The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2025-09-10 02:24:27

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพ อย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจา บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568<br>จัดทำโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา และ Minority Rights Group (MRG) สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

5. การจััดการผู้้พููด: ผู้้ดำเนิินการต้้องสามารถจััดการกัับคนที่่�พููดมากเกิินไปเพื่่�อ ไม่่ให้้คนคนนั้้�นคุุมวงสนทนา และต้้องหาวิธีีิให้้ผู้ที่่�ไ ้ ม่ค่่ ่อยพููดได้มีี้ โอกาสแสดงความคิิดเห็็นบ้้าง ถ้้าผู้้ดำเนิินการทราบภููมิิหลัังของผู้้ให้้ข้้อมููล ก็็สามารถให้้ผู้้ที่่�มีีความถนััดหรืือประสบการณ์์ ในด้้านนั้้�น ๆ ได้้พููดในประเด็็นที่่�เกี่่�ยวข้้อง6. การจดบัันทึึก: การจดบัันทึึกต้้องทำอย่่างมีีระเบีียบ ไม่่ใช่่การจดทุุกคำพููด แต่่ต้้องรู้้ว่่าเมื่่�อไหร่่ควรสรุุปประเด็็นไหนบ้้าง โดยต้้องเข้้าใจประเด็็นคำถามอย่่างละเอีียด เพื่่�อให้้สามารถจัับประเด็็นและสรุุปข้้อมููลได้้อย่่างแม่่นยำ7. การทวนความ: การทวนความเป็็นวิิธีีที่่�ช่่วยให้้ข้้อมููลชััดเจนขึ้้�น โดยการทบทวนคำตอบหรืือข้้อสงสััยที่่�ไม่ชั่ ัดเจน เพื่่�อให้้ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลสามารถอธิิบายเพิ่่�มเติิมหรืือตอบให้ชั้ัดเจนขึ้้�นการแบ่่งงานระหว่่างผู้้เก็็บข้้อมููลในทีีมมีีความสำคััญอย่่างยิ่่�งเพื่่�อให้้การทำงาน เป็็นไปอย่่างมีีประสิิทธิิภาพและครบถ้้วน นี่่�คืือบทบาทที่่�ต้้องทำร่่วมกััน 1. ผู้้ดำเนิินการสนทนา: ต้้องมีีผู้้ช่่วยเพื่่�อให้้การดำเนิินการกลุ่มเ่ป็็นไปอย่่างราบรื่่�น เพราะบางครั้้�งผู้ดำเ ้ นิินการอาจหลุุดประเด็็นหรืือลืืมฟัังข้้อมููลสำคััญ เนื่่�องจากผู้ใ้ห้ข้้้อมููลอาจพููดพร้้อม ๆ กััน การมีีผู้้ช่่วยจะช่่วยเสริิมให้้การสนทนาเป็็นไปได้้อย่่างราบรื่่�นและมีีความครบถ้้วน2. คนจดบัันทึึก: ต้้องมีีทัักษะในการจัับประเด็็นสำคััญ ซึ่่�งรวมถึึงการแยกแยะว่่าอะไรคืือ สิ่่�งที่่�สำคััญ และต้้องบัันทึึกข้้อมููลที่่�ช่่วยให้้การวิิเคราะห์์ข้้อมููลทำได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ3. คนเขีียนกระดาน: ต้้องมีีทัักษะการเขีียน อย่่างชััดเจนและอ่่านง่่าย การเขีียนบนกระดานต้้องทำให้้ ผู้้เข้้าร่่วมสามารถเห็็นข้้อมููลที่่�บัันทึึกไว้้ได้้ทั้้�งหมด เพื่่�อให้้ การสนทนาเป็็นไปในทิิศทางเดีียวกััน คนเขีียนขึ้้�นกระดาน: ต้้องช่่วยในการเก็็บประเด็็นที่่�สำคััญระหว่่างการสนทนา เพื่่�อให้ส้มาชิิกในกลุ่มเ่ห็็นว่่าในขณะนี้้�กำลัังพููดถึึงประเด็็นไหน หรืือทิิศทางการสนทนาคืืออะไร ซึ่่�งช่่วยในการทำความเข้้าใจร่่วมกััน49


4. คนที่่�คอยสัังเกตอารมณ์์และท่่าทีีของผู้้ให้้ข้้อมููล: ต้้องสัังเกตสีีหน้้าหรืือท่่าทางที่่�แสดงออกมาเพื่่�อประเมิินอารมณ์์และความรู้้สึึกของผู้ใ้ห้ข้้้อมููล โดยเฉพาะในพื้้�นที่่�ที่่�อ่่อนไหวหรืือมีีความขััดแย้้ง บางครั้้�งผู้ใ้ห้ข้้้อมููลอาจไม่พูู่ดออกมา แต่สีี่หน้้าหรืือท่่าทางสามารถบ่่งบอกถึึงความรู้้สึึกที่่�สำคััญได้้อย่่างไรก็ต็ามในกรณีีที่่�สมาชิิกในทีีมต้้องทำหลาย ๆ หน้้าที่่�พร้้อมกััน เช่่น ทั้้�งการบัันทึึกสาระและการสัังเกตอารมณ์์ความรู้้สึึกของผู้ใ้ห้ข้้้อมููล จะช่่วยให้้เราเข้้าใจสถานการณ์์ในขณะนั้้�นได้้ดีีขึ้้�น ซึ่่�งจะช่่วยให้้การวิิเคราะห์์ข้้อมููลมีีความลึึกซึ้้�งและครอบคลุุมมากขึ้้�นผศ.อัับดุุลคอลิิก อััรรอฮีีมีีย์์ ทัักษะอื่่�น ๆ ที่่�สำคััญในการสนทนากลุ่่มดัังนี้้�  การฟััง: ผู้ดำเ ้ นิินการประชุุมต้้องมีีทัักษะในการฟัังที่่�ดีีและละเอีียด แม้ว่้่าจะมีีความรู้้ในหััวข้้อหรืืออาจอยากแสดงความคิิดเห็็นในเรื่่�องนั้้�น ๆ แต่ต้้องเก็็บข้้อมููลที่่�ได้้รัับจาก ผู้้เข้้าร่่วมก่่อน การฟัังอย่่างตั้้�งใจและการเก็็บประเด็็นให้้ครบถ้้วนสำคััญมาก เพราะเมื่่�อใดที่่�ผู้้ดำเนิินการเริ่่�มพููดออกไปหรืือแสดงความคิิดเห็็นมากเกิินไป ผู้้เข้้าร่่วมจะรู้้สึึกว่่าเรา “รู้้เรื่่�องแล้้ว” และอาจทำให้้พวกเขารู้้สึึกไม่่อยากพููดต่่อ เพราะไม่่อยากซ้้ำคำหรืือถููกตััดบทการสร้้างบรรยากาศการจััดวง: หากกลุ่่มเป้้าหมายมีีบุุคคลที่่�มีีคู่่ขััดแย้้งกัันอยู่่ใน วงเดีียวกััน การจััดกลุ่่มเหล่่านี้้�อาจไม่่เหมาะสม เพราะอาจทำให้้บางคนไม่่กล้้าพููดอย่่าง ตรงไปตรงมา เช่่น หากมีีทหารและชาวบ้้านอยู่่ในกลุ่่มเดีียวกััน ชาวบ้้านอาจไม่่กล้้าแสดงความคิิดเห็็นอย่่างเต็็มที่่� หรืือในกรณีีที่่�ผู้ให้ ญ่บ้่ ้านอยู่่ในวงเดีียวกัับชาวบ้้าน ชาวบ้้านอาจไม่่กล้้าเปิิดเผยความจริิงบางประการหากจำเป็็นต้้องให้้ชาวบ้้านและผู้้ใหญ่่บ้้านอยู่่ในวงเดีียวกััน ก็็สามารถให้้ชาวบ้้านเขีียนความคิิดเห็็นลงบนกระดาษโน้ต้และใช้ชื่่้�อสมมติิแทนการใช้ชื่่้�อจริิง เพื่่�อหลีีกเลี่่�ยงความรู้้สึึกไม่ส่ บายใจจากการแสดงความคิิดเห็็นในที่่�สาธารณะ การใช้วิ้ธีีนี้้ ิ �จะช่่วยให้ทุุ้กคนรู้้สึึกปลอดภััยในการแสดงความคิิดเห็็นโดยไม่ต้่ ้องกัังวลว่่าจะมีีผลกระทบต่่อตััวเอง นอกจากนี้้� การสัังเกตการณ์์50


ก็็เป็็นข้้อมููลสำคััญเช่่นกััน ซึ่่�งผู้้บัันทึึกสามารถสัังเกตอารมณ์์ ท่่าทาง หรืือการเปลี่่�ยนแปลงในท่่าทางของผู้้เข้้าร่่วมการประชุุม เพื่่�อบัันทึึกสิ่่�งที่่�อาจจะสะท้้อนถึึงประเด็็นที่่�น่่าสนใจหรืือ มีีปััญหาภายในกลุ่่ม และถืือเป็็นข้้อมููลที่่�สามารถนำไปใช้้ในการวิิเคราะห์์ต่่อไปคุุณจุุฬารััตน์์ วิิทยากร เสริิมว่่าช่่วงที่่�ตนทำวิิทยานิิพนธ์์ปริิญญาโทเรื่่�อง “ถัังแดง” ซึ่่�งเป็็นเหตุุการณ์์ที่่�ชาวบ้้านถููกต้้องสงสััยว่่าเป็็นคอมมิิวนิิสต์์ จึึงถููกจัับและทำร้้ายด้้วยการยััดและเผาในถััง 200 ลิิตรเพื่่�อทำโทษ เมื่่�อไปเก็็บข้้อมููลในหมู่่บ้้านที่่�เคยผ่่านเหตุุการณ์์เหล่่านี้้�พบว่่า มีีบรรยากาศที่่�ผู้คนไ ้ ม่่อยากพููดถึึงเรื่่�องดัังกล่่าว ขณะทำการสััมภาษณ์์ แม้้จะไม่ส่ามารถพููดถึึงประเด็็นนี้้�ได้ต้รง ๆ แต่ข้่ ้อมููลที่่�ได้รั้ับสามารถบัันทึึกในหมวดที่่�เกี่่�ยวข้้องและนำมาวิิเคราะห์์ ในอีีกชุุดหนึ่่�ง ทำให้ข้้้อมููลที่่�เขีียนมีีชีีวิตชีี ิวา มีีอารมณ์์ความรู้้สึึกประกอบอยู่่ในงานเขีียนด้้วยกล่่าวโดยสรุุป ข้้อดีีของการสนทนากลุ่ม ไ่ด้้แก่่ 1) ค่่าใช้จ่้่ายน้้อย: ค่่าใช้จ่้่ายต่่ำกว่่าวิธีีวิจัิัยอื่่�น เช่่น สััมภาษณ์์เชิิงลึึก เนื่่�องจากไม่ต้่ ้องใช้้เวลาหรืือทรััพยากรมาก 2) ความยืืดหยุ่น: ่สามารถปรัับประเด็็นหรืือคำถามได้้ตามสถานการณ์์และการตอบสนองจากผู้้เข้้าร่่วม และ3) การแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็น: ช่่วยกระตุ้้นการแลกเปลี่่�ยนความคิิดเห็็นที่่�หลากหลาย ซึ่่�งอาจนำไปสู่่ข้้อคิิดเห็็นหรืือความคิิดใหม่่ ๆข้้อจำกััดของการสนทนากลุ่่ม ได้้แก่่ 1) คุุณภาพข้้อมููล: บางครั้้�งผู้้เข้้าร่่วมอาจไม่เปิิดเผยความคิิดเห็็นทั้้�งหมด เพราะกลััวกระทบความรู้้สึึก ทำให้้ข้้อมููลไม่่ตรงไปตรงมาหรืือไม่่ครบถ้้วน ต้้องตรวจสอบข้้อมููลซ้้ำจากแหล่่งอื่่�น และ 2) ภููมิิหลัังที่่�แตกต่่างกััน: ผู้้เข้้าร่่วมที่่�มีีภูมิูิหลัังหรืือสถานะต่่างกััน เช่่น เพศหรืือบทบาท อาจทำให้้บางคนไม่่กล้้าแสดงความคิิดเห็็นหรืือถููกครอบงำ การจััดการกัับความแตกต่่างเหล่่านี้้�จึึงสำคััญ และอาจจำเป็็นต้้องแยกกลุ่่มผู้้เข้้าร่่วมตามเพศหรืือสถานะอย่่างไรก็็ตาม ข้้อมููลเชิิงพฤติิกรรมต้้องระมััดระวััง เนื่่�องจากการพููดคุุยในประเด็็นที่่�ลึึกเกิินไปอาจทำให้้ผู้ใ้ห้้ข้้อมููลไม่่สบายใจหรืือไม่่เปิิดเผยความจริิง ดัังนั้้�นการเลืือกประเด็็นที่่�เหมาะสมและไม่่เกิินขอบเขตจึึงสำคััญสำหรัับการเก็็บข้้อมููลที่่�มีีประสิทธิิภาพ ส่่วนผู้ดำเ ้ นิินรายการต้้องมีีความชำนาญและประสบการณ์์ เพื่่�อจััดการสถานการณ์์และกระตุ้้นให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้สึึกสบายใจและกล้้าเปิิดเผยความคิิดเห็็น การมีีประสบการณ์์จะช่่วยดึึงข้้อมููลออกมาได้้มากขึ้้�น นอกจากนี้้�การฝึึกฝนการสนทนากลุ่มห่รืือสััมภาษณ์์เชิิงลึึกเป็็นประจำจะช่่วยเพิ่่�มความคล่่องตััวและทำให้้ผู้้ดำเนิินรายการปรัับตััวตามสภาพแวดล้้อมและบุุคลิิกของผู้้เข้้าร่่วมได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น51


หลัักการสนทนากลุ่่มกัับกลุ่่มเปราะบางอุุปสรรคหรืือข้้อท้้าทายในช่่วงการสนทนากลุ่ม่คืือ บางวงการสนทนา ผู้เ้ข้้าร่่วมไม่ค่่ ่อยพููดหรืือเงีียบมาก ทำให้้ผู้ดำเ ้ นิินรายการต้้องพููดอยู่่คนเดีียว ซึ่่�งอาจทำให้ข้้้อมููลที่่�ได้้ไม่่ครบถ้้วนและไม่่เป็็นไปตามเป้้าหมายที่่�ต้้องการ ดัังนั้้�น การแก้้ปััญหานี้้�จึึงต้้องใช้้เทคนิิคที่่�ช่่วยกระตุ้้นให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมมีีส่่วนร่่วมมากขึ้้�น โดยเฉพาะในงานวิจัิัยเชิิงปฏิิบััติิการที่่�จำเป็็นต้้องมีีการมีีส่่วนร่่วมจากผู้้ให้้ข้้อมููลหรืือผู้้ร่่วมสนทนาดัังนั้้�น การสนทนากลุ่ม ่จึึงเป็็นการรวบรวมข้้อมููลจากการพููดคุุยในวงเล็็กๆ เพื่่�อสำรวจความคิิดเห็็นหรืือประเด็็นที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับโจทย์์วิิจััยของเรา ตััวอย่่างเช่่น หากกำลัังทำวิิจััย เกี่่�ยวกัับกลุ่่มเปราะบาง เราก็็สามารถถามเกี่่�ยวกัับผลกระทบของกลุ่่มเหล่่านี้้�ในด้้านต่่างๆ เช่่น เรื่่�องรายได้้ หรืือสถานการณ์ชีีวิ์ติของพวกเขา ในกรณีีนี้้� เราต้้องมีีทัักษะในการขุุดคำถามหรืือเป็็นนัักเซ้้าซี้้�อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�เป็็นประโยชน์์และลึึกซึ้้�งผู้้ดำเนิินการสนทนากลุ่่มควรแสดงสีีหน้้าและท่่าทางที่่�แสดงถึึงความอยากรู้้ เพื่่�อกระตุ้้นให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกสบายใจและพร้้อมที่่�จะแชร์์ความคิิดเห็็นของตััวเอง การให้้ความสนใจอย่่างเต็็มที่่�ในสิ่่�งที่่�เขาพููด และทำให้้การสนทนาเป็็นเรื่่�องสนุุกหรืือเป็็นพื้้�นที่่�ที่่�สร้้างความหวััง จะช่่วยให้้ข้้อมููลที่่�ได้้มีีความลึึกซึ้้�งและครอบคลุุมมากขึ้้�น นอกจากนี้้� ควรสร้้างบรรยากาศที่่� ไม่่เครีียด เพื่่�อให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกว่่าพวกเขาสามารถพููดออกมาได้้อย่่างเต็็มที่่� โดยไม่มีี่การตััดสิินหรืือการปิิดกั้้�นความคิิดเห็็นการคุุยกัับกลุ่่มเปราะบางต้้องใช้้ความระมััดระวัังและเราต้้องสร้้างความไว้้วางใจ ให้้กัับผู้้เข้้าร่่วมเพื่่�อให้้พวกเขารู้้สึึกปลอดภััยในการเปิิดใจเล่่าเรื่่�องราวต่่างๆ ให้้เราฟััง ทั้้�งนี้้� ไม่่เพีียงแค่่การเลืือกคำถามหรืือประเด็็นในการพููดคุุย แต่ยั่ ังรวมถึึงการเลืือกใช้้ภาษาที่่�เหมาะสมและการแต่่งกายที่่�ให้้ความรู้้สึึกปลอดภััยและเป็็นกัันเองด้้วยสิ่่�งสำคััญคืือการศึึกษาผู้เ้ข้้าร่่วมและเข้้าใจปััญหาของพวกเขาก่่อน เช่่น หากมีีผู้ที่่� ้ มีีประสบการณ์์ถููกกลั่่�นแกล้้ง เราต้้องตั้้�งคำถามที่่�เหมาะสมกัับเขาและไม่่ไปขุุดลึึกในเรื่่�องที่่�เขารู้้สึึกอ่่อนไหวเกิินไป หากเราไม่่รู้้จัักผู้้เข้้าร่่วมมาก่่อน เราก็็ควรให้้เขาแนะนำตััวเองและเล่่า เรื่่�องราวของเขาก่่อน เพื่่�อสร้้างความสะดวกและความสบายใจในการเริ่่�มต้้น52


การให้้ความสำคััญกัับการฟัังและการใส่่ใจในสิ่่�งที่่�ผู้้เข้้าร่่วมพููดจะช่่วยให้้เราเข้้าใจ และได้้ข้้อมููลที่่�มีีคุุณค่่า การเปิิดประตููให้้เขาเป็็นผู้้ตััดสิินใจว่่าเมื่่�อไรเขาพร้้อมที่่�จะเปิิดใจ จะช่่วยให้้การสนทนาเป็็นไปอย่่างมีีประสิิทธิิภาพและไม่่รู้้สึึกถููกบัังคัับผู้้ดำเนิินรายการมีีหน้้าที่่�สร้้างประเด็็นและกระตุ้้นให้้ผู้้เข้้าร่่วมสนทนาพููดออกมา แต่่ไม่่ควรกดดัันหรืือบัังคัับให้้ตอบคำถาม เพราะบางครั้้�งผู้้เข้้าร่่วมอาจรู้้สึึกไม่่สบายใจหรืืออึึดอััดที่่�จะตอบ ในกรณีีนี้้� วิิธีีการถามควรมีีลัักษณะเหมืือนเราแสดงความสนใจและต้้องการให้้พวกเขาเล่่าออกมาเองการกำหนดกลุ่่มเป้้าหมายไม่่ควรให้้มีีจำนวนมากเกิินไป เพราะหากมากเกิินไป อาจทำให้้ไม่่ทุุกคนมีีโอกาสพููด หรืืออาจต้้องใช้้วิิธีีตััดบท ซึ่่�งจะทำให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้สึึกเสีียความรู้้สึึก การสัังเกตอารมณ์์ของผู้เ้ข้้าร่่วมเป็็นสิ่่�งสำคััญ ถ้้าหากเริ่่�มเห็็นว่่าใครไม่ค่่ ่อยมีีอารมณ์์ที่่�จะคุุยหรืือไม่่สนใจแล้้ว ผู้้ดำเนิินรายการควรหาวิิธีีที่่�จะกระตุ้้นให้้เขากลัับมาเข้้าร่่วมการสนทนาอีีกครั้้�ง เช่่น การถามต่่อเพื่่�อดึึงความสนใจและกระตุ้้นให้้มีีส่่วนร่่วมมากขึ้้�นหััวใจสำคััญของผู้ดำเ ้ นิินรายการคืือ การมีีความไหวพริิบและประสบการณ์์ในการจััดการกัับสถานการณ์ต่์ ่างๆ ผู้ดำเ ้ นิินรายการต้้องสามารถสัังเกตพฤติิกรรมและอารมณ์์ของผู้เ้ข้้าร่่วมได้้ดีี เช่่น หากมีีผู้้เข้้าร่่วมร้้องไห้้ ต้้องหาวิิธีีจััดการหรืือเปลี่่�ยนประเด็็นเพื่่�อไม่่ให้้สถานการณ์์แย่่ลง แต่ต้่ ้องระวัังไม่่ให้ตั้ัดบทจนทำให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกอารมณ์ค้์ ้าง นอกจากนี้้� ผู้ดำเ ้ นิินรายการต้้องตั้้�งกฎกติิกาให้ชั้ัดเจน เช่่น กำหนดเวลาให้้แต่่ละคนพููด หรืือกำหนดจำนวนครั้้�งในการพููด เพื่่�อไม่่ให้้ใครพููดยาวเกิินไปและทำให้้การสนทนาเป็็นไปอย่่างราบรื่่�นและเท่่าเทีียมผู้้จดบัันทึึกมีีหน้้าที่่�สำคััญในการจัับประเด็็นสำคััญและตรวจสอบการบัันทึึกเสีียงให้้ชััดเจน เพื่่�อไม่่ให้้เสีียเวลาหรืือข้้อมููลที่่�สำคััญไป นอกจากนี้้ยั�ังต้้องให้้ความสำคััญกัับพื้้�นเพของกลุ่่มสนทนา เช่่น เพศ อายุุสถานภาพ และอาชีีพ เพื่่�อช่่วยในการวิิเคราะห์์ข้้อมููลได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ คำถามที่่�ใช้้ในการสนทนาควรมีีไม่่มากเกิินไป ประมาณ 2-3 ข้้อ โดยกำหนดประเด็็นใหญ่่ ๆ ที่่�มีีประเด็็นย่่อยตามมา การจัับประเด็็นสามารถทำได้้โดยการขมวดข้้อมููล ที่่�พููดซ้้ำหรืือประเด็็นที่่�มีีความสำคััญเป็็นไฮไลท์์ เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�ครบถ้้วนและสรุุปได้้ง่่าย53


