ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการสือ่ สาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสอ่ื (Communications, Information,
and Media Literacy)
ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and
ICT Literacy)
ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
การประเมินผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิ้นงาน
สมดุ เล่มเล็กสุภาษติ พระรว่ ง
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูทบทวนเนื้อหาเร่อื งสภุ าษิตพระร่วงท่สี อนในชวั่ โมงทแ่ี ลว้ เพอื่ ให้นกั เรยี นจดจำและ
เขา้ ใจสภุ าษิตพระรว่ งมากยงิ่ ขึน้ (K, P)
๒. ครนู ำตัวอย่างบทประพันธ์จากวรรณคดีเรอ่ื ง สุภาษิตพระร่วงมาแสดงให้นกั เรยี นดทู ่ี
หน้าชัน้ เรยี น แล้วใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงพรอ้ มกันจากนน้ั ถามนักเรียนวา่ จากสภุ าษติ พระร่วงท่ี
นกั เรยี นได้อา่ นนั้นสอนเร่ืองใด (K, P)
ขัน้ สอน
๑. ครอู ธิบายเน้อื หาเรอ่ื ง “การวิเคราะห์วรรณคดี” ใหน้ ักเรียนฟัง โดยอธบิ ายในส่วนของ
ความหมายของการวิเคราะห์วรรณคดี หลักการและวิธีการวเิ คราะหว์ รรณคดี รวมถึงตวั อย่างการ
วเิ คราะหว์ รรณคดจี ากวรรณคดเี รอื่ งสภุ าษติ พระร่วง (K)
๒. ครใู ห้นกั เรียนทำสมุดเล่มเล็กสุภาษิตพระรว่ ง โดยใหน้ กั เรยี นวิเคราะหใ์ นส่วนของคำ
ประพันธ์ และใหร้ ะบวุ ่าคำประพนั ธน์ น้ั กล่าวสอนในเร่ืองใด (K, P)
๓. ครใู ห้นักเรียนสง่ ตวั แทน ๒ คนออกมานำเสนองานหน้าชัน้ ซ่งึ ในขณะท่ีนกั เรยี น
นำเสนองานจบ ครจู ะให้ขอ้ เสนอแนะเพ่อื ใหก้ ำลังใจและช้ีแนะแนวทางการงานอย่างถูกต้อง (K, P)
ขน้ั สรุป
ครูใหน้ ักเรียนร่วมกนั สรุปการทำชน้ิ งานสมดุ เล่มเล็กสุภาษติ พระร่วง ซึ่งเปน็ ชน้ิ งานท่ใี ห้
นกั เรยี นแต่ละคนไดว้ ิเคราะห์ในส่วนของคำประพนั ธแ์ ละอธิบายความหมายคำสอนท่ปี รากฏ
ในสภุ าษิตพระร่วง สะทอ้ นผลวา่ นกั เรียนมีความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกับการวิเคราะห์วรรณคดเี รือ่ งสภุ าษิต
พระรว่ ง ซ่งึ ทำให้นกั เรยี นเกดิ องค์ความรู้ สามารถนำความรูไ้ ปเป็นแนวทางในการวเิ คราะหว์ รรณคดี
เร่อื งอืน่ ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
วธิ กี าร ใบงานเรื่อง สมดุ เล่มเลก็ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
สภุ าษติ พระร่วง รอ้ ยละ ๕๐
ประเมนิ ชน้ิ งาน สมดุ เลม่ เลก็ สภุ าษิตพระร่วง ใช้
วธิ กี ารวดั ผลจากการทำสมุดเล่มเล็กของนกั เรียนแต่
ละคน โดยมีประเด็นในการวัดผล ไดแ้ ก่ มีความรู้
ความเข้าใจการวิเคราะห์วรรณคดเี ร่ืองสุภาษิตพระ
รว่ ง สามารถอธบิ ายการวิเคราะหว์ รรณคดีเร่อื ง
สภุ าษติ พระร่วง เขียนความหมายของสภุ าษติ ไดต้ รง
ประเดน็ การใชภ้ าษาและความสะอาดเรยี บรอ้ ย
จากน้นั นำผลการประเมนิ ไปเปน็ ขอ้ มลู ในการ
ปรบั ปรงุ เพ่อื พัฒนานกั เรยี นและการจัดการเรียนการ
สอนของครใู นครั้งตอ่ ๆ ไป
สื่อการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวเิ คราะห์วรรณคดี
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วันที่.........../...................../...........
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )
วันท.ี่ ............./......................./...............
แบบประเมินชิ้นงาน ชัน้ ม.๑
สมดุ เล่มเลก็ สภุ าษติ พระร่วง
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเรื่อง ุสภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่อง ุสภา ิษตพระร่วงไ ้ด
๓. เ ีขยนความหมายของสุภา ิษตไ ้ดตรง
ประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผา่ น
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอรุ าช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จมู ไม้เมอื ง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงค์ชยั ปัญหาชยั
ด.ช.จตุรงค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทศั นะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จลุ า
ด.ช.สิริโชค เบ้าเงิน
ด.ช.วฒุ ิชยั ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จติ สภุ า จนั จลุ า
ด.ญ.ชวัลรัตน์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธดิ าลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชัยเรม่ิ
ด.ญ.ปนดั ดา บงพนั ธ์แกว้
ด.ญ.ปรียานชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศิวิมล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเร่ือง ุสภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่อง ุสภา ิษตพระร่วงไ ้ด
๓. เ ีขยนความหมายของสุภา ิษตไ ้ดตรง
ประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชยั
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่ิม
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำชิ้นงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคณุ ภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผา่ น
ปรบั ปรงุ
รายการประเมิน ระดับคะแนน
๑. มีความรคู้ วามเข้าใจการ ๒๑
วเิ คราะห์วรรณคดีเรือ่ ง
สุภาษิตพระรว่ ง มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการวิเคราะห์ ไม่มีความรคู้ วามเข้าใจการ
๒. สามารถอธบิ ายการ
วเิ คราะห์วรรณคดีเรอ่ื งสภุ าษติ วรรณคดีเรื่องสภุ าษติ พระร่วงเปน็ วเิ คราะห์วรรณคดีเรื่องสุภาษิต
พระร่วงได้
๓. เขยี นความหมายของ อยา่ งดี พระรว่ งเทา่ ทค่ี วร
สุภาษิตไดต้ รงประเด็น
๔. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ต้อง สามารถวเิ คราะห์วรรณคดีเรื่อง ไม่สามารถวเิ คราะห์วรรณคดีเรื่อง
๕. ความสะอาดเรียบรอ้ ย สภุ าษิตพระร่วงดว้ ยการอธิบาย สภุ าษิตพระร่วงด้วยการอธบิ าย
ความหมายของสภุ าษิตได้ถูกตอ้ ง ความหมายของสภุ าษิตได้ถูกตอ้ ง
เขียนความหมายสภุ าษิตได้ถกู ตอ้ ง เขียนวิเคราะหไ์ ม่ตรงประเดน็ กับ
และตรงประเดน็ บทประพนั ธ์
สามารถใช้ภาษาในการอธบิ าย ไมส่ ามารถใช้ภาษาในการอธิบาย
ความหมายของเร่ืองได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ความหมายของเรื่องไดอ้ ยา่ ง
ตรงตามหลักภาษาไทย อา่ นแล้วเกดิ ถกู ตอ้ ง ใช้ภาษาที่เข้าใจยาก
เข้าใจง่าย
สมุดเลก็ เลม่ มคี วามสะอาดสวยงาม สมดุ เล่มเลก็ มรี อยเปื้อน ทำใหอ้ ่าน
เนือ้ หายาก
ใบความรู้
เรอ่ื ง การวเิ คราะหว์ รรณคดี
ความหมายของการวิเคราะห์
การวิเคราะห์ หมายถึง การพิจารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมนิ ค่า ซง่ึ จะเกิดประโยชน์
ต่อผวู้ ิเคราะหใ์ นการนำไปแสดงความคิดเหน็ อภปิ รายขอ้ เทจ็ จรงิ ใหผ้ ้อู น่ื ทราบดว้ ยว่าใครเป็นผู้แต่ง
เป็นเรือ่ งเกี่ยวกบั อะไร มีประโยชน์อย่างไร ตอ่ ใครบ้าง ผวู้ เิ คราะห์ มีความเห็นอย่างไร เร่อื งท่อี ่านมี
คุณค่าดา้ นใดบ้างและแต่ละด้านสามารถนำไปประยุกต์ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ ชวี ิตประจำวนั อย่างไรบ้าง
หลกั การวเิ คราะห์วรรณคดี
การวเิ คราะหว์ รรณกรรมมีหลกั การปฏิบตั ิอย่างกวา้ ง ท้งั นเี้ พ่ือใหค้ รอบคลมุ งานเขียนทุก
ประเภท แตล่ ะประเภท ผ้วู ิเคราะหต์ ้องนำแนวการวเิ คราะห์ไปปรบั ใช้ให้เหมาะสมกับงานเขียนแตล่ ะ
ชน้ิ งานซึง่ มีลกั ษณะแตกต่างกนั ไป โดยหลักเกณฑ์การวเิ คราะหว์ รรณคดอี ยา่ งกวา้ ง ๆ ดงั นี้
๑. ความเป็นมาหรือประวตั ขิ องหนังสอื และผแู้ ต่ง เพือ่ ช่วยใหว้ ิเคราะห์ในสว่ นอืน่ ๆ
๒. ลกั ษณะคำประพันธ์
๓. เรอื่ งย่อ
๔. เนอ้ื เรอ่ื ง ใหว้ เิ คราะห์เรือ่ งในหัวขอ้ ตอ่ ไปนีต้ ามลำดับ โดยบางหวั ข้ออาจจะมี หรือไม่มกี ไ็ ด้ตาม
ความจำเปน็ เชน่ โครงเร่อื ง ตวั ละคร ฉาก วธิ กี ารแต่ง ลกั ษณะการเดินเรอ่ื ง การใชถ้ ้อยคำ สำนวนใน
เรือ่ งท่วงทำนองการแต่ง วธิ ีคดิ สรา้ งสรรค์ ทัศนะหรอื มุมมองของผู้เขยี น เปน็ ต้น
๕. แนวคิด จุดมุ่งหมาย เจตนาของผเู้ ขียนที่ฝากไว้ในเรือ่ ง ซงึ่ ต้องวิเคราะหอ์ อกมาก
๖. คุณค่าของวรรณกรรม โดยปกตแิ บง่ ออกเปน็ ๕ ด้านใหญ่ ๆ และกวา้ ง ๆ เพอื่ ความครอบคลมุ
ในทกุ ประเด็น ซง่ึ ผู้วิเคราะหต์ อ้ งไปแยกหวั ขอ้ ย่อยใหส้ อดคลอ้ งกับลักษณะ ของหนงั สอื ทีจ่ ะวิเคราะห์
น้นั ๆ ตามความเหมาะสม
วิธีการวเิ คราะหว์ รรณคดี
๑. อา่ นวรรณคดเี รอ่ื งทีจ่ ะวิเคราะหอ์ ยา่ งถี่ถ้วน เพื่อพิจารณาท้ังในส่วนของลกั ษณะการประพนั ธ์
ตัวละครท่ีปรากฏในเรื่อง ฉาก การใช้ถอ้ ยคำสำนวนของผแู้ ตง่ รวมไปถึงคณุ คา่ ดา้ นต่าง ๆ ท่ปี รากฏใน
เรอ่ื ง
๒. จดั ทำแผนผังความคดิ โดยแตกประเดน็ ทตี่ ้องการวิเคราะห์ เพื่อให้เหน็ ภาพรวมของหัวขอ้ ที่
ต้องการวเิ คราะห์ ซงึ่ จะชว่ ยให้ง่ายต่อการวเิ คราะห์
๓. เขยี นบรรยายท่ไี ดจ้ ากการวเิ คราะหด์ ว้ ยสำนวนภาษาท่ีเขา้ ใจงา่ ย ซงึ่ สามารถยกตวั อยา่ งคำ
ประพันธ์ทปี่ รากฏในเรอ่ื งและตรงกบั หวั ข้อทวี่ ิเคราะหร์ ว่ มดว้ ย
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ วเิ คราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
รหัสวิชา ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคณุ ค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ
ตัวชีว้ ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๒ วเิ คราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมท่อี า่ นพร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การวเิ คราะห์วรรณคดี คอื การพจิ ารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมินคา่ ซึง่ จะเกดิ
ประโยชน์ตอ่ ผวู้ เิ คราะห์ในการนำไปแสดงความคิดเห็น อภปิ รายข้อเทจ็ จริงให้ผอู้ ่ืนทราบดว้ ยว่าใครเป็นผู้
แต่ง เปน็ เรือ่ งเก่ยี วกบั อะไร มปี ระโยชน์อย่างไร ตอ่ ใครบ้าง ผวู้ ิเคราะห์มคี วามเหน็ อยา่ งไร เร่อื งทีอ่ า่ นมี
คณุ ค่าด้านใดบา้ งและแต่ละด้านสามารถนำไปประยุกตใ์ หเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ชวี ติ ประจำวนั อย่างไรบา้ ง
สาระการเรียนร้/ู เนอ้ื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเน้อื หาวรรณคดีเร่ือง นิราศภูเขาทอง
๒. นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจหลักการวเิ คราะห์วรรณคดีได้อยา่ งถูกต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรยี นสามารถอธบิ ายหลกั การวิเคราะห์วรรณคดีได้
๒. นักเรียนสามารถวเิ คราะหว์ รรณคดเี รอื่ งนิราศภูเขาทองได้
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นักเรียนสามารถนำความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะหว์ รรณคดีเร่ืองนิราศภูเขาทองไปใช้เปน็
แนวทางในการวิเคราะห์วรรณคดีเรอื่ งอนื่ ๆ ได้
จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขยี นได้)
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอ่ื (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิน้ งาน
ใบงาน “วเิ คราะห์วรรณคดีเร่อื ง นริ าศภูเขาทอง”
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. ครูทบทวนเนอ้ื หาเรือ่ งนิราศภเู ขาทองที่สอนในช่วั โมงทแ่ี ล้ว เพ่ือให้นกั เรยี นจดจำและ
เข้าใจนริ าศภูเขาทองมากย่งิ ขน้ึ (K, P)
๒. ครูใหน้ กั เรยี นเลม่ เกม “ปรศิ นาทายภาพ” โดยใหน้ ักเรยี นร่วมกนั พจิ ารณาภาพแต่ละ
ภาพวา่ กล่าวถึงสง่ิ ใด เพือ่ กระตุ้นให้นักเรียนรสู้ กึ ตื่นตัวและเป็นการสอนการวิเคราะหใ์ นเบื้องต้น โดย
อธบิ ายให้นักเรยี นเข้าใจว่าจากเกมท่ีนักเรยี นได้รว่ มกันทายภาพนน้ั เป็นลกั ษณะหน่งึ ของการพจิ ารณา
และวิเคราะหภ์ าพเพือ่ ใหไ้ ดม้ าซงึ่ คำตอบ จากนน้ั ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาการวิเคราะห์วรรณคดีเร่ือง
นิราศภูเขาทอง (K, P)
ขั้นสอน
๑. ครอู ธบิ ายเนอื้ หาเรอ่ื ง “การวิเคราะห์วรรณคดี” ให้นกั เรียนฟัง โดยอธิบายในส่วนของ
ความหมายของการวเิ คราะหว์ รรณคดี หลกั การและวธิ กี ารวิเคราะห์วรรณคดี รวมถึงตัวอย่างการ
วเิ คราะหว์ รรณคดจี ากวรรณคดเี รอ่ื งนิราศภเู ขาทอง (K)
๒. ครใู ห้นักเรียนทำใบงานเร่ือง “วิเคราะหว์ รรณคดีเร่ืองนริ าศภเู ขาทอง” โดยให้นักเรยี น
วิเคราะหใ์ นส่วนของลักษณะคำประพนั ธ์ โครงเร่อื ง ตวั ละคร ฉาก วิธกี ารแตง่ ลกั ษณะการเดินเร่ือง และ
จดุ มงุ่ หมายของการแตง่ นริ าศภเู ขาทอง (K, P)
๓. ครใู หน้ ักเรียนส่งตวั แทน ๒ คนออกมานำเสนองานหน้าชน้ั ซ่งึ ในขณะทนี่ กั เรยี น
นำเสนองานจบ ครูจะให้ขอ้ เสนอแนะเพือ่ ใหก้ ำลังใจและชีแ้ นะแนวทางการทำใบงานอยา่ งถกู ต้อง (K, P)
ขั้นสรุป
ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรปุ การทำใบงานเรอื่ ง “วเิ คราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งนริ าศภูเขาทอง”
ซึ่งเปน็ ใบงานที่ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนได้วเิ คราะหใ์ นสว่ นของลักษณะคำประพันธ์ โครงเรื่อง ตัวละคร ฉาก
วิธกี ารแตง่ ลกั ษณะการเดินเร่อื ง และจุดมุ่งหมายของการแตง่ นริ าศภเู ขาทองอย่างถูกตอ้ ง สะท้อนผลว่า
นักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การวิเคราะห์วรรณคดีเรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง และสามารถนำความรู้
ไปเปน็ แนวทางในการวิเคราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งนิราศภูเขาทองได้ (K, P, A)
การวัดผลประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ผ่านเกณฑ์การประเมิน
วธิ ีการ ใบงาน เรื่อง วิเคราะห์ รอ้ ยละ ๕๐
วรรณคดีเรือ่ งนริ าศภเู ขา
ประเมนิ ใบงาน เร่อื ง “วิเคราะห์วรรณคดีเรอ่ื งนิราศภเู ขา ทอง
ทอง” ใช้วธิ กี ารวัดผลจากการทำใบงานของนกั เรยี นแต่ละ
คน โดยมปี ระเดน็ ในการวัดผล ไดแ้ ก่ มีความร้คู วามเขา้ ใจ
การวเิ คราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งนิราศภูเขาทอง สามารถ
อธิบายการวเิ คราะหว์ รรณคดีเร่อื งนริ าศภูเขาทอง เขียน
วิเคราะหว์ รรณคดีตรงประเดน็ การใช้ภาษาและความ
สะอาดเรียบร้อย จากน้ันนำผลการประเมนิ ไปเป็นขอ้ มูล
ในการปรับปรงุ เพื่อพฒั นานกั เรยี นและการจัดการเรียน
การสอนของครูในคร้ังต่อ ๆ ไป
สอ่ื การเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวเิ คราะห์วรรณคดี
๓. แผ่นภาพปรศิ นา
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรธี รรมา)
วนั ท่ี.........../...................../...........
บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................................
(นาบยฤทธิเดช สกุลซง้ )
วันที่............../......................./...............
แบบประเมนิ ใบงาน ช้นั ม.๑
เรอ่ื ง “วเิ คราะห์วรรณคดีเร่ือง นิราศภูเขาทอง”
รายการประเมนิ
รวม สรปุ ผล
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์
วรรณค ีดเ ่รือง ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่อง ินราศภูเขาทองไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย
๒ ๑๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศักด์ิ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไมเ้ มอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮุงลาย
ด.ช.ณรงค์ชัย ปัญหาชยั
ด.ช.จตุรงค์ รนั ชติ โคตร
ด.ช.ทศั นะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จลุ า
ด.ช.สิริโชค เบ้าเงิน
ด.ช.วฒุ ชิ ยั ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชัย ใยปางแกว้
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จิตสภุ า จันจุลา
ด.ญ.ชวลั รัตน์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชัยเร่ิม
ด.ญ.ปนัดดา บงพันธ์แกว้
ด.ญ.ปรยี านชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภัส วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ศศิวมิ ล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเรื่อง ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่อง ินราศภูเขาทองไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรบั ปรุง
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๒๑
๑. มคี วามรู้ความเข้าใจการ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการวเิ คราะห์ ไมม่ ีความรคู้ วามเข้าใจการ
วิเคราะห์วรรณคดีเรือ่ งนริ าศ วรรณคดเี รื่องนริ าศภเู ขาทองเป็น วเิ คราะหว์ รรณคดีเรื่องนริ าศภเู ขา
ภเู ขาทอง อยา่ งดี ทองเทา่ ทค่ี วร
๒. สามารถอธิบายการ
วิเคราะห์วรรณคดเี รือ่ งนิราศ สามารถวเิ คราะห์วรรณคดีเรื่อง ไม่สามารถวเิ คราะห์วรรณคดีเรอ่ื ง
ภูเขาทอง นิราศภูเขาทอง ด้วยการอธิบาย นริ าศภเู ขาทองได้ อกี ทั้งไม่
ตามประเด็นหัวขอ้ ทค่ี รูกำหนดได้ สามารถอธบิ ายตามประเด็น
๓. เขียนวเิ คราะห์วรรณคดีตรง ถกู ตอ้ ง หัวข้อท่ีครูกำหนดได้
ประเด็น เขยี นวิเคราะห์ไดต้ รงประเด็นกบั เขยี นวิเคราะห์ไม่ตรงประเดน็ กับ
๔. สามารถใช้ภาษาไดถ้ ูกต้อง เรื่องท่อี า่ น คือเรอ่ื งนริ าศภูเขาทอง เรื่องทอ่ี า่ น
๕. ความสะอาดเรยี บร้อย สามารถใชภ้ าษาในการวเิ คราะห์ ไม่สามารถใช้ภาษาในการ
เร่ืองได้อยา่ งถูกต้องตรงตามหลกั วิเคราะห์เรอื่ งได้อย่างถกู ตอ้ ง
ภาษาไทย อา่ นแล้วเกดิ เขา้ ใจงา่ ย ใช้ภาษาท่เี ข้าใจยาก
ใบงานมคี วามสะอาดเรียบร้อย ใบงานมีรอยเป้อื น ลายมืออา่ นยาก
ลายมอื อา่ นงา่ ย
ใบความรู้
เรือ่ ง การวเิ คราะห์วรรณคดี
ความหมายของการวเิ คราะห์
การวิเคราะห์ หมายถึง การพิจารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมินคา่ ซงึ่ จะเกดิ ประโยชน์
ต่อผ้วู เิ คราะห์ในการนำไปแสดงความคดิ เหน็ อภิปรายข้อเทจ็ จรงิ ให้ผู้อืน่ ทราบดว้ ยวา่ ใครเป็นผู้แต่ง
เปน็ เรอ่ื งเก่ยี วกับอะไร มปี ระโยชนอ์ ย่างไร ตอ่ ใครบ้าง ผ้วู เิ คราะห์ มีความเหน็ อย่างไร เร่อื งทีอ่ ่านมี
คณุ ค่าด้านใดบา้ งและแต่ละดา้ นสามารถนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชนต์ อ่ ชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง
หลักการวเิ คราะห์วรรณคดี
การวิเคราะห์วรรณกรรมมหี ลักการปฏิบตั อิ ย่างกว้าง ทงั้ นี้เพอ่ื ให้ครอบคลมุ งานเขยี นทกุ
ประเภท แตล่ ะประเภท ผวู้ เิ คราะหต์ ้องนำแนวการวิเคราะห์ไปปรบั ใช้ให้เหมาะสมกับงานเขียนแตล่ ะ
ชน้ิ งานซึง่ มลี กั ษณะแตกต่างกันไป โดยหลกั เกณฑ์การวิเคราะหว์ รรณคดอี ย่างกวา้ ง ๆ ดังนี้
๑. ความเปน็ มาหรือประวัตขิ องหนังสอื และผแู้ ตง่ เพ่อื ชว่ ยให้วเิ คราะห์ในส่วนอนื่ ๆ
๒. ลกั ษณะคำประพนั ธ์
๓. เรื่องย่อ
๔. เนอื้ เรือ่ ง ให้วิเคราะหเ์ รอื่ งในหวั ข้อตอ่ ไปนต้ี ามลำดับ โดยบางหัวขอ้ อาจจะมี หรอื ไมม่ กี ็ไดต้ าม
ความจำเปน็ เชน่ โครงเรื่อง ตัวละคร ฉาก วธิ ีการแตง่ ลักษณะการเดนิ เรอื่ ง การใชถ้ ้อยคำ สำนวนใน
เร่ืองท่วงทำนองการแต่ง วธิ ีคดิ สร้างสรรค์ ทศั นะหรอื มมุ มองของผู้เขียน เป็นต้น
๕. แนวคิด จดุ มงุ่ หมาย เจตนาของผู้เขียนท่ฝี ากไวใ้ นเรอ่ื ง ซึ่งตอ้ งวเิ คราะหอ์ อกมาก
๖. คุณคา่ ของวรรณกรรม โดยปกตแิ บ่งออกเป็น ๕ ดา้ นใหญ่ ๆ และกวา้ ง ๆ เพอ่ื ความครอบคลุม
ในทุกประเดน็ ซึง่ ผู้วิเคราะห์ต้องไปแยกหัวข้อยอ่ ยใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะ ของหนงั สือทจ่ี ะวิเคราะห์
นน้ั ๆ ตามความเหมาะสม
วธิ กี ารวิเคราะหว์ รรณคดี
๑. อ่านวรรณคดเี รอ่ื งท่จี ะวเิ คราะห์อย่างถ่ถี ้วน เพ่อื พจิ ารณาทัง้ ในส่วนของลักษณะการประพนั ธ์
ตัวละครท่ปี รากฏในเรอ่ื ง ฉาก การใชถ้ ้อยคำสำนวนของผูแ้ ตง่ รวมไปถงึ คณุ ค่าด้านต่าง ๆ ทป่ี รากฏใน
เร่ือง
๒. จัดทำแผนผังความคิดโดยแตกประเดน็ ทีต่ ้องการวิเคราะห์ เพื่อใหเ้ ห็นภาพรวมของหวั ข้อที่
ตอ้ งการวิเคราะห์ ซ่งึ จะช่วยใหง้ ่ายต่อการวเิ คราะห์
๓. เขยี นบรรยายท่ีได้จากการวเิ คราะห์ดว้ ยสำนวนภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย ซึง่ สามารถยกตัวอยา่ งคำ
ประพนั ธท์ ี่ปรากฏในเรอ่ื งและตรงกบั หวั ขอ้ ที่วิเคราะหร์ ว่ มดว้ ยได้
ตัวอยา่ ง การวิเคราะหว์ รรณคดีจากวรรณคดีเรื่อง นริ าศภเู ขาทอง
นริ าศภเู ขาทองเป็นวรรณคดีประเภทนริ าศ ได้รบั การยกยอ่ งว่าเป็นนริ าศเร่ืองที่ดีท่สี ุดของ
สนุ ทรภู่ (พ.ศ. 2329 - 2398) ท่านแต่งนริ าศเร่อื งน้จี ากการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภเู ขาทอง ท่ีกรุงเก่า
(จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยาในปจั จบุ นั ) เมอ่ื เดอื นสิบเอด็ ปีชวด (พ.ศ. 2371) ขณะบวชเปน็ พระภิกษุ
ลักษณะคำประพันธ์
นริ าศภเู ขาทองแต่งดว้ ยกลอนนิราศ มคี วามคล้ายคลงึ กบั โคลงสุภาพ แต่เร่ิมด้วยวรรครับ
จบด้วยวรรคส่งลงทา้ ยด้วย คำว่า เอย มคี วามยาวเพยี ง 89 คำกลอนเท่านัน้ แตม่ ีความไพเราะ และ
เรยี บงา่ ย ตามแบบฉบับของสนุ ทรภู่ ใช้ภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย บรรยายความรูส้ ึกขณะเดยี วกนั กเ็ ล่าถงึ สภาพ
ของเสน้ ทางที่กำลงั เดนิ ทางไปดว้ ย ทา่ นมักจะเปรียบเทยี บชีวติ และโชคชะตาของตนกับธรรมชาติรอบ
ขา้ งท่ีตนได้เดินทางผา่ นไป มีหลายบทที่เปน็ ท่รี จู้ ักและท่องจำกนั ได้
การเดนิ ทางในนริ าศ
สนุ ทรภู่ลอ่ งเรือในแมน่ ้ำเจ้าพระยาไปกับลกู ชายช่ือหนพู ดั ผา่ นวดั บะโคนปัก บางยขี่ นั ถงึ บาง
พลัด ผ่านตลาดแกว้ ตลาดขวัญในเขตจังหวัดนนทบุรี จากนนั้ ก็ผ่านเกาะเกรด็ ซ่ึงเปน็ ยา่ นชาวมอญ เขา้ สู่
จงั หวดั ปทุมธานี หรือเมอื งสามโคก แลว้ เขา้ เขตอยธุ ยา จอดเรอื ที่ทา่ วดั พระเมรุ ค้างคืนในเรอื มโี จรแอบ
จะมาขโมยของในเรอื แต่ไหวตวั ทนั รงุ่ เชา้ เป็นวันพระ ลงจากเรือเดินทางไปทเ่ี จดีย์ภูเขาทอง ซ่ึงเป็น
เจดยี ร์ ้าง เกบ็ พระบรมธาตมุ าไวใ้ นขวดแก้วตง้ั ใจจะนำไปนมสั การทก่ี รงุ เทพฯ แตเ่ มอ่ื ต่นื มาก็ไม่พบ
พระธาตุจงึ ไดเ้ ดินทางกลบั
การวเิ คราะหเ์ นื้อเร่อื ง
๑. โครงเรื่อง โครงเรื่องเป็นลกั ษณะของการดำเนินเรอ่ื งตามเหตกุ ารณแ์ บบง่าย ๆ ไมม่ กี ารผกู
เรื่อง คลายปมปญั หา ซึ่งเป็นการดำเนนิ เร่อื งไม่มคี วามซับซ้อนเพราะสุนทรภ่เู น้นการพรรณนาความรสู้ กึ
และบนั ทกึ การเดินทางมากกว่า
๒. ตวั ละคร ตัวละหลักคือตวั ผู้แต่งซงึ่ กค็ ือสุนทรภู่และหนูพัดลูกชาย และตวั ละครประกอบอ่ืน ๆ
ที่ค่อย ๆ มีบทบาท เช่น พวกโจร คนที่ผู้แตง่ รจู้ กั และกลา่ วถึง
๓. ฉาก ฉากในเร่อื งเป็นฉากของยา่ นชนุ ชนแต่ละทีท่ ่ีผแู้ ต่งเดินทางผา่ น ไมว่ า่ จะเป็นชนุ ชนที่มี
ผคู้ นอาศัยอยมู่ าก หรอื จะเป็นวัดวาอาราม
๔. ลกั ษณะการเดินเรอื่ ง การดำเนินเร่ืองเป็นไปดว้ ยความเรียบง่าย เน้นบรรยายความรู้สึก
ของผู้แตง่
๕. การใชถ้ อ้ ยคำ ผู้แตง่ ใชถ้ ้อยคำท่เี ข้าใจงา่ ยท่ีมีลักษณะสัมผัสที่คลอ้ งจองไพเราะ
ใบกจิ กรรม
เรอ่ื ง วเิ คราะหว์ รรณคดเี รือ่ งนิราศภูเขาทอง
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นเขยี นวเิ คราะหว์ รรณคดีเรอ่ื ง นริ าศภูเขาทองตามประเดน็ ท่ีครกู ำหนดให้ โดยยึด
วธิ กี ารวเิ คราะห์ตามหลักการท่ีครสู อนใหถ้ กู ตอ้ ง (๑๐ คะแนน ขอ้ ละ ๒ คะแนน)
๑. โครงเรอื่ งของนริ าศภูเขาทอง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๒. จุดมุ่งหมายของการแต่งนิราศภเู ขาทอง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๓. ลักษณะคำประพันธ์
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๔. ตวั ละครทีป่ รากฏในเรื่อง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๕. ฉากที่ปรากฏในเรือ่ ง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ชอื่ .........................................................................................เลขท.ี่ .................ชน้ั ม.........
