The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้ โดย สมาคมนักอุทกวิทยาไทย กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประปานครหลวง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้

เขื่อนภูมิพล : กว่าจะเป็นวันนี้ โดย สมาคมนักอุทกวิทยาไทย กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประปานครหลวง

Keywords: เขื่อนภูมิพล,นักอุทกวิทยาไทย,การไฟฟ้าฝ่ายผลิต,การประปานครหลวง,ชลประทาน

"ไฟฟา พลงั นำ้ "

กับพัฒนาการกจิ การไฟฟาประเทศไทย

ศักราชใหม

สงิ่ ทตี่ ามมาหลงั จากมเี ขอื่ นภมู พิ ลคอื การวางรากฐานโครงสรา งระบบ
พลงั งานของประเทศครง้ั ใหญ ทง้ั นเ้ี งอ่ื นไขหนงึ่ ของการกเู งนิ จากธนาคารโลก
(World Bank) คอื วางระบบบรหิ ารเขอื่ นใหม กี ำไร ซงึ่ หมายถงึ การกอ ตง้ั
หนว ยงานใหมข น้ึ มาดแู ลกจิ การของเขอื่ นโดยเฉพาะ

การไฟฟา ยนั ฮี (กฟย.) คอื หนว ยงานทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามเงอื่ นไขดงั กลา ว

ภารกิจของ กฟย. ระยะแรก คือจายกระแสไฟฟาที่ผลิตไดจากเขื่อน
ภูมิพลใหแกจังหวัดตาง ๆ ในภาคกลางและภาคเหนือ โดยในชวงที่เขื่อน
ภูมิพลเริ่มผลิตไฟฟานั้น กำลังการผลิตของเข่ือนสามารถเสริมความมั่นคง
ดานพลังงานไดมากเพียงใด ดูไดจากกำลังการผลิตไฟฟาท่ีคำนวณเมื่อ
ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟาครบตามจำนวน ๘ เคร่ืองที่วางแผนไวเทากับ
๕๖๐,๐๐๐ กโิ ลวตั ต หรอื คดิ เปน พลงั งานไฟฟา ไดถ งึ ๒,๒๓๐ ลา นกโิ ลวตั ต
- ชวั่ โมงตอ ป ขณะทกี่ รงุ เทพฯ และธนบรุ ใี นขณะนนั้ ใชพ ลงั งานไฟฟา เพียง
๓๕๐ ลา นกโิ ลวตั ต - ชว่ั โมง

๑๔๙

ผลติ ไฟฟา ดว ยไมฟ น
ถา นหนิ แกลบ และนำ้ มนั

รจู กั กนั ในนาม

"โรงไฟฟา วดั เลยี บ"

โครงขา ยสายสง ไฟฟา ทเี่ กดิ ขนึ้ จากการสรา งเขอ่ื นภมู พิ ลและหนว ยผลติ ไฟฟา อนื่ ๆ ในชว งนี้ ยงั เปน จดุ เรม่ิ ตน
ของการวางโครงขา ยสายไฟฟา ระดบั ชาติ (National Grid) โดยเรมิ่ จากสายไฟฟา แรงสงู ยาวกวา ๒,๘๐๐ กโิ ลเมตร
สง ไฟฟา ระหวา งตวั เขอ่ื นภมู พิ ลกบั จงั หวดั ในภาคเหนอื และภาคกลาง

มขี อ มลู วา ปแ รกทเี่ ขอ่ื นภมู พิ ลเรม่ิ จา ยไฟ การไฟฟา ยนั ฮแี ละการไฟฟา นครหลวง ลดราคาคา ไฟฟา ใหป ระชาชน
ไดร าวรอ ยละ ๘ ชดเชยคา ไฟฟา จากการใชเ ชอื้ เพลงิ ประเภทอนื่ ไดป ล ะ ๕๐๐ ลา นบาท โดยปแ รกเขอ่ื นภมู พิ ลสง
ไฟฟา เขา ระบบไดท งั้ หมด ๑.๔ แสนกโิ ลวตั ต สามารถจา ยไฟฟา ใหก บั ๑๗ จงั หวดั ทว่ั ประเทศอยา งสมำ่ เสมอ

เขอ่ื นภมู พิ ล ถอื เปน การเปด ศกั ราชใหมข อง "การผลติ ไฟฟา พลงั นำ้ " ของประเทศ ดว ยกอ นหนา นที้ รพั ยากร
ทถี่ กู นำมาผลติ พลงั งานไฟฟา ในประเทศ สว นมากมาจากเชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ เชน น้ำมนั เตา ถา นหนิ ฯลฯ ยงิ่ ถา ยอ น
กลบั ไป จะพบวา กจิ การดา นไฟฟา ของประเทศไทยนนั้ มากา วกระโดดในยคุ ของเขอ่ื นภมู พิ ลนเี้ อง

๑๕๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

ยอ นรอยกจิ การไฟฟา

เรมิ่ ตง้ั แตม กี ารนำเขา เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา สองเครอื่ งจากองั กฤษมาจา ยกระแสไฟฟา ใหก บั
พระท่ีน่ังจักรีมหาปราสาท เม่ือวันท่ี ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๒๗ ซ่ึงเปนวันเฉลิม
พระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๕ อยางไรก็ตาม
พนื้ ทสี่ ว นมากในพระนครยงั คงตกอยใู นความมดื มดิ

พ.ศ. ๒๔๔๐ จงึ มผี กู อ ตงั้ บรษิ ทั ผลติ ไฟฟา ขน้ึ โดยหลวงพนิ จิ จกั รภณั ฑ (แฉลม ) รว มกบั
ชาวอเมรกิ นั กอ ตงั้ บรษิ ทั The Bangkok Electric Light Syndicate ผลติ และจำหนา ยไฟฟา
ในเขตพระนคร ตอ มาโอนกจิ การบรษิ ทั ใหก บั ออ ก เวสเตนโฮลซ (Mr. Aage Westenholz)
ชาวเดน็ มารก ผบู รหิ าร บรษิ ทั ไฟฟา สยาม จำกดั (The Siam Electricity Co., Ltd.) ซงึ่ มี
ทท่ี ำการบนทด่ี นิ วดั ราชบรู ณะราชวรวหิ าร (วดั เลยี บ) ผลติ ไฟฟา ไมฟ น ถา นหนิ แกลบ และ
น้ำมนั รจู กั กนั ในนาม "โรงไฟฟา วดั เลยี บ"

ตอ มาใน พ.ศ. ๒๔๕๕ รชั กาลท่ี ๖ โปรดเกลา ฯ ใหส รา งกจิ การประปาและไฟฟา จงึ มี
การกอ สรา ง "โรงไฟฟา สามเสน" ประกอบกจิ การผลติ ไฟฟา ในนาม "การไฟฟา หลวงสามเสน"
ตอมาคือกองไฟฟาหลวงสามเสน ในเวลานั้นพระนครจึงมีโรงไฟฟาสองแหงนี้แบงพื้นท่ี
รบั ผดิ ชอบจา ยกระแสไฟฟา คอื โรงไฟฟา วดั เลยี บรบั ผดิ ชอบ จา ยกระแสไฟฟา ใหพ นื้ ทพี่ ระนคร
บรเิ วณใตค ลองบางลำภู คลองบางกอกนอ ยลงไป สว นทางเหนอื ของคลองขน้ึ ไป เปน ความ
รบั ผดิ ชอบของกองไฟฟา หลวงสามเสน

สว นกจิ การไฟฟา นอกพระนคร มกี ารตง้ั "แผนกไฟฟา " ภายใตก ระทรวงมหาดไทย สำรวจ
และสรางโรงไฟฟาตามพื้นที่ท่ีเห็นสมควร โดยรัฐบาลใหสัมปทานกับเอกชน และบางแหง
มอบใหส ขุ าภบิ าลจดั ซอ้ื เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา มาดำเนนิ การจา ยไฟฟา เอง

๑๕๑

I โรงไฟฟา สามเสนถอื กำเนดิ ขน้ึ จากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฏุ เกลา เจา อยหู วั รชั กาลที่ ๖ I โรงไฟฟา ภายใตก ารดำเนนิ การของบรษิ ทั ไฟฟา ไทยคอรป อเรชนั่ จำกดั
โปรดเกลา ให เจา พระยายมราช (ปน สขุ มุ ) เสนาบดกี ระทรวงนครบาล มที ที่ ำการและโรงจกั รอยวู ดั ราชบรู ณะ (วดั เลยี บ)
และผบู งั คบั บญั ชากรมสขุ าภบิ าลในเวลานน้ั ดำเนนิ การจดั สรา งใน พ.ศ. ๒๔๕๖ ซง่ึ ปจ จบุ นั เปน ทท่ี ำการของการไฟฟา นครหลวง (วดั เลยี บ)
และเรม่ิ จำหนา ยกระแสไฟฟา ใน พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยใชช อ่ื วา "การไฟฟา หลวงสามเสน"
กอ นจะเปลย่ี นชอื่ เปน "กองไฟฟา หลวงสามเสน" ในเวลาตอ มา

I สนยั นน้ั คนกรงุ เทพใชไ ฟจากทนี่ .่ี ..
โรงไฟฟาวัดเลียบ

๑๕๒ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

I โรงไฟฟา ไอนำ้ พระนครเหนอื ทบ่ี างกรวย
จงั หวดั นนทบรุ ี กรมชลประทานเปน ผวู างแผน
และชว ยดแู ลกอ สรา งใหจ นเสรจ็

I โรงไฟฟา แมเ มาะ จงั หวดั ลำปาง

๑๕๓

กิจการไฟฟาของไทยพัฒนาไปในลักษณะน้ีจนหลังการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕
การจา ยกระแสไฟฟา ครอบคลมุ ตามหวั เมอื งสำคญั มากขนึ้ เชน ปราจนี บรุ ี ภเู กต็ นครนายก ชลบรุ ี จนั ทบรุ ี
เชยี งใหม กอ นทใ่ี น พ.ศ. ๒๔๗๗ แผนกไฟฟา กระทรวงมหาดไทย จะไดร บั การยกฐานะเปน "กองไฟฟา "
สงั กดั กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย

จนถงึ ชว งสงครามโลกครงั้ ที่ ๒ โรงไฟฟา ในทต่ี า งๆ ถกู เครอ่ื งบนิ ฝา ยสมั พนั ธมติ รทงิ้ ระเบดิ ทำลายจนได
รับความเสียหาย มีเพียงโรงไฟฟาวัดเลียบเทานั้นที่กูระบบกลับมาจายไฟฟาไดอีกครั้งหลังปดไปสองเดือน
เม่ือสงครามจบ ปญหาท่ีตามมาคอื การขาดแคลนกระแสไฟฟา ทำใหรัฐบาลหลังสงครามตองมอบหมายให
กรมชลประทานเรมิ่ สำรวจความเปน ไปไดใ นการผลติ ไฟฟา จากพลงั นำ้ และมอบใหก รมทรพั ยากรธรณสี ำรวจ
ทรพั ยากรถา นหนิ ซง่ึ มศี กั ยภาพทำเปน เชอ้ื เพลงิ ผลติ ไฟฟา

ในพระนคร โรงไฟฟา วดั เลยี บหมดอายสุ มั ปทาน รฐั บาลจงึ กอ ตง้ั "การไฟฟา กรงุ เทพฯ" เพอื่ ดำเนนิ กจิ การ
ผลติ ไฟฟา ปอ นชาวพระนครตอ และตง้ั "คณะกรรมการพจิ ารณาสรา งโรงไฟฟา ทว่ั ราชอาณาจกั ร" ขน้ึ มา
ทำหนาที่กำหนดนโยบายการจัดหาพลังงานของประเทศ จนกระท่ังเกิดโครงการเข่ือนยันฮีท่ีรัฐบาลไทย
ตองกูเงินจากธนาคารโลกมาดำเนินโครงการ

เมอื่ เรม่ิ กอ สรา งเขอ่ื นภมู พิ ลทอ่ี ำเภอสามเงา จงั หวดั ตาก ผลทตี่ ามมาคอื ในพน้ื ทก่ี อ สรา งเกดิ ความตอ งการ
กระแสไฟฟาเพื่อนำไปใชกับเคร่ืองจักรหนักจำนวนมาก จึงเกิดกิจการตอเน่ืองข้ึนคือ "การลิกไนต" (กลน.)
ทท่ี ำหนา ทผ่ี ลติ ไฟฟา จากถา นหนิ ซง่ึ คน พบแหลง ขนาดใหญท อี่ ำเภอแมเ มาะ จงั หวดั ลำปาง

"โรงจกั รแมเ มาะ" โรงไฟฟา ถา นหนิ กำลงั ผลติ ๑๓ เมกะวตั ต สรา งขน้ึ ทลี่ ำปางใน พ.ศ. ๒๕๐๓ จากนนั้ มี
การสรา งสายสง ไฟฟา ขนาด ๖๙ กโิ ลโวลต (KV) เขา สตู วั จงั หวดั ถอื เปน สายไฟฟา แรงดนั สงู สายแรกของประเทศ
ไทย สายไฟฟา นวี้ างไปยงั จงั หวดั ตากเชอื่ มถงึ หวั งานเขอ่ื นภมู พิ ล ทง้ั ยงั วางสายไปจนถงึ จงั หวดั ลำพนู และจงั หวดั
เชยี งใหม

เมื่อมีการจายกระแสไฟอยางเปนเร่ืองเปนราวในพื้นท่ีตางจังหวัดเชนน้ี จึงตองกอตั้ง "องคการไฟฟา
สว นภมู ภิ าค" (ตอ มาคอื "การไฟฟา สว นภมู ภิ าค"-กฟภ.) ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ เพอื่ รบั ผดิ ชอบหนา ทจ่ี า ยไฟฟา
ใหป ระชาชนในพนื้ ทนี่ อกเขตการไฟฟา นครหลวง (กฟน.) ซงึ่ กอ ตง้ั ใน พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยการไฟฟา นครหลวงขณะนน้ั
เปน การรวมกจิ การของ กองไฟฟา หลวงสามเสนและการไฟฟา กรงุ เทพฯ เขา ดว ยกนั

๑๕๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

กิจการตอเนื่องอีกกิจการหน่ึงคือ "การไฟฟาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" (กฟอน.) ท่ีกอต้ังใน
พ.ศ. ๒๕๐๕ เพอื่ ทำหนา ทก่ี อ สรา งโรงไฟฟา พลงั นำ้ และจา ยไฟฟา ใหจ งั หวดั ในภาคอสี าน โดยมกี ารสรา ง
เขอื่ นอบุ ลรตั น จงั หวดั ขอนแกน และเขอื่ นนำ้ พงุ จงั หวดั สกลนคร ในภาคใตก อ ตง้ั "การลกิ ไนต" (กลน.)
ทเ่ี ปด เหมอื งถา นหนิ ลกิ ไนตท จี่ งั หวดั กระบ่ี และกอ สรา งโรงไฟฟา ถา นหนิ จนสามารถเดนิ เครอื่ งจา ยไฟฟา
ไดใ น พ.ศ. ๒๕๐๗ เชอ่ื มสายสง จากกระบไ่ี ปยงั ๗ จงั หวดั ในภาคใต (ยตุ กิ ารทำงานเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๘)

