กเหตาุกาลรณาสนำคกุัญ รม
๑๙๙
พ.ศ. ๒๔๙๐ .การขาดแคลนบุคลากรจึงเปนปญหาใหญของกรมชลประทาน ม.ล. ชูชาติ กำภู
จึงริเริ่มต้ังสถาบันการศึกษาดานการชลประทาน เพ่ือผลิตบุคลากรพัฒนาประเทศชาติ
เร่ิมจากการเสนอใหตั้งโรงเรียนชางชลประทาน ถนนสามเสน พ.ศ. ๒๔๘๑ แลวอำนวย
การบรหิ ารอยา งใกลช ดิ จนเปน โรงเรยี นการชลประทาน พ.ศ. ๒๔๙๒ และใน พ.ศ. ๒๔๙๐
.ไดส ง ขา ราชการกรมชลประทานรนุ แรก จำนวน ๓๐ คน ไปเขา รบั การฝก อบรมที่ United
States Bureau of Reclamation (USBR) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า เพอื่ เปน การจดั เตรยี มบคุ ลากร
รองรบั การกอ สรา งเขอ่ื นขนาดใหญ นนั่ คอื "เขอ่ื นเจา พระยา"
ยคุ หลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ มคี วามตอ งการขา วในตลาดโลกทเ่ี พม่ิ มากขน้ึ ประกอบ
กบั รฐั บาลไทยตอ งสง ขา วใหฝ า ยองั กฤษตามขอ ตกลงเพอ่ื เลกิ สถานะสงคราม ทำใหเ กดิ ภาวะ
ขาดแคลนขา วในประเทศ และปญ หาคา ครองชพี ของประชาชน ดงั นน้ั เพอ่ื เปน การเพมิ่ ผลผลติ
ขา วอนั เปน สนิ คา ออกสำคญั ของประเทศขนึ้ อกี จงึ มกี ารหยบิ ยก "โครงการเจา พระยาใหญ"
ขนึ้ มา "ปด ฝนุ " พจิ ารณาทบทวนกนั อกี ครงั้
๒๐๐ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
. พ.ศ.๒๔๙๑องคการอาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติ
(Food and Agriculture Organization of the United
.Nations) หรอื FAO สง คณะผเู ชย่ี วชาญมาพจิ ารณาถงึ
ความจำเปน ของโครงการเขอ่ื นเจา พระยาและใหก ารสนบั สนนุ
อยา งเตม็ ท่ี ถา รฐั บาลไทยตอ งการจะทำการกอ สรา ง
เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๙๑ กรมชลประทานเสนอ
โครงการตอกระทรวงเกษตราธิการ เพื่อพิจารณาเสนอ
รฐั บาลเปด งานโครงการน้ี ตอ มารฐั บาลเหน็ ชอบตามทเ่ี สนอ
พ..ศ.๒๔๙๒ในรายงาน Report on Irrigation, Drainage and Water Communication
Project of the Chao Phya River Basin, August 1949 (พ.ศ. ๒๔๙๒) ม.ล.ชชู าติ กำภู
..ไดเ สนอแผน ๕ ป ตอ กระทรวงเกษตราธกิ าร โดยมรี ายละเอยี ดโครงการเจา พระยา ตอน
ทา ยรายงานไดร ะบวุ า ควรดำเนนิ การสรา งเขอื่ นเกบ็ กกั น้ำขนาดใหญบ นแมน ำ้ ปง และ
แมน ำ้ นา นเพอื่ เปน แหลง นำ้ ตน ทนุ หลงั จากทไ่ี ดก อ สรา งโครงการเจา พระยาแลว
รฐั บาลไดเ ขา เปน สมาชกิ ของธนาคารโลกโดยมแี ผนขอกเู งนิ ไปใชใ นการกอ สรา ง
โครงการเขอื่ นเจา พระยา
ม.ล.ชูชาติ กำภู และพระประกาศสหกรณ ขณะนั้นปฏิบัติงานอยูท่ีประเทศ
สหรฐั อเมรกิ าเพอ่ื หารอื กบั ธนาคารโลก นำคำสง่ั จากนายกรฐั มนตรี จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
ไปพบ ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต (ขณะนน้ั กำลงั ศกึ ษาขนั้ ปรญิ ญาเอก) วา เมอ่ื จบการศกึ ษา
แลว จะมอบหมายใหด ำเนนิ การในเรอื่ งพลงั งานของประเทศ
๒๐๑
พ.ศ..๒๔๙๓คณะผแู ทนไทยไดไ ปเจรจาขอกเู งนิ จากธนาคารโลก ตามสญั ญา
ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ สำหรับงานกอสรางโครงการเข่ือน
เจา พระยาเปน เงนิ รวม ๑๘ ลา นเหรยี ญอเมรกิ นั
. ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต สำเรจ็ การศกึ ษาขน้ั ปรญิ ญาเอก เดนิ ทาง
กลบั ประเทศไทย เพอื่ มาเปน อาจารยส อนทจี่ ฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั
. จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม นายกรฐั มนตรี มอบหมาย ดร.บญุ รอด
บณิ ฑสนั ต ใหด ำเนนิ การในเรอ่ื งพลงั งานของประเทศไทย แตไ มม งี บประมาณ
ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต จงึ ขออนญุ าต จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั เพอ่ื ใชห อ ง
ทำงานเปน ทตี่ งั้ คณะกรรมการพลงั งานแหง ชาติ (ชวั่ คราว) เพอื่ รา งระเบยี บ
แบบแผน ทจี่ ะไดม าซงึ่ พ.ร.บ.