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ สรปุ เนือ้ หาวรรณคดีเร่อื งนิราศภูเขาทอง
รหัสวชิ า ท ๒๑๑๐๑ ช่ือรายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่า และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
ตวั ชวี้ ัด
๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ า่ น
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การสรปุ เนอ้ื หา คอื การทำความเขา้ ใจวรรณคดเี ร่ืองน้ันอยา่ งแจม่ แจ้ง และสามารถจบั
ใจความสำคญั ของเรื่อง โดยตอ้ งทราบวา่ สว่ นใดเป็นสาระหลัก สว่ นใดเป็นรายละเอยี ดประกอบ อกี ทงั้
ตอ้ งสรุปเนอ้ื หาโดยใช้หลกั 5W1H ว่าใคร ทำอะไร ทีไ่ หน เมอื่ ไร อยา่ งไร และทำไม
สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเนอ้ื หาวรรณคดเี รื่อง นิราศภเู ขาทอง
๒. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจหลักการสรปุ เน้ือหาได้อย่างถูกต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการสรปุ เนื้อหาได้
๒. นักเรียนสามารถสรปุ เนอื้ หาวรรณคดีเร่อื งนริ าศภูเขาทองได้
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
นักเรียนสามารถนำความร้ทู ่ีได้จากการสรปุ เน้ือหาวรรณคดีเร่ืองนิราศภูเขาทองไปใชเ้ ป็น
แนวทางในการสรปุ เนอื้ หาวรรณคดีเรอื่ งอ่นื ๆ ได้
จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขยี นได้)
(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันสอ่ื (Communications, Information,
and Media Literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing and
ICT Literacy)
ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ช้นิ งาน
ใบงาน “สรปุ เร่ืองนิราศภูเขาทอง”
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูเปดิ แผน่ ภาพสถานที่ทป่ี รากฏในนริ าศภูเขาทอง พร้อมถามนักเรยี นว่าสถานทีใ่ น
แผ่นภาพนักเรียนคิดวา่ เปน็ สถานท่ีใด จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม (K, P)
๒. ครูอธิบายว่ารปู ภาพที่ครูให้ดูน้ันเปน็ ภาพใด และสถานทใี่ นภาพล้วนเปน็ สถานที่ท่ี
ปรากฏในเร่อื งนิราศภูเขาทอง โดยเชื่อมโยงเข้าส่เู นอื้ หาด้วยการเล่าเร่ืองยอ่ วรรณคดเี รอื่ งนิราศภเู ขาทอง
ใหน้ กั เรยี นฟงั (K, P)
ขั้นสอน
๑. ครูแจกใบความรู้เรื่อง นิราศภูเขาทอง จากนน้ั อธิบายถงึ หลกั การ วิธกี ารสรปุ เร่อื ง
พรอ้ มเลา่ เร่ืองยอ่ ใหน้ กั เรยี นฟังโดยเร่ิมเล่าตั้งแตส่ ุนทรภกู่ ล่าวถึงสาเหตุทต่ี ้องออกจากวงั จนถงึ ตอบจบ
ของนิราศคอื สุนทรภูเ่ ดินทางถงึ วัดหน้าพระเมรุ (K, P)
๒. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานเรอ่ื ง “สรุปเรอ่ื งนิราศภูเขาทอง” โดยใหน้ ักเรยี นเขียนสรุป
เนอื้ หาเรอ่ื งนิราศภูเขาทองจากการอ่านเร่อื งย่อในใบความรูแ้ ละจากการฟังครเู ลา่ (K, P)
๓. ครูสมุ่ ตัวแทนนักเรยี น ๒ คนออกมาอ่านเรอ่ื งย่อทีส่ รุปให้เพื่อนในชั้นฟงั ซง่ึ ในขณะท่ี
นักเรียนนำเสนองานจบ ครจู ะให้ขอ้ เสนอแนะเพือ่ ใหก้ ำลงั ใจและชแ้ี นะแนวทางการทำใบงานอย่าง
ถกู ตอ้ ง (K, P)
ขั้นสรปุ
ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกันสรปุ การทำใบงานเรอ่ื ง “สรปุ เรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง” ซึง่ เปน็ ใบงานท่ี
ใหน้ ักเรยี นแต่ละคนสรุปเน้อื หาจากการอา่ นเร่อื งย่อและจากการฟังครูเล่าไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง สะทอ้ นผลว่า
นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั เนื้อหาของวรรณคดเี ร่ืองนริ าศภูเขาทอง จากการทำกิจกรรมทำให้
นักเรยี นเกดิ องค์ความรู้ สามารถนำความรูไ้ ปเป็นแนวทางในการวิเคราะห์วรรณคดเี รือ่ งนริ าศภูเขาทอง
ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ
วิธกี าร เครอ่ื งมือ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ ๕๐
ประเมินใบงาน เรือ่ ง “สรปุ เรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง” ใช้ ใบงาน เร่อื ง สรุปเร่ืองนิราศ
วธิ กี ารวดั ผลจากการทำใบงานของนกั เรียนแตล่ ะคน ภูเขาทอง
โดยมปี ระเดน็ ในการวัดผล ไดแ้ ก่ มีความรคู้ วาม
เข้าใจการสรุปเนื้อหาวรรณคดีเร่อื งนริ าศภูเขาทอง
สามารถอธบิ ายการสรปุ เนอื้ หาวรรณคดีเรอื่ งนิราศ
ภเู ขาทอง เขยี นสรปุ เน้ือหาตรงประเดน็ กับเรอ่ื งที่
อา่ น การใช้ภาษาและความสะอาดเรียบรอ้ ย จากน้ัน
นำผลการประเมนิ ไปเปน็ ขอ้ มลู ในการปรับปรุงเพือ่
พฒั นานกั เรยี นและการจดั การเรยี นการสอนของครู
ในครัง้ ตอ่ ๆ ไป
สือ่ การเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การสรุปเนื้อหาวรรณคดีเร่ือง นริ าศภเู ขาทอง
๓. แผน่ ภาพสถานทีใ่ นนิราศภูเขาทอง
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วันท.่ี ........../...................../...........
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )
วันท่ี............../......................./...............
แบบประเมนิ ใบงาน ชั้น ม.๑
เรื่อง “สรปุ เร่ือง นิราศภเู ขาทอง”
รายการประเมนิ
รวม สรุปผล
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการส ุรปเ ้ืนอหา
วรรณค ีดเ ่ืรอง ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายการสรุปเ ื้นอหา
วรรณค ีดเ ่ืรอง ินราศภูเขาทองไ ้ด ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนส ุรปเ ื้นอหาตรงประเ ็ดน ักบ
เ ่รืองท่ีอ่าน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศกั ด์ิ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงคช์ ัย ปญั หาชยั
ด.ช.จตรุ งค์ รนั ชิตโคตร
ด.ช.ทศั นะชัย วรโคตร
ด.ช.ปยิ ะวัฒน์ จันจลุ า
ด.ช.สริ โิ ชค เบ้าเงิน
ด.ช.วฒุ ชิ ัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จิตสภุ า จันจุลา
ด.ญ.ชวลั รตั น์ วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลักษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชัยเรมิ่
ด.ญ.ปนัดดา บงพนั ธ์แกว้
ด.ญ.ปรียานชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภัส วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศิวิมล ทะโคดา
รายการประเมิน
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการส ุรปเ ้ืนอหา รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเ ่ืรอง ินราศภูเขาทอง
๒. สามารถอ ิธบายการสรุปเ ื้นอหา
วรรณค ีดเ ่ืรอง ินราศภูเขาทองไ ้ด ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนส ุรปเ ื้นอหาตรงประเ ็ดน ักบ
เ ่รืองท่ีอ่าน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผา่ น
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขึน้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคณุ ภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดีมาก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรบั ปรุง
”
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๑. มีความรู้ความเขา้ ใจการ ๒๑
สรุปเนอ้ื หาวรรณคดเี รื่อง
นิราศภูเขาทอง มีความรคู้ วามเขา้ ใจการสรปุ เน้ือหา ไมม่ ีความรคู้ วามเขา้ ใจการสรุป
๒. สามารถอธิบายการสรปุ
เนอื้ หาวรรณคดเี ร่ืองนริ าศ วรรณคดเี ร่ืองนริ าศภเู ขาทองเป็น เน้อื หาวรรณคดเี รอื่ งนิราศภเู ขา
ภูเขาทองได้ถูกต้อง
๓. เขยี นสรปุ เนอื้ หาตรง อย่างดี ทองเท่าทค่ี วร
ประเดน็ กับเร่อื งท่ีอา่ น
๔. สามารถใช้ภาษาได้ถูกตอ้ ง สามารถอธิบายการสรุปเน้อื หา ไม่สามารถอธบิ ายการสรุปเน้อื หา
๕. ความสะอาดเรียบร้อย วรรณคดีเรื่องนิราศภเู ขาทองได้ วรรณคดเี รื่องนริ าศภูเขาทองได้
ถกู ตอ้ ง
เขยี นสรปุ เนื้อหาไดต้ รงประเดน็ กบั เขยี นสรปุ เน้ือหาไม่ตรงประเดน็ กบั
เร่อื งท่อี า่ น คือเรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง เร่ืองท่อี า่ น
สามารถใช้ภาษาในการเขียนสรปุ ไมส่ ามารถใช้ภาษาในการเขยี น
เร่ืองได้อย่างถกู ต้อง สนั้ กระชบั สรปุ เรื่องไดถ้ ูกต้อง ไมม่ กี ารสรุป
เข้าใจงา่ ย เนอ้ื หาใหก้ ระชบั ชดั เจน
ใบงานมคี วามสะอาดเรยี บรอ้ ย ใบงานมรี อยเปอื้ น ลายมืออา่ นยาก
ลายมืออ่านงา่ ย
ใบความรู้
เรื่อง การสรุปเนือ้ หาวรรณคดีเรือ่ ง นิราศภเู ขาทอง
การสรุปเนอ้ื หาวรรณคดี คือ การอา่ นหรอื ฟังเพ่ือจบั ใจความวา่ เหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ข้ึนในเรอื่ ง
ดำเนนิ ไปอยา่ งไร โดยใชห้ ลกั การ 5W1H คอื ใคร (Who) ทำอะไร (What) ท่ีไหน (Where) เมื่อไหร่
(When) อย่างไร (How) และทำไม (Why) ซ่งึ หลักการสรปุ เน้ือหามี ๔ ประการสำคญั ดังนี้
หลักการสรุปเนอ้ื หาวรรณคดี
๑. ตงั้ จุดมงุ่ หมายในการอ่านหรอื ฟังให้ชดั เจน ว่าอา่ นหรือฟงั ไปทำไมและวรรณคดเี รอ่ื งน้นั เปน็
เรื่องใด
๒. ในกรณีทีอ่ ่านควรเรอื่ งราวอย่างคร่าว ๆ พอเขา้ ใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละยอ่ หนา้
ส่วนการฟงั ใหฟ้ งั อยา่ งตงั้ ใจและพยายามจินตนาการเหตกุ ารณ์ที่เกิดขนึ้ ในเรอ่ื ง ซ่ึงถา้ จะให้ดคี วรมีการจด
บันทกึ เหตุการณ์ท่ีสำคัญของเรอื่ งไวด้ ้วย
