การอนุรกั ษพ์ ระพุทธรูปทรงเครอื่ งศิลปะพมา่ วัดม่อนปยู่ ักษ์
คลิปวีดทิ ศั น์ การปิดทองค�ำ เปลวพระพทุ ธรูป
199
200
การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์
ขนั้ ตอนการบม่ ยางรักด้วยความช้ืนเพ่ือให้แหง้ สนิท
๑. เตรียมอุปกรณ์โครงเหลก็ ท่สี ามารถใส่พระพุทธรปู ไดจ้ ะตอ้ ง ๒. นำ�ผ้าชุบน�้ำ หมาดคลุมที่โครงเหล็กควรระวงั ไม่ใหม้ ีหยดนำ้�
มีขนาดที่กว้างกว่าพระพุทธรูปประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ผ้า เนื้อผา้ ต้องสามารถซมึ ซับนำ้�ได้ดี บริเวณฐานของพระพทุ ธรูปน�ำ
สำ�หรับคลมุ เกบ็ ความชน้ื และผ้าพลาสติกกันนำ้� ผ้าพลาสตกิ คลมุ เพอ่ื ความสะดวกเวลาฉดี สเปรยน์ ำ�้ ใหค้ วามชน้ื
๓. ผา้ ชน้ั สดุ ทา้ ยเปน็ ผา้ ด�ำ ชบุ น�ำ้ คลมุ ทง้ิ ไวจ้ นกวา่ ยางรกั จะแหง้ สนทิ โดยระหวา่ งนน้ั ใหส้ เปรยน์ �ำ้ ใหผ้ า้ ทค่ี ลมุ ใหม้ คี วามชน้ื ตลอดเวลา
สังเกตว่าผ้าที่คลุมนน้ั ไมค่ วรเปยี กจนเกดิ หยดน้ำ�ไปถูกทอี่ งคพ์ ระพทุ ธรูป
การใช้ใบมดี คอ่ ยๆ ขูดทองคำ�เปลวทปี่ ดิ ทับกระจกสอี อก
201
การอนุรักษ์พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า วัดม่อนปู่ยักษ์ เมืองลำ�ปางในการวิจัยครั้งนี้ ได้นำ�ความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์มาใช้ในการตรวจพิสูจน์ สภาพของชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำ�รุดว่าสร้างด้วยวัสดุชนิดใด แล้วจึงนำ�ข้อมลู ที่
ได้รับมากำ�หนดแนวทางการสงวนรักษาด้วยวิธีการต่อประกอบชิ้นส่วน การเสริมความแข็งแรงแก่โครงสร้างรูปทรง เพื่อ
ใหอ้ งค์พระพุทธรูปที่ทำ�การอนุรักษ์อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ผลสรุปจากการตรวจวิเคราะห์ชิ้นส่วนพระพุทธรูปดว้ ย
กล้องจุลทรรศนอ์ เิ ล็กตรอน ระบวุ ่า องค์ประกอบของวัสดุสว่ นใหญท่ พี่ บในชิน้ ส่วนมีลกั ษณะเป็นอนิ ทรียวัตถุทีไ่ ด้มาจากพชื
จงึ สนั นิษฐานได้ว่าเปน็ ผงดอกไมแ้ ละเกสรดอกไม้ เน่อื งจากมีข้อมลู หลักฐานจากการศึกษาเก่ียวกับคตคิ วามเชอ่ื และประเพณี
การสรา้ งพระพทุ ธรูปในลา้ นนา พบว่า มีคตคิ วามเชอ่ื เรอ่ื งอานสิ งสก์ ารสรา้ งพระพทุ ธรปู ดว้ ยเกสรดอกไมป้ รากฏอยใู่ นคมั ภีร์
อานสิ งสล์ า้ นนา และต�ำ ราการสร้างพระพทุ ธรปู หลายฉบับดว้ ยกนั ส่วนเทคนคิ กรรมวิธีการตอ่ ประกอบช้นิ สว่ นพระพทุ ธรูป
น้ัน ผ้วู ิจยั ได้เลือกใช้กาวตดิ ไมช้ นิดผงทมี่ คี ุณสมบตั แิ หง้ เรว็ และมีความคงทนแข็งแรง ซง่ึ ช่วยใหก้ ารตอ่ ประกอบชนิ้ สว่ นท่ีมี
ขนาดแตกต่างกัน สามารถยึดติดกันเป็นรูปทรงองค์พระพุทธรูปได้แข็งแรง โดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรง อันเป็นการทำ�ลาย
หลกั ฐานและคณุ คา่ ทางด้านศลิ ปกรรม
เมอ่ื ตอ่ ประกอบชน้ิ สว่ นองค์พระพทุ ธรปู ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ พบว่า รปู ทรงพระพุทธรูปที่มีลกั ษณะกลวงเปน็ โพรงนน้ั
ตลอดทั้งองคจ์ ะมีความหนาไมเ่ ท่ากนั โดยส่วนฐานจะบางทีส่ ุดแลว้ คอ่ ยๆ หนาขึ้นไปตามลำ�ดบั จนถงึ เศียรพระ ซึ่งมีความหนา
มากทีส่ ดุ แตกตา่ งจากส่วนประกอบอื่นๆ (ทำ�ให้ไดร้ ับความเสยี หายน้อย) นอกจากน้ี ยังพบวา่ มรี ่องรอยแตกรา้ วบางแหง่ จงึ ได้
