The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wootdy58741227, 2021-06-26 22:55:47

งาน อ.ดร.ชาลี

งาน อ.ดร.ชาลี

87

ดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2550 จํานวน 30 คน นําผลคะแนนที่ไดท้ังกอน
เรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test) มาวิเคราะหคาความแตกตางโดยการทดสอบคา t-test
dependent โดยผลการเรียนรหู ลงั เรียนสูงกวากอ นเรียน

3. นําแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาหลังเรียนไปทดลองใชจริงกับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4/1 โรงเรียนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2550 จํานวน
30 คน พบวา นกั เรยี นสว นใหญมีทักษะการคดิ แกป ญ หาอยูใ นระดบั มาก

4. นําแบบสอบถามความคิดเห็นไปสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 4/1 โรงเรียนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2550 จํานวน
30 คน นํามาหาคา เฉลย่ี (X) และคา สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) พบวา นักเรียนเห็นดวยกบั การใช
ชุดฝกทกั ษะการคิดแกป ญหา เร่อื ง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ อยูใ นระดบั มาก

5. การปรับปรุงชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา หลังจากท่ีผูวิจัยไดนําชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4ไปทดลองใชจริงแลวไดพบขอปรับปรุงแกไขเพื่อใหชุดฝกทักษะการคิด
แกป ญหามคี วามสมบูรณมากยิ่งขึ้น ซ่ึงไดปรับปรุงแกไขดังนี้ ปรับปรุงการพิมพสะกดคําใหถูกตอง
ชัดเจน มีภาพประกอบเนื้อหาและภาพการตูนเพิ่มมากขึ้น และปรับใหเนื้อหามีความกระชับมาก
ยง่ิ ขนึ้

ตารางที่ 9 สรปุ วธิ ดี าํ เนนิ การขั้นการประเมินและปรับปรงุ ชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญ หา

วัตถุประสงค วธิ ีการ กลุม เปาหมาย / เอกสาร เครอื่ งมอื / การวิเคราะห

เพื่อประเมินและ ประเมินชุดฝกทักษะการ นักเรียนช้ันประถมศกึ ษา ขอ มลู
ปรับปรุงชดุ ฝกทักษะ คดิ แกป ญ หา เรอื่ ง สรรพ ปที่ 4/1 โรงเรียนชุมชน
การคิดแกปญ หา สง่ิ ในธรรมชาติ ดวย วดั ดอนคลังมิตรภาพท่ี 1.ชุดฝก ทกั ษะการคิด
เทคนิคหมวก 6 ใบ 178 จํานวน 30 คน แกปญหา เรอื่ ง สรรพส่ิง
เพอ่ื ประเมินผลการ ในธรรมชาติ ดวยเทคนคิ
เรียนรูกอนเรียน (Pre- วัดผลการเรยี นรูทางการ นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษา หมวก 6 ใบ
test) และหลงั เรียน (Post เรยี นกอนเรียน (Pre-test) ปท ี่ 4/1 โรงเรียนชุมชน 2.หาคาประสิทธิภาพ
-test) ดวยชุดฝก ทักษะ และหลังเรยี น (Post -test) วดั ดอนคลังมิตรภาพที่ E1E2
การคดิ แกปญหา เร่อื ง ดว ยชุดฝก ทักษะการคิด 178 จาํ นวน 30 คน 1.แบบทดสอบวัดผลการ
แกปญ หา เรอ่ื ง สรรพสิ่ง เรียนรู เร่อื ง สรรพสงิ่ ใน
ธรรมชาติ
2. วิเคราะหข อมูลโดยใช
คะแนนคา เฉล่ีย (X)

88

ตารางท่ี 9 (ตอ )

วตั ถปุ ระสงค วธิ ีการ กลมุ เปาหมาย / เอกสาร เครือ่ งมือ / การวิเคราะห

ขอ มูล

สรรพสิ่งในธรรมชาติ ในธรรมชาติ สวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน

(S.D.) และทดสอบคา

t-test dependent

เพ่ือประเมนิ ทักษะการ วดั ผลทักษะการคิด นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษา 1.แบบประเมนิ ทกั ษะการ
คดิ แกปญ หาของ แกปญหาหลังเรียนดวย
นกั เรียนหลังใชชุดฝก ชดุ ฝก ทักษะการคดิ ปท่ี 4/1 โรงเรียนชุมชน คดิ แกปญ หา
ทักษะการคดิ แกปญหา แกป ญ หา
เพ่ือประเมนิ ความ สอบถามความคิดเหน็ วัดดอนคลังมติ รภาพที่ 2. วิเคราะหเนอื้ หา
คิดเห็นของนักเรียน ของนักเรียนหลังเรยี น
เกีย่ วกบั การจัดการ ดว ยชุดฝกทักษะการคิด 178 จํานวน 30 คน (Content Analysis)
เรยี นรดู ว ยการใชช ดุ ฝก แกป ญ หา
ทกั ษะการคดิ แกปญ หา นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษา 1.แบบสอบถามความ

ปที่ 4/1 โรงเรยี นชุมชน คิดเห็น

วัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 2.วเิ คราะหค วามคดิ เหน็

178 จํานวน 30 คน โดยใชคา เฉล่ีย (X) และ

สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

(S.D.)

ปรับปรุงแกไข ชดุ ฝกทักษะการคดิ 1.ชุดฝกทกั ษะการคดิ

แกปญหา แกป ญ หา

2.วิเคราะหขอมูลโดยการ

วเิ คราะหเน้ือหา(Content

Analysis)

การวิเคราะหขอ มูล
1. การตรวจสอบประสิทธภิ าพเคร่ืองมอื สําหรับการวิจยั ครัง้ น้ี มีรายละเอยี ดดังนี้
1.1 ตรวจสอบและหาประสทิ ธิภาพของชดุ ฝก ทกั ษะการคิดแกปญหา
1.1.1 หาคาดัชนีความสอดคลองของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง

สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ (Index of Item Objective Congruence: IOC)

จากสูตร
IOC = ΣR
N

IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ งระหวางเนอื้ หากบั จดุ ประสงคการเรียนรู

89

ΣR แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เห็นของผเู ช่ียวชาญ
N แทน จํานวนผูเช่ยี วชาญ

1.1.2 หาประสระสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิง
ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ แบบรายบุคคล (Individual Tryout) แบบกลุมเล็กหรือกลุม
ยอย (Small Group Tryout) เพื่อคาํ นวณคาประสทิ ธภิ าพ E1/E2

1.1.3 หาประสระสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่ง
ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ แบบกลุมใหญหรือภาคสนาม (Field Tryout) เพ่ือคํานวณคา

ประสทิ ธภิ าพ E1/E2 ตามเกณฑ 80/80
โดยใชสตู ร ดงั นี้

สตู รท่ี 1

E1 = Σx
N × 100
A

E1 หมายถึง คาเฉลี่ยรอยละของคะแนนผูเรียนทั้งหมดท่ีไดจากการทําแบบทดสอบ
ระหวา งเรยี น

Σx หมายถึง คะแนนรวมของแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรูระหวางเรยี น
A หมายถึง คะแนนเต็มของทดสอบวดั ผลการเรยี นรูระหวางเรียน
N หมายถงึ จาํ นวนนกั เรียน

สตู รที่ 2

E2 = ΣF
N × 100
B

E2 หมายถึง คาเฉล่ียรอยละของคะแนนทั้งหมดที่ไดจากการทําแบบทดสอบวัดผลการ
เรียนรูหลงั เรียนดวยชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญ หา

ΣF หมายถึง คะแนนรวมของนักเรียนท้ังหมดท่ีไดจากการทําแบบทดสอบวัดผลการ
เรียนรูหลังเรยี น

B หมายถงึ คะแนนเต็มของแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรหู ลังเรยี น
N หมายถงึ จํานวนนกั เรียน

90

1.2 ตรวจสอบแบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญหา ดําเนินการดังนี้
1.2.1 หาคาดัชนีความสอดคลองของแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหากับ

จุดประสงค (Index of Item Objective Congruence : IOC)

จากสูตร

IOC = ΣR
N

IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ งระหวางเน้อื หากับจุดประสงคการเรียนรู
ΣR แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเหน็ ของผเู ชย่ี วชาญ
N แทน จํานวนผเู ชยี่ วชาญ

1.3 ตรวจสอบแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู ดาํ เนินการดังนี้
1.3.1 หาคาดัชนีความสอดคลองของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรูกับ

จุดประสงคการเรียนรู (Index of Item Objective Congruence : IOC)

จากสูตร

IOC = ΣR
N

IOC แทน ดชั นคี วามสอดคลองระหวา งเน้ือหากับจดุ ประสงคการเรียนรู
ΣR แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เหน็ ของผเู ชยี่ วชาญ
N แทน จํานวนผเู ชี่ยวชาญ

1.3.2 หาคาความยากงา ยของแบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรู คา (p)

สตู รดงั นี้ R
p= N

p = คาความยากงายของขอ คาํ ถาม
R = จาํ นวนนกั เรียนผูตอบถกู ในแตละขอ
N = จาํ นวนนกั เรยี นท้ังหมด

91

1.3.3 หาคาอํานาจจําแนกของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู คา (r)
สูตรดังน้ี

r = Ru – Re
N/2

r = คา อาํ นาจจําแนกเปน รายขอ

Ru = จาํ นวนผทู ตี่ อบถูกในขอ น้ันในกลุม เกง
Re = จาํ นวนผทู ี่ตอบถกู ในขอ นั้นในกลมุ ออน
N = จํานวนคนในกลุมตัวอยางทงั้ หมด

1.3.4 หาคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู โดยใชวิธีของ
คเู ดอร ริชารด สนั 20 (Kuder-Richardson Formular)

สูตรดงั นี้

n Σpq

rtt = 1

n-1 S2 t

rtt = คาความเช่อื มนั่
P = สัดสวนของคนที่ทาํ ถูกในแตละขอ

q = สดั สวนของคนที่ทาํ ผิดในแตละขอ = 1- p
S2t = ความแปรปรวนของคะแนนทัง้ ฉบบั
n = จาํ นวนนกั เรยี นทงั้ หมด

1.4 ตรวจสอบแบบสอบถามความคิดเหน็ ดําเนนิ การดงั น้ี
1.4.1 หาคาดัชนีความสอดคลองของแบบสอบถามความคิดเห็น (Index of

Item Objective Congruence : IOC)

จากสตู ร
IOC = ΣR
N

IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ งระหวา งขอคาํ ถามกับจุดประสงคการเรียนรู
ΣR แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเหน็ ของผเู ช่ียวชาญ

92

N แทน จาํ นวนผเู ชี่ยวชาญ

2. การทดสอบสมมุติฐาน
2.1 การวิเคราะหความสามารถในการคิดแกปญหาและผลการเรียนรูใชคาสถิติ

คาเฉลี่ย ( Χ ) และคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การเปรียบเทียบกอนและหลังใชชุดฝกทักษะ
การคดิ แกปญ หา วเิ คราะหค วามแตกตา งโดยการทดสอบคา t-test dependent

2.2 การวิเคราะหความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ จากแบบสอบถาม การวิเคราะหขอมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็น
แบบประเมินคา (Rating scale) 3 ระดับ ใชคาเฉลีย่ ( Χ ) คา สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)

สรุป

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 เปนการวิจัยและพัฒนา (Research &
Development) โดยมีนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอ
ดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ สํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 2 จํานวน 30 คน เปนหนวยวิเคราะห (Unit of Analysis) ผูวิจัย
ดําเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเอง จากน้ันนํามาวิเคราะหขอมูลเพ่ือหาประสิทธิภาพ
ของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ ตามเกณฑ
80/80 ศึกษาผลการเรียนรูกอนเรียนและหลังเรียน เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ โดยใชชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ใชการทดสอบคา
t-test dependent ขอมูลที่ไดจากแบบสอบถามความคิดเห็นใช คาเฉล่ีย ( Χ ) และคาสวนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (S.D.)

บทที่ 4

ผลการวเิ คราะหข อ มูล

การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก
6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 ผูวิจัยไดนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล โดยมี
รายละเอยี ดตามขัน้ ตอนการดําเนินการวจิ ยั ตามลาํ ดับ ดังตอไปน้ี

1. ขน้ั การศกึ ษาขอ มลู พ้นื ฐานในการพฒั นาชุดฝกทกั ษะการคดิ แกป ญ หา
2. ข้นั การพฒั นาและหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคดิ แกปญ หา
3. ข้ันการทดลองใชและศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนท่ีมีตอการจัดการเรียนรูดวย
ชุดฝกทกั ษะการคดิ แกป ญหา
4. ขนั้ การประเมนิ และปรบั ปรุงชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญ หา

ขัน้ การศึกษาขอ มูลพน้ื ฐานในการพัฒนาชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญหา

ขอมูลพ้ืนฐานในการพฒั นาชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญหา มรี ายละเอยี ดดังตอ ไปน้ี
1. ผลการศึกษาและวิเคราะหหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานสถานศึกษาโรงเรียน
ชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178 ในกลุมสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในชวงชั้นท่ี 2
ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4 พบวาตองการใหนักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดการแกปญหา ดังน้ี
1) ทักษะการคิด เชน การสรุปความคิด การแปลความ การวิเคราะหหลักการ การนําไปใชตลอดจน
การคิดอยางมีวิจารญาณ และ 2) ทักษะการแกปญหา ตามกระบวนการทางสังคมศาสตร เชน
ความสามารถในการต้ังคําถาม และการตั้งสมมุติฐานอยางมีระบบ และจากการศึกษาสาระและ
มาตรฐานการเรียนรูกลุมสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พบวาในสาระวิชาภูมิศาสตรในหนวย
การเรียนรูที่ 8 เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ สามารถนํามาใชในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหาได เพราะเปนเร่ืองเก่ียวกับส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติที่มนุษยตองใชในการดําเนินชีวิตจึง
ทําใหเกิดปญหาตาง ๆ ข้ึนตามมาและเมื่อเกิดปญหาข้ึนจําเปนตองหาวิธีในการแกไขปญหา เพื่อ
รักษาหรืออนุรักษส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติน้ันใหอยูกับเราไปนานๆ ผูวิจัยจึงไดนําเน้ือหาในสาระ
ภูมิศาสตรหนวยการเรียนรูท่ี 8 เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ มาใชเปนสื่อกลางในการพัฒนาชุดฝก
ทักษะการคิดแกปญหา ซึ่งสอดคลองกับมาตรฐาน ส. 5.2 : เขาใจปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับ
สิ่งแวดลอมทางกายภาพที่กอใหเกิดการสรางสรรควัฒนธรรม และจิตสํานักอนุรักษทรัพยากรและ

