The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

iแผนการจัดการเรียนรู้ งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายเจษฎา คำภาพันธ์, 2020-09-21 03:01:32

แผนการจัดการเรียนรู้ งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

iแผนการจัดการเรียนรู้ งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

แผนการจดั การเรยี นรมู้ งุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
แบบบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พุทธศกั ราช 2562

รายวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบอื้ งตน้
รหัส 20100-1008

จดั ทาโดย
นายเจษฎา คาภาพันธ์
ตาแหนง่ พนกั งานราชการ

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
วทิ ยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดนิ อาชวี ศกึ ษาจงั หวดั สกลนคร
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ

แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ
แบบบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตามหลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 25๖๒

รายวชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองต้น
รหสั 2๐100-1008

จดั ทาโดย
นายเจษฎา คาภาพันธ์
ตาแหน่ง พนักงานราชการ

ภาคเรยี นท่ี @ ปกี ารศกึ ษา 256๓
แผนกวิชาชา่ งกลโรงงาน วิทยาลยั เทคนิคสวา่ งแดนดิน
อาชีวศึกษาจงั หวดั สกลนคร สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ

แบบคาขออนมุ ตั ใิ ช้แผนการสอน/แผนการจัดการเรยี นรู้
ม่งุ เนน้ สมรรถนะอาฃพี และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

รหัส 20100-1008 4(2) วชิ างานเคร่ืองมอื กลเบอ้ื งตน้

ลงชอื่ .................................

(นายเจษฎา คาภาพนั ธ์)

ตาแหน่งพนักงานราชการ

ผู้ตรวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้

หวั หนา้ แผนกวิชาชา่ งกลโรงงาน หัวหนา้ งานพัฒนาหลักสูตรฯ

ลงชื่อ............................................... ลงชือ่ ...............................................

(นายสรุ ัตน์ โคตรปญั ญา) (นายคมุ ดวง พรมอินทร์)

หวั หนา้ แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน หัวหนา้ งานพฒั นาหลกั สตู รฯ

ความเห็นรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
...............................................

ลงชือ่ ……………………………………...
(นายทนิ กร พรหมอินทร์)
รองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ

ความเห็นผ้อู านวยการวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
……………………………………………..
อนมุ ัติ ไม่อนุมตั ิ เพราะ..................................



ลงช่ือ............................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)

ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชีพสว่างแดนดนิ

คำนำ

แผนการสอนรายวิชานี้ เป็นเอกสารการเตรียมและการวางแผนการสอน รหัส 20100-1008
วิชางานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ เนื้อหาภายในประกอบด้วยศึกษาและ
ปฏิบัติงานเก่ียวกับหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเครื่องมือกล ชนิด ส่วนประกอบการทางาน
ส่วนประกอบของเครื่องกลึง การใช้งานและการบารุงรักษาเครื่องมือกลเบ้ืองต้น การคานวณค่า
ความเร็วรอบ ความเร็วตัด อัตราการป้อน ปฏิบัติงานกลึงปาดหน้า กลึงปอก ไสราบ ไสบ่าฉาก เจาะรู
และรีมเมอร์ งานลบั คมตดั มดี กลึงปาดหน้ามีดกลงึ ปอก ดอกสว่าน ซึ่งเนื้อหาท้ังหมดนี้ได้จัดทาขึ้นเพื่อใช้
ในการสอน ประจาภาคเรยี นท่ี 1/2563

ผูเ้ ขยี นได้รวบรวมเกี่ยวกับหลักสตู รรายวชิ า ประกอบด้วย ลักษณะรายวิชา การแบง่ หน่วยการ
เรียน/บทเรียน/จุดประสงค์การสอนการประเมินผลรายวชิ า กาหนดการสอน ใบความรู้ แบบประเมินผล
การเรียนรู้ บนั ทึกหลงั การสอน วธิ กี ารสอน เอกสารและสอ่ื ทีใ่ ชป้ ระกอบการสอน เปน็ ต้น

ท้งั นผี้ ู้จัดทาหวังวา่ แผนการสอนเลม่ น้ีจะเป็นแผนประกอบการสอนครู อาจารย์ ท่ไี ดม้ กี าร
เตรียมและวางแผนการสอนไวอ้ ย่างรอบคอบ ซ่ึงส่งผลให้การเตรียมการสอนรายวชิ านี้ มีประสิทธิภาพ
และมคี ุณภาพยิ่งขน้ึ ต่อไป

……………………………….………………………...
(นายเจษฎา คาภาพันธ์)
ตาแหนง่ พนักงานราฃการ

สารบัญ

เรอื่ ง หน้า

ลกั ษณะรายวิชา ...................................................................................................................... 1
วเิ คราะหห์ วั ขอ้ เร่ือง ..............…………………………………………………………………………………...…. 3
รายละเอยี ดหวั ข้อเรื่อง ............................................................................................................ 6
รายการวเิ คราะห์ เนื้อหาวชิ า จุดประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า ................................ 8
ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพิสัย ทักษะพิสยั จติ พสิ ัย.............................................................. 12
กาหนดการเรยี นรู้ .................................................................................................................. 17
แผนการเรยี นรู้หนว่ ยท่ี 1 ....................................................................................................... 18
ใบความรู้หน่วยท่ี 1 ............................................................................................................... 22
แบบฝกึ หัดหน่วยที่ 1 ............................................................................................................... 42
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 ......................................................................................................... 44
ใบมอบหมายงานหนว่ ยท่ี 1 ........................................................................................................ 46
ใบงานหนว่ ยที่ 1 .................................................................................................................... 47
แผนการเรียนรหู้ น่วยที่ 2 ....................................................................................................... 48
ใบความรู้หน่วยท่ี 2 ............................................................................................................... 52
แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 2 ............................................................................................................... 83
เฉลยแบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 2 ......................................................................................................... 86
ใบมอบหมายงานหนว่ ยท่ี 2 ........................................................................................................ 89
ใบงานหนว่ ยท่ี 2 .................................................................................................................... 90
แผนการเรยี นรู้หนว่ ยที่ 3 ....................................................................................................... 91
ใบความรูห้ น่วยที่ 3 ............................................................................................................... 95
แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 3 ............................................................................................................... 129
เฉลยแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 3 ......................................................................................................... 132
ใบมอบหมายงานหน่วยท่ี 3 ....................................................................................................... 133
ใบงานหน่วยที่ 3 .................................................................................................................... 134

สารบัญ(ต่อ)

เรื่อง หนา้

แผนการเรยี นรหู้ นว่ ยที่ 4 ....................................................................................................... 135

ใบความร้หู นว่ ยท่ี 4 ............................................................................................................... 139
แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 4 ............................................................................................................... 206
เฉลยแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 4 ......................................................................................................... 210
ใบมอบหมายงานหน่วยท่ี 4 ........................................................................................................ 211
ใบงานหน่วยท่ี 4 .................................................................................................................... 212
แผนการเรียนร้หู น่วยที่ 5 ....................................................................................................... 213
ใบความรู้หนว่ ยท่ี 5 ............................................................................................................... 217
แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 5 ............................................................................................................... 227
เฉลยแบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 5 ......................................................................................................... 230
แบบทดสอบหน่วยท่ี 5 .............................................................................................................. 232
เฉลยแบบทดสอบหนว่ ยท่ี 5 ..................................................................................................... 233
บรรณานุกรม ............................................................................................................................ 234

1

ลกั ษณะรายวชิ า
รหสั วชิ า 2100-1008 ชื่อวิชา งานเครื่องมือกลเบื้องต้น ท-ป-น (1-3-2)
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

จุดประสงคร์ ายวิชาเพอื่ ให้
1. เขา้ ใจหลักการทางาน การคานวณท่ีใช้ในงานเครอ่ื งมอื กลพน้ื ฐาน
2. เพื่อใหม้ คี วามสามารถในการทางาน เจาะ ตดั กลึง ใสงาน ในงานเครอ่ื งมือกล
3. มกี ิจนิสัยท่ีดีในการทางาน มีความรับผิดชอบ ประณีต รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด ปลอดภัย

และรกั ษาสภาพแวดล้อม

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ียวกับเข้าใจหลักการทางาน การบารุงรักษา การปรับต้ัง การใช้งานเคร่ืองมือกล

พนื้ ฐานตามเคร่ืองมือ
2. คานวณค่าความเร็วรอบ ความเรว็ ตัด อตั ราการป้อน งานเคร่อื งมือกลพื้นฐาน
3. ลบั คมตัด งานกลงึ งานไส และงานเจาะ ตามคู่มือ
4. ลบั มีดกลงึ ปาดหนา้ มดี กลึงปอก งานลับดอกสว่าน งานกลึงปาดหน้า กลึงปอก งานไสราบ และ

งานไสบา่ ฉาก ตามคู่มือ
5. เจาะรู และรีมเมอร์ ตามแบบสัง่ งาน
6. กลึงข้นรปู ชนิ้ งานโลหะตามแบบสง่ั งาน
7. ไสปรบั ขนาดชน้ิ งานโลหะตามแบบสง่ั งาน

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏบิ ัตงิ านเกี่ยวกับหลกั ความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานเคร่ืองมือกล ชนิด ส่วนประกอบ

การทางาน การใชง้ านและการบารงุ รักษาเครอ่ื งมอื กลเบื้องตน้ การคานวณค่าความเร็วรอบ ความเร็วตัด
อตั ราการป้อน ปฏบิ ตั ิงานกลึงปาดหน้า กลึงปอก ไสราบ ไสบ่าฉาก เจาะรู และรีมเมอร์ งานลับคมตัดมีด
กลงึ ปาดหน้ามดี กลงึ ปอก ดอกสว่าน

2

ลักษณะรายวิชา
รหสั วชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น ท-ป-น (1-3-2)
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

คาอธบิ ายรายวิชา (ปรับปรุง)

ศึกษาและปฏิบัติงานเก่ียวกับหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเคร่ืองมือกล ชนิด
สว่ นประกอบการทางาน สว่ นประกอบของเครื่องกลงึ การใชง้ านและการบารุงรักษาเครื่องมือกลเบื้องต้น
การคานวณคา่ ความเร็วรอบ ความเร็วตดั อัตราการป้อน ปฏบิ ัติงานกลึงปาดหน้า กลึงปอก ไสราบ ไสบ่า
ฉาก เจาะรู และรมี เมอร์ งานลับคมตดั มดี กลงึ ปาดหนา้ มดี กลงึ ปอก ดอกสว่าน

3

วิเคราะห์หัวขอ้ เรอื่ ง

รหัสวชิ า 2100-1008 ชื่อวิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม

สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

หัวข้อหลัก (Main Element)/ แหลง่ ข้อมลู

หน่วยการเรยี นรู้ (Learning Unit) ABCDE

1. เคร่ืองเลอ่ื ยกล √

2. เครื่องเจียระไนลบั คมตดั √

3. เครอ่ื งเจาะและงานรีมเมอร์ √

4. เครื่องกลึง √

5. เคร่ืองไสและงานไส √

หมายเหตุ A: คาอธบิ ายรายวชิ า
B: ผูเ้ ชย่ี วชาญ
C: ผ้ชู านาญงาน
D: ประสบการณ์ของครูผู้สอน
E: เอกสาร/ตารา/คมู่ ือ

4

วิเคราะห์หวั ขอ้ เรือ่ ง

รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองต้น ท-ป-น (1-3-2)

หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม

สาขาวชิ า ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะ
1
เครือ่ งเลื่อยกล 1.บอกชนิดของเครอื่ งเลื่อยกลได้
2
2.บอกช่ือสว่ นประกอบและหน้าทีข่ องเคร่ืองเลอ่ื ย