ท�ำ การเสริมชั้นผวิ ของพระพุทธรูปดว้ ย ผงเกสรดอกไมบ้ ดละเอียดผสมกาวกบั น�้ำ น�ำ มาอุดเสริมรอยร้าวให้เต็มเสมอกนั เพ่อื
ชว่ ยให้ผิวของพระพทุ ธรปู สมบรู ณ์มากข้ึน ขัน้ ตอนตอ่ ไปคือ การทำ�ความสะอาดผวิ พระพทุ ธรูปท่ที าด้วยสที องน�้ำ มัน ทับบน
ผวิ ลงรักปดิ ทอง โดยใชท้ นิ เนอร์เปน็ ตัวลอกสนี ้�ำ มนั ออก แลว้ ท�ำ การลงรกั ปิดทองค�ำ เปลวพระพุทธรูปใหม่ เพอื่ ให้องคพ์ ระ
กลับมามสี ภาพใกลเ้ คียงกับหลักฐานเดิมมากที่สดุ เม่ือชาวบา้ นไดท้ ราบข่าวจึงร่วมกนั บริจาคเงนิ ทำ�บญุ เพือ่ ซื้อทองค�ำ เปลว
อีกดว้ ย ดังนัน้ กระบวนการอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปครงั้ นี้ ประสบความสำ�เร็จได้กด็ ว้ ยการบรู ณาการความรทู้ งั้ ด้านวิทยาศาสตร์
การอนรุ กั ษ์ และการอนุรักษ์งานศิลปกรรม รวมทงั้ พลังความศรัทธาของชาวพุทธที่อาศัยอยู่ในชุมชนท้องถิน่ เม่อื การอนรุ ักษ์
พระพุทธรูปเสรจ็ สมบรู ณ์ จงึ ไดอ้ ัญเชญิ พระพุทธรปู ท่ีงดงามกลบั ไปประดษิ ฐานในวดั ของชุมชนบ้านปา่ ขาม ตำ�บลพระบาท
อำ�เภอเมอื ง จังหวัดลำ�ปางดังเดมิ
202
การอนรุ ักษพ์ ระพุทธรปู ทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปยู่ กั ษ์
พระพุทธรปู ทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นป่ยู ักษ์ หลงั การอนุรกั ษ์ดว้ ยการปิดทองคำ�เปลว
คลปิ วีดิทศั น์ พระพทุ ธรูปทรงเครือ่ งศลิ ปะ
พม่าวดั ม่อนปู่ยกั ษ์ เมอื งลำ�ปาง
203
ภาพที่ ๑-๒ สภาพชน้ิ ส่วนก่อนการอนรุ ักษ์ ภาพที่ ๙ การประกอบช้นิ ส่วนบรเิ วณพระบาท
ภาพที่ ๓-๖ การประกอบชิ้นส่วนเร่มิ จากพระเศยี ร ภาพท่ี ๑๐-๑๒ การประกอบชิน้ ส่วนบริเวณฐาน
ภาพที่ ๑๓ -๑๔ การค้นหาช้ินสว่ นที่มขี นาดเลก็
2ภา0พ4ที่ ๗-๘ การประกอบช้นิ สว่ นดา้ นหลัง
การอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปู่ยกั ษ์
ภาพท่ี ๑๕ การประกอบชนิ้ ส่วนบรเิ วณฐาน ภาพที่ ๑๘-๒๐ การประกอบชิน้ ส่วนด้านหลัง
ภาพท่ี ๑๖ การคน้ หาช้นิ ส่วนทมี่ ีขนาดเลก็
ภาพที่ ๑๗ การเสรมิ ความแข็งแรงด้วยผ้า 205
ภาพที่ ๒๑ พระพทุ ธรปู หลังจากประกอบเรยี บร้อยแล้ว ภาพท่ี ๒๙ พระพทุ ธรปู ดา้ นหน้าหลังการท�ำ ความสะอาด
ภาพที่ ๒๒ การท�ำ ความสะอาดเช็ดสีทองน้�ำ มนั ออก ภาพที่ ๓๐ พระพทุ ธรูปด้านขา้ งหลังการทำ�ความสะอาด
ภาพที่ ๒๓ -๒๖ พระพทุ ธรปู ระหวา่ งการทำ�ความสะอาด ภาพท่ี ๓๑ พระเกตมุ าลารูปทรงดอกบวั ตูม (ปั้นด้วยเกสรดอกไม)้
ภาพที่ ๒๗- ๒๘ บรเิ วณใตฐ้ านพระพทุ ธรูปมลี กั ษณะกลวง
206
การอนรุ กั ษพ์ ระพุทธรูปทรงเครือ่ งศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนปูย่ ักษ์
ภาพที่ ๓๒-๓๓ พระพุทธรูปสวมพระเกตุมาลา ภาพที่ ๓๘-๔๒ การปิดทองคำ�เปลวพระพทุ ธรปู
ภาพที่ ๓๔-๓๕ การทากาวกระถินผสมสบี ริเวณกระจกสีกอ่ นการลงรักปิดทอง ภาพท่ี ๔๓ การขูดสอี อกจากกระจกสีทลี่ งไว้กอ่ นการลงรกั ปดิ ทอง
ภาพท่ี ๓๖-๓๗ การลงยางรักและเชด็ รกั พระพทุ ธรปู กอ่ นปดิ ทอง ภาพท ่ี ๔๔-๔๖ พระพุทธรปู หลังจากการลงรักปดิ ทอง
207
กระบวนการอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรปู ทรงเคร่ือง วดั มอ่ นปยู่ ักษ์ (โดยย่อ)
