The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

20

11. “ชดุ คาสัง่ หรอื โปรแกรมส่ังการให้คอมพวิ เตอร์ทางาน” เปน็ องคป์ ระกอบส่วนใดของระบบ
สารสนเทศ

ค. ซอฟต์แวร์
12. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลักษณะสารสนเทศที่ดี

ข. ตรงประเด็น
13. ขอ้ มูลสารสนเทศ คอื อะไร

ค. ข้อมูลท่ีได้รบั การกรองและเรยี บเรียงท่ีสามารถนาไปใช้งานได้

ตอนท่ี 2 ตอบคาถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกตอ้ ง

1. ให้นักศึกษาบอกความหมายของคอมพิวเตอร์

......................................................................................................................... .......................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .......

2. องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอรม์ ีอะไร จงอธบิ าย

............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

3. จงอธิบายหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์

............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................

4. จงบอกลกั ษณะของสารสนเทศท่ดี ี

............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...

21

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 2

รหสั วิชา 20001 - 2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ

ชอื่ หน่วย ระบบปฏิบัติการ จานวน 6 ชั่วโมง

รายการหวั ข้อการเรยี นรู้

1. ความหมายของระบบปฏิบัติการ

2. ประเภทของระบบปฏิบัติการ

3. ระบบปฏบิ ตั ิการที่นยิ มใช้ในปัจจบุ ัน

4. ระบบปฏิบัติการ Windows

5. การเปดิ ใชง้ าน ตดิ ต้ังและยกเลิกแอป

6. ต้งั ค่าการใช้งาน

7. การใช้ File Explorer

หัวข้อการเรียนรู้ จุดประสงค์การสอนหรือจุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1. ความหมายของระบบปฏบิ ัติการ 1. บอกความหมายของระบบปฏบิ ตั ิการได้

2. ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ 2. บอกประเภทของระบบปฏิบัติการได้

3. ระบบปฏบิ ตั ิการท่ีนิยมใชใ้ นปัจจบุ ัน 3. อธบิ ายลักษณะของระบบปฏิบตั กิ ารท่นี ิยมใชใ้ นปจั จุบนั ได้

4. ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 4. สามารถใช้งานระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows ได้

5. การเปิดใช้งาน ติดต้ังและยกเลิก 5. สามารถเปดิ ใช้งาน ตดิ ตง้ั และยกเลิกแอปได้

แอป

6. ตั้งคา่ การใช้งาน 6. สามารถตั้งค่าการใช้งานได้

7. การใช้ File Explorer 7. สามารถใช้งาน File Explorer ได้

วธิ กี ารสอน : บรรยายและสาธติ

ส่อื การสอน :

1. หนังสือเรยี นวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั ซคั เซส

มเี ดีย จากดั

2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน / หลังเรียน พร้อมเฉลย

3. Kahoot

การประเมิน :

1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั ิงานรายบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรุง

2. แบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี นไม่มเี กณฑผ์ า่ น เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรียบเทียบกับคะแนนที่ ได้

จากการทดสอบหลังเรยี น

3. แบบสังเกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กับการ

ประเมนิ ตามสภาพจริง

22

แผนการจดั การเรียนรู้

ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ รหสั วิชา 20001-2001 สอนครง้ั ท่ี 2

หนว่ ยท่ี 2 ชื่อหนว่ ย ระบบปฏิบตั กิ าร จานวน 3 ชม.

1. หัวข้อการเรียนรู้
1. ความหมายของระบบปฏบิ ตั ิการ
2. ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ
3. ระบบปฏบิ ัติการทน่ี ิยมใชใ้ นปจั จบุ ัน

2. สาระสาคญั
ระบบปฏิบัติการเป็นซอฟต์แวร์ที่คอมพิวเตอร์ทุกเคร่ืองต้องมี เพราะเป็นซอฟต์แวร์ที่ทา

หน้าที่ติดต่อระหว่างซอฟต์แวร์อ่ืน ๆ และฮาร์ดแวร์ และยังมีหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากร
ระบบปฏบิ ัติการมหี ลายแพลตฟอรม์ ท่ใี ช้กนั ในปัจจบุ ัน เช่น Microsoft Windows, OS X Mountain
Lion และ Ubuntu เป็นต้น ระบบปฏิบัติการมีพัฒนาการมาอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและใช้งาน
งา่ ยขนึ้

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เก่ียวกับความหมายของระบบปฏิบัติการ ประเภทของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการ Windows การเปิดใช้งาน ติดต้ังและยกเลิก
แอป ตง้ั คา่ การใชง้ าน และการใช้ File Explorer ได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงค์ทัว่ ไป
1. รู้ความหมายของระบบปฏิบัตกิ าร
2. รู้ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ
3. เข้าใจระบบปฏบิ ัติการทน่ี ิยมใชใ้ นปจั จบุ นั

4.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกความหมายของระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
2. บอกประเภทของระบบปฏิบัติการได้
3. อธิบายระบบปฏบิ ัติการท่นี ิยมใชใ้ นปัจจบุ นั ได้

23

5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 2 คร้ังที่ 2 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ตรวจสอบรายชอ่ื ของนักเรียนที่เขา้ เรยี น
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับระบบปฏิบัติการว่า

ระบบปฏิบัติการที่นักเรียนเคยใช้มีลักษณะแบบไหน ระบบปฏิบัติการท่ีใช้ในปัจจุบันมีคุณสมบัติ
อะไรบา้ งแตกตา่ งจากระบบปฏบิ ตั กิ ารเวอรช์ น่ั ก่อนอยา่ งไร

3. ครแู สดงความคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
ข้ันสอน
1. ครบู รรยาย อธิบาย ยกตวั อยา่ งในแตล่ ะหวั ข้อการเรียน
2. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซักถามครผู ู้สอน
3. ประเมินพฤตกิ รรมรายบคุ คลโดยครูจะซักถามในแตล่ ะคน
4. นักเรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 3 คน
5. ศึกษาเก่ียวกบั ระบบปฏิบตั กิ ารแลว้ นาเสนอ
ข้นั สรุป
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ สาระสาคัญ
2. เปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสยั
3. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศกึ ษาเพิ่มเตมิ
4. ทาแบบทดสอบหลังเรียนและเฉลยแบบทดสอบ
6. ส่อื การจัดการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ (20001-2001) ของบริษัท
ซคั เซส มเี ดยี จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ ก่อนเรียนพร้อมเฉลย
3. แบบฝกึ หัดทา้ ยบท
4. Google classroom

7. การวดั ผลและประเมินผล
วิธวี ดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
2. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อนเรียน
3. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์

24

เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกล่มุ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ นเรียน 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละ
นักเรยี นรว่ มกันประเมนิ

8. แหล่งการเรียนร้เู พมิ่ เติม
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลยั เทคนิคสว่างแดนดิน
2. อนิ เทอร์เนต็

9. กิจกรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
1. นักเรยี นเขา้ ไปค้นคว้าข้อมูลเพมิ่ เติมจากห้องสมุด จัดทาเป็นรายงานส่งครู
2. ทาแบบฝึกปฏบิ ัติและแบบประเมินผลการเรยี นรู้

25

สัปดาห์ท.่ี ................

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วชิ า......................วชิ า........................................................................ระดับ.............. ชน้ั ปีที.่ ..........
แผนกวชิ า............................................จานวนนักเรียน............คน มาเรียน............คน ขาดเรียน...........
คน มาสาย............คน ลา..............คน สอนเม่อื วนั ท.่ี .............เดอื น..................................พ.ศ................
หน่วยท่ี..................... ชือ่ หนว่ ย..............................................................................จานวน...........ชว่ั โมง

 เนือ้ หาวัตถุประสงคแ์ ละสื่อการสอน
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................................... ............
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................... ................................................................................................. ........

 ปัญหาที่เกดิ ขึน้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผสู้ อน และผลที่ได้
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ................................................หัวหนา้ แผนก
(นางสุวมิ ล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนัยสวสั ดิ์)

วันท.ี่ ........................................................... วันที.่ ...............................................................

26

แบบทดสอบก่อนเรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนท่ี 1/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก.......................................หอ้ ง............

คาส่ัง / คาชแี้ จง ให้เลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว

1. ระบบปฏบิ ตั กิ ารมชี อ่ื เรยี กเปน็ ภาษาองั กฤษวา่ อะไร

ก. Firmware ข. User Interface

ค. Operator System ง. Operating System

2. หนา้ ที่หลักของระบบปฏิบัติการคือ
ก. แกไ้ ขปัญหาการทางานของระบบ
ข. จัดการทรพั ยากรต่าง ๆ ภายในระบบ
ค. เป็นตวั กลางระหว่างฮารด์ แวรก์ บั ผ้ใู ช้
ง. ควบคมุ การตดิ ต่อส่อื สารในระบบเครือขา่ ย

3. ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ระเภทของระบบปฏบิ ตั กิ าร ข. Network OS
ก. Tech OS ง. Stand alone OS
ค. Embeded OS

4. แอปสาหรบั ดาวนโ์ หลดแอปตัวอ่นื ๆ มาตดิ ต้ังเพิ่มชื่ออะไร

ก. Buy ข. 7

ค. Store ง. Other

5. ธีมใน Windows คอื อะไร
ก. กาหนดการพักหนา้ จอ Windows
ข. การกาจัดไฟล์ท่ีไมใ่ ช้งานใน Windows
ค. การปรบั ความเรว็ ในการเข้าสู่ Windows
ง. สว่ นประกอบท่ใี ช้ในการตกแต่ง Windows

6. File Explorer ใน Windows 10 แตกตา่ งจากเวอร์ช่ันอื่นอย่างไร
ก. มีขนาดกะทดั รัด
ข. สามารถแสดงภาพเคลือ่ นไหวได้
ค. เป็นหนา้ ต่างโปร่งใส
ง. คาสง่ั เป็นแบบ Ribbon Interface

27

7. โทรศัพท์มือถือ (Smart Phone) ท่ีเราใช้ในปัจจบุ นั ใช้ระบบปฏิบัติการประเภทใด
ก. ระบบปฏบิ ัติการแบบฝัง
ข. ระบบปฏิบตั ิการเครือข่าย
ค. ระบบปฏบิ ตั ิการแบบเด่ยี ว
ง. ไมม่ ีข้อถูก

8. ระบบปฏิบัติการอะไร ท่สี ามารถนามาใช้ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งจ่ายค่าลขิ สิทธิ์
ก. Linux
ข. Mac OS
ค. Windows
ง. ไม่มีข้อถูกเพราะทุกระบบปฏบิ ตั ิการต้องจา่ ยคา่ ลขิ สทิ ธ์ิ

9. ขอ้ ใดไม่ใช่ Metro style app
ก. Mail
ข. Calender
ค. Microsoft Office
ง. Microsoft Edge

10. ขอ้ ใดต่อไปนีไ้ ม่ถกู ตอ้ ง
ก. Delete คอื คาสั่งสาหรับลบไฟลห์ รือลบโฟลเดอร์
ข. Rename คือ คาสัง่ สาหรับเปลี่ยนชอื่ ไฟลห์ รือโฟลเดอร์
ค. New Folder คือ คาสง่ั สาหรบั สร้างไฟลห์ รอื โฟลเดอร์ใหม่
ง. Properties คอื คาสัง่ สาหรับแสดงคุณสมบัตขิ องไฟลห์ รือโฟลเดอร์

28

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี ภาคเรยี นที่ 1/2563
ชือ่ ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............

คาส่งั / คาชแี้ จง ใหเ้ ลอื กคาตอบทีถ่ กู ต้องทีส่ ุดเพยี งข้อเดยี ว
1. ระบบปฏิบตั กิ ารมชี อื่ เรียกเป็นภาษาองั กฤษวา่ อะไร

ง. Operating System
2. หน้าทีห่ ลักของระบบปฏบิ ัตกิ ารคือ

ค. เป็นตวั กลางระหวา่ งฮาร์ดแวร์กบั ผ้ใู ช้
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ

ก. Tech OS
4. แอปสาหรับดาวน์โหลดแอปตัวอ่นื ๆ มาติดต้งั เพิ่มช่ืออะไร

ค. Store
5. ธีมใน Windows คอื อะไร

ง. สว่ นประกอบท่ใี ช้ในการตกแต่ง Windows
6. File Explorer ใน Windows 10 แตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่นอย่างไร

ง. คาสั่งเป็นแบบ Ribbon Interface
7. โทรศพั ทม์ ือถือ (Smart Phone) ทีเ่ ราใช้ในปัจจุบัน ใช้ระบบปฏิบตั กิ ารประเภทใด

ก. ระบบปฏบิ ตั ิการแบบฝัง
8. ระบบปฏิบตั ิการอะไร ทส่ี ามารถนามาใช้ไดโ้ ดยไม่ต้องจ่ายคา่ ลขิ สทิ ธิ์

ก. Linux
9. ขอ้ ใดไม่ใช่ Metro style app

ค. Microsoft Office
10. ขอ้ ใดต่อไปน้ไี มถ่ กู ต้อง

ค. New Folder คือ คาส่ังสาหรับสรา้ งไฟล์หรือโฟลเดอร์ใหม่

29

ใบความรู้ / ใบเนื้อหา
หนว่ ยที่ 2 เรื่อง ระบบปฏบิ ัติการ

ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่ควบคุมการทางานของเครื่อง เพื่อให้ใช้คอมพิวเตอร์นั้นง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Windows, Mac รวมถึง Open source OS ต่าง ๆ เป็นต้น การมีโปรแกรม
ระบบปฏิบัติการนี้ทาให้สามารถใช้โปรแกรมประยุกต์บนคอมพิวเตอร์ได้ง่ายอีกด้วยโปรแกรม
ระบบปฏบิ ัติการเป็นสงิ่ ทผี่ ใู้ ชต้ อ้ งทางานด้วยตลอดเวลา
2.1 ความหมายของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการหรือโอเอส (Operating system : OS) เป็นซอฟต์แวร์ท่ีทาหน้าที่เป็น
ตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยกุ ตท์ ่ัวไป บางคร้ังอาจจะเห็นระบบปฏิบตั ิการเป็นเฟิร์ม
แวร์ก็ได้ ระบบปฏิบัติการมีน้าท่ีหลักๆ คือ การจัดสรรทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บริการ
ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตใ์ นการรับส่งและจัดเก็บข้อมูลกบั ฮารด์ แวร์
2.2 ประเภทของระบบปฏบิ ัตกิ าร

แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
2.2.1 ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand alone OS) นิยมใช้สาหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ี
ทางานแบบทว่ั ไป เช่น เครื่องคอมพิวเตอรต์ ามบา้ นหรือสานักงาน ซึ่งจะถกู ตดิ ตงั้ ระบบปฏิบัติการนี้ไว้
รองรับการทางานบางอย่าง เช่น พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น ระบบปฏิบัติการประเภทน้ี เช่น
Windows Mac Linux
2.2.2 ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (network OS หรือ NOS) เป็นระบบปฏิบัตกิ ารที่ออกแบบ
มาสาหรับจัดการงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์และช่วยให้คอมพิวเตอร์ท่ีต่ ออยู่กับ
เครือข่ายสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์หรือเคร่ืองพิมพ์ร่วมกันได้ เช่น Windows Server
Unix
2.2.3 ระบบปฏิบัติการแบบฝัง (Embeded OS) เป็นระบบปฏิบัติการท่ีเกิดขึ้นหลังสุด พบ
เห็นไดใ้ นอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก ระบบปฏบิ ัตกิ ารประเภทนไ้ี ด้แก่ Android IOS
2.3 ระบบปฏบิ ตั กิ ารทนี่ ิยมใชใ้ นปจั จุบนั
2.3.1 ระบบปฏิบตั กิ าร Mac OS

ในปี 1984 บริษัทแอปเป้ิลได้วางจาหน่ายระบบปฏิบัติการ Mac OS สาหรับใช้กับ
เครื่องคอมพิวเตอร์แมคอนิ ทอช โดยมกี ารเช่ือมต่อกับผู้ใช้ผ่านทางรปู ภาพทาให้ใช้งานง่าย ระบบนี้จะ
สนับสนนุ การทางานแบบมลั ตทิ าสก้งิ สาหรับในรนุ่ ปจั จุบันสามารถแสดงวดิ ีโอแบบ 3 มติ ไิ ด้ สนับสุนน
งานบนเครือขา่ ยและงานด้านมัลตมิ เี ดียได้เป็นอย่างดี

30

รูปที่ 5 ระบบปฏบิ ัตกิ าร Mac OS
(ทมี่ า https://images.idgesg.net/images/article/2020/06/mac-os-big-sur-widgets-100849699-large.jpg)

2.3.2 ระบบปฏิบตั กิ าร Linux
เป็นระบบปฏิบัติการท่ีพัฒนาโดยใช้แนวทางของระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ใช้โค้ดท่ี

เขียนและเผยแพร่ในแบบ โอเพ่นซอร์ส (Open source) ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับระบบเครือข่าย
และเหมาะกับการทางานเปน็ เครือ่ งเซอร์ฟเวอร์

รูปที่ 6 ระบบปฏิบัติการ Linux Ubuntu
(ที่มา: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Unity_5.12_on_Ubuntu_12.04.png)

2.3.3 ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows
เป็นระบบปฏิบัติการท่ีถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เพ่ือใช้แทน

ระบบปฏบิ ัติการ DOS แบบเดิมที่ผใู้ ช้ตอ้ งจาคาสง่ั ต่างๆ เป็นจานวนมาก เน่อื งจากวินโดวส์ใชก้ ารคลิก
เมาส์ที่รูปภาพแทนการคีย์ป้อนคาส่ังแบบเดิม อีกทั้งยังเป็นระบบปฏิบัติการท่ีสนับสนุนการทางาน
แบบมลั ติทาสกง้ิ ทาให้สะดวกในการใชง้ านมากข้ึน

31

รปู ท่ี 7 ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows
(ท่มี า: https://www.guitricks.com/2015/07/how-to-download-or-get-windows-10.html)

32

ใบงานปฏิบตั ิ
เรื่อง ระบบปฏิบตั ิการ

จดุ ประสงค์ 1. สามารถใชง้ านระบบปฏบิ ัติการ Windows ได้
2. สามารถใชง้ านการเปิดใช้งาน ตดิ ตั้งและยกเลกิ แอปได้
3. สามารถตัง้ ค่าการใช้งานได้
4. สามารถใชง้ าน File Explorer ได้

คาชแี้ จง 1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน
2. กาหนดให้นักเรยี นศึกษาข้อมลู การติดตัง้ ระบบปฏบิ ัตกิ าร จากหนงั สอื เรยี น

ห้องสมุดหรือจาก อนิ เทอร์เน็ต โดยเลอื กระบบปฏิบตั ิการ 1 ระบบปฏบิ ัติการ ดงั น้ี
2.1 ระบบปฏบิ ัติการ Windows 98
2.2 ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows XP
2.3 ระบบปฏิบัติการ Windows 7
2.4 ระบบปฏบิ ัติการ Windows 10
2.4 ระบบปฏิบตั กิ าร Linux
2.5 ระบบปฏิบัตกิ าร IOS

3. หลงั จากนักเรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาขนั้ ตอนการตดิ ตั้งและการใช้งานท่วั ไปของ
ระบบปฏบิ ตั กิ ารที่เลือกแลว้ ให้จดั ทารายงาน นาเสนอหน้าช้นั เรยี นในชั่วโมงถดั ไป กลุ่มละ 5 นาที

33

แผนการจดั การเรยี นรู้

ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ รหัสวชิ า 20001-2001 สอนครัง้ ที่ 3

หนว่ ยท่ี 2 ชือ่ หนว่ ย ระบบปฏิบัติการ จานวน 3 ชม.

1. หัวขอ้ การเรียนรู้
1. ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows
2. การเปดิ ใชง้ าน ติดต้ังและยกเลิกแอป
3. ตั้งคา่ การใชง้ าน
4. การใช้ File explorer

2. สาระสาคญั
ระบบปฏิบัติการเป็นซอฟต์แวร์ท่ีคอมพิวเตอร์ทุกเคร่ืองต้องมี เพราะเป็นซอฟต์แวร์ท่ีทา

หน้าที่ติดต่อระหว่างซอฟต์แวร์อื่น ๆ และฮาร์ดแวร์ และยังมีหน้าท่ีในการจัดสรรทรัพยากร
ระบบปฏิบัติการมีหลายแพลตฟอร์มท่ใี ช้กันในปจั จุบัน เช่น Microsoft Windows, OS X Mountain
Lion และ Ubuntu เป็นต้น ระบบปฏิบัติการมีพัฒนาการมาอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและใช้งาน
งา่ ยขนึ้

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เก่ียวกับความหมายของระบบปฏิบัติการ ประเภทของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการ Windows การเปิดใช้งาน ติดต้ังและยกเลิก
แอป ต้งั ค่าการใช้งาน และการใช้ File Explorer ได้

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จุดประสงคท์ ว่ั ไป
1. สามารถใช้งานระบบปฏิบัตกิ าร Windows
2. สามารถเปิดใช้งาน ติดตัง้ และยกเลิกแอป
3. สามารถตง้ั คา่ การใช้งาน
4. สามารถใชง้ าน File Explorer
4.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถใช้งานระบบปฏิบตั กิ าร Windows ได้
2. สามารถเปิดใชง้ าน ติดตัง้ และยกเลกิ แอปได้
3. สามารถตัง้ คา่ การใชง้ านได้
4. สามารถใชง้ าน File Explorer ได้

34

5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 2 ครัง้ ที่ 3 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ตรวจสอบรายช่ือของนักเรียนทเ่ี ขา้ เรยี น
2. ทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนที่เรียนผ่านมา และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ

ระบบปฏิบตั กิ ารในปจั จบุ นั
3. ครูแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติม
ขั้นสอน
1. ครูบรรยาย อธิบาย ยกตวั อย่างในแต่ละหัวข้อการเรยี น
2. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซักถามครูผู้สอน
3. ประเมินพฤตกิ รรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถามในแตล่ ะคน
4. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 คน
5. ศกึ ษาเกย่ี วกับการใชง้ านพ้ืนฐานของระบบปฏิบัตกิ าร Windows
ขัน้ สรุป
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสาคญั
2. เปดิ โอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั
3. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศึกษาเพิ่มเติม
4. ทาแบบทดสอบหลังเรียนและเฉลยแบบทดสอบ

6. สอ่ื การจัดการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั

ซัคเซส มเี ดยี จากัด
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้หลงั เรียน พร้อมเฉลย
3. แบบฝกึ หดั ท้ายบท
4. Google classroom

7. การวัดผลและประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ก่อนเรียน
3. การสังเกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั

พึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลมุ่

35

2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้หลงั เรียน 10 ข้อ
3. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละ
นักเรยี นร่วมกนั ประเมนิ

8. แหลง่ การเรยี นรู้เพมิ่ เติม
1. ห้องสมุดวทิ ยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. อนิ เทอร์เน็ต

9. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
1. นักเรียนเขา้ ไปคน้ คว้าข้อมูลเพิม่ เติมจากหอ้ งสมดุ จัดทาเป็นรายงานส่งครู
2. ทาแบบฝกึ ปฏิบัตแิ ละแบบประเมินผลการเรยี นรู้

36

สปั ดาหท์ ี.่ ................

บันทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา......................วิชา........................................................................ระดับ.............. ชนั้ ปที .่ี ..........
แผนกวิชา............................................จานวนนักเรยี น............คน มาเรียน............คน ขาดเรียน...........
คน มาสาย............คน ลา..............คน สอนเมอ่ื วนั ท่.ี .............เดือน..................................พ.ศ................
หนว่ ยที.่ .................... ชอื่ หน่วย..............................................................................จานวน...........ชว่ั โมง

 เน้ือหาวตั ถุประสงค์และสือ่ การสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................ ........

 ปัญหาท่ีเกิดขน้ึ ในระหว่างการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครูผู้สอน และผลท่ีได้
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสาวรจนาถ มลู ตรีแก้ว) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวัสด์)ิ

วันท่.ี ........................................................... วันท.่ี ...............................................................

37

ใบความรู้ / ใบเน้ือหา
หน่วยท่ี 2 เรื่อง ระบบปฏิบัติการ
2.4 ระบบปฏิบตั ิการ Windows
การเปดิ ใชง้ าน Windows
เมื่อเปิดใช้งาน Windows 10 จะแสดงหน้าจอ Lock Screen พร้อมด้วยวัน เวลา
รวมถงึ การแจ้งเตือนอีเมลใหมแ่ ละวันเกดิ สามารถเข้าสู่หนา้ จอ Windows ได้ดังนี้
1. คลกิ เมาสป์ ุ่มซ้ายหรือกดแป้นพิมพป์ มุ่ <enter>
2. พิมพ์รหสั ผ่านเพอื่ ใช้งานระบบ แล้วกดปุ่ม <enter>

รูปท่ี 8 การเปดิ ใชง้ าน Windows

การปดิ การใชง้ าน
เมื่อใชง้ านเสรจ็ แลว้ ถ้าตอ้ งการปดิ โปรแกรม Windows ใหค้ ลกิ ปุ่ม > Power จะพบ
ตวั เลอื กในการปดิ ดงั น้ี
1. Sleep เป็นคาส่ังพักการทางานต่างๆ ไว้ช่ัวคราว แต่สามารถกลับมาทางานต่อได้อย่าง
รวดเร็ว โดยไมต่ ้องปิดเครอื่ ง เพียงเลื่อนเมาส์หรือกดคียใ์ ดๆ หรือไม่ได้ใช้งานเครื่องคอมพวิ เตอร์ในระ
เวลาหนึง่ เคร่ืองจะเข้าสูโ่ หมด Sleep ให้เองเพอ่ื ประหยดั พลงั งาน
2. Shut down เป็นคาสั่งปิดเครื่องคอมพวิ เตอรแ์ บบถาวร รวมถึงโปรแกรมท่ีเปิดใชง้ านด้วย
ซง่ึ หากไมไ่ ด้มีการบันทกึ ไฟล์ งานทที่ าคา้ งอยู่จะสญู หาย
3. Restart ปิดเพื่อเปิดเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ มักใช้ในกรณีที่มีการลงโปรแกรมหรือติดตั้ง
อปุ กรณ์ใหม่ หรือในกรณีทเ่ี ครื่องมปี ัญหาโดยไม่ทราบสาเหตุ
2.5 การเปดิ ใชง้ าน การติดต้ังและการยกเลกิ แอป
เมื่อต้องการเปดิ ใช้งานโปรแกรมท่ไี ดต้ ิดตัง้ ลงในเคร่ืองแลว้ สามารถเรียกใชง้ านได้ดังนี้

38

1. คลกิ ที่ แลว้ คลกิ ชอื่ โปรแกรมทใ่ี ช้งานเป็นประจาได้ทนั ที
2. ถา้ ไม่พบโปรแกรมที่ตอ้ งการ ให้คลกิ ตวั อักษรใดอักษรหน่ึง เพ่ือแสดงอักษรท้ังหมด
3. คลิกทต่ี วั อักษรทเี่ ปน็ ชื่อของโปรแกรมทต่ี ้องการ
4. เลือกโปรแกรมท่ตี อ้ งการ
ติดตั้งแอปเพิ่มเติมผา่ น Microsoft store
1. เข้าสู่หน้า Microsoft store ท่ีหน้า Start Screen มี tile ของ Microsoft store เป็น
รปู แบบกระเป๋าช้อปปงิ้ ให้คลิกเพอื่ เข้าไปเลือกแอปเพมิ่ เติมทตี่ ้องการ
2. ในแต่ละแค็ตตาล็อกจะมีชื่อบอกไว้อย่างชัดเจน และมีรายละเอียด ได้แก่ All start, Top
free, new Release, Popular now, Top paid ให้เลอื กแอปที่ต้องการ
ยกเลกิ การติดต้งั แอป

ถา้ ต้องการถอนการตดิ ตัง้ แอปจากเครื่องคอมพวิ เตอร์ ให้คลิกที่ แล้วเลือกโปรแกรม
ท่ตี อ้ งการ จากนน้ั คลกิ ขวาทีโ่ ปรแกรมแลว้ เลือกคาสงั่ Uninstall
2.6 การตัง้ ค่าการใชง้ านส่วนตัวด้วย Lock Screen

การปรบั แบค็ กราวนใ์ หก้ บั หน้าจอ Lock Screen
1. คลกิ ขวาที่ Desktop เลือก Personalize
2. เลือกภาพสาหรับแบ็คกราวน์ให้กบั Lock Screen หรือสามารถเลือกไฟล์ภาพเพิม่ เตมิ โดย
การเลอื กไปที่ Browse
3. เลือกภาพทต่ี ้องการ เสร็จแล้วใหค้ ลกิ เลอื กท่ี Choose picture
การกาหนดแอปทแ่ี สดงหนา้ จอ Lock Screen
หลังจากเลือกไฟล์ภาพสาหรับแบ็กกราวน์เสร็จแล้ว ต่อไปเป็นการเลือกว่าจะให้แอปตัวใด
แสดงรายงาน ข้อมูลจาก Lock Screen โดยที่รายการ Lock Screen จะเห็นรายการแอปท่ีถูกเลือก
ไว้อยู่แล้ว จากนั้นเลือกแอปตามความต้องการ ในทางตรงข้าม หากไม่ต้องการให้แอปตัวไหนแสดง
ขอ้ มูลอกี แล้วให้เลือกไปที่ไอคอนของแอปน้นั จากนน้ั เลือก None
การตัง้ ค่า Lock Screen
เม่ือไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลาหน่ึง เราสามารถต้ังค่า Lock Screen โดยเลืกอ
Screen Timeout settings เพ่ือกาหนดเวลาการปิดหน้าจอหรือเลอื กคาสง่ั Screen saver settings
เพ่ือต้งั คา่ แสดงภาพเคล่อื นไหว
2.7 การใช้ File Explorer
ไฟล์ โฟลเดอร์ และไอคอน
หน่วยย่อยที่สุดในการเก็บข้อมูลของ Windows คือ ไฟล์ โดยแต่ละไฟล์จะมีรูปสัญลักษณ์
ประจาตัวพร้อมชื่อกากับ เรียกว่า ไอคอน และการท่ีในเครื่องคอมพิวเตอร์มีไฟล์ต่างกันจานวนมาก
ทั้งไฟล์ข้อมูลและไฟล์โปรแกรมมีนับพันไฟล์ ถ้าเราเก็บไฟล์ทั้งหมดไว้ในท่ีเดียวกันจะทาให้การหา

39

ข้อมูลที่ตอ้ งการทาได้ยากมาก เราจึงแบ่งเก็บไฟล์ไวใ้ นโฟลเดอร์ ซงึ่ ทาหน้าทเี่ หมือนเป็นแฟ้มเอกสารท่ี
ใชเ้ ก็บเอกสารทม่ี คี วามเกย่ี วขอ้ งกนั

เรยี กใช้งาน File Explorer
File Explorer เป็นโปรแกรมสาหรับการจัดการไฟล์ในระบบปฏิบัติการ Windows ช่วยให้
ผู้ใช้สามารถจัดการไฟลแ์ ละโฟลเดอร์ในรปู แบบต่างๆ ได้ เราสามารถเรยี กใชง้ าน File Explorer ด้วย
การคลกิ ท่ี Start แล้วเลือกท่ี File Explorer จะขึ้นหนา้ จอของ File Explorer
เปิดเอกสารในโฟลเดอร์
เม่ือตอ้ งการเปดิ ดเู อกสารในโฟลเดอร์ท่เี ก็บในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ สามารถทาได้ดังน้ี
1. คลิกเมาส์ที่ตาแหน่งโฟลเดอร์ที่ต้องการจัดเก็บเอกสาร ซึ่งจะแสดงข้อมูลเอกสารทางด้าน
ขวามอื
2. ดับเบ้ลิ คลิกทีไ่ ฟล์เอกสาร โปรแกรมจะทาการเปดิ ไฟล์เอกสารน้ันๆ ขึ้นมา
การคน้ หาไฟล์
หากต้องการค้นหาไฟล์ว่าเก็บไว้ในตาแหน่งโฟลเดอร์ใด ก็สามารถค้นหาได้ผ่านเคร่ืองมือ
ค้นหาของ Windows 10 ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการค้นหา โดยจะแสดงช่อง Search อยู่ทาง
ขวามอื ด้านบนของหน้าตา่ ง File Explorer สามารถทาได้ดงั นี้
1. คลกิ เลือกโฟลเดอรห์ รอื ไดรฟท์ ต่ี ้องการคน้ หา
2. พิมพช์ ื่อไฟลท์ ต่ี ้องการคน้ หา โดยพมิ พ์ชือ่ เตม็ หรือบางส่วนของช่ือกไ็ ด้
3. โปรแกรมจะแสดงช่ือไฟลท์ ี่ตรงกับท่ีคน้ หา

40

แบบทดสอบหลังเรียน
รหสั 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี ภาคเรยี นที่ 1/2563
ชอ่ื .......................................................................แผนก..................................หอ้ ง.........................

คาสัง่ / คาช้แี จง ให้เลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว

1. ข้อใดคือความหมายของระบบปฏบิ ตั กิ าร (Operating System)

ก. ซอฟต์แวร์ท่ใี ช้ตรวจสอบระบบเคร่ือง

ข. ซอฟต์แวรท์ ี่ใชค้ วบคุมการปฏบิ ัติงานของฮาร์ดแวร์

ค. ซอฟต์แวร์ท่ีใชใ้ นสานักงาน

ง. ซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้เปน็ ตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์ท่ัวไป

2. ระบบปฏบิ ตั ิการวนิ โดวส์เป็นระบบทมี่ ีการตดิ ต่อกับผู้ใชใ้ นลกั ษณะใด

ก. DOS ข. GUI ค. Linux ง. E–Mail

3. สว่ นประกอบในขอ้ ใดทปี่ รากฏอยู่บนหนา้ ต่างระบบปฏิบตั ิการ

ก. ไอคอน ข. ปมุ่ ทาสก์บาร์ ค. แถบแสดงสถานะ ง. ถูกทุกขอ้

4. การคลิกเมาส์แบบดบั เบิลคลิกมีจดุ มุ่งหมายตรงกับข้อใด

ก. เลือกโปรแกรม ข. เปดิ โปรแกรม

ค. คดั ลอก ยา้ ยขอ้ มูล ง. เปดิ เมนูย่อย

5. ธีมใน Windows คืออะไร

ก. กาหนดการพักหน้าจอ Windows

ข. การกาจดั ไฟลท์ ี่ไมใ่ ชง้ านใน Windows

ค. สว่ นประกอบท่ีใช้ในการตกแต่ง Windows

ง. การปรบั ความเร็วในการขา้ สู่ Windows

6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบพื้นฐานของหน้าตา่ งโปรแกรม

ก. ไตเติลบาร์ ข. คอนโทรลเมนู ค. ช่อื โปรแกรม ง. เมนูบาร์

7. การแสดงภาพไอคอนขนาดใหญ่เหมาะสมกบั ไฟลล์ ักษณะใด

ก. ไฟลเ์ สียง ข. ไฟล์รูปภาพ ค. ไฟลข์ ้อความ ง. ไฟลช์ นิดใดก็ได้

8. คาสงั่ หรือสัญลักษณ์ในข้อใดใชใ้ นการปิดหนา้ ตา่ งโปรแกรมการใชง้ าน

ก. ข. ค. ง. Turn Off Computer

9. ถา้ ตอ้ งการกาหนดโปรแกรมในการตดิ ตัง้ ควรกาหนดหวั ข้อตดิ ตั้งแบบใด

ก. Custom Install ข. Minimal Install

ค. Complete Install ง. Typical Install

10. คาส่งั ใดใช้ปิดโปรแกรมและปดิ เครื่องคอมพวิ เตอร์

ก. Log Off ข. Sleep ค. Shut Down ง. Restart

41

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรยี นที่ 1/2563
ชอื่ ..................................................................แผนก.......................................ห้อง.........................

คาสง่ั / คาชี้แจง ให้เลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องทีส่ ดุ เพยี งข้อเดียว
1. ข้อใดคือความหมายของระบบปฏบิ ตั กิ าร (Operating System)

ง. ซอฟตแ์ วร์ที่ใชเ้ ป็นตวั กลางระหว่างฮารด์ แวรแ์ ละซอฟต์แวรท์ ่วั ไป
2. ระบบปฏิบตั กิ ารวินโดวสเ์ ปน็ ระบบที่มีการตดิ ต่อกับผู้ใช้ในลักษณะใด

ข. GUI
3. สว่ นประกอบในขอ้ ใดทป่ี รากฏอยู่บนหนา้ ต่างระบบปฏิบัติการ

ก. ไอคอน
4. การคลกิ เมาส์แบบดับเบิลคลิกมจี ุดมุ่งหมายตรงกับข้อใด

ก. เลอื กโปรแกรม
5. ธีมใน Windows คืออะไร

ค. ส่วนประกอบที่ใชใ้ นการตกแต่ง Windows
6. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ ่วนประกอบพ้ืนฐานของหนา้ ต่างโปรแกรม

ง. เมนบู าร์
7. การแสดงภาพไอคอนขนาดใหญเ่ หมาะสมกับไฟลล์ ักษณะใด

ข. ไฟลร์ ูปภาพ
8. คาส่ังหรือสญั ลกั ษณใ์ นข้อใดใช้ในการปิดหน้าตา่ งโปรแกรมการใช้งาน

ค.
9. ถา้ ต้องการกาหนดโปรแกรมในการตดิ ตั้ง ควรกาหนดหวั ข้อตดิ ตั้งแบบใด

ก. Custom Install
10. คาสงั่ ใดใชป้ ิดโปรแกรมและปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์

ค. Shut Down

42

แบบฝึกหดั ท้ายบท
วชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ เร่ือง ระบบปฏบิ ัติการ

คาช้ีแจง / คาสง่ั ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ระบบปฏบิ ตั ิการคืออะไร และมคี วามสาคญั อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
2. ยกตัวอยา่ งแอปทีป่ รากฏใน Start Screen มาอย่างน้อย 5 แอป
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................. ..............................
..................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
3. อธิบายการปรบั แต่งคา่ Lock Screen
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
4. อธิบายการค้นหาไฟล์ท่ีตอ้ งการในเคร่ืองคอมพิวเตอร์
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
5. อธิบายการบบี อัดไฟลใ์ นเครื่อง
............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................................................................................ ....

............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................................................. ...................................

................................................................................................................................................................

43

แผนการสอน หน่วยท่ี 3
รหสั วิชา 20001 - 2001 ช่ือวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี
ช่อื หน่วย การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคาเพอ่ื จัดทาเอกสาร จานวน 3 ชั่วโมง
รายการหัวข้อการเรยี นรู้
1. ความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word 2019
2. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2019
3. การสร้าง ปรับแตง่ กาหนดลกั ษณะของงาน
4. การเปดิ ปิด และบนั ทึกเอกสาร

หัวข้อการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารสอนหรือจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

1. ความสามารถของโปรแกรม Microsoft 1. บอกความสามารถของโปรแกรม Microsoft

Word 2019 Word 2019 ได้

2. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft 2. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft

Word 2019 Word 2019 ได้

3. การสรา้ ง ปรบั แตง่ กาหนดลกั ษณะของงาน 3. สรา้ ง การปรบั แตง่ กาหนดลกั ษณะของงานได้

4. การเปดิ ปิด และบนั ทึกเอกสาร 4. สามารถเปดิ ปิด และบันทึกเอกสารได้

วิธกี ารสอน : วธิ สี อนแบบศกึ ษาด้วยตนเอง (Self-Study Method)

ส่ือการสอน :

1. หนงั สอื เรียนวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ (20001-2001) ของบริษทั ซัคเซส

มีเดีย จากดั

2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ กอ่ นเรียน / หลังเรยี น พร้อมเฉลย

3. แอปพลิเคชนั Microsoft office word

4. Google classroom

การประเมิน :
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรงุ
2. แบบประเมินผลการเรยี นรูก้ อ่ นเรียนไม่มเี กณฑ์ผา่ น เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั คะแนนที่ ได้

จากการทดสอบหลังเรยี น
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยูก่ ับการ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

44

แผนการจัดการเรียนรู้

ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี รหัสวิชา 20001-2001 สอนครัง้ ท่ี 4

หนว่ ยท่ี 3 ชือ่ หนว่ ย การใช้โปรแกรมประมวลผลคาเพ่ือจัดทาเอกสาร จานวน 3 ชม.

1. หวั ข้อการเรยี นรู้
1. ความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word 2019
2. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2019
3. การสร้าง ปรบั แตง่ กาหนดลกั ษณะของงาน
4. การเปิด ปดิ และบนั ทึกเอกสาร

2. สาระสาคญั
ในแต่ละวัน อาจต้องทางานกับเอกสารต่างๆ มากมาย ตั้งแต่รายงานการประชุม สรุป

ยอดขาย จดหมาย และคู่มือต่างๆ การบันทึกข้อความเหล่าน้ีโดยใช้มือเขียน หรือใช้เคร่ืองพิมพ์ดีด
อาจไม่ใช่วิธีท่ีสะดวกรวดเร็วที่สุด เพราะหากต้องการได้ผลงานที่น่าเชื่อถือ แทนที่จะใช้เวลาในการ
วางแผนส่ิงท่ีคิดเป็นถ้อยคาเพ่ือสื่อสาร ก็อาจจะเสียเวลาส่วนใหญ่ในการแก้ไขและตกแต่งเอกสารให้
ได้ตามต้องการ การใช้โปรแกรม Microsoft Word จะช่วยลดข้ันตอนเหล่านีไ้ ด้ และทาให้การตกแต่ง
และแก้ไขเอกสารที่สร้างเป็นไปได้อยา่ งงา่ ยดาย

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เกย่ี วกบั ความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word 2019 การปรบั แตง่ หน้า

เอกสาร การกาหนดลกั ษณะพิเศษของเอกสาร การเพ่ิม / การยกเลิกสญั ลักษณ์และหมายเลข
ข้อความ รวมทัง้ การเปิด ปดิ เอกสารและบันทึกเอกสารได้

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 จดุ ประสงค์ทวั่ ไป
1. ร้คู วามสามารถของโปรแกรม Microsoft Word 2019
2. รู้สว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2019
4.2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. บอกความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word 2019 ได้
2. บอกส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Word 2019 ได้

45

5. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยที่ 3 ครงั้ ที่ 4 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การจดั ทาเอกสาร รายงาน

ด้วยโปรแกรมสาหรับพิมพเ์ อกสาร Microsoft Office word 2019 วา่ มปี ระโยชน์อย่างไรบา้ ง ดีกวา่
วิธกี ารอืน่ อยา่ งไร

2. ครแู สดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
ขน้ั สอน
4. ครูสาธิตการเรียกใช้งานโปรแกรม นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft Word 2019 ครู
อธิบายวิธีการใช้แถบคาสั่ง แถบเคร่ืองมือต่างๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถึงคุณสมบัติใหม่ของ
โปรแกรม
5. ครอู ธิบายถงึ วิธีการในการพิมพเ์ อกสาร สาธติ ให้นักเรยี นดู และนักเรียนปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอน
6. ครูอธิบายวิธีการบันทึกเอกสาร การเปิด-ปิดเอกสาร และการออกจากโปรแกรม ครูสาธิต
ใหน้ ักเรียนดู และนกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนตามครู
7. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนพิมพ์เอกสาร หัวข้อ โปรไฟล์ของฉัน (My Profile) แล้วให้
บันทึกไฟล์ช่ือ EX Profile แล้วให้นักเรียนทดลองใช้ คาส่ัง save หรือ save as เพื่อให้เห็นถึงความ
แตกต่างของคาส่งั
8. นักเรยี นนาเสนอผลงานของตนเองทห่ี น้าชน้ั เรียน
9. ครแู ละนักเรียนสรปุ เนื้อหาสาระสาคัญ ครูเสนอแนะเพมิ่ เติม
ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
10. เปิดโอกาสให้นักเรยี นซกั ถามขอ้ สงสัย ครูตอบขอ้ สงสยั
11. นกั เรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ เสรจ็ แลว้ จบั คู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
ส่งใหค้ รู
12. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมินใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนทราบความก้าวหนา้ ในการเรียนการสอน
13. กรณีมนี กั เรียนไมผ่ า่ นการประเมนิ ใหน้ ดั หมายเวลาเพอื่ ทาการสอนเสริมต่อไป

6. สอื่ การจดั การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี (20001-2001) ของบริษัท

ซคั เซส มเี ดยี จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ กอ่ นเรียน / หลงั เรียน พรอ้ มเฉลย

46

3. แบบฝึกหดั ท้ายบท
4. แอปพลิเคชัน Microsoft office word
5. Google classroom

7. การวดั ผลและประเมนิ ผล

วิธวี ดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานกลมุ่
2. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรกู้ อ่ นเรยี น
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานกลุ่ม
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรยี น/หลงั เรียน 10 ขอ้

3. แบบสังเกตคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ

นกั เรียนร่วมกนั ประเมิน

8. แหล่งการเรยี นรเู้ พม่ิ เติม
1. ห้องสมดุ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน
2. อินเทอร์เน็ต

47

สปั ดาหท์ ่ี.................
บันทึกหลังการสอน
รหัสวิชา........................วชิ า..............................................................ระดับ................. ชั้นปที .่ี ...............
แผนกวิชา............................................................จานวนนกั เรียน.............คน มาเรียน......................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย..........คน ลา...........คน สอนเมอ่ื วันท่ี..........เดอื น......................พ.ศ……........
หนว่ ยท่.ี ..................... ชอ่ื หนว่ ย........................................................................จานวน................ชวั่ โมง

 เน้อื หาวัตถปุ ระสงคแ์ ละสื่อการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
...................................................................................................................................... ..........................

 ปัญหาท่ีเกดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...

 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครผู ู้สอน และผลที่ได้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ................................................หัวหนา้ แผนก
(นางสาวรจนาถ มูลตรแี ก้ว) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวัสด)ิ์

วันที่.......................................................... วนั ท.ี่ .........................................................

48

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ ภาคเรียนที่ 2/2563
ช่อื ...............................................................................แผนก................................ห้อง...................

คาสั่ง / คาชีแ้ จง ใหเ้ ลอื กคาตอบที่ถูกต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดเป็นความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word
ก. สรา้ งตารางท่ีสลับซบั ซ้อนได้
ข. แทรกข้อความ รปู ภาพ รปู วาด ไดส้ วยงาม
ค. สร้างการนาเสนองานทีส่ วยงาม นา่ สนใจ
ง. ทาตารางนดั หมาย แผ่นปลิวได้อยา่ งถูกต้องแมน่ ยา

2. แถบรบิ บอนใดท่ใี ชใ้ นการจัดการเกย่ี วกบั แฟม้ เอกสาร

ก. เมนแู ฟ้ม ข. แถบแทรก (Insert)

ค. แถบเค้าโครงหน้ากระดาษ (Page Layout) ง. แถบมมุ มอง (View)

3. เครือ่ งมอื ใดไมจ่ ดั อยใู่ นแถบหนา้ แรก

ก. ข.

ค. ง.

4. ขอ้ ใดทีใ่ ช้ควบคุมหน้าตา่ งโปรแกรม Microsoft Word

ก. แถบหนา้ แรก ข. แถบแทรก

ค. คอนโทรลเมนู ง. แถบมมุ มอง

5. แถบเครื่องมือใดใชใ้ นการจัดลักษณะตวั อักษร การจดั ตาแหน่งตัวอักษร

ก แถบหน้าแรก (Home) ข. แถบแทรก (Insert)

ค. แถบเคา้ โครงหน้ากระดาษ (Page Layout) ง. แถบตรวจทาน (Review)

6. แถบเคร่ืองมือใดใชแ้ ทรกรูปภาพ รูปวาด และจัดลาดับ

ก. แถบหน้าแรก (Home) ข. แถบแทรก (Insert)

ค. แถบเคา้ โครงหน้ากระดาษ (Page Layout) ง. แถบตรวจทาน (Review)

7. เครอื่ งมอื ใดใชส้ ร้างเอกสารใหมไ่ ด้

ก. ข.
ค. ง.

49

8. ถ้าต้องการบนั ทึก จัดเก็บแฟ้มข้อมูล และเปลี่ยนช่ือแฟม้ ข้อมลู ควรใชค้ าสั่งใด

ก. บันทึก ข. บันทกึ เปน็

ค. บนั ทึกเปน็ รปู ภาพ ง. บันทกึ เป็นเว็บเพจ

9. การซอ่ น/แสดงไมบ้ รรทัดควรกาหนดในแถบริบบอนใด

ก. แถบหน้าแรก (Home) ข. แถบแทรก (Insert)

ค. แถบเคา้ โครงหน้ากระดาษ (Page Layout) ง. แถบมมุ มอง (View)

10. คาส่งั หรือสัญลักษณใ์ ดใชป้ ดิ หนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Word
ก. ข.
ค. ง. Turn Off Computer

50

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนท่ี 2/2563
ชอ่ื ...............................................................................แผนก...............................ห้อง....................

คาส่งั / คาชแี้ จง ใหเ้ ลือกคาตอบท่ถี กู ต้องทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. ข้อใดเป็นความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word
ข. แทรกข้อความ รปู ภาพ รปู วาด ไดส้ วยงาม

2. แถบริบบอนใดทใี่ ชใ้ นการจัดการเกยี่ วกับแฟม้ เอกสาร
ก. เมนูแฟ้ม

3. เครื่องมอื ใดไม่จัดอย่ใู นแถบหน้าแรก
ค.

4. ข้อใดที่ใช้ควบคุมหนา้ ตา่ งโปรแกรม Microsoft Word
ค. คอนโทรลเมนู

5. แถบเครื่องมือใดใช้ในการจดั ลักษณะตัวอักษร การจัดตาแหน่งตวั อักษร
ก แถบหนา้ แรก (Home)

6. แถบเคร่ืองมือใดใชแ้ ทรกรูปภาพ รูปวาด และจัดลาดับ
ข. แถบแทรก (Insert)

7. เคร่อื งมอื ใดใชส้ ร้างเอกสารใหม่ได้ .
ค.

8. ถ้าต้องการบันทึก จัดเก็บแฟ้มขอ้ มลู และเปล่ียนชอ่ื แฟ้มข้อมลู ควรใชค้ าสัง่ ใด
ข. บนั ทกึ เป็น

9. การซ่อน/แสดงไมบ้ รรทดั ควรกาหนดในแถบรบิ บอนใด
ง. แถบมุมมอง (View)

10. คาสง่ั หรอื สญั ลักษณใ์ ดใชป้ ิดหนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Word
ค.

51

ใบความรู้ / ใบเน้ือหา
หนว่ ยที่ 3 เร่อื ง การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคาเพ่อื จัดทาเอกสาร

โปรแกรมประมวลผลคา หรือท่ีนิยมเรียกกันว่า โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ ( Word
Processor Program) เปน็ โปรแกรมช่วยสร้างเอกสารประเภทต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเรว็ ผู้ใช้
สามารถเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมลู ที่จัดเก็บได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด โปรแกรม Microsoft Office
Word เป็นโปรแรกมสาหรับการสร้างเอกสารที่มีความสามารถในการสร้างและจัดการเอกสารทุก
รูปแบบ โดยมีระบบอตั โนมัตทิ ช่ี ่วยในทุกข้ันตอนของการจัดทาเอกสาร
3.1 ความสามารถของโปรแกรม Word

3.1.1 เครอื่ งมือช่วยในการพิมพ์ ช่วยให้ผู้ใชง้ านพมิ พข์ ้อความไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง ด้วยคุณสมบัติ
ที่เรียกว่า การม้วนคา (Word Wrap) ท่ีช่วยแยกข้อความข้ึนบรรทัดใหม่ เม่ือจบคาในแต่ละบรรทัด
พอดี

3.1.2 เครื่องมือช่วยในการแก้ไขข้อมูล การพิมพ์เพ่ิมเติมท่ีเรียกว่า การแทรกหรือการ
เขยี นทบั โดยไมจ่ าเปน็ ต้องลบคาเดิมออกกอ่ น

3.1.3 การควบคุมการแสดงตัวอักษรและการจัดรูปแบบหน้าเอกสารน้ัน มีความสามารถใน
การจัดตัวอักษรและย่อหน้าได้อย่างสวยงาม ท้ังกาหนดขนาดและรูปแบบตัวอักษรได้หลายรูปแบบ
ส่วนการจัดหน้าเอกสารน้ัน สามารถควบคุมการจัดวางหน้าใหม่โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการแก้ไข
เอกสาร

3.1.4 เครือ่ งมือชว่ ยในการทาจดหมายเวียนและจ่าหนา้ ซองจดหมาย ช่วยสรา้ งจดหมายหลัก
ไว้ 1 ฉบับ พร้อมกาหนดตาแหน่งท่ีจะต้องเปลี่ยนแปลงข้อมูลและสร้างแฟ้มข้อมูล สาหรับบันทึกช่ือ
และทีอ่ ยูข่ องผรู้ ับไว้
3.2 คณุ สมบัตขิ อง Microsoft Office Word 2019

3.2.1 ด้านการจัดการเก็บเอกสาร เนื่องจากเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ทาให้เอกสาร ที่จัดเก็บ
ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่เป็นกระดาษ แต่จัดเก็บในรูปแบบของไฟล์ข้อมูล ทาให้ข้อมูล อยู่ได้ครบถ้วนใน
สภาพดแี ละสมบรู ณ์

3.2.2 การเรียกใช้ข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บจะเป็นลักษณะของไฟล์ข้อมูล ถ้ารู้ช่ือไฟล์ข้อมูล และ
ตาแหนง่ ทจี่ ดั เกบ็ ก็จะสามารถหาและเปิดใชง้ านได้ง่าย

3.2.3 การทาสาเนา เมื่อผู้ใช้ทาเอกสารขึ้นมาแล้วสามารถพิมพ์ (Print) ทางเครื่องพิมพ์ ได้
ตามจานวนท่ีต้องการและพิมพ์กี่คร้ังก็ได้โดยไม่จากัด สามารถนาไปใช้เป็นสาเนาได้ อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

52

3.2.4 การค้นหาและแก้ไขเอกสาร เมื่อพิมพ์เอกสารแล้วสามารถค้นหาคาท่ีต้องการได้ หรือ
หากต้องการแกไ้ ขคาในเอกสารก็แกไ้ ขได้ทันที หรืออาจใชเ้ คร่ืองมือแกไ้ ขคาท่เี หมือนกัน โดยแทนทีค่ า
ท่ีเหมอื นกนั ด้วยคาใหม่ที่กาหนดข้นึ มาไดท้ ันที

3.2.5 การจัดรูปแบบเอกสาร สามารถจัดรูปแบบของเอกสารได้ตามท่ีต้องการ เช่น ต้ังระยะ
ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบน ด้านล่าง การแบ่งคอลัมน์ หรือใส่ข้อความหรือตัวเลข ท่ีหัวกระดาษและ
ทา้ ยกระดาษของแตล่ ะหนา้ โดยอตั โนมัติ

3.2.6 การตรวจสอบคาสะกดและไวยากรณ์ ในเอกสารที่เราพิมพ์ข้อความลงไปนั้น บางคา
หรอื บางข้อความท่ีพิมพ์ผดิ โปรแกรมจะเนน้ ขอ้ ความท่ีผิดดว้ ยการขดี เส้นใต้สแี ดง เพอื่ บ่งบอกผู้ใช้งาน
วา่ คาน้นั เขียนไมถ่ ูกตอ้ ง

3.2.7 ใช้ไวยากรณ์ LaTeX ในสมการ ไวยากรณ์คณิตศาสตร์ LaTeX เพ่ือสร้างและแก้ไข
สมการคณติ ศาสตร์ เขียนสมการโดยการเลอื กรูปแบบ LaTeX จากแทบ็ สมการ

3.2.8 เพิ่มความน่าสนใจสามารถเลือกไอคอน และ กราฟฟิก SVG ไปยังเอกสารได้และมีการ
ปรับเปลย่ี นการตกแต่งมากมาย

3.2.9 เข้าถงึ มุมภาพ 3D แทรกโมเดล 3D ได้อยา่ งงา่ ยดาย และหมุนได้ 360 องศา
3.3 การจัดข้อความให้อยูก่ ง่ึ กลาง ชดิ ซา้ ย ชดิ ขวา

3.3.1 คลกิ เมาส์เลือกยอ่ หน้าท่ีตอ้ งการจัดวางข้อความ
3.3.2 คลกิ เมาสเ์ ลือกการวางขอ้ ความ

รูปที่ 9 การจัดข้อความใหอ้ ยู่กึง่ กลาง ชิดซ้าย ชิดขวา

3.4 การตงั้ กน้ั หนา้ และก้ันหลงั
การทางานลักษณะนีเ้ ปน็ การกาหนดขอบเขตข้อความในเอกสารคอื กัน้ หน้า กั้นหลัง และ

กาหนดระยะย่อหน้า โดยจะมีผลกบั ยอ่ หน้าท่ีเคอรเ์ ซอรว์ างอยูเ่ ทา่ น้ัน
3.5 การสรา้ ง การเปิด ปิด และบนั ทกึ เอกสาร

การเปดิ ใชง้ านโปรแกรม Microsoft Office Word 2016

53

1.) คลิกที่ปุ่ม Start
2.) เล่อื นตวั ชเี้ มาสไ์ ปที่ ALL programs
3.) เลื่อนตวั ช้ีเมาส์ต่อไปท่ี Microsoft office
4.) คลิกทช่ี ่ือโปรแกรม Microsoft Office Word 2019
จากนัน้ จะปรากฏหนา้ จอแรกซ่ึงถือเปน็ หน้าจอหลกั ของโปรแกรม Microsoft Word 2019 ดงั
ภาพ

รปู ที่ 10 การเปดิ ใช้งานโปรแกรม

การสร้างเอกสาร
เม่ือเปิดโปรแกรม Microsoft Office Word 2019 การพิมพใ์ นเอกสารจะมหี น้าเอกสารเปล่าๆ
มาให้ใช้งาน 1 หน้ากระดาษซ่ึงโปรแกรม Microsoft Office Word จะต้ังช่ือในเบ้ืองต้นมาให้
คือ “Document1”แต่ในขณะท่ีกาลังพิมพ์เอกสารอื่น ๆ อยู่แล้วต้องการสร้างเอกสารใหม่ ก็สามารถ
สรา้ งได้ 2 แบบ คอื

การสร้างเอกสารเปล่า
- คลกิ Tab File เลือกคาสั่ง New
- คลกิ เลือกเอกสารเปล่า (Blank document)
- พิมพ์ข้อความลงในเอกสาร
- คลิกเลือกตาแหน่งที่ต้องการพมิ พข์ ้อความในเอกสารทบ่ี รเิ วณเคอรเ์ ซอร์

(Cursor คือเสน้ สดี าท่ีกระพริบบอกตาแหนง่ ทจ่ี ะใสข่ ้อความ) พิมพข์ ้อความท่ี
ตอ้ งการไดท้ นั ที
การสร้างเอกสารแม่แบบ
- คลกิ Tab File เลอื กคาสัง่ New
- คลกิ เลอื กเทมเพลต (Sample templates)
- เลอื กเทมเพลตทตี่ อ้ งการใชง้ าน จากตวั อยา่ งเป็นรูปแบบจดหมาย

54

- พมิ พข์ ้อความตามรปู แบบที่เทมเพลตกาหนดมาให้
การบนั ทึกเอกสาร
เม่ือพมิ พง์ านเอกสารและตกแตง่ แลว้ กบ็ นั ทึกขอ้ มูลลงในหน่วยความจาไดด้ ังน้ี

1. คลิกปุม่ Save บนแถบ Quick Access Toolbar หรอื คลิก Tab File เลอื ก
คาส่ัง Save หรือ Save As (เลือกSave As จะเปลยี่ นชื่อเอกสารทบ่ี นั ทึกได้)

2. จะปรากฏ Dialog Box ของ Save As ใหก้ าหนดรายละเอียด
3. ท่ีชอ่ ง Save in เลือกตาแหน่งไดรฟ์และโฟลเดอร์ที่ต้องการเกบ็ ขอ้ มลู
4. ช่อง File name พิมพ์ชื่อไฟล์ ถ้าไมเ่ ปล่ยี นชื่อไฟลโ์ ปรแกรมจะต้ัง
ช่อื Doc1 จากน้นั คลกิ ปุ่ม Save จะได้ไฟล์นามสกุล .docx
การเปดิ แฟม้ งาน
การเปิดไฟล์งานท่ีบนั ทกึ ไว้แล้วขึ้นมาพิมพ์เพมิ่ เติมหรือทาการแก้ไข
1. ดับเบิลคลกิ Tab File เลือกคาสง่ั Open
2. จะปรากฏ Dialog Box ของ Open เลอื กไดรฟแ์ ละโฟลเดอร์ทเ่ี ก็บข้อมูล
3. เลอื กไฟล์ท่ตี ้องการเปดิ เช่นเลือกไฟล์”การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคา” แล้ว
คลิกป่มุ Open
การปิดไฟล์ที่ใชง้ าน
เม่ือมีการเปิดใช้งานโปรแกรมหลายๆไฟล์ถ้าต้องการปดิ งานบางไฟลท์ ่ีทาเสร็จหรอื แก้ไขเสร็จ
แล้วให้เลือกที่ Tab File คลิกท่ี Open จะเป็นการปิดไฟล์ใช้งานอยู่หากไฟล์ที่ใช้งานยังไม่ได้มีการ
บนั ทกึ มาก่อน โปรแกรมจะถามวา่ จะบนั ทกึ ขอ้ มลู หรือไม่
การกาหนดขนาดเอกสาร
โดยปกตแิ ลว้ ส่วนใหญ่จะใช้ขนาด A4 ในการทางาน โปรแกรม Microsoft Office Word ทกุ
เวอรช์ น่ั จึงได้ต้ังค่ากระดาษมาตรฐานในเบ้ืองต้นมาเป็นขนาด A4 แตก่ ็สามารถที่จะปรบั เปล่ียนขนาด
ของกระดาษให้เหมาะสมกับงานเอกสารท่ีเราต้องการได้ โดยการกาหนดขนาดเอกสาร(Page setup)
มขี ัน้ ตอนดงั ต่อไปนี้
1) คลิกท่ีรบิ บอนเค้าโครงหน้ากระดาษ(Page Layout)คลกิ ทปี่ ุ่มขนาด (size)
2) คลกิ เลอื กขนาดกระดาษท่ีต้องการกาหนดระยะขอบกระดาษท่ใี ช้
3.6 สรปุ
โปรแกรมประมวลผลคา เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการสร้างเอกสารประเภทต่างๆ ได้อย่าง
สะดวกรวดเร็วและปรับแต่งได้อย่างเหมาะสมท้ังยังสามารถจัดเก็บ แก้ไข เพิ่มเติม และตรวจสอบ
ความถูกต้องได้ทันที ส่ิงแรกที่ต้องทาเม่ือเร่ิมต้นสร้างเอกสาร คือ การตั้งระยะก้ันหน้าและก้ันหลัง
การกาหนดระยะย่อหน้า ระยะห่างระหว่างบรรทัด ระหว่างย่อหน้า เม่ือพิมพ์เอกสารเสร็จสามารถ
ตกแตง่ เอกสารในรปู แบบตา่ งๆ ได้

55

แบบฝกึ ปฏิบัตงิ าน
เรอ่ื ง การใช้โปรแกรมประมวลผลเพื่อจัดทาเอกสาร

คาสั่ง/คาชแี้ จง จงปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอน
ให้สร้างเอกสารใหม่

1. พิมพ์ข้อความ “ซัคเซสทัวร์” จดั ก่ึงกลางหน้ากระดาษ ใช้แบบอักษร EucrosiaUPC ขนาด 36
พอยต์ ใส่ Text Effects
2. ปรับเปลียนแบบอักษรของขอ้ ความ “อตั ราค่าบริการนีรวม” ใชแ้ บบอักษร FreesiaUPC ขนาด 14
พอยต์ เปล่ยี นสขี ้อความเปน็ สีน้างนิ และมีเสน้ กรอบขอ้ ความ 2.9099
3. ปรับเปล่ียนข้อความในบรรทัดสุดท้ายใหเ้ ปน็ ตัวเอยี ง และขีดเสน้ ใต้ขอ้ ความ
4. คดั ลอกรูปแบบท่ีทาไวก้ บั ข้อความ “อัตราค่าบริการน้รี วม” ไปใชก้ ับข้อความ “อตั ราคา่ บริการนี้ไม่
รวม”
5. บนั ทกึ เอกสารทไ่ี ด้ทาการแก้ไขท้ังหมดไว้ในแฟม้ ชอ่ื Exprofile.docx

56

แบบทดสอบหลังเรยี น
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชอื่ ...............................................................................แผนก...............................ห้อง....................

คาส่งั /คาช้ีแจง เลอื กคาตอบให้ถูกต้องเพยี งคาตอบเดียว

1. ฟอนต์ท่ีถูกสร้างสาหรับใช้งานกับภาษาไทยมีลักษณะอย่างไร

ก. ลงทา้ ยดว้ ย TH ข. ขึ้นต้นด้วย TH

ค. ลงทา้ ยดว้ ย UPC ง. ขน้ึ ต้นด้วย UPC

2. ฟอนตแ์ บบ True Type มลี ักษณะอยา่ งไร

ก. ผลลัพธ์บนจอกบั การพมิ พ์จะตรงกัน

ข. เป็นฟอนต์ทีต่ ิดต้งั มาพร้อมกบั Windows

ค. ถกู จดั เก็บในลกั ษณะประมวลผลทางคณติ ศาสตร์

ง. ถูกทุกข้อ

3. ข้อใดไม่อยูใ่ นตวั เลอื กของการตกแตง่ ข้อความดว้ ย Text Effects

ก. Grow ข. Outline ค. Shadow ง. Brightness

4. การเปลย่ี นลกั ษณะข้อความท่ีเลือกเปน็ ตวั หนาให้คลิกท่ีปมุ่ ใด

ก. ข. ค. ง.

5. เมื่อเลือกข้อความ “คอมพิวเตอร์” แลว้ คลกิ ปุ่ม และปุ่ม ขอ้ ความจะเปน็ อยา่ งไร

ก. คอมพวิ เตอร์ ข. คอมพวิ เตอร์

ค. คอมพวิ เตอร์ ง. คอมพิวเตอร์

6. คณุ สมบตั ิใดที่เม่ือพิมพม์ าจนถงึ บรรทดั แลว้ โปรแกรมจะควบคมุ การพิมพ์ให้เริ่มขน้ึ ต้นบรรทดั ใหม่

โดยอตั โนมัติ

ก. Feed ข. New Line ค. Flow Word ง. Word Wrap

7. การทาจดหมายโดยสร้างเนือ้ หาหลักไว้ แลว้ กาหนดตาแหนง่ ทจ่ี ะต้องเปลยี่ นแปลงขอ้ มูลแล้ว

โปรแกรมจะนาข้อมูลในฐานข้อมูลมาใส่ในตาแหนง่ นน้ั โดยอัตโนมัติ

ก. จดหมายเรียน ข. Mail meet ค. automatic mail ง. จดหมายเวียน

8. การทางานท่ีสามารถเหน็ ส่ิงทีป่ รากฏบนหน้าจอได้ เหมือนกบั ผลทไ่ี ดจ้ ากการพิมพอ์ อกทาง

เครอ่ื งพมิ พ์ เรยี กวา่ อะไร

ก. WYSIWYG ข. WUCIWUG ค. WYCSWYC ง. WYCSWYG

9. ขนาดของตัวอักษรมหี น่วยเป็นอะไร

ก. พกิ กา ข. พไี อ ค. พอยท์ ง. พกิ เซล

10. จากขอ้ 9 เขยี นยอ่ ๆ ว่าอยา่ งไร

ก. pg ข. pi ค. pt ง. px

57

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชพี ภาคเรยี นที่ 2/2563
ชอื่ ..........................................................................แผนก.......................................ห้อง.................

คาสงั่ / คาชแ้ี จง เลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว
1. ฟอนต์ท่ีถูกสรา้ งสาหรบั ใช้งานกบั ภาษาไทยมลี ักษณะอย่างไร

ค. ลงท้ายดว้ ย UPC
2. ฟอนต์แบบ True Type มีลกั ษณะอย่างไร

ข. เป็นฟอนต์ที่ตดิ ตั้งมาพร้อมกับ Windows
3. ขอ้ ใดไม่อยใู่ นตวั เลอื กของการตกแต่งข้อความด้วย Text Effects

ง. Brightness
4. การเปลยี่ นลกั ษณะข้อความทีเ่ ลอื กเป็นตัวหนาใหค้ ลิกท่ีป่มุ ใด

ก.

5. เมือ่ เลือกข้อความ “คอมพิวเตอร์” แล้วคลิกป่มุ และปุ่ม ขอ้ ความจะเปน็ อย่างไร
ง. คอมพิวเตอร์

6. คณุ สมบตั ใิ ดที่เมื่อพิมพ์มาจนถึงบรรทัดแล้วโปรแกรมจะควบคมุ การพิมพใ์ หเ้ ริ่มขนึ้ ต้นบรรทัดใหม่
โดยอตั โนมัติ

ง. Word Wrap
7. การทาจดหมายโดยสร้างเนื้อหาหลักไว้ แล้วกาหนดตาแหนง่ ท่ีจะต้องเปลยี่ นแปลงข้อมูลแลว้
โปรแกรมจะนาขอ้ มูลในฐานข้อมูลมาใส่ในตาแหน่งน้ันโดยอัตโนมัติ

ง. จดหมายเวยี น
8. การทางานทีส่ ามารถเหน็ สิ่งทปี่ รากฏบนหนา้ จอได้ เหมือนกับผลทีไ่ ด้จากการพิมพ์ออกทาง
เคร่อื งพิมพ์ เรยี กวา่ อะไร

ก. WYSIWYG
9. ขนาดของตัวอักษรมหี น่วยเป็นอะไร

ค. พอยท์
10. จากข้อ 9 เขยี นยอ่ ๆ ว่าอยา่ งไร

ค. pt

58

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 4

รหสั วชิ า 20001 - 2001 ช่อื วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ

ชอื่ หน่วย การใช้โปรแกรมตาราง จานวน 6 ชั่วโมง

รายการหัวข้อการเรียนรู้

1. คุณสมบตั ขิ องโปรแกรม Microsoft office excel

2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมลู

3. กำหนดรปู แบบและขนำดตัวอักษรในตำรำง

4. กำหนดขอ้ มูลให้แสดงเปน็ ตัวหนำ ตวั เอน และขดี เส้นใต้

5. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมลู ตำมเงอื่ นไขทต่ี อ้ งกำร

6. จดั ขอ้ มลู ให้อยู่ก่งึ กลำง ชดิ ซำ้ ย ชิดขวำในแตล่ ะเซลล์

หัวข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรอื จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม

1. คณุ สมบัติของโปรแกรม Microsoft office 1. บอกคุณสมบัติของโปรแกรม Microsoft office

excel excelได้

2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมลู 2. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมูลได้

3. กำหนดรูปแบบและขนำดตัวอกั ษรในตำรำง 3. กำหนดรูปแบบและขนำดตัวอกั ษรในตำรำงได้

4. กำหนดขอ้ มลู ให้แสดงเปน็ ตวั หนำ ตวั เอน 4. กำหนดขอ้ มลู ให้แสดงเปน็ ตวั หนำ ตวั เอน และขดี

และขีดเส้นใต้ เสน้ ใตไ้ ด้

5. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมลู ตำมเง่ือนไข 5. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมูลตำมเงื่อนไขที่

ทตี่ ้องกำร ต้องกำรได้

6. จดั ขอ้ มูลให้อย่กู ึง่ กลำง ชิดซำ้ ย ชดิ ขวำใน 6. จดั ข้อมลู ให้อยกู่ ึ่งกลำง ชดิ ซำ้ ย ชดิ ขวำในแตล่ ะ

แตล่ ะเซลล์ เซลล์ได้

วธิ กี ารสอน : บรรยำยและสำธิต

สื่อการสอน :

1. หนังสอื เรยี นวชิ ำ คอมพวิ เตอรแ์ ละสำรสนเทศเพือ่ งำนอำชพี (20001-2001) ของบริษัท ซัคเซส

มีเดยี จำกัด

2. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ กอ่ นเรียน / หลงั เรียน พร้อมเฉลย

3. Google Classroom

การประเมิน :

1. เกณฑผ์ ำ่ นกำรสงั เกตพฤตกิ รรมกำรปฏิบตั งิ ำนรำยบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรงุ

2. แบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ก่อนเรยี นไมม่ ีเกณฑผ์ ่ำน เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั คะแนนท่ี ได้

จำกกำรทดสอบหลังเรยี น

3. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม คำ่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับกำร

ประเมินตำมสภำพจริง

59

แผนการจัดการเรยี นรู้ สอนคร้ังท่ี 5
ชื่อวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี รหสั วิชา 20001-2001
หน่วยท่ี 4 ชือ่ หน่วย การใช้โปรแกรมตาราง จานวน 3 ชม.

1. หัวขอ้ การเรยี นรู้
1. คณุ สมบตั ิของโปรแกรม Microsoft office excel
2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมูล
3. กำหนดรปู แบบและขนำดตัวอกั ษรในตำรำง

2. สาระสาคัญ
โปรแกรม Microsoft Excel 2016 เป็นโปรแกรมสำหรับงำนที่เก่ียวกับกำรคำนวณตัวเลข

โดยลักษณะกำรคำนวณนั้นเปน็ ไปในรูปแบบตำรำงกำรคำนวณท่ีเป็นช่องๆ ซ่ึงเรียกว่ำ “เซลล์” (Cell)
มีควำมสำมำรถในกำรประมวลผลข้อมูลได้หลำกหลำย ท้ังรูปแบบ ตัวเลข ตัวอักษร สูตรกำรคำนวณ
วันที่และเวลำ วิธีกำรป้อนและแก้ไขขอ้ มลู มคี วำมยดื หยุ่นจำกคณุ สมบตั ิเซลล์ทเ่ี ป็นอิสระจำกกัน จงึ ทำ
ให้จัดกำรกับเซลล์ต่ำงๆ ได้ง่ำย มีแผนงำน (Worksheet) ที่เปรียบเสมือนหน้ำกระดำษคำนวณ
สำหรบั แบ่งงำนออกจำกกันและสำมำรถเชอ่ื มโยงกำรทำงำนกันได้

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงควำมรู้เกี่ยวกับหลักกำรและกระบวนกำรใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสำรสนเทศ

ลักษณะสำคญั ของเทคโนโลยีสำรสนเทศ องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีสำรสนเทศ ผลกระทบของกำร
ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศ จริยธรรมและควำมรบั ผดิ ชอบในกำรใชค้ อมพวิ เตอร์กบั ระบบสำรสนเทศได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. คุณสมบัตขิ องโปรแกรม Microsoft office excel
2. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมลู
3. กำหนดรปู แบบและขนำดตัวอักษรในตำรำง
4.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บอกคณุ สมบตั ิของโปรแกรม Microsoft office excel ได้
2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมลู ได้
3. กำหนดรปู แบบและขนำดตัวอักษรในตำรำงได้

60

5. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 4 ครัง้ ท่ี 5 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนำและแสดงควำมคดิ เหน็ เก่ียวกบั กำรจดั ทำเอกสำร รำยงำน

ด้วยโปรแกรมสำหรบั พมิ พเ์ อกสำร Microsoft Office Excel 2019 วำ่ มปี ระโยชน์อยำ่ งไรบ้ำง ดีกว่ำ
วิธีกำรอ่นื อยำ่ งไร

2. ครแู สดงควำมคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
ขนั้ สอน
3. ครูสำธิตกำรเรียกใช้งำนโปรแกรม นักเรียนเปดิ โปรแกรม Microsoft Office Excel 2019
ครูอธิบำยวธิ ีกำรใช้แถบคำสง่ั แถบเคร่ืองมือต่ำงๆ ในหนำ้ ตำ่ งของโปรแกรม รวมถงึ คุณสมบัติใหม่ของ
โปรแกรม
4. ครอู ธบิ ำยถึงวธิ ีกำรในกำรพิมพเ์ อกสำร สำธิตใหน้ กั เรียนดู และนักเรียนปฏบิ ัตติ ำมขัน้ ตอน
5. ครูอธิบำยวิธีกำรบันทึกเอกสำร กำรเปิด-ปิดเอกสำร และกำรออกจำกโปรแกรม ครูสำธิต
ใหน้ กั เรียนดู และนักเรยี นปฏิบัตติ ำมขนั้ ตอนตำมครู
6. ครูกำหนดหวั ข้อให้นักเรียนพิมพ์เอกสำร หัวข้อ รำยรับ-รำยจ่ำย แลว้ ให้บนั ทึกไฟล์ชอ่ื EX
Profile แล้วใหน้ กั เรยี นทดลองใช้ คำสัง่ save หรือ save as เพ่ือให้เห็นถึงควำมแตกตำ่ งของคำสง่ั
7. ครูตรวจงำนปฏบิ ัตงิ ำนแล้วลงคะแนน
8. ครแู ละนักเรียนสรปุ เน้ือหำสำระสำคัญ ครูเสนอแนะเพิ่มเตมิ
ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์
9. เปิดโอกำสใหน้ กั เรยี นซักถำมขอ้ สงสัย ครตู อบขอ้ สงสัย
10. นักเรียนทำแบบประเมินผลกำรเรียนรู้ เสร็จแล้วจบั คูส่ ลับกนั ตรวจบันทึกผลกำรประเมิน
สง่ ให้ครู
11. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องและเปรียบเทียบผลกำรประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลกำรประเมินใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทรำบควำมก้ำวหน้ำในกำรเรียนกำรสอน
12. กรณมี นี กั เรียนไมผ่ ำ่ นกำรประเมินใหน้ ดั หมำยเวลำเพื่อทำกำรสอนเสรมิ ต่อไป
6. สือ่ การจัดการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นวชิ ำ คอมพิวเตอร์และสำรสนเทศเพอื่ งำนอำชพี (20001-2001) ของบริษัท
ซคั เซส มเี ดยี จำกัด
2. แบบประเมินผลกำรเรียนรู้ก่อนเรยี น พร้อมเฉลย
3. แอปพลเิ คชัน Excel
4. Google classroom

61

7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมกำรปฏบิ ัตงิ ำนกลุม่
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลกำรเรียนรกู้ อ่ นเรียน
3. กำรสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดำ้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคุณลักษณะอันพงึ

ประสงค์

เคร่ืองมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรปฏิบตั งิ ำนกลุ่ม
2. แบบประเมินผลกำรเรียนรู้กอ่ นเรียน/หลงั เรียน 10 ขอ้
3. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรียนรว่ มกนั ประเมนิ

8. แหลง่ การเรยี นรู้เพมิ่ เติม
1. หอ้ งสมดุ วิทยำลยั เทคนิคสวำ่ งแดนดนิ
2. อินเทอรเ์ นต็

62

สปั ดาห์ท่ี.................

บันทึกหลงั การสอน

รหสั วิชำ..............................วชิ ำ........................................................ระดับ................. ชั้นปที ่.ี ...............
แผนกวชิ ำ..................................................จำนวนนักเรียน......................คน มำเรียน.......................คน
ขำดเรยี น.........คน มำสำย..........คน ลำ..........คน สอนเม่อื วนั ที่..........เดือน......................พ.ศ..............
หน่วยท่.ี ................ ชื่อหนว่ ย................................................................................จำนวน.............ช่ัวโมง

 เนื้อหำวัตถปุ ระสงคแ์ ละสื่อกำรสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................ ................................

 ปญั หำที่เกดิ ข้ึนในระหว่ำงกำรเรยี นกำรสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................................... .........

 แนวทำงกำรแกไ้ ขปัญหำของครผู ู้สอน และผลที่ได้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ................................................หัวหน้ำแผนก
(นำงสุวิมล อักษรกลำง) (นำงสุกญั ญำ ดนยั สวัสดิ)์

วนั ท.ี่ ......................................................... วนั ท.่ี .........................................................

63

แบบทดสอบก่อนเรียน
รหสั 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ชอ่ื .....................................................................แผนก....................................ห้อง.........................

คาสั่ง / คาช้ีแจง ใหเ้ ลือกคาตอบทถ่ี กู ต้องที่สดุ เพียงข้อเดยี ว
1. เครอื่ งหมำย ฿ นำหน้ำตัวเลขใน excel หมำยถึงอะไร

ก. เป็นกำรแสดงสญั ลกั ษณธ์ รรมดำ
ข. เป็นกำรแสดงเคร่ืองหมำยสกุลเงิน
ค. เปน็ กำรแสดงวำ่ ตัวเลขเหล่ำน้นั เปน็ คำ่ จำนวนธรรมดำ
ง. เป็นกำรแสดงวำ่ ตัวเลขเหล่ำนัน้ เป็นค่ำจำนวนเปอร์เซน็ ต์
2. กำรเพ่ิมจดุ ทศนยิ มให้กับตัวเลข ต้องคลิกเมำส์ท่ีปมุ่ ใดบนแถบเครื่องมือ

ก. ข. ค. ง.

3. หำกต้องกำรใหก้ ำรจัดกำรรูปแบบแสดงตัวเลขชิดซ้ำยเซลล์และตดั เครื่องหมำย “,” และ “$” ออก

ตอ้ งเลอื กรูปแบบกำรแสดงตัวเลขแบบใด

ก. Text ข. Special

ค. Custom ง. Percentage

4. หำกข้อมูลในเซลล์คือ 12345.4 เมอื่ กดปมุ่ บนแถบเครื่องมือ ผลลัพธจ์ ะเป็นอยำ่ งไร

ก. 12345.4 ข.12,345.4 ค. 12345.40 ง. 12,345.40

5. รูปแบบกำรจดั วำงข้อมูลในแนวนอนแบบ General ผลลพั ธ์ของข้อมูลจะเป็นอย่ำงไร

ก. ตวั เลขและวนั ทชี่ ิดขวำ ขอ้ ควำมชิดซ้ำยและคำ่ ตรรกะอยู่ก่ึงกลำง

ข. ตวั เลขและวันทชี่ ดิ ซำ้ ย ข้อควำมชดิ ขวำและคำ่ ตรรกะอยู่กึง่ กลำง

ค. ตัวเลขและวนั ทอ่ี ยู่กง่ึ กลำง ข้อควำมชดิ ซำ้ ยและคำ่ ตรรกะชิดขวำ

ง. ตัวเลขและวันทีช่ ดิ ซำ้ ย ข้อควำมอยู่ก่ึงกลำงและค่ำตรรกะชิดขวำ

6. รูปแบบกำรจดั วำงข้อมลู ในแนวนอนแบบ Center Across Selection หมำยถึงข้อใดต่อไปนี้

ก. นำข้อมูลในเซลลซ์ ้ำยสุดมำแสดงกงึ่ กลำงเซลลท์ ี่เลอื ก

ข. จดั ข้อควำมทม่ี ีหลำยบรรทัดให้ชิดขอบบนและขอบลำ่ งของเซลล์

ค. แสดงข้อมูลและเวน้ ชอ่ งวำ่ งจำกเซลล์ตำมคำ่ ท่ีกำหนดในชอ่ ง Indent

ง. เพ่มิ ระยะห่ำงระหว่ำงตวั อักษรและตัดข้อควำมท่ียำวเกินเซลลเ์ ปน็ หลำยบรรทัด

7. กำรจัดวำงขอ้ มลู เป็นแนวตั้งในเซลล์ รปู แบบคำส่งั Justify หมำยถงึ ข้อใดต่อไปนี้

ก. เปน็ กำรนำข้อมลู ในเซลล์ซ้ำยสุดมำแสดงกึ่งกลำงเซลลท์ ีเ่ ลอื ก

ข. จัดข้อควำมทมี่ หี ลำยบรรทัดให้ชดิ ขอบบนและขอบลำ่ งของเซลล์

ค. แสดงขอ้ มลู และเวน้ ช่องวำ่ งจำกขอบเซลล์ตำมคำ่ ที่กำหนดในชอ่ ง Indent

ง. เพ่ิมระยะหำ่ งระหวำ่ งตัวอักษรและตัดข้อควำมที่ยำวเกินเซลล์เป็นหลำยบรรทัด

64

8. ในแท็บ Alignment หำกตอ้ งกำรให้ข้อมลู ทย่ี ำวกว่ำขนำดของเซลล์แสดงหลำยบรรทดั จะเลือกใช้

รูปแบบใด

ก. Cut text ข. Wrap text

ค. Merge cells ง. Shrink to fit

9. ในแทบ็ Alignment หำกต้องกำรใหข้ ้อมูลทย่ี ำวกว่ำขนำดของเซลลแ์ สดงข้อมูลทง้ั หมดเซลลจ์ ะ

เลอื กใชร้ ูปแบบใด

ก. Cut text ข. Wrap text

ค. Merge cells ง. Shrink to fit

10. ขอ้ ใดคือปุ่มในกำรรวมเซลล์พรอ้ มท้ังจดั ข้อมลู ให้อยู่กึง่ กลำงเซลล์

ก. ข. ค. ง.

65

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
รหสั 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ช่ือ........................................................................แผนก.......................................ห้อง...................

คาสง่ั / คาชี้แจง ให้เลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องที่สุดเพียงข้อเดยี ว
1. เคร่ืองหมำย ฿ นำหน้ำตวั เลขใน excel หมำยถงึ อะไร

ข. เป็นกำรแสดงเครื่องหมำยสกลุ เงนิ
2. กำรเพ่ิมจุดทศนิยมให้กบั ตัวเลข ตอ้ งคลิกเมำส์ท่ีปุม่ ใดบนแถบเคร่ืองมือ

ข.
3. หำกตอ้ งกำรให้กำรจัดกำรรปู แบบแสดงตัวเลขชดิ ซำ้ ยเซลล์และตดั เคร่ืองหมำย “,” และ “$” ออก
ตอ้ งเลอื กรปู แบบกำรแสดงตัวเลขแบบใด

ก. Text

4. หำกขอ้ มูลในเซลล์คือ 12345.4 เมอื่ กดปุ่ม บนแถบเครื่องมือ ผลลพั ธ์จะเป็นอยำ่ งไร
ง. 12,345.40

5. รูปแบบกำรจดั วำงข้อมลู ในแนวนอนแบบ General ผลลัพธข์ องข้อมลู จะเปน็ อย่ำงไร
ก. ตัวเลขและวันทช่ี ดิ ขวำ ข้อควำมชิดซ้ำยและค่ำตรรกะอยู่กง่ึ กลำง

6. รปู แบบกำรจดั วำงข้อมูลในแนวนอนแบบ Center Across Selection หมำยถึงข้อใดต่อไปน้ี
ก. นำข้อมลู ในเซลล์ซ้ำยสุดมำแสดงกง่ึ กลำงเซลล์ทเี่ ลือก

7. กำรจัดวำงขอ้ มลู เป็นแนวตั้งในเซลล์ รปู แบบคำส่ัง Justify หมำยถงึ ข้อใดต่อไปนี้
ข. จดั ขอ้ ควำมทีม่ หี ลำยบรรทัดให้ชิดขอบบนและขอบลำ่ งของเซลล์

8. ในแท็บ Alignment หำกต้องกำรให้ข้อมลู ท่ยี ำวกวำ่ ขนำดของเซลลแ์ สดงหลำยบรรทดั จะเลอื กใช้
รปู แบบใด

ข. Wrap text
9. ในแทบ็ Alignment หำกต้องกำรใหข้ ้อมูลทย่ี ำวกว่ำขนำดของเซลล์แสดงข้อมลู ทั้งหมดเซลล์จะ
เลอื กใชร้ ปู แบบใด

ค. Merge cells
10. ขอ้ ใดคอื ปุ่มในกำรรวมเซลล์พรอ้ มท้ังจดั ข้อมูลให้อยกู่ ึ่งกลำงเซลล์

ค.

66

ใบความรู้ / ใบเนอื้ หา
หน่วยที่ 4 เร่ือง การใชโ้ ปรแกรมตาราง

โปรแกรมตำรำงงำนหรือโปรแกรมสเปรตชีต (Spread Sheet) หรือตำรำงคำนวณเป็น
โปรแกรมที่อำนวยควำมสะดวกในกำรทำงำนเก่ียวกับกำรคำนวณข้อมูล แสดงข้อมูลในลักษณะเป็น
คอลัมน์หรือช่องตำรำง ซ่ึงสำมำรถบันทึกข้อมูลต่ำงๆ โดยส่วนมำกมักจะเป็นตัวเลขลงในตำรำง
ส่ีเหล่ียมที่แบ่งออกเป็นช่องเล็ก ๆ เรียกว่ำ เซลล์ (cell) พร้อมท้ังสำมำรถใส่สูตรลงในเซลล์บำงเซลล์
เพอื่ ให้โปรแกรมทำงำนคำนวณหำผลลพั ธ์จำกขอ้ มูลท่ปี ้อนเขำ้ ไป
4.1 ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft office excel 2019

12 3
4

56 7
12 8

91

1 รปู ที่ 11 ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Office Excel 1 1

หมำยเลข 1 quick access toolbar เป็นแถบเคร่ืองมือให้เรียกใช้งำนได้อย่ำงรวดเร็ว ผู้ใช้
สำมำรถเพมิ่ ปุ่มคำส่งั ท่ีใช้งำนบอ่ ย ๆ ไว้ในแถบเครือ่ งมือนีไ้ ด้

หมำยเลข 2 Title bar เป็นส่วนที่แสดงช่ือไฟล์ข้อมูลและชื่อโปรแกรม Microsoft office
excel ท่ีเปิดใช้งำนขณะน้ัน กรณีที่เป็นกำรเข้ำสู่โปรแกรมครั้งแรกและยังไม่มีกำรเปิดโฟลเดอร์ใด ๆ
โปรแกรมจะแสดงชือ่ ไฟล์ข้อมูลใหโ้ ดยเริ่มจำก “Book 1” เป็นต้นไป

หมำยเลข 3 ปุ่มควบคุม เป็นส่วนควบคุมเก่ียวกับกำรเปิด - ปิด โปรแกรม เก็บหน้ำต่ำง
โปรแกรม หรอื ยอ่ – ขยำยหนำ้ ตำ่ งโปรแกรม

หมำยเลข 4 Ribbon เปน็ ส่วนท่ีรวบรวมคำส่ังต่ำง ๆ ของเมนูหรือทูลบำร์ เพอื่ ใหผ้ ู้ใช้เลอื กใช้
งำนงำ่ ยขน้ึ

67

หมำยเลข 5 Name box ใช้ระบตุ ำแหนง่ หรอื ชอ่ื เซลล์ในขณะท่ีคลิกเลือกเซลล์
หมำยเลข 6 Formula bar ใช้ในกำรแสดงสูตรคำนวณทำงคณิตศำสตร์ หรือสำหรับพิมพ์
ข้อควำม ตัวเลข
หมำยเลข 7 Column แถวแนวตง้ั ของแผ่นงำน โดยมีช่ือหวั คอลมั นเ์ ป็นตัวอักษร A,B,C,…ไป
จนถงึ XFD
หมำยเลข 8 Row แถวแนวนอนของแผ่นงำน โดยมีชื่อหัวแถวเป็นตัวเลข 1,2,3,…. ไปจนถึง
แถวท่ี 1,048,576
หมำยเลข 9 sheet bar แสดงช่ือชที งำนที่ใชท้ ำงำนอยู่
หมำยเลข 10 Scroll bar ใชเ้ ล่อื นเอกสำรไปซ้ำย - ขวำ หรอื เลอื่ นขน้ึ - ลง
หมำยเลข 11 status bar เป็นส่วนทแ่ี สดงสถำนกำรณ์ทำงำนของ excel และแปน้ พิมพ์
หมำยเลข 12 ตัวช้ีเซลล์ (Active cell) คือเซลล์ที่กำลังถูกใช้งำนในขณะนั้น เซลล์ที่เป็นแอ็ก
ทีฟเซลล์จะมีเส้นกรอบล้อมรอบอยู่
หมำยเลข 13 Slide bar ย่อ – ขยำยชที งำน
หมำยเลข 14 View bar แสดงมุมมองชีทงำน
4.1 คณุ สมบัตขิ องโปรแกรม Microsoft office excel
4.1.1 คณุ สมบัติทัว่ ไปของโปรแกรม Microsoft office excel

4.1.1.1 สร้างและแสดงรายงานของข้อมูล ตัวอักษร และตัวเลข โดยมี
ควำมสำมำรถในกำรจัดรูปแบบให้สวยงำมน่ำอ่ำน เช่น กำรกำหนดสีพ้ืน กำรใส่แรเงำ กำรกำหนด
ลกั ษณะและสีของเส้นตำรำง กำรจัดวำงตำแหนง่ ของตัวอักษร กำรกำหนดรูปแบบและสตี ัวอกั ษร เป็น
ตน้

4.1.1.2 อานวยความสะดวกในด้านการคานวณตา่ ง ๆ เช่น กำรบวก ลบ คูณ หำร
ตวั เลข และยังมีฟังกช์ ันทใ่ี ช้ในกำรคำนวณอีกมำกมำย เช่น กำรหำผลรวมของตัวเลขจำนวนมำก กำร
หำค่ำทำงสถิติและกำรเงิน กำรหำผลลพั ธข์ องโจทยท์ ำงคณิตศำสตร์ เปน็ ต้น

4.1.1.3 มีระบบขอความช่วยเหลือ (Help) ท่ีจะคอยช่วยให้คาแนะนา ช่วยให้
ผู้ใช้สำมำรถทำงำนได้อย่ำงสะดวกและรวดเร็ว เช่น หำกเกิดปัญหำเก่ียวกับกำรใช้งำนโปรแกรมหรือ
สงสยั เกี่ยวกับวิธีกำรใชง้ ำน แทนท่ีจะต้องเปิดหำในหนงั สอื คู่มือกำรใช้งำนของโปรแกรม ก็สำมำรถขอ
ควำมชว่ ยเหลอื จำกโปรแกรมไดท้ ันที

4.1.1.4 มีความสามารถในการค้นหาและแทนที่ข้อมูล โดยโปรแกรมจะต้องมี
ควำมสำมำรถในกำรค้นหำและแทนท่ีข้อมูล เพื่อทำกำรแก้ไขหรือทำกำรแทนท่ีข้อมูลได้สะดวกและ
รวดเรว็

68

4.1.1.5 มคี วามสามารถในการจัดเรียงลาดับข้อมูล โดยเรียงแบบตำมลำดับจำก A
ไป Z หรือจำก 1 ไป 100 และเรียงยอ้ นกลบั จำก Z ไป A หรือจำก 100 ไปหำ 1

4.1.1.6 มีความสามารถในการจัดการข้อมูลและฐานขอ้ มูล ซ่งึ เป็นกลุ่มของข้อมูล
ข่ำวสำรท่ีถูกรวบรวมเข้ำไว้ด้วยกันในตำรำงที่อยู่ใน Worksheet ลักษณะของกำรเก็บข้อมูลเพ่ือใช้
เป็นฐำนข้อมูลบนโปรแกรมตำรำงงำนจะเก็บขอ้ มลู ในรปู แบบของตำรำง โดยแต่ละแถวของรำยกำรจะ
เป็นระเบียนหรือเรคคอร์ด (Record) และคอลัมน์จะเป็นฟิลด์ (Field)

4.1.2 คุณสมบัติของโปรแกรม Microsoft office excel 2019
4.1.2.1 สร้ำงแผนภูมิขอ้ มูลไวใ้ นเซลล์เดียวดว้ ยคำสั่ง Spark lines
4.1.2.2 ตัวกรองแบบใหม่ท่ีน่ำสนใจ ด้วยคุณลักษณะตัวแบ่งส่วนข้อมูลจำกมุมมอง

PivotTable และ PivotChart สำมำรถแบ่งส่วนและกรองข้อมูลแบบไดนำมิกเพื่อแสดงข้อมูลได้ตรง
ตำมทต่ี ้องกำร

4.1.2.3 กำรวำงทมี่ กี ำรแสดงตัวอย่ำงช่วยให้ประหยดั เวลำในกำรนำเนอื้ หำมำใชใ้ หม่
ภำยในExcel 2019

4.1.2.4 กำรคำนวณทีร่ วดเร็วขน้ึ
4.1.2.5 เมนู Add-in ของ Power pivot สำหรับรวมข้อมูลจำกแหล่งตำ่ งๆ ได้อย่ำง
รวดเร็ว รวมถึงกำรจัดกำรชดุ ข้อมลู ขนำดใหญ่เป็นลำ้ นๆแถวดว้ ยควำมเรว็ สงู
4.1.2.6 ฟงั ก์ชันมคี วำมสอดคล้องกันมำกขนึ้
4.1.2.7 สำมำรถทำงำนรว่ มกับผู้อ่ืนบนสมุดงำนเดียวกนั พร้อม ๆ กันในแทบทุกเว็บ
เบรำว์เซอร์ไดโ้ ดยใช้ Excel Web App
4.1.2.8 กำรสรุปข้อมูลของคุณแบบเป็นภำพโดยใช้แผนภูมิขนำดเล็กท่ีอยู่ภำยใน
เซลลล์ เ์ คยี งข้ำงขอ้ มลู
4.1.2.9 ข้อควำมของคุณพร้อมด้วยเสน้ แบบประกำยไฟแบบใหม่
4.1.3 ประโยชนข์ อง Microsoft Excel
4.1.3.1 สร้ำงตำรำงทำงำน จัดตำรำงสวยงำม ในรปู แบบต่ำงๆ
4.1.3.2 สรำ้ งเอกสำรทตี่ ้องมีกำรคำนวณ เชื่อมโยงสูตร (สำมำรถเชอื่ มโยงในไฟล์
เดยี วกนั ข้ำมไฟล์ หรือ ข้ำมเคร่อื งกไ็ ด้)
4.1.3.3 งำนจดั เก็บข้อมูลเบ้ืองตน้ ทีจ่ ำนวนขอ้ มูลไม่เกิน 1 ล้ำนแถว (ในทำงปฏิบตั ิ
แนะนำว่ำไมเ่ กนิ หลกั แสน จะทำงำนไดค้ ล่องตวั )
4.1.3.4 สร้ำงรำยงำนสรปุ ผลในมุมมองต่ำงๆ เช่น ตำรำงสรุปยอดขำย ตำรำงสรุป
ขอ้ มูลสินค้ำ สรุปงบดลุ สรุปแผนกำรผลิต สรปุ ขอ้ มูล ขำดลำมำสำย ของพนักงำน เป็นต้น

69

4.1.3.5 สรำ้ งกรำฟ นำเสนอข้อมูล ในรปู แบบต่ำงๆ ไมว่ ำ่ จะเป็นกรำฟแท่ง กรำฟ
เสน้ วงกลม จุด ทงั้ 2 มิติ และ 3 มติ ิ มีรูปแบบต่ำงๆ มำกมำย
4.2 กาหนดรูปแบบการแสดงข้อมลู

ขอ้ มูลที่ป้อนในตำรำงสำมำรถแบง่ ออกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ตวั เลข วนั ท่ี และขอ้ ควำม
ควรกำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมูลทั้ง 3 ประเภทน้ใี หเ้ หมำะกบั งำน เช่น ใหจ้ ำนวน 13545.47 แสดง
เป็น ฿13,545.47 เพ่ือใชใ้ นงำนบัญชหี รอื กำหนดให้ข้อควำมท่ีตอ้ งกำรมีรูปแบบเปน็ ตัวหนำ เชน่ สรุป
ปรมิ ำณสนิ ค้ำคงคลังและจดั ใหอ้ ยูก่ ึ่งกลำงหนำ้ กระดำษ เพอื่ ใช้เปน็ หวั เร่ืองรำยงำน

การกาหนดรปู แบบการแสดงตัวเลข
สำมำรถกำหนดให้กำรแสดงตัวเลขในตำรำงมีรูปแบบท่ีต้องกำรได้ เช่น ให้มีเครื่องหมำย
comma (,) ค่นั ทกุ ๆ 3 หลักหรือใหล้ งท้ำยดว้ ยเครื่องหมำย percent (%)
1. คลกิ เมำสเ์ ลอื กขอ้ มลู ที่ต้องกำรกำหนดรูปแบบ
2. ทแี่ ทบ็ หน้ำแรก ในกลุ่มคำส่งั ตัวเลข ใหค้ ลกิ เมำส์เลอื กกำหนดรปู แบบ ดังนี้

เพ่ือแสดงค่ำในเซลล์โดยใหม้ เี ครอ่ื งหมำยสกลุ เงนิ นำเขำ้
ถ้ำต้องกำรแปลงค่ำในเซลล์ทเ่ี ลอื กท้งั หมดใหเ้ ป็น %
เพ่อื ให้มเี ครื่องหมำย , คน่ั ตัวเลขทเี่ ลือกทกุ ๆ 3 หลกั และมที ศนิยม 2 ตำแหนง่
เพอื่ เพมิ่ จำนวนหลักทศนยิ ม 1 หลัก
เพอื่ ลดจำนวนหลกั ทศนยิ ม 1 หลัก

การกาหนดรปู แบบการแสดงตัวเลขโดยใช้ Format Cells
สำมำรถกำหนดรปู แบบกำรแสดงตัวเลขท่ีเจำะจงกว่ำนไ้ี ด้ เชน่ ให้มีเครื่องหมำย ฿ นำหนำ้
หรือแสดงตัวเลขท่ีมีค่ำตดิ ลบเป็นสีแดง โดยเลือกข้อมูลทจ่ี ะกำหนดรูปแบบตำมตอ้ งกำร
1. คลกิ เมำส์เลอื กข้อมลู ท่ตี ้องกำรกำหนดรูปแบบใหใ้ หม่
2. เลือก format > format cells
3. คลกิ เมำส์เลือกรูปแบบกำรแสดงตัวเลขในกรอบ category (ประเภท) เชน่ ให้แสดงเปน็
% หรือแบบ currency (สกุลเงนิ ) เปน็ ต้น
4. คลิกเมำส์ที่ตัวเลอื กอื่นเพื่อกำหนดรำยละเอยี ดกำรแสดงข้อมูล เช่น จำนวนหลักทศนยิ ม
กำรใช้สีแดงเมื่อจำนวนตดิ ลบ โดยชอ่ งตวั อย่ำงจะแสดงตัวอย่ำงกำรแสดงขอ้ มูลท่เี ลือก จะตอ้ งกำหนด
วำ่

4.1 จะใชจ้ ำนวนทศนิยมกห่ี ลัก ในช่องตำแหนง่ ทศนยิ ม
4.2 จะให้มสี ญั ลักษณ์ ฿ นำหน้ำตัวเลขหรอื ไม่ ในชอ่ งสญั ลักษณ์
4.3 จะแสดงคำ่ เป็นลบอย่ำงไร ในช่อง negative numbers


Click to View FlipBook Version