๓. เมื่ออ่านจบใหต้ ้งั คำถามกบั ตนเองวา่ เรอ่ื งทอี่ า่ นมีใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมือ่ ไหร่และอยา่ งไร
๔. นำสิง่ ที่ไดม้ าเขียนหรือเลา่ สรปุ โดยเรียบเรียงใจความสำคญั ใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง
เพื่อให้เกดิ ความสละสลวย
วิธกี ารสรุปเนื้อหาวรรณคดี
วธิ ีสรปุ เน้ือหาจากเรอ่ื งท่อี ่านขึ้นอยู่กบั ความชอบวา่ จะทำอย่างไร เช่น ขดี เส้นใต้ หรือตีเสน้
ลอ้ มกรอบขอ้ ความสำคญั การใชส้ ีต่าง ๆ แสดงความสำคัญมากน้อยของข้อความ การทำบันทกึ ย่อก็เปน็
ขบวนการส่วนหนงึ่ ของการสรปุ เนอื้ หาท่ดี แี ละไดผ้ ล แต่ผอู้ ่านควรสรปุ เรอื่ งดว้ ยภาษาและสำนวนของ
ตนเอง ไม่ควรสรปุ เรอื่ งด้วยการตดั เอาความสำคัญมาเรยี งต่อกนั เพราะวธิ นี อ้ี าจทำใหผ้ อู้ ่านพลาด
สาระสำคญั บางตอนไป อันเปน็ เหตุใหก้ ารตีความผิดพลาดคลาดเคลือ่ นได้
เรือ่ งย่อนิราศภเู ขาทอง
สุนทรภู่ออกเดินทางทางเรือพรอ้ มกบั พดั บุตรชายทเี่ กดิ จากนางจนั ภรรยาคนแรกของสุนทรภู่
ในเดอื น ๑๑ ชว่ งออกพรรษาและรบั กฐนิ แล้ว จากวดั ราบูรณะล่องเรอื ผา่ นถานทีต่ า่ งๆ ได้แก่ พระบวม
มหาราชวงั วดั ประโคนแก โรงเหลา้ บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพธิ์ บา้ นญวน วดั เขมาภิรตาราม
ตลาดแก้ว ตลาดขวญั แขวงเมอื งนนทบรุ ี บางธรณี ย่านเกรด็ (บา้ นมอญ) บางพูด บา้ นใหม่ บางเด่ือ บาง
หลวงเชิงราก สามโคก บ้านงิ้ว เกาะราชคราม วัดหนา้ พระเมรุ จนถงึ สถานทีป่ ลายทางคือพระเจดีย์ภเู ขา
ทอง วัดภเู ขาทอง จังวัดนครศรอี ยุธยา สนุ ทรภู่ไดไปกราบนมสั การพระบรมธาตทุ ่บี รรจุในพระเจดยี ์
ภเู ขาทอง ณ ทน่ี สี้ นุ ทรภู่พบพระธาตุในเกสรดอกบัวจงึ อญั เชญิ ใสข่ วดแกว้ นำมาวางไวท้ ่หี ัวนอนเพือ่ บชู า
แต่ถงึ เม่ือรุ่งเช้าพระธาตุกลบั หายไป ทำให้สนุ ทรภู่เสียใจมา หลงั จากน้นั จงึ เดินทางกลับกรงุ เทพฯ และ
ขึ้นบกที่ทา่ น้ำวดั อรุณราชวรารามพระเจดยี ภ์ ูเขาทอง วัดภเู ขาทอง
เนือ้ หาบทประพันธ์เรือ่ งนริ าศภูเขาทอง
๑. ๏เดอื นสิบเอด็ เสรจ็ ธุระพระวสา
รับกฐินภญิ โญโมทนา ชุลีลาลงเรอื เหลอื อาลยั
ออกจากวดั ทศั นาดูอาวาส เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย
สามฤดูอยู่ดไี ม่มภี ยั มาจำไกลอารามเมอ่ื ยามเยน็
โอ้อาวาสราชบุรณะพระวหิ าร แตน่ นี้ านนับทวิ าจะมาเหน็
เหลอื รำลกึ นกึ นา่ นำ้ ตากระเด็น เพราะขกุ เขญ็ คนพาลมารานทาง
จะยกหยบิ ธบิ ดีเปน็ ทีต่ ั้ง ก็ใช้ถงั แทนสดั เหน็ ขดั ขวาง
จึง่ จำลาอาวาสนริ าศรา้ ง มาอา้ งวา้ งวิญญาณ์ในสาครฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถึงเดอื น ๑๑ ซึง่ ออกจากการจำพรรษาแลว้ เม่ือรับกฐนิ อย่างยินดเี สรจ็ แล้ว ก็ตอ้ งลงเรอื ไปด้วย
ความเศร้าโศก ออกจากวัดก็มองดวู ดั ที่เคยอาศัย เมอื่ ปที ่ผี า่ นมาได้อยู่อาศัย อีกทง้ั ๓ ฤดูที่อยู่มาก็ไม่มี
อะไรมากวนใจ อีกทงั้ วัดราชบุรณะพระวิหารนค้ี งอีกนานกวา่ จะได้มาเห็น นกึ แลว้ เศร้าใจยงิ่ นกั ทัง้ นเ้ี ปน็
เพราะมีคนพาลมารงั แกใส่ร้าย คิดจะนำผู้ใหญค่ อยชว่ ยเหลือท่านก็ไม่มคี วามยตุ ิธรรม จงึ ต้องอำลาวัดไป
จนต้องมาอา้ งวา้ งอยู่กลางสายน้ำ
๒. ๏ ถงึ หนา้ วังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผา่ นเกลา้ เจา้ ประคณุ ของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทกุ เชา้ เยน็
พระนพิ พานปานประหนงึ่ ศีรษะขาด ดว้ ยไรญ้ าติยากแค้นถงึ แสนเขญ็
ทง้ั โรคซำ้ กรรมซัดวิบัติเป็น ไมเ่ ลง็ เห็นทซี่ ง่ึ จะพ่งึ พา
จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งสว่ นบญุ ถวาย ประพฤติฝ่ายสมถะทงั้ วสา
เปน็ สิ่งของฉลองคณุ มลุ ิกา ขอเปน็ ข้าเคียงพระบาททกุ ชาตไิ ปฯ
ถอดคำประพันธ์
ถึงหนา้ วงั กเ็ ศร้าโศกมาก คิดถงึ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั ผ้ซู ง่ึ มพี ระคณุ กับ
สุนทรภู่อย่างมาก เมื่อกอ่ นเคยเข้าเฝ้าท่านอย่างใกลช้ ดิ และบ่อยคร้ัง เมอ่ื พระองค์สวรรคตก็เหมือนกับ
สุนทรภ่ตู ายไปด้วยเพราะไม่มญี าติหรอื คนคอยช่วยเหลอื ชีวติ จึงยากแค้นแสนเขญ็ อกี ท้งั มโี รคมีกรรมเขา้
มารมุ ลอ้ ม ไม่เห็นใครท่ีจะพ่งึ พาได้ จงึ ได้บวชเพือ่ อุทศิ ส่วนกศุ ลใหแ้ กร่ ชั กาลที่ ๒ ประพฤติตนอยู่ใน
ศีลธรรมตลอดเวลา เพื่อเป็นส่ิงทดแทนคณุ พระองค์ แม้เกดิ ชาติใดใดกข็ อใหเ้ ป็นข้ารับใช้พระองค์
ตลอดไป
๓. ๏ ถงึ หนา้ แพแลเห็นเรือท่ีน่งั คิดถงึ ครัง้ ก่อนมาน้ำตาไหล
เคยหมอบรบั กบั พระจมน่ื ไวย แลว้ ลงในเรอื ทนี่ ่ังบัลลงั ก์ทอง
เคยทรงแต่งแปลงบทพจนารถ เคยรับราชโองการอ่านฉลอง
จนกฐนิ ส้ินแม่นำ้ แลลำคลอง มิได้ข้องเคืองขัดหัทยา
เคยหมอบใกลไ้ ด้กลิน่ สุคนธต์ ลบ ละอองอบรสรน่ื ชน่ื นาสา
ส้ินแผ่นดินสิน้ รสสุคนธา วาสนาเราก็สน้ิ เหมือนกลน่ิ สุคนธฯ์
ถอดคำประพนั ธ์
เมอื่ ถึงหน้าแพก็เห็นเรือพระท่นี งั่ คิดถงึ เมอื่ ก่อนก็เศร้าจนนำ้ ตาไหล เคยหมอบกราบรัชกาลที่
๒ กับพระจมนื่ ไวย แลว้ ก็ลงไปในเรอื บัลลังก์ทอง เคยแตง่ แปลงบทความ เคยรับราชโองการอา่ นในงาน
ฉลอง จนเรือท่มี าทอดกฐนิ หมดแลว้ ก็ยงั มไิ ดท้ ำให้พระองคข์ ดั ใจแตอ่ ย่างใดเคยหมอบกราบใกล้จนได้
กลิ่นหอมจากพระวรกาย กลิน่ หอมนน้ั หอมจนตดิ จมกู แตเ่ มื่อพระองค์สวรรคตกส็ น้ิ กลน่ิ หอมไปดว้ ย อีก
ทง้ั ยังเหมอื นวาสนาของสุนทรภูก่ ็สน้ิ ตามกลน่ิ ไป
๔.๏ ดใู นวงั ยังเหน็ หอพระอัฐิ ตงั้ สติเตมิ ถวายฝ่ายกุศล
ทัง้ ปิ่นเกล้าเจ้าพิภพจบสกล ใหผ้ ่องพ้นภัยสำราญผา่ นบรุ นิ ทร์ฯ
ถอดคำประพนั ธ์
มองไปในวงั ยงั เห็นหอทเ่ี ก็บพระอฐั ขิ องรัชกาลท่ี ๒ ก็ต้ังสติถวายสว่ ยบุญสวยกุศล ท้งั สง่ ส่วน
กศุ ลไปใหร้ ัชกาลที่ ๓ ให้พน้ ภัยในการปกครองบ้านเมอื ง
๕.๏ ถงึ อารามนามวัดประโคนปัก ไม่เห็นหลกั ลือเล่าว่าเสาหิน
เป็นสำคัญปันแดนในแผน่ ดนิ มริ ้สู ิ้นสดุ ชื่อท่ีลอื ชา
ขอเดชะพระพทุ ธคุณช่วย แม้นมอดม้วยกลบั ชาตวิ าสนา
อายุยนื หม่นื เทา่ เสาศลิ า อย่คู ู่ฟา้ ดนิ ไดด้ ังใจปอง
ไปพน้ วัดทศั นารมิ ท่าน้ำ แพประจำจอดรายเขาขายของ
มีแพรผ้าสารพัดสีมว่ งตอง ท้ังส่งิ ของขาวเหลอื งเครอื่ งสำเภาฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ วัดประโคนปกั ก็มองไปไม่เหน็ เสาหนิ ที่ลือกัน เป็นเสาที่สำคัญในแผน่ ดิน ถงึ จะไมเ่ ห็นก็ขอ
เดชะพระพทุ ธคุณชว่ ย ขอให้อายุยืนหมนื่ ๆปีเทา่ ดังเสาศิลา อย่คู ่ฟู ้าดินไดต้ ลอดไป พอเรือลอ่ งเลยวัดก็
มองดรู มิ ท่าน้ำ มแี พมาจอดขายของอยู่เรียงราย มีขายท้ังผา้ แพรสมี ว่ งและสีอืน่ ๆ ทั้งสิ่งของทมี าจาก
เมอื งจีน
๖.๏ ถงึ โรงเหลา้ เตากลั่นควันโขมง มีคนั โพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจยี วอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนง่ึ บา้ เปน็ น่าอาย
ทำบญุ บวชกรวดน้ำขอสำเร็จ สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
ถงึ สรุ าพารอดไม่วอดวาย ไมใ่ กล้กรายแกล้งเมนิ ก็เกนิ ไป
ไม่เมาเหลา้ แล้วแตเ่ รายงั เมารกั สดุ จะหักห้ามจติ คิดไฉน
ถงึ เมาเหลา้ เชา้ สายก็หายไป แต่เมาใจนป้ี ระจำทุกคำ่ คืนฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ โรงเหลา้ กม็ คี วนั ออกมาจากเตากล่ันมากมาย มีเครอ่ื งตกั น้ำผกู ไวป้ ลายเสา สนุ ทรภ่เู คยด่มื
น้ำเหลา้ จนเมาเหมือนคนบา้ จึงไดบ้ วชเพอ่ื จะไดพ้ ้นจากอบายมุข ขอใหไ้ ด้ตรสั รดู้ ังพระพุทธเจ้า แต่เหล้า
เคยทำใหร้ อดชวี ติ ดังนั้นจะเมินไปกเ็ กนิ ไป ถึงจะไม่เมาเหล้าแต่ยังเมารักอยู่ หักห้ามจิตใจไม่ให้รักไมไ่ ด้
การเมาเหล้านั้นพอรงุ่ ขึ้นก็หายไป แต่การเมารกั นี้จะเปน็ ทุก ๆ คืน
๗.๏ ถงึ บางจากจากวดั พลัดพี่นอ้ ง มามวั หมองม้วนหน้าไมฝ่ ่าฝนื
เพราะรักใคร่ใจจดื ไมย่ ดื ยืน จึงตอ้ งขืนในพรากมาจากเมอื ง
ถอดคำประพนั ธ์
ถึงบางจากไมอ่ ยากไดย้ ินคำวา่ จาก เพราะสนุ ทรภู่จากหลายๆอย่างมา ต้องมใี จมัวหมองเพราะ
รกั นน้ั ไมย่ นื ยาว จึงตอ้ งจากเมอื งพรากมา
๘.๏ ถงึ บางพลคู ิดถึงคเู่ มื่ออยู่ครอง เคยใสซ่ องส่งใหล้ ้วนใบเหลือง
ถึงบางพลดั เหมือนพี่พลัดมาขดั เคอื ง ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมารอ้ นรน
ถอดคำประพันธ์
ถงึ บางพลคู ดิ ถงึ นางจันเม่อื แตง่ งานกัน เคยสง่ หมากพลโู ดยใส่ซองใหท้ งั้ หมดเป็นใบเหลอื งซงึ่
อร่อยมาก ถึงบางพลัดก็ไม่อยากไดย้ ินคำวา่ พลดั เพราะไดพ้ ลัดจากนางจนั ทั้งยงั พลัดจากเมอื งและอนื่ ๆ
อย่างร้อนรน
๙.๏ ถงึ บางโพธโอ้พระศรมี หาโพธ์ิ รม่ นโิ รธรุกขมูลให้พูนผล
ขอเดชะอานภุ าพพระทศพล ใหผ้ อ่ งพ้นภัยพาลสำราญกายฯ
ถอดคำประพันธ์
ถงึ บางโพก็คิดถงึ ต้นโพธใ์ิ หร้ ่มเงาใหค้ วามรม่ เยน็ ทั้งยังทำใหโ้ คนตน้ ไมง้ อกงามได้ ขอเดชะของ
พระพุทธเจ้า ให้พน้ ภัยพาลตลอดไป
๑๐.๏ ถึงบ้านญวนลว้ นแตโ่ รงแลสะพรง่ั มีข้องขงั ก้งุ ปลาไวค้ า้ ขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย พวกหญงิ ชายพร้อมเพรียงมาเมยี งมอง
จะเหลยี วกลับลบั เขตประเทศสถาน ทรมานหม่นไหม้ฤทยั หมอง
ถงึ เขมาอารามอรา่ มทอง พึ่งฉลองเลิกงานเมือ่ วานซืนฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ บ้านญวนเหน็ มีโรงแลมากมาย มีคนคา้ ขายของเช่นกงุ้ หรอื ปลาโดยการขงั ไวใ้ นขอ้ ง
