่่งหน้้าที่่�ทำให้้ต้้องเสีียเวลาหนึ่่�งชั่่ว�โมงครึ่่�ง แต่ต่อนท้้ายผู้้ให้สั้ ัมภาษณ์์ (ในการฝึึกปฏิิบััติิ) เปิิดเผยว่่า เพื่่�อให้้นัักวิิจััยสามารถทดลองความยากของการสััมภาษณ์์และลองแก้้ปััญหาเฉพาะหน้้า เพราะในสถานการณ์จริ์ ิง อาจจะเจอผู้้ให้ข้้อมููลที่่�ไม่่ต้้องการตอบคำถามลัักษณะนี้้ก็� ็เป็็นได้้ ซึ่่�งประเด็็นนี้้�นัักวิิจััยหลัักถามนัักวิิจััยหญิิงท่่านอื่่�นว่่า หากเจอสถานการณ์์นี้้�เราจะใช้้วิิธีีแก้ปั้ ัญหาเหล่่านี้้�อย่่างไร นัักวิิจััยตอบว่่า อาจเปลี่่�ยนคุุยเรื่่�องอื่่�นก่่อน ฟัังเขาก่่อน เพราะ เขาอาจเคยเจอปััญหาจากการสััมภาษณ์์วิิจััยของภาครััฐมาก่่อนที่่�อาจไม่่ได้รั้บัความไว้ว้ างใจ  นักวิจัยตั้งข้อสังเกตที่มักพบบ่อยคือ บางกรณีที่ผู้ให้สัมภาษณ์ต้องการเขียนและ ตอบแบบสอบถามด้วยตัวเองนั้น สามารถทำ ได้หรือไม่ วิทยากรให้คำตอบประเด็นนี้ว่า หากผู้ให้สัมภาษณ์ต้องการเขียนคำตอบด้วยตัวเองก็สามารถให้เขาทำ ด้วยตวั เองได้ และแจ้งด้วยว่าหากมีข้อสงสัยก็สามารถถามได้ แต่หากกลุ่มตวั อย่างขอทำ ที่บ้านและขอส่งภายในเดือนหน้า นักวจิ ัยต้องยว้ำ ่า ตามระเบียบวิธีวจิ ัยจำ เป็นต้องทำ แบบสอบถามในเวลาที่พร้อมกัน และไม่สามารถฝากไปที่ใครได้  หากผู้ให้สัมภาษณ์ตอบลักษณะใดก็ตามก็สามารถเอาตามที่เขาตอบได้เลย เพราะแต่ละคนมีทัศนคติที่ซับซ้อนอยู่แล้ว ที่สำ คัญงานวิจัยไม่ได้ถามเพียงแค่คนเดียวหากแต่ถามประชากรหลายคน  ดังนั้น หากเขาตอบครบและตอบเราจริง ต่อให้เขากึ่งจริงกึ่งเล่นก็สามารถนำ มาเป็นกลุ่มตัวอย่างได้ ทังนี้ หากนัก้วจิ ัยไม่มันใ่จในคำตอบก็สามารถเขียนโน้ตข้างล่างเกีย่วกับความรู้สึกและข้อสังเกตของนักวิจัย *หลังจากฟังการบรรยาย ทางทีมงานได้เชิญชาวบ้านในละแวกชุมชนบางปูซึ่งอยู่ที่เดียวกับสถานที่ประชุมมาเป็นกลุ่มตัวอย่างให้นักวิจัยหญิงได้ลองฝึกการสัมภาษณ์เชิงปริมาณลัักษณะและประเภทของการวิิจััยเชิิงคุุณภาพรููปแบบหนึ่่�งของการวิิจััยเชิิงคุุณภาพคืือ การวิิจััยชาติิพัันธุ์์วรรณา (Ethnography) ซึ่่�งโครงการนี้้�ไม่่ได้้เป็็นการวิิจััยรููปแบบดัังกล่่าว เพราะนัักวิิจััยเป็็นคนในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ ที่่�ถืือว่่าเป็็นคนในแล้้ว ‘คนใน’ คืือคนที่่�อยู่่ในพื้้�นที่่�ที่่�มีีวััฒนธรรมเดีียวกััน แนวคิิดเดีียวกััน แต่นั่ ักวิจัิัยอาจไม่่ได้้เป็็นคนในชุุมชนนั้้�นโดยตรง เพีียงแต่่เป็็นกลุ่มคนที่่�่กึ่่�งนอกกึ่่�งใน (Halfie) เช่่น เราไม่่ได้้เป็็นคนในชุุมชนบางปููโดยกำเนิิด แต่่มีีความสััมพัันธ์์บางอย่่าง เช่่น เป็็นชาวมลายููเหมืือนกััน เคยมาเรีียนพื้้�นที่่�แห่่งนี้้� หรืือมีีเพื่่�อน ผู้้ร่่วมงาน ครููในหมู่่บ้้านแห่่งนี้้� ดัังนั้้�น ประโยชน์์ของนัักวิจัิัยที่่�เป็็นคนในคืือมีีความสััมพัันธ์อั์ ันดีีกัับคนในชุุมชน หากเดิินไปทางไหนคนในชุุมชน35


ก็็รู้้จัักโดยไม่่ต้้องมีีคนช่่วยเปิิดประตููเพื่่�อทำความรู้้จัักหรืือสร้้างความไว้้ใจ แต่่ความยากของคนในคืือมีีความเคยชิินกัับสิ่่�งรอบตััวและไม่่รู้้สึึกตื่่�นเต้้นกัับสิ่่�งที่่�พบเห็็น แต่่ถ้้านัักวิิจััยที่่�เป็็น กึ่่�งคนใน คนนอก หากพบเห็็นอะไรที่่�ผิิดปกติิก็็จะตั้้�งข้้อสงสััยและรู้้สึึกตื่่�นเต้้นเกืือบทุุกเรื่่�อง เช่่น ทำไมเด็็กคนนั้้�นอยู่่หน้้าประตููโรงเรีียนอยู่่บ่่อยครั้้�งที่่�พบเจอ หรืือทำไมบ้้านนั้้�นใหญ่่กว่่าบ้้านอื่่�นการวิจัิัยเชิิงชาติิพัันธุ์์วรรณนา (Ethnographic Research) เป็็นการวิจัิัยเชิิงคุุณภาพที่่�มุ่่งเน้้นการศึึกษาและเข้้าใจวััฒนธรรม พฤติิกรรม ความเชื่่�อ ค่่านิิยม และวิิถีีชีีวิิตของ กลุ่มคนห่รืือชุุมชนใดชุุมชนหนึ่่�ง โดยนัักวิิจััยจะเข้้าไปฝัังตััวในชุุมชนโดยมีีลัักษณะการศึึกษาหลายแบบ เช่่น การศึึกษาบริิบทในชีีวิติจริิง การสัังเกตและการมีีส่่วนร่่วม เป็็นต้้น ยกตััวอย่่าง Frank Hamilton Cushing ที่่�เข้้าไปศึึกษาชนเผ่่าหนึ่่�งในประเทศสหรััฐอเมริิกาแบบมีีส่่วนร่่วม หากชุุมชนมีีกิิจกรรมใดก็็ตามเขาก็็จะมีีส่่วนร่่วมทั้้�งหมด กระทั่่�งเขาได้้แต่่งงานกัับชนเผ่่านั้้�น ในที่่�สุุดเขากลายเป็็นคนในและเรีียกร้้องสิิทธิิต่่าง ๆ จากรััฐบาลหากจะทำความเข้้าใจความเป็็น ‘คนใน คนนอก’ และระเบีียบวิธีีวิจัิัยชาติิพัันธุ์์วรรณา ควรอ่่านหนัังสืือชื่่�อว่่า ‘Just Enough’ เขีียนโดย Mira Lee Manickam (2013) เธอศึึกษาและเก็็บข้้อมููลในหมู่่บ้้านตัันหยงลููโละ อำเภอยะหริ่่�ง จัังหวััดปัตตัานีีช่่วงเก็็บข้้อมููลเธอเข้้าไปอาศััยในหมู่่บ้้านดัังกล่่าวและเรีียนรู้้วิิถีีชีีวิิตของผู้้คนเป็็นเวลา 6-7 เดืือน จุุดเริ่่�มต้้นของ การสร้้างความไว้้ใจจากคนในชุุมชนเกิิดขึ้้�นจากการสัังเกตเห็็นว่่า กลุ่มผู้่ชายที่่� ้ นั่่�งดูทีีวีีูในชุุมชนมีีความสนใจและเชีียร์์ฟุุตบอลเป็็นจริิงเป็็นจัังมาก จึึงชัักชวนกลุ่่มดัังกล่่าวไปเล่่นฟุุตบอล