93

94

ส่ิงแวดลอม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กอใหเกิดการสรางสรรควัฒนธรรม และจิตสํานักอนุรักษ
ทรพั ยากรและส่ิงแวดลอม เพื่อการพฒั นาท่ียัง่ ยนื

2. ผลจากการศึกษาแนวคิด หลักการ และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการพัฒนาชุดฝก
พบวา ขั้นตอนในการพัฒนาชุดฝกนั้นตองประกอบดวย 1) ศึกษาปญหาและความตองการ
2) วิเคราะหปญหาหรือทักษะท่ีเปนปญหา 3) พิจารณาวัตถุประสงค รูปแบบข้ันตอนในการพัฒนา
ชุดฝก 4) พัฒนาชุดฝก 5) ทดลองใช และ 6) ปรับปรุงแกไข โดยพบวาหลักในการพัฒนาชุดฝกนั้น
ตองใหเหมาะสมกับวัยของนักเรียน คือ ตองสอดคลองกับหลักจิตวิทยาและพัฒนาการของนักเรียน
มีภาพประกอบที่เหมาะสมเพื่อใชจูงใจนักเรียน มีเนื้อหาเรียงลําดับจากงายไปยาก มีจุดประสงค
ที่แนนอนในการฝกทักษะดานใดดานหน่ึง ซ่ึงตองคํานึงถึงความแตกตางของบุคคลชวงเวลาใน
การฝกน้ันควรมีระยะเวลาในการฝกสั้นๆ เพื่อมิใหเกิดความเบื่อหนาย กิจกรรมที่ใชควรมี
หลากหลายเพื่อใหเกิดความนาสนใจ ชุดฝกที่ดีตองมีคําช้ีแจงงายๆ สั้นๆ เมื่อนักเรียนไดอานแลว
เกิดเขาใจสามารถทําชุดฝกไดดวยตนเอง ดังน้ันชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาท่ีผูวิจัยไดสรางข้ึน
ประกอบดวย 1) คํานํา 2) คําชี้แจงสําหรับครู 3) คําชี้แจงสําหรับนักเรียน 4) วัตถุประสงค
5) ใบความรู 6) ใบกิจกรรม 7) แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา และ 8) แบบทดสอบวัดผล
การเรียนรู จากการศึกษาผลงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการพัฒนาชุดฝกยังพบวา ชุดฝกมีประโยชนทั้ง
ตอครูและนักเรียนชวยใหนักเรียนไดฝกฝนทักษะกระบวนการคิด การใชภาษาไดดีข้ึน
ประหยัดเวลาและแรงงาน ผูวิจัยจึงไดนําผลการวิเคราะหแนวคิด หลักการท่ีเกี่ยวของกับการพัฒนา
ชุดฝกมาเปนแนวทางในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ

3. ผลจากการศึกษาแนวคิด หลักการ และผลงานวิจัยที่เกี่ยวของกับทักษะการคิด
แกปญหา พบวาการคิดแกปญหานั้นมีความสําคัญตอมนุษยเรา เพราะวาสังคมเกิดความ
เปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วอยูตลอดเวลา ฉะน้ันการศึกษาจึงเปนกลไกสําคัญในการพัฒนาและ
สงเสริมทักษะการคิดแกปญหาใหกับนักเรียน ในการที่จะสงเสริมทักษะการคิดแกปญหาของ
นักเรียนใหประสบผลสําเร็จไดนั้น ตองคํานึงถึงองคประกอบที่สําคัญ คือ ตัวผูเรียน สถานการณ
ระดับสติปญญา การใชเหตุผล เพ่ือใหนักเรียนพัฒนาความคิดนําไปสูการแกปญหาไดอยางถูกตอง
และรวดเร็ว แตทั้งน้ีก็ขึ้นอยูกับประสบการณเดิมของนักเรียนดวย เพราะการท่ีจะแกปญหาไดนั้น
ตอ งรูจ ักและเขาใจปญ หาทีเ่ กิดขนึ้ แลวจงึ หาวิธกี ารในการแกไ ขปญ หาดงั กลา ว ดังนั้นครูจึงเปนผูท่ีมี
บทบาทสําคัญในการพิจารณาขอจํากัดในเรื่องตางๆ เพราะครูจะเปนผูเสนอปญหาหรือสถานการณ
ขึ้นมา เพื่อใหนักเรียนทําความเขาใจกับปญหาหรือสถานการณนั้น ๆ แลวใหนักเรียนพิจารณา
สาเหตุของปญหาเพื่อหาแนวทางในการแกปญหาที่เกิดขึ้น โดยสามารถสังเคราะหขั้นตอนในการ

95

พฒั นาทกั ษะการคิดแกป ญ หาได 3 ขัน้ ตอน คอื 1) ระบุปญ หา 2) ระบุสาเหตุของการเกิดปญหา และ
3) เสนอแนวทางในการแกไขปญหา ผูวิจัยจึงไดนําผลการวิเคราะหแนวคิด หลักการ และ
ผลงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับทักษะการคิดแกปญหามาเปนแนวทางในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิด
แกปญ หา

4. ผลจากการศึกษาแนวคิด หลักการและผลการวิจัยที่เก่ียวของกับเทคนิคหมวก 6 ใบ
พบวา การนําเทคนิคหมวก 6 ใบ ไปใชในการพัฒนาทักษะการคิดแกปญหาสําหรับเด็กนั้นสามารถ
ทาํ ได เพราะการใชเทคนิคหมวก 6 ใบ เปนการใชสีของหมวกเปนสัญลักษณของการคิดในลักษณะ
ตาง ๆ 6 ลักษณะ ไดแก หมวกสีขาว เปนการระบุขอเท็จจริง หมวกสีแดง เปนการแสดงความรูสึก
ตอส่งิ ทีก่ าํ ลงั พจิ ารณา หมวกสดี าํ เปนการระบุขอบกพรองหรือจุดออน หมวกสีเหลือง เปนการระบุ
ประโยชนจุดดี ขอดี หมวกสีเขียว เปนการคิดสรางสรรคคิดแกปญหาสิ่งตาง ๆ ท่ีเกิดขั้น สวน
หมวกสีฟา เปนการจัดระบบความคิด โดยสามารถนําไปใชไดงายเนื่องจากไมมีความซับซอน
ซ่ึงจะชวยใหผูเรียนไดพยายามคิดและเปนการคิดอยางรอบคอบ คิดท้ังจุดดี จุดดอย จุดท่ีนาสนใจ
และความรสู ึกท่ีมตี อสิง่ น้ันแทนทจ่ี ะยึดติดความคิดเพยี งดานเดียว หรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และ
การคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ น้ันสามารถคิดไดครั้งละหนึ่งใบโดยจะใชใบใดกอนหรือหลังไมมี
ขอกําหนดที่ตายตัว อาจใชเปนระบบหรือเปนคร้ังคราวแตการใชขึ้นอยูกับประเภทของการคิด
แตตองเปนไปตามลําดับเพื่อเปนแนวทางในการนําไปสูการคิด สูเปาหมายที่ตองการ โดยการคิด
แกปญหาจะเริ่มจาก อะไรคือปญหาเพ่ือหาวิธีการแกปญหา โดยพิจารณาเลือกวิธีที่ดีท่ีสุดแลวสรุป
วิธีการแกปญหา กลาวคือ การคิดดวยเทคนิคดวยหมวก 6 ใบ ในสถานการณหน่ึงเพ่ือใหสามารถ
แกไ ขปญ หาไดอยา งถกู ตองชัดเจน

ขน้ั การพัฒนาและหาประสิทธภิ าพของชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หา

จากการศึกษาขอมูลพื้นฐานในขั้นตอนที่ 1 ผูวิจัยไดดําเนินการพัฒนาและหา
ประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา โดยแบงได 4 ข้ันตอน ดังตอไปนี้1) พัฒนาชุดฝก
ทักษะการคิดแกปญหา 2) การหาคุณภาพชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา 3) การหาประสิทธิภาพ
ชุดฝกทกั ษะการคิดแกปญ หา และ 4) การปรับปรุงแกไ ขชุดฝกทักษะการคิดแกปญ หา

1. การพัฒนาชดุ ฝก ทักษะการคิดแกปญ หา
จากการผลการวิเคราะหขอมูลในข้ันการศึกษาขอมูลพื้นฐานสําหรับการพัฒนา

ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ผูวิจัยไดนํามาสังเคราะห เพ่ือใชในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหา และขอคําแนะนําจากอาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหา เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

96

ปท่ี 4 โดยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาประกอบดวย คํานํา คําช้ีแจงสําหรับครู คําชี้แจงสําหรับ
นักเรียน วัตถุประสงค ใบความรู ใบกิจกรรม แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา และ
แบบทดสอบผลการเรียนรู ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาที่ผูวิจัยไดสรางขึ้นใชเปนส่ือในการจัดการ
เรียนรู โดยใชช ดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญหา โดยชดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกปญหาที่พัฒนาข้ึนมีจํานวน 6
ชุด คือ

ชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญหา ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง ปฐมนเิ ทศการคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
ชุดฝก ทักษะการคดิ แกปญหา ชดุ ท่ี 2 เร่อื ง สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ
ชุดฝก ทกั ษะการคิดแกปญ หา ชุดที่ 3 เรอื่ ง มลพษิ ที่มีผลตอทรัพยากรธรรมชาติใน
ทองถ่นิ
ชุดฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา ชดุ ท่ี 4 เร่ือง การอนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ
ชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญหา ชดุ ท่ี 5 เรื่อง สง่ิ แวดลอมทางสงั คมและวฒั นธรรม
ชุดฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา ชุดที่ 6 เรอื่ ง ประชากรกับสิง่ แวดลอ ม
โดยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาท่ีสรางข้ึนในแตละชุดประกอบดวย คํานํา
คําช้ีแจงสําหรับครู คําชี้แจงสําหรับนักเรียน วัตถุประสงค ใบความรู ใบกิจกรรม แบบประเมิน
ทกั ษะการคิดแกป ญ หา และแบบทดสอบวัดผลการเรยี นรู

2. การหาคณุ ภาพชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญ หา
ผูวิจัยไดนําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิค

หมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปท่ี 4 ใหอาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธตรวจสอบ
ความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) นําผลจากการตรวจสอบมาปรับปรุงแกไขตาม
คําแนะนําแลวจึงนําไปใหผูท่ีเช่ียวชาญ 3 ทาน ไดแก ผูเช่ียวชาญทางดานเนื้อหา ภาษา ผูเชี่ยวชาญ
ทางดานส่ือการเรียนรู และผูเชี่ยวชาญทางดานการวัดและการประเมินผล ตรวจสอบความถูกตอง
เหมาะสมของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา นําผลที่ไดมาหาคาดัชนีความสอดคลอง (IOC)โดย
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาไดคาดัชนีความสอดคลองอยูระหวาง 0.67–1.00 ถือวามีความ
สอดคลอ งในเกณฑท่ยี อมรับไดส ามารถนําไปทดลองเพื่อหาคา ประสิทธิภาพตอ ไปได

3. การหาประสิทธภิ าพของชดุ ฝกทกั ษะการคิดแกปญ หา
การหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ

ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ สําหรบั นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาชั้นปท ่ี 4 มีรายละเอยี ดดังนี้
1) ทดลองใชแบบรายบุคคล (Individual Tryout) โดยทดลองใชกับนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปท่ี 4 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ที่ไมใชกลุมตัวอยางและมีความรู

97

ตา งกันคอื เกง ปานกลาง ออน อยางละ 1 คน รวม 3 คน เพ่ือพิจารณาความสอดคลองเหมาะสมของ
ชุดฝกในดานเนื้อหา ภาษา กิจกรรมการจัดการเรียนรู แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาและ
แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เพื่อนํามาหาคาประสิทธิภาพ E1/E2 ไดคาประสิทธิภาพเทากับ
70.66/74.44 ซงึ่ สูงกวาเกณฑทก่ี าํ หนดไวค อื 60/60 (รายละเอียดภาคผนวก ง หนา 153)

2) ทดลองใชแบบกลุมเล็กหรือกลุมยอย (Small Group Tryout) โดยทดลองใชกับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178 ที่ไมใชกลุมตัวอยางและ
มีความรูตางกันคือ เกง ปานกลาง ออน อยางละ 3 คน รวม 9 คน เพื่อพิจารณาความสอดคลอง
เหมาะสมของชุดฝกในดานเน้ือหา ภาษา กิจกรรมการจัดการเรียนรู แบบประเมินทักษะการคิด
แกปญหาและแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เพ่ือนํามาหาคาประสิทธิภาพ E1/E2 ไดคาประสิทธิภาพ
เทา กบั 72.44/76.66 ซึง่ สงู กวาเกณฑทีก่ าํ หนดไวค อื 70/70 (รายละเอียดภาคผนวก ง หนา 153)

3) ทดลองใชแบบกลุมใหญหรือภาคสนาม (Field Tryout) โดยทดลองใชกับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนวัดตาลเรียง จํานวน 32 คน เพ่ือหาประสิทธิภาพ E1/E2 ได
คาประสิทธภิ าพเทา กับ 81.50/85.42 ซ่ึงสูงกวา เกณฑทกี่ ําหนดไวค ือ 80/80 (รายละเอียดภาคผนวก ง
หนา 154)

4) ทดลองใชจริงกับกลุมตัวอยาง โดยทดลองใชกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่
4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
จํานวน 30 คน เพอ่ื หาประสิทธภิ าพ E1/E2 ไดค า ประสทิ ธิภาพเทากับ 81.60/82.40 ซึ่งสูงกวาเกณฑที่
กําหนดไวคือ 80/80 (รายละเอียดภาคผนวก ง หนา 156) สามารถสรุปผลการหาประสิทธิภาพของ
ชุดฝก ทักษะการคิดแกปญหาตามข้นั ตอนดังตารางที่ 10

ตารางท่ี 10 สรปุ ผลการหาประสิทธิภาพของชดุ ฝก ทกั ษะการคิดแกป ญ หา เรื่อง สรรพสิง่ ใน
ธรรมชาติ ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ

การหาประสทิ ธภิ าพ N คา ประสทิ ธภิ าพ คา ประสิทธภิ าพ ความหมาย
ท่ีตง้ั ไว (E1/E2) ทีไ่ ด (E1/E2) สงู กวาเกณฑ
แบบรายบคุ คล
(Individual Tryout) 3 60/60 70.66 / 74.44
แบบกลมุ เล็กหรอื กลมุ ยอ ย
(Small Group Tryout) 9 70/70 72.44 / 76.66 สงู กวา เกณฑ
แบบกลุมใหญห รอื ภาคสนาม
(Field Tryout) 32 80/80 81.50 / 85.42 สงู กวาเกณฑ

98

ตารางที่ 10 (ตอ )

การหาประสิทธภิ าพ N คา ประสิทธิภาพ คาประสทิ ธภิ าพ ความหมาย
ทดลองใชจ ริงกบั กลมุ ตัวอยา ง ทต่ี ้ังไว (E1/E2) ท่ไี ด (E1/E2) สูงกวา เกณฑ

30 80/80 81.60/82.40

ขั้นการนําชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญ หาไปทดลองใชจริงและศึกษาความคดิ เหน็ ของนักเรยี นท่มี ีตอ
การจัดการเรียนรโู ดยใชช ดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญ หา

ผูวิจัยไดนําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก
6 ใบไปทดลองใชกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178
ตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ
การประถมศกึ ษาแหง ชาติ สํานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาราชบรุ ีเขต 2 จํานวน 30 คน ใชระยะเวลาใน
การทดลอง 5 สัปดาห สัปดาหละ 2 ชั่วโมง และใชเวลาในการปฐมนิเทศชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหา ชุดท่ี 1 เรื่อง การคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ จํานวน 1 ช่ัวโมง ใชระยะเวลารวมทั้งสิ้น 11
ชั่วโมง ข้ันตอนในการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา 1) ช้ีแจงทําความเขาใจกับนักเรียนเกี่ยวกับ
ขั้นตอนและวิธีการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา 2) นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เร่ือง
สรรพส่ิงในธรรมชาติ จํานวน 25 ขอ 3) จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
4) นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรูหลังเรียน เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ จํานวน 25 ขอ
5) นักเรียนทาํ แบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญ หาหลังเรียนจํานวน 20 ขอ และ 6) นักเรียนประเมิน
ทักษะการคิดแกปญหาดวยตนเองเปนรายบุคคล นักเรียนสามารถทราบผลทักษะการคิดแกปญหา
ของนักเรียนไดเลยวาอยูระดับใดใน 3 ระดับ คือ มาก ปานกลาง นอย และนําคะแนนจาก
แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูไปหาคาประสิทธิภาพ E1/E2 โดยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาท่ีสราง
ขึน้ ไดคาประสิทธิภาพเทากับ 81.60 / 82.40 ซ่ึงสูงกวาเกณฑที่ตั้งไว 80/80 (รายละเอียดภาคผนวก ง
หนา 156) ซึง่ ยอมรับสมมุตฐิ านทไ่ี ดต ง้ั ไวในขอ ท่ี 1

ขน้ั การประเมินและปรับปรงุ แกไ ขชดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญหา

ผูวิจัยไดทําการประเมินและปรับปรุงแกไขชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา การวิเคราะห
ขอมูลแบงเปน 2 ตอนคือ 1) การประเมินหลังการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาดวยแบบทดสอบ
ผลการเรียนรู เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ และสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนท่ีมีตอการจัด

99

การเรียนรู โดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา 2) การปรับปรุงแกไขชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
ใหม ีความสมบูรณโ ดยมีรายละเอียดดังตอ ไปน้ี

1. ผลการประเมินหลังการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา จากการทดสอบผล
การเรียนรูของนักเรียนกอนเรียนและหลังเรียน ดวยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพส่ิง
ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 ของนักเรียน
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอ
ดําเนนิ สะดวก จงั หวัดราชบรุ ี จาํ นวน 30 คน และไดนําผลการทดสอบมาวเิ คราะหขอมูลดงั แสดงใน
ตารางท่ี 11 ดังนี้

ตารางท่ี 11 แสดงผลการเรียนรูกอ นเรียนและหลังเรียนของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปที่ 4/1

ผลการเรยี นรู จํานวน คะแนนเต็ม x S.D. t-test Sig
นกั เรยี น (2tailed)
กอ นเรยี น
หลังเรยี น 30 25 11.26 3.95 13.55 .000
30 25 20.60 2.01

จากตารางท่ี 11 โดยภาพรวมพบวาคะแนนเฉลี่ยของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู
เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ กอนเรียนและหลังเรียน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05โดยคาวิกฤต t ท่ีระดับนัยสําคัญ 0.05, df 29 ไดคา t = 2.045 สวนคา t-test ที่คํานวณได = 13.55
ถือวา Sig. ซึ่งคา t จากการคํานวณมากกวาคา t จากตาราง ซ่ึงสอดคลองกับสมมุติฐานการวิจัยขอ 2
โดยผลการเรยี นรูหลังเรยี นสูงกวา กอ นเรียน

2. ผลการประเมินหลังการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา จากการทําแบบประเมิน
ทักษะการคิดแกปญหาของนักเรียนหลังเรียนดวยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงใน
ธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอ
ดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จํานวน 30 คน พบวา นักเรียนมีทักษะการคิดแกปญหาอยูในระดับ
มากเปน สวนใหญ ดงั แสดงในตารางท่ี 12 ดงั นี้

ตารางที่ 12 แสดงระดบั คะแนนทกั ษะการคดิ แกปญ หาของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4/1

100

ระดบั คะแนนทักษะการคิดแกป ญหา จาํ นวน / คน
1 - 20 คะแนน -
21 - 40 คะแนน 2
41 - 60 คะแนน 28
รวม 30

จากตารางที่ 12 พบวา นักเรียนมีทักษะการคิดแกปญหาอยูในระดับคะแนน 21-40
คะแนน จํานวน 2 คน และมีทักษะการคิดแกปญหาอยูในระดับคะแนน 41-60 คะแนน จํานวน
28 คน (รายละเอยี ดภาคผนวก จ หนา 161)

3. ผลการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน ผลจากการวิเคราะหความคิดเห็นของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอ
ดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จํานวน 30 คน หลังเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง
สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ ความคดิ เหน็ ของนกั เรียนท่มี ตี อการจัดการเรียนรูดวย
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหามาวิเคราะหขอมูลโดยใชคาเฉลี่ย ( Χ ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.) รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 13

ตารางที่ 13 แสดงความคิดเห็นของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 4/1 ทีม่ ีตอ การจัดการเรียนรโู ดยใช
ชดุ ฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา เร่ือง สรรพสิง่ ในธรรมชาติ ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ

ระดับความคดิ เหน็ Χ S.D. แปลผล อนั ดับ

รายการประเมิน มาก ปานกลาง นอย

ดา นเนือ้ หา (3) (2) (1)
1. เนอ้ื หามกี ารแบง หัวขอ อยา งชัดเจน
2. เนื้อหามคี วามนา สนใจ 29 1 - 2.93 0.36 มาก
3. เน้อื หามีความเหมาะสมกับวัยของ 28 2 - 2.93 0.25 มาก

ผูเรยี น 25 5 - 2.83 0.37 มาก
รวม
2.90 0.27 มาก 1
ดา นกิจกรรมการเรยี นรู
4. กจิ กรรมการเรียนรมู ีความนาสนใจ 27 3 - 2.90 0.30 มาก
5. กจิ กรรมเปนไปตามลําดับขน้ั ตอน 24 6 - 2.80 0.40 มาก
6. นักเรียนสามารถเรยี นรไู ดดวยตนเอง 24 6 - 2.80 0.34 มาก

รวม 2.83 0.34 มาก 3

101

ตารางท่ี 13 (ตอ)

ระดับความคดิ เหน็ Χ S.D. แปลผล อนั ดับ

รายการประเมนิ มาก ปานกลาง นอย

(3) (2) (1)

ดานประโยชน

7. ชดุ ฝก ชวยพฒั นาทักษะการคิด 25 5 - 2.83 0.37 มาก
แกป ญหาของนักเรียนใหเพมิ่ มากข้นึ

8.การเรียนดวยชุดฝกทําใหส นุกสนาน 27 3 - 2.90 0.30 มาก

9. ชดุ ฝก สามารถนาํ ไปทบทวนได 26 4 - 2.86 0.34 มาก
หลาย ๆ ครง้ั

10. นักเรียนมีความพอใจในกิจกรรมที่ 27 3 - 2.90 0.30 มาก
จดั ข้ึนในกิจกรรมการเรียนรู

รวม 2.86 0.32 มาก 2

รวมทงั้ 3 ดาน 2.87 0.29 มาก

ผลการวิเคราะหขอมูลจากตารางที่ 12 พบวา จากการตอบแบบสอบถามความคิดเห็น
ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 ที่มีตอชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ
ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ โดยภาพรวมพบวาอยูในระดับมาก ( Χ = 2.87, S.D. = 0.29) เมื่อพิจารณา
เปนรายดานพบวานักเรียนมีความคิดเห็นดานเน้ือหามากเปนอันดับหน่ึง อยูในระดับมาก ( Χ =
2.90, S.D. = 0.27) ลําดับท่ีสองคือ ดานประโยชนอยูในระดับมาก ( Χ = 2.86, S.D. = 0.32) ลําดับที่
สามคอื ดานกิจกรรมการเรียนรูอ ยใู นระดบั มาก ( Χ = 2.83, S.D. = 0.34) ตามลําดับ

จากตารางที่ 13 นักเรียนไดใหขอเสนอแนะในการทําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
ดังน้ี

1) อยากใหท าํ ชดุ ฝก ในรายวชิ าวทิ ยาศาสตร
2) อยากใหมรี ูปการตนู เยอะ ๆ และนาจะเปน ภาพสี
4. การปรับปรุงชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา หลังจากที่ผูวิจัยไดนําชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4ไปทดลองใชจริงแลวไดพบขอปรับปรุงแกไขเพ่ือใหชุดฝกทักษะการคิด
แกป ญ หามคี วามสมบูรณมากย่ิงขึ้น ซึ่งไดปรับปรุงแกไขดังน้ี ปรับปรุงการพิมพสะกดคําใหถูกตอง
ชัดเจน มีภาพประกอบเน้ือหามากขนึ้ และปรับใหเ นอื้ หามคี วามกระชับมากย่งิ ข้ึน

บทที่ 5

สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 มีวัตถุประสงคเพ่ือ 1) เพ่ือพัฒนาชุดฝก
ทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 4 ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 2) เพ่ือศึกษาผลการเรียนรูกอนเรียนและ
หลังเรียน เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ โดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
3) เพื่อศึกษาทักษะการคิดแกปญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โดยใชชุดฝกทักษะการคิด
แกป ญ หา ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ และ 4) เพอื่ ศึกษาความคิดเหน็ ของนักเรยี นทมี่ ีตอ ชดุ ฝก ทกั ษะการ
คดิ แกปญ หา ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ ประชากรท่ใี ชใ นการวจิ ยั คร้ังนี้ คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาป
ท่ี 4 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพ 178 อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จํานวน
2 หองเรียน มีนักเรียน 58 คน ซึ่งกําลังศึกษาในภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2550 กลุมตัวอยางที่ใชใน
การวิจัยครั้งน้ี คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178
ตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จํานวน 1 หองเรียน มีนักเรียน 30 คน ซึ่งไดมา
จากการสุมอยางเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากโรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178
มีนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 เพียง 2 หองเรียน นักเรียนในหองประถมศึกษาปท่ี 4/1 มี
จาํ นวน 30 คน สว นนักเรียนในหอ งประถมศึกษาปท่ี 4/2 มีจาํ นวนนอ ยกวา คอื 28 คน

เครอื่ งมอื ทีผ่ ูว จิ ัยสรา งข้นึ เพอื่ ใชใ นการวิจยั ครั้งนี้ ไดแ ก
1. ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
สําหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 ซงึ่ มีจํานวน 6 ชดุ ไดแ ก

ชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญหาชดุ ท่ี 1 เรื่อง ปฐมนเิ ทศการคิดดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ
ชดุ ฝก ทักษะการคิดแกปญ หาที่ 2 เรื่อง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาท่ี 3 เรื่อง มลพิษท่ีมีผลตอทรัพยากรธรรมชาติใน
ทอ งถ่ิน
ชดุ ฝกทักษะการคดิ แกป ญหาที่ 4 เรอ่ื ง การอนรุ กั ษท รพั ยากรธรรมชาติในทองถ่ิน
ชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หาที่ 5 เรือ่ ง สิ่งแวดลอมทางสงั คมและวฒั นธรรม
ชดุ ฝกทกั ษะการคิดแกปญหาท่ี 6 เรอื่ ง ประชากรกับส่งิ แวดลอม

102

103

2. แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูกอนเรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test) เร่ือง
สรรพสิ่งในธรรมชาติ โดยเปนแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จํานวน 25 ขอ เกณฑในการให
คะแนน คือ เมื่อตอบถูกได 1 คะแนน ตอบผิดได 0 คะแนน ซึ่งเปนแบบทดสอบชุดเดียวกันโดยใช
การสลับตวั เลือก เพ่ือใชวดั ผลการเรยี นรใู นหนวยการเรยี นรูท่ี 8 เร่ือง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ

3. แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาหลังเรียน (Post-test) โดยแบบประเมินทักษะ
การคิดแกปญหามีลักษณะเปนแบบทดสอบประเภทปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ ประเมิน
ทกั ษะการคดิ แกปญหา 3 ดาน คือ 1) ระบุปญหา 2) ระบุสาเหตุของปญหา และ 3) เสนอแนวทางใน
การแกไขปญหาโดยใชแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาเพ่ือมุงวัดพฤติกรรมการคิดแกปญหา
ของนักเรยี นภายในโรงเรยี นและชวี ิตประจาํ วนั ทเ่ี กิดข้นึ แตล ะขอมเี กณฑใ นการใหค ะแนน 4 ระดบั
คอื 3 2 1 0 มรี ายละเอยี ดดังนี้

