The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minmeak9, 2020-05-14 06:58:23

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

Keywords: การอนุรักษ์,พระพุทธรูป

การอนุรักษ์พระพุทธรปู ทรงเครอื่ งศิลปะพมา่ วดั ม่อนปู่ยกั ษ์
ภาพชิ้นสว่ นขององคพ์ ระพทุ ธรูป ล�ำ ดบั ที่ ๓

99

100

การอนุรกั ษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครอื่ งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปยู่ กั ษ์
ภาพชน้ิ ส่วนขององคพ์ ระพทุ ธรปู ลำ�ดับที่ ๔

101



ภาพช้นิ ส่วนขององคพ์ ระพทุ ธรปู ลำ�ดบั ท่ี ๕

104

การอนุรกั ษ์พระพทุ ธรูปทรงเครื่องศิลปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์
ภาพชิ้นสว่ นขององคพ์ ระพทุ ธรปู ลำ�ดับท่ี ๖

105

ภาพช้นิ สว่ นขององค์พระพุทธรปู ล�ำ ดับท่ี ๗
106

การอนุรกั ษพ์ ระพุทธรปู ทรงเคร่อื งศิลปะพมา่ วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์
ภาพช้นิ ส่วนขององค์พระพุทธรปู ล�ำ ดับท่ี ๘

107

การจำ�แนกสภาพช้นิ สว่ นของพระพุทธรปู ตามขนาดท่มี ีความใกล้เคยี งกนั
108

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
109

การสำ�รวจความชำ�รุดบริเวณพระเศียร ช้ินส่วนท่ีมีขนาดใหญ่บริเวณกรองศอที่ รอยชำ�รุดขนาดใหญ่บริเวณพระเพลา(ตัก)

พบว่ามรี อยแตกรา้ วบรเิ วณพระพกั ตรแ์ ละ แตกชำ�รุดและสามารถต่อกับชิ้นส่วนขนาด ที่แตกออกจากองค์พระและบริเวณผ้า

มีรอยหักที่กรรเจียกจรอยู่เพียง ๑ แห่ง เล็กทพ่ี บได้ ทิพย์ท่ีสามารถพบชิ้นส่วนขนาดเล็กท่ีนำ�

อีกทั้งพบว่ามีการนำ�สีทองนำ้�มันกระป๋อง มาต่อกับชิน้ สว่ นขนาดใหญ่ได้

ทาทับทองคำ�เปลวเดมิ

110

การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปู่ยักษ์

การสันนิษฐานช้ินส่วนของ ลวดลายประดับสามารถช่วย การต่อลวดลายบริเวณป้ันเหน่ง ก า ร ต่ อ ร อ ย ชำ � รุ ด บ ริ เ ว ณ

พระพุทธรูปที่ชำ�รุดบริเวณ ให้การสันนิษฐานเพ่ืออนุรักษ์ (หัวเข็มขัด)ของพระพุทธรูป พระชานุ (เข่า)

ฐานชุกชีพบว่ามีลวดลายท่ี ง่ายข้นึ ทรงเครอ่ื ง

สอดคลอ้ งกัน

คลิปวดี ิทัศน์ การสันนษิ ฐานชิ้นสว่ นของ
พระพุทธรูปทีช่ ำ�รดุ

111

การสันนษิ ฐานรอยตอ่ ของชิ้นสว่ นองค์พระที่ชำ�รุด

ภาพการสันนิษฐานชิ้นส่วนบริเวณพระนาภี(ท้อง)
ที่แตกชำ�รุด เนื่องจากพระพุทธรูปที่ชำ�รุดเป็นพระพุทธรูป
ทรงเครื่อง ในภาพเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ชำ�รุดพบว่าเป็น
ลวดลายบริเวณทบั ทรวง การอนรุ ักษส์ ามารถตอ่ ชน้ิ ส่วนทแ่ี ตก
ออกได้ดว้ ยการสังเกตจากลวดลายทีใ่ ชป้ ระดบั อกี ทัง้ ยงั มีการ
ประดับเคร่ืองทรงด้วยการป้ันรักและกระจกสีบริเวณด้านหน้า
ขององค์พระส่วนด้านหลังไม่พบลวดลายเหมือนด้านหน้าเป็น
เพียงสีทองคำ�เปลวเรียบๆ เท่านั้นการอนุรักษ์ด้วยการต่อชิ้น
ส่วนดา้ นหลงั องค์พระจงึ ท�ำ ไดย้ ากกกว่าด้านหนา้

