การอนุรกั ษ์และสบื สาน
พระพทุ ธรปู ศิลปะพมา่
CONSERVATION AND HERITAGE OF TRADITIONAL BURMA BUDDHA IMAGE
การอนรุ กั ษแ์ ละสบื สาน
พระพุทธรปู ศลิ ปะพมา่
ขอ้ มลู บรรณานุกรมของหอสมดุ แห่งชาติ
ทิพวรรณ ทัง่ ม่งั มี
การอนรุ กั ษ์และสบื สานพระพทุ ธรูปศลิ ปะพม่า
เชยี งใหม่ : โชตนาพรนิ้ ท,์ ๒๕๖๑
๓๐๐ หนา้
๑. การอนุรกั ษ.์ ๒. พระพุทธรปู I.ชื่อเรื่อง
ISBN 978-616-398-281-0
พมิ พค์ รั้งแรก เมษายน ๒๕๖๑
ISBN 978-616-398-281-0
ราคา ๖๐๐ บาท
ออกแบบ/จัดรูปเล่ม ภควสั บุตรศรี
พิสจู น์อักษร สายชล นพพนั ธุ์
จัดพิมพ์โดย คณะวจิ ติ รศิลป์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
พิมพ์ที ่ บรษิ ทั โชตนาพริ้นท์ จ�ำ กัด
๖๙ ซ.๗ ถ.ช้างเผอื ก ต.ศรภี ูมิ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่
โทร. ๐-๕๓๒๒-๕๒๓๗, ๐-๕๓๔๑-๐๑๕๐
[email protected]
“ ...เร่อื งโบราณสถานน้ันเป็นเกียรติของชาติ อิฐเกา่ ๆ แผ่นเดียวก็มคี า่ ควรช่วยกนั รักษาไว้
ถ้าเราขาดสโุ ขทัย อยุธยา และ กรุงเทพฯ แลว้ ประเทศไทยกไ็ มม่ ีความหมาย... ’’
พระราชด�ำ รัสของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
๒๖ ธนั วาคม ๒๕๐๔
แดน่ กั อนรุ ักษท์ กุ ทา่ น
ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารยเ์ ฟื้อ หรพิ ิทักษ์
คณุ อาภรณ์ คุณวรรณภิ า ณ สงขลา
คณุ วรี ะชัย วีระสุขสวสั ดิ์
ค�ำ น�ำ
พระพุทธรูปเป็นงานศิลปกรรมที่มีความหมายและมีความสำ�คัญต่อชาวพุทธตลอดมาทุกยุคทุกสมัย
ประวัตกิ ารสรา้ งพระพุทธรปู ตามหลักฐานทางโบราณคดี ระบวุ ่าเริม่ มีพระพุทธรปู คร้ังแรกในอินเดียตอนเหนอื
ซึง่ ไดร้ ับอิทธิพลมาจากประติมากรชาวกรีกท่นี ยิ มสร้างรูปเคารพของเทพเจ้าช่างชาวอนิ เดยี ไดร้ บั แบบอย่างมา
พฒั นาจนเปน็ พระพทุ ธรปู และยงั ไดถ้ า่ ยทอดแนวคดิ และรปู แบบการสรา้ งแพรห่ ลายไปยงั ดนิ แดนตา่ งๆ ทน่ี บั ถอื
พุทธศาสนา โดยเฉพาะในอาณาจกั รล้านนา หรือบรเิ วณภาคเหนอื ตอนบนของประเทศไทย ซ่งึ ได้รับอทิ ธพิ ล
ทางด้านศิลปวัฒนธรรมจากดินแดนที่มพี ุทธศาสนาเจริญรุง่ เรอื งมากอ่ นหน้า เช่น อนิ เดยี จีน ศรลี ังกา และ
พมา่ เป็นต้น
พระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปยู่ ักษ์ เมืองล�ำ ปาง เปน็ ศิลปะลา้ นนายคุ หลัง ราวตน้ พุทธ
ศตวรรษที่ ๒๕ ซ่งึ เป็นช่วงเวลาทมี่ ชี าวพม่าเข้ามาทำ�การคา้ และสมั ปทานป่าไม้รว่ มกบั บริษัทของชาวองั กฤษ
เมอื่ ประสบผลส�ำ เร็จทางการค้าจนมฐี านะดี จงึ ได้ท�ำ การบูรณปฏสิ ังขรณ์วดั วาอารามในชุมชนทมี่ คี วามช�ำ รดุ
ทรุดโทรม รวมท้ังการสรา้ งวัดขน้ึ ใหม่ตามคติความเชอ่ื และความศรัทธาที่มีอยู่แต่เดิม ทำ�ให้เกดิ การสร้างสรรค์
งานศลิ ปกรรมแบบพม่าในล้านนาขนึ้ เป็นจ�ำ นวนมาก โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในจงั หวดั ล�ำ ปาง ซ่ึงมีหลกั ฐาน
ทางศิลปะสถาปัตยกรรมปรากฏอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีงานศิลปกรรมแบบพม่าแขนงต่างๆ
อกี ดว้ ย อาทิ จติ รกรรม ประตมิ ากรรมปนู ปน้ั และแกะสลกั ไม้ พระพทุ ธรปู และงานพทุ ธศลิ ปท์ เ่ี นอ่ื งในพทุ ธศาสนา
พระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื งวดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ เปน็ พระพทุ ธรปู เกา่ แกท่ อ่ี ยคู่ กู่ บั วดั มาตง้ั แตแ่ รกสรา้ ง เมอ่ื ประมาณ
พ.ศ. ๒๓๓๕ โดยมพี ทุ ธลักษณะเป็นแบบศิลปะพม่า สมยั มณั ฑเลย์ โครงสร้างของรปู ทรงพระพทุ ธรปู มีลกั ษณะ
กลวงและมนี �้ำ หนักเบา สว่ นผสมของวสั ดทุ ่ีใชใ้ นการสรา้ ง ได้แก่ ผงดอกไมแ้ ละผงเกสรดอกไม้ที่บดละเอยี ด
ผสมกับกาวท่ไี ด้จากธรรมชาติ ผิวดา้ นนอกตกแต่งด้วยเทคนคิ การปนั้ รัก ปิดทอง ประดบั กระจกสี ซ่ึงเป็น
เทคนิคทม่ี คี วามพเิ ศษ อนั เป็นเอกลักษณข์ องศลิ ปะการสรา้ งพระพทุ ธรูปแบบพม่า ตอ่ มาเม่อื ชว่ งเดอื นเมษายน
พ.ศ. ๒๕๕๐ พระพทุ ธรูปองคด์ ังกล่าวไดช้ �ำ รุดเสยี หายอยา่ งมาก องค์พระพุทธรปู แตกออกเปน็ ชิ้นส่วนขนาด
ต่างๆ จนไม่สามารถนำ�มาประกอบให้กลับเป็นองค์ได้ดังเดิม ในช่วงเวลานั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสไปทำ�วิจัย
เรื่องการอนุรักษ์งานจิตรกรรมบนผืนผ้าศิลปะพม่าที่วัดม่อนปู่ยักษ์ หลังจากที่ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด จาก
ทา่ นเจา้ อาวาส ผเู้ ขยี นไดอ้ าสาจะท�ำ การอนรุ กั ษ์ ซอ่ มแซม พระพทุ ธรปู โดยน�ำ ชน้ิ สว่ นกลบั มาทค่ี ณะวจิ ติ รศลิ ป์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ดว้ ยเหตุนี้ จงึ ท�ำ ใหเ้ กดิ โครงการวจิ ยั เรอื่ ง การศกึ ษาพระพุทธรูปทรงเครือ่ งศิลปะพม่า
วดั ม่อนปู่ยักษ์ เมืองล�ำ ปาง เพ่อื การอนุรกั ษแ์ ละการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปกรรมขึน้ ในเวลาต่อมา
หนงั สอื การอนุรกั ษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพมา่ เลม่ นี้ เกดิ ขนึ้ จากการศกึ ษาวิจยั และการปฏบิ ตั ิ
การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรูปทรงเครอ่ื งศลิ ปะพม่า ซงึ่ เคยประดษิ ฐานอยภู่ ายในวหิ ารไม้ วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์ เมืองล�ำ ปาง
โดยมีวัตถุประสงค์ทีจ่ ะนำ�เสนอความรเู้ ก่ยี วกับ แนวคดิ เชงิ สัญลกั ษณ์ รูปแบบทางศลิ ปกรรมของ พระพุทธรูป
ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ ในเขตวัฒนธรรมล้านนา ท้ังจากขอ้ มูลเอกสาร พระไตรปิฎก หนังสือ ต�ำ รา และขอ้ มูล
พระพทุ ธปฏิมาจากพุทธสถานต่างๆ รวมทั้งการเรียงเรียงกระบวนการอนุรักษ์ พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะ
พม่า สมัยมัณฑเลย์ ซึ่งมีความชำ�รุดเสียหายทั้งองค์ ด้วยการนำ�ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาค้นคว้าใน
เบื้องต้น ผสมผสานกับองค์ความรู้เรื่องบูรณะ การสงวนรักษา เทคนิควิธีการอนุรักษ์งานศิลปกรรม และ
วทิ ยาศาสตรเ์ พื่อการอนุรกั ษ์ ให้พระพทุ ธรปู กลบั มามีสภาพทีด่ ีดังเดมิ ในกระบวนการท�ำ งานยังได้รับความ
ร่วมมอื จากผเู้ ชีย่ วชาญด้านการอนุรกั ษง์ านศลิ ปกรรมจากกรมศลิ ปากร มาชว่ ยเป็นทป่ี รึกษาและใหค้ ำ�แนะน�ำ
นอกจากน้ี ภายหลังจากทส่ี ามารถอนุรกั ษ์พระพทุ ธรปู ได้ส�ำ เร็จแลว้ ยังได้มกี ารสร้างจ�ำ ลองแบบพระพทุ ธรปู
องคด์ งั กลา่ วขน้ึ มาใหม่ ดว้ ยองคค์ วามรจู้ ากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และเทคนคิ วธิ กี ารดา้ นการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
ในปจั จบุ นั ตลอดจนยงั ไดอ้ ญั เชญิ พระพทุ ธรปู ทอ่ี นรุ กั ษเ์ สรจ็ สมบรู ณก์ ลบั คนื สวู่ ดั ของชมุ ชนผเู้ ปน็ เจา้ ของวฒั นธรรม
ผเู้ ขยี นหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ เนอ้ื หาในหนงั สอื เลม่ น้ี จะมสี ว่ นใหผ้ อู้ า่ นไดเ้ รยี นรแู้ ละเขา้ ใจถงึ กระบวนการ
อนุรักษ์พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่าในล้านนา ตลอดจนสามารถนำ�มาเป็นแนวทางในการอนุรักษ์
พระพุทธรูปที่มีสภาพปัญหาใกล้เคียงกันได้ในอนาคต เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการสร้าง
และการสักการบูชาพระพุทธรูป ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบต่อไป ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจใน
กระบวนการและขั้นตอนในการอนุรักษ์แก่ผู้อ่านให้มากยิ่งขึ้น ผู้เขียนได้เพิ่มเติมการนำ�เสนอกระบวนการ
อนุรกั ษ์พระพทุ ธรูปทกุ ข้ันตอน ดว้ ยคลปิ วีิดทิ ศั น์ผ่าน QR Code สามารถรับชมวดิี ทิ ศั นผ์ ่านอุปกรณ์ สมาร์ทโฟน
หรอื อุปกรณ์ท่เี ชื่อมต่ออินเตอรเ์ น็ต โดยใชโ้ ปรแกรมอ่าน QR Code จบั ภาพสญั ลกั ษณ์ QR Code ท่ปี รากฏใน
หนา้ หนงั สอื
ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ปฐม พวั พันธส์ กลุ ศาสตราจารย์ ดร.สนั ติ เลก็ สขุ มุ ศาสตราจารย์
เกียรติคุณสรุ พล ด�ำ รหิ ์กลุ ศาสตราจารย์วโิ ชค มุกดามณี อาจารย์ ดร.ประมวล เพง็ จันทร์ อาจารย์ ดร.สุนันทา
เอีย่ มส�ำ อางค์ อาจารย์ภัทรตุ ม์ สายะเสวี และอาจารย์สมศกั ด์ิ แตงพันธ์ ครผู ู้มีความเมตตากรณุ าให้ความรู้
และคำ�ปรกึ ษาแนะน�ำ ในการทำ�งานวจิ ยั และการปฏบิ ัติการอนุรักษ์งานศลิ ปกรรม แก่ผเู้ ขียนเป็นอย่างดีตลอด
ระยะเวลาท่ผี า่ นมา ขอกราบขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.วรลญั จก์ บณุ ยสรุ ตั น์ คณบดีคณะวิจติ รศลิ ป์
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.ฉลองเดช คภู านมุ าต ท่ีกรุณาใหข้ อ้ มลู ความรู้และข้อเสนอแนะ