ข้างหนา้ โรงวางทีส่ ำหรบั ดกั ปลาวางเรียงไว้ มีทงั้ ผู้หญิงและผชู้ ายมาจับจา่ ยซอื้ ของ จะมองกลับไปยัง
ประเทศบา้ นเกิดกท็ รมานเหมือนโดนไฟไหม้ จิตใจก็หม่นหมอง ล่องเรอื มาจนถงึ วัดเขมา ก็รู้ว่าพง่ึ เลิก
งานฉลองไปเม่อื วานซนื
๑๑.๏ โอป้ างหลงั ครง้ั สมเด็จพระบรมโกศ มาผกู โบสถ์กไ็ ด้มาบูชาชน่ื
ชมพระพมิ พ์ริมผนงั ยงั ยง่ั ยนื ท้ังแปดหม่ืนสีพ่ ันไดว้ ันทา
โอ้ครัง้ นม้ี ิไดเ้ หน็ เล่นฉลอง เพราะตัวตอ้ งตกประดาษวาสนา
เปน็ บุญนอ้ ยพลอยนกึ โมทนา พอนาวาตดิ ชลเข้าวนเวยี น
ดูน้ำว่งิ กลงิ้ เช่ยี วเปน็ เกลียวกลอก กลับกระฉอกฉาดฉันฉวดั เฉวียน
บา้ งพล่งุ พลงุ่ วุ้งวงเหมอื นกงเกวยี น ดูเปล่ียนเปลยี่ นควา้ งควา้ งเปน็ หว่างวน
ท้งั หัวทา้ ยกรายแจวกระชากจ้วง ครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอเ้ รือพน้ วนมาในสาชล ใจยังวนหวงั สวาทไมค่ ลาดคลาฯ
ถอดคำประพนั ธ์
คดิ ถงึ เมื่อก่อนซง่ึ รัชกาลท่ี ๒ ไดม้ าตัดหวายลูกนมิ ิต ไดช้ มพระพมิ พ์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ องคซ์ ่ึง
เทา่ กบั จำนวนพระธรรมท่อี ยู่ในพระไตรปิฎกทีอ่ ยรู่ ิมผนงั แต่คร้งั นไี้ มไ่ ด้เหน็ การเลน่ ฉลองเพราะสุนทรภู่
ตอ้ งหมดวาสนาและลำบาก เป็นเพราะบญุ นอ้ ยกน็ ึกเศร้า แต่แลว้ เรือก็ติดน้ำวน มองเหน็ นำ้ วง่ิ เชยี่ วหมนุ
เปน็ เกลียว พุง่ ไปมาตดั กัน บางสว่ นก็พุ่งวนเหมอื นกงเกวียน ดูเวียนๆเปน็ เหมือนพายุวน ท้งั หวั ท้ายเรือ
ไดร้ บั แจวเรือดังนน้ั เรือจงึ หลุดนำ้ วนออกมาได้ แตถ่ งึ เรือจะพน้ นำ้ วนมาแลว้ แต่ใจกย็ งั ไม่พ้นจากความรกั
๑๒.๏ ตลาดแก้วแล้วไมเ่ หน็ ตลาดตงั้ สองฟากฝั่งก็แต่ล้วนสวนพฤกษา
โอร้ นิ รินกลิ่นดอกไมใ้ กลค้ งคง เหมอื นกลนิ่ ผา้ แพรดำร่ำมะเกลือ
เห็นโศกใหญ่ใกลน้ ้ำระกำแฝง ทั้งรกั แซงแซมสวาทประหลาดเหลือ
เหมอื นโศกพที่ รี่ ะกำก็ซำ้ เจอื เพราะรกั เร้ือแรมสวาทมาคลาดคลาย
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ ตลาดแก้วแตไ่ มเ่ หน็ มตี ลาดตั้งขายของท้ังสองฝั่งเหน็ แต่ตน้ ไม้พชื พนั ธุต์ ่างๆ ได้กลน่ิ ดอกไม้
หอมไปเรื่อยๆตลอดทางและกล่ินเหมอื นผา้ แพรที่ยอ้ มด้วยมะเกลอื เหน็ ต้นโศกใหญแ่ ละตน้ ระกำเป็น
แผงแต่แปลกท่มี ีตน้ รักขนึ้ แซมอยดู่ ้วย เหมอื นความโศกเศร้าระกำใจที่สุนทรภ่ตู อ้ งเปน็ เพราะรกั แม่จัน
๑๓.๏ถงึ แขวงนนทช์ ลมารคตลาดขวัญ มพี ่วงแพแพรพรรณเขาคา้ ขาย
ทง้ั ของสวนลว้ นแต่เรือเรียงราย พวกหญิงชายชุมกันทุกวนั คนื ฯ
ถอดคำประพันธ์
ถงึ จงั หวัดนนทบุรกี ็เห็นมีตลาดนำ้ มแี พอยู่ซึ่งขายเส้อื ผ้าเครื่องนงุ่ ห่ม มที ้ังเรือจอดอยู่เพอ่ื ขาย
ผลไมจ้ ากสวนแท้ มที ั้งผหู้ ญงิ ผูช้ ายมาประชมุ ซอื้ ของกนั ทกุ วนั ทกุ คนื
๑๔. ๏ มาถงึ บางธรณที วโี ศก ยามวิโยคยากใจให้สะอ้ืน
โอ้สุธาหนาแน่นเป็นแผน่ พืน้ ถงึ ส่ีหมน่ื สองแสนทัง้ แดนไตร
เม่อื เคราะห์ร้ายกายเรากเ็ ท่านี้ ไม่มที ี่พสุธาจะอาศยั
ล้วนหนามเหนบ็ เจบ็ แสบคับแคบใจ เหมอื นนกไร้รงั เร่อยู่เอกาฯ
ถอดคำประพนั ธ์
มาถึงหมู่บ้านบางธรณีก็โศกเศร้ามากข้ึนมาก เพราะตอนลำบากพาใหใ้ จสะอน้ื มาก ท้งั ท่ี
แผ่นดนิ หนาขนาดสองแสนสห่ี มื่นโยชน์แต่เม่ือถึงคราวลำบากแมแ้ ต่แผ่นดนิ ก็ไม่มีทอี่ าศยั เหมือนโดน
หนามเสียดแทงเจบ็ แสบมาก เหมือนกับนกไม่มรี งั ที่จะอาศัยต้องเร่รอ่ นไปเรื่อย ๆ
๑๕.๏ ถึงเกรด็ ยา่ นบ้านมอญแต่กอ่ นเกา่ ผหู้ ญงิ เกลา้ มวยงามตามภาษา
เด๋ยี วน้มี อญถอนไรจุกเหมือนตกุ๊ ตา ท้งั ผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย
โอ้สามัญผันแปรไมแ่ ท้เทย่ี ง เหมือนอย่างเยี่ยงชายหญิงทง้ิ วสิ ยั
นีห่ รือจติ คดิ หมายมีหลายใจ ทีจ่ ิตใครจะเป็นหน่ึงอย่าพึงคิดฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถึงตำบลปากเกร็ดซ่ึงเปน็ บริเวณที่ชาวมอญอพยพมา ตามธรรมเนยี มผหู้ ญิงมอญจะเกล้าผม
แตส่ มยั นผ้ี หู้ ญิงมอญมาถอนไรผมเหมือนตกุ๊ ตา ทัง้ ยงั ใช้เคร่อื งสำอาง ใชแ้ ป้งผัดหนา้ ซง่ึ เหมือนกับชาว
ไทย ทำให้เหน็ ได้ว่าสมัยนีท้ กุ สิ่งทุกอย่างไมม่ ีความเท่ียงแท้ เหมือนดงั ท่ีชาวมอญละทิง้ ประเพณี
วฒั นธรรมของตนเองแล้วจะนบั ประสาอะไรกบั จติ ใจของคน ซึ่งไมม่ ใี ครมีใจเดียวแต่มหี ลายใจ
๑๖.๏ ถึงบางพดู พูดดีเป็นศรศี ักด์ิ มีคนรักรสถอ้ ยอรอ่ ยจิต
แมน้ พดู ช่วั ตัวตายทำลายมติ ร จะชอบผดิ ในมนษุ ย์เพราะพดู จาฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถึงหม่บู า้ นบางพดู สนุ ทรภู่กน็ กึ ถงึ คำว่าพดู ดังวา่ ถ้าใครพดู ดกี ็จะมคี นรัก แต่ถ้าพูดไม่ดกี ็
อาจจะเปน็ ภยั ต่อตนเองได้อกี ท้งั ยังไม่มใี ครคบ ไมม่ เี พ่อื นสนิทมติ รสหาย ทงั้ การจะดูวา่ ใครดีไมด่ ดี ูได้จาก
การพูด
๑๗.๏ ถงึ บ้านใหมใ่ จจิตกค็ ดิ อ่าน จะหาบ้านใหม่มาดเหมอื นปรารถนา
ขอใหส้ มคะเนเถิดเทวา จะไดผ้ าสุกสวัสด์จิ ำกัดภยั
ถอดคำประพันธ์
ถงึ หมู่บ้านบ้านใหม่สนุ ทรภกู่ ็คิดอยากจะได้บา้ นซกั หลงั ตามที่ตอ้ งการโดยขอกบั เทวดาใหส้ ม
ดงั ปรารถนา เพราะ การมบี ้านใหม่จะไดม้ คี วามสุขและมที ่อี าศัยอยา่ งปลอดภยั
๑๘.๏ถงึ บางเดื่อโอ้มะเดอื่ เหลอื ประหลาด บังเกิดชาตแิ มลงหวมี่ ใี นไส้
เหมอื นคนพาลหวานนอกยอ่ มขมใน อุปไมยเหมือนมะเดอ่ื เหลือระอา
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ หมูบ่ า้ นบางเดอื่ กค็ ดิ ถึงลกู มะเด่ือที่ภายนอกน้ันดสู วยงามน่ารบั ประทานแต่ภายในกลบั มี
แมลงมหี นอนชอนไชอยู่ เหมอื นกับคนพาลที่ปากพูดดแี ตใ่ นใจคดิ ทำอนั ตราย
๑๙.๏ถึงบางหลวงเชิงรากเหมอื นจากรัก สู้เสียศกั ด์สิ งั วาสพระศาสนา
เป็นลว่ งพ้นรนราคราคา ถึงนางฟ้าจะมาให้ไมไ่ ยดฯี
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ บางหลวงเหมือนจากนางจันมานานแลว้ เราตอ้ งสละจากยศถาบรรดาศกั ด์เิ พื่อมาบวชเพอ่ื
จะไดพ้ น้ จากกิเลสทัง้ หลายท้งั ปวง ถึงจะมนี างฟา้ มายั่วก็ไม่สนใจ
๒๐.๏ ถงึ สามโคกโศกถวิลถงึ ป่ินเกล้า พระพุทธเจา้ หลวงบำรงุ ซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อปทมุ ธานเี พราะมีบวั
โอพ้ ระคณุ สูญลับไม่กลับหลงั แต่ชอื่ ตง้ั ก็ยงั อยู่เขารู้ท่วั
โอ้เรานที้ ่ีสนุ ทรประทานตัว ไม่รอดชัว่ เชน่ สามโคกยง่ิ โศกใจ
สนิ้ แผ่นดินส้ินนามตามเสด็จ ต้องเท่ยี วเตร็ดเตรห่ าทอี่ าศัย
แม้นกำเนิดเกิดชาติใดใด ขอใหไ้ ดเ้ ปน็ ข้าฝา่ ธุลี
ส้นิ แผ่นดินขอใหส้ ้นิ ชวี ติ บ้าง อย่าร้รู า้ งบงกชบทศรี
เหลอื อาลัยใจตรมระทมทวี ทุกวันนก้ี ซ็ งั ตายทรงกายมาฯ
ถอดคำประพันธ์
ถึงสามโคกก็คดิ ถึงพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั ซึง่ พระองคป์ กครองเมืองกรุงเทพฯ
พระองคไ์ ดพ้ ระราชทานนามเมืองจากสามโคกซง่ึ เปน็ หวั เมอื งชน้ั สามเปน็ เมืองปทุมธานเี ป็นเพราะมบี ัว
เยอะ ถงึ พระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแลว้ แต่ช่ือปทุมธานีคงอยู่ตลอดไป แตท่ ำไมชอ่ื ของสุนทรภู่
ชอื่ ขุนสุนทรโวหารทไ่ี ดร้ บั พระราชทานนามมาแต่กลบั ไมม่ ีชอื่ ในแผ่นดินหลงั จากพระองค์สวรรคตเลยซึง่
ต่างกบั ปทุมธานี สนุ ทรภตู่ ้องเรร่ อ่ นหาท่อี าศยั เพราะขณะนี้ไม่มีบา้ น สนุ ทรภู่ขอให้เกิดทกุ ชาติไดเ้ ปน็ ขา้
รบั ใชพ้ ระองคต์ ลอดไป พอพระองค์สวรรคตสนุ ทรภกู่ ็ขออยากตายตามบ้างเพอื่ จะไดร้ ับใชแ้ ละพ่ึง
พระองค์ เดี๋ยวนก้ี เ็ ศร้าโศกใจทุกขร์ ะทมอย่างทวีคูณมาก ต้องเรร่ อ่ นไปเรอ่ื ย ๆ ชีวิตไม่มีจุดมุ่งหมาย
๒๑.๏ ถงึ บา้ นงวิ้ เหน็ แตง่ ว้ิ ละล่ิวสงู ไมม่ ีฝงู สตั วส์ ิงก่งิ พฤกษา
ดว้ ยหนามดกรกดาษระดะตา นกึ ก็น่ากลัวหนามขามขามใจ
งวิ้ นรกสิบหกองคุลแี หลม ดังขวากแซมเสย้ี มแทรกแตกไสว
ใครทำช้คู ทู่ ่านครนั้ บรรลยั กต็ อ้ งไปปีนตน้ น่าขนพอง
เราเกดิ มาอายเุ พยี งน้แี ลว้ ยงั คลาดแคลว้ ครองตัวไม่มัวหมอง
ทุกวันนีว้ ิปริตผิดทำนอง เจยี นจะต้องปีนบา้ งหรืออย่างไรฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ หมบู่ า้ นบ้านงว้ิ ก็เหน็ มีแต่ตน้ ง้ิวซงึ่ ไมม่ นี กหรือสัตวอ์ ่ืนๆอยู่บนกงิ่ เลยเพราะตน้ ง้วิ มีหนาม
ข้ึนอย่มู ากมายนึกถงึ กน็ ่ากลวั หนามเพราะถ้าโดนคงเจบ็ มาก แต่งว้ิ ในนรกยาวถึง ๑๖ ขอ้ นิว้ แหลม
เหมอื นกบั ไมไ้ ผ่เหลาทำกับดกั ซ่ึงใครมีชูเ้ มอื่ ตายไปแลว้ กต็ ้องไปปีนตน้ งิว้ ในนรก แต่สุนทรภู่เกดิ มาอายุ
มากแลว้ แตย่ ังครองตัวอยใู่ นศีลธรรมไมม่ ชี ู้ แต่ทุกวนั นผี้ คู้ นวิปริตมชี ู้กนั มากคงต้องไปปีนต้นงวิ้ ในนรกกัน
บา้ ง
๒๒.๏ โอค้ ดิ มาสารพัดจะตดั ขาด ตดั สวาทตัดรักมยิ ักไหว
ถวิลหวังน่งั นึกอนาถใจ ถงึ เกาะใหญ่ราชครามพอยามเย็น
ดหู ่างยา่ นบา้ นช่องทั้งสองฝงั่ ระวังท้ังสตั วน์ ้ำจะทำเขญ็
เป็นท่ีอยู่ผู้ร้ายไม่วายเวน้ เทีย่ วซ่อนเรน้ ตีเรอื เหลอื ระอาฯ
ถอดคำประพันธ์
ท้งั หมดท่คี ดิ มานน้ั สนุ ทรภ่สู ามารถตดั ขาดไดแ้ ต่การตัดความรกั นนั้ ยากยิ่งนกั นัง่ นกึ อนาถใจไป
จนเย็นกถ็ ึงเกาะใหญร่ าชคราม มองไปเห็นบา้ นเรอื นต่างๆอยู่ห่างจากสองฝ่งั มากในที่น้ีต้องระวงั จระเข้
จะทำรา้ ย ทง้ั ทีน่ ี่ยงั เป็นทอี่ ย่ขู องผู้ร้ายซง่ึ มาคอยดักตีเรอื สุนทรภู่คดิ แล้วน่าเบ่ือยิง่ นัก
๒๓.๏ พระสรุ ยิ งลงลับพยบั ฝน ดมู ัวมนมดื มิดทกุ ทิศา
