The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้ โดย สมาคมนักอุทกวิทยาไทย กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประปานครหลวง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้ โดย สมาคมนักอุทกวิทยาไทย กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประปานครหลวง

Keywords: เขื่อนภูมิพล,นักอุทกวิทยาไทย,การไฟฟ้าฝ่ายผลิต,การประปานครหลวง,ชลประทาน

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙

เสดจ็ พระราชดำเนนิ (ครง้ั ที่ ๑)
ไปทอดพระเนตรการกอสรางอุโมงคผันน้ำ

เมอื่ วนั ท่ี ๔ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๑



พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร

และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลที่ ๙

เสดจ็ พระราชดำเนนิ (ครงั้ ที่ ๒)
ไปทรงวางศลิ าฤกษ เขอื่ นภมู พิ ล
เมอ่ื วนั ที่ ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ พระราชดำเนนิ (ครงั้ ท่ี ๓)
ไปทอดพระเนตรเขอื่ นภมู พิ ล โดยมี นายพลเนวนิ แหง สาธารณรฐั แหง ประเทศสหภาพพมา รว มเยย่ี มชมดว ย

เมอ่ื วนั ท่ี ๒๐ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๕





พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙

เสดจ็ พระราชดำเนนิ (ครงั้ ที่ ๔)
ไปทรงเปดเขื่อนภูมิพล

เมอ่ื วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗



พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙

เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด เขอ่ื นภมู พิ ล เมอ่ื วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

เขอ่ื นภมู พิ ล เปน เขอ่ื นอเนกประสงคแ หง แรกในประเทศไทย

ลกั ษณะเปน เขอื่ นคอนกรตี รปู โคง เรม่ิ กอ สรา งเมอื่ พ.ศ. ๒๔๙๖
แลว เสรจ็ และทำพธิ เี ปด เมอ่ื วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

เขอื่ นนเ้ี ดมิ ชอ่ื เขอื่ นยนั ฮี

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ไดพ ระราชทานพระปรมาภไิ ธย
ใหใ ชช อื่ เขอื่ นวา เขอื่ นภมู พิ ล เมอ่ื วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐
เขอ่ื นภมู พิ ลสรา งปด กน้ั ลำนำ้ ปง ทบ่ี รเิ วณเขาแกว อำเภอสามเงา จงั หวดั ตาก
มรี ศั มคี วามโคง ๒๕๐ เมตร สงู ๑๕๔ เมตร ยาว ๔๘๖ เมตร
ความกวา งของสนั เขอื่ น ๖ เมตร
อา งเกบ็ นำ้ สามารถรองรบั นำ้ ไดส งู สดุ ๑๓,๔๖๒ ลา นลกู บาศกเ มตร

เขอ่ื นภมู พิ ลเปน เขอ่ื นโคง มคี วามสงู เปน อนั ดบั ที่ ๒๗ ของโลก

เ ข่ื อ น ภู มิ พ ล



นคำาปรยากรภรศษิ ฏ ภคั โชตานนท

ผวู า การ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.)

กอ นอน่ื ผมตอ งขอแสดงความขอบคณุ สมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทยทไ่ี ดม ดี ำรใิ นการจดั ทำหนงั สอื "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"้ี
ซงึ่ ทางกรมชลประทาน ในฐานะผทู ไ่ี ดด ำเนนิ การโครงการกอ สรา งเขอ่ื นภมู พิ ลตง้ั แตต น โดยทท่ี างการไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย
ไดเปนผูท่ีรับชวงตอในการดำเนินการบริหารจัดการนำ้ รวมกับทางกรมชลประทาน เพ่ือใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประเทศชาติ
ซงึ่ เขอื่ นภมู พิ ลเปน เขอ่ื นอเนกประสงคแ หง แรกของประเทศไทย และไดก อ ใหเ กดิ ประโยชนต อ ประเทศชาตอิ ยา งมากมาย

นบั ตงั้ แตพ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร รชั กาลท่ี ๙ ไดพ ระราชทานพระบรมราชานุญาตใหเชิญ
พระปรมาภไิ ธยไปเปน ชอ่ื "เขอ่ื นภมู พิ ล" เมอ่ื วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๐ และมพี ระราชดำรสั ในวนั เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงทำพธิ เี ปด
เขอ่ื นภมู พิ ล เมอ่ื วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗ วา "โครงการอเนกประสงค โครงการแรกของประเทศไทยน้ี เปน จดุ เรมิ่ ตน ในการ
พฒั นาเศรษฐกจิ กา วใหม ใหไ พศาลออกไป ปจ จบุ นั น้ำเปน ปจ จยั หลอ เลยี้ งชวี ติ และ น้ำกบั ไฟฟา สง เสรมิ ความเจรญิ กา วหนา
ของชวี ติ เมอื่ พลเมอื งเพมิ่ มากและเรว็ กต็ อ งเพม่ิ นำ้ และไฟฟา ใหท นั ความตอ งการของพลเมอื ง"* การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.)
รว มกบั กรมชลประทานไดน อ มนำพระราชดำรสั เปน แนวทางในการดำเนนิ งานของเขอื่ นภมู พิ ลมาโดยตลอด ทง้ั ในดา นนำ้ เพอื่ การอปุ โภคและ
บรโิ ภค การรกั ษาระบบนเิ วศวทิ ยา ดา นการชลประทานเพอื่ เกษตรกรรม การแกป ญ หานำ้ ทว มและภยั แลง พรอ ม ๆ กบั การแกป ญ หา
การขาดแคลนพลงั งานไฟฟา ซงึ่ เปน ผลพลอยไดจ ากการระบายนำ้ อกี ทงั้ ยงั เปน แหลง เพาะพนั ธสุ ตั วน ำ้ จดื รวมถงึ การเปน แหลง ทอ งเทย่ี ว
ทนี่ ำรายไดม าสชู มุ ชนตลอดมา ดงั นนั้ การจดั ทำหนงั สอื เลม น้ี เพอ่ื เปน การเทดิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพติ ร รชั กาลท่ี ๙ ทาง กฟผ. จงึ รสู กึ เปน เกยี รตอิ ยา งยงิ่ ทจ่ี ะไดร ว มบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรน ี้ ยงิ่ ไปกวา นนั้ ระหวา งการจดั ทำหนงั สอื
พระองคท า นไดเ สดจ็ สวรรคต ทา มกลางความโศกเศรา อาลยั ของคนไทยทง้ั ชาติ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.) จงึ ถอื เปน
โอกาสสำคญั ทจ่ี ะไดร ว มรำลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ หาทส่ี ดุ มไิ ด ทจี่ ะบนั ทกึ ประวตั ศิ าสตรโ ครงการพฒั นาประเทศทพี่ ระองคท า นไดร เิ รมิ่ และ
สนบั สนนุ เพอื่ ใหส าธารณชนรนุ หลงั ไดร บั ทราบและซมึ ทราบถงึ พระราชกรณยี กจิ ตลอดจนเหน็ ความสำคญั ของเขอ่ื นอเนกประสงค และ
คณุ ประโยชนข องเขอื่ นทมี่ อี ยา งมากมายอกี ดว ย

วตั ถปุ ระสงคส ำคญั อกี ประการหนงึ่ ของการจดั ทำหนงั สอื เลม นี้ กเ็ พอื่ ทจ่ี ะบนั ทกึ ประวตั คิ วามเปน มาของการพฒั นาและกอ สรา ง
โครงการเขอื่ นภมู พิ ล ตลอดจน การดำเนนิ การมาจนถงึ ปจ จบุ นั นไี้ วอ ยา งครบถว นสมบรู ณ เพอ่ื ใหอ นชุ นรนุ หลงั ไดศ กึ ษา เรยี นรู นำมา
ซงึ่ ความภาคภมู ใิ จของคนในชาตจิ ากรนุ สรู นุ สบื ไป ซงึ่ รวมถงึ การสนบั สนนุ ความตง้ั ใจทจ่ี ะนำหนงั สอื "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"ี้
มอบใหแ กห นว ยงานราชการตา ง ๆ และสถาบนั การศกึ ษา โดยไมค ดิ มลู คา

