249 Nurses and Health Behavior Modification : Concepts, Theories and Applications เป้้าหมาย โดยเฉพาะวััยเด็็กแต่มั่ ักไม่นิ่ ิยมใช้้เนื่่�องจากเด็็กต้้องมีีความเข้้าใจ ภาษา และคำคุุณศัพท์ั ์ พอสมควร การตอบแบบวััดจะให้้ผู้้�ตอบกาเครื่่�องหมายทัับเส้้นในช่่องว่่างตรงตำแหน่่งที่่�ตรงกัับ ความรู้้�สึึกของผู้้�ตอบ ตััวอย่่างมาตรวััดแบบออสกููด 2. การสัังเกต (Observation) เป็็นวิิธีีการหนึ่่�งในการเก็็บรวบรวมข้้อมููลเกี่่�ยวกัับ พฤติิกรรมของมนุุษย์์ โดยใช้้ประสาทสััมผัสทั้้�งห้้า โดยเฉพาะทางตาและหููเป็็นสำคััญในการสัังเกต โดยจะปล่่อยให้้สภาพการณ์์ต่่างๆดำเนิินไปโดยธรรมชาติิ เครื่่�องมืือในการสัังเกตจะใช้้แบบสัังเกต ที่่�เป็็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) อาจมีีตััวเลืือกเป็็น ใช่่ ไม่่ใช่่ หรืือแบบสัังเกตที่่�เป็็น มาตราส่่วนประมาณค่่า (Rating scale) ถ้้าเป็็นพฤติิกรรมที่่�สัังเกต ตััวเลืือกจะเป็็นระดัับความถี่่� ของพฤติิกรรม เช่่น เป็็นประจำ บ่่อยครั้้�ง บางครั้้�ง นานๆครั้้�ง ไม่่เคยเลย การสร้้างแบบบัันทึึกการสัังเกต 1) กำหนดพฤติิกรรมหรืือคุุณลัักษณะที่่�ต้้องการสัังเกต 2) แยกแยะพฤติิกรรมที่่�สัังเกตออกเป็็นพฤติิกรรมย่่อย ๆ ที่่�สามารถสัังเกตเห็็นได้้ เป็็นรููปธรรม เช่่น ต้้องการตรวจสอบการจััดสถานที่่�ทำงานปลอดบุุหรี่่� พฤติิกรรมย่่อยที่่�สัังเกต เห็็นได้้ เช่่น ไม่่มีีอุุปกรณ์์ที่่�เขี่่�ยบุุหรี่่�บนโต๊๊ะทำงาน ไม่่มีีก้้นบุุหรี่่�ทิ้้�งลงบนพื้้�น มีีการติิดป้้ายห้้ามสููบ บุุหรี่่�ในห้้องประชุุม/สุุขา เป็็นต้้น 3) เลืือกรููปแบบของแบบบัันทึึกข้้อมููลที่่�ใช้้ในการสัังเกต 4) วางแผนการสัังเกต กำหนดบุุคคลที่่�จะเป็็นผู้้�สัังเกต ระยะเวลาเป็็นช่่วงใดหรืือ ในช่่วงสถานการณ์์ใด จำนวนครั้้�งของการสัังเกต 5) กำหนดหลัักเกณฑ์์การให้้คะแนนในแต่่ละพฤติิกรรมย่่อย ง่่าย ยาก การพยาบาล เสีียสละ เห็็นแก่่ตััว มีีคุุณค่่า ไม่่มีีค่่า
250 พยาบาลกัับการปรัับเปลี่่�ยนพฤติิกรรมสุุขภาพ : แนวคิิด ทฤษฎีี สู่่�การปฏิิบััติิ สิ่่�งสำคััญในการสัังเกต พฤติิกรรมที่่�สัังเกตต้้องชััดเจน สัังเกตได้้ เข้้าใจตรงกััน การตรวจสอบ คุุณภาพเน้้นความตรงเชิิงเนื้้�อหา การสัังเกตต้้องระวัังไม่่ให้้ผู้้�ถููกสัังเกตรู้้�ตััวเนื่่�องจากผู้้�ถููกสัังเกต อาจมีีพฤติิกรรมเปลี่่�ยนไปหากรู้้�ตััวว่่ากำลัังถููกสัังเกต ทำให้้ข้้อมููลที่่�ได้้รัับไม่่ตรงกัับความเป็็นจริิง นอกจากนั้้�นผู้้�สัังเกตต้้องได้้รัับการฝึึกฝนและเข้้าใจเรื่่�องที่่�จะสัังเกตเป็็นอย่่างดีี การสัังเกตจะได้้ ผลลััพธ์์ออกมาดีีหรืือไม่่ขึ้้�นอยู่่กัับความตั้้�งใจ ประสาทสััมผััสและการรัับรู้้�ของผู้้�สัังเกตซึ่่�งเป็็นผล