อนั เป็นประโยชน์แก่ผเู้ ขยี นเสมอมา ขอขอบคุณอาจารย์มงคล ทองทงุ่ มน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
เชียงใหม่ ผู้ตรวจสภาพของชิ้นส่วนพระพุทธรูปด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลของ
องคป์ ระกอบทางเคมี และโครงสรา้ งทางจุลภาคของวสั ดแุ ละชนั้ ผวิ สขี องพระพุทธรปู
สดุ ทา้ ยน้ี ขออทุ ศิ ความดงี ามและกศุ ลบญุ ในการอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ครง้ั นแ้ี ดม่ ารดา นางอภริ ดี ทง่ั มง่ั มี
และนักอนุรักษ์ทุกท่าน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศาสตราจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ คุณอาภรณ์ คุณวรรณิภา
ณ สงขลา และคุณวรี ะชัย วีระสุขสวัสด์ิ
รองศาสตราจารย์ ดร.ทพิ วรรณ ทง่ั มัง่ มี
สาขาศลิ ปะและการออกแบบ
คณะวจิ ติ รศิลป์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
๑ สารบัญ บทน�ำ
หน้า ๑๕-๑๘
๒ พระพุทธรปู ทรงเคร่ืองศลิ ปะพม่าในลา้ นนา
• รูปแบบทางศิลปกรรมของพระพทุ ธรูปศิลปะพม่าในล้านนา หนา้ ๑๙-๔๐
๓ พระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ เมอื งล�ำ ปาง
หนา้ ๔๑-๖๖
• พระพุทธปฏมิ าศลิ ปะพม่าสมยั มัณฑะเลย์
• รูปลักษณ์ศิลปะพระพุทธปฏมิ าสมยั มณั ฑะเลย์ • รปู แบบสญั ลกั ษณ์ในพระพทุ ธปฏิมาศิลปะพมา่ วดั ม่อนปยู่ กั ษ์
• พระพุทธรูปศลิ ปะพม่าสกลุ ช่างไทใหญ่ เมืองลำ�ปาง
• รูปลักษณ์ศลิ ปะพระพทุ ธปฏิมาทรงเคร่ืองสมยั มัณฑะเลย์ • รปู แบบและองคป์ ระกอบสว่ นตา่ งๆ ในพระพทุ ธปฏมิ าศลิ ปะพมา่
วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ ทแ่ี สดงความหมายเชงิ สญั ลกั ษณต์ ามหลกั พทุ ธธรรม
๔วดั ม่อนปู่ยักษ์ เมืองล�ำ ปาง
วทิ ยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษต์ รวจสภาพช้ินส่วนพระพทุ ธรปู
หน้า ๖๗-๘๖
• การศกึ ษาโครงสรา้ งชนั้ สีพระพทุ ธรูป • การรายงานผลการวเิ คราะหต์ วั อยา่ งดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์
• เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการตรวจกล้องจลุ ทรรศนอ์ เิ ล็กตรอน อเิ ลก็ ตรอนแบบสอ่ งกราด (SEM)
แบบส่องกราด
• วธิ กี ารตรวจโครงสรา้ งชน้ั สพี ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ • การศึกษาชัน้ สโี ดยการทำ�ภาพอิเล็กตรอนทตุ ิยภมู ิ (เอสอไี อ)
ดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด และสเปกตรมั อดี เี อสจากภาคตดั ขวางของชน้ิ งานผวิ สพี ระพทุ ธรปู
วดั มอ่ นปยู่ ักษ์
๕ • Report of Analysis
การอนุรกั ษ์พระพุทธรูปทรงเครือ่ งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปูย่ ักษ์
หน้า ๘๗-๒๑๐
• การปฏบิ ตั กิ ารอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู • การอนรุ กั ษด์ ว้ ยการสนั นษิ ฐานจากชน้ิ สว่ นทแ่ี ตกของพระพทุ ธรปู
• การบนั ทกึ หลกั ฐานและตรวจสภาพ • การอนรุ กั ษโ์ ดยการตอ่ ประสานชน้ิ สว่ นพระพทุ ธรปู ทช่ี �ำ รดุ
• การเกบ็ บนั ทกึ ขอ้ มลู กอ่ นการอนรุ กั ษด์ ว้ ยการจ�ำ แนกชน้ิ สว่ น • การอนรุ กั ษโ์ ดยการประสานผา้ ขาวบาง
ทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั • การอนรุ กั ษด์ ว้ ยการตอ่ ประกอบชน้ิ สว่ นพระพทุ ธรปู
• การสนั นษิ ฐานรอยตอ่ ของชน้ิ สว่ นองคพ์ ระทช่ี �ำ รดุ • การประกอบชน้ิ สว่ นบรเิ วณดา้ นหลงั ของพระพทุ ธรปู
• การประกอบชน้ิ สว่ นบรเิ วณดา้ นหนา้ ของพระพทุ ธรปู • หลกั การท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู
• การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู โดยการประกอบชน้ิ สว่ นทช่ี �ำ รดุ • การเสรมิ ความแขง็ แรงของชน้ั ผวิ พระพทุ ธรปู ทช่ี �ำ รดุ
• ขน้ั ตอนการประกอบชน้ิ สว่ นทช่ี �ำ รดุ บรเิ วณฐานพระพทุ ธรปู • ขน้ั ตอนการเสรมิ ความมน่ั คงของชน้ั ผวิ พระพทุ ธรปู ทช่ี �ำ รดุ
• การท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู • การปดิ ทองพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่
• การเกบ็ ขอ้ มลู กอ่ นการท�ำ ความสะอาด • ขน้ั ตอนการบม่ ยางรกั ดว้ ยความชน้ื เพอ่ื ใหแ้ หง้ สนทิ
• ขน้ั ตอนการท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู • สรปุ ผลการอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู
• กระบวนการอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื ง วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ (โดยยอ่ )
๖
การสร้างจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื งศิลปะพม่า วดั ม่อนปยู่ กั ษ์
หนา้ ๒๑๑-๒๗๖
• การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ • ขน้ั ตอนการเตรยี มพน้ื ผวิ พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
• การสรา้ งแมพ่ มิ พย์ างซลิ โิ คน • ขน้ั ตอนการลงยางรกั พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
• ขน้ั ตอนการสรา้ งแมพ่ มิ พย์ างซลิ โิ คนแบบ ๒ ซกี • ขน้ั ตอนการลงยางรกั พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
• ขน้ั ตอนการประกบพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ ซกี หนา้ และซกี หลงั • ขน้ั ตอนการปดิ ทองค�ำ เปลวพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
• ขน้ั ตอนการประกบชน้ิ งาน • ขน้ั ตอนการเชด็ ทองค�ำ เปลวออกจากกระจกทป่ี ระดบั พระพทุ ธรปู
• การประดบั กระจกสพี ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
• กระบวนการประดบั กระจกสพี ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง • สรปุ ผลการสรา้ งสรรคพ์ ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่
• ขน้ั ตอนการประดบั กระจกสพี ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง • การจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ เมอื งล�ำ ปาง
๗ การอัญเชญิ พระพทุ ธรปู กลับไปประดิษฐาน ณ วัดมอ่ นป่ยู กั ษ์
หน้า ๒๗๗-๒๘๙
• การอญั เชิญพระพทุ ธรปู กลับไปประดษิ ฐาน ณ วัดม่อนปู่ยักษ์ สรปุ
• การจดั พธิ สี บื ชะตาใหก้ บั พระพทุ ธรปู วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ หน้า ๒๙๐-๒๙๔
๘
๙ เชงิ อรรถ
บรรณานกุ รม
ประวตั ิผ้เู ขียน
หน้า ๒๙๕-๓๐๐
สารบญั คลิปวดีิ ทิ ัศน์ผ่าน QR Code
หนา้ ๑๑๑ หน้า ๑๒๗ หน้า ๑๓๑
การสันนษิ ฐานชิน้ ส่วนของพระพทุ ธรูปทช่ี �ำ รุด การประสานผา้ ขาวบางบริเวณดา้ นใน การประกอบช้นิ ส่วนบรเิ วณดา้ นหลงั
ของพระพุทธรปู ของพระพุทธรูป
หน้า ๑๕๑ หน้า ๑๕๗ หนา้ ๑๖๑
การตอ่ ชิ้นสว่ นบริเวณฐานของพระพทุ ธรูป การประกอบช้ินสว่ นบริเวณฐานของพระพทุ ธรปู การต่อชิ้นส่วนของพระพุทธรปู
หน้า ๒๐๓ หน้า ๒๐๙ หนา้ ๒๔๕
พระพทุ ธรูปทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ Conservation and Heritage of Traditional การถอดพระพุทธรูปออกจาก
วดั ม่อนปยู่ ักษ์ เมอื งลำ�ปาง BURMA BUDDHA IMAGE แม่พิมพ์ยางซลิ โิ คน
หน้า ๒๗๙ หน้า ๒๘๓ หน้า ๒๘๕
พิธอี ญั เชิญพระพทุ ธรูป กลบั คืนสูว่ ัดมอ่ นปู่ยกั ษ์ บทสมั ภาษณ์ชาวบา้ น วัดม่อนปู่ยกั ษ์ พธิ สี บื ชะตาพระพทุ ธรูป วัดม่อนปยู่ กั ษ์
หนา้ ๑๓๗ หน้า ๑๓๙ หนา้ ๑๔๑
การใช้ความร้อนเป่าในขั้นตอนการประกอบ การประกอบชน้ิ ส่วนบรเิ วณลวดลายประดับ การทากาวบริเวณรอยตอ่ ของช้นิ ส่วนพระพทุ ธรูป
พระพทุ ธรูปทำ�ใหก้ าวแห้งเร็วขนึ้ บนฐานของพระพุทธรปู
หน้า ๑๗๓ หน้า ๑๗๗ หน้า ๑๙๙
การลอกสีทองน้�ำ มนั ท่ีทาทับบนทองคำ�เปลว การลอกสีทองนำ�้ มนั ทท่ี าทบั บนทองค�ำ เปลว การปิดทองค�ำ เปลวพระพทุ ธรปู
บรเิ วณพระพกั ตรข์ องพระพทุ ธรูป บรเิ วณฐานพระพุทธรปู
หนา้ ๒๖๗ หนา้ ๒๗๑ หนา้ ๒๗๕
การเช็ดยางรักบนผวิ พระพุทธรูปกอ่ นการ การท�ำ ความสะอาดกระจกสพี ระพุทธรปู กระบวนการหลอ่ พระพุทธรปู จ�ำ ลอง
ปดิ ทองคำ�เปลว
วธิ กี ารใช้งาน QR Code
หน้า ๒๘๙
การอญั เชิญพระพทุ ธรูปประดิษฐานบนมณฑป น�ำ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณท์ ่ีเช่ือมต่ออินเทอรเ์ นต็ และสามารถใชโ้ ปรแกรมอ่าน QR Code
วัดมอ่ นปู่ยักษ์ จบั สัญลักษณ์ QR Code ท่ปี รากฏในหนา้ หนงั สอื
“...ตามวดั วาอารามตา่ งๆ เนอ่ื งจากเราถอื วา่ พระพุทธรูปเปน็ เพยี งโบราณวัตถุ จึงท�ำ ใหเ้ กดิ กจิ กรรมทม่ี องพระพทุ ธรปู
เป็นของเล่นของขาย กอ่ ให้เกดิ การลกั ขโมยตดั เศียรพระเพ่อื นำ�มาขายขนึ้ ทวั่ ไป พระพทุ ธรูปจึงตอ้ งถกู ขังอยใู่ นกรง สถานะ
ของพระพทุ ธรูปจงึ ไดก้ ลายเปน็ เพียงโบราณวตั ถโุ ดยสมบรู ณ์ทข่ี าดคนเข้าไปกราบไหว้บูชา...”
