- ๑๔๑ -
ทิศเหนอื ตดิ กับทอ๎ งสนามหลวง
ทิศตะวนั ตก ติดกับแมนํ ้าเจา๎ พระยา
ทศิ ตะวันออก ตดิ กับกระทรวงกลาโหม
ทศิ ใต้ ติดกบั วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
พ ร ะ บ ร ม ม ห า ร า ช วั ง ใ น ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ พุ ท ธ ย อ ด ฟ้ า
จุฬาโลก มีเน้ือท่ีท้ังหมด ๑๓๒ ไรํ ตํอมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎า
นภาลัย ทรงโปรดเกล๎าฯ ขยายเขตพ้ืนที่ออกไปเป็น ๑๕๒ ไรํ ๒ งาน จนถึงปัจจุบัน
แผนผังของพระบรมมหาราชวังได๎ยึดถือแบบของพระราชวังหลวงสมัย
กรุงศรีอยุธยา คือ สร๎างติดกับแมํน้าหันหน๎าไปทางทิศเหนือโดยมีแมํน้า
เจ๎าพระยาอยํูทางทิศตะวันตก ให๎กาแพงเมืองด๎านข๎างแมํน้าเป็นกาแพง
พระบรมมหาราชวังช้ันนอก และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามหลวงใน
พระราชวังตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ๑ของกรุงศรีอยุธยาต้ังอยํูทางด๎าน
ทิศตะวันออก พระบรมมหาราชวงั ได๎ใชเ๎ ปน็ ท่ีประทับและศูนย๑กลางการปกครอง
ของพระมหากษัตริย๑สมัยรัตนโกสินทร๑มาตลอด จนถึงกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัวและ
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา๎ เจ๎าอยํูหัว ได๎เสด็จประทับเพียงครั้งคราว ในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลได๎เสด็จประทับ ณ พระที่นั่ง
บรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน
มิได๎มีพระมหากษัตริย๑เสด็จมาประทับในพระบรมมหาราชวังเป็นการถาวรอีก
ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวเสด็จประทับบ๎างเป็นครั้งคราว
เชํนเวลาซํอมพระตาหนักจิตรลดารโหฐาน หรือเวลามีการพระราชพิธี เป็นต๎น
พระบรมมหาราชวงั ใช๎เป็นสถานทปี่ ระกอบพระราชพิธีสาคญั ตาํ งๆ ตามพระราช
ประเพณี เปน็ ที่รับแขกเมอื ง และพระราชอาคันตุกะ รวมทง้ั เป็นทต่ี ั้งพระบรมศพ
และพระศพของพระบรมวงศานุวงศ๑ชั้นสูง สํวนบริเวณเขตพระราชฐานช้ันนอก
ได๎ใช๎เป็นที่ต้ังของสถานท่ีราชการ เชํน สานักพระราชวัง สานักราชเลขาธิการและ
- ๑๔๒ -
และราชบัณฑิตยสถาน และเขตพระราชฐานชั้นในก็มิได๎เป็นที่อยูํอาศัยของ
เจ๎านายฝ่ายในอีกตํอไป แตํยังคงเป็นท่ีทาการและท่ีพานักของข๎าราชการ
สานักพระราชวัง ฝ่ายพระราชฐานชนั้ ในบางสํวนซงึ่ ล๎วนเปน็ สตรีทั้งส้นิ
พระที่น่ัง หอ พระตาหนักและสถานที่สาคัญภายในพระบรมมหาราชวัง
ในปจั จบุ นั สามารถแบํงออกได๎ ดงั นี้
๑) เขตพระราชฐานช้ันกลางเป็นท่ีต้ังของปราสาทราชมณเฑียรที่งดงาม
วิจิตรท้ังสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก ใช๎ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกและ
พระราชพิธีสาคัญๆ ประกอบไปด๎วยพระมหามณเฑียรอันเป็นท่ีประทับของ
พระมหากษตั รยิ ๑ พระมหาปราสาท อนั เปน็ สถานท่ปี ระกอบพระราชพิธีสาคัญ เชํน
พระทนี่ ่ังบรมพมิ านอนั เปน็ สถานท่สี วรรคตของรชั กาลที่ ๘ และพระทนี่ ่ังจกั รมี หาปราสาท
ทปี่ ระทับและทอี่ อกวําราชการในรัชสมยั รชั กาลท่ี ๕
๒) เขตพระราชฐานช้ันใน เป็นเขตสาหรับผ๎หู ญิงล๎วน ผช๎ู ายที่อายุ
เกินกวํา ๑๓ ปีห๎ามเข๎า หากจะเข๎าก็ต๎องมีโขลนกากับดูแล (โขลน คือ เจ๎าหน๎าท่ีตารวจ
หญิงท่ีคอยกากับดูแลความเรียบร๎อยในเขตพระราชฐานช้ันใน) เป็นท่ีตั้งของ
พระตาหนัก ตาหนัก เรือนของพระมเหสี พระราชเทวี พระชายา พระราชธิดา เจ๎าจอม
มารดา เจ๎าจอม ขา๎ ราชบริพารและขา๎ ราชการฝ่ายใน
ผงั บรเิ วณเขตพระราชฐานชัน้ ใน
(ที่มาของภาพ : http://www.th.wikipedia.org)
- ๑๔๓ -
สถานทีภ่ ายในพระบรมมหาราชวัง
กลมุ่ วัดพระแก้ว กลุํมพระอโุ บสถ „ กลํมุ ฐานไพที (พระศรีรัตนเจดีย๑ „ พระมณฑป „ ปราสาท
กลมุ่ สวนศวิ าลัย พระเทพบิดร) „ กลํุมอาคารประกอบ (พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด
„ หอพระมณเฑียรธรรม „ หอพระนาก „ พระอษั ฏามหาเจดยี ๑)
พระที่น่ังศิวาลัยมหาปราสาท „ พระที่น่งั บรมพิมาน „ พระที่นัง่ มหศิ รปราสาท
„ พระที่นงั่ สตี ลาภิรมย๑ „ พระพทุ ธรัตนสถาน „ พระท่ีนงั่ สุทไธสวรรยปราสาท
หมพู่ ระมหามณเฑียร พระทนี่ ่ังจกั รพรรดิพิมาน „ พระท่ีนงั่ ไพศาลทกั ษณิ „ พระท่ีน่งั อมรนิ ทรวนิ ิจฉัย
มไหยสูรยพิมาน „ หอพระสุราลยั พิมาน „ หอพระธาตมุ ณเฑยี ร „ พระท่ีนัง่
ราชฤดี „ พระท่ีน่ังสนามจันทร๑ „ หอพระปริตร(หอศาสตราคม) „ พระที่นงั่
ดสุ ติ าภริ มย๑ * หอพระราชพงศานสุ รณ๑ * พระท่นี ัง่ เทพสถานพลิ าส
หมพู่ ระท่นี งั่ จักรฯี พระท่ีนั่งจักรีมหาปราสาท „ พระทน่ี งั่ มลู สถานบรมอาสน๑ „ พระท่ีนง่ั สมมติ
เทวราชอปุ บตั ิ „ พระที่นั่งบรมราชสถติ ยมโหฬาร
หมพู่ ระทน่ี ั่งดุสิตฯ พระทน่ี ่ังดสุ ติ มหาปราสาท „ พระทนี่ ัง่ พิมานรตั ยา „ พระที่นั่งอาภรณ๑ภโิ มกข๑
ปราสาท „ พระที่นั่งราชกรณั ยสภา „ ศาลาอรรถวิจารณ๑ * พระปรศั วซ๑ ๎าย
* พระปรัศว๑ขวา * เรอื นบรวิ าร (เรอื นจนั ทร๑)
เขตพระราชฐานช้ันใน พระตาหนกั สมเด็จพระศรสี วรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพันวสั สาอัยยิกาเจ๎า
„ พระตาหนกั พระองค๑เจ๎าอพั ภันตรีปชาและพระองค๑เจ๎าทพิ ยาลังการ „พระตาหนกั
สมเดจ็ พระปติ จุ ฉาเจ๎าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี „ พระตาหนกั พระราชชายา
เจ๎าดารารศั มี „ เรอื นเจ๎าจอมมารดาแส „ เรอื นเจา๎ จอมกก๏ ออ „ แถวเต๏ง
„ สระพระองค๑อรไทยฯ
สถานศกึ ษา โรงเรียนพระตาหนกั สวนกหุ ลาบ „ วทิ ยาลัยในวงั
อาคารอ่นื ๆ พพิ ธิ ภณั ฑว๑ ดั พระศรรี ตั นศาสดาราม „ พิพิธภณั ฑ๑เครื่องราชอสิ ริยาภรณ๑
และเหรียญกษาปณ๑ „ อาคารราชบณั ฑิตยสถาน (เดิม) „ ประตูพระบรม
มหาราชวัง „ ปอ้ มรอบกาแพงพระบรมมหาราชวัง „ พระท่ีน่งั ไชยชุมพล
สถานที่ในอดีต พระอภิเนาว๑นเิ วศน๑ „ พระที่นัง่ อมรินทราภิเษกมหาปราสาท „ พระทน่ี ั่ง
ดารงสวัสดอ์ิ นัญวงศ๑ „ พระที่นง่ั นิพัฒนพ๑ งศ๑ถาวรวจิ ิตร
- ๑๔๔ -
ในพระบรมมหาราชวังจะมีสถานท่ีสาคัญๆ หลายแหํง ปรากฏตาม
ผังบริเวณเขตพระราชฐานชั้นใน หน๎า ๑๔๒ และมีสถานท่ีสาหรับใช๎ในการจัดงาน
พระราชพิธี ซ่ึงผ๎ูมีตาแหนํงเฝ้าฯ จะต๎องรับเสด็จฯ โดยสถานท่ีดังกลําว ได๎แกํ พระท่ีน่ัง
ดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระท่ีนั่งจักรีมหาปราสาท พระอุโบสถ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งจะอธิบายรายละเอียด
ในหัวขอ๎ ตํอไป สํวนสถานที่อื่นๆ ในพระบรมมหาราชวงั ทีใ่ ช๎ในการจัดงานพระราชพิธี
เชนํ หอพระสลุ าลยั พมิ าน หอพระธาตุมณเฑียร ฯลฯ จะเป็นสถานท่ีและการสํวนพระองค๑
การเข๎าสูํพระบรมมหาราชวังจะเข๎าทาง “ประตูวิเศษไชยศรี” ซึ่งเป็นประตูช้ันนอก
พระบรมมหาราชวังด๎านทิศเหนืออยูํระหวํางประตูวิมานเทเวศร๑และป้อมขันธ๑เข่ือนเพชร
ตรงกับถนนหน๎าพระธาตุ สร๎างข้ึนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช เป็นประตูสาคัญเพราะเป็นเส๎นทางเสด็จพระราชดาเนินเข๎าสํูพระมหามณเฑียร
ปัจจุบันประตูวิเศษไชยศรีเป็นประตูทางเข๎าออกพระบรมมหาราชวังที่สาคัญที่สุด
ถัดเข๎ามาดา๎ นในเปน็ ประตพู ิมานไชยศรีเขา๎ สพํู ระบรมมหาราชวงั ช้ันใน
ประตวู ิเศษไชยศรี (ประตชู น้ั นอก) ประตพู มิ านไชยศรี (ประตูชนั้ ใน)
เขา้ พระบรมมหาราชวัง เข้าพระบรมมหาราชวังช้นั ใน
(ท่มี าของภาพ:http://www.pantip.com)
- ๑๔๕ -
๔.๒ พระที่นง่ั ดสุ ิตมหาปราสาท๕๐
พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาทเป็นพระที่น่ังแรกสุดท่ีพระปฐมบรม
กษตั ริย๑แหํงราชวงศจ๑ ักรที รงมพี ระราชดารใิ ห๎สร๎างกํอนเป็นอันดับแรก เดิมชื่อวํา
พระท่ีนั่งอมรินทราภิเษก ตํอมาในปี พ.ศ. ๒๓๓๒ ได๎เกิดเพลิงไหม๎ข้ึนในพระที่น่ัง
อมรินทราภิเษก รัชกาลที่ ๑ จึงโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างขึ้นใหมํพร๎อมพระราชทานนามใหมํวํา
“พระท่ีนั่งดุสิตมหาปราสาท” เป็นพระท่ีน่ังองค๑ประธานของพระที่นั่งทั้งหมูํที่
พระปฐมกษัตรยิ ๑แหงํ ราชวงศ๑จักรีทรงโปรดให๎เปน็ ทป่ี ระกอบพระราชพิธีตํางๆ รวมไปถึง
การจัดให๎เป็นท่ีพักของราชทูตและข๎าราชการท่ีมารอเฝ้า เมื่อถึงรัชสมัยรัชกาลท่ี ๔
พระองค๑ทรงโปรดให๎พระท่ีน่ังดุสิตมหาปราสาทเป็นสถานท่ีประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ครั้นเจ๎าฟ้าจุฬาลงกรณ๑ ทรงมีพระชันษาครบ ๑ รอบ พระบรมราชชนกนาถ จึงโปรดให๎
พระราชโอรสทรงพระราชพิธีโสกันต๑ ณ พระที่นั่งแหํงนี้ พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาทเป็น
พระท่ีน่ังเพียงแหํงเดียวในพระบรมมหาราชวังที่ใช๎เป็นสถานท่ีประดิษฐานพระบรมศพ
ของพระมหากษตั ริย๑ไทยในราชวงศ๑จักรีทุกพระองค๑ ตํอมาในสมัยรัชกาลที่ ๙ทรงโปรดเกล๎าฯ
(ทีม่ าของภาพ:http://www.thaigoodview.com)
๕๐เขา๎ ถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๔๖ -
ใหอ๎ ญั เชญิ พระสยามเทวาธิราชมาประดิษฐานไว๎ ณ พระท่นี ั่งบษุ บกมาลา ซงึ่ อยํภู ายใน
พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท และปัจจุบันพระท่ีน่ังดุสิตมหาปราสาทเป็นสถานที่
ประกอบพระราชพิธี และพระราชกุศลตํางๆ เชํน พระราชพิธีฉัตรมงคล (พระราชทาน
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ๑จุลจอมเกล๎า) ในวันท่ี ๕ พฤษภาคมของทุกปี การเข๎าสํูพระท่ีน่ัง
ดสุ ิตมหาปราสาทใหเ๎ ขา๎ ทางสูํประตูวิเศษไชยศรี (ประตูช้ันนอก) ผํานประตูพิมานไชยศรี
(ประตชู น้ั ใน) และเลีย้ วทางขวากจ็ ะพบพระที่นั่งดุสติ มหาปราสาท
๔.๓ พระทีน่ งั่ อมรนิ ทรวินิจฉยั ๕๑
ในพระบรมมหาราชวังนอกจากพระที่น่ังดุสิตมหาปราสาทท่ีเป็น
สัญลักษณ๑ของพระที่น่ังแหํงพระราชพิธีแล๎ว ยังมีพระที่นั่งอีกแหํงหนึ่งท่ีเป็น
สัญลักษณ๑ของการขึ้นสํูราชสมบัติแหํงกษัตริย๑ในราชวงศ๑จักรี พระท่ีน่ังท่ีวําน้ี
