The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by a.chalomthip, 2021-08-25 09:11:19

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564

ประกาศโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์

คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

ก21901 กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น

ศึกษา สำรวจตนเอง เกี่ยวกับการปรับตัวทางสังคมกับเพื่อนต่างเพศ การสร้างเอกลักษณ์ของตนเองการ
เลือกต้นแบบในการสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง ค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง และ
บุคลิกภาพ การใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน และการจำแนกข้อมูลสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น
บุคคลที่รักและเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อืน่ สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อยา่ งความสุข
มีคา่ นยิ มท่ีดี มวี ินัย มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มจี ติ สานกึ รับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สังคม และ ประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. สำรวจความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเองได้
๒. ความหมายและสาเหตขุ องปัญหา
๓. สามารถตดั สินใจและแก้ไขปัญหาของตนเอง
๔. ค้นหาจุดเดน่ และความสามารถพิเศษของตนเองได้
๕. สำรวจความสนใจในอาชพี และบุคลิกภาพของตนเองได้
๖. สามารถใช้แหล่งเรียนรู้ท่มี ีอยู่ในโรงเรียน
๗. สามารถจำแนกข้อมูลสารสนเทศเพ่ือใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู้

243

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก21905 กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน

ศึกษา เกี่ยวกับสาเหตุของปัญหา การตัดสินใจ และแก้ปัญหาของตนเอง การใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
ชัดเจน การจำแนกอารมณ์ การแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม การใช้สาธารณสมบัติ การอยูร่วมกันและทางานเป็น
กลุ่ม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น รู้จักแสวงหาและใช้ ข้อมูล
สารสนเทศ ใหส้ ามารถวางแผนการเรยี น อาชพี การดาเนินชวี ติ และสงั คม สามารถพฒั นาบคุ ลกิ ภาพและปรับตัวให้
อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุ ข มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีค่านิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึก
รับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. สำรวจนสิ ัยการเรียนและผลการเรยี นภาคเรยี นท่ี ๑
๒. สำรวจข้อดขี องตนเองและผู้อ่ืน
๓. สามารถสื่อสารและใช้ภาษาไทยได้ถูกตอ้ งชัดเจน
๔. สามารถจำแนกอารมณต์ ่างที่เกดิ ข้นึ กบั ตน
๕. สามารถแสดงพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม
๖. ใช้สาธารณสมบตั อิ ยา่ งถกู วธิ แี ละเกิดประโยชน์สูงสุด
๗. สามารถทางานเปน็ กลุ่มและอยู่รว่ มกับผู้อ่นื ไดอ้ ย่างมีความสขุ

รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู้

244

คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ก22901 กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน

ศึกษาเกี่ยวกับทักษะการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหา การพัฒนาจุดเด่นและความสามารถพิเศษการ
ปรับปรุงพัฒนาทางด้านการเรียนและบุคลิกภาพ การพัฒนาส่วนดีและแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองและชื่นชมใน
ความดงี ามของผู้อนื่ การแสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งต่างๆ การเลือกสรรขอ้ มลู ข่าวสารที่เปน็ ประโยชน์ ต่อตนเอง โดย
มงุ่ เน้นการพฒั นาผู้เรยี นให้เป็นบุคคลท่ีรักและเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อื่น รูจ้ ักแสวงหาและใช้ ข้อมูลสารสนเทศ
ใหส้ ามารถวางแผนการเรียน อาชพี การดาเนินชีวติ และสังคม สามารถพัฒนาบคุ ลกิ ภาพและปรบั ตัวให้อยู่ในสังคม
ได้อย่างมีความสุข มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจรติ มีค่านิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึกรับผิดชอบต่อ
ตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. มีทักษะการตัดสินใจและแกไ้ ขปัญหาของตนเองได้
๒. สามารถพฒั นาจุดเด่นและความสามารถพิเศษของตนเอง
๓. สามารถพัฒนาและปรบั ปรุงตนเองดา้ นการเรยี นและบุคลิกภาพ
๔. สามารถพัฒนาส่วนดีและแกไ้ ขข้อบกพร่องของตนเอง
๕. แสดงความชืน่ ชมในความดีงามของผอู้ ื่นได้
๖. แสวงหาขอ้ มูลจากแหลง่ ต่างๆ ได้
๗. สามารถเลอื กสรรข้อมลู ขา่ วสารท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเอง

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู้

245

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน

ก22905 กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศึกษา เรยี นรเู้ ก่ยี วกับการรว่ มตัดสินใจและแก้ไขปัญหาของครอบครัว ความแตกตา่ งระหว่างบุคคลการใช้
ภาษาไทยอย่างถูกต้องชัดเจน การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาให้ตนเอง การสร้างสัมพันธภาพ หน้าที่สำคัญและการ
ทำงานเป็นทีม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรยี นให้เป็นบุคคลที่รักและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผูอ้ ื่น รู้จัก แสวงหาและ
ใช้ข้อมูลสารสนเทศ ให้สามารถวางแผนการเรียน อาชีพ การดำเนินชวี ิตและสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและ
ปรบั ตวั ให้อยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุ ข มีเจตคติที่ดตี ่ออาชพี สุจริต มคี ่านยิ มท่ีดี มีวินัย มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีจิต
สานึกรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

ผลการเรียนรู้
๑. มีส่วนรว่ มตัดสนิ ใจและแก้ไขปญั หาของครอบครัว
๒. เขา้ ใจและยอมรับความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
๓. สามารถใชภ้ าษาไทยถกู ต้องชัดเจน
๔. สามารถใช้สตปิ ญั ญาในการแก้ปญั หาให้กบตนเอง
๕. สามารถสรา้ งสัมพันธภาพทดี่ ีต่อผูอนื่
๖. ระบหุ น้าทที่ ีส่ ำคญั ของตนเองทม่ี ีตอ่ ครอบครวั สงั คม และประเทศชาตไิ ด้
๗. สามารถทางานเป็นทีมได้

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้

246

คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

ก23901 กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น

ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น ๒๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน

ศึกษาเก่ียวกับการคดิ เปน็ ทำเปน็ แกป้ ัญหาเปน็ ความพงึ พอใจในเอกลักษณข์ องตนเองการวางแผนเลือก
ทางศึกษาต่อ การรักนับถือตนเองและผู้อื่น การวิเคราะห์ขอมูลและนาเสนอข้อมูลการเลือกข้อมูลข่าวที่เป็น
ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม การร่วมตัดสินใจและแก้ไขปัญหาของโรงเรียนและชุมชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนา
ผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น รู้จักแสวงหาและใช้ขอมูลสารสนเทศให้สามารถวาง
แผนการเรยี น อาชพี การดาเนนิ ชวี ติ และสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและปรับตัวใหอ้ ยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีความ
สุ ข มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุ จริต มีค่านิยมที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสานึกรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว
สังคม และประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปญั หาเปน็
๒. ความพงึ พอใจในเอกลักษณข์ องตนเอง
๓. การวางแผนเลือกแนวทางศึกษาตอ่
๔. การรกั นบั ถอื ตนเองและผู้อน่ื
๕. การวเิ คราะหข์ อมลู และนาเสนอข้อมูล
๖. การเลอื กสรรข้อมูลขา่ วสารที่เปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
๗. การรว่ มตดั สินใจและแก้ไขปัญหาของโรงเรยี นและชมุ ชน

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้

247

คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน

ก23905 กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น

ศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างบุคคล การใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจน การใช้ปัญญาควบคมุ
อารมณ์ การจัดการกับความขดั แย้งของตนเองและผู้อื่น การทาประโยชน์เพื่อสว่ นรวม การทำงานร่วมกนั และการ
เป็นผู้นา โดยม่งุ เน้นการพัฒนาผเู้ รียนให้เปน็ บุคคลท่รี ักและเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ น่ื รู้จกั แสวงหาและใชข้ อมูล
สารสนเทศ ให้สามารถวางแผนการเรียน อาชีพ การดำเนินชวี ิตและสังคม สามารถพัฒนาบุคลิกภาพ และปรับตัว
ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสขุ มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีค่านิยมที่ดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานกึ
รับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาติ

ผลการเรียนรู้
๑. เข้าใจและยอมรบั ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล
๒. สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถกู ต้องชัดเจน
๓. สามารถควบคมุ อารมณ์และแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
๔. สามารถจัดการกบั ความขัดแย้งของตนเองและผู้อน่ื
๕. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมท่เี ปน็ ประโยชนเ์ พือ่ สว่ นรวม
๖. ปฏบิ ตั งิ านร่วมกบั ผู้อน่ื ได้
๗. แสดงบทบาทความเป็นผู้นำ และผ้ตู ามทีด่ ี

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้

248

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมนักเรยี น

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

ก11902 กจิ กรรมนกั เรียน (เตรียมลูกเสอื สำรองและลูกเสอื สำรองดาวดวงที่ ๑) กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลาเรียน 4๐ ชวั่ โมง/ปี

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่และปฏิบัติกจิ กรรมตามคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสำรอง
เรยี นร้จู ากการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ ใชส้ ัญลักษณ์สมาชิกลกู เสือสำรองท่ีมีความเป็นเอกลักษณร์ ่วมกนั ศึกษาธรรมชาติ
ในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รูต้ ามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรุปผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี

1. เตรยี มลกู เสือสำรอง นยิ ายเมาคลี ประวตั ิการเริ่มกิจการลกู เสือ การทำความเคารพหมู่ (แกรนด์
ฮาวล)์ การทำความเคารพเป็นรายบคุ คล การจบั มือซ้าย ระเบยี บแถว เบ้ืองตน้ คำปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของ
ลกู เสือสำรอง

2. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติ ความ
ปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเงื่อน คำปฏิญาณและกฎ
ของลกู เสอื สำรอง

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตาม คำปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบ
วินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำ
กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และ
สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เชอ่ื ฟังและพ่ึงพาตนเองได้
2. มคี วามซอื่ สตั ย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น
3. บำเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝมี ือและฝกึ ฝนการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ และ ความม่ันคง
6. อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ มและลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

249

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง/ปี
ก12902 กจิ กรรมนกั เรียน (ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๒)
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏบิ ตั ติ ามคำปฏญิ าณ คตพิ จนแ์ ละกฎของลูกเสอื สำรอง
ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา
ธรรมชาติในชมุ ชนด้วยความสนใจใฝ่รูต้ ามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปิดประชุมกองในเรื่อง
ต่อไปน้ี

ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่ (แกรน
ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน
ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศตา่ ง ๆ การฝมี ือทใ่ี ชว้ ัสดเุ หลือใช้ในท้องถิน่ กิจกรรมกลางแจ้ง
การบันเทิงที่ส่งเสริมสขุ ภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
ลดภาวะโลกร้อน

เพอื่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบตั ิตามคำปฏิญาณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจ รู้จกั บำเพญ็ เพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จกั ทำการฝีมอื และฝึกฝนทำกจิ กรรมต่าง ๆ ตาม
ความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ้ ม ความม่ันคงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เช่ือฟงั และพ่ึงตนเองได้
2. มคี วามซอ่ื สัตย์ สุจรติ มีระเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ่ืน
3. บำเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิน่ และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวม ๖ ผลการเรียนรู้

250

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง/ปี
ก13902 กจิ กรรมนกั เรียน (ลูกเสอื สำรองดาวดวงท่ี 3)
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏบิ ตั ิตามคำปฏญิ าณ คตพิ จนแ์ ละกฎของลูกเสือสำรอง
ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเป็นเอกลักษ ณ์ร่วมกัน ศึกษา
ธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รตู้ ามวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลและปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปิดประชุมกองในเรื่อง
ตอ่ ไปนี้

ลกู เสือสำรองดาวดวงท่ี ๓ นยิ ายเมาคลี ประวตั กิ ารเรม่ิ กจิ การลูกเสอื การทำความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์)
การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง
อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความ
ปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วสั ดุเหลือใชใ้ นท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การ
บันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมลด
ภาวะโลกร้อน

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏบิ ัติตามคำปฏิญาณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจ ร้จู กั บำเพ็ญเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ร้จู กั ทำการฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตาม
ความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
1. มีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เช่ือฟงั และพง่ึ ตนเองได้
2. มีความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มีระเบยี บวินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ืน่
3. บำเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทำการฝมี อื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิ่นและความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

251

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง/ปี
ก14902 กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสือสามญั (ลูกเสือตร)ี )
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4

เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และ
กฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับ
กระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยหู่ วั วิวฒั นาการของกระบวนการ ลกู เสือไทยและลูกเสือโลก การทำความเคารพ การแสดงรหัส การจับ
มือซ้าย กิจกรรมกลางแจง้ ระเบียบแถวท่ามอื เปล่า ท่ามือไม้พลวง การใช้สัญญามือและนกหวีด การตั้งแถวและ
การเรยี นแถว

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลกู เสือสามญั มนี ิสยั ในการสังเกต จดจำ เชอื่ ฟงั และพงึ่ ตนเอง มีความซอ่ื สัตย์ สจุ รติ มรี ะเบียบวนิ ยั และเห็น
อกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตาม
ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความมัน่ คง ประโยชน์
และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
1. มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟังและพึ่งตนเองได้
2. มคี วามซือ่ สตั ย์สุจริต มีระเบียบ วนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผูอ้ ืน่
3. บำเพ็ญตนเพื่อส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝมี อื และฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น และความมน่ั คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น
7. สามารถประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

252

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ก15902 กจิ กรรมนกั เรยี น (ลกู เสือสามญั (ลูกเสือโท))
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5

เปดิ ประชมุ กองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ
ลกู เสอื สามญั เรยี นรู้จากคิดและปฏบิ ัตจิ รงิ ใชส้ ัญลกั ษณส์ มาชิกลกู เสือสามัญท่ีมคี วามเป็นเอกลักษณร์ ว่ มกัน ศกึ ษา
ธรรมชาติในชมุ ชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ มจี ติ สำนกึ ในการอนรุ กั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแล
ตนเอง การช่วยเหลือผูอ้ ่ืน การเดนิ ทางไปยังสถานท่ีตา่ ง ๆ ทำงานอดเิ รก และเร่อื งทส่ี นใจ

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏบิ ัติตามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความมัน่ คง ประโยชน์และ
สามารถประยุกต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
1. มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจำ เชอ่ื ฟังและพึง่ ตนเองได้
2. มีความซื่อสัตยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บ วนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู น่ื
3. บำเพ็ญตนเพื่อส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
5. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น และความมัน่ คงของชาติ
6. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

253

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง/ปี
ก16902 กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสือสามัญ (ลกู เสือเอก))
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

เปดิ ประชุมกองดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกจิ กรรมโดยให้ศึกษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญ ที่มี
ความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา
ท้องถ่ินด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละลดภาวะโลกร้อน

เพอื่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบตั ติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความม่ันคง ประโยชน์และ
สามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟังและพึง่ ตนเองได้
2. มคี วามซื่อสัตย์สจุ ริต มีระเบียบ วินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อนื่
3. บำเพ็ญตนเพ่ือสง่ เสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝีมอื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
5. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน และความมนั่ คงของชาติ
6. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น
7. สามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

254

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

ก21902 กจิ กรรมนักเรียน (ลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ (ลูกเสอื โท)) กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๒๐ช่ัวโมง/ภาคเรียน

ศึกษาจุดมุ่งหมาย และหลักการ กิจกรรมการเดินทางสำรวจ การบริ การ ผจญภัย นักบุกเบิก ธรรมชาติ
วิทยา กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ เสริมสร้างทักษะและความสามารถ ความถนัดและความสนใจ สามารถนำ
ความรู้ ประสบการณจ์ รงิ ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวันและแกป้ ัญหาสงั คม

ผลการเรยี นรู้
๑. ลกู เสือบอกความหมายของการเดนิ ทางสำรวจได้
๒. ลกู เสอื บอกข้ันตอนการเตรียมการเดนิ ทางสำรวจได้
๓. ลูกเสอื จัดเตรี ยมอาหารในการเดินทางสำรวจได้
๔. ลกู เสอื ทารายงานการเดินทางสำรวจได้
๕. ลกู เสอื อธิบายความหมายของการบริ การชมุ ชนและความต้องการในการพฒั นาชมุ ชนได้
๖. ลกู เสือบอกขนั้ ตอนการให้บริการในชุมชนตามกฎของลูกเสอื ได้
๗. ลูกเสือบอกความหมายการผจญภยั
๘. ลูกเสือสามารถร่วมกันคิดแก้ปัญหา ตัดสินใจ ให้สามารถผ่านเหตุการณ์ที่เผชิญได้ด้วย ความสำเร็จ

และปลอดภยั ดว้ ยกันทุกคน
๙. ลูกเสือสามารถร่วมกันคิดแก้ปัญหา ตัดสินใจ ให้สามารถทากิจกรรมบุกเบิกได้ด้วย ความสำเร็จ และ

ปลอดภยั ดว้ ยกนั ทุกคน
๑๐. ลูกเสือสามารถปฏิบัตกิ จิ กรรมเพ่ือสาธารณประโยชนไ์ ด้

รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้

255

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น

ก21906 กิจกรรมนกั เรยี น (ลกู เสอื สามญั รุ่นใหญ่ (ลูกเสือโท)) กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น ๒๐ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศึกษาจดุ มงุ่ หมาย ประวัตแิ ละกิจการขององค์การลูกเสือโลก ลูกเสอื ไทย บทบาทลกู เสือสามัญรุ่นใหญ่กฎ
ของลูกเสอื และคาปฏิญาณ ระเบยี บแถว การบรรจุเครอ่ื งหลัง การกางและการเกบ็ รกั ษาเตน็ ท์ ก่อจุดไฟกลางแจ้ง
และการประกอบอาหารแบบชาวค่าย แผนที่เข็มทิศ เงื่อนและวิธีการใช้เงื่อน การปฐมพยาบาลความปลอดภัยใน
การร่วมกิจกรรมของลูกเสอื กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ผู้เรียน นำความรู้ ประสบการณ์จริงไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั และแก้ปัญหาสังคม

ผลการเรียนรู้
๑. ลูกเสืออธิบายความหมาย จดุ มุ่งหมาย ขอบข่ายกิจการ วธิ ีการ ตลอดจนสาระสำคญั ของกิจการลูกเสือ

โลก
๒. ลูกเสืออธิ บายความหมาย จุดมุ่งหมาย ขอบข่ายกิจการ วิธีการ ตลอดจนสาระสำคัญของกิจการคณะ

