การสร้้างสะพานแห่่งสัันติิ: แผนปฏิิบััติิการร่่วมสู่่สัังคมที่่�ครอบคลุุมการเสวนาของเวทีีนี้้�ได้้สำรวจความคิิด ข้้อเสนอ และกระบวนการปรึึกษาหารืือสาธารณะจากฐานรากสู่่การสร้้างสัันติิภาพที่่�แท้้จริิง ผ่่านมุุมมองของผู้้คนที่่�หลากหลาย จากการขัับเคลื่่�อนของเครืือข่่ายกััมปงตัักวาร่่วมกัับภาคีีต่่าง ๆ ในพื้้�นที่่� ภายใต้้บริิบทของแผนปฏิิบััติิการร่่วมการสร้้างสัันติิภาพแบบองค์์รวม (JCPP) ที่่�ประกอบด้้วย 3 ประเด็็นหลััก คืือ การลดความรุุนแรง การปรึึกษาหารืือสาธารณะ และการแสวงหาทางออกทางการเมืืองผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี ได้้อธิิบายว่่า แนวคิิดการทำงานโครงการนี้้�คืือ สัันติิภาพต้้องมาจากข้้างล่่างและเป็็นตััวชี้้�ขาด เหมืือนการสร้้างถนนและสร้้างตึึกต้้องมีีฐานล่่างให้้แข็็งแรงก่่อน กระบวนการสัันติิภาพจึึงต้้องเน้้นกลุ่่มชาวบ้้านฐานล่่าง โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบาง ซึ่่�งเป็็นตััวสำคััญที่่�จะสร้้างการขัับเคลื่่�อนและแก้้ปััญหาได้้นายแวรอมลีี แวบููละ ได้้อธิิบายถึึงแผนปฏิิบััติิการร่่วมการสร้้างสัันติิภาพแบบ องค์์รวม (JCPP) ว่่า เป็็นเรื่่�องที่่�ต้้องเกี่่�ยวข้้องกัับชีีวิติของผู้คน ไ ้ ม่่ใช่่แค่่เรื่่�องการหยุุดยิิงแต่ต้่ ้องแก้้ไขปััญหากลุ่่มเปราะบาง ไม่่ว่่าจะเป็็นเด็็กกำพร้้าหรืือไทยพุุทธ โดยมีีข้้อเสนอทั้้�งหมด 3 ประเด็็นคืือ 1) การลดความรุุนแรง/การลดการเผชิิญหน้้า 2) การปรึึกษาหารืือทางสาธารณะ (คุุยกัับประชาชน) 3) การแสวงหาทางออกทางการเมืือง199
เวทีีแห่่งความหวััง: การปรึึกษาหารืือสู่่เส้้นทางสัันติิภาพร่่วมกัันการจััดการปรึึกษาหารืือหรืือการพููดคุุยมีีหลากหลายประเด็็น ทั้้�งเรื่่�องการศึึกษา การพััฒนา เศรษฐกิิจ สิิทธิิมนุุษยชน และอื่่�น ๆ โดยเดืือนมีีนาคมปีี 2566 แผนนี้้�ต้้องเสร็็จ และเริ่่�มปฏิิบััติิการแนวคิิดการปรึึกษาหารืือสาธารณะเกิิดขึ้้�นจากหลัักการพื้้�นฐานที่่�เชื่่�อว่่า การตััดสิินใจสาธารณะจะมีีคุุณค่่าและสามารถนำไปสู่่ประโยชน์์สุุขของสัังคมได้้ก็็ต่่อเมื่่�อการตััดสิินใจนั้้�นได้้ผ่่านกระบวนการที่่�รวบรวมเอาผลประโยชน์์และมุุมมองของสมาชิิกในสัังคมการเมืือง มาวิินิิจฉััยไตร่่ตรองอย่่างครบถ้้วนรอบด้้านแล้้วเท่่านั้้�น หลัังจากนี้้�ประชาชนต้้องมีีความกล้้าในการที่่�จะสื่่�อสาร เพราะที่่�ผ่่านมาชาวบ้้านมัักไม่่ค่่อยกล้้ามากนัักการจััดการปรึึกษาหารืือหรืือการพููดคุุยมีีหลากหลายประเด็็น ทั้้�งเรื่่�องการศึึกษา การพััฒนา เศรษฐกิิจ สิทธิิมนุุษยชน และอื่่�น ๆ โดยแนวคิิดการปรึึกษาหารืือสาธารณะเกิิดขึ้้�นจากหลัักการพื้้�นฐานที่่�เชื่่�อว่่า การตััดสิินใจสาธารณะจะมีีคุุณค่่าและนำไปสู่่ประโยชน์์สุุขของสัังคมได้้ก็็ต่่อเมื่่�อการตััดสิินใจนั้้�นได้้ผ่่านกระบวนการที่่�รวบรวมผลประโยชน์์ และนำมุุมมองของสมาชิิกในสัังคมการเมืืองมาวิินิิจฉััยไตร่่ตรองอย่่างครบถ้้วนรอบด้้านแล้้วเท่่านั้้�น200
การปรึึกษาหารืือมีี 3 แนวทาง1. A และ B ร่่วมมืือกััน หมายถึึง ทั้้�งฝ่่ายเจ้้าหน้้าที่่�รััฐ ตำรวจ ทหาร ฝ่่ายปกครอง ร่่วมกัับฝ่่าย BRN ลงพื้้�นที่่�เพื่่�อเข้้าไปปรึึกษาหารืือในพื้้�นที่่� ซึ่่�งแนวทางนี้้�ยัังไม่่ได้้ดำเนิินการ และเป็็นสิ่่�งที่่�ทั้้�งฝ่่าย A และ B กำลัังออกแบบ โดยต้้องมีีความไว้้วางใจซึ่่�งกัันและกััน2. ต่่างฝ่่ายต่่างจััดกระบวนการปรึึกษาหารืือ ซึ่่�งปััจจุุบัันก็็มีีเจ้้าหน้้าที่่�รััฐเข้้าไปลง พื้้�นที่่�ถามความต้้องการและความรู้้สึึกต่่าง ๆ และเมื่่�อมีีประเด็็นอะไรก็ต็าม ต่่างฝ่่ายต่่างก็อ้็ ้างความชอบธรรมว่่ามีีการถามชาวบ้้านแล้้ว ซึ่่�งบางครั้้�งคนที่่�ฟัังก็็ไม่่ค่่อยมั่่�นใจว่่าใช่่หรืือไม่่3. การปรึึกษาหารืือโดยฝ่่ายที่่�สามหรืือภาคประชาสัังคม (CSOs-Masyarakat Madani) เป็็นประชาชนที่่�ทำงานอะไรก็็ได้้แต่่มีีจิิตสาธารณะ ซึ่่�งเป็็นข้้อเสนอที่่�กำลัังดำเนิินการอยู่่การทำงานของกััมปงตัักวาที่่�ผ่่านมา ไม่่ใช่่แค่่กััมปงตัักวาฝ่่ายเดีียว แต่่เราร่่วมมืือกัันกัับแกนนำในพื้้�นที่่�เข้้าไปช่่วยพื้้�นที่่�อื่่�น อย่่างผู้ให้ ญ่บ้่ ้านจากเจาะไอร้้องก็็ไปช่่วยในพื้้�นที่่�อื่่�นด้้วยที่่�ผ่่านมา เราเน้้นเรื่่�อง การปรึึกษาหารืือกัับชาวบ้้านอยู่่แล้้ว เราก็็อยากให้้ชาวบ้้านเห็็นความสำคััญและสนใจว่่า ทั้้�ง A และ B กำลัังคุุยเรื่่�องอะไร และจริิงแล้้วชาวบ้้านหรืือประชาชนต้้องตกลงร่่วมกัันด้้วย โดยเฉพาะใจกลางของประชาชน ทั้้�งประชาชนทั่่�วไปและกลุ่่มเปราะบางที่่�มีีปััญหาทัับซ้้อนมากมาย201
ผู้้ที่่�แข็็งแรงและปกติิกว่่าควรช่่วยเหลืือกลุ่่มเปราะบาง ซึ่่�งเป็็นหลัักสำคััญในอิิสลาม การพููดคุุยเรื่่�องสัันติิภาพใน 10 ปีีที่่�ผ่่านมา พบว่่าชาวบ้้านได้้ประโยชน์์น้้อย ดัังนั้้�นในแผน JCPP ต้้องระบุุชััดเจนว่่าชาวบ้้านจะได้้อะไร ภาคประชาสัังคม (CSO) ทำหน้้าที่่�เชื่่�อมระหว่่างชาวบ้้านกัับรััฐ เพื่่�อป้้องกัันไม่่ให้้ชาวบ้้านเสีียเปรีียบรากแก้้วแห่่งสัันติิภาพ: เสริิมพลัังชุุมชนสู่่ความเปลี่่�ยนแปลง“การพููดคุุยสัันติิภาพที่่�ผ่่านมา รวมแล้้ว 10 ปีี ถามว่่าประชาชนได้้อะไรบ้้าง ซึ่่�งรู้้สึึกว่่าชาวบ้้านยัังไม่่ได้้อะไรเลย” นายแวรอมลีีชี้้�ให้้เห็็นว่่า กระบวนการสัันติิภาพต้้องสร้้างผลลััพธ์์ที่่�เป็็นรููปธรรมให้้กัับประชาชน กระบวนการปรึึกษาหารืือจากข้้างล่่าง สิ่่�งที่่�ต้้องทำคืือ1. ควรให้้ความรู้้แก่่ชาวบ้้านในเรื่่�องต่่าง ๆ เช่่น สิทธิิมนุุษยชน กฎหมายระหว่่างประเทศ และสิทธิิมนุุษยชนระดัับสากล เนื่่�องจากหลายเรื่่�องชาวบ้้านยัังไม่ท่ราบสิทธิิของตนเอง การเสริิมความรู้้และความเข้้มแข็็งให้้ชาวบ้้าน จะทำให้้พวกเขา มีีความมั่่�นใจในการเรีียกร้้องสิทธิิและปกป้้องผลประโยชน์์ของตนเอง อีีกทั้้�งยัังทำให้้ เจ้้าหน้้าที่่�รััฐหรืือผู้ที่่�มาดำเ ้ นิินโครงการต่่าง ๆ ต้้องให้้ความเคารพและคำนึึงถึึงความต้้องการของชาวบ้้าน2. ต้้องฟัังความเห็็นและข้้อเสนอแนะจากชาวบ้้าน3. ต้้องสร้้างความเข้้มแข็็งและความร่่วมมืือระหว่่างชาวบ้้านในหมู่่บ้้าน โดยพััฒนาศัักยภาพคนในพื้้�นที่่�เพื่่�อให้้เขามีีความมั่่�นใจมากขึ้้�น4. การจััดการธรรมาภิิบาล5. เทคนิิคการทำงานในชุุมชน “หากเรามีีความรู้้ก็ส็ามารถแก้ปั้ ัญหาได้้อย่่างง่่ายดายและใช้้เวลาสั้้�น ๆ” สะท้้อนความสำคััญของการให้้ความรู้้แก่่ชุุมชนเพื่่�อเสริิมพลัังในการแก้้ไขปััญหา6. การศึึกษา/การวิิจััยแบบมีีส่่วนร่่วม เป็็นกระบวนการสำคััญที่่�จะทำให้้ชาวบ้้านมีีความรู้้และได้้ประโยชน์์จากข้้อมููล7. การจััดเวทีีกลาง โดยร่่วมมืือระหว่่างภาคประชาสัังคมที่่�ทำงานหลาย ๆ ประเด็็น8. ต้้องร่่วมกัันแลกเปลี่่�ยนกัับภาคประชาสัังคมในพื้้�นที่่�ประเทศไทยและต่่างประเทศ202
9. หาโอกาสเพื่่�อไปพบปะกัับฝ่่ายรััฐ ฝ่่ายเห็็นต่่างจากรััฐ และผู้้อำนวยความสะดวกโดยตรง เพื่่�อไปแลกเปลี่่�ยนข้้อมููลความรู้้และข้้อเสนอเสีียงแห่่งความหวััง: ข้้อเรีียกร้้องที่่�รอคอยในช่่วงแลกเปลี่่�ยนมีีตััวแทนจากหลายกลุ่มไ่ด้้แสดงความคิิดเห็็น ตััวแทนจากนาเกลืือเสนอให้้รััฐช่่วยเหลืือโครงการบ้้านมั่่�นคงและกลุ่่มเปราะบาง เช่่น เด็็กกำพร้้าและผู้้สููงอายุุนางสาวสืือนะ ดีีสะเอะ อุุปนายกสมาคมคนพิิการชายแดนใต้้ได้้เน้้นว่่า ภาครััฐและภาคประชาสัังคมมัักละเลยคนพิิการในเรื่่�องสิ่่�งอำนวยความสะดวก เช่่น ทางลาดเข้้ามััสยิิดหรืือวััด ซึ่่�งทำให้้คนพิิการไม่่สามารถเข้้าสัังคมได้้นายอัันวา สะอิิ นายกสมาคมคนพิิการนราธิิวาส ได้้กล่่าวคำที่่�สะเทืือนใจว่่า “เรากระหายสัันติิภาพโดยแท้้จริิง” สะท้้อนเสีียงของกลุ่่มเปราะบางที่่�ได้้รัับผลกระทบโดยตรงตััวแทนชุุมชนสุุไหงปาดีี (ปะดอ) ได้้ชี้้�ให้้เห็็นความท้้าทายสำคััญว่่า “ชาวบ้้านกัังวลและไม่่มั่่�นใจที่่�จะพููดตามความต้้องการของตััวเอง เช่่น เอกราชหรืือต้้องการออโตโนมีีเหล่่านี้้�ไม่่มั่่�นใจว่่า พููดแล้้วจะปลอดภััยหรืือไม่่” แสดงให้้เห็็นว่่าความไว้้วางใจเป็็นส่่วนสำคััญใน การออกแบบเวทีีปรึึกษาหารืือนางสาวคะนึึงนิิจ มากชูชิูติ ได้ตั้้้�งคำถามว่่า จะยกระดัับการต่่อสู้้ของขบวนการประชาชน/ประชาสัังคมที่่�หลากหลายกลุ่่ม/หลากหลายประเด็็นต่่อกระบวนการสัันติิภาพอย่่างไร และ เน้้นว่่าขบวนของประชาชนต้้องตระหนัักต่่อการมีีส่่วนร่่วม การรัับรู้้ข้้อมููลข่่าวสาร ความเจ็็บปวดก็็ต้้องร่่วมเจ็็บปวดนายรอมฎอน ปัันจอร์์ ได้สรุุ้ ปภาพรวมว่่า เวทีีวัันนี้้มีีลั� ักษณะวงกลมซึ่่�งเป็็นสััญลัักษณ์์ของความเท่่าเทีียม และได้้ยิินเสีียงของกลุ่่มที่่�หลากหลาย ท่่านได้้กล่่าวถึึงคำพููดของตััวแทนคนพิิการที่่�ว่่า “พวกเขากระหายสัันติิภาพอย่่างมาก” ว่่าเป็็นเสีียงที่่�มีีความชอบธรรมอย่่างมากที่่�สุุดที่่�จะบอกว่่าเขาต้้องการสัันติิภาพ เพราะเขาถููกกระทำด้้วยตััวเอง และเป็็นเสีียงที่่�กระบวนการสัันติิภาพต้้องการฟัังอย่่างมาก203
นายรอมฎอน ได้ชี้้้�ให้้เห็็นว่่า “การพูดูคุุยสัันติิภาพของฝ่่าย A, B และคนกลางจะไม่่มีีความหมายหากฝ่่ายประชาชนไม่่เห็็นพ้้อง” แสดงให้้เห็็นว่่าเสีียงของประชาชนเป็็นหััวใจสำคััญของกระบวนการสัันติิภาพนายแวรอมลีี แวบููละ สรุุปปิิดท้้ายว่่า สัันติิภาพที่่�จะเกิิดขึ้้�นต้้องให้้ทุุกคนมีีส่่วนร่่วม หากการพููดคุุยสัันติิภาพจบลง แต่่กลุ่มเปราะบาง่ยัังคงใช้ชีีวิ้ติเหมืือนเดิิม มีีปััญหาเหมืือนเดิิม ก็็ไม่่เท่่ากัับว่่าเกิิดสัันติิภาพที่่�แท้้จริิงคำถามสำคััญยัังคงอยู่่: เสีียงของประชาชนจะถููกได้ยิ้ินและมีีส่่วนร่่วมในกระบวนการอย่่างแท้้จริิงได้้อย่่างไร? ความหวัังของสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนจะเกิิดขึ้้�นได้้หรืือไม่่ หากกระบวนการยัังคงเป็็นเรื่่�องของ “คนข้้างบน” เท่่านั้้�น?204
“ประชาชนคืือหัวัใจของสัันติิภาพ” ประโยคสั้้�น ๆ นี้้ดั�ังก้้องขึ้้�นในห้้องประชุุมของมหาวิทิยาลััยสงขลานคริินทร์์ วิทิยาเขตปัตตัานีี เมื่่�อเสีียงจากรากหญ้้า กลุ่มเปราะบาง่และทุุกภาคส่่วนในพื้้�นที่่�ได้มีี้โอกาสดัังขึ้้�นครั้้�งแรกหลัังกว่่าสองทศวรรษของความขััดแย้้ง การจััดตั้้�งกรรมาธิิการสัันติิภาพครั้้�งแรกในรอบ 20 ปีี กลายเป็็นจุุดเปลี่่�ยนสำคััญที่่�เปิิดประตููให้้ความคิิดเห็็นของประชาชนเข้้าสู่่กระบวนการนโยบายระดัับประเทศในวัันที่่�ความหวัังและความท้้าทายปะทะกััน เวทีีเสวนา “ปรึึกษาหารืือประชาชน: จะเอาอย่่างไรกัับกระบวนการสัันติิภาพ” ได้้รวบรวมประสบการณ์์ตรง ข้้อมููลเชิิงลึึก และข้้อเสนอแนะจากทุุกกลุ่่มที่่�ชีีวิิตพวกเขาเกี่่�ยวพัันกัับความขััดแย้้งนี้้� เสีียงเหล่่านี้้�ไม่่เพีียงสะท้้อนปััญหา แต่่ชี้้�ทางไปสู่่ทางออกที่่�แท้้จริิง - สัันติิภาพที่่�เกิิดจากข้้างล่่าง สัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมทุุกคนการเสวนาครั้้�งนี้้�มีีการนำเสนอข้้อมููลการสำรวจขนาดใหญ่่ การศึึกษาเชิิงลึึกเกี่่�ยวกัับกลุ่่มเปราะบาง และการรวบรวมเสีียงสะท้้อนจากระดัับหมู่่บ้้าน การเสวนาครั้้�งนี้้�ไม่่เพีียงเปิิดเผยสภาพความเป็็นจริิงบนพื้้�นดิิน แต่ยั่ ังวาดภาพอนาคตของสัันติิภาพที่่�เราเรีียกร้้องร่่วมกัันเสีียงของประชาชน: กุุญแจสำคััญสู่่ประตููสัันติิภาพ205