3 หมายถงึ นกั เรียนมีทกั ษะในการคดิ แกป ญ หาในระดบั มาก
2 หมายถงึ นกั เรียนมที ักษะในการคดิ แกปญ หาในระดบั ปานกลาง
1 หมายถึง นกั เรียนมที ักษะในการคดิ แกปญหาในระดับนอ ย
0 หมายถึง นักเรยี นไมม ที กั ษะในการคิดแกป ญหาเลย
เม่ือนักเรียนทําครบทั้ง 20 ขอ นักเรียนสามารถประเมินทักษะการคิดแกปญหาได
ดวยตนเอง นกั เรียนจะทราบวา ตนเองมที ักษะในการแกปญหาในแตละสถานการณไดดีหรือไมและ
ในแตละขอนั้นไดก่ีคะแนนแลวนําคะแนนในแตละขอมารวมกัน เมื่อรวมคะแนนเรียบรอยแลว
นักเรียนสามารถทราบผลไดทันทวี าตนเองมีทักษะการคดิ แกป ญหาอยใู นระดับใด
4. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง
สรรพส่งิ ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สาํ หรบั นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที่ 4
การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก
6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 วิเคราะหขอมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา ตามเกณฑ 80/80 ศึกษาผลการเรียนรูกอนเรียนและหลังเรียน เร่ือง สรรพส่ิงใน
ธรรมชาติ โดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 4 ใชการทดสอบคา t-test dependent ขอมูลที่ไดจากแบบสอบถามความคิดเห็นใช
คาเฉล่ีย ( Χ ) และคาสวนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)

สรปุ ผลการวจิ ยั
การวิจัยเร่ือง การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวย

เทคนคิ หมวก 6 ใบ สําหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 สรุปผลการวจิ ัยได ดังน้ี

104

1. ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4ที่ผูวิจัยสรางขึ้นมีจํานวน 6 ชุด ไดแก 1) ปฐมนิเทศการคิด
ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ 2) เรื่อง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ 3) เรื่อง มลพิษที่มีผลตอ
ทรัพยากรธรรมชาติในทองถิ่น 4) เรื่อง การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติในทองถ่ิน 5) เร่ือง
ส่ิงแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม และ 6) เรื่อง ประชากรกับสิ่งแวดลอม โดยชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหาที่สรางข้ึนในแตละชุดประกอบดวย คําชี้แจงสําหรับนักเรียน วัตถุประสงค
ใบความรู ใบกิจกรรม แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา และแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู
ผลการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 พบวามีประสิทธิภาพเทากับ 81.60/82.40 ซ่ึงยอมรับสมมุติฐาน
การวจิ ยั ขอ ที่ 1โดยสูงกวา เกณฑทก่ี าํ หนดไว 80/80

2. ผลการเรียนรูเรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ กอนเรียนและหลังเรียนโดยใชชุดฝก
ทกั ษะการคดิ แกปญ หา ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 ที่ผูวิจัยจัดทํา
ข้ึนพบวา ผลการเรียนรูกอนเรียนและหลังเรียนดวยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งใน
ธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซ่ึงยอมรับ
สมมุติฐานการวิจัยขอที่ 2 โดยผลการเรียนรูเรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ หลังเรียนโดยใชชุดฝก
ทักษะการคดิ แกป ญหา ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบสงู กวา กอนการจดั การเรยี นรู

3. จากการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิค
หมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 4/1 โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพท่ี 178
ตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จํานวน 30 คน พบวา นักเรียนมีทักษะการคิด
แกปญ หาอยใู นระดบั มากเปน สวนใหญ

4. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก
6 ใบ พบวา โดยภาพรวมนักเรียนเห็นดวยตอการจัดการเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ อยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาเปนรายดานพบวา
นักเรียนสวนใหญเห็นดวยในดานเน้ือหาอยูในระดับมากเปนอันดับหน่ึง ลําดับท่ีสองคือ เห็นดวย
ในดานประโยชนของการใชชุดฝกอยูในระดับมาก และเห็นดวยในดานกิจกรรมการเรียนรู
ท่ีนาํ มาใชในชดุ ฝกทักษะการคิดแกป ญ หาอยใู นระดบั มากเปนลาํ ดับสดุ ทาย

อภิปรายผลการวิจยั
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวย

เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ผลการวิจัยเปนไปตามสมมุติฐานท่ีตั้งไว
ผวู ิจยั ขออภิปรายผลการวิจัย ดงั นี้

105

1. จากผลการวจิ ยั พบวา ชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หา เร่อื ง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดว ย
เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 4 พบวาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง
สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ ที่นําไปใชกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4
โรงเรียนชุมชนวัดดอนคลังมิตรภาพที่ 178 ตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
สงั กัดสาํ นักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาราชบุรีเขต 2
ในภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2550 จํานวน 30 คน มีคาประสิทธิภาพเทากับ 82.02/82.40 ซึ่งสูงกวา
เกณฑที่ตั้งไวคือ 80/80 ท้ังน้ีเปนเพราะวา การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ผูวิจัยไดศึกษา
เอกสาร แนวคิด หลักการ งานวิจัยที่เกี่ยวของและไดสังเคราะหขั้นตอนในการพัฒนาชุดฝกอยาง
ชัดเจน เร่ิมจากการศึกษาขั้นตอนในการพัฒนาชุดฝกใหมีประสิทธิภาพของ ชิลส และกลาสโกว
(Seals and Glasgow 1990 : 50) สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ (2531 : 174)
ผูวิจัยเสนอขั้นตอนในการพัฒนาชุดฝกดังนี้ 1) ศึกษาปญหาและความตองการ 2) วิเคราะหปญหา
หรือทักษะที่เปนปญหา 3) พิจารณาวัตถุประสงค รูปแบบ ข้ันตอนในการพัฒนาชุดฝก 4) สราง
ชุดฝก 5) ทดลองใช และ 6) ปรับปรุงแกไข และไดศึกษาลักษณะของชุดฝกท่ีดีของ ริเวอร (River
1970 : 97-105) สามารถ มีศรี (2530 : 28) โรจนา แสงรุงระวี (2531 : 22) ซ่ึงมีความคลายกัน คือ
ชุดฝกที่ดีตองมีลักษณะดังนี้ 1) ชุดฝกตองมีคําส่ังและคําแนะนําในการใชชุดฝกที่ชัดเจนและเขาใจ
งาย มีรูปแบบที่นาสนใจ 2) เปนชุดฝกส้ัน ๆ ใชเวลาในการฝกไมนาน มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย
3) ฝกใหผูเรียนสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได และ 4) สามารถใชสิ่งท่ีเรียนมาแลวติดตอกับ
ผูอื่นได และผูวิจัยไดนําหลักการในการสรางชุดฝกท่ีดีมาเปนแนวทางในการสรางชุดฝกทักษะการ
คิดแกปญหา คือ ชุดฝกมีคําสั่งและคําแนะนําในการใชท่ีอานแลวเขาใจงาย เปนชุดฝกสั้น ๆ ใช
ระยะเวลาในการฝกไมนาน มีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย และนักเรียนสามารถนําไปใชใ นชีวิตประจําวัน
ได นอกจากนี้ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาที่สรางข้ึนยังมีความเหมาะสมกับสภาพของนักเรียน
โดยผูวิจัยไดศึกษาหลักจิตวิทยาในการพัฒนาชุดฝกของ เกสร รองเดชา (2522 : 36-37, อางถึงใน
อารี บัวคุมภัย 2540 : 20) รัชนี ศรไี พวรรณ (2527 : 42, อางถงึ ในอารี บัวคุมภัย 2540 : 21) กลา ววา
การพัฒนาชุดฝกใหมีประสิทธิภาพนั้นตองสอดคลองกับหลักจิตวิทยาในการพัฒนาชุดฝก กลาวคือ
1) การสรางชุดฝกตองคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลเหมาะสมกับวัยของนักเรียน คือ ไมงาย
ไมยากจนเกินไป 2) เรียงลําดับเนื้อหาจากงายไปหายาก 3) ชุดฝกตองอาศัยรูปภาพประกอบในการ
จูงใจนักเรียน 4) ตองมีจุดประสงคท่ีแนนอนวาตองการพัฒนาทักษะในดานใด 5) ตองมีคําชี้แจง
งาย ๆ สั้น ๆ ท่ีนักเรียนสามารถอานแลวเขาใจและสามารถทําชุดฝกไดดวยตนเอง และ 6) การทํา
ชดุ ฝก ในแตล ะครัง้ ตองเหมาะสมกับเวลาและความสนใจของนักเรียน และผูวิจัยไดนําหลักจิตวิทยา
ดังกลาวมาเปน แนวทางในการสรางชดุ ฝกทักษะการคดิ แกป ญหา คือ ชดุ ฝก ท่ีสรางขน้ึ คาํ นงึ ถึงความ

106

แตกตางระหวางบุคคล เหมาะสมกับวัยของนักเรียน คือ ไมงายไมยากจนเกินไป เรียงลําดับเน้ือหา
จากงายไปหายาก มีภาพประกอบที่นาสนใจ มีจุดประสงคท่ีแนนอน มีคําชี้แจงงายๆ ส้ัน ๆ ที่
นักเรียนอานแลวสามารถลงมือปฏิบัติไดดวยตนเอง และชุดฝกท่ีสรางขึ้นยังเหมาะสมกับเวลาและ
ความสนใจของนักเรียน นอกจากนี้ผูวิจัยยังไดศึกษาหลักในการใชชุดฝกใหมีประสิทธิภาพของ
สํานักคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ (2532 : 167) ศศิธร อินตุน (2535 : 27) กลาวคือ
1) การฝกควรใหผูเรียนทราบการฝกท่ีถูกตอง 2) การฝกผูฝกควรไดรับการฝกฝนตามขั้นตอนที่
ถูกตอง 3) ชวงเวลาในการฝกควรเปนเวลาส้ัน ๆ 4) กิจกรรมท่ีฝกควรมีความหลากหลาย 5) การฝก
ท่ีมีจุดมุงหมายจะมีประโยชนและคุณคาอยางมากในการใชชุดฝก และ 6) เวลาท่ีใชในการฝก
สามารถยืดหยุนไดตามความเหมาะสม และผูวิจัยไดนําหลักการดังกลาวไปใชกับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยผูวิจัยไดอธิบายข้ันตอนการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาใหนักเรียน
เขาใจ และปฏิบัติตามไดอยางถูกตอง โดยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาที่ผูวิจัยสรางขึ้นมีกิจกรรมที่
หลากหลาย ใชระยะเวลาในการฝกสั้น ๆ และสามารถยืดหยุนไดตามความเหมาะสม ตลอดจนนํา
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหานําเสนอตออาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธ ผูเช่ียวชาญ เพ่ือตรวจสอบ
ปรับปรุง แกไข กอนนําไปหาคาดัชนีความสอดคลอง คาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (Individual
Tryout) คาประสิทธิภาพแบบกลุมเล็กหรือกลุมยอย (Small group Tryout) และคาประสิทธิภาพ
แบบกลุมใหญหรือภาคสนาม (Field Tryout) มีการปรับปรุงแกไข จึงทําใหชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหามีประสิทธิภาพตามเกณฑท่ีตั้งไวในสมมุติฐานการวิจัยในขอท่ี 1 สอดคลองกับ ชัยยงค
พรหมวงค (2520 : 146-147) สนิท สันโยภาส (2533 : 15) กลาววา ชุดฝก คือ ส่ือการเรียนการสอน
ประเภทหน่ึงที่เปนเครื่องมือท่ีใหนักเรียนใชควบคูกับการเรียนท่ีคลอบคลุมทั้งเนื้อหา และกิจกรรม
การเรียนรูเพื่อใหนักเรียนไดฝกฝนไดดวยตนเองจนเกิดทักษะการเรียนรูวิชาตาง ๆ เมื่อไดกระทํา
ซํา้ ๆ จนเกดิ ความชาํ นาญและจะชว ยใหนักเรียนประสบผลสําเรจ็ ในการเรยี น สอดคลองกับงานวจิ ยั
ของ ศิริพร กอนวงศ (2548) ไดสรางชุดฝกทักษะการอานเพ่ือความเขาใจ / แผนภาพโครงเร่ือง /
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 วัตถุประสงคเพ่ือสรางชุดฝกทักษะการอานเพื่อความเขาใจ
โดยใชแผนภาพโครงเรื่อง สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 ตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 โดยได
ศึกษาขั้นตอนในการสรางชุดฝกทักษะการอานเพื่อความเขาใจ / แผนภาพโครงเรื่อง ดังน้ี 1) ศึกษา
จุดมุงหมายของหลักสูตร 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาชุดฝกจากตํารา เอกสาร และงานวิจัยที่
เก่ียวของ 3) สรางชุดฝก 4) ทดลองใช และ 5) ปรับปรุงแกไข และไดศึกษาหลักจิตวิทยาในการ
สรางและการนําชุดฝกไปใช ดังน้ี 1) สรางชุดฝกใหเหมาะสมกับวัยและความสนใจของนักเรียน
2) มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย 3) มีภาพประกอบที่นาสนใจ 4) มีคําชี้แจงสั้น ๆ ท่ีอานแลวเขาใจงาย
และ 5) ใชระยะเวลาในการฝกส้ัน ๆ เพื่อไมใหเกิดความเบื่อหนาย ดังนั้นผลการวิจัย พบวา ชุดฝก

107

ทักษะการอานเพ่ือความเขาใจโดยใชแผนภาพโครงเร่ือง สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 ท่ี
สรางข้นึ มีประสิทธภิ าพ 87.50/85.00 ซ่งึ สงู กวา เกณฑมาตรฐาน 80/80 ท่กี าํ หนดไว

