235
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยท่ี 9 เรือ่ ง การส่ือสารขอ้ มูลสารสนเทศ
E-mail (อเี มลล์) หมายถงึ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ทใ่ี ช้ติดต่อสื่อสารกันในอนิ เทอรเ์ น็ต ซึ่ง
ก่อนทจ่ี ะมีอีเมลล์ใชจ้ ะต้องมี E-mail Address (ที่อยู่อเี มลล์) ของตวั เองเสยี ก่อน โดยรปู แบบการใช้
งานอเี มลล์ในปจั จบุ นั คือ
Web mail : เปน็ การสง่ เมลลผ์ า่ นโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เม่ือต้องการใชง้ าน
อีเมลล์น้เี พยี งแค่เข้าสู่เว็บไซต์ของผู้บรกิ ารอีเมลล์ ซง่ึ สามารถเริ่มตน้ สมคั รและใช้
งานได้ทนั ที ทีน่ ิยมใช้กนั มากท่ีสุดได้แก่ outlook.com, gmail.com,
yahoo.com เป็นต้น
Pop mail : เป็นบริการอีเมลล์สาหรบั ใช้งานผ่านทางโปรแกรมจดั การอีเมลล์
โดยโปรแกรมจะตดิ ต่อกับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์กลางทาหน้าท่ีจัดการรบั /ส่งอเี มลล์
เรียกวา่ เซิร์ฟเวอร์ที่ทาหน้าท่ีอีเมลล์ขาเขา้ (Incoming mail server) และอเี มลล์
ขาออก (outgoing mail server) ซง่ึ เราจะต้องระบุชอื่ เครื่องเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้
ใหก้ บั โปรแกรมรับ/ส่งอีเมลล์ท่ีเป็น pop mail ด้วย
9.1 แทบ็ กล่องจดหมายและหมวดหมู่
ระบบจะจดั ประเภทของอีเมลล์ตามหมวดหมู่ เชน่ สงั คม โปรโมชั่น (และยงั มีการอัพเดท
ฟอรมั สามารถกาหนดใหแ้ สดงไดโ้ ดยคลกิ ที่ + ) หมวดหมชู่ ว่ ยแยกแยะอเี มลล์ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกันและ
ดา้ นซา้ ยของ gmail เปน็ แทบ็ กลอ่ งจดหมายสาหรับจดั เกบ็ ข้อมูล นอกจากกล่องจดหมายแล้วยงั มี
แทบ็ อื่น ๆ ดงั นี้
กล่องจดหมาย หมวดหม่เู บอ้ื งตน้ ของ gmail
รปู ท่ี 56 กล่องจดหมายและหมวดหมูเ่ บือ้ งตน้ ของ Gmail
ตดิ ดาว คอื รายการจดหมายที่เลอื กให้ตดิ ดาวไว้เพ่อื จัดแยกหมวดหมูข่ องจดหมาย
สาคัญ คือรายการจดหมายท่ีเลอื กไว้มีสาคัญ
236
จดหมายทส่ี ่งแล้ว คือรายการจดหมายที่ถูกสง่ ออกไปแลว้
จดหมายรา่ ง คือรายการจดหมายท่ีเขยี นและบันทึกเปน็ รา่ งจดหมายไว้
แวดวง กาหนดลักษณะของจดหมายใหอ้ ยู่ในกลุ่ม ได้แก่ เพ่ือน ครอบครวั คนร้จู กั
กาลังติดตาม
คลกิ ทเี่ พิ่มเติมจะพบรายการดังน้ี
แชท คอื รายการการสนทนาผ่าน Google Talk ทผ่ี า่ นมาแล้ว
จดหมายทงั้ หมด คือรายการจดหมายทั้งหมดรวมทง้ั ท่ีเก็บลงฐานขอ้ มลู ไว้ดว้ ย
จดหมายขยะ คือรายการจดหมายทีถ่ ูกตรวจสอบจากระบบวา่ เปน็ สแปม
ถังขยะ คือรายการจดหมายท่ีถกู ลบ
9.2 การสง่ อีเมลล์
เม่อื เราทราบอีเมลล์แอดเดรสของคนทตี่ ้องการแลว้ และตอ้ งการสง่ อเี มลล์ไปถึงกส็ ามารถทา
ไดต้ ามขัน้ ตอนดงั น้ี
1
รปู ท่ี 57 การสง่ อีเมลล์ (1)
2
3
4
5
รปู ที่ 58 การสง่ อเี มลล์ (2)
237
รปู ที่ 59 การส่งอีเมลล์ (3)
1) คลิก เขียน เพ่อื เขยี นอีเมลล์ใหม่
2) ระบุอเี มลล์แอดเดรสของผู้รบั
3) พมิ พ์หวั ข้อเรอื่ งอีเมลล์
4) พิมพเ์ น้ือหาของอเี มลล์ท่ีจะส่งไป
5) คลิกเมาสท์ ่ี ส่ง
สาเนาและสาเนาลับ
ในการระบุอีเมลล์แอดเดรสถึงผู้อื่นนั้น นอกจากช่อง “ถึง” แล้วยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่เรา
สามารถเลือกระบุได้อีก คือ “สาเนา” และ “สาเนาลับ” โดยเริ่มต้น Gmail จะไม่แสดงท้ังสองช่องนี้
หากต้องการให้แสดงเพ่ือระบุอีเมลล์ในชอ่ งเหล่าน้ีให้คลิกที่ช่องอีกคร้งั จะแสดงลิงก์สาเนาและสาเนา
ลบั ดังรปู
รูปที่ 60 ความแตกตา่ งระหวา่ งสาเนาและสาเนาลับ
โดยการสง่ อีเมลล์ท่ชี ่อง “สาเนา” และ “สาเนาลบั ” มคี วามหมายดงั น้ี
สาเนา ถา้ เราตอ้ งการสง่ ข้อความนไ้ี ปใหห้ ลายคน ให้พมิ พ์อเี มลล์แอดเดรสของคน
เหลา่ น้ันในชอ่ งนแ้ี ละคน่ั ดว้ ยเครื่องหมาย “,” จนครบ
238
สาเนาลบั อเี มลล์แอดเดรสของผู้รับบคุ คลพเิ ศษท่เี ราอยากใหร้ บั อเี มลล์นี้ โดยผู้รับ
ทัง้ แบบท่ชี ่อง “ถึง” และ “สาเนาถงึ ” จะไม่เห็นชอ่ื คนนปี้ รากฏอย่วู า่ ได้รับจดหมาย
ดว้ ย
ตกแต่งเนอ้ื หา
หน้าต่างสาหรับเขียนข้อความอีเมลล์นั้น เราสามารถเลือกปรับแต่งข้อความได้จากเครื่องมือ
เชน่ เปล่ียนแบบอักษร ขนาดและสีตัวอกั ษร การใส่สัญลักษณน์ าหน้าข้อความหรือการจดั วางข้อความ
เปน็ ต้น
รูปท่ี 61 การตกแต่งเน้ือหา
9.3 แนบไฟล์ไปพรอ้ มกบั อเี มลล์
เราสามารถส่งไฟล์ชนิดต่าง ๆ ที่ต้องการแนบไปพร้อมกับอีเมลล์ เช่น ส่งไฟล์งานเอกสาร
ออฟฟิศแนบไปด้วย ซ่ึงเราสามารถแนบไฟล์ไปก่ีไฟล์ก็ได้ตามความต้องการแต่ทั้งหมดต้องไม่เกิน 25
MB หากมากกว่าน้ีอาจต้องแบ่งไฟล์ แล้วส่งไปอีกฉบับหนึ่งส่งไปอีกฉบับหน่ึงหรือใช้วิธีการฝากไฟล์
แล้วแชร์ให้ผู้รับโดยใช้ Google drive ขั้นตอนต่อไปน้ีจะแนะนาการแนบไฟล์ขนาดเล็กไปพร้อมกับ
อีเมลล์
239
12
3
45
รปู ที่ 62 การแนบไฟล์ไปพร้อมกบั อเี มลล์
1) คลิกเมาสไ์ อคอนรูปคลิปเพอ่ื แนบไฟลเ์ อกสารหรือรปู
2) เลือกไฟล์ทตี่ ้องการ คลกิ ปมุ่ Open หรือ เปิด
3) ระหวา่ งรอแนบไฟล์
4) คลกิ ส่ง เพอ่ื สง่ อเี มลล์แนบไปพรอ้ มกบั ไฟล์
9.4 เปดิ อา่ นอีเมลล์ทไี่ ด้รบั
อีเมลล์ที่ส่งมาหาเรา จะถูกเก็บไว้ในรายช่ือ “กล่องจดหมาย” โดยจะแสดงจานวนอีเมลล์
ทั้งหมดที่ยังไม่เปิดอ่านให้ทราบ เม่ือเข้ามาท่ี “กล่องจดหมาย” จะแสดงรายการอีเมลล์ท้ังหมดท่ีเข้า
มา โดยมีสญั ลักษณ์และรายละเอยี ดต่าง ๆ ดังน้ี
1 23 240
4
รปู ที่ 63 การเปดิ อา่ นอเี มลล์ (1)
1) คลิกเมาส์ท่ีกล่องขาเขา้ เพ่ือดูอีเมลล์ทัง้ หมด
2) ชอ่ื ผ้สู ง่ อเี มลล์มาถึงเรา
3) หวั ข้ออีเมลล์ทส่ี ง่ มา (ถ้าเป็นตัวหนาแสดงวา่ ยังไม่ถูกเปิดอ่าน) และหลัง
เครื่องหมาย - คือเน้ือหาคร่าว ๆ
4) วนั - เวลาท่ีได้รบั
อีเมลล์ท่ียังไม่ถูกเปิดอ่าน ช่ือของรายการอีเมลล์ใน “กล่องจดหมาย” จะเป็นตัวหนา เรา
สามารถคลิกดูรายการอีเมลล์ เพ่ือเปิดดูรายละเอียดอีเมลล์ที่ส่งหาเราได้ทันที (อีเมลล์ท่ีเราเปิดเข้าดู
แลว้ ชอ่ื รายการอเี มลล์จะเปน็ ตวั ธรรมดาไมเ่ ป็นตัวหนา)
9.5 เปดิ ไฟล์ทีแ่ นบมากับอีเมลล์
สัญลักษณ์ ข้างท้ายรายการจดหมาย แสดงว่าผสู้ ง่ ได้ส่งไฟล์แนบมาด้วย โดยเราสามารถ
เล่ือนเมาส์ไปท่ีไฟล์แนบ จะพบตัวเลือกสาหรับทางานด้วย ได้แก่ ดูไฟล์ท่ีแนบทันทีหรือเลือกดาวน์
โหลดมาเก็บไว้บนเคร่ือง หรือดาวน์โหลดเก็บไว้ใน Google drive ก็ได้ หรือหากเป็นไฟล์ชนิดท่ีแก้ไข
ได้ จะมตี ัวเลือกสาหรบั แก้ไขไฟลผ์ ่าน Google docs ไดอ้ กี ดว้ ย
1
2 4
3
รูปท่ี 64 การเปิดไฟลท์ ่ีแนบมากบั อีเมลล์
241
1) เลื่อนเมาส์ไปบริเวณไฟล์แนบ แลว้ คลกิ ท่ีไฟล์
2) คลกิ เพ่ือดูไฟลท์ แ่ี นบ
3) คลกิ เพือ่ ดาวนโ์ หลดไฟล์ไว้ในเครอื่ ง
4) คลกิ เพอ่ื ดาวน์โหลดไฟล์ไว้ใน Google drive
รูปท่ี 65 ตวั อย่างเอกสารที่แนบมากับอีเมลล์
9.6 ตอบกลบั อเี มลล์
เมอ่ื มีคนส่งอเี มลล์มาหา เราสามารถตอบกลบั ไปหาผ้สู ่งคนดังกลา่ วได้ โดยไม่ต้องพิมพ์อเี มลล์
ใหม่ อีกท้งั ยังมีข้อความเกา่ อ้างอิงอยูด่ ้วย ตามขั้นตอนดังน้ี
คลกิ “ตอบกลับ” เพือ่ ตอบเมล์กลับไปหาผู้สง่
รูปที่ 66 ขั้นตอนการตอบกลบั อเี มลล์ (1)
242
1
2
3
4
รปู ที่ 67 การตอบกลบั อีเมลล์ (2)
1) อีเมลล์แอดเดรสของผ้ทู ่ีสง่ มา
2) พิมพ์ข้อความที่ต้องการส่งกลบั ไป
3) ข้อความอเี มลล์เดมิ สาหรบั อา้ งองิ (แตซ่ ่อนเอาไว)้
4) คลกิ “สง่ ” เพื่อตอบอีเมลล์กลบั ไปหาผู้สง่
นอกจากการใช้คาสง่ั “ตอบ” แล้วยงั มตี วั เลอื กอนื่ ในการตอบจดหมายอเี มลล์ที่สง่ ถึงเราดังนี้
ตอบ ต้องการตอบกลับเฉพาะผู้ท่สี ง่ อีเมลล์มาถึงเรา
ตอบทุกคน ต้องการตอบกลับให้กับผู้ส่งและผู้รับในกลุ่มท้ังหมด ในกรณีที่เราได้รับ
อีเมลล์ที่ถูกส่งให้กับกลุ่มคน ซ่ึงผู้ส่งได้พิมพ์อีเมลล์แอดเดรสของผู้รับในกลุ่มไว้ใน
ชอ่ ง “สาเนา” (จะไมป่ รากฏตัวเลือกนี้ หากผู้ส่งอเี มลล์มาถึงเราเพียงคนเดียว)
9.7 สง่ ต่อจดหมายให้กับผอู้ ่นื
ถ้าเปิดอ่านอีเมลล์และพบว่ามีข้อความในนั้นที่เก่ียวข้องกับผู้อื่นหรือมีเนื้อหาท่ีน่าสนใจและ
อยากสง่ อเี มลล์ฉบับนใ้ี ห้ผู้อืน่ ต่อก็สามารถส่งตอ่ สาเนาอเี มลล์ให้กบั ผู้นนั้ ไดด้ ว้ ยคาสง่ั “สง่ ตอ่ ” ได้ดงั นี้
คลิก “ส่งต่อ” เพือ่ คลิกเพิ่มเติมแลว้ เลอื กส่งต่อ
รปู ที่ 68 การสง่ ตอ่ จดหมายให้กับผอู้ ืน่ (1)
243
1
2
3
