The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2025-09-10 02:24:27

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพ อย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

โดยผู้้บรรยายได้้กล่่าวทิ้้�งท้้ายในเรื่่�องนี้้�ว่่า “ปััญหาของผู้้เปราะบางหรืือคนพิิการ จะทำงานประสบความสำเร็็จได้้ต้้องมีีแผนการทำงานระยะยาว ซึ่่�งทางหน่่วยงานมีีแผน การทำงานที่่�ชััดเจนกัับกลุ่่�มคนเปราะบาง คนพิิการ หวัังว่่าในอนาคตเราจะสามารถทำงานเป็็นเครืือข่่ายร่่วมกััน”ประเด็็นซัักถามแลกเปลี่่�ยน1. ผู้้ป่่วยทางจิิตเวชมีีสาเหตุุมาจากอะไร?ต้้องทำความเข้้าใจผู้้ป่่วย ผู้้ป่่วยจิิตเวชเกิิดขึ้้�นเนื่่�องจากปััญหาเรื่่�องสุุขภาพทางจิิตจากการที่่�ไม่่ดููแล เราต้้องเรีียนรู้้วิธีีิการจััดการกัับปััญหาว่่า ถ้้าเกิิดปััญหาในชีีวิติเราจะจััดการอย่่างไร จะแก้ปั้ ัญหาอย่่างไร เราจะจััดการปััญหาข้้อกัังวล ความเครีียด ความโกรธ เราจะจััดการสิ่่�งเหล่่านี้้�ได้้อย่่างไร เหล่่านี้้�เป็็นสิ่่�งสำคััญอย่่างมากที่่�จะป้้องกัันสาเหตุุที่่�ทำให้้เกิิด เป็็นผู้้ป่่วยจิติเวช คนที่่�มีีผู้้ป่่วยจิติเวชในครอบครััวจะต้้องรู้้ทัักษะ สาเหตุุหลัักที่่�ทำให้้กลายเป็็นผู้้ป่่วยคืือ ความเครีียดจากการทำงาน2. นโยบายในเรื่่�องของสวััสดิิการช่่วยเหลืือคนพิิการแต่่ละจัังหวััดแตกต่่างกัันอย่่างไร?ประเทศมาเลเซีียมีีนโยบายให้้การสวััสดิิการแก่่คนพิิการในการลดราคา เช่่น กรณีีเราซื้้�อรถ ซื้้�อโทรศััพท์์ ก็็จะลดราคา แต่่จะต้้องลงทะเบีียนจากรััฐ บริิษััทที่่�ให้้การสนัับสนุุนหรืือจ้้างคนพิิการจะได้้รัับการลดหย่่อนภาษีีด้้วย โดยมีีระบบให้้ความช่่วยเหลืือโดยมีีเงื่่�อนไขว่่าคนพิิการจะต้้องมีีการลงทะเบีียน3. ในเรื่่�องของการจััดการในระบบส่่วนกลางระดัับท้้องถิ่่�น มีีความแตกต่่างกัันอย่่างไร?ความช่่วยเหลืือก็็จะมีีลัักษณะเหมืือนกััน โดยเฉพาะส่่วนกลางหรืือในภาคชุุมชนก็็จะทำในรููปแบบเช่่นเดีียวกััน4. คนพิิการทางการได้ยิ้ิน มาเลเซีียมีีแนวทางให้ลู้ ูก ๆ ได้รั้ับการศึึกษาได้้อย่่างไร?ที่่�ประเทศมาเลเซีียให้้การช่่วยเหลืือ 2 ระดัับด้้วยกััน ระดัับแรกคืือความก้้าวหน้้าของเทคโนโลยีีสามารถให้้การช่่วยเหลืือคนพิิการทางการได้้ยิิน เด็็กอายุุ 0 ถึึง 2 ปีี พ่่อแม่่จะต้้องรัับรู้้ว่่าเด็็กมีีศัักยภาพ มีีความบกพร่่องอยู่่ตรงไหน กรณีีที่่�เด็็กพิิการทางการได้้ยิินต้้องมีีเงื่่�อนไขว่่า ต้้องพููดได้้ ต้้องสามารถสื่่�อสาร ถ้้าไม่่สามารถสื่่�อสารได้้ เด็็กจะไม่่สามารถเรีียน กัับเด็็กปกติิได้้ นี่่�เป็็นเงื่่�อนไขหลััก คืือต้้องสามารถสื่่�อสารได้้พููดได้้ ก็็จะได้้รัับการสนัับสนุุน149


อุุปกรณ์์เพื่่�อช่่วยในการฟััง นอกจากนี้้� ก็็ต้้องมีีผู้้เชี่่�ยวชาญฝึึกการได้้ยิินของเด็็ก ถ้้าเด็็กไม่ผ่่ ่านก็ต้็ ้องเข้้าสู่่ระบบการศึึกษาระบบเด็็กพิิเศษ แต่ถ้่ ้าผ่่านก็ส็ามารถเรีียนร่่วมกัับเด็็กปกติิได้้ ดัังนั้้�น การศึึกษาจะมีี 2 ประเด็็นหลัักในเรื่่�องของการสื่่�อสารเป็็นหลััก ถ้้าเด็็กไม่่สามารถพููดคุุยได้้ ก็็เป็็นเรื่่�องยากที่่�จะเข้้ามาเรีียนกัับเด็็กปกติิ ซึ่่�งจำเป็็นอย่่างยิ่่�งที่่�เด็็กจะต้้องพููดได้้ แต่่ต้้องฝึึกตั้้�งแต่่แรกเริ่่�ม5. เรื่่�องเด็็กพิิการทางกายภาพ แต่่สมองฉลาด ยัังรัับรู้้ ในทางศาสนาจะต้้องทำตามที่่�ศาสนาบััญญััติิไว้้?ในภาพรวมผู้้เปราะบางหรืือคนพิิการก็็ไม่่ได้้เป็็นเรื่่�องง่่ายที่่�จะประกอบศาสนกิิจ สำหรัับเด็็กในมุุมมองของศาสนาอิิสลามเรารัับรู้้มาโดยตลอดว่่า เด็็กพิิการจะเป็็นชาวสวรรค์์ ในกรณีีของเด็็กพิิการที่่�มีีปััญหาทางด้้านกายภาพ ถ้้าเราไม่่ฝึึกละหมาด ถ้้าไม่่ฝึึกเขาตั้้�งแต่่ เขายัังเป็็นเด็็ก โตขึ้้�นก็็จะมีีข้้อจำกััดไม่่สามารถที่่�จะทำการละหมาดได้้ ฉะนั้้�นเราต้้องสอนให้้เด็็กละหมาด สอนวิิธีีการทำอิิบาดะห์์ (ศาสนบััญญััติิ) ในมััสยิิดเป็็นพื้้�นฐานที่่�จะอยู่่ร่่วมกััน กัับคนในสัังคม เป็็นการช่่วยหนุุนเสริิม สนัับสนุุนภาวะทางจิิตใจให้้มีีความสมบููรณ์์ ปััจจุุบัันมีีสิ่่�งอำนวยความสะดวก มีีอุุปกรณ์์แก่่คนพิิการในมัสยิั ิดมากขึ้้�น ถ้้าเขาไปมัสยิั ิดจะทำให้้เขา มีีความสุุขในการพบปะกัับผู้้คนได้้ 6. ภาวะกดทัับที่่�ทัับซ้้อนภาวะกดทัับที่่�ทัับซ้้อนไม่่ใช่่แค่่เรื่่�องของการเอาแนวคิิดทฤษฎีีไปใช้้ แต่ส่ามารถวิิเคราะห์์ทำความเข้้าใจประเด็็นที่่�เกิิดขึ้้�น จะให้้เห็็นความสััมพัันธ์์บทบาทขององค์์กรที่่�จะต้้องมาช่่วยกัับสิ่่�งที่่�เราเผชิิญอยู่่ เพราะฉะนั้้�นในสิ่่�งที่่�เรานำเสนอแนวคิิดเรื่่�องภาวะการกดทัับซ้้ำซ้้อนสามารถเอามาเป็็นประเด็็นในการแก้้ปััญหาเชิิงนโยบายได้้ด้้วยอย่่างไรก็็ตาม จากประสบการณ์์และข้้อมููลการทำงานเพื่่�อคนพิิการของตััวแทน หน่่วยงานจากประเทศมาเลเซีีย พบว่่า ในบางประเด็็นสภาพปััญหามีีความคล้้ายคลึึงกัับพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ เช่่น การละเลยคนพิิการโดยเฉพาะในกรณีีผู้้ป่่วยจิิตเวช ทำให้้ หลายกรณีีไม่่ได้้รัับการดููแลรัักษาตามที่่�ควรจะเป็็น ทั้้�งนี้้� หากมีีการเปรีียบเทีียบในเชิิงการทำงานของหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับคนพิิการ พบว่่า ประเทศมาเลเซีียมีีรููปแบบและระบบในการดููแลจััดการคนพิิการและช่่วยเหลืือครอบครััวที่่�เป็็นระบบ รวมทั้้�งมีีการสร้้างความร่่วมมืือ150


ในการดููแลคนพิิการตั้้�งแต่่ระดัับครอบครััว ชุุมชน สถานศึึกษาฯ สิ่่�งเหล่่านี้้�ล้้วนเป็็นสิ่่�งสำคััญในการสร้้างโอกาสและคุุณภาพชีีวิิตที่่�ดีีแก่่คนพิิการทั้้�งในระยะสั้้�นและระยะยาวนอกจากประเด็็นคนยากจน คนพิิการ ซึ่่�งเป็็นประเภทหนึ่่�งของกลุ่่มเปราะบางในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ ประเด็็นเพศสภาพ ภััยพิบัิัติิ ถือไืด้ว่้่าเป็็นประเด็็นท้้าทายร่่วมสมััยในสัังคมยุุคปััจจุุบััน โดยนัักวิิชาการนัักวิิชาการจากมหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีี และนัักวิิชาการอื่่�นในพื้้�นที่่�นำเสนอข้้อมููลและประสบการณ์์เปรีียบเทีียบจาก การทำงานและศึึกษาวิจัิัยระหว่่างพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ และอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีีย ซึ่่�งเป็็นส่่วนหนึ่่�งในการนำข้้อมููลประสบการณ์์ดัังกล่่าวมาใช้้ในการปรัับใช้้ประกอบการแก้้ไขปััญหาในพื้้�นที่่�ชายแดนภาคใต้้แห่่งนี้้�ได้้อีีกด้้วย“เพศสภาพ กลุ่่มเปราะบาง และภััยพิิบััติิ ประสบการณ์์จากอาเจะห์์ อิินโดนีีเซีีย และจัังหวััดชายแดนใต้้”บรรยายโดย ผศ.ดร.อลิิสา หะสาเมาะ คณะมนุุษยศาสตร์์และสัังคมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีีในการบรรยายจะมีีการนำเสนองานวิิจััยทีีทั้้�งหมด 5 ชิ้้�น โดยมีีรายละเอีียดดัังนี้้�1. งานวิจัิัยชิ้้�นที่่� 1 เป็็นวิทิยานิิพนธ์์ระดัับปริิญญาเอก เป็็นการศึึกษาเชิิงเปรีียบเทีียบระหว่่างประเทศอิินโดนีีเซีียกัับสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทย2. งานวิิจััยชิ้้�นที่่� 2 ศึึกษาเกี่่�ยวกัับผลกระทบของสถานการณ์์โควิิด-19 ต่่อเด็็กในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ ครอบคลุุมพื้้�นที่่�สามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้และสี่่�อำเภอของจัังหวััดสงขลา3. งานวิจัิัยชิ้้�นที่่� 3 มุ่งเ่น้้นประเด็็นเกี่่�ยวกัับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะแรงงานประมง่ข้้ามชาติิชาวเมีียนมา ที่่�ทำงานในอุุตสาหกรรมประมงของจัังหวััดปัตตัานีีและสงขลา โดยเน้้นการศึึกษาในด้้านสุุขภาวะและสุุขภาพ4. งานวิิจััยชิ้้�นที่่� 4 เป็็นการประเมิินโครงการเกี่่�ยวกัับกลไกการยุุติิความรุุนแรงในครอบครััวในพื้้�นที่่� อำเภอควนโดน อำเภอโคกโพธิ์์� จัังหวััดปััตตานีี151


5. งานวิจัิัยชิ้้�นที่่� 5 เป็็นโครงการที่่�ได้รั้ับทุุนสนัับสนุุนจาก สำนัักงานกองทุุนสนัับสนุุนการวิจัิัย (สกว.) ว่่าด้้วยเรื่่�องความยากจนข้้ามรุ่น ซึ่่�งไ่ด้รั้ับการบรรจุุไว้้ในแผนพััฒนาเศรษฐกิิจและสัังคมแห่่งชาติิโดยมีีการศึึกษาเชิิงลึึกเกี่่�ยวกัับการสืืบทอดความยากจนจากรุ่่นสู่่รุ่่น ตั้้�งแต่่รุ่่นพ่่อแม่่มาจนถึึงรุ่่นลููกและรุ่่นหลานในอนาคต โดยมีีตััวชี้้�วััดสำคััญ เช่่น• หััวหน้้าครอบครััวไม่่ได้้รัับการศึึกษาภาคบัังคัับ• มีีภาวะไม่่รู้้หนัังสืือ• ไม่่มีีที่่�ดิินทำกิินเป็็นของตนเอง• หลุุดออกจากระบบสวัสดิั ิการของรััฐ หรืือโครงการบ้้านมั่่�นคงของ พอช. เนื่่�องจากไม่่สามารถออมเงิินได้้ตามเงื่่�อนไขขั้้�นต่่ำ (50 บาทต่่อเดืือน)• บางครอบครััวยัังไม่่มีีบััตรประชาชนจนถึึงปััจจุุบัันปััญหาเหล่่านี้้�ส่่งผลต่่อคุุณภาพชีีวิิตของคนในครอบครััวและสืืบทอดต่่อเนื่่�องมาถึึงรุ่่นลููก เช่่น เด็็กพิิการจากภาวะขาดสารอาหารของมารดาในระหว่่างตั้้�งครรภ์์ เด็็กไม่่ได้้รัับวััคซีีน ไม่่ได้้รัับสารอาหารที่่�เพีียงพอ มีีภาวะเตี้้�ยแคระ รวมทั้้�งถููกจำกััดโอกาสทางการศึึกษา ครอบครััวยากจนจำนวนมากไม่่นิิยมให้้ลููกเรีียนสููง โดยเชื่่�อว่่าหากแต่่งงานก็็ให้้คู่่สมรสดููแล แต่่เมื่่�อคู่่สมรสเองก็็ขาดการศึึกษา จึึงไม่่สามารถดููแลครอบครััวได้้อย่่างมีีคุุณภาพ ส่่งผลให้้วงจรความยากจนดำเนิินต่่อเนื่่�องจากรุ่่นสู่่รุ่่นนอกจากนี้้� ยัังมีีงานวิจัิัยด้้านภััยพิบัิัติิ ซึ่่�งได้รั้ับทุุนสนัับสนุุนจาก มููลนิธิิเยีียวยาเพื่่�อความสมานฉัันท์์ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ โดยมุ่่งเน้้นเรื่่�อง การพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตของผู้้หญิิง ที่่�ได้้รัับผลกระทบจากภััยพิิบััติิในพื้้�นที่่�สำหรัับการนำเสนอในครั้้�งนี้้� จะมุ่่งเน้้น 3 ประเด็็นสำคััญ ได้้แก่่1. ประสบการณ์์การทำวิิจััยในจัังหวััดอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีีย2. ผลกระทบของสถานการณ์์โควิิด-19 ต่่อเด็็กในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้3. ประเด็็นแรงงานข้้ามชาติิและสุุขภาวะของกลุ่มเปราะบางใน่ อุุตสาหกรรมประมง152


อาจารย์์ได้้แสดงภาพถ่่ายของตนเองขณะยืืนถ่่ายคู่่กัับเรืือลำหนึ่่�งที่่�ถููกคลื่่�นสึึนามิิ ซััดขึ้้�นฝั่่�ง ซึ่่�งปััจจุุบัันถููกจััดตั้้�งให้้เป็็นพิพิิธภััณฑ์์ในจัังหวััดอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีีย งานวิจัิัยชิ้้�นนี้้�เป็็นการศึึกษาเชิิงเปรีียบเทีียบกัับสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทย เนื่่�องจากพื้้�นที่่�ดัังกล่่าวเผชิิญกัับสถานการณ์์ความไม่่สงบต่่อเนื่่�องมาตั้้�งแต่่ปีี พ.ศ. 2547 และได้้เล่่าถึึงประสบการณ์ส่์ ่วนตััวว่่า ตนเองมีีส่่วนร่่วมกัับภาคประชาสัังคมในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มาโดยตลอด เมื่่�อเกิิดเหตุุการณ์์ภััยพิิบััติิขึ้้�น เกิิดผลกระทบที่่�เกิิดขึ้้�นจะรุุนแรงและซัับซ้้อนมากขึ้้�น ทำให้้จำเป็็นต้้องเข้้าไปให้้ความช่่วยเหลืืออย่่างต่่อเนื่่�อง จนเกิิดความรู้้สึึกเหนื่่�อยล้้าและตั้้�งคำถามว่่า“เหตุุใดการให้้ความช่่วยเหลืือจึึงยัังไม่มีี่ ประสิทธิิภาพเพีียงพอ?” ในหลายกรณีีพบว่่า บางครััวเรืือนได้้รัับความช่่วยเหลืือซ้้ำซ้้อน ขณะที่่�บางครอบครััวกลัับไม่่ได้้รัับการช่่วยเหลืือเลย ส่่งผลให้้กลุ่่มเปราะบางเหล่่านี้้�ไม่่สามารถก้้าวพ้้นจากความทุุกข์์ยากและฟื้้�นฟููชีีวิิตได้้ อย่่างยั่่�งยืืนเมื่่�อได้้ศึึกษาต่่อในระดัับปริิญญาเอก อาจารย์์มีีโอกาสได้้อ่่านหนัังสืือและงานวิิจััยเกี่่�ยวกัับภััยพิิบััติิและได้้พบผลงานของ นัักสัังคมวิิทยาชาวอัังกฤษท่่านหนึ่่�ง ซึ่่�งให้้ความสนใจศึึกษาเกี่่�ยวกัับภััยธรรมชาติิและภััยพิิบััติิที่่�เกิิดจากความขััดแย้้งทางสัังคมและการเมืืองในกรณีีของจัังหวััดอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีีย พบว่่า พื้้�นที่่�ดัังกล่่าวเคยเผชิิญกัับความขััดแย้้งทางการเมืืองรุุนแรง จนมีีผู้เ้สีียชีีวิติมากกว่่าหนึ่่�งแสนคน และต่่อมาได้้เกิิดภััยพิบัิัติิจากคลื่่�นสึึนามิิ ซึ่่�งส่่งผลให้้มีีผู้้เสีียชีีวิิตและบาดเจ็็บรวมกัันกว่่าหนึ่่�งแสนคนเช่่นเดีียวกัันขณะเดีียวกััน สามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทย ก็็เผชิิญสถานการณ์์ที่่�มีีความซัับซ้้อนไม่่ต่่างกััน ทั้้�งจากความไม่่สงบในพื้้�นที่่�ตั้้�งแต่่ปีี พ.ศ. 2547 และเหตุุการณ์์พายุุในปีี พ.ศ. 2553 ซึ่่�งสร้้างผลกระทบในหลายมิิติิ ทั้้�งด้้านเศรษฐกิิจ สัังคม และจิิตใจของผู้้คนในพื้้�นที่่�อาจารย์์จึึงเห็็นว่่าเป็็นประเด็็นที่่�น่่าสนใจอย่่างยิ่่�งในการศึึกษาและเรีียนรู้้ เพื่่�อทำ ความเข้้าใจถึึงความซัับซ้้อนของปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อภััยพิิบััติิและความเปราะบางของชุุมชนในเหตุุการณ์สึึ์นามิิที่่�จัังหวััดอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีีย มีีสถานที่่�หนึ่่�งที่่�มีีการฝัังศพผู้เ้สีียชีีวิติมากกว่่า 47,000 ราย และอีีกแห่่งหนึ่่�งที่่�บริิเวณอููเล่่ ก็็ได้รั้ับความเสีียหายอย่่างหนัักเช่่นกััน อาจารย์์ได้้แสดงภาพถ่่ายของโรงพยาบาลแห่่งหนึ่่�งในพื้้�นที่่�ดัังกล่่าว ซึ่่�งมีีผู้้เสีียชีีวิิต153


จำนวนมาก โดยมีีโอกาสร่่วมทำงานฟื้้�นฟููโรงพยาบาลแห่่งนี้้�ร่่วมกัับคณะแพทยศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ (มอ.) วิิทยาเขตหาดใหญ่่โรงพยาบาลแห่่งนี้้�ประสบความสููญเสีียอย่่างรุุนแรง โดยมีีบุุคลากรทางการแพทย์์ เสีียชีีวิิตถึึงร้้อยละ 70 ส่่วนที่่�เหลืืออีีกร้้อยละ 30 ได้้รัับผลกระทบทางจิิตใจหรืือภาวะทรอมา (trauma) ทำให้้ไม่่สามารถปฏิิบััติิงานได้้ตามปกติิ ซึ่่�งนำไปสู่่คำถามสำคััญว่่า“เมื่่�อแพทย์์และพยาบาลไม่่เหลืืออยู่่ ชาวบ้้านจะดำรงชีีวิติและรัับการรัักษาได้้อย่่างไร?”จากการศึึกษาวิิจััยด้้านภััยพิิบััติิพบว่่า ที่่�ผ่่านมางานวิิจััยส่่วนใหญ่่เป็็นการศึึกษา เชิิงปริิมาณ และมุ่่งเน้้นในระดัับมหภาค (macro level) อย่่างไรก็็ตาม โดยนิิยามของคำว่่า “ภััยพิิบััติิ” หนึ่่�งในความหมายสำคััญคืือ ภาวะที่่�สัังคมถููกชะงัักงััน (social disruption) สภาวะที่่�กิิจกรรมในชีีวิิตประจำวัันไม่่สามารถดำเนิินไปตามปกติิได้้อีีกต่่อไปตััวอย่่างเช่่น ในช่่วงการระบาดของโควิิด-19 หน้้ากากอนามััยที่่�เคยหาซื้้�อได้้ทั่่�วไป ในราคาปกติิกลัับกลายเป็็นสิินค้้าที่่�ขาดแคลนและมีีราคาสููงขึ้้�นอย่่างมาก ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นถึึง “ภาวะชะงัักงััน” ที่่�เป็็นลัักษณะหนึ่่�งของภััยพิิบััติิอย่่างไรก็ต็าม การศึึกษาด้้านภััยพิบัิัติิในประเทศไทยยัังมีีจำนวนจำกััด โดยส่่วนใหญ่่ให้้ความสนใจในประเด็็นความขััดแย้้งทางสัังคมหรืือการเมืืองมากกว่่าเรื่่�องภััยพิบัิัติิทางธรรมชาติิหรืือมนุุษย์์สร้้างขึ้้�น และยิ่่�งในประเด็็นที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับแรงงานข้้ามชาติิ ก็็ยิ่่�งพบว่่ามีีผู้้ให้้ ความสนใจศึึกษาในมิิติินี้้�น้้อยมากอีีกประเด็็นหนึ่่�งที่่�อาจารย์์ให้้ความสนใจคืือ การศึึกษาว่่า “ใครคืือกลุ่มคนที่่�เ่ข้้าไม่ถึึ่งกลไกการฟื้้�นฟููหลัังเกิิดภััยพิิบััติิ” เมื่่�อมีีการดำเนิินโครงการหรืือโปรแกรมฟื้้�นฟููในพื้้�นที่่� โดยอาจารย์์ได้้ทำการทบทวนและศึึกษาประเด็็นนี้้�อย่่างละเอีียดจากการศึึกษา พบว่่า ชาวอาเจะห์ส่์ ่วนใหญ่่ไม่รู้้จั่ ักคำว่่า “สึึนามิิ” มาก่่อน เหตุุการณ์์ในวัันนั้้�น เมื่่�อชาวบ้้านเห็็นน้้ำทะเลหนุุนสููงขึ้้�น ก็็เรีียกว่่า “น้้ำหนุุน” หรืือ “น้้ำสููง” โดยไม่่มีีความรู้้สึึกถึึงอัันตรายแต่่อย่่างใด ทั้้�งที่่�แท้้จริิงแล้้ว คำว่่า สึึนามิิ มาจากภาษาญี่่�ปุ่่น โดยคำว่่า \"สึึ\" หมายถึึง “ท่่าเรืือ” และ \"นามิิ\" หมายถึึง “คลื่่�น”อย่่างไรก็ต็าม ในภาษาท้้องถิ่่�นของอาเจะห์มีี์ คำที่่�ใกล้้เคีียงคืือ “อีีเบอนะ” ซึ่่�งหมายถึึง “น้้ำที่่�เป็็นคลื่่�นเหมืือนกำแพง” ชาวบ้้านรู้้จัักคำนี้้�ดีี แต่่จากการสััมภาษณ์์พบว่่า คนในพื้้�นที่่� ไม่่ได้้มองว่่า “อีีเบอนะ” เป็็นสิ่่�งอัันตราย เพราะตามความเชื่่�อทางศาสนา หากอ่่านโองการ154


