70
5. คลกิ เมำส์ปุ่ม OK รูปแบบกำรแสดงตวั เลขจะเปลี่ยนไปตำมกำหนด
รปู แบบ ความหมาย
General ไม่มีกำรกำหนดรปู แบบ ตวั เลขที่แสดงจะเป็นไปตำมที่พมิ พ์
Number แสดงตัวเลขท่ัวไป โดยสำมำรถกำหนดจำนวนหลกั ทศนิยม กำรใชเ้ ครื่องหมำย
“,” คน่ั ทกุ 3 หลกั และกำรแสดงตัวเลขทม่ี ีคำ่ ตดิ ลบ เช่น ให้แสดงเป็นสแี ดง เป็น
ตน้
Currency แสดงตัวเลขที่เปน็ จำนวนเงนิ โดยสำมำรถกำหนดให้มเี ครื่องหมำยสกุลเงินนำหนำ้
และกำรแสดงตวั เลขเมื่อมคี ่ำตดิ ลบได้
Accounting แสดงตัวเลขคล้ำยกบั Currency แต่เคร่ืองหมำยสกลุ จะถูกจดั ชิดซ้ำยเซลล์และ
ตวั เลขจะถกู จัดชิดขวำเซลล์
Date ใช้กำหนดรปู แบบกำรแสดงวันที่
Time ใช้กำหนดรปู แบบกำรแสดงเวลำ
Percentage แปลงตวั เลขในเซลล์เปน็ เปอร์เซน็ ตโ์ ดยคูณดว้ ย 100 และแสดงเครอื่ งหมำย “%”
ปิดทำ้ ย เช่น ตวั เลข .75 จะแสดงเป็น 75%
Fraction แสดงตวั เลขเปน็ เศษสว่ น โดยสำมำรถกำหนดเลขท่ีเป็นคำ่ ส่วนไดด้ ้วย
Scientific แสดงตวั เลขเป็นแบบวิทยำศำสตร์ เชน่ .75 เป็น 7.50E-01
Text แสดงตวั เลขชิดซ้ำยเซลล์และตดั เครือ่ งหมำยทใ่ี ช้ออก
Special ใช้เครือ่ งหมำย “-” หรือชอ่ งวำ่ งระหว่ำงตัวเลข เพื่อแสดงตัวเลขท่ีเป็น
รหัสไปรษณยี ์ หมำยเลขโทรศัพทแ์ ละหมำยเลขประกันสังคม
Custom หำกไม่มกี ำรแสดงรูปแบบตวั เลขทีต่ อ้ งกำร กส็ ำมำรถกำหนดรูปแบบกำรแสดง
ขอ้ มูลไดเ้ อง
กาหนดรูปแบบการแสดงวันทแ่ี ละเวลา
1. คลิกเมำสข์ ้อมูลวันท่หี รอื ข้อมูลเวลำท่ีตอ้ งกำรเปลีย่ นรปู แบบใหม่
2. เลือก format > format cells
3. คลิกเมำสใ์ นชอ่ ง category เลอื ก date ถ้ำต้องกำรกำหนดรปู แบบวนั ทหี่ รอื เลือก time
ถำ้ ตอ้ งกำรกำหนดรูปแบบเวลำ
4. กำหนดแสดงวันทต่ี ำมรปู แบบของประเทศท่ีต้องกำรในช่อง Local (Location) :
(ตำแหนง่ กระทำกำร(ตำแหน่งทตี่ ้ัง) โดยตวั อยำ่ งจะเลอื ก Thai (Thailand) (ไทย)
5. กำหนดลกั ษณะกำรแสดงข้อมูลโดยเลอื กจำกตัวอย่ำงในกรอบ Type : (ชนดิ ปฏทิ นิ )
6. คลกิ เมำส์ป่มุ OK
71
4.3 กาหนดรปู แบบและขนาดตวั อักษรในตาราง
สำมำรถกำหนดรปู แบบและขนำดตัวอกั ษรหรือตัวเลขในตำรำงให้ดแู ตกตำ่ งกันได้เพื่อเนน้
ข้อมลู สำคัญและเพิ่มควำมสวยงำมใหก้ บั Worksheet
2. คลกิ เมาส์
4. คลกิ เมาส์เลอื กขนาดตวั อักษร
3. คลกิ เมาสเ์ ลือกแบบตัวอกั ษร
1. คลกิ เมาสเ์ ลือกขอ้ มูลทตี่ อ้ งการ
กาหนดรปู แบบ
ผลลพั ธ์
รูปท่ี 12 ข้นั ตอนกำรกำหนดรูปแบบและขนำดตวั อักษร
72
ใบงานปฏิบตั ิ
เร่ือง การใชโ้ ปรแกรมตาราง
จดุ ประสงค์
1. บอกคุณสมบัติของโปรแกรม Microsoft office excel ได้
2. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมูลได้
3. กำหนดรปู แบบและขนำดตัวอักษรในตำรำงได้
คาสั่ง / คาชแ้ี จง
1. ให้นกั เรียนสรำ้ งเอกสำรรำยรบั – รำยจำ่ ยในเดอื นสิงหำคมของนกั เรยี นแตล่ ะคน
2. แทรกกรำฟแสดงรำยรบั - รำยจ่ำยในเดอื นสงิ หำคม
3. ตกแตง่ ตำรำงใหส้ วยงำมตำมควำมชอบของตนเอง
4. บนั ทึกชที งำนเปน็ ไฟล์ .xls แลว้ สง่ งำนใน Google classroom
73
แผนการจัดการเรยี นรู้ สอนคร้งั ที่ 6
ชือ่ วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี รหัสวชิ า 20001-2001
หนว่ ยที่ 4 ช่อื หนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมตาราง จานวน 3 ชม.
1. หวั ขอ้ การเรยี นรู้
1. กำหนดข้อมลู ใหแ้ สดงเปน็ ตัวหนำ ตัวเอนและขีดเสน้ ใต้
2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมูลตำมเงื่อนไขที่ต้องกำร
3. จดั ขอ้ มูลให้อยู่ก่งึ กลำง ชดิ ซ้ำย ชิดขวำในแต่ละเซลล์
2. สาระสาคัญ
โปรแกรม Microsoft Office Excel เป็นโปรแกรมสำหรับงำนที่เก่ียวกับกำรคำนวณตัวเลข
โดยลักษณะกำรคำนวณน้นั เป็นไปในรูปแบบตำรำงกำรคำนวณท่ีเปน็ ช่องๆ ซง่ึ เรยี กว่ำ “เซลล์” (Cell)
มีควำมสำมำรถในกำรประมวลผลข้อมูลได้หลำกหลำย ทั้งรูปแบบ ตัวเลข ตัวอักษร สูตรกำรคำนวณ
วันท่แี ละเวลำ วิธกี ำรปอ้ นและแก้ไขขอ้ มูลมคี วำมยดื หย่นุ จำกคุณสมบัตเิ ซลล์ทเี่ ปน็ อิสระจำกกัน จึงทำ
ให้จัดกำรกับเซลล์ต่ำงๆ ได้ง่ำย มีแผนงำน (Worksheet) ที่เปรียบเสมือนหน้ำกระดำษคำนวณ
สำหรับแบง่ งำนออกจำกกนั และสำมำรถเชื่อมโยงกำรทำงำนกันได้
3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงควำมรู้เกี่ยวกับหลักกำรและกระบวนกำรใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสำรสนเทศ
ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสำรสนเทศ องค์ประกอบของเทคโนโลยีสำรสนเทศ ผลกระทบของกำร
ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศ จรยิ ธรรมและควำมรบั ผดิ ชอบในกำรใช้คอมพิวเตอรก์ ับระบบสำรสนเทศได้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. กำหนดขอ้ มลู ใหแ้ สดงเปน็ ตัวหนำ ตัวเอนและขดี เส้นใต้
2. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมูลตำมเงื่อนไขทต่ี อ้ งกำร
3. จัดข้อมลู ให้อยกู่ ึง่ กลำง ชดิ ซำ้ ย ชิดขวำในแต่ละเซลล์
4.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. กำหนดข้อมลู ให้แสดงเป็นตัวหนำ ตวั เอนและขดี เสน้ ใต้ได้
2. กำหนดรปู แบบกำรแสดงข้อมูลตำมเงือ่ นไขทตี่ ้องกำรได้
3. จัดขอ้ มลู ให้อยกู่ ึง่ กลำง ชดิ ซ้ำย ชดิ ขวำในแตล่ ะเซลลไ์ ด้
74
5. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยที่ 4 ครง้ั ท่ี 6 (จานวน 3 ชว่ั โมง)
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนำ แสดงควำมคิดเห็นและทบทวนเนื้อหำเก่ียวกับกำรจัดทำ
เอกสำร รำยงำนรูปแบบตำรำงด้วยโปรแกรม Microsoft Office Excel
2. ครแู สดงควำมคิดเห็นเพ่ิมเติม
ขัน้ สอน
4. ครสู ำธติ กำรกำหนดข้อมลู ให้แสดงเป็นตัวหนำ ตัวเอนและขดี เสน้ ใต้ สำธิตกำรกำหนด
รูปแบบกำรแสดงข้อมลู ตำมเง่ือนไขที่ต้องกำร
5. ครูอธิบำยและสำธติ วธิ กี ำรจดั ข้อมูลให้อยู่ก่ึงกลำง ชิดซ้ำย ชิดขวำในแต่ละเซลล์และให้
นกั เรยี นปฏิบตั ติ ำม
7. ครูอธิบำยวิธีกำรบันทึกเอกสำร กำรเปิด-ปิดเอกสำร และกำรออกจำกโปรแกรม ครูสำธิต
ให้นกั เรยี นดู และนักเรียนปฏบิ ัติตำมข้นั ตอนตำมครู
8. ครูกำหนดหัวข้อให้นักเรียนพิมพ์เอกสำร หัวข้อ ร้ำนค้ำของฉัน แล้วให้บันทึกไฟล์ชื่อ My
Shop แลว้ ให้นักเรียนทดลองใช้ คำสั่ง save หรอื save as เพ่อื ใหเ้ ห็นถึงควำมแตกตำ่ งของคำสง่ั
9. นักเรียนนำเสนอผลงำนของตนเองที่หน้ำช้ันเรียน
10. ครแู ละนักเรยี นสรปุ เนือ้ หำสำระสำคญั ครเู สนอแนะเพ่ิมเติม
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
11. เปดิ โอกำสใหน้ กั เรยี นซักถำมขอ้ สงสยั ครตู อบข้อสงสยั
12. นกั เรียนทำแบบประเมินผลกำรเรียนรู้ เสร็จแล้วจับคู่สลบั กันตรวจบันทึกผลกำรประเมิน
ส่งให้ครู
13. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องและเปรียบเทียบผลกำรประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลกำรประเมนิ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนทรำบควำมกำ้ วหน้ำในกำรเรยี นกำรสอน
14. กรณีมนี ักเรียนไมผ่ ่ำนกำรประเมินใหน้ ดั หมำยเวลำเพ่อื ทำกำรสอนเสริมต่อไป
6. ส่อื การจดั การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนวชิ ำ คอมพวิ เตอรแ์ ละสำรสนเทศเพ่อื งำนอำชีพ (20001-2001) ของบริษัท
ซัคเซส มเี ดยี จำกัด
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ หลังเรียน พร้อมเฉลย
3. แบบฝึกหัดทำ้ ยบท
4. แอปพลิเคชัน Excel
5. Google classroom
75
7. การวัดผลและประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมกำรปฏิบัติงำนรำยบุคคล
2. ตรวจแบบประเมินผลกำรเรียนรกู้ ่อนเรยี น
3. กำรสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดำ้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรปฏบิ ตั ิ
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนรู้หลงั เรียน 10 ขอ้
3. แบบสังเกตคณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรียนร่วมกนั ประเมิน
8. แหล่งการเรยี นรู้เพ่ิมเติม
1. ห้องสมดุ วิทยำลัยเทคนิคสว่ำงแดนดนิ
2. อนิ เทอรเ์ น็ต
76
สัปดาห์ท.่ี ................
