The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wootdy58741227, 2021-06-26 22:55:47

งาน อ.ดร.ชาลี

งาน อ.ดร.ชาลี

237
แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรู เรอื่ ง การอนุรักษทรัพยากรธรรมในทองถ่นิ

คําสั่ง ใหนกั เรียนทําเครอื่ งหมาย X ทบั ตัวอกั ษรที่ถูกตอ งทส่ี ดุ เพียงขอ เดยี ว

1. นํ้ามคี วามสาํ คญั มากมาย ยกเวน 4. การแกไ ขปญ หาการตัดไมท ําลายปาทดี่ ที ่สี ดุ

ขอ ใด? คือ?

ก.ใชลางรถ ก. ชว ยกนั ปลกู ปา

ข.ใชในการบรโิ ภค ข. จัดนิทรรศการการอนุรกั ษปาไม

ค.ใชในการคมนาคม ค. ใชวตั ถุอืน่ แทนผลิตภัณฑท ี่ทาํ จากไม

ง. ใชผลิตกระแสไฟฟา ง. สรางจติ สํานึกที่ดใี นการใชทรัพยากรปา ไม

2. วธิ ีการในขอ ใดใดสามารถปอ งกนั 5. วธิ ีการในขอ ใดชว ยปองกนั การเกดิ นํา้ ทว ม

ดินเสอื่ มสภาพได? ไดดีท่สี ดุ ?

ก. ปลอ ยทด่ี นิ วางเปลา ก. ปลกู ปา

ข. พรวนดนิ สมํ่าเสมอ ข. สรา งเข่ือน

ค. ปลกู พชื หมนุ เวยี น ค. ขดุ คลองเพ่ิมขึน้

ง. เพ่มิ ปยุ เคมบี ํารุงดิน ง. สรา งคันดินรมิ แมนาํ้

3.โครงการปา รกั ษนํ้าเปน โครงการ

ชว ยแกปญหาดานใด?

ก. ประหยดั นา้ํ

ข. ปลูกปา ในน้าํ

ค. การอนุรักษป า

ง. การบําบัดนาํ้ เสีย

รนู ะคดิ อะไรอยู แตเด็กดีตอ งมี
ความซ่อื สัตยน ะจะ

238

เฉลย
1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ข

ถกู กนั ทุกขอ เลยละซิ เกง จงั

239

ชุดฝกทักษะการคดิ แกป ญ หา เรอ่ื ง สรรพสิ่งในธรรมชาติ
ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ สาํ หรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท ่ี 4

ชดุ ท่ี 5 เร่อื ง ส่ิงแวดลอ มทางสงั คมและวฒั นธรรม

โดย
นางสาวนฤมล มโี สภา

240

คําชี้แจงสาํ หรบั นกั เรียน
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ชุดท่ี 5 เรื่อง ส่ิงแวดลอมทางสังคมและ
วัฒนธรรมชุดนี้ประกอบดวย วัตถุประสงค ใบความรู ใบกิจกรรม แบบประเมินทักษะ
การคิดแกปญหา และแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เวลาในการใชชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหา 2 ชวั่ โมง
ข้นั ตอนในการปฏบิ ตั ิ
1. นกั เรยี นศึกษาวัตถปุ ระสงคข องการใชช ดุ ฝก
2. นักเรียนศึกษาใบความรู เรื่อง สิ่งแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม และ
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามใบกิจกรรมท่กี าํ หนดให
3. หลังจากศึกษาแลวใหนักเรียนทําแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา
เรอ่ื ง สิง่ แวดลอ มทางสงั คมและวัฒนธรรมจํานวน 5 ขอ และแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
เรอื่ ง สง่ิ แวดลอมทางสงั คมและวัฒนธรรม จาํ นวน 5 ขอ
4. นักเรียนตรวจแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา และแบบทดสอบ
วัดผลการเรยี นรทู า ยแบบทดสอบ

วัตถุประสงค
1. เพื่อใหน ักเรยี นบอกความแตกตางของสง่ิ แวดลอมทางสงั คมและ

วฒั นธรรมได
2. เพอื่ ใหน กั เรยี นบอกถงึ ความสัมพนั ธแ ละวิธกี ารรกั ษาสง่ิ แวดลอมทาง

สงั คมและวัฒนธรรมได

241

ใบความรู
เรื่อง ส่ิงแวดลอ มทางสังคมและวัฒนธรรม

สิง่ แวดลอมทางสังคมและวฒั นธรรม หมายถงึ ส่งิ แวดลอ มท่มี นษุ ยสรา งขน้ึ ไดแก
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภมู ปิ ญ ญา ศลิ ปกรรม ซึ่งสิ่งเหลาน้เี ปน สิง่ ท่ีมคี ุณคา ตอชมุ ชน

1. ความแตกตางของส่ิงแวดลอ มทางสังคมในภาคตา ง ๆ
1) สิง่ แวดลอ มทางสังคมภาคเหนอื

การประกอบอาชีพ ภูมิประเทศในภาคเหนือเปนภูเขาที่ราบสูงระหวางภูเขา ทําใหมีอากาศ
หนาว อาชีพที่สําคัญ คือ การเพาะปลูก การทําสวนผลไม การทําอุตสาหกรรมในครัวเรือน เชน
การปนถวยชาม การแกะสลกั เปนตน

ท่ีอยูอาศัย คนภาคเหนือนิยมปลูกเรือนไมสูง เพราะสรางเรือนอยูตามดอย ชองหนาตาง
ไมกวางเพื่อไมใหลมเขามาก ตัวเรือนมีลักษณะเดนท่ียอดหลังคาทําเปนไมไขวกัน 2 แฉก
เรยี กวา “กาแล”

อาหารการกิน นิยมรับประทานขาวเหนียวกับน้ําพริกตางๆ เชน น้ําพริกออง น้ําพริกหนุม
นอกจากน้ียังมแี กงฮงั เล แกงโฮะ ขาวซอย แคบหมู เปนตน

ภาษาและการแตงกาย ภาษาเหนือมีลักษณะท่ีออนหวาน นุมนวล การแตงกายท่ัวไป
หญิงสวมเส้ือแขนกระบอกนุงผาซ่ิน ชายนิยมสวมเส้ือมอฮอม แตถาชาวเขาจะแตงตัวแตกตาง
กนั ตามเผา

ประเพณี ภาคเหนือมีประเพณีที่สําคัญ ๆ เชน งานนมัสการพระธาตุดอยตุงที่เชียงราย
งานนมัสการพระบรมธาตุหรภิ ุญชัยท่ลี าํ พูน เปนตน

ภูมิปญญาทองถิ่น ภาคเหนือมีการทําเคร่ืองเงิน งานหัตถกรรมประเภทเครื่องจักสาน
เครื่องปน ดินเผา แกะสลกั ไม และการทาํ รม ซง่ึ ผลงานเหลา นีถ้ อื เปน ทภ่ี าคภูมิใจของชาวเหนอื

242

2) สงิ่ แวดลอมทางสงั คมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การประกอบอาชีพ เน่ืองจากเปนพ้ืนที่ราบสูงเหมาะแกการเล้ียงสัตว มีการทํานา
การเพาะปลูก นอกจากน้ียังมีการปลูกหมอนเลี้ยงไหม และการทําอุตสาหกรรมในครัวเรือน
เชน การทอผาไหม

ท่ีอยูอาศัย การสรางบานเรือนสวนใหญมีลักษณะเปดโลง มีฝากั้นในสวนที่เปนพ้ืนท่ีนอน
และใตถนุ ยกสูง เพอ่ื ใหลมพัดผานสะดวก บรเิ วณใตถ นุ ใชทํากจิ กรรมในการเล้ยี งสัตว

อาหารการกิน ชาวอีสานนิยมบริโภคขาวเหนียวเปนหลักโดยรับประทานกับแจว อาหาร
อ่ืนๆ เชน สม ตาํ ลาบ น้ําตก

ภาษาและการแตงกาย ภาษาที่ใชคือ ภาษาถิ่นอีสาน ซึ่งมีจังหวะการพูดเร็วกวาภาคเหนือ
การแตงกายนยิ มใชผ าท่ที าํ จากเสนใยธรรมชาติ เชน ผาฝา ย ผาไหม

ประเพณี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประเพณีที่สําคัญ เชน งานสมโภชพระธาตุเชิงชุมและ
งานแหป ราสาทผงึ้ ทีส่ กลนคร และงานไหลเรือไฟที่นครพนม เปน ตน

