The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.1 ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฤทธิเดช สกุลซ้ง, 2022-11-05 09:27:29

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.1 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.1 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจดั การเรยี นรู้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ วิเคราะห์และอธิบายคุณคา่ ด้านเน้อื หาวรรณคดเี รื่องโคลงโลกนิติ

รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ ช่ือรายวชิ า ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชัว่ โมง

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง

เหน็ คณุ ค่า และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จริง

ตวั ชว้ี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอ่ี ่าน

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การวิเคราะห์คุณค่าดา้ นเน้อื หา คอื การพจิ ารณาคำประพันธ์ว่ามเี น้อื หาทส่ี ะท้อนเรือ่ งใด

ไมว่ ่าจะเป็นความเช่อื และค่านยิ ม ท่ีผูค้ นในสังคมยดึ ถอื เปน็ อดุ มคติและเป็นหลักในการปฏบิ ัติสืบต่อมา
ชา้ นาน

สาระการเรียนร/ู้ เน้อื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจเนอ้ื หาวรรณคดีเรื่อง โคลงโลกนติ ิ
๒. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจหลกั การวิเคราะห์คุณค่าด้านเนือ้ หาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรยี นสามารถอธิบายหลักการวิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นเน้ือหาได้
๒. นักเรยี นสามารถวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ด้านเนอื้ หาวรรณคดเี รื่องโคลงโลกนติ ไิ ด้
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
นักเรียนสามารถนำความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการวิเคราะห์คุณค่าด้านเน้ือหาวรรณคดีเรอ่ื งโคลง

โลกนติ ิไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการวเิ คราะหค์ ุณค่าดา้ นเนอื้ หาวรรณคดีเร่อื งอ่นื ๆ ได้

จุดเนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน
ทักษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )

Reading (อา่ นออก)

(W) Riting (เขยี นได)้

(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)

ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)

ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)

ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)

ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทนั สื่อ (Communications,
Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing
and ICT Literacy)

ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)

ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)

การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ช้นิ งาน
ใบงาน “การวเิ คราะห์คณุ ค่าดา้ นเน้อื หา โคลงโลกนิติ”

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นำ

๑. ครูยกตัวอยา่ งคำประพนั ธจ์ ากโคลงโลกนิตดิ งั นี้

โคควายวายชพี ได้ เขาหนงั

เป็นสิ่งเปน็ อันยัง อยู่ไซร้

คนเด็ดดับสญู สัง- ขารรา่ ง

เป็นช่อื เปน็ เสยี งได้ แต่ร้ายกับดี

จากนั้นครใู ห้นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายวา่ จากบทประพันธ์ท่คี รยู กตวั อยา่ งสะท้อนใหเ้ ห็น

คณุ ค่าหรือสอนในเร่ืองใดเปน็ สำคัญ (K, P)

๒. ครสู รุปความคดิ เห็นของนกั เรยี นแลว้ จากนั้นอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ จากบท

ประพันธเ์ ปน็ เรอื่ งท่ีสะทอ้ นให้เห็นคณุ ธรรมจริยธรรมท่อี ยใู่ นสังคมในสว่ นของการทำความดีเมอ่ื ยงั มีชีวติ

และความดที ่ีได้ทำนั้นต่อใหส้ ิน้ ชีพไปก็ยังไดร้ บั การกลา่ วขาน (K, P)

ขน้ั สอน

๑. ครูอธบิ ายเน้ือหาเรอื่ ง การวเิ คราะห์คุณคา่ ด้านเนอ้ื หา โดยอธบิ ายในสว่ นของ

ความหมาย หลกั การ วิธีการ และตวั อย่างการวิเคราะหค์ ณุ คา่ ด้านเน้ือหาวรรณคดเี ร่อื งโคลงโลกนิติ (K)

๒. ครูให้นกั เรียนทำใบงาน “การวิเคราะหค์ ุณคา่ ด้านเนอ้ื หา โคลงโลกนิติ” โดยใหน้ ักเรียน

วิเคราะห์คณุ ค่าด้านเนือ้ หาจากวรรณคดเี รอื่ งโคลงโลกนติ ิ (K, P)

๓. ครใู หต้ ัวแทนนกั เรยี น ๒ คนออกมานำเสนองาน ซงึ่ ในขณะท่ีนักเรียนนำเสนองานจบ

ครูจะให้ขอ้ เสนอแนะเพื่อให้กำลังใจและชี้แนะแนวทางการทำใบงานอยา่ งถกู ตอ้ ง (K, P)

ข้ันสรปุ

ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปการทำใบงานเร่ือง “การวเิ คราะห์คณุ ค่าด้านเนอ้ื หา
โคลงโลกนิติ” ซึ่งเปน็ ใบงานท่ใี หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนได้วิเคราะหเ์ นอ้ื หาวรรณคดโี คลงโลกนติ ิ
ในสว่ นของสภาพสงั คม คำสอนและค่านยิ ม สะท้อนผลวา่ นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั

การวเิ คราะห์วรรณคดเี ร่ืองโคลงโลกนติ ิ และสามารถนำความรู้ไปเป็นแนวทางในการวิเคราะหค์ ุณคา่
ดา้ นเน้ือหาวรรณคดีเรื่องอน่ื ๆ ได้ (K, P, A)

การวดั ผลประเมินผล

วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน

ประเมินใบงาน เรือ่ ง “การวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ใบงาน เร่อื ง การวเิ คราะห์คุณค่าดา้ น ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ

ดา้ นเนอ้ื หา โคลงโลกนิติ” ใช้วิธกี ารวัดผลจาก เนือ้ หาโคลงโลกนติ ิ รอ้ ยละ ๕๐

การทำใบงานของนักเรียนแต่ละคน โดยมี

ประเด็นในการวดั ผล ไดแ้ ก่ มคี วามรคู้ วาม

เขา้ ใจการวเิ คราะหค์ ุณค่าด้านเน้อื หาโคลงโลก

นิติ สามารถอธิบายการวิเคราะห์คุณค่าดา้ น

เนอ้ื หาโคลงโลกนติ ิ เน้ือหาละเอียดชัดเจน

ความถูกตอ้ งของเนือ้ หาและภาษาท่ีใช้เข้าใจ

งา่ ย จากน้นั นำผลการประเมินไปเปน็ ข้อมลู ใน

การปรบั ปรงุ เพอื่ พฒั นานกั เรียนและการ

จดั การเรยี นการสอนของครใู นคร้ังต่อ ๆ ไป

สอื่ การเรียนรู้

๑. หนงั สอื เรยี น วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวเิ คราะห์คุณค่าด้านเน้ือหา

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................................
(นายสนอง ศรธี รรมา)

วันท.่ี ........../...................../...........

บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปญั หาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแก้ไขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................
(นายฤทธเิ ดช สกุลซง้ )

วันท.ี่ ............./......................./...............

แบบประเมินใบงาน ช้ัน ม.๑
เร่อื ง “การวิเคราะหค์ ุณคา่ ด้านเนอ้ื หา โคลงโลกนิติ”

รายการประเมนิ

ท่ี ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
คุณค่า ้ดานเ ้ืนอโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
้ดานเ ื้นอหาโคลงโลก ิน ิตไ ้ด
๓. เ ื้นอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ื้นอหา
๕. ภาษาท่ีใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน

๑. ด.ช.นำโชค อามาตะ
๒. ด.ช.ศราชัย คมุ้ พงษ์
๓. ด.ช.กนกศักด์ิ สายอรุ าช
๔. ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
๕. ด.ช.ธนพงษ์ จมู ไม้เมอื ง
๖. ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
๗. ด.ช.ภิภพ ฮงุ ลาย
๘. ด.ช.ณรงค์ชัย ปญั หาชยั
๙. ด.ช.จตุรงค์ รันชิตโคตร
๑๐ ด.ช.ทัศนะชัย วรโคตร
๑๑ ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จลุ า
๑๒ ด.ช.สริ ิโชค เบ้าเงิน
๑๓ ด.ช.วฒุ ิชัย ใยปางแกว้
๑๔ ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
๑๕ ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชนั ชะ
๑๖ ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
๑๗ ด.ญ.จิตสภุ า จนั จุลา

๑๘ ด.ญ.ชวัลรตั น์ วงค์อามาตย์

๑๙ ด.ญ.ธดิ าลกั ษณ์ วระโงน
๒๐ ด.ญ.ปนดั ดา นาชยั เริม่
๒๑ ด.ญ.ปนดั ดา บงพนั ธ์แก้ว
๒๒ ด.ญ.ปรียานชุ โยธาตี

๒๓ ด.ญ.พรนพภัส วงคอ์ ามาตย์

๒๔ ด.ญ.ศศวิ มิ ล ทะโคดา
๒๕ ด.ญ.ศิรประภา คำบาง
๒๖ ด.ญ.ศริ ินทพิ ย์ ยวนยง

รายการประเมนิ

ท่ี ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
คุณค่า ้ดานเ ้ืนอโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
้ดานเ ื้นอหาโคลงโลก ิน ิตไ ้ด
๓. เ ื้นอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ื้นอหา
๕. ภาษาท่ีใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น

๒๗ ด.ญ.นงลักษณ์ ปญั หาชยั
๒๘ ด.ญ.จรสั จนั ทร์ พลู เพ่มิ
๒๙ ด.ช.วัชระ สายอุราช
๓๐ ด.ช.เจษฎา วางศรี

หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งได้คะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จงึ จะถือว่าผ่านเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน

๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผา่ น
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผา่ น
ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

เรอื่ ง “การวเิ คราะหค์ ณุ ค่าด้านเนือ้ หา โคลงโลกนติ ิ”

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๑. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจการ
วเิ คราะหค์ ณุ ค่าด้านเนอื้ หา ๒๑
โคลงโลกนิติ
มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจหลกั การ นกั เรียนไม่มคี วามรคู้ วามเข้าใจ
๒. สามารถอธิบายการ
วเิ คราะห์คุณค่าดา้ นเนื้อหา วิเคราะหค์ ุณคา่ ดา้ นเน้อื หาวรรณคดี หลักการวิเคราะห์คณุ คา่ ดา้ น
โคลงโลกนิติได้
๓. เนอ้ื หาละเอียดชดั เจน เรอ่ื งโคลงโลกนติ เิ ป็นอยา่ งดี เนือ้ หาวรรณคดีเร่อื งโคลงโลกนติ ิ

๔. ความถูกตอ้ งของเนื้อหา ทำให้ไมส่ ามารถตอบคำถามจาก

๕. ภาษาทใ่ี ช้เข้าใจงา่ ย ใบงานได้

นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลกั การ นกั เรียนไมส่ ามารถอธบิ าย

วิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นเนื้อหาวรรณคดี หลักการวิเคราะห์คุณค่าด้าน

เรอ่ื งโคลงโลกนติ ไิ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง เน้ือหาวรรณคดเี ร่อื งโคลงโลกนิติ

ได้

นักเรียนสามารถอธิบายคุณคา่ ดา้ น นักเรียนไมส่ ามารถวิเคราะหค์ ุณคา่

เนอ้ื หาไดอ้ ย่างละเอียดและอธบิ าย ดา้ นเนื้อหาได้ชดั เจน และอธิบาย

ไดช้ ัดเจน รายละเอยี ดของการวเิ คราะห์ไม่

ละเอยี ด

วิเคราะห์คณุ คา่ ดา้ นเน้อื หาและ วเิ คราะหเ์ นื้อหาไม่ถูกตอ้ ง การ

อธิบายได้สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของ อธิบายความไมม่ ีความสอดคลอ้ ง

โคลงโลกนิติ กับเน้อื หาโคลงโลกนติ ิ

ใช้ภาษาในการอธบิ ายความไดอ้ ยา่ ง ใช้และภาษาและอธบิ ายความไม่

ถูกต้อง อ่านแลว้ เกิดความเขา้ ใจ เขา้ ใจ ไมส่ ามารถจับใจความไดว้ า่

ตอ้ งการอธบิ ายในเรือ่ งใด

ใบความรู้
เรือ่ ง การวิเคราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นเน้อื หา

ความหมาย
การวิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นเนอื้ หา คือ การพจิ ารณาเนื้อหาวา่ สะท้อนใหเ้ ห็นความเช่อื จริยธรรม

ที่ผู้คนในสงั คมยึดถือเป็นอุดมคติในดา้ นต่าง ๆ และเปน็ การอ่านบทประพันธ์ท่พี จิ ารณาอยา่ งลึกซึง้ เพ่ือ
เข้าใจสัจธรรมของชวี ติ และสามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวันได้

หลักการวเิ คราะห์คุณคา่ ด้านเน้ือหา
๑. ควรพจิ ารณาว่าผู้แต่งมจี ดุ มุง่ หมายอย่างไร เนือ้ เรื่องมแี นวคิดให้คำสอน คตธิ รรม ข้อ