นอกจากน้ียังมี "การพลังงานแหงชาติ" ท่ีกอต้ังขึ้นเพ่ือรับผิดชอบการกอสรางโรงไฟฟาพลังนำ้
ขนาดเลก็ โดยเฉพาะอกี หนว ยงานหนง่ึ

การสรา งเขอื่ นภมู พิ ลจงึ เปรยี บเสมอื นจดุ เรม่ิ ตน ของการพฒั นากจิ การไฟฟา ทนี่ ำมาซงึ่ การพฒั นาใน
ดา นตา ง ๆ อยา งตอ เนอ่ื ง ทง้ั การพฒั นาบคุ ลากร เทคโนโลยี รวมไปถงึ การพฒั นาองคก รและการบรหิ าร
ทที่ ำใหส งั คมไทยเจรญิ ขนึ้ อยา งทไี่ มเ คยมมี ากอ น

๑๕๕

จากการไฟฟา ยนั ฮถี งึ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย

"การไฟฟา ยนั ฮ"ี นอกจากรบั ผดิ ชอบการดแู ลเขอื่ นภมู พิ ลแลว ตอ มายงั รบั ผดิ ชอบ
กอ สรา งและบรหิ ารโรงไฟฟา พลงั ความรอ น (ไอนำ้ ) กำลงั ผลติ ๗๕ เมกะวตั ต ทอี่ ำเภอ
บางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี ทรี่ จู กั กนั ในชอื่ "โรงไฟฟา พระนครเหนอื " เพอ่ื ทำหนา ท่ี
ประกันความม่ันคงเร่ืองไฟฟายามเข่ือนภูมิพลมีปญหา โดยโรงไฟฟาพระนครเหนือ
เปน โรงไฟฟา พลงั ไอนำ้ ผลติ ไฟฟา ได ๒.๒๕ แสนกโิ ลวตั ต เรม่ิ จา ยไฟในเดอื นมนี าคม
พ.ศ. ๒๕๐๔

การทำงานของโรงไฟฟาพลังน้ำที่เขื่อนภูมิพลกับโรงไฟฟาพระนครเหนือนั้น
สง ผลกบั เมอื งหลวงเพยี งใด คณุ หญงิ ชชั นี จาตกิ วณชิ ภรยิ านายเกษม จาตกิ วณชิ
อดตี ผวู า การ กฟผ. (พ.ศ. ๒๕๑๒ - พ.ศ. ๒๕๓๖) ซงึ่ เคยเปน อดตี ผวู า การไฟฟา ยนั ฮี
คนที่ ๒ เคยทำงานทเ่ี ขอ่ื นภมู พิ ลและดแู ลโรงไฟฟา พระนครเหนอื เลา วา กระแสไฟฟา
จากสองทน่ี จ้ี ะมลี กั ษณะเฉพาะเวลาเกดิ ขดั ขอ ง

"สมยั กอ นไฟดบั บอ ย จงึ มกี ารตดิ ตามงานอยา งตอ เนอ่ื ง...คณุ เกษม
บอกฉนั วา ถา ไฟฟา ดบั พรบึ แสดงวา เกดิ จากระบบผลติ ไฟฟา ของการไฟฟา
ยนั ฮที บี่ างกรวย แตถ า กะพรบิ ๆ กอ นดบั นน้ั มาจากระบบการไฟฟา สว น
ภมู ภิ าค(รวมเขอ่ื นภมู พิ ล) ทกุ ครง้ั ทไี่ ฟดบั ทกุ คนจะตอ งไปชว ยกนั ทห่ี นา งาน
กลางคนื บางคนยงั นงุ กางเกงแพรไปทโี่ รงไฟฟา บางกรวยเพราะรบี ดว น
ใสก างเกงสวมทบั กางเกงแพรไปกม็ ี การไปทำงานกนั ทโ่ี รงไฟฟา สมยั นนั้
ตอ งนำขา วใสป น โตไปกนิ เพราะเมอื่ กอ นทนี่ น่ั ไมม อี ะไรขาย"

คำอธบิ ายนแ้ี สดงใหเ หน็ ชดั เจนวา ระบบพลงั งานไฟฟา ของสองโรงไฟฟา สมั พนั ธก นั
อยา งเหน็ ไดช ดั และถอื วา เปน ยคุ ทคี่ วามมนั่ คงทางดา นพลงั งานของประเทศนน้ั สว นหนง่ึ
ฝากเอาไวกับโรงไฟฟาพลังน้ำ

๑๕๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

การไฟฟายันฮี ยังขยายขอบเขตไปรับผิดชอบโรงไฟฟาประจำเข่ือนอ่ืน ๆ
เชน เขอ่ื นแมง ดั สมบรู ณช ล จงั หวดั เชยี งใหม ทผ่ี ลติ ไฟฟา ได ๙ เมกะวตั ต โดยได
ทดลองตดิ ตง้ั เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ขนาดเลก็ เพอ่ื ใชน ำ้ ทถี่ กู ระบายโดยเปลา ประโยชน
บางสว นมาผลติ ไฟฟา นอกเหนอื จากน้ำทไ่ี หลผา นกงั หนั กำเนดิ ไฟฟา ๒ เครอื่ งเดมิ
ทำใหไ ดก ำลงั ผลติ ทงั้ หมด ๔๐๐ กโิ ลวตั ต ไดไ ฟฟา ปล ะลา นหนว ย นอกจากนยี้ งั ตดิ
ตงั้ ระบบควบคมุ ระยะไกลโดยความรว มมอื จาก HEPCO ผผู ลติ ไฟฟา จากญป่ี นุ ที่
เขอ่ื นแมง ดั และโรงไฟฟา บา นขนุ กลาง โรงไฟฟา บา นยาง เพอื่ ใหท ำงานสอดคลอ ง
ประสานกนั อยา งเหมาะสม

โรงไฟฟาบานยาง จังหวัดเชียงใหม เปนโรงไฟฟาขนาดเล็กตามแนว ใน พ.ศ. ๒๕๑๒
พระราชดำรแิ หง แรกของไทย ตดิ ตงั้ เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ๑๒.๕ กโิ ลวตั ต ๑ เครอื่ ง มกี ารรวมการไฟฟา ยนั ฮี
จา ยไฟใหโ รงงานหลวงที่ ๑ (ฝาง) และประชาชนทอ่ี ยใู กลเ คยี ง (ตอ มาโรงไฟฟา
แหงน้ี เสียหายจากพายุชางสารใน พ.ศ. ๒๕๔๙ กฟผ. จึงปรับปรุงโรงไฟฟานี้ และการลกิ ไนต
เปนพิพิธภัณฑมีชีวิต คือเดินเคร่ืองจายกระแสไฟฟาและนำเสนอนิทรรศการใน หนว ยงานภายใต
โรงไฟฟา ไปพรอ มกนั )
กรมชลประทาน
ใน พ.ศ. ๒๕๑๒ มกี ารรวมการไฟฟา ยนั ฮแี ละการลกิ ไนต หนว ยงานภายใต
กรมชลประทาน ไปรวมกบั การไฟฟา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และจดั ตง้ั เปน องคก ร
ขน้ึ ใหมใ นชอื่ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.) มฐี านะเปน รฐั วสิ าหกจิ
บรหิ ารงานเปน อสิ ระจากรฐั บาล มภี ารกจิ จดั หาเชอ้ื เพลงิ และผลติ ไฟฟา

ในชว งท่ี กฟผ. ถอื กำเนดิ นเี้ องทเ่ี ขอ่ื นภมู พิ ลตดิ ตงั้ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา ตวั ท่ี ๖

ไปรวมกับการไฟฟาภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ
จัดตั้งเปนองคกรข้ึนใหมในชื่อ

การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.)

๑๕๗

ความเปลย่ี นแปลง

คณุ วรี ะวฒั น ชลายน อดตี ผวู า การการไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย คนที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๔๐ - พ.ศ. ๒๕๔๓
เลา วา การทำงานในชว งทศวรรษแรก ๆ ของบคุ ลากรทดี่ แู ลเขอื่ นภมู พิ ลนนั้ นา สนใจ ดว ยเปน เครอื่ ง
กำเนดิ ไฟฟา พลงั นำ้ ขนาด ๗๐ เมกะวตั ต ซง่ึ ใหญท ส่ี ดุ เทา ทม่ี ใี นยคุ นนั้

"ตวั กงั หนั ผลติ ไฟฟา ซอื้ จากญป่ี นุ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา ซอ้ื จากเยอรมนี การดแู ลเครอ่ื ง
เหลา นเี้ ปน การทำงานแบบ on the job training คอื ปฏบิ ตั งิ านพรอ มเรยี นรไู ปดว ย"

นน่ั หมายถงึ บคุ ลากร กฟผ. ตอ งลองผดิ ลองถกู หาประสบการณด ว ยตวั เองในสนามการทำงานจรงิ
นอกเหนือจาก กฟผ. ท่ีมีเขื่อนภูมิพลเปนเรือธงในการผลิตไฟฟา การผลิตไฟฟาในพื้นที่อ่ืน ๆ
ท้ังประเทศมีการใหสัมปทานผลิตไฟฟากับผูผลิตเอกชนอยู ๗๐ ราย สวน กฟภ. มีโรงไฟฟาท่ีใช
เชอื้ เพลงิ น้ำมนั ดเี ซลขนาดเลก็ ภายใตก ารดแู ลราว ๓๕๐ แหง ทว่ั ประเทศ
ตอมา กฟผ. ยังติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟากังหันแกสเพิ่มเติมที่บางกะป บางกอกนอย (กรุงเทพฯ)
และพระนครใต (สมุทรปราการ) แตดวยความตองการพลังงานไฟฟายังคงเพ่ิมตามอัตราการเติบโต
ทางเศรษฐกจิ ทเ่ี พมิ่ สงู ในทศวรรษที่ ๒๕๑๐ กฟผ. จงึ ตอ งจดั หาแหลง เชอื้ เพลงิ สรา งโรงไฟฟา เพมิ่ เตมิ
วางแผนสรา งโรงไฟฟา ใหม และกลบั ไปพฒั นาแหลง ผลติ ไฟฟา เดมิ เชน ขยายหนว ยผลติ ไฟฟา ทโี่ รงไฟฟา
แมเ มาะ จงั หวดั ลำปาง สรา งโรงไฟฟา พลงั นำ้ ทเ่ี ขอ่ื นสริ กิ ติ ์ิ จงั หวดั อตุ รดติ ถ เขอื่ นศรนี ครนิ ทร จงั หวดั
กาญจนบุรี และเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา สวนโรงไฟฟาแหงอ่ืนนั้นสวนมากยังคงใชนำ้ มันเตาเปน
เชอ้ื เพลงิ หลกั
ทวา ตง้ั แต พ.ศ. ๒๕๑๔ - พ.ศ. ๒๕๒๕ ราคานำ้ มนั โลกเพมิ่ ขน้ึ กวา ๑๐ เทา คอื จากลติ รละ ๔๐ สตางค
เปน ลติ รละ ๔ บาท สง ผลโดยตรงกบั ตน ทนุ การผลติ ไฟฟา เนอื่ งจากในเวลานน้ั ใชน ำ้ มนั เตาผลติ ไฟฟา
คดิ เปน สดั สว นถงึ รอ ยละ ๗๐

๑๕๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

ในความเปน จรงิ การเปลยี่ นแปลงนดี้ ำเนนิ
มาพกั หนงึ่ แลว ทวั่ โลก ไฟฟา พลงั นำ้ ถงึ แมจ ะเปน
พลงั งานสะอาดแตก ไ็ มอ าจครอบคลมุ ความตอ ง
การพลงั งานไฟฟา ทเี่ ตบิ โตขน้ึ อยา งรวดเรว็ ตาม
พัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เพ่ิมข้ึนตลอดเวลา
ไดท นั สว นเชอื้ เพลงิ ฟอสซลิ อยา งนำ้ มนั นน้ั กม็ ี
ราคาเพมิ่ ขนึ้ เรอ่ื ย ๆ เนอ่ื งจากเปน ทรพั ยากรที่
ใชแ ลว หมดไป ทง้ั ยงั ตอ งการการลงทนุ ในการ
สำรวจและผลติ จำนวนมาก

แตตอนนั้นเองก็เกิดการคนพบกาซธรรมชาติในอาวไทย กลายเปนทางออกอันสดใสของการแกปญหาเรื่อง
น้ำมันเตามีราคาแพง จนมีคำกลาวติดปากวาตอไปไทยจะ "โชติชวงชัชวาล" ดั่งการใชกาซธรรมชาติเผาไหมใน
การผลติ ไฟฟา

เมอื่ คน พบกา ซธรรมชาติ กฟผ. ไดเ ปน ผรู เิ รม่ิ รบั ซอื้ กา ซทง้ั หมดทขี่ ดุ ไดใ นอา วไทยจาก ปตท. โดยสง มาผลติ ไฟฟา
ทโ่ี รงไฟฟา กงั หนั กา ซบางปะกง จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา นอกจากนย้ี งั ปรบั ปรงุ โรงไฟฟา พระนครใตใ หใ ชก า ซธรรมชาติ
เปน เชอื้ เพลงิ ผลติ ไฟฟา และสรา งโรงไฟฟา กา ซธรรมชาตทิ รี่ ะยองเพอ่ื เพม่ิ เตมิ ศกั ยภาพการผลติ ไฟฟา จากกา ซธรรมชาติ

ตอมายังคนพบแหลงกาซธรรมชาติท่ีแหลงน้ำพอง จังหวัดขอนแกน พบแหลงน้ำมันและกาซธรรมชาติที่
ลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ทำใหมีการกอสรางโรงไฟฟาท่ีใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงเพ่ิมมากขึ้น
กฟผ. ยังเพิ่มการผลิตไฟฟาจากแหลงถานหินแมเมาะ จังหวัดลำปาง เพ่ิมเครื่องกำเนิดไฟฟาจาก ๒ เปน
๑๓ เครอ่ื ง สรา งเขอื่ นเขาแหลม จงั หวดั กาญจนบรุ ี เพม่ิ ศกั ยภาพแหลง ผลติ ไฟฟา เดมิ ทเ่ี ขอื่ นแมง ดั จงั หวดั เชยี งใหม
เขอ่ื นรชั ชประภา จงั หวดั สรุ าษฎรธ านี

ทศวรรษที่ ๒๕๒๐ - ๒๕๓๐ เชอื้ เพลงิ หลกั ในการผลติ ไฟฟา จงึ คอ ย ๆ เปลยี่ นจากน้ำมนั เตาและโรงไฟฟา พลงั
นำ้ มาเปน กา ซธรรมชาติ

