36 ยุติบทบาทการทำงาน ในปัจจุบันจึงไม่มีวรรณคดีเกิดขึ้นแล้ว ตัวอย่างวรรณคดีเช่น นิราศภูเขาทอง โครงโลกนิติราชาธิราช พระอภัยมณี มัทนะพาธา สามก๊ก เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เป็นต้น ๕. นักเรียนแยกประเภทระหว่างวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใช้ภาพเดิม วรรณคดี วรรณกรรม ๖. นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายลักณะของวรรณคดี ๑. ประเภทของวรรณคดีวรรณคดีแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ๑.๑ วรรณคดีมุขปาฐะ เป็นวรรณคดีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาแบบปากต่อปาก เช่น เพลงพื้นบ้าน นิทานชาวบ้าน บทร้องเล่น เป็นต้น ๑.๒ วรรณคดีลายลักษณ์ เป็นวรรณคดีที่ได้จดบันทึกไว้ในต้นฉบับสมุดไทย ต้นฉบับ ใบลาน หรือมีการพิมพ์เผยแพร่แล้ว ๒. จำแนกวรรณคดีตามแหล่งที่สร้างสรรค์งาน แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ๒.๑ วรรณคดีท้องถิ่น เช่น นิทานพื้นบ้านเหนือ ถิ่นอีสาน ถิ่นใต้ เรื่องสังข์ทอง ๒.๒ วรรณคดีราชสำนัก เป็นผลงานของกษัตริย์ หรือข้าราชบริพาร เช่น เรื่องอิเหนา ลิลิตตะเลงพ่าย ราชาธิราช กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เป็นต้น ๓. จำแนกวรรณคดีตามรูปแบบการแต่ง รูปแบบ หมายถึงลักษระของงานประพันธ์ที่ผู้แต่งหรือกวีเลือกใช้ในการนำเสนอ ผลงาน แบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ๓.๑ วรรณคดีร้อยกรอง หมายถึง คำประพันธ์ที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบถูกต้องตาม ฉันทลักษณ์ โดยเน้นจังหวะของเสียงซึ่งเกิดจากการกำหนดพยางค์ เป็นวรรค เป็นบาท หรือเป็นบท การสลับ น้ำเสียงหนักเบา การกำหนดระดับเสียงโดยบังคับสัมผัส ๓.๒ วรรณคดีร้อยแก้ว หมายถึง วรรณคดีที่แต่งเป็นความเรียงด้วยถ้อยคำและถ้อย ความที่สละสลวย ไพเราะเหมาะสมด้วยเสียงและความหมาย ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับในการแต่งเหมือน วรรณคดีร้อยกรอง ๔. เนื้อหาวรรณคดีไทย ๔.๑ วรรณคดีพุทธศาสนา มุ่งแสดงหลักคำสอน เน้นให้เห็นผลของความดีความชั่ว เช่น ไตรภูมิพระร่วง มหาชาติคำหลวง พระมาลัยคำหลวง
37 ๔.๒ วรรณคดีสุภาษิตคำสอน มุ่งแสดงแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในสังคม เช่น สุภาษิตพระร่วง โคลงโลกนิติ ๔.๓ วรรณคดีเกี่ยวกับประเพณีและพิธีกรรม มุ่งแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนในพิธีต่าง ๆ เช่น ลิลิตโองการแช่งน้ำ ใช้ในพิธีสาบานตนของข้าราชสำนักในสมัยอยุธยา พระราชพิธีสิบสองเดือน เป็นการ เล่าถึงพิธีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ๑ ปีหรือสิบสองเดือน ๔.๔ วรรณคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นวรรณคดีที่บันทึกเหตุการณ์ ทางประวัติศาสตร์ เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในสงครามยุทธหัตถีกับ พระมหาอุปราชาของพม่า ๔.๕ วรรณคดีเพื่อความบันเทิง วรรณคดีที่แต่งเพื่อแสดงมหรสพประเภทต่าง ๆ เช่น รามเกียรติ์สำหรับแสดงโขน อิเหนา คาวี ไกรทอง เป็นต้น ๔.๖ วรรณคดีบันทึกความรู้สึกของผู้เดินทาง ได้แก่วรรณคดีประเภทนิราศ เช่น โครงกำสรวล นิราศลอนดอน นิราชหริภุญชัย นิราศภูเขาทอง เป็นต้น วรรณคดีนิราศมีคุณค่าทั้งเป็นการบันทึก เส้นทางในการเดินทาง สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและธรรมชาติตามเส้นทาง ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด ของกวีเมื่อต้องจากบ้านและจากผู้เป็นที่รัก ๕. พิจารณาคุณค่าของวรรณคดีไทย การพิจารณาคุณค่าของวรรณคดีแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ คุณค่าด้านเนื้อหาและคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๕.๑ คุณค่าด้านเนื้อหา การพิจารณาเนื้อหาที่ให้คุณประโยชน์ หาคุณค่าของ วรรณคดีอย่างมีหลัดเกณฑ์ พิจารณาว่าผู้แต่งมีจุดมุ่งหมายอย่างไร เนื้อเรื่องมีแนวคิด ให้คำสอนคติธรรม ข้อ เตือนใจ หรือให้แนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างไร สะท้อนสภาพสังคม ประเพรณี ความเชื่อ และค่านิยมต่างๆ อย่างไร ๕.๒ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การพิจารณาการใช้ถ้อยคำ สำนวนโวหาร ศิลปะทาง ภาษาในการเรียบเรียง ๖. วรรณศิลป์ในวรรณคดีไทย ๖.๑ รสของวรรณคดี แบ่งออกเป็น ๔ รส ได้แก่ เสาวรสจนี นารีปราโมทย์ พิโรทวาทัง สัลลาปังคพิสัย - เสาวรสจนี เป็นบทชมความงาม ไม่ว่าจะเป็นความงามของตัวละครหรือสถานที่ - นารีปราโมทย์ เป็นบทแสดงความรักใคร่หรือโอ้โลม - พิโรทวาทัง เป็นบทแสดงความโกรธ ตัดพ้อ เหน็บแนม เสียดสี แสดงความเคียด - สัลลาปังคพิสัย เป็นบทแสดงคร่ำครวญ โศกเศร้า
38 ๖.๒ การใช้ภาพพจน์ - อุปมา อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน สัทพจน์ อติพจน์ สัญลักษณ์ ปฏิพากย์ ๖.๓ การสรรคำ คือการเลือกใช้คำให้สื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก และ อารมณ์ได้อย่างงดงาม เช่น การเล่นเสียงพยัญชนะ สระและวรรรยุกต์ การสรรคำ ๗. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เพื่อนเล่นเกม “ตามล่าหาสมบัติวรรณคดีไทย” ๘. นักเรียนรับอุปกรณ์จากครู ได้แก่ แผ่นป้ายชื่อกลุ่ม กลุ่มละ ๑ ชุด เพื่อใช้ในการตอบ ๙. นักเรียนรับฟังวิธีการเล่นจากครู ซึ่งมีอยู่ว่า ครูจะแสดงคำถามที่หน้ากระดาน กลุ่มใดคิดคำตอบให้ จับแผ่นป้ายประจำกลุ่มยกขึ้น เพื่อแสดงตัวตนว่าจะตอบคำถาม ๑๐. นักเรียนรับฟังกติกาจากครู กติกามีอยู่ว่า ให้แต่ละกลุ่มวางแผ่นป้ายกลุ่มไว้ตรงกลาง เมื่อสมาชิก ในกลุ่มคนใดรู้คำตอบให้ยกแผ่นป้ายกลุ่มขึ้น แล้วจึงตอบคำถาม กลุ่มใดตอบถูกต้องและเร็วจะได้คะแนนไป ซึ่งคำถามของครูมีทั้งหมด ๘ ข้อ คำถาม ๑. วรรณคดีและวรรณกรรมแตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีวรรณกรรมที่ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าแต่งดี เป็นวรรณกรรมที่มีอายุยาวนาน ส่วนวรรณกรรม งานบทประพันธ์ทุกชนิดทั้งที่เป็น ร้อยแก้ว และร้อยกรองไม่จำกัดระยะเวลาในการแต่ง ๒. วรรณคดีมุขปาฐะ และวรรณคดีลายลักษณ์ แตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีมุขปาฐะ ถ่ายทอดโดยวิธีการสื่อสารด้วยวิธีการพูด แต่ วรรณคดีลายลักษณ์ถ่ายทอดโดยวิธีการจดบันทึก ๓. วรรณคดีท้องถิ่น และวรรณคดีราชสำนัก มีที่มาจากที่ใด แนวคำตอบ วรรณคดีท้องถิ่น เป็นผลงานของชาวบ้านแต่ละภูมิภาค แต่วรรณคดี ราชสำนักเป็นผลงานของกษัตริย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔. วรรณคดีร้อยกรอง และวรรณคดีร้อยแก้ว แตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีร้อยแก้ว และร้อยกรองแต่ต่างกันที่รูปแบบการประพันธ์ โดย วรรณคดีร้อยกรองจะมีรูปแบบฉันทลักษณ์บังคับ ส่วนวรรณคดีร้อยแก้วจะแต่งเป็น ความเรียงด้วยถ้อยคำที่สละสลวยไม่มีฉันทลักษณ์บังคับ ๕. วรรณคดีที่มุ่งแสดงหลักคำสอน เน้นให้เห็นผลของความดีความชั่วคือวรรณคดี ประเภทใด แนวคำตอบ วรรณคดีศาสนา ๖. วรรณคดีบันทึกความรู้สึกของผู้เดินทาง เป็นวรรณคดีประเภทใด แนวคำตอบ ประเภทนิราศ ๗. สุภาษิตพระร่วง โคลงโลกนิติเป็นวรรณคดีประเภทใด