. พ.ศ.๒๔๙๔จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม นายกรฐั มนตรี ให ม.ล.ชชู าติ กำภู วางแผน
กอ สรา งเขอ่ื นพลงั น้ำขนาดใหญ ในแมน ้ำปง อนั เนอ่ื งมาจากการขาดแคลนพลงั งาน
ไฟฟาในเมืองใหญ
. รฐั บาลอนมุ ตั ใิ หก รมชลประทานดำเนนิ การโครงการเขอื่ นผลติ ไฟฟา พลงั นำ้
.อนั เนอื่ งมาจากภาวะขาดแคลนพลงั งานไฟฟา ในเมอื งใหญ ๆ อกี ทงั้ การซอ้ื น้ำมนั
หรอื สรา งโรงไฟฟา เฉพาะท่ี กไ็ มค มุ คา เทา กบั มโี รงไฟฟา พลงั นำ้ ซง่ึ ผลติ พลงั งาน
ทส่ี ะอาดและถกู กวา ในคราวเดยี วกนั
ม.ล.ชชู าติ กำภู ไดท าบทาม ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต มารว มงาน แต ดร.บญุ รอด
บณิ ฑสนั ต ไมม า เพยี งแตช ว ยงานเบอื้ งตน เทา นน้ั หลงั จากนนั้ จงึ ไดไ ปทาบทาม
คญุ เกษม จาตกิ วณชิ มารว มงานแทน
๒๐๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
พ.ศ..๒๔๙๔ม.ล.ชชู าติ กำภู ไดใ หก องสำรวจ โดยมี พ.อ.หลวงพนิ จิ
ภวู ดล (อดตี แมก องสามเหลย่ี ม กรมแผนทท่ี หารบก) เปน หวั หนา
.ทีมสำรวจจัดทำแผนท่ีแมน้ำปง ต้ังแตแกงสรอย อำเภอฮอด
จงั หวดั เชยี งใหม ลงมาถงึ จงั หวดั ตาก เปน ทมี แรกทท่ี ำการสำรวจ
ชมิ ลางหรอื เบอ้ื งตน
คุณบุญชอบ กาญจนลักษณ ไดจัดทีมออกไปวางขาย
สำรวจสภาพน้ำในแมน ำ้ ปง เปน ทมี ท่ี ๒ โดยสำรวจตง้ั แตก งิ่ อำเภอ
บา นตาก ขน้ึ ไปจนถงึ แกง สรอ ย อำเภอฮอด จงั หวดั เชยี งใหม เพอ่ื
.วางจดุ ตงั้ สถานวี ดั ปรมิ าณนำ้ หลงั จากนน้ั ไดก ำหนดจดุ สรา งสถานี
อุทกวิทยาใหมขึ้นที่บานวังกระเจา ซึ่งเปนทำเลใตสุดที่จะใช
พิจารณาเปนท่ีสรางเข่ือนเก็บกักน้ำขนาดใหญในแมนำ้ ปง
กรมชลประทาน ไดจัดทีมสำรวจ เปนทีมท่ี ๓ ข้ึนไป
สำรวจหาทำเลใหแ นน อนอยา งจรงิ จงั นำทมี โดย ม.ล.ชชู าติ กำภู
อธบิ ดกี รมชลประทานเอง และมเี จา หนา ทผ่ี เู ชย่ี วชาญโดยเฉพาะ
คอื อาจารยว ชิ า เศรษฐบตุ ร หวั หนา กองธรณวี ทิ ยา กรมโลหกจิ
กระทรวงอตุ สาหกรรม รว มทมี ไปดว ย เพอื่ เปน ทปี่ รกึ ษาฝา ยหนิ
ฐานรากของเขอื่ น โดยไดล อ งแกง ลงมาจากอำเภอฮอด จงั หวดั
เชียงใหม และไดเลือกชองเขายันฮีเปนจุดที่ต้ังเขื่อนอันดับแรก
อยา งไรกด็ ี บรเิ วณดา นใตล งมาไดพ จิ ารณาเพม่ิ เตมิ ไวอ กี ๓ แหง
เรยี กกนั วา เขาแกว ผารู และวงั กระเจา
๒๐๓
พ..ศ.๒๔๙๕การเตรยี มงานเบอ้ื งตน สำรวจภมู ปิ ระเทศและธรณวี ทิ ยาบรเิ วณโดยรอบอา งเกบ็ นำ้ ทำการเจาะสำรวจฐานรากบรเิ วณ
ทที่ ำการกอ สรา งเขอื่ น โรงไฟฟา ทางระบายน้ำลน และจดั ทำแผนทอี่ า งเกบ็ นำ้
. กรมชลประทาน รับวิศวกรไฟฟา ๖ คน และนักวิทยาศาสตร ๔ คน มาทำงานท่ีแผนกอุทกวิทยาเพ่ือศึกษาและ
รวบรวมขอ มลู เบอ้ื งตน เพม่ิ เตมิ ปรบั ปรงุ รายงานเบอื้ งตน และสง ให USBR ศกึ ษากอ นเดนิ ทางมาสำรวจในประเทศไทย
. ม.ล.ชชู าติ กำภู ทำหนงั สอื ขอ ตกลงระหวา งรฐั บาลไทย-สหรฐั อเมรกิ า ในการใหบ รกิ ารฝก อบรมวศิ วกรไทยและให
Technical Assistance ในการทำรายงานโครงการยนั ฮี
. กรมชลประทาน ต้ังกองพลังนำ้ รับผิดชอบงานพัฒนาไฟฟาพลังนำ้ และสวนอื่น ๆ ตามพระราชกฤษฎีกา
แบง สว นราชการ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร พ.ศ. ๒๔๙๕ ซง่ึ มสี ว นราชการ ๑๓ กอง
. พ.ศ.๒๔๙๖การกอสรางโครงการเข่ือนเจาพระยาเร่ิมตนในป
พ.ศ.๒๔๙๖ และแลว เสรจ็ ในตน ป ๒๕๐๐
. รายงานเบอ้ื งตน โครงการยนั ฮี ของทมี ผเู ชยี่ วชาญทลี่ อ ง
แพสำรวจ โดยมี ม.ล.ชชู าติ กำภู เปน หวั หนา คณะฯ แลว เสรจ็
( มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. กรมชลประทาน บรรจคุ ณุ เกษม จาตกิ วณชิ ในตำแหนง นายชา งเอก เปน หวั หนา กองพลงั น้ำ และบรรจวุ ศิ วกรไฟฟา
๕ นาย ทำงานที่แผนกอุทกวิทยา กองวิศวกรรม จากน้ันยายมาบรรจุในตำแหนงนายชางตรี กองพลังนำ้
( มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. ต้ังการพลังงานแหงชาติ มีสำนักงานช่ัวคราวท่ีคณะวิศวกรรมศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยมี
ศ.ดร.บญุ รอด บณิ ฑสนั ต เปน เลขาธกิ ารคนแรก ( มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. ม.ล.ชชู าติ กำภู สง จดหมายขอให Commissioner ของ U.S. Bureau of Reclamation สง คณะฯ มาศกึ ษา
โครงการยนั ฮี และ Commissioner ตอบรบั ใหค วามชว ยเหลอื ทางวชิ าการ ( มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๙๖ )
๒๐๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
พ.ศ..๒๔๙๖กรมแผนทท่ี หารบกไดว า จา ง บรษิ ทั ฮนั ตงิ้ เซอรเ วย (Hunting Survey )ประเทศองั กฤษ มาจดั ทำแผนทภ่ี าพถา ย
ทางอากาศ ครอบคลมุ บรเิ วณตงั้ แตท ตี่ ง้ั เขอื่ น ขนึ้ ไปจนถงึ อำเภอฮอด จงั หวดั เชยี งใหม แลว เสรจ็ ชว งกลางป พ.ศ.๒๔๙๖
. รวบรวมขอ มลู เพม่ิ เตมิ และปรบั ปรงุ รายงานเบอ้ื งตน แลว เสรจ็ มอบให ม.ล.พชิ ติ กำภู (หวั หนา คณะฯ วศิ วกรไฟฟา
และเครอื่ งกล ๔ นาย เดนิ ทางไปฝก งานที่ USBR) นำขนึ้ เครอ่ื งบนิ ไปมอบให USBR โดยตรง ( สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. ทำเลบรเิ วณเขาแกว นนั้ นา สนใจพเิ ศษเพราะชอ งเขาแคบและสงู มากกวา ทอี่ นื่ ๆ แตม ขี อ เสยี คอื หนิ รากฐานและ
หนิ ทรี่ บั ปก ของเขอ่ื นเปน หนิ แกรนติ ดอ ยกวา ทยี่ นั ฮี มรี อยแตกและผพุ งั อยทู วั่ ไปเมอื่ ดดู ว ยตาเปลา ตอ มา เมอ่ื ผเู ชย่ี วชาญ
..ฐานรากเขอื่ นไดม าตรวจละเอยี ด โดยการเจาะหนิ จงึ พบวา รอยรา วแตกหรอื สว นผพุ งั นน้ั เปน เพยี งทผี่ วิ เมอ่ื ปอกเอาผวิ ออก
