I บรเิ วณชอ งเขาทางเลอื กทศี่ กึ ษา
กำหนดการสรา งเขอื่ นโครงการยนั ฮี
กอ นนำ้ เขอ่ื นจะเรมิ่ เออ ทว มในเดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๓
บนั ทกึ การอพยพราษฎร ในหนงั สอื ทร่ี ะลกึ ในการเสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด "เขอ่ื นภมู พิ ล" เมอื่ วนั ที่
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ หนา ๓๑ บรรยายเหตกุ ารณใ นชว งนน้ั วา
"บรเิ วณทจี่ ะเปน อา งเกบ็ น้ำขนาด ๑๒,๒๐๐ ลา นลกู บาศกเ มตรนน้ั มบี า นเรอื นราษฎรตงั้ อยกู วา
๕,๐๐๐ ครอบครวั กรมชลประทานไดบ กุ เบกิ และจดั สรรทดี่ นิ บรเิ วณตำบลวงั ตะไคร ซงึ่ อยใู ตเ ขอ่ื น
ประมาณ ๑๒ กโิ ลเมตรไว มพี น้ื ท่ี ๔๖๐ ไร สำหรบั พกั อาศยั และอกี ๔,๐๖๑ ไร สำหรบั ใชใ นการ
เพาะปลกู ใหร าษฎรตำบลบา นนา จงั หวดั ตาก และจดั การอพยพใหเ ขา อยทู ำมาหากนิ ในพน้ื ทจี่ ดั สรรนี้
ได จดั ใหม โี รงเรยี น หอสมดุ หนว ยอนามยั วดั สถานตี ำรวจ คลองชลประทาน เครอื่ งสบู น้ำ คนั กนั้ น้ำ
และถนน ทงั้ ในบรเิ วณและทเ่ี ชอ่ื มตอ กบั ถนนใหญ ซงึ่ เปน การไดใ หค วามสะดวกสบายแกร าษฎรทถี่ กู อพยพ
มามากกวาท่ีเคยอยูเดิม สวนราษฎรท่ีตองอพยพจากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม และอำเภอลี้
จงั หวดั ลำพนู กไ็ ดจ า ยเงนิ ทดแทนใหด ว ยความเปน ธรรม ตามความประสงค"
๙๙
แมทางราชการ ไดวางแผนอพยพและจายคาชดเชยตาง ๆ ไวพรอมแลว แตก็มีปญหากับราษฎร
บางรายทไ่ี มพ อใจในการดำเนนิ งาน เชน บนั ทกึ ของ ครปู ราโมท มาลาทอง บอกวา การชดเชยไมค มุ และ
ไมเปนตามที่ตกลงกัน ไดที่ดินไมครบ มีแตพงออแขม ไมมีน้ำ ปลูกพืชไมไดผลผลิต ตัดไมมาซอมบานก็
โดนตำรวจจบั คา ชดเชยทอี่ ยอู าศยั จา ยในรปู คา รอ้ื ถอน บา นไมส องชนั้ ทรงปน หยาของครปู ราโมท คา ใชจ า ย
ในการปลูกสรางเม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๗ เปนเงินทั้งสิ้น ๑๐,๙๙๓ บาท แตไดรับคารื้อถอนเม่ือเดือนมีนาคม
พ.ศ. ๒๕๐๓ เปน เงนิ เพยี ง ๘๘๖.๕๐ บาท
เขาบนั ทกึ เหตกุ ารณว นั อพยพ ในเดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ไวว า
"ไมรื้อถอนก็จำเปนเพราะเขื่อนสำรองไดปดกั้นแมน้ำปงไปเกือบจะถึงฝงตอฝงกันแลว
เขาไวท างนำ้ เพยี ง ๔ เมตรเทา นน้ั ทางนำ้ เขาทำสะพานไมเ ชอ่ื มจากฝง ถงึ เขอ่ื นสำรอง ทำใหน ำ้
ตรงนไี้ หลเชย่ี ว พอเลยสะพานใตเ ขอ่ื นน้ำกล็ กึ ไหลวนอยนู น่ั เอง ขา งฝง กม็ ตี น ไมโ คน ปลายยน่ื ออก
มาขวางทางน้ำ ชาวบา นเอาบา นเรอื นมาอยบู า นจดั สรรไดอ ยา งไร? เมอ่ื รอ้ื บา นแลว เชน เสาไม
กระดานกผ็ กู เปน แพ เอาขา วของบรรจหุ ลงั แพลอ งมาตามน้ำปง พอถงึ สะพานทเี่ ขอื่ นสำรองจะตอ ง
ใชถอคำ้ ใหแพไหลตามสายน้ำ ถาเขาชิดฝงก็ชนตนไม ถาออกไกลฝงมากก็จะเขาติดวน วนคือ
นำ้ ไหลเปน วงกลมกลบั ไปกลบั มา ขา งบนเขอื่ นกจ็ ะระเบดิ หนิ เขากเ็ รง ใหเ อาแพออก บางครอบ
ครัวแพชนตนไมท่ีโคน แพแตกขาดออกจากกัน ของที่บรรทุกมาก็ตกนำ้ หมดไมไดอะไรเลยก็มี
เหงอื่ หรอื น้ำตาคนอนื่ ดไู มร ู นอกจากเจา ตวั เทา นน้ั จะรวู า เหงอ่ื หรอื น้ำตา"
๑๐๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
เมืองใหมก ลางดง
ขบวนอพยพของคนทอ งถนิ่ สวนทางกบั ทวิ แถวของนายชา งและครอบครวั คนงานสรา งเขอื่ นทขี่ อ มลู
ในหนงั สอื ทรี่ ะลกึ ในการเสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงประกอบพธิ เี ปด "เขอื่ นภมู พิ ล" ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗
ระบตุ วั เลขทช่ี ดั เจนแนน อนจำนวน ๑๐,๕๘๐ คน
คณุ วชิ ยั สงวนไพบลู ย นายชา งตรี สงั กดั กองสำรวจ กรมชลประทาน ทไี่ ปปฏบิ ตั งิ านในตำแหนง
Junior Inspector ในเดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เลา ถงึ จดุ ทต่ี งั้ เขอ่ื นในหบุ เขากลางปา ลกึ วา
"แคมปก อ สรา งมลี กั ษณะเปน เมอื งขนาดใหญ ทนั สมยั แมแ ตป ระชาชนในอำเภอสามเงา
ยงั มาใชบ รกิ ารของโรงพยาบาลเขอ่ื นภมู พิ ล เปน เมอื งไมเ คยหลบั กลางคนื สวา งไสวตลอดเวลา
โดยใชไ ฟฟา จากโรงไฟฟา แมเ มาะของการลกิ ไนต"
โรงไฟฟาถานหินแมเมาะ จังหวัดลำปาง เพิ่งสรางเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ กอนน้ันการกอสราง
เขอื่ นยนั ฮนี บั แตเ รมิ่ ตน อาศยั พลงั งานไฟฟา จากเครอื่ งปน ไฟดเี ซล ขนาด ๑,๐๐๐ กโิ ลวตั ต จำนวน ๗ เครอ่ื ง
"ทน่ี นั้ มสี งิ่ อำนวยความสะดวกตา งๆ พรอ มสรรพ แคมปก อ สรา ง มที พี่ กั ทง้ั ทเ่ี ปน บา นเดย่ี วและ
หอ งแถว โรงพยาบาล ระบบประปา โรงงานนำ้ แขง็ (สำหรบั ผสมคอนกรตี ) ตลาด สโมสร โรงหนงั "
๑๐๑
I พลงั งานไฟฟา ในขนั้ แรก ใชเ ครอื่ งปน ไฟดเี ซลจำนวน ๗ เครอ่ื ง ขนาดเครอื่ งละ ๑,๐๐๐ กโิ ลวตั ต
และตอ มาไดใ ชเ ปน เครอ่ื งสำรอง เมอ่ื โรงไฟฟา ทแ่ี มเ มาะของการลกิ ไนต ไดส รา งเสรจ็ พ.ศ. ๒๕๐๓ และไดเ ดนิ สายมาหวั งานเขอ่ื นภมู พิ ล
๑๐๒ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I นคี่ อื บคุ คลทเี่ ปน เสมอื น “ฟน เฟอ ง สำคญั ”
ของบรษิ ทั บราวแ อนดร ทู -ยทู า ห ในโครงการ
ยนั ฮี บคุ คลเหลา นเี้ ปน ผจู ะตอ งตดั สนิ ใจ
ในดา นการปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั พนกั งานทง้ั หลาย
และในดา นการดำเนนิ การกอ สรา งดว ย
I ภาพถา ยบรรดาเจา หนา ทผี่ รู ว มงานของ
คณุ แสวง พลู สขุ (นง่ั กลาง) ทยี่ นั ฮี
๑๐๓
I ภาพถา ยบรรดาผชู ำนาญงานแขนงตา งๆ
จากตา งประเทศซง่ึ เขา มาปฎบิ ตั งิ าน
รว มกบั คนงานไทยอยา งใกลช ดิ
I ภาพถา ยบรรดาชาวไทยทเ่ี ปน ผชู ว ยงานนายชา งตา งประเทศในงานชา งแขนงตา งๆ ทกุ คนไดผ า นการคดั เลอื กอยา งรอบคอบ โดยมคี ณุ สมบตั ขิ องความเปน ผนู ำและรอบรู
ชำนาญในแขนงงานของตนเอง เพอื่ เปน แรงผลกั ดนั ใหง านดำเนนิ ไปดว ยดี
๑๐๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
เปนเมืองใหมขนาดใหญกลางปาลึกริมแมนำ้ ปง ที่สวางไสวดวยแสงไฟ มีนำ้ ประปา สาธารณูปโภค และ
องคาพยพของความเปน ชมุ ชนครบถว น
ดงั ที่ ม.ล.เชงิ ชาญ กำภู (อดตี อธบิ ดกี รมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๑๔) ซงึ่ ขณะนนั้ รบั หนา ทหี่ วั หนา ชา ง