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหัสวิชำ.........................วชิ ำ.............................................................ระดับ................. ชัน้ ปที ี่................
แผนกวชิ ำ....................................จำนวนนักเรียน..........คน มำเรยี น...............คน ขำดเรียน.............คน
มำสำย................คน ลำ.............คน สอนเม่ือวนั ท.่ี ............เดอื น..................................พ.ศ....................
หนว่ ยที.่ ................. ช่ือหนว่ ย...........................................................................จำนวน.................ชว่ั โมง
เนือ้ หำวตั ถุประสงค์และสอ่ื กำรสอน
.................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................. ...............
.................................................................................................................... ............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ปัญหำทีเ่ กิดขนึ้ ในระหวำ่ งกำรเรยี นกำรสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
แนวทำงกำรแกไ้ ขปญั หำของครูผสู้ อน และผลที่ได้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชื่อ................................................หวั หน้ำแผนก
(นำงสำวรจนำถ มลู ตรีแกว้ ) (นำงสกุ ญั ญำ ดนยั สวัสดิ์)
วันท.ี่ ......................................................... วนั ท.่ี .........................................................
77
ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หนว่ ยท่ี 4 เรอ่ื ง การใช้โปรแกรมตาราง
4.4 กาหนดข้อมูลใหแ้ สดงเป็นตัวหนา ตวั เอน และขีดเส้นใต้
นอกจำกกำรกำหนดรูปแบบและขนำดของตัวอักษรแล้ว กำรทำให้ตัวอักษรหรือตัวเลขใน
ตำรำงเป็นตัวหนำ ตัวเอน ขีดเส้นใต้ หรือมีลักษณะท่ีผสมกันไปก็สำมำรถเติมแต่ง Worksheet ให้ดู
นำ่ สนใจขน้ึ
2. คลกิ เมาส์เลือกรูปแบบ
1. คลกิ เมาส์เลอื กขอ้ มลู ทต่ี ้องการกาหนดรูปแบบ
3. รปู แบบเป็นไปตามทกี่ าหนด
รูปท่ี 13 กำรกำหนดขอ้ มลู ใหแ้ สดงเปน็ ตัวหนำ ตัวเอน ขีดเส้นใต้
4.5 กาหนดรูปแบบการแสดงขอ้ มูลตามเงื่อนไขท่ีต้องการ
ถำ้ ต้องกำรแสดงรปู แบบกำรแสดงขอ้ มลู เปล่ยี นตำมข้อมูลในตำรำง เชน่ ใหแ้ สดงตวั เลข
ยอดขำยของแตล่ ะเดือนเปน็ สีแดง ถ้ำยอดขำยต่ำกว่ำเป้ำหมำยทีก่ ำหนดไว้และแสดงเปน็ สีเขยี วถำ้
ยอดขำยสงู กว่ำเปำ้ หมำย ต้องกำหนดเงื่อนไขท่ใี ช้ดว้ ยตวั เอง
กาหนดเงือ่ นไข
ตวั อย่ำงนี้ จะกำหนดให้โปรแกรม Excel แสดงจำนวนเงนิ ท่ีมำกกว่ำ 500,000 บำท เป็นสี
เขยี ว
1. คลกิ เมำสเ์ ลือกข้อมลู ท่ีต้องกำรกำหนดเงื่อนไขกำรแสดงพิเศษ
2. เลอื กแทบ็ Home (หนำ้ แรก) ในกลุม่ Style (ลักษณะ) คลิกเลอื ก Conditional
Formatting > New rule (กำรจัดรูปแบบตำมเงื่อนไข > สร้ำงกฎ)
3. ในตัวอย่ำงนกี้ ำหนดชนดิ ของเง่ือนไขในกรอบ Select a rule type เป็น format only
cells that contain คือ จะกำหนดรูปแบบในเซลลห์ ำกข้อมูลตรงตำมเง่ือนไขที่กำหนด โดยเขำ้ ไป
78
กำหนดรำยละเอยี ดเพ่ิมเติมท่ีกรอบ Edit the rule description ซง่ึ ในตัวอยำ่ งเงื่อนไขคือ “ให้
พิจำรณำข้อมลู ทีม่ คี ่ำมำกกวำ่ 500000” โดยเลือกวำ่ “Cell value” “greater than” “500000”
4. คลิกเมำสป์ ุม่ format… เพ่ือกำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมลู ท่ีตอ้ งกำรใช้ ถำ้ เงื่อนไขนี้เปน็
จริง ในท่นี ้ีใหแ้ สดงตัวอกั ษรเป็นสเี ขยี ว
5. กำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมลู เม่ือเงื่อนไขนีเ้ ป็นจรงิ (ในตัวอย่ำงกำหนดใหแ้ สดงตัวอักษร
เป็นสเี ขยี วเม่ือค่ำในเซลลม์ ำกกวำ่ 500000)
6. คลกิ เมำสป์ ุ่ม OK เพื่อนำรูปแบบกำรแสดงข้อมูลตำมเง่ือนไขท่ีกำหนดมำใช้
7. คลกิ เมำสป์ ุ่ม OK เพ่ือจบกำรกำหนดเง่ือนไข
การกาหนดหลายเงอ่ื นไข
สำมำรถเพิ่มเง่ือนไขสำหรับกำหนดรูปแบบกำรแสดงข้อมลู ในแต่ละเซลลไ์ ด้อกี โดยเลอื กกลมุ่
เซลล์ทจ่ี ะกำหนดเงื่อนไขเพ่มิ ไปท่ี กลุ่มคำสัง่ Style แล้วคลกิ ปมุ่ Conditional Formatting เพื่อ
เลือกคำสัง่ New Rule
1. เลือกกลมุ่ เซลลท์ จ่ี ะกำหนดเง่ือนไขเพิม่
2. ทีก่ ลุ่มคำสง่ั style (ลักษณะ) คลิกปุม่ Conditional Formatting และเลือก New Rule…
เพ่มิ เงื่อนไข
ยกเลกิ เงือ่ นไขที่กาหนด
กำรยกเลิกเง่ือนไขทไี่ ด้กำหนดไว้ มีขนั้ ตอนดังน้ี
1. ลำกเมำสเ์ ลือกขอ้ มลู ทีต่ ้องกำรยกเลิกเง่ือนไข
2. เลอื ก Conditional formatting > Clear Rules > Clear Rules from
Selected Cells (กำรจดั รปู แบบตำมเง่ือนไข > ล้ำงกฎ > ลำ้ งกฎจำกเซลล์ที่เลือก)
4.6 จดั ข้อมูลให้อยู่กงึ่ กลาง ชดิ ซา้ ย ชดิ ขวาในแต่ละเซลล์
โดยปกตเิ มือ่ ป้อนข้อมลู ในตำรำงข้อมูลทีเ่ ปน็ ตวั เลขจะถูกจัดชดิ ขวำเซลล์ และขอ้ ควำมจะถกู
จดั ชดิ ซ้ำยเซลลเ์ สมอ หำกต้องกำรเปลี่ยนใหข้ ้อมูลถูกจัดอยู่กึง่ กลำง ชิดซำ้ ย หรือชดิ ขวำในเซลล์ก็
สำมำรถทำได้ดังนี้
1. คลกิ เมำสเ์ ลือกเซลลท์ ีต่ ้องกำรจดั รูปแบบใหม่
2. คลกิ เมำสเ์ ลอื กรูปแบบกำรจดั วำง
4.7 การวางแนวตัวข้อมูลในเซลล์
หำกตอ้ งกำรกำหนดกำรจดั วำงข้อมลู มำกกว่ำเพียงกำรวำงชิดขวำ ชดิ ซ้ำย หรือกึง่ กลำงใน
เซลล์ สำมำรถใช้ปมุ่ คำส่งั Format (รูปแบบ) และเลอื ก Format Cells… (จัดรูปแบบเซลล์) ซง่ึ
นอกจำกกำรแสดงข้อมูลในเซลลจ์ ะวำงตำมแนวปกติแล้ว ยงั สำมำรถกำหนดกำรวำงแนวขอ้ มลู ให้ชิด
ขอบบนหรือขอบล่ำงของเซลล์ทง้ั ยังสำมำรถกำหนดใหเ้ อียงเปน็ มุมตำมตอ้ งกำรไดด้ ว้ ย
79
1. คลิกเมำส์เลอื กเซลล์ทต่ี ้องกำรวำงแนวใหม่
2. เลือก Format > Format Cells… (รปู แบบ > จัดรปู แบบเซลล์)
3. คลกิ เมำสเ์ ลอื กแท็บ Alignment (กำรจดั แนว)
4. กำหนดรูปแบบกำรจัดข้อมูลในแนวนอนในชอ่ ง Horizontal (แนวนอน) ซง่ึ มีตัวเลอื กดังนี้
รปู แบบ ความหมาย
General กำรจดั ข้อมูลในเซลล์จะข้ึนกับประเภทข้อมลู โดยขอ้ มลู ทเ่ี ป็นตวั เลขหรือ
วันท่จี ะถชู ดิ ขวำ ข้อควำมจะถูกชิดซ้ำย และค่ำตรรกะจะถูกจดั ทกี่ ึ่งกลำง
Left (Indent) จัดขอ้ มูลชิดซำ้ ย โดยจะมีกำรเว้นชอ่ งว่ำงจำกขอบเซลล์ตำมค่ำที่กำหนด
ในช่อง Indent
Center จดั ขอ้ มลู ให้อยูก่ ่ึงกลำงเซลล์
Right (Indent) จัดขอ้ มูลชิดขวำขอบเซลล์
Fill แสดงข้อมูลในเซลล์ซำ้ ไปเรอื่ ย ๆ จนเตม็ เซลล์ ซึ่งอำจใช้ในกำรสรำ้ งเส้น
ขอบสำหรบั แบง่ ข้อมลู ในตำรำงโดยอำจพิมพ์ * ซึ่งจะแสดงเปน็ ********
รูปแบบ ความหมาย
Justify ถำ้ ข้อควำมยำวเกินเซลลใ์ หนำขอ้ ควำมมำแบ่งแสดงเป็นหลำยบรรทัด
และปรับพ้ืนทว่ี ่ำงระหว่ำงคำ ทำใหข้ ้อควำมทุกบรรทัดมีควำมกว้ำงเท่ำกบั
เซลล์
Center Across เป็นกำรนำข้อมูลในเซลล์ซำ้ ยสดุ มำแสดงกงึ่ กลำงเซลล์ทเ่ี ลือก
Selection
Distributed กำรกระจำยข้อมูลในเซลล์ตำมแนวนอน ตำมคำ่ ท่ีกำหนดในชอ่ ง Indent
(Indent)
5. กำหนดรูปแบบกำรจัดขอ้ มูลในแนวตัง้ ในช่อง Vertical (แนวตงั้ ) ซึ่งมีตวั เลือกดังน้ี
รปู แบบ ความหมาย
Top จดั ข้อมูลชิดขอบบน
Center จัดขอ้ มลู ที่อยู่ก่ึงกลำงขอบบนและขอบล่ำง
Bottom จดั ขอ้ มลู ชดิ ขอบลำ่ งเซลล์
Justify จดั ข้อควำมทม่ี หี ลำยบรรทัดใหช้ ดิ ขอบบนและขอบล่ำงของเซลล์
