The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minmeak9, 2020-05-14 06:58:23

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

การอนุรักษ์และสืบสานพระพุทธรูปศิลปะพม่า

Keywords: การอนุรักษ์,พระพุทธรูป

การอนุรักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเครอื่ งศิลปะพมา่ วัดม่อนปูย่ กั ษ์

การคน้ หาชน้ิ สว่ นทช่ี �ำ รดุ ของพระพทุ ธรปู เพอ่ื ท�ำ การสนั นษิ ฐานวา่ ชน้ิ สว่ นทแ่ี ตกช�ำ รดุ ควรอยู่ในต�ำ แหนง่ ใด และตอ้ งสามารถน�ำ ชน้ิ สว่ น
มาประกอบติดกนั ได้ถูกตำ�แหน่งและช้ินส่วนต้องติดกันแบบแนบสนทิ ท่ีสุด

149

การตอ่ ชิ้นสว่ นดว้ ยการสันนษิ ฐานจากรอยชำ�รดุ และท�ำ การตดิ แถบกาวไวก้ อ่ นทำ�การประกอบ
150

การอนุรกั ษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์

๑. การคน้ หาช้นิ สว่ นที่สามารถประกอบได้ ๒. นำ�ชิ้นส่วนที่สันนิษฐานว่าสามารถ ๓. เมือ่ ไดช้ ิ้นสว่ นสามารถประกอบไดแ้ นบ

พอดีกบั บริเวณท่ชี ิ้นสว่ นหายไป ประกอบรอยต่อได้แนบสนทิ ที่สุด สนิทที่สุดจึงทำ�การประสานด้วยกาวและ

ผา้ ขาวบาง

คลิปวดี ทิ ศั น์ การต่อชิ้นสว่ นบรเิ วณฐานของ
พระพทุ ธรูป

151

การต่อชิ้นส่วนด้วยการสันนิษฐานจากรอย การทากาวบรเิ วณรอยต่อของชิ้นส่วน ช้ิ น ส่ ว น ที่ ทำ � ก า ร ต่ อ จ ะ ต้ อ ง ส า ม า ร ถ
ช�ำ รุด ประกอบติดกันได้ถูกตำ�แหน่งและชิ้นส่วน
ตอ้ งสามารถตดิ แบบแนบสนิทท่สี ุด

การตอ่ ชน้ิ ส่วนดา้ นหลงั พระพุทธรูปดว้ ยการสนั นิษฐานจากรอยชำ�รุด
152

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
153

การต่อช้นิ ส่วนดา้ นหลังพระพทุ ธรปู ดว้ ยการสนั นิษฐานจากรอยช�ำ รดุ
154

การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเครอื่ งศิลปะพมา่ วัดม่อนปยู่ กั ษ์

A: การทากาวบริเวณรอยต่อ B: ชิ้นส่วนที่ทำ�การต่อจะต้อง

ของชน้ิ ส่วน สามารถประกอบติดกันได้ถูก

ตำ�แหน่งและชิ้นส่วนต้องติดกัน

แบบแนบสนทิ ท่สี ุด

A: การต่อชิ้นส่วนบริเวณฐาน B: การตอ่ ชน้ิ สว่ นบรเิ วณฐานของ

ข อ ง พ ร ะ พุ ท ธ รู ป ด้ ว ย ก า ร พระพุทธรูปด้วยการสันนิษฐาน

สันนษิ ฐานจากรอยช�ำ รดุ จากรอยชำ�รุด

155

การตอ่ ชิน้ ส่วนบริเวณฐานของพระพุทธรปู ดว้ ยการสันนษิ ฐานจากรอยช�ำ รุด

การประกอบชิ้นสว่ นบริเวณชายผ้าใต้นวิ้ พระหัตถข์ องพระพทุ ธรูป
156

การอนรุ กั ษพ์ ระพุทธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วดั ม่อนปู่ยกั ษ์

A: การสนั นิษฐานชิ้นสว่ นบรเิ วณฐานของพระพทุ ธรูป B: การสนั นษิ ฐานชิ้นส่วนบริเวณฐานของพระพุทธรปู

คลปิ วีดทิ ศั น์ การประกอบชิน้ สว่ นบริเวณฐาน
ของพระพุทธรปู

157

การยึดโครงสรา้ งหลกั ดว้ ย C-Clamp จะชว่ ยให้ช้นิ สว่ นตดิ สนิทมากยิ่งข้นึ
158 การยดึ โครงสร้างหลักดว้ ย C-Clamp ตวั เลก็ จะชว่ ยใหช้ น้ิ ส่วนไม่เคลื่อนที่

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
159

การต่อช้นิ สว่ นบรเิ วณฐานของพระพุทธรปู ดว้ ยการสนั นิษฐานจากรอยช�ำ รดุ
160

การอนุรกั ษ์พระพุทธรปู ทรงเคร่ืองศิลปะพมา่ วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์

A: การสันนิษฐานช้นิ ส่วนจากรอยช�ำ รุดบรเิ วณฐานของ B: การตอ่ ชิน้ ส่วนพระพทุ ธรปู จากรอยช�ำ รดุ
พระพทุ ธรูป

คลปิ วดี ทิ ศั น์ การต่อชน้ิ ส่วนของพระพุทธรปู
161

การตอ่ ชิ้นสว่ นบรเิ วณฐานของพระพทุ ธรปู พระพทุ ธรูปดา้ นหลงั อยู่ระหว่างการประกอบช้นิ ส่วนบรเิ วณฐาน