39 สุภาษิตพระร่วง โคลงโลกนิติ แนวคำตอบ วรรณคดีสุภาษิตคำสอน ๘. รสของวรรณคดีแบ่งเป็นกี่รส มีรสอะไรบ้าง แนวคำตอบ รสของวรรณคดี แบ่งออกเป็น ๔ รส ได้แก่ เสาวรสจนี นารีปราโมทย์ พิโรทวาทัง สัลลาปังคพิสัย ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๑๑. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย สรุปความรู้เรื่อง สมบัติวรรณคดีของไทย ๑. ประเภทของวรรณคดี วรรณคดีแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ วรรณคดีมุขปาฐะและ วรรณคดีลายลักษณ์ ๒. จำแนกวรรณคดีตามแหล่งที่สร้างสรรค์งาน แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่วรรณคดี ท้องถิ่น และวรรณคดีราชสำนัก ๓. จำแนกวรรณคดีตามรูปแบบการแต่ง แบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่วรรณคดีร้อยกรอง และ วรรณคดีร้อยแก้ว ๔. เนื้อหาวรรณคดีไทย ๔.๑ วรรณคดีพุทธศาสนา ๔.๒ วรรณคดีสุภาษิตคำสอน ๔.๓ วรรณคดีเกี่ยวกับประเพณีและพิธีกรรม ๔.๔ วรรณคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ๔.๕ วรรณคดีเพื่อความบันเทิง ๔.๖ วรรณคดีบันทึกความรู้สึกของผู้เดินทาง ๕. พิจารณาคุณค่าของวรรณคดีไทย การพิจารณาคุณค่าของวรรณคดีแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ คุณค่าด้านเนื้อหาและคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๖. วรรณศิลป์ในวรรณคดีไทย รสของวรรณคดี แบ่งออกเป็น ๔ รส ได้แก่ เสาวรสจนี นารีปราโมทย์ พิโรทวาทัง สัลลาปังคพิสัย ๑๒. นักเรียนบันทึกความรู้ลงในสมุดจดบันทึก ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - PowerPoint เรื่อง สมบัติวรรณคดีของไทย - คำถามเกม “ตามล่าหาสมบัติวรรณคดีไทย”
40 ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - แผ่นป้ายประจำกลุ่ม - สมุดจดบันทึก ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - ห้องสมุด - อินเทอร์เน็ต - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑) - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑) ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถบอก ลักษณะของวรรณคดี และวรรณกรรมได้ ๑. นักเรียนอธิบาย ลักษณะของวรรณคดี และวรรณกรรมได้ ๑. คำถาม ๒. คำถามและกิจกรรมใน ห้องเรียน ๓. เกม “ตามล่าหาสมบัติ วรรณคดีไทย” ๔ .ใบ ง า น สุ ด ย อ ด นั ก วรรณคดีน้อย นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์ความแตกต่าง ของวรรณคดีแต่ละ ประเภทได้ ๒. นักเรียนวิเคราะห์ ความแตกต่างของ วรรณคดีแต่ละประเภท ได้ ๓. นักเรียนรักความเป็น ไทย ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๔. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
41 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
42 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................... ................... ................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................ .............................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................... ........................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
43 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖
44 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
45 ใบงาน สุดยอดนักวรรณคดีน้อย ๑.วรรณคดีและวรรณกรรมแตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีวรรณกรรมที่ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าแต่งดีเป็นวรรณกรรมที่มีอายุยาวนาน ส่วนวรรณกรรม งานบทประพันธ์ทุกชนิดทั้งที่เป็นร้อยแก้ว และร้อยกรองไม่จำกัดระยะเวลาในการแต่ง ๒. วรรณคดีมุขปาฐะ และวรรณคดีลายลักษณ์ แตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีมุขปาฐะ ถ่ายทอดโดยวิธีการสื่อสารด้วยวิธีการพูดแต่วรรณคดีลายลักษณ์ถ่ายทอดโดย วิธีการจดบันทึก ๓. วรรณคดีร้อยกรอง และวรรณคดีร้อยแก้ว แตกต่างกันอย่างไร แนวคำตอบ วรรณคดีร้อยแก้ว และร้อยกรองแต่ต่างกันที่รูปแบบการประพันธ์ โดยวรรณคดีร้อยกรองจะมี รูปแบบฉันทลักษณ์บังคับ ส่วนวรรณคดีร้อยแก้วจะแต่งเป็นความเรียงด้วยถ้อยคำที่สละสลวยไม่มีฉันทลักษณ์ บังคับ ๔. วรรณคดีที่มุ่งแสดงหลักคำสอน เน้นให้เห็นผลของความดีความชั่วคือวรรณคดีประเภทใด แนวคำตอบ วรรณคดีศาสนา ๕. รสของวรรณคดีแบ่งเป็นกี่รส มีรสอะไรบ้าง แนวคำตอบ รสของวรรณคดี แบ่งออกเป็น ๔ รส ได้แก่ เสาวรสจนี นารีปราโมทย์ พิโรทวาทัง สัลลาปังคพิสัย
46 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขาทอง เวลาเรียน ๑๖ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง ที่มาและเนื้อหานิราศภูเขาทอง เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอนวันอังคาร ที่ ๒๓ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันพุธ ที่ ๒๔ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนอธิบายความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง และลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสรุปเนื้อหาวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๓. นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย ๓. สาระสำคัญ นิราศภูเขาทอง เป็นบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบทประพันธ์หนึ่งของสุนทรภู่ ถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองนับตั้งแต่วัดราชบุรณะ ไปจนถึงพระเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้นขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง หลังจากที่ ออกพรรษาแล้ว (หลังจากจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) นิราศภูเขาทองมีความยาว ๑๗๖ คำกลอน เป็นนิราศเรื่องที่สั้นที่สุดของสุนทรภู่ แต่งด้วยคำประพันธ์ ประเภทกลอนนิราศซึ่งมีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพแต่มีความแตกต่างกันตรงที่กลอนนิราศจะแต่งขึ้นต้นเรื่อง ด้วยกลอนวรรครับและจะจบลงด้วยคำว่า “เอย” เริ่มเรื่องด้วยการปรารภถึงสาเหตุที่ต้องออกจากวัดราช บุรณ ะและการเดินทางโดยเรือพร้อมหนูพัดซึ่งเป็นบุตรชาย ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาผ่าน พระบรมมหาราชวัง จนมาถึงวัดประโคนปัก ผ่านโรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพบ้านญวน วัดเขมา
47 ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บางเดื่อ บางหลวงเชิงราก สามโคก บ้านงิ้วเกาะราชคราม จนถึงกรุงเก่าเมื่อเวลาเย็น โดยจอดเรือพักทีท่าน้ำวัดพระเมรุ ครั้นรุ่งเช้าจึงไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขา กลับสุนทรภู่กล่าวแต่เพียงว่า เมื่อถึงกรุงเทพได้จอดเรือเทียบที่ท่าน้ำหน้าวัดอรุณราชวรรามราชวรมหาวิหาร ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. เนื้อหาประวัติความเป็นมานิราศภูเขาทอง ๒. ประวัติผู้แต่งเรื่องนิราศภูเขาทอง ๓. ลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทอง ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - ใบงานที่...เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(กระบวนการเรียนรู้แบบความรู้ความเข้าใจ) ๘.๑ ขั้นที่๑ สังเกต ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน ครูถามนักเรียนว่านักเรียนชอบบทกลอนไหนมากที่สุด เท่าที่เคยได้ยินมา ๘.๑.๒ นักเรียนตอบคำถาม ครูยกตัวอย่างบทประพันธ์ ๑ บทและให้นักเรียนตอบว่า บทประพันธ์นี้ ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องใด และใครคือผู้แต่ง ตัวอย่างบทกลอน ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน (บทประพันธ์นี้ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทอง แต่งโดยสุนทรภู่) ๘.๑.๓ นักเรียนสังเกตภาพที่ครูนำมา และให้นักเรียนตอบว่าภาพนั้นคือภาพอะไร
