เฉลยใบงาน
เรอ่ื ง วเิ คราะห์ความรู้ พิจารณาข้อคดิ จากโคลงโลกนติ ิ
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนอา่ นบทประพันธท์ ่กี ำหนด แลว้ ตอบคำถาม
คุณแมห่ นาหนักเพ้ยี ง พสธุ า
คุณบดิ รดุจอา- กาศกว้าง
คณุ พพี่ ่างศขิ รา เมรมุ าศ
คุณพระอาจารยอ์ ้าง อาจสู้สาคร
บทประพนั ธม์ ีคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์อย่างไร
มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ในเรื่องการซ้ำคำ เป็นการช่วยซ้ำด้านเสียง และเน้นความหมายของคำให้
สะดุดตาสะดุดหูผูอ้ า่ น ทำใหผ้ ู้อ่านไดต้ ระหนักและไตร่ตรองบทประพนั ธม์ ากย่งิ ขึน้
นักเรียนเหน็ ด้วยกบั บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ หรือไม่ อย่างไร
เหน็ ด้วย เพราะพ่อแม่เป็นบคุ คลท่มี พี ระคณุ ต่อลกู ไมส่ ามารถท่ีจะนำส่งิ ใดมาเปรยี บเทียบพระคุณได้
ความรู้ดูยงิ่ ลำ้ สินทรพั ย์
คดิ คา่ ควรเมืองนบั ยิ่งไซร้
เพราะเหตจุ กั อยู่กบั กายอาต- มานา
โจรจกั เบยี นบไ่ ด้ เรง่ รู้เรยี นเอา
บทประพนั ธ์นใี้ หข้ อ้ คิดอย่างไรกบั ผอู้ า่ น
ได้ข้อคดิ และตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของความรู้ ให้ขวนขวายหาความรู้
นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยกับบทประพันธข์ า้ งตน้ หรือไม่ อยา่ งไร
เหน็ ดว้ ย เพราะวิชาความรู้มีคา่ มากกว่าสนิ ทรัพย์ใด และวชิ าความรูเ้ ป็นเคร่ืองมอื สำคญั ในการหา
เล้ียงชพี
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจากวรรณคดีเร่อื งนิราศภเู ขาทอง
รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๑ ช่ือรายวชิ า ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคณุ ค่า และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง
ตัวชว้ี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๔ สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านเพื่อประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จากวรรณคดี คือ การอ่านวรรณคดที ใี่ หค้ วามสำคัญในสว่ นของการ
พจิ าณา คำประพนั ธ์โดยจับใจความในสว่ นของความรแู้ ละขอ้ คิดที่ปรากฏในเร่ือง โดยควรอ่านตั้งแต่ตน้
จนจบเรอื่ งแลว้ ทำความเขา้ ใจเนือ้ เรือ่ งเพอ่ื จบั ใจความสำคัญ หรอื ประเด็นสำคญั ทีผ่ ูเ้ ขยี นต้องการให้
ความรแู้ ละข้อคิดกับผู้อา่ น
สาระการเรยี นรู/้ เนอ้ื หาย่อย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจเนอื้ หาวรรณคดเี ร่ือง นิราศภูเขาทอง
๒. นกั เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจหลักการสรุปความรู้และขอ้ คดิ
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการสรปุ ความรู้และข้อคดิ ของวรรณคดีได้
๒. นักเรียนสามารถสรุปความรู้และขอ้ คิดจากวรรณคดีเรอ่ื งนริ าศภูเขาทองได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
นักเรียนสามารถนำความรู้ท่ีไดจ้ ากการสรุปความรู้และข้อคดิ จากวรรณคดีเร่ืองนริ าศ
ภูเขาทองไปใชเ้ ป็นแนวทางในการสรุปความรู้และขอ้ คิดจากวรรณคดเี รอื่ งอ่นื ๆ ได้
จุดเนน้ สูก่ ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขยี นได้)
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา
(Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการสอื่ สาร สารสนเทศและรู้เท่าทนั ส่อื (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
การประเมินผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิ้นงาน
ใบงาน “วเิ คราะหค์ วามรู้ พิจารณาข้อคดิ จากนิราศภูเขาทอง”