รปู ที่ 69 การสง่ ต่อจดหมายให้กับผอู้ นื่ (2)
1) ระบุอเี มลล์แอดเดรสของผู้ท่ีตอ้ งการสง่ ถงึ
2) เขียนข้อความอีเมลล์เพิม่ เติม
3) คลกิ “ส่ง” เพือ่ ส่งอีเมลล์
9.8 สร้างปา้ ยกากบั จดั การแยกอเี มลล์
จากระบบอีเมลล์ในรูปแบบเดิมทเี่ ป็นระบบโฟลเดอร์ มีขอ้ จากัดท่ีอีเมลล์แต่ละฉบบั สามารถ
แยกไปเก็บได้ทใี่ ดทห่ี นงึ่ เท่านั้น เชน่ เมล์ติดตอ่ บรษิ ทั A หรอื เมลต์ ดิ ต่อบรษิ ัท B แตใ่ นกรณีท่ีต้องการ
ดูเมล์ทเี่ กยี่ วข้องกบั การประชุมการผลิต ก็จะเกดิ ความยุ่งยากขนึ้ เพราะอาจอยู่ในโฟลเดอร์ เมล์
ติดตอ่ บรษิ ัท A หรือเมล์ตดิ ต่อบรษิ ทั B กไ็ ด้ และบางฉบบั ก็อาจจะอยู่ในกล่องจดหมายก็ได้
ดงั น้นั ป้ายกากับของ Gmail จงึ แก้ปญั หาระบบโฟลเดอร์ โดยเมลท์ กุ ฉบับจะอยใู่ นท่ีเดยี วกัน
หมด แตเ่ ป็นการเอาปา้ ยมาแปะเพ่ือบอกว่าเมลน์ ี้เกย่ี วกบั อะไร และเมล์ฉบับ ๆ หนง่ึ สามารถแปะป้าย
กากบั ไดห้ ลายใบ (มปี ้ายกากับหลกั และป้ายกากับรอง) ตัวอย่างเช่น เราแปะป้ายกากับของอเี มลล์ท่ี
กาลงั ทาอยู่เป็น Work Project A
244
2
1
3
4
รปู ท่ี 70 การสรา้ งป้ายกากับจดั การแยกอเี มลล์
1) คลกิ เลือกเมาส์ท่จี ะแปะปา้ ยกากบั
2) คลิกท่ีไอคอนปา้ ยกากบั เลือกคาส่งั สรา้ งใหม่
3) ตง้ั ชอ่ื ปา้ ยกากบั ให้อยภู่ ายใต้ป้ายกกากับใด (ป้ายกากับรอง)
4) คลิก สร้าง
รูปท่ี 71 เมล์ฉบับน้ถี ูกแปะป้ายกากบั แล้ว
หลังจากนน้ั เมอ่ื ตอ้ งการดูเฉพาะเมล์ท่เี ราได้แปะปา้ ยเปน็ Work Project A สามารถเลือกดู
ไดท้ ันทผี ่ายปา้ ยกากบั ด้านซา้ ยมือ ดังรปู
รปู ที่ 72 การค้นหาเฉพาะเมล์ทแ่ี ปะปา้ ยกากบั
245
นอกจากนกี้ ารแปะป้ายกากับของ Gmail ไม่จาเป็นจะต้องแปะดว้ ยตนเองทุกเมล์หรือไม่ต้อง
เปิดอ่านเมลแ์ ล้วคอ่ ยแปะปา้ ยก็ได้ แตส่ ามารถใช้ตัวกรอง (filter) ช่วยจดั การใหเ้ ป็นอัตโนมัติได้
9.9 ค้นหาจดหมายในกล่องอเี มลล์
เมื่ออีเมลล์ในกล่องรับจดหมายของเรามีเป็นร้อย ๆ ฉบับ และเราต้องการหาจดหมายบาง
ฉบับ การเล่ือนดูทีละหน้าคงทาให้เสียเวลาพอสมควร Gmail สามารถค้นหาจดหมายฉบับท่ีต้องการ
ได้อย่างรวดเร็ว ในที่น้ีเราลองใช้คาค้นหาว่า “วิจัย” เพ่ือหาจดหมายท่ีมีหัวเรื่องหรือข้อความว่า
“วจิ ัย”
รูปที่ 73 การคน้ หาจดหมายในกลอ่ งอีเมลล์
รปู ที่ 74 แสดงรายการอีเมลล์ท้ังหมดท่ีค้นพบ
9.10 การกรองจดหมาย
เม่ือใช้อเี มลล์ไประยะหนึง่ จะพบวา่ มีเมลป์ ระเภทขายสินค้า หางานทา ฯลฯ เรามักเรียกวา่
จดหมายขยะ แม้ Gmail จะมีความสามารถในการกลน่ั กรองอีเมลล์ในระดับหนึ่ง แต่อีเมลล์พวกน้จี ะ
พัฒนารูปแบบและวธิ กี ารไปทุกคร้งั เราสามารถใชต้ ัวกรอง (filter) มาชว่ ยแยกแยะจดหมายได้
หลักการของตวั กรองคือ เราจะสามารถกาหนดเงอื่ นไขกับจดหมายได้วา่ ต้องการให้เป็น
อย่างไร เช่น หากเจอคาว่า “ทางานผา่ นอนิ เตอร์เนต็ ” กใ็ ห้ระบบลบทงิ้ อตั โนมัตหิ รือเจอว่า “คุณโชค
ดี” ก็ให้ยา้ ยมาหน้านี้ ซ่ึงจะข้ึนอยู่กบั ว่าเราจะกาหนดอยา่ งไร
1
246
รปู ที่ 75 การกรองจดหมาย (1)
2
3
รูปที่ 76 การกรองจดหมาย (2)
4
5
รปู ที่ 77 การกรองจดหมาย (3)
6
7
247
รูปท่ี 78 การกรองจดหมาย (4)
8
รูปที่ 79 การกรองจดหมาย (5)
1) คลกิ ที่ไอคอนฟนั เฟอื ง เลือกคาสง่ั การต้ังค่าแล้วเลือกคาส่ังการตง้ั คา่ ท้งั หมด
2) คลกิ ที่ตวั กรองจดหมาย
3) คลกิ ท่ี สร้างตวั กรองจดหมาย
4) กาหนดเงื่อนไขการกรอง ในข้นั ตอนที่ 4 มีรายละเอยี ดการกรอง ดงั น้ี โดยไม่
จาเป็นตอ้ งใส่ขอ้ มลู ทกุ ช่อง
จาก ใส่ดว้ ยเมล์ท่ีส่งออก โดยปกตไิ ม่ค่อยได้ใช้
ถงึ ใสเ่ มล์ทส่ี ่งถึงเราถ้าตอ้ งการกรองดว้ ยเมล์
เรื่อง ใสข่ ้อความทีต่ ้องการกรอง
มคี าวา่ ใส่ข้อความที่ตอ้ งการกรองท้ังจดหมาย ถ้ามีหลายคาให้ใสว่ รรค
เช่น วจิ ัย
ไมม่ ี ใส่คาท่ีต้องการ กรณยี กเวน้ ทเ่ี จอแล้วไมต่ ้องตรวจต่อ
5) เสรจ็ แลว้ คลิกสร้างตวั กรองดว้ ยการค้นหานี้
6) กาหนดเง่ือนไขวา่ เม่ือพบเงื่อนไขทเี่ ราต้องการแลว้ จะจัดการอย่างไร
7) คลกิ ท่ี สร้างตัวกรอง
8) คลกิ ให้มเี ครื่องหมายถกู อีกครง้ั
248
ใบงานปฏบิ ตั ิ
เร่ือง การส่อื สารข้อมลู สารสนเทศ
คาส่ัง/คาชีแ้ จง
1. ให้นักเรยี นจาลองการสมัครงานโดยเขียนประวัตสิ ว่ นตัวเพอื่ สมัครงาน
2. แนบรปู ภาพของตนเอง และจัดรปู แบบข้อความใหเ้ หมาะสม
3. ส่งประวัติสว่ นตวั เพื่อสมัครงานทาง E-mail หรอื G-mail ของครู
4. เมอื่ สง่ เสรจ็ แล้ว ครูผู้สอนตรวจสอบใน E-mail แลว้ บนั ทึกคะแนน
249
แบบทดสอบหลังเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ช่อื ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาสง่ั / คาช้ีแจง ใหเ้ ลือกคาตอบทถี่ ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งข้อเดียว
1. ในการใช้อเี มลล์น้นั ต้องดาเนนิ การใดเปน็ ขน้ั ตอนแรก
ก. การส่งข้อความ ข. การตอบกลับอเี มลล์
ค. การขอยกเลิกบริการ ง. การลงทะเบยี นขอใช้บรกิ าร
2. [email protected] คาทขี่ ีดเส้นใต้หมายถึงอะไร
ก. Location ข. File name
ค. User name ง. Nick name
3. ข้อใดเปน็ ลกั ษณะการต้งั รหสั ผา่ นที่ถกู ต้อง
ก. มคี วามยาวอย่างน้อย 8 ตัว ข. ประกอบด้วยอักษรและตัวเลข
ค. ไมใ่ ช้ชือ่ จริง ชื่อเล่น หรอื คาที่คาดเดาได้ ง. ถูกทกุ ข้อ
4. สาหรับประเทศไทย ผ้ทู ่มี ีอีเมลล์แอดเดรสของ Gmail ได้ ตอ้ งมีอายุก่ีปีขึน้ ไป
ก. 10 ปี ข. 13 ปี ค. 15 ปี ง. 18 ปี
5. ข้อใดถูกต้องในการใสร่ หัสมอื ถือในการลงทะเบยี น Gmail
ก. +66812345678 ข. 0812345678
ค. 081-234-5678 ง. 081-2345678
6. ขอ้ ใดเปน็ แถบจดหมายหลักของ Gmail
ก. ตดิ ดาว ข. สาคัญ
ค. จดหมายร่าง ง. ถูกทุกข้อ
7. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชนข์ องป้ายกากบั
ก. แยกแยะอเี มลล์แตล่ ะฉบับ ข. สามารถแปะปา้ ยกากบั ได้หลายใบ
ค. แก้ปัญหาระบบโฟลเดอร์ท่ีใช้กนั ง. ถูกทุกขอ้
8. การแนบไฟลไ์ ปพรอ้ มกบั อีเมลล์ Gmail ไดก้ าหนดขนาดไม่เกินเทา่ ใด
ก. 2 MB ข. 5 MB ค. 10 MB ง. 25 MB
9. เม่อื ต้องการส่งอเี มลล์ใหก้ ับผู้รับ โดยไมต่ อ้ งการให้ผูใ้ ดเห็นช่อื ต้องใส่อเี มลล์ลงในชอ่ งใด
ก. สง่ ข. ถงึ ค. สาเนา ง. สาเนาลับ
10. ในการเปดิ ไฟล์ท่ีแนบมากับอเี มลล์ หากมีสญั ลักษณ์ ข้างจดหมายอีเมลล์หมายถึงอะไร
ก. มีไฟลแ์ นบมาด้วย ข. มไี วรัสติดมาดว้ ย
250
ค. ขอให้ตอบกลับด้วย ง. อา่ นแลว้ ลบท้ิงดว้ ย
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ช่อื ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาสัง่ / คาชี้แจง ให้เลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. ในการใช้อเี มลล์นนั้ ต้องดาเนินการใดเปน็ ข้ันตอนแรก
ง. การลงทะเบยี นขอใช้บรกิ าร
2. [email protected] คาทีข่ ดี เสน้ ใตห้ มายถงึ อะไร
ค. User name
3. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการตง้ั รหัสผา่ นที่ถกู ต้อง
ง. ถูกทกุ ขอ้
4. สาหรับประเทศไทย ผ้ทู ี่มีอีเมลล์แอดเดรสของ Gmail ได้ ต้องมีอายุกป่ี ีขึ้นไป
ข. 13 ปี
5. ขอ้ ใดถูกต้องในการใส่รหัสมือถือในการลงทะเบียน Gmail
ก. +66812345678
6. ขอ้ ใดเป็นแถบจดหมายหลักของ Gmail
ง. ถูกทกุ ข้อ
7. ข้อใดเปน็ ประโยชน์ของป้ายกากบั
ก. แยกแยะอเี มลล์แต่ละฉบบั
8. การแนบไฟล์ไปพรอ้ มกบั อีเมลล์ Gmail ได้กาหนดขนาดไมเ่ กนิ เท่าใด
ง. 25 MB
9. เมือ่ ตอ้ งการส่งอีเมลล์ให้กับผู้รับ โดยไมต่ อ้ งการใหผ้ ู้ใดเหน็ ชอ่ื ตอ้ งใส่อเี มลล์ลงในชอ่ งใด
ง. สาเนาลบั
10. ในการเปิดไฟลท์ ่ีแนบมากับอเี มลล์ หากมีสัญลักษณ์ ขา้ งจดหมายอีเมลล์หมายถงึ อะไร
ก. มไี ฟลแ์ นบมาด้วย
251
แบบฝึกหดั ท้ายบท
เรอ่ื ง การส่อื สารข้อมูลสารสนเทศ
คาส่งั /คาชี้แจง ตอบคาถามตอไปนี้
1. รูปแบบการใชง้ านอีเมลล์ ซง่ึ เป็นทีน่ ยิ มในปจั จุบันมกี ีช่ นิด จงอธิบาย
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
2. เราตอ้ งกรอกข้อมลู ใดบ้าง จึงจะลงช่ือเข้าใช้อเี มลล์ของ G-mail ได้
............................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
3. จงบอกความหมายของคาว่า “สาเนา” และ “สาเนาลับ”
.............................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ...................................