ถงึ แกนในแลว ปรากฏวา หนิ แกนในใชไ ดด ี จงึ เปลยี่ นทำเลทต่ี งั้ เขอ่ื นมาเปน ทเี่ ขาแกว แทนชอ งเขายนั ฮี ผลดคี อื สามารถ
สรา งเขอื่ นไดส งู ขน้ึ และจะไดค วามจอุ า งเกบ็ นำ้ มากขน้ึ ตามไปดว ย และสามารถสรา งเขอื่ นไดแ คบลง
ยา ยเครอื่ งเจาะหนิ จากยนั ฮี มาเจาะหนิ บนฝง ขวา ทบ่ี รเิ วณเขา
แกว กอ นทที่ มี USBR เดนิ ทางมาสำรวจทโ่ี ครงการ ( กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๙๖ )
ประกาศการพลงั งานแหง ชาติ ตามมตคิ ณะกรรมการการพลงั งาน
แหงชาติ และคณะรัฐมนตรีใหความเห็นชอบ ในการมอบหมายใหกรม
ชลประทานดำเนินการกอสรางเข่ือนยันฮีท้ังโครงการ เพื่อใหไดมาซึ่ง
พลงั งานไฟฟา ลงนามโดย จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ( วนั ท่ี ๑๕ กนั ายน
พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. ผเู ชย่ี วชาญ USBR ๖ ทา น ประกอบดว ย วศิ วกรวางแผน วศิ วกร
เขอ่ื น นกั ธรณวี ทิ ยา นกั อทุ กวทิ ยา วศิ วกรไฟฟา และเจา หนา ทว่ี เิ ทศสมั พนั ธ
เดนิ ทางมากรงุ เทพฯ โดยพกั ทห่ี อพกั นกั เรยี นการชลประทาน และเดนิ ทาง
ไปสำรวจทบ่ี รเิ วณโครงการ ( วนั ที่ ๑ - ๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๙๖ )
. กำหนดรปู แบบเขอ่ื น Concrete Arch Dam เบอ้ื งตน และตำแหนง
หลมุ เจาะฐานรากเขอื่ นทเ่ี ขาแกว ในชว งระหวา งทท่ี มี USBR อยทู โี่ ครงการ
และเสนอใหม ผี เู ชยี่ วชาญมา Supervise การเจาะสำรวจ กำหนดใหแ ลว
เสรจ็ ในเวลา ๖ เดอื น ( ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๙๖ )
๒๐๕
พ..ศ.๒๔๙๗ผเู ชย่ี วชาญของ USBR มาไทย สำรวจเกบ็ ขอ มลู พ.ศ.๒๔๙๘
เพ่ือศึกษาความเหมาะสมเข่ือนยันฮี โดยเลือกที่ตั้งบริเวณ . รายงานโครงการยันฮี YANHEE PROJECT,
เขาแกว
THAILAND จดั ทำโดย ผเู ชย่ี วชาญ USBR แลว เสรจ็ เสนอ
.เจด็ เดอื นหลงั จาก Board USBR มา การเจาะ ใหรัฐบาลไทยใชในการเจราจาขอกูเงินธนาคารโลก
( ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ )
สำรวจฐานรากทั้งหมดแลวเสร็จ สงมอบให USBR ตาม
กำหนด ( กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ) พ.ศ.๒๕๐๐
พ.ศ.๒๔๙๘ . ม.ล.ชชู าติ พบจอมพล ป.พบิ ลู สงคราม ในพธิ เี ปด
.. ผเู ชย่ี วชาญ USBR จำนวน ๓ นาย มาหาขอ มลู เขอื่ นเจา พระยา เมอื่ วนั ที่ ๗ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๐๐
เพมิ่ เตมิ ( วนั ท่ี ๕ - ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ )
ก ร ม ช ล ป ร ะ ท า น ส ง ข า ร า ช ก า ร ก อ ง พ ลั ง นำ้
กองวชิ าการ และกองชา งกลไปปฏบิ ตั งิ านท่ี USBR เมอื ง
เดนเวอร รฐั โคโลราโด ประเทศสหรฐั อเมรกิ า จำนวน ๑๑ นาย
( ประกอบดว ย ดา นไฟฟา ดา นโยธา ดา นชา งกล ดา นเครอื่ ง
กำเนิดไฟฟา ฯลฯ ) โดยมีคุณเกษม จาติกวณิช เปน
หวั หนา คณะฯ เพอ่ื ไปทำงานตามสายงานตา ง ๆ ของ USBR
เชน การออกแบบเพื่อใชเปนแบบกอสราง และการจัดทำ
Specification เพ่ือควบคุมคุณภาพงาน ( พฤศจิกายน -
ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ )
๒๐๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
พ.ศ.๒๕๐๐ . พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช .พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ล
บรมนาถบพติ ร เสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปทรงเปด เขอื่ นเจา อดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทาน
พระยา เมอ่ื วนั ท่ี ๗ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๐๐ พระปรมาภไิ ธย ของพระองคท า นใหเ ปน ชอ่ื เขอื่ น
วา "ภมู พิ ล" เมอ่ื วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐
. พ.ศ.๒๕๐๐ม.ล.ชูชาติ กำภู และคณะฯ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา
เจรจากบั ธนาคารโลกในรายละเอยี ดการขอกเู งนิ โครงการยนั ฮี และไดเ ดนิ
ทางไปดงู านทบ่ี รษิ ทั ไฟฟา ตา ง ๆ ทเี่ มอื ง Syracuse, New York ; เมอื ง
Chicago, Illinois ; และเมอื ง Denver, Colorado ( สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ )
. พ.ร.บ. การไฟฟา ยนั ฮี ๒๕๐๐ ตง้ั การไฟฟา ยนั ฮี (กฟย.) โดยมี
ม.ล.ชูชาติ กำภู เปนประธานกรรมการ และคุณชู ประภาสถิตย เปน
ผวู า การฯ คนแรก ( ๗ กนั ยายน ๒๕๐๐ )โดยรบั ผดิ ชอบการกอ สรา งเขอ่ื น
ยนั ฮแี ละการกอ สรา งโรงไฟฟา พลงั ความรอ น ทบ่ี างกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี
. รฐั มนตรชี ว ยวา การกระทรวงการคลงั นายเสวตร เปย มพงสานต
ผูแทนรัฐบาลไทย นายยูจีน อาร แบล็ค ประธานธนาคารโลก และ
ม.ล.ชชู าติ กำภู ผแู ทนการไฟฟา ยนั ฮี ลงนามสญั ญากเู งนิ จากธนาคารโลก
มากอสรางโครงการไฟฟาพลังนำ้ ยันฮี จำนวน ๖๖ ลานเหรียญสหรัฐ
หรอื ประมาณ ๑,๓๐๐ ลา นบาท ( กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ )
๒๐๗
พ.ศ.๒๕๐๑
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ิ์
พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลที่ ๙
เสดจ็ ประพาสบรเิ วณสถานทกี่ อ สรา งเขอื่ นภมู พิ ลครงั้ แรก
เมอ่ื วนั ที่ ๔ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๑
พ.ศ..๒๕๐๑กรมชลประทานไดตกลงทำสัญญาจางบริษัทผูรับเหมา
ไดแ ก บรษิ ทั บราวนแ อนดร ทู - ยทู าห (Brown and Root, S.A.
