The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wootdy58741227, 2021-06-26 22:55:47

งาน อ.ดร.ชาลี

งาน อ.ดร.ชาลี

137

แบบประเมินความสอดคลอ งของผเู ช่ยี วชาญทีม่ ีตอแบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญ หา
สาํ หรับนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที่ 4

คําชี้แจง
ผูวิจัยขอความอนุเคราะหจากทานโปรดเขียนผลการพิจารณาความสอดคลองของทานที่

มีตอแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา โดยใสเครื่องหมาย 3 ลงในชองวางท่ีตรงกับความ
คิดเห็นของทาน เพื่อเปนแนวทางในการปรับปรุงแกไขแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหา โดย
พจิ ารณาวาแบบประเมนิ ทักษะการคดิ แกป ญหา สาํ หรบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4 ชุดน้ี มีความ
เหมาะสม สอดคลอ งและครอบคลมุ เนอ้ื หาในดานตางๆ ตามท่ีกาํ หนดไวหรอื ไม โดยมเี กณฑ
การใหค ะแนนดังน้ี

ความหมายของคะแนน
ใหค ะแนนเทากบั +1 เมื่อแนใ จวาแบบประเมินทกั ษะการคิดแกปญหามคี วาม

เหมาะสมและสอดคลอง
ใหค ะแนนเทากบั 0 เมื่อไมแนใ จวาแบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญหามีความ

เหมาะสมและสอดคลอง
ใหค ะแนนเทากับ -1 เมอ่ื แนใ จวาแบบประเมนิ ทกั ษะการคดิ แกปญหาไมมคี วาม

เหมาะสมและสอดคลอง

ขอ คําถามในแบบประเมินทกั ษะการคิดแกป ญ หา คะแนนความ หมาย
คดิ เห็น เหตุ

+1 0 1

1. วันนคี้ รใู หทาํ แบบฝก หดั ในชว่ั โมง แตนกั เรยี นลมื นาํ สมุด

มาจากบาน นกั เรียนจะทําอยา งไร?

ก. ขอยมื สมดุ เพอ่ื นกลับบาน ข. ทาํ ใสส มุดเลม อื่นไปกอ น

ค. ไมทํางาน แตช วนเพ่ือนคุย

ง. บอกครูวาลืมนาํ สมดุ มาจากบา น

2 นกั เรียนเขยี นตัวหนังสือผดิ และตองการลบแตไมมีปากกา

ลบคําผิด นักเรยี นจะทาํ อยางไร?

ก. ไมล บ ข. ขอยมื เพอ่ื นทีม่ ี

ค. ไปซ้ือที่สหกรณ ง. ใชป ากกาแดงขีดเสนทับ

138

ขอ คาํ ถามในแบบประเมนิ ทกั ษะการคดิ แกป ญหา คะแนนความ หมาย
เหตุ
คดิ เห็น

+1 0 1

3. ครูใหนักเรยี นนาํ ผาขนาด 5 x 5ซ.ม. มาคนละ 3 ช้ิน แต

นักเรยี นไมมผี า ผืนใหม นกั เรยี นจะทําอยา งไร?

ก. ขอแบง จากเพื่อน ข. ไมนําไป บอกวา ไมม ี

ค. ใหแ มซ้ือผา ผืนใหมใ ห ง. ตดั เศษผา จากเสื้อตัวทไี่ มไดใ ช

4 ในวชิ าพลศึกษา ทุกคนตองวงิ่ รอบสนาม แตเ พ่ือนของ

นกั เรียนวงิ่ หกลม นักเรียนจะทําอยางไร?

ก. ยนื ดเู ฉยๆ ข. ว่งิ ไปบอกคุณครู

ค. พาเพอ่ื นไปทาํ แผล ง. วง่ิ เขาไปมุงดวู าเปน อะไรบา ง

5 นักเรียนกาํ ลังเดนิ ทางไกลอยใู นปา แลว สมาชิกในกลมุ เกดิ

ลม เทา แผลง นกั เรยี นจะทําอยางไร?

ก. ชวยพยงุ เพอื่ นเดนิ ตอไป ข. หาไมใหเ พอื่ นใชค ้าํ เดิน

ค. ทง้ิ เพื่อนไวเ พ่อื ใหค รมู ารบั ง. ตอ วา เพอ่ื นวา เดนิ ไมระวัง

6 ในฐานะนกั เรยี นเปน พ่ีคนโต เห็นนอ งกาํ ลังแยงของเลนกัน

อยู นกั เรยี นจะทําอยางไร?

ก. เก็บของเลน ไมใ หเ ลน ทงั้ คู ข. ใหน อ งคนเล็กเลน

ค. น่ังดูเฉยๆ ทาํ เปนไมสนใจ

ง. ใหนอ งเปา ยงิ ฉุบกัน ใครชนะไดเลน

7 นอ งทาํ หนงั สอื ของนักเรียนขาด นักเรยี นจะทําอยา งไร?

ก. ตีนองแรงๆ ข. ฟองแมใหตนี อง

ค. ตะโกนวา นอ งแรง ๆ ง. ใชเ ทปซอ มหนาท่ีขาด

8 นกั เรียนไปเลน นาํ้ คลองชลประทานกบั เพอ่ื น แตเ พ่ือนของ

นกั เรยี นจมนาํ้ และนักเรียนกว็ ายน้าํ ไมเปน นกั เรยี นจะทํา

อยางไร?

ก. รองใหคนชว ย ข. กระโดดลงไปชวย

ค. หาไมย าว ๆ ใหเ พอื่ นเกาะ ง. ยืนดเู ฉยๆ ไมร จู ะทําอะไร

139

ขอ คาํ ถามในแบบประเมินทักษะการคดิ แกป ญหา คะแนนความ หมาย
เหตุ
คดิ เห็น

+1 0 1

9. นักเรียนกําลงั เดนิ ซื้อของอยู แลว นกั เรียนเห็นโจรกระชาก

กระเปา ของคนขา ง ๆ นกั เรยี นจะทําอยางไร?

ก. วิง่ ตามโจรไป ข. รองใหค นชว ย

ค. ตกใจ ทาํ อะไรไมถกู ง. แจง ตํารวจทีอ่ ยบู ริเวณนนั้

10 นกั เรียนปน จกั รยานไปโรงเรยี นในตอนเชา แตร ถจกั รยาน

กลบั ยางรว่ั นักเรียนจะทาํ อยางไร?

ก. จงู กลบั บา น ข. จูงไปโรงเรียน

ค. จูงไปรานซอมจกั รยาน

ง. จงู ไปฝากไวบานของคนทร่ี จู ักแถวนน้ั

11 นักเรยี นไปซ้ือขา วกลองหนาปอกซอย แตนกั เรียนลืมนําเงนิ

ออกไปดว ย นกั เรียนจะทาํ อยา งไร?

ก. ยมื เงนิ คนรจู ักจา ยกอ น

ข. บอกแมค าแลว นาํ เงนิ มาใหทหี ลัง

ค. ท้ิงขา วกลอ งไว แลว ไมออกไปเอา

ง. ท้ิงขาวกลอ งไวท่รี า น แลว กลบั บา นนาํ เงนิ มาจา ย

12 ขางบา นของนกั เรียนเปดเพลงเสยี งดังมาก จนเปนการ

รบกวนชาวบา นแถวนนั้ นกั เรียนจะทาํ อยางไร?

ก. โทรแจงตํารวจ ข. ตะโกนวา แรงๆ

ค. ทําเปน ไมส นใจ ง. ไปบอกใหเปด เบาๆ

13 คลองขางบา นนกั เรยี นเกดิ นา้ํ เนาเสียซ่งึ เกดิ จากการปลอยนํา

เสยี จากครัวเรือนตา ง ๆ นักเรียนจะทาํ อยางไร?

ก. แจง ใหผ ใู หญบา นทราบ ข. เลิกทิง้ น้ําเสยี ลงคลอง

ค. ไมใสใจไมใ ชเ รือ่ งของเรา

ง. บอกใหชาวบา นหยดุ ทิง้ นา้ํ เสยี ลงคลอง

140

ขอ คําถามในแบบประเมนิ ทกั ษะการคิดแกป ญ หา คะแนนความ หมาย
เหตุ
คดิ เห็น

+1 0 1

14. บรเิ วณบานของนักเรียนมีบอขยะ ทาํ ใหเ กิดเปน มลภาวะ

“อากาศเปน พษิ ” นักเรยี นจะทาํ อยางไร?

ก. ยายบา นหนี ข. ปลกู ตน ไมเ ยอะ

ค. ติดเครอื่ งกรองอากาศ ง. แจง เจาหนา ท่ีใหร บั ทราบ

15 นกั เรยี นกําลงั นอนดูทวี อี ยแู ลว เกิดไฟไหมใ นครวั บานของ

นกั เรยี น นักเรียนจะทําอยางไร?

ก. หานํ้าไปดบั ข. รองใหค นชวย

ค. วง่ิ ออกจากบาน ง. สับสะพานไฟลง

16 มีขาวเตอื นใหจ งั หวดั ของนกั เรียนระวงั การเกิดน้ําทว ม

นกั เรยี นจะทาํ อยางไร?

