154
ภาพท่ี 4.38 ศูนย์เปน็ ของเครื่องกลึง (A Heavy-Duty Ball Center)
6. ด้ามมดี กลงึ เปน็ เคร่อื งมือทใ่ี ชใ้ นการจบั มีดกลงึ ก่อนทจี่ ะประกอบเขา้ กบั ปอู มมีด
ภาพท่ี 4.39 ด้ามมดี กลงึ ชนิดต่าง ๆ
155
7. ตัวพมิ พ์ลาย (Knurling) เป็นอุปกรณ์ของเคร่ืองกลึงทใี่ ช้ทาหนา้ ทีใ่ นการพิมพล์ าย
ช้นิ งานใหเ้ ปน็ รูปลายตา่ ง ๆ ดังรูป
ภาพที่ 4.40 ดอกพิมพล์ ายต่าง ๆ
ภาพที่ 4.41 ดอกพิมพล์ ายพรอ้ มด้ามจบั
ภาพท่ี 4.42 การกลงึ พิมพ์ลายแบบยันศูนยห์ ัวท้าย
156
ภาพท่ี 4.43 ลูกกล้งิ พิมพล์ ายชนิดต่าง ๆ
4.4 ความเร็วรอบ ความเร็วตัดและอตั ราป้อน
ภาพที่ 4.44 ทิศทางการหมุนรองชนิ้ งานและการเคลื่อนทีข่ องมีดตดั
4.4.1ความเรว็ รอบ
ความเร็วรอบ (Speed) หมายถงึ ความเร็วรอบของชิน้ งานหรือความเร็วรอบของเครื่องมือ
ตัดที่หมนุ ได้ในเวลา 1 นาที มีหนว่ ยวดั เปน็ รอบตอ่ นาที (Revolution Per Minute : RPM)
ตัวอย่างเชน่
ตอ้ งการกลงึ งานที่ทาจากเหลก็ เหน่ยี ว ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง 20 มม. เมอื่ ทาการคานวณ
ความเรว็ รอบแล้วจะใช้ความเรว็ รอบไม่กนิ 500 รอบตอ่ นาที ดังนนั้ ชา่ งจะตอ้ งตั้งความเร็วรอบในการ
กลงึ งานชนิ้ นีท้ ค่ี วามเรว็ รอบไมเ่ กนิ 500 รอบต่อนาที แตถ่ ้าตั้งความเร็วรอบไม่ถูกตอ้ ง เช่น ตง้ั เรว็
จนเกินไป คมมดี ตัดจะสกึ หรออย่างรวดเรว็ ตอ้ งเสียเวลาลับมดี ตัดใหม่ ส้ินเปลืองมีดตัดหรอื ถา้ ตัง้ ความเรว็
รอบช้าเกินไป จะเสียเวลาในการปอู นกนิ งานมาก ทาใหง้ านเสร็จชา้ ไดช้ นิ้ งานน้อยกว่าความเปน็ จรงิ
สตู ร
157
ความเร็วรอ บ (n) ความเร็วตั ด (v) x 1,000
3.1416 x ความโตชิ้นงาน (D)
ความเร็วรอ บ (n) มหี น่วยเป็ น รอบ ตอ่ นาที
ความเร็วตัด (v) มหี น่วยเป็ นเมตร ตอ่ นาที
ความโต (D) มหี น่วยเป็ น มลิ ลิเมตร
หมายเหตุ สูตรนีใ้ ชก้ บั ระบบเมตรกิ
สตู ร ความเร็วตัด(C S) x 320
ความโตชิ้นงาน (D)
ความเร็วรอ บ (RPM)
ความเร็วรอ บ (RPM) มหี น่วยเป็ น รอบ ตอ่ นาที
ความเร็วตัด (C S) มหี น่วยเป็ น ฟุต ตอ่ นาที
ความโต (D) มหี น่วยเป็ น นิ้ว
หมายเหตุ สตู รนใี้ ช้กบั ระบบองั กฤษ
4.4.2ความเรว็ ตดั
ความเรว็ ตัด (Cutting Speed) หมายถงึ ความเร็วท่คี มมีดตดั ตัดหรือปาดผวิ โลหะออก
เมอ่ื ชิ้นงานหมุนไปครอบ 1 รอบ ซึง่ มีดตดั จะต้องปาดผวิ โลหะออกเปน็ เส้นยาวเท่ากับเส้นรอบวงของ
ชิน้ งานพอดี หน่วยวดั ความเร็วตดั คิดเป็นเมตรต่อนาที
ตัวอย่างเช่น
ชนิ้ งานทาจากเหลก็ เหน่ยี ว ท่ีมขี นาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง 2 มม. ดงั น้ัน เสน้ รอบวงของช้ินงาน
จะเท่ากบั (d) 3.14 x 20 62.80 มม. หรือ 0.0628 เมตร และถ้าช้นิ งานหมุนด้วย
ความเรว็ รอบ 500 รอบต่อนาที ดังนั้นความเรว็ ตัดจะเท่ากนั 0.0628 x 500 = 31.40 เมตรต่อ
นาที
ความเรว็ ตัดนนี้ ักวชิ าการไดท้ าการกาหนดค่ามาตรฐาน สาหรับการคานวณความเรว็ รอบแต่ละ
เครอ่ื งจักรกลไวแ้ ล้ว
4.4.3ข้อพจิ ารณาในการเลือกความเรว็ ตัดจากเครอื่ งกลึง
1. วสั ดุช้นิ งานท่ีมคี วามเข็ง จะใชค้ ่าความเรว็ จดั ต่ากว่าช้ินงานท่ีอ่อน
2. วสั ดมุ ดี ตัด เช่น มีดกลึง ดอกสว่าน มีดกัด ถา้ ทาจากเหล็กรอบสูง (HSS) 0ใช้
ความเร็วตดั ต่ากวา่ มีดตดั ท่ีทาจากโลหะแข็ง
3. ขนาดหน้าตดั หรือความหนาของเศษโลหะ ถ้ากลงึ หรือตัดชนิ้ งานทีละน้อยหรือปูอนกิน
ไม่ลึกเกินไป จะใชค้ วามเรว็ ตัดได้สูงกวา่ การปูอนกินงานครั้งละมาก ๆ
4. การหล่อเยน็ ถา้ ช้ินงานมีการหลอ่ เยน็ ทีเ่ หมาะสมกบั วัสดุชนิ้ งาน จะใชค้ วามเร็วตดั ได้สงู
กว่าการกลึงงานท่ีไมม่ ีการหลอ่ เย็น
5. ชนิดและขนาดของเคร่ืองจักรกล ถ้าเปน็ เคร่อื งจักรกลทมี่ ีขนาดใหญแ่ ละเคร่ืองท่ีใหม่กว่า
จะสามารถใชก้ ลงึ งานได้มากกว่า เร็วกวา่ และใชค้ วามเร็วตัดไดม้ ากกว่า
158
4.4.4อัตราป้อน (Feed)
การปูอนตัด หมายถึง ระยะทางการเดินปูอนมดี ไปตามความยาวของชิ้นงาน ในแตล่ ะรอบ
ของการปูอนตัด อาจพิจารณาความหนาของเศษตัดการปอู นตัด 0.2 มม. มีดกลงึ จะเคล่ือนที่ปูอนตดั
งานเปน็ ระยะทาง 0.2 มม. ตามความยาวของงานหมุนไป 1 รอบ ถา้ ช้นิ งานหมนุ 10 รอบ
ระยะทางของมีดจะเคลือ่ นทเี่ ปน็ ระยะทางเทา่ กับ 10 x 0.2 = 2 มม.
การป้อนตัดมี 2 ลักษณะคือ การป้อนตัดหยาบ และป้อนตัดละเอียด
การป้อนตัดหยาบ ใช้ในการปอู นตัดเม่ือกลึงงานระยะแรกท่ยี ังเหลือขนาดอีกมาก สามารถปูอน
กลงึ หยาบเพื่อกลงึ งานได้รวดเรว็
การป้อนตดั ละเอียด ใช้ในการปูอนตดั ละเอียด เม่ือกลงึ งานทีไ่ ด้ขนาดใกล้เคยี งท่ีต้องการ การ
ปอู นละเอยี ดจะทาใหผ้ วิ ทีไ่ ดจ้ ากการกลึงมีผวิ ท่เี รยี บมากกว่าการกลงึ หยาบ
ความลกึ ในการป้อนมีด (Depth of cut)
ความลกึ ทเี่ กดิ ขึ้นจากการปูอนตัดมีดลกึ เข้าไปในงานจะทาให้เศษโลหะไหลออกมา เช่น ช้ินงาน
เสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 20 มม. ถ้ากลึงงานแลว้ งานจะถกู ลดขนาด 4 มม. งานจะเหลอื เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 16
มม.