มคี ำกลา ววา "หากไมม ปี ระวตั ศิ าสตรก ไ็ มม ปี จ จบุ นั " หนงั สอื เลม นเี้ ปน การยนื ยนั ความวริ ยิ ะอตุ สาหะของคณะกรรมการและคณะ
ทำงานหลายชดุ ทเ่ี รม่ิ มาจากความตงั้ ใจสบื คน ขอ มลู เกอื บทกุ ดา น นำมาทวนสอบเพอ่ื จดั ทำลำดบั เหตกุ ารณ และเรยี บเรยี งจนถงึ ขนั้ การ
ชำระขอ มลู ทางประวตั ศิ าสตร ซงึ่ เปน เรอื่ งทผี่ า นมานานเกนิ ครงึ่ ศตวรรษ ขอขอบคณุ ในความตง้ั ใจของทกุ คน

* อา งองิ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย//"เขอื่ นของพอ "เขอื่ นภมู พิ ล//๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙
จาก https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1705:article-20161017-02&catid=49&Itemid=251

ดคำรปร.าสรภบุ นิ ปน ขยนั

นายกสมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย

สมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย เปน องคก รทม่ี ไิ ดแ สวงหากำไร ดา นงานอทุ กวทิ ยา วทิ ยาศาสตร และอทุ กวทิ ยาประยกุ ต ตลอดจนวชิ าการสาขาตา ง ๆ
ทเ่ี กยี่ วขอ ง ไดด ำเนนิ กจิ กรรมดา นวชิ าการอนั เปน สาธารณประโยชนใ หแ กส งั คมอยา งตอ เนอื่ งมาเปน เวลากวา ๒๒ ป โดยมสี มาชกิ ทมี่ คี วามเชย่ี วชาญ
ในงานสาขาดงั กลา วแลว มากกวา ๘๐๐ คน ทง้ั ในภาคราชการ สถาบนั การศกึ ษา และภาคเอกชน

เนอื่ งในโอกาสทเ่ี ขอ่ื นภมู พิ ล อนั เปน เขอ่ื นอเนกประสงคแ หง แรกของประเทศไทย ไดเ ปด ใชง านสรา งประโยชนอ ยา งมหาศาลใหแ กช าตมิ าเปน เวลา
ครบ ๕๐ ป เมอ่ื ป พ.ศ. ๒๕๕๗ ทผี่ า นมา สมาคมฯ จงึ เหน็ เปน โอกาสสำคญั ทคี่ วรไดจ ดั ทำหนงั สอื "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"ี้ ขนึ้ เปน อนสุ รณ

วตั ถปุ ระสงคท สี่ ำคญั ของการจดั พมิ พห นงั สอื "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"้ี กเ็ พอื่ เทดิ พระเกยี รติ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพติ ร รชั กาลที่ ๙ ทไี่ ดท รงเลง็ เหน็ ถงึ ความจำเปน และความสำคญั ของการพฒั นาเขอ่ื น เพอ่ื กกั เกบ็ น้ำนำมาใชใ หเ กดิ ประโยชนแ กป ระเทศชาติ
ทง้ั เชงิ เศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ ม กบั ไดท รงพระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหเ ชญิ พระปรมาภไิ ธยของพระองคท า น ใหใ ชเ ปน ชอ่ื ของเขอ่ื น
แหง นว้ี า "เขอ่ื นภมู พิ ล"

วตั ถปุ ระสงคอ กี ประการหนงึ่ กเ็ พอ่ื เปน อนสุ รณ เนอ่ื งในโอกาสทเ่ี ขอื่ นภมู พิ ลไดเ ปด ใชง านมาครบรอบ ๕๐ ป เมอ่ื ป พ.ศ. ๒๕๕๗ กบั เพอ่ื เปน การ
บนั ทกึ ประวตั คิ วามเปน มาของการพฒั นาและกอ สรา งเขอื่ นภมู พิ ลอยา งครบถว นสมบรู ณ ไวใ หอ นชุ นรนุ หลงั ไดศ กึ ษา เรยี นรู พรอ มทง้ั เชดิ ชเู กยี รตบิ คุ คล
ทเ่ี กย่ี วขอ ง เพอ่ื เปน บคุ คลตวั อยา งของประเทศ อกี ทงั้ ใหส าธารณชนไดร บั ทราบถงึ ความสำคญั คณุ คา และคณุ ประโยชนข องเขอ่ื น ทม่ี อี ยา งมากมาย
อกี ดว ย

สมาคมฯ จงึ ไดเ รยี นเชญิ หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การสรา งเขอ่ื น การบรหิ ารจดั การนำ้ และการใชป ระโยชนจ ากน้ำ อนั ไดแ ก กรมชลประทาน
การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย การประปานครหลวง รวมทง้ั สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทานในพระบรมราชปู ถมั ภ มารว มกนั รวบรวมและบนั ทกึ
เรอ่ื งราวประวตั กิ ารดำเนนิ งานนบั แตเ รมิ่ ตน วางแผนพฒั นา การกอ สรา ง จนกระทงั่ ถงึ ขนั้ การเปด ใชง าน และการบรหิ ารจดั การ

ตลอดเวลากวา ๕๐ ปท่ีผานมา เข่ือนภูมิพลไดสรางคุณประโยชนใหแกประเทศไทยอยางมากมาย โดยเฉพาะอยางย่ิงในดานการชลประทาน
การปอ งกนั อทุ กภยั และดา นพลงั งาน เขอ่ื นภมู พิ ลสามารถใชพ ลงั น้ำผลติ กระแสไฟฟา ซง่ึ มตี น ทนุ ตำ่ กวา การใชพ ลงั งานอยา งอน่ื ไดม กี ารนำพลงั งานไฟฟา
ทผี่ ลติ ไดม าใชป ระโยชนไ ดท กุ ภาคสว น ทงั้ ภาคอตุ สาหกรรม เกษตรกรรม อปุ โภคบรโิ ภค อกี ทง้ั ยงั ประโยชนด า นการควบคมุ ระบบนเิ วศวทิ ยา และเปน
แหลง ทอ งเทยี่ วทางธรรมชาติ ชว ยพฒั นาสงั คม สรา งอาชพี และรายไดใ หแ กช มุ ชนโดยรอบไดเ ปน อยา งดี

หนงั สอื "เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"ี้ ทไ่ี ดจ ดั ทำขนึ้ นี้ สมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย จะนำไปมอบใหแ กส ว นราชการ สถาบนั การศกึ ษา และหนว ยงาน
ทเี่ กยี่ วขอ งกบั งานดา นน้ำ โดยไมค ดิ มลู คา โดยมงุ หวงั เพอ่ื ใหผ อู า นไดร ำลกึ ถงึ ปชู นยี บคุ คลทไ่ี ดร ว มกนั พฒั นากอ สรา ง "เขอื่ นภมู พิ ล" อนั กอ ใหเ กดิ ประโยชน
มากมายมหาศาลแกค นรนุ หลงั จนถงึ ปจ จบุ นั ตลอดมา

คดำรปร.าทรภองเปลว กองจนั ทร

อธบิ ดกี รมชลประทาน และ นายกสมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทานในพระบรมราชปู ถมั ภ