162

การอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื งศิลปะพมา่ วดั มอ่ นป่ยู ักษ์

พระพุทธรปู ด้านหน้า อยรู่ ะหวา่ งการประกอบชน้ิ สว่ นบรเิ วณฐานให้สมบูรณ์

163

การท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู การทำ�ความสะอาดพระพุทธรูปโดยหลักการท่ัวไปเพื่อกำ�จัดสิ่งสกปรก
สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ออกจากพระพุทธรูป โดยเริ่มต้นจากส่วนบนสุดไล่ลงมา
ทฐี่ านของพระพทุ ธรูป เนอื่ งจากพระพทุ ธรูปที่ไดท้ ำ�การประกอบจากช้นิ ส่วนท่ี
แตกออกนน้ั ส�ำ รวจพบวา่ สง่ิ แปลกปลอมกค็ อื การใชส้ นี �ำ้ มนั สที องทาปดิ ทบั ทว่ั ทง้ั องค์
พระพุทธรูป การทำ�ความสะอาดพระพุทธรูปในครั้งนี้ นักอนุรักษ์จะต้อง
กำ�จัดสีทองที่แปลกปลอมดังกล่าวออก เพื่อเปดิ ผวิ เดิมซงึ่ เป็นทองคำ�เปลวและ
กระจกสีที่ประดับออกจากสีน้ำ�มันดังกล่าว พิจารณาว่าสมควรใช้ทินเนอร์
เป็นตัวทำ�ละลายสีทองน้ำ�มันและเพื่อทำ�ความสะอาดกระจกเพราะพบว่า
บริเวณที่มีการประดับกระจกสีก็ถูกทาทับด้วยสีนำ้�มันทำ�ให้ความงดงามเดิม
ถูกทำ�ลายไป หากการอนุรักษ์ด้วยการทำ�ความสะอาดสามารถเช็ดสีน้ำ�มัน
ซงึ่ ปิดทบั ความแวววาวหลากหลายสีของกระจกเม็ดกลมเล็กๆ ที่ประดับไว้ตาม
เครื่องทรงขององค์พระพุทธรูป ก็จะช่วยให้สุนทรียภาพที่ช่างโบราณสร้างไว้
ปรากฏดังเดิม ขั้นตอนการทำ�ความสะอาดจึงนับเป็นขั้นตอนที่สำ�คัญเน่ืองจาก
พระพทุ ธรูปได้ถูกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น มีรอยต่อที่เกิดจาก
การประกอบชน้ิ สว่ นหากตอ้ งท�ำ ความสะอาด จงึ ตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษ

การเกบ็ ข้อมลู กอ่ นการทำ�ความสะอาด

พระพุทธรูปก่อนท�ำ ความสะอาดพบว่ามีการใชส้ นี �้ำ มันสีทองทาปดิ ทับทวั่ ทง้ั องค์
164

การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเคร่ืองศิลปะพมา่ วัดม่อนปยู่ กั ษ์

พระพุทธรปู กอ่ นทำ�ความสะอาดพบว่ามกี ารทาสนี �้ำ มันสที องทบั ไวห้ นามากโดยเฉพาะ

พระพกั ตร์และพบวา่ มีร่องรอยของชน้ิ สว่ นทที่ ำ�การประกอบ 165

บรเิ วณทีพ่ บการใช้สนี ้�ำ มันสีทองทาทบั กระจกสแี ละทองค�ำ เปลว
บรเิ วณทพี่ บการใชส้ นี ำ�้ มนั สที องทาทบั กระจกสี

166 และทองค�ำ เปลว

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
167

พระรศั มหี รอื พระเกตมุ าลาไดห้ ายไปไมป่ รากฏหลกั ฐานภาพถา่ ย พบเพยี งค�ำ บอกเลา่ ของทา่ นเจา้ อาวาสและชาวบา้ น
ว่าสภาพเดิมนั้นเคยมี ซึ่งปรากฏเป็นลักษณะดอกบัวตูม เสียบติดกับพระเมาลี (มวยผม) ทำ�การศึกษาพระพุทธรูปที่
สร้างด้วยเทคนิคเดียวกันและมีสกุลช่างในการสร้างเดียวกัน พบว่า นิยมสร้างพระรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูมแยกออกจาก
พระเมาลี จงึ ได้ท�ำ การจำ�ลองโดยการปนั้ ใหม่เพอ่ื นำ�มาประกอบกบั องค์พระพทุ ธรูปให้มคี วามสมบรู ณ์ยงิ่ ข้ึน

168

การอนุรกั ษพ์ ระพุทธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์

บริเวณใต้ฐานของพระพทุ ธรูปมลี ักษณะกลวงและไดน้ �ำ ผ้าขาวบางประสานรอยแตกช�ำ รดุ ไวเ้ พ่อื เสริมความแข็งแรง

การอนุรักษ์ในครั้งน้ีได้ทำ�การเสริมความแข็งแรงของช้ินส่วนท่ีแตกออกจากกันด้วยผ้าขาวบางทากาวผนึกประกบ
ด้านในขององค์พระพุทธรูปสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม บริเวณด้านในขององค์พระพุทธรูปซึ่งใช้เทคนิคการ
สร้างใหม้ ีลกั ษณะกลวงทำ�ใหพ้ ระพุทธรปู มนี �้ำ หนกั เบา สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายแต่มีข้อเสยี ทบี่ อบบางเนอ่ื งจากสรา้ งดว้ ยผง
เกสรดอกไม้ โดยไมม่ ีโครงสรา้ งภายในรองรบั