ก. อยเู ฉยๆ ไมท ําอะไร ข. เก็บขาวของเตรยี มพรอ ม

ค. หากระสอบทรายกั้นนา้ํ ง. ยา ยไปอยบู า นญาตจิ ังหวดั อืน่

17 นกั เรยี นไปเทย่ี วนาํ้ ตกกบั ครอบครวั แลว เกดิ นํ้าปา ไหล

หลาก นกั เรียนจะทําอยา งไร?

ก. วิ่งหนใี หไกลทสี่ ุด ข. ยนื ดู ถา ยรูปเกบ็ ไว

ค. หาทห่ี ลบทคี่ ิดวาปลอดภยั ง. ตะโกนดงั ๆ ใหทกุ คนหนี

18 ขณะนี้ราคานา้ํ มันเพ่มิ สูงขึ้นมาก นกั เรยี นจะปฏบิ ัติตน

อยา งไรในการใชรถ?

ก. ไปกบั เพอ่ื น ข. ใชร ถเฉพาะท่จี าํ เปน

ค. ขบั รถไปเองตามปกติ ง. น่ังรถเมลไปโรงเรียน

19 ขณะทน่ี กั เรยี นน่ังรถไปโรงเรียน แลว เหน็ เพลิงไหมข างทาง

นักเรียนจะทําอยางไร?

ก. จอดรถดู ข. โทรแจง 199

ค. รองใหค นอน่ื รวู า ไฟไหม ง. หยบิ โทรศพั ทข ้นึ มาถา ยรูป

141

ขอ คําถามในแบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญ หา คะแนนความ หมาย
คดิ เห็น เหตุ

+1 0 1

20. ในฤดูฝนของทุกปบานของนกั เรยี นจะเกดิ น้าํ ทวม นักเรยี น

จะทําอยางไร?

ก. ถมดนิ ใหสงู ข้ึน ข. ขดุ บอ กักเกบ็ นาํ้

ค. ยายไปอยูทอี่ ื่น ง. ไมใชหนาทขี่ องเรา

ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ

…………………………………………………………………
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………

ลงชอ่ื ……………………….
(………………………….)

ผูประเมนิ

142

แบบประเมินความสอดคลอ งของผเู ชี่ยวชาญทมี่ ีตอ แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ

สาํ หรับนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที่ 4
คําช้แี จง

ผูวิจัยขอความอนุเคราะหจากทานโปรดเขียนผลการพิจารณาความสอดคลองของทานท่ี
มีตอแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี
4 โดยใสเคร่ืองหมาย 3 ลงในชองวางท่ีตรงกับความคิดเห็นของทาน เพื่อเปนแนวทางในการ
ปรับปรุงแกไข โดยพิจารณาวาแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ สําหรับ
นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4 ชุดน้ี มีความเหมาะสม สอดคลอ งและครอบคลุมเนื้อหาในดา น
ตาง ๆ ตามทก่ี าํ หนดไวห รอื ไม โดยมีเกณฑการใหค ะแนนดงั นี้

ความหมายของคะแนน
ใหค ะแนนเทากบั +1 เม่อื แนใ จวาขอ สอบมีความเหมาะสมและสอดคลอง
ใหค ะแนนเทากับ 0 เมอื่ ไมแ นใจวา ขอ สอบมคี วามเหมาะสมและสอดคลอง
ใหค ะแนนเทา กบั -1 เมอ่ื แนใ จวา ขอ สอบไมม คี วามเหมาะสมและสอดคลอ ง

ขอ คาํ ถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
คดิ เห็น เหตุ

+1 0 1

1. ทรพั ยากรธรรมชาติสามารถแบงออกไดเ ปน กีป่ ระเภท?

ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

2. ปจ จัยในขอใดมผี ลตอการประกอบอาชพี ของคนไทยมาก

ท่ีสดุ ?

ก. นสิ ยั สวนตวั ข. วฒั นธรรมประเพณี

ค. นโยบายของรัฐบาล ง. ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร

143

ขอ คาํ ถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
เหตุ
คดิ เหน็

+1 0 1

3. สง่ิ แวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติในแตล ะทอ งถ่ินมคี วาม

แตกตางกนั หรือไม เพราะอะไร?

ก. แตกตา ง เพราะ มกี ารใชชีวติ ทีแ่ ตกตา งกนั

ข. แตกตา ง เพราะ มลี กั ษณะที่ตั้งทางภมู ิศาสตร

แตกตา งกนั

ค. ไมแ ตกตา ง เพราะ มีการใชชีวิตที่คลา ยคลึงกนั

ง. ไมแ ตกตาง เพราะ มที รพั ยากรธรรมชาติที่

เหมอื นกนั

4. “ดิน” แบงออกเปนกี่ประเภท?

ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท

5. ทรัพยากรธรรมชาติในขอ ใดทีใ่ ชแลว หมดไป?

ก. ดนิ ข. น้าํ

ค. แรธาตุ ง. อากาศ

6. ความหมายของทรัพยากรธรรมชาตใิ นขอ ใดถูกตอ ง?

ก. สง่ิ ท่ีเกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ

ข. ทุกสง่ิ ทกุ อยา งท่ีอยูรอบตวั เรา

ค. สิ่งท่มี นุษยส รา งข้นึ เพอื่ ประโยชนในการดํารงชีวติ

ง. สงิ่ ท่ีเกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ หรือส่งิ ที่มนษุ ยสราง

ข้นึ เพ่อื ประโยชนใ นการดาํ รงชีวิต

7. สาเหตุทางธรรมชาติท่ีทาํ ใหด นิ เสอื่ มโทรมคือขอใด?

ก. ความแหง แลง

ข. การทาํ เหมอื งแร

ค. การตดั ไมท าํ ลายปา

ง. การเผาหลังการเพาะปลกู

144

ขอ คาํ ถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
เหตุ
คดิ เห็น

+1 0 1

8. สาเหตสุ าํ คญั ทีส่ ดุ ท่ที ําใหเกดิ มลพษิ ทางอากาศคือขอใด?

ก. การเผาหญา ข. การเผาขยะมลู ฝอย

ค. ควันจากรถจักรยานยนต

ง. ควนั จากโรงงานอุตสาหกรรม

9. สาเหตสุ ําคญั ท่ีสดุ ทที่ ําใหเ กดิ มลพิษทางนา้ํ คือขอใด?

ก. ผักตบชวา ข. การท้ิงขยะลงแมน า้ํ

ค. สารเคมีที่ใชใ นการเกษตร

ง. นํา้ เสียจากโรงงานอตุ สาหกรรม

10. สง่ิ แวดลอมในขอใดเปน สิ่งท่ีมนุษยส รางขึ้น?

ก. นาํ้ ข. อากาศ

ค. แรธ าตุ ง. ท่อี ยูอาศัย

11 ขอ ใด ไมใ ช สาเหตุของการเปล่ียนแปลงสิง่ แวดลอมทีเ่ กดิ

จากธรรมชาต?ิ

ก. แผน ดนิ ไหว ข. น้าํ กดั เซาะตล่ิง

ค. การทรดุ ตัวของแผนดิน ง. การสรางเขอื่ นกักเก็บน้าํ

12. การปฏบิ ตั ิในขอ ใดจึงไดเ รยี กวา “การรกั ษาสภาพดนิ ”?

ก. สมพรใชปยุ เคมีบาํ รงุ ดนิ ข. วภิ าปลูกพชื หมุนเวยี น

ค. ราตรปี ลอ ยดนิ ใหว า งเปลา

ง. นารรี ัตนปลกู พชื ชนดิ เดยี วกันซํ้า ๆ

13. การอนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาติ หมายถงึ ขอใด?

ก. ใชเ ฉพาะทจ่ี ําเปน

ข. ใชอยา งประหยดั

ค. ใชทรพั ยากรทส่ี ามารถใชทดแทนกันได

ง. ใชอยา งรูคณุ คา โดยไมส งผลกระทบตอส่ิงแวดลอ ม

14. ปฏิบัติตนอยางไรจงึ ไดช่ือวา “อนุรกั ษน ้าํ ”?

ก. สมจนี ใชน า้ํ แตน อ ย ข. สม แปน ใชเ ฉพาะนํา้ แร

ค.สม จกุ ใชเฉพาะนํ้าท่ีสะอาด ง. สมฉนุ ใชน ํา้ เฉพาะทจี่ ําเปน

145

ขอ คําถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
คดิ เห็น เหตุ

+1 0 1

15. นักเรียนเหน็ ดว ยกับการออกกฎหมายบงั คบั ไมใ หม กี าร

ลกั ลอบตัดไมทําลายปา หรือไม เพราะเหตใุ ด?

ก. เห็นดวย เพราะคนกระทาํ ผดิ จะถกู ลงโทษ

ข. เหน็ ดว ย เพราะตนไมจ ะไดเพ่มิ จํานวนขน้ึ

ค. ไมเ ห็นดวย เพราะตนไมมจี ํานวนมากอยแู ลว

ง. ไมเ ห็นดวย เพราะตน ไมตอ งใชใ นชวี ิตประจําวนั

16. วธิ กี ารในขอ ใด ไมใช วิธีในการรักษาหนา ดิน?