กระทั่่�งเธอได้้รัับการยอมรัับและเกิิดความไว้้วางใจจากการเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการเล่่น ในที่่�สุุดเธอสามารถเข้้าถึึงคนในชุุมชนได้้กว้้างขวางมากขึ้้�น ไม่่เฉพาะในกลุ่่มผู้้หญิิงเท่่านั้้�นแต่่รวมถึึงกลุ่ม่อื่่�น ๆ ในชุุมชนด้้วย งานวิจัิัยลัักษณะนี้้�เป็็นงานวิจัิัยแบบมีีส่่วนร่่วม โดยนัักวิจัิัยใช้้การสัังเกตและการบัันทึึกข้้อมููลอย่่างต่่อเนื่่�อง ทั้้�งในรููปแบบของโน้้ตสั้้�น ๆ หรืือบัันทึึกยาวเป็็นบัันทึึกภาคสนาม ทำให้้หนัังสืือของเธอมีีความยาวและหนามาก เนื่่�องจากข้้อมููลที่่�สะสมมีีปริิมาณมากและละเอีียดครบถ้้วนจากการสัังเกตและมีีส่่วนร่่วมในกิิจกรรมต่่าง ๆ ของชุุมชนอย่่างไรก็็ตาม การศึึกษาลัักษณะนี้้�ไม่่ใช่่ศึึกษาเฉพาะผู้้คนอย่่างเดีียวเท่่านั้้�น แต่่มีีการศึึกษาสรรพสิ่่�งอื่่�น ๆ ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชีีวิิตของผู้้คน เช่่น ศึึกษาความสััมพัันธ์์ของแกะกัับ การจััดการสวัสดิั ิการบนท้้องถนน แกะกัับการจััดการขยะ หรืือแกะกัับความเชื่่�อทางศาสนาหรืือการบููชา เหล่่านี้้�เพื่่�อศึึกษาความสััมพัันธ์์ของผู้คน้ หรืือบางวิจัิัยศึึกษาสิทธิิของการได้รั้ับบริิจาคเนื้้�อแพะหรืือเนื้้�อวััวในการทำกุุรบาน (ในอิิสลาม คำว่่า กุุรบาน มัักใช้้เรีียกการเชืือดสััตว์์ 36


(เช่่น แพะ วััว แกะ อููฐ) ในช่่วงวัันอีีดิิลอััฎฮา (األضحى عيد (เพื่่�อระลึึกถึึงการเสีียสละของท่่านนบีีอิิบรอฮีีม (อัับราฮััม) ที่่�ยอมเชื่่�อฟัังพระเจ้้าในการถวายลููกชาย แต่่พระเจ้้าทรงประทานสััตว์์มาแทน) บางวิจัิัยศึึกษาผ้้าปาเต๊๊ะเพื่่�อศึึกษาเกี่่�ยวกัับลายแต่่ละยุุคสมััยซึ่่�งสามารถเชื่่�อมกัับคุุณค่่าของผู้ห้ ญิิงว่่ามีีทรััพย์สิ์ ินที่่�มีีคุุณค่่าอะไรในบ้้าน ดัังนั้้�น งานวิจัิัยศึึกษาชาติิพัันธุ์์วรรณา ค่่อนข้้างสนุุก มีีชีีวิิตชีีวา และต้้องตีีความเกี่่�ยวกัับสิ่่�งของกัับผู้้คน  ตััวอย่่างงานวิิจััยชาติิพัันธุ์์วรรณนาที่่�น่่าสนใจอื่่�น ๆ เช่่น งานวิิจััย นางงามตู้้กระจก ของนฤมล วงศ์์สุุภาพ (2546) ที่่�เข้้าไปศึึกษาผู้้หญิิงในสถานการณ์์ที่่�อาจจะเสี่่�ยงหรืือไม่่ค่่อยมีีคนเข้้าไปสััมผััส โดยนัักวิิจััยเก็็บข้้อมููลด้้วยการสัังเกตแบบมีีส่่วนร่่วม เข้้าไปนั่่�งในตู้้กระจก ผู้้มาซื้้�อบริิการสามารถมองเห็็นและเลืือกคนในตู้้ได้้ นฤมลหรืือศุุลีีมานศึึกษาบรรยากาศ การรัับรู้้ อารมณ์์ ความรู้้สึึก สภาพความเป็็นจริิงในของหมอนวดที่่�อยู่่ในตู้้กระจกและ การทำงานของพวกเธอ โดยที่่�นฤมลแจ้้งกัับเจ้้าของสถานบริิการในฐานะพื้้�นที่่�หรืือสนามวิจัิัยให้ล็้็อคเบอร์์ของเธอเอาไว้้เพื่่�อไม่่ให้ถูู้กเลืือกจากลููกค้้าหรืือผู้้ซื้้�อบริิการ นัักวิจัิัยก็็จะคอยสัังเกตและเก็็บข้้อมููลซึ่่�งมุ่่งเน้้นการเข้้าใจชุุดประสบการณ์์ที่่�ผู้้หญิิงอาชีีพนี้้�เผชิิญอีีกชิ้้�นที่่�น่่าสนใจเป็็นงานวิิจััยของชาวอิิตาล่ใน Owner of the Map (Claudio Sopranzetti (2017) ได้้สะท้้อนให้้เห็็นว่่า “วิินมอเตอร์์ไซค์์” ทำหน้้าที่่�มากกว่่าการขนส่่ง แต่่เป็็นผู้ควบ ้ คุุมและจััดการการเคลื่่�อนไหวในพื้้�นที่่�เมืือง โดยเฉพาะในช่่วงที่่�มีีการเรีียกร้้องและการชุุมนุุมตามท้้องถนน งานวิจัิัยนี้้ส�ำรวจว่่า วิินมอเตอร์์ไซค์ซึ่่�ง์ทำหน้้าที่่�เป็็นผู้้ให้้บริิการขนส่่งในเมืือง สามารถทำหน้้าที่่�เป็็นช่่องทางการสื่่�อสารและส่่งข่่าวสารให้้กัับกลุ่่มชุุมนุุมและ กลุ่ม่ทางการเมืืองได้้อย่่างไรงานวิิจััยที่่�ศึึกษาลัักษณะโครงสร้้างของบ้้านในอดีีตพบว่่า บ้้านมีีทรงยาวเนื่่�องจากมีีสมาชิิกหลายคนอาศััยอยู่่ร่่วมกััน นัักวิิจััยได้้ทำการสัังเกตและวิิเคราะห์์การจััดระเบีียบพื้้�นที่่�ภายในบ้้าน เพื่่�อเข้้าใจวิถีีชีีวิติของผู้อ้ยู่่อาศััย โดยเฉพาะการใช้พื้้ ้�นที่่�ในส่่วนต่่าง ๆ เช่่น บริิเวณหน้้าบ้้านและหลัังบ้้าน ซึ่่�งมีีการจััดสรรพื้้�นที่่�ให้้เหมาะสมกัับการใช้้งาน นอกจากนี้้�ยัังมีีพื้้�นที่่�ส่่วนกลางที่่�ใช้้รวมตััวสมาชิิกในครอบครััว เพื่่�อสร้้างความสััมพัันธ์์และการมีีปฏิิสััมพัันธ์์ระหว่่างกัันได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพนอกจากนี้้� มีีงานวิจัิัย American Kinship: A Cultural Account ของ David M. Schneider (1968) ที่่�ศึึกษาความเกี่่�ยวดองทางสายโลหิติหรืือเครืือญาติิ เริ่่�มต้้นจากการสำรวจโครงสร้้างครอบครััวของแต่่ละบุุคคล โดยเริ่่�มจากการถามถึึงจำนวนพี่่�น้้องของตััวเอง พ่่อแม่่37