เปิิดประตููการมีีส่่วนร่่วม: จากห้้องประชุุมรััฐสภาสู่่ชุุมชนชายแดนเวทีีเสวนานี้้จั�ัดขึ้้�นโดยความร่่วมมืือระหว่่างสถาบัันสัันติิศึึกษา สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา สภาประชาสัังคมชายแดนใต้้ Peace Survey สมััชชาประชาสััมพัันธ์์เพื่่�อสัันติิภาพ Projek SAMA SAMA MRG และมููลนิิธิิไต้้หวัันเพื่่�อสัันติิภาพและประชาธิิปไตยผศ.ดร.อรุุณีีวรรณ บััวเนี่่�ยว รัักษาการแทนรองอธิิการบดีีฝ่่ายวิิจััยพััฒนกิิจสัังคม มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ ได้้กล่่าวต้้อนรัับผู้้เข้้าร่่วมซึ่่�งมาจากหลากหลายภาคส่่วน ทั้้�งผู้้ทรงคุุณวุุฒิิ นัักวิิชาการ ภาคประชาสัังคม และตััวแทนชุุมชน โดยเน้้นย้้ำว่่าเวทีีนี้้�เป็็น ช่่องทางสำคััญในการรวบรวมความคิิดเห็็นจากทุุกฝ่่ายเพื่่�อสะท้้อนไปสู่่ระดัับนโยบายนายรอมฎอน ปัันจอร์์ รองกรรมธิิการวิสิามััญเพื่่�อพิิจารณาศึึกษาและเสนอแนวทางการส่่งเสริิมกระบวนการสัันติิภาพ ได้้ให้้ข้้อมููลสำคััญว่่า คณะกรรมาธิิการสัันติิภาพชุุดนี้้�เพิ่่�งได้รั้ับการแต่่งตั้้�งจากรััฐสภา และเป็็นครั้้�งแรกในรอบ 20 ปีีที่่�มีีการจััดตั้้�งกรรมาธิิการเพื่่�อศึึกษาเรื่่�องความไม่่สงบและกระบวนการสัันติิภาพโดยเฉพาะ โดยแบ่่งภารกิิจเป็็น 2 ชุุดย่่อยคืือ ชุุดติิดตามการเจรจาสัันติิภาพ และชุุดดููแลการมีีส่่วนร่่วมและรัับฟัังความคิิดเห็็นของประชาชน โดยได้้เน้้นย้้ำว่่า การปรึึกษาหารืือประชาชนเป็็นหนึ่่�งในสามสารััตถะหลัักของกระบวนการสัันติิภาพที่่�ทั้้�งฝ่่ายรััฐบาลไทยและตััวแทน BRN ได้้ตกลงร่่วมกัันเมื่่�อวัันที่่� 31 มีีนาคม 2565 นอกเหนืือจากการหาทางออกทางการเมืืองและการลดความรุุนแรง ที่่�สำคััญ ขณะนี้้�คณะกรรมาธิิการสัันติิภาพกำลัังยกร่่างพระราชบััญญััติิฉบัับใหม่่เกี่่�ยวกัับ การสร้้างสัันติิภาพ เพื่่�อคุ้้มครองความปลอดภััยของผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องในกระบวนการสัันติิภาพตััวเลขเล่่าเรื่่�อง: เมื่่�อสถิิติิทำให้้เห็็นความจริิงที่่�ซ่่อนเร้้นข้้อมููลสำคััญในการเสวนานี้้�มาจากผลการสำรวจความคิิดเห็็นของประชาชนที่่�นำเสนอโดย ผศ.ดร.ศรีีสมภพ จิิตร์์ภิิรมย์์ศรีี ซึ่่�งเป็็นการสำรวจความคิิดเห็็นต่่อกระบวนการสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนใต้้ (Peace Survey) ครั้้�งที่่� 7 ครอบคลุุมกลุ่่มตััวอย่่าง 1,312 ครััวเรืือนใน 144 ตำบล 164 หมู่่บ้้าน และมีีการทำวิิจััยเชิิงคุุณภาพผ่่านการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกกัับผู้้นำกลุ่่มต่่าง ๆ รวม 14 กลุ่่มย่่อย206
ผลการสำรวจความคิิดเห็็นโดย Peace Survey ยัังครอบคลุุมถึึงสถานการณ์์ในพื้้�นที่่� 3 จัังหวััดชายแดนใต้้ตั้้�งแต่่ปีี 2547-2566 โดยชี้้�ให้้เห็็นว่่า สถานการณ์์มีีการขึ้้�นลงผัันผวน แต่่โดยภาพรวมเหตุุการณ์์ความไม่่สงบได้้ลดลงตั้้�งแต่่ปีี 2556 เนื่่�องจากมีีกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพเกิิดขึ้้�น อย่่างไรก็ต็าม ยัังมีีปััญหาการปิิดล้้อมตรวจค้้นของเจ้้าหน้้าที่่�ในพื้้�นที่่�เพิ่่�มมากขึ้้�น ซึ่่�งบางครั้้�งนำไปสู่่การวิิสามััญฆาตกรรมผู้้ต้้องสงสััยจากผลการสำรวจกลุ่่มตััวอย่่าง 1,312 คนพบว่่า ในรอบ 1 ปีีที่่�ผ่่านมา ร้้อยละ 62.7 ของผู้้ตอบมองว่่าสถานการณ์ยั์ ังคงเหมืือนเดิิม ขณะที่่�ร้้อยละ 33 เห็็นว่่าสถานการณ์ดีีขึ้้ ์ �น และร้้อยละ 13 เห็็นว่่าแย่่ลง ที่่�น่่าสนใจคืือ แม้้เหตุุการณ์์ความรุุนแรงจะลดลง แต่่ประชาชนยัังให้้คะแนนความสำเร็็จของรััฐบาลในการแก้้ไขปััญหาเพีียง 2.7 จากคะแนนเต็็ม 10 ซึ่่�งถืือว่่า ต่่ำมาก และในการสำรวจทั้้�ง 7 ครั้้�งที่่�ผ่่านมา คะแนนยัังคงต่่ำกว่่า 5 อยู่่เสมอในแง่่ของกระบวนการสัันติิภาพ ผลสำรวจพบว่่า• ร้้อยละ 70.5 สนัับสนุุนการพููดคุุยสัันติิภาพ• ร้้อยละ 31.9 เห็็นว่่าการพููดคุุยมีีความก้้าวหน้้า• ร้้อยละ 42.6 มีีความเชื่่�อมั่่�นต่่อกระบวนการพููดคุุย• ร้้อยละ 56.4 มีีความหวัังว่่าจะเกิิดสัันติิภาพในประเด็็นสาเหตุุของความรุุนแรง ผลสำรวจสะท้้อนมุุมมองของประชาชนว่่า• ร้้อยละ 62.5 เห็็นว่่าเกิิดจากกลุ่่มอิิทธิิพล ยาเสพติิด และการค้้าของเถื่่�อน• ร้้อยละ 58.8 เห็็นว่่าเกิิดจากนโยบายของรััฐที่่�เลืือกปฏิิบััติิ ทำให้้คนรู้้สึึกไม่่เป็็นธรรม• ร้้อยละ 55.6 เห็็นว่่าเกิิดจากเจ้้าหน้้าที่่�หวัังเอางบประมาณในแง่่ความรู้้สึึกปลอดภััย ประชาชนรู้้สึึกปลอดภััยเมื่่�ออยู่่ในพื้้�นที่่�สาธารณะ เช่่น ศาสนสถาน สถานที่่�ราชการ ตลาด หรืือร้้านน้้ำชา แต่่กลัับรู้้สึึกไม่่ปลอดภััยในการแสดงออกทางความคิิด การวิิจารณ์์กระบวนการหรืือภาครััฐ การชุุมนุุมเรีียกร้้องด้้วยสัันติิวิิธีี และ การพบปะคนแปลกหน้้า207
ผลสำรวจยัังระบุุถึึงมาตรการที่่�ควรเร่่งดำเนิินการ 5 อัันดัับแรก ได้้แก่่1. หลีีกเลี่่�ยงการก่่อเหตุุรุุนแรงกัับเป้้าหมายก่่อน (ร้้อยละ 80.4)2. เสริิมศัักยภาพของชุุมชนในการปกป้้องคุ้้มครองความปลอดภััยของตนเองปราศจากอาวุุธ (ร้้อยละ 51.5)3. เจ้้าหน้้าที่่�พยายามหลีีกเลี่่�ยงการวิิสามััญฆาตกรรมผู้้มีีความเห็็นต่่างจากรััฐที่่�ต่่อสู้้ในระหว่่างปิิดล้้อมตรวจค้้น (ร้้อยละ 68.8)4. พููดคุุยเรื่่�องรููปแบบการเมืืองการปกครองที่่�เหมาะสมในการจััดงานท้้องถิ่่�น (ร้้อยละ 67.1)5. ตั้้�งคณะกรรมการร่่วมระหว่่างฝ่่ายรััฐบาล BRN และภาคประชาสัังคม เพื่่�อจััดการศึึกษาในรููปแบบต่่าง ๆ (ร้้อยละ 66.8)ด้้านสถานการณ์์การละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน ร้้อยละ 58.1 ระบุุว่่าในรอบปีีที่่�ผ่่านมาไม่่มีีการละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชนในชุุมชน แต่่ร้้อยละ 28.3 ระบุุว่่ามีีการละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชน อยู่่บ้้าง และร้้อยละ 2.2 ระบุุว่่ามีีการละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชนเป็็นประจำองค์์กรหรืือกลุ่ม่ บุุคคลที่่�ประชาชนให้้ความไว้้วางใจในการสร้้างสัันติิภาพมากที่สุุ่�ด 5 อัันดัับแรก ได้้แก่่1. พรรคการเมืือง นัักการเมืืองระดัับชาติิ (ร้้อยละ 28)2. องค์์กรฝ่่ายปกครอง ผู้้ว่่าราชการจัังหวััด นายอำเภอ กำนััน ผู้ให้ ญ่บ้่ ้าน (ร้้อยละ 25.5)3. คณะกรรมการอิิสลามประจำจัังหวััด ผู้้นำศาสนาในพื้้�นที่่� (ร้้อยละ 20.6)4. องค์์กรด้้านความยุุติิธรรม (ร้้อยละ 17.9)5. องค์์กรภาคประชาสัังคม (ร้้อยละ 13.4)ในประเด็็นข้้อเสนอทางการเมืืองและกฎหมาย ผลสำรวจชี้้�ให้้เห็็นว่่าการกระจายอำนาจทางการเมืืองการปกครองเป็็นหััวใจของการแสวงหาทางออกทางการเมืือง รวมถึึง การใช้รั้ัฐสภาเป็็นพื้้�นที่่�ปลอดภััยในการพููดคุุยปััญหาความขััดแย้้งและออกกฎหมายที่่�เกี่่�ยวข้้อง เช่่น พระราชบััญญััติิสัันติิภาพชายแดนใต้้ การตั้้�งคณะกรรมการวิิชาการของสภาผู้แ้ ทนราษฎร การยกเลิิกการใช้้กฎอััยการศึึก และการปฏิิรููประบบราชการให้้มีีความโปร่่งใสและเป็็นธรรม208
เมื่่�อถามถึึงความคิิดเห็็นต่่อแนวทางการปกครองรููปแบบต่่าง ๆ พบว่่า1. ร้้อยละ 36.8 สนัับสนุุนรููปแบบที่่�มีีการกระจายอำนาจมากขึ้้�น ด้้วยโครงสร้้าง การปกครองเหมืือนกัับส่่วนอื่่�นของประเทศ โดยเพิ่่�มอำนาจให้้ อบจ. และ อบต. มากขึ้้�น2. ร้้อยละ 35.7 สนัับสนุุนรููปแบบที่่�มีีการกระจายอำนาจมากขึ้้�น ด้้วยโครงสร้้าง การปกครองที่่�มีีลัักษณะเฉพาะของพื้้�นที่่� ภายใต้้กฎหมายของประเทศไทย เช่่น การเลืือกตั้้�งผู้้ว่่าราชการจัังหวััด หรืือเขตปกครองพิิเศษ3. ร้้อยละ 32.8 สนัับสนุุนรููปแบบที่่�เป็็นอยู่่ในปััจจุุบััน โดยไม่มีี่ การเปลี่่�ยนแปลงใด ๆ4. ร้้อยละ 16.6 สนัับสนุุนรููปแบบที่่�เป็็นอิิสระจากประเทศไทย โดยมีีข้้อสัังเกตว่่า รููปแบบนี้้มีี�ผู้้ตอบว่่าไม่รู้้่หรืือไม่ต่อบสููงถึึงร้้อยละ 22.9 เนื่่�องจากเป็็นประเด็็นที่่�ค่่อนข้้างอ่่อนไหวนอกจากนี้้�ยัังได้้เสนอแนวทางการแก้้ไขปััญหา เช่่น1. ส่่งเสริิมกิิจกรรมสร้้างสรรค์์ เพื่่�อสร้้างมููลค่่าเพิ่่�มทางเศรษฐกิิจและการท่่องเที่่�ยว2. เปิิดพื้้�นที่่�ให้้คนรุ่่นใหม่่ได้้ส่่งเสีียงและแสดงความสามารถ ให้้ดัังกว่่าเสีียงแห่่ง ความรุุนแรง3. ใช้้ฐานทุุนทางสัังคม วััฒนธรรม และอััตลัักษณ์์ของพื้้�นที่่�ในการพััฒนาเศรษฐกิิจสร้้างสรรค์์4. ใช้้การสื่่�อสารเชิิงสร้้างสรรค์์แบบครบวงจรและทัันสมััยจากการนำเสนอ ถืือเป็็นประเด็็นที่่�ช่่วยกระตุ้้นให้้คิิดว่่าแนวทางในการแก้้ไขปััญหา การถกเถีียงในวัันนี้้�หรืือข้้อเสนอประเด็็นต่่าง ๆ ในการแก้ปั้ ัญหาในกระบวนการสัันติิภาพหรืือแก้้ปััญหาในพื้้�นที่่� ควรจะทำอย่่างไร สะท้้อนจากภาพที่่� Pease Survey ครั้้�งที่่� 7 ที่่�ชี้้�ให้้เห็็นถึึงช่่องว่่างระหว่่างผลลััพธ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นจริิงกัับความต้้องการของประชาชน รวมถึึงข้้อมููลเกี่่�ยวกัับสาเหตุุของความรุุนแรง ความรู้้สึึกไม่่ปลอดภััยในการแสดงความคิิดเห็็น และคะแนนความสำเร็็จของรััฐบาลที่่�ยัังคงอยู่่ในระดัับต่่ำ ซึ่่�งทั้้�งหมดนี้้�ควรเป็็นพื้้�นฐานสำคััญในการออกแบบกระบวนการสัันติิภาพให้้สอดคล้้องกัับความต้้องการที่่�แท้้จริิงของผู้้คนในพื้้�นที่่�209
หลัังจากการนำเสนอผลสำรวจ นายตููแวดานีียา ตููแวแมแง ได้้แสดงความคิิดเห็็นเพิ่่�มเติิมเกี่่�ยวกัับผลการสำรวจ โดยเฉพาะในประเด็็นการสนัับสนุุนการพููดคุุยที่่�มีีสููงถึึงร้้อยละ 70.3 ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นว่่าคนในพื้้�นที่่� ไม่่ว่่าจะเป็็นผู้้นำศาสนา แกนนำ หรืือกลุ่่มผู้้หญิิง ต่่างก็็เบื่่�อความรุุนแรงและปรารถนาที่่�จะเห็็นการพููดคุุยที่่�จะนำไปสู่่ความสงบสุุข โดยทางออกสำหรัับประชาชนคืือการรัับรู้้ข้้อมููลข่่าวสารผ่่านช่่องทางต่่าง ๆ และสนัับสนุุนการพููดคุุยที่่�มีีที่่�มาที่่�ไปชััดเจนนายตููแวดานีียา ยัังมีีข้้อสัังเกตสำคััญเกี่่�ยวกัับสาเหตุุของความไม่่สงบที่่�ผลสำรวจ ระบุุว่่ามาจากกลุ่่มอิิทธิิพล โดยเขาตั้้�งข้้อสัังเกตว่่าการที่่�ผู้้ตอบให้้น้้ำหนัักกัับกลุ่่มอิิทธิิพลเป็็นสาเหตุุหลัักนั้้�น อาจสะท้้อนว่่าผู้้คนที่่�เสีียชีีวิิตจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบทั้้�งสองฝ่่ายมาจากกลุ่่มอิิทธิิพลนอกกฎหมาย ทั้้�งที่่�สาเหตุุหลัักอาจมาจากปััญหาพื้้�นที่่�ที่่�มีีกองกำลัังทหาร ทั้้�งนี้้� อาจเป็็นไปได้ว่้่าผู้้ตอบไม่รู้้สึึ ่ กปลอดภััยที่่�จะพููดตรงไปตรงมา ส่่งผลให้ข้้้อมููลบางส่่วนไม่่ได้ถูู้กรายงานต่่อจากนั้้�น นางฟารีีดา ปัันจอร์์ อาจารย์์วิิจััยจากสถานวิิจััยความขััดแย้้งและ ความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ ได้้นำเสนอผลการศึึกษาเกี่่�ยวกัับคุุณภาพชีีวิิตของกลุ่่มคนเปราะบาง-ชายขอบเพื่่�อการสร้้างสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนใต้้อย่่างครอบคลุุม งานวิจัิัยนี้้ท�ำร่่วมกัับคณะวิจัิัยท้้องถิ่่�น 22 คน ภายใต้้โครงการสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ โดยมีีเป้้าหมายเพื่่�อขยายการมีีส่่วนร่่วมของคนที่่�อยู่่ฐานรากและกลุ่่มเปราะบางได้้ตั้้�งคำถามสำคััญว่่า ภายใต้้ความขััดแย้้ง10 กลุ่่มเปราะบาง: ตััวตนที่่�ควรมีีเสีียงในกระบวนการสัันติิภาพ210
และความรุุนแรง กลุ่่มเปราะบางอยู่่ตรงไหนในกระบวนการสัันติิภาพ งานศึึกษานี้้�ได้้นิิยามกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบไว้้ 10 กลุ่่ม ได้้แก่่ 1) หญิิงหม้้าย 2) ผู้้ทำงาน ช่่วยเหลืือเด็็กกำพร้้า 3) คนพิิการ 4) ผู้้สููงอายุุ 5) ผู้ไ้ม่มีี่ความมั่่�นคงด้้านที่่�อยู่่อาศััย 6) ชาวประมงชายฝั่่�ง 7) เยาวชนที่่�มีีความเสี่่�ยงจากความรุุนแรง 8) ผู้้ที่่�มีีความหลากหลายทางเพศ 9) กลุ่่มชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา และ 10) ผู้ไ้ด้รั้ับผลกระทบจากการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษ นอกจากนี้้� ยัังเปิิดกว้้าง ให้มีี้การนิิยามกลุ่ม่อื่่�น ๆ ตามความเห็็นของชุุมชนการศึึกษาใช้้แนวคิิดการกดทัับที่่�ทัับซ้้อน (Intersectionality) ซึ่่�งพิิจารณาการซ้้อนทัับของประเด็็นปััญหาต่่าง ๆ เพื่่�อทำความเข้้าใจความท้้าทายในประเด็็นเพศสภาพ เชื้้�อชาติิ ศาสนา และชนชั้้�น ที่่�ทำให้้ผู้้คนถููกเบีียดขัับออกจากการมีีส่่วนร่่วมในมิิติิต่่าง ๆ รวมถึึงการที่่�ผู้้คนต้้องเผชิิญกัับภาวะเชิิงโครงสร้้างของความรุุนแรง อีีกทั้้�งยัังใช้้แนวคิิดการสร้้างสัันติิภาพเชิิงบวก (Positive Peace) ที่่�มุ่่งทำให้้สัังคมมีีสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนและสร้้างสภาพแวดล้้อมที่่� เอื้้�อต่่อการพััฒนาศัักยภาพมนุุษย์์ หลีีกห่่างจากความเกลีียดชััง และปรัับปรุุงกลไกและโครงสร้้างในสัังคมให้้ไม่่รวมศููนย์์อำนาจ โดยวิธีีิการศึึกษาเป็็นการวิจัิัยเชิิงปฏิิบััติิการแบบมีีส่่วนร่่วมเพื่่�อทำความเข้้าใจปรากฏการณ์์และประสบการณ์์ของชุุมชนชายขอบและกลุ่่มเปราะบาง ในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ ใช้้เครื่่�องมืือวิิจััยทั้้�งการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกและการสนทนากลุ่่ม เพื่่�อพััฒนาข้้อเสนอเชิิงคุุณภาพจากชุุมชนเปราะบางและชายขอบ รวมถึึงการเชื่่�อมต่่อเครืือข่่ายและการประเมิินชุุมชนแบบข้้ามกลุ่่มผลการศึึกษาพบว่่า แม้้กลุ่่มเปราะบางจะได้้รัับสิิทธิิต่่าง ๆ เช่่น บััตรคนพิิการ บััตรคนจน และประกัันสัังคม แต่่โดยภาพรวมความเป็็นอยู่่ของพวกเขาไม่่ได้้เปลี่่�ยนแปลง มากนััก คนที่่�อยู่่ฐานรากยัังต้้องพึ่่�งพิิงผู้้อื่่�นในการดำเนิินชีีวิติ และประสบปััญหาการเลืือกปฏิิบััติิ กลุ่่มเปราะบางยัังเผชิิญปััญหาซ้้ำซ้้อนจากทััศนคติิของคนในสัังคม โดยเฉพาะเมื่่�อต้้องพููดคุุยกัับคนอื่่�นทั่่�วไป พวกเขามัักไม่่กล้้าแสดงความคิิดเห็็น และเมื่่�อมีีการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกก็็พบปััญหาการถููกบุุลลี่่� โดยเฉพาะในกลุ่่มผู้้ที่่�มีีความหลากหลายทางเพศที่่�มัักถููกกีีดกััน ปััญหาสำคััญอีีกประการคืือความยุุติิธรรม โดยคนเหล่่านี้้มีี�ความรู้้สึึกลึึก ๆ ว่่าสัังคมยัังไม่มีี่ความยุุติิธรรม พวกเขายัังถููกเลืือกปฏิิบััติิ ไม่่สามารถเข้้าถึึงโอกาสในการทำงานและสิิทธิิต่่าง ๆ จากรััฐ ส่่วนในกรณีีของผู้้หญิิงกลุ่่มเปราะบางพบว่่า มีีประเด็็นปััญหามาก โดยเฉพาะเรื่่�องภาระ ทั้้�งในบ้้านและนอกบ้้าน ในกรณีีหญิิงยากไร้้ที่่�สามีีต้้องไปทำงานต่่างประเทศทำให้้พวกเธอต้้องดููแลบ้้านและลููกเพีียงลำพััง ซึ่่�งเด็็ก ๆ มัักไม่่ได้รั้ับการดููแลอย่่างเต็็มที่่� สาเหตุุของปััญหาที่่�พบ 211