๑. สภาพชนิ้ ส่วนขององคพ์ ระพุทธรูป ๒. ประกอบช้นิ ส่วนไดค้ รึ่งองค์ ๓. ประกอบชิ้นสว่ นเตม็ องคด์ า้ นหลงั
กอ่ นการอนรุ กั ษ์
208
การอนรุ ักษ์พระพุทธรปู ทรงเคร่อื งศิลปะพมา่ วัดม่อนปยู่ ักษ์
๔. ประกอบชิ้นสว่ นเตม็ องคด์ ้านหน้า ๕. การท�ำ ความสะอาดเชด็ สที องน�ำ้ มนั ๖. การลงรักปิดทองค�ำ เปลว
คลิปวีดทิ ัศน์ Conservation and Heritage of
Traditional BURMA BUDDHA IMAGE
209
สรุปการอนรุ ักษพ์ ระพทุ ธรปู ศิลปะพมา่ วัดม่อนปูย่ ักษ์
การอนรุ กั ษ์พระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นป่ยู ักษ์ มคี วามจำ�เปน็ อยา่ งยิ่งท่ตี ้องรักษาคุณค่าทางจติ ใจควบคไู่ ปกบั
คณุ ค่าของงานศิลปกรรมไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือ ต้องทำ�การศึกษากระบวนการอนุรักษ์ทุกขั้นตอน จากคำ�แนะนำ�ของ
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการอนรุ ักษ์ ทั้งดา้ นศิลปกรรมและวิทยาศาสตรเ์ พื่อการอนรุ กั ษ์ ตลอดจนรักษาความรสู้ ึก (sensibility) ที่
วฒั นธรรมของวัตถุทางศิลปะนั้นมีความหมายในตัวเองอย่างลึกซึ้ง ดังเช่น พระพุทธรูปศิลปะพม่าซึ่งประกอบด้วยเรื่องราว
ของความเชื่อความศรทั ธาทช่ี าวพทุ ธมีต่อส่ือสัญลกั ษณน์ ้นั
อย่างไรก็ดี การอนุรักษ์กับความงาม (esthetic) จะแยกออกจากกันไม่ได้ ย่อมมีความเกี่ยวข้องอยู่ด้วยกันเสมอ
สิ่งใดๆ กต็ ามแม้จะเกดิ ขน้ึ และผา่ นไปแลว้ ในอดตี แต่ยังใหค้ วามรู้สึกทางความงามอยเู่ ชน่ เดมิ ไม่เปล่ียนแปลง๒๕ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง พระพุทธรปู ศลิ ปะพม่าทวี่ ัดมอ่ นปยู่ ักษน์ น้ั นบั วา่ เป็นหลักฐานอันส�ำ คญั สามารถสะท้อนให้เห็นถงึ ภาพบางตอนของ
หน้าหน่ึงในประวตั ิศาสตร์ศลิ ปะล้านนา ดงั นน้ั การอนุรักษ์ (conservation) จึงตอ้ งระลึกและค�ำ นงึ อยูเ่ สมอในคุณคา่ ของการ
เป็นศลิ ปะวตั ถุ และปูชนยี วตั ถุไปพรอ้ มๆ กนั
พระพทุ ธรปู เปรียบเสมอื นสง่ิ ที่เนรมติ ขน้ึ มาเป็นความงามและทีส่ �ำ คญั เป็นสอื่ สญั ลักษณข์ องพลังความศรัทธา อกี ท้ัง
ยงั เปน็ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ส่ี �ำ คญั เพราะเปน็ หลกั ฐานรบั รอง (testimony) การกระท�ำ ของมนษุ ยชาติ ซง่ึ มคี วามจ�ำ เปน็
ที่ตอ้ งสงวนรกั ษาไว้ ทศั นะทางประวตั ิศาสตรย์ ังหมายถงึ สิ่งท่สี ร้างเพม่ิ ขึน้ ใหมใ่ นสมัยตอ่ มาอาจทำ�ได้ ซ่งึ ไมเ่ ปน็ การสบั สน
จนหลงผิดคิดว่าส่ิงนนั้ เปน็ ของเดมิ (original) และต้องไมเ่ กดิ ความผดิ พลาดทางประวัตศิ าสตร์ การสรา้ งสิ่งเพิ่มเติมเพ่ือน�ำ ไปสู่
ความสมบรู ณ์ ดังเชน่ กรณีการอนุรกั ษพ์ ระพุทธรปู ศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปู่ยกั ษ์ เป็นการรกั ษาคุณค่าของความเชือ่ และศรัทธา
เดิมเอาไว้ กล่าวคอื พระพุทธรปู กลบั คนื มามีรูปทรงท่ีสมบูรณด์ งั เดิม (re-integration of the lacunes) ไดแ้ ก่ กระบวนการ
ที่ผู้เขียนได้ทำ�การต่อเติมชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำ�รุดและสูญหายไปให้กลับคืนมามีความสมบูรณ์ ตามอุดมคติในการสร้าง