ฝา ยไทย เปน ผแู ทนกรมชลประทาน ทำงานประสานกบั ผรู บั เหมาตา งชาติ เลา วา
"มกี ารปรบั พนื้ ทกี่ อ สรา งสำนกั งาน โรงงาน โรงพยาบาล ตลาด บา นพกั โรงไฟฟา น้ำประปา
สำหรบั นายชา ง คนงานและครอบครวั รว มหมนื่ คน ทำใหม สี ภาพเปน ชมุ ชนขนาดใหญ"
มแี มก ระทงั่ การออกแบบจดั การใหม พี นื้ ทเี่ พอ่ื การพกั ผอ น อยา งท่ี คณุ หญงิ โฉมศรี กำภู ณ อยธุ ยา เลา ถงึ
บรรยากาศของแคมปก อ สรา ง
"มกี ารจดั กจิ กรรมทท่ี ำใหค นงานมคี วามสนกุ สนานเพอ่ื ใหค ลายเครยี ดและทำงานไดอ ยา งเตม็ ความ
สามารถ มีรานขายของแบบ Duty Free สำหรับขาราชการระดับสูง และคนตางประเทศ
สว นใหญเ ปน เหลา และบหุ รต่ี า งประเทศ นอกจากนน้ั ยงั มสี โมสรทเี่ รยี กกนั วา Thai-American Club
มรี า นอาหาร สระวา ยนำ้ "
มไี ปจนถงึ ธนาคารและทที่ ำการไปรษณยี และมตี ลาดสองแหง คอื ตลาดบน และตลาดลา ง เปน ที่
รวมของบรรดาพอ คา แมค า ซง่ึ จะคกึ คกั เปน พเิ ศษในวนั เงนิ เดอื นออก
และตลาดบนยงั เปน ทา รถเมลท ม่ี าจากกรงุ เทพฯ และจงั หวดั ใกลเ คยี งดว ย
ในเขตทอี่ ยอู าศยั มกี ารแบง พนื้ ทส่ี ว นออกเปน ทเี่ รยี กวา "แคมป"
แคมปเอ เปนท่ีตั้งพระตำหนัก ท่ีทำการของกรมชลประทาน บริษัทที่ปรึกษาและควบคุมการ
กอ สรา ง และบรษิ ทั ผรู บั เหมากอ สรา ง ชาวอเมรกิ นั ทเี่ ปน ผคู วบคมุ การกอ สรา งและอยใู นสงั กดั ของบรษิ ทั
ผรู บั เหมา ขา ราชการ และพนกั งานระดบั บรหิ ารของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษาและควบคมุ การกอ สรา งสว นใหญจ ะพกั
อยใู นแคมปน ี้ และมโี รงเรยี นสองแหง ตงั้ อยใู นแคมปน ด้ี ว ย
๑๐๕
โรงเรียนชลประทานเข่ือนภูมิพล ท่ีทางกรมชลประทาน จัดต้ังข้ึนเพ่ือเปนท่ีเลาเรียนของบุตรหลานขาราชการและ
คนงานในโครงการกบั โรงเรยี นชลประทานวเิ ทศศกึ ษา อยใู นบรเิ วณบา นพกั อเมรกิ นั เปน โรงเรยี นสำหรบั บตุ รหลานฝรงั่ ท่ี
มาทำงานอยใู นเขอ่ื นยนั ฮี โดยไดว า จา งครฝู รงั่ มาสอนโดยเฉพาะ
แคมปบ ี ตงั้ อยตู รงกนั ขา มกบั แคมปเ อ ขา มไปมาถงึ กนั ผา นสะพานทเี่ พงิ่ สรา งขน้ึ ยามหนา ฝนสะพานขาด ตอ งนงั่
เรอื หางยาว คา โดยสาร ๕๐ สตางค กลางคนื เทย่ี วละ ๑ บาท แคมปบ เี ปน ทพ่ี กั ของคนงานบรษิ ทั รบั เหมา
มตี ลาดใหญแ ละคกึ คกั กวา สองตลาดทแ่ี คมปเ อ มขี ายอาหารตลอดคนื ดว ย เพราะงานกอ สรา งเขอื่ นทำกนั ตลอด ๒๔ ชวั่ โมง
แคมปซ ี เปน แคมปไ มใ หญ เปน ทพี่ กั คนงาน อยใู กลห วั งานเขอ่ื น
แคมปด ี อยใู กลป ระตโู ครงการ มคี นอยไู มม าก
สว นทพี่ กั ผอ นหยอ นใจในโครงการ มสี โมสรไทย - อเมรกิ นั อยใู นบรเิ วณบา นพกั ชาวตา งชาตทิ มี่ าทำงานและครอบครวั
เกอื บ ๒๐๐ คน มสี รุ าตา งประเทศและน้ำหวานเครอื่ งดม่ื ตา ง ๆ ใหบ รกิ าร มสี นามเทนนสิ โตะ ปง ปอง โตะ บลิ เลยี ด และ
สระวา ยนำ้ แบบทนั สมยั
ในคืนวันพุธและวันอาทิตยจัดใหมีการฉายภาพยนตรซีนีมาสโคปในสโมสร ซึ่งไมมีคำบรรยายไทย กับมีโรงหนังอีก
สองแหง อยใู นแคมปบ โี รงหนง่ึ อกี โรงหนง่ึ ชาวบา นเรยี กกนั วา "โรงภาพยนตรเ ฉลมิ กวา ง" หรอื "โรงภาพยนตรเ ฉลมิ โขด"
เพราะที่นั่งเปนโขดหินลาดไปตามไหลเขา ตอนหลังจึงมีการสรางมานั่งไมเปนชั้น ๆ สวนใหญฉายหนังไทย หรือหากเปน
หนงั ตา งประเทศกจ็ ะมพี ากยไ ทย คา ผา นประตู ๒ บาท หากเปน หนงั ใหมก แ็ พงขนึ้ แตไ มเ กนิ ๑๐ บาท
ไซตก อ สรา งเขอ่ื นยนั ฮจี งึ เปน ชมุ ชนใหมข นาดใหญก ลางปา กนั ดาร
๑๐๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
แผนทบี่ รเิ วณตวั เขอ่ื นภมู พิ ลและอาคารประกอบขณะกอ สรา ง
๑๐๗
แผนผงั และรปู ตดั ตวั เขอื่ นภมู พิ ลและอาคารประกอบขณะกอ สรา ง
๑๐๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
โรงพยาบาล
ในแคมปเอมีโรงพยาบาลขนาดใหญที่ทันสมัยจนแมแตประชาชนในอำเภอสามเงาก็ยังมาใชบริการ
นายแพทยว เิ ชยี ร พานชิ ชอบ ซง่ึ เคยปฏบิ ตั งิ านทโ่ี รงพยาบาลเขอ่ื นภมู พิ ล ระหวา ง พ.ศ. ๒๕๐๔ - พ.ศ. ๒๕๐๗ เลา วา
"โรงพยาบาลเขอ่ื นภมู พิ ล เปน โรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตยี ง นพ.สงคราม ทรพั ยเ จรญิ เปน
ผูอำนวยการโรงพยาบาล มีนายแพทยประจำ ๕ นาย โรงพยาบาลเข่ือนภูมิพลไดกอสรางข้ึน
เพื่อการรักษาโดยไมคิดคาใชจายใหกับคนท่ีทำงานในเขื่อนภูมิพล คือขาราชการกรมชลประทาน
ชาวตางประเทศที่เปนที่ปรึกษา และท่ีทำงานในบริษัทกอสราง คนงานและครอบครัว รวมท้ัง
ประชาชนในพน้ื ทใ่ี กลเ คยี ง การกอ สรา งโรงพยาบาลเขอื่ นภมู พิ ลเปน ไปตามสญั ญาทที่ ำไวก บั บรษิ ทั
กอ สรา งตา งประเทศ ทร่ี ะบไุ วว า ตอ งมี Medical Service...โรงพยาบาลเขอ่ื นภมู พิ ลมคี วามพรอ ม
ในดา นบคุ ลากรทงั้ แพทยแ ละพยาบาล มอี ปุ กรณเ ครอื่ งมอื ทที่ นั สมยั ในยคุ นนั้ เชน เครอ่ื งตรวจหวั ใจ
ซ่ึงในขณะน้ันมีใชนอยแหงในโรงพยาบาลของประเทศไทย"
เชน เดยี วกบั คณุ จรยิ ตลุ ยานนท อธบิ ดกี รมชลประทานคนที่ ๑๙ พ.ศ. ๒๕๓๑ - พ.ศ. ๒๕๓๓ และกรรมการ
มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งรับหนาท่ีดูแลดานสายสงแรงสูงของโครงการเข่ือนยันฮีในสมัยนั้น เลาถึงโรงพยาบาล
ตั้งใหมท่ีหัวงานเข่ือนใหญที่สุดของไทยในขณะนั้นวา "สามารถทำการผาตัดใหญไดเกินระดับโรงพยาบาล
บางจงั หวดั เสยี อกี "
๑๐๙
นพ.สงคราม ทรพั ยเ จรญิ
ไ ด เ ล า ถึ ง ป ร ะ ส บ ก า ร ณ
การผาตัดที่แคมปกอสราง
เขอ่ื นยนั ฮวี า
"ตอนนนั้ เกดิ เหตกุ ารณค นงานถกู เหลก็ เสยี บ ผมตอ งคอ ยๆ ถอน
เหลก็ ขน้ึ มา เหลก็ ไมใ ชเ หลก็ เรยี บแตเ ปน เหลก็ ขอ ออ ย เหลก็ เกลยี ว
จงึ จำเปน ตอ งผา ตดั ชว ยหลายครง้ั นอกจากนน้ั คนตง้ั ครรภน อกมดลกู
ผมกต็ อ งทำการผา ตดั เพอ่ื ลดการสญู เสยี ชวี ติ และรกั ษาชวี ติ ไว"
ทางใตข องแคมปด นี อกเขตงานกอ สรา ง คอื ทตี่ งั้ ของยา นสถานเรงิ รมย ทเี่ รยี ก
กนั วา แคมปโ อ ซงึ่ ทจ่ี รงิ เปน กจิ การของเอกชนและมไิ ดม สี ว นเกยี่ วขอ งใด ๆ กบั งาน
กอ สรา งเขอื่ นของกรมชลประทาน เพยี งแตเ รยี กกนั ขน้ึ มาเอง แมก ระนน้ั กถ็ อื วา อยู
ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบของทางโรงพยาบาลดวย ดังท่ีนายแพทยวิเชียร พานิชชอบ