มาจากประสบการณ์์และทัักษะเป็็นสำคััญ 3. เครื่่�องมืือวััดพฤติิกรรมชีีวภาพ (Biobehavioral Measures) พฤติิกรรมชีีวภาพ เกี่่�ยวข้้องกับัการมีปีฏิิกิริิยาระหว่่างพฤติิกรรมและกระบวนการทางชีวีวิิทยา การวััดทางด้้านพฤติิกรรม ชีวีภาพเป็็นการวััดผลลัพธ์ั ที่่์ �เกี่่�ยวข้้องกับพัฤติิกรรมสุุขภาพ เช่่น การนอนหลับั การออกกำลัังกาย อาหารผลของการรัักษา การประเมิินผลกิจิกรรมเพื่่�อพััฒนาคุุณภาพชีีวิิต ฯลฯ ตัวัอย่่างของการวััด แบบนี้้� ได้้แก่่ - จิิตประสาท การพััฒนาทางด้้านประสาทวิิทยาหรืือการทดสอบทางจิิตวิิทยา - แบบสอบถามมาตรฐานหรืือแบบสััมภาษณ์์แบบมีีโครงสร้้างเพื่่�อประเมิินด้้านอารมณ์์ การปรัับพฤติิกรรมและคุุณภาพชีีวิิต - ประเมิินการนอน เช่่น เครื่่�องมืือที่่ติ�ิดตามลัักษณะและรููปแบบวงจรการนอนหลับขัอง ผู้้�ป่่วย (actigraphy) การออกกำลัังกาย อาหาร ยาและความร่่วมมืือในการรัักษา - การวััดทางจิิตสรีรีวิิทยา รวมถึึงการผัันแปรของจัังหวะการเต้้นของหัวัใจระดับัคอร์ติ์ซิอล เป็็นต้้น - การประเมิินพฤติิกรรมที่่�แสดงความสััมพัันธ์์แบบสองต่่อสอง เช่่น บิิดา มารดา บุุตร ความสััมพัันธ์์ของสามีี ภรรยา และความสััมพัันธ์์ของระบบสัังคม เช่่น ครอบครััว กลุ่่มเพื่่�อน - วิิธีีการวิิจััยเชิิงคุุณภาพ เช่่น สนทนากลุ่่มและการสััมภาษณ์์กลุ่่ม ตััวอย่่าง การใช้้เครื่่�องมืือวััดจากงานวิิจััยของ Arif-Rahu, & Matsuda (2012) เพื่่�อวััด ความเจ็็บปวดในผู้้�ป่่วยเด็็กซึ่่�งความเจ็็บปวดเป็็นภาวะที่่�ซัับซ้้อน มีีปััจจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องหลายอย่่าง ทั้้�งด้้านสรีรีวิิทยา พฤติิกรรมและจิิตวิิทยา เครื่่�องมืือที่่�ใช้้มีีหลายรููปแบบในการประเมิินความเจ็บปว ็ด เช่่น neurorimaging, neuromuscular, biomarker, behavioural pain assessment scale ในสถานการณ์์ปััจจุุบัันมีีการใช้้การสื่่�อสารออนไลน์์ สื่่�ออิิเล็็กทรอนิิกส์์ต่่าง ๆ ทำให้้มีี เครื่่�องมืือวััดทางอิิเล็็กทรอนิิกส์์มากขึ้้�นรวมถึึงแบบสอบถาม โดยให้้ผู้้�ตอบหรืือกลุ่มเ่ป้้าหมายตอบ ตามลิิงค์์ต่่าง ๆ เช่่น การตอบใน google form มีีตััวอย่่างการสร้้างเครื่่�องมืือวััดความรอบรู้้� ด้้านสุุขภาพของคนไทยซึ่่�งอัังศินัิันท์์ อิินทรกำแหง (2560) ได้้ทบทวนวรรณกรรมพบว่่ามีีแบบวััด ทางอิิเล็็กทรอนิิกส์์ที่่�ใช้้ในการประเมิินความรอบรู้้�ด้้านสุุขภาพ เช่่น The eHealth Literacy Scale (eHEALS) เป็็นลัักษณะที่่�ผู้้�ทำแบบวััดประเมิินตนเอง (Self-report) โดย eHEALS