มีีพี่่�น้้องกี่่�คน และญาติิของพ่่อแม่่มีีใครบ้้าง ซึ่่�งจะช่่วยให้้เข้้าใจถึึงความสััมพัันธ์์ในเครืือญาติิและโครงสร้้างทางสัังคมที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับสายโลหิติ นอกจากนี้้� ยัังมีีงานวิจัิัยที่่�ศึึกษาความสััมพัันธ์์ทางสายโลหิติที่่�เกิิดจากการแต่่งงานและความสััมพัันธ์์ที่่�ไม่่ได้้เกิิดจากการแต่่งงาน เช่่น การให้้เด็็กอ่่อนกิินนมจากผู้ห้ ญิิงอื่่�นในลัักษณะดููดจากเต้้าจนอิ่่�ม ถือืว่่าเด็็กคนนั้้�นมีีสถานะเป็็นดั่่�งบุุตรและเกิิดการเชื่่�อมความสััมพัันธ์์เชิิงเครืือญาติิกัับคนในครอบครััวของหญิิงดัังกล่่าวและตััวอย่่างสุุดท้้าย เป็็นชื่่�อที่่�ศึึกษาความสััมพัันธ์์ที่่�เกิิดจากการกิินข้้าวหม้้อเดีียวกััน ซึ่่�งถืือเป็็นกิิจกรรมที่่�มีีความหมายทางสัังคมและวััฒนธรรม การกิินข้้าวด้้วยกัันไม่่ใช่่แค่่ การแบ่่งปัันอาหาร แต่ยั่ ังเป็็นสััญลัักษณ์์ของการสร้้างความสััมพัันธ์์และการเชื่่�อมโยงระหว่่างบุุคคลในกลุ่่มหรืือครอบครััว การไปกิินข้้าวที่่�บ้้านคนอื่่�นจึึงไม่่ใช่่เรื่่�องง่่าย มัักแสดงถึึงความไว้้วางใจ และการยอมรัับจากเจ้้าของบ้้านที่่�เปิิดพื้้�นที่่�ให้้คนอื่่�นเข้้ามาร่่วมในกิิจกรรมสำคััญนี้้� ในหลายวััฒนธรรมหรืือเผ่่าพัันธุ์์ การกิินข้้าวหม้้อเดีียวกัันถือเื ป็็นสััญลัักษณ์์ของความสััมพัันธ์์ที่่�แน่่นแฟ้้นจนถึึงขั้้�นสายโลหิิตเดีียวกััน แม้้จะไม่่ได้้มีีความสััมพัันธ์์ทางพัันธุุกรรมก็็ตามการเลืือกกลุ่่มตััวอย่่างการเลืือกกลุ่่มเป้้าหมายเพื่่�อทำการวิิจััยมีีหลายแบบ ขึ้้�นอยู่่กัับลัักษณะของการวิิจััยและเป้้าหมายของการศึึกษา โดยทั่่�วไปแล้้วมีีวิิธีีการเลืือกกลุ่่มเป้้าหมายหลััก ๆ ดัังนี้้�1) กลุ่่มเฉพาะ เช่่น กลุ่่มที่่�ทำงานทางสัังคม การเลืือกกลุ่่มเป้้าหมายในลัักษณะนี้้� มัักใช้วิ้ิจารณญาณในการคััดเลืือก เนื่่�องจากกลุ่มเห่ล่่านี้้มีี�ความสำคััญในการให้ข้้้อมููลที่่�เฉพาะเจาะจงและมีีคุุณค่่าในการศึึกษาหรืือวิจัิัย ตััวอย่่างเช่่น การเลืือกสััมภาษณ์์ผู้ที่่� ้ มีีบทบาทสำคััญในการเก็็บข้้อมููลเอกสารหรืือผู้้ที่่�มีีประสบการณ์์ในด้้านต่่าง ๆ เช่่น ผู้้เฒ่่าผู้้แก่่ที่่�มีีข้้อมููล เชิิงประวััติิศาสตร์์หรืือเรื่่�องราวในอดีีต โดยการสััมภาษณ์กั์ ับกลุ่ม่นี้้มั�ักจะไม่่ยากมากนััก เพราะพวกเขามัักจะเต็็มใจแบ่่งปัันข้้อมููลที่่�มีีค่่า2) การเลืือกแบบสุ่่ม (Snowball Sampling) คืือ วิิธีีการเลืือกกลุ่่มเป้้าหมายที่่� เริ่่�มต้้นจากการเลืือกกลุ่มห่รืือบุุคคลหนึ่่�งที่่�มีีความสำคััญในเรื่่�องที่่�ศึึกษาก่่อน จากนั้้�นจึึงขอให้้บุุคคลเหล่่านั้้�นแนะนำหรืือสอบถามกลุ่มห่รืือคนอื่่�น ๆ ที่่�พวกเขามีีความสััมพัันธ์์หรืือเชื่่�อมโยงด้้วย ความสััมพัันธ์นี้้์ท�ำให้ข้้้อมููลที่่�ได้้ขยายออกไปเรื่่�อย ๆ คล้้ายกัับการเก็็บก้้อนหิิมะที่่�เริ่่�มจากก้้อนเล็็ก ๆ และเมื่่�อขว้้างออกไปก็็จะขยายและเติิบโตขึ้้�นเรื่่�อย ๆ3) เลืือกแบบบัังเอิิญ (Accidental Sampling) คืือ การเลืือกกลุ่่มเป้้าหมายที่่� เกิิดขึ้้�นโดยบัังเอิิญหรืือไม่่ได้้มีีการวางแผนล่่วงหน้้า ตััวอย่่างเช่่น การเจอผู้้ที่่�มีีความรู้้หรืือ38


ประสบการณ์์ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการวิจัิัยในสถานที่่�ที่่�ไม่่คาดคิิด เช่่น การเจอคนที่่�มีีความรู้้เกี่่�ยวกัับประวััติิศาสตร์์ท้้องถิ่่�นในร้้านน้้ำชา หรืือการพบคนที่่�มีีความรู้้เกี่่�ยวกัับพิิพิิธภััณฑ์์ในขณะที่่�ไปเยี่่�ยมชมพิิพิิธภััณฑ์์4) เลืือกตามความสะดวก (Convenience Sampling) คืือ การเลืือกกลุ่มเ่ป้้าหมายที่่�สะดวกและเข้้าถึึงได้ง่้่ายที่่�สุุด โดยไม่ต้่ ้องใช้้เวลาหรืือทรััพยากรมากในการค้้นหากลุ่ม่ตััวอย่่าง ตััวอย่่างเช่่น การเลืือกกลุ่่มคนที่่�อยู่่ในโรงเรีียนเดีียวกััน หรืือกลุ่่มคนที่่�อยู่่ในสถานที่่�เดีียวกััน ที่่�สามารถเข้้าถึึงได้้ง่่าย โดยไม่่ต้้องไปค้้นหาหรืือเข้้าไปยัังสถานที่่�อื่่�น ๆ ที่่�อาจต้้องใช้้เวลาและค่่าใช้้จ่่ายสููงการวิจัิัยที่ผ่�สมผสานระหว่่างการวิจัิัยแบบมีีส่่วนร่่วม (Participatory Research) กัับการวิิจััยเชิิงปฏิิบััติิการ (Action Research)การวิจัิัยที่่�ผสมผสานระหว่่างการวิจัิัยแบบมีีส่่วนร่่วม (Participatory Research) กัับการวิิจััยเชิิงปฏิิบััติิการ (Action Research) เป็็นกระบวนการวิิจััยที่่�เน้้นการมีีส่่วนร่่วมของ ผู้ที่่�เ ้ กี่่�ยวข้้องในกระบวนการวิจัิัย โดยมีีจุุดมุ่งหมาย่ทั้้�งในการศึึกษาและการแก้ปั้ ัญหาที่่�เกิิดขึ้้�นในชุุมชนหรืือองค์์กร การผสมผสานสองแนวทางนี้้�สามารถทำให้้การวิิจััยมีีความยืืดหยุ่่น และตอบสนองต่่อความต้้องการของชุุมชนได้้ดีีขึ้้�น นอกจากนี้้� ยัังเป็็นการส่่งเสริิมให้้ชุุมชน มีีความเชื่่�อมั่่�นในตััวเอง สามารถวิิเคราะห์์และสัังเคราะห์์สถานการณ์์ปััญหาของตััวเองได้้งานวิจัิัยลัักษณะดัังกล่่าวมีีการใช้ทั้้้ �งการวิจัิัยเชิิงคุุณภาพและเชิิงปริิมาณ เพื่่�อวิิเคราะห์์อำนาจที่่�ถููกกดทัับว่่าพวกเขามีีชีีวิิตอยู่่อย่่างไรโดยดููผ่่านวััตถุุหรืือสิ่่�งของ เช่่น ผ้้าปาเต๊๊ะของมารดา หรืือบทสนทนาของกลุ่มเปราะบาง เห่ล่่านี้้�เป็็นการวิิเคราะห์์กลุ่มคนที่่�อ่ ยู่่ภายใต้้อำนาจที่่�กดทัับเชิิงโครงสร้้าง