มีี 3 ประการหลััก คืือ 1) ผู้้นำศาสนาและสัังคมไม่่เข้้าใจ ไม่่ยอมรัับ และไม่่เปิิดโอกาสให้้กลุ่่มเปราะบาง 2) ชุุมชนช่่วยเหลืือกลุ่มเปราะบางไ่ม่ต่่ ่อเนื่่�องและไม่ทั่่ ่ �วถึึง และ 3) ขาดฐานข้้อมููลเกี่่�ยวกัับความต้้องการของกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบข้้อเสนอแนะเพื่่�อการเปลี่่�ยนแปลงจากการศึึกษานี้้� ประกอบด้้วย 1) ส่่งเสริิมความรู้้สิทธิิ และทัักษะให้กั้ับกลุ่มเปราะบาง 2) เ ่ปิิดพื้้�นที่่�ให้้กลุ่ม่เปราะบาง-ชายขอบเข้้ามามีีส่่วนร่่วมทางการเมืืองและสัังคม 3) จััดทำฐานข้้อมููลเกี่่�ยวกัับความต้้องการของกลุ่มเปราะบาง-ชายขอบ ่4) ให้้การช่่วยเหลืือเชิิงบููรณาการ และ 5) ส่่งเสริิมเศรษฐกิิจและรายได้้ของกลุ่่มเปราะบางนางฟารีีดาสรุุปว่่า กระบวนการสัันติิภาพเป็็นกระบวนการที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชีีวิิตของผู้คนในหลากหลาย ้ มิิติิ ทั้้�งด้้านสุุขภาพ เศรษฐกิิจ สัังคม ตลอดจนความสััมพัันธ์์ของคนในชุุมชน กลุ่มเปราะบาง-ชายขอบ่ต้้องเผชิิญกัับการเลืือกปฏิิบััติิและความไม่ยุุ่ ติิธรรมในชีีวิติประจำวััน ดัังนั้้�น การเปิิดโอกาสให้้คนเหล่่านี้้�เข้้ามามีีส่่วนร่่วมในการสะท้้อนปััญหาให้กั้ับทุุกกลุ่มจะ่ช่่วยทำให้้กระบวนการสร้้างสัันติิภาพที่่�กำลัังดำเนิินอยู่่มีีความเข้้มแข็็งจากฐานล่่างข้้อเสนอจากรากหญ้้า: เมื่่�อชุุมชนวาดภาพอนาคตนายแวรอมลีี แวบููละ จากสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา ได้้นำเสนอข้้อมููลจากเวทีีระดัับชุุมชน ซึ่่�งเป็็นส่่วนหนึ่่�งของโครงการเสริิมสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ (Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces) อัันเป็็นความร่่วมมืือระหว่่างสถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ สมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา องค์์กร MRG (Minority Rights Group International) และสหภาพยุุโรป (EU) โครงการนี้้�มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อเสริิมสร้้างการมีีส่่วนร่่วมของประชาชนในกระบวนการสร้้างสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนในพื้้�นที่่� โดยสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา มีีบทบาทสำคััญในการให้้ความรู้้เกี่่�ยวกัับกระบวนการสัันติิภาพปาตานีี/ชายแดนใต้้ และรัับฟัังความคิิดเห็็นข้้อเสนอแนะต่่าง ๆ จากประชาชนในระดัับชุุมชน และหมู่่บ้้าน ผ่่านการจััดเวทีีเสวนาแลกเปลี่่�ยนระหว่่างแกนนำชุุมชนและประชาชน เพื่่�อนำข้้อคิิดเห็็นเหล่่านี้้�ประมวลส่่งไปยัังผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับกระบวนการสร้้างสัันติิภาพจากการรวบรวมความคิิดเห็็นและข้้อเสนอแนะ สามารถสรุุปประเด็็นสำคััญใน ด้้านต่่าง ๆ ได้้ดัังนี้้�212
ด้้านเศรษฐกิจิ ประชาชนเสนอให้รั้ัฐบาลแก้ปั้ ัญหาปากท้้องควบคู่่ไปกัับการแก้ปั้ ัญหาความขััดแย้้ง โดยไม่่ต้้องคำนึึงถึึงสถานการณ์์ในแต่่ละพื้้�นที่่� มีีมาตรการเพิ่่�มรายได้้และ ลดรายจ่่ายที่่�ชััดเจน นำเงิินภาษีีท้้องถิ่่�นมาใช้้กัับประชาชนในพื้้�นที่่�ให้้มากขึ้้�น มีีการสำรวจความเดืือดร้้อนของประชาชนอย่่างจริิงจััง สร้้างระบบฐานข้้อมููลที่่�แม่่นยำเชื่่�อถือไืด้้ แก้ปั้ ัญหาราคาผลผลิิตทางการเกษตรให้้มีีราคาสููงขึ้้�น ส่่งเสริิมช่่องทางการตลาดและการแปรรููปผลิิตภััณฑ์์การเกษตร ส่่งเสริิมการแปรรููปอาหารทะเลในระดัับชุุมชน กำหนดราคาน้้ำมัันที่่�เป็็นธรรม สนัับสนุุนเรื่่�องปุ๋๋�ยเพื่่�อการเกษตร ควบคุุมการใช้้สารเคมีีในผลผลิิตทางการเกษตร ส่่งเสริิมอาชีีพให้้กัับผู้้ว่่างงานและกลุ่่มแม่่บ้้าน พััฒนาความสััมพัันธ์์ระหว่่างประเทศและ ส่่งเสริิมการค้้าชายแดน รวมถึึงการจััดระบบและอำนวยความสะดวกให้้กัับแรงงานที่่�ไปประกอบอาชีีพที่่�ประเทศมาเลเซีียด้้านการเมืือง มีีข้้อเสนอให้้จััดทำกฎหมายปกครองบริิหารเฉพาะพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ ทบทวนกฎหมายพิิเศษและด้้านความมั่่�นคงต่่าง ๆ จััดให้มีี้การปกครองตนเองของประชาชนในพื้้�นที่่� มีีการกระจายอำนาจที่่�ประชาชนสามารถตััดสิินใจเลืือกผู้้นำได้้ด้้วยตนเองในทุุกระดัับ เช่่น การเลืือกตั้้�งผู้้ว่่าราชการจัังหวััด เลืือกตั้้�งนายอำเภอ และยกเลิิก หน่่วยการปกครองส่่วนภููมิิภาค จััดโครงสร้้างการปกครองที่่�ไม่่ซ้้ำซ้้อนด้้านการศึึกษา ประชาชนอยากให้รั้ัฐมีีการดููแลเรื่่�องโครงการอาหารกลางวัันให้้แก่่เด็็กที่่�เรีียนหนัังสืือในโรงเรีียนตาดีีกา ส่่งเสริิมการศึึกษาของเด็็กในชุุมชนให้้ทั่่�วถึึง ยกระดัับคุุณภาพของโครงการอาหารกลางวััน ให้้รััฐสนัับสนุุนและปรัับปรุุงระบบการเรีียนการสอน ตาดีีกาที่่�มััสยิิด ให้้โรงเรีียนของรััฐและเอกชนจััดการศึึกษา 2 ภาษาหลัักคืือภาษามลายูู และภาษาไทย และจััดตั้้�งโรงเรีียนสอนศาสนาตามวิิถีีที่่�สอดคล้้องกัับวััฒนธรรมของพื้้�นที่่� โดยมีีระบบคุุณภาพและสามารถกำหนดทิิศทางการพััฒนาการศึึกษาด้้วยตนเองได้้ด้้านสัังคมและสาธารณสุุข ข้้อเสนอรวมถึึงการสร้้างกิิจกรรมให้้เกิิดความสามััคคีีระหว่่างคนต่่างศาสนา การสร้้างความปลอดภััยในชีีวิิตของชาวบ้้าน การมีีพื้้�นที่่�กลางสำหรัับแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็นโดยไม่่ผิิดกฎหมายความมั่่�นคง การส่่งเสริิมให้้เกิิดความปกติิสุุข ในพื้้�นที่่� การใช้้สองภาษาหลัักในการสื่่�อสารอย่่างเป็็นทางการ (ภาษามลายููและภาษาไทย) การดููแลสวัสดิั ิการของผู้้สููงอายุุ หญิิงหม้้าย เด็็กกำพร้้า และคนพิิการ การแก้ปั้ ัญหายาเสพติิด การแก้ปั้ ัญหาด้้านที่่�อยู่่อาศััยและที่่�ดิินทำกิินและการจััดระบบสาธารณสุุขที่่�กลุ่มคนเปราะบาง่ทุุกประเภทสามารถเข้้าถึึงได้้อย่่างเป็็นธรรมและมีีประสิิทธิิภาพ213
ด้้านชุุมชน ประชาชนเสนอให้้รััฐจััดโครงการและกิิจกรรมที่่�ก่่อให้้เกิิดความสามััคคีีในชุุมชนและสร้้างชุุมชนที่่�เข้้มแข็็ง ให้้ผู้้นำชุุมชน 4 เสาหลัักร่่วมมืือแก้้ไขปััญหาของชุุมชนอย่่างเข้้มแข็็ง สนัับสนุุนการจััดตั้้�งกองทุุนชุุมชนที่่�ประชาชนมีีส่่วนร่่วมและสามารถกำหนด ข้้อตกลงร่่วมกัันในระดัับชุุมชน และจััดให้้มีีสถานที่่�ออกกำลัังกายของสตรีีด้้านกฎหมาย มีีข้้อเสนอให้้รััฐพิิจารณายกเลิิกกฎหมายพิิเศษที่่�เกี่่�ยวกัับความมั่่�นคง โดยใช้้กฎหมายตามปกติิแทน และให้้มีีกฎหมายที่่�สอดคล้้องกัับหลัักชารีีอะห์์และวััฒนธรรมในพื้้�นที่่�ด้้านงานการพััฒนา ประชาชนเสนอให้รั้ัฐบาลพััฒนาให้ส้อดคล้้องกัับความต้้องการของชาวบ้้าน ให้้ประชาชนเข้้ามามีีส่่วนร่่วมในการพััฒนาโครงการของรััฐตั้้�งแต่่เริ่่�มต้้น ให้้เยาวชนเข้้ามามีีส่่วนร่่วมต่่อกระบวนการพััฒนาพื้้�นที่่�ในระดัับชุุมชน และให้้รััฐเปิิดโอกาสและสนัับสนุุนงบประมาณเพื่่�อให้้ประชาชนสามารถสร้้างงานพััฒนาและแก้ปั้ ัญหาของตนเองที่่�สอดคล้้องกัับบริิบทของแต่่ละชุุมชนสานเสีียงหาทางออก: เมื่่�อทุุกฝ่่ายพบกัันที่่�โต๊๊ะเสวนาทางสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธากััมปงตัักวา ยัังได้้ประมวลข้้อแลกเปลี่่�ยนและ จััดทำเป็็นข้้อเสนอต่่อทุุกฝ่่ายที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับกระบวนการสร้้างสัันติิภาพโดยเฉพาะ โดยเริ่่�มจากการชี้้�ให้้เห็็นถึึงความสำคััญของพื้้�นที่่�สามจัังหวััดชายแดนใต้้ซึ่่�งมีีประวััติิศาสตร์์การอยู่่ร่่วมกัันอย่่างสงบสุุขระหว่่างชาวไทยมุุสลิิมและไทยพุุทธมาอย่่างยาวนาน พื้้�นที่่�นี้้มีี�ความอุุดมสมบููรณ์์ทั้้�งในด้้านทรััพยากรธรรมชาติิและความหลากหลายทางวััฒนธรรม โดยเฉพาะวััฒนธรรมอิิสลามที่่�มีีความเข้้มข้้นมากที่่�สุุดในประเทศไทยสมาคมฯ ในฐานะเครืือข่่ายชุุมชนที่่�สืืบทอดมรดกวิิถีีวััฒนธรรมของคนรุ่่นบุุกเบิิก ได้้นำเสนอข้้อเสนอแนะต่่อผู้้เกี่่�ยวข้้องหลายฝ่่าย ดัังนี้้�ข้้อเสนอต่่อรััฐบาล ประกอบด้้วย (1) ให้้ตั้้�งคณะทำงานที่่�มีีส่่วนร่่วมจากหลาย ภาคส่่วนเพื่่�อสนัับสนุุนองค์์กรชุุมชนและกระบวนการพััฒนาที่่�สอดคล้้องกัับความต้้องการของชุุมชน (2) ยกเลิิกพระราชกำหนดการบริิหารราชการในสถานการณ์์ฉุุกเฉิิน (พรก.ฉุุกเฉิิน) และปรัับปรุุงกฎหมายให้ส้อดคล้้องกัับวิถีีวัิ ัฒนธรรมท้้องถิ่่�น (3) การจัับกุุมต้้องมีีความโปร่่งใสแจ้้งให้้ญาติิทราบ และมีีการเยีียวยาที่่�เหมาะสม (4) เร่่งกระบวนการพููดคุุยเจรจากัับฝ่่าย ผู้้เห็็นต่่าง และ (5) เชื่่�อมั่่�นในศัักยภาพของชุุมชนและสนัับสนุุนให้้ชุุมชนพััฒนาตนเอง214
ข้้อเสนอต่่อขบวนผู้เ้ห็็นต่่าง ได้้แก่่ (1) การสร้้างสัังคมใหม่่ที่่�เป็็นธรรมต้้องยึึดหลัักการทางศาสนา คำนึึงถึึงผู้บ้ ริสุุทธิ์์�และเคารพสิทธิิซึ่่�งกัันและกััน (2) นำประเด็็นความเดืือดร้้อนของประชาชนมาเป็็นเนื้้�อหาหลัักในการเจรจากัับรััฐ และ (3) รัับฟัังความคิิดเห็็นจากประชาชนรากหญ้้าในการดำเนิินกิิจกรรมต่่าง ๆสำหรัับข้้อเสนอต่่อชุุมชนเอง ประกอบด้้วย (1) สร้้างพื้้�นที่่�ชุุมชนศรััทธาให้้เกิิดขึ้้�นจริิงโดยมีีศาสนาเป็็นหลัักในการพััฒนา (2) พััฒนาระบบองค์์กรและกิิจกรรมที่่�นำไปสู่่ความยั่่�งยืืน (3) สร้้างพลัังจิิตอาสาเพื่่�อสาธารณะ (4) พััฒนาผู้้นำชุุมชนให้้มีีวุุฒิิภาวะใน การลดความขััดแย้้งและสร้้างความสามััคคีี และ (5) แก้้ไขปััญหาที่่�ลดทอนศัักยภาพความเป็็นมนุุษย์์ เช่่น ยาเสพติิดและความรุุนแรงนอกจากนี้้� ยัังมีีข้้อเสนอต่่อสื่่�อให้้นำเสนอข้้อมููลที่่�เป็็นกลาง เป็็นธรรม และส่่งเสริิมความเข้้าใจในการร่่วมสร้้างสัันติิภาพอย่่างยั่่�งยืืน รวมถึึงนำเสนอบทเรีียนและประสบการณ์์ด้้านการสร้้างสัันติิภาพจากพื้้�นที่่�อื่่�น ๆ ทั่่�วโลกในช่่วงของการแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็น ได้มีี้การตั้้�งคำถามถึึงผู้เ้ข้้าร่่วมว่่ามีีความคิิดเห็็นอย่่างไรต่่อกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพจัังหวััดชายแดนใต้้ในช่่วง 10 ปีีที่่�ผ่่านมา โดยให้้แต่่ละคนตอบผ่่านโทรศััพท์มืื์อถือ ืผลที่่�ได้มีีทั้้ ้ �งความคิิดเห็็นเชิิงลบที่่�มองว่่ากระบวนการพููดคุุยล้้มเหลว ถอยหลััง ไม่ก้่ ้าวหน้้า ไม่ชั่ ัดเจน ไม่มีี่ความคืืบหน้้า และเสีียเวลา ในขณะเดีียวกัันก็มีี็ความคิิดเห็็นเชิิงบวกที่่�เห็็นว่่ากระบวนการพููดคุุยเป็็นไปในทางที่่�ดีีดีีขึ้้�น และมีีการรัับฟัังประชาชนมากขึ้้�นการแลกเปลี่่�ยนในเวทีีนี้้�ดำเนิินการโดยทีีมกระบวนกรที่่�ประกอบด้้วย ผศ.ดร.สมััชชา นิิลปััทม์์ จากคณะวิิทยาการสื่่�อสาร มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ นางสาวรอฮานีีจืือนารา นัักวิิชาการอิิสระ นายซาฮารีี เจะหลง บรรณาธิิการ The Motive นายฆอซาลีี อาแว จากสถาบัันสิิทธิิมนุุษยชนและสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยมหิิดล และ ดร.ชญานิิตย์์ พููลยรััตน์์ จากมหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์กระบวนกรได้้เน้้นย้้ำถึึงความสำคััญของการมีีส่่วนร่่วมจากทุุกฝ่่าย โดยกล่่าวว่่า “ถ้้าไม่่ใช่่พวกเราแล้้วใคร ถ้้าไม่่ใช่่วัันนี้้�แล้้วเมื่่�อไร” สรุุปคืือต้้องอาศััยทั้้�ง “คนและเวลา” ในการขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพ โดยคำว่่า “เรา” ไม่่ได้้หมายถึึงคนกลุ่่มใดกลุ่่มหนึ่่�ง แต่่หมายถึึงความหลากหลายของผู้้คนที่่�ต้้องเข้้ามามีีส่่วนร่่วม ทั้้�งผู้้ที่่�คุ้้นเคยกัับกระบวนการและผู้้ที่่�เพิ่่�งเข้้าร่่วมเป็็นครั้้�งแรก กระบวนกรยัังได้้ทวนเป้้าหมายของกิิจกรรมว่่าเป็็น การ “ปรึึกษาหารืือประชาชน” เพื่่�อร่่วมกัันหาทางออกจากความขััดแย้้งที่่�ยืืดเยื้้�อ โดยมุ่่งสู่่215
กระบวนการสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุม (Inclusive) ซึ่่�งเป็็นแนวคิิดที่่�เริ่่�มเข้้ามาในปีี 2556 เมื่่�อมีีการพููดคุุยสัันติิภาพอย่่างเป็็นทางการ การสร้้างกระบวนการแบบครอบคลุุมหมายถึึงการรวมทุุกฝ่่ายเข้้ามา ไม่่ใช่่การแยกออก (Exclusive) หรืือเป็็นการพููดคุุยเฉพาะกลุ่มแบบ่ลัับ ๆ เพราะกระบวนการสัันติิภาพไม่่ใช่่เรื่่�องของใครบางคน แต่่เป็็นเรื่่�องของทุุกคนในสัังคมสรุุปความคิิดเห็็นต่่อกระบวนการสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ความคิิดเห็็นจากกิิจกรรมพููดคุุยสาธารณะเกี่่�ยวกัับกระบวนการสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนภาคใต้้ในระยะเวลา 10 ปีีที่่�ผ่่านมา โดยเริ่่�มต้้นด้้วยกิิจกรรม Word cloud เพื่่�อให้้ผู้้เข้้าร่่วมแสดงความคิิดเห็็น ซึ่่�งคำที่่�ปรากฏมากที่่�สุุดคืือ “ล้้มเหลว” และ “ถอยหลััง” รวมถึึงคำที่่�มีีความหมายคล้้ายกััน เช่่น “ไม่ก้่ ้าวหน้้า” “ไม่่กระเตื้้�อง” “กระบวนการค่่อนข้้างล่่าช้้า” “ยาวนาน” และ “ไม่่คอยประชาชน” แสดงถึึงความกัังวลของผู้เ้ข้้าร่่วมว่่ากระบวนการสัันติิภาพไม่่มีีความก้้าวหน้้าการพููดคุุยแลกเปลี่่�ยนในวงใหญ่่ถููกแบ่่งเป็็น 4 ประเด็็นหลััก ได้้แก่่ ความก้้าวหน้้า ความเชื่่�อมั่่�น ความหวััง และแรงสนัับสนุุน โดยมีีผลสำรวจจาก Peace Survey ครั้้�งที่่� 7 ประกอบการพููดคุุยประเด็็นที่่� 1 ความก้้าวหน้้าของการพููดคุุยสัันติิภาพจากผล Peace Survey พบว่่ามีีเพีียงร้้อยละ 31.9 ที่่�เห็็นว่่ากระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพมีีความก้้าวหน้้า ซึ่่�งมีีความเห็็นแตกต่่างกัันดัังนี้้�กลุ่่มที่่�เห็็นว่่าไม่่มีีความก้้าวหน้้า• กระบวนการพููดคุุยไม่่ได้้มาจากเจตจำนงที่่�แท้้จริิงของรััฐ แต่่เป็็นความต้้องการทางการเมืืองของรััฐบาลในขณะนั้้�น• ยัังไม่่สามารถระบุุได้้ว่่าใครคืือผู้้นำที่่�แท้้จริิงของฝ่่ายขบวนการ และตััวแทนที่่�มาเจรจาไม่่ได้้เป็็นผู้้นำโดยตรง• การตั้้�งต้้นกระบวนการพููดคุุยไม่่สอดคล้้องกัับบริิบทเฉพาะของพื้้�นที่่�• ข้้อตกลงบนโต๊๊ะเจรจายัังไม่่ถููกนำมาปฏิิบััติิอย่่างเป็็นรููปธรรม• แต่่ละฝ่่ายตั้้�งโจทย์์ผิิดและมีีเงื่่�อนไขการพููดคุุยมากเกิินไปกลุ่่มที่่�เห็็นว่่ามีีความก้้าวหน้้า• สถานการณ์์ความรุุนแรงลดลงเมื่่�อเทีียบกัับช่่วงปีี 2547• ผู้้หญิิงมีีความมั่่�นใจมากขึ้้�นและเด็็กมีีโอกาสมากขึ้้�น216
• ความสััมพัันธ์์ระหว่่างไทยพุุทธและมุุสลิิมดีีขึ้้�น มีีความสมานฉัันท์์มากขึ้้�นประเด็็นที่่� 2 ความเชื่่�อมั่่�นต่่อกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพจากผล Peace Survey พบว่่า ร้้อยละ 42 เชื่่�อมั่่�นต่่อกระบวนการ ในขณะที่่�ร้้อยละ 32 ไม่่เชื่่�อมั่่�นกลุ่่มที่่�เชื่่�อมั่่�น• มีีความตั้้�งใจของทั้้�งสองฝ่่ายที่่�อยากให้้เกิิดการพููดคุุย• การพููดคุุยได้้ช่่วยลดระดัับความรุุนแรงและสร้้างโอกาสในการอยู่่ร่่วมกััน• กระบวนการสัันติิภาพได้้ถููกนำเข้้าสู่่รััฐสภา ซึ่่�งเป็็นก้้าวสำคััญ• ทุุกความขััดแย้้งย่่อมจบที่่�โต๊๊ะเจรจากลุ่่มที่่�ไม่่เชื่่�อมั่่�น• ตััวแทนที่่�เข้้าร่่วมพููดคุุยไม่่ใช่ตั่ ัวจริิงและไม่ส่ามารถกำหนดทิิศทางของฝ่่ายขบวนการได้้• กระบวนการไม่่ได้้มาจากเจตจำนงของผู้นำประเ ้ ทศและไม่มีี่วาระแห่่งชาติิรองรัับ• การมีีกฎหมายพิิเศษในพื้้�นที่่�เป็็นอุุปสรรคต่่อกระบวนการสัันติิภาพประเด็็นที่่� 3 ความหวัังต่่อข้้อตกลงสัันติิภาพในอีีก 5 ปีีข้้างหน้้ากลุ่่มที่่�มีีความหวััง• “บัันไดขั้้�นแรก” ได้้ถููกสร้้างขึ้้�นแล้้ว และวาระสัันติิภาพได้้เข้้าสู่่รััฐสภา• บทบาทของประชาชนที่่�มีีส่่วนร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพกลุ่่มที่่�ไม่่มีีความหวััง• การมีีกฎหมายพิิเศษในพื้้�นที่่�• ความไม่่ชััดเจนในโครงสร้้างของคณะพููดคุุยจากฝ่่ายรััฐ• ผลประโยชน์์ของฝ่่ายต่่าง ๆ ในความขััดแย้้งประเด็็นที่่� 4 การสนัับสนุุนการใช้้การพููดคุุยในการเจรจาสัันติิภาพข้้อเสนอในการส่่งเสริิมกระบวนการพููดคุุย• สร้้างพื้้�นที่่�ปลอดภััยสำหรัับประชาชนในการแสดงความคิิดเห็็น• ให้้ประชาชนมีีบทบาทนำในกระบวนการพููดคุุย แทนที่่�จะเป็็นเพีียงฝ่่ายรััฐและขบวนการ• ลดบทบาทของทหารในพื้้�นที่่� และให้้ภาคการเมืืองเป็็นแกนนำในการพููดคุุย• สร้้างพื้้�นที่่�พููดคุุยสำหรัับประชาชนทั้้�งไทยพุุทธและมุุสลิิมเพื่่�อแก้้ไขประเด็็นที่่�มีีความเห็็นต่่าง เช่่น การยกเลิิกกฎหมายพิิเศษ 217
• เพิ่่�มบทบาทของผู้้หญิิงในกระบวนการสัันติิภาพ• แก้้ไขปััญหาการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษที่่�ไม่่เป็็นธรรม และการวิิสามััญฆาตกรรมที่่�เกิิดขึ้้�นง่่าย (ในรอบ 3 ปีีที่่�ผ่่านมามีีการวิิสามััญฯ 76 ราย)ภาคบ่่ายของกิิจกรรมเริ่่�มด้้วยการทบทวนกิิจกรรมภาคเช้้า โดยกระบวนกรอธิิบายว่่า การนำเสนอข้้อมููลวิิจััยเป็็นการคืืนความรู้้ให้้กัับสัังคม ซึ่่�งเป็็นสิ่่�งที่่�ถููกเรีียกร้้องจาก นัักวิิชาการที่่�มัักถููกวิิพากษ์์วิิจารณ์์ว่่าได้้รัับประโยชน์์จากการทำวิิจััยในพื้้�นที่่�แต่่ไม่่ได้้คืืน องค์์ความรู้้สู่่ชุุมชน ในช่่วงบ่่ายมีีการแบ่่งกลุ่่มเป็็น 4 กลุ่่มเพื่่�อระดมความคิิดเห็็นและหา ข้้อเสนอแนะจากการปรึึกษาหารืือภาคประชาชน โดยมีีคำถามหลััก 2 ข้้อคืือ “กระบวนการสัันติิภาพมีีความก้้าวหน้้าหรืือไม่่อย่่างไร” และ “สนัับสนุุนการพููดคุุยหรืือไม่่ สนัับสนุุนใคร อย่่างไร”สรุุปข้้อคิิดเห็็นจากกลุ่ม่ที่่� 1 กระบวนการสัันติิภาพมีีความก้้าวหน้้าหรืือไม่่อย่่างไรความก้้าวหน้้า1. มีีการพููดคุุยอย่่างต่่อเนื่่�องตั้้�งแต่่ปีี 2556 จนถึึงรััฐบาลประยุุทธ์์ มีีพััฒนาการและส่่งต่่อไปยัังกลุ่่มต่่าง ๆ2. เหตุุการณ์์ความรุุนแรงลดลง3. มีีบรรยากาศทางการเมืืองที่่�เอื้้�อให้้สามารถจััดเวทีีสาธารณะได้้4. รััฐริิเริ่่�มให้้มีีการเจรจาทำให้้เป็็นที่่�ยอมรัับของประชาคมโลก5. รััฐมีีกลไกการสื่่�อสารกัับประชาชนผ่่านผู้้นำท้้องที่่�/ท้้องถิ่่�นไม่่ก้้าวหน้้า1. การประชาสััมพัันธ์์น้้อยทั้้�ง 2 ฝ่่าย ทำให้้ชาวบ้้านไม่่ทราบถึึงการพููดคุุย2. ข้้อเสนอจากภาคประชาสัังคมไม่่ถููกยกระดัับสู่่นโยบายและโต๊๊ะพููดคุุย3. ประชาชนในพื้้�นที่่�ร้้อยละ 80 ยัังไม่่รู้้เรื่่�องกระบวนการพููดคุุย4. ยัังไม่่มีีพื้้�นที่่�ปลอดภััยสำหรัับคนทำงานภาคประชาสัังคม5. ชาวบ้้านไม่่กล้้าพููด ขาดความมั่่�นใจในความปลอดภััย6. ผู้้เคลื่่�อนไหวประเด็็นสิิทธิิชุุมชนถููกคุุกคาม ถููกมองเป็็นภััยความมั่่�นคง7. การพููดคุุยวนเวีียนอยู่่ที่่�เดิิมและมุ่่งเพื่่�อของบประมาณเป็็นหลััก8. ยัังมีีประเด็็นการวิิสามััญ การปราบปราม และการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษควบคู่่กัับการพููดคุุย218
9. กระบวนการยัังไม่่ได้้รัับการยอมรัับจากทั้้�งสองฝ่่าย ไม่่มีีความไว้้วางใจ และไม่่มีีตััวชี้้�วััดที่่�ชััดเจน10. มีีความย้้อนแย้้งของข้้อมููล11. การวางกรอบปิิดกั้้�นประเด็็นการพููดคุุยโดยอ้้างรััฐธรรมนููญ12. กระบวนการยุุติิธรรมมีีปััญหาในการให้้ความยุุติิธรรม13. ไม่่มีีกลไกตรวจสอบที่่�น่่าเชื่่�อถืือเกี่่�ยวกัับผู้้ก่่อเหตุุความรุุนแรง14. ปััญหาเรื่่�องด่่านยัังไม่่ลดลงข้้อเสนอแนะ1. สร้้างพื้้�นที่่�กลางหนุุนเสริิมสัันติิภาพโดยไม่่ยึึดติิดกัับงบประมาณ2. ให้้มีีการเปิิดเผยข้้อมููลการเจรจาเป็็นสาธารณะที่่�ทุุกคนเข้้าถึึงได้้3. ให้้ญาติิสามารถติิดตามข้้อมููลของผู้้ต้้องสงสััยที่่�ถููกควบคุุมตััวได้้4. ให้้นัักการเมืืองเป็็นตััวแทนของประชาชนเข้้ามาร่่วมขัับเคลื่่�อนการเจรจาสรุุปข้้อคิิดเห็็นจากกลุ่ม่ที่่� 2 กระบวนการสัันติิภาพมีีความก้้าวหน้้าหรืือไม่่อย่่างไรการพููดคุุยก้้าวหน้้าเพราะ1. สถานการณ์์ความรุุนแรงลดลง2. มีีการลงนามข้้อตกลงสัันติิภาพร่่วมกััน3. มีีการเปิิดเวทีีรัับฟัังความคิิดเห็็นเกี่่�ยวกัับกระบวนการสัันติิภาพมากขึ้้�น4. กลุ่่มเปราะบางและคนพิิการกล้้าแสดงออกมากขึ้้�น5. นโยบายบางส่่วนมีีการทำงานเชิิงบููรณาการร่่วมกัันมากขึ้้�น6. ชุุมชนมีีความเข้้มแข็็งและสามารถจััดการพื้้�นที่่�ได้้ดีีส่่งผลให้้การท่่องเที่่�ยวได้้รัับความสนใจมากขึ้้�นการพููดคุุยไม่่ก้้าวหน้้าเพราะ1.หลายอย่่างยัังเหมืือนเดิิม เช่่น ด่่าน กฎหมายพิิเศษ งบประมาณ การปิิดล้้อม การตรวจค้้น2. นโยบายแก้้ปััญหายัังวกวนอยู่่กัับที่่� ไม่่ตอบโจทย์์การแก้้ปััญหาอย่่างยั่่�งยืืน3. ปััญหาปากท้้องและเศรษฐกิิจในพื้้�นที่่�ยัังขาดการพััฒนาที่่�ต่่อเนื่่�อง4. ความรู้้สึึกหวาดกลััวจากคนภายนอกพื้้�นที่่�ยัังคงมีีอยู่่219
5. ยัังมีีทััศนคติิเชิิงลบต่่อสถานการณ์์ในพื้้�นที่่�6. ศาสนิิกยัังคงมีีความหวาดระแวงซึ่่�งกัันและกััน7. ความเชื่่�อมั่่�นต่่อการทำงานของเจ้้าหน้้าที่่�รััฐยัังไม่่สมบููรณ์์8. ขาดความต่่อเนื่่�องของคณะพููดคุุยทั้้�งสองฝ่่าย9. การพููดคุุยไม่่ตอบสนองต่่อการปฏิิบััติิจริิงจากทั้้�งสองฝ่่าย10. มีีประเด็็น “ธุุรกิิจความมั่่�นคง” ที่่�มีีการ “เลี้้�ยงไข้้”สรุุปข้้อคิิดเห็็นจากกลุ่่มที่่� 3 การสนัับสนุุนกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพกลุ่่มเห็็นตรงกัันว่่าควรส่่งเสริิมและสนัับสนุุนทั้้�งฝ่่าย A B และ C โดยมีีข้้อเสนอแนะต่่อแต่่ละกลุ่่มชุุมชน ต้้องรัับรู้้และตระหนัักติิดตามกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพอย่่างต่่อเนื่่�องรััฐ• ยกระดัับการพููดคุุยให้้เป็็นเนื้้�อเดีียวกััน• ให้้การเมืืองนำการทหาร• ให้้หน่่วยงานพลเรืือนเป็็นตััวแทนการพููดคุุย• มีีการสื่่�อสารให้้ประชาชนรัับรู้้อย่่างต่่อเนื่่�องภาควิิชาการ ต้้องคืืนข้้อมููลให้้แก่่ทั้้�งรััฐบาลและประชาชนประชาสัังคม• ให้้มีีความเข้้มแข็็ง สามารถต่่อรองและผลัักดัันนโยบาย• ให้้ภาคประชาสัังคมมีีบทบาทมากขึ้้�น• ให้้ผู้้เชี่่�ยวชาญด้้านต่่าง ๆ นำเสนอข้้อเสนอก่่อนมีีการพููดคุุยเจรจาข้้อเสนอแนะอื่่�น ๆ1. สร้้างพื้้�นที่่�กลางเพื่่�อความเป็็นเอกภาพของภาคประชาสัังคม และสร้้างจุุดร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพ2. ภาครััฐและผู้้เห็็นต่่างต้้องสนัับสนุุนภาคประชาสัังคมในกระบวนการสัันติิภาพ3. ให้้องค์์กรต่่างประเทศมีีบทบาทในการติิดตามกระบวนการสัันติิภาพ4. ขยายการสื่่�อสารกระบวนการสัันติิภาพให้้คนทั่่�วประเทศเข้้าใจ ไม่่จำกััดเฉพาะในพื้้�นที่่�5. Peace Survey ครั้้�งต่่อไปควรสำรวจพื้้�นที่่�อื่่�นด้้วย ไม่่เฉพาะในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้6. ให้้ทั้้�งสองฝ่่ายสื่่�อสารการพููดคุุยอย่่างต่่อเนื่่�อง220
สรุุปข้้อคิิดเห็็นจากกลุ่่มที่่� 4 การสนัับสนุุนการพููดคุุยเจรจาข้้อเสนอแนะ1. สนัับสนุุนรััฐบาลให้้กำหนดการพููดคุุยสัันติิภาพเป็็นวาระแห่่งชาติิ2. ให้้ประชาชนมีีส่่วนร่่วมทุุกขั้้�นตอน โดยควรมีีสััดส่่วนผู้้หญิิงร้้อยละ 30 ใน การเจรจาไกล่่เกลี่่�ย และควรมีีกลุ่่มเปราะบางที่่�ได้้รัับผลกระทบโดยตรง3. เชิิญผู้้สููงอายุุเข้้ามาเป็็นที่่�ปรึึกษา ตลอดจนให้้นัักเรีียน นัักศึึกษา และเยาวชน มีีส่่วนร่่วม4. รััฐบาลต้้องสื่่�อสารและประชาสััมพัันธ์์ทั้้�งก่่อนและหลัังการพููดคุุย ผ่่านเว็็บไซต์์ทางการที่่�แสดงความก้้าวหน้้า5. รััฐต้้องมีีกระบวนการพููดคุุยร่่วมกัับประชาชนและประชาสััมพัันธ์์ผล6. นอกจากผู้้อำนวยความสะดวกที่่�มีีหน้้าที่่�จััดสถานที่่�แล้้ว ควรเชิิญประเทศอื่่�น เข้้ามาเป็็นผู้้ไกล่่เกลี่่�ย เช่่น UN อาเซีียน EU เพื่่�อเป็็นที่่�ปรึึกษาให้้กัับทั้้�งสองฝ่่าย7. ทั้้�งสองฝ่่ายควรนำประเด็็นข้้อเสนอของประชาชนเข้้าสู่่การพููดคุุยทุุกครั้้�ง8. คู่่ขััดแย้้งทั้้�งสองฝ่่ายต้้องไม่่ทำให้้ผู้้บริิสุุทธิ์์�ได้้รัับผลกระทบ เสีียชีีวิิต หรืือทำให้้สมบััติิสาธารณะเสีียหาย9. การรัับฟัังเวทีีสาธารณะควรเป็็นหน้้าที่่�ของรััฐบาล โดยจััดงบประมาณผ่่าน ศอ.บต. เพื่่�อสร้้างการมีีส่่วนร่่วมในการสรุุปประเด็็น มีีการเสนอความคิิดเห็็นเพิ่่�มเติิม เช่่น• กระบวนการประเมิินการต่่ออายุุของ พรก. ฉุุกเฉิิน ควรให้้ประชาชนมีีส่่วนร่่วม• การรัับฟัังความคิิดเห็็นควรทำได้้หลายช่่องทาง รวมถึึงแบบออนไลน์์• ควรรัับฟัังความคิิดเห็็นจากคนนอกพื้้�นที่่�ด้้วย โดยเฉพาะกลุ่่มผู้้มีีอำนาจตััดสิินใจ เช่่น ส.ส. และ ส.ว.• มีีการตั้้�งข้้อสัังเกตว่่าข้้อมููลเรื่่�อง “ความรุุนแรงเพิ่่�มขึ้้�น” มาจากความรู้้สึึกหรืือข้้อมููลเชิิงประจัักษ์์ เพราะปััจจุุบัันมีีนัักท่่องเที่่�ยวจากมาเลเซีียเพิ่่�มขึ้้�น• แม้้ความรุุนแรงลดลง แต่่จากการสำรวจพบว่่า ร้้อยละ 60 ของประชาชนยัังรู้้สึึกว่่าสถานการณ์์เหมืือนเดิิม ขณะที่่�ร้้อยละ 30 เห็็นว่่าดีีขึ้้�น• การสื่่�อสารไม่่ควรเป็็นหน้้าที่่�ของรััฐฝ่่ายเดีียว แต่่ควรขอความร่่วมมืือจากสื่่�อมวลชนที่่�มีีอิิทธิิพลในการสื่่�อสาร221