คือ “พระท่ีนั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน” หรือเรียกอีกชื่อวํา“พระท่ีน่ัง
อมรินทรวินิจฉัย” เป็นพระที่น่ังอยํูในหมูํพระมหามณเฑียรในพระบรมมหาราชวัง
อยูํทางทิศเหนือติดกับพระที่น่ังไพศาลทักษิณ มีกาแพงแก๎วล๎อมด๎านทิศเหนือ
(ท่มี าของภาพ:http://www.th.soidb.com)
๕๑เข๎าถงึ ได๎จาก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๔๗ -
และทิศตะวันตกอยูํในพระราชฐานช้ันกลาง พระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัยใช๎เป็น
ท๎องพระโรงสาหรับเสด็จออกฝ่ายหน๎า เป็นที่เสด็จออกวําราชการบางคราวก็ใช๎เป็นท่ี
ทรงบาเพ็ญพระราชกุศลภายในพระท่ีนั่งอมรินทรวินิจฉัยมีพระราชบัลลังก๑ต้ังอยํู
๒ องค๑ คือ
๑) พระที่น่ังบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างข้ึนเป็นพระราชประเพณีที่พระมหากษัตริย๑
จะเสด็จขึ้นประทับบนพระราชบัลลังก๑น้ีเพื่อเสด็จออกมหาสมาคมเป็นครั้งแรก
ในรชั กาลของพระองค๑
๒) พระแท่นมหาเศวตฉัตร
(ทีม่ าของภาพ : http://www.thaiheritage.net)
การเข๎าสํูพระที่น่ังอมรินทรวินิจฉัยให๎เข๎าทางประตูวิเศษไชยศรี
ผํานประตูพิมานไชยศรี แล๎วเล้ียวไปทางซ๎าย โดยพระท่ีนั่งอมรินทรวินิจฉัย
จะอยถํู ดั จากพระท่นี ่ังจกั รีมหาปราสาท
- ๑๔๘ -
๔.๔ พระที่นงั่ จกั รีมหาปราสาท๕๒
พระท่ี นั่ งจั กรี มหาปราสาทเป็ นหนึ่ งในพระที่ น่ั งส าคั ญในพระบรม
มหาราชวัง เป็นพระท่ีน่ังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัวทรง
พระกรุณาโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างขึ้นเพื่อเป็นท๎องพระโรง ในปี พ.ศ. ๒๔๑๘
ภายหลังเสด็จประพาสประเทศสิงคโปร๑และชวา โปรดเกล๎าฯ ให๎จ๎างนายยอน
คลูนิช ชาวอังกฤษ สถาปนิกจากสิงคโปร๑ เป็นนายชํางหลวงออกแบบพระท่ีนั่ง
นายเฮนรี คลูนิช โรส เป็นนายชํางผ๎ูชํวย โดยมีเจ๎าพระยาภาณุวงศ๑มหาโกษาธิบดี
(ท๎วม บุนนาค) เป็นแมํกอง พระยาเวียงในนฤบาลเป็นผ๎ูกากับดูแลการทุกอยําง
และพระประดษิ ฐการภกั ดีเปน็ ผูต๎ รวจกากับบญั ชีและของท้ังปวง
(ทมี่ าของภาพ:http://www.painaidii.com)
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยหํู ัวทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ๑
เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๙ เดิมมีพระที่นั่งตํางๆ เรียงตํอเน่ืองกัน รวม ๑๑ องค๑
ปัจจุบันเหลืออยํูเพียง ๓ องค๑ คือ พระท่ีนั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งมูลสถาน
บรมอาสน๑ และพระท่ีนั่งสมมติเทวราชอุปบัติ ซ่ึงพระที่นั่งทั้ง ๒ องค๑ ที่กลําวถึงน้ัน
๕๒เข๎าถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๔๙ -
ได๎ทาการรื้อลงแล๎วสร๎างใหมํในรัชกาลปัจจุบัน ท้ังนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได๎มีโครงการ
สร๎างพระท่ีน่ังจักรีมหาปราสาทสํวนตํอเติมในพื้นด๎านหลังเพ่ือใช๎ในการพระราชทาน
เล้ียงต๎อนรับพระราชอาคันตุกะ โดยกํอสร๎างแล๎วเสร็จในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทช้ันบนสุดเป็นท่ีประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย๑
และพระมเหสีตั้งแตํพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เป็นต๎นมา และเป็นที่
เสด็จฯ ออกให๎คณะทูตานุทูต ข๎าราชการช้ันสูง เข๎าเฝ้าหรือรับรองแขกผู๎มีเกียรติ
ภายในพระท่ีน่ังเป็นท่ีประดิษฐานพระท่ีนั่งพุดตานถม ซึ่งเป็นพระราชอาสน๑ราชบัลลังก๑
ประจาพระทนี่ ัง่ จกั รีมหาปราสาท องค๑พระที่น่ังทาด๎วยไม๎หุ๎มเงินถมลงยาทาทอง
ซึ่งเรียกวํา “ถมตะทอง” นับได๎วําเป็นเคร่ืองถมทองชิ้นใหญํท่ีสุดในประเทศไทย
นอกจากนี้ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทยังเป็นสถานท่ีแหํงแรกในประเทศไทยที่มี
การใช๎ไฟฟ้าเป็นคร้ังแรก ด๎วยเหตุท่ีวํากรมพระยาเทวะวงศ๑วโรปการได๎ทอดพระเนตร
เหน็ แสงไฟฟา้ ท่ีใชใ๎ นประเทศทางตะวนั ตกและมีพระราชประสงค๑ท่ีจะนามาใช๎ใน
ประเทศไทย การเดินทางเข๎าสํูพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทให๎เข๎ามาทางประตู
วเิ ศษไชยศรีและผาํ นประตพู มิ านไชยศรี
๔.๕ ปราสาทพระเทพบดิ ร๕๓
ป ร า ส า ท พ ร ะ เท พ บิ ดร ส ร๎ า ง ขึ้ น ใ น ส มั ย รั ชก า ล พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ
พระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เม่ือปี พ.ศ. ๒๓๙๘ เดิมช่ือวํา “พุทธปรางค์ปราสาท”
เม่ือแรกนั้นมีพระราชประสงค๑จะอัญเชิญพระแก๎วมรกตมาไว๎ แตํเม่ือสร๎างเสร็จ
เห็นวําคับแคบไมํเหมาะแกํการพระราชพิธี จึงมิได๎อัญเชิญพระแก๎วมรกตมา
ประดิษฐานดังพระราชดาริ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ ได๎มีการซํอมแซมแล๎วให๎เปลี่ยน
นามเป็น “ปราสาทพระเทพบิดร” พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัว
โปรดเกล๎าฯ ให๎อัญเชิญพระบรมรูปพระบูรพกษัตริย๑ แหํงกรุงรัตนโกสินทร๑
๕๓เขา๎ ถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๔๘ -
ทั้ง ๕ องค๑มาไว๎ และมีพระบรมราชโองการให๎มีการถวายบังคมพระบรมรูป
เป็นประจาทุกปีในวันที่ ๖ เมษายน ซึ่งทรงกาหนดให๎เป็นวันจักรี ตั้งแตํ พ.ศ. ๒๔๖๑
เป็นต๎นมา จากนั้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ ให๎มีการถวายบังคมพระบรมรูปเป็นประจาทุกปี
ในวันท่ี ๕ พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล ปัจจุบันได๎มีการประดิษฐาน
พระบรมรูปเพิ่มตามการเปลี่ยนรัชสมัยจนถึงรัชกาลที่ ๘ แล๎ว บนฐานไพที
ด๎านหน๎าและรอบๆ ปราสาทพระเทพบิดรจะมีรูปหลํอโลหะเป็นรูป สัตว๑
หิมพานต๑ ซ่งึ หลํอในสมัยรัชกาลท่ี ๕ สรา๎ งเปน็ คํู ตวั ผูต๎ วั เมีย รวม ๗ คํู ดังน้ี
อสูรวายุภักษ์ ทํอนบนเป็น
ยักษ๑สวมมงกุฎ ทํอนลํางเป็นนก
สองมือกุมกะบองเกลียว ตั้งอยํูบน
ลานทกั ษิณชั้นบน
อั ป ส ร สี ห์ ทํ อ น บ น เ ป็ น
น า ง อั ปสร ทํ อนลํ างเป็ นราชสี ห๑
ยืนพนมมอื ตัง้ อยูํเชงิ บนั ไดกลางลาน
ดา๎ นหน๎าปราสาทพระเทพบดิ ร
สิ งหพ า นร ทํ อ น บ น เป็ น
พระยาวานร ทํอนลํางเป็นราชสีห๑
สองมือถือกระบอง ตั้งอยูํท่ีบันได
ลานทักษณิ ดา๎ นตะวนั ตก
กินนร และ กินรี ทํอนบนเป็น
มนุษย๑ ทํอนลํางเป็นนก มอื หน่งึ แตะ
(ทม่ี าของภาพ : http://www.th.wikipedia.org)
- ๑๕๐ -
ลานบ้ันเอว มือหน่ึงยกระดับอกต้ังอยูํบนลานทักษิณชั้นบน เทพปักษี เป็นเทวดามีปีก
และหางเป็นนก มือข๎างหนึ่งถือพระขรรค๑ อีกข๎างหน่ึงจีบระดับอก ตั้งอยูํบนลาน
ทกั ษณิ ชั้นบน เทพนรสงิ ห์ ทํอนบนเปน็ เทวดาทํอนลํางเป็นราชสีห๑ มือหน่ึงแตะ
บ้ันเอว อีกมือหน่ึงถือกิ่งไม๎ชูระดับอก ตั้งอยูํบนลานทักษิณช้ันบน อสูรปักษี
ทํอนบนเปน็ ยักษส๑ วมมงกฎุ ทํอนลํางเป็นนก มอื หนึง่ แตะบ้นั เอว อีกมอื หน่ึงผายออก
ด๎านข๎าง การเข๎าสํูปราสาทพระเทพบิดรให๎เข๎ามาทางประตูวิเศษไชยศรีและ
ผํานประตูพิมานไชยศรี แล๎วเล้ียวซ๎ายตรงเข๎ามาทางพระท่ีนั่งอมรินทรวินิจฉัย
เมื่อพบประตูร้ัวสีเขียวซ่ึงเป็นทางเข๎าพระที่น่ังบรมพิมานให๎ไปตามทางเดิน
ด๎านซ๎ายมือเพ่ือเข๎าสูํบริเวณอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามและจะพบปราสาท
พระเทพบิดรอยดูํ า๎ นซ๎ายของพระอุโบสถฯ
๔.๖ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม๕๔
วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลก ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างขึ้นพร๎อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร๑
เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๒๕ แลว๎ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ เป็นวัดทส่ี ร๎างข้นึ ในเขตพระบรมมหาราชวัง
ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา วัดน้ีอยูํในเขตพระราชฐานช้ันนอก
ทางทศิ ตะวนั ออกมีพระระเบยี งล๎อมรอบเปน็ บริเวณ เป็นวัดคํูกรุงท่ีไมํมีพระสงฆ๑
จาพรรษา ใช๎เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข๎าทูลละอองพระบาท ถือน้าพระพิพัฒน๑
สตั ยา รัชกาลที่ ๑ โปรดเกลา๎ ให๎เป็นท่ีประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
หรือพระแก๎วมรกต พระพุทธรูปคูํบ๎านคํูเมืองของไทยมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตน
ศาสดาราม ภายหลังจากการสถาปนาแล๎วก็ได๎รับการปฏิสังขรณ๑สืบตํอมา
ทุกรัชกาล เพราะเป็นวัดสาคัญ จึงมีการปฏิสังขรณ๑ใหญํทุก ๕๐ ปี คือ ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล๎าเจ๎าอยํหู ัว พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว
๕๔เข๎าถึงได๎จาก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๕๑ -
พระบาทสมเด็จพระปกเกล๎าเจ๎าอยูํหัวและสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว
ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบันเน่ืองในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร๑ครบ ๒๐๐ ปี
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ผํานมาการบูรณปฏิสังขรณ๑ท่ีผํานมามุํงอนุรักษ๑สถาปัตยกรรม
และศิลปกรรมอันเป็นมรดกช้ินเอกของชาติให๎คงความงามและรักษาคุณคําของ
ชํางศิลปะไทยไว๎อยํางดีท่ีสุดเพื่อให๎วัดพระศรีรัตนศาสดารามน้ีอยูํคูํกับกรุงรัตนโกสินทร๑
ตลอดไป
พระอุโบสถ สร๎างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นพระอุโบสถขนาดใหญํ
หลังคาลด ๔ ระดับ ๓ ซ๎อน มีชํอฟ้า ๓ ชั้น ปิดทองประดับกระจกตัวพระอุโบสถ
มีระเบียงเดินได๎โดยรอบ มีหลังคาเป็นพาไลคลุม รับด๎วยเสานางรายปิดทอง
ประดับกระจกท้ังต๎น พนักระเบียงรับเสานางราย ทาเป็นลูกฟักประดับด๎วย
กระเบื้องเคลือบสีอยํางจีน ตัวพระอุโบสถมีฐานปัทม๑รับอีกช้ันหนึ่ง ประดับครุฑ
ยุดนาคหลํอด๎วยโลหะปิดทอง มีเสารายเทียนหลํอด๎วยทองแดงล๎อมรอบทั้ง
