The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

135

หมายเลข 3 ผลรวมของ รายได้จากการขาย และ รบั คนื สินค้าและส่วนลดจา่ ย
หมายเลข 6 ผลรวมของ ขายสุทธิ และ ต้นทุนสินค้าที่ขาย
หมายเลข 9 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเสื่อมราคา
ทรัพยส์ ิน
หมายเลข 12 ผลรวมของ กาไรขน้ั ตน้ และ รวมคา่ ใช้จ่ายในการขายและบรหิ าร
4. เลอื กแทบ็ Worksheet GoodsB ดงั รปู

5. ป้อนสตู รคานวณในแต่ละช่องดังนี้
จากคอลมั น์ ยอดทเ่ี กิดขึ้นจริง

หมายเลข 1 ผลรวมของ รายไดจ้ ากการขาย และ รบั คืนสินค้าและส่วนลดจ่าย
หมายเลข 4 ผลรวมของ ขายสทุ ธิ และ ต้นทนุ สนิ คา้ ท่ขี าย
หมายเลข 7 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเส่ือมราคา
ทรพั ยส์ นิ
หมายเลข 10 ผลรวมของ กาไรขน้ั ต้น และ รวมคา่ ใช้จา่ ยในการขายและบรหิ าร
จากคอลมั น์ งบประมาณ
หมายเลข 2 ผลรวมของ รายไดจ้ ากการขาย และ รับคนื สินคา้ และส่วนลดจา่ ย
หมายเลข 5 ผลรวมของ ขายสทุ ธิ และ ตน้ ทุนสนิ ค้าทขี่ าย
หมายเลข 8 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเส่ือมราคา
ทรพั ย์สิน
หมายเลข 11 ผลรวมของ กาไรขน้ั ตน้ และ รวมคา่ ใช้จา่ ยในการขายและบรหิ าร
จากคอลัมน์ ยอดปีทแี่ ล้ว
หมายเลข 3 ผลรวมของ รายไดจ้ ากการขาย และ รบั คนื สินคา้ และสว่ นลดจา่ ย

136
หมายเลข 6 ผลรวมของ ขายสทุ ธิ และ ตน้ ทนุ สินค้าทขี่ าย
หมายเลข 9 ผลรวมของ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าเสื่อมราคา
ทรพั ย์สิน
หมายเลข 12 ผลรวมของ กาไรขัน้ ตน้ และ รวมค่าใช้จา่ ยในการขายและบริหาร
6. เลอื กแทบ็ Worksheet NetProfit

7. ป้อนสตู รคานวณในแตล่ ะช่องดงั น้ี
จากคอลมั น์ ยอดทเ่ี กดิ ขน้ึ จริง

หมายเลข 1 ผลรวมของ รายได้จากการขาย สินคา้ ประเภท A และ สนิ คา้ ประเภท B
หมายเลข 4 ข้อมลู รายได้จากการขาย ใน Worksheet GoodsA
หมายเลข 7 ขอ้ มูล รายได้จากการขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 10 ผลรวมของข้อมูลใน รบั คืนสินค้าและส่วนลดจา่ ย ของ Worksheet GoodsA
และ รับคนื สนิ คา้ และส่วนลดจา่ ย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 13 ผลรวมของ รายไดจ้ ากการขาย และ รับคืนสินคา้ และส่วนลดจา่ ย
หมายเลข 16 ผลรวมของ ตน้ ทุนสินค้าทีข่ าย ใน Worksheet GoodsA และ ตน้ ทนุ สนิ ค้าท่ี
ขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 19 ผลรวมของขอ้ มูลใน ขายสทุ ธิ และ ตน้ ทุนสนิ คา้ ที่ขาย
หมายเลข 22 ผลรวมของข้อมลู ใน รวมคา่ ใชจ้ า่ ยในการบริหาร ใน Worksheet GoodsA
และ รวมคา่ ใชจ้ ่ายในการบริหาร ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 25 ผลรวมของข้อมูลใน รวมค่าใช้จ่ายในการขาย ใน Worksheet GoodsA และ
รวมคา่ ใช้จ่ายในการขาย ใน Worksheet GoodsB

137

หมายเลข 28 ผลรวมของข้อมูลใน ค่าเส่อื มราคาทรพั ยส์ ิน ใน Worksheet GoodsA และ
คา่ เส่อื มราคาทรพั ยส์ ิน ใน Worksheet GoodsB

หมายเลข 31 ผลรวมของข้อมูลใน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย และ ค่า
เสือ่ มราคาทรัพยส์ นิ

หมายเลข 34 ผลรวมของข้อมลู ใน กาไรขน้ั ต้น และ รวมค่าใชจ้ ่ายในการขายและบริหาร
8. ปอ้ นสตู รคานวณในแต่ละช่องดงั นี้

จากคอลมั น์ งบประมาณ
หมายเลข 2 ผลรวมของ รายได้จากการขาย สินคา้ ประเภท A และ สินค้าประเภท B
หมายเลข 5 ข้อมูล รายไดจ้ ากการขาย ใน Worksheet GoodsA
หมายเลข 8 ขอ้ มลู รายไดจ้ ากการขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 11 ผลรวมของข้อมลู ใน รบั คืนสินคา้ และส่วนลดจ่าย ของ Worksheet GoodsA

และ รบั คืนสินคา้ และส่วนลดจ่าย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 14 ผลรวมของ รายไดจ้ ากการขาย และ รบั คนื สนิ คา้ และส่วนลดจ่าย
หมายเลข 17 ผลรวมของ ตน้ ทนุ สนิ ค้าทขี่ าย ใน Worksheet GoodsA และ ต้นทุนสินคา้ ท่ี

ขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 20 ผลรวมของข้อมลู ใน ขายสทุ ธิ และ ต้นทุนสนิ ค้าท่ขี าย
หมายเลข 23 ผลรวมของข้อมูลใน รวมคา่ ใช้จา่ ยในการบรหิ าร ใน Worksheet GoodsA

และ รวมคา่ ใชจ้ ่ายในการบริหาร ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 26 ผลรวมของข้อมูลใน รวมคา่ ใชจ้ า่ ยในการขาย ใน Worksheet GoodsA และ

รวมคา่ ใช้จ่ายในการขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 29 ผลรวมของข้อมลู ใน ค่าเสอ่ื มราคาทรัพยส์ ิน ใน Worksheet GoodsA และ

ค่าเส่อื มราคาทรัพย์สิน ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 32 ผลรวมของข้อมูลใน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย และ ค่า

เส่อื มราคาทรพั ย์สนิ
หมายเลข 35 ผลรวมของข้อมูลใน กาไรข้ันต้น และ รวมค่าใชจ้ ่ายในการขายและบรหิ าร

9. ปอ้ นสูตรคานวณในแต่ละช่องดังน้ี
จากคอลัมน์ ยอดปที ่แี ล้ว
หมายเลข 3 ผลรวมของ รายได้จากการขาย สินคา้ ประเภท A และ สนิ ค้าประเภท B
หมายเลข 6 ข้อมลู รายไดจ้ ากการขาย ใน Worksheet GoodsA
หมายเลข 9 ขอ้ มูล รายไดจ้ ากการขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 12 ผลรวมของข้อมูลใน รบั คืนสินค้าและสว่ นลดจา่ ย ของ Worksheet GoodsA

และ รบั คืนสนิ คา้ และส่วนลดจ่าย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 15 ผลรวมของ รายได้จากการขาย และ รบั คนื สินค้าและส่วนลดจา่ ย

138

หมายเลข 18 ผลรวมของ ต้นทุนสนิ ค้าทีข่ าย ใน Worksheet GoodsA และ ตน้ ทุนสินค้าที่
ขาย ใน Worksheet GoodsB

หมายเลข 21 ผลรวมของขอ้ มลู ใน ขายสุทธิ และ ตน้ ทนุ สนิ คา้ ทข่ี าย
หมายเลข 24 ผลรวมของข้อมลู ใน รวมคา่ ใชจ้ ่ายในการบรหิ าร ใน Worksheet GoodsA
และ รวมคา่ ใชจ้ ่ายในการบรหิ าร ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 27 ผลรวมของข้อมลู ใน รวมค่าใช้จา่ ยในการขาย ใน Worksheet GoodsA และ
รวมค่าใชจ้ ่ายในการขาย ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 30 ผลรวมของข้อมูลใน คา่ เสอ่ื มราคาทรัพยส์ ิน ใน Worksheet GoodsA และ
คา่ เสอื่ มราคาทรพั ยส์ ิน ใน Worksheet GoodsB
หมายเลข 33 ผลรวมของข้อมูลใน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายในการขาย และ ค่า
เส่ือมราคาทรัพย์สิน
หมายเลข 36 ผลรวมของข้อมูลใน กาไรขัน้ ตน้ และ รวมค่าใชจ้ า่ ยในการขายและบริหาร
10. บันทกึ ข้อมลู

139

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 6
รหสั วชิ า 20001 - 2001 ช่อื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ
ชือ่ หน่วย การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน จานวน 6 ช่วั โมง
รายการหัวข้อการเรยี นรู้
1. คุณสมบตั ิของโปรแกรมนำเสนอ
2. รูปแบบของกำรตกแตง่ หน้ำสไลด์
3. ตกแตง่ สไลด์ด้วยรูปแบบพ้ืนหลงั
4. กรำฟกบั งำนนำเสนอ

หวั ข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารสอนหรือจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. คุณสมบัตขิ องโปรแกรมนำเสนอ 1. บอกคุณสมบตั ิของโปรแกรมนำเสนอได้
2. รูปแบบของกำรตกแต่งหน้ำสไลด์ 2. อธบิ ำยรปู แบบของกำรตกแตง่ หนำ้ สไลด์ได้
3. ตกแต่งสไลด์ด้วยรปู แบบพื้นหลัง 3. สำมำรถตกแต่งสไลดด์ ้วยรูปแบบพนื้ หลังได้
4. กรำฟกับงำนนำเสนอ 4. สำมำรถใช้งำนกรำฟกบั งำนนำเสนอได้

วิธีการสอน : บรรยำยและสำธิต

สอ่ื การสอน :
1. หนังสือเรยี นวิชำ คอมพวิ เตอร์และสำรสนเทศเพ่อื งำนอำชพี (20001-2001) ของบรษิ ัท ซคั เซส

มีเดยี จำกดั
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ ก่อนเรียน / หลังเรียน พร้อมเฉลย
3. ใบงำนปฏิบัติ
4. แบบฝึกหัดท้ำยบท
5. Google Classroom

การประเมิน :
1. เกณฑผ์ ่ำนกำรสังเกตพฤติกรรมกำรปฏิบัตงิ ำนรำยบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ก่อนเรียนไมม่ ีเกณฑผ์ ่ำน เกบ็ คะแนนไว้เปรียบเทยี บกบั คะแนนที่ ได้

จำกกำรทดสอบหลงั เรยี น
3. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คำ่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กับกำร

ประเมินตำมสภำพจริง

140

แผนการจดั การเรยี นรู้

ชือ่ วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ รหสั วชิ า 20001-2001 สอนครง้ั ที่ 10

หนว่ ยท่ี 6 ชื่อหนว่ ย การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน จานวน 3 ชม.