ดว ยสายพระเนตรอนั ยาวไกลของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ทท่ี รงมงุ มนั่ ทมุ เทพระราชหฤทยั
ในการแกไขปญหาเรื่องน้ำ ทำใหเกิดโครงการพัฒนาแหลงน้ำขึ้นเปนจำนวนมากในทุกภูมิภาคของประเทศ เขื่อนภูมิพล เปน
เขอื่ นเกบ็ กกั นำ้ ขนาดใหญแ หง แรก ทไี่ ดก อ สรา งขนึ้ และอยใู นความสนพระราชหฤทยั ของพระองคอ ยา งมาก ไดเ สดจ็ พระราชดำเนนิ ไป
ทอดพระเนตรความกาวหนาการกอสรางเข่ือน ๒ ครั้ง รวมทั้งไดเสด็จฯไปทรงวางศิลาฤกษ และเสด็จฯไปทรงเปดเข่ือนแหงน้ี
ตามลำดบั

"เขอื่ นภมู พิ ล" ตงั้ อยทู อ่ี ำเภอสามเงา จงั หวดั ตาก เปน เขอื่ นอเนกประสงคแ หง แรกของประเทศไทย เดมิ เรยี กชอ่ื วา "เขอ่ื นยนั ฮ"ี
เมอื่ วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ไดพ ระราชทานพระบรมราชานญุ าต
ใหเ ชญิ พระปรมาภไิ ธยเปน ชอ่ื เขอ่ื นวา "เขอื่ นภมู พิ ล" มลี กั ษณะเปน เขอื่ นคอนกรตี โคง เพยี งแหง เดยี วของประเทศไทย และในภมู ภิ าค
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ไดเ สดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงวางศลิ าฤกษ เมอื่ วนั ท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน
พ. ศ. ๒๕๐๔ และในวนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ พระองคไ ดเ สดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด เขอื่ นภมู พิ ล จนถงึ บดั นี้นบั เปน เวลากวา ๕๐ ป
ทเี่ ขอื่ นแหง นยี้ งั ประโยชนใ หก บั ผูคนบนลมุ นำ้ ปง และลมุ นำ้ เจา พระยา เพอื่ การชลประทาน การผลติ กระแสไฟฟา ตลอดจนการอปุ โภคบรโิ ภค
ทหี่ ลอ เลยี้ งหลายจงั หวดั ของประเทศไทย ซงึ่ เปน ไปตามพระราชดำรสั ของ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ฯ รชั กาลท่ี ๙ เนอ่ื งในโอกาสทไี่ ด
เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด เขอ่ื นภมู พิ ล วา

...ขา พเจา เหน็ พอ งกบั รฐั บาลวา โครงการเอนกประสงคโ ครงการแรกของประเทศไทยนี้ เปน จดุ เรม่ิ ตน ในการ
พฒั นาเศรษฐกจิ กา วใหมใ หไ พศาลออกไป ปจ จบุ นั น้ำเปน ปจ จยั หลอ เลย้ี งชวี ติ และน้ำกบั ไฟฟา สง เสรมิ ความเจรญิ
กา วหนา ของชวี ติ เมอื่ พลเมอื งเพม่ิ มากและเรว็ กต็ อ งเพม่ิ นำ้ และไฟฟา ใหท นั ความตอ งการของพลเมอื ง...*

เขื่อนภูมิพล คือ ผลงานแหงความภาคภูมิใจของกรมชลประทานท่ี หมอมหลวงชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทานคนท่ี ๑๒
ไดร เิ รม่ิ และรบั ผดิ ชอบดแู ลการกอ สรา งจนแลว เสรจ็ ดงั นนั้ การจดั ทำหนงั สอื "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"ี้ จงึ ถอื เปน การบนั ทกึ
ประวตั ศิ าสตรท ส่ี ำคญั ในดา นการพฒั นาแหลง น้ำของประเทศไทย เพอ่ื ใหส าธารณชนไดร บั ทราบถงึ น้ำพระราชหฤทยั ทท่ี รงหว งใยปญ หา
ความเดือนรอนเร่ืองนำ้ ของพสกนิกร ที่สำคัญยังเปนการบันทึกประวัติศาสตรในการกอสรางเข่ือนเอนกประสงคขนาดใหญของ
ประเทศไทยไวเ ปน องคค วามรสู บื ไป

* อา งองิ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย//"เขอื่ นของพอ "เขอ่ื นภมู พิ ล//๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙
จาก https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1705:article-20161017-02&catid=49&Itemid=251

สารบญั : ๒๑

ภาค ๑

กำเนดิ โครงการเขอื่ นยนั ฮี

๒๓ เรง รดั พฒั นาบา นเมอื ง เมอื่ คำตอบอยทู ่ี "เขอื่ น" ๕๙ เตรยี มการเพอ่ื งานใหญ

๒๓ : โครงการเจาพระยาใหญ ๕๙ : การเตรยี มคน
๖๑ : เตรยี มขอ มลู อทุ กวทิ ยา
๓๖ : ไฟฟา ขาดแคลน ๖๘ : จดั ตง้ั กองพลงั นำ้
๓๘ : เรมิ่ ยคุ พฒั นาไฟฟา พลงั น้ำในประเทศไทย ๗๐ : ทมี ผเู ชยี่ วชาญตา งประเทศ
๗๑ : ยา ยทต่ี ง้ั เขอื่ นจาก "ยนั ฮ"ี มาท่ี "เขาแกว "
๔๑ : สรางคนชลประทาน
๗๔ เตรยี มงานเขอ่ื นใหญ
๔๕ : รฐั บาลมอบหมายใหก รมชลประทานพฒั นาไฟฟา พลงั น้ำ
๗๔ : ประโยชนย งิ่ ใหญช ว่ั ลกู ชว่ั หลาน
๔๗ ปฏบิ ตั กิ ารขน้ั ตน ๗๗ : พระราชทานนาม "เขอ่ื นภมู พิ ล"
๗๘ : พระราชบญั ญตั กิ ารไฟฟา ยนั ฮี
๔๗ : สำรวจจัดทำแผนที่แมนำ้ ปง ๘๑ : เรม่ิ ตน ประมลู งาน
๔๙ : สำรวจอทุ กวทิ ยา
๕๐ : สำรวจทตี่ ง้ั เขอื่ น
๕๔ : นำเสนอธนาคารโลกครง้ั แรก
๕๗ : รายงานเบอ้ื งตน โครงการยนั ฮี

ภาค ๒ ๘๓หกปแ หง การสรา งเขอื่ นใหญ : สารบญั

๘๕ เตรียมความพรอม ภาค ๓ ๑๔๗"เขอ่ื นภมู พิ ล" อดตี ปจ จบุ นั สอู นาคต :

๘๕ : ความย่ิงใหญ ๑๔๙ "ไฟฟา พลงั น้ำ" กบั พฒั นาการกจิ การไฟฟา ประเทศไทย
๘๖ : Learning-by-doing
๘๙ : กำเนดิ "ชลประทานซเี มนต" ๑๔๙ : ศกั ราชใหม
๙๒ : เสนทางทุรกันดาร ๑๕๑ : ยอ นรอยกจิ การไฟฟา
๙๗ : อพยพราษฎร ๑๕๖ : จากการไฟฟา ยนั ฮถี งึ การไฟฟาฝา ยผลติ แหงประเทศไทย
๑๐๑ : เมอื งใหมก ลางดง ๑๕๘ : ความเปลย่ี นแปลง
๑๐๙ : โรงพยาบาล ๑๖๐ : ปรบั ปรงุ ศกั ยภาพการผลติ ไฟฟา
๑๑๒ : โรงงาน ๑๖๑ : พลงั น้ำแบบสบู กลบั
๑๖๓ : ความตอ งการไฟฟา ทเ่ี พม่ิ ขนึ้ เรอื่ ย ๆ
๑๑๖ ประตมิ ากรรมเหนอื แมน ำ้
๑๖๕ การชลประทานและการบรหิ ารจดั การนำ้
๑๑๖ : งานแรก
๑๑๘ : งานกอสรางอุโมงคผันน้ำและทำนบซอง ๑๖๕ : การชลประทาน
๑๒๔ : งานกอ สรา งตวั เขอ่ื น ๑๖๖ : ภมู พิ ลคสู ริ กิ ติ ์ิ
๑๒๖ : พระมหากรณุ าธคิ ณุ ๑๖๙ : การบรหิ ารจดั การน้ำในเขือ่ นภมู พิ ล
๑๒๙ : งานเทเขอ่ื นคอนกรตี ๑๗๐ : ความทา ทายในภาวะวกิ ฤต
๑๓๒ : ภาพชวี ติ ๑๗๔ : เขอื่ นภมู พิ ลกบั วกิ ฤตนำ้ ทว มป ๒๕๕๔
๑๓๗ : งานกอสรางโรงไฟฟาพลังนำ้
๑๔๑ : งานกอ สรา งสายสง ไฟฟา แรงสงู ๑๗๗ กวา ๕ ทศวรรษ “เขอ่ื นภมู พิ ล”
๑๔๕ : "แสงสวา งทวั่ ไทย" ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗
๑๗๗: เขอ่ื นอเนกประสงค
๑๗๘ : เขอ่ื นภมู พิ ลกบั การพฒั นาสงั คมเศรษฐกจิ ไทยในรอบ ๕๐ กวา ป
๑๘๐ : สำคญั ทส่ี ดุ คอื ความปลอดภยั
๑๘๔ : แผนดินไหว
๑๘๖ : สกู ารบรหิ ารสมยั ใหม
๑๘๘ : อนาคตในความเปลยี่ นแปลง