๑๕๙

เมอื่ การสรา งเขอื่ นใหมย ากลำบาก
กฟผ. จงึ พยายามพฒั นาศกั ยภาพ
การผลิตไฟฟาในเขื่อนที่มีอยู

ปรบั ปรงุ ศกั ยภาพการผลติ ไฟฟา

แมจะมีกาซธรรมชาติเขามาทดแทนน้ำมันเตา โรงไฟฟาพลังนำ้ เข่ือนภูมิพลก็ยังคงทำหนาที่ใน
ฐานะแหลง ผลติ ไฟฟา ทจี่ ะชว ยลดการพงึ่ พาเชอ้ื เพลงิ ฟอสซลิ

ขณะทเ่ี ปา หมายของ กฟผ. ในการสรา งโรงไฟฟา ในระยะถดั มานน้ั การสรา งเขอ่ื นเปน โครงการ
ทที่ ำไดย ากขนึ้ เนอ่ื งจากมคี า ใชจ า ยการกอ สรา งสงู สรา งผลกระทบดา นสงิ่ แวดลอ ม โดยเฉพาะการกกั
เกบ็ นำ้ ทต่ี อ งทว มทำลายทรพั ยากรปา ไมจ ำนวนมาก นอกจากนยี้ งั ตอ งคำนงึ ถงึ ความคมุ คา เมอื่ เทยี บกบั
ผลกระทบตอ สง่ิ แวดลอ มทเี่ กดิ ขนึ้ ภายหลงั การสรา งเขอ่ื นอกี ดว ย

เมอ่ื การสรา งเขอื่ นใหมย ากลำบาก กฟผ. จงึ พยายามพฒั นาศกั ยภาพการผลติ ไฟฟา ในเขอื่ นทม่ี อี ยู
เชน ตดิ ตงั้ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา แบบสบู กลบั ทเ่ี ขอ่ื นศรนี ครนิ ทร จงั หวดั กาญจนบรุ ี และเขอื่ นลำตะคอง
จงั หวดั นครราชสมี า ทำใหก ารใชน ำ้ คมุ คา มากขน้ึ

ตลอดระยะเวลานี้ เขอื่ นภมู พิ ลไดร บั การปรบั ปรงุ ศกั ยภาพผลติ ไฟฟา มาตลอด ไมว า จะเปน การตดิ
ตงั้ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา จนครบ ๘ ตวั ตามทอ่ี อกแบบไวต ง้ั แตต น โดยระหวา ง พ.ศ. ๒๕๐๗ - พ.ศ. ๒๕๑๒
ตดิ ตงั้ เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ตวั ท่ี ๑ - ๖ พ.ศ. ๒๕๒๓ - พ.ศ. ๒๕๒๕ ตดิ ตงั้ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา ตวั ที่ ๗
พ.ศ. ๒๕๓๕ - พ.ศ. ๒๕๓๙ ตดิ ตง้ั เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ตวั ที่ ๘ ซงึ่ เปน "เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา แบบสบู กลบั "

ภายหลงั การปรบั ปรงุ เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ทงั้ หมดทำใหก ำลงั ผลติ รวมลา สดุ อยทู ี่ ๗๗๙.๒ เมกะวตั ต

๑๖๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

พลงั น้ำแบบสบู กลบั

เคร่ืองกำเนิดไฟฟาพลังน้ำแบบสูบกลับของเข่ือนภูมิพลนั้น
ทำงานในสองลกั ษณะ ลกั ษณะแรกเหมอื นเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา พลงั
นำ้ ในเขอื่ นภมู พิ ลเครอ่ื งอน่ื คอื ปลอ ยใหก ระแสน้ำไหลผา นกงั หนั
หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟาแลวสงกระแสไฟฟาเขาสูระบบ ระบบนี้
ทำงานในชว งทมี่ คี วามตอ งการกระแสไฟฟา มากและมกี ารปลอ ย
น้ำจากอา งเกบ็ น้ำจำนวนมากใหไ หลผา นกงั หนั ของเครอื่ งกำเนดิ
ไฟฟา

ลกั ษณะทสี่ อง ระบบสบู กลบั จะสบู น้ำทปี่ ลอ ยลงไปทา ยเขอื่ น
กลับข้ึนมาในอางเก็บนำ้ อีกคร้ัง เพ่ือกักไวหมุนกังหันผลิตไฟฟา
ในระยะตอ ไป โดยใชพ ลงั งานจากโรงไฟฟา แหง อนื่ ในชว งทคี่ วาม
ตองการใชไฟฟาตำ่ นับเปนการใชทรัพยากรน้ำอยางคุมคาและ
ดงึ กระแสไฟฟา ในชว งทมี่ กี ารใชง านนอ ยมาใชไ มใ หส ญู ไปโดยเปลา
ประโยชน

การติดตั้งระบบสูบกลับสงผลใหตองสราง "เข่ือนแมปง
ตอนลา ง" แลว เสรจ็ ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ อนั เปน ปเ ดยี วกับทเี่ รมิ่ เดนิ
เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา เครอ่ื งท่ี ๘ เขอื่ นแมป ง ตอนลา งทำหนา ทก่ี กั นำ้
ใหไ ดม ากพอทจ่ี ะสบู กลบั ขน้ึ ไปเหนอื เขอื่ นภมู พิ ลอกี ครงั้ โดยสรา ง
อยหู า งทา ยเขอ่ื นภมู พิ ลไป ๕ กโิ ลเมตร กกั น้ำได ๔.๗ ลา นลกู บาศก
เมตร และเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา เครอื่ งท่ี ๘ จะสบู นำ้ กลบั ไดม ากทส่ี ดุ
๓.๕ ลา นลกู บาศกเ มตร

๑๖๑

I เขอื่ นแมป ง ตอนลา ง ถกู ออกแบบใหม บี านประตรู ะบายนำ้ เปด ปด สรา งกน้ั ลำน้ำปง
ทางทา ยเขอ่ื นภมู พิ ล เพอื่ ใชก กั เกบ็ น้ำแลว สบู กลบั ไปใชผ ลติ ไฟฟา อกี ครงั้

๑๖๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

ความตอ งการไฟฟา ทเ่ี พมิ่ ขนึ้ เรอื่ ย ๆ

ถงึ ตอนน้ี ระบบสายสง ไฟฟา แรงสงู ทร่ี เิ รมิ่ มาพรอ มการสรา งเขอ่ื นภมู พิ ลกไ็ ดร บั การขยายใหเ ชอ่ื มกนั
ทง้ั ประเทศดว ยสายไฟขนาด ๑๑๕ กโิ ลโวลต ๒๓๐ กโิ ลโวลต โดยเฉพาะสายไฟฟา ขนาด ๕๐๐ กโิ ลโวลต
เปนสายสงแรงดันสูงท่ีสุดท่ีใชเชื่อมระหวางโรงไฟฟาแมเมาะ-ลำปาง-กรุงเทพฯ เปนระยะทาง ๕๕๐
กโิ ลเมตร สรา งแลว เสรจ็ ใน พ.ศ. ๒๕๒๕ สาย ๕๐๐ กโิ ลโวลตน ้ี ตอ มายงั ขยายไปทวั่ ประเทศและเชอื่ มกบั
ระบบไฟฟา ประเทศเพอื่ นบา นคอื ลาว บรเิ วณจงั หวดั หนองคาย นครพนม มกุ ดาหาร และอบุ ลราชธานี
เชอื่ มกบั มาเลเซยี ทอ่ี ำเภอสะเดา จงั หวดั สงขลา

ทวา ความตอ งการใชไ ฟฟา กย็ งั เพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ อกี ทง้ั ตงั้ แตต น ทศวรรษ ๒๕๓๐ เปน ตน มา โครงการ
สรา งเขอ่ื นในประเทศแทบทกุ โครงการถกู ตอ ตา น ขณะทก่ี ารหนั ไปหาแหลง พลงั งานอยา งกา ซธรรมชาติ
กล็ ำบากขนึ้ เรอ่ื ย ๆ เนอื่ งจากแหลง กา ซในอา วไทยนน้ั ลดลงและมแี นวโนม จะหมดไปในอนาคต

อยางไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจในทศวรรษ ๒๕๓๐ ทำใหปริมาณสำรองไฟฟาลดตำ่ ลง
ทำให กฟผ. ตอ งวางแผนสรา งโรงไฟฟา ใหมเ พมิ่ ขน้ึ โดยอาศยั กา ซธรรมชาตเิ ปน เชอ้ื เพลงิ นอกเหนอื จาก
การปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพโรงไฟฟา พลงั น้ำทม่ี อี ยเู ดมิ

รวมทง้ั คอื การสรา งโรงไฟฟา ราชบรุ เี พอ่ื นำเขา กา ซธรรมชาตจิ ากพมา

ในภาพรวม กำลงั ผลติ ไฟฟา ของไทยนนั้ สงู เกนิ ๑๐,๐๐๐ เมกะวตั ตต งั้ แต พ.ศ. ๒๕๓๕ อยา งไรกต็ าม
อัตราการเติบโตน้ีลดลงใน พ.ศ. ๒๕๔๐ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ ภายหลังเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟน
ความตอ งการไฟฟา กก็ ลบั มาเพมิ่ ขน้ึ อกี แมจ ะไมไ ดเ พมิ่ ในอตั รารวดเรว็ เหมอื นในทศวรรษ ๒๕๓๐ กต็ าม

ตลอดทศวรรษ ๒๕๕๐ ทผ่ี า นมา เขอ่ื นภมู พิ ลยงั คงทำหนา ทแี่ หลง ไฟฟา พลงั น้ำทเี่ สรมิ ความมนั่ คง
ของระบบไฟฟา โดยเฉพาะในเวลาที่การสงกาซธรรมชาติจากพมาและอาวไทยสะดุดจากการปดซอม
แทนเจาะกลางทะเล

ถึงขณะน้ีเขื่อนภูมิพลยังคงทำหนาท่ีผลิตพลังงานไฟฟา ระบายนํ้าเพื่อกิจกรรมการชลประทาน
ทง้ั ในฤดฝู นและฤดแู ลง และการเกบ็ กกั นาํ้ เพอ่ื บรรเทาอทุ กภยั อยา งเขม แขง็ ไมเ ปลย่ี นแปลง

๑๖๓

๑๖๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

การชลปแรละะกทาราบนริหารจัดการน้ำ

การชลประทาน

การเกบ็ กกั นำ้ ในเขอ่ื นภมู พิ ลเรม่ิ ตน ขน้ึ ตง้ั แต พ.ศ. ๒๕๐๕ และเมอ่ื เขอ่ื นเปด ใชง านอยา งเปน ทางการใน พ.ศ. ๒๕๐๗ นน้ั
ปรมิ าณนำ้ ในเขอ่ื นภมู พิ ลทก่ี กั เกบ็ ไวก ม็ ถี งึ ๗,๑๘๐ ลา นลกู บาศกเ มตร จากความจสุ งู สดุ ๑๓,๔๖๒ ลา นลกู บาศกเ มตร

เขื่อนภูมิพลไดรับการกำหนดวาจะสามารถเก็บกักนำ้ ใชการได ๙,๖๖๒ ลานลูกบาศกเมตร (มีนำ้ ตายกนเข่ือน - dead
storage ท่ี ๓,๘๐๐ ลา นลกู บาศกเ มตร) และเพม่ิ ผลผลติ ตอ ไรใ นนาขา วจาก ๑๐๐-๒๕๐ กโิ ลกรมั เปน ๓๕๐ กโิ ลกรมั ตอ ไร ในฤดู
ฝนสามารถสงนำ้ ใหแกเกษตรกรในลุมนำ้ ปงท่ีทำนาปครอบคลุมพ้ืนที่ ๑.๕ ลานไร ทำใหไดขาวเปลือกอยางนอย ๖ แสนตัน
คดิ เปน มลู คา ๕๐๐ ลา นบาท มลู คา นค้ี ำนวณจากราคาขา วในสมยั ทศวรรษ ๒๕๐๐ ซงึ่ มรี าคาตนั ละ ๘๐๐ บาท สว นในฤดแู ลง
สามารถทำนาปรงั ไดร าว ๕ แสนไร สรา งผลผลติ ไดม ากกวา ปรกตริ าว ๕ แสนตนั

ทส่ี ำคญั เขอ่ื นภมู พิ ลถอื เปน หนง่ึ ในเครอ่ื งมอื การบรหิ ารจดั การนำ้ ในลมุ นำ้ ภาคเหนอื และภาคกลางของประเทศไทยรว มกบั
เข่ือนสิริกิติ และเข่ือนอ่ืน ๆ โดยเฉพาะเข่ือนเจาพระยา เปนเข่ือนทดน้ําขนาดใหญ ซ่ึงทำหนาที่ชะลอน้ำในแมนำ้ เจาพระยา
กอ นลงไปยงั ทงุ ราบภาคกลาง และแจกจา ยน้ำไปยงั พนื้ ทเี่ กษตรประมาณ ๒ ลา นไร

เขอ่ื นเจา พระยาตงั้ ปด กนั้ ลำนำ้ เจา พระยาในอำเภอสรรพยา จงั หวดั ชยั นาท สรา งเสรจ็ ตงั้ แตป  พ.ศ. ๒๕๐๐ เพอ่ื เพมิ่ พนื้ ท่ี
เพาะปลูกขาวในท่ีราบลุมแมนำ้ เจาพระยาท่ีเดิมตองพึ่งพิงฝนตามฤดูกาลเปนหลัก มีลักษณะเปนเข่ือนคอนกรีตเสริมเหล็ก
ทดนำ้ ขนาดใหญท ท่ี ำหนา ทท่ี ดน้ำสง ใหพ น้ื ทก่ี ารเกษตรผา นลำนำ้ ๕ สาย คอื แมน ้ำนอ ย แมน ้ำทา จนี คลองมะขามเฒา -อทู อง
คลองชยั นาท-ปา สกั และคลองชยั นาท-อยธุ ยา ผลติ ไฟฟา ใหก บั ชยั นาทและผลกั ดนั น้ำเคม็ ทจี่ ะรกุ จากอา วไทยเขา มาในทรี่ าบลมุ
ภาคกลางโดยมอี ตั ราการระบายนำ้ สงู สดุ ๓,๓๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที แตค วบคมุ ใหไ มเ กนิ ๒,๕๐๐ ลกู บาศกเ มตรตอ วนิ าที
เพอื่ ปอ งกนั น้ำทว มพนื้ ทล่ี มุ ต่ำในเขตทร่ี าบลมุ แมน ำ้ เจา พระยาตอนลา ง