ซึ่่�งต้้องมองตััดผ่่านโครงสร้้างอำนาจแนวทางการทำวิิจััยในลัักษณะการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน1) ความเสมอภาคทางสัังคม การทำความเข้้าใจเรื่่�องความเสมอภาคในสัังคมควรพิิจารณาผลจากการปฏิิสััมพัันธ์์ระหว่่างปััจจััยหลาย ๆ อย่่างมากกว่่าการมองแค่่ปััจจััยหรืือเงื่่�อนไขใดเงื่่�อนไขหนึ่่�ง การเข้้าไป “นั่่�งในใจ” และศึึกษาชีีวิิตของผู้้คนในเชิิงลึึกจะช่่วยให้้เราเห็็นภาพรวมที่่�ชััดเจน และเข้้าใจถึึงความซัับซ้้อนของปััจจััยต่่าง ๆ ที่่�มีีผลต่่อความเสมอภาคในสัังคมได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น เช่่น การศึึกษาในลัักษณะนี้้�จะทำให้้เราสามารถเห็็นผลกระทบที่่�เกิิดจากปััจจััยหลากหลายที่่�มีีผลต่่อการสร้้างความเท่่าเทีียมในสัังคม39


2) การทำความเข้้าใจอำนาจที่่�ซ้้อนทัับ การทำความเข้้าใจอำนาจที่่�ซ้้อนทัับในสัังคม จำเป็็นต้้องมองผ่่านปััจจััยและเงื่่�อนไขต่่าง ๆ ของความสััมพัันธ์์เชิิงอำนาจ เช่่น เหตุุการณ์์ การเหยีียดเพศหรืือเหยีียดผิิวเกิิดขึ้้�นได้้อย่่างไร และใครบ้้างที่่�ตกอยู่่ภายใต้้โครงสร้้างอำนาจนั้้�นการศึึกษาวิิธีีคิิด ความรู้้ และความสััมพัันธ์์ทางเครืือญาติิอาจช่่วยอธิิบายการปฏิิสััมพัันธ์์ในสัังคมได้้ ตััวอย่่างเช่่น การไปติิดต่่อราชการอาจสะท้้อนให้้เห็็นถึึงความสััมพัันธ์์ที่่�มีีอำนาจ หรืือการที่่�มีีการเปลี่่�ยนแปลงเรื่่�องราวทัันทีีเมื่่�อสามีีกลัับบ้้านขณะนั่่�งคุุยกัันในครััว นี่คืื่�อการแสดงถึึงความสััมพัันธ์์เชิิงอำนาจที่่�ซ้้อนทัับกัันในชีีวิติประจำวััน การศึึกษาและทำความเข้้าใจพฤติิกรรมเหล่่านี้้�จะช่่วยให้้เรามองเห็็นอำนาจที่่�มีีผลต่่อการตััดสิินใจและการปฏิิสััมพัันธ์์ของคนในสัังคมอย่่างชััดเจน3) การวิิเคราะห์ที่์ ่�ใส่่ใจความสััมพัันธ์์ระหว่่างกลไกต่่าง ๆ การวิิเคราะห์์ในงานวิจัิัยควรเน้้นที่่�ความสััมพัันธ์์ระหว่่างกลไกต่่าง ๆ มากกว่่าการมุ่งเ่น้้นไปที่่�ความแตกต่่างหรืือการดำรงอยู่่ของแต่่ละปััจจััย เมื่่�อเราไปสััมภาษณ์์ในชุุมชน บางครั้้�งผู้้คนอาจบอกว่่า “ไม่่เกี่่�ยวข้้องกัับเรื่่�องนี้้� เพราะฉัันไม่่ใช่่ผู้้นำชุุมชน” วิิธีีการที่่�จะช่่วยให้้เข้้าใจได้้ดีีขึ้้�นคืือการให้้เขาสวมบทบาทเป็็นผู้้นำ หรืือในงานวิิจััยเชิิงคุุณภาพเราต้้องปล่่อยให้้เขาพููดออกมา เช่่น “ฉัันไม่่มีีอำนาจ” หรืือ “ฉัันแก้ปั้ ัญหานี้้�ไม่่ได้้” จากคำตอบเหล่่านี้้� เราสามารถตั้้�งคำถามเพิ่่�มเติิมเพื่่�อขยายความได้้ เช่่น “ทำไมถึึงคิิดว่่าไม่่มีีอำนาจ?” ซึ่่�งคำตอบที่่�ได้้อาจจะช่่วยให้้เราเข้้าใจมุุมมองและบริิบทของเขามากยิ่่�งขึ้้�น และหากจำเป็็นสามารถถามคนอื่่�นเพื่่�อเพิ่่�มข้้อมููลในประเด็็นนั้้�น ๆ ได้้4) การใส่่ใจบริิบททางสัังคมและประวััติิศาสตร์์ การเข้้าใจบริิบททางสัังคม ประวััติิศาสตร์์ ความคิิด และการเมืืองที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อสิ่่�งที่่�ผู้้คนพููดและคิิดเป็็นสิ่่�งสำคััญ เนื่่�องจากปััจจััยเหล่่านี้้�มีีบทบาทในการกำหนดมุุมมองและพฤติิกรรมของบุุคคล ในฐานะ นัักวิิจััยที่่�มาจากพื้้�นที่่� เรามีีความเข้้าใจในบริิบทเหล่่านี้้�อยู่่แล้้ว ซึ่่�งช่่วยให้้เราตีีความข้้อมููลได้้อย่่างรอบคอบและมีีความเข้้าใจที่่�ลึึกซึ้้�งยิ่่�งขึ้้�นในสิ่่�งที่่�กำลัังศึึกษา5) การเข้้าใจความซัับซ้้อนและปฏิิสััมพัันธ์์ในสัังคมที่่�ไม่่เป็็นธรรม ความซัับซ้้อนของการปฏิิสััมพัันธ์์ในสัังคมที่่�ไม่่เป็็นธรรมและเหลื่่�อมล้้ำต้้องได้้รัับการอธิิบายและเรีียนรู้้โดยการเข้้าใจถึึงปฏิิสััมพัันธ์์ที่่�ไม่่ได้้เป็็นธรรมในสัังคม ซึ่่�งมีีอำนาจที่่�คอยกำหนดมุุมมองและพฤติิกรรมของบุุคคลในสัังคม การเข้้าใจปฏิิสััมพัันธ์์เหล่่านี้้�จะช่่วยให้้เราเห็็นถึึงโครงสร้้างอำนาจที่่�มีีอิทธิิพลต่่อความไม่่เท่่าเทีียมกััน และช่่วยในการวิิเคราะห์์และสร้้างการเปลี่่�ยนแปลงที่่�ยั่่�งยืืนในสัังคม40


6) การเข้้าใจความยุุติิธรรมทางสัังคม ความยุุติิธรรมทางสัังคมต้้องได้รั้ับการพููดถึึงและทำความเข้้าใจอย่่างลึึกซึ้้�ง เพราะมัันเป็็นวาระที่่�ต้้องถููกวิิเคราะห์์เชิิงวิิพากษ์์ เราต้้องพยายามก้้าวพ้้นจากอำนาจทางการปกครองที่่�ดำรงอยู่่อย่่างไม่่เป็็นธรรม และพิิจารณาว่่าความไม่ยุุ่ ติิธรรมเหล่่านี้้�ปรากฏในภาคปฏิิบััติิอย่่างไร โดยการวิิเคราะห์์และสะท้้อนถึึงผลกระทบที่่�เกิิดขึ้้�นในชีีวิิตประจำวัันของคนในสัังคมหลัังจากฟัังการบรรยายของวัันที่่�สอง ทางทีีมงานได้้เชิิญชาวบ้้านในละแวกชุุมชนบางปููกลุ่่�มเดิิม เป็็นกลุ่่�มตััวอย่่างให้้นัักวิิจััยหญิิงได้้ลองฝึึกการสััมภาษณ์์แบบสอบถามเชิิงคุุณภาพถอดบทเรีียนของนัักวิิจััยหญิิงหลัังจากฝึึกสััมภาษณ์์แบบสอบถามเชิิงคุุณภาพแลกเปลี่่�ยนประเด็็นความรู้้สึึกและเทคนิิคในการใช้้การสััมภาษณ์์o ก่่อนลงมืือสััมภาษณ์์ ตนได้้ทำความเข้้าใจกัับคำถามทั้้�งหมด