สารบญั

๑๙๙กาลานกุ รม :
๒๒๐ : ๔ คณุ ปู การ
๒๒๑ : บรรณานกุ รม
๒๒๓ : คณะทำงานจดั ทำหนงั สอื "เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"้ี

๑ภาค

กำเนิดโครงการ

เขอ่ื นยนั ฮี

๒๑

๒๒ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

เรงรัดพัฒนาบานเมือง
เมอ่ื คำตอบอยทู ี่

“เขอื่ น”
โครงการเจา พระยาใหญ
หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่เกิดข้ึนระหวาง
พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘ แมฝ า ยไทยจะแถลงวา การประกาศ
สงครามกับฝายสัมพันธมิตรเปนโมฆะ แตทางฝาย
สมั พนั ธมติ ร โดยเฉพาะประเทศองั กฤษ ไมย นิ ยอมรบั ทราบ
จงึ นำไปสกู ารเจรจา และการรว มลงนามในความตกลง
สมบูรณแบบ เพื่อเลิกสถานะสงครามระหวางประเทศ
ไทยกบั บรเิ ตนใหญแ ละอนิ เดยี "Formal Agreement for
the Termination of the State of War Between
Siam and Great Britain and India" เพอ่ื ยตุ สิ ถานะ
สงคราม เมอื่ เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙

๒๓

I เขอ่ื นเจา พระยาเมอื่ กอ สรา งเสรจ็ ใหม ๆ หนง่ึ ในเงอ่ื นไขมากมายทฝี่ า ยสมั พนั ธมติ รบบี บงั คบั ใหไ ทย
ตอ งทำตาม คอื ขอ ๑๔ ซงึ่ กำหนดใหร ฐั บาลไทยตอ งสง มอบ
I ม.ล.ชชู าติ กำภู ตรวจสอบแบบเขอ่ื นเจา พระยารว มกบั เจา หนา ทธ่ี นาคารโลก ขาวสารจำนวน ๑.๕ ลานตันใหแกฝายรัฐบาลอังกฤษ
โดยไมค ดิ มลู คา เสมอื นเปน "คา ปฏกิ รรมสงคราม" ชดเชย
๒๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี ความเสยี หาย แตภ ายหลงั มกี ารเจรจาตอ รองจนรฐั บาลองั กฤษ
ยนิ ยอมเปลยี่ นจากการใหเ ปลา เปน การรบั ซอื้ ขา วจากไทยใน
ราคาถูกแทน แมกระน้ัน ความตองการขาวในตลาดโลกยุค
หลงั สงครามโลกทเี่ พมิ่ สงู ขน้ึ มาก กท็ ำใหเ กดิ ภาวะขาดแคลน
ขา วในประเทศ เมอ่ื "คณะทหาร" ทำการรฐั ประหารยดึ อำนาจ
จากรัฐบาลพลเรือนในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐
หนง่ึ ในคำกลา วอา ง คอื ประเดน็ ทวี่ า รฐั บาลจากการเลอื กตงั้ ไม
สามารถแกไขปญหาคาครองชีพของประชาชนและ
การขาดแคลนขาวได ดังนั้น เพ่ือเพ่ิมผลผลิตขาว อันเปน
สินคาออกสำคัญของประเทศข้ึนอีก จึงมีการหยิบยก
"โครงการเจา พระยาใหญ" ขนึ้ มา "ปด ฝนุ " พจิ ารณาทบทวน
กนั อกี ครง้ั

I จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนท่ี ๓ ผูนำคณะรัฐบาล และ ม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งไดดำเนินการกอสรางโครงการชลประทาน
เขอื่ นเจา พระยาจนสำเรจ็

พ.ศ. ๒๔๔๖ ในรชั สมยั ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา แลวปลอยเขาระบบคลอง ใหไรนาสองฝงมีน้ำใช
เจา อยหู วั (รชั กาลที่ ๕) นายเย โฮมนั วนั เดอ ไฮเด (Homan ตลอดป แตสุดทายติดขัดท่ีปญหางบประมาณ
van der Heide) ผเู ชย่ี วชาญชาวดตั ช ทรี่ ฐั บาลสยามวา จา ง ซึ่งเปนเงินกอ นใหญเ กนิ กวา ทร่ี ฐั บาลสยามจะมจี า ยได
ใหเขามาทำการศึกษาไดนำเสนอโครงการทดน้ำไขนำ้ สำหรับ โครงการนจี้ งึ ถกู ระงบั ไป อยา งไรกด็ ี เรมิ่ มกี ารเกบ็
เขตรทร่ี าบแหง ลาดแมน ้ำเจา พระยาตอนใต ( General Report ขอมูลระดับน้ำในแมน้ำเจาพระยาขึ้น โดยปกเสา
on Irrigation and Drainage in the Lower Menam วดั ระดบั นำ้ ทหี่ นา วดั ทา หาด อำเภอมโนรมย จงั หวดั
Valley) อันมีหัวใจสำคัญคือ การสรางเขื่อนทดนำ้ แมน้ำ ชัยนาท เม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๘ และต้ังตนเก็บสถิติ
เจาพระยาท่ีจังหวัดชัยนาท ยกระดับน้ำเหนือเข่ือนใหสูงขึ้น ระดับน้ำประจำวันนับแตน้ันมา

๒๕

I รายงานที่ Mr. Homan van der Heide เสนอตอ รฐั บาลไทยใน พ.ศ. ๒๔๔๖

๒๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

สถานการณแ ละเงอื่ นไขทตี่ อ งการเรง รดั การผลติ ขา วในชว ง
ตนทศวรรษ ๒๔๙๐ จึงเหมาะสมที่ทางกรมชลประทาน โดย
ม.ล.ชูชาติ กำภู* ซ่ึงในขณะน้ันดำรงตำแหนง นายชางใหญ
กรมชลประทาน จึงหยิบยกเร่ืองโครงการเจาพระยาใหญข้ึนมา
นำเสนอรัฐบาลอีกคร้ัง ประจวบเหมาะกับท่ีนายกรัฐมนตรีใน
ขณะนนั้ คอื จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม มคี วามตอ งการจะพฒั นา
บานเมืองใหทัดเทียมนานาอารยประเทศ ดังที่คุณหญิงโฉมศรี
กำภู ณ อยุธยา ภริยาของ ม.ล.ชูชาติ กำภู เขียนเลา
เร่ืองราวจุดกำเนิดของเข่ือนที่ชัยนาท ไวในหนังสือ วันชูชาติ
๔ มกราคม ๔๙ วา

"บังเอิญวันหน่ึงพี่ชาติไปในงานพระราชพิธี
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผาพระกฐินไดมีโอกาส
พบทา นนายก (จอมพลแปลก พบิ ลู สงคราม) ทา นไดเ รยี ก
ใหไปหาทานใกล ๆ และไดซักถามถึงงานชลประทาน
ทา นนายกสนใจงานการปอ งกนั นำ้ ทว ม และการกกั กน้ั น้ำ
เ พ่ื อ ส ง เ ส ริ ม ก า ร เ พ า ะ ป ลู ก ห น า แ ล ง ใ น ภ า ค ก ล า ง
ทานนายกอนุญาตใหนำเสนอและใหดำเนินการตอไป
พี่ชาติรับท่ีจะสรางใหโดยจะควบคุมราคาใหดีที่สุด แตได
ขอทานวาไมใหมีผูมีสิทธิพิเศษ หรือผูแทนราษฎรเขามา
รบกวนในโครงการนท้ี กุ ปญ หา ซงึ่ ทา นไดถ อื สญั ญานอ้ี ยา ง
เครง ครดั ..."