จากอััลกุุรอาน น้้ำลัักษณะนี้้�ก็็จะสงบลงได้้ ด้้วยเหตุุนี้้�ความเข้้าใจเรื่่�อง “อีีเบอนะ” ในฐานะภััยพิิบััติิที่่�อัันตรายจึึงไม่่ค่่อยเกิิดขึ้้�น โดยเฉพาะในเขตเมืืองของอาเจะห์์ ซึ่่�งมีีประชากร หลากหลายและมีีวััฒนธรรมความรู้้ที่่�แตกต่่างกัันเมื่่�ออาจารย์์ได้้สััมภาษณ์์ ภรรยาและมารดาของผู้้รอดชีีวิิต พบว่่าหลายคนตอบ ตรงกัันว่่า “ไม่่ได้รีี้บหนีี เพราะรอให้ส้ามีีหรืือบิิดากลัับมา เพื่่�อจะได้้หนีีไปด้้วยกััน” ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นถึึง สายสััมพัันธ์์ในครอบครััวและความผููกพัันทางอารมณ์์ที่่�เข้้มแข็็งในสัังคมท้้องถิ่่�น แต่่ในขณะเดีียวกััน ความผููกพัันนี้้�เองก็็กลายเป็็นหนึ่่�งในปััจจััยที่่�ทำให้้ หลายครอบครััวต้้องสููญเสีียสมาชิิกทั้้�งหมดนอกจากนี้้� ชาวประมงพื้้�นถิ่่�นในอาเจะห์์ ยัังเล่่าว่่า ตนเคยได้้ยิินเรื่่�องเล่่าพื้้�นบ้้าน เกี่่�ยวกัับสึึนามิิถ่่ายทอดสืืบต่่อกัันมาจากรุ่่นปู่่ย่่าตายายว่่า“ลููกเอ๋๋ย หากเห็็นแผ่่นดิินไหวอย่่างรุุนแรงจนเกิิดรอยแตก และมีีน้้ำพุ่ง่ขึ้้�นจากพื้้�นดิิน ให้้รีีบวิ่่�งหนีีขึ้้�นที่่�สููงโดยเร็็ว”คำสอนเช่่นนี้้�ถืือเป็็นภููมิิปััญญาท้้องถิ่่�นที่่�สืืบทอดกัันมารุ่่นต่่อรุ่่น ผ่่านนิิทานและ เรื่่�องเล่่าภายในชุุมชน แต่่เมื่่�อเวลาผ่่านไปความรู้้เหล่่านี้้�กลัับไม่่ได้้รัับการบรรจุุไว้้ในหลัักสููตรการศึึกษาแบบสมััยใหม่่ ทำให้้คนรุ่นให่ม่่จำนวนมากไม่รู้้จั่ ักหรืือไม่ต่ระหนัักถึึงสััญญาณเตืือนภััยตามภููมิิปััญญาท้้องถิ่่�นดัังกล่่าวอีีกกรณีีศึึกษาหนึ่่�ง คืือเรื่่�องของชายชาวประมงผู้้หนึ่่�งในจัังหวััดอาเจะห์์ ซึ่่�งได้้รัับ บาดเจ็็บสาหััสจากเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นต่่อเนื่่�องหลายครั้้�งในชีีวิิตชายผู้้นี้้�เติิบโตขึ้้�นในช่่วงที่่�พื้้�นที่่�ยัังคงเผชิิญกัับ ความขััดแย้้งทางการเมืืองและ ความรุุนแรงระหว่่างฝ่่ายรััฐกัับกลุ่่ม GAM (Gerakan Aceh Merdeka) โดยปกติิในช่่วง เวลานั้้�น เยาวชนในหมู่่บ้้านจำนวนมากมัักหนีีออกจากพื้้�นที่่� เพราะหากอยู่่ต่่อก็็อาจถููกสงสััยจากทั้้�งสองฝ่่าย ทำให้้การหนีีออกจากหมู่่บ้้านกลายเป็็นวิิธีีเดีียวที่่�จะหลีีกเลี่่�ยงความเสี่่�ยง แต่ส่ ำหรัับชายคนนี้้� เขาไม่่ได้้หนีีออกจากหมู่่บ้้านและไม่่ได้รั้ับโอกาสทางการศึึกษา จึึงประกอบอาชีีพประมงอยู่่ในพื้้�นที่่�ต่่อมาเขาได้้เรีียนรู้้การทำระเบิิดจากกลุ่่ม GAM โดยใช้้ดิินระเบิิดไดนาไมต์์ที่่�เก็็บได้้จากกระสุุนในทะเล ขณะทดลองทำระเบิิดครั้้�งแรกได้้เกิิดอุุบััติิเหตุุขึ้้�น ทำให้้เขาสููญเสีียดวงตาข้้างขวา155


ภายหลัังจากนั้้�น เหตุุการณ์์สึึนามิิได้้พััดบ้้านของเขาพัังเสีียหายทั้้�งหมด และลููกชายของเขาเสีียชีีวิิตถึึงสองคน พร้้อมกัันนั้้�น สภาพทะเลก็็เปลี่่�ยนแปลงไปอย่่างสิ้้�นเชิิง พื้้�นทะเลเต็็มไปด้้วยซากสิ่่�งปลููกสร้้างและสิ่่�งปฏิิกููลจำนวนมาก ส่่งผลให้้ไม่่สามารถออกเรืือหาปลาได้้ตามปกติิ เพราะเศษวัสดุุัเหล่่านี้้�ติิดแหจนขาดบ่่อยครั้้�ง ทำให้้เขาไม่ส่ามารถทำมาหากิินได้้เช่่นเดิิมด้้วยความจำเป็็นทางเศรษฐกิิจ เขาจึึงหัันกลัับไปทำระเบิิดจากดิินไดนาไมต์์อีีกครั้้�ง แต่่เกิิดอุุบััติิเหตุุขึ้้�นอีีกครั้้�งหนึ่่�ง ส่่งผลให้้เขาตาบอดอีีกข้้างหนึ่่�งและเสีียมืือขวาไปด้้วยเรื่่�องราวของชายชาวประมงคนนี้้�สะท้้อนให้้เห็็นถึึง วงจรของความเปราะบางและความสููญเสีีย ที่่�เกิิดจากทั้้�งความขััดแย้้งทางการเมืืองและภััยพิบัิัติิทางธรรมชาติิ ซึ่่�งซ้้ำเติิมกัันอย่่างหลีีกเลี่่�ยงไม่่ได้้ในพื้้�นที่่�อาเจะห์์หลัังจากอาเจะห์์ได้้ลงนามในบัันทึึกข้้อตกลงกระบวนการสัันติิภาพ (MOU) โรงพยาบาลและหน่่วยงานสาธารณสุุขได้รั้ับงบประมาณเพื่่�อดููแลผู้ไ้ด้รั้ับผลกระทบ แต่่ในกรณีีของชายผู้้นี้้� การเข้้าถึึงบริิการยัังคงเป็็นปััญหาใหญ่่ เพราะบ้้านของเขาอยู่่ห่่างไกลจากตััวเมืือง แม้้จะมีีเครื่่�องใช้้ไฟฟ้้า เช่่น ตู้้เย็็นและหลอดไฟ แต่่กลัับไม่่มีีไฟฟ้้าใช้้งาน เช่่นเดีียวกัับที่่�มีีท่่อประปาแต่่ไม่่มีีน้้ำใช้้ ภรรยาของเขาเคยทำอาชีีพสานตะกร้้า แต่่รายได้้ไม่่เพีียงพอ ขณะที่่�ลููกชายคนที่่�เหลืืออยู่่มีีพฤติิกรรมก้้าวร้้าว และไม่่มีีเครืือญาติิคอยช่่วยเหลืือ เนื่่�องจากญาติิส่่วนใหญ่่เสีียชีีวิิตจากเหตุุการณ์์สึึนามิิ หรืือมีีฐานะยากจนเช่่นเดีียวกัันแม้้จะมีีระบบการศึึกษาและบริิการสาธารณสุุขที่่�ดีีขึ้้�นหลัังสัันติิภาพ แต่่เขาและครอบครััวยัังคงไม่่สามารถเข้้าถึึงการรัักษาพยาบาลได้้ เนื่่�องจากข้้อจำกััดทางเศรษฐกิิจและการคมนาคม ซึ่่�งเป็็นลัักษณะเดีียวกัับหลายกรณีีในสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทยนอกจากนี้้� อาจารย์์ยัังได้้ศึึกษาเกี่่�ยวกัับผลกระทบทางจิิตใจของเด็็กและเยาวชน หลัังเหตุุการณ์์สึึนามิิ โดยพบว่่า แม้้เด็็กเล็็กอาจดููเหมืือนไม่่จดจำเหตุุการณ์์ได้้ แต่่จาก การสััมภาษณ์์ผู้ปกครองพบ ้ ว่่า เมื่่�อเกิิดแผ่่นดิินไหวเด็็กบางคนจะมีีอาการ ร้้องไห้้ ตััวแข็็ง หรืือตกใจกลััวอย่่างรุุนแรงในการเก็็บข้้อมููล อาจารย์์ได้้ให้้เด็็ก ๆ วาดภาพแทนการสััมภาษณ์์ เพื่่�อสะท้้อน ความทรงจำและอารมณ์์ภายใน เด็็กหญิิงคนหนึ่่�งซึ่่�งปััจจุุบัันเติิบโตขึ้้�น เล่่าว่่า ตอนอายุุ 3 ขวบ ขณะเกิิดเหตุุการณ์์มีีชายกลุ่่มหนึ่่�ง (กลุ่่มแบ่่งแยกดิินแดน) มาข่่มขู่่เรีียกเงิินจากพ่่อของเธอ พ่่อจึึงบอกลููกสาวว่่า156


“ถ้้าพ่่อตายในวัันนี้้� ลููกต้้องแก้้แค้้นให้้พ่่อนะ”เหตุุการณ์์นี้้�สะท้้อนว่่า แม้้ในวััยเพีียง 3 ขวบ เด็็กก็็สามารถจดจำความรุุนแรงและคำพููดของผู้ให้ ญ่่ได้้อย่่างฝัังใจ เมื่่�อเติิบโตขึ้้�นเด็็กหญิิงคนนี้้�กล่่าวว่่า เธอไม่รู้้่ จะ “แก้้แค้้น” ใครได้้ เพราะคนที่่�มาขอเงิินในวัันนั้้�นเป็็นญาติิของเธอเองอีีกกรณีีหนึ่่�ง เด็็กชายวััย 4 ขวบวาดภาพคลื่่�นสึึนามิิสีีดำและต้้นไม้้ ซึ่่�งสะท้้อนถึึง ความกลััวที่่�ยัังคงอยู่่ในจิติใจจนถึึงปััจจุุบััน และในบางโรงเรีียนของอาเจะห์์ พบว่่า เด็็กนัักเรีียนกว่่าครึ่่�งเสีียชีีวิิตจากเหตุุการณ์์สึึนามิิ เหลืือเพีียงจำนวนน้้อยมากที่่�รอดชีีวิิตและต้้องเติิบโตท่่ามกลางความสููญเสีียคำถามจากผู้้เข้้าร่่วมกลุ่่มเยาวชนในหมู่่บ้้านที่่�อาเจะห์์ ทำไมพวกเขาต้้องหนีีออกจากหมู่่บ้้าน?อาจารย์์อลิิสา:เยาวชนมัักหนีีออกจากหมู่่บ้้านเพราะ หากไม่่หนีีอาจถููกสงสััยจากฝ่่ายใดฝ่่ายหนึ่่�ง ในช่่วงความขััดแย้้ง ก่่อนหน้้านี้้� เยาวชนในหมู่่บ้้านรู้้สึึกอึึดอััดและกดดัันอย่่างมาก หลัังจากมีีการลงนามบัันทึึกความเข้้าใจ (MOU) กลุ่่มเยาวชนในหมู่่บ้้านแห่่งหนึ่่�งจึึงสร้้างธงชาติิ ของตััวเองเต็็มหมู่่บ้้าน เพื่่�อแสดงตััวตนและความเป็็นอิิสระ อาจารย์์ยัังได้้แสดงภาพหมู่่บ้้านดัังกล่่าวให้้ดููด้้วยอาจารย์์ยัังโชว์์ภาพของหมู่่บ้้านที่่�มีีกลุ่่มผู้้หญิิงซึ่่�งสามีีเป็็นนัักรบเรีียกว่่า เอนุุงบาเล่่ และมีีเด็็กบางคนถููกจัับและซ้้อมทรมานโดยทหารอิินโดนีีเซีีย เรีียกว่่า รููเมาะห์์กอดองคำถามจากผู้้เข้้าร่่วมความรุุนแรงระหว่่างจัังหวััดชายแดนใต้้ของประเทศไทยกัับอาเจะห์์ที่่�ไหนรุุนแรงกว่่ากััน?อาจารย์์อลิิสา:เรื่่�องนี้้�ขึ้้�นอยู่่กัับบริิบท ตััวอย่่างเช่่น หมู่่บ้้านปรีีกีีในจัังหวััดอาเจะห์์ มีีผู้้เสีียชีีวิิตจากสึึนามิิประมาณ 500 คน แต่่คนในพื้้�นที่่�มองว่่า “นิิดเดีียว” เมื่่�อเทีียบกัับหนึ่่�งแสนคนที่่� เสีียชีีวิิตในบัันดาอาเจะห์์ เขาระบุุว่่า สึึนามิิไม่่เท่่ากัับความรุุนแรงที่่�เกิิดขึ้้�นในช่่วง 29 ปีี ของความขััดแย้้ง เพราะช่่วงนั้้�นชีีวิิตประจำวัันถููกจำกััดและไม่่สามารถดำเนิินไปอย่่างปกติิ157


ดัังนั้้�น การประเมิินความรุุนแรงไม่่ควรวััดเพีียงจากจำนวนผู้เ้สีียชีีวิติ แต่ต้่ ้องพิิจารณาที่่�ความหมายและผลกระทบของความรุุนแรงนั้้�น ๆปััจจุุบัันกลุ่ม่นัักรบเดิิมแตกออกเป็็นสามพรรคการเมืือง จากที่่�เคยมีีเพีียงพรรคเดีียว และแม้้การเลืือกตั้้�งจะมีีความรุุนแรงบางส่่วน เช่่น การยิิงถล่่ม แต่่สถานการณ์์โดยรวม เริ่่�มคลี่่�คลายลง อย่่างไรก็็ตาม งบประมาณเยีียวยาผู้้ได้้รัับผลกระทบยัังคงกระจุุกตััวอยู่่ที่่� กลุ่่มแบ่่งแยกดิินแดน ทำให้้ชาวบ้้านทั่่�วไปยัังไม่่สามารถเข้้าถึึงความช่่วยเหลืือได้้ผู้้หญิิงกัับความรุุนแรงในครอบครััว เปรีียบเทีียบกรณีีศึึกษาระหว่่างชายแดนใต้้ ประเทศไทยกัับเขตปกครองพิิเศษอาเจะห์์ ประเทศอิินโดนีีเซีียบรรยายโดย ดร.สาลาม๊๊ะ หลงสะเตีียะคณะมนุุษยศาสตร์์และสัังคมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีีความหลากหลายทางชาติิพัันธุ์์ของผู้้หญิิงในสัังคมอาเจะห์์และชายแดนใต้้กัับการรัับมืือความรุุนแรง การศึึกษาครั้้�งนี้้�มุ่่งทำความเข้้าใจบทบาทและสถานะของผู้้หญิิงมุุสลิิมในสัังคม อาเจะห์์ ซึ่่�งโดยทั่่�วไปถือืว่่ามีีบทบาททางสัังคมและสถานะในครอบครััวที่่�ค่่อนข้้างสููง งานวิจัิัยจึึงตั้้�งเป้้าที่่�จะนำเสนอภาพของผู้้หญิิงมุุสลิิมที่่�มีีบทบาทโดดเด่่นทั้้�งในพื้้�นที่่�สาธารณะและภายในครอบครััว โดยเลืือกลงพื้้�นที่่�อาเจะห์์เพื่่�อศึึกษาชีีวิติประจำวัันและพลวัตทั างสัังคมของผู้้หญิิงในหลายกลุ่่มชาติิพัันธุ์์นอกจากนี้้� การศึึกษาได้้เชื่่�อมโยงกัับประเด็็นความรุุนแรงในครอบครััวผ่่านการเก็็บข้้อมููลจากหน่่วยงานหนึ่่�งในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ของประเทศไทย ซึ่่�งมีีภารกิิจในการให้้คำปรึึกษาและช่่วยเหลืือเหยื่่�อความรุุนแรงในครอบครััว ข้้อมููลที่่�ได้้จากการวิิจััยแบ่่งออกเป็็นสองส่่วนสำคััญ ได้้แก่่ 1) ข้้อมููลจากเจ้้าหน้้าที่่�ผู้ปฏิิ ้ บััติิงานโดยตรง และ 2) ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกกัับผู้้หญิิงที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับประสบการณ์์ความรุุนแรงในครอบครััว ข้้อมููลทั้้�งสองส่่วนนี้้� นำมาประมวลเพื่่�อทำความเข้้าใจพลวััตของอำนาจ เพศ และความรุุนแรงในบริิบทสัังคม มุุสลิิมร่่วมสมััย158


ประเด็็นในการบรรยาย1. ความรุุนแรงในครอบครััว2. ผู้ห้ ญิิง สัังคมมุุสลิิมแบบอาเจะห์์ และปฏิิบััติิการในชีีวิติประจำวัันในพื้้�นที่่�ส่่วนตััว3. ความหลากหลายของผู้ห้ ญิิงในสัังคมอาเจะห์์กัับการรัับมืือความรุุนแรงในครอบครััวที่่�เลื่่�อนไหลในปััจจุุบััน4. ผู้ห้ ญิิงในสัังคมชายแดนใต้กั้ับความรุุนแรงในครอบครััว5. การปฏิิเสธการเลืือกปฏิิบััติิต่่อผู้ห้ ญิิงในฐานะเจตนารมณ์์หลัักของอิสิลามผู้้หญิิงมุุสลิิมอาเจะห์์ นอกจากจะมีีบทบาทในครอบครััวที่่�ค่่อนข้้างสููงแล้้ว พวกเธอยัังมีีบทบาททางสัังคมที่่�ได้รั้ับการยอมรัับอย่่างกว้้างขวาง โดยสัังคมอาเจะห์์ให้้ความสำคััญกัับความเท่่าเทีียมระหว่่างหญิิงชายและการเคารพศัักดิ์์�ศรีีความเป็็นมนุุษย์์ซึ่่�งกัันและกััน อีีกทั้้�งการที่่�อาเจะห์์เป็็นพื้้�นที่่�สงครามมาอย่่างยาวนาน ยัังส่่งผลให้้ผู้้หญิิงสามารถก้้าวเข้้าสู่่บทบาททางสัังคมและการทำงานสาธารณะได้้เทีียบเท่่ากัับผู้้ชายอย่่างไรก็็ตาม เมื่่�อมีีการลงพื้้�นที่่�ศึึกษา กลัับพบความจริิงที่่�สวนทางกัับภาพดัังกล่่าว กล่่าวคืือ พบสถิิติิและกรณีีของการใช้้ความรุุนแรงต่่อผู้้หญิิงจำนวนมาก บางกรณีีรุุนแรง ถึึงขั้้�นหมายเอาชีีวิิต ปรากฏการณ์์นี้้�นำไปสู่่การตั้้�งคำถามสำคััญว่่า เหตุุใดผู้้หญิิงที่่�มีีอำนาจและสถานะในพื้้�นที่่�สาธารณะจึึงยัังคงถููกกระทำความรุุนแรงในครอบครััวหรืือพื้้�นที่่�ส่่วนตััวจากการศึึกษาพบว่่า เงื่่�อนไขที่่�ทำให้้ผู้้หญิิงอาเจะห์์มีีอำนาจในพื้้�นที่่�สาธารณะนั้้�น มิิได้้คงที่่� หากแต่่มีีความผัันแปรขึ้้�นอยู่่กัับชาติิพัันธุ์์ที่่�แตกต่่างกััน โดยพบว่่า ผู้้หญิิงที่่�ตกเป็็นเหยื่่�อความรุุนแรงครอบคลุุมทั้้�งหมด 5 ชาติิพัันธุ์์ แม้้จะอยู่่ภายใต้้การนิิยามตนเองว่่าเป็็น “อาเจะห์์” ก็็ตาม ความแตกต่่างทางชาติิพัันธุ์์มีีผลโดยตรงต่่อสถานะและบทบาทของผู้้หญิิง เช่่น หากเป็็นชนเผ่่าอาเจะห์์แท้้ ผู้ห้ ญิิงมัักมีีอำนาจในครอบครััวและมีีสถานะเป็็นเจ้้าของบ้้าน ขณะที่่�ผู้้หญิิงจากชาติิพัันธุ์์อื่่�น เช่่น ดาโย ชวา มิินัังกาเบา อาเนาะยามูู รวมถึึงอาเจะห์์ใน เขตเมืืองและชนบท ตลอดจนผู้้หญิิงอาเจะห์์ปััตตานีี (ชาวสามจัังหวััดชายแดนใต้้ของไทย ที่่�ได้รั้ับสััญชาติิอิินโดนีีเซีีย) มัักเผชิิญกัับรููปแบบอำนาจในครอบครััวและสัังคมที่่�แตกต่่างออกไป ซึ่่�งบางกรณีีส่่งผลให้้พวกเธอตกอยู่่ในสภาวะเปราะบางและถููกใช้้ความรุุนแรงมากกว่่า159