“...การที่จะพิจารณาว่าพระพุทธรูปที่ปรักหักพังนั้น สมควรจะซ่อมหรือไม่ซ่อม หรือว่าหากจะทำ�การซ่อมแล้วจะ
เป็นการทำ�ลายศิลปะ หรือทำ�ให้เกิดความสับสนในด้านฝีมือของยุคสมัยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามองพระพุทธรูปใน
สถานะอะไร ถ้ามองในสถานะท่เี ป็นเพียงเศษอฐิ เศษหินท่มี ีคณุ ค่าต่อการศึกษาดา้ นวชิ าการ ก็ควรปล่อยไวเ้ ช่นน้นั ไมต่ ้องมา
ท�ำ การบรู ณะซอ่ มแซมแตอ่ ยา่ งใด หากเราจะมองใหไ้ ด้ท้งั สองสถานะทั้งทเี่ ป็นโบราณวตั ถแุ ละปูชณียวตั ถุ กต็ อ้ งค�ำ นงึ ถึงวา่
การท่ที ำ�ใหค้ นเกดิ ศรัทธาปสาทะในพระพุทรูปน้นั จะต้องมีตัวกระตุ้น ถ้าหากทา่ นพบเห็นพระเศียรขาด พระกรขาด เราก็คง
ไม่เกิดศรทั ธาปสาทะแน่...”
พระโสภณคนาภรณ์ วดั บวรนิเวศวหิ าร กรุงเทพฯ
กลา่ วในงานสัมมนา “การอนรุ กั ษ์พระพุทธรปู ” กรมศิลปากร
ศนู ย์วฒั นธรรมแหง่ ประทศไทย วนั ท่ี ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐
บทน�ำ
บทนำ�
พระพุทธรูปนับเป็นสัญลักษณ์สำ�คัญหนึ่งในสามของพระรัตนตรัย อันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน
ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธในประเทศไทยหรือนานาประเทศก็ตาม ประวัติการสร้างพระพุทธรูปเริ่มในประเทศอินเดีย
สมัยโบราณ โดยได้รับแนวความคิดมาจากช่างชาวกรีก ซึ่งสร้างรูปเทพเจ้าเพื่อเคารพบูชาตามความเชื่อของตน ต่อมา
ช่างอินเดียได้นำ�แบบอย่างแนวความคิดนั้น มาสร้างเป็นพระพุทธรูปสมัยต่างๆ แล้วแพร่หลายมาสู่ดินแดนที่รับนับถือ
พุทธศาสนา๑ แตแ่ ม้กระนน้ั ก็ตาม การสร้างพระพทุ ธรูปของแตล่ ะประเทศทน่ี บั ถอื พุทธศาสนา กจ็ ะมีลักษณะท่ผี ดิ แผกแตกต่าง
ไปจากการสรา้ งพระพทุ ธรปู ของอนิ เดีย ซึง่ ถอื เปน็ ต้นแบบการกอ่ ก�ำ เนิดพระพทุ ธรูปมาแตเ่ ดมิ ท้ังนี้ เนื่องมาจากประติมากร
ผู้สร้างสรรค์พระพุทธรูปในแต่ละวัฒนธรรม ได้นำ�แนวความคิดที่เป็นแบบฉบับของตนเองเข้ามาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม
กับความรู้ทางทฤษฎแี ละเทคนิควธิ ีการท่ีได้รับมาจากนานาอารยประเทศ๒
ในทางความหมาย พระพุทธรปู คอื ข่าวสารอันประเสริฐ เป็นสิ่งสุดรกั สุดบูชา เปน็ รปู ลักษณ์อันวเิ ศษขององคต์ ถาคต
เปน็ มณฑลธรรม เป็นรหัสสญั ลกั ษณ์ช่วงขณะแห่งการตรัสรู้ เปน็ ความงามอนั เป่ียมดว้ ยระเบียบวนิ ยั แห่งศลิ ปะ เป็นส่ือบ่งบอก
ถงึ อารมณก์ รรมฐาน เปน็ สือ่ ถึงสภาวะวิมุติหลุดพน้ จากสงั สารวฏั ๓ โดยอาศยั ระเบียบความงามในพระพทุ ธรปู อนั เกดิ จาก
การพฒั นารปู แบบ และสนุ ทรยี จ์ ากภาพสญั ลกั ษณล์ ว้ นๆ ไปสทู่ รวดทรงของมนษุ ยอ์ นั สมบรู ณ์ หมายถงึ ลกั ษณะของบรุ ษุ ผยู้ ง่ิ ใหญ่
ได้แก่ มหาปุริสลักษณะของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจตนาในการสร้างพระพุทธรูปนั้นเป็นเรื่องใหญ่ นายช่าง
ประติมากรต้องใช้พลังสร้างสรรค์จากชีวิต และจิตวิญญาณทั้งหมด ด้วยประเพณีนิยมในการสร้าง นับแต่การสมาทาน
อุโบสถศีล การทำ�จิตภาวนาจนได้เห็นภาพพุทธนิมิต หรือลุถึงภูมิธรรมอันประณีตเหมาะที่จะสื่อสารผ่านทางรูปลักษณ์
พุทธประติมาอันเป็นมิ่งขวัญของชุมชน หรือเพื่อสนองความเลื่อมใสศรัทธาของตนที่มีต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า๔ โดย
สามารถแสดงความหมายท่ีสะท้อนถึง พระเมตตาคณุ พระบรสิ ุทธิคุณ และพระปญั ญาธคิ ณุ คณุ ลกั ษณะดงั กล่าว ปรากฏ
ออกมาแตกต่างกันไดต้ ามความรคู้ วามสามารถทางสุนทรยี ภาพ และจินตนาการของตวั ประติมากรในแตล่ ะยุคสมัย
คตกิ ารสร้างพระพทุ ธรูปในอาณาจักรล้านนาทุกยคุ สมัย ลว้ นแล้วแต่ไดร้ ับการรบั อิทธพิ ลจากศลิ ปวฒั นธรรม ของ
อาณาจักรทพี่ ระพุทธศาสนามคี วามเจริญร่งุ เรอื งอยูก่ อ่ น เร่อื งราวและพฒั นาการของงานศลิ ปะจะมีความสัมพันธเ์ กยี่ วขอ้ งกับ
ประวตั ศิ าสตรข์ องบ้านเมอื ง และประวัติศาสตร์การเผยแพร่เขา้ มาของพระพุทธศาสนาในสมัยตา่ งๆ เป็นอยา่ งมาก๕ โดยเฉพาะ
ศิลปะล้านนายุคหลัง ราวตน้ พทุ ธศตวรรษท่ี ๒๕ ศลิ ปะพม่าได้แพร่หลายเขา้ มาสดู่ นิ แดนลา้ นนาพรอ้ มกบั ชาวพม่าทเี่ ขา้ มา
คา้ ขาย และท�ำ สัมปทานปา่ ไมร้ ว่ มกบั ชาวองั กฤษในชว่ งเวลาน้ดี ว้ ย ท้ังน้ี เมอ่ื ชาวพม่าเหล่านัน้ ประสบผลส�ำ เรจ็ ทางการคา้ มี
ฐานะร�่ำ รวย ประกอบกับด้วยได้มศี รทั ธาในพระศาสนา จงึ ได้ท�ำ การบูรณะวัดวาอารามบางแห่งทช่ี ำ�รดุ ทรดุ โทรม และสร้างวดั
ขน้ึ ใหม่หลายแหง่ ในชมุ ชนที่ตนอยูอ่ าศยั โดยใชช้ ่างฝีมือทม่ี าจากพมา่ โดยตรง๖ ปรากกฎหลกั ฐานทางด้านสถาปตั ยกรรม
และงานศลิ ปกรรมในบรเิ วณภาคเหนือตอนบน หรือเขตวัฒนธรรมล้านนา เช่น ในจังหวัดเชยี งใหม่ จงั หวดั เชียงราย จังหวดั
ลำ�ปาง จงั หวัดแม่ฮ่องสอน จังหวดั พะเยา และจงั หวดั ตาก เป็นต้น
16
บทนำ�
โดยเฉพาะในเมืองล�ำ ปางนนั้ ปรากฏหลกั ฐานทางดา้ นสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ไดร้ ับอิทธิพลจากศลิ ปะพม่า
ภายในพทุ ธสถานอยูเ่ ป็นจำ�นวนมาก อาทิ วดั พระแก้วตอนเต้า วดั ศรีรองเมอื ง วัดศรีชมุ และวดั มอ่ นปู่ยักษ์ สถานทีต่ ้งั ของ
วดั ม่อนปู่ยกั ษ์อยู่บนเนนิ เขาเตีย้ ๆ ทางทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ของเมอื งลำ�ปาง ภายในวดั ปรากฏงานศลิ ปกรรมพมา่ จ�ำ นวนมาก
ไดแ้ ก่ พระเจดีย์ จิตรกรรมฝาผนัง จิตรกรรมบนผนื ผ้า และวหิ ารไมแ้ บบพม่า ภายในประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปทรงเคร่อื ง ศิลปะ
พมา่ สมัยมณั ฑะเลย๗์ ทม่ี พี ุทธลักษณะงดงาม ซ่งึ เกดิ จากภูมิปญั ญาในการเลอื กสรรวัสดแุ ละสร้างสรรคด์ ้วยเทคนิควธิ ีการ
พเิ ศษอันประณตี แบบโบราณ
จากข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏอยู่นั้น มีข้อสันนิฐานว่าการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่อง ศิลปะพม่าสมัยมัณฑะเลย์
วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ นา่ จะมสี ่วนประกอบของวัสดทุ ่ใี ช้สร้าง ซงึ่ ไดม้ าจากวสั ดธุ รรมชาตหิ ลากหลายชนิด อาทิ ไม้มงคล ดนิ หอม
เกสรดอกไม้ และผงดอกไม้ผสมน้ำ�รกั ๘ โดยโครงสรา้ งภายในของรปู ทรงพระพทุ ธรปู มีลักษณะกลวงเป็นโพรง หรอื รูปแบบ
โครงสรา้ งประติมากรรมโปรง่ (Shell Sculpture) ผิวนอกตกแตง่ รายละเอียดด้วยเทคนิคการปั้นรัก (Hollow dry-lacquer
Sculpture) แลว้ ลงรกั ปดิ ทองล่องชาด ประดบั กระจกสี (gold leaf and coloured glass spangles) รปู ลกั ษณพ์ ุทธลกั ษณะ
แบบทรงเครือ่ ง สมยั มณั ฑะเลย์ อนั เป็นเทคนิคกระบวนการสรา้ งท่มี ีเอกลักษณพ์ เิ ศษของงานศิลปะพม่า ซึ่งแสดงออกถึง
คณุ ค่า ทางด้านประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตรศ์ ิลปะ โบราณคด ี ศิลปกรรมและภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ อยา่ งไรก็ดี สิ่งสำ�คญั ท่สี ดุ
กค็ ือคณุ คา่ ทีม่ ตี อ่ จิตใจของพทุ ธศาสนกิ ชนทุกๆ คน ตลอดระยะเวลาทผ่ี ่านมาประมาณ ๒๐๐ กว่าปี นบั ตง้ั แต่มีการก่อสรา้ ง