169

การเตรยี มอปุ กรณ์และพ้ืนทีใ่ นการท�ำ ความสะอาดพระพุทธรูป

การทำ�ความสะอาดพระพุทธรปู มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ก�ำ จดั สง่ิ ทีแ่ ปลกปลอม หรือสิ่งสกปรกท่ีติดหรือปกคลุมบนผวิ ของ
พระพุทธรูป ในกรณีพระพุทธรูปเกสรดอกไม้วัดม่อนปู่ยักษ์นั้น พบว่ามีสีน้ำ�มันสีทองทาทับบนพระพุทธรูปซ่งึ เดมิ เป็นสีจาก
ทองค�ำ เปลว ดังน้นั ขน้ั ตอนการท�ำ ความสะอาดพระพุทธรูปจึงต้องเช็ดสนี �ำ้ มันดงั กล่าวออก เพือ่ ให้สภาพเดมิ ของพระพุทธรปู
กลับคืนมาไดม้ ีความใกล้เคียงมากทสี่ ุด
ขั้นตอนการท�ำ ความสะอาดพระพุทธรูปนบั เปน็ อีกขน้ั ตอนหน่งึ ทต่ี ้องเตรียมพื้นทีใ่ ห้มีความเหมาะสมและปลอดภัย
ในการปฏบิ ัติการ เนอื่ งจากต้องใชส้ ารละเหยประเภททินเนอรซ์ ึ่งหากไมป่ อ้ งกนั กอ็ าจเปน็ อันตรายต่อนักอนรุ กั ษไ์ ด้ อีกทั้ง
พนื้ ที่ทใ่ี ช้ในการปฎิบัติการก็ควรเป็นพื้นที่ปลอดโปร่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก

170

การอนรุ กั ษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นป่ยู ักษ์

อปุ กรณในการท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู

171

ขั้นตอนการท�ำ ความสะอาดพระพุทธรปู

๑. วางพระพทุ ธรูปในต�ำ แหน่งแนวนอน ๒. น�ำ กระดาษสาวางทาบลงบนบรเิ วณ ๓. น�ำ กระดาษทชิ ชู่ที่ฉีกหมกั กับทนิ เนอร์

เพื่อท�ำ การหมักทินเนอร์ พระนลาฏจนถงึ พระปราง วางทบั ลงบนกระดาษสา

172

การอนรุ กั ษ์พระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนปยู่ ักษ์

๔. ควรหมักทชิ ชทู่ ง้ิ ไวป้ ระมาณ ๕. เม่ือครบก�ำ หนดนำ�ไมม้ ้วนสำ�ลีจุม่ ๖. เมอ่ื เปิดทิชช่ทู ่ีหมกั ทินเนอรอ์ อกสี
๕-๑๐ นาที เพื่อทำ�ใหส้ นี ้�ำ มนั ละลาย ทินเนอรค์ อ่ ยๆ เปิดทิชช่ทู หี่ มักออก น�้ำ มันจะละลายหลุดออกตามมาดว้ ย

คลปิ วีดิทัศน์ การลอกสีทองน้ำ�มันที่ทาทบั บน
ทองค�ำ เปลวบรเิ วณพระพกั ตรข์ องพระพทุ ธรปู

173

๗. นำ�ไมม้ ว้ นส�ำ ลจี ุ่มทนิ เนอร์เชด็ จน ๘. เมือ่ สนี ำ�้ มันหลดุ ออกเผยใหเ้ หน็ ๙. ควรเช็ดจนสามารถมองเหน็ สีทองค�ำ
สีน�ำ้ มันหลุดออกจนสะอาด สที องค�ำ เปลวและสีรกั ของเดมิ เปลวและสกี ระจกทีป่ ระดับ

174

การอนรุ กั ษพ์ ระพุทธรปู ทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วัดม่อนปยู่ ักษ์

หลักการทำ�ความสะอาด
พระพุทธรูปเกสรดอกไม้คือกำ�จัดส่ิง
สกปรกหรือ สิ่งแปลกปลอม ในกรณี
การทำ�ความสะอาดครั้งนี้ คือการ
ลอกสนี ำ�้ มันที่ทาทบั ไว้(หนา) ออกจาก
พระพุทธรูป ดังตัวอย่างจากภาพที่
๑-๑๑ เป็นการอธบิ ายถงึ ข้นั ตอนในการ
ทำ�ความสะอาดพระพทุ ธรูป

๑๐. บรเิ วณท่ี ไดท้ ำ�ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ๑๑. นักอนุรกั ษต์ ้องปอ้ งกันสารเคมีดว้ ย

แลว้ จะพบสขี องยางรัก(สีดำ�) การสวมหน้ากากและถุงมือ

จากผลการทดลองใช้สารละเหยทินเนอร์เป็นตัวทำ�ละลายสนี ำ้�มนั ปรากฏผลเปน็ ทน่ี ่าพอใจ คอื สามารถใช้ท�ำ ความ
สะอาดพระพุทธรูปได้ดี หากสิ่งที่พึงระวังคืออันตรายระหว่างปฏิบัติงานเพราะสารละเหยทินเนอร์สามารถทำ�อันตรายต่อ
ระบบทางเดนิ หายใจของนกั อนรุ กั ษ์ จงึ ควรปอ้ งกนั ดว้ ยความระมดั ระวงั โดยมวี ตั ถปุ ระสงคส์ �ำ คญั คอื เพอ่ื ใหพ้ ระพทุ ธรปู กลบั คนื
ส่สู ภาพเดิมให้มากท่ีสุด