and Utah International Inc. : BR-U) เปนผูดำเนินการ
กอสรางเข่ือน โรงไฟฟา ทางระบายน้ำลน และงานเบ็ดเตล็ด
.รวมทั้งการเปล่ียนทางเดินของแมน้ำปง โดย ม.ล.ชูชาติ กำภู
และ มร.เบน เพาเวล เปนผูแทนของคูสัญญาแตละฝาย
( วนั ท่ี ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ )
กรมชลประทานไดทำสัญญาวาจางบริษัท สเวอร ดรับ
แอนด พารเ ซล (Sverdrup and Parcel International, SPI) และ
บรษิ ทั เอน็ จเิ นยี รงิ่ คอนซลั แตนท (Engineering Consultants,
Inc., ECI) เปน ผดู ำเนนิ การออกแบบรายละเอยี ดกอ สรา งโครงการ
และควบคมุ งานกอ สรา งเขอื่ นยนั ฮี ( วนั ที่ ๓๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ )
๒๐๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
พ..ศ.๒๕๐๑การจดั เตรยี มงานเบอื้ งตน ในบรเิ วณหวั งานกอ สรา งเขอื่ นภมู พิ ล ได
.กอ สรา งทที่ ำการ โรงงาน โรงพยาบาล ตลาด บา นพกั โรงไฟฟา น้ำประปา
สำหรบั นายชา ง คนงาน และครอบครวั รวม ๑๐,๕๘๐ คน พรอ มทง้ั สรา ง
ถนนลาดยางเขา สบู รเิ วณหวั งานยาว ๒๐ กโิ ลเมตร
จากเหนอื เขอื่ นขนึ้ ไป ซง่ึ เปน บรเิ วณทจี่ ะเปน อา งเกบ็ น้ำนนั้ มบี า น
เรือนราษฎรตั้งอยูกวา ๕,๐๐๐ ครอบครัว กรมชลประทานไดบุกเบิกและ
จดั สรรทด่ี นิ บรเิ วณตำบลวงั ไคร ซง่ึ อยใู ตท ตี่ งั้ เขอื่ นประมาณ ๑๒ กโิ ลเมตร
มเี นอ้ื ท่ี ๔๖๐ ไร สำหรบั พกั อาศยั และอกี ๔,๐๖๑ ไรส ำหรบั ใชใ นการเพาะปลกู
ใหร าษฎรตำบลบา นนา อำเภอสามเงา จงั หวดั ตาก และจดั การอพยพใหเ ขา
อยทู ำมาหากนิ ในทจ่ี ดั สรรนี้ ไดจ ดั ใหม โี รงเรยี น หอ งสมดุ หนว ยอนามยั วดั
.สถานตี ำรวจ คลองชลประทาน สถานสี บู น้ำ และทำถนน สว นราษฎรทต่ี อ ง
อพยพจากอำเภอฮอด จงั หวดั เชยี งใหม และอำเภอล้ี จงั หวดั ลำพนู กไ็ ดจ า ย
เงนิ ทดแทนใหต ามระเบยี บของราชการ
ในการผันน้ำในชวงระยะเวลากอสรางนั้น เดิมไดออกแบบไวให
สามารถผันนำ้ ได ๓,๐๐๐ ลบ.ม./วินาที ซ่ึงเทากับอุทกภัยท่ีจะเกิดข้ึนไดใน
รอบ ๒๕ ป แตใ นเดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ไดพ บวา อทุ กภยั ทผ่ี า นบรเิ วณ
ที่กอสรางน้ันมีปริมาณวัดไดถึง ๔,๕๐๐ ลบ.ม./วินาที คิดเทียบแลวเทากับ
อทุ กภยั เกดิ ในรอบ ๔๐๐ ป ดงั นน้ั จงึ ไดอ อกแบบใหท ำนบซองดา นเหนอื น้ำ
และทายน้ำมีสันสูงที่จะรับอุทกภัยชนิดท่ีเคยเกิดข้ึนเม่ือเดือนกันยายน
พ.ศ. ๒๕๐๒ (โดยไดป ลอ ยใหน ้ำในแมน ้ำปง ไหลผา นทางอโุ มงคไ ดต งั้ แตเ ดอื น
สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๐๓)
๒๐๙
พ..ศ.๒๕๐๑กอ สรา งโรงงานผลติ ปนู ซเี มนตท อ่ี ำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค
เรม่ิ ผลติ ปนู ซเี มนตเ มอ่ื พ.ศ. ๒๕๐๑ ซงึ่ ตอ มาไดจ ดั ตง้ั เปน บรษิ ทั ชลประทาน
ซเี มนต จำกดั
.การขนสง ทางบก แสดงขบวนรถบรรทกุ ลำเลยี งปนู เมด็ (Clinker)
จากตาคลี กำลงั สง เขา สหู วั งานโครงการกอ สรา งเขอื่ นภมู พิ ล
.เร่ิมกอสรางเข่ือนยันฮี โดยเสาเข็มแรกของเข่ือนตอกลงเมื่อ
เดอื นธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
. ไดรวมการไฟฟากรุงเทพฯ (หนวยงานของกระทรวงมหาดไทย)
เขา กบั กองไฟฟา หลวงสามเสน เปน การไฟฟา นครหลวง
. พ.ศ.๒๕๐๒จอมพลสฤษดิ์ ธนรชั ต นายกรฐั มนตรี ตรวจงานกอ สรา งเขอื่ นภมู พิ ล
( วนั ที่ ๑๕ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๒ )
๒๑๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
. พ.ศ.๒๕๐๓งานในระยะเรมิ่ แรกดำเนนิ ไปอยา งคอ นขา งชา เนอื่ งจากตอ งเสยี
.เวลาไปมากในการรอคอยเครอ่ื งมอื ทนุ แรงตา ง ๆ ทสี่ ง มาถงึ หนา งาน ในภาพ
แสดงใหเ หน็ ทต่ี ง้ั ของเขอื่ นในระหวา งขดุ ลอกทรายและกรวดจากทอ งแมน ำ้
เมอ่ื วนั ท่ี ๒๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
ม.ล.ชชู าติ กำภู ไดจ ดั ตง้ั โรงไฟฟา ไอนำ้ โดยใชล กิ ไนทเ ปน วตั ถดุ บิ
เชอ้ื เพลงิ ทแ่ี มเ มาะ จงั หวดั ลำปาง แลว เสรจ็ สง ไฟฟา จากโรงไฟฟา แมเ มาะ
มายงั หวั งานกอ สรา งเขอื่ นยนั ฮี ประหยดั คา นำ้ มนั เชอ้ื เพลงิ ประเภทตา ง ๆ
ไดเ ปน มลู คา ประมาณปล ะ ๑ ลา นเหรยี ญสหรฐั
พ.ศ..๒๕๐๔การเทคอนกรตี ตวั เขอื่ นตอ งแบง เปน บลอ็ ก ๆ
ในทางแนวดง่ิ มที งั้ หมด ๒๕ บลอ็ กดว ยกนั รอยตอ
ระหวา งบลอ็ กมเี พอ่ื ไวส ำหรบั การหดตวั ของคอนกรตี
ซึ่งภายหลังไดอุดดวยนำ้ ปูนเม่ือคอนกรีตเย็นไดตาม
กำหนด การเทคอนกรีตลงไปเพ่ือสรางเปนเข่ือน
คอนกรีตรูปโคงใชเวลากอสรางตั้งแต วันที่ ๒๑
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ ถงึ วนั ที่ ๘ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๖
อตั ราเฉลย่ี ในการเทประมาณ ๔๐,๕๕๕ ลบ.ม.ตอ เดอื น