Distributed กำรกระจำยข้อมลู ในเซลลต์ ำมแนวตั้ง
6. ในกรอบ Orientation (กำรวำงแนว) ให้คลิกเมำส์เลือกกำรวำงแนวเป็นมุมเอียงตำม
ต้องกำร หรือกำหนดคำ่ เป็นองศำโดยตรงในชอ่ ง Degrees (องศำ)
7. คลิกเมำสป์ ่มุ OK
80
4.8 แสดงข้อมลู ให้ครบในเซลล์
ถำ้ ไม่ต้องกำรปรับเปลี่ยนควำมกว้ำงของคอลัมน์ตำ่ งๆ ในตำรำงเพรำะได้กำหนดอยำ่ ง
เหมำะสมแลว้ แต่พบวำ่ ข้อมูลทีป่ ้อนยำวจนล้นเกนิ ออกไปนอกเซลล์ โปรแกรมมี 3 วิธที ่สี ำมำรถแสดง
ข้อมูลในเซลลใ์ หค้ รบได้ คือกำรเพ่ิมควำมสงู เซลลโ์ ดยตดั คำในเซลลใ์ ห้แสดงแบบหลำยบรรทัด กำรย่อ
ขนำดตวั อักษรในเซลล์ให้แสดงไดค้ รบ และกำรรวมบำงเซลลใ์ นตำรำงเขำ้ ด้วยกันเปน็ เซลลใ์ หญ่ท่ี
เพยี งพอสำหรบั แสดงข้อมูลท้ังหมด
วธิ ีท่ี 1 เพ่ิมความสงู เซลล์โดยตัดคาในเซลลใ์ ห้แสดงแบบหลายบรรทดั
1. คลกิ เมำสเ์ ลือกข้อมูลท่ียำวล้นเกนิ เซลล์
2. คลิกปมุ่ Format และเลอื ก Format Cells…
3. คลิกเมำสแ์ ทบ็ Alignment
4. คลกิ เมำส์ใหม้ ีเครอ่ื งหมำยถกู หนำ้ Wrap text แล้วกด OK
เมือ่ ต้องกำรยกเลิกกำรตัดคำในเซลล์ ให้คลิกเมำสเ์ ลือกเซลล์ คลิกปุ่ม Format (รูปแบบ)
เลอื ก Format Cells…(จดั รปู แบบเซลล์) และคลิกยกเลิกเคร่ืองหมำยถกู ในช่อง Wrap text (ตดั
ขอ้ ควำม)
วธิ ที ่ี 2 การยอ่ ตัวอกั ษรให้แสดงพอดีกับเซลล์
อีกวิธีที่จะทำให้สำมำรถแสดงข้อควำมในเซลล์ได้ครบคือ กำรเปลย่ี นขนำดตวั อักษร
ให้เลก็ ลง โดยใหท้ ำตำมข้นั ตอนเดิมดงั ตวั อย่ำงทผี่ ่ำนมำ แต่ในขนั้ ตอนท่ี 4 ใหค้ ลิกเมำส์เลือก Shrink
to fit (ย่อให้พอดี) แทน
วธิ ีที่ 3 การรวมบางเซลล์เข้าดว้ ยกนั
วธิ ีน้เี ป็นกำรรวมเซลลใ์ นตำรำงเข้ำดว้ ยกนั เป็นเซลล์ใหญ่สำหรับแสดงข้อมลู โดยไม่
กระทบกบั เซลล์อน่ื ในตำรำง
1. คลกิ เมำส์เลือกกลมุ่ เซลล์ทีต่ ้องกำรนำมำรวมกัน
2. จำกแท็บ Home ทีก่ ลุ่ม Alignment เลือก Merge Cells
4.9 จดั เรยี งขอ้ มลู ให้อยูก่ ึ่งกลางแถวเพอ่ื ใช้เปน็ หัวเรื่อง
กำรจดั ข้อมูลให้อยกู่ ง่ึ กลำงแถวเพื่อใชเ้ ป็นหัวเรื่องของตำรำงไดโ้ ดยกำรใช้ Merge and
Center ในกล่มุ Alignment
1. คลิกเมำส์เลอื กข้อมลู ท่จี ะนำมำจัดให้อยู่ก่ึงกลำง
2. คลกิ ป่มุ ซำ้ ยของเมำสค์ ำ้ งไวแ้ ละลำกเมำส์ไปทำงขวำจะเกดิ แถบสี เปน็ กำร
กำหนดใหข้ ้อมูลถูกจดั ตรงกง่ึ กลำงของพื้นท่สี ่วนน้ี
3. คลิกเมำส์ ในแถบเครอื่ งมือ ข้อมูลจะถูกจดั ให้อย่กู ่ึงกลำงแถบดำท่กี ำหนด
81
4.10 ตกแต่งขอ้ มูลโดยการใช้สี
สำมำรถกำหนดสีใหก้ ับข้อมลู และสพี ้นื ในเซลล์ได้ด้วยวธิ กี ำรดังนี้
1. คลิกเมำสเ์ ลือกข้อมลู ทตี่ ้องกำรกำหนดสี
2. คลิกเมำส์เลอื ก (Font color) จำกแถบเคร่อื งมือ
3. คลิกเมำสเ์ ลือกสีตวั อกั ษรที่ตอ้ งกำร
4. คลกิ เมำสเ์ ลอื ก จำกแถบเคร่อื งมือแล้วเลอื กสที ี่ต้องกำร
4.11 การขดี เส้นตาราง
กำรขีดเส้นตำรำงชว่ ยใหง้ ำนดูมรี ะเบียบมำกขึน้ และสำมำรถแยกข้อมลู ออกเปน็ กลมุ่ ได้อย่ำง
ชัดเจน โดยปกตโิ ปรแกรม Microsoft Office Excel จะมีเสน้ ประขดี ระหวำ่ งทกุ เซลล์อยู่แลว้ แต่ใน
กรณที ตี่ ้องกำรใหม้ ีกำรขีดเสน้ ทีช่ ัดเจนกส็ ำมำรถทำไดด้ ังน้ี
1. ลำกเมำส์เลอื กเซลลห์ รือกลุ่มเซลล์ท่ีต้องกำรขดี เสน้ ใหม่
2. คลิกเมำส์เลอื ก จำกแถบเครื่องมือ
3. คลกิ เมำสเ์ ลอื กลักษณะกำรขดี เสน้ ท่ตี ้องกำรใช้กบั เซลล์ทเ่ี ลอื ก
4.12 ยกเลิกเสน้ ประทโ่ี ปรแกรม Microsoft Office Excel ขีดระหวา่ งเซลล์
สำมำรถยกเลิกเสน้ ประที่โปรแกรม Microsoft Office Excel ขดี แบ่งเซลล์ในตำรำงได้
เพ่อื ให้เส้นตำรำงที่ขีดมองเห็นได้ชัดเจนขน้ึ ดงั น้ี
1. คลิกเลือกแทบ็ Page Layout (เค้ำโครงหน้ำกระดำษ)
2. ทหี่ ัวข้อ Gridlines ใหค้ ลกิ เมำส์ยกเลกิ เคร่อื งหมำยถูกที่ช่อง View
3. เส้นประจะหำยไป Worksheet จะเหลอื เฉพำะเส้นกรอบท่ีกำหนดไว้
82
แบบทดสอบหลังเรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรยี นที่ 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก................................ห้อง...................
คาส่งั / คาชแี้ จง ให้เลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สุดเพยี งข้อเดียว
1. เครอ่ื งหมำย ฿ นำหน้ำตัวเลขใน excel หมำยถึงอะไร
ก. เป็นกำรแสดงสัญลักษณ์ธรรมดำ
ข. เปน็ กำรแสดงเคร่ืองหมำยสกลุ เงนิ
ค. เปน็ กำรแสดงว่ำตวั เลขเหล่ำนน้ั เปน็ ค่ำจำนวนธรรมดำ
ง. เป็นกำรแสดงว่ำตวั เลขเหลำ่ นน้ั เป็นคำ่ จำนวนเปอรเ์ ซน็ ต์
2. กำรเพ่ิมจุดทศนยิ มให้กับตัวเลข ต้องคลกิ เมำสท์ ป่ี มุ่ ใดบนแถบเครื่องมือ
ก. ข. ค. ง.
3. หำกตอ้ งกำรใหก้ ำรจดั กำรรูปแบบแสดงตวั เลขชิดซำ้ ยเซลล์และตัดเคร่ืองหมำย “,” และ “$” ออก
ตอ้ งเลอื กรูปแบบกำรแสดงตัวเลขแบบใด
ก. Text ข. Special
ค. Custom ง. Percentage
4. หำกขอ้ มลู ในเซลล์คือ 12345.4 เมือ่ กดป่มุ บนแถบเครื่องมือ ผลลัพธ์จะเป็นอย่ำงไร
ก. 12345.4 ข.12,345.4
ค. 12345.40 ง. 12,345.40
5. รูปแบบกำรจัดวำงข้อมลู ในแนวนอนแบบ General ผลลัพธ์ของข้อมูลจะเปน็ อยำ่ งไร
ก. ตัวเลขและวันท่ชี ิดขวำ ข้อควำมชดิ ซ้ำยและคำ่ ตรรกะอยู่ก่ึงกลำง
ข. ตัวเลขและวันที่ชิดซ้ำย ข้อควำมชิดขวำและคำ่ ตรรกะอยู่ก่งึ กลำง
ค. ตัวเลขและวันทีอ่ ยู่กึง่ กลำง ข้อควำมชิดซ้ำยและค่ำตรรกะชดิ ขวำ
ง. ตวั เลขและวันท่ีชดิ ซ้ำย ขอ้ ควำมอยู่กง่ึ กลำงและคำ่ ตรรกะชิดขวำ
6. รูปแบบกำรจัดวำงข้อมูลในแนวนอนแบบ Center Across Selection หมำยถึงข้อใดต่อไปน้ี
ก. นำข้อมลู ในเซลลซ์ ำ้ ยสุดมำแสดงกง่ึ กลำงเซลล์ทเี่ ลอื ก
ข. จดั ขอ้ ควำมทีม่ ีหลำยบรรทัดใหช้ ดิ ขอบบนและขอบล่ำงของเซลล์
ค. แสดงขอ้ มลู และเวน้ ช่องว่ำงจำกเซลล์ตำมค่ำท่ีกำหนดในชอ่ ง Indent
ง. เพมิ่ ระยะห่ำงระหว่ำงตัวอักษรและตดั ข้อควำมทย่ี ำวเกินเซลล์เป็นหลำยบรรทดั
7. กำรจัดวำงขอ้ มลู เปน็ แนวตั้งในเซลล์ รปู แบบคำสัง่ Justify หมำยถงึ ข้อใดต่อไปน้ี
ก. เปน็ กำรนำข้อมูลในเซลล์ซ้ำยสดุ มำแสดงกึ่งกลำงเซลลท์ ่เี ลือก
ข. จดั ข้อควำมทมี่ ีหลำยบรรทัดใหช้ ดิ ขอบบนและขอบลำ่ งของเซลล์
ค. แสดงขอ้ มลู และเว้นช่องวำ่ งจำกขอบเซลลต์ ำมค่ำที่กำหนดในช่อง Indent
83
ง. เพิม่ ระยะห่ำงระหว่ำงตัวอักษรและตดั ข้อควำมท่ยี ำวเกินเซลล์เป็นหลำยบรรทดั
8. ในแทบ็ Alignment หำกต้องกำรใหข้ ้อมูลทย่ี ำวกว่ำขนำดของเซลล์แสดงหลำยบรรทัดจะเลือกใช้
รปู แบบใด
ก. Cut text ข. Wrap text
ค. Merge cells ง. Shrink to fit
9. ในแทบ็ Alignment หำกต้องกำรให้ข้อมลู ท่ียำวกวำ่ ขนำดของเซลล์แสดงข้อมลู ท้ังหมดเซลลจ์ ะ
เลอื กใช้รปู แบบใด
ก. Cut text ข. Wrap text
ค. Merge cells ง. Shrink to fit
10. ข้อใดคือปุ่มในกำรรวมเซลล์พร้อมทั้งจัดข้อมลู ให้อยูก่ ึ่งกลำงเซลล์
ก. ข. ค. ง.
84
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
รหสั 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ช่ือ........................................................................แผนก.......................................ห้อง...................
คาสง่ั / คาชี้แจง ให้เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว
1. เคร่ืองหมำย ฿ นำหน้ำตัวเลขใน excel หมำยถงึ อะไร
ข. เปน็ กำรแสดงเครื่องหมำยสกุลเงิน
2. กำรเพ่ิมจุดทศนิยมใหก้ ับตัวเลข ตอ้ งคลิกเมำส์ที่ป่มุ ใดบนแถบเครื่องมือ
ค.