ลูกเสือแห่งชาติ
๓. ลกู เสือบอกโครงสรา้ งของการบริ หารงานของกองลกู เสอื ในโรงเรยี นได้
๔. ลกู เสอื บอกบทบาทลูกเสือสามญั รุน่ ใหญ่
๕. ลูกเสือมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสามัญรุ่น

ใหญ่
๖. ลกู เสอื มีความร้คู วามเขา้ ใจระเบียบแถวลูกเสือและไดร้ ับการฝกึ
๗. ลกู เสือบอกส่วนประกอบที่สำคญั ของเต็นท์ได้และวิธกี ารกางเต็นท์ทถ่ี ูกตอ้ งได้
๘. ลกู เสือบอกถงึ อปุ กรณ์สว่ นตัวที่ใช้ในการเดนิ ทางไกลและพกั แรมได้
๙. ลูกเสอื บอกถงึ อุปกรณ์สว่ นรวมที่ใชใ้ นการเดนิ ทางไกลและพักแรมได้
๑๐. ลกู เสอื สามารถบรรจสุ ิง่ ของลงถงุ หรือเครอื่ งหลงั ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
๑๑. ลกู เสือบอกและสาธิตวธิ ีใช้แผนที่และเข็มทศิ ได้
๑๒. ลูกเสอื บอกและสาธิตการผกู เง่ือนและวธิ ใี ชไ้ ด้
๑๓. ลกู เสือบอกและสาธติ การปฐมพยาบาลได้
๑๔. ลูกเสือบอกหลักการและปฏบิ ัตติ ามเพ่ือความปลอดภยั ในการร่วมกิจกรรมของลกู เสือ
๑๕. ลกู เสอื สามารถปฏิบตั ิกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ได้

รวมท้ังหมด ๑๕ ผลการเรียนรู้

256

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก22902 กจิ กรรมนกั เรยี น (ลกู เสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ (ลูกเสือโท)) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น ๒๐ชวั่ โมง/ภาคเรียน

ศึกษาและปฏิบัติตนเกี่ยวกับกฎระเบียบการปฏิบัติตัวในการเรียนวิชาลูกเสือ เนตรนารี หน้าที่พลเมือง
สิ่งแวดลอ้ ม การเดินทางสำรวจ การตั้งค่ายพักแรม การแสดงออกทางศิลปะและกิจกรรมท่ีสนใจเป็นพิเศษ ศิลปะ
ทางอักษรและศิลป์วิจารณ์ ศิลปะการแสดง สมรรถภาพทางกาย กีฬาไทยและกีฬาสากล ยาเสพติดให้โทษ คำ
ปฏิญาณตนและกฎของลกู เสอื การบริการ การปฐมพยาบาล เพ่อื ใหเ้ กิดความร้คู วามเขา้ ใจในการเปน็ ลูกเสือสามัญ
รนุ่ ใหญ่ มีความรกั ความผูกพัน มคี วามรบั ผดิ ชอบ มจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกกฎระเบยี บในการปฏิบัติ ในการเรียนวิชาลกู เสือ – เนตรนารี
๒. อธิบายถึงการเป็นพลเมืองดีได้
๓. เล่าประวัตขิ องลกู เสือไทยได้
๔. อธบิ ายวธิ ดี าเนินการของขบวนการลูกเสอื ได้
๕. เขยี นรายงานการตรวจเยีย่ มหน่วยงานได้
๖. อธิบายความหมายและความสำคญั ของสิง่ แวดลอ้ มได้
๗. บอกวิธกี ารอนุรกั ษ์พืชและสัตว์ได้
๘. บอกวิธกี ารอนุรักษ์ธรรมชาติได้
๙. อธบิ ายขั้นตอนการวางแผนการเดนิ ทางสำรวจได้
๑๐. อธบิ ายวิธีการเตรี ยมการเดนิ ทางสำรวจได้
๑๑. อธิบายหลกั ในการเดนิ ทางสำรวจดว้ ยเท้าได้
๑๒. ทาแบบรายงายการสำรวจได้
๑๓. อธบิ ายหลกั การเลือกสถานทส่ี าหรับการตั้งคา่ ยพักแรมได้
๑๔. กำหนดรายการอาหารได้
๑๕. เตรียมอปุ กรณเ์ คร่ืองใชท้ จ่ี าเปน็ ได้
๑๖. เขยี นรายงานการตง้ั คา่ ยพักแรมได้
๑๗. อธบิ ายความหมายและความสำคัญของศิลปะได้
๑๘. บอกลกั ษณะของงานทศั นศิลป์ และสร้างงานทศั นศิลปไ์ ด้
๑๙. อธิบายความหมายและความสำคญั ทางศิลปะทางอักษรได้
๒๐. จำแนกประเภทของศลิ ปะได้อย่างถกู ต้อง
๒๑. ทำงานศลิ ปะได้

รวมท้ังหมด ๒๑ ผลการเรยี นรู้

257

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น

ก22906 กิจกรรมนักเรยี น (ลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญ่ (ลูกเสอื โท)) กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน ๒๐ชวั่ โมง/ภาคเรียน

ศึกษาและปฏิบัติตนเกี่ยวกับกฎระเบียบการปฏิบัติตัวในการเรียนวิชาลูกเสือ เนตรนารี หน้าที่พลเมือง
สิ่งแวดล้อม การเดินทางสำรวจ การตั้งค่ายพักแรม การแสดงออกทางศิลปะและกิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษศิลปะ
ทางอักษรและศิลป์วิจารณ์ ศิลปะการแสดง สมรรถภาพทางกาย กีฬาไทยและกีฬาสากล ยาเสพติดให้โทษคา
ปฏิญาณตนและกฎของลูกเสือ หลักสำคัญในพระพุทธศาสนา การบริ การ การปฐมพยาบาล เพื่อให้เกิดความรู้
ความเข้าใจในการเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ มีความรักความผูกพัน ร่วมมือกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความ
รบั ผิดชอบ มีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายความหมายของศิลปะการแสดงได้
๒. บอกประเภทของศิลปะการแสดงได้
๓. ร้แู ละเขา้ ใจกิจกรรมทตี่ นเองสนใจ
๔. เปน็ คนกลา้ แสดงออกทางศิลปะการแสดง
๕. อธิบายความหมายและความสำคัญของสมรรถภาพทางกายได้
๖. บอกลักษณะของผู้ที่มีสมรรถภาพทางกายที่ดไี ด้ ้
๗. บอดเกณฑ์มาตรฐานการทดสอบสมรรถภาพทางกายได้
๘. บอกลกั ษณะวธิ ีการเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้
๙. อธบิ ายความหมายและประเภทของยาเสพติดได้
๑๐. บอกชนิดของยาเสพตดิ อาการเมอ่ื เสพและโทษของยาเสพติดชนดิ ตา่ งๆ ได้
๑๑. อธบิ ายและปฏบิ ตั ิตนตามคาปฏิญาณตนของลกู เสือได้
๑๒. อธบิ ายและปฏบิ ัติตนตามกฎของลกู เสือได้ ั
๑๓. อธิบายหลกั สำคญั ในพระพุทธศาสนาได้
๑๔. อธบิ ายหลักของศลี ๕ และศีล ๘ ได้
๑๕. อาราธนาศีล ศีล ๕ และศลี ๘ ได้
๑๖. อาราธนาศลี อาราธนาธรรมและอาราธนาพระปรติ รได้
๑๗. อธิบายความหมายและความสำคัญของการบริ การชุมชนและพฒั นาชุมชนได้
๑๘. บอกหลกั ในการให้บรกิ ารได้
๑๙. ระบุกจิ กรรมเก่ียวกบั การพฒั นาชมุ ชนได้
๒๐. อธบิ ายการบริ การชุมชนตามกฎของลูกเสือได้
๒๑. บอกความหมายและความสำคญั ของการปฐมพยาบาลได้
๒๒. อธบิ ายหลักการปฐมพยาบาลได้
๒๓. ปฏบิ ัติวธิ ีการปฐมพยาบาลผู้ป่วยประเภทตา่ ง ๆ ได้

รวมทั้งหมด ๒๓ ผลการเรยี นรู้

258

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

ก23902 กจิ กรรมนักเรยี น (ลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ (ลูกเสอื โท)) กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน ๒๐ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศึกษาบทบาท หน้าที่พลเมือง สิ่งแวดลอ้ ม นักธรรมชาติวทิ ยา การเดินทางสำรวจ การจัดงานแสดงศิลปะ
ในที่สาธารณะ สมรรถภาพทางกาย อุดมคติ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ การบริ การ การฝึกเป็นผู้นำ ระเบียบแถว
การสวนสนาม เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ
ช่วยสร้างสรรคส์ งั คม ให้มคี วามเจรญิ ก้าวหน้า ความสงบสุขและความมนั คงของประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายบทบาทหนา้ ที่พลเมืองได้
๒. อธิ บายถึงความสำคัญของสิ่งแวดลอ้ มท่มี ีต่อสง่ิ มชี วี ิตได้
๓. บอกถึงความจาเป็นในการอนรุ กั ษธ์ รรมชาติได้
๔. อธบิ ายหลักการเดินทางสำรวจได้
๕. สามารถจดั งานแสดงศิลปะในท่สี าธารณะได้
๖. ทดสอบสมรรถภาพทางกายได้
๗. มอี ดุ มคติท่ดี ใี นการปฏบิ ตั งิ าน ั
๘. ปฏิบตั ิกจิ กรรมทีส่ นใจเปน็ พเิ ศษได้
๙. บอกความหมายของคาว่าการบริ การและการบริ การแบบลูกเสือได้
๑๐. อธบิ ายความหมาย ความจาเป็นท่ตี ้องมีผู้นำและบอกคณุ สมบัติของผ้นู าได้
๑๑. ปฏิบัตกิ ิจกรรมระเบยี บแถวทา่ มอื เปลา่ ได้ ั
๑๒. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมสวนสนามได้