องค์์ประกอบการสนทนากลุ่่ม1. ผู้้ดำเนิินรายการ: ต้้องมีีทัักษะในการ กระตุ้้นและจััดการสนทนา เพื่่�อให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกสบายใจในการแบ่่งปัันความคิิดเห็็นและต้้องคอยคุุมทิิศทางของการพููดคุุยให้้ตรงกัับประเด็็นวิิจััย2. ระยะเวลา: ควรกำหนดระยะเวลาไม่่เกิินสามชั่่�วโมง เพื่่�อไม่่ให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกเบื่่�อหน่่ายและอ่่อนล้้า โดยสามารถใช้้เทคนิิคการถามคำถามที่่�เบา ๆ ก่่อน แล้้วค่่อย ๆ เจาะลึึกคำถามที่่�มีีความเข้้มข้้น เพื่่�อให้้กลุ่่มได้้ เปิิดเผยความคิิดเห็็นเต็็มที่่�3. การสร้้างบรรยากาศ: ควรจััดเตรีียมขนมและเครื่่�องดื่่�ม เช่่น กาแฟ เพื่่�อให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกผ่่อนคลายและไม่่เครีียดระหว่่างการสนทนา4. ผู้้จดบัันทึึก: ควรทำการมาร์์กหรืือระบุุให้้ชััดเจนว่่า ใครในกลุ่่มพููดอะไรไปบ้้าง เพื่่�ออ้้างอิิงในการเขีียนภายหลััง โดยการใช้้ชื่่�อปลอมหรืือการไม่่เปิิดเผยตััวตนในการเขีียนงานวิิจััย เพื่่�อให้้ผู้้พููดรู้้สึึกสบายใจ โดยเฉพาะในประเด็็นที่่�มีีความอ่่อนไหว5. สถานที่่�และอุุปกรณ์์: ควรเลืือกสถานที่่�ที่่�เงีียบสงบ ไม่มีี่เสีียงรบกวนมากเกิินไป และต้้องมีีขนาดที่่�เหมาะสมไม่่แออััดเกิินไป เพื่่�อให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้สึึกสบายและไม่่เครีียด.........ประโยชน์์ของการสนทนากลุ่่ม คืือ การช่่วยให้้เราเรีียนรู้้ความคิิดเห็็นและความรู้้สึึกต่่าง ๆ ของผู้้ให้้สััมภาษณ์์ โดยเฉพาะกัับกลุ่มเปราะบาง เ่ช่่น ผู้้สููงอายุุผู้ที่่�ไ ้ ด้รั้ับผลกระทบจากความรุุนแรง หรืือกลุ่มที่่�่ถููกบุุลลี่่� การสนทนาเหล่่านี้้ช่�่วยให้้เราเข้้าใจมุุมมองของกลุ่มเห่ล่่านี้้�อย่่างลึึกซึ้้�งและได้้ข้้อมููลที่่�สำคััญสำหรัับการพััฒนาแนวทางแก้้ปััญหาหรืือสมมติิฐานใหม่่ ๆ นอกจากนี้้� การสนทนากลุ่่มยัังช่่วยให้้คำตอบ ที่่�คลุุมเครืือหรืือไม่ชั่ ัดเจนมีีความกระจ่่างมากขึ้้�น โดยสามารถขุุดคำตอบที่่�ซ่่อนอยู่่หรืือคำถามที่่�ยัังไม่่ถููกตอบได้้อย่่างละเอีียด54


ขั้้�นตอนการทำการสนทนากลุ่่ม1. การกำหนดกลุ่มเ่ป้้าหมาย การเลืือกกลุ่มเ่ป้้าหมายต้้องมีีความชััดเจนและเหมาะสมกัับหััวข้้อวิิจััย เช่่น หากต้้องการศึึกษาเรื่่�องผลกระทบจากความรุุนแรง ก็็ต้้องเลืือกกลุ่่มที่่�ได้้รัับผลกระทบโดยตรง เช่่น ผู้้สููงอายุุ ผู้้ที่่�ประสบปััญหาความรุุนแรง ฯลฯ2. การประสานงาน การประสานงานกัับผู้้เข้้าร่่วมเป็็นสิ่่�งสำคััญในการสนทนากลุ่่มควรติิดต่่อและแจ้้งข้้อมููลให้ชั้ัดเจนเกี่่�ยวกัับการสนทนา เช่่น เวลา สถานที่่� และหััวข้้อการสนทนา เพื่่�อให้้ทุุกคนเตรีียมตััวและรู้้สึึกพร้้อมขั้้�นตอนสำหรัับผู้้ดำเนิินรายการ 1. การสร้้างบรรยากาศที่ผ่่� ่อนคลาย: ผู้ดำเ ้ นิินรายการต้้องทำให้้บรรยากาศการสนทนารู้้สึึกสบายใจ ไม่่เครีียดหรืือกดดัันเกิินไป เพื่่�อให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมรู้้สึึกสะดวกใจในการตอบคำถามและเล่่าประสบการณ์์2. การตั้้�งคำถาม: คำถามไม่่จำเป็็นต้้องตรงไปตรงมาทัันทีี แต่ส่ามารถใช้้คำถามแฝงหรืือคำถามที่่�ช่่วยกระตุ้้นการสนทนา เช่่น ถามเรื่่�องที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับประสบการณ์์ หรืือคำถามที่่�เชื่่�อมโยงกัับความคิิดเห็็นส่่วนตััว และสุุดท้้ายคืือ3. การใช้้ผู้้ช่่วยในการจดบัันทึึก: ผู้้ดำเนิินรายการควรมีีผู้้ช่่วยเพื่่�อบัันทึึกข้้อมููลที่่�สำคััญและสัังเกตการตอบสนองของผู้เ้ข้้าร่่วม การบัันทึึกสามารถช่่วยในการติิดตามประเด็็นและความรู้้สึึกที่่�เกิิดขึ้้�นในกลุ่่มดัังนั้้�น การสนทนากลุ่่มจึึงเป็็นกระบวนการที่่�ต้้องให้้ความสำคััญทั้้�งในเรื่่�องของ การเตรีียมกลุ่่มเป้้าหมายและการสร้้างบรรยากาศที่่�เหมาะสม รวมถึึงการตั้้�งคำถามและ การจััดการเวลาเพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลที่่�มีีคุุณภาพที่่�สุุด นอกจากนี้้�การตั้้�งกติิกาให้้ดีี เพื่่�อให้้เกิิด การโต้้แย้้งไม่่นานเกิินไป และมีีระยะเวลาในการสบตาที่่�พอดีี การดำเนิินการพููดคุุยในการสนทนากลุ่่ม 1. การแนะนำตััวและชี้้�แจงวััตถุุประสงค์์ ก่่อนเริ่่�มการพููดคุุย ผู้้ดำเนิินรายการควรแนะนำตััวเองและชี้้�แจงวััตถุุประสงค์์ของการสนทนาให้้ชััดเจน เพื่่�อสร้้างความไว้้วางใจและให้้ผู้้เข้้าร่่วมรู้้ว่่าพวกเขามีีบทบาทสำคััญในการให้้ข้้อมููล2. การตั้้�งคำถามอย่่างเป็็นขั้้�นตอน การเริ่่�มต้้นจากคำถามง่่าย ๆ เช่่น คำถามเกี่่�ยวกัับประสบการณ์์ส่่วนตััว หรืือความคิิดเห็็นทั่่�วไป แล้้วค่่อย ๆ เจาะลึึกไปยัังคำถามที่่�เข้้มข้้นขึ้้�น โดยต้้องมีีการสรุุปหลัังการสนทนาเพื่่�อรวบรวมข้้อมููลที่่�ได้้อย่่างชััดเจน55


3. การตั้้�งกติิกาการพููดคุุย หากมีีการโต้้แย้้งหรืือความคิิดเห็็นที่่�ขััดแย้้งกััน ผู้้ดำเนิินรายการต้้องกำหนดกติิกาที่่�ชััดเจนเพื่่�อให้้การโต้้แย้้งไม่ยืื่ดเยื้้�อและไม่ส่่ ่งผลกระทบต่่อบรรยากาศการสนทนา4. การสบตาและฟัังเสีียง ระยะเวลาในการสบตาควรพอดีีและไม่่มากเกิินไป เพื่่�อหลีีกเลี่่�ยงความรู้้สึึกไม่่สบายตััว และเสีียงในการสนทนาต้้องได้้ยิินอย่่างชััดเจน ทั้้�งนี้้� ต้้องให้้ความสำคััญกัับการฟัังความคิิดเห็็นของผู้้เข้้าร่่วมให้้ครบถ้้วน5. วิิธีีการตั้้�งคำถาม ผู้้ดำเนิินรายการควรใช้้เทคนิิคการตั้้�งคำถามที่่�ช่่วยกระตุ้้น การสนทนา เช่่น การถามในลัักษณะที่่�ไม่่ต้้องการคำตอบตรง ๆ แต่่เปิิดโอกาสให้้ผู้้เข้้าร่่วมสามารถเล่่าถึึงประสบการณ์์หรืือความคิิดของตน เช่่น “เรื่่�องนี้้�มีีที่่�มาที่่�ไปอย่่างไร?” แทน การถามเพีียงแค่่ “ทำไม?”6. การจััดการกัับสถานการณ์์ที่่�ไม่่ราบรื่่�น ถ้้าเกิิดสถานการณ์์ที่่�ทำให้้การสนทนา ไม่่ราบรื่่�น เช่่น ผู้เ้ข้้าร่่วมไม่่อยากพููด หรืือกลุ่มเ่ริ่่�มไม่ส่ นใจ ผู้ดำเ ้ นิินรายการสามารถใช้วิ้ธีีิการพััก เช่่น ให้้ทุุกคนไปห้้องน้้ำ หรืือเปลี่่�ยนประเด็็นเพื่่�อให้้บรรยากาศผ่่อนคลาย และถ้้าผู้้เข้้าร่่วม ยัังคงไม่่สะดวกที่่�จะพููดในกลุ่่มใหญ่่ สามารถแก้้ไขโดยการพููดคุุยแยกกัับพวกเขาในลัักษณะเป็็นการสััมภาษณ์์แบบตััวต่่อตััวเพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลต่่อไปการดำเนิินการพููดคุุยในการสนทนากลุ่ม่จึึงต้้องมีีการวางแผนการจััดการอย่่างระมััดระวัังตั้้�งแต่่การตั้้�งคำถามที่่�เหมาะสม การควบคุุมบรรยากาศการสนทนา ไปจนถึึงการจััดการกัับสถานการณ์์ต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�นในระหว่่างการสนทนาหลัังจากฟัังการบรรยายของวัันที่่�สาม ทางทีีมงานได้้เชิิญชาวบ้้านในละแวกชุุมชนบางปููกลุ่่�มเดิิม เป็็นกลุ่่�มตััวอย่่างให้้นัักวิิจััยหญิิงได้้ลองฝึึกการจััดทำสนทนากลุ่่�มถอดบทเรีียนประสบการณ์์ของนัักวิิจััยหญิิง หลัังจากฝึึกการสััมภาษณ์์จาก การสนทนากลุ่่ม โดยแต่่ละกลุ่่มต่่างสะท้้อนความคิิดเห็็นของตััวเอง ดัังนี้้� กลุ่่มเราเริ่่�มจากการแนะนำตััวนัักวิิจััย และผู้้เข้้าร่่วมต่่างก็็แนะนำตััวเอง เมื่่�อเราต้้องการให้้แต่่ละคนแสดงความคิิดเห็็น เราใช้วิ้ธีีิการเรีียกชื่่�อผู้้ร่่วมสนทนา และเมื่่�อเรีียกเขาก็็พููดออกมา ดัังนั้้�น การเรีียกชื่่�อเป็็นการกระตุ้้นให้้เขาพููดได้้เป็็นอย่่างดีี  เราให้้เขาเล่่าสถานการณ์์ปััญหาในชุุมชนและวิิธีีแก้้ปััญหาทุุกคนต่่างก็็มีีส่่วนร่่วม ข้้อสัังเกตคืือ แต่่ละคนพููดค่่อนข้้างมากจนไม่่เพีียงพอต่่อเวลาที่่�กำหนด เราแก้ปั้ ัญหาโดยการรวบข้้อมููล และสะกิิดให้้เขาพููดสั้้�นลง เราเปิิดให้ทุุ้กคนได้ต้อบ และถามว่่าใครที่่�ยัังไม่คุุ่ยก็็ควรคุุย และมีีการทวนความเห็็นอีีกด้้วย56


 ประเด็็นปััญหาที่่�เจอคืือ มีีคนเดิิมที่่�พููดและตอบทุุกครั้้�ง แต่่ดููเหมืือนเขารู้้ตััวว่่า พููดมากกว่่าคนอื่่�น เราก็็พยายามเตืือนโดยแทรกตััดบทอย่่างมีีมารยาท ไม่ท่ ำให้้เขารู้้สึึกเสีียหน้้า และเมื่่�อตั้้�งคำถามใหม่่ เขาก็็บอกว่่า คำถามต่่อไปไม่่ขอตอบแล้้ว กลุ่่มเรามีีผู้้นำและผู้้ใหญ่่บ้้านทำให้้ลููกบ้้านไม่่กล้้าคุุย เมื่่�อถามเขาก็็บอกว่่า ตามผู้้ใหญ่่ละกััน แม้้ว่่าจะใช้้วิิธีีการการกระตุ้้นเรีียกชื่่�อผู้้สนทนาเพื่่�อให้้เขาตอบ แต่่ไม่่ได้้เต็็มที่่� เนื่่�องจากอำนาจไม่่เท่่ากััน พฤติิกรรมต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�นในระหว่่างสนทนา เช่่น แววตา การสบตาระหว่่างผู้ห้ ญิิงกัับผู้ให้ ญ่บ้่ ้าน เราก็ต้็ ้องสัังเกตเหมืือนกััน ซึ่่�งกลุ่มเราสัังเก่ตได้ว่้่า ผู้ให้ ญ่ต่อบด้้วยความเกรงใจและประคัับประคองความรู้้สึึกของชาวบ้้าน กลุ่่มเรามีีทั้้�งผู้้ชายและผู้้ใหญ่่ทำให้้ผู้้หญิิงไม่่กล้้าพููดมากนััก กลุ่่มเราเป็็นผู้้หญิิงล้้วน ช่่วงแรกผู้้เข้้าร่่วมค่่อนข้้างนิ่่�งแต่่เมื่่�อได้้คุุยสัักพัักก็็ทำให้้เขาคลายมากขึ้้�น และความต่่างของวััยก็็เป็็นอุุปสรรค เพราะจะเห็็นได้้ว่่ากลุ่่มเราแม้้จะเป็็น ผู้้หญิิงล้้วนแต่่มีีทั้้�งผู้้ใหญ่่และเยาวชน ซึ่่�งผู้้ใหญ่่จะเป็็นผู้้พููดมากกว่่าเยาวชน เนื่่�องจากที่่�บางปููไม่มีี่เหตุุการณ์์ความรุุนแรง ทำให้้เริ่่�มเท้้าความเรื่่�องสถานการณ์์ชายแดนใต้้โดยรวม และถามความรู้้สึึกเกี่่�ยวกัับสถานการณ์์ความรุุนแรงที่่�เกิิดขึ้้�น   บรรยากาศการจำลองคุุย ค่่อนข้้างเรีียบร้้อย เพราะเขาก็็เท่่าทัันข้้อมููล กลุ่่มที่่�คุุยก็็ไม่่ได้้หลากหลายมาก กลุ่่มเรามีีผู้้ช่่วยผู้้ใหญ่่บ้้านที่่�พููดเป็็นหลัักทำให้้ผู้้หญิิงไม่่กล้้าพููด แต่่เมื่่�อมีีประเด็็นเรื่่�องบััตรสวััสดิิการ ผู้้หญิิงก็็เริ่่�มพรั่่�งพรููออกมา จากเริ่่�มแรกเรามีีการแบ่่งหน้้าที่่�อย่่างชััดเจน แต่่เมื่่�อเจอสถานการณ์์จริิง แต่่ละคนสลัับบทบาทกััน ทำให้้ทำหน้้าที่่�ราบรื่่�น การขึ้้�นกระดานประเด็็นที่่�ผู้เ้ข้้าร่่วมพููดนั้้�น ทำให้้คนในวงสนทนารู้้ว่่าประเด็็นของเขาสำคััญ ทำให้้เขารู้้สึึกอยากมีีส่่วนร่่วม......... จากประสบการณ์์ในการสนทนากลุ่่มของ นัักวิจัิัยหญิิง วิทิยากรทิ้้�งท้้ายว่่าสิ่่�งที่่�เขาให้ข้้้อมููลเชิิงลึึกอาจไม่่ได้้เป็็นความจริิงทั้้�งหมด ดัังนั้้�น เราจึึงต้้องจััดสนทนากลุ่ม และบรรยากาศการ่ คุุยกัันก็ต้็ ้องสัังเกต เช่่น บางกลุ่ม อาจ่มีีคนที่่�กล้้าที่่�จะแย้้งกัับผู้้ใหญ่่บ้้าน เหล่่านี้้�เราต้้องเขีียนออกมา ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลอาจไม่่ได้้ให้ข้้้อมููลที่่�เป็็นความจริิงทั้้�งหมด เราจึึงเริ่่�มจััดสนทนากลุ่่ม  57


หลัักจริิยธรรมในการวิิจััยโดย ผศ.ดร.กุุสุุมา กููใหญ่่4. นักวิจัยต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เข้าร่วมวิจัย โดยต้องกำ หนดมาตรฐานการวจิ ัยที่ชัดเจน เพือให้ทั่งนัก้วจิ ัยและผชู้ ว่ยวจิ ัยปฏบิตัติ ามอย่างถูกต้อง ข้อมูลที่ได้จากผู้เข้าร่วมวิจัยถือเป็นสิทธิของพวกเขา และต้องให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสบายใจในการให้ข้อมูลโดยไม่มีการบีบบังคับ หลักจริยธรรมในการวิจัยสำ คัญในการปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้ให้ข้อมูล รวมทังคุ้มครอง้จากการละเมิดสิทธิ เพือรักษาค่วามเชอมั ื่นและ่ความปลอดภัยในการเข้าร่วมวจิ ัย การระมัดระวังเรือง่จริยธรรมชว่ ยให้นักวจิ ัยเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องและโปร่งใส โดยทุกโครงการวจิ ัยต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการวจิ ัยเพือประเมินค่วามเสียงและรั่บรองการคุ้มครองผู้เข้าร่วมอย่างเหมาะสม กรณีศึกษางานวจิยั ในอดีตที่ไม่ถกหูลักจรยธรริมการวจิยั ดังน้ ีในอดีตแพทย์และนักวิจัยใช้คนไร้บ้านหรือผู้มีสติปัญญาบกพร่อง ในการทดลองโดยไม่มี การยินยอม และบางครังยังใ้ชศ้พจากการผ่าศพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากญาติ ซึ่งไม่เคยถูกตั้งคำ ถามจนกระทั่งในยุคปัจจุบันที่เริ่มมีการพิจารณาจริยธรรมในการทดลองเหล่านี้ และมีการกำ หนดมาตรการเพื่อเคารพสิทธิของบุคคล ในต้นศตวรรษที่ 18  เอดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) ค้นพบวัคซีนไข้ทรพิษจากการสังเกต การติดเชื้อฝีดาษในวัวและทดสอบกับมนุษย์ จนได้ผลลัพธ์ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาวัคซีนไข้ทรพิษในภายหลัง แต่เริ่มมีการต้ังคำ ถามเกี่ยวกับการนำ เช้ือโรคเข้าสู่ร่างกายของคนปกติ แม้ว่าจะมีจุดประสงค์ เพือสร้างภูมิคุ้มกัน แ่ต่ในกรณีนี้ผู้ทดลองที่รักษาหายจากโรคดังกล่าวไม่พบปัญหาหรือผลเสียตามมา58


 สองร้อยปีหลังจากนัน หลุยส์ ปาสเ้ตอร์ (Louis Pasteur) ได้ทำ การทดลองวัคซีนพิษสุนัขบ้ากับเด็กชายช่ือโจเซฟ ซึ่งถูกหมาบ้ากัด โดยมีการต้ังคำ ถาม เกี่ยวกับความเหมาะสม ในการใช้เด็กเป็นกรณีศึกษา แม้เด็กจะปลอดภัยและ มีชวีติยาวนาน แต่กรณีนีก็สร้างการถกเถียงเรื ้อง่จริยธรรมในการวจิ ัยกับเด็ก ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและไม่สามารถมองเป็นขาวดำ ได้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพนาซีทำ การวิจัยทางการแพทย์ โดยใช้เชลยศึกเป็น \"หนูทดลอง\" โดยไม่มีการขอความยินยอมจากพวกเขา การทดลองรวมถึงการทดสอบแก๊สพิษ การแช่แข็งร่างกาย หรือการฉีดเชอโรค้ืเพือ่ศึกษาผลกระทบ ซึงส่่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมต้องตายหรือได้รับผลกระทบร้ายแรง หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การทดลองทางการแพทย์ของนาซีที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกเปิดเผย นักวิทยาศาสตร์เยอรมัน 23 คนถูกพิจารณาคดี โดย 7 คนถูกประหารชีวิต และที่เหลือถูกลงโทษกักขัง ตามผลการตัดสินจากศาลอาญาระหว่างประเทศ หลักจริยธรรมการวจิ ัยนูเร็มบอร์ก (Nuremberg Code) กำ หนดข้อสำ คัญดังนี้: ต้องขออนุญาตจากผู้เข้าร่วมวิจัยโดยสมัครใจ และได้รับข้อมูลครบถ้วน ผลประโยชน์จากการวิจัยต้องมากกว่าผลเสีย ต้องมีการป้องกันความเสี่ยง และผู้เข้าร่วมสามารถถอนตัวได้ตลอดเวลา รวมถึงควรได้รับค่าชดเชย หากเกิดความเสียหาย การทดลอง Milgram (1963) ศึกษาพฤติกรรมการเชอฟังคำ ื่สัง่ของอำ นาจโดยให้ผู้ถูกทดสอบทีถูกลงโทษ่ต้องแสดงความเจบ็ ปวดแม้ผู้ถูกทดสอบไม่ได้รับความเจบ็ ปวดจริง แต่พบว่า ร้อยละ 60 ของอาสาสมัครเลือกทำตามคำ สัง่แม้จะเห็นความทุกข์ทรมาน ผลการทดลองทำ ให้เกิดคำ ถามเกีย่วกับจริยธรรม เช่น การบิดเบือนเจตนารมณ์ การขาดข้อมูลที่ชัดเจน และการขาดความยินยอมจากผู้เข้าร่วม การทดลองนีนำ้ไปสู่การทบทวนและพัฒนาแนวทางจริยธรรมในการวิจัยทางจิตวิทยา59