ภูมิปญญาทองถ่ิน มีการทอผาตางๆ เชนผาแพรวาของจังหวัดกาฬสินธุ การทําหัตถกรรม
เครอื่ งจกั สาน การทําเครอ่ื งดนตรพี ้ืนบา น

เปน ไงครับ เขา ใจกนั หรือเปลา
ถาไมเ ขา ใจลองอานใหมอ ีกรอบ

ไดนะคนเกง

243
3) สงิ่ แวดลอ มทางสงั คมภาคกลาง

การประกอบอาชีพ ภาคกลางเปน ทร่ี าบลมุ ขนาดใหญ มีน้ําทวมถึง ประชาชนจึงมีอาชีพทาง
เกษตรกรรม เชน การทาํ นา ทําไร ทําสวน เล้ยี งสตั ว ทาํ ประมงโดยเฉพาะประมงนาํ้ จดื

ท่ีอยูอาศัย ชาวภาคกลางนิยมสรางเรือนท่ีมีใตถุนสูงมากเพ่ือไมใหน้ําทวมถึงตัวเรือน
ลกั ษณะหลังคาเปนจั่วแหลมเพ่อื ใหน้าํ ฝนไหลลงไดเร็ว

อาหารการกิน ภาคกลางนิยมบริโภคขาวเจา เน่ืองจากภาคกลางเปนแหลงปลูกขาว สวน
อาหารมีมากมายหลายชนิด เพราะเปนแหลงท่ีมีความอุดมสมบูรณ อาหารที่นิยมรับประทาน
เชน น้าํ พริกปลาทู แกงจดื แกงสม แกงเผ็ด อาหารประเภทผดั และทอด

ภาษาและการแตงกาย ชาวภาคกลางมีสําเนียงใกลเคียงกับภาษาราชการ การแตงกายนิยม
ผาฝา ยสเี ขม ซง่ึ ระบายความรอนไดดี

ประเพณี ภาคกลางมชี ีวิตทีเ่ กี่ยวพันกับนํ้า ประเพณีจึงเก่ียวของกับนํ้า เชน ประเพณีแขงเรือ
ที่ จ. พิษณโุ ลก ประเพณลี อยกระทงเผาเทยี นเลน ไฟท่ี จ. สุโขทยั เปนตน

ภูมิปญญาทองถ่ิน มีการทําโองที่ราชบุรี การทํามีดอรัญญิกที่อยุธยา เครื่องจักสานพ้ืนบาน
การทํากลองยาว และการทอผา

อานแลว รูหรือยังวาราชบรุ ีของ
เราก็มีอะไรดีๆ เหมอื นกัน

244
4) สิ่งแวดลอมทางสงั คมภาคใต

การประกอบอาชีพ ในภาคนี้มีฝนตกชุกจึงมีทรัพยากรธรรมชาติคอนขางสมบูรณ
ประชาชนประกอบอาชีพการทําสวนยาง สวนมะพราว ทําสวนผลไม ทําเหมืองแร ทําประมง
ประชาชนในภาคน้ีจึงมเี ศรษฐกจิ ดี

ท่ีอยูอาศัย ในภาคใตมีฝนตกชุกและประสบปญหาภัยธรรมชาติ บานเรือนในภาคน้ีจึงมี
หลังคาเต้ียและลาดชัน เพื่อไมใหตานลมมากไป เสาเรือนจะไมนิยมฝงเสาลงดิน แตจะวางบน
ไมเนื้อแขง็ หรือซเี มนตห ลอ เพ่อื ไมใหเ สาผุ

อาหารการกิน ภาคใตบริโภคขาวเจา กับอาหารตางๆ เชน แกงไตปลา แกงเหลือง และยังมี
อาหารพื้นเมือง เชน ขา วยาํ บูดหู ลน ผัดสะตอ ลูกเนียง อาหารทะเลชนิดตา ง ๆ

ภาษาและการแตงกาย ภาษาท่ีใชคือ “ภาษาปกษใต” มีสําเนียงส้ัน ๆ เร็ว ๆ กระชับ
การแตงกายแตกตางกันไปตามกลุม เชน ชาวไทยมุสลิม หญิงนุงผาปาเตะ ชายนุงโสรงหรือ
กางเกง

ประเพณี มีงานสมโภชหลักเมืองที่ยะลา งานสมโภชเจาแมล้ิมกอเหนี่ยวท่ีปตตานี
งานประเพณีบุญสารทเดอื นสบิ และงานแหผ า ขึน้ พระธาตุทีน่ ครศรีธรรมราช เปนตน

ภูมิปญญาทองถ่ิน ภาคใตมีงานหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง เชน เคร่ืองจักสานยานลิเภา ซ่ึงเปน
พืชท่ีมีมากทางภาคใต เสือ่ กระจดู การแกะสลกั ตวั หนงั ตลุง

ภาคใตกม็ อี ะไรนา สนใจใช
ไหมเดก็ ๆ

245

2. ความสมั พนั ธร ะหวา งส่ิงแวดลอ มทางธรรมชาติกบั สง่ิ แวดลอมทางสงั คม

1) สิ่งแวดลอมทางธรรมชาติมีอทิ ธพิ ลตอ การดาํ รงชีวิตของคนในหลาย ๆ ดา น เชน คนท่ี
อยภู าคเหนืออากาศหนาวเยน็ การแตง กายก็แตกตา งจากภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ซง่ึ มีอากาศ
รอ นและแหงแลง หรือคนทอี่ ยใู นเขตรอ นที่มีฝนตกชกุ สามารถเพาะปลกู ไดในบางฤดกู าล
เทาน้ัน เวลาที่เหลอื ก็มกั จะประกอบกจิ กรรมอน่ื ๆ ขณะทค่ี นอยูในเขตอบอนุ หรอื บรเิ วณท่มี ี
แหลงน้ําอุดมสมบูรณก็สามารถเพาะปลูกไดต ลอดป ตางจากคนทีอ่ ยูในบรเิ วณแหงแลง ฃ
การทาํ เกษตรกรรมตองขนึ้ อยูกบั ฤดกู าล เปนตน

2) ส่งิ แวดลอมทางสังคมท่มี อี ิทธิพลตอ การเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ มทางธรรมชาติ เพราะ
คนเราเปน ผูด ดั แปลง ปรุงแตง และใชประโยชนจ ากสิง่ แวดลอ มทางธรรมชาติ รวมทงั้ ทาํ ลาย
และสรา งสรรคสง่ิ แวดลอมทงั้ โดยตรงและออม ดงั นนั้ กจิ กรรมตา ง ๆ ของคนจงึ มีผลกระทบ
ตอการเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดลอมทางธรรมชาติ เชน การนาํ เทคโนโลยมี าใชใ นการผลติ
ทาํ ใหมกี ารนาํ ทรัพยากรมาใชอยางรวดเรว็ การเพิ่มของประชากรทาํ ใหเ กดิ ปญ หาสิง่ แวดลอ ม
เปน ตน

3. การอนรุ ักษแ ละรักษาสิ่งแวดลอ มทางสังคมและวฒั นธรรม

สงิ่ แวดลอ มทางสังคมและวฒั นธรรม เชน วัฒนธรรม ประเพณี ขนบธรรมเนยี ม
ศลิ ปกรรม ภูมิปญญาตา ง ๆ ของคนในทอ งถิ่น ลว นมคี วามสําคัญ และควรแกก ารอนรุ กั ษ
ไว ซึ่งควรปฏบิ ัติดงั น้ี

1) ถา ยทอดเพอื่ ใหมีการสืบตอ คนรนุ หลงั เพ่อื ไมใหส ูญหาย
2) สรา งความตระหนกั ใหค นในทอ งถิ่นใหเ กดิ ความรักและความหวงแหน ในทอ งถน่ิ
3) ชว ยกนั รกั ษาดแู ลส่งิ เหลา นน้ั ใหค งอยู
4) สงเสรมิ นาํ มาจดั แสดงในงานตาง ๆ เปนการเผยแพรแ กคนทว่ั ไป
5) จดั ใหมกี ารเรียนรเู กย่ี วกับสง่ิ แวดลอมทางสงั คมและวฒั นธรรมในทอ งถน่ิ

เมอื่ อานจบแลวอยา ลืมทํากิจกรรม
ตอจนเสรจ็ นะครับ

246

กจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง สิ่งแวดลอ มทางสงั คมและวฒั นธรรม

คาํ ส่ัง ใหนกั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปนี้ใหถ ูกตอ ง

นึกไมออกกก็ ลบั ไปอา นใหมไดนะครับ

1. ส่งิ แวดลอมทางธรรมชาติกบั ส่งิ แวดลอ มทางสงั คมมีความสมั พนั ธกนั
อยา งไร (หมวกสีขาว)
……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………
….....................................................................................................................................................