วัดม่อนปยู่ ักษข์ ึน้ ในราว พ.ศ. ๒๓๓๕-๒๓๓๘๙
สืบเน่อื งจากปญั หาส�ำ คัญ ซ่งึ ทำ�ให้ชาวบ้านผู้เปน็ พุทธศาสนิกชนท่ีอาศยั อยู่บริเวณรอบๆ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์ จ.ล�ำ ปาง
รสู้ กึ เศรา้ โศกเสยี ใจจากความช�ำ รดุ เสยี หายของพระพทุ ธรปู เกา่ แกข่ องวดั อนั เปน็ ทเ่ี คารพบชู ามาหลายชว่ั อายคุ น และด�ำ รงอยู่
คู่วัดมาตั้งแต่แรกเริ่มสร้าง สรุปเหตุการณ์จากท่านเจ้าอาวาส วัดม่อนปู่ยักษ์ พระอธิการสมชัย จิตสฺวโร ได้ความว่า เมื่อ
วันท่ี ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลาประมาณ ๑๑.๔๕ น.พบคนรา้ ยแอบข้นึ มาขโมยพระพทุ ธรูป ออกจากซ้มุ เรือนแก้วไม้
ประดบั กระจกสี ที่ประดิษฐานอยูภ่ ายในวหิ ารไม้โบราณ ท่านได้มาพบเห็นเหตกุ ารณ์พอด ี จงึ แจง้ ตอ่ เจา้ หนา้ ทตี่ �ำ รวจให้
มายงั ท่ีเกดิ เหตทุ นั ที ชาวบ้านผรู้ ว่ มอยใู่ นเหตุการณก์ ็พยายามชว่ ยกันเกล้ยี กลอ่ มคนรา้ ย ท่ีอุ้มพระอย่ใู นมืออยู่เป็นเวลานาน
พอสมควร เมื่อเจา้ หนา้ ทีต่ �ำ รวจมาถงึ และจะเขา้ จบั กุมก็เกิดเหตกุ ารณท์ ท่ี กุ คนคาดไมถ่ งึ คนรา้ ยไดย้ กองคพ์ ระพุทธรปู ขนึ้
เหนือศรี ษะแล้วทมุ่ พระลงมาจากฐานชุกชี ตกลงกระแทกกบั พน้ื วิหารแตกกระจายออกเป็นชนิ้ เลก็ ช้นิ น้อยเกลอ่ื นกลาดบนพื้น
ไมม่ ใี ครทราบมากอ่ นวา่ องคพ์ ระพทุ ธรปู ท�ำ มาจากวสั ดอุ ะไร เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ สรา้ งความสะเทอื นใจแกผ่ พู้ บเหน็ เปน็ อยา่ งมาก
โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ท่เี ป็นศรัทธาวัดนน้ั รู้สกึ เสมือนกับการสญู เสยี สงิ่ ทผ่ี กู พันและเคารพบชู ามากท่สี ุดไป นบั เป็นปญั หาใหญ่
ของทางวัดที่จะพยายามนำ�ชิ้นส่วนต่างๆ ที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่เท่ากันนั้น มาประกอบขึ้นใหม่ให้เป็นองค์พระ
ดังเดิมได้ ท่านเจ้าอาวาสและศรัทธาวัดได้พยายามรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดเท่าที่หาพบนำ�มาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และ
คาดหวังว่าน่าจะมีความรู้ที่สามารถทำ�การบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กช้ินน้อยให้ประกอบกลับคืนมา
เปน็ องคพ์ ระพุทธรปู ทีม่ คี วามงดงามดงั เดมิ ได้
17
อย่างไรก็ตามความรู้ที่ได้ทำ�การศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธรูปในวัฒนธรรมล้านนาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น มักมี
เนื้อหาเน้นเฉพาะวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี และการศึกษาแบบแผนทางศิลปกรรม
เป็นสว่ นใหญ่ เชน่ การศึกษาพระพุทธรูปศิลปะเชยี งแสนของสมเด็จกรมพระยาด�ำ รงราชานุภาพ รว่ มกบั ศาสตราจารยย์ อร์ช
เซเดย์ การศึกษาเร่ืองราวพทุ ธศลิ ปะในประเทศไทยของ ศาสตราจารย์ ม.จ.สภุ ัทรดศิ ดศิ กลุ การเสนอทฤษฎีระยะเวลาการ
สรา้ งพระพทุ ธรปู เชยี งแสนของ เอ บี กรสิ โวลต ์ การศกึ ษาเรอ่ื งโบราณสถานในแควน้ ลา้ นนา ของ พเิ ศษ เจยี จนั ทรพ์ งษ ์ การศกึ ษา
พระพทุ ธรปู ศิลปะหริภุญชัย ของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ การศึกษาพุทธประติมากรรม ของศาสตราจารย์
เขียน ยิ้มศิริ หนงั สอื ศิลปะภาคเหนอื หรภิ ญุ ชัย-ลา้ นนา ของศาสตราจารย์เกยี รติคณุ ดร.สนั ติ เลก็ สขุ ุม การศึกษาวจิ ยั
เร่อื ง พทุ ธศิลปะในนิกายสีหฬภิกขุ ของ ศาสตราจารย์เกยี รติคณุ ม.ล.สุรสวัสด์ิ ศุขสวัสดิ์ การวิจยั พระพุทธรปู ไม้จังหวดั นา่ น
ของ ศาสตราจารย์สายนั ต์ ไพรชาญจติ ร์ หนังสอื Buddhist Sculptureof Northern Thailand ของ Carol Stratton และ
หนงั สอื พระพทุ ธรูปสำ�คญั พุทธศิลป์ในดินแดนไทยของ ศาสตราจารย์ ดร.ศกั ดิ์ชยั สายสงิ ห์ เป็นตน้
ส�ำ หรับความรเู้ กยี่ วกับ แนวคิด รปู แบบและเทคนิคในการสรา้ งพระพุทธรูปทรงเคร่ือง ศลิ ปะพม่าสมัยมัณฑะเลย์
ที่พบในเขตวัฒนธรรมล้านนานั้น ยังไม่เคยได้รับการศึกษาอย่างจริงจังมาก่อน โดยเฉพาะการสร้างพระพุทธรูปที่ใช้วัสดุ
เทคนิคพเิ ศษ (Hollow dry-lacquer Sculpture) ซึ่งมีปรากฎอยเู่ ปน็ จ�ำ นวนนอ้ ย ทำ�ใหต้ ลอดระยะเวลาที่ผา่ นมาผลงานศลิ ปะ
อันทรงคุณค่าดังกล่าว แทบจะไม่เคยได้รับการเผยแพร่ออกสู่การรับรู้ของสาธารณะชนเลย อีกทั้ง ในปัจจุบันพระพุทธรูป
ทรงเครอ่ื ง ศลิ ปะพมา่ สมัยมณั ฑะเลย์ วดั มอ่ นปูย่ ักษ์ เมืองล�ำ ปาง ยงั ตกอยู่ในสภาพช�ำ รดุ เสียหายอยา่ งมากจนท�ำ ใหเ้ กดิ ความ
หว่นั วิตกว่าประเทศไทยอาจจะต้องสูญเสยี ผลงานประตมิ ากรรมอนั มคี า่ อย่างยง่ิ ไปในเรว็ วันน้ี เนือ่ งจากในปัจจบุ ัน ยังไมม่ ี
การศึกษาค้นควา้ ความรู้ เกยี่ วกบั วธิ กี ารอนรุ กั ษแ์ ละเทคนคิ การสร้างพระพุทธรูปทรงเครือ่ ง เทคนิค (Hollow dry-lacquer
Sculpture) อยา่ งเป็นระบบและครบถ้วนสมบรู ณ์
18
พระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่าในลา้ นนา
รูปแบบทางศิลปกรรมของพระพทุ ธรูปศลิ ปะพมา่ ในล้านนา
พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่าในล้านนา ส่วนใหญ่มีพุทธลักษณะแบบสกุลช่างมัณฑะเลย์ กล่าวคือ การสร้าง
พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ สกุลช่างมณั ฑะเลย์มคี วามเจริญกา้ วหนา้ เปน็ อย่างมาก เน่ืองจากเมืองมัณฑะเลยไ์ ด้รับการขนานนาม
วา่ เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตามแนวคดิ พทุ ธปรชั ญาแบบเถรวาท รวมท้ังมพี ัฒนาการมากท่ีสดุ ในบรรดาศลิ ปะพมา่ ในยุค
สมยั อื่นๆ ตลอดระยะเวลาที่ผา่ นมา นับต้งั แต่สมยั พระเจ้ามนิ ดงเปน็ ตน้ มา เมืองมัณฑะเลยม์ ีความส�ำ คญั อยา่ งมากในฐานะ
เมอื งหลวงและเมอื งแหง่ พระพทุ ธรปู ทง้ั น้ี ศลิ ปะสมยั มณั ฑะเลยจ์ งึ เปน็ ศลิ ปะพมา่ ทม่ี เี อกลกั ษณโ์ ดดเดน่ ตามแบบฉบบั ของตนเอง
อยา่ งแทจ้ รงิ กรรมวธิ กี ารสรา้ งพระพทุ ธรปู ในยคุ สมยั น้ี ประกอบไปดว้ ยหลกั ประตมิ านวทิ ยาทห่ี ลากหลายนายช่างปฏิมากรมีฝีมือ
สูง อีกทั้ง ยังได้รับอิทธิพลจากแนวคิดการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ของสยาม แล้วนำ�ไปประยุกตใ์ ชใ้ นไดอ้ ย่าง
กลมกลืนเข้ากนั ได้เป็นอยา่ งดีกับงานพุทธศลิ ปพ์ มา่ ดง้ั เดมิ ๑๐ โดยเฉพาะสว่ นประกอบและรายละเอยี ดทป่ี รากฏในพระพทุ ธรูป
ทรงเครือ่ ง
นอกจากน้ี ทางด้านประตมิ านวิทยากส็ ะท้อนให้เห็นถงึ ความหลากหลายอย่างมาก เช่น พระพุทธรูปที่หลอ่ จาก
โลหะสำ�รดิ พระพุทธรูปท่แี กะสลักจากศิลาทราย หินอ่อน หยก และไม้ ถา้ เป็นพระพุทธรูปแบบทรงเครอ่ื งใหญ่จะมที ้ังแบบที่
หล่อจากโลหะสำ�รดิ และพระพุทธรปู แบบที่สร้างจากวสั ดุหลายชนดิ เชน่ สว่ นพระเศยี ร พระหัตถ์ และพระบาทเป็นหนิ ออ่ น
พระวรกายเปน็ ไม้ ทรงเครือ่ งเป็นลายรักปนั้ ประดับด้วยกระจกสลี งรักปิดทอง ส่วนเครอ่ื งทรงทีล่ อยตัวจะทำ�ด้วยแผ่นโลหะ
ลงรกั ปดิ ทองสวมคลมุ ทบั ลงไปอกี ชน้ั หนง่ึ นอกจากน้ี ยงั มพี ระโปรง่ หรอื พระพทุ ธรปู ทท่ี �ำ จากเกสรดอกไม้ กระดาษลงรกั ปดิ ทอง