 การทดลอง Tuskegee Syphilis (1932-1972) เป็็นการศึึกษาผลกระทบของโรคซิิฟิิลิิสในชุุมชนแอฟริิกััน-อเมริิกัันในรััฐแอละแบมา โดยนัักวิิจััยไม่่ให้้ การรัักษาจริิงแก่่ผู้้เข้้าร่่วมและไม่่ได้้แจ้้งข้้อมููลที่่�ครบถ้้วนเกี่่�ยวกัับการทดลอง ผลกระทบที่่�เกิิดขึ้้�น การทดลองนี้้�ถููกเปิิดเผยและทำให้้เกิิดความโกรธแค้้น ในสัังคม สหรััฐฯ จึึงออกมาขอโทษและชดเชยค่่าเสีียหาย การทดลองนี้้�ได้้กระตุ้้นการทบทวนหลัักจริิยธรรมในการทำวิิจััยทางการแพทย์์ โดยเน้้นการเคารพสิิทธิิและความยิินยอมของผู้้เข้้าร่่วม รวมถึึงการปกป้้องกลุ่่มคนที่่�มีีความเปราะบาง จากการถููกเอาเปรีียบ โครงการวิจัยคาเมล็อต (Camelot) จากมหาวิทยาลัยอเมริกันยูนิเวอร์ซิตี้ศึกษาการต่อต้านการก่อความไม่สงบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นที่ชุมชนในภาคอีสานของไทยในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ การวิจัยมุ่งศึกษาอิทธิพลทางการเมืองและวัฒนธรรมท้องถิ่น พบว่า กลยุทธ์การโฆษณาคอมมิวนิสต์ในรูปแบบภัยร้ายไม่ได้ผล แต่เมือเน้นค่วามเสียง่ต่อชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ ชาวบ้านเริมยอมรั่บ การวจิ ัยสะท้อนถึงความสำ คัญของการเข้าใจบริบททางวัฒนธรรมและการเคารพในค่านิยมของชุมชนเพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยการวิจัยด้านมานุษยวิทยา เพื่อศึกษาการซื้อบริการของกลุ่ม รักร่วมเพศในห้องน้ำ สาธารณะ ปี 1960 เรื่อง Tearoom Trade A study of homosexual encounters in public places นักวิจัยมีการปลอมตัวเพื่อศึกษาการซื้อขายบริการทางเพศในกลุ่มรักร่วมเพศ โดยการสังเกตการณ์และ เก็บข้อมูลโดยไม่เปิดเผยตัวตน ทำ ให้เกิดการละเมิดจริยธรรมเนื่องจากผู้ให้ข้อมูลไม่ได้รับความยินยอมและไม่ทราบว่าเขากำ ลังถูกศึกษา การไม่แจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูลทราบถึงผลกระทบหรือสิทธิของเขา เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตวัและสิทธิส่วนบุคคล การปกป้องความเป็นส่วนตวัและความปลอดภัยของข้อมูลในงานวิจัยจึงมีความสำ คัญมาก60


นัักวิจัิัยต้้องตระหนัักว่่า การทำวิจัิัยเกี่่�ยวข้้องกัับผู้คนที่่� ้ มีีสิทธิส่ิ่วนบุุคคล ซึ่่�งต้้องเคารพสิิทธิิและความเป็็นส่่วนตััวของผู้้ให้้ข้้อมููล ในการดำเนิินการวิิจััยจึึงต้้องกำหนดมาตรฐาน ที่่�ชััดเจน เพื่่�อให้ทั้้ ้ �งนัักวิจัิัย ผู้้ช่่วยวิจัิัย และนัักวิิชาการปฏิิบััติิให้ถูู้กต้้อง โดยข้้อมููลที่่�ได้้มาจากผู้้เข้้าร่่วมวิิจััยถืือเป็็นสิิทธิิของพวกเขา และนัักวิิจััยต้้องเคารพการตััดสิินใจของผู้้ให้้ข้้อมููล อย่่างเต็็มที่่�บางครั้้�งผู้เ้ข้้าร่่วมวิจัิัย โดยเฉพาะชาวบ้้าน อาจรู้้สึึกเกรงใจหรืือเคารพนัักวิิชาการและรู้้สึึกว่่าต้้องตอบคำถาม แต่่ต้้องจำไว้้ว่่าการให้้ข้้อมููลเป็็นสิิทธิิของพวกเขา และพวกเขามีีสิิทธิิที่่�จะเลืือกว่่าจะให้ข้้้อมููลหรืือไม่่ โดยไม่มีี่การบีีบบัังคัับหรืือใช้้อำนาจจากสถานะของนัักวิิชาการเพื่่�อให้้ได้้คำตอบที่่�ต้้องการ นัักวิจัิัยควรทำให้้ผู้เ้ข้้าร่่วมวิจัิัยรู้้สึึกสบายใจและมั่่�นใจในกระบวนการ เพื่่�อให้้พวกเขาได้้ให้้ข้้อมููลที่่�เป็็นจริิงและไม่่ถููกบีีบบัังคัับหลัักจริิยธรรมในการวิิจััยมีีความสำคััญอย่่างยิ่่�ง เพราะช่่วยปกป้้องสิิทธิิส่่วนบุุคคลและความเป็็นส่่วนตััวของผู้้ให้้ข้้อมููล รวมทั้้�งคุ้้มครองผู้้ให้้ข้้อมููลจากการละเมิิดสิิทธิิ ซึ่่�งเป็็น การรัักษาความเชื่่�อมั่่�นและความปลอดภััยในการเข้้าร่่วมวิจัิัย โดยการระมััดระวัังเรื่่�องจริิยธรรมจะช่่วยให้้นัักวิิจััยสามารถเก็็บข้้อมููลได้้อย่่างถููกต้้องและโปร่่งใสในกรณีีที่่�นัักวิิจััยไม่่ระมััดระวัังในการปฏิิบััติิ จะสามารถส่่งผลเสีียต่่อผู้้ให้้ข้้อมููลได้้ ดัังนั้้�น การวิจัิัยทุุกครั้้�งจึึงต้้องผ่่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการวิจัิัย ซึ่่�งจะทำหน้้าที่่�ตรวจสอบความเสี่่�ยงที่่�อาจเกิิดขึ้้�นในกระบวนการวิจัิัย เช่่นเดีียวกัับโครงการที่่�เราทำที่่�ต้้องผ่่านการพิิจารณาจากคณะกรรมการวิจัิัยของมหาวิทิยาลััย เพื่่�อให้้แน่่ใจว่่าการวิจัิัยนี้้มีี�มาตรการคุ้้มครองผู้เ้ข้้าร่่วมอย่่างถููกต้้องและเหมาะสมเมื่่�อทำวิจัิัย อาจารย์์และนัักวิจัิัยทุุกท่่านต้้องผ่่านการอบรมหลัักจริิยธรรมวิจัิัยเพื่่�อให้้เข้้าใจและปฏิิบััติิตามมาตรฐานจริิยธรรมในการเก็็บข้้อมููลและการปฏิิบััติิต่่อผู้้ให้้ข้้อมููล นอกจากนี้้� แบบสอบถามที่่�ใช้้ในการวิจัิัยยัังต้้องได้รั้ับการตรวจสอบและอนุุมััติิจากคณะกรรมการวิิจััย เพื่่�อให้้แน่่ใจว่่ามีีการคุ้้มครองสิิทธิิและความเป็็นส่่วนตััวของผู้้ให้้ข้้อมููลขั้้�นตอนสำคััญของหลัักจริิยธรรมในการวิิจััยคืือ การปกป้้องผู้้ให้้ข้้อมููล โดยไม่่ให้้ เกิิดความเดืือดร้้อนหรืือผลกระทบทางลบต่่อผู้้เข้้าร่่วมวิิจััย นัักวิิจััยต้้องให้้ความสำคััญกัับ การรัักษาความลัับของข้้อมููล และต้้องได้้รัับความยิินยอมจากผู้้ให้้ข้้อมููลอย่่างชััดเจนก่่อน การเก็็บข้้อมููล ซึ่่�งจะช่่วยสร้้างความไว้้วางใจและให้้การวิจัิัยดำเนิินไปได้้อย่่างมีีประสิทธิิภาพ61


และเป็็นธรรมในอดีีตจริิยธรรมในการทำวิิจััยมัักไม่่ถููกพููดถึึงหรืือให้้ความสำคััญมากนััก โดยเฉพาะในวงการวิิจััยที่่�ไม่่ได้้เกี่่�ยวข้้องกัับร่่างกายมนุุษย์์โดยตรง เช่่น วิิจััยทางด้้านสัังคมศาสตร์์หรืือเศรษฐศาสตร์์ โดยส่่วนใหญ่่จะเน้้นเฉพาะในวงการการแพทย์์หรืือวิิศวกรรมศาสตร์์ที่่�มีีการทดลองที่่�อาจมีีผลกระทบต่่อร่่างกายหรืือสุุขภาพของผู้้เข้้าร่่วมวิิจััย เช่่น การทดลองยาใหม่่ ๆ ซึ่่�งมีีความเสี่่�ยงที่่�จะเกิิดอัันตรายหรืือการเสีียชีีวิิตจากการทดลองเหล่่านั้้�น หรืือเมื่่�อมีีการทดลองยาใหม่่ ๆ หรืือการทำวิจัิัยทางการแพทย์์ มัักจะไม่มีี่การคุ้้มครองผู้ใ้ห้ข้้้อมููลอย่่างเพีียงพอ และบางครั้้�งอาจเกิิดเหตุุการณ์์ที่่�อัันตรายหรืือไม่่ปลอดภััยต่่อผู้เ้ข้้าร่่วมทดลองโดยที่่�ไม่่มีีการฟ้้องร้้องหรืือเรีียกร้้องความรัับผิิดชอบแต่่ในปััจจุุบัันนี้้� ด้้วยการพััฒนาในด้้านการศึึกษาและการตระหนัักถึึงสิิทธิิของผู้้คน จึึงทำให้้มีีการฟ้้องร้้องและการเรีียกร้้องความรัับผิิดชอบจากการกระทำที่่�ละเมิิดสิิทธิิหรืือจริิยธรรมในการวิิจััยมากขึ้้�น หลัักจริิยธรรมในการวิิจััยจึึงกลายเป็็นสิ่่�งที่่�มีีความสำคััญและจำเป็็นต้้องได้รั้ับการพิิจารณาอย่่างจริิงจััง เพื่่�อให้้การวิจัิัยดำเนิินไปอย่่างปลอดภััยและเป็็นธรรมต่่อผู้เ้ข้้าร่่วมวิจัิัยทุุกคนในอดีีต แพทย์์และนัักวิจัิัยมัักใช้้คนไร้บ้้ ้านหรืือผู้ที่่� ้ มีีสติิปััญญาบกพร่่องในการทดลอง โดยไม่่มีีการยิินยอมจากผู้้ทดลองหรืือครอบครััว อีีกทั้้�งยัังมีีการใช้้ศพจาก การผ่่าศพหรืือการขโมยศพจากสุุสานในกรณีีที่่�ญาติิไม่่อนุุญาต การกระทำเหล่่านี้้�ไม่่เคยถููกตั้้�งคำถามอย่่างจริิงจัังในอดีีต กระทั่่�งในยุุคปััจจุุบััน นัักวิิทยาศาสตร์์เริ่่�มตั้้�งคำถามเกี่่�ยวกัับจริิยธรรมของการกระทำดัังกล่่าว และเริ่่�มหามาตรการหรืือหลัักเกณฑ์์ในการทดลองที่่�เคารพสิิทธิิของบุุคคลและไม่่ละเมิิดความเป็็นมนุุษย์์ในต้้นศตวรรษที่่� 18 นัักวิทิยาศาสตร์ชื่่์ �อ เอดเวิร์ิ์ด เจนเนอร์์ ได้ค้้ ้นพบวััคซีีนไข้ท้รพิิษ (ฝีีดาษ) โดยการสัังเกตในชนบท ที่่�ครั้้�งหนึ่่�งมีีผู้ห้ ญิิงคนหนึ่่�งชื่่�อ ซาร่่าห์์ เนล ทำอาชีีพรีีดนมวััว วััวที่่�เธอรีีดนมมีีการติิดเชื้้�อฝีีดาษ นมที่่�ได้้จากการรีีดก็ถู็ูกบริิโภคในครอบครััว ซึ่่�งในครอบครััวนั้้�นมีีเด็็กคนหนึ่่�งที่่�ดื่่�มนมจากวััวที่่�มีีเชื้้�อฝีีดาษและเกิิดอาการคล้้ายโรคฝีีดาษขึ้้�น หลัังจากนั้้�นเด็็กคนนั้้�นถููกนำมาทดลอง โดยการนำเชื้้�อจากเด็็กคนนี้้�ไปทดสอบกัับคนอื่่�น ๆ ผลปรากฏว่่า เด็็กคนแรกที่่�ติิดเชื้้�อมีีภููมิิต้้านทานที่่�ต่่ำ จึึงทำให้้พบว่่าหากคนหนึ่่�งมีีภููมิิคุ้้มกัันจากเชื้้�อไวรััสเดิิมแล้้ว ก็็สามารถต้้านทานการติิดเชื้้�อใหม่่จากโรคฝีีดาษได้้ นี่่�เป็็นการค้้นพบพื้้�นฐานสำหรัับ การพััฒนาวััคซีีนไข้้ทรพิิษในภายหลัังจุุดเริ่่�มต้้นของการทดลองในมนุุษย์์เริ่่�มมีีการตั้้�งคำถามว่่า การนำเชื้้�อโรคจริิงเข้้าสู่่ร่่างกายของคนปกติิจะเป็็นสิ่่�งที่่�สามารถทำได้้หรืือไม่่ แม้ว่้่าการทดลองดัังกล่่าวจะมีีจุุดประสงค์์62


เพื่่�อให้้ร่่างกายสร้้างภููมิิคุ้้มกััน แต่่ในกรณีีนี้้� เมื่่�อผู้้ทดลองรัักษาหายจากโรคดัังกล่่าว ก็็ทำให้้ไม่่เกิิดปััญหาหรืือผลเสีียตามมาสองร้้อยปีีหลัังจากนั้้�น หลุุยส์์ ปาสเตอร์์ นัักวิิทยาศาสตร์์ชาวฝรั่่�งเศส ผู้้เป็็นบิิดาของการค้้นพบวััคซีีนโรคพิิษสุุนััขบ้้า ได้้ทำการทดลองกัับเด็็กชายชื่่�อโจเซฟ ซึ่่�งถููกหมาบ้้ากััดและมีีฐานะยากจน ปาสเตอร์์ได้ตั้้้�งสมมติิฐานใหม่่และตััดสิินใจฉีีดวััคซีีนพิิษสุุนััขบ้้าให้กั้ับเขา กรณีีนี้้�ถืือเป็็นการทดลองหนึ่่�ง ซึ่่�งก็็มีีการตั้้�งคำถามเกี่่�ยวกัับความเหมาะสมในการใช้้เด็็กเป็็นกรณีีศึึกษา แต่่เด็็กชายโจเซฟกลัับปลอดภััยและมีีชีีวิติยาวนาน อย่่างไรก็ต็าม สุุดท้้ายเขาฆ่่าตััวตายจากการล่่าโดยกองทััพนาซีีการวิิจััยในเด็็กในกรณีีนี้้�ได้้ก่่อให้้เกิิดการถกเถีียงว่่า ควรทำการวิิจััยกัับเด็็กหรืือไม่่ โดยในขณะนั้้�นแพทย์มีี์ความเห็็นว่่า หากไม่ท่ ำการรัักษาเด็็กก็็อาจจะต้้องตายอยู่่ดีี การรัักษาจึึงถืือเป็็นทางเลืือกที่่�ดีีที่่�สุุด ในกรณีีนี้้�จริิยธรรมจึึงไม่่สามารถมองได้้ในมุุมขาวดำตายตััว แต่่มัันคืือสิ่่�งที่่�ต้้องมีีการชั่่�งน้้ำหนัักและพิิจารณาอย่่างรอบคอบในช่่วงสงครามโลกครั้้�งที่่�สอง กองทััพนาซีีได้ท้ำการวิจัิัยด้้านการแพทย์์โดยมีีเป้้าหมายเพื่่�อพััฒนาอาวุุธที่่�สามารถฆ่่าคนได้้มากที่่�สุุด โดยนัักวิทิยาศาสตร์์ฝ่่ายเยอรมนีีได้มีี้ความก้้าวหน้้าอย่่างรวดเร็็วในด้้านนี้้� และในขณะนั้้�นไม่มีี่การตั้้�งคำถามเกี่่�ยวกัับความยิินยอมของประชาชนหรืือการเห็็นชอบจากพวกเขา ผู้้ที่่�เข้้ามาเป็็นกลุ่่มตััวอย่่างในการทดลองส่่วนใหญ่่คืือเชลยศึึกที่่�ไม่่มีีสิิทธิิพููดหรืือเลืือกอะไร พวกเขาถููกใช้้เป็็น “หนููทดลอง” โดยไม่่มีีสิิทธิิมีีเสีียงและมัักจะต้้องตายอยู่่แล้้ว ตััวอย่่างของการทดลองมีีหลากหลาย เช่่น การทดสอบการใช้้แก๊สพิ๊ ิษว่่าผู้คน้จะตายหรืือไม่่ หรืือการทดลองแช่่แข็็งร่่างกายเพื่่�อดููว่่าความเย็็นในระดัับใดจะทำให้้ตาย การฉีีดเชื้้�อโรคเพื่่�อดูผูลกระทบ หรืือการผสมยาและให้ท้ดลองกิินเพื่่�อดูวู่่าจะเกิิดอัันตรายหรืือไม่่63


เมื่่�อสงครามโลกครั้้�งที่่�สองสิ้้�นสุุดลง การกระทำที่่�ละเมิิดสิิทธิิมนุุษยชนอย่่างร้้ายแรงจากการทดลองทางการแพทย์์ของนาซีีก็ถู็ูกเปิิดเผย ต่่อมามีีการขึ้้�นศาลอาญาระหว่่างประเทศเพื่่�อตััดสิินความผิิดของนัักวิิทยาศาสตร์์และเจ้้าหน้้าที่่�ที่่�เกี่่�ยวข้้อง มีีนัักวิิทยาศาสตร์์ ชาวเยอรมัันทั้้�งหมด 23 คนถููกพิิจารณาคดีี และเปิิดเผยหลัักฐานว่่าใครเป็็นผู้้สั่่�งการให้้กระทำการทดลองเหล่่านั้้�น หนึ่่�งในผลการตััดสิินคืือ 7 คนถููกลงโทษประหารชีีวิติ เนื่่�องจากความผิิดร้้ายแรง ส่่วนที่่�เหลืือถููกตััดสิินให้้กัักขัังเพื่่�อรัับโทษตามลำดัับหลัักจริิยธรรมการวิิจััยนููเร็็มบอร์์ก (Nuremberg Code) มีีข้้อกำหนดที่่�สำคััญดัังนี้้�1. ต้้องขออนุุญาต/ยิินยอมจากเจ้้าตััวผู้ใ้ห้ข้้ ้อมููล ก่่อนการทำวิจัิัยทุุกครั้้�ง ผู้เ้ข้้าร่่วมต้้องได้้รัับข้้อมููลที่่�ครบถ้้วนและชััดเจนเกี่่�ยวกัับการวิิจััย และต้้องยิินยอมเข้้าร่่วมโดยสมััครใจโดยไม่่มีีการบัังคัับใด ๆ2. สััดส่่วนระหว่่างประโยชน์กั์ ับผลเสีีย ผลประโยชน์์จากการวิจัิัยต้้องมากกว่่าผลเสีีย หรืือถ้้ามีีความเสี่่�ยง ต้้องมั่่�นใจว่่าความเสี่่�ยงนั้้�นเป็็นเพีียงการรบกวนจากการดำเนิินชีีวิิตปกติิเท่่านั้้�น และต้้องมีีการป้้องกัันหรืือบรรเทาความเสี่่�ยงให้้มากที่่�สุุด3. ผู้้ที่่�ถููกทดลองหรืือผู้ใ้ห้ข้้ ้อมููลมีีสิิทธิที่ิจ่�ะถอนตััวได้ต้ลอดเวลา ผู้เ้ข้้าร่่วมในการวิจัิัยสามารถถอนตััวจากการทดลองได้้ตลอดเวลา หากเขาตััดสิินใจไม่่ยอมรัับหรืือลัังเลหลัังจากได้รั้ับข้้อมููลครบถ้้วน และหากเกิิดปััญหาหรืือความเสีียหายจากการวิจัิัย เขาควรได้รั้ับค่่าชดเชยหรืือการเยีียวยาเพื่่�อฟื้้�นฟูสูภาพความเป็็นอยู่่ของเขา หลัักจริิยธรรมนี้้ถู�ูกพััฒนาขึ้้�นเพื่่�อปกป้้องสิิทธิิและความปลอดภััยของผู้้ที่่�เข้้าร่่วมการวิิจััยจากการทดลองที่่�ไม่่เป็็นธรรมและอัันตราย64


การวิิจััยทางด้้านสัังคมวิิทยาก็็ไม่่ต่่างจากการวิิจััยในด้้านอื่่�น ๆ เพราะเกี่่�ยวข้้องกัับสถานะและจิิตใจของผู้้เข้้าร่่วม ดัังนั้้�น หลัักจริิยธรรมในการทำวิิจััยเชิิงสัังคมศาสตร์์จึึงต้้องเคารพสิิทธิิมนุุษยชนและศัักดิ์์�ศรีีความเป็็นมนุุษย์์ รวมถึึงการเคารพหลัักความเท่่าเทีียมและความเสมอภาคของทุุกคน ผู้้เข้้าร่่วมวิิจััยมีีสิิทธิิที่่�จะปฏิิเสธการเข้้าร่่วมได้้โดยไม่่มีีการบัังคัับหรืือชัักจููงใด ๆ การใช้้แรงจููงใจที่่�ไม่ส่มเหตุุสมผล เช่่น การให้ผ้ลประโยชน์์หรืือสััญญาที่่�เกิินจริิงเพื่่�อดึึงดููดผู้เ้ข้้าร่่วม ก็็เป็็นสิ่่�งที่่�ไม่่ควรกระทำอย่่างยิ่่�ง ตััวอย่่างเช่่น การที่่�หมออ้้างว่่า หากเข้้าร่่วมการทดลองจะได้้รัับการรัักษาฟรีีตลอดปีี เป็็นการชัักจููงที่่�ไม่่ถููกต้้องและไม่่ควรใช้้ในการวิิจััยการทำวิิจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการให้้ค่่าตอบแทนต้้องมีีความสมเหตุุสมผลและคำนึึง ถึึงหลัักจริิยธรรมเสมอ ยกตััวอย่่างเช่่น ในการวิิจััยด้้านการศึึกษา การวิิจััยในห้้องเรีียนที่่�ครููใช้้การสอนแบบทดลองเพื่่�อศึึกษาว่่า การใช้้ตำราและวิิธีีการสอนแบบใหม่่ทำให้้เด็็กเข้้าใจ มากขึ้้�นหรืือไม่่ ในกรณีีนี้้�คณะกรรมการวิิจััยจะพิิจารณาอย่่างรอบคอบว่่า เทคนิิคที่่�ใช้้กัับ เด็็ก ๆ นั้้�นเป็็นไปตามหลัักจริิยธรรมหรืือไม่่ และเด็็ก ๆ มีีความรู้้หรืือไม่่ว่่าเขากำลัังมีีส่่วนร่่วมในการวิจัิัย รวมถึึงการให้ค่้ ่าตอบแทนที่่�เหมาะสมและไม่ท่ ำให้้เด็็กหรืือผู้ปกครอง ้ รู้้สึึกถููกบัังคัับหรืือได้้รัับผลกระทบจากการเข้้าร่่วมวิิจััยในการวิิจััยด้้านการศึึกษา หากมีีการแบ่่งกลุ่่มศึึกษาเพื่่รีียบเทีียบผลสััมฤทธิ์์� การเรีียนระหว่่างการใช้้เครื่่�องมืือที่่�แตกต่่างกััน เช่่น การทดลองใช้้เครื่่�องมืือใหม่่เพื่่�อดููว่่า ผลการเรีียนดีีขึ้้�นหรืือไม่่ แต่่กลัับไม่่พิิจารณาผลของกลุ่่มที่่�ใช้้เครื่่�องมืือปกติิ ซึ่่�งอาจไม่่ได้้ ผลการเรีียนดีีขึ้้�นเท่่ากััน นี่่�อาจสะท้้อนถึึงการขาดความเท่่าเทีียมในการศึึกษาผลกระทบ ของเครื่่�องมืือที่่�ใช้้ ดัังนั้้�น เพื่่�อความเป็็นธรรมและเท่่าเทีียม นัักวิจัิัยต้้องคำนึึงถึึงการให้้โอกาสกลุ่่มที่่�ใช้้เครื่่�องมืือธรรมดาหรืือปกติิได้้ใช้้เครื่่�องมืือใหม่่ด้้วย เพื่่�อชดเชยการขาดโอกาสและสร้้างความเสมอภาคในผลการศึึกษานั้้�น ๆ การทำเช่่นนี้้�จะช่่วยป้้องกัันไม่่ให้้เกิิดความไม่่เป็็นธรรมและทำให้้การวิิจััยเป็็นไปตามหลัักจริิยธรรมและความเท่่าเทีียมการทำวิิจััยเชิิงสัังคมศาสตร์์หรืือด้้านพฤติิกรรมมนุุษย์มีี์ความละเอีียดอ่่อน และต้้องระมััดระวัังเรื่่�องการเหมารวมและการตีีความข้้อมููลอย่่างรอบคอบ เช่่น ในกรณีีของการศึึกษาพฤติิกรรมการกิินอาหารอีีสาน ที่่�เมื่่�อไปเก็็บข้้อมููลและพบว่่า ชาวบ้้านหลายคนมีีพยาธิิ แต่ผ่ลการวิจัิัยกลัับทำให้้เกิิดการเหมารวมว่่า “ชาวอีีสานส่่วนใหญ่่เป็็นโรคพยาธิิ” ซึ่่�งไม่่เพีียงแต่่ไม่่ถููกต้้องในทางวิิทยาศาสตร์์ แต่่ยัังทำให้้เกิิดการตีีตราและเสีียชื่่�อเสีียงต่่อชุุมชนได้้65