2. จากผลการวิจัยพบวา ผลการเรียนรูของนักเรียนกอนและหลังการจัดการเรียนรูโดย
ใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ แตกตางกัน
อยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ 0.05 โดยความสามารถของนักเรียนหลังเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญ หา เรือ่ ง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบสูงกวากอนเรียน ซึ่งยอมรับใน
สมมุติฐานการวิจัยในขอที่ 2 ท้ังนี้เปนเพราะวาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งใน
ธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ ผูวิจัยไดศึกษาเอกสาร แนวคิด หลักการ และผลงานวิจัยที่
เก่ียวของกับเทคนิคหมวก 6 ใบ และสังเคราะหความมุงหมายและลําดับขั้นตอนของการใชเทคนิค
หมวก 6 ใบ อยางละเอียดชัดเจน เพ่ือประยุกตใชกับทักษะการคิดแกปญหาท่ีตองการพัฒนาซ่ึง
สอดคลอ งกบั เดอ โบโน (2536 : 25-27) ทกี่ ลาวถึงความมงุ หมายของการคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
ดังนี้ 1) การทําใหการคิดงาย ดวยการชวยใหผูคิดเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งในเวลาหน่ึง ๆ แทนท่ีจะตองให
ความสนใจทั้งอารมณ เหตุผล ขอมูล ความหวังและความคิดสรางสรรคในเวลาเดียวกัน ผูคิด
สามารถจัดการแตละสวนได น่ันคือ แทนที่ผูคิดจะใหเหตุผลมาสนับสนุนส่ิงที่คอนขางจะเปน
อารมณ ผูคิดจะสามารถเผชิญกับอารมณลวน ๆ ดวยหมวกสีแดง 2) แนวความคิดของหมวก 6 ใบ
คือ การอนญุ าตใหม ีการสับเปลี่ยนวธิ คี ิด ชวยใหเ ราสามารถขอใหใครคนใดคนหน่ึงคิดแบบใดแบบ
หนึ่ง ถา ในการประชมุ หนง่ึ ๆ ใครคนใดคนหนึง่ มีทัศนะในทางลบอยางเหนียวแนน เราสามารถรอง
ขอใหถอดหมวกสีดําออกและถูกขอรองใหสวมหมวกสีเหลืองบาง เปนการขอรองอยางมีทิศทาง
3) การเลนไปตามบทบาทท่ีถูกกําหนดไวแลว การจํากัดความคิดไวอยางเครงครัดจะชวยปกปอง
“ตัวตน” ของเราอันเปนสาเหตุสวนใหญของการผิดพลาดในเชิงปฏิบัติของการคิด แตหมวกจะชวย
ใหเ ราคิดและพดู ถึงสิง่ ตาง ๆ ไดโ ดยทเี่ ราไมต องเอาตัวของเราเขา ไปเส่ียง 4) การพุง ความสนใจ หาก
วาการคิดของเรามีความหมายมากกวาการมีปฏิกิริยาตอบสนองเราก็ควรจะมีวิธีการพุงความสนใจ
ไปทีละดานและหมวกจะเปดทางใหเราพุงความสนใจไปในการใครครวญในเรื่องแตละเรื่องถึง
6 ดานดวยกัน 5) ความสะดวก สัญลกั ษณของหมวกทค่ี ดิ แตกตางกัน 6 ใบ จะเปดทางใหเ ราสามารถ
ขอใหใคร บางคนมองในแงล บ หรือใหมองในแงบ วก หรอื ใหแ สดงความคิดเหน็ ดว ยอารมณล ว น ๆ
6) พ้นื ฐานที่เก่ียวกับสารเคมีในสมอง ซ่ึงหมวกความคิดท่ีมีลักษณะเดนทั้ง 6 ใบ ถาใชใบใดใบหน่ึง
นานไปจะกลายเปนสัญญาณหรือเง่ือนไขทีก่ ระตนุ ใหเ กิดความเปล่ียนแปลงดา นสมดุลเคมีในสมอง
ของเราในดานปฏิกิริยาเคมีเฉพาะในสมองท่ีสงผานตอการคิด และ 7) การต้ังกฎเกณฑของเกม
การเลน ผูคนจะเกงในเร่ืองของการรูกฎของการเลน การเรียนรูกฎของเกมเปนการเรียนรูท่ีคน
สามารถทําไดอยางยอดเยี่ยม และมีประสิทธิภาพท่ีสุด และพรอมท่ีจะสวมหมวกท้ัง 6 ใบ

108

สอดคลองกับ ประภาศรี รอดสมจิตต (2542 : 33) ทิศนา แขมมณี (2544 : 70) กลาวถึงลําดับ
ขั้นตอนของการคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ วา การใชหมวกท้ัง 6 ใบ ไมมีลําดับขั้นตอนที่ตายตัววา
จะตองใชหมวกสีใดกอนหมวกสีใดหลัง แตการเรียงลําดับของสีหมวกน้ัน ขึ้นอยูกับประเภทของ
การคิดท่ีตองการพัฒนาใหเกิดข้ึนกับผูเรียน ซ่ึงสอดคลองกับ สุนันทา สายวงค (2544 : 81)
กลาววา กระบวนการคิดจะชวยพัฒนาการคิดของผูเรียนไดเพราะ แตละกระบวนการจะมีข้ันตอน
ของการคิดตามลําดับโดยใชเหตุผลในการพิจารณา จะไดคิดและตัดสินใจไดอยางถูกตองซ่ึงการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชเทคนิคหมวก 6 ใบ นัน้ แตกตางจากการจัดการเรียนรูแบบปกติที่ครูผูสอน
เปนผูปอนขอมูลใหนักเรียนเปนสวนใหญเปนการตีกรอบความคิดของนักเรียน ทําใหนักเรียนไมมี
โอกาสที่จะฝกคิดอยางมีอิสระเทาที่ควร นักเรียนจึงคิดไดเพียงมุมเดียวคือคิดตามท่ีครูผูสอนชี้นํา
เทานั้น จึงทําใหบางครั้งนักเรียนไมสามารถจะหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตนไดอยาง
เพียงพอ ดังนั้นการจัดการเรียนรูดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ จะตองเปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให
นกั เรียนลงมือปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดวยตนเอง ซ่ึงจะชวยใหนักเรียนมีความกระตือรือรนที่จะเรียนอยางมี
ชีวิตชีวา ทําใหนักเรียนเกิดประสบการณการเรียนรูโดยตรง กลาคิด กลาตัดสินใจกับปญหาที่จะ
เกิดข้ึนในชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง เน่ืองจากไมมีผลงานวิจัยท่ีเก่ียวของโดยตรงกับทักษะการ
คิดแกปญหาที่ใชเทคนิคหมวก 6 ใบ แตมีผลงานวิจัยท่ีใกลเคียงของ สุนันทา สายวงค (2544) ท่ีได
ศกึ ษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดอยางมีวิจารญาณของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียน
วิชาสังคมศึกษาดวยการสอนใชเทคนิคการคิดแบบหมวก 6ใบ และแบบการสอนแบบซินดิเคท
ผลการวิจัยพบวา นักเรียนท่ีเรียนวิชาสังคมศึกษาดวยการสอนโดยใชเทคนิคหมวก 6 ใบ มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวานักเรียนท่ีเรียนดวยการสอนแบบซินดิเคท และนักเรียนท่ีเรียนวิชา
สังคมศึกษาดวยการสอนโดยใชเทคนิคการคิดแบบหมวก 6 ใบมีการคิดอยางมีวิจารญาณสูงกวา
นกั เรยี นที่เรียนดวยการสอนแบบซินดิเคท แสดงวาการสอนใหคิดแบบแกปญหาหรือการคิดอยางมี
วจิ ารณญาณ ดว ยชดุ ฝกชว ยใหนกั เรียนมีทักษะการคดิ แกปญ หาสูงขึน้

3. จากผลการวจิ ยั พบวา ชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญหา เรือ่ ง สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ ดวย
เทคนคิ หมวก 6 ใบ สาํ หรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 4 นน้ั สามารถพัฒนาทกั ษะการคดิ แกป ญ หา
ของนักเรียนใหเพิ่มสูงขึ้น ท้ังน้ีเปนเพราะวา เทคนิคหมวก 6 ใบ ที่นํามาใชในการจัดการเรียนรูเปน
เทคนิคที่มีคุณภาพ ชวยใหนักเรียนไดฝกคิดอยางเปนระบบและคิดไดอยางหลากหลาย ฝกคิดได
หลายดาน ทําใหนักเรียนมีอิสระในการคิด ไมเปนการตีกรอบความคิดของนักเรียนเห็นไดจากการ
ใชสีของหมวกเปนส่ือแทนการคิดในแตละดาน ดังที่ เดอ โบโน (De Bono 2000 : 22) กลาววา
มนุษยสามารถคิดไดหลายแบบ และมีความสามารถที่จะเลือกวิธีคิดแบบใดก็ได ยิ่งรูวิธีคิดแบบ
ตาง ๆ มากขึ้นเทาใดก็ย่ิงเปนนายความคิดของตนมากข้ึนเทานั้น สามารถเลือกไดวาสถานการณใด

109

ควรใชความคิดแบบใด มีลําดับกอนหลังอยางไร โดยไมผูกติดกับความคิดใดความคิดหน่ึงมาก
เกินไปจึงชวยใหนักเรียนมีความสามารถในการคิดแกปญหาเพ่ิมสูงข้ึน ประกอบกับชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา เปนสื่อท่ีดีชวยใหนักเรียนเรียนรูไดอยางเปนระบบและมีข้ันตอน เมื่อมีการฝก
อยา งถูกตอง ตอเนือ่ งก็จะชว ยใหนักเรยี นเรียนรูท ักษะการคดิ แกปญ หาไดเ รว็ ข้ึนและมีประสทิ ธภิ าพ
มากยงิ่ ขนึ้ พรอ มทั้งชดุ ฝกยังชวยใหน กั เรยี นไดทราบคะแนนทกั ษะการคิดแกปญหาไดทันที เพื่อให
นักเรียนมองเห็นความกาวหนาและขอบกพรองของตนเองในการคิดแกปญหา เพ่ือที่จะไดนํามา
ปรับปรุงแกไขในการใชช ดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญหาในชุดตอไป เพราะการฝกคิดดวยชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหานั้นจําเปนตองฝกซ้ํา ๆ หลาย ๆ ครั้ง ยิ่งมีโอกาสฝกมากเทาไดก็ยิ่งเพิ่ม
ความสามารถในการคดิ แกป ญ หามากขึน้ นอกจากนเ้ี นอ้ื หาในรายวิชา ส 21101:สังคมศึกษา ศาสนา
และวฒั นธรรม ในหนวยการเรยี นรทู ี่ 8 เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ มีเน้ือหาเก่ียวกับสภาพแวดลอม
ทางธรรมชาติ มลพิษที่มีผลตอทรัพยากรธรรมชาติในทองถ่ิน การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติใน
ทองถ่ิน ส่ิงแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม และประชากรกับส่ิงแวดลอม ซึ่งเปนเร่ืองที่ใกลตัว
นักเรียน นักเรียนสามารถพบเห็นไดในชีวิตประจําวันไมวาจะเปนที่โรงเรียนหรือในทองถิ่นของ
ตนเอง โดยเฉพาะปญหาส่ิงแวดลอมที่เส่ือมโทรมลงเรื่อย ๆ ไมวาจะเปนปญหาเก่ียวกับดิน ซึ่ง
สาเหตุสวนใหญมาจากการตัดไมทําลายปา การใชดินอยางผิด ๆ เปนตน ปญหาเก่ียวกับมลพิษทาง
น้ํา ซ่ึงสาเหตุสวนใหญมาจากการกระทําของมนุษย เชน การปลอยนํ้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
การใชสารเคมีในการทําการเกษตร เปนตน ตลอดจน ปญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการที่
อากาศมีปริมาณออกซิเจนนอย แตมีสวนผสมของฝุนละอองและสารอ่ืน ๆ ปะปนอยูมากจึงทําให
เกิดปญหามลพิษทางอากาศขึ้นหรือท่ีเรียกกันวา “ภาวะเรือนกระจก หรือ ภาวะโลกรอน” ท่ีเกิดข้ึน
ในปจจุบัน สงผลใหท้ังภาครัฐบาลและเอกชนรวมท้ังประชาชนท่ัวไปใหความสนใจ และหา
แนวทางในการแกปญหาส่ิงแวดลอมท่ีเกิดข้ึน ดังนั้นการแกปญหาท่ีถูกตองน้ันเร่ิมจากการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษยใหมีคุณภาพและตระหนักถึงคุณคาของสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ โดยจัดกิจกรรม
การเรียนรูที่สงเสริมและพัฒนาศักยภาพทางความรู ความคิดใหกับนักเรียน โดยใหนักเรียนได
เรียนรูวิธีการคิด การพิจารณาไตรตรองถึงปญหาและหาแนวทางแกไขปญหาแลวลงมือปฏิบัติได
จริง ดังน้ันกลวิธีการจัดการเรียนรูเพ่ือพัฒนาทักษะการคิดแกปญหาโดยใชสีของหมวกเปนส่ือการ
คิดตามแนวคิดของ เดอ โบโน (De Bono) ซ่ึงเปนกลวิธีท่ีทําใหเกิดพัฒนาการทางการคิด อารมณ
ความรูสึกอยางเปนข้ันตอน และสามารถพัฒนาความคิดของนักเรียนไดโดยไมจํากัดเช้ือชาติและ
วัฒนธรรม นําไปใชไดงาย เปนกิจกรรมที่ไมซับซอน เดอ โบโน (De Bono 1992 : 176) ท่ีชวยให
นักเรียนมีทักษะการคิดแกปญหาเพิ่มสูงขึ้น สอดคลองกับงานวิจัยของ สุภาพร สายสวาท (2548)
ไดพัฒนาความสามารถในการคิดแกปญหาของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณแบบใชปญหา

110

เปนหลัก โดยมีขั้นตอนในการจัดการเรียนการสอนแบบใชปญหาเปนหลักที่เหมาะสมกับการจัด
ประสบการณเด็กปฐมวัย ดังน้ี 1) ครูกําหนดสถานการณปญหา โดยการใชของจริง ภาพถาย วิดีโอ
หรือการศึกษานอกหองเรียน 2) ครูใชคําถามกระตุนใหนักเรียนไดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
สถานการณปญ หารวมกนั เปนกลมุ 3) นักเรียนในกลุมรวมกันตั้งสมมุติฐานการแกปญหาใหไดมาก
ที่สุด 4) นักเรียนตัดสินใจเลือกวิธีการแกปญหาที่เหมาะสมท่ีสุด และ 5) นักเรียนแตละกลุม
ประเมินผลการแกปญหาท่ีกลุมเสนอ พรอมบอกเหตุผลประกอบการประเมิน ดีหรือไม เพราะ
เหตุใด ดังนั้นผลการวิจัย พบวา ความสามารถในการแกปญหาของเด็กปฐมวัย โดยการจัด
ประสบการณแบบใชปญหาเปนหลัก กอนและหลังไดรับการจัดประสบการณมีความแตกตางกัน
อยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดบั .01