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำ
๑. ครใู ห้นักเรียนอา่ นบทประพนั ธ์จากเรื่องนริ าศภูเขาทอง ดงั นี้
ถึงบางพดู พดู ดีเป็นศรีศกั ด์ิ มคี นรักรสถอ้ ยอรอ่ ยจิต
แมน้ พูดชั่วตัวตายทำลายมติ ร จะชอบผิดในมนษุ ยเ์ พราะพดู จา
จากนัน้ ถามนักเรยี นว่าบทประพนั ธ์ทน่ี กั เรยี นอา่ นไปนั้นกลา่ วถึงเร่ืองใดเปน็ สำคัญ ให้ขอ้ คดิ ใดแก่
นกั เรยี น จากนน้ั ให้นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายในชัน้ เรียน (K, P)
๒. ครูกลา่ วสรปุ ความคิดเห็นของนักเรียนจากน้ันอธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจบทประพนั ธท์ ี่ยก
มา โดยอธิบายวา่ กลา่ วถึงการพดู ดจี ะทำให้คนรักและชน่ื ชม แตห่ ากผ้ไู ม่ดีย่อมทำให้ทำลายมิตรภาพกับ
ผู้อื่น ซึ่งมนษุ ยน์ น้ั คำพดู ทพี่ ดู กส็ ามารถบง่ บอกได้ว่าเปน็ คนดีหรอื ไม่ (K, P)
ขน้ั สอน
๑. ครูอธบิ ายเนอ้ื หาเร่อื ง การสรุปความรู้และขอ้ คิดจากวรรณคดี โดยอธิบายในส่วนของ
ความหมาย หลกั การ วิธีการ และตวั อย่างการสรุปความรู้และข้อคิดจากวรรณคดี เรือ่ งนริ าศภูเขาทอง
(K)
๒. ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงาน “วิเคราะห์ความรู้ พิจารณาขอ้ คิดจากนิราศภูเขาทอง” โดยให้
นกั เรียนพิจารณาประพันธท์ ่ีครูกำหนดให้และวิเคราะหว์ า่ ปรากฏความรู้และขอ้ คดิ ใดบ้าง (K, P)
๓. ครูให้ตวั แทนนักเรยี น ๒ คนออกมานำเสนอผลงาน ซ่งึ ในขณะที่นกั เรยี นนำเสนองาน
จบครูจะให้ขอ้ เสนอแนะเพอื่ ใหก้ ำลงั ใจและชแ้ี นะแนวทางการทำใบงานอยา่ งถูกตอ้ ง (K, P)
ขน้ั สรปุ
ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรปุ การทำใบงานเรอ่ื ง “วเิ คราะหค์ วามรู้ พิจารณาขอ้ คิดจากนริ าศ
ภเู ขาทอง” ซง่ึ เปน็ ใบงานท่ีให้นกั เรียนแตล่ ะคนได้วิเคราะห์ในสว่ นของความร้แู ละขอ้ คดิ ท่ีปรากฏใน
นิราศภเู ขาทองอยา่ งถูกต้อง สะทอ้ นผลวา่ นักเรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการสรปุ ความรู้และ
ข้อคดิ วรรณคดีเร่ืองนริ าศภเู ขาทอง และสามารถนำความรู้ไปเป็นแนวทางในการวิเคราะห์วรรณคดเี รือ่ ง
นริ าศภเู ขาทองและวรรณคดีเรื่องอ่ืน ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมิน
วิธกี าร เครือ่ งมือ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
รอ้ ยละ ๕๐
ประเมนิ ใบงาน เรอ่ื ง “วิเคราะห์ความรู้ พิจารณาขอ้ คิด ใบงาน เรื่อง วเิ คราะห์
จากนริ าศภูเขาทอง” ใช้วิธีการวดั ผลจากการทำใบงาน ความรู้ พิจารณาขอ้ คดิ
ของนักเรยี นแต่ละคน โดยมปี ระเดน็ ในการวัดผล ได้แก่ จากนิราศภูเขาทอง
มีความรู้ความเข้าใจการสรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิดจาก
วรรณคดี สามารถอธบิ ายความรู้และข้อคดิ จาก
วรรณคดี เขยี นสรุปความรแู้ ละข้อคิดจากวรรณคดีตรง
ประเด็น การใช้ภาษาและความสะอาดเรียบรอ้ ย
จากนนั้ นำผลการประเมินไปเป็นขอ้ มลู ในการปรบั ปรุง
เพ่อื พฒั นานักเรยี นและการจดั การเรยี นการสอน
ของครูในคร้งั ต่อ ๆ ไป
สื่อการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี น วรรณคดีและวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การสรุปความร้แู ละข้อคดิ จากวรรณคดี
ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วนั ท่ี.........../...................../...........
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปัญหาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................
(นายฤทธิเดช สกุลซ้ง)
วันที.่ ............./......................./...............