ถึงทางลัดตัดทางมากลางนา ทัง้ แฝกคาแขมกกขน้ึ รกเรย้ี ว
เปน็ เงางำ้ น้ำเจงิ่ ดูเว้ิงวา้ ง ทั้งกว้างขวางขวัญหายไม่วายเหลยี ว
เหน็ ด่มุ ด่มุ หนุ่มสาวเสียงกราวเกรยี ว ลว้ นเรือเพรยี วพร้อมหน้าพวกปลาเลย
เขาถอ่ คลอ่ งว่องไวไปเปน็ ยืด เรอื เราฝืดเฝือมานิจจาเอย๋
ตอ้ งถอ่ ค้ำร่ำไปท้งั ไมเ่ คย ประเดี๋ยวเสยสวบตรงเข้าพงรก
กลับถอยหลงั รง้ั รอเฝ้าถ่อถอน เรือขย่อนโยกโยนกระโถนหก
เงียบสงัดสตั วป์ า่ คณานก น้ำคา้ งตกพร่างพรายพระพายพดั
ไม่เห็นคลองต้องค้างอย่กู ลางท่งุ พอหยดุ ยุงฉู่ชมุ มารมุ กดั
เปน็ กล่มุ กลมุ่ กลมุ้ กายเหมอื นทรายซดั ตอ้ งนง่ั ปดั แปะไปมิไดน้ อนฯ
ถอดคำประพนั ธ์
เมือ่ พระอาทิตยต์ กกม็ ีเมฆมดื ครึม้ มาจนดมู ืดมวั ไปทุกทิศทุกทาง พายเรือถึงทางลัดซงึ่ เป็นทาง
ตดั กลางนากเ็ หน็ มีต้นแฝกตน้ คาตน้ แขมต้นกกขึน้ ปะปนกันอยู่มากมาย เงาของตน้ พวกน้ีทอดลงนำ้ ทำให้
ดเู ว้งิ วา้ งดูกวา้ งขวางเหลียวมองทีไรกร็ สู้ กึ ขวญั หายทุกที มองเห็นเงาของหญงิ ชายทงั้ ยงั มเี สียงคยุ กัน เรอื
ของพวกเขาเพรยี วเล็กและมีปลาอยู่บนเรืออีกด้วย พวกเขาถอ่ เรอื คล่องแคล่วเดินทางไปอยา่ งรวดเรว็
แต่เรอื ของสุนทรภู่ไปชา้ มากช่างน่าสงสารลกู ศิษย์ที่ตอ้ งถ่อเรืออยา่ งเหนด็ เหนือ่ ยทง้ั ๆท่ไี มเ่ คยเสน้ ทาง
บางทเี รือกเ็ สยเข้าพงหญ้ารกรุงรงั จะถอยหลงั ก็ถอยยาก เรือก็โคลงจนกระโถนใส่หมากหก พอเงี่ยหูฟังก็
ไมไ่ ดย้ นิ เสียงสัตวเ์ ลยซักตวั มีแต่น้ำคา้ งตกเพราะลมพดั มองไปไมเ่ ห็นคลองเลยตอ้ งค้างอยกู่ ลางท่งุ แต่
พอหยดุ เรือหยดุ กม็ ารมุ กัดเจ็บเหมอื นโดนทรายซดั เลยไมไ่ ด้นอนเพราะตอ้ งนง่ั ตบยุง
๒๔.๏ แสนวิตกอกเอย๋ มาอ้างว้าง ในทุง่ กว้างเห็นแต่แขมแซมสลอน
จนดึกดาวพราวพรา่ งกลางอมั พร กาเรียนร่อนร้องก้องเม่อื สองยาม
ทงั้ กบเขียดเกรยี ดกรดี จงั หรดี เรอื่ ย พระพายเฉือ่ ยฉวิ ฉิววะหววิ หวาม
วงั เวงจิตคิดคะนงึ รำพงึ ความ ถงึ เมอ่ื ยามยงั อุดมโสมนสั
สำรวลกับเพ่อื นรักสะพรกั พรอ้ ม อยู่แวดลอ้ มหลายคนปรนนบิ ตั ิ
โอย้ ามเข็ญเห็นอยแู่ ต่หนพู ัด ชว่ ยนั่งปดั ยุงให้ไมไ่ กลกาย
จนเดือนเดน่ เหน็ กอกระจบั จอก ระดะดอกบัวเผ่อื นเม่อื เดือนหงาย
เห็นรอ่ งน้ำลำคลองทง้ั สองฝา่ ย ขา้ งหน้าทา้ ยถ่อมาในสาคร
จนแจม่ แจง้ แสงตะวนั เหน็ พนั ธ์ผุ กั ดูนา่ รักบรรจงส่งเกสร
เหลา่ บวั เผ่ือนแลสล้างริมทางจร ก้ามกงุ้ ซ้อนเสยี ดสาหร่ายใตค้ งคา
สายติ่งแกมแซมสลับตน้ ตับเต่า เป็นเหล่าเหล่าแลรายท้งั ซา้ ยขวา
กระจับจอกดอกบวั บานผกา ดาษดาดูขาวด่ังดาวพราย
โอ้เชน่ น้สี กี าได้มาเห็น จะลงเลน่ กลางทงุ่ เหมือนม่งุ หมาย
ที่มเี รือน้อยน้อยจะลอยพาย เทย่ี วถอนสายบวั ผันสนั ตะวา
ถึงตวั เราเลา่ ถ้ายังมโี ยมหญงิ ไหนจะน่งิ ดูดายอายบปุ ผา
คงจะใชใ้ ห้ศษิ ยท์ ีต่ ิดมา อตุ ส่าห์หาเอาไปฝากตามยากจน
นจ่ี นใจไมม่ เี ทา่ ข้ีเล็บ ขเี้ กยี จเกบ็ เลยทางมากลางหน
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสรุ ยิ น ถงึ ตำบลกรงุ เก่ายง่ิ เศร้าใจฯ
ถอดคำประพันธ์
สนุ ทรภรู่ ้สู ึกอา้ งวา้ งมาก มองไปในทุ่งกว้างเห็นมีแตต่ น้ แขมข้ึนอยปู่ ะปนกัน จนดึกก็มีดาวอยู่
กลางทอ้ งฟา้ มนี กกระเรียนบนิ ร่อนและรอ้ งกอ้ งเมอ่ื ตอนเทย่ี งคนื มเี สียงกบเขยี ดรอ้ งเรอื่ ยๆ มีลมพัด
เฉอื่ ยๆ สนุ ทรภ่รู ูส้ กึ วังเวงกค็ ิดรำพงึ เม่อื ตอนมียศถาบรรดาศกั ดิ์ ไดห้ ัวเราะเฮฮากบั เพื่อน มคี นคอย
ปรนนบิ ตั ิรบั ใช้ แต่ยามลำบากเหน็ แต่หนูพัดลกู ชายคอยช่วยนัง่ ปัดยุงให้จนพระจันทร์ขึ้นกเ็ ห็นตน้ กระจับ
จอก มดี อกบัวเผ่อื นขน้ึ มากเมอื่ คนื เดือนหงาย มองเหน็ คลองทง้ั สองดา้ นหัวทา้ ยเรือก็รีบถอ่ เรือลงคลอง
จนพระอาทิตยข์ ้นึ ก็เห็นพันธุผ์ กั ดนู า่ รกั สง่ เกสรแกก่ นั มบี วั เผื่อนอยู่สองขา้ งทางท่ีเรือพายไป มีต้นกา้ มกงุ้
ขน้ึ อยู่กบั สาหร่ายใต้นำ้ มีต้นสายต่ิงข้นึ สลับกับต้นตับเตา่ เป็นกล่มุ ๆมองไปเหมือนกบั ดาวบนทอ้ งฟา้
เหลา่ นถี้ ้าผูห้ ญงิ ไดม้ าเหน็ กค็ งจะลงเลน่ กลางท่งุ ที่มีเรอื กค็ งจะพายไปเกบ็ สายบวั ถ้าสุนทรภู่มีโยมผู้หญิง
กค็ งไมน่ ง่ิ เฉยใหอ้ ายดอกไม้ คงจะใช้ให้ศิษยไ์ ปเกบ็ ของฝากเท่าที่ทำได้ในตอนนี้ แต่นจี่ นใจไม่มเี งนิ ซกั นดิ
ท้ังยังขเี้ กียจเก็บจงึ เลยมา พอมีแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์ก็ถงึ กรุงศรีอยธุ ยา สุนทรภู่รูส้ กึ เศรา้ ใจ
๒๕๏ มาทางท่าหน้าจวนจอมผูร้ ้ัง คดิ ถึงคร้งั ก่อนมาน้ำตาไหล
จะแวะหาถ้าทา่ นเหมอื นเมอ่ื เป็นไวย ก็จะได้รับนมิ นตข์ ึน้ บนจวน
แตย่ ามยากหากว่าถา้ ท่านแปลก อกมแิ ตกเสยี หรือเราเขาจะสรวล
เหมือนเข็ญใจใฝส่ งู ไมส่ มควร จะตอ้ งมว้ นหน้ากลับอัประมาณฯ
ถอดคำประพันธ์
เม่อื ถงึ หนา้ จวนของเพือ่ นของสนุ ทรภู่ สุนทรภูก่ ็คิดถึงเมอื่ ก่อนจนน้ำตาไหล สุนทรภู่ตง้ั ใจจะ
แวะหาถา้ ยงั เหมือนเม่ือก่อนก็คงจะได้รับนิมนต์ข้นึ บนจวน แตถ่ า้ หากว่าท่านแปลกไปกค็ งจะโดนหวั เราะ
เยาะจะตอ้ งอายมาก ร้สู กึ ไมก่ ล้าใฝ่สูงเป็นเพอื่ นได้ จงึ ไดเ้ ดนิ ทางต่อไปยังเจดียภ์ ูเขาทอง
๒๖.๏ มาจอดท่าหนา้ วดั พระเมรขุ า้ ม รมิ อารามเรอื เรยี งเคียงขนาน
บ้างขึน้ ล่องร้องลำเลน่ สำราญ ทงั้ เพลงการเกยี้ วแกก้ นั แซ่เซ็ง
บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขบั ระนาดรบั รวั คลา้ ยกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอรา่ มเหมือนสำเพง็ เมื่อคราวเครง่ ก็มิใครจ่ ะไดด้ ู
อ้ายลำหนึง่ ครงึ่ ทอ่ นกลอนมนั มาก ช่างยาวลากเลอ้ื ยเจ้อื ยจนเหนอ่ื ยหู
ไม่จบบทลดเลี้ยวเหมือนเงี้ยวงู จนลกู คู่ขอทเุ ลาว่าหาวนอนฯ
ได้ฟงั เล่นตา่ งต่างทขี่ ้างวดั จนสงดั เงยี บหลบั ลงกับหมอน
ประมาณสามยามคล้ำในอมั พร อ้ายโจรจรจู่จว้ งเขา้ ลว้ งเรอื
นาวาเอยี งเสียงกกุ ลกุ ขึน้ ร้อง มนั ดำล่องนำ้ ไปชา่ งไวเหลือ
ไม่เหน็ หนา้ สานศุ ิษยท์ ชี่ ิดเชอ้ื เหมอื นเนือ้ เบอื้ บ้าเลอะดเู ซอะซะ
แต่หนูพัดจดั แจงจุดเทียนสอ่ ง ไม่เสยี ของขาวเหลอื งเครอ่ื งอฏั ฐะ
ดว้ ยเดชะตบะบญุ กบั คณุ พระ ชยั ชนะมารไดด้ ังใจปองฯ
ถอดคำประพนั ธ์
จอดเรือท่ขี ้างวดั พระเมรุซ่งึ ริมวดั มีเรอื จอดเรียงอยู่ บางลำมีคนร้องเลน่ เต้นสำราญ บางลำก็
รอ้ งเพลงเก้ยี วกัน บางลำฉลองผ้าปา่ ดว้ ยการขับเสภา ทงั้ ยังมีคนตีระนาดซึง่ ตเี ก่งเหมือนนายเสง็ (คนเก่ง
ระนาดสมยั สุนทรภ)ู่ มโี คมแขวนอยู่เรยี งรายเหมอื นอย่สู ามเพง็ เมื่อคราวเคร่งในพระศาสนากไ็ ม่ไดด้ ู
มเี รือลำหน่ึงกลอนมนั มาก ร้องกลอนยากลากเลอื้ ยฟงั แล้วเหนอ่ื ยหู กลอนลดเลย้ี วเหมอื นทางงู จนลกู คู่
บอกวา่ ง่วงนอน ได้การละเล่นตา่ งๆทีข่ ้างวัดพอดกึ กน็ อน ประมาณสามยามกม็ ีโจรข้ึนเรือ พอมีเสียง
กุกกกั สนุ ทรภกู่ ล็ ุกขนึ้ โวยวาย โจรกร็ บี ดำนำ้ ไปอย่างว่องไว มองไปไม่เห็นหน้าลกู ศิษย์กร็ ู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ดว้ ยความกลัวแตห่ นูพดั จุดเทยี นสอ่ งดวู ่ามอี ะไรหายไปบ้าง แต่ไม่มเี ลยแมแ้ ต่เครือ่ งอฐั บริขาร ทั้งนีด้ ว้ ย
เดชะตบะบญุ และพระพุทธทำใหช้ นะมารได้
๒๗.๏ คร้ันรุ่งเช้าเขา้ เป็นวันอโุ บสถ เจรญิ รสธรรมาบชู าฉลอง
ไปเจดยี ์ทช่ี ่ือภูเขาทอง ดูสูงล่องลอยฟ้านภาลัย
อยู่กลางทงุ่ ร่งุ โรจน์สนั โดษเด่น เป็นทีเ่ ลน่ นาวาคงคาใส
ที่พื้นลานฐานบทั มถ์ ัดบันได คงคงลยั ล้อมรอบเป็นขอบคนั
มเี จดยี ์วิหารเปน็ ลานวัด ในจงั หวดั วงแขวงกำแพงกน้ั
ที่องค์ก่อย่อเหล่ียมสลับกัน เป็นสามชน้ั เชงิ ชานตระหงา่ นงาม
บันไดมสี ด่ี า้ นสำราญรื่น ตา่ งชมช่ืนชวนกันขน้ึ ชั้นสาม
ประทกั ษณิ จินตนาพยายาม ไดเ้ สรจ็ สามรอบคำนบั อภวิ นั ท์
มหี อ้ งถ้ำสำหรบั จุดเทยี นถวาย ด้วยพระพายพัดเวยี นอยู่เหยี นหัน
เปน็ ลมทกั ษณิ าวรรตนา่ อศั จรรย์ แตท่ กุ วนั นช้ี ราหนักหนานกั
ท้ังองค์ฐานราญรา้ วถึงเก้าแฉก เผยแยกยอดทรุดกห็ ลดุ หกั
โอเ้ จดีย์ที่สร้างยังร้างรกั เสยี ดายนักนกึ น่านำ้ ตากระเด็น
กระนีห้ รือช่อื เสยี งเกียรติยศ จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น
เป็นผ้ดู ีมีมากแล้วยากเยน็ คิดก็เป็นอนจิ จงั เสยี ทั้งนน้ั ฯ
ถอดคำประพันธ์
วนั รงุ่ ข้นึ จะเป็นวนั พระซง่ึ จะไดบ้ ูชาพระธรรม ได้ไปเจดีย์ภเู ขาทองซ่ึงดูสงู เสยี ดฟา้ อยู่กลางท่งุ
ดูโดดเด่นมีนำ้ ใสอยู่รอบๆทีฐ่ านพ้นื ทีเ่ ป็นรปู กลบี บัวถัดจากบนั ไดมีนำ้ ไหลล้อมรอบเปน็ ขอบ มีเจดีย์มี
วิหารมีลานวัด มีกำแพงกั้นอยู่ การยอ่ เหล่ยี มไม้ ๑๒ มมุ อยา่ งสวยงาม มเี ป็นสามชั้นอยา่ งงดงาม บันไดมี
๔ ด้าน คณะของสนุ ทรภูช่ วนกันข้นึ ไปชน้ั ๓ ต้งั ใจเดินวนขวา ๓ รอบจนครบก็กราบเจดยี ์ มหี อ้ งท่เี ป็นถ้ำ
สำหรับจุดเทียนเพราะลมจะพัดแรงพาธปู เทยี นดับ ตอนนั้นบังเกิดสิ่งอัศจรรยม์ ีลมพดั เวยี นขวาราวกับจะ
เวียนเทียนดว้ ย ทกุ วนั นี้พระเจดยี ์เกา่ และทรดุ โทรมมาก ท่ีฐานร้าวถงึ เก้าแฉก ที่ยอดก็หกั องคพ์ ระเจดยี ์
กท็ รุด เป็นเพราะเจดยี ์ไมม่ คี นคอยดูแล นึกแลว้ เสียดายจนน่าร้องไห้ แลว้ วจะเทยี บอะไรกับชื่อเสยี ง
เกียรติยศของมนษุ ย์ กค็ งหมดไปในไม่นาน เหมือนกบั เป็นผูด้ ีแลว้ ลำบาก เปน็ คนมัง่ มีแลว้ ยากจน คิด
แล้วทุกอย่างไมแ่ ทเ้ ท่ยี ง