4. ความคิดเห็นของนักเรียนท่ีมีตอชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งใน
ธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ พบวา นักเรียนเห็นดวยตอการจัดการเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหา เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ อยูในระดับมาก เมื่อพิจารณา
เปนรายดาน พบวา นักเรียนสวนใหญเห็นดวยดานเน้ือหามากเปนอันดับหนึ่ง เพราะ เน้ือหาท่ี
นํามาใชในการสรางชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาไดผานการตรวจพิจารณาจากประธาน กรรมการ
อาจารยท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ รวมท้ังเน้ือหาท่ีใชในชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาไดมีการศึกษา
เอกสาร แนวคิดหลักจิตวิทยาในการสรางชุดฝกของ เกสร รองเดชา (2522 : 36-37, อางถึงใน อารี
บัวคุมภัย 2540 : 20) กลาววา เนื้อหาท่ีนํามาใชในการสรางชุดฝกนั้นตองเรียงลําดับเน้ือหาจากงาย
ไปหายาก เพ่ือใหนักเรียนไมรูสึกทอตอการใชชุดฝก ประกอบกับเน้ือหาท่ีนํามาใชในชุดฝกทักษะ
การคิดแกปญหาไดมีการแบงเน้ือหาออกเปนหัวขอใหญ หัวขอยอยอยางชัดเจน ในลําดับตอมา
นักเรียนเห็นดวยในดานประโยชนของการใชชุดฝก เพราะ ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ ท่ีสรางขึ้นไดมีการศึกษาเอกสาร แนวคิด หลักการในการสรางชุดฝกทักษะการ
คดิ แกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ อยางละเอียดชัดเจน ตลอดจนนําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
เสนอตออาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธ ผูเชี่ยวชาญตรวจสอบ แกไข ปรับปรุงและนําไปหาคาดัชนี
ความสอดคลอง และหาประสิทธิภาพของชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
และมีการปรับปรุงแกไข จึงทําใหชุดฝกทักษะการคิดแกปญหามีประโยชนตอการเรียนรูของ
นักเรียนเพราะชวยใหนักเรียนมีผลการเรียนรูท่ีเพ่ิมสูงข้ึน และในลําดับสุดทายนักเรียนเห็นดวยใน
ดานกิจกรรมการเรียนรูท่ีนํามาใชในชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เพราะ กิจกรรมท่ีใชมีความ
หลากหลาย มีการฝก ใหนักเรียนรจู กั การคดิ วเิ คราะห การใชเหตุผล สามารถแยกแยะความคิดพรอม
กับแสดงความคิดเห็นไดอยางเปนระบบ ชวยใหนักเรียนไมสับสนในเวลาเรียนเพราะกิจกรรมท่ี
นาสนใจน้ัน ตองใชทักษะในการคิดในการตอบคําถาม การใชเทคนิคหมวก 6 ใบ สามารถชวยให

111

นักเรียนเปล่ียนความคิดไดอยางไมสับสนเพราะนักเรียนสามารถคิดไดอยางเปนข้ันตอน ทําให
เขาใจงายและรูจักการจัดระบบความคิดไดเปนอยางดี นอกจากนี้ผูวิจัยยังไดสงเสริมใหนักเรียนได
แสดงความคิดเห็นอยางอิสระตามแนวคิดของหมวก 6 ใบ ซ่ึงสิ่งเหลานี้ทําใหนักเรียนมีความสนใจ
ในการเรียน มีความกระตือรือรนในการทํากิจกรรม โดยไมรูสึกเบ่ือและไมตึงเครียดกับเน้ือหาที่
นํามาใชในชุดฝกทกั ษะการคดิ แกป ญหา

สวนปญหาที่ผูวิจัยพบในการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาดวยเทคนิคหมวก
6 ใบ คือนักเรียนลืมใสหมวกเวลาตอบคําถามและบางครั้งนักเรียนยังสับสนในการใชหมวกท้ัง
6 ใบ ซ่ึงอาจเกิดจากความไมเคยชินของนักเรียนกับการใชเทคนิคหมวก 6 ใบ เน่ืองจากการจัด
การเรียนรูโดยการใชเทคนิคหมวก 6 ใบ ถือวาเปนส่ิงใหมสําหรับนักเรียน โดยนักเรียนตองใชเวลา
ในการปรบั ตัว

ผูวิจัยไดทําการแกปญหาโดยหม่ันทบทวนความหมายของหมวกในแตละใบ
เพือ่ ใหน ักเรยี นเกดิ ความเคยชินและสามารถใชหมวกท้ัง 6 ใบ ไดอยางถูกตอง ประกอบกับผูวิจัยได
พัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาโดยคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลวานักเรียนแตละคน
มีความรูความสามารถ และความสนใจตางกัน จึงสรางชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาท่ีไมยากและ
ไมงายเกินไป พรอมทั้งคํานึงถึงกฎแหงผลคือ ใหนักเรียนไดทราบผลของการทํากิจกรรมได
ในชุดฝก ซ่ึงสอดคลองกับคํากลาวของ สุจริต เพียรชอบ และสายใจ อินทรัมพรรย (2538 : 53)
ท่ีกลาวไววา ในการสรางชุดฝกทักษะท่ีดีตองอาศัยทฤษฎีการเรียนรูทางจิตวิทยาเปนสําคัญ และ
ประเด็นสําคัญท่ีสุดคือ ผูวิจัยคํานึงถึงประโยชนที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ซ่ึงจากผลงานวิจัยในคร้ังนี้
คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 เปนผลมาจาก
การที่นักเรียนทําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาแลวเกิดพัฒนาการเรียนรูในทักษะการคิดแกปญหาที่
ดีข้ึน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ มณีวรรณ วริทุม (2544) ไดพัฒนาชุดฝกทักษะการอาน
ภาษาไทย เพื่อจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ผลงานวิจัยพบวา ผลสัมฤทธิ์การอาน
ภาษาไทยเพ่ือจับใจความ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมี
นัยสําคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั 0.01

5. จากการทดลองใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 น้ันพบวาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สามารถพัฒนาผลการเรียนรูของนักเรียนใน
กลุมออ นไดมากกวา กลมุ เกง จากการสังเกตของผูวิจัยในการทดลองใชชุดฝก ทักษะการคดิ แกป ญหา
เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ แบบรายบุคคล (Individual Tryout) แบบกลุม
เล็กหรือกลุมยอย (Small group Tryout) และแบบกลุมใหญหรือภาคสนาม (Field Tryout) น้ัน

112

เด็กในกลุมออนมีผลการเรียนรูสูงกวาเด็กในกลุมเกง นอกจากน้ีในเร่ืองของเวลาที่ใชในการทํา
ชุดฝกมีเวลามากพอที่นักเรียนสามารถกลับไปทบทวนเนื้อหาใหมอีกครั้งเพ่ือความมั่นใจในการทํา
แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู และนอกจากน้ีในชุดฝกยังมีภาพการตูนคอยจูงใจใหนักเรียนกลับไป
ทบทวนเน้ือหาอีกคร้ังเมื่อไมแนใจในคําตอบ ดังน้ันจึงสงผลใหผลการเรียนรูของนักเรียนใหกลุม
ออนสูงกวากลุมเกง ทั้งน้ีอาจเปนเพราะวา นักเรียนในกลุมออนคอนขางเปนเด็กที่มีสมาธิสั้น
จําเน้ือหาไดไมดีเทาที่ควร เมื่อไมเขาใจในการทํากิจกรรมก็จะยอนกลับไปทบทวนเนื้อหาใหมอีก
คร้ังจึงทําใหมีความถูกตองในเนื้อหา และสามารถตอบคําถามในแบบทดสอบวัดผลการเรียนรูได
อยางถูกตอง จึงสงผลใหมีผลการเรียนรูดีและสูงกวาเด็กในกลุมเกงท่ีคอนขางจะมีความม่ันใจใน
ตนเอง กลา คิด กลาตัดสินใจในการทํากิจกรรมและทําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู โดยไมกลับไป
ทบทวนเน้ือหาใหมอีกครัง้ จึงสง ผลใหมผี ลการเรียนรไู มดีเทา ท่คี วร

ขอ เสนอแนะ

การวิจัยคร้ังนี้ผูวิจัยไดมีขอเสนอแนะในการจัดการเรียนรูและในการทําวิจัยครั้งตอไป
ดงั นี้

ขอเสนอแนะในการจัดการเรยี นรู
1. จากผลการวิจัยและการสังเกตการณใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิค

หมวก 6 ใบ ในระยะแรกนักเรียนยังเกิดความสับสนในความหมายและวิธีในการใชหมวกในแตละ
สี เพราะยงั เปนความรูใ หมทน่ี กั เรยี นยงั ไมคนุ เคย ดงั น้ันครูผสู อนควรใชสื่อท่นี กั เรียนเห็นไดชัดเจน
และจดจําไดงา ย เชน จดั ทําตารางความหมายของสีหมวกในแตละสีไวหนาช้ันเรียน เพ่ือใหนักเรียน
มองเห็นไดอยางชัดเจน และสามารถทบทวนความจาํ ไดตลอดเวลา

2. จากผลการวจิ ัยพบวา นักเรียนเห็นดว ยกับดา นกิจกรรมการเรยี นรเู ปนอันดับสุดทาย
ดังน้ันในการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ นั้นควรมีกิจกรรมที่หลากหลาย
เหมาะสมกบั วยั และความตองการของนกั เรียนตลอดจนดา นการดําเนนิ การจัดกิจกรรมโดยใชชุดฝก
ครูผูส อนควรอธิบายหลักการและวิธกี ารใชชุดฝกใหน ักเรยี นเรียนเขา ใจถงึ วธิ ีการเรียนรูอยางชดั เจน

ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากผลการวิจัยพบวา การจัดการเรียนรูโดยใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพ

สิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ ทําใหนักเรียนสามารถเรียนรูดวยตนเองตามศักยภาพ ทํา
ใหผลการเรียนรูของนักเรียนสูงข้ึน โรงเรียนควรสงเสริมใหครูสรางชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา
ในกลุมสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในสาระอื่น ๆ เชน สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม

113

จริยธรรม สาระที่ 2 หนาท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการดําเนินชีวิตในสังคม เปนตน หรือในกลุม
สาระอ่ืน ๆ เชน กลุมสาระภาษาไทย กลุมสาระคณิตศาสตร กลุมสาระวิทยาศาสตร โดยยึด
กระบวนการวิจยั และพฒั นา เพ่ือนาํ ไปปรบั ใชในการพฒั นาการจัดการเรยี นรู

ขอ เสนอแนะในการทาํ วิจยั ครั้งตอไป
1. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการทําชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ

ในกลุมสาระวิชาอ่ืน ๆ เชน กลุมสาระคณิตศาสตร กลุมสาระวิทยาศาสตร และกลุมสาระภาษาไทย
เปน ตน

2 ควรมีการวิจัยเปรียบเทยี บทักษะการคิดแกป ญหา ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ กับทักษะ
การคิดอยา งมวี จิ ารณญาณ ทักษะการคดิ วิเคราะห เปน ตน

114

บรรณานุกรม

ภาษาไทย
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.กรมวชิ าการ. การสงั เคราะหงานวิจยั เกยี่ วกบั รปู แบบการจัดการเรียน

ทเ่ี นนผเู รียนเปนสาํ คัญ. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พครุ สุ ภาลาดพราว, 2544.
_________. การสังเคราะหร ปู แบบการพัฒนาศกั ยภาพของเด็กไทยดา น: ทกั ษะการคดิ .

กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพองคก ารรบั สงสินคา และพัสดภุ ณั ฑ, 2542.
_________. แนวทางการวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียน. กรุงเทพมหานคร : การศาสนา, 2544.
_________. หลกั สูตรการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2544. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ

องคการรับสง สนิ คา และพัสดภุ ณั ฑ, 2544
กมลรัตน หลาสุวงษ. จิตวทิ ยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพมหาวทิ ยาลยั

ศรนี ครินทรวโิ รฒ, 2528.
กญุ ชรี คาขาย. จิตวยิ าการเรยี นการสอน. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พส ถาบันราชภฎั สวนสนุ นั ทา,

2540.
กุลยา ตันติผลาชวี ะ. “การใชการคิดแบบหมวกหกใบในการสอนเดก็ ปฐมวัย.” การศึกษาปฐมวัย

7, 3 (กรกฎาคม 2546) : 14-22.
กนั ตดนยั วรจิตติพล. “การพฒั นาแบบฝกทักษะการเขยี นภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สาํ หรบั

นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสาธิตราชภัฎนครปฐม จงั หวดั นครปฐม.”
วทิ ยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาองั กฤษในฐานะ
ภาษาตางประเทศ บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, 2542.
กิตติพงษ จาํ ปา. “การเปรยี บเทียบความสามารถในการแกปญหาของนกั ศกึ ษาทใี่ ชก ิจกรรม
การสอนการทดลองแบบแกป ญ หากบั แบบปกต.ิ ” วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบัณฑติ
สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟาสื่อสาร บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา
ธนบรุ ี, 2543.
คชาภรณ คลงั ชํานาญ. “ผลของการสอนคดิ โดยใชเ ทคนคิ หมวกหกใบ ดวยวธิ สี อนตางกัน
ทม่ี ีตอ การคดิ วจิ ารณญาณของนักเรยี นชวงชนั้ ท่ี 3.” วทิ ยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑติ
สาขาวชิ าเทคโนโลยีการศึกษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, 2547.
จิต นวนแกว . “การพัฒนาความสามารถดานการคิดขน้ั สงู ในวชิ าวิทยาศาสตรข องนักเรียน
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1.” วิทยานิพนธป รญิ ญาดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าวิทยาศาสตร
ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2543.

115

จริ วรรณ พงศส วุ รรณสนิ . “ผลการใชชุดฝกการคดิ ตามหลกั โยนิโสมนสกิ ารทมี่ ตี อ การตดั สนิ ใจ
แกปญ หาของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 6 โรงเรยี นวดั ทา กฤษณา (สชุ ัยประชาสรรค)
จังหวดั ชัยนาท.” วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการศกึ ษาและการ
แนะแนว บัณฑิตวทิ ยาลยั หาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, 2542.

จาํ นง วิบูลยศริ ิ. อทิ ธิพลของภาษาตอ การคดิ เชงิ เหตุผลในเดก็ ไทย. พมิ พค รั้งที่ 2.
กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานชิ , 2536.