๒๗

ม.ล.ชชู าติ กำภู I ม.ล.ชชู าติ กำภู ประชมุ รว มกบั เจา หนา ทจี่ ากธนาคารโลก

I อธบิ ดกี รมชลประทาน พ.ศ. ๒๔๙๒ - พ.ศ. ๒๕๐๗ I ม.ล.ชชู าติ กำภู ถา ยภาพรว มกบั ขา ราชการและเจา หนา ทก่ี รมชลประทาน
I สมญานาม "บดิ าแหง ชลกร" ขณะไปตรวจราชการ
I เปน ผดู ำเนนิ งานทงั้ ในดา นวชิ าการ การคลงั และ

การกอ สรา งโครงการชลประทาน เขอื่ นเจา พระยา
ตง้ั แตต น จนเสรจ็ สมบรู ณ
I รับนโยบายโครงการไฟฟาพลังนำ้ จากรัฐบาล
เปนผูริเริ่มและมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน
โครงการเขอื่ นยนั ฮจี นแลว เสรจ็
I กอต้ังโรงเรียนชลประทานเพ่ือพัฒนาบุคลากร
ของกรมชลประทาน
I กอตั้งโรงไฟฟาลิกไนตแมเมาะและบริษัท
ชลประทานซีเมนต จำกัด เพ่ือสนับสนุนงาน
กอ สรา งเขอื่ นยนั ฮี
I เปนผูดำเนินการใหไดเงินกูจากธนาคารโลก
เพอ่ื ดำเนนิ การกอ สรา งเขอ่ื นยนั ฮี

๒๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

พ.ศ. ๒๔๙๒ ในสมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม* เปน นายกรฐั มนตรี
ประเทศไทยไดส มคั รเขา เปน สมาชกิ ธนาคารโลก โดยมแี ผนขอกเู งนิ ไปใชใ น
โครงการกอ สรา งเขื่อนกั้นแมน้ำเจาพระยา การปรับปรุงเสนทางรถไฟท่ี
เสยี หายตงั้ แตใ นระหวา งสงครามมหาเอเชยี บรู พา ตลอดจนปรบั ปรงุ ทา เรอื
และขดุ ลอกสนั ดอนแมน ้ำเจา พระยา เขอื่ นทดน้ำในแมน ำ้ เจา พระยาแหง น้ี
จึงกอสรางดวยเงินกูจากธนาคารโลกจำนวน ๑๘ ลานเหรียญอเมริกัน
ดอกเบย้ี รอ ยละ ๔ ตอ ป กำหนดชำระคนื ภายใน ๒๐ ป

๒๙

จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม

I ดำรงตำแหนง นายกรฐั มนตรใี นชว งเวลา
๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ - ๑๑ มถิ นุ ายน
พ.ศ. ๒๕๐๗ (๘ สมยั ไมต อ เนอื่ งกนั )

I พ.ศ. ๒๔๙๔ เปน ผมู อบหมายให
กรมชลประทานพฒั นาไฟฟา พลงั น้ำ
ซงึ่ เปน พลงั งานราคาถกู เพอ่ื พฒั นาอตุ สาหกรรม
ของประเทศ

๓๐ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

I พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด เขอ่ื นเจา พระยา เมอ่ื วนั ท่ี ๗ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๐๐

๓๑

เรมิ่ ตน ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๔๙๖
แลว เสรจ็ ในตน ป พ.ศ. ๒๕๐๐
เขอ่ื นแหง นไ้ี ดร บั นามวา . . .

“เขอื่ นเจา พระยา”

I จากแบบจำลอง มาสเู ขอื่ นเจา พระยา ทมี่ คี วามสำคญั ตอ การเกษตรอยา งมาก

๓๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

I บรเิ วณหวั งานเขอ่ื นเจา พระยา อนั เปน เสมอื นหวั ใจของโครงการเจา พระยาใหญ สรา งขน้ึ บรเิ วณคงุ บางกระเบยี น ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จงั หวดั ชยั นาท

๓๓

I เขอ่ื นเจา พระยาเมอ่ื สรา งเสรจ็ ใหม ๆ

I เขอื่ นเจา พระยาในปจ จบุ นั

๓๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

เรื่องท่ีนาภาคภูมิใจก็คือ เงินกูรายน้ีนับเปนรายแรก ผลดีอีกประการหน่ึงคือทำใหธนาคารโลกไดเขาใจ
ท่ีธนาคารโลกใหกูสำหรับประเทศทางตะวันออกไกล และมีทัศนคติท่ีดีตอประเทศไทย ท้ังยังทำใหขาราชการ
เนอื่ งจากความสมบรู ณข องรายงาน การศกึ ษาความเหมาะสม ของกรมชลประทานไดเ ขา ใจขน้ั ตอน วธิ กี าร และการจดั
(Feasibility Report) ท่ี ม.ล.ชชู าติ กำภู จดั ทำขน้ึ ซง่ึ ชใี้ ห ทำรายงาน เพอ่ื เจรจาขอกเู งนิ มากอ สรา งโครงการขนาด
เห็นวาโครงการนี้ จะไดผลคุมคาและมีศักยภาพที่จะถอน ใหญต อ ไป นอกจากเงนิ กธู นาคารโลกแลว รฐั บาลไทยยงั
ทนุ คนื ไดด ว ยตวั เอง โดยขอ มลู ระดบั นำ้ ทตี่ รวจวดั ณ สถานี ตงั้ งบประมาณแผน ดนิ สมทบในการสรา งตวั เขอ่ื นและการ
วดั นำ้ หนา วดั ทา หาด จงั หวดั ชยั นาท ในระยะกวา ๔๐ ปท ี่ สรา งระบบสง น้ำตา งหากอกี กวา พนั ลา นบาท การกอ สรา ง
ผา นมา ไดก ลายเปน ตวั เลขทนี่ ำไปใชค ำนวณความสงู และ เรมิ่ ตน ขน้ึ ใน พ.ศ. ๒๔๙๖ และแลว เสรจ็ ในตน พ.ศ. ๒๕๐๐
ความยาวของเขอ่ื นทจ่ี ะสรา งขนึ้ ดว ย เขอ่ื นแหง นไ้ี ดร บั นามวา "เขอื่ นเจา พระยา"

๓๕

ไฟฟา ขาดแคลน

ในระหวา งสงครามมหาเอเชยี บรู พา โรงไฟฟา หลกั สองแหง
ของกรุงเทพฯ ไดแก โรงไฟฟาวัดเลียบ (ปจจุบันคือการไฟฟา
นครหลวง ขางวัดราชบูรณะ ปากคลองตลาด) และโรงไฟฟา
หลวงสามเสน (ปจจุบันคือการไฟฟานครหลวง สามเสน)
ถูกเคร่ืองบินฝายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดทำลายจนใชการไมได
ตั้งแตเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ จนเม่ือสงครามยุติลงในเดือน
สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ จงึ เรมิ่ มกี ารซอ มแซมโรงไฟฟา วดั เลยี บให
เปด เดนิ เครอื่ งไดอ กี ครงั้ ทวา กท็ ำไดเ พยี งมไี ฟฟา ใชแ บบ "ตดิ ๆ ดบั ๆ"
สว นโรงไฟฟา หลวงสามเสนตอ งใชเ วลาฟน ฟอู กี หลายป กวา จะเรมิ่
เปดจายไฟฟาได ขณะท่ีในสวนภูมิภาคนั้นพ้ืนที่สวนใหญ
ของประเทศยงั ไมม ไี ฟฟา ใชท งั้ สน้ิ