การปอู นกินลึกและมดี แตล่ ะครง้ั จะขึ้นอยู่กับความละเอยี ดและความแข็งของวัสดเุ ปน็ สาคัญการ
ใช้อัตราปอู นสามารถเลือกให้สูงได้ ถ้ากาลังของเครอ่ื งดีพอ ความเข็งของวสั ดงุ านน้อย กส็ ามารถปอู นได้
มาก ถ้าหากปูอนช้นิ งานใหล้ ึกแล้วจ้องลดอัตราปูอนกินให้น้อยลง สง่ิ ท่ีสาคัญซ่ึงจะต้องพิจารณาความเรว็
ตดั ทใี่ ชใ้ หถ้ ูกต้องท่ีสุด ความลกึ และอัตราปูอนเหมาะสมท่ีสดุ เพือ่ ประหยัดเวลาในการทางาน
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งการใช้ความเร็วตัดกับอตั ราปอ้ น
- ถา้ อตั ราปูอน (Feed) มาก ความเรว็ รอบในการกลงึ จะต้องลดลงเมื่อการปูอนมีด
มคี วามลกึ คงท่ี
- ถา้ ความเรว็ รอบในการกลงึ มากอตั ราปูอน (Feed) จะต้องลดลงเมอ่ื การปูอนมดี มี
ความลึกคงท่ี
- ถ้าความลึกของมีดปูอนกลงึ มากขึน้ ความเรว็ รอบจะต้องลดลงเม่ืออัตราปูอนคงท่ี
4.4.5การคานวณความเร็วตดั และความเร็วรอบ
ความเร็วตัด (V) dn เมตร / นาที
ความเร็วรอบ (n) 1,000
v ความเร็วตัด(เมตร/นาที )
n ความเร็วรอบของชิ้นงานหรือของมดี (รอบ/ นาท)ี
d เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของชิ้นงาน (มม.)
คา่ คงท่ี 3.14
v x 1,000 รอบ/ นาที
d
159
ตัวอยา่ ง ตอ้ งการกลึงชิน้ งานที่ทาจากเหล็กเหนียว (St. 40) มีเสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง 30 มม. โดยใช้
ความเรว็ ตดั จากการเปดิ ตาราง 25 เมตร/นาที จงคานวณหาความเร็วรอบทจี่ ะใช้ในการกลงึ งานน้ี
วธิ ีคานวณ v x 1,000
d
ความเร็วรอ บ (n) รอบ/ นาที
ความเร็วรอ บ (n) 25 x 1,000 265.39 รอบ / นาที
3.14 x 30
ดงั น้นั ความเร็วรอบในการกลึงานครั้งนไี้ ม่เกิน 265 รอบ/นาที เช่น ถ้าเครือ่ งกลงึ มีขน้ั
ความเรว็ รอบ 150, 200, 250, 300,500 ฯลฯ รอบ/นาที ดงั นัน้ จะใชค้ วามเรว็ รอบขัน้ 250
รอบ/นาที
4.4.6การใชต้ ารางความเร็วจากตาราง Logarithm
กลงึ ชน้ิ งานทองเหลอื ง ขนาดชน้ิ งาน 80 มม. ความเร็วตดั 60 เมตร/นาที เวลาท่ปี ูอน
0.1 นาที ให้หาความเรว็ รอบทเ่ี หมาะสม และอตั ราปอู น
วธิ ีหา ลากเส้นตรงจุดขนาดช้นิ งาน 80 มม. เสน้ ซ้ายสดุ ตาราง ลากเส้นให้ขนานกับเส้น
ความเรว็ ตดั ลากเสน้ ความเรว็ ตัด 60 ม./นาที ให้ขนาดกับเส้นขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง
เสน้ ขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลาง และสน้ ความเร็วตดั ไปชนกับเส้นความเร็วรอบ ซ่ึงจะลากเป็นมุม
450 จากตารางอ่านคา่ ไดค้ วามเร็ว 250 รอบ/นาที ลากเส้นเวลา 0.1 นาที ตรงเสน้ ในแนวด่ิง
ขนานกับเส้นความเร็วตดั ไปชนกบั เสน้ ความเร็วรอบ 250 มม. ลากเส้นข้ึนไปหาเสน้ อัตราปูอน
ตัวอย่าง ชิน้ งานทรงกระบอกขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง 80 มม. ความเร็วตัด 60 เมตร/นาที ให้หา
ความเรว็ รอบ
ขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง d = 80 มม.
ความเรว็ ตดั v = 60 ม/นาที
สูตร n = 1,000v
πd
1,000 x 60
=
22
7 x80
n = 238.6
เลอื กใชค้ วามเร็วรอบทีใ่ กลเ้ คียงทีส่ ุด 250 รอบ/นาที
160
แผ่นชาร์ทแสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเร็วตดั / ความเรว็ รอบ / เวลาทางาน
ตารางท่ี 4.1 คา่ ความเร็วตดั งานกลึงและอัตราป้อนกลึง
ตารางที่ 4.2คา่ ความเรว็ ตดั งานกลงึ และอัตราป้อนกลึง เมตร/นาที
161
วัสดุงาน มดี กลึง H.S.S มดี เล็บ
เหลก็ St 40 กลงึ หยาบ กลงึ ละเอยี ด กลึงหยาบ กลึงละเอยี ด
เหล็ก St 70
เหลก็ St 100 25 35 140 160
เหล็กหลอ่
ทองเหลือง 17 22 100 125
อะลูมเิ นียม
พลาสตกิ 12 17 80 105
23 30 90 125
65 90 275 380
300 600 800 1,200
1,200 1,600
ตารางท่ี 4.3คา่ ความเรว็ ตดั งานกลึงเกลียว เมตร/นาที
วสั ดงุ าน ความเร็วรอบ ม. / นาที ชว่ งกลึง มม.
เหลก็ เครอ่ื งมือ เหล็กรอบสูง 0.5-1.5
0.5-1.5
เหล็ก St 40 10 15 0.5-1.5
0.5-1.5
เหล็ก St 70 9 13 0.5-1.5
0.5-1.5
เหล็ก St 100 8 12 0.5-1.5
0.5-1.5
เหลก็ หล่อ 8 10 0.5-1.5
0.5-1.5
เหล็กเหนยี วหลอ่ 7 11
ทองเหลือง 15 25
ทองแดงหลอ่ 15 25
บรอนซ์ 15 25
โลหะเบา - 25-45
ยางแข็งและพลาสติก - 10-30
4.5 เจนคติทด่ี ใี นการใชเ้ ครื่องกลึง
ในการใช้เครื่องยันศนู ยผ์ ใู้ ชจ้ ะตอ้ งใชอ้ ย่างระมัดระวงั และต้องใช้ให้ถูกวธิ ีไมเ่ ช่นนั้นจะเปน็
อันตรายกับผู้ใช้และเคร่ืองกลึงได้ ดังน้นั ในการใชท้ ถี่ ูกต้องควรปฏิบตั ดิ งั น้ี
1. กอ่ นใช้เครื่องทุกคร้ังต้องคดิ ก่อนทา และต้องมีความรู้ความเขา้ ใจทางด้านทฤษฎมี าก่อนจงึ
สามารถใชเ้ ครื่องได้
2. เครอื่ งกลงึ ทุกตวั มรี าคาแพงและซื้อมาด้วยเงนิ ภาษขี องทกุ คนดังนั้นผุใ้ ชต้ ้องใชใ้ ห้เกิด
ประโยชนม์ ากทสี่ ุด
3. หากไม่แนใ่ จในการใช้เก่ียวกับเรอื่ งใดให้สอบถามผทู้ ี่เรียนรมู้ าก่อนเสมอ
4. การถอดประกอบหัวจบั เครอื่ งกลึง (Chuck) 9องกระทาอย่างถกู วิธี ดงั ภาพ