จําเริญ จติ รหลัง. “นกั เรยี นกบั การปฏริ ูปการศึกษา.” วารสารวทิ ยาจาร 99, 5 (สงิ หาคม 2544)
: 121-134.

เจษฎา ศภุ างคเสน. “การศึกษาความคดิ สรางสรรคและการแกป ญ หาเฉพาะหนา ของเด็กปฐมวัย.”
ปรญิ ญานิพนธป รญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษาปฐมวัย บณั ฑติ วทิ ยาลัย
มหาวิทยาลัย ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร, 2530.

ฉนั ทนา ภาคบงกช. เขียนใหค ดิ : โมเดลกับการพัฒนาทักษะการคิดเพอ่ื คณุ ภาพชีวติ และสงั คม.
กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2528.

ชม ภมู ภิ าค. จิตวิทยาการเรยี นการสอน. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานิช, 2523.
ชาตรี สาํ ราญ. หลากหลายวธิ ีสอนทีไ่ มห ลอกหลอนวิธีเรยี นร.ู กรงุ เทพมหานคร : มูลนธิ ิ

สดศร-ี สฤษดิว์ งศ, 2542..
ชยั ยงค พรหมวงศ. ระบบส่อื การสอน. กรงุ เทพมหานคร : จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2520.
ชยั ยงค พรหมวงศ และคณะ. ระบบสื่อการสอน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย,

2523.
_________. เทคโนโลยแี ละการสอ่ื สารการศกึ ษา หนว ยท่ี 1-5. นนทบุรี : มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัย

ธรรมาธริ าช, 2523.
_________. เอกสารการสอนวชิ าวิทยาการสอน หนวยท่ี 1 การสอนในฐานะวิทยากร.

พิมพครั้งที่ 4. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพธ รรมดา, 2538.
ดารณี เทยี มเมือง. “การพัฒนาชดุ ฝกเสรมิ ทักษะการพดู ในที่ชุมชนสําหรบั นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษา

ปท ี่ 6.” วทิ ยานพิ นธป รญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวิชาหลกั สูตรและการนเิ ทศ บัณฑิต
วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, 2545.
เดโช สวนานนท. จติ วทิ ยาการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช, 2510.
ตรเู นตร อัชชสวัสด์ิ. “การคิดแบบหมวกหกใบ (Six thinking Hats) เอกสารประกอบการสอน.”
วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ สาขาวชิ าการประถมศึกษา มหาวิทยาลยั
ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร, 2545.

116

ทศิ นา แขมมณ.ี วทิ ยาการดา นการคิด. กรงุ เทพมหานคร : สาํ นักพิมพม าสเตอรก รุปแมเนจเมน ท,
2544.

นภเนตร ธรรมบวร. การพฒั นากระบวนการคดิ ในเดก็ ปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ
มหาวทิ ยาลยั , 2545.

นารี เจนสารกิ า. “ผลการสอนโดยการใชก จิ กรรมหมวกคิดหกใบของ เดอ โบโน ทมี่ ีตอ
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวิชาสงั คมศึกษา และความสามารถในการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ
ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1.” วิทยานิพนธป รญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าหลกั สตู ร
และการสอน บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภัฎนครสวรรค, 2547.

นตุ อนงค ทดั บัวขาว. “การศึกษาบทบาทของครใู นการพัฒนาทกั ษะการแกป ญ หาของเด็ก
วยั อนบุ าลในโรงเรยี นสังกัดสาํ นกั งานการประถมศกึ ษาจงั หวดั นนทบรุ .ี ” วทิ ยานพิ นธ
ปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษาปฐมวัย บณั ฑติ วทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณ
มหาวิทยาลัย, 2540.

นริ นั ดร ศรีวรกุล. “การใชช ุดฝกการคดิ ทม่ี งุ เนนคณุ ธรรมโดยใชส ถานการณจ าํ ลอง สาํ หรับ
นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 4.” วทิ ยานพิ นธปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวิชาประถม
ศกึ ษา บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, 2540.

บงกชกร ทบั เทีย่ ง. “การใชชดุ ฝก ทกั ษะการคดิ วิจารณญาณ เรื่อง ประชากรกับสภาพแวดลอม
ในทองถิ่น ของนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 โรงเรียนบานโปงนอ ย อาํ เภอเมือง
เชียงใหม. ” วิทยานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ สาขาวิชาการสอนสังคมศกึ ษา บณั ฑติ
วิทยาลยั มหาวิทยาลัยเชียงใหม, 2546.

บงั อร เสรรี ตั น. “แบบแผนการแกป ญหาของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6 : การศึกษาพหุกรณี
ในจงั หวดั สมุทรปราการ.” วิทยานิพนธป รญิ ญาดุษฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าหลกั สูตรและ
การสอน บัณฑิตวทิ ยาลัย จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2539.

บญุ ชม ศรีสะอาด. วิธีการทางสถติ สําหรับการวจิ ยั . กรุงเทพมหานคร : สุวีรยิ าสาสน , 2538.
บุญเลย้ี ง พลวธุ . “การเรียนรกู บั การแกป ญหา.” มติ รครู 2, 2 (พฤษภาคม 2526) : 2-3.
บญุ สม ครฑุ ทา. “การสรา งแบบวดั การคดิ เปน .” วิทยานพิ นธป รญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวิชา

หลักสตู รและการนิเทศ จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2525.
บญุ ทวิ า สิรชิ ยานกุ ุล. “ผลการใชก ระบวนการพฒั นาความคิดของ เดอ โบโน ในการสอนวรรณคดี

ไทยสําหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน .” วิทยานพิ นธปริญญามหาบณั ฑติ
สาขาวชิ าการสอนภาษาไทย บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, 2546.

117

บญุ สุพร เพง็ ทา. “ความสามารถในการคิดแกป ญ หาของเดก็ ปฐมวยั ทไ่ี ดรบั การจัดประสบการณ
ตามแนวคดิ คอนสตรคั ตวิ ิสตและการจดั ประสบการตามปกต.ิ ” วทิ ยานพิ นธปริญญา
มหาบณั ฑติ สาขาวิชาหลกั สตู รและการนเิ ทศ บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศิลปากร,
2544.

ปย วรรณ สนั ชมุ ศร.ี “ความสามารถในการคดิ เชงิ เหตุผลของเดก็ ปฐมวัยทไ่ี ดร ับการจดั กจิ กรรม
การเรยี นรตู ามแนวคดิ ของเดอ โบโน.” ปริญญานพิ นธปริญญามหาบัณฑติ สาขาวิชา
การศกึ ษาปฐมวยั บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร,
2547.

ประณีต ภโู อบ. “การสรา งแบบวดั ความสามารถในการแกป ญหาของนักเรียนช้ันประถมศึกษา
ปท ี่ 1.” วิทยานพิ นธปรญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน บัณฑติ
วิทยาลัย มหาวิทยาลยั ขอนแกน , 2532.

ประทีป ชูหมน่ื ไวย. “การศึกษาไทยในยุคโลกาภิวตั น. ” จดหมายขาว 4, 3(ตลุ าคม 2523) : 3-7.
ประพันธ สุเสารัจ. คิดเกง สมองไว. กรงุ เทพมหานคร : โปรดคั ทีฟบุค , 2541.
ประภาศรี รอดสมจิตต. “การพัฒนาโปรแกรมสงเสรมิ ความสามารถในการคิดอยางมวี ิจารณญาณ

สาํ หรบั นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6 โดยใชแนวคดิ แบบหมวก 6 ใบ ของ เดอ โบโน.”
วทิ ยานพิ นธปริญญามหาบัณฑิต สาขาวชิ าการประถมศึกษา บณั ฑิตวิทยาลัย
จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย, 2542.
ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา. “บทสนทนาเกี่ยวกบั การสอนคดิ .” วารสารครุศาสตร 1, 7 (มกราคม-
มิถุนายน 2523) : 121-126.
เปลว ปรุ สิ าร. “การศกึ ษาความสามารถในการคดิ แกปญ หาของเด็กปฐมวยั ทไี่ ดร บั การจดั
ประสบการณแ บบโครงการ.” ปริญญานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวิชาเอก
การศกึ ษาปฐมวยั บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมติ ร, 2543.
ไผท สิทธิสุนธร. “วิธคี ิดแบบหมวกหกใบ.” สารปฏริ ูป 3, 27 (มิถุนายน 2543) : 24-26.
พธู ทงั่ แดง. “เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเขยี นสะกดคาํ ของนักเรยี นระดบั ประกาศนยี บตั ร
วชิ าชีพช้นั ปท ่ี 1 ทีเ่ รียนโดยใชแบบฝก วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเลย.” วิทยานพิ นธ
ปริญญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการสอนภาษาไทย บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร, 2534.
พรพิมล สุวรรณรตั น. “ผลของการใชชุดฝก กิจกรรมเพอ่ื สงเสรมิ ความคิดสรา งสรรคทาง
วทิ ยาศาสตรของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ 5.” วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบณั ฑติ
สาขาวิชาวิทยาศาสตร บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, 2537.

118

พรรณี ชูทยั . จิตวทิ ยาการเรยี นการสอน (จิตวทิ ยาการศกึ ษาสาํ หรบั ครูใชใ นชั้นเรียน).
พิมพครงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร, 2522.

พวงรตั น ทวรี ตั น. วธิ กี ารวจิ ัยทางพฤติกรรมศาสตรแ ละสังคมศาสตร. พิมพค รง้ั ที่ 7.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั , 2540.

_________. วิธกี ารวจิ ยั ทางพฤตกิ รรมศาสตรแ ละสังคมศาสตร. พมิ พครั้งท่ี 8. กรงุ เทพมหานคร
: จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย, 2543.

พวงผกา โกมตุ ิการนนท. “การเปรียบเทยี บผลของการระดมพลังสมองและเทคนิคการคดิ
แบบหมวกหกใบทม่ี ีตอ ความคดิ สรางสรรคของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4
โรงเรยี นชุมทางตล่งิ ชนั เขตตลง่ิ ชัน กรงุ เทพมหานคร.” ปรญิ ญานิพนธป ริญญา
มหาบัณฑติ สาขาวิชาจติ วทิ ยาการศึกษา มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร,
2544.

พมิ ใจ อทุ ิศ. “ผลการใชช ุดฝก สมรรถภาพดานกระบวนการแกปญ หา สาํ หรบั นกั เรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปที่ 5.” วิทยานพิ นธป ริญญามหาบัณฑติ สาขาวิชาการประถมศกึ ษา
บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, 2538.

เพราพรรณ เปลี่ยนภู. จติ วทิ ยาการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกลาธนบุรี, 2542.

มาณิช ถาอา ย. “ความสามารถในการแกป ญหาและความคิดเหน็ ของนกั เรยี นมัธยมศึกษาตอนตน
ทม่ี ีผลมาจากการเรียนรโู ดยใชปญ ญาเปน ฐาน.” วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบัณฑติ
สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอน บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั แมโจ, 2540.

มณีวรรณ วรทิ มุ . “การพฒั นาชุดฝกทกั ษะการอานภาษาไทยเพ่อื จับใจความของนกั เรียนชนั้
ประถม ศึกษาปท่ี 4.” วทิ ยานพิ นธป รญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน
บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, 2546.

มาเรียม นิลพนั ธุ. วธิ วี ิจยั ทางพฤตกิ รรมศาสตรแ ละสงั คมศาสตร. นครปฐม ภาควิชาหลกั สตู ร
และวธิ ีสอนและวธิ ีสอน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร วทิ ยาเขตพระราชวงั
สนามจนั ทร, 2547.

ยรุ วัฒน คลายมงคล. “การพฒั นากระบวนการเรยี นการสอนโดยการประยุกตแ นวคดิ การใชป ญหา
เปนหลกั ในการเรยี นรเู พอ่ื สรา งเสริมสมรรถภาพทางคณติ ศาสตรของนักเรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปท ี่ 5 ท่มี ีความสามารถพิเศษทางคณติ ศาสตร. ” วิทยานพิ นธปรญิ ญา
มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าประถมศกึ ษา บณั ฑิตวิทยาลัย จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย, 2545.

119

เยาวพา เดชะคปุ ต. กิจกรรมสําหรับเดก็ กอ นวยั เรยี น. กรุงเทพมหานคร : สาํ นกั พิมพ
โอเดียนสโตร, 2528.

โรจนา แสงรุงระวี. “ผลสมั ฤทธกิ์ ารเขียนสะกดคาํ ดว ยการใชแบบฝก ของนักเรียนชัน้ ประถม
ศกึ ษาปที่ 3 โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.” วทิ ยานพิ นธปรญิ ญา
มหาบัณฑติ สาขาวิชาการประถมศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร, 2531.

ลัดดา กติ ตวิ ภิ าท. จิตวทิ ยาการเรียนการสอน. กรงุ เทพมหานคร : โอเดียนสโตร, 2526.
วนิดา เกอ้ื แกว . “การศึกษาความคดิ สรา งสรรคของเด็กทีม่ ีความสามารถพิเศษระดับปฐมวัย

จากการใชช ดุ ฝกความคิด.” ปรญิ ญานิพนธป รญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวิชาการศกึ ษา
พิเศษ บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร, 2546.
วชั รา เลาเรียนดี. เทคนิคและยทุ ธวธิ ีพฒั นาทกั ษะการคดิ การจดั การเรยี นรูท่ีเนน ผเู รียนเปน สาํ คัญ.
นครปฐม : คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร วทิ ยาเขตพระราชวงั สนามจันทร,
2549.
ศศิธร อินตุน. “การพฒั นาแบบฝก การอานจับใจความสาํ คญั สําหรบั นักเรียนชนั้ ประถมศึกษา
ปท่ี 3.” วทิ ยานพิ นธปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการสอนภาษาไทย บณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, 2535.
ศิริพร กอนวงค. “ชดุ ฝกทักษะการอานเพื่อความเขาโดยใชแ ผนภาพโครงเร่อื ง สําหรับนักเรยี น
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 1.” วิทยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน
บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั บรู พา, 2543.
ศรีสุรางค ทีนะกุล. การคดิ และการตัดสินใจ. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพเ ธริ ด เวฟ-เอ็ดดเู คชน่ั ,
2542.
สกุ ัญญา ชาญพนา. “การพฒั นาแบบวัดการคิดวจิ ารณญาณตามแนวคดิ ของเดอโบโน สาํ หรับ
นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 1.” วทิ ยานพิ นธป รญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการวัดและ
ประเมินผลการศกึ ษา บัณฑติ วิทยาลยั จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2545.
สกุ ัญญา ยตุ ธิ รรมนนท. “ผลการใชเ ทคนคิ การคดิ แกปญ หาอนาคตตามแนวคดิ ของทอรแ รนซ
ทีม่ ตี อความสามารถในการคิดแกปญ หาของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 6.”
วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบณั ฑิต สาขาวิชาการประถมศกึ ษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2539.
สนทิ สนั โยภาส. การสอนภาษาไทย. กรงุ เทพมหานคร : ทพิ ยอ ักษร, 2533.