2. ชาวจังหวดั ราชบรุ มี ีภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ อะไรท่ีขึ้นช่อื ใชใ สนํา้ ไวก ิน
เปน อันดบั หนงึ่ (หมวกสขี าว)………………………………………………
……………………………………………………………………………..
3. ประโยชนท ช่ี าวสวน ชาวไรไ ดรบั จากการนาํ เคร่อื งมือทที่ ันสมัยมาใชม ีอะไรบาง ตอบใหไดมาก
ท่สี ดุ (หมวกสเี หลือง)
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
4. ผลกระทบทีช่ าวสวน ชาวไรไดรับจากการนําเคร่อื งมอื ท่ที ันสมัยมาใชม อี ะไรบาง ตอบใหไดมาก
ทส่ี ุด (หมวกสดี ํา)
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

เดก็ ก็ชวยอนุรกั ษว ฒั นธรรมไทยไดนะครบั

247

5. นกั เรยี นชวยอนุรักษแ ละรกั ษาสิง่ แวดลอมทางสังคมและวฒั นธรรมไดอ ยา งไรบาง ตอบให
ไดม ากท่สี ุด (หมวกสเี ขยี ว)
………………………………………………………...……………………………………………
………………..……………………….……………………………………………………..……

เด็กเกงทําไดอ ยูแลว สๆู ๆ

6. วิธีการอนรุ กั ษส่ิงแวดลอมทางสังคมและวฒั นธรรมวธิ ใี ด
เหมาะสมกบั ทอ งถิน่ ของนกั เรียนมากท่สี ุด (หมวกสฟี า)
……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………....…
7. นกั เรยี นไดเ ปนตวั แทนของโรงเรยี นไปแสดงรําไทยใหน ักทองเทย่ี วชาวตางชาตดิ ู นกั เรียนจะ
รสู กึ อยางไร (หมวกสแี ดง)
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………

เสร็จแลวใชไ หม ! เห็นไหม
ไมมอี ะไรยากเลย

248

แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา เรอ่ื ง สงิ่ แวดลอมทางสงั คมและวัฒนธรรม

คําส่งั ใหนกั เรยี นอา นสถานการณท ก่ี าํ หนดใหแ ลว ตอบคาํ ถามใหถ กู ตอง

มานพใหล ูกนอ งจดั ซือ้ ทดี่ ินบรเิ วณดงมะตอ งทงั้ หมดเพือ่ จะนาํ มาสรางสนาม
กอลฟ และใหช าวบานในทอ งถ่ินมาเปนลูกจางในสนามกอลฟ แทนการทําสวน ทํานา
ตอมาชาวบา นตองซ้อื ขา วและผกั ผลไมมาทานเองในราคาทแี่ พง และไมมีรายไดเ พยี ง
พอที่จะใชจ ายเหมือนตอนทที่ ํานาขา วเอง

1. ประเดน็ สาํ คญั ของเรอ่ื งคือ? 3. สาเหตุสําคัญทีท่ าํ ใหเ กดิ ปญ หาคอื ?
ก. ท่ดี นิ มรี าคาถูก ก. ชาวบานขายทท่ี ําไร ทํานากันหมด
ข. ขาวและผกั ผลไมมรี าคาแพง ข. ชาวบา นตอ งเขาไปหางานทําในเมือง
ค. มานพตองการซื้อทด่ี นิ เพอื่ สราง ค. ไมมีประชากรปลกู ขา วและผกั ผลไม
สนามกอลฟ ง. ประชากรหนั ไปทํางานเปน ลกู จางกนั หมด
ง. ชาวบานเปลยี่ นอาชพี การทําไร
ทํานามาเปน ลูกจาง 4. จากปญหาทเี่ กิดขน้ึ ควรแกไ ขปญหาอยา งไร?
ก. ไมข ายที่ไร ท่ีนา
2. ปญหาทส่ี าํ คัญทเี่ กดิ ขึ้นคอื ? ข. ปลกู พืชหลาย ๆ ชนดิ
ก. ทดี่ ินถกู ซือ้ จนหมด ค. ปลกู พืชผกั เพ่มิ มากขึน้
ข. ขา ว และผกั ผลไมม รี าคาแพง ง. ประชากรหนั มาปลกู ขาวและผลไม
ค. มานพตอ งการซือ้ ทีด่ ินเพอื่ สราง ตามเดิม
สนามกอลฟ
ง. ชาวบานเปลย่ี นอาชพี การทําไร 5. จากวธิ กี ารแกป ญ หาดังกลาว ผลที่ไดรบั จาก
ทาํ นามาเปน ลกู จาง การแกป ญหาคอื ?
ก. มสี ถานทีใ่ ชท าํ ไร ทาํ นาอยู
ข. ชาวบานไมต องยายที่ทํางาน
ค. ขา วและผกั ผลไมมีราคาถูกลง
ง. มีขา วและผกั ผลไมนานาชนิดเพม่ิ ขน้ึ

ทําเสรจ็ แลว ไปดูเฉลย
พรอ ม ๆ กนั เลย

249

1. ข 2. ข เฉลย 5. ค
3. ก 4. ง

ทําไดกนั หรือเปลา จะคนเกง

250

แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรู เร่อื ง สงิ่ แวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม

คําส่ัง ใหนกั เรยี นทําเครื่องหมาย X ทับตวั อักษรท่ถี กู ตอ งที่สดุ เพียงขอ เดียว

1. “กาแล” เปน ลักษณะเฉพาะของเรือน 3. อาหารในขอ ใดเปน อาหารพ้นื เมอื งของภาคใต?

ทางภาคใด? ก. สมตาํ

ก. ภาคใต ข. แกงฮงั เล

ข. ภาคเหนอื ค. ผดั สะตอ

ค. ภาคกลาง ง. นาํ้ พรกิ ปลาทู

ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือภาคใต 4. งานหตั ถกรรมท่ีมชี อื่ เสียงของ

2. ส่งิ แวดลอ มทางสังคมในขอใดทสี่ ง ผล ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือคอื ?

ใหค นในแตล ะภาคมกี ารดาํ รงชีวิต ก. การทาํ เหมอื งแร

ทด่ี ?ี ข. การทําสวนยางพารา

ก. เปนท่รี าบสงู ค. การทาํ รม กระดาษสา

ข. อากาศหนาว ง. การทาํ เครื่องจกั สาน

ค. อากาศแหง แลง 5. ใครมีสว นรว มในการอนุรกั ษสิ่งแวดลอมทาง

ง. มที รพั ยากรธรรมชาติทสี่ มบูรณ สงั คม และวฒั นธรรมในทอ งถน่ิ ?

ก. เกง ชอบเลน เปย โน

ข. แกว สะสมตกุ ตาบารบ ี้

ค. ฝายชอบฟง เพลงสากล

ง. นกสมคั รเขา ชมรมดนตรไี ทย

มั่นใจแลว ไปดูเฉลยพรอมๆ กนั เลย

251

เฉลย
1. ข 2. ง 3. ค 4. ง 5. ง

ตอบถกู กนั ทุกขอเลยละซิ
เกงกันจังเลย

252

ชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญ หา ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
สําหรบั นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4
ชดุ ท่ี 6 เรื่อง ประชากรกับสิง่ แวดลอ ม

โดย
นางสาวนฤมล มโี สภา

253

คาํ ชแี้ จงสาํ หรับนกั เรียน
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ชุดท่ี 6 เร่ือง ประชากรกับส่ิงแวดลอม ชุดนี้
ประกอบดวย วัตถุประสงค ใบความรู ใบกิจกรรม แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา
และแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เวลาในการใชช ุดฝกทักษะการคิดแกป ญ หา 2 ชวั่ โมง
ขั้นตอนในการปฏิบัติ
1. นกั เรยี นศกึ ษาวตั ถปุ ระสงคของการใชช ดุ ฝก
2. นักเรียนศึกษาใบความรู เรื่อง ประชากรกับสิ่งแวดลอม และปฏิบัติ
กิจกรรมตามใบกจิ หรรมทกี่ าํ หนดให
3. หลังจากศึกษาแลวใหนักเรียนทําแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา
เรื่อง ประชากรกับสิ่งแวดลอม จํานวน 5 ขอ และแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เร่ือง
ประชากรกบั สงิ่ แวดลอม จํานวน 5 ขอ
4. นักเรียนตรวจแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา และแบบทดสอบ
วัดผลการเรียนรทู า ยแบบทดสอบ