๑๖๕

ภมู พิ ล คู สริ กิ ติ ิ์

เขอ่ื นภมู พิ ลยงั ประสานการกกั เกบ็ นำ้ กบั เขอ่ื นสริ กิ ติ ์ิ (เขอื่ นทา ปลา) เขอ่ื นดนิ ขนาดใหญท ส่ี ดุ ในประเทศ
ไทยซง่ึ ตง้ั อยทู อี่ ำเภอทา ปลา จงั หวดั อตุ รดติ ถ เดมิ มชี อ่ื วา "เขอ่ื นผาซอ ม" กอ นจะไดร บั พระบรมราชานญุ าต
ใหเ ชญิ พระนามาภไิ ธยสมเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลที่ ๙ มาใชเ ปน ชอื่ เขอื่ น
ใน พ.ศ. ๒๕๑๑ ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ไดเสด็จฯ
ไปทรงวางศลิ าฤกษใ นวนั ท่ี ๒๗ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๑๔ สว นการกอ สรา งแลว เสรจ็ ใน พ.ศ. ๒๕๑๗ และ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ฯ รชั กาลท่ี ๙ ไดเ สดจ็ ฯ ไปทรงเปด เขอ่ื นอยา งเปน ทางการใน พ.ศ. ๒๕๒๐
จากนน้ั กรมชลประทานไดม อบเขอ่ื นให กฟผ. บรหิ ารจดั การ

เขอ่ื นสริ กิ ติ ท์ิ ำใหเ กดิ โครงการตอ เนอ่ื ง คอื การสรา งสายไฟฟา แรงสงู ๑๑๕ กโิ ลโวลตไ ปยงั ตวั จงั หวดั
อตุ รดติ ถ สรา งสายไฟฟา แรงสงู ๒๓๐ กโิ ลโวลตไ ปยงั พษิ ณโุ ลก ตดิ ตง้ั เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ในโรงงานไฟฟา
ทา ยเขอ่ื นสามชดุ รวมกำลงั ผลติ ๓.๗๕ แสนกโิ ลวตั ต และปจ จบุ นั มกี ำลงั ผลติ ๕ แสนกโิ ลวตั ต

๑๖๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

แมนำ้ นานมีความยาวที่สุด
เมอื่ เทยี บกบั ตน น้ำสสี่ ายของแมน ำ้ เจา พระยา
ครอบคลมุ พนื้ ทล่ี มุ น้ำ ๓๓,๑๓๐ ตารางกโิ ลเมตร

เขอ่ื นสริ กิ ติ สิ์ รา งกน้ั แมน ้ำนา น ตน นำ้ สำคญั สายหนงึ่ ของแมน ้ำเจา พระยา ดว ยความยาวถงึ ๖๑๕ กโิ ลเมตร
จงึ ถอื วา แมน ำ้ นา นมคี วามยาวทส่ี ดุ เมอื่ เทยี บกบั ตน นำ้ สสี่ ายของแมน ้ำเจา พระยา ครอบคลมุ พนื้ ทล่ี มุ น้ำ ๓๓,๑๓๐
ตารางกโิ ลเมตร โดยกอ นหนา จะมเี ขอื่ นสริ กิ ติ ์ิ มกั เกดิ เหตกุ ารณน ้ำทว มขน้ึ บอ ยครงั้ เขอ่ื นสริ กิ ติ จ์ิ งึ สรา งขน้ึ
เพอ่ื กกั เกบ็ น้ำและผลติ ไฟฟา

เขอ่ื นสริ กิ ติ ไ์ิ ดป ระสานกบั เขอ่ื นภมู พิ ลในการปลอ ยนำ้ ในฤดฝู นและฤดแู ลง ตามทตี่ กลงไวก บั กรมชลประทาน
เพอ่ื สง นำ้ สำหรบั การเกษตรและอปุ โภคบรโิ ภค การบรรเทาอทุ กภยั ในชว งนำ้ หลาก รวมทง้ั การประปานครหลวง
รกั ษาระบบนเิ วศและผลกั ดนั น้ำเคม็ ปากแมน ำ้ เจา พระยา

หลงั มเี ขอ่ื นภมู พิ ล เกษตรกรในทร่ี าบลมุ ภาคกลางสามารถทำนาไดม ากกวา ๒ ครง้ั ตอ ป ทำใหผ ลผลติ
ทางการเกษตรในพนื้ ทช่ี ลประทานเพมิ่ มากขนึ้ จนกลา วไดว า ระบบการเกษตรของไทยเปลย่ี นโฉมหนา ไปดว ย
การวางระบบชลประทานทม่ี เี ขอ่ื นภมู พิ ลเปน กำลงั สำคญั รว มกบั เขอื่ นอน่ื ๆ

๑๖๗

๑๖๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

การบรหิ ารจดั การนำ้ ในเขอ่ื นภมู พิ ล

โดยปรกติแลวเข่ือนภูมิพลมีหลักการบริหารจัดการนำ้ อยางไร อาจสรุปไดจากสิ่งที่ นายกำธร ทิกามล
อดตี ผอู ำนวยการเขอ่ื นภมู พิ ล คนที่ ๑๑ อธบิ ายไว

"การบรหิ ารจดั การน้ำในอา งเกบ็ นำ้ มหี ลกั การควบคมุ โดยดจู ากเสน กราฟแสดงคา ระดบั น้ำใน
อา งเทยี บกบั เสน กราฟของระดบั น้ำควบคมุ ทไี่ ดก ำหนดเอาไวก อ นแลว เรยี กวา เสน Rule Curve ซงึ่
จะมอี ยู ๒ เสน คอื เสน ควบคมุ ระดบั บน เรยี กวา Upper Rule Curve และเสน ควบคมุ ระดบั ลา ง
เรียกวา Lower Rule Curve"

"ตามปรกตจิ ะรกั ษาระดบั น้ำในอา งใหอ ยใู นชว งระหวา งเสน ทงั้ สอง ถา ระดบั น้ำมคี า สงู เกนิ กวา
คา Upper Rule Curve จะตอ งเรง ระบายน้ำใหม ากขน้ึ เพอ่ื รกั ษาระดบั น้ำใหค งอยใู นชว งดงั กลา ว
แตถ า ระดบั น้ำมแี นวโนม ทล่ี ดลงจนตำ่ เกนิ กวา คา Lower Rule Curve แลว จงึ จะลดการระบายน้ำ
ลงเพอ่ื สงวนรกั ษานำ้ สำหรบั ใชใ นการอปุ โภคบรโิ ภคเทา ทจ่ี ำเปน ใหไ ดต ลอดชว งระยะหนา แลง จนกวา
จะยา งเขา สฤู ดฝู นทเ่ี รม่ิ มปี รมิ าณน้ำไหลเขา มาเตมิ จากฝนทต่ี กลงมาในพน้ื ทรี่ บั น้ำ"

ระดบั นำ้ ทลี่ ดตำ่ สดุ จนไมส ามารถปลอ ยไดค อื Dead Storage ซงึ่ ตอ งรกั ษาน้ำไวเ พอื่ ความมน่ั คงของตวั เขอื่ น

ทง้ั นค้ี ณุ กำธรบอกวา การบรหิ ารจดั การนำ้ ของเขอื่ นภมู พิ ล ในสว นของการผลติ ไฟฟา นนั้ ดำเนนิ การภายใต
ศนู ยค วบคมุ ระบบกำลงั ไฟฟา แหง ชาติ ซงึ่ รบั แผนมาจาก "คณะกรรมการกำกบั ดแู ลบรหิ ารจดั การนำ้ " ของประเทศ
ทม่ี ตี วั แทนจากหลายหนว ยงาน รวมทงั้ กฟผ. ทบี่ รหิ ารเขอ่ื นภมู พิ ล โดยมกี ารกำหนดแผนเปน รายเดอื นและรายป

สว นการบรหิ ารจดั การนำ้ ในภาพรวมนน้ั จะมคี ณะกรรมการบรหิ ารจดั การน้ำระดบั ชาตปิ ระกอบดว ยคณะทำ
งาน ๓ คณะคอื คณะทำงานวางแผนเพาะปลกู พชื ฤดแู ลง คณะอนกุ รรมการตดิ ตามและวเิ คราะหแ นวโนม สถานการณ
นำ้ และคณะทำงานจดั ทำแผนบรหิ ารจดั การเขอื่ นเกบ็ นำ้ หลกั และแผนจดั การบรหิ ารนำ้ ของประเทศเพอ่ื พจิ ารณา
ในดา นอน่ื ๆ นอกจากการผลติ กระแสไฟฟา

ทง้ั น้ี กฟผ. เขา รว มในกรรมการชดุ ที่ ๑ และ ๒ โดย กฟผ. บรหิ ารจดั การนำ้ ตาม "กระบวนการบรหิ ารจดั การนำ้
กฟผ. แผนปฏบิ ตั กิ ารสำหรบั เขอ่ื นตา ง ๆ สงั กดั ชฟน.(ผชู ว ยผวู า การพลงั นำ้ )" เพอื่ ใหอ ยใู นเกณฑร ะดบั น้ำทก่ี ำหนด

๑๖๙

ความทา ทายในภาวะวิกฤต

โดยทวั่ ไปเขอ่ื นภมู พิ ลสามารถเกบ็ กกั น้ำไดเ ตม็ ที่ ๑๓,๔๖๒ ลา นลกู บาศกเ มตร และระบายน้ำ
ไดถ งึ ๙,๖๖๒ ลา นลกู บาศกเ มตร แตล ะปร ะบายน้ำในชว งฤดแู ลง เฉลย่ี ๕,๘๐๐ ลา นลกู บาศกเ มตร

อยา งไรกต็ าม สภาพภมู อิ ากาศและสถานการณน ้ำแตล ะปม กั จะผนั ผวนเกนิ กวา คาดการณ
บางครง้ั เกดิ การกกั เกบ็ จนเตม็ ความจรุ ะดบั สงู สดุ บางปน ำ้ อาจลดลงไปจนอยรู ะดบั ตำ่ สดุ ในรอบ
๕๐ ปท ผี่ า นมา กรณนี ำ้ เตม็ ความจเุ ขอ่ื นภมู พิ ลจนตอ งระบายผา นประตนู ้ำลน นน้ั เกดิ ขนึ้ สามครง้ั
คือ พ.ศ. ๒๕๑๘, พ.ศ. ๒๕๔๕ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ สวนปที่นำ้ ลดลงจนอยูในระดับระบายน้ำ
ไมไ ดค อื พ.ศ. ๒๕๓๕

ในฤดฝู น คณะอนกุ รรมการตดิ ตามและวเิ คราะหแ นวโนม สถานการณน ้ำ ซงึ่ กรมชลประทาน
เปน ประธานและเลขานกุ าร หนว ยงานอน่ื ๆ ทเี่ กย่ี วขอ งเปน อนกุ รรมการ ปจ จบุ นั มสี ำนกั งาน
อยูท่ี อาคารศูนยปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC)
กรมชลประทาน ถนนสามเสน จะทำหนาที่ดูแลหลักเกณฑการจัดการนำ้ ในเขื่อนภูมิพล
เพอ่ื วางแผนรายสปั ดาห

ความทาทายของการบริหารจัดการน้ำคือตองคำนึงถึงสถานการณและผูมีสวนไดสวนเสีย
ทงั้ เหนอื นำ้ และทา ยน้ำ เชน ถา หากกกั เกบ็ น้ำจนสงู กวา ระดบั ๒๕๐ เมตร ร.ท.ก. จะมพี นื้ ทถ่ี กู
นำ้ ทว ม แตถ า ปลอ ยนำ้ มากเกนิ ไปกจ็ ะสง ผลกระทบกบั พนื้ ทรี่ าบลมุ ภาคกลางซง่ึ อาจเกดิ นำ้ ทว มหนกั

๑๗๐ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

ทั้งนี้เข่ือนภูมิพลมีสถานีติดตามสถานการณนำ้ สนามในลุมน้ำปง ๑๔ สถานี ลุมน้ำวัง
๒ สถานี โดยมสี ถานหี ลกั ทตี่ วั เขอ่ื น ๑ แหง สถานเี หนอื เขอ่ื น ๖ แหง และสถานที า ยเขอื่ นอกี
๑๐ แหง เพอื่ วดั ปรมิ าณนำ้ ฝนและระดบั น้ำในแมน ้ำปง สายหลกั และสาขา เชน หว ยแมแ จม
หว ยแมต น่ื ขอ มลู ทไี่ ดจ ะนำมาทำแบบจำลองคณติ ศาสตร คำนวณปรมิ าณน้ำไหลเขา เขอื่ นและ
ไหลออกทา ยเขอ่ื น พรอ มกบั ดปู รมิ าณนำ้ จากแมน ำ้ วงั ทไี่ หลมาลงแมน ำ้ ปง เพอ่ื ไมใ หก ารปลอ ย
น้ำไปซ้ำเตมิ วกิ ฤตใิ นพน้ื ทต่ี า ง ๆ

การพิจารณาวาเกิดวิกฤตินำ้ หลากหรือไม ดูไดจากปริมาณนำ้ ท่ีไหลลงเขื่อน
หากมากกวา ๒๐๐ ลา นลกู บาศกเ มตรตอ วนั และระดบั นำ้ ในเขอ่ื นสงู ถงึ ระดบั ๒๕๕ เมตร
ร.ท.ก. ภาวะนี้ถือเปน "วิกฤตินำ้ หลาก" จะมีการตั้งวอรรูมติดตามสถานการณรายวัน
เพอ่ื ระบายน้ำออกตามระดบั นำ้ ทส่ี งู ขน้ึ บางครงั้ อาจพจิ ารณาระบายนำ้ มากกวา ๖๐ ลา นลกู บาศก
เมตรตอ วนั ผา นทางประตรู ะบายน้ำลน (spillway) ซงึ่ มากกวา ปรมิ าณนำ้ ทรี่ ะบายผา นเครอื่ ง
กำเนดิ ไฟฟา ทกุ ตวั ของเขอ่ื น โดยกอ นการระบายจะแจง เตอื นจงั หวดั ในพนื้ ทท่ี า ยเขอ่ื น เพอ่ื เตรยี ม
รบั มอื กบั ระดบั น้ำทจ่ี ะสงู ขน้ึ อยา งรวดเรว็

ในฤดแู ลง ซง่ึ เรม่ิ ระหวา งเดอื นพฤศจกิ ายน - พฤษภาคม ปถ ดั ไป คณะทำงานวางแผนพชื
เพาะปลกู ในฤดแู ลง จะทำหนา ทกี่ ำหนดหลกั เกณฑก ารจดั สรรนำ้ โดยพจิ ารณานำ้ ตน ทนุ ในเขอื่ น
ทวั่ ประเทศแลว นำมาประเมนิ กอ นจดั ทำแผนจดั สรรและระบายนำ้ ให กฟผ. นำไปปรบั ใหเ หมาะ
กบั การผลติ ไฟฟา โดยตอ งนำสว นไดส ว นเสยี ของผทู ไ่ี ดร บั ผลกระทบมาคำนวณดว ย