4. จงอธบิ ายความหมายของ “ตอบ” และ “ตอบทง้ั หมด”
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...................................
5. จงบอกขน้ั ตอนการค้นหาจดหมายในกล่องอเี มลล์
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
252
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
252
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 10
รหสั วชิ า 20001-2001 ช่ือวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ
ช่ือหน่วย ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ จานวน 3 ช่วั โมง
รายการหัวข้อการเรยี นรู้
1. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางบวก
2. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางลบ
3. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นต่าง ๆ
หวั ข้อการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรือจุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ 1. อธบิ ายผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทางบวก ทางบวกได้
2. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทาง 2. อธบิ ายผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทาง
ลบ ลบได้
3. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศด้าน 3. อธิบายผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศด้าน
ต่าง ๆ ต่าง ๆ ได้
วิธีการสอน : บรรยายและสาธิต
ส่ือการสอน :
1. หนงั สอื เรยี นวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ (20001-2001) ของบรษิ ทั ซัค
เซส มีเดยี จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ กอ่ นเรียน / หลังเรยี น พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบัติ
4. แบบฝึกหัดท้ายบท
5. Google classroom
การประเมิน :
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรูก้ อ่ นเรียนไม่มีเกณฑผ์ า่ น เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนที่
ไดจ้ ากการทดสอบหลงั เรยี น
3. แบบสังเกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กบั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
253
แผนการจัดการเรยี นรู้
ชือ่ วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ รหสั วชิ า 20001-2001 สอนครงั้ ท่ี 17
หน่วยที่ 10 ชื่อหนว่ ย ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ จานวน 3 ชม.
1. หัวข้อการเรยี นรู้
1. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางบวก
2. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางลบ
3. ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นตา่ ง ๆ
2. สาระสาคัญ
เทคโนโลยีสารสนเทศถือได้ว่าเป็นส่ิงหน่ึงที่มีความเจริญก้าวหน้า มีการขยายตัวและเพ่ิม
ความสามารถในการใชง้ าน ขณะเดียวก็มีราคาถูกลงเป็นอย่างมาก ผลของการพัฒนาน้เี องทาให้มกี าร
ประยุกต์ใช้งานกันอย่างกว้างขวาง จนกล่าวได้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีส่วน
เก่ียวขอ้ งกับชวี ิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมและนอกจากนี้ก็ยังก่อให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงตามมาในทุก ๆ ดา้ นไม่ว่าจะเป็นในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วฒั นธรรมและแม้แต่
ดา้ นการศกึ ษา
3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความร้เู กีย่ วกับผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทางบวก ผลกระทบของสารสนเทศ
ทางลบ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านต่าง ๆ ได้
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงค์ท่วั ไป
1. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางบวก
2. ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทางลบ
3. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศด้านต่าง ๆ
4.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางบวก
2. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางลบ
3. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศด้านตา่ ง ๆ
254
5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 10 คร้งั ที่ 17 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศทั้งทางบวก ทางลบและในดา้ นต่าง ๆ
2. ครแู สดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ
ขั้นสอน
3. ครูอธิบายเก่ียวกับผลกระทบท่ีเกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท้ังทางบวก ทางลบ
และผลกระทบในด้านอ่นื ๆ
4. นักเรียนฟังทคี่ รอู ธิบาย
5. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนสรุปเก่ียวกับเกี่ยวกับผลกระทบท่ีเกิดจากการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศท้ังทางบวก ทางลบ และผลกระทบด้านอน่ื ๆ
6. ครูสุ่มถามเก่ียวกบั ข้อดีและขอ้ เสียของเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยสมุ่ 3-4 คน
7. ครูและนกั เรียนสรปุ เนอ้ื หาสาระสาคัญ ครูเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
ขั้นสรุปและการประยุกต์
8. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามข้อสงสัย ครูตอบขอ้ สงสยั
9. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ เสร็จแล้วจับคู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
ส่งให้ครู
10. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคนทราบความก้าวหน้าในการเรยี นการสอน
11. กรณมี นี กั เรยี นไม่ผ่านการประเมินให้นัดหมายเวลาเพอื่ ทาการสอนเสริมต่อไป
6. ส่อื การจดั การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั
ซัคเซส มีเดีย จากัด
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้ หลงั เรยี น พร้อมเฉลย
3. แบบฝึกหัดท้ายบท
4. Google classroom
255
7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติ
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรูก้ อ่ นเรยี น/หลงั เรียน
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ านกลุ่ม
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ นเรยี น/หลังเรียน 10 ขอ้
8. แหล่งการเรยี นรเู้ พ่ิมเติม
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดนิ
2. อินเทอร์เน็ต
9. กิจกรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
1. ทาแบบฝึกปฏบิ ัติและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
256
สัปดาหท์ ี่.................
บันทึกหลงั การสอน
รหสั วชิ า..........................วชิ า....................................................................ระดบั .............. ชน้ั ปีท่ี...........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนักเรียน..................คน มาเรยี น......................คน
ขาดเรียน...........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเมือ่ วนั ท.่ี .........เดือน......................พ.ศ.........
หนว่ ยท.ี่ ................. ช่อื หนว่ ย.............................................................................จานวน...............ชว่ั โมง
เนอื้ หาวัตถุประสงคแ์ ละสอื่ การสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................ ................................
................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ในระหวา่ งการเรียนการสอน
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ......................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครผู ู้สอน และผลท่ีได้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชื่อ............................................ครูผสู้ อ ลงชื่อ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสุวิมล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนัยสวสั ด์ิ)
วนั ท.่ี ......................................................... วนั ที.่ .........................................................
257
แบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี ภาคเรยี นที่ 2/2563
ชอ่ื ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาสงั่ / คาชีแ้ จง ใหเ้ ลอื กคาตอบที่ถูกต้องทส่ี ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. เทคโนโลยีสารสนเทศชว่ ยเพิ่มประสทิ ธิภาพในการทางานอยา่ งไร
ก. ช่วยลดจานวนพนักงานลง
ข. ชว่ ยเพม่ิ เวลาในการทางานใหม้ ากขึน้
ค. ชว่ ยใหท้ างานไดเ้ รว็ และถูกต้องมากขึน้
ง. ช่วยใหป้ ระหยดั ทรัพยากรและรักษาสง่ิ แวดลอ้ ม
2. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางด้านลบทเี่ กดิ จากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นการเรียนการสอน
ก. ส่ือท่ใี ช้ขาดความน่าสนใจ
ข. ผู้เรยี นไม่มสี ถานที่เรยี นหนังสอื
ค. เครือ่ งมือที่ใชต้ อ้ งมคี วามทันสมยั
ง. ผเู้ รียนไมส่ ามารถสอบถามผู้สอนได้
3. เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลให้เกดิ ความเสมอภาคในสังคมอยา่ งไร
ก. ชว่ ยกระจายโอกาส
ข. ชว่ ยเสริมสร้างรายได้
ค. ช่วยลดปัญหาอาชกรรม
ง. ชว่ ยลดความเสีย่ งในการตกงาน
4. ข้อใดคือผลกระทบทางดา้ นบวกจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่มี ีต่อสงั คม
ก. ลดปญั หาการละเมดิ ลิขสิทธ์ิ
ข. ลดปัญหาอาชกรรมทางคอมพิวเตอร์
ค. ทาให้เขา้ ถึงข้อมูลของผ้อู ื่นไดโ้ ดยไม่ต้องขออนญุ าต
ง. ชว่ ยให้รับรู้ขา่ วสารและติดต่อสอ่ื สารกนั ไดส้ ะดวกขนึ้
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศจะไมเ่ กิดผลกระทบใด ๆ ทง้ั ส้ิน
ข. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศจะสง่ ผลกระทบด้านลบเท่านน้ั
ค. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศจะส่งผลกระทบด้านบวกเท่านนั้
ง. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจะสง่ ผลกรทบท้งั ดา้ นบวกและด้านลบ
6. ผลกระทบทางดา้ นลบจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมีตอ่ สังคมส่งผลเสยี อย่างมากในด้านใด
ก. สุขภาพร่างกาย ข. ความปลอดภยั
ค. ระบบเศรษฐกจิ ง. ค่านิยมและวัฒนธรรม
258
7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลกระทบทางด้านบวกทเ่ี กดิ จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเรียนการสอน
ก. การเรยี นการสอนผ่านเว็บเพจ
ข. ส่อื การเรยี นการสอนอิเล็กทรอนกิ ส์
ค. คอมพวิ เตอรเ์ พื่อการเรียนการสอน
ง. การเรยี นการสอนแบบมีปฏิสมั พันธ์กับผสู้ อนโดยตรง
8. ขอ้ ใดคือการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการบนั ทึกและจัดเกบ็ ข้อมลู
ก. การใช้จอแอลซีดีนาเสนอรายงาน
ข. การใชเ้ คร่ืองคดิ เลขคานวณรายรบั ประจาวนั
ค. การใชด้ าวเทียมถ่ายทอดสดการแข่งกีฬา
ง. การใช้บัตรแถบแม่เหล็กบนั ทกึ สถานปี ลายทางของผูโ้ ดยสาร
9. ข้อใดไม่ใชผ่ ลกระทบทางด้านบวกของเทคโนโลยสี ารสนเทศทสี่ ่งผลต่อคณุ ภาพชวี ติ
ก. ส่งเสรมิ การเรียนรู้
ข. ช่วยรกั ษาสภาพแวดล้อม
ค. เพมิ่ รายได้ใหแ้ ก่ประชาชน
ง. สรา้ งความเสมอภาคในสงั คม
10. อาการบาดเจ็บเนอื่ งจากการใชแ้ ปน้ พิมพ์เป็นเวลานาน ๆ ก่อให้เกิดโรคชือ่ วา่ อะไร
ก. โรคเอพีอาร์ ข. โรคอาร์พดี ี
ค. โรคอารเ์ อสไอ ง. โรคอารเ์ อเอส
259
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาส่งั / คาชี้แจง ให้เลอื กคาตอบที่ถูกต้องทส่ี ุดเพยี งข้อเดียว
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางานอย่างไร
ค. ช่วยให้ทางานได้เรว็ และถูกต้องมากขึน้
2. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางดา้ นลบที่เกิดจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเรยี นการสอน
ง. ผู้เรยี นไม่สามารถสอบถามผูส้ อนได้
3. เทคโนโลยีสารสนเทศสง่ ผลใหเ้ กดิ ความเสมอภาคในสงั คมอย่างไร
ก. ชว่ ยกระจายโอกาส