ส่ีด๎าน ผนังพระอุโบสถ ในรัชกาลที่ ๑ เขียนลายรดน้าบนพื้นชาดแดง รัชกาลที่ ๓
(ทมี่ าของภาพ:http://www.bansansuk.com)
ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎ป้ันลายพํุมข๎าวบิณฑ๑ ปิดทองประดับกระจก เพื่อให๎เข๎ากับผนัง
มณฑป ปิดทองประดับกระจก บานพระทวารและพระบัญชรประดับมุกทั้งหมด
- ๑๕๒ -
ฝมี อื ชาํ งสมัยรัชกาลท่ี ๑ ทเี่ ชงิ บนั ไดมสี งิ ห๑หลอํ ด๎วยสาริดบนั ไดละคํู รวม ๑๒ ตัว
โดยได๎แบบมาจากเขมรคูํหนงึ่ แลว๎ หลํอเพ่มิ อกี ๑๐ ตัว
พุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นพระพุทธรูป
ปางสมาธิ ทาด๎วยมณีสีเขียวเน้ือเดียวกันทั้งองค๑ หน๎าตักกว๎าง ๔๘.๓ ซม. สูงต้ังแตํ
ฐานถงึ ยอดพระเศียร ๖๖ ซม. ประดษิ ฐานอยูํในบษุ บกทองคา พระพุทธมหามณี
รัตนปฏิมากร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชศรัทธาสร๎าง
เคร่ืองทรงถวายเป็นพุทธบูชา เคร่ืองทรงฤดูร๎อนและฤดูฝนน้ัน สาหรับ
ฤดูร๎อน เป็นเครื่องต๎นประกอบด๎วยมงกุฎพาหุรัด ทองกร พระสังวาล เป็นทอง
ลงยา ประดับมณีตํางๆ จอมมงกุฎประดับด๎วยเพชร เครื่องทรงสาหรับฤดูฝน
(ทมี่ าของภาพ:http://www.th.wikipedia.org)
เป็นทองคา เป็นกาบห๎ุมองค๑พระอยํางหํมดอง จาหลักลายที่เรียกวําลายพุํมข๎าว
บิณฑ๑ พระเศียรใช๎ทองคาเป็นกาบหุ๎ม ต้ังแตํไรพระศกถึงจอมเมาฬี เม็ดพระศก
ลงยาสีน้าเงินแกํ พระลักษมีทาเวียนทักษิณาวรรต ประดับมณีและลงยาให๎เข๎า
กับเม็ดพระศก พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล๎าเจ๎าอยํูหัวทรงสร๎างเครื่องฤดูหนาว
ถวายอีกชุดหนึ่ง ทาด๎วยทองเป็นหลอดลงยาร๎อยด๎วยลวดทองเกลียวทาให๎ไหว
ไดต๎ ลอดเหมอื นกบั ผา๎ ใชค๎ ลุมท้ังสองพาหาขององค๑พระบุษบกทองท่ปี ระดิษฐาน
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร สร๎างด๎วยไม๎สลักหุ๎มทองคาท้ังองค๑ ฝังมณีมีคํา
- ๑๕๓ -
สีตํางๆ ทรวดทรงงดงามมากเป็นฝีมือชํางรัชกาลท่ี ๑ เดิมบุษบกน้ีต้ังอยูํบน
ฐานชุกชี พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา๎ เจา๎ อยํูหัวโปรดเกลา๎ ฯ ให๎สร๎างพระเบญจา
สามชั้นห๎ุมด๎วยทองคา สลักลายวิจิตรหนุนองค๑บุษบกให๎สูงข้ึน บนฐานชุกชีด๎านหน๎า
ประดิษฐาน “พระสัมพุทธพรรณี” เป็นพระพุทธรูปที่คิดแบบข้ึนใหมํในสมัยรัชกาลที่ ๔
โดยไมมํ ีเมาฬี มรี ศั มีอยํูกลางพระเศยี ร จีวรที่หมํ คลมุ องคพ๑ ระเป็นริว้ พระกรรณเป็นแบบหู
มนุษย๑ธรรมดาโดยท่ัวไปหน๎าฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค๑
รัชกาลท่ี ๑ และรัชกาลท่ี ๒ องค๑ด๎านเหนือพระนามวํา “พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก”
องค๑ด๎านใต๎พระนามวํา “พระพุทธเลิศหล้านภาลัย” พระพุทธรูปท้ังสองพระองค๑น้ี
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล๎าเจ๎าอยํูหัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างขึ้น หลํอด๎วย
ทองสัมฤทธ์ิสูง ๓ เมตร ทรงเคร่ืองแบบจักรพรรด์ิห๎ุมทองคา เครื่องทรงเป็นทองคา
ลงยาสีประดบั มณี
ปัจจุบันพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากจะเปิดให๎
ประชาชนเข๎าไปสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล๎ว ยังใช๎เป็นสถานท่ี
ในการจดั งานพระราชพิธี เชํน งานพระราชพิธที รงบาเพญ็ พระราชกุศลมาฆบชู า
งานพระราชพิธีวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึก
มหาจักรีบรมราชวงศ๑ งานพระราชพิธีสงกรานต๑ งานพระราชกุศลทักษิณานุปทาน
และพระราชพิธฉี ัตรมงคล เป็นต๎น
๔.๗ หอ้ งรบั รองหนว่ ยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ฝั่งตะวันออก๕๕
ในวันเทศกาลข้ึนปีใหมํ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ
พระเจา๎ อยูหํ วั ฯ พระราชพิธีเฉลมิ พระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ๎าฯพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนพี นั ปีหลวง และพระราชพธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ๎าฯ
พระบรมราชินี จะทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎สานักพระราชวังจัดท่ีสาหรับลงพระนาม
๕๕เขา๎ ถึงไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๕๔ -
และลงนามถวายพระพรไว๎ที่ในพระบรมมหาราชวัง โดยประชาชนท่วั ไปลงนามท่ีปะรา
สนามหญา๎ ด๎านขา๎ งศาลาลูกขนุ ใน สมาชกิ จุลจอมเกล๎าขา๎ ราชการ ทหาร ตารวจ พอํ คา๎
สมาคม ลงนามท่ีศาลาสหทัยสมาคมซึ่งอยํูทางด๎านซ๎ายกํอนเข๎าประตูพิมานไชยศรี
คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูตและกงสุล ประธานและรองประธานองค๑กรตุลาการ
ประธานรัฐสภาและรองประธาน ลงนามที่ห๎องรับรองหนํวยราชการในพระองค๑ ๙๐๔
ฝั่งตะวันออก (ห๎องแดง) สาหรับพระบรมวงศานุวงศ๑ ราชสกุลและคณะองคมนตรี
ลงพระนามและลงนามทีห่ อ๎ งรบั รองหนวํ ยราชการในพระองค๑ ๙๐๔ ฝั่งตะวนั ตก
สถานทีล่ งนามสาหรับสมาชิกจุลจอมเกลา้ ขา้ ราชการ ทหาร ตารวจ พอ่ ค้า สมาคม
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
(ที่มาของภาพ : http://www.trs๙๙๕.com.)
สถานทีล่ งนามสาหรับคณะรัฐมนตรี คณะทูตานทุ ูตและกงสุล ประธานและรองประธานองคก์ ร
ตุลาการ ประธานรัฐสภาและรองประธาน
ณ ห้องรับรองหนว่ ยราชการในพระองค์ ๙๐๔ฝง่ั ตะวนั ออก(หอ้ งแดง)
(ท่มี าของภาพ :กลมํุ พิธีการและกจิ การพเิ ศษ สานกั ประธานศาลปกครองสงู สุด)
- ๑๕๕ -
๔.๘ พระราชวงั ดุสิต๕๖
พระราชวังดสุ ิตต้งั อยํูที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สร๎างขึ้นในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เม่ือเสด็จกลับจากประพาสยุโรป
ครง้ั ท่ี ๑ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ โดยในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ โปรดเกล๎าฯ ให๎ซ้ือท่ีดอนชาย
ทุํงนาในระหวํางคลองผดุงกรุงเกษมจนถึงคลองสามเสน แล๎วโปรดเกล๎าฯ ให๎
สร๎างพลับพลาข้ึนเป็นท่ีเสด็จประทับแรมช่ัวคราว และพระราชทานนามวํา
"สวนดุสิต" เน่ืองจากนายแพทย๑ประจาพระองค๑ได๎กราบบังคมทูลวําภายใน
พระบรมมหาราชวัง ซ่ึงเป็นพระราชนิเวศน๑ท่ีประทับน้ัน ประกอบด๎วยพระราช
มณเฑยี ร หมํพู ระตาหนัก หมูํเรอื นในเขตพระราชฐานช้ันใน และหมํูเรือนข๎าราช
บริพารได๎ปลูกสร๎างอยํูกันอยํางแออัด ปิดทางลม ทาให๎ที่ประทับร๎อนจัด ดังน้ัน
พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว ตลอดท้ังพระบรมวงศานุวงศ๑ ทรงพระประชวรกันเสมอ
ตอํ มาจึงสรา๎ งขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังที่ประทับถาวรจนตลอดรัชกาล โดยได๎สร๎าง
แล๎วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยํูหัว และพระราชทาน
นามวํา “วังสวนดุสิต” เม่ือมีการขยายพระนครไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยโปรดเกล๎าฯ ให๎ตัดถนนสามเสน ถนนราชดาเนินใน ถนนราชดาเนินนอก
โปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างท่ีประทับถาวรข้ึน และเสด็จมาประทับบํอยคร้ัง จึงมี
พระราชดาริท่ีจะสร๎างพระท่ีน่ังตํางๆ ข้ึนเพื่อใช๎ประกอบพระราชพิธีได๎เชํนเดียวกับ
พระบรมมหาราชวัง จึงโปรดเกล๎าฯ ให๎ประกาศเปลี่ยนนามวังสวนดุสิตเป็น
“พระราชวังสวนดุสิต” จนกระท่ังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัว
โปรดเกล๎าฯ ให๎เรียกพระราชวังสวนดุสิตวํา “พระราชวังดุสิต” นอกจากสร๎างพระท่ีน่ัง
ตํางๆ ข้ึนในพระราชวังสวนดุสิตแล๎วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว
โปรดเกลา๎ ฯ ใหส๎ รา๎ งเรือนต๎นข้นึ ในปีพ.ศ. ๒๔๔๔ เพ่ือใชเ๎ ปน็ ที่เสด็จให๎ประชาชน
ที่ พ ระอง ค๑ ได๎ ทรงร๎ู จั ก เม่ื อ ครั้ งเสด็ จ ประพ า ส ต๎ น ม าเฝ้ าแ ละยั ง โปรดเกล๎ า ฯ
๕๖เข๎าถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๕๖ -
ใหส๎ รา๎ งสวนและพระตาหนักพระราชทานใหเ๎ ป็นท่ีประทบั ของสมเด็จพระอัครมเหสี
พระราชเทวี พระอัครชายา พระราชชายา เจ๎าจอม และพระธดิ าและยังมีสวนอีกมากมาย
ได๎แกํ สวนสีฤ่ ดูสวนหงส๑ สวนบัวสวนฝรง่ั กงั ไส สวนนกไม๎ สวนมา๎ สน สวนผกั ชเี ข๎ม
สวนญี่ปุ่น สวนวิลันดา และสวนโป๊ยเซียน และโปรดเกล๎าฯ ให๎จัดระเบียบพระราชวัง
ดสุ ิตเป็นเขตพระราชฐานฝา่ ยหน๎าและฝา่ ยในอยํางถาวร
ตํอมา เมื่อเสด็จกลับจากประพาสทวีปยุโรปเป็นครั้งท่ี ๒ ในปี พ.ศ.๒๔๕๑
โปรดเกล๎าฯ ให๎ขยายเขตพระราชฐานด๎านหลังพระราชวังดุสิตเป็นเขตพระราชอุทยาน
สํวนพระองค๑ พร๎อมท้ังเป็นที่ประทับถาวรของพระราชธิดาและเจ๎าจอมมารดาเป็นท่ีอยํู
ของเจ๎าจอมและข๎าราชบริพารในพระองค๑ เมื่อเสด็จสวรรคตแล๎วพระราชอุทยานนี้
พระราชทานนามวาํ “สวนสนุ ันทา” พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวเสด็จประทับที่
พระราชวงั ดสุ ิตจนกระท่ังเสด็จสวรรคตที่พระท่ีนั่งอัมพรสถานซ่ึงเป็นพระท่ีน่ังองค๑หนึ่ง
ในพระราชวังดุสิต ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัวโปรดเกล๎าฯ
ใหส๎ รา๎ งสวนจติ รลดาบรเิ วณระหวํางพระราชวังดสุ ิตกบั วงั พญาไทเพือ่ เปน็ ทเี่ สดจ็
ประพาสและประทับแรม และสร๎างพระตาหนักขึ้นหลังหนึ่งพระราชทานนามวํา
“พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน”ซึ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล๎าเจ๎าอยูํหัว
โปรดเกล๎าฯใหผ๎ นวกสวนจติ รลดาเข๎าเป็นสํวนหนงึ่ ของพระราชวังดสุ ติ
ปัจจุบันได๎มีการเปลี่ยนแปลงบางสํวนเป็นที่ทา การของรัฐบาล
ยังคงเหลือเพียงสํวนหน่ึงที่เป็นเขตพระราชวังท่ีประทับของพระบาทสมเด็จ
พระเจ๎าอยูหํ ัวฯ รชั กาลปัจจบุ นั คือ บรเิ วณพระตาหนักจติ รลดารโหฐานพระท่ีน่ัง
ท่ีสาคัญในเขตพระราชวังดุสิต ได๎แกํ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระท่ีน่ังอัมพรสถาน
พระท่นี ัง่ วิมานเมฆ และพระทน่ี ง่ั อภเิ ศกดสุ ติ