กลได้

3.อธบิ ายหลกั การทางานของเครอ่ื งเลอ่ื ยกลได้

4.จาแนกและเลอื กใช้ใบเลื่อยได้เหมาะสมกบั งาน

5.บอกวธิ ีการบารงุ รักษาเคร่อื งเลอ่ื ยกลได้

6.อธบิ ายหลักการทางานดว้ ยความปลอดภยั ได้

7.บอกประโยชนข์ องการเลือกใช้นา้ หลอ่ เย็นได้

เครื่องเจยี ระไนลับคมตัด 1. บอกชนิดของเคร่ืองเจยี ระไนลบั คมตัดได้
2. บอกส่วนประกอบท่สี าคัญของเครือ่ งเจียระไน
ลบั คมตดั
3. บอกเครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการลับคม
ตดั
4. อธบิ ายขน้ั ตอนการใชเ้ ครือ่ งเจียระไนลบั คม
ตัดได้
5. บอกวธิ กี ารบารงุ รักษาเคร่ืองเจียระไนลับคม
ตดั ได้
6. บอกประโยชนข์ องเครือ่ งเจียระไนลับคมตัดได้
7. บอกความปลอดภยั ในการใช้เครื่องเจียระไน
ลับคมตดั ได้
8. ปฏิบตั ิการลับมีดกลึงปาดหนา้ ลบั มดี ปอกผวิ
ลบั มดี กลึงเกลียวสามเหลี่ยม และมดี ตกรอ่ งได้
9. ปฏิบตั ลิ ับมดี ไสผวิ ราบได้
10. ปฏบิ ัตลิ บั ดอกสวา่ นได้

5

วิเคราะห์หวั ขอ้ เรือ่ ง

รหสั วชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองต้น ท-ป-น (1-3-2)

หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม

สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะ
3
เคร่อื งเจาะและงานรีมเมอร์ 1. บอกชนิดของเคร่ืองเจาะได้
4
2. บอกส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเครอ่ื งเจาะได้
5
3. อธิบายขนั้ ตอนในการปฏิบัตงิ านเจาะได้

4. คานวณความเร็วรอบ ความเร็วตัด และอตั ราป้อน

งานเจาะได้

5. อธบิ ายความปลอดภัยในการใช้เครือ่ งเจาะได้

6. บอกวธิ กี ารบารุงรักษาเครื่องเจาะได้

7. ปฏบิ ัตงิ านเจาะได้

8. ปฏิบัติงานรมี เมอร์ได้

เครื่องกลงึ 1. บอกชนดิ ของเครื่องกลงึ ได้

2. บอกรูปรา่ งและขนาดของเคร่ืองกลึงยันศนู ย์ได้

3. บอกหนา้ ทีแ่ ละส่วนประกอบของเคร่อื งกลงึ ยนั ศูนย์

ได้

4. บอกอุปกรณ์ที่ใชร้ ว่ มกบั เคร่ืองกลึงยนั ศูนยไ์ ด้

5. เลอื กใช้ความเร็วในการกลึงได้

6. บอกการบารุงรักษาเคร่ืองกลงึ ยนั ศูนยไ์ ด้

7. บอกข้อควรระวังในการใชเ้ คร่ืองกลึงยนั ศูนย์ได้

8. อธบิ ายขน้ั ตอนการใชเ้ ครื่องกลึงยนั ศูนย์ได้

9. ปฏิบตั งิ านกลงึ งานดว้ ยเครื่องกลึงยันศูนย์ได้

เครอ่ื งไสและงานไส 1. บอกชนิดของเครื่องไสได้

2. บอกส่วนประกอบท่ีสาคัญของเคร่อื งไสนอนได้

3. บอกเครื่องมือและอุปกรณ์ทีใ่ ช้กบั เคร่ืองไสนอนได้

4. อธิบายข้ันตอนการทางานของเครื่องไสนอนได้

5. บอกความปลอดภัยและวิธีการบารงุ รักษาของเครอ่ื ง

ไสนอนได้

6. ปฏิบตั ิงานตามพิกัดกาหนดได้

6

รายละเอยี ดหัวขอ้ เรอ่ื ง

รหัสวิชา 2100-1008 ชื่อวิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม

สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หัวข้อหลัก (Main Element) / หัวข้อย่อย (Element)
หนว่ ยการเรียนรู้ (Learning Unit)

1. เครอ่ื งเลือ่ ยกล 1.1 ชนดิ ของเคร่ืองเลือ่ ย

1.2 สว่ นประกอบของเครอ่ื งเล่อื ยและหลักการทางาน

1.3 ชนิดและลกั ษณะของใบเลอื่ ย

1.4 ขั้นตอนการใส่ใบเลอ่ื ยและการจับยึดชนิ้ งาน

1.5 การหลอ่ เยน็ และการบารงุ รกั ษา

1.6 ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอ่ื งเลือ่ ยกล

2. เครื่องเจยี ระไนลับคมตดั 2.1 ชนิดของเครื่องเจยี ระไนลับคมตัด

2.2 ส่วนประกอบของเครอ่ื งเจยี ระไน

2.3 เครือ่ งมือ อุปกรณ์ ทใี่ ช้ในงานเจยี ระไนลบั คมตดั

2.4 ขั้นตอนในการทางาน

2.5 ประโยชน์ของเคร่อื งเจยี ระไนลบั คมตดั

2.6 การบารงุ รกั ษา

2.7 ความปลอดภัยในการใช้เคร่อื งเจียระไนลบั คมตดั

3. เครือ่ งเจาะและงานรมี เมอร์ 3.1 เครื่องเจาะ

3.1.1 ชนดิ ของเครอ่ื งเจาะ

3.1.2 สว่ นประกอบท่ีสาคัญและหลักการทางาน

ของเคร่ืองเจาะ

3.1.3 เครอื่ งมอื และอุปกรณท์ ี่ใช้ในการเจาะ

3.1.4 ขน้ั ตอนในการปฏิบัตงิ านเจาะ

3.1.5 การคานวณความเรว็ ในการเจาะ

3.1.6 ความลอดภัยในการใชเ้ ครอื่ งเจาะ

3.1.7 การบารงุ รกั ษาเคร่อื งเจาะ

3.2 งานรมี เมอร์

3.2.1 ชนิดของดอกรีมเมอร์

3.2.2 สว่ นประกอบของดอกรมี เมอร์

3.2.3 หลักการทางานของดอกรีมเมอร์

7

รายละเอียดหวั ข้อเร่อื ง

รหัสวชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองต้น ท-ป-น (1-3-2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม

สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หัวข้อหลัก (Main Element) / หัวข้อย่อย (Element)
หนว่ ยการเรียนรู้ ( Learning Unit)

3.2.4 ขั้นตอนในการปฏิบัตงิ านรีมเมอรด์ ้วยดอก

Hand Reamers

3.2.5 การเก็บรักษาดอกรีมเมอร์

3.3 งานเจาะผายปากรูเและงานเจาะฝังหวั สกรูบ่าฉาก

3.3.1 ดอกเจาะผายปากรูเรียว

3.3.4 ดอกเจาะฝังหัวสกรูบ่าฉาก

4. เครื่องกลงึ 4.1 ชนิดของเครื่องกลงึ

4.2 สว่ นประกอบและหน้าที่ของเคร่ืองกลึงยันศนู ย์

4.3 เครื่องมือและอุปกรณท์ ่ีใชก้ ับเครอื่ งกลงึ

4.4 ความเร็วรอบ ความเรว็ ตัดและอัตราป้อน

4.5 ความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานงานกลงึ

4.6 หลกั การปฏบิ ัตงิ านกลึงและเทคนิคการทางาน

4.7 การบารุงรกั ษาเครื่องกลึง

5. เคร่ืองไสและงานไส 5.1 ชนิดของเครื่องไส

5.2 สว่ นประกอบของเครอ่ื งไสนอน

5.3 หลักการทางานของเคร่ืองไสนอน

5.4 อัตราปอ้ นและการคานวณคู่จังหวะชกั งานไส

5.5 ความปลอดภัยและการบารงุ รกั ษาเครอื่ งไส

8

รายการวเิ คราะห์ เน้ือหาวิชา จุดประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวิชา

รหัสวชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเครื่องมือกลเบื้องตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม

สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

หัวข้อ

หลกั / จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/

หนว่ ย เนื้อหาวชิ า รายวิชา สมรรถนะรายวิชา

การ

เรียนรู้ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6

1 1.1 ชนดิ ของเครอ่ื งเลอ่ื ย √ √

1.2 ส่วนประกอบของเคร่ือง √ √

เลอ่ื ยและหลกั การทางาน

1.3 ชนิดและลักษณะของใบ √ √

เลอื่ ย

1.4 ข้ันตอนการใส่ใบเล่ือย √ √

และการจบั ยึดช้ินงาน

1.5 การหล่อเย็นและการ √ √

บารุงรกั ษา

1.6 ความปลอดภยั ในการใช้ √ √

เครอ่ื งเล่ือยกล

2 2.1 ชนิดของเครื่องเจยี ระไน √ √

ลับคมตดั

2.2 ส่วนประกอบของเคร่อื ง √ √

เจยี ระไน

2.3 เครื่องมือ อุปกรณ์ ทใี่ ช้ใน √ √

งานเจียระไนลับคมตัด

2.4 ข้นั ตอนในการทางาน √ √

2.5 ประโยชนข์ องเคร่อื ง √ √

เจียระไนลับคมตัด

2.6 การบารงุ รักษา √ √

2.7 ความปลอดภยั ในการใช้ √ √

เคร่อื งเจียระไนลับคมตดั

9

รายการวิเคราะห์ เนอื้ หาวิชา จดุ ประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา

รหัสวชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม

สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หัวข้อ

หลัก/ จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/

หนว่ ย เนอื้ หาวชิ า รายวิชา สมรรถนะรายวิชา

การ

เรยี นรู้ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6

3 3.1 เครือ่ งเจาะ √ √

3.1.1 ชนดิ ของเคร่ืองเจาะ √ √

3.1.2 ส่วนประกอบที่สาคัญ √ √

และหลักกา รทางานขอ ง

เครอ่ื งเจาะ

3.1.3 เครื่องมือและอุปกรณ์ท่ี √ √

ใช้ในการเจาะ

3.1.4 ขน้ั ตอนในการ √ √

ปฏิบัติงานเจาะ

3.1.5 การคานวณความเร็วใน √ √

การเจาะ

3.1.6 ความลอดภยั ในการใช้ √ √

เครอื่ งเจาะ

3.1.7 การบารงุ รกั ษาเคร่ือง √ √

เจาะ

3.2 งานรีมเมอร์ √ √

3.2.1 ชนิดของดอกรมี เมอร์ √ √

3.2.2 ส่วนประกอบของดอก √ √

รมี เมอร์

3.2.3 หลกั การทางานของ √ √

ดอกรีมเมอร์

10

รายการวเิ คราะห์ เนื้อหาวิชา จุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา

รหสั วชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม

สาขาวชิ า ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หัวข้อ

หลัก/ จุดประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/

หนว่ ย เน้ือหาวิชา รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา

การ

เรยี นรู้ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6

3.2.4 ขั้นตอนในการ √ √

ปฏิบัตงิ านรีมเมอร์ด้วยดอก

Hand Reamers

3.2.5 การเกบ็ รักษาดอกรีม √ √

เมอร์

3.3 งานเจาะผายปากรเู และ √ √

งานเจาะฝังหวั สกรูบา่ ฉาก

3.3.1 ดอกเจาะผายปากรู √ √

เรียว

3.3.4 ดอกเจาะฝงั หัวสกรูบ่า √ √

ฉาก

4 4.1 ชนิดของเคร่ืองกลึง √ √

4.2 สว่ นประกอบและหนา้ ที่ √ √

ของเครือ่ งกลงึ ยันศนู ย์

4.3 เคร่อื งมือและอปุ กรณ์ที่ √ √

ใช้กบั เครือ่ งกลงึ

4.4 ความเรว็ รอบ ความเรว็ √ √

ตดั และอตั ราปอ้ น

4.5 ความปลอดภัยในการ √ √

ปฏบิ ตั ิงานงานกลึง

4.6 หลักการปฏบิ ัติงานกลงึ √ √

และเทคนิคการทางาน

4.7 การบารงุ รักษาเคร่ืองกลงึ √ √

11

รายการวเิ คราะห์ เน้อื หาวิชา จุดประสงคร์ ายวิชา มาตรฐานรายวชิ า

รหสั วชิ า 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น ท-ป-น (1-3-2)

หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม

สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

หวั ข้อ

หลกั / จุดประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/

หน่วย เนอื้ หาวชิ า รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา

การ

เรยี นรู้ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6

5 5.1 ชนดิ ของเครอ่ื งไส √ √

5.2 ส่วนประกอบของเครื่อง √ √

ไสนอน

5.3 หลักการทางานของ √ √

เครื่องไสนอน

5. 4 อัตราป้อนและการ √ √

คานวณคู่จังหวะชกั งานไส

5.5 ความปลอดภัยและการ √ √

บารงุ รักษาเคร่ืองไส

12

ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพสิ ยั ทกั ษะพิสัย จิตพสิ ัย
รหัสวิชา 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

วเิ คราะหร์ ะดับพฤติกรรมท่ีพึงประสงคร์ ายวิชา
1) พุทธพิ สิ ัย....................4....................ระดับ
2) ทักษะพสิ ัย.................4....................ระดบั
3) จติ พสิ ัย......................5....................ระดับ

การบรู ณาการ รหสั วิชา 2100-1008 ช่อื วิชา งานเครือ่ งมือกลเบ้ืองตน้
1. น้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งบรู ณาการในรายวชิ า

ความรู้
ศึกษาและปฏิบัติงานเกย่ี วกับหลักความปลอดภัยในการปฏบิ ัตงิ านเคร่ืองมือกล ชนดิ ส่วนประกอบ

การทางาน ส่วนประกอบของเครอ่ื งกลงึ การใช้งานและการบารงุ รักษาเครือ่ งมือกลเบอ้ื งต้น การคานวณ
คา่ ความเร็วรอบ ความเรว็ ตดั อัตราการป้อน ปฏบิ ัติงานกลึงปาดหน้า กลงึ ปอก ไสราบ ไสบา่ ฉาก เจาะรู
และรมี เมอร์ งานลบั คมตดั มดี กลงึ ปาดหนา้ มดี กลึงปอก ดอกสวา่ น
คุณธรรม

ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน กตัญญูต่อพ่อแม่
ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเล่าเรียน รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย มีศีลธรรม
รักษาความสัตย์ เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการ
เคารพผใู้ หญ่ มสี ติรู้ตวั รู้คดิ รทู้ า รูจ้ กั ดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความเข้มแข็งท้ัง
ร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า คานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์
ของตนเอง

ความพอประมาณ
พอประมาณการในการใช้ทรพั ยากรการใช้ข้อมูลการใช้อุปกรณเ์ คร่อื งมือ การใช้วสั ดคุ รภุ ณั ฑ์

การใชเ้ วลาท่เี หมาะสม

13

ตารางวเิ คราะห์ระดับ พุทธิพิสยั ทักษะพิสัย จิตพิสัย
รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวิชา งานเครื่องมือกลเบื้องต้น ท-ป-น (1-3-2)
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล
ความมีเหตุผล
ใช้ทรัพยากรตามท่ีจาเปน็ เพ่ือไมใ่ หเ้ กิดการขาดแคลนทรพั ยากรในอนาคตเป็นการรักษา
ส่ิงแวดลอ้ มให้คงอยู่และเป็นมิตรกับสง่ิ มชี ีวิต
การมีภูมิคมุ้ กัน
เป็นการป้องกับการใช้จ่ายเงินอย่างฟุม่ เฟือย มีระบบการวางแผนในการทางานได้อย่างรอบคอบ
ยอมรบั เพื่อนรว่ มงานได้ไม่มีการกระทบกระทง่ั ภายในห้องเรยี นมคี วามเข้มแข็งตอ่ สภาวะแวดล้อมสามารถ
ทางานกบั เพ่ือนรว่ มงานได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
วัตถุ
1. การใช้เหล็กอย่างคุ้มค่า
2. ใช้นา้ หลอ่ เยน็ อย่างคุ้มค่า
3. ใช้นา้ มนั หลอ่ ลื่นอย่างคุ้มค่า
4. ใชไ้ ฟฟ้าอย่างคุ้มค่า
สิ่งแวดล้อม
1. สภาพแวดลอ้ มมีความปลอดภัย
2. ผูเ้ รียนรจู้ กั ช่วยเหลอื ซึง่ กันและกัน
3. ลดการใช้พลังงาน ปิดไฟฟา้ ปดิ พดั ลม ลดภาวะโลกรอ้ น และการใชท้ รัพยากรภายในหอ้ งเรียน
สิ่งแวดล้อม
1. สภาพแวดลอ้ มมีความปลอดภยั
2. ผเู้ รียนรู้จักช่วยเหลอื ซงึ่ กันและกนั
3. ลดการใช้พลังงาน ปิดไฟฟา้ ปิดพดั ลม ลดภาวะโลกร้อน และการใชท้ รัพยากรภายในห้องเรียน
สังคม
1. ผู้เรียนอยู่รว่ มกนั อย่างมีความสุข
2. ผเู้ รยี นรู้จกั เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผช่ ่วยเหลือซึง่ กนั และกนั
3. ใชท้ รัพยากรร่วมกันทาให้สังคมไมเ่ ดือดร้อน

14

ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพิสยั ทักษะพสิ ัย จติ พิสัย
รหัสวิชา 2100-1008 ชื่อวิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล
วัฒนธรรม
1. ผ้เู รียนมีวฒั นธรรมที่ดี
2. ผ้เู รียนเขา้ ใจการใช้ชวี ิตในสังคม
3. ผู้เรียนเขา้ ใจการอยู่ร่วมกนั ในสงั คม
2. การบรู ณาการตามคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
2.1 มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
-ผเู้ รยี นรู้จักความเสียสละของบรรพบรุ ุษไทย ยกยอ่ งสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2.2 ซอื่ สตั ย์ เสียสละ อดทน
-ผู้เรยี นมีความอดทนต่อสภาพแวดล้อม
2.3 กตัญญตู ่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์
-ผเู้ รียนมีความกตญั ญูต่อพ่อแมค่ รูบาอาจารย์
2.4 ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
-ผเู้ รียนรจู้ ักการค้นควา้ หาความรูเ้ พม่ิ เติมเพ่ือสรา้ งประสบการณใ์ นการทางาน
2.5 รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
-ผเู้ รียนรู้จักการรกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยและภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่
2.6 มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์
-ผูเ้ รยี นมีศีลธรรมมีความซ่ือสัตยต์ ่อตนเองและผู้อืน่
2.7 เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธิปไตย
-ผูเ้ รียนยอมรับระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย
2.8 มรี ะเบียบ วนิ ัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยร้จู ักการเคารพผใู้ หญ่
-ผเู้ รยี นมีระเบยี บ วนิ ัย เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
2.9 มีสติรตู้ วั รคู้ ิด รูท้ า
-ผู้เรยี นมสี ติร้ตู ัว รู้คดิ รทู้ า
2.10 รจู้ ักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
-ผเู้ รยี นรจู้ กั ดารงตนอยูโ่ ดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

15

ตารางวิเคราะหร์ ะดับ พุทธิพิสยั ทกั ษะพสิ ัย จิตพสิ ัย
รหสั วิชา 2100-1008 ชื่อวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล
2.11 มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออานาจฝา่ ยต่า
-ผเู้ รยี นมคี วามเข้มแข็งท้งั รา่ งกาย และจิตใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออานาจฝา่ ยตา่
2.12 คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
-ผูเ้ รียนคานงึ ถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

16

ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพสิ ัย ทักษะพสิ ัย จติ พิสัย

รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองต้น ท-ป-น (1-3-2)

หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม

สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล

ระดบั พฤติกรรมทพี่ ึงประสงค์

หน่วย หน่วยการเรยี นรู้ พทุ ธิพสิ ยั ทกั ษะพิสัย จติ พสิ ยั เวลา

ที่ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 (ชม.)

1 เคร่ืองเล่ือย √ √ √4

2 เครื่องเจยี ระไนลับ √ √ √ 16

คมตัด

3 เครอ่ื งเจาะ √ √ √ 12

และงานรีมเมอร์

4 เครื่องกลงึ √ √ √ 28

5 เครอ่ื งไสและงานไส √ √ √ 12

พทุ ธิพิสัย ทกั ษะพิสัย จิตพสิ ัย

1 = ความรู้ 1 = เลียนแบบ 1 = รับรู้

2 = ความเขา้ ใจ 2 = ทาได้ตามแบบ 2 = ตอบสนอง

3 = การนาไปใช้ 3 = ทาได้ถูกตอ้ ง 3 = เหน็ คุณคา่

4 = การวิเคราะห์ แมน่ ยา 4 = จดั ระบบคณุ คา่

5 = การสังเคราะห์ 4 = ทาไดต้ ่อเนื่อง 5 = พฒั นาเป็นลกั ษณะนสิ ัย

6 = การประเมินค่า ประสานกัน

5 = ทาไดอ้ ย่างเปน็

ธรรมชาติ

17

กาหนดการเรียนรู้

รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ ท-ป-น (1-3-2)

หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม

สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สปั ดาหท์ ่ี ช่ัวโมงท่ี

1 เครื่องเลื่อย 1 1-4

2 เครื่องเจียระไนลับคมตดั 2-5 5-20

3 เครอื่ งเจาะและงานรมี เมอร์ 6-8 21-32

4 เครอ่ื งกลงึ 9-15 33-60

5 เคร่ืองไสและงานไส 16-18 61-72

รวม 72

18

แผนการเรยี นรูห้ นว่ ยท่ี 1

รหสั วิชา 2100-1008 ชือ่ วิชา งานเครื่องมือกลเบื้องตน้
ชือ่ หน่วย เคร่อื งเลือ่ ยกล

เรอ่ื ง เครอื่ งเล่ือยกล จานวนช่วั โมงสอน 1-4

1. สาระสาคัญ
เครอ่ื งเลือ่ ยแบบชักเป็นทนี่ ยิ มใช้กันอย่างแพร่อหลายในการเลือ่ ยตัดวัสดงุ านให้ได้ขนาดและความ

ยาวตามความต้องการ ระบบการขับเคลื่อนใบเลื่อย ใช้ส่งกาลังด้วยมอเตอร์ แล้วใช้เฟืองเป็นตัวกลับ
ทิศทางและใช้หลักการของข้อเหว่ียงเป็นตัวขับเคล่ือนให้ใบเล่ือยเคล่ือนท่ีกลับไปกลับมาในแนวเส้นตรง

อยา่ งต่อเนอ่ื งทาให้ใบเลื่อยสามารถตัดงานได้

2. งานประจาหนว่ ยการเรียนรู้
2.1 รายงานความรเู้ บ้ืองตน้ เกย่ี วกบั เคร่ืองเล่อื ยกล

3. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้
3.1 แสดงความร้เู กีย่ วกบั การใช้เคร่อื งเลื่อยกลได้ถกู ต้อง

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (มาตรฐานการเรียนรู้)
4.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
เพ่ือบอกชนิดของเคร่ืองเลื่อยกล บอกช่ือส่วนประกอบ หน้าท่ีของเครื่องเล่ือยกล อธิบาย

หลกั การทางานของเครอ่ื งเลอ่ื ยกล จาแนกเลอื กใชใ้ บเล่อื ยได้เหมาะสมกับงาน บอกวิธีการบารุงรักษาเครื่อง

เล่อื ยกล อธบิ ายหลักการทางานดว้ ยความปลอดภยั ได้ และบอกประโยชนข์ องการเลือกใช้นา้ หลอ่ เย็นได้

4.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกชนดิ ของเครอื่ งเล่ือยกลได้
2. บอกชื่อส่วนประกอบและหน้าทข่ี องเคร่ืองเลือ่ ยกลได้
3. อธิบายหลกั การทางานของเคร่ืองเลอื่ ยกลได้
4. จาแนกและเลอื กใช้ใบเล่ือยได้เหมาะสมกบั งาน
5. บอกวธิ ีการบารงุ รักษาเคร่อื งเลื่อยกลได้
6. อธบิ ายหลักการทางานด้วยความปลอดภัยได้