ก. นกปลกู พืชหมนุ เวียน ข. นุย ใชป ยุ คอกอยางสมาํ่ เสมอ

ค. นอ งไถกลบหลงั ฤดเู ก็บเก่ียวทุกคร้งั

ง. นุนเผาหญา หรอื ฝางขา วใหเตียนเสมอ

17. ถา คนในทองถน่ิ ไมช วยกนั รกั ษาปาไมจ ะเกดิ ปญ หาขนึ้

มากมาย ยกเวน ขอใด?

ก. ทําใหเ กิดนา้ํ ทวม ข. เกดิ ความแหง แลง

ค. ปา ไมมจี ํานวนมากขน้ึ

ง. กาซคารบอนไดออกไซดเพิ่มขึ้น

18. นกั เรยี นเหน็ ดว ยกับคํากลา วทว่ี า “ปด ไฟเมอ่ื เลิกใช”

หรือไม?

ก. เหน็ ดว ย เพราะเปน การประหยดั พลงั งาน

ข. เห็นดว ย เพราะไมใ ชก ็ควรปด

ค. ไมเ หน็ ดว ย เพราะเดยี๋ วกต็ องเปด ใหม

ง. ไมเห็นดว ย เพราะเปด ๆ ปด ๆ ไมด ี

19. “กาแล” เปน ลกั ษณะเฉพาะของเรอื นทางภาคใด?

ก. ภาคใต ข. ภาคเหนือ

ค. ภาคตะวนั ออก ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

146

ขอ คําถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
คดิ เหน็ เหตุ

+1 0 1

20. เพราะเหตใุ ดชาวภาคกลางจงึ นิยมสรางเรอื นทม่ี ีใตถุนสงู ?

ก. ปอ งกันนา้ํ ทว ม ข. ปอ งกนั สตั วป า

ค. ใชทาํ คอกสัตว ง. ใชเ กบ็ ผลผลิตทางการเกษตร

21. เรอื นทางภาคใต ไมน ิยมฝงเสาเรือนลงดนิ เพราะเหตใุ ด?

ก. ดูไมสวยงาม ข. ทาํ ใหเ รอื นเอยี ง

ค. เคลื่อนยายลาํ บาก ง. ปอ งกนั น้าํ ทะเลกดั เซาะ

22. ในภาคใดสามารถเพาะปลูกพชื ไดตลอดป?

ก. ภาคใต ข. ภาคเหนอื

ค. ภาคกลาง ง. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื

23. สิง่ แวดลอมทางสงั คมในขอ ใดมอี ิทธิพลตอการ

เปลยี่ นแปลงของสง่ิ แวดลอมทางธรรมชาต?ิ

ก. การแตงกาย ข. การบรโิ ภค

ค. การศกึ ษาในตางประเทศ

ง. การนาํ เทคโนโลยีสมยั ใหมเ ขามาใช

24. ในขอใดเปน การอนุรักษสิ่งแวดลอมทางสงั คมและ

วัฒนธรรม?

ก. อาโปชอบเลน เปยโน ข. เจนน่ีชอบฟงเพลงสากล

ค. สายชลชอบเลน ดนตรีไทย

ง. สมหมายชอบเรยี นภาษาญป่ี นุ

25. สาเหตุในขอ ใดทท่ี ําใหป ระชากรมีจาํ นวนเพ่มิ มากข้ึน?

ก. เกดิ มาก ยายออกมาก ข. เกดิ มาก ยา ยเขามาก

ค. ตายมาก เกดิ นอย ง. ตายมาก เกดิ มาก

26. สาเหตใุ นขอใดที่ทาํ ใหจ าํ นวนประชากรลดลงได?

ก. ความทันสมยั ข. ความแหง แลง

ค. ความอดุ มสมบรู ณ ง. ความเชย่ี วชาญทางการแพทย

147

ขอ คําถามในแบบทดสอบ คะแนนความ หมาย
คดิ เหน็ เหตุ

+1 0 1

27. ถาประชากรเพ่มิ ขึ้นอยา งรวดเรว็ จะสงผลตอ ส่ิงใดมาก

ที่สุด?

ก. คนมอี าชีพมากขนึ้ ข. พลเมืองดอยคุณภาพ

ค. มกี ารอพยพยา ยถิน่ มากขึ้น

ง. ความหนาแนนของประชากรเพมิ่ มากขนึ้

28. ประชากรในภาคใด มอี ัตราการอพยพเขา มาในกรงุ เทพฯ

มากทส่ี ดุ ?

ก. ภาคใต ข. ภาคกลาง

ค. ภาคเหนือ ง. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

29. การอพยพแรงงานในชนบทมักเกิดในชว งใดมากที่สุด?

ก. ฤดแู ลง ข. ฤดูเร่ิมปลกู ขา ว

ค. หลงั ฤดูเก็บเกย่ี ว ง. ระหวางรอเกบ็ เกยี่ ว

30. ถา ในพื้นที่ 1 ตารางกโิ ลเมตร จงั หวดั ขอนแกน มปี ระชากร

1,000 คน กรุงเทพฯ มี 4,000 คน เชียงใหมม ี 3,000 คน

ภเู กต็ มี 500 คน จงั หวดั ใดมคี วามหนาแนน ของประชากร

นอ ยที่สดุ ?

ก. ขอนแกน ข. กรุงเทพฯ

ค.เชยี งใหม ง. ภเู กต็

ขอเสนอแนะอืน่ ๆ

…………………………………………………………………
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………
(………………………….)

ผปู ระเมิน

148

แบบประเมนิ ความสอดคลอ งของผูเชี่ยวชาญทมี่ ีตอแบบสอบถามความคดิ เห็น
ของนกั เรยี นทม่ี ตี อชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญ หา
สําหรับนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4

คําช้ีแจง
ผูวิจัยขอความอนุเคราะหจากทานโปรดเขียนผลการพิจารณาความสอดคลองของทานที่

มตี อ แบบสอบถามความคดิ เห็นของนกั เรยี นทีม่ ตี อชดุ ฝก ทกั ษะการคิดแกป ญหา สาํ หรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปที่ 4 โดยใสเคร่ืองหมาย 3 ลงในชองวางที่ตรงกับความคิดเห็นของทาน เพ่ือเปน
แนวทางในการปรับปรุงแกไข โดยพิจารณาวาแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอชุดฝก
ทักษะการคิดแกปญหา สําหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 4 ชุดนี้ มีความเหมาะสมตามหัวขอท่ี
กาํ หนดไวหรอื ไม โดยมเี กณฑก ารใหค ะแนนดงั นี้

ความหมายของคะแนน
ใหค ะแนนเทา กบั +1 เมื่อแนใ จวามคี วามเหมาะสมและสอดคลอ ง
ใหค ะแนนเทา กบั 0 เมื่อไมแ นใ จวามีความเหมาะสมและสอดคลอง
ใหค ะแนนเทา กบั -1 เมือ่ แนใ จวาไมม ีความเหมาะสมและสอดคลอง

รายการประเมิน คะแนนความ ขอเสนอแนะ
คดิ เห็น เพม่ิ เตมิ
1. ความสอดคลอ งของขอ คําถามเกีย่ วกบั ขอ มลู ทั่วไปของ
นกั เรยี น +1 0 -1
2. ความสอดคลองของขอคาํ ถามเกี่ยวกับความคิดเห็นทมี่ ตี อ
ชุดฝกทักษะการคดิ แกป ญหา
3. ความสอดคลองของขอ คาํ ถามเก่ยี วกับความคดิ เห็นทีม่ ตี อ
กจิ กรรมในการจัดการเรยี นรู
4. ความสอดคลองของขอคําถามเกยี่ วกบั ความคดิ เห็นที่มตี อ
ชดุ ฝก ทักษะการคิดแกป ญ หาดา นประโยชน

149

ขอ เสนอแนะอื่นๆ
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………
…………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………..
(……………………….)
ผปู ระเมิน

150

ภาคผนวก ง
ชดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญ หา
1. ตารางแสดงคา ดัชนีความสอดคลอ ง
2. ตารางแสดงคา ประสทิ ธิภาพชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หา

151

ตารางที่ 14 แสดงคา ดชั นคี วามสอดคลองของชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญ หา เรอ่ื ง สรรพสง่ิ ใน
ธรรมชาติ ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรบั นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 4

ลําดับ รายการประเมนิ คะแนนความคดิ เหน็ ของ ความหมาย
ผูเช่ยี วชาญ (คนท่)ี
1 คาํ ช้แี จง
1.1 มีความชดั เจนและเขา ใจงาย 1 2 3 IOC
1.2 มีความถูกตองตามจดุ ประสงค
1.3 มคี วามเหมาะสมกับวยั ของนกั เรยี น +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
1.4 มีประโยชนตอ นักเรยี น
+1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
2 วตั ถุประสงค +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
2.1 สามารถประเมินวัตถปุ ระสงคได +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
2.2 ขอความมีความชัดเจนเขา ใจงาย
2.3 สอดคลอ งกับเน้อื หาวิชา +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

3 สาระการเรยี นรู +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
3.1 สอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงค +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
3.2 เหมาะสมกับระดับชน้ั
3.3 มีความนา สนใจ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

4 กจิ กรรมการเรยี นรู +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
4.1 สอดคลอ งกบั วัตถุประสงค +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
4.2 สอดคลองกบั กระบวนการจดั การ
เรียนรู +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
4.3 เหมาะสมกบั เนือ้ หา และวยั ของ
นักเรยี น +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
4.4 มีความนา สนใจ
4.5 ชว ยพฒั นาทกั ษะการคดิ แกปญ หา +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
4.6 ชวยพฒั นาผลการเรียนรูข องนักเรียน
ใหสูงขนึ้ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
+1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