ภาพชิน้ สว่ นท่ี ไม่พบการประดบั ลวดลายปนั้ รักและกระจกสี

การประกอบช้นิ สว่ นของพระพทุ ธรปู เริ่มจากบรเิ วณเศียรไลล่ งมาถึงล�ำ ตวั ของพระพุทธรปู
112

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
113

ช้นิ สว่ นพระพทุ ธรปู ดา้ นหลังสามารถสงั เกตรอยแตกได้ชัดเจนขน้ึ ชิน้ ส่วนพระพทุ ธรปู ดา้ นหลังสามารถสงั เกตรอยแตกได้ชัดเจนข้นึ

เพราะมีสีทแ่ี ตกต่างกัน เพราะมีสที แี่ ตกตา่ งกัน

การสันนิษฐานด้วยการทดลองต่อรอยชำ�รุดโดยการสังเกตจาก การอนุรักษ์โดยการนำ�ช้ินส่วนท่ีทำ�การต่อจากช้ินส่วนขนาดเล็ก

รอยแตกรา้ วทั้งด้านหนา้ และด้านหลังน�ำ กระดาษกาวติดชัว่ คราว ใหม้ ขี นาดใหญข่ น้ึ เพอ่ื สามารถน�ำ มาตอ่ กบั ชน้ิ สว่ นอน่ื วธิ กี ารดงั กลา่ ว

ก่อนทำ�การอนุรักษต์ อ่ ไป เพอ่ื ท�ำ ให้ช้นิ สว่ นทกุ ชิ้นสว่ นกลบั สู่สภาพ จะต้องทำ�ด้วยความประณีตที่สุด คือต้องสังเกตร่องรอยทั้ง

เดมิ ให้มากทีส่ ุด ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ของช้นิ สว่ นอยา่ งละเอียด

114

การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปู่ยกั ษ์

การอนรุ ักษด์ ว้ ยการสนั นษิ ฐานจากช้นิ ส่วนท่แี ตกของพระพุทธรปู

115

การตอ่ ลวดลายบริเวณพระองั ศา (บ่า) การต่อลวดลายบรเิ วณพระอังศา (บ่า) การต่อลวดลายบริเวณพระนาภี (ท้อง)
ของพระพุทธรปู ทรงเครอ่ื ง ของพระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื ง โดยการต่อชิ้นส่วนสามารถใช้การสังเกต
จากลวดลายปั้นรักประดับกระจกมีการ
ประดับเครื่องทรงคือป้ันเหน่ง(หัวเข็มขัด)