๓๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

กอ นสงคราม ทง้ั กรงุ เทพฯ มเี ครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา กำลงั การ ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต
ผลติ ๒๒,๐๐๐ กโิ ลวตั ต ซง่ึ เคยใชอ ยา งมากทส่ี ดุ ในชว งหวั ค่ำ
ก็เพียง ๑๒,๗๐๐ กิโลวัตต ทวาการฟนฟูประเทศขึ้นใหม I หวั หนา แผนกไฟฟา คณะวศิ วกรรมศาสตร
หลังภาวะสงครามตองใชพลังงานไฟฟาในปริมาณมหาศาล จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั
จนเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ทมี่ อี ยเู ดมิ ไมส ามารถผลติ กระแสไฟฟา
ไดเพียงพอตอความตองการ ทั้งโรงมหรสพ โรงแรม และ I จัดทำรายงานเบื้องตนโครงการยันฮีดานระบบ
โรงงานอุตสาหกรรม ลวนตองติดตั้งเคร่ืองกำเนิดไฟฟา การผลติ ไฟฟา และระบบสายสง
เครอ่ื งยนตด เี ซลเพอ่ื ผลติ กระแสไฟฟา ขน้ึ ใชเ องเปน สว นมาก
I สนบั สนนุ ใหล กู ศษิ ยจ าก คณะวศิ วกรรมศาสตร
แนวทางสำคัญท่ีผูใหญในบานเมืองตางเห็นตรงกันวา จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั มารว มงาน
จะเปน ทางออกสำหรบั ปญ หานคี้ อื การพฒั นาไฟฟา พลงั น้ำ โครงการยนั ฮที กี่ รมชลประทาน
เพราะประเทศไทยมที รพั ยากรนำ้ เพยี งพอทจ่ี ะใชผ ลติ กระแส
ไฟฟา เชน ใน พ.ศ. ๒๔๘๘ นายปรดี ี พนมยงค ผสู ำเรจ็ ๓๗
ราชการแทนพระองค เสนอแนะให นายบญุ รอด บณิ ฑสนั ต*
ซึ่งกำลังศึกษาปริญญาเอกวิศวกรรมไฟฟาเปลี่ยนสาขาไป
เรียนดานไฟฟาพลังนำ้ และคำแถลงนโยบายของรัฐบาล
พันตรีควง อภัยวงศ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๑
ตอนหนงึ่ กลา ววา

"...จะดำเนนิ การใหม พี ลงั งานราคาถกู เพอ่ื ประโยชนข อง
โรงงานอตุ สาหกรรมทวั่ ไป โดยเฉพาะจะมงุ ไปในทางใหไ ดม า
ซง่ึ พลงั งานจากธรรมชาติ คอื พลงั งานไฟฟา จากน้ำตก ซง่ึ เปน
ชวี ติ จติ ใจในการอตุ สาหกรรมของชาต.ิ .."

เรม่ิ ยคุ พฒั นาไฟฟา พลงั นำ้ ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๒ ม.ล.ชูชาติ กำภู เสนอแผนงานหาปแก
กระทรวงเกษตราธิการ ในรายงานพัฒนาพื้นท่ีลุมเจาพระยา
จากนโยบายรฐั บาลสมยั นายควง อภยั วงศ ใน พ.ศ. ๒๔๙๑ Report on Irrigation, Drainage and Water Communication
จนถึงสมัยรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนนายก of the Chao Phya River Basin (August 1949) โดยมวี ตั ถปุ ระสงค
รัฐมนตรี แถลงแกสภาผูแทนราษฎร เมื่อวันท่ี ๖ กรกฎาคม คอื ๑) เพม่ิ ผลผลติ ขา วและถวั่ เหลอื งเพอ่ื การสง ออก
พ.ศ. ๒๔๙๒ ก็เนนยำ้ อีกคร้ังหนึ่งวา "จะเรงใหไดมาซึ่งพลัง
จากไฟฟา นำ้ ตก..." ๒) ใหส ามารถใชก ารคมนาคมทางน้ำในบรเิ วณตอนบนของ
ลำนำ้ ไดส ะดวกยง่ิ ขน้ึ
ทวาพัฒนาการของ "ไฟฟาน้ำตก" หรือไฟฟาพลังนำ้ ใน
ประเทศไทยจะเกดิ ขนึ้ ไมไ ดเ ลย หากปราศจากบคุ คลสำคญั ทสี่ ดุ ๓) ผลติ ไฟฟา พลงั นำ้ ๑๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ต เพอ่ื สง ใหแ กโ รงงาน
คือ ม.ล. ชูชาติ กำภู เพราะในยุคตนทศวรรษ ๒๔๙๐ นั้น เหลก็ ทอี่ ำเภอทา หลวง จงั หวดั สระบรุ ี
แมจ ะมนี โยบายของรฐั บาลออกมาแลว แตย งั มไิ ดน ำไปสกู ารปฏบิ ตั ิ
ใด ๆ เพราะเรอื่ งนเี้ ปน ทงั้ "เรอ่ื งใหม" และ "เรอ่ื งใหญ" แตด ว ย ในตอนทายของรายงาน ยังมีขอเสนอดวยวาควรมีการ
การมองการณไ กล ม.ล. ชชู าติ กำภู กเ็ รม่ิ คดิ วางแผนเตรยี มการ กอสรางเข่ือนเก็บกักน้ำขนาดใหญ (Impounding Dam) บน
สำหรบั เรอ่ื งนไี้ วล ว งหนา แลว เพอ่ื รอคอยโอกาสทจ่ี ะสรา งสรรค แมน ำ้ ปง และแมน ้ำนา นเพอ่ื เปน แหลง นำ้ ตน ทนุ เปน ลำดบั ตอ ไป
ความเจรญิ กา วหนา ใหแ กป ระเทศชาติ หลงั จากทไ่ี ดกอ สรา งโครงการเจา พระยาเสรจ็ แลว

๓๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

"ไฟหฟาากนปำ้ รตากศ"จาหกรบอื คุ ไคฟลฟสา ำพคลญั งั นท้ำส่ี ใดุ นปครอื ะเมทศ.ลไท.ยชจชูะเากดิตขินึ้ กไมำไ ดภเ ลู ย

เพราะในยคุ ตน ทศวรรษ ๒๔๙๐ นน้ั แมจ ะมี นโยบายของรฐั บาลออกมาแลว
แตย งั มไิ ดน ำไปสกู ารปฏบิ ตั ใิ ด ๆ เพราะเรอื่ งนเ้ี ปน ทงั้

"เรอื่ งใหม" และ "เรอ่ื งใหญ" แตด ว ยการมองการณไ กล ม.ล.ชชู าติ กำภู
เรม่ิ คดิ วางแผนเตรยี มการสำหรบั เรอื่ งนไี้ วล ว งหนา แลว

เพอ่ื รอคอยโอกาสทจ่ี ะสรา งสรรคค วามเจรญิ กา วหนา ใหแ กป ระเทศชาติ

๓๙

I ความเจรญิ เตบิ โตของสงั คมเศรษฐกจิ ไทยทมี่ มี ากขน้ึ สง ผลใหเ มอื งมคี วามตอ งการใชพ ลงั งานไฟฟา มากขนึ้ ตามไปดว ย