๒๘.๏ ขอเดชะพระเจดยี ์ครี ีมาศ บรรจธุ าตทุ ่ีต้งั นรังสรรค์
ขา้ อุตส่าหม์ าเคารพอภวิ ันท์ เปน็ อนันตอ์ านิสงสด์ ำรงกาย
จะเกิดชาติใดใดในมนุษย์ ให้บริสุทธิ์สมจติ ท่คี ดิ หมาย
ทงั้ ทุกข์โศกโรคภยั อย่าใกลก้ ราย แสนสบายบรบิ ูรณป์ ระยรู วงศ์
ทง้ั โลโภโทโสแลโมหะ ให้ชนะใจไดอ้ ย่าใหลหลง
ขอฟ้งุ เฟอ่ื งเรอื งวิชาปัญญายง ทงั้ ใหท้ รงศีลขนั ธ์ในสนั ดาน
อีกสองสิ่งหญงิ รา้ ยแลชายชวั่ อย่าเมามวั หมายรักสมคั รสมาน
ขอสมหวังตงั้ ประโยชนโ์ พธญิ าณ ตราบนิพพานชาตหิ น้าให้ถาวรฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ขอเดชะแหง่ เจดยี ภ์ ูเขาทองซึ่งบรรจพุ ระบรมสารกิ ธาตุ สนุ ทรภูข่ อให้ทีไ่ ดม้ ากราบในครั้งนใ้ี ห้
เป็นบญุ เพ่ือเป็นอานสิ งสใ์ ห้พน้ ภยั ตา่ งๆ ถา้ จะเกดิ ชาตไิ หนๆกข็ อใหต้ นบริสุทธิท์ ้งั กายและใจ ทั้งความ
ทกุ ข์ความโศกอย่าไดม้ าใกล้ สบายไปตลอดกาล ท้ังความโลภ โกรธ หลง ขอใหต้ นชนะได้ ขอให้มี
สติปญั ญาหลักแหลม ใหม้ ีศลี ธรรมอยใู่ นใจ ทง้ั ผู้หญงิ รา้ ยและผชู้ ายช่วั กข็ อใหอ้ ย่าได้รจู้ ักคบหากนั ขอให้
สมดังหวงั แม้แตช่ าตหิ นา้ กข็ อให้เปน็ ดังหวัง
๒๙.๏ พอกราบพระปะดอกปทมุ ชาติ พบพระธาตุสถติ ในเกสร
สมถวลิ ยินดีชุลีกร ประคองซ้อนเชิญองคล์ งนาวา
กับหนูพดั มัสการสำเร็จแลว้ ใส่ขวดแก้ววางไวใ้ กลเ้ กศา
มานอนกรุงรุ่งขน้ึ จะบูชา ไมป่ ะตาตนั อกยิง่ ตกใจ
แสนเสียดายหมายจะชมบรมธาตุ ใจจะขาดคดิ มานำ้ ตาไหล
โอ้บญุ นอ้ ยลอยลับครรไลไกล เสยี น้ำใจเจียนจะด้ินสิน้ ชีวัน
สดุ จะอย่ดู อู น่ื ไม่ฝืนโศก กำเรบิ โรคร้อนฤทยั เฝา้ ใฝฝ่ ัน
พอตรตู่ รูส่ รุ ยิ ฉ์ ายขึ้นพรายพรรณ ให้ลอ่ งวันหนึ่งมาถึงธานีฯ
ถอดคำประพนั ธ์
พอกม้ ลงกราบพระพุทธรปู เงยขนึ้ มาก็เหน็ ดอกบัวและกเ็ ห็นพระบรมสารรี ิกธาตอุ ยใู่ นเกสรกด็ ี
ใจมากและช้อนประคองลงเรือ พอหนพู ดั กราบไวเ้ สร็จแล้วกใ็ สพ่ ระบรมสารีรกิ ธาตุไว้ในขวดแกว้ แลว้ ก็
วางไว้ใกลศ้ ีรษะเมอ่ื นอน ต้งั ใจว่าจะไปนอนท่กี รงุ ศรอี ยุธยาและรุ่งเช้าจะบชู าพระบรมสารรี ิกธาตุแต่พอ
ต่ืนมามองไม่เหน็ พระบรมสารีรกิ ธาตกุ ต็ กใจอยา่ งมากทง้ั ทีว่ างไวใ้ กลศ้ รี ษะ สุนทรภู่วา่ เป็นเพราะบุญตน
น้อยทำใหพ้ ระธาตุลอยน้ำไปไกล สนุ ทรภู่คิดวา่ ไม่สามารถอยู่ที่เจดยี ภ์ ูเขาทองต่อได้เพราะจะยิ่งเศรา้ โศก
และรอ้ นใจยงิ่ ข้ึน พอเช้าตรู่พระอาทิตยข์ น้ึ ส่องฉาย ก็ล่องเรือถงึ กรงุ เทพฯโดยใชเ้ วลาเดินทาง ๑ วนั
๓๐๏ ประทบั ทา่ หนา้ อรุณอารามหลวง ค่อยสรา่ งทรวงทรงศลี พระชินสีห์
นริ าศเรือ่ งเมืองเกา่ ของเราน้ี ไว้เป็นทโ่ี สมนสั ทัศนา
ดว้ ยไดไ้ ปเคารพพระพทุ ธรูป ท้งั สถูปบรมธาตพุ ระศาสนา
เปน็ นิสัยไวเ้ หมือนเตือนศรทั ธา ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ
ใช่จะมีท่รี กั สมัครมาด แรมนริ าศร้างมิตรพสิ มัย
ซึง่ ครวญคร่ำทำทพี ิรพี้ ไิ ร ตามนสิ ัยกาพยก์ ลอนแตก่ อ่ นมา
เหมือนแม่ครวั ค่ัวแกงพะแนงผัด สารพัดเพียญชนงั เครอ่ื งมังสา
อันพริกไทยใบผกั ชีเหมือนสกี า ตอ้ งโรยน่าเสียสักหนอ่ ยอรอ่ ยใจฯ
จงทราบความตามจริงทกุ สิ่งสน้ิ อยา่ นกึ นินทาแถลงแหนงไฉน
นกั เลงกลอนนอนเปล่าก็เศรา้ ใจ จึงรำ่ ไรเร่ืองรา้ งเล่นบา้ งเอยฯ
ถอดคำประพนั ธ์
ถงึ หน้าวดั อรุณกค็ อ่ ยสร่างจากความเศรา้ เพราะไดก้ ราบพระพุทธรปู นริ าศภเู ขาทองของ
สนุ ทรภ่เู รื่องน้ีไว้เปน็ ที่อ่านเมอื่ เศร้าจะได้มีความสุข เพราะไดไ้ ปกราบไว้พระพุทธรปู ทั้งกราบไว้พระบรม
สารีรกิ ธาตุ เพราะคนท่ีนับถอื ศาสนาพุทธเมอ่ื ไม่สบายใจก็จะกราบไหว้พระพุทธรปู เพือ่ ให้สบายใจ ตอนน้ี
สุนทรภู่ใช่ว่าจะมีคนรักหรือพ่งึ จะจากรักมา แตท่ ่ีกล่าวถงึ ผู้หญงิ ก็เพราะเป็นธรรมเนียมการแต่งนิราศแต่
โบราณ เหมือนแม่ครวั จะปรุงอาหารประเภทพะแนงนอกจากจะใส่เคร่อื งปรุงและเน้ือสตั ว์แลว้ ยงั ต้องใส่
พรกิ ไทยใบผกั ชีเพือ่ เพ่มิ ความนา่ รบั ประทานแก่อาหาร และผู้หญิงก็เหมอื นพริกไทยใบผักชีเพ่อื ให้นิราศ
นน้ี ่าอ่าน ขอให้ทราบความจรงิ ทุก ๆ อยา่ งวา่ สุนทรภ่ไู ม่ได้มีผู้หญงิ เลยขออยา่ ไดน้ ินทาใหเ้ สียหาย เพราะ
คนท่มี คี วามสามรถในเชงิ กลอนจะนง่ั ๆ นอน ๆ เฉย ๆ ก็จะนา่ เบ่ือและเศรา้ ใจ จึงจะตอ้ งแตง่ กลอนเพ่ือ
คลายเหงาและคลายความเศร้าใจ และให้ไดผ้ ลงานเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์
******************
ใบงาน
เรอ่ื ง สรุปเรือ่ งนริ าศภูเขาทอง
คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นอ่านวรรณคดเี ร่ือง นริ าศภูเขาทอง พรอ้ มท้งั เขยี นสรปุ เนือ้ หาของเรอื่ งตาม
หลกั การท่ีครูสอนให้ถูกตอ้ ง
.....................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ช่อื .........................................................................................เลขท.ี่ .................ชน้ั ม........
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สรปุ เนื้อหาวรรณคดเี รอ่ื งสภุ าษติ พระร่วง
รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคุณค่า และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
ตัวชว้ี ัด
๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การสรปุ เน้อื หา คือ การทำความเข้าใจวรรณคดเี ร่ืองนน้ั อยา่ งแจม่ แจ้ง และสามารถจับ
ใจความสำคญั ของเร่อื ง โดยต้องทราบวา่ กลา่ วถงึ เร่อื งใดเปน็ สำคญั และหากเปน็ วรรณคดีท่มี ีตัวละคร
ตอ้ งสามารถสรปุ เนือ้ หาโดยใชห้ ลัก 5W1H วา่ ใคร ทำอะไร ทไี่ หน เม่ือไร อย่างไร และทำไม
สาระการเรยี นรู้/เนอื้ หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นักเรียนมีความรูค้ วามเข้าใจเน้อื หาวรรณคดีเร่ืองสุภาษิตพระรว่ ง
๒. นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจหลักการสรุปเน้อื หาได้อยา่ งถกู ต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรยี นสามารถอธิบายหลกั การสรุปเนอ้ื หาได้
๒. นักเรียนสามารถสรุปเนือ้ หาวรรณคดีเร่อื งสภุ าษิตพระร่วงได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้จากการสรุปเนอื้ หาวรรณคดีเรอื่ งสุภาษิตพระร่วงไปใชเ้ ปน็
แนวทางในการสรปุ เน้อื หาวรรณคดเี รือ่ งอ่นื ๆ ได้
จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขียนได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา
(Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและร้เู ท่าทนั ส่ือ (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิ้นงาน
ใบงาน “สรุปเนือ้ หาสภุ าษิตพระร่วง”
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นำ
๑. ครูสนทนากับนกั เรียนเกย่ี วกับลกั ษณะของวรรณคดีคำสอน จากน้นั ใหน้ กั เรยี น
ยกตัวอย่างวรรณคดีทใ่ี หข้ ้อคิดแกน่ ักเรยี น (K, P)
๒. ครูสรุปข้อคิดเห็นของนกั เรยี น จากน้ันเชอื่ มโยงเขา้ สเู่ นื้อหาวรรณคดีเรอื่ งโคลงโลกนติ ิ
ในข้ันตอ่ ไป (K, P)
ข้ันสอน
๑. ครแู จกใบความร้เู รือ่ ง สภุ าษติ พระร่วง จากน้นั อธิบายถงึ หลักการ วิธีการสรุปเรือ่ ง
พร้อมสรปุ เรื่องราวใหน้ กั เรยี นฟงั โดยยกตัวอย่างรา่ ยสุภาพที่สอนเรอ่ื งตา่ ง ๆ ให้นักเรยี นฟงั (K, P)
๒. ครูให้นักเรยี นทำใบงานเร่ือง “สรปุ เนอ้ื หาสุภาษิตพระร่วง” โดยให้นักเรียนเขียนสรุป
เนือ้ หาสุภาษติ พระรว่ งจากการอา่ นเรอื่ งยอ่ ในใบความรูแ้ ละจากการฟังครเู ลา่ (K, P)
๓. ครสู มุ่ ตวั แทนนักเรียน ๒ คนออกมาอา่ นการสรปุ เนื้อหาใหเ้ พอ่ื นในช้ันฟงั ซึ่งในขณะที่
นักเรียนนำเสนองานจบ ครจู ะใหข้ อ้ เสนอแนะเพอื่ ให้กำลังใจและช้แี นะแนวทางการทำใบงานอยา่ ง
ถกู ตอ้ ง (K, P)
ข้นั สรุป
๑. ครใู ห้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ การทำใบงานเรื่อง “สรปุ เนอื้ หาสุภาษิตพระร่วง” ซง่ึ เป็นใบ
งานท่ใี ห้นักเรียนแตล่ ะคนสรุปเนือ้ หาจากการอ่านเรอ่ื งย่อและจากการฟังครูเล่าได้อย่างถกู ตอ้ ง สะท้อน
ผลวา่ นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั เนือ้ หาของวรรณคดีเรอื่ งโคลงโลกนิติ และสามารถนำความรู้
ไปเปน็ แนวทางในการวิเคราะหว์ รรณคดีเรอ่ื งอนื่ ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
วิธีการ ใบงาน เรื่อง สรปุ เนื้อหาสุภาษติ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ประเมินใบงาน เรื่อง “สรปุ เน้อื หาสภุ าษิตพระ พระร่วง ร้อยละ ๕๐
รว่ ง” ใชว้ ิธกี ารวดั ผลจากการทำใบงานของ
นกั เรียนแตล่ ะคน โดยมปี ระเดน็ ในการวดั ผล
ได้แก่ มคี วามรู้ความเข้าใจการสรปุ เนือ้ หา
วรรณคดีเร่อื งสภุ าษิตพระร่วง สามารถอธบิ าย
การสรุปเนือ้ หาวรรณคดีเรอื่ งสภุ าษิตพระรว่ ง
เขยี นสรุปเนื้อหาตรงประเดน็ กับเรอื่ งทีอ่ า่ น
การใชภ้ าษาและความสะอาดเรยี บรอ้ ย
จากนน้ั นำผลการประเมนิ ไปเป็นขอ้ มลู
ในการปรบั ปรุงเพ่อื พัฒนานกั เรียนและการ
จัดการเรยี นการสอนของครใู นครงั้ ต่อ ๆ ไป
สอื่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน วรรณคดีและวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การสรปุ เน้ือหาวรรณคดี
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วันท.ี่ ........../...................../...........