วัตถุประสงค
1. เพอ่ื ใหน กั เรยี นบอกลกั ษณะการตงั้ ถ่ินฐานและการเปลี่ยนแปลงของ

ประชากรได
2. เพอ่ื ใหน กั เรยี นบอกลกั ษณะการอพยพยายถ่ินของคนในทองถ่นิ ได
3. เพ่ือใหน กั เรยี นบอกถึงผลกระทบท่เี กิดขนึ้ จากการยายถ่ินของ

ประชากรได

254

ใบความรู
เรอ่ื ง ประชากรกบั ส่งิ แวดลอม

ประชากร หมายถึง ประชาชนหรือส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกัน ท่ีอาศัยอยูในบริเวณเดียวกัน
บรเิ วณใดมีประชากรนอย ก็เปน ชมุ ชนขนาดเล็ก เชน หมูบา น ตําบลแตถาบริเวณใดมีประชากรมาก
กเ็ ปน ชมุ ชนขนาดใหญ เชน จงั หวัด ประเทศ

การเปลี่ยนแปลงของประชากร หมายถึง การเปล่ียนแปลงขนาดหรือจํานวนประชากรใน
บรเิ วณใดบรเิ วณหนึง่ ในระยะเวลาทกี่ าํ หนด การเปลี่ยนแปลงดงั กลาว ไดแก

1. การเกิด เปนผลใหประชากรเพิ่มขน้ึ ปจ จยั ท่ีมีผลตอการเกดิ ไดแ ก
1) อายุแรกสมรส และการอยรู วมกันของคสู มรส ทมี่ โี อกาสมีลกู หลายคน
2) ความสมบูรณของรางกายและจิตใจของคูสมรส
3) คา นยิ มเกยี่ วกับจํานวนบตุ รและเพศของบุตร
4) ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละความเชอ่ื ทางศาสนา
5) ภาวะเศรษฐกจิ และสังคม ในประเทศทพ่ี ัฒนาแลวจะมภี าวการณเ กดิ ตาํ่

ประเทศทีก่ ําลงั พัฒนาจะมีภาวการณเ กิดสงู

2. การตาย เปน ผลใหประชากรลดลง ปจ จัยท่ีมอี ทิ ธิพลตอ การตาย ไดแ ก
1) รายไดแ ละอาชีพ ผทู ่ีมรี ายไดด มี โี อกาสดูแลรักษาสขุ ภาพไดด ีกวา

บุคคลท่มี รี ายไดนอย
2) สถานภาพการสมรส คนทส่ี มรสมีอตั ราการตายนอยกวา บุคคลเปน โสด
3) สภาพของสงิ่ แวดลอม ชมุ ชนทีอ่ ยอู าศยั ผทู ่ีอยูในสภาพแวดลอ มทม่ี ี

มลพษิ เปน พษิ จะมอี ตั ราการตายสูงกวาผทู อ่ี ยใู นสภาพแวดลอมที่ดี
4) การแพทยแ ละสาธารณสุขอยหู างไกลหรือไมเพียงพอตอจาํ นวน

ประชากร
5) อายุ เพศ เชอ้ื ชาติ จะสงผลตอ อตั ราการตาย เชน ทารกวยั แรกเกดิ จะมี

อตั ราการตายสงู เชน เดยี วกบั ผทู ่มี ีอายมุ าก

3. การยา ยถน่ิ คอื การยา ยท่อี ยูจากแหงหน่ึงไปยงั อกี แหงหนึง่ โดยยา ยออกนอก
เขตการปกครอง เชน ตาํ บล อําเภอ จงั หวดั หรือ ออกนอกพรมแดนไปสตู างประเทศ

255

ปจ จยั ทีส่ ง ผลตอ การยายถน่ิ เขาและออก

ปจจัยทีผ่ ลกั ดนั ใหเกดิ การยา ยถน่ิ ปจจัยในการดงึ ดดู ใหค นยา ยถิ่นเขา
ออก ไดแก ไดแ ก
1. การลดลงของทรัพยากรธรรมชาตทิ ํา 1.โอกาสของการมงี านทําสูงกวา และ

ใหต องหาแหลงทรพั ยากรทมี่ ีมากกวา มีอาชีพใหเลือกมากกวา
2. ปญ หาดา นรายไดแ ละอาชพี ทําใหตอ ง 2.โอกาสท่จี ะยกฐานะทางเศรษฐกิจและ

ยายถิน่ ไปหาถิน่ ท่ีทํารายไดเพิ่มมากขนึ้ สงั คมใหก บั ตัวเอง
3. เกิดภัยธรรมชาตทิ ี่ทาํ ใหบ านเรอื น 3.โอกาสในดา นการศกึ ษาและการฝกฝน

เรอื กสวนไรนาเสยี หายจงึ ทําใหต อง อาชพี
ยา ยทอี่ ยใู หม 4. ความดงึ ดดู ในสภาพแวดลอ มและ
4. ปญ หาการขาดความปลอดภัยและ
ความเปนธรรม ความปลอดภัย
5. ปญหาการขาดแคลนสถานศกึ ษา 5. การยายตามคสู มรส บุตร บดิ ามารดา
ทําใหต องยา ยไปหาแหลง ท่ีมี
สถานศึกษาที่ดีกวา

ปจ จัยสาํ คัญทที่ าํ ใหเ กดิ การยา ยถนิ่
ปจ จยั สาํ คญั ทท่ี ําใหเ กดิ การยายถ่นิ ของประชากร มหี ลายสาเหตดุ ว ยกัน แตใ นทนี่ จ้ี ะ
ยกตวั อยางปจ จัยหลกั ทีส่ าํ คญั ดังนี้
1. ทรพั ยากรและสิง่ แวดลอม เปนปจจยั สาํ คญั ทีท่ าํ ใหเกดิ การเปลีย่ นแปลงจาํ นวน
ประชากร โดยเฉพาะการยา ยถิน่ กลาวคอื ทอ งถ่ินใดมที รพั ยากรสมบูรณ มชี อ งทางทาํ มา
หากินทด่ี ีกวา ที่เดิม ก็เปน เหตจุ ูงใจใหค นในทองถิ่นอืน่ เขามาอยอู าศัย
2. ความหนาแนน ของประชากร ทองถิ่นใดมีประชากรอยูอ ยางหนาแนน ยอมเกดิ
ปญ หาการแยง งาน แยง ที่ทํากนิ ขาดแคลนท่อี ยอู าศัย กเ็ ปน สาเหตุของการอพยพยา ยถนิ่
ของประชากร
3. คุณภาพของคน บคุ คลทม่ี ีความรู ความชํานาญ และประสบการณ ยอมไดเ ปรยี บ
ในการเลอื กอาชีพท่ีดีกวา มีคณุ ภาพชวี ิตและความเปน อยทู ่ีดกี วา

256

ผลกระทบจากการยา ยถิน่ ของประชากร

1. พื้นทที่ มี่ ีประชากรยา ยออก 2. พื้นท่ที ี่ประชากรยา ยเขา มาก
1) ทําใหข าดแคลนแรงงาน ในวัย 1) เกิดปญหาดา นเศรษฐกจิ เชน

หนุมสาว ซ่ึงเปน อปุ สรรคในการพฒั นา ขาดแคลนพื้นทีเ่ พาะปลูก
ทอ งถนิ่ 2) เกิดปญหาดา นสังคม เชน

2) วฒั นธรรมและประเพณที อ งถิ่น ปญ หาความยากจน ปญ หาการวางงาน
บางอยางเปลย่ี นแปลงไป เพราะไมมีผสู บื 3) เกิดปญหาดา นสงิ่ แวดลอม
ทอด
เชน ปญ หาขยะมลู ฝอย น้ําเสยี อากาศ
เปนพษิ