แบบประเมินใบงาน
เรอื่ ง “วเิ คราะห์ความรู้ พจิ ารณาข้อคดิ จากนริ าศภูเขาทอง”
รายการประเมิน
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการสรุปความ ู้ร รวม สรุปผล
และ ้ขอคิดจากวรรณค ีด
๒. สามารถอ ิธบายความ ู้รและ ้ขอคิด
จากวรรณค ีดไ ้ด
๓. เ ีขยนส ุรปความ ู้รและ ้ขอคิดจาก
วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผ่าน
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศกั ด์ิ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมือง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงค์ชยั ปัญหาชยั
ด.ช.จตรุ งค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทัศนะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จุลา
ด.ช.สริ ิโชค เบ้าเงนิ
ด.ช.วฒุ ชิ ยั ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จิตสุภา จนั จลุ า
ด.ญ.ชวลั รัตน์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลักษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชยั เรม่ิ
ด.ญ.ปนดั ดา บงพันธ์แกว้
ด.ญ.ปรยี านุช โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงค์อา
มาตย์
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการสรุปความ ู้ร รวม สรุปผล
และ ้ขอคิดจากวรรณค ีด
๒. สามารถอ ิธบายความ ู้รและ ้ขอคิด
จากวรรณค ีดไ ้ด
๓. เ ีขยนส ุรปความ ู้รและ ้ขอคิดจาก
วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผา่ น
ด.ญ.ศศิวิมล ทะโคดา
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทพิ ย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรสั จนั ทร์ พูลเพมิ่
ด.ช.วัชระ สายอรุ าช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งได้คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขน้ึ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จึงจะถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ ผลการประเมนิ
๙-๑๐ คะแนน ดีมาก ผา่ น
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผา่ น
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การประเมนิ ใบงาน
เร่ือง “วเิ คราะหค์ วามรู้ พจิ ารณาข้อคิดจากนิราศภูเขาทอง”
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๑. ความรู้ความเขา้ ใจการสรปุ ๒๑
ความร้แู ละขอ้ คดิ จากวรรณคดี
มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการสรปุ ความรู้ ไม่คอ่ ยมีความรูค้ วามเข้าใจการ
๒. สามารถอธบิ ายความร้แู ละ
ขอ้ คดิ จากวรรณคดีได้ และข้อคิดจากวรรณคดีเร่ืองนิราศ สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจาก
๓. เขียนสรปุ ความรูแ้ ละขอ้ คดิ จาก ภูเขาทองเปน็ อย่างดี วรรณคดีเรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง
วรรณคดีตรงประเดน็
เทา่ ทค่ี วร
๔. สามารถใชภ้ าษาได้ถกู ต้อง
สามารถอธิบายความรแู้ ละขอ้ คิดท่ี ไม่สามารถอธบิ ายความรแู้ ละ
๕. ความสะอาดเรยี บร้อย
ได้จากการอา่ นวรรณคดีเรอ่ื งนิราศ ขอ้ คดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นวรรณคดี
ภเู ขาทองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เรอื่ งนิราศภเู ขาทองได้อยา่ ง
ถกู ต้อง
สรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ ที่ได้จากการ สรปุ ความรู้และข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการ
อา่ นวรรณคดีเร่ืองนิราศภเู ขาทองได้ อา่ นวรรณคดเี ร่อื งนิราศภเู ขาทอง
ตรงประเด็นกบั บทประพนั ธท์ ค่ี รู ไม่ตรงประเดน็ กับบทประพันธท์ ี่ครู
กำหนดให้ กำหนดให้
สามารถใชภ้ าษาในการสรุปความรู้ ไม่สามารถใช้ภาษาในการสรุป
และข้อคดิ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องตรงตาม ความรู้และข้อคิดไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
หลักภาษาไทย อ่านแลว้ เกิดเขา้ ใจ ตรงตามหลักภาษาไทย อ่านแล้ว
ง่าย เกิดความสับสนในถอ้ ยคำ
ใบงานมคี วามสะอาดเรยี บรอ้ ย ใบงานมีรอยเปื้อน ลายมอื อา่ นยาก
ลายมืออา่ นงา่ ย
ใบความรู้
เรือ่ ง การสรุปความรแู้ ละข้อคิดจากวรรณคดี