อีีกกรณีีหนึ่่�งคืือการวิิจััยที่่�ระบุุว่่าหมู่่บ้้านอีีสานส่่วนใหญ่่ขายลููกสาวหรืือมีีบริิการ ทางเพศ ซึ่่�งนำไปสู่่การเหมารวมภาพของแม่่บ้้านในหมู่่บ้้านนั้้�น ๆ ว่่าขายลููกสาว ทั้้�งที่่�ข้้อมููลอาจจะมีีข้้อเท็็จจริิงบางอย่่างอยู่่ในบางกรณีีเท่่านั้้�น การทำเช่่นนี้้�เป็็นการบิิดเบืือนภาพรวมและอาจสร้้างความเสีียหายต่่อชุุมชนได้้สิ่่�งสำคััญคืือ การวิิจััยต้้องหลีีกเลี่่�ยงการเหมารวมและต้้องระมััดระวัังในการตีีความข้้อมููล ไม่่ให้้เกิิดการสร้้างภาพลัักษณ์์หรืือการตีีตราที่่�ไม่่เป็็นธรรม นอกจากนี้้� การเผยแพร่่ข้้อมููลในรายงานวิิจััยต้้องคำนึึงถึึงผลกระทบต่่อชุุมชนที่่�เกี่่�ยวข้้อง โดยการใช้้ชื่่�อและข้้อมููล ส่่วนบุุคคลอย่่างรอบคอบและต้้องได้้รัับการยิินยอมจากผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้อง เพื่่�อปกป้้องความเป็็นส่่วนตััวและไม่่ทำให้้เกิิดความเสีียหายจากการเผยแพร่่ข้้อมููลที่่�ไม่่เหมาะสมการศึึกษาของ Milgram (1963) เป็็นการทดลองทางจิิตวิิทยาที่่�โด่่งดััง และมัักถููกพููดถึึงในแง่่ของจริิยธรรมในการทำวิิจััย เนื่่�องจากมัันเปิิดเผยถึึงความสามารถของมนุุษย์์ในการเชื่่�อฟัังอำนาจอย่่างไม่ยั้้่ �งคิิด แม้ว่้่าการกระทำนั้้�นจะเป็็นการทำร้้ายผู้้อื่่�น โดยใช้สถ้านการณ์์จำลองในการทดสอบแรงกดดัันทางสัังคมและจิิตวิิทยาในการทดลองนี้้�มีีสามฝ่่ายที่่�เกี่่�ยวข้้องคืือ นัักวิิจััย ผู้้ช่่วยวิิจััย และอาสาสมััคร โดยนัักวิิจััยไม่่ได้้บอกกัับอาสาสมััครว่่าการทดลองนี้้�เกี่่�ยวข้้องกัับการทดสอบการตอบสนอง ต่่อกระแสไฟฟ้้าและไม่่ได้้บอกว่่าผู้้ช่่วยวิิจััยเป็็นแค่่ผู้้ช่่วยในทดลอง แต่่ให้้เข้้าใจว่่าเขาคืือ อาสาสมััครคนหนึ่่�งในทีีมทดลอง การทดลองเริ่่�มต้้นโดยที่่�อาสาสมััครได้้รัับคำสั่่�งให้้เป็็นคนที่่�ปล่่อยกระแสไฟฟ้้าไปยัังอีีกคนหนึ่่�ง ซึ่่�งจริิง ๆ แล้้วเป็็นผู้้ช่่วยวิจัิัยที่่�ไม่่ได้รั้ับอัันตรายจากกระแสไฟฟ้้านั้้�น แต่่ตััวอาสาสมััครไม่่รู้้ว่่าเขากำลัังทำร้้ายผู้้ช่่วยวิิจััยโดยการเพิ่่�มระดัับกระแสไฟฟ้้าเมื่่�อคำตอบผิิด โดยเริ่่�มจาก 15 โวลต์์และเพิ่่�มไปจนถึึงระดัับที่่�สููงขึ้้�นคำถามที่่�สำคััญจากการทดลองนี้้�คืือ การทดลองนี้้�ละเมิิดหลัักจริิยธรรมการทำวิิจััยหรืือไม่่ เพราะอาสาสมััครไม่่ได้้รัับข้้อมููลที่่�ครบถ้้วนเกี่่�ยวกัับลัักษณะของการทดลอง (ไม่่ได้้รู้้ว่่าเขากำลัังทำร้้ายคนอื่่�น) และไม่่ได้้รัับการยิินยอมอย่่างชััดเจนว่่าเขาจะต้้องทำอะไรในการทดลอง นอกจากนี้้�ยัังมีีผลกระทบด้้านจิิตใจที่่�อาจเกิิดขึ้้�นกัับอาสาสมััครจากการที่่�เขา ถููกกดดัันให้้ทำสิ่่�งที่่�เขารู้้สึึกว่่าผิิดผลของการทดลองนี้้�ทำให้้นัักวิิจััยสามารถสัังเกตได้้ว่่า ผู้้เข้้าร่่วมทดลองส่่วนใหญ่่ (ถึึงร้้อยละ 65) ยัังคงปล่่อยกระแสไฟฟ้้าไปจนถึึงระดัับอัันตราย แม้้ว่่าผู้้ที่่�ถููกกระแสไฟจะ66


ร้้องขอให้้หยุุดก็ต็าม ซึ่่�งแสดงให้้เห็็นถึึงอำนาจของการตามคำสั่่�งและแรงกดดัันจากผู้้มีีอำนาจ (ในกรณีีนี้้�คืือ นัักวิิจััย)จากการทดลองนี้้�ทำให้้เกิิดคำถามเกี่่�ยวกัับจริิยธรรมในการทดลองทางจิิตวิิทยา โดยเฉพาะในเรื่่�องการให้้ข้้อมููลที่่�ครบถ้้วนแก่่ผู้้เข้้าร่่วมและการเคารพในสิิทธิิส่่วนบุุคคล โดยเฉพาะในกรณีีที่่�มีีผลกระทบทางจิิตใจหรืือร่่างกายที่่�อาจเกิิดขึ้้�นจากการทดลองหลัักจริิยธรรมที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการทดลองนี้้� ได้้แก่่ 1) การบิิดเบืือนเจตนารมณ์์ การทดลองไม่่ได้้แจ้้งให้้อาสาสมััครรู้้ว่่าเป็็นการทดลองเกี่่�ยวกัับจิิตวิิทยาและพฤติิกรรม การเชื่่�อฟัังคำสั่่�ง แต่นั่ ักวิจัิัยทำให้มั้ ันดููเหมืือนเป็็นการศึึกษาทางการแพทย์์ 2) การขาดการให้้ข้้อมููลที่่�ถููกต้้องและชััดเจน อาสาสมััครไม่่ได้รั้ับข้้อมููลอย่่างครบถ้้วนเกี่่�ยวกัับสิ่่�งที่่�พวกเขากำลัังทำในทดลองนี้้�และอาจทำให้้เกิิดความเครีียด หรืือปััญหาทางจิิตใจภายหลัังจากการทดลอง 3) การขาดความยิินยอมที่่�เต็็มใจ การที่่�อาสาสมััครถููกบัังคัับหรืือได้รั้ับแรงกดดัันจากนัักวิจัิัยเพื่่�อทำตามคำสั่่�งแม้้ว่่าพวกเขาจะไม่่ต้้องการทำตามจริิง ๆการทดลองนี้้สร้�้างคำถามสำคััญเกี่่�ยวกัับการปฏิิบััติิที่่�ไม่ยุุ่ ติิธรรมต่่อผู้เ้ข้้าร่่วมการวิจัิัย ซึ่่�งรวมถึึงการตั้้�งคำถามว่่า อำนาจของนัักวิิจััยและวิิธีีการทดลองที่่�ใช้้มีีความเหมาะสมและเคารพในสิิทธิิของผู้้เข้้าร่่วมมากน้้อยแค่่ไหน ซึ่่�งทำให้้เกิิดการทบทวนและพััฒนาแนวทางจริิยธรรมในการวิจัิัยทางจิตวิทิยาในเวลาต่่อมา อย่่างไรก็ต็าม งานวิจัิัยดัังกล่่าวกลายเป็็นข่่าวดัังและเป็็นงานวิิจััยที่่�ไม่่สามารถอ้้างอิิงได้้  Tuskegee Syphilis Experiment (1932-1972) เป็็นหนึ่่�งในกรณีีที่่�โด่่งดัังที่่�สุุดเกี่่�ยวกัับการละเมิิดจริิยธรรมในการทำวิจัิัยทางการแพทย์์ในสหรััฐอเมริิกา โดยเป็็นการศึึกษาผลกระทบของโรคซิฟิลิิสิที่่�เกิิดขึ้้�นในช่่วงระยะเวลานานเกืือบ 40 ปีีในชุุมชนแอฟริกัิัน-อเมริกัิันในรััฐแอละบามาในช่่วงปีี 1932 การทดลองเริ่่�มต้้นโดยการที่่�นัักวิิจััยจากกรมสาธารณสุุขสหรััฐฯ ได้้ร่่วมมืือกัับสำนัักงานด้้านการแพทย์์ในท้้องถิ่่�นและได้้ขอความยิินยอมจากชาย 620 คน ในชุุมชนผู้้ด้้อยโอกาสที่่�ติิดโรคซิิฟิิลิิส โดยบอกพวกเขาว่่าเป็็นการศึึกษาเพื่่�อค้้นหาวิิธีีรัักษา โรคซิิฟิิลิิส และจะได้้รัับการรัักษาฟร่ อย่่างไรก็็ตาม การทดลองนี้้�ไม่่ได้้ให้้การรัักษาจริิง แก่่ผู้้เข้้าร่่วม โดยไม่่ได้้แจ้้งให้้ผู้้เข้้าร่่วมทราบว่่า พวกเขาจะไม่่ได้้รัับการรัักษา แต่่จะได้้รัับ การติิดตามผลการศึึกษาจนถึึงการเสีียชีีวิิต และจุุดประสงค์์ที่่�แท้้จริิงของการศึึกษาคืือ การศึึกษาผลกระทบของโรคซิิฟิิลิิสที่่�ไม่่ได้้รัับการรัักษา67


ในระยะที่่�สอง นัักวิิจััยยัังได้้เชิิญชวนผู้้เข้้าร่่วมจากกลุ่่มคนผิิวสีีจำนวน 200 คน โดยอ้้างว่่าผู้เ้ข้้าร่่วมจะได้รั้ับการตรวจเลืือดและการชัันสูตูรศพหากเสีียชีีวิติ แต่ยั่ ังไม่่ได้้อธิิบายอย่่างครบถ้้วนว่่าเป็็นงานวิิจััยอะไร และพวกเขากำลัังศึึกษาผลกระทบของการติิดเชื้้�อซิิฟิิลิิสที่่�ไม่่ได้้รัับการรัักษาในเวลาต่่อมา ผู้เ้ข้้าร่่วมการทดลองพบว่่าตััวเองไม่่ได้รั้ับการรัักษาตามที่่�สััญญาไว้้ และผลของการทดลองนี้้�เป็็นที่่�รู้้จัักในสื่่�ออย่่างกว้้างขวางจนเกิิดความอื้้�อฉาว ข้้อเท็็จจริิงที่่�ปรากฏต่่อสาธารณชนได้สร้้ ้างความโกรธแค้้นให้กั้ับทั้้�งผู้เ้ข้้าร่่วมและสัังคมโดยรวม เมื่่�อการทดลองนี้้�เปิิดเผยออกมา รััฐบาลสหรััฐฯ จึึงต้้องออกมาขอโทษอย่่างเป็็นทางการ และชดเชยค่่าเสีียหายให้้กัับญาติิของผู้้ที่่�เสีียชีีวิิตจากการทดลองเหตุุการณ์นี้้์ท�ำให้้เกิิดการทบทวนหลัักจริิยธรรมในการทำวิจัิัยทางการแพทย์์ โดยเฉพาะการเคารพสิิทธิิของผู้้เข้้าร่่วมและความยิินยอมที่่�เต็็มใจ ซึ่่�งเป็็นส่่วนหนึ่่�งของหลัักการสำคััญ ในจริิยธรรมการวิจัิัย เช่่น การเคารพในสิทธิิและศัักดิ์์�ศรีีของมนุุษย์์ และการไม่่ใช้้ความเปราะบางทางสัังคมและเศรษฐกิิจของผู้้เข้้าร่่วมเป็็นเครื่่�องมืือในการกระทำการวิิจััย และเหตุุการณ์์นี้้�สะท้้อนให้้เห็็นถึึงการละเมิิดสิทธิิมนุุษยชนในช่่วงเวลานั้้�น โดยเฉพาะในกลุ่มคน่ผิิวสีีที่่�มีีสถานะทางสัังคมและเศรษฐกิิจที่่�ย่่ำแย่่ ซึ่่�งทำให้้พวกเขาไม่่สามารถตััดสิินใจอย่่างเต็็มที่่�เกี่่�ยวกัับ การเข้้าร่่วมในการวิิจััย และสะท้้อนถึึงความสำคััญในการใช้้หลัักจริิยธรรมในการวิิจััยเพื่่�อปกป้้องกลุ่่มคนที่่�มีีความเปราะบางจากการถููกเอาเปรีียบงานวิิจััยด้้านมานุุษยวิิทยามีีชื่่�อว่่า คาเมล็็อต (Camelot) ซึ่่�งเป็็นโครงการวิิจััยที่่� จััดทำโดยมหาวิิทยาลััยอเมริิกััน (American University) โดยมีีเป้้าหมายเพื่่�อศึึกษาและทำความเข้้าใจมิิติิทางการเมืือง อิิทธิิพล และวััฒนธรรมทางการเมืืองในแง่่ของการต่่อต้้าน การก่่อความไม่ส่ งบ โดยเฉพาะในช่่วงสงครามคอมมิิวนิสต์ิ ์ในภูมิูิภาคเอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้ ซึ่่�งประเทศไทยเป็็นหนึ่่�งในพื้้�นที่่�ที่่�มีีการศึึกษาในโครงการนี้้�การวิิจััยนี้้�ได้้ดำเนิินการในชุุมชนในแถบภาคอีีสานของประเทศไทย ซึ่่�งในช่่วงนั้้�น การขััดแย้้งทางการเมืืองระหว่่างรััฐบาลไทยและกลุ่มขบวนการคอม่มิิวนิสต์ิ มีี์ความรุุนแรงมาก การศึึกษาดัังกล่่าวมุ่่งเน้้นที่่�การเข้้าใจวิิถีีชีีวิิตและทััศนคติิของชาวบ้้านในพื้้�นที่่� รวมถึึง ความเชื่่�อและความคิิดเห็็นของพวกเขาต่่อการต่่อต้้านการก่่อการร้้ายและการโฆษณาชวนเชื่่�อทางการเมืือง68


ในช่่วงเริ่่�มต้้นของการวิิจััย นัักวิิจััยจากสหรััฐฯ พบว่่าเมื่่�อพยายามโฆษณาเรื่่�องราวของคอมมิิวนิิสต์์ในรููปแบบของ “ผีีร้้าย” หรืือภััยอัันตรายที่่�ต้้องถููกกำจััด ชาวบ้้านในพื้้�นที่่� ไม่่เชื่่�อหรืือไม่่ให้้ความสนใจต่่อเรื่่�องราวดัังกล่่าว จึึงทำให้้การต่่อต้้านคอมมิิวนิสต์ิ ์ในแนวทางนีีไม่่ได้้ผลเท่่าที่่�คาดหวัังไว้้จากการศึึกษาต่่อเนื่่�องทำให้นั้ ักวิจัิัยพบว่่า ชาวบ้้านในพื้้�นที่่�มีีความรัักและศรัทัธาในชาติิและสถาบัันต่่าง ๆ โดยเฉพาะสถาบัันพระมหากษััตริิย์์และความมั่่�นคงของชาติิ ดัังนั้้�น จึึงมีีการปรัับกลยุุทธ์์ในการโฆษณาใหม่่ โดยมุ่งเ่น้้นถึึงผลเสีียที่่�อาจเกิิดขึ้้�นกัับความมั่่�นคงของชาติิและสถาบัันจากการเข้้ามาของขบวนการคอมมิิวนิิสต์์ ซึ่่�งเป็็นวิิธีีที่่�สามารถสร้้างความเชื่่�อมั่่�นและการยอมรัับจากชาวบ้้านได้้มากขึ้้�นการวิจัิัยนี้้ส�ะท้้อนถึึงความสำคััญในการเข้้าใจบริิบททางวััฒนธรรมและมิิติิทางสัังคมของแต่่ละชุุมชน รวมถึึงการเคารพในค่่านิิยมและความเชื่่�อของพวกเขา เพื่่�อที่่�จะสามารถนำเสนอข้้อมููลหรืือโฆษณาชวนเชื่่�อในรููปแบบที่่�เหมาะสมและมีีประสิทธิิภาพ การศึึกษาในกรณีีนี้้�แสดงให้้เห็็นถึึงวิิธีีการที่่�นัักวิิจััยสามารถนำทฤษฎีีทางมานุุษยวิิทยาไปใช้้ในการเข้้าใจและวิิเคราะห์์ปััญหาทางการเมืืองในบริิบทที่่�เฉพาะเจาะจงได้้อีีกงานวิิจััยหนึ่่�ง เป็็นการวิิจััยด้้านมานุุษยวิิทยาเพื่่�อศึึกษาการซื้้�อบริิการของกลุ่่ม รัักร่่วมเพศในห้้องน้้ำสาธารณะ ปีี 1960 เรื่่�อง Tearoom Trade A study of homosexual encounters in public places เป็็นกรณีีที่่�นัักวิิจััยปลอมตััวเพื่่�อศึึกษาและสัังเกตการณ์์ การซื้้�อขายตััวของกลุ่่มรัักร่่วมเพศ โดยการยืืนอยู่่หน้้าห้้องน้้ำและจดบัันทึึกข้้อมููลเกี่่�ยวกัับ การเจรจาและหมายเลขทะเบีียนรถ รวมถึึงตามหาบุุคคลที่่�เกี่่�ยวข้้องเพื่่�อสััมภาษณ์์ต่่อ โดยการทำเช่่นนี้้�นัักวิิจััยอ้้างว่่าเป็็นเจ้้าหน้้าที่่�สาธารณสุุขเพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลจากผู้้ให้้ข้้อมููล โดยไม่่เปิิดเผยตััวตน ในที่่�สุุดข้้อมููลที่่�นัักวิจัิัยเก็็บได้ก็้รั่่็�วไหลออกไปและตกอยู่่ในมืือของตำรวจ ซึ่่�งทำให้้เกิิดการดำเนิินคดีีตามกฎหมายเกี่่�ยวกัับการขายบริิการทางเพศปััญหาหลัักจากงานวิิจััยนี้้�คืือ การที่่�นัักวิิจััยไม่่ได้้แสดงตััวตนและผู้้ให้้ข้้อมููลไม่่ทราบว่่ากำลัังถููกศึึกษาอยู่่ ทำให้้การศึึกษานั้้�นขาดการยิินยอมจากผู้้ให้้ข้้อมููล ซึ่่�งถืือเป็็นการละเมิิดหลัักจริิยธรรมในการวิิจััยที่่�สำคััญ การไม่่บอกข้้อมููลที่่�แท้้จริิงแก่่ผู้้ให้้ข้้อมููลว่่าเขาจะได้้รัับ ผลประโยชน์์อะไรจากการให้้ข้้อมููลนั้้�นหรืือจะมีีผลกระทบอย่่างไร ถืือเป็็นการละเมิิดสิิทธิิ ส่่วนบุุคคลและความเป็็นส่่วนตััว69