ถายากก็ลองอา นทวนอีกครั้ง
กอนทํานะจะคนดี อยา ทอ นะจะ

257

กจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง ประชากรกับส่ิงแวดลอ ม

คาํ ส่ัง ใหนกั เรยี นจับคูขอ ความตอไปนใี้ หถ กู ตอง โดยตอบซา้ํ ขอ กนั ได

______ 1. การเกดิ การตาย และการยายถน่ิ มผี ลตอ การ ก. หมวกสขี าว
เปลย่ี นแปลงของประชากร ข. หมวกสแี ดง
ค. หมวกสีดํา
______ 2. การสาธารณสขุ ท่ีมีไมเ พยี งพอมผี ลตอ การตายของประชากร ง. หมวกสเี หลอื ง
______ 3. ความแหง แลง และความยากจน เปน เหตุใหป ระชากร จ. หมวกสเี ขยี ว
ฉ. หมวกสฟี า
เกดิ การยายถิ่น
______ 4. การตาย ทําใหจ าํ นวนประชากรลดลง
______ 5. มีลูกมาก จะยากจน
______ 6. กรุงเทพฯ มมี หาวทิ ยาลยั ดงั ๆ หลายแหง
______ 7. กรุงเทพฯ มีแหลงงานใหเ ลอื กทาํ จาํ นวนมาก
______ 8. ปญ หาชมุ ชนแออัด
______ 9. ปญ หามลพษิ ทางอากาศ
______ 10. พอ กบั แมของแมวตอ งไปทาํ งานตา งจงั หวัด แมวตองอยู

กบั ตากบั ยาย ทาํ ใหแ มวไมมีความสขุ

ถา ไมเขา ใจลองทบทวนความหมาย
ของสหี มวกดูนะครบั สูๆๆ

258

เฉลย
1. ก 2. ก 3. ค 4. ก 5. ค
6. ง 7. ง 8. ค 9. ค 10. ข

เกง กนั ทดุ คนแบบน้ี คงถูก
หมดทุกขอ ละซิ

259

แบบประเมนิ ทกั ษะการคิดแกป ญ หา เรื่อง ประชากรกบั สง่ิ แวดลอ ม

คําส่ัง ใหน กั เรยี นอา นสถานการณท ี่กาํ หนดใหแ ลว ตอบคาํ ถามใหถ ูกตอ ง

คนในตางจงั หวัดทยี่ ายเขา มาอยใู นกรงุ เทพฯ ไมว าจะยากดมี จี น ไรก ารศึกษา
หรือมีความรสู ูง ลวนมีเหตผุ ลเดียวกนั คอื โอกาสในการแสวงหาส่งิ ตางๆ ลวนรวมอยู
กรุงเทพฯ ไมว า จะเปน โอกาสทางการศึกษา การหางานทาํ การมีโอกาสประสบผลสําเรจ็
ทางธรุ กจิ หรอื ชีวติ ทางราชการ ซงึ่ ท้ังหมดน้ีถกู ปกครองแบบผูกขาดไวใ นเมืองหลวง

1. ประเดน็ สําคัญของเร่อื งคือ? 3. สาเหตุสาํ คญั ที่ทาํ ใหเกดิ ปญ หาคือ?
ก. เขา มาเทย่ี วในกรงุ เทพฯ ก. ความยากจน
ข. การหางานทาํ ท่กี รุงเทพฯ ข. ความแหง แลง
ค. การศึกษาตอ ทีก่ รงุ เทพฯ ค. การวา งงานในตางจงั หวดั
ง. การยา ยเขา มาในกรุงเทพฯ ง. คนตางจังหวัดมีการศกึ ษาตาํ่

2. ปญ หาท่ีสาํ คญั ทีเ่ กิดข้นึ คอื ? 4. จากปญหาที่เกดิ ขน้ึ ควรแกไ ขปญหาอยา งไร?
ก. ความยากจน ก. จัดต้งั โรงงานในตางจังหวดั
ข. การวา งงานในตา งจังหวดั ข. สรา งสถานศึกษาในตา งจงั หวัด
ค. การดอ ยโอกาสทางการศกึ ษา ค. สง เสรมิ คนตางจังหวัดมกี ารศึกษาสงู ขึน้
ง. การยา ยเขามาหางานในกรงุ เทพฯ ง. จัดตัง้ สํานักงานจดั หางานในตางจงั หวดั

5. จากวิธีการแกป ญหาดงั กลา ว ผลท่ีไดร บั
จากการแกป ญหาคอื ?
ก. สงั คมมีความเทา เทยี มกนั
ข. ทาํ ใหไ ดง านทําทมี่ ีรายไดส ูง
ค. การยา ยเขากรุงเทพฯจะลดนอยลง
ง.ทาํ ใหก ารวางงานในตา งจังหวัดลดลง

เสร็จแลว เราไปดูเฉลย
พรอมกันเลย

260

เฉลย
1. ง 2. ง 3. ค 4. ก 5. ค

ชัยโย! แกปญ หาเกง กัน
ทกุ คนเลย

261

แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรู เรื่อง ประชากรกบั ส่งิ แวดลอ ม

คําส่ัง ใหน กั เรียนทาํ เครื่องหมาย X ทบั ตัวอักษรท่ถี กู ตอ งทีส่ ุดเพียงขอ เดียว

1. สาเหตุในขอ ใดท่ีทําใหประชากร 3. ประชากรในภาคใดของประเทศไทยที่มอี ตั รา

มจี ํานวนเพมิ่ มากขน้ึ ? การอพยพเขา มาในกรงุ เทพฯ มากทส่ี ุด?

ก. เกดิ มาก ยา ยออกมาก ก. ภาคใต

ข. เกิดมาก ยา ยเขา มาก ข. ภาคกลาง

ค. ตายมาก เกดิ นอ ย ค. ภาคเหนือ

ง. ตายมาก เกดิ มาก ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

2. สาเหตใุ นขอ ใดทีท่ ําใหจ าํ นวน 4. ขอใด ไมใช ปจจัยทท่ี าํ ใหเกดิ การยายถ่ินของ

ประชากรลดลงได? ประชากร?

ก. ความทนั สมัย ก. การศกึ ษา

ข. ความแหงแลง ข. สภาพอากาศ

ค. ความอดุ มสมบูรณ ค. ความยากจน

ง. ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี ง. การจราจรคบั คงั่

5. สถานทใ่ี ดท่ีมกั มีประชากรอาศยั อยูอ ยา ง

หนาแนน ?

ก. ในเมอื ง

ข. นอกเมอื ง

ค. ชายแมน ํา้

ง. บนภูเขา

ใครแอบดูเฉลยขอใหสอบ

262

1. ข 2. ข เฉลย 4. ง 5. ก
3. ง

เกงกันแบบน้ี สงสัยตอบกัน
ถูกทุกขอ แนเ ลย

263

แบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญ หาหลงั เรียน

คําสั่ง: ใหนักเรยี นอา นสถานการณทก่ี ําหนดใหแลว นกั เรยี นตอบตามความคิดเหน็ ของนกั เรียนทคี่ ิด
วาดที ี่สดุ แลว ทําเครื่องหมาย ( X ) ลงในกระดาษคาํ ตอบ

1. วันนี้ครใู หท าํ แบบฝกหดั ในช่ัวโมง 4. ในวิชาพลศกึ ษา ทกุ คนตองวิง่ รอบสนาม
แตน กั เรยี นลืมนําสมุดมาจากบาน แตเพื่อนของนกั เรยี นวง่ิ หกลม นกั เรยี น
นักเรยี นจะทาํ อยางไร? จะทาํ อยา งไร?
ก. ขอยืมสมดุ เพือ่ นกลับบาน ก. ยนื ดเู ฉย ๆ
ข. ทาํ ใสส มดุ เลมอื่นไปกอ น ข. วง่ิ ไปบอกคณุ ครู
ค. ไมทาํ งาน แตช วนเพอื่ นคุย ค. พาเพือ่ นไปทําแผล
ง. บอกครูวาลืมนําสมุดมาจากบา น ง. วง่ิ เขา ไปมงุ ดวู าเปน อะไรบา ง

2. นกั เรยี นเหน็ เพอ่ื นทิง้ เศษกระดาษ 5. นักเรยี นกําลงั เดินทางไกลอยูในปา
ลงบนพน้ื นกั เรียนจะทาํ อยางไร? มสี มาชกิ ในกลุมเกิดลม เทา แผลง นกั เรียน
ก. วาเพ่ือน จะทาํ อยางไร?
ข. ไมส นใจ ก. ชวยพยงุ เพอื่ นเดินตอไป
ค. เก็บไปทงิ้ เอง ข. หาไมใ หเพอ่ื นใชค ้าํ เดนิ
ง. บอกเพ่อื นใหเก็บไปทง้ิ ทถี่ ังขยะ ค. ท้ิงเพื่อนไวเ พอื่ ใหครมู ารบั
ง. ตอ วา เพ่อื นวา เดนิ ไมร ะวงั
3. ครูใหนกั เรยี นนําผา ขนาด 5 x 5 ซ.ม.
มาคนละ 3 ผนื แตน ักเรยี นไมม ีผา ผืนใหม 6. นกั เรยี นเหน็ คนจดุ ไฟเผาหญา ขางถนน
นักเรียนจะทาํ อยา งไร? จนควนั โขมง นักเรยี นจะทําอยา งไร?
ก. ขอแบง จากเพ่อื น ก. ไมสนใจๆ
ข. ไมน ําไป บอกวา ไมมี ข. ไปบอกใหห ยดุ เผา
ค. ใหแ มซอ้ื ผา ผืนใหมให ค. เดนิ ผานไปใหเรว็ ที่สุด
ง. ตดั เศษผาจากเส้อื ตวั ที่ไมไ ดใ ช ง. แจง ใหผ ใู หญบา นทราบ