และลิิสต์์ว่่าประเด็็นคำถามที่่�คล้้ายกัันโดยแบ่่งเป็็นสามประเด็็นหลัักคืือ ข้้อมููลทั่่�วไปของผู้้ให้้สััมภาษณ์์ วิิถีีชีีวิิตในชุุมชน รวมถึึงมุุมมองเกี่่�ยวกัับเหตุุการณ์์และความยุุติิธรรมo กลุ่่มตััวอย่่างเป็็นคนที่่�เป็็นกัันเองและมีีตำแหน่่งเป็็นผู้้ใหญ่่บ้้าน ทำให้้ผู้้วิิจััยถามเพีียงคำถามเดีียว ผู้ให้ ญ่บ้่ ้านก็ส็ามารถเล่่าสถานการณ์์ในชีีวิติการทำงานของเขาเกืือบทุุกเรื่่�อง แต่่การสััมภาษณ์์ลัักษณะนี้้�จำเป็็นต้้องจำโครงสร้้างที่่�เป็็นคำถามหลัักเพื่่�อให้้สามารถตอบคำถามได้้ทุุกข้้อ และหลัังจากสััมภาษณ์์สัักพัักมีีอีีกกลุ่่มมาพููดคุุยด้้วย ทำให้้เขาคุุยลึึกกว่่า ที่่�คุุยกัันครั้้�งแรก เช่่น ความยุุติิธรรมในการเลี้้�ยงดููครอบครััวนั้้�นหากเราจััดการครอบครััว ให้ยุุ้ติิธรรมแล้้ว การดููแลชุุมชนก็็จะทำให้้เกิิดความเป็็นธรรมตามไปด้้วย ผู้ให้ ญ่บ้่ ้านยัังเล่่าอีีกว่่า เดิิมทีีผู้้ใหญ่่บ้้านเองไม่่ได้้มีีฐานะร่่ำรวยแต่่ด้้วยความซื่่�อสััตย์์ทำให้้ฐานะของเขาดีีขึ้้�นเรื่่�อย ๆวิิทยากรถามนัักวิิจััยว่่า ผู้้ใหญ่่บ้้านได้้ลงลึึกการดููแลกลุ่่มเปราะบางได้้หรืือไม่่ มีีการจััดการบ้้านสู่่ชุุมชนอย่่างไร และแนวคิิดประเด็็นที่่�กดทัับซัับซ้้อนดีีอย่่างไรบ้้าง เช่่น การเป็็นผู้ให้ ญ่บ้่ ้านเขาต้้องปฏิิบััติิหน้้าที่่�อย่่างไรเพื่่�อให้ชุุ้มชนเกิิดความยุุติิธรรม หรืือทำอย่่างไรให้้กลุ่่มเปราะบางสามารถเข้้าถึึงและได้้รัับความยุุติิธรรมมากที่่�สุุด ผู้้ใหญ่่บ้้านบอกว่่า กลุ่่มเปราะบางบางกลุ่่ม เช่่น กลุ่่มพิิการหรืือผู้้สููงอายุุได้้รัับเงิินสวัสดิั ิการจากภาครััฐ แต่่จำนวนเงิินที่่�ได้รั้ับไม่่เพีียงพอต่่อการเลี้้�ยงชีีพ เขาในฐานะผู้นำ้ ชุุมชนจึึงพยายามดููแลโดยการสร้้างอาชีีพและรายได้้ให้้แก่่กลุ่่มเหล่่านี้้�อย่่างต่่อเนื่่�อง เพราะตััว ผู้้ใหญ่่บ้้านมีีธุุรกิิจส่่วนตััวทำให้้สามารถช่่วยจุุนเจืือกลุ่่มเหล่่านี้้�ได้้ ในส่่วนของครอบครััว 41


แม้้ผู้้ใหญ่่บ้้านจะมีีภรรยาหลายคน แต่่เขาพยายามปฏิิบััติิต่่อทุุกคนให้้เกิิดความเป็็นธรรม โดยเฉพาะภรรยาคนหนึ่่�งที่่�ป่่วย เขาก็็ไม่่ได้ท้อดทิ้้�ง แต่ดู่ ูแลและให้้ความช่่วยเหลืืออย่่างดีีและอย่่างต่่อเนื่่�อง และช่่วงที่่�เกิิดเหตุุการณ์์โควิิดทำให้้ธุุรกิิจหยุุดชะงััก จากที่่�สามารถขายเสื้้�อผ้้ามืือสองได้้กลัับไม่ส่ามารถขายได้อีี้ก แต่่โชคดีีที่่�มีีธุุรกิิจใหม่่ที่่�สามารถสร้้างรายได้้และช่่วยจุุนเจืือครอบครััว รวมทั้้�งสามารถช่่วยเหลืือชุุมชนได้้ในช่่วงเวลาที่่�ยากลำบาก วิทิยากรถามเพื่่�อให้้เกิิดการเปรีียบเทีียบว่่า ในประเด็็นความยุุติิธรรม หากสััมภาษณ์์กลุ่่มผู้้หญิิง มีีคำตอบคล้้ายกัันกัับที่่�ถามกลุ่่มผู้้นำชายหรืือไม่่  นัักวิิจััยตอบว่่า เมื่่�อถามผู้้หญิิงคนหนึ่่�งเกี่่�ยวกัับประเด็็นความยุุติิธรรม เธอมองว่่า คนที่่�กระทำผิิดจริิงจำเป็็นต้้องได้้รัับบทลงโทษ แม้้ผู้้กระทำผิิดเป็็นเยาวชนก็็ตาม มิิฉะนั้้�น จะทำให้้ชาวบ้้านคนอื่่�นเดืือดร้้อนตามไปด้้วย ทั้้�งนี้้� เขาไม่่ได้้เชื่่�อมประเด็็นความยุุติิธรรมกัับสถานการณ์์ในระดัับครอบครััว ผู้้หญิิงอีีกคนกล่่าวว่่า ความยุุติิธรรมไม่่มีีอยู่่จริิง โดยเธอยกประสบการณ์์ตรงที่่� เกิิดขึ้้�นในครอบครััวของเธอ ลููกชายของเธอที่่�ไม่่ได้้เสพยาเสพติิด ไม่สูู่บบุุหรี่่� และมีีการศึึกษา เมื่่�อไปสอบเพื่่�อสมััครเป็็นอาสาสมััครรัักษาดิินแดน (อส.) กลัับไม่่ผ่่าน เช่่นเดีียวกัับลููกสาวที่่�ไปสอบตำแหน่่งในอำเภอก็็ไม่ผ่่ ่านเช่่นกััน เธออธิิบายเพิ่่�มเติิมว่่า โอกาสในการเข้้าถึึงตำแหน่่งราชการนั้้�นยากมาก ต้้องมีีขั้้�นตอนหลายอย่่างที่่�ซ้้ำซ้้อนและไม่่มีีความโปร่่งใส อย่่างกรณีีเหตุุการณ์์กราดยิิงที่่�หนองบััวลำภูู เธอคิิดว่่า ตำรวจที่่�กระทำการนั้้�นต้้องมีีเบื้้�องหลัังอะไร บางอย่่าง และเชื่่�อมโยงกัับความไม่่เป็็นธรรมในกระบวนการต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�นวิิทยากรสะท้้อนประเด็็นนี้้�ว่่า คำตอบมีีความน่่าสนใจ เพราะจากคำถามที่่�เป็็นนามธรรมมากแต่่สามารถเชื่่�อมโยงกัับเหตุุการณ์์ใกล้้ตััวและโยงกัับเหตุุการณ์์ที่่�เป็็นประเด็็นใหญ่่ในสัังคม เพราะโครงสร้้างที่่�ทัับซ้้อนหรืืออำนาจที่่�มีีอยู่่อัันน้้อยนิิดไม่่สามารถเปลี่่�ยนให้้เกิิดความยุุติิธรรมได้้จริิง หรืือความพยายามของประชาชนคนหนึ่่�งไม่่สามารถก้้าวไปถึึง ความต้้องการของตััวเองได้้ ดัังนั้้�น เธอจึึงให้้ความหมายของความยุุติิธรรมแตกต่่างจากผู้ให้ ญ่บ้่ ้านทั้้�งในมิิติิครอบครััวและชุุมชน จะเห็็นนััยยะของสถานะทางสัังคมและเศรษฐกิิจที่่�แตกต่่างอย่่างชััดเจน ในขณะที่่�เศรษฐกิิจที่่�ย่่ำแย่่คนหนึ่่�งไปและหาทางอื่่�น ๆ ได้้ แต่่อีีกคนไปต่่อไม่่ได้้ วิิทยากรอีีกคนสะท้้อนว่่า ดููเหมืือนว่่าเราอาจไม่่ได้้ตอบคำถามโดยตรงในทัันทีี แต่่สิ่่�งที่่� สำคััญคืือ การบัันทึึกข้้อมููลทั้้�งหมดที่่�เราได้รั้ับ เพราะเมื่่�อเราสัังเกตเห็็นแพทเทิร์ิ์นหรืือรููปแบบ42