116 การตอ่ ลวดลายบริเวณพระอังศา (บ่า) ของพระพทุ ธรูปทรงเครื่อง

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
117

118 การเตรยี มพ้นื ที่ปฏบิ ัตกิ ารอนรุ กั ษ์พระพุทธรปู

การอนุรกั ษ์พระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์

การเตรยี มวัสดุอุปกรณ์ส�ำ หรับการอนุรกั ษแ์ ละพ้นื ทีป่ ฏบิ ตั กิ าร

คอื ขั้นตอนส�ำ คญั ท่ีตอ้ งเตรยี มการให้พร้อมสำ�หรับการลงมือปฏิบัติการอนุรักษ์ การเลือกสรรอุปกรณ์สำ�หรับการ
อนุรักษ์ต่างๆ ตามความเหมาะสมกับปัญหาที่พบ เนื่องจากการอนุรักษ์พระพุทธรูปโดยทั่วไปมักพบปัญหาไปตามวัสดุที่
ใช้สรา้ งพระพทุ ธรปู นน้ั อาทิ พระพทุ ธรปู ทส่ี รา้ งจากปนู มกั เกดิ ปญั หาชน้ั ปนู แตกกะเทาะ หรอื ชน้ั ปนู โปง่ แยกตวั ภายในมสี ง่ิ สกปรก
มีคราบฝุ่นละออง กรวด ดิน การอนุรักษ์ขนั้ ตอนแรกคือการท�ำ ความสะอาดสิ่งสกปรกแปลกปลอมกอ่ นการลงมือเสริมความ
ม่นั คงชั้นปูนใหแ้ ขง็ แรง การอนรุ ักษ์จึงมกี ระบวนการเฉพาะกบั กรณนี นั้ ๆ ในกรณพี ระพทุ ธรูปวดั มอ่ นปยู่ ักษน์ ั้นสรา้ งขึน้ มาจาก
ผงเกสรดอกไม้ เคลือบด้วยยางรกั ปิดทองค�ำ เปลว ปน้ั รักประดับกระจกสี มีลกั ษณะพิเศษคอื รูปทรงกลวงภายใน นำ้�หนักเบา
ไม่มีโครงสร้างภายใน เมื่อถูกกระแทกแรงจึงสามารถแตกออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ปัญหาของ
ความเสียหายจึงมคี วามแตกตา่ งจากพระพุทธรูปทีส่ รา้ งด้วย ปนู สัมฤทธิ์ ไม้ นักอนรุ ักษ์จึงตอ้ งค้นหาวิธอี นุรกั ษ์ใหม้ ีความ
เหมาะสมกับปัญหาที่พบให้ดีที่สุด และวัสดุที่นำ�มาใช้จะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสุนทรียภาพเดิมขององค์พระพุทธรูป
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีการประชุมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เพื่อหาข้อสรุปในการอนุรักษ์ ว่าเห็นควรใช้วัสดุใด
มาทำ�การอนุรักษ์พระพุทธรูปให้กลับมาเหมือนดังสภาพเดิมได้มากท่ีสุดในท่ีประชุมจึงมีการเสนอให้ทดลองกาวชนิดหน่ึงท่ี
มเี ชอื้ น้ำ� มีคณุ สมบตั แิ ห้งช้า สามารถตดิ ไม้ ผา้ มีลักษณะเป็นฝ่นุ ผงสามารถละลายดว้ ยน้ำ� เมือ่ กาวแขง็ ตวั จะมีความแข็งแรง
มาก เมื่อละลายดว้ ยน้ำ�จะสามารถผสมให้มีความเขม้ ขน้ ท่แี ตกต่างกนั

119

การเตรยี มอปุ กรณส์ �ำ หรบั การอนรุ กั ษพ์ ระพุทธรปู

120

การอนรุ กั ษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วัดม่อนป่ยู ักษ์

การจดั เตรยี มอุปกรณ์สำ�หรับการอนุรกั ษ์ การผสมกาวควรผสมในปริมาณน้อยเพื่อการท�ำ งานท่ปี ระณตี

การอนรุ ักษ์ด้วยกาวเป็นตวั ประสานช้นิ สว่ นท่ตี อ้ งใช้
ในปรมิ าณทเ่ี หมาะสมกับสภาพของชิ้นสว่ นพระพุทธรูป