พระพทุ ธรปู และคตเิ รื่องมหาปรุ ิสลกั ษณะ ๓๒ ประการ นับได้วา่ เปน็ การอนุรักษ์และสืบสาน เพ่ือให้เกิดความงาม (esthetic)
ทส่ี มบรู ณ์ กระบวนการอนรุ กั ษพ์ ระพทุ ธรปู ไดม้ กี ารปน้ั พระรศั มหี รอื พระเกตมุ าลาขน้ึ มาใหม่ เพอ่ื ทดแทนพระรศั มที ส่ี ญู หายไป
ดว้ ยวสั ดุตามคติเดิม โดยผู้เขียนได้ท�ำ การศึกษาคน้ ควา้ รปู แบบการสรา้ งพระพุทธรูปตามข้อมลู ทางดา้ นประวัติศาสตร์ เพ่ือ
ท�ำ การอนรุ ักษ์คณุ ค่าทางสนุ ทรยี ภาพให้ใกล้เคยี งกบั พระพุทธรปู ในยุคสมยั เดยี วกนั
อนง่ึ การตอ่ เตมิ ชน้ิ สว่ นพระพทุ ธรปู ทช่ี �ำ รดุ และสญู หาย ไดช้ ว่ ยใหพ้ ระพทุ ธรปู กลบั มามคี วามหมายตามคติความเชื่อ
เดมิ จึงนบั ได้วา่ การอนุรกั ษพ์ ระพทุ ธรูปคร้ังนเี้ ป็นตัวอย่างส�ำ คญั ในการอนรุ ักษ์พระพทุ ธรปู ตอ่ ไปในอนาคต ทจี่ ะต้องค�ำ นงึ ถงึ
ความส�ำ คญั ทง้ั ดา้ นทศั นความงาม (The esthetical point of view) ควบคไู่ ปกบั ทศั นะทางดา้ นประวตั ศิ าสตร์ (The historical
point of view) ในกระบวนการอนรุ กั ษ์พระพุทธรูปควรมีท้งั สองดา้ นผสานเขา้ ด้วยกันอย่างกลมกลนื
210
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ วัดมอ่ นปู่ยกั ษ์
การสร้างจำ�ลองพระพทุ ธรูปศิลปะพม่า
การศึกษาเพอื่ สร้างจ�ำ ลองพระพุทธรูปศิลปะพมา่ โดยทำ�การศึกษาจากภมู ิปญั ญาการสร้างพระพทุ ธรูปทรงเคร่อื ง
ในอดตี ในเขตวัฒนธรรมลา้ นนา เพอื่ ใหไ้ ดค้ วามร้แู ละขอ้ เท็จจริง เก่ียวกับวฒั นธรรมวธิ ีคดิ คตคิ วามเชอ่ื แนวคดิ รูปแบบ
ตลอดจนกรรมวิธีการสร้าง แล้วน�ำ มาเปน็ แรงบันดาลใจและแนวทางในการสร้างพระพุทธรูปให้มคี วามเหมาะสม เพ่ือเปน็ การ
สบื ทอดรูปแบบพระพุทธรปู เกสรดอกไมท้ ม่ี ีความงามใกล้เคียงกบั องคเ์ ดมิ ทไ่ี ด้ท�ำ การอนรุ กั ษ์ใหม้ ากทสี่ ดุ การอนรุ ักษ์ครั้งนีจ้ งึ
เลือกใช้เทคนิคการสร้างแม่พมิ พ์จากยางซลิ ิโคน ซงึ่ เป็นเทคนคิ สมยั ใหมท่ สี่ ามารถสบื ทอดรปู แบบเดิมไดเ้ ป็นอย่างดี สำ�หรับ
วัสดุที่ใช้ในการสร้างยังคงรักษาแนวคิดการสร้างพระพุทธรูปเกสรดอกไม้ โดยนำ�ใช้ดอกไม้ที่มาจากการสักการบูชาตาม
ศาสนสถานตา่ งๆ ในภาคเหนือ เพือ่ แสดงใหเ้ หน็ ถึงคณุ คา่ และความสำ�คญั ของภูมิปัญญาอนั เป็นแกน่ ของวัฒนธรรม๒๖
การประดับกระจกสพี ระพทุ ธรปู สกุลช่างไทใหญ่ วัดจองคำ� จังหวัดแม่ฮ่องสอน
212
การสรา้ งจำ�ลองพระพุทธรูปทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วัดมอ่ นปูย่ ักษ์
การสรา้ งแมพ่ มิ พ์ยางซิลิโคน
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ ผเู้ ขยี นไดค้ น้ ควา้ ทดลองโดยเลอื กใชแ้ มพ่ มิ พจ์ ากยางซลิ โิ คน (Silicone Mold)
เพราะมคี ุณสมบตั พิ ิเศษทีส่ ามารถยดื หยนุ่ ตัว ยางซลิ โิ คนสามารถเก็บรายละเอียดของรูปตน้ แบบไดเ้ ปน็ อยา่ งดี อีกทง้ั แมพ่ มิ พ์
ยางซลิ ิโคนยังคงทนถาวรสามารถนำ�มาสร้างชนิ้ งานได้จำ�นวนมาก๒๗ แมพ่ มิ พย์ างซลิ ิโคน (Silicone Mold) ใช้งานหลอ่ ได้
กบั วสั ดไุ ด้หลากหลายชนดิ เชน่ ปนู ปลาสเตอร์ ปนู ซเี มนต์ เรซ่ิน ไฟเบอรก์ ลาส ข้ีผ้ึง ของหวาน และท่ีสำ�คญั สามารถใชไ้ ดก้ บั
ผงเกสรดอกไมผ้ สมกาวไดเ้ ป็นอย่างดี