251 Nurses and Health Behavior Modification : Concepts, Theories and Applications มีีการออกแบบเพื่่�อประเมิินทัักษะการรับรู้ัข้�องบุุคคลในการใช้้เทคโนโลยีสีารสนเทศเพื่่�อสุุขภาพ และเพื่่�อช่ว่ ยในการกำหนดความเหมาะสมระหว่่างโปรแกรม eHEALS กับบุุัคคล วััดจากลัักษณะ 6 ด้้าน คืือ วััฒนธรรม ข้้อมููลข่่าวสาร สุุขภาพ คอมพิิวเตอร์์ สื่่�อและการรู้้�เรื่่�องทางวิิทยาศาสตร์์ และมีีแบบวััดTest of Functional Health Literacy in Adults (TOFHLA) ที่่�ใช้้วััดความเข้้าใจ ในการอ่่าน ความเข้้าใจข้้อมููลข่่าวสารและความเข้้าใจเกี่่�ยวกัับการคำนวณ นอกจากนั้้�นยัังมีีเครื่่�องมืือวััดทางวิิทยาศาสตร์ที่่์มี�ีการกํําหนดประเภทการใช้้งาน มีีหน่ว่ยการ วััดที่่�แน่่นอน เครื่่�องมืือประเภทนี้้มั�ักใช้้วััดตัวัแปรด้้านชีวสรีรีวิิทยา เช่่น เครื่่�องชั่่�งน้้ำหนััก วััดส่ว่นสููง วััดความหนาแน่่น เครื่่�องมืือที่่�ใช้้ในการตรวจเลืือดและปััสสาวะ หููฟััง (stethoscope) เทอร์์โมมิิเตอร์์ เครื่่�องมืืออิิเล็็กทรอนิิกส์ที่่์ �ใช้้กระแสไฟฟ้้า อาทิิ เครื่่�องตรวจคลื่่�นเสีียงความถี่่สูู�ง เครื่่�องตรวจคลื่่�น ไฟฟ้้าหัวัใจ เครื่่�องเอกซเรย์์ฉายภาพรัังสีี ซึ่่�งใช้้ในการประเมิินติิดตามผลของโปรแกรมโดยเฉพาะ งานวิิจััยทางการแพทย์์และสาธารณสุุขถ้้าการวััดมีีความยุ่งยาก่ซับซ้้ ั อน โอกาสที่่จ�ะเกิิดความผิิดพลาด จากความคลาดเคลื่่�อนของการวััดก็จ็ะเพิ่่�มขึ้้�น หรืือความผิิดพลาดอาจมีสีาเหตุุมาจากข้้อมููลบางประเภท ที่่�มีีการผัันแปรได้้ง่่าย เช่่น อััตราการเต้้นของหััวใจ ความดัันโลหิิตซึ่่�งมีีปััจจััยภายนอกทางด้้าน สิ่่�งแวดล้้อมเข้้ามามีีอิิทธิิพลกัับตััวแปร การเก็็บตััวอย่่าง การเก็็บรัักษาตััวอย่่างที่่�เก็็บได้้ให้้อยู่่ใน สภาพเดิิมก่่อนการวิิเคราะห์์โดยเฉพาะการตรวจเลืือดและปััสสาวะ การวิิเคราะห์์ การอ่่านและ บัันทึึกผลจึึงต้้องควบคุุมปััจจััยภายนอกดัังกล่่าวให้้ดีีเพื่่�อให้้ผลการวััดถููกต้้องและเชื่่�อถืือได้้ บทสรุุป การวััดมีีความสำคััญในการทำวิิจััย การประเมิินโครงการกิิจกรรมที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับ พฤติิกรรมสุุขภาพ การให้้โปรแกรมสุุขศึึกษา เนื่่�องจากเป็็นการประเมิินผลสิ่่�งที่่�จััดกระทำให้้กัับ กลุ่ม่ประชากรหรืือกลุ่ม่ตัวัอย่่างว่่ามีผีลสำเร็จ็อย่่างไร เป็็นไปตามวััตถุุประสงค์์หรืือไม่่ การดำเนิิน การต้้องมีีการนิิยามตัวัแปรจากแนวคิิดทฤษฎีีในสิ่่�งที่่ต้้ �องการจะวััด มีีการออกแบบโปรแกรมหรืือ กิิจกรรม พััฒนาเครื่่�องมืือวััดในรููปแบบต่่าง ๆ ทั้้�งแบบสอบถาม แบบสััมภาษณ์์ แบบสัังเกต แบบประเมิินรายการและอื่่�น ๆ รวมทั้้�งเครื่่�องมืือวััดด้้านชีีวสรีีรวิิทยาและพฤติิกรรมชีีวภาพ โดยต้้องคำนึึงถึึงคุุณภาพของเครื่่�องมืือที่่จ�ะนำไปใช้้มีีการตรวจสอบก่่อนโดยเฉพาะความเที่่�ยงตรง และความเชื่่�อมั่่�นของเครื่่�องมืือตามหลัักการทดสอบที่่มี�ีหลายชนิิด