ในงานวิจัิัยโดยเฉพาะทางสัังคมศาสตร์์ การรัักษาความปลอดภััยและความเป็็นส่่วนตััวของข้้อมููลผู้้ให้้ข้้อมููลเป็็นสิ่่�งที่่�ต้้องให้้ความสำคััญอย่่างยิ่่�ง การใช้้วิิธีีทำรหััสหมายเลขแทน การใช้ชื่่้�อจริิง หรืือการใช้้รหัสสัองชั้้�นเป็็นมาตรการหนึ่่�งในการป้้องกัันไม่่ให้ข้้้อมููลส่่วนตััวรั่่�วไหลและให้้ความคุ้้มครองแก่่ผู้ใ้ห้ข้้้อมููล ซึ่่�งเป็็นหลัักจริิยธรรมที่่�จำเป็็นในการทำวิจัิัยทางสัังคมและมนุุษยศาสตร์์การปกป้้องสิิทธิิและความเป็็นส่่วนตััวของผู้้ให้้ข้้อมููลจึึงเป็็นสิ่่�งที่่�สำคััญในงานวิิจััย ทุุกประเภท และต้้องทำด้้วยความระมััดระวัังและโปร่่งใส เพื่่�อไม่่ให้้เกิิดความเสีียหายต่่อ ผู้้ที่่�มีีส่่วนร่่วมในงานวิิจััยสรุุปหลัักจริิยธรรมในการทำวิิจััยสามารถสรุุปได้้ดัังนี้้�1. การได้้มาซึ่่�งข้้อมููลที่่�ผิิดกฎหมาย นัักวิิจััยไม่่ควรทำการวิิจััยโดยการใช้้วิิธีีการ ที่่�ผิิดกฎหมาย เช่่น การปลอมตััว หรืือการเข้้าไปในสถานการณ์์ที่่�ละเมิิดกฎหมาย เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลในการวิจัิัย นัักวิจัิัยไม่่ใช่นั่ ักสืืบหรืือตำรวจและควรเคารพสิทธิส่ิ่วนบุุคคลของผู้ที่่�เ ้ กี่่�ยวข้้อง2. ไม่่เปิิดเผยข้้อมููลอาสาสมััครและไม่รุุ่กล้้ำร่่างกายข้้อมููลที่่�ได้รั้ับจากอาสาสมััครต้้องถููกเก็็บรัักษาอย่่างเป็็นความลัับและนัักวิิจััยไม่่ควรมีีการเปิิดเผยข้้อมููลส่่วนบุุคคลของ ผู้้ที่่�เข้้าร่่วมการวิิจััย นอกจากนี้้� นัักวิิจััยต้้องหลีีกเลี่่�ยงการทำการทดลองที่่�รุุกล้้ำหรืือบัังคัับให้้ผู้้เข้้าร่่วมต้้องทำสิ่่�งที่่�อาจเป็็นอัันตรายต่่อร่่างกายหรืือจิิตใจของพวกเขา3. ไม่่จููงใจด้้วยสิ่่�งใดสิ่่�งหนึ่่�งหรืือผลประโยชน์์ นัักวิิจััยต้้องไม่่จููงใจหรืือใช้้ ผลประโยชน์์ที่่�ไม่่เป็็นธรรมเพื่่�อดึึงดููดอาสาสมััครเข้้าร่่วมการวิิจััย การให้้ผลประโยชน์์หรืือ แรงจููงใจต้้องมีีความสมเหตุุสมผลและไม่่ขััดต่่อหลัักจริิยธรรมของการวิิจััย4. การคััดเลืือกอาสาสมััครที่่�ไม่่เที่่�ยงตรง การเลืือกอาสาสมััครในการทำวิจัิัยต้้องมีีความเที่่�ยงตรงและไม่่เลืือกปฏิิบััติิ ต้้องเคารพในความเสมอภาคและความเท่่าเทีียมกััน โดยต้้องคำนึึงถึึงความเสี่่�ยงและผลประโยชน์์ที่่�อาสาสมััครจะได้้รัับจากการเข้้าร่่วมการวิิจััยนั้้�น ๆ หลัักจริิยธรรมดัังกล่่าวมีีความสำคััญอย่่างยิ่่�งในการทำวิจัิัย เพื่่�อให้้การวิจัิัยเป็็นไปอย่่างโปร่่งใส ถููกต้้อง และเคารพในสิิทธิิของทุุกฝ่่ายที่่�เกี่่�ยวข้้องกลุ่มเปราะบาง ่หมายถึึง บุุคคลที่่�มีีความเสี่่�ยงสููงในการถููกเอาเปรีียบจากการเข้้าร่่วมในโครงการวิิจััย หรืือบุุคคลที่่�อาจถููกชัักจููงให้้เข้้าร่่วมโครงการโดยหวัังว่่าจะได้้รัับประโยชน์์70


จากการมีีส่่วนร่่วม แต่่พวกเขาอาจไม่่มีีความสามารถในการตััดสิินใจอย่่างเต็็มที่่�หรืือถููกข่่มขู่่ให้้เข้้าร่่วม กลุ่่มบุุคคลเหล่่านี้้�อาจมีีลัักษณะ เช่่น1. บุุคคลที่่�ไม่รู้้่หนัังสืือ คนที่่�ไม่มีี่ความรู้้ในการอ่่านหรืือเขีียนมัักจะไม่่สามารถเข้้าใจข้้อมููลหรืือรายละเอีียดเกี่่�ยวกัับ การวิจัิัยได้้เต็็มที่่� อาจทำให้้ไม่่สามารถตััดสิินใจได้้อย่่างมีีความรู้้หรืือมีีอำนาจในการยิินยอมเข้้าร่่วมการวิิจััย2. บุุคคลที่่�เกรงใจหรืือหวาดกลััว บางคนอาจไม่่กล้้าปฏิิเสธการเข้้าร่่วมในโครงการวิิจััยเนื่่�องจากความกลััวหรืือ การเคารพในอำนาจหรืือสถานะของผู้ที่่�เ ้ ชิิญชวน เช่่น การยิินยอมจากการขอให้้มีีส่่วนร่่วมในวิิจััยเพีียงเพราะไม่่ต้้องการทำให้้ ผู้้ชัักชวนรู้้สึึกไม่่พอใจ3. สถานการณ์์ที่่�มีีผู้้ใหญ่่หรืือผู้้มีีอำนาจร่่วมอยู่่ในกรณีีที่่�มีีผู้้มีีอำนาจหรืือสถานะสููงกว่่าอยู่่ในสถานการณ์์ เช่่น การสััมภาษณ์์โดยมีีผู้ให้ ญ่่หรืือผู้้บัังคัับบััญชานั่่�งอยู่่ด้้วย อาจทำให้้บุุคคลในกลุ่่มเปราะบางไม่่กล้้าที่่�จะพููดข้้อมููลที่่�แท้้จริิงหรืือ แสดงความคิิดเห็็นที่่�ขััดแย้้ง เนื่่�องจากกลััวผลกระทบ4. นัักโทษหรืือผู้้ต้้องขััง ผู้้ที่่�อยู่่ในสถานการณ์์ที่่�ไม่่สามารถหลีีกหนีีได้้ เช่่น นัักโทษหรืือผู้้ต้้องขัังในเรืือนจำ พวกเขาอาจไม่่ได้้รัับอิิสระในการตััดสิินใจหรืือให้้ข้้อมููลเนื่่�องจากการมีีผู้้คุุมดููแลอยู่่ใกล้้ ๆ ซึ่่�งอาจส่่งผลต่่อความจริิงใจในการให้ข้้้อมููลหรืือความยิินยอมในการเข้้าร่่วมโครงการวิจัิัยกลุ่่มเหล่่านี้้�ถืือเป็็นกลุ่่มที่่�ต้้องได้้รัับการปกป้้องในด้้านจริิยธรรมการวิิจััย เนื่่�องจากพวกเขามีีความเสี่่�ยงที่่�จะถููกละเมิิดสิิทธิิหรืือไม่่ได้้รัับประโยชน์์จากการเข้้าร่่วมโครงการวิิจััยอย่่างเต็็มที่่� การวิิจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับกลุ่่มเหล่่านี้้�จึึงต้้องมีีความระมััดระวัังและต้้องปฏิิบััติิตามหลัักจริิยธรรมที่่�เคร่่งครััด เพื่่�อป้้องกัันไม่่ให้้เกิิดการละเมิิดสิิทธิิและความเสี่่�ยงที่่�ไม่่เป็็นธรรม..................???.........71


รายงานศึึกษา:การสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมInclusive Peacebuildingin Thailand’s Southern Border Provinces


รายงานศึึกษา: การสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมInclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความหมายของสันติภาพต่อกลุ่ม เปราะบาง-ชายขอบ นิยามกลุ่มเปราะบางในงานวจิ ัยนีประกอ้บด้วย 10 กลุ่ม ได้แก่ หญิงหม้าย ผู้ทำ งาน ช่วยเหลือเด็กกำ พร้า คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ไม่มีความมันคงด้านที่อยู่อา่ศัย ชาวประมงชายฝั่ง เยาวชนในชุมชน ผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มชนกลุ่มน้อยทางศาสนา และผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ข้อค้นพบจากงานวิจัยพบว่า ความสำ คัญสูงสุดต่อการใช้ชีวิตคือ การมีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเอง รองลงมาคือ การบริการสาธารณะ เช่น การมีอาหารและน้ำ ที่สะอาด กลุ่มตัวอย่างเคยประสบกับการถูก ล้อเลียนหรือหัวเราะเยาะตวตันของพวกเขา และเคยถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นมิตร หรือหยาบคาย เมือถาม่ว่าใครได้รับผลกระทบจากความรุนแรงมากทีสุด พ่บว่า ผชู้ ายได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีความมันคง ่ผู้หญิง เยาวชน และเจ้าหน้าทีรัฐ่ กลุ่มตัวอย่างรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องวิพากษ์วิจารณ์ผู้เห็นต่าง หรือเมื่อต้องชุมนุมเรียกร้องแสดงออกทางการเมือง คะแนนเฉลี่ยการยอมรับความเสมอภาคทางเพศสูงกว่าการยอมรับความหลากหลายทางเพศ ทางเลือกในการสร้างความยุติธรรม ในชุมชนคือ การมีคณะกรรมการค้นหาความจริงทีประ่ชาชนมีส่วนร่วมและเป็นอิสระ รองลงมาคือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการสานเสวนาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน การให้สิทธิผู้หญิงในการเป็นผู้นำ ทางสังคม การเมือง และการศึกษา ได้รับคะแนนเฉลีย่ ต่ำ สุด และการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดและรุนแรงได้รับคะแนนรองลงมา73


ผลการสำรวจความคิิดเห็็นของผู้้คนเปราะบาง-ชายขอบในพื้้�นที่่�ความขััดแย้้งจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ต่่อการสร้้างสัันติิภาพบทนำ รายงานนี้้�เป็็นผลการสำรวจความคิิดเห็็นของผู้้คนเปราะบางในพื้้�นที่่�ความขััดแย้้งจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ของประเทศไทย ดำเนิินการโดยกลุ่่มนัักวิิจััยหญิิงร่่วมกัับองค์์กร ภาคประชาสัังคมและภาควิิชาการในพื้้�นที่่�เพื่่�อหนุุนเสริิมบทบาทของกลุ่่มคนเปราะบางชายขอบที่่�มีีฐานะถููกกดทัับซ้้ำซ้้อน (Intersectionality) ภายใต้้บริิบทของความรุุนแรงทางการเมืืองที่่�ยืืดเยื้้�อเรื้้�อรัังเพื่่�อการสร้้างสัันติิภาพที่่�ครอบคลุุมและยั่่�งยืืน การสำรวจนี้้� เป็็นส่่วนหนึ่่�งของความพยายามในการฟัังเสีียงและไตร่่ตรองถึึงมุุมมองของพวกเขาที่่�มีีต่่อสถานการณ์์ความขััดแย้้งซึ่่�งกำลัังดำเนิินอยู่่ และวิิสััยทััศน์ต่์ ่ออนาคตที่่�ควรจะเป็็น โดยมุ่ง่ตอบคำถามหลัักที่่�ว่่าสัันติิภาพมีีความหมายต่่อกลุ่่มคนเปราะบาง-ชายขอบอย่่างไร? การสำรวจ ยัังเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการวิจัิัยเชิิงปฏิิบััติิการที่่�มุ่ง่สร้้างการเรีียนรู้้เพื่่�อสร้้างทัักษะการวิิจััยให้้กัับนัักวิิจััยหญิิงในพื้้�นที่่�จำนวน 22 คน โดยเปิิดรัับอาสาสมััครที่่�จำนวนครึ่่�งหนึ่่�งมาจากผู้้ปฏิิบััติิงานของเครืือข่่ายสมาคมร่่วมสร้้างชุุมชนศรััทธา กััมปงตัักวาที่่�กระจายตััวอยู่่ใน 3 จัังหวััด (ปััตตานีี นราธิิวาส และยะลา) และ 4 อำเภอของสงขลา และอีีกครึ่่�งหนึ่่�งเป็็นผู้้สมััครหญิิงทั่่�วไปในจัังหวััดชายแดนใต้้ ที่่�สนใจโครงการฯและต้้องการเรีียนรู้้การทำวิิจััยในชุุมชนกลุ่่มคนเปราะบางในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้ผู้้ตอบแบบสอบถามจำนวน 169 คน มาจากการสุ่่มอย่่างเจาะจง (purposive sampling) จากพื้้�นฐานที่่�โครงการกำหนดคุุณสมบััติิของกลุ่่มคนเปราะบางในบริิบทของจัังหวััดชายแดนภาคใต้้เอาไว้้ที่่� 10 กลุ่ม ไ่ด้้แก่่ 1) หญิิงหม้้าย 2) ผู้้ทำงานช่่วยเหลืือเด็็กกำพร้้า 3) คนพิิการ 4) ผู้้สููงอายุุ 5) ผู้ไ้ม่มีี่ความมั่่�นคงด้้านที่่�อยู่่อาศััย 6) ชาวประมงชายฝั่่�ง 7) เยาวชนในชุุมชน (ที่่�มีีภาวะเสี่่�ยงจากความรุุนแรงทั้้�งต่่อตััวเองและชุุมชน) 8) ผู้้ที่่�ความหลากหลาย ทางเพศ 9) กลุ่่มชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา และ 10) ผู้้ได้้รัับผลกระทบจากการซ้้อมทรมาน74


ผู้้ตอบแบบสอบถามในจำนวนผู้้ตอบแบบสอบถามทั้้�ง 169 คน เป็็นผู้้หญิิงมากกว่่าผู้้ชาย โดยมีีผู้้ที่่� ไม่่ต้้องการระบุุเพศสภาพอยู่่ร้้อยละ 1 โดยที่่�ราว 2 ใน 5 ระบุุสถานภาพหม้้าย ส่่วนใหญ่่ เป็็นผู้้นัับถืือศาสนาอิิสลาม (ร้้อยละ 98) และประมาณครึ่่�งหนึ่่�งระบุุอััตลัักษณ์์เด่่นของตน เป็็นมุุสลิิม (ร้้อยละ 52) โดยที่่�เหลืือจะเป็็นอััตลัักษณ์์ในเชิิงชาติิพัันธุ์์ ในขณะที่่�ภาษาที่่�ใช้้ ในครััวเรืือนจะมีีอยู่่ถึึง 3 ใน 4 ที่่�เป็็นภาษามลายููถิ่่�น นอกจากนี้้� ผู้้ตอบแบบสอบถามร้้อยละ 65 ระบุุว่่าตนไม่่ได้้เป็็นสมาชิิกหรืือมีีตำแหน่่งหน้้าที่่�ในกลุ่่มใด ๆ เลยในชุุมชน ส่่วนการติิดตามข่่าวสารนั้้�นอาศััยช่่องทางหลัักที่่�เป็็น เพื่่�อนสนิิทเป็็นสำคััญ รองลงมาคืือแหล่่งข้้อมููลข่่าวสารจากผู้้นำศาสนาและเจ้้าหน้้าที่่�รััฐ 75


ผลการสำรวจจะชี้้�ให้้เห็็นว่่าหนัังสืือพิิมพ์์เป็็นช่่องทางที่่�มีีผู้้ตอบน้้อยที่่�สุุด ในขณะที่่�ทวิิตเตอร์์ซึ่่�งเป็็นเพลทฟอร์์มออนไลน์์ที่่�มีีผู้้ใช้้งานส่่วนใหญ่่เป็็นกลุ่่มชนชั้้�นกลางในเมืืองและคนรุ่่นใหม่่ก็็เป็็นช่่องทางที่่�ใช้้น้้อยสำหรัับกลุ่่มคนเปราะบาง ผลการสำรวจยัังชี้้�ให้้เห็็นด้้วยว่่าสำหรัับกลุ่่มคนเปราะบางช่่องทางการรัับรู้้ข้้อมููลข่่าวสารผ่่านบุุคคลนั้้�นมีีความแตกต่่างกัันหากพิิจารณาจำแนกตามเพศสภาพ กล่่าวคืือ ผู้้ตอบแบบสอบถามจะเลืือกพููดคุุยหาข้้อมููลจากผู้้หญิิงมากกว่่าผู้้ชายถึึงเท่่าตััวเรื่่�องสำคััญในชีีวิิตผู้้ตอบแบบสอบถามเห็็นว่่าประเด็็นที่่�มีีความสำคััญลำดัับแรก ๆ ต่่อการใช้้ชีีวิิตในจัังหวััดชายแดนภาคใต้้เป็็นเรื่่�องหลัักประกัันพื้้�นฐาน เมื่่�อพิิจารณาจากค่่าเฉลี่่�ยของการตอบแบบสอบถามจะพบว่่าการมีีบ้้านพัักอาศััยเป็็นของตนเองเป็็นประเด็็นสำคััญลำดัับแรก (3.78 จากคะแนนเต็็ม 4) ในขณะที่่�ใน 5 อัันดัับแรกนั้้�นส่่วนใหญ่่จะเป็็นเรื่่�องบริิการสาธารณะขั้้�นพื้้�นฐาน อัันได้้แก่่ การมีีอาหารและน้้ำที่่�สะอาดสมบููรณ์์ การบริิการสาธารณสุุข และ การบริิการพื้้�นฐานต่่าง ๆ อาทิิเช่่น ถนน ไฟฟ้้า ประปา เป็็นต้้น ในขณะที่่�การแก้้ไขปััญหายาเสพติิดก็็ถืือเป็็นหนึ่่�งในประเด็็นที่่�ให้้ความสำคััญลำดัับต้้น ๆ เช่่นกััน76


ในทางกลัับกััน เมื่่�อพิิจารณาจากคะแนนเฉลี่่�ยที่่�มีีการให้้น้้ำหนัักน้้อยที่่�สุุด จะพบว่่าประเด็็นความเท่่าเทีียมทางเพศถือเื ป็็นประเด็็นที่่�มีีค่่าเฉลี่่�ยน้้อยที่่�สุุด (3.05) ซึ่่�งสะท้้อนมุุมมองต่่อคุุณค่่าในสัังคมที่่�ค่่านิิยมทางศาสนาและจารีีตวััฒนธรรมยัังคงมีีอิทธิิพลต่่อผู้คนอ ้ ย่่างชััดเจน ประเด็็นถััดมาคืือการแก้้ไขปััญหาผู้้มีีอิทธิิพล ในขณะที่่�การบริิการสาธารณะอย่่างการเดิินทางหรืือขนส่่งก็็เป็็นประเด็็นที่่�มีีน้้ำหนัักไม่่มากนััก ที่่�น่่าสนใจก็็คืือในทััศนะของกลุ่มเปราะบาง ่ที่่�ตอบแบบสอบถามนี้้� ประเด็็นที่่�เกี่่�ยวกัับการยอมรัับอััตลัักษณ์์ก็็อยู่่ในกลุ่่มประเด็็นที่่�มีีความสำคััญไม่่มากนัักต่่อการดำรงชีีวิิตเมื่่�อพิิจารณาจากสถานภาพทางเศรษฐกิิจของครััวเรืือน ผู้้ตอบแบบสอบถามเกิินครึ่่�ง (ร้้อยละ 56) ระบุุว่่าหลัังการแพร่่ระบาดโควิิดมีีรายได้้ของครััวเรืือนลดลง และในมุุมมอง ของผู้้ตอบแบบสอบถามระบุุว่่าผู้้ชายมีีบทบาทสำคััญที่่�สุุดในการหารายได้้เข้้าครััวเรืือน (ร้้อยละ 42) ในขณะที่่�มองว่่าบทบาททั้้�งหญิิงและชายมีีบทบาทพอ ๆ กัันอยู่่ที่่�ร้้อยละ 29 77


ส่่วนสวััสดิิการของรััฐที่่�ทางกลุ่่มคนเปราะบางและสมาชิิกในครอบครััวเคยได้้รัับส่่วนใหญ่่ จะมีีพื้้�นฐานอยู่่ที่่�หลัักประกัันสุุขภาพถ้้วนหน้้า รองลงมาคืือบัตัรสวัสดิั ิการแห่่งรััฐและเบี้้�ยยัังชีีพ ผู้้สููงอายุุตามลำดัับ จากประสบการณ์์ของผู้้ตอบแบบสอบถามโดยส่่วนใหญ่่ไม่่เคยประสบกัับเหตุุการณ์์ที่่�ทำให้รู้้สึึ ้กถููกกดทัับ แต่่เมื่่�อพิิจารณาในส่่วนของผู้ที่่�ยอม ้ รัับว่่าประสบกัับเหตุุการณ์์เหล่่านั้้�นจะพบว่่าเคยรัับรู้้ว่่าถููกล้้อเลีียนหรืือหััวเราะเยาะตััวตนของพวกเขามากที่่�สุุดโดยเปรีียบเทีียบ รองลงมาคืือเคยถููกปฏิิบััติิอย่่างไม่่เป็็นมิติรหรืือมีีท่่าทีีหยาบคายและเคยถููกดูถููกว่่าเป็็นสิ่่�งไม่ดีี่ตามลำดัับ 78


ความปลอดภััยและความไม่่สงบกลุ่่มคนเปราะบางซึ่่�งเป็็นผู้้ตอบแบบสอบถามส่่วนใหญ่่ร้้อยละ 80 ระบุุว่่าตนไม่่เคยมีีประสบการณ์์โดยตรงกัับเหตุุการณ์์ความไม่ส่งบ ส่่วนคนที่่�เคยมีีประสบการณ์์โดยตรงก็็เป็็นเรื่่�องที่่�ญาติิของตนเองเสีียชีีวิิตหรืือบาดเจ็็บจากเหตุุการณ์์ความไม่่สงบ และในสถานการณ์์ที่่�ตนเองเคยอยู่่ในเหตุุการณ์ถู์ูกปิิดล้้อม ถููกเชิิญตััว หรืือถููกจัับกุุม เมื่่�อให้้ประเมิินว่่าสถานการณ์์ในพื้้�นที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปมากน้้อยเพีียงใด ผู้้ตอบแบบสอบถาม 1 ใน 4 ตอบว่่าเหมืือนเดิิม ในขณะที่่�เกืือบครึ่่�งหนึ่่�งเห็็นไปในทิิศทางที่่�ดีีขึ้้�นและดีีขึ้้�นมาก ในมุุมมองของคนเปราะบาง ผู้ที่่�ไ ้ ด้รั้ับผลกระทบจากความรุุนแรงมากที่่�สุุดคืือ ผู้ชาย ้(ร้้อยละ 59.2) รองลงมาคืือเหยื่่�อจากคดีีความมั่่�นคง ผู้้หญิิง เยาวชน และเจ้้าหน้้าที่่�หน้้าที่่�รััฐ ตามลำดัับ จะเห็็นได้ว่้่าสถานภาพที่่�แตกต่่างกัันนั้้�นถููกพิิจารณาว่่าได้รั้ับผลกระทบจากความรุุนแรง79


สำหรัับความรู้้สึึกเกี่่�ยวกัับความปลอดภััย ผู้้ตอบแบบสอบถามที่่�เป็็นคนเปราะบางรู้้สึึกปลอดภััยในสถานการณ์์ที่่�ตนเองพัักอาศััยอยู่่ในบ้้านของตนเองมากที่่�สุุด ตามมาด้้วยเวลาที่่�อยู่่ในศาสนาสถาน โรงเรีียน เข้้าร่่วมกิิจกรรมทางศาสนา และสถานที่่�ราชการตามลำดัับ (5 อัันดัับแรก) ส่่วนสถานการณ์์ที่่�รู้้สึึกปลอดภััยน้้อยที่่�สุุดคืือการแสดงความคิิดเห็็นสนัับสนุุนและวิิจารณ์์ขบวนการเคลื่่�อนไหวเอกราชปาตานีีตามมาด้้วยสถานการณ์์ที่่�เข้้าร่่วมการชุุมนุุมเรีียกร้้องและแสดงออกทางการเมืือง กลุ่มคนเปราะบาง่ยัังประเมิินว่่าคนในครอบครััวหรืือญาติิจะเป็็นผู้ที่่� ้สามารถปกป้้องคุ้้มครองความปลอดภััยในชีีวิติประจำวัันได้้มากที่่�สุุด รองลงมาคืือผู้้นำชุุมชนและผู้้นำศาสนาตามลำดัับ80