48 (วัดเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ๘.๑.๔ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องนิราศภูเขาทอง ว่าเพราะเหตุใดสนทรภู่จึง เดินทางไปนมัสการนิราศภูเขาทองที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นที่ ๒ วางแผนปฏิบัติ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประวัติสุนทรภู่ ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประวัติสุนทรภู่ ประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทอง จุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง ประวัติสุนทรภู่ สุนทรภู่ เกิดในวังหลัง (ปากคลองบางกอกน้อย) เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๙ (ยุคต้น แผ่นดินรัชกาลที่ ๑) บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มารดาเป็นคนจังหวัดไหนไม่ปรากฏ) สุนทรภู่แต่งงานกับนางจัน มีลูกชื่อพัด และเลิกรากันไป เมื่อเติบโตขึ้นเข้ารับราชการในวังหลวง เป็น นักปราชญ์ราชบัณฑิตประจำราชสำนักรัชกาลที่ ๒ เป็นที่โปรดปรานมากจดได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ขุนสุนทร โวหาร เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๒ ต่อมาได้ออกบวชในรัชกาลที่ ๓ อยู่วัดเทพธิดาราม นานถึง ๑๘ ปี (พ.ศ.๒๓๖๗- ๒๓๘๕ อายุ ๓๘-๕๖ ปี) แล้วลาสึกมารับราชการในวังหน้ากับสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ (แต่อาศัยอยู่พระราชวัง เดิม ธนบุรี) จนถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ อายุ ๖๙ ปี(สุนทรภู่เกิดในรัชกาลที่ ๑ รุ่งเรืองใน รัชกาลที่ ๒ ตกอับในรัชกาลที่ ๓ และถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ ๔) ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทอง ประวัติความเป็นมานิราศภูเขาทอง นิราศ คือ งานเขียนที่ต้องเดินทาง การจากลา บรรยายอารมณ์ สถานที่ หรือ ธรรมชาติที่พบเห็นระหว่างทาง มักใช้กลอนแปดและโคลงสี่สุภาพ ภูเขาทอง คือ พระเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งเชื่อว่ามีพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าบรรจุอยู่ภายใน (สุนทรภู่แต่งเรื่องนี้ขณะบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดราชบุรณะ(วัดเลียบ) นิราศภูเขาทอง เป็นบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบทประพันธ์หนึ่งของสุนทรภู่ ถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองนับตั้งแต่วัดราชบุรณะ ไปจนถึงพระเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้นขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง หลังจากที่ ออกพรรษาแล้ว (หลังจากจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) จะเห็นได้จากบทประพันธ์ที่ว่า
49 เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา รับกฐินภิญโญโมทนา ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น ๘.๒.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง จุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง เพื่อบอกเล่าการเดินทางของสุนทรภู่เอง โดยเป็นการเดินทางจากวัดราชบุรณะไปนมัสการ พระเจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาเหตุที่ต้องเดินทางไปกราบพระเจดีย์ภูเขาทองในครั้งนี้ ก็เพื่อหาความสบายใจให้แก่ตนเอง เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนใจบางประการในขณะที่พำนักอยู่ที่วัดราช บุรณะ สุนทรภู่ถูกคนพาลเบียดเบียนและขับไล่ออกจากวัดอย่างไม่เป็นธรรม จึงได้ออกเดินทางด้วยเรือแจว พระสุนทรภู่ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อผ่านพระบรมหาราชวัง พระสุนทรภู่ได้ระลึกถึงพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ พร้อมทั้งบรรยายความรู้สึกของตนอย่างเศร้าสลด อีกทั้งเล่าถึงความทุกข์ ยากของตนว่ามี ๔ ประการ ได้แก่ ไร้ญาติขาดมิตร ยากแค้นแสนสาหัส มีโรคภัยไข้เจ็บ ถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติม เพราะความทุกข์ทั้ง ๔ นี้ พระสุนทรภู่จึงคิดว่าการได้ไปนมัสการพระที่กรุงศรีอยุธยาจะทำให้สบายใจขึ้นบ้าง แต่เมื่อถึงหน้าแพ และมองเห็นเรือพระที่นั่ง กลับทำให้คิดถึงเมื่ออดีต และเศร้าจนน้ำตาไหลอีกครั้ง เนื่องจาก ตนเคยหมอบกราบรัชกาลที่ ๒ พร้อมกับพระจมื่นไวย อีกทั้งยังรับใช้ใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมจากพระวรกายจน กลิ่นหอมนั้นติดจมูก แต่เมื่อพระองค์สวรรคตกลิ่นหอมนั้นก็สิ้นไป เช่นเดียวกับวาสนาของสุนทรภู่ที่หมดสิ้นไป ด้วยเช่นกัน
50 ลักษณะคำประพันธ์ สุนทรภู่ได้แต่งนิราศภูเขาทอง ให้มีลักษณะเป็นกลอนนิราศ โดยทั่วไป กลอนนิราศมีลักษณะ เหมือนกลอนแปด แต่มักเริ่มบทแรกด้วยวรรครับ ไม่เริ่มด้วยวรรคสดับ จึงเหลือเพียง ๓ วรรค คือ วรรครับ วรรครอง และวรรคส่ง แล้วจบท้ายด้วยคำว่า “เอย” โดยไม่มีการจำกัดความยาว การเดินทางของสุนทรภู่ สุนทรภู่เดินทางโดย เรือ นิราศภูเขาทองเริ่มต้นเล่าการเดินทางโดยเริ่มที่จังหวัด กรุงเทพมหานคร คือ วัดราชบุรณะ(วัดเลียบ) พระบรมหาราชวัง วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวน (เข้าเขตนนทบุรี) วัดเขมา ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด (เขตประทุมธานี) บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ บางหลวง บ้านงิ้ว เกาะใหญ่ (เข้าเขตพระนครศรีอยุธยา) ราชคาม จวนเจ้าเมือง วัดหน้าพระเมรุ เจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขากลับกล่าวถึงวัดอรุณราชวราราม (กรุงเทพมหานคร) ๘.๓ ขั้นที่ ๓ ลงมือปฏิบัติ ๘.๓.๑ ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ - นิราศ คืออะไร คำตอบ งานเขียนที่ต้องเดินทาง การจากลา บรรยายอารมณ์ สถานที่ หรือธรรมชาติที่พบเห็นระหว่าง ทาง มักใช้กลอนแปดและโคลงสี่สุภาพ - ภูเขาทอง คืออะไร คำตอบ พระเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งเชื่อว่ามีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าบรรจุอยู่ ภายใน - ในบทกลอนนิราศภูเขาทอง สุนทรภู่ได้การเดินทางผ่านกี่จังหวัด อะไรบ้าง คำตอบ ผ่าน ๔ จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ประทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ๘.๔ ขั้นที่ ๔ พัฒนาความรู้ ๘.๔.๑ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง ๘.๕ ขั้นที่ ๕ สรุปบทเรียน ๘.๕.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปที่มาและเนื้อหานิราศภูเขาทอง