หากในฤดแู ลง เกดิ สถานการณร ะดบั นำ้ เกบ็ กกั อยทู ่ี ๕,๓๘๔.๖๔ ลา นลกู บาศกเ มตร หรอื
รอ ยละ ๔๐ ของความจเุ ขอ่ื น จะมนี ้ำเหลอื ปลอ ยไดเ พยี ง ๑,๕๘๔.๖๔ ลา นลกู บาศกเ มตร และ
ถา ฤดแู ลง ยงั มอี กี หลายเดอื น ถอื วา เปน ภาวะเสยี่ งขาดแคลนน้ำอปุ โภคบรโิ ภค เจา หนา ทปี่ ระจำ
เขอื่ นจะตอ งตดิ ตามสถานการณใ กลช ดิ

๑๗๑

ขอมูลหลักการบริหารจัดการน้ำ

อา งเกบ็ น้ำเขอื่ นภมู พิ ลสามารถรองรบั น้ำไดส งู สดุ ทรี่ ะดบั ๒๖๐.๐๐ ม.รทก. คดิ เปน ปรมิ าณนำ้ ๑๓,๔๖๒ ลา น ลบ.ม. แลว มปี รมิ าณ
น้ำทสี่ ามารถระบายเพอ่ื ใชต ามความตอ งการไดส งู สดุ ถงึ ๙,๖๖๒ ลา น ลบ.ม. ในแตล ะปส ามารถกกั เกบ็ น้ำในชว งน้ำหลากแลว นำมาระบาย
ในชว งฤดแู ลง ไดป ระมาณ ๕,๘๐๐ ลา น ลบ.ม. ซง่ึ สนองความตอ งการใชน ้ำในพนื้ ทลี่ มุ น้ำปง ตอ เนอื่ งในลมุ นำ้ เจา พระยาไดอ ยา งครอบคลมุ
ดงั แสดงในตาราง

แสดงขอ มลู สำคญั ในการบรหิ ารจดั การน้ำเขอ่ื นภมู พิ ล

ระดับนำ้ กักเก็บสูงสุด ๒๖๐.๐๐ ม.รทก.*
ปริมาณนำ้ ที่ระดับกักเก็บสูงสุด ๑๓,๔๖๒ ลา น ลบ.ม.
ปริมาณน้ำท่ีสามารถระบายไดท่ีระดับกักเก็บสูงสุด ๙,๖๖๒ ลา น ลบ.ม.
ระดับนำ้ กักเก็บตำ่ สุด ๒๑๓.๐๐ ม.รทก.*
ปริมาณน้ำท่ีไมสามารถระบายไดท่ีระดับต่ำสุด ๓,๘๐๐ ลา น ลบ.ม.
สถติ ปิ รมิ าณนำ้ ไหลเขา อา งฯ ๔๙ ป เฉลยี่ ปล ะ ๕,๘๐๐ ลา น ลบ.ม.
สถติ ปิ รมิ าณน้ำระบายออกจากเขอื่ น ๔๙ ป เฉลยี่ ปล ะ ๕,๔๐๐ ลา น ลบ.ม.
อัตราการระบายน้ำผานเครื่องกำเนิดไฟฟาสูงสุด ๘๒๙ ลบ.ม./วินาที
อัตราการระบายนำ้ ผานเข่ือนแมปงตอนลางสูงสุด ๓,๘๔๒ ลบ.ม./วินาที
อัตราการระบายนำ้ ผานประตูระบายน้ำลนสูงสุด ๖,๐๐๐ ลบ.ม./วินาที

*ม.รทก. คอื เมตรเทยี บระดบั นำ้ ทะเลปานกลาง

๑๗๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

แมว า อา งเกบ็ นำ้ เขอื่ นภมู พิ ลสามารถรองรบั นำ้ ไดป รมิ าณมาก แตส ถานการณน ้ำในแตล ะปม กั ผนั ผวนเกนิ กวา ทค่ี าดการณไ วม าก
เปน เหตใุ หใ นหลายปม นี ำ้ กกั เกบ็ สงู จนเกนิ ระดบั สงู สดุ และในบางปท เี่ ปน ปแ ลง ระดบั น้ำลดลงไปถงึ ระดบั เกอื บถงึ ตำ่ สดุ ดงั แสดงในตาราง

สถติ กิ ารบรหิ ารจดั การนำ้ เขอ่ื นภมู พิ ลทนี่ า สนใจ

พ.ศ. ระดบั น้ำสงู สดุ /ตำ่ สดุ ปริมาณนำ้ ที่ระบายผานประตูน้ำลน หมายเหตุ
(ม.รทก.) (ลา น ลบ.ม.) เริ่มกักเก็บนำ้
๒๕๐๗ ๒๕๓.๐๔ ปนำ้ มาก
๒๕๑๘ ๒๖๐.๐๐ ๑๒๐.๓๗ ปนำ้ แลง
๒๕๓๕ ๒๑๓.๕๔ ปนำ้ มาก
๒๕๔๕ ๒๕๙.๙๕ ๑๙๕.๑๒ ปน้ำมาก
๒๕๔๙ ๒๕๙.๔๕ ปน้ำมาก
๒๕๕๔ ๒๕๙.๙๗ ๓๔๒.๔๘

กรณกี ารบรหิ ารจดั การนำ้ ในสภาวะน้ำหลากนน้ั เมอ่ื แนวโนม ของระดบั น้ำในอา งเกบ็ น้ำเขอื่ นภมู พิ ล เพมิ่ ขนึ้ สงู ผดิ ปรกตแิ ละเขา
สรู ะดบั + ๒๕๐ ม.รทก. จะมกี ารตดิ ตามและวเิ คราะหส ถานการณน ้ำอยา งใกลช ดิ ผา นทาง war room การเฝา ตดิ ตามสถานการณน ำ้
รายวนั วเิ คราะหน ้ำไหลเขา อา งโดยใชร ะบบสารสนเทศขอ มลู โทรมาตรของเขอื่ นภมู พิ ล ทต่ี ดิ ตง้ั สถานวี ดั น้ำครอบคลมุ พน้ื ทส่ี ำคญั เหนอื
อา งเกบ็ นำ้ การตดิ ตามสภาพอากาศประจำวนั และคาดการณฝ นตกในพนื้ ที่ โดยสบื คน จากแหลง ขอ มลู ในเวบ็ ไซตข องกรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา
ควบคูไปกับขอมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรนำ้ และการเกษตร (องคกรมหาชน) แลวไดกำหนดแนวทางในการระบายน้ำโดย
พิจารณาจากระดับนำ้ ไหลเขาไวดังน้ี

- ทรี่ ะดบั ๒๕๖.๐ ม.รทก. ใหร ะบายน้ำรอ ยละ ๓๐ ของปรมิ าณนำ้ ไหลเขา
- ทรี่ ะดบั ๒๕๗.๐ ม.รทก. ใหร ะบายน้ำรอ ยละ ๕๐ ของปรมิ าณน้ำไหลเขา
- ทรี่ ะดบั ๒๕๘.๐ ม.รทก. ใหร ะบายน้ำรอ ยละ ๗๐ ของปรมิ าณนำ้ ไหลเขา
- ทร่ี ะดบั ๒๕๙.๕ ม.รทก. ใหร ะบายนำ้ รอ ยละ ๑๐๐ ของปรมิ าณน้ำไหลเขา

*ม.รทก. คอื เมตรเทยี บระดบั นำ้ ทะเลปานกลาง

๑๗๓

เขอ่ื นภมู พิ ลกบั วกิ ฤตน้ำทว มป ๒๕๕๔

เหตกุ ารณก ารระบายน้ำในภาวะวกิ ฤติ หรอื การเกดิ วกิ ฤตนิ ำ้ หลากครงั้ ทคี่ นจำไดม ากทสี่ ดุ คอื
ป ๒๕๕๔ เกดิ นำ้ ทว มใหญเ ขตภาคเหนอื และภาคกลางของประเทศเมอ่ื มพี ายโุ ซนรอ นพดั เขา ประเทศ
ไทยหลายลกู และเกดิ ฝนตกทง้ั บรเิ วณเหนอื เขอ่ื นและทา ยเขอื่ น

คณุ บญุ อนิ ทร ชน่ื ชวลติ อดตี ผอู ำนวยการเขอื่ นภูมพิ ลคนท่ี ๑๓ เลา วา ในชว งทเี่ ขาดำรง
ตำแหนง นนั้ ไดเ ผชญิ กบั หว งเวลาสำคญั คอื นำ้ เตม็ ความจเุ ขอ่ื นใน พ.ศ. ๒๕๔๙ และ พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยใน พ.ศ. ๒๕๔๙ สามารถบรหิ ารจดั การใหเ ปน การระบายนำ้ ผา นเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา ไมต อ ง
ระบายผานประตูน้ำลนไดสำเร็จ ทำใหผลิตไฟฟาไดอยางเต็มท่ีในชวงปลาย พ.ศ. ๒๕๔๙
แตส ถานการณน นั้ ตา งไปใน พ.ศ. ๒๕๕๔

"ป ๒๕๕๔ มฝี นตกมาก หลายพนื้ ทข่ี องประเทศนำ้ ทว ม กรมชลประทานและ
รฐั บาลจงึ ขอมายงั เขอื่ นภมู พิ ลใหห ยดุ ระบายนำ้ ลงพน้ื ทท่ี า ยนำ้ แตพ อถงึ เดอื นตลุ าคม
เขอื่ นภมู พิ ลมรี ะดบั นำ้ ทป่ี ระมาณ ๒๕๙ เมตร รทก. จากการตรวจสอบปรมิ าณน้ำ
ทจ่ี ะไหลลงอา ง...พบวา ปรมิ าณนำ้ ทไ่ี หลเขา อา งเกบ็ นำ้ มจี ำนวนมาก คาดวา จะเหลอื
พนื้ ทร่ี องรบั นำ้ ไดอ กี เพยี ง ๑๔๐ ลา นลกู บาศกเ มตร จงึ ทำใหต ดั สนิ ใจขอเปด ประตู
ระบายนำ้ ลน ในวนั ที่ ๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เพราะถา ระบายผา นการเดนิ เครอ่ื ง
(กำเนดิ ไฟฟา ) เพยี งอยา งเดยี วโดยการเดนิ เครอ่ื งพรอ มกนั จะระบายไดเ พยี ง ๖๐
ลา นลกู บาศกเ มตรตอ วนั เทา นน้ั

"กอ นระบายน้ำไดม กี ารตรวจสอบพนื้ ทท่ี า ยนำ้ พบวา ทว มหมด แตอ ำเภอบา น
ตาก ตวั จงั หวดั ตาก ยงั ไมท ว ม จงึ ประสานงานกบั นายสามารถ ลอยฟา ผวู า ราชการ
จงั หวดั ตากสมยั นนั้ ใหช ว ยประชาสมั พนั ธใ หช าวบา นรบั ทราบและเตรยี มความพรอ ม
หลงั จากนนั้ วางแผนระบายน้ำในเวลาเทย่ี งคนื เนอื่ งจากนำ้ มรี ะยะเวลาเดนิ ทาง คอื
๘ ชวั่ โมงจงึ จะเดนิ ทางถงึ อำเภอบา นตาก ดงั นน้ั ถา ปลอ ยน้ำเทยี่ งคนื น้ำจะถงึ บา น
ตากตอนเชา ประชาชนสามารถเตรยี มตวั ไดเ พราะจะเหน็ วา น้ำอยใู นระดบั ใด"

๑๗๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี หมายเหตุ :
พ.ศ. ๒๕๕๔ เปน ปท ม่ี ปี รมิ าณนาํ้ ไหลเขา เขอื่ นภมู พิ ล (inflow) สงู มากผดิ ปกติ สงู กวา ทกุ ๆ ป ตง้ั แตส รา ง
เข่ือนมาคา inflow ในชวงต้ังแตวันที่ ๑ เมษายน จนถึง วันที่ ๑๕ มกราคม ของปถัดไป จากสถิติขอมูล
มีคาเฉล่ียในชวง ๑๖ ป เพียง ๕,๕๖๒ ลานลูกบาศกเมตร แตใน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีคาสูงถึง ๑๒,๗๑๖ ลาน
ลกู บาศกเ มตร ซง่ึ ปรมิ าณ inflow ทสี่ งู มากนม้ี าจาก อทิ ธพิ ลของ พายถุ งึ ๔ ลกู ตงั้ แตพ ายนุ กเตน็ ตน เดอื น
สิงหาคม อิทธิพลของรองความกดอากาศตํ่าที่พาดผานอยูนาน และที่สงผลกระทบมากท่ีสุดคือพายุ ๓ ลูก
ตดิ กนั ( ไหถ าง เนสาด และนาลแก ) ปลายเดอื นกนั ยายน - ตน เดอื นตลุ าคม ซงึ่ ทำใหม ี inflow ในชว งน้ี
เกนิ กวา ปรมิ าตรวา งในอา งของเขอ่ื นภมู พิ ลทเี่ ตรยี มไวถ งึ ๕,๐๐๐ ลา นลกู บาศกเ มตร

กอ นระบายนำ้

ไดม กี ารตรวจสอบพนื้ ทที่ า ยน้ำ
พบวา ทว มหมด

แตอ ำเภอบานตาก
ตัวจังหวดั ตาก ยังไมทว ม

คณุ บญุ อนิ ทร ชนื่ ชวลติ อธบิ าย วา หลายครง้ั เขอ่ื นภมู พิ ลตกเปน จำเลย ดว ยความทอ่ี ยใู กลข อ มลู ทสี่ ดุ
"ก็ตองเปนผูคอยเก็บและจัดเตรียมขอมูลใหหนวยงานที่เก่ียวของนำไปใช บอยคร้ังที่ถูก

เขา ใจจากสงั คม รวมถงึ สอื่ มวลชนทง้ั ในทอ งถน่ิ และสว นกลางวา เปน ผสู รา งปญ หา"

คณุ กำธร ทกิ ามล อดตี ผอู ำนวยการเขอ่ื นภมู พิ ล คนที่ ๑๑ อธบิ ายการปลอ ยน้ำลน ทเี่ กดิ ขนึ้ ไมก ค่ี รง้ั ไวว า
"แทจ รงิ แลว ไมม ใี ครตอ งการใหเ กดิ เหตกุ ารณแ บบนนั้ ทสี่ ำคญั คอื ไมค มุ คา ทจ่ี ะทำ เนอื่ ง

จากเปน การปลอ ยนำ้ โดยไมผ า นกงั หนั นำ้ ทจ่ี ะไปหมนุ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา แลว ไดพ ลงั งานไฟฟา
กลบั คนื มา นนั่ หมายถงึ การสญู เสยี โอกาสผลติ ไฟฟา ไปอยา งนา เสยี ดาย แตด ว ยสถานการณ
บงั คบั ใหต อ งทำเพอ่ื รกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ของตวั เขอ่ื นเอาไวก อ น"