รวมทั้งหมด ๑๒ ผลการเรยี นรู้

259

คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก23906 กิจกรรมนกั เรียน (ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ (ลูกเสือโท)) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน ๒๐ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศึกษาบทบาทหน้าที่พลเมือง นักอุตุนิยมวิทยา นักบุกเบิก การฝึกเป็นผู้นำ พลาธิการ เรื่องที่สนใจ การ
อนุรักษ์ธรรมชาติ และการจัดค่ายพักแรม เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็น
พลเมืองดี มีความรับผิดชอบสร้างสรรค์สังคม ให้มีความเจริญก้าวหน้า ความสงบสุขและความมันคงของ
ประเทศชาติ

ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายและปฏบิ ตั หิ นา้ ทีพ่ ลเมืองทด่ี ีได้
๒. อธิบายและบอกประโยชนข์ องการเป็นนกั อุตุนยิ มวิทยาได้
๓. อธิบายหลกั การเป็นนกั บุกเบิกได้
๔. บอกลกั ษณะของผู้นำและอธิบายถงึ ผู้นำทางลูกเสือได้
๕. บอกความหมายและบทบาทหนา้ ที่ของพลาธิการได้
๖. ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจและความถนัดได้
๗. อธบิ ายความสำคญั ของการอนุรักษ์ธรรมชาตแิ ละตระหนักถึงความจาเปน็ ในการอนุรักษธ์ รรมชาติได้
๘. อธบิ ายหลักการเลอื กสถานท่สี าหรบั การตงั้ คา่ ยพักแรมได้

รวมท้ังหมด ๘ ผลการเรยี นรู้

260

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นมุ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี
คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

ก11903 - 16903 กิจกรรมนกั เรยี น (กจิ กรรมชมุ นุม)
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖

ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด
วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิต และสังคม ตามศักยภาพ
อย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา ความสามารถ
ในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข รักในสถาบัน
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดำรงชีวิตอย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่น
ในการทำงาน รักความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ

เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาควา มรู้
ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กดิ ประสบการณ์ ทัง้ ทกั ษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต
และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทำได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย และประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม

โรงเรียนวัดบ้านวังตาอินทร์ ได้กำหนดกิจกรรมชุมนุมจำนวน 6 ชุมนุม เพื่อให้นักเรียนเลือกเข้าตาม
ความถนดั และความสนใจ ไดแ้ ก่

๑. ชมุ นุมประดษิ ฐข์ องชำร่วย
๒. ชมุ นมุ นาฎศิลปไ์ ทย
๓. ชุมนุมจบั จบี ผา้
๔. ชุมนมุ บันทกึ นักรักการอ่าน
5. ชมุ นมุ ยวุ เกษตร
6. ชมุ นมุ คอมพวิ เตอร์สรา้ งสรรค์

261

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
เวลา 25 ช่ัวโมง/ปี
ก21903 - 23907 กิจกรรมนกั เรยี น (กจิ กรรมชมุ นุม)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑-3

ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพือ่ พัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิด
วิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ
อย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พฒั นาทักษะในการทำงานและการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข รัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงานรักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ

เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถดา้ นการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งทกั ษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวติ
และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทำได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ตามวถิ ีประชาธิปไตย และประยุกต์ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างเหมาะสม

โรงเรียนวัดบ้านวังตาอินทร์ ได้กำหนดกิจกรรมชุมนุมจำนวน 5 ชุมนุม เพื่อให้นักเรียนเลือกเข้าตาม
ความถนัดและความสนใจ ไดแ้ ก่

๑. ชุมนุมหรดี สร้างสรรค์จากวัสดเุ หลอื ใช้
๒. ชมุ นุมนาฎศลิ ป์ไทย
3. ชุมนุมบนั ทกึ นักรกั การอา่ น
4. ชุมนุมยุวเกษตร
5. ชุมนมุ คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์

262

คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
เวลา ๑๐ ช่ัวโมง/ปี
ก11904 - ก16904 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริ ง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
เสริมสร้างความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตามแนวทางวิถชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพื่อให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ
ในลกั ษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ
และใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

ผลการเรยี นรู้

1. บำเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ
ในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
4. ปฏิบตั กิ จิ การเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5. สามารถประยุกต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู้

263

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
เวลา ๑5 ช่ัวโมง/ปี
ก21904 – ก23908 กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑-3

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะทอ้ นความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมลู ประกอบการวางแผนอย่างเปน็ ระบบ เน้น
ทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
เสริมสร้างความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม คิด
ออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตาม
แนวทางวถิ ีชวี ติ เศรษฐกจิ พอเพียง

เพื่อให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชนต์ ่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจใน
ลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิต
สาธารณะและใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

ผลการเรียนรู้
1. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความ

สนใจในลักษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4. ปฏิบัติกิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์
5. สามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

264

การจัดกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นโรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์

โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ม่งุ ให้ผเู้ รยี นไดพ้ ฒั นาตนเองตามศักยภาพ พฒั นาอย่างรอบด้านเพ่ือความเปน็ มนุษย์ที่สมบูรณ์
ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เสริมสร้างใหเ้ ป็นผูม้ ีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้าง
จิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ใช้องค์ความรู้ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และ
ประสบการณ์ของผู้เรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการ
ส่ือสารความสามารถในการคิดความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ และความสามารถ
ในการใช้ เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ได้แก่ รักชาติศาสน์กษัตริย์
ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
เกดิ ทักษะการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อืน่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก โรงเรียน
บ้านวังตาอินทร์ จัดกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนโดยแบง่ ออกเปน็ 3 ลักษณะ ดังน้ี

1. กิจกรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเองรู้รกั ษ์สิ่งแวดลอ้ ม สามารถคิดตดั สินใจ คิด

แก้ปัญหากำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวติ ท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อยา่ งเหมาะสม นอกจากนี้
ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรม ที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วม
พัฒนาผ้เู รยี น โดยนักเรียนทุกคนตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมแนะแนว ดงั นี้

ระดับประถมศึกษา 40 ชวั่ โมงตอ่ ปี

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 20 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรียน
2. กจิ กรรมนักเรยี น

เป็นกิจกรรมท่มี ุ่งพฒั นาความมีระเบียบวนิ ัยความเป็นผู้นำ ผู้ตามทีด่ คี วามรับผดิ ชอบ การทำงาน
รว่ มกัน การรู้จกั แกป้ ญั หา การตัดสนิ ใจทเ่ี หมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลอื แบง่ ปนั เออ้ื อาทรและสมานฉันท์
โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน
ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานร่วมกันเป็น
กลุ่มตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรม
นกั เรยี น ประกอบด้วย

2.1 กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนารี
โดยนกั เรยี นทุกคนต้องเขา้ รว่ มกิจกรรมลูกเสอื /เนตรนารี ดังนี้

ระดบั ประถมศึกษา 40 ชั่วโมงตอ่ ปี

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 20 ชวั่ โมงตอ่ ภาคเรียน
2.2 กิจกรรมชมุ นุม/ชมุ นุมวชิ าการ
โดยนักเรยี นทุกคนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมชมุ นุม/ชมุ นุมวชิ าการ ดังน้ี

ระดบั ประถมศึกษา 30 ชั่วโมงต่อปี

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 25 ช่วั โมงต่อปี แบง่ ออกดังนี้
- ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 13 ชั่วโมง
- ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 12 ชัว่ โมง

265

3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมทสี่ ่งเสริมใหผ้ เู้ รียนบำเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อสังคม ชมุ ชนและทอ้ งถิ่น ตามความสนใจใน
ลักษณะอาสาสมคั รเพื่อแสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละ ต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ เชน่
กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์โดยบูรณาการในกจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนารี และกิจกรรมชุมนมุ ดังนี้

ระดบั ประถมศึกษา 10 ชวั่ โมงต่อปี
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 15 ชว่ั โมงต่อปี แบ่งออกดงั น้ี

- ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 7 ชว่ั โมง
- ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 8 ชว่ั โมง
โดยท้ัง 3 กจิ กรรม คือ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบตั ิกิจกรรมแล้วนำไปสู่เปา้ หมายเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์
ของผู้เรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐานพุทธศกั ราช 2551 มีความสมั พนั ธ์เชือ่ มโยงกนั ดงั ภาพ

ทั้งนี้ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะพจิ ารณาทัง้ เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและ
ผลงานของผูเ้ รียน ตามเกณฑ์ที่กำหนด และให้ผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผา่ น หรอื ไม่ผา่ น ดังน้ี

266

การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีแนวทางในการประเมนิ ตามแผนภาพดังน้ี

กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี น กจิ กรรมเพือ่ สังคม
และสาธารณประโยชน์

ซ่อมเสริม ประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน
ไม่ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ 1. เวลาเข้าร่วมกจิ กรรม
2. การปฏิบัติกิจกรรม
ไม่ผา่ น 3. ผลงาน/ช้ินงานคุณลักษณะของผู้เรียน

ผา่ น

ผลการจดั กจิ กรรม

สถานศึกษาควรกำหนดแนวทางทชี่ ัดเจนในการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน 2 ประการคือการประเมิน
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนรายกจิ กรรม และการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นเพอ่ื การตดั สนิ

1. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นรายกจิ กรรม มีแนวปฏิบัตดิ งั น้ี
1.1 ตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมของผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากำหนด
1.2 ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของผู้เรียน

ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนดด้วยวธิ กี ารทห่ี ลากหลายเน้นการมสี ว่ นร่วม ของผเู้ ก่ียวข้องในการปฏบิ ัติกิจกรรม
1.3 ผู้เรียนที่มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม มีการปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตาม

เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดเป็นผู้ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรมและนำผลการประเมินไป
บนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน

1.4 ผู้เรียนที่มีผลการประเมนิ ไมผ่ า่ นในเกณฑ์เวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ กิจกรรมและผลงาน/
ชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะตามท่ีสถานศึกษากำหนดครหู รือผู้รับผดิ ชอบต้องดำเนินการซ่อมเสรมิ และประเมินจนผ่านทั้งน้ี
ควรดำเนินการใหเ้ สรจ็ สิน้ ในปีการศึกษานนั้ ๆ ยกเวน้ มีเหตุสุดวิสยั ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศกึ ษา

267

2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นเพือ่ การตัดสนิ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อตัดสินเลื่อนชั้นและจบระดับการศึกษา เป็นการประเมินการผ่าน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละ กิจกรรม สรุปผลรวมเพื่อเลื่อนชั้นและ
ประมวลผลรวมในปีสดุ ทา้ ยเพอ่ื การจบแตล่ ะระดบั การศึกษา โดยการดำเนินการดังกลา่ วมแี นวปฏิบตั ดิ ังนี้

2.1 กำหนดใหม้ ผี ูร้ ับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับการรว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนของผูเ้ รยี นทุกคน
ตลอดระดับการศึกษา

2.2 ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสนิ ผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ ที่
สถานศึกษากำหนดเกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดนั้น ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม 3
กจิ กรรมสำคญั คือ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนกั เรียน และกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์

2.3 ผู้รบั ผดิ ชอบเสนอผลการประเมนิ ตอ่ คณะอนกุ รรมการกลุม่ สาระการเรียนรู้และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
เพอ่ื ใหค้ วามเห็นชอบ

2.4 ผู้รับผิดชอบเสนอผู้บริหารสถานศึกษาพจิ ารณาเพ่ืออนมุ ัตผิ ลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่าน
เกณฑ์การจบแต่ละระดบั การศกึ ษา
3. เกณฑ์การตดั สินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

3.1 เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียนรายปี/รายภาค แบ่งเปน็ 2 ระดับ ดังน้ี
ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรมสำคัญทั้ง 3 ลักษณะ คือ

กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรยี น และกิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมสำคัญกิจกรรมใดกิจกรรม

หน่งึ จาก 3 ลกั ษณะ คือ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน กจิ กรรมเพ่ือสงั คม และสาธารณประโยชน์
3.2 เกณฑก์ ารตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนเพอ่ื จบระดับการศึกษา
ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนมผี ลการประเมินระดบั “ผ่าน” ทุกช้นั ปใี นระดับการศกึ ษานัน้
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ ระดบั “ไม่ผ่าน” บางชัน้ ปใี นระดบั การศึกษานน้ั

268

สว่ นที่ 5

เกณฑก์ ารจบการศึกษา

269

เกณฑ์การจบการศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั
พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) กำหนดเกณฑ์สำหรบั การจบการศึกษา ไวด้ ังน้ี

เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา

1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียน ที่หลักสูตร
สถานศกึ ษา โรงเรยี นบา้ นวังตาอนิ ทร์ กำหนด

2. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กำหนด และมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน
ผา่ นทุกรายวชิ า

3. ผู้เรียนตอ้ งมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน ระดับ “ผา่ น” ขนึ้ ไป
4. ผเู้ รียนมผี ลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป
5. ผเู้ รียนต้องเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนและไดร้ ับการตดั สินผลการเรียน “ผา่ น” ทุกกจิ กรรม

เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น

1. ผเู้ รยี นเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานและเพ่มิ เตมิ ไม่เกนิ 81 หน่วยกติ โดยเป็นรายวิชาพนื้ ฐาน 66 หนว่ ยกิต
2. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วย
กติ รายวิชาเพ่ิมเติมไมน่ ้อยกว่า 11 หน่วยกิต
3. ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมนิ
5. ผูเ้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน และมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ

การจดั การเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้
พื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็น
เป้าหมายสำหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จดั การเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรยี นเรียนรู้ผ่านสาระทีก่ ำหนดไว้ในหลกั สตู ร ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ รวมทั้งปลกู ฝงเสริม
สร้างคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ พัฒนาทักษะตา่ งๆ อนั เป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรยี นบรรลุตามเป้าหมาย

หลักการจดั การเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสำคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน

270

กระบวนการจดั การเรียนรู้ต้องส่งเสรมิ ให้ผู้เรียน สามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความ
แตกต่างระหว่างบคุ คลและพฒั นาการทางสมองเน้นให้ความสำคญั ท้ังความรู้ และคณุ ธรรม

กระบวนการเรยี นรู้

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น
เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็น สำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง
กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย
กระบวนการเหล่าน้ีเป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รบั การฝกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจใน
กระบวนการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้สามารถเลือกใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

การออกแบบการจัดการเรยี นรู้

ผู้สอนตอ้ งศึกษาหลักสตู รสถานศึกษาให้เขา้ ใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรยี น แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้
โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายท่กี ำหนด

บทบาทของผู้สอนและผเู้ รยี น

บทบาทของผสู้ อน
๑. ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ท้าทาย

ความสามารถของผู้เรียน
๒. กำหนดเป้าหมายทต่ี ้องการให้เกิดขึ้นกบั ผู้เรยี น ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบ

ยอด หลักการ และความสมั พนั ธ์ รวมท้งั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๓. ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทาง

สมอง เพอื่ นำผู้เรยี นไปสู่เป้าหมาย
๔. จดั บรรยากาศท่เี ออื้ ต่อการเรยี นรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรยี นรู้
๕. จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมา

ประยกุ ตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
๖. ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่หี ลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติ ของวชิ า และระดับ

พัฒนาการของผู้เรียน
๗. วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนการ

สอนของตนเอง

271

บทบาทของผเู้ รยี น
๑. กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรียนรู้ของตนเอง
๒. เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคำถาม คิดหาคำตอบ

หรอื หาแนวทางแกป้ ัญหาด้วยวิธกี ารต่าง ๆ
๓. ลงมือปฏิบัตจิ ริง สรุปส่งิ ที่ได้เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง นำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ
๔. มีปฏิสมั พนั ธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู
๕. ประเมินและพฒั นากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเน่อื ง

ส่ือการเรยี นรู้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจดั การกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรยี นเขา้ ถึงความรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลากหลาย
ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติสื่อสิ่งพิมพ์สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อ
ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการ
เรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุง เลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มี
อยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถ ส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดย
สถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่
การศึกษา หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วข้องและผู้มหี น้าที่จัดการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ควรดำเนนิ การดงั นี้

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ศูนย์สื่อการเรียนรู้ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้
ระหวา่ งสถานศกึ ษา ทอ้ งถ่ิน ชุมชน สังคมโลก

๒. จดั ทำและจัดหาส่อื การเรยี นรู้สำหรบั การศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอนรวมทั้งจัดหาส่ิง
ทมี่ อี ยู่ในทอ้ งถ่ินมาประยุกต์ใช้เปนสือ่ การเรยี นรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรยี นรู้ทมี่ ีคณุ ภาพ มคี วามเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคล้องกบั วธิ กี ารเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน

๔. ประเมินคณุ ภาพของส่ือการเรียนรู้ทีเ่ ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาคน้ คว้า วิจัย เพอื่ พัฒนาสือ่ การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อการเรยี นรู้เป็น
ระยะ ๆ และสม่ำเสมอ
ในการจดั ทำ การเลอื กใช้ และการประเมินคุณภาพสือ่ การเรยี นรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษา ควรคำนงึ ถึงหลักการ
สำคัญของสื่อการเรยี นรู้ เช่น ความสอดคล้องกบั หลักสตู ร วตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัยไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม
มีการใช้ภาษาท่ีถกู ต้อง รูปแบบการนำเสนอท่เี ข้าใจงา่ ย และน่าสนใจ

272

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพืน้ ฐานสองประการ คือ การประเมินเพ่ือ
พัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสำเร็จน้ัน
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก
ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรยี นรู้อย่างเตม็ ตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ
เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมนิ ชิน้ งาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้
แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการ
ตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มสี ง่ิ ทจี่ ะต้องได้รับการพฒั นาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูล
ให้ผู้สอนใช้ปรับปรงุ การเรียนการสอนของตนด้วย ท้งั น้ีโดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัด

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียนของ
ผู้เรยี นเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของ
ผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุง
นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรอื วธิ กี ารจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพือ่ การจดั ทำแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการ
สถานศึกษา สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน ผู้ปกครองและชุมชน

๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพืน้ ท่ีการศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์
ของผู้เรยี นด้วยข้อสอบมาตรฐานทจี่ ัดทำและดำเนนิ การโดยเขตพน้ื ท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมอื กบั หน่วยงาน
ต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับ
สถานศึกษาในเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียง
คุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็น
ข้อมลู สนับสนนุ การตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศข้อมลู การประเมนิ ในระดับต่าง ๆ ขา้ งต้น เป็นประโยชน์