121

การอนุรักษโ์ ดยการตอ่ ประสานช้ินส่วนพระพุทธรปู ทชี่ ำ�รดุ

นบั เปน็ ขน้ั ขน้ั ตอนทส่ี �ำ คญั ทส่ี ดุ ส�ำ หรบั การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ในครง้ั น้ี ผอู้ นรุ กั ษจ์ ะตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั ในขน้ั ตอนน้ี
เปน็ อยา่ งมากเนือ่ งจากทุกๆ ชิน้ สว่ นท่แี ตกออกจากกนั มีความสำ�คัญเท่าๆ กันหากช้ินสว่ นใดถกู ตอ่ ผดิ ที่จะกระทบอีกชน้ิ ส่วน
หนง่ึ ทันที ดังนัน้ การประสานชน้ิ ส่วนในคร้ังน้จี ึงมีความสำ�คญั จะตอ้ งท�ำ การตอ่ ประสานทุกช้นิ สว่ นขององคพ์ ระพุทธรูปให้
กลับไปที่เดมิ และองคพ์ ระพทุ ธรูปจะต้องมพี ุทธลักษณะเหมอื นเดมิ มีความแข็งแรงอยูใ่ นสภาพท่ใี กลเ้ คียงกบั สภาพเดิมให้
มากที่สดุ
สำ�หรบั การทดสอบด้วยการประสานชน้ิ สว่ นพระพุทธรูปด้วยการสังเกตจากรอยแตกและลกั ษณะของพ้นื ผวิ สี ซ่ึงมี
มติ ใิ กลเ้ คยี งกนั มากทส่ี ดุ ทง้ั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั เมอ่ื นกั อนรุ กั ษม์ คี วามมน่ั ใจวา่ ชน้ิ สว่ นถกู ตอ้ งมรี อยตอ่ ทแ่ี นบสนทิ ทง้ั ดา้ นหนา้
ดา้ นหลงั แลว้ จงึ ท�ำ การประสานรอยตอ่ ดว้ ยกาวและประสานดา้ นหลงั ดว้ ยการทากาวผนกึ ผา้ ขาวบาง โดยเตรยี มตดั ผา้ ขาวบาง
ใหม้ ขี นาดกวา้ งประมาณ ๕ เซนตเิ มตร ยาวประมาณ ๗ เซนตเิ มตร พร้อมรอยหยักฟนั ปลาเพื่อเวลาเขา้ มุมในส่วนท่มี คี วาม
โค้งผา้ จะสามารถแนบสนิทกบั ช้นิ สว่ นไดม้ ากที่สุด

การประสานชิ้นส่วนท่ีช�ำ รดุ ตามรอยแตกทสี่ ามารถต่อกันแนบสนทิ

122

การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์

การเตรียมตัดผ้าขาวบางเพ่ือ ขั้นตอนการเลือกชิ้นส่วนท่ีชำ�รุด การอนุรักษ์ด้วยการทากาว ข้ันตอนการอนุรักษ์ด้วยการทา

ใช้สำ�หรับผนึกด้านหลังของชิ้น มาต่อประสานกนั ประสานรอยต่อชน้ิ สว่ นทีช่ �ำ รุด กาวประสานรอยต่อช้ินส่วนที่

ส่วนท่มี ีรอยต่อ ชำ�รุด

123

การอนรุ ักษ์โดยการประสานผ้าขาวบาง

ขน้ั ตอนการเตรียมผา้ ขาวบาง
ตัดผ้าขาวบางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ในการประสาน ควรตัดเป็นรอยหยักฟนั ปลาเพ่อื
เวลาประกบบริเวณที่โคง้ จะช่วยให้สามารถประสานไดส้ นทิ ย่ิงขนึ้
ผา้ ขาวบางน�ำ มาใชป้ ระสานชน้ิ สว่ นทช่ี �ำ รดุ บรเิ วณรอยตอ่ เพอ่ื ท�ำ หนา้ ทป่ี ระคองชน้ิ สว่ นทง้ั สองใหย้ ดึ ตดิ ดว้ ยโครงสรา้ ง
ของเสน้ ใยผา้ ขาวบางท่ที าด้วยกาวติดไม้เพอ่ื สรา้ งความแขง็ แรงใหก้ บั ชิ้นสว่ นทช่ี �ำ รุด
ข้ันตอนการผสมกาวเพ่ือนำ�มาทาบรเิ วณรอยต่อของชิน้ ส่วนที่ชำ�รดุ ควรผสมกาวในปรมิ าณน้อยเพือ่ ความประณตี
ในการอนุรกั ษ์ และควรตรวจสอบช้นิ สว่ นที่ประกอบให้เรยี บรอ้ ยทกุ คร้งั ท่จี ะทำ�การต่อชน้ิ สว่ นที่ช�ำ รุด

การประกอบช้นิ สว่ นบรเิ วณพระบาทของพระพุทธรูป
124

การอนุรักษพ์ ระพุทธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นป่ยู กั ษ์