การศึึกษาความรุุนแรงในครอบครััวสะท้้อนให้้เห็็นถึึงความซัับซ้้อนของประสบการณ์์ผู้้หญิิงที่่�ตกเป็็นเหยื่่�อ โดยบางกรณีีมีีความรุุนแรงรุุนแรงถึึงขั้้�นทำให้้เกิิดบาดแผลทางร่่างกาย ต้้องเข้้ารัับการรัักษาในโรงพยาบาล หรืือแม้้กระทั่่�งการถููกข่่มขืืนในครอบครััว ประสบการณ์์ดัังกล่่าวส่่งผลกระทบอย่่างลึึกซึ้้�งต่่อทั้้�งผู้้ถููกกระทำและผู้เ้ก็็บข้้อมููลภาคสนาม ซึ่่�งผู้้วิจัิัยเองได้้บัันทึึกถึึงความรู้้สึึกสะเทืือนใจจนถึึงขั้้�น “มืือสั่่�น” ระหว่่างการสััมภาษณ์์หนึ่่�งในปััจจััยเชิิงวััฒนธรรมที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อการเกิิดความรุุนแรงคืือวััฒนธรรม “มืือลัันเตา” ซึ่่�งหมายถึึงการออกไปทำงานนอกพื้้�นที่่� โดยมีีรากฐานมาจากโครงสร้้างสัังคมในอดีีตที่่�ผู้้ชายมัักไม่่มีีบ้้านเป็็นของตนเองและต้้องพำนัักใน บาลาเซาะห์์ (สถานที่่�ละหมาด) การจััดวางทางสัังคมเช่่นนี้้�ปลููกฝัังให้้ผู้้ชายไม่่ยึึดโยงกัับบ้้าน ขณะที่่�ผู้้หญิิงถููกคาดหวัังให้้เป็็นผู้้ดููแลภายในบ้้าน การอธิิบายอีีกแง่่มุุมหนึ่่�งเชื่่�อมโยงกัับความยากจนที่่�กดดัันให้้ผู้้ชายต้้อง ออกนอกบ้้านเพื่่�อหารายได้้ ในขณะที่่�ผู้้หญิิงต้้องจำกััดบทบาทอยู่่ในครััวเรืือนบริิบทดัังกล่่าวนำไปสู่่รููปแบบของการแต่่งงานที่่�มีีลัักษณะเฉพาะ ผู้ชายจำนวนห ้ นึ่่�ง มีีภรรยาในหลายพื้้�นที่่� หรืือเข้้าร่่วมพิธีีินิิกะห์์ แบบชั่่�วคราวซึ่่�งอาจมีีระยะเวลาเพีียงหนึ่่�งวััน การแต่่งงานลัักษณะนี้้�แม้้ไม่่ถููกเรีียกว่่า มุุตอะห์์ (ชื่่�อเรีียกของการแต่่งงานชั่่�วคราวแต่่ไม่่ได้้ เป็็นที่่�อนุุมััติิในศาสนาอิสิลาม) แต่ถูู่กมองว่่าเป็็นการแต่่งงานระยะสั้้�นที่่�ผู้ห้ ญิิงต้้องยิินยอม และถููกใช้้เป็็นกลไกทางวััฒนธรรมและศาสนาเพื่่�อหลีีกเลี่่�ยงการตกอยู่่ในบาปซีีนา (การผิิดประเวณีี) โดยเฉพาะในบริิบทสงครามที่่�ทำให้้ผู้คน้ ต้้องปรัับตััวต่่อเงื่่�อนไขชีีวิติที่่�ไม่่แน่่นอนการแต่่งงานข้้ามชาติิพัันธุ์์กัับความรุุนแรงในครอบครััวการแต่่งงานข้้ามชาติิพัันธุ์์ถืือเป็็นอีีกปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อการเกิิดความรุุนแรงในครอบครััว โดยเฉพาะเมื่่�อคู่่สมรสมีีพื้้�นฐานทางวััฒนธรรมและโครงสร้้างอำนาจในครอบครััวที่่�แตกต่่างกััน ตััวอย่่างเช่่น ผู้้หญิิงอาเจะห์์โดยกำเนิิดมัักมีีสถานะทางครอบครััวสููงและได้้รัับการยอมรัับว่่าเป็็น “เจ้้าของบ้้าน” ขณะที่่�ในกลุ่่มอาเจะห์์ดาโย กลัับพบโครงสร้้างแบบชายเป็็นใหญ่่ที่่�ผู้้หญิิงมัักไม่่มีีสถานะด้้านที่่�อยู่่อาศััยหรืือทรััพย์์สิินเงื่่�อนไขเหล่่านี้้�ก่่อให้้เกิิดความเปราะบางในความสััมพัันธ์์ข้้ามชาติิพัันธุ์์ หากผู้้หญิิงอาเจะห์์แต่่งงานกัับชายอาเจะห์์ดาโย ย่่อมเกิิดความขััดแย้้งระหว่่างวััฒนธรรมที่่�ให้้ผู้้หญิิง 160


มีีอำนาจในบ้้านกัับวััฒนธรรมที่่�ยืืนยัันความเป็็นใหญ่่ของผู้้ชาย ซึ่่�งในบางกรณีีได้้พััฒนาไปสู่่การใช้้ความรุุนแรงในครอบครััว ในทางตรงกัันข้้าม หากเป็็นคู่่สมรสที่่�มีีพื้้�นฐานวััฒนธรรม ใกล้้เคีียงกััน เช่่น ชายและหญิิงมินัิังกาเบา ซึ่่�งยึึดระบบแม่่เป็็นใหญ่่ ก็มั็ ักไม่่พบปััญหาความรุุนแรงในครอบครััวในลัักษณะเดีียวกัันการผสมผสานทางวััฒนธรรมที่่�แตกต่่าง โดยเฉพาะระหว่่างสัังคมที่่�ผู้้หญิิงมีีบทบาทสููงกัับสัังคมที่่�ผู้้ชายมีีอำนาจนำ จึึงสร้้างเงื่่�อนไขใหม่่ที่่�อาจนำไปสู่่ความรุุนแรงในครอบครััว โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งในกรณีีที่่�ทั้้�งสองฝ่่ายต่่างมีีลัักษณะ “เข้้มแข็็ง” ทางอำนาจ เช่่น ผู้้หญิิง อาเจะห์์ที่่�ถููกมองว่่ามีีความ “ดุุ” กัับผู้้ชายดาโยที่่�ขึ้้�นชื่่�อว่่ามีีความ “ดุุ” เช่่นกััน ผลลััพธ์์คืือการปะทะเชิิงอำนาจซึ่่�งมัักลงเอยด้้วยการใช้้ความรุุนแรงต่่อผู้้หญิิงการตีีความหลัักการศาสนาและความรุุนแรงในครอบครััวการตีีความหลัักการศาสนามีีผลโดยตรงต่่อการรัับมืือความรุุนแรงในครอบครััว ตััวอย่่างเช่่น กรณีีผู้ห้ ญิิงอาเจะห์์ซึ่่�งเป็็นอาจารย์์มหาวิทิยาลััยและมีีความมั่่�นคงทางอาชีีพ ยอมให้ส้ามีีทำร้้ายร่่างกายต่่อเนื่่�องเป็็นเวลานานถึึงสามชั่่�วโมง เธออธิิบายว่่า ความรุุนแรงดัังกล่่าวเป็็นความผิิดของสามีีส่่วนเธอมีีหน้้าที่่�เพีียงอดทน แม้้จะได้รั้ับบาดเจ็็บกระดููกร้้าวและปััญหาสุุขภาพก็ต็ามในบริิบทของการแต่่งงานข้้ามชาติิพัันธุ์์ เช่่น ระหว่่างเผ่่ามิินัังกาเบาและอาเจะห์์ จะพบความแตกต่่างของโครงสร้้างอำนาจภายในครอบครััว วััฒนธรรมอาเจะห์์มีีลัักษณะ “แม่่เป็็นใหญ่่” ส่่งผลต่่อการปรัับเปลี่่�ยนกฎหมายเกี่่�ยวกัับมรดกและทรััพย์สิ์ ินตั้้�งแต่่ศตวรรษที่่� 17 เพื่่�อลดปััญหาความรุุนแรงในครอบครััว โดยให้้สิิทธิิการครอบครองบ้้านแก่่ลููกสาว ซึ่่�งเป็็นการปรัับเปลี่่�ยนตามวััฒนธรรมดั้้�งเดิิม ไม่่ได้้มาจากกฎหมายอิิสลามในขณะเดีียวกััน วััฒนธรรมดั้้�งเดิิมของชนเผ่่ามินัิังกาเบาหรืืออาเนาะยามููซึ่่�งเพิ่่�งเปลี่่�ยนมานัับถือศาืสนาอิสิลามนั้้�นก็มีีลั็ ักษณะ “แม่่เป็็นใหญ่่” เช่่นกััน และได้้ปรัับเปลี่่�ยนมรดกจากลููกชายไปสู่่ลููกสาวตามวััฒนธรรมดั้้�งเดิิม ผสมผสานกัับกฎหมายอิสิลามที่่�ใช้้ในท้้องถิ่่�น อย่่างไรก็ต็าม กฎหมายอิสิลามในอาเจะห์์ไม่่ได้ยึึ้ดตามมัซฮัฟซัาฟีอีี แต่มีีอิ่ทธิิพลของแนวคิิดซูฟีูีและประเพณีีท้้องถิ่่�น ทั้้�งหมดนี้้�เป็็นปััจจััยหนึ่่�งที่่�สะท้้อนความซัับซ้้อนของความรุุนแรงในครอบครััวและการตีีความหลัักศาสนาในบริิบททางวััฒนธรรมเฉพาะพื้้�นที่่�161


ความรุุนแรงในครอบครััวของอาเจะห์์: กรณีีศึึกษาต่่างๆ1. ผู้นำศาสนาและความ ้ รุุนแรงในครอบครััวแม้้ว่่าผู้้นำศาสนาจะอธิิบายหลัักธรรมตามคำสอนของศาสนาในพื้้�นที่่�สาธารณะ แต่่ในพื้้�นที่่�ส่่วนตััวกลัับปรากฏพฤติิกรรมความรุุนแรงต่่อภรรยา ตััวอย่่างเช่่น มีีกรณีีผู้้นำศาสนาล่่ามภรรยาและเฆี่่�ยนตีีภรรยาเพื่่�อระบายความเครีียดหรืือความอึึดอััด อีีกกรณีีหนึ่่�ง ผู้้นำศาสนานำลููกเลี้้�ยงมาเป็็นภรรยาอยู่่ร่่วมกัันเป็็นเวลา 4–5 ปีี จนถููกดำเนิินคดีีและจำคุุก 15 ปีี กรณีีเหล่่านี้้�สะท้้อนให้้เห็็นความย้้อนแย้้งระหว่่างอำนาจในพื้้�นที่่�สาธารณะและ ความรุุนแรงในพื้้�นที่่�ส่่วนตััว ทั้้�งนี้้� ความรุุนแรงดัังกล่่าวมิิได้้เกิิดจากหลัักศาสนาโดยตรง แต่่เป็็นผลจากการตีีความในบริิบทส่่วนตััวของแต่่ละบุุคคล2. ความรุุนแรงทางร่่างกายเพื่่�อควบคุุมภรรยาผู้ชายบางรายใ ้ ช้้ความรุุนแรงทางร่่างกายกัับภรรยาเพื่่�อควบคุุมและสร้้างอำนาจเหนืือผู้ห้ ญิิง ซึ่่�งสััมพัันธ์กั์ ับสภาวะที่่�ผู้ชาย ้ ตกอยู่่ในความไร้้อำนาจทั้้�งทางสัังคมและเศรษฐกิิจ รููปแบบความรุุนแรงในอาเจะห์์อาจรุุนแรงกว่่าที่่�พบในบริิบทอื่่�น เนื่่�องจากอาเจะห์์เป็็นพื้้�นที่่�สงคราม โดยทั้้�งชายและหญิิงต่่างใช้้ความรุุนแรงเป็็นกลไกในการอยู่่รอด ผู้ชาย ้ ถููกมองว่่าเป็็นนัักรบ ขณะที่่�ผู้ห้ ญิิงก็มีี็บทบาทเป็็นคอมมานโด ดัังนั้้�น เจ้้าหน้้าที่่�รััฐอิินโดนีีเซีียมัักระมััดระวัังและไม่่ไว้้วางใจผู้ห้ ญิิงหรืือผู้ชายอาเจะ ้ ห์์ ซึ่่�งหมายความว่่าหากผู้ห้ ญิิงขอความช่่วยเหลืือ ต้้องได้รั้ับการตอบสนองอย่่างเร่่งด่่วนเพื่่�อป้้องกัันความเสี่่�ยงจากความรุุนแรงในครอบครััวหรืือจากคู่่สมรส3. วััฒนธรรม Merantau และการแต่่งงานชั่่�วคราววััฒนธรรม Merantau หรืือการออกไปทำงานนอกพื้้�นที่่� เปิิดโอกาสให้้ผู้ชายอาเจะ ้ ห์์และมิินัังกาเบาแต่่งงานชั่่�วคราวกัับผู้้หญิิงในพื้้�นที่่�ต่่าง ๆ และได้้รัับที่่�พัักอาศััยโดยไม่่เสีีย ค่่าใช้้จ่่าย จากการสััมภาษณ์์ ผู้้ชายบางคนมีีภรรยามากถึึง 4–15 คนในพื้้�นที่่�เดีียวกััน โดยบางรายระบุุว่่าเป็็นผลจากปััญหาทางเศรษฐกิิจและฐานะความยากจน4. กรณีีสามีีข่่มขืืนลููกมีีรายงานกรณีีผู้้นำศาสนาแต่่งงานกัับลููกเลี้้�ยง และเกิิดความรุุนแรงทางเพศ เช่่นเดีียวกัับกรณีีหนึ่่�งที่่�คนจากปััตตานีีที่่�ไปตั้้�งรกรากที่่�นั่่�น ผู้้ชายข่่มขืืนลููกชายของตนเอง โดยภรรยาผู้้เกี่่�ยวข้้องใช้้เหตุุผลทางศาสนาเพื่่�อแจ้้งความคดีีติิดยาเสพติิดของสามีี เพื่่�อสร้้างความชอบธรรมและสามารถแต่่งงานใหม่่ได้้162


5. สามีีอยู่่กัับลููกสาวในฐานะสามีี–ภรรยาในกรณีีบางราย ผู้ห้ ญิิงถููกบัังคัับให้้ยอมรัับสถานการณ์ดั์ ังกล่่าว เนื่่�องจากเงื่่�อนไขทางเศรษฐกิิจและฐานะที่่�ยากจน ทำให้้ไม่่สามารถปฏิิเสธได้้6. ความรุุนแรงจากการกระทำเล็็กน้้อยในชีีวิิตประจำวัันตััวอย่่างเช่่น การทำร้้ายร่่างกายเนื่่�องจากวางแก้้วไม่่ตรงมืือ แสดงถึึงความแตกต่่างของวััฒนธรรมระหว่่างอาเจะห์์ในเมืืองและชนบท ผู้ชายคาดห ้ วัังให้้ภรรยาปรนนิบัิัติิอย่่างครบถ้้วน เช่่น การกิินอาหารเช้้าต้้องพร้้อมกัับสามีี หากภรรยาวางแก้้วผิิดหรืือขาดความระมััดระวััง จนแก้้วตก สามีีอาจตอบโต้้ด้้วยความรุุนแรง7. การรัักษาสถานะภรรยาแบบไร้้สามีีในครอบครััวในวััฒนธรรมมินัิังกาเบา มีีการจััดการแต่่งงานกัับผู้ชาย ้ พิิการเพื่่�อให้ลูู้กสาวรัับผิิดชอบญาติิผู้ชายที่่� ้ ป่่วย หากแม่่ไม่ส่ามารถดููแลได้้ นัับเป็็นวััฒนธรรมท้้องถิ่่�นเฉพาะพื้้�นที่่� การแต่่งงานลัักษณะนี้้� ไม่่ได้้มุ่่งเน้้นความเป็็นสามีีภรรยาในความหมายทั่่�วไป แต่่เป็็นการรัับรองว่่าญาติิผู้้ชายจะมีีคนดููแลอย่่างถููกต้้องตามขนบ8. สถานะภรรยาแบบไร้้สามีีในวััฒนธรรมมินัิังกาเบา หากสามีีไม่ส่ามารถเลี้้�ยงดููภรรยาได้้ ผู้ห้ ญิิงสามารถหย่่าและแต่่งงานใหม่่ได้้ หรืือหากไม่ส่ามารถแต่่งงานใหม่่ จะรัักษาสถานะโสดและดำเนิินชีีวิติอย่่างปกติิ9. ผู้้หญิิงเป็็นแหล่่งรายได้้หลัักและปััญหาการควบคุุมมีีกรณีีอาจารย์์มหาวิทิยาลััยในอาเจะห์์ซึ่่�งเป็็นผู้้มีีรายได้้หลััก ผู้ชายไ ้ ม่ท่ ำงาน ภรรยาเป็็นผู้้สนัับสนุุนทางการเงิินทั้้�งหมด แต่่เธอต้้องปฏิิบััติิตามข้้อจำกััด เช่่น เฝ้้าสามีีดููทีีวีีกิินข้้าวพร้้อมสามีี และไม่่สามารถเข้้านอนก่่อนสามีี หากไม่่ปฏิิบััติิตาม อาจถููกทำร้้ายร่่างกาย10. สามีีติิดยาเสพติิดและการใช้้ความรุุนแรงในบางกรณีี ผู้ชายติิดยาเ ้ สพติิด ใช้้ความรุุนแรงทั้้�งต่่อภรรยาและลููก รวมถึึงการข่่มขืืนลููกสาว ผู้้หญิิงบางรายยอมให้้อภััยเพื่่�อรัักษาผลประโยชน์์ทางเศรษฐกิิจและความอยู่่รอด ของครอบครััว163


ผู้้หญิิง สัังคมมุุสลิิมแบบอาเจะห์์ และการปฏิิบััติิตััวในชีีวิิตประจำวัันบทบาทและหน้้าที่่�ของผู้ห้ ญิิงในฐานะภรรยาและมารดาแตกต่่างกัันไปตามชาติิพัันธุ์์ในสัังคมอาเจะห์์ การปฏิิบััติิตััวในชีีวิิตประจำวัันหรืือพื้้�นที่่�ส่่วนตััวสะท้้อนความหลากหลายทางวััฒนธรรม ตััวอย่่างเช่่น ในวััฒนธรรมดาโย หน้้าที่่�ในการเลี้้�ยงดููเด็็กถือเื ป็็นความรัับผิิดชอบหลัักของผู้้หญิิง แต่่หากเกิิดการหย่่าร้้าง ลููกจะตกเป็็นความรัับผิิดชอบของสามีีดัังนั้้�นผู้้หญิิงไม่่สามารถทิ้้�งลููกได้้โดยไม่่ถููกมองว่่าละเมิิดบทบาทแม่่ในบริิบทนี้้� ผู้ห้ ญิิงบางส่่วนยอมอดทนต่่อความรุุนแรงของสามีีเพื่่�อเลี้้�ยงดูลููก สะท้้อนให้้เห็็นความคาดหวัังทางสัังคมและความสััมพัันธ์์ระหว่่างเพศหนึ่่�งในภาพแทนของผู้ห้ ญิิงอาเจะห์คืื์อสถานะ “เจ้้าของบ้้าน” แม้ว่้่าปััจจุุบัันบางกรณีีภรรยาจะสร้้างหรืือเช่่าบ้้าน แต่่ชื่่�อบ้้านอาจจดทะเบีียนในชื่่�อสามีีเพื่่�อรัักษาภาพลัักษณ์์ของครอบครััวย้้อนกลัับไปในศตวรรษที่่� 17 การปรัับเปลี่่�ยนกฎหมายและนโยบายของรััฐได้้ให้้ ผู้้หญิิงมีีสถานะเป็็นเจ้้าของบ้้านในครอบครััวมากขึ้้�น เนื่่�องจากช่่วงนั้้�นความรุุนแรงในครอบครััวมีีสููง การปรัับโยกบ้้านและทรััพย์สิ์ ินให้้ผู้ห้ ญิิงถือครอง ืสร้้างความมั่่�นคงและอำนาจทางเศรษฐกิิจแก่่ผู้้หญิิง ทั้้�งนี้้� มรดกและทรััพย์์สิินของผู้้หญิิงยัังคงได้้รัับการคงไว้้ตามเดิิมสิ่่�งเหล่่านี้้�สะท้้อนว่่า ผู้้หญิิงบางพื้้�นที่่�ในอาเจะห์์มีีอำนาจทางเศรษฐกิิจ หากไม่่มีีทรััพย์สิ์ ินเป็็นของตนเอง ผู้ห้ ญิิงอาจต้้องเช่่าบ้้าน หากไม่่มีีต้้องจััดหาเงิินเพื่่�อเช่่าที่่�อยู่่อาศััย ให้้กัับผู้้ชายวััฒนธรรมครอบครััวกัับบทบาทผู้้หญิิงในอาเจะห์์: เขตเมืืองและชนบทการให้้ความหมายต่่อความเป็็นผู้้หญิิงในสัังคมอาเจะห์์สะท้้อนผ่่านบทบาทและ หน้้าที่่�ที่่�แตกต่่างกัันในเขตเมืืองและชนบท ในชนบท ผู้้หญิิงมัักต้้องรอให้้สามีีและลููกชาย รัับประทานอาหารก่่อนจึึงจะได้้กิินเอง ซึ่่�งเป็็นการสะท้้อนลำดัับขั้้�นทางสัังคมและวััฒนธรรมที่่�ยัังคงยึึดผู้้ชายเป็็นศููนย์์กลาง ขณะที่่�ในเขตเมืือง เช่่น Aceh Besar พบความเท่่าเทีียม ทางเพศสููงขึ้้�น การแบ่่งหน้้าที่่�กัันเป็็นระบบ (Kerja sama) และผู้้หญิิงมีีบทบาทและอำนาจในครอบครััวมากกว่่าผู้้ชาย164