เตือนใจ หรอื ให้แนวทางในการดำเนินชีวติ อย่างไร
๒. พจิ ารณาภาพสะท้อนของสังคม วถิ ชี วี ิตความเป็นอยู่ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี

ความเชือ่ และคา่ นยิ มต่าง ๆ ในสมยั ของผูแ้ ต่ง
๓. พิจารณาคุณค่าในด้านความร้ทู ่ีจะชว่ ยเสรมิ สร้างสติปญั ญาแกผ่ ูอ้ ่าน

วธิ กี ารวเิ คราะห์วรรณคดี
๑. อ่านเรือ่ งราวใหช้ ดั เจนและเข้าใจ
๒. กำหนดประเดน็ ท่ตี อ้ งการวิเคราะห์
๓. พิจารณาบทประพันธ์อยา่ งถ่ถี ว้ นและเขียนบันทกึ คุณค่าของวรรณคดีในด้านที่วเิ คราะห์

ตวั อยา่ งคณุ คา่ ดา้ นเนื้อหาโคลงโลกนิติ

คุณค่าดา้ นเนื้อหา โคลงโลกนิติ เป็นวรรณคดีประเภทคากลอน เปน็ โคลงสภุ าษิตเพื่อสอนให้

เปน็ คนดี ปฏิบตั ิตนใหถ้ กู ตอ้ งในสังคม เปน็ โคลงท่ีเข้าใจแกน่ แท้และธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ ทัง้ ทางโลกและ

ทางธรรม เช่น

๏ เจียมใดจกั เท่าด้วย รเู้ ทา่ ท่านทำกลัว

อยา่ มนึ มดื เมามวั สูงนกั มักเหมอื นไม้

๏ เห็นท่านมีอย่าเคลม้ิ เรายากหากใจงาม

อตุ สา่ ห์พยายาม เอาเย่ยี งอยา่ งเพอ่ื นบา้ น

๏ นกนอ้ ยขนน้อยแต่ รังแต่งจุเมยี ผัว

มกั ใหญ่ย่อมคนหวั ทำแตพ่ อตัวไซร้

ความสขุ ในชีวติ อาจมาจากการใชช้ ีวิตอย่างเรยี บงา่ ย มคี วามพอเพียง ขยันทำกนิ ใชจ้ า่ ย

ทรพั ยอ์ ยา่ งประหยัด ไมใ่ จโลภอยากไดอ้ ยากมอี ย่างผู้อน่ื มีความเจียมตน ไมท่ ะเยอทะยานทำสิง่ ท่เี กิน

กำลังความสามารถ อนั อาจนำไปสู่ความหายนะได้ ซ่งึ จะตรงกับสำนวน ชา้ งขี้ ข้ตี ามชา้ ง

ใบงาน
เร่อื ง การวิเคราะห์คุณค่าด้านเน้อื หา โคลงโลกนิติ
คำชี้แจง ให้นักเรียนอา่ นวรรณคดีเรอื่ ง โคลงโลกนิติ แล้ววิเคราะห์และอธบิ ายตามประเดน็ ที่กำหนด
๑. สภาพสังคมทป่ี รากฏในวรรณคดเี รอ่ื ง โคลงโลกนติ ิ

๒. คำสอนท่ีปรากฏในวรรณคดีเรื่อง โคลงโลกนิติ

๓. ค่านยิ มทป่ี รากฏในวรรณคดีเร่อื ง โคลงโลกนิติ

เฉลยใบงาน
เร่ือง การวเิ คราะห์คณุ ค่าด้านเนือ้ หา โคลงโลกนติ ิ

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นอา่ นวรรณคดเี รอื่ ง โคลงโลกนิติ แล้ววเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายตามประเดน็ ทีก่ ำหนด

๑. สภาพสงั คมทีป่ รากฏในวรรณคดีเรอ่ื ง โคลงโลกนติ ิ

สภาพสังคมท่ีปรากฏในวรรณคดเี รื่อง โคลงโลกนิติ คอื สังคมที่กำลงั เรมิ่ ต้นใหม่ บา้ นเมืองสงบ
สุข ราษฎรมี ความสุข ไมเ่ ดือดร้อนกบั การทำสงคราม กวจี ึงสอนให้คนเปน็ คนดี มีคณุ ธรรม จริยธรรม
เห็นความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน รู้จกั การคดิ พิจารณาในสิ่งที่เป็นคุณแกช่ วี ิตนำไปประพฤติปฏบิ ตั ิ
ตาม ละเว้นในสงิ่ ท่เี ป็นโทษ

๒. คำสอนท่ีปรากฏในวรรณคดีเร่อื ง โคลงโลกนิติ

1) สอนใหย้ ึดมัน่ ในความดี ดงั ปรากฏในโคลงบทท่ี 131
2) สอนใหม้ ไี มตรีจิต ดังปรากฏในโคลงบทที่ 101
3) สอนให้มีความกตัญญู ดังปรากฏในโคลงบทท่ี 231
4) สอนให้รกั ษาความสัตย์ ดงั ปรากฏในโคลงบทที่ 69
5) สอนใหร้ ู้จักเลือกคบคน ดังปรากฏในโคลงบทที่ 77
6) สอนให้ต้งั ใจศึกษาเล่าเรยี น ดังปรากฏในโคลงบทที่ 117
7) สอนใหร้ ู้จกั พึ่งพาตนเอง ดังปรากฏในโคลงบทที่ 288
8) สอนใหร้ ู้จักประมาณตน ดงั ปรากฏในโคลงบทที่ 186
9) สอนใหเ้ ป็นคนต้งั ใจจริง ดงั ปรากฏในโคลงบทที่ 98
10) สอนใหเ้ ป็นคนทไี่ มโ่ อ้อวด ดงั ปรากฏในโคลงบทท่ี 23

๓. คา่ นยิ มท่ปี รากฏในวรรณคดีเรือ่ ง โคลงโลกนติ ิ

1) การเปน็ คนเก่ง คนเก่งตอ้ งตัง้ ใจศึกษาเลา่ เรียน มีความขยนั หม่ันเพียรศกึ ษาหาความรู้
2) การเปน็ คนดมี ีคณุ ธรรม เชน่ เปน็ ผทู้ ่ีมีความกตญั ญูต่อผมู้ ีพระคณุ การรกั ษาความสตั ย์

ยึดมั่นในการทำความดี
3) การเป็นคนทมี่ คี วามเช่ือม่ันในตนเอง ความต้ังใจจรงิ รจู้ กั พงึ่ พาตนเองไม่หวังพ่งึ ผู้อ่ืน และรู้จกั
ประมาณตน ไมห่ ลงตน ไม่เปน็ คนชอบโอ้อวด
4) การเปน็ คนทมี่ เี กียรตยิ ศ ตอ้ งรักษาชอื่ เสียงของตน

แผนการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 เร่อื ง การอ่านกาพย์ยานี 11

รหัสวิชา ท ๒1๑๐๑ ชื่อรายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 1 ชัว่ โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 1.๑ กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจแกไ้ ข

ปญั หาในการดำเนินชวี ติ และมนี สิ ัยรักการอา่ น

ตัวช้ีวัด

ท 1.๑ ม. ๓/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง และเหมาะสมกับเรือ่ ง
ท่อี ่าน

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านกาพย์ยานี 11 คือ การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกาพยย์ านี 11

เพอื่ ส่ือเนอ้ื หาและอารมณ์ความรู้สึกที่ปรากฎไปสู่ผู้รบั สารด้วยทว่ งทำนองท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ มีจงั หวะ
ลีลา ซงึ่ การอา่ นบทรอ้ ยกรองนจ้ี ะมอี ยู่ 2 ทำนองที่ใชอ้ ่าน ได้แก่ ทำนองปกติและทำนองเสนาะ

สาระการเรียนร/ู้ เนอ้ื หายอ่ ย
ความรู้(K)

นกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจในหลกั การอา่ นกาพย์ยานี 11
ทักษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรียนสามารถอ่านกาพยย์ านี 11 ได้ถกู ต้องตามหลักการ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

นกั เรยี นสามารถนำความรูจ้ ากการเรียน เร่อื ง การอา่ นกาพย์ยานี 11 ไปเป็นแนวทาง

ในการเรียนระดบั ต่อไปได้

จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )

Reading (อ่านออก)

(W) Riting (เขียนได้)

(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)

ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)

ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)

ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)

ทักษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสือ่ (Communications,
Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing
and ICT Literacy)

ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)

ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)

การประเมินผลรวบยอด
ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
กิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี น แล้วให้นกั เรยี นดวู ดิ โี อ “การอ่านทำนองเสนาะ กาพย์ยานี

11” จากนัน้ ครูใช้คำถาม “นักเรยี นเคยไดย้ นิ การอา่ นทำนองเสนาเช่นนีห้ รอื ไม”่ และให้นกั เรยี น
แสดงความคิดเห็นโตต้ อบกับครู (K)

ข้ันสอน
๑. ครูแจกใบความรู้และให้ความรู้กบั นกั เรียน เร่อื ง การอา่ นกาพยย์ านี 11 จากนนั้ ครู

อธิบายความหมายของการอา่ นบทรอ้ ยกรอง หลักการอา่ นกาพย์ยานี 11 และครยู กตวั อยา่ งการอา่ น
กาพย์ยานี 11 ให้นักเรยี นฟังและดู เพ่ือใหน้ กั เรียนเข้าใจในการอ่านกาพย์ยานี 11 มากขนึ้ (K)

๒. ครูให้นกั เรียนทำกิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจับใจ” โดยให้นกั เรียนฝึกอา่ น
กาพยย์ านี 11 ทัง้ ทำนองปกติและทำนองเสนาะให้ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน (K, P)

๓. ครใู หน้ ักเรียนออกมาอา่ นกาพย์ยานี 11 ทำนองปกติและทำนองเสนาะทลี ะคน
จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เสนอแนะรายละเอยี ดเพมิ่ เติม (P, A)

ข้ันสรุป
ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปกจิ กรรม“ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ” เป็นกจิ กรรม

ที่ให้นกั เรยี นฝึกอ่านกาพยย์ านี 11 ท้งั ทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะให้ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน
จากการทำกจิ กรรมนกั เรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้อยา่ งถูกตอ้ ง สะทอ้ นผลไดว้ า่ นกั เรียนมีความร้คู วามเข้าใจ
ในหลักการอ่านกาพยย์ านี 11 สามารถอ่านกาพย์ยานี 11 ไดถ้ ูกต้องตามหลักการ และสามารถนำ
ความรู้ท่ไี ด้จากการเรียนเรื่อง การอ่านกาพย์ยานี 11 ไปเป็นแนวทางในการเรียนระดบั ต่อไป (K, P, A)

การวดั ผลประเมินผล เกณฑก์ ารประเมิน
ช่วั โมงท่ี 1 ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ ๕๐
วิธกี าร เคร่อื งมอื

ประเมนิ กิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ” ใช้วิธีวดั ผล กิจกรรม “ทำนอง
จากการทำกิจกรรมของนักเรยี นแต่ละคน โดยมีประเด็นใน เสนาะ ไพเราะจับใจ”
การวัดผล ไดแ้ ก่ ความถูกต้องของการทว่ งทำนอง
การแบง่ จังหวะและวรรคคำ ความถกู ต้องของอา่ นคำ ความ
ถูกต้องของการเอ้อื นเสียง
การสื่ออารมณ์ และความถกู ต้องของการอ่านรวบคำและไม่
ฉีกคำ (ประเด็นของแต่ละคน) จากนนั้ นำผลการประเมินมา
เปน็ ขอ้ มลู ในการปรับปรงุ และพฒั นานกั เรียน และการ
จดั การเรยี นการสอนของครูในครัง้ ต่อ ๆ ไป

สอ่ื การเรยี นรู้
๑. ใบความรู้ เรือ่ ง การอ่านกาพยย์ านี 11
๒. วดี โิ อ “การอา่ นทำนองเสนาะ กาพยย์ านี 11”

ข้อเสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รบั รอง)

....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................................

(นายสนอง ศรีธรรมา)
วนั ท่ี.........../...................../...........

บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )

วันท.ี่ ............./......................./...............