273

ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่
จะตอ้ งจดั ระบบดแู ลช่วยเหลือ ปรับปรงุ แก้ไข ส่งเสริมสนับสนนุ เพ่ือให้ผู้เรียนได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพ้ืนฐาน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มี
ความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่ม
ผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปญญา เป็น
ตน้

ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เปดโอ
กาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา
จะต้องจัด ทำร ะเบ ีย บว่ าด้ว ย การวั ด แล ะปร ะเมิน ผล การเ รี ยน ของส ถาน ศึ กษาให้ ส อด คล้ องแล ะเ ป็ น ไ ป ต าม
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ ี่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน เพอื่ ให้บคุ ลากรท่ีเก่ียวข้อง
ทุกฝ่ายถอื ปฏิบตั ริ ่วมกนั

การวัดและการประเมินผลการเรยี น

การประเมินผลการเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดจุดหมาย
สมรรถนะสำคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทาง
ในการ พัฒนาผเู้ รียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ีและมีขดี ความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับ โลก
กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดในสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม สาระมี
ความสามารถด้านการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น มคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์และเขา้ รว่ ม กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียนรมู้ ีความสัมพนั ธ์ดังแผนภาพ

274

การวัดประเมนิ ผลกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ

ผู้สอนวัด และประเมินผลการเรียนรู้ ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัด ในรายวิชาพื้นฐานและตามผลการ
เรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่กําหนดในหน่วยการเรียนรู้ ผู้สอนใช้วิธกี ารที่หลากหลายจาก แหล่งข้อมูลหลายๆ
แหล่ง เพื่อให้ได้ผลการประเมินทีส่ ะท้อนความรู้ ความสามารถที่แท้จริงของผูเ้ รียน โดยวัดและประเมินการเรียนรู้
อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอน โดยสังเกตพัฒนาการ และความประพฤติของผู้เรียน สังเกต
พฤติกรรมการเรยี น การรว่ มกิจกรรม ผู้สอนควรเน้น การประเมิน ตามสภาพจรงิ เชน่ การประเมนิ การปฏิบัติงาน
การประเมินจากโครงงาน หรือการประเมินจากแฟ้ม สะสมงาน ฯลฯ ควบคู่ ไปกับ การทดสอบแบบต่าง ๆอย่าง
สมดุล ต้องให้ความสำคัญกับการประเมิน ระหว่างเรียนมากกว่าการประเมินปลายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพ่ือ
ประเมนิ การเลื่อนช้นั เรียนและการ จบการศึกษาระดับตา่ ง ๆ

การประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน หนังสือ
เอกสาร และสอ่ื ต่าง ๆ เพ่อื หาความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ เพ่อื ความสนุ ทรีย์และประยุกต์ใช้ แล้วนําเน้ือหาสาระ
ทีอ่ ่าน มาคดิ วิเคราะห์ นําไปสู่การแสดงความคดิ เห็น การสงั เคราะห์ สร้างสรรค์ การ แกป้ ัญหา ในเรอื่ งต่าง ๆ และ
ถ่ายทอดความคิดนั้นด้วยการเขียนท่ีมีสํานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผล และลําดับขั้นตอนในการนําเสนอสร้างความ
เขา้ ใจแกผ้ ู้อ่านไดอ้ ยา่ งชดั เจนตามระดับความสามารถในแตล่ ะระดับช้นั

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน จะดําเนินการอย่างต่อเนื่องและสรุปผลโดยในระดับ
ประถมศึกษาจะประเมินเป็นรายปี และระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะประเมินเป็นรายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช้เป็น
ข้อมูลในการพัฒนาผู้เรียนและประเมินการเลื่อนชั้นเรียนตลอดจนการจบ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้วย
วิธีการท่ีหลากหลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียน
คณติ ศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา

275

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ กลุม่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศการศึกษา
ระดบั ตา่ ง ๆ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นเปน็ กระบวนการท่ตี อ่ เนอื่ ง

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน การประเมินความสามารถในการอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียนของผู้เรียนเพื่อเลื่อนชั้น และจบการศึกษาแต่ละระดับการศึกษา ตามเกณฑ์ที่หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และสถานศึกษากำหนด การตัดสินผลการประเมินเพื่อเลื่อน
ชั้นใช้ผลการประเมินปลายปี ส่วนการตัดสินการจบระดับการศึกษาใช้ผลการประเมินปลายปีสุดท้ายของระดับ
การศึกษาการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น กำหนดเกณฑ์ การตัดสนิ คุณภาพการอ่าน
คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็น 4 ระดบั คอื ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผา่ น

ดเี ยยี่ ม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนที่มี
คุณภาพดเี ลศิ อยู่เสมอ

ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนที่มี
คุณภาพเป็นทย่ี อมรับ

ผา่ น หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนที่มี
ขอ้ บกพรอ่ งบางประการ

ไม่ผา่ น หมายถึง ไม่มผี ลงานทแี่ สดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น หรือถ้า
มีผลงาน ผลงานนนั้ ยงั มี ขอ้ บกพร่องท่ตี ้องได้รับการปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ

นำผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนส่งนายทะเบียนวัดผลเพื่อประกาศ ให้นักเรียนและ
รายงานผทู้ ีเ่ กีย่ วข้องไดท้ ราบ

การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ ผู้เรียน อัน
เป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมได้
อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กำหนดคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 คุณลักษณะ ในการประเมนิ ให้ประเมนิ แต่ละคุณลกั ษณะ แลว้ รวบรวมผลการ
ประเมนิ จากผู้ประเมนิ ทุกฝา่ ย และแหล่งข้อมูลหลายแหล่งเพอื่ ให้ไดข้ ้อมูลนำมาสูก่ ารสรุปผลเปน็ รายภาค และราย
ปี และใช้เปน็ ขอ้ มูลเพอ่ื ประเมินการเลอ่ื นช้ันเรยี นและการจบการศกึ ษาระดบั ต่าง ๆ

276

4. 5.
6.
3. 7.
2.
8.
1.

ผสู้ อนทุกรายวชิ าจะต้องทำการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์อย่างต่อเน่ืองเป็นรายภาค เพื่อวินิจฉัย
โดยมีตวั ชว้ี ดั ดังนี้

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวช้ีวัด 2. ซ่อื สัตย์ สุจริต ตัวช้วี ัด

1.1 เป็นพลเมอื งดีของชาติ 2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อ ตนเองท้ัง

1.2 ธำรงไวซ้ ึง่ ความเปน็ ชาตไิ ทย กาย วาจา และใจ

1.3 ศรัทธา ยดึ มั่นและปฏบิ ัตติ น ตาม หลกั ศาสนา 2.2 ประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ ตอ่ ผอู้ ื่น ทาง

เคารพเทดิ ทูน สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ กาย วาจา และใจ

3. มวี ินยั ตวั ชวี้ ัด 4. ใฝ่เรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด
3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ 4.1 ตงั้ ใจเพยี รพยายามในการเรยี นและ เข้าร่วม

ข้อบังคบั ของครอบครวั โรงเรียน และสงั คม กิจกรรมการเรยี นรู้
4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้ ต่างๆ ทง้ั

ภายในและภายนอก โรงเรยี นด้วยการเลือกใช้สอ่ื อยา่ ง
เหมาะสม สรุปองคค์ วามรู้ และ สามารถนำไปใชใ้ น
ชีวิตประจำวันได้

5. อยู่อยา่ งพอเพียง ตัวช้วี ัด 6. มุ่งมั่นในการทำงาน ตัวชว้ี ัด
5.1 ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มี เหตผุ ล 6.1 ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบในหนา้ ท่ี การงาน
6.2 ทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม และอดทน
รอบคอบ และมีคุณธรรม
5.2 มภี ูมิคุ้มกันในตัวทด่ี ี ปรับตัวเพอื่ อยู่ในสงั คม เพ่ือใหง้ านสำเร็จตาม เปา้ หมาย

ได้อย่างมคี วามสุข

7. รักความเปน็ ไทย ตัวชวี้ ดั 8. มจี ติ สาธารณะ ตัวชี้วัด

7.1 ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ 8.1 ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดย ไม่หวังสิ่ง

และวฒั นธรรมไทย และมีความกตญั ญกู ตเวที ตอบแทน

7.2 เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยใน การสื่อสารได้ 8.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน

อย่างถูกต้อง เหมาะสมอนุรักษ์ และสืบทอด ภูมิ ชุมชนและ สงั คม

ปญั ญาไทย

277

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานของผูเ้ รียน และเวลาใน
การเขารว่ มกิจกรรมตามเกณฑ ทก่ี ำหนดไวในแตล่ ะกจิ กรรม และใชเปน็ ข้อมูลประเมินการ เลือ่ นชั้นเรียนและการ
จบการศกึ ษาระดบั ต่าง ๆ ดังแผนภาพ

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

1. การตัดสนิ ผลการเรียนแตล่ ะรายวชิ า
1. ตดั สินผลการเรยี นเปน็ รายวชิ า ผู้เรียนตอ้ งมเี วลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80

ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานน้ั ๆ
2. ผ้เู รียนต้องได้รับการประเมนิ ทุกตวั ชีว้ ัดและผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
3. ผู้เรยี นต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา และต้องผ่านทกุ รายวชิ าพนื้ ฐาน
4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินในระดับผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา

กำหนดในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
2. การให้ระดับผลการเรียน
2.1 การตัดสินเพ่ือให้ระดบั ผลการเรยี นรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรใู้ ห้ใชต้ วั เลขแสดงระดับ