0 +1 +1 0.67 สอดคลอ ง

ตารางที่ 14 (ตอ) 152

ลําดับ รายการประเมิน คะแนนความคิดเหน็ ของ ความหมาย
ผเู ช่ียวชาญ (คนที)่
5 การวัดและประเมินผล
5.1 สอดคลอ งกับวตั ถุประสงค 1 2 3 IOC
5.2 สอดคลอ งกบั เนื้อหา +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
5.3 สอดคลอ งกบั กิจกรรมการเรียนรู +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
5.4 เหมาะสมกับวยั ของนกั เรยี น +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
5.5 ชวยพฒั นาทักษะการคิดปญหา +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
0 +1 +1 0.67 สอดคลอ ง

153

ตารางท่ี 15 คาประสิทธภิ าพ E1/E2 ของชุดฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา เรอื่ ง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ
ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สาํ หรบั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 4 แบบรายบคุ คล

คะแนนระหวา งเรียนชุดฝกทักษะการคดิ แกปญ หา รวมคะแนน รวมคะแนน
หลงั เรียน
คนที่ ชดุ ท่ี 2 / คะแนนเต็ม ชุดที่ 6 ระหวางเรยี น
ชุดที่ 3 ชดุ ที่ 4 ชุดที่ 5 (∑x) (∑y)
30 คะแนน
5 5 5 5 5 25 คะแนน
22
13 3 4 3 4 17 22
23
23 4 3 4 3 17 67

33 4 5 3 4 19

รวม 53

E1 = 70.66 E2 = 74.44

ตารางท่ี 16 คาประสิทธิภาพ E1/E2 ของชุดฝกทกั ษะการคดิ แกปญ หา เร่อื ง สรรพสิง่ ในธรรมชาติ
ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 4 แบบกลมุ เล็กหรือ

กลุม ยอ ย

คนที่ คะแนนระหวา งเรยี นชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกปญ หา รวมคะแนน รวมคะแนน

/ คะแนนเตม็ ระหวางเรยี น หลงั เรียน

ชุดที่ 2 ชดุ ท่ี 3 ชุดท่ี 4 ชุดที่ 5 ชุดที่ 6 (∑x) (∑y)

5 5 5 5 5 25 คะแนน 30 คะแนน

13 4 3 3 4 17 23

23 4 4 3 4 18 21

33 4 3 3 3 16 22

44 3 4 3 4 18 20

53 3 4 3 4 17 22

64 3 3 3 4 17 19

74 5 4 4 3 20 26

83 4 5 4 5 21 30

94 3 4 4 4 19 24

รวม 163 207

E1 = 72.44 E2 = 76.66

154

ตารางที่ 17 คาประสทิ ธิภาพ E1/E2 ของชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หา เร่ือง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ
ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ สาํ หรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที่ 4 แบบกลุม ใหญห รือ
ภาคสนาม

คน คะแนนระหวา งเรยี นชดุ ฝก ทักษะการคิดแกปญ หา รวมคะแนน รวมคะแนน
ที่ / คะแนนเตม็ ระหวา งเรยี น หลังเรยี น

ชุดที่ 2 ชดุ ท่ี 3 ชดุ ที่ 4 ชดุ ที่ 5 ชุดที่ 6 (∑x) (∑y)
55555 25 คะแนน 30 คะแนน

14 3 5 3 3 18 25
23 3 4 5 4 19 24
35 4 5 4 5 23 26
45 5 5 4 5 24 30
54 4 5 4 5 22 24
64 3 3 4 4 18 25
73 4 4 4 5 20 23
84 5 5 4 4 22 24
93 4 4 5 5 21 26
10 4 3 5 3 3 18 25
11 5 5 5 4 5 24 28
12 4 2 5 3 4 18 26
13 2 5 5 4 5 21 30
14 3 5 5 2 5 20 24
15 4 4 5 5 5 23 28
16 3 3 4 5 5 20 25
17 3 4 5 4 5 21 27
18 2 4 4 3 4 17 25
19 4 3 4 5 4 20 27
20 3 5 5 4 5 21 23
21 2 4 4 3 5 19 25
22 4 3 4 4 3 18 23

155

ตารางท่ี 17 (ตอ)

คน คะแนนระหวา งเรยี นชุดฝก ทกั ษะการคดิ แกปญ หา รวมคะแนน รวมคะแนนหลัง
ท่ี / คะแนนเต็ม ระหวา งเรียน เรยี น
(∑y)
ชุดท่ี 2 ชดุ ท่ี 3 ชดุ ที่ 4 ชดุ ท่ี 5 ชดุ ท่ี 6 (∑x)
55555 25 คะแนน 30 คะแนน

23 5 4 4 3 3 19 24
24 4 5 3 4 4 20 26
25 4 4 5 5 5 23 26
26 5 4 4 5 3 21 25
27 4 3 4 4 4 19 27
28 4 5 5 4 4 22 25
29 3 5 4 3 3 20 26
30 3 4 5 3 5 19 27
31 4 5 4 4 5 22 26
32 3 4 5 3 5 20 25
652 820
รวม

E1 = 81.50 E2 = 85.42

156

ตารางท่ี 18 คาประสิทธภิ าพ E1/E2 ของชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญ หา เรอื่ ง สรรพสงิ่ ในธรรมชาติ
ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ สําหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ของกลุม ตัวอยา ง

คน คะแนนระหวา งเรยี นชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกป ญ หา รวมคะแนน รวมคะแนน
ที่ / คะแนนเต็ม ระหวา งเรียน หลงั เรียน

ชุดที่ 2 ชุดท่ี 3 ชดุ ท่ี 4 ชดุ ท่ี 5 ชดุ ท่ี 6 (∑x) (∑y)
55555 25 คะแนน 25 คะแนน

13 4 4 5 4 20 22
23 4 4 4 5 20 21
32 4 5 5 4 20 18
44 5 3 4 4 20 22
55 3 4 4 5 21 21
63 4 4 3 4 18 19
75 3 5 3 3 19 20
84 5 5 4 5 23 23
94 3 5 3 3 18 19
10 3 5 5 2 5 20 22
11 4 5 4 4 5 22 21
12 4 3 4 4 4 19 19
13 5 4 5 3 5 22 18
14 3 4 4 5 4 20 22
15 3 4 4 3 4 18 20
16 3 4 4 5 4 20 22
17 4 3 4 3 4 18 19
18 4 4 4 5 5 23 23
19 4 5 5 4 4 22 25
20 3 4 5 4 5 21 20
21 4 4 5 3 4 20 18
22 3 4 4 4 4 19 20

ตารางที่ 18 (ตอ ) 157

คะแนนระหวา งเรยี นชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญหา รวมคะแนน รวมคะแนน
หลงั เรยี น
คน / คะแนนเต็ม ระหวางเรียน
(∑y)
ท่ี ชุดท่ี 2 ชดุ ที่ 3 ชดุ ท่ี 4 ชดุ ท่ี 5 ชุดท่ี 6 (∑x) 25 คะแนน

5 5 5 5 5 25 คะแนน 21
19
23 4 4 4 3 5 20 19
18
24 3 3 5 4 5 20 18
21
25 4 4 5 4 5 22 23
25
26 3 4 4 5 4 20 618

27 4 3 4 4 4 19

28 2 3 5 5 4 19

29 3 4 5 4 5 21

30 5 5 5 5 5 25

รวม 612

E1 = 81.60 E2 = 82.40

∑x

E1 = N × 100
A

612 × 100
= 30

25
= 81.60

E2 = ∑y
N × 100
B

618 × 100
= 30

25
= 82.40

158

ภาคผนวก จ
แบบประเมินทกั ษะการคดิ แกป ญหา
1. ตารางแสดงคา ดัชนีความสอดคลอ ง
2. ตารางแสดงการปรับปรงุ แบบประเมินทกั ษะการคิดแกป ญ หา
3. ตารางแสดงคะแนนทักษะการคิดแกป ญหาหลงั การเรยี นรู

159

ตารางท่ี 19 แสดงคาดัชนีความสอดคลองของแบบประเมินทกั ษะการคดิ แกปญหา สําหรับนักเรยี น
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4

ขอ คะแนนความคดิ เหน็ ของผูเชย่ี วชาญ (คนที)่ ความหมาย

1 2 3 IOC

1 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

2 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

3 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

4 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

5 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

6 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

7 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

8 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

9 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

10 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

11 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

12 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

13 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

14 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

15 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

16 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

17 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

18 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

19 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

20 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

160
ตารางที่ 20 แสดงการปรบั ปรงุ แบบประเมินทักษะการคิดแกปญ หาตามคําแนะนําของผเู ชยี่ วชาญ

ขอ รายการเดิม รายการแกไ ข

นักเรียนเขยี นตัวหนงั สอื ผิด และตองการลบ นักเรยี นเหน็ เพอื่ นทิง้ เศษกระดาษลงบน

แตไมมีปากกาลบคําผิด นกั เรยี นจะทํา พน้ื นักเรียนจะทําอยางไร?