ใบความรู้
เรื่อง การอ่านกาพย์ยานี ๑๑

ร้อยกรอง คือ คำประพนั ธท์ แี่ ต่งโดยมีการบังคับจำนวนคำ สมั ผัส ฉันทลักษณ์ ตามแบบแผน
ของร้อยกรองแตล่ ะประเภท ได้แก่ โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน รา่ ย เป็นตน้

การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง คอื การอ่านออกเสยี งงานเขียนร้อยกรองประเภทต่าง ๆ เพือ่
ส่ือเนอื้ หาและอารมณ์ความรสู้ กึ ที่ปรากฏในบท ไปสผู่ รู้ บั สารด้วยทำนองทแ่ี ตกตา่ งกัน ซึง่ การอ่านนนั้
โดดยทวั่ ไปจะมกี ารอ่านอยู่ 2 ทำนอง ได้แก่ ทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะ

การอ่านทำนองเสนาะ คือ การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรองประเภทตา่ ง ๆ ตามทำนอง ลีลา
และจงั หวะของประพนั ธน์ น้ั เพ่ือใหผ้ อู้ า่ น ผฟู้ งั เขา้ ใจถึงความงดงามของภาษา การอ่านทำนองเสนาะบท
ร้อยกรองจะมคี วามแตกตา่ งการไปตามทำนอง ลลี า การทอดเสียงและความสามารถของผู้อา่ น

การอ่านกาพยย์ านี 11 คือ การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกาพยย์ านี 11 เพือ่ สือ่
เน้ือหาและอารมณ์ความรู้สึกทีป่ รากฎไปสู่ผู้รบั สารดว้ ยท่วงทำนองที่เป็นเอกลกั ษณ์ มีจังหวะ ลีลา
ซึ่งการอา่ นบทรอ้ ยกรองนจ้ี ะมีอยู่ 2 ทำนองท่ีใชอ้ ่าน ไดแ้ ก่ ทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะ

กาพยย์ านี เปน็ คำประพันธช์ นิดหนึ่งทบ่ี ังคับจำนวนคำทีใ่ ช้ในการแตง่ คือ วรรคหนา้ 5 คำ
วรรคหลงั 6 คำ โดยจะมกี ารอ่านตามหลักการตอ่ ไปนี้

หลกั การอา่ นกาพย์ยานี ๑๑

1. จะต้องรู้จักฉนั ทลักษณ์ หรือลักษณะบังคบั ของรอ้ ยกรองประเภทนน้ั ซงึ่ กาพยย์ านี 11
มฉี ันทลักษณ์ดงั น้ี

1.1 บทหนง่ึ มี ๒ บาท บาทหน่งึ มี ๒ วรรค วรรคแรกมี ๕ คำ และวรรคหลังมี ๖ คำ รวมเปน็
๑๑ คำ และจะตอ้ งแต่งให้จบในบาทโทเสมอ

1.2 การสง่ สัมผัส คำที่ ๕ ของวรรคต้นในบาทเอกจะสง่ สมั ผัสไปยังคำที่ ๓ ในวรรคหลงั
คำท่ี ๖ ในวรรคหลัง จะสง่ สมั ผัสไปยงั คำท่ี ๕ ของวรรคต้น ในบาทโท และคำที่ ๖ ในวรรคหลงั จะส่ง
สมั ผัสไปยังคำท่ี ๖ ของวรรคหลงั ในบาทเอกของบทตอ่ ไป

2. ตอ้ งรจู้ กั ทำนอง จังหวะ ลีลา และการวรรคคำ การจะอา่ นใหไ้ พเราะไดน้ น้ั ผู้อ่านจะตอ้ ง

เขา้ ใจทำนองของบทประพนั ธ์ทอี่ ่าน ซ่ึงกาพยย์ านี มกี ารแบ่งจังหวะและการวรรคคำ คอื 2/3 3/3

00 / 000 000 / 000

00 / 000 000 / 000

ตวั อย่าง

วิชา / เหมอื นสนิ คา้ อนั มีคา่ / อยเู่ มอื งไกล

ตอ้ งยาก / ลำบากไป จงึ จะได้ / สินคา้ มา

จงตัง้ / เอากายเจ้า เปน็ สำเภา / อันโสภา

ความเพยี ร / เป็นโยธา แขนซา้ ยขวา / เปน็ เสาใบ

3. ต้องรจู้ กั การเออ้ื นเสยี ง การอ่านทำนองเสนาะให้ไพเราะนั้น ผอู้ า่ นจะต้องมีการเออ้ื นเสียง

เพอื่ เปน็ การทอดจังหวะให้ผู้ฟังเกิดความรสู้ กึ ซาบซึง้ และเห็นถงึ ความงดงามของภาษา ซึง่ การอ่านกาพย์

ยานี 11 มีหลกั ในการเอ้ือนเสยี งดงั น้ี

00 / 000 000 / 000

00 / 000 000 / 000

3.1 ตำแหนง่ ทข่ี ดี เส้นใต้ .... หากเป็นอักษรสงู หรือคำทมี่ เี สยี งสงู ใหเ้ ออ้ื นเสยี งข้ึนสงู เวน้ แต่

วา่ คำนน้ั เป็นเสยี งสามัญ เอก หรอื เปน็ อกั ษรตำ่ หากขน้ึ เสยี งสงู อาจจะทำใหผ้ ิดเพี้ยนได้ ให้อ่านใน

น้ำเสียงโทนปกติ และเลน่ ลูกอื้อนด้วยการกดเสียงนัน้ ใหล้ งต่ำลง

3.2 การอ่านกาพยย์ านี 11 ในวรรค 1 - 2 จะอ่านด้วยโทนเสยี งปกติ มเี ลน่ เสียงสูงต่ำบ้าง

แตใ่ นวรรคที่ 3 ของการอ่านกาพยย์ านี 11 ตรงท่ีขีดเสน้ ใต้ ....... จะต้องขนึ้ เสียงสงู

ตวั อยา่ ง

วิชาเหมอื นสินคา้ อันมีคา่ อยู่เมืองไกล

ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา

จงตงั้ เอากายเจ้า เป็นสำเภาอนั โสภา

ความเพยี รเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเปน็ เสาใบ

น้ิวเป็นสายระยาง สองเท้าตา่ งสมอใหญ่

ปากเปน็ นายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง

4. ต้องร้จู ักการอ่านรวบคำ หรือพยางค์ทเ่ี กินจากท่กี ำหนดไวใ้ นฉันทลักษณ์ โดยให้อา่ นเรว็ ขึ้น

และเสยี งใหเ้ บาลงกว่าปกติจนกว่าจะถงึ คำหรอื พยางคท์ ต่ี ้องการจึงลงเสียงหนัก

5. ตอ้ งรู้จกั การอ่านคำ การอ่านบทรอ้ ยกรองนน้ั ผอู้ ่านจะตอ้ งอ่านออกเสยี งใหถ้ ูกตอ้ งตาม

อักขรวธิ ี ไมผ่ ดิ สระ ผิดพยัญชนะ หรือวรรณยกุ ต์ เชน่ ไก่ เป็น ก่าย , ครู เป็น ค,ู ข่อน เปน็ คอ้ น เป็นตน้

นอกจากนี้ ควรอา่ นพยญั ชนะ จ/ฉ/ช/ถ/ท/ธ/ศ/ษ/ส ใหช้ ัดเจนถูกต้องตามอกั ขรวิธีในภาษาไทย โดยไม่

อ่านเปน็ เสียงเสียดแทรกมากเกินไปตามภาษาอังกฤษ และจะต้องอา่ นออกเสียงพยญั ชนะ ร/ล/ว คำ

ควบกล้ำ ร/ล/ว ให้ชัดเจน เพราะหากออกเสยี งไมช่ ัดอาจทำให้ผ้ฟู งั เขา้ ใจความหมายคลาดเคลอื่ น และ

ไม่ไพเราะ

6. ร้จู กั การใสอ่ ารมณ์ การอา่ นบทรอ้ ยกรองใหไ้ พเราะ จะต้องรู้จักการอ่านใส่อารมณค์ วามรสู้ ึก
ลงในบททีอ่ ่าน ซ่ึงผอู้ า่ นจะตอ้ งเข้าใจความหมายท่ีแทจ้ ริงทบ่ี ทประพนั ธน์ ั้นตอ้ งการจะสอ่ื ไปยังผรู้ ับสาร
เชน่ บทโกรธ ผอู้ ่านก็ตอ้ งทำน้ำเสียงดุดนั แข็งกรา้ ว บทโศกเศรา้ จะเป็นนำเสยี งทแ่ี ฝงไปด้วยความ
เสียใจ คร่ำครวญ เป็นตน้

7. พยายามไม่อา่ นฉกี คำ การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองท่ดี นี ้นั ผอู้ ่านจะตอ้ งใส่ใจตำแหนง่ ของ
สมั ผสั ไม่อา่ นฉีกคำหรือฉีกความ เพราะหากอา่ นฉกี คำหรอื ฉีกข้อความอ่านทำให้เนือ้ ความเสยี ไปหรอื
ผู้ฟงั เขา้ ใจความหมายคลาดเคลือ่ นได้

แบบฝึกอา่ นกาพยย์ านี 11 นกบนิ เฉยี ง / ไปท้ังหมู่
เหมอื นพอ่ี ยู่ / เพียงเอกา
เร่ือยเรื่อย / มาเรียงเรยี ง อกสะทอ้ น / ถอนใจข้า
ตวั เดยี ว / มาไร้คู่
โถแก้วตา / มาหมางเมนิ
ร่ำร่ำ / ใจรอนรอน
ดวงใจ / ไยหนีหน้า

ใบกจิ กรรม
“ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านทำนองเสนาะกาพยย์ านี 11 จากบทท่ีครกู ำหนดให้

กาพย์เหเ่ รอื

พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉดิ ฉาย

กง่ิ เเก้วแพรว้ พรรณราย พายอ่อนหยบั จับงามงอน

นาวาแน่นเปน็ ขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร

เรอื รวิ้ ทิวธงสลอน สาครล่ันครนั่ คร้นื ฟอง

เรือครุฑยดุ นาคหิ้ว ลว่ิ ลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโหเ่ ห่โอเ้ หม่ า

สรมุขมขุ สดี่ า้ น เพยี งพมิ านผ่านเมฆา

ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแยง่ มงั กร

สมรรถชยั ไกรกาบแกว้ แสงแวววบั จบั สาคร

เรยี บเรียงเคียงค่จู ร ดั่งรอ่ นฟา้ มาแดนดิน

สุวรรณหงสท์ รงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรมมนิ ทร์ ลนิ ลาศเลือ่ นเตอื นตาชม

เรือชัยไวว่องว่ิง รวดเรว็ จรงิ ย่งิ อยา่ งลม

เสยี งเส้าเรา้ ระดม หม่ ทา้ ยเย่นิ เดนิ คูก่ นั

(กาพยเ์ หเ่ รอื : เจ้าฟ้าธรรมธเิ บศ)

แบบประเมนิ กิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”
นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1

รายการประเมิน

ชอ่ื -สกลุ ความ ูถก ้ตองของท่วงทำนอง รวม สรุปผล
การแบ่ง ัจงหวะและวรรคคำ
ความ ูถก ้ตองของอ่านคำ
ความ ูถก ้ตองของการเอื้อนเ ีสยง การ

่สืออารม ์ณ
ความ ูถก ้ตองของการอ่านรวบคำและ

ไ ่ม ีฉกคำ

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น

ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศักด์ิ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จมู ไม้เมือง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮุงลาย
ด.ช.ณรงคช์ ยั ปัญหาชยั
ด.ช.จตรุ งค์ รนั ชติ โคตร
ด.ช.ทัศนะชยั วรโคตร
ด.ช.ปยิ ะวัฒน์ จันจลุ า
ด.ช.สริ โิ ชค เบ้าเงิน
ด.ช.วุฒิชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชยั ใยปางแก้ว
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จิตสุภา จันจลุ า
ด.ญ.ชวลั รัตน์ วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.ธิดาลักษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนัดดา นาชัยเรมิ่
ด.ญ.ปนัดดา บงพันธ์แก้ว
ด.ญ.ปรียานชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.ศศิวมิ ล ทะโคดา
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ นิ ทพิ ย์ ยวนยง

รายการประเมนิ

ชอ่ื -สกลุ ความ ูถก ้ตองของท่วงทำนอง รวม สรุปผล
การแบ่ง ัจงหวะและวรรคคำ
ความ ูถก ้ตองของอ่านคำ
ความ ูถก ้ตองของการเอ้ือนเ ีสยง การ

่สืออารม ์ณ
ความ ูถก ้ตองของการอ่านรวบคำและ

ไ ่ม ีฉกคำ

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น

ด.ญ.นงลกั ษณ์ ปญั หาชัย
ด.ญ.จรัสจนั ทร์ พลู เพม่ิ
ด.ช.วัชระ สายอรุ าช
ด.ช.เจษฎา วางศรี

หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การตัดสินระดบั คณุ ภาพ ผลการประเมนิ

๙ - ๑๐ คะแนน ดีมาก ผ่าน
๗ - ๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕ - ๖ คะแนน ผา่ น
๓ - ๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ า่ น
๐ - ๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ า่ น
ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมินกิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”