4.5.1หมอนไม้รองรับหวั จับ การถอดหัวจับขนาดใหญ่ตอ้ งรองรับระหวา่ งหวั จับกับรางเล่ือนของ
เครอื่ งทกุ คร้ังด้วย ดังภาพ
162
ภาพท่ี 4.46 การใช้หมอนไม้รองรบั หวั จบั
4.5.2การถอดประกอบหัวแบบเรียว ให้สงั เกตล่ิมเวลาประกอบต้องใส่ใหต้ รงกับลิ่มแลว้ ก่อนขัน
แหวนเกลียวให้แน่น ดงั รปู
ภาพท่ี 4.47 แสดงตาแหน่งลิ่มของหวั จบั แบบเรยี ว
ภาพที่ 4.48 แสดงการขนั แหวนเกลยี วเพอ่ื ยดึ หวั จบั แบบเรียว
163
ภาพท่ี 4.49 แสดงการขนั แหวนเกลยี วเพอ่ื ยึดหวั จับแบบเรียว
ภาพที่ 4.50 แสดงตาแหนง่ ต่าง ๆ ของหัวจบั แบบ CAM-LOCK
ภาพที่ 4.51 แสดงวธิ กี ารถอดประกอบหวั จบั แบบ CAM-LOCK
164
ภาพที่ 4.52 แสดงวธิ กี ารถอดฟันของหัวจบั แบบ 3 จับ
ภาพท่ี 4.53 แสดงวิธกี ารประกอบฟนั ของหวั จับแบบ 3 จับ
4.5.3การจบั ช้ินงานดว้ ย 4 จับฟนั อสิ ระ เป็นการจับชนิ้ งานท่ีต้องใชเ้ คร่อื งมือวดั เข้าช่วย คอื
ขอช้าง หรอื นาฬิกาวัด เพ่ือต้องการใช้ใช้งานกลมหมนุ อยู่ในแนวศนู ยก์ ลาง ดงั รูป
165
ภาพที่ 4.54 แสดงวธิ กี ารจบั ชนิ้ งานกลมด้วยหัวจบั แบบ 4 จบั ฟนั อิสระโดยใช้ขอชา้ ง
ภาพที่ 4.55 แสดงวิธกี ารจบั ชิ้นงานกลมด้วยหวั จับแบบ 4 จับฟนั อสิ ระโดยใช้นาฬิกาวัด
4.5.4การจับชิน้ งานด้วย 3 จับฟนั พรอ้ ม เป็นวธิ ีจับช้ินงานกลมอยา่ งรวดเร็วเพื่อทาการกลงึ ใหไ้ ด้
ขนาดตามต้องการ ดังรูป
ภาพท่ี 4.56 แสดงวิธีการปรบั แท่นเลอ่ื นบนมุม 90 องศาเพ่ือกลงึ ปาดหนา้
166
ภาพท่ี 4.57 แสดงวิธีการปรบั แทน่ เล่อื นบนมมุ 30 องศาเพื่อกลึงปาดหนา้
ภาพท่ี 4.58 แสดงวิธกี ารตรวจวัดขนาดชิน้ งาน
ภาพท่ี 4.59 แสดงวธิ กี ารวดั ระยะความยาวก่อนกลงึ
4.5.5การเจาะรชู น้ิ งานบนเครื่องกลึงยันศูนย์ สามารถเจาะรูนาศูนย์ชิน้ งานกลึงหรือเจาะก่อนกลงึ
คว้านภายใน โดยการใช้หัวจับดอกสวา่ นเปน็ ตัวจบั สวา่ นหรอื จบั ดอกนาศนู ยด์ ังรปู
167
ภาพท่ี 4.60 แสดงวิธกี ารเจาะรนู าศูนย์ดว้ ยดอกเจาะนาศนู ย์
ภาพที่ 4.61 แสดงวิธีการเจาะรชู นิ้ งานดว้ ยดอกสวา่ นก้านเรียว
168
ภาพท่ี 4.62 แสดงวธิ ีการเจาะรูชนิ้ งานด้วยดอกสวา่ นกา้ นตรงใชห้ ัวจับดอกสวา่ น
ภาพท่ี 4.63 แสดงวิธกี ารต้ังระยะความลึกดอกเจาะ
4.5.6ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องกลึง
1. ตรวจสอบส่วนต่าง ๆ ของเคร่ืองกลึงทกุ ครั้งก่อนการทางาน ว่าอยใู่ นสภาพพร้อมที่จะ
ทางานอย่างปลอดภัย ถ้ามขี ้อบกพรอ่ งให้แจ้งผคู้ วบคุมแก้ไขทันที
2. ต้องสวมแว่นตากนิรภัยทุกคร้ังที่ปฏิบัติงานบนเครื่องกลงึ
3. ก่อนเปดิ สวติ ซเ์ ครื่อง ต้องแน่ใจวา่ จับงาน จับมีดกลึง แน่น และถอดประแจขนั หัวจับ
ออกแลว้
4. สวิตซห์ รือปมุ นริ ภยั ตา่ ง ๆ ของเคร่ืองกลงึ เช่น ที่หัวเครอ่ื ง เบรกที่ฐานเครื่องตอ้ งอย่ใู น
สภาพพรอ้ มที่จะทางาน
5. ขณะกลงึ จะมเี ศษโลหะออกมา ห้ามใช้มือดึงเศษโลหะเป็นอันขาด ให้ใชเ้ หล็กขอเก่ียว
หรอื แปรงปดั แทน
6. ห้ามสวมถงุ มือขณะทางานกลึง รวมทงั้ แหวน นาฬกิ า เสื้อผา้ ที่หลวม หรอื เนค็ ไท ซึ่ง
หัวจบั งานจะดงึ เข้าหาหวั จบั จนเป็นอันตรายได้
7. ตอ้ งถอดประแจขันหวั ขับออกทุกคร้งั ที่ขนั หรือคลายหัวจบั แล้วเสร็จ
8. ระวงั ชุดแทน่ เล่ือนจะชนกบั หัวจับงาน เพราะจบั งานสัน้ จนเกินไป
9. หา้ มจบั มีกลึงออกมาจากชดุ ปูอมมีดยาวเกนิ ไป และไม่ควรเล่ือนแทน่ เลื่อนบนออกมาให้
ห่างจากจุดกึ่งกลางมากเกนิ ไป จะทาให้ปูอมมดี ไม่แข็งแรงและมีดสน้ั ได้
10.ห้ามใชม้ ือลบู หวั จบั เพ่ือใหห้ ยุดหมุน แตใ่ หใ้ ชเ้ บรกแทน และห้ามใช้มือลบู ชนิ้ งานเพราะ
คมงานอาจจะบาดมือได้
11.การถอดและจับยึดหวั จบั (Chuck) จะต้องใชไ้ ม้รองรับทสี่ ะพานแท่นเครื่องเสมอ
12.ต้องหยุดเครื่องทกุ คร้ังทจ่ี ะถอด จับหรอื วัดชนิ้ งาน
4.5.7การบารุงรักษาเครือ่ งกลึง
ระบบการหล่อล่นื
169
1. การหล่อลืน่ ในส่วนของ HEAD STOCK และสว่ นชุดหีบเฟอื งปูอนการหลอ่ ลนื่ นน้ั ควรม่ี
จะเตมิ นา้ มนั หลอ่ ลื่นให้พอดีขีดบนกระจกนา้ มนั ที่กาหนดไว้ หรือประมาณ ¾ ของ
หลอดแก้ว
2. การหล่อล่นื ในชดุ เฟืองส่งกาลังใหท้ าการเปิดฝาครอบสายพานและหม่ันตรวจสอบเปน็
ประจา
3. การหล่อลน่ื สว่ น CARRIAGE ในการหลอ่ ลืน่ ในการหลอ่ ล่ืนแบบ HEAD PUMP
4. การหล่อล่ืนชุด APRON ในการหล่อลน่ื จะมี CAP ตาแหน่งในการเติมน้ามนั ทางขวา
ซงึ่ ในการเติมนา้ มนั หล่อลืน่ นัน้ ควรที่จะเติมน้ามันให้พอดีขีดกระจกน้ามันท่ีกาหนดไวแ้ ละ
ในส่วนดา้ นลา่ งของ APRON จะมีตาแหน่ง PLUG สาหรบั ถ่ายนา้ มันออกด้านล่างของ
อุปกรณ์
5. การหล่อลน่ื ส่วนของรางเลือ่ น เพลาเกลยี วนา ให้การหล่อลื่นเปน็ ประจาทกุ วันต่อครั้ง
6. การหลอ่ เยน็ ขณะทาการกลึงงาน การทางานควบคุมดว้ ยระบบ CONTROL SWITCH
ซ่งึ อยทู่ ่ีตาแหนง่ ดา้ นบนของชดุ หบี เฟืองปูอน ขณะทีเ่ คร่ืองทางาน PUMP ก็จะทางาน
พร้อมกันเม่ือทาการเปิดสวิตซ์
ประเภทของนา้ มนั หล่อลื่น
- MOBIL - D.T.E. HEAVY MEIUM
- VACTRA NO. 2..
- ESSO - TELLESSO 52.