อยา งไรกต็ าม เหตกุ ารณใ น พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำใหม โี ครงการจดั หาและตดิ ตงั้ ระบบโทรมาตรเขอื่ นภมู พิ ลขน้ึ
เมอ่ื การตดิ ตง้ั แลว เสรจ็ เจา หนา ทส่ี ามารถตดิ ตามขอ มลู ทางอทุ กวทิ ยาไดต ลอดเวลา และเกดิ การบรหิ ารจดั การ
นำ้ ในเขอ่ื นภมู พิ ลตามสถานการณจ รงิ อยา งเหมาะสม โดยมกี ารวเิ คราะหป รมิ าณน้ำทง้ั บรเิ วณเหนอื เขอื่ นและ
ทา ยเขอื่ น ตดิ ตงั้ สถานสี นามกระจายไปทวั่ ลมุ นำ้ และเชอื่ มขอ มลู กบั หนว ยงานอน่ื เพอื่ การบรหิ ารจดั การนำ้ อยา ง
รอบดา นมากขนึ้

๑๗๕

๕๐ ปเ ขอ่ื นภมู พิ ล

กงึ่ ศตวรรษแหง สายน้ำพระทยั
ไฟฟา กา วไกล ชมุ ชนพฒั นา

๑๗๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

กวา ๕ ทศวรรษ "เขอื่ นภมู พิ ล"

เขอ่ื นอเนกประสงค

เมอื่ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.) ไดจ ดั งานครบรอบ ๕๐ ป
รฐั พธิ เี ปด เขอื่ นภมู พิ ล วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ภายใตแ นวคดิ "๕๐ ปเ ขอื่ นภมู พิ ล กง่ึ ศตวรรษแหง
สายนำ้ พระทัย ไฟฟากาวไกล ชุมชนพัฒนา" โดยนอมนำแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เร่ือง
การจัดการน้ำแบบครบวงจรมาปรับใชบริหารจัดการน้ำในเข่ือน

หลังจากเข่ือนภูมิพลไดทำหนาที่มาคร่ึงศตวรรษในฐานะเขื่อนอเนกประสงค มีการรวบรวมขอมูลพบวา
เขอื่ นนผ้ี ลติ ไฟฟา แลว ถงึ ๖๔,๕๘๐.๘๓ ลา นหนว ย ชดเชยการนำเขา นำ้ มนั เตาได ๑๕,๔๖๖.๗๕ ลา นลติ ร คดิ เปน
มลู คา ๓๔๒,๔๑๘.๔๖ ลา นบาท ระบายนำ้ เขา สรู ะบบชลประทานเจา พระยาใหญ ๒๗๐,๙๕๑.๗๗ ลา นลกู บาศกเ มตร
หลอ เลยี้ งพนื้ ทกี่ ารเกษตรกวา ๑๐ ลา นไร ทำใหท ำนาได ๒-๓ ครงั้ ตอ ปใ นเขตชลประทานภาคกลาง คดิ เปน มลู คา
๔.๗ ลา นลา นบาท สำหรบั การประมงจบั สตั วน ้ำไดก วา ๑๓,๑๕๐ ตนั (ปรมิ าณเฉลย่ี จาก พ.ศ. ๒๕๓๐ - ๒๕๕๖)
คดิ เปน มลู คา ๔๒๗.๓๕ ลา นบาท ยงั ไมน บั คณุ ประโยชนท างดา นการคมนาคมทที่ ำใหเ รอื สนิ คา สามารถขนึ้ ลอ ง
ในแมน ้ำเจา พระยา แมน ำ้ ปง ไดม ากถงึ ปล ะ ๔ ลา นตนั โดยเรอื สามารถแลน จากเขอื่ นภมู พิ ลไปจนถงึ อำเภอฮอด
จงั หวดั เชยี งใหมไ ดแ ทบตลอดป

เข่ือนภูมิพลยังทำหนาที่ในฐานะแหลงทองเท่ียว มีผูมาเย่ียมชมมากกวา ๒๗ ลานคนตลอดคร่ึงศตวรรษ
ทผ่ี า นมา จนสามารถสรา งรายไดใ หป ระชาชนรอบเขอ่ื นและธรุ กจิ ทเ่ี กย่ี วเนอื่ งเปน จำนวนมาก

ทั้งหมดน้ีสรางผลผลิตและรายไดทั้งแกการประกอบอาชีพ การจำหนายผลผลิตการเกษตร การสงออก
ตอ เนอ่ื งกนั ไปเปน ลกู โซ

๑๗๗

เขอ่ื นภมู พิ ลกบั การพฒั นาสงั คมเศรษฐกจิ ไทยในรอบ ๕๐ กวา ป

ยอ นเวลากลบั สสู งั คมไทยกอ น พ.ศ. ๒๕๐๐ หนง่ึ ในความแตกตา งทช่ี ดั เจนยงิ่ ในการดำเนนิ ชวี ติ ของผคู นทค่ี นรนุ ใหมซ ง่ึ ยงั ไมล มื ตาดู
โลกดำเนนิ ชวี ติ อยา งสะดวกสบายอยทู า มกลางแสงไฟฟา สาดสวา งอยา งไมข าดพรอ งและมดื มน คงไมส ามารถจนิ ตนาการไดว า ในยคุ สมยั
ทคี่ นไทยเพงิ่ ผา นความบอบช้ำจากสงครามโลกครงั้ ทส่ี องมาอยา งหมาด ๆ การใชช วี ติ ทา มกลางระบบสาธารณปู โภคขน้ั พนื้ ฐานอยา ง
"ไฟฟา " ทย่ี งั ขาดเสถยี รภาพ ไรค วามมน่ั คง และไมค รอบคลมุ ทวั่ ทกุ หนแหง แมแ ตใ นใจกลางเมอื งหลวง จะทำใหช วี ติ ของผคู นชะงกั งนั
และปราศจากความสะดวกสบายมากเพยี งใด ...

เมอื่ เราเหน็ กระแสความเจรญิ จากการพฒั นาประเทศแบบกา วกระโดดในทกุ ดา นของวนั นจี้ งึ กลา วไดว า ทกุ สง่ิ ลว นมหี มดุ หมายแรก
สดุ มาจากการพฒั นาระบบการผลติ กระแสไฟฟา อยา งเปน รปู ธรรมนน่ั เอง เพราะนคี่ อื หนงึ่ ในพลงั งานพนื้ ฐานสำหรบั การดำรงอยขู อง
ทกุ ชวี ติ ทกุ ภาคสว นในสงั คม ใหเ คลอ่ื นกลไกขบั ดนั ไปขา งหนา ไดอ ยา งมน่ั คง ซง่ึ ถา จะกลา วถงึ แสงสวา งแรกของการพฒั นาพลงั งาน
ไฟฟา ในประเทศไทยยอ มตอ งยอ นกลบั ไปเมอื่ ๕๐ กวา ป ทผี่ า นมา นนั่ คอื หว งเวลาทเ่ี ขอ่ื นอเนกประสงคข นาดใหญแ หง แรกทมี่ ชี อ่ื วา
"เขอ่ื นยนั ฮ"ี หรอื "เขอ่ื นภมู พิ ล" ในปจ จบุ นั ไดถ อื กำเนดิ ขนึ้ นน่ั คอื การเผยโฉมหนา การพฒั นาประเทศดว ยพลงั งานไฟฟา อนั เปน
รปู ธรรมทส่ี ดุ ซงึ่ ทำใหป ระเทศชาตเิ ดนิ หนา เตบิ โตมาจนถงึ วนั น้ี

๑๗๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

๑๗๙

สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย

อนั ตรายทจี่ ะเกดิ กบั เขอ่ื นภมู พิ ลนนั้ มไี มก เี่ รอ่ื ง

เร่ืองแรก เกดิ ขนึ้ จากการกอ สรา ง

เร่ืองท่ีสอง คอื ผลกระทบจากแผน ดนิ ไหว

กรณกี ารกอ สรา ง ชดั เจนวา ตงั้ แตก เู งนิ จากธนาคารโลก เขอื่ นภมู พิ ลถกู กำหนดเงอ่ื นไข
วา ตอ งมคี ณะกรรมการทปี่ รกึ ษานานาชาติ (International Board of Consultant, IBC)
ใหค ำปรกึ ษาทางเทคนคิ และตรวจสอบวา เขอื่ นมคี วามแขง็ แรงสงู สดุ ตามมาตรฐานหรอื ไม
นอกจากนี้นับแตเปดใชงานเขื่อนใน พ.ศ. ๒๕๐๗ แผนกบำรุงรักษาเข่ือนและอาคาร
จะตรวจสอบตวั เขอื่ นเปน ระยะ ๆ ดว ยการตรวจสอบหลายวธิ ี ตง้ั แตต รวจดว ยสายตา
ทุกวัน ใชเคร่ืองมือเฉพาะดูพฤติกรรมเขื่อนสัปดาหละครั้งดวยเครื่องวัดการเคลื่อนตัว
(plumb line) ซงึ่ ตดิ ตง้ั ใชง านมาตงั้ แตเ ขอื่ นกอ สรา งแลว เสรจ็

สว นขอ มลู การขยบั ของตวั เขอ่ื นสมั พนั ธโ ดยตรงกบั ปรมิ าณนำ้ กกั เกบ็ เชน เมอ่ื เกบ็ นำ้
จำนวนมาก เขื่อนจะเคล่ือนไปทางทายน้ำ สวนที่เคลื่อนตัวมากคือสวนบนของเข่ือน
สวนฐานน้ันไมเคลื่อน คาการเคล่ือนตัวของเขื่อนจากการเก็บกักน้ำในอดีตเคยวัดไดท่ี
๔.๐๐๘๒ เซนตเิ มตร เมอ่ื เกบ็ กกั น้ำสงู สดุ ตำ่ กวา คา ทอ่ี อกแบบเผอ่ื เอาไวค อื ๗.๕๐ เซนตเิ มตร
ซง่ึ ถอื วา อยใู นเกณฑป รกติ

๑๘๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

ธนาคารโลก สง ผเู ชย่ี วชาญดา นเขอ่ื นเพอ่ื ทบทวน

เขอื่ นภมู พิ ลความมนั่ คงและปลอดภยั ของเขอ่ื นใหญห า แหง ในประเทศไทย
หนงึ่ ในนนั้ คอื พบวา เขอื่ นภมู พิ ลมนั่ คงดี

เขอื่ นภมู พิ ลยงั ไดร บั การตรวจสอบยนื ยนั ความมนั่ คงจากผเู ชย่ี วชาญดา นความปลอดภยั ของตวั เขอ่ื นอยา ง
สม่ำเสมอ เชน พ.ศ. ๒๕๔๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ องคการอาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติ
(Food and Agriculture Organization-FAO) และธนาคารโลก สง ผเู ชย่ี วชาญเขอ่ื นมาทบทวนความมนั่ คงและ
ปลอดภยั ของเขอ่ื นใหญห า แหง ในประเทศไทย หนงึ่ ในนนั้ คอื เขอ่ื นภมู พิ ล พบวา เขอ่ื นภมู พิ ลมน่ั คงดี

ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ เข่ือนภูมิพลไดรับการตรวจสอบโดยผูเชี่ยวชาญดานคอนกรีตเทคโนโลยี จากสถาบัน
เทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ตรวจเช็คสภาพคอนกรีตเนื่องในโอกาสเขื่อนจะมีอายุ
ครบ ๕๐ ป พบวา คอนกรตี ตวั เขอื่ นยงั อยใู นสภาพดี

ใน พ.ศ. ๒๕๕๕ ผเู ชยี่ วชาญจากองคก ารเขอ่ื นใหญร ะหวา งชาติ (International Commission on Large
Dams-ICOLD) มาตรวจสอบการดำเนนิ งานดา นความปลอดภยั เขอื่ น ใหค วามเหน็ วา เขอื่ นภมู พิ ลไดร บั การดแู ล
บำรงุ รกั ษาเปน อยา งดี

สว นการตกตะกอนหนา เขอ่ื นทส่ี ง ผลตอ อายงุ านเขอ่ื นนน้ั มกี ารสำรวจใน พ.ศ. ๒๕๑๓ และ พ.ศ. ๒๕๓๕
พบวา อตั ราการสะสมตะกอนกวา จะถงึ ปากอาคารรบั น้ำทที่ ำหนา ทร่ี ะบายน้ำไปทา ยเขอ่ื นจะใชเ วลาอกี ประมาณ
๔,๓๐๐ ป การสำรวจอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๕๕๗ ดวยการนำยานสำรวจใตน้ำควบคุมระยะไกล (Remotely
Operated Vehicle : ROV) ลงไปสำรวจตะกอนทอ งน้ำหนา เขอ่ื น กพ็ บวา ไมม กี ารสะสมของตะกอน อาจเพราะ
ดานหนาเขื่อนไปจนถึงตนน้ำมีระยะทางกวา ๒๐๐ กิโลเมตร ชองเขาแคบ ๆ ชวยดักตะกอนไวไดมาก
รวมทงั้ พน้ื ทป่ี า ไมช ายขอบอา งยงั อยใู นสภาพดี การกดั เซาะหนา ดนิ ลงอา งเกบ็ นำ้ จงึ มนี อ ย

๑๘๑

การตรวจสอบดวยสายตา
เปนวิธีตรวจสอบเขื่อนและอาคารประกอบ ดวยการสังเกตุสภาพภายนอกของสวนประกอบตาง ๆ เชน โครงสรางของเขื่อน
การกดั เซาะ รอยแตกรา ว การทรดุ ตวั บวมตวั ปรมิ าณและลกั ษณะของนำ้ รว่ั ซมึ การเสอ่ื มสภาพของวสั ดุ เปน ตน
การตรวจสอบดวยเคร่ืองมือตรวจวัด
เปน วธิ ตี รวจสอบโดยเครอ่ื งมอื ตรวจวดั พฤตกิ รรมเขอ่ื นประเภทตา ง ๆ ซง่ึ ตดิ ตงั้ ไวท ง้ั ภายในและภายนอกตวั เขอื่ น เชน เครอื่ งมอื
วดั การทรดุ ตวั หรอื เคลอื่ นตวั ของเขอ่ื น เครอ่ื งมอื วดั แรงดนั น้ำในตวั เขอ่ื นและฐานราก และเครอ่ื งมอื วดั น้ำรวั่ ซมึ เปน ตน เพอื่ ตดิ ตาม
ความเปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ ทง้ั ในระหวา งการกอ สรา งและภายหลงั การกอ สรา ง ขอ มลู จะถกู ปอ นเขา คอมพวิ เตอร เพอื่ ดำเนนิ การวเิ คราะห
และประเมนิ ผลตอ ไป

ตำแหนง เครอื่ งมอื วดั พฤตกิ รรมเขอ่ื นประเภทตา ง ๆ ของเขอื่ นภมู พิ ล

เครอื่ งมอื วดั การเคลอ่ื นตวั ของตวั เขอื่ นภมู พิ ลดว ยสายดงิ่ (Plumb line)

๑๘๒ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

การตรวจสอบเขอื่ นภมู พิ ล โดยเจา หนา ท/ี่ คณะกรรมการ กปข./ ผเู ชยี่ วชาญจากสถาบนั ในประเทศและตา งประเทศ
การตรวจสอบเขอ่ื นภมู พิ ลและอาคารประกอบ โดยเจา หนา ทป่ี ระจำเขอ่ื นและคณะกรรมการตรวจสอบและประเมนิ ความปลอดภยั เขอ่ื น (กปข.)