3. หำกตอ้ งกำรให้กำรจัดกำรรูปแบบแสดงตัวเลขชิดซำ้ ยเซลลแ์ ละตัดเคร่ืองหมำย “,” และ “$” ออก
ตอ้ งเลอื กรปู แบบกำรแสดงตวั เลขแบบใด
ก. Text
4. หำกขอ้ มูลในเซลล์คือ 12345.4 เมือ่ กดปุ่ม บนแถบเครื่องมือ ผลลพั ธ์จะเป็นอยำ่ งไร
ง. 12,345.40
5. รูปแบบกำรจัดวำงข้อมลู ในแนวนอนแบบ General ผลลพั ธ์ของข้อมลู จะเปน็ อย่ำงไร
ก. ตัวเลขและวนั ทช่ี ดิ ขวำ ข้อควำมชิดซำ้ ยและคำ่ ตรรกะอยู่กึง่ กลำง
6. รปู แบบกำรจดั วำงข้อมลู ในแนวนอนแบบ Center Across Selection หมำยถึงข้อใดต่อไปน้ี
ก. นำข้อมูลในเซลล์ซำ้ ยสดุ มำแสดงก่ึงกลำงเซลล์ท่เี ลอื ก
7. กำรจัดวำงขอ้ มลู เป็นแนวต้ังในเซลล์ รูปแบบคำสง่ั Justify หมำยถึงข้อใดต่อไปนี้
ข. จดั ข้อควำมทม่ี ีหลำยบรรทัดให้ชดิ ขอบบนและขอบล่ำงของเซลล์
8. ในแท็บ Alignment หำกต้องกำรให้ข้อมลู ท่ยี ำวกว่ำขนำดของเซลลแ์ สดงหลำยบรรทดั จะเลอื กใช้
รปู แบบใด
ข. Wrap text
9. ในแทบ็ Alignment หำกตอ้ งกำรให้ข้อมูลทีย่ ำวกวำ่ ขนำดของเซลล์แสดงข้อมลู ทั้งหมดเซลล์จะ
เลอื กใชร้ ปู แบบใด
ค. Merge cells
10. ขอ้ ใดคอื ปุ่มในกำรรวมเซลล์พร้อมท้ังจัดข้อมลู ให้อยู่กงึ่ กลำงเซลล์
ค.
85
ใบงานปฏิบัติ
เรื่อง การใชโ้ ปรแกรมตาราง
1. สร้ำงตำรำงข้อมลู ดังตวั อย่ำง และทำกำรบันทึกข้อมลู ต้ังชือ่ Workbook เป็น GoodsA2
แก้ไขรูปแบบข้อมลู ตวั อักษร วันที่ เพม่ิ ลบ แถว ขีดเสน้ ตำรำงและรปู แบบกำรแสดงตัวเลข
เพื่อใหไ้ ด้รปู แบบดงั ตัวอย่ำงถัดไป (รปู แบบข้อมลู หรอื เส้นตำรำง กำหนดตำมตอ้ งกำรไดแ้ ต่ให้
ตรวจสอบแถวและคอลัมน์ของขอ้ มลู ทีเ่ ป็นตวั เลข ตอ้ งให้ตรงกับรปู ตวั อยำ่ ง เพื่อนำไปใชง้ ำนในบท
ตอ่ ไป)
86
2. บนั ทกึ ข้อมูล (GoodsA2) และทำกำรปิด Workbook
3. สรำ้ งตำรำงข้อมูลดังตัวอย่ำง และทำกำรบันทึกข้อมูลตงั้ ช่ือ Workbook เป็น GoodsB2
แกไ้ ข รปู แบบข้อมูล ตัวอักษร วันที่ เพมิ่ ลบ แถว ขดี เส้นตำรำงและรูปแบบ กำรแสดงตัวเลข
เพือ่ ให้ไดร้ ปู แบบ ดงั ตัวอยำ่ ง (รูปแบบข้อมูลหรอื เส้นตำรำง กำหนดตำมต้องกำรได้ แต่ให้ตรวจสอบ
แถวและคอลมั น์ของขอ้ มูลทเ่ี ปน็ ตวั เลข ต้องใหต้ รงกับรปู ตัวอย่ำง เพ่ือนำไปใช้งำนในบทตอ่ ไป)
87
4. บันทกึ ข้อมูล (GoodsA2) และทำกำรปิด Workbook
5. สร้ำงตำรำงขอ้ มลู ดงั ตวั อย่ำง และทำกำรบนั ทึกข้อมลู ตง้ั ชอ่ื Workbook เป็น NetProfit2
แก้ไขรปู แบบข้อมลู ตัวอักษร วนั ที่ เพิม่ ลบ แถว ขีดเสน้ ตำรำงและรูปแบบกำรแสดงตัวเลข
เพอ่ื ให้ไดร้ ปู แบบ ดังตัวอย่ำง (รูปแบบข้อมูลหรอื เส้นตำรำง กำหนดตำมต้องกำรได้แต่ให้ตรวจสอบ
แถวและคอลัมน์ของข้อมูลท่ีเป็นตวั เลข ต้องให้ตรงกับรปู ตัวอย่าง เพื่อนำไปใช้งำนในบทต่อไป)
เลอื กรปู แบบวนั ที่
ตเี สน้ ตาราง
88
6. บนั ทึกข้อมูล (NetProfit2) และทำกำรปิด workbook
7. สรำ้ งตำรำงขอ้ มลู ดงั ตวั อย่ำง
8. แกไ้ ขและปรบั แตง่ ลบ เพิ่ม แถวหรอื คอลมั นเ์ พ่ือใหไ้ ด้ข้อมูลดงั รปู หมายเหตุ (กำรลบขอ้ มูลทง้ั
แถว หรอื ทงั้ คอลมั น์ หำกมกี ำรรวมคอมลัมน์อยู่ให้ทำกำรยกเลกิ กำรรวมคอลมั น์ก่อนจงึ จะสำมำรถลบ
คอลัมน์น้นั ได้)
9. บันทกึ ข้อมลู
89
แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 5
รหสั วชิ า 20001 - 2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ
ช่ือหน่วย การใช้สตู รคานวณ จานวน 9 ชั่วโมง
รายการหัวข้อการเรยี นรู้
1. การใชส้ ตู รคานวณ
2. เริ่มตน้ ป้อนสตู รคานวณ
3. การแก้ไขสตู รคานวณ
4. การย้ายและคัดลอกสตู ร
5. การอ้างอิงเซลลโ์ ดยใช้ชือ่ หัวคอลัมน์
6. คัดลอกสูตรด้วย Autofill
7. ใช้สตู รกบั ขอ้ มูลท่ีอยตู่ ่าง Worksheet และ Workbook
หัวข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรือจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. การใชส้ ตู รคานวณ 1. ป้อนสตู รคานวณในโปรแกรม Excel ได้
2. เรมิ่ ตน้ ปอ้ นสูตรคานวณ 2. แก้ไขสตู รคานวณได้
3. การแก้ไขสูตรคานวณ 3. ย้ายและคัดลอกสูตรได้
4. การยา้ ยและคัดลอกสตู ร 4. ปอ้ นสูตรแบบ Relative Addressing และ Absolute
Addressing ได้
5. การอา้ งองิ เซลลโ์ ดยใช้ชอ่ื หัวคอลัมน์ 5. คดั ลอกสูตรด้วย Autofill ได้
6. คดั ลอกสตู รดว้ ย Autofill 6. ใชส้ ตู รคานวณกับข้อมูลที่อยู่ตา่ ง Worksheet และ
Workbook
7. ใชส้ ตู รกับขอ้ มูลท่ีอยู่ต่าง 7. กาหนดชือ่ กล่มุ เซลล์เพื่อนามาใช้ในสูตรได้
Worksheet และ Workbook
วิธีการสอน : บรรยายและสาธติ
สอื่ การสอน :
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ (20001-2001) ของบริษัท ซัคเซส
มเี ดีย จากดั
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ กอ่ นเรียน / หลงั เรียน พร้อมเฉลย
3. Google Classroom
การประเมนิ :
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรุง
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
90
แผนการจดั การเรียนรู้
ชื่อวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี รหสั วชิ า 20001-2001 สอนครงั้ ที่ 7
หน่วยที่ 5 ช่อื หน่วย การใช้สตู รคานวณ จานวน 3 ชม.
1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. การใชส้ ตู รคานวณ
2. เริม่ ตน้ ปอ้ นสตู รคานวณ
3. การแก้ไขสตู รคานวณ
2. สาระสาคัญ
อีกความสามารถหนึ่งท่ีสาคัญบนโปรแกรม Excel ก็คือ การคานวณข้อมูลในตารางโดยใช้
สตู รและฟังก์ชัน การคานวณท่สี ามารถใหผ้ ลลัพธไ์ ดอ้ ย่างแมน่ ยาและรวดเร็ว
3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรูเ้ กีย่ วกับการใชส้ ตู รคานวณ การป้อนสูตรคานวณ การแก้ไขสตู รคานวณ การยา้ ย
และคัดลอกสูตร การอ้างอิงเซลล์โดยใช้ชื่อหัวคอลัมน์ การคัดลอกสูตรด้วย Autofill และการใช้สูตร
กับข้อมูลทีอ่ ย่ตู ่าง Workbook กบั Worksheet ได้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. การใช้สตู รคานวณ
2. เริ่มต้นปอ้ นสูตรคานวณ
3. การแกไ้ ขสูตรคานวณ
4.2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. ปอ้ นสูตรคานวณในโปรแกรม Excel ได้
2. ใสส่ ูตรคานวณได้
3. แกไ้ ขสูตรคานวณได้
5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 5 ครง้ั ท่ี 7 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทางานนาเสนอด้วย
โปรแกรมสาหรับจดั ทางานนาเสนอ Microsoft Office Excel ว่ามีประโยชน์อยา่ งไรบ้าง ดกี วา่ การจัด
ทางานนาเสนอด้วยโปรแกรมอ่ืนอย่างไร
91
2. ครแู สดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ
ขั้นสอน
3. ครูสาธิตการเรียกใช้งานโปรแกรม นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft Office Excel ครู
อธิบายวิธีการใช้แถบคาส่ัง แถบเคร่ืองมือต่างๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถึงคุณสมบัติใหม่ของ
โปรแกรม
4. ครูอธบิ ายถึงวธิ ีการในการพิมพเ์ อกสาร สาธิตใหน้ กั เรียนดู และนักเรียนปฏิบตั ิตามขน้ั ตอน
5. ครูอธิบายวิธีการใช้สูตร แก้ไขสูตร ครูสาธิตให้นักเรียนดู และนักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอน
ตามครู
6. ครูกาหนดงานให้นักเรียนจัดทาเอกสาร หัวข้อ บัญชีรายรับ-รายจ่าย แล้วให้นักเรียน
ทดลองใช้ คาส่ัง save หรือ save as เพ่ือบันทึกไฟล์นามสกุล .xls หรือ .xlsx เพ่ือให้เห็นถึงความ
แตกตา่ งของคาสั่ง
7. นักเรียนนาเสนอผลงานของตนเองและครใู หค้ ะแนน
8. ครูและนักเรียนสรุปเนื้อหาสาระสาคัญ ครูเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
ขั้นสรุปและการประยกุ ต์
9. เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามขอ้ สงสัย ครูตอบข้อสงสัย
10. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ท้ายบทและสง่ ใหค้ รู
11. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งและบันทึกคะแนน
6. สอื่ การจัดการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ (20001-2001) ของบริษทั
ซคั เซส มีเดยี จากัด
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ นเรยี น พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบัติ
4. Google classroom
7. การวัดผลและประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรูก้ อ่ นเรียน
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
92
เคร่ืองมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิ
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ก่อนเรยี น 10 ข้อ
3. แบบสงั เกตคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรยี นรว่ มกันประเมิน
8. แหล่งการเรยี นรเู้ พิ่มเติม
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดนิ
2. อินเทอร์เน็ต
93
สปั ดาห์ที่.................