- ๑๕๗ -
พระทนี่ ่งั อนนั ตสมาคม พระที่นั่งอัมพรสถาน
พระท่ีนัง่ วมิ านเมฆ พระท่ีน่งั อภเิ ษกดสุ ติ
(ทมี่ าของภาพ : http://www.th.wikipedia.org)
สถานทภ่ี ายในพระราชวงั ดสุ ิต
วดั ประจาพระราชวงั วดั เบญจมบพติ รดุสติ วนารามราชวรวิหาร
เขตพระราชฐานปัจจุบนั พระที่นัง่ อนันตสมาคม · พระท่ีนั่งอัมพรสถาน · พระท่นี ั่งวิมานเมฆ · พระที่น่งั
อภิเศกดุสิต · พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน · วงั ปารุสกวัน · วังสวนกุหลาบ
· ลานพระราชวังดุสิต · สวนอมั พร · สนามเสือป่า · พระตาหนกั ในพระราชวัง
ดสุ ติ
เขตพระราชฐานในอดีต พนื้ ทม่ี หาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนดสุ ิต · พืน้ ท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสนุ ันทา
· พ้นื ทกี่ รมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย · พ้นื ทก่ี รมสํงเสริมการปกครอง
สวํ นทอ๎ งถนิ่ · ทําวาสกุ รี
- ๑๕๘ -
๔.๙ พระท่ีนัง่ อนนั ตสมาคม๕๗
พระท่ีนง่ั อนันตสมาคม ต้ังอยํูที่ถนนราชวิถี เขตดุสิต ปลายถนน
ราชดาเนิน เดิมเป็นท๎องพระโรงของพระราชวังดุสิต ชื่อของพระที่น่ังนามาจาก
พระที่น่ังองค๑หน่ึงในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสร๎างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว รัชกาลท่ี ๕ พระที่นั่งองค๑น้ี จัดได๎วําเป็นรัฐสภาแหํง
แรกของประเทศไทย เพราะวําในชํวงทีเ่ พ่ิงเปลย่ี นแปลงการปกครองเป็นระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย๑เป็นประมุขได๎ใช๎พระท่ีน่ังองค๑น้ีในการ
ประชุมสภาผู๎แทนราษฎร กํอนท่ีจะย๎ายมาอยูํ ณ รัฐสภาปัจจุบัน ซึ่งอยูํข๎างๆ
พระท่ีน่งั องค๑นี้ รวมท้งั ยงั เปน็ สถานท่ีประกอบพระราชพิธี รัฐพิธี สาคัญๆ มากมาย
เชํน รัฐพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแหํงราชอาณาจักรไทย พระราชพิธีสถาปนา
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ๎าฟ้ามหาวชิราลงกรณ๑ สยามมกุฎราชกุมาร พระราช
พิธีสมโภชเดือนและข้ึนพระอูํ พระเจ๎าหลานเธอพระองค๑เจ๎าทีปังกรรัศมีโชติ
การเสด็จออกมหาสมาคมและรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ สีหบัญชร พระที่นั่ง
อนนั ตสมาคม ในพระราชพธิ ีฉลองสิริราชสมบัตคิ รบ ๖๐ ปี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ
ให๎สร๎างพระท่ีน่ังภายในพระราชวังดุสิต โดยตั้งอยํูในทางด๎านทิศตะวันออกของ
พระท่นี ่งั อัมพรสถาน เพื่อใช๎เป็นสถานท่ีเสด็จออกมหาสมาคม พระองค๑ได๎เสด็จ
พระราชดาเนินไปทรงวางศิลาฤกษ๑ เมื่อวันท่ี ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๑ พร๎อมทั้ง
พระราชทานชื่อพระท่ีน่ังวํา “พระที่นั่งอนันตสมาคม” ซ่ึงเป็นช่ือพระท่ีนั่งองค๑หน่ึง
ภายในพระอภิเนาว๑นิเวศน๑ พระบรมมหาราชวัง ที่สร๎างข้ึนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว แตํด๎วยสภาพท่ีชารุดทรุดโทรมยากแกํการบูรณะจึงได๎ร้ือลง
พระที่น่ังอนันตมหาสมาคมออกแบบโดยมาริโอ ตามานโญ โดยมีเจ๎าพระยายมราช (ป้ัน สุขุม)
๕๗เข๎าถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๕๙ -
เป็นแมํกองจัดการกํอสร๎าง แตํพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวได๎เสด็จสวรรคต
กอํ นทพ่ี ระท่นี ัง่ จะสรา๎ งเสรจ็ สมบรู ณ๑ อยํางไรกต็ ามพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา๎ เจา๎ อยํูหัว
ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ ให๎ดาเนินการกํอสร๎างพระท่ีนั่งตํอไปจนเสร็จสมบูรณ๑
เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยใชร๎ ะยะเวลากอํ สรา๎ งทั้งสิ้น ๘ ปี ใช๎งบประมาณ ๑๕ ล๎านบาท
พระที่ น่ังอนั นตม หาสม าคม มีลักษ ณะสถาปัต ยกรรมแบ บ นีโอ
เรอเนสซองส๑ (Neo Renaissance) และนโี อคลาสสกิ (Neo classic) โดยตกแตํง
พระที่นง่ั ด๎วยหินอํอน ซ่ึงสั่งมาจากเมืองคารารา ประเทศอติ าลี โดยมจี ดุ เดํน คือ มหี ลงั คา
(ทีม่ าของภาพ : http://www.bangkokgoguide.com)
โดมคลาสสิกของโรมอยํูตรงกลาง และมีโดมเล็กๆ โดยรอบอีก ๖ โดม รวมท้ังสิ้น ๗ โดม
ขนาดขององค๑พระที่น่ังฯ สํวนกว๎างประมาณได๎ ๔๙.๕๐ เมตร ยาว ๑๑๒.๕๐ เมตร และ
สูง ๔๙.๕๐ เมตร ภายในพระท่ีน่ังบนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโก เขียนบน
ปูนเปียก ซึ่งภาพจะติดทนกวําภาพที่เขียนบนปูนแห๎ง (ภาพจิตรกรรมไทยนิยม
เขียนแบบปูนแห๎ง) เก่ียวกับพระราชกรณียกิจท่ีสาคัญของพระเจ๎าอยํูหัวรัชกาลท่ี
๑ ถึงรัชกาลท่ี ๖ จานวน ๖ ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของนายซี. รีโกลี และ
ศาสตราจารย๑ แกลิเลโอ กนิ ี มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
- ๑๖๐ -
๑) เพดานโดมด๎านทิศเหนือ เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟา้ จฬุ าโลกครง้ั ดารงพระยศเป็นสมเดจ็ เจา๎ พระยามหากษัตรยิ ศ๑ กึ เสด็จกลับ
จากราชการทัพทีเ่ ขมร
๒) เพดานโดมด๎านทิศตะวันออก เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล๎านภาลัยและพระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล๎าเจา๎ อยหํู ัว ทรงอปุ ถมั ภง๑ านศิลปะ
๓) เพดานโดมด๎านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ๑พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เสด็จประทับเบ้ืองหน๎าพระพุทธชินสีห๑แวดล๎อมด๎วยพระภิกษุ
และนักบวชตํางชาติศาสนนิกายตํางๆ แสดงนัยแหํงพระราชจรรยาที่ทรงเป็น
องคศ๑ าสนปู ถัมภกของทกุ ศาสนาโดยไมรํ ังเกยี จกีดกนั
(ท่มี าของภาพ : http://www.welcom๒thai.blogspot.com)
๔) เพดานโดมด๎านทิศใต๎ของท๎องพระโรงกลาง เป็นภาพพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลา๎ เจ๎าอยํูหัวพระราชทานอภยั ทาน และทรงเลิกประเพณที าส
๕) เพดานโดมด๎านทศิ ตะวนั ออกของทอ๎ งพระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ๑
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยํูหัวเสด็จออกประทับ ณ พระท่ีน่ังบุษบกมาลา
ที่มุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช
เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๕๔
- ๑๖๑ -
(ท่ีมาของภาพ : http://www.welcom๒thai.blogspot.com)
๖) เพดานโดมกลาง ซ่ึงเป็นโดมใหญํท่ีสุด มีจารึกพระปรมาภิไธย
ยํอ “จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ท่ีเพดานนับจากใต๎โดม
ตลอดทั้งบริเวณท๎องพระโรงกลางมีจารึกพระปรมาภิไธยยํอ “จปร.” สลับกัน
“วปร.” อันเปน็ พระปรมาภไิ ธยยํอของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล๎าเจ๎าอยูํหัว
ก า ร เ ดิ น ท า ง เ ข๎ า สํู พ ร ะ ที่ นั่ ง อ นั น ต ส ม า ค ม ใ ห๎ เ ดิ น ท า ง ต า ม ถ น น
ราชดาเนินนอกวนด๎านซ๎ายของพระบรมรูปทรงม๎าผํานหน๎าสวนอัมพร แล๎วเข๎า
ทางประตแู รกซง่ึ ตรงกับดา๎ นหลงั พระบรมรปู ทรงม๎า
แผนทีเ่ ดินทางสู่พระท่ีนั่งอนนั ตสมาคม
(ทมี่ าของภาพ : http://www.sawadee.co.th)
- ๑๖๒ -
๔.๑๐ พระลานพระราชวงั ดสุ ติ ๕๘
ลานพระราชวังดุสติ หรือทนี่ ยิ มเรียกวํา “ลานพระบรมรูปทรงม้า”
(ชื่อยํอลานพระรูปฯ) เป็นลานกว๎างอยํูด๎านหน๎าของพระท่ีนั่งอนันตสมาคมและ
สวนอัมพร ในเขตพระราชวังดุสิต ถนนราชดาเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เป็นท่ีตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว
และหมดุ ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๔๗๕ ท่รี ะลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พระบรมรูปทรงมา้ หมุดคณะราษฎร
(ทม่ี าของภาพ : http://www.pantip.com)
พระบรมรูปทรงม้า สร๎างข้ึนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว โดยนาแบบอยํางมาจากพระบรมรูปของพระเจ๎า
หลุยส๑แหํงฝร่ังเศส ที่กรุงปารีส ด๎วยฝีมือนายชํางชาวฝรั่งเศส บริษัท ซุซเซอร๑
เฟรสฟอร๑เดอร๑ ในวโรกาส ท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวเสด็จ
ประพาสยุโรปครั้งท่ี ๒ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๐ พระองค๑เสด็จประทับให๎ชํางปั้น
เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ พระบรมรูปสาเร็จเรียบร๎อยสํงเข๎ามาถึง
กรุงเทพมหานคร เม่ือวันพุธท่ี ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๑ อันเป็นเวลาพอดี
๕๘เข๎าถึงได๎จาก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๖๓ -
กับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เนื่องในโอกาสเถลิงถวัลย๑ราชสมบัติ ๔๐ ปี
เจ๎าพนักงานได๎อัญเชิญพระบรมรูปทรงม๎าขึ้นประดิษฐานบนแทํนรอหน๎าพระราชวังดุสิต
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวได๎เสด็จไปทรงทาพิธีเปิดด๎วย
พระองค๑เอง พระบรมรูปทรงม๎าหลํอด๎วยโลหะทองบรอนซ๑ยึดติดกับแทํน
ทองบรอนซ๑ เปน็ ทมี่ า๎ ยืน หนาประมาณ ๒๕ เซนติเมตร ประดษิ ฐานบนแทํนรอง
ทาด๎วยหินอํอน สูงประมาณ ๖ เมตร กว๎าง ๒ เมตรคร่ึง ยาว ๕ เมตร พระบรม
รูปทรงม๎าสร๎างข้ึนด๎วยเงินที่ประชาชนได๎เรี่ยไรสมทบทุน สํวนเงินที่เหลือ
พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ม ง กุ ฎ เ ก ล๎ า เ จ๎ า อ ยูํ หั ว ไ ด๎ น า ไ ป ส ร๎ า ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย ข้ึ น
มนี ามตามพระปรมาภิไธยวาํ “จุฬาลงกรณ๑มหาวทิ ยาลัย”
หมดุ คณะราษฎร บริเวณลานพระบรมรูปทรงม๎าด๎านสนามเสือป่า
มีหมุดทองเหลืองฝังอยํูบนพื้นถนน จุดนี้คือบริเวณที่พระยาพหลพลพยุหเสนา
ได๎อํานประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑ เพ่ือประกาศยึดอานาจการปกครอง
นยิ มเรียกกันวํา “หมดุ คณะราษฎร”
(ที่มาของภาพ : http://www.raycircle.exteen.com)