1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. คุณสมบตั ิของโปรแกรมนำเสนอ
2. รปู แบบของกำรตกแตง่ หน้ำสไลด์

2. สาระสาคัญ
กำรนำเสนอเป็นหนึ่งในทักษะท่ีทกุ คนจะต้องฝึกฝนให้เกดิ ขึ้นแกต่ น เพรำะเป็นช่องทำงนำมำ

ซึ่งควำมสำเร็จในกำรนำเสนอผลงำน แผนงำน โครงกำรและควำมคิดต่ำง ๆ ให้ได้รับกำรรับรองหรือ
อนุมัติ จึงนับว่ำเป็นสิ่งสำคัญอย่ำงย่ิงในกำรทำงำนและกำรดำเนินชีวิต ท้ังนี้ กำรท่ีจะประสบ
ควำมสำเร็จในกำรนำเสนอจะต้องมีควำมเข้ำใจในควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรนำเสนออย่ำง
ถ่องแท้ รู้รูปแบบกำรนำเสนอท่ีดี ตลอดจนมีควำมเข้ำใจในกำรนำเคร่ืองมือต่ำง ๆ มำใช้ได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงควำมร้เู กีย่ วกบั คุณสมบัติของโปรแกรมนำเสนอ รปู แบบของกำรตกแต่งหน้ำสไลด์ กำร

ตกแตง่ สไลด์ดว้ ยรูปแบบพ้นื หลังและกำรประยกุ ต์ใช้กรำฟร่วมกบั งำนนำเสนอได้

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1. รู้คณุ สมบัตขิ องโปรแกรมนำเสนอ
2. เข้ำใจรปู แบบของกำรตกแต่งหนำ้ สไลด์
4.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บอกคณุ สมบตั ิของโปรแกรมนำเสนอได้
2. อธิบำยรูปแบบของกำรตกแต่งหน้ำสไลด์ได้

5. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยท่ี 6 ครั้งที่ 10 (จานวน 3 ชั่วโมง)
ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสนทนำและแสดงควำมคิดเหน็ เก่ียวกับกำรจัดทำเอกสำร รำยงำน

ด้วยโปรแกรมสำหรับพมิ พ์เอกสำร Microsoft Office PowerPoint 2019 วำ่ มปี ระโยชนอ์ ยำ่ งไรบ้ำง
ดกี ว่ำวิธกี ำรอืน่ อยำ่ งไร

141

2. ครแู สดงควำมคิดเหน็ เพ่ิมเติม
ขัน้ สอน
3. ครสู ำธติ กำรเรยี กใชง้ ำนโปรแกรม นกั เรยี นเปิดโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint
2019* ครูอธิบำยวิธีกำรใช้แถบคำส่ัง แถบเคร่ืองมือต่ำงๆ ในหนำ้ ต่ำงของโปรแกรม รวมถึงคุณสมบัติ
ใหมข่ องโปรแกรม
4. ครูอธิบำยถึงวิธีกำรในกำรพมิ พเ์ อกสำร สำธิตให้นกั เรียนดู และนักเรียนปฏิบตั ิตำมข้นั ตอน
5. ครูอธิบำยวิธีกำรบันทึกเอกสำร กำรเปิด-ปิดเอกสำร และกำรออกจำกโปรแกรม ครูสำธิต
ให้นกั เรียนดู และนกั เรยี นปฏิบตั ติ ำมข้นั ตอนตำมครู
6. ครูกำหนดหัวข้อให้นักเรียนพิมพ์เอกสำร หัวข้อ โปรไฟล์ของฉัน (My Profile) แล้วให้
บันทึกไฟล์ช่ือ EX Profile แล้วให้นักเรียนทดลองใช้ คำสั่ง save หรือ save as เพ่ือให้เห็นถึงควำม
แตกตำ่ งของคำสง่ั
7. นักเรียนนำเสนอผลงำนของตนเองทีห่ น้ำชั้นเรียน
8. ครแู ละนักเรยี นสรปุ เน้อื หำสำระสำคัญ ครูเสนอแนะเพม่ิ เติม
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
9. เปดิ โอกำสให้นักเรียนซักถำมขอ้ สงสัย ครูตอบขอ้ สงสยั
10. นักเรยี นทำแบบประเมินผลกำรเรยี นรู้ เสรจ็ แล้วจับค่สู ลบั กนั ตรวจบันทึกผลกำรประเมิน
ส่งใหค้ รู
11. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องและเปรียบเทียบผลกำรประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลกำรประเมินใหน้ กั เรยี นแต่ละคนทรำบควำมก้ำวหนำ้ ในกำรเรียนกำรสอน
12. กรณีมีนกั เรยี นไมผ่ ำ่ นกำรประเมินใหน้ ดั หมำยเวลำเพ่ือทำกำรสอนเสรมิ ต่อไป
6. ส่ือการจัดการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนวิชำ คอมพวิ เตอรแ์ ละสำรสนเทศเพอ่ื งำนอำชพี (20001-2001) ของบริษัท
ซคั เซส มเี ดยี จำกัด
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนรู้กอ่ นเรยี นพร้อมเฉลย
3. ใบงำนปฏิบตั ิ
4. แบบฝึกหัดทำ้ ยบท
5. Google classroom
7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมกำรปฏิบัติงำนกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมินผลกำรเรียนรู้ก่อนเรยี น

142

3. กำรสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้ำนคุณธรรม จริยธรรม ค่ำนยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์

เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรปฏิบตั ิงำนกลุม่
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ ก่อนเรยี น 10 ข้อ
3. แบบสังเกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คำ่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นกั เรียนร่วมกันประเมิน

8. แหล่งการเรียนรู้เพม่ิ เติม
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยำลัยเทคนิคสวำ่ งแดนดิน
2. อินเทอร์เน็ต

143

สัปดาห์ท่ี.................

บันทกึ หลงั การสอน

รหัสวชิ ำ.............................วชิ ำ...............................................................ระดับ................ ชนั้ ปที .ี่ ..........
แผนกวิชำ......................................................จำนวนนกั เรยี น..................คน มำเรียน.......................คน
ขำดเรยี น.........คน มำสำย..........คน ลำ..........คน สอนเมื่อวันท่.ี .........เดอื น......................พ.ศ..............
หนว่ ยท.่ี .................. ชอื่ หนว่ ย...........................................................................จำนวน................ช่วั โมง

 เน้อื หำวัตถุประสงค์และสอ่ื กำรสอน
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปัญหำท่ีเกดิ ขึน้ ในระหวำ่ งกำรเรยี นกำรสอน
................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทำงกำรแก้ไขปัญหำของครผู สู้ อน และผลท่ีได้
...................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .......................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชอ่ื ............................................ครูผู้สอน ลงช่อื ................................................หวั หนำ้ แผนก
(นำงสุวิมล อักษรกลำง) (นำงสุกญั ญำ ดนยั สวสั ดิ์)

วันที.่ ......................................................... วนั ที่..........................................................

144

แบบทดสอบก่อนเรยี น
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี ภาคเรยี นที่ 2/2563
ช่อื ...............................................................................แผนก...............................หอ้ ง....................

คาส่งั / คาชแ้ี จง ให้เลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดยี ว

1. หำกตอ้ งกำรให้พน้ื หลงั มลี ักษณะเป็นลำย “หนิ ออ่ น” ตอ้ งเลือกรปู แบบใด

ก. texture ข. picture ค. pattern ง. gradient

2. ชุดรปู แบบสำเร็จรปู (Theme) อยู่ในแทบ็ ใด กลุ่มใด

ก. แท็บ Design กลมุ่ Theme ข. แท็บ Home กล่มุ Theme

ค. แทบ็ Theme กลมุ่ Select ง. แทบ็ Theme กลุ่ม Design

3. ข้อใดเป็นองค์ประกอบในกำรตกแตง่ ใน Theme ท่ีมอี ย่ใู น PowerPoint

ก. Theme Fonts ข. Theme Effects

ค. Background Style ง. ถกู ทุกขอ้

4. Shading เป็นรปู แบบกำรตกแตง่ ตำรำงอย่ำงไร

ก. ใสส่ ีพนื้ แบบโปร่งใส ข. สร้ำงสีคอลัมน์ให้เดน่ ข้ึน

ค. ใส่สีพ้นื แบบกำหนดสีทตี่ ้องกำร ง. ใช้สีพ้นื แบบคอลัมนส์ ลบั คอลัมน์

5. ข้อใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบหลักของกำรแสดงกรำฟในโปรแกรม PowerPoint

ก. แกน x และแกน y ข. รูปแสดงกรำฟแทง่

ค. Data series หรือชุดของข้อมลู ง. Legend หรือคำอธบิ ำย

6. ข้อใดต่อไปกล่ำวถูกต้อง

ก. กำรจดั ทำข้อมลู ท่ีเป็นกรำฟสถติ ิตำ่ ง ๆ ไมจ่ ำเปน็ ที่จะต้องแกไ้ ขขอ้ มูลใหม่

ข. เมอ่ื ทำกำรแก้ไขข้อมูลกรำฟกจ็ ะยงั คงรปู แบบเดมิ ไม่เปลี่ยนแปลงรปู แบบตำมข้อมูลใหม่

ค. เมือ่ ทำกำรแกไ้ ขข้อมลู กรำฟกจ็ ะยงั คงรปู แบบเดิมไมเ่ ปลี่ยนแปลง นอกเสียจำกสรำ้ งใหม่

ง. ถกู ทัง้ ข้อ ก. และ ข.

7. รูปแบบชนิดของกรำฟแบบ Column มีลกั ษณะคลำ้ ยข้อใดมำกท่สี ดุ

ก. แบบ Area ข. แบบ Pie

ค. แบบ Line ง. แบบ Bar

8. ในกำรเพิม่ สีสนั ให้กับกรำฟท้ังลกั ษณะเส้น ควำมกวำ้ งของเสน้ และสีของรปู กรำฟสำมำรถเลือกได้

ทีใ่ ด

ก. Option ข. Edit

ค. Patterns ง. Data Labels

145

9. ขอ้ ใดเปน็ ส่วนประกอบของกรำฟทจ่ี ะเหน็ ได้เฉพำะในกรำฟ 3 มติ ิเท่ำน้ัน

ก. Walls ข. Legend

ค. Gridline ง. Guideline

10. Legend คอื อะไร

ก. พน้ื ที่ผวิ ด้ำนขำ้ ง ข. เสน้ กริด

ค. คำอธบิ ำยกรำฟ ง. คำอธบิ ำยแกนกรำฟ

146

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหสั 20001-2001 วิชาคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ ภาคเรียนท่ี 2/2563
ช่ือ...............................................................................แผนก...............................หอ้ ง....................