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหัสวิชา......................วชิ า................................................................ระดับ................. ชัน้ ปที .ี่ ...............
แผนกวชิ า...........................................จานวนนักเรียน......................คน มาเรยี น...........................คน
ขาดเรียน.........คน มาสาย..........คน ลา..........คน สอนเมอ่ื วันท.ี่ .........เดือน......................พ.ศ..............
หนว่ ยที่...................... ช่อื หนว่ ย..........................................................................จานวน..............ชว่ั โมง
เน้อื หาวตั ถุประสงค์และส่ือการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาท่ีเกิดขึ้นในระหวา่ งการเรียนการสอน
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของครูผ้สู อน และผลที่ได้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน ลงชือ่ ................................................หัวหน้าแผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสุกัญญา ดนัยสวัสด์)ิ
วันที่.......................................................... วนั ท.ี่ .........................................................
107
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรยี นที่ 2/2563
ชอ่ื ...............................................................................แผนก...............................หอ้ ง....................
คาสงั่ / คาช้แี จง ใหเ้ ลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ุดเพยี งข้อเดียว
1. ในการเขยี นสูตรคานวณ =D8+D9D10+D11 ตรงกับความหมายในขอ้ ใด
ก. ค่ามาก ข. ผลรวม
ค. คา่ นอ้ ย ง. ผลเฉลีย่
2. ในกรณีที่พิมพ์สูตรผิด จะเกดิ อะไรขน้ึ ในเซลลท์ ่ีพิมพ์ลงไป
ก. จะแสดง MIN! และไมส่ ามารถคานวณได้
ข. จะแสดง MAX! และไมส่ ามารถคานวณได้
ค. จะแสดง ERR! และไมส่ ามารถคานวณได้
ง. จะแสดง SUM! และไม่สามารถคานวณได้
3. จากสตู ร =45/5+(8-2) โปรแกรม Excel จะมลี าดับการคานวณอย่างไร
ก. 45 หาร 5 และ 8 ลบ 2
ข. 45 หาร 5 บวก 8 ลบ 2
ค. 45 หาร 5, 8 ลบ 2 นาผลลัพธท์ ไี่ ดม้ าบวกกัน
ง. 8 ลบ 2, 45 หาร 5 นาผลลพั ธ์ท่ไี ด้มาบวกกัน
4. การเขียนสูตรโดยใช้ตาแหน่งอา้ งองิ ของเซลล์มีข้อดกี ว่าการพมิ พ์จานวนจริงอยา่ งไร
ก. เม่ือคา่ ในเซลล์ทส่ี ตู รใช้เปน็ ตวั ต้ังเปล่ียน ผลลพั ธ์ก็จะเปลี่ยน
ข. เม่อื ค่าในเซลล์ที่สตู รใช้เปน็ ตวั ต้ังคงเดมิ ผลลพั ธก์ ็จะเปล่ียน
ค. เม่อื ค่าในเซลลท์ ่ีสูตรใชเ้ ป็นตวั ตงั้ เปล่ียน ผลลัพธก์ ็จะเหมอื นเดิม
ง. เม่ือคา่ ในเซลลท์ ีส่ ูตรใช้เป็นตัวต้งั คงเดมิ ผลลัพธก์ จ็ ะเหมือนเดิม
5. หากต้องการคดั ลอกสูตรโดยทีไ่ มต่ ้องการให้ตาแหน่งอา้ งองิ เปลยี่ น สามารถทาได้อย่างไร
ก. ใชเ้ ครื่องหมาย ! นาหน้าช่ือแถวหรอื คอลัมน์ที่ไม่ต้องการเปลย่ี น
ข. ใช้เครอ่ื งหมาย $ นาหน้าช่ือแถวหรอื คอลัมน์ท่ไี ม่ต้องการเปลย่ี น
ค. ใชเ้ ครือ่ งหมาย & นาหนา้ ชอื่ แถวหรอื คอลัมน์ทีไ่ ม่ต้องการเปลย่ี น
ง. ใช้เคร่ืองหมาย @ นาหนา้ ชอื่ แถวหรือคอลัมน์ที่ไม่ต้องการเปล่ยี น
6. ข้อใดถูกต้อง
ก. โปรแกรม Excel จะเขา้ ใจวา่ เป็นสูตรเมอ่ื มีเครอ่ื งหมาย –
ข. โปรแกรม Excel จะเขา้ ใจว่าเป็นสูตรเมอื่ มเี ครอื่ งหมาย +
ค. โปรแกรม Excel จะเข้าใจว่าเป็นสูตรเมอ่ื มเี ครอื่ งหมาย =
ง. ถกู ทุกข้อ
108
7. ลักษณะการวางข้อมลู ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. Fresh Fill คดั ลอกข้อมูลแบบรวมขอ้ มลู ให้ดว้ ย
ข. Fill Series เปน็ การเรียงลาดับขอ้ มลู ตามตวั เลขต่อกนั
ค. Fill Formatting Only เป็นการคัดลอกมาเฉพาะรปู แบบของเซลลเ์ ทา่ น้ัน
ง. Fill Without Formatting เป็นการคัดลอกเฉพาะข้อมูลของเซลลโ์ ยไม่เอารูปแบบของ
เซลล์
8. ในสูตรคานวณ การอ้างอิงเซลล์ทอ่ี ยู่ต่าง Worksheet สามารถทาไดด้ ว้ ยวธิ ใี ด
ก. ใชช้ อ่ื Worksheet น้นั นาหน้าตาแหนง่ ของเซลล์ทีต่ ้องการอา้ งองิ ในสตู ร
ข. ใช้ตาแหน่งเซลล์ท่ีต้องการอ้างอิงในสตู รนาหน้าตามดว้ ยชอ่ื Worksheet
ค. ใชช้ อื่ Workbook นาหน้าตามด้วยชอ่ื Worksheet และตาแหนง่ เซลลท์ ต่ี ้องการอ้างองิ ใน
สูตร
ง. ใชต้ าแหน่งเซลล์ท่ีตอ้ งการอา้ งองิ ในสตู ร นาหน้าด้วยใชช้ อ่ื Workbook และ Worksheet
9. เมือ่ ป้อนสูตรคานวณจบแล้ว ตอ้ งกดปุ่มใดเพื่อใหโ้ ปรแกรม Excel แสดงผลลพั ธ์
ก. End ข. Enter ค. Insert ง. Numlock
10. ในการปอ้ นสูตรคานวณ การคูณ สามารถแทนไดด้ ว้ ยสัญลักษณ์ใด
ก. x ข. * ค. ^ ง. #
109
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ ภาคเรียนที่ 2/2563
ชอื่ .............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............
คาสง่ั / คาชแ้ี จง ใหเ้ ลอื กคาตอบที่ถกู ต้องที่สุดเพยี งข้อเดยี ว
1. ในการเขียนสตู รคานวณ =D8+D9D10+D11 ตรงกับความหมายในขอ้ ใด
ข. ผลรวม
2. ในกรณที ่ีพมิ พ์สูตรผิด จะเกิดอะไรขึน้ ในเซลลท์ ี่พมิ พ์ลงไป
ค. จะแสดง ERR! และไมส่ ามารถคานวณได้
3. จากสตู ร =45/5+(8-2) โปรแกรม Excel จะมลี าดับการคานวณอยา่ งไร
ง. 8 ลบ 2, 45 หาร 5 นาผลลัพธ์ทไี่ ด้มาบวกกนั
4. การเขยี นสูตรโดยใช้ตาแหน่งอา้ งองิ ของเซลลม์ ีขอ้ ดีกวา่ การพมิ พจ์ านวนจรงิ อยา่ งไร
ก. เมื่อค่าในเซลลท์ ีส่ ตู รใชเ้ ปน็ ตัวต้ังเปลยี่ น ผลลพั ธก์ ็จะเปลี่ยน
5. หากต้องการคดั ลอกสูตรโดยท่ีไม่ต้องการใหต้ าแหน่งอา้ งอิงเปลีย่ น สามารถทาได้อย่างไร
ข. ใชเ้ ครอื่ งหมาย $ นาหน้าชื่อแถวหรือคอลัมนท์ ีไ่ ม่ต้องการเปลย่ี น
6. ข้อใดถูกต้อง
ค. โปรแกรม Excel จะเขา้ ใจว่าเป็นสตู รเมือ่ มีเครือ่ งหมาย =
7. ลกั ษณะการวางข้อมลู ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. Fresh Fill คดั ลอกข้อมลู แบบรวมขอ้ มูลให้ด้วย
8. ในสูตรคานวณ การอ้างอิงเซลล์ที่อยตู่ ่าง Worksheet สามารถทาได้ดว้ ยวิธใี ด
ก. ใชช้ ่ือ Worksheet น้นั นาหน้าตาแหน่งของเซลลท์ ่ีต้องการอา้ งอิงในสตู ร
9. เมื่อป้อนสตู รคานวณจบแล้ว ต้องกดปมุ่ ใดเพื่อให้โปรแกรม Excel แสดงผลลัพธ์
ข. Enter
10. ในการปอ้ นสตู รคานวณ การคูณ สามารถแทนได้ดว้ ยสัญลักษณ์ใด
ข. *
110
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยท่ี 5 เรอื่ ง การใชส้ ตู รคานวณ
การคานวณของโปรแกรม Excel ไม่ไดม้ ีเพยี งการบวก ลบ คณู หาร เหมือนโปรแกรมทว่ั ไป
แตม่ ีความพเิ ศษคือ มีตาแหน่งของช่องตารางมาเก่ยี วข้อง ช่วยเหลือผู้ใชใ้ นการแก้ไขหรืออา้ งอิงข้อมลู
จากเซลล์ต่างๆ ที่มาใชร้ ่วมในการคานวณไดอ้ ย่างแม่นยาและถูกต้อง
5.1 เขา้ ใจการใชส้ ูตรคานวณ
เม่อื เราป้อนสูตรคานวณในตารางใหใ้ ช้เครื่องหมาย = (เทา่ กบั ) นาหน้าเสมอ มฉิ ะน้นั
โปรแกรม Excel จะถือวา่ สูตรท่ปี อ้ นเข้าไปนน้ั เป็นข้อความธรรมดา และจะไมน่ าไปคานวณ
เคร่ืองหมายการคานวณที่ใช้ในการเขยี นสตู ร ได้แก่ เคร่ืองหมายบวก ลบ คณู หาร ยกกาลังแ และ
เครื่องหมายเปอร์เซน็ ต์
เม่อื โปรแกรมนาสูตรทเ่ี ราเขียนไปคานวณ ลาดับการคานวณจะเกิดขึน้ ตามลาดับความสาคญั
ของเครือ่ งหมาย ดังน้ี
ลาดบั ความสาคญั เคร่ืองหมาย
1. วงเลบ็ ()
2. ยกกาลัง ^
3. คณู , หาร x,/
4. บวก , ลบ +,-
ตวั อยา่ งเช่น สตู ร =(2x3)^2/4+7 จะมีขัน้ ตอนการคานวณตามลาดบั ความสาคัญคือ
= 6^2/4+7
= 36/4+7
= 9+7
= 16
5.2 เริ่มต้นป้อนสูตรคานวณ
การป้อนสูตรคานวณในตารางของโปรแกรม Excel นั้นเริ่มต้นด้วยการคลิกช่องเซลล์ท่ี
ตอ้ งการและเริ่มต้นด้วยเคร่ืองหมาย = เพ่ือให้โปรแกรมทราบว่ากาลังจะป้อนสูตรคานวณ จากน้ันจึง
เรมิ่ ตน้ ป้อนสตู รทตี่ อ้ งการ
1. คลิกเมาส์เลือกเซลล์ทีจ่ ะป้อนสตู รคานวณหาผลรวม