ยางซลิ โิ คน มสี ว่ นประกอบ ๒ ชนดิ ไดแ้ ก่ ยางซลิ โิ คน (Silicone Rubber) และตวั ท�ำ แขง็ ยางซลิ โิ คน (Silicone Hardener)
การสรา้ งพมิ พจ์ ากยางซลิ โิ คนจะตอ้ งใชต้ วั ท�ำ แขง็ ผสมลงทกุ ครง้ั ประมาณ ๕ % ของปรมิ าณยาง เนอ่ื งจากตวั ท�ำ แขง็ มคี ณุ สมบัติ
ท�ำ ให้ยางแขง็ ตัวและจบั ตัวเปน็ รปู ร่าง ในการเทยางซลิ โิ คนแต่ละชั้นจะตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการแขง็ ตัวประมาณ ๓๐ นาที หาก
ผสมตวั ท�ำ แขง็ นอ้ ยยางซลิ โิ คนจะแขง็ ตวั ชา้ เนอ้ื ของแมพ่ มิ พย์ างกจ็ ะนม่ิ และมอี ายใุ นการใชง้ านนานกวา่ การใสต่ วั ท�ำ แขง็ มากแต่
หากใสน่ อ้ ยเกนิ ไปยางซลิ โิ คนกจ็ ะแข็งตวั ชา้ มาก และอาจท�ำ ให้แม่พิมพเ์ สยี หายได๒้ ๘
ยางซลิ โิ คนทมี่ จี �ำ หน่ายในทอ้ งตลาดมีความแตกตา่ งกนั ทง้ั สีและกลิน่ ยางซิลิโคนท่ีมคี ุณภาพจะผลติ จากประเทศ
เยอรมัน สงั เกตจากเน้อื ยางสขี าวสะอาด เมอ่ื น�ำ มาท�ำ แมพ่ มิ พแ์ ลว้ เนือ้ ยางจะมคี วามเหนียวไม่เปอ่ื ยยุ่ยงา่ ย เหมาะสำ�หรบั
การท�ำ พมิ พ์ทต่ี อ้ งการคณุ ภาพและมีอายกุ ารใช้งานท่ียาวนาน การเก็บรกั ษาพิมพ์ยางซลิ ิโคนควรใช้ทรายเทใหเ้ ต็มแมพ่ ิมพ์
เพอื่ ท�ำ ใหแ้ มพ่ ิมพ์ไม่บดิ เบ้ียวไปตามอุณหภูมิทเ่ี ปลีย่ นแปลง
การสรา้ งแม่พมิ พ์ยางซิลโิ คนมีสว่ นประกอบที่สำ�คญั ดว้ ยกนั ๒ สว่ นคือ๒๙
๑. แม่พมิ พ์ยางซิลโิ คน คอื ส่วนทเี่ ปน็ แม่พมิ พ์อาจจะมีเพียงช้ินเดียวหรือหลายชิน้
๒. พิมพ์ครอบ ซง่ึ สามารถทำ�ไดท้ ้ังปูนพลาสเตอร์ และไฟเบอรก์ ลาส
วัสดแุ ละอุปกรณใ์ นการสรา้ งแมพ่ ิมพ์ยางซิลิโคน
๑. ยางซิลโิ คน
๒. ตัวท�ำ แข็ง
๓. ผ้ากอซ
๔. ปนู พลาสเตอร์
๕. ใยมะพรา้ ว
๖. เหลก็ เส้นขนาด ๓ หุน
๗. น�ำ้ มันมะพร้าว
๘. สบู่
213
อปุ กรณ์
๑. ดินน�ำ้ มันส�ำ หรบั กนั้ แบบ
๒. มีดคัตเตอร์
๓. พู่กนั แบน
๔. แปรงทาสหี นา้ กวา้ ง ๑ -๒ นว้ิ
๕. กระดาษทราย
๖. เคร่อื งมือป้ันขนาดตา่ งๆ
การสรา้ งแม่พมิ พย์ างซิลโิ คนแบบ ๒ ซีก
การสรา้ งแมพ่ มิ พพ์ ระพทุ ธรปู ศลิ ปะพมา่ ในการอนรุ กั ษค์ รงั้ น้ีไดเ้ ลอื กเทคนคิ การสรา้ งแมพ่ มิ พย์ างซลิ โิ คนแบบ๒ซกี ซง่ึ
มีความหมายว่าเป็นแม่พิมพ์ยางซิลิโคนที่ท�ำ ขน้ึ จากรูปตน้ แบบที่เปน็ ผลงานรูปทรงลอยตัวสามมิต ิ โดยใช้วิธีการแบ่งแมพ่ มิ พ์
ยางออกเปน็ ๒ ซกี คอื ซกี หนา้ และซกี หลงั ๓๐ เพอ่ื ใหส้ ามารถถอดรปู ตน้ แบบและชน้ิ งานหลอ่ ออกจากแมพ่ มิ พไ์ ดง้ า่ ย แมพ่ มิ พ์
ยางซลิ ิโคนแบบ ๒ ซีก จะต้องสร้างพมิ พ์ครอบทชี่ ว่ ยประคองรูปทรงให้คงรปู สำ�หรบั การอนรุ ักษค์ รั้งนเ้ี ลอื กใช้ใชป้ นู พลาสเตอร์
สร้างเป็นพิมพ์ครอบ เสริมดว้ ยเหลก็ และใยมะพรา้ วเพ่อื ความแข็งแรงของแม่พมิ พ์
214
การสร้างจ�ำ ลองพระพทุ ธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า วัดมอ่ นปยู่ ักษ์
ขนั้ ตอนการสร้างแมพ่ ิมพย์ างซิลโิ คนแบบ ๒ ซีก
ตน้ แบบพระพทุ ธรูปทรงเคร่ืองศลิ ปพมา่
๑. เตรียมต้นแบบพระพุทธรปู ศิลปะพมา่ เพือ่ ส�ำ รวจความเรียบร้อยว่าไมม่ คี วามชำ�รุดเสยี หาย น�ำ รปู ตน้ แบบมาวาง
หงายตามแนวราบบนไมก้ ระดานแผน่ เรยี บ