คาสั่ง / คาชีแ้ จง ให้เลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดยี ว

1. หำกตอ้ งกำรให้พ้นื หลังมลี ักษณะเป็นลำย “หนิ ออ่ น” ตอ้ งเลอื กรปู แบบใด
ก. texture

2. ชุดรูปแบบสำเร็จรปู (Theme) อย่ใู นแทบ็ ใด กลุ่มใด
ก. แท็บ Design กลมุ่ Theme

3. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบในกำรตกแตง่ ใน Theme ทม่ี ีอยู่ใน PowerPoint
ง. ถกู ทุกขอ้

4. Shading เป็นรูปแบบกำรตกแต่งตำรำงอย่ำงไร
ค. ใสส่ ีพน้ื แบบกำหนดสีที่ต้องกำร

5. ข้อใดไมใ่ ช่สว่ นประกอบหลักของกำรแสดงกรำฟในโปรแกรม PowerPoint
ค. Data series หรอื ชุดของข้อมลู

6. ข้อใดต่อไปกล่ำวถูกต้อง
ก. กำรจัดทำข้อมลู ท่ีเป็นกรำฟสถิติต่ำง ๆ ไม่จำเปน็ ทจ่ี ะต้องแกไ้ ขข้อมูลใหม่

7. รปู แบบชนดิ ของกรำฟแบบ Column มีลกั ษณะคลำ้ ยข้อใดมำกทสี่ ดุ
ง. แบบ Bar

8. ในกำรเพิ่มสีสนั ให้กับกรำฟท้ังลักษณะเส้น ควำมกว้ำงของเส้น และสขี องรูปกรำฟสำมำรถเลือกได้
ทีใ่ ด

ค. Patterns
9. ขอ้ ใดเปน็ ส่วนประกอบของกรำฟที่จะเห็นไดเ้ ฉพำะในกรำฟ 3 มติ ิเท่ำนน้ั

ก. Walls
10. Legend คอื อะไร

ง. คำอธิบำยแกนกรำฟ

147

ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยท่ี 6 เร่ือง การใชโ้ ปรแกรมนาเสนอผลงาน

โปรแกรมกำรนำเสนอข้อมูล คอื โปรแกรมสำหรับจัดเตรียมเอกสำรตำ่ ง ๆ ทีจ่ ำเปน็ ตอ้ งใชใ้ น
กำรนำเสอนข้อมูล เช่น แผ่นใส สไลด์ โปสเตอร์ เอกสำรสำหรับผู้ฟัง หรือเอกสำรสรุปสำหรับผู้ พูด
หำกจะต้องเตรียมเอกสำรเหล่ำน้ีด้วยมือท้ังหมด ก็จะต้องเตรียมงำนในปริมำณท่ีค่อนข้ำงมำก และ
ต้องทำงำนซ้ำแล้วซ้ำอีกซ่ึงเป็นกำรส้ินเปลืองเวลำ ดังน้ัน กำรนำเสนอข้อมูลในปัจจุบันจึงนิยมใช้
โปรแกรมกำรนำเสนอขอ้ มลู แทน
6.1 คุณสมบัตขิ องโปรแกรมนาเสนอ

6.1.1 การเร่ิมต้นใช้งานได้ง่าย หมำยถึง โปรแกรมได้จัดเตรียมสไลด์ท่ีจะนำเสนอข้อมูลให้
ผู้ใช้เลือกได้หลำกหลำย โดยไม่จำเป็นต้องสร้ำงรูปแบบขึ้นมำเอง นอกจำกน้ียังมีวัตถุดิบให้เลือกใช้
ประกอบกำรนำเสนออีกมำกมำย เช่น แผนผัง (chart) กรำฟิก (Graphic) เสียง (sound) วิดีทัศน์
(video) เป็นต้น

6.1.2 ความสามารถในการตัดการกับสไลด์ได้ง่าย หมำยถึง สำมำรถกำหนดรูปแบบหลัก
หรือรำยละเอยี ดอื่น ๆ ของสไลด์ไว้เพียงคร้งั เดียว เช่น สีของพ้ืนหลัง สีของขอ้ ควำม รูปแบบตวั อกั ษร
เป็นต้น จำกนั้นจึงนำรูปแบบหลักนไี้ ปใช้กับทุกสไลด์ท่ีอยู่ในแฟม้ หำกมีปรับแกใ้ นหนำ้ หลัก โปรแกรม
จะแก้ไขให้เองอย่ำงอัตโนมตั ิในทกุ ๆ หนำ้ นอกจำกนี้กำรเพ่มิ ลด หรือจัดเรียงหน้ำสำมำรถทำได้โดย
อัตโนมตั ิ

6.1.3 ความสามารถในการควบคุมการแสดงผลของข้อมูลได้ดี หมำยถึง ควำมสำมำรถใน
กำรควบคุม กำรเปล่ียนสไลดใ์ นแต่ละหนำ้ หรือกำรแสดงข้อควำมแตล่ ะบรรทดั แตกต่ำงกนั ตำมควงำม
เหมำะสม เช่น ให้จอภำพของสไลด์หน้ำท่ีแสดงเสร็จแล้ว ค่อย ๆ เล่ือนออกไปทำงด้ำนใดด้ำนหนึ่ง
แล้วคอ่ ยสไลด์หน้ำต่อไปมำปรำกฏแทน หรอื ในกำรกำหนดกำรแสดงขอ้ ควำม อำจกำหนดให้ขอ้ ควำม
ค่อย ๆ เลื่อนลงมำจำกข้ำงบนหรือจำกข้อควำมท่ีเลือนลำงแล้วค่อย ๆ ปรำกฏชัดข้ึนเร่ือย ๆ เป็นต้น
ควำมสำมำรถน้ีชว่ ยใหก้ ำรนำเสนอขอ้ มูลมกี ำรเคลอ่ื นไหวจึงทำให้ไมน่ ำ่ เบอื่ และน่ำสนใจมำกยิง่ ขนึ้
6.2 รูปแบบของการตกแตง่ หนา้ สไลด์

กำรตกแต่งหนำ้ สไลดม์ หี ลำยรูปแบบให้เลือก โดยองคป์ ระกอบในกำรตกแต่งสไลดท์ ่เี รำนำมำ
ตกแต่งได้ ดงั นี้

 Themes (ชดุ รปู แบบ) เปน็ รปู แบบของสี แบบอักษร และรปู ภำพ ท่ีใชใ้ นกำรตกแต่งหนำ้ ตำ
ของสไลด์ใหม้ ีควำมสวยงำมตำมวัตถปุ ระสงค์ในกำรนำเสนอ

 Themes colors (สีของชุดรูปแบบ) เป็นรปู แบบของสีทีน่ ำมำใช้ตกแต่งสไลดแ์ ตล่ ะส่วน
เชน่ สีของพ้ืนหลัง ข้อควำม รูปทรง

148

 Themes fonts (แบบอกั ษรของชุดรปู แบบ) ใช้กำหนดตัวอกั ษรท้ังหมดในสไลด์ ไดแ้ ก่ หวั
เรื่อง เน้อื ควำม เปน็ ตน้

 Background Styles (ลักษณะพืน้ หลัง) ตกแตง่ พนื้ หลังสไลดท์ พี่ เิ ศษออกไป ได้แก่ กำรใส่สี
กำรไล่สี

 Master (ต้นแบบ) เป็นตน้ แบบใหท้ กุ สไลด์ได้ใชง้ ำนรว่ มกัน เช่น พื้นหลัง แบบฟอ้ น สีอักษร
การใชช้ ุดรปู แบบสาเร็จรูป

2. คลิกแท็บ design จำกน้ันคลกิ ที่ 1. คลิกเมำส์เลอื กยอ่ หนำ้ ที่ต้องกำรจัดข้อควำม
ปุ่ม ในกลุ่มคำสัง่ Theme

3. คลกิ เลอื กชุดรูปแบบทตี่ ้องกำรหรอื คลิกขวำเลอื กรปู แบบกำรตกแตง่
- ตกแตง่ กบั ทกุ หน้ำสไลด์
- ตกแต่งกบั เฉพำะสไลดห์ นำ้ ท่ีเลอื กไว้

รูปท่ี 20 ข้ันตอนกำรใชร้ ูปแบบสำเร็จรูป
ตกแต่งรปู แบบของสีให้กบั สไลด์

1. คลกิ เมำสเ์ ลือกสไลด์ทตี่ ้องกำรปรับแต่งสี
2. คลกิ เลอื กแทบ็ design เลอื ก theme ท่ตี ้องกำร
3. คลิกเลอื ก colors เพ่ือตกแต่งสีสไลด์
4. เลือกชดุ สีใหก้ ับสไลด์
5. ตกแต่งสไลดด์ ว้ ยสีต่ำง ๆ ตำมที่ต้องกำร

2 149
1
3
5
4

รูปท่ี 21 ขนั้ ตอนกำรตกแต่งรูปแบบของสไลด์

หมายเหตุ ในกำรเปลยี่ นสีของชดุ รปู แบบน้ันจะมผี ลกับทุกองคป์ ระกอบของหน้ำสไลด์
ไดแ้ ก่ สขี ้อควำม สีพ้นื หลัง สกี รำฟ สรี ปู ร่ำง และสีของรปู ภำพ ท้ังนี้ หำกเรำใช้ชดุ รปู แบบทไี่ ด้จำกกำร
ดำวน์โหลดจะไม่สำมำรถปรบั สีของ Theme Colors ได้

150

ปรบั เปลีย่ นรูปแบบของข้อความบนสไลด์
1. เลือกสไลดท์ ต่ี ้องกำร
2. คลกิ เลอื กแทบ็ ออกแบบ
3. คลิกปมุ่ คำสง่ั แบบอักษร
4. เลอื กรูปแบบอักษรทีต่ อ้ งกำร
5. รปู แบบขอ้ ควำมทเ่ี ปล่ยี นไป

2

3

1
4

5

รูปที่ 22 วิธปี รบั เปลยี่ นของขอ้ ควำมบนสไลด์

151

ใบงานปฏบิ ตั ิ
หน่วยที่ 6 เรือ่ ง การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน

คาส่งั /คาชีแ้ จง
1. ใหน้ กั เรียนแต่ละคนสรำ้ งส่ือนำเสนอหวั ข้อ My profile โดยมจี ำนวนสไลดอ์ ยำ่ งน้อย 5

หนำ้
2. แทรกรปู ภำพ เอฟเฟกต์ ตกแตง่ ให้สวยงำม
3. เสรจ็ แล้วส่งงำนให้ครตู รวจละลงคะแนนทำง Google classroom

152

แบบฝึกหัดท้ายบท
หนว่ ยท่ี 6 เรอ่ื ง การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน

คาสง่ั /คาชี้แจง จงตอบคำถำมตอ่ ไปนี้
1. จงบอกคุณสมบตั ิของโปรแกรมนำเสนอ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................. ...................................................................
2. อธบิ ำยวิธกี ำรตกแตง่ หน้ำสไลด์
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................ ........
........................................................................................................................... .....................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. ...................................