ประเด็็นที่่�ไม่่ลงตััว แนวทางที่่�ต้้องเดิินต่่อในช่่วงท้้ายของกิิจกรรม มีีพิิธีีมอบเอกสารสรุุปจากการพููดคุุยให้้แก่่รองประธานกรรมาธิิการสัันติิภาพฯ ซึ่่�งได้้สะท้้อนข้้อคิิดเห็็นจากเวทีีและรัับข้้อเสนอจากภาคประชาชน โดยมีีการเน้้นย้้ำว่่าข้้อเสนอนี้้�ไม่่ได้มีี้ ไว้้เพีียงเพื่่�อยื่่�นต่่อกรรมาธิิการเท่่านั้้�น แต่่เป็็นข้้อเสนอไปยัังทุุกฝ่่ายที่่�เกี่่�ยวข้้อง ทั้้�ง BRN และรััฐบาลเศรษฐารองประธานกรรมาธิิการสัันติิภาพฯ ได้ส้ะท้้อนประเด็็นที่่�น่่าสนใจจากการแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็น โดยเฉพาะในเรื่่�องความไม่่ลงตััวของหลายประเด็็น ซึ่่�งท่่านมองว่่าเป็็นสิ่่�งที่่�ดีีที่่�ยัังมีีความขััดแย้้งทางความคิิดอยู่่ และจะนำประเด็็นเหล่่านี้้�ไปเสนอต่่อคณะกรรมาธิิการใหญ่่และคณะอนุุกรรมาธิิการเพื่่�อพิิจารณาออกแบบการรัับฟัังความคิิดเห็็นต่่อไปประเด็็นความปลอดภััยประเด็็นที่่�ไม่่ลงตััวประการสำคััญคืือเรื่่�องความปลอดภััย จากผล Peace Survey ระบุุว่่า ประชาชนรู้้สึึกไม่่ปลอดภััยในการวิิจารณ์์ทั้้�งขบวนการและภาครััฐ ซึ่่�งสะท้้อนว่่าประชาชนยัังขาดพื้้�นที่่�ปลอดภััยในการแสดงความคิิดเห็็นอย่่างเต็็มที่่� อย่่างไรก็ต็าม มีีความเห็็นที่่�แตกต่่างกัันระหว่่างกลุ่่มย่่อย โดยกลุ่่มที่่� 1 มองว่่ายัังไม่่มีีความปลอดภััย ในขณะที่่�กลุ่่มที่่� 2 กลัับมองว่่าประชาชนกล้้าพููดและกล้้าแสดงออกมากขึ้้�น ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นว่่า แม้้จะอยู่่ใน วงเดีียวกัันแต่่การประเมิินเรื่่�องความปลอดภััยอาจแตกต่่างกัันไปนอกจากนี้้� ยัังมีีประเด็็นความปลอดภััยในทรััพย์สิ์ ินโดยมีีข้้อเสนอว่่า หากมีีความขััดแย้้ง ควรหลีีกเลี่่�ยงการสร้้างความเสีียหายต่่อประชาชน ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นว่่าความปลอดภััย มีี หลายมิิติิ และการสร้้างสัันติิภาพจำเป็็นต้้องพิิจารณาในหลายแง่่มุุม ทั้้�งความปลอดภััยในการแสดงความคิิดเห็็นโดยไม่ถูู่กคุุกคามและความปลอดภััยจากความรุุนแรงในพื้้�นที่่�สาธารณะข้้อเสนอเรื่่�องการมีีส่่วนร่่วมของผู้้หญิิงและกลุ่่มเปราะบางข้้อเสนอที่่�โดดเด่่นและเป็็นรููปธรรมคืือการกำหนดสััดส่่วนให้้ผู้้หญิิงเข้้าร่่วมใน คณะเจรจาไม่่น้้อยกว่่าร้้อยละ 30 ซึ่่�งถืือเป็็นข้้อเสนอใหม่่ที่่�รองประธานกรรมาธิิการให้้ ความสนใจและจะนำเข้้าสู่่การพิิจารณาในคณะกรรมาธิิการ นอกจากนี้้� ยัังมีีข้้อเสนอให้้คนพิิการมีีส่่วนร่่วมในกระบวนการพููดคุุยด้้วย ซึ่่�งเป็็นการเปิิดมุุมมองใหม่่ที่่�ไม่่เคยมีีการคำนึึงถึึงมาก่่อน222
ตััวชี้้�วััดความสำเร็็จของกระบวนการสัันติิภาพมีีการนำเสนอตััวชี้้วั�ัดความสำเร็็จของกระบวนการสัันติิภาพที่่�สะท้้อนความรู้้สึึกของประชาชน เช่่น การลดลงของด่่านตรวจ การยกเลิิกกฎหมายพิิเศษ การจััดสรรงบประมาณ และการลดจำนวนทหารในพื้้�นที่่� ซึ่่�งอาจมีีความสำคััญมากกว่่าประเด็็นความรุุนแรงโดยตรงความเห็็นจากกรรมาธิิการท่่านอื่่�นกรรมาธิิการท่่านอื่่�นได้้แสดงความคิิดเห็็นเพิ่่�มเติิม โดยมองว่่าความไม่่ชััดเจนของรััฐบาลเป็็นโอกาสให้้กรรมาธิิการและเครืือข่่ายภาคประชาชนมีีส่่วนร่่วมในการกำหนดทิิศทาง โดยเฉพาะหากต้้องการให้้ทีีมพลเรืือนเป็็นผู้้นำในการเจรจานอกจากนี้้� มีีข้้อเสนอให้้เอกสารที่่�จะส่่งให้้กรรมาธิิการควรมีีการแนบรายละเอีียดข้้อมููลจากทั้้�ง 4 กลุ่ม เ่พื่่�อให้้ผู้ที่่�ไ ้ ม่มีี่องค์์ความรู้้เกี่่�ยวกัับสถานการณ์์ชายแดนใต้ส้ามารถเข้้าใจได้้ชััดเจนยิ่่�งขึ้้�นมีีการยกประเด็็นว่่า ความปลอดภััยมีีหลายมิิติิและแตกต่่างกัันตามกลุ่่มคน เช่่น กลุ่มไ่ทยพุุทธเรีียกร้้องความปลอดภััยโดยอ้้างอิิงกฎหมายพิิเศษ ในขณะที่่�มลายูมุุสลิ ูิมเรีียกร้้องความปลอดภััยจากการบัังคัับใช้้กฎหมาย ซึ่่�งความแตกต่่างนี้้�เปรีียบเสมืือนกำแพงที่่�กั้้�นระหว่่างกลุ่่มไทยพุุทธและมุุสลิิม ทำให้้การขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพเป็็นไปได้้ยาก จึึงมีีข้้อเสนอให้้ทั้้�งสองกลุ่่มพิิจารณาประเด็็นความปลอดภััยในจุุดกึ่่�งกลางร่่วมกัันการจััดเวทีีแลกเปลี่่�ยนครั้้�งนี้้�ถือเื ป็็นเครื่่�องมืือใหม่่ในการปรึึกษาหารืือ แม้้จะไม่มีีสู่ตูรตายตััว แต่่ทุุกคนที่่�มาร่่วมต่่างมีีเป้้าหมายเดีียวกัันคืือต้้องการสัันติิภาพ แม้้จะมีีอุุดมการณ์์ที่่�แตกต่่างกััน แต่่มีีจุุดร่่วมที่่�สามารถโอบอุ้้มสัันติิภาพที่่�หลากหลายไปด้้วยกัันได้้ ทั้้�งนี้้� ผู้้จััดเวทีีแสดงความหวัังว่่าจะสามารถสนัับสนุุนและขยายการมีีส่่วนร่่วมต่่อไปเพื่่�อให้้เกิิดสัันติิภาพ ที่่�แท้้จริิงและยั่่�งยืืนนายแวรอมลีี ได้้กล่่าวปิิดท้้ายว่่า ทุุกกิิจการงานจะมีีความบารอกัตั (ความเป็็นสิริิมงคล) วัันนี้้มีี�คนพิิการมาร่่วมด้้วย จึึงเชื่่�อว่่ามีีความบารอกัตัอย่่างสููงและจะมีีความยั่่�งยืืน ทั้้�งนี้้� ได้้เน้้นย้้ำว่่าการเดิินหน้้าในกระบวนการสัันติิภาพจำเป็็นต้้องใช้้มาตรฐานของประชาชนเป็็นหลััก ไม่่ใช่่มาตรฐานของรััฐหรืือทหาร เพราะประเทศนี้้�ต้้องอยู่่ได้้ด้้วยประชาชน มาตรฐานของประชาชนจึึงควรเป็็นตััวชี้้�วััดในทุุกเรื่่�อง223
“เราต้้องการสัันติิภาพที่่�มาจากเสีียงของเรา” คำพููดเรีียบง่่ายจากชาวบ้้านในเวทีีรัับฟัังความคิิดเห็็นที่่�จัังหวััดนราธิิวาสสะท้้อนแก่่นแท้้ของสิ่่�งที่่�หลายคน ในพื้้�นที่่�ชายแดนภาคใต้้รอคอยมานาน ท่่ามกลางความขััดแย้้งที่่�ยืืดเยื้้�อกว่่าสองทศวรรษ เสีียงของประชาชนกลัับถููกลืืมไปในกระบวนการสัันติิภาพที่่�มัักจำกััด อยู่่ในห้้องประชุุมปิิดระหว่่างตััวแทนรััฐกัับกลุ่่มเคลื่่�อนไหวความท้้าทายที่่�สำคััญคืือการทำให้้ความครอบคลุุมกลายเป็็นวิิถีีปฏิิบััติิ ในชีีวิติประจำวััน (practice in everyday life) ไม่่ใช่่เพีียงวาทกรรมหรืือนโยบายที่่�ลอยอยู่่บนกระดาษ สะท้้อนผ่่านเสีียงที่่�ว่่า “การพููดคุุยสัันติิภาพที่่�ผ่่านมา รวมแล้้ว 10 ปีี ถามว่่าประชาชนได้้อะไรบ้้าง ซึ่่�งรู้้สึึกว่่าชาวบ้้านยัังไม่่ได้้อะไรเลย”เวทีีนี้้�ไม่่ใช่่เพีียงการรัับฟััง แต่่เป็็นจุุดเริ่่�มต้้นของกระบวนการที่่�ต้้องการให้้ประชาชนเป็็นผู้้ออกแบบสัันติิภาพด้้วยตนเอง คำถามสำคััญคืือ การสร้้างสัันติิภาพโดยประชาชนนี้้�จะกลายเป็็นความจริิงได้้หรืือไม่่? และประชาชน ที่่�ต่่างศาสนา ต่่างชาติิพัันธุ์์ ต่่างประสบการณ์์ จะสามารถร่่วมกัันวาดภาพอนาคตที่่�ทุุกคนอยู่่ร่่วมกัันได้้อย่่างสัันติิสุุขได้้หรืือไม่่?ประชาชนออกแบบสัันติิภาพ: การสร้้างอนาคตร่่วมกัันในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้224
เปิิดม่่านการพููดคุุย: ครั้้�งแรกที่่�ประชาชนมีีที่่�นั่่�งในการเจรจาเมื่่�อวัันที่่� 10 มีีนาคม 2567 แสงสว่่างเริ่่�มปรากฏเมื่่�อคณะกรรมาธิิการวิิสามััญ ส่่งเสริิมและจััดการความขััดแย้้งเพื่่�อสร้้างสัันติิภาพได้้จััดเวทีีรัับฟัังความคิิดเห็็น เวทีีเปิิด “ประชาชนออกแบบสัันติิภาพ: การรัับฟัังความคิิดเห็็นและข้้อเสนอแนะของประชาชนต่่อการสร้้างสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้/ปาตานีี” ที่่�ห้้องประชุุมซาลััค ชั้้�น 4 คณะวิิทยาการจััดการ มหาวิิทยาลััยราชภััฏยะลา จััดโดยคณะกรรมาธิิการวิิสามััญเพื่่�อพิิจารณาศึึกษาและเสนอแนวทางการส่่งเสริิมกระบวนการสร้้างสัันติิภาพ เพื่่�อแก้้ไขปััญหาความขััดแย้้งในพื้้�นที่่�สามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ เปิิดพื้้�นที่่�ให้้ผู้้ได้้รัับผลกระทบตััวจริิง ทั้้�งมุุสลิิม พุุทธ คนพิิการจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบ อดีีตผู้้ต้้องหาคดีีความมั่่�นคง และชาวประมงพื้้�นบ้้าน ได้้ร่่วมบอกเล่่าถึึงความฝัันของพวกเขาต่่อสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนการมีีส่่วนร่่วมของประชาชนในกระบวนการสัันติิภาพ “การจะเชื่่�อมกัับประชาชนกัับการพููดคุุยจึึงมีีความจำเป็็นและเป็็นประโยชน์์” นายจาตุุรนต์์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมา ธิิการฯ กล่่าวอย่่างหนัักแน่่น เขาชี้้�ให้้เห็็นว่่ากระบวนการสัันติิภาพที่่�ผ่่านมา 10 ปีี แทบไม่่มีีประชาชนรัับรู้้ การพููดคุุยถููกจำกััดอยู่่ในวงแคบระหว่่างตััวแทนรััฐกัับกลุ่มเค่ลื่่�อนไหว โดยไม่่ได้้เชื่่�อมโยงกัับคนในพื้้�นที่่�ผู้้ได้้รัับผลกระทบโดยตรง “กระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพที่่�ผ่่านมานั้้�นประชาชนทั่่�วไปหรืือแม้้แต่่ประชาชนในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ไม่่ได้รั้ับรู้้มากนััก ดัังนั้้�น การจะเชื่่�อมประชาชนกัับการพููดคุุยจึึงมีีความจำเป็็นและเป็็นประโยชน์์” นายจาตุุรนต์์ เน้้นย้้ำนายสุุธรรม แสงประทุุม ประธานคณะอนุุกรรมาธิิการพิิจารณาศึึกษาเพื่่�อเพิ่่�มประสิิทธิิผลในการเจรจาสัันติิภาพฯ ได้้อธิิบายว่่า การเจรจาสัันติิภาพมีีมาตั้้�งแต่่ปีี 2556 แต่่มัักเป็็นการพููดคุุยลัับ ประชาชนไม่่ค่่อยได้้รัับรู้้ความคืืบหน้้า และยัังขาดเจตจำนงที่่�มั่่�นคงจากผู้้นำ เขาระบุุเงื่่�อนไขสำคััญที่่�จะทำให้้สัันติิภาพประสบความสำเร็็จ ได้้แก่่ ตััวแทนที่่�มาพููดคุุยต้้องมั่่�นใจและปลอดภััย รััฐบาลต้้องมีีเจตจำนงที่่�มั่่�นคง ประชาชนต้้องมีีส่่วนร่่วม และทุุกฝ่่ายต้้องร่่วมกัันหาทางออก225
นัักศึึกษากัับการเจรจาตััวตน: สัันติิภาพที่่�เริ่่�มจากสิิทธิิพื้้�นฐาน“เราจะจััดกิิจกรรมแสดงออกทางการเมืืองประเด็็นมนุุษยธรรม ในมหาวิิทยาลััยนั้้�นค่่อนข้้างยากมาก ๆ” เสีียงสะท้้อนจาก ฟาริิส หะยีีกืือจิิ จากชมรมริิสตูู มหาวิิทยาลััยราชภััฏยะลา แสดงให้้เห็็นถึึงสภาพปััญหาในสถาบัันการศึึกษาที่่�ควรเป็็นพื้้�นที่่�แห่่งเสรีีภาพทางวิิชาการ นัักศึึกษาหลายคนเล่่าถึึงการถููกกดดัันเมื่่�อพยายามจััดกิิจกรรมแสดงออกทางอััตลัักษณ์์หรืือวััฒนธรรม ชารีีฟ หะยีีดอเลาะ นัักศึึกษาจากมหาวิิทยาลััยราชภััฏยะลา เสนอให้้มหาวิิทยาลััยไม่่กดดัันนัักศึึกษาในการจััดกิิจกรรมเพื่่�อแสดงออกทางอััตลัักษณ์์ และวััฒนธรรม เขาเล่่าถึึงกรณีีชมรมอิิกรอมที่่�ถููกสกััดไม่่ให้้จััดกิิจกรรมเกี่่�ยวกัับเสื้้�อมลายูู “แค่่เสื้้�อมลายูู ไม่่ได้้เป็็นประเด็็นอื่่�น ๆ และอยู่่ในกรอบของกฎหมาย”นอกจากนี้้� แพทย์์หญิิงเพชรดาว โต๊๊ะมีีนา ประธานคณะอนุุกรรมาธิิการพิิจารณาศึึกษาและส่่งเสริิมการมีีส่่วนร่่วมของประชาชนในการสร้้างสัันติิภาพฯ ได้้เน้้นย้้ำหลัักการสำคััญ 3 ประการ คืือ หลัักการครอบคลุุมบุุคคลที่่�หลากหลาย การมีีส่่วนร่่วมจากทุุกฝ่่ายรวมถึึงผู้้เห็็นต่่างจากรััฐ และ การสร้้างความปลอดภััยและเสรีีภาพในการแสดงความคิิดเห็็น226
ฮุุสเซ็็น บืือแน อดีีตนายกสมาคมนัักศึึกษาภาคปกติิ ซึ่่�งปััจจุุบัันมีีคดีีตามมาตรา 116 จากการจััดกิิจกรรมเสวนาวิิชาการกล่่าวว่่า “เราพูดูแต่่คำว่่าสัันติิภาพ แต่่สิ่่�งที่่�เกิดขึ้้ ิ �นนัักศึึกษาหลาย ๆ คนถููกกดดัันจากเจ้้าหน้้าที่่�ความมั่่�นคง สถาบัันการศึึกษา ครอบครััว ซึ่่�งส่่งผลต่่อ การศึึกษาและการพััฒนาของนัักศึึกษา” เขาตั้้�งคำถามว่่า “ทางกรรมาธิิการที่่�กำลัังขายฝัันสัันติิภาพนั้้�น เรามีีมาตรการความปลอดภััยอย่่างไรบ้้างเพื่่�อให้้เราสามารถแสดงออกได้้อย่่างปลอดภััยและไม่่กดดัันเหมืือนอย่่างทุุกวัันนี้้�”ปััญหาเหล่่านี้้�สะท้้อนให้้เห็็นว่่า แม้้ในพื้้�นที่่�ที่่�ควรเป็็นแหล่่งส่่งเสริิมความคิิดและ การแลกเปลี่่�ยนทางวิิชาการ ยัังมีีการปิิดกั้้�นการแสดงออกทางอััตลัักษณ์์และความคิิดเห็็น ซึ่่�งเป็็นอุุปสรรคสำคััญต่่อการสร้้างสัันติิภาพในพื้้�นที่่�จากบาดแผลสู่่ความหมาย: นิิยามสัันติิภาพในโลกความจริิง“ส่่วนตััวพิิการเพราะถููกยิิงเมื่่�อปีี 2556 และก็็กระหายสัันติิภาพเหมืือนหลาย ๆ คน แต่่สัันติิภาพของแต่่ละคนไม่่เหมืือนกััน” คำกล่่าวของ สุุกรีีอีีแตสะท้้อนมุุมมองที่่�หลากหลายต่่อสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้เขาชี้้�ให้้เห็็นว่่า แม้้จะมีีหลัักการเรื่่�องความปลอดภััยในการสื่่�อสาร แต่่ในความเป็็นจริิง“แม้้จะพูดูอะไรเราเองก็ยั็ังรู้้สึึกไม่่ปลอดภััย แค่่ตรงนี้้�เราก็ยั็ังไม่่สามารถสััมผััสถึึงความปลอดภััย” และตั้้�งคำถามว่่า “สัันติิสุุขไม่่เกิิด สัันติิภาพจะเกิิดได้้อย่่างไร”ในฐานะคนพิิการ เขาเรีียกร้้องสิทธิขั้้ิ�นพื้้�นฐานในการใช้้ชีีวิิต ไม่่ใช่่สิิทธิิพิิเศษ “ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ตอนนี้้�โรงเรีียนกี่่�แห่่งที่่�คนพิิการสามารถเข้้าไปเรีียนได้้”เขาตั้้�งคำถาม “ดัังนั้้�นจึึงไม่่แปลกที่่�คุุณภาพชีีวิิตของคนพิิการไม่่ได้้รัับการพััฒนา ล้้าหลััง ถููกมองข้้ามไปดัังนั้้�นคนพิิการจึึงเป็็นกลุ่่�มเปราะบางตลอดไป”รอนิิง ดอเลาะ อดีีตผู้้ต้้องคดีีความมั่่�นคงเล่่าถึึงประสบการณ์์ของเขา “ส่่วนตััวเคยถููกเจ้้าหน้้าที่่�นำตััวมาแล้ว้ 3-4 ครั้้�ง และทุุกวัันนี้้�เจ้้าหน้้าที่่�ก็ยั็ังมาเยี่่�ยม227