2. พิมพ์สูตรคานวณในเซลล์ท่ีเลือกหรือที่แถบสูตรก็ได้โดยพิมพ์เคร่ืองหมาย = ตามด้วย
ตาแหนง่ ของเซลลท์ ่ตี ้องการนามาคานวณ
111
3. กด <enter> เมื่อเขยี นสตู รเสร็จ โปรแกรมจะคานวณตามสตู รและแสดงผลลพั ธ์ท่ีได้
** ถ้าเราพมิ พ์สตู รผดิ โปรแกรมจะไมส่ ามารถนาไปคานวณไดแ้ ละจะแสดง ERR! ใน
เซลล์ทีใ่ ช้สูตรคานวณนนั้
- ปอ้ นสตู รคานวณโดยใชเ้ มาสช์ ่วย
ในการป้อนสูตรคานวณหลังจากทีไ่ ดพ้ ิมพ์เครือ่ งหมาย = เราสามารถคลิกเมาสเ์ ลอื ก
เซลล์ท่ีตอ้ งการใชใ้ นสูตรได้โยไม่ต้องพิมพ์ เชน่ ถา้ เราคลดิ เมาส์ทเี่ ซลล์ C8 คาว่า C8 จะปรากฏในสตู ร
โดยทเี่ ราไมต่ ้องพมิ พ์ C8 เข้าไปโดยตรง
1. คลิกเมาส์เลือกเซลล์ทจี่ ะป้อนสูตรคานวณและพิมพ์เคร่ืองหมาย =
2. คลิกเมาส์เลือกเซลล์ที่ต้องการคานวณ (ช่ือเซลล์ท่ีเราเลือกจะปรากฏในเซลล์ท่ี
เลือกในข้นั ตอนที่ 1)
3. พมิ พ์เครอ่ื งหมาย +
4. ทาตามข้ันตอน 2 และ 3 เพ่ืออา้ งอิงเซลล์อื่น
5. กด <enter> เมอ่ื ป้อนสูตรเสร็จ
5.3 การแก้ไขสูตรคานวณ
หากต้องการเปล่ียนแปลงสูตรท่ีกาหนดไว้ใหม่ เราสามารถแก้ไขสูตรคานวณวในเซลล์ได้โดย
ดบั เบลิ คลิกทเี่ ซลล์นั้น และเข้าไปแกไ้ ขสูตรได้ทันที
1. ดับเบิลคลิกเซลล์ท่ีมีสูตรคานวณท่ีเราต้องการแก้ไข โปรแกรม Excel จะแสดง
สตู รทใ่ี ช้แทนผลลัพธ์และแสดงองค์ประกอบต่าง ๆ ในสูตรด้วยสีที่แตกต่างกัน และถ้าสูตรคานวณน้ัน
มีการอ้างอิงเซลลอ์ ่นื ในตาราง เซลลท์ ถี่ ูกอา้ งอิงเหล่านน้ั จะมีกรอบสลี อ้ มรอบ
2. ให้เราทาการแก้ไขสูตร เสร็จแล้วกดปุ่ม <enter> โปรแกรม excel จะคานวณ
สตู รนัน้ ใหมแ่ ละแสดงผลลัพธ์ที่ได้
112
ใบงานปฏบิ ัติ
เรอื่ ง การใชส้ ตู รคานวณ
จุดประสงค์
1. ป้อนสตู รคานวณในโปรแกรม Excel ได้
2. แก้ไขสตู รคานวณได้
3. ย้ายและคดั ลอกสูตรได้
คาสั่ง / คาช้ีแจง
1. ใหน้ กั เรยี นสร้าง Worksheet แล้วต้งั ชอื่ วา่ รายรบั - รายจา่ ย
2. ให้นักเรียนจาลองรายรบั – รายจา่ ยจานวน 1 เดอื น
3. ให้นักเรียนหาผลลัพธ์ค่าคงเหลือของรายรับ - รายจ่าย โดยให้ใส่สูตรเท่านั้นและสามารถ
คดั ลอกสตู รได้
4. สง่ งานทาง Google classroom
113
แบบฝึกหัดท้ายบท
เรอ่ื ง การใชส้ ตู ร
คาส่ัง / คาชี้แจง ตอบคาถามตอ่ ไปน้ีให้สมบูรณ์
1. ในการป้อนสตู รของโปรแกรม Microsoft Office Excel ทาไมต้องใสเ่ ครือ่ งหมาย “ = ” ทุกคร้งั
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
2. โปรแกรม Microsoft Office Excel มีลาดบั การคานวณสตู รอย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. เมอ่ื ตอ้ งการหาผลรวมจาก D1 ถึง D10 เราจะป้อนสูตรอย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
4. การป้อนสูตรคานวณโดยใชแ้ ถบสูตร (formula bar) แตกตา่ งจากการป้อนวธิ ีอ่นื อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
114
แผนการจดั การเรยี นรู้
ช่ือวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี รหสั วชิ า 20001-2001 สอนคร้ังที่ 8
หนว่ ยที่ 5 ช่ือหน่วย การใชส้ ูตรคานวณ จานวน 3 ชม.
1. หัวข้อการเรยี นรู้
1. การยา้ ยและคัดลอกสูตร
2. การอา้ งอิงเซลลโ์ ดยใช้ชื่อหัวคอลัมน์
2. สาระสาคญั
อีกความสามารถหนึ่งท่ีสาคัญบนโปรแกรม Excel ก็คือ การคานวณข้อมูลในตารางโดยใช้
สตู รและฟงั ก์ชนั การคานวณทส่ี ามารถให้ผลลัพธไ์ ด้อยา่ งแม่นยาและรวดเร็ว
3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรเู้ ก่ยี วกับการใช้สูตรคานวณ การปอ้ นสูตรคานวณ การแก้ไขสตู รคานวณ การยา้ ย
และคัดลอกสูตร การอ้างอิงเซลล์โดยใช้ชื่อหัวคอลัมน์ การคัดลอกสูตรด้วย Autofill และการใช้สูตร
กบั ข้อมลู ทีอ่ ยตู่ า่ ง Workbook กบั Worksheet ได้
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงคท์ ัว่ ไป
1. การย้ายและคัดลอกสูตร
2. การอ้างองิ เซลล์โดยใชช้ ่อื หัวคอลมั น์
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. สามารถยา้ ยและคัดลอกสตู รได้
2. สามารถอา้ งอิงเซลลโ์ ดยใช้ชอ่ื คอลัมน์ได้
5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยที่ 5 ครงั้ ที่ 8 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครทู บทวนความร้เู ก่ยี วกบั การใชโ้ ปรแกรม Microsoft Office Excel การป้อนสตู ร
คานวณ
2. ครูแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
115
ขนั้ สอน
3. ครูสาธิตการป้อนสูตรคานวณ การย้ายสูตรและวิธกี ารคดั ลอกสูตรคานวณ นักเรียนปฏิบัติ
ตามการสาธิตของครู
4. ครูอธิบายการคดั ลอกสูตรไปยงั ตาแหน่งท่ีตอ้ งการใส่สตู ร
5. ครอู ธบิ ายอา้ งองิ เซลล์ ครูสาธติ ให้นักเรียนดู และนักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนตามครู
6. ครูกาหนดงานใหน้ ักเรียนจดั ทาเอกสาร หัวขอ้ โปรแกรมตัดเกรด โดยให้ใชส้ ตู รและอ้างอิง
เซลล์ไปยัง Work sheet อื่น แล้วให้นักเรียนใช้คาสั่ง save หรือ save as เพ่ือบันทึกไฟล์นามสกุล
.xls หรือ .xlsx
7. นักเรยี นสง่ งานท่ไี ดร้ ับมอบหมายของตนเอง ครูตรวจและบนั ทึกคะแนน
8. ครูและนักเรยี นสรุปเนอ้ื หาสาระสาคัญ ครเู สนอแนะเพมิ่ เติม
ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์
9. เปิดโอกาสให้นกั เรยี นซักถามข้อสงสัย ครตู อบขอ้ สงสัย
10. นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทและสง่ ใหค้ รู
11. ครูตรวจสอบความถูกต้องแล้วบนั ทึกคะแนน
6. สื่อการจดั การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ (20001-2001) ของบริษัท
ซัคเซส มีเดีย จากัด
2. แบบฝึกหัดทา้ ยบท
3. ใบงานปฏบิ ัติ
4. Google classroom
7. การวดั ผลและประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ าน
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่ืองมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานกลมุ่
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ก่อนเรยี น/หลงั เรียน 10 ขอ้
116
3. แบบสงั เกตคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นกั เรยี นร่วมกนั ประเมนิ
8. แหล่งการเรียนรเู้ พ่มิ เติม
1. ห้องสมุดวทิ ยาลยั เทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. อนิ เทอรเ์ นต็
117
สัปดาห์ท.ี่ ................
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหสั วิชา.......................วชิ า...............................................................ระดับ................. ช้นั ปที .่ี ...............
แผนกวชิ า.................................................จานวนนักเรียน.........คน มาเรยี น.........คน ขาดเรยี น.......คน
มาสาย................คน ลา.............คน สอนเม่ือวนั ท.่ี .........เดือน....................................พ.ศ.....................
หน่วยท่.ี ..................... ช่อื หนว่ ย..............................................................................จานวน..........ชวั่ โมง
เน้อื หาวตั ถุประสงคแ์ ละสื่อการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาทเ่ี กดิ ขึ้นในระหวา่ งการเรียนการสอน
.......................................................................................................... ......................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครูผูส้ อน และผลท่ีได้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................. ...................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผ้สู อน ลงชอ่ื ................................................หวั หน้าแผนก
(นางสุวิมล อักษรกลาง) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวัสดิ)์
วันท.ี่ ......................................................... วันท่ี..........................................................