เลา ถงึ การออกตรวจแคมปโ อ วา
"แคมปโ อเปน บา นมจี ำนวนหลายหลงั ตง้ั อยปู ากทางเขา พนื้ ที่
กอ สรา ง เปน ทร่ี าบมภี เู ขาลอ มรอบ เปน สถานทบี่ รกิ ารใหข า ราชการ
พนกั งาน และคนงานกอ สรา งเขอ่ื น...วนั พฤหสั บดผี มและพยาบาล
จะนำรถออกจากโรงพยาบาลไปเจาะเลือดหญิงบริการ...เพื่อเอา
เลอื ดมาตรวจทห่ี นว ยควบคมุ กามโรค โรงพยาบาลเขอ่ื นภมู พิ ล โดย
มขี อ ตกลงกบั ตำรวจวา ถา บา นไหนไมใ หเ จาะเลอื ดหญงิ บรกิ ารกจ็ ะ
จับและปดบานนั้น"
๑๑๐ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
๑๑๑
โรงงาน สรางทาเรือที่ริมนำ้ ปง พรอมติดต้ัง
ปน จนั่ ชนดิ อยกู บั ทข่ี นาด ๑๐๐ ตนั และรถ
นอกจากสรางถนนหลายสาย ฝงทอและสรางสะพาน ปน จน่ั ขนาด ๓๕ ตนั อกี คนั หนงึ่
หลายแหง ทงั้ สองฝง เขา เพอ่ื เขา สบู รเิ วณทกี่ อ สรา ง ยงั มกี าร
สรา งถงั เกบ็ น้ำไวบ นยอดเขา โดยสบู นำ้ จากแมน ำ้ ปง ขนึ้ ไปเกบ็ สรางนั่งรานโครงเหล็กโคงตามแนว
ไวจ า ยไปตามจดุ ตา ง ๆ ในบรเิ วณหวั งาน เขอ่ื นขา มแมน ้ำปง จดุ สงู ทสี่ ดุ ๕๗ เมตร
น้ำหนักรวมกวา ๒,๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม
สรา งโรงงานพรอ มตดิ ตง้ั เครอ่ื งอดั ลม วางทอ สง ลม สง นำ้ สำหรบั ใหร ถปน จน่ั เคลอื่ นไปมา ใชใ นการเท
คอนกรตี และตดิ ตง้ั สว นประกอบของเขอื่ น
สรา งโรงงานสำหรบั ชา งไม ชา งเหลก็ ชา งซอ ม ตลอดถงึ หรอื ใชเ คลอ่ื นยา ยเครอ่ื งมอื เครอ่ื งจกั รตา ง ๆ
ท่ีทำการสนามดานพลังงานไฟฟา ในการกอสราง
สรางโรงไฟฟาช่ัวคราว พรอมติดตั้งเคร่ืองกำเนิดไฟฟา ประกอบและตดิ ตงั้ รถปน จนั่ ชนดิ หมนุ
ขนาด ๑,๐๐๐ กโิ ลวตั ต จำนวน ๗ เครอ่ื ง ซงึ่ ตอ มาใชเ ปน เครอ่ื ง ไดข นาด ๒๒,๐๐๐ ปอนด จำนวน ๓ เครอ่ื ง
สำรอง เมอ่ื โรงไฟฟา ลกิ ไนตจ า ยกระแสไฟฟา ไปให ใชงานไดในรัศมี ๒๐๐ ฟุต เพ่ือไวใชงาน
บนนั่งรานโครงเหล็ก
สรา งโรงทำน้ำเยน็ และเครอ่ื งทำน้ำแขง็ ขนาด ๘๐๐ ตนั
ผลติ น้ำแขง็ ชว ยในการผสมคอนกรตี และทำน้ำเยน็ โดยสง ไป
ตามทอ ทวี่ างไวเ พอ่ื หลอ คอนกรตี ในตวั เขอื่ น
สรา งถงั เกบ็ ปนู ซเี มนตข นาด ๓,๕๐๐ ตนั สถี่ งั ลานคอนกรตี
สำหรบั เกบ็ ปนู เมด็ เนอ้ื ท่ี ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร กองปนู เมด็ ที่
ขนมาจากตาคลไี ด ๘๐,๐๐๐ ตนั
สรา งโรงผสมคอนกรตี ขนาด ๒๔๐ ลกู บาศกเ มตรตอ ชว่ั โมง
สรางโรงผลิตวัสดุเพื่อใชผสมคอนกรีต รวมท้ังโรงโมหิน
โรงยอยหิน เคร่ืองรอน และการสงหินทรายที่ไดขนาดแลว
ดว ยระบบสายพานไปยงั โรงผสมคอนกรตี
๑๑๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I ถงั เกบ็ ปนู ซเี มนต ลานกองปนู เมด็ และโรงบด
I กองทราย โรงงานหนว ยตอ ทอ โรงอดั อากาศและโรงชา งเหลก็
I โรงยอ ยหนิ เมอื่ สรา งเสรจ็ แลว
I ลานกองปนู เมด็ ทา เทยี บเรอื ปน จน่ั และโรงบดซเี มนต (มองจากทางฝง ขวาของแมน ำ้ )
๑๑๓
I โรงไฟฟา บนฝง ซา ย I โครงเหลก็ นง่ั รา น เมอื่ สรา งเสรจ็ แลว
I โครงเหลก็ นง่ั รา น ขณะกำลงั กอ สรา ง
I โรงน้ำแขง็ โรงผสมคอนกรตี และถงั เกบ็ ปนู ซเี มนต
๑๑๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
๑๑๕
ประติมากรรม
เหนอื แมน ้ำ
งานแรก
งานแรกของทีมสรางเขื่อนเริ่มจากการทำถนน จากบริเวณพ้ืนท่ีราบลัดเลาะไปตามไหลเขาเขาหาไซตงาน
โดยไมม เี ครอื่ งจกั ร คณุ สฤษฎิ์ อภยั ภมู นิ ารถ ผมู สี ว นรว มในการสรา งเขอื่ นภมู พิ ล และอกี หลายเขอื่ นทว่ั ประเทศใน
เวลาตอ มา เลา ถงึ อดตี อนั ยากลำบาก ในหบุ เขารมิ ฝง แมน ้ำปง
"การเจาะหนิ ฝง ระเบดิ ตอ งใชแ รงคนเจาะหนิ นำเปน รลู กึ ประมาณ ๑ นวิ้ ครงึ่ แลว ใชแ ชลง
กระทุงหินใหเปนรูลึกลงไป เน่ืองจากเปนหินแกรนิตแข็งมาก หนึ่งชั่วโมงไดเพียง ๑ ฟุต คาจาง
ฟตุ ละ ๑ บาท วธิ รี ะเบดิ คอื นำปยุ เมด็ คลกุ น้ำมนั กา ดผสมกรอกในถงุ ผา ยดั ตามรู ลา มสายชนวนให
คนจดุ ชนวนดว ยธปู ถา ระเบดิ คา งหรอื ชา คนจดุ อาจมอื ขาดหรอื เสยี ชวี ติ ได การจุดจุดทีละ ๒๐ รู
แลว วง่ิ หลบขา งหลงั โขดหนิ กำหนดเวลาจดุ ราว ๆ เทย่ี งวนั ทกุ วนั "
ขณะที่ ดร.บณุ ยก วรรธนะภตู ิ ผมู สี ว นตงั้ แตต น บนั ทกึ เกยี่ วกบั แรงงานวา
"การกอ สรา งถนนลกู รงั เขา หวั งาน สว นใหญใ ชแ รงคนงานจา งเปน รายวนั หลายรอ ยคน ขดุ ดนิ
นำมาสรา งถนนเขา หวั งาน สรา งสะพานไมข า มลำหว ยหลายสบิ แหง "
๑๑๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
ระบบการจางแรงงานเปนการวาจางผานนายหนาท่ีเรียกกันวา "เถาแก" ซ่ึงรับเหมา
ไปวา จา งคนงานอกี ทอดหนงึ่ คา แรงงานเจาะหนิ เพอื่ ฝง ระเบดิ ฟตุ ละ ๑ บาท เปน งานทเ่ี หนอื่ ย
หนกั และยากลำบากมาก
"วนั หนง่ึ อาจได ๑๐ บาทเปน อยา งมาก แตก ม็ ากพอดสู มยั นนั้ "
ตามคำบอกเลา ของคณุ สฤษฎิ์ อภยั ภมู นิ ารถ
เมอื่ เกดิ การบดิ พลวิ้ โยกโยจ งึ มกั กอ ความแคน เคอื งรนุ แรง
"เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ขน้ึ ประจำคอื เถา แกไ มจ า ยเงนิ ตามกำหนด ตอนกลางคนื
จะมคี นไปเคาะประตู พอเถา แกเ ปด กจ็ ะถกู ปน จอ หนา ผากหรอื หนา อก เสยี งโปง
ดงั ตามมา เราเรยี กวา ไขโ ปง มอี ยเู สมอ ดงั นน้ั เพอ่ื ความปลอดภยั เราจงึ ยา ย
ไปสรา งกระทอ มสำรวจ (camp) อยฝู ง ตรงขา ม เพอ่ื หลบเรอื่ งนกั เลงและความ
เสยี่ งเหลา นนั้ แคมปก อ็ ยรู าว ๆ ทว่ี า งสนามกอลฟ ขณะน"้ี
เปนท่ีรูกันดีวาสภาพบานปากลางไพรเถื่อนเชนน้ัน ยอมเต็มไปดวยอิทธิพลของ
"เจา ถน่ิ " ทผี่ มู าสรา งเขอ่ื นตอ งรทู างเขา หาเพอ่ื บอกกลา ว ดงั คำเลา ตอนหนงึ่ ในบนั ทกึ ของ
ดร.บณุ ยก วรรธนะภตู ิ
"เปน ทที่ ราบกนั ดวี า ทจ่ี งั หวดั ตากสมยั นนั้ มโี จรผรู า ยชกุ ชมุ มกี ารเผาสะพาน
ไมตามแนวถนนเขาหัวงานหลายสิบแหงจนไดรับความเสียหาย พวกที่จะไป
ปฏบิ ตั งิ านทโ่ี ครงการเลา ใหฟ ง วา กอ นเดนิ ทางไปปฏบิ ตั งิ าน ไดไ ปพบอาจารย
อรณุ สรเทศน ทค่ี ณะวศิ วกรรมโยธา จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั เพราะสมยั ที่
อาจารยทำงานเสรีไทย อาจารยโดดรมลงท่ีจังหวัดตาก จึงไดเขียนจดหมาย
ฝากฝงไปใหและใหนำของฝากไปใหดวย นับวาเปนความกรุณาของอาจารยท่ี