7. นกั เรยี นไดห นังสอื เรียนเกา ของพ่สี าว 264
มาใชต อ แตห นาปกหนงั สอื ขาด นกั เรียน
จะทาํ อยางไร? 11.นกั เรยี นไปเทย่ี วทะเลกบั ครอบครัว
ก. ไมใ ช นกั เรียนเหน็ นักทองเทย่ี วท้งิ ขยะลงบน
ข. ซื้อใหม ชายหาด นกั เรยี นจะทาํ อยา งไร?
ค. ใชตอ ได ก. นงั่ มองเฉย ๆ
ง. หอ ปกหนังสือใหม ข. ตะโกนบอกไมใหท ิ้ง
ค. เดนิ ไปเก็บทง้ิ ถงั ขยะเอง
8. นักเรยี นไปเลนนาํ้ คลองชลประทานกบั ง. เดินไปบอกใหเขาเกบ็ ไปทง้ิ ถังขยะ
เพ่ือน แตเพอื่ นของนกั เรยี นจมน้ํา และ
นักเรยี นกว็ า ยน้าํ ไมเปน นักเรยี นจะทาํ 12. ขา งบานของนกั เรยี นเปด เพลงเสียงดงั
อยางไร? มากจนเปน การรบกวนชาวบานแถวนน้ั
ก. รองใหคนชว ย นักเรยี นจะทําอยางไร?
ข. กระโดดลงไปชว ย ก. โทรแจง ตาํ รวจ
ค. หาไมยาว ๆ ใหเ พอื่ นเกาะ ข. ตะโกนวา แรงๆ
ง. ยนื ดเู ฉย ๆ ไมรูจ ะทําอยา งไร ค. ทําเปนไมส นใจ
ง. ไปบอกใหเ ปด เบา ๆ
9. นกั เรยี นกาํ ลงั เดนิ ซื้อของอยู นกั เรยี นเหน็
โจรกระชากกระเปา ของคนขา ง ๆ 13. คลองขางบานนกั เรยี นเกิดน้ําเนาเสีย
นักเรียนจะทําอยา งไร? ซง่ึ เกดิ จากการปลอ ยนํา้ เสยี จากครวั เรือน
ก. วิ่งตามโจรไป ตา ง ๆ นกั เรยี นจะทําอยางไร?
ข. รองใหค นชว ย ก. แจงใหผูใหญบานทราบ
ค. ตกใจ ทําอะไรไมถกู ข. เลิกท้งิ น้ําเสียลงคลอง
ง. แจง ตาํ รวจท่ีอยบู ริเวณนน้ั ค. ไมใ สใ จไมใ ชเรอื่ งของเรา
ง. บอกใหช าวบา นหยดุ ทง้ิ นาํ้ เสีย
10. นักเรียนปน จกั รยานไปโรงเรยี นใน ลงคลอง
ตอนเชา แตร ถจกั รยานกลับยางรั่ว
นกั เรยี นจะทาํ อยางไร? 14. บริเวณบานของนักเรยี นมีบอขยะ ทาํ ให
ก. จูงกลบั บาน เกดิ เปน มลภาวะ “อากาศเปนพษิ ”
ข. จงู ไปโรงเรียน นักเรียนจะทาํ อยา งไร?
ค. จูงไปรา นซอมจักรยาน ก. ยายบา นหนี
ง. จูงไปฝากไวบานของคนท่ีรูจ ักแถวน้ัน ข. ปลูกตนไมเยอะ
ค. ตดิ เครือ่ งกรองอากาศ
ง. แจง เจาหนาท่ใี หร บั ทราบ

15. นักเรยี นกาํ ลังนอนดูทวี อี ยูแ ลว เกิด 265
ไฟไหมใ นครัวบา นของนักเรยี น นักเรยี น
จะทําอยางไร? 18. ขณะนีร้ าคาน้ํามนั เพม่ิ สูงขึน้ มาก นักเรยี น
ก. หานํ้าไปดบั จะปฏิบตั ิตนอยางไรในการใชร ถ?
ข. รอ งใหค นชว ย ก. ไปกบั เพ่ือน
ค. วิ่งออกจากบา น ข. ใชรถเฉพาะที่จําเปน
ง. สับสะพานไฟลง ค. ขบั รถไปเองตามปกติ
ง. นั่งรถเมลไ ปโรงเรียน
16. มีขา วเตอื นใหจ ังหวัดของนักเรียนระวงั
การเกดิ นาํ้ ทวม นกั เรียนจะทาํ อยางไร? 19. ขณะท่ีนกั เรียนน่งั รถไปโรงเรยี น ไดพ บ
ก. อยเู ฉย ๆ ไมทาํ อะไร เห็นเพลงิ ไหมขา งทาง นกั เรียนจะทาํ
ข. เก็บขา วของเตรยี มพรอ ม อยางไร?
ค. หากระสอบทรายกั้นนาํ้ ก. จอดรถดู
ง. ยา ยไปอยบู า นญาตจิ งั หวดั อ่ืน ข. โทรแจง 199
ค. รอ งใหค นอน่ื รวู าไฟไหม
17. นักเรยี นไปเทย่ี วนา้ํ ตกกบั ครอบครวั ง. หยบิ โทรศพั ทขนึ้ มาถายรปู
ปรากฏวา เกิดนํา้ ปาไหลหลาก นักเรยี น
จะทาํ อยา งไร? 20. ในฤดฝู นของทกุ ปบ านของนักเรยี นจะ
ก. วิง่ หนีใหไกลที่สุด เกิดน้ําทว ม นักเรยี นจะทําอยา งไร?
ข. ยืนดู ถา ยรปู เกบ็ ไว ก. ถมดนิ ใหส งู ข้นึ
ค. หาทห่ี ลบทค่ี ดิ วาปลอดภยั ข. ขุดบอกักเกบ็ นาํ้
ง. ตะโกนดงั ๆ ใหท กุ คนหนี ค. ยา ยไปอยูท อี่ ืน่
ง. อยูเฉย ๆ เพราะนาํ้ ยงั ไมท ว ม

ขอใหทุกคนโชคดี นะจะ ขอใหทุกคนโชคดี นะจะ

266

แบบประเมนิ ทกั ษะการคดิ แกป ญ หานี้ มลี กั ษณะเปนสถานการณท กี่ าํ หนดข้ึนมาเพอื่ ให
นกั เรียนเลอื กตอบในส่งิ ท่นี กั เรยี นคดิ วาจะกระทาํ เมือ่ ประสบกับปญ หาเหลา นนั้ โดยในแตล ะ
ตวั เลอื กจะมีคะแนนทกุ ขอ แตข นึ้ อยูวา นักเรยี นจะมที กั ษะในการคิดแกป ญหามากหรอื นอ ย โดย
มเี กณฑใ นการใหคะแนนในแตล ะขอคอื 0 1 2 3 ดังน้ี

เกณฑใ นการใหคะแนน
3 = นกั เรียนมที กั ษะในการคิดแกปญหามาก
2 = นักเรียนมีทกั ษะในการคดิ แกปญหาปานกลาง
1 = นักเรียนมที ักษะในการคิดแกป ญ หานอ ย
0 = นักเรียนไมมที กั ษะในการคิดแกปญ หาเลย

อยากรกู ันแลว ละซิ วาตัวเองมี
ทักษะในการคดิ แกป ญหามากนอย
แคไ หน เร็วๆ ไปดพู รอมๆ กันเลย