4. ข้อใดคือผลกระทบทางดา้ นบวกจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศที่มตี ่อสงั คม
ง. ช่วยใหร้ ับรูข้ า่ วสารและตดิ ตอ่ สอ่ื สารกนั ได้สะดวกข้ึน
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกต้อง
ง. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศจะส่งผลกรทบท้งั ดา้ นบวกและด้านลบ
6. ผลกระทบทางด้านลบจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมีต่อสังคมส่งผลเสียอยา่ งมากในดา้ นใด
ง. คา่ นิยมและวัฒนธรรม
7. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลกระทบทางด้านบวกที่เกดิ จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นการเรียนการสอน
ง. การเรยี นการสอนแบบมปี ฏิสัมพนั ธ์กับผู้สอนโดยตรง
8. ข้อใดคือการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบันทึกและจัดเกบ็ ข้อมูล
ง. การใชบ้ ัตรแถบแม่เหล็กบันทกึ สถานีปลายทางของผู้โดยสาร
9. ขอ้ ใดไมใ่ ชผ่ ลกระทบทางด้านบวกของเทคโนโลยีสารสนเทศท่สี ง่ ผลต่อคณุ ภาพชวี ิต
ข. ชว่ ยรักษาสภาพแวดล้อม
10. อาการบาดเจบ็ เน่อื งจากการใชแ้ ป้นพิมพ์เปน็ เวลานาน ๆ กอ่ ให้เกิดโรคชื่อวา่ อะไร
ค. โรคอาร์เอสไอ
260
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยที่ 10 เรอ่ื ง ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในภาวะสังคมปัจจุบนั หลายส่ิงหลายอยา่ งทเ่ี กิดข้ึนรอบตวั เราเป็นตวั บ่งช้วี ่าประเทศไทย
กาลงั ก้าวเข้าสู่ยุคสารสนเทศ ดงั จะเห็นไดช้ ัดเจนจากวงการศกึ ษาท่ีให้ความสาคญั กบั ความรูท้ างด้าน
คอมพิวเตอร์ มีการสง่ เสรมิ ให้มีการนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาประยุกตใ์ ช้งานมากขึ้น ตลอดจน
หน่วยงานรัฐบาลและรฐั วสาหกิจกไ็ ดม้ กี ารพัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ ใช้งานในองค์กรมาก
ข้นึ การพัฒนาเทคโนโลยสี ารสนเทศจนสามารถนามาใช้ประโยชน์ไดอ้ ย่างกว้างขวางน้ี ได้กอ่ ให้เกิด
ประโยชน์ต่อมนษุ ยชาติอย่างมหาศาล ซึง่ นั่นก็หมายถงึ การกอ่ ให้เกดิ การเปลี่ยนแปลง และการ
เปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามย่อมส่งผลกระทบต่อท้ังตัวบุคคล องค์กร หรอื สงั คมท้ังส้นิ ทัง้ นสี้ ามารถที่จะ
จาแนกผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทงั้ ทางบวกและทางลบไดด้ ังนี้
10.1 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทางบวก
อานวยความสะดวกในดา้ นการติดตอ่ สอื่ สาร
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการสื่อสาร การบริการต่างๆให้การ
ติดต่อส่ือสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการติดต่อส่ือระหว่างเคร่ืองคอมพิวเตอร์กับเครื่อง
คอมพิวเตอร์ด้วยกัน หรือมนุษย์กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ และการติดต่อส่ือสารยังสามารถทาให้มนุษย์
เข้าถึงขอ้ มูลและความบนั เทิงต่างๆ ทัง้ ข้อความ ภาพ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวได้ทนั ทีทุกมุม
โลก และนอกจากน้ีเทคโนโลยีสารสนเทศยังช่วยให้การติดต่อส่ือสารกรประสานงานระหว่างองค์กร
หน่วยงาน หรือฝ่ายต่างๆ ใหเ้ ป็นไปอยา่ งสะดวก โดยเฉพาะหากระบบสารสนเทศน้ันออกแบบมาเพ่ือ
เออื้ อานวยให้หน่วยงานท้งั ภายในและภายนอกท่ีอยู่ในระบบของซัพพลายท้งั หมด ก็จะทาให้ผู้ทีม่ ีส่วน
เก่ียวข้องท้ังหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้และทาให้การประสานงานต่างๆเป็นไปได้ด้วยดีและ
ราบรนื่
พฒั นาคณุ ภาพทางการศึกษา
คอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีท่ีมีจุดเด่นในเร่อื งของความรวดเร็ว แม่นยา และการจัดเก็บขอ้ มูล
ได้อย่างมากมายมหาศาล ด้วยจุดเด่นน้ีเองจึงได้มีการนาคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ใช้กับการเรียน
การสอน โดยเกิดเป็นการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่มีการบรรจุเน้ือหาของบทเรียนไว้ในโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ เรียกว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน หรือ CAI ซึ่งคอมพิวเตอร์ช่วยสอนน้ียังเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนสามารถที่จะเชื่อมโยงติดต่อกับ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถเรียกค้นข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครือข่าย และสามารถเรียนผ่าน
คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนไดท้ ุกท่ที ุกเวลาท่ีตอ้ งการ สง่ เสริมการเรียนการสอนในลกั ษณะเปน็ รายบคุ คลซ่ึง
จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรยี นไดม้ ากย่งิ ขน้ึ และนอกจากนคี้ อมพิวเตอร์ช่วยสอนกย็ งั มีบทบาทตอ่ การ
นามาใช้เป็นสื่อในการสอนทางไกลเพ่ือเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนในชนบทและพ้ืนที่
หา่ งไกลให้ไดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาเทียบเทา่ เด็กในเมือง
261
สร้างความสะดวกสบายต่อการดารงชวี ิตของมนุษย์
การเจริญเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อการดารงชีวิตประจาวันของ
มนุษย์ในหลายๆ ด้าน ซึ่งทุกด้านก็ล้วนแต่จะช่วยให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ท่ีดีขึ้น ดังเช่น มีการพัฒนา
ของระบบส่ือสารโทรคมนาคมทีท่ ันสมัยมาช่วยในเร่ืองของการติดต่อส่ือสาร ทาใหม้ นุษย์สามารถรับรู้
ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น มีระบบคมนาคมขนส่งท่ีสะดวกรวดเร็ว ท่ีช่วยให้มนุษย์เดินทางเชื่อมโยงถึง
กันได้ง่ายข้ึน เทคโนโลยีช่วยให้การสร้างท่ีพักอาศัยมีคุณภาพและได้มาตรฐาน และนอกจากนี้
เทคโนโลยีสารสนเทศก็สามารถนามาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์อานวยความสะดวกต่างๆ โดยควบคุม
ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบทบาทของการ
พัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วมากยิ่งข้ึนเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์จึงปฏิเส ธไม่ได้ว่า
เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามาเสรมิ ปัจจัยพน้ื ฐานในการดารงชีวิตของมนษุ ย์ได้เป็นอย่างดี
ชว่ ยสรา้ งโอกาสให้ผู้พิการ
เนื่องจากสังคมปัจจุบันเป็นสังคมยุคข่าวสารหรือยุคสารสนเทศ เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร
เป็นไปอย่างไร้พรมแดน แมก้ ระท่ังคนพิการกส็ ามารถดารงชีวิตอยู่ได้ในสังคมยุคสารสนเทศนี้ด้วยการ
พัฒนาอุปกรณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย ในการเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารพิเศษ
ให้กับคนพิการแต่ละประเภท เช่น แต่เดิมคนตาบอดส่ือสารกันด้วยเสียงพูดหรืออ่านหนังสือเพื่อ
เพ่ิมพูนความรู้ด้วยหนงั สือเสียงท่ีบันทึกเทปไว้เป็นเร่ืองๆ หรืออ่านหนังสือทพี่ ิมพ์ด้วยอักษรเบรลล์ ซึ่ง
มีความหนามากและมีปัญหาเร่ืองเนื้อท่ีท่ีใช้ในการเก็บ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการ
พัฒนาแป้นคีย์คอมพิวเตอร์สาหรับคนตาบอด การสังเคราะห์เสียงพูดเพ่ือช่วยอ่านหนังสือ และการ
รู้จาตัวอักษรเพอื่ การอ่าน ตัวอย่างของเทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านีส้ ่งผลให้คนตาบอดสามารถเรียนรู้
ทกุ เรื่องได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว รวมท้ังด้านการป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์และการแสดงผลผ่าน
คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เหล่าน้ีจะช่วยให้คนตาบอดได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนตาดี ทั้งในด้านการศึกษา
การติดต่อส่ือสาร ซ่ึงในท่ีสุดสังคมเราก็จะได้พลเมืองที่มีคุณภาพกลับคืนมา เพื่อทางานช่วยเหลือและ
พฒั นาประเทศชาตติ ่อไป
ช่วยส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์
การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านของการรักษาพยาบาลและการสาธารณสขุ ในปจั จุบัน
มีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันวงการแพทย์มีเครือ่ งเครอ่ื งใช้ทท่ี ันสมัยซ่ึงลว้ นแล้วแตใ่ ช้
คอมพิวเตอร์ช่วยในการดาเนินการและช่วยในการแปลผล อาทิ มีเคร่ืองมือตรวจหัวใจที่ทันสมัย มี
เครื่องเอกซเรย์ภาพตัดขวางที่สามารถตรวจดูอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้อย่างละเอียด มีเคร่ืองมือที่
ใช้ในการตรวจคน้ หาโรคภยั ไข้เจ็บต่างๆ ท่ที นั สมยั หรือแม้แตก่ ารผา่ ตดั กม็ เี ครอ่ื งมือช่วยในการผ่าตัดที่
ทาให้คนไข้ปลอดภัยมากย่ิงขึ้น และนอกจากนี้ในปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งได้มีการติดต้ัง
ระบบคอมพิวเตอร์เพอื่ เชื่อมตอ่ ฐานขอ้ มลู ประวัติคนไขไ้ ปจนถึงข้อมลู การจ่ายยาตา่ งๆ ซึง่ จะช่วยทาให้
ลดขั้นตอนในการทางานของแพทย์และพยาบาล โดยท่ีแพทย์ผู้ตรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลคนไข้แบบ
ออนไลน์ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตลอดจนสามารถตรวจสอบประวัติการใช้ยาของคนไข้ได้อีก
262
ด้วยและในอนาคตก็อาจจะไดพ้ บกบั รูปแบบของการรักษาทแ่ี พทย์สามารถตรวจคนไข้ผ่านระบบวิดโี อ
คอนเฟอเรนต์ ซง่ึ จะชว่ ยอานวยความสะดวกให้กบั ผูป้ ่วยท่ีไม่ต้องเดนิ ทางไกลหรือเผชิญกับการจราจร
ทีต่ ิดขัด
ช่วยทาให้การบรกิ ารและการผลติ ในภาคอตุ สาหกรรมดขี ึ้น
ระบบการผลิตสินค้าในปัจจุบันมีความจาเป็นที่จะต้องผลิตสินค้าจานวนมากและจะต้องมี
คณุ ภาพได้มาตรฐาน การผลิตในสมัยปัจจุบันจึงได้มีการใช้เคร่อื งจกั รทางานอยา่ งอตั โนมัติซง่ึ สามารถ
ทางานได้ตลอดย่ีสิบสี่ชั่วโมง ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ก็ได้มีการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเพ่ือเพ่ิม
ประสิทธิภาพในการผลิตและการบรกิ ารให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ท่ีมีคุณภาพสงู ข้นึ ด้วยต้นทุนที่ต่าลง
และมีปริมาณพอเพียงกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์หรือการใช้คอมพิวเตอร์เข้าควบคุมกระบวนการผลิต เป็นต้น และนอกจากน้ียังมีความ
พยายามท่ีจะสร้างหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีผลต่อการ
ผลิตมาก
ช่วยแกป้ ัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาทางด้านส่ิงแวดล้อม เช่น การนา
คอมพวิ เตอร์มาประยุกต์ใช้ในระบบสารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ของกระทรวงวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิง่ แวดล้อม
เป็นระบบฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาตสิ าหรับการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนโยบายหรือการนาดาวเทียม
เขา้ มาชว่ ยในการสารวจและเกบ็ ข้อมลู ฐานทรัพยากรธรรมชาติ การนาคอมพวิ เตอร์เขา้ มาชว่ ยในการจดั ระบบจราจร
เปน็ ตน้
ชว่ ยอานวยสะดวกในการบรกิ ารของภาครัฐ
ในด้านการบริการของรัฐ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการ
ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน เช่น การใชค้ อมพิวเตอร์ในการสารองตว๋ั โดยสารรถไฟ การใช้คอมพวิ เตอร์เพื่อ
ช่วยตรวจจับคนร้าย การพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู ทะเบยี นราษฎรลงสคู่ อมพวิ เตอร์ เปน็ ต้น
ตัวอยา่ งหน่วยงานรฐั อื่น ๆ
กระทรวงยุติธรรม ใช้คอมพิวเตอร์ในการบันทึกคาพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อทุกคดีให้ผู้
พพิ ากษาได้ค้นหาคดีต่างๆ เพอื่ ประกอบการพิจารณาตัดสินความ
กระทรวงศึกษาธิการ ใช้คอมพิวเตอร์ในการจดั ทาประวัตคิ รทู ั่วประเทศ ทาสถิตินกั เรียนและ
โรงเรียนต่างๆ เพ่ือช่วยในการบริหารการศึกษาทวั่ ประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ ใชค้ อมพิวเตอร์ในการทาสถิตขิ ้อมูลการค้าของประเทศ ทาดัชนรี าคา เก็บ
ทะเบยี นการค้า การควบคุมโควตาการสง่ ออกสินคา้ บางชนดิ ฯลฯ
กระทรวงอุตสาหกรรม ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บทะเบียนโรงงาน ข้อมูล
ทรัพยากรธรรมชาติ