ความสััมพัันธ์์ในชุุมชนมุุมมองต่่อความสััมพัันธ์์ระหว่่างผู้้คนสะท้้อนมาจากข้้อคำถามเกี่่�ยวกัับการตััดสิินใจเลืือกโรงเรีียนของลููก ที่่�อยู่่อาศััยในชุุมชน ที่่�ทำงาน และการแต่่งงาน ผลการสำรวจพบว่่า กลุ่่มคนเปราะบางเห็็นว่่าการแต่่งงานนั้้�นพิิจารณาจากศาสนาและวััฒนธรรมเดีียวกัันเป็็นสำคััญ ในขณะที่่�ปััจจััยทั้้�งสองประการนี้้�จะไม่่ใช่่ประเด็็นสำคััญมากนัักเมื่่�อต้้องตััดสิินใจ เกี่่�ยวกัับการส่่งลููกไปโรงเรีียนหรืือการหาที่่�ทำงาน เมื่่�อให้้ผู้้ตอบแบบสอบถามประเมิินความสััมพัันธ์์และการยอมรัับค่่านิิยมเกี่่�ยวกัับความหลากหลายจะพบว่่าคะแนนการยอมรัับสิิทธิิของคนพิิการในชุุมชนซึ่่�งอยู่่ที่่� 8.24 ซึ่่�งสููงมากเมื่่�อเปรีียบเทีียบกัับการประเมิินความสััมพัันธ์์ในมิิติิอื่่�น ๆ ส่่วนคะแนนความสััมพัันธ์์หรืือความใกล้ชิ้ิดของผู้คนใน ้ ชุุมชนค่่อนข้้างสููง (ค่่าเฉลี่่�ย 7.79 จากคะแนนเต็็ม 10) ในขณะที่่�ความสััมพัันธ์ลั์ ักษณะดัังกล่่าวระหว่่างชุุมชนของตนเองกัับชุุมชนเพื่่�อนบ้้านจะลดลงมาหน่่อย (ค่่าเฉลี่่�ย 6.99) แต่่จะค่่อนข้้างห่่างกัับความสััมพัันธ์์กัับชุุมชนต่่างศาสนา (ค่่าเฉลี่่�ย 5.71)ส่่วนมุุมมองต่่อความสััมพัันธ์์ระหว่่างเพศสภาพจะมีีข้้อสัังเกตที่่�โดดเด่่นเห็็นชััด กล่่าวคืือคะแนนการยอมรัับความเสมอภาคระหว่่างเพศจะค่่อนข้้างสููง (ค่่าเฉลี่่�ย 6.68) แต่่คะแนนการยอมรัับสิทธิิของคนที่่�มีีความหลากหลายทางเพศในชุุมชนจะน้้อยลงมา (ค่่าเฉลี่่�ย 5.17) ทั้้�งหมดนี้้�เป็็นภาพสะท้้อนของสัังคมมุุสลิิมได้้เป็็นอย่่างดีี81


ความยุุติิธรรมหััวใจสำคััญของการสำรวจคืือการให้้ความหมายหรืือคุุณค่่ากัับสิ่่�งที่่�เรีียกว่่า ความยุุติิธรรมของกลุ่่มคนเปราะบาง ผลการสำรวจพบว่่าจากบรรดาตััวเลืือกต่่าง ๆ ผู้้ตอบแบบสอบถามให้้ความหมายของความยุุติิธรรมมีีน้้ำหนัักเชื่่�อมโยงกัับความสัันติิภาพและ ความสงบสุุข การดำรงชีีวิิตอยู่่อย่่างมีีศัักดิ์์�ศรีี และการให้้ความเป็็นธรรม เป็็นตััวเลืือก สามลำดัับแรก ที่่�น่่าสนใจเมื่่�อพิิจารณาจากตััวเลืือกที่่�มีีค่่าเฉลี่่�ยน้้อยที่่�สุุด ได้้แก่่ สัังคมมีีความเสมอภาคระหว่่างเพศ การให้้อภััยผู้้กระทำผิิด และการบัังคัับใช้้กฎหมายและ การดำเนิินคดีีประเด็็นข้้างต้้นดููจะสอดคล้้องกัับข้้อคำถามอีีกข้้อที่่�ให้้ผู้้ตอบแบบสอบถามพิิจารณาถึึงความเหมาะสมของวิิธีีการที่่�จะสร้้างสัังคมที่่�ยุุติิธรรมเพื่่�อยุุติิสถานการณ์์ความไม่่สงบ โดยค่่าเฉลี่่�ยสููงที่่�สุุด 3 ลำดัับแรก ได้้แก่่ 1) ควรมีีคณะกรรมการค้้นหาความจริิงที่่�ประชาชนมีีส่่วนร่่วมและเป็็นอิิสระ กรณีีที่่�เกิิดเหตุุการณ์์รุุนแรง 2) ควรมีีการเยีียวยาช่่วยเหลืือผู้้ไม่่ได้้รัับความเป็็นธรรม และ 3) ควรมีีการพููดคุุยสานเสวนาระหว่่างชุุมชนเพื่่�อหาข้้อตกลงร่่วมกััน โดยจะเห็็นได้้ว่่าผู้้ตอบแบบสอบถามไม่่ได้้ให้้น้้ำหนัักกัับกระบวนการยุุติิธรรมทางอาญาและกลไกของรััฐมากนััก 82


ในขณะที่่�คะแนนเฉลี่่�ยต่่ำที่่�สุุดในข้้อคำถามนี้้�จะสะท้้อนให้้เห็็นภาพที่่�ทัับซ้้อนกัันของความยุุติิธรรมในทััศนะของคนเปราะบาง กล่่าวคืือ วิิธีีการที่่�ได้้คะแนนเฉลี่่�ยต่่ำที่่�สุุด ได้้แก่่ ควรให้้ผู้ห้ ญิิงมีีสิทธิิในการเป็็นผู้นำ้ ทางสัังคม การเมืือง การศึึกษา และกิิจการศาสนา ซึ่่�งอาจกล่่าวได้้ว่่าเป็็นผลมาจากกรอบคิิดที่่�กำกัับโดยหลัักการตีีความทางศาสนาและเป็็นหนึ่่�งในประเด็็นที่่�มีีคำอธิิบายโต้้แย้้งจากผู้ใ้ห้ข้้้อมููลว่่าไม่่ได้้เกี่่�ยวข้้องกัับความหมายของความยุุติิธรรมแต่่อย่่างใด ในขณะที่่�คะแนนเฉลี่่�ยต่่ำรองลงมาคืือ ควรลงโทษผู้้กระทำผิิดอย่่างเด็็ดขาด และรุุนแรง ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นความไม่่เชื่่�อมั่่�นไว้้วางใจต่่อกระบวนการยุุติิธรรมทางอาญา ที่่�มีีอยู่่ในปััจจุุบััน อย่่างไรก็็ตาม แม้้การให้้อภััยผู้้กระทำผิิดจะมีีค่่าเฉลี่่�ยไม่่มากนััก แต่่จาก ข้้อคำถามที่่�ว่่า “สมมติิว่่าเกิิดเหตุุรุุนแรงกัับตััวท่่านเองหรืือคนในครอบครััว ท่่านจะให้้อภััย ผู้้ก่่อความรุุนแรงหรืือไม่่ หากนั่่�นเป็็นหนทางเดีียวที่่�จะสร้้างสัันติิภาพได้้” ผู้้ตอบแบบสอบถาม 2 ใน 3 ระบุุว่่าตนจะให้้อภััย83


สรุุปผลการสำรวจเกี่่�ยวกัับความหมายของความยุุติิธรรมใน มุุมมองของคนเปราะบางยืืนยัันว่่ากระบวนการยุุติิธรรมทางอาญาหรืือ การอำนวยความยุุติิธรรมโดยกลไกของภาครััฐนั้้�นอาจไม่่ใช่่หนทางหลััก หากแต่่การเปิิดเผยความจริิง การเยีียวยา การแสวงหาข้้อตกลง หรืือวิิธีีการอื่่�น ๆ อาจทำให้้เข้้าใกล้้ความยุุติิธรรมได้้มากกว่่า หากสัันติิภาพมีีองค์์ประกอบสำคััญที่่�ขาดไม่่ได้้คืือ ความยุุติิธรรมในระยะเปลี่่�ยนผ่่าน (Transitional Justice) มาพััฒนาแนวทางการเสริิมสร้้างการมีีส่่วนร่่วมและพััฒนาศัักยภาพของคนเปราะบางจึึงเป็็นทางเลืือกที่่�ควรได้้รัับ การพิิจารณาในอนาคต.........84


รายงานศึึกษา คุุณภาพชีีวิิตผู้้คนชายขอบ-เปราะบางเพื่่�อการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องการการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน รวมทั้งกลุ่มชายขอบ เข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากพื้นที่นี้ต้องเผชิญกับปัญหาความรุนแรงในหลายมิติ โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาแง่มุมของกลุ่มเปราะบาง-ชายขอบ และหาคำตอบเกี่ยวกับความหมายของสันติภาพต่อ กลุ่มเหล่านี้ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าสภาพปัญหาของกลุ่มเปราะบางยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะยังขาดนโยบายที่สามารถสร้าง การเปลี่ยนแปลงได้ เยาวชนที่ต้องคดีพบว่าพวกเขามาจากครอบครัวที่มีความรุนแรง ถูกละเลยจากการดูแลของพ่อแม่ ซึ่งมักจะต้องอยู่กับย่าหรือยาย และมีฐานะยากจน จึงพบว่าเป็นอุปสรรคในการสู้คดีเนื่องจากขาดทรัพยากรและเงินในการเดินทาง ระบบอุปถัมภ์เป็นปัจจัยทีทำ่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม จนทำ ให้กลุ่มเปราะบางบางกลุ่มมองว่า ความไม่ยุติธรรมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หรืออาจไม่มีอยู่จริง ผู้หญิงมีมุมมองที่หลากหลายต่อบทบาทและหน้าที่ของตนเองทั้งในครอบครัว ส่งผลให้บางครัง้ผชู้ ายละเลยหรือไม่สนใจในการปฏบิตั ิหน้าที่ของตนเองในด้านต่าง ๆ  สาเหตุสำ คัญทีกลุ่มเปราะ่บางยังคงประสบปัญหาทางสังคม ได้แก่ สาเหตุสำ คัญที่กลุ่มเปราะบางยังคงประสบปัญหาทางสังคม ได้แก่ 1) ผู้นำชุมชนและสังคมยังไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับและไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางมีชีวิตที่มีคุณภาพ 2) สังคมและชุมชนยังไม่มีการชว่ ยเหลือ กลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง 3) ขาดการจัดทำข้อมูลความต้องการของกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ 4) ขาดการช่วยเหลือเชิง บูรณาการ โดยการให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและสร้างจิตอาสา และ 5) ขาดการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่กลุ่มเปราะบางปัจจัยเหล่านี้ทำ ให้กลุ่มเปราะบางยังไม่สามารถเข้าถึงการสนับสนุนที่จำ เป็นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ในสังคม85


บทนำพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ของประเทศไทยได้้แก่่ ปัตตัานีี ยะลา นราธิิวาส และ สี่่�อำเภอสงขลา (จะนะ เทพา นาทวีีสะบ้้าย้้อย) เป็็นพื้้�นที่่�ที่่�เกิิดความขััดแย้้งและรุุนแรงมาอย่่างยาวนานกว่่า 20 ปีี ข้้อมููลของศููนย์์เฝ้้าระวัังสถานการณ์์ภาคใต้้ ตั้้�งแต่่ พ.ศ. 2547 จนถึึงเดืือนกัันยายน 2566 เกิิดเหตุุการณ์์ความไม่่สงบจํํานวน 22,189 ครั้้�ง ความรุุนแรงดัังกล่่าวทํําให้้มีีผู้้เสีียชีีวิิต7,527 คน และผู้้บาดเจ็็บ 13,980 คน (ศููนย์์เฝ้้าระวัังสถานการณ์์ชายแดนใต้้, 19 ตุุลาคม 2566) ขณะที่่�ความคิิดเห็็นของประชาชนต่่อสถานการณ์์ความขััดแย้้งในพื้้�นที่่� จากข้้อมููลของโครงการสำรวจความคิิดเห็็นของประชาชนต่่อกระบวนการสัันติิภาพชายแดนใต้้ครั้้�งที่่� 7 หรืือ Peace Survey ระบุุว่่า ประชาชน 49% เห็็นว่่าสถานการณ์์ในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนภาคใต้้ยัังคง “เหมืือนเดิิม” และอีีก 13.7% ระบุุว่่า “แย่่ลง” (คณะทำงาน Peace Survey 7, 3 ตุุลาคม 2566) จะเห็็นได้้ว่่าสถานการณ์์ความรุุนแรงในเชิิงกายภาพแม้้จะลดลง สวนทางกัับความรู้้สึึกของประชาชนที่่�ยัังคงมองว่่าสถานการณ์์ในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนใต้้ยัังคง เหมืือนเดิิม อย่่างไรก็็ตามผู้้คนในพื้้�นที่่�ยัังมีีความหวัังต่่อกระบวนการสัันติิภาพในจัังหวััดชายแดนใต้้ ดัังผลสำรวจ Peace Survey ครั้้�งที่่� 7 สะท้้อนว่่า ประชาชน 33.7% เห็็นว่่ากระบวนการสัันติิภาพมีีความก้้าวหน้้า ประชาชนกว่่า 70.3% สนัับสนุุนการพููดคุุยสัันติิภาพเป็็นแนวทางการแก้้ไขปััญหา 42.6% มีีความเชื่่�อมั่่�นต่่อการพููดคุุยสัันติิภาพและประชาชน 56.4% ยัังมีีความหวัังต่่อกระบวนการสัันติิภาพ (คณะทำงาน Peace Survey7, 3 ตุุลาคม 2566) ดัังนั้้�น สิ่่�งที่่�สํําคััญที่่�ต้้องดำเนิินการต่่อไปคืือ การเปิิดพื้้�นที่่�ต้้องการให้้ประชาชนทุุกฝ่่ายอย่่างครอบคลุุมและมีีส่่วนร่่วมจากทุุกฝ่่าย รวมถึึงกลุ่มคนเปราะบาง-ชายขอบ โดยการ่สร้้างพื้้�นที่่�ปลอดภััยในการมีีส่่วนร่่วมกระบวนการปรึึกษาหารืือสาธารณะ (คณะทำงาน Peace Survey 7, 3 ตุุลาคม 2566) เนื่่�องจากในพื้้�นที่่�แห่่งนี้้�ยัังคงเผชิิญกัับสภาพปััญหาที่่�ยัังสะท้้อน ความรุุนแรงหลากหลายมิิติิที่่�กระทบต่่อชีีวิติผู้คนใน ้ พื้้�นที่่� โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งผู้คนเปราะบาง- ้ชายขอบที่่�ถููกเบีียดขัับออกจากการมีีส่่วนร่่วมในมิิติิต่่างๆ เช่่น นโยบาย ความยุุติิธรรมในสัังคม ภาวะการเป็็นตััวแทน เป็็นต้้นงานวิิจััยชิ้้�นเป็็นส่่วนหนึ่่�งของโครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้ของไทย ที่่�มุ่่งศึึกษาความสััมพัันธ์์ระหว่่างการพััฒนาคุุณภาพชีีวิิตและการสร้้างสัันติิภาพในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนใต้้ เพื่่�อที่่�หาคำตอบว่่า สัันติิภาพมีีความหมายต่่อกลุ่่มคน86


เปราะบาง-ชายขอบอย่่างไร? โดยมุ่ง่ศึึกษาความสััมพัันธ์์ระหว่่างการพััฒนาคุุณภาพชีีวิติและการสร้้างสัันติิภาพในพื้้�นที่่�จัังหวััดชายแดนใต้้ ผ่่านกรอบแนวคิิดปฏิิภาคภาวะ (Intersectionality) หรืือการซ้้อนทัับของประเด็็นปััญหา เป็็นกรอบการวิิเคราะห์์ที่่�สำคััญในการทำความเข้้าใจกระบวนทััศน์์ ที่่�ท้้าทายต่่อเรื่่�องเพศสภาพ เชื้้�อชาติิ ชาติิพัันธุ์์ ชนชั้้�น เพศวิิถีี ที่่�ทำให้้ผู้้คน ถููกเบีียดขัับออกจากการมีีส่่วนร่่วมในมิิติิต่่างๆ รวมถึึงการที่่�ผู้้คนต้้องเผชิิญกัับภาวะ เชิิงโครงสร้้างความรุุนแรงหลากรููปแบบ ซึ่่�งกำลัังดำเนิินการตััดข้้ามซ้้อนระหว่่างองค์์ประกอบต่่างๆ (Shepherd, 2008) รวมถึึงแนวคิิดการสร้้างสัันติิภาพเชิิงบวก (positive peace) ที่่�มุ่่งในการทำให้้สัังคมมีีสัันติิภาพที่่�ยั่่�งยืืน และทำให้้เกิิดสภาพแวดล้้อมในการพััฒนา ศัักยภาพมนุุษย์์ หลีีกห่่างความเกลีียดชัังซึ่่�งกัันและกััน ปรัับปรุุงกลไกสถาบััน กลไก และโครงสร้้างในสัังคมไม่่ให้้ยึึดติิดอยู่่กัับการรวมศููนย์์อำนาจ (Galtung, 1996)1 งานวิิจััยมีีกลุ่่มเป้้าหมาย ตามนิิยามภาคสนาม คืือ กลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบ รวมทั้้�งหมด 176 คน จาก 16 ชุุมชน2ได้้แก่่ หญิิงหม้้าย เด็็กกำพร้้าคนพิิการ ผู้้สููงอายุุ ผู้้ไม่่มีีความมั่่�นคงด้้านที่่�อยู่่อาศััย (บนเขา ชาวเล) ชาวประมงชายฝั่่�ง เยาวชนในชุุมชน (เสี่่�ยงจากความรุุนแรงต่่อตััวเอง และชุุมชน) ผู้้ที่่�ความหลากหลายทางเพศ กลุ่่มชนกลุ่่มน้้อยทางศาสนา เหยื่่�อจากการซ้้อมทรมาน กล่่าวได้้ว่่าคนกลุ่่มนี้้�ถืือว่่าเป็็นกลุ่่มคนที่่�ยัังไม่่ได้้มีีการศึึกษาในแง่่ของการมีีส่่วนร่่วมในกระบวนการสัันติิภาพมากนััก ดัังนั้้�นโครงการศึึกษาวิิจััยนี้้�จึึงเน้้นการศึึกษาการวิิจััยเชิิงปฏิิบััติิการแบบ มีีส่่วนร่่วม (Action-oriented participatory research) โดยนัักวิจัิัยหญิิงท้้องถิ่่�นจากจัังหวััดชายแดนใต้้ จำนวน 22 คน ที่่�ได้้รัับการฝึึกอบรมการวิิจััยเชิิงปฏิิบััติิการแบบมีีส่่วนร่่วม ในโครงการการสร้้างสัันติิภาพอย่่างครอบคลุุมในจัังหวััดชายแดนใต้้จากคณาจารย์์ผู้้มีีความเชี่่�ยวชาญด้้านการวิิจััยในบริิบทของสามจัังหวััดชายแดนใต้้ ระหว่่างเดืือนพฤศจิิกายน 2565 - กุุมภาพัันธ์์ 25661 สันติภาพเชิงบวกคอ ืสภาวะที่สังคมมความีสงบสุขปราศจากความรนแรงในเชิงกายภาพ ความรุนแรงในเชิงุโครงสร้างและวัฒนธรรมเช่น ดำรงความยุติธรรม มีเสรีภาพที่เท่าเทียม เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในตนเองและได้รับการเคารพยอมรับในอัตลักษณ์2 16 ชุมชนจาก 4 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา ที่ทำงานกับสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา87


ผลการศึึกษา: การสััมภาษณ์์เชิิงลึึกและการสนทนากลุ่่มผลการศึึกษาแสดงถึึงความคิิดเห็็นและข้้อมููลของกลุ่่มผู้้เปราะบางที่่�หลากหลาย ซึ่่�งสะท้้อนต่่อสถานการณ์์ของกลุ่มชายขอบ เปราะบางใน่พื้้�นที่่�ความขััดแย้้งในจัังหวััดชายแดนใต้้ผลจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกและการสนทนากลุ่่มพบกว่่า ประชาชนโดยทั่่�วไปมีีความคิิดเห็็นในเชิิงบวกต่่อ “ความเท่่าเทีียม” ในมิิติิการให้้ความช่่วยเหลืือมากกว่่ามิิติิอื่่�นๆ เช่่น กองทุุนเด็็กกำพร้้า สวััสดิิการเบี้้�ยผู้้สููงอายุุ - คนพิิการ บััตรประชารััฐ การแจกถุุงยัังชีีพเครื่่�องอุุปโภคบริิโภค การช่่วยเหลืือเมื่่�อยามจำเป็็น การให้ซ้ากาต (เงิินบริิจาคตามหลัักการของศาสนาอิสิลาม) อย่่างไรก็็ตามกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบ ยัังคงเผชิิญกัับการเลืือกปฏิิบััติิและความไม่่ยุุติิธรรม อัันเนื่่�องมากจากหลายสาเหตุุได้้แก่่ ทััศนคติิและการทำงานของรััฐและสัังคมที่่�ยัังไม่่ยอมรัับหรืือไม่่เปิิดโอกาสให้้กลุ่่มเปราะบาง การช่่วยเหลืือยัังไม่่ต่่อเนื่่�องและทั่่�วถึึง รวมทั้้�งการขาดฐานข้้อมููลที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับความต้้องการของกลุ่่มเปราะบางเป็็นต้้น ดัังนั้้�นจึึงมีีข้้อเสนอจากชุุมชนเพื่่�อที่่�จะกระตุ้้นให้้หลายภาคส่่วนให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงได้้แก่่ 1) การส่่งเสริิมความรู้้สิทธิิและทัักษะ 2) การเปิิดพื้้�นที่่�การเมืืองและการมีีส่่วนร่่วม 3) การช่่วยเหลืือในเชิิงบููรณาการ4) การส่่งเสริิมเศรษฐกิิจรายได้้ให้้กัับกลุ่่มคนเปราะบาง นอกจากนี้้�ยัังมีีประเด็็นที่่�น่่าสนใจเกี่่�ยวกัับบทบาทของผู้้หญิิง ผู้้ให้้ข้้อมููลส่่วนใหญ่่เห็็นตรงกัันว่่าผู้้หญิิงมีีบทบาทและมีีส่่วนร่่วมในระดัับต่่างๆ อีีกทั้้�งยัังสามารถทำหน้้าที่่�เป็็นคนกลางในความขััดแย้้ง อย่่างไรก็็ตามสำหรัับผู้้หญิิงกลุ่่มเปราะบาง เช่่น หญิิงผู้้พิิการหรืือหญิิงหม้้าย พวกเธอมีีภาระหน้้าที่่�ทางสัังคม ที่่�ซัับซ้้อนทั้้�งในบ้้านและนอกบ้้าน ดัังนั้้�นเสีียงของพวกเธอควรถููกได้ยิ้ินและ ได้รั้ับการสนัับสนุุนประเด็็นสำคััญจากมุุมมองของกลุ่่มเปราะบางชายแดนใต้้1. สถานการณ์์/สภาพความเป็็นอยู่่ของกลุ่่มเปราะบางไม่่ได้้มีีการเปลี่่�ยนแปลง ผู้้ให้้ข้้อมููลแสดงความเห็็นว่่า โดยภาพรวมสถานการณ์์หรืือสภาพความเป็็นอยู่่ในชุุมชนของตััวเองในปััจจุุบัันยัังคงเหมืือนเดิิมไม่่มีีการเปลี่่�ยนแปลงมากนััก เนื่่�องจากในพื้้�นที่่�ยัังไม่่มีีนโยบายที่่�จะสร้้างการเปลี่่�ยนแปลงอย่่างมีีนััยยะสำคััญ โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบางชายขอบที่่�ยัังต้้องพึ่่�งพิิงผู้้อื่่�นในการดำเนิินชีีวิิต ซึ่่�งแสดงให้้เห็็นถึึงการเลืือกปฏิิบััติิและ การลดทอนศัักดิ์์�ศรีีดัังกรณีีของคนพิิการคนหนึ่่�งสะท้้อนว่่า 88