153

แผนการจัดการเรียนรู้

ชอื่ วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ รหัสวชิ า 20001-2001 สอนครัง้ ที่ 11

หน่วยที่ 6 ชอ่ื หนว่ ย การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน จานวน 3 ชม.

1. หวั ข้อการเรียนรู้
1. ตกแต่งสไลด์ดว้ ยรูปแบบพื้นหลงั
2. กรำฟกบั งำนนำเสนอ

2. สาระสาคญั
กำรนำเสนอเป็นหนง่ึ ในทักษะท่ีทกุ คนจะต้องฝึกฝนใหเ้ กดิ ขึ้นแกต่ น เพรำะเป็นช่องทำงนำมำ

ซ่ึงควำมสำเร็จในกำรนำเสนอผลงำน แผนงำน โครงกำรและควำมคิดต่ำง ๆ ให้ได้รับกำรรับรองหรือ
อนุมัติ จึงนับว่ำเป็นส่ิงสำคัญอย่ำงย่ิงในกำรทำงำนและกำรดำเนินชีวิต ท้ังน้ี กำรที่จะประสบ
ควำมสำเร็จในกำรนำเสนอจะต้องมีควำมเข้ำใจในควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรนำเสนออย่ำง
ถ่องแท้ รู้รูปแบบกำรนำเสนอที่ดี ตลอดจนมีควำมเข้ำใจในกำรนำเคร่ืองมือต่ำง ๆ มำใช้ได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงควำมรเู้ กย่ี วกบั คณุ สมบัติของโปรแกรมนำเสนอ รปู แบบของกำรตกแตง่ หนำ้ สไลด์ กำร

ตกแต่งสไลดด์ ว้ ยรูปแบบพนื้ หลังและกำรประยุกต์ใช้กรำฟร่วมกับงำนนำเสนอได้

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 จดุ ประสงค์ทว่ั ไป
1. ตกแต่งสไลด์ดว้ ยรปู แบบพ้ืนหลัง
2. กรำฟกับงำนนำเสนอ
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. สำมำรถตกแต่งสไลดด์ ้วยรูปแบบพนื้ หลงั ได้
2. สำมำรถกรำฟกับงำนนำเสนอได้

5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 6 ครงั้ ที่ 12 (จานวน 3 ช่ัวโมง)
ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครทู บทวนควำมรู้เดิมเกี่ยวกับกำรใชโ้ ปรแกรม Microsoft Office PowerPoint สอบถำม

ว่ำโปรแกรมมคี ุณสมบัติเดน่ อะไรบำ้ งในเวอรช์ นั ล่ำสุด
2. ครูแสดงควำมคิดเหน็ เพิ่มเติม

154

ขน้ั สอน
3. ครสู ำธิตกำรเรยี กใช้งำนโปรแกรม นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint
ครูอธบิ ำยวธิ ีกำรตกแตง่ สไลดด์ ว้ ยรปู แบบพนื้ หลงั สำธติ ให้นกั เรียนดู และนกั เรยี นปฏิบตั ติ ำมข้นั ตอน
4. ครูอธบิ ำยและสำธิตเกีย่ วกำรแทรกกรำฟเข้ำมำใชง้ ำนรว่ มกับงำนนำเสนอ
5. อธิบำยวิธีแก้ไขข้อมูลภำยในกรำฟรวมไปถึงกำรตกแต่งกรำฟด้วยรูปแบบต่ำง ๆ และ
นกั เรยี นปฏิบัติตำม
6. ครูกำหนดหัวข้อให้นักเรียนสร้ำงส่ือนำเสนอ หัวข้อ ข้อมูลประชำกร แล้วให้บันทึกไฟล์ช่ือ
Information แลว้ ใหน้ ักเรยี นทดลองใช้ คำสง่ั save หรอื save as
7. นกั เรียนนำเสนอผลงำนของตนเองท่ีหนำ้ ช้นั เรยี น
8. ครแู ละนักเรยี นสรปุ เนือ้ หำสำระสำคัญ ครูเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
ขัน้ สรุปและการประยกุ ต์
9. เปดิ โอกำสใหน้ กั เรียนซกั ถำมข้อสงสยั ครูตอบขอ้ สงสัย
10. นักเรียนทำแบบประเมินผลกำรเรยี นรู้ เสรจ็ แล้วจับคู่สลบั กันตรวจบันทึกผลกำรประเมิน
ส่งใหค้ รู
11. ครูตรวจสอบควำมถูกต้องและเปรียบเทียบผลกำรประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลกำรประเมินให้นักเรยี นแตล่ ะคนทรำบควำมกำ้ วหนำ้ ในกำรเรยี นกำรสอน
12. กรณมี นี กั เรียนไม่ผำ่ นกำรประเมนิ ใหน้ ัดหมำยเวลำเพอ่ื ทำกำรสอนเสริมต่อไป

6. สือ่ การจัดการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวชิ ำ คอมพวิ เตอรแ์ ละสำรสนเทศเพอ่ื งำนอำชพี (20001-2001) ของบริษัท

ซัคเซส มีเดยี จำกัด
2. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนรู้หลังเรยี น
3. แบบฝกึ หัดท้ำยบท
4. ใบงำนปฏบิ ัติ
5. แอปพลเิ คชนั PowerPoint
6. Google classroom

7. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมกำรปฏิบัติงำนกลุ่ม
2. ตรวจแบบประเมินผลกำรเรยี นรู้หลังเรียน
3. กำรสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้ำนคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่ำนิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ

ประสงค์

155

เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรปฏบิ ัติงำน
2. แบบประเมินผลกำรเรียนรู้ หลงั เรียน 10 ขอ้
3. แบบสงั เกตคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่ำนิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
นักเรยี นร่วมกนั ประเมนิ

8. แหล่งการเรยี นรเู้ พ่ิมเติม
1. ห้องสมุดวิทยำลยั เทคนิคสวำ่ งแดนดิน
2. อินเทอรเ์ นต็

9. กจิ กรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)
1. นักเรียนเขำ้ ไปคน้ คว้ำข้อมูลเพิม่ เตมิ จำกห้องสมุด จัดทำเป็นรำยงำนสง่ ครู
2. ทำแบบฝกึ ปฏบิ ัตแิ ละแบบประเมินผลกำรเรยี นรู้

156

สปั ดาหท์ ี่.................

บันทึกหลงั การสอน

รหัสวิชำ............................วชิ ำ.................................................................ระดบั ............ ชน้ั ปที .่ี .............
แผนกวชิ ำ.........................................................จำนวนนักเรียน....................คน มำเรียน..................คน
ขำดเรยี น.......คน มำสำย.........คน ลำ.......คน สอนเม่ือวนั ท.ี่ .........เดือน............................พ.ศ..............
หนว่ ยท.ี่ ................ ช่อื หนว่ ย................................................................................จำนวน.............ชวั่ โมง

 เนอ้ื หำวัตถปุ ระสงค์และส่ือกำรสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

 ปัญหำทเี่ กดิ ขึ้นในระหว่ำงกำรเรยี นกำรสอน
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................

 แนวทำงกำรแกไ้ ขปัญหำของครผู ู้สอน และผลที่ได้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................

ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ................................................หัวหนำ้ แผนก
(นำงสุวมิ ล อกั ษรกลำง) (นำงสกุ ัญญำ ดนยั สวสั ด)ิ์

วันท่ี.......................................................... วันท.่ี .........................................................

157

ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หน่วยที่ 6 เร่อื ง การใช้โปรแกรมนาเสนอผลงาน
6.3 ตกแต่งสไลด์ด้วยรปู แบบพ้ืนหลัง
1. คลิกเลือกแทบ็ design (ออกแบบ)
2. เลอื ก background styles เพื่อเลือกลักษณะพื้นหลัง
3. เลือกรปู แบบพื้นหลงั ทต่ี ้องกำร
4. พืน้ หลงั ของสไลด์เปลย่ี นไปตำมลักษณะพื้นหลังที่เลือก

2

3

4

1

5

รูปที่ 23 กำรตกแต่งสไลด์ด้วยรปู แบบพน้ื หลัง

158
กาหนดสีพ้นื ใหม่
เมอื่ เลอื กคำสั่ง Format Background (รปู แบบพน้ื หลงั ) จะมี Task pane ขนึ้ มำให้เรำ
ออกแบบและจดั รปู แบบให้กับสพี ื้นของสไลด์ไดม้ ำกขึ้น ในลกั ษณะของสีพนื้ มีตัวเลอื กดงั น้ี

 Solid fill (สีเติมแบบทึบ) เลือกสพี น้ื แบบสเี ดียว
 Gradient fill (สเี ตมิ แบบไล่ระดบั ) เลือกสีพ้นื แบบไลเ่ ฉดสี
 Picture or texture fill (เติมรูปภาพและพนื้ ผิว) เลอื กรูปภำพหรือลวดลำยมำ

ทำพื้นหลงั
 Pattern fill (เตมิ ลวดลาย) ใส่ลวดลำยให้กบั พ้นื หลงั
 Hide background graphics (ซ่อนกราฟิกพืน้ หลงั ) เมื่อตอ้ งกำรซ่อนกรำฟิก

ที่มำกับเทมเพลต

กรณที เี่ รำเลือกลักษณะสีพื้นเปน็ Gradient fill จะมีตัวเลอื กทศิ ทำงกำรไล่สี ดังนี้
 Linear (แนว) ไลส่ เี ปน็ แนวต้งั หรอื แนวนอนหรือไล่จำกมุมตำ่ ง ๆ
 Radial (รศั มี) ไลส่ เี ปน็ รศั มีวงกลมจำกมุมต่ำง ๆ
 Rectangular (สเ่ี หลย่ี ม) ไลส่ ีเป็นลักษณะสเ่ี หล่ยี ม
 Path (เส้นทาง) ไล่สเี ป็นเส้นทำงจำกกงึ่ กลำง
 Shade from title (แรเงาจากชื่อเรื่อง) ไลส่ แี บบแรเงำจำกชื่อเรื่องไลล่ งมำ