การประกอบช้นิ สว่ นบริเวณดา้ นหลงั ของพระพทุ ธรูป 125

ขั้นตอนการทากาวเพือ่ ประสานบรเิ วณช้นิ สว่ นทชี่ �ำ รุด ข้นั ตอนการทากาวบนผ้าขาวบางเพื่อประสานบรเิ วณชำ�รดุ

ขั้นตอนการทากาวบริเวณที่ตดิ ประสานชิน้ ส่วนดว้ ยผา้ ขาวบาง ควรผสมกาวใหม้ คี วามเขม้ ขน้ เพ่ือชว่ ยให้กาวแหง้
เรว็ ย่ิงข้นึ ในอตั ราสว่ นกาวผง ๑ ส่วน ตอ่ น้ำ�เปล่า ๑ สว่ น

การประสานผ้าขาวบางบริเวณด้านใน
ทท่ี �ำ การตอ่ ชน้ิ สว่ นเรยี บรอ้ ยแลว้ เพอ่ื สรา้ งความแขง็
แรงใหก้ บั โครงสรา้ งทง้ั หมด เนอ่ื งจากชน้ิ สว่ นแตล่ ะชน้ิ
มีขนาดท่ีแตกต่างเมื่อนำ�มาประกอบให้เป็นรูปทรงจึง
ต้องมีการใช้ผ้าขาวบางช่วยประคองยึดแต่ละช้ินส่วน
ของพระพทุ ธรปู เขา้ ไวด้ ้วยกนั

126

การอนุรกั ษ์พระพุทธรูปทรงเครอื่ งศิลปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์

การทากาวบริเวณชน้ิ ส่วนท่ชี ำ�รดุ กอ่ นการต่อชน้ิ สว่ นนนั้ เข้าด้วย การทากาวบนผา้ ขาวบางเพอื่ ประสานบริเวณชนิ้ ส่วน
กนั เพอื่ สร้างความแข็งแรงให้กับบริเวณรอยต่อ

เมอ่ื ทำ�การประสานความแขง็ แรงด้วยผ้าขาวบางเรยี บร้อยแลว้ ควรปลอ่ ยชิ้นสว่ นใหแ้ ห้งสนิทก่อนประกอบช้นิ ส่วนท่ี
ช�ำ รดุ ชน้ิ อนื่ ต่อไป เพอ่ื ท�ำ ใหช้ ิน้ สว่ นของพระพทุ ธรปู มคี วามแข็งแรงเป็นเน้ือเดยี วกนั ทง้ั หมด

คลปิ วีดิทัศน์ การประสานผ้าขาวบางบริเวณ
ดา้ นในของพระพุทธรูป

127

ผ้าขาวบางสามารถน�ำ มาใช้ประสานชนิ้ ส่วนท่ชี ำ�รดุ บริเวณรอยต่อ เพอื่ ทำ�หน้าที่ประคองช้นิ ส่วนท้งั สองให้ยดึ ตดิ
ด้วยโครงสรา้ งของเส้นใยผ้าขาวบางทีท่ าดว้ ยกาวตดิ ไม้เพื่อสร้างความแขง็ แรงให้กบั ชิ้นสว่ นทช่ี ำ�รดุ

การประสานผ้าขาวบางบรเิ วณด้านในทีท่ ำ�การตอ่ ชิ้นสว่ นเรียบร้อย
128

การอนุรักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเคร่ืองศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนปู่ยักษ์

การประสานผ้าขาวบางบริเวณดา้ นในเพ่อื ช่วยสร้างความแขง็ แรงใหก้ บั โครงสร้างทง้ั หมด