ล่องชาดประดบั กระจกสี ที่สะทอ้ นถงึ ประติมานวทิ ยามาจากชาวไทใหญ่ โดยรบั อทิ ธพิ ลทางศลิ ปะมาจากจนี และทิเบต๑๑ ทั้งนี้
จากการศึกษาพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่าในเขตวัฒนธรรมล้านนา พบว่า มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะและรูปแบบ
ทางศิลปกรรมแบบศิลปะพม่า-ไทใหญ่ปรากฏอยู่ไม่มากนัก เช่น พระพุทธรูปเกสรดอกไม้ภายในวดั นนั ตาราม จงั หวดั พะเยา
พระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งศิลปะพม่าภายใน วัดจองกลาง วัดจองคำ� วดั หัวเวยี ง วดั แมข่ อง วัดพระธาตุดอยกองมู และวดั ก�้ำ กอ่
จงั หวดั แม่ฮ่องสอน พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศิลปะพม่าภายใน วัดมอ่ นสณั ฐาน (มอ่ นปู่ยกั ษ)์ และ วดั ศรชี ุม จงั หวดั ล�ำ ปาง
เปน็ ต้น
พระพทุ ธปฏมิ าศลิ ปะพมา่ วดั จองกลาง จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน
20
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
21
พระพุทธรูปเกสรดอกไม้ วดั นันตาราม
พระพทุ ธรปู เกสรดอกไม้ วดั นนั ตาราม ต�ำ บลหยว่ น อ�ำ เภอเชยี งค�ำ จงั หวดั พะเยา พทุ ธลกั ษณะ
เปน็ พระพุทธรูปปางมารวชิ ัย ศิลปะพมา่ สกุลชา่ งมณั ฑะเลยส์ ูงประมาณ ๘๐ เซนตเิ มตร แสดง
อริ ยิ าบถนง่ั ขดั สมาธเิ พชร พระหตั ถซ์ า้ ยวางบนพระเพลา พระหตั ถข์ วาวางบนพระชานุ นว้ิ พระหตั ถ์
ทง้ั สย่ี กเวน้ พระองั คฐุ (นวิ้ โปง้ )ยาวเทา่ กนั ชลี้ งพระธรณีพระเศยี รมขี นาดคอ่ นขา้ งใหญเ่ มอ่ื เทยี บกบั
พระวรกาย พระพกั ตรส์ งบนง่ิ รูปวงพระพักตรเ์ ป็นทรงกลม พระอุษณษี ะกลมใหญ่ เมด็ พระศก
มีขนาดเล็กแต่ไม่มีพระรัศมี และมีขอบพระพักตร์เป็นแถบขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของ
พระพุทธรูปศลิ ปะมัณฑะเลย๑์ ๒ ส่วนประกอบต่างๆ บนพระพักตร์มเี อกลกั ษณค์ ลา้ ยมนษุ ย์ (ยกเวน้
เฉพาะสว่ นปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา) พระเนตรยาวเรยี ว พระวรกายบาง พระเพลากวา้ ง
วางพระชานุ และพระเพลาราบกบั องค์ฐาน และเน้นเอกลักษณค์ วามเปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ โดย
เฉพาะการครองจวี รทม่ี กี ารจดั รอยพบั อยา่ งเปน็ ระเบยี บ และรว้ิ ผา้ ทีท่ ิง้ ตวั อ่อนช้อยเปน็ ธรรมชาติ
ไมค่ �ำ นึงถึงแนวคดิ มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการมากนัก แต่ดูเป็นจริงตามธรรมชาติมากกวา่
สงั เกตได้จากพระพกั ตร์ พระหตั ถ์ และพระบาท ตกแตง่ ผวิ นอกพระพทุ ธรปู ด้วยการลงรักปดิ ทอง
และประดับกระจกสี(แกว้ อังวะ) บรเิ วณชายจวี รเทา่ นั้น องค์พระพระพทุ ธรูปตง้ั อยู่บนฐานบัลลังก์
ทมี่ ซี ุ้มเรอื นแก้วขนาดใหญท่ ต่ี กแตง่ ด้วยลวดลายพรรณพฤกษาไมแ้ กะสลักวจิ ิตรอลงั การ ซ่ึงเป็น
เอกลักษณข์ องงานพุทธศิลป์พม่า
พระพุทธรูปเกสรดอกไม้ศลิ ปะพม่า วดั นนั ตาราม จังหวดั พะเยา
22
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
23
พระพทุ ธรูปเกสรดอกไม้ วดั จองกลาง
พระพุทธรปู เกสรดอกไม้ วัดจองกลาง ตำ�บลจองค�ำ อำ�เภอเมือง จงั หวัดแม่ฮ่องสอน พุทธลกั ษณะเปน็ พระพทุ ธรูป
ปางมารวิชยั ศิลปะพมา่ สกลุ ชา่ งมัณฑะเลย์ สงู ๗๙ เซนติเมตร แสดงอริ ยิ าบถน่งั ขัดสมาธเิ พชร พระหตั ถ์ซ้ายวางบนพระเพลา
พระหตั ถ์ขวาวางบนพระชานุ น้วิ พระหัตถท์ ้ังสยี่ กเว้นพระองั คฐุ (น้วิ โปง้ ) ยาวเท่ากนั ชี้ลงพระธรณี คลองจวี รห่มเฉียง พระเศยี ร
มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับพระวรกาย รูปวงพระพักตร์เป็นวงรูปไข่ แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย พระอุษณีษะกลมใหญ่
ไมม่ ีเมด็ พระศกและพระรศั มี มพี ระอุณาโลมที่พระนลาฏ เหนอื พระนลาฏท�ำ เป็นกระบงั หน้าลงรกั ปิดทองประดับดว้ ยอญั มณี
อันเป็นเอกลักษณ์ของพระพทุ ธรปู ศิลปะมัณฑะเลย์ สว่ นประกอบต่างๆ บนพระพกั ตร์มีเอกลักษณค์ ล้ายมนุษย์ (ยกเวน้ เฉพาะ
สว่ นปลายพระกรรณยาวจรดพระอังสา) พระเพลากว้าง วางพระชานุ และพระเพลาราบกับองค์ฐาน และเน้นเอกลกั ษณ์
ความเป็นจริงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะการครองจีวรที่มีการจัดรอยพับอย่างเป็นระเบียบ และริ้วผ้าที่ทิ้งตัวอ่อนช้อยเป็น
ธรรมชาติ ไม่คำ�นึงถึงแนวคิดมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ มากนักแต่ดูเป็นจริงตามธรรมชาติ สังเกตได้จากพระพักตร์
พระหัตถ์ และพระบาท นอกน้ัน พระวรกายทาสีขาว ส่วนจีวรและฐานลงรกั ปดิ ทอง และประดบั ด้วยอญั มณี องคพ์ ระต้งั อยู่บน
ฐานบัลลงั ก์ทม่ี ซี มุ้ เรือนแกว้ ขนาดใหญ่ ที่ตกแตง่ ดว้ ยลวดลายพรรณพฤกษาไม้แกะสลักวจิ ติ รอลงั การอยู่ดา้ นหลงั
พระพุทธรปู เกสรดอกไม้ศิลปะพมา่ วดั จองกลาง จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน
24
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
25
พระพุทธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นสัณฐาน (ม่อนปูย่ ักษ)์
พระพทุ ธรูปศิลปะพมา่ วัดมอ่ นสณั ฐาน (มอ่ นป่ยู ักษ์) ตำ�บลพระบาท อ�ำ เภอเมอื ง จังหวดั ลำ�ปาง พุทธลักษณะเป็น
พระพุทธรูปทรงเคร่ืองศลิ ปะพมา่ สมัยมัณฑะเลย์ สงู ๗๘ เซนติเมตร แสดงอิริยาบถนงั่ ขัดสมาธเิ พชร พระหตั ถ์ซา้ ยวางบน
พระเพลา พระหัตถข์ วาวางบนพระชานุ น้ิวพระหัตถท์ ั้งสยี่ กเวน้ พระอังคุฐ (นิว้ โป้ง) ยาวเท่ากันชีล้ งพระธรณี พระเศียรมขี นาด
คอ่ นขา้ งใหญเ่ มอ่ื เทยี บกบั พระวรกาย รปู วงพระพกั ตรเ์ ปน็ ทรงกลมรี และมขี อบพระพกั ตรเ์ ปน็ แถบขนาดใหญอ่ นั เปน็ เอกลกั ษณ์
ของพระพุทธรปู ศิลปะมัณฑะเลย์ สว่ นประกอบต่างๆ บนพระพกั ตร์มเี อกลกั ษณ์คลา้ ยมนษุ ย์ (ยกเว้นเฉพาะส่วนปลายพระกร
รณยาวจรดพระองั สา) พระเนตรยาวเรียว แยม้ พระโอษฐเ์ ลก็ นอ้ ย พระวรกายมีลักษณะสูงโปร่ง สงา่ งาม พระเพลากวา้ ง วาง
พระชานุและพระเพลาราบกบั องค์ฐานและเป็นพระพุทธรูปทรงเครือ่ งเต็มยศแบบทรงพระมงกฎุ ทรงสูง(พระมหามงกฎุ )รปู ทรง
พระมงกฎุ ของพระพุทธรูปทรงเคร่ืองใหญ่จะสอบเขา้ ในเปน็ ชนั้ ๆ ประดบั กรรเจียกจร กรองศอ พาหรุ ัด หอ้ ยสงั วาล ๓ เส้น
นอกน้นั ตกแตง่ ผิวนอกพระพทุ ธรูปดว้ ยการลงรักปิดทอง และประดบั กระจกสี (แกว้ อังวะ) มสี ามสี ได้แก่ สขี าว สเี ขยี ว และ
สแี ดง ส่วนเครื่องทรงพระภษู าอาภรณ์ เป็นเสื้อแขนยาวแบบกษตั รยิ ์ ฐานพระพทุ ธรูปปนั้ รักสมกุ เป็นลวดลายและมีความสูง
ไมม่ ากนกั เพราะสรา้ งควบคกู่ บั ฐานบลั ลังกท์ ม่ี ีซุ้มเรอื นแก้วทรงสงู ที่ตกแตง่ ดว้ ยลวดลายพรรณพฤกษาไม้แกะสลกั และประดบั
กระจกสีอยดู่ ้านหลงั โดยจะตั้งพระพทุ ธรปู อยู่ในตำ�แหน่งตรงกลางของบลั ลังก์ เพ่ือเปน็ การแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความหมายวา่ ทรง
เปน็ ศูนยก์ ลางของจักรวาล พระองค์ทรงเป็นเลิศในสามโลก
พระพุทธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วัดม่อนสัณฐาน (มอ่ นปยู่ กั ษ)์ จงั หวัดลำ�ปาง