159

ตกแต่งสไลดด์ ้วยพื้นผิว
กำรตกแต่งสไลดด์ ว้ ยพนื้ ผิวเป็นกำรเปลีย่ นรปู แบบพ้นื หลังของสไลด์

1. คลิกเลอื ก picture or texture fill เพ่ือเลือกภำพหรือพื้นผวิ
2. คลกิ เมำส์เลือกลกั ษณะพืน้ ผวิ

1

2

รปู ท่ี 24 กำรตกแตง่ สไลดด์ ้วยพืน้ ผวิ
6.4 กราฟกบั งานนาเสนอ

กำรใช้กรำฟจะช่วยใหก้ ำรวเิ ครำะห์และเปรยี บเทียบข้อมูลทำได้ง่ำย เพรำะกรำฟสำมำรถสื่อ
ควำมหมำยไดอ้ ย่ำงชัดเจน เรำสำมำรถเลอื กใช้กรำฟชนดิ ท่ีเหมำะกับข้อมลู ทีต้ องกำรแสดง เชน่ ใช้
กรำฟแท่งแสดงยอดขำยในแต่ละเดอื น หรือใชก้ รำฟวงกลมแสดงส่วนแบ่งทำงกำรตลำดของผลติ ภณั ฑ์
ท่ีขำย

การสรา้ งกราฟลงในสไลด์
เรำไมส่ ำมำรถสรำ้ งกรำฟได้จำกโปรแกรม PowerPoint โดยตรง แตจ่ ะต้องเรยี กใชโ้ ปรแกรม
Microsoft Excel ขึน้ มำเพ่ือใส่ข้อมลู ลงในกำรสรำ้ งกรำฟ มีวธิ ีกำรดังน้ี

1. คลกิ แท็บแทรก และคลิกเมำสป์ มุ่ คำสั่งแผนภมู ิ
2. เลอื กชนดิ ของกรำฟ
3. เลือกรปู แบบของกรำฟ
4. คลกิ เมำส์ตกลง เขำ้ สกู่ ำรสร้ำงกรำฟ
5. กรอกขอ้ มูลสำหรบั สรำ้ งกรำฟ
6. คลิกปิดตำรำงข้อมลู
7. จะได้กรำฟข้อมลู ที่กำหนดค่ำเอำไว้

160

3
1 52

4
56

7

รปู ที่ 25 กำรสร้ำงกรำฟลงในสไลด์

161

สว่ นประกอบสาคญั ของกราฟ
ส่วนประกอบสำคญั ของกรำฟในโปรแกรม PowerPoint มีดงั นี้

Plot Area Chart title

Chart Area

Value Axis Grid
Walls

Category Legend
Axis

รูปที่ 26 ส่วนประกอบของกรำฟ

 Chart Title ชือ่ กรำฟ
 Chart Area พืน้ ท่ีกรำฟท้งั หมด หำกจะลบหรือเคล่ือนย้ำยก็กระทำในพ้ืนทส่ี ่วนน้ี
 Plot Area พื้นท่ีแสดงกรำฟ ช่ือหมวดหมู่ และคำ่ ของข้อมูล (ยกเวน้ พืน้ ที่ Legend)
 Walls พน้ื ผวิ ดำ้ นขำ้ ง มีเฉพำะในกรำฟ 3 มติ ิเพรำะใชแ้ สดงเสน้ กรดิ แสดงขอ้ มลู
 Floor พ้ืนผวิ ดำ้ นล่ำงของกรำฟ (มเี ฉพำะในกรำฟ 3 มติ ิ)
 Value Axis แกนท่ีแสดงค่ำของข้อมลู
 Category Axis แกนทีแ่ สดงหมวดหมูข่ องข้อมูล
 Legend คำอธบิ ำยกรำฟ โดยใชส้ แี ทนวำ่ กรำฟสีไหนแสดงข้อมูลของอะไร
 Gridline เสน้ กรดิ เป็นเสน้ ที่ชว่ ยในกำรอ่ำนและเปรียบเทียบคำ่ ของข้อมูล

162

เครื่องมือทท่ี างานกบั กราฟ

เรำสำมำรถทำงำนกบั กรำฟที่สร้ำงข้นึ โดยคลิกเมำส์ทก่ี รำฟ จำกนั้นจะปรำกฏแท็บ design ซง่ึ

ประกอบด้วยปมุ่ คำสงั่ ต่ำง ๆ ทีใ่ ช้ในกำรตกแตง่ ดงั นี้

1. คลกิ เพ่ือตกแตง่ กรำฟ

2. ปรำกฏแถบเครื่องมือ Chart tool

ในแทบ็ design จะประกอบด้วยปุ่มคำสัง่ ท่ใี ชใ้ นกำรตกแต่งกรำฟ ดงั น้ี

Add Chart Element เพ่ิมองค์ประกอบต่ำง ๆ ลงในกรำฟ

Quick Layout วำงรปู แบบของกรำฟอย่ำงเร็ว

Change Colors เปลย่ี นสีกรำฟ

Switch Row/Column สลบั แกนแสดงข้อมลู ของกรำฟ
Select Data
Edit data เลอื กข้อมูลของกรำฟในตำรำงข้อมูล

Refresh Data เปิดตำรำงข้อมูล (Datasheet) เพอ่ื แก้ไข
Change Chart Type ขอ้ มูล
แกไ้ ขกรำฟให้ตรงกบั ข้อมูลท่ีถกู ปรับปรงุ

เปลย่ี นรปู แบบของกรำฟ

การเปลีย่ นชนดิ ของกราฟ

2

1
3

4

5

รปู ท่ี 27 ขน้ั ตอนกำรเปลีย่ นชนิดกรำฟ

163

ผลลพั ธ์ตามแบบทเี่ ลอื กไว้

รปู ที่ 28 ผลลัพธ์กำรเปล่ยี นกรำฟ

1. คลิกท่กี รำฟบนสไลด์
2. คลกิ เลือกปุ่มคำสั่ง Change Chart Type
3. เลอื กประเภทกรำฟ
4. เลอื กสไตลก์ รำฟ
5. คลกิ เมำส์
ในส่วนของ Change Chart Type ให้คลิกเมำสเ์ ลอื กประเภทของสไตลก์ รำฟดงั นี้

164
การแก้ไขขอ้ มูลด้วย Edit data

เม่ือตัวเลขท่ีใช้สรำ้ งกรำฟมกี ำรเปล่ียนแปลง เรำสำมำรถนำมำปรับปรุงใหเ้ ปลี่ยนตำมได้ ดงั น้ี

2

1

3

รูปท่ี 29 กำรแก้ไขข้อมลู ดว้ ย Edit data
1. คลกิ ท่กี รำฟ
2. คลิกเลือก Edit Data > Edit Data
3. แก้ไขข้อมูลในตำรำง
ตกแตง่ กราฟด้วยสไตล์สาเรจ็ รปู
กำรตกแต่งกรำฟให้มสี ีสันทำไดโ้ ดยคลกิ เลอื กท่แี ท็บ Design และเลือกคำสัง่ Chart Style
ซึ่งมขี ั้นตอนกำรทำงำนดังน้ี

2

3

1

รูปท่ี 30 ข้นั ตอนกำรตกแต่งกรำฟด้วยสไตล์สำเร็จรูป

165

แสดงรูปแบบของกราฟหลงั
ตกแต่ง

รูปท่ี 31 ผลลพั ธ์กำรตกแต่งกรำฟด้วยสไตล์
1. คลิกเมำส์เลอื กกรำฟ
2. คลิกแท็บ Design และเลือกคำสง่ั Chart Style
3. เลอื กรูปแบบกำรตกแต่งที่ตอ้ งกำร
สรปุ
โปรแกรมกำรนำเสนอผลงำน ชว่ ยในกำรจดั เตรียมเอกสำรต่ำง ๆ ทจี่ ำเป็นในกำรนำเสนอซง่ึ
มักจัดทำในรูปแบบสไลด์ แต่ละหน้ำของสไลดส์ ำมำรถกำหนดรูปแบบกำรตกแตง่ ได้โดยผใู้ ชส้ ำมำรถ
กำหนดเองหรอื เลือกใชร้ ปู แบบจำกชดุ รูปแบบสำเรจ็ รปู ได้

166

แบบทดสอบหลังเรยี น
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรียนที่ 2/2563
ชื่อ........................................................................แผนก......................................หอ้ ง...................

คาสั่ง / คาช้ีแจง ใหเ้ ลอื กคาตอบท่ีถกู ต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว

1. หำกตอ้ งกำรให้พืน้ หลงั มลี ักษณะเปน็ ลำย “หินอ่อน” ตอ้ งเลือกรูปแบบใด

ก. texture ข. picture

ค. pattern ง. gradient

2. ชุดรูปแบบสำเร็จรูป (Theme) อยูใ่ นแทบ็ ใด กลุ่มใด

ก. แทบ็ Design กล่มุ Theme

ข. แท็บ Home กลุม่ Theme

ค. แท็บ Theme กลุ่ม Select

ง. แท็บ Theme กลุ่ม Design

3. ข้อใดเป็นองค์ประกอบในกำรตกแต่งใน Theme ท่มี ีอยู่ใน PowerPoint

ก. Theme Fonts ข. Theme Effects

ค. Background Style ง. ถกู ทุกขอ้

4. Shading เปน็ รปู แบบกำรตกแตง่ ตำรำงอย่ำงไร

ก. ใส่สีพื้นแบบโปร่งใส ข. สรำ้ งสีคอลัมน์ใหเ้ ด่นข้นึ

ค. ใสส่ ีพ้นื แบบกำหนดสีท่ีตอ้ งกำร ง. ใชส้ ีพนื้ แบบคอลัมนส์ ลบั คอลัมน์

5. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ ว่ นประกอบหลักของกำรแสดงกรำฟในโปรแกรม PowerPoint

ก. แกน x และแกน y ข. รูปแสดงกรำฟแท่ง

ค. Data series หรือชุดของข้อมูล ง. Legend หรือคำอธิบำย

6. ข้อใดต่อไปกล่ำวถกู ต้อง

ก. กำรจดั ทำข้อมลู ที่เปน็ กรำฟสถติ ติ ำ่ ง ๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องแกไ้ ขขอ้ มูลใหม่

ข. เม่ือทำกำรแก้ไขข้อมูลกรำฟกจ็ ะยังคงรปู แบบเดมิ ไมเ่ ปลี่ยนแปลงรปู แบบตำมขอ้ มูลใหม่

ค. เมอ่ื ทำกำรแก้ไขข้อมูลกรำฟกจ็ ะยังคงรปู แบบเดิมไมเ่ ปล่ียนแปลง นอกเสยี จำกสร้ำงใหม่

ง. ถกู ทง้ั ข้อ ก. และ ข.