175

ภาพที่ ๑ ภาพท่ี ๒

ภาพที่ ๓ ภาพที่ ๔

๑. วางพระพทุ ธรปู อยใู่ นตำ�แหน่งแนวนอนเพื่อความสะดวกในการทำ�ความสะอาด
๒. ตดั กระดาษสา(ใชน้ �ำ้ ตดั จะได้ขอบกระดาษท่ีไม่คมเหมาะสำ�หรบั การอนรุ ักษ์) วางกระดาษปดิ ทับลงบนตำ�แหน่ง
ที่ต้องการทำ�ความสะอาดพร้อมกับนำ�เยื่อกระดาษ(ทิชชู่ฉีกฝอยแช่ทินเนอร์) ปิดทับลงบนกระดาษสาให้เต็ม
กระดาษสาเพื่อเป็นการหมักสีน้ำ�มันใหเ้ ป่อื ยแล้วจงึ เปิดกระดาษออกเพ่อื เชด็ สนี �้ำ มันออกจากพระพุทธรปู ด้วยไม้
พันสำ�ลี
๓. การหมักสนี �ำ้ มนั ดว้ ยทินเนอร ์
๔. การทำ�ความสะอาดด้วยการเช็ดสีน้ำ�มันออกจากผิวของพระพุทธรูปทำ�ให้ปรากฏสีของทองคำ�เปลว
เดิมและสีของกระจกส(ี มีลกั ษณะเปน็ วงกลมขนาดเลก็ (ประกอบดว้ ยสแี ดง สเี ขยี ว และสีขาว) ซ่ึงถูกประดบั บรเิ วณ
เครื่องทรงของพระพุทธรปู

176

การอนุรกั ษพ์ ระพุทธรูปทรงเครอ่ื งศิลปะพม่า วดั ม่อนปยู่ ักษ์

คลปิ วดี ิทัศน์ การลอกสีทองนำ้�มันท่ีทาทับบน
ทองคำ�เปลวบรเิ วณฐานพระพุทธรปู

177

หลกั การท�ำ ความสะอาดพระพทุ ธรปู

คราบสกปรกบนผิวของพระพทุ ธรปู มหี ลายชนิด เช่น
คราบสกปรกบนพระพุทธรูปท่สี ร้างด้วยปูน ซึ่งส่วนมากทพี่ บ
กจ็ ะเปน็ คราบสกปรกจากตะไคร่น้ำ� เชื้อรา มอส และไลเคน
พชื และสตั วอ์ น่ื ๆ รวมทง้ั มนุษย๒์ ๒ ก่อให้เกิดความสกปรกและ
การสกึ กรอ่ นเสือ่ มสภาพของวัสดุทส่ี รา้ งพระพทุ ธรปู สว่ นสาเหตุ
สำ�คัญของความสกปรกหรือส่ิงแปลกปลอมท่ีเกิดข้ึนกับ
พระพุทธรูปศิลปะพม่าวัดม่อนปู่ยักษ์นั้น เกิดจากการกระทำ�
ของมนุษย์ท่ีทำ�การต่อเติมด้วยการทาสีน้ำ�มันสีทองทับลงบน
สีทองของทองคำ�เปลวเดิม ทำ�ให้สุนทรียภาพแบบโบราณ
ถูกทำ�ลายด้วยเหตุผลที่ว่าสีทองคำ�เปลวที่ปิดบนพระพุทธรูป
ดูหม่นหมองลงไม่มีความรู้ว่าจะต้องทำ�อย่างไรให้สีทองกลับ
มาดูสว่างสดใส จึงเลือกใช้สีน้ำ�มันกระป๋อง ทาทับลงบนผิว
ทองคำ�เปลวเดิม กระจกสี และเปลือกหอยมุกที่ประดับบน
พระพุทธรูปสกุลช่างมัณฑเลยการอนุรักษ์ด้วยการทำ�ความ
สะอาดสนี �ำ้ มนั ในครง้ั นจ้ี งึ เปรยี บไดก้ บั เปน็ การน�ำ สง่ิ แปลกปลอม
ออกจากสภาพเดมิ และได้พิจารณาว่าควรเลือกใช้สารละลาย
ทินเนอรใ์ นการท�ำ ความสะอาดพระพุทธรปู ครงั้ นี้

178 พระพุทธรปู ศลิ ปะพมา่ หลงั การท�ำ ความสะอาดสนี ้ำ�มัน

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
179

ภาพที่ ๑ กอ่ นการท�ำ ความสะอาด ภาพที่ ๒ หลงั การท�ำ ความสะอาด

แสดงภาพเปรียบเทียบการอนรุ ักษ์พระพุทธรูปด้วยการทำ�ความสะอาดพระพุทธรูป สังเกตพบวา่ สีทองนำ้�มันท่ีมีการ
ทาทับลงไปนั้นได้ลอกออกด้วยการใช้ตัวทำ�ละลาย(ทินเนอร์)ทำ�ความสะอาด ผลที่ได้คือสามารถเห็นสีทองคำ�เปลวของเดิม
อยู่บ้างเล็กน้อยเน่ืองจากการทำ�ความสะอาดในครั้งน้ีอาจมีผลกระทบต่อทองคำ�เปลวของเดิมไปบ้างแต่ก็สามารถช่วยให้
ความงดงามหรือสนุ ทรยี ภาพแบบโบราณ คือการใชท้ องค�ำ เปลวประดับกระจกสีและเปลอื กหอยมกุ น้นั มีคณุ คา่ ทางศลิ ปะและ
ภมู ิปญั ญาทช่ี า่ งโบราณไดค้ ดิ สรรสร้างไวก้ ลบั คืนมาดังเดมิ ได้