ลานพระราชวังดุสติ ใชเ๎ ป็นสถานท่ีจัดงานรัฐพิธีและพิธีการท่ีสาคัญ
ได๎แกํ พิธีสวนสนามและพิธีกระทาสัตย๑ปฏิญาณตนตํอธงชัยเฉลิมพลของทหาร
๓ เหลําทัพ เน่ืองในวันกองทัพไทย (ปัจจุบันแตํละเหลําทัพแยกย๎ายไปกระทา
พิธีภายในหนํวยทหาร) พิธีวางพวงมาลาเน่ืองในวันปิยมหาราช พิธีถวายสัตย๑
ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค๑ เน่ืองในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยหํู ัวฯ เป็นต๎น
- ๑๖๔ -
๔.๑๑ ศาลาดุสิตาลยั และอาคารชยั พัฒนา สวนจติ รลดา๕๙
ศ า ล า ดุ สิ ต า ลั ย แ ล ะ อ า ค า ร ชั ย พั ฒ น า เ ป็ น อ า ค า ร ห น่ึ ง ท่ี ต้ั ง อ ยํู ใ น
สวนจิตรลดาเป็นเขตพระราชฐานของพระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาเดิมเรียกวํา
“ทุ่งส้มป่อย” ซ่ึงเป็นทํุงนาระหวํางพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบัน
คือ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล๎า) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎า
เจ๎าอยูํหัว โดยโปรดเกล๎าฯ ให๎เจ๎าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวง
นครบาล จัดสรา๎ งพระตาหนกั ข้นึ โดยมพี ระยาวิศกุ รรมศลิ ปประสิทธ์ิ (น๎อย ศิลปี)
เป็นผ๎ูควบคุมและดาเนินการกํอสร๎าง เพื่อทรงใช๎เป็นท่ีรโหฐานสาหรับทรง
พระราชนิพนธ๑หนังสือ รวมทั้งราชเสวกจะได๎มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
เป็นการสํวนพระองค๑ โปรดเกล๎าฯ พระราชทานนามทํุงส๎มป่อยวํา “สวนจิตรลดา”
พระราชทานนามพระตาหนักวํา "พระตาหนักจิตรลดารโหฐาน" บริเวณรอบ
พระตาหนักมีการขุดคูและทากาแพงร้ัวเหล็กโดยรอบ มีประตู ๔ ทิศ พระราชทาน
ชอ่ื ตามสวนจติ รลดาของพระอนิ ทร๑และทา๎ วโลกบาล คือ พระอินทร๑อยูํชม พระยมอยูํคุ๎น
พระวิรณุ อยูเํ จน และพระกุเวรอยเูํ ฝ้า
พระตาหนักจิตรลดารโหฐานสร๎างเป็นตึก ๒ ช้ัน ลักษณะสถาปัตยกรรม
แบบตะวันตก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัวได๎เสด็จพระราชดาเนิน
มาประทับเป็นคร้ังคราว เมื่อมีพระราชพิธีตํางๆ ก็ทรงกระทาการที่พระตาหนัก
จิตรลดารโหฐานเชํนเดียวกับพระราชวัง ตํอมาโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างพระราช
มณเฑียรสถานขึ้นใหมํเป็นที่ประทับท่ีวังพญาไท ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎ประกาศยกสวนจิตรลดาเป็น
พระราชฐานอยํูในเขตพระราชวังดุสิต ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัวฯ
ภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล๎าฯ ให๎ใช๎พระตาหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวร
ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างโรงเรียนจิตรลดา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นสถานศึกษาช้ันต๎น
๕๙เขา๎ ถงึ ได๎จาก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๖๕ -
สาหรับพระโอรส พระธิดาและบุตรหลานข๎าราชสานัก ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎าง
“ศาลาดุสิดาลัย” เป็นศาลาอเนกประสงค๑และสถานที่สาหรับเข๎าเฝ้า
พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหวั ฯ และสมเดจ็ พระนางเจา๎ ฯ บรมราชินีนาถ เนื่องใน
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สาหรับอาคารชัยพัฒนาเป็นสถานท่ีสาหรับ
เข๎าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวัน
คล๎ายวนั พระราชสมภพ
ศาลาดสุ ิตาลัย อาคารชยั พฒั นา
(ทม่ี าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
๔.๑๒ ทาเนยี บรัฐบาล๖๐
ทาเนยี บรัฐบาลเดิม ชื่อ “บ้านนรสงิ ห”์ ซง่ึ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา๎
เจ๎าอยูํหัว ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างข้ึน เพื่อพระราชทานแกํ พลเอก พลเรือเอก
เจ๎าพระยารามราฆพ (หมํอมหลวงเฟ้ือ พ่ึงบุญ) ผ๎ูเคยดารงตาแหนํงผ๎ูสาเร็จ
ราชการมหาดเลก็ และผบู๎ ัญชาการกรมมหรสพ ทงั้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ
ให๎ถวายงานใกล๎ชิด โปรดให๎เป็นหัวหน๎าห๎องพระบรรทม และนั่งรํวมโต๏ะเสวย
ทั้งมอ้ื กลางวนั และกลางคืน ตลอดรัชกาล และตามเสด็จโดยลาพัง เป็นท่ีไว๎วาง
๖๐เขา๎ ถึงไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๖๖ -
พระราชหฤทัย ชื่อบ๎านนรสิงห๑ไมํปรากฏหลักฐานแนํชัดวําเป็นช่ือพระราชทาน
หรือเจ๎าของบ๎านตั้งขึ้นเอง คาดวําเนื่องจากเจ๎าพระยารามราฆพเคยดารงตาแหนํง
ผ๎ูบัญชาการกรมมหรสพ ซ่ึงมีตราเป็นรูปนรสิงห๑อันเป็นปางหน่ึงของพระนารายณ๑
อวตารลงมาปราบยักษ๑หิรัณยกศิปุ แตํเดิมเคยมีรูปป้ันนรสิงห๑เต็มตัวตั้งอยูํกลาง
สนามหญ๎าหน๎าตึกไกรสร (ตึกไทยคูํฟ้า)ปัจจุบันไมํทราบวําเคลื่อนย๎ายไปอยํูท่ีใด
ตํอมาราวต๎นปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ระหวํางสงครามมหาเอเชียบูรพา ญ่ีปุ่นได๎เจรจาขอซื้อ
หรือเชําบ๎านนรสิงห๑ เพ่ือทาเป็นสถานทูตญี่ปุ่นประจาประเทศไทยด๎วยเห็นวํามี
ความสวยงามยงิ่ ตํอมาในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เจ๎าพระยารามราฆพ เจ๎าของบ๎าน
ได๎มีหนังสือถึงนายปรีดี พนมยงค๑ รัฐมนตรีวําการกระทรวงการคลัง เพ่ือเสนอขาย
บ๎านแกํรัฐบาล ในราคา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะเห็นวําใหญํโตเกินฐานะและ
ต๎องเสียคําบารุงรักษาสูง แตํกระทรวงการคลังปฏิเสธลํวงมาถึงเดือนกันยายน
ปีเดียวกัน จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เห็นควรให๎
รัฐบาลไทยซ้ือบ๎านนรสิงห๑ไว๎เพ่ือเป็นสถานที่รับรองแขกเมือง ในที่สุดได๎ตกลง
ซื้อขายกันในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยคณะผ๎ูสาเร็จราชการแทนพระองค๑
คือพระเจ๎าวรวงศเ๑ ธอพระองค๑เจ๎าอาทิตย๑ทิพอาภาและพลเอกเจ๎าพระยาพิชเยนทรโยธิน(อุํม)
ได๎อนุมัติภายใต๎พระบรมราชานุญาตให๎กระทรวงการคลังจํายเงินของ สานักงาน
ทรัพย๑สินสํวนพระมหากษัตริย๑แกํเจ๎าพระยารามราฆพ แล๎วมอบบ๎านนรสิงห๑
ให๎สานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู๎ดูแล โดยให๎ใช๎เป็นที่ต้ังทาเนียบรัฐบาลและเป็น
สถานทีร่ ับรองแขกเมอื ง ต้งั แตบํ ัดนนั้ เป็นต๎นมา
รัฐบาลไทยจึงเปลี่ยนชื่อบ๎านนรสิงห๑เป็น “ทาเนียบสามัคคีชัย” และ
“ทาเนียบรฐั บาล” ตามลาดับ พรอ๎ มกันน้ันไดย๎ ๎ายที่ทาการสานักนายกรฐั มนตรี
จากวังสวนกุหลาบเข๎ามาด๎วย ตํอมาในวันท่ี ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๖ คณะรัฐมนตรี
มีมติอนุมัติให๎ซ้ือทาเนียบรัฐบาลจากสานักงานทรัพย๑สินสํวนพระมหากษัตริย๑
โดยทาสัญญาซ้ือขายกันในราคา ๑๗,๗๘๐,๘๐๒.๓๖ บาท แล๎วจึงทาการโอนกรรมสิทธ์ิ
ที่สานักงานท่ีดินจังหวัดพระนคร เม่ือวันท่ี ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ กํอนหน๎านั้น
- ๑๖๗ -
คณะกรรมการราษฎร (เทียบเทําคณะรัฐมนตรี)ได๎ใช๎พระท่ีนั่งอนันตสมาคมเป็น
สถานท่ีปฏิบัติราชการรํวมกับสภาผ๎ูแทนราษฎร ถึงแม๎คณะกรรมการราษฎร
จ ะ แ ป ร ส ภ า พ เ ป็ น ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ หํ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ส ย า ม
พุทธศักราช ๒๔๗๕ แล๎ว แตํยังคงใช๎พระที่น่ังอนันตสมาคมเป็นสถานท่ีปฏิบัติ
ราชการตํอไป จนกระทั่งเม่ือวันท่ี ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๖ นายกรัฐมนตรีมี
คาส่ังให๎ย๎ายสถานท่ีปฏิบัติราชการมาท่ีวังปารุสกวัน เนื่องจากเป็นสถานที่หนึ่ง
ซ่ึงคณะราษฎรเข๎ายึดไว๎เมื่อคราวปฏิวัติสยามในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ และเป็น
สถานท่ีพักของ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา(พจน๑ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรี
ในขณะนั้นด๎วย โดยใช๎ชอื่ วํา “สานักนายกรัฐมนตรี วงั ปารสุ กวัน” ตอํ มาเมื่อวันท่ี
๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ สานักนายกรัฐมนตรีจึงย๎ายสถานที่ปฏิบัติราชการ
อกี ครัง้ มายงั วงั สวนกุหลาบท่อี ยํใู กลเ๎ คยี งกบั วังปารสุ กวัน ซึ่งเป็นสถานท่ีหลังสุด
กํอนจะย๎ายไปยงั ทาเนียบรัฐบาลในปัจจบุ นั
ทาเนยี บรฐั บาล
(ท่ีมาของภาพ : http://www.pantip.com)
- ๑๖๘ -
ปัจจุบันทาเนียบรัฐบาลต้ังอยูํ ณ เลขที่ ๑ ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต
กรุงเทพมหานคร เป็นสถานท่ีราชการสาคัญที่สุดแหํงหน่ึงของประเทศไทย
เน่ืองจากเป็นสถานที่ทางานของรัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี
รฐั มนตรปี ระจาสานักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนข๎าราชการ และเจ๎าหน๎าที่ในสังกัด
สานักนายกรัฐมนตรี เป็นสถานท่ีประชุมคณะรัฐมนตรี สถานที่ต๎อนรับบุคคล
สาคัญระดับผู๎นาชาวตํางประเทศที่มาเยือนประ เทศไทย และยังใช๎เป็นสถานที่
จัดงานรัฐพิธี เชํน งานสโมสรสันนิบาตเนื่องในวันฉัตรมงคลงานสโมสรสันนิบาต
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวฯ เป็นต๎น ในทาเนียบ
รัฐบาลมีอาคารท่ีสาคัญอีกหลายแหํง แตํอาคารท่ีสาคัญในการจัดงานพิธีการ
ไดแ๎ กํ ตกึ ไทยคูํฟา้ และตึกสันตไิ มตรี
ตึกไทยคู่ฟ้า เดิมช่ือ ตึกไกรสร
ตํอมาเปลี่ยนเป็นช่ือไทยคํูฟ้าใน
สมัยที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
เป็นนายกรัฐมนตรี ให๎ใช๎สาหรับ
จัดงานสโมสรสันนิบาต เน่ืองในวัน
เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ
พระเจา๎ อยหํู วั ฯ
ตึกสันติไมตรี ใช๎ในงาน
ราชการอเนกประสงค๑ เชํน งานเลี้ยง
รับรองแขกตํางประเทศท่ีสาคัญ
พิ ธี ม อ บ เ ค รื่ อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ๑
พิธีมอบรางวัล จัดงานสโมสรสันนิบาต
เน่ืองในวันฉัตรมงคล
(ทีม่ าของภาพ : http://www.pantip.com)
- ๑๖๙ -