ความหมายของการสรุปความรแู้ ละข้อคดิ จากวรรณคดี
การสรุปความรู้และข้อคดิ คอื การอา่ นวรรณคดที ่ีใหค้ วามสำคญั ในสว่ นของการพจิ าณา คำ
ประพนั ธโ์ ดยจับใจความในสว่ นของความรู้และข้อคดิ ทีป่ รากฏในเรื่อง โดยควรอา่ นตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
แลว้ ทำความเข้าใจเน้ือเรอ่ื งเพอื่ จับใจความสำคญั หรอื ประเดน็ สำคญั ท่ผี ู้เขียนต้องการให้ความรแู้ ละ
ข้อคิดกับผู้อ่าน
หลกั และวธิ กี ารสรุปความรู้และขอ้ คิดจากวรรณคดี
๑. อา่ นบทประพนั ธ์อย่างครา่ ว ๆ พอร้เู รือ่ ง
๒. อ่านอกี ครัง้ อย่างละเอยี ดเพอ่ื หาวรรคตอนที่แสดงถงึ ความรหู้ รือขอ้ คดิ
๓. พจิ ารณาความรหู้ รือข้อคดิ ท่ไี ด้จากการอา่ นวรรณคดวี า่ กล่าวถึงความรู้เรื่องใดและให้ขอ้ คิดใด
๔. เขยี นสรุปความรู้หรอื ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ในประเด็นท่ีสำคญั ๆ
๕. เรียบเรียงประโยคท่ีไดจ้ ากการสรปุ ความรู้หรือข้อคดิ ให้ถกู ตอ้ ง
ตัวอย่างการสรุปความรู้จากนริ าศภูเขาทอง พระพุทธเจ้าบำรงุ ซึ่งกรงุ ศรี
ช่ือปทุมธานีเพราะมบี วั
ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปน่ิ เกล้า
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี
จากประพันธ์ขา้ งต้นให้ความรู้ในเรือ่ งตำนานของสถานที่ ซ่งึ กล่าวถงึ สามโคก
อนั เป็นช่อื เดิมของจังหวัดปทมุ ธานี ซ่งึ คำวา่ ปทมุ ธานี ได้รบั พระราชทานนามจากรชั กาลที่ ๕ เพราะ
บริเวณนม้ี ดี อกบวั ข้นึ อยู่เปน็ จำนวนมาก
ตัวอย่างการสรปุ ขอ้ คิดจากนริ าศภเู ขาทอง
ถงึ โรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคนั โยงผูกไว้ทป่ี ลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจยี วอกเรา ใหม้ ัวเมาเหมอื นหนึ่งบา้ เปน็ นา่ อาย
จากบทประพนั ธใ์ ห้ขอ้ คิดถงึ การด่มื สรุ า ท่ีเมื่อดื่มแล้วจะทำให้มวั เมาไรซ้ ่ึงสตทิ ำให้ปฏิบตั ิ
ตัวอยา่ งน่าอาย
ใบงาน
เรื่อง วเิ คราะห์ความรู้ พจิ ารณาข้อคิดจากนิราศภูเขาทอง
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนเลือกบทประพนั ธ์ในนริ าศภูเขาทองท่ีนักเรยี นสนใจ โดยเลอื กบททแี่ สดงความรู้
และขอ้ คิดจากเรือ่ ง พร้อมอธิบายว่าใหค้ วามรู้และขอ้ คดิ ในเรือ่ งใด
ความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการอา่ น
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ข้อคิดที่ได้จากการอา่ น
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ช่อื .......................................................................................................เลขที.่ ..................ชั้น.........
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ วเิ คราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดเี รื่องกาพยพ์ ระไชยสุริยา
รหัสวิชา ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวชิ า ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คณุ ค่า และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
ตัวช้วี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ ่าน
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การวิเคราะหค์ ณุ ค่าของวรรณคดี คือ การวเิ คราะห์สง่ิ ที่ผปู้ ระพนั ธถ์ า่ ยทอดผ่านภาษาท่ี
สละสลวยและการดำเนนิ เรอ่ื งราวทที่ ำให้ผ้อู า่ นเกิดความซาบซงึ้ และประทับใจ ซึง่ คุณค่าของวรรณคดี
สามารถแบง่ ออกเปน็ ๒ ดา้ นใหญ่ ๆ คือ ด้านสงั คมและด้านวรรณศลิ ป์ คุณค่าด้านสงั คม เป็นคณุ คา่ ท่ี
สะทอ้ นผ่านเรอื่ งราวของวรรณคดีทผ่ี ปู้ ระพันธไ์ ด้สอดแทรกค่านยิ ม ความเช่ือ ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ต่าง ๆ ทำใหผ้ ู้อา่ นซึง่ เป็นคนยคุ ปจั จุบันทราบสภาพของสังคมไทยในอดตี ได้เปน็ อยา่ งดี สว่ นคุณคา่ ดา้ น
วรรณศิลป์ เป็นการพิจารณาคณุ ค่าด้านการใชภ้ าษาและลักษณะของคำประพันธ์ รวมถงึ การพิจารณา
การใช้สำนวนโวหาร ภาพพจนร์ วมไปถึงการเลอื กสรรคำในรูปแบบตา่ ง ๆ ซ่ึงสามารถบ่งบอกถงึ
ความสามารถด้านการใชภ้ าษาของผปู้ ระพันธไ์ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี
สาระการเรยี นรู/้ เนือ้ หาย่อย
ความรู้ (K)
๑. นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเนื้อหาวรรณคดเี ร่ือง กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
๒. นักเรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจหลักการวิเคราะห์คณุ ค่าวรรณคดไี ด้อย่างถกู ตอ้ ง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลกั การวิเคราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดีได้
๒. นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดีเรอื่ งกาพย์พระไชยสรุ ยิ าได้
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
นกั เรียนสามารถนำความรทู้ ีไ่ ด้จากการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีเร่ืองกาพย์พระไชยสรุ ิยา
ไปใช้เป็นแนวทางในการวเิ คราะหค์ ณุ ค่าวรรณคดีเรือ่ งอืน่ ๆ ได้
จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา
(Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศและรูเ้ ท่าทันส่ือ (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชน้ิ งาน
ใบงาน “วเิ คราะห์คุณค่า พนิ จิ กาพยพ์ ระไชยสรุ ยิ า”
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
ครใู ห้นักเรยี นอ่านบทประพันธ์จากเรือ่ งกาพยพ์ ระไชยสุรยิ า ดังนี้
ไมจ่ ำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย
ถอื ดมี ขี ้าไท ฉ้อแต่ไพรใ่ สข่ ่อื คา
จากนั้นถามนกั เรียนว่าบทประพนั ธ์ท่ีนักเรียนอา่ นไปนน้ั กล่าวถึงเรอ่ื งใดเปน็ สำคญั
จากน้ันให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายในชนั้ เรียน (K, P)
ขน้ั สอน
๑. ครอู ธบิ ายเนื้อหาเรอ่ื ง การวเิ คราะห์คุณค่าวรรณคดี โดยอธบิ ายในส่วนของความหมาย
หลักการ วิธกี าร และตัวอย่างการวเิ คราะหว์ รรณคดี เรอื่ งกาพย์พระไชยสุริยา (K)
๒. ครใู หน้ ักเรียนทำใบงาน “วิเคราะหค์ ุณค่า พนิ จิ กาพย์พระไชยสุรยิ า” โดยให้นกั เรยี น
วิเคราะห์คณุ ค่าจากวรรณคดเี รื่องกาพย์พระไชยสุรยิ าในส่วนของคุณคา่ ด้านวรรณศิลป์และคณุ ค่าด้าน
สงั คม (K, P)
๓. ครใู ห้ตวั แทนนกั เรียน ๒ คนออกมานำเสนอผลงาน โดยนกั เรียนคนที่ ๑ นำเสนอคุณค่า
ดา้ นวรรณศิลป์ นักเรียนคนที่ ๒ นำเสนอคณุ ค่าด้านสังคม ซง่ึ ในขณะทน่ี ักเรียนนำเสนองานจบ ครูจะให้
ข้อเสนอแนะเพ่ือให้กำลังใจและชี้แนะแนวทางการทำใบงานอย่างถูกต้อง (K, P)
ขัน้ สรุป
ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรปุ การทำใบงานเร่อื ง “วิเคราะห์คุณค่า พินจิ กาพยพ์ ระไชยสุริยา”
ซงึ่ เปน็ ใบงานทีใ่ หน้ กั เรยี นแต่ละคนได้วิเคราะหใ์ นส่วนของลกั ษณะคำประพันธ์ โครงเรอื่ ง ตัวละคร ฉาก
วิธกี ารแต่ง ลักษณะการเดินเรื่อง และจดุ มุ่งหมายของการแต่งนริ าศภูเขาทองอยา่ งถกู ต้อง สะท้อนผลวา่
นักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับการวิเคราะห์วรรณคดีเรือ่ งกาพยพ์ ระไชยสุริยา และสามารถนำ
ความรู้ไปเปน็ แนวทางในการวเิ คราะหว์ รรณคดีเร่ืองกาพยพ์ ระไชยสรุ ิยาได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เกณฑ์การประเมนิ
วธิ กี าร เครื่องมอื ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ ๕๐
ประเมินใบงาน เร่ือง “วิเคราะหค์ ุณคา่ พินจิ กาพย์ ใบงาน เรอื่ ง วเิ คราะห์คณุ คา่
พระไชยสรุ ยิ า” ใชว้ ิธีการวัดผลจากการทำใบงานของ พนิ จิ กาพยพ์ ระไชยสุรยิ า
นักเรยี นแต่ละคน โดยมปี ระเด็นในการวัดผล ได้แก่ มี
ความรู้ความเข้าใจการวิเคราะห์คณุ คา่ วรรณคดีเรื่อง
กาพยพ์ ระไชยสุรยิ า สามารถอธบิ ายการวเิ คราะห์
คณุ ค่าวรรณคดเี รอื่ งกาพยพ์ ระไชยสุรยิ า เขยี น
วเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดีตรงประเด็น การใชภ้ าษา
และความสะอาดเรยี บรอ้ ย จากน้นั นำผล การ
ประเมนิ ไปเปน็ ข้อมลู ในการปรบั ปรงุ เพอ่ื พัฒนา
นกั เรียนและการจดั การเรียนการสอนของครใู นครง้ั
ต่อ ๆ ไป
สือ่ การเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดี
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วนั ที.่ ........../...................../...........
บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปญั หาและอุปสรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................
(นายฤทธเิ ดช สกุลซ้ง)
วนั ท.่ี ............./......................./..............
แบบประเมนิ ใบงาน ชนั้ ม.๑
เรอื่ ง “วิเคราะห์คุณคา่ พินิจกาพย์พระไชยสุรยิ า”
รายการประเมนิ
รวม สรุปผล
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์
ุคณ ่คาวรรณคดีเ ่ืรองกาพ ์ยพระไชย ุส ิรยา
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
วรรณค ีดเรื่องกาพ ์ยพระไชย ุส ิรยาไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์คุณค่าวรรณค ีดตรง
ประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จมู ไมเ้ มือง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงคช์ ยั ปัญหาชัย
ด.ช.จตุรงค์ รันชติ โคตร
ด.ช.ทัศนะชัย วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จลุ า
ด.ช.สริ ิโชค เบา้ เงนิ
ด.ช.วฒุ ิชยั ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชัย ใยปางแกว้
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จติ สุภา จนั จลุ า
ด.ญ.ชวัลรัตน์ วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ธดิ าลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนัดดา นาชยั เร่ิม
ด.ญ.ปนดั ดา บงพนั ธ์แกว้
ด.ญ.ปรียานุช โยธาตี
ด.ญ.พรนพภัส วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศิวิมล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
ุคณ ่คาวรรณคดีเ ่ืรองกาพ ์ยพระไชย ุส ิรยา
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
วรรณค ีดเรื่องกาพ ์ยพระไชย ุส ิรยาไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์คุณค่าวรรณค ีดตรง
ประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเรียบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรับปรุง
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน
เร่อื ง “วเิ คราะห์คุณคา่ พินิจกาพย์พระไชยสรุ ิยา”
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๑. มีความรูค้ วามเข้าใจการ ๒๑
วิเคราะห์คณุ คา่ วรรณคดีเร่อื ง
กาพย์พระไชยสรุ ยิ า มีความรคู้ วามเขา้ ใจการวเิ คราะห์ ไมม่ คี วามรคู้ วามเข้าใจการ
๒. สามารถอธบิ ายการ
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีเร่ือง คุณคา่ วรรณคดเี ร่ืองกาพยพ์ ระไชย วิเคราะห์คณุ คา่ วรรณคดีเรอ่ื ง
กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
สุริยาเปน็ อยา่ งดี กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยาเทา่ ทค่ี วร
๓. เขียนวเิ คราะหค์ ุณค่า
วรรณคดีตรงประเดน็ สามารถวิเคราะหค์ ุณคา่ วรรณคดี ไม่สามารถวิเคราะหค์ ุณค่า
๔. สามารถใชภ้ าษาได้ถกู ตอ้ ง เรอ่ื งกาพยพ์ ระไชยสรุ ยิ า ด้วยการ วรรณคดเี รอ่ื งกาพยพ์ ระไชยสุรยิ า
๕. ความสะอาดเรียบร้อย อธบิ ายตามประเด็นหัวข้อท่ีครู ได้ อีกทัง้ ไมส่ ามารถอธิบายตาม
กำหนดได้ถกู ตอ้ ง ประเด็นหัวข้อที่ครูกำหนดได้
เขียนวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ไดต้ รงประเด็น เขียนวิเคราะหไ์ ม่ตรงประเด็นกับ
กับเร่อื งที่อา่ น คอื เรอื่ งกาพยพ์ ระ เร่อื งทอ่ี า่ น
ไชยสรุ ยิ า
สามารถใชภ้ าษาในการวิเคราะห์ ไมส่ ามารถใช้ภาษาในการ
คณุ คา่ ได้อย่างถูกตอ้ งตรงตามหลกั วิเคราะห์คุณคา่ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