26
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
27
พระพทุ ธรูปทรงเครอื่ งศลิ ปะพม่า วดั ศรีชมุ
พระพุทธรปู ศิลปะพมา่ วดั ศรีชมุ ตำ�บลพระบาท อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดลำ�ปาง พทุ ธลกั ษณะเปน็ พระพทุ ธรูปทรงเครือ่ ง
ศิลปะพมา่ สกุลชา่ งมณั ฑะเลย์ สูง ๗๕ เซนตเิ มตร แสดงอิรยิ าบถนง่ั ขดั สมาธเิ พชร พระหตั ถซ์ ้ายวางบนพระเพลา พระหตั ถ์
ขวาวางบนพระชานุ น้วิ พระหตั ถช์ ี้ลงพระธรณี พระเศยี รมขี นาดคอ่ นข้างใหญเ่ มอ่ื เทยี บกบั พระวรกาย รปู วงพระพกั ตรเ์ ปน็
วงรูปไข่ และมีขอบพระพกั ตรเ์ ป็นแถบขนาดใหญ่ อนั เป็นเอกลักษณ์ของพระพทุ ธรปู ศลิ ปะมัณฑะเลย์ สว่ นประกอบตา่ งๆ บน
พระพกั ตรม์ เี อกลกั ษณค์ ลา้ ยมนษุ ย์ (ยกเวน้ เฉพาะสว่ นปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา) พระเนตรเลก็ พระนาสกิ ยาว พระวรกาย
มลี กั ษณะเรยี วบาง พระเพลากว้าง วางพระชานุ และพระเพลาราบกับองคฐ์ าน และเปน็ พระพทุ ธรปู ทรงเครื่องนอ้ ย พระมงกฏุ
ทรงสงู มเี ทรดิ ดา้ นหน้า ประดับกรรเจียกจร กรองศอ พาหรุ ดั หอ้ ยสังวาล ๒ เสน้ ไขว้กัน ตรงกลางมที บั ทรวงต�ำ่ ลงมาระหว่าง
พระอรุ ะกบั พระนาภี นอกนน้ั ตกแตง่ ผวิ นอกพระพทุ ธรปู ดว้ ยการลงรกั ปดิ ทอง และประดบั กระจกสี (แกว้ องั วะ) สแี ดง สว่ นเครอ่ื งทรง
พระภษู าอาภรณ์ เป็นเสอ้ื แขนยาวแบบกษัตรยิ ์ ฐานพระพทุ ธรปู เปน็ เหล่ียมลงรกั ปิดทองไมม่ ีลวดลายและมีความสูงไม่มากนัก
พระพทุ ธปฏิมาศลิ ปะพม่า วดั ศรชี ุม จังหวดั ลำ�ปาง
28
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
29
พระพุทธรปู ทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ วดั พระธาตุดอยกองมู
พระพทุ ธรูปทรงเครือ่ ง วดั พระธาตดุ อยกองมู ต�ำ บลจองค�ำ อำ�เภอเมอื ง จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน พุทธลักษณะ
เปน็ พระพทุ ธรปู ทรงเครอื่ งศิลปะพม่าสกลุ ช่างมัณฑะเลย์ สงู ๙๒ เซนติเมตร แสดงอริ ยิ าบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระหตั ถ์ซ้าย
วางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางบนพระชานุ นว้ิ พระหัตถท์ ้งั สยี่ กเว้นพระอังคุฐ (นวิ้ โป้ง) ยาวเท่ากันชีล้ งพระธรณี พระรัศมี
คล้ายดอกบวั ตูมหรอื คลา้ ยยอดผลน้ำ�เต้าจนี ซ่ึงไดร้ บั อิทธิพลมาจากพทุ ธศลิ ปไ์ ทใหญ่รปู วงพระพักตรเ์ ป็นทรงกลมรีพระนลาฏ
กว้าง และมีขอบพระพกั ตร์เปน็ แถบขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรปู ศลิ ปะมณั ฑะเลย์ ส่วนประกอบต่างๆ บน
พระพกั ตรม์ ีเอกลักษณ์คล้ายมนุษย์ พระเนตรยาวเรยี ว (ยกเว้นเฉพาะสว่ นปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา) พระวรกายมี
ลกั ษณะสงู โปรง่ สงา่ งาม วางพระชานุและพระเพลาราบกบั องคฐ์ าน และเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องเต็มยศแบบทรงพระมงกุฎ
ทรงสงู (พระมหามงกุฎ) รปู ทรงพระมงกุฎของพระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื งใหญจ่ ะสอบเข้าในเปน็ ชน้ั ๆ ประดบั กรรเจยี กจร กรองศอ
พาหรุ ดั หอ้ ยสังวาล ๒ เสน้ ไขวก้ นั นอกนนั้ ตกแต่งผวิ นอกพระพุทธรปู ด้วยการลงรกั ปิดทอง และประดับกระจกสี (แกว้ องั วะ)
มี ๓ สี ไดแ้ ก่ สีขาว สเี ขยี ว และสีแดง สว่ นเคร่ืองทรงพระภูษาอาภรณ์ เป็นเสื้อแขนยาวแบบกษัตรยิ ์ ประทบั นงั่ บนฐานเหลี่ยม
ไมม่ ีลวดลาย ทายางรัก ลงชาด ปดิ ทองค�ำ เปลวเฉพาะด้านบนท่ตี ิดกับองคพ์ ระพทุ ธรูป ส่วนด้านลา่ งปล่อยไว้เปน็ สีแดงของ
ชาดและสีดำ�ของยางรัก
พระพุทธปฏมิ าศิลปะพม่า วดั พระธาตุดอยกองมู จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
30
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
31
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วดั แม่ของ
พระพุทธรปู ศิลปะพม่า วัดแม่ของ ตำ�บลแมน่ างเติง อ�ำ เภอปาย จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน พุทธลกั ษณะเป็นพระพุทธรปู
ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ สกุลช่างมัณฑะเลย์ สูง ๖๖ เซนติเมตร แสดงอิรยิ าบถนัง่ ขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซา้ ยวางบนพระเพลา
พระหัตถข์ วาวางบนพระชานุ น้วิ พระหัตถ์ท้งั สยี่ กเว้นพระองั คฐุ (นวิ้ โป้ง) ยาวเทา่ กันชล้ี งพระธรณี พระเศยี รมขี นาดค่อนขา้ ง
ใหญเ่ ม่ือเทียบกับพระวรกาย รปู วงพระพกั ตร์เปน็ ทรงกลม พระนลาฏกวา้ ง และมีขอบพระพกั ตร์เปน็ แถบขนาดใหญ่ อนั เปน็
เอกลักษณ์ของพระพุทธรปู ศิลปะมัณฑะเลย์ สว่ นประกอบตา่ งๆ บนพระพกั ตรม์ ีเอกลักษณ์คลา้ ยมนุษย์ พระเนตรยาวเรียว
(ยกเวน้ เฉพาะสว่ นปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา) พ ระวรกายมลี กั ษณะอวบเตม็ วางพระชานุและพระเพลาราบกบั องคฐ์ าน
และเปน็ พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งเต็มยศแบบทรงพระมงกฎุ ทรงสูง (พระมหามงกฎุ ) รูปทรงพระมงกุฎของพระพทุ ธรูปทรงเครื่อง
ใหญ่จะสอบเข้าใน ๓ ชั้น พระรัศมีเปน็ รูปดอกบวั ตมู ประดบั กรรเจยี กจร กรองศอ พาหุรดั ห้อยสังวาล ๒ เสน้ ไขวก้ ัน นอกน้นั
ตกแต่งผิวนอกพระพุทธรูปด้วยการลงรักปดิ ทอง และประดับกระจกสี (แกว้ อังวะ) มี ๓ สี ไดแ้ ก่ สีขาว สเี ขียว และสีแดง สว่ น
เครอ่ื งทรงพระภูษาอาภรณ์ เปน็ เสอื้ แขนยาวแบบกษตั ริย์ ประทบั นั่งบนฐานราบเรยี บกับพน้ื ไมม่ ีลวดลาย
พระพุทธปฏมิ าศลิ ปะพมา่ วัดแม่ของ จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
32
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
33
พระพทุ ธรูปทรงเครือ่ งศิลปะพม่า วัดก�ำ้ ก่อ
พระพุทธรูปทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วดั ก้�ำ กอ่ ต�ำ บลจองค�ำ อ�ำ เภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พุทธลักษณะเปน็ พระพุทธ
รูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่าสกุลชา่ งมณั ฑะเลย์ สูง ๑๕๐ เซนตเิ มตร แสดงอิริยาบถนั่งขดั สมาธิเพชร พระหตั ถซ์ า้ ยวางบนพระเพลา
พระหัตถข์ วาวางบนพระชานุ นว้ิ พระหัตถท์ ัง้ สี่ยกเว้นพระองั คฐุ (นว้ิ โป้ง) ยาวเทา่ กนั ชี้ลงพระธรณี รูปวงพระพกั ตรเ์ ป็นทรง
กลมรี พระนลาฏกวา้ ง และมีขอบพระพกั ตร์เปน็ แถบขนาดใหญ่ อันเปน็ เอกลกั ษณ์ของพระพุทธรปู ศิลปะมัณฑะเลย์ พระเนตร
หร่เี รยี ว ทรงแย้มพระโอษฐเ์ ล็กนอ้ ย สว่ นประกอบต่างๆ บนพระพักตรม์ ีเอกลกั ษณ์คลา้ ยมนษุ ย์ (ยกเว้นเฉพาะสว่ นปลายพระกร
รณยาวจรดพระอังสา) พระวรกายมลี ักษณะสูงโปร่ง สงา่ งาม วางพระชานุ และพระเพลาราบกบั องค์ฐาน และเป็นพระพุทธรูป
ทรงเคร่อื งเตม็ ยศแบบทรงพระมงกฎุ ทรงสงู (พระมหามงกฎุ ) รปู ทรงพระมงกุฎของพระพทุ ธรูปทรงเคร่ืองใหญจ่ ะสอบเขา้ ใน
เป็นช้นั ๆ ประดบั กรรเจยี กจร กรองศอ หอ้ ยสังวาล ๒ เส้นไขวก้ นั นอกน้ัน ตกแต่งผวิ นอกพระพุทธรูปดว้ ยการลงรกั ปดิ ทอง