180

การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเคร่ืองศลิ ปะพม่า วดั ม่อนปู่ยักษ์

ภาพที่ ๑ ก่อนการท�ำ ความสะอาด ภาพท่ี ๒ หลงั การท�ำ ความสะอาด

181

182

การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วดั มอ่ นปู่ยักษ์

ภาพที่ ๑ กอ่ นการท�ำ ความสะอาด ภาพท่ี ๒ หลงั การทำ�ความสะอาด

แสดงภาพเปรียบเทยี บการอนรุ ักษพ์ ระพุทธรูปบรเิ วณพระพกั ตร์ สังเกตพบว่าสที องน้ำ�มนั ทม่ี ีการทาทับลงไปนนั้ ได้
ลอกออก ซึ่งยงั คงสามารถเห็นสขี องทองค�ำ เปลวเดิมอยแู่ ละสขี องยางรัก (สีดำ�) ซง่ึ มีการลงไวค้ ่อนขา้ งหนากอ่ นการปิดทอง
มีสภาพที่แข็งแรง ถึงแมว้ า่ จะมีรอยร้าวเน่อื งจากไดร้ ับแรงกระแทก โดยการอนรุ กั ษ์ล�ำ ดบั ต่อไปนักอนุรักษ์ได้รว่ มกันพิจารณา
ว่าควรทำ�การอนุรักษ์เพื่อให้สัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัญลักษณ์สำ�คัญทางพระพุทธศาสนาให้กลับคนื มา
ในสภาพที่สมบรู ณ์ เปน็ พระพทุ ธรปู ท่คี บู่ า้ นคู่ชุมชนมอ่ นปูย่ ักษ์ เมอื งลำ�ปาง เป็นพระพทุ ธรปู ทีค่ วรค่าแก่การกราบไหว้บูชาโดย
ทรงคณุ ค่าทางศิลปะสุนทรยี ภาพที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาของช่างโบราณ ประเด็นที่สำ�คัญคือการอนุรักษ์พระพุทธรปู ให้
สญั ลักษณ์ทางพระพุทธศาสนากลบั คืนมามสี ภาพท่สี มบรู ณ์ควรค่าแก่การกราบไหว้บูชาของชาวบ้านและประชาชนทัว่ ไปเพอ่ื
ดำ�รงรกั ษาไวซ้ ่ึงพระพทุ ธศาสนา การอนรุ กั ษ์ครง้ั น้ีจงึ มกี ระบวนการล�ำ ดับต่อไปคอื การปิดทองพระพทุ ธรปู ให้สมบูรณ์ดังเดมิ

พระพุทธรูปหลังการท�ำ ความสะอาดบริเวณพระกรรณ 183

ภาพที่ ๑ ก่อนการท�ำ ความสะอาด ภาพที่ ๒ หลังการทำ�ความสะอาด

ภาพที่ ๑ กอ่ นการท�ำ ความสะอาด ภาพท่ี ๒ หลังการทำ�ความสะอาด
184

การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครอ่ื งศิลปะพม่า วดั ม่อนปยู่ ักษ์

พระพทุ ธรูปหลังการอนรุ ักษ์ด้วยการท�ำ ความสะอาดพบของสที องค�ำ เปลวและกระจกสี
185

พระรัศมี หรือพระเกตุมาลา ของพระพุทธรูปได้ทำ�การศึกษาจากหลกั พระพทุ ธรปู ศิลปะพม่ากอ่ นสวมพระรัศมี
ฐานภาพถ่ายเดิมและพุทธลักษณะของพระพุทธรูปท่ีมีศิลปะใกล้เคียงกัน หรือพระเกตุมาลา
พบวา่ เปน็ รปู ดอกบวั ตมู จงึ ไดท้ �ำ การสรา้ งขน้ึ ใหมด่ ว้ ยการปน้ั ผงเกสรดอกไม้
ผสมกาว

186

การอนุรักษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นป่ยู กั ษ์

พระพทุ ธรูปศลิ ปะพมา่ (ดา้ นหนา้ ) พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ (ด้านหลงั )
หลังสวมพระรศั มี หรือพระเกตมุ าลา หลังสวมพระรัศมี หรือพระเกตุมาลา