รายละเอยี ดการประเมิน ระดับคะแนน

๒๑

ความถกู ต้องของท่วงทำนอง สามารถอา่ นบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง สามารถอา่ นบทร้อยกรองได้ แต่ยงั ไม่

ตามทว่ งทำนองในการอ่าน รู้จกั ถกู ต้องตามท่วงทำนองในการอ่าน

การใช้นำ้ เสยี งสงู - ต่ำ เปน็ ทำนอง เท่าท่ีควร หรอื อ่านบทรอ้ ยกรองโดย

ไม่ใชน้ ำ้ เสยี งโทนเดียวกันตลอดทง้ั ใช้นำ้ เสยี งโทนเดียวกนั ตลอดทัง้ บท

บท

การแบ่งจงั หวะและวรรคคำ สามารถอ่านบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง สามารถอ่านบทรอ้ ยกรองได้ แต่ยังไม่

ตามท่วงทำนองในการอา่ น แบ่ง ถกู ตอ้ งตามท่วงทำนองในการอา่

วรรคในการอ่านถูกตอ้ งตาม แบง่ วรรคในการอา่ นไม่ถูกตอ้ งตาม

หลกั การ

รายละเอยี ดการประเมิน ระดบั คะแนน ๑

ความถกู ต้องของอ่านคำ ๒

ความถกู ตอ้ งของ หลกั การ และลีลาในการอา่ น
การเออ้ื นเสยี ง การสอื่ อารมณ์ ทำนองเสนาะ
ความถูกต้องของการอ่าน
รวบคำและไม่ฉกี คำ สามารถอ่านออกเสียงคำไดถ้ กู ตอ้ ง สามารถอา่ นออกเสียงคำไดถ้ กู ต้อง

ออกเสยี งพยัญชนะ และคำควบ ออกเสียงพยญั ชนะ และคำควบกล้ำ

กลำ้ ร/ล/ว ไดถ้ ูกตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี ร/ล/ว ได้ถูกต้องตามอักขรวิธี และ

และออกเสียงคำได้ตรงตามเสียง ออกเสยี งคำไดต้ รงตามเสียง

วรรณยุกต์ไดถ้ ูกต้องครบทกุ คำ วรรณยุกต์ได้ แตม่ ีอา่ นผดิ บ้าง 1 - 3

คำข้นึ ไป

สามารถเอือ้ นเสยี งในตำแหน่งท่ี สามารถเออ้ื นเสียงในตำแหน่งทค่ี วร

ควรเออ้ื นไดถ้ กู ต้อง และส่ืออารมณ์ เอ้อื นได้ แตย่ ังไม่มีการสอื่ อารมณใ์ ห้

ของบทร้อยกรองใหผ้ ฟู้ ังทราบถึง ผฟู้ งั ทราบถงึ อารมณข์ องบท

อารมณ์ของบทร้อยกรองได้ รอ้ ยกรอง

สามารถอ่านรวบคำในตำแหน่งคำท่ี สามารถอา่ นรวบคำในตำแหนง่ คำที่

ต้องอ่านรวบได้ และไมอ่ า่ นฉกี คำ ต้องอา่ นรวบได้ และอาจมกี ารอา่ น
หรอื ฉีกความ สามารถอา่ นแล้วสือ่ ฉกี คำหรอื ฉกี ความ หรืออ่านแลว้ ไม่
ความหมายให้ผูฟ้ ังเข้าใจได้อยา่ ง สามารถส่อื ความหมายให้ผู้ฟงั เข้าใจ
ชดั เจน ได้อย่างชดั เจน เนอ่ื งจากฉีกคำหรอื

ฉกี ความทำให้ความหมายใน
บทนั้น ๆ เปลย่ี นไปจากเดิม

แผนการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เร่ือง การอา่ นกาพย์สุรางคนางค์ 28

รหัสวิชา ท ๒1๑๐๑ ชอ่ื รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา 1 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท 1.๑ กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิด เพ่อื นำไปใชต้ ดั สินใจแก้ไข

ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ิตและมีนสิ ยั รักการอ่าน

ตวั ช้ีวัด

ท 1.๑ ม. 1/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง และเหมาะสมกับเรื่อง
ทอ่ี า่ น

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอา่ นกาพยส์ รุ างคนางค์ 28 คือ การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรองประเภทกาพย์

สุรางคนางค์ 28 เพอื่ สื่อเนอ้ื หาและอารมณค์ วามรสู้ ึกทป่ี รากฎไปสูผ่ ้รู ับสารด้วยทว่ งทำนองท่เี ป็น
เอกลกั ษณ์ มีจังหวะ ลลี า ซึง่ การอ่านบทรอ้ ยกรองนี้จะมอี ยู่ 2 ทำนองท่ีใชอ้ ่าน ได้แก่ ทำนองปกติและ

ทำนองเสนาะ กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘ นี้ในหนง่ึ บท มี ๒ บาท บาทแรกมี ๓ วรรค บาททส่ี อง มี ๔ วรรค
วรรคหนงึ่ มี ๔ คำ รวมเป็น ๗ วรรค ในหนึง่ บท รวมทง้ั ส้ิน ๒๘ คำ ด้วยเหตนุ จ้ี งึ เรยี กกาพย์ชนิดน้ีว่า
“กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘”

สาระการเรียนรู้/เนอื้ หาย่อย

ความร้(ู K)
นกั เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในหลกั การอ่านกาพย์สรุ างคนางค์ 28

ทักษะ/กระบวนการ (P)

นักเรยี นสามารถอ่านกาพยส์ ุรางคนางค์ 28 ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลักการ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

นักเรียนสามารถนำความรู้จากการเรียน เรือ่ ง การอา่ นกาพย์สรุ างคนางค์ 28
ไปเปน็ แนวทางในการเรยี นระดบั ตอ่ ไปได้

จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )

Reading (อ่านออก)

(W) Riting (เขยี นได)้

(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )

ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)

ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะดา้ นความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)

ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)

ทักษะดา้ นการสื่อสาร สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสอ่ื (Communications,
Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing
and ICT Literacy)

ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)

ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)

การประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรือภาระงาน
กิจกรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรียน แลว้ ให้นักเรยี นดูวดิ โี อ “การอ่านทำนองเสนาะ

กาพยส์ รุ างคนางค์ 28” จากนั้นครูใช้คำถาม “นักเรียนเคยไดย้ นิ การอา่ นทำนองเสนาะเช่นนหี้ รอื ไม”่
และให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ โตต้ อบกับครู (K)

ขน้ั สอน
๑. ครแู จกใบความรู้และให้ความรกู้ บั นกั เรยี น เรอื่ ง การอ่านกาพยส์ รุ างคนางค์ 28

จากน้ันครอู ธบิ ายความหมายของการอ่านบทรอ้ ยกรอง หลักการอ่านกาพยส์ รุ างคนางค์ 28 และครู
ยกตวั อย่างการอา่ นกาพยส์ รุ างคนางค์ 28 ให้นกั เรียนฟังและดู เพื่อให้นกั เรยี นเข้าใจในการอา่ นกาพย์
สรุ างคนางค์ 28 มากขนึ้ (K)

๒. ครใู หน้ กั เรยี นทำกจิ กรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจับใจ” โดยให้นักเรยี นฝึกอา่ น
กาพย์สุรางคนางค์ 28 ท้ังทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะให้ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน (K, P)

๓. ครูใหน้ กั เรียนออกมาอ่านกาพย์สรุ างคนางค์ 28 ทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะ
ทีละคน จากนน้ั ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เสนอแนะรายละเอียดเพ่มิ เติม (P, A)

ขนั้ สรุป
ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปกจิ กรรม“ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ” เป็นกจิ กรรมท่ีให้

นกั เรยี นฝึกอา่ นกาพย์สุรางคนางค์ 28 ทั้งทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะให้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
จากการทำกจิ กรรมนักเรียนสามารถปฏิบัตไิ ด้อยา่ งถูกต้อง สะทอ้ นผลได้วา่ นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
ในหลกั การอา่ นกาพย์สรุ างคนางค์ 28 สามารถอ่านกาพย์สุรางคนางค์ 28 ได้ถูกต้อง และสามารถนำ
ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี นเรื่อง การอ่านกาพยส์ ุรางคนางค์ 28 ไปเป็นแนวทางในการเรียนระดับต่อไป
(K, P, A)

การวดั ผลประเมินผล

วิธีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน

ประเมนิ กจิ กรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั กจิ กรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจับ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ใจ” ใชว้ ิธีวัดผลจากการทำกจิ กรรมของ ใจ” ร้อยละ ๕๐
นกั เรยี นแต่ละคน โดยมีประเดน็ ในการวัดผล
ไดแ้ ก่ ความถกู ต้องของการท่วงทำนอง
การแบง่ จงั หวะและวรรคคำ ความถกู ตอ้ งของ
อา่ นคำ ความถกู ตอ้ งของการเออ้ื นเสยี ง
การสอ่ื อารมณ์ และความถูกตอ้ งของการอ่าน
รวบคำและไม่ฉกี คำ (ประเด็นของแต่ละคน)
จากนนั้ นำผลการประเมนิ มาเปน็ ขอ้ มูลในการ
ปรับปรงุ และพัฒนานักเรยี น และการจดั การ
เรยี นการสอนของครใู นคร้งั ต่อ ๆ ไป

สอื่ การเรียนรู้
๑. ใบความรู้ เรอื่ ง การอา่ นกาพยส์ รุ างคนางค์ 28
๒. วดี โิ อ “การอา่ นทำนองเสนาะ กาพยส์ ุรางคนางค์ 28”

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................................
(นายสนอง ศรธี รรมา)

วันท.่ี ........../...................../...........

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )

วันท่ี............../......................./...............

ใบความรู้
การอา่ นกาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘

รอ้ ยกรอง คอื คำประพันธท์ แ่ี ตง่ โดยมกี ารบงั คบั จำนวนคำ สมั ผัส ฉันทลกั ษณ์ ตามแบบแผน
ของร้อยกรองแตล่ ะประเภท ไดแ้ ก่ โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน รา่ ย เปน็ ต้น

การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง คอื การอา่ นออกเสียงงานเขยี นรอ้ ยกรองประเภทตา่ ง ๆ
เพือ่ ส่อื เน้ือหาและอารมณ์ความรสู้ กึ ท่ีปรากฏในบท ไปสู่ผู้รบั สารด้วยทำนองท่ีแตกตา่ งกนั ซง่ึ การอา่ น
นัน้ โดยทว่ั ไปจะมกี ารอ่านอยู่ 2 ทำนอง ไดแ้ ก่ ทำนองปกตแิ ละทำนองเสนาะ

การอ่านทำนองเสนาะ คอื การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองประเภทตา่ ง ๆ ตามทำนอง ลลี า
และจงั หวะของประพนั ธ์นนั้ เพ่อื ใหผ้ อู้ ่าน ผฟู้ งั เข้าใจถึงความงดงามของภาษา การอา่ นทำนองเสนาะ
บทร้อยกรองจะมีความแตกต่างการไปตามทำนอง ลลี า การทอดเสยี งและความสามารถของผูอ้ า่ น

การอ่านกาพย์สุรางคนางค์ 28 คอื การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองประเภทกาพย์
สรุ างคนางค์ 28 เพื่อสื่อเนอ้ื หาและอารมณค์ วามรสู้ กึ ทีป่ รากฎไปสู่ผรู้ บั สารดว้ ยท่วงทำนองทเ่ี ป็น
เอกลกั ษณ์ มีจงั หวะ ลลี า ซึง่ การอา่ นบทรอ้ ยกรองนจ้ี ะมีอยู่ 2 ทำนองทใ่ี ชอ้ า่ น ไดแ้ ก่ ทำนองปกติและ
ทำนองเสนาะ

กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘ น้ใี นหนง่ึ บท มี ๒ บาท บาทแรกมี ๓ วรรค บาทท่ีสอง มี ๔ วรรค
วรรคหนึ่ง มี ๔ คำ รวมเปน็ ๗ วรรค ในหนงึ่ บท รวมทั้งสิ้น ๒๘ คำ ดว้ ยเหตนุ จี้ ึงเรียกกาพย์ชนิดนว้ี า่
“กาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘”

หลกั การอา่ นกาพย์สรุ างคนางค์ ๒๘

1. จะตอ้ งรู้จกั ฉันทลกั ษณ์ หรอื ลกั ษณะบงั คบั ของร้อยกรองประเภทนน้ั ซง่ึ กาพย์สุรางคนางค์
๒๘ มีฉนั ทลกั ษณด์ ังนี้