มตี อ ลกู ศษิ ยใ นสมยั นนั้ ทไี่ มอ าจลมื เลอื น"
๑๑๗
งานกอ สรา งอโุ มงคผ นั น้ำและทำนบซอง
ในขั้นการสรางคันเข่ือน ปญหาสำคัญอยางแรกคือ การทำใหชองเขายาวราว ๘๐๐ เมตร บริเวณท่ีจะ
กอ สรา งแหง และมกี ารปอ งกนั ทด่ี จี ากการรว่ั ซมึ ของนำ้ ในระหวา งทำการขดุ ฐานราก ซงึ่ บางแหง ลกึ กวา ๓๐ เมตร
วธิ กี ารจดั การคอื ตอ งปด กน้ั แมน ้ำปง และเบยี่ งทางน้ำ โดยการใชร ะเบดิ เจาะภเู ขาเปน อโุ มงคข นาดเสน ผา น
ศนู ยก ลาง ๑๓.๒ เมตร จำนวน ๒ อโุ มงค เปน อโุ มงคผ นั น้ำ
"ผมประจำแผนกขุดเจาะอุโมงค มีคุณอนันต สุทธิภาสนฤพันธ เปนหัวหนางาน
การขุดเจาะอุโมงคในชวงที่ผมทำงานอยูเปนจุดเริ่มตนทดลองงานขุดเจาะอุโมงคผันนำ้
ซึ่งกรมชลประทานดำเนินการเอง เปนอุโมงคนำรองขนาด ๔ คูณ ๔ เมตร ๒ อุโมงค
โดยเจาะขนานกันไปทางฝงขวาเพื่อสำรวจดูสภาพหิน กอนจะเจาะอุโมงคผันนำ้ ขนาด
๑๓.๒ เมตร ในเวลาตอ มา"
คณุ ประเสรฐิ พนั ธ พพิ ฒั นกลุ จากกองพลงั น้ำ กรมชลประทาน ฉายภาพการทำงานชว งบกุ เบกิ ทเี่ ขาได
รว มคลกุ คลดี ว ย
"ในการขดุ เจาะอโุ มงคม ผี เู ชย่ี วชาญญป่ี นุ ๒ ทา น เปน ผคู อยใหค ำปรกึ ษา และกำหนด
ตำแหนง รเู พอ่ื ใหม กี ารระเบดิ ไดข นาดตามทต่ี อ งการ และตอ งใหอ โุ มงคท เี่ จาะมาทงั้ สองดา น
สามารถบรรจบตรงกนั พอด"ี
และใหร ายละเอยี ดถงึ บรรยากาศ วธิ กี าร ขน้ั ตอน การทำงานอยา งแจม ชดั
๑๑๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
"การขดุ เจาะอโุ มงคท ำงานตง้ั แตเ ชา ยนั เทยี่ งคนื แบง เปน ๒ กะ คอื กะกลางวนั
และกะกลางคนื กลางวนั จะเปน การสอ งกลอ งกำหนดตำแหนง จดุ ตา งๆ เพอ่ื ฝง ระเบดิ ใน
การขดุ เจาะอโุ มงค ตอนเยน็ จะเปน การระเบดิ อโุ มงค และในเวลากลางคนื เปน การขนวสั ด"ุ
และบทเรยี นความสญู เสยี หนง่ึ กไ็ ดเ กดิ ขนึ้ ในชว งนี้ ดงั ปรากฏตามคำบอกเลา ของ ม.ล.เชงิ ชาญ กำภู
"ผมไดไ ปเดนิ ตรวจงานกอ สรา งอโุ มงค ตามแนวโคง ของอโุ มงค ประจวบเหมาะกบั
ชางเจาะระเบิดไดเจาะลงไปในรูเกาที่ระเบิดดาน ยังไมระเบิด ทำใหเกิดระเบิดข้ึนมา
ภายในอโุ มงค ชา งเจาะเสยี ชวี ติ ผมไดป ระสบเหตกุ ารณด งั กลา วดว ยตวั เอง นบั วา เปน
สิง่ ทต่ี อ งระมัดระวังในงานกอสรา ง"
ขดุ เจาะ ระเบดิ ชอ งผนั นำ้ จากปากอโุ มงคท งั้ จากดา นเหนอื และทา ยนำ้ เขา หากนั เปน ทางยาวอโุ มงคล ะ
๕๐๐ เมตร ปรมิ าณดนิ และหนิ ทขี่ ดุ ออกประมาณ ๑๘๗,๐๐๐ ลกู บาศกเ มตร ภายในอโุ มงคเ ฉพาะสว นทม่ี สี ภาพ
หนิ ไมด คี ำ้ ยนั ดว ยโครงเหลก็ แลว ดาดดว ยคอนกรตี โครงเหลก็ คำ้ ยนั คดิ เปน นำ้ หนกั ๗๘๐,๐๐๐ กโิ ลกรมั
สรา งทำนบซอง (Coffer Dams) ดา นเหนอื และทา ยนำ้ สำหรบั กน้ั นำ้ ไมใ หเ ขา บรเิ วณกอ สรา ง ตอกเขม็ พดื
ชนิดเด่ียวและแนวคูประกอบกันตามแนวศูนยกลางของทำนบซองดานเหนือนำ้ ใชเหล็กรวม ๓,๐๐๐ ตัน
สว นทำนบซองดา นทา ยน้ำตอกเขม็ พดื ชนดิ เดยี่ ว
๑๑๙
I อโุ มงคผ นั นำ้ (และระบายน้ำลน ) ของเขอื่ นภมู พิ ล
๑๒๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I การเตรยี มปด ทำนบดา นเหนอื น้ำ
I ทำนบซองทางดา นเหนอื น้ำเมอ่ื เกอื บแลว เสรจ็
๑๒๑
พ.ศ. ๒๕๐๒ พบวา อทุ กภยั ทผี่ า นบรเิ วณกอ สรา งนน้ั
มอี ตั ราการไหลวดั ไดถ งึ ๔,๕๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที
คดิ เทยี บแลว เทา กบั อทุ กภยั ทเี่ กดิ ในรอบ ๔๐๐ ป
สรา งทำนบซองปด กนั้ บรเิ วณทจ่ี ะทำการกอ สรา ง ทำนบซองดา นเหนอื นำ้ มสี ว นหนา I การเจาะอโุ มงคท ท่ี า ยนำ้
ตรงสันประมาณ ๑๐ เมตร ที่ฐาน ๑๕๐ เมตร ทำนบซองดานทายนำ้ มีสวนหนา
ตรงสัน ๘ เมตร ที่ฐาน ๘๐ เมตร สันของทำนบเหนือและทายนำ้ อยูท่ีระดับ
๑๗๒ และ ๑๔๗ เมตร ร.ท.ก. ตามลำดับ สวนพื้นทองแมนำ้ อยูประมาณระดับ
๑๓๘ เมตร ร.ท.ก. ถมและบดทบั ดนิ เหนยี วประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ลกู บาศกเ มตร ทแ่ี กน
ของทำนบซอง
ทางสว นทล่ี าดดา นทา ยนำ้ ของทำนบซองดา นเหนอื ฝง ทอ ดดู น้ำใตด นิ ไวใ นระดบั
ตา งๆ กนั จำนวน ๓ แนว พรอ มกบั ตดิ ตงั้ เครอื่ งสบู นำ้ ไวห ลายเครอื่ ง ซง่ึ สามารถสบู นำ้
ได ๑๐,๐๐๐ แกลลอนตอ นาที สำหรบั สบู นำ้ ทรี่ ว่ั ซมึ ออกทงิ้
เดมิ ระบบผนั นำ้ ไดอ อกแบบไวใ หส ามารถผนั น้ำได ๓,๐๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที
ซง่ึ เทา กบั อทุ กภยั ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ไดใ นรอบ ๒๕ ป แตใ นเดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ไดพ บวา
อทุ กภยั ทผ่ี า นบรเิ วณกอ สรา งนนั้ มอี ตั ราการไหลวดั ไดถ งึ ๔,๕๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที
คดิ เทยี บแลว เทา กบั อทุ กภยั ทเ่ี กดิ ในรอบ ๔๐๐ ป ดงั นน้ั เพอ่ื ใหแ นใ จไดว า อทุ กภยั จะไม
ทำความเสยี หายแกก ารกอ สรา ง จงึ ไดอ อกแบบใหท ำนบซองทงั้ ดา นเหนอื และทา ยนำ้
มสี นั สงู พอทจี่ ะรบั อทุ กภยั ทเี่ กดิ ขนึ้ เมอื่ เดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๒
๑๒๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
๑๒๓
งานกอ สรา งตวั เขอื่ น
เมอื่ ผนั น้ำปง ใหไ หลผา นอโุ มงคไ ดแ ลว นบั ตง้ั แตเ ดอื นสงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ บรษิ ทั ผรู บั เหมาไดเ รม่ิ ขดุ เจาะ
ระเบดิ ทราย และกรวดในทอ งแมน ำ้ ดนิ หนิ ทผ่ี ุ ลงไปจนถงึ ชน้ั หนิ ทมี่ น่ั คง มสี ภาพเหมาะสมทจ่ี ะเปน ฐานราก
รองรบั เขอื่ นและโรงผลติ ไฟฟา
พน้ื ฐานรากไดร บั การอดุ ยาแนวปด รอยตอ รอยแยก และรอ งใหญ ๆ ทผี่ วิ พน้ื หนิ ไดเ จาะสำรวจทบี่ รเิ วณ
ฐานรากเปน รตู น้ื ๆ ลกึ ๘ เมตร รตู นื้ ๆ เหลา นเ้ี จาะไวเ ปน แนวโคง ตลอดตามตวั เขอ่ื นดา นเหนอื น้ำ เจาะไว
๓ แนว หา งกนั แนวละ ๘ เมตร และระยะจากรตู อ รตู ามแนวโคง เขอ่ื นหา งกนั ๓ เมตร
คณุ สฤษฎ์ิ อภยั ภมู นิ ารถ ผมู สี ว นรว มสรา งเขอื่ นยนั ฮใี นชว งนน้ั เลา วา
"ระหวา งกอ สรา งเขอ่ื นภมู พิ ล ผมไดข นึ้ ไปดงู านเปน พกั ๆ ... เพอื่ ดวู า ทกุ อยา งจะเหมอื นที่
ออกแบบและสำรวจไวห รอื ไม ทกุ อยา งเปน ไปตามขนั้ ตอนทส่ี ำรวจไว ทพ่ี ลาดไปกค็ อื รากฐานที่