ผเู ชยี่ วชาญดา นเขอ่ื นคอนกรตี Prof. Chopra มาบรรยายแนวทางการดำเนนิ การวเิ คราะห
ความมนั่ คงเขอ่ื นคอนกรตี ตอ แรงกระทำจากแผน ดนิ ไหว

ผเู ชยี่ วชาญจากองคก ารเขอื่ นใหญร ะหวา งชาติ (ICOLD) การนำยาน ROV ลงสำรวจตะกอนทอ งน้ำ
๒ ทาน คือ Dr. Wieland และ Dr. Brenner ไดมาเยี่ยม ดา นหนา เขอ่ื น เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๕๗
ชมการดำเนนิ งานดา นความปลอดภยั เขอื่ นของเขอ่ื นภมู พิ ล

๑๘๓

เกบ็ ตวั อยา งแทง คอนกรตี จากตวั เขอ่ื นไปวเิ คราะหก ำลงั
และการเสอื่ มสภาพ พบวา คอนกรตี ยงั มคี า ความแขง็ แรง

ในเกณฑสูงกวาที่ออกแบบไว ๒ เทา

แผน ดนิ ไหว

ถงึ แมจ ะไมไ ดอ ยใู นพน้ื ทเ่ี สยี่ งตอ แผน ดนิ ไหว เขอ่ื นภมู พิ ลกต็ ดิ ตง้ั เครอื่ งวดั แผน ดนิ ไหว
ไว ๔ จดุ ตดิ ตงั้ สถานตี รวจวดั แผน ดนิ ไหวโดยรอบ ๔ แหง เจา หนา ทจี่ ะตดิ ตามสถานการณ
แผน ดนิ ไหวในพน้ื ทใ่ี กลเ คยี งอยา งใกลช ดิ โดยใชเ ครอื่ งมอื ตรวจวดั อตั ราเรง จากแผน ดนิ ไหว
ในพนื้ ทใี่ กลเ คยี ง เพอ่ื ตรวจสอบแรงกระทำจากแผน ดนิ ไหวทมี่ าถงึ ตวั เขอื่ นวา มผี ลตอ ความ
มนั่ คงหรอื ไม

เขอ่ื นภมู พิ ลไดร บั การออกแบบใหร บั แรงกระทำจากแผน ดนิ ไหวไวแ ลว ขนาด ๐.๑ g
คดิ เปน รอ ยละ ๑๐ ของแรงโนม ถว งของโลก หรอื เทยี บเทา แผน ดนิ ไหวขนาด ๗ รกิ เตอร
จากสถติ ใิ นรศั มี ๒๐๐ กโิ ลเมตรโดยรอบเคยเกดิ แผน ดนิ ไหวขนาด ๓.๑ - ๖.๓ รกิ เตอร
มาแลว และเหตุการณที่สงแรงสะเทือนถึงเข่ือนมากที่สุดเกิดใน พ.ศ. ๒๕๕๗
จากแผนดินไหวขนาด ๖.๓ ริกเตอรในเขตจังหวัดเชียงราย มีแรงส่ันสะเทือนท่ีเข่ือน
๐.๐๑๙๙ g ซงึ่ กำลงั ขนาดนยี้ งั ต่ำกวา ทอ่ี อกแบบรองรบั ไวถ งึ ๕ เทา

การตรวจสอบยงั คงมอี ยา งสมำ่ เสมอ ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ กฟผ. ทดสอบเกบ็ ตวั อยา ง
แทง คอนกรตี จากตวั เขอื่ นไปวเิ คราะหก ำลงั และการเสอื่ มสภาพ พบวา คอนกรตี ยงั มคี า ความ
แขง็ แรงในเกณฑส งู กวา ทอี่ อกแบบไว ๒ เทา เนอ้ื คอนกรตี อยใู นสภาพดี เสอ่ื มสลายนอ ย
อตั ราการโดนกดั เซาะตำ่ ไมพ บสญั ญาณการแตกรา ว

นนั่ หมายถงึ คอนกรตี ตวั เขอ่ื นภมู พิ ลนน้ั อยใู นสภาพทดี่ มี าก

เขอ่ื นภมู พิ ลจงึ ยงั มอี ายใุ ชง านอกี ยาวนานหลายรอ ยป

๑๘๔ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

เขอ่ื นภมู พิ ล ไดใ หค วามสำคญั เปน อยา งมากในการเตรยี มความพรอ มในการรบั มอื กบั เหตกุ ารณแ ผน ดนิ ไหวในภมู ภิ าคนี้
โดยไดต ดิ ตง้ั เครอื่ งมอื ตรวจวดั ขนาดและศนู ยก ลางแผน ดนิ ไหว (Seismograph) ไวบ รเิ วณรอบอา งเกบ็ น้ำของเขอ่ื นภมู พิ ล จำนวน
๔ สถานี เพ่ือไวติดตามสถิติแผนดินไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณใกลเคียงเขื่อนภูมิพล และติดตั้งเคร่ืองมือตรวจวัดอัตราเรงจาก
แผน ดนิ ไหว (Accelerograph) ไวบ รเิ วณตวั เขอื่ นเพอ่ื ตรวจวดั วา แผน ดนิ ไหวทเี่ กดิ ขน้ึ ทกุ ครง้ั ในภมู ภิ าคนส้ี ง แรงกระทำมาถงึ
เขอื่ นมากนอ ยเพยี งไร และมผี ลกระทบตอ ความมน่ั คงของเขอ่ื นหรอื ไม เพอ่ื ทจี่ ะไดด ำเนนิ การตรวจสอบและแกไ ขไดท นั การ
หากพบความผดิ ปรกติ

รปู แสดง โครงขา ยสถานตี รวจวดั แผน ดนิ ไหวรอบอา งเกบ็ นำ้ เขอ่ื นภมู พิ ล และ ตวั อยา งอาคารสถานี
และเครอื่ งมอื วดั แผน ดนิ ไหวทต่ี ดิ ตง้ั ไวภ ายในอาคาร

๑๘๕

สูการบริหารสมัยใหม

ปจ จบุ นั เขอ่ื นภมู พิ ลมสี ถานะเปน หนว ยงาน (โรงไฟฟา ) แหง หนงึ่ ของการไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย
(กฟผ.) ท่ีมีฐานะเปนรัฐวิสาหกิจ ทำหนาที่จัดหาไฟฟาใหเพียงพอตอความตองการของประเทศ
ภายใตว สิ ยั ทศั น "ผผู ลติ ไฟฟา ดา นพลงั นำ้ ทมี่ สี มรรถนะสงู " เขอ่ื นภมู พิ ลมกี ารพฒั นาระบบการบรหิ าร
จดั การภายในมาโดยตลอด อาทิ พ.ศ. ๒๕๓๗ นำระบบบรหิ ารความปลอดภยั สมยั ใหม (Modern Safety
Management : MSM) มาใช ปรบั ระบบตา ง ๆ จนกลายเปน ระบบบรหิ ารงานคณุ ภาพ ความปลอดภยั
อาชวี อนามยั สงิ่ แวดลอ ม และการจดั การพลงั งาน (Quality Safety Health Environment and Energy
Management) และระบบบรหิ ารคณุ ภาพทวั่ ทง้ั องคก ร (Total Quality Management : TQM)

นบั จาก พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดส รา งระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ มตามมาตรฐาน ISO14001 โดยจดั ทำแผน
จัดการสิ่งแวดลอมในองคกร ติดตามสภาพนำ้ ผิวดิน นำ้ ทิ้ง เฝาระวังคุณภาพนำ้ แมปง จัดทำแผน
ตรวจสอบคุณภาพนำ้ ปละ ๒ คร้ัง ทำโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากนำ้ มันพืชใชแลวเพ่ือใชกับ
ยานพาหนะเขอื่ นทงั้ หมด ๑๑ คนั กบั เครอื่ งจกั รกลการเกษตร ๒ คนั ใน พ.ศ. ๒๕๔๙

ตงั้ แต พ.ศ. ๒๕๓๙ เปน ตน มา มพี นกั งานทดี่ แู ลเขอ่ื นอาศยั อยรู อบเขอื่ นมากกวา ๖๐๐ ครอบครวั คดิ
เปน จำนวนคนมากกวา ๒,๐๐๐ คน ทำใหช มุ ชนเจา หนา ทเ่ี ขอ่ื นกลายเปน ชมุ ชนขนาดเลก็ ระดบั อำเภอ
ภายในมโี รงเรยี น โรงพยาบาล สถานศกึ ษาระดบั ประถม ซง่ึ ทำใหต อ งมกี ารบรหิ ารจดั การความเปน
อยขู องเจา หนา ทเ่ี ขอ่ื นดว ย

๑๘๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

"จติ อาสาเขอื่ นภมู พิ ล"
มเี ครอื ขา ยหลายหนว ยงาน
สรา งฝายไปแลว กวา ๑๒,๐๐๐ ฝาย

ทผ่ี า นมาเขอ่ื นภมู พิ ลยงั พยายามสรา งความสมั พนั ธอ นั ดกี บั ชมุ ชน
โดยรอบเขอ่ื น คณุ สมบรู ณ มณนี าวา อดตี ผวู า การ กฟผ. เลา วา เขอ่ื น
เร่ิมทำงานกับชุมชนมาตั้งแตสรางเสร็จ โดยนำส่ิงของไปมอบใหกับ
ชมุ ชนเหนอื เขอ่ื น ใน พ.ศ. ๒๕๓๔ มกี ารตงั้ ชมรมผบู ำเพญ็ ประโยชน
เขื่อนภูมิพล เร่ิมจัดแขงขันกอลฟยันฮีโอเพน ตั้งแต พ.ศ. ๒๕๓๔
เพอ่ื หาเงนิ ทนุ ไปกอ สรา งอาคารเรยี น หอ งน้ำ ซอ มแซมปรบั ปรงุ ระบบ
ไฟฟา ใหท นุ การศกึ ษากบั โรงเรยี นทอี่ ยรู อบเขอ่ื น

ปลายป พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษตามแนว
พระราชดำริใน ๑๐ ชุมชน ทำโครงการจัดการปาชุมชนอยางย่ังยืน
สรา งฝายชะลอน้ำ สรา งแนวกนั ไฟปา ปลกู ตน ไมเ พมิ่ บวชปา เรยี กวา
"จติ อาสาเขอื่ นภมู พิ ล" มเี ครอื ขา ยหลายหนว ยงาน สรา งฝายไปแลว
กวา ๑๒,๐๐๐ ฝาย จัดทำแผนปองกันไฟปา พรอมกับกอต้งั ศูนยดับ
ไฟปาเข่ือนภูมิพลตั้งแต พ.ศ. ๒๕๓๘ มีอาสาสมัครจำนวน ๕๐ คน
มเี วรยามไมต ำ่ กวา ๘ คนในฤดแู ลง

เข่ือนภูมิพลยังจัดทำโครงการเปดเขื่อนภูมิพลสูชุมชนลุมน้ำปง
ครอบคลมุ ๓ จงั หวดั คอื ตาก เชยี งใหม ลำพนู โดยการจดั เวทคี นใชน ำ้
นำกลมุ คนทดี่ แู ลปา ตน นำ้ คนกลางน้ำในบรเิ วณเขอื่ น และคนปลายน้ำ
มาแลกเปลยี่ นขอ มลู เพอ่ื สรา งความเขา ใจกนั และกนั เพอ่ื นำไปสคู วาม
รว มมอื กนั หลากหลายดา น

๑๘๗

สมยั กอ นปา สมบรู ณ ฝนตกลงมา ๓ วนั น้ำถงึ คอ ยๆ ไหลลงเขอื่ น

แตต อนนไี้ มม ปี า ชว ยชะลอนำ้ ฝนตกลงมานำ้ ไหลลงเขอื่ นทนั ที
ชะลา งหนา ดนิ และไหลเขา มาอยา งรวดเรว็ ...

อนาคตในความเปลย่ี นแปลง

แมใ นตอนนเี้ มอ่ื เทยี บกบั เขอื่ นเกดิ ใหมใ นภมู ภิ าคเอเชยี เขอ่ื นภมู พิ ลจะมใิ ชเ ขอ่ื นคอนกรตี ที่
ใหญท สี่ ดุ อกี ตอ ไปแลว แตส ำหรบั ประเทศไทย เขอื่ นภมู พิ ลยงั มสี ถานะเปน "โรงไฟฟา พลงั นำ้ "
ท่ีใหญท่ีสุดในประเทศ

ไฟฟา จากระบบการผลติ ไฟฟา ของเขอ่ื นภมู พิ ลนน้ั มรี าคาถกู เนอื่ งจากผลติ จากพลงั นำ้ และ
ระดบั การผลติ ไฟฟา คอ นขา งมเี สถยี รภาพ ตราบใดทเี่ ขอื่ นยงั มนี ำ้ จงึ สามารถทดแทนการผลติ
ไฟฟา ในกรณเี กดิ เหตสุ ดุ วสิ ยั กบั โรงไฟฟา ประเภทอนื่

ทกุ วนั นป้ี รมิ าณไฟฟา พลงั น้ำทผ่ี ลติ ไดใ นประเทศไทยนน้ั คดิ เปน รอ ยละ ๕ ของกำลงั การ
ผลติ ไฟฟา พลงั นำ้ ทง้ั โลก

๑๘๘ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

อยา งไรกต็ าม ขอ จำกดั ในการผลติ ไฟฟา พลงั นำ้ มมี ากขนึ้ เรอื่ ย ๆ ทสี่ ำคญั คอื งานวจิ ยั บง ชวี้ า
ปรมิ าณน้ำในแมน ้ำทว่ั โลกกำลงั ลดลง อนั เปน ผลจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศโลกซง่ึ เกดิ จาก
ภาวะโลกรอ น ทศิ ทางของผผู ลติ ไฟฟา พลงั นำ้ สว นมากจงึ หนั มาเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา
พลงั น้ำทมี่ อี ยู และเพม่ิ การผลติ ไฟฟา พลงั น้ำจากโรงไฟฟา พลงั น้ำขนาดเลก็ เนอื่ งจากพน้ื ทก่ี อ สรา ง
โรงไฟฟาพลังน้ำขนาดใหญน้ันหายากข้ึน และในชวงท่ีผานมาเริ่มเปนท่ียอมรับกันแลววา
การสรา งเขอ่ื นขนาดใหญน น้ั กอ ผลกระทบอยา งมหาศาลกบั พน้ื ทป่ี า และสง่ิ แวดลอ มโดยรอบ