1.1 บทหนง่ึ มี ๗ วรรค ขึ้นต้นดว้ ยวรรครบั ตอ่ ดว้ ยวรรครอง และวรรคส่ง แลว้ ข้นึ ตน้
ดว้ ยวรรคสดับ – รับ – รอง – ส่ง ตามลำดบั รวม ๗ วรรค เปน็ ๑ บท แตล่ ะวรรคมี ๔ คำ
รวมท้ังสน้ิ ๒๘ คำ จึงเรียกว่า “กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘”

1.2 การสง่ สัมผัส
1) สัมผัสนอก หรอื สมั ผัสระหวา่ งวรรค อนั เปน็ สมั ผสั บังคับ มีดงั น้ี
- คำสดุ ท้ายของวรรคต้น (วรรครับ) สมั ผสั กบั คำสุดทา้ ยของวรรคถัดไป คือ วรรครอง
- คำสุดท้ายของวรรคทีส่ ามคอื วรรคส่งสมั ผัสกบั คำสดุ ท้ายของวรรคท่หี า้ (วรรครับ)
- คำสดุ ท้ายของวรรคท่ีส่ี (วรรคสดับ) สมั ผัสกบั คำทีห่ นง่ึ หรือสองของวรรคท่หี ้า (วรรค

รับ)
- คำสดุ ท้ายของวรรคทหี่ ้า (วรรครับ) สง่ สัมผสั กับคำสุดทา้ ยของวรรคทีห่ ก (วรรครอง)

2) สัมผัสระหวา่ งบท ของกาพยส์ ุรางคนางค์ คอื คำสุดท้ายของวรรคท่ี ๗ (วรรคสง่ ) เป็น
คำส่งสัมผัสบงั คับใหบ้ ทต่อไป ต้องรับสมั ผัสทค่ี ำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ (วรรคส่ง)

หรือ

00 / 00

00 / 00 00 / 00

00 / 00 00 / 00

00 / 00 00 / 00

*หมายเหตุ : กาพยส์ รุ างคนางค์ 28 สามารถเรยี งไดท้ ัง้ 2 แบบ โดยจะเรียงบรรทดั แรก 3 วรรค

บรรทัดท่ี 2 4 วรรค หรอื แบ่งวรรคคล้ายกับบทประพนั ธอ์ น่ื ๆ ก็ได้

2. ตอ้ งรู้จักทำนอง จงั หวะ ลลี า และการวรรคคำ การจะอ่านให้ไพเราะได้นนั้ ผอู้ ่านจะต้อง

เข้าใจทำนองของบทประพนั ธท์ ่อี ่าน ซงึ่ กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘ การอา่ นกาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘ จะต้อง

แบง่ จังหวะการอา่ นตำในแต่ละวรรค คือ หนง่ึ บทมี ๗ วรรค แตล่ ะวรรคมีจำนวนคำ ๔ คำเท่า ๆ กัน

การอ่านจึงเว้นจงั หวะเหมือนกนั คือ ๒/๒ คำ

00 / 00

00 / 00 00 / 00

00 / 00 00 / 00

00 / 00 00 / 00

ตัวอยา่ ง

วันน้ัน / จนั ทร

มีดา / รากร เป็นบ / รวิ าร

เหน็ สิ้น / ดินฟา้ ในปา่ / ทา่ ธาร

มาลี / คลบ่ี าน ใบก้าน / อรชร

(กาพพ์ ระไชยสุรยิ า)

3. ตอ้ งรจู้ กั การเออื้ นเสยี ง การอา่ นทำนองเสนาะให้ไพเราะน้นั ผู้อา่ นจะต้องมกี ารเอ้อื นเสียง

เพือ่ เป็นการทอดจงั หวะใหผ้ ูฟ้ งั เกิดความรู้สึกซาบซึง้ และเห็นถงึ ความงดงามของภาษา ซงึ่ การอา่ น

กาพย์ฉบัง 16 มหี ลกั ในการเออื้ นเสยี งดังนี้

00 / 00 00 / 00 00 / 00

00 / 00 00 / 00 00 / 00 00 / 00

- ตำแหน่งทข่ี ดี เสน้ ใต้ .... เปน็ คำทต่ี ้องเอ้อื น หรือลากเสยี งยาวกว่าปกติ หากเป็นอกั ษรสูง

หรอื คำท่ีมเี สียงสงู ใหเ้ อื้อนเสยี งขน้ึ สูง เวน้ แต่วา่ คำนน้ั เป็นเสียงสามญั เอก หรือเปน็ อกั ษรตำ่ หากข้ึน

เสยี งสูงอาจจะทำใหผ้ ิดเพย้ี นได้ ให้อา่ นในน้ำเสียงโทนปกติ และเลน่ ลูกอื้อนด้วยการกดเสยี งน้นั ใหล้ ง

ต่ำลง

- ตำแหน่งทท่ี ่ีขีดเสน้ ใต้ .... จะเป็นตำแหน่งท่ตี อ้ งใช้เสียงตำ่ หรอื เอื้อนเสียงให้ต่ำลง เพ่อื ให้

เกดิ ความไพเราะในบท (ท้ังน้ขี ้นึ อย่กู ับคำในบทรอ้ ยกรองนนั้ ๆ)
ตวั อย่าง
วนั นัน้ จันทร มีดารากร เปน็ บริวาร

เหน็ สน้ิ ดินฟ้า ในป่าทา่ ธาร มาลีคลบ่ี าน ใบก้านอรชร
เยน็ ฉ่ำนำ้ ฟ้า ชืน่ ชะผกา วายพุ าขจร

สารพนั จนั ทน์อิน รน่ื กล่นิ เกสร แตนต่อคลอรอ่ น ว้าว่อนเวยี นระวนั
4. ต้องรจู้ กั การอา่ นรวบคำ หรือพยางคท์ ีเ่ กนิ จากที่กำหนดไว้ในฉนั ทลกั ษณ์ โดยใหอ้ า่ นเร็วข้นึ
และเสียงให้เบาลงกวา่ ปกตจิ นกว่าจะถงึ คำหรือพยางคท์ ่ีต้องการจึงลงเสียงหนัก

5. ตอ้ งรจู้ กั การอ่านคำ การอ่านบทรอ้ ยกรองนน้ั ผอู้ า่ นจะตอ้ งอา่ นออกเสยี งใหถ้ กู ต้องตาม
อกั ขรวธิ ี ไม่ผดิ สระ ผิดพยญั ชนะ หรือวรรณยกุ ต์ เช่น ไก่ เปน็ กา่ ย , ครู เป็น คู, ข่อน เป็น ค้อน เป็นตน้

นอกจากน้ี ควรอา่ นพยญั ชนะ จ/ฉ/ช/ถ/ท/ธ/ศ/ษ/ส ใหช้ ัดเจนถกู ต้องตามอักขรวธิ ใี นภาษาไทย โดยไม่
อ่านเป็นเสียงเสียดแทรกมากเกินไปตามภาษาองั กฤษ และจะต้องอา่ นออกเสยี งพยญั ชนะ ร/ล/ว คำ
ควบกลำ้ ร/ล/ว ให้ชดั เจน เพราะหากออกเสียงไมช่ ดั อาจทำให้ผู้ฟังเขา้ ใจความหมายคลาดเคลื่อน และ

ไมไ่ พเราะ
6. รู้จกั การใสอ่ ารมณ์ การอ่านบทรอ้ ยกรองให้ไพเราะ จะต้องรูจ้ ักการอา่ นใสอ่ ารมณ์ความรสู้ ึก

ลงในบททอี่ า่ น ซ่งึ ผอู้ ่านจะต้องเข้าใจความหมายท่ีแท้จริงทบ่ี ทประพันธน์ นั้ ตอ้ งการจะสอื่ ไปยังผ้รู บั สาร
เช่น บทโกรธ ผอู้ ่านก็ต้องทำน้ำเสยี งดุดนั แขง็ กรา้ ว บทโศกเศร้า จะเป็นนำเสยี งท่ีแฝงไปด้วยความ
เสยี ใจ ครำ่ ครวญ เปน็ ตน้

7. พยายามไม่อา่ นฉีกคำ การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองทดี่ นี ้นั ผู้อ่านจะตอ้ งใสใ่ จตำแหนง่ ของ
สัมผสั ไมอ่ า่ นฉกี คำหรอื ฉีกความ เพราะหากอา่ นฉกี คำหรอื ฉีกข้อความอ่านทำให้เนื้อความเสียไปหรอื

ผ้ฟู ังเขา้ ใจความหมายคลาดเคล่ือนได้

แบบฝกึ อา่ นกาพยย์ านี 11

วันนัน้ / จันทร มีดา / รากร เปน็ บ / ริวาร

เหน็ ส้นิ / ดินฟ้า ในป่า / ท่าธาร มาลี / คลบ่ี าน ใบกา้ น / อรชร

เย็นฉ่ำ / นำ้ ฟา้ ช่ืนชะ / ผกา วายุพา / ขจร

สารพัน / จนั ทน์อนิ รน่ื กลนิ่ / เกสร แตนตอ่ / คลอรอ่ น วา้ วอ่ น / เวยี นระวนั

ใบกิจกรรม
“ทำนองเสนาะ ไพเราะจับใจ”

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านทำนองเสนาะกาพยส์ รุ างคนางค์ 28 จากบทท่ีครกู ำหนดใหต้ ่อไปน้ี

วชิ าหนาเจ้า

เกดิ มาเป็นคน

หนงั สอื เป็นตน้ วชิ าหนาเจา้

ถ้าแมน้ ไม่รู้ อดสูอายเขา

เพอ่ื นฝูงเยาะเยา้ ว่าเง่าว่าโง่

บางคนเกดิ มา

ไม่รู้วิชา เคอะอยู่จนโต

ไปเปน็ ขา้ เขา เพราะเขาเง่าโง่

บ้างเป็นคนโซ เทีย่ วขอกม็ ี

ถ้ารวู้ ิชา

ประเสรฐิ หนักหนา ชหู นา้ ราศี

จะไปแห่งใด มคี นปราณี

ยากไรไ้ มม่ ี สวสั ดมี งคล

(วชิ าหนาเจา้ : ไม่ปรากฎชอื่ ผแู้ ต่ง)

แบบประเมนิ กจิ กรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”
นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

รายการประเมิน

ชอ่ื -สกลุ ความ ูถก ้ตองของท่วงทำนอง รวม สรปุ ผล
การแบ่ง ัจงหวะและวรรคคำ
ความ ูถก ้ตองของอ่านคำ
ความ ูถก ้ตองของการเอ้ือนเ ีสยง

การสื่ออารม ์ณ
ความ ูถก ้ตองของการอ่านรวบคำ

และไ ่ม ีฉกคำ

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน

ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย คุม้ พงษ์
ด.ช.กนกศกั ดิ์ สายอรุ าช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงคช์ ัย ปัญหาชยั
ด.ช.จตุรงค์ รันชติ โคตร
ด.ช.ทศั นะชัย วรโคตร
ด.ช.ปยิ ะวัฒน์ จนั จุลา
ด.ช.สริ โิ ชค เบ้าเงนิ
ด.ช.วฒุ ิชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จติ สุภา จนั จลุ า
ด.ญ.ชวัลรตั น์ วงค์อามาตย์
ด.ญ.ธดิ าลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชัยเริม่
ด.ญ.ปนดั ดา บงพนั ธ์แก้ว
ด.ญ.ปรยี านุช โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.ศศวิ ิมล ทะโคดา
ด.ญ.ศิรประภา คำบาง
ด.ญ.ศิรนิ ทพิ ย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปญั หาชัย
ด.ญ.จรัสจนั ทร์ พลู เพ่ิม

รายการประเมนิ

ชอ่ื -สกลุ ความ ูถก ้ตองของท่วงทำนอง รวม สรปุ ผล
การแบ่ง ัจงหวะและวรรคคำ
ความ ูถก ้ตองของอ่านคำ
ความ ูถก ้ตองของการเอ้ือนเ ีสยง

การส่ืออารม ์ณ
ความ ูถก ้ตองของการอ่านรวบคำ

และไ ่ม ีฉกคำ

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น

ด.ช.วัชระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี

หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถือว่าผา่ นเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสินระดับคณุ ภาพ ผลการประเมิน

๙ - ๑๐ คะแนน ดีมาก ผา่ น
๗ - ๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕ - ๖ คะแนน ผ่าน
๓ - ๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ า่ น
๐ - ๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ า่ น
ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารประเมินกจิ กรรม “ทำนองเสนาะ ไพเราะจบั ใจ”