เราเจาะสำรวจไวม จี ดุ หนงึ่ ทเี่ จาะไมพ บ คอื มี Fault ลกึ เปน เหวลงไปทางฝง ซา ยของ Abutment
ตอนกอสรางตองขุดลึกลงไปควานเปนรูปกรวย ขณะคนงานท่ีอยูในหลุม Fault หินขาง ๆ
เปน เขาชนั เกดิ Slide ลงมาทบั หรอื กลบคนงานเสยี ชวี ติ ไป ๑ คน มบี าดเจบ็ บา ง"
เม่ือเจาะสำรวจเสร็จแลว ไดอัดน้ำปูนซีเมนตดวยแรงอัดขนาด ๕๐ ปอนดตอตารางนิ้ว เสร็จแลวจึง
เทคอนกรตี
ฐานรากนใี้ นภายหลงั ไดร บั การอดุ ยาแนวเปน ฉากอกี ครง้ั หนง่ึ โดยการเจาะทะลเุ ขอ่ื นจากชอ งทางเดนิ ตอน
ฐานรากตลอดแนวเขอื่ นเปน รลู กึ ตา ง ๆ กนั จนถงึ ๖๐ เมตร
นอกจากนยี้ งั ไดม กี ารเจาะรรู ะบายนำ้ ใตฐ านรากเขอื่ น โดยเจาะผา นทอ เหลก็ ขนาด ๔ นว้ิ ทฝี่ ง ไวเ ปน
ระยะหา งกนั ๓ เมตรในชอ งทางเดนิ ตอนฐานราก รรู ะบายนำ้ นโ้ี ดยทว่ั ไปเจาะลกึ ไมเ กนิ ๑๕ เมตร สำหรบั
ระบายน้ำทย่ี งั สามารถลอดรวั่ การอดั น้ำปนู ไวเ ปน ฉากตามรลู กึ ทำใหท ราบปรมิ าณนำ้ ทย่ี งั รว่ั ซมึ ได
๑๒๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
I รปู Plan เขอื่ นภมู พิ ล (เหมอื นกบั เรามองจากบนทอ งฟา )
I รปู Front view เขอื่ นภมู พิ ล (เหมอื นกบั เรามองเหน็ ดา นหนา เขอื่ นมองจากในอา งเกบ็ นำ้ ) I รปู Section เขอื่ นภมู พิ ล
(เหมอื นเราผา เขอื่ นออกแลว มองดา นขา ง)
๑๒๕
I เครอ่ื งบนิ พระทนี่ ง่ั I รถยนตพ ระทน่ี ง่ั เมอ่ื ครง้ั เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงวางศลิ าฤกษเ ขอื่ นภมู พิ ล
พระมหากรณุ าธคิ ณุ
วนั ที่ ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร และ
สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙ ไดป ระทบั เครอื่ งบนิ พระทนี่ ง่ั จากสนามบนิ กองทพั
อากาศ ดอนเมอื ง เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงวางศลิ าฤกษเ ขอื่ นภมู พิ ล จากนนั้ ไดเ สดจ็ ฯ ไปทอดพระเนตรงาน
กอ สรา งทางฝง ขวาของเขอ่ื น แลว ประทบั แรม ณ ทปี่ ระทบั ซงึ่ กระทรวงเกษตรและสหกรณจ ดั ถวาย กอ นจะเสดจ็ ฯ
กลบั โดยเครอ่ื งบนิ พระทน่ี งั่ จากสนามบนิ เขอ่ื นภมู พิ ล ในตอนเชา วนั รงุ ขนึ้
หากแตก อ นหนา นนั้ ๓ ป คอื ตงั้ แตว นั ท่ี ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ระหวา งการเสดจ็ ฯ ไปทรงเยอื นพสกนกิ ร
ในภาคเหนอื ทกุ จงั หวดั พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ไดเ สดจ็ พระราชดำเนนิ
โดยรถยนตพ ระทน่ี ง่ั พรอ มดว ย สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลที่ ๙ จากทปี่ ระทบั แรม
ณ จงั หวดั ตาก มาทอดพระเนตรกจิ การของเขอ่ื นภมู พิ ลแลว ครงั้ หนงึ่ เมอ่ื วนั ที่ ๔ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๑
๑๒๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
๑๒๗
ในวันนั้น เม่ือเสด็จพระราชดำเนินถึงหัวงานเข่ือนภูมิพล มีราษฎรมาเฝาฯ รับเสด็จอยูเปนจำนวนมาก ไดมี
พระราชปฏิสันถารกับราษฎร แลวเสด็จฯ ไปยังท่ีประทับแรม ซ่ึงกรมชลประทานจัดถวาย จากนั้นไดพระราชทาน
พระบรมราชวโรกาสใหป ลดั กระทรวงเกษตรเบกิ ม.ล.ชชู าติ กำภู อธบิ ดกี รมชลประทาน คณะกรรมการเขอื่ นภมู พิ ล และ
นายชา งชลประทาน เฝา ทลู ละอองธลุ พี ระบาท แลว ทอดพระเนตรโมเดลของเขอ่ื น และเสวยพระกระยาหารกลางวนั
ในชว งบา ยไดป ระทบั รถจปี๊ เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทอดพระเนตรบรเิ วณทจ่ี ะสรา งเขอื่ นภมู พิ ล แลว เสดจ็ พระราชดำเนนิ
กลบั ทป่ี ระทบั แรม กอ นจะเสดจ็ ฯ ไปทรงเยย่ี มเยยี นราษฎรในจงั หวดั อน่ื ตอ ไปในวนั รงุ ขน้ึ
การเสด็จพระราชดำเนินในคร้ังน้ันนับเปนคร้ังแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร ไดเ สดจ็ ฯ ไปทอดพระเนตรบรเิ วณเขอื่ นภมู พิ ล ซง่ึ ในขณะนนั้ การกอ สรา งเพง่ิ เรมิ่ ตน ขนึ้ ไดไ มน าน นบั
เปน พระมหากรณุ าธคิ ณุ ยง่ิ แกก รมชลประทาน และเปน ขวญั กำลงั ใจอยา งใหญห ลวงแกผ ปู ฏบิ ตั งิ านทกุ ฝา ย
๑๒๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
งานเทเขอ่ื นคอนกรตี
วนั ท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลา ๑๔.๓๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ ทรงฉาบคอนกรีตบนแผนอิฐทองคำสำหรับ
วางในหลุมศิลาฤกษ และเทคอนกรีตถังแรกในตัวเข่ือน เพื่อเปนสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแกการกอสราง
เขอ่ื นสำคญั ของชาตแิ หง น้ี
ปรมิ าณคอนกรตี ๙๙๗,๖๑๙.๕๓ ลกู บาศกเ มตร หรอื ราว ๑,๒๖๘,๗๑๒ ลกู บาศกห ลา ถกู เทลงเพอ่ื สรา งคนั
เขอ่ื นคอนกรตี โคง สงู ๑๕๘ เมตร ยาว ๔๘๖ เมตร ใชเ วลากอ สรา ง ๒ ป ๑๘ วนั ตง้ั แตว นั ที่ ๒๑ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๐๔ ถึงวันท่ี ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๖ อัตราการเทเฉล่ียประมาณ ๔๐,๕๕๕ ลูกบาศกเมตร
ตอ เดอื น ในเดอื นธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ เปน เดอื นทมี่ อี ตั ราการเทคอนกรตี สงู สดุ คอื ๗๒,๐๙๘ ลกู บาศกเ มตร
คดิ เฉลยี่ ตกวนั ละ ๒,๓๒๖ ลกู บาศกเ มตร
๑๒๙
การเทคอนกรตี ตวั เขอ่ื นแบง เปน บลอ็ ก ๆ ในแนวดง่ิ มที งั้ หมด ๒๕ บลอ็ ก รอยตอ ระหวา งบลอ็ กมไี วส ำหรบั การ
หดตวั ของคอนกรตี ซงึ่ ภายหลงั อดุ ดว ยน้ำปนู เมอ่ื คอนกรตี เยน็ ไดต ามกำหนด
การเทคอนกรตี แตล ะบลอ็ กเทเปน ชน้ั ๆ ตามแนวราบ ชนั้ หนงึ่ หนา ๒ เมตร แตล ะชนั้ มที อ น้ำขดอยู โดยปลอ ยนำ้
เยน็ ใหไ หลอยตู ลอดเวลาเพอื่ ลดความรอ นในคอนกรตี เนอื่ งจากเมอื่ คอนกรตี แขง็ ตวั จะคายความรอ นออกมา ทำใหก าร
ขยายตวั และหดตวั ในคอนกรตี ไมเ ทา กนั เกดิ การแตกรา วได เมอื่ คอนกรตี เยน็ ลงถงึ อณุ หภมู ทิ ต่ี อ งการจงึ หยดุ สง นำ้ เยน็
ทอ น้ำเยน็ ทวี่ างไวท งั้ หมดยาวรวม ๔๒๔ กโิ ลเมตร ในตวั เขอื่ นยงั ไดท ำชอ งทางเดนิ ขนาด ๑.๒๐ x ๒ เมตร ไวห ลาย
ระดบั ดว ยกนั เพอ่ื เดนิ ไปยงั จดุ ตา ง ๆ ทต่ี อ งการ และทะลถุ งึ กนั ตลอดชอ งทางเดนิ ความยาวทงั้ สนิ้ ๑,๕๐๐ เมตร
๑๓๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