ทั้้�งนี้้ต้้ �องพิจิารณาให้้เหมาะสม กัับตััวเครื่่�องมืือที่่�สร้้างขึ้้�น มีีการนำไปทดลองใช้้กัับกลุ่่มตััวอย่่างที่่�มีีลัักษณะคล้้ายคลึึงกัับ ประชากรเป้้าหมาย เมื่่�อเครื่่�องมืือได้้รัับการตรวจสอบและมีีค่่าทางสถิิติิตามเกณฑ์์ที่่�กำหนดแล้้ว จึึงนำไปเก็็บรวบรวมข้้อมููลจากกลุ่่มเป้้าหมาย โดยควรเลืือกรููปแบบในการเก็็บรวบรวมข้้อมููลให้้ มีีความเหมาะสมและถููกต้้องและสามารถสรุุปเพื่่�ออ้้างอิิงถึึงกลุ่่มประชากรได้้จะทำให้้การวััดมีี ประสิิทธิิภาพและประสิิทธิผิลในการสรุุปผลของการดำเนิินโปรแกรมด้้านสุุขภาพซึ่่�งเป็็นประโยชน์์ ในการใช้้เครื่่�องมืือวััดพฤติิกรรมสุุขภาพต่่อไป
252 พยาบาลกัับการปรัับเปลี่่�ยนพฤติิกรรมสุุขภาพ : แนวคิิด ทฤษฎีี สู่่�การปฏิิบััติิ เอกสารอ้้างอิิง ภาษาไทย ณรงค์์ โพธิ์์พ�ฤกษานัันท์์. (2556). ระเบีียบวิธีิวิีจัิัย: หลักกัารและแนวคิิด เทคนิิค การเขีียนรายงาน การวิิจััย. พิิมพ์์ครั้้�งที่่� 8. กรุุงเทพฯ: บริิษััทแอคทีีฟ พริ้้�นท์์จำกััด. ธวััชชััย วรพงศธร. (2540). หลัักการวิิจััยทางสาธารณสุุขศาสตร์์. (พิิมพ์์ครั้้�งที่่� 4). กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์์แห่่งจุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย สุุจิิตรา เทีียนสวััสดิ์์�. (2563). การพััฒนาเครื่่�องมืือสำหรัับการวิิจััยทางการพยาบาล. เชีียงใหม่่: สยามพิิมพ์์นานา จำกััด. อัังศิินัันท์์ อิินทรกำแหง. (2560). ความรอบรู้้ด้้านสุุขภาพ การวััดและการพััฒนา. กรุุงเทพฯ: บริิษััทสุุขุุมวิิทการพิิมพ์์ จำกััด. ภาษาอัังกฤษ Akobeng, A.K. (2007). Understanding diagnostic tests 1 : Sensitivity, specificity and predictive ralues. Acta Paediatrica, 96(3), 338-341. Arif-Rahu, M., Matsuda, Y. (2012). Biobehavioral Measures for Pain in the Pediatric Patient. Pain Management Nursing, 13(3), 157-168. Burns, N., & Grove, S. (2009). The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation. (6thed). St. Louis: Saunders Elsevier. DiClemente, R.J., Salazar, L.F., Crosby, R.A. (2013). Health Behavior Theory for Public Health: principles, foundations, and applications. Jones & Bartlett Learning. USA : 255-285. Dilorio, C. K. (2005). Measurement in health behaviour : Methods for Research and Education. John Wiley &Sons. San Francisco, CA: Jossey-Bass. Elder, C., Fullerton, J., Benroth, R.,& Linsey, S. (2005). Pragmatic strategies that enhance the reliability of data abstracted from medical record. Applied Nursing Research, 18, 50-54. Guadagnoli, E. & Velicer, W.F. (1988). The relationship of sample size to the stability of component patterns. Psychological Bulletin, 103, 265-275. Marsh, H. W., Balla, J. R., & McDonald, R. P. (1988). Goodness-of-fit indices in confirmatory factor analysis: The effect of sample size. Psychological Bulletin, 103, 391–410.