187

การเสริมความแขง็ แรงของช้ันผิวพระพทุ ธรูปทชี่ ำ�รดุ

มาตรการจ�ำ เปน็ ในการอนุรักษศ์ ิลปวัฒนธรรมอย่างยิ่งที่ขาดมิได้ก็คือ การเสริมความแข็งแรงและการป้องกนั วัสดุ
กอ่ สร้างที่ผุพัง จำ�เปน็ ต้องเสริมสร้างความมนั่ คงดว้ ยน�้ำ ยารักษาวัตถซุ ึง่ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คอื ประเภทอนิ ทรยี วัตถุ
และอนนิ ทรีย์วตั ถ๒ุ ๓ การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปมคี วามจ�ำ เปน็ จะตอ้ งเสริมความม่ันคงของเนอ้ื ผวิ พระพทุ ธรปู ทีช่ �ำ รุดให้สมบรู ณ์
เพื่อให้พระพุทธรูปมีสภาพที่แข็งแรงโดยตลอดทั่วทั้งองค์ อีกทั้ง ต้องเสริมผิวที่รอยร้าวหรือรอยแตกแยกที่ผิวพระพุทธรูป
มีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก แต่เป็นแนวยาวที่ได้ทำ�การประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่มีขนาดแตกต่างกันออกไปซ่งึ บางแหง่
ไม่พบช้ินส่วนทจี่ ะสามารถทำ�การประกอบไดจ้ ึงเกดิ ชอ่ งว่างขนึ้ ระหวา่ งผิวของพระพุทธรูป หรือในบางตำ�แหน่งที่มี
ความสำ�คัญในเรื่องคุณค่าความงามทางสุนทรียภาพ เช่นที่บริเวณพระพักตร์ของพระพุทธรูปเกสรทรงเครื่องปลายยอด
ของกรรเจียกจรได้หักและสูญหายไป ทำ�ให้เกิดความไม่สมบูรณ์ทางความงาม เมื่อนักอนุรักษ์และที่ปรึกษาได้ร่วมการ
พิจารณาแล้วเสนอแนะว่าควรเสริมให้บริเวณดังกล่าวสมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้วจึงทำ�การลงรักปิดทอง ส่วนในบริเวณฐานของ
พระพุทธรูปซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุด เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่แตกละเอียดมากกว่าตำ�แหน่งอื่น อีกทั้งไม่มีการประดับ
ตกแต่งไว้ (ปน้ั รกั ประดับกระจกส)ี สังเกตพบวา่ มพี น้ื ผิวทีเ่ รียบและบางกวา่ ต�ำ แหน่งอืน่ ๆ จึงมกี ารเสริมความมนั่ คงของชั้นผวิ
เพอ่ื สรา้ งความแขง็ แรงใหก้ บั โครงสรา้ งทง้ั หมด และประการส�ำ คญั คอื พระพทุ ธรปู เมอ่ื อนรุ กั ษเ์ สรจ็ สมบรู ณแ์ ลว้ ประชาชนจะยงั คง
ใช้เป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาในชุมชนสืบไป

เสรมิ ความแขง็ แรงของชน้ั ผวิ พระพุทธรูปให้
สมบูรณด์ ้วยผงเกสรดอกไม้ผสมกาว

188

การอนรุ ักษ์พระพุทธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปู่ยักษ์

บริเวณกรรเจียกจรของพระพทุ ธรูปท่ชี ำ�รดุ การอนรุ ักษด์ ว้ ยวธิ ีการเสริมความสมบรู ณ์ให้กบั พระพุทธรูป
ดว้ ยการปน้ั เกสรดอกไมผ้ สมกาว

รอยแตกช�ำ รดุ ของพระพทุ ธรูปกอ่ นการเสรมิ ความมั่นคง รอยแตกชำ�รุดของพระพทุ ธรูปหลังท�ำ ความสะอาด
และการเสรมิ ความมนั่ คง

189

อปุ กรณ์การเสริมความม่นั คงของช้นั ผิวพระพุทธรูปท่ีชำ�รุด

ข้นั ตอนการเสรมิ ความม่นั คงของชนั้ ผิวพระพทุ ธรูปท่ชี �ำ รุด
๑. การเตรียมผสมผงเกสรดอกไมก้ บั กาวตดิ ไม้และน้ำ�สะอาดดว้ ยอัตราสว่ น ผงเกสรดอกไม้ ๑ ส่วน กาว ๑ สว่ น
น้�ำ ๑ สว่ น ให้เป็นเน้อื เดยี วกนั

ผงเกสรดอกไม้ กาวติดไม ้ นำ้�สะอาด

๒. เตรยี มฉีกกระดาษสาให้เป็นขยุ เพือ่ สร้างเสน้ ใยส�ำ หรบั เปน็ ตัวยึดติดของเน้อื กาวที่เตรียมไวเ้ หมาะสำ�หรบั พ้นื ท่ี
ชำ�รุดทม่ี ีบรเิ วณกวา้ ง

190

การอนุรักษ์พระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปยู่ ักษ์

๓. นำ�เย่อื กระดาษสามาใสบ่ ริเวณทีย่ งั เป็นแผลกวา้ งเพอ่ื ช่วยยดึ ๔. บรเิ วณทช่ี �ำ รดุ มากเพราะไมพ่ บชน้ิ สว่ นควรใชก้ ระดาษสาสรา้ ง
กอ่ นใสก่ าวทผี่ สมไว้ใหเ้ ตม็ พื้นท่ี เป็นโครงก่อนทำ�การเสรมิ ด้วยกาวทผ่ี สมเตรียมไว้ ทาด้วยพ่กู ัน
ให้ปิดเต็มพื้นท่ีที่ชำ�รุดจนมีระนาบเดียวกับผิวของพระพุทธรูป
เดมิ เพอื่ ชว่ ยเสริมความม่นั คงและแขง็ แรงใหก้ ับพระพุทธรูป

๕. บริเวณที่ชำ�รุดที่มีลักษณะเป็นแนวยาวขนาดเล็กควรใช้พู่กันหรือเกรียงขนาดเล็กในการเสริมความมั่นคง เมื่อเสริมความมั่นคง

แล้วพน้ื ผิวทชี่ ำ�รุดจะต้องมคี วามเรียบเสมอกบั ผิวเดมิ ของพระพุทธรปู เนือ่ งจากขั้นตอนตอ่ ไปหลังจากท�ำ การเสรมิ ความมั่นคงเ1ส9ร็จ1
เรียบร้อยแลว้ จะตอ้ งท�ำ การลงยางรักเพ่อื ปดิ ทองค�ำ เปลว