ผลการเรียนเปน็ 8 ระดบั

ระดบั คะแนน ชว่ งคะแนน(%) ความหมายของระดับคะแนน

4 80-100 ผลการเรยี น “ดีเย่ียม”

3.5 70-79 ผลการเรียน “ดมี าก”

3 70-79 ผลการเรียน “ดี”

2.5 70-79 ผลการเรยี น “คอ่ นขา้ งดี”

2 60-69 ผลการเรยี น “ปานกลาง”

1.5 70-79 ผลการเรียน “พอใช”้

1 50-59 ผลการเรยี น “ผ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำ”

0 0-49 ผลการเรยี น “ตำ่ กวา่ เกณฑ์”

278

ในกรณที ีไ่ ม่สามารถใหร้ ะดบั ผลการเรียนเป็น 8 ระดับได้ ใหใ้ ช้ตวั อักษรระบุเงอ่ื นไข ของผลการเรียน

ผลการเรียน รอการตดั สิน ความหมาย
ร ไม่มสี ทิ ธิสอบ
มส รอการตดั สนิ ผลการเรยี น
ผ ผ่าน ไม่มีสิทธ์เิ ข้ารบั การประเมนิ ปลายภาค และไมไ่ ดร้ ับการ ผอ่ น
มผ ไม่ผา่ น ผันใหเ้ ขา้ รับการวดั ผลปลายภาคเรยี น

ผา่ นกิจกรรมท่ีสำคญั และมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมครบ 80%

ไมผ่ า่ นกจิ กรรมทีส่ ำคัญ หรอื มีเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมไม่ ครบ
80 %

2.2 การตัดสินผล การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้นให้ระดับ
ผลการประเมนิ เป็นผ่านและไมผ่ า่ น กรณที ่ีผา่ นใหร้ ะดบั ผลการประเมนิ เป็นดเี ยี่ยม ดี และผ่าน

1) ผู้สอนแต่ละรายวิชาประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความแยก
ต่างหากจากผลการเรียนกลุ่มสาระโดยผู้สอนแต่ละรายวิชา มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษา ค้นคว้าเรื่องใด เรื่อง
หนง่ึ ดว้ ยตนเอง หรือใหท้ ำโครงงาน หรอื ใหเ้ ลอื ก ชนิ้ งานทส่ี ะท้อนถึง การ อา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี นส่อื ความ

2) ผู้สอนสรุปผลให้คณะกรรมการการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนเป็นผู้ประเมินตัดสิน
ทุกภาคเรียน ผลการประเมินจากผปู้ ระเมนิ ทุกฝ่าย นำมาพิจารณาสรปุ ผล ในการสรปุ ผลการ ประเมนิ การอ่าน คิด
วิเคราะห์และเขียน เพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา กำหนดเกณฑ์การ ตัดสินเป็น 4 ระดับ และความหมาย
ของแตล่ ะระดบั ดังน้ี

ดีเย่ียม มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มี
คุณภาพดเี ลศิ อยู่เสมอ

ดี มผี ลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขยี น ท่ีมีคุณภาพ
เปน็ ทย่ี อมรบั

ผ่าน มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน ท่ีมีคุณภาพ
เปน็ ทยี่ อมรบั แต่ยังมีข้อบกพรอ่ งบางประการ

ไมผ่ ่าน ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หรือถ้า
มผี ลงาน ผลงานนน้ั ยังมีขอ้ บกพร่องท่ี ต้องไดร้ บั การปรับปรงุ แก้ไขหลายประการ

279

ในการสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้นและจบ
การศึกษา กำหนดเกณฑ์การตดั สินเป็น 4 ระดับ และความหมาย ของแต่ละระดบั ดงั นี้

เกณฑ์ คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฎ ผลการประเมนิ

ดีเยีย่ ม ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะ มีผลการประเมินในระดับดีเยี่ยม จำนวน 5- 8 คุณลักษณะ
จนเป็น นิสัยและนำไปใช้ในชีวิต และไม่มคี ุณลกั ษณะใดมผี ลการ ประเมนิ ต่ำกว่าระดับดี
ประจำวันเพื่อ ประโยชน์สุขของ
ตนเองและสังคม

ดี ผู้เรียนมีคณุ ลักษณะในการปฏิบัติ 1. มผี ลการประเมนิ ระดับดเี ย่ยี มจำนวน 1 - 4 คณุ ลักษณะ

ตาม กฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับดี

ยอมรบั ของสงั คม หรือ

2. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 4 คุณลักษณะ

และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

หรอื

3. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดีจำนวน 5 - 8 คณุ ลกั ษณะและ

ไม่มคี ณุ ลักษณะใดได้ผลการ ประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ผา่ น

ผา่ น ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตาม 1. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน 5-8 คุณลักษณะ

ก ฎ เ ก ณ ฑ ์ แ ล ะ เ ง ื ่ อ น ไ ข ที่ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

สถานศกึ ษากำหนด หรอื

2. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดีจำนวน 4 คุณลกั ษณะและไม่มี

คุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการ ประเมินต่ำกว่าระดบั ผ่าน

ไมผ่ า่ น ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบ ระดับไม่ผา่ น ตง้ั แต่ 1 คณุ ลักษณะ
ตาม กฎเกณฑ์และเงื่อนไขท่ี
สถานศกึ ษากำหนด

280

แผนภมู แิ สดงการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่อื ความ

281

แผนภูมิการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

282

3. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนด เกณฑ์การตัดสินเป็น 2 ระดับผ่านและไม่ผ่าน ซึ่งมี
ความหมาย ดังนี้

“ผ” หมายถงึ ผ้เู รียนมีเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ปฏิบตั ิกิจกรรม และมีผลงานตาม
เกณฑ์ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด

“มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานไม่
เป็นไปตามเกณฑ์ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด ในกรณีท่ผี ู้เรยี นไดผ้ ลการเรียน “มผ” สถานศึกษาตอ้ งจดั ซ่อมเสริม ให้
ผเู้ รยี นทำกิจกรรมในสว่ นที่ ผเู้ รยี นไมไ่ ดเ้ ขา้ ร่วมหรอื ไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลีย่ นผลการเรยี นจาก “มผ” เป็น
“ผ” ไดท้ งั้ นี้ ตอ้ งดำเนนิ การใหเ้ สร็จสิน้ ภายในภาคเรียนน้ันๆ ยกเวน้ มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ท่ี จะพิจารณาขยายเวลา ออกไปอกี ไม่เกิน 1 ภาคเรยี น แตต่ อ้ งดำเนนิ การใหเ้ สร็จสนิ้ ภายในปกี ารศกึ ษา น้ัน

283

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

เอกสารหลักฐานการศึกษาถือเป็นเอกสารสำคัญที่สถานศึกษาต้องจัดทำขึ้น เพื่อใช้ในการดำเนินงานใน
ด้านตา่ งๆ ของการจดั การศึกษา ดังนี้

1. บนั ทกึ ข้อมูลในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนและประเมนิ ผลการเรียน ได้แก่ แบบบันทึกผลการ
เรยี นประจำรายวชิ า

2. ติดต่อสื่อสาร รายงานข้อมูล และผลการเรียนของผู้เรียน ได้แก่ แบบรายงานประจำตัวนักเรียน
ระเบยี นสะสม

3. จัดทำและออกหลักฐานแสดงวุฒิและหรือรับรองผลการเรียนของผู้เรียน ได้แก่ ระเบียนแสดงผลการ
เรยี น ประกาศนยี บัตร แบบรายงานผู้สำเร็จการศกึ ษา และใบรบั รองผลการเรยี น

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดเอกสารหลักฐานการศึกษาที่
สถานศึกษาจะต้องดำเนนิ การ เป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

1. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลผลการเรียนของผู้เรียน

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้แก่ ผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ผล
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และผลการประเมิน
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศกึ ษาจะต้องจัดทำและออกเอกสารนีใ้ ห้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมือ่ ผู้เรยี นจบการศึกษา
แต่ละระดับ หรือเมื่อผู้เรียนออกจากสถานศึกษา เพื่อใช้แสดงผลการเรียนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 และใช้เป็นหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครงาน หรือขอรับสิทธิ
ประโยชน์อนื่ ใดท่พี ึงมพี ึงได้ตามวุฒกิ ารศึกษานน้ั

1.2 ประกาศนียบัตร (ปพ.2) เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาที่มอบให้แก่ผู้จบการศึกษาภาค
บังคับและผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพ่ือ
ประกาศและรับรองวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาตามวุฒิแห่งประกาศนียบัตรนั้น ประกาศนียบัตรสามารถ
นำไปใช้ประโยชนด์ ังน้ี

1) ใช้เป็นหลักฐานแสดงวุฒิการศกึ ษา เพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครงานหรือขอรับสทิ ธิ
ประโยชน์อืน่ ใดทพี่ ึงมพี ึงได้ตามวุฒกิ ารศกึ ษาแห่งประกาศนียบัตรน้ัน

2) ตรวจสอบวุฒิทางการศึกษาของผู้เรียน
1.3 แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศึกษา (ปพ.3) เปน็ เอกสารสำหรับอนุมตั ิการจบหลกั สตู รของผู้เรียน
ในแต่ละรุ่นการศึกษา โดยบันทึกรายชื่อ และข้อมูลทางการศึกษาของผู้จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
(ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6) และการศึกษาภาคบังคบั (ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3) แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3)
จดั ทำขน้ึ เพ่ือ