7. บอกประโยชน์ของการเลอื กใช้นา้ หล่อเย็นได้

5. สาระการเรียนรู้
*********เนอื้ หาตามใบความรู้*********

6. กระบวนการจดั การเรยี นรใู้ ช้เทคนิคการสอน แบบขัน้ ตอนการเรยี นรแู้ บบ MAIP
6.1 สปั ดาห์ที่ 1
1. ขนั้ สนใจ (M = Motivation)
1.1 ครสู นทนากับผ้เู รียนเกย่ี วกบั ความรูเ้ บอื้ งตน้ เก่ยี วกบั ใช้เคร่อื งเลื่อยกล
2. ขัน้ ศกึ ษาข้อมลู (I = Information)
2.1 ผเู้ รยี นศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง เครื่องเล่อื ยกล
2.2 ครูอธิบายเนื้อหาเพ่มิ เตมิ ใน เรอ่ื ง การกาหนดขนาดในแบบสัง่ งานการผลิต (Dimension)

19

2.3 ครสู าธิตและยกตัวอย่างเครอ่ื งเลื่อยกล
3. ข้นั พยายาม (A = Application)

3.1 ผู้เรียนฝึกปฏิบัติทดลองสเกตซ์แบบงานตามท่ีครูตั้งโจทย์ปัญหาให้ เพ่ือเป็นการวัด
ความเป็นนกั ศิลป์ในรูปแบบต่าง ๆ

3.2 ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปเนือ้ หารายวิชา
3.3 ผูเ้ รียนทาแบบฝึกหัดและแบบทดสอบ
4. ข้ันสาเรจ็ ผล (P = Progress)
4.1 ผู้สอนเฉลยแบบฝึกหัดและแบบทดสอบและอธิบายเพ่ิมเติมเพ่ือให้ผู้เรียนเข้าใจ
เน้อื หาวิชามากย่งิ ขน้ึ

7. สื่อการเรียนรู้ 7.2 ใบความรู้
7.1 หนงั สือเรยี น 7.4 แบบฝกึ หดั
7.3 ใบงาน
7.6 แบบทดสอบ
7.5 แบบสังเกตพฤติกรรม

8. หลักฐานการเรียนรู้ 8.2 แบบฝึกหดั
8.1 ใบงาน
8.3 รายงาน

9. กระบวนการวัดผลและประเมนิ ผล

ลาดับ เครอ่ื งมอื การประเมนิ วธิ วี ัดและประเมิน เกณฑ์
ท่ี การประเมิน
ตรวจแบบฝกึ หดั ผ่าน ไม่ผ่าน
1 แบบฝกึ หัด ขอ้ ละ 1 คะแนน ได้คะแนน ไดค้ ะแนน
ถูก 1 คะแนน รอ้ ยละ 60 ตา่ กวา่
2 แบบประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน ไม่ถูก 0 คะแนน ข้นึ ไป ร้อยละ 60
(หรือตามความเหมาะสม)
ตรวจผลการปฏบิ ตั ิงาน ไดค้ ะแนน ไดค้ ะแนน
(ตามความเหมาะสม) ร้อยละ 60 ต่ากวา่
ขึ้นไป ร้อยละ 60
3 แบบประเมนิ ชน้ิ งาน ตรวจประเมนิ ชิน้ งาน ไดค้ ะแนน ได้คะแนน
(ตามความเหมาะสม) ร้อยละ 60 ต่ากวา่
ขนึ้ ไป ร้อยละ 60
4 แบบทดสอบทฤษฎี ตรวจแบบทดสอบทฤษฎี ไดค้ ะแนน ได้คะแนน
ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 60 ตา่ กว่า
ถกู 1 คะแนน ขึน้ ไป ร้อยละ 60
ไม่ถูก 0 คะแนน

20

5 แบบทดสอบปฏิบัติ (หรือตามความเหมาะสม) ไดค้ ะแนน ไดค้ ะแนน
รอ้ ยละ 60 ต่ากว่า
ตรวจแบบทดสอบปฏิบตั ิ ข้ึนไป ร้อยละ 60
(ตามความเหมาะสม)
ได้คะแนน ไดค้ ะแนน
6 แบบสังเกตพฤติกรรม ตรวจแบบสงั เกตพฤตกิ รรม ร้อยละ 60 ต่ากว่า
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดมี าก 5 คะแนน ขึ้นไป ร้อยละ 60
ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึง ดี 4คะแนน
ประสงค์ตามค่านิยม 12 พอใช้3คะแนน
ประการ พอใช้ 2คะแนน
ปรบั ปรงุ 1คะแนน
10. แหล่งการเรยี นรู้
10.1 ห้องสมุด
10.2 หอ้ งอินเตอร์เน็ต

21

11. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
11.1 ขอ้ สรปุ หลังการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ......................

............................................................................................................ .......................................................
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................

11.2 ปัญหาท่พี บ
............................................................................................................................. ......................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................... ....................................
.............................................................................................. .....................................................................
............................................................................................................................. ......................................

11.3 แนวทางการแก้ไขปัญหา
............................................................................................................................. ......................
...................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ......................................
........................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. .....................................

22

ใบความรูห้ น่วยที่ 1

รหัสวิชา 2100-1008 ชือ่ วชิ า งานเครื่องมือกลเบื้องต้น
ชอ่ื หน่วย เครือ่ งเลอ่ื ยกล จานวนช่วั โมงสอน 1-4

เรือ่ ง เครื่องเลอื่ ยกล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. จดุ ประสงค์ท่ัวไป

เพ่ือบอกชนิดของเครอ่ื งเล่อื ยกล บอกช่ือสว่ นประกอบ หน้าท่ีของเครื่องเล่ือยกล อธิบายหลักการ
ทางานของเครือ่ งเล่อื ยกล จาแนกเลือกใช้ใบเล่ือยได้เหมาะสมกับงาน บอกวิธีการบารุงรักษาเครื่องเลื่อย
กล อธิบายหลกั การทางานดว้ ยความปลอดภัยได้ และบอกประโยชนข์ องการเลือกใช้นา้ หลอ่ เยน็ ได้

2. จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

1. บอกชนิดของเครื่องเลื่อยกลได้
2. บอกชื่อสว่ นประกอบและหน้าที่ของเครื่องเลื่อยกลได้
3. อธิบายหลักการทางานของเครือ่ งเลอ่ื ยกลได้
4. จาแนกและเลอื กใช้ใบเลื่อยได้เหมาะสมกบั งาน
5. บอกวธิ กี ารบารุงรักษาเคร่ืองเลอื่ ยกลได้
6. อธบิ ายหลักการทางานด้วยความปลอดภัยได้
7. บอกประโยชน์ของการเลอื กใช้นา้ หลอ่ เย็นได้

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เครื่องเล่อื ยกล (Sawing Machine)

เครอื่ งเลอ่ื ยกล (Sawing Machine)
การเลื่อย คือ การตดั ชนิ้ งานออกดว้ ยใบเลอ่ื ยทม่ี คี มเล็ก ๆ หลาย ๆ คม คลา้ ยคมส่วิ หรอื คม

สกดั จานวนมาก เรยี งกันเป็นแถว ฟันใบเลื่อยจะกัดช้นิ งานพรอ้ ม ๆ กันทีละหลายฟนั ให้เป็นรอ่ ง จนขาด
ออกจากนั

การเลือ่ ย จาแนกเปน็ การเล่ือยดว้ ยมือ (Hand Sawing) คอื เปน็ งานเลอื่ ยชิน้ งานจานวนไม่
มาก และเลือ่ ยด้วยเล่ือยไฟฟาู (Power Hack Saw) หรือเรียกว่า เครื่องเลอ่ื ยกล (Sawing
Machine) จาเปน็ สาหรบั งานเลอ่ื ยชิน้ งานอตุ สาหกรรม คอื เลื่อยช้นิ งานจานวนมาก ทัง้ ชิน้ งานขนาดเลก็
และขนาดใหญ่ เครื่องเลื่อยกลแบ่งออกเปน็ ประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังน้ี

เครือ่ งเล่อื ยกลแบง่ ออกเปน็ 4 ชนดิ คอื
1. เครื่องเลื่อยชัก (Power Hack Saw)
2. เครือ่ งเลื่อยสายพานนอน (Horizontal Band Saw)
3. เครื่องเลื่อยสายพานตงั้ (Vertical Band Saw)
4. เครอ่ื งเล่ือยวงเดอื น (Radius Saw or Circular Saw)

23
1. เครอ่ื งเลื่อยชัก (Power Hack Saw)

เครอ่ื งเลื่อยแบบชักเปน็ ทน่ี ยิ มใช้กนั อยา่ งแพร่อหลายในการเลื่อยตดั วสั ดงุ านให้ได้ขนาดและความ
ยาวตามความต้องการ ระบบการขบั เคลอ่ื นใบเลื่อย ใชส้ ง่ กาลงั ด้วยมอเตอร์ แลว้ ใช้เฟืองเปน็ ตวั กลับ
ทิศทางและใชห้ ลักการของข้อเหว่ียงเป็นตวั ขับเคลือ่ นให้ใบเลือ่ ยเคลื่อนทีก่ ลับไปกลบั มาในแนวเส้นตรง
อยา่ งต่อเนื่องทาให้ใบเล่ือยสามารถตัดงานได้

รปู ที่ 1.1 เครือ่ งเลอ่ื ยชัก (Power Hack Saw)
1.1 สว่ นประกอบของเครอ่ื งเลื่อยชกั

ส่วนประกอบทกุ ส่วนมคี วามสาคญั เท่ากนั เพราะจะตอ้ งทาหนา้ ท่ีรว่ มกันตลอดเวลา
ซ่ึงประกอบด้วยสว่ นต่าง ๆ ดังน้ี
1.1.1 โครงเลอื่ ย (Saw Frame) มีลกั ษณะเหมือนตวั ยูควา่ โครงเลอ่ื ยส่วนใหญ่ทาจาก

เหลก็ หลอ่ อยา่ งดใี ชส้ าหรับใส่ใบเลื่อย โครงเล่อื ยจะเคล่อื นทไ่ี ป – มาอยู่ในร่องหาง
เหยยี่ วโดยการสง่ กาลงั จากล้อเฟอื ง ดังรปู ที่ 1.2

รูปที่ 1.2 สว่ นประกอบของเครอื่ งเล่ือยชัก

24
1.1.2 ปากกาจับงาน (Vise) ใชจ้ ับชนิ้ งานเพื่อทาการเล่ือย สามารถปรบั ปรงุ เอยี งขวา-ซ้าย

ได้ขา้ งละ 45 องศา และสามารถเลื่อนปากเขา้ -ออกได้ดว้ ยเกลยี วแขนหมนุ ล็อค
แน่น ดงั รปู ท่ี 1.3

รูปที่ 1.3 แสดงส่วนประกอบปากกาจับงาน
1.1.3 แขนตัง้ ระยะงาน (Cut Off Gage) มหี นา้ ทใี่ นการต้งั ระยะของชิ้นงานท่ีต้องการตดั

จานวนมาก ๆ เพ่ือใหช้ ้นิ งานทตี่ ัดออกมามีความยาวเทา่ กันทุกชิ้น ดังรูปท่ี 1.4

รปู ที่ 14 แสดงการทางานของแขนต้ังระยะงาน
1.1.4 ระบบปูอนตัด เคร่ืองเล่ือยชกั มรี ะบบปอู นตัด 2 ชนิด คือ ชนิดใชล้ กู ถ่วงน้าหนัก

และชนิดใชน้ า้ มนั ไฮดรอลิกท้ัง 2 ชนิด ทาหน้าท่ีเหมือนกันคือการปูอนตัด แต่
หลกั การทางานต่างกนั ตรงทชี่ นิดลูกถ่วงน้าหนักอาศัยแรงดึงดดู ของโลก ส่วนชนิดไฮ
ดรอลิกอาศัยแรงดันจากน้ามันไฮดรอลกิ

25

1.1.5 ระบบหลอ่ เย็น เคร่ืองเล่ือยชักมคี วามจาเป็นตอ้ งใชน้ า้ หลอ่ เยน็ เพือ่ ชว่ ยระบายความ
รอ้ นเนอ่ื งจากการเสยี ดสรี ะหว่างใบเลือ่ ยกับชนิ้ งาน และยังชว่ ยยดื อายกุ ารใชง้ านของ
ใบเลอื่ ยให้ยาวนาน