2 อยา งไร? ข. ขอยมื เพอื่ นทมี่ ี ก. วา เพื่อน
ก. ไมลบ ข. ไมส นใจ

ค. ไปซ้ือท่ีสหกรณ ค. เกบ็ ไปท้ิงเอง

ง. ใชป ากกาแดงขีดเสน ทับ ง. บอกเพื่อนใหเ ก็บไปท้ิงทถ่ี งั ขยะ

ในฐานะนกั เรยี นเปนพคี่ นโต เหน็ นองกาํ ลัง คนขา งบานของนักเรียนเผาขยะ

แยงของเลนกนั อยู นักเรยี นจะทาํ อยางไร? ขางถนน ทาํ ใหร บกวนผูที่ผานไปมา

6 ก. เกบ็ ของเลน ไมใ หเ ลน ทงั้ คู อยา งมาก นกั เรียนจะทาํ อยา งไร?
ข. ใหนอ งคนเลก็ เลน
ก. อยูเ ฉย ๆ ข. ดับไฟเอง

ค. นง่ั ดูเฉย ๆ ทาํ เปนไมสนใจ ค. บอกใหห ยดุ เผา

ง. ใหน อ งเปา ยงิ ฉปุ กนั ใครชนะไดเลน ง. แจงใหผ ูใหญบา นทราบ

นองทําหนงั สอื ของนักเรียนขาด นักเรยี นจะ นักเรียนไดห นังสอื เรยี นเกา ของพีส่ าว

ทาํ อยางไร? มาใชต อ แตห นา ปกขาด นกั เรียนจะทาํ

7 ก. ตีนอ งแรง ๆ ข. ฟองแมใ หต นี อ ง อยางไร?

ค. ตะโกนวานอ งแรง ๆ ก. ไมใช ข. ซอื้ ใหม

ง. ใชเ ทปซอ มหนา ท่ขี าด ค. ใชต อได ง. หอปกหนังสอื ใหม

นกั เรียนไปซ้ือขา วกลอ งหนาปอกซอย แต นักเรียนไปเทย่ี วทะเลกับครอบครัว

นกั เรยี นลืมนําเงินออกไปดว ย นกั เรยี นจะทํา นักเรียนเหน็ นกั ทองเทยี่ วท้งิ ขยะลงบน

อยางไร? ชายหาด นักเรยี นจะทําอยา งไร?

11 ก. ยมื เงนิ คนรจู ักจายกอน ก. นัง่ มองเฉย ๆ
ข. บอกแมคา แลว นาํ เงนิ มาใหท หี ลัง ข. ตะโกนบอกไมใหทิ้ง

ค. ท้ิงขา วกลองไว แลว ไมอ อกไปเอา ค. เดินไปเก็บทิ้งถังขยะเอง

ง. ท้งิ ขา วกลอ งไวท่รี าน แลว กลับบานนํา ง. เดนิ ไปบอกใหเขาเก็บไปทิ้งถังขยะ

เงินมาจา ย

19 ข. โทรแจง 191 ข. โทรแจง 199

20 ง. ไมใชหนา ทข่ี องเรา ง. อยเู ฉย ๆ เพราะนํ้ายงั ไมท ว ม

161

เกณฑในการใหระดับคณุ ภาพของทกั ษะการคิดแกป ญหา
1 = นักเรียนมรี ะดบั คณุ ภาพนอ ย
2 = นักเรียนมรี ะดบั คณุ ภาพปานกลาง
3 = นกั เรียนมรี ะดับคณุ ภาพมาก

ตารางที่ 21 แสดงคะแนนทักษะการคิดแกปญหาหลงั เรียนของนักเรยี น

ลาํ ดับที่ คะแนนเต็ม ระดับคณุ ภาพ แปลผล
60 คะแนน
1 3 มาก
2 52 3 มาก
3 52 3 มาก
4 49 3 มาก
5 45 3 มาก
6 56 3 มาก
7 52 3 มาก
8 46 3 มาก
9 51 3 มาก
10 56 3 มาก
11 54 3 มาก
12 48 3 มาก
13 55 3 มาก
14 53 3 มาก
15 50 3 มาก
16 53 3 มาก
17 48 3 มาก
18 49 3 มาก
19 45 3 มาก
20 51 3 มาก
21 50 3 มาก
45

162

ตารางท่ี 21 (ตอ) คะแนนเตม็ ระดับคุณภาพ แปลผล
60 คะแนน
ลาํ ดบั ที่ 3 มาก
41 3 มาก
22 43 3 มาก
23 42 3 มาก
24 45 2 ปานกลาง
25 39 3 มาก
26 51 3 มาก
27 47 2 ปานกลาง
28 39 3 มาก
29 56
30

163

ภาคผนวก ฉ
แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
1. ตารางคา ดัชนแี สดงความสอดคลอ ง
2. ตารางแสดงการปรับปรงุ แบบทดสอบ
3. ตารางแสดงคา ความยากงาย (p) คาอาํ นาจจาํ แนก(r)
4. ตารางแสดงคะแนนกอนและหลังการเรียนรู

164

ตารางท่ี 22 แสดงคา ดัชนีความสอดคลองของแบบทดสอบวัดผลการเรยี นรู เร่อื ง สรรพสิง่ ใน
ธรรมชาติ สาํ หรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 4

ขอ คะแนนความคิดเหน็ ของผเู ช่ียวชาญ (คนที)่ ความหมาย
1 2 3 IOC

1 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
2 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
3 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
4 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
5 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
6 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
7 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
8 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
9 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
10 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
11 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
12 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
13 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
14 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
15 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
16 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
17 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
18 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
19 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
20 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
21 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
22 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
23 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
24 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง

165

ตารางที่ 22 (ตอ) คะแนนความคดิ เหน็ ของผเู ชย่ี วชาญ (คนที่) ความหมาย
1 2 3 IOC
ขอ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
+1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
25 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
26 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
27 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
28 +1 +1 +1 1.00 สอดคลอ ง
29
30

166
ตารางที่ 23 แสดงการปรับปรุงแบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรูตามคาํ แนะนําของผูเชยี่ วชาญ

ขอ รายการเดมิ รายการแกไ ข
12 ก. แตนใชป ยุ เคมีบาํ รุงดิน ก. สมพรใชปยุ เคมบี ํารงุ ดิน
ข. วภิ าปลกู พชื หมุนเวียน
ข. ดําปลูกพชื หมุนเวยี น ค. ราตรปี ลอยดนิ ใหว า งเปลา
ค. นกปลอยดนิ ใหว างเปลา ง. นารรี ัตนป ลกู พชื ชนิดเดยี วกนั ซ้ํา ๆ
ง. เล็กปลกู พืชชนิดเดยี วกันซาํ้ ๆ ค. สมฉุนใชนา้ํ เฉพาะท่จี ําเปน
14 ค. สมฉนุ ใชเฉพาะที่จาํ เปน ก. เห็นดวย เพราะคนกระทําผดิ จะถกู
15 ก. เหน็ ดว ย เพราะคนผดิ จะถกู ลงโทษ
ลงโทษ
22 ง. ภาคอีสาน ง. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
28 ค. ภาคอีสาน ค. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
29 ข. เร่ิมฤดปู ลกู ขา ว ข. ฤดเู ริ่มปลกู ขาว

167

ตารางที่ 24 แสดงผลการวเิ คราะหคาความยากงา ย (p) คาอาํ นาจจําแนก (r) ของแบบทดสอบวดั ผล
การเรียนรู เรอ่ื ง สรรพสิง่ ในธรรมชาติ

ขอ p r ขอสอบทต่ี ดั ออก

1 0.43 0.34

2 0.43 0.40

3 0.51 0.40

4 0.62 0.28

5 0.74 0.28

6 0.54 0.34

7 0.69 0.23

8 0.60 0.23

9 0.60 0.28

10 0.80 0.05 x

11 0.57 0.34

12 0.65 0.11

13 0.57 0.34

14 0.82 0.17

15 0.43 0.34

16 0.65 0.05

17 0.37 0.34

18 0.89 0.00 x

19 0.57 0.40

20 0.69 0.00

21 0.69 0.11

22 0.57 0.17

23 0.86 0.11

24 0.91 0.05

25 0.74 0.05 x

ตารางที่ 24 (ตอ) p r 168
0.74 0.71
ขอ 0.29 0.40 ขอ สอบท่ีตัดออก
26 0.43 0.28 x
27 0.69 0.17
28 0.87 0.05 x
29 คาความเชือ่ มน่ั (KR-20) 0.83
30

169

ตารางท่ี 25 แสดงการปรับปรงุ แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นรหู ลังจากหาคาความยากงาย (p) และ
คา อาํ นาจจําแนก (r)

ขอ รายการเดมิ รายการแกไ ข

12 การปฏิบัติในขอ ใดจงึ ไดเรยี กวา “การรกั ษา การปฏิบัติในขอใดเรยี กไดว าเปน การ

สภาพดนิ ”? “อนุรักษดนิ ”?