1) ผู้บริหารสถานศึกษา อนุมัติการจบการศึกษาระดับประถมศึกษา การศึกษาภาค
บังคับ และการศึกษาข้นั พืน้ ฐานของผู้เรียน

2) แสดงรายชื่อผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา การศึกษาภาคบังคับและการศึกษา
ข้ันพนื้ ฐานทไี่ ด้รับการรบั รองวฒุ ิจากกระทรวงศึกษาธิการ

3) เป็นหลกั ฐานในการตรวจสอบ และรบั รองวุฒิหรอื ผลการศกึ ษาของผู้สำเรจ็ การศึกษา
ตามหลกั สตู รการศกึ ษาน้นั ๆ

284

2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
ในการจัดการศึกษาสถานศึกษาจำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่าง

ยิ่งข้อมูลด้านความก้าวหน้าในการเรียนรู้สถานศึกษาจึงต้องมีเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกผลการประเมินและ
ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้เรียน เอกสารเหล่านี้ ได้แก่ แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา แบบรายงานประจำตัว
นกั เรียน ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลการเรียน และเอกสารอน่ื ๆ ตามที่สถานศึกษาเหน็ สมควร

2.1 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4) เป็นเอกสารรายงานพัฒนาการ
ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่สถานศึกษา
กำหนดขึ้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหา หรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ของ
สถานศึกษา

2.2 แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา (ปพ.5) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น เพื่อให้
ผู้สอนใช้บันทึกข้อมูล การวัดและประเมินผลการเรียนตามแผนการจัดการเรียนการสอนและประเมินผลการเรียน
และใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาตัดสินผลการเรยี นแต่ละรายวิชา เอกสารนี้ควรจัดทำเพื่อบนั ทึกข้อมูลของผู้เรียน
เปน็ รายห้องเอกสารบันทึกผลการเรยี นประจำรายวิชา นำไปใช้ประโยชน์ดงั น้ี

1) ใช้เป็นเอกสารเพื่อการดำเนินงานของผู้สอนแต่ละคนในการวัดและประเมินผลการ
เรียนของผู้เรียนแต่ละรายวิชา รายห้อง

2) ใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ รายงาน และรับรองข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการและ
กระบวนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี น

3) เป็นเอกสารที่ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ในการอนุมัติผลการเรียนประจำภาคเรียน / ปี
การศกึ ษา

2.3 แบบรายงานประจำตัวนักเรยี น (ปพ.6) เปน็ เอกสารท่สี ถานศึกษาจัดทำขน้ึ เพื่อบันทึกข้อมูล
การประเมินผลการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนแต่ละคน ตามเกณฑ์การตัดสินการผ่านระดับช้ัน
ของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน รวมทง้ั ข้อมูลด้านอนื่ ๆ ของผู้เรียนทง้ั ท่ีบ้านและโรงเรียน เป็นเอกสาร
รายบุคคลสำหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้รับทราบผลการเรียน และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของ
ผู้เรียนและร่วมมือในการพฒั นาผู้เรยี นอย่างตอ่ เนื่อง

2.4 ใบรับรองผลการเรียน (ปพ.7) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อรับรองสถานภาพ
ความเป็นผู้เรียนในสถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือรับรองผลการเรียนหรือวุฒิของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวตามที่
ผู้เรียนร้องขอ ทั้งกรณีที่ผู้เรียนกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน หรือเมื่อจบการศึกษาไปแล้วแต่กำลังรอรับหลักฐาน
การศกึ ษาระเบยี นแสดงผลการเรียน เป็นต้น ใบรบั รองผลการเรยี นมีอายกุ ารใช้งานชัว่ คราว โดยปกติประมาณ 30
วัน ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้เรียนในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้าทำงาน
หรอื เมอื่ มกี รณีอน่ื ใดท่ีผู้เรยี นแสดงคุณสมบัตเิ ก่ียวกบั วุฒคิ วามรู้ หรือสถานภาพการเปน็ ผู้เรียนของตน

2.5 ระเบียนสะสม (ปพ.8) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ
พัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ เป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ระเบียนสะสมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการแนะแนวทางการศึกษาและ
การประกอบอาชีพของผู้เรียน การพัฒนาปรับปรุงบุคลิกภาพ การปรับตัวของผู้เรียน และผลการเรียนตลอดจน
รายงาน กระบวนการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษากับบ้าน และใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
คณุ สมบตั ิของผู้เรยี นตามความเหมาะสม

2.6 สมุดบันทึกผลการเรียนรู้ (ปพ. 9) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกเพื่อแสดงโครงสร้าง
หลักสูตรรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม แต่ละระดับของสถานศึกษา รายละเอียดของตัวชี้วัด สาระการ
เรยี นรู้ และคำอธบิ ายรายวชิ า

285

การเทยี บโอนผลการเรยี น

สถานศกึ ษาสามารถเทยี บโอนผลการเรียนของผ้เู รยี นในกรณีต่าง ๆ ไดแ้ ก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ียน
รปู แบบการศึกษา การยา้ ยหลักสตู ร การออกกลางคัน และขอกลบั เข้ารับการศึกษาต่อ การศกึ ษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถเทียบโอนความรู้ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว การ
เทียบโอนผลการเรียน ควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่สถานศึกษา รับผู้ขอ
เทยี บโอนเป็นผู้เรียน ทงั้ นผี้ เู้ รียนทไ่ี ด้รับการเทยี บโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาท่ีรับ เทียบโอน
อย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาทรี่ บั ผ้เู รียนจากการเทยี บโอนควรกำหนดรายวชิ า/จำนวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรับ
เทียบโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ดงั นี้

1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอนื่ ๆ ทใี่ หข้ อ้ มูลแสดงความร้คู วามสามารถของผเู้ รียน
2. พิจารณาจากความรู้ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งภาคความรู้และ
ภาคปฏบิ ัติ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม
ประกาศ หรอื แนวปฏิบตั ขิ องกระทรวงศึกษาธิการ

การบริหารจัดการหลักสตู ร

ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น
หนว่ ยงานต่าง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งในแต่ละระดบั ตัง้ แตร่ ะดับชาติระดบั ท้องถ่ิน จนถึงระดบั สถานศึกษา มีบทบาทหน้าท่ี
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ
สงู สดุ อนั จะส่งผลใหก้ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกำหนดไวใ้ นระดบั ชาติ

ระดับทอ้ งถ่นิ ได้แก่ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หนว่ ยงานต้นสงั กัดอื่น ๆ เปน็ หน่วยงานท่ีมีบทบาท ใน
การขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ี
กำหนด ในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใชแ้ ละพัฒนาหลักสูตรในระดบั สถานศกึ ษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคญั คอื
กำหนดเป้าหมาย และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถิ่น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็น
ความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้ง
เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตร ด้วยการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล
วเิ คราะหแ์ ละรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น

สถานศกึ ษามีหน้าท่ีสำคัญในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสตู ร การ
เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัย และพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทำระเบียบการวัด
และประเมินผล ในการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้น
พื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอืน่ ๆในระดับท้องถิ่นได้จัดทำเพิ่มเติม รวมทง้ั
สถานศึกษาสามารถเพิม่ เตมิ ในส่วนท่ีเกีย่ วกับสภาพปัญหาในชุมชนและสงั คม ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ และความตอ้ งการ
ของผเู้ รียน โดยทกุ ภาคส่วนเขา้ มามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา

286

บรรณานุกรม

กรมวชิ าการ.(๒๕๕๕). พระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และท่แี ก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชบญั ญตั ิการศึกษาภาคบงั คับ พ.ศ. ๒๕๔๕.กรุงเทพฯ : อักษรไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๕). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ :
คุรุสภาลาดพร้าว.

________________. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ :ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๖๐). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ-
ไทย จำกัด.

_________________________________________. (๒๕๖๐). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๗,๒๙ กันยายน). แนวปฏิบัติเกี่ยวกับค่านิยมหลัก
๑๒ ประการสกู่ ารปฏบิ ัติ. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง.

__________________________________. (๒๕๖๑, ๘ มกราคม). แนวทางบริหารจัดการหลักสูตร
สถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้คณติศาสตร์และวทิยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง.

__________________________________. (๒๕๖๑, ๕ มกราคม). คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
การเรยี นรู้ คณติ ศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร(์ ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ผูแ้ ตง่ .

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร. กรุงเทพฯ :
ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .

_____________________________. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง กลมุ่ สาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ-
ไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๑). ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง กล่มุ สาระการ
เรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา. กรงุ เทพฯ : ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

287

บรรณานุกรม (ตอ่ )

_____________________________. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการ
เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๑). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ. กรุงเทพฯ : ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๗). แนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพ่ิมเติม หน้าท่ี
พลเมือง. กรุงเทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .

_____________________________. (๒๕๖๑). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางสาระ
ภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรมตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และ
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นร.ู้ กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .

_____________________________. (๒๕๖๑). เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา
บุคลากรหลักเพ่ือสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สาระภูมิศาสตร์ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ :
ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .

288

ภาคผนวก

การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น

พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

289

ภาคผนวก ก

คำส่ังโรงเรยี นบ้านวังตาอนิ ทร์

- คำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ ที่ 191 / ๒๕๖๔แต่งตั้งคณะ
กรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวิชาการสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน

- แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ. 2564 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

- คำสง่ั แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลกั สูตร และงานวชิ าการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน

290

291

292


Click to View FlipBook Version