1.1.6 ฐานเครือ่ งเลื่อยชกั (Base) ทาหนา้ ทีร่ องรบั สว่ นต่าง ๆ ของเคร่อื งเลื่อยชกั ท้ังหมด
ฐานเครือ่ งเล่ือยชกั บางชนดิ จะทาเปน็ โพรงภายใน เพ่ือเปน็ ท่เี กบ็ ถังนา้ หล่อเยน็ และ
มอเตอร์

1.1.7 มอเตอร์ (Motor) เครอื่ งเล่ือยชักมีมอเตอรท์ าหนา้ ทีเ่ ป็นต้นกาลงั ขับมอเตอรจ์ ะใช้
กับกระแสไฟฟาู 220 โวลต์หรอื 380 โวลตข์ ึ้นอย่กู ับผู้ผลิต

1.1.8 สวติ ซเ์ ปดิ -ปิด เครื่องเล่อื ยชักมีสวติ ชเ์ ปดิ -ปดิ แบบกึ่งอัตโนมัติ คือ สวติ ซเ์ ครื่องจะ
ปดิ โดยอัตโนมตั ิเมื่อใบเลื่อยตัดชิน้ งานขาด

1.1.9 ชดุ เฟอื งทด (Gear) ทาหน้าทใี่ นการทดสง่ กาลังจากมอเตอร์ไปยังโครงเลอ่ื ยเฟืองทด
ท่ใี ชก้ บั เคร่ืองเล่อื ยชักมี 2 ชนิด คือ เฟืองเฉยี ง และเฟืองตรง

1.1.10 มลู่ ี่ (Pulley) ทาหน้าที่สง่ กาลงั ผา่ นสายพานไปยงั ชดุ เฟืองทด ใช้กบั สายพานตวั วี

1.2 กลไกการทางานของเครอื่ งเลื่อยชัก
กลไกการทางานของเคร่ืองเลื่อยชัก เป็นกลไกส่งกาลงั ด้วยมอเตอร์ สง่ กาลังผา่ นเฟืองขับ

ซึ่งเปน็ เฟืองทด เพื่อทดความเรว็ รอบมอเตอร์ และเพื่อทดแรงขบั ของมอเตอร์ ทขี่ ้างเฟืองขับ มจี ดุ หมนุ
กา้ นต่ออยูค่ นละศนู ย์กับศนู ย์กลางเฟือง เพ่ือต่อก้านตอ่ ไปขับโครงเล่อื ย ให้ชกั โครงเลื่อยเดินหน้าและถอย
หลงั ได้

รูปท่ี 1.5 กลไกการทางาน
1.3 น้าหนกั กดโครงเลอื่ ย

สาหรับนา้ หนกั กดโครงเล่ือย ย่ิงเลอ่ื นหา่ งออกจากหัวเคร่ืองมากเทา่ ใด จะกดใหใ้ บเล่ือยตดั
เฉอื นมากเท่านนั้ ดงั นนั้ การเลอ่ื นปรับระยะนา้ หนกั กด ให้สงั เกตการตดั เฉือนของฟังเลือ่ ยด้วย

น้าหนักกดใกล้หัวเครอ่ื ง = น้าหนกั กดโครงเลื่อยนอ้ ย
นา้ หนักกดหา่ งหวั เคร่อื ง = น้าหนักกดโครงเลื่อยมาก

26

รูปที่ 1.6 น้าหนกั กดโครงเล่ือย

1.4 ใบเลอ่ื ยเคร่อื ง (Saw Blade)
ใบเลอื่ ยเป็นอุปกรณ์ของเครื่องเล่อื ยท่ีมีความสาคัญมาก ทาหนา้ ทตี่ ัดเฉือนช้ินงาน ใบเล่ือย

เคร่อื งทาจากเหลก็ รอบสงู มคี วามเข็งแตเ่ ปราะ ดงั นั้นการประกอบใบเล่อื ยเขา้ กับโครงเลื่อย จะต้อง
ประกอบใหถ้ ูกวิธแี ละขนั สกรใู หใ้ บเล่ือยตงึ พอประมาณ เพือ่ ปูองกนั ไม่ใหใ้ บเล่ือยหัก ส่วนต่าง ๆ ของใบ
เลื่อยประกอบดว้ ยความกวา้ ง ความยาว ความหนา ความโตของรใู บเลอ่ื ย และจานวนฟันใบเล่อื ย ซ่ึงมี
ท้งั ฟันหยาบและฟันละเอียด จานวนฟนั ใยเล่อื ยบอกเปน็ จานวนฟันตอ่ น้วิ เชน่ 10 ฟงั ต่อนว้ิ 14 ฟัน
ต่อนิ้ว แตท่ น่ี ยิ มใช้งานทว่ั ๆ ไป คอื 10 ฟนั ต่อนิว้

ดงั รูปที่ 1.7

รปู ที่ 17 สว่ นประกอบต่าง ๆ ของใบเลอื่ ยเคร่ือง
ลักษณะของใบเล่ือย

1. ความยาวของใบเลื่อย การวัดความยาวของใบเลอื่ ยจะวัดจากจุดศนู ยก์ ลางของรูยดึ ใบเลอ่ื ยทง้ั
สอง เรยี กว่าขนาดความยาวของใบเลื่อยจะมขี นาด 200 ม.ม. และขนาด 300 ม.ม.

2. ความกวา้ งของใบเล่อื ย กวา้ ง 12.7 ม.ม. หรือ 1/2 นวิ้
3. ความหนาของใบเล่ือย หนา 0.64 ม.ม. หรอื 0.025 นวิ้
4. การวัดจานวนฟนั ของใบเลื่อย คือ วัดระยะหา่ งของยอดฟันหนง่ึ ถงึ ยอดฟันหนง่ึ

- ในระบบเมตริก เรียกวา่ ระยะพิต Pitch (P)

27
- ในระบบองั กฤษจะวดั ขนาดความถี่หา่ งของฟันเล่อื ยนิยมบอกเป็นจานวนฟันต่อความยาว 1

นิว้

รูปท่ี 1.8 ระยะพติ

28

ตารางท่ี 1 ขนาดมาตรฐานใบเลอ่ื ยแบบเครอื่ งเล่อื ยชกั

ตารางที่ 2 การเลอื กใบเล่ือยใหเ้ หมาะกับงาน

29

รูปร่างของฟันเล่อื ย จานวนฟัน/นวิ้ ตวั อยา่ งวัสดุที่ใช้ ช่วงยาวของแนวตัด

14, 16, 18 วัสดอุ อ่ น เชน่ ดบี กุ มากกว่า 40 ม.ม. ขึ้น

ทองแดง ตะกั่ว อะลูมเนียม ไป

พลาสตกิ เหล็กเหนยี ว

22, 24 วัสดแุ ขง็ ปานกลาง เชน่ น้อยกวา่ 40 ม.ม. ลง

เหลก็ หลอ่ เหล็ก มา

โครงสร้าง ทองเหลือง

32 วสั ดแุ ข็งมาก เชน่ เหล็ก แผ่นโลหะ, ทอ่ บาง ๆ
ทาเคร่อื งมือ เหล็กกลา้ เจือ

1.5 มุมฟันเลื่อย
ฟนั เลื่อยแตล่ ะฟันมีลกั ษณะคล้ายกับลม่ิ ทาหน้าท่ีจิกเข้าไปในเน้ือวสั ดุ ฟันแต่ละฟนั

ประกอบดว้ ยมมุ ท่สี าคญั 3 มุม ได้แก่
- มุมคมตัด () เป็นมมุ คมตัดของฟนั เลอ่ื ย
- มมุ คายเศษ () เปน็ มมุ ที่ใช้ดันเศษโลหะออกจากฟนั เลือ่ ย
- มมุ หลบ () เป็นมุมท่ีทาใหล้ ดการเสยี ดสรี ะหวา่ งฟันเล่ือยกบั ชนิ้ งาน และชว่ ยใหเ้ กิด
มุมคมตดั

3 มุมรวมกัน (α  β  γ)  90

30
รปู ที่ 1.9 มุมฟันเลอื่ ย
1.6 คลองเลอื่ ย (Free Cutting Action)
คลองเล่ือย คือ ความกว้างของร่องบนวัสดุงาน หลังจากท่มี ีการตัดเฉอื น ปกติคลองเล่ือยจะ
มขี นาดความหนามากกวา่ ใบเล่ือย ทง้ั นี้ ถ้าไมม่ ีคลองเลื่อย ขณะทาการเล่ือยใบเลอ่ื ยก็จะติด ซ่งึ เปน็
สาเหตุหนึ่งท่ีทาให้ใบเล่อื ยหัก
ลักษณะของคลองเลื่อย
1. คลองเลอ่ื ยฟนั สลับ ลกั ษณะฟันเลื่อยจะสลบั ซา้ ยกบั ขวาตลอดใบเล่ือย ฟนั เลอ่ื ยลักษณะนเี้ หมาะ
สาหรบั ใชก้ บั เครือ่ งเลื่อยกล

รูปท่ี 1.10 คลองเล่อื ยฟันสลบั
2. คลองเล่ือยแบบฟันคลน่ื ลกั ษณะฟนั เลื่อยจะเลื้อยเป็นคลื่น ฟันเลือ่ ยลักษณะนเี้ หมาะสาหรบั ใช้

งานกับเลอ่ื ยมือ

รูปท่ี 1.11 คลองเลอื่ ยฟันคล่ืน
3. คลองเลื่อยแบบตอก ลักษณะฟนั เล่ือยจะมมี มุ ฟรีท้งั สองข้าง ฟันเล่อื ยลักษณะนีเ้ หมาะสาหรบั ใช้

งานกับเลอื่ ยวงเดือน
4.

31

รปู ที่ 1.12 คลองเลอื่ ยแบบตอก
1.7 ทิศทางการตดั เฉือน

การทางานของคมเลื่อยประกอบดว้ ยทศิ ทางทีส่ าคญั 2 ทิศ ได้แก่ ทศิ ทางการกดลงและ
ทิศทางการดนั ไป ดตู ามลูกศร ทศิ ทางท้ัง 2 เป็นตวั ทาใหเ้ กิดการตัดเฉือนขึ้น แรงท่ีกระทาการกดและ
การดนั จะต้องสมั พนั ธ์กัน ถา้ แรงใดมากเกนิ ไปหรือฝืนอาจจะทาให้ใบเล่อื ยหกั ได้

1.8 การประกอบใบเลื่อยเขา้ โครงเล่อื ย
การประกอบใบเลือ่ ยเขา้ กบั โครงเลอ่ื ยต้องระวงั ทศิ ทางของฟันเลื่อย จะตอ้ งใส่ใหถ้ ูกทิศทาง

เนอื่ งจากจังหวะถอยกลับของโครงเล่ือย จะเปน็ จงั หวะทีท่ าการตัดเฉือน เพ่ือตดั เฉือนชิ้นงานการประกอบ
ใบเลอื่ ยต้องผ่อนตวั ดึงใบเล่อื ยใหย้ ่ืนออกแล้วใส่ใบเลื่อยเขา้ ไปใหร้ ขู องใบเล่ือยตรงกบั สลักร้อยท้ัง 2 ขา้ ง
ของโครงเล่ือย จากนัน้ ปรับตัวดงึ ใบเลอื่ ยให้พอตงึ ๆ แล้วปรบั ขยับใบเล่ือยใหต้ ้ังฉากโดยการใช้ค้อนเคาะ
เบา ๆ ให้ใบเลือ่ ยแนบสนิทกับตัวดงึ ใบเลอื่ ย จงึ ขันให้ตึงอีกคร้งั ด้วยแรงมือ