ก. สมพรใชปยุ เคมีบาํ รุงดิน ก. สมพรใชปยุ เคมีบาํ รุงดิน

ข. วภิ าปลูกพชื หมุนเวียน ข. วภิ าปลูกพชื หมนุ เวยี น

ค. ราตรปี ลอยดินใหว า งเปลา ค. ราตรีปลอ ยดินใหว า งเปลา

ง. นารรี ตั นปลกู พืชชนดิ เดยี วกันซํ้า ๆ ง. นารรี ตั นป ลกู พชื ชนิดเดยี วกันซ้าํ ๆ

14 ปฏิบตั ิตนอยา งไรจึงไดช ่อื วา “อนรุ ักษน าํ้ ”? ปญหาสภาวะเรอื นกระจกเปน ปญหาที่

ก. สมจนี ใชน า้ํ แตนอย เกิดขน้ึ จากมลพิษทางดา นใด ?

ข. สมแปนใชเ ฉพาะนาํ้ แร ก.นาํ้ ข.อากาศ

ค.สม จุกใชเ ฉพาะนํา้ ที่สะอาด ค.ปา ไม ง.แรธ าตุ

ง. สมฉุนใชน าํ้ เฉพาะท่ีจําเปน

16 วธิ กี ารในขอ ใด ไมใ ช วธิ ีในการรักษาหนา วธิ กี ารในขอใดชว ยปองกันปญ หาดนิ

ดนิ ? เสอื่ มสภาพไดด ที ส่ี ุด ?

ก. นกปลกู พืชหมุนเวยี น ก.ใชปุย เคมบี ํารุงดิน

ข. นุยใชปยุ คอกอยา งสมํ่าเสมอ ข.พรวนดนิ สม่าํ เสมอ

ค. นองไถกลบหลงั ฤดเู ก็บเก่ียวทกุ ครั้ง ค.ปลกู พืชหมนุ เวยี น

ง. นุน เผาหญา หรือฝางขาวใหเ ตยี นเสมอ ง.ปลอ ยทีด่ ินวา งเปลา

20 เพราะเหตใุ ดชาวภาคกลางจงึ นิยมสราง เพราะเหตใุ ดชาวภาคกลางจึงนยิ มสราง

เรือนท่มี ใี ตถ นุ สูง? เรอื นท่มี ีใตถนุ สงู ?

ก. ปอ งกนั นา้ํ ทว ม ก.ใชในการเลย้ี งสัตว

ข. ปอ งกันสัตวปา ข.ใชเปนสถานท่ีพักผอน

ค. ใชทาํ คอกสัตว ค.ใชในการปองกันปญหานาํ้ ทวม

ง. ใชเ กบ็ ผลผลิตทางการเกษตร ง.ใชเปนสถานท่ีเกบ็ ผลผลิตทาง

การเกษตร

170

ตารางที่ 25 (ตอ )

ขอ รายการเดิม รายการแกไ ข

21 เรอื นทางภาคใต ไมนิยมฝงเสาเรอื นลงดิน เพราะเหตใุ ดเรือนทางภาคใตจ ึงไมน ยิ ม

เพราะเหตุใด? ฝงเสาเรอื นลงดนิ ?

ก. ดูไมสวยงาม ข. ทําใหเรอื นเอยี ง ก.ทําใหเ รอื นดเู ตย้ี ข.ปองกนั น้าํ ทวม

ค. เคล่ือนยายลําบาก ค.เคลอ่ื นยายลาํ บาก

ง. ปองกันนํา้ ทะเลกัดเซาะ ง.ปอ งกันน้ําทะเลกัดเซาะ

22 ในภาคใดสามารถเพาะปลูกพืชไดต ลอดป? ในภาคใดของประเทศไทยทสี่ ามารถ

ก. ภาคใต ข. ภาคกลาง เพาะปลกู พืชไดต ลอดท้งั ป?

ค. ภาคเหนือ ก.ภาคใต ข.ภาคกลาง

ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ค.ภาคเหนือ ง.ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ

23 สง่ิ แวดลอมทางสงั คมในขอใดมอี ทิ ธพิ ลตอ งานหตั ถกรรมที่มีชื่อเสยี งของภาค

การเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดลอมทาง ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื คอื ?

ธรรมชาติ? ก.การทาํ เหมืองแร

ก. การแตง กาย ข.การทาํ สวนยางพารา

ข. การบริโภค ค.การทาํ รม กระดาษสา

ค. การศกึ ษาในตา งประเทศ ง.การทาํ เครอื่ งจักสาน

ง. การนาํ เทคโนโลยสี มัยใหมเ ขามาใช

24 ในขอใดเปน การอนุรักษสง่ิ แวดลอ มทาง ใครมีสวนรว มในการอนรุ กั ษส ่งิ แวดลอม

สงั คมและวัฒนธรรม? ทางสังคมและวฒั นธรรม?

ก. อาโปชอบเลน เปยโน ก.เกงชอบเลน เปย โน

ข. เจนนชี่ อบฟงเพลงสากล ข.แกวสะสมตุกตาบารบี้

ค. สายชลชอบเลนดนตรีไทย ค.ฝายชอบฟง เพลงสากล

ง. สมหมายชอบเรยี นภาษาญปี่ ุน ง.นกสมัครเขา ชมรมดนตรีไทย

26 สาเหตุในขอ ใดทท่ี าํ ใหจ าํ นวนประชากร ปจจัยในขอใดท่ไี มส ง ใหเกิดการยา ยถนิ่

ลดลงได? ของประชากร

ก. ความทันสมยั ข. ความแหง แลง ก.การศึกษาตอ ข.สภาพอากาศ

ค. ความอุดมสมบรู ณ ค.หนาทก่ี ารงาน

ง. ความเชยี่ วชาญทางการแพทย ง.ความเจริญทางการแพทย

171

ตารางท่ี 25 (ตอ)

ขอ รายการเดมิ รายการแกไ ข
29 การอพยพแรงงานในชนบทมักเกดิ ในชว ง การอพยพยา ยถนิ่ ของแรงงานในชนบท
จะมมี ากในชว งฤดใู ด?
ใดมากที่สดุ ? ก. ฤดูแลง
ก. ฤดแู ลง ข.ฤดูการปลกู ขา ว
ข. ฤดเู ริ่มปลูกขา ว ค.หลังฤดกู ารเก็บเกย่ี ว
ค. หลงั ฤดเู กบ็ เก่ียว ง.ระหวางรอการเกบ็ เกยี่ ว
ง. ระหวางรอเกบ็ เกยี่ ว

172
ตารางที่ 26 แสดงคะแนนแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรูกอนเรียนและหลงั เรยี นของนักเรียน

เลขท่ี คะแนนกอ นเรยี น คะแนนหลังเรยี น D D2

1 12 22 10 100
2 11 21 10 100
3 10 18 8 64
4 6 22 16 256
5 8 21 13 169
6 7 19 12 144
7 16 20 4 16
8 10 23 13 169
9 9 19 10 100
10 7 22 15 225
11 8 21 13 169
12 9 19 10 100
13 9 18 9 81
14 12 22 10 100
15 15 20 5 25
16 9 22 13 169
17 16 23 7 49
18 14 23 9 81
19 9 25 16 256
20 12 20 8 64
21 7 18 11 121
22 16 20 4 16
23 20 21 1 1
24 12 19 7 49
25 12 19 7 49
26 11 18 7 49

173

ตารางที่ 26 (ตอ ) คะแนนกอนเรยี น คะแนนหลงั เรยี น D D2
8 18 10 100
เลขที่ 11 21 10 100
27 9 19 10 100
28 23 25 2 4
29 338 618
30 20.60
รวม 11.27 2.01
คาเฉล่ยี (X) 3.95
S.D.

174

ตารางท่ี 27 แสดงคา T-Test

175

ภาคผนวก ช
แบบสอบถามความคดิ เหน็
1. ตารางแสดงคา ดชั นคี วามสอดคลอ ง

176

ตารางที่ 28 แสดงคาดัชนีความสอดคลองของแบบสอบถามความคดิ เหน็ ของนกั เรียนทม่ี ีตอ ชดุ ฝก
ทกั ษะการคิดแกป ญ หา เรอื่ ง สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ สาํ หรับ
นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปท ่ี 4

รายการประเมนิ คะแนนความคิดเหน็ ของ ความหมาย
ผูเชีย่ วชาญ (คนท่ี)
1. ความสอดคลอ งของขอ คาํ ถามเก่ียวกับขอ มลู
ทั่วไปของนกั เรยี น 1 2 3 IOC
2. ความสอดคลองของขอคําถามเก่ยี วกับความ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
คิดเหน็ ทมี่ ีตอชดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญ หา
3. ความสอดคลองของขอคําถามเก่ียวกับความ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
คิดเห็นที่มีตอ กิจกรรมในการจัดการเรยี นรู
4. ความสอดคลองของขอ คําถามเกย่ี วกับความ +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง
คิดเห็นที่มีตอชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หาดา น
ประโยชน +1 +1 +1 1.00 สอดคลอง

177

ภาคผนวก ซ
เอกสารประกอบชดุ ฝกทกั ษะการคิดแกป ญ หา
1. ชดุ ฝก ทักษะการคิดแกป ญ หา เรอื่ ง สรรพสิ่งในธรรมชาติ
2. แบบประเมนิ ทกั ษะการคิดแกปญหา
3. แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
4. แบบสอบถามความคดิ เห็น

178

บทนํา

ชุดฝก ทกั ษะการคิดแกปญหา เรือ่ ง สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
สําหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ท่ีผูวิจยั สรางขนึ้ เพือ่ ใชในการพฒั นาทักษะการคดิ แกป ญหา
ของนักเรียน โดยชุดฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญ หาที่สรางขน้ึ มีจาํ นวน 6 ชุด ซึง่ ประกอบดวย