- FEBIS K-53
- SHELL - TELLUS 33
- TONNA OIL. 27
ภาพท่ี 4.64 จดุ หล่อลืน่ สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของเคร่อื งกลึง
170
ข้อควรปฏบิ ัติประจาในการหล่อลื่น
1. สว่ น Headstock – ทาการเติมทางด้านบนของส่วนหวั เครอ่ื ง ทาการเปล่ียนคร้งั แรก
หลงั จากการใชเ้ คร่ือง 1 เดอื น
2. ส่วน Feed gear box – ทาการเตมิ 1 คร้ังตอ่ เดอื น
3. ชุดเปล่ยี นเฟือง – ทาการเปิดฝาครอบสายพาน จากนน้ั ทาการเตมิ นา้ มนั 2 ครั้งต่อ
สัปดาห์
4. ชดุ อปุ กรณ์ Compound – ทาการเติมด้วยกาน้ามัน อย่างนอ้ ย 2 คร้งั ตอ่ สัปดาห์
5. ชดุ อุปกรณ์ Apron – ทาการเติมดว้ ยกาน้ามัน อย่างน้อย 2 ครงั้ ตอ่ สปั ดาห์
6. ชดุ อุปกรณ์ Tail stock - ทาการเตมิ ด้วยกาน้ามัน อยา่ งน้อย 2 ครงั้ ต่อสัปดาห์
7. ชุดเพลาเกลยี วนา – ทาการเตมิ ด้วยกาน้ามนั อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสปั ดาห์
8. ส่วนรางเลือ่ น – ทาการเตมิ ด้วย Hand pump อยา่ งนอ้ ย 2 คร้งั ตอ่ สปั ดาห์
9. ชุดเพลาเกลยี วนา – ทาการเตมิ ดว้ ยกาน้ามัน อย่างน้อย 2 คร้ังตอ่ สัปดาห์
10.สว่ นเพลาเกลยี วนา Carriage – ทาการเติมดว้ ย Hand pump อย่างนอ้ ย 2 คร้ังต่อ
สัปดาห์
ภาพที่ 4.65 จดุ หล่อลนื่ ทีค่ วรหลอ่ ลน่ื เป็นประจาของเครื่องกลงึ
171
ข้อควรระวงั ในการใช้เครอื่ งกลึง
ภาพท่ี 4.66 หลังจากเลกิ งานไมค่ วรวาง T Chuck ไว้บนหวั จับ ควรเอาออกทุกครง้ั
ภาพท่ี 4.67 ลักษณะการจับด้ามมีดยาว เกนิ ไปทาใหเ้ กิดเสยี ง
ภาพท่ี 4.68 ลกั ษณะการจับดา้ มมดี พอดีจะทาให้การกลึงได้ผวิ งานเรยี บ
ขนาดไดต้ ามต้องการไมเ่ กดิ เสียงดงั ขณะทางาน
4.6.1 งานกลึงปาดหน้าและเจาะยันศูนย์
172
1. เนื้อหาทางเทคนคิ งานกลงึ ปาดหนา้
การจบั งานกลงึ ปาดหน้า ควรจบั ให้ชน้ิ งานพน้ จากหัวจับประมาณ 1-1.5 เทา่ ของเส้นผ่าน
ศูนย์กลางของงานกลึง
การจบั มีดกลึงปาดหน้า จะต้องจับมดี ใหไ้ ด้ศนู ย์จรงิ ๆ และไม่ควรให้ปลายมีดพน้ จากปูอมมีดหรือ
แทง่ รองมดี ยาวเกนิ ไป เพราะจะทาใหป้ ลายมีดสนั่ หรือหักง่าย รวมทั้งการตัง้ มมุ มีดควรตั้งเปน็ มุมแคบ
ประมาณ 2-5 º การปอู นเกินงานจะต้องปอู นจากศูนย์กลางของงานออกมายังขอบงาน
ภาพท่ี 4.69 งานกลงึ ปาดหน้า
ภาพท่ี 4.70 การตง้ั มดี ปาดหน้า ภาพท่ี 4.71 ตง้ั มดี ให้ได้ศนู ย์กลางงาน
การปูอนกนิ ลึก อาจจะใชช้ ุดแทน่ เลือ่ นขวาง หรือแทน่ เลื่อนบน แตใ่ นการกลงึ ปาดหน้าจะใชช้ ดุ
แท่นเลอื่ นขวาง ซงึ่ สามารถปูอนเกินงานไดท้ ั้งเข้า หรือออกจากเสน้ ผ่านศูนย์กลาง แตใ่ นการฝกึ เบ้ืองต้นขอ
แนะนาให้ปูอนกนิ งานจากกง่ึ กลางงานออกมายังขอบงาน
173
ภาพท่ี 4.72 การปูอนมีดกลึงปาดหนา้
2. ข้ันตอนการปฏิบัตงิ าน
1. ศกึ ษาแบบงานให้เขา้ ใจ
2. ตรวจสภาพความพร้อมของเคร่ืองกลึงกอ่ นการปฏิบตั งิ าน ถา้ มขี ้อบกพร่องแจ้งให้ผู้ควบคุม
ทราบและแก้ไขทันที
3. จบั งานดว้ ยสามจบั ฟันพรอ้ มใหช้ ้นิ พน้ จากปลายหัวจบั ประมาณ 1-1.5 เทา่ ของความโตของ
ช้ินงานกลงึ
4. จบั มีดกลึงปาดหน้ากบั ปูอมมีด ให้ปลายมดี พน้ จากปูอมมีดให้สัน้ เท่าที่จะสามารถทางานได้
สะดวก แลว้ เอียงปูอมมีดให้ปลายมดี ทามุมประมาณ 2-5 º กบั ช้นิ
ระวงั อย่าให้ปูอมมดี เลอื่ นออกมาพน้ จากกง่ึ กลางแทน่ เลื่อนขวางมากเกินไป
5. ตั้งความเรว็ รอบของเครอื่ งกลึง โดยปรบั แขนโยกหรอื ปมุ ตามความเรว็ รอบท่ีคานวณได้
6. เลอื่ นปูอมมดี ให้มีดพ้นจากหวั จับและชน้ิ งานพอประมาณแลว้ เปิดสวิตซเ์ ครือ่ งกลึง
7. เร่ิมกลึงปาดหนา้ งาน โดยการปูอนกินงานจากกง่ึ กลางออกมายังขอบงานสาหรบั ด้านแรกทา
การกลงึ ปาดหน้าพอเรียบ
8. เอยี งปลายมีดกลึงเป็นมุม 45 º เพ่ือกลงึ ลบคมที่ปลายงานตามแบบ 1 x 45 º
9. เจาะรยู นั ศนู ยใ์ ห้ได้ความโตของรูเจาะตามแบบงาน โดยจับหวั จบั ดอกเจาะยันศนู ย์ (Drill
Chuck) กันรูเรยี วของยนั ศนู ย์ท้ายแทน่
10. เม่ือปาดหนา้ งานและเจาะรยู ันศนู ย์ข้างหนึง่ เรยี บแล้ว ให้ชิ้นงานไปขีดความยาว 150 มม
. ด้วยเวอร์เนียไฮเกจ จับงานและกลึงงานอีกข้างหน่ึงจนไดค้ วามยาว 150 มม. และเจาะรูยนั ศนู ย์
เชน่ เดียวกบั อีกข้างหนึง่ พร้อมกับลบคมงาน
11. เม่ือกลงึ งานเสร็จแล้วใหป้ ิดสวิตชเ์ ครอื่ งกลงึ และทาความสะอาดและหยาดนา้ มัน
เครอื่ งกลึงใหเ้ รยี บร้อย
174
รปู ที่ 4.72 การทดสอบศูนยง์ าน
รูปท่ี 4.73 เทคนคิ การเจาะรูยันศนู ย์
4.6.2 งานกลึงปอก
1. เนอื้ หาทางเทคนิค
การกลึงปอกสามารถจับยึดงานได้ 2 แบบ คอื การจับงานด้วยหัวจับและการกลึงปอกระหว่างศนู ย์
รปู ท่ี 4.74 การกลงึ โดยการจับงานระหวา่ งศนู ย์ ซึ้งจะทาให้งานมคี วามเท่ียงทีส่ ุด
175
รูปที่ 4.75 การกลึงงานโดยใช้กนั สะทา้ น สาหรับการกลึงงานทย่ี าว ๆ ปอู งกันงานสั่น
2. ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติงาน
1. ศกึ ษาแบบงานใหเ้ ขา้ ใจ
2. ตรวจสภาพเครื่องกลงึ ว่าอยใู่ นสภาพพร้อมทีจ่ ะทางานหรือไม่ ถ้าไม่ ใหแ้ จ้งอาจารยผ์ ้คู วบคมุ
ทราบและแกไ้ ขทันที
3. ตรวจสอบที่ยันศูนยท์ า้ ยแทน่ ทั้งสองว่าตรงกนั หรือไม่ ถา้ ไม่ ให้ปรับขดี ท้ังสองให้ตรงกนั
มฉิ ะนน้ั ชนิ้ งานกลึงปอกจะเรียว
รปู ที่ 4.76 การทดสอบศนู ย์
4. จบั งานด้วยสามจับฟันพรอ้ มและยนั ศูนย์ทา้ ยแท่น ควรให้ฟันจบั จับงานไม่ควรนอ้ ยกวา่ 15
มม.