รปู ท่ี 1.13 ฟันเล่ือยตดั เฉือนหนา้ ชน้ิ งาน

32
รูปที่ 114 การประกอบใบเลือ่ ย
1.9 การจบั ยดึ ชิน้ งานสาหรบั งานเลื่อย
การจับงานทผี่ ดิ วธิ ใี นกรณชี ้นิ งานสนั้ ปากของปากกาไม่สามารถจะจับชน้ิ งานให้แน่นได้ แรง
กดของเกลียวจะดนั ชน้ิ งานหลุด ถา้ ฝนื เล่อื ย ใบเล่ือยจะหัก การจับงานทถี่ ูกวิธี ปากของปากกาจะตอ้ ง
กดขนานกนั ท้งั 2 ปาก การจบั ชน้ิ งานสนั้ ใช้เหลก็ หนุนชว่ ยในการจับ ดนั ปากของปากกาให้ขนาน กด
ชน้ิ งานแนน่ เมือ่ ขนั เกลียวจะทาให้ชน้ิ งานไมห่ ลดุ

รูปที่ 1.15 การจับชิน้ งานสนั้ ผิดวิธี รูปท่ี 1.6 การจบั ช้ินงานส้ันถูกวธิ ี

รูปท่ี 1.17 การจบั ยดึ ช้ินงานในลักษณะตา่ ง ๆ
1.10 การวดั ตัดชนิ้ งาน

การเล่ือยชนิ้ งานขนาดเดียวกันจานวนมาก ๆ ถ้าต้ังวดั งานทุกครั้งที่ทาการตัด จะใช้เวลามาก
และขนาดของช้ินงานจะไมเ่ ท่ากัน มีโอกาสคลาดเคล่ือนได้ วธิ ีการแกไ้ ขในการตัดช้ินงานขนาดเดยี วกนั
จานวนมาก ๆ โดยการตงั้ วัดระยะงานชิน้ แรก แล้วใช้แขนตงั้ ระยะชว่ ยในการเล่อื ยชิ้นงานช้ินต่อไป

33

รปู ที่ 1.17 การวัดขนาดหาระยะความยาวช้ินงาน
1.11 การใชแ้ ขนตัง้ ระยะ

แขนต้ังระยะ ช่วยในการวัดช้นิ งานท่ตี ้องการตัดจานวนมาก ๆ ให้ไดข้ นาดเดียวกันทุกช้นิ แขน
ต้งั ระยะสามารถปรับระยะได้ โดยการขันสกรยู ึดให้แน่น และมอื หมุนขันแนน่ เม่ือปรบั ได้ทแี่ ล้วตอ้ งขนั
แนน่ ทั้ง 2 จุด เพราะเมื่อดันชนิ้ งานเข้ามาตัดใหมจ่ ะเกดิ การกระแทก อาจทาให้ขนาดเปลีย่ นแปลงไปได้

รูปที่ 1.18 สว่ นประกอบแขนต้งั ระยะ
ข้อควรจา ไม่ดนั ชน้ิ งานกระแทกเขนต้ังระยะแรงจนเกนิ ไป จะทาให้ขนาดความยาวช้นิ งานทีต่ ัดมีขนาด
ความยาวเคล่ือนไปจากท่ตี ้งั ระยะไว้

1.12 ขั้นตอนการใชเ้ ครื่องเลอ่ื ยชกั เคร่ืองเล่อื ยชกั มีข้นั ตอนการใช้ดงั น้ี
1.12.1 ตรวจสอบความพร้อมของเคร่ืองเล่ือยชกั และอปุ กรณ์
1.12.2 ตรวจความพรอ้ มสภาพร่างกายของผปู้ ฏบิ ัติงาน

34

1.12.3 เปดิ สวิตซเ์ มนใหญ่ให้กระแสไฟฟาู เขา้ เคร่ืองเล่ือยชัก
1.12.4 ยกโครงเล่ือยค้างไว้ก่อนตดั
1.12.5 บบี จับชิ้นงานดว้ ยปากกาจับงานไม่ต้องแน่น ใหส้ ามารถเล่ือนปรับชิ้นงานได้
1.12.6 ปรับโครงเล่อื ยลงให้ฟนั ของใบเล่ือยหา่ งจากช้ินงานประมาณ 10 มลิ ลิเมตร
1.12.7 ต้ังระยะความยาวชิน้ งานโดยใช้บรรทัดเหล็กวัดขนาด
1.12.8 บีบจับชน้ิ งานด้วยปากกาจับงานใหแ้ นน่
1.12.9 ปรับแขนตั้งระยะให้ยาวเทา่ กับความยาวของชน้ิ งาน
1.12.10 เปดิ สวิตซ์เดนิ เครอื่ งเลื่อยชกั ทางาน
1.12.11 ค่อย ๆ ปรับระบบปอู นตัดไฮดรอลกิ ใหโ้ ครงเลื่อยเลือ่ นลงช้า ๆ
1.12.12 ปรับทอ่ นา้ หล่อเยน็ ใหน้ ้าฉดี ตรงคลองเลื่อยเพื่อชว่ ยระบายความรอ้ น
1.12.13 คอยจนกว่าเลื่อยตัดช้ินงานขาด

1.13 การบารุงรกั ษาเครื่องเลื่อยชัก
เครอื่ งเลื่อยชกั เป็นเครื่องจักรกลพนื้ ฐานทีม่ ีความจาเป็นมาก ดังนน้ั เพ่ือยดื อายุการใช้งานให้

ยาวนานจาเปน็ จะตอ้ งมีการบารงุ รักษาเครอื่ งดงั ต่อไปน้ี
1.13.1 ก่อนใชเ้ คร่ืองเลื่อยชักทุกครัง้ ควรหยอดน้ามนั หล่อลื่นตรงบรเิ วณจุดทเี่ คล่ือนท่ี
1.13.2 หลังเลิกใชง้ านทกุ ครง้ั ควรทาความสะอาด และใชผ้ ้าคลุมเครอ่ื งปูองกันฝนุ ละออง
1.13.3 ควรเปลยี่ นน้าหล่อเยน็ ทุก ๆ สัปดาห์
1.13.4 ตรวจสอบกระบอกสบู น้ามนั ไฮดรอลิกสว์ ่าร่วั ซึมหรือไม่
1.13.5 ตรวจสอบ สายพาน ม่เู ล่ เฟืองทด ป๊ัมนา้ หล่อเยน็ เพื่อให้ใชง้ านได้ตลอด

1.14 ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอ่ื งเลื่อยชัก
เครื่องจักรทกุ ชนิดมปี ระโยชน์แต่ก็มีโทษมากเช่นกนั ดังนั้นก่อนใช้งานทุกคร้ังต้องคานึงถงึ

ความปลอดภัยเสมอ การใช้เครอื่ งเล่ือยชักกเ็ ช่นกนั สามารถเกิดอนั ตรายได้ เพ่ือความปลอดภัยจึงต้องรู้
วธิ ีใชด้ งั นี้

1.14.1 ก่อนใช้เคร่ืองเล่ือยชกั ทุกครง้ั ตอ้ งตรวจสอบความพร้อมของเคร่อื งเสมอ
1.14.2 บบี ปากกาจับชนิ้ งานให้แน่นก่อนเปิดสวิตซเ์ ครื่องทางาน
1.14.3 หา้ มตดั ช้ินงานทม่ี ีความยาวน้อยกวา่ ปากของปากกาจบั งาน เพราะจะทาให้ใบเล่ือย

หัก
1.14.4 เมอื่ ต้องการตดั ชิน้ งานยาว ๆ ควรมีฐานรองรบั งานมารองรับปลายช้นิ งานทุกครงั้
1.14.5 ก่อนเปิดสวิทซ์เดินเคร่ืองเลอื่ ยชกั ตอ้ งยกใบเลือ่ ยให้หา่ งจากช้นิ งานประมาณ 10

มิลลิเมตร
1.14.6 การปอู นตัดด้วยระบบไฮดรอลคิ มากเกนิ ไปจะทาใหใ้ บเลอื่ ยหัก
1.14.7 เหลก็ หลอ่ ทองเหลือง ทองแดง และอะลมู ิเนียมควรหลอ่ เยน็ ให้ถูกประเภท
1.14.8 ไม่ควรก้มหนา้ เขา้ ใกล้โครงเล่ือยชักขณะจะเปิดสวิตซเ์ ดินเคร่ืองเล่ือยทางาน
1.14.9 ขณะเคร่ืองเล่ือยชกั กาลังตดั ชิ้นงานห้ามหมนุ ถอยปากกาจับงานออกเปน็ อนั ขาด
1.14.10 เพอื่ ความปลอดภัยให้คดิ ก่อนทาเสมอ

2. เครอื่ งเลอื่ ยสายพานแนวนอน (Horizontal Band Saw)เป็นเครื่องเลอ่ื ยท่มี ีใบเลือ่ ยยาว
ตดิ ต่อกนั เปน็ วงกลม การเคลอื่ นทขี่ องใบเล่ือย มีลกั ษณะการสง่ กาลังด้วยสายพาน คือมลี ้อขบั

35
และล้อตาม ทาใหค้ มตัดของใบเลอ่ื ยสามารถเลอื่ ยตดั งานไดต้ ลอด เน่อื งตลอดทั้งใบ การปอู นตดั
งานใชร้ ะบบไฮดรอลิกส์ควบคุมความตึงของใบเลอ่ื ย ปรับด้วยมือหมนุ หรือใช้ไฮดรอลกิ ปรบั
ระยะห่างของลอ้ มโี ครงสรา้ งแขง็ แรง ตัวเคร่ืองสามารถติดตง้ั ได้กบั พ้ืนโรงงาน

รปู ท่ี 1.19 เคร่ืองเลอื่ ยสะพานแนวนอน
3. เครอื่ งเลือ่ ยสายพานแนวตั้ง (Vertical Band Saw)

เคร่อื งเล่ือยสายพานแนวตัง้ เปน็ เคร่ืองเลื่อยทมี่ ใี บเล่ือยเป็นแบบสายพานในแนวตัง้ ซ่ึงจะ
หมุนตดั ชิน้ งานอย่างต่อเน่ือง ใชต้ ดั งานเบาไดท้ ุกลกั ษณะ เช่น ตดั เหลก็ แบน หรอื เหล็กบางให้ขาด หรือ
ตดั เปน็ รปู ทรงตา่ ง ๆ ซ่ึงเครื่องเลือ่ ยชนดิ อนื่ ๆ ไม่สามารถทาได้

รปู ที่ 1.20 ลกั ษณะของชิน้ งานจากการเลื่อยดว้ ยเครื่องเล่ือยสายพานแนวต้ัง

36
รปู ท่ี 1.21 เครือ่ งเลอ่ื ยสายพานแนวตงั้
เคร่อื งเลื่อยสายพานแตกต่างจากเคร่ืองเลอ่ื ยชกั ท่ีสามารถตัดชิน้ งานเปน็ แบบต่อเนอ่ื ง
ในขณะที่เคร่ืองเลื่อยชกั ทาหน้าที่ตดั งานเฉพาะช่วงชกั ตดั เท่านั้น และยงั ใช้ประโยชนข์ องใบเลื่อยในช่วง
จากดั อีกดว้ ย คอื จะใชป้ ระโยชนเ์ ฉพาะสว่ นกลางของใบเลือ่ ยเทา่ นนั้
ใบเล่ือยสายพานจะมีความหนานอ้ ยกวา่ ใบเล่ือยชนิดอืน่ ๆ จงึ ทาให้มกี ารสูญเสียวัสดุนอ้ ยกวา่
เลือ่ ยสายพานแนวต้งั ใหล้ กั ษณะเด่นในการทางานหลายประการ คลา้ ยกบั งานฉลดุ ้วยมือ
ซ่งึ จะไมพ่ บในเคร่ืองเล่อื ยโลหะชนดิ อื่น ๆ เชน่ งานตัดชิ้นงานเปน็ รปู ทรงเรขาคณิต

รปู ที่ 1.22 ลักษณะการขบั ใบเลื่อย
4. เครอ่ื งเลอ่ื ยวงเดือน (Circular Saw or Radius Saw)

เครือ่ งเลื่อยวงเดือน เปน็ เคร่อื งเลอ่ื ยทใี่ บเลือ่ ยเปน็ วงกลม มฟี ันรอบ ๆ วง สามารถตัด
ชิ้นงานได้อยา่ งต่อเนื่อง มักเปน็ ชน้ิ งานบาง ๆ เช่น อะลูมิเนยี ม สามารถตัดงานไดท้ ้งั ลักษณะตรงและเอียง
เป็นมมุ