๒. น�ำ ดนิ น�ำ้ มนั ไปอบในตอู้ บดนิ น�ำ้ มนั หรือตากแดด เพอื่ ใหด้ นิ น้�ำ มันนิ่มเหมาะสำ�หรับนำ�มาตดิ ให้แนบกับรปู ตน้ แบบ
หน้ากว้างประมาณ ๒ เซนตเิ มตร
การวางรปู ต้นแบบเป็นแนวราบบนไม้กระดานแผ่นเรียบ
215
216
การสรา้ งจำ�ลองพระพุทธรปู ทรงเคร่ืองศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปู่ยกั ษ์
๓. สรา้ งคนั กัน้ เปน็ กระทงดว้ ยดนิ นำ้�มันเป็นปกี สงู ขึ้นประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร เพือ่ รองรับน้�ำ ยางและกนั ไมใ่ หย้ างซิลิโคนไหล
ในขณะท่ียางยังไมแ่ ขง็ ตัวขณะทเี่ ทน้ำ�ยางและสามารถตกั น้ำ�ยางกลบั ข้ันไปเทใหม่ได ้ ควรตดิ ดนิ น้�ำ มันไปตามแนวดา้ นข้าง
ของรูปทรงต้นแบบเพือ่ แบ่งซีกแมพ่ ิมพ์
217
218
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ทรงเครือ่ งศิลปะพมา่ วัดมอ่ นปยู่ ักษ์
๔. ผสมนำ�้ มนั มะพรา้ วกับสบดู่ ว้ ยอัตราส่วน ๒ ตอ่ ๑ ส่วน ตัง้ ไฟเคีย่ วใหส้ บูล่ ะลาย พักไว้ใหห้ ายร้อน
แลว้ จงึ นำ�มาทาบนผิวพระพทุ ธรูปแบบบางๆ ด้วยพูก่ นั แบน
๕. ผสมยางซิลโิ คนกบั ตวั ท�ำ แขง็ บนแผ่นกระจกใช้อัตราสว่ นตัวท�ำ แข็ง ๕ % ส�ำ หรบั การตนี ำ�้ ยางให้
เขา้ กบั ตวั ท�ำ แขง็ ขอ้ ควรระวงั ไมค่ วรใสต่ วั ท�ำ แขง็ มากเกนิ ไปเพราะจะท�ำ ใหพ้ มิ พย์ างเสอ่ื มสภาพเรว็ ขน้ึ
219
๖. การเทนำ�้ ยางซิลโิ คนบนตน้ แบบในต�ำ แหนง่ ทสี่ งู ที่สุดของตน้ แบบ เพ่อื ใหน้ ำ�้ ยางซิลโิ คนคอ่ ยๆ ไหลลงมาบริเวณทต่ี ่�ำ กว่า
และใชพ้ กู่ นั แบนทาใหท้ ว่ั รปู ตน้ แบบ
220
การสร้างจำ�ลองพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพมา่ วัดมอ่ นปูย่ กั ษ์
ใชพ้ ่กู ันแบนทาใหท้ ัว่ รูปต้นแบบ
221
การใชพ้ กู่ ันตักนำ�้ ยางทีก่ องอยู่บรเิ วณกระทงดนิ น้�ำ มนั มาเทซ้�ำ แลว้ ใช้พกู่ นั เกล่ียยางซลิ ิโคนเพือ่ ให้แมพ่ ิมพ์ยางมีความหนาเทา่ กนั
๗.ระหวา่ งทย่ี างซลิ โิ คนยงั ไมแ่ ขง็ ตวั ใหใ้ ชพ้ กู่ นั ตกั น�ำ้ ยางทก่ี องอยบู่ รเิ วณกระทงดนิ น�ำ้ มนั กลบั มาเทซ�ำ้ แลว้ ใชพ้ กู่ นั เกลย่ี ยางซลิ โิ คน
เพื่อให้แมพ่ ิมพย์ างมีความหนาเทา่ กนั
222
การสร้างจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพม่า วดั มอ่ นปูย่ ักษ์
การเป่าฟองอากาศออกด้วยเครื่องเปา่ ลม
๘. วธิ กี ารใชล้ มเป่าฟองอากาศออกจากแมพ่ ิมพย์ างซิลโิ คนด้วยเครื่องเปา่ ลม เพ่ือใหฟ้ องอากาศออกจากรูปตน้ แบบให้หมด
223
ใสผ่ า้ กอซลงในผิวยางซิลิโคนเพ่อื ช่วยเสริมความแขง็ แรงให้แม่พิมพ์ แม่พมิ พย์ างซลิ ิโคนเมื่อใสผ่ า้ กอซเพอ่ื ช่วย
เสริมความแขง็ แรง
๙. ผสมยางซิลโิ คนกับตวั ท�ำ แข็งเพอื่ ลงยางครงั้ ที่ ๒ ดว้ ยวธิ ีการเดยี วกันกับการเทยางคร้ังท่ี ๑ รอจนยางแขง็ ตัว
๑๐. ผสมยางซลิ โิ คนกบั ตวั ท�ำ แขง็ เพอ่ื ลงยางครง้ั ท่ี ๓ ตดั ผา้ กอซเปน็ รปู สเ่ี หลย่ี ม ขนาดประมาณ ๗ เซนตเิ มตร x ๗ เซนตเิ มตร
นำ�มาวางปใู หท้ ่ัวแม่พมิ พเ์ พอื่ สรา้ งความแขง็ แรง ใช้พู่กันลบู ผ้ากอซให้แนบกบั ยางซิลิโคน แล้วรอจนยางแขง็ ตัว
224
การสร้างจ�ำ ลองพระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งศิลปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ กั ษ์