120
ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หน่วยท่ี 5 เรื่อง การใช้สูตรคานวณ
5.4 การย้ายและคัดลอกสตู ร
เราสามารถย้ายหรือคัดลอกสูตรที่ป้อนในตารางได้โดยใช้วิธีเดียวกับการย้ายหรือคัดลอก
ข้อมูลธรรมดาแต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ท่ีถูกต้องจากการคานวณ เราต้องทาความเข้าใจการคัดลอกแบบ
สัมพันธ์กับตาแหน่ง (Relative Addressing) และการคัดลอกแบบยึดตาแหน่งเดิม (Absolute
Addressing)
การคดั ลอกแบบสัมพนั ธ์กับตาแหนง่ (Relative Addressing)
สาหรับสูตรท่ีมเี ฉพาะตวั เลขเท่าน้ัน เชน่ =12+5*2 การคัดลอกหรอื เคลื่อนยา้ ยสูตรจากเซลล์
หน่ึงไปยังอกี เซลล์หนงึ่ จะไม่ทาให้ผลลัพธ์ท่ีได้จากการคานวณเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด เพราะไม่ว่า
สูตรจะอยูท่ ี่เซลล์ใด ผลลัพธ์ทไี่ ด้ก็ยังเท่ากับ =12+5*2 =34 เสมอ แต่สาหรับสูตรท่ีใช้ตาแหน่งอ้างอิง
ของเซลล์ เช่น =A4*A3 เมื่อมีการคัดลอกหรือการเคลื่อนย้ายสูตรไปยงเซลล์อ่ืน ผลลัพธ์ที่ได้จากการ
คานวณจะเปล่ียนไปเพราะโปรแกรม Excel จะเปลี่ยนตาแหน่งอ้างอิงของเซลล์ในสูตรเป็นสัดส่วน
ตามระยะทางที่เซลล์ถูกยา้ ยหรือคัดลอก
ตัวอย่างดังรูป เม่ือสูตร =C6*D6 ในเซลล์ E6 ถูกคัดลอกไปที่ตาแหน่ง E7 สูตรท่ีแสดงใน
เซลล์ E7 จะเปล่ียนเป็น =C7*D7 โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะสัมพันธ์กับระยะทางท่ีเซลล์ E6 ถูก
คัดลอกลงลา่ ง 1 เซลล์
=B11+C11+D11+E11
รูปท่ี 14 ตัวอย่างการคดั ลอกสูตร
121
5.5 การอ้างองิ เซลลโ์ ดยใช้ชื่อหัวคอลัมน์
เม่ือต้องการอ้างอิงเซลล์ในสูตรคานวณท่ีมีช่ือหัวคอลัมน์ เราอาจใช้ชื่อคอลัมน์น้ันแทน
ตาแหน่งเซลล์ได้ เช่น ในตัวอย่างเราสามารถพิมพ์ “=Quarter3+Quarter4” แทนการใช้สูตร
“=D11+E11” ซง่ึ วิธีนี้นอกจากจะทาให้การเขียนสูตรสะดวกเพราะเราไม่ตอ้ งจาช่ือเซลล์แล้ว ยังทาให้
สูตรดูเข้าใจง่ายด้วย โดยเมื่อเราคัดลอกสูตรท่ีอ้างอิงช่ือคอลัมน์นี้ โปรแกรม Excel จะเปล่ียนเซลล์ท่ี
อา้ งองิ ให้โดยอตั โนมัตทิ าใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ี่ถูกต้องเสมอ
1. ตั้งชื่อกลุ่มเซลล์D8ถึง D14 เปน็ Quarter3
2. ตง้ั ช่อื กลุม่ เซลล์E8ถงึ E14 เปน็ Quarter4
3. ใสส่ ูตรคานวณแล้วคดั ลอกลงมา
รูปท่ี 15 ตวั อย่างการอ้างองิ เซลล์
122
ใบงานปฏบิ ตั ิ
เรื่องการใชส้ ูตร
จุดประสงค์
1. สามารถย้ายและคดั ลอกสตู รได้
2. สามารถอา้ งองิ เซลล์โดยใช้ชื่อคอลมั น์ได้
คาสัง่ /คาชี้แจง
1. ให้นกั เรยี นสรา้ ง Workbook แล้วตั้งชอ่ื วา่ โปรแกรมตดั เกรด จากน้นั ตงั้ ชื่อ Worksheet1
ว่า คะแนนรวม
2. ให้นักเรียนจาลองคะแนนของนกั เรียนจานวน 25 คน
3. สรา้ ง Worksheet ใหม่และกาหนดชื่อวา่ เกรด และทาการตดั เกรดโดยใช้สตู รโดยมี
เง่อื นไขคะแนนดังน้ี
0 – 49 ให้แสดงเกรด 0
50 – 59 ให้แสดงเกรด 1
60 – 69 ใหแ้ สดงเกรด 2
70 – 79 ใหแ้ สดงเกรด 3
80 – 100 ใหแ้ สดงเกรด 4
ถา้ คะแนนไมอ่ ยรู่ ะหวา่ ง 0 – 100 ใหแ้ สดงขอ้ ความ “error”
4. ทาการอ้างองิ เซลลโ์ ดยให้ผลเกรดแสดงใน Worksheet ชอ่ื เกรด
123
แบบฝกึ หัดท้ายบท
เรื่องการใช้สูตร
คาสัง่ /คาช้ีแจง ตอบคาถามต่อไปน้ใี หส้ มบรู ณ์
1. จงเขยี นสูตรคานวณหาผลคณู ของข้อมูลระหวา่ ง C7 ใน Worksheet GoodsA และ C7 ใน
Worksheet GoodsB เมอ่ื ปัจจุบันอย่ใู น Worksheet NetProfit
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธบิ ายความแตกตา่ งของการคดั ลอกและยา้ ยสูตรแบบ relative addressing และ Absolute
addressing
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธบิ ายผลของการอา้ งอิงเซลล์แบบ Absolute addressing ตอ่ ไปน้ี
=C$12
=$C12
=$C$12
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ถา้ จะอ้างองิ เซลล์ขา้ ม Workbook ช่ือ Exam Worksheet ชือ่ Sheet1 ที่เกบ็ ในโฟลเดอร์
Project ใน ไดรฟ์ C: จะต้องพมิ พอ์ ยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
124
แผนการจัดการเรียนรู้
ชือ่ วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี รหัสวชิ า 20001-2001 สอนคร้ังท่ี 9
หน่วยท่ี 5 ชอ่ื หน่วย การใชส้ ตู รคานวณ จานวน 3 ชม.
1. หัวขอ้ การเรียนรู้
1. คดั ลอกสูตรด้วย Autofill
2. ใชส้ ตู รกบั ขอ้ มลู ที่อยู่ตา่ ง Worksheet และ Workbook
2. สาระสาคัญ
อีกความสามารถหนึ่งที่สาคัญบนโปรแกรม Excel ก็คือ การคานวณข้อมูลในตารางโดยใช้
สตู รและฟงั ก์ชนั การคานวณทส่ี ามารถให้ผลลัพธไ์ ดอ้ ยา่ งแม่นยาและรวดเรว็
3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรเู้ กย่ี วกับการใชส้ ตู รคานวณ การป้อนสูตรคานวณ การแก้ไขสูตรคานวณ การย้าย
และคัดลอกสูตร การอ้างอิงเซลล์โดยใช้ช่ือหัวคอลัมน์ การคัดลอกสูตรด้วย Autofill และการใช้สูตร
กบั ข้อมลู ที่อยู่ต่าง Workbook กบั Worksheet ได้
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จุดประสงค์ท่วั ไป
1. คดั ลอกสูตรด้วย Autofill
2. ใช้สตู รกับขอ้ มูลท่อี ยตู่ า่ ง Worksheet และ Workbook
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. สามารถคดั ลอกสูตรดว้ ย Autofill ได้
2. สามารถใช้สูตรกบั ข้อมูลท่ีอยตู่ ่าง Worksheet และ Workbook ได้
5. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยท่ี 5 คร้งั ที่ 9 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครทู บทวนความรเู้ ดมิ เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Microsoft Office Excel
2. ครูแสดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ
ขั้นสอน
3. ครสู าธติ วิธกี ารคดั ลอกสตู รด้วยวิธี Autofill
4. ครอู ธบิ ายและสาธติ วธิ ีการใสส่ ตู รให้กบั ข้อมูลทอ่ี ยู่ต่าง Workbook และ Worksheet และ
นกั เรียนปฏิบัติตามขน้ั ตอน
125
5. ครูกาหนดงานให้นักเรียนจัดทาเอกสาร หัวข้อ บัญชีรายรับรายจ่าย แล้วให้นักเรียน
ทดลองใช้ คาสั่ง save หรือ save as เพื่อบันทึกไฟล์นามสกุล .xls หรือ .xlsx เพื่อให้เห็นถึงความ
แตกต่างของคาสั่ง
6. นักเรียนส่งผลงานของตนเองและครูบันทึกคะแนน
7. ครูและนักเรียนสรปุ เนื้อหาสาระสาคญั ครูเสนอแนะเพิ่มเติม
ขั้นสรุปและการประยุกต์
8. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสัย ครตู อบข้อสงสยั
9. นักเรียนทาแบบประเมินผลการเรียนรู้ เสร็จแล้วจับคู่สลับกันตรวจบันทึกผลการประเมิน
สง่ ให้ครู
10. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมินให้นักเรยี นแต่ละคนทราบความก้าวหน้าในการเรยี นการสอน
11. กรณีมีนกั เรยี นไม่ผา่ นการประเมินใหน้ ัดหมายเวลาเพื่อทาการสอนเสริมต่อไป
6. สื่อการจัดการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี (20001-2001) ของบริษทั
ซัคเซส มเี ดยี จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หลงั เรยี น พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบตั ิ
4. Google classroom
7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตงิ าน
2. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรหู้ ลังเรยี น
3. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบตั งิ าน
2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ นเรียน/หลังเรียน 10 ขอ้
3. แบบสังเกตคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรยี นร่วมกันประเมิน
126
8. แหล่งการเรียนร้เู พิม่ เติม
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. อินเทอรเ์ นต็
127
สปั ดาหท์ ่ี.................
บันทึกหลงั การสอน
รหสั วชิ า...........................วชิ า...........................................................ระดับ................. ชนั้ ปที ี.่ ...............
แผนกวิชา............................................จานวนนักเรยี น...........คน มาเรียน..........คน ขาดเรยี น.........คน
มาสาย................คน ลา.............คน สอนเม่ือวันท.ี่ .........เดอื น...........................................พ.ศ..............
หนว่ ยท.่ี ................. ชอ่ื หน่วย................................................................................จานวน............ชั่วโมง
เนื้อหาวัตถุประสงคแ์ ละสอื่ การสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหวา่ งการเรียนการสอน
.................................................................................................... ............................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ไขปัญหาของครูผสู้ อน และผลที่ได้
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผูส้ อน ลงชอ่ื ................................................หวั หนา้ แผนก
(นางสุวมิ ล อกั ษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวัสด)ิ์
วันท.ี่ ......................................................... วนั ท่ี..........................................................
128
ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หนว่ ยท่ี 5 เรอ่ื ง การใช้สตู รคานวณ
5.6 การคัดลอกสตู รอย่างรวดเรว็
ถา้ เซลลท์ ี่เราต้องการคดั ลอกสตู รไปใชอ้ ย่ตู ดิ กนั มีวิธีคัดลอกสูตรท่เี ร็วกวา่ การใช้ copy
(คดั ลอก) และ paste(วาง) ดังข้นั ตอนต่อไปนี้
1
2
3
รปู ท่ี 16 ขนั้ ตอนการคดั ลอกสตู ร
1. คลกิ เมาสเ์ ลือกเซลลท์ ่ีมสี ูตรท่จี ะคัดลอกไปใชก้ ับเซลลอ์ ่ืน
2. เลื่อนเคอร์เซอรไ์ ปทีม่ ุมล่างขวาของเซลล์ ตวั ชเี้ มาสจ์ ะเปล่ยี นเปน็ + ใหล้ ากเมาส์
เพื่อคัดลอกเซลล์ตามต้องการ
3. ปล่อยเมาส์ สตู รจะถูกคดั ลอกไปยงั เซลล์ทีเ่ ลือก
5.7 การใชส้ ตู รกบั ข้อมูลท่ีอยูต่ ่าง Worksheet และ Workbook
ขอบเขตของการอ้างอิงเซลล์ในสูตรไม่ได้ถูกจากัดเฉพาะใน Worksheet ใด Worksheet
หน่ึงเท่านั้น แต่เราสามารถอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ต่าง Worksheet (แต่อยู่ใน Worksheet เดียวกัน) หรือ
อ้างองิ เซลล์ทอ่ี ยตู่ ่าง Workbook ไดด้ ว้ ย
วธิ ีอ้างอิงเซลลท์ ีอ่ ยู่ตา่ ง Worksheet
การอ้างอิงเซลล์ท่ีอยู่ต่าง Worksheet สามารถทาได้โดยใช้ชื่อของ Worksheet นาหน้า
ตาแหน่งของเซลล์ที่ต้องการในสูตร เช่น ในตัวอย่างงบประมาณได้ถูกแยกเก็บใน Worksheet ชื่อ
“งบประมาณขาย” “งบประมาณค่าใช้จ่ายในการขาย” ดังรูป
129
รปู ท่ี 17 การอา้ งอิงเซลลท์ ี่อย่ตู ่าง Worksheet (1)
รูปท่ี 18 การอา้ งองิ เซลล์ทีอ่ ยู่ตา่ ง Worksheet
เมื่อเราต้องการหายอดขายรวมสนิ ค้าและต้องการบนั ทึกคา่ น้นั ไว้ใน Worksheet ช่อื “สรปุ ”
เราจะต้องปอ้ นสูตรคานวณที่อ้าอิงเซลล์ในแตล่ ะ Worksheet ดงั นี้
- สรา้ ง Worksheet ใหม่ กาหนดชอื่ เปน็ “สรปุ ”
- ป้อนสูตรคานวณ = งบประมาณขาย!F6 ในเซลลท์ ตี่ ้องการใสง่ บประมาณขาย
และกดปุ่ม <Enter> ในโปรแกรม Excel จะแสดงผลรวมงบประมาณขายใน
เซลล์นน้ั และป้อนสตู ร =งบประมาณค่าใช้จา่ ยในการขาย!F6 ในเซลลท์ ่ี
ตอ้ งการใส่งบประมาณคา่ ใชจ้ ่ายในการขายและกดปุ่ม <Enter> โปรแกรม
Excel จะแสดงผลรวมงบประมาณคา่ ใชจ้ า่ ยในการขายในเซลล์น้ัน
130
2. ปอ้ นสูตรคานวณ
= งบประมาณขาย!F6
=งบประมาณคา่ ใชจ้ ่ายในการขาย!F6
1. สรา้ ง Worksheet ใหม่
รปู ท่ี 19 ผลลัพธ์ที่ได้จากการอ้างอิงเซลล์
จะเห็นได้วา่ การอ้างองิ ข้อมูลในเซลลท์ ี่อยู่ตา่ ง Worksheet น้ัน จะตอ้ งมีช่ือของ Worksheet
ขึน้ หน้า ตามด้วยตาแหน่งอ้างอิงของเซลล์ (ทงั้ 2 คา่ น้ีจะถกู แยกจากกนั ด้วยเคร่ืองหมาย !) ทุกครั้งท่ี
ค่าตัวตัง้ ใน Worksheet ใดกต็ ามเปลย่ี นค่าในเซลลท์ ่ีใชส้ ตู รคานวณจะเปล่ยี นตามดว้ ยเช่นกนั
วิธอี า้ งองิ เซลล์ขา้ ม Workbook
เราสามารถอ้างอิงเซลลท์ อี่ ยู่ต่าง Workbook โดยใชร้ ูปแบบ ดงั นี้
(ตาแหน่งเกบ็ Workbook) [WORKBOOK.xlsx]WORKSHEET!CELL
ตวั อยา่ งเช่น เราอาจพิมพ์ “=c:\My documents\[Sale.xlsx]January!F11” ในสตู ร
คานวณเพื่ออ้างอิงเซลล์ F11 ใน Worksheet ท่มี ีช่ือวา่ “January” ของ Workbook “Sale” ทเี่ ก็บ
ในโฟลเดอร์ My documents ในไดรฟ์ C:
131
แบบทดสอบหลังเรยี น
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชพี ภาคเรียนท่ี 2/2563
ชอ่ื .........................................................................แผนก.......................................ห้อง.................