ภาษาไทย อา่ นแลว้ เกิดเขา้ ใจง่าย ใช้ภาษาที่เขา้ ใจยาก
ใบงานมคี วามสะอาดเรียบร้อย ใบงานมีรอยเปือ้ น ลายมอื อา่ นยาก
ลายมืออา่ นงา่ ย
ใบความรู้
เร่อื ง การวิเคราะห์คณุ ค่าของวรรณคดี
ความหมายของการวเิ คราะหค์ ุณค่าวรรณคดี
การวิเคราะห์คุณค่าของวรรณคดี คือ การวเิ คราะหส์ ง่ิ ทีผ่ ู้ประพันธถ์ า่ ยทอดผ่านภาษาท่ี
สละสลวยและการดำเนนิ เรื่องราวทท่ี ำให้ผ้อู า่ นเกิดความซาบซง้ึ และประทบั ใจ ซ่งึ คุณค่าของวรรณคดี
สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ด้านใหญ่ ๆ คอื ด้านสงั คมและด้านวรรณศลิ ป์ คุณค่าดา้ นสงั คม เปน็ คณุ คา่ ที่
สะทอ้ นผ่านเรือ่ งราวของวรรณคดีทีผ่ ู้ประพนั ธ์ได้สอดแทรกค่านิยม ความเชอ่ื ขนบธรรมเนียมประเพณี
ตา่ ง ๆ ทำให้ผอู้ ่านซงึ่ เปน็ คนยคุ ปัจจุบันทราบสภาพของสงั คมไทยในอดตี ได้เป็นอยา่ งดี สว่ นคุณค่าด้าน
วรรณศลิ ป์ เป็นการพจิ ารณาคุณค่าด้านการใช้ภาษาและลกั ษณะของคำประพันธ์ รวมถึงการพิจารณา
การใช้สำนวนโวหาร ภาพพจนร์ วมไปถงึ การเลอื กสรรคำในรปู แบบต่าง ๆ ซง่ึ สามารถบง่ บอกถึง
ความสามารถดา้ นการใช้ภาษาของผ้ปู ระพันธ์ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
หลกั การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดี
การวิเคราะห์คณุ ค่าของวรรณคดี แบ่งเป็น ๒ ประเภท คอื คณุ คา่ ด้านเน้อื หาและคุณค่าดา้ น
วรรณศลิ ป์
๑) คณุ คา่ ด้านเน้ือหา คอื การพิจารณาเนอื้ หาท่ีให้คุณประโยชน์ ซ่ึงผอู้ ่านควรอา่ นอยา่ งมี
วิจารณญาณ หาคณุ คา่ ของวรรณคดอี ย่างมีหลักเกณฑ์ สำหรบั แนวทางในการวิเคราะหค์ ณุ คา่ ด้าน
เน้อื หา มหี ลายประการ ดังนี้
๑.๑ ควรพจิ ารณาว่าผแู้ ตง่ มจี ดุ ม่งุ หมายอย่างไร เนื้อเร่อื งมแี นวคิดให้คำสอน คติธรรม
ขอ้ เตอื นใจ หรือใหแ้ นวทางในการดำเนนิ ชวี ิตอยา่ งไร
๑.๒ พจิ ารณาภาพสะทอ้ นของสังคม วถิ ีชวี ติ ความเปน็ อยู่ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณี ความเชอ่ื และค่านยิ มตา่ ง ๆ ในสมยั ของผู้แตง่
๑.๓ พจิ ารณาคุณค่าในด้านความรทู้ ่ีจะชว่ ยเสรมิ สรา้ งสติปัญญาแก่ผู้อา่ น
๒) คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์ เปน็ การพจิ ารณาการใช้ถ้อยคำ สำนวนโวหารทีแ่ สดง
ความสามารถของผแู้ ตง่ ว่าใช้ศลิ ปะทางภาษาในการเรียบเรียง คดั สรรถ้อยคำ สำนวนโวหาร เพื่อส่อื สาร
ใหผ้ ้อู ่านได้รับความเพลดิ เพลนิ และเกดิ สนุ ทรียะทางอารมณ์อย่างไร
วธิ ีการวิเคราะห์วรรณคดี
๑. อ่านเรอ่ื งราวใหช้ ัดเจนและเข้าใจ
๒. กำหนดประเด็นท่ีตอ้ งการวา่ จะวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ด้านใดและส่วนใดบา้ ง
๓. พจิ ารณาบทประพนั ธอ์ ย่างถี่ถว้ นและเขยี นบันทึกคณุ ค่าของวรรณคดใี นแต่ละดา้ นที่
วิเคราะห์
ใบกิจกรรม
วเิ คราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดีเร่ือง กาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นวิเคราะห์คณุ คา่ ด้านวรรณศิลปแ์ ละดา้ นสังคมจากเร่อื งกาพย์พระไชยสุรยิ า
ทค่ี รูกำหนดให้ตอ่ ไปน้ี
ตอนที่ ๑ คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์
ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกริ ยิ าอชั ฌาศัย
พ่อค้ามาแตไ่ กล ได้อาศัยในพารา
ไพร่ฟา้ ประชาชี ชาวบุรกี ป็ รีดา
ได้ขา้ วปลาแลสาลี
ทำไร่ขา้ วไถนา
จากบทประพนั ธข์ ้างต้นสะท้อนคณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ในลักษณะใด.............................................