การอนุรักษด์ ้วยวธิ ีการเสริมความมั่นคงมีวัตถุประสงค์หลัก คือ สร้างความแข็งแรงให้กับพระพุทธรูป เนื่องจาก
รอยชำ�รดุ ทีเ่ กิดจากการแตกร้าวของชิ้นส่วนต่างๆ นั้น เมื่อนำ�มาประกอบจะทำ�ไม่สามารถประกอบไดส้ นิทเหมอื นสภาพเดิม
ย่อมเกิดเสน้ รอยร้าวที่ชำ�รดุ แตกตา่ งกนั ออกไปตามสภาพความเสียหายที่ได้รับ บางแห่งอาจมีสภาพเป็นเพียงรอยรา้ วแต่ไม่
แตกแยกออกเปน็ ชิน้ เช่น บรเิ วณพระนลาฏ (หน้าผาก) พระปราง (แก้ม) พระนาสกิ (จมูก) ซง่ึ พบเปน็ เพียงเสน้ รอยรา้ วเทา่ นัน้
ส่วนบรเิ วณตง้ั แต่พระศอ (คอ) ลงมาไดช้ �ำ รดุ แตกแยกออกจากกัน ด้วยเหตผุ ลดังกล่าว การอนรุ กั ษ์ในคร้งั น้จี งึ ตอ้ งท�ำ การเสริม
ความมัน่ คงและการต่อเติมในสว่ นท่หี ายไปดว้ ยการศกึ ษาจากของเดิม เพอ่ื ความสมบรู ณท์ างสัญลกั ษณ์และความหมาย
ผู้เชีย่ วชาญดา้ นศลิ ปะไดส้ ร้างพระรัศมีขึ้นใหม่เพื่อใส่ให้พระพุทธรูปศิลปะพม่าสมัยมัณฑะเลย์ ให้มีความสมบูรณ์
ทางพุทธศลิ ป์และสัญลกั ษณ์มากย่งิ ข้นึ เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ระลึกถึงองค์พระสัมมาสมั พทุ ธเจา้

พระรัศมี หรือพระเกตุมาลา มลี ักษณะเป็นดอกบวั ตูม
การศึกษาค้นคว้าจากข้อมูลพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า
ของวดั ตา่ งๆ ในลา้ นนา พบวา่ พทุ ธลกั ษณะเปน็ ศลิ ปะมณั ฑะเลย์
ซ่งึ มีการสรา้ งพระรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูม การอนุรักษ์ในครั้งนี้
มี ค ว า ม มุ่ ง ห ม า ย เ พ่ื อ ส ง ว น รั ก ษ า คุ ณ ค่ า ท า ง สุ น ท รี ย ะ แ ล ะ
ประวตั ศิ าสตรข์ องพระพทุ ธรปู โดยยึดถือวัตถเุ ดิมทตี่ อ้ งทำ�การ
รักษาด้วยการปรับปรุงเทคนิคที่เคยใช้ปฏิบัติสืบต่อกันมาให้
เหมาะสมกับความมัน่ คง อกี ทง้ั คิดคน้ เทคนิคสมยั ใหมเ่ ขา้ ชว่ ย
อกี ดว้ ย

การเพ่ิมเติม (additions) โดยหลกั การแล้วความคิดในการเพิ่มเติมยอ่ มเปน็ สิ่งตรงกนั ขา้ มกบั ทัศนะทางประวตั ศิ าสตร์
ฉะนน้ั การเพม่ิ เตมิ ส่วนหน่งึ สว่ นใดลงไปจะตอ้ งไมท่ �ำ ใหเ้ กดิ ความขัดแยง้ (conflict) กับผลงานศิลปกรรมนั้น และควรจะต้อง
คำ�นึงถึงด้านสุนทรียภาพและคุณค่าของผลงานนั้นด้วยเสมอ ทั้งนี้ ผู้เขียนได้ทำ�การศึกษาทางด้านประวัติศาตร์ของ
พระพุทธรูป พบว่า พระพุทธรูปศิลปะพม่ามีรูปแบบทางศิลปกรรมที่นิยมในการสร้างพระรัศมี หรือพระเกตุมาลา ให้มี
ลกั ษณะเปน็ รปู ดอกบัวตูมแยกส่วนออกจากเศยี รพระพุทธรูป โดยการใช้เทคนคิ ถอดประกอบเป็นสลัก อีกทั้ง ไดน้ �ำ ข้อมูลจาก
การสมั ภาษณช์ าวบา้ นในชมุ ชน พบว่า พระพทุ ธรปู ที่ช�ำ รุด แตเ่ ดิมมีพระรศั มีบนพระเศยี ร แตใ่ นปจั จุบนั ไดส้ ูญหายไป เพือ่
เป็นการรักษาคณุ คา่ ทางสนุ ทรยี ภาพของพระพทุ ธรปู ใหส้ มบรู ณ์ ผเู้ ขยี นจงึ ไดท้ �ำ การเพม่ิ เตมิ พระรศั มใี หมโ่ ดยยดึ ถอื วสั ดเุ ดมิ และมี
พทุ ธลกั ษณะใกลเ้ คียงกับพระพุทธรูปในยคุ สมัยเดยี วกัน