ชุดฝกทกั ษะการคิดแกป ญหาท่ี 1 ปฐมนิเทศการคดิ ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
ชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกปญ หาท่ี 2 เรอ่ื ง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
ชุดฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญ หาท่ี 3 เร่ือง มลพิษทีม่ ีผลตอทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถิ่น
ชุดฝก ทักษะการคดิ แกปญหาท่ี 4 เรอ่ื ง การอนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาติในทอ งถน่ิ
ชุดฝก ทักษะการคดิ แกปญหาที่ 5 เรอ่ื ง สงิ่ แวดลอ มทางสงั คมและวัฒนธรรม
ชดุ ฝกทักษะการคิดแกปญ หาท่ี 6 เร่อื ง ประชากรกบั สิ่งแวดลอม
ผูวิจัยหวังเปนอยางย่ิงวาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพส่ิงในธรรมชาติ ดวย
เทคนิคหมวก 6 ใบ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 นี้จะชวยพัฒนาทักษะการคิดแกปญหา
ของนกั เรียนเพ่มิ มากข้นึ และสามารถนําไปใชในการตดั สินใจแกปญ หาในชวี ติ ประจําวนั ได

นางสาวนฤมล มีโสภา
ผจู ัดทํา

179

คาํ ชีแ้ จงสาํ หรบั ครู

1. หลักการของชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกปญหา เรอ่ื ง สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ ดวยเทคนิค

หมวก 6 ใบ
1.1 การท่ีจะพัฒนาใหนักเรียนมีทักษะในการคิดแกปญหาไดอยางถูกตอง

เหมาะสม และมีประสิทธิภาพนั้น ตองอาศัยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาประกอบการเรียนรู เพ่ือ
เปนแนวทางในการฝกทักษะการคิดแกปญหา โดยนักเรียนสามารถเรียนรูไดดวยตนเองจากการใช
ชุดฝก

1.2 การฝก ทกั ษะการคดิ แกป ญหานัน้ นักเรยี นควรฝก ทักษะการเขียนและการอาน
ควบคกู นั ไปจงึ จะเกดิ ผลดี

1.3 โครงสรางเนื้อหาและวิธีการฝกทักษะการคิดแกปญหา ยึดจุดประสงค
การเรียนรูจากเน้อื หาวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรมในระดับชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 4

2. รปู แบบของชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกปญ หา เรอ่ื ง สรรพสิง่ ในธรรมชาติ ดว ยเทคนคิ

หมวก 6 ใบ
ฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ

สําหรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 4 ท่สี รา งขนึ้ ประกอบดว ย ชดุ ฝกทกั ษะการคิดแกปญหาจํานวน
6 ชุด ไดแ ก

ชุดฝก ทกั ษะการคิดแกปญหาท่ี 1 ปฐมนิเทศการคดิ ดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
ชุดฝก ทกั ษะการคิดแกป ญหาท่ี 2 เร่อื ง สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ
ชดุ ฝก ทกั ษะการคดิ แกปญหาท่ี 3 เรื่อง มลพษิ ท่ีมีผลตอทรพั ยากรธรรมชาตใิ น
ทองถิน่
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาที่ 4 เรอ่ื ง การอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติในทอ งถนิ่
ชดุ ฝก ทกั ษะการคิดแกปญหาท่ี 5 เรอ่ื ง สงิ่ แวดลอ มทางสงั คมและวัฒนธรรม
ชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกปญหาที่ 6 เรอ่ื ง ประชากรกับส่งิ แวดลอ ม
ชดุ ฝก ทักษะการคดิ แกป ญหา เรื่อง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ ทสี่ รางขึ้นประกอบดว ย

- คาํ ชีแ้ จงสาํ หรบั นกั เรยี น
- วตั ถุประสงค
- เนอ้ื หา

180

- กิจกรรม(ใบงาน)
- แบบประเมินผลทกั ษะการคดิ แกป ญหา
- แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู
3. วตั ถุประสงค
การพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิค
หมวก 6 ใบ มวี ัตถปุ ระสงคดังตอไปน้ี
1) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแกปญหาของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4
ใหสงู ข้ึน
2) เพ่อื พัฒนาผลการเรยี นรูของนักเรยี นในระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 ใหสงู ข้ึน
3) เพ่อื สนับสนุนและสง เสริมการจดั การเรียนรูท ่เี นน ผูเ รียนเปน สาํ คัญ

4. เนื้อหา
เนื้อหาที่ใชในการพัฒนาชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา คือ เนื้อหาในรายวิชา ส

21101 : สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมในชวงชั้นที่ 2 สาระภูมิศาสตร หนวยการเรียนรูท่ี 8
เรือ่ ง สรรพสิ่งในธรรมชาติ โดยมีจุดประสงคการเรียนรู ดังนี้

1) นักเรยี นระบุความสาํ คญั และความแตกตางของสิง่ แวดลอ มทางธรรมชาติได
2) นกั เรียนบอกความหมายและประเภทของทรัพยากรได
3) นกั เรียนบอกสาเหตุท่ที าํ ใหเกิดการเปล่ียนแปลงสิง่ แวดลอ มในทองถนิ่ ได
4) นกั เรียนบอกถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการกระทาํ ของมนษุ ยและสงิ่ แวดลอม
ธรรมชาตใิ นทองถิ่นได
5) นกั เรียนบอกวธิ ีการอนรุ ักษทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมในทองถน่ิ ได
6) นักเรียนบอกวิธีการสงเสรมิ คุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม
ในทองถ่นิ
7) นักเรียนบอกความแตกตา งของส่งิ แวดลอมทางสงั คมและวฒั นธรรมได
8) นักเรยี นบอกถงึ ความสัมพนั ธแ ละวธิ กี ารรกั ษาสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอมทางสงั คมได
9) นกั เรยี นบอกลักษณะการต้งั ถิ่นฐานของประชากรได
10) นักเรยี นบอกลกั ษณะการอพยพยา ยถนิ่ ของคนในทอ งถิน่ ได

181

5. กจิ กรรม
กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ระบุใหนักเรียนฝกทักษะการคิดแกปญหาตามที่

กําหนดไวใ นเอกสารของชดุ ฝกทกั ษะการคิดแกป ญ หา

6. สอื่ การเรยี นรู
ส่ือการเรียนรู หมายถึง เอกสารประกอบการฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง

สรรพสง่ิ ในธรรมชาติ

7. การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผล หมายถึง เคร่ืองมือท่ีใชในการวัดผลทักษะการคิดแกปญหา

และวัดผลการเรียนรขู องนักเรียน ซง่ึ ประกอบดว ย ดงั นี้
7.1 แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาหลังเรียน (Post-test) ดวยชุดฝก โดยใช

แบบทดสอบประเภทปรนัยชนิด 4 ตัวเลือกจํานวน 20 ขอ เพื่อใชในการประเมินทักษะการคิด
แกป ญ หาของนักเรยี น

7.2 แบบประเมินทักษะการคิดแกปญหาระหวางเรียน หลังจากใชชุดฝกทักษะการ
คิดแกปญหาแลว โดยใชแบบประเมินทักษะการคิดแกปญหามีลักษณะเปนแบบทดสอบประเภท
ปรนัยชนดิ 4 ตวั เลอื ก จาํ นวน 5 ขอเพอ่ื ใชในการประเมินทกั ษะการคิดแกปญ หาของนกั เรียน

7.3 แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูกอนเรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test)
เรื่อง สรรพส่ิงในธรรมชาติ โดยใชแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือกจํานวน 25 ขอ ซ่ึงเปน
แบบทดสอบชุดเดียวกนั โดยใชการสลบั ตัวเลือกเพอ่ื ใชว ัดผลการเรียนรทู ้ังหนว ย

7.4 แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูระหวางเรียน หลังจากการใชชุดฝกทักษะการคิด
แกปญหาแลว โดยใชแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จํานวน 5 ขอ เพ่ือใชวัดผลการเรียนรูใน
แตล ะชดุ

8. ระยะเวลา
ชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ือง สรรพสิ่งในธรรมชาติ ดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ

มีจํานวน 6 ชุด โดยชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาชุดที่ 1 ปฐมนิเทศการคิดดวยเทคนิคหมวก 6 ใบ
ใชระยะเวลา 1 ชั่วโมง และชุดฝกทักษะการคิดแกปญหา เร่ืองสรรพสิ่งในธรรมชาติชุดท่ี 2-6
ใชระยะเวลาในการฝกทักษะการคิดแกปญหาชุดละ 2 ชั่วโมง รวมระยะเวลาท่ีใชในการฝกทักษะ
การคิดแกปญ หาจาํ นวน 11 ช่ัวโมง 5 สปั ดาห

182

แนวการจัดกจิ กรรมการเรียนรู โดยใชช ดุ ฝกทักษะการคดิ แกปญหา

ชดุ ท่ี 1 ปฐมนเิ ทศการคิดดวยเทคนคิ หมวก 6 ใบ

ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 4 เวลา 1 ช่ัวโมง (60 นาท)ี

สาระสําคญั
การคดิ ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ คอื เทคนคิ วิธีการท่ชี ว ยพัฒนาทักษะการคิดใหเกิดข้ึนได