และประดับกระจกสี (แกว้ องั วะ) มสี ามสี ไดแ้ ก่ สีขาว สเี ขยี ว และสแี ดง ส่วนเครือ่ งทรงพระภษู าอาภรณ์ เป็นเสือ้ แขนยาวแบบ
กษัตริย์ ประทับนงั่ บนฐานเหล่ยี มมลี ายเส้นสเี่ หล่ียมเรียบง่าย ทายางรกั ลงชาด ปิดทองคำ�เปลว
พระพุทธปฏิมาศิลปะพม่า วดั กำ้�ก่อ จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน
34
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
35
พระพุทธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั จองคำ�
พระพุทธรูปศิลปะพม่า วัดจองคำ� ตำ�บลจองคำ� อำ�เภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูป
ทรงเครื่องศิลปะพม่าสกุลช่างไทใหญ่ สูง ๙๐ เซนติเมตร แสดงอิริยาบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา
พระหตั ถข์ วาวางบนพระชานุนวิ้ พระหตั ถท์ งั้ สยี่ กเวน้ พระองั คฐุ (นวิ้ โปง้ )ยาวเทา่ กนั ชล้ี งพระธรณ ีพ ระเศยี รมขี นาดคอ่ นขา้ งใหญ่
เม่ือเทียบกับพระวรกาย ร ปู วงพระพกั ตรเ์ ปน็ ทรงกลมและมขี อบพระพักตรเ์ ป็นแถบขนาดใหญ่สว่ นประกอบต่างๆบนพระพักตร์
มีเอกลกั ษณค์ ล้ายมนุษย์ (ยกเวน้ เฉพาะส่วนปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา) พระเนตรเล็กยาวเรยี ว พระโอษฐเ์ ล็กบาง แย้ม
เล็กน้อย พระวรกายมีลกั ษณะบอบบาง วางพระชานุ และพระเพลาราบกับองคฐ์ าน และเป็นพระพทุ ธรูปทรงเคร่ืองใหญ่เตม็ ยศ
ท่ีไดร้ บั อิทธิพลทางศลิ ปะมาจากจีนและทเิ บต พระมงกฎุ ทรงสงู มียอดแหลม รูปทรงพระมงกฎุ ของพระพุทธรูปทรงเครอ่ื งใหญ่
ประดบั กรรเจยี กจรและพาหรุ ดั ลายกระหนกขนาดใหญ่ กรองศอ หอ้ ยสงั วาลไขวก้ นั ๓ เสน้ นอกนน้ั ตกแตง่ ผวิ นอกพระพทุ ธรปู
ดว้ ยการลงรักปดิ ทอง และประดบั กระจกสี (แกว้ อังวะ) มี ๔ สี ได้แก่ สขี าว สีเขยี ว นำ้�เงนิ และสแี ดง สว่ นเครอ่ื งทรงพระภูษา
อาภรณ์ เปน็ เสอื้ แขนยาวแบบกษตั ริย์ ฐานพระพุทธรูปลงรักปิดทองไมม่ ลี วดลาย
พระพุทธปฏมิ าศลิ ปะพม่า วัดจองคำ� จังหวัดแมฮ่ ่องสอน
36
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
37
๙) พระพุทธรูปศลิ ปะพมา่ วดั หวั เวยี ง
พระพุทธรูปศลิ ปะพม่า วดั หวั เวียง ต�ำ บลจองคำ� อ�ำ เภอเมือง จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน พทุ ธลกั ษณะเป็นพระพทุ ธรูป
ทรงเครอื่ งศิลปะพม่าสกุลชา่ งไทใหญ่ แสดงอริ ยิ าบถนงั่ ขัดสมาธิเพชร พระหตั ถซ์ ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางบน
พระชานุ นวิ้ พระหัตถ์ทงั้ สีย่ กเวน้ พระอังคุฐ (นิ้วโปง้ ) ยาวเทา่ กันชล้ี งพระธรณี พระเศยี รมีขนาดคอ่ นขา้ งใหญเ่ มอื่ เทียบกบั
พระวรกาย รูปวงพระพกั ตร์เปน็ วงยาวรี และมีขอบพระพักตร์เปน็ แถบขนาดใหญ่ สว่ นประกอบตา่ งๆบนพระพักตร์มีเอกลักษณ์
คลา้ ยมนษุ ย์(ยกเว้นเฉพาะส่วนปลายพระกรรณยาวจรดพระองั สา)พระเนตรเล็กยาวเรียวพระนาสกิ เลก็ พระโอษฐแ์ ย้มเล็กน้อย
พระวรกายมีลักษณะสูงโปร่ง วางพระชานุ และพระเพลาราบกับองค์ฐาน และเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่เต็มยศได้รับ
อิทธพิ ลทางศลิ ปะมาจากจีนและทิเบต พระมงกฎุ ทรงสงู มียอดแหลม รปู ทรงพระมงกฎุ ของพระพทุ ธรูปทรงเครอ่ื งใหญป่ ระดับ
กรรเจียกจร และพาหุรดั ลายกระหนกขนาดใหญ่ กรองศอ นอกน้นั ตกแตง่ ผวิ นอกพระพทุ ธรูปด้วยการลงรักปิดทอง และ
ประดบั กระจกส(ี แก้วองั วะ) มี ๔ สี ได้แก่ สขี าว สีเขียว น�ำ้ เงิน และสีแดง ส่วนเครอ่ื งทรงพระภษู าอาภรณ์ เปน็ เส้ือแขนยาวแบบ
กษตั รยิ ์ ฐานพระพุทธรปู ประดบั กระจกสเี ป็นเส้นตรงเรียบๆ ไม่มีลวดลาย
พระพุทธปฏิมาศิลปะพมา่ วัดหัวเวียง จงั หวดั แม่ฮ่องสอน
38
พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ ในลา้ นนา
39
จากการศึกษารูปแบบทางศิลปกรรมของพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ประดิษฐานอยู่ในพุทธสถาน ซึ่งมีรูปแบบศิลปะ
สถาปตั ยกรรมแบบพม่า-ไทใหญใ่ นล้านนานั้น พบว่า พระพทุ ธรปู แต่ละองคม์ ีรูปแบบทางศลิ ปกรรมทแ่ี ตกต่างกันออกไป โดย
สามารถจำ�แนกออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะพม่าสกุลช่างมัณฑะเลย์ และสกุลช่างไทใหญ่ เนื่องจากคติการ
สร้างพระพุทธปฏิมาในยุคสมัยมัณฑะเลย์ ประกอบไปด้วยหลักประติมานวิทยาที่หลากหลาย พระพุทธรูปบางองค์ยังได้
รับอิทธิพลจากพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ของสยาม บางองค์สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียภาพและหลักประติมานวิทยาของ
พระพุทธรูปสกุลช่างไทใหญ่ ซึ่งรับอิทธิพลทางศิลปะมาจากจีนและทิเบตแล้วนำ�ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นไดอ้ ยา่ งกลมกลนื เข้ากนั
ได้เปน็ อย่างดีกับรูปแบบงานพุทธศิลป์พม่าดั้งเดิม โดยเฉพาะส่วนประกอบและรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในพระพุทธรูป
ทรงเครื่อง ทั้งนี้ จากการศึกษาพระพุทธรูปศิลปะพม่าในเขตวัฒนธรรมล้านนา พบว่า มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะและ
รูปแบบทางศิลปกรรมแบบศิลปะพม่า-ไทใหญ่ปรากฏอยู่ไม่มากนัก อาทิ พระพุทธรูปเกสรดอกไม้ภายใน วัดนันตาราม
จงั หวดั พะเยา พระพทุ ธรปู เกสรดอกไมภ้ ายใน วดั จองกลาง วดั จองค�ำ วดั หวั เวยี ง วดั แมข่ อง วดั พระธาตดุ อยกองมู และวดั ก�ำ้ กอ่
จงั หวัดแม่ฮ่องสอน พระพทุ ธรปู เกสรดอกไม้ภายในวัดม่อนสณั ฐาน (ม่อนปยู่ กั ษ์) และ วัดศรชี มุ จงั หวัดลำ�ปาง
40
พระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่าวดั มอ่ นป่ยู กั ษ์ เมอื งล�ำ ปาง
พระพุทธปฏมิ าศิลปะพม่าสมยั มณั ฑะเลย์
เมืองมัณฑะเลย์ไดร้ บั การขนานนามวา่ เปน็ ศูนยก์ ลางของจกั รวาลตามแนวคดิ พทุ ธปรชั ญาแบบเถรวาทในพม่า เปน็
สาเหตุให้งานศิลปกรรมแบบสกุลช่างมัณฑะเลย์มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากรวมท้ังมีพัฒนาการมากที่สุดในบรรดา
ศิลปะพมา่ ในยคุ สมัยอืน่ ๆ ตลอดระยะเวลาท่ผี า่ นมาหลักฐานสำ�คญั ได้แก่ จำ�นวนพระพุทธรปู ศิลปะมัณฑะเลย์ท่ีปรากฏอยู่
ในเมอื งมัณฑะเลย์ และทแ่ี พรห่ ลายไปในดินแดนทีน่ บั ถอื พระพทุ ธศาสนา นับตงั้ แตส่ มยั พระเจา้ มนิ ดงเป็นต้นมาเมอื งมณั ฑะ
เลย์มคี วามสำ�คญั อยา่ งมากในฐานะเมอื งหลวง และเมอื งแหง่ พระพทุ ธรปู ไปพร้อมกัน ศิลปะสมยั มณั ฑะเลยจ์ ึงเปน็ ศลิ ปะพมา่
บรสิ ทุ ธ์ิ ทม่ี เี อกลกั ษณโ์ ดดเดน่ สมบรู ณต์ ามแบบฉบบั ของพมา่ อยา่ งแทจ้ รงิ ๑๓
กรรมวิธกี ารสรา้ งพระพุทธรูปในยคุ สมยั น้ี ประกอบไปดว้ ยหลกั ประตมิ านวิทยาที่หลากหลาย นายชา่ งปฏิมากรมี
ฝีมือสูง และได้รบั อทิ ธิพลทางปรชั ญาการสร้างพระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งใหญ่ของสยาม แล้วนำ�ไปประยกุ ตใ์ ช้ในงานพุทธศลิ ป์
พม่าอย่างเต็มท่ี โดยเฉพาะส่วนประกอบของเครื่องทรง อาทิ สังวาลไขว้ แผน่ ทบั ทรงลายประจำ�ยาม ลวดลายจีวรแบบลาย
เกราะเพชร ลายเกล็ดปลา และลายหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งรูปแบบและลวดลายรัดเกล้าของขอบพระมงกุฎ ลายรักร้อย