การทายางใหท้ ่ัวด้วยพู่กนั เพือ่ ใหแ้ มพ่ ิมพ์ยางซลิ ิโคนมคี วามหนาเท่ากัน
๑๑. ผสมยางซลิ โิ คนกบั ตวั ท�ำ แข็งเพือ่ ลงยางคร้ังที่ ๔ ทายางให้ท่ัวดว้ ยพกู่ ัน พยายามใหย้ างมคี วามหนาเทา่ กัน หรือเสมอกับ
ขอบดินนำ�้ มัน
225
๑๒. ผสมยางซลิ โิ คนกบั ตวั ทำ�แข็งเพ่ือลงยางคร้ังท ี่ ๕ ให้เปน็ ผิวชั้นสดุ ท้าย ควรทายางให้ทวั่ ดว้ ยพู่กันแบน โดยให้มคี วาม
หนาเท่ากัน รอยางซิลโิ คนแขง็ ตวั เต็มที่โดยทงิ้ แมพ่ ิมพ์ยางไวป้ ระมาณ ๑ วัน
๑๓. เมอื่ ยางซิลโิ คนแหง้ สนิทแล้วจึงทาน้ำ�มนั มะพรา้ วผสมสบทู่ เ่ี คย่ี วไว้ด้วยแปรงบางๆ เพื่อกันไมใ่ ห้ยางซลิ ิโคนติดกับพมิ พ์
ครอบปูนพลาสเตอร์
226
การสร้างจำ�ลองพระพุทธรูปทรงเครือ่ งศิลปะพม่า วดั ม่อนปู่ยักษ์
ภาพขั้นตอนการท�ำ พมิ พ์ชน้ิ ภาพขน้ั ตอนการทำ�พิมพช์ ้นิ
๑๔. เตรยี มดัดเหลก็ เส้นขนาดประมาณ ๓ หุน ปนู พลาสเตอร์ และใยมะพรา้ ว เพอ่ื น�ำ มาใช้เปน็ โครงสร้างของพิมพ์ครอบ
ปนู พลาสเตอร์
๑๕. ผสมปูนพลาสเตอรก์ ับน้ำ�เปลา่ ทลี่ ะนอ้ ยเพือ่ สรา้ งเป็นพิมพ์ชนิ้
227
วางเหล็กเส้นทด่ี ดั ตามรปู ทรงของแม่พิมพ์มาวางประกบบน วางปูนพลาสเตอรก์ บั ใยมะพร้าวตามตำ�แหนง่ ทเี่ หมาะสม
พมิ พค์ รอบปูนพลาสเตอร์
๑๖. น�ำ เหลก็ เส้นทีด่ ัดตามรปู ทรงของแมพ่ ิมพม์ าวางประกบบนพมิ พ์ครอบปูนพลาสเตอร์ เพอ่ื ใชใ้ ยมะพรา้ วผสมปนู ยดึ ใหท้ ่วั
จะชว่ ยใหพ้ มิ พ์ครอบมีความแขง็ แรงมากย่ิงขน้ึ
228
การสรา้ งจำ�ลองพระพทุ ธรปู ทรงเคร่ืองศิลปะพม่า วัดมอ่ นปูย่ ักษ์
องคพ์ ระพทุ ธรปู ตน้ แบบด้านหลงั
๑๗. พลกิ รูปต้นแบบที่ท�ำ พิมพค์ รอบซกี หนา้ เสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ วางนอนคว่ำ�ลง เพ่ือท�ำ ความสะอาดโดยร้ือดินนำ้�มนั ที่ก้นั
พิมพอ์ อก พรอ้ มกับทาน�ำ้ มันมะพรา้ วผสมสบดู่ ว้ ยแปรงบางๆ เพ่ือกันไมใ่ ห้ยางซลิ ิโคนติดกบั แมพ่ มิ พ์ยางด้านหน้า
229
การเสริมขอบดินน�้ำ มนั ซกี หลงั รูปต้นแบบ การเสริมขอบดินนำ้�มันซีกหลงั รปู ตน้ แบบ
๑๘. เมอ่ื ทาน�ำ้ มนั มะพรา้ วผสมสบเู่ รยี บรอ้ ยแลว้ เตรยี มดนิ น�ำ้ มนั เพอ่ื สรา้ งแนวเสน้ เสรมิ ขอบดนิ น�ำ้ มนั และท�ำ กระทงดนิ น�ำ้ มนั
อกี ซกี หนงึ่
๑๙. เมอ่ื เสรมิ ขอบดนิ น�้ำ มันซีกหลังเรยี บรอ้ ยแล้ว จึงเตรยี มผสมยางซลิ โิ คนดว้ ยอัตราสว่ นเดียวกันกับซีกหน้า
230
การสร้างจำ�ลองพระพทุ ธรปู ทรงเครื่องศิลปะพมา่ วดั มอ่ นปยู่ ักษ์
การเทยางซิลิโคนสรา้ งแมพ่ มิ พ์ซกี หลังจากองค์พระพุทธรปู ต้นแบบ
๒๐. เทยางซลิ โิ คนดว้ ยวธิ ีการเดยี วกับการท�ำ แมพ่ ิมพซ์ กี หนา้ ทกุ ประการ
231
การเสริมโครงเหล็กเพอื่ สร้างความแข็งแรงพมิ พซ์ ิีโคนซกี หลงั วางใยมะพรา้ วผสมปนู พลาสเตอร์บนโครงเหลก็
เพ่อื สร้างความแขง็ แรงพิมพ์ซิลิโคนซีกหลงั
๒๑. สร้างพมิ พค์ รอบปนู พลาสเตอร์ดว้ ยวิธกี ารเดยี วกับการทำ�แม่พิมพซ์ ีกหน้าทกุ อยา่ งจนเสร็จกระบวนการ
232
การสรา้ งจำ�ลองพระพุทธรูปทรงเครือ่ งศิลปะพมา่ วัดมอ่ นป่ยู ักษ์
พระพทุ ธรูปตน้ แบบหลงั จากถอดออกจากแมพ่ มิ พ์ยางซลิ ิโคน
๒๒. เมื่อพิมพค์ รอบปนู พลาสเตอรแ์ ขง็ ตัวเตม็ ทแ่ี ลว้ จึงแกะพมิ พค์ รอบออกจากพิมพย์ างซิลโิ คน