7. รูปแบบชนิดของกรำฟแบบ Column มลี กั ษณะคล้ำยข้อใดมำกท่สี ุด

ก. แบบ Area ข. แบบ Pie

ค. แบบ Line ง. แบบ Bar

167

8. ในกำรเพ่ิมสสี ันให้กบั กรำฟทั้งลักษณะเส้น ควำมกว้ำงของเส้น และสีของรปู กรำฟสำมำรถเลอื กได้

ทีใ่ ด

ก. Option ข. Edit

ค. Patterns ง. Data Labels

9. ขอ้ ใดเปน็ ส่วนประกอบของกรำฟท่ีจะเห็นไดเ้ ฉพำะในกรำฟ 3 มติ เิ ท่ำนั้น

ก. Walls ข. Legend

ค. Gridline ง. Guideline

10. Legend คอื อะไร

ก. พื้นทผ่ี ิวด้ำนข้ำง ข. เสน้ กรดิ

ค. คำอธิบำยกรำฟ ง. คำอธบิ ำยแกนกรำฟ

168

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชอ่ื ...............................................................................แผนก.......................................หอ้ ง...........

คาสงั่ / คาชแ้ี จง ให้เลือกคาตอบทถี่ ูกต้องที่สุดเพยี งข้อเดยี ว
1. หำกต้องกำรให้พนื้ หลงั มีลักษณะเป็นลำย “หนิ ออ่ น” ต้องเลอื กรูปแบบใด

ก. texture
2. ชดุ รูปแบบสำเรจ็ รปู (Theme) อย่ใู นแทบ็ ใด กลุ่มใด

ก. แทบ็ Design กล่มุ Theme
3. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบในกำรตกแต่งใน Theme ทีม่ อี ยูใ่ น PowerPoint

ง. ถูกทกุ ขอ้
4. Shading เปน็ รปู แบบกำรตกแตง่ ตำรำงอย่ำงไร

ค. ใส่สพี น้ื แบบกำหนดสีท่ีต้องกำร
5. ข้อใดไมใ่ ชส่ ว่ นประกอบหลักของกำรแสดงกรำฟในโปรแกรม PowerPoint

ข. รูปแสดงกรำฟแทง่
6. ข้อใดต่อไปกลำ่ วถกู ต้อง

ก. กำรจัดทำข้อมูลท่ีเป็นกรำฟสถติ ติ ำ่ ง ๆ ไม่จำเป็นท่จี ะต้องแก้ไขข้อมลู ใหม่
7. รปู แบบชนดิ ของกรำฟแบบ Column มลี ักษณะคล้ำยข้อใดมำกทส่ี ดุ

ง. แบบ Bar
8. ในกำรเพม่ิ สีสนั ให้กบั กรำฟท้ังลักษณะเสน้ ควำมกว้ำงของเสน้ และสขี องรปู กรำฟสำมำรถเลอื กได้
ทใี่ ด

ค. Patterns
9. ข้อใดเป็นสว่ นประกอบของกรำฟท่ีจะเห็นไดเ้ ฉพำะในกรำฟ 3 มิตเิ ท่ำน้ัน

ก. Walls
10. Legend คืออะไร

ค. คำอธบิ ำยกรำฟ

169

แบบฝึกหัดทา้ ยบท
วชิ าคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี เรื่อง โปรแกรมนาเสนอผลงาน

คาส่งั / คาชีแ้ จง ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สว่ นประกอบหลักของกรำฟ มอี ะไรบ้ำง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
2. คำสั่งใดท่ชี ่วยปรับควำมสงู และควำมกว้ำงของแถว / คอลมั นใ์ ห้เทำ่ กนั
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................ ........
3. หำกต้องกำรเปลีย่ นชนดิ ของกรำฟจะตอ้ งทำอย่ำงไรบ้ำง อธบิ ำย
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
4. ในกำรตกแต่งรูปกรำฟมีกำรตกแต่งอะไรบ้ำง พร้อมท้งั อธบิ ำยวธิ กี ำรมำพอสังเขป
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................................. ..............
5. กำรตกแต่งตำรำงดว้ ยรปู แบบสำเรจ็ รปู มขี ั้นตอนอย่ำงไร
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................. ..................................................................

170

ใบงานปฏบิ ตั ิ
เรอ่ื ง การใชโ้ ปรแกรมนาเสนอผลงาน

คาสง่ั / คาชี้แจง ปฏิบตั ติ ามขนั้ ตอน
1. สรำ้ งงำนนำเสนอโดยใช้โปรแกรม Microsoft Office PowerPoint จำกข้อมลู ที่กำหนให้

สร้ำงกรำฟด้วยโปรแกรม Microsoft Graph โดยนำไฟล์ตำรำงสรุจังหวัดท่ีมีประชำกรมำก
ที่สุดในประเทศไทยจำกโปรแกรม Microsoft Excel มำใส่ในตำรำงข้อมูลของโปรแกรม Microsoft
Graph โดยกำหนดให้เป็นชนิด Column สไตล์แบบ Clustered Column จำกน้ันปรับรูปแบบให้
สวยงำม

2. สรำ้ งงำนนำเสนอ โดยใช้โปรแกรม PowerPoint จำกข้อมลู ที่กำหนดให้
2.1 ใหส้ ร้ำงกรำฟเก่ียวกับพืน้ ทีท่ ถ่ี ูกไฟไหม้ป่ำในแตล่ ะภำคของไทย โดยใชแ้ บบ Line

รปู แบบ Line With Markers โดยมขี อ้ มลู ดงั น้ี

ภาคเหนอื ควำมถ่ี (ครั้ง) 2,387
พื้นท่ีเสยี หำย (ไร)่ 19,993.6

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควำมถี่ (ครั้ง) 794
พ้ืนทีเ่ สยี หำย (ไร่) 9,346.6

171

ภาคกลาง ควำมถี่ (ครั้ง) 307
พืน้ ทเี่ สียหำย (ไร)่ 3,885

ภาคใต้ ควำมถ่ี (คร้ัง) 13

พื้นทีเ่ สยี หำย (ไร่) 119

2.2 ใหส้ รำ้ งกรำฟพ้นื ท่ีทถ่ี ูกไฟไหมป้ ่ำ โดยใช้รูปแบบ Area รูปแบบ 3-D Area โดยมขี ้อมลู
ดงั น้ี

ปี พ.ศ. พื้นท่ไี ฟไหม้ปา่ (ไร่)
2549 53,885.00
2550 117,395.00
2551 70,810.00
2552 61,083.00
2553 83,176.00
2554 25,489.10
3. บนั ทึกไฟล์ช่อื Information นำมสกลุ .ppt

172

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 7
รหสั วิชา 20001 - 2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ
ชื่อหน่วย การประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมนาเสนอด้วยเอฟเฟ็กต์ จานวน 3 ชวั่ โมง
รายการหวั ข้อการเรยี นรู้
1. รูปแบบของการใสเ่ อฟเฟก็ ต์ในงานนาเสนอ
2. เอฟเฟ็กต์เคลอ่ื นท่ภี าพไปตามเส้นไกด์

หัวข้อการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรอื จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1. รูปแบบของการใส่เอฟเฟก็ ตใ์ นงานนาเสนอ 1. ใส่รปู แบบเอฟเฟ็กตใ์ นงานนาเสนอได้
2. เอฟเฟก็ ต์เคลื่อนที่ภาพไปตามเสน้ ไกด์ 2. ใส่เอฟเฟก็ ต์ใหภ้ าพเคลื่อนทีไ่ ปตามเสน้ ไกดไ์ ด้

วธิ กี ารสอน : บรรยายและสาธิต

สื่อการสอน :
1. หนงั สอื เรยี นวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (20001-2001) ของบรษิ ทั ซัคเซส

มีเดีย จากดั
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ก่อนเรยี น / หลังเรียน พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบตั ิ
4. แบบฝึกหดั ท้ายบท
5. Google Classroom

การประเมิน :
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรับปรงุ
2. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อนเรียนไม่มเี กณฑผ์ ่าน เกบ็ คะแนนไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนที่ ได้

จากการทดสอบหลงั เรยี น
3. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ บั การ

ประเมนิ ตามสภาพจริง

173

แผนการจดั การเรียนรู้

ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 สอนครงั้ ท่ี 12

หนว่ ยที่ 7 ชือ่ หนว่ ย การประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรมนาเสนอด้วยเอฟเฟ็กต์ จานวน 3 ชม.

1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. รูปแบบของการใส่เอฟเฟก็ ตใ์ นงานนาเสนอ
2. เอฟเฟ็กตเ์ คล่อื นทีภ่ าพไปตามเสน้ ไกด์

2. สาระสาคญั
การใสเ่ อฟเฟ็กตจ์ ะช่วยเพ่ิมลูกเลน่ ในการแสดงวัตถตุ ่าง ๆ ท่นี าเสนอออกมาให้เคลอ่ื นไหว

หรือมีเสยี งประกอบซึ่งทาให้ดูต่ืนเตน้ และชวนตดิ ตามมากย่ิงข้นึ นอกจากนย้ี งั สามารถควบคมุ การ
แสดงขอ้ ความตามลาดับหัวข้อ และแสดงกราฟตามชดุ ของขอ้ มลู ซึ่งช่วยให้ผ้ชู มดูเน้อื หาแลว้ เขา้ ใจเป็น
อย่างดี

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เกี่ยวกับรปู แบบการใส่เอฟเฟ็กตใ์ นงานนาเสนอรปู แบบตา่ ง ๆ และเอฟเฟก็ ต์

เคลอ่ื นท่ีไปตามเสน้ ไกด์ได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จุดประสงคท์ ัว่ ไป
1. ปฏิบตั ิการใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับงานนาเสนอ
2. ปฏบิ ัตกิ ารใสเ่ อฟเฟ็กต์ใหภ้ าพเคลื่อนทไี่ ปตามเส้นไกด์

4.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. ปฏิบัตใิ ส่เอฟเฟ็กต์ใหก้ ับงานนาเสนอได้
2. ปฏบิ ัตใิ ส่เอฟเฟ็กต์ให้ภาพเคลื่อนท่ีไปตามเส้นไกด์ได้

174

5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยท่ี 7 ครงั้ ที่ 12 (จานวน 3 ช่ัวโมง)

ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาและแสดงความคิดเหน็ ทบทวนเนอื้ หาท่ีเรียนผ่านมาเมื่อ

สัปดาห์ทแี่ ล้ว
2. ครูแสดงความคิดเหน็ เพ่ิมเตมิ
ข้นั สอน
3. ครูสาธิตการเรยี กใชง้ านโปรแกรม นักเรียนเปิดโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint

2019* ครูอธิบายวิธีการใช้แถบคาสงั่ แถบเคร่ืองมือต่างๆ ในหน้าต่างของโปรแกรม รวมถึงคุณสมบัติ
ใหม่ของโปรแกรม

4. ครูอธิบายถึงวิธีการใส่เอฟเฟก็ ต์ใหง้ านนาเสนอ สาธติ ใหน้ กั เรียนดู และนักเรียนปฏิบัติตาม
ขนั้ ตอน

5. ครูอธิบายวิธีการใส่เอฟเฟ็กต์ให้ภาพเคลื่อนที่ตามเส้นไกด์ ครูสาธิตให้นักเรียนดู และ
นักเรยี นปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนตามครู

6. ครูกาหนดหัวข้อให้นักเรียนพิมพ์เอกสาร หัวข้อ โปรไฟล์ของฉัน (My Profile) แล้วให้
บันทึกไฟลช์ ่ือ EX Profile

7. นักเรียนนาเสนอผลงานของตนเองทหี่ น้าชน้ั เรยี น
8. ครแู ละนักเรยี นสรุปเน้ือหาสาระสาคัญ ครเู สนอแนะเพ่มิ เติม
ข้ันสรุปและการประยุกต์
9. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซักถามขอ้ สงสัย ครูตอบข้อสงสยั
10. นักเรยี นทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ เสร็จแล้วจับคสู่ ลบั กนั ตรวจบันทึกผลการประเมิน
ส่งให้ครู
11. ครูตรวจสอบความถูกต้องและเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน แจ้ง
ผลการประเมนิ ให้นกั เรยี นแต่ละคนทราบความก้าวหน้าในการเรียนการสอน
12. กรณีมีนกั เรยี นไม่ผา่ นการประเมนิ ให้นัดหมายเวลาเพื่อทาการสอนเสรมิ ต่อไป

6. สื่อการจดั การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ (20001-2001) ของบริษทั

ซัคเซส มเี ดยี จากัด
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ กอ่ นเรยี น / หลงั เรียน พร้อมเฉลย
3. ใบงานปฏิบัติ

175

4. แบบฝกึ หัดทา้ ยบท
5. Google Classroom

7. หลักฐานการเรยี นรู้
7.1 แผนการจัดการเรียนรู้
7.2 แบบประเมินหลงั เรียนเร่อื งการประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมนาเสนอดว้ ยเอฟเฟก็ ต์

8. การวดั และประเมินผล
8.1 แบบประเมนิ หลงั เรียนเร่ืองการการประยุกตใ์ ช้โปรแกรมนาเสนอดว้ ยเอฟเฟ็กต์

176

สปั ดาหท์ ่.ี ................

บนั ทกึ หลงั การสอน

รหัสวิชา.....................วชิ า......................................................................ระดับ................. ชนั้ ปีท.ี่ ..........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนกั เรียน...................คน มาเรียน.....................คน
ขาดเรยี น..............คน มาสาย...........คน ลา.........คน สอนเม่ือวนั ท่.ี .........เดอื น......................พ.ศ.........
หน่วยท.่ี ............... ชื่อหนว่ ย................................................................................จานวน..............ชวั่ โมง

 เนื้อหาวตั ถุประสงค์และสอื่ การสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

 ปญั หาที่เกิดขน้ึ ในระหว่างการเรยี นการสอน
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................

 แนวทางการแก้ไขปัญหาของครผู สู้ อน และผลที่ได้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ......................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน ลงชอื่ ................................................หัวหน้าแผนก
(นางสวุ ิมล อกั ษรกลาง) (นางสุกญั ญา ดนัยสวัสดิ)์

วนั ท.่ี ......................................................... วันท่ี..........................................................

177

แบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วิชาคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ ภาคเรยี นที่ 2/2563
ชือ่ ............................................................................แผนก.......................................หอ้ ง..............

คาส่งั / คาชี้แจง ใหเ้ ลือกคาตอบทถี่ ูกต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดยี ว

1. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของการสรา้ งเทคนิคใหก้ บั สไลด์มากที่สุด

ก. เพ่อื ให้งานนาเสนอดนู ่าสนใจมากขึ้น

ข. เพื่อให้งานนาเสนอมคี วามเล็กกะทดั รัด

ค. เพอ่ื สรา้ งงานนาเสนอให้ดีและประหยัดพนื้ ที่

ง. เพอ่ื สรา้ งงานนาเสนอใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการใชส้ อย

2. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้อง

ก. สามารถกาหนดเวลาในการแสดงเอฟเฟ็กต์

ข. สามารถใสเ่ สียงประกอบการแสดงเอฟเฟ็กต์ได้

ค. PowerPoint ใส่เอฟเฟก็ ต์การเคลอื่ นไหวได้เฉพาะกับข้อความและภาพเทา่ นั้น

ง. PowerPoint สามารถกาหนดการเคลื่อนไหวให้กบั วัตถดุ ้วยเทคนคิ ที่มอี ยแู่ ลว้ ในโปรแกรม

3. การใสเ่ อฟเฟ็กตเ์ ปลี่ยนหน้าสไลด์ควรทางานในมุมมองใด

ก. Slide view ข. Slide show

ค. Slide sorter view ง. Normal view

4. ข้อใดคือความสามารถของคาสงั่ Animation Schemes

ก. กาหนดเอฟเฟ็กตใ์ นการเปลยี่ นหนา้ สไลด์

ข. กาหนดเอฟเฟ็กต์สรา้ งการเคลอื่ นไหวให้กับกราฟ

ค. กาหนดเอฟเฟ็กตใ์ ห้กับแต่ละวตั ถุในสไลด์ด้วยตัวเอง

ง. กาหนดเอฟเฟ็กตใ์ ห้กับแต่ละวัตถใุ สไลด์ด้วยรปู แบบสาเรจ็ รูป

5. ในการกาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กับข้อความโดยใชค้ าสั่ง Hide After Animation หมายถึงอะไร

ก. เมื่อมีการแสดงให้ทาการซ่อนข้อความนัน้

ข. เม่อื มีการแสดงครง้ั ตอ่ ไปใหซ้ ่อนข้อความนนั้

ค. เมอ่ื มีการแสดงไม่ต้องทาอะไรกับข้อความน้นั

ง. เม่ือมีการแสดงการเคลือ่ นไหวครั้งต่อไปใหแ้ สดงขอ้ ความนนั้

6. ในชอ่ ง Animate Text การกาหนดคาส่ัง By Word หมายถึงข้อใด

ก. แสดงขอ้ ความทลี ะคา

ข. แสดงข้อความทีละตวั อกั ษร

ค. แสดงข้อความออกมาแบบบางมาเข้ม

ง. แสดงข้อความในแต่ละหวั ข้อทง้ั หมดพร้อมกัน

178

7. หากตอ้ งการให้กราฟแสดงกราฟออกมาในแตล่ ะกล่มุ ก่อนแลว้ จงึ แสดงกราฟของกลุ่มตอ่ ไป

ก. by series ข. by category

ค. by element in series ง. by element in category

8. ขอ้ ใดคือการเชื่อมโยงไปยงั สไลดก์ อ่ นหน้า

ก. Next slide ข. Last slide

ค. First slide ง. Previous slide

9. ในการกาหนดเอฟเฟ็กตเ์ องจะต้องกาหนดการเร่ิมต้นให้เอฟเฟก็ ต์ของวัตถุทางานได้ที่ใด

ก. Direction ข. Start

ค. Add effect ง. Speed

10. ข้อใดต่อไปน้ีเป็นคาสั่งเกี่ยวกับเทคนคิ ในการเปลย่ี นแผ่นสไลด์

ก. Slide show ข. Slide transition

ค. Transition schemes ง. Custom animation

179

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
รหัส 20001-2001 วชิ าคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชพี ภาคเรยี นท่ี 2/2563
ชื่อ............................................................................แผนก.......................................ห้อง..............

คาสั่ง / คาชแ้ี จง ให้เลือกคาตอบทีถ่ กู ต้องท่ีสุดเพียงข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของการสร้างเทคนิคใหก้ ับสไลด์มากท่ีสุด

ก. เพ่อื ให้งานนาเสนอดูน่าสนใจมากขนึ้
2. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้อง

ค. PowerPoint ใสเ่ อฟเฟ็กต์การเคลอ่ื นไหวไดเ้ ฉพาะกับข้อความและภาพเทา่ นน้ั
3. การใสเ่ อฟเฟ็กต์เปล่ียนหน้าสไลดค์ วรทางานในมมุ มองใด

ง. Normal view
4. ข้อใดคือความสามารถของคาสงั่ Animation Schemes

ง. กาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กับแต่ละวัตถุใสไลด์ดว้ ยรูปแบบสาเรจ็ รูป
5. ในการกาหนดเอฟเฟ็กต์ให้กับข้อความโดยใชค้ าส่ัง Hide After Animation หมายถึงอะไร

ก. เมือ่ มีการแสดงให้ทาการซ่อนข้อความน้ัน
6. ในชอ่ ง Animate Text การกาหนดคาสั่ง By Word หมายถงึ ข้อใด

ก. แสดงขอ้ ความทลี ะคา
7. หากตอ้ งการใหก้ ราฟแสดงกราฟออกมาในแต่ละกลมุ่ ก่อนแล้วจึงแสดงกราฟของกลมุ่ ตอ่ ไป

ข. by category
8. ข้อใดคือการเชื่อมโยงไปยังสไลดก์ อ่ นหน้า

ง. Previous slide
9. ในการกาหนดเอฟเฟ็กตเ์ องจะต้องกาหนดการเริม่ ตน้ ใหเ้ อฟเฟ็กต์ของวตั ถุทางานได้ที่ใด