การตีีความหลัักศาสนาในฐานะภรรยามัักถููกนำมาอธิิบายเพื่่�อให้้ผู้้หญิิงอดทน ต่่อความรุุนแรงของสามีี เช่่น การอ้้างแนวคิิด “ภรรยาฟิิรอููน” ซึ่่�งเน้้นบทบาทของภรรยา ที่่�ต้้องทำหน้้าที่่�ของตนเองให้ดีี้ ที่่�สุุด แม้ต้้ ้องเผชิิญความรุุนแรงทางร่่างกายต่่อเนื่่�องหลายชั่่�วโมง ชุุดการตีีความนี้้มีี�ความหลากหลายสููง และบางกรณีีผู้ห้ ญิิงต้้องอดทนต่่อความรุุนแรงทั้้�งที่่�สามีีมีีความผิิดชััดเจนการแต่่งงานลัับหรืือการแต่่งงานชั่่�วคราวถืือเป็็นช่่องทางหนึ่่�งในการยกระดัับฐานะทางเศรษฐกิิจ และสะท้้อนอิิทธิิพลจากวััฒนธรรมหลากหลายพื้้�นที่่� ความหลากหลายนี้้�ยัังปรากฏในการตีีความบทบาทผู้้หญิิงในอาเจะห์์ ผู้้หญิิงสามารถเลืือกบทบาทเป็็นภรรยาและมารดาตามความจำเป็็นส่่วนตััว แม้ว่้่าบางกรณีีจะเป็็นผู้ห้ ญิิงจากชาติิพัันธุ์์อื่่�น แต่่ยอมรัับตนเองว่่าเป็็นอาเจะห์์เพื่่�อรัักษาสิิทธิ์์�ในการถืือครองบ้้านขอบเขตของการตีีความความเป็็นผู้ห้ ญิิงจึึงมีีความลื่่�นไหล ตััวอย่่างเช่่น ตามหลัักการอิิสลามทั่่�วไป การจ่่ายนััฟเกาะห์์ (ค่่าเลี้้�ยงดูู) หากสามีีไม่่จ่่าย ผู้้หญิิงสามารถฟ้้องหย่่าและ ไม่่จำเป็็นต้้องดููแลลููกได้้ แต่่ในกรณีีที่่�ตีีความแบบ “ภรรยาฟิิรอููน” ผู้้หญิิงต้้องยอมให้้สามีีใช้้เงิินของตนจ่่ายค่่าอุุลวะห์์และสนัับสนุุนความสััมพัันธ์กั์ ับผู้ห้ ญิิงอื่่�น ขอเพีียงแค่ส่ามีีไม่ท่ ำร้้ายร่่างกาย หากถููกทำร้้ายก็็ต้้องอดทนต่่อเนื่่�องหลายชั่่�วโมงในชีีวิิตประจำวััน พบว่่าผู้้หญิิงมัักเป็็นผู้้ดููแลสามีีและครอบครััวในพื้้�นที่่�ส่่วนตััว แม้้ในพื้้�นที่่�สาธารณะผู้้ชายถููกมองว่่าเป็็นผู้้นำ แต่่ผู้้หญิิงเป็็นผู้้จ่่ายและจััดการทรััพยากรทั้้�งหมด บางกรณีีซื้้�อบ้้านและรถในชื่่�อสามีีเพื่่�อรัักษาภาพลัักษณ์์ทางสัังคม ซึ่่�งปรากฏใน ทั้้�งเผ่่าชวาและอาเจะห์์กรณีีรุุนแรง เช่่น ผู้ห้ ญิิงต้้องยอมเป็็นภรรยาคนที่่�สองของผู้นำศา ้ สนาที่่�ข่่มขืืนลููกเลี้้�ยง เกิิดจากฐานะทางเศรษฐกิิจและข้้อจำกััดด้้านแรงงานของผู้้หญิิงหรืือบุุตรที่่�พิิการ นอกจากนี้้� วััฒนธรรมดาโยอนุุญาตให้้ผู้้หญิิงที่่�หย่่าแล้้วทิ้้�งลููกให้้สามีีดููแลต่่อได้้อย่่างชอบธรรม ในพื้้�นที่่�อาเจะห์์ ผู้้ชายบางส่่วนก็็อาจตกเป็็นเหยื่่�อความรุุนแรงเช่่นกััน โดยเฉพาะในสัังคมที่่�แม่่ เป็็นใหญ่่ ผู้้หญิิงมีีฐานะและหากผู้้ชายเข้้ามาในบ้้านของผู้้หญิิงก็็อาจเกิิดความรุุนแรงได้้ง่่ายในบางกรณีีผู้้หญิิงแจ้้งความสามีีในฐานะพ่่อเนื่่�องจากความผิิดที่่�กระทำต่่อลููกโดยมีีเจตนาหวัังที่่�จะฟื้้�นฟููความสััมพัันธ์กั์ ับสามีีในฐานะภรรยา กล่่าวคืือ การแจ้้งความเกิิดขึ้้�นจากการกระทำความผิิดของสามีีที่่�ข่่มขืืนบุุตร แต่่ผู้ห้ ญิิงยัังคงมีีความประสงค์์ที่่�จะคืืนดีีกัับสามีีหลัังการดำเนิินคดีี165


ผู้้หญิิงในสัังคมชายแดนใต้้กัับความรุุนแรงในครอบครััวจากการศึึกษาในพื้้�นที่่�สามจัังหวััดชายแดนใต้้ โดยอิิงข้้อมููลจากเจ้้าหน้้าที่่�หน่่วยงานท้้องถิ่่�นและการสััมภาษณ์์เชิิงลึึก พบว่่า ปััญหาความรุุนแรงร้้ายแรงที่่�สุุดเกิิดขึ้้�นจนผู้้หญิิง บางคนตััดสิินใจออกจากศาสนาเพื่่�อใช้้สิิทธิิในการหย่่า ซึ่่�งการออกจากศาสนาไม่่ได้้สะท้้อนเจตนารมณ์์ของผู้ห้ ญิิงมุุสลิิมโดยตรง แต่่เกิิดจากความหมดความอดทนต่่อความรุุนแรงภายในครอบครััว ปััญหานี้้�สะท้้อนให้้เห็็นว่่าผู้้หญิิงในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ไม่่กล้้าอ้้างสิิทธิิในการหย่่า ตามหลัักศาสนาเพื่่�อต่่อรองความเท่่าเทีียมในฐานะภรรยาลัักษณะบางประการของความรุุนแรงคล้้ายกัับที่่�พบในอาเจะห์์ ได้้แก่่ ผู้้หญิิงเลี้้�ยงดููสามีีในพื้้�นที่่�ส่่วนตััวและยอมให้ส้ามีีใช้้ความรุุนแรงทางร่่างกายต่่อเธอและบุุตรเพื่่�อความอยู่่รอด ตััวอย่่างหนึ่่�งคืือกรณีีที่่�ผู้้หญิิงถููกกรีีดด้้วยมีีดแต่่ต้้องอ้้างว่่าตกบัันได เนื่่�องจากไม่่กล้้าเปิิดเผยความจริิงแตกต่่างจากอาเจะห์์ ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ หากผู้้หญิิงทิ้้�งบุุตรให้้สามีีเลี้้�ยงดูู มัักถููกตีีความว่่าเป็็นผู้้หญิิงไม่่ดีีตามวััฒนธรรมท้้องถิ่่�น ทำให้้ผู้้หญิิงไม่่สามารถอ้้างสิิทธิ์์�หรืือจััดการกัับครอบครััวได้้ตามกฎหมายผู้้หญิิงส่่วนใหญ่่ยัังไม่่กล้้าแจ้้งความสามีีที่่�กระทำความผิิดต่่อทั้้�งตนเองและบุุตร แม้้จะเป็็นคดีีร้้ายแรง เช่่น กรณีีในจัังหวััดสงขลา ที่่�พ่่อแท้้ ๆ ข่่มขืืนลููก แต่่ผู้้นำศาสนาและชุุมชนมองว่่าไม่่ควรแจ้้งความเพราะเป็็นเรื่่�องน่่าอัับอายของสัังคม ทั้้�งที่่�กฎหมายอาญาและหลัักศาสนาอิสิลามไม่่ได้ห้้ ้ามการดำเนิินคดีีในกรณีีนี้้� ปััญหาจึึงเกิิดขึ้้�นทั้้�งจากทััศนคติิของผู้นำ้ศาสนาและความเข้้าใจในหลัักศาสนาวิิทยากรทิ้้�งท้้ายว่่า แม้้จะมีีการอธิิบายประเด็็นสิิทธิิสตรีีในกรอบร่่วมสมััย อย่่างไรก็ต็าม เจตนารมณ์์หลัักของศาสนาอิสิลามตั้้�งแต่ยุุ่คแรกเริ่่�ม มุ่งปฏิิเ ่สธการเลืือกปฏิิบััติิต่่อผู้ห้ ญิิง โดยมิิได้้เป็็นผลจากอิทธิิพลของแนวคิิดตะวัันตกแต่่อย่่างใด ทัักล่่าวคืือ แม้้ในบริิบทก่่อนอิสิลาม จะปรากฏการกระทำรุุนแรงต่่อบุุตรหญิิง เช่่น การฆ่่าลููกสาว แต่่ศาสนาอิิสลามได้้เข้้ามา ยืืนยัันคุุณค่่า สิิทธิิ และความเสมอภาคของผู้้หญิิงอย่่างชััดเจนตั้้�งแต่่เริ่่�มต้้น และวางรากฐานด้้านศัักดิ์์�ศรีีความเป็็นมนุุษย์์ของผู้้หญิิงไว้้ในโครงสร้้างทางศาสนาและสัังคม166


ความท้้าทายของการดููแลกลุ่่มเปราะบางในสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ (ออทิิสติิก ผู้้ใช้้ ผู้้เสพยาเสพติิด และผู้้สููงอายุุ)บรรยายโดย ผศ.ดร.พาตีีเมาะ นิิมา คณะพยาบาลศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีีเด็็กออทิิสติิก เป็็นกลุ่่มคนที่่�มีีข้้อจำกััดในเรื่่�องการสื่่�อสารและปฏิิสััมพัันธ์์กัับคนอื่่�น และเขาต้้องการให้้สัังคมดููแลเพื่่�อให้้เขาเกิิดการพััฒนาการที่่�ดีีขึ้้�นและอยู่่ร่่วมกัันในสัังคมได้้ จากประสบการณ์์การเป็็นกรรมการที่่�ทำงานกัับสมาคมออทิิสติิก (คนพิิการกลุ่่มที่่� 7) รวมทั้้�งหมด 76 จัังหวััดของประเทศไทย ซึ่่�งมีีศููนย์์กลางอยู่่ที่่�กรุุงเทพฯ โดยมีีเงิินสนัับสนุุนให้้แต่่ละชมรมและมีีการประชุุมร่่วมกัันปีีละ 3-4 ครั้้�ง เพื่่�อให้้เกิิดการพััฒนาและสามารถเข้้ารัับการศึึกษาเหมืือนคนทั่่�วไปได้้ ได้้รัับสิิทธิิที่่�เท่่าเทีียมกัับคนอื่่�น ทั้้�งการศึึกษาและการทำงานวิิทยากรเล่่าถึึงประสบการณ์์ตััวเองว่่า เธอได้้รัับการวิินิิจฉััยจากแพทย์์ว่่า “ ลููกของคุุญแม่่เป็็นออทิิสติิก” ความรู้้สึึกขณะนั้้�นเธอเล่่าความรู้้สึึกว่่า ดุุจดัังฟ้้าผ่่าตรงหน้้า ทำให้้ ผู้้ที่่�เป็็นพ่่อแม่่ต้้องชงัักงััน เธอรวบรวมเรีียกสติิของตนเองและประคองตััวนั่่�งลงบนเก้้าอี้้� อย่่างมึึนงงและรู้้สึึกชาทั่่�วทั้้�งใบหน้้า มองหน้้าลููกน้้อย พร้้อมทำใจรัับฟัังคำอธิิบายจากแพทย์์ อย่่างเลื่่�อนลอย เธอมีีคำถามให้้กัับตััวเองว่่า “ทำไมต้้องเกิิดกัับลููกของฉััน” “แล้้วฉัันจะเลี้้�ยงเขาให้้โตสมวััยเหมืือนเด็็กทั่่�วไปได้มั้้้ �ย” “มัันไม่่ใช่่ความจริิงใช่มั้้่ �ย” ไม่มีี่ คำพููดหรืือการปลอบใจใดๆ จากใคร ที่่�จะบรรเทาความทุุกข์์ระทมที่่�สุุดในชีีวิิตนี้้�ของพ่่อแม่่ได้้ นอกจากการปลอบใจตนเองว่่า “โชคชตาได้้ลิิขิิตไว้้แล้้ว” “พระเจ้้าทรงกำหนด” “อััลลอฮทรงทดสอบเรา” นี่คืื่� อ คำบอกเล่่าของหลายๆ ครอบครััวที่่�ได้รั้ับทราบในครั้้�งแรกว่่าลููกของตนเป็็น “ออทิสิติิก” ปััจจุุบัันอััตราการเกิิดภาวะออทิิซึึมมีีแนวโน้้มเพิ่่�มสููงขึ้้�น และจากประสบการณ์์ของวิิทยากรเองในฐานะที่่�เป็็นอาจารย์์นิิเทศนัักศึึกษาพยาบาลในการฝึึกประสบการณ์์การดููแลเด็็กพิิเศษในโรงพยาบาลจิิตเวช ศึึกษาวิิจััยเรื่่�องรููปแบบการส่่งเสริิมพลัังครอบครััวและ ชุุมชนในการดููแลเด็็กและวััยรุ่่นออทิิสติิกในห้้าจัังหวััดชายแดนใต้้ และทำงานเป็็นกรรมการในชมรมผู้้ปกครองบุุคคลออทิิสติิกจัังหวััดปััตตานีีและสมาคมผู้้ปกครองออทิิซึึม(ไทย) พบว่่า 167


บางครอบครััวเลี้้�ยงลููกออทิสิติิกเพีียงเพื่่�อให้้เขาได้้เติิบโตตามอายุุ แต่่ไม่่ได้้เข้้าใจถึึงวิธีีิการส่่งเสริิมพััฒนาการให้ส้ามารถช่่วยเหลืือตนเอง และการปรัับเปลี่่�ยนพฤติิกรรมที่่�ไม่พึึ่ งประสงค์์เพื่่�อให้้เขาสามารถอยู่่ร่่วมกัับบุุคคลอื่่�นในสัังคมได้้อย่่างเหมาะสม และมัักคิิดว่่าพอเด็็กโตขึ้้�นอีีกหน่่อยก็็คงจะมีีพััฒนาการและพฤติิกรรมที่่�ดีีขึ้้�นเองตามธรรมชาติิ บางครอบครััวก็็ตระเวนพาลููก หาหมอที่่�มีีชื่่�อเสีียงและเชี่่�ยวชาญในการบำบััดรัักษาออทิิสติิกคนแล้้วคนเล่่า ยอมจ่่ายเงิินแพงๆ กัับการทดลองใช้้เทคโนโลยีีต่่างๆ ในการกระตุ้้นพััฒนาการของลููก และคาดหวัังไว้้ว่่าคุุณหมอและนัักบำบััดเหล่่านั้้�นจะเป็็นผู้้ที่่�สามารถช่่วยให้้อาการออทิิซึึมของลููกให้้ดีีขึ้้�นได้้ แต่่แท้้ที่่�จริิงแล้้ว พ่่อแม่่คืือนัักบำบััดและยาขนานวิิเศษที่่�ไม่่ต้้องสรรหาจากที่่�ไหนเลย พ่่อแม่่สามารถช่่วยให้้ลููกออทิิสติิกให้้มีีพััฒนาการที่่�ดีีช่่วยเหลืือตนเองได้้ และอยู่่ร่่วมกัับผู้้อื่่�นในสัังคมได้้อย่่างผาสุุก พ่่อแม่่คืือพลัังและเป็็นบุุคคลที่่�สำคััญที่่�สุุด เพื่่�อพััฒนาการที่่�ดีีในอนาคตของลููกออทิิสติิกการแบ่่งระดัับความสามารถของบุุคคลออทิิสติิกวิิทยากรให้้ข้้อมููลเพิ่่�มเติิมว่่า การแบ่่งระดัับของออทิิสติิกตามแนวทางของ พญ.ชลทิิพย์์ กรััยวิิเชีียร (โรงพยาบาลยุุวประสาทราชนคริินทร์์) มีีเป้้าหมายเพื่่�อให้้เข้้าใจ ความสามารถและข้้อจำกััดของเด็็กออทิสิติิกแต่่ละคนได้้อย่่างชััดเจน เพื่่�อจะได้้วางแผนการดููแลและพััฒนาได้้อย่่างเหมาะสม โดยการแบ่่งระดัับจะอิิงจาก พฤติิกรรมการสื่่�อสาร ภาษา สัังคม และพฤติิกรรมซ้้ำๆ หรืือต้้านทานต่่อการเปลี่่�ยนแปลง ซึ่่�งแบ่่งออกเป็็น 3 ระดัับหลััก ดัังนี้้�1. L1 หมายถึึง สามารถสื่่�อสารได้้เข้้าใจ ภาษาใกล้้เคีียงกัับเด็็กปกติิ อาจมีีภาษาที่่�ดีีเกิินวััยหรืือภาษาในหนัังสืือ คำที่่�ใช้้อาจไม่่เหมาะสมกัับบริิบท ไม่่เช้้าใจมุุมมอง เจตนา อารมณ์์ของคนอื่่�น เข้้าใจลำดัับเวลา เข้้ากัับเพื่่�อนไม่่ค่่อยได้้ เรีียนร่่วมในห้้องปกติิได้้ มีีพฤติิกรรม ที่่�กระทบต่่อกิิจวััตรประจำวััน2. L2 แบ่่งออกเป็็น 2 ระดัับ คืือ• 2H (High) หมายถึึง สามารถพููดได้้เป็็นประโยค ตอบคำถามสั้้�นๆ ได้้ ชอบพููดเรื่่�องที่่�ตนเองสนใจ พููดเล่่าเรื่่�องแบบถามตอบ เล่่าลำดัับเหตุุการณ์์และใช้้คำเชื่่�อมง่่ายๆ ได้้ แต่่เล่่าแบบไม่่มีีเป้้าหมาย เข้้าใจคำสั่่�ง 2 ขั้้�นตอนที่่�เป็็นการกระทำต่่อเนื่่�องได้้ fix idea ปรัับตััวยาก อาจมีีปััญหาพฤติิกรรม อารมณ์์ แต่่ควบคุุมตนเองได้้ มีีทัักษะการเรีียนพื้้�นฐาน 168


• 2L (Low) หมายถึึง สามารถพููดได้้เป็็นวลีีสั้้�นๆ สื่่�อสารทางเดีียว จำคำมาพููด เข้้าใจคำสั่่�ง 1 ขั้้�นตอน หรืือ 2 ขั้้�นตอนที่่�ต่่อเนื่่�อง ตอบคำถามง่่ายๆ ได้้ เข้้าหาคนอื่่�นเฉพาะต้้องการอะไร มีีพฤติิกรรมซ้้ำๆ พอจะควบคุุมตััวเองได้้ เมื่่�อถููกกระตุ้้นเตืือน ท่่องจำได้้ แต่่ไม่่สามารถ generalize ได้้ อ่่านเขีียนได้้ แต่่จัับใจความไม่่ได้้ สามารถเรีียนหนัังสืือได้้แต่่ปรัับตััวไม่่ได้้ อาจมีีปััญหาพฤติิกรรมและอารมณ์์ 3. L3 หมายภึึง มีีภาษาพููดน้้อย หรืือไม่่มีีภาษาพููด ไม่่เข้้าใจหรืือเข้้าใจคำสั่่�งง่่ายๆ ที่่�คุ้้นเคย ใช้้ภาษาท่่าทางไม่่ค่่อยได้้ มัักดึึงมืือให้้ทำ มีีโลกส่่วนตััว ไม่่สบตา ไม่่สนใจคนอื่่�น มีีพฤติิกรรมซ้้ำๆ ควบคุุมตััวเองไม่่ได้้ มีีปััญหาพฤติิกรรมและอารมณ์์ ต้้องฝึึกให้้ทำ self careเกณฑ์์ในการพิิจารณาระดัับความสามารถจะอิิงการใช้้ภาษาและทัักษะสัังคมเป็็นหลัักกลุ่มผู้่ ้สููงอายุุจากการมีีโอกาสได้้สัังเกตการณ์์ กิิจกรรมของ อบต. ที่่�จััดให้กั้ับผู้้สููงอายุุซึ่่�งเป็็นกิิจกรรมที่่�ส่่งเสริิมให้้คนในชุุมชนดููแลผู้้สููงอายุุซึ่่�งเป็็นบุุพการีีมากขึ้้�น นอกจากนี้้� มีีกิิจกรรมอบรมให้้กลุ่่มที่่�ดููแลผู้้สููงอายุุทำให้้มีีการดููแลผู้้สููงอายุุมากขึ้้�น แม้้ว่่าแกนนำเหล่่านี้้�ไม่่ได้้เป็็นญาติิใกล้้ชิิดกัับผู้้สููงอายุุก็็ตาม เพราะบางบ้้านไม่่มีีญาติิดููแล เพื่่�อนบ้้านก็็มาร่่วมกัันดููแล และจากการทำกิิจกรรมอบรมการดููแลคนพิิการ ก็็ทำให้้ผู้้นำในชุุมชนจากที่่�ไม่่เคยดููแลผู้้สููงอายุุก็็เกิิดความตระหนัักในการดููแลมากขึ้้�นสรุุปบทเรีียนจากการประชุุมสััมมนา โดย นายแวรอมลีี แวบููละจากการนำเสนอของวิิทยากรและผู้้มีีประสบการณ์์ในการทำงานในประเด็็นต่่าง ๆ เกี่่�ยวกัับผู้เปราะบาง ้ มีีประเด็็นในการขัับเคลื่่�อนงานในเรื่่�องต่่อด้้วยคำถามว่่า “เราควรทำงานกัับกลุ่่�มเปราะบางอย่่างไร เพื่่�อส่่งผลต่่อการพููดคุุยสัันติิภาพและเกิิดการแก้้ไขได้้จริิง”ความรุุนแรง การยิิง การระเบิิดที่่�ปรากฏเกิิดขึ้้�นนั้้�น จริิง ๆ แล้้วภายใต้ชุุ้มชนก็มีี็กลุ่ม่เปราะบางมากมายที่่�มีีปััญหา ซึ่่�งเป็็นโจทย์ร่์ ่วมของผู้นำศา ้ สนาในชุุมชน คณะกรรมการอิสิลามและผู้้นำชุุมชนต้้องคิิดว่่าเราควรจะแก้้ปััญหากลุ่่มเหล่่านี้้�อย่่างไรจากการทำงานของกลุ่ม่ ชุุมชนศรัทัธาคืือ ผู้นำ้ ชุุมชนต้้องมีีกลไก การจััดการของผู้นำ้ชุุมชนต่่อกลุ่่มเปราะบาง169


ทั้้�งนี้้� การให้้ความหมายคนกลุ่มเปราะบางหลากหลาย ่ส่่วนหนึ่่�งคืือกลุ่มคนที่่�เปราะบาง่มาก ๆ ที่่�อำเภอเจาะไอร้้อง กลุ่่มเปราะบางส่่วนหนึ่่�งคืือ หญิิงหม้้าย เพราะในเจาะไอร้้องมีีทั้้�งหมด 300 กว่่าคน ถือืว่่าค่่อนข้้างสููงและเป็็นงานที่่�หนััก ซึ่่�งถ้้ามีีหญิิงหม้้ายก็ต้็ ้องมีีเด็็กกำพร้้า นอกจากนั้้�น กลุ่่มเปราะบางในชุุมชนเจาะไอร้้องอีีกกลุ่่มคืือ คนจีีนและไทยพุุทธที่่�อยู่่ในพื้้�นที่่�มุุสลิิมร่่วมกััน ซึ่่�งเขามีีความกัังวล กลััว และหากสัังคมไม่่มีีการจััดการที่่�ดีีปััญหาก็็จะสะสมไปเรื่่�อย ๆ แต่่เมื่่�อชุุมชนมีีการจััดการที่่�ดีีแล้้ว เขาก็็สามารถขอความช่่วยเหลืือจากองค์์กรภายนอกและเกิิดความเข้้มแข็็งได้้ง่่ายขึ้้�นอีีกสิ่่�งหนึ่่�งที่่�เราให้้ความสนใจคืือ กลุ่มเปราะบางใน่ ชุุมชนเมืือง ซึ่่�งมีีบริิบทที่่�แตกต่่างกัับชุุมชนชนบท เช่่น จากการสำรวจในตััวเมืืองส่่วนใหญ่่คนเปราะบางไม่มีีบ้่ ้าน แต่่ไม่มีี่การจััดการในทางที่่�ดีีทั้้�งที่่�มีีหน่่วยงานมากมาย ดัังนั้้�น ปััญหาการส่่งต่่อก็็เป็็นปััญหาหนึ่่�งเช่่นกัันทั้้�งนี้้� หากสัังคมและกระบวนการสัันติิภาพสามารถดููแลจััดการกัับกลุ่มเปราะบางไ่ด้้ก็็เป็็นมิิติิของสัันติิภาพ อย่่างกรณีีชุุมชนเมืือง เรากำลัังจััดตั้้�งแกนนำชุุมชน ทั้้�งในเมืืองปัตตัานีีและนราธิิวาส เพื่่�อให้้เกิิดการแก้้ปััญหาให้้แก่่กลุ่่มเปราะบาง สรุุปคืือการจััดการกลุ่่มผู้้ด้้อยโอกาส ยากจน การทำให้้เกิิดผลให้้ดีีที่่�สุุดคืือการจััดการในหมู่่บ้้าน หากสามารถจััดการได้้อย่่างเป็็นรููปธรรมแล้้ว ก็็จะมีีหน่่วยงานต่่าง ๆ เข้้ามาช่่วยเหลืือสนัับสนุุนต่่อไปที่่�มา:กิิจกรรมสัันติิภาพที่่�เบาบางของคนเปราะบาง การประชุุมสััมมนาภาคีีเครืือข่่ายวิิชาการและภาคประชาสัังคม เพื่่�อพััฒนาคุุณภาพชีีวิติ เพื่่�อการสร้้างสัันติิภาพในกลุ่มเปราะบาง่จัังหวััดชายแดนใต้้ วัันที่่� 15 ธัันวาคม 2565 ณ ห้้องประชุุมศรีีวัังสา ชั้้�น 3 คณะรััฐศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิิทยาเขตปััตตานีี170


เวทีีที่่� 3:ร่ว่มมืือ ร่ว่ มใจ เพื่่�อขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์ข์องเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ การพััฒนาคนพิิการในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มีการแทรกแผนงานที่่� เกี่่� ยวข้้องจา ก หน่่วยงานหลายแห่่ง พบว่่า ในบางประเด็็นยัังไม่่เห็็นผลในเชิิงปฏิิบััติิ เช่่น พ.ร.บ. คนพิิการ มาตรา 33 และ 34 ที่่ยั�ังไม่่สามารถผลัักดัันให้้มีีการจ้้างงานคนพิิการได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ ควรมีการหามาตรการหรือกลยุทธ์เพื่อดึงสิทธิและโอกาสให้คนพิการได้รับการจ้างงานมากขึ้น 20 ปีีที่่�ผ่่านมา การนิิยามคนพิิการเ ปลี่่�ยนแปลงจากการช่่วยเหลืือแบบสงเคราะห์์เป็็นการมุ่่งเน้้นให้้คนพิิการสามารถพึ่่�งพาตนเองได้้ ปััจจุุบัันสัังคม เริ่่�มขจััดอุุปสรรคทางสัังคม เช่่น การสร้้างสิ่่�งอำนวยความสะดวก เพื่่�อให้้คนพิิการ ใช้้ชีีวิิตได้้เท่่าเทีียมกัับคนทั่่�วไป อุปสรรคที่คนพิการเผชิญ ได้แก่ ทัศนคติ กายภาพ ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร กฎหมายและนโยบาย ปัจจุั ุบัันได้มี้ ีความพยายามในการขัับเคลื่่�อนเพื่่�อการสร้้างสิ่่�งอำนวยความสะดวกในเรื่่�องต่่าง ๆ เช่่น เครืือข่่ายต่่าง ๆ มีีการผลัักดัันให้มี้ ีการสร้้างทางลาดในสถานที่่�สาธารณะ เช่่น ถนนสี่่�แยก สนามบิิน สถานีีรถไฟ การพััฒนาโครงสร้้างพื้้�นฐานให้้คนพิิการสามารถใช้้ชีีวิิตได้้สะดวกมากขึ้้�นในอนาคต โดยเฉพาะการพััฒนาระบบรถไฟฟ้้าความเร็็วสููงที่่�แต่่ละสถานีีจะมีี ทางลาดสำหรัับคนพิิการ อุุปสรรคและข้้อท้้าทายของคนพิิการชายแดนใต้้คืือ ขาดบุุคลากรทางการแพทย์์ ขาดแพทย์์ทางด้้านจิติเวชและการให้้คำปรึึกษาสำหรัับคนพิิการออทิิสติิก ความล่่าช้้าในการรัับรองสถานะความพิิการ การวิินิิจฉััยและการรัับรองสถานะจากแพทย์์ที่่�มีีความเชี่่�ยวชาญเฉพาะด้้านมีีความล่่าช้้าพื้้�นที่่�แลกเปลี่่�ยน: สถานการณ์์ ข้้อท้้าทายการทำงานประเด็็นคนพิิการในพื้้�นที่่ช�ายแดนใต้้171


นัับตั้้�งแต่่การประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการการจััดทำยุุทธศาสตร์์เครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ ในวัันที่่� 25 -26 กรกฎาคม 2565 อัันถืือเป็็นเวทีีแรกของความฝััน ความหวััง สู่่ยุุทธศาสตร์์เครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ซึ่่�งถืือเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นของแนวคิิดและยุุทธศาสตร์์ในการทำงานเพื่่�อคนพิิการชายแดนใต้้ ต่่อเนื่่�องด้้วยกิิจกรรมสัันติิภาพที่่�เบาบางของคนเปราะบาง การประชุุมสััมมนาภาคีีเครืือข่่ายวิิชาการและภาคประชาสัังคมเพื่่�อพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตและการสร้้างสัันติิภาพในกลุ่มเปราะบาง่จัังหวััดชายแดนใต้้ ในวัันที่่� 15 ธัันวาคม 2565 อัันถือเื ป็็นก้้าวที่่� 2 ที่่�เป็็นส่่วนสำคััญในการสานสััมพัันธ์์ ภาคีีเครืือข่่ายวิิชาการและภาคประชาสัังคมสู่่การสร้้างสัันติิภาพในกลุ่มเปราะบาง่จัังหวััดชายแดนใต้้ และในก้้าวที่่� 3 การประชุุมพััฒนายุุทธศาสตร์์ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ ถืือเป็็นก้้าวสำคััญในการร่่วมมืือร่่วมใจเพื่่�อขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์์ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ แนวทางการจัดการกับอุปสรรคและข้อท้าทายของคนพิการชายแดนใต้ ได้แก่ การปรับสิ่งอำ นวยความสะดวกที่มีอยู่ให้มีมาตรฐานและสามารถใช้งานได้จริง ประชาสัมพันธ์สิทธิของคนพิการให้รู้สิทธิของตนเองอย่างทั่วถึงมากขึ้น การฝึกทักษะ เพิ่มทักษะการดำ เนินชีวิตให้คนพิการโดยเฉพาะในชนบท เช่น การใช้วีลแชร์ ข้อเสนอแนะและปัญหาจากการเสวนาฯ ได้แก่ ปัญหาด้านการศึกษา มีคนพิการทั่วประเทศ1.6 ล้านคน มีประมาณ 7.84 แสนคนทีไม่ได้รั่บการศึกษา ดังนัน ค้วรมีการจัดสิงอำ่นวยความสะดวกทีสำ่คัญ เช่น ทางเท้าและราวจบั ยังไม่ได้มาตรฐาน ขาดบุคลากรผู้เชยี่วชาญ ที่มีความรู้เฉพาะด้าน เช่น ครูในโรงเรียนพิเศษ การขอผชู้ ว่ ยเหลือคนพิการ (PA) ในพืนที้ยัง่ไม่เพียงพอ การจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 34 รวมถึงการขาดหน่วยงานกลางในการประสานงาน ขาดอุปกรณ์กีฬาและค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปแข่งขัน ปัญหาการรับรู้และการยอมรับทางสังคมพบว่า คนพิการด้านจิตเวชยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม 172


การประชุุมพััฒนายุุทธศาสตร์์ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้มีีกลุ่่มเป้้าหมาย ในการประชุุมคืือ เครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ ตััวแทนพััฒนาสัังคมและความมั่่�นคงของมนุุษย์ทั้้์ �ง 3 จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ กรมการจััดหางานจัังหวััด ตััวแทนบุุคลากรทางการแพทย์์ บุุคลากรจากสถาบัันการศึึกษา ได้้แก่่ โรงเรีียนพิิเศษ การศึึกษาส่่วนหน้้า และมหาวิิทยาลััยกีีฬาแห่่งชาติิ  การประชุุมได้้ดำเนิินการจำนวน 2 วััน โดยมีีกระบวนการ กล่่าวคืือกิิจกรรมวัันแรกเริ่่�มด้้วยการเปิิดงานโดยผู้้แทนศููนย์์อำนวยการบริิหารจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ (ศอ.บต.) และกระทรวงการพััฒนาสัังคมและความมั่่�นคงของมนุุษย์์และการบรรยายเรื่่�อง สิทธิิของคนพิิการไทยสู่่การผลัักดัันในทางปฏิิบััติิ โดยประธานฝ่่ายโครงการและแผนงาน ภาคีีเครืือข่่ายขนส่่งมวลชนทุุกคนต้้องขึ้้�นได้้ (T4A) กิิจกรรมการเสวนาโต๊๊ะกลมและแลกเปลี่่�ยนประเด็็นสิิทธิิ ของคนพิิการชายแดนใต้้จากมุุมมองของผู้้ปฏิิบััติิงานและคนพิิการในวัันที่่� 2 เป็็นการแลกเปลี่่�ยนเกี่่�ยวกัับอุุปสรรคของคนพิิการ พร้้อมข้้อเสนอแนะต่่อการทำงานเคลื่่�อนไหวประเด็็นคนพิิการ และการแบ่่งกลุ่่มเพื่่�อระดมความคิิดเห็็นใน 4 ประเด็็น ได้้แก่่ 1) เศรษฐกิิจรายได้้ 2) การมีีส่่วนร่่วมทางการเมืือง (สัันติิภาพและยุุติิธรรม) 3) การศึึกษา 4) การเข้้าถึึงอุุปกรณ์์ บริิการทางการแพทย์์รวมทั้้�งอุุปสรรคด้้านทััศนคติิ กายภาพ ข้้อมููลข่่าวสาร และระเบีียบ นโยบายที่่�ต้้องการเปลี่่�ยนแปลงทั้้�งระยะสั้้�นและยาว หรืือระยะสั้้�นผู้แ้ ทน ศอ.บต. และกระทรวงการพััฒนาสัังคมและความมั่่�นคงของมนุุษย์์นางกนกรััตน์์เกื้้�อกิิจ ได้้กล่่าวถึึงสถานการณ์์แผนการดำเนิินงานของหน่่วยงานต่่าง ๆ ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้ว่้่า “การจัดังานในครั้้�งนี้้�ได้้เห็็นมิติิที่่�น่่ายิินดีีในการรวมตััวกัันทำกิิจกรรมของเครืือข่่ายคนพิิการในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนใต้้ ซึ่่�งในปััจจุบัุันมีีหลายหน่่วยงานที่่�ได้้เห็็นความสำคััญในการพััฒนาคนพิิการโดยมีีการแทรกแผนงานที่่�เกี่่�ยวข้้องของหน่่วยงานต่่าง ๆ แต่่ยัังพบว่่าในบางประเด็็นอาจยัังไม่่เห็็นผลในเชิิงปฏิิบััติิในพื้้�นที่่� เช่่น พ.ร.บ. คนพิิการ มาตรา 33 และ 34 ที่่�ยัังไม่่ค่่อยมีีการจ้้างงานคนพิิการ ในเรื่่�องนี้้�ควรมีีมาตรการหรืือกลยุุทธ์์เพื่่�อดึึงสิิทธิิเหล่่านี้้� ให้้คนพิิการได้้รัับการจ้้างงานมากขึ้้�น”173


คนพิิการ: นิิยาม ตััวตน ความหมายกัับการเปลี่่�ยนผ่่านของยุุคสมััยคุุณสว่่าง ศรีีสม ประธานฝ่่ายโครงการและแผนงานภาคีีเครืือข่่ายขนส่่งมวลชน ทุุกคนต้้องขึ้้�นได้้ (T4A) เลขาธิิการมููลนิิธิิเพื่่�อเด็็กพิิการ คณะอนุุกรรมาธิิการกิิจการด้้าน คนพิิการ ภายใต้้คณะกรรมาธิิการการพััฒนาสัังคม และกิิจการเด็็ก เยาวชน สตรีี ผู้้สููงอายุุคนพิิการ และผู้้ด้้อยโอกาสวุุฒิสิภา อุุปนายกสมาคมคนพิิการนนทบุุรีี และที่่�ปรึึกษาองค์์การ เลีียวนาร์์ด เชสเชีียร์์ ได้้บรรยายเรื่่�องสิทธิิของคนพิิการไทยสู่่การผลัักดัันในทางปฏิิบััติิ ได้้ระบุุว่่า การให้้คำนิิยามคนพิิการเปลี่่�ยนจากการช่่วยเหลืือแบบสงเคราะห์์ แต่่ 20 ปีีหลัังมีีการเปลี่่�ยนคำนิิยามคนพิิการที่่�พยายามช่่วยให้้คนพิิการสามารถพึ่่�งพิิงตััวเองได้้ โดยการขจััดอุุปสรรค ของสภาพสัังคม เช่่น สร้้างสิ่่�งอำนวยความสะดวกต่่าง ๆ เพื่่�อให้้คนพิิการสามารถใช้้ชีีวิิตได้้เท่่าเทีียมกัับคนปกติิทั่่�วไป ทั้้�งนี้้� อุุปสรรคที่่�คนพิิการมัักพบเจอมีีทั้้�งหมด 4 ด้้านคืือ ทััศนคติิ กายภาพ ข้้อมููลข่่าวสาร การสื่่�อสารและเทคโนโลยีี กฎระเบีียบ กฎหมาย นโยบายหรืือแนวปฏิิบััติิร่่วมกัันที่่�ผ่่านมาเครืือข่่ายฯ ได้้มีีการขัับเคลื่่�อนในเรื่่�องทางลาดในที่่�สถานที่่�ต่่าง ๆ เช่่น ถนนสี่่�แยก สนามบิิน สถานีีรถไฟ และพยายามผลัักดัันเพื่่�อให้สิ่่้�งเหล่่านี้้�เกิิดขึ้้�นในระดัับจัังหวััดด้้วย เช่่น ในอนาคตจะมีีรถไฟฟ้้าความเร็็วสููงเกิิดขึ้้�นทั่่�วจัังหวััด ดัังนั้้�น แต่่ละสถานีีจะมีีทางลาดที่่�อำนวยความสะดวกให้้คนพิิการด้้วยจากรายงานคนพิิการที่่�ทาง มอ.ปััตตานีีร่่วมกัับ MRG ได้้จััดทำรายงานสิิทธิิของ คนพิิการและคนกลุ่ม่น้้อยในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ เมื่่�อปีี 2563 มีีข้้อเสนอเพิ่่�มเติิมดัังนี้้� 1) ให้้เขีียนหนัังสืือส่่งไปยัังท่่านประธาน โดยจััดลำดัับความสำคััญในสิ่่�งที่่�จำเป็็นมากที่่�สุุดเพื่่�อที่่�จะนำประเด็็นต่่าง ๆ เหล่่านี้้�ให้้กัับคณะกรรมาธิิการ และพิิจารณาว่่าในเชิิงนโยบายมีีนโยบายใด ที่่�สามารถปรัับปรุุงแก้้ไข 2) สร้้างผู้้นำที่่�เข้้มแข็็ง มีีกลยุุทธ์์ในการทำงาน และเชี่่�ยวชาญ ด้้านใดด้้านหนึ่่�งโดยเฉพาะ เช่่น เชี่่�ยวชาญด้้านสิ่่�งอำนวยความสะดวก การศึึกษา การจ้้างงาน สาธารณสุุขแลกเปลี่่�ยน เสนอแนะ สู่่แนวทางการพััฒนาเพื่่�อสิิทธิิของคนพิิการสามารถแบ่่งเป็็นหมวดหมู่่ในประเด็็นดัังต่่อไปนี้้�174


สิิทธิิ อุุปกรณ์์ และสิ่่�งอำนวยความสะดวกขั้้�นพื้้�นฐานแก่่คนพิิการ1. สิ่่�งอำนวยความสะดวกปััญหา:• สิ่่�งอำนวยความสะดวกที่่�มีีอยู่่ยัังไม่่มีีมาตรฐานและใช้้งานได้้จริิงในหลายพื้้�นที่่�• การขออุุปกรณ์์ เช่่น วีีลแชร์์ จากโรงพยาบาลมีีความยุ่่งยากและล่่าช้้า เนื่่�องจากราคาสููงข้้อเสนอแนะ:• ปรัับปรุุงสิ่่�งอำนวยความสะดวกให้้มีี มาตรฐานและใช้้งานได้้จริิง• เพิ่่�มการเข้้าถึึงและลดขั้้�นตอนในการขออุุปกรณ์์ เช่่น วีีลแชร์์2. การรัับรู้้สิิทธิิของคนพิิการปััญหา:• คนพิิการจำนวนมากยัังไม่่รู้้สิิทธิิของตนเอง• มีีคนพิิการจำนวนมากที่่�ตกหล่่นจากการสำรวจและไม่่ได้้รัับสิิทธิิข้้อเสนอแนะ:• ทำประชาสััมพัันธ์์สิิทธิิของคนพิิการ ให้้ทั่่�วถึึงมากขึ้้�น• จััดทำคู่่มืือหรืือสื่่�อสรุุปสิิทธิิและบริิการที่่�เข้้าถึึงง่่าย3. การพััฒนาทัักษะและความรู้้พื้้�นฐานปััญหา:• คนพิิการโดยเฉพาะในชนบท ขาดทัักษะพื้้�นฐานในการดำเนิินชีีวิติ เช่่น การใช้วีี้ลแชร์์• ขาดความรู้้ด้้านอาชีีพและทัักษะช่่วยเหลืือตนเองข้้อเสนอแนะ:• จััดฝึึกอบรมทัักษะชีีวิิตและทัักษะอาชีีพให้้คนพิิการ โดยเฉพาะในชนบท• เพิ่่�มความรู้้ด้้านอุุปกรณ์์ช่่วยเหลืือและการดููแลตนเอง175


4. บุุคลากรทางการแพทย์์และบริิการด้้านสุุขภาพปััญหา:• ขาดบุุคลากรทางการแพทย์์เฉพาะทาง เช่่น จิติเวชสำหรัับเด็็กและคนพิิการออทิซึึิม• การวิินิิจฉััยและรัับรองสถานะความพิิการล่่าช้้า เพราะต้้องใช้้แพทย์์ผู้้เชี่่�ยวชาญข้้อเสนอแนะ:• เพิ่่�มบุุคลากรทางการแพทย์์เฉพาะทางและบริิการให้้คำปรึึกษา• ปรัับปรุุงระบบการวิินิิจฉััยและรัับรองความพิิการให้้ รวดเร็็วและมีีมาตรฐาน 5. การศึึกษาปััญหา:• คนพิิการเข้้าถึึงการศึึกษาโดยเฉพาะระดัับมััธยมศึึกษาน้้อย• ค่่าใช้จ่้่ายสููงและอุุปสรรคด้้านทััศนคติิ ทำให้้คนพิิการบางคนไม่ส่ามารถเรีียนร่่วมกัับคนปกติิได้้• ครููผู้้สอนไม่่เพีียงพอ โดยเฉพาะครููชำนาญการเฉพาะคนพิิการออทิิซึึม• การเรีียนการสอนยัังไม่่เหมาะสมกัับความสามารถและความสนใจของเด็็กออทิซึึิม• สถานศึึกษาสำหรัับคนพิิการบางแห่่งยัังเหมืือน สถานสงเคราะห์์ มากกว่่าสถานศึึกษาข้้อเสนอแนะ:• คนพิิการควรมีี โอกาสเรีียนร่่วมกัับคนทั่่�วไป ทั้้�งการศึึกษาสามััญและศาสนา• ปรัับปรุุงการเรีียนการสอนให้้เหมาะสมกัับความสามารถและความสนใจของคนพิิการออทิิซึึม• เพิ่่�มจำนวนครููชำนาญการเฉพาะด้้าน และจััดอบรมครููให้้เพีียงพอ• สถานศึึกษาสำหรัับคนพิิการควรเป็็น สถานศึึกษาเต็็มรููปแบบ ไม่่ใช่่เพีียง สถานสงเคราะห์์176


การสร้้างเครืือข่่าย พัันธมิิตรในการขัับเคลื่่�อนงานเพื่่�อคนพิิการ1) คนพิิการยัังไม่่มีีความเป็็นเอกภาพ ต่่างคนต่่างทำงาน ควรมีีการพััฒนาส่่งเสริิมการรวมตััวองค์์กรเครืือข่่ายคนพิิการให้้เข้้มแข็็ง2) คนพิิการในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ที่่�อยู่่ในพื้้�นที่่�ความขััดแย้้งมีีความยากลำบากกว่่า คนพิิการในพื้้�นที่่�อื่่�น ๆ และควรให้้ความสำคััญกัับผู้้นำสี่่�เสาหลัักที่่�ต้้องมาช่่วยกัันดููแลใน เรื่่�องนี้้�ด้้วย3) ในพื้้�นที่่�มีีโรงเรีียนพิิเศษสำหรัับเด็็กที่่�พิิการทุุกประเภท สามารถส่่งบุุตรหลาน เรีียนฟรีี ที่่�พัักฟรีี เพื่่�อให้มีี้ความรู้้ระดัับพื้้�นฐาน สามารถสื่่�อสารได้้ (หน่่วยงานทางการศึึกษา ที่่�เข้้าร่่วมการประชุุม)4) มหาวิิทยาลััยการกีีฬาแห่่งชาติิ วิิทยาเขตยะลา ได้้ประชาสััมพัันธ์์แก่่คนพิิการ ที่่�สนใจเรีียนต่่อปริิญญาตรีีสามารถมาศึึกษาต่่อได้้คนพิิการกัับการมีีส่่วนร่่วมในการขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์์คนพิิการ1) การจััดเวทีีสะท้้อนปััญหาคนพิิการ ควรเชิิญคนพิิการมาร่่วมแลกเปลี่่�ยนและเสนอความคิิดเห็็นในการแก้้ปััญหา2) การประชุุมเพื่่�อจััดทำยุุทธศาสตร์์ โดยมีีคณะกรรมการอิิสลามประจำจัังหวััด ร่่วมประชุุมในการจััดทำยุุทธศาสตร์์คนพิิการ177


เสวนาโต๊๊ะกลม: แลกเปลี่่�ยนประเด็็นสิิทธิิของคนพิิการชายแดนใต้้จากมุุมมอง ของผู้้ปฏิิบััติิงานและคนพิิการ ดำเนิินรายการโดย นายแวรอมลีี แวบููละการเสวนาโต๊๊ะกลมในเรื่่�องสิทธิิของคนพิิการชายแดนใต้้จากมุุมมองผู้ปฏิิ ้ บััติิงานและคนพิิการ ได้้มีีข้้อเสนอแนะและปััญหาจากการเสวนาโต๊๊ะกลม ในเรื่่�องต่่าง ๆ ได้้แก่่1) ตััวแทนศููนย์์ขัับเคลื่่�อนการศึึกษาในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ได้้ให้้ข้้อมููลเกี่่�ยวกัับปััญหาด้้านการศึึกษาของคนพิิการทั่่�วประเทศในเบื้้�องต้้นว่่า คนพิิการทั่่�วประเทศที่่�มีีบััตร หรืือจดทะเบีียน 1.6 ล้้านกว่่าคน เป็็นผู้้ที่่�ไม่่ได้้รัับการศึึกษาประมาณ 7.84 แสนคน หรืือ ร้้อยละ 45 ที่่�ไม่่ได้รั้ับการศึึกษา และร้้อยละ 80 กว่่าที่่�เข้้ารัับการศึึกษาระดัับประถมศึึกษา และร้้อยละ 6 ที่่�เรีียนต่่อระดัับมััธยมศึึกษา2) งานวิิจััยจากสถาบัันสัังคมของจุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย ได้้ให้้ข้้อมููลในเรื่่�อง สิ่่�งอำนวยความสะดวกของคนพิิการมีีมากที่่�สุุดคืือสนามบิิน ทั้้�งที่่�สถานที่่�ดัังกล่่าวไม่่ได้้ มีีความจำเป็็นหรืือคนพิิการมากนััก อย่่างไรก็็ตาม สิ่่�งอำนวยความสะดวกควรจััดทำขึ้้�น ในสถานที่่�ที่่�ใช้้ในชีีวิติประจำวัันมากกว่่าและสิ่่�งที่่�รััฐละเลยมากที่่�สุุดคืือ ถนนทางเท้้าที่่�ส่่วนใหญ่่ใช้้การไม่่ได้้ และควรปรัับปรุุงสิ่่�งอำนวยความสะดวกต่่าง ๆ ที่่�ยัังไม่่มีีมาตรฐาน เช่่น ราวจัับ มีีการตั้้�งผิิดด้้าน หรืือด้้านหน้้าห้้องน้้ำมีีทางลาดแต่่ประตููเปิิดไม่่ได้้3) จำนวนบุุคลากรที่่�เชี่่�ยวชาญและจบสายตรงนั้้�นมีีจำนวนน้้อย ครููส่่วนใหญ่่ที่่�สอนอยู่่ในโรงเรีียนพิิเศษมีีทั้้�งที่่�มีีประสบการณ์์และไม่มีี่ ประสบการณ์์ ส่่วนพััฒนาการของเด็็กพิิการที่่�ซ้้ำซ้้อนต้้องใช้้เวลาและต้้องสอนซ้้ำ ๆ4) คนพิิการแต่่ละคนสามารถทำเรื่่�องขอผู้้ช่่วยเหลืือคนพิิการหรืือเรีียกว่่า PA ได้้ แต่่ปััจจุุบััน PA แต่่ละจัังหวััดยัังมีีน้้อยและไม่่ครอบคลุุมทั่่�วพื้้�นที่่�5) การจ้้างงานตามมาตรา 33 และ 34 ที่่�นอกเหนืือจากปััญหาจำนวนบริิษััทหรืือห้้างสรรพสิินค้้าขนาดใหญ่่ในพื้้�นที่่�มีีน้้อย ทำให้้การจ้้างงานคนพิิการน้้อยแล้้ว ขึ้้�นอยู่่กัับ ผู้บ้ ริิหารแต่่ละหน่่วยงานที่่�ไม่ต้่ ้องการให้้เกิิดความยุ่งยาก ่ปััจจุุบัันการจ้้างงานตามมาตรา 33 และ 34 ควรให้้ ศอ.บต. เป็็นหน่่วยงานกลางที่่�จะช่่วยประสานเพื่่�อให้้เกิิดการจ้้างงาน คนพิิการมากขึ้้�น178