๒๓. ถอดแมพ่ ิมพ์ยางซลิ โิ คนออกจากรปู ต้นแบบ
233
234 แม่พมิ พ์พระพทุ ธรปู ที่ท�ำ ดว้ ยยางซิลิโคนซีกหลงั
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพุทธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วดั ม่อนปู่ยกั ษ์
แม่พิมพพ์ ระพทุ ธรูปท่ที �ำ ดว้ ยยางซลิ ิโคนซีกหน้า 235
แมพ่ ิมพย์ างซลิ ิโคนถอดออกจากรปู ตน้ แบบพระพุทธรปู ศิลปะพมา่
236
การสร้างจ�ำ ลองพระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนปู่ยกั ษ์
การหล่อพระพทุ ธรปู เกสรดอกไมด้ ว้ ยแม่พมิ พย์ างซิลิโคน
อุปกรณ์
๑. ดอกไมแ้ หง้ ทใ่ี ชใ้ นการสกั การบชู าบดละเอยี ด
๒. ทองคำ�เปลวแท้ ๑๐๐%
๓. กระจกสี
วสั ดุ
๑. ยางรกั
๒. กาวผงเรซนิ่
๓. กระดาษทราย
๔. ไมห้ นีบ
๕. ถว้ ยตะไล
๖. กาวตดิ กระจก
๗. เศษผ้าสะอาด
ขั้นตอนการหลอ่ พระพทุ ธรปู ทรงเครื่องศิลปะพม่าจ�ำ ลอง
อตั ราส่วนในการหลอ่ พระพุทธรปู ทรงเครอ่ื งศลิ ปะพมา่ จ�ำ ลอง
237
238
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพุทธรูปทรงเคร่อื งศลิ ปะพมา่ วดั มอ่ นปู่ยกั ษ์
“ดอกอุโบสถ” ตามคตคิ วามเชื่อของชาวลา้ นนา
ทมี่ า: Cummings, Joe. Lanna Renaissance. Chiang mai : Dhara Dhevi Hotel, 2006.
239
รวบรวมดอกไมต้ ากแห้งไปบดละเอยี ดด้วยเครือ่ งบดยาสมนุ ไพร ผสมเกสรดอกไม้ท่บี ดเรียบร้อยแลว้ กบั กาวผง
และน�ำ้ สะอาด
๑. เตรยี มแมพ่ มิ พย์ างซิลโิ คนทั้ง ๒ ซีกใหเ้ รยี บรอ้ ย แล้วจึงทาน้ำ�มะพรา้ วผสมสบูด่ ว้ ยแปรงบางๆ
๒. เตรียมรวบรวมดอกไมต้ ากแหง้ ไปบดละเอยี ดดว้ ยเคร่อื งบดยา จากดอกไม้แห้ง ๕ ส่วนเม่ือบดแลว้ จะเหลือเปน็ ผงเพยี ง ๑
สว่ น แต่จะได้ลักษณะเป็นผงทีม่ ีความเหมาะสมส�ำ หรบั การใช้ผสมกับกาวผง
๓. ผสมเกสรดอกไมท้ บี่ ดเรียบร้อยแลว้ กับกาวผงดว้ ยนำ�้ สะอาด ในอัตราส่วน เกสรดอกไม้ ๑ ส่วน ต่อกาวผง ๑ ส่วน
จะท�ำ ใหไ้ ด้เนือ้ ผิวพระพุทธรปู ทเ่ี นียนละเอยี ด โดยเฉพาะในส่วนที่เปน็ ลวดลาย (ควรผสมในปรมิ าณน้อยประมาณ ๑ ถ้วย)
240
การสรา้ งจำ�ลองพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า วัดมอ่ นปูย่ กั ษ์
ขน้ั ตอนการน�ำ เกสรดอกไม้ทผี่ สมกาวเรยี บรอ้ ยแลว้ อดั ลงแมพ่ มิ พย์ างซลิ ิโคนซกี หลัง ขัน้ ตอนการน�ำ ผงเกสรดอกไม้ท่ผี สมกาว
เรยี บรอ้ ยแล้วอัดลงแม่พมิ พ์ยางซิลิโคน
๔. นำ�เกสรดอกไมท้ ่ผี สมกาวมาอดั ลงที่แมพ่ ิมพ์ยางซลิ ิโคนทัง้ ๒ ซกี
๕. น�ำ แม่พมิ พ์ซกี หน้าและซกี หลังมาประกบเขา้ ด้วยกัน
๖. เชอ่ื มประสานรอยตอ่ ของแมพ่ มิ พ์ท้งั สองซกี ด้วยกาวอกี คร้ังหนึ่ง
241
242
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรปู ทรงเคร่อื งศิลปะพม่า วัดม่อนปูย่ กั ษ์
การถอดแม่พมิ พย์ างซลิ ิโคนออกจากพมิ พ์ครอบปนู พลาสเตอร์ หลงั จากทิ้งไว้ใหแ้ หง้ และแขง็ ตวั ประมาณ ๓๐ ชว่ั โมง
243
การถอดพระพทุ ธรูปจ�ำ ลองออกจากแมพ่ มิ พย์ างซิลิโคน
244
การสรา้ งจำ�ลองพระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพม่า วัดม่อนปยู่ ักษ์
คลิปวีดทิ ัศน์ การถอดพระพทุ ธรูปออกจาก
แมพ่ ิมพย์ างซิลิโคน
245
246
การสรา้ งจ�ำ ลองพระพทุ ธรูปทรงเครื่องศลิ ปะพมา่ วดั ม่อนป่ยู ักษ์
247
248