ของแต่่ละคน เราก็็สามารถวิิเคราะห์์ข้้อมููลเหล่่านั้้�นได้้ในอนาคต ตััวอย่่างที่่�เขายกขึ้้�นมา อาจไม่ส่ามารถสรุุปได้ว่้่าเข้้าประเด็็นหรืือไม่่ แต่สิ่่่ �งเหล่่านี้้มีี�ความสำคััญมาก เพราะเมื่่�อเราเห็็นภาพรวมของข้้อมููลในระดัับหนึ่่�ง เราจะสามารถระบุุร่่องรอยหรืือเชื่่�อมโยงข้้อมููลได้้ ซึ่่�งจะเป็็นประโยชน์์ในกระบวนการวิิเคราะห์์ต่่อไปวิทิยากรถามว่่ามีีกรณีีที่่�กลุ่ม่ตััวอย่่างไม่่อนุุญาตให้้จดบ้้างหรืือไม่่ และแก้ปั้ ัญหานี้้�อย่่างไร ตอนแรกเราก็็ขออนุุญาตบัันทึึกเสีียง แต่่เขาก็อ้้ ็ำอึ้้�งและบอกว่่า ถ้้าบัันทึึกเสีียงแล้้วบางประเด็็นที่่�อยากพููดก็็อาจไม่่กล้้าพููด ทำให้้เราใช้้วิิธีีการโน้้ตสั้้�น ๆ การไม่่บัันทึึกเสีียงทำให้้ผู้้ให้้สััมภาษณ์์รู้้สึึกปลอดภััย อิิสระ และรู้้สึึกสบายใจ ไม่่รู้้สึึกกดดัันเกิินไป วิิทยากรจึึงถามประเด็็นนี้้�ว่่า หากไม่่ได้้บัันทึึกเสีียงนัักวิิจััยคิิดว่่าสามารถบรรยายประเด็็นที่่�สนทนาได้้ร้้อยละเท่่าใด นัักวิิจััยตอบว่่า สามารถจดได้้ประมาณร้้อยละ 80 เพราะหลายประเด็็นเป็็นประเด็็นเดีียวกัันและเชื่่�อมโยงกัันอย่่างชััดเจน ส่่วนตััวรู้้สึึกพะวงกัับการบัันทึึก จากที่่�คนหนึ่่�งพยายามดููคำถามและอีีกคนก็็พยายามจด ทำให้ทั้้ ้ �งเขาและเราเสีียสมาธิิในการพููดคุุย ทำให้ต้อนหลัังเราตััดสิินใจบัันทึึกเสีียงอย่่างเดีียว ทำให้้การพููดคุุยและการสนทนาลื่่�นไหลมากขึ้้�นวิทิยากรให้้ความเห็็นประเด็็นนี้้ว่�่า มีีนัักวิจัิัยที่่�ทั้้�งสบายใจในการบัันทึึกเสีียงอย่่างเดีียว ในขณะที่่�อีีกกลุ่่มไม่่สามารถอััดเสีียงได้้เพราะจะทำให้้เกิิดการเสีียสมาธิิ จากการสัังเกตประเด็็นผู้้ให้้สััมภาษณ์์ที่่�รู้้สึึกระแวงจากการจดบัันทึึกคืือ รู้้สึึกระแวงเมื่่�อต้้องคุุยประเด็็น ความรุุนแรงในครอบครััว เมื่่�อถามเรื่่�องอััตลัักษณ์์ของผู้้ให้้สััมภาษณ์์ ผู้้ให้้สััมภาษณ์์ท่่านหนึ่่�งเคยทำงาน ที่่�ประเทศมาเลเซีียมานาน เขาบอกว่่า เมื่่�อตอนอยู่่ที่่�ประเทศมาเลเซีียเขามองว่่าตััวเองเป็็นชาวปาตานีี แต่่เมื่่�อกลัับมาอยู่่บ้้าน ตนรู้้สึึกว่่าตััวเองเป็็นมุุสลิิมวิิทยากรให้้ข้้อสัังเกตเพิ่่�มเติิมว่่า บรรยากาศการฝึึกสััมภาษณ์์ในวัันนี้้�รู้้สึึกไม่่ค่่อยเครีียดและผ่่อนคลายมากกว่่าเมื่่�อวาน และคู่่สนทนาก็็เป็็นคนเดิิม แต่่ในสถานการณ์์จริิง ก็็อาจจะต่่างกััน อาจจะง่่ายกว่่าก็็ได้้หากเราได้รั้ับความไว้้วางใจ โดยเริ่่�มต้้นจากการเปิิดประตูู 43


แนะนำตััวเองและเล่่าเรื่่�องราวตััวเองก่่อน เมื่่�อเขาฟัังเราเขาอาจจะเปิิดด้้วยเช่่นกััน อีีกทั้้�ง ยัังสัังเกตเห็็นชััดเจนว่่า นัักวิจัิัยเริ่่�มมีีการแบกรัับแนวคิิดเกี่่�ยวกัับการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน ซึ่่�งสิ่่�งนี้้� จะช่่วยให้้เราเก็็บข้้อมููลเชิิงคุุณภาพได้้อย่่างมีีระเบีียบและลึึกซึ้้�งมากขึ้้�น แต่อีี่ กประการหนึ่่�งคืือ หากเรามีีกรอบมากเกิินไป บางประเด็็นที่่�เราได้รั้ับอาจถููกมองว่่าไม่ส่ ำคััญและไม่่ได้้ขยายความ ในประเด็็นนั้้�น ดัังนั้้�น เราต้้องถอยห่่างออกมานิิดหนึ่่�งและค่่อย ๆ ฟััง เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�มีีความกว้้างมากขึ้้�น เพราะสิ่่�งที่่�เขาให้้ข้้อมููลอาจมีีการตีีความอีีกแบบ คำตอบจึึงไม่่ได้้อยู่่ในกรอบที่่�เรามีีเท่่านั้้�น นัักวิิจััยแลกเปลี่่�ยนเกี่่�ยวกัับการถามประเด็็นส่่วนตััวที่่�บางคนอาจไม่่อยากตอบ เช่่น ประเด็็นรายได้้แต่่มีีวิิธีีการถามคืือ ถามถึึงชุุมชนว่่ามีีรายได้้หลัักจากไหนบ้้าง เมื่่�อถามถึึงชุุมชน ผู้้ให้้สััมภาษณ์์ก็็มองที่่�ตััวเองก่่อนโดยอััตโนมััติิ นัักวิิจััยอีีกคนให้้ความเห็็นต่่างกัันว่่า กลุ่่มเราคุุยเรื่่�องการทำงานของผู้้ให้้สััมภาษณ์์ก่่อนจึึงเชื่่�อมกัับประเด็็นรายได้้ได้้ทัันทีี ดัังนั้้�นกลุ่่มเราเริ่่�มจากเรื่่�องส่่วนตััวไปสู่่เรื่่�องของชุุมชน เรื่่�องความปลอดภััย ผู้้สััมภาษณ์์ถามว่่า รู้้สึึกปลอดภััยที่่�ไหนมากที่่�สุุด เขาบอกว่่า ในครอบครััวและผู้ใ้ห้้สััมภาษณ์ถ์ามกลัับว่่า ถ้้าเรามีีกัันสามคน สามีีภรรยา ลููก และพี่่�หรืือน้้อง นัักวิิจััยจะเลืือกใคร เราก็็ตอบว่่า ลููก เขาบอกว่่า หากเราเลืือกลููก หากลููกเสีียชีีวิิตเราก็็ คลอดใหม่่ได้้ แต่่ถ้้าเลืือกสามีี เราเสีียชีีวิิตเขาก็็ไปแต่่งงานกัับคนอื่่�นได้้ แต่่ถ้้าเลืือกพี่่�หรืือน้้องหากเกิิดปััญหาอะไรเราไม่่สามารถตััดขาดสายเลืือดได้้ หรืือเมื่่�อมีีปััญหากัับพี่่�น้้องไม่่ควร ไปบอกใคร เพราะคนที่่�เข้้าใจเรามากที่่�สุุดคืือพี่่�น้้องของเราวิิทยากรให้้ความเห็็นต่่อว่่า ในอนาคตหากเราต้้องเจอกลุ่่มตััวอย่่างที่่�เป็็นกลุ่่ม เปราะบางจริิง เราจะต้้องฝึึกการแจกแจงข้้อมููล หรืือการระมััดระวัังในการเก็็บข้้อมููล โดยเฉพาะประเด็็นที่่�อ่่อนไหว และบางครั้้�งผู้้วิิจััยก็็อาจจะถููกประเมิินจากผู้้ให้้สััมภาษณ์์ซึ่่�งเขาจะ ตรวจสอบเราแต่่เขาไม่่พููดตรง ๆ  ......... .........44