๔.๑๓ พระอารามหลวง๖๑
นอกจากสถานที่สาคัญตามที่ได๎กลําวมาแล๎ว ตามข๎อ ๔.๑ - ๔.๑๒
ยังมีพระอารามหลวงที่เก่ียวข๎องกับการงานพระราชพิธีทรงบาเพ็ญพระราชกุศล
ถวายผ๎าพระกฐิน ได๎แกํ วัดราชบพิธสถืตมหาสีมาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
วดั บวรนเิ วศวหิ าร วดั มหาธาตยุ วุ ราชรังสฤษฎิ์ วัดสุทศั นเทพวราราม วัดอรุณราชวราราม
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชโอรสาราม วัดราชาธิวาส วัดสุวรรณดาราม
และวัดนิเวศธรรมประวัติ โดยพระอารามหลวงดังกลําวเป็นพระอารามหลวงที่ ทรงโปรดเกล๎าฯ
และเสด็จฯ ไปทรงบาเพ็ญกุศลถวายผ๎าพระกฐิน โดยขออธิบายรายละเอียดพอสังเขป
ตามลาดบั ดงั น้ี
๑) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก
ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยํูที่ถนนเฟ่ืองนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัวโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างข้ึนเป็นวัดประจารัชกาล
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๒ และนับเป็นพระอารามหลวงแหํงสุดท๎ายที่พระมหากษัตริย๑
ทรงสร๎างตามโบราณราชประเพณีท่ีมีการสร๎างวัดประจารัชกาล โดยมีพระวรวงศ๑เธอ
พระองค๑เจ๎าประดิษฐ๑วรการ พระโอรสในพระเจ๎าบรมวงศ๑เธอ กรมหมื่นณรงคหริรักษ๑
(พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) พระเจ๎าบรมวงศ๑เธอ
กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจและเจ๎าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว. ปุ้ม มาลากุล)
เป็นผู๎อานวยการกํอสร๎าง มีลักษณะผสมระหวํางสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป คือ
ลักษณะภายนอกเปน็ สถาปัตยกรรมไทย สํวนภายในออกแบบตกแตํงอยํางตะวันตก
และทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ พระราชทานนามวํา “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”
หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย๑ทรงสร๎าง ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน
“พระพุทธอังคีรส” ซ่ึงเป็นพระประธานในพระอุโบสถ รวมท้ังยังทรงโปรดให๎สร๎าง
๖๑เข๎าถงึ ไดจ๎ าก : https://www.th.wikipedia.org/
- ๑๗๐ -
“สุสานหลวง” ซึ่งต้ังอยูํนอกเขตกาแพงมหาสีมาธรรมจักรของวัดด๎านทิศตะวันติดกับ
ถนนอัษฎางค๑ ริมคลองคูเมืองเดิม ข้ึนเป็นท่ีบรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร
(เถา๎ กระดูก) เพือ่ เป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแกํพระบรมราชเทวี พระราชเทวี
เจ๎าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค๑ มีรูปแบบสถาปัตยกรรม
พระอุโบสถ พระพทุ ธองั คีรส
(ท่ีมาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
ตํางๆ กัน ทั้งพระเจดีย๑ พระปรางค๑ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค๑ลพบุรี)
และแบบโกธิค โดยตั้งอยํูในสวนซึ่งมีต๎นล่ันทมและพุํมพรรณไม๎ตํางๆ อีกด๎วย
ปัจจุบันเป็นวัดที่สถิตของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จ
พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรณิ ายก พระองคท๑ ่ี ๒๐ แหํงกรงุ รัตนโกสินทร๑
๒) วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวง
ชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยํูท่ีถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร๎างต้ังแตํสมัยอยุธยาเดิมเรียกวํา “วัดโพธาราม”
หรือ“วดั โพธ์ิ”ยกฐานะข้นึ เป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี ครั้งถึงรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล๎าฯ ให๎สถาปนาวัดนี้ใหมํ
ในปี พ.ศ. ๒๓๓๑ โดยทรงสร๎างพระอุโบสถพระระเบียงพระวิหาร ตลอดจนบูรณะของเดิม
เมื่อแล๎วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๔๔ ได๎ทรงพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ พระราชทานนามวํา
- ๑๗๑ -
“วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาวาส” เป็นวัดประจารัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัวได๎ทรงพระกรุณา
โปรดเกล๎าฯ ให๎แก๎สร๎อยนามพระอารามวํา “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราช
วรมหาวหิ าร” รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกล๎าเจา๎ อยํูหัวได๎โปรดเกล๎าฯ ให๎จารึก
สรรพตารา เชํน ความร๎ูด๎านประวัติศาสตร๑ วรรณกรรม และการแพทย๑ ลงบนแผํนหินอํอน
พระอโุ บสถ พระพทุ ธเทวปฏมิ ากร
(ท่ีมาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
ประดิษฐ๑ไว๎ตามศาลารายตํางๆ ในรัชกาลปัจจุบันได๎มีการบูรณปฏิสังขรณ๑ครั้งใหญํ
ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖๐ พรรษา เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๓๐ และรัชมังคลาภิเษก
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวทรงพระราชศรัทธาถวายฉัตรผ๎าตาดทอง
๙ ช้ัน และถวายผ๎าหํมตาดทองประดับพระปรมาภิไธยยํอ ภปร. แดํ “พระพุทธ
เทวปฏมิ ากร” ซงึ่ เปน็ พระประธานในพระอุโบสถ
๓) วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงช้ันเอก
ชนิดราชวรวิหาร ฝ่ายธรรมยุต ตั้งอยํูริมถนนบวรนิเวศ และถนนพระสุเมรุ
ในท๎องท่ีแขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดบวรนิเวศวิหารสร๎างข้ึน
ในสมยั พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล๎าเจา๎ อยหูํ ัวรัชกาลที่ ๓ โดยสมเด็จพระบวรราช
เจ๎ามหาศักดิพลเสพได๎ทรงมีพระดาริโปรดให๎สร๎างขึ้นแตํยังไมํทันแล๎วเสร็จ
- ๑๗๒ -
ก็สิ้นพระชนม๑เสียกํอน วัดบวรนิเวศสร๎างข้ึนด๎วยศิลปะไทยผสมจีน ภายในพระอุโบสถ
มีพระพุทธรูปสาคัญอยํู ๒ องค๑ คือ “พระสุวรรณเขต” (พระประธาน) อัญเชิญ
มาจากวัดสระตะพาน เพชรบุรี และ “พระพุทธชินสีห์” อัญเชิญมาจากวิหาร
ทิศเหนอื วัดพระศรรี ัตนมหาธาตุ จังหวดั พิษณุโลก ถัดจากพระอุโบสถออกไปเป็น
เป็นเจดีย๑กลมขนาดใหญํ สร๎างสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว
รัชกาลที่ ๔ หุ๎มกระเบอื้ งสีทอง รอบฐานพระเจดยี ม๑ ศี าลาจีนและซุ๎มจนี ถดั ออกไป
พระอโุ บสถ พระสุวรรณเขตและพระพุทธชนิ สีห์
(ทมี่ าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
เป็นวิหารเก๐งจีนและจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโขํง และพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เมื่อครั้งยังทรงดารงพระราชอิสริยยศท่ีสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราช ทรงผนวช ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎ประติมากร
ของกรมศิลปากรป้ันหํุนและสร๎างพระพุทธรูปปางห๎ามสมุทร โดยทรงเสด็จ
พระราชดาเนินหลํอพระพุทธรูปวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๙ สมเด็จพระสังฆราช
เจ๎ากรมหลวงวชิรญาณวงศ๑ ได๎ถวายพระนามพระพุทธรูปองค๑น้ีวํา “พระพุทธ
นาราวันตบพิตร” และใต๎ฐานพุทธบัลลังก๑พระพุทธชินสีห๑ในพระอุโบสถวัดบวร
นิเวศวิหารเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารขอพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎า
เจ๎าอยํูหัวปัจจุบันวัดบวรนิเวศวิหารเป็นที่ตั้งของ “มหามกุฏราชวิทยาลัย”
ซึ่งไดก๎ ํอต้ังเม่ือวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ เป็นสถานศึกษาช้ันสูงของคณะสงฆ๑และ
ยงั เป็นทพ่ี กั ของพระภิกษนุ าคหลวงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยํหู วั ฯ
- ๑๗๓ -
๔) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวง
ชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร ต้ังอยํูท่ีถนนมหาราช แขวงมหาราชวัง เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร๎างในสมัยอยุธยาเดิมเรียกวํา “วัดสลัก” เป็นวัดที่อยํู
ก่ึงกลางระหวํางพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จพระบวรราช
เจ๎ามหาสุรสิงหนาทโปรดให๎บูรณปฏิสังขรณ๑วัดสลัก เม่ือปี พ.ศ. ๒๓๒๖ พร๎อมกับ
การกํอสร๎างพระราชวังบวรสถานมงคล จากน้ันทรงเปลี่ยนช่ือวัดจากวัดสลักเป็น
“วัดนิพพานาราม” เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล๎าฯ
พระอุโบสถ พระศรีสรรเพชญ์
(ท่มี าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
ให๎ใช๎วดั นพิ พานารามเปน็ สถานท่ีสังคายนาพระไตรปิฎกในปี พ.ศ.๒๓๓๑ได๎ทรงพระกรุณา
โปรดเกล๎าฯพระราชทานนามวัดใหมํวํา “วัดพระศรีสรรเพชญ” และในปี พ.ศ. ๒๓๔๖
พระราชทานนามใหมวํ ํา “วดั พระศรรี ัตนมหาธาตุราชวรมหาวิหาร” ตามชื่อวัดในกรุงศรี
อยุธยาซ่ึงเป็นท่ีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประทับของสมเด็จ
พระสังฆราชวัดมหาธาตุเป็นสถานที่ท่ีใช๎เป็นท่ีพระราชทานเพลิงพระบุพโพ
เจ๎านายซึ่งดารงพระเกียรติยศสูง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎า
เจา๎ อยหํู วั โปรดเกลา๎ ฯ ให๎ใช๎พนื้ ท่ีของวัดเปน็ ทีส่ ร๎างเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ
พระบรมวงศ๑ช้ันสูง ในปลายปี พ.ศ. ๒๔๓๒ โปรดเกล๎าฯ ให๎จัดต้ังบาลีวิทยาลัย
- ๑๗๔ -
ท่วี ดั มหาธาตุเรียกวาํ “มหาธาตวุ ทิ ยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ โปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างอาคาร
ถาวรวัตถุเรียกวํา “สังฆิกเสนาสน์ราชวิทยาลัย” เพ่ือใช๎ในงานพระศพสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราช เจา๎ ฟา้ มหา วชิรณุ หิศสยามมกุฎราชกมุ าร หลงั จากน้นั ได๎พระราชทานนามวํา
“มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย” เพื่อเป็นท่ีเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง ในปี พ.ศ.