129

การอนรุ กั ษ์ด้วยการต่อประกอบชนิ้ สว่ นพระพุทธรปู

เนอ่ื งจากพระพุทธรูปไดช้ �ำ รดุ ดว้ ยลักษณะการถูกกระแทกทำ�ให้แตกกระจายหกั ออกเปน็ ช้ินๆ ซึ่งมีขนาดที่แตกตา่ งกนั
ออกไป อีกทงั้ ความพิเศษของวสั ดทุ ใ่ี ชส้ รา้ งนนั้ ท�ำ ใหพ้ ระพุทธรปู มลี กั ษณะกลวงดา้ นในและมีน้ำ�หนกั เบา นักอนรุ ักษ์ได้
ทำ�การทดลองด้วยการใช้กาวติดไม้เพ่ือใช้ประสานช้ินส่วนที่ชำ�รุดให้สามารถประกอบพระพุทธรูปท่ีชำ�รุดให้มีความแข็งแรง
จงึ เลอื กใช้ผา้ ขาวบางมาช่วยท�ำ หน้าที่เปน็ เส้นใยทีเ่ ชอื่ มรอยตอ่ เขา้ ด้วยกัน ดงั นัน้ การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรูปในครงั้ นี้ต้องอาศยั
การทดลองตอ่ ชิ้นส่วนที่ชำ�รุดเพอ่ื ใหส้ ามารถประกอบเขา้ กนั ในต�ำ แหน่งเดมิ ใหม้ ากทสี่ ดุ ซง่ึ ตอ้ งอาศยั การสงั เกตรอยชำ�รดุ ของ
ชน้ิ ส่วนท้งั ด้านหนา้ และด้านหลงั ซึ่งกรณีทีช่ ิ้นส่วนมลี วดลายประดบั ตกแต่ง คือการปัน้ รกั ประดบั กระจกจะเป็นชิน้ สว่ นบริเวณ
ดา้ นหน้าขององคพ์ ระพทุ ธรปู ส่วนบรเิ วณด้านหลังของพระพทุ ธรปู จะไม่ปรากฏลวดลายมีเพยี งแตก่ ารลงรกั ปดิ ทองเทา่ นนั้

การประกอบช้ินสว่ นท่ี ไมม่ ีลวดลายประดบั การประกอบชิน้ สว่ นทม่ี ลี วดลายประดับ

การประกอบช้ินส่วนดา้ นหลังพทุ ธรปู จะมีความยากกว่าการประกอบช้ินส่วนบรเิ วณด้านหนา้ พระพทุ ธรปู เน่อื งจาก
ชน้ิ สว่ นทช่ี �ำ รดุ ไมม่ ลี วดลายประดบั ใหส้ ามารถสงั เกตไดม้ เี พยี งแตร่ อยช�ำ รดุ และสว่ นใหญจ่ ะเปน็ ชน้ิ สว่ นทม่ี ขี นาดเลก็ กวา่ ชน้ิ สว่ น
ที่มีลวดลายประดับ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักอนุรักษ์จึงต้องอาศัยความประณีตสังเกตและความระมัดระวงั ในการประกอบชิ้น
ส่วนเป็นอยา่ งมาก

130

การประกอบชนิ้ สว่ นบรเิ วณด้านหลังของพระพทุ ธรปู การอนุรกั ษ์พระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วัดม่อนปูย่ ักษ์

การประกอบช้ินส่วนบรเิ วณดา้ นหลังของพระพุทธรูปทต่ี อ้ งใชก้ ารสงั เกตจากรอยชำ�รุด ซึง่ ต้องสามารถประสานกนั
ไดอ้ ย่างแนบสนิทมากท่สี ดุ เนื่องจากองคพ์ ระพทุ ธรปู มลี ักษณะกลวงด้านในและเป็นรูปทรงสามมติ ทิ ี่มีปริมาตร มรี ายละเอียด
ท่ตี ้องใชค้ วามรอบคอบในการต่อประสานชิน้ ส่วน เพราะถา้ ตอ่ ชน้ิ สว่ นผดิ พลาดต�ำ แหนง่ ชิ้นส่วนทเ่ี หลือก็จะไม่สามารถตอ่ ใน
ตำ�แหน่งอ่นื ได้ เพอ่ื ความม่นั ใจในการอนุรักษ์จะตอ้ งทดลองตอ่ ชิน้ สว่ นที่ช�ำ รุดใหอ้ ยูใ่ นต�ำ แหนง่ ท่ีสามารถประกอบไดก้ บั ชิ้น
สว่ นอน่ื ๆ ทเ่ี หลือไดด้ ว้ ย

การประกอบชิน้ ส่วนบรเิ วณดา้ นหลังของพระพทุ ธรปู ช้นิ สว่ นบรเิ วณด้านหลังของพระพทุ ธรูป
ซง่ึ ถูกประกอบขน้ึ จนเกือบครบสมบรู ณ์