253 Nurses and Health Behavior Modification : Concepts, Theories and Applications Osgood, C.E. (1964). Semantic differential technique in the comparative study of cultures. American anthropologist, 66(3),171-200. Available from https://. doi.org/10.1525/aa.1964.66.3.02a00880. Redding, C.A., Maddock, J. E., Rossi, J. S. (2006). The Sequential Approach to Measurement of Health Behavior Constructs: Issues in Selecting and Developing Measures. Californian Journal of Health Promotion.4(1), 83-101. Rossi, J. S., Rossi, S. R., Velicer, W. F., & Prochaska, J. O. (1995). Motivational readiness to control weight. In D. B. Allison (Ed.), Handbook of assessment methods for eating behaviors and weight related problems: Measures, theory, and research, (pp.387–430). Thousand Oaks, CA: Sage Publications, Inc. Striener, D. L., Norman, G. R., & Cairney, J. (2015). Health measurement scales: A practical guide to their development and use. (5thed). Oxford, United Kingdom: Oxford University Press. Vannatta, K., McNally, K., Prioux, H. Biobehavioral Outcomes Core. Available from https://www.nationwidechildrens.org/research/areas-of-research/centerforVelicer, W. F.,Rossi, J. S., Prochaska, J. O., & Diclemente, C. C. (1996). A criterion measurement model for health behavior change. Addictive Behaviors, 21(5), 555-584. Velicer, W. F. & Fava, J. L. (1998). The effects of variable and subject sampling on factor pattern recovery. Psychological Methods, 3, 231-251. Waltz, C., Strickland, O.,& Lenz, E.(2005). Measurement in nursing and health research. (3rd ed). New York: Springer Publishing Company. Wilson, M., Allen, D. D., & Li, C. J. ( 2006). Improving measurement in health education and health behavior research using item response modeling: introducing item response modeling. Health Education Research, 21 (Supplement 1), i4–i18 Zwick, W. R., & Velicer, W. F. (1986). A comparison of five rules for determining the number of components to retain. Psychological Bulletin, 99, 432-442.