5. จบั มีดกลึงใหป้ ลายมดี ได้ศูนย์กลางงาน และเอยี งปลายมีดใหเ้ ป็นมมุ 45-60 º กับผิวงาน
6. ต้ังความเร็วรอบของเครอ่ื งกลึงตามคานวณได้
7. ตรวจสภาพทกุ อย่างว่าพร้อม แลว้ เปดิ สวิตชเ์ ครื่อง
8. เริม่ กลึงปอกหยาบ โดยการปูอนมดี กนิ ลึกดว้ ยชุดแท่นเล่ือนขวางคร้งั ละ 1-2 มม. แลว้ ปอู น
ตามแนวขวางโดยเล่อื นชดุ แท่นมีดไปยังหวั เคร่ืองอยา่ งช้า ๆ ละตอ่ เน่ือง จนได้ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง
20.5 มม. แลว้ จงึ กลึงปอกละเอียดดว้ ยความลกึ ครง้ั ละ 0.2-0.3 มม. ควรหล่อเย็นด้วยน้าหลอ่ เย็นด้วย
รปู ท่ี 4.77 การปอู นมีดกลงึ ปอก
3. ขอ้ ควรระวงั
176
1. ถา้ ขีดของยนั ศูนย์ทา้ ยแท่นไมต่ รงกัน จะทาให้การกลงึ งานยาว ๆ ด้วยการยนั ศนู ยท์ า้ ยท่อนมี
ขนาดหัวและท้ายไม่เท่ากนั ซึง่ เรียกวา่ เรยี ว ดังนนั้ จะตอ้ งปรับศูนย์ทา้ ยแท่นท้งั สองสว่ นใหต้ รงกนั เสมอ
2. การกลงึ ปอกละเอียดจะต้องปูอนกนิ ลึกคร้ังละน้อย ๆ และมีอตั ราปูอนกนิ งานชา้ ๆ การ
หล่อเยน็ จะทาใหผ้ ิวงานละเอียดขึน้
3. ต้องหยุดเคร่ืองทุกเคร่อื งท่ีจะวัดขนาดงาน
4. ต้องหยุดเครื่องทกุ ครั้งทจี่ ะถอดจบั ชิน้ งาน
5. ตอ้ งหยุดเครื่องทุกคร้ังทจี่ ะถอดจับมดี กลงึ
6. ตอ้ งถอดประแจขันหัวจับออกจากหัวจบั ทุกครัง้ ทข่ี ันงานเสรจ็
4.6.3 งานกลงึ เรยี ว
เน้อื หาทางเทคนิค
ภาพท่ี 4.78 การกลงึ เรยี วดว้ ยการเอยี งปูอมมดี
ขบวนการทางานของเครื่องกลึง การกลงึ เรียวนับวา่ เป็นวิธีการท่ีสาคัญอีกประการหนึง่ เครอ่ื งกลึงใน
ปัจจุบันสามารถทางานกลงึ ได้ 3 วธิ ีดว้ ยกนั แตล่ ะวิธใี หค้ วามสะดวกแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม ซึ่ง
ขึน้ อยกู่ ับขนาดความสน้ั -ยาว ของชิน้ งาน และความเรยี วมาก-น้อยของชนิ้ งาน
ในบทน้จี ะกลา่ วถึงขบวนการกลงึ เรยี วบนเครือ่ งกลึงอย่างละเอียด ตลอดจนการคานวณหาคา่ ในการ
ตง้ั เอียงมมุ มีดหรือการจับชิน้ งานใหเ้ อียงมมุ และข้ันตอนของการทางานกลงึ เกลยี ว ลกั ษณะของเรยี วทก่ี ลึง
ใชง้ านกนั ท่วั ๆ ไป พรอ้ มกบั ตรวจสอบเรียวเพื่อให้ไดข้ นาดที่แนน่ อนและเทย่ี งตรง ซง่ึ จะอาศยั เครื่องมือที่มี
ท้งั ละเอยี ดน้อยและมากตามลาดับ
177
ภาพที่ 4.79 แสดงการกลึงด้วยศูนยท์ ้ายแทน่
ภาพที่ 4.80 แสดงการกลงึ เรียวดว้ ยชุด ATTACHMENT
178
การตรวจสอบศนู ย์หวั ท้ายกอ่ นท่จี ะจับงานเข้ากบั ยันศูนยเ์ ปน็ สง่ิ จาเปน็ อย่างยงิ่ มิเช่นนั้นงานกลึงที่
ออกมาจะเยอ้ื งศูนยท์ นั ที
จากภาพเป็นการตรวจสอบยันศูนย์วิธหี น่ึง โดยการใช้ศูนยห์ ัว ศนู ยท์ ้าย เทียบกนั
ภาพท่ี 4.82 ตรวจสอบศนู ย์
ประกอบหนา้ จาน (FACE PLATE) เข้ากบั เพลาหวั เครอ่ื ง (SPINDLE HEAD STOCK)
ภาพที่ 4.82 ประกอบจานเข้ากบั เพลาเครื่อง
นางานที่จบั ยึดด้วยหว่ งพา (Lathe Dog) ข้างหนึ่ง เขา้ มาจับยดึ ดว้ ยศนู ย์หัว-ทา้ ย ของเครือ่ งกลึงแลว้
จึงขันลอ็ คงานใหแ้ น่นก่อนจะลงมอื ตดั เฉือน
ภาพท่ี 4.83 ประกอบงานเข้ากบั หนา้ จาน
179
ภาพที่ 4.84 หมนุ ศนู ยท์ ้ายเขา้ ดันช้ินงาน
ประเภทของเรยี ว
มงี านกลงึ หลายอย่างท่ีกลึงผวิ ใหเ้ ปน็ รูปกรวยแทนทจ่ี ะเป็นรูปทรงกระบอก ซึง่ การกลงึ นเ้ี รียกว่า การ
กลึงเรยี ว
เคร่อื งมอื เครื่องจักรกลบางชิ้นสว่ นต้องการ TAPER FIT เพราะ TAPER ทาอัดแนน่ ไดด้ ี ถอด
ประกอบได้ง่าย เชน่ กา้ นดอกสว่าน ลิ่ม เพลาเครอื่ งกลึง ฯลฯ
ภาพท่ี 4.85 ลักษณะเรยี ว
การเรยี กช่ือเรียว (FAPER) แบ่งการเรียกออกไปไดด้ งั น้ี
เรยี กตามองศา เชน่ เรียว 60 องศา เปน็ ตน้
เรียกตามอตราเรยี ว เช่น อตั ราเรียว 1:10 หมายถึงในชว่ งความยาว 10 หนว่ ย ขนาด
เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง (ข้างโตและเล็ก) ต่างกัน 1 หนว่ ย
เรยี ว (TAPER) ทีน่ ิยมใชก้ ันอยูม่ หี ลายชนดิ แบ่งตามความนยิ มได้ดังนี้
1. MORSE TAPER ใชก้ นั มากในเครือ่ งเจาะ เคร่ืองกลงึ เปน็ ตน้ มอี ยู่ 8 No. 0 เล็กสุด No.
7 ใหญ่สุด
2. BROWN & SHARP TAPER สว่ นมากใช้กับเครอื่ งกดั มี 18 No. No. 1 เลก็ สุด No. 18
ใหญส่ ดุ
3. JARNO TAPER มี 20 No.
4. STANDARD TAPER PIN ทนี่ ยิ มใช้กันมากเป็นของ PRATT & WHITNEY ใชท้ าสลกั ยดึ
ช้นิ ส่วนต่าง ๆ ให้ตดิ กนั หรืออย่แู นวเดียวกนั เปน็ ประเภทงานทตี่ อ้ งถอดประกอบอยู่บ่อย ๆ
มี 14 No. เร่มิ จาก No. เล็กสุด ถึง No.
180
เรียว (TAPER) หมายถงึ ขนาดความโตทีล่ ากเสน้ ลงมาหาขนาดส่วนท่เี ล็ก โดยมีความยาวชว่ งระยะ
หนึ่ง
สญั ญาลกั ษณ์ ท่ีใช้ในงานเรียว
D = ขนาดวดั ผา่ ศนู ยก์ ลางของเรยี วข้างโต (มม.)
d = ขนาดผา่ ศูนย์กลางของเรียวข้างเล็ก (มม.)
l = ความยาวเรยี ว (มม.)
L = ความยาวชิน้ งาน (มม.)
a = มมุ เรยี ว
1 = อัตราเรยี ว
T
อัตราเรียว หมายถงึ อตั ราส่วนของความแตกตา่ ง ระหว่างความโตเรียวสองขา้ งต่อความเรียว
เชน่
D = 24 มม.
d = 21 มม.
l = 30 มม.
อัตราเรียว 24 21 = 1
30 10
เขยี นเป็นสูตร
= ***
ตวั อย่าง
จากภาพให้หาอตั ราเรียวของช้ินงานน้ี
สูตร =
d = 40 มม. D = 50 มม.
l = 100 มม.
181
อัตราเรียว 1 = 24 21
T 30
= 1 มม.
10
น่นั คอื ขนาดความโตของงานจะลดลง 1 มม. ต่อความยาว 10 มม.
ดจู ากภาพ
a= มุมเรียว
(a) = กึ่งมุมเรียว
2
3. อัตราลาดหนา้ ของเรียว เป็นค่าที่บอกความลาดของผิวโดยเฉพาะ ความลาดวัดคา่ ออกมาเปน็
TANGEN ของมุมท่ีลาด หรือ ( a )
2
tan a = ด้านตรงข้ามมมุ
2 ด้านประชิดมมุ
= Dd
2
l
= อัตราลาดหนา้ ของเรียว
ดงั นั้น อตั ราลาดหน้าของเรยี ว ( 1 )
2T
182
=
= Dd = Dd
2l
2
l
อตั ราลาดหน้าของเรยี ว
==
ตัวอย่าง
จากภาพ จงหาขนาดความโตของเรียวดา้ นเล็กและอตั ราลาดหนา้ ของเรยี ว
สตู ร
=
แทนค่า
(1) = อตั ราลาดหน้าของเรียว
2T
= 30
tan a 2
2
อัตราลาดหนา้ ของเรียว
(1) = tan 30 = tan 15°
2T 2
= 0.2679 = 0.27
สตู ร =
แทนค่า
D= 24 มม.
L= 30 มม.
(1) = 0.27 มม.
2T 24 d
0.27 = 2x30
24 – d = 2 x 30 x 0.27
183
24 – d = 16.2
d = 24-16.2
d = 7.8 มม.