ทางระบายน้ำลน ต้ังอยูทางขวาของฐานยันเข่ือน
โดยเจาะภเู ขาเปน ชอ งทางระบายน้ำ (Spillway Intake)
ตอจากทางระบายน้ำเจาะเขาเปน ๒ อุโมงค (Spillway
Tunnel) ขนานคกู นั ยาว ๒๕๐ เมตร ลกึ ๑๕๐ เมตร เสน
ผา นศนู ยก ลางโดยเฉลยี่ ๑๓.๒ เมตร โดยเจาะใหเ รยี วโคง
ลงไปบรรจบกบั อโุ มงคผ นั น้ำทเี่ จาะไวแ ลว และใชส ว นหนงึ่
ของอุโมงคผันนำ้ เปนอุโมงคระบายนำ้ ตอ เพ่ือเปนการ
ประหยดั และถกู ตอ งตามหลกั วชิ า
ตลอดภายในอโุ มงคฉ าบดว ยคอนกรตี เสรมิ เหลก็ หนา
โดยเฉลย่ี ๙๕ เซนตเิ มตร เหลอื เสน ผา นศนู ยก ลางอโุ มงค
เฉลยี่ ๑๑.๓ เมตร และไดอ ดุ นำ้ ปนู ยาแนวพรอ มทง้ั เจาะรู
ระบายนำ้ ซมึ อโุ มงคต ง้ั เฉยี งจากพน้ื ราบ ๕๐ องศา ทปี่ ลาย
อโุ มงคน ำ้ ออกทำเปน รปู ทอ งกระทะ เพอ่ื ใหน ้ำทรี่ ะบายออก
มาดว ยความเรว็ สงู และแรงมาก พงุ กระจายตกหา งออกไป
ลดการกดั เซาะ
เมอ่ื นำ้ ทเี่ กบ็ กกั ในเขอ่ื นมปี รมิ าณมากเกนิ กจ็ ะไหลลน เขา ปากอโุ มงค
บนชอ งทางระบายน้ำลน สรา งอาคารคอนกรตี ตดิ ตงั้ บานระบายเหลก็ โคง ๔ บาน ขนาดกวา ง ๑๑ เมตร ยาว ๑๗.๓ เมตร ปด กน้ั
ไวเ พอ่ื บงั คบั น้ำใหไ หลผา นอโุ มงคใ นปรมิ าณตามตอ งการ เปด ปด ดว ยเครอ่ื งกวา นไฟฟา แตใ นกรณที ข่ี ดั ขอ งกส็ ามารถปด เปด ดว ยกวา น
แรงคนไดด ว ย
ตามขนาดของอโุ มงคแ ละอปุ กรณด งั กลา ว อโุ มงคท งั้ สองสามารถระบายน้ำได ๖,๐๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที ซง่ึ ผา นการคำนวณ
วา เปน ปรมิ าณน้ำในยามอทุ กภยั ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ไดใ นรอบ ๑,๐๐๐ ป
๑๓๑
ภาพชวี ติ
บรรยากาศสภาพความเปนอยูภายในบริเวณกอสรางเขื่อนภูมิพลในยุคน้ัน นักเขียนสารคดีนาม
เกียรติ กอเกียรติ บรรยายไวใน "เข่ือนภูมิพล เข่ือนใหญท่ีสุดในอาเซียอาคเณย" นิตยสาร อ.ส.ท.
ฉบบั ท่ี ๑๒ เดอื นกรกฎาคม ๒๕๐๕ อยา งเหน็ ภาพวา
"หวั งานซงึ่ อยหู า งจากทที่ ำการและตลาดแคมปเ อ เปน ระยะทางประมาณ ๓ กโิ ลเมตร
เศษ โดยทร่ี ถยนตจ ะตอ งแลน ไปตามไหลเ ขาคดเคยี้ วไปมา เมอื่ มองลงไปเบอ้ื งลา งภาพท่ี
แลเหน็ กค็ อื แมน ำ้ ปง เรอื นรบั รองของกรมชลประทานซง่ึ สรา งอยรู มิ แมน ำ้ ครน้ั มองไกล
โพน ออกไป จะแลเหน็ หมบู า นซงึ่ สรา งอยา งเปน ระเบยี บแตค อ นขา งจะแออดั เรยี งรายไป
ตามเนนิ เขา ภาพทเี่ หน็ นก้ี ค็ อื แคมปบ ี บา นพกั ของคนงานบรษิ ทั ผรู บั เหมานน่ั เอง"
เสน ทางจากแคมปท พี่ กั ไปยงั หวั งานทกี่ อ สรา ง จะผา นคลงั เกบ็ วตั ถรุ ะเบดิ ทใี่ ชส ำหรบั ระเบดิ หนิ ซง่ึ หา งออก
มาจากชมุ ชนทพี่ กั อาศยั ผเู ขยี นบรรยายวา
"ณ บริเวณนี้ เวลากลางคืนบางครั้งจะมีเสือโครงตัวหนึ่งเดินลงจากเนินเขา และ
มากนิ นาํ้ ทร่ี มิ แมน าํ้ ปง ใกลค ลงั ทเี่ กบ็ วตั ถรุ ะเบดิ "
๑๓๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
I รปู ดา นขา งตวั เขอื่ น แสดงการเทคอนกรตี ไดค รบ I คณุ แสวง พลู สขุ และอลั เบติ บลาฮา กำลงั ทำพธิ ตี อ ยขวดไวนก บั ถงั คอนกรตี
๑,๐๐๐,๐๐๐ ลบ.หลา (๗๖๔,๐๐๐ ลบ.ม.) ซงึ่ บรรจคุ อนกรตี ลกู บาศกห ลาท่ี ๑,๐๐๐,๐๐๐
เมอื่ วนั ที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เสอื ดาวตวั นเี้ คยไลต ามยามทบ่ี รเิ วณสนั เขอื่ น
ยามคนนน้ั ตกใจมากรบี วง่ิ เขา ตยู ามและปด ประตไู ว
แตเ คราะหร า ยทป่ี ระตยู ามไมม กี ลอนจงึ ตอ งเอามอื ดงึ ไว
เมอื่ มาถงึ บรเิ วณหวั งานอนั เปน ทที่ ำการกอ สรา งเขอ่ื น ซงึ่ มบี รเิ วณกวา งขวางมาก มสี ะพานขา มแมน ้ำปง ใชส ำหรบั
ลำเลยี งวสั ดกุ อ สรา ง มโี รงงานบดปนู ซเี มนต ลานเกบ็ เมด็ ปนู และยงุ เกบ็ ปนู ซเี มนต อยทู างขวาของถนน
"เมอ่ื เรว็ ๆ นคี้ นงานทอี่ าศยั อยแู ถวยงุ เกบ็ ซเี มนตไ ดย งิ เสอื ดาวขนาดใหญต วั หนงึ่ ตาย เรอ่ื งกม็ อี ยู
วา เสอื ดาวตวั นชี้ อบมาลกั ขโมยกนิ หมทู คี่ นงานไดเ ลย้ี งไว เจา ของโมโหมากกเ็ ลยยอมอดหลบั อดนอน
คอยดกั ยงิ เสอื ดาวตวั น้ี ในทส่ี ดุ เสอื ดาวตวั นก้ี ถ็ กู ยงิ ตายสมใจของเจา ของหมู เสอื ดาวตวั นเี้ คยไลต าม
ยามทบ่ี รเิ วณสนั เขอื่ น ยามคนนนั้ ตกใจมากรบี วง่ิ เขา ตยู ามและปด ประตไู ว แตเ คราะหร า ยทป่ี ระตยู าม
ไมม กี ลอนจงึ ตอ งเอามอื ดงึ ไว เสอื ดาวกเ็ ดนิ วนเวยี นไปมารอบ ๆ ตยู าม แตก จ็ นปญ ญาทเ่ี ขา ไปไมไ ด
เมอื่ เดนิ วนจนเบอ่ื แลว ยามกไ็ มอ อกมาใหก นิ สกั ที เสอื ดาวจงึ กลบั เขา ปา ไป ยามออกมาจากตแู ลว ปรากฏ
วา กางเกงขาดไปหลายแหง เพราะตอนตกอกตกใจวงิ่ หนเี สอื ดาวนนั้ จะถกู อะไรเกยี่ วเอากจ็ ำไมไ ด"
๑๓๓
I ทศั นยี ภาพแสดงบรเิ วณกอ สรา งทฐ่ี านยนั ทงั้ สองฝง ปากอโุ มงคร ะบายนำ้ ลน โรงนำ้ แขง็ โรงผสมคอนกรตี และการขดุ ลอกทอ งแมน ้ำ
จากบนทต่ี ง้ั เขอื่ น ผเู ขยี นยงั ทา ทายความรสู กึ คนอา นดว ยภาพทไี่ ดส มั ผสั ผา นสายตาวา ตลอดระยะทางทขี่ น้ึ ไปยงั
สนั เขอ่ื น ทา นจะรสู กึ ตน่ื ตาตนื่ ใจกบั การทไ่ี ดเ หน็ สงิ่ แปลกใหม ทบ่ี างทา นอาจจะไมเ คยเหน็ มากอ น รวมทงั้ ภมู ปิ ระเทศท่ี
เปน ภเู ขาและทวิ ทศั นอ นั สวยงามของยนั ฮี
"ครน้ั แลว ทา นกจ็ ะมาถงึ ศาลาชมววิ ณ ทนี่ จี้ ะแลเหน็ งานกอ สรา งทกุ อยา งไดอ ยา งถนดั ซง่ึ อยู
เบอื้ งลา ง ทที่ า นกำลงั ยนื อยนู ้ี มองไกลออกไปจะเหน็ แตข นุ เขาสลบั ซบั ซอ นเปน ทวิ ยาวเหยยี ด และ
ปา ดงพงไพรทเ่ี ขยี วชอมุ อยตู ลอดเวลา เมอื่ ทา นนง่ั รถมาถงึ สนั เขอ่ื นแสดงวา ทา น มายนื อยทู ซ่ี งึ่ เหนอื
ระดบั น้ำทะเล ๒๖๑ เมตร"
๑๓๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I รปู เขอื่ นมองจากฐานยนั ฝง ขวา
I ม.ล.ชชู าติ กำภู ตรวจงานกอ สรา งเขอ่ื นภมู พิ ล
๑๓๕
มองไปเบื้องลางทางฝงขวาของแมน้ำปง จะเห็นโรงผสมคอนกรีต วัสดุที่ใชผสมคอนกรีตสำหรับ
สรา งเขอ่ื นนน้ั ไดข ดุ จากภเู ขาซง่ึ อยทู างดา นทา ยนำ้ ของเขอื่ นเหนอื โรงโมห นิ ขนึ้ ไป ทรายสำหรบั ผสมคอนกรตี
จะเอามาจากแมน ้ำปง ตรงบรเิ วณดา นทา ยน้ำของเขอื่ นและสนั ทรายทหี่ ว ยผารู ซงึ่ อยทู า ยนำ้ หา งจากบรเิ วณ
กอ สรา งประมาณ ๓ กโิ ลเมตร และจากหนิ ฝนุ ซงึ่ ไดม าจากการบดหนิ
บรเิ วณหวั งานมรี ถบรรทกุ ทราย ปนู หนิ ทย่ี อ ยแลว แลน ไปยงั โรงผสมคอนกรตี ตลอดเวลา สว นคนงาน