๒๔๓๙ โปรดเกล๎าฯ พระราชทานพระราชทรัพย๑สํวนพระองค๑ของสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกมุ าร ในการบูรณะวัดมหาธาตุและพระราชทานนาม
วาํ “วัดมหาธาตยุ ุวราชรงั สฤษฎ์ิ”
๕) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงช้ันเอก
ชนิดราชวรวิหาร ต้ังอยูํท่ีถนนบารุงเมือง แขวงเสาชิงช๎า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล๎าฯ ให๎สถาปนาข้ึน
ในปี พ.ศ. ๒๓๕๐ เดิมพระราชทานนามวํา “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล๎าฯ ให๎
สร๎างพระวิหารขึ้นกํอนเพ่ือประดิษฐาน “พระศรีศากยมุนี”(พระโต) ซ่ึงอัญเชิญมา
จากพระวหิ ารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวดั สุโขทยั แตสํ นิ้ รชั กาลกํอนท่ีจะประดิษฐาน
เป็นสังฆาราม จึงเรียกกันวํา “วัดพระโต วัดพระใหญํ หรือวัดเสาชิงช๎า” จนกระท่ังใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัยโปรดเกล๎าฯ ให๎สร๎างตํอและ
ทรงจาหลักบานประตูพระวิหารด๎วยพระองค๑เอง แตํก็สิ้นรัชกาลเสียกํอนการ
กํอสร๎างจะแล๎วเสร็จ การกํอสร๎างวัดมาเสร็จบริบูรณ๑ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระน่ังเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ในปี พ.ศ. ๒๓๙๐ และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎า
เจ๎าอยํูหัว ทรงพระราชทานนามวํา “วัดสุทัศนเทพวนาราม” และในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระ
อุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให๎คล๎องกันวํา “พระศรีศากยมุนี” “พระพุทธตรี
โลกเชษฐ์” และ “พระพุทธเสรฏฐมุนี” นอกจากน้ีภายในวัดสุทัศนเทพวรารามยัง
เป็นท่ีประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย๑ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว อานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร และได๎อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของพระองค๑มาบรรจุ
- ๑๗๕ -
พระอุโบสถ พระศรศี ากยมนุ ี
(ที่มาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
ที่ผ๎าทิพย๑ด๎านหน๎าพุทธบัลลังก๑พระศรีศากยมุนี เม่ือปี พ.ศ. ๒๔๙๓ และมีพระราช
พิธีทรงบาเพ็ญพระราชกุศลคล๎ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
มหาอานนั ทมหดิ ล เป็นประจาทกุ ปี
๖) วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงช้ันเอกพิเศษ
ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยํูเลขที่ ๓๔ ถนนอรุณอมรินทร๑ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญํ
กรุงเทพมหานคร นิยมเรียกกันวํา “วัดแจ้ง” หรือท่ีเรียกสั้นๆ วํา “วัดอรุณ” มีความพิเศษ
คือ เป็นวัดประจารัชกาลที่ ๒ เป็นวัดโบราณสร๎างในสมัยอยุธยา เดิมเรียกวํา “วัดมะกอก”
และตํอมากลายเป็นชื่อวัดมะกอกนอก เพราะได๎มีการสร๎างวัดขึ้นอีกวัดหน่ึงใน
ตาบลเดียวกัน แตํอยํูในคลองบางกอกใหญํ ชาวบ๎านเรียกวัดท่ีสร๎างใหมํวํา วัดมะกอกใน
(วัดนวลนรดิศ) แล๎วจึงเรียกวัดมะกอกที่อยูํปากคลองบางกอกใหญํวําวัดมะกอกนอก
สํวนเหตุที่มีการเปล่ียนช่ือเป็นวัดแจ๎งนั้น เช่ือกันวําเมื่อสมเด็จพระเจ๎าตากสินมหาราช
ทรงต้ังราชธานีที่กรุงธนบุรีในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ได๎เสด็จมาถึงหน๎าวัดน้ีตอนรุํงแจ๎ง
จึงพระราชทานชื่อใหมํวํา “วัดแจ้ง” ในสมัยรัตนโกสินทร๑ รัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได๎ทรงปฏิสังขรณ๑วัดแจ๎งใหมํท้ังวัดแตํยังไมํทัน
สาเร็จก็สิ้นรัชกาล ตํอมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัย
- ๑๗๖ -
ได๎ทรงบรู ณปฏสิ ังขรณ๑วดั แจ๎ง และพระราชทานนามใหมํวํา “วัดอรุณราชธาราม” และมี
พระราชดาริท่ีจะเสริมสร๎างพระปรางค๑หน๎าวัดให๎สูงข้ึนแตํสิ้นรัชกาลเสียกํอน
จนถงึ รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล๎าเจ๎าอยํหู วั ทรงโปรดเกลา๎ ฯ ให๎เสริมพระปรางค๑ข้ึน
และใหย๎ ืมมงกุฎที่หลํอสาหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จะเป็นพระพุทธรูปพระประธาน
พระอโุ บสถ พระพทุ ธธรรมมศิ รราชโลกธาตดุ ิลก
(ทม่ี าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
วัดนางนองมาติดตํอบนยอดนภศูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว
ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎บูรณปฏิสังขรณ๑วัดอรุณราชธารามหลายรายการเม่ือการปฏิสังขรณ๑
เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามวัดใหมํวํา “วัดอรุณราชวราราม” พระประธานใน
พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล๎าเจ๎าอยํูหัวถวายพระนามวํา “พระพุทธ
ธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก”ปางมารวิชัย หน๎าตกั กว๎าง ๓ ศอกคืบ ประดษิ ฐานเหนอื
แทํนไพ หลํอในสมัยรัชกาลท่ี ๒ กลําวกันวําพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัย
ทรงป้ันหุํนพระพักตร๑ด๎วยพระองค๑เอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว โปรดให๎
อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัยมาบรรจุไว๎ที่
พระพทุ ธอาสน๑ของพระประธานในพระอโุ บสถด๎วย
- ๑๗๗ -
๗) วัดเบญจมบพิตรดุสติ วนาราม เป็นพระอารามหลวงช้นั เอก ชนิดราช
วรวิหาร ตงั้ อยูํถนนนครปฐม แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นวัดโบราณ
มีช่ือวํา “วัดแหลม” หรือ “วัดไทรทอง” ไมํปรากฏหลักฐานวําสร๎างในสมัยใด
จนถงึ ปี พ.ศ. ๒๓๖๙ ในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล๎าเจ๎าอยํูหัว รัชกาลที่ ๓
จึงปรากฏช่ือข้ึนในประวัติศาสตร๑ เมื่อเจ๎าอนุวงศ๑ผู๎ครอง นครเวียงจันทน๑
ประเทศราชของไทยได๎กํอการกบฏยกทัพมาตีไทย พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล๎า
เจ๎าอยํูหัว ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎พระเจ๎าบรมวงศ๑เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร๑
(พระองค๑เจ๎าพนมวัน พระเจา๎ ลกู ยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัย
กับ เจ๎าจอมศิลา ต๎นราชสกุลพนมวัน) เป็นผู๎บัญชาการกองทัพ ในสํวนการรักษา
พระนคร โดยทรงตั้งกองบัญชาการอยํูในบริเวณวัด เม่ือเสร็จสิ้นการปราบกบฏแล๎ว
พระเจ๎าบรมวงศ๑เธอกรมพระพพิ ธิ โภคภูเบนทร๑ พรอ๎ มด๎วยพระเชษฐภคนิ ี
พระอุโบสถ พระพุทธชินราชจาลอง (พระประธาน)
(ที่มาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
พระขนิษฐภคินี และพระกนิษฐภาดา รํวมกับเจ๎าจอมมารดาอีก ๔ พระองค๑ทรง
บูรณปฏิสังขรณ๑ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๗๐ - ๒๓๗๑ แล๎วทรงสร๎างพระเจดีย๑ ๕ องค๑
ต้ังหลายด๎านหน๎าวัด เป็นอนุสรณ๑ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏในพระราช
พงศาวดารวํา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัวได๎พระราชทานนามวัดใหมํวํา
- ๑๗๘ -
“วัดเบญจบพิตร” ซ่ึงมีความหมายวําเป็นวัดของเจ๎านาย ๕ พระองค๑ หรือวัดที่
เจา๎ นาย ๕ พระองค๑ ทรงปฏิสังขรณ๑ข้ึน วัดเบญจมบพิตรดุสิตรามเป็นท่ีรู๎จักของ
นักทํองเท่ียวทั่วโลกวํา “The Marble Temple” เพราะพระอุโบสถ พระระเบียง
ประดับด๎วยหินอํอนที่ดีท่ีสุดจากประเทศอิตาลี สํวนพระประธานในพระอุโบสถ
ของวัดเบญจมบพิตร คือ พระพุทธชินราชจาลอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎า
เจ๎าอยํูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล๎าโปรดกระหมํอมให๎ พระประสิทธิปฏิมา
(ม.ร.ว.เหมาะ ดวงจักร) จางวางชํางหลํอขวา ชํางฝีมือดียุคน้ันขึ้นไปปั้นถํายแบบ
พระพุทธชินราชถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก และหลํอเป็นสํวนๆ
มาประกอบเป็นพระประธานของวัดเบญจมบพติ รดุสติ วนาราม
๘) วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงช้ันเอก
ชนิดราชวรวิหาร ต้ังอยํูที่ถนนเอกชัย แขวงบางค๎อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
เป็นวัดประจารัชกาลที่ ๓ เดิมเป็นวัดเกําแกํช่ือ “วัดจอมทอง” เป็นวัดท่ีมีมากํอนการ
สร๎างกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล๎าเจ๎าอยูํหัวเม่ือคร้ังดารงพระยศ
พระอุโบสถ พระพทุ ธอนันตคณุ อดุลยญาณบพติ ร
(ที่มาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
พระเจ๎าลูกยาเธอ กรมหมน่ื เจษฎาบดินทร๑ ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหมํท้ังพระอาราม
ที่ดํานพระเจดียส๑ ามองค๑ จังหวัดกาญจนบุรี ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ เมื่อกระบวนทัพเรือ
มาถึงวัดจอมทอง ฝ่ังธนบุรีทรงหยุดพักและทาพิธีเบิกโขลนทวารตามตาราพิชัยสงคราม
- ๑๗๙ -
พร๎อมทรงอธิษฐานขอให๎การไปราชการทัพคร้ังนี้ได๎ชัยชนะ แตํปรากฏวําไมํมี
ทัพพมํายกเขา๎ มา เม่อื ยกทพั กลับ พระเจา๎ ลูกยาเธอ กรมหมน่ื เจษฎาบดินทร๑ ได๎
ทรงบูรณปฏิสังขรณ๑วัดจอมทองใหมํและถวายเป็นพระอารามหลวงได๎รับพระราชทาน
นามใหมํวํา “วัดราชโอรส” ซึ่งหมายถึง พระราชโอรส คือ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร๑
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัวถวายนามพระประธานในพระอุโบสถพุทธวํา
“พระพทุ ธอนันตคุณอดุลยญาณบพิตร” ที่ฐานของพระพุทธรูปน้ีได๎เป็นท่ีประดิษฐาน
พระราชสรีรางคารและศิลาจารึกดวงพระชะตาของสมเด็จพระน่ังเกล๎าเจ๎าอยูํหัว มีเศวตรฉัตร
๙ ชั้น กั้นเหนือองค๑พระ กลําวกันวํา เป็นพระพุทธรูปที่งามโดยพุทธลักษณะอยํางยิ่ง
องคห๑ นึง่
๙) วัดราชาธวิ าสราชวรวหิ ารหรือวัดราชาธิวาสวิหารเป็นพระอารามหลวง
ช้ันโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยูํท่ีริมฝั่งแมํน้าเจ๎าพระยาฝั่งพระนคร หํางจากสนามหลวง
สองกโิ ลเมตรเศษไปทางเหนอื ใกล๎ทาํ วาสุกรสี ามเสน วดั แหํงน้ีสรา๎ งขน้ึ เมอื่ ปี พ.ศ. ๑๘๒๐
และผูกพัทธสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดราชาธิวาสราชวรวิหารเป็นวัดที่กรมพระราชวัง
บวรมหาสรุ สงิ หนาททรงสถาปนาจาก “วดั สมอราย” ไดร๎ บั การปฏิสงั ขรณ๑อยํางตํอเนื่อง
ต้ังแตํสมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๓ จนถึงในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได๎ทรงปฏิสังขรณ๑ใหมํแล๎ว
พระอโุ บสถ พระสมั พทุ ธพรรณี
(ท่มี าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
- ๑๘๐ -
พระราชทานนามใหมํวํา “วัดราชาธิวาสวิหาร” มีความหมายวํา “วัดอันเป็นท่ีประทับของ
พระราชา” เป็นวัดแรกท่ีถือกาเนิดคณะสงฆ๑ธรรมยุติกนิกาย พระอุโบสถเป็นทรงขอม
คล๎ายนครวัด พระประธานช่ือ “พระสัมพุทธพรรณี” และมีเศวตฉัตร ๙ ช้ัน (ร. ๕ หลํอ
พระราชทาน) หลังพระประธานเปน็ ซม๎ุ คหู ามภี าพจิตรกรรมฝาผนังภายในแสดงเร่ือง
พระเวสสันดรชาดก สมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ๑เธอเจ๎าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ๑
ทรงเป็นผู๎รํางภาพ และ ศ.ซี.ริโกลี (C.Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียนเป็นผ๎ูเขียน
ด๎วยการใช๎สีปูนเปียก (Fresco) ศาลาการเปรียญต้ังอยูํหน๎าวัดเป็นศาลาการเปรียญ
สรา๎ งดว๎ ยไมส๎ ักทง้ั หลัง โดยสมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ๑เธอเจ๎าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ๑
ทรงให๎สรา๎ งเลียนแบบจากศาลาการเปรียญวดั ใหญํสุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี
ถอื เปน็ ศาลาการเปรียญทใ่ี หญํท่ีสุดในประเทศไทย
๑๐) วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก
ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยํูริมป้อมเพชร อาเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระอัยกาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดให๎สร๎างวัดนี้ข้ึน
ตง้ั แตสํ มยั กรงุ ศรีอยุธยาให๎ช่ือวํา“วัดทอง”เป็นวัดของฝ่ายวังหน๎าตํอมาเมื่อพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช ทรงข้นึ ครองราชยเ๑ ปน็ กษตั ริย๑แหํงกรุงรัตนโกสินทร๑
พระอุโบสถ พระประธาน
(ท่มี าของภาพ : http://www.wikimapia.org)
- ๑๘๑ -
ทรงโปรดเกล๎าฯ ให๎บูรณะวัดน้ีทั้งหมดลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดตัวโบสถ๑จะตกท๎องช๎าง
ทาให๎คล๎ายท๎องเรือสาเภา ซ่ึงเป็นการเปรียบพระพุทธศาสนาดั่งนาวาธรรมอันเป็น
เอกลักษณ๑ของโบสถ๑สมัยอยุธยา ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังรูปยุทธหัตถีของ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต๎นฉบับที่เคยเห็นกันในหนังสือเรียน วาดโดยพระยา
อนุศาสน๑จิตรกร จิตรกรเอกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัว รัชกาลที่ ๖
ด๎านบนของผนังภายในพระอุโบสถยังรายล๎อมไปด๎วยภาพเทพพนมนับร๎อยองค๑
ลอยอยํูในวิมานท่ีมีขนาดลดหล่ันกันตามระยะใกล๎-ไกล ตามลักษณะของทัศนียภาพ
แบบตะวนั ตกท่ีเคยมกี ารวาดข้ึนเป็นครั้งแรกในประเทศไทยสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล๎าเจา๎ อยํหู ัว รชั กาลท่ี ๔ อีกด๎วย
๑๑) วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหารเป็นพระอารามหลวงช้ันเอก
ชนิดราชวรวิหาร ต้ังอยูํท่ีตาบลบ๎านเลน อาเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ๑ธรรมยุต พระอุโบสถเป็นศิลปะตะวันตกแบบโกธิค
สร๎างข้ึนโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว เพ่ือทรงใช๎เป็นสถานท่ีสาหรับ
บาเพ็ญพระราชกุศล เม่ือเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน
พระอุโบสถ พระพุทธนฤมลธรรโมภาส
(ท่ีมาของภาพ : http://www.wikimapia.org)
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกลา๎ ฯให๎สร๎างเลียนแบบโบสถ๑ฝร่ัง เป็นศิลปะแบบโกธิค
พระอุโบสถของวัดน้ันสร๎างเลียนแบบโบสถ๑ในคริสต๑ศาสนา โดยภายในประดิษฐาน
- ๑๘๒ -
“พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” เป็นพระประธาน ออกแบบโดยพระวรวงศ๑เธอ
พระองค๑เจา๎ ประดษิ ฐวรการ โดยลักษณะท่ีผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยมและ
ศิลปะแบบตะวันตกเข๎าด๎วยกัน ซ่ึงมีพุทธลักษณะคล๎ายสามัญชน นอกจากนี้
บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนท่ีตั้งไม๎กางเขนแบบโบสถ๑ และฝาผนังโบสถ๑
ด๎านหนา๎ ของพระประธานน้ันเปน็ พระบรมฉายาลักษณ๑ของรชั กาลท่ี ๕ ท่ีประดับ
ด๎วยกระจกสี
**************************************
บทท่ี ๕
แนวทางปฏิบัตทิ ่ีสาคญั ในการเข้ารว่ มงาน
----------------------------------
จากบทตํางๆ ท่ีผํานมาเป็นการอธิบายแบบปูพ้ืนฐานตามลาดับ
ต้ังแตํความหมายและความร๎ูเกี่ยวกับงานพระราชพิธี รัฐพิธีและพิธีการตํางๆ
การแตํงกายและประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ๑ และสถานท่ีสาคัญในการจัดงาน
สาหรับบทนี้จะเป็นเรื่องของแนวทางปฏิบัติท่ีสาคัญในการเข๎ารํวมงาน โดยจะ
แบํงออกเป็นสองชํวง คือ ชํวงแรกจะอธิบายถึงข๎อปฏิบัติ บุคคลท่ีมีหน๎าที่และ
ลักษณะของกิจกรรมตํางๆ ในการเข๎ารํวมงาน สํวนชํวงที่สองจะอธิบายถึงแนวทาง
ปฏิบตั ิในการอานวยความสะดวกในมิตติ าํ งๆ โดยมรี ายละเอียดตามลาดับ ดงั น้ี
๕.๑ ข้อปฏบิ ัติเก่ยี วกบั ราชสานกั ๖๒
ต้ังแตํสมัยโบราณธรรมเนียมปฏิบัติในราชสานักจะต๎องมีระเบียบ
แบบแผน กฎและข๎อบังคับ เพ่ือให๎การดาเนินงานในราชสานักเป็นไปอยํางเรียบร๎อย
ซึง่ สมัยกอํ นข๎อปฏิบัตดิ งั กลาํ วเรยี กกนั วาํ “พระราชกาหนดกฎมณเฑียรบาล”ผ๎ูที่อยูํใน
ราชสานักจะต๎องปฏิบัติตามกฎมณเฑียรบาลอยํางเครํงครัด ทั้งในด๎านการปฏิบัติหน๎าที่
การแสดงกิริยามารยาท การแตํงกาย การใช๎คาพูด คาทูล ฯลฯ ซ่ึงกฎมณเฑียรบาลนี้
มไิ ด๎ใช๎เฉพาะแตผํ อู๎ ยูใํ นพระราชสานักเทํานั้น กฎหรือข๎อบังคับบางข๎ออาจเกี่ยวข๎อง
และจาเป็นสาหรับข๎าราชการ เชํน การแตํงกายสาหรับเข๎าเฝ้าฯ การแตํงกายในงาน
พระราชพิธีตํางๆ อันเน่ืองมาจากเทศกาลประจาปีหรืองานพระราชพิธีอื่นๆ ตลอดจน
ลักษณะการเข๎าเฝ้าต๎องเป็นไปตามระเบียบแบบแผนขนบราชประเพณีอยํางเครํงครัด
ปัจจุบันได๎มีการรวบรวมข๎อปฏิบัติเกี่ยวกับราชสานัก โดยเป็นการรวบรวมแนวคิด
และข๎อปฏิบัติท่ีใช๎ในราชสานัก ซึ่งเราสามารถนามาใช๎ประโยชน๑สาหรับในการเข๎า
รวํ มงานพระราชพิธี รัฐพิธีและพิธสี าคญั ตํางๆ โดยมรี ายละเอียดตามลาดบั ดังนี้
๖๒แหลํงทมี่ าเดียวกันกบั เชงิ อรรถ ๒
- ๑๘๕ -
๕.๑.๑ กิริยามารยาท
๑) การนั่ง มี ๒ ลักษณะ คือ การนั่งกับพื้นและการนั่งบนเก๎าอี้
โดยจะนั่งอยํางใดก็ได๎ แตํถ๎าน่ังกับบุคคลอื่นจะต๎องน่ังให๎เรียบร๎อย ถ๎าผู๎ที่นั่งด๎วยเป็น
ผ๎ูมีอาวุโสก็ควรน่ังด๎วยอาการสารวม เชํน การน่ังเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท การน่ังกับ
พระภิกษุชั้นผ๎ูใหญํ ควรจะเป็นการหมอบ ไมํใชํการน่ังเท๎าแขนหรือการนั่งขัดสมาธิ
หรือการน่งั เหยียดขา แม๎แตํการน่ังพับเพียบก็อยําเหยียดขาให๎ยาวออกไป ถ๎าเป็นการ
นั่งเก๎าอี้ก็ควรนั่งให๎ขาชิดกัน เมื่อเวลาจะพูดกับผู๎อาวุโส เชํน เวลากราบบังคมทูล
หรือสดบั พระราชกระแส ฯลฯ ถา๎ เป็นการน่ังเกา๎ อี้ควรเปน็ การนั่งลงศอก หรือวางสํวน
แขนทั้งสองบนหน๎าขาและน๎อมตัวเล็กน๎อยมือประสานกัน การน่ังในที่เฝ้าฯ
ให๎ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
- ต๎องน่ังดว๎ ยอาการสารวม
- ถา๎ นัง่ บนเกา๎ อี้ ห๎ามไขวํหา๎ งหรอื เหยยี ดขาออกไปตามสบาย
หรือยกแขนขนึ้ พาดพนกั เก๎าอ้ี
นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชีวะ เมอ่ื ครง้ั ดารงตาแหนง่ นายกรัฐมนตรี
เข้าเฝ้าทลู ละอองธลุ ีพระบาท
(ทมี่ าของภาพ : http://www.oknation.net)
- ๑๘๖ -
- เม่ือมีกิจจะต๎องลุกออกจากที่เฝ้าฯ ต๎องถวายความเคารพ
และเม่ือกลับเขา๎ ประจาที่ตอ๎ งปฏบิ ัติเชํนเดียวกัน ไมํควรผุดลุกผุดนัง่ ในระหวํางนั่งเฝา้ ฯ
- เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวฯ เสด็จจากพระราชอาสน๑
ท่ีประทับเพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพระราชพิธี ผ๎ูเข๎าเฝ้าฯ จะต๎องยืนขึ้น
หากเสด็จผํานต๎องถวายความเคารพทุกคร้ัง และต๎องยืนอยูํจนกวําจะเสด็จพระราช
กรณียกิจนั้นหรือในชํวงน้ัน และเม่ือเสด็จกลับไปประทับพระราชอาสน๑ ผู๎เข๎าเฝ้าฯ
ต๎องถวายความเคารพแล๎วจึงนง่ั ลงได๎
- เม่ือทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในงานพระราชพิธีเสร็จส้ิน
และเสด็จพระราชดาเนินกลับ ผ๎ูเข๎าเฝ้าฯ จะต๎องยืนขึ้นถวายความเคารพ เม่ือรถยนต๑
พระท่ีนั่งแลํนออกไปและเพลงสรรเสริญพระบารมีจบลง ผู๎เข๎าเฝ้าฯ ต๎องถวายความ
เคารพเปน็ คร้ังสุดท๎ายเป็นอนั เสรจ็ พธิ ี
- หากต๎องเข๎าเฝ้าฯ ในพระท่ีน่ังในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อไปถึงหรือจะกลับออกจากพระท่ีนั่ง ควรทาความเคารพพระราชอาสน๑ พระพุทธรูป
หรือพระบรมอฐั ิท่อี ยูใํ นมณฑลพธิ กี ํอน
(ทมี่ าของภาพ : สรรชยั เทยี มทวสี ิน. ความร๎ูเกย่ี วกับงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานพธิ ี
และประเพณีในราชสานกั . เอกสารประกอบการบรรยาย. หลกั สูตรนักบริหารระดับกลาง.
สถาบันดารงราชานภุ าพ สานักงานปลดั กระทรวงมหาดไทย. ๒๕๕๑.)
- ๑๘๗ -
๒) การยนื ตอ๎ งยืนอยาํ งสภุ าพ โดยเฉพาะอยํางการยืนในการ
เข๎าเฝ้าฯ ให๎ปฏิบตั ิ ดังนี้
- การยืนเฉพาะพระพักตร๑ตรง ยืนตรงขาชิด ปลายเท๎า
แยกพองาน มือทัง้ สองแนบข๎างลาตัว
- ห๎ามเอามือไพลํหลัง หรือกอดอก เท๎าสะเอว หรือเอามือ
ล๎วงกระเปา๋ เส้อื หรอื กระเป๋ากางเกง
- เม่ือมีเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีหรือแตรแสดง
ความเคารพของกองทหารแถวรับเสด็จดังข้ึน ผู๎ที่อยํูในบริเวณนั้นต๎องยืนตรง
ถวายความเคารพ
- หากมีพระราชดารัส ให๎กราบบังคมทูลในทํายืนตรง
แล๎วถวายคานบั
(ท่มี าของภาพ : สรรชยั เทียมทวีสิน. ความรเ๎ู ก่ยี วกับงานพระราชพธิ ี งานรัฐพธิ ี งานพิธี
และประเพณีในราชสานกั . เอกสารประกอบการบรรยาย. หลักสตู รนกั บรหิ ารระดับกลาง.
สถาบันดารงราชานุภาพ สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. ๒๕๕๑.)
ท้ังนี้ การยืนเคารพในพิธีที่มีการบรรเลงเพลงสรรเสริญ
เพ่ือถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรม
วงศ๑ตามลาดับชั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร หรือผ๎ูท่ีทรง
พระกรุณาโปรดเกล๎าให๎เป็นผ๎ูแทนพระองค๑ เม่ือมีเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังข้ึน
ใหผ๎ อู๎ ยใํู นบริเวณน้ันยนื ตรงถวายความเคารพ ดงั นี้
- ๑๘๘ -
- ในกรณีท่ีอยํูในที่เฝ้าฯ รับเสด็จ ให๎ยืนตรงหันหน๎าไปทาง
ท่ีประทับ เม่ือจบเพลงให๎ถวายความเคารพ โดยบุรุษและสตรี (เฉพาะสตรีที่แตํง
เครื่องแบบ) ให๎ถวายคานับ ถ๎าหากสวมหมวกให๎กระทาวันทยหัตย๑ สํวนสตรีท่ีไมํ
สวมเครอ่ื งแบบ ให๎ถวายความเคารพโดยวธิ ีถอนสายบัว
- ในกรณีท่ีไมํได๎อยูํในที่เฝ้าฯและเม่ือมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญ
พระบารมีเป็นการเปิดหรอื ปดิ งาน หรือเมอ่ื มหรสพเรม่ิ หรอื เลกิ ให๎ทาความเคารพ
โดยยืนตรง เมื่อเพลงจบให๎คานับโดยก๎มศีรษะทั้งบุรุษและสตรี ถ๎าหากแตํง
เคร่ืองแบบและสวมหมวกให๎ยนื ตรงกระทาวันทยหัตถ๑
๓) การเดิน ตอ๎ งเดินอยํางสุภาพ โดยเฉพาะอยํางย่ิงการเดิน
ในเขตพระราชฐานหรอื ในทีเ่ ฝ้าฯ ให๎ปฏบิ ัติ ดังนี้
- เดินอยํางสุภาพ ชํวงก๎าวต๎องไมํยาวหรือสั้นเกินควร และ
อยาํ เดนิ ตดั หน๎าหรอื แซงนาผ๎มู อี าวุโส
- การเดินกับผ๎ูมีอาวุโส ให๎เดินเยื้องไปทางด๎านหลังทางซ๎าย
หรอื ขวา แล๎วแตกํ รณี โดยเดินในลกั ษณะนอบนอ๎ มและไมหํ าํ งเกนิ ไป
(ท่ีมาของภาพ : สรรชัย เทียมทวีสนิ . ความร๎ูเกยี่ วกับงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานพิธี
และประเพณีในราชสานกั . เอกสารประกอบการบรรยาย. หลักสูตรนกั บรหิ ารระดับกลาง.
สถาบนั ดารงราชานภุ าพ สานกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย. ๒๕๕๑.)
- ๑๘๙ -
- การเดินตามเสด็จฯ ให๎เดินเบ้ืองหลังพระบาทสมเด็จ
พระเจ๎าอยํูหัวฯ หรือพระบรมวงศ๑ ในลักษณะสารวม ไมํทักทายหรือทาความเคารพผ๎ูอ่ืน
หรือรับความเคารพจากผ๎อู น่ื และไมเํ ดินบนลาดพระบาท หรือ เหยยี บลาดพระบาท
ท้ังนี้ ยังมีการเดินอีกอยํางหน่ึงเรียกวํา “เดินเข่า” หรือมัก
นิยมเรียกวํา “คลานเข่า” จะใช๎กรณีเมื่อต๎องผํานที่เคารพ โดยเวลาเดินเขําปลาย
เทา๎ ตอ๎ งตง้ั และอยาํ แกวงํ แขน
๔) การหมอบ ใช๎กรณีเมื่อพบผู๎อาวุโส เชํน เฝ้าทูลละอองธุลี
พระบาท เฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เป็นต๎น อิริยาบถการหมอบท่ีถูกต๎อง คือ ต๎องให๎เขํา
ที่ย่ืนออกอยูํกลางของแขนท้ังสอง มือประนมหรือประสานสุดแล๎วแตํกรณี การลุกข้ึน
จากการหมอบ อยาํ ใชม๎ ือยนั พ้ืนแล๎วลุกข้ึนทีเดียว จะต๎องวางแขนทั้งสองราบกับพ้ืน
แล๎วยกสํวนก๎นขึ้นกํอน เมื่อตัวตรงแลว๎ จงึ ยกแขนขน้ึ
(ท่มี าของภาพ : http://www.youtube.com)
๕) การคลาน การคลานนี้เป็นอิริยาบถประเพณีไทยแท๎ๆ
สมควรท่ีจะใช๎ในโอกาสเข๎าพบผ๎ูอาวุโส การคลานท่ีถูกต๎องน้ันจะมีลักษณะที่
แตกตํางกัน โดยสามารถจาแนกลักษณะการคลานเป็นลักษณะใหญํ คือ การคลาน
มอื เปลาํ และการคลานถือของ