ที่่�บ้้าน ดัังนั้้�น ส่่วนตััวไม่่เชื่่�อว่่าจะเกิดสัิ ันติิภาพหากเจ้้าหน้้าที่่�ยัังกระทำอย่่างนี้้�” เขาเปรีียบตััวเองเหมืือน “คนไข้้อยู่่�ในห้้องไอซีียููที่่�โรงพยาบาล หายแล้้วก็็กลัับบ้้าน กิินข้้าว แล้้วจะสร้้างสัันติิภาพได้้อย่่างไร” และเน้้นย้้ำว่่า “ทุุกวัันนี้้ช�าวบ้้านยัังคงกลััว เพราะเจ้้าหน้้าที่่�จะมาที่่�บ้้านเมื่่�อไหร่่ก็็ได้้”สมศัักดิ์์� เทีียมเงิิน ผู้้สููญเสีียน้้องชายจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบ เล่่าว่่า “20 ปีีแล้้วที่่�สถานการณ์์ภาคใต้ยั้ังไม่่มั่่�นคง” เขาเล่่าถึึงความเปลี่่�ยนแปลงในพื้้�นที่่� “เมื่่�อก่่อนเราสามารถขี่่�รถเครื่่�องไปตามทุ่่�งนาได้้ แต่่ตอนหลัังเราไม่่สามารถแล้้ว” น้้องชายของเขาเสีียชีีวิิตจากระเบิิดที่่�ตลาดโต้้รุ่่งปััตตานีีทิ้้�งลููกไว้้ 2 คนตััวแทนจากผู้้ได้้รัับผลกระทบเหตุุการณ์์ตากใบ เรีียกร้้องความยุุติิธรรม เนื่่�องจากอายุุความของเหตุุการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นในปีี 2547 เหลืือเพีียง 8 เดืือนก่่อนครบ 20 ปีี “การเยีียวยาที่่�ผ่่านมาก็็มากพอสมควรแต่่ไม่ส่ามารถเทีียบกัับชีีวิติของคนคนหนึ่่�งที่่�เสีียไป” เขากล่่าว และยัังเล่่าถึึงความกัังวลของครอบครััวผู้้ต้้องคดีีตากใบที่่�ถููกเจ้้าหน้้าที่่�ตำรวจลงพื้้�นที่่�ให้้ไป เซ็็นเอกสารเสีียงเหล่่านี้้�สะท้้อนให้้เห็็นถึึงมุุมมองที่่�หลากหลายต่่อสัันติิภาพและความต้้องการของผู้้ได้้รัับผลกระทบจากความขััดแย้้ง ไม่่ว่่าจะเป็็นคนพิิการ อดีีตผู้้ต้้องคดีีความมั่่�นคง ผู้้สููญเสีียคนในครอบครััว หรืือผู้้ได้้รัับผลกระทบจากเหตุุการณ์์รุุนแรงในอดีีตดุุลยภาพที่่�ว่่างเปล่่า: ความเท่่าเทีียมในบริิบทพหุุวััฒนธรรม“พี่่�น้้องมุุสลิิมซึ่่�งเป็็นคนส่่วนน้้อยในประเทศต้้องการการเคารพ ขณะที่่�ไทยพุุทธซึ่่�งเป็็นชนกลุ่่�มน้้อยในพื้้�นที่่�ก็็รู้้สึึกไม่่ได้้รัับความเป็็นธรรม” ความเท่่าเทีียมในความแตกต่่างเป็็นประเด็็นสำคััญที่่�ถููกหยิิบยกในเวทีีนายเล็็ก จากสมาพัันธ์์ไทยพุุทธจัังหวััดยะลา เล่่าถึึงความเปลี่่�ยนแปลงในพื้้�นที่่� “สมััยก่่อนอยู่่�กัันอย่่างพี่่�น้้องกัับมุุสลิิม สัันติิภาพ สัันติิสุุขมีีอยู่่�แล้้ว แต่่ผู้้เห็็นต่่างกลุ่่�มสร้้างความแตกแยก” เขาเรีียกร้้องความเท่่าเทีียมสำหรัับชาวไทยพุุทธในพื้้�นที่่� “คนไทยพุทธุเราได้้รัับความเท่่าเทีียมหรืือไม่่ ถามว่่าโรงพยาบาลยะลา เมื่่�อก่่อนมีีครััวไทยพุุทธ แต่่เมื่่�อมีีครััวมุุสลิิม ครััวไทยพุุทธหาย” และชี้้�ให้้เห็็นว่่า “จริิงๆ แล้้วคนพุุทธจากสองแสนเหลืือแสนเดีียว และ ร้้านค้้าไทยพุุทธก็็ลดแน่่”228
นายจาตุุรนต์์ได้้สรุุปประเด็็นนี้้�ว่่า การกลืืนวััฒนธรรมมลายููเป็็นปััญหาสำคััญที่่�ยัังคงเกิิดขึ้้�น “การใช้้ภาษามลายูู การส่่งเสริิมวััฒนธรรมมลายูู การแต่่งกายมลายูู” ยัังคงเผชิิญกัับอุุปสรรค เช่่น เมื่่�อจัังหวััดยะลาจััดมลายููเดย์์ แต่่นัักศึึกษาที่่�จะจััดกิิจกรรมเกี่่�ยวกัับเสื้้�อมลายููกลัับถููกสกััด ซึ่่�งเป็็น “ความลัักลั่่�น” และ “การกลืืนวััฒนธรรมยัังคงเป็็นปััญหาและควรศึึกษาต่่อว่่า นโยบายของรััฐไทยใน การกลืืนชาติิพัันธุ์์ใดชาติิพัันธุ์์หนึ่่�งนั้้�นเป็็นเรื่่�องที่่� ถููกต้้อง หรืือควรกระทำหรืือไม่่”“อยากให้้กรรมาธิิการชุดนีุ้้�สร้้างประวััติิศาสตร์ในการแก้้ปััญหาชายแดนใต้้” นายวัันมููหะมััดนอร์์ มะทา ประธานสภาผู้้แทนราษฎร กล่่าวในตอนท้้ายของเวทีีสะท้้อนความหวัังที่่�มีีต่่อคณะกรรมาธิิการชุุดนี้้� โดยได้้เน้้นย้้ำว่่า “ผู้เ้ข้้าร่่วมที่่�มาวัันนี้้ถื�ือว่่าแตกต่่างจากเวทีีที่่�ผ่่านมา เนื่่�องจากเวทีีคณะกรรมาธิิการเดิิมมาจากราชการ และส่่วนใหญ่่จะจัดัเวทีีโดย ศอ.บต. หรืือ ในขณะเดีียวกััน ประเด็็นความเหลื่่�อมล้้ำในด้้านการศึึกษาก็็ถููกหยิิบยกโดย ไพศาล อาแซ นายกสมาคมโรงเรีียนเอกชนฯ จัังหวััดยะลา ที่่�ชี้้�ให้้เห็็นว่่า โรงเรีียนเอกชนสอนศาสนาอิิสลามที่่�มีีนัักเรีียนถึึง 2 แสนคนทั่่�วประเทศ มีีศึึกษานิิเทศก์์เพีียง 2 คน ในขณะที่่�โรงเรีียนสัังกััด สพฐ. มีีถึึง 2,040 คนความเท่่าเทีียมในความแตกต่่างจึึงเป็็นความท้้าทายสำคััญในการสร้้างสัันติิภาพ ในพื้้�นที่่�ที่่�มีีความหลากหลายทางศาสนาและวััฒนธรรม ทั้้�งการเคารพอััตลัักษณ์์ของชาว มุุสลิิมมลายููซึ่่�งเป็็นคนส่่วนใหญ่่ในพื้้�นที่่� และการให้้ความเป็็นธรรมกัับชาวไทยพุุทธซึ่่�งเป็็นคนส่่วนน้้อยในพื้้�นที่่�พื้้�นที่่�แสดงความหวััง: จุุดเริ่่�มต้้นของประวััติิศาสตร์์ฉบัับใหม่่229
กอ.รมน. ผู้เ้ข้้าร่่วมจึึงมาจากกลุ่่�มที่่�เขาทำงาน ซึ่่�งไม่่ครอบคลุุมทั้้�งหมด” และย้้ำว่่า “ประชาชนคืือ เจ้้าของอำนาจ เจ้้าของประชาธิิปไตย ดัังนั้้�น เราต้้องฟัังเสีียงของประชาชน ท่่านเดิินทางมาถููกทางแล้ว้เพราะหากลงพื้้�นที่่�ให้้หน่่วยราชการบรีีฟนั้้�นไม่่สามารถรู้้ความจริิงได้้”อัับดุุลซููโกร สาเมาะ จากคณะสัันติิภาพภาคประชาชน ตั้้�งคำถามว่่า “เมื่่�อไหร่่จะ เกิิดการเจรจาสัันติิภาพจริิง ๆ ผู้้มีีอำนาจทั้้�งสองฝ่่ายที่่�มีีผู้้นำสููงสุุดของไทยและขบวนการ มีีความตั้้�งใจเกิิดกระบวนการสัันติิภาพจริิง ๆ” และชี้้�ให้้เห็็นว่่าในประเทศอื่่�น ๆ เช่่น อาเจะห์์ มิินดาเนา หรืือไอร์์แลนด์์เหนืือ ผู้้นำของพวกเขามีีความตั้้�งใจจริิงในการสร้้างสัันติิภาพมัันโซร์์ สาและ แสดงความหวัังว่่า ภาคประชาชนต้้องการให้้เกิิดการเจรจาสัันติิภาพโดยเร็็วและเสนอให้้ใช้ “้ ปรัชัญาของเพื่่�อนบ้้านเป็็นหลัักในการเจรจา” โดยเฉพาะกัับมาเลเซีียซึ่่�งมีีความสััมพัันธ์์แบบเครืือญาติิกัับผู้้คนในพื้้�นที่่�ตััวแทนจากศููนย์์นิิติิธรรมชายแดนใต้้เรีียกร้้องให้้มีีการปฏิิรููปกระบวนการยุุติิธรรม และทบทวนกฎหมายพิิเศษ เช่่น กฎอััยการศึึก พระราชกำหนดการบริิหารราชการในสถานการณ์์ฉุุกเฉิิน และพระราชบััญญััติิความมั่่�นคงเวทีีรัับฟัังความคิิดเห็็นครั้้�งนี้้�จึึงไม่่เพีียงแต่่เป็็นการรัับฟััง แต่่ยัังเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นของความหวัังใหม่่ในการสร้้างสัันติิภาพที่่�มาจากเสีียงของประชาชนอย่่างแท้้จริิง ไม่่ใช่่เพีียง จากการเจรจาระหว่่างรััฐกัับกลุ่่มเคลื่่�อนไหวเท่่านั้้�นคำถามสำคััญยัังคงอยู่่ การสร้้างสัันติิภาพโดยประชาชนนี้้�จะกลายเป็็นความจริิงได้้หรืือไม่่? และประชาชนที่่�ต่่างศาสนา ต่่างชาติิพัันธุ์์ต่่างประสบการณ์์จะสามารถร่่วมกััน วาดภาพอนาคตที่่�ทุุกคนอยู่่ร่่วมกัันได้้อย่่างสัันติิสุุขได้้หรืือไม่่?230
“กระบวนการสัันติิภาพ หากไม่่แตะพื้้�นดิิน ก็็ไม่่ยั่่�งยืืน เปราะบางเช่่นกััน” — ข้้อสรุุปจากเวทีีปรึึกษาหารืือสาธารณะชายแดนใต้้ในขณะที่่�เสีียงปืืนดัังกึึกก้้องและควัันระเบิิดลอยละล่่องเป็็นภาพที่่�คุ้้นตาในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มานานกว่่าสองทศวรรษ อีีกด้้านหนึ่่�งของ ความขััดแย้้งกลัับเป็็นเรื่่�องราวที่่�น้้อยคนจะได้้ยิิน — เสีียงของชุุมชน ที่่�ต้้องการสัันติิภาพ เสีียงของผู้้คนที่่�อยากเห็็นการเปลี่่�ยนแปลง และ เสีียงของความพยายามที่่�จะสร้้างสะพานเชื่่�อมระหว่่างความแตกต่่างความรุุนแรงที่่�ปรากฏในข่่าวเป็็นเพีียงปลายยอดของภููเขาน้้ำแข็็ง ใต้ผิ้ิวน้้ำคืือ ความเหลื่่�อมล้้ำเชิิงโครงสร้้าง ความอยุุติิธรรม และความขััดแย้้งเชิิงวััฒนธรรมที่่�ฝัังรากลึึก มานัับศตวรรษ การแก้้ไขปััญหาด้้วยอาวุุธหรืือการปราบปรามไม่่อาจนำมาซึ่่�งสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืน ทำไมการพููดคุุยระหว่่างรััฐบาลไทยกัับกลุ่่มขบวนการจึึงมีีความสำคััญ? ทำไมเสีียของชุุมชน ที่่�เปราะบางและกลุ่่มชายขอบจึึงมัักถููกมองข้้าม?เสีียงจากชายแดนใต้้: เส้้นทางสู่่สัันติิภาพทีียั่่�งยืืน231
ภููมิิทััศน์์ความขััดแย้้งและแนวทางสร้้างสัันติิภาพในยามที่่�เสีียงปืืนยัังไม่่เงีียบสนิิทและความไว้้วางใจยัังเป็็นสิ่่�งที่่�ทุุกฝ่่ายต้้องสร้้างขึ้้�น การพููดคุุยที่่�โต๊๊ะเจรจาอาจดููเหมืือนเป็็นเพีียงการเดิินทางที่่�ยาวไกลและไม่่มีีที่่�สิ้้�นสุุด แต่่เส้้นทางนี้้�อาจเป็็นทางเดีียวที่่�จะนำไปสู่่สัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนและการอยู่่ร่่วมกัันท่่ามกลาง ความหลากหลายชายแดนใต้้อาจเป็็นดิินแดนแห่่งความขััดแย้้ง แต่่ในเวลาเดีียวกััน มัันก็็เป็็นพื้้�นที่่�แห่่งความหวััง ที่่�ที่่�ประชาชนกำลัังสร้้างสัันติิภาพจากฐานรากด้้วยมืือของพวกเขาเองรายงานการประชุุมการสร้้างศัักยภาพในการปรึึกษาหารืือสาธารณะและการหนุุนเสริิมกระบวนการพููดคุุยสัันติิภาพในท้้องถิ่่�นชายแดนใต้้ วัันที่่� 31 สิิงหาคม 2555 ณ โรงแรมเซาท์์เทิร์ิ์นวิิวปัตตัานีี นำเสนอมุุมมองลึึกซึ้้�งจากการทำงานร่่วมกัันของสามองค์์กร: สถานวิจัิัยความขััดแย้้งและความหลากหลายทางวััฒนธรรมภาคใต้้ สถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิทิยาลััยสงขลานคริินทร์์ (องค์์กรวิิชาการ) องค์์กรภาคประชาสัังคมกััมปงตัักวา (ทำงานระดัับรากหญ้้า) และ MRG (องค์์กรต่่างประเทศที่่�ทำงานกัับชนกลุ่ม่น้้อย) โดยได้รั้ับงบประมาณสนัับสนุุนจากสหภาพยุุโรป (EU)รากเหง้้าของความรุุนแรงและแนวทางสร้้างสัันติิภาพความรุุนแรงในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มีีสามระดัับที่่�เชื่่�อมโยงกััน: ความรุุนแรงทางกายภาพที่่�มองเห็็น (การยิิง ระเบิิด) ความรุุนแรงเชิิงโครงสร้้าง (ความเหลื่่�อมล้้ำ ความยากไร้้ ความอยุุติิธรรม)และความรุุนแรงเชิิงวััฒนธรรม (ความคิิด ความเชื่่�อ การศึึกษา การสื่่�อสารที่่�เอื้้�อให้้เกิิดการใช้้ความรุุนแรง) สามระดัับนี้้�เชื่่�อมโยงกััน โดยการแก้้ไขความรุุนแรงทางกายภาพเพีียงอย่่างเดีียวไม่่เพีียงพอ ต้้องแก้้ไขทั้้�งความเหลื่่�อมล้้ำ ความอยุุติิธรรม และมิิติิทางวััฒนธรรมด้้วย232
โครงการที่่�ทำงานในพื้้�นที่่�มุ่ง่สร้้างสัันติิภาพผ่่านการมีีส่่วนร่่วมจากทุุกฝ่่าย (Inclusive) โดยมีีวัตถุุั ประสงค์ส์ ำคััญคืือการปกป้้องและคุ้้มครองสิทธิิของชุุมชนที่่�เปราะบางและกลุ่มชายขอบ่ในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้อย่่างเต็็มที่่� ไม่ว่่ ่าจะเป็็นผู้ห้ ญิิง เด็็ก คนพิิการ หรืือกลุ่มที่่�หลากหลาย่ทางเพศความขััดแย้้งทำให้้เกิิดการกีีดกัันคนในสัังคม โดยคนที่่�ถููกกีีดกัันมากที่่�สุุดคืือคนที่่� ไม่่ได้้รัับสิิทธิิจากรััฐ โครงการนี้้�จึึงเน้้นทำงานกัับกลุ่่มกััมปงตัักวา กลุ่่มพิิการ และกลุ่่มผู้้หญิิง โดยใช้้กลไกจากฐานล่่างของสัังคม ออกแบบโครงการเพื่่�อเพิ่่�มศัักยภาพของคนระดัับล่่าง เปรีียบเสมืือนการสร้้างถนนที่่�ต้้องขุุดดิินข้้างล่่างให้้แน่่นก่่อนดัังนั้้�น โครงการนี้้�มุ่่งเน้้นการพููดคุุยในระดัับชุุมชนและมีีมาตรการในการสร้้าง ความไว้้วางใจ เพื่่�อให้ชุุ้มชนเกิิดความเชื่่�อมั่่�นว่่า สัันติิภาพมีีความหมายต่่อชุุมชน ซึ่่�งหลัังจากนี้้�เราจะคุุยกัันว่่าประเด็็นนี้้ส�ำคััญกัับเราทุุกคนหรืือไม่่ แต่่แน่่นอนว่่าหากกระบวนการสัันติิภาพ/สัันติิสุุขไม่่แตะพื้้�นดิิน กระบวนการสัันติิภาพก็็ไม่่ยั่่�งยืืน เปราะบางเช่่นกัันพััฒนาการและวิิวััฒนาการของการเจรจาตลอด 5 ยุุคสำคััญการพููดคุุยสัันติิภาพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มีีพััฒนาการสำคััญมาอย่่างต่่อเนื่่�อง1. การพููดคุุยครั้้�งแรกปีี 2556 เริ่่�มต้้นระหว่่างกลุ่่ม BRN (Barisan Revolsi National) กัับรััฐบาลไทยสมััยนายกฯ ยิ่่�งลัักษณ์์ ชิินวััตร โดยมีีการพููดคุุยที่่�กััวลาลััมเปอร์์ ประเทศมาเลเซีีย และมีีการลงนามในเอกสารข้้อตกลงร่่วมกััน BRN มีีข้้อเสนอ 5 ข้้อ ได้้แก่่233