คลิปวดี ทิ ัศน์ การประกอบชิ้นส่วนบรเิ วณดา้ น
หลงั ของพระพทุ ธรปู

131

การประกอบชิน้ ส่วนบรเิ วณดา้ นหนา้ ของพระพทุ ธรูป

รอยช�ำ รุดบริเวณพระอังศา (บา่ ) การประกอบชิน้ ส่วนบริเวณพระอังศา (บา่ ) ซง่ึ มลี วดลาย
ประดับใหส้ ามารถสงั เกตไดช้ ัดเจน

การประสานผา้ ขาวบางบรเิ วณดา้ นในเพอ่ื ชว่ ยสรา้ งความแข็งแรงใหก้ บั โครงสรา้ งทัง้ หมด
132

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
133

การประกอบช้นิ สว่ นบรเิ วณฝา่ พระหตั ถข์ องพระพุทธรปู
134

การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพม่า วัดม่อนป่ยู กั ษ์

การประกอบชิ้นสว่ นบริเวณพระเพลาของพระพทุ ธรปู
135

136

การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปูย่ ักษ์

การประกอบชิ้นสว่ นบรเิ วณพระเพลาของพระพุทธรูป

คลปิ วีดทิ ศั น์ การใชค้ วามรอ้ นเป่าในข้นั ตอน
การประกอบพระพทุ ธรูปทำ�ใหก้ าวแหง้ เรว็ ขน้ึ

137

การประกอบชน้ิ สว่ นบริเวณพระชานุของพระพทุ ธรูป

การประกอบช้นิ ส่วนบรเิ วณพระชานขุ องพระพุทธรปู
138

การอนุรักษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ ักษ์

การประกอบช้นิ ส่วนบรเิ วณลวดลายประดบั บนฐานของพระพุทธรูป

คลิปวดี ิทัศน์ การประกอบชนิ้ สว่ นบรเิ วณ
ลวดลายประดบั บนฐานของพระพทุ ธรูป

139

การตอ่ ชนิ้ สว่ นทชี่ ำ�รดุ บรเิ วณที่มีลวดลายประดับดว้ ยการปน้ั รกั การต่อชน้ิ สว่ นที่ช�ำ รดุ บรเิ วณท่ี ไมพ่ บลวดลาย

การประกอบชิ้นสว่ นบริเวณลวดลายประดบั บนฐานของพระพทุ ธรปู
140

การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วัดม่อนป่ยู ักษ์

การอนุรกั ษ์พระพุทธรูปโดยการประกอบช้ินสว่ นทชี่ ำ�รดุ

๑. ทากาวบรเิ วณชิ้นส่วนทชี่ �ำ รุด ๒. ทากาวบริเวณช้นิ ส่วนที่ประกอบแลว้ ๓. ติดชิ้นส่วนเข้ากับโครงสร้างหลักที่
ประกอบแลว้

คลปิ วีดทิ ัศน์ การทากาวบริเวณรอยตอ่ ของชิ้น
ส่วนพระพทุ ธรูป

141

๔. ตดิ ผ้าขาวบางบรเิ วณรอยต่อ ๕. ทากาวบรเิ วณทีต่ ดิ ผา้ ขาวบาง ๖. การทำ�ให้กาวแห้งเร็วขึ้นโดยใช้เครื่อง
เป่าลมร้อน เพราะลมร้อนสามารถช่วย
ทำ�ให้เกิดการเคล่ือนตัวของบริเวณรอยต่อ
ชนิ้ สว่ นนอ้ ยลง

เม่ือทากาวแล้วควรทำ�ใหก้ าวแหง้ ใหเ้ ร็วเพ่ือปอ้ งกันการเคลอ่ื นตวั ของชน้ิ ส่วน ดว้ ยการใช้ลมจากเครอ่ื งเปา่ ลมร้อนเม่ือกาว
แหง้ แล้วควรประสานผ้าขาวบางเพิ่ม เพื่อสร้างความแข็งแรงเพราะชิ้นส่วนบริเวณฐานของพระพุทธรปู ตอ้ งรบั น�้ำ หนักท้งั หมดจาก
องคพ์ ระพทุ ธรปู จงึ ควรเสริมความแขง็ แรงดว้ ยผา้ ขาวบางมากเป็นพิเศษกวา่ ต�ำ แหนง่ อื่นอีกทงั้ ลักษณะการชำ�รดุ เสยี หายของชิน้
ส่วนบริเวณนมี้ มี ากกวา่ บริเวณอ่ืนๆ

142

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
143

ข้ันตอนการประกอบชน้ิ สว่ นที่ช�ำ รดุ บรเิ วณฐานพระพุทธรูป

๑ . ก า ร สำ � ร ว จ ช้ิ น ส่ ว น ที่ ส า ม า ร ถ ต่ อ ๒ . ช้ิ น ส่ ว น ที่ ไ ด้ ทำ � ก า ร สั น นิ ษ ฐ า น ว่ า ๓. เมื่อสามารถหาช้ินสว่ นทช่ี �ำ รุดประกอบ

ประกอบกันได้สนิทที่สุด โดยสังเกตจาก สามารถประกอบตดิ กับแนบสนิทท่สี ดุ กันได้จึงทำ�การผสมกาวติดไม้ทาบริเวณ

ลกั ษณะของพ้ืนผิว รอยชำ�รดุ ทั้งด้านหน้า รอยต่อ

(บริเวณที่ปิดทอง)และด้านหลังของช้ิน

ส่วน ควรใช้ความรอบคอบในการพิจารณา

ทุกคร้ังเพราะชิ้นส่วนที่ชำ�รุดหากอยู่ ใน

ตำ�แหน่งที่ผิดก็จะส่งผลกระทบกับชิ้นส่วน

ท่เี หลอื ได้

144

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์

๔. บริเวณด้านหลังของชิ้นส่วนให้ท�ำ การ ๕. ชน้ิ สว่ นทป่ี ระกอบไวเ้ มอ่ื แหง้ ดแี ลว้ น�ำ มาประกอบเขา้ กบั โครงสรา้ งใหญข่ องพระพทุ ธรปู

ประสานด้วยผ้าขาวบางเพอื่ ความแขง็ แรง ด้วยการประสานผ้าขาวบาง ข้อควรระวงั คือระหว่างท�ำ การตอ่ ประสานช้ินส่วนจะตอ้ ง

ก่อนนำ�ชิ้นส่วนดังกล่าวไปประกอบกับช้ิน แนบสนทิ กับรอยต่อให้มากทส่ี ดุ เพราะหากชิ้นส่วนไม่ไดอ้ งศาเดิมก็จะกระทบกับช้นิ สว่ น

ส่วนของโครงสร้างใหญ่ ควรทิ้งให้กาว ทเ่ี หลอื ได้ เนอ่ื งจากการประกอบชน้ิ สว่ นนน้ั เปน็ โครงสรา้ งสามมติ ทิ ม่ี ลี กั ษณะกลวงดา้ นใน

แห้งสนิทกอ่ น อกี ท้ังไม่ได้เป็นแผ่นระนาบ ๒ มติ ิ การประกอบชน้ิ ส่วนแบบสามมิติ จงึ มกี ระบวนการที่

ยากลำ�บากมากกวา่ การประกอบแบบ ๒ มิติ

145

การค้นหาชิน้ ส่วนของพระพุทธรูปเพอ่ื ท�ำ การสันนษิ ฐานวา่ ชนิ้
ส่วนทแ่ี ตกช�ำ รดุ ควรอยู่ในต�ำ แหน่งใด และต้องสามารถน�ำ มา

ประกอบติดกันไดแ้ นบสนิททสี่ ุด
146

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วดั ม่อนปู่ยักษ์

การต่อช้นิ ส่วนดว้ ยการสันนิษฐานจากรอยช�ำ รุดและทำ�การตดิ แถบกาวไว้ก่อนทำ�การประกอบ 147

148 การสนั นิษฐานช้นิ ส่วนบริเวณพระปฤษฏางค์


Click to View FlipBook Version