การเสริมความมั่นคงของชั้นผิวรวมไปถึงบริเวณที่ชำ�รุดเสียหายไปไม่สามารถพบชิ้นส่วนเดิม แต่หากไม่ทำ�การปั้นเสริมก็จะทำ�ให้
ขาดความสมบูรณ์ได้ ในการอนุรักษ์ครั้งนี้จึงได้พิจารณาอย่างรอบคอบจากทกุ ฝ่ายเห็นสมควรให้มีการปนั้ เกสรดอกไม้เสรมิ บรเิ วณ
ที่สูญหายไป โดยศกึ ษาจากหลักฐานท่มี อี ยเู่ ดมิ เชน่ บริเวณพระอังศาทม่ี ีการปน้ั เกสรดอกไม้เสริม
192

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
193

การปิดทองพระพทุ ธรูปศลิ ปะพม่า

การอนุรักษ์พระพุทธรูปศิลปะพมา่ ในคร้งั น้ี นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พระพุทธรปู ทแ่ี ตกละเอียดไดก้ ลบั คนื สู่
สภาพเดิมตามกระบวนการอนุรักษ์ที่ต้องรักษาให้คงเดิม ความหมายของพระพุทธรูปในพจนานุกรมต้องดูจากคำ�ทั้ง
พทุ ธปฏิมา พุทธปฏิมากรซึ่งแปลว่า “รูปเปรียบหรือรูปแทนองค์พระพุทธเจ้า”๒๔ ถ้ามองพระพุทธรูปเป็นเพียงโบราณวัตถุ
หรือเป็นหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ต้องอนุรักษ์ตามสภาพที่พบและต้องไม่เปลี่ยนแปลงจากสภาพนั้น เพราะจะทำ�ให้ร่อง
รอยและหลักฐานคลาดเคลื่อน และจะไม่สามารถศึกษาได้ แต่ชาวบ้านในชุมชนวัดม่อนปู่ยักษ์นั้นได้อาศัยพระพุทธรูป
เป็นศูนย์รวมจิตใจความเชื่อและความครัทธา อีกทั้งมีความผูกพันมาหลายชั่วอายุคน การอนุรักษ์พระพุทธรูปศิลปะพม่า
ในครั้งนี้เมื่ออนุรักษ์เสร็จแล้วพระพุทธรูปก็จะกลับคืนสู่ชุมชน สำ�หรับชุมชนแล้วต้องการพระพุทธรูปเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ
เมื่อทราบว่าพระพุทธรปู สามารถต่อประกอบคนื มาได้อีกครั้ง ตา่ งกด็ ีใจและอยากเห็นพระพุทธรูปกลบั คืนในสภาพท่ีสมบูรณ์
ดังเดิม ในอดีตการประดบั ตกแต่งพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่าและไทใหญ่ส่วนใหญ่เป็นการประดับตกแต่งด้วยการปิด
ทองคำ�เปลว และกระจกสที ี่มขี นาดเล็ก

ก า ร เ ต รี ย ม ผ ส ม สี ฝุ่ น สี เ ห ลื อ ง กั บ ก า ว ก ร ะ ถิ น ใ น
อตั ราส่วน ๑ ตอ่ ๑ เนื้อสีจะมีความขน้ เหมาะส�ำ หรับ
ใชท้ ากนั กระจกสี ชว่ ยใหก้ ระจกสีไม่โดนยางรกั ในขน้ั ตอน
ลงรกั ปดิ ทอง อกี ทง้ั มคี วามสวา่ งสดใสเพราะในขน้ั ตอน
การท�ำ ความสะอาดไดท้ �ำ การเชด็ สนี �ำ้ มนั สที องทท่ี าทบั
กระจกสอี ออกไปแล้ว

การทาสีผสมกาวกระถินเพอ่ื กันกระจกสกี ่อนการลงรกั ปิดทอง
194

การอนุรกั ษพ์ ระพุทธรูปทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนปู่ยักษ์

อปุ กรณ์ในการปดิ ทองคำ�เปลว

การต้มกาวกระถิน

ขั้นตอนการต้มกาวกระถินเพ่ือผสมกับสีเหลือง
เพ่ือใช้สำ�หรับกันกระจกสีก่อนทำ�การลงรัก
ปิดทอง โดยเตรียมน้ำ�เปล่าและกาวกระถิน
ดว้ ยอตั ราสว่ น ๑ ตอ่ ๑ เพอ่ื ให้ไดก้ าวทม่ี คี วาม
แขง็ แรงเหมาะสำ�หรับทากันยางรกั

195

ข้ันตอนการลงรักปิดทองพระพุทธรูปศิลปะพม่าจะ
เริ่มลงยางรักจากบริเวณพระเศียรก่อนเป็นอันดับแรกแล้ว
ค่อยๆ ลงยางรักจนทั่วทั้งองค์ของพระพุทธรูป จากนั้นจึง
ท�ำ การเชด็ ยางรกั ออกดว้ ยผา้ จนใหแ้ น่ใจวา่ ยางรกั ออกเกลย้ี ง
สังเกตจากการใช้มือสัมผัสที่บริเวณผิวของพระพุทธรูป
จะต้องไม่มียางรักติดกลับมา จากนั้นจึงเริ่มขั้นตอนการ
ปิดทองค�ำ เปลวเป็นล�ำ ดับตอ่ ไป

การทาสเี หลอื งเพื่อกันกระจกสีจากยางรกั ในข้นั ตอนการลงรกั ปิดทอง
196

การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
197

ลำ�ดบั การปดิ ทองค�ำ เปลวพระพทุ ธรูปศลิ ปะพมา่
198


Click to View FlipBook Version