กรรมวิธีการกลงึ เรยี ว
งานกลงึ เรยี วจะทาได้ 3 วิธี คือ
1. กลึงเรียวดว้ ย COMPOUND REST จะเป็นการกลงึ โดยการหมุนปรับปอู มมดี (Tool Post)
ใหเ้ อยี งไปตามตามององศาที่ต้องการ
นิยมใช้เคร่ืองกลงึ งานเรยี วส้ัน ๆ เท่านนั้ เอง เนื่องจากเกลียวของ COMPOUND SLIDE มีช่วง
ระยะท่ีกาหนดไวแ้ ละความไม่สะดวกทจี่ ะหมุนเดนิ ปูอมมีดตัดงานจะเอียงองศาได้มาก
2. การกลึงเรยี วดว้ ยการเย้ืองศูนย์ทา้ ยแท่น (TAIL STOCK) เหมาะกับงานกลงึ เรยี วท่ีมขี นาด
ยาว ๆ แตจ่ ะต้องเปน็ อัตราเรียวนอ้ ย ๆ
มขี อ้ เสยี คือ การประคองของยนั ศูนยจ์ ะบดิ ตวั ไปทาให้เกดิ ความไม่แข็งแรง (ดูตามภาพท่ี
9.10)
3. การกลงึ เรยี วด้วย ATTACHMENT ทางานได้กวา้ งกวา่ การกลึงดว้ ย 2 วธิ ที ก่ี ล่าวมา แต่ก็มีขอบเขต
ของการทางานเชน่ กัน
ภาพท่ี 4.86 การกลงึ เรียวด้วย COMPOUND REST
ภาพท่ี 4.87 การกลึงเรียวดว้ ยศนู ย์ท้าย
184
ภาพที่ 4.59 การกลงึ เรยี วดว้ ย ATTACHMENT
ภาพท่ี 4.90 ใชต้ รวจสอบรเู รยี ว (TAPER PLUG GAUGE)
ภาพท่ี 4.92 เครอ่ื งมือตรวจสอบเรียว ภาพที่ 4.93 ใชบ้ รรทดั วัดคา่ เรียวภายใน
การกลึงเรียวท้ัง 3 วิธีท่ีกล่าวถึงแม้ว่าค่าที่ได้ออกมาจะถูกต้องตามองศาที่ต้ังไว้ จาเป็นจะต้องมีการ
ตรวจสอบเรียวด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์แบบต่าง ๆ ตามภาพ เพื่อให้ได้งานท่ีมีคุณภาพสูง เที่ยงตรง
นาไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในกรณีงานท่ีไม่ต้องการใช้งานค่าละเอียดมากนัก ก็ใช้เครื่องมือ
ตรวจสอบพวก TAPER PLUG GAUGE และ TAPER RING GAUGE ถ้าเป็นงานท่ีต้องการค่าความละเอียด
สูงจะใช้เครื่องมือตรวจสอบชนิดพิเศษ รายละเอยี ดของเรือ่ งนี้จะกลา่ วไว้ในตอนทา้ ยของบทน้ี
การกลึงเรยี วด้วย COMPOUND REST
185
COMPOUND REST ทใ่ี ชก้ ับงานทวั่ ๆ ไป จะใชส้ าหรับตัง้ นอ้ ย ๆ เช่น การกลึงปาดหน้าปอกผวิ
ระยะสัน้ ๆ ซ่ึงให้ความสะดวกกวา่ การเลื่อน SADDLE ทฐี่ านของ COMPOUND REST สามารถหมนุ ปรับ
เอยี งไปซ้าย-ขวาไดต้ ามองศาท่ีแบ่งไว้บน SADDLE เพือ่ ให้คมตดั สามารถตัดเฉือนผวิ งานในมุมต่าง ๆ และใช้
สาหรับกลงึ เรยี วลบคม (CHAMFER)
ภาพที่ 4.94 กลงึ เรยี วดว้ ยการเอียงปูอมมดี
COMPOUND REST ประกอบดว้ ย TOP SLIDE ตง้ั อย่บู นฐานหมุน ซ่งึ ยดึ ตดิ กับ CROSS SLIDE
ดา้ นบนของฐานบนหมนุ เป็นร่องลิ่มสาหรบั ให้ TOP SLIDE เลือ่ น TOP SLIDE เล่ือนไดโ้ ดย FEED SCREW
ซง่ึ ตดิ กบั NUT ทตี่ ดิ อยู่กับฐานหมุน ที่ FEED SCREW จะมี MICRO COLLAR ตดิ ไวส้ าหรบั บอกระยะการ
ปอู นทฐ่ี านหมุนแบง่ เป็นองศาไว้สาหรับหมุน COMPOUND REST ให้อยใู่ นตาแหนง่ ทตี่ ้องการ ทาการปอู น
ดว้ ยการใช้มอื หมุน
แสดงการตรวจสอบสอบมมุ เรียวของ COMPOUND REST ดว้ ยนาฬกิ า (DIAL INDICATOR)
งานกลึงเรยี ว นอกจากจะกลึงเรยี วภายนอกแล้วยังสามารถกลึงเรยี วภายในได้อกี ซึง่ รเู รยี วนี้จะตอ้ ง
โตพอที่ด้ามมีดควา้ นจะเขา้ ไปทาการตัดเฉอื นได้ ตามภาพที่ 4.95 แสดงการตดั เฉือนเรียวภายใน ด้วยค่า
มมุ เรียวต่าง ๆ กนั
ภาพท่ี 4.95 ความแตกตา่ งระหว่างมดี กลงึ 2 แบบในการกลึงเรยี วใน
สิ่งท่ีต้องคานงึ ถงึ
ระวัง การชนกนั ของ COMPOUND REST กับหัวจบั (CHUCK) ขณะทางาน ดู 2 ภาพลา่ งงานจะ
หมนุ อยเู่ หนือ COMPOUND REST
186
ภาพที่ 4.96 แสดงการเดินปูอนมีดเขา้ หาหัวแทน่ เคร่ืองกลึง
ภาพที่ 4.97 แสดงการปูอนมีดออกจากหัวแท่นเคร่ืองกลงึ
ก่อนจะเปิดเครื่องทางาน จะต้องใช้มือหมุนหัวจับ (CHUCK) ดูที่การหมุนของ CHUCK ว่าจะชนกับ
COMPOUND REST หรือไม่ โดยการหมุนดูระยะการทางานของมีดกลึง ท่ีจะทาการกลึงคว้านภายในทุก
ครัง้ ทลี่ งมือทางาน
ภาพที่ 4.98 จดุ ท่คี วรระวงั ในการกลงึ เรยี ว
ตง้ั COMPOUND REST ใหอ้ ย่ตู ามตาแหน่งทต่ี อ้ งการ แล้วทาการขันล็อคแนน่ ให้อยู่กับท่ี โดยการใช้
ประแจปากตายเข้าชว่ ย ดตู ามภาพ 4.99
187
ภาพที่ 4.99 แสดงการตดั เฉือนผวิ งานและการต้ังมดี เอียงมมุ ในตาแหน่งตา่ ง ๆ ของการกลึงเรียว
ภาพที่ 4.100 แสดงทศิ ทางการปูอนกลงึ เรยี ว
ภาพที่ 4.101 แสดงการปรับเอียงมุม
188
ภาพท่ี 4.102 แสดงการปรบั เอียงมุมของปูอมมดี และชดุ แท่นเลอื่ นบน
ตวั อยา่ งงานกลึงเรียวมมุ ตา่ ง การต้ังมดี ในแนวมุมตา่ ง ๆ
รูปท่ี 4.103 แสดงวธิ ีการต้งั COMPOUND REST ในมมุ ต่าง ๆ
คานวณงานกลึงเรียวด้วย COMPOUND REST
189
วธิ ีการน้ีจะตอ้ งตั้งแท่นมีดให้มุมให้เปน็ มุม a (กึง่ มุมเรียวของงานจริง) กบั แกนเพลางาน โดยการ
2