แบบรูปปลอกแหวนในงานศลิ ปะอยธุ ยา-บ้านพลหู ลวง โดยรายละเอียดทงั้ หลายทกี่ ลา่ วมานไ้ี ด้ปรากฏในพระพุทธรูปศิลปะ
พมา่ ดว้ ยการประยุกตใ์ ช้ให้มีความกลมกลืนเขา้ กันได้เป็นอย่างดีกับงานศลิ ปะพมา่
รูปลักษณศ์ ลิ ปะพระพทุ ธปฏิมาศิลปะพมา่ สมยั มัณฑะเลย์
• ทรงไมน่ ยิ มมีพระรศั มี
• พระขมับท้ังสองข้างแบน
• รปู วงพระพกั ตร์ (ใบหนา้ ) เปน็ ทรงกลมรี และมีขอบพระพักตรแ์ ถบใหญ่
• ส่วนประกอบต่างๆ บนพระพกั ตร์มเี อกลักษณ์คล้ายมนุษย์ (ยกเว้นเฉพาะสว่ นปลายพระกรรณ (หู) ยาวจรด พระอังสา (บ่า)
• พระวรกายสูงโปรง่
42
พระพุทธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วัดม่อนป่ยู ักษ์ เมอื งลำ�ปาง
พระพุทธปฏมิ าศิลปะพม่า วัดอินทบปุ ผาราม เมอื งเชียงตุง ประเทศเมยี นมาร์
43
44
พระพุทธรูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วดั ม่อนป่ยู ักษ์ เมืองล�ำ ปาง
• พระเพลา (หน้าตกั ) กว้าง นั่งขดั สมาธิเพชร วางพระชานแุ ละพระเพลาราบกบั องคฐ์ าน
• หากเปน็ พระพุทธรปู ทรงเคร่ืองเตม็ ยศ จะมที ัง้ แบบทรงพระมงกฎุ และแบบไมท่ รงมงกฎุ ซง่ึ แตกตา่ งจากสกลุ ชา่ งอ่ืนๆ
• พระพุทธรูปส่วนใหญ่จะลงรักปิดทองและมีการร่องชาดประดับกระจก ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปแบบทรงจีวรเรียบก็ตาม
(อยา่ งน้อยกต็ รงขอบพระพกั ตร์และขอบชายจีวร)
• รปู ทรงพระมงกฎุ ของพระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื งใหญจ่ ะสอบเขา้ ในเปน็ ชน้ั ๆ คลา้ ยกบั ศลิ ปะทไ่ี ดร้ บั มาจากพระมหามนุ ศี ลิ ปะอาระกนั
• พระพุทธรูปทรงเคร่อื งมกั จะมสี ายสังวาลไขว้ และตรงกลางพระอุระจะมแี ผ่นทับทรวงรปู ดอกไมห้ รอื รูปลายประจำ�ยามแบบ
ศลิ ปะอยุธยา
• หากเปน็ พระพุทธรูปแบบทรงประทบั ยนื พระหตั ถ์ขวาจะแสดงปางต่างๆ สว่ นใหญจ่ ะนิยมหงายฝา่ มอื ออกข้างนอกคลา้ ยกับ
การแสดงปางประทานพรหรอื ปางเปิดโลก
• นิยมสร้างรปู เคารพของพระสาวกหรอื ไม่ก็เป็นพระภิกษุทส่ี ังคมสมยั นนั้ นบั ถือ
• พระพุทธรปู สมัยนี้จะเน้นความเปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะการครองจีวรทีจ่ ดั ลายจีวรอย่างเปน็ ระเบียบงดงาม โดยไม่
ค�ำ นงึ ถึงมหาปรุ ิสลักษณะ ๓๒ ประการมากนกั สงั เกตไดจ้ ากรปู พระพกั ตร์ รูปพระบาท โดยเฉพาะพระพทุ ธรปู ปางไสยาสน ์
(นอน) ที่อ่อนช้อยคล้ายธรรมชาตมิ าก
• เปน็ ยุคสมยั ทน่ี ยิ มสร้างพระพุทธรูปแบบทรงเครอื่ งใหญ่ท่ลี งรักปดิ ทองลอ่ งชาดประดับกระจกมากท่ีสุด
• เอกลักษณส์ �ำ คัญของพระพทุ ธรูปศิลปะมณั ฑะเลยค์ อื สว่ นแถบขององค์พระพักตร์ทีช่ ดั เจน
• พระพทุ ธรปู สกลุ ชา่ งพมา่ สมยั นจ้ี ะครองจวี รแบบหม่ เฉยี งเพยี งอยา่ งเดยี ว ยกเวน้ พระพทุ ธรปู แบบทรงเครอ่ื งจะสวมพระอาภรณ์
โดยเป็นเสื้อแขนยาวแบบกษัตริย์ที่แตกต่างออกไปจากพระพุทธรูปประเทศอื่นๆ ที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงขอบพระจีวรที่มี
เครอื่ งทรงประดับทบั อยู่ดา้ นบน
• องค์ฐานพระพุทธรปู สว่ นใหญจ่ ะเต้ีย เพราะจะสรา้ งควบค่กู บั ฐานบลั ลงั กท์ ม่ี ซี มุ้ เรอื นแกว้ ขนาดใหญว่ จิ ติ รอลงั การอยดู่ า้ นหลงั
โดยจะตั้งพระพุทธรูปพร้อมฐานเตี้ยๆ อยู่ในตำ�แหน่งตรงกลางของบัลลังก์ เพือ่ เปน็ การแสดงให้เห็นถึงความหมายอันเป็น
องค์จกั รวาทนิ ของพระองค์ทค่ี รอบครองอาณาจักรแหง่ จักรวาล และนิยมวางบนซมุ้ เรอื นแก้วทรงสูง
พระพุทธปฏมิ าศลิ ปะพมา่ วัดอินทบุปผาราม เมืองเชยี งตงุ ประเทศเมยี นมาร์
45
พ ระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในยุคสมัยของเมืองมัณฑะเลย์นี้ นอกจากรูปแบบของงานศิลปะแล้วหากจะกล่าวถึงดา้ น
ประติมานวทิ ยาจะเหน็ ถึงความหลากหลาย เชน่ พระพุทธรูปท่ีหลอ่ จากโลหะส�ำ ริด พระพุทธรปู แบบแกะจากศลิ าทรายและ
แบบหนิ อ่อน หยก และพระพุทธรูปท่แี กะจากไม้ ถ้าเปน็ พระพทุ ธรูปแบบทรงเครอ่ื งใหญจ่ ะมีท้ังแบบท่หี ล่อจากโลหะสำ�ริด
ล้วนๆ หากเป็นพระพุทธรูปท่สี รา้ งจากวัสดหุ ลายชนดิ เชน่ สว่ นพระเศยี ร พระหัตถ์ และพระบาทเป็นหินอ่อน พระวรกายเป็น
ไม้ ทรงเคร่ืองเปน็ ลายรักปัน้ ประดับดว้ ยกระจกสลี งรักปิดทอง ส่วนเครอื่ งทรงที่ลอยตวั จะทำ�ดว้ ยแผน่ โลหะลงรักปิดทองสวม
คลุมทบั ลงไปอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีพระโปร่งหรือพระพุทธรูปที่ทำ�จากกระดาษ ลงรักปิดทองล่องชาดประดับกระจกสี
ท่ไี ดร้ ับอทิ ธพิ ลด้านประติมานวทิ ยามาจากชาวไทใหญ่ พระพุทธรูปทสี่ รา้ งจากจากวสั ดุเกอื บทุกชนิด จะมีทั้งแบบหนา้ แป้ง
หนา้ ลงรกั ปดิ ทองหรอื จะเปน็ แบบหนา้ เนอ้ื วสั ดตุ ามธรรมชาติ เชน่ หนิ ออ่ น ไม้ หรอื โลหะขดั เงา เปน็ ตน้ ๑๔
พระพุทธปฏิมาบนฐานบัลลังก์ที่มีซมุ้ เรือนแก้วขนาดใหญ่วจิ ติ รอลงั การ
ศลิ ปะพมา่ สมยั มณั ฑะเลย์ วัดทรายมูล เมอื งเชยี งใหม่
46
พระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นป่ยู กั ษ์ เมอื งลำ�ปาง
47
พระพุทธรปู ศลิ ปะพม่าสกลุ ช่างไทใหญ่
ชาวไทใหญเ่ ปน็ ชนชาตทิ อี่ าศยั อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใตข้ องประเทศจนี ใ นชว่ งทจ่ี นี ตอ้ งการขยายอ�ำ นาจการเมอื ง
การปกครอง ดว้ ยการยกทัพมาปราบปรามชนกลมุ่ น้อยทางตอนใต้ และไดร้ กุ เลยเขา้ มาถงึ อาณาจกั รพุกามของพม่า โดยการ
น้ไี ด้อาศัยความรว่ มมือจากกำ�ลงั รบของทหารชนชาติไทใหญ่ ดว้ ยเหตนุ ี้ ศิลปะการสร้างพระพทุ ธรปู ของชาวไทใหญ่ จงึ เปน็
การสรา้ งพระพุทธรปู เพื่อตอบสนองต่อความเชือ่ และความศรัทธาในพทุ ธศาสนานกิ ายมหายาน ทไี่ ด้รับอิทธพิ ลมาจากทิเบต
เนปาล ซง่ึ เผยแพร่ผ่านเข้ามาทางประเทศจีน แตใ่ นระยะเวลาตอ่ มาไม่นานนักพระพทุ ธรูปสกุลชา่ งไท-ใหญ่กต็ ้องถูกดดู กลนื
จากสภาพสง่ิ แวดลอ้ มทางการเมอื งของพมา่ เปน็ เหตใุ หม้ คี วามจ�ำ เปน็ ตอ้ งปรบั เปลย่ี นแนวคดิ เปน็ คตคิ วามเชอ่ื แบบนกิ ายเถรวาท
เช่นเดียวกันกับรัฐอน่ื ๆ ในดนิ แดนแห่งน๑้ี ๕
ความเชื่อและความศรัทธาที่ชาวไทใหญ่ต่อพระพุทธศาสนา ได้ถูกสะท้อนผ่านผลงานพุทธศิลป์ ดังปรากฏที่
วดั งาเพจอง ทะเลสาบอินเล เมอื งตองยี พระพุทธรปู ทรงเคร่ืองสกุลชา่ งไทใหญ่ มพี ระเศยี รที่ใหญแ่ ตม่ ีพระวรกายเล็ก อนั เปน็
ภาพลกั ษณ์ท่สี ะท้อนถึงความบริสุทธ์ิ สะอาด สงบ สมั ผสั ถึงบรรยากาศของความศักด์สิ ทิ ธ์ิ เมอื่ เข้าไปใกลอ้ งค์พระพทุ ธรปู แล้ว
ก่อให้เกิดจิตที่ศรัทธาได้เข้าถึงหลักธรรม ชาวไทใหญ่จึงนิยมสร้างพระพุทธรูปจำ�นวนมากโดยเฉพาะกษัตริย์ที่เป็นชนชั้น
ปกครองจะนิยมสรา้ งถวายไว้ตามวดั ตา่ งๆ และจะมีขนาดและรูปแบบทแ่ี ตกตา่ งกนั ไปอกี ด้วย แตท่ ีน่ ิยมคอื จะสร้างพระพทุ ธรูป
ทรงเครื่อง ปางมารวชิ ัย ประดับกระจกสี และประดิษฐานบนบลั ลังก์ไม้ประดบั กระจกสี
พระพุทธรูปทรงเครอ่ื งศิลปะพม่า สกุลช่างไทใหญ่
วัดงาเพจอง (Nga Phe Chaung Monastery) ทะเลสาบอนิ เล เมืองตองยี ประเทศเมยี นมาร์
48