คาส่งั / คาชี้แจง ใหเ้ ลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดียว
1. ในการเขียนสูตรคานวณ =D8+D9D10+D11 ตรงกับความหมายในข้อใด
ก. ค่ามาก ข. ผลรวม
ค. คา่ นอ้ ย ง. ผลเฉล่ีย
2. ในกรณีที่พิมพ์สูตรผิด จะเกิดอะไรขนึ้ ในเซลลท์ ี่พิมพ์ลงไป
ก. จะแสดง MIN! และไม่สามารถคานวณได้
ข. จะแสดง MAX! และไม่สามารถคานวณได้
ค. จะแสดง ERR! และไม่สามารถคานวณได้
ง. จะแสดง SUM! และไมส่ ามารถคานวณได้
3. จากสตู ร =45/5+(8-2) โปรแกรม Excel จะมีลาดับการคานวณอย่างไร
ก. 45 หาร 5 และ 8 ลบ 2
ข. 45 หาร 5 บวก 8 ลบ 2
ค. 45 หาร 5, 8 ลบ 2 นาผลลัพธ์ท่ไี ดม้ าบวกกัน
ง. 8 ลบ 2, 45 หาร 5 นาผลลพั ธท์ ่ไี ดม้ าบวกกนั
4. การเขยี นสูตรโดยใชต้ าแหนง่ อา้ งอิงของเซลล์มีข้อดีกว่าการพมิ พจ์ านวนจรงิ อยา่ งไร
ก. เม่ือค่าในเซลลท์ ีส่ ูตรใช้เป็นตัวตัง้ เปลยี่ น ผลลพั ธ์ก็จะเปล่ียน
ข. เม่อื ค่าในเซลลท์ สี่ ูตรใช้เปน็ ตัวตงั้ คงเดิม ผลลัพธก์ จ็ ะเปล่ียน
ค. เม่ือค่าในเซลล์ที่สูตรใชเ้ ป็นตวั ตงั้ เปลยี่ น ผลลพั ธก์ ็จะเหมอื นเดิม
ง. เมอื่ ค่าในเซลล์ทสี่ ตู รใช้เป็นตัวตงั้ คงเดมิ ผลลพั ธ์กจ็ ะเหมือนเดมิ
5. หากตอ้ งการคดั ลอกสตู รโดยท่ไี ม่ต้องการใหต้ าแหน่งอ้างองิ เปลย่ี น สามารถทาได้อย่างไร
ก. ใช้เครอ่ื งหมาย ! นาหนา้ ชื่อแถวหรอื คอลัมน์ท่ไี มต่ ้องการเปลย่ี น
ข. ใชเ้ ครอ่ื งหมาย $ นาหน้าชื่อแถวหรอื คอลัมนท์ ่ไี ม่ต้องการเปลย่ี น
ค. ใช้เคร่ืองหมาย & นาหน้าชือ่ แถวหรือคอลัมน์ท่ีไมต่ ้องการเปล่ยี น
ง. ใชเ้ ครื่องหมาย @ นาหน้าช่ือแถวหรือคอลัมน์ทไ่ี ม่ต้องการเปลยี่ น
6. ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. โปรแกรม Excel จะเข้าใจวา่ เป็นสูตรเมื่อมเี คร่ืองหมาย –
ข. โปรแกรม Excel จะเขา้ ใจว่าเปน็ สตู รเมือ่ มเี ครอ่ื งหมาย +
ค. โปรแกรม Excel จะเข้าใจวา่ เป็นสูตรเมื่อมเี คร่อื งหมาย =
ง. ถูกทุกข้อ
132
7. ลักษณะการวางข้อมลู ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. Fresh Fill คดั ลอกข้อมูลแบบรวมขอ้ มลู ให้ดว้ ย
ข. Fill Series เปน็ การเรียงลาดับขอ้ มลู ตามตวั เลขต่อกนั
ค. Fill Formatting Only เป็นการคัดลอกมาเฉพาะรปู แบบของเซลลเ์ ทา่ น้ัน
ง. Fill Without Formatting เป็นการคัดลอกเฉพาะข้อมูลของเซลลโ์ ยไม่เอารูปแบบของ
เซลล์
8. ในสูตรคานวณ การอ้างอิงเซลล์ทอ่ี ยู่ต่าง Worksheet สามารถทาไดด้ ว้ ยวธิ ใี ด
ก. ใชช้ อ่ื Worksheet น้นั นาหน้าตาแหนง่ ของเซลล์ทีต่ ้องการอา้ งองิ ในสตู ร
ข. ใช้ตาแหน่งเซลล์ท่ีต้องการอ้างอิงในสตู รนาหน้าตามดว้ ยชอ่ื Worksheet
ค. ใชช้ อื่ Workbook นาหน้าตามด้วยชอ่ื Worksheet และตาแหนง่ เซลลท์ ต่ี ้องการอ้างองิ ใน
สูตร
ง. ใชต้ าแหน่งเซลล์ท่ีตอ้ งการอา้ งองิ ในสตู ร นาหน้าด้วยใชช้ อ่ื Workbook และ Worksheet
9. เมือ่ ป้อนสูตรคานวณจบแล้ว ตอ้ งกดปุ่มใดเพื่อใหโ้ ปรแกรม Excel แสดงผลลพั ธ์
ก. End ข. Enter ค. Insert ง. Numlock
10. ในการปอ้ นสูตรคานวณ การคูณ สามารถแทนไดด้ ว้ ยสัญลักษณ์ใด
ก. x ข. * ค. ^ ง. #
133
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ ภาคเรียนท่ี 2/2563
ชอื่ ...............................................................................แผนก..................................หอ้ ง.................
คาสง่ั / คาชแ้ี จง ใหเ้ ลอื กคาตอบทีถ่ กู ต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดียว
1. ในการเขียนสตู รคานวณ =D8+D9D10+D11 ตรงกับความหมายในขอ้ ใด
ข. ผลรวม
2. ในกรณที ่ีพมิ พ์สูตรผิด จะเกดิ อะไรขึน้ ในเซลลท์ ี่พิมพล์ งไป
ค. จะแสดง ERR! และไมส่ ามารถคานวณได้
3. จากสตู ร =45/5+(8-2) โปรแกรม Excel จะมลี าดับการคานวณอย่างไร
ง. 8 ลบ 2, 45 หาร 5 นาผลลพั ธท์ ไี่ ด้มาบวกกนั
4. การเขยี นสูตรโดยใช้ตาแหน่งอา้ งองิ ของเซลล์มีขอ้ ดีกวา่ การพิมพจ์ านวนจรงิ อยา่ งไร
ก. เมื่อค่าในเซลลท์ ีส่ ตู รใชเ้ ปน็ ตัวต้ังเปล่ยี น ผลลพั ธ์กจ็ ะเปลี่ยน
5. หากต้องการคดั ลอกสูตรโดยท่ีไม่ต้องการให้ตาแหน่งอา้ งองิ เปล่ยี น สามารถทาได้อย่างไร
ข. ใชเ้ ครอื่ งหมาย $ นาหน้าชื่อแถวหรอื คอลัมน์ท่ีไม่ต้องการเปลย่ี น
6. ข้อใดถูกต้อง
ค. โปรแกรม Excel จะเขา้ ใจวา่ เป็นสูตรเม่ือมีเครอื่ งหมาย =
7. ลกั ษณะการวางข้อมลู ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. Fresh Fill คดั ลอกข้อมลู แบบรวมข้อมูลให้ด้วย
8. ในสูตรคานวณ การอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ตา่ ง Worksheet สามารถทาได้ด้วยวิธใี ด
ก. ใชช้ ่ือ Worksheet น้นั นาหน้าตาแหนง่ ของเซลล์ทตี่ ้องการอา้ งอิงในสตู ร
9. เมื่อป้อนสตู รคานวณจบแล้ว ต้องกดปมุ่ ใดเพ่ือใหโ้ ปรแกรม Excel แสดงผลลัพธ์
ข. Enter
10. ในการปอ้ นสตู รคานวณ การคูณ สามารถแทนไดด้ ว้ ยสัญลักษณ์ใด
ข. *
134
ใบงานปฏบิ ัติ
เร่อื ง การใชส้ ตู ร
คาส่งั /คาชแี้ จง ทดสอบการใชส้ ตู รคานวณตามขัน้ ตอนต่อไปนี้
1. เปิด Workbook NetProfit3 และบนั ทึกแบบ “Save As” ตัง้ ชือ่ เปน็ “NetProfit4”
2. คลิกเลอื กที่แท็บ Worksheet GoodsA ดังรูป
3. ป้อนสตู รคานวณในแต่ละช่องดงั น้ี
จากคอลัมน์ ยอดที่เกิดขึ้นจรงิ
หมายเลข 1 ผลรวมของ รายได้จากการขาย และ รับคืนสินค้าและสว่ นลดจา่ ย
หมายเลข 4 ผลรวมของ ขายสทุ ธิ และ ตน้ ทนุ สินค้าทข่ี าย
หมายเลข 7 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเสื่อมราคา
ทรัพยส์ ิน
หมายเลข 10 ผลรวมของ กาไรขน้ั ตน้ และ รวมคา่ ใชจ้ า่ ยในการขายและบริหาร
จากคอลัมน์ งบประมาณ
หมายเลข 2 ผลรวมของ รายได้จากการขาย และ รับคืนสินคา้ และส่วนลดจา่ ย
หมายเลข 5 ผลรวมของ ขายสทุ ธิ และ ตน้ ทนุ สินค้าท่ีขาย
หมายเลข 8 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเส่ือมราคา
ทรพั ยส์ นิ
หมายเลข 11 ผลรวมของ กาไรข้นั ต้น และ รวมค่าใช้จา่ ยในการขายและบรหิ าร
จากคอลมั น์ ยอดปีทแี่ ล้ว