254 พยาบาลกัับการปรัับเปลี่่�ยนพฤติิกรรมสุุขภาพ : แนวคิิด ทฤษฎีี สู่่�การปฏิิบััติิ ดััชนีี การวััด 223, 224, 225, 226, 227, 230, 231, 232, 233, 234, 235, 236, 239, 240, 242, 244, 245, 246, 247, 248, 250, 251 ความจำเพาะ 233 ความเชื่่�อมั่่�น 223, 224, 231, 232, 233, 234, 235, 236, 237, 239, 241, 244, 245, 251 ความตรง 223, 224, 230, 231, 233, 234, 235, 236, 237, 238, 239, 245, 250 ความเป็็นปรนััย 232, 241 ความไว 223, 232, 233, 234 ค่่าความสอดคล้้องภายใน 232 มาตรวััดของลิิเคิิร์์ท 246 มาตรวััดของออสกููด 248 มาตราวััดระดัับช่่วง 226 มาตราวััดระดัับนามบััญญััติิ 225 มาตราวััดระดัับเรีียงอัันดัับ 226 มาตราวััดระดัับอััตราส่่วน 226 ก ค ม
255 Nurses and Health Behavior Modification : Concepts, Theories and Applications พ.อ.หญิิง ผศ.ดร.พรรณี ีปานเทวััญ Col.Assist.Prof.Dr. Pannee Pantaewan กองการปกครอง วิิทยาลััยพยาบาลกองทััพบก Student Affairs Division, The Royal Thai Army Nursing College การศึึกษา สาธารณสุขุศาสตรดุุษฎีีบัณั ฑิิต (สุขศึุ ึกษาและพฤติิกรรมศาสตร์์) มหาวิิทยาลััยมหิิดล ความเชี่่�ยวชาญ การสร้้างเสริิมสุขุภาพ การรัักษาโรคเบื้้�องต้้น การพยาบาลอนามััยชุุมชน E-mail : [email protected] ประวััติิผู้้เขีียน พ.อ.หญิิง ดร.อภิิญญา อิินทรรััตน์์ Col.Dr. Apinya Intharatana กองการศึึกษา วิิทยาลััยพยาบาลกองทััพบก Academic Affairs Division, The Royal Thai Army Nursing College การศึึกษา ครุุศาสตรดุุษฎีีบัณั ฑิิต จุุฬาลงกรณ์์ มหาวิิทยาลััย ความเชี่่�ยวชาญ วิิทยาการระบาด การรัักษาโรค เบื้้�องต้้น การพยาบาลอนามััยชุุมชน การพยาบาล ผู้้�จััดการรายกรณีโรคเ ี รื้้�อรััง ความรอบรู้ด้้� านสุขุภาพ การวิิจััยทางการศึึกษา E-mail : [email protected] 255
ประวััติิผู้้เขีียน พ.ท.หญิิง ผศ.ดร.องค์์อร ประจัันเขตต์์ Lt.Col. Assist.Prof.Dr. Ong-on Prajankett กองการศึึกษา วิิทยาลััยพยาบาลกองทััพบก Academic Affairs Division, The Royal Thai Army Nursing College การศึึกษา ศึึกษาศาสตรดุุษฎีีบัณั ฑิิต มหาวิิทยาลััยเกษตรศาสตร์์ ความเชี่่�ยวชาญ การรัักษาโรคเบื้้�องต้้น การพยาบาลอนามััยชุุมชน การดููแลผู้ป่้� ว่ยสมองเสื่่�อม E-mail : [email protected] 256