รายละเอียดการประเมิน ระดับคะแนน
ความถูกตอ้ งของทว่ งทำนอง
๒๑
การแบ่งจังหวะและวรรคคำ
สามารถอา่ นบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง สามารถอา่ นบทร้อยกรองได้ แตย่ งั ไม่
ความถกู ตอ้ งของอา่ นคำ
ตามท่วงทำนองในการอ่าน รจู้ ัก ถูกตอ้ งตามท่วงทำนองในการอา่ น
ความถกู ต้องของ
การเอ้ือนเสยี ง การสอื่ อารมณ์ การใช้น้ำเสยี งสูง - ตำ่ เป็นทำนอง เท่าที่ควร หรอื อา่ นบทร้อยกรองโดย
ความถกู ต้องของการอา่ น
รวบคำและไมฉ่ ีกคำ ไมใ่ ช้นำ้ เสยี งโทนเดยี วกนั ตลอดทง้ั ใชน้ ้ำเสยี งโทนเดียวกันตลอดทง้ั บท

บท

สามารถอ่านบทร้อยกรองได้ถูกต้อง สามารถอา่ นบทร้อยกรองได้ แต่ยังไม่

ตามท่วงทำนองในการอา่ น แบง่ ถูกตอ้ งตามท่วงทำนองในการอา่

วรรคในการอ่านถูกต้องตาม แบง่ วรรคในการอา่ นไมถ่ ูกต้องตาม

หลกั การ และลีลาในการอา่ น หลกั การ

ทำนองเสนาะ

สามารถอ่านออกเสยี งคำไดถ้ กู ต้อง สามารถอา่ นออกเสยี งคำไดถ้ กู ตอ้ ง

ออกเสียงพยญั ชนะ และคำควบ ออกเสยี งพยัญชนะ และคำควบกลำ้

กลำ้ ร/ล/ว ไดถ้ กู ตอ้ งตามอักขรวธิ ี ร/ล/ว ไดถ้ ูกต้องตามอักขรวิธี และ

และออกเสยี งคำไดต้ รงตามเสียง ออกเสียงคำไดต้ รงตามเสยี ง

วรรณยุกตไ์ ดถ้ กู ตอ้ งครบทกุ คำ วรรณยุกต์ได้ แตม่ อี า่ นผิดบ้าง 1 - 3

คำข้ึนไป

สามารถเอ้อื นเสยี งในตำแหนง่ ที่ สามารถเออื้ นเสียงในตำแหน่งทค่ี วร

ควรเอือ้ นได้ถกู ต้อง และสือ่ อารมณ์ เอ้อื นได้ แตย่ งั ไม่มกี ารสือ่ อารมณ์ให้

ของบทรอ้ ยกรองให้ผ้ฟู ังทราบถงึ ผฟู้ งั ทราบถึงอารมณข์ องบท

อารมณ์ของบทร้อยกรองได้ รอ้ ยกรอง

สามารถอา่ นรวบคำในตำแหนง่ คำที่ สามารถอ่านรวบคำในตำแหน่งคำท่ี
ต้องอ่านรวบได้ และไมอ่ ่านฉีกคำ ต้องอ่านรวบได้ และอาจมีการอ่าน
หรอื ฉกี ความ สามารถอา่ นแลว้ สอ่ื ฉีกคำหรอื ฉกี ความ หรอื อ่านแล้วไม่

ความหมายให้ผูฟ้ งั เข้าใจไดอ้ ย่าง สามารถสอื่ ความหมายให้ผู้ฟังเข้าใจ
ชัดเจน ไดอ้ ยา่ งชดั เจน เนื่องจากฉกี คำหรอื

ฉีกความทำใหค้ วามหมายใน
บทน้ัน ๆ เปล่ียนไปจากเดมิ

แผนการจดั การเรยี นรู้

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๒ เรอ่ื ง ความเป็นมาของโคลงโลกนิติ

รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คุณค่า และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง

ตัวช้ีวัด
ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรปุ เน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ความเป็นมาของโคลงโลกนติ ิ คือ ที่มาและประวัติของวรรณคดีเร่ือง โคลงโลกนติ ิ โดยจะต้อง

ศึกษาทง้ั ในสว่ นของประวัตผิ แู้ ต่ง ความเป็นมาของการแต่ง และเรอ่ื งราวของวรรณคดีโดยสังเขป เพอ่ื ให้
ทราบถึงที่มาและความสำคัญของวรรณคดีที่อา่ น ซงึ่ โคลงโลกนิติเป็นวรรณคดที ีใ่ ห้ขอ้ คดิ ในการดำรงชีวิต
ในหลาย ๆ ดา้ น

สาระการเรียนร/ู้ เนอื้ หายอ่ ย
ความรู้ (K)
นกั เรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจเร่อื งความเป็นมาของโคลงโลกนิติ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนสามารถอธบิ ายความเป็นมาของโคลงโลกนิตไิ ด้
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรู้เร่ืองความเปน็ มาของโคลงโลกนิติไปใช้ในการวเิ คราะห์วรรณคดี

เร่ืองโคลงโลกนิติได้

จุดเนน้ สูก่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )

Reading (อ่านออก)

(W) Riting (เขยี นได)้

(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )

ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)

ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)

ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)

ทักษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันส่ือ (Communications,
Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing
and ICT Literacy)

ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)

ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง (Change)

การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
ใบงาน “แผนผังความคดิ โคลงโลกนติ ิ”

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำ
ครูยกคำสุภาษติ วา่ “ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง” จากน้นั ถามนักเรยี นวา่ นักเรียน

คุ้นเคยกบั สภุ าษติ นห้ี รอื ไม่ เม่อื นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถามแลว้ ครจู ึงอธิบายใหน้ กั เรียนทราบว่าใน
วรรณคดี มีวรรณคดเี ร่ืองหนงึ่ ทีม่ กั กลา่ วถึงคำสอนทเ่ี ป็นสุภาษิตแตแ่ ต่งเปน็ โคลงสีส่ ภุ าพ จากนั้นครู
เชอื่ มโยงเข้าสู่บทเรยี นในข้ันต่อไป (K)

ขั้นสอน
๑. ครูอธิบายเนื้อหา “ความเปน็ มาของโคลงโลกนิต”ิ โดยอธิบายในส่วนทีม่ า ลกั ษณะคำ

ประพันธแ์ ละประวัติของผูแ้ ตง่ โคลงโลกนติ ิ (K)
๒. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงาน “แผนผังความคิดโคลงโลกนิติ” โดยใหน้ กั เรยี นอ่านเนือ้ หาจาก

ใบความรทู้ ่ีครแู จกให้จากนนั้ สรปุ เนอ้ื หาเป็นแผนผังความคดิ ตามความเข้าใจของนกั เรียน (K, P)
๓. ครูสุ่มตวั แทนนกั เรียน ๒ คนออกมานำเสนอผลงาน โดยใช้เพลง จงจำไว้ให้ดี โดยมเี น้ือ

รอ้ งว่า “จงจำไวใ้ หด้ วี า่ ของชิ้นนี้ตกอยูท่ ่ไี หน แมต้ กอยทู่ ี่มอื ใคร (ซ้ำ) คนนน้ั ไซร้ออกมาตอบคำถาม
(ซ้ำ)” ซงึ่ ในขณะท่นี ักเรยี นนำเสนองานจบ ครจู ะใหข้ อ้ เสนอแนะเพือ่ ให้กำลงั ใจและชแ้ี นะแนวทางการ
ทำใบงานอยา่ งถูกต้อง (K,P)

ขั้นสรปุ
ครใู ห้นกั เรียนร่วมกันสรุปการทำใบงานเรื่อง “แผนผังความคิดโคลงโลกนติ ิ”

ซ่งึ เป็นใบงานทีใ่ หน้ กั เรียนแต่ละคนสรปุ เนอื้ หาจากการอา่ นความเป็นมาของโคลงโลกนิติเป็นแผนผัง
ความคิดได้อย่างถูกตอ้ ง สะทอ้ นผลว่านกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับความเปน็ มา ประวตั ผิ ูแ้ ต่ง
และลกั ษณะคำประพันธว์ รรณคดเี ร่ืองนิราศภูเขาทอง และสามารถนำความรไู้ ปเปน็ แนวทางในการ
วเิ คราะหว์ รรณคดีเรอื่ งโคลงโลกนิติได้ (K, P, A)

การวดั ผลประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน

วธิ กี าร ใบงานเรื่อง แผนผังความคิด ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
โคลงโลกนติ ิ ร้อยละ ๕๐
ประเมินใบงาน เรอ่ื ง “แผนผงั ความคิดโคลงโลกนิติ”
ใชว้ ิธีการวัดผลจากการทำใบงานของนักเรียนแตล่ ะคน
โดยมปี ระเด็นในการวัดผล ไดแ้ ก่ มีความร้คู วามเข้า
ใจความเป็นมาของโคลงโลกนติ ิ สามารถอธบิ ายความ
เปน็ มาของโคลงโลกนิติ เขยี นแผนผงั ความคิดตรง
ประเดน็ การใช้ภาษาและความสะอาดเรยี บรอ้ ย
จากนัน้ นำผลการประเมินไปเป็นขอ้ มูลในการปรบั ปรงุ
เพือ่ พัฒนานกั เรยี นและการจัดการเรียนการสอนของ
ครูในครง้ั ต่อ ๆ ไป

สือ่ การเรียนรู้

1. ใบความรู้ เร่ือง ความเป็นมาของโคลงโลกนติ ิ
2. ใบงานเรอ่ื ง แผนผงั ความคิดโคลงโลกนิติ

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)

วนั ท่.ี ........../...................../...........

บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )

วันท.ี่ ............./......................./...............

แบบประเมนิ ใบงานเร่ือง “แผนผังความคิด โคลงโลกนติ ิ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑


รายการประเมนิ

ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจความเป็นมา รวม สรปุ ผล
ของโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายความเป็นมาของไ ้ด
ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนแผนผังความ ิคดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผ่าน

ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศกั ดิ์ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมือง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮุงลาย
ด.ช.ณรงคช์ ยั ปัญหาชยั
ด.ช.จตรุ งค์ รันชติ โคตร
ด.ช.ทัศนะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จุลา
ด.ช.สริ ิโชค เบา้ เงิน
ด.ช.วุฒิชัย ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชัย ใยปางแกว้
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จิตสภุ า จันจลุ า
ด.ญ.ชวัลรัตน์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนัดดา นาชัยเริม่
ด.ญ.ปนดั ดา บงพนั ธ์แกว้
ด.ญ.ปรยี านชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศวิ ิมล ทะโคดา

รายการประเมนิ

ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจความเป็นมา รวม สรปุ ผล
ของโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายความเป็นมาของไ ้ด
ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนแผนผังความ ิคดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน

ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี

หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน

๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรับปรุง

เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน

เร่อื ง “แผนผังความคดิ โคลงโลกนติ ิ”

รายการประเมิน ระดับคะแนน

๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจความ ๒๑
เปน็ มาของโคลงโลกนติ ิ
๒. สามารถอธบิ ายความเปน็ มา มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจความเป็นมา ไมม่ ีความรคู้ วามเข้าใจความ
ของโคลงโลกนติ ิไดถ้ ูกต้อง
๓. เขยี นแผนผังความคดิ ตรง ของโคลงโลกนิติเปน็ อยา่ งดี เปน็ มาของโคลงโลกนติ ิเทา่ ทค่ี วร
ประเดน็
สามารถอธบิ ายความเป็นมาของ ไมส่ ามารถอธบิ ายความเป็นมาของ
๔. สามารถใชภ้ าษาได้ถกู ตอ้ ง
โคลงโลกนิติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ชดั เจน โคลงโลกนติ ิได้
๕. ความสะอาดเรียบรอ้ ย
สามารถเขยี นแผนผงั ความคิดความ ไม่สามารถเขยี นแผนผังความคดิ

เป็นมาของโคลงโลกนิติได้ตรง เร่ืองโคลงโลกนติ ิได้ เขยี นไม่ตรง

ประเด็นและครบตามหัวขอ้ ที่ ประเด็นและไมค่ รบตามหัวขอ้ ที่

กำหนด กำหนด

สามารถใช้ภาษาในการเขียนแผนผัง ไม่สามารถใชภ้ าษาในการเขยี น

ความคิดไดอ้ ย่างถกู ต้อง สนั้ กระชบั แผนผังความคิดได้ถูกตอ้ ง ไมม่ ีการ

เข้าใจง่าย สรุปเน้ือหาให้กระชบั ชัดเจน

ใบงานมคี วามสะอาดเรียบรอ้ ย ใบงานมรี อยเป้อื น ลายมืออา่ นยาก

ลายมอื อ่านงา่ ย

ใบความรู้
เร่ือง ความเปน็ มาของโคลงโลกนิติ

ประวตั ิความเป็นมา

โคลงโลกนิติเป็นวรรณกรรมประเภทคำสอน ในลักษณะของโดยลงสุภาษิต คำว่า โลกนติ ิ
(อา่ นว่า โลก-กะ-นิด)เน้ือหาในโคลงโลกนติ ิจงึ มุ่งแสดงความจรงิ ของโลกและสัจธรรมของชวี ิต เพ่ือให้
ผอู้ า่ นได้รเู้ ท่าทันตอ่ โลก และเข้าใจในความเปน็ ไปของชวี ิต พรอ้ มเป็นแมแ่ บบเพือ่ ให้ผู้อ่านไดด้ ำเนนิ ชีวติ
ไปในทางทีถ่ กู ต้องดงี ามสืบไป