6) ชมรมกีีฬาคนพิิการปััตตานีียัังขาดอุุปกรณ์์การกีีฬาและยัังขาดค่่าใช้้จ่่ายใน การเดิินทางไปแข่่งขััน7) คนพิิการด้้านจิิตเวชนั้้�นสัังคมยัังไม่่ยอมรัับและผู้้ปกครองมัักจะไม่่ค่่อยเปิิดเผย ทำให้้การทำงานช่่วยเหลืือกลุ่่มเหล่่านี้้�ค่่อนข้้างล่่าช้้า บางรายไม่่มีีการรัักษา ส่่งผลให้้อาการยิ่่�งหนัักมากขึ้้�น8) คนพิิการทางหูยัูังมีีปััญหาเรื่่�องการสื่่�อสาร ควรเปิิดโอกาสให้มีี้การจััดอบรมพััฒนาภาษามืือให้้กัับคนหููหนวกเพื่่�อสามารถสื่่�อสารในระดัับเบื้้�องต้้น9) ได้้มีีการร่่างหนัังสืือไปยัังกรรมาธิิการฯ ที่่�เกี่่�ยวข้้องอยากให้้มีีตััวแทนเซ็็นเอกสารฉบัับนี้้�เพื่่�อส่่งให้้เขารัับเรื่่�องปััญหาต่่าง ๆ และอยากให้้ผู้้หลัักผู้้ใหญ่่เข้้ามาฟัังปััญหาของเรา ด้้วยตััวเอง และหากจะสะท้้อนปััญหาควรสะท้้อนทีีละประเด็็นคนพิิการในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้กัับอุุปสรรคและข้้อท้้าทายในประเด็็นสิทธิิของคนพิิการไทยกัับการเสริิมสร้้างศัักยภาพในบริิบทของท้้องถิ่่�นนั้้�น ได้้มีีการทบทวนองค์์ความรู้้ในประเด็็นดัังกล่่าวโดยผู้้เชี่่�ยวชาญที่่�ทำงานขัับเคลื่่�อนในเรื่่�อง คนพิิการ โดยที่่�ประชุุมได้้กล่่าวถึึงปััญหา อุุปสรรค และข้้อท้้าทาย 4 ประเภท ได้้แก่่ อุุปสรรคทางด้้านทััศนคติิ กายภาพ ข้้อมููลข่่าวสาร และระเบีียบนโยบาย กล่่าวคืืออุุปสรรคทางด้้านทััศนคติิ: ปััจจุุบัันในพื้้�นที่่�ก็็ยัังมีีปััญหาทางทััศนคติิ คนส่่วนใหญ่่มองคนพิิการในลัักษณะเวทนานิิยมคืือ สงสาร คนพิิการไม่่ควรออกนอกบ้้าน และคนพิิการไม่่จำเป็็นต้้องทำงานแต่่ให้้ขออย่่างเดีียวนอกจากนี้้� การรัับสมััครงานของคนพิิการยัังมีีข้้อจำกััด เช่่น รัับเฉพาะผู้้หญิิงหรืือผู้้ชาย หรืือต้้องมีีใบปริิญญาหรืือวุุฒิิการศึึกษา ทำให้้ไม่่สามารถเข้้าถึึงการจ้้างงานได้้ง่่ายอุุปสรรคทางกายภาพ: การไม่่มีีทางลาด เส้้นทางต่่างระดัับแต่่ส่่วนใหญ่่ใช้้งาน ไม่่ได้้เพราะสููงกว่่าเป็็นจริิง ที่่�จอดรถคนพิิการที่่�คนพิิการไม่่มีีโอกาสได้้ใช้้เนื่่�องจากคนปกติิ ใช้้จอดแทน หรืือลิิฟต์์ที่่�มีีอยู่่ในพื้้�นที่่�ส่่วนใหญ่่สููง ไม่่สามารถใช้้งานได้้ นอกจากนี้้�ทางลาด ตามศาสนสถาน เช่่น มััสยิิด วััด ยัังไม่่มีี อุุปสรรคทางข้้อมููลข่่าวสาร: มีีกรณีีหนึ่่�งที่่�เป็็นคนพิิการและต้้องการความช่่วยเหลืือ แต่่ไม่่สามารถส่่งข้้อมููลความช่่วยเหลืือของตััวเองได้้ ในกรณีีนี้้�จิิตอาสาสามารถช่่วยเหลืือ เป็็นสื่่�อกลางให้้แก่่คนพิิการได้้ 179


ร่่วมคิิด ร่่วมวางแผน: แนวทางการจััดการกัับอุุปสรรคและข้้อท้้าทายของคนพิิการชายแดนใต้้การระดมความคิิดในการขัับเคลื่่�อนงานเพื่่�อคนพิิการได้้มีีการกำหนดประเด็็นใน การแลกเปลี่่�ยน เสนอแนะ โดยการแบ่่งกลุ่่มจำนวน 4 กลุ่่ม เพื่่�อพููดคุุยแลกเปลี่่�ยนใน 4 ประเด็็น ดัังต่่อไปนี้้� 1) เศรษฐกิิจรายได้้ 2) การมีีส่่วนร่่วมทางการเมืือง (สัันติิภาพและยุุติิธรรม) 3) การศึึกษา และ 4) การเข้้าถึึงอุุปกรณ์์ บริิการทางการแพทย์์ รวมทั้้�งอุุปสรรคที่่�อาจจะเกิิดขึ้้�นจากปััจจััยและเงื่่�อนไขต่่าง ๆ เช่่น ทััศนคติิ กายภาพ ข้้อมููลข่่าวสาร และระเบีียบนโยบาย รวมทั้้�งสิ่่�งที่่�ต้้องการเปลี่่�ยนแปลง ทั้้�งระยะสั้้�นและระยะยาว โดยสรุุปเนื้้�อหาการแลกเปลี่่�ยนดัังต่่อไปนี้้�กลุ่มที่ 1 เศรษฐกิจ รายได้ กลุ่มที่ 2 การมีส่วนร่วมทางการเมือง สันติภาพ และความยุติธรรมด้านทัศนคติ: สร้างการยอมรับของคนพิการในวาระของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อให้เกิดความตระหนัก และสร้างพื้นที่กลาง เช่น มีคณะกรรมการหรือกลไกในการผลักดันเหล่านี้ เช่น คณะกรรมการอิสลามมอบหมายให้คณะกรรมการมัสยิดจัดเวทีสร้างความเข้าใจในชุมชน ด้านกฎหมาย:  ขจัดความซับซ้อนการไปรับบริการของราชการ มิติของหญิงชายก็ต้องให้ทั้งหญิงและชายสามารถทำงานได้ คนพิการมีการจ้างงานตามมาตรา 33-34 ทุกพื้นที่โดยให้ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินการในการแก้ไขปัญหาด้านกายภาพ: - ต้องมีล่ามภาษามือ มีทางลาด อักษรเบรลล์ และทุกชุมชนมีหน่วยแพทย์เข้าไปบริการตามท้องถิ่น และเมื่อลงพื้นที่ต้องประเมินคนไข้ว่าคนพิการต้องอยู่ประเภทไหน เพื่อลด ขั้นตอนการพิจารณาไม่ต้องไปโรงพยาบาล- ควรสนับสนุนกลุ่มคนพิการให้มีส่วนร่วม ในการจัดกิจกรรมในระดับชุมชน จัดเวทีสร้างความเข้าใจให้เกิดสันติภาพและแก้ไขประเด็นความขัดแย้ง - บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยให้รวดเร็วกว่านี้ โดยเฉพาะในการดำเนินการเรื่อง บัตรคนพิการ - คนพิการต้องการดำเนินชีวิตและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนคนทั่วไป เช่น การศึกษา การเรียนรู้ทางศาสนา การมีอาชีพ การมีส่วนร่วมทางสังคม - ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งบประมาณที่อนุมัติมาใช้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อมีการอนุมัติงบประมาณ เพื่อคนพิการต้องมีการวางแผนดำเนินการ ในการขับเคลื่อนงานเพื่อประโยชน์แก่คนพิการอย่างเต็มศักยภาพ 180


กลุ่มที่ 1 เศรษฐกิจ รายได้ กลุ่มที่ 2 การมีส่วนร่วมทางการเมือง สันติภาพ และความยุติธรรม- ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีลานจอดรถให้คนพิการ และอักษรเบรลล์เพื่อให้คนพิการทางสายตาได้เข้าใจ มีป้ายสัญลักษณ์เพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ ด้านข้อมูลข่าวสาร: ต้องมีรถกระจายเสียง ในการประชาสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน และต้อง มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการจ้างงานให้กับ คนพิการได้รับรู้ - การบริการจัดการของรัฐต้องทั่วถึง และต้องให้คนพิการสามารถร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา รวมทั้งควรมีองค์กรติดตามร้องทุกข์เพื่อให้เกิดการดูแลครอบคลุมคนพิการทั้ง 7 ประเภท - หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรเปิดพื้นที่ให้คนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการสะท้อนตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง  กลุ่มที่ 3 การศึกษา กลุ่มที่ 4 การเข้าถึงกายอุปกรณ์ - ควรให้คนพิการออกจากบ้าน เพื่อให้คนนอกเห็นศักยภาพของพวกเขา - ควรจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ตอบสนองปัญหาและความต้องการของคนพิการ เช่น รูปแบบการเรียนออนไลน์อาจไม่สามารถใช้สอนเด็กหูหนวกได้ - การกำหนดกฎระเบียบด้านการเรียนการสอนควรคิดครอบคลุม เหมาะสมสำหรับคนพิการ ที่ผ่านมาผู้ปกครองบางคนไม่กล้าส่งลูกไปโรงเรียน ส่งผลให้ลดศักยภาพคนพิการ - อยากให้หน่วยงานรัฐ เช่น อำเภอหรือ อบต. ให้ความรู้เรื่องสิทธิการศึกษาของคนพิการ ด้านอุปสรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลง คือ  - ควรมีการปรับภูมิทัศน์พื้นที่การศึกษาให้ เหมาะสม และมีระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนพิการให้ครอบคลุม และมีบุคลากร ที่เพียงพอ - ควรจัดตั้งศูนย์กายอุปกรณ์และซ่อมแซมในพื้นที่ สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออะไหล่สำหรับการซ่อมแซม และมีผู้รับผิดชอบศูนย์ดังกล่าวและต้องกระจายตามอำเภอต่าง ๆ เพื่อความสะดวกต่อคนพิการ- ควรมีการสำรวจคนพิการต่อความต้องการใช้อุปกรณ์และมีวิธีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและปัญหาของคนพิการ ด้านการแพทย์: ผู้ทำการวินิจฉัยคนพิการต้องเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน มีจรรยาบรรณ คุณธรรมจริยธรรมในการทำงาน ด้านกฎหมาย: คนพิการไม่รู้กฎหมายและสิทธิของตัวเองเพราะไม่ค่อยออกจากบ้าน ทำให้ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิของตัวเอง จึงควรให้ความรู้แก่คนพิการให้รู้จักสิทธิของตัวเอง เช่น มีสิทธิรักษาโรคได้ มีบัตรคนพิการได้181


กลุ่มที่ 3 การศึกษา กลุ่มที่ 4 การเข้าถึงกายอุปกรณ์ - สำหรับคนพิการอายุ 7-18 ปี ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้มีโรงเรียนเฉพาะทางที่รองรับ ตั้งแต่เด็กประถมเป็นโรงเรียนกินนอน มีอาหารและที่พักฟรี ผู้ปกครองสามารถไปรับบุตรหลานในช่วงปิดเทอม โดยทางโรงเรียนก็มีรถรับส่งอีกด้วยด้านข่าวสาร: คนพิการไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ดังนั้น ควรให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เขาเข้าถึงกลุ่มเหล่านี้และสอบถามความต้องการของเขา เพราะพวกเขาเหล่านี้ก็มีความคิดและความต้องการที่แท้จริงของคนพิการ สะท้้อนย้้อนคิิดจากประเด็็นการนำเสนอและแลกเปลี่่�ยน โดย คุุณสว่่าง ศรีีสม ประธานฝ่่ายโครงการและแผนงาน ภาคีีเครืือข่่ายขนส่่งมวลชนทุุกคนต้้องขึ้้�นได้้ (T4A)เลขาธิิการมููลนิิธิิเพื่่�อเด็็กพิิการ คณะอนุุกรรมาธิิการกิิจการด้้านคนพิิการ ภายใต้้คณะกรรมาธิิการการพััฒนาสัังคม และกิิจการเด็็ก เยาวชน สตรีี ผู้้สููงอายุุ คนพิิการและ ผู้้ด้้อยโอกาสในช่่วงของการสะท้้อนย้้อนคิิด ได้้มีีการนำเสนอในประเด็็นแนวทางการขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์์เพื่่�อคนพิิการในประเด็็นต่่าง ๆ ได้้แก่่ การเปลี่่�ยนแปลงทััศนคติิที่่�มีีต่่อคนพิิการ คนพิิการกัับการมีีส่่วนร่่วมทางการเมืือง การศึึกษาของคนพิิการ การดููแลและการเข้้าถึึงบริิการสำหรัับคนพิิการ รวมถึึงการประชาสััมพัันธ์์และการเรีียกร้้องสิทธิิ ดัังปรากฏในรายละเอีียดในสรุุปสาระการประชุุมดัังต่่อไปนี้้�การสรุุปสาระจากการประชุุมในภาพรวม สำหรัับการขัับเคลื่่�อนงานยุุทธศาสตร์์ เพื่่�อคนพิิการในพื้้�นที่่�ซึ่่�งหลายกิิจกรรมที่่�สามารถช่่วยคนพิิการได้้เช่่น การให้้ข้้อมููลหรืือ การประชาสััมพัันธ์์เพื่่�อให้้เข้้าถึึงการบริิการ การสนัับสนุุนให้้คนพิิการสามารถพึ่่�งพาตนเองได้้ หรืือการช่่วยเหลืือคนพิิการให้้สามารถทำบััตรประชาชน คนทำงานสามารถทำหน้้าที่่�ใน การเชื่่�อมต่่อกัับหน่่วยงานที่่�มีีความน่่าเชื่่�อถืือในพื้้�นที่่� เช่่น ศอ.บต. เป็็นต้้นในด้้านการปรัับเปลี่่�ยนทััศนคติินั้้�นเป็็นเรื่่�องที่่�ต้้องใช้้เวลา หากสามารถปรัับเปลี่่�ยนทััศนคติิต่่อผู้้บริิหารที่่�กำหนดกฎหมายจะส่่งผลดีีต่่อสัังคม และหากเราสามารถให้้คนพิิการออกสัังคมได้้ก็็จะทำให้้ทััศนคติิให้้ประชาชนทั่่�วไปเปลี่่�ยนแปลงได้้ว่่าคนพิิการมีีศัักยภาพ นอกจากนี้้� ในเรื่่�องการกู้้เงิินของคนพิิการที่่�อาจจะติิดขััดเรื่่�องความไว้้วางใจของเจ้้าหน้้าที่่�หรืือเอกสารที่่�ต้้องลงนามเหล่่านี้้�เป็็นสิ่่�งจำเป็็นที่่�ต้้องแก้้ไขเพื่่�อให้้คนพิิการสามารถใช้สิ้ทธิิได้้เต็็มที่่�182


ไปทำงาน การกำหนดเพีียงเงิิน 800 บาทไม่ส่อดคล้้องกัับสภาพปััญหาที่่�เป็็นอยู่่ หากคนพิิการมีีความสามารถก็็น่่าจะสมััครเป็็น สส. เพื่่�อสะท้้อนปััญหาของคนพิิการประเด็็นการศึึกษา ในส่่วนครููผู้้ช่่วย ล่่ามภาษามืือ หรืือสถานที่่�สำหรัับโรงเรีียนพิิเศษนั้้�น ก็็พบปััญหากัับโรงเรีียนทั่่�วประเทศ ซึ่่�งก็็ยัังไม่่ชััดเจนว่่าแต่่ละโรงเรีียนควรมีีครููกี่่�คน ทั้้�งนี้้� ปััญหาเหล่่านี้้�จำเป็็นต้้องหารืือร่่วมกัันต่่อไป เพื่่�อให้้เกิิดการแก้้ปััญหาอย่่างชััดเจนประเด็็นการถููกทอดทิ้้�ง พม. มีีนโยบายการดููแลที่่�เกี่่�ยวข้้องอย่่างไร ควรนำประเด็็นนี้้�เข้้าไปพููดคุุยกัับตััวแทนของ สส. ในพื้้�นที่่�ประเด็็นศููนย์ซ่์ ่อมกายอุุปกรณ์พิ์ ิการที่่�กระจายทุุกพื้้�นที่่�ให้้เข้้าถึึงได้ง่้่ายขึ้้�น ควรพููดคุุยกัับ ศอ.บต. เพื่่�อออกแบบให้้เหมาะสมและมีีความเป็็นไปได้้ในเรื่่�องการวิินิิจฉััยคนพิิการในขณะนี้้�กำลัังอยู่่ในระหว่่างการผลัักดัันเพื่่�อให้้เกิิด การประเมิินสามขั้้�นตอน เช่่น คนพิิการต้้องประเมิินตััวเองในการปฏิิบััติิในชีีวิิตประจำวัันว่่ากระทบกัับชีีวิติประจำวัันมากแค่่ไหน สองคืือ การประเมิินของชุุมชน และสาม คืือการวินิิจฉััยของแพทย์์ทั้้�งนี้้� การเรีียกร้้องความต้้องการของคนพิิการนั้้�น จำเป็็นที่่�จะต้้องเขีียนระบุุให้ชั้ัดเจน เช่่น หากต้้องการสร้้างสิ่่�งอำนวยความสะดวก ควรระบุุชััดว่่าจััดที่่�ไหน และสามารถเรีียกร้้องไปยัังหน่่วยงานใด เพื่่�อให้้สอดคล้้องกัับสภาพปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นจริิง เมื่่�อเกิิดผลลััพธ์์ที่่�ดีีก็็ควรชื่่�นชมส่่งผลให้้เจ้้าหน้้าที่่�ก็็อยากทำต่่อ  .........ประเด็็นการมีีส่่วนร่่วมทางการเมืือง ควรให้้คนพิิการเข้้าร่่วมในเวทีีต่่าง ๆ และเปิิดโอกาสให้้สะท้้อนความคิิดและปััญหาตามสภาพความเป็็นจริิง ที่่�ผ่่านมาพรรคการเมืืองหลายพรรคมัักจะนั่่�งเทีียนเขีียนข้้อมููลเกี่่�ยวกัับคนพิิการที่่�ไม่่เป็็นจริิงซึ่่�งไม่่เป็็นตามความเป็็นจริิง ทั้้�งนี้้� ควรศึึกษาจากปััญหาความต้้องการของคนพิิการ ที่่�มีีความแตกต่่างกััน ดัังนั้้�น การให้ส้ะท้้อนปััญหาที่่�แท้้จริิงสามารถพััฒนาสู่่นโยบายที่่�สอดคล้้องกัับปััญหาคนพิิการได้้จริิง เช่่น คนพิิการบางกรณีีต้้องการค่่าเดิินทางเพื่่�อ183


แลกเปลี่่�ยน เสนอแนะ1) มีีความเป็็นไปได้้หรืือไม่่ที่่�จะให้มีี้การจ้้างงานคนพิิการให้ขั้ับเคลื่่�อนเรื่่�องสิ่่�งอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะ โดยตั้้�งเป้้าหมายว่่าให้้มีีคนพิิการที่่�ได้้รัับการจ้้างงานกี่่�คน ทั้้�งนี้้� หากมีีการมอบหมายให้้มีีผู้้ที่่�ทำหน้้าที่่�ขัับเคลื่่�อนประเด็็นใดประเด็็นหนึ่่�งโดยเฉพาะเกี่่�ยวกัับคนพิิการก็็จะเป็็นสิ่่�งที่่�ดีีมาก2) มีีความเป็็นไปได้้หรืือไม่่ที่่�จะให้้ภาคประชาสัังคมสามารถขัับเคลื่่�อน ในเรื่่�อง การหางบประมาณจากหน่่วยงานภายนอกเพื่่�อเป็็นค่่าจ้้างทำงานแก่่คนพิิการ3) ในการจััดทำยุุทธศาสตร์์เพื่่�อคนพิิการ ควรมีีการวางแผนจััดลำดัับความสำคััญ เพื่่�อขัับเคลื่่�อนในสิ่่�งที่่�สามารดำเนิินการได้ง่้่าย เช่่น ทางลาดที่่�มัสยิั ิด โดยต้้องไปคุุยกัับสถาปนิิกในพื้้�นที่่� และคณะกรรมการอิิสลาม การขัับเคลื่่�อนในระดัับนโยบายโดยการทำหนัังสืือไปยัังกรรมาธิิการคนพิิการ เป็็นต้้น4) บริิบทพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มีีความแตกต่่างจากพื้้�นที่่� ดัังนั้้�นจึึงต้้องขัับเคลื่่�อนงาน อย่่างต่่อเนื่่�องให้้เห็็นเป็็นรููปธรรม5) เครืือข่่ายคนพิิการควรรวมตััวกัับภาคประชาสัังคม เพื่่�อมาวิิเคราะห์ปั์ ัญหาร่่วมกัันและช่่วยกัันผลัักดัันปััญหาของคนพิิการ184