ข. Start
10. ขอ้ ใดต่อไปนเี้ ป็นคาส่งั เกี่ยวกับเทคนคิ ในการเปลยี่ นแผ่นสไลด์

ข. Slide transition

180
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
เร่ือง การประยุกตใ์ ช้โปรแกรมนาเสนอด้วยเอฟเฟ็กต์
การนาเสนอ หรือเรียกตามศัพท์ภาษาอังกฤษว่า การพรีเซนเทชัน (Presentation) มักเรียก
ติดปากสั้น ๆ การพรีเซนท์ ซึ่งก็คือการบรรยายเพื่อนาเสอนหรือโน้มน้าวผู้ฟังด้วยข้อมูลต่าง ๆ โดย
การนาเสนอท่ีดีต้องมขี อ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง กระชับ และเขา้ ใจง่าย
หลักการของโปรแกรม PowerPoint คือ การจาลองการทางานของเคร่ืองฉายสไลด์ โดย
ข้อมูลที่ใช้ในการนาเสนอจะถูกเก็บอยู่ในสไลด์ (Slide) แต่ละสไลด์จะประกอบด้วยข้อความ กราฟ
ตาราง รูปภาพ ไดอะแกรม หรือภาพเคลื่อนไหวตา่ ง ๆ
8.1 รปู แบบของการใส่เอฟเฟก็ ตใ์ นงานนาเสนอ
การใส่เอฟเฟ็กต์ในงานนาเสนอมี 2 รปู แบบ คือ การใส่เอฟเฟก็ ต์เปล่ยี นหนา้ สไลด์และการใส่
เอฟเฟ็กตใ์ ห้กบั แต่ละวตั ถุบนหน้าสไลด์
การใส่เอฟเฟ็กต์เปลี่ยนหนา้ สไลด์ (Slide transition)
รูปแบบน้ีเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์สร้างการเคล่ือนไหวให้กับสไลด์ท่ีกาลังจบลงเปล่ียนไปเป็น
สไลด์หน้าใหม่ เรียกวา่ ทรานซิชั่น

รปู ท่ี 32 ตัวอยา่ งการใส่เอฟเฟ็กต์เปลีย่ นหนา้ สไลด์
ขนั้ ตอนที่ 1 เลือกสไลด์และกาหนดเอฟเฟก็ ต์การเปล่ยี นสไลด์
1. เลอื กสไลด์ท่จี ะใสเ่ อฟเฟก็ ต์หรอื เลอื กสไตลท์ ี่กาหนด

2. เลือกแทบ็ Transitions

3. เลือกเอฟเฟก็ ต์ในสไลด์
รูปท่ี 33 ข้นั ตอนการใสเ่ อฟเฟ็กต์ในงานนาเสนอ (1)

181

ขน้ั ตอนที่ 2 กาหนดความเร็วและวิธีการสงั่ งานให้เกดิ การเปลย่ี นสไลด์

1. เลือกเสียงประกอบการเปลย่ี นสไลด์

2. เลอื กความเรว็ ในการเปลีย่ นหนา้ สไลด์

3. กาหนดการสั่งงานให้สไลด์เปลย่ี นหนา้

4. แสดงสญั ลกั ษณว์ า่ ไดก้ าหนดใหม้ ีการเคลื่อนไหว

5. คลิกดูผลลัพธ์การเคล่ือนไหวในสไลดห์ น้านี้

รปู ที่ 34 ขั้นตอนการใสเ่ อฟเฟก็ ต์ในงานนาเสนอ (2)

รูปแบบของเอฟเฟ็กต์ Transition
 กล่มุ Subtle เป็นกล่มุ ของเอฟเฟ็กต์ทีเ่ นน้ การแสดงผลแบบละเอียด เชน่ ค่อย ๆเล่ือน

เขา้ มาหรือเล่อื นออกไป
 กลมุ่ Exciting เนน้ การแสดงผลแบบต่นื เตน้ น่าสนใจ เชน่ การเหวีย่ ง หมนุ แบบเลอ่ื น

เข้ามาเหมือนแสดงแบบแกลอรภี าพ เปน็ ต้น
 กล่มุ Dynamic content เป็นกลมุ่ ของเอฟเฟ็กตล์ ักษณะแบบ 3-D motion จะแสดง

แบบเคลือ่ นท่เี นื้อหาเขา้ มาในสไลด์ โดยจะเคลือ่ นไหวแต่เนื้อหาระหว่างสไลด์ทัง้ สอง
อย่างเดียว พน้ื ทข่ี องสไลด์จะอยู่กบั ท่ี ต่างกบั เอฟเฟ็กต์กลมุ่ อน่ื ซ่ึงจะเคลือ่ นไหวทั้งแผ่น
สไลด์
การใส่เสียงเอฟเฟ็กต์ประกอบ
นอกจากการใส่เอฟเฟ็กตใ์ ห้ภาพเคลื่อนไหวได้แล้วยงั สามารถเลอื กใสเ่ สยี งประกอบลงไปใน
การนาเสนอสไลด์เพ่ือให้ผ้ชู มทราบว่ากาลงั จะเปลี่ยนสไลด์แผ่นใหม่ จะช่วยกระตุน้ ความสนใจจาก
ผู้ชมได้เพ่มิ มากข้นึ ด้วยวิธกี ารดังต่อไปน้ี

182

1. คลิกที่ Transitions > Sounds

2. คลิกเลือกไฟลเ์ สียงมาตรฐานท่ี
ตอ้ งการหรอื เลือกไฟลเ์ สยี งอนื่ ๆ

รปู ที่ 35 การใส่เสียงประกอบเอฟเฟ็กตป์ ระกอบ

ใสเ่ อฟเฟก็ ตใ์ หก้ ับแตล่ ะวตั ถุที่อยู่บนหน้าสไลด์

การแสดงสไลดท์ ่ีประกอบดว้ ยขอ้ ความ / รปู ภาพในครัง้ เดียว แล้วผู้บรรยายเน้อื หาไปเรอ่ื ย ๆ

อาจทาให้ผู้ฟังสนใจแต่จะจดเน้ือหาทง้ั หมดแทนทจ่ี ะฟังบรรยาย เราสามารถกาหนดให้แสดงข้อความ

คร้ังละบรรทัดหรือครั้งละภาพได้ ด้วยการใส่เอฟเฟ็กต์เคล่ือนไหวให้กับแต่ละวัตถุท่ีอยู่บนสไลด์มี 2

รูปแบบ คอื การใส่เอฟเฟ็กตส์ าเร็จรูปและการกาหนดการเคล่ือนไหวเอง

 การใส่เอฟเฟก็ ต์สาเรจ็ รปู
1. คลกิ เลือกข้อความหรือภาพทีต่ ้องการใสเ่ อฟเฟ็กต์การเคลื่อนไหว

2. เลือกแท็บ Animations จากน้ันเลือกรปู แบบการเคลอ่ื นไหว

โปรแกรม PowerPoint มเี อฟเฟ็กตก์ ารเคลื่อนไหวให้เราเลือกใช้ โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่

ไดด้ งั น้ี

Entrance กาหนดเอฟเฟ็กต์ให้วตั ถุเคล่ือนไหวเขา้ มาปรากฏใน

สไลด์

Emphasis เนน้ วัตถใุ ห้โดดเด่นข้ึน

Exist ทาให้วัตถเุ คลื่อนไหวแล้วหายไป

183

Motion paths กาหนดใหว้ ัตถเุ คลื่อนไหวตามเส้นไกด์
More effects เปน็ การเลอื กใชเ้ อฟเฟก็ ตเ์ พ่มิ เติมทีม่ ีอย่ภู ายในเมนู

 การกาหนดหลายเอฟเฟ็กต์ให้วัตถุเดียวกัน
1. คลกิ เลอื กวัตถุทจ่ี ะใส่การเคล่ือนไหว
2. คลิกที่ Add Animation และเลอื กเอฟเฟ็กต์การเคลอื่ นไหวใหก้ ับวัตถเุ พิ่มจากเดิม
กาหนดรายละเอียดการแสดงเอฟเฟ็กต์

- กาหนดรายละเอยี ดการแสดงเอฟเฟ็กต์
เราสามารถปรบั แต่งเอฟเฟก็ ตใ์ ห้ดเู หมาะสมกบั วัตถทุ เี่ ราเลอื กแสดงเอฟเฟ็กต์ด้วย เช่น

กาหนดความเรว็ ของเอฟเฟ็กต์ เปน็ ต้น

 กาหนดลาดบั การแสดงเอฟเฟ็กต์ของวตั ถุ
1. คลิกท่ี Animation pane
2. คลกิ เมาสเ์ ลือกเอฟเฟก็ ต์ที่ตอ้ งการเปล่ยี นลาดับ
3. คลกิ เมาส์ขึน้ หรือลงเพื่อสลบั ลาดับการแสดงเอฟเฟ็กต์

ต้ังค่าแสดงภาพเคล่ือนไหวอยา่ งต่อเน่ือง
เราสามารถกาหมดให้เอฟเฟ็กตแ์ สดงข้นึ มาเองตามลาดบั โดยทีเ่ ราไม่ต้องควบคุมด้วยการ
คลิกเมาส์

1. คลกิ เมาสเ์ ลอื กเอฟเฟก็ ต์ที่ต้องการแสดงต่อ
2. เลือก After Previous เพอ่ื ให้แสดงหลังวัตถุที่ 1 ทันทโี ดยไม่ต้องคลิกเมาส์

3. คลิกวตั ถุที่ 3 เพ่ือให้แสดงพรอ้ มกับวตั ถุท่ี 2
4. เลอื ก With previous เพอื่ ใหแ้ สดงพร้อมกบั วตั ถุที่ 2 ทันทโี ดยไมต่ ้องคลิกเมาส์

184

กาหนดเวลาในการแสดงเอฟเฟ็กต์ดว้ ยเส้นนอกเวลา Timeline
1. คลกิ เลอื กเอฟเฟ็กต์ทตี่ ้องการกาหนดเวลา
2. เลอื ก Show advanced timeline เพื่อปรบั เวลาการแสดงเอฟเฟ็กตใ์ นเสน้

timeline
3. ลากเมาสก์ าหนดช่วงเวลาในแต่ละเอฟเฟก็ ต์ใหเ้ ลน่ ต่อเน่ืองกนั อย่างลงตวั
4. เลอื ก Hide advanced timeline เพ่ือปิดหนา้ ตา่ งการกาหนดเวลา

ปรับแต่งลูกเล่นการแสดงเอฟเฟก็ ต์
 กาหนดการเคลอื่ นไหวแลใส่เสียงประกอบ

1. คลิกเอฟเฟ็กต์ท่ีต้องการปรับแต่ง
2. เลือกคาสง่ั effect options…
3. เลือกรปู แบบการเคลื่อนไหวของเอฟเฟ็กต์
4. เลือกเสยี งประกอบเอฟเฟ็กตแ์ ละปรบั ระดบั ความดงั ของเสียง
5. กาหนดว่าหลังจากแสดงเอฟเฟ็กต์ให้วัตถเุ ปน็ เหมอื นเดมิ
 กาหนดเวลาในการแสดงเอฟเฟก็ ต์
1. กาหนดเหตกุ ารณ์ท่สี ่งั ให้เล่นเอฟเฟ็กต์
2. หน่วงเวลาไวก้ อ่ นทีจ่ ะเล่นเอฟเฟก็ ต์
3. กาหนดเวลาท่ีใชใ้ นการเลน่ เอฟเฟ็กต์
4. กาหนดจานวนการเลน่ ซ้า
5. กาหนดใหก้ รอกลับเม่ือเล่นเสร็จ


Click to View FlipBook Version