อยางไรก็ตาม ในแผนโครงการลงทุนระยะยาวเพ่ือการชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๐๐ - พ.ศ. ๒๕๐๔ แนบทา ยหนงั สอื ทร่ี ะลกึ ในการเปด เขอื่ นเจา พระยา
วนั ที่ ๗ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๐๐ กรมชลประทานไดค ดั เลอื กโครงการไฟฟา
พลงั น้ำทส่ี มควรลงทนุ ในระยะ ๕ ปไ ว ๔ โครงการ คอื

๑) โครงการยนั ฮี (จงั หวดั ตาก) ผลติ ไฟฟา ๕๖๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ต
๒) โครงการตน น้ำ (จงั หวดั เพชรบรุ )ี ๓,๕๐๐ กโิ ลวตั ต
๓) โครงการโตนงาชา ง (จงั หวดั สงขลา) ๔,๐๐๐ กโิ ลวตั ต
๔) โครงการลำพระเพลงิ (จงั หวดั นครราชสมี า) ๔,๐๐๐ กโิ ลวตั ต

ซึ่งในจำนวนนี้ โครงการยันฮี เปนโครงการที่ดีและคุมคามากที่สุด
จนกระทง่ั กรมชลประทาน ขอระงบั การสรา งไฟฟา พลงั นำ้ ทเี่ ขอื่ นเจา พระยา
ไวก อ น เพราะทเ่ี ขอื่ นเจา พระยามคี า ลงทนุ ตอ กโิ ลวตั ตแ พงกวา ทย่ี นั ฮหี นง่ึ เทา ตวั

๔๐ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

สรา งคนชลประทาน

ปญหาสำคัญประการหนึ่งของกรมชลประทาน คือ
การขาดแคลนบคุ ลากร ทม่ี มี าตงั้ แตส มยั ม.ล.ชชู าติ กำภู ยงั เปน
นายชา งชลประทานภาคนครนายก ในทศวรรษ ๒๔๗๐ ซง่ึ มพี นื้ ที่
รบั น้ำในความรบั ผดิ ชอบถงึ ๖ แสนไร และมภี ารกจิ ในการกอ สรา ง
ประตูระบายนำ้ คลองสงน้ำ และอาคารชลประทานทุกชนิด
จำนวนมาก แตก ลบั มตี วั นายชา งอยเู พยี งไมก คี่ น ม.ล.ชชู าติ กำภู
จงึ ชกั ชวนบตุ รหลานของขา ราชการกรมชลประทานทพ่ี อมคี วามรู
มาเรียนรูและทำงานไปพรอม ๆ กับ "ครู" ที่เปนนายชางของ
กรมชลประทาน

เดก็ ทม่ี าฝก หดั วชิ าชา งเหลา นเี้ รยี กกนั เลน ๆ วา "ลกู คอก"
ซงึ่ นา จะหมายถงึ "ลกู ครอก" ในความหมายวา เปน หนอ เนอื้ เชอ้ื ไข
ของนายชางชลประทานท่ีอบรมบมเพาะกันขึ้นมาเอง เหมือน
"ปลากดั ลกู ครอก" และในจำนวนนนั้ มบี างคนทเี่ จรญิ กา วหนา
ในตำแหนงหนาที่การงานในเวลาตอมา

๔๑

I อาคารเรยี นหลงั แรกของชา งชลประทาน ผนงั เปน เสอ่ื รำแพน ตงั้ อยทู บ่ี รเิ วณกรมชลประทาน ถนนสามเสน

I ชา งชลประทานยคุ แรก

๔๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

I นกั เรยี นชา งชลประทาน รนุ ท่ี ๑

I นำขา ราชการกรมชลประทานรนุ แรก ๓๐ คน ไปฝก งานที่
United States Bureau of Reclamation พ.ศ. ๒๔๙๐

I การเรยี นแบบลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ

๔๓

ดว ยเหน็ ความมงุ มน่ั ของ ม.ล. ชชู าติ กำภู หลงั จากนน้ั ใน พ.ศ. ๒๔๗๙ กรมชลประทานไดต ดั สนิ ใจ
ประกาศรบั นกั เรยี นทจ่ี บชน้ั มธั ยมศกึ ษาชนั้ ปท ี่ ๘ เขา มาเรยี นในโรงเรยี นชา งชลประทานทก่ี ำลงั จะเปด ขนึ้
แตก ลบั ปรากฏวา มผี สู มคั รเพยี ง ๗ คน จงึ ไมส ามารถเปด โรงเรยี นได แมก ระนนั้ ม.ล.ชชู าติ กำภู กไ็ ม
ยอ ทอ กลบั ชกั ชวนผสู มคั รทง้ั หมดไปจดั การอบรมวชิ าชา งชลประทานดว ยการลงมอื ทำจรงิ ณ โครงการ
ชลประทานนครนายก ดว ยวธิ กี ารเดยี วกนั กบั "ลกู คอก" หรอื "ลกู ครอก" ชดุ แรก

จากน้ันใน พ.ศ. ๒๔๘๑ จึงมีการกอตั้งสถาบันการศึกษาดานชลประทาน ไดแกโรงเรียน
ชา งชลประทาน ตง้ั อยทู บ่ี รเิ วณกรมชลประทาน ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ซง่ึ มี
นกั เรยี นชดุ แรก ๕๙ คน ประกอบดว ยผสู มคั รทผี่ า นการสอบแขง ขนั ๒๖ คน "ลกู ครอก" ชดุ แรก ๒ คน
กับอีก ๗ คนที่เคยสมัครเขาเรียนใน พ.ศ. ๒๔๗๙ สมทบดวยขาราชการของกรมชลประทานที่พอ
มพี นื้ ความรแู ละอยใู นวยั ทจี่ ะเลา เรยี นเพม่ิ เตมิ ไดอ กี ๒๔ คน

เมอ่ื กรมชลประทานตอ งเปน ผรู บั ผดิ ชอบโครงการเจา พระยาใหญ ในระยะนนั้ คอื ตน ทศวรรษ ๒๔๙๐
ประเทศไทยมีความสัมพันธใกลชิดกับสหรัฐอเมริกามากขึ้น จึงมีการจัดสงขาราชการชุดแรกจำนวน
๓๐ คน ไปฝก อบรมกบั หนว ยงาน USBR (United States Bureau of Reclamation สงั กดั กระทรวง
มหาดไทย - Department of the Interior) หนว ยงานนี้มหี นา ทดี่ แู ลรับผดิ ชอบการพฒั นาแหลงนำ้
และระบบชลประทานของรัฐในภูมิภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกจากทาง USBR จะจัดการ
ฝกอบรมใหแกขาราชการของกรมชลประทานแลว ยังใหการสนับสนุนทั้งดานการออกแบบตลอดจน
งานวชิ าการอกี ดว ย

การสง ขา ราชการไปปฏบิ ตั งิ านท่ี USBR ไดด ำเนนิ การตอ เนอ่ื งมาเปน ระยะๆ ไมเ ฉพาะแตว ศิ วกร
แตย งั รวมถงึ ขา ราชการในสายงานอนื่ ๆ ดว ย เมอ่ื สน้ิ สดุ การปฏบิ ตั งิ านแลว หลายคนยงั ขอลาศกึ ษาตอ
ในตางประเทศ และกลับมาปฏิบัติงานตามสัญญาท่ีไดทำไว ซึ่ง ม.ล.ชูชาติ กำภู ไดใหการสนับสนุน
มาโดยตลอด

การสรางและพัฒนาคนชลประทานอยางตอเน่ืองเรื่อยมา จึงเปนสวนสำคัญในการสรางบุคลากร
ทจี่ ะมบี ทบาทรว มกบั ผเู ชย่ี วชาญในสาขาตา ง ๆ ในชว งของการสรา งเขอ่ื นขนาดใหญใ นเวลาตอ มา