120

สมเจตน ไวยาวจั กรณ. “รูปแบบการสอนเพอื่ พฒั นาความสามารถดานการใชเ หตผุ ล.” ปรญิ ญา
นพิ นธป รญิ ญาดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าการวจิ ยั และพัฒนาหลกั สตู ร บณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2530.

สมบัติ กาจนารกั พงศ. เทคนิคการสอนใหผูเรยี นเกิดทกั ษะการคิด. กรุงเทพมหานคร : ธารอกั ษร,
2545.

สมพงษ จติ ระดับ. “หยุดกอ นการศกึ ษาไทย (ภาคจบ).” วทิ ยาศาสตรก าวไกล 5, 11 (มนี าคม
2538) : 68-69.

สมศักดิ์ สินธรุ ะเวชญ. มงุ สคู ุณภาพการศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร : ไทยวฒั นาพาณิช, 2542.
สามารถ มีศรี. “การศกึ ษาความกาวหนา ดา นคุณภาพลายมอื ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 3

โรงเรยี นวดั สวุ รรณาราม กรงุ เทพมหานคร หลังการสอนซอมเสริมโดยการใชแ บบฝก .”
วิทยานพิ นธปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลยั
เกษตรศาสตร, 2530.
สาํ นกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง ชาต.ิ เทคนคิ การสอนกลมุ สรา งเสรมิ ประสบการณ
ชวี ิต : ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค ุรุสภา
ลาดพราว, 2531.
_________. เทคนิคการสอนกลมุ สรา งเสริมประสบการณช วี ติ : ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพคุรสุ ภาลาดพราว, 2532.
_________. การปฏิรปู การเรียนรูตามแนวคิด 5 ทฤษฎี. กรุงเทพมหานคร : สาํ นักพิมพ
โอเดยี นสโตร, 2541.
สาํ นกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง ชาต.ิ คมู ือการอบรมเลี้ยงดูเดก็ ระดับกอน
ประถมศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค ุรุสภาลาดพรา ว, 2541.
_________. พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ 2542. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พค รุ สุ ภา
ลาดพรา ว, 2542.
สุจรติ เพยี รชอบ และสายใจ อินทรัมพรรณ. วิชาสอนภาษาไทยระดบั มัธยมศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพาณชิ , 2523.
_________. วิชาสอนภาษาไทยระดับมัธยมศกึ ษา. พิมพค รง้ั ท่ี 3. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ
จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2538.

121

สนุ ันทา สายวงค. “การศึกษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดอยางมวี ิจารณญาณของนักเรยี น
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ทเ่ี รยี นวชิ าสงั คมศึกษาดว ยการสอนโดยใชเ ทคนคิ การคิดแบบ
หมวกหกใบและการสอนซินดิเคท.” วิทยานิพนธปริญญามหาบณั ฑติ สาขาวิชา
การมธั ยมศกึ ษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, 2544.

สุภาพร สายสวาท. “การพฒั นาความสามารถในการคดิ แกปญ หาของเด็กปฐมวยั โดยการจดั
ประสบการณแ บบใชปญหาเปน หลัก.” วทิ ยานพิ นธป ริญญามหาบณั ฑิต สาขาวิชา
หลกั สตู รและการนเิ ทศ บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, 2548.

สุวิทย มูลคาํ . กลยุทธการสอนคดิ แกป ญ หา. กรงุ เทพมหานคร : หางหุนสวนจาํ กดั ภาพพิมพ,
2547.

หงสส ุนีย เอ้ือรัตนรกั ษา “การพฒั นาความสามารถในการคดิ แกป ญหาเชิงสรางสรรค ของนักเรยี น
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 4 โดยใชกระบวนการแกปญ หาเชงิ สรา งสรรคตามแนวคดิ
ทอรแ รนซ. ” วทิ ยานิพนธป ริญญามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าจิตวทิ ยาศกึ ษา บณั ฑิตวิทยาลัย
จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั , 2536.

อมุ าพร รังสิยานนท. “การศกึ ษาความสามารถในการคิดสรางสรรคแ ละคดิ แกปญหาของเด็กทม่ี ี
ความสามารถพเิ ศษดา นคณติ ศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 5 จากการใชชดุ ฝกความคิด
แกป ญ หาเชิงสรา งสรรค. ” ปริญญานพิ นธม หาบณั ฑติ สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ บณั ฑิต
วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 2546.

อารีย บัวคมุ ภยั . “การสรางแบบฝกเพื่อเสริมทกั ษะการใชถ อยคําในงานเขยี นรอ ยแกว สาํ หรบั
นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5.” วิทยานพิ นธป รญิ ญามหาบัณฑิต สาขาวชิ าการสอน
ภาษาไทย บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยศลิ ปากร, 2540.

อรพรรณ พรสีมา. การคิด. กรุงเทพมหานคร : สถาบันพัฒนาทักษะการคดิ , 2543.
อุบลรัตน เพง็ สถติ ย. จติ วทิ ยาการเรียนรู. กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง, 2532.
เอ็ดเวริ ด เดอ โบโน. รองเทา 6 ปฏิบตั ิการ 6 แบบ. แปลโดย สรุ ชยั รัตนกิจตระกลู .

กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยเู คชัน่ , 2535
_________. หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ : มองปญหา มองชีวติ ดว ยวธิ คี ิดแบบใหม. แปลโดย

นุชรีย ชลคุป กรุงเทพมหานคร : มูลนธิ ิโกมลคีมทอง, 2536.

ภาษาตางประเทศ
De Bono, Edward. Six thing hats. London : Clays, 1990.
_________. Teach your child how to think. London : Clays, 1992.

122

De Bono, Edward. Six Thinking Hats for Schools. London : Haeker Brown low Education,
1992.

_________. Teach Yourself to Think. England : Penguin Book, 1996.
_________. Six Thinking Hats. London : Penguin Book, 2000.
Beyer, Barry K. “Critical Thinking What is it ?.” Social Education 25 (October 1985) : 297-303.
Eysenck, H.J. and other. Encyclopedia of Psychologist. Vd 3. New York : Harder Harder, 1972.
Guildford, J.P. The Nature of Human Intelligence. New York : Mc Grew-Hill, 1967.
Hart, Lynn C. “Same Factors That Impede or Enhance Performance in Mathematical Problem

Solving.” Journal for Research in Mathematics Education 2 (March 1993) : 24.
Hilgard, E.R. Introduction to psychology. New York : Harcourt Brace and Word, 1962.
Jayaswal, S. Foundation of Education Psychology. New Delphi : Hiene Manum, 1974.
John, K.W. “A Comparison of two method of teaching eight grad generalscience.” In Traditional

and structured problem solving, 1966.
Lustie, Suzanna Jan Dawkins. “Metphorical Thinking : Contructing Cognitive Classrooms.”

Dissertation Abstracts International 1981 (December 1998) : 59-80A
Modgil, C., and Modgil S. The Development of Thinking and Fontana. New York : Basil

Blackwell, 1984
Petty, G. “Language Workbook and Practice Material.” In Development Language Skills in

The Elementary School. New York: Ally and Bacon Inc, 1963.
Predersen, Jane. “Cognitive Modeling During : Problem-Based Learning : The Effect

A Hypemedia Expert Tool. Doctoral Dissertation, The University of Texas A Austin.”
Dissertation Abstracts International 25 (May 2000) : 61-80 A.
River, Willga M. Teaching Foreign Language Skills. New York : The University of Chicago
Press, 1970.
Seals, B., and Z.Glasgow. Exercises in Instructional Design. Ohio : Merrill Publishing
Company, 1990.
Shaklee, B.D. “The Effectiveness of Teaching Creative Problem Solving Techniques to Enhance
the Problem Solving of Kindergarten Student.” Dissertation Abstract International
46 (April 1985) : 2915A.

123

Shaw, Terry J. “The effect of problem solving training in science upon utilization of problem
solving in science and social studies.” Dissertation Abstract International
38,9A (1978) : 5227-A

Shepherd, Glenn. “The Problem Method ; A Problem-Based Learning Model,s Affect On Critical
Thinking of Fourth and Filthy grads Social Studies Students. Doctoral Dissertation,
North Caroling State University.” Dissertation Abstracts International 1981
(August 1998) : 59-03A.

Tuckman, O.W. “Conducting Educational Research.” In Harcourt Brace Collect : Publishers.
New Your : Fort Worth Philadelphia, 1999.

Vancleave (pseud). Janice Vancleave,s Rocks and Minerals : Mind-Boggling Experiments You
can Turn into Science Fair Projects. New York : John Wiley & Sons, Inc., 1996.

ภาคผนวก

125

ภาคผนวก ก
รายช่อื ผเู ช่ยี วชาญตรวจสอบเครือ่ งมือวิจยั

126

รายช่ือผเู ชยี่ วชาญตรวจสอบเคร่ืองมอื วิจยั
...................................

1. อาจารย จีระศกั ด์ิ ซังพกุ ผูอํานวยการโรงเรยี นวดั ตาลเรียง
ต. บวั งาม อ.ดาํ เนนิ สะดวก จ.ราชบรุ ี 70130

2. อาจารย สุรินทร แจม จนั ทร ตําแหนง ครอู นั ดับ ค.ศ.2
หัวหนา กลุมวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดับประถมศึกษาประจําโรงเรยี นวดั ตาลเรียง
ต. บวั งาม อ.ดําเนินสะดวก จ.ราชบุรี 70130

3. อาจารย วรางคณา ศริ ธิ ญั ญารัตน ตําแหนง ครูอนั ดับ ค.ศ.3
ครปู ระจาํ โรงเรยี นวดั คหู าสวรรค
ต. ส่ีหม่ืน อ.ดาํ เนินสะดวก จ.ราชบุรี 70130

127

ภาคผนวก ข
1. จดหมายเชญิ เปน ผูต รวจเครอื่ งมอื วิจัย
2. จดหมายขอทดลองใชเ ครอ่ื งมอื วจิ ัย
3. จดหมายขอความอนเุ คราะหใ นการเก็บรวบรวมขอ มูล

128

129

130

131

132

133

134

ภาคผนวก ค
เครอ่ื งมือท่ใี ชใ นการวจิ ัย
1. แบบประเมินชุดฝก ทักษะการคดิ แกป ญ หา
2. แบบประเมนิ ทกั ษะการคิดแกป ญ หา
3. แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
4. แบบสอบถามความคดิ เห็น

135

แบบประเมนิ ความสอดคลอ งของผูเชี่ยวชาญทม่ี ีตอชดุ ฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา
เร่อื ง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
สําหรบั นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4

คําชี้แจง
ผูวิจัยขอความอนุเคราะหจากทานโปรดเขียนผลการพิจารณาความสอดคลองของทานท่ี

มตี อชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา โดยใสเคร่ืองหมาย 3 ลงในชองวางท่ีตรงกับความคิดเห็นของ
ทาน เพ่ือเปนแนวทางในการปรับปรุงแกไขชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา โดยพิจารณาวาชุดฝก
ทกั ษะการคิดแกปญหา เรอื่ ง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ สําหรับนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 4 ชดุ น้ี
มีความเหมาะสม สอดคลองและครอบคลุมเนื้อหาในดานตาง ๆ ตามท่ีกําหนดไวหรือไม โดยมี
เกณฑการใหคะแนนดังนี้

ความหมายของคะแนน
ใหค ะแนนเทา กับ +1 เม่อื แนใ จวา มคี วามเหมาะสมและสอดคลอ ง
ใหค ะแนนเทา กบั 0 เม่อื ไมแ นใจวา มคี วามเหมาะสมและสอดคลอ ง
ใหค ะแนนเทากบั -1 เม่ือแนใ จวาไมม ีความเหมาะสมและสอดคลอ ง

ลาํ ดบั รายการประเมิน คะแนนความคิดเหน็ หมายเหตุ
+1 0 1

คาํ ชแี้ จง

1.1 มคี วามชัดเจนและเขาใจงาย

1 1.2 มีความถกู ตอ งตามจุดประสงค

1.3 มีความเหมาะสมกบั วยั ของนักเรียน

1.4 มีประโยชนตอนักเรยี น

วัตถปุ ระสงค

2 2.1 สามารถประเมินวตั ถปุ ระสงคได
2.2 ขอความมีความชดั เจนเขา ใจงาย

2.3 สอดคลองกับเนอื้ หาวิชา

ลาํ ดับ รายการประเมิน 136

คะแนนความคดิ เหน็ หมายเหตุ
+1 0 1

สาระการเรียนรู

3 3.1 สอดคลอ งกับวตั ถปุ ระสงค
3.2 เหมาะสมกบั ระดบั ชน้ั

3.3 มคี วามนาสนใจ

กิจกรรมการเรยี นรู

4.1 สอดคลอ งกับวตั ถปุ ระสงค

4.2 สอดคลอ งกบั กระบวนการจดั การเรยี นรู

4 4.3 เหมาะสมกับเนอ้ื หา และวยั ของนกั เรยี น
4.4 มีความนา สนใจ

4.5 ชว ยพฒั นาทักษะการคดิ แกป ญหา

4.6 ชว ยพฒั นาผลการเรียนรขู องนกั เรียนให

สงู ขึ้น

การวดั และการประเมนิ

5.1 สอดคลองกบั วัตถปุ ระสงค

5 5.2 สอดคลอ งกับเนื้อหา
5.3 สอดคลอ งกับกิจกรรมการเรยี นรู

5.4 เหมาะสมกับวยั ของนักเรยี น

5.5 ชว ยพัฒนาทกั ษะการคดิ แกป ญหา

ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………..
(…………………………)

ผปู ระเมนิ


Click to View FlipBook Version