ท่ีอยูในบริเวณกอสรางตัวเข่ือนก็เทคอนกรีตกันอยางคลองแคลววองไว กับเครื่องเขยาคอนกรีตขนาด
๒ คนยก นำ้ หนกั อนั ละ ๑๐๐ ปอนด ซง่ึ นบั วา เปน งานหนกั ไมน อ ยกบั การทำงานกะละ ๘ ชวั่ โมง
รวมทงั้ คนงานจากแผนกตา ง ๆ ชา งไม ชา งไฟฟา ชา งตอ ทอ ชา งผกู เหลก็ วศิ วกรโยธา ฯลฯ ซงึ่ สว น
ใหญเ ปน คนไทย หวั หนา งานบางคนเทา นัน้ ทเี่ ปน ชาวตา งชาติ
วนั หนง่ึ ๆ จะมกี ารระเบดิ หนิ หลายครง้ั คนทเี่ พง่ิ มาใหมย งั ไมค นุ อาจคดิ วา เปน เสยี งฟา ผา ยามเมอื่ ไดย นิ
เสยี งสนน่ั สะทา นสะเทอื นหบุ เขา
๑๓๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
งานกอ สรา งโรงไฟฟา พลงั น้ำ
ดา นหลงั เขอื่ น ตงั้ โรงไฟฟา ในลกั ษณะขวางลำน้ำ หา งจากปลายฐานเขอื่ นดา น
ลา งทางทา ยนำ้ ประมาณ ๔๓ เมตร ภายในโรงไฟฟา ตดิ ตง้ั เครอื่ งผลติ ไฟฟา แบบเทอรโ บ
ขนาด ๗๐,๐๐๐ กิโลวัตต รวม ๘ ชุด แตละชุดประกอบดวยเคร่ืองกำเนิดไฟฟา
มเี พลาตอ กบั เครอ่ื งกงั หนั นำ้ ซงึ่ หมนุ ดว ยความเรว็ ๑๕๐ รอบตอ นาที เครอื่ งกำเนดิ
ไฟฟาผลิตแรงดัน ๑๓,๘๐๐ โวลต ๕๐ ไซเกิล สวนเครื่องกังหันนำ้ จะมีแรงหมุน
๙๘,๓๕๐ แรงมา
สำหรบั ทอ สง นำ้ เขา เครอื่ งกงั หนั น้ำมขี นาดเสน ผา นศนู ยก ลาง ๔.๕ เมตร จำนวน
๘ ทอ ตดิ ฝง ทะลอุ ยใู นตวั เขอื่ น เปน ทอ เหลก็ หนา ๓๓ ม.ม. เสรมิ คอนกรตี มเี สน เหลก็
ปลอ งออ ยขนาดเบอร ๑๑ ผกู อยโู ดยรอบ ดา นหนา มตี ะแกรงเหลก็ กนั สวะทป่ี ากทอ
และปากทอ นป้ี ด เปด ไดด ว ยประตเู หลก็ ลอ เลอื่ น โดยมรี ะดบั กกั เกบ็ สงู สดุ ในอา งอยทู ี่
๒๖๐ เมตร ร.ท.ก.(ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ระดับที่แตกตางกันระหวางเหนือน้ำ
และทา ยน้ำสำหรบั หมนุ เครอื่ งกงั หนั น้ำอาจมไี ดถ งึ ๑๒๓.๒ เมตร
ปากทอ สง น้ำเหลา นนั้ อยตู ่ำกวา สนั เขอ่ื น ๕๔ เมตร หรอื อยทู ี่ ๒๐๗ เมตร ร.ท.ก.
ขณะทเี่ ครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอื่ งใดเครอื่ งหนงึ่ จา ยไฟเตม็ ท่ี และบานประตเู ครอื่ งกงั หนั
น้ำเปด เตม็ ที่ จะมนี ้ำไหลผา นทอ สง นำ้ และเครอื่ งกงั หนั นำ้ จำนวน ๗๕.๘ ลกู บาศกเ มตร
ตอ วนิ าที
ทด่ี า นทา ยน้ำ โรงไฟฟา จะมหี มอ แปลงไฟฟา อยู ๑๒ หมอ เพอ่ื เพมิ่ แรงไฟขนาด
๑๓,๘๐๐ โวลต ทผ่ี ลติ จากเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา ใหเ ปน ขนาด ๒๓๐,๐๐๐ โวลต เพอ่ื ปอ น
สถานสี ง ไฟฟา ทต่ี ง้ั บนหลงั คาโรงไฟฟา ซง่ึ สว นใหญส ง เขา สายสง ใหญ สง ไปนครสวรรค
อา งทอง และกรงุ เทพฯ
๑๓๗
I โรงไฟฟา ขณะกำลงั กอ สรา ง
เมอื่ วนั ที่ ๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๕
I วางสลกั เพลาของเครอ่ื งกงั หนั น้ำ
I ลน้ิ เปด ปด นำ้ เขา เครอ่ื งกงั หนั น้ำ
๑๓๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I แผงสวติ ชใ นหอ งควบคมุ
I เพลาของเครอ่ื งกงั หนั น้ำ
๑๓๙
ในระยะเรม่ิ ตน เขอ่ื นภมู พิ ลตดิ ตงั้ เครอ่ื ง
ผลติ ไฟฟา เพยี ง ๒ ชดุ จา ยกระแสไฟฟา ได
๑๔๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ต แตม กี ารคำนวณไวล ว งหนา
วา เมอื่ ตดิ ตงั้ ครบทงั้ ๘ ชดุ แลว จะมกี ำลงั ผลติ
ถงึ ๕๖๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ต หรอื ผลติ กำลงั งานได
ถึง ๒,๒๓๐ ลานกิโลวัตต-ช่ัวโมงตอป ซ่ึง
กรงุ เทพฯ และธนบรุ ใี นขณะนน้ั ใชไ ฟฟา ปล ะ
เพยี ง ๓๕๐ ลา นกโิ ลวตั ต- ชวั่ โมง
ในระยะแรก ๒๙ จงั หวดั ไดแ ก เชยี งใหม
ลำพนู ลำปาง อตุ รดติ ถ ตาก สโุ ขทยั พษิ ณโุ ลก
นครสวรรค อทุ ยั ธานี ชยั นาท สงิ หบ รุ ี ลพบรุ ี
อา งทอง สพุ รรณบรุ ี สระบรุ ี อยธุ ยา ปทมุ ธานี
นนทบรุ ี กรงุ เทพฯ ธนบรุ ี ฉะเชงิ เทรา ชลบรุ ี
ระยอง นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทร
สงคราม สมทุ รสาคร สมทุ รปราการ จะไดใ ช
ไฟฟา จากเข่ือนนี้
และเม่ือเสร็จสมบูรณตามโครงการ
จะสามารถจา ยกระแสไฟฟา เพมิ่ อกี ๗ จงั หวดั
คอื นา น แพร กำแพงเพชร พจิ ติ ร นครนายก
ปราจีนบุรี และกาญจนบุรี รวมเปน ๓๖
จังหวัด
๑๔๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
I การกอ สรา งอาคารไฟฟา และการตดิ ตงั้ ทอ สง น้ำเขา เครอื่ งกงั หนั นำ้
งานกอ สรา งสายสง ไฟฟา แรงสงู
ในขณะทงี่ านกอ สรา งตวั เขอื่ นและโรงไฟฟา กำลงั ดำเนนิ การอยา งเรง รบี อยนู น้ั งานกอ สรา ง
สายสงไฟฟาแรงสูงก็กำลังดำเนินการคูขนานกันไป จุดมุงหมายคือเม่ือกอสรางเขื่อนแลวเสร็จ
กส็ ามารถจะจา ยกระแสไฟฟา ใหก บั กรงุ เทพฯและจงั หวดั ตา ง ๆ อกี ๓๕ จงั หวดั ไดท นั ที การกอ สรา ง
สายสง ศกั ยส งู ขนาด ๒๓๐,๐๐๐ โวลต จากโรงไฟฟา เขอ่ื นภมู พิ ลไปยงั สถานสี ง ไฟฟา ขนาดใหญ
๖ แหง คอื ทบ่ี รเิ วณใกลต วั เขอื่ นภมู พิ ล นครสวรรค อา งทอง และรอบ ๆ พระนคร ทตี่ ำบลบางกรวย
บางกะป บางกอกนอย สถานีจายไฟฟาเหลานี้ ทำการลดแรงดันไฟฟาจาก ๒๓๐,๐๐๐ โวลต
ลงไปเปน ๖๙,๐๐๐ โวลต สง ตอ ไปยงั สถานจี า ยไฟฟา ยอ ย เพอื่ ลดแรงดนั ตอ ไปอกี ชนั้ หนงึ่ แลว จงึ
สงใหการไฟฟาสวนภูมิภาคและการไฟฟานครหลวงจำหนายใหผูใชกระแสไฟฟาตอไป
๑๔๑
เพอ่ื ขจดั ปญ หาการขาดแคลนพลงั ไฟฟา ระหวา งกำลงั กอ สรา งเขอื่ น และเพอ่ื เปน แหลง สำรองพลงั งานไฟฟา เมอ่ื
เขอ่ื นเสรจ็ การไฟฟา ยนั ฮแี ละกรมชลประทานไดก อ สรา งโรงไฟฟา ไอนำ้ พระนครเหนอื ขนาด ๑๕๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ตข น้ึ ท่ี
ตำบลบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี และกรมชลประทานไดก อ สรา งสายสง ศกั ยส งู โอบพระนครเชอื่ มโยงกบั สถานจี า ยไฟฟา
ขนึ้ กอ น การกอ สรา งสายสง ขนาด ๒๓๐,๐๐๐ โวลต สายเชอื่ มโยงกรงุ เทพฯน้ี กรมชลประทานไดว า จา งบรษิ ทั Brown,
Boveri and Cie, Germany เปน ผสู รา ง โดยมบี รษิ ทั รบั เหมายอ ยคอื บรษิ ทั Gerson & Sons Ltd., Bangkok และ
บรษิ ทั Lorenz - Bau g.m.b.h., Iserlohm, Germany เปน ผตู อกเขม็ และหลอ เขม็ คอนกรตี ในดนิ งานในสว นนเ้ี รม่ิ ใน
เดอื นเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓ แลว เสรจ็ เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ งานในขน้ั ทส่ี องเปน การสรา งสายสง ศกั ยส งู จากเขอ่ื น