263
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้คอมพิวเตอร์ในการรวบรวมข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร
เพอ่ วางแผนรว่ มกับกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสรมิ การขาย
กระทรวงมหาดไทย ใช้คอมพิวเตอร์ในการทาทะเบยี นสามะโนครัว บัตรประจาตัวประชาชน
รวบรวมข้อมูลและสถิติต่างๆ ซึ่งจะนาไปใช้ประโยชน์ในการบริหารและพัฒนาประเทศ
นอกจากนน้ั หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงกม็ ีการนาคอมพวิ เตอร์ไปใช้ เช่น กรมราชทัณฑ์ใช้
คอมพิวเตอร์ในการรวบรวมช่ือผู้ต้องขังในคดีต่างๆ คานวณวันพ้นโทษ กรมตารวจใช้
คอมพิวเตอร์ในการทาทะเบียนประวัติอาชญากร รวบรวมสถิติอาชญากรรม การ
ตดิ ต่อสอื่ สาร
กระทรวงการคลงั ใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากรและตรวจสอบวา่ มี
การเสยี ภาษอี ากรถกู ต้องหรือไม่
การไฟฟ้า การประปา และองค์การโทรศัพท์ใช้คอมพิวเตอร์ในการทาบัญชีและออก
ใบเสร็จรบั เงนิ แก่ผใู้ ชบ้ ริการ
ช่วยส่งเสรมิ ประสิทธิภาพของเกษตรกรณ์ไทยในเรื่องของการรบั รู้ข่าวสาร
ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนช่วยในการส่งเสริมประสิทธิภาพของเกษตรกรไทยใน
เรื่องของการรับรู้ข่าวสาร ข้อมูลการตลาด ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ราคากลาง ความต้องการใน
ตลาดโลก เป็นต้น ทาให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจเก่ยี วกับการผลติ ได้ดีขน้ึ และสามารถผลติ ได้ตรงกับ
ความตอ้ งการของตลาด
สง่ เสริมการค้นควา้ วิจยั ให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากข้นึ
เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมท้ังคอมพิวเตอร์และระบบส่ือสารช่วยให้งานค้นคว้าวิจัยมี
ความก้าวหน้าย่ิงข้ึน คอมพิวเตอร์ช่วยงานคานวณที่ซับซ้อน เช่น งานสารวจทางด้านอวกาศ งาน
พัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์และสารเคมีต่างๆทาให้ได้สูตรยารักษาโรคใหม่ๆ เกิดข้ึน ปัจจุบันงาน
ค้นคว้าวิจัยทุกแขนงจาเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการคานวณต่างๆ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ใช้
ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ในการจาลองรูปแบบสิ่งท่ีมองไม่เห็นตัวใช้ในการค้นหาข้อมูลที่มีจานวน
มากและแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก สามารถค้นหารายงานวิจัยท่ีมีผู้เคยทาไว้แล้วและที่เกบ็ ไวใ้ นห้องสมุด
ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัยด้านต่างๆมีความก้าวหน้ามากยิ่งข้ึน เพราะเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วน
เกีย่ วข้องอยู่อยา่ งมาก
ช่วยสง่ เสริมภารกจิ เก่ยี วกบั ความมั่นคงของชาติ
ในกิจการด้านการทหาร ได้มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพ่ือการอานวยความสะดวก
ในด้านการเฝ้าระวังและป้องกันประเทศในเร่ืองต่างๆ อาทิ มีการนาดาวเทียมทหารมาใช้เพ่ือกิจการ
ความม่ันคงของชาติเพราะสามารถส่งข้อมูลข่าวสารซ่ึงเป็นความลับเกี่ยวกับความม่ันคงของชาติ การ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการถ่ายภาพทางภมู ิศาสตร์ จาลองลักษณะภูมิภาคต่างๆ ของงประเทศเพื่อ
264
ความสะดวกในการจัดทายุทธภูมิและการวางแผนป้องกันประเทศ การใช้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์
อาวุธทีท่ ันสมัยสามารถกาหนดพิกัดการยิงโดยเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ในการคานวณระยะทางและวิถีการ
ตกของระเบิดได้อย่างถูกต้องและแม่นยาและนอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังสาม ารถนามาใช้ใน
การตรวจจบั อาวุธสงคราม รวมถึงเครื่องบินทร่ี กุ ล้าเขา้ มาในเขตน่านฟ้าของประเทศไทย เปน็ ต้น
ผู้บริโภคไดร้ ับประโยชน์จากการบริโภคสินค้าท่หี ลากหลายและมีคุณภาพ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยที าให้รปู แบบของผลติ ภณั ฑ์มีความแปลกใหม่และหลากหลาย
มากยง่ิ ข้ึน ผู้ผลติ ผลติ สินค้าทม่ี คี ณุ ภาพ ผบู้ รโิ ภคสามารถเลือกซื้อไดต้ ามความต้องการและชอ่ งทาง
การคา้ กม็ ใี หเ้ ลือกมากขนึ้ เชน่ การเลือกซ้ือสนิ คา้ ทางอินเทอรเ์ น็ตและการพาณชิ ย์ อเิ ล็กทรอนิกส์
เปน็ ต้น
10.2 ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางลบ
ก่อให้เกิดการรับและแลกเปลยี่ นวฒั นธรรมของมนษุ ย์ในสงั คมโลก
การเผยแผว่ ฒั นธรรมจากสังคมหน่ึงไปสู่อีกสังคมหนึง่ น้ัน ถือไดว้ ่าเป็นการสร้างค่านยิ มใหมใ่ ห้
เกิดขึ้นแก่สังคมที่ได้รับวัฒนธรรมน้ัน ซง่ึ ทั้งนี้ก็อาจจะก่อให้เกิดค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ข้ึนในสังคมนั้น
ก็ได้ เช่น พฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงค่านิยมของเยาวชนในด้านการแต่งกายและการบริโภค การมอม
เมาเยาวชนในรูปของส่ือ เกม หรอื แมแ้ ต่เทคโนโลยที ่ีทันสมัยต่างๆ ซ่ึงล้วนแล้วแตส่ ่งผลต่อการพัฒนา
ทางด้านจิตใจและด้านอารมณ์ของเยาวชนท้ังสิ้น อาจส่งผลให้เกิดการกลืนวัฒนธรรมด้ังเดิมซึ่งแสดง
ถึงเอกลกั ษณ์ของสังคมนั้น ๆ จนหมดสิ้น
กอ่ ให้เกดิ ปญั หาดา้ นสุขภาพ
ในแต่ละวันของมนุษย์ส่วนใหญ่มักใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ซ่ึงการ
ปฏิบัติเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมามากมาย อาทิ ปัญหาสุขภาพท่ีส่งผลต่อร่างกาย
โดยตรง เช่น การได้รับบาดเจ็บจากการทางานกับคอมพิวเตอร์ เช่น อาการการปวดเม่ือย เคล็ดขัด
ยอกท่กี ล้ามเน้อื เส้นประสาทขอ้ มอื อาการบาดเจ็บเนอื่ งจาการใช้แป้นพิมพ์เป็นเวลานาน ๆกอ่ ให้เกิด
โรคอารเ์ อสไอ (RSI: Repetitive Strain Injuries) ซ่งึ โรคนจี้ ะทาใหเ้ ส้นประสาทรับความร้สู ึกที่มือและ
น้ิวเกิดบาดเจบ็ ข้นึ เมอ่ื ใชอ้ วยั วะนนั้ บ่อยคร้ัง เส้นประสาทรับความรูส้ กึ เกิดเสียหายไม่รับความรูส้ ึกหรือ
รับความรู้สึกได้น้อยลง โรคที่เกิดจากการหดเกร็งกล้ามเน้ือและเส้นประสาท นอกจากนี้รังสีจาก
จอภาพยังส่งผลต่อสุขภาพสายตา อาจทาให้สายตาเสียหรือเกิดต้อ และการนั่งทางานหรอื การนั่งเล่น
เกมเป็นเวลานาน ๆ อาจทาให้เกิดโรคล่ิมเลือดในหลอดเลือดดาได้ ส่วนปัญหาสุขภาพทางด้านจิตใจ
เช่น ความเครียดจากการเลน่ เกม การติดแชท การตดิ เพ่ือนในโลกออนไลน์ เว็บไซต์สือ่ ลามก โลกคลั่ง
อินเทอร์เน็ตซ่ึงเป็นโรคท่ีเกิดขึ้นในกลุ่มคนรนุ่ ใหม่ ลกั ษณะคือ มีการแยกตัวออกจากสังคมโลกสว่ นตัว
สูง ไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบข้าง ซ่ึงจะทาให้การดารงชีวิตประจาวันของคนกลุ่มน้ีไม่สามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกได้ อาจก่อให้เกิดอาการป่วยทางจิตได้ในท่ีสุด และอีกโรคหน่ึงคือโรค
265
คลงั่ ช้อปปง้ิ ทางอินเทอร์เนต็ โดยเฉพาะการเสนอขายสินค้าผา่ นทางเครือข่ายสังคมออนไลนต์ า่ ง ๆ ซึ่ง
จะมลี กู ค้าสนใจเขา้ ไปเลอื กสินค้าเป็นจานวนมาก เปน็ ต้น
ปญั หาอาชญากรรมบนเครือข่าย
ความกา้ วหน้าทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศกอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย อาทิ ปัญหา
อาชกรรมทางคอมพิวเตอร์ ซ่ึงจะมาในรูปแบบของการขโมยความลับ การขโมยข้อมูลสารสนเทศท่ีมี
การหลอกลวง รวมถงึ การบอ่ นทาลายขอ้ มูลท่ีมีอยใู่ นเครอื่ งคอมพวิ เตอรต์ า่ ง ๆ ในระบบเครือข่าย การ
เข้าถึงข้อมูลของหนว่ ยงานสาคัญ ๆ โดยเจาะผา่ นระบบรักษาความปลอดภัย แต่ไม่ทาลายข้อมลู หรือ
การหาประโยชน์จากการบุกรุกคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และในปัจจุบันยังมีการโจรกรรมหรือแก้ไข
ตวั เลขบัญชีดว้ ยคอมพิวเตอร์ เปน็ ตน้
ปญั หาการวา่ งงานเพมิ่ มากขนึ้
เน่ืองจากเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถทดแทนการทางานของมนุษย์ได้มากขึ้น และ
โครงสร้างการจา้ งงานของไทยในปัจจบุ ันไมส่ ามารถแกป้ ัญหาแรงงานส่วนที่ถูกทดแทนดว้ ยเทคโนโลยี
สมัยใหม่ได้ จึงอาจส่งผลทาให้ความต้องการบุคลากรในบางอาชีพลดลงในอนาคต เช่น อาชีพ
มัคคเุ ทศก์ ซงึ่ ในปัจจบุ ันแหลง่ ทอ่ งเท่ียวบางแหง่ เช่น วดั พระแกว้ ได้ใช้เครอ่ื งบันทึก MD เพ่ือใหข้ ้อมูล
แก่นักทอ่ งเที่ยว อาชีพพนักงานธนาคาร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สามารถให้บริการทางการเงินไดม้ ากข้ึน
และการพิจารณาสินเชื่อในอนาคตจะรวดเร็วและใช้บุคลากรในการตรวจสอบน้อยลง เพราะระบบ
เครือข่ายข้อมูลส่วนบุคคลมีความสมบูรณ์มากขึ้น อาชีพพนักงานขับรถยนต์ อาชีพขับรถอาจจะไม่
จาเป็นอกี ต่อไปหากมีคอมพิวเตอรค์ วบคุมรถยนต์และเทคโนโลยีดาวเทยี มนาร่องสามารถทาหน้าท่ีขับ
รถไดเ้ อง เป็นตน้
เกิดการตอ่ ตา้ นเทคโนโลยี
เม่ือเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อการทางานมากข้ึน ระบบการทางานต่าง ๆ ก็
เปลี่ยนแปลงไป มีการนาเอาคอมพวิ เตอร์เข้ามาใช้เข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านต่าง ๆ เช่น ดา้ น
การศึกษา สาธารณูปโภค เศรษฐกิจ การค้า และภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ใน
ชีวิตประจาวัน โดยท่ีประชาชนของประเทศจานวนมากที่ยังขาดความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
เครือข่าย และคอมพิวเตอร์ จึงเป็นเร่ืองท่ีน่าเป็นห่วงมากโดยเฉพาะในการทางาน ซึ่งกลุ่มคนท่ียัง
ทางานด้วยวิธีเก่า ๆ อาจเกิดการต่อต้านถ้าหากมีการนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นเพราะเกิดกา ร
ระแวงและวิตกกังวล กลัวด้อยคา่ จนนาไปสู่สภาวะต่อต้าน ซึ่งในสงั คมยุคใหม่น้ีจะยอมรับในเรอ่ื งของ
ความรคู้ วามสามารถมากกวา่ วยั วฒุ ิและประสบการณ์ในการทางานเหมือนในอดตี ทีผ่ า่ นมา
เกิดช่องวา่ งทางสงั คม
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศจะเกี่ยวข้องกบั การลงทุน ซ่ึงเปน็ ท่ีรู้กันดีว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ
นั้นมีราคาแพง ผู้ใช้จึงเป็นชนชั้นในอีกระดับหน่ึงของสังคมท่ีมีกาลังทรัพย์เพียงพอต่อความต้องการ
เหล่าน้ี ในขณะที่ชนช้ันระดับรองลงมาและชนชน้ั ท่ียากจนมีอยูจ่ านวนมากกลับขาดโอกาสท่ีจะเข้าถึง
266
และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่าน้ี ทาให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไม่กระจายตัวเท่าท่ีควร จน
นาไปสชู่ ่องว่างทางสงั คมระหวา่ งชนชั้นหนึ่งกับอีกชนชั้นหนึ่งได้
เทคโนโลยสี ารสนเทศอาจบอ่ นทาลายความเปน็ มนุษยล์ ง
หากผู้ใช้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้ว ผู้นั้นอาจมีสภาพไม่ต่างไปต่าง
เคร่ืองจักรที่ชีวิตถูกกาหนดด้วยเทคโนโลยี สังคมในปัจจุบันก็มักพบเห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ดารงชีวิต
อยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความเป็นเอกเทศ จนกลายเป็นคนท่ีขาดความละเอียดอ่อนในชีวิต ไม่
สนใจสภาพแวดล้อมแทนทจ่ี ะใชช้ ีวิตเช่นมนุษยต์ ามหลักสงั คมวทิ ยาท่ีเลือกจะอยู่และมีปฏิสัมพันธ์กับ
คนในสังคม ทาให้คนรุ่นใหม่มีวัฒนธรรม ค่านิยม และความเชื่อผิดเพี้ยนไปจากคนรอบข้าง ส่งผลให้
เกดิ ความไมเ่ ขา้ ใจซ่ึงกันและกนั ในประเดน็ ตา่ ง ๆ
การละเมดิ สิทธิเสรีภาพสว่ นบุคคล
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร้ขีดจากัดย่อมส่งผลต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การ
นาเอาข้อมลู บางอย่างท่ีเก่ียวกบั บุคคลอื่นออกมาเผยแพร่ต่อสาธาณชน ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็น
ความจริงหรืออาจยังไม่ได้รับการพิสูจน์ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลได้ และนอกจากนี้การใช้
เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤตกิ รรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการ
ตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน การใช้บริการของพนักงานถึงแม้ว่าจะเป็นการติดตามการทางาน
เพื่อการพัฒนาคุณภาพการใช้บริการ แต่กิจกรรมหลายอย่างของพนักงานก็ถูกเฝ้าดูด้วย พนักงาน