ความทา ทายของเขอ่ื นภมู พิ ล คอื จะคงคณุ ภาพการผลติ ไฟฟา พลงั น้ำและเพมิ่ ปรมิ าณการผลติ
ไดอ กี หรอื ไมใ นอนาคต จะวางแผนบรหิ ารจดั การน้ำอยา งไรในภาวะทส่ี ภาพภมู อิ ากาศโลกแปรปรวน
และจะบริหารจัดการนำ้ อยางไรใหเกิดประโยชนสูงสุด

คุณพิสุทธ์ิ โชคคติวัฒน ผูอำนวยการเข่ือนภูมิพล คนท่ี ๑๖ บอกวา การผลิตไฟฟาของ
เขอ่ื นภมู พิ ลหลงั จากนย้ี งั คงขนึ้ กบั ปรมิ าณน้ำทม่ี ใี นเขอ่ื น สว นเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา ทงั้ หมดอาจเพม่ิ กำลงั
การผลติ แตล ะเครอื่ งไดอ กี เลก็ นอ ยราว ๒๐ เมกะวตั ต

ปญ หาทน่ี า หว ง คอื ปรมิ าณนำ้ ไหลลงเขอื่ น "สมยั กอ นปา สมบรู ณ ฝนตกลงมา ๓ วนั นำ้ ถงึ
คอ ย ๆ ไหลลงเขอื่ น แตต อนนไ้ี มม ปี า ชว ยชะลอนำ้ ฝนตกลงมานำ้ ไหลลงเขอ่ื นทนั ที ชะลา ง
หนา ดนิ และไหลเขา มาอยา งรวดเรว็ " แตเ รอื่ งตะกอนดนิ นจ้ี ะยงั ไมเ ปน ปญ หาในอนาคตอนั ใกล ปญ หา
หลกั คอื การรกั ษาสภาพปา ตน น้ำของแมน ้ำปง เพอ่ื รกั ษาปรมิ าณน้ำไหลลงเขอื่ นมากกวา ซง่ึ ในทปี่ ระชมุ
ของผใู ชน ้ำ ตง้ั แตต น นำ้ กลางนำ้ และปลายน้ำทเ่ี ขอื่ นภมู พิ ลจดั ขน้ึ มคี วามพยายามจดั ทำโครงการ
ปลกู ปา แลกขา ว โดยชาวนาในพน้ื ทช่ี ลประทานซง่ึ ทำนาไดป ล ะ ๒ - ๓ ครงั้ จะรวบรวมขา วบางสว น
ไปมอบใหค นตน น้ำทดี่ แู ลปา ในอำเภอดอยเตา อำเภออมกอ ย จงั หวดั เชยี งใหม ซง่ึ สญั ญาวา จะรกั ษา
ปา ตน น้ำ หยดุ การรกุ ปา

๑๘๙

คณุ สนุ ชยั คำนณู เศรษฐ ผวู า การการไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย (กฟผ.) คนที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๕๙
กลาววา ขณะนี้ไทยมีเขื่อนพลังน้ำที่ผลิตไฟฟา ๓,๐๐๐ เมกะวัตต แตใชประโยชนไดเพียง ๖ เปอรเซ็นต
เฉพาะเขื่อนภูมิพลมีตนทุนจายน้ำผานเคร่ืองกำเนิดไฟฟาไดเพียง ๑๔ เปอรเซ็นต ซึ่งถือวามีปริมาณนอย
ในอนาคตตองหาวิธีเพิ่มตนทุนน้ำท่ีจะไหลผานเคร่ืองกำเนิดไฟฟาใหมากข้ึน

และยทุ ธศาสตรก ารเพมิ่ ตน ทนุ น้ำทสี่ ำคญั คอื การปลกู ปา
จากสถติ สิ ามปห ลงั ( พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๕๙ ) เขอ่ื นภมู พิ ลพบปญ หาน้ำเขา เขอ่ื นนอ ยตดิ ตอ กนั ถอื เปน ระดบั
น้ำนอ ยทส่ี ดุ ในรอบ ๕๐ ปน บั แตม เี ขอื่ น
นคี่ อื ความทา ทายทเี่ ขอ่ื นภมู พิ ลและคนไทยตอ งหาทางแกไ ขในเรอ่ื งการบรหิ ารจดั การนำ้ เพอ่ื ใหเ ขอื่ นภมู พิ ล
ยังประกอบภารกิจสำเร็จลุลวง ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่พระราชทานไวเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ เม่ือวันที่
๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ณ เขอ่ื นภมู พิ ล วา

...เขื่อนน้ีจะมีความสำคัญในการเสริมสรางความเจริญ
ของประเทศ และความผาสุกสมบูรณของประชาชน

เพราะเม่ือกอสรางเขื่อนนี้เสร็จแลว
ก็สามารถผลิตไฟฟาไดเปนจำนวนมาก
ชวยใหประชาชนไดมีไฟฟาใชมากขึ้น
เข่ือนยังอำนวยประโยชนในดานการชลประทาน การคมนาคม

และการบรรเทาอุทกภัย...*

* อา งองิ ปกรองใน /หนงั สอื กงึ่ ศตวรรษแหง สายน้ำพระทยั ไฟฟา กา วไกล ชมุ ชนพฒั นา ๕๐ ปเ ขอื่ นภมู พิ ล / การไฟฟา ฝา ยผลติ แหง ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๗

๑๙๐ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

ชาวเข่ือนภูมิพลรวมใจ
สานสายใยจิตอาสาชุมชน

จากจุดเริ่มตนของการทำงานเพื่อสังคมต้ังแตสมัยการกอสรางเขื่อนเร่ือยมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๕๗
ถือเปนชวงเวลากึ่งศตวรรษที่เข่ือนภูมิพลไดตระหนักถึงหลักการเปนสวนหน่ึงของชุมชน ชุมชนรอบ
โรงไฟฟาถือเปนบานพ่ี บานนอง ที่ตองรวมดูแลและใหความสำคัญ สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับ
การดูแลและรับผิดชอบตอสังคม โดยทำงานแบบมีสวนรวมของชุมชนในยุคปจจุบัน มีโครงการและ
กิจกรรมที่โดดเดนและถือเปนส่ิงท่ีไดพัฒนาตอยอดมาจากการทำงานในอดีต โดยมีโครงการตาง ๆ
ดังน้ี

๑๙๑

๑. โครงการเปด เขอ่ื นภมู พิ ลสชู มุ ชนลมุ นำ้ ปง

โครงการเปด เขอื่ นภมู พิ ลสชู มุ ชนลมุ นำ้ ปง มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื สรา งความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา งเขอื่ นภมู พิ ลและชมุ ชน
รอบอา งเกบ็ นำ้ เขอ่ื นภมู พิ ล ซงึ่ พนื้ ทอี่ า งเกบ็ นำ้ ขนาดใหญค รอบคลมุ พน้ื ทถ่ี งึ ๓ จงั หวดั ในภาคเหนอื ไดแ ก จงั หวดั ตาก
ลำพนู และเชยี งใหม ซง่ึ แตล ะพนื้ ทม่ี วี ถิ คี วามเปน อยแู ละความตอ งการทแี่ ตกตา งกนั เขอ่ื นภมู พิ ลจงึ ไดพ ยายามสรา ง
ความเขาใจแกพี่นองรอบร้ัวบานอยางตอเนื่องเพ่ือกอใหเกิดความสัมพันธอันดี ความเขาอกเขาใจซึ่งกันและกัน
และสดุ ทา ยกลายเปน มติ รภาพฉนั ทพ นี่ อ ง ฉนั ทเ พอื่ น ทถ่ี อ ยทถี อ ยอาศยั ซงึ่ กนั และกนั

ภายใตโ ครงการเปด เขอ่ื นภมู พิ ลสชู มุ ชนลมุ นำ้ ปง มกี จิ กรรมทโ่ี ดดเดน และสำคญั หลากหลายกจิ กรรม แตท สี่ ำคญั
และนบั เปน ภาพสะทอ นการเปน โอง น้ำใบใหญข องประเทศ และการเปน ผบู รหิ ารจดั การน้ำไดอ ยา งชดั เจน คอื กจิ กรรม
เวทผี ใู ชน ้ำและกจิ กรรมคา ยเยาวชน

๑๙๒ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

๑๙๓

๒. โครงการจติ อาสา ปน ศรทั ธาและอาทร

โครงการนเี้ ปน การสง เสรมิ ใหผ ปู ฏบิ ตั งิ านและชมุ ชนมคี วามตระหนกั ถงึ การทำงานแบบจติ อาสา คอื การมจี ติ ใจทตี่ อ งการชว ยเหลอื
บคุ คลอน่ื ทเ่ี ดอื ดรอ น มคี วามหว งใยเหมอื นเปน คนในครอบครวั เดยี วกนั โดยใชก ำลงั สมอง กำลงั กาย และแรงใจ ในการเขา ไปทำงาน
แบบมสี ว นรว มกบั ชมุ ชน เพราะในปจ จบุ นั นกี้ ารทโ่ี รงไฟฟา จะตง้ั อยไู ดน นั้ ไมเ พยี งแตต อ งดำเนนิ งานทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพและบคุ ลากรทมี่ ี
ความรเู ทา นน้ั แตจ ำเปน ตอ งมคี วามสมั พนั ธอ นั ดงี ามกบั ชมุ ชน ซงึ่ จดุ กำเนดิ ของความสมั พนั ธท ด่ี นี น้ั ตอ งเกดิ จากการใช "ใจ"และ "ใจ"
เงินหรือสิ่งของไมสามารถที่จะแกปญหาทุกอยางได

๑๙๔ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั น้ี

๑๙๕

๓. โครงการเปด ใจเรยี นรู เพอ่ื นครู เขอ่ื น

โครงการเปด ใจเรยี นรู เพอ่ื นครู เขอ่ื น ไดเ รม่ิ ตน ขน้ึ ประมาณชว ง พ.ศ. ๒๕๔๐ คณุ บญุ อนิ ทร ชน่ื ชวลติ ดำรงตำแหนง
ผอู ำนวยการเขอ่ื นภมู พิ ลในชว งเวลานน้ั ไดร เิ รม่ิ ใหจ ดั ตง้ั โครงการเปด ใจเรยี นรู เพอ่ื นครู เขอื่ น โดยมแี นวคดิ จาก "บวร"
บา น วดั โรงเรยี น ซง่ึ โรงเรยี นกเ็ ปน หนงึ่ ในหนว ยงานทมี่ คี วามสำคญั ในการหลอ หลอมเยาวชนของชาติ และยงั เปน ศนู ย
กลางความรทู สี่ ำคญั ทจ่ี ะเผยแพรใ หแ กช มุ ชนรอบขา ง

๑๙๖ เขอื่ นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้

๔. โครงการคนรกั ษต น น้ำ กลางนำ้ ปลายน้ำ

โครงการคนรกั ษต น นำ้ กลางน้ำ ปลายนำ้ เปน โครงการทมี่ งุ เนน ใหเ กดิ การดแู ลปา ตน นำ้ ซง่ึ เปน แหลง กอ เกดิ แมน ำ้ ปง ทไ่ี หลลงอา ง
เกบ็ นำ้ เขอ่ื นภมู พิ ลอยา งยง่ั ยนื และมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยเนน ใหช มุ ชนในแตล ะพนื้ ทบี่ รหิ ารจดั การดแู ลตามวถิ ขี องชมุ ชน โดยมเี ขอื่ นภมู พิ ลเปน
กลั ยาณมติ รทด่ี ใี นการใหค ำปรกึ ษาและสนบั สนนุ ทรพั ยากรทจ่ี ำเปน ตา ง ๆ โดยเนน การดแู ลปา ตงั้ แตก ารสรา งความชมุ ชน้ื และอดุ มสมบรู ณ
ของปา ปอ งกนั การทำลายปา และไฟปา การปลกู ปา ทดแทนและปลกู ปา เสรมิ ตลอดจนสรา งจติ สำนกึ ใหแ กช มุ ชนและเยาวชนในพน้ื ที่
ในการรว มดแู ลปา ตน นำ้ และปา ชมุ ชน ในปจ จบุ นั ไดข ยายเครอื ขา ยการทำงานดา นการอนรุ กั ษป า และทรพั ยากรธรรมชาติ ไปสชู มุ ชน
ตาง ๆ รอบอางเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล กลุมผูใชนำ้ หนวยงานราชการและเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาตาง ๆ ที่สนใจเขารวม
กจิ กรรมกบั เขอื่ นภมู พิ ล

๑๙๗

การดูแลผืนปาท่ีอยูรอบ ๆ เข่ือนภูมิพลไดเริ่มดำเนินการมาต้ังแตชวง พ.ศ. ๒๕๓๗ ภายใตโครงการปลูกปาถาวร
เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชยปท่ี ๕๐
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื อนรุ กั ษแ ละฟน ฟปู า และทรพั ยากรธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ ม รวมทง้ั ระบบนเิ วศวทิ ยาผนื ปา รอบอา งเกบ็ นำ้ เขอ่ื นภมู พิ ล

นอกจากการปลกู ปา แลว เพอ่ื รกั ษาความชมุ ชนื้ ของผนื ปา และกกั เกบ็ น้ำ เขอ่ื นภมู พิ ลไดจ ดั ทำโครงการสรา งฝายชะลอน้ำตาม
ทางนำ้ ไหลภายในปา ชมุ ชนโดยรอบและพน้ื ทเี่ ขอ่ื นภมู พิ ล เพอ่ื เปน การดกั ตะกอนทอ่ี าจไหลมากบั นำ้ และชว ยชะลอน้ำไวใ นปา โดย
เฉพาะหนา แลง จะชว ยดกั ตะกอนทไ่ี หลมากบั นำ้ ลดการตนื้ เขนิ ทป่ี ลายน้ำ ทำใหน ำ้ มคี ณุ ภาพดขี น้ึ และชว ยใหด นิ ชมุ ชน้ื ปา มคี วาม
อดุ มสมบรู ณ เพม่ิ ความหลากหลายทางชวี ภาพ เมอื่ ดนิ ชมุ ชนื้ ปา กช็ น้ื กลายเปน แนวกนั ไฟปา ลดความรนุ แรงของไฟปา ไดอ กี
ทางหนงึ่ ซง่ึ ไดด ำเนนิ การมาตงั้ แต พ.ศ. ๒๕๔๙ ปจ จบุ นั สรา งฝายชะลอนำ้ ไดท งั้ หมดประมาณ ๑๒,๐๐๐ ฝาย

๑๙๘ เขอ่ื นภมู พิ ล : กวา จะเปน วนั นี้


Click to View FlipBook Version