คานวณหาคา่ มุมมาก่อน หรือถา้ ทราบค่ามมุ กน็ าไปต้ังตงั้ ด้วยคา่ ก่ึงมมุ เรยี ว a เทา่ นั้น เชน่ มุมเรยี ว a 30
2
องศา การตง้ั ต้งั ปูอมมดี (TOOL POST) จะหมนุ ตั้งเพยี ง a = 15 องศา ท่านัน้
2
ภาพที่ 4.104 แสดงค่าต่าง ๆ ในการคานวณเรยี ว
ตวั อยา่ ง จากขาดในภาพให้คานวณหาค่าองศาที่จะต้ังแท่นมดี เพื่อจะกลึงเรียว
สูตร
==
tan a = 54 34 = 0.1666
2 2x60
a = tan 1 0.166
2
= 2.9088 องศา
= 2 องศา 54 ลิปดา 31 พลิ ปิ ดา
จะตอ้ งหมุนปรบั ปูอมมีดไป 2 ° 54' 31"
แต่คา่ ที่อา่ นได้จาก COMPOUND REST น้นั เป็นองศาเท่าน้นั จะตอ้ งอาศัยการประมาณโดย
เพียง 2 ° 54' เท่านัน้ ก็พอ
เรยี วเล็กและสั้น ๆ น้นั สิ่งทีน่ ่าสงั เกตอีกอย่างหนงึ่ ซึ่งเรยี กกนั ทว่ั ๆ ไปว่า การลบคม (CHAMFER)
โดยอาศยั ปลายคมตัดขอบมดี ซง่ึ ถกู ออกแบบมา ดูตามภาพที่ 4.105 ทาการเคลอื่ นท่ีตัดเฉอื นเฉพาะปลาย
หนา้ ตัดของชน้ิ งานชว่ ยทาให้ปลายสวยงาม ละลบคม ประกอบเข้าชน้ิ งานอ่นื ๆ ไดง้ ่าย สงั เกตุดูทิศทางการ
เคลอื่ นที่ของมดี ซ่ึงขน้ึ อยู่กับการตง้ั มดี
190
ภาพท่ี 4.105 แสดงการกลงึ เรยี วระยะส้นั ๆ
อตั ราเรียว
=
อตั ราลาดหนา้ ของเรียว
=
มุมเรียว tan a = =
ก่ึงมมุ เรยี ว
==
7. การกลงึ เรยี วโดยเลื่อนศูนย์ท้ายแทน่ (OFFSETTING THE TAIL STOCK)
วธิ ีการนเ้ี ปน็ การเลอ่ื นให้ผวิ หน้าของเรยี วขนานกับแนวทางเดนิ ของคมมีดกลงึ วิธกี ารเลือ่ น ต้อง
เลือ่ นใหถ้ ูกตามอตั ราสว่ นของความยาวเรยี ว
ภาพท่ี 4.106 การกลึงเรียวโดยเลอ่ื นศนู ย์ท่ีทา้ ยแทน่
ระยะที่ตอ้ งเลื่อน จะตอ้ งเลอื่ นไปไม่เกิน 1 ของระยะห่างระหว่างศนู ยห์ นา้ ถึงศนู ย์หลังโดยเดจ็
50
ขาด จะทาใหง้ านหลุดออกจากรูเจาะยนั ศูนย์ ผวิ สัมผสั ของยนั ศนู ย์กับรูเจาะจะยึดประคองได้ไม่แน่น
พอท่จี ะทางานได้
ก่อนจะลงมือประกอบงานกลึงด้วยวิธีการเย้ืองศูนย์ทา้ ยแท่น ควรจะมีการตรวจสอบศูนยด์ ้วยการใช้
นาฬกิ า (DIAL INDICATOR) เสียกอ่ น ใหอ้ ยู่แนวศูนยร์ ่วมกัน ดภู าพท่ี 4.108
191
ภาพท่ี 4.107 ตรวจเช็คศนู ย์หัว-ศนู ยท์ า้ ย
ภาพท่ี 4.108 ตรวจเช็คระยะเยอื้ งด้วยนาฬิกาวดั
ภาพที่ 4.109 ใชบ้ รรทดั ตรวจสอบ
จากนน้ั ทาการขยับตง้ั ระยะเย้ือง ซ่ึงสามารถจะวดั ระยะเย้ืองได้ จากแนวศนู ย์ร่วมกนั 2 วธิ คี ือ
1. ใช้นาฬกิ าวดั (DIAL INDICATOR) ซงึ่ จะใหค้ ่าละเอียดและเทยี่ งตรงสูง
2. ใชบ้ รรทัดทาบวัดคา่ ค่าท่ีออกมาจะไม่ละเอียดนักแตก่ ็ใชไ้ ด้
กรรมวิธีการเยอื้ งศนู ย์หลัง (TAIL STOCK)
จะใช้การหมุนปรับของสกรู ซ่ึงจะมีอย่ทู ้งั สองข้างของชุดท้ายแท่น (TAIL STOCK) การวัดค่าจะทาได้
โดยใช้บรรทัด หรืออ่านค่าจากแผน่ สเกลทีต่ ัดไว้ ว่าจะต้องหมนุ ปรบั เย้อื งไปเทา่ ใด ซง่ึ ค่านจี้ ะไดจ้ ากการ
คานวณแล้วสามารถตรวจสอบที่ตัวศูนย์ โดยใชน้ าฬิกา (DIAL INDICATOR) ซ้าเพ่ือความแน่นอนอีกกไ็ ด้
ภาพที่ 4.110 อา่ นค่าระยะเยื้องจากสเกล ภาพท่ี 4.111 ใช้บรรทัดวดั ค่าระยะ
เยอ้ื ง
วิธกี ลงึ เรยี ว โดยเลื่อนศนู ยท์ ่ีทา้ ยแทน่ (OFFSETING THE TAISTOCK)
192
ภาพที่ 4.112 คา่ ตา่ ง ๆ ในการคานวณ
กาหนด
D = ขนาดผา่ ศนู ยก์ ลางของเรียวขา้ งโต (มม.)
d = ขนาดผา่ ศนู ย์กลางของเรยี วข้างเล็ก (มม.)
D – d =ความแตกต่างระหวา่ งเรยี ว (มม.)
D d = OF ระยะก่ึงหนงึ่ ของความแตกตา่ งระหวา่ งเรียว หรอื ระยะตงั้ ศูนย์ หรือ ระยะ
2
ตั้งเยื้องศูนยท์ า้ ยแทน่ (มม.)
l = ความยาวของเรยี ว (มม.)
L = ความยาวของชน้ิ งาน (มม.)
ระยะทีจ่ ะต้องเล่อื นศนู ย์หลัง (OF) ออกนั้นขึ้นอยูก่ บั อัตราเรียวและระยะห่างจากศูนย์ทา้ ยแทน่ หลงั
(L) ซง่ึ L จะยาวกวา่ l
เฉพาะนน้ั จะต้องคิดความยาวขงิ งานทัง้ หมด (L) เปน็ อตั ราลาดหน้าของเรยี ว การทจี่ ะเล่ือนให้หน้า
ลาดเรยี วขนานกบั คมมีด ศูนย์หลงั ของเรยี วจะต้องเล่ือนออก เทา่ กับ D d มม.
2
หรือเล่อื นออก เทา่ กับ D d มม. ตอ่ ความยาวลาดหน้า 1 มม.
2L
แต่ระยะห่างของศนู ยห์ น้าและศนู ย์หลงั เป็น L มม.
จะต้องเล่ือนชดุ ท้ายเท่ากับ OF = มม.
หรอื
OF = มม.
ระยะท่ีศนู ยช์ ดุ ท้ายแทน่ เลอ่ื น = อตั ราหนา้ ของเรียว x ระยะระหว่างศนู ยห์ น้าถึงศูนย์หลงั
ส่งิ ควรจา (เฉพาะกลงึ เรยี วด้วยการปรับศนู ยท์ า้ ยแทน่ )
= อัตราเรยี ว =
= อัตราลาดหนา้ ของเรียว =
193
ตวั อยา่ ง
1. จงคานวณหาคา่ ระยะเยือ้ งของชุดท้ายแทน่
2. จงพสิ ูจน์ว่าเรยี วนีจ้ ะใชก้ ลึงด้วยวิธีได้หรอื ไม่
D = 50 มม.
d = 40 มม.
l = 1000 มม.
L = 180 มม.
สตู ร OF =
OF = 50 40 x180
2x100
= 9 มม.