“ทุุกวัันนี้้�ยัังไม่่เห็็นการเปลี่่�ยนแปลงอะไรเลย ในฐานะที่่�ตนเองพิิการมืือเท้้าด้้วน ครั้้�งหนึ่่�งขณะขัับจัักรยานโดนเฉี่่�ยวทำให้้จัักรยานเสีียหาย ได้้ทำเรื่่�องขอความช่่วยเหลืือจาก อบต. จนถึึงวัันนี้้�ก็็ยัังไม่่ได้้รัับการช่่วยเหลืือใดๆ หรืือแม้้แต่่อาชีีพเสริิมแก่่คนยากไร้้ให้้คนในหมู่่บ้� ้านก็ยั็ังไม่่มีีชาวบ้้านยัังคงต้้องช่่วยเหลืือตััวเองหมดต่่างคนต่่างหากิินเอง ปััญหายาเสพติดิกยัังคงเหมืือนเดิิม มากกว่่านั้้�น มัักถููกเพื่่�อนบ้้านข่่มขู่่� ซึ่่�งก็็ไม่่มีีใครช่่วยอะไรได้้ ถููกดูถููกล้้อเลีียนบ่่อย แต่่อดทน สู้้ และด่่ากลัับบ้้าง”(ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 96, 15 พฤศจิิกายน 2565)นอกจากนี้้�ภายใต้สถ้านการณ์์โควิิด 19 ในช่่วง 2-3 ปีีที่่�ผ่่านมา กลุ่ม่ตััวอย่่างส่่วนใหญ่่ สะท้้อนว่่าสถานการณ์ดั์ ังกล่่าวได้้เปลี่่�ยนแปลงวิถีีชีีวิติของผู้คนในวงก ้ ว้้าง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน่ที่่�อพยพไปทำงานที่่�ประเทศมาเลเซีีย ช่่วงโควิิดพวกเขากลายเป็็นคนตกงานและต้้องกลัับมาอยู่่ที่่�บ้้าน ทำให้้ขาดรายได้้ อีีกทั้้�งไม่ส่ามารถหางานทำในพื้้�นที่่�ได้้ หลัังจากที่่�สถานการณ์์โควิิดได้สิ้้้�นสุุดลง พวกเขาก็ท็ยอยเข้้าไปทำงานที่่�ประเทศมาเลเซีียเหมืือนเดิิม เพราะรายได้้ไม่ส่ามารถเลี้้�ยงชีีพในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ได้้ “ดีีใจที่่�สถานการณ์์โควิิดสิ้้�นสุุด มาเลเซีียเปิิดประเทศ เราก็็จะได้้ไปใช้้แรงงาน คนในหมู่่�บ้้านก็็จะได้้มีีเงิินใช้้จ่่าย หากจะทำงานที่่�บ้้านก็็คงยาก เพราะทรััพยากรเริ่่�มหดหาย อีีกทั้้�งช่่วงมรสุุมก็็ออกทะเลไม่่ได้้”(ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 5, 14 พฤศจิิกายน 2565) เช่่นเดีียวกัับกลุ่ม่ตััวอย่่างพื้้�นที่่�อื่่�นๆ ที่่�ได้รั้ับผลกระทบจากสถานการณ์์โควิิดเช่่นเดีียวกัับคนทั่่�วไปของประเทศ ทำให้้ไม่่สามารถออกไปทำงานหารายได้้เหมืือนช่่วงปกติิ ขาดรายได้้ เมื่่�อการระบาดของโควิิด 19 ลดลงพวกเขาก็็สามารถออกไปทำงานได้้เหมืือนเดิิม แต่่ก็็ต้้องเผชิิญกัับการค้้าขายก็็ซบเซาลงอีีกทั้้�งราคาสิินค้้าก็็แพงขึ้้�นด้้วย2. กลุ่่มเปราะบางต้้องประสบปััญหากัับมุุมมองและทััศนคติิในเชิิงลบกลุ่มเปราะบาง-ชายขอบบางใ่ช่่เพีียงแค่่เผชิิญปััญหาเพีียงมิิติิเดีียวเท่่านั้้�น แต่่พวกเขา ยัังต้้องเผชิิญกัับมุุมมองและทััศนคติิต่่างๆ จากผู้้คน ก่่อให้้เกิิดความสลัับซัับซ้้อนของปััญหา เช่่น เด็็กและเยาวชนในสถานพิินิิจที่่�ชายแดนใต้้ ผู้้ให้้ข้้อมููลอธิิบายว่่า ส่่วนใหญ่่เด็็กและ 89


เยาวชนเหล่่านี้้�มาจากครอบครััวที่่�แตกแยกและต้้องอาศััยอยู่่กัับปู่่ย่่าตายาย มีีฐานะยากจน บางคนต้้องประสบกัับปััญหาความรุุนแรงทางครอบครััว ส่่งผลให้้เด็็กกลุ่่มเปราะบางเหล่่านี้้�มีีความเครีียดสููงมาก บางคนถึึงขั้้�นทำร้้ายพ่่อแม่่ หรืือบางคนต้้องไปพึ่่�งยาเสพติิดถึึงขั้้�นถููกจัับอยู่่ในสถานพินิิจ เมื่่�อเป็็นคดีีแล้้วจำเป็็นต้้องเดิินเรื่่�องเพื่่�อสู้้คดีีแต่่การเข้้าสู่่กระบวนการยุุติิธรรมและจำเป็็นต้้องใช้้เงิินไม่่ว่่าจะเป็็นค่่าเดิินทางหรืือค่่าทนาย (สนทนากลุ่่มที่่� 3, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ในขณะที่่�เด็็กที่่�มีีพ่่อที่่�ได้้รัับผลกระทบจากคดีีความมั่่�นคงหรืือเด็็กที่่�ต้้องเผชิิญกัับเหตุุการณ์์ความรุุนแรงทางครอบครััวกระทั่่�งพ่่อแม้้หย่่าร้้าง แต่่สัังคมหรืือชุุมชนบางพื้้�นที่่� ก็็ไม่่พร้้อมที่่�โอบรัับเด็็กเหล่่านี้้� แต่่กลัับต่่อว่่า เช่่น เด็็กมีีแม่่ถููกสามีีทิ้้�ง หรืือพ่่อเป็็นโจร ทำให้้เด็็กไม่่มีีกำลัังใจในการเรีียนหรืือการใช้้ชีีวิิต (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566)เช่่นเดีียวกัับกลุ่่มผู้้มีีความหลากหลายทางเพศที่่�สัังคมยัังไม่่ได้้ให้้โอกาสและพััฒนา ในทางที่่�ดีี เช่่น มีีกรณีีผู้้มีีความหลากหลายทางเพศคนหนึ่่�งตััดสิินใจย้้ายไปอยู่่พื้้�นที่่�ห่่างไกลเพื่่�อหลบหน้้าผู้้คน ทำให้้ต้้องใช้้ชีีวิิตอยู่่แบบลำบากเป็็นโรคซึึมเศร้้า วัันหนึ่่�งเขาต้้องกลัับมาดููแลแม่่เพราะพ่่อเสีียชีีวิติ แต่สุุ่ดท้้ายเขาหาบทสรุุปให้กั้ับชีีวิติไม่่ได้้ในการที่่�จะอยู่่ในสัังคมมุุสลิิมและได้รั้ับการยอมรัับ เขาจึึงเลืือกที่่�จะฆ่่าตััวตายในที่่�สุุด (สนทนากลุ่มที่่� 7, 9 ่ กุุมภาพัันธ์์ 2566) นอกจากนี้้�กลุ่มผู้่ ้มีีความหลากหลายทางเพศ ยัังถููกด้้อยค่่าว่่าเป็็นกลุ่มคนที่่�่ทำผิิดหลัักการของศาสนาเพราะเบี่่�ยงเบนทางเพศ เช่่น กลุ่่มเยาวชนเล่่าว่่า ครั้้�งหนึ่่�งเคยถููกอาจารย์์ที่่�โรงเรีียนดูถููกและกาหััวว่่าเป็็น “ปอแน” (กระเทยในภาษาไทย) พวกความรู้้สึึกแย่่จนไม่่อยากเข้้าเรีียนวิิชาของอาจารย์์คนนั้้�น (สนทนากลุ่มที่่� 7, 9 ่ กุุมภาพัันธ์์ 2566) นอกจากนี้้�เยาวชนนอกระบบ การศึึกษาก็็ถููกสัังคมดููถููกเช่่นกััน เช่่น เยาวชนที่่�ไปฝึึกงานในที่่�ต่่างๆ มัักถููกมองว่่าเป็็นแค่่เด็็กฝึึกอาชีีพระยะสั้้�น ความรู้้ไม่่มากเท่่ากัับเยาวชนที่่�อยู่่ในระบบการศึึกษา จนถููกบููลลี่่�หรืือ ด้้อยค่่าว่่าเป็็น “แรงงานโง่่” (สนทนากลุ่่มที่่� 2, 7 กุุมภาพัันธ์์ 2566)สำหรัับกลุ่่มหญิิงหม้้ายในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ ลููกๆของเธอถููกกล่่าวหาว่่าเป็็นลููกโจร เพราะมีีรููปพ่่อติิดป้้ายอยู่่ตรงด่่านตรวจ เหตุุการณ์์เหล่่านี้้�ได้สร้้ ้างความเจ็็บปวดรวดร้้าวสำหรัับหญิิงหม้้ายในพื้้�นที่่�ฯ (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ขณะที่่�ผู้้หญิิงหม้้ายที่่�มีีสามีีเป็็นเจ้้าหน้้าที่่�รััฐในหมู่่บ้้านแห่่งหนึ่่�งในจัังหวััดนราธิิวาสมัักจะถููกล้้อเลีียนเช่่นกัันว่่าพวกเธอตกเป็็นภรรยาของทหาร 90


“ตอนที่่�เป็็นหม้้ายใหม่่ๆ และย้้ายมาอยู่่�ในพื้้�นที่่� วัันหนึ่่�งเดิินไปซื้้�อกัับข้้าว ได้้ยิินผู้ห้ ญิิงคนหนึ่่�งพููดว่่า ผู้้หญิิงในชุุมชน สามีีเป็็นทหารหมดแล้้ว” (สนทนากลุ่่�มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566)3. ปััญหาความยุุติิธรรมในมุุมของกลุ่่มชายขอบ เปราะบางในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้นอกจากการเลืือกปฏิิบััติิอย่่างไม่่เท่่าเทีียมต่่อกลุ่มเปราะบาง-ชายขอบ ความ่ ยุุติิธรรมยัังเป็็นประเด็็นใจกลางสำคััญ เนื่่�องจากในพื้้�นที่่�ยัังคงประสบปััญหากัับความยุุติิธรรมทั้้�งจากการดำเนิินคดีีและการปฏิิบััติิของเจ้้าหน้้าที่่�รััฐที่่�ทำให้้เกิิดการละเมิิดสิิทธิิอย่่างกว้้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบซึ่่�งเป็็นกลุ่่มที่่�ไร้้อำนาจในการต่่อรองเกืือบทุุกด้้าน ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลคนหนึ่่�งแสดงความเห็็นในทำนองที่่�ว่่าความยุุติิธรรมไม่มีี่อยู่่จริิง เห็็นได้้จากเหตุุการณ์์ที่่�พวกเขาต่่างเผชิิญทั้้�งระดัับการปฏิิบััติิทางกฎหมายในสัังคมที่่�มีีการคอรััปชั่่�นและเลืือกปฏิิบััติิ “ในประเทศไทยและที่่�ไหนๆ ความยุติุธิรรมไม่่มีีจริิง คนมีีอำนาจมีีเงิินก็็รอดทุุกราย ในขณะที่่�คนจนจะเอาอะไรไปสู้้ แม้้จะเข้้าไปทำงานราชการหรืือหน่่วยงานอะไรก็ต็าม ยัังต้้องมีีเงิินจ่่ายใต้้โต๊๊ะ ถ้้าครอบครััวไหนจนไม่่มีีจะยััดใต้้โต๊๊ะ เหล่่านี้้�ทำให้้หลายพื้้�นที่่�มีีตำรวจ หรืือ อส.ที่่�ติิดยาเสพติิด”(ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 96, 15 พฤศจิิกายน 2565)นอกจากนี้้�ผู้้ให้้ข้้อมููลจำนวนมากให้้ความเห็็นว่่า ความยุุติิธรรมในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้นั้้�น จะเกิิดขึ้้�นได้้ต้้องมีีอำนาจหรืือเส้้นสาย เยาวชนคนหนึ่่�งแสดงความเห็็นว่่า ความยุุติิธรรมไม่่มีีอยู่่จริิง เพราะความยุุติิธรรมจะเกิิดได้้เฉพาะคนที่่�มีีอำนาจและมีีเส้้นสายเท่่านั้้�น (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 8, 14 พฤศจิิกายน 2565) ซึ่่�งนอกจากเส้้นสายหรืือระบบอุุปถััมภ์์ ยัังมีีการคอรััปชั่่�นของผู้้นำท้้องถิ่่�นที่่�เลืือกปฏิิบััติิ เอาใจพี่่�น้้องเครืือญาติิหรืือฝ่่ายที่่�สนัับสนุุนตััวเองก่่อน ตััวอย่่างที่่�เห็็นได้้ชััดคืือ การพึ่่�งพาระบบเครืือญาติิ เช่่น หากมีีสวััสดิิการที่่�ทางรััฐมอบให้้กัับประชาชน ผู้้ใหญ่่บ้้านก็็จะมอบให้้กัับญาติิของตนก่่อน (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 51, 4 ธัันวาคม 2565) เช่่นเดีียวกัับผู้้ดููแลคนพิิการติิดเตีียงและเยาวชนสะท้้อนประเด็็นนี้้�ว่่า91


“ในสัังคมบ้้านเราไม่่มีีความยุุติิธรรมทั้้�งการสมััครงาน สมััครเรีียน ถ้้าไม่่มีีเส้้นสายภายในแล้้วก็็ยากที่่�จะเข้้าไปได้้ แม้้ว่่าจะเปิิดรัับสมััครและสอบติิดก็็จะไม่่ได้้เพราะเขามีีคน ข้้างในแล้้ว” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 105, 27 พฤศจิิกายน 2565)ปััญหาความไม่่เป็็นธรรมที่่�เกิิดขึ้้�นนี้้�ทำให้้ชาวบ้้านกลุ่่มเปราะบางประสบกัับปััญหาต่่างๆ จนทำให้้รู้้สึึกอ่่อนล้้า ดัังผู้้ได้้รัับผลกระทบจากสถานการณ์์ความไม่่สงบในพื้้�นที่่�ได้้สะท้้อนผ่่านคำพููด ในขณะที่่�ให้้สััมภาษณ์์นััยน์์ตาเธอสีีแดงก่่ำและพููดด้้วยเสีียงกลััวและหวาดระแวงว่่า“ช่่วงที่่�ประสบกัับเหตุุการณ์์กัับตััวเองใหม่่ๆ รู้้สึึกเจ็็บปวดมาก อยากต่่อสู้้เพื่่�อให้้ได้้ความยุุติิธรรมกัับตนเองและครอบครััว และได้้เข้้าสู่่�กระบวนการยุุติิธรรมแต่่ถึึงวัันนี้้�ก็็ยััง เหมืือนเดิิมจนรู้้สึึกสิ้้�นหวัังกัับกฎหมายและไม่่อยากได้้อะไรแล้ว้ ทั้้�งบทลงโทษหรืือการเยีียวยา เป็็นไปได้้ไม่่อยากไปข้้องเกี่่�ยวอะไรกัับกฎหมายอีีก” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 108, 14 พฤศจิิกายน 2565)4. ความเห็็นต่่อสถานะและบทบาทของผู้้หญิิงเปราะบางปััจจุุบัันผู้้หญิิงเข้้าไปมีีบทบาททางสัังคมและทางการเมืืองมากขึ้้�น ผู้้ให้้สััมภาษณ์์ มองว่่าผู้ห้ ญิิงมีีบทบาททางสัังคมในสถานะที่่�เท่่าเทีียมกัับผู้ชาย บาง ้ ส่่วนให้้ความเห็็นว่่าผู้ห้ ญิิงสมควรเป็็นผู้นำและผู้ ้ ห้ ญิิงต้้องทำหน้้าที่่�ทั้้�งในบ้้านและนอกบ้้าน ข้้อมููลเหล่่านี้้�แสดงให้้เห็็นว่่าผู้ห้ ญิิงมีีภาระหน้้าที่่�หลัักและหน้้าที่่�รอง นอกจากนี้้� ในประเด็็นเศรษฐกิิจ ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลส่่วนใหญ่่เห็็นว่่าผู้้หญิิงและผู้้ชายมีีบทบาทที่่�เท่่าเทีียมกััน ทั้้�งสองฝ่่ายต่่างช่่วยเหลืือซึ่่�งกัันและกััน เนื่่�องในสถานการณ์์ที่่�สภาพเศรษฐกิิจที่่�บัังคัับให้้ทุุกคนทั้้�งหญิิงและชายต้้องออกไปทำงาน เพื่่�อหารายได้้ให้้เพีียงพอกัับค่่าใช้้จ่่ายในแต่่ละวััน“ใครจะเป็็นคนหารายได้้ได้้มากกว่่ากัันนั้้�นไม่่สำคััญว่่าเขาเป็็นผู้้หญิิงหรืือผู้้ชาย แต่่อยู่่�ที่่�ความสามารถ และความเก่่งของแต่่ละคนมากกว่่า ผู้ห้ ญิิงบางคนสามารถเป็็นเจ้้าของกิิจการได้้ด้้วยซ้้ำ ดัังนั้้�น ไม่่ควรอคติิว่่าใครเพศไหนเก่่งกว่่าใคร แต่่ควรยอมรัับในสิ่่�งที่่�เป็็น แม้้ว่่าผู้้หญิิงไม่่ได้้แข็็งแรงเท่่าผู้้ชาย แต่่ทางความคิิด ทางการทำงาน ก็็ไม่่ด้้อยกว่่าใคร” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 10, 14 พฤศจิิกายน 2565) 92


สำหรัับการมีีส่่วนร่่วมทางสัังคม ผู้ห้ ญิิงสามารถเข้้าไปมีีส่่วนร่่วมในการแสดงความคิิดเห็็นและมีีความกระตืือรืือร้้น เมื่่�อเข้้าไปทำงานร่่วมกัับผู้้ชายแล้้ว ก็็สามารถเติิมเต็็มการทำงานร่่วมกัันได้้เป็็นอย่่างดีี“ปััจจุุบัันผู้้หญิิงก็็ทำอะไรได้้มากขึ้้�น มีีสิิทธิิเท่่าเทีียมกััน ไม่่มีีการกดขี่่� เป็็นผู้้นำได้้ในบริิบทของตััวเอง อย่่างกลุ่่�มเเม่่บ้้าน สามารถออกความเห็็นได้้ สามารถมีีสิิทธิิมีีเสีียงเต็็มที่่�” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 100, 15 พฤศจิิกายน 2565) “ผู้้หญิิงมีีความกระตืือรืือร้้น เอาใจใส่่กัับคนในพื้้�นที่่� มีีจิิตอาสาสููง โดยเฉพาะ การรัับผิดชิอบต่่อการทำงาน อีีกทั้้�งมีีความละเอีียดรอบคอบอีีกด้้วย (ผู้ใ้ห้สั้ัมภาษณ์์คนที่่� 15, 22 พฤศจิิกายน 2565) สมควรอย่่างยิ่่�งที่่�ผู้ห้ญิิงเข้้าไปเป็็นผู้นำเพราะผู้ ้ ห้ญิิงมีีความรัับผิดชิอบสููง”(ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 20, 22 พฤศจิิกายน 2565)นอกจากนี้้�ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลแสดงความเห็็นว่่าผู้ห้ ญิิงยัังมีีโอกาสเข้้าไปทำงานในระดัับต่่างๆ อีีกทั้้�งสามารถทำหน้้าที่่�เป็็นคนกลางเวลามีีความขััดแย้้ง ซึ่่�งเป็็นคุุณสมบััติิสำคััญของการเป็็นผู้้นำและได้้รัับความไว้้วางใจในการเข้้าไปทำหน้้าที่่�ในด้้านต่่างๆ“ผู้ห้ญิิงสามารถหาทางออกให้กั้ับสัังคมได้้ดีี เรื่่�องการไกล่่เกลี่่�ยและการดููแลคนยากไร้้ และสามารถทำงานแทนผู้้นำ” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 14, 24 พฤศจิิกายน 2565) “ผู้ห้ ญิิงได้้รัับความไว้ว้างใจและถููกมอบหมายจากผู้นำในการเ ้ ข้้าไปเป็็นคณะทำงานทั้้�งในระดัับชุุมชน ตำบล และจัังหวััด เพื่่�อให้้ไปถึึงจุดมุ่่�งหมายของการทำงานร่่วมกัันกัับผู้้ชาย” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 17, 22 พฤศจิิกายน 2565)อย่่างไรก็็ตาม หญิิงบางกลุ่่มต้้องรัับภาระทางสัังคมมากว่่าผู้้ชายด้้วยบทบาทหน้้าที่่�ในครััวเรืือน ขณะเดีียวกัันพวกเธอต้้องออกไปทำงานนอกบ้้านด้้วย หญิิงหม้้ายคนหนึ่่�งบอกว่่าตนเองต้้องทำงานทุุกอย่่างในบ้้าน ในขณะที่่�สามีีไม่่ได้รั้ับผิิดชอบในการทำงานหาเลี้้�ยงชีีพเพื่่�อ93