51 นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ (แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๓) นิราศภูเขาทองถูกแต่ง ขึ้นขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทองหลังจากที่ออกพรรษาแล้ว (ขณะนั้นสุนทรภู่จำพรรษา อยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) จุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง สาเหตุที่ต้องเดินทางไปกราบพระเจดีย์ภูเขาทองในครั้งนี้ ก็เพื่อหาความสบายใจให้แก่ตนเอง สุนทรภู่ เล่าถึงความทุกข์ยากของตนว่ามี ๔ ประการ ได้แก่ ไร้ญาติขาดมิตร ยากแค้นแสนสาหัส มีโรคภัยไข้เจ็บ ถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติม ลักษณะคำประพันธ์มีลักษณะเป็นกลอนนิราศ เหมือนกลอนแปด แต่มักเริ่มบทแรกด้วยวรรครับ ไม่เริ่มด้วยวรรคสดับ จึงเหลือเพียง ๓ วรรค คือ วรรครับ วรรครอง และวรรคส่ง แล้วจบท้ายด้วยคำว่า “เอย” โดยไม่มีการจำกัดความยาว ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ ใบความรู้เรื่องนิราศภูเขาทอง - ใบงานที่...เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง - Power Point นิราศภูเขาทอง ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ - อินเตอร์เน็ต - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
52 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง และ ลักษณะคำประพันธ์ของ วรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๑. นักเรียนอธิบายความ เป็นมา ประวัติผู้แต่ง และลักษณะคำประพันธ์ ของวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๑. การถาม-ตอบในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถสรุป เนื้อหาวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสรุปเนื้อหา วรรณคดีเรื่องนิราศภูเขา ทองได้ ๒. ใบงานที่...เรื่อง ความรู้ เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง ๓. นักเรียนเห็นคุณค่า ของวรรณคดีไทย ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๓. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
53 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
54 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
55 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖
56 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
57 ประวัติสุนทรภู่ สุนทรภู่ เกิดในวังหลัง (ปากคลองบางกอกน้อย) เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๙ (ยุคต้นแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑) บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มารดาเป็นคนจังหวัดไหนไม่ปรากฏ) สุนทรภู่ แต่งงานกับนางจัน มีลูกชื่อพัด และเลิกรากันไป เมื่อเติบโตขึ้นเข้ารับราชการในวังหลวง เป็นนักปราชญ์ราช บัณฑิตประจำราชสำนักรัชกาลที่ ๒ เป็นที่โปรดปรานมากจดได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ขุนสุนทรโวหาร เมื่อสิ้น รัชกาลที่ ๒ ต่อมาได้ออกบวชในรัชกาลที่ ๓ อยู่วัดเทพธิดาราม นานถึง ๑๘ ปี (พ.ศ.๒๓๖๗-๒๓๘๕ อายุ ๓๘- ๕๖ ปี) แล้วลาสึกมารับราชการในวังหน้ากับสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ (แต่อาศัยอยู่พระราชวังเดิม ธนบุรี) จนถึงแก่ กรรมในรัชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ อายุ ๖๙ ปี (สุนทรภู่เกิดในรัชกาลที่ ๑ รุ่งเรืองในรัชกาลที่ ๒ ตกอับใน รัชกาลที่ ๓ และถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ ๔) ประวัติความเป็นมานิราศภูเขาทอง นิราศ คือ งานเขียนที่ต้องเดินทาง การจากลา บรรยายอารมณ์ สถานที่ หรือธรรมชาติที่พบเห็น ระหว่างทาง มักใช้กลอนแปดและโคลงสี่สุภาพ ภูเขาทอง คือ พระเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งเชื่อว่ามีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บรรจุอยู่ภายใน (สุนทรภู่แต่งเรื่องนี้ขณะบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดราชบุรณะ(วัดเลียบ) นิราศภูเขาทอง เป็นบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบทประพันธ์หนึ่งของสุนทรภู่ ถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองนับตั้งแต่วัดราชบุรณะ ไปจนถึงพระเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้นขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง หลังจากที่ ออกพรรษาแล้ว (หลังจากจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) จะเห็นได้จากบทประพันธ์ที่ว่า เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา รับกฐินภิญโญโมทนา ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น จุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง เพื่อบอกเล่าการเดินทางของสุนทรภู่ โดยเป็นการเดินทางจากวัดราชบุรณะไปนมัสการพระ เจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาเหตุที่ต้องเดินทางไปกราบพระเจดีย์ภูเขาทองในครั้งนี้ ก็เพื่อหาความสบายใจให้แก่ตนเอง เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนใจบางประการในขณะที่พำนักอยู่ที่วัดราช บุรณะ สุนทรภู่ถูกคนพาลเบียดเบียนและขับไล่ออกจากวัดอย่างไม่เป็นธรรม จึงได้ออกเดินทางด้วยเรือแจว พระสุนทรภู่ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อผ่านพระบรมหาราชวัง พระสุนทรภู่ได้ระลึกถึงพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ พร้อมทั้งบรรยายความรู้สึกของตนอย่างเศร้าสลด อีกทั้งเล่าถึงความทุกข์ ยากของตนว่ามี ๔ ประการ ได้แก่ ใบความรู้ นิราศภูเขาทอง
58 ไร้ญาติขาดมิตร ยากแค้นแสนสาหัส มีโรคภัยไข้เจ็บ ถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติม เพราะความทุกข์ทั้ง ๔ นี้ พระสุนทรภู่จึงคิดว่าการได้ไปนมัสการพระที่กรุงศรีอยุธยาจะทำให้สบายใจขึ้นบ้าง แต่เมื่อถึงหน้าแพ และมองเห็นเรือพระที่นั่ง กลับทำให้คิดถึงเมื่ออดีต และเศร้าจนน้ำตาไหลอีกครั้ง เนื่องจาก ตนเคยหมอบกราบรัชกาลที่ ๒ พร้อมกับพระจมื่นไวย อีกทั้งยังรับใช้ใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมจากพระวรกายจน กลิ่นหอมนั้นติดจมูก แต่เมื่อพระองค์สวรรคตกลิ่นหอมนั้นก็สิ้นไป เช่นเดียวกับวาสนาของสุนทรภู่ที่หมดสิ้นไป ด้วยเช่นกัน ลักษณะคำประพันธ์ สุนทรภู่ได้แต่งนิราศภูเขาทอง ให้มีลักษณะเป็นกลอนนิราศ โดยทั่วไป กลอนนิราศมีลักษณะ เหมือนกลอนแปด แต่มักเริ่มบทแรกด้วยวรรครับ ไม่เริ่มด้วยวรรคสดับ จึงเหลือเพียง ๓ วรรค คือ วรรครับ วรรครอง และวรรคส่ง แล้วจบท้ายด้วยคำว่า “เอย”
59 ใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง ที่มาและจุดประสงค์ในการแต่ง นิราศภูเขาทอง .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... ประวัติสุนทรภู่ .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... ความเป็นนิราศ .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... ลักษณะคำประพันธ์ .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... .................................................................... ................................................................... นิราศภูเขาทอง