๔๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

รฐั บาลมอบหมายใหก รมชลประทาน นายบญุ ชอบ กาญจนลกั ษณ
พฒั นาไฟฟา พลงั นำ้
I หวั หนาแผนกอุทกวทิ ยากรมชลประทาน
เมื่อเง่ือนไขสถานการณพรอม และทุกฝายตางมองเห็น (พ.ศ.๒๔๙๒ - พ.ศ.๒๕๑๑)
ประโยชนมหาศาลของการพัฒนาไฟฟาพลังน้ำตอการพัฒนา
อุตสาหกรรมของประเทศ เรื่องที่เคยดูเหมือนจะเกิดขึ้นได I เปน ผตู ดิ ตาม ม.ล.ชชู าติ กำภู เพยี งคนเดยี ว
ยากเยน็ แสนเขญ็ กก็ ลบั คลคี่ ลาย ดงั ที่ คณุ บญุ ชอบ กาญจนลกั ษณ* ทไี่ ปพบจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
ซงึ่ ขณะนนั้ เปน นายชา งกองแผนผงั กรมชลประทาน เชา วนั หนงึ่ เพอ่ื รบั นโยบายการพฒั นาไฟฟา พลงั นำ้
ใน พ.ศ. ๒๔๙๔ ทา นไดร บั โทรศพั ทจ ากทา นอธบิ ดกี รมชลประทาน
ม.ล.ชชู าติ กำภู สงั่ ใหเ ตรยี มขอ มลู น้ำประจำวนั ในแมน ้ำตา ง ๆ I เปน ผรู ว มงานใกลช ดิ ของ ม.ล.ชชู าติ กำภู
ใหพ รอ ม แลว ตดิ ตามทา นไปเขา พบ นายกรฐั มนตรี ทท่ี ำเนยี บ และจดั ทำรายงานเบอื้ งตน โครงการยนั ฮี
รฐั บาล ภายในครงึ่ ชวั่ โมง แตแ ลว เมอ่ื ทงั้ สองเขา ไปถงึ หอ งทำงาน ดา นอทุ กวทิ ยา
ของทา นนายกรฐั มนตรี
I ผเู ปน เลศิ ทางดา นอทุ กวทิ ยา
ทธ่ี นาคารโลกยอมรบั และเชญิ ใหเ ขา รว มงาน
ในตำแหนง Senior Hydrologist
(พ.ศ.๒๕๑๒ - พ.ศ. ๒๕๒๙)

๔๕

ทานไมไดสนใจหรือถามไถเรื่องพฤติการณของนำ้ ที่เตรียมหอบเอาไปเลย ทานยืนข้ึนจับมือ แลว
ขอบใจเราทง้ั สองทไี่ ดไ ปพบทา นตามทส่ี ง่ั ไป ทา นจอมพลนายกรฐั มนตรไี ดพ ดู นำขน้ึ กอ นวา ทา นไดท ราบ
วา การจะพัฒนาประเทศในดานอุตสาหกรรมน้ัน ก็จะตองมีเขื่อนไฟฟาพลังนำ้ ผลิตไฟฟาขึ้นใช
เพราะราคาถกู คอื ไมต อ งใชน ้ำมนั หรอื ถา นตม นำ้ ทำสตมี ทา นถามอธบิ ดตี อ ไปวา เหน็ ดว ยหรอื ไม หรอื
จะมขี อ แนะนำอยา งอน่ื ใด ทา นอธบิ ดเี หน็ ทา นนายกทอดสะพานมาใหถ งึ ขนาดน้ี จงึ ตอบยนื ยนั ไปในทนั ที
ทา นนายกยม้ิ เหน็ วา การทอดสะพานของทา นไดผ ล จงึ ออกคำสงั่ ทนั ทวี า “ถา เชน นน้ั แลว กข็ อใหท า น
อธิบดีไปดูจัดสรางข้ึน จะมีท่ีกอสรางเขื่อนเชนนี้ขึ้นไดอยางไร วางโครงการขึ้นเสนอใหทานนายก
ทราบโดยตรง”

ตอนบา ยวนั นน้ั ม.ล.ชชู าติ กำภู ไดเ รยี กประชมุ ขา ราชการชนั้ ผใู หญข องกรมชลประทาน เพอ่ื เรม่ิ
งานในทันที ท่ีประชุมไดขอสรุปวา กรมชลประทานจะดำเนินการสรางเข่ือนเก็บกักนำ้ ขนาดใหญของ
ประเทศในลำน้ำปง สว นงบประมาณการกอ สรา งจะขอกเู งนิ จากธนาคารโลก โดยจะตอ งจดั ทำรายงาน
การศกึ ษาความเหมาะสม และมแี ผนงานทดี่ ี เปน สากล จะตอ งมผี เู ชย่ี วชาญ ผชู ำนาญการในสาขาอน่ื ๆ
และหนว ยงานตา ง ๆ ของประเทศรว มงานดว ย

๔๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

ปฏิบัติการข้ันตน

สำรวจจดั ทำแผนทแ่ี มน ำ้ ปง

เมื่อ ม.ล.ชูชาติ กำภู ไดรับนโยบาย จาก จอมพล ป.
พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ใหศึกษาโครงการกอสรางเข่ือน
อเนกประสงคเ พอ่ื ผลติ ไฟฟา พลงั น้ำใชใ นการพฒั นาประเทศ และ
ใหราษฎรท้ังในกรุงเทพฯและตางจังหวัด มีไฟฟาใชอยางทั่วถึง
ในราคาถูกกวาท่ีเปนอยูในขณะนั้น จึงเปนจุดเร่ิมตนของ
งานมหาศาลทต่ี ดิ ตามมา

การสำรวจเพ่ือหาหนทางสรางเข่ือนผลิตกระแสไฟฟาจึงได
เรม่ิ ตน ขน้ึ มกี ารสง วศิ วกร รอ ยตรสี เุ ทพ ตงิ ศภทั ยิ  ไปตดิ ตง้ั สถานี
วัดระดับน้ำและปริมาณน้ำท่ีแกงละวาในแมน้ำแควนอยและท่ี
แกงเรียงบนแควใหญ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสำรวจหาความ
เปนไปไดสำหรับการสรางเขื่อนผลิตไฟฟาพลังน้ำในบริเวณน้ัน

๔๗

I การวดั ปรมิ าณนำ้ โดยประมาณ I รว มกนั พจิ ารณา
ในการสำรวจตรวจสอบเบอ้ื งตน ภาพถา ยทางอากาศสามมติ ิ
เพอื่ สำรวจทต่ี งั้ เขอื่ นภมู พิ ล
๔๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี เมอื่ พ.ศ. ๒๔๙๔

อีกบริเวณหนึ่งท่ีนาสนใจสำหรับเปนที่ต้ังเขื่อนผลิตไฟฟา
พลังน้ำก็คือแมน้ำปงท่ี ม.ล.ชูชาติ กำภู เคยเล็งเห็นศักยภาพ
อยแู ลว ดงั ปรากฏในรายงานพฒั นาพนื้ ทลี่ มุ เจา พระยา พ.ศ. ๒๔๙๒
ท่ีเคยนำเสนอตอกระทรวงเกษตราธิการ แตยังไมมีการศึกษา
ในรายละเอยี ดวา จะสรา งทไ่ี หน และมขี นาดเทา ใด

ใน พ.ศ. ๒๔๙๔ กรมชลประทานจงึ เรมิ่ สำรวจจดั ทำแผนที่
แมน ำ้ ปง ตง้ั แตแ กง สรอ ย อำเภอฮอด จงั หวดั เชยี งใหม ลงมาถงึ
จงั หวดั ตาก โดยมี พนั เอกหลวงพนิ จิ ภวู ดล (วเิ ชยี ร พนิ จิ ภวู ดล)
จากกรมแผนท่ีทหารบกเปนหัวหนาคณะ นับเปนคณะสำรวจ
แมน ำ้ ปง ชดุ แรกทที่ ำการสำรวจภมู ปิ ระเทศ


Click to View FlipBook Version