เนื้้�อหาทั้้�งหมดร้้อยเรีียงจาก 3 เวทีี ประสบการณ์์ บทเรีียน และการเรีียนรู้้สู่่ยุุทธศาสตร์์การขัับเคลื่่�อนงานเพื่่�อคนพิิการชายแดนใต้้ จากการประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการ การจััดทำยุุทธศาสตร์์เครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ กิิจกรรมสัันติิภาพที่่�เบาบางของคน เปราะบาง การประชุุมสััมมนาภาคีีเครืือข่่ายวิิชาการและภาคประชาสัังคมเพื่่�อพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตในการสร้้างสัันติิภาพในกลุ่่มเปราะบางจัังหวััดชายแดนใต้้ และการประชุุมพััฒนายุุทธศาสตร์์ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ ล้้วนเป็็นเพีียงส่่วนหนึ่่�งในการร่่วมก้้าวเดิินของผู้คน ห ้ น่่วยงาน องค์์กรต่่าง ๆ ในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้และนอกพื้้�นที่่� ในการเชื่่�อมร้้อยเพื่่�อให้้เกิิดการขัับเคลื่่�อนการทำงานเพื่่�อคนพิิการ คนเปราะบางในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ ซึ่่�งเป็็นพื้้�นที่่�ที่่�แสวงหาความสัันติิมาหลายขวบปีีทั้้�งนี้้� ผู้คน้ ส่่วนใหญ่มั่ ักจะมีีภาพจำเกี่่�ยวกัับเรื่่�องสัันติิภาพที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับความรุุนแรงเชิิงกายภาพ กลุ่่มคนหลัักที่่�ได้้รัับผลกระทบและเป็็นข่่าวในพื้้�นที่่�กระแสของสัังคมมัักจะเป็็น กลุ่่มเดิิมที่่�อาจถููกนำเสนอภาพซ้้ำ โดยอาจมิิทัันสัังเกตเห็็นว่่ายัังมีีกลุ่่มคนเปราะบางบางกลุ่่มที่่�จำเป็็นต้้องได้้รัับการดููแล ปกป้้อง และสร้้างการมีีส่่วนร่่วมในการร่่วมสร้้างพื้้�นที่่�แห่่งสัันติิภาพร่่วมกััน ทั้้�งจากคนพิิการ คนยากจน ผู้้หญิิงเปราะบาง ผู้้ได้้รัับความรุุนแรงในครอบครััว ฯลฯ ดัังนั้้�น บทเรีียน ประสบการณ์์ และการเรีียนรู้้จาก 3 เวทีีเหล่่านี้้� จึึงถือเื ป็็น อีีกมิิติิสำคััญในการส่่งเสีียงและร่่วมกัันผลัักดัันกลุ่่มคนเปราะบางในพื้้�นที่่�ให้้ได้้มีีสิิทธิิ ในการส่่งเสีียงถึึงการมีีอยู่่ พร้้อมทั้้�งส่่งเสีียง ส่่งพลัังความร่่วมมืือร่่วมใจในการร่่วมกัันสร้้างสัันติิภาพให้้ครอบคลุุมทุุกกลุ่่มในพื้้�นที่่�ชายแดนภาคใต้้แห่่งนี้้�ที่่�มา: รายงานผลการดำเนิินงาน: การประชุุมพััฒนายุุทธศาสตร์์ของเครืือข่่ายคนพิิการชายแดนใต้้ จััดโดย สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิทิยาลััยสงขลานคริินทร์ ศู์ูนย์์ประสานงานด้้านเด็็กและสตรีีในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ เครืือข่่ายชุุมชนศรััทธา และ Minority Rights Group International สนัับสนุุนโดยสหภาพยุุโรป วัันที่่� 8-9 กัันยายน 2566 ณ ห้้องประชุุมชั้้�น 1 ศููนย์์อำนวยการบริิหารจัังหวััดชายแดนใต้้185


กระบวนการสัันติิภาพสภาวะที่่�เป็็น: มองผ่่านเลนส์์ความครอบคลุุม


เมื่่�อย้้อนมองกระบวนการสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ตลอดทศวรรษที่่�ผ่่านมา คำถามสำคััญที่่�สะท้้อนจากเสีียงในพื้้�นที่่�คืือ “ประชาชนได้้อะไรบ้้าง?” คำถามนี้้�ไม่่เพีียงสะท้้อนความรู้้สึึกของผู้้คนที่่� “กระหายสัันติิภาพโดยแท้้จริิง” แต่่ยัังชี้้�ให้้เห็็นว่่าการสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุม (Inclusive Peacebuilding) อาจเป็็นคำตอบสำคััญที่่�เราต้้องค้้นหาร่่วมกัันInclusivity หรืือความครอบคลุุมในที่่�นี้้�ไม่่ได้้หมายถึึงเพีียงการมีีส่่วนร่่วมในเชิิงรููปแบบ แต่ต้่ ้องเป็็นการมีีส่่วนร่่วมที่่�มีีความหมาย โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งสำหรัับกลุ่มเปราะบางและประชาชนระ่ดัับรากหญ้้า ดัังจะเห็็นได้้จากเสีียงสะท้้อนที่่�ว่่า “การพููดคุุยสัันติิภาพของฝ่่ายรััฐ ฝ่่ายเห็็นต่่างจากรััฐและคนกลางจะไม่่มีีความหมายหากฝ่่ายประชาชนไม่่เห็็นพ้้อง” ความท้้าทายที่่�สำคััญคืือการทำให้้ความครอบคลุุมกลายเป็็นวิิถีีปฏิิบััติิ ในชีีวิิตประจำวััน (practice in everyday life) ไม่่ใช่่เพีียงวาทกรรมหรืือนโยบายที่่�ลอยอยู่่บนกระดาษ ดัังที่่�เราได้้เห็็นตััวอย่่างจากความพยายามผลัักดัันร่่างพระราชบััญญััติิการสร้้างสัันติิภาพ ที่่�สะท้้อนให้้เห็็นว่่า การสร้้างสัันติิภาพไม่่ใช่่เรื่่�องไกลตััว แต่่ต้้องเชื่่�อมโยงกัับชีีวิิตจริิงของ ผู้้คนในพื้้�นที่่�กระบวนการสัันติิภาพ-สภาวะที่่�เป็็น: มองผ่่านเลนส์์ความครอบคลุุม187


เสีียงปืืนดัังขึ้้�นในค่่ำคืืนเดืือนมกราคม 2547 ณ กองพัันพััฒนาที่่� 4 อำเภอเจาะไอร้้อง จัังหวััดนราธิิวาส—จุุดเริ่่�มต้้นของความรุุนแรงที่่�ทวีีความเข้้มข้้นต่่อเนื่่�องมากว่่า 20 ปีี คร่่าชีีวิติผู้คนไปแ ้ ล้้วกว่่า 7,500 ชีีวิติ บาดเจ็็บอีีกกว่่า 14,000 คน แต่่ในท่่ามกลางความมืืดมิิดของความรุุนแรง แสงสว่่างแห่่งสัันติิภาพได้้เริ่่�มฉายรำไรขึ้้�น เมื่่�อวัันที่่� 28 กุุมภาพัันธ์์ 2556 เมื่่�อรััฐบาลไทยและกลุ่ม BRN ไ่ด้้ลงนามในข้้อตกลงการพููดคุุยสัันติิภาพครั้้�งแรกในประวััติิศาสตร์์ ณ กรุุงกััวลาลััมเปอร์์ ประเทศมาเลเซีียในขณะที่่�เสีียงปืืนดัังกึึกก้้องและควัันระเบิิดลอยละล่่องเป็็นภาพที่่�คุ้้นตาในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มานานกว่่าสองทศวรรษ อีีกด้้านหนึ่่�งของความขััดแย้้งกลัับเป็็นเรื่่�องราวที่่�น้้อยคนจะได้้ยิิน — เสีียงของชุุมชนที่่�ต้้องการสัันติิภาพ เสีียงของผู้้คนที่่�อยากเห็็นการเปลี่่�ยนแปลง และเสีียงของความพยายามที่่�จะสร้้างสะพานเชื่่�อมระหว่่างความแตกต่่าง ความรุุนแรงที่่�ปรากฏในข่่าวเป็็นเพีียงปลายยอดของภููเขาน้้ำแข็็ง ใต้้ผิิวน้้ำคืือความเหลื่่�อมล้้ำเชิิงโครงสร้้าง ความอยุุติิธรรม และความขััดแย้้งเชิิงวััฒนธรรมที่่�ฝัังรากลึึกมานัับศตวรรษ การแก้้ไขปััญหาด้้วยอาวุุธหรืือการปราบปรามไม่่อาจนำมาซึ่่�งสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนนัับจากวัันนั้้�นถึึงวัันนี้้� กระบวนการสัันติิภาพได้้ผ่่านร้้อนผ่่านหนาว ผ่่านรััฐบาลมาแล้้วหลายชุุด จากรััฐบาลพลเรืือนสู่่รััฐบาลทหาร และกลัับมาสู่่รััฐบาลพลเรืือนอีีกครั้้�ง แต่่ละยุุคล้้วนมีีพลวััต มีีความหวััง และมีีข้้อจำกััดที่่�แตกต่่างกัันเมื่่�อสัันติิภาพไม่่ใช่่เรื่่�องไกลตััว — บทเรีียนจากพื้้�นที่่�อื่่�นสู่่การถอดรหััสความสำเร็็จของกฎหมายสัันติิภาพในบริิบทสามจัังหวััดชายแดนใต้้ทศวรรษแห่่งการเจรจา: จุุดเริ่่�มต้้นและสภาวะปััจจุุบััน188


พััฒนาการของกระบวนการสัันติิภาพและการเสวนาจากเวทีีเสวนา “ชุุดกฎหมายสัันติิภาพชายแดนใต้้/ปาตานีี: ทบทวน ท้้าทาย ที่่�ทาง” ในวัันจัันทร์์ที่่� 26 กุุมภาพัันธ์์ 2567 ณ ห้้องน้้ำพราว ชั้้�น 1 โรงแรม CS ปััตตานีี ซึ่่�งจััดโดยสถานวิิจััยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธา กััมปงตัักวา Minority Rights Group สนัับสนุุนโดยสหภาพยุุโรป (EU)นายแวรอมลีี แวบููละ นายกสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวาสะท้้อนว่่า ตลอดความขััดแย้้ง 20 ปีีในชายแดนใต้้ ประชาชนต่่างคาดหวัังทางออกจากรััฐบาลและกระบวนการพููดคุุย “ตั้้�งแต่่การพููดคุุยในปีี 2556 สมััยรััฐบาลยิ่่�งลัักษณ์์ ประชาชนรู้้สึึกมีีความหวััง แต่่หลัังจากนั้้�นชาวบ้้านสิ้้�นหวััง” ปััจจุุบัันแผนสัันติิภาพองค์์รวม (JCPP) วางกรอบการพููดคุุย 3 ประเด็็นหลัักคืือ การยุุติิความรุุนแรง การปรึึกษาหารืือสาธารณะ และ การแสวงหาทางออกทางการเมืือง ซึ่่�งเป็็นสิ่่�งที่่�ประชาชนฝากความหวัังนายซะการีีย์์ยา อมาตยา สะท้้อนความรู้้สึึกผ่่านบทกวีีถึึงสถานการณ์์ในพื้้�นที่่� และความปรารถนาต่่อสัันติิภาพ “ในความเงีียบงััน ข้้าพเจ้้าแว่่วได้้ยิินสัันติิภาพส่่งเสีียงก้้องไปตามถนน รอบ ๆ หอนาฬิิกาประจำเมืือง บนโต๊๊ะอาหาร ร้้านน้้ำชา มััสยิิด วััดวาอาราม แต่่หามีีผู้ใ้ดไม่่ ไม่่มีีใครได้้ยิิน”สะท้้อนความรู้้สึึกของผู้คนที่่�ปราร ้ ถนาสัันติิภาพ แต่่เสีียงเรีียกร้้องกลัับไม่่ได้้รัับการตอบสนองดร.รุ่งร่วีี เฉลิิมศรีีภิิญโญรััช จากสถาบัันสัันติิศึึกษา นำเสนอมุุมมองเรื่่�อง “ความหวััง ความกลััว แสงแห่่งอนาคต” ของกระบวนการสัันติิภาพชายแดนใต้้ โดยย้้อนกลัับไป 11 ปีี ที่่�ผ่่านมา นัับแต่่วัันที่่� 28 กุุมภาพัันธ์์ 2556 เมื่่�อรััฐบาลไทยและฝ่่าย BRN ลงนามข้้อตกลงการพููดคุุยสัันติิภาพที่่�กรุุงกััวลาลััมเปอร์์ ซึ่่�งถืือเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นการพููดคุุยอย่่างเป็็นทางการ ครั้้�งแรกในประวััติิศาสตร์์ไทย ทำให้้รััฐบาลได้้เริ่่�มพููดคุุยกัับกลุ่่มกระบวนการที่่�อยู่่ใต้้ดิิน แต่่ตลอดระยะเวลา 10 ปีีที่่�ผ่่านมา ยัังไม่่มีีข้้อตกลงใด ๆ เกิิดขึ้้�นในยุุครััฐบาลทหาร เกิิดการรวมกลุ่มอง่ค์์กรที่่�เรีียกว่่า “มาราปาตานีี ” (MARA Patani) ประกอบด้้วยกลุ่ม่ต่่าง ๆ เช่่น BRN, PULO, GMIP และ BIPP แม้้จะมีีความหวัังว่่ามาราปาตานีีจะพููดคุุยอย่่างจริิงจััง แต่ก็่ มีี็ความกัังวลว่่าอาจไม่ส่ามารถควบคุุมกำลัังในพื้้�นที่่�ได้้ และมีีคำถามต่่อความจริิงจัังของรััฐบาล การพููดคุุยในช่่วงที่่� พลเอกอัักษรา เกิิดผล เป็็นหััวหน้้าคณะ 189


พููดคุุย นำไปสู่่ข้้อตกลงเรื่่�องพื้้�นที่่�ปลอดภััย แต่่ไม่่ได้้นำไปสู่่การปฏิิบััติิจริิง เนื่่�องจากรััฐบาลไทยไม่่ยอมลงนามในเอกสารข้้อตกลงร่่วม ด้้วยความกลััวว่่าจะเป็็นการรัับรองกลุ่่มติิดอาวุุธและอาจนำไปสู่่การเรีียกร้้องแบ่่งแยกดิินแดนในเวทีีระหว่่างประเทศในช่่วงปลายรััฐบาลประยุุทธ์์ จัันทร์์โอชา มีีการเปลี่่�ยนหััวหน้้าคณะพููดคุุย และ มีีการพููดคุุยที่่�ยุุโรปในปีี 2561 ระหว่่างรััฐบาลไทยกัับ BRN ต่่อมาในรััฐบาลที่่�มาจากการเลืือกตั้้�งปีี 2562 มีีคณะพููดคุุยชุุดใหม่่นำโดย พลเอกวััลลภ รัักเสนาะ ฝ่่าย BRN นำโดย อานััสอัับดุุลเราะห์์ แต่่การพููดคุุยต้้องหยุุดชะงัักเพราะสถานการณ์์โควิิดความคืืบหน้้าสำคััญเกิิดขึ้้�นในเมษายน 2565 เมื่่�อมีีข้้อตกลงหลัักการทั่่�วไปว่่าด้้วยกระบวนการสัันติิภาพ วางหลัักการสำคััญ 3 ประการ คืือ 1) ลดความรุุนแรง 2) ปรึึกษาหารืือสาธารณะ และ 3) แสวงหาทางออกทางการเมืือง นำไปสู่่ “แผนปฏิิบััติิการร่่วมเพื่่�อสร้้างสัันติิสุุขแบบองค์์รวม” (JCPP) ที่่�วางกรอบการพููดคุุยเรื่่�องสารััตถะ 5 ประเด็็นหลััก ได้้แก่่ รููปแบบการปกครองที่่�เหมาะสมในพื้้�นที่่� การยอมรัับอััตลัักษณ์์วััฒนธรรมของคนปาตานีีหลัักสิิทธิิมนุุษยชนความยุุติิธรรม การบัังคัับใช้้กฎหมาย และการพััฒนาเศรษฐกิิจและ การศึึกษา แม้ยั้ังไม่มีีข้่ ้อตกลงที่่�เป็็นทางการ แต่สถิ่ ิติิความรุุนแรงตั้้�งแต่ปี่ ี 2556 จนถึึงปััจจุุบัันลดลงอย่่างมีีนััยสำคััญ แสดงให้้เห็็นว่่าการพููดคุุยส่่งผลดีีแม้้จะเป็็นทางอ้้อม ในรััฐบาลปััจจุุบััน คณะพููดคุุยนำโดย คุุณฉััตรชััย บางชวด รองเลขาธิิการสภาความมั่่�นคงแห่่งชาติิ ซึ่่�งเป็็นคณะพููดคุุยชุุดแรกที่่�นำโดยพลเรืือนความขััดแย้้งที่่�ดำเนิินมา 20 ปีี ทำให้้มีีผู้้เสีียชีีวิิต 7,500 คน และบาดเจ็็บ 14,000 คน JCPP จึึงเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นสำคััญที่่�จะนำไปสู่่การหาทางออกทางการเมืืองและการพููดคุุยถึึงรากเหง้้าของปััญหา โดยต้้องยึึดหลัักประชาธิิปไตย ความยุุติิธรรม การเคารพสิิทธิิมนุุษยชน การยอมรัับอััตลัักษณ์์วััฒนธรรม และการอยู่่ร่่วมกัันท่่ามกลางความแตกต่่างหลากหลายดร.รุ่่งรวีี เน้้นย้้ำว่่า “ถ้้าเราไม่่ไปจััดการกัับสิ่่�งที่่�เป็็นความข้้องใจของคนในพื้้�นที่่� ความรุุนแรงก็ยั็ังสามารถปะทุขึุ้้�นมาได้้” การแก้ปั้ ัญหาต้้องพููดถึึงประเด็็นสารัตถัะและเปิิดพื้้�นที่่�ให้้มีีการถกเถีียงด้้วยเหตุุผลเพื่่�อหาทางออกที่่�ดีีที่่�สุุดสำหรัับทุุกกลุ่่ม แม้้ว่่าจะมีีการออกมาโจมตีี JCPP แต่่ในแง่่ดีีจะเป็็นโอกาสให้้สัังคมได้้ทำความเข้้าใจกระบวนการสัันติิภาพมากขึ้้�น ปััจจุุบัันพื้้�นที่่�มีีการเปิิดกว้้างมากขึ้้�น แม้ว่้่าจะยัังมีีข้้อจำกััดและความกลััวบางอย่่าง แต่่หากทุุกฝ่่ายช่่วยกัันขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพไปข้้างหน้้า สัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนก็ส็ามารถเกิิดขึ้้�นได้้ในอนาคต190


พ.ร.บ. สัันติิภาพ: กลไกสำคััญสู่่การขัับเคลื่่�อนวาระแห่่งชาติินายอาดิิลััน อาลีีอิิสเฮาะ กรรมาธิิการวิิสามััญเพื่่�อสัันติิภาพและการพััฒนาจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ กล่่าวถึึงการขัับเคลื่่�อนด้้านกฎหมายว่่า กรรมาธิิการวิสิามััญนี้้�เป็็นการขัับเคลื่่�อนโดยฝ่่ายนิิติิบััญญััติิเป็็นครั้้�งแรกของกระบวนการสร้้างสัันติิภาพ โดยมีีท่่านจาตุุรนต์์ ฉายแสง เป็็นประธาน แบ่่งเป็็น 2 คณะ อนุุกรรมาธิิการคืือ อนุุกรรมาธิิการเพื่่�อเพิ่่�มประสิิทธิิผล ในการเจรจาสัันติิภาพและข้้อเสนอทางออกทางการเมืือง และอนุุกรรมาธิิการการมีีส่่วนร่่วมของประชาชน อาดิิลััน เน้้นย้้ำถึึงปััญหาสำคััญคืือรััฐบาลยัังไม่่เคยประกาศให้้กระบวนการ พููดคุุยสัันติิภาพเป็็นวาระแห่่งชาติิ และยัังไม่่ได้้บรรจุุในแผนยุุทธศาสตร์์ 20 ปีี อย่่างชััดเจน ปััจจุุบัันกำลัังมีีการศึึกษาแนวคิิดของการร่่างกฎหมายสัันติิภาพเพื่่�อรองรัับคนทำงานในกระบวนการสร้้างสัันติิภาพ โดยมีีภาคประชาสัังคมร่่วมขัับเคลื่่�อนอย่่างมากนายตููแวดานีียา ตููแวแมแง ผู้้ประสานงานคณะสัันติิภาพภาคประชาชน (คสป.) ได้้กล่่าวถึึงความพยายามในการยกร่่างชุุดกฎหมายสัันติิภาพที่่�ยึึดโยงความต้้องการ ของประชาชน เขาอธิิบายว่่าที่่�ผ่่านมามีีอุุปสรรคสำคััญคืือการพููดคุุยเป็็นการขัับเคลื่่�อน โดยกลไกที่่�ไม่่ได้้มาจากต้้นทาง และผู้บ้ริิหารประเทศไม่มีี่เจตจำนงชััดเจนในการสร้้างสัันติิภาพ คณะสัันติิภาพภาคประชาชนจึึงเสนอให้้ประกาศกระบวนการสัันติิภาพเป็็นวาระแห่่งชาติิ และมีีการออกกฎหมายรองรัับ โดย ตููแวดานีียา ได้้เสนอร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพ ที่่�มีีหลัักการสำคััญ 3 ขั้้�นตอนคืือ 1) ต้้องมีีการพบกัันของผู้้มีีอำนาจตััดสิินใจที่่�แท้้จริิงของทั้้�งสองฝ่่าย 2) ต้้องมีีกลไกการขัับเคลื่่�อนและหลัักประกัันความปลอดภััยแก่่คณะผู้้นำของผู้้ขััดแย้้ง และ 3) ต้้องใช้้หลัักประชาธิิปไตยโดยตรงให้้ประชาชนมีีส่่วนร่่วมต่่อกระบวนการสร้้างสัันติิภาพผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี อาจารย์์ประจำสถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ ได้้กล่่าวถึึงจุุดเปลี่่�ยนสำคััญของกระบวนการสัันติิภาพ โดยเริ่่�มจาก• การพููดคุุยที่่�เบอร์์ลิินในปีี 2562• การพบกัันที่่�ตุุรกีีในปีี 2564 ที่่�มีีการตกลง 3 ประเด็็นสารััตถะ ได้้แก่่ การลด ความรุุนแรง การปรึึกษาหารืือสาธารณะ และการแสวงหาทางออกทางการเมืือง• การพููดคุุยที่่�ประเทศมาเลเซีียในปีี 2565 ซึ่่�งมีีประเด็็นท้้าทายคืือ ฝ่่ายผู้้เห็็นต่่างยอมรัับการอยู่่ภายใต้้รััฐเดีียวตามรััฐธรรมนููญ• การจััดทำ JCPP ในปีี 2566 และการตั้้�งคณะพููดคุุยสัันติิภาพชุุดใหม่่นำโดย นายฉัตัรชััย บางชวด รองเลขาธิิการสำนัักงานสภาความมั่่�นคงแห่่งชาติิ (สมช.) ในรััฐบาลปััจจุุบััน191