หลัักการสนทนากลุ่่มโดย จุุฬารััตน์์ ดำรงวิิถีีธรรม และ ผศ.อัับดุุลคอลิิก อััรรอฮีีมีีย์์3. การสนทนากลุ่ม ( Focus group) เป็นวิธี วิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้การสนทนากลุ่มเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติและ ความคิดเห็น โดยมีการกำ หนดประเด็นชัดเจนและสร้างสภาพแวดล้อมทีปลอดภัย่สำ หรับผู้เข้าร่วม เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก จากมุมมองที่หลากหลาย ข้อดีของการสนทนากลุ่ม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ผู้ให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ การได้ไอเดียใหม่ ๆ ความยืดหยุ่นในการเก็บข้อมูล และการสังเกตท่าทางหรือ อารมณ์ของผู้ให้ข้อมูลเพือเ่ข้าใจความคิดเห็นที่แท้จริง ข้อท้าทายในการทำ สนทนากลุ่ม ได้แก่ ทักษะของผู้ดำ เนินการสนทนาที่ต้องการประสบการณ์ ความลังเลของผู้ให้ข้อมูลในประเด็นอ่อนไหว ความไม่ตรงไปตรงมาของข้อมูล และการไม่มีเวลาลงลึกในประเด็นเนื่องจากความหลากหลายของผู้เข้าร่วม ทักษะที่จำ เป็นในการจัดทำ สนทนากลุ่ม ได้แก่ ความยืดหยุ่นในการตั้งคำ ถามและการให้โอกาสทุกคนแสดงความคิดเห็น ความเข้าใจในหัวข้อและประเด็นที่ถาม การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ประสบการณ์ในการจัดการการสนทนา การจัดการผู้พูดเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสพูด การจดบันทึกอย่างมีระเบียบ และการทวนความเพื่อ ความชัดเจนของข้อมูล การแบ่งงานในทีมเก็บข้อมูลสำ คัญเพื่อประสิทธิภาพในการทำ งาน ได้แก่ ผู้ดำ เนินการสนทนาต้องมีผชู้ ว่ ยเพือการ่จัดการกลุ่มคนจดบันทึกต้องจบั ประเด็นสำ คัญ คนเขียนกระดานต้องเขียนข้อมูลให้ชัดเจน และ คนสังเกตอารมณ์ต้องดูท่าทางของผู้ให้ข้อมูลเพื่อประเมินความรู้สึก45


 ทักษะสำ คัญในการจัดทำ สนทนากลุ่ม ได้แก่ การฟังอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกถูกตัดบท การสร้างบรรยากาศทีปลอดภัยและยอมรั่บความคิดเห็นอย่างเสรี การใช้วิธีเขียนความคิดเห็นเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายใจ รวมถึงการสังเกตอารมณ์และท่าทางของผู้เข้าร่วมเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในการวิเคราะห์ การทำ สนทนากลุ่มกับกลุ่มเปราะบางต้องใช้ทักษะในการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกปลอดภัยและพร้อมเปิดใจ โดยต้องเลือกคำ ถามและประเด็นอย่างระมัดระวัง สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและไม่กดดัน พร้อมทั้งสังเกตอารมณ์และท่าทางของผู้เข้าร่วม เพื่อปรับการสนทนาให้เหมาะสม และต้องให้ความสำ คัญกับการฟังและเข้าใจผู้เข้าร่วมเพื่อให้ข้อมูลที่มีคุณค่าและครอบคลุม การสนทนากลุ่มชว่ ยให้เราเข้าใจความคิดเห็นและความรู้สึกของกลุ่มเปราะบางอย่างลึกซึง โดยเฉพาะ ้ผู้สูงอายุหรือผู้ทีได้รั่บผลกระทบจากความรุนแรง และยังชว่ ยให้คำตอบทีไม่่ชัดเจนมีความกระจ่างขน ึ้ชว่ ยในการพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาหรือสมมติฐานใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจุุฬารััตน์์ ดำรงวิิถีีธรรมการสนทนากลุ่่ม เป็็นวิิธีีวิิจััยเชิิงคุุณภาพที่่�ใช้้การรวบรวมข้้อมููลโดยมีีจุุดประสงค์์ เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลเกี่่�ยวกัับทััศนคติิ ความคิิดเห็็น ประสบการณ์์ ที่่�เป็็นเชิิงลึึก มีีรายละเอีียด การสนทนากลุ่่มประกอบด้้วย ผู้้ดำเนิินการกลุ่่ม ผู้้ช่่วยดำเนิินการกลุ่่มเพื่่�ออำนวยการพููดคุุย ตั้้�งประเด็็นและกำหนดทิิศทางของการสนทนาเพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลตามเป้้าหมายที่่�วางไว้้ และ ที่่�สำคััญผู้้เข้้าร่่วม โดยกำหนดจำนวนประมาณ 6-12 คน หากจำนวนผู้้เข้้าร่่วมมากเกิินไป อาจทำให้้ไม่่สามารถเก็็บข้้อมููลได้้ครบถ้้วนหรืือมีีประสิิทธิิภาพ ทั้้�งนี้้� กลุ่่มเป้้าหมายต้้องเป็็น กลุ่่มที่่�สามารถสร้้างสภาพแวดล้้อมให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้สึึกปลอดภััยคำถามที่่�ใช้้ในการสนทนากลุ่่มจะเป็็นคำถามปลายเปิิดที่่�มีีลัักษณะโครงสร้้างชััดเจนหรืือแบบกึ่่�งโครงสร้้าง ซึ่่�งได้รั้ับการออกแบบมาอย่่างดีีและมีีเป้้าหมายที่่�ชััดเจน เพื่่�อให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมได้มีี้ โอกาสแสดงความคิิดเห็็นและทััศนคติิของตััวเอง นอกจากนี้้� ระหว่่างการพููดคุุยยัังสามารถเชื่่�อมโยงกัับประเด็็นอื่่�น ๆ ได้้อย่่างเป็็นธรรมชาติิ46