ในภาพแสดงผลความกาวหนาของการเทคอนกรีต
เขอ่ื นจนถงึ วนั ที่ ๑๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๔
๒๑๑
. พ.ศ.๒๕๐๔พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร
และ สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลท่ี ๙
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษเข่ือนภูมิพล แลวทรงเสด็จทอด
พระเนตรการขดุ เจาะอโุ มงคผ นั น้ำ เมอ่ื วนั ที่ ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔
“เขอ่ื นนจี้ ะมคี วามสำคญั ในการเสรมิ สรา งความเจรญิ ของประเทศ
และความผาสกุ สมบรู ณข องประชาชน เพราะเมอื่ กอ สรา งเขอื่ นนแ้ี ลว
เสรจ็ กส็ ามารถผลติ ไฟฟา ไดเ ปน จำนวนมาก ชว ยใหป ระชาชนไดม ไี ฟฟา
ใชมากขึ้น เขื่อนยังอำนวยประโยชนในดานการชลประทาน
การคมนาคม และการบรรเทาอทุ กภยั ”*
พระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพติ ร ณ เขอื่ นภมู พิ ล อำเภอสามเงา จงั หวดั ตาก วนั ที่ ๒๔ มถิ นุ ายน
พ.ศ. ๒๕๐๔
พ.ศ..๒๕๐๕เมอื่ วนั ท่ี ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เปน วนั ทไี่ ดม กี ารเทคอนกรตี
ครบเปน ปรมิ าตร ๑,๐๐๐,๐๐๐ ลกู บาศกห ลา (๗๖๔,๕๕๕ ลกู บาศกเ มตร) หรอื
ประมาณรอ ยละ ๗๘.๘ ของปรมิ าณคอนกรตี ทงั้ หมดในงานกอ สรา งเขอื่ นภมู พิ ล
. เรม่ิ เกบ็ กกั นำ้ : เบอื้ งหนา เขอ่ื นสองฝง แมน ำ้ ปง มเี ขาลอ มรอบ จะกลาย
เปนทะเลสาบขนาดใหญ ซ่ึงจุน้ำได ๑๒,๒๐๐ ลาน ลบ.ม. (ท่ีระดับเก็บกัก
+๒๕๘.๐๐ ม.รทก.)ครอบคลมุ พนื้ ท่ี ซง่ึ เปน ปา อยเู ดมิ เปน อาณาเขต ๓๐๐ ตร.กม.
และมคี วามยาวไปตามลำน้ำจากหนา เขอื่ นไป ๒๐๗ กโิ ลเมตร จรดอำเภอฮอด
จงั หวดั เชยี งใหม (ปจ จบุ นั กำหนดความจขุ องอา งเกบ็ น้ำ ๑๓,๔๖๒ ลา น ลบ.ม.
ทรี่ ะดบั เกบ็ กกั +๒๖๐.๐๐ ม.รทก. คดิ เปน พน้ื ทผ่ี วิ น้ำ ๓๑๖ ตร.กม.)
* อา งองิ ปกรองใน /หนงั สอื กง่ึ ศตวรรษแหง สายน้ำพระทยั ไฟฟา กา วไกล ชมุ ชนพฒั นา ๕๐ ปเ ขอ่ื นภมู พิ ล / การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๗
๒๑๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี
พ.ศ..๒๕๐๖กรมชลประทานไดด ำเนนิ การกอ สรา งทางดา นวศิ วกรรม และงาน
.ตดิ ตงั้ เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมอื แลว เสรจ็ (Completion Work for Bhumibol Dam,
Power Plant and ๒๓๐ KV Switchyard) ประกอบดวย งานดาน
โครงสรา ง งานดา นสถาปต ยกรรม งานดา นไฟฟา และงานดา นชา งกล
เขอื่ นภมู พิ ลเปน ประเภทเขอ่ื นคอนกรตี สนั โคง สงู ๑๕๔ เมตร ยาว
๔๘๖ เมตร บนสนั เขอื่ นจะมที างวง่ิ สำหรบั รถยนตก วา ง ๖.๐ เมตร ฐานเขอ่ื น
กวา ง ๕๒ เมตร มอี โุ มงคร ะบายนำ้ ลน ขนาดเสน ผา ศนู ยก ลาง ๑๑.๓ เมตร
๒ อโุ มงค พรอ มตดิ ตงั้ บานประตูโคง จำนวน ๔ บาน ซงึ่ ระบายนำ้ ได ๖,๐๐๐
ลบ.ม./วนิ าที เขอื่ นน้ี เมอื่ สรา งแลว เสรจ็ สมบรู ณไ ดใ ชป รมิ าณคอนกรตี ไปเปน
ปรมิ าตร ๙๗๐,๐๐๐ ลกู บาศกเ มตร (๑,๒๖๘,๗๑๒ ลกู บาศกห ลา) โดยแบง
เปน บลอ็ กรวมทงั้ สน้ิ ๒๕ บลอ็ ก
.พ.ศ.๒๕๐๗ พ..ศ.๒๕๑๐ขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอื่ ง .พ.ศ.๒๕๑๑
ขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ขนานเครื่องกำเนิดไฟฟา
เครอื่ งที่ ๒ กำลงั ผลติ ๗๐ เมกะวตั ต ที่ ๓ กำลงั ผลติ ๗๐ เมกะวตั ต เขา ระบบ เครอื่ งท่ี ๕ กำลงั ผลติ ๗๐ เมกะวตั ต
เขา ระบบ เมอื่ วนั ที่ ๑๓ มถิ นุ ายน เมอ่ื วนั ท่ี ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เขาระบบ เม่ือวันที่ ๒๕ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๐๗ พ.ศ. ๒๕๑๑
. ขนานเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา เครอื่ ง
ท่ี ๔ กำลงั ผลติ ๗๐ เมกะวตั ต เขา ระบบ
เมอื่ วนั ท่ี ๑๐ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
๒๑๓
พ.ศ.๒๕๐๗
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพติ ร และ สมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
ในรชั กาลที่ ๙ เสดจ็ ฯ โดยเครื่องบินพระท่ีน่ังจากสนามบิน
เชียงใหมถึงเข่ือนภูมิพล เสด็จฯไปทรงเปดเข่ือนภูมิพล
บนสันเข่ือน หลังจากน้ัน เสด็จฯลงลิฟตมายังหองควบคุม
การผลติ กระแสไฟฟา ทรงกดปมุ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา เครอื่ งที่ ๑
และขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งที่ ๑ เขา ระบบครงั้ แรก
ทำใหจังหวัด ในภาคกลาง และภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด มี
ไฟฟา ใชจ ากเขอื่ นภมู พิ ลไดพ รอ มกนั เมอ่ื วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๐๗