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซง้ )
วันท.ี่ ............./......................./...............
แบบประเมนิ ใบงาน ชน้ั ม.๑
เรื่อง “สรุปเนอ้ื หาสุภาษติ พระรว่ ง”
รายการประเมิน
รวม สรปุ ผล
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการสรุปเ ื้นอหา
วรรณค ีดเ ่ืรอง ุสภา ิษตพระร่วง
๒. สามารถอ ิธบายการส ุรปเ ้ืนอหา
วรรณค ีดเรื่องสุภา ิษตพระร่วงไ ้ด
ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนสรุปเ ื้นอหาตรงประเ ็ดน ักบ
เ ่รืองที่อ่าน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงคช์ ัย ปญั หาชัย
ด.ช.จตรุ งค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทัศนะชัย วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จุลา
ด.ช.สริ โิ ชค เบ้าเงิน
ด.ช.วฒุ ชิ ัย ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จติ สภุ า จนั จลุ า
ด.ญ.ชวลั รตั น์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชัยเรมิ่
ด.ญ.ปนัดดา บงพันธ์แก้ว
ด.ญ.ปรยี านชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภัส วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ศศวิ ิมล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการสรุปเ ื้นอหา รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเ ่ืรอง ุสภา ิษตพระร่วง
๒. สามารถอ ิธบายการส ุรปเ ้ืนอหา
วรรณค ีดเรื่องสุภา ิษตพระร่วงไ ้ด
ูถก ้ตอง
๓. เ ีขยนสรุปเ ื้นอหาตรงประเ ็ดน ักบ
เ ่รืองที่อ่าน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมนิ ใบงาน
เรื่อง “สรปุ เนอื้ หาสุภาษติ พระรว่ ง”
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
๑. มคี วามรู้ความเข้าใจการ ๒๑
สรุปเนื้อหาวรรณคดเี รือ่ ง
สุภาษิตพระรว่ ง มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการสรปุ เนอ้ื หา ไมม่ ีความรคู้ วามเข้าใจการสรุป
๒. สามารถอธบิ ายการสรุป
เนื้อหาวรรณคดเี รอ่ื งสุภาษิต วรรณคดีเรือ่ งสุภาษติ พระรว่ งเปน็ เนื้อหาวรรณคดีเรื่องสภุ าษิตพระ
พระรว่ งไดถ้ ูกตอ้ ง อยา่ งดี ร่วงเทา่ ทค่ี วร
๓. เขียนสรุปเนอ้ื หาตรง
ประเด็นกับเรอื่ งที่อา่ น สามารถอธบิ ายการสรปุ เนอื้ หา ไม่สามารถอธบิ ายการสรุปเนือ้ หา
๔. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ต้อง
วรรณคดีเรือ่ งสภุ าษติ พระรว่ งได้ วรรณคดีเรือ่ งสภุ าษติ พระร่วงได้
๕. ความสะอาดเรยี บรอ้ ย
ถกู ตอ้ ง
เขียนสรุปเน้ือหาไดต้ รงประเดน็ กบั เขยี นสรปุ เน้ือหาไมต่ รงประเดน็ กับ
เรื่องทอี่ า่ น คอื เร่ืองสภุ าษิตพระร่วง เรื่องที่อา่ น
สามารถใชภ้ าษาในการเขียนสรุป ไมส่ ามารถใชภ้ าษาในการเขียน
เรอ่ื งได้อย่างถกู ตอ้ ง สนั้ กระชับ สรุปเรื่องไดถ้ ูกต้อง ไมม่ กี ารสรปุ
เข้าใจงา่ ย เนอื้ หาให้กระชบั ชัดเจน
ใบงานมคี วามสะอาดเรยี บรอ้ ย ใบงานมรี อยเป้อื น ลายมืออา่ นยาก
ลายมืออ่านงา่ ย
ใบความรู้
เรื่อง การสรปุ เนื้อหาวรรณคดีเรอื่ ง สภุ าษิตพระร่วง
การสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี คือ การอ่านหรอื ฟงั เพ่อื จับใจความวา่ เหตกุ ารณท์ ี่เกิดขึ้นในเร่ือง
ดำเนนิ ไปอย่างไร โดยใชห้ ลักการ 5W1H คือ ใคร (Who) ทำอะไร (What) ทีไ่ หน (Where) เม่ือไหร่
(When) อย่างไร (How) และทำไม (Why) ซ่งึ หลักการสรุปเนื้อหามี ๔ ประการสำคญั ดังนี้
หลักการสรุปเนื้อหาวรรณคดี
๑. ตง้ั จุดมงุ่ หมายในการอ่านหรอื ฟังให้ชดั เจน ว่าอ่านหรือฟงั ไปทำไมและวรรณคดีเรอื่ งนัน้ เปน็
เรอ่ื งใด
๒. ในกรณีทอี่ ่านควรเรอ่ื งราวอยา่ งครา่ ว ๆ พอเขา้ ใจ และเกบ็ ใจความสำคญั ของแตล่ ะย่อหนา้
ส่วนการฟงั ให้ฟังอยา่ งตงั้ ใจและพยายามจินตนาการเหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ข้ึนในเรอ่ื ง ซง่ึ ถา้ จะให้ดคี วรมีการจด
บนั ทกึ เหตกุ ารณ์ท่สี ำคัญของเรอื่ งไว้ด้วย
๓. เม่ืออ่านจบให้ตงั้ คำถามกับตนเองว่า เรื่องท่อี า่ นมีใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมือ่ ไหร่และอย่างไร
๔. นำส่งิ ที่ไดม้ าเขยี นหรอื เลา่ สรุป โดยเรียบเรียงใจความสำคญั ใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง
เพื่อให้เกิดความสละสลวย
วิธกี ารสรุปเนอื้ หาวรรณคดี
วิธีสรปุ เน้ือหาจากเรื่องท่อี า่ นขึ้นอย่กู ับความชอบว่าจะทำอย่างไร เช่น ขีดเสน้ ใต้ หรอื ตเี สน้
ล้อมกรอบขอ้ ความสำคญั การใช้สีต่าง ๆ แสดงความสำคัญมากน้อยของขอ้ ความ การทำบันทกึ ยอ่ ก็เปน็
ขบวนการส่วนหนึง่ ของการสรุปเน้ือหาที่ดีและได้ผล แต่ผู้อา่ นควรสรปุ เรือ่ งดว้ ยภาษาและสำนวนของ
ตนเอง ไม่ควรสรุปเรือ่ งด้วยการตดั เอาความสำคัญมาเรียงตอ่ กัน เพราะวิธนี อ้ี าจทำใหผ้ ู้อ่านพลาด
สาระสำคัญบางตอนไป อนั เปน็ เหตใุ ห้การตีความผดิ พลาดคลาดเคลอ่ื นได้
เนือ้ หาสุภาษิตพระรว่ ง
สมัยที่แตง่ และผแู้ ตง่
สภุ าษิตพระรว่ งหรอื เรียกอกี ช่อื หนงึ่ ว่า บัญญตั ิพระร่วง เปน็ วรรณกรรมที่ไมท่ ราบ ผแู้ ต่งและ
สมยั ท่ีแตง่ ชัดเจน ซึ่งผู้ศึกษาวรรณคดไี ทยให้ความเหน็ ไว้ ดงั นี้
ดร.สทิ ธา พินจิ ภวู ดล ไดอ้ ้างถงึ ผศู้ กึ ษาวรรณคดีหลายท่านที่ให้ความเหน็ เก่ยี วกบั ผูแ้ ตง่ สภุ าษติ
พระรว่ ง คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงสนั นษิ ฐานวา่ สุภาษติ นีค้ งรวบรวมขึน้ ในสมยั
พอ่ ขนุ รามคำแหง ผแู้ ต่งคงมหี ลายคน และคงไม่ไดแ้ ต่งเสร็จ คราวเดียวกนั พระวรเวทยพ์ สิ ฐิ กล่าวว่า
ผ้แู ตง่ สภุ าษิตพระรว่ งคือพ่อขนุ รามคำแหง เพราะลกั ษณะสำนวน ภาษาในสุภาษติ พระร่วงคลา้ ยคลึงกบั
สำนวนภาษาในศลิ าจารกึ หลักที่ ๑ ลักษณะการสอน ของสุภาษติ นก้ี ส็ อดคลอ้ งกบั บคุ ลกิ ลกั ษณะของพอ่
ขนุ รามคำแหง ที่ชอบเสดจ็ ประทบั เหนอื แทน่ มนังคศลิ าอาสน์ เพ่ือทรงสอนประชาชน
ดร.สิทธา ยงั ได้อ้าง คุณฉนั ทชิ ย์ กระแสสนิ ธว์ ่า ผู้แตง่ สภุ าษิตพระรว่ งคือ พระยาลิไทย เพราะ
สมัยนนั้ กรงุ สุโขทัยเจริญรุง่ เรืองสดุ ขดี ไม่มีสงคราม พระยาลิไทยทรงเชย่ี วชาญพทุ ธศาสนา ได้ทรงนพิ นธ์
ไตรภูมพิ ระรว่ งขน้ึ ดว้ ย และอีกความเหน็ หนึง่ กล่าววา่ คนรนุ่ หลังแตง่ สภุ าษติ พระรว่ งข้นึ และขอยืมชือ่
"พระร่วง" ใสไ่ ว้ เพื่อใหด้ นู า่ เชื่อถือ
สุภาษติ พระร่วง มปี รากฏหลกั ฐานวา่ ในสมยั รชั กาลท่ี ๓ แห่งกรงุ รัตนโกสินทรโ์ ปรดใหจ้ ารึก
สภุ าษิตพระร่วงไว้บนผนงั วหิ าร ด้านเหนือพระมหาเจดีย์ท่ีวดั พระเชตพุ ลวิมลมังคลาราม (วัดโพธ)ิ์
เมอื่ พ.ศ. ๒๓๗๙
จุดมงุ่ หมายในการแตง่
เพอ่ื ส่ังสอนประชาชนท่ัวไป ในดา้ นการประพฤตปิ ฏิบัติตน
ลกั ษณะคำประพันธ์
แต่งเปน็ รา่ ยสภุ าพ จบด้วยโคลงสองสภุ าพและตอ่ ด้วยโคลงสี่สุภาพกระทู้ ๑ บท
เนอ้ื เรือ่ ง
เรมิ่ ตน้ กล่าวถงึ พระรว่ งเจา้ กรงุ สโุ ขทยั ทรงมุ่งประโยชน์ในกาลภายหนา้ จงึ ได้ทรงบญั ญตั ิ
สุภาษติ ไว้สอนประชาชน โดยมีสาระคำสอนท่กี ว้างขวาง เปน็ สภุ าษติ ๑๕๘ บท ครอบคลุมหลกั ควร
ปฏบิ ัติในดา้ นตา่ งๆ เช่น การผกู ไมตรี การคบคน การวางตัว การหาวชิ าความรู้ การรูจ้ ักรกั ษาตัวรอด
เปน็ ตน้
ใบงาน
เรือ่ ง “สรปุ เน้อื หาสุภาษติ พระรว่ ง”
คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นอ่านวรรณคดีเร่อื ง สภุ าษติ พระร่วง แลว้ ตอบคำถาม
๑. รูปแบบและลักษณะคำประพนั ธข์ องวรรณคดเี ร่ือง สภุ าษิตพระร่วง มลี กั ษณะอย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๒. เนอ้ื หาของวรรณคดเี ร่ือง สุภาษิตพระรว่ ง มีลักษณะอย่างไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
๓. สภุ าษติ พระร่วงที่กำหนดเปน็ การสอนเก่ยี วกบั เรือ่ งใด
อยา่ ใฝต่ นให้เกนิ .....................................................................................
ทดแทนคุณท่านเมอ่ื ยาก ......................................................................................
เข้าเถ่อื นอย่าลืมพร้า .....................................................................................
พึงผันเผื่อต่อญาติ ......................................................................................
อยา่ ใฝเ่ อาทรัพย์ทา่ น ....................................................................................
เฉลยใบงาน
เร่ือง “สรุปเน้อื หาสภุ าษติ พระรว่ ง”
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนอา่ นวรรณคดีเรอื่ ง สภุ าษิตพระรว่ ง แล้วตอบคำถาม
๑. รูปแบบและลกั ษณะคำประพันธข์ องวรรณคดีเร่ือง สุภาษิตพระร่วง มีลกั ษณะอยา่ งไร
สุภาษิตพระรว่ ง มีรูปแบบเปน็ วรรณคดีคำสอน แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทร่ายสุภาพ
วรรคละ 5-8 คำ ร่ายแต่ละวรรคมีการรับสง่ สัมผัสกันอย่างสม่ำเสมอ คำสดุ ทา้ ยของวรรค
หนา้ จะสัมผัสกับคำในวรรคตอ่ ไป แตไ่ ม่กำหนดตำแหนง่ คำรับสัมผัสทีต่ ายตวั และ
จบลงดว้ ยโคลงสองสุภาพ
๒. เนื้อหาของวรรณคดเี รือ่ ง สภุ าษติ พระร่วง มีลักษณะอย่างไร
เน้อื หาของสภุ าษติ พระรว่ ง แบ่งเป็น 2 ลกั ษณะ คือ คำสอนทเี่ ปน็ ขอ้ หา้ ม และคำสอน
ทเี่ ป็นขอ้ แนะนำ
๓. สภุ าษติ พระรว่ งท่ีกำหนดเป็นการสอนเก่ียวกบั เรอื่ งใด
อย่าใฝ่ตนใหเ้ กิน สอนใหร้ จู้ กั ประมาณตน
ทดแทนคุณทา่ นเมือ่ ยาก สอนให้รู้จักกตัญญรู คู้ ณุ
เข้าเถ่อื นอย่าลืมพร้า สอนให้ตั้งตนอยู่ในความไมป่ ระมาท
พึงผนั เผ่ือตอ่ ญาติ สอนให้มคี วามเอื้อเฟ้ือเผือ่ แผต่ ่อญาติ
อยา่ ใฝเ่ อาทรพั ยท์ า่ น สอนใหม้ ีศีลธรรม