60 เฉลย ใบงานที่ ๑.๓ เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเรื่องนิราศภูเขาทอง ความเป็นนิราศ เป็นการบันทึกการเดินทางของสุนทรภู่ โดยเป็น การเดินทางจากวัดราชบุรณะไปนมัสการพระ เจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะคำประพันธ์ มีลักษณะเป็นกลอนนิราศ โดยทั่วไป กลอน นิราศมีลักษณะเหมือนกลอนแปด แต่มักเริ่มบท แรกด้วยวรรครับ ไม่เริ่มด้วยวรรคสดับ จึงเหลือ เพียง ๓ วรรค คือ วรรครับ วรรครอง และวรรค ส่ง แล้วจบท้ายด้วยคำว่า “เอย” นิราศภูเขาทอง ที่มาและจุดประสงค์ในการแต่ง นิราศภูเขาทอง เพื่อบอกเล่าการเดินทางของสุนทรภู่ โดยเป็น การเดินทางจากวัดราชบุรณะไปนมัสการพระ เจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาเหตุที่ต้องเดินทางไปกราบพระเจดีย์ภูเขาทอง ในครั้งนี้ก็เพื่อหาความสบายใจให้แก่ตนเอง ความทุกข์ยากของสุนทรภู่มี ๔ ประการ ได้แก่ ไร้ญาติขาดมิตร ยากแค้นแสนสาหัส มีโรคภัยไข้เจ็บ ถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติม ประวัติสุนทรภู่ สุนทรภู่ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๙ บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัด ระยอง มารดาเป็นคนจังหวัดไหนไม่ปรากฏ สุนทรภู่แต่งงานกับนางจัน มีลูกชื่อพัด (สุนทรภู่เกิดในรัชกาลที่ ๑ รุ่งเรืองในรัชกาลที่ ๒ ตกอับในรัชกาลที่ ๓ และถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ ๔)
61 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขาทอง เวลาเรียน ๑๖ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง สรุปเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๔๐-๑๕.๓๐ น. ห้อง ๑/๖ วันศุกร์ ที่ ๒๖ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๕๕-๑๑.๔๕ น. ห้อง ๑/๕ วันศุกร์ ที่ ๒๖ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันศุกร์ ที่ ๒๖ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนอธิบายเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสรุปเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๓. นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย ๓. สาระสำคัญ นิราศภูเขาทอง เป็นบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบทประพันธ์หนึ่งของสุนทรภู่ ถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองนับตั้งแต่วัดราชบุรณะ ไปจนถึงพระเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้นขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง หลังจากที่ ออกพรรษาแล้ว (หลังจากจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) นิราศภูเขาทองมีความยาว ๘๙ คำกลอน เป็นนิราศเรื่องที่สั้นที่สุดของสุนทรภู่ แต่งด้วยคำประพันธ์ ประเภทกลอนนิราศซึ่งมีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพแต่มีความแตกต่างกันตรงที่กลอนนิราศจะแต่งขึ้นต้นเรื่อง ด้วยกลอนวรรครับและจะจบลงด้วยคำว่า “เอย” เริ่มเรื่องด้วยการปรารภถึงสาเหตุที่ต้องออกจากวัดราช บุรณ ะและการเดินทางโดยเรือพร้อมหนูพัดซึ่งเป็นบุตรชาย ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาผ่าน พระบรมมหาราชวัง จนมาถึงวัดประโคนปัก ผ่านโรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพบ้านญวน วัดเขมา
62 ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บางเดื่อ บางหลวงเชิงราก สามโคก บ้านงิ้วเกาะใหญ่ราช คาม จนถึงกรุงเก่าเมื่อเวลาเย็น โดยจอดเรือพักทีท่าน้ำวัดพระเมรุ ครั้นรุ่งเช้าจึงไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขากลับสุนทรภู่กล่าวแต่เพียงว่า เมื่อถึงกรุงเทพได้จอดเรือเทียบที่ท่าน้ำหน้าวัดอรุณราชวรรามราช วรมหาวิหาร ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. เนื้อหาประวัติความเป็นมานิราศภูเขาทอง ๒. ประวัติผู้แต่งเรื่องนิราศภูเขาทอง ๓. ลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทอง ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - ใบงานที่...เรื่อง เส้นทางในนิราศภูเขาทอง ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงที่แล้ว นิราศภูเขาทอง ถูกแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๓ (แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๓) นิราศภูเขาทองถูกแต่งขึ้น ขณะที่สุนทรภู่เดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง หลังจากที่ออกพรรษาแล้ว (ขณะนั้นสุนทรภู่จำพรรษา อยู่ที่วัดราชบุรณะหรือวัดเลียบ) จุดประสงค์ในการแต่งนิราศภูเขาทอง สาเหตุที่ต้องเดินทางไปกราบพระเจดีย์ภูเขาทองในครั้งนี้ ก็เพื่อ หาความสบายใจให้แก่ตนเอง
63 ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ เส้นทางของสุนทรภู่ระหว่างที่เดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ๑. วัดราชบุรณะ กรุงเทพมหานคร ๒. พระบรมมหาราชวัง ๓. วัดประโคนปัก ๔. โรงเหล้า ๕. บางจาก ๖. บางพลู ๗. บางพลัด ๘. บางโพ ๙. บ้านญวน ๑๐. วัดเขมา ๑๑. ตลาดแก้ว ๑๒. ตลาดขวัญ ๑๓. บางธรณี ๑๔. เกาะเกร็ด ๑๕. บางพูด ๑๖. บ้านใหม่ ๑๗. บางเดื่อ ๑๘. บางหลวง ๑๙. สามโคก ๒๐. บ้านงิ้ว ๒๑. จวนเจ้าเมือง ๒๒. วัดหน้าพระเมรุ ๒๓. วัดเจดีย์ภูเขาทอง ๒๔. สุนทรภู่กลับกรุงเทพมหานคร (วัดอรุณอารามหลวง) ๘.๒.๒ นักเรียนและครูร่วมกันถอดบทประพันธ์ในนิราศภูเขาทอง ว่าแต่ละสถานที่สุนทรภู่กล่าวถึง อะไรบ้าง ๘.๒.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่าแต่ละสถานที่สุนทรภู่ให้ความรู้หรือให้ข้อคิดอะไรบ้าง
64 ความรู้ที่สุนทรภู่ได้สอดแทรกไว้ในบทกลอน ได้แก่ ๑. วัดประโคนปัก ให้ความรู้เกี่ยวกับเสาหินที่มีอายุเป็นหมื่น ๆ ปี ๒. บางพลู ซึ่งพลูที่คนสมัยก่อนใช้เคี้ยวตำหมาก จะใช้ใบพลูสีเหลือง จะมีรสอร่อยกว่า ๓. บางพูด ถึงตำบลบางพูด สุนทรภู่ก็ได้ให้ข้อคิดในเรื่อง การพูดถ้าใครพูดดีก็จะมีคนรักแต่ ถ้าพูดไม่ดีก็อาจจะเป็นภัยต่อตนเองได้อีกทั้งยังไม่มีใครคบ ไม่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทั้งการจะดูว่าใครดีไม่ดีดู ได้จากการพูด ๔. สามโคก ถึงตำบลสามโคก สุนทรภู่ก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งชื่อจังหวัดประทุมธานี ตั้ง โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๕. บ้านงิ้ว เล่าถึงการคบชู้ การประพฤติผิดศีลธรรม ก็จะทำให้ตกนรกได้ปีนต้นงิ้ว ๘.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับประวัติพระเจดีย์ภูเขาทอง เป็นวัดที่ได้รับความนิยมมากวัดหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในเทศกาลไหว้พระเก้าวัด พระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองเป็นผู้สร้างภูเขาทองขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๒ คราวยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ในเวลาที่ประทับอยู่ พระนครศรีอยุธยาได้สร้างพระเจดีย์ภูเขาทองใหญ่แบบมอญขึ้นไว้เป็นที่ระลึกเมื่อคราวรบชนะไทย โดยรูปแบบ ของฐานเจดีย์มีลักษณะคล้ายกับแบบมอญพม่า สันนิษฐานว่าสร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นเพื่อชัยชนะแต่ทำได้เพียง รากฐาน แล้วยกทัพกลับ วัดภูเขาทองนี้หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่า ได้สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระ ราเมศวรเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๓๐ ครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนมาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗ จึงโปรดเกล้าให้สร้างเจดีย์แบบไทยไว้เหนือฐานแบบมอญและพม่าที่สร้างเพียงรากฐานไว้ ณ สมรภูมิทุ่ง มะขามหย่อง ฝีมือช่างมอญเดิมจึงปรากฏเหลือเพียงฐานทักษิณส่วนล่างเท่านั้น เจดีย์ภูเขาทองจึงมีลักษณะ สถาปัตยกรรมสองแบบผสมกัน ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับใบงานที่ ๑.๔ เส้นทางในนิราศภูเขาทอง ๘.๓.๒ นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ วัดราชบุรณะ กรุงเทพมหานคร พระบรมมหาราชวัง วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมา ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ บางหลวง สามโคก บ้านงิ้ว เกาะใหญ่(ราชคาม) เกาะใหญ่(ราชคาม) จวนเจ้าเมือง วัดหน้าพระเมรุ วัดเจดีย์ภูเขาทอง สุนทรภู่กลับกรุงเทพมหานคร (วัด อรุณอารามหลวง)