37

รปู ที่ 1.23 เครื่องเลือ่ ยวงเดือน

ความปลอดภัยในการใช้เลอ่ื ยวงเดือน
- เลอื่ ยวงเดือนเกดิ อนั ตรายได้ง่ายมาก ใหใ้ ส่ฝาครอบใบเล่ือยเสมอ
- อยา่ ใจร้อน ออกแรงควบคุมตดั เกินพิกัด
- ใหร้ ะวงั ก่อนชน้ิ งานขาด ใช้แรงควบคมุ ตดั เพียงเล็กน้อย เพราะขาดง่าย
- ให้หมนั่ ตรวจการแต่กร้าวของใบเลอ่ื ย หรือการยึดตดิ คมเล่ือย

รูปที่ 1.24 การตัดงานดว้ ยเคร่อื งเล่ือยวงเดอื น

การหลอ่ เย็นชน้ิ งานขณะตดั เฉือนโลหะ

รปู ที่ 1.25 การหล่อเย็นชน้ิ งานขณะทางาน

38

งานตดั กลงึ โลหะมักใช้ใบมีดในการเจาะ เซาะ เฉอื นเน้ือโลหะ หรือใช้หินขัดในการเจียร์เพือ่ ให้
ชิ้นงานนน้ั ได้รปู รา่ งหรอื ขนาดตามทตี่ ้องการ ในขณะที่การเจาะเซาะหรอื เฉอื นหรือเจยี ร์นน้ั ความร้อนจะ
เกดิ ขน้ึ สงู มาก โดยอาจสูงถึง 7000C หรอื สงู กวา่ ซ่ึงความรอ้ น้เี กดิ จากการเสียดสี ระหวา่ งใบมีดกบั
ชน้ิ งานและจากการเปลี่ยนรปู ของเนื้อโลหะ (Deformation) หากความร้อนที่เกดิ ขน้ึ น้ีไมไ่ ดร้ ับการระบาย
ออกโดยเรว็ ก็จะเกิดการสะสมทาใหใ้ บมดี และชน้ิ งานร้อนจัดใบมีดจะสูญเสยี ความแข็ง และสกึ หรอได้ ใน
ทสี่ ดุ สว่ นชน้ิ งานอาจบดิ เบีย้ วทาให้ไมไ่ ดร้ ปู รา่ งหรือขนาดตามท่ีต้องการและอาจเกิดการหลอมติดของเศษ
โลหะทบี่ รเิ วณปลายใบมดี ซึ่งเรียกว่าเกดิ Built Up Edge หรอื เรียกโดยย่อวา่ BUE ทาใหใ้ บมีดสกึ เร็ว
และอาจถึงขนั้ แตกหักได้

หน้าทขี่ องน้ามันหล่อเยน็
น้ามนั หลอ่ เยน็ มีหน้าทีห่ ลกั 4 ประการ คอื
1. ระบายความร้อน
นา้ มันตดั กลึงโลหะมหี น้าทรี่ ะบายความรอ้ นออกจากบริเวณใบมีดและชน้ิ งานเพื่อไมใ่ ห้ใบมีด

สญู เสยี ความแขง็ หรืออ่อนตัว อันเนื่องมาจากความร้อน ปอู งกันไมใ่ หเ้ กิดการหลอมตดิ ของเศษโลหะที่
ปลายใบมดี (BUE) ทาใหส้ ามารถทางานตัดกลึงไดเ้ รว็ ชน้ิ งานไดข้ นาดและคณุ ภาพผดิ ตามตอ้ งการ

2. หล่อลนื่ ลดแรงเสียดทาน
น้ามนั ตัดกลึงโลหะทาหน้าที่หลอ่ ล่นื ลดแรงเสยี ทานระหวา่ ง ระหวา่ งช้ินงานกับใบมีด รวมท้ัง

เศษโลหะทเี่ คลอื่ นที่ผ่านหนา้ ใบมดี การตดั กลึงใชก้ าลงั น้อยลง ลดการสกึ หรอของใบมีดช่วยปูองกันการ
เกดิ ปัญหา BUE

3. ซะล้างและพาเศษโลหะ
นา้ มันตัดกลึงโลหะทาหนา้ ทใี่ นการชะล้างและพาเศษโลหะท่ีเกดิ จากการตัดเฉอื นออกไปจาก

บริเวณตัดเฉือน และชิ้นงาน
4. ปอ้ งกันสนิม
น้ามนั ตัดกลึงโลหะทาหนา้ ที่ปูองกันสนิม ให้แกช่ น้ิ งานที่ถูกตัดเฉือนใหม่ ซ่ึงผิวโลหะสว่ นนี้

มกั ไวต่อการเกิดสนิมมากและยังทาหน้าที่ปูองกนั สนิม ใหแ้ ก่เคร่อื งจักรและรางแทน่ (Slideways) ดว้ ย

นา้ มนั หล่อเยน็
น้ามันหลอ่ เย็น หรือในภาษาองั กฤษว่า “Water Emulsifiable Cutting Fluid” จะผสมนา้

ใช้งานที่อตั ราส่วนผสม แตกต่างกันไปตามคณุ สมบตั ิของน้ามนั หล่อเยน็ หรอื ตามความต้องการใช้งาน โดย
ปกตจิ ะผสมใช้งานยอูใ่ นช่วง 2% ถึง 10% ในนา้ ซ่ึงนิยมแบ่งนา้ มนั หล่อเยน็ ออกเป็น 3 ประเภทตาม
% สัดส่วนผสมของน้ามนั หลอ่ ล่ืนพนื้ ฐานประเภทน้ามนั แร่ในผลติ ภัณฑ์ก่อนผสมน้า คือ

1. น้ามนั สบู่
นา้ มนั หล่อเย็นประเภทนา้ มนั สบู่ หรอื เรียกในภาษาอังกฤษวา่ Soluble Oil มี

องคป์ ระกอบทีส่ าคญั คือ น้ามันหล่อลน่ื พ้นื ฐานประเภทน้ามันแร่ (Mineral Oil) กบั สาร Emulsifier
ซ่งึ ทาหนา้ ท่ีใหน้ ้ามนั แรส่ ามารถกระจายและอยู่ตัวได้ในน้า โดยมสี ัดสว่ นผสมของนา้ มันหลอ่ ลืน่ พื้นฐาน
ประเภทน้ามนั แร่ในผลิตภัณฑ์ก่อนผสมนา้ ประมาณ 75% หรอื มากกว่า เมอ่ื ผสมนา้ แลว้ จะมสี ีขาวคล้าย
นา้ นม จึงมกั ถูกเรยี กอีกว่าเป็นนา้ มันหลอ่ เย็นประเภท “น้านม” หรือ “Milky” ทง้ั นเ้ี พราะนา้ มนั สบมู่ ี

39

% สัดสว่ นผสมของน้ามนั แรอ่ ยู่สงู อนภุ าคของนา้ มนั แร่ท่ีกระจายอยู่ในนา้ จึงมีขนาดใหญ่เกิดการทึบแสง
และมองเห็นเป็นสขี าว

นา้ มนั หลอ่ เย็นชนิดน้ามนั สบู่มีข้อดีท่เี ดน่ ชดั คอื ราคาตอ่ ลติ ไมส่ งู และใชง้ านไดก้ ับงาน
ทัว่ ไปทไ่ี ม่หนกั หรือไม่มีความต้องการพิเศษ แตข่ ้อเสยี โดยท่ัวไป คือการอยู่ตัวในนา้ (Stability) ไมค่ ่อย
ดี และมีอายุการใชง้ านสนั้ จนถึงอาจเกดิ การสนมิ ได้งา่ ย

2. น้ามนั สงั เคราะห์
น้ามันหลอ่ เยน็ ชนิดนา้ มนั สงั เคราะห์หรือเรียกในภาษาอังกฤษวา่ “Synthetic Fluid” น้ี

ผลิตจากน้ามันพื้นฐานหรือสารเคมที ีม่ าจากการสังเคราะห์ทัง้ หมด โดยท่ไี ม่มีสัดสว่ นของนา้ มนั หลอ่ ลน่ื
พื้นฐานประเภทนา้ มันแร่ ผสมอยเู่ ลยมักนยิ มใช้สาหรบั งานเจียรค์ ุณภาพสูง โดยใช้งานท่อี ัตราสว่ นผสมน้า
ขน้ั ตา่ ประมาณ 2% หรอื อัตราสว่ นน้ามันต่อน้า 1 ต่อ 49 ท้ังน้ี เพราะลักษณะงานเจียรต์ ้องการการ
ระบายความร้อนเปน็ สาคัญ และไมต่ ้องการคุณสมบตั ิการหลอ่ ลืน่ มากนัก การท่ีไม่มีน้ามนั แรอ่ ย่เู ลย ทา
ให้หน้าหนิ ไมบ่ อดงา่ ยจากการทเี่ ศษผงโลหะขนาดเลก็ ทเี่ กดิ จากการเจียรเ์ กาะติดอดุ หนา้ หนิ

ข้อพึงระวงั จากการใชน้ ัมนั หล่อเย็นชนิดสงั เคราะห์โดยท่ัวไป คอื ปญั หาเร่ืองสนิมที่มักเกดิ
ข้นึ กับเคร่ืองจักร และร่างแทน (Slideways) โดยเฉพาะนา้ มันในอัตราส่วนท่สี งู มาก เกิดการสน้ิ เปลือง
เมือ่ มีการหยดุ เคร่ือง หรือหากไม่เกิดสนมิ ก็อาจต้องผสม

3. นา้ มันกง่ึ สงั เคราะห์
น้ามันหลอ่ เย็นประเภทก่ึงสงั เคราะหจ์ ะมนี ้ามนั หล่อล่นื พ้นื ฐานผสมกันระหว่างนา้ มัน

สังเคราะห์ และนา้ มนั แร่หรือเรียกในภาษาอังกฤษว่า “Semi Synthetic Fluld” โดยมสี ดั ส่วนผสมของ
น้ามนั แรอ่ ยู่ในชว่ งระหว่าง 20% ถึง 60% ทง้ั นีเ้ พือ่ ผสมผสานคณุ สมบัตดิ า้ นการหลอ่ ลน่ื ท่ดี ีของน้ามนั
แร่กับคุณสมบัติพิเศษทตี่ อ้ งากรของน้ามันสังเคราะห์ใหเ้ หมาะกบั ความต้องการของการใช้งาน

น้ามันชนิดก่ึงสังเคราะห์โดยท่ัวไปเมื่อผสมน้าจะมีสีขุ่นไม่ทึบแสง (Translucent) เพราะมี
ปริมาณนา้ มนั แรต่ า่ กว่าน้ามันสบู่อนุภาคน้ามันที่กระจายในน้าจึงมีขนาดเล็กกว่า ย่ิงไปกว่านั้นปริมาณสาร
Emulsifier ที่ต้องการก็มีน้อยกว่าเม่ือเทียบกับน้ามันสบู่ น้ามันหล่อเย็นชนิดก่ึงสังเคราะห์โดยทั่วไปจึงมี
คณุ สมบตั ติ า้ นทานแบคทเี รยี ในเบอื้ งตน้ ดีกว่า

40

แบบฝึกหัดหน่วยที่ 1

รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้
ชือ่ หน่วย เครือ่ งเลื่อยกล

เร่ือง เครื่องเล่ือยกล จานวนชั่วโมงสอน 1-4

คาสงั่ จงทาเครือ่ งหมาย ( x ) หน้าข้อท่ถี ูกท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว

1. ข้อใดคือลักษณะของงานเลื่อย

ก. การขูดถูช้ินงานให้ขาดจากกัน ข. การถากผวิ ชิ้นงานใหร้ าบเรียบ

ค. การปรับผวิ งานใหร้ าบเรยี บ ง. ตัดแบง่ แยกชิ้นงาน

2. วตั ถปุ ระสงค์ของการจัดฟนั ใบเลื่อยคือข้อใด

ก. ลดแรงเสยี ดทานขณะเลื่อย ข. ความสวยงาม

ค. ลดการสกึ หรอของใบเลือ่ ย ง. ทาให้ฟนั เล่ือยแข็งแรงมากขึน้

3. ขนาดความยาวของใบเลอื่ ยมีวิธีการตรวจสอบอย่างไร

ก. วัดจากจุดศนู ยก์ ลางรูใบเลื่อยดา้ นหนึง่ ถึงอกี ดา้ นหนง่ึ

ข. วดั จากปลายสดุ ของใบเลอื่ ยด้านหนงึ่ ไปยังรใู บเลือ่ ยในด้านตรงกนั ข้าม

ค. วดั จากฟนั เลื่อยฟันแรกถึงฟันเลื่อยฟันสุดท้าย

ง. วัดระหว่างปลายใบเล่ือยทง้ั สองดา้ น

4. ความหยาบละเอียดของฟนั เล่อื ยมวี ิธีกาหนดอย่างไร

ก. จานวนฟนั เล่อื ยต่อความยาวใบเลื่อย ข. จานวนฟันเล่อื ยต่อความยาวหนึง่ น้ิว

ค. จานวนฟนั เลอ่ื ยต่อขนาดใบเลื่อย ง. จานวนฟันเล่ือยต่อความกวา้ งของใบเลื่อย

5. เครือ่ งเลอ่ื ยกลชนิดใดท่นี ยิ มใชต้ ามโรงงานทวั่ ไป

ก. เครอื่ งเล่อื ยกลแบบชกั ข. เครื่องเลื่อยกลแบบสายพานนอน

ค. เครอ่ื งเลอ่ื ยกลแบบสายพานตั้ง ง. เคร่ืองเลื่อยกลแบบวงเดอื น

6. การตดั ชิ้นงานดว้ ยเคร่ืองเลื่อยกลแบบชักควรใชเ้ คร่ืองมือวัดชนิดใด

ก. เวอรเ์ นยี รค์ าลปิ เปอร์ ข. บรรทัดเหลก็

ค. ไมโครมเิ ตอร์ ง. ตลบั เมตร

7. เครอ่ื งเลอื่ ยกลที่ใช้ระบบปอู นตดั แบบไฮดรอลกิ ใชช้ น้ิ ส่วนใดเป็นตัวปูอนตดั

ก. นา้ มัน ข. เฟอื ง

ค. ลม ง. ลูกตุ้ม

8. ส่วนประกอบใดของเครือ่ งเล่อื ยกลแบบชกั ท่ใี ชจ้ ับยดึ ใบเล่อื ย

ก. แทน่ รองรับชนิ้ งาน ข. ปากกาจบั ชิน้ งาน

ค. แขนตงั้ ระยะการตัด ง. โครงเลอื่ ย

9. ข้อใดคอื ลกั ษณะการทางานของเคร่ืองเลอ่ื ยกลแบบชกั

ก. การตัดชน้ิ งานตอ่ เนื่อง ข. เล่ือยชิ้นงาน 2 จงั หวะ

41

ค. จงั หวะเลอื่ ยช้นิ งานเป็นวงกลม ง. เลอื่ ยช้ินงานจงั หวะเดียว

10. สว่ นใดของเคร่ืองเล่ือยกลแบบชักทร่ี ับนา้ หนักทั้งหมดของเคร่อื ง

ก. โครงเล่อื ย ข. แขนต้งั ระยะการตัด

ค. ฐานเครอ่ื ง ง. ปากกาจับช้นิ งาน

11. ฐานเคร่ืองเลื่อยกลแบบชักทาจากวสั ดชุ นดิ ใด

ก. อะลมู เิ นียม ข. เหลก็ กลา้ ผสม

ค. เหล็กเหนียว ง. เหล็กหลอ่

12. เพราะเหตุใดจึงต้องยกใบเล่อื ยใหห้ า่ งจากช้ินงานประมาณ 25 มม. กอ่ นเปิดสวิตช์เคร่ืองทางาน

ก. เพื่อใหเ้ คร่อื งเดนิ ฟรี ข. เพ่ือใหม้ ชี อ่ งวา่ งในการปรบั ปูอนตดั ชิ้นงาน

ค. เพ่อื ปูองกนั การกระแทกของใบเลื่อย ง. เพื่อเปิดน้าหล่อเยน็

13. การเลือ่ ยชิ้นงานท่ีมีความยาวเท่า ๆ กนั หลายช้ินควรใช้อุปกรณข์ ้อใดช่วยในการเลื่อยชน้ิ งาน

ก. ฐานเครอ่ื ง ข. แขนต้ังระยะ

ค. ปากกาจับชน้ิ งาน ง. โครงเลื่อย

14. ชน้ิ สว่ นใดของเคร่ืองเลือ่ ยกลแบบชกั ทสี่ ามารถปรบั เอยี งเป็นมุมได้

ก. แขนต้งั ระยะการตดั ข. ฐานเครื่อง

ค. ปากกาจบั ช้นิ งาน ง. โครงเล่อื ย

15. ชิ้นสว่ นใดของเครื่องเลื่อยชักที่ใชเ้ ปน็ ตน้ กาลงั

ก. โครงเลอ่ื ย ข. แขนตั้งระยะ

ค. มอเตอร์ ง. ฐานเครอ่ื ง

42

เฉลยแบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 1

รหัสวชิ า 2100-1008 ชอ่ื วชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้
ชื่อหน่วย เครอื่ งเล่อื ยกล

เรอื่ ง เครือ่ งเลื่อยกล จานวนชั่วโมงสอน 1-4

คาสง่ั จงทาเครอื่ งหมาย ( x ) หน้าขอ้ ทถ่ี กู ท่สี ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดคอื ลักษณะของงานเลือ่ ย

ก. การขดู ถูชน้ิ งานให้ขาดจากกนั ข. การถากผวิ ชิน้ งานให้ราบเรียบ

ค. การปรับผิวงานใหร้ าบเรยี บ ง. ตดั แบ่งแยกช้นิ งาน

2. วัตถุประสงค์ของการจัดฟนั ใบเล่อื ยคือขอ้ ใด

ก. ลดแรงเสยี ดทานขณะเลอ่ื ย ข. ความสวยงาม

ค. ลดการสกึ หรอของใบเลื่อย ง. ทาใหฟ้ นั เล่อื ยแข็งแรงมากขึน้

3. ขนาดความยาวของใบเล่อื ยมวี ธิ กี ารตรวจสอบอยา่ งไร

ก. วัดจากจุดศูนย์กลางรใู บเลอ่ื ยดา้ นหนงึ่ ถงึ อกี ด้านหน่ึง

ข. วดั จากปลายสดุ ของใบเลอื่ ยดา้ นหน่งึ ไปยงั รูใบเลอื่ ยในดา้ นตรงกนั ข้าม

ค. วดั จากฟันเลอ่ื ยฟนั แรกถึงฟันเลื่อยฟันสดุ ท้าย

ง. วดั ระหว่างปลายใบเล่ือยทั้งสองดา้ น

4. ความหยาบละเอยี ดของฟนั เล่อื ยมีวิธีกาหนดอย่างไร

ก. จานวนฟนั เลื่อยตอ่ ความยาวใบเล่ือย ข. จานวนฟันเลอ่ื ยต่อความยาวหนึง่ น้ิว

ค. จานวนฟันเลอ่ื ยต่อขนาดใบเลอ่ื ย ง. จานวนฟันเลื่อยต่อความกวา้ งของใบเลื่อย

5. เคร่อื งเลือ่ ยกลชนดิ ใดท่นี ิยมใชต้ ามโรงงานทั่วไป

ก. เครื่องเลอ่ื ยกลแบบชกั ข. เครื่องเลอื่ ยกลแบบสายพานนอน

ค. เครือ่ งเลื่อยกลแบบสายพานต้ัง ง. เครื่องเลอ่ื ยกลแบบวงเดอื น

6. การตัดชนิ้ งานด้วยเครอ่ื งเล่อื ยกลแบบชักควรใชเ้ ครือ่ งมือวัดชนิดใด

ก. เวอรเ์ นียรค์ าลปิ เปอร์ ข. บรรทัดเหลก็

ค. ไมโครมิเตอร์ ง. ตลับเมตร

7. เครอ่ื งเล่อื ยกลทใ่ี ช้ระบบปูอนตัดแบบไฮดรอลกิ ใช้ชน้ิ ส่วนใดเปน็ ตัวปูอนตัด

ก. น้ามัน ข. เฟือง

ค. ลม ง. ลกู ตมุ้

8. ส่วนประกอบใดของเคร่ืองเลอ่ื ยกลแบบชกั ทใี่ ช้จับยดึ ใบเลอ่ื ย

ก. แทน่ รองรับช้ินงาน ข. ปากกาจับช้ินงาน

ค. แขนตงั้ ระยะการตดั ง. โครงเล่อื ย

9. ขอ้ ใดคอื ลักษณะการทางานของเครื่องเล่อื ยกลแบบชัก

ก. การตดั ชนิ้ งานต่อเนือ่ ง ข. เล่ือยชนิ้ งาน 2 จังหวะ

43

ค. จงั หวะเลอื่ ยช้นิ งานเป็นวงกลม ง. เลอื่ ยช้ินงานจังหวะเดียว

10. สว่ นใดของเคร่ืองเล่ือยกลแบบชักทร่ี ับนา้ หนักทั้งหมดของเคร่อื ง

ก. โครงเล่อื ย ข. แขนต้งั ระยะการตัด

ค. ฐานเครอ่ื ง ง. ปากกาจับช้นิ งาน

11. ฐานเคร่ืองเลื่อยกลแบบชักทาจากวสั ดชุ นดิ ใด

ก. อะลมู เิ นียม ข. เหลก็ กลา้ ผสม

ค. เหล็กเหนียว ง. เหล็กหลอ่

12. เพราะเหตุใดจึงต้องยกใบเล่อื ยใหห้ า่ งจากช้ินงานประมาณ 25 มม. ก่อนเปดิ สวิตช์เคร่ืองทางาน

ก. เพื่อใหเ้ คร่อื งเดนิ ฟรี ข. เพ่ือใหม้ ชี อ่ งวา่ งในการปรับปูอนตดั ชิ้นงาน

ค. เพ่อื ปูองกนั การกระแทกของใบเลื่อย ง. เพื่อเปิดน้าหลอ่ เย็น

13. การเลือ่ ยชิ้นงานท่ีมีความยาวเท่า ๆ กนั หลายช้ินควรใช้อุปกรณข์ ้อใดช่วยในการเลื่อยชน้ิ งาน

ก. ฐานเครอ่ื ง ข. แขนต้ังระยะ

ค. ปากกาจับชน้ิ งาน ง. โครงเลื่อย

14. ชน้ิ สว่ นใดของเคร่ืองเลือ่ ยกลแบบชกั ทสี่ ามารถปรบั เอยี งเป็นมุมได้

ก. แขนต้งั ระยะการตดั ข. ฐานเครื่อง

ค. ปากกาจบั ช้นิ งาน ง. โครงเล่อื ย

15. ชิ้นสว่ นใดของเครื่องเลื่อยชักที่ใชเ้ ปน็ ตน้ กาลงั

ก. โครงเลอ่ื ย ข. แขนตั้งระยะ

ค. มอเตอร์ ง. ฐานเครอ่ื ง

44

ใบมอบหมายงานหน่วยท่ี 1

รหสั วชิ า 2100-1008 ชื่อวชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้
ชื่อหน่วย เครือ่ งเลือ่ ยกล

เร่อื ง เคร่อื งเล่ือยกล จานวนช่ัวโมงสอน 1-4

1. จุดประสงคก์ ารมอบหมายงาน
เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง

2. แนวทางการปฏบิ ตั งิ าน
จัดทารายงานพรอ้ มเข้าเลม่

3. แหล่งค้นควา้
ห้องสมดุ , ห้องอนิ เตอรเ์ น็ต

4. คาถาม/ปญั หา
จดั ทารายงาน เร่ืองเครื่องเล่ือยกล ไม่นอ้ ยกว่า 7 หน้ากระดาษ A4

5. กาหนดเวลาสง่
สปั ดาห์ถัดไป


Click to View FlipBook Version