สูญเสียความเป็นสว่ นตัวซ่งึ การกระทาเชน่ นีย้ ังถือเปน็ การผิดจรยิ ธรรมด้วย
10.3 ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นตา่ ง ๆ
ถ้าเทคโนโลยีต่าง ๆ ท่ีกล่าวมา หากทางานผิดพลาดในระบบสาคัญ ๆ อาจเป็นอันตรายกับ
ชีวิตมนุษย์ได้และนอกจากนี้ก็สามารถแบ่งผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศออกได้อีกหลายด้าน
ดงั นี้
ดา้ นการศกึ ษา
เทคโนโลยีสารสนเทศมีความจาเป็นและสาคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาเพ่ือให้ผู้เรียนมี
ความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทันเหตุการณ์และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ซ่ึงสามารถสรุปผลกระทบในด้าน
การศึกษาเม่ือนาเทคโนโลยสี ารเทศมาใชไ้ ด้ดังน้ี
ผเู้ รียนสามารถลือกวิชา เวลา สถานท่ี ไดต้ ามความสนใจโดยไมต่ ้องมีตารางเรยี น ไม่
จาเปน็ ตอ้ งเขา้ ชัน้ เรยี นและสามารถเลือกศกึ ษาตามเรอื่ งที่ตนอยากรู้
ผู้เรียนสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูลได้จากเครื่องคอมพวิ เตอร์ดว้ ยระบบออนไลน์ทวั่ โลก เช่น
สามารถเรียนรไู้ ด้จากเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ต้น
หน้าท่ีและบทบาทของครูผู้สอนจะเปล่ียนจากบรรยายหนา้ ชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว
มาเป็นการกล่าวนาเข้าสู่บทเรียนและทาหน้าที่เป็นเพียงผู้แนะนา ให้คาปรึกษาและ
แกป้ ญั หาใหแ้ ก่ผ้เู รียนเท่าน้ัน
267
การสอนด้วยคอมพิวเตอร์โดยผ่านเครือข่ายทาให้ครูผู้สอนมีหน้าที่รับบทบาทที่
เปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้เรียนมีความสามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ความ
เขา้ ใจระหวา่ งผู้เรยี นและผ้สู อนได้โดยไม่จาเป็นตอ้ งอย่ใู นช้ันเรียนเสมอไป
ดา้ นบคุ คล
เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบต่อชีวิตประจาวันของมนุษย์มากท่ีสุด ไม่ว่าจะเป็นการ
ทางาน การจบั จ่ายซอ้ื ของ การพักผ่อน การทาธรุ กรรมทางการเงนิ การดูแลรกั ษาสุขภาพ เป็นตน้ ซ่ึง
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทมี่ ตี อ่ ปัจเจกบคุ คลทส่ี าคัญดังนี้
ความเป็นส่วนตัวลดน้อยลง เนื่องจากประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่
สามารถเข้าถงึ ขอ้ มลู ท่ีเปน็ สว่ นตวั ทกุ อยา่ งของมนษุ ย์ได้โดยผ่านทางโลกออนไลน์
ความสะดวกสบายเพิ่มมากข้ึน เน่ืองจากมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการอานวย
ความสะดวกในทกุ ๆ ดา้ น
ผลกระทบต่อวธิ คี ิดมนุษย์ มนษุ ย์สามารถเก็บข้อมูลมากท่ีสุดในเวลาอันส้นั แลว้ ทง้ิ ไป
แต่จะนาเอาข้อมูลเพียงเล็กน้อยมาสรุปรวมกันเป็นทัศนะใหม่จะไม่รับแนวคิดที่
ส่งผา่ นมาทงั้ กระบวนอีกต่อไป
ด้านสังคม
เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม ช่วยให้ความเจริญกระจายไปท่ัว
ทกุ หนแห่ง และนามาซึ่งการพัฒนาสังคมให้เกิดการเรียนรู้ โดยตัวอย่างของผลกระทบของเทคโนโลยี
สารสนเทศในด้านสังคมไดแ้ ก่
โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดาริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
เขา้ ไปชว่ ยเหลอื ผู้ด้วยโอกาสทางสงั คมให้มคี อมพิวเตอร์ใช้
นักวิทยาศาสตร์ในซีกโลกตะวันตกได้คิดค้นวิธีปลูกพืชในทะเลทราย และเผยแพร่
ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางอนิ เทอร์เน็ต เม่ือมีประชากรในประเทศแถบทะเลทรายได้รับ
ข้อมูลนีจ้ งึ นาไปทดลองใชแ้ ละปรบั ปรงุ พฒั นาจนสามารถปลูกพชื ในทะเลทรายได้
มีระบบนาทางจีพีเอส (GPS) ช่วยติดตามและแจง้ ข่าวผูป้ ระสบอุบตั ิเหตุเคร่ืองบินตก
ให้แก่โรงพยาบาลทัว่ โลกไดร้ ับทราบ โรงพยาบาลที่อยู่ไกล้ท่ีสุดจึงไปช่วยเหลือผู้ปว่ ย
ไดท้ ันท่วงที
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสาคัญในการดารงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็น
อย่างมาก บทบาทที่สาคัญของเทคโนโลยีที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ
ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านส่ิงแวดล้อม ด้านอุตสาหกรรมและบริการ ด้าน
การบริการของรัฐ และด้านการท่องเท่ียว คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่สาคัญอย่างหนึ่งในกิจกรรม
สารสนเทศท่ีเกี่ยวข้องมนษุ ย์ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือให้เกิดประโยชน์กับตนเอง สงั คม และ
ประเทศชาติน้ันจะต้องเลือกให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนควรจะได้รับ
268
การดูแลเอาใจใส่และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ซ่ึงจะต้องให้ข้อมูลและการปลูกฝัง
พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างถูกต้องมีคุณค่าและเกิดประโยชน์เพ่ือให้เด็กและเยาวชน
สามารถควบคุมดูแลตนเองได้และไม่ตกเป็นเคร่ืองมือของผู้ที่ไม่หวังดีท่ีใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมา
บดิ เบือนทาให้เด็กและเยาวชนใหห้ ลงผิดและเสยี อนาคต
269
ใบงานปฏิบัติ
เรอื่ ง ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
คาสง่ั /คาชี้แจง
1. ครูกาหนดหวั ขอ้ ในการคน้ หา ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศทงั้ ทางบวกและ
ทางลบ
2. ใหน้ ักเรียนสบื ค้นข้อมลู เกย่ี วกับผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศหรอื สืบคน้ จาก
หนังสอื เรียนจากน้นั ให้สรปุ ใจความสาคญั ของเน้ือหาที่สบื ค้น
3. บนั ทึกใจความสาคัญของเน้ือหาท่ีสบื คน้ ลงในสมุดของนักเรยี น
4. นาสง่ ครเู พื่อใหค้ รตู รวจและบนั ทึกคะแนน
270
แบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ชอ่ื ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาส่งั / คาชีแ้ จง ใหเ้ ลือกคาตอบท่ถี กู ต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว
1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสทิ ธิภาพในการทางานอย่างไร
ก. ชว่ ยลดจานวนพนกั งานลง
ข. ชว่ ยเพมิ่ เวลาในการทางานใหม้ ากขึ้น
ค. ชว่ ยให้ทางานไดเ้ ร็วและถูกต้องมากข้นึ
ง. ชว่ ยให้ประหยัดทรพั ยากรและรักษาส่งิ แวดล้อม
2. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางด้านลบท่เี กิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นการเรยี นการสอน
ก. ส่อื ทีใ่ ชข้ าดความน่าสนใจ
ข. ผู้เรยี นไม่มสี ถานท่เี รยี นหนงั สอื
ค. เครื่องมือที่ใช้ตอ้ งมคี วามทันสมยั
ง. ผู้เรียนไม่สามารถสอบถามผูส้ อนได้
3. เทคโนโลยีสารสนเทศสง่ ผลให้เกิดความเสมอภาคในสงั คมอย่างไร
ก. ช่วยกระจายโอกาส
ข. ชว่ ยเสริมสร้างรายได้
ค. ช่วยลดปัญหาอาชกรรม
ง. ชว่ ยลดความเสีย่ งในการตกงาน
4. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางด้านบวกจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทม่ี ตี ่อสังคม
ก. ลดปญั หาการละเมดิ ลิขสิทธ์ิ
ข. ลดปญั หาอาชกรรมทางคอมพิวเตอร์
ค. ทาใหเ้ ขา้ ถึงข้อมูลของผู้อน่ื ไดโ้ ดยไมต่ ้องขออนุญาต
ง. ชว่ ยให้รบั รขู้ า่ วสารและตดิ ตอ่ สอ่ื สารกนั ไดส้ ะดวกขน้ึ
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะไม่เกดิ ผลกระทบใด ๆ ท้ังส้ิน
ข. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจะสง่ ผลกระทบดา้ นลบเท่าน้ัน
ค. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะสง่ ผลกระทบด้านบวกเท่านัน้
ง. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศจะส่งผลกรทบท้งั ด้านบวกและด้านลบ
6. ผลกระทบทางดา้ นลบจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมตี อ่ สังคมส่งผลเสียอย่างมากในดา้ นใด
ก. สขุ ภาพร่างกาย ข. ความปลอดภยั
271
ค. ระบบเศรษฐกจิ ง. คา่ นยิ มและวัฒนธรรม
7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลกระทบทางด้านบวกทเี่ กดิ จากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นการเรยี นการสอน
ก. การเรยี นการสอนผา่ นเวบ็ เพจ
ข. สอ่ื การเรยี นการสอนอิเล็กทรอนกิ ส์
ค. คอมพิวเตอร์เพื่อการเรยี นการสอน
ง. การเรยี นการสอนแบบมีปฏิสมั พันธ์กับผู้สอนโดยตรง
8. ข้อใดคือการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบันทกึ และจัดเก็บข้อมลู
ก. การใชจ้ อแอลซดี นี าเสนอรายงาน
ข. การใช้เครื่องคดิ เลขคานวณรายรบั ประจาวัน
ค. การใชด้ าวเทยี มถ่ายทอดสดการแข่งกีฬา
ง. การใช้บตั รแถบแม่เหลก็ บนั ทึกสถานีปลายทางของผูโ้ ดยสาร
9. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลกระทบทางด้านบวกของเทคโนโลยีสารสนเทศท่สี ง่ ผลตอ่ คุณภาพชีวิต
ก. สง่ เสรมิ การเรียนรู้
ข. ชว่ ยรักษาสภาพแวดล้อม
ค. เพ่มิ รายได้ให้แก่ประชาชน
ง. สรา้ งความเสมอภาคในสังคม
10. อาการบาดเจบ็ เนื่องจากการใชแ้ ปน้ พิมพ์เปน็ เวลานาน ๆ กอ่ ให้เกิดโรคชือ่ ว่าอะไร
ก. โรคเอพีอาร์ ข. โรคอาร์พดี ี
ค. โรคอาร์เอสไอ ง. โรคอารเ์ อเอส
272
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี ภาคเรยี นที่ 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาส่งั / คาชแ้ี จง ให้เลอื กคาตอบทถี่ กู ต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดียว
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศช่วยเพ่มิ ประสิทธภิ าพในการทางานอยา่ งไร
ค. ช่วยให้ทางานได้เร็วและถูกตอ้ งมากข้ึน
2. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางดา้ นลบที่เกดิ จากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศด้านการเรียนการสอน
ง. ผู้เรยี นไม่สามารถสอบถามผู้สอนได้
3. เทคโนโลยีสารสนเทศสง่ ผลให้เกดิ ความเสมอภาคในสงั คมอย่างไร
ก. ชว่ ยกระจายโอกาส
4. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางดา้ นบวกจากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศทมี่ ีต่อสงั คม
ง. ช่วยใหร้ ับรูข้ ่าวสารและติดต่อส่อื สารกนั ได้สะดวกข้ึน
5. ขอ้ ใดกล่าวถึงผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศไดถ้ ูกต้อง
ง. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจะสง่ ผลกรทบทง้ั ด้านบวกและด้านลบ
6. ผลกระทบทางด้านลบจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมตี อ่ สังคมสง่ ผลเสยี อยา่ งมากในดา้ นใด
ง. คา่ นิยมและวัฒนธรรม
7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลกระทบทางด้านบวกทเ่ี กดิ จากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศด้านการเรยี นการสอน
ง. การเรยี นการสอนแบบมีปฏสิ มั พันธก์ บั ผู้สอนโดยตรง
8. ขอ้ ใดคือการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบนั ทกึ และจัดเก็บข้อมูล
ง. การใชบ้ ัตรแถบแมเ่ หล็กบันทกึ สถานปี ลายทางของผูโ้ ดยสาร
9. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลกระทบทางด้านบวกของเทคโนโลยสี ารสนเทศท่สี ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ
ข. ชว่ ยรักษาสภาพแวดลอ้ ม
10. อาการบาดเจบ็ เน่อื งจากการใช้แปน้ พิมพ์เป็นเวลานาน ๆ กอ่ ใหเ้ กดิ โรคช่ือวา่ อะไร
ค. โรคอาร์เอสไอ
273
แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
เรือ่ ง ผลกระทบการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
คาสงั่ /คาช้แี จง ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศเกย่ี วขอ้ งกบั การพฒั นาคุณภาพทางการศึกษาอยา่ งไร
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
2. การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาสุขภาพอย่างไรบ้าง
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. จงอธิบายถึงผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศท่สี ่งผลในดา้ นบคุ คล
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
4. การนาคอมพวิ เตอร์มาใช้ในสถานศกึ ษาในเร่ืองใดบ้าง
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
..................................................................................................................................... ...........................