65 ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบงานที่ ๑.๔. เรื่อง เส้นทางในนิราศภูเขาทอง - Power Point สรุปเส้นทางในนิราศภูเขาทอง ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายเส้นทางการ เดินทางของสุนทรภู่ใน วรรณคดีเรื่องนิราศภูเขา ทองได้ ๑. นักเรียนอธิบาย เส้นทางการเดินทางของ สุนทรภู่ในวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๑. การถาม-ตอบในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้น ไป ๒. นักเรียนสามารถสรุป เส้นทางการเดินทางของ สุนทรภู่ในวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสรุปเส้นทาง การเดินทางของสุนทรภู่ ในวรรณคดีเรื่องนิราศ ภูเขาทองได้ ๒ . ใบ งา น ที่ ๑ .๔ เรื่ อ ง เส้นทางในนิราศภูเขาทอง ๓. นักเรียนเห็นคุณค่า ของวรรณคดีไทย ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๓. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
66 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
67 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
68 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖
69 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
70 ใบงานที่ ๑.๔ ล่องเรือตามรอยนิราศภูเขาทอง คำชี้แจง : ให้นักเรียนเรียงสถานที่และเติมคำในช่องว่าที่สุนทรภู่นั่งเรือผ่านให้ถูกต้อง ๑. วัดราชบุรณะ ๒. ......................... ๔. ......................... ๕. ......................... ๓. ......................... ๖. ......................... ๗. ......................... ๘. ......................... ๙. ......................... ๑๐. ...................... ๑๒. ...................... ๑๖. ..................... ๑๑. ...................... ๑๓. ...................... ๑๕......................... ๑๗. ...................... ๑๘. ..................... ๑๙. ..................... ๑๔......................... ๒๐. ...................... ๒๑. ...................... ๒๒. ...................... ๒๓. วัดเจดีย์ภูเขาทอง วัดหน้าพระเมรุ พระบรมมหาราชวัง วัดประโคนปัก โรงเหล้า จวนเจ้าเมือง วัดเขมา บ้านญวน บางหลวง บางจาก บ้านงิ้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บ้านใหม่ ตลาดแก้ว บางโพ บางพลัด บางพลู สามโคก บางเดื่อ
71 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขาทอง เวลาเรียน ๑๖ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหา เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันจันทร์ ที่ ๒๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันจันทร์ ที่ ๒๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๕ วันจันทร์ ที่ ๒๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐-๑๓.๕๐ น. ห้อง ๑/๓ วันอังคาร ที่ ๓๐ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๗ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหาในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๓. นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย ๓. สาระสำคัญ นิราศภูเขาทอง เป็นนิราศเรื่องที่สั้นที่สุดของสุนทรภู่ โดยมีความยาวเพียง ๘๙ คำกลอน แต่มีความ ดีเด่นทั้งในด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศที่มีความไพเราะมากที่สุดในจำนวน นิราศทั้ง ๙ เรื่องของสุนทรภู่ ดังจะเห็นได้จากคุณค่าในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา เนื้อหาดังที่ปรากฏในนิราศภูเขาทอง แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้และ ช่างสังเกตของสุนทรภู่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสุนทรภู่ได้บันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้พบเห็น ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ออกจากวัดราชบุรณะราชวรวิหารจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้นิราศเรื่องนี้มี คุณค่าในด้านเนื้อหา เช่น สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรม การติดต่อค้าขาย ชุมชนชาวต่างชาติ การละเล่นและ งานมหรสพ ตำนานสถานที่ ความเชื่อของคนไทย เป็นต้น
72 ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ นิราศภูเขาทอง นอกจากจะมีคุณค่าด้านเนื้อหาแล้ว ในด้าน วรรณศิลป์ก็ได้รับการยอมรับว่ามีความงดงามและมีความไพเราะ แม้สุนทรภู่จะใช้ถ้อยคำธรรมดาสามัญในการ ประพันธ์แต่ทว่ามีความหมายลึกซึ้ง สะเทือนอารมณ์ และสร้างจินตภาพได้อย่างชัดเจน เช่น การเล่นเสียง ความเปรียบเทียบลึกซึ้งกินใจ การใช้คำเพื่อสร้างจินตภาพ เป็นต้น ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. อธิบายเกี่ยวกับคุณค่าด้านเนื้อหาในนิราศภูเขาทอง ๒. วิเคราะห์เนื้อหาในนิราศภูเขาทอง ๓. สรุปและอภิปรายผลเกี่ยวกับคุณค่าด้านเนื้อหาในนิราศภูเขาทอง ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - ใบงานที่...บทกลอนสอนใจ ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(กระบวนการเรียนรู้แบบความรู้ความเข้าใจ) ๘.๑ ขั้นที่ ๑ สังเกต ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงที่แล้ว ๘.๑.๒ นักเรียนดูภาพที่ครูนำมาและร่วมกันอภิปรายว่าภาพเกี่ยวกับอะไร ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายคำถามชวนคิด ๑. นักเรียนสังเกตเห็นอะไรจากการเดินทางไปในโลกของนิราศภูเขาทอง
73 (เห็นวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี เชื้อชาติ ประวัติสถานที่ต่าง ๆ ธรรมชาติระหว่างทาง) ๘.๑.๔ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่าแต่ละประเภทที่นักเรียนกล่าวมา ในเรื่องนิราศภูเขาทอง กล่าวถึงอย่างไรบ้าง (อธิบายคร่าว ๆ ) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ๘.