• ให้้ยอมรัับ BRN เป็็นตััวแทน• ให้้ประเทศมาเลเซีียเป็็นตััวกลางในการเจรจาไกล่่เกลี่่�ย• ให้้ OIC (องค์์การความร่่วมมืืออิิสลาม) เข้้ามามีีส่่วนร่่วมหรืือสัังเกตการณ์์• ยอมรัับสิิทธิิของประชาคมมลายููปััตตานีี• ให้้ปลดปล่่อยนัักโทษผู้้กระทำผิิดในคดีีความมั่่�นคงอย่่างไรก็ต็าม รััฐบาลไทยไม่มีี่การตกลงต่่อข้้อเสนอเหล่่านี้้� และกระบวนการนี้้ถู�ูกยุุติิไป2. ช่่วงปีี 2558-2562 กระบวนการถููกปรัับใหม่่ กลุ่่มที่่�มาพููดคุุยรอบที่่� 2 คืือ “มาราปาตานีี” (MARA Patani) ซึ่่�งเป็็นการรวมตััวของหลายกลุ่ม ประกอบ่ด้้วย BRN, PULO, GMIP และ BIPP โดยมีีข้้อเสนอสำคััญคืือ• การเจรจาสัันติิภาพต้้องเป็็นวาระแห่่งชาติิ• มีีการคุ้้มครองทางกฎหมายสำหรัับผู้้เข้้าร่่วมการพููดคุุย• ยอมรัับมาราปาตานีีเป็็นคู่่เจรจา3. ปีี 2563 เริ่่�มการพููดคุุยระหว่่างรััฐบาลไทยกัับ BRN รอบใหม่่ เมื่่�อวัันที่่� 20 มกราคม 2563 โดยมีีข้้อตกลงร่่วมกััน 4 ประการ• การพููดคุุยเป็็นผลของการทำข้้อตกลงร่่วมกัันสอดคล้้องกัับกรอบการพููดคุุยและ TOR (Terms of Reference)• ทั้้�งสองฝ่่ายยึึดมั่่�นในกรอบการพููดคุุยและ TOR เป็็นหลัักการพื้้�นฐาน• ยืืนยัันให้้มาเลเซีียเป็็นผู้้อำนวยความสะดวก• มีีผู้้สัังเกตการณ์์จากต่่างประเทศร่่วมด้้วย4. ปีี 2565 (หลัังสถานการณ์์โควิิด-19) การพููดคุุยกลัับมาอีีกครั้้�งในวัันที่่� 11-12 มกราคม 2565 โดยมีีการถกแถลง 3 ประเด็็นหลััก• การลดความรุุนแรง• การปรึึกษาหารืือกัับประชาชนในพื้้�นที่่�• การแสวงหาทางออกทางการเมืืองตามเจตนารมณ์์และความต้้องการของประชาชน5. สิิงหาคม 2565 มีีการพููดคุุยครั้้�งที่่� 5 เน้้นการประเมิินผล “รอมฎอนสัันติิสุุข” ซึ่่�งประสบความสำเร็็จในการลดความรุุนแรงช่่วงเดืือนรอมฎอน พร้้อมทั้้�งรัับข้้อเสนอจาก ชาวไทยพุุทธให้้มีีการหยุุดความรุุนแรงในวัันเข้้าพรรษาด้้วย ทั้้�งสองฝ่่ายมุ่่งมั่่�นที่่�จะขยายผลความร่่วมมืือให้้เข้้มข้้น เป็็นระบบ และยั่่�งยืืนมากขึ้้�น234
บทบาทและข้้อเสนอของภาคประชาสัังคมในกระบวนการสัันติิภาพในเวทีีเสวนาหััวข้้อ “การพููดคุุยสัันติิภาพกัับความท้้าทายของกระบวนการปรึึกษาหารืือสาธารณะ” วิทิยากรจากภาคประชาสัังคมได้้แบ่่งปัันประสบการณ์์และมุุมมองที่่�หลากหลายนายแวรอมลีี แวบููละ นายกสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธา กััมปงตัักวา เน้้นความสำคััญของ การพููดคุุย เพราะหากไม่มีี่การพููดคุุย สุุดท้้ายก็็จะเป็็น การใช้้กำลัังและอาวุุธ การพููดคุุยที่่�มีีคุุณภาพต้้องได้้รัับสาระจากประชาชน “ถ้้าไม่่ได้้เนื้้�อหาจากประชาชนการพููดคุุยจะไม่ยั่่่ �งยืืน” ความท้้าทายคืือหมู่่บ้้านที่่�อ่่อนแอจะรัับฟัังความคิิดเห็็นประชาชนได้้ยาก เพราะประชาชนขาดความร่่วมมืือ มีีความกลััว ความหวาดระแวง และขาดความรู้้นายอัับดุุลการิิม อัสัมะแอ ประธานสภาประชาสัังคมชายแดนใต้้ นำเสนอมุุมมองว่่าหลัักการสำคััญ ในการทำงานคืือหลัักศรัทัธา การไม่ทิ้้่ �งกััน การช่่วยเหลืือในเรื่่�องคุุณธรรม และการยืืนหยััดต่่อความยุุติิธรรม ท่่านเน้้นว่่าประชาชนคืือส่่วนกลาง และการปฏิิบััติิการ ไร้้ความรุุนแรง นำไปสู่่ความยั่่�งยืืนมากกว่่าการใช้้ ความรุุนแรงนายมููฮำหมััดอาลาดีี เด็็งนิิ ประธานสมััชชาประชาสัังคมเพื่่�อสัันติิภาพ สะท้้อนความท้้าทายของกระบวนการพููดคุุยว่่า “แท้้จริิงแล้้วกระบวนการพููดคุุยไปช้้ามาก ที่่�ไปช้้า เพราะชุุมชนหรืือประชาชนอ่่อนแอ ภาคประชาสัังคมอ่่อนแอ” และ “แท้้จริิงแล้้ว เราเองเป็็นผู้้อ่่อนแอ ที่่�ผ่่านมาภาคประชาสัังคมเอง ไม่่ได้้มีีการพููดคุุยว่่า ตกลงแล้้วกระบวนการสัันติิภาพ จะออกแบบร่่วมกัันได้้อย่่างไร” ท่่านเน้้นความสำคััญ235
ของการเผยแพร่่ข้้อมููลเกี่่�ยวกัับกระบวนการเจรจาให้้ประชาชนได้้รัับรู้้ และการสร้้างพื้้�นที่่� ให้้ประชาชนแสดงความคิิดเห็็นความไว้้วางใจยัังคงเป็็นอุุปสรรคใหญ่่ สะท้้อนได้้จากคำบอกเล่่าของผู้เ้ข้้าร่่วมที่่�เล่่าว่่า “ครั้้�งหนึ่่�งเคยคุุยกัับเจ้้าหน้้าที่่�สองต่่อสองเพื่่�อบอกแผนที่่�การจัับกลุ่่มผู้้ก่่อเหตุุ แต่่สุุดท้้ายกระดาษที่่�เราวาดแผนให้้เจ้้าหน้้าที่่� กลัับไปอยู่่ในมืือกัับผู้้ต้้องหา” เหตุุการณ์์เช่่นนี้้�ทำให้้ประชาชนไม่่กล้้าแสดงความคิิดเห็็นหรืือให้้ข้้อมููลภาพสะท้้อนจากชุุมชนแสดงให้้เห็็นว่่า “เจ้้าหน้้าที่่�รััฐเองก็็พยายามป้้องกัันตััวเอง และฝ่่ายขบวนการเองก็็เข้้าไปก่่อเหตุุกัับเขา ทำให้้เราเองก็็ไปดููแลเจ้้าหน้้าที่่�ไม่่ได้้” และ “การพูดูคุุยสัันติิภาพในชุุมชน เขาต้้องการแค่่ความสงบสุุข อยู่่ดีีกิ� ินดีี สามารถทำมาหากิินได้้ เขาไม่่ได้้สนใจว่่าทหารจะอยู่่�ต่่อหรืือไม่่” สะท้้อนว่่าชาวบ้้านหลายคนมุ่่งเน้้นความต้้องการ พื้้�นฐานในชีีวิิตประจำวัันมากกว่่าประเด็็นทางการเมืืองระดัับมหภาคกรณีีศึึกษา: ประสบการณ์์การทำงานเพื่่�อสัันติิภาพในชุุมชนในภาคบ่่ายมีีการเสวนาหััวข้้อ “การประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการ การสร้้างศัักยภาพ ในการปรึึกษาหารืือกัับชุุมชนเพื่่�อสัันติิภาพชายแดนใต้้/ปาตานีี” โดยมีีวิิทยากรจาก หลากหลายองค์์กรนางโซรยา จามจุุรีี (ประธาน Civil Women) นำเสนอประสบการณ์์การทำงาน กัับกลุ่่มผู้้หญิิงผ่่านคณะทำงานวาระผู้้หญิิง ชายแดนใต้้ (PAOW) ซึ่่�งรวมเครืือข่่ายผู้้หญิิง 23 องค์์กร โดยมีีประเด็็นร่่วมคืือ “ความปลอดภััย”ในพื้้�นที่่�สาธารณะที่่� ผู้้หญิิงใช้้ประโยชน์์ เช่่น ตลาด ถนน โรงเรีียน และศาสนสถานสถานกระบวนการทำงานเริ่่�มจากการอบรมแกนนำผู้้หญิิงแบบเข้้มข้้น ก่่อนส่่งแกนนำ ไปจััดเวทีีรัับฟัังความคิิดเห็็นของผู้ห้ ญิิงในพื้้�นที่่� ทั้้�งเขตสีีแดง พื้้�นที่่�ชาวไทยพุุทธ และพื้้�นที่่� พหุุวััฒนธรรม จนได้้ข้้อเสนอหลััก 3 ประการ236
1. พื้้�นที่่�สาธารณะปลอดภััย2. สนัับสนุุนให้้ทั้้�งสองฝ่่ายพููดคุุยกััน โดยนำประเด็็นจากกลุ่่มผู้้ได้้รัับผลกระทบ มาร่่วมพิิจารณา3. ความปลอดภััยของผู้้หญิิงที่่�ทำงานด้้านสิิทธิิมนุุษยชนนายแวอิิสมาแอล์์ แนแซ (อาดััม) จาก People College นำเสนอมุุมมองว่่า BRN มีีประมาณร้้อยละ 70 ที่่�ไม่่เห็็นด้้วยกัับการใช้้อาวุุธ และต้้องการใช้้วิิถีีทางการเมืืองแทน แต่่ต้้องต่่อสู้้กัับกลุ่่มที่่�ยัังสนัับสนุุนการใช้้อาวุุธ ปััจจุุบััน BRN ไม่่ได้้ต้้องการเอาชนะรััฐไทย แต่่ต้้องการทำงาน ร่่วมกัับประชาชนเพื่่�อหาทางออก และต้้องการพื้้�นที่่�ในการพููดคุุยกัับประชาชนก่่อนที่่�จะกำหนด ข้้อเรีียกร้้องต่่อรััฐไทยกรณีีศึึกษาการทำงานกลุ่่มด้้วยใจ: การรัับฟัังและสิิทธิิมนุุษยชนนางสาวอััญชนา หีีมมิิหน๊๊ะ จากกลุ่่มด้้วยใจ เล่่าถึึงกระบวนการทำงานที่่�เริ่่�มจาก การรัับฟัังอย่่างลึึกซึ้้�ง “ดัังนั้้�นกระบวนการแรกที่่�เราทำคืือ การเข้้าไปรัับฟัังปััญหาเรื่่�องราวของเขา และขยายไปสู่่�การรัับฟัังเรื่่�องราวจากครอบครััว เพื่่�อนบ้้านใกล้้เคีียง และชุุมชนว่่า ทำไมชุุมชนถึึงไม่่เชื่่�อมกัันหรืือให้้ความช่่วยเหลืือกลุ่่�มเหล่่านี้้�ได้้ จนนำไปสู่่�ประเด็็นปััญหา ที่่�เกิิดขึ้้�นกัับชุุมชนทั้้�งหมด”237
ผลจากการรัับฟัังพบว่่าปััญหาสำคััญคืือการละเมิิดสิทธิิในชายแดนใต้้ ผ่่านการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษที่่�ส่่งผลกระทบกัับประชาชนทั่่�วไป แม้้กระทั่่�งเด็็กอายุุตั้้�งแต่่สองเดืือนถึึง 18 ปีี ถููกเก็็บดีีเอ็็นเอ รวมถึึงผู้้หญิิงที่่�สามีีหลบหนีีก็็ถููกตรวจดีีเอ็็นเอ“การเข้้าไปของเจ้้าหน้้าที่่� เข้้าไปด้้วยจำนวนเจ้้าหน้้าที่่�จำนวนเป็็นร้้อย เพื่่�อจี้้�ผู้้หญิิงในการค้้นบ้้าน ถ้้าไม่่ยิินยอมก็็อาจถููกตีีจากกระบอกปืืน” กลุ่่มด้้วยใจเริ่่�มกระบวนการรัับฟัังตั้้�งแต่่ปีี 2553 โดยเริ่่�มจากระดัับปััจเจกบุุคคลที่่�ได้้รัับผลกระทบโดยตรงก่่อน เพราะการซ้้อมทรมานเป็็นการกระทำในสถานที่่�ลัับ และบางคนไม่่สามารถเล่่าได้้เพราะถููกทำร้้ายทางจิิตใจหรืือถููกข่่มขู่่ เมื่่�อชุุมชนเริ่่�มไว้้วางใจ จึึงขยายการรัับฟัังไปสู่่ทั้้�งหมู่่บ้้าน“เมื่่�อสองปีีที่่�แล้้ว เราได้้ไปฟัังชุุมชนรวมทั้้�งหมด 10 หมู่่�บ้้าน โดยเริ่่�มจากชุุมชนที่่�มีีเคสที่่�ถููกซ้้อมทรมาน และพบว่่าหมู่่บ้� ้านนั้้�นมีีเคสราวสิิบเคส” นอกจากปััญหาการซ้้อมทรมาน ยัังพบปััญหาอื่่�น ๆ เช่่น พื้้�นที่่�ทำกิินที่่�ทัับซ้้อนกัับอุุทยาน การพััฒนาโครงสร้้างพื้้�นฐานที่่� ชาวบ้้านไม่่ได้้ประโยชน์์ หมู่่บ้้านที่่�ถููกตรวจดีีเอ็็นเอทั้้�งหมู่่บ้้าน และหมู่่บ้้านที่่�ถููกตีีตราเพราะเยาวชนจบจากโรงเรีียนเอกชนสอนศาสนาอิิสลามบางแห่่ง จากการทำงานอย่่างต่่อเนื่่�อง กลุ่่มด้้วยใจได้้ผลัักดัันจนเกิิด พ.ร.บ. การต่่อต้้านการทรมานและการอุ้้มหาย โดยใช้้เวลารวมทั้้�งหมด 14 ปีี“หากไม่่มีีหลัักสิิทธิิมนุุษยชน พื้้�นที่่�นี้้�จะไม่่เกิิดสัันติิภาพ เพราะหลัักสิิทธิิมนุุษยชนเป็็นสิิทธิิที่่�ทุุกคนจัับต้้องได้้ และใช้้มัันได้้ แต่่หากเราถููกละเมิิด ตััวเรา ครอบครััวเราถููกละเมิิดหรืือชุุมชนถููกละเมิิด ก็็จะไม่่เกิิดสัันติิภาพ”นางสาวอััญชนายัังเน้้นย้้ำว่่า ทุุกคนต้้องเข้้าไปมีีส่่วนร่่วมในกระบวนการหารืือ โดยกระบวนการหารืือนี้้� “ไม่่ใช่่ใครเป็็นเจ้้าของ แต่่ทุุกคนเป็็นเจ้้าของ” โดยต้้องนำประเด็็นหลัักสิิทธิิมนุุษยชนเป็็นจุุดเริ่่�มต้้นในการพููดคุุย238
การพููดคุุยและการรัับฟัังที่่�แท้้จริิง: เสีียงจากชุุมชนสู่่การเปลี่่�ยนแปลงอาจารย์์ธรรมศาสตร์์ โสตถิิพัันธุ์์ อาจารย์์ประจำสถาบัันสัันติิศึึกษา มหาวิิทยาลััยสงขลานคริินทร์์ ชี้้�ให้้เห็็นว่่า ทุุกคนน่่าจะมีีจุุดร่่วมในการไม่่ใช้้ความรุุนแรง แม้ว่้่าวิธีีิการได้้มาซึ่่�งสัันติิภาพอาจแตกต่่างกััน “การพูดูคุุย เรามัักให้คว้ามหมายว่่า การพููดให้้ฟััง แต่่การพููดคุุยองค์ป์ ระกอบสำคััญคืือการรัับฟัังเขา และรัับฟัังจริิง” อาจารย์์ยกตััวอย่่างประสบการณ์์ลงพื้้�นที่่�ที่่�ชุุมชนต้้องการแก้ปั้ ัญหายาเสพติิดก่่อนที่่�จะทำกิิจกรรมอื่่�น เพราะชุุมชนไม่ส่ามารถข้้ามปััญหานี้้�ไปได้้หากไม่่ได้รั้ับการแก้้ไข นี่่�แสดงให้้เห็็นถึึงความสำคััญของการรัับฟัังความต้้องการที่่�แท้้จริิงของชุุมชน“การปรึึกษาหารืือสาธารณะคืือคุุณภาพความสััมพัันธ์์ของประชาชนในชีีวิตปิ ระจำวััน เพราะหากไม่่เจอกัันเลย ก็็ไม่่สามารถเกิดิการพูดูคุุยสาธารณะได้้เลย” อาจารย์์ได้ตั้้้ �งคำถามว่่า“เราได้้มีีการพููดคุุยกัับกลุ่่�มคนที่่�หลากหลายมากน้้อยแค่่ไหน” เพราะการพููดคุุยกัับคนที่่�มีีความคิิดเห็็นแตกต่่างจะนำมาซึ่่�งความท้้าทายและการเรีียนรู้้ที่่�มากขึ้้�นเสีียงจากชุุมชนและวงแลกเปลี่่�ยนในวงแลกเปลี่่�ยนมีีความเห็็นหลากหลายจากผู้เ้ข้้าร่่วม นายแวรอมลีีสนัับสนุุนข้้อมููลจาก นายแวอิิสมาแอล์์ แนแซ (อาดััม) ที่่�ว่่า สมาชิิกบีีอาร์์เอ็็นราวร้้อยละ 70 ต้้องการเจรจาสัันติิภาพ ซึ่่�งสะท้้อนความขััดแย้้งภายในกลุ่่มเองที่่�คล้้ายกัับความหลากหลายในฝ่่ายรััฐไทย ท่่านยัังย้้ำว่่าทิิศทางการทำงานที่่�ผ่่านมามีีความก้้าวหน้้าและถููกต้้องแล้้ว แต่่ต้้องเรีียนรู้้และประเมิินทิิศทางอย่่างต่่อเนื่่�องผู้้เข้้าร่่วมคนที่่� 3 (อามีีร) แบ่่งปัันประสบการณ์์การไปอยู่่ที่่�เชีียงราย เปรีียบเทีียบความหลากหลายทางวััฒนธรรมที่่�พบเห็็นซึ่่�งไม่ก่่ ่อให้้เกิิดความขััดแย้้งหรืือความต้้องการแยกตััวเป็็นเอกราช เขาสะท้้อนว่่าทัักษะสำคััญในการสร้้างความเข้้าใจคืือการรัับฟััง และได้้พบเรีียนรู้้ว่่าสิ่่�งที่่�คนในพื้้�นที่่�อื่่�นต้้องการก็็เพีียงแค่่ “กิินข้้าวอร่่อย นอนหลัับ แค่่นั้้�นเอง” ซึ่่�งแตกต่่าง จากพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ที่่� “ยัังมีีภาวะที่่�อาจกิินข้้าวก็็ไม่่อร่่อย นอนไม่่หลัับเพราะอาจมีีความหวาดระแวง”ตััวแทนชุุมชนเจาะไอร้้อง (คนที่่� 9) สะท้้อนความเป็็นจริิงในพื้้�นที่่�ว่่า ปััญหาในพื้้�นที่่�มีีหลากหลายทั้้�งยาเสพติิด การลัักขโมย และเยาวชนมั่่�วสุุม แต่่ชาวบ้้านไม่่สามารถพึ่่�งพา 239
เจ้้าหน้้าที่่�ได้้เต็็มที่่� “เจ้้าหน้้าที่่�รััฐเองก็็พยายามป้้องกัันตััวเอง และฝ่่ายขบวนการเองก็็เข้้าไปก่่อเหตุุกัับเขา ทำให้้เราเองก็็ไปดููแลเจ้้าหน้้าที่่�ไม่่ได้้ และเมื่่�อมีีเหตุุการณ์์ช่่วงกลางคืืน เช้้าวัันรุ่่�งขึ้้�นเจ้้าหน้้าที่่�ก็็เพิ่่�งเข้้าไปดููเพราะไม่่กล้้าเสี่่�ยง”“การพููดคุุยสัันติิภาพในชุุมชน เขาต้้องการแค่่ความสงบสุุข อยู่่�ดีีกิินดีี สามารถ ทำมาหากิินได้้ เขาไม่่ได้้สนใจว่่าทหารจะอยู่่�ต่่อหรืือไม่่”เมื่่�อถููกถามว่่าหากทีีมโต๊๊ะพููดคุุยต้้องการฟัังเสีียงประชาชนจะทำได้้อย่่างไร ตััวแทนชุุมชนตอบว่่าชาวบ้้านไม่่อยากพููดและเสนอความเห็็น เพราะไม่่แน่่ใจว่่าข้้อเสนอจะได้รั้ับการแก้้ไขหรืือไม่่ ทุุกภาคส่่วนยัังไม่่ได้้ร่่วมมืือกัันอย่่างเต็็มที่่� ทำให้้งานนี้้�เป็็น “งานที่่�ท้้าทายมาก ๆ”บทสรุุปและก้้าวต่่อไปจากการแลกเปลี่่�ยนในเวทีีมีีข้้อเสนอสำคััญสำหรัับการผลัักดัันกระบวนการสัันติิภาพให้้ก้้าวหน้้า1. สร้้างความเข้้มแข็็งให้ชุุ้มชน - ผ่่านการจััดตั้้�งสภาชุุมชนที่่�มีีเสาหลัักของชุุมชนร่่วมกัันแก้้ปััญหา2. ยึึดหลัักสิิทธิิมนุุษยชนเป็็นกรอบการทำงาน - เพื่่�อให้้ทุุกคนได้้รัับการปกป้้องคุ้้มครองอย่่างเท่่าเทีียม3. สร้้างพื้้�นที่่�ปลอดภััยสำหรัับการพููดคุุย - โดยใช้้ทีีมที่่�เป็็นกลางและได้้รัับความไว้้วางใจจากทุุกฝ่่าย4. พััฒนากลไกการรัับฟัังที่่�เข้้าถึึงทุุกกลุ่่ม - โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบางและชายขอบที่่�มัักถููกละเลย5. ส่่งเสริิมการมีีส่่วนร่่วมของทุุกภาคส่่วน - ทั้้�งภาควิิชาการ ภาคประชาสัังคม กลุ่่มศาสนา และชุุมชนท้้องถิ่่�น6. เน้้นความต้้องการพื้้�นฐานของประชาชน - ความปลอดภััย ความเป็็นอยู่่ที่่�ดีี โอกาสในการทำมาหากิิน240