5. จงบอกประโยชนข์ องการนาคอมพิวเตอรเ์ ข้ามาใช้ในงานธุรกิจ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
274
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 11
รหสั วชิ า 20001-2001 ชอื่ วชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี
ชอื่ หน่วย การใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ 3 ช่ัวโมง
รายการหัวข้อการเรียนรู้
1. ความหมายและขอบเขตของจรยิ ธรรมสารสนเทศ
2. การคมุ้ ครองสทิ ธิส่วนบุคคล
3. จริยธรรมในการผลติ และจัดเก็บสารสนเทศ
4. จรยิ ธรรมในการเผยแพร่และนาสารสนเทศไปใช้
5. จริยธรรมกบั ความมั่งคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
หวั ข้อการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารสอนหรือจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. ความหมายและขอบเขตของจรยิ ธรรม 1. บอกความหมายและขอบเขตของจริยธรรม
สารสนเทศ สารสนเทศได้
2. การคุ้มครองสทิ ธสิ ่วนบคุ คล 2. อธิบายการคุ้มครองสทิ ธิสว่ นบคุ คลได้
3. จรยิ ธรรมในการผลติ และจัดเก็บ 3. อธบิ ายจรยิ ธรรมในการผลติ และจดั เกบ็
สารสนเทศ สารสนเทศได้
4. จรยิ ธรรมในการเผยแพร่และนา 4. อธิบายจริยธรรมในการเผยแพร่และนา
สารสนเทศไปใช้ สารสนเทศไปใช้ได้
5. จริยธรรมกบั ความมนั่ คงปลอดภัยของ 5. อธิบายจริยธรรมกับความมนั่ คงปลอดภัยของ
ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพวิ เตอร์ได้
วิธกี ารสอน : บรรยายและสาธติ
สอื่ การสอน :
1. หนงั สอื เรียนวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ (20001-2001) ของบริษทั ซัค
เซส มเี ดีย จากัด
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ กอ่ นเรยี น / หลังเรยี น พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบตั ิ
4. แบบฝึกหดั ท้ายบท
5. Google classroom
การประเมนิ :
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรบั ปรุง
2. แบบประเมินผลการเรียนร้กู ่อนเรยี นไมม่ เี กณฑผ์ า่ น เก็บคะแนนไว้เปรยี บเทียบกบั คะแนนท่ี
ไดจ้ ากการทดสอบหลงั เรียน
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยกู่ บั
การประเมินตามสภาพจรงิ
275
แผนการจดั การเรียนรู้
ชอื่ วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี รหัสวชิ า 20001-2001 สอนครั้งท่ี 18
หนว่ ยที่ 11 ชื่อหน่วย การใช้คอมพิวเตอร์อยา่ งมจี รยิ ธรรมและความรับผดิ ชอบ จานวน 3 ชม.
1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. ความหมายและขอบเขตของจรยิ ธรรมสารสนเทศ
2. การคุม้ ครองสทิ ธิส่วนบุคคล
3. จริยธรรมในการผลติ และจัดเก็บสารสนเทศ
4. จรยิ ธรรมในการเผยแพรแ่ ละนาสารสนเทศไปใช้
5. จรยิ ธรรมกับความม่ังคงปลอดภยั ของระบบคอมพวิ เตอร์
2. สาระสาคัญ
แม้ว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์มากเพียงไรก็ตาม หากพิจารณาอีกด้านหน่ึงแล้ว
คอมพวิ เตอร์ก็อาจจะเป็นภยั ไดเ้ ช่นกัน หากผู้ใช้ไม่ระมัดระวังหรือนาไปใช้ในทางท่ีไมถ่ ูกต้อง ดังน้นั ใน
การใช้งานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศร่วมกันในสังคม ในแต่ละประเทศจึงได้มีการกาหนดระเบียบ
กฎเกณฑ์ รวมถึงกฎหมายที่ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความร้เู กย่ี วกบั ความหมายและขอบเขตของจริยธรรมสารสนเทศ การคุม้ ครองสทิ ธิ
ส่วนบคุ คล จริยธรรมในการผลิตและจดั เก็บสารสนเทศ จริยธรรมในการเผยแพร่และนาสารสนเทศไป
ใช้ และจริยธรรมกับความมั่งคงปลอดภยั ของระบบคอมพิวเตอร์ได้
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. ความหมายและขอบเขตของจริยธรรมสารสนเทศ
2. การคุม้ ครองสิทธิสว่ นบคุ คล
3. จริยธรรมในการผลติ และจัดเก็บสารสนเทศ
4. จรยิ ธรรมในการเผยแพรแ่ ละนาสารสนเทศไปใช้
5. จรยิ ธรรมกบั ความม่งั คงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. ความหมายและขอบเขตของจริยธรรมสารสนเทศ
2. การค้มุ ครองสทิ ธสิ ว่ นบคุ คล
276
3. จริยธรรมในการผลติ และจัดเกบ็ สารสนเทศ
4. จริยธรรมในการเผยแพรแ่ ละนาสารสนเทศไปใช้
5. จริยธรรมกับความม่ังคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์
5. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 11 ครั้งที่ 18 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ข้ันนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับการใชค้ อมพิวเตอร์อยา่ งมี
จริยธรรมและความรับผิดชอบ วา่ การใชค้ อมพิวเตอรใ์ หเ้ กิดประสทิ ธภิ าพสูงสดุ และไม่เป็นการสรา้ ง
ความเดือดร้อนให้ผู้อื่นควรเป็นอยา่ งไร
2. ครูแสดงความคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
ขน้ั สอน
3. ครูอธบิ ายถงึ จรยิ ธรรมในการใช้งานคอมพิวเตอร์ นักเรียนตงั้ ใจฟัง
4. ครอู ธบิ ายการค้มุ ครองสิทธิส่วนบุคคลในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ นกั เรียนตัง้ ใจฟังและ
วเิ คราะห์ตาม
5. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนสรุปใจความสาคัญเกี่ยวกับจริยธรรมและความรับผิดชอบใน
การใช้คอมพวิ เตอรส์ ารสนเทศลงในสมดุ นกั เรยี นปฏิบัตติ ามคาสั่ง
6. นักเรยี นนาเสนอผลงานของตนเองทห่ี นา้ ชน้ั เรยี น
7. ครแู ละนักเรยี นสรปุ เน้ือหาสาระสาคัญ ครูเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
8. เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามขอ้ สงสัย ครตู อบข้อสงสัย
9. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ เสร็จแล้วจับคู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
สง่ ใหค้ รู
10. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นักเรยี นแตล่ ะคนทราบความก้าวหน้าในการเรยี นการสอน
11. กรณีมีนกั เรยี นไมผ่ ่านการประเมนิ ให้นดั หมายเวลาเพ่ือทาการสอนเสริมต่อไป
6. สอื่ การจัดการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั
ซัคเซส มเี ดีย จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หลงั เรยี น พรอ้ มเฉลย
3. แบบฝกึ หัดทา้ ยบท
277
4. Google classroom
7. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ นเรยี น/หลังเรยี น
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน/หลังเรียน 10 ขอ้
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นกั เรียนร่วมกนั ประเมิน
8. แหลง่ การเรียนรู้เพิ่มเติม
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลยั เทคนิคสว่างแดนดนิ
2. อนิ เทอร์เนต็
278
สปั ดาหท์ .ี่ ................
บันทึกหลงั การสอน
รหสั วิชา..............................วชิ า...............................................................ระดับ............... ชน้ั ปีท.่ี ..........
แผนกวชิ า.......................................................จานวนนกั เรยี น..................คน มาเรียน......................คน
ขาดเรยี น..........คน มาสาย............คน ลา...........คน สอนเมอื่ วนั ท.ี่ .........เดือน......................พ.ศ….......
หน่วยท่.ี ................. ช่ือหนว่ ย................................................................................จานวน............ชั่วโมง
เนอื้ หาวตั ถุประสงค์และสอ่ื การสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................ ............................................................................................... .
ปญั หาท่ีเกดิ ขน้ึ ในระหว่างการเรียนการสอน
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครูผสู้ อน และผลที่ได้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ......................................................
ลงช่อื ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสุวิมล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนยั สวัสดิ)์
วนั ท่.ี ......................................................... วนั ท่.ี .........................................................
279
แบบทดสอบก่อนเรยี น
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี ภาคเรียนที่ 2/2563
ชื่อ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาสัง่ / คาชแ้ี จง ให้เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดยี ว
ก. กฎหมาย ข. จรยิ ธรรม ค. คณุ ธรรม ง. จรรยาบรรณ
ใชต้ ัวเลอื กตอ่ ไปนต้ี อบคาถามข้อ 1-5
1. “มีวตั ถปุ ระสงค์เพ่ือควบคุมความประพฤตขิ องผู้ประกอบวชิ าชพี ตา่ ง ๆ” คือลกั ษณะตามข้อใด
.............
2. “ไม่มบี ทลงโทษสาหรบั ผู้ฝ่าฝืน” คือลกั ษณะตามข้อใด ................
3. “เปน็ เร่อื งความสมคั รใจ” คอื ลักษณะตามขอ้ ใด ................
4. “ออกโดยกลมุ่ วิชาชีพ” คือลักษณะตามข้อใด ..................
5. “เปน็ หลกั ประพฤตปิ ฏิบัติใหท้ าในสิ่งทถ่ี ูกต้อง ดีงาม” คือลักษณะตามข้อใด .................
6. ขอ้ ใดเปน็ สทิ ธิในขอ้ มลู สว่ นบุคคล
ก. มีสิทธทิ ่จี ะนาข้อมลู สว่ นบุคคลของตนไปใช้
ข. มสี ทิ ธิในการตรวจดแู ละแก้ไขข้อมลู สว่ นบุคคลของตน
ค. มีสทิ ธใิ นการตรวจสอบว่ามีใครนาข้อมลู สว่ นตัวไปใช้บา้ ง
ง. มีสทิ ธิในการเปดิ เผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนแกบ่ ุคคลอื่น
7. ขอ้ ใดไม่ใช่หลักการสาคญั ในการผลิตและจัดเกบ็ สารสนเทศ
ก. ถกู ต้อง ข. แม่นยา
ค. ครบถว้ น ง. รวดเร็ว
8. ข้อใดเป็นชือ่ ย่อขององค์กรเพอื่ ความรว่ มมือทางเศรษฐกิจและการพฒั นา
ก. OPED ข. OECD
ค. OMPC ง. OOPE
9. องคก์ รตามข้อ 8 มีภารกิจในขอ้ ใด
ก. แบ่งปันขอ้ มูลอย่างโปร่งใส
ข. คมุ้ ครองความเป็นสว่ นตวั ในขอ้ มูล
ค. ใช้กฎหมายร่วมกนั ด้านการใช้ขอ้ มูลทวั่ โลก
ง. ป้องกนั ความเส่ยี งโดยกระจายข้อมูลไปทีต่ า่ ง ๆ
10. จรยิ ธรรมของผ้ทู ีเ่ กย่ี วข้องกบั สารสนเทศต้องคานึงถึงสงิ่ ตอ่ ไปนย้ี กเวน้ ข้อใด
ก. การเข้าถึงข้อมูล ข. การบรกิ ารจดั การ
ค. ความเป็นส่วนตวั ง. ความถกู ต้องของขอ้ มูล
280
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
รหสั 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี ภาคเรยี นที่ 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก....................................ห้อง...............
คาสั่ง / คาช้แี จง ใหเ้ ลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว
ก. กฎหมาย ข. จรยิ ธรรม ค. คุณธรรม ง. จรรยาบรรณ
ใชต้ ัวเลือกต่อไปนีต้ อบคาถามขอ้ 1-5
1. “มวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่ือควบคุมความประพฤติของผปู้ ระกอบวิชาชีพตา่ ง ๆ” คอื ลักษณะตามข้อใด
.....ง.....