โคลงโลกนติ มิ คี วามไพเราะเหมาะสมทง้ั ด้านรูปแบบและเนือ้ หาปรชั ญาสาระ ครบคุณคา่ ทาง
วรรณกรรม ทำใหเ้ ป็นทแี่ พรห่ ลายในหมคู่ นทัว่ ไป บางทา่ นกล่าวยกย่องโคลงโลกนิติวา่ เปน็ อมตะ
วรรณกรรมคำสอน หรอื ยอดสุภาษิตอมตะ ได้รบั คดั เลอื กจากกระทรวงศกึ ษาธกิ ารให้เป็นบทอ่าน
หนังสอื แบบเรียนในสำหรับนักเรียนนักศกึ ษาอย่ทู กุ ยุคสมยั และไดร้ บั การจัดให้เปน็ หนง่ึ ใน หนังสือิ ดี
๑๐๐ เลม่ ที่คนไทยควรอา่ น

โคลงโลกนติ ิเชื่อกนั ว่ามีมาตงั้ แต่คร้ังกรุงศรอี ยธุ ยา โดยนักปราชญ์ในสมัยนน้ั ไดค้ ัดเลอื กหา
คาถาสุภาษิตภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตท่ปี รากฏในคมั ภีรต์ า่ งๆ เช่น คมั ภีรโ์ ลกนติ ิ, คัมภรี ์ธรรมนตี ิ,
คัมภีรร์ าชนตี ิ, หิโตปเทศ, ธรรมบท และ พระไตรปฎิ ก เป็นตน้ มาถอดความแลว้ เรียบเรยี งแต่งเป็นโคลง
โลกนติ ิ

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ เม่ือพระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยูห่ วั ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้
ฯ ใหป้ ฏิสงั ขรณว์ ัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม (วัดโพธ์ิฯ) ในปี พ.ศ. 2374 กม็ ีดำรใิ ห้จารกึ วิชาการ
สาขาต่างๆ ไว้บนแผ่นศิลาท่ีประดบั ไวต้ ามเสาหรอื กำแพงพระวิหาร ในการนจี้ งึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า
ฯ ให้ สมเด็จพระเจ้านอ้ งยาเธอกรมขนุ เดชอดิศร (ต่อมาไดด้ ำรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาเดชาดศิ ร) ทรงชำระโคลงโลกนติ ขิ องเกา่ ให้ประณตี ไพเราะย่งิ ขึ้น เพ่ือจารกึ ไว้ในคราว
เดยี วกนั

จำนวนโคลงโลกนิตทิ ป่ี รากฏตน้ ฉบบั ในสมุดไทยมีท้งั สิน้ 408 บท แต่ท่จี ารกึ ไวใ้ นวัดพระเชตุ
พนฯ แผ่นละบท มี 435 แผ่น (รวมโคลงนำ 2 บท) คาดวา่ มโี คลงที่แต่งเพ่ิมเตมิ เพอื่ ใหพ้ อดกี ับรวบรวม
สอบทาน และจดั พิมพโ์ ดยกรมศกึ ษาธกิ าร กระทรวงธรรมการ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2447 เพื่อใช้เป็นหนังสือ
แบบเรยี นสำหรับนกั เรียน โดยนำโคลงทส่ี มเด็จฯ กรมพระยาเดชาดศิ ร ทรงชำระไว้ 408 บท ทปี่ รากฏ
ในต้นฉบบั สมุดไทย (รวมโคลงนำ 2 บท โคลงสง่ ท้าย 2 บท

หอสมุดแห่งชาตจิ ดั พิมพ์โคลงโลกนิตทิ เี่ ปน็ พระนพิ นธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร
ร่วมกับโคลงโลกนติ สิ ำนวนเกา่ ท่ีมกี ารคน้ พบเป็นจำนวนมากจากหอพระสมดุ วชริ ญาณ พรอ้ มระบคุ าถา
อนั เปน็ ที่มาของโคลง และจัดรวบรวมกนั เป็นชุดๆ ไดโ้ คลงภาษิตรวม 593 ชุด จำนวน 911 บท
(ไม่รวมโคลงนำ 2 บท และโคลงส่งท้าย 2 บท) พิมพเ์ ผยแพรค่ ร้งั แรกเม่อื ปี พ.ศ. 2460 เป็นฉบับ
ทีค่ ณะกรรมการคดั สรรและเผยแพร่วรรณกรรมของชาติ

กรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธิการ นำตน้ ฉบบั หนงั สอื สอนอ่านฯ สุภาสติ โลกนิติ์คำโคลง
และ ประชมุ โคลงโลกนติ ิ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ มาสอบทาน แกไ้ ขอกั ขระ ตัดโคลงทีซ่ ้ำซ้อน เพิม่ เติม
คาถา จัดทำคำอธบิ ายศพั ท์ และจัดหมวดหมใู่ หม่ในโคลงบางชุด ทำใหไ้ ด้โคลงภาษิตรวม 594 ชุด

จำนวน 902 บท (รวมโคลงนำ 2 บท และโคลงส่งทา้ ย 4 บท) พมิ พเ์ ผยแพรค่ รงั้ แรกเมือ่ ปี พ.ศ.
2543

ประวัตผิ ู้แตง่
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร หรอื พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมสมเดจ็ พระเด

ชาดิศร เปน็ พระเจา้ ลูกยาเธอลำดบั ที่ ๑๕ ใน พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลัย กบั เจ้าจอม
มารดานิม่ ประสูตเิ ม่ือวนั พฤหัสบดที ่ี ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๓๖ ณ พระนิเวศนเ์ ดมิ ฝ่งั ธนบุรี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงไดร้ บั ความไว้วางพระราชหฤทยั ให้สนอง
พระเดชพระคณุ กำดบั ราชการกรมอาลักษณ์ต้งั แต่ ในรชั กาลที่ ๒ รัชกาลท่ี ๓ และรชั กาลที่ ๔ สบื เน่ือง
กนั โดยตลอดจนส้นิ พระชนม์ งานราชการกรมอาลักษณ์ ซง่ึ รวมทง้ั งานราชเลขานุการและงานดแู ลรกั ษา
หนังสอื หอหลวงไวด้ ว้ ยนนั้ ทำให้ทรงมีโอกาสได้ศึกษาคน้ ควา้ หนงั สือและสรรพตำราต่างๆจนชำนาญ
รอบรู้ในหลกั ราชการและเป็นประโยชน์ต่อการนพิ นธ์วรรณกรรมเรอ่ื งตา่ งๆ

ลักษณะคำประพันธ์
โคลงโลกนติ ิเรมิ่ ด้วยการยกโคลงแม่บทซึ่งเปน็ โคลงที่แตง่ ถกู ตอ้ งตามข้อบงั คับ เชน่ เอก ๗ โท 4

ไมม่ ีเอกโทษ โทโทษ ไมม่ กี ารใชค้ ำตายแทนเสยี งเอก เป็นตน้
โคลงโลกนติ ิ แต่งไดถ้ กู ตอ้ งตามขอ้ บังคับของโคลง มกี ารใช้คำสัมผัสให้ไพเราะยงิ่ ขนึ้ โดยใช้

สมั ผสั ระหวา่ งคำสดุ ท้ายของวรรคแรกกบั คำแรกของวรรคหลงั รวมทงั้ สมั ผัสภายในวรรคด้วย
ขณะเดียวกนั กม็ วี ธิ กี ารรวบคำเพ่ือให้ถกู ตอ้ งตามข้อบังคับด้วย

ฉันทลกั ษณโ์ คลงสี่สุภาพ

ตัวอยา่ ง

ใบพอ้ พันหอ่ หุ้ม กฤษณา
หอมระรวยรสพา เพรศิ ด้วย
คือคนเสพเสนห่ า นกั ปราชญ์

ความสขุ ซาบฤามว้ ย ดจุ ไมก้ ล่นิ หอม

ใบงาน

เร่ือง “แผนผงั ความคิด นริ าศภเู ขาทอง”

คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนเขียนแผนผังความคิดความเปน็ มาของนิราศภเู ขาทอง ในหวั ข้อ ท่ีมาของเร่อื ง

ประวัติผู้แต่ง และลักษณะคำประพนั ธ์ใหค้ รบทุกหวั ข้อ และถกู ตอ้ ง (๑๐ คะแนน)

แผนการจัดการเรยี นรู้

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ ความเปน็ มาของนิราศภเู ขาทอง

รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คณุ ค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ

ตวั ชวี้ ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ความเป็นมาของนิราศภูเขาทอง คอื ทม่ี าและประวัตขิ องวรรณคดเี รือ่ ง นริ าศภเู ขาทอง โดย

จะต้องศกึ ษาท้งั ในสว่ นของประวตั ิผูแ้ ต่ง ความเป็นมาของการแตง่ และเรื่องย่อโดยสงั เขป เพ่อื ให้ทราบ
ถึงที่มาและความสำคัญของวรรณคดที อี่ ่าน ซงึ่ นริ าศภูเขาทองแต่งในรัชสมัยของพระบาทสมเดจ็ พระน่ัง
เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ผู้แต่งคือสุนทรภู่ เนือ้ หาเปน็ การเดินทางของสุนทรภู่ตง้ั แต่วดั ราชบรุ ณะจนถึงวดั พระเมรุ
และมกี ารพรรณนาสง่ิ ที่พบเหน็ ระหวา่ งการเดินทาง ความร้สู ึกความจงรกั ภกั ดที ี่มตี อ่ รชั กาลที่ ๒
รวมไปถึงการตัดพอ้ ในโชคชะตาชวี ติ ท่ีตอ้ งพบกับความยากลำบาก

สาระการเรยี นร/ู้ เน้อื หาย่อย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจเร่อื งความเปน็ มาของนิราศภูเขาทอง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายความเปน็ มาของนิราศภูเขาทองได้
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๑. นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องความเป็นมาของนริ าศภูเขาทองไปใช้ในการ

วเิ คราะห์วรรณคดเี รอื่ งนริ าศภเู ขาทองได้

จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )

Reading (อา่ นออก)

(W) Riting (เขยี นได)้

(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)

ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)

ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)

ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)

ทกั ษะดา้ นการสอื่ สาร สารสนเทศและรู้เท่าทนั สอ่ื (Communications,
Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing
and ICT Literacy)

ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)

ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)

การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิน้ งาน

ใบงาน “แผนผงั ความคดิ นิราศภเู ขาทอง”

กจิ กรรมการเรียนรู้

ขัน้ นำ

๑. ครูอา่ นคำประพันธต์ ่อไปนใ้ี หน้ ักเรียนฟงั

ถึงโรงเหล้าเตากลัน่ ควันโขมง มคี นั โยงผูกไว้ปลายเสา

โอบ้ าปกรรมนำ้ นรกเจยี วอกเรา ให้มวั เมาเหมือนหน่ึงบา้ เปน็ น่าอาย

ทำบุญบวชกรวดนำ้ ขอสำเรจ็ พระสรรเพชญ์โพธญิ าณประมาณหมาย

ถึงสรุ าพารอดไม่วอดวาย ไมใ่ กลก้ รายแกลง้ เมนิ กเ็ กินไป

เมือ่ ครูอ่านคำประพันธจ์ บจงึ ถามนกั เรียนว่าเคยไดย้ นิ คำประพนั ธด์ ังกลา่ วและทราบช่อื

ผแู้ ตง่ หรอื ไม่ (K, P)

๒. ครูให้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม จากน้นั ครูสรปุ คำตอบของนกั เรยี นพรอ้ มทงั้ เฉลย

รายละเอียดของคำประพันธว์ ่ามที มี่ าจากนิราศภูเขาทอง ผู้แต่งคือสุนทรภู่ พร้อมทั้งถอดความให้

นักเรียนเข้าใจว่าคำประพนั ธด์ งั กลา่ วเป็นตอนใดและกล่าวถึงเร่ืองใดเปน็ สำคัญ จากนน้ั ครูเชื่อมโยงไปยัง

เน้ือหาท่ีจะสอนในขั้นตอ่ ไป (K, P)