พ.ศ..๒๕๑๒ใน พ.ศ. ๒๕๑๒ มกี ารรวมการไฟฟา ยนั ฮแี ละการลกิ ไนท หนว ยงานภายใต
กรมชลประทาน ไปรวมกบั การไฟฟา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และจดั ตงั้ เปน องคก ร
ขึ้นใหมในช่ือ การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) มีฐานะเปนรัฐวิสาหกิจ
บริหารงานเปนอิสระจากรัฐบาล มีภารกิจจัดหาเชื้อเพลิงและผลิตไฟฟาสงใหแก
การไฟฟานครหลวงและการไฟฟาสวนภูมิภาค เพื่อจัดจำหนายใหแกประชาชน และ
ผูใชบริการตอไป
๒๑๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
. พ.ศ.๒๕๑๒ขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งที่ ๖ พ.ศ..๒๕๒๕ขนานเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งท่ี
กำลงั ผลติ ๗๐ เมกะวตั ต เขา ระบบ เมอื่ วนั ที่ ๗ กำลังผลิตติดตั้ง ๑๑๕ เมกะวัตต
๑๐ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เขา ระบบกำลงั ไฟฟา เมอ่ื วนั ท่ี ๑๘ ตลุ าคม
พ.ศ. ๒๕๒๕
. พ.ศ.๒๕๑๘
ระบายน้ำผา นประตรู ะบาย
น้ำลน (spillway) ครงั้ แรก (ชว งท่ี ๑
วนั ที่ ๑๔ - ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๘
และ ชวงท่ี ๒ วันที่ ๓๑ ตุลาคม
- ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๘ )
รวมระบายนำ้ ทั้งสิ้น ๑๒๐.๓๗
ลา นลกู บาศกเ มตร
๒๑๕
พ..ศ.๒๕๓๐กฟผ. ไดส รา งสวนนำ้ พระทยั ขน้ึ เนอื่ งในโอกาสที่ . พ.ศ.๒๕๓๕
ขนานเคร่ืองกำเนิดไฟฟา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เครอ่ื งที่ ๑ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ
บรมนาถบพติ ร มพี ระชนมายคุ รบ ๕ รอบ (๖๐ พรรษา) (Renovation) เพม่ิ กำลงั ผลติ เปน ๘๒.๒
เมกะวัตต เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน
. พ.ศ.๒๕๓๔ พ.ศ. ๒๕๓๕
เริ่มการกอสรางและติดต้ัง
เครื่องกำเนิดไฟฟาเคร่ืองท่ี ๘ ซ่ึง . พ.ศ.๒๕๓๖
สามารถสูบนำ้ กลับได และกอสราง ขนานเครื่องกำเนิดไฟฟา
เขอื่ นแมป ง ตอนลา ง ยกระดบั หวั น้ำขน้ึ เครอื่ งที่ ๒ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ
ใหส ามารถสบู นำ้ กลบั ได ซงึ่ อยหู า งจาก (Renovation) กำลังผลิต ๘๒.๒
เขื่อนภูมิพลลงมาทางทายน้ำ ๕ เมกะวตั ต เมอ่ื วนั ท่ี ๓๐ ตลุ าคม พ.ศ.
กโิ ลเมตร อา งเกบ็ นำ้ แมป ง ตอนลา งมี ๒๕๓๖
ความจุ ๔.๙๒ ลา นลกู บาศกเ มตร
. พ.ศ.๒๕๓๘สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเปด
เขอ่ื นแมป ง ตอนลา ง เมอ่ื วนั ท่ี ๒๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
๒๑๖ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
. ขนานเครื่องกำเนิด . พ.ศ.๒๕๓๙กฟผ. สรา งสวนเฉลมิ พระเกยี รตทิ เี่ ขอ่ื น
ไฟฟา เครอ่ื งท่ี ๘ กำลงั ผลติ ๑๗๑ แมปงตอนลาง เพ่ือถวายเปนราชสักการะแด
เมกะวตั ต เขาระบบ เม่ือวันท่ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ บรมนาถบพิตร เน่ืองในโอกาสทรงครองสิริราช
สมบตั ิ ครบ ๕๐ ป
. พ.ศ.๒๕๔๐ . พ.ศ.๒๕๔๓ พ.ศ.๒๕๔๙
ขนานเครื่องกำเนิดไฟฟา ขนานเคร่ืองกำเนิดไฟฟา
.เครอ่ื งที่ ๓ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ เครอื่ งท่ี ๕ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ .มปี รมิ าณนำ้ ไหลเขา อา งเกบ็
(Renovation)กำลงั ผลติ ๘๒.๒เมกะวตั ต .(Renovation) กำลังผลิต ๘๒.๒ น้ำมาก และสามารถกักเก็บนำ้ ได
เมอ่ื วนั ท่ี ๑๕ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๔๐ สงู สดุ เปน ครงั้ ทสี่ ามของเขอ่ื นภมู พิ ล
เมกะวัตต เม่ือวันที่ ๑๙ มกราคม แตสามารถบริหารจัดการน้ำไดโดย
ขนานเคร่ืองกำเนิดไฟฟา พ.ศ. ๒๕๔๓ ไมตองมีการเปดประตูระบายนำ้ ลน
เครอ่ื งท่ี ๔ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ ทำใหผ ลติ ไฟฟา ไดอ ยา งเตม็ ทใี่ นชว ง
ขนานเคร่ืองกำเนิดไฟฟา ปลายป พ.ศ. ๒๕๔๙
(Renovation) กำลังผลิต ๘๒.๒ เครอื่ งท่ี ๖ ภายหลงั จากการปรบั ปรงุ
เมกะวัตต เม่ือวันท่ี ๒๙ สิงหาคม (Renovation)กำลงั ผลติ ๘๒.๒เมกะวตั ต
พ.ศ. ๒๕๔๐ เมอ่ื วนั ท่ี ๖ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๔๓
. พ.ศ.๒๕๔๕ระบายน้ำผา นประตรู ะบายน้ำลน (spillway) ครงั้ ท่ี ๒ วนั ท่ี ๔ - ๙
พฤศจกิ ายน ๒๕๔๕ รวมระบายน้ำทงั้ สนิ้ ๑๙๕.๑๒ ลา นลกู บาศกเ มตร
๒๑๗
. พ.ศ.๒๕๕๔
ระบายน้ำผานประตูระบายนำ้ ลน
(spillway) ครงั้ ทส่ื าม ระหวา งวนั ที่ ๕ - ๑๓
และ วนั ที่ ๑๘ - ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๔ รวมเปน
ปรมิ าณน้ำ ๓๔๒.๔๘ ลา นลกู บาศกเ มตร
. พ.ศ.๒๕๕๗พฒั นา "หาดหวั หนิ " ใหเ ปน แหลง พกั ผอ น
หยอนใจของผูคนในพ้ืนที่ โดยการปรับปรุงพ้ืนที่
รมิ ฝง แมน ้ำปง ในพนื้ ทเ่ี ขอ่ื นภมู พิ ลใหเ ปน หาดทราย