ภมู พิ ล ผา น จงั หวดั ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค สงิ หบ รุ ี อา งทอง อยธุ ยา มาบรรจบกบั สายโอบพระนคร ยาวรวม
๔๔๕ กม. มเี สาโครงเหลก็ ๑,๐๐๒ ตน สงู ๔๐ ม. ซง่ึ ประกอบดว ยเหลก็ ฉากอาบสงั กะสยี ดึ ดว ยสกรนู อต งานสว นนไี้ ดว า
จา งบรษิ ทั Societa Anonima Elettrificazione, S.p.A., Milano, Italy เมอื่ เดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ.๒๕๐๔ ซง่ึ บรษิ ทั ไดจ า ง
เหมาชว งบรษิ ทั Christiani and Nielson (Thai) Ltd., Bangkok เปน ผตู อกเขม็
สำหรับงานสายสงขนาด ๖๙,๐๐๐ โวลต มีระยะทางรวม ๒๕๕ กม. ไดแก สายนครสวรรค-มโนรมย-ตาคลี
สายอา งทอง-อยธุ ยา สายอา งทอง-สงิ หบ รุ -ี ลพบรุ ี และสายอา งทอง-สพุ รรณบรุ ี ดำเนนิ การเองโดยกรมชลประทาน
โดยมวี ศิ วกรทปี่ รกึ ษารว มชว ยเหลอื
คณุ จรยิ ตลุ ยานนท ซงึ่ เปน นายชา งหวั หนา โครงการกอ สรา งสายสง รองในขณะนน้ั เลา วา เมอื่ ไดร บั มอบหมาย
ใหเปน ชคส. คำยอของนายชางหัวหนาโครงการกอสราง สายสงรองและสถานีแรงดันไฟฟาแลว ไดเร่ิมงาน
กอสรางสายสง ๖๙ กิโลโวลตในสายอางทอง-อยุธยา เปนสายแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ในระยะแรก
กรมชลประทานไดรับโอนชางเดินสายและเครื่องจักรเคร่ืองมือจากการไฟฟาลิกไนตมาดำเนินการ เน่ืองจาก
กรมชลประทานยังขาดชาง ชางเดินสายและเครื่องจักรเครื่องมือ โดยไดสั่งของมาจากตางประเทศแตยังไมไดรับ
พอถงึ เดอื นพฤษภาคมการไฟฟา ลกิ ไนตก ข็ อตวั ชา ง และชา งเดนิ สายคนื เพอื่ ไปทำงานทจ่ี งั หวดั กระบ่ี ทา นอาจารยเ ลา
วา ทนี ต้ี อ งฝก คนขน้ึ มาเองและตอ งหาเครอื่ งมอื มาใช ตอ งขอบคณุ Mr. Young จากบรษิ ทั วศิ วกรทป่ี รกึ ษาทช่ี ว ยให
คำแนะนำและขอบคณุ คณุ สนธิ เกยรู วงศ ซง่ึ ทา นเปน ครเู กา ในดา นนม้ี ลี กู ศษิ ยล กู หามาก ไดช ว ยสอนและชว ยขอยมื
เครอื่ งมอื ทจี่ ำเปน จากลกู ศษิ ยซ ง่ึ อยใู นหนว ยงานอน่ื มาให
๑๔๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
ทแี รกทางฝรงั่ เขาอยากใหเ ปน งานจา งเหมา
แตเ มอ่ื ไดท ำไปแลว กลบั พบวา
งานทกี่ รมชลประทานดำเนนิ การเองนน้ั
มีราคางานทีถ่ ูกกวา และ เสร็จเร็วกวา
I สายสง ศกั ยส งู แบบวงจรคู ๒๓๐,๐๐๐ โวลต สายเชอ่ี มโยงกรงุ เทพ
คณุ จรยิ ตลุ ยานนท เลา วา ทแี รกทางฝรงั่ เขาอยากใหเ ปน งานจา งเหมา แตเ มอ่ื ไดท ำไปแลว และ
เขามาตรวจสอบเรอื่ งราคาและความรวดเรว็ กลบั พบวา งานทก่ี รมชลประทานดำเนนิ การเองนน้ั มรี าคา
งานทถ่ี กู กวา และเสรจ็ เรว็ กวา ทา นบอกวา ในทส่ี ดุ แลว งานสายสง ทง้ั หมดเสรจ็ กอ นงานกอ สรา งตวั เขอ่ื น
ถงึ ๒ - ๓ เดอื น ซงึ่ ตอนนน้ั ปรากฏวา มกี ารจา ยไฟยอ นขน้ึ ไป คอื จา ยจากโรงไฟฟา บางกรวยยอ นขน้ึ ไป
นครสวรรคแทนที่จะจายไฟจากเขื่อนภูมิพลลงมา ตัวเสาของงานสายสง ๖๙ กิโลโวลตนี้ ออกแบบ
โครงสรางเปนไมทั้งหมด แตอาบนำ้ ยากันผุ โครงสรางเสาไฟเปนเสาคูเวน แตที่จุดหักเล้ียวจะเปน
ชนดิ ๓ เสา อปุ กรณต า ง ๆ จดั ซอื้ ภายในประเทศเวน แตอ ปุ กรณก ารขงึ สายตอ งซอ้ื จากตา งประเทศ
คณุ จรยิ ตลุ ยานนท ไดท มุ เทปฏบิ ตั งิ านกอ สรา งสายสง รองทงั้ ๕ สาย และงานสรา งสถานลี ดแรง
ดันไฟฟาอีก ๖ แหง จนกระทั่งแลวเสร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ รวมเปนงานปกเสาพาดสาย
๑,๒๙๔ คู และขงึ สายเปน ระยะทาง ๒๕๕ กโิ ลเมตร
๑๔๓
๑๔๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
"แสงสวา งทว่ั ไทย" ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗
ประดษิ ฐกรรมของการกอ สรา งโดยฝม อื มนษุ ยข นาดมหมึ า สง่ิ มหศั จรรยค อ ยๆ กอ รปู รา งขน้ึ กลางปา ลกึ
ผมู สี ว นแทบทกุ คนเลา ความทรงจำในทางเดยี วกนั วา งานกอ สรา งคบื หนา ไปอยา งราบรน่ื ไมม อี ปุ สรรคจาก
ภยั ธรรมชาติ โรคภยั ไขเ จบ็ หรอื การทะเลาะววิ าทรนุ แรง เนอื่ งจากระบบการบรหิ ารจดั การและการบรหิ าร
งานบคุ คลทดี่ ี ทกุ คนทำงานประสานเปน อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั อยา งนา ชน่ื ชม ทงั้ คนไทยและชาวตา งชาติ
คนงานทำงานตอ เนอ่ื ง ๒๔ ชวั่ โมงตอ วนั แบง การทำงานเปน ๓ กะ กะกลางวนั ๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. กะคำ่
๑๖.๐๐ - ๒๔.๐๐ น. และกะดกึ ๒๔.๐๐ - ๘.๐๐ น.
กระทงั่ เมอื่ วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพติ ร เสดจ็ พระราชดำเนนิ พรอ มดว ยสมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลที่ ๙
โดยเครอื่ งบนิ พระทนี่ ง่ั จากสนามบนิ จงั หวดั เชยี งใหม ไปทรงเปด เขอ่ื นภมู พิ ล จงั หวดั ตาก ทรงกดปมุ เครอื่ ง
กำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งที่ ๑ และมกี ารขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งท่ี ๑ เขา ระบบเปน ครงั้ แรก
จงั หวดั ภาคกลางและภาคเหนอื กเ็ รมิ่ ไดใ ชไ ฟฟา จากเขอ่ื นภมู พิ ลพรอ มกนั ๑๗ จงั หวดั
๑๔๕
ในคราวนน้ั ไดพ ระราชทานพระราชดำรสั อนั เปน แนวทางและแสงสวา งแกก ารพฒั นาประเทศไวว า
...ขาพเจาเห็นพองกับรัฐบาลวา
โครงการอเนกประสงคโครงการแรกของประเทศไทยนี้
เปน จดุ เรมิ่ ตน ในการพฒั นาเศรษฐกจิ กา วใหม ใหไ พศาลออกไป
ปจจุบันนำ้ เปนปจจัยหลอเลี้ยงชีวิต
และนำ้ กับไฟฟาสงเสริมความเจริญกาวหนาของชีวิต
เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็ว ก็ตองเพิ่มนำ้ และไฟฟา
ใหทันความตองการของพลเมือง... *
* อา งองิ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย//"เขอื่ นของพอ "เขอื่ นภมู พิ ล//๑๗ ตลุ าคม ๒๕๕๙
จาก https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1705:article-20161017-02&catid=49&Itemid=251
๑๔๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
๓ภาค
"เขื่อนภูมิพล"
อดตี ปจ จบุ นั สอู นาคต
๑๔๗
I อธบิ ายการทำงานของเขอ่ื นภมู พิ ลจากแบบจำลอง
I รปู ภาพเขอื่ นภมู พิ ลมองจากทางดา นทา ยน้ำ
๑๔๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี