The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

185

6. คลกิ เมาส์ใชค้ ่าท่ีกาหนด
ทริกเกอรต์ ัวจดุ ชนวนการแสดงเอฟเฟ็กต์
ทรกิ เกอร์ คือ การกาหนดให้วัตถุชน้ิ หน่งึ เป็นตัวจุดชนวนการแสดงเอฟเฟ็กต์ให้กบั วัตถุชน้ิ อนื่
ตัวอยา่ งเช่น เราจะกาหนดให้แสดงข้อความได้ กต็ ่อเม่ือผ้บู รรยายคลิกเมาสล์ งบนภาพเสยี กอ่ น
หมายความว่าเราจะกาหนดให้ภาพเปน็ ทริกเกอร์ มีวิธกี ารดังนี้

1. คลกิ เมาสบ์ นภาพเพื่อส่ังให้แสดงขอ้ ความ
2. คลิกบนรายการของขอ้ ความและเลอื ก Effect options…
3. คลิกแท็บ Timing
4. คลกิ เมาส์ป่มุ Triggers
5. เลือกวตั ถุทีจ่ ะใชเ้ ป็นตัวทริกเกอร์
6. คลกิ เมาสใ์ ช้คา่ ท่กี าหนด
กาหนดให้แสดงข้อความตามลาดับหัวข้อ
1. เลือกข้อความท่ีต้องการใสเ่ อฟเฟก็ ต์
2. เลอื กแทบ็ Animation จากน้ันคลกิ ปุ่ม Animation Pane
3. คลิกและเลือกเอฟเฟก็ ต์การเคลอ่ื นใหก้ ับข้อความ
4. คลิกและเลอื ก Effect options…
5. คลิกเมาสแ์ ท็บ Text Animation
6. กาหนดรปู แบบการเรยี งลาดับหัวข้อ
7. กดตกลง
ในชอ่ ง Group text ให้กาหนดรูปแบบการแสดงสามารถเลือกใหแ้ สดงขอ้ ความทั้งหมด
พร้อมกันทีเดยี วหรือแยกแยะทีละระดบั ดังน้ี

 As one object (เป็นวตั ถุเดียว) แสดงตละหัวขอ้ เรยี งลงมาจนหมดขอ้ ความ

 All paragraphs at once (ย่อหน้าทั้งหมดในคร้ังเดียว) จะแสดงหัวข้อ และหัวข้อย่อย
ท้ังหมดในครัง้ เดยี ว

 By 1st level paragraphs (ตามระดับที่ 1 ของยอ่ หน้า) จะแสดงหัวขอ้ และหวั ข้อบ่อยที่
อยใู่ นลาดับที่ 1 ขึ้นก่อน และจะแสดงหวั ขอ้ ลาดบั ที่ 1 ตวั ถัดไป

 By 2nd level paragraphs (ตามระดับที่ 2 ของยอ่ หน้า) จะแสดงหวั ข้อลาดบั หนึ่งก่อน
และจะแสดงหวั ขอ้ และหวั ขอ้ ยอ่ ยทอ่ี ยใู่ นลาดับท่ี 2

 By 3rd level paragraphs (ตามระดับที่ 3 ของย่อหน้า) จะแสดงหัวข้อลาดับหนึ่งก่อน
ตามด้วยหัวขอ้ ที่ 2 และแสดงหวั ขอ้ และหวั ขอ้ ย่อยที่อย่ใู นลาดับท่ี 3

186

 By 4th level paragraphs (ตามระดับที่ 4 ของย่อหน้า) จะแสดงหัวข้อลาดับท่ีหนึ่ง
ก่อนตามดว้ ยหัวข้อที่ 2 ตามด้วยหัวข้อท่ี 3 และแสดงหัวข้อและหัวข้อย่อยท่ีอยู่ในลาดับ
ที่ 4

 By 5th level paragraphs (ตามระดับท่ี 5 ของย่อหน้า) จะแสดงหัวข้อสาคับที่หนึ่ง
ก่อนตามด้วยหัวข้อที่ 2 ตามด้วยหัวข้อที่ 3 ตามด้วยหัวข้อท่ี 4 และแสดงหัวข้อและ
หัวขอ้ ย่อยท่ีอย่ใู นลาดบั ที่ 5

8.2 เอฟเฟ็กตเ์ คลื่อนทภ่ี าพไปตามสไลด์
1. คลิกรปู ท่ีจะใส่เอฟเฟ็กตใ์ ห้เคลือ่ นท่ีไปด้านบน
2. เลือก Add Effect > Move motion paths…
3. เลือกเสน้ ตามต้องการ แลว้ คลิกตกลง

ในการใสเ่ อฟเฟ็กต์ให้กับวัตถใุ หเ้ คลอ่ื นไหวในบางคร้ังอาจไม่ตรงกับความต้องการ ซึง่ สามารถ
ทาให้ภาพเคล่ือนไหวได้ไปตามทิศทางต่าง ๆ ที่ต้องการได้ เช่น เล่ือนจากบนลงล่างเคล่ือนท่ีเป็น
วงกลม เป็นตน้ โดยทาตามขัน้ ตอนดังน้ี

1. คลิกทว่ี ตั ถุที่ต้องใสเ่ สน้ พาธ
2. คลิกที่ Animations > เลือกเส้นพาธ
3. คลกิ เมาสเ์ พื่อขยายเส้นทางการเคล่ือนท่ี
4. จากน้ันคลกิ เพื่อแสดงการเคล่อื นที่
กาหนดเอฟเฟก็ ตใ์ นการนาเสนอกราฟ
1. คลกิ เมาสท์ ่กี ราฟ
2. คลกิ แท็บ Animations
3. คลกิ และเลือกเอฟเฟกตก์ ารเคลอ่ื นไหวให้กบั กราฟ
4. คลิกและเลอื ก Effect options
5. คลกิ เมาสแ์ ทบ็ chart animation
6. กาหนดเอฟเฟ็กตก์ ารแสดงกราฟ
7. คลิกเมาส์ใช้เอฟเฟ็กต์การเคลือ่ นไหวที่ได้กาหนดไว้
กาหนดเอฟเฟก็ ตใ์ นการนาเสนอ SmartArt
เราสามารถกาหนดเอฟเฟก็ ต์เพื่อให้แสดง SmartArt ขน้ึ มาทีละส่วน โดยสามารถทาได้ดังนี้
1. คลกิ เมาส์ที่ SmartArt แลว้ ไปทแ่ี ท็บ Animations
2. คลิกและเลือกเอฟเฟก็ ต์การเคลื่อนไหว
3. คลกิ และเลือก Effect options
4. คลิกเมาส์แทบ็ SmartArt Animation เพอื่ สรา้ งการเคล่ือนไหวให้กับ SmartArt
5. กาหนดเอฟเฟ็กต์การแสดง SmartArt
6. คลกิ เมาสใ์ ช้เอฟเฟก็ ต์การเคลื่อนไหวที่ได้กาหนดไว้

187

แบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชือ่ ............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............

คาส่งั / คาชี้แจง ใหเ้ ลอื กคาตอบที่ถกู ต้องทีส่ ุดเพียงข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องการสรา้ งเทคนิคให้กับสไลด์มากที่สดุ

ก. เพ่อื ให้งานนาเสนอดูน่าสนใจมากข้ึน

ข. เพ่อื ใหง้ านนาเสนอมีความเล็กกะทัดรัด

ค. เพ่อื สรา้ งงานนาเสนอใหด้ ีและประหยดั พน้ื ท่ี

ง. เพ่ือสรา้ งงานนาเสนอใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการใชส้ อย

2. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้อง

ก. สามารถกาหนดเวลาในการแสดงเอฟเฟ็กต์

ข. สามารถใสเ่ สยี งประกอบการแสดงเอฟเฟ็กต์ได้

ค. PowerPoint ใสเ่ อฟเฟ็กต์การเคลื่อนไหวได้เฉพาะกบั ข้อความและภาพเท่านัน้

ง. PowerPoint สามารถกาหนดการเคล่ือนไหวให้กบั วตั ถุด้วยเทคนคิ ที่มอี ยแู่ ลว้ ในโปรแกรม

3. การใสเ่ อฟเฟ็กตเ์ ปลีย่ นหน้าสไลด์ควรทางานในมมุ มองใด

ก. Slide view ข. Slide show

ค. Slide sorter view ง. Normal view

4. ข้อใดคือความสามารถของคาส่ัง Animation Schemes

ก. กาหนดเอฟเฟ็กต์ในการเปลย่ี นหนา้ สไลด์

ข. กาหนดเอฟเฟ็กต์สร้างการเคลื่อนไหวให้กบั กราฟ

ค. กาหนดเอฟเฟ็กตใ์ ห้กบั แต่ละวตั ถุในสไลด์ด้วยตัวเอง

ง. กาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กบั แต่ละวัตถุใสไลด์ด้วยรูปแบบสาเรจ็ รูป

5. ในการกาหนดเอฟเฟ็กตใ์ ห้กบั ข้อความโดยใชค้ าส่ัง Hide After Animation หมายถงึ อะไร

ก. เมอ่ื มีการแสดงให้ทาการซ่อนข้อความน้นั

ข. เมอื่ มีการแสดงคร้งั ตอ่ ไปใหซ้ ่อนข้อความนั้น

ค. เมือ่ มีการแสดงไมต่ ้องทาอะไรกับข้อความนั้น

ง. เม่ือมกี ารแสดงการเคลอ่ื นไหวครงั้ ตอ่ ไปให้แสดงขอ้ ความนน้ั

6. ในช่อง Animate Text การกาหนดคาส่ัง By Word หมายถงึ ข้อใด

ก. แสดงขอ้ ความทลี ะคา

ข. แสดงขอ้ ความทีละตวั อกั ษร

ค. แสดงข้อความออกมาแบบบางมาเข้ม

ง. แสดงข้อความในแต่ละหวั ข้อทัง้ หมดพร้อมกัน

188

7. หากตอ้ งการให้กราฟแสดงกราฟออกมาในแตล่ ะกล่มุ ก่อนแล้วจงึ แสดงกราฟของกลุ่มตอ่ ไป

ก. by series ข. by category

ค. by element in series ง. by element in category

8. ขอ้ ใดคือการเชื่อมโยงไปยงั สไลดก์ อ่ นหน้า

ก. Next slide ข. Last slide

ค. First slide ง. Previous slide

9. ในการกาหนดเอฟเฟ็กตเ์ องจะต้องกาหนดการเร่ิมต้นให้เอฟเฟก็ ต์ของวัตถุทางานได้ที่ใด

ก. Direction ข. Start

ค. Add effect ง. Speed

10. ข้อใดต่อไปน้ีเป็นคาสั่งเกี่ยวกับเทคนคิ ในการเปลย่ี นแผ่นสไลด์

ก. Slide show ข. Slide transition

ค. Transition schemes ง. Custom animation

189

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชื่อ............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............

คาสั่ง / คาชแ้ี จง ให้เลือกคาตอบทีถ่ กู ต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของการสร้างเทคนิคให้กับสไลด์มากท่ีสดุ

ก. เพ่อื ให้งานนาเสนอดูน่าสนใจมากขนึ้
2. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง

ค. PowerPoint ใสเ่ อฟเฟ็กต์การเคลอ่ื นไหวไดเ้ ฉพาะกับข้อความและภาพเท่านน้ั
3. การใส่เอฟเฟ็กต์เปล่ียนหน้าสไลดค์ วรทางานในมุมมองใด

ง. Normal view
4. ข้อใดคือความสามารถของคาสงั่ Animation Schemes

ง. กาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กับแต่ละวัตถุใสไลดด์ ้วยรูปแบบสาเรจ็ รูป
5. ในการกาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กับข้อความโดยใชค้ าสงั่ Hide After Animation หมายถงึ อะไร

ก. เมือ่ มีการแสดงให้ทาการซ่อนข้อความนน้ั
6. ในชอ่ ง Animate Text การกาหนดคาสั่ง By Word หมายถึงข้อใด

ก. แสดงขอ้ ความทลี ะคา
7. หากต้องการใหก้ ราฟแสดงกราฟออกมาในแต่ละกลุ่มก่อนแล้วจงึ แสดงกราฟของกลุ่มตอ่ ไป

ข. by category
8. ข้อใดคือการเชื่อมโยงไปยังสไลดก์ อ่ นหน้า

ง. Previous slide
9. ในการกาหนดเอฟเฟ็กตเ์ องจะต้องกาหนดการเร่ิมตน้ ใหเ้ อฟเฟก็ ต์ของวัตถุทางานได้ที่ใด

ข. Start
10. ขอ้ ใดต่อไปนีเ้ ป็นคาส่งั เกี่ยวกับเทคนคิ ในการเปลี่ยนแผ่นสไลด์

ข. Slide transition

190

ใบงานปฏบิ ัติ
เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้โปรแกรมนาเสนอดว้ ยเอฟเฟก็ ต์

คาสัง่ /คาช้แี จง ให้นกั เรียนปฏบิ ัติตามคาสัง่
1. สรา้ งงานนาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรม PowerPoint จากขอ้ มลู ที่กาหนดให้

สไลดท์ ่ี 1 : กล่องข้อความท่เี ป็นหวั ขอ้ กาหนดเอฟเฟ็กต์แบบ Entrance > Wipe ขอ้ ความท่ี
เป็นเนอ้ื หากาหนดเอฟเฟก็ ตแ์ บบ Entrance > strip , รปู กาหนดเอฟเฟ็กตแ์ บบ Entrance > grow
& turn

สไลดท์ ี่ 2 : กล่องข้อความท่ีเปน็ หัวขอ้ กาหนดเอฟเฟ็กต์แบบ Entrance > center revolve
, รูปกาหนดเอฟเฟ็กตแ์ บบ Entrance > Dissolve In ขอ้ ความทเ่ี ปน็ เนื้อหากาหนดเอฟเฟก็ ต์แบบ
Entrance > Wipe
2. สร้างงานนาเสนอโดยใชโ้ ปรแกรม PowerPoint จากขอ้ มลู ท่ีกาหนดให้

สไลด์ท่ี 1 :
1. ใชส้ ไลดแ์ บบ Built-in แบบ facet ใช้เอฟเฟก็ ต์ origami
2. ตวั อักษรแบบ WorkArt แบบ Fill-Red, Accent2, Matte bevel ใชเ้ อฟเฟ็กต์
Entrance>wheel
3. กลอ่ งข้อความเอฟเฟ็กต์ Entrance > More Effect > Rise up
4. รปู ภาพใช้เอฟเฟก็ ต์ Entrance > More Effect > Checkerboard
สไลดท์ ี่ 2 :
1. ใช้สไลดแ์ บบ Built-in แบบ facet ใชเ้ อฟเฟก็ ต์ Animations > Boxin
2. ตัวอักษรแบบ WorkArt แบบ Fill-Red, Accent2, Matte bevel ใชเ้ อฟเฟ็กต์
Entrance>More Effects > spinner
3. กลอ่ งข้อความเอฟเฟ็กต์ Entrance > More Effect > bouce
4. รูปภาพใชเ้ อฟเฟก็ ต์ Entrance > More Effect > Dissolve In

191

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 8
รหัสวิชา 20001 - 2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี
ช่ือหน่วย การใช้อินเตอรเ์ น็ตเพื่อสบื คน้ ขอ้ มลู จานวน 6 ช่ัวโมง
รายการหัวข้อการเรียนรู้
1. ความเป็นมาของอนิ เตอร์เนต็
2. ความหมายของ Search Engine
3. หลกั การทางานของ Search Engine
4. คน้ หาข้อมลู โดยทั่วไปดว้ ย Google
5. ค้นคว้าหาความรู้ดว้ ย Wikipedia

หัวข้อการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารสอนหรือจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. ความเป็นมาของอนิ เตอร์เน็ต 1. บอกความเป็นมาของอนิ เตอร์เนต็ ได้
2. ความหมายของ Search Engine 2. บอกความหมายของ Search Engine ได้
3. หลักการทางานของ Search Engine 3. อธิบายหลักการทางานของ Search Engine ได้
4. ค้นหาขอ้ มูลโดยทวั่ ไปดว้ ย Google 4. สารมารถค้นหาข้อมลู โดยทั่วไปด้วย Google ได้
5. ค้นควา้ หาความรู้ดว้ ย Wikipedia 5. สามารถคน้ หาความรู้ดว้ ย Wikipedia ได้

วิธีการสอน : บรรยายและสาธติ

สอื่ การสอน :
1. หนังสือเรียนวชิ า คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี (20001-2001) ของบรษิ ัท ซัคเซส

มเี ดีย จากัด
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ กอ่ นเรียน / หลังเรยี น พร้อมเฉลย
3. Kahoot
4. Google Classroom

การประเมิน :
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั ิงานรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรุง
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี นไมม่ ีเกณฑ์ผา่ น เก็บคะแนนไว้เปรยี บเทยี บกับคะแนนที่ ได้

จากการทดสอบหลังเรียน
3. แบบสังเกตคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยูก่ ับการ

ประเมินตามสภาพจรงิ

192

แผนการจัดการเรยี นรู้

ช่ือวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 สอนครง้ั ที่ 13

หนว่ ยที่ 8 ช่ือหน่วย การใชอ้ นิ เตอรเ์ นต็ เพื่อสบื ค้นข้อมูล จานวน 3 ชม.

1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. ความเป็นมาของอนิ เตอรเ์ น็ต
2. ความหมายของ Search Engine
3. หลักการทางานของ Search Engine
4. ค้นหาขอ้ มูลโดยท่ัวไปด้วย Google
5. ค้นคว้าหาความรู้ดว้ ย Wikipedia

2. สาระสาคญั
พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลในชีวิตประจาวันนับเป็นเร่ืองท่ีจาเปน็ สาหรับคนในยุค

น้ี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ด้วยอุปกรณ์พกพา ทาให้การหาข้อมูลเป็น
ส่วนหน่ึงในชีวติ ประจาวนั ในการเดินทางเราก็สามารถดูความนิยมของสนิ ค้าน้ัน ๆ ก่อนซื้อได้

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความรู้เก่ียวกับความเป็นมาของอนิ เตอร์เน็ต ความหมายของ Search Engine การ

ค้นหาข้อมูลทั่วไปโดยการใช้ Google รวมไปถงึ การคน้ คว้าหาข้อมูลหาความร้ดู ว้ ย Wikipedia ได้

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จุดประสงค์ทว่ั ไป
1. รู้ความเป็นมาของอินเตอรเ์ น็ต
2. รู้ความหมายของ Search Engine
3. หลกั การทางานของ Search Engine
4. ปฏบิ ตั ิการค้นหาข้อมลู โดยทั่วไปด้วย Google
5. ปฏิบัติการคน้ ควา้ หาความรดู้ ว้ ย Wikipedia
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกความเปน็ มาของอินเตอรเ์ น็ตได้
2. บอกความหมายของ Search Engine ได้
3. อธบิ ายหลกั การทางานของ Search Engine ได้
4. คน้ หาขอ้ มลู โดยท่ัวไปด้วย Google ได้
5. ค้นหาความร้ดู ้วย Wikipedia ได้

193

5. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 8 ครั้งท่ี 13 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใช้อนิ เตอร์เน็ตเพ่ือ

สืบค้นขอ้ มูล ว่าการใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ตมีข้อดี-ข้อเสยี อะไรบ้าง และจะสามารถค้นหาขอ้ มูลจาก
อินเตอร์เน็ตดว้ ยวธิ ีใดบา้ ง

2. ครแู สดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ
ขั้นสอน
4. ครูสาธิตการค้นหาข้อมูลด้วย Google และ Wikipedia ครูอธิบายวิธีการใช้แถบคาสั่ง
แถบเคร่อื งมอื ตา่ งๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถงึ คุณสมบัติใหม่ของ Search Engine แตล่ ะชนดิ
5. ครู สาธติ ให้นักเรยี นดู และนกั เรยี นปฏิบตั ติ ามข้ันตอน
7. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หัวข้อ การใช้อินเตอร์เน็ตใน
ชวี ติ ประจาวัน แล้วใหส้ รุปจับใจความ
8. นักเรยี นนาเสนอผลงานของตนเองที่หน้าชั้นเรียน
9. ครูและนกั เรียนสรปุ เนอื้ หาสาระสาคัญ ครเู สนอแนะเพิ่มเติม
ขัน้ สรปุ และการประยกุ ต์
10. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสยั ครูตอบขอ้ สงสยั
11. นักเรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เสรจ็ แล้วจับคู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
สง่ ให้ครู
12. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นกั เรยี นแต่ละคนทราบความก้าวหนา้ ในการเรยี นการสอน
13. กรณีมนี ักเรียนไมผ่ ่านการประเมินให้นดั หมายเวลาเพ่ือทาการสอนเสรมิ ต่อไป

6. สือ่ การจดั การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี (20001-2001) ของบริษัท

ซัคเซส มีเดีย จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หลังเรยี น พรอ้ มเฉลย
3. Kahoot
4. Google Classroom

194

7. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี น
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึง

ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี น/หลังเรียน 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ

นักเรียนร่วมกันประเมิน

8. แหลง่ การเรียนรเู้ พ่มิ เติม
1. ห้องสมุดวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. อนิ เทอร์เนต็

9. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
1. นักเรียนเข้าไปค้นคว้าข้อมูลเพม่ิ เตมิ จากห้องสมุด จัดทาเป็นรายงานส่งครู
2. ทาแบบฝกึ ปฏิบัตแิ ละแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

195

สปั ดาห์ท่.ี ................

บันทึกหลงั การสอน

รหัสวชิ า..........................วชิ า....................................................................ระดับ.............. ชนั้ ปีท.ี่ ..........
แผนกวชิ า.......................................................จานวนนกั เรียน..................คน มาเรยี น......................คน
ขาดเรยี น...........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเมอ่ื วันท่.ี .........เดอื น......................พ.ศ.........
หนว่ ยท่.ี ................. ช่ือหน่วย.............................................................................จานวน...............ชว่ั โมง

 เนื้อหาวัตถปุ ระสงค์และส่ือการสอน
............................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปัญหาที่เกดิ ขนึ้ ในระหวา่ งการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแก้ไขปัญหาของครผู สู้ อน และผลที่ได้
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอ ลงชอื่ ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวสั ดิ)์

วนั ท่.ี ......................................................... วันที่..........................................................

196

แบบทดสอบก่อนเรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ชือ่ ............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............

คาสัง่ / คาช้แี จง ใหเ้ ลือกคาตอบที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. Gen ใดมชี ว่ งอายนุ ้อยท่ีสดุ

ก. Gen X ข. Gen Y ค. Gen Z ง. Gen M

2. คอมพวิ เตอร์แต่ละเครื่องในอินเทอร์เน็ต สามารถเขา้ ใจกนั ได้โดยใชก้ ติกากลาง มชี ื่อเรียกว่าอะไร

ก. โพรดิวส์ ข. ไอซีพี ค. โพรโทคอล ง. ไอดีพี

3. จากข้อ 2 ตวั มาตรฐานท่ีใช้ในการสือ่ สารบนอนิ เทอรเ์ น็ตมีช่ือเรียกวา่ อะไร

ก. TLC/MP ข. TCP/IP

ค. TCC/IP ง. TLC/IP

4. ทอี่ ยู่ของคอมพวิ เตอร์บนอินเทอรเ์ นต็ มชี ่ือเรยี กว่าอะไร

ก. ไอพี แอดเดรส ข. อีเมล แอดเดรส

ค. คอมพิวเตอร์ แอดเดรส ง. เน็ตเวิรค์ แอดเดรส

5. จากข้อ 4 มีการแบ่งตวั เลขออกเป็นก่ชี ดุ และคัน่ ดว้ ยสญั ลกั ษณ์อะไร

ก. 3 ชดุ ค่นั ด้วย . ข. 3 ชดุ ค่ันด้วย –

ค. 4 ชุด ค่ันด้วย . ง. 4 ชดุ ค่ันด้วย –

6. อินเทอร์เน็ต แอดเดรสเรียกอีกชื่อว่าอะไร

ก. ไอพี แอดเดรส ข. โดเมนเนม

ค. คอมพวิ เตอร์ แอดเดรส ง. เซริ ฟ์ เวอร์เนม

7. ข้อใดไม่ใช่ Search Engine

ก. Yahoo ข. Bing

ค. Google ง. Chrome

8. กลุม่ คน Gen มกี ารใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ มากที่สุด

ก. Gen X ข. Gen Y

ค. Gen Z ง. Gen M

9. Wikipedia ใหข้ อ้ มลู ในรูปแบบใด

ก. ชวี ประวตั ิ ข. พจนานุกรม

ค. สาราณุกรม ง. จดหมายเหตุ

10. กจิ กรรมใดท่ีใชผ้ ่านอปุ กรณพ์ กพามากที่สดุ

ก. Search Engine ข. ภาพยนตร์ออนไลน์

ค. Social Network ง. อ่านหนงั สือออนไลน์

197

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชอ่ื ............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............

คาส่งั / คาชีแ้ จง ให้เลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องที่สดุ เพยี งข้อเดียว
1. Gen ใดมชี ่วงอายุน้อยท่ีสุด

ค. Gen Z
2. คอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะเครื่องในอินเทอรเ์ นต็ สามารถเข้าใจกันได้โดยใช้กติกากลาง มีชือ่ เรียกว่าอะไร

ค. โพรโทคอล
3. จากข้อ 2 ตวั มาตรฐานท่ีใช้ในการส่อื สารบนอนิ เทอร์เนต็ มีชื่อเรยี กว่าอะไร

ข. TCP/IP
4. ท่ีอยูข่ องคอมพวิ เตอร์บนอินเทอรเ์ นต็ มชี ื่อเรียกวา่ อะไร

ก. ไอพี แอดเดรส
5. จากข้อ 4 มีการแบ่งตวั เลขออกเปน็ ก่ชี ดุ และค่นั ดว้ ยสญั ลักษณ์อะไร

ค. 4 ชดุ คน่ั ด้วย .
6. อนิ เทอร์เน็ต แอดเดรสเรยี กอีกชื่อว่าอะไร

ก. ไอพี แอดเดรส
7. ข้อใดไมใ่ ช่ Search Engine

ง. Chrome
8. กลุ่มคน Gen มกี ารใช้งานอนิ เทอร์เนต็ มากทสี่ ุด

ข. Gen Y
9. Wikipedia ใหข้ อ้ มลู ในรูปแบบใด

ค. สาราณุกรม
10. กจิ กรรมใดท่ใี ช้ผา่ นอุปกรณ์พกพามากทีส่ ุด

ค. Social Network

198

ใบความรู้ / ใบเนอื้ หา
หนว่ ยท่ี 8 เร่อื ง การใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตเพอื่ สบื ค้นขอ้ มูล
จากการรายงานผลการสารวจพฤติกรรมผ้ใู ช้อินเทอรเ์ น็ตในประเทศไทย ปี 2558 ซึ่งจดั ทา
โดยสานักงานพฒั นาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรอื สพธอ. จากข้อมูลของผ้ทู ีใ่ ห้
ความรว่ มมือตอบแบบสอบถามจานวนประมาณ 10,000 ราย โดยแบ่งกลมุ่ อายหุ รือที่เรียกว่า Gen
ไดแ้ ก่ Baby Boomer (51 ปีขึน้ ไป) , Gen X (35-50 ปี), Gen Y (15-34 ปี) และ Gen Z (น้อยกว่า
15 ปี) มีผลการสารวจท่ีนา่ สนใจดงั น้ี

ชว่ งวัยท่ีใชอ้ นิ เทอร์เนต็ มากท่สี ดุ

• กลุ่มคน Gen Y มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดเฉล่ีย 8 ชั่วโมงต่อวันหรือประมาณ 54
ชั่วโมงตอ่ สัปดาห์

อุปกรณ์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากท่ีสดุ

• อุปกรณ์พกพาประเภทโทรศัพท์มือถือ เป็นอุปกรณ์ท่ีมีการใช้เข้าถึงข้อมูลอินเทอร์เน็ตมาก
ท่ีสุด อันดับรองลงมาคือเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และรองจากน้ันได้แก่ เครื่อง
คอมพวิ เตอร์พกพาหรอื โน้ตบคุ๊

กจิ กรรมท่ใี ชผ้ ่านอุปกรณ์พกพา

• ถ้ากล่าวถึงอุปกรณ์พกพา การใช้ Social Network น้ันมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการ
หาข้อมลู ผ่าน Search Engine และการอา่ นหนงั สอื ออนไลนห์ รอื e-Book ตามลาดับ

คนไทยส่วนใหญเ่ คยซ้อื ของออนไลน์

• ประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยซื้อของทางออนไลน์มาแล้ว โดยสินค้า
ทมี่ ีการซือ้ มากทีส่ ดุ คือ สินค้าแฟชั่น รองลงมาคือสินค้าไอทีและสินค้าด้านสุขภาพความงาม
ตามลาดับ ข้อมูลน้ีบง่ บอกว่าคนไทยมีพฤติกรรมซื้อของทางอินเทอร์เน็ตมากข้ึน เนื่องจากมี
รา้ นค้าออนไลนม์ ากข้ึนและมีขอ้ มลู สนิ ค้าประกอบการตดั สินใจให้ค้นหามากข้ึนน่ันเอง

199

8.1 ความเปน็ มาของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีก่อต้ังข้ึนโดยกระทรวงกลาโหมของประเทศ

สหรัฐอเมริกา ซ่ึงเป็นการนาคอมพิวเตอร์มาเช่ือมกัน มีช่ือเรียกในสมัยน้ันว่า “อาร์ปาเน็ต”
(Advanced Research Projects Agency Network : ARPANET) การเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์จานวน
มากเข้าด้วยกันก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและการส่ือสารที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลส่งผลให้
เครือข่ายอาร์ปาเน็ตเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะมีองค์กรท้ังทางทหารและมหาวิทยาลัย นาเคร่ือง
คอมพวิ เตอรม์ าเช่อื มตอ่ กนั เป็นเครือขา่ ยจานวนมาก

ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้เช่ือมโยงระบบย่อย ๆ ระบบเครือข่ายย่อยต่าง ๆ หลายแสนระบบ
ให้เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และมีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของระบบเครือข่าย
ส่วนกลางน้ี สาหรบั ประเทศไทย ถอื ว่าเปน็ ประเทศแรก ๆ ในเอเชียท่ีมกี ารนาอินเทอร์เนต็ มาใช้ โดยมี
การพัฒนาคร้งั แรกในปี พ.ศ. 2530 โดยอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตรค์ อมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยี
แห่งเอเชีย (AIT) โดยได้ทดลองส่ง E-mail ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และ
มหาวิทยาลัยโตเกียวประเทศญ่ีปุ่น จากนั้นได้มีโครงการ IDP (International Development Plan)
โดยพัฒนาร่วมกัน 3 สถาบันคือ AIT มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้
พัฒนาเครือข่ายข้ึนมาแห่งแรกในประเทศไทยโดยให้ช่ือว่า TCSNET (Thai Computer Science
Network) โดยให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และ AIT เป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของ
มหาวิทยาลัยในประเทศไทยกับเครือ่ งเซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยเมลเบริ ์น และระบบอินเทอร์เนต็ ใน
ประเทศไทยก็มีการพัฒนามาอยา่ งตอ่ เนื่องจนถงึ ปจั จบุ ัน

ปัจจุบันมีประชากรทั่วโลกได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีการใช้บริการต่าง ๆ มากมาย เช่น
เวิลด์ไวดเ์ วบ็ อีเมล หอ้ งคุย พาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์

การทางานของเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็
การทางานของอนิ เทอร์เน็ตนั้นข้อมลู ตา่ ง ๆ จะสือ่ สารกนั ได้จะต้องมกี ฎเกณฑ์ทใี่ ช้ส่อื สารเป็น
กฎเดียวกนั ในการควบคมุ รปู แบบคาส่ังและข้อมลู และมกี ารกาหนดหมายเลขเคร่อื งคอมพิวเตอรห์ รือ
ช่ือของเครื่องคอมพิวเตอรท์ ่ีต้องการติดต่อดว้ ย
TCP/IP ภาษากลางบนอนิ เทอรเ์ น็ต
ปจั จุบันมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนับล้านคนทั่วโลก ซงึ่ แต่ละคนกใ็ ช้คอมพิวเตอร์ต่างรุ่นต่างแบบกัน
ไป เมอื่ เราต้องการเชอ่ื มต่อคอมพิวเตอรเ์ หล่านเ้ี ข้าด้วยกนั จาเป็นอยา่ งยงิ่ ทจ่ี ะต้องมีกติกากลางเพ่ือให้
คอมพวิ เตอร์แตล่ ะเครอื่ งสามารถเข้าใจกันได้ กตกิ ากลางนมี้ ชี ่อื เรียกทางเทคนิควา่ “โพรโทคอล”
สาหรับโพรโทคอลมาตรฐานที่ใช้ในการส่ือสารบนอินเตอร์เน็ตมีช่ือเรียกว่า TCP/IP การ
ทางานของโพรโทคอล TCP/IP จะแบ่งข้อมูลท่ีเครื่องคอมพิวเตอร์จะส่งไปอีกเคร่ืองเป็นส่วนย่อย ๆ

200

เรียกว่า แพ็คเก็ต และส่งไปตามเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยกระจายแพ็คเก็ตเหล่าน้ีไปหลายเส้นทาง
ซึง่ แพ็คเก็ตเหลา่ น้ีจะไปรวมกันทปี่ ลายทางและถูกนามาประกอบกนั เป็นขอ้ มลู ทีส่ มบรู ณ์อกี คร้งั

การทางานของโพรโทคอล TCP/IP

1ABC เคร่อื งคอมพวิ เตอรต์ น้ ทาง
2 ABC
A
B

C เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ปลายทาง 3

รูปท่ี 36 การทางานของโพรโทคอล TCP/IP

- ข้อมลู ทีส่ ง่ จะถูกแบ่งเป็นส่วนยอ่ ยทเ่ี รยี กวา่ แพ็กเกต็
- แพก็ เก็ตจะกระจายไปหลายเสน้ ทาง
- แพ็กเกต็ จะถกู นามาประกอบเปน็ ขอ้ ความสมบูรณ์ที่ปลายทาง
รับสง่ ข้อมูลไดถ้ ูกทด่ี ว้ ย IP Address
อีกคาถามหน่ึงที่เราอาจสงสัยเก่ียวกับการทางานของอินเตอร์เน็ต นั่นคือคอมพิวเตอร์แต่ละ
เครื่องท่ีเชื่อมต่อกันรู้ที่อยู่ของเครื่องอ่ืนได้อย่างไร เช่นเดียวกับการติดต่อหาบ้านหลังหน่ึงในเมือง
ขนาดใหญ่ให้พบ เราจาเป็นต้องทราบข้อมูล เช่น บ้านเลขที่ ถนน เป็นต้น สาหรับอินเตอร์เน็ตก็
เช่นกัน เมื่อเราต้องการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เครื่องหน่ึง เราต้องทราบท่อี ยู่ของมันบนอินเตอรเ์ น็ตที่
มชี อ่ื เรยี กทางเทคนิควา่ ไอพีแอดเดรส
ไอพีแอดเดรส เป็นหมายเลขประจาตัวเคร่ืองคอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ือง ซึ่งไม่ซ้ากับเคร่ืองอื่น
ในโลกโดยมีจดุ (.) เปน็ สญั ลักษณ์แบง้ ตัวเลขเป็นชดุ ซึง่ แตล่ ะชุดจะมคี า่ ไดต้ ้ังแต่ 0 ถงึ 255
โดเมนเนม
ถึงแม้อนิ เตอรเ์ น็ตจะใชไ้ อพีแอดเดรสในการทางาน แตเ่ ป็นตัวเลขทยี่ าวทาใหผ้ ู้ใช้จายาก จงึ
ได้มกี ารใชโ้ ดเมนเนมหรืออินเตอร์เน็ตแอดเดรสมาใช้ ซงึ่ เป็นการนาตัวอักษรท่ีจางา่ ยมาใชแ้ ทนไอพี
แอดเดรส โดเมนเนมจะไม่ซ้ากันและมักถูกตั้งให้สอดคล้องกบั ชื่อบริษัทหรอื องค์กรผู้เป็นเจา้ ของเพ่ือ

201
สะดวกในการจดจาชอ่ื เชน่ บริษัท ซัคเซส มีเดีย มโี ดเมนเนม successmedia.com และองค์กรการ
อวกาศแห่งสหรัฐ (NASA) มีโดเมนเนม nasa.gov เปน็ ต้น
8.2 ความหมายของ Search Engine

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) หรือโปรแกรมค้นหา คือ โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหา
ข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ครอบคลุมทั้งข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เพลง
ซอฟต์แวร์ แผนท่ี ข้อมูลบุคลากร กลุ่มข่าว และอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่โปรแกรมหรือผู้
ให้บริการแต่ละราย เสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคาสาคัญ (คีย์เวิร์ด) ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป
จากนั้นก็จะแสดงรายการผลลัพธ์ที่มันคิดว่าผู้ใช้น่าจะต้องการข้ึนมา ในปัจจุบันเสิร์ชเอนจินบางตัว
เช่น Google จะบันทึกประวัติการค้นหาและการเลือกผลลัพธ์ของผู้ใช้ไว้ด้วย และจะนาประวัติที่
บนั ทึกไว้น้นั มาชว่ ยกรองผลลัพธ์ในการค้นหาครง้ั ต่อไป
8.3 หลกั การทางานของ Search Engines

กระบวนการทางานของ Search Engines บนเว็บไซต์ทั่วไป สามารถแบ่งข้ันตอนการทางาน
ออกเปน็ 3 ข้ันตอนดังนี้

8.3.1 ใช้โปรแกรมรวบรวมเอกสารเว็บ (spider หรือ crawler) ขั้นแรกท่ี Search
Engines ทาการสารวจและตรวจสอบหน้าเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ จากโดเมน แล้วติดตาม Links ที่พบภายใน
เว็บไซต์ทั้งหมด โดยการทางานของโปรแกรมมีรูปแบบลักษณะโยงใย จึงเรียกโปรแกรมดังกล่าวว่า
spider หรือ crawler ซ่ึงหลังจากที่ spider ทาการติดตาม Links และนาข้อมูลเว็บไซต์เหล่าน้ันไป
เก็บไว้ในฐานข้อมูลของ Search Engine เรียบร้อยแล้ว spider จะกลับไปทาการสารวจและ
ตรวจสอบการเปล่ยี นแปลงของข้อมลู ในเว็บไซต์เหล่านั้นทุก ๆ เดอื นหรือสองเดือน

รปู ท่ี 37 การใชโ้ ปรแกรมรวบรวมเอกสารเว็บ (spider หรือ crawler)

202

8.3.2 จดั ทารายการดรรชนี เมอ่ื โปรแกรม spider ทาการค้นพบข้อมูลตา่ ง ๆ แล้วจะมีการ
นาข้อมูลเหล่าน้ันไปทาสาเนาและสง่ ไปจัดเก็บยงั รายการดรรชนีที่เรียกวา่ index หรือ catalog ซง่ึ
เมอื่ ข้อมลู ในเว็บไซต์หลักมีการเปล่ยี นแปลงจพส่งผลให้ข้อมูลภายในสมุดดรรชนีเปลย่ี นแปลงตามไป
ด้วยตามบญั ชดี ัชนีทีถ่ ูกกาหนดไว้

8.3.3 โปรแกรมสืบคน้ โปรแกรมทใ่ี ชส้ าหรบั ทาการคน้ หาข้อมลู ตา่ ง ๆ จากฐานข้อมูลของ
Search Engine โดยมกี ารทางานเรม่ิ ต้นจากการรับคาคน้ หาท่ถี กู ป้อนเข้ามาในโปรแกรม โดยผู้ใชง้ าน
บนเครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ แล้วนาคาค้นหาไปจบั คู่กับดรรชนใี นฐานขอ้ มลู หลังจากน้ันจึงทาการดงึ
เอกสารจากเว็บไซตน์ ้ัน ๆ หรือดงึ ข้อมลู จากฐานออกมาประมวลผลลัพธ์ให้แกผ่ สู้ ืบคน้ ซึ่งจะมีการ
จัดลาดับผลการคน้ หาตามระดบั ความเกย่ี วข้องของขอ้ มูล

203

ใบงานปฏบิ ัติ
เรือ่ ง การใช้อนิ เตอร์เน็ตเพ่ือสบื คน้ ข้อมลู

คาส่งั /คาชแี้ จง
1. ครูกาหนดหวั ขอ้ ในการค้นหา ดงั น้ี
- Google
- Bing
- Yahoo
- Baidu
2. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน สบื ค้นข้อมลู เกี่ยวกบั การคน้ หาข้อมูลด้วย Search

Engine ตามหวั ขอ้ ท่ีครูกาหนด
3. บนั ทกึ ใจความสาคญั ของเนือ้ หาทสี่ บื ค้นลงในสมดุ ของนักเรยี น
4. นาเสนอหน้าช้นั เรียน

204

แผนการจัดการเรยี นรู้

ชือ่ วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 สอนครง้ั ที่ 14

หน่วยที่ 8 ช่ือหนว่ ย การใช้อนิ เตอร์เนต็ เพื่อสบื ค้นข้อมูล จานวน 3 ชม.

1. หวั ข้อการเรียนรู้
1. ความเป็นมาของอนิ เตอร์เน็ต
2. ความหมายของ Search Engine
3. หลกั การทางานของ Search Engine
4. คน้ หาข้อมูลโดยท่ัวไปด้วย Google
5. คน้ คว้าหาความรู้ดว้ ย Wikipedia

2. สาระสาคญั
พฤติกรรมการใช้อนิ เตอร์เน็ตหาข้อมูลในชีวิตประจาวันนับเป็นเร่ืองท่ีจาเปน็ สาหรับคนในยุค

น้ี โดยเฉพาะอย่างย่ิงในยุคท่ีสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ด้วยอุปกรณ์พกพา ทาให้การหาข้อมูลเป็น
ส่วนหน่ึงในชีวิตประจาวัน ในการเดินทางเราก็สามารถดูความนิยมของสนิ ค้าน้ัน ๆ ก่อนซื้อได้

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เกย่ี วกับความเป็นมาของอนิ เตอร์เน็ต ความหมายของ Search Engine การ

คน้ หาขอ้ มลู ท่วั ไปโดยการใช้ Google รวมไปถงึ การคน้ คว้าหาข้อมูลหาความร้ดู ว้ ย Wikipedia ได้

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. รู้ความเปน็ มาของอินเตอรเ์ นต็
2. รู้ความหมายของ Search Engine
3. หลกั การทางานของ Search Engine
4. ปฏบิ ัตกิ ารค้นหาข้อมูลโดยท่ัวไปด้วย Google
5. ปฏบิ ตั กิ ารคน้ ควา้ หาความรดู้ ว้ ย Wikipedia
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บอกความเป็นมาของอนิ เตอรเ์ น็ตได้
2. บอกความหมายของ Search Engine ได้
3. อธบิ ายหลกั การทางานของ Search Engine ได้
4. คน้ หาขอ้ มูลโดยทว่ั ไปดว้ ย Google ได้
5. ค้นหาความรดู้ ้วย Wikipedia ได้

205

5. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 8 ครั้งท่ี 14 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใช้อนิ เตอร์เน็ตเพ่ือ

สืบค้นขอ้ มูล ว่าการใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ตมขี ้อดี-ข้อเสยี อะไรบ้าง และจะสามารถค้นหาขอ้ มูลจาก
อินเตอร์เน็ตดว้ ยวธิ ีใดบา้ ง

2. ครแู สดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ขั้นสอน
4. ครูสาธิตการค้นหาข้อมูลด้วย Google และ Wikipedia ครูอธิบายวิธีการใช้แถบคาสั่ง
แถบเคร่อื งมอื ตา่ งๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถงึ คุณสมบัติใหม่ของ Search Engine แตล่ ะชนดิ
5. ครู สาธติ ให้นักเรยี นดู และนกั เรยี นปฏิบตั ติ ามข้ันตอน
7. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หัวข้อ การใช้อินเตอร์เน็ตใน
ชวี ติ ประจาวัน แล้วใหส้ รุปจับใจความ
8. นักเรยี นนาเสนอผลงานของตนเองที่หน้าชั้นเรียน
9. ครูและนกั เรียนสรปุ เนอื้ หาสาระสาคัญ ครเู สนอแนะเพิ่มเติม
ขัน้ สรปุ และการประยกุ ต์
10. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสยั ครูตอบขอ้ สงสยั
11. นักเรียนทาแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เสรจ็ แล้วจับคู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
สง่ ให้ครู
12. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นกั เรยี นแต่ละคนทราบความก้าวหนา้ ในการเรยี นการสอน
13. กรณีมนี ักเรียนไมผ่ ่านการประเมินให้นดั หมายเวลาเพ่ือทาการสอนเสรมิ ต่อไป

6. สือ่ การจดั การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี (20001-2001) ของบริษัท

ซัคเซส มีเดีย จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หลังเรยี น พรอ้ มเฉลย
3. Kahoot
4. Google Classroom

206

7. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี น
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึง

ประสงค์

เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี น/หลังเรียน 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรียนร่วมกันประเมิน

8. แหลง่ การเรียนรเู้ พ่มิ เติม
1. ห้องสมุดวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. อนิ เทอร์เนต็

9. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
1. นักเรียนเข้าไปค้นคว้าข้อมูลเพม่ิ เตมิ จากห้องสมุด จัดทาเป็นรายงานส่งครู
2. ทาแบบฝกึ ปฏิบัตแิ ละแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

207

สัปดาหท์ .่ี ................

บันทกึ หลงั การสอน

รหสั วชิ า..........................วชิ า....................................................................ระดับ.............. ชนั้ ปที ่.ี ..........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนกั เรียน..................คน มาเรยี น......................คน
ขาดเรยี น...........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเม่อื วนั ท.ี่ .........เดือน......................พ.ศ.........
หนว่ ยที.่ ................. ชื่อหนว่ ย.............................................................................จานวน...............ชว่ั โมง

 เนื้อหาวตั ถุประสงคแ์ ละส่ือการสอน
............................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปัญหาทเี่ กดิ ขน้ึ ในระหว่างการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................. ...............................
.................................................................................................... ............................................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครูผสู้ อน และผลท่ีได้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชื่อ............................................ครผู ้สู อ ลงช่ือ................................................หวั หนา้ แผนก
(นางสุวิมล อักษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวัสดิ์)
วันท่.ี .........................................................
วนั ท.ี่ .........................................................

208
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยที่ 8 เรือ่ ง การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ เพอื่ สบื ค้นขอ้ มูล
8.3 ค้นหาขอ้ มูลท่ัวไปด้วย Google
การค้นคว้าหาข้อมูลและความรู้บนอินเตอรเ์ น็ตน้ัน เป็นส่ิงท่ีจาเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาหรือ
แม้ในการทาธุรกิจ เนื่องจากเราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารและการแข่งขันที่รุนแรง คนท่ีมีข้อมูลมาก
เพียงพอและสามารถนามาใช้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพเท่าน้ันจึงจะประสบความสาเรจ็ แต่เน่อื งจากขอ้ มูล
(Information) บนอินเตอร์เน็ตนั้นมีมากมายและกว้างขวางเหมือนมหาสมุทร ดังน้ันการหาข้อมูลที่
เป็นที่นิยมตลอดมาคือการใช้ Search Engine เพื่อค้นหาส่ิงท่ีต้องการด้วยการใช้คาสาคัญ
(KeyWord) นนั่ เอง
ชอ่ื Google เปน็ ช่ือของ Search Engine ตั้งแต่แรกเร่มิ ที่ทีมงานได้พัฒนาข้นึ มาจนกลายเป็น
คาแรกที่ชาวเน็ตจดจาในการใช้ค้นหาสิ่งต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต แม้ปัจจุบัน Google จะได้กลายมา
เป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีมูลค่ามหาศาลระดบั ต้น ๆ ของโลก และมีสินค้าบรกิ ารอ่ืน ๆ อีกมากมาย
ให้เราได้ใช้ แต่เคร่ืองมือ Search Engine ของ Google น้ันก็ยังเป็นมาตรฐานสากลในการใช้ค้นหา
ข้อมูล และการทาการตลาดโฆษณาออนไลน์ เราจะมารู้จัก Google Search Engine ในแง่มุมต่าง ๆ
ให้มากขนึ้

รปู ท่ี 38 Google Search Engine เวอรช์ ันบน Web browser

209

รปู ที่ 39 Google Search Engine เวอรช์ ันบนอุปกรณม์ ือถอื
การแสดงผลการคน้ หาข้อมูลจาก Google
วธิ ีการคน้ หาข้อมูลด้วย Search Engine ไมว่ า่ จะเป็น Google หรอื เว็บอ่ืนนนั้ เราอาจมี
ความคุ้นเคยอยู่บา้ งไม่มากกน็ ้อย เพราะปัจจบุ ันไมว่ ่าอยากจะคน้ หาสถานทีท่ ่องเทย่ี ว ทานอาหาร
หรือสนิ ค้าต่าง ๆ กเ็ พียงแค่พิมพค์ าบางคาลงไปในช่องคน้ หา ก็จะปรากฏผลการคน้ หามากมายขึ้นมา
ในหัวข้อนีจ้ ะแสดงให้ดวู า่ Google สามารถแสดงผลการคน้ หาในรปู แบบใดไดบ้ า้ ง โดยตัวอย่างนจ้ี ะ
ใช้คาสาคญั ว่า “กล้องติดรถยนต์”
1. ในชอ่ งค้นหาของ Google ทป่ี รากฏเหมือนกนั ไม่ว่าจะใชบ้ นระบบปฏบิ ตั ิการหรืออปุ กรณ์
ใดก็ตาม ตวั อยา่ งให้พิมพ์คาค้นหาคาวา่ กล้องติดรถยนต์ และกดปุ่มคน้ หา (ป่มุ enter หรือสญั ลกั ษณ์
รปู แวน่ ขยาย)

รูปท่ี 40 ชอ่ งคน้ หาข้อมลู ของ Google

210
2. ผลการค้นหาจะแสดงออกมาหลายรายการ โดยแถบด้านบนจะมหี มวดการแสดงผลตาม
ประเภทข้อมูล เช่น ภาพ วดิ ีโอ แผนท่ี ซ่ึงในการแสดงผลแรกในแถบ All จะเปน็ การแสดงผลรวมทั้ง
ลงิ กข์ องเวบ็ ไซต์ รปู ภาพบางส่วน เป็นตน้ ซึ่งการจดั เรยี งผลการแสดงข้อมลู น้ันไมใ่ ชก่ ารเรียงตาม
ตวั อักษร แต่มาจากหลายปัจจยั ดว้ ยกนั เชน่ การจา่ ยคา่ โฆษณาหรอื การทาการตลาดแบบ SEO
(Search Engine Optimization) เพอื่ ใหช้ อ่ื หรอื เวบ็ ไซต์ขนึ้ แสดงเปน็ อันดับตน้ ๆ ของผลการค้นหา
นั่นเอง

รปู ท่ี 41 ผลลพั ธจ์ ากการค้นหาทุกหมวดหมู่
 ในหมวด Image จะเป็นการแสดงผลการคน้ หาทีเ่ ปน็ รปู ภาพ โดยรวบรวมภาพจากเว็บไซต์

ตา่ ง ๆ ไม่ว่าจะเปน็ ภาพประกอบโดยตรง ภาพสินค้า หรือภาพส่วนใดสว่ นหน่งึ ของหน้า
เวบ็ ไซต์ ซึ่งเปน็ วธิ ีการของ Google ในการดงึ เฉพาะภาพขึ้นมาแสดง อยา่ งไรกต็ ามภาพท่ี
แสดงอาจจะมาจากแหลง่ ข้อมูลทไี่ ด้รบั การคมุ้ ครองด้านลขิ สิทธ์อิ ยู่ในนั้นด้วย

211

รปู ท่ี 42 ผลลพั ธจ์ ากการคน้ หาในหมวด Image
 ในหมวด Videos จะแสดงผลการคน้ หาท่ีเปน็ วิดีโอที่มีการฝังไวใ้ นเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ หรอื มาจาก

เวบ็ ไซต์ที่เป็นแหลง่ วดิ ีโอโดยตรง เช่น Youtube เปน็ ต้น

รูปท่ี 43 ผลลพั ธ์จากการค้นหาในหมวด Video
 ในหมวดหมู่ News จะแสดงผลการคน้ หาข้อมลู ท่ีเป็นข่าวและบทความโดยอาจจะมีคา่ ที่

ค้นหาเป็นชอื่ หวั ข้อเร่อื งหรือเป็นส่วนใดสว่ นหนง่ึ ของเนื้อหาน่ันเอง

212

รูปท่ี 44 ผลลัพธจ์ ากการค้นหาในหมวด News
 ในหมวด Maps จะเป็นการแสดงผลด้วยแผนท่ีของ Google เอง ซ่ึงแผนที่น้ีสามารถแสดงผล

ข้อมลู ได้หลายอยา่ ง เชน่ เส้นทางการเดินทาง ตาแหน่งสถานที่ รา้ นคา้ ซึ่งจะมขี ้อมลู ที่
เกี่ยวขอ้ งแสดงอยู่ด้านขา้ งดว้ ย การแสดงผลด้วยแผนทน่ี น้ี ิยมใชบ้ นอปุ กรณ์สมาร์ทโฟนหรอื
แทบ็ เล็ตเปน็ อย่างมาก เนือ่ งจากผูใ้ ชส้ ่วนใหญจ่ ะใชค้ น้ หาสถานท่ีระหวา่ งการเดนิ ทาง

รปู ท่ี 45 ผลลพั ธ์จากการค้นหาในหมวด Maps
 ในหมวด More เปน็ การแสดงผลการค้นหาในรปู แบบอ่นื ๆ เชน่ หนังสอื แอพสาหรับ

อปุ กรณ์พกพาต่าง ๆ

213

รูปท่ี 46 คน้ หาในหมวด More
 เราสามารถปรับแต่งผลการค้นหาได้ดว้ ยการเลือก Search tools ซ่ึงเมือ่ คลิกเลือกแลว้ จะมี

แถบเมนูย่อยปรากฏเพ่ิมเติมดังตวั อยา่ ง
 ในเมนูย่อย Search tools เราสามารถปรบั แต่งผลการค้นหาใหแ้ คบหรือเฉพาะเจาะจงได้

มากขึ้น เชน่ The web หรือ Country: Thailand สาหรบั เลือกแสดงผลเว็บไซตใ์ นประเทศ
ไทยเท่านั้นได้ เปน็ ต้น
8.4 ค้นคว้าหาความร้ดู ว้ ย Wikipedia
การค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine นั้นเป็นเหมือนการหาข้อมูลดิบ เน่ืองจาก Search
Engine ต่าง ๆ จะทาหน้าท่ีเพียงแสดงข้อมูลที่มอี ยู่บนโลกอินเตอรเ์ น็ตที่เกย่ี วขอ้ งกบั คาท่ีเราใชค้ ้นหา
ซ่ึงแน่นอนว่าจะมีข้อมูลมากมายปรากฏไม่ว่าจะเป็นลิงค์เว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ ข่าว บทความ ฯลฯ
เรามีหนา้ ที่นาขอ้ มลู เหลา่ นัน้ มาประยกุ ต์ใช้ด้วยตัวเอง
แต่ในบางคร้ังที่เราต้องการข้อมูลในเชิงคาอธิบายว่าสิ่งน้ันคืออะไร มีที่มาท่ีไปอย่างไร เก่ียว
โยงกับส่ิงใดบ้าง และจะหาข้อมูลเพ่ิมเติมได้จากแหล่งใด ข้อมูลดังกล่าว เช่น บุคคล สถานที่ บริษัท
ชือ่ เฉพาะบางอย่างที่เราไม่เคยทราบมาก่อน ข้อมูลเหล่านี้ต้องมีการเรียบเรียงและแน่นอนว่าต้องเป็น
งานของมนุษย์ไม่ใช่หุน่ ยนตห์ รือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เว็บไซต์ Wikipedia (www.wikipedia.org) เป็นเว็บไซต์ข้อมูลในรูปแบบสารานุกรมท่ี
รวบรวมข้อมูลทุกประเภทท่ัวโลกไว้เพื่อให้เราสามารถค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องต่าง ๆ Wikipedia ถูก
พฒั นาโดยมีแนวคดิ ท่ีจะเป็นสารานุกรมท่ีใช้ฟรี และเปิดโอกาสให้ผู้ใชส้ ามารถเพิม่ เติมหรือแก้ไขขอ้ มูล
ในเร่ืองต่าง ๆ เพื่อใหข้ ้อมูลถูกปรับปรุงให้ใหม่อยู่เสมอนนั่ เอง (การเพิ่มหรือแก้ไขตอ้ งสมคั รบัญชีผู้ใช้
และต้องทาตามเง่ือนไขของเว็บไซต์)
Wikipedia จงึ เหมาะสาหรับผู้ใช้อินเตอร์เนต็ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวัตถปุ ระสงค์ด้านการศึกษา
ความสนใจท่ัวไป หรือแม้กระท่ังการทาธุรกิจท่ีต้องรู้ให้กว้าง (และบางเรื่องต้องลึก) เว็บไซต์นี้จึงเป็น
เครอ่ื งมือหนง่ึ ท่คี วรใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ

214

หนา้ ตาของเว็บไซต์และการเปล่ยี นภาษา

รูปท่ี 47 เวบ็ ไซต์ www.wikipedia.org

รูปท่ี 48 เมนภู าษาตา่ ง ๆ ที่ Wikipedia สามารถแสดงได้

215

รปู ที่ 49 Wikipedia ทแ่ี สดงขอ้ มูลเปน็ ภาษาไทย
การคน้ หาและแสดงผลข้อมูลของ Wikipedia
หัวข้อนี้จะเปน็ การค้นหาขอ้ มูลจาก Wikipedia โดยมโี จทยต์ วั อยา่ งวา่ เราเคยได้ยนิ มาบ่อย ๆ
ว่าปจั จุบนั ผคู้ นนยิ มขายสินค้าออนไลนผ์ า่ นอีเบย์กนั มากข้นึ แต่เราไมเ่ คยใชแ้ ละไมร่ ู้จักอเี บยส์ กั เทา่ ใด
นัก และต้องการคาอธิบายโดยรวมว่าอีเบยค์ ืออะไร จะศกึ ษาข้อมูลเพิ่มเติมท่ีใดไดบ้ ้าง ข้ันตอนการ
คน้ หาด้วย Wikipedia มดี งั นี้
1. เข้าส่เู ว็บไซต์ www.wikipedia.org และพิมพ์คาคน้ หาลงในช่องคน้ หา หากมีข้อมลู ใน
ระบบเราจะพบรายการแสดงผลข้นึ มาใหเ้ ลอื ก

รปู ที่ 50 พิมพ์คาลงในช่องค้นหา

216
2. ผลการค้นหาจะแสดงผลวา่ อีเบย์เป็นช่ือของบริษทั และเว็บไซตป์ ระมลู ซื้อขายสินคา้ และ
จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ประวตั บิ ริษัท ผ้บู รหิ าร เป็นต้น

รปู ที่ 51 ผลลพั ธก์ ารค้นหา (1)
3. ขอ้ มูลท่แี สดงจะมีความแตกตา่ งกนั และสัมพันธก์ บั คาค้นหาในกรณนี ี้อีเบย์เปน็ บริษัทและ
เวบ็ ไซต์ ข้อมลู ทเ่ี กี่ยวข้องจึงเป็นเรอื่ งบริการของเวบ็ ไซต์ กฎระเบยี บต่าง ๆ น่นั เอง

รปู ท่ี 52 ผลลัพธก์ ารค้นหา (2)
4. ขอ้ มูลทีม่ ีความคล้ายคลงึ กันคือ แหล่งข้อมูลอ่ืน ๆ ที่เราสามารถตามลิงกท์ ปี่ รากฏเพื่อไป
ยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในการศึกษาข้อมลู เพิ่มเติมได้ จากตวั อย่างจะเป็นรายการเวบ็ ไซตช์ ุมนุม
อีเบยใ์ นไทย และรายการธุรกิจที่เก่ียวข้องกบั การขายของในอเี บย์

217
รูปที่ 53 ลิงกท์ ่เี กยี่ วข้องกบั คาคน้ หา

218

ใบงานปฏบิ ตั ิ
เร่อื ง การใชอ้ ินเตอรเ์ น็ตเพื่อสบื ค้นข้อมูล

คาสั่ง/คาชีแ้ จง
1. ครูกาหนดหัวข้อในการค้นหา การใช้อนิ เตอร์เน็ตในปจั จุบนั
2. ใหน้ กั เรยี นสืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกับผลกระทบของการใช้อินเตอรเ์ นต็ ในปัจจุบนั จากน้นั ให้

สรปุ ใจความสาคญั ของเน้ือหาท่สี บื ค้น
3. บันทกึ ใจความสาคญั ของเนอ้ื หาที่สบื คน้ ลงในสมุดของนักเรยี น
4. นาสง่ ครูเพอื่ ใหค้ รูตรวจและบันทกึ คะแนน

219

แบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............

คาสั่ง / คาชแี้ จง ให้เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว

1. Gen ใดมีช่วงอายนุ ้อยท่ีสุด

ก. Gen X ข. Gen Y ค. Gen Z ง. Gen M

2. คอมพวิ เตอรแ์ ต่ละเครื่องในอนิ เทอร์เน็ต สามารถเข้าใจกนั ได้โดยใช้กติกากลาง มีช่ือเรียกว่าอะไร

ก. โพรดวิ ส์ ข. ไอซีพี ค. โพรโทคอล ง. ไอดพี ี

3. จากข้อ 2 ตวั มาตรฐานทใ่ี ช้ในการสื่อสารบนอนิ เทอรเ์ น็ตมีชอ่ื เรียกวา่ อะไร

ก. TLC/MP ข. TCP/IP

ค. TCC/IP ง. TLC/IP

4. ทอ่ี ยูข่ องคอมพวิ เตอรบ์ นอินเทอรเ์ น็ตมชี ื่อเรยี กว่าอะไร

ก. ไอพี แอดเดรส ข. อเี มล แอดเดรส

ค. คอมพวิ เตอร์ แอดเดรส ง. เน็ตเวริ ค์ แอดเดรส

5. จากขอ้ 4 มีการแบ่งตวั เลขออกเป็นกช่ี ดุ และคัน่ ด้วยสัญลักษณ์อะไร

ก. 3 ชดุ ค่นั ด้วย . ข. 3 ชุด ค่นั ดว้ ย –

ค. 4 ชุด คน่ั ด้วย . ง. 4 ชุด คั่นด้วย –

6. อนิ เทอรเ์ นต็ แอดเดรสเรยี กอีกชอื่ วา่ อะไร

ก. ไอพี แอดเดรส ข. โดเมนเนม

ค. คอมพวิ เตอร์ แอดเดรส ง. เซริ ฟ์ เวอรเ์ นม

7. ขอ้ ใดไม่ใช่ Search Engine

ก. Yahoo ข. Bing

ค. Google ง. Chrome

8. กลุ่มคน Gen มกี ารใชง้ านอินเทอร์เน็ตมากที่สดุ

ก. Gen X ข. Gen Y

ค. Gen Z ง. Gen M

9. Wikipedia ใหข้ ้อมลู ในรูปแบบใด

ก. ชีวประวตั ิ ข. พจนานุกรม

ค. สาราณกุ รม ง. จดหมายเหตุ

10. กิจกรรมใดทใี่ ชผ้ า่ นอปุ กรณ์พกพามากทส่ี ดุ

ก. Search Engine ข. ภาพยนตร์ออนไลน์

ค. Social Network ง. อา่ นหนงั สอื ออนไลน์

220

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ ภาคเรียนท่ี 2/2563
ชื่อ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............

คาส่งั / คาชีแ้ จง ให้เลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. Gen ใดมีชว่ งอายนุ ้อยทส่ี ดุ

ค. Gen Z
2. คอมพิวเตอร์แตล่ ะเคร่ืองในอนิ เทอร์เน็ต สามารถเขา้ ใจกันได้โดยใช้กติกากลาง มีชือ่ เรียกวา่ อะไร

ค. โพรโทคอล
3. จากข้อ 2 ตัวมาตรฐานทใี่ ช้ในการส่ือสารบนอินเทอร์เน็ตมชี ื่อเรียกวา่ อะไร

ข. TCP/IP
4. ทอ่ี ยูข่ องคอมพิวเตอรบ์ นอินเทอร์เนต็ มีชื่อเรียกว่าอะไร

ก. ไอพี แอดเดรส
5. จากข้อ 4 มีการแบ่งตัวเลขออกเป็นกช่ี ดุ และคั่นดว้ ยสัญลกั ษณ์อะไร

ค. 4 ชดุ คัน่ ดว้ ย .
6. อินเทอร์เนต็ แอดเดรสเรยี กอีกช่อื ว่าอะไร

ข. โดเมนเนม
7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ Search Engine

ง. Chrome
8. กลมุ่ คน Gen มกี ารใช้งานอินเทอร์เนต็ มากทส่ี ดุ

ข. Gen Y
9. Wikipedia ใหข้ อ้ มูลในรปู แบบใด

ค. สาราณกุ รม
10. กจิ กรรมใดท่ีใชผ้ า่ นอปุ กรณพ์ กพามากทส่ี ุด

ค. Social Network

221

แผนการจัดการเรียนรู้

ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ รหสั วิชา 20001-2001 สอนครง้ั ท่ี 15

หน่วยที่ 8 ช่ือหนว่ ย การใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเพอ่ื สบื ค้นข้อมูล จานวน 3 ชม.

1. หวั ข้อการเรียนรู้
1. คน้ หาข้อมลู โดยทัว่ ไปดว้ ย Bing
2. คน้ ควา้ หาความรู้ด้วย Yahoo

2. สาระสาคัญ
พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลในชีวิตประจาวันนับเป็นเร่ืองทจ่ี าเป็นสาหรับคนในยุค

นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคท่ีสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ด้วยอุปกรณ์พกพา ทาให้การหาข้อมูลเป็น
สว่ นหน่ึงในชวี ิตประจาวนั ในการเดนิ ทางเรากส็ ามารถดคู วามนยิ มของสินคา้ นน้ั ๆ กอ่ นซ้ือได้

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความรู้เก่ยี วกับความเป็นมาของอินเตอรเ์ น็ต ความหมายของ Search Engine การ

คน้ หาข้อมลู ทัว่ ไปโดยการใช้ Google รวมไปถึงการค้นควา้ หาขอ้ มลู หาความรู้ด้วย Wikipedia ได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงคท์ ่วั ไป
1. ปฏิบัตกิ ารคน้ หาข้อมูลโดยทั่วไปด้วย Google
2. ปฏิบัติการคน้ คว้าหาความรดู้ ว้ ย Wikipedia
4.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. ค้นหาขอ้ มลู โดยทัว่ ไปดว้ ย Google ได้
2. คน้ หาความรดู้ ว้ ย Wikipedia ได้

5. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 8 คร้ังท่ี 15 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั การใชอ้ ินเตอรเ์ น็ตเพ่ือ

สบื ค้นขอ้ มูล และตง้ั คาถามเพ่ือใหน้ กั เรยี นคดิ หาคาตอบวา่ นอกจากGoogleแลว้ ยังมี Search
Engine ตวั ไหนอกี บ้างท่ีสามารถสืบค้นหาข้อมลู ได้อีกบา้ ง

2. ครูแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ

222

ขน้ั สอน
4. ครูสาธิตการค้นหาข้อมูลด้วย Bing และ Yahoo ครูอธิบายวิธีการใช้แถบคาส่ัง แถบ
เคร่อื งมือตา่ งๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถึงคุณสมบตั ใิ หมข่ อง Search Engine แต่ละชนดิ
5. ครู สาธิตให้นกั เรียนดู และนักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามข้ันตอน
7. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หัวข้อ การใช้อินเตอร์เน็ตใน
ชีวิตประจาวนั แลว้ ใหส้ รปุ จบั ใจความ
8. นกั เรยี นนาเสนอผลงานของตนเองทห่ี น้าชัน้ เรยี น
9. ครแู ละนักเรยี นสรุปเน้ือหาสาระสาคัญ ครูเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
ข้ันสรุปและการประยุกต์
10. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามข้อสงสัย ครูตอบขอ้ สงสยั
11. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ เสรจ็ แล้วจับคสู่ ลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
สง่ ใหค้ รู
12. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคนทราบความก้าวหน้าในการเรยี นการสอน
13. กรณมี ีนักเรยี นไม่ผา่ นการประเมนิ ให้นดั หมายเวลาเพ่อื ทาการสอนเสริมต่อไป

6. สื่อการจดั การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวชิ า คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั

ซคั เซส มเี ดีย จากัด
2. ใบงานปฏิบตั ิ
3. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
4. Kahoot
5. Google Classroom

7. การวดั ผลและประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกล่มุ
2. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี น
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ

ประสงค์

223

เครอื่ งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านกลุม่
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ก่อนเรยี น/หลังเรียน 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรียนรว่ มกันประเมิน

8. แหล่งการเรยี นรู้เพมิ่ เติม
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน
2. อินเทอรเ์ น็ต

224

สัปดาหท์ .ี่ ................

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา..........................วชิ า....................................................................ระดบั .............. ชนั้ ปีท.่ี ..........
แผนกวชิ า.......................................................จานวนนักเรยี น..................คน มาเรียน......................คน
ขาดเรยี น...........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเมือ่ วนั ที.่ .........เดือน......................พ.ศ.........
หน่วยที่.................. ช่ือหน่วย.............................................................................จานวน...............ชว่ั โมง

 เน้อื หาวัตถปุ ระสงค์และส่อื การสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................. ..............................

 ปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ ในระหว่างการเรยี นการสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................................... .......

 แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผ้สู อน และผลที่ได้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่ือ............................................ครูผู้สอ ลงชอ่ื ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวสั ด์)ิ
วนั ท่.ี .........................................................
วนั ท่.ี .........................................................

225
ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หน่วยท่ี 8 เรือ่ ง การใช้อินเทอรเ์ นต็ เพื่อสบื คน้ ข้อมลู
8.1 การสืบค้นข้อมูลด้วย Bing
8.1.1 ความหมายของ Bing
Bing เป็นเคร่ืองมือค้นหาเว็บที่ให้บริการและค้นหาผลิตภัณฑ์ วิดีโอ ภาพ รวมท้ัง
แผนท่ี ฯลฯ ซ่ึง Microsoft เปิดตัวมาเพ่ือต้องการให้ปะทะกับ Google แบบเต็ม ๆ ในการค้นหา
ข้อมูลต่าง ๆ โดย Bing ถือเป็น Search Engine มีทั้งความโดดเด่นและความพิเศษโดยเฉพาะลูกเล่น
ทีห่ ลากหลาย ไมว่ า่ จะคน้ หาข้อมลู แบบไหนกจ็ ะสามารถค้นหาแล้วเจอเช่นเดยี วกับ Google นน่ั เอง

รปู ท่ี 54 สัญลกั ษณ์ Bing
8.1.2 ขั้นตอนการค้นหา

รปู ท่ี 55 หน้า Search ของ Bing
1. เปดิ เบราเซอรแ์ ละเข้า www.bing.com
2. พมิ พส์ ง่ิ ที่ตอ้ งการคน้ หาลงไปในช่องค้นหา แล้วจะแสดงสิง่ ท่ีคน้ หาคลา้ ยกับ

Google

226

3. หรอื ถา้ หากต้องการคน้ หารูปภาพหรอื วดิ ีโอก็สามารถค้นหาไดเ้ ชน่ เดียวกนั กบั
Google

8.1.3 คณุ สมบัตเิ ดน่ ของ Bing
8.1.3.1 Bing มีภาพพื้นหลังที่สวยงามซ่ึงเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน รูปภาพจานวนมาก

แสดงข้ึนเพ่ือบอกเล่าส่ิงที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น Bing แสดงภาพพ้ืนหลัง
ของผูค้ นสถานทผ่ี จญภัยเช่นภูเขาชีวิตในทะเลหรอื แม้แต่เมอื งยอดนยิ ม

8.1.3.2 Bing ค้นหาภาพ สามารถถ่ายภาพปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือช้ินส่วน
อะไหล่ของยานพาหนะและค้นหาเพ่ือให้ได้ผลลัพธ์ท่ีแท้จริงและแน่นอนท่ีสุด คุณสามารถใช้รูปภาพ
เพ่ือค้นหาอะไรก็ได้บน Bing ที่สาคัญเคร่ืองมือค้นหาที่ลึกซ้ึงนามาซ่ึงประสบการณ์ใหม่ การควบคุม
ความเป็นส่วนตัว อยู่ในมือของผู้ใช้ คุณสามารถเปิดโหมดส่วนตัวเพื่อซ่อนการค้นหาส่วนตัวทั้งหมด
จากประวตั เิ บราวเ์ ซอรข์ องคุณ

8.1.3.3 Bing Timeline เป็นคุณสมบัติท่ีกรองผลลัพธ์เพ่ือแสดงข้อมูลสาคัญผ่าน
ไทม์ไลน์ที่มีรายละเอียดดี อัลกอริทึมของ Bing สร้างเส้นเวลาเกี่ยวกับบุคคลที่มีช่ือเสียงและรวบรวม
ความสาเร็จท้ังหมดในลักษณะที่ประณีต น่ีคือภาพประกอบ หากคุณค้นหาบุคคลที่มีชื่อเสียงช่ือพูด
เช่นพื้นหลังกรีฑา Bings วางรายการท่ีอุดมสมบูรณ์ของความสาเร็จทั้งหมดของพวกเขาในหลักสูตร
ท้งั หมดของอาชพี ของพวกเขา

8.1.3.4 โฮเวอร์วิดีโอแบบผุดขึ้น อีกหน่ึงฟีเจอร์ท่ีน่าทึ่งซ่ึงเผยใหเ้ ห็นประสบการณ์ที่
ไรร้ อยตอ่ ในขณะคน้ หาวิดีโอบน Bing โดยท่ัวไป Bing จะแสดงวิดโี อความละเอียดสูงจากแพลตฟอร์ม
ยอดนิยมเช่น YouTube, MTV, Hulu, CBS และ MSN ระบบนาทางน้ันค่อนข้างยืดหยุ่นและใช้งาน
ง่ายในขณะทด่ี ูตัวอย่าง Bing มีความก้าวหน้า ตัวกรองการค้นหา ซึ่งอนญุ าตให้ผใู้ ช้จัดระดับวิดโี อตาม
วันท่ีความละเอียดแหล่งท่ีมาหรือความยาว เราไม่สามารถเพิกเฉยโหมดแสดงตัวอย่างของ Bing ซ่ึง
ชว่ ยใหผ้ ใู้ ช้มีตัวอย่างขอ้ มูลสน้ั ๆ ในวดิ ีโอ

227

แบบฝกึ หดั ท้ายบท
เรอ่ื ง การใชอ้ ินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นขอ้ มลู

คาสั่ง/คาช้ีแจง ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. จงยกตัวอย่าง Search Engine มา 2 ช่ือ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
2. เราสามารถคน้ หาข้อมูลประเภทใดจากอนิ เตอรเ์ น็ตได้บ้าง ยกตวั อย่างมา 2 ประเภท
................................................................................................................................................. ...............
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
3. เว็บไซตห์ ลักของWikipedia เวอร์ชันภาษาไทยคือ
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
4. ยกตวั อยา่ งแหลง่ สารวจสินค้าออนไลน์มา 2 แหง่
............................................................................................................................................. ...................
............................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
5. จงบอกวธิ ีหาสนิ คา้ ที่มีการซอื้ จริงไปแล้วในเว็บไซต์อีเบย์
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................. ...................
............................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

228

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 9

รหสั วชิ า 20001–2001 ช่ือวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี

ช่ือหน่วย การส่ือสารข้อมลู สารสนเทศ จานวน 3 ชวั่ โมง

รายการหวั ข้อการเรียนรู้
1. การเปดิ อ่าน เปดิ ไฟล์ที่แนบมากบั อเี มลล์
2. การตอบกลับอีเมลล์
3. การสง่ ตอ่ อเี มลล์
4. การสรา้ งจดหมาย

หวั ข้อการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารสอนหรอื จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

1. การเปดิ อ่าน เปดิ ไฟล์ท่แี นบมากับ 1. สามารถเปดิ อ่าน เปิดไฟล์ทแี่ นบมากบั อีเมลล์ได้
อเี มลล์ 2. สามารถตอบกลบั อีเมลล์ได้
2. การตอบกลบั อเี มลล์ 3. สามารถสง่ ต่ออีเมลล์ได้
3. การสง่ ตอ่ อเี มลล์ 4. สามารถสร้างจดหมายได้
4. การสร้างจดหมาย
วธิ ีการสอน : บรรยายและสาธิต

สอื่ การสอน :
1. หนังสอื เรยี นวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ (20001-2001) ของบรษิ ทั ซคั

เซส มีเดยี จากดั
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ ก่อนเรียน / หลงั เรียน พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏบิ ัติ
4. แบบฝกึ หดั ท้ายบท
5. Google classroom

การประเมนิ :
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ านรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรงุ
2. แบบประเมินผลการเรียนรูก้ ่อนเรยี นไม่มเี กณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไวเ้ ปรยี บเทยี บกับคะแนนท่ี

ได้จากการทดสอบหลังเรียน
3. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อยกู่ ับ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

229

แผนการจัดการเรียนรู้
ชอื่ วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชพี รหสั วชิ า 20001-2001 สอนครงั้ ที่ 16
หนว่ ยท่ี 9 ชื่อหน่วย การสื่อสารข้อมลู สารสนเทศ จานวน 3 ชม.

1. หวั ข้อการเรยี นรู้
1. การเปดิ อา่ น เปดิ ไฟล์ทแี่ นบมากบั อีเมลล์
2. การตอบกลับอีเมลล์
3. การส่งต่ออีเมลล์
4. การสร้างจดหมาย

2. สาระสาคัญ
ปัจจุบันอีเมลล์เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารท่ีมีความสาคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้ในการ

ติดต่อธุรกิจหรือในเรื่องส่วนตัว ด้วยเหตุน้ีเองอีเมลล์จากบริษัทชั้นนาต่าง ๆ จึงมียอดสมาชิกผู้ใช้เพิ่ม
มากขึ้น มีการพัฒนาปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง มีระบบป้องกันอีเมลล์ขยะและฟังก์ชันที่น่าสนใจ
มากมาย

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความร้เู กี่ยวกับการเปิดอา่ น เปิดไฟล์ทแี่ นบมากบั อีเมลล์ การตอบกลบั อเี มลล์ การส่ง

ตอ่ อีเมลล์ การสรา้ งจดหมาย รวมไปถึงการค้นหาและการกรองจดหมายได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จุดประสงค์ทว่ั ไป
1. การเปดิ อา่ น เปดิ ไฟล์ที่แนบมากบั อีเมลล์
2. การตอบกลับอีเมลล์
3. การส่งต่ออเี มลล์
4. การสร้างจดหมาย

4.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. การเปดิ อ่าน เปดิ ไฟลท์ ่ีแนบมากบั อีเมลล์
2. การตอบกลบั อเี มลล์
3. การส่งตอ่ อเี มลล์
4. การสร้างจดหมาย

230

5. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 9 ครง้ั ที่ 16 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับการสอื่ สารข้อมลู สารสนเทศ

ว่ามคี วามสาคัญอยา่ งไรกับนักเรยี น
2. ครแู สดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
ขัน้ สอน
3. ครูสาธิตการเรียกใชง้ าน G-mail อธิบายโครงสร้างของเว็บเบราเซอร์
4. ครูอธิบายการเปิดอ่านจดหมาย การสรา้ งจดหมาย นกั เรียนปฏบิ ตั ติ าม
5. ครูอธบิ ายวธิ กี ารส่งต่อจดหมาย การแนบไฟล์ภาพ เอกสารตา่ ง ๆ
6. ครกู าหนดหัวข้อให้นักเรยี นสร้างจดหมาย หัวขอ้ ประวัตสิ ่วนตวั แล้วให้ส่งไปท่ีอีเมลล์ของ

ครผู ูส้ อน พรอ้ มแนบรูปประจาตัวของตนเอง
7. นกั เรยี นงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
8. ครแู ละนกั เรยี นสรปุ เนอ้ื หาสาระสาคัญ ครเู สนอแนะเพิม่ เติม
ขั้นสรปุ และการประยุกต์
9. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามข้อสงสยั ครตู อบข้อสงสยั
10. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ เสรจ็ แล้วจบั คูส่ ลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน

ส่งใหค้ รู
11. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง

ผลการประเมนิ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทราบความกา้ วหนา้ ในการเรียนการสอน
6. ส่ือการจัดการเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียนวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ (20001-2001) ของบริษัท
ซัคเซส มีเดีย จากัด

2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ ก่อนเรยี น/หลงั เรียน พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏบิ ตั ิ
4. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
5. Google classroom

7. การวดั ผลและประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตงิ านกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรกู้ อ่ นเรยี น/หลังเรียน

231

3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์

เคร่อื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัตงิ าน
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรยี น/หลังเรยี น 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและ
นกั เรยี นร่วมกนั ประเมิน

8. แหลง่ การเรียนรู้เพม่ิ เติม
1. หอ้ งสมุดวิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. อินเทอร์เนต็

232

สัปดาห์ท.่ี ................

บันทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา..........................วิชา....................................................................ระดับ.............. ชนั้ ปที .ี่ ..........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนกั เรียน..................คน มาเรียน......................คน
ขาดเรยี น...........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเมอ่ื วนั ที่..........เดอื น......................พ.ศ.........
หนว่ ยที่.................. ชื่อหน่วย.............................................................................จานวน...............ชั่วโมง

 เนือ้ หาวัตถุประสงค์และส่ือการสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................ ................................
................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปญั หาที่เกดิ ข้ึนในระหวา่ งการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ......................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครผู ้สู อน และผลท่ีได้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอ ลงชอื่ ................................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสกุ ัญญา ดนัยสวัสดิ)์

วันที่.......................................................... วันที่..........................................................

233

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี ภาคเรียนท่ี 2/2563
ชอื่ ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............

คาสง่ั / คาชีแ้ จง ให้เลือกคาตอบทถี่ ูกต้องที่สุดเพียงข้อเดยี ว

1. ในการใช้อเี มลล์น้นั ต้องดาเนินการใดเป็นขั้นตอนแรก

ก. การส่งขอ้ ความ ข. การตอบกลับอเี มลล์

ค. การขอยกเลิกบริการ ง. การลงทะเบียนขอใช้บรกิ าร

2. [email protected] คาทข่ี ดี เสน้ ใต้หมายถงึ อะไร

ก. Location ข. File name

ค. User name ง. Nick name

3. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะการตงั้ รหัสผ่านทถ่ี ูกต้อง

ก. มีความยาวอย่างนอ้ ย 8 ตัว ข. ประกอบดว้ ยอักษรและตัวเลข

ค. ไม่ใชช้ อ่ื จริง ชอ่ื เลน่ หรือคาทคี่ าดเดาได้ ง. ถูกทกุ ขอ้

4. สาหรับประเทศไทย ผทู้ ่มี ีอีเมลล์แอดเดรสของ Gmail ได้ ตอ้ งมีอายกุ ่ปี ีข้ึนไป

ก. 10 ปี ข. 13 ปี ค. 15 ปี ง. 18 ปี

5. ข้อใดถูกต้องในการใสร่ หสั มือถือในการลงทะเบียน Gmail

ก. +66812345678 ข. 0812345678

ค. 081-234-5678 ง. 081-2345678

6. ข้อใดเป็นแถบจดหมายหลักของ Gmail

ก. ติดดาว ข. สาคัญ

ค. จดหมายรา่ ง ง. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดเปน็ ประโยชนข์ องป้ายกากับ

ก. แยกแยะอีเมลล์แต่ละฉบบั ข. สามารถแปะป้ายกากับได้หลายใบ

ค. แกป้ ัญหาระบบโฟลเดอร์ที่ใช้กนั ง. ถกู ทกุ ข้อ

8. การแนบไฟลไ์ ปพรอ้ มกับอีเมลล์ Gmail ไดก้ าหนดขนาดไมเ่ กินเทา่ ใด

ก. 2 MB ข. 5 MB ค. 10 MB ง. 25 MB

9. เมื่อตอ้ งการสง่ อเี มลล์ให้กับผรู้ ับ โดยไมต่ ้องการใหผ้ ้ใู ดเห็นชอ่ื ต้องใส่อเี มลล์ลงในชอ่ งใด

ก. ส่ง ข. ถงึ ค. สาเนา ง. สาเนาลบั

10. ในการเปดิ ไฟล์ท่ีแนบมากับอเี มลล์ หากมีสัญลักษณ์ ขา้ งจดหมายอเี มลล์หมายถึงอะไร

ก. มีไฟลแ์ นบมาดว้ ย ข. มีไวรัสตดิ มาด้วย

ค. ขอใหต้ อบกลบั ด้วย ง. อา่ นแล้วลบท้ิงดว้ ย

234

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ ภาคเรยี นที่ 2/2563
ชือ่ ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............

คาสั่ง / คาช้แี จง ใหเ้ ลือกคาตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว
1. ในการใช้อีเมลล์น้นั ต้องดาเนินการใดเปน็ ขัน้ ตอนแรก

ง. การลงทะเบียนขอใช้บรกิ าร
2. [email protected] คาทีข่ ีดเส้นใต้หมายถงึ อะไร

ค. User name
3. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะการต้งั รหัสผ่านทถี่ ูกต้อง

ง. ถูกทกุ ขอ้
4. สาหรบั ประเทศไทย ผ้ทู ม่ี ีอีเมลล์แอดเดรสของ Gmail ได้ ตอ้ งมีอายกุ ่ีปีขน้ึ ไป

ข. 13 ปี
5. ข้อใดถูกต้องในการใส่รหัสมอื ถือในการลงทะเบียน Gmail

ก. +66812345678
6. ขอ้ ใดเป็นแถบจดหมายหลักของ Gmail

ง. ถกู ทกุ ข้อ
7. ข้อใดเปน็ ประโยชนข์ องป้ายกากับ

ก. แยกแยะอีเมลล์แต่ละฉบับ
8. การแนบไฟล์ไปพรอ้ มกบั อีเมลล์ Gmail ได้กาหนดขนาดไม่เกินเทา่ ใด

ง. 25 MB
9. เมอื่ ต้องการส่งอีเมลล์ใหก้ ับผู้รับ โดยไม่ต้องการใหผ้ ู้ใดเหน็ ช่อื ต้องใส่อีเมลล์ลงในชอ่ งใด

ง. สาเนาลับ
10. ในการเปดิ ไฟลท์ ่ีแนบมากับอเี มลล์ หากมสี ัญลักษณ์ ข้างจดหมายอเี มลล์หมายถึงอะไร

ก. มไี ฟล์แนบมาดว้ ย


Click to View FlipBook Version