๒ ขั้นที่ ๒ วางแผนปฏิบัติ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาในวรรณคดีนิราศภูเขาทอง นิราศภูเขาทอง เป็นนิราศเรื่องที่สั้นที่สุดของสุนทรภู่ โดยมีความยาวเพียง ๘๙ คำกลอน แต่มี ความดีเด่นทั้งในด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศที่มีความไพเราะมากที่สุดใน จำนวนนิราศทั้ง ๙ เรื่องของสุนทรภู่ คุณค่าด้านเนื้อหา เนื้อหาดังที่ปรากฏในนิราศภูเขาทอง แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้และช่าง สังเกตของสุนทรภู่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสุนทรภู่ได้บันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้พบเห็นตลอด เส้นทาง ตั้งแต่ออกจากวัดราชบุรณะราชวรวิหารจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้นิราศเรื่องนี้มีคุณค่าใน ด้านเนื้อหา ดังนี้ ๑. การติดต่อค้าขาย ในนิราศภูเขาทอง สุนทรภู่จะบรรยายสภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตของ ผู้คน ตลอดจนบรรยากาศของสถานที่ เช่น ภาพการค้าขายที่มีการนำสินค้าหลากหลายประเภทบรรทุก มากับเรือสำเภา มาวางขายในแพที่จอดเรียงรายอยู่ตามริมน้ำ ดังตัวอย่างบทประพันธ์ ไปพ้นวัดทัศนาริมท่าน้ำ แพประจำจอดรายเขาขายของ มีผ้าแพรสารพัดสีม่วงตอง ทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา ๒. การตั้งบ้านเรือน ในนิราศภูเขาทองแสดงให้เห็นถึงสภาพการตั้งถิ่นฐานของคนไทยในอดีต ที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำ ดังมีตัวอย่างปรากฏในบทกลอนตอนหนึ่งซึ่งกล่าวถึง “ตลาดขวัญ” ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วน หนึ่งของจังหวัดนนทบุรีไว้ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวัญ มีพ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย ทั้งของสวนล้วนเรืออยู่เรียงราย พวกหญิงชายประชุมกันทุกวันคืน” ๓. ชุมชนชาวต่างชาติสุนทรภู่ได้กล่าวถึงหญิงสาวชาวมอญ ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านปากเกร็ด (เขตจังหวัดนนทบุรี) ในสมัยนั้น นิยมแต่งหน้าและแต่งผมตามอย่างหญิงสาวชาวไทย เช่น การผัดหน้า ถอนไร จุก คือ ถอนผมรอบ ๆ ผมจุกให้เป็นแนวเล็ก ๆ จนเป็นวงกลมรอบผมจุก และจับเขม่า ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย” ๔. ตำนานสถานที่ สุนทรภู่เมื่อเดินทางผ่านสถานที่ อาทิ “วัดประโคนปัก” สุนทรภู่ได้บอก เล่าเรื่องราวอันเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้ไว้ว่าเหตุที่วัดมีชื่อว่าประโคนปัก เนื่องจากมีการเล่าสืบต่อกันมาว่า บริเวณนี้เป็นที่ปักเสาประโคนเพื่อปันเขตแดน ดังตัวอย่างบทประพันธ์
74 “ถึงอารามนามวัดประโคนปัก ไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน เป็นสำคัญปันแดนในแผ่นดิน มิรู้สิ้นสุดชื่อที่ลือชา” สุนทรภู่ยังได้กล่าวถึง “สามโคก” ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ พระราชทานเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น “ปทุมธานี” เพราะมีพระราชดำริว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่มีดอกบัวขึ้นอยู่มาก (ปทุม หมายถึง ดอกบัว และ ธานี หมายถึง เมือง) ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว” ๕. ความเชื่อในพระพุธศาสนา บทประพันธ์ของสุนทรภู่มักได้รับการยกย่องอยู่เสมอมาว่ามีเนื้อหาที่ สอดแทรกข้อคิด คติการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะเรื่องนรก-สวรรค์ เช่น ความเชื่อที่ว่าหากใครคบชู้ คือ ประพฤติ ตนผิดศีลข้อ ๓ ตามหลักศีล ๕ เมื่อตายไป ผู้นั้นจะตกนรกและต้องปีนต้นงิ้วซึ่งมีหนามยาวและแหลมคม ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้ยมแทรกแตกไสว ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง” ๖. ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงถึงความจงรักภักดีที่สุนทรภู่มีต่อพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทั้งเมื่อครั้งที่ยังเป็นคนโปรดของพระองค์ท่านและเมื่อพระองค์ท่านสวรรคต สุนทรภู่ ก็ยังคงจงรักภักดีอย่างมิเสื่อมคลาย ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น ๘.๓ ขั้นที่ ๓ ลงมือปฏิบัติ ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์บทกลอนในนิราศภูเขาทอง ว่ามีบทกลอนใดบ้างที่สอดคล้อง กับหัวข้อที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่ การติดต่อค้าขาย การตั้งบ้านเรือน ชุมชนชาวต่างชาติ ตำนาน สถานที่ ความเชื่อในพระพุธศาสนา ๘.๔ ขั้นที่ ๔ พัฒนาความรู้ ๘.๔.๑ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์ว่า นอกจากหัวข้อเหล่านี้แล้ว ยังมีหัวข้อใดบ้างที่สามารถ นำมาวิเคราะห์ได้อีก “หัวข้อ การละเล่นและงานมหรสพ สุนทรภู่ได้กล่าวถึงการละเล่นและงานมหรสพ พื้นบ้าน ซึ่งเป็นที่นิยมกันในสมัยนั้นและจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญประจำปี เช่น งานฉลองผ้าป่า ที่วัดพระเมรุ มีการประดับประดาโคมไฟ แลดูสว่างไสวทั่วงาน และยังมีการขับเสภาร้องเล่นเกี้ยวกันระหว่างหนุ่มสาว ดัง ตัวอย่างบทประพันธ์ มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรุข้าม ริมอารามเรือเรียงเคียงขนาน บ้างขึ้นล่องร้องลำเล่นสำราญ ทั้งเพลงการเกี้ยวแก้กันแซ่เซ็ง
75 บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสำเพ็ง เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู ๘.๔.๒ นักเรียนวิเคราะห์บทกลอนนิราศภูเขาทอง ที่ให้ข้อคิดและสามารถนำไปปรับใช้ในการใช้ชีวิต ได้ บทกลอนที่สอนเกี่ยวกับการพูด ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ” ๘.๕ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๕.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุป การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาในนิราศภูเขาทอง “นิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านเนื้อหาดังนี้ การติดต่อค้าขาย การตั้งบ้านเรือน ชุมชนชาวต่างชาติ ตำนานสถานที่ ความเชื่อในพระพุธศาสนา และข้อคิดด้านการพูด” ๘.๕.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับ ใบงานที่...บทกลอนสอนใจ ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบงานที่ ๑.๕ บทกลอนสอนใจ - Power Point การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ในนิราศ ภูเขาทอง ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - ๙.๒ แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ - หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
76 ๑๐. วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมินผล ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายคุณค่าด้านเนื้อหา ในวรรณคดีเรื่องนิราศ ภูเขาทองได้ ๑. นักเรียนอธิบายคุณค่า ด้านเนื้อหาในวรรณคดี เรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๑. การถาม-ตอบในชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์คุณค่าด้าน เนื้อหาในวรรณคดีเรื่อง นิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนวิเคราะห์ คุณค่าด้านเนื้อหาใน วรรณคดีเรื่องนิราศภูเขา ทองได้ ๒. ใบงานที่...บทกลอน สอนใจ ๓. นักเรียนเห็นคุณค่า ของวรรณคดีไทย ๓. สังเกตพฤติกรรมของ ผู้เรียนในระหว่างเรียน ๓. แบบสังเกตพฤติกรรม ระหว่างเรียน นักเรียนมีการแสดงออก ของพฤติกรรมอยู่ใน ระดับดี (เชิงบวก)
77 ๑๑. แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................... .......... ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................. ................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................
78 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................. ............................ ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................ ...................................... .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................