1. ก. 2 ระดับคะแนน 267
2. ก. 1
3. ก. 2 ข. 3 ค. 0 ง. 1
4. ก. 0 ข. 0 ค. 2 ง. 3
5. ก. 3 ข. 0 ค. 1 ง. 3
6. ก. 0 ข. 2 ค. 3 ง. 1
7. ก. 0 ข. 2 ค. 1 ง. 0
8. ก. 2 ข. 3 ค. 1 ง. 2
9. ก. 1 ข. 1 ค. 2 ง. 3
10. ก. 1 ข. 1 ค. 3 ง. 0
11. ก. 0 ข. 3 ค. 0 ง. 2
12. ก. 1 ข. 0 ค. 3 ง. 2
13. ก. 1 ข. 1 ค. 2 ง. 3
14. ก. 0 ข. 0 ค. 2 ง. 3
15. ก. 2 ข. 3 ค. 0 ง. 2
16. ก. 0 ข. 3 ค. 1 ง. 2
17. ก. 3 ข. 1 ค. 0 ง. 3
18. ก. 2 ข. 2 ค. 3 ง. 1
19. ก. 0 ข. 0 ค. 1 ง. 2
20. ก. 3 ข. 1 ค. 0 ง. 3
ข. 2 ค. 3 ง. 1
ข. 2 ค. 1 ง. 0

268

แปลผลจากคะแนน

คะแนนระหวา ง 1-20
แสดงวาคณุ เปน บคุ คลที่มี
ความสามารถในการนาํ ความรู
ความคิด และประสบการณเดิมมาใช
ในการแกป ญหาเฉพาะหนา ได และ
เปนบุคคลทส่ี ามารถแกป ญหาใน
ชีวติ ประจําวันไดใ นระดบั นอ ย

คะแนนระหวาง 21-40 คะแนนระหวาง 41-60
แสดงวา คณุ เปน บคุ คลทีม่ ี แสดงวาคณุ เปน บุคคลท่ีมี
ความสามารถในการนาํ ความรู ความสามารถในการนาํ ความรู
ความคิด และประสบการณเ ดมิ มาใช ความคดิ และประสบการณเดมิ มาใช
ในการแกปญ หาเฉพาะหนาได และ ในการแกปญ หาเฉพาะหนา ไดดี
เปนบุคคลที่สามารถแกป ญ หาใน และเปน บคุ คลทีก่ ลาคิด กลา
ชีวิตประจําวันไดในระดบั ปานกลาง ตัดสนิ ใจในปญ หาท่เี กดิ ขน้ึ จริงใน
ชีวติ ประจาํ วันไดใ นระดับมาก

เปน อยางไรกนั บาง มีทักษะการ
คดิ แกป ญหาอยูในระดบั ใดกนั

บา งจะ

269

แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรูก อนเรียน และหลงั เรยี น
เรอ่ื ง สรรพส่ิงในธรรมชาติ กลุม สาระการเรียนรู สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 จาํ นวน 25 ขอ เวลา 30 นาที คะแนน 25 คะแนน

คําสัง่ : ใหนักเรียนเลอื กคาํ ตอบทถี่ กู ตอ งทีส่ ดุ เพยี งขอเดยี วแลวทาํ เคร่ืองหมาย (X) ลงใน

กระดาษคําตอบ

1. ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ามารถแบงออก 4. “ดิน” สามารถแบง ออกไดเ ปนกป่ี ระเภท?

ไดเปนก่ปี ระเภท? ก. 2 ประเภท

ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท

ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

ง. 5 ประเภท 5. ทรัพยากรธรรมชาตใิ นขอ ใดทีใ่ ชแ ลวหมดไป?

2. ปจ จยั ในขอ ใดมผี ลตอ การประกอบ ก. ดนิ

อาชีพของคนไทยมากท่ีสุด? ข. น้าํ

ก. นโยบายของรฐั บาล ค. แรธาตุ

ข. วัฒนธรรมประเพณี ง. อากาศ

ค. ลักษณะทางภูมศิ าสตร 6. ความหมายของทรพั ยากรธรรมชาติในขอใด

ง. องคก ารบรหิ ารสวนทองถ่ิน ถกู ตอ ง?

3. สิ่งแวดลอ มและทรัพยากรธรรมชาติ ก. สง่ิ ท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ในแตล ะทอ งถิน่ มคี วามแตกตางกนั ข. ทกุ สิง่ ทกุ อยา งท่ีอยรู อบตวั เรา

หรอื ไม เพราะอะไร? ค. สงิ่ ทมี่ นษุ ยส รา งขนึ้ เพอื่ ประโยชนใ น

ก. แตกตา ง เพราะ มกี ารใชชวี ติ ท่ี การดํารงชวี ติ

แตกตางกนั ง. ส่งิ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรอื สง่ิ ที่

ข. แตกตาง เพราะ มีลกั ษณะท่ีต้ัง มนษุ ยสรางขน้ึ เพ่อื ประโยชนใ น

ทางภูมศิ าสตรแตกตา งกนั การดํารงชวี ติ

ค. ไมแ ตกตา ง เพราะ มีการใชช วี ิต

ทคี่ ลายคลึงกนั

ง. ไมแ ตกตา ง เพราะ

มีทรพั ยากรธรรมชาตทิ ีเ่ หมือนกัน

7. สาเหตุทางธรรมชาติในขอ ใดเปน 270
ตน เหตทุ ําใหเ กดิ ปญหาสภาพดนิ
เส่ือมโทรม? 11. การปฏิบัตติ นในขอใดเรยี กไดว าเปน การ
ก. ความแหงแลง “อนรุ ักษด นิ ”?
ข. การใชยาฆา แมลง ก. สมพรใชปยุ เคมบี าํ รุงดิน
ค. การตดั ไมท าํ ลายปา ข. วภิ าปลูกพชื หมนุ เวยี น
ง. การเผาหลงั การเพาะปลกู ค. ราตรปี ลอ ยดนิ ใหวา งเปลา
ง. นารีรตั นป ลกู พืชชนดิ เดียวกนั ซํา้ ๆ
8. สาเหตุในขอ ใดทที่ าํ ใหเกดิ ปญหา
มลพษิ ทางอากาศ? 12. การอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง
ก. การฉดี ยาฆา แมลง ขอ ใด?
ข. การตดั ไมท าํ ลานปา ก. ใชเ ฉพาะทจ่ี ําเปน
ค. การท้ิงขยะในแมน ํ้าลําคลอง ข. ใชอ ยางประหยดั
ง. การปลอยควนั เสียจากโรงงาน ค. ใชทรพั ยากรทส่ี ามารถใชทดแทนกนั ได
อตุ สาหกรรม ง. ใชอยางรคู ณุ คา โดยไมส งผลกระทบตอ
สิ่งแวดลอม
9. สาเหตสุ าํ คัญในขอใดที่เปนตนเหตุ
ทําใหเกิดปญ หามลพิษทางนํา้ ? 13. ปญหาสภาวะเรือนกระจกเปนปญ หาทเี่ กิดข้ึน
ก. ผักตบชวา จากมลพิษทางดา นใด ?
ข. การทิ้งขยะลงแมน ้ํา ก. น้ํา
ค. สารเคมีทีใ่ ชใ นการเกษตร ข. อากาศ
ง. นา้ํ เสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ค. ปา ไม
ง. แรธ าตุ
10. ขอ ใด ไมใช สาเหตขุ องการ
เปล่ียนแปลงสิ่งแวดลอ มท่ีเกดิ ขนึ้ 14. นักเรยี นเหน็ ดวยกับการออกกฎหมายบงั คบั
จากธรรมชาต?ิ ไมใหมกี ารลกั ลอบตัดไมทาํ ลายปา
ก. แผน ดนิ ไหว หรอื ไม เพราะเหตใุ ด?
ข. นํา้ กดั เซาะตลง่ิ ก. เห็นดวย เพราะคนกระทาํ ผิดจะถกู ลงโทษ
ค. การทรดุ ตัวของแผนดิน ข. เห็นดว ย เพราะตน ไมจะไดเพมิ่ จาํ นวนขึ้น
ง. การสรา งเข่อื นกักเก็บนํ้า ค. ไมเห็นดว ย เพราะตนไมมจี ํานวนมาก
อยูแลว
ง. ไมเ ห็นดว ย เพราะตนไมตอ งใชใน
ชีวติ ประจาํ วัน