การสนทนากลุ่่มเหมาะสมสำหรัับการรัับรู้้ทััศนะในประเด็็นที่่�หลากหลายภายใต้้หััวข้้อเดีียวกััน เพื่่�อให้้ได้ข้้้อมููลเชิิงลึึกจากมุุมมองที่่�แตกต่่างกััน นอกจากนี้้� การทำสนทนากลุ่ม่จำเป็็นต้้องมีีการวางแผนอย่่างรอบคอบ เพื่่�อสร้้างบรรยากาศที่่�เอื้้�อให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้สึึกสบายใจและไม่่ถููกปิิดกั้้�นจากการแสดงความคิิดเห็็น ดัังนั้้�น ท่่าทีีของผู้้ดำเนิินการจึึงเป็็นปััจจััยสำคััญในการกำหนดทิิศทางการสนทนา เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�หลากหลายมากที่่�สุุดข้้อดีีของการสนทนากลุ่่ม ได้้แก่่1. เปิิดให้้ผู้้ให้้ข้้อมููลพููดอย่่างมีีอิิสระ: การสนทนากลุ่่มช่่วยให้้ผู้้ให้้ข้้อมููลสามารถแสดงความคิิดเห็็นได้้อย่่างอิสิระ ไม่่จำกััดคำตอบเหมืือนการสััมภาษณ์์เชิิงปริิมาณที่่�มีีข้้อจำกััดในคำตอบ2. ได้้ไอเดีียใหม่่ ๆ: ผลที่่�ได้้จากการพููดคุุยในกลุ่่มอาจนำไปสู่่ไอเดีียใหม่่ ๆ ที่่�ช่่วยในการต่่อยอดหรืือการตััดสิินใจใหม่่ ดัังนั้้�น การสนทนากลุ่่มจึึงได้้รัับความนิิยมในแวดวงธุุรกิิจเพื่่�อพััฒนาและขยายธุุรกิิจ3. ความยืืดหยุ่นในการเ่ก็็บข้้อมููล: การเก็็บข้้อมููลในการสนทนากลุ่มไ่ม่ต่ายตััวและมีีความยืืดหยุ่่น ผู้้ดำเนิินการสนทนากลุ่่มสามารถปรัับเปลี่่�ยนรููปแบบการสนทนาได้้ตามสถานการณ์์ เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�หลากหลายและครอบคลุุม4. สัังเกตท่่าทางและความรู้้สึึก: ท่่าทางและการแสดงออกของผู้้ให้้ข้้อมููลสามารถช่่วยให้้นัักวิิจััยเข้้าใจความรู้้สึึกหรืือทััศนคติิที่่�แท้้จริิง ซึ่่�งแตกต่่างจากการสััมภาษณ์์ทางโทรศััพท์์หรืือการสอบถามแบบปริิมาณที่่�ไม่่สามารถสัังเกตพฤติิกรรมหรืืออารมณ์์ของผู้้ให้้ข้้อมููลได้้ข้้อท้้าทายในการทำสนทนากลุ่่ม ได้้แก่่1. ทัักษะของผู้้ดำเนิินการสนทนา: การสนทนากลุ่่มต้้องอาศััยทัักษะของ ผู้้ดำเนิินการในการจััดการการสนทนา ซึ่่�งทัักษะเหล่่านี้้�สามารถฝึึกฝนได้้ แต่่ก็็ต้้องใช้้เวลา และประสบการณ์์เพื่่�อให้้สามารถนำการสนทนาไปในทิิศทางที่่�ต้้องการได้้2. ความลัังเลของผู้้ให้้ข้้อมููล: ผู้้ให้้ข้้อมููลบางคนอาจลัังเลในการให้้ความคิิดเห็็น เกี่่�ยวกัับประเด็็นที่่�อ่่อนไหว โดยเฉพาะเมื่่�อพวกเขาไม่รู้้จั่ ักกัันมาก่่อน หรืือแม้รู้้จั้ ักกัันแต่่ไม่่พร้้อมที่่�จะแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็นในกลุ่่ม ดัังนั้้�น นัักวิิจััยอาจต้้องใช้้วิิธีีการคุุยนอกรอบหรืือ47


สััมภาษณ์์เพิ่่�มเติิมหลัังการสนทนา เพื่่�อเก็็บข้้อมููลที่่�ละเอีียดและครบถ้้วนมากขึ้้�น ขึ้้�นอยู่่กัับความสำคััญของข้้อมููลนั้้�น ๆ3. ความไม่่ตรงไปตรงมาของข้้อมููล: ข้้อมููลบางอย่่างที่่�ได้้รัับจากการสนทนากลุ่่มอาจไม่่เป็็นความจริิง เนื่่�องจากผู้้ให้้ข้้อมููลบางคนอาจต้้องการสงวนท่่าทีี หรืือไม่่ต้้องการให้้ข้้อมููลที่่�อาจขััดกัับความคิิดเห็็นของเพื่่�อนในกลุ่ม ่ดัังนั้้�น ข้้อมููลบางอย่่างอาจไม่่ได้ต้รงไปตรงมาตามที่่�นัักวิจัิัยต้้องการ จึึงอาจต้้องไปคุุยเพิ่่�มเติิมนอกรอบหรืือใช้วิ้ธีีอื่่ ิ �นเพื่่�อให้้ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลเปิิดเผยความคิิดเห็็นได้้มากขึ้้�น4. การไม่มีี่เวลาลงลึึกในประเด็็น: เมื่่�อผู้ใ้ห้ข้้้อมููลในกลุ่ม่มีีความหลากหลาย อาจทำให้้ไม่ส่ามารถลงลึึกในประเด็็นใดประเด็็นหนึ่่�งได้้ เพราะบางประเด็็นอาจไม่่ได้รั้ับความสนใจจากทุุกคนในกลุ่่ม และการที่่�มีีผู้้เข้้าร่่วมหลายคนอาจทำให้้เวลาสำหรัับการสนทนาในแต่่ละประเด็็นไม่่เพีียงพอทัักษะที่่�จำเป็็นในการสนทนากลุ่่มมีีดัังนี้้�   1. ต้้องเป็็นคนที่่�มีีความยืืดหยุ่่น: หมายความว่่าไม่่ได้้จำกััดที่่�มุุมมองของตััวเอง หรืือเมื่่�อถามก็็ไม่่ต้้องถามตรงไปตรงมา ใช้้คำที่่�ไม่่ได้้ตายตััว และยืืดหยุ่่นในทางความคิิด คืือ ไม่่ได้้มีีไอเดีียที่่�ปิิดกั้้�นคนอื่่�น ในความเป็็นจริิงแน่่นอนว่่าเราอาจเห็็นด้้วยกัับคนใดคนหนึ่่�ง แต่่ในทางปฏิิบััติิควรให้้เสมอภาคเท่่าเทีียม เช่่น ให้้เวลาทุุกคนที่่�เท่่าเทีียมกััน2. คนที่่�เป็็นผู้้ดำเนิินรายการ: ต้้องเข้้าใจในหััวข้้อหรืือประเด็็นคำถาม เพราะเมื่่�อมีีคำถามว่่าทำไมเราสนใจประเด็็นนี้้� เราก็็ต้้องตอบให้้ได้้ว่่าทำไมเราสนใจประเด็็นเหล่่านี้้� หรืือประเด็็นนี้้�สำคััญอย่่างไร ทำไมการเก็็บข้้อมููลจึึงสำคััญ3. ภาษาที่่�ใช้้ในการคุุย: ต้้องเป็็นภาษาเดีียวกััน คนที่่�นำคุุยก็ต้็ ้องคุุยอย่่างคล่่องแคล่่ว และการคุุยผ่่านล่่ามอาจไม่่ค่่อยราบรื่่�นนััก4. ประสบการณ์์ในการสนทนากลุ่่ม: ผู้้ดำเนิินการที่่�มีีประสบการณ์์ในการสนทนากลุ่มจะ่มีีข้้อได้้เปรีียบ เพราะสามารถจััดการกัับการพููดคุุยได้้อย่่างราบรื่่�น เช่่น การแนะนำตััว การทำให้้บรรยากาศผ่่อนคลาย และการจััดการเวลาในการสนทนา โดยทั่่�วไปการสนทนากลุ่ม่ควรใช้้เวลาประมาณ 45 นาทีีถึึง 1 ชั่่�วโมง 30 นาทีีถ้้ามากกว่่านั้้�นอาจต้้องพัักระหว่่างทาง48


Click to View FlipBook Version