79 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความคิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ -๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖
80 ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๗ - ๒๐ ดีมาก ๑๓ - ๑๖ ดี ๙ - ๑๒ พอใช้ ๕ - ๘ ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
81 ใบงานที่ ๑.๕ เรื่อง บทกลอนสอนใจ คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ นิราศภูเขาทอง : พระสุนทรโวหาร(สุนทรภู่) จากบทกลอนข้างต้นให้คุณค่าในด้านใด ............................................................................................................................. ................................................. นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร .................................................................................................................................................... .......................... ......................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. จากบทกลอนข้างต้นให้คุณค่าในด้านใด ............................................................................................................................. ................................................. นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร .................................................................................................................................................... .......................... ......................................................................................................... ..................................................................... เนื้อหาใน”นิราศภูเขาทอง”ปรากฎให้เห็นเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................. ............ ....................................................................................................................... ....................................................… “ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย
82 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย โรงเรียนมัธยมเทศบาล ๖ นครอุดรธานี รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ นิราศภูเขาทอง เวลาเรียน ๑๖ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ย่อยเรื่อง การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านวรรณศิลป์ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ครูผู้สอน นางสาวธนาพร ศรีพละธรรม วันที่สอน วันอังคาร ที่ ๓๐ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๒๕-๐๙.๑๕ น. ห้อง ๑/๖ วันพุธ ที่ ๓๑ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๕ วันพฤหัสบดี ที่ ๑ เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๕-๑๐.๕๕ น. ห้อง ๑/๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑ เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๕๐-๑๔.๔๐ น. ห้อง ๑/๗ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายคุณค่าด้านวรรณศิลป์ในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ในวรรณคดีเรื่องนิราศภูเขาทองได้ ๓. นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทย ๓. สาระสำคัญ นิราศภูเขาทอง เป็นนิราศเรื่องที่สั้นที่สุดของสุนทรภู่ โดยมีความยาวเพียง ๘๙ คำกลอน แต่มีความ ดีเด่นทั้งในด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศที่มีความไพเราะมากที่สุดในจำนวน นิราศทั้ง ๙ เรื่องของสุนทรภู่ ดังจะเห็นได้จากคุณค่าในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา เนื้อหาดังที่ปรากฏในนิราศภูเขาทอง แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้และ ช่างสังเกตของสุนทรภู่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสุนทรภู่ได้บันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้พบเห็น ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ออกจากวัดราชบุรณะราชวรวิหารจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้นิราศเรื่องนี้มี คุณค่าในด้านเนื้อหา เช่น สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรม การติดต่อค้าขาย ชุมชนชาวต่างชาติ การละเล่นและ งานมหรสพ ตำนานสถานที่ ความเชื่อของคนไทย เป็นต้น
83 ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ นิราศภูเขาทอง นอกจากจะมีคุณค่าด้านเนื้อหาแล้ว ในด้าน วรรณศิลป์ก็ได้รับการยอมรับว่ามีความงดงามและมีความไพเราะ แม้สุนทรภู่จะใช้ถ้อยคำธรรมดาสามัญในการ ประพันธ์แต่ทว่ามีความหมายลึกซึ้ง สะเทือนอารมณ์ และสร้างจินตภาพได้อย่างชัดเจน เช่น การเล่นเสียง ความเปรียบเทียบลึกซึ้งกินใจ การใช้คำเพื่อสร้างจินตภาพ เป็นต้น ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. อธิบายเกี่ยวกับคุณค่าด้านวรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ๒. วิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ๓. สรุปและอภิปรายผลเกี่ยวกับคุณค่าด้านวรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๕. รักความเป็นไทย ๗. ชิ้นงาน หรือภาระงาน - ใบงานที่...วรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๘.๑.๑ นักเรียนและครูกล่าวทักทายกัน นักเรียนทบทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงที่แล้ว “วรรณคดีนิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านเนื้อหาอย่างหลากหลายจะเห็นได้จาก การติดต่อค้าขาย การตั้ง บ้านเรือน ชุมชนชาวต่างชาติตำนานสถานที่ความเชื่อในพระพุธศาสนา และข้อคิดด้านการพูด” ๘.๑.๒ นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนวรรณศิลป์ในวรรณคดี ๑. รสของวรรณคดี เสาวรสจนี นารีปราโมทย์ พิโรทวาทัง สัลลาปังคพิสัย ๒. การใช้ภาพพจน์ อุปมา อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน สัทพจน์ อติพจน์ สัญลักษณ์ปฏิพากย์
84 ๓. การสรรคำ คือการเลือกใช้คำให้สื่อความคิด ความเข้าใจ ความรู้สึก และอารมณ์ได้อย่าง งดงาม เช่น การเล่นเสียงพยัญชนะ สระและวรรรยุกต์ การสรรคำ ๘.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ครูเชื่อมโยงเข้าสู่ บทเรียน ๘.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๘.๒.๑ นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาในวรรณคดีนิราศภูเขาทอง คุณค่าด้านวรรณศิลป์ นิราศภูเขาทอง นอกจากจะมีคุณค่าด้านเนื้อหาแล้ว ในด้านวรรณศิลป์ ก็ได้รับการยอมรับว่ามีความงดงามและมีความไพเราะ แม้สุนทรภู่จะใช้ถ้อยคำธรรมดาสามัญในการประพันธ์ แต่ทว่ามีความหมายลึกซึ้ง สะเทือนอารมณ์ และสร้างจินตภาพได้อย่างชัดเจน เช่น การเล่นเสียง ความ เปรียบเทียบลึกซึ้งกินใจ การใช้คำเพื่อสร้างจินตภาพ เป็นต้น ๑. สัมผัสอักษร มีการเล่นเสียงพยัญชนะของคำภายในวรรค ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพและ เกิดความไพเราะในตัวบทประพันธ์ เช่น ฉอก-ฉาด-ฉัด-ฉวัด-เฉวียน ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกรอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวนเหมือนกงเกวียน ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน” ๒. มีสัมผัสระ มีการเล่นเสียงพยัญชนะของคำภายในวรรค ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพและเกิด ความไพเราะในตัวบทประพันธ์ วิ่ง-กลิ้ง, เชี่ยว-เกลียว, ฉัด-ฉวัด ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกรอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวนเหมือนกงเกวียน ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน” ๓. ใช้ถ้อยคำกระทบใจผู้อ่าน ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจร่วมไปกับกวี เช่น กล่าวถึง ชีวประวัติของสุนทรภู่ ที่เคยเฝ้าใกล้ชิดพระยุคลบาท รัชกาลที่ ๒ เมื่อสิ้นพระองค์ สุนทรภู่อยู่ในภาวะตกยาก ซึ่งผู้อ่านรู้สึกสะเทือนอารมณ์เป็นยิ่งนัก ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น ๔. การเล่นคำ เป็นกลวิธีที่ใช้คำพ้องรูป พ้องเสียง พ้องความหมาย การซ้ำคำ ซ้ำความ ทำให้ ได้ความหมายที่ลึกซึ้ง กระทบใจ เช่น ถึงบางพลัด แค่นึกถึงชื่อก็สะกดใจเหมือนที่ตนต้องพลัดพราก ทั้งยังพลัด จากเมืองและจากนางที่รักมา ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ถึงบางพลูคิดถึงคู่เมื่ออยู่ครอง เคยใส่ซองส่งให้ล้วนใบเหลือง ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคือง ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน ๕. การกล่าวเชิงเปรียบเทียบ (อุปมา) คือ ไม่กล่าวตรงไปตรงมา เป็นความสามารถในการ ถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกของกวี เช่น สุนทรภู่ได้เปรียบเทียบว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัยสวรรคตแล้วก็เหมือนชีวิตของสุนทรภู่นั้นตายตามลงไปด้วย ดังตัวอย่างบทประพันธ์
85 “พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา” ๖. การใช้โวหารอติพจน์ คือกล่าวเกินจริง เพื่อเน้นอารมณ์และความรู้สึก เช่น สุนทรภู่กล่าว ขอเดชะพระพุทธคุณได้ช่วยให้เกิดในชาติหน้าแล้วมีอายุยืนหมื่น ๆ ปี เหมือนดังเสาศิลาที่อยู่คู่ฟ้าคู่แผ่นดินและ ขอให้เป็นจริงดังใจอธิษฐาน ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ขอเดชะพระพุทธคุณช่วย แม้นมอดม้วยกลับชาติวาสนา อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา อยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง” ๗. การใช้โวหารเลียนเสียงธรรมชาติ ทำให้ผู้อ่านนึกเห็นภาพ และทำให้เกิดเสียงที่ไพเราะ เช่น ตอนเรือไปถึงราชครามในตอนเย็นและค่ำ ดังตัวอย่างบทประพันธ์ “ไม่เห็นคลองต้องค้างอยู่กลางทุ่ง พอหยุดยุงฉู่ชุมมารุมกัด เป็นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมือนทรายซัด ต้องนั่งปัดแปะไปมิได้นอน” ๘.๒.๒ นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วจับฉลากหัวข้อ กลุ่มละ ๑ หัวข้อ ได้แก่ ๑. รสของวรรณคดี ๒. การใช้ภาพพจน์ ๓. การสรรคำ ๘.๒.๓ นักเรียนแต่ละกลุ่มรับกระดาษและปากกาจากครู สมาชิกในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ในหัวข้อของ ตนเอง แล้วออกมานำเสนอหน้าชั้น ๘.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๘.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุป การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านวรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง “นิราศภูเขาทองมีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ดังนี้ สัมผัสอักษร มีสัมผัสระ ใช้ถ้อยคำกระทบใจ ผู้อ่าน การเล่นคำ การกล่าวเชิงเปรียบเทียบ การใช้โวหารต่าง ๆ” ๘.๓.๒ นักเรียนรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับ ใบงานที่...วรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง ๙. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๙.๑.๑ ประเภทสื่อ - ใบงานที่...วรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง - Power Point การวิเคราะห์และอธิบายคุณค่าด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์ในนิราศ ภูเขาทอง ๙.๑.๒ วัสดุอุปกรณ์ - กระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ - ปากกาไวท์บอร์ด