อยางเปนลําดับข้ันตอน ชวยใหสามารถคิดไดหลากหลายแงมุม โดยใชสัญลักษณของหมวกสี
ตาง ๆ เปนตวั แทนของความคิดที่แตกตางกันและกําหนดทิศทางการของคิด ซึ่งการคิดดวยเทคนิค
หมวก 6 ใบ ประกอบดวย หมวกสีขาว หมายถึง ขอมูลขาวสาร ขอเท็จจริง หมวกสีแดง หมายถึง
อารมณความรูสึก หมวกสีดํา หมายถึง การตั้งคําถามหรือการต้ังขอสงสัยหรือการมองในแงลบ
หมวกสีเหลือง หมายถึง การมองในแงดี เต็มไปดวยความหวัง หมวกสีเขียว หมายถึง การคิดอยาง
สรางสรรค หมวกสีฟา หมายถึง การสามารถควบคุมความคิดทั้งหมด หรือมองเห็นภาพรวมของ
การคิด

จุดประสงคก ารเรียนรู (ปลายทาง)
นักเรียนมีความรูความเขาใจเก่ียวกับสัญลักษณของหมวกสีตางๆ ท่ีเปนตัวแทนของ

ความคดิ จากสิง่ ที่กาํ หนดใหได

จุดประสงคก ารเรียนรู (นาํ ทาง)
- นกั เรยี นสามารถบอกสัญลักษณแ ละความหมายของหมวกแตละใบได
- นักเรยี นสามารถต้ังคาํ ถามจากการคดิ ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ ได

สาระการเรียนรู
1. ความหมายของหมวกแตละใบ
1.1 หมวกสขี าว หมายถงึ ขอเทจ็ จรงิ ตา ง ๆ
1.2 หมวกสแี ดง หมายถงึ อารมณท ีเ่ ปน การแสดงความรสู กึ ของผคู ดิ
1.3 หมวกสดี ํา หมายถงึ เหตุผลทางดานลบ
1.4 หมวกสเี หลอื ง หมายถงึ การคน หาขอ ดี คณุ คา
1.5 หมวกสเี ขยี ว หมายถงึ ความคิดสรา งสรรค
1.6 หมวกสฟี า หมายถงึ การจดั ระเบียบทางความคิด

183

2. การตั้งคาํ ถามตามสีหมวก
แนวการตงั้ คาํ ถามตามสหี มวก
2.1 หมวกสีขาว : ขอเทจ็ จริงหรอื ขอ มูลอะไรเกย่ี วกบั เรอ่ื งน้ี
2.2 หมวกสแี ดง : นักเรียนมคี วามรสู ึกอยา งไร
2.3 หมวกสดี ํา : อะไรคอื จดุ ออ น
2.4 หมวกสเี หลือง : จุดท่ีดคี ืออะไร
2.5 หมวกสเี ขยี ว : นักเรียนจะนาํ ความคิดน้ีไปทํา (สราง ปรบั ปรงุ พฒั นา) อยางไร
2.6 หมวกสฟี า : การคดิ อะไรท่ที าํ ไปกอ นแลว

กิจกรรมการเรียนการสอน
ขัน้ นําเขา สบู ทเรียน
1. ครูแนะนําตวั ทาํ ความรจู กั ระหวางครูและนักเรยี น
2. ครูซกั ถามนกั เรียนเกยี่ วกับประโยชนของหมวกวามปี ระโยชนอ ะไรบาง
3. ครูสรปุ เขาสเู นอ้ื หาเกย่ี วกับเทคนคิ หมวก 6 ใบ
ขัน้ ดาํ เนนิ การเรยี นการสอน
1. ครูชี้แจงวัตถุประสงค และรายละเอียดในการใชชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาให

นกั เรียนเขาใจ
2. ครแู จกชุดฝกทกั ษะการคิดแกปญ หาชุดท่ี 1 เร่ือง การปฐมนิเทศการคิดดวยเทคนิค

หมวก 6 ใบ ใหน ักเรยี นศึกษาคนละ 1 ชดุ
3. นกั เรียนศึกษาคําช้แี จง วัตถปุ ระสงค และเนื้อหาใหเ ขาใจ
4. นกั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามท่กี าํ หนดไวภ ายในเวลา 30 นาที
5. นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เร่ืองการคิดดวยเทคนิคหมวก 6ใบ

ภายในเวลา 20 นาที
ขน้ั สรุปบทเรียน
1. ครแู ละนกั เรียนอภปิ รายผลการเรยี นรูรว มกนั เกี่ยวกบั ความหมายของหมวกแตล ะสี

และการตง้ั คาํ ถามตามสหี มวก พรอ มท้ังใหนกั เรียนซักถามขอสงสัย

สอ่ื การเรียนการสอน
1. ชุดฝก ปฐมนเิ ทศการคิดดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
2. ใบความรู เรอื่ ง การคิดดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ

184

3. กิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง การคิดดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ
4. กิจกรรมท่ี 2 เรือ่ ง การคิดดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
5. แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู เรื่อง การคดิ ดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ

การวัดและการประเมนิ ผล
1. ตรวจแบบกิจกรรม เรอื่ ง การคดิ ดว ยเทคนคิ หมวก 6 ใบ
2. ตรวจแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เรื่อง การคิดดว ยเทคนิคหมวก 6 ใบ

185

แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู โดยใชชดุ ฝกทกั ษะการคดิ แกปญ หา

ชดุ ที่ 2 เร่ือง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ

ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 4 เวลา 2 ชวั่ โมง (120 นาท)ี

สาระสาํ คัญ
ทรพั ยากรธรรมชาติทีเ่ รามีอยู คอื ดิน นํ้า ปาไม และแรธาตุ ลวนแตมีประโยชนท่ีจะ

นาํ ไปใชใ นการพัฒนาประเทศชาตติ อไป

จุดประสงคก ารเรียนรู (ปลายทาง)
นักเรียนมีความรคู วามเขาใจเก่ียวกับลักษณะเฉพาะ ความสําคัญและความแตกตางของ

สงิ่ แวดลอ ม และทรัพยากรธรรมชาตใิ นทอ งถน่ิ

จุดประสงคการเรยี นรู (นาํ ทาง)
1. นักเรียนบอกความหมายและประเภทของทรัพยากรธรรมชาตไิ ด
2. นกั เรียนระบคุ วามสําคัญของทรพั ยากรธรรมชาติได
3. นักเรียนบอกถงึ ทรัพยากรธรรมชาติของทอ งถนิ่ ตนเองได

สาระการเรยี นรู
1. ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ หรือสิ่งท่ีมนุษยได

สรา งขนึ้ ทง้ั นเี้ พอื่ ประโยชนต อการดาํ รงชวี ิต
2. ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
ประเภทของทรัพยากรธรรมชาตแิ บงออกเปน 3 ประเภท ดังน้ี
2.1 ทรัพยากรทใี่ ชแ ลว หมดไป
2.2 ทรพั ยากรทใ่ี ชแ ลวหมดไปแตส ามารถสรา งทดแทนได
2.3 ทรพั ยากรที่ใชแ ลว ไมห มดแตเสื่อมคณุ ภาพ

186

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ข้ันนําเขา สบู ทเรียน
1. ครูซักถามนักเรียนเก่ียวกับความหมายของหมวกในแตละใบ พรอมทบทวน

ความหมายใหนักเรยี นเขา ใจ
2. นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรูกอนเรียน เรื่อง สรรพสิ่งในธรรมชาติ

จาํ นวน 25 ขอ ภายในเวลา 30 นาที
ขัน้ ดําเนนิ การเรียนการสอน
1. ครูอธบิ ายวธิ กี ารเรยี นรจู ากชดุ ฝก ทักษะการคิดแกปญ หา
2. ครูแจกชุดฝกทักษะการคิดแกปญหาชุดท่ี 2 เรื่อง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ

ใหนักเรียนศึกษาคนละ 1 ชดุ
3. นกั เรียนศกึ ษาคําชีแ้ จง วัตถุประสงค และเนอื้ หาใหเขาใจ
4. นกั เรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมตามที่กาํ หนดไว ภายในเวลา 40 นาที
5. นกั เรียนทาํ แบบประเมนิ ทกั ษะการคิดแกป ญ หา และแบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู

เรอ่ื ง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ ภายในเวลา 20 นาที
ขัน้ สรุปบทเรยี น
1. นักเรียนประเมินทักษะการคิดแกปญหา และแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เร่ือง

สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ ทา ยแบบทดสอบไดดวยตนเอง
2. ครู และนักเรียนอภิปรายผลการเรยี นรูร ว มกันเกี่ยวกับความหมาย และประเภทของ

ทรัพยากรธรรมชาติ พรอมทง้ั ใหน ักเรียนซักถามขอสงสยั

สื่อการเรียนการสอน
1. แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรูก อนเรยี น เรื่อง สรรพส่งิ ในธรรมชาติ จํานวน 25 ขอ
2. ชุดฝกทักษะการคดิ แกปญหา เรื่อง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
3. ใบความรู เรื่อง สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ
4. กิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ
5. แบบประเมินทักษะการคิดแกปญ หา เรอ่ื ง สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ
6. แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรู เรอ่ื ง สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ


Click to View FlipBook Version