15. วิธีการในขอ ใดชว ยปอ งกนั ปญ หาดนิ 271
เสือ่ มสภาพไดดีที่สุด?
ก. ใชปุยเคมีบํารุงดิน 19. เพราะเหตใุ ดเรือนทางภาคใตจึงไมนยิ มฝง
ข. พรวนดนิ สมาํ่ เสมอ เสาเรือนลงดนิ ?
ค. ปลกู พืชหมนุ เวยี น ก. ทําใหเ รือนดูเต้ยี
ง. ปลอ ยท่ีดินวา งเปลา ข. ปองกันนา้ํ ทวม
ค. เคลือ่ นยายลําบาก
16. ถาคนในทอ งถิ่นไมชวยกนั ดแู ลรักษา ง. ปอ งกันน้ําทะเลกัดเซาะ
ปาไมกจ็ ะเกิดปญหาตามมามากมาย
แต ยกเวน ขอ ใด? 20. ในภาคใดของประเทศไทยทสี่ ามารถ
ก. ทาํ ใหเ กิดนา้ํ ทวม เพาะปลกู พชื ไดตลอดทง้ั ป?
ข. เกิดความแหงแลง ก. ภาคใต
ค. ปา ไมมีจาํ นวนมากขน้ึ ข. ภาคกลาง
ง. กาซคารบอนไดออกไซดเพมิ่ ขน้ึ ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
17. “กาแล” เปน ลกั ษณะเฉพาะของเรือน
ทางภาคใด? 21. งานหัตถกรรมที่มชี ือ่ เสียงของ
ก. ภาคใต ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื คอื ?
ข. ภาคเหนือ ก. การทาํ เหมอื งแร
ค. ภาคตะวันออก ข. การทาํ สวนยางพารา
ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ค. การทาํ รมกระดาษสา
ง. การทําเครือ่ งจกั สาร
18. เพราะเหตใุ ดชาวภาคกลางจึงนยิ ม
สรา งเรือนทม่ี ใี ตถนุ สงู ? 22. ใครมีสวนรว มในการอนรุ ักษส่ิงแวดลอมทาง
ก. ใชใ นการเลย้ี งสตั ว สังคมและวัฒนธรรม?
ข. ใชเปน สถานท่พี ักผอน
ค. ใชในการปอ งกนั ปญ หานา้ํ ทว ม ก.เกง ชอบเลน เปย โน
ง. ใชเปน สถานที่เกบ็ ผลผลติ ทาง ข.แกว สะสมตุกตาบารบ ี้
การเกษตร ค.ฝายชอบฟง เพลงสากล
ง.นกสมัครเขา ชมรมดนตรีไทย
23. ปจ จัยในขอ ใดทไี่ มส ง ใหเกดิ การยายถ่ินของ
ประชากร
ก.การศึกษาตอ
ข.สภาพอากาศ
ค.หนาทีก่ ารงาน
ง.ความเจรญิ ทางการแพทย

272

24. ประชากรในภาคใดของประเทศไทย
ท่ีมอี ตั ราการอพยพเขามาในกรงุ เทพฯ
มากทส่ี ุด?
ก. ภาคใต
ข. ภาคกลาง
ค. ภาคเหนอื
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

25. การอพยพยายถิน่ แรงงานในชนบท
มักเกิดขนึ้ ในชว งใดมากทสี่ ุด?
ก. ฤดูแลง
ข. ฤดกู ารปลกู ขา ว
ค. หลงั ฤดกู ารเกบ็ เกย่ี ว
ง. ระหวา งรอการเกบ็ เกย่ี ว

ขอใหนกั เรียนทกุ คนโชคดี

273

เฉลยแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรกู อนเรียนและหลังเรยี น เรื่อง สรรพสิง่ ในธรรมชาติ

1. ข 2. ค 3. ข 4. ข 5. ค
6. ง 7. ก 8. ง 9. ง 10. ง
11. ข 12. ง 13. ข 14. ข 15. ค
16. ค 17. ข 18. ค 19. ง 20. ข
21. ง 22. ง 23. ค 24. ง 25. ก

274

แบบสอบถามความคดิ เหน็ ของนักเรียนตอ ชุดฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญ หา
สําหรับนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปท ี่ 4
............................

คําช้ีแจง
แบบสอบถามฉบับน้ี เปนแบบสอบถามเก่ียวกับความคิดเห็นของนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปที่ 4 ในการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิค
หมวก 6 ใบ ดังน้ันผูวิจัยจึงใหนักเรียนตอบแบบสอบถามตามความเปนจริง แบบสอบถามฉบับน้ี
แบง ออกเปน 2 ตอน จํานวน 10 ขอ

ตอนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของนกั เรยี น จาํ นวน 1 ขอ
ตอนที่ 2 ความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นในการใชชุดฝก ทักษะการคดิ แกป ญหาจาํ นวน 10 ขอ

ใหนักเรียนทําเคร่ืองหมาย 3 ลงในชองวางท่ีแทจริงของนักเรียนเพียงชองเดียว คําตอบ
ท่ีนักเรียนตอบน้นั ไมม ถี ูกไมม ผี ิด โดยในแตล ะชอ งทน่ี ักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ มีความหมายดงั น้ี

3 หมายถงึ นักเรียนเห็นดวยตอ การใชช ดุ ฝก ทักษะการคิดแกป ญหาในระดบั มาก
2 หมายถึง นกั เรยี นเหน็ ดว ยตอ การใชชดุ ฝกทักษะการคดิ แกป ญ หาในระดบั
ปานกลาง
1 หมายถึง นักเรยี นเหน็ ดว ยตอการใชชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญหาในระดบั นอ ย

ผูวจิ ยั
นางสาวนฤมล มีโสภา
นักศกึ ษาปรญิ ญาโท สาขาการสอนสังคมศกึ ษา
บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร

275

ตอนที่ 1 ขอมูลทว่ั ไปของนกั เรยี นจํานวน 1 ขอ

1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง

ตอนที่ 2 ความคดิ เห็นของนกั เรยี นทม่ี ตี อการใชช ุดฝกทกั ษะการคิดแกป ญหา จํานวน 10 ขอ

ขอ ความ ระดบั ความคดิ เหน็ สาํ หรับ
3 2 1 ผูวิจยั

ดานเนื้อหา
1. เนอ้ื หามกี ารแบงหวั ขอ อยา งชัดเจน
2. เน้อื หามคี วามนาสนใจ
3. เน้ือหามคี วามเหมาะสมกบั วัยของผูเ รียน

ดา นกจิ กรรมการเรียนรู
4. กิจกรรมการเรียนรมู คี วามนาสนใจ
5. กจิ กรรมเปน ไปตามลําดบั ข้นั ตอน
6. นกั เรยี นสามารถเรียนรไู ดด ว ยตนเอง

ดานประโยชน
7. ชุดฝก ชวยพฒั นาทักษะการคดิ แกป ญหาของนักเรียนใหเ พ่มิ

มากข้ึน
8. การเรยี นดว ยชดุ ฝก ทาํ ใหส นกุ สนาน
9. ชดุ ฝก สามารถนําไปทบทวนไดหลายๆ ครัง้
10. นักเรยี นมคี วามพอใจในกิจกรรมทจ่ี ดั ขึน้ ในกจิ กรรม

การเรียนรู

ขอ เสนอแนะ…………………………………………………………

………………………………………………………………….

ขอบคณุ นักเรยี นทุกคน
ขอใหส มหวงั ในการเรยี น

276

ประวัตผิ ูวิจยั

ชอ่ื นางสาวนฤมล มีโสภา

ท่ีอยู บา นเลขท่ี 4 หมู 6 ต.บานเลอื ก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120

ประวตั ิการศกึ ษา
พ.ศ. 2544 สาํ เร็จการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรยี นโพธาวฒั นาเสนี
อ.โพธาราม จ.ราชบรุ ี
พ.ศ. 2548 สาํ เรจ็ การศกึ ษาปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศกึ ษา
จากมหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครปฐม
พ.ศ. 2548 ศกึ ษาตอ ระดบั ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร
พ.ศ. 2550 สําเร็จการศึกษาในระดับปรญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา
บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร

276

ประวัตผิ ูวิจยั

ชอ่ื นางสาวนฤมล มีโสภา

ท่ีอยู บา นเลขท่ี 4 หมู 6 ต.บานเลอื ก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120

ประวตั ิการศกึ ษา
พ.ศ. 2544 สาํ เร็จการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรยี นโพธาวฒั นาเสนี
อ.โพธาราม จ.ราชบรุ ี
พ.ศ. 2548 สาํ เรจ็ การศกึ ษาปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศกึ ษา
จากมหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครปฐม
พ.ศ. 2548 ศกึ ษาตอ ระดบั ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร
พ.ศ. 2550 สําเร็จการศึกษาในระดับปรญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา
บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร


Click to View FlipBook Version