ข้้อเสนอแนะในการสร้้างพื้้�นที่่�ปลอดภััยสำหรัับการพููดคุุยนางโซรยา จามจุุรีี เสนอให้้มีีทีีมงานที่่�หลากหลายทั้้�งภาคประชาสัังคม นัักวิิชาการ และคณะกรรมการสิิทธิิมนุุษยชน เพื่่�อให้้ได้้รัับการยอมรัับจากทั้้�งสองฝ่่าย และพิิจารณา ใช้้สื่่�อสัังคมออนไลน์์เป็็นเครื่่�องมืือในการรัับฟัังเสีียงประชาชน อย่่างไรก็็ตาม ตััวแทนชุุมชนไม่่เห็็นด้้วยกัับการใช้้สื่่�อโซเซีียล เพราะชาวบ้้านยัังขาดความไว้้วางใจนางสาวอััญชนา หีีมมิิหน๊๊ะ เสนอแนวทางการทำงานในพื้้�นที่่�ที่่�ไว้้วางใจต่่ำ โดยสร้้างความเป็็นกลาง เริ่่�มจากการพููดคุุยกัับผู้้ใหญ่่บ้้าน ตามด้้วยการสร้้างกลุ่่มเยาวชนที่่�สามารถพููดคุุยโดยไม่มีี่ผู้ให้ ญ่่เข้้าฟััง ให้ชุุ้ มชนกำหนดประเด็็นการพููดคุุยเอง แล้้วให้้เยาวชนทำข้้อสรุุปเสนอกลัับมา นี่่�เป็็นจุุดเริ่่�มต้้นเล็็ก ๆ ของการสะท้้อนเสีียงจากชาวบ้้านอย่่างปลอดภััยนายแวอิสิมาแอล์์ แนแซ เน้้นความสำคััญของการร่่วมมืือกัันเพื่่�อริิเริ่่�มการพููดคุุยก่่อน ที่่�ทั้้�งสองฝ่่ายจะเริ่่�มอย่่างเป็็นทางการ เพื่่�อแสดงให้้เห็็นว่่าการพููดคุุยเป็็นไปได้้ และอาจช่่วยลดการใช้้อาวุุธของทั้้�งสองฝ่่าย241
ความหวัังและทิิศทางในอนาคตอาจารย์์ธรรมศาสตร์์ โสตถิิพัันธุ์์สรุุปว่่าความท้้าทายคืือการเชื่่�อมร้้อยส่่วนต่่าง ๆ ที่่�แตกร้้าว “สิ่่�งที่่�แตกร้้าวเหล่่านี้้�เราจะเชื่่�อมกัันอย่่างไร และไม่่ได้้เป็็นแค่่การพููดคุุยกัับกลุ่่�มใดกลุ่่�มหนึ่่�ง แต่่ต้้องเชื่่�อมร้้อยของประชาชน ชุุมชน” เพื่่�อตอบสนองความต้้องการของชาวบ้้านให้้เกิิด “ความปลอดภััย นอนหลัับ กิินข้้าวอร่่อยมากขึ้้�น”นางโซรยา จามจุุรีี เห็็นด้้วยกัับตััวแทนชุุมชนว่่าชาวบ้้านส่่วนใหญ่่ยัังสนใจเรื่่�อง ปากท้้องเป็็นหลััก ยัังไม่มีี่กะจิติกะใจในการคุุยเรื่่�องสัันติิภาพ แต่่การสะท้้อนเสีียงปััญหาต่่าง ๆ ไปยัังคณะพููดคุุยยัังมีีความจำเป็็น เพราะเชื่่�อมโยงกัับความสงบสุุขและความเป็็นอยู่่ในพื้้�นที่่�นาบแวรอมลีี แวบููละ กล่่าวปิิดงานด้้วยการย้้ำความสำคััญของการปรึึกษาหารืือสาธารณะและการร่่วมมืือกัันของทุุกภาคส่่วน “การปรึึกษาหารืือสาธารณะเป็็นเรื่่�องที่่�สำคััญสำหรัับประชาชนเราแน่่นอน... หากเราได้้ทำให้้สัังคมทุุกภาคส่่วนมานั่่�งคุุย ก็็คิิดว่่า ปััญหาชายแดนใต้้ก็็สามารถแก้้ได้้”นี่่�คืือความหวัังท่่ามกลางความท้้าทายว่่าด้้วยความร่่วมมืือร่่วมใจและการพููดคุุยที่่� เกิิดจากฐานราก สัังคมจะสามารถก้้าวข้้ามความขััดแย้้งและสร้้างสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนได้้ในที่่�สุุดเสีียงจากชุุมชน: ความจริิงที่่�ต้้องเผชิิญ242
บทสรุุป เส้้นทางสู่่�สัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมและยั่่�งยืืนชายแดนใต้้อาจเป็็นดิินแดนแห่่งความขััดแย้้ง แต่่ในเวลาเดีียวกััน มัันก็็เป็็นพื้้�นที่่�แห่่งความหวััง ที่่�ที่่�ประชาชนกำลัังสร้้างสัันติิภาพจากฐานรากด้้วยมืือของ พวกเขาเอง เสีียงจากพื้้�นที่่�ได้้สะท้้อนว่่า “หากแต่่ละฝ่่ายถอยและให้้ประชาชนนำ ก็็จะทำให้้กระบวนการพููดคุุยก้้าวหน้้าแน่่นอน” สู่่การสร้้างสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืน“ทุุกความขััดแย้้งย่่อมจบที่่�โต๊๊ะเจรจา ไม่่มีีความขััดแย้้งใดที่่�จบลงที่่� ความขััดแย้้ง” แต่่ทำไมการพููดคุุยสัันติิภาพยัังไม่่ถึึงจุุดหมาย? คงเป็็นเพราะ “มาตรฐานของรััฐหรืือของทหารเป็็นอย่่างไร เราต่่างก็็สััมผััสแล้้ว และอย่่าลืืมว่่าประเทศนี้้�ต้้องอยู่่�ได้้ด้้วยประชาชน” เมื่่�อเสีียงประชาชนต้้องเป็็นตััวชี้้�วััดความสำเร็็จของสัันติิภาพเราได้้เห็็นตััวอย่่างจากความพยายามผลัักดัันร่่าง พ.ร.บ.สัันติิภาพ ที่่�สะท้้อนให้้เห็็นว่่าการสร้้างสัันติิภาพไม่่ใช่่เรื่่�องไกลตััว แต่่ต้้องเชื่่�อมโยงกัับชีีวิิตจริิงของผู้้คน ในพื้้�นที่่� ดัังคำอุุปมาที่่�ว่่า การสร้้างถนนหรืือตึึกที่่�แข็็งแรงต้้องเริ่่�มจากการวางฐานรากที่่�มั่่�นคง เช่่นเดีียวกัับกระบวนการสัันติิภาพที่่�จะไม่่มีีวัันยั่่�งยืืนหากขาดการมีีส่่วนร่่วมจากประชาชนฐานล่่าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่่�่มัักถููกมองข้้าม ไม่ว่่ ่าจะเป็็นผู้ห้ ญิิง คนพิิการ เยาวชน ผู้้ได้้รัับผลกระทบจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบ รวมถึึงกลุ่่มชาติิพัันธุ์์และศาสนาต่่าง ๆท้้ายที่่�สุุด การสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมไม่่ใช่่เพีียงเป้้าหมาย แต่่เป็็น กระบวนการที่่�ต้้องดำเนิินไปอย่่างต่่อเนื่่�องในชีีวิิตประจำวััน ผ่่านการเรีียนรู้้ การทำ ความเข้้าใจ และการยอมรัับความแตกต่่างหลากหลาย เพื่่�อให้้สัันติิภาพที่่�เกิิดขึ้้�นมีีความหมายและยั่่�งยืืนสำหรัับทุุกคนในพื้้�นที่่�อย่่างแท้้จริิง ดัังคำกล่่าวที่่�ว่่า “หากเรามีีความรู้้ก็็สามารถแก้้ปััญหาได้้อย่่างง่่ายดายและใช้้เวลาสั้้�น ๆ” สะท้้อนความสำคััญของการให้้ความรู้้แก่่ชุุมชนเพื่่�อเสริิมพลัังในการแก้้ไขปััญหา243
บทส่่งท้้ายสถานการณ์์ความขััดแย้้งในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทยเป็็นบริิบททางสัังคมและการเมืืองที่่�ซัับซ้้อน ยืืดเยื้้�อ และส่่งผลกระทบอย่่างลึึกซึ้้�งต่่อชีีวิิตของประชาชน ในพื้้�นที่่�มาอย่่างต่่อเนื่่�องยาวนานกว่่าสองทศวรรษ แม้ว่้่ารััฐจะพยายามขัับเคลื่่�อนกระบวนการสัันติิภาพผ่่านกลไกระดัับนโยบายและการเจรจาระหว่่างรััฐกัับขบวนการ BRN โดยเฉพาะการเริ่่�มต้้นกระบวนการพููดคุุยอย่่างเป็็นทางการในปีี พ.ศ. 2556 ซึ่่�งถืือเป็็นหมุุดหมายสำคััญของประวััติิศาสตร์์ความขััดแย้้ง แต่่ประสบการณ์์ที่่�ผ่่านมาได้้สะท้้อนให้้เห็็นอย่่างชััดเจนว่่า สัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืนไม่่อาจบัังเกิิดขึ้้�นจากกระบวนการที่่�ถููกออกแบบและกำหนดจากส่่วนกลางหรืือจากผู้้มีีอำนาจเพีียงฝ่่ายเดีียว หากแต่่ต้้องหยั่่�งรากลงในชีีวิิตจริิงของผู้้คนที่่�ดำรงอยู่่ท่่ามกลางความรุุนแรง ความไม่่แน่่นอน และความไม่่เป็็นธรรมในชีีวิิตประจำวัันตลอดระยะเวลาที่่�ผ่่านมา แม้้จะมีีสััญญาณความก้้าวหน้้าบางประการ เช่่น การลดลงของเหตุุการณ์์ความรุุนแรงในบางช่่วงเวลา การพััฒนาแผนปฏิิบััติิการร่่วมเพื่่�อสัันติิภาพอย่่าง JCPP หรืือความพยายามในการยกร่่างกฎหมายด้้านสัันติิภาพ แต่่กระบวนการดัังกล่่าว กลัับประสบข้้อจำกััดสำคััญในเชิิงโครงสร้้าง ทั้้�งในด้้านความไม่่ต่่อเนื่่�องของนโยบาย การเปลี่่�ยนแปลงทางการเมืือง การบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษ การขาดความโปร่่งใส และที่่�สำคััญคืือ การขาดการมีีส่่วนร่่วมอย่่างแท้้จริิงของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบางที่่�ได้้รัับ ผลกระทบจากความขััดแย้้งโดยตรงโครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ของไทย และ งานวิิจััยที่่�ดำเนิินการภายใต้้กรอบแนวคิิดด้้านสิิทธิิมนุุษยชนและความยุุติิธรรมทางสัังคม ได้้ชี้้�ให้้เห็็นว่่า “สัันติิภาพ” ในมุุมมองของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบาง มิิได้้จำกััดอยู่่เพีียงการยุุติิการใช้้ความรุุนแรงหรืือการลดจำนวนเหตุุการณ์์ความไม่ส่งบเท่่านั้้�น หากแต่่เป็็นสภาวะที่่�ประชาชนสามารถดำรงชีีวิติได้้อย่่างมั่่�นคง มีีศัักดิ์์�ศรีี ได้รั้ับความยุุติิธรรม และมีีพื้้�นที่่�ปลอดภััยในการแสดงความคิิดเห็็นและมีีส่่วนร่่วมทางสัังคมและการเมืือง ความหมายของสัันติิภาพจึึงเชื่่�อมโยงโดยตรงกัับคุุณภาพชีีวิติ การเข้้าถึึงทรััพยากร การได้รั้ับบริิการสาธารณะอย่่างเท่่าเทีียม และการได้้รัับการยอมรัับจากสัังคมในความหลากหลายของอััตลัักษณ์์244
ผลการวิจัิัยสะท้้อนให้้เห็็นว่่า กลุ่มเปราะบางจำนวนมาก่ยัังคงเผชิิญกัับความไม่มั่่่ �นคงทางเศรษฐกิิจ การขาดที่่�อยู่่อาศััยที่่�เหมาะสม การเข้้าถึึงอาหาร น้้ำสะอาด และบริิการ ด้้านสาธารณสุุขและสวััสดิิการอย่่างจำกััด รวมถึึงประสบการณ์์ของการถููกเลืือกปฏิิบััติิ การถููกมองข้้าม และการตีีตราทางสัังคม โดยเฉพาะในกรณีีของผู้้หญิิง คนพิิการ ผู้้สููงอายุุชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา ผู้้มีีความหลากหลายทางเพศ และผู้้ได้้รัับผลกระทบจากการบัังคัับใช้้กฎหมายพิิเศษ ความเปราะบางเหล่่านี้้มิ�ิได้้เกิิดขึ้้�นเพีียงในระดัับปััจเจก หากแต่่เป็็นผลสะสมจากโครงสร้้างทางสัังคมและการเมืืองที่่�ไม่่เอื้้�อต่่อการมีีส่่วนร่่วมและการคุ้้มครองสิิทธิิ อย่่างเท่่าเทีียมเสีียงสะท้้อนจากนัักวิิจััยหญิิงและการลงพื้้�นที่่�ภาคสนามยิ่่�งตอกย้้ำให้้เห็็นว่่า ความหวาดกลััวและความไม่่ปลอดภััยยัังคงเป็็นเงื่่�อนไขสำคััญที่่�ปิิดกั้้�นการแสดงออกทาง ความคิิดของประชาชน โดยเฉพาะผู้้หญิิงและกลุ่่มเปราะบางจำนวนมากที่่�ไม่่กล้้าแสดง ความคิิดเห็็นทางการเมืืองหรืือเข้้าร่่วมกิิจกรรมสาธารณะ ในขณะเดีียวกััน ประสบการณ์์ของหญิิงหม้้าย คนพิิการ และผู้้สููงอายุุ ยัังสะท้้อนถึึงความไม่่เป็็นธรรมในกระบวนการเยีียวยาและการเข้้าถึึงสิทธิิของรััฐ ซึ่่�งกลายเป็็นบาดแผลทางสัังคมที่่�ยัังไม่่ได้รั้ับการเยีียวยาอย่่างแท้้จริิงข้้อเสนอเชิิงนโยบายที่่�ถอดบทเรีียนจากงานวิิจััยจึึงไม่่ได้้มุ่่งเพีียงการแก้้ไขปััญหาเฉพาะหน้้า แต่่เสนอให้มีี้การพััฒนาเชิิงโครงสร้้างอย่่างเป็็นระบบ อาทิิ การจััดตั้้�งคณะกรรมการค้้นหาความจริิงที่่�เป็็นอิสิระและมีีการมีีส่่วนร่่วมของประชาชน การออกแบบมาตรการเยีียวยาที่่�เป็็นธรรมและครอบคลุุม การเปิิดพื้้�นที่่�สนทนาอย่่างปลอดภััยระหว่่างกลุ่่มที่่�มีีความเห็็น แตกต่่าง การเสริิมสร้้างศัักยภาพทางเศรษฐกิิจและสัังคมให้กั้ับกลุ่มเปราะบาง รวม่ถึึงการส่่งเสริิมบทบาทผู้้นำของผู้้หญิิงและการกำหนดตััวชี้้�วััดเชิิงนโยบาย (KPI) ที่่�สามารถติิดตามและประเมิินผลได้้จริิงโดยเฉพาะประเด็็นคนพิิการ ซึ่่�งเป็็นหนึ่่�งในกลุ่่มเปราะบางที่่�ได้้รัับผลกระทบจากความขััดแย้้งอย่่างซัับซ้้อน งานของโครงการฯ ได้้แสดงให้้เห็็นถึึงความจำเป็็นในการพััฒนากลไกและยุุทธศาสตร์ด้์ ้านคนพิิการที่่�ครอบคลุุมทั้้�งการมีีอาชีีพ รายได้้ การเข้้าถึึงกายอุุปกรณ์์ การพััฒนาทัักษะ การมีีส่่วนร่่วมทางสัังคม และการดำรงชีีวิติอย่่างมีีศัักดิ์์�ศรีี การสร้้างเครืือข่่ายคนพิิการที่่�เข้้มแข็็งและมีีอำนาจในการกำหนดทิิศทางการพััฒนาด้้วยตนเอง จึึงเป็็นองค์์ประกอบสำคััญของการสร้้างสัันติิภาพจากฐานราก245
ท้้ายที่่�สุุด การสร้้างสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ไม่่อาจแยกออกจากการสร้้างความมั่่�นคงทางเศรษฐกิิจ สัังคม และความยุุติิธรรม เชิิงโครงสร้้างได้้ ภาคประชาสัังคม ภาคประชาชน และชุุมชนในพื้้�นที่่� จึึงมีีบทบาทสำคััญในการทำหน้้าที่่�เป็็นตััวกลาง สร้้างพื้้�นที่่�สนทนา ประสานความร่่วมมืือ และนำเสนอข้้อเสนอเชิิงนโยบายที่่�ยึึดโยงกัับชีีวิิตจริิงของผู้้คน เสีียงของกลุ่่มเปราะบางที่่�ถููกสะท้้อนผ่่านงานวิิจััยและกระบวนการมีีส่่วนร่่วมเหล่่านี้้� จึึงมิิใช่่เพีียงเสีียงร้้องขอความช่่วยเหลืือ หากแต่่เป็็น ข้้อเรีียกร้้องให้้กระบวนการสัันติิภาพก้้าวข้้ามกรอบอำนาจเดิิม และเปิิดพื้้�นที่่�ให้้ประชาชนทุุกกลุ่่มได้้มีีบทบาทในฐานะ “ผู้้ร่่วมออกแบบอนาคต” ของจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ร่่วมกัันสัันติิภาพที่่�แท้้จริิงจึึงไม่่ใช่่เพีียงเป้้าหมายเชิิงนโยบาย หากแต่่เป็็นกระบวนการทางสัังคมที่่�ต้้องอาศััยเวลา ความจริิงใจ และการมีีส่่วนร่่วมอย่่างเท่่าเทีียมของทุุกภาคส่่วน เพื่่�อให้้ชายแดนใต้ส้ามารถก้้าวไปสู่่อนาคตที่่�สงบ ยุุติิธรรม และยั่่�งยืืนได้้อย่่างแท้้จริิง246