และเปด ใหผ คู นเขา มาพกั ผอ นหยอ นใจ
. พฒั นาตลาดเขอื่ นภมู พิ ล หรอื ทช่ี าวเขอ่ื น
รจู กั ในชอ่ื "ตลาดสายหยดุ " มาเปน ตลาด ๕๐ ป
เมืองสามเงา เพื่อใหเปนแหลงจับจายซ้ือขาย
ของชาวเขื่อนคนอำเภอสามเงา และตอนรับ
นกั ทอ งเทยี่ วทเ่ี ดนิ ทางมาเทย่ี วเขอื่ น
๒๑๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
จาก ๕๐ กวา ป แหง การสรา งสรรคค ณุ ประโยชน ของ "เขอื่ นภมู พิ ล" โดยสามารถผลติ ไฟฟา ได ๖๔,๕๘๐ ลา นหนว ย
สามารถชดเชยการนำเขา น้ำมนั เตาได ๑๕,๔๗๐ ลา นลติ ร คดิ เปน มลู คา ทป่ี ระหยดั ได ๓๔๒,๔๒๐ ลา นบาท และสามารถ
ระบายน้ำเขา สรู ะบบชลประทานเจา พระยาใหญ ประมาณ ๒๗๐,๙๕๐ ลา น ลบ.ม. หลอ เลย้ี งพน้ื ทเ่ี กษตร ๑๐ ลา นไร
และเกษตรกรทำนาไดป ล ะ ๒ - ๓ ครงั้ ตลอดจนมนี กั ทอ งเทยี่ วมาชมเขอื่ นมากกวา ๒๗ ลา นคน
(ขอ มลู ณ วนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๗, การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย)
๒๑๙
๔ คณุ ปู การ
ขอขอบคุณ วิสัยทัศนของทานผูนำประเทศในการพัฒนาพลังงานไฟฟาราคาถูก
เพ่ือพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ผูสนับสนุนอยางย่ิงยวด ทำใหการดำเนินงาน
โครงการเขอ่ื นภมู พิ ล บรรลตุ ามเปา หมาย
ขอขอบคุณ ความเสียสละของราษฎร
ตำบลบานนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม และอำเภอล้ี
จงั หวดั ลำพนู กวา ๕,๐๐๐ ครอบครวั ทอ่ี าศยั
และทำมาหากิน อยูในพ้ืนที่อางเก็บนำ้ ของ
เขอ่ื นภมู พิ ล
ขอขอบคุณ ความทุมเท ความมุงมั่น และความสามัคคี
ทำใหการวางแผนงานและการกอสรางเขื่อนภูมิพล เปนจริง
ตามฝน แมในขณะนั้นประเทศจะมีขอจำกัดมากมายทั้งดาน
วชิ าการ กำลงั คน และกำลงั เงนิ
ขอขอบคุณ ในการสานตอปณิธานของผูบุกเบิก
เขื่อนภูมิพล และพัฒนาเขื่อนภูมิพลใหรุงโรจนเปน
"เขอ่ื นภมู พิ ลในวนั น"้ี
๒๒๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
บรรณานุกรม
๑. กรมชลประทาน . ทรี่ ะลกึ ในการเปด เขอื่ นเจา พระยา ๗ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๐๐ : กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตร , ๒๕๐๐
๒. กรมชลประทาน . ท่ีระลึกในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปด "เขื่อนภูมิพล"
๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗ : กรมชลประทาน กระทรวงพฒั นาการแหง ชาติ , ๒๕๐๗
๓. สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทาน . อนสุ รณใ นงานพระราชทานเพลงิ ศพ ม.ล.ชชู าติ กำภู
๑๖ ธนั วาคม ๒๕๑๒ . กรงุ เทพมหานคร : สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทาน , ๒๕๑๒
๔. สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทาน . การกอ สรา งเขอื่ นใหญ (เขอื่ นภมู พิ ล) จดั พมิ พจ ากวทิ ยา
นพิ นธข องนายแสวง พลู สขุ อธบิ ดกี รมชลประทาน และนายกสมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทาน
: สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทาน , มกราคม ๒๕๑๘
๕. มลู นธิ ิ ม.ล.ชชู าติ กำภู และสมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมชลประทานในพระบรมราชปู ถมั ภ. ศรทั ธา
แหง ชวี ติ ม.ล.ชชู าติ กำภู จดั พมิ พเ ปน ทรี่ ะลกึ ในงานครบรอบ ๑๐๐ ป ชาตกาล ม.ล.ชชู าติ กำภู
วนั ที่ ๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ , บรษิ ทั บมู คลั เลอรไ ลน จำกดั
๖. สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรมศาสตรแ ละคณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร. ศรทั ธา
แหง ชวี ติ ม.ล.ชชู าติ กำภู จดั พมิ พเ ปน ทร่ี ะลกึ ในโอกาสเปด อนสุ าวรยี ม.ล.ชชู าติ กำภู ผใู หก ำเนดิ
คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร วนั ท่ี ๑ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๕๓ , สำนกั พมิ พ
ฟส กิ สเ ซน็ เตอร
๗. บญุ ชอบ กาญจนลกั ษณ . "อทุ กวทิ ยากบั เขอ่ื นใหญ" วารสารอทุ กวทิ ยา ๔๘ ป พ.ศ.๒๕๓๘
๘. กรมชลประทาน . "๖ ทศวรรษ อทุ กวทิ ยา" จดั พมิ พใ น ๖๐ ป อทุ กวทิ ยา กรมชลประทาน : สำนกั
อทุ กวทิ ยาและบรหิ ารน้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ , กนั ยายน ๒๕๕๐
๙. ชยั วฒั น ปรชี าวทิ ย . ตำนานเขอ่ื นภมู พิ ล : อา งองิ จาก https://www.facebook.com/pages/
Chaiwats-Page , ๒๕๕๗
๒๒๑
๑๐. การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย . ที่ระลึกเนื่องในพิธีขนานเคร่ืองกำเนิดไฟฟา โครงการ
โรงไฟฟาพลังน้ำเขื่อนภูมิพล เคร่ืองที่ ๘ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๓๙ : ฝายกอสรางพลังน้ำ
การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย , ๒๕๓๙
๑๑. การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย . ๕๐ ป เขื่อนภูมิพล ก่ึงศตวรรษแหงสายน้ำพระทัย
ไฟฟา กา วไกล ชมุ ชนพฒั นา : การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย , ๒๕๕๗
๑๒. รฐั พล ศรวี ลิ าส . ๕๐ ป เขอื่ นภมู พิ ล โอง นำ้ มหมึ า สแู สงสวา งแรกแหง การสรา งไทย , Advanced
Thailand Geographic ปท ่ี ๒๐ ฉบบั ท่ี ๑๔๔ พ.ศ. ๒๕๕๗ : สำนกั พมิ พพ ยญั ชนะ , ๒๕๕๗
๑๓. ชลู ติ วชั รสนิ ธุ . ๕๐ ป เขอ่ื นภมู พิ ล ระลกึ ถงึ ม.ล.ชชู าติ กำภู ปชู นยี บคุ คล งานวศิ วกรรมไทย ,
วารสารสมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย ปท ี่ ๗ ฉบบั ท่ี ๑-๒๕๕๘
๑๔. U.S. Bureau of Reclamation . Report on Yanhee Project , Thailand for Power ,
Irrigation , Flood Control & Navigation , Volume II (Appendix I Inflow Design
Flood , Appendix II Engineering Geology , Appendix III Transmission System
Investigations), Prepared at the Request of the Royal Irrigation Department of
Thailand by United States Department of the Interior, Bureau of Reclamation,
December 1955
๑๕. Royal Irrigation Department . Achievements of the Late M.L.Xujati Kambhu ,
published by Royal Irrigation Department in His Memory on the Occasion of the
Lighting of the Funeral Pyre by His Majesty The King at Wat Debsirindravas on
Tuesday the 16th December 1969
๑๖. Brown & Root - Utah . 1,000,000 Cubic Yards at Yanhee, Prepared by Brown &
Root - Utah, Contractor for the Yanhee Project, Commemorating the Placing of the
1,000,000 Cubic Yards of Concrete for the Yanhee Project on July 17 , 1962
๒๒๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้
คณะทำงานจดั ทำหนงั สอื "เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"ี้
คณะทำงานจดั ทำหนงั สอื จากสมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย
๑. นายปราโมทย ไมกลัด ที่ปรึกษา
๒. ม.ล.ชนะพันธุ กฤดากร ท่ีปรึกษา
๓. ดร.บุณยก วรรธนะภูติ ที่ปรึกษา
๔. ดร.วีระพล แตสมบัติ ประธานคณะทำงาน
๕. ดร.ย่ิงปลิว ศุภกิตติวงศ รองประธานคณะทำงาน
๖. นางนพคุณ โสมสนิ คณะทำงาน
๗. นางศรีสุพร ศรีสุภาพ คณะทำงาน
๘. ดร.วจี รามณรงค คณะทำงาน คณะผูรวมจดั ทำหนังสอื
๙. นายชูลิต วัชรสินธุ คณะทำงาน
๑๐. นายชัยยะ พง่ึ โพธส์ิ ภ คณะทำงาน ๑. นายธนรชั ต ภมุ มะกสกิ ร
๑๑. ดร.วัชระ เสือดี คณะทำงาน ๒. นายชยั วฒั น ปรชี าวทิ ย
๓. นายปรชี า เศขรฤทธ์ิ
๑๒. ดร.เกษม ปนทอง คณะทำงานและเลขานุการ ๔. นายประสิทธิ์ ผลวไิ ล
คณะทำงานจดั ทำหนงั สอื จากการไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย ท่ีปรึกษา
ประธานคณะทำงาน
๑. นายวีระวัฒน ชลายน รองประธานคณะทำงาน
๒. ผูชวยผูวาการโรงไฟฟาพลังน้ำ คณะทำงาน
๓. ผูอำนวยการเขื่อนภูมิพล คณะทำงาน
๔. ผูแทนสายงานรองผูวาการบัญชีและการเงิน คณะทำงาน
๕. ผูแทนฝายบำรุงรักษาโยธา คณะทำงาน
๖. ผูแทนฝายกอสรางพลังนำ้ คณะทำงาน
๗. ผูแทนฝายชุมชนสัมพันธโครงการ คณะทำงานและเลขานุการ
๘. ผูแทนฝายส่ือสารองคการ คณะทำงานและผูชวยเลขานุการ
๙. วิศวกรระดับ ๑๑ ผูชวยผูวาโรงไฟฟาพลังน้ำ
๑๐. นางสาวนำ้ ผึ้ง แกวสนธิ
นกั วทิ ยาศาสตร ระดบั ๙ กองบรหิ ารการผลติ ฝา ยประสทิ ธภิ าพการผลติ
๒๒๓
"เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"้ี
กิติกรรมประกาศ
ขอบคณุ ผทู ใ่ี หส มั ภาษณแ ละผทู ใ่ี หข อ มลู และรปู ภาพทเ่ี ปน ประโยชน
ในการจดั ทำหนงั สอื เลม นที้ กุ ทา น
สมาคมนกั อทุ กวทิ ยาไทย กรมชลประทาน การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย สมาคมศษิ ยเ กา วศิ วกรรม
ชลประทานในพระบรมราชปู ถมั ภ และการประปานครหลวง จดั พมิ พเ ปน ทรี่ ะลกึ "เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น"้ี
เพื่อบันทึกประวัติการกอสรางเข่ือนภูมิพลและพัฒนาเข่ือนภูมิพลจนถึงวันน้ี เพ่ือใหอนุชนไดศึกษา เรียนรู
พรอ มทงั้ เชดิ ชเู กยี รตบิ คุ คลทเี่ กยี่ วขอ ง เพอ่ื เปน บคุ คลตวั อยา งของประเทศ อกี ทงั้ ใหส าธารณชนไดร บั ทราบถงึ
ความสำคญั คณุ คา และคณุ ประโยชนข องเขอื่ นทม่ี อี ยา งมากมาย
จดั ทำตน ฉบบั นติ ยสารสารคดี บรษิ ทั วริ ยิ ะธรุ กจิ จำกดั
จัดรูปเลม นายบญุ ชยั มงคลรตั นกร
นายวษิ ณุ ตรวี ชิ ยั
พมิ พท ี่ บรษิ ทั บมู สเตชนั่ จำกดั
โทร. ๐๘๑ - ๓๓๑ - ๓๑๓๑
๒๒๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้