ขนั้ สอน

๑. ครูแจกใบความรู้เรอ่ื ง ความเปน็ มาของนิราศภูเขาทอง จากน้นั อธบิ ายเนอ้ื หาให้

นักเรียนฟงั ในส่วนของความเปน็ มา ประวัติผ้แู ตง่ และลักษณะคำประพนั ธ์ของนริ าศภเู ขาทอง (K, P)

๒. ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงานเรือ่ ง “แผนผังความคดิ นริ าศภเู ขาทอง” โดยใหน้ กั เรียนอา่ น

เนอ้ื หาจากใบความรูท้ ค่ี รแู จกให้จากนน้ั สรุปเน้ือหาเป็นแผนผังความคดิ ตามความเข้าใจของนักเรยี น

(K, P)

๓. ครูสมุ่ ตวั แทนนกั เรยี น ๒ คนออกมานำเสนอผลงาน โดยใช้เพลง จงจำไวใ้ หด้ ี โดยมีเนื้อ

ร้องว่า “จงจำไวใ้ ห้ดีว่าของชนิ้ นี้ตกอยู่ท่ีไหน แมต้ กอยู่ทม่ี อื ใคร (ซำ้ ) คนน้นั ไซรอ้ อกมาตอบคำถาม
(ซำ้ )” ซ่งึ ในขณะทีน่ กั เรียนนำเสนองานจบ ครจู ะให้ข้อเสนอแนะเพอ่ื ใหก้ ำลังใจและชแ้ี นะแนวทางการ
ทำใบงานอยา่ งถกู ต้อง (K,P)

ขน้ั สรุป
ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั สรปุ การทำใบงานเรือ่ ง “แผนผังความคดิ นิราศภูเขาทอง” ซง่ึ เป็นใบ

งานทใี่ หน้ กั เรยี นแต่ละคนสรุปเนื้อหาจากการอา่ นความเปน็ มาของนิราศภเู ขาทองเปน็ แผนผังความคดิ
ได้อย่างถูกต้อง สะท้อนผลวา่ นกั เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกบั ความเปน็ มา ประวตั ผิ ูแ้ ตง่ และ
ลักษณะคำประพันธว์ รรณคดีเรื่องนริ าศภเู ขาทอง ซึง่ ทำให้นักเรียนเกดิ องคค์ วามรู้ สามารถนำความรู้ไป

เป็นแนวทางในการวเิ คราะหว์ รรณคดเี ร่อื งนริ าศภเู ขาทองได้ (K, P, A)

การวดั ผลประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ

วิธกี าร ใบงาน เร่อื ง แผนผงั ความคิด ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
นริ าศภูเขาทอง รอ้ ยละ ๕๐
แบบประเมินใบงาน เรอื่ ง “แผนผงั ความคดิ
นิราศภเู ขาทอง” ใช้วิธกี ารวดั ผลจากการทำใบ
งานของนักเรียนแต่ละคน โดยมีประเด็นในการ
วัดผล ไดแ้ ก่ มีความร้คู วามเข้าใจความเป็นมา
ของนริ าศภูเขาทอง สามารถอธิบายความ
เป็นมาของนริ าศภเู ขาทอง เขียนแผนผงั
ความคิดตรงประเด็น การใชภ้ าษาและความ
สะอาดเรยี บร้อย จากน้นั นำผลการประเมนิ ไป
เป็นข้อมูลในการปรบั ปรุงเพ่อื พัฒนานักเรียน
และการจดั การเรียนการสอนของครูในครั้ง
ตอ่ ๆ ไป

ส่อื การเรยี นรู้
๑. ใบความร้เู ร่อื ง ความเป็นมาของนริ าศภเู ขาทอง
๒. ใบงาน “แผนผังความคิด นริ าศภูเขาทอง”

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรธี รรมา)

วนั ที่.........../...................../...........

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )

วันท่ี............../......................./...............

แบบประเมินใบงาน ช้ันม.๑
เรือ่ ง “แผนผังความคิดนริ าศภเู ขาทอง”

รายการประเมนิ

รวม สรุปผล
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจความเป็นมา
ของ ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายความเป็นมาของ
ินราศภูเขาทองไ ้ด ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนแผนผังความ ิคดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น

ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศกั ด์ิ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไมเ้ มอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮุงลาย
ด.ช.ณรงคช์ ยั ปญั หาชยั
ด.ช.จตรุ งค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทัศนะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จันจลุ า
ด.ช.สริ โิ ชค เบ้าเงนิ
ด.ช.วุฒิชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จติ สภุ า จนั จุลา
ด.ญ.ชวัลรัตน์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธดิ าลักษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชยั เร่มิ
ด.ญ.ปนัดดา บงพนั ธ์แก้ว
ด.ญ.ปรียานุช โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศิวมิ ล ทะโคดา

รายการประเมนิ

ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจความเป็นมา รวม สรปุ ผล
ของ ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายความเป็นมาของ
ินราศภูเขาทองไ ้ด ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนแผนผังความ ิคดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย

๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น

ด.ญ.ศิรประภา คำบาง
ด.ญ.ศิรินทพิ ย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปญั หาชัย
ด.ญ.จรสั จนั ทร์ พูลเพ่ิม
ด.ช.วัชระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี

หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขน้ึ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสินระดับคุณภาพ ผลการประเมนิ

๙-๑๐ คะแนน ดีมาก ผา่ น
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผา่ น
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผา่ น
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผา่ น
ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน

เร่ือง “แผนผังความคดิ นิราศภูเขาทอง”

รายการประเมิน ระดับคะแนน

๑. มีความรู้ความเขา้ ใจความ ๒๑
เปน็ มาของนริ าศภูเขาทอง
มีความรคู้ วามเขา้ ใจความเปน็ มา ไมม่ ีความรคู้ วามเขา้ ใจความ
ของนิราศภเู ขาทองเปน็ อยา่ งดี เป็นมาของนิราศภูเขาทอง

เทา่ ทค่ี วร

๒. สามารถอธบิ ายความเปน็ มา สามารถอธิบายความเป็นมาของ ไมส่ ามารถอธบิ ายความเปน็ มาของ
ของนริ าศภเู ขาทองได้ถูกตอ้ ง นิราศภูเขาทองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง นิราศภเู ขาทองได้
๓. เขียนแผนผังความคดิ ตรง ชดั เจน
ประเดน็ ไม่สามารถเขยี นแผนผังความคิด
สามารถเขียนแผนผังความคดิ ความ เร่ืองนริ าศภูเขาทองได้ เขยี นไม่
๔. สามารถใช้ภาษาได้ถกู ตอ้ ง เปน็ มาของนิราศภูเขาทองได้ตรง ตรงประเดน็ และไมค่ รบตามหัวข้อ
ประเดน็ และครบตามหัวขอ้ ที่ ทีก่ ำหนด
๕. ความสะอาดเรียบรอ้ ย กำหนด ไม่สามารถใช้ภาษาในการเขียน
แผนผังความคิดไดถ้ ูกต้อง ไม่มีการ
สามารถใช้ภาษาในการเขียนแผนผัง สรุปเน้ือหาให้กระชับชดั เจน
ความคดิ ไดอ้ ย่างถูกต้อง สน้ั กระชบั ใบงานมรี อยเปือ้ น ลายมืออา่ นยาก
เขา้ ใจงา่ ย

ใบงานมคี วามสะอาดเรียบรอ้ ย
ลายมอื อ่านงา่ ย

ใบความรู้
เรื่อง ความเปน็ มาของนริ าศภเู ขาทอง

ความเป็นมา
สนุ ทรภู่แต่งนิราศภูเขาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั เมือ่ ราวปลาย

พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเล่าถงึ การเดนิ ทางเพ่ือไปนมัสการเจดยี ภ์ ูเขาทองท่ีเมอื งกรงุ เก่าหรือจงั หวดั
พระนครศรอี ยุธยา หลงั จากจำพรรษาอย่ทู ี่วัดราชบรุ ณะหรอื วัดเลียบ

ประวัติผูแ้ ตง่
พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรอื ท่ีเรียกกันท่ัวไปวา่ สุนทรภู่ เป็นอาลักษณ์ชาวไทยทม่ี ี

ชอ่ื เสียงเชิงกวี ได้รับยกยอ่ งเปน็ เชกสเปียรแ์ ห่งประเทศไทย เกดิ หลังจากตง้ั กรุงรัตนโกสนิ ทรไ์ ด้ ๔ ปี
และได้เขา้ รับราชการเป็นอาลักษณร์ าชสำนกั ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย เมื่อสิน้
รัชกาลได้ออกบวชเปน็ เวลารว่ ม ๒๐ ปี ก่อนจะกลับเข้ารับราชการอกี คร้งั ในปลายรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว โดยเป็นอาลกั ษณใ์ นสมเดจ็ เจ้าฟ้าจฑุ ามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์
ในสมัยรชั กาลที่ ๔ ไดเ้ ล่ือนตำแหน่งเป็น พระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ฝา่ ยพระราชวงั บวร ซึง่ เปน็
ตำแหนง่ ราชการสดุ ทา้ ยก่อนสน้ิ ชีวติ

สนุ ทรภู่เป็นกวีทม่ี ีความชำนาญทางด้านกลอน ไดส้ รา้ งขนบการประพันธก์ ลอนนทิ านและ

กลอนนิราศขึ้นใหมจ่ นกลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางสืบเนื่องมาจนกระทงั่ ถงึ ปัจจบุ นั ผลงานทมี่ ี
ช่อื เสยี งของสุนทรภู่มมี ากมายหลายเรื่อง เชน่ นริ าศภเู ขาทอง นิราศสพุ รรณ เพลงยาวถวายโอวาท
กาพยพ์ ระไชยสุริยา และพระอภัยมณี เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่อง พระอภัยมณี ไดร้ ับยกยอ่ งจากวรรณคดี

สโมสรวา่ เปน็ ยอดของวรรณคดีประเภทกลอนนทิ าน และเปน็ ผลงานที่แสดงถงึ ทักษะ ความรู้ และทศั นะ
ของสุนทรภอู่ ยา่ งมากท่สี ุด งานประพนั ธห์ ลายช้นิ ของสุนทรภไู่ ด้รับเลอื กใหเ้ ป็นสว่ นหน่ึงในหลกั สตู รการ

เรียนการสอนนับแตอ่ ดีตมาจนถงึ ปจั จุบัน เชน่ กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา นริ าศพระบาท และอีกหลาย ๆ
เรื่อง

ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ในโอกาสครบรอบ ๒๐๐ ปีชาตกาล สุนทรภไู่ ดร้ ับยกยอ่ งจากองค์การ

ยเู นสโกใหเ้ ปน็ บคุ คลสำคัญของโลกดา้ นงานวรรณกรรม ผลงานของสุนทรภู่ยังเปน็ ที่นิยมในสงั คมไทย
อย่างตอ่ เน่อื งตลอดมาไม่ขาดสาย และมกี ารนำไปดดั แปลงเป็นสื่อต่าง ๆ เช่น หนงั สือการ์ตูน ภาพยนตร์

เพลง รวมถงึ ละคร มกี ารก่อสร้างอนสุ าวรีย์สุนทรภู่ไว้ท่ตี ำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง บ้านเกิด
บิดาของสุนทรภู่ และเปน็ ที่กำเนิดผลงานนริ าศเร่ืองแรกของทา่ นคือ นริ าศเมอื งแกลง นอกจากน้ียงั มี
อนุสาวรียแ์ ห่งอื่น ๆ อีก เช่น ทวี่ ดั ศรีสดุ าราม ทีจ่ ังหวัดเพชรบรุ ี และจังหวดั นครปฐม วันเกิดของสุนทรภู่

คอื วนั ท่ี ๒๖ มิถนุ ายนของทกุ ปี ถือเปน็ วันสนุ ทรภู่ ซึ่งเปน็ วันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย มีการจดั
กจิ กรรมเชิดชเู กียรติคุณและสง่ เสรมิ ศิลปะการประพนั ธ์บทกวจี ากองคก์ รต่าง ๆ โดยท่วั ไป

ลักษณะคำประพันธ์
นริ าศภูเขาทองแตง่ ด้วยกลอนนริ าศ มีความคล้ายคลึงกบั กลอนสุภาพ แต่เร่ิมด้วยวรรครบั จบ

ดว้ ยวรรคสง่ ลงทา้ ยดว้ ยคำวา่ เอย มีความยาวเพยี ง ๘๙ คำกลอนเท่านน้ั แต่มีความไพเราะและเรยี บง่าย

ตามแบบฉบบั ของสนุ ทรภู่ ใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่าย บรรยายความรู้สกึ ขณะเดียวกนั กเ็ ลา่ ถึงสภาพของความ
เป็นมาของบ้านเมอื งในสมยั นนั้


Click to View FlipBook Version