ระยะเยื้องต้องไม่เกิน ของ ถา้ ยาวเกินจะทาให้คา่ ท่กี ลงึ ออกมาได้ไมเ่ ท่ยี งตรง
หมายเหตุ =9
180
= 0.05 = 1
20
ช้ินงานเรียวน้จี ะกลงึ ดว้ ยเยอ้ื งศนู ย์ของชดุ ทา้ ยแท่นไม่ได้
อย่าเยอื้ งศูนย์ออกไปให้มากกวา่ 1 ของความยาวเรยี วของช้นิ งาน
50
ถา้ เย้ืองเกนิ จะทาให้ยันศนู ยห์ ลดุ ออกจากรูเจ
4.6.3 กลึงพิมพ์ลาย
1. เน้อื หาทางเทคนคิ
การกลึงพิมพล์ าย เป็นการกลึงใหผ้ วิ ชิน้ งานมีความสวยงามและลดความลนื่ ของผวิ ลกู กลิ้ง
พิมพล์ าย มีท้ังลายตรงและลายทแยง การกลงึ พมิ พ์ลายต้องให้ลูกกล้งิ พิมพล์ ายท้ัง 2 ตัวอยู่ระหว่างกลาง
ชนิ้ งาน และใหผ้ วิ หน้าลกู กล้ิงพิมพ์ลายกดอัดกับผวิ ชิน้ งานจนเกดิ ลายนนู เตม็ ผิว จึงถอดตวั พิมพ์ ลายต้อง
หยอดนามนั หล่อล่นื ชว่ ยล้างเศษเหล็กดังรูปท่ี 4.113-4.117
194
รปู ที่ 4.113 ชน้ิ งานกลงึ พมิ พ์ลาย
รูปที่ 4.114 ลกู กลิ้งพมิ พล์ ายชนดิ ตา่ ง ๆ
รปู ที่ 4.115 ชดุ พิมพล์ ายแบบข้อนิว้ (KNUCKLE JOINT)
รูปที่ 4.116 ชุดพมิ พ์ลายแบบปรบั หมนุ (REVOLVING HEAD)
195
รูปท่ี 4.117 การกลึงพิมพล์ ายแบบใช้หัวจบั
4.6.5 งานกลึงเซาะรอ่ ง
1. เน้ือหาทางเทคนคิ
รปู ท่ี 4.117 งานกลงึ เซาะรอ่ ง (Necking)
196
รูปท่ี 4.118 งานกลึงข้ึนรูป (Forming)
4.6.6 งานเจาะบนเครอื่ งกลึง
1. เน้ือหาทางเทคนิค
รปู ที่ 4.119 เจาะรบู นเครื่องกลึง
1) ตรวจสอบแนวศนู ยข์ องชุดท้ายแทน่
2) จบั ยึดชิ้นงานโดยใช้หัวจับงาน 3 จบั
3) นาหัวจบั ดอกสว่านสวมเขา้ กับรูขงิ ชุดทา้ ยแท่น
4) จบั ยึดดอกเจาะนาศูนยเ์ ขา้ กับหวั จับดอกสว่าน
197
5) เปิดเครื่องใหช้ ิน้ งานหมุน จากนั้นเลือ่ นทา้ ยแทน่ ให้อยู่ในตาแหนง่ ทีจ่ ะทาการเจาะนาศูนย์
โดยให้ปลายดอกเจาะนาศนู ย์อยหู่ ่างจากชน้ิ งานประมาณ 5-6 มม. จากนั้นยึดท้ายแท่นให้
อยู่ในตาแหน่งดังกลา่ ว
6) เรมิ่ ทาการเจาะรูนาศูนย์ โดยค่อย ๆ ปอู นดอกเจาะนาศูนย์ชา้ ๆ จนกระท่งั ไดค้ วามลึกของ
รูเจาะลกึ พอประมาณ
7) ถอดดออกเจาะนาศูนย์ออก แลว้ นาดอกสว่านมาจบั ยดึ แทน
8) เปดิ เคร่อื งกลึงใหช้ นิ้ งานหมนุ
9) ปูอนดอกสวา่ นเข้าหาช้ินงานเพ่ือทาการเจาะรูพร้อมเปิดน้าหล่อเย็น
10) ถอยดอกสว่านออกเปน็ ระยะ เพ่อื คายเศษโลหะท่เี กดิ จากการเจาะ
11) เจาะจนเสร็จ
198
เรอ่ื ง เคร่ืองกลึง แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 4
รหสั วิชา 2100-1008 ชือ่ วิชา งานเครื่องมือกลเบื้องต้น
ช่อื หน่วย เคร่ืองกลึง
จานวนชว่ั โมงสอน 33-60
จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดียว
1. ข้อใดไม่ใช่วิธีการบอกขนาดของเคร่ืองกลงึ
ก. การบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช้ินงานที่จับได้
ข. การบอกระยะห่างระหวา่ งศูนย์
ค. ความโตดอกสวา่ นที่เจาะได้
ง. การบอกความยาวแท่นเครื่อง
2. ชนิ้ สว่ นทต่ี ิดอยกู่ บั พ้ืนทโ่ี รงงานคอื ข้อใด
ก. แทน่ ตัดขวาง
ข. แทน่ เคร่ือง
ค. ชดุ ท้ายแท่น
ง. ฐานเคร่ือง
3. ส่วนใดของเคร่อื งกลงึ ท่มี ีรางเปน็ รูปตัววีคว่า
ก. แทน่ ตัดขวาง
ข. แทน่ เคร่ือง
ค. ชุดทา้ ยแท่น
ง. ฐานเครื่อง
4. ชุดเฟืองทดส่งกาลังจะอยใู่ นส่วนใดของเครอ่ื งกลึง
ก. ชดุ หัวเคร่ือง
ข. แทน่ เคร่ือง
ค. แท่นตดั ขวาง
ง. แกนเพลาเครื่อง
5. รูภายในแกนเครื่องกลงึ มีลักษณะเป็นอย่างไร
ก. รูทรงกระบอก
ข. รูทรงกระบอกเรียว
ค. รูมเี กลียวใน
ง. รูมลี มิ่ ภายใน
6. ชดุ ท้ายแท่นแบง่ ออกเปน็ สองสว่ นเพอื่ วตั ถปุ ระสงค์ใด
ก. เพื่อใช้ปรบั กลึงเรยี ว
ข. เพอ่ื ใช้ปรับกลงึ เกลียว
ค. ใช้ปรบั เพอ่ื คว้านรู
ง. ใช้ปรบั เพื่อเจาะรูเรียว
199
7. รูในแกนเพลาชดุ ทา้ ยแทน่ มไี ว้เพอ่ื ประโยชน์อะไร
ก. จับสวา่ นก้านตรง
ข. จบั ยดึ มีดกลงึ
ค. จบั ยดึ มีดควา้ น
ง. จบั ยึดสวา่ นกา้ นเรยี ว
8. การกลงึ ปากอัตโนมัติจะต้องเคลือ่ นทดี่ ้วยช้นิ ส่วนใด
ก. ชุดแทน่ เล่อื น
ข. ปูอนมดี
ค. แท่นตดั ขวาง
ง. Top Slide
9. ชดุ แทน่ เล่ือนประกอบดว้ ยสองส่วนท่ีสาคญั คือ
ก. อานม้า - แทน่ ตัดขวาง
ข. แทน่ ตัดขวาง - Apron
ค. อานมา้ - Apron
ง. Top Slide - แท่นตัดขวาง
10.อานม้าจะมีรูปรา่ งเหมือนตัวอักษรใด
ก. E
ข. F
ค. H
ง. V
11.การกลึงปาดหนา้ จะปูอนที่ส่วนใดของเคร่ืองกลึง
ก. แทน่ เคร่ือง
ข. แท่นเล่อื น
ค. แทน่ ตัดขวาง
ง. อานมา้
12.ส่วนใดของเครอ่ื งกลงึ สามารถตง้ั องศาได้
ก. Apron
ข. Compound Rest
ค. ปอู นมีด
ง. แท่นตัดขวาง
13.ปอู นมดี แบบเทอเรตมขี ้อดีคอื
ก. จับมีดได้ 1 ด้าม
ข. จับมดี ได้ 2 ดา้ ม
ค. จับมดี ได้ 3 ดา้ ม
ง. จับมดี ได้ 4 ด้าม
14.สามจับฟันพร้อมมีชุดฟันชุด
200
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
15.สจ่ี ับฟนั อสิ ระมีชดุ ฟนั กช่ี ุด
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
16.ในการกลึงระหวา่ งศนู ยจ์ ะใช้ร่วมกับอปุ กรณใ์ ด
ก. สามจบั ฟนั พร้อม
ข. สจี่ ับฟนั อสิ ระ
ค. จานพา
ง. หนา้ จาน
17.กันสะท้านตามมีขาประคองงานก่ีขา
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
18.กันสะทา้ นนิ่งมขี าประคองงานก่ขี า
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
19.ศูนยท์ า้ ยทส่ี ว่ นหวั หมุนตามชิ้นงานได้คือข้อใด
ก. ศนู ยต์ าย
ข. ศนู ย์เปน็
ค. ศูนยป์ รบั ตัวได้
ง. ศูนยป์ รับเย้ืองได้
20.ห่วงพานามาใช้กรณีใด
ก. การกลึงเรียวใน
ข. การเจาะรู
ค. การคว้านรู
ง. การกลึงระหว่างศนู ย์
201
เรือ่ ง เครอ่ื งกลงึ เฉลยแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 4
เฉลยแบบทดสอบ
รหสั วชิ า 2100-1008 ชอ่ื วชิ า งานเครื่องมือกลเบื้องต้น
ชื่อหน่วย เครือ่ งกลึง
จานวนช่ัวโมงสอน 33-60
1. ค 11. ค
2. ง 12. ค
3. ข 13. ง
4. ก 14. ค
5. ข 15. ง
6. ก 16. ค
7. ง 17. ข
8. ก 18. ค
9. ง 19. ข
10.ค 20. ง
202
เรอ่ื ง เครือ่ งกลงึ ใบมอบหมายงานหน่วยที่ 4
รหสั วชิ า 2100-1008 ชื่อวชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้
ชอื่ หน่วย เครอ่ื งกลงึ
จานวนช่ัวโมงสอน 33-60
1. จดุ ประสงคก์ ารมอบหมายงาน
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง
2. แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
จดั ทารายงานพรอ้ มเข้าเล่ม
3. แหลง่ คน้ ควา้
หอ้ งสมดุ , หอ้ งอนิ เตอรเ์ นต็
4. คาถาม/ปญั หา
จดั ทารายงาน เร่ือง เคร่อื งกลงึ ไมน่ ้อยกว่า 7 หน้ากระดาษ A4
5. กาหนดเวลาสง่
สัปดาห์ถดั ไป
203
เรอื่ ง เครอ่ื งกลงึ ใบงานหนว่ ยที่ 4
รหสั วิชา 2100-1008 ช่ือวชิ า งานเครื่องมือกลเบื้องต้น
ชอื่ หน่วย เคร่ืองกลงึ
จานวนชัว่ โมงสอน 33-60
1. จดุ ประสงค์ท่ัวไป
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เครอ่ื งมือ/วัสดอุ ุปกรณ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ข้อควรระวงั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. งานท่มี อบหมาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. วดั ผล/ประเมินผล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………