2. “ไมม่ ีบทลงโทษสาหรบั ผฝู้ ่าฝนื ” คือลกั ษณะตามขอ้ ใด ......ข.......
3. “เปน็ เรือ่ งความสมัครใจ” คอื ลักษณะตามข้อใด ......ข......
4. “ออกโดยกลุ่มวิชาชีพ” คือลกั ษณะตามขอ้ ใด .......ง........
5. “เปน็ หลักประพฤติปฏิบตั ิใหท้ าในสิง่ ที่ถูกต้อง ดงี าม” คอื ลกั ษณะตามข้อใด .......ข,ง......
6. ข้อใดเป็นสทิ ธิในขอ้ มูลส่วนบุคคล
ง. มีสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนแก่บุคคลอ่ืน
7. ขอ้ ใดไม่ใชห่ ลกั การสาคญั ในการผลิตและจดั เก็บสารสนเทศ
ง. รวดเร็ว
8. ข้อใดเปน็ ชอื่ ย่อขององค์กรเพื่อความรว่ มมือทางเศรษฐกิจและการพฒั นา
ข. OECD
9. องคก์ รตามข้อ 8 มภี ารกิจในข้อใด
ข. คุม้ ครองความเปน็ ส่วนตัวในขอ้ มูล
10. จริยธรรมของผู้ที่เกย่ี วขอ้ งกับสารสนเทศต้องคานงึ ถึงสิ่งตอ่ ไปนย้ี กเว้นข้อใด
ข. การบรกิ ารจดั การ
281
ใบความรู้ / ใบเน้ือหา
หนว่ ยที่ 11 เรื่อง การใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีจริยธรรมและความรบั ผิดชอบ
11.1 ความหมายและขอบเขตของจริยธรรมสารสนเทศ
จริยธรรม หมายถงึ แบบแผนควบคุมความประพฤตขิ องคนในสังคมใหอ้ ยู่ในกรอบของความ
ดีงาม จริยธรรมจึงเปรียบเสมือนเคร่ืองมือที่ช่วยให้คนในสังคมเลือกกระทาในส่ิงท่ีถูกต้อง แต่ไม่ได้มี
ลักษณะเป็นข้อบังคับที่ชัดเจนแน่นอนเหมือนกับกฎหมาย เพราะจริยธรรมเป็นเรื่องคุณค่าทางจิตใจ
คอื ความรสู้ ึกผดิ ถูก ดชี ัว่ ทอ่ี ย่ภู ายในจิตใจคน
จริยธรรมกับกฎหมายเป็นส่ิงที่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเครื่องมือท่ีคนในสังคม
สรา้ งขึ้นมาเพ่ือควบคุมพฤติกรรมของคนในสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสขุ ทั้งจรยิ ธรรมและกฎหมาย
จึ ง มี บ ท บ า ท เ ส ริ ม กั น แ ล ะกั น แ ล ะเ ป็ น ส่ิ ง ท่ี ไ ม่ ส า ม า ร ถ แ ย ก อ อ ก จ า ก กั น ไ ด้ อ ย่ า ง เ ด็ ด ข า ด แ ต่ เ มื่ อ
เปรยี บเทียบกันจรยิ ธรรมแตกต่างจากกฎหมายหลายประการคือ
1) กฎหมายเป็นสิ่งท่ีออกโดยรัฐ ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติแต่จริยธรรมเป็นส่ิงที่
คนในสังคมรว่ มกันสร้างข้นึ มา
2) กฎหมายเป็นข้อบังคับที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จริยธรรมเป็นเร่ืองของความ
สมัครใจ
3) กฎหมายมีบทลงโทษท่ีชัดเจนและแนน่ อน แต่จริยธรรมไม่มบี ทลงโทษสาหรับผู้ท่ี
ฝา่ ฝืน
4) กฎหมายเป็นสิ่งท่ีควบคุมการกระทาของคน แต่จริยธรรมเป็นส่ิงท่ีควบคุมจิตใจ
ไม่ให้คนกระทาในสิ่งทไ่ี ม่ถูกต้อง
5) กฎหมายมีวัตถุประสงค์เพ่ือลงโทษผู้กระทาความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหาย แต่
จริยธรรมมวี ตั ถุประสงคเ์ พอื่ ยกรดับคุณคา่ ทางจิตใจคน
นอกจากจริยธรรมกับกฎหมายเป็นส่ิงที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดแล้ว จริยธรรมยังเป็น
ท่ีมาของสิ่งท่ีเรียกว่า จรรยาบรรณ ซ่ึงเป็นหลักประพฤติปฏิบัติสาหรับผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ
วิชาชีพหลายสาขาต่างก็มีจรรยาบรรณเปน็ ของตนเอง เพื่อควบคุมความประพฤติและเป็นแนวปฏิบัติ
สาหรบั ผ้ทู ป่ี ระกอบวชิ าชพี น้ัน ๆ
11.2 การคมุ้ ครองสิทธสิ ่วนบุคคล
สิทธิส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่เก่ียวข้องกับทางกฎหมายและจริยธรรมอย่างใกล้ชิด เน่ืองจาก
สิทธิส่วนบุคคลในทางกฎหมายได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าเป็นสิทธ์ิข้ันพ้ืนฐานของประชาชน
อย่างหน่ึง ซ่ึงไมม่ ีผูใ้ ดสามารถลว่ งละเมิดได้ ในทางจริยธรรมสารสนเทศ ถอื เป็นหลักพื้นฐานสาคญั คือ
เป็นเงื่อนไขที่กาหนดวา่ บุคคลหน่งึ ไม่สามารถล่วงละเมิดสทิ ธสิ ่วนบุคคลของบุคคลอื่นได้โดยปราศจาก
ความชอบธรรม ด้วยเหตุนี้ผทู้ เ่ี ป็นเจา้ ของข้อมลู เท่านั้นท่จี ะมีสทิ ธใิ นข้อมูลส่วนบคุ คล ผ้ทู ี่ไม่ใชเ่ จา้ ของ
282
ไม่มีสิทธิที่จะล่วงละเมิดในข้อมูลส่วนบุคคลท่ีตนไม่ได้เป็นเจ้าของหรือนาข้อมูลส่วนบุคคลน้ันไป
แสวงหาผลประโยชน์ในทางท่ีมิชอบไมไ่ ด้
11.3 จรยิ ธรรมในการผลติ และจัดเก็บสารสนเทศ
ในการผลิตและการจัดเก็บสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูล และการ
ประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพ่ือให้เป็นข้อมูลที่พร้อมนาไปใช้งานหรือนาไปใช้ประโยชน์ใน
องค์กรต่าง ๆ การผลิตและจัดเก็บสารสนเทศอาจเป็นการดาเนินการจัดการสารสนเทศให้นามาใช้ได้
อยา่ งเป็นระบบระเบียบโดยไมม่ ีคอมพวิ เตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรืออาจมกี ารใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย
ในการจัดการข้อมลู และสารสนเทศ เพอื่ ให้ไดม้ าซ่ึงสารสนเทศที่พร้อมนาไปใช้งานได้อย่างรวดเรว็ และ
มีความถูกตอ้ งแม่นยาก็ได้
หลักการสาคัญในการผลิตและจดั เกบ็ สารสนเทศจงึ อยทู่ ี่การได้มาซึง่ ข้อมูลท่ีถูกต้อง ครบถว้ น
และแม่นยาท่ีสุด ข้ันตอนในการจัดเก็บรวบรวมและการประมวลสารสนเทศจึงต้องอาศัยระบบและ
วิธีการที่เช่ือถือได้ โดยอาจกาหนดว่าผู้ใดเป็นผู้มีสิทธ์ิรวบรวม จัดเก็บ หรือประมวลข้อมูลได้บ้าง
ข้อมูลประเภทใดบ้างท่ีต้องมีการจัดเก็บ และใช้ระบบหรือวิธีการใดในการจัดเก็บข้อมูล ข้อมูลที่เป็น
ความลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อ
ป้องกนั ข้อมูลสูญหาย ทาลาย หรอื แกไ้ ขเปล่ยี นแปลง รวมท้งั เพ่ือปอ้ งกนั การถูกขโมยขอ้ มูลส่วนบคุ คล
ไปใชใ้ นทางที่มิชอบ
หลักการผลิตและจัดเก็บสารสนเทศท่ีได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย และได้ถูกนาไป
บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ปรากฏให้เห็นอยู่ในเอกสารของ
องค์การเพ่ือความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี (Organization for Economic
Co-operation and Development : OECD) โดยมสี าระสาคัญคือ เพ่ือคมุ้ ครองความเป็นสว่ นตวั ใน
ข้อมูลข่าวสารในข่าวสารระหว่างประเทศ วางหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลข้ึนอย่างเป็น
รูปธรรม ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลข้อมูล ไปจนถึงการนาข้อมูลไปใช้ ซึ่งหลักการ
ดังกล่าวนี้ได้ถูกนาไปบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
เช่นเดยี วกนั
11.4 จรยิ ธรรมในการเผยแพรแ่ ละนาสารสนเทศไปใช้
จากที่กล่าวมาข้างต้น การผลิตและการจัดเก็บสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการ
ประมวลผลข้อมูลทาให้เกิดความเสี่ยงภัยต่อข้อมูลและสารสนเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนหน่ึงเป็น
เพราะการขาดมาตรการทางกฎหมายท่ีมีประสิทธิภาพ และการขาดระบบการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสม ปัญหาดังกล่าวนอกจากส่งผลกระทบต่อการผลิตและ
จัดเก็บสารสนเทศแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการเผยแพร่และนาสารสนเทศไปใช้ประโยชน์ในทางท่ีมิ
ชอบด้วย โดยเฉพาะการเผยแพร่หรือนาข้อมลู สว่ นบคุ คลของผอู้ ่นื ไปใชอ้ าจทาใหผ้ ู้ที่เปน็ เจา้ ของข้อมูล
ได้รบั ความเสยี หายได้
283
ในการเผยแพร่และนาสารสนเทศไปใช้ไม่ว่าโดยบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดก็ตาม หาก
ไม่มีอานาจหน้าท่ีในการเผยแพร่และนาสารสนเทศไปใช้หรือไม่ได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูล
โดยตรง จะนาสารสนเทศไปเผยแพร่หรือไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวไม่ได้ หากสารสนเทศท่ีตนนาไป
เผยแพร่น้ันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่เป็นข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับเร่ืองสาธารณะ เช่น ข้อมูลทางการเงิน
ประวัติทางการแพทย์ ประวัติอาชญากรรม เป็นต้น นอกจากน้ีหากบุคคลท่ีมีอานาจในการเผยแพร่
และนาสารสนเทศไปใช้ก็จะต้องไม่เผยแพร่สารสนเทศในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ
ข้อมูลหรือบุคคลทเ่ี กย่ี วข้อง หรอื ทาใหเ้ จ้าของขอ้ มูลเสยี หายแก่เกียรตยิ ศ ชอื่ เสยี งหรือการทางานได้
11.5 จริยธรรมกับความมั่นคงปลอดภยั ของระบบคอมพิวเตอร์
จริยธรรมสารสนเทศมีความสัมพันธ์กับความม่ันคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์อย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ เน่ืองจากพัฒนาการเทคโนโลยีในปัจจุบันทให้มีการนาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการ
จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเพิ่มมากข้ึน ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์จึง
อาจเส่ียงต่อการถูกแก้ไข ทาลาย หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ง่าย จึงจาเป็นต้องทาความเข้าใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ในด้านต่าง ๆ ซึ่งความสัมพันธ์แต่ละด้าน
น้ันถือเป็นมิติของจริยธรรมสารสนเทศที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จาเป็นต้องคานึงถึงคือ ความเป็นส่วนตัว
ความถูกต้องของข้อมูล ความเป็นเจ้าของข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูล จึงทาให้องค์กรและหน่วยงาน
ตา่ ง ๆ พยายามประมวลขอ้ บงั คบั ทเี่ กี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ข้นึ เป็นลายลักษณ์อักษรหรือท่ีเรียกว่า
จรรยาบรรณคอมพวิ เตอร์
11.6 สรปุ
จริยธรรมการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นแบบแผนควบคุมพฤติกรรมของคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ให้
เลือกกระทาแต่สิ่งที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อสังคมและไม่กระทบหรือสร้างความเสียหาย
ให้กับผู้อื่น จริยธรรมเป็นสิ่งที่สังคมกาหนดข้ึนมีวัตถุประสงค์เพ่ือยกระดับคุณค่าทางจิตใจโดยไม่มี
บทลงโทษท่ีชัดเจนต่างกับกฎหมายทอี่ อกโดยภาครฐั และมบี ทลงโทษทชี่ ดั เจน
จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์แบ่งเป็นด้านหลัก ๆ อาทิ การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล การ
ผลติ และจดั เกบ็ การเผยแพรแ่ ละนาไปใช้ การรักษาความมั่นคงปลอดภยั ของระบบคอมพวิ เตอร์
การมีจริยธรรมการใช้คอมพิวเตอร์จะส่งผลให้ผู้ใช้ ใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีความรับผิดชอบ รู้
ถูก รู้ผิด ก่อให้เกิดความปลอดภัยท้ังตอ่ ตนเองและส่วนรวม