ครอบครััวจนกระทั่่�งตนเองตััดสิินใจหย่่าร้้าง ในขณะที่่�ผู้้หญิิงบางคนที่่�ไม่่มีีต้้นทุุนชีีวิิตจำเป็็นจนต้้องอพยพไปทำงานต่่างประเทศและยอมที่่�จะทิ้้�งลููกอยู่่กัับญาติิที่่�บ้้าน“ผู้ห้ญิิงมีีบทบาทหน้้าที่่�ที่่�ต้้องรัับผิดชิอบหลายอย่่าง เมื่่�อก่่อนก๊๊ะเองก็มีี็บทบาทหน้้าที่่�ต้้องรัับผิิดชอบ ต้้องดููแลครอบครััว มีีหน้้าที่่�ที่่�ต้้องจััดการ ทำให้้ต้้องไปทำงานมาเลเซีีย ถ้้าก๊๊ะไม่่ไปทำงานมาเลเซีีย ก๊๊ะก็็ไม่่มีีรายได้้ที่่�จะใช้้จ่่ายในครอบครััว ผู้้หญิิงหลายๆ คนในหมู่่�บ้้านนี้้�ต่่างก็ท็ำงานกัันหมด ไม่่มีีใครอยู่่บ้� ้านเฉยๆ ทุุกคนมีีภาระที่่�ต้้องรัับผิดชิอบ ถ้้าไม่่ออกไปทำงานก็็ไม่่ได้้เงิินเลย แต่่ถ้้าออกไปอย่่างน้้อยก็็ได้้แล้้ววัันละร้้อยสองร้้อย” (ผู้้ให้้สััมภาษณ์์คนที่่� 6, 14 พฤศจิิกายน 2565)สาเหตุุของปััญหา ปััญหาที่่�กลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบประสบปััญหาอยู่่นั้้�นข้้องเกี่่�ยวกัับโครงสร้้างของ การปกครอง ระบบระเบีียบการทำงานของภาครััฐที่่�ปรากฏอยู่่ในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้ เจ้้าหน้้าที่่�รััฐให้้ข้้อมููลว่่าภาครััฐและเองชนยัังไม่่มีีการช่่วยเหลืือและการจััดทำข้้อมููลที่่�เป็็นระบบ อีีกทั้้�ง ยัังไม่่ได้้เข้้าใจและยอมรัับกลุ่่มเปราะบางอย่่างแท้้จริิง นำไปสู่่การช่่วยเหลืือที่่�ไม่่ทั่่�วถึึงและ ไม่่ต่่อเนื่่�อง เหล่่านี้้�ส่่งผลให้้กลุ่่มชายขอบ เปราะบางในพื้้�นที่่�ยัังไม่่ได้้รัับการคุ้้มครองตามสิิทธิ์์�ที่่�ควรจะได้้รัับ 1. ผู้้นำชุุมชน สัังคม ไม่่เข้้าใจ ไม่่ยอมรัับและไม่่เปิิดโอกาสให้้กลุ่่มเปราะบาง ชายแดนใต้้นัับเป็็นพื้้�นที่่�เปราะบางที่่�จำเป็็นต้้องได้้รัับการดููแลทุุกส่่วนเนื่่�องจากต้้องเผชิิญปััญหาหลากหลายมิิติิ เนื่่�องจากสัังคมหรืือผู้นำ้ ชุุมชนไม่่พร้้อมที่่�จะดููแลอย่่างครอบคลุุมและเข้้าใจ เข้้าถึึงและให้้โอกาสดัังกรณีีของกลุ่มผู้่ ้มีีความหลากหลายทางเพศในพื้้�นที่่�ชายแดนใต้้มัักจะมีีความกดดัันในการดำเนิินชีีวิิต เช่่นเดีียวกัับหญิิงหม้้าย แม้้ว่่าจะเป็็นบุุคคลที่่�สัังคมชายแดนใต้้ให้้ความสำคััญตามหลัักความเชื่่�อของศาสนาอิสิลาม (ทั้้�งหญิิงหม้้ายและเด็็กกำพร้้า) แต่่บางชุุมชนกลัับละเลย เช่่น ในชุุมชนหนึ่่�งมีีผู้้ให้้ข้้อมููลว่่า ถ้้าผู้้ชายรู้้ว่่าคนไหนเป็็นแม่่หม้้ายก็็มัักจะมีีคำหยอกล้้อ ล้้อเล่่นด้้วยคำที่่�อีีกฝ่่ายหนึ่่�งจะรู้้สึึกระแวง (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) หรืือกรณีีที่่�คนพิิการต้้องเผชิิญกัับทััศนคติิของเจ้้าหน้้าที่่�เมื่่�อไปใช้้บริิการจากภาครััฐ94


“ครั้้�งหนึ่่�งผมพาภรรยาซึ่่�งพิิการ ไปถ่่ายบัตัรประชาชนให้้ภรรยาที่่�อำเภอไม่่มีีทางลาดจึึงต้้องยกขึ้้�น ระหว่่างที่่�รอเจ้้าหน้้าที่่�ดำเนิินการอยู่่� ผมก็็รออยู่่�ข้้างนอก ก็็มีีพนัักงานนิินทาว่่า ‘คนพิิการจริิงๆ ไม่่ต้้องถ่่ายรููปหรอก ตำรวจไม่่จัับหรอก’ นั่่�นหมายถึึงสัังคมยัังไม่่เห็็นว่่า คนพิิการเป็็นมนุุษย์์คนหนึ่่�งที่่�มีีสิิทธิ์์�และความต้้องการเหมืือนคนทั่่�วไป” นอกจากนี้้�ความอ่่อนแอของสัังคมที่่�ไม่่ได้้ทำความเข้้าใจกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบ ถึึงความลำบากหรืือความต้้องการของเขา ทำให้้เกิิดการละเลยและไม่่เปิิดโอกาส เมื่่�อมีีกิิจกรรมนััดหมายใส่่ชุุดสีีประจำหมู่่บ้้านในวัันอีีด (วัันสำคััญทางศาสนาอิิสลาม) พบว่่ากลุ่่มเปราะบางที่่�เป็็นผู้้ยากไร้้มััก ไม่่ได้้เข้้าร่่วมกัับกิิจกรรมและกลายเป็็นแกะดำของชุุมชนนั้้�นไป (สนทนากลุ่มที่่� 2, 7 ่ กุุมภาพัันธ์์ 2566) ในขณะที่่�แกนนำสี่่�เสาหลััก (ผู้นำศา ้ สนา ผู้นำ้ ท้้องถิ่่�น ผู้นำ้ ท้้องที่่� ผู้นำ้ ตามธรรมชาติิ) ยอมรัับว่่าที่่�ผ่่านมาพวกเขามีีการเรี่่�ยไรเงิินช่่วยเหลืือเด็็กกำพร้้าเสีียส่่วนใหญ่่แต่่สำหรัับกลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบอื่่�นๆ แต่่คนพิิการยัังไม่่ได้้ถููกให้้ความสำคััญเท่่าที่่�ควร (สนทนากลุ่่มที่่� 1, 2 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ขณะที่่�กลุ่่มผู้้มีีความหลากหลายทางเพศกลัับถููกปิิดกั้้�นพื้้�นที่่�ในการแสดงความสามารถ ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลคนหนึ่่�งเล่่าว่่าช่่วงที่่�เรีียนระดัับมััธยม ถููกโรงเรีียนปิิดกั้้�นความสามารถทุุกทาง ไม่่ให้้ไปแข่่งขัันทัักษะต่่างๆ ทั้้�งที่่� ตััวเขาเองมีีความสามารถในการดีีไซน์์ออกแบบเครื่่�องแต่่งกาย ดัังนั้้�นเขามัักจะแก้้ปััญหาโดยเลืือกที่่�จะไปทำกิิจกรรมกัับกลุ่่มกัับอาจารย์์บางกลุ่่มที่่�เข้้าใจ (สนทนากลุ่่มที่่� 7, 10 กุุมภาพัันธ์์ 2566)กลุ่่มเปราะบางที่่�ยัังไม่่ได้้รัับความสำคััญ คืือเป็็นกลุ่่มคนพิิการ เพราะเมื่่�อมีีกิิจกรรมสาธารณะ ทั้้�งภาคเอกชนหรืือภาครััฐมัักให้้ความสำคััญกัับกลุ่่มเปราะบางอื่่�นๆ เช่่น ผู้้สููงอายุุผู้ห้ ญิิง เด็็ก และเยาวชนมากกว่่า เพราะสัังคมยัังมองว่่ากลุ่มคน่พิิการเป็็นกลุ่มที่่�ไ่ร้ส้มรรถภาพ ไม่่สามารถใช้้ชีีวิิตเหมืือนคนทั่่�วไป นอกจากนี้้�ในชุุมชนหรืือที่่�สถานที่่�สาธารณะยัังไม่่มีีสิ่่�งอำนวยความสะดวก เช่่น ทางลาดหรืือห้้องน้้ำ สำหรัับไปทำบุุญที่่�วััดหรืือไปละหมาดที่่�มัสยิั ิด เมื่่�อเป็็นเช่่นนี้้�ก็็ทำให้้คนพิิการจำนวนมาก อยู่่แต่่ในบ้้านไม่่อยากออกมาร่่วมกิิจกรรม และ ไม่่เกิิดการพััฒนาตััวเอง ยิ่่�งทำให้้พวกเขากลายเป็็นคนที่่�ไร้้คุุณค่่าของสัังคมต่่อไป (สนทนา กลุ่่มที่่� 5, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) อีีกประเด็็นที่่�สัังคมไม่่ได้้นึึกถึึงคืือ การเรีียนการสอนในเนื้้�อหาเฉพาะคนพิิการก็็ยัังไม่่มีีอยู่่ในสัังคม ทางกลุ่่มคนพิิการให้้ข้้อมููลว่่า ที่่�ผ่่านมาไม่่มีีสถาบัันหรืือผู้้รู้้ศาสนาคนไหน ที่่�เปิิดการเรีียนการสอนวิิธีีการละหมาดสำหรัับคนพิิการที่่�ถููกต้้อง สำหรัับการจ้้างงาน 95


หากเปรีียบเทีียบระหว่่างคนพิิการในสามจัังหวััดชายแดนภาคใต้้กัับจัังหวััดสงขลาพบว่่า จัังหวััดสงขลามีีการเปิิดโอกาสคนพิิการเข้้าไปทำงานในสถานที่่�ต่่างๆ ได้้มากกว่่าพื้้�นที่่� สามจัังหวััดชายแดนใต้้ เนื่่�องจากที่่�สงขลามีีบริิษััทจำนวนมากกว่่าในพื้้�นที่่�สามจัังหวััด ชายแดนใต้้ อีีกทั้้�งหลายบริิษััทหรืือหน่่วยงานในสามจัังหวััดชายแดนใต้้มัักปกปิิดข้้อมููล เพื่่�อลดอััตราการให้้คนพิิการเข้้าไปทำงานอีีกด้้วย“จัังหวััดอื่่�นจะมีีการจ้้างงานและส่่งเสริิมกิิจกรรมสำหรัับคนพิิการในการแก้้ปััญหาต่่างๆ ในขณะที่่�บ้้านเราไม่่มีีแล้้วยัังโดนเหยีียบซ้้ำให้้อยู่่�ในระดัับรากหญ้้าอีีก” (สนทนากลุ่่�มที่่� 5, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566)เช่่นเดีียวกัับเยาวชนนอกระบบก็ถู็ ูกละเลยจากสัังคม เช่่น กรณีีการเชิิญกลุ่มเยาวชน่นอกระบบ หรืือกลุ่่มเสี่่�ยงจากยาเสพติิดหรืืออื่่�นๆ เข้้าร่่วมโครงการต่่างๆแต่่ผู้้จััดส่่วนใหญ่่ ไม่่ต้้องการให้้เกิิดปััญหาตามมา หรืือเพื่่�อให้้การจััดงานประสบความสำเร็็จ จึึงมัักจะเลืือกเยาวชนที่่�เป็็นนอกระบบที่่�ไม่่ได้มีีปั้ ัญหาและมีีศัักยภาพบางอย่่างอยู่่แล้้ว ทำให้้เยาวชนนอกระบบส่่วนใหญ่่ที่่�มีีปััญหาในชีีวิิตยัังคงไม่่ได้้รัับโอกาสดีีๆ ในการเข้้าไปพััฒนาศัักยภาพกัับภาคส่่วนที่่�จััดทำโครงการฯ ขณะที่่�ผู้นำ้ ชุุมชนเองก็็ไม่่ได้้แนะนำโครงการดีีๆ สำหรัับเยาวชนที่่�มีีปััญหาเพราะกลััวชุุมชนจะเสีียหน้้าและเสีียชื่่�อเสีียง (สนทนากลุ่่มที่่� 2, 7 กุุมภาพัันธ์์ 2566) 2. ชุุมชนช่่วยเหลืือกลุ่่มเปราะบางไม่่ต่่อเนื่่�องและไม่่ทั่่�วถึึงจากการสนทนากลุ่ม การ่ช่่วยเหลืือของภาครััฐหรืือภาคเอกชนยัังไม่ส่ามารถช่่วยเหลืืออย่่างต่่อเนื่่�อง เพราะไม่่ค่่อยคิิดหรืือวางแผนงานเพื่่�อให้้การช่่วยเหลืือที่่�ยั่่�งยืืน ส่่วนใหญ่่มััก ช่่วยเหลืือแบบสงเคราะห์์มอบของหรืือถุุงยัังชีีพตามช่่วงเวลา เช่่น ช่่วงน้้ำท่่วม ทั้้�งที่่�การช่่วยเหลืือจริิงควรต้้องให้้กลุ่มเปราะบาง -ชายขอบ ใ่ห้้พวกเขาสามารถพึ่่�งพาตััวเองได้ต่้ ่อเนื่่�องอย่่างน้้อย หนึ่่�งปีี (สนทนากลุ่่มที่่� 3, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) (สนทนากลุ่่มที่่� 4, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) นอกจากไม่ต่่ ่อเนื่่�องแล้้วการช่่วยเหลืืออย่่างต่่อเนื่่�องยัังเป็็นไปในลัักษณะที่่�ซ้้ำซาก โดยเฉพาะญาติิหรืือฐานเสีียงของแกนนำชุุมชนจะได้้รัับสิิทธิ์์�เหล่่านี้้� “บางครอบครััวมีีกลุ่่�มเปราะบางที่่�เป็็น ออทิิสติิก ผู้้สููงอายุุ เด็็กกำพร้้า แต่่เพราะ ผู้้ประสานงานหรืือแกนนำชุุมชนไม่่ได้้เป็็นญาติิกัับเขา หรืือบางทีีมีีปััญหาขััดแย้้งส่่วนตััวกััน 96


ครอบครััวนี้้�จึึงไม่่ได้้รัับการช่่วยเหลืือ แม้้มีีหลายหน่่วยงานเข้้ามา จากการที่่�ตััวเองทำงาน อาสาสมััครในชุุมชนพบว่่า หลายชุุมชนมีีกลุ่่�มเปราะบาง 100% แต่่ได้้รัับการช่่วยเหลืือไม่่ถึึง 30% และอีีก 70% เข้้าไม่่ถึึง”(สนทนากลุ่่�มที่่� 4, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566)กลุ่่มไทยพุุทธให้้ข้้อสัังเกตสิ่่�งที่่�เกิิดขึ้้�นในชุุมชนว่่า มีีบางกรณีีที่่�มีีผู้้สููงอายุุ 90 ปีี แต่่ไม่่เคยได้้รัับการเอาใจใส่่หรืือการเยี่่�ยมเยีียนเพื่่�อถามไถ่่ทุุกข์์สุุข เนื่่�องจากชุุมชนเห็็นว่่าเขามีีลููกเป็็นข้้าราชการแล้้ว ทั้้�งที่่�การช่่วยเหลืืออาจไม่่จำเป็็นต้้องเป็็นสิ่่�งของเท่่านั้้�น แต่่การเยี่่�ยมให้้กำลัังใจก็็เป็็นสิ่่�งสำคััญเช่่นกััน (สนทนากลุ่่มที่่� 4, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ดัังนั้้�นผู้้นำชุุมชน จึึงเป็็นข้้อต่่อสำคััญในการประสานเพื่่�อให้้กลุ่่มเปราะบาง-ชายขอบได้้รัับการช่่วยเหลืือ แต่่ผู้้นำชุุมชนส่่วนใหญ่่ยัังไม่่มีีจิิตอาสา อย่่างกรณีีของกลุ่่มอาสาสมััครหญิิง (อสม.) สะท้้อนว่่าเมื่่�อครั้้�งที่่�เกิิดน้้ำท่่วมชุุมชนของตััวเองพบว่่า ญาติิของผู้นำศา ้ สนาทั้้�ง อีีหม่่าม คอเต็็บ บีีลาล ได้้ความช่่วยเหลืือหมด แต่่คนที่่�ลำบากกว่่ากลัับไม่่ได้้ (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ด้้วยรััฐและชุุมชนอ่่อนแอทำให้้การช่่วยเหลืือของสัังคมต่่อกลุ่มเปราะบางไ่ม่่ครอบคลุุมและยัังเกิิดการร้้องเรีียนต่่อเนื่่�องมากขึ้้�นทุุกวััน ขณะที่่�บทบาทการทำงานของหน่่วยงานรััฐ ยัังไม่่สามารถทำได้้ดีี (สนทนากลุ่่มที่่� 3, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ดัังกรณีีที่่� กลุ่่มไทยพุุทธสะท้้อนปััญหาความปลอดภััยของพี่น้่� ้องไทยพุุทธในพื้้�นที่่�ที่่�ต้้องการให้้เจ้้าหน้้าที่่�คุ้้มครองอยู่่ตลอดเวลา แต่่เจ้้าหน้้าที่่�กลัับดููแลความปลอดภััยในช่่วงที่่�เกิิดเหตุุการณ์์ความรุุนแรงเท่่านั้้�น หลัังจากนั้้�นเจ้้าหน้้าที่่�ก็ต้็ ้องย้้ายไปคุ้้มครองพื้้�นที่่�อื่่�นต่่อ (สนทนากลุ่มที่่� 4, 8 ่ กุุมภาพัันธ์์ 2566) เช่่นเดีียวกัับกลุ่มคน่พิิการสะท้้อนว่่าคนพิิการส่่วนใหญ่มั่ ักจะมาขอความช่่วยเหลืือเพื่่�อขอรถเข็็นที่่�กลุ่มชมรม่ม้อเลื่่�อนล้้อนราธิิวาส (องค์์กรภาคประชาสัังคม) มากกว่่า เพราะหากทำเรื่่�องขอจากหน่่วยงานรััฐแล้้วค่่อนข้้างล่่าช้้า (สนทนากลุ่่มที่่� 5, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ขณะที่่�กลุ่่มผู้้หญิิงสะท้้อนว่่า การช่่วยเหลืือส่่วนใหญ่่จะเน้้นเฉพาะผู้้ได้้รัับผลกระทบจากคดีีความมั่่�นคงที่่�ได้้การรัับรอง สามฝ่่ายแต่่ผู้ไ้ด้รั้ับผลกระทบทั่่�วไป แต่่คนพิิการหรืือผู้ห้ ญิิงที่่�ต้้องการอาชีีพ กลัับไม่ค่่ ่อยมีีสิทธิ์์�ทั้้�งที่่�กลุ่่มนี้้�ก็็ต้้องการช่่วยเหลืือเช่่นกััน ดัังนั้้�นพวกเธอเปรีียบตััวเองเหมืือนนกที่่�มีีปีีกข้้างเดีียวแต่่ต้้องดิ้้�นรนเพื่่�อสร้้างความเข้้มแข็็งให้้กัับตััวเอง (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) 97


3. สัังคมขาดฐานข้้อมููลเกี่่�ยวกัับความต้้องการของกลุ่่มชายขอบ เปราะบาง ผู้ใ้ห้ข้้้อมููลที่่�มาจากหน่่วยงานรััฐ แสดงความเห็็นว่่าฐานข้้อมููลการช่่วยเหลืือของกลุ่ม่เปราะบางยัังคงเป็็นปััญหาสำหรัับหลายหน่่วยงานทั้้�งภาครััฐและภาคเอกชน ทำให้้การทำงานเพื่่�อการช่่วยเหลืือ กลุ่่มเปราะบางยัังไม่่ครอบคลุุมและไม่่ยั่่�งยืืน กลุ่่มเปราะบางที่่�ผ่่านมา มีีเพีียง 30% และอีีก 70% เข้้าไม่ถึึ่งการช่่วยเหลืือ สาเหตุุสำคััญเป็็นเพราะผู้นำ้ ยัังขาดข้้อมููล และเมื่่�อมีีแล้้วก็็ไม่่ได้้ใช้้ประโยชน์์ (สนทนากลุ่่มที่่� 4, 8 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ด้้วยพื้้�นในตััวเมืืองที่่�มีีคนนอกเข้้ามาอาศััยและประกอบอาชีีพในพื้้�นที่่� ซึ่่�งโดยส่่วนใหญ่่แล้้วมีีฐานะยากจนแต่่ พวกเขาก็็ยัังไม่่ได้้รัับการช่่วยเหลืือ (สนทนากลุ่่มที่่� 1, 2 กุุมภาพัันธ์์ 2566) หรืือบางพื้้�นที่่� มีีข้้อมููลเพีียงแค่่รายชื่่�อกลุ่่มเปราะบางแต่่ยัังไม่่มีีข้้อมููลรายละเอีียดความต้้องการของกลุ่่มเปราะบางทำให้้การช่่วยเหลืือไม่่ครอบคลุุม ยั่่�งยืืน และไม่่ตรงจุุด ดัังนั้้�นเจ้้าหน้้าที่่�รััฐที่่�ดููแลควรลงพื้้�นที่่�สำรวจเพื่่�อจััดทำข้้อมููลเหล่่านี้้ด้�้วยตััวเอง มิิเช่่นนั้้�นจะมีีประเด็็นเรื่่�องการช่่วยเหลืือเฉพาะญาติิพี่่�น้้องของผู้้ประสานงานภายในพื้้�นที่่�เท่่านั้้�น ดัังกรณีีหนึ่่�ง ที่่�ได้้รัับการช่่วยเหลืือจากโครงการช่่วยเหลืือสร้้างบ้้านให้้คนจน แต่่คนที่่�ได้้เป็็นคนใกล้้ชิิดกัับแกนนำชุุมชน ทั้้�งที่่�มีีบ้้านหลัังอื่่�นที่่�ยากลำบากและควรได้รั้ับการช่่วยเหลืือมากกว่่า (สนทนากลุ่มที่่� 4, 8 ่ กุุมภาพัันธ์์ 2566) นอกจากเจ้้าหน้้าที่่�รััฐเองแล้้ว ผู้้นำชุุมชนโดยเฉพาะผู้้นำศาสนาสมควรอย่่างยิ่่�งที่่�จะ จััดทำข้้อมููลช่่วยเหลืือผู้้ยากไร้้ในชุุมชนของตััวเองโดยการลงไปสำรวจความต้้องการของ กลุ่มเปราะบางประเภ่ทต่่างๆ อย่่างน้้อยเดืือนละครั้้�ง ทั้้�งนี้้�เพื่่�อให้้เกิิดการช่่วยเหลืืออย่่างทั่่�วถึึงและทัันท่่วงทีี (สนทนากลุ่่มที่่� 6, 9 กุุมภาพัันธ์์ 2566) ข้้อเสนอแนะเพื่่�อการเปลี่่�ยนแปลง 1. ส่่งเสริิมความรู้้สิิทธิ์์� และทัักษะ การให้้ความรู้้สิิทธิิและทัักษะแก่่กลุ่่มผู้้เปราะบางยัังคงมีีอุุปสรรค เนื่่�องจากเหตุุหลายประการ เช่่น การที่่�สัังคมยัังขาดการประชาสััมพัันธ์์ที่่�ทั่่�วถึึง การถููกละเลยจากผู้นำ และ ้คนในชุุมชนที่่�ให้้การสนัับสนุุนทั้้�งหมด หรืือการไม่มีีสิ่่ ่ �งอำนวยความสะดวกต่่างๆ ในการทำให้้พวกเขาเข้้าถึึงความรู้้ดัังนั้้�นการให้้ความรู้้ ทัักษะ และข้้อกฎหมายที่่�เกี่่�ยวข้้องควรเป็็น การอบรมเฉพาะเจาะจงแต่่ละกลุ่่มเป้้าหมายตามความถนััดและความชอบ นอกจากนี้้� ควรสร้้างเครื่่�องมืือเฉพาะเพื่่�อสร้้างความเข้้าใจให้้ง่่ายขึ้้�น แม้้ที่่�ผ่่านมาจะมีีการแจกคู่่มืือต่่างๆ 98


Click to View FlipBook Version