อีีกทั้้�งยัังได้้เน้้นเรื่่�องหลัักการพื้้�นฐานยัังคงอยู่่ในกรอบของกฎหมายไทยและรััฐธรรมนููญไทย และชี้้�ให้้เห็็นว่่ากฎหมายสัันติิภาพควรเน้้นการปกป้้องคุ้้มครองผู้้เกี่่�ยวข้้องกัับกระบวนการสัันติิภาพ เนื่่�องจากไทยมีีข้้อจำกััดด้้านกฎหมายอาญาที่่�เกี่่�ยวกัับการกบฏและการแบ่่งแยกดิินแดน ซึ่่�งต่่างจากหลายประเทศที่่�ไม่่มีีข้้อจำกััดเหล่่านี้้�นายอัับดุุลการิิม อัสัมะแอ จากมหาวิทิยาลััยฟาฏอนีีและอดีีตประธานสภาประชาสัังคมชายแดนใต้้ กล่่าวถึึงประสบการณ์์เกืือบ 20 ปีีในภาคประชาสัังคม พบว่่า ในปีี 2563 ภาคประชาสัังคมพยายามเสนอแนวคิิดการทำพระราชกำหนดสัันติิภาพ แต่ส่ ภาฯ ไม่รั่ ับข้้อเสนอ ตนจึึงเสนอให้้ใช้้ พ.ร.บ. สัันติิภาพในระยะแรกก่่อน โดยให้้คณะรััฐมนตรีีเป็็นผู้้บัังคัับใช้้ เพราะการออก พ.ร.บ. ต้้องใช้้เวลานาน ร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพที่่�เสนอประกอบด้้วย 4 หมวด: หมวดทั่่�วไป อำนาจหน้้าที่่� กลไก และการพููดคุุยตกลง โดยไม่่ขััดแย้้งต่่อรััฐธรรมนููญ อัับดุุลการิิม ยัังแสดงความกัังวลเรื่่�องสถานะทางกฎหมายของ BRN ว่่า “สถานะของ BRN จะเกิิดขึ้้�นได้้อย่่างไรตามกฎหมาย” ขณะที่่�ต้้องชััดเจนว่่าใครในรััฐบาลเป็็นผู้้มีีอำนาจ ในการเจรจา และยัังเน้้นว่่าเจตจำนงทางการเมืืองเป็็นสิ่่�งสำคััญมาก หากไม่มีี่เจตจำนงที่่�แท้้จริิง พ.ร.บ. ก็็จะไม่่เกิิดขึ้้�น และ พ.ร.บ. สัันติิภาพอาจนำไปสู่่ “คู่่เจรจาใหม่่ระหว่่างรััฐบาลกัับประชาชนไม่่ใช่่กัับผู้้เห็็นต่่าง”นายรอมฎอน ปัันจอร์์ กรรมาธิิการฯ อ้้างถึึงเอกสารสำคััญลงนาม เมื่่�อวัันที่่� 31 มีีนาคม 2565 เรื่่�องการร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพว่่า เอกสารที่่�มีีการ ลงนามโดยผู้้เชี่่�ยวชาญ 2 ท่่าน ซึ่่�งเป็็น กรอบของแผนสัันติิภาพ JCPP ที่่�รััฐบาลไทยและฝ่่าย BRN เห็็นร่่วมกัันเรื่่�อง “การยอมรัับเจตจำนงของประชาคมปาตานีีภายใต้้รััฐเดี่่�ยวที่่�สอดคล้้องกัับรััฐธรรมนููญไทย” แสดงว่่าทั้้�งสองฝ่่ายยอมถอยจากจุุดยืืนเดิิมอย่่างมีีนััยสำคััญ นายรอมฎอน พ.ร.บ. สัันติิภาพเคยเป็็นหนึ่่�งใน 50 กฎหมายชุุดแรกที่่�พรรคก้้าวไกลจะเสนอ แต่่ยัังไม่่ได้้รัับการตกผลึึก ในสัังคมไทย จึึงเสนอให้้ดำเนิินการหลายด้้านพร้้อมกััน ทั้้�งใช้้คำสั่่�งบริิหารมติิ ค.ร.ม. การลดบทบาทการใช้้กำลััง การยกเลิิกกฎอััยการศึึกและ พ.ร.ก. ฉุุกเฉิิน และ ยกเลิิกคำสั่่�ง คสช. 14/2559 ที่่�เคยยกเลิิกสภาที่่�ปรึึกษาซึ่่�งเคยมีีตััวแทนประชาชน การผลัักดัันกฎหมายสัันติิภาพ 192


มีี 2 เป้้าหมาย: 1) ให้มีี้กฎหมายมีีผลบัังคัับใช้้ และ 2) ให้มีี้การโหวตในสภาเพื่่�อสร้้างการถกเถีียงและกดดัันรััฐบาล โดยปรัับกฎหมายเก่่า ร่่างกฎหมายใหม่่ และสร้้างความรู้้ความเข้้าใจในพื้้�นที่่�ไปพร้้อมกัันนายอาหมััดบููรฮััน ติิพอง กรรมาธิิการฯ และอนุุกรรมาธิิการเจรจา เริ่่�มด้้วยคำถาม “เชื่่�อหรืือไม่่ว่่าการเจรจาสัันติิภาพจะจบทุุกอย่่าง” และย้้ำว่่า “ทุุกคนต้้องมีีความเชื่่�อว่่าจะจบได้้ด้้วยการเจรจา” โดยเรีียกร้้องให้้ “สร้้างบรรยากาศที่่�ดีีไปสู่่สัันติิภาพอย่่างแท้้จริิง” มีีใจกว้้าง ไม่่โทษใคร และ “อยากให้้พวกเรามาช่่วย มาทำให้ปั้ตตัานีี โดยฝีมืืีอของคนในพื้้�นที่่�เอง” นายอาหมััดบููรฮััน เน้้นความสำคััญของการแก้ปั้ ัญหาเศรษฐกิิจควบคู่่กัับสัันติิภาพเพราะ “ถ้้าปากท้้องหิิว จะไปสู้้กัับใครได้้” กฎหมายที่่�มีีอยู่่ต้้องได้้รัับการแก้้ไขหลายมาตรา และ พ.ร.บ. สัันติิภาพมีี “เจตนารมณ์ต้์ ้องการบัังคัับคนที่่�จะเป็็นรััฐบาลให้ขั้ับเคลื่่�อนอย่่างต่่อเนื่่�อง” ปััจจุุบัันได้้มีีการร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพแล้้ว ซึ่่�ง “สิ่่�งสำคััญ กฎหมายสัันติิภาพเป็็นเรื่่�องของ การกำหนดนโยบาย” และขึ้้�นอยู่่กัับความตั้้�งใจของรััฐบาล โดย “พี่น้่� ้องในพื้้�นที่่�เป็็นคนกำหนดเอง”เสีียงจากทุุกภาคส่่วน: ออกแบบอนาคตสัันติิภาพร่่วมกัันนายรัักชาติิ สุุวรรณ อดีีตประธานเครืือข่่ายชาวพุุทธเพื่่�อสัันติิภาพชายแดนใต้้ กล่่าวถึึง “แผนปฏิิบััติิการร่่วมเพื่่�อสัันติิสุุขแบบองค์์รวม” (Joint Comprehensive Plan towards Peace: JCPP) ว่่า ภาคประชาสัังคมควรวิิเคราะห์ผ์ลและพิิจารณาการปรัับปรุุงกฎหมายเก่่า ไม่่ว่่าจะเป็็นกฎหมาย ศอ.บต. ที่่�ใช้้ใน 3 จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ นายรัักชาติิ ระบุุว่่ากระบวนการพููดคุุยที่่�ผ่่านมามีีความต่่อเนื่่�องแต่่ก็็สะดุุดด้้วยเหมืือนกััน ซึ่่�งเป็็นผลมาจากการปรัับเปลี่่�ยนคณะพููดคุุยและเหตุุการณ์ท์างการเมืือง “การลงนามก็็เป็็นสิ่่�งสำคััญ” โดยเน้้นว่่าประชาชนและภาคประชาสัังคมในพื้้�นที่่�ต้้องการเห็็นการลงนามที่่�ชััดเจน ไม่่ใช่่เพีียงแค่่ประกาศ “อยากเห็็นการลงนามที่่�ชััดเจน ทั้้�งเรื่่�องของการพููดคุุย วงพููดคุุย หรืือ JCPP” และต้้องการผลัักดััน พ.ร.บ. สัันติิภาพ เพื่่�อเห็็นความชััดเจนต่่อการแก้ปั้ ัญหาของประชาชนในพื้้�นที่่�นางสาวอััญชนา หีีมมิิหน๊๊ะ ประธานกลุ่่มด้้วยใจ เน้้นความสำคััญของกฎหมายที่่�จะเป็็นประโยชน์์ต่่อประชาชนในพื้้�นที่่�ซึ่่�งเป็็นผู้้ที่่�ต้้องถููกบัังคัับใช้้กฎหมาย “รััฐสภาเป็็นผู้้ที่่�ต้้องออกกฎหมาย เพื่่�อที่่�จะรัับรองในเรื่่�องของกระบวนการสัันติิภาพ” นางสาวอััญชนาอธิิบายว่่า พ.ร.บ. สัันติิภาพควรเป็็นรููปแบบที่่�สนัับสนุุนให้้เกิิดกระบวนการสัันติิภาพอย่่างเบ็็ดเสร็็จ 193


โดยไม่่ใช่่เพีียงกำหนดรููปแบบต่่าง ๆ หลัังการตกลง ทั้้�งนี้้�มีีประเด็็นสำคััญที่่�ต้้องพิิจารณาคืือ กฎหมายคุ้้มครองผู้้เข้้าร่่วมกระบวนการเจรจาและกฎหมายนิิรโทษกรรม ซึ่่�งเกี่่�ยวข้้องกัับทั้้�งกองกำลัังติิดอาวุุธฝ่่ายรััฐและฝ่่ายกระบวนการ นอกจากนี้้� ยัังย้้ำว่่าการแก้้ไขปััญหาในพื้้�นที่่�จำเป็็นต้้องพููดถึึงกลุ่่มคนหลากหลาย และข้้อตกลงต้้องได้้รัับการรัับรองโดยรััฐสภาและ ผู้บ้ ริิหารประเทศ เพื่่�อให้้ประชาชนได้รั้ับสิทธิติามกฎหมาย การคุ้้มครอง และการแก้้ไขปััญหาที่่�เหมาะสมกัับบริิบทพื้้�นที่่�นายตููแวดานีียา ตููแวแมแง ผู้้ประสานงานคณะสัันติิภาพภาคประชาชน (คสป.) อธิิบายเจตนาของร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพที่่�เสนอต่่อกรรมาธิิการสัันติิภาพว่่า ให้้มุ่่งแก้้ปััญหาอย่่างเร่่งด่่วนในพื้้�นที่่�ที่่�มีีลัักษณะเฉพาะของความขััดแย้้ง มีีความเสี่่�ยงต่่อการสููญเสีียชีีวิิตโดยตั้้�งอยู่่บนหลัักคิิดสำคััญคืือ “ยุุติิวงจรการต่่อสู้้ขององค์์กรลัับไม่่ให้้กลัับไปใช้้ความรุุนแรง และสร้้างความเชื่่�อมั่่�นว่่าสัันติิวิธีีิภายในนิิติิรััฐเป็็นความหวััง โดยตั้้�งข้้อสัังเกตว่่า การพููดคุุยอยู่่ในสภาวะซัับซ้้อน ไม่่มีีกลไกให้้ข้้อมููลที่่�ชััดเจน ประชาชนต้้องเข้้าใจว่่าการพููดคุุยสามารถแก้ปั้ ัญหาได้้ ในส่่วนของ BRN แม้้จะตั้้�งธงเรื่่�องเอกราช แต่ก็่ ็ยอมพููดคุุยภายใต้รั้ัฐเดีียวสอดคล้้อง ตามรััฐธรรมนููญ อย่่างไรก็็ตาม การลดจุุดยืืนยัังมีีการใช้้ความรุุนแรงควบคู่่มาตลอด ดัังนั้้�น “สิ่่�งสำคััญรััฐบาลต้้องชััดเจน สร้้างความเชื่่�อมั่่�นต่่อผู้้เห็็นต่่าง”เราจะขอความร่่วมมืือกัับประเทศมาเลเซีียได้้อย่่างไร?ประเทศไทยต้้องให้้มีีการจััดตั้้�งศููนย์์ประสานงานความร่่วมมืือไทยและมาเลเซีียเจตนารมณ์์ของกฎหมาย คืือ?เจตนารมณ์์ของร่่างพระราชบััญญััติิสัันติิภาพประกอบด้้วยสาระสำคััญ 4 ประการ ได้้แก่่ประการที่่� 1 มุ่่งยกระดัับกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ ให้้เป็็นวาระแห่่งชาติิผ่่านกลไกของรััฐสภา เพื่่�อสร้้างความต่่อเนื่่�องและความชอบธรรมใน การขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพประการที่่� 2 ต้้องการให้้แนวทางการแก้้ไขปััญหาความไม่่สงบในพื้้�นที่่�สอดคล้้องกัับยุุทธศาสตร์์ “การเมืืองนำการทหาร” ซึ่่�งมาจากเจตจำนงทางการเมืืองของผู้นำฝ่่ายบ ้ ริิหารประเทศโดยตรง นำไปสู่่ความเป็็นเอกภาพระหว่่างกองทััพกัับรััฐบาล และการบููรณาการการทำงานของทุุกหน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง ทั้้�งสภาความมั่่�นคงแห่่งชาติิและสำนัักข่่าวกรองแห่่งชาติิ194


ประการที่่� 3 เพื่่�อสร้้างความเชื่่�อมั่่�นให้้กัับฝ่่ายขบวนการและองค์์กรลัับต่่อเจตจำนงที่่�แท้้จริิงของรััฐบาลไทย อัันจะส่่งผลให้้ “ประตููหลัังบ้้าน” ขององค์์กรลัับถููกเปิิดด้้วย ความสมััครใจ นำไปสู่่กระบวนการสัันติิภาพที่่�แท้้จริิงประการที่่� 4 เพื่่�อสร้้างความร่่วมมืือที่่�จริิงใจและจริิงจัังระหว่่างรััฐบาลไทยกัับ รััฐบาลมาเลเซีีย โดยปราศจากความขััดแย้้งจากการข่่าวและการปฏิิบััติิการทางทหาร ทั้้�งนี้้� ร่่างพระราชบััญญััติิดัังกล่่าวมุ่งเ่ปิิดโอกาสให้้ประชาชนทุุกกลุ่มเ่ข้้ามามีีส่่วนร่่วมในกระบวนการร่่างกฎหมายอย่่างกว้้างขวางข้้อเสนอแนะจากประธานสมาพัันธ์์ไทยพุุทธจัังหวััดชายแดนใต้้ประธานสมาพัันธ์์ไทยพุุทธจัังหวััดชายแดนใต้้ได้้แสดงข้้อห่่วงกัังวลว่่า การนำเสนอประเด็็นต่่าง ๆ ในกระบวนการสัันติิภาพมัักละเลยความเจ็็บปวดของคนไทยพุุทธ โดยเฉพาะผู้้ที่่�ต้้องย้้ายถิ่่�นออกจากพื้้�นที่่� ซึ่่�งมีีนััยสำคััญต่่อความปลอดภััยในชีีวิิตและทรััพย์์สิิน ท่่านได้้ตั้้�งคำถามเกี่่�ยวกัับการมีีส่่วนร่่วมของชาวไทยพุุทธในฐานะชนกลุ่่มน้้อยในพื้้�นที่่�ต่่อการร่่างกฎหมายสัันติิภาพว่่า “เราจะมีีส่่วนร่่วมอย่่างไรในการออกกฎหมาย ในฐานะชนกลุ่่มน้้อย”ท่่ามกลางบรรยากาศของการพููดคุุยในปััจจุุบััน มีีคำถามว่่ามีีพี่่�น้้องจำนวนเท่่าใดที่่�เห็็นพ้้องไปในทิิศทางเดีียวกััน และชาวไทยพุุทธจะสามารถเสนอประเด็็นที่่�อาจขััดแย้้งกัับ มุุมมองของพี่่�น้้องมุุสลิิมได้้หรืือไม่่ เช่่น การคััดค้้านการยกเลิิกพระราชกำหนดการบริิหารราชการในสถานการณ์ฉุุ์กเฉิิน นอกจากนี้้� ยัังมีีข้้อกัังวลว่่าการออกกฎหมายใหม่่จะส่่งผลกระทบต่่อชาวไทยพุุทธอย่่างไร พร้้อมเรีียกร้้องให้มีี้การฟื้้�นฟููให้้คนไทยที่่�อพยพออกจากพื้้�นที่่�สามารถกลัับคืืนถิ่่�นได้้อย่่างปลอดภััยภาพสะท้้อนจากผู้้มีีส่่วนได้้ส่่วนเสีีย: มุุมมองต่่อกฎหมายสัันติิภาพชายแดนใต้้นายมะรอนิิง สาและ ชาวประมงในพื้้�นที่่�กล่่าวว่่า ตนไม่่อาจรู้้เรื่่�องทั้้�งหมดเกี่่�ยวกัับสัันติิภาพ แต่่สัังเกตเห็็นว่่าสัันติิภาพ “มีีขึ้้�นมีีลง” ทั้้�งฝ่่าย BRN และฝ่่ายไทย โดยไม่่เห็็น การเปลี่่�ยนแปลงที่่�ดีีขึ้้�น มะรอนิิงเน้้นว่่า “การสร้้างสัันติิภาพปราศจากความเข้้าใจคน จะไม่่เกิิดขึ้้�น” โดยเฉพาะเมื่่�อคณะพููดคุุยสัันติิภาพมีีการเปลี่่�ยนแปลงตลอดและไม่ต่่ ่อเนื่่�อง มะรอนิิง ยัังตั้้�งคำถามว่่าร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพจะใช้้เฉพาะ 3 จัังหวััดหรืือทั่่�วประเทศหน่่วยเฉพาะกิิจสัันติิสุุขเสนอให้้ “อย่่าไปโทษใคร” และแก้้ปััญหาอย่่างสร้้างสรรค์์ผ่่านความร่่วมมืือ การสื่่�อสาร และการใช้้สื่่�ออย่่างสร้้างสรรค์์ พร้้อมขอให้้ประชาชนเห็็นใจ 195


เจ้้าหน้้าที่่�ที่่�ปฏิิบััติิงานที่่�ด่่าน ซึ่่�งมุ่งเ่ฝ้้าระวัังเพื่่�อความปลอดภััยของประชาชน “คำว่่าสัันติิวิธีีนั้้ ิ �นไม่่มีีใครเจ็็บและอย่่าไปทำร้้ายใคร” และให้้ความสำคััญกัับข้้อมููลคู่่ขััดแย้้งในการออกแบบแผนปฏิิบััติิการดร.รุ่่งรวีี เฉลิิมศรีีภิิญโญรััช เสนอให้้มีีการจััดตั้้�งองค์์กรถาวรเพื่่�อดููแลกระบวนการสัันติิภาพ ซึ่่�งปััจจุุบัันอยู่่ภายใต้้ สมช. แต่่ยัังไม่่มีีผู้้รัับผิิดชอบโดยตรง อาจตั้้�งโดยมีีคำสั่่�งจากสำนัักนายกรััฐมนตรีีนายอาดิลัิัน อาลีีอิสิเฮาะ กรรมาธิิการวิสิามััญสัันติิภาพชายแดนใต้้กล่่าวว่่า มีีการนำร่่าง พ.ร.บ. สัันติิภาพมาเติิมเต็็มให้้สมบููรณ์์และเสนอต่่อฝ่่ายกฎหมายสำนัักงานเลขาธิิการสภาผู้้แทนราษฎร โดยย้้ำว่่า “ประชาชนมีีสิิทธิิเสรีีในการแสดงความคิิดเห็็นในการร่่างกฎหมายนี้้�ก่่อนเข้้าสู่่สภา”นายรอมฎอน ปัันจอร์์ กรรมาธิิการฯ เล่่าว่่าเมื่่�อวัันที่่� 25 มกราคม 2567 ได้้นำประเด็็นการตั้้�งด่่านและฐานปฏิิบััติิในชุุมชนเข้้าที่่�ประชุุมกรรมาธิิการความมั่่�นคง โดยกรรมาธิิการจาก 3 จัังหวััดชายแดนใต้้ 5 คนได้้สะท้้อนผลกระทบจากการตั้้�งด่่าน ซึ่่�งเป็็นตััวชี้้�วััดสำคััญของกระบวนการสัันติิภาพ นายรอมฎอนอธิิบายต่่อว่่า การฟื้้�นความเป็็นปกติิ ที่่�ระบุุในกฎหมาย เป็็นส่่วนของข้้อตกลงสัันติิภาพ และการแปลงข้้อตกลงสู่่การปฏิิบััติิ ต้้องตราเป็็นกฎหมายเพื่่�อเป็็นหลัักประกัันให้้ผู้้เห็็นต่่างเข้้าสู่่การต่่อสู้้ทางการเมืืองนายรอมฎอนยัังชี้้�ว่่า มาตรา 225 ของรััฐธรรมนููญ ซึ่่�งห้้ามการแก้้ไขรููปแบบการปกครองระบอบประชาธิิปไตยอัันมีีพระมหากษัตริัย์ิท์รงเป็็นประมุุข มีีลัักษณะคล้้ายกัับมาตรา 1 และมาตรา 2 แต่่เขาได้้เน้้นย้้ำว่่า “การตีีความว่่าการเป็็นรััฐเดี่่�ยวต้้องหมายถึึงรััฐไทยแบบ รวมศููนย์์นั้้�นเป็็นความเข้้าใจที่่�คลาดเคลื่่�อน” ทั้้�งนี้้�เพราะรััฐเดี่่�ยวในบริิบทสากลสามารถกระจายอำนาจและปรัับโครงสร้้างการปกครองได้้อย่่างยืืดหยุ่่น พร้้อมทั้้�งยกตััวอย่่างคำสั่่�งสำนัักนายกรััฐมนตรีีที่่� 66/23 และ 65/22 เพื่่�อประกอบการอธิิบาย ที่่�เคยเปลี่่�ยนแปลง การแก้ปั้ ัญหาความขััดแย้้งกัับพรรคคอมมิิวนิสต์ิ ์แห่่งประเทศไทย และเรีียกร้้องให้้ประชาชนรณรงค์์สร้้างแรงกดดัันให้้รััฐบาลของนายกรััฐมนตรีี เศรษฐา ทวีีสิิน ยกระดัับความสำคััญ ของกระบวนการสัันติิภาพ โดยต้้อง “ดึึงคนที่่�เห็็นต่่างมามีีส่่วนร่่วม” ภายใต้้การนำของ รััฐบาลพลเรืือน196


197


“เรากระหายสัันติิภาพโดยแท้้จริิง” — เสีียงจากตััวแทนคนพิิการในเวทีีปรึึกษาหารืือสาธารณะ สะท้้อนความรู้้สึึกที่่�ฝัังลึึกในหััวใจของผู้้คนที่่�อยู่่ในพื้้�นที่่�ความขััดแย้้งมายาวนาน แต่่กว่่าทศวรรษของการพููดคุุยสัันติิภาพระหว่่างฝ่่ายรััฐกัับกลุ่่มผู้้เห็็นต่่าง กลัับเป็็นเสีียงเหล่่านี้้�ที่่�ถููกลืืมในวงเจรจาเมื่่�อวัันที่่� 28 กุุมภาพัันธ์์ 2567 ในเวทีีเสวนา “ประเด็็นข้้อเสนอเชิิงกระบวนการสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุม: การปรึึกษาหารืือสาธารณะจากข้้างล่่าง” ได้้เปิิดพื้้�นที่่�ให้้เสีียงที่่�หลากหลายได้้สะท้้อนมุุมมองต่่อกระบวนการสัันติิภาพ ที่่�ดำเนิินรายการโดย นายแวรอมลีี แวบููละ โดยมีีแนวคิิดสำคััญคืือ “สัันติิภาพ จากข้้างล่่าง” (Peace from below) หรืือสัันติิภาพที่่�ต้้องมาจากประชาชนและเป็็นตััวชี้้�ขาดความสำเร็็จ ดัังคำอุุปมาที่่�ว่่า การสร้้างถนนหรืือตึึกที่่�แข็็งแรงต้้องเริ่่�มจากการวางฐานรากที่่�มั่่�นคง เช่่นเดีียวกัับกระบวนการสัันติิภาพที่่�จะไม่่มีีวัันยั่่�งยืืนหากขาดการมีีส่่วนร่่วมจากประชาชนฐานล่่าง โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบางที่่�มัักถููก มองข้้าม ไม่่ว่่าจะเป็็นผู้้หญิิงเปราะบาง คนพิิการ เยาวชนผู้้มีีความเสี่่�ยง ผู้้ได้้รัับผลกระทบจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบ รวมถึึงกลุ่่มชาติิพัันธุ์์และศาสนาต่่าง ๆสัันติิภาพที่่�แท้้จริิง: เสีียงจากข้้างล่่างที่่�ไม่่อาจมองข้้าม198


Click to View FlipBook Version