.................................................................................................................................................................
เหน็ ส้ินดินฟา้ วนั น้ันจนั ทร มดี ารากร เป็นบรวิ าร
สารพนั จันทนอ์ นิ ในปา่ ท่าธาร มาลคี ล่ีบาน ใบกา้ นอรชร
เยน็ ฉำ่ น้ำฟ้า ช่ืนชะผกา วายพุ าขจร
รนื่ กล่ินเกสร แตนตอ่ คลอร่อน ว้าว่อนเวยี นระวนั
จากบทประพันธ์ข้างตน้ สะทอ้ นคุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ในลกั ษณะใด.............................................
.................................................................................................................................................................
เหน็ กวางย่างเย้อื งชำเลืองเดิน เหมือนอยา่ งนางเชิญ
พระแสงสำอางขา้ งเคียง
จากบทประพันธ์ข้างต้นสะทอ้ นคุณคา่ ด้านวรรณศิลปใ์ นลักษณะใด.............................................
.................................................................................................................................................................
ค้อนทองเสียงร้องปอ๋ งเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเกง้ เริงรอ้ งลองเชิง
จากบทประพันธข์ ้างต้นสะทอ้ นคุณค่าด้านวรรณศิลปใ์ นลักษณะใด.............................................
.................................................................................................................................................................
ตอนท่ี ๒ คุณค่าดา้ นสงั คม
ไมจ่ ำคำพระเจ้า เหไปเขา้ ภาษาไสย
ถือดมี ขี ้าไท ฉ้อแตไ่ พร่ใสข่ ่อื คา
จากบทประพันธข์ ้างต้นสะทอ้ นคุณคา่ ด้านสงั คมในเรือ่ งใด.......................................................
.................................................................................................................................................................
สว่ นสุมาลี วนั ทาสามี เทวอี ยูง่ าน
เฝา้ อยู่ดูแล เหมอื นแต่ก่อนกาล ใหพ้ ระภูบาล สำราญวิญญา
จากบทประพันธ์ขา้ งตน้ สะท้อนคุณค่าดา้ นสงั คมในเร่อื งใด.......................................................
.................................................................................................................................................................
สะธสุ ะจะขอไหว้ พระศรไี ตรสรณา
พอ่ แมแ่ ลครบู า เทวดาในราศี
จากบทประพนั ธข์ ้างตน้ สะทอ้ นคณุ ค่าด้านสังคมในเร่ืองใด.......................................................
.................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๒ วิเคราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งโคลงโลกนิติ
รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคณุ ค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ตวั ชีว้ ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ นพรอ้ มยกเหตุผลประกอบ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การวิเคราะห์วรรณคดี คอื การพิจารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมนิ คา่ ซึ่งจะเกดิ
ประโยชนต์ ่อผวู้ ิเคราะห์ในการนำไปแสดงความคิดเหน็ อภิปรายขอ้ เทจ็ จรงิ ให้ผู้อืน่ ทราบด้วยวา่ ใครเปน็ ผู้
แตง่ เปน็ เรือ่ งเกี่ยวกบั อะไร มปี ระโยชน์อยา่ งไร ตอ่ ใครบ้าง ผวู้ ิเคราะห์มีความเหน็ อย่างไร เรอื่ งทอ่ี า่ นมี
คณุ ค่าด้านใดบ้างและแต่ละด้านสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ห้เกดิ ประโยชนต์ ่อชวี ติ ประจำวันอย่างไรบ้าง
สาระการเรียนรู/้ เนอ้ื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามเข้าใจเน้ือหาวรรณคดเี ร่ืองโคลงโลกนิติ
๒. นกั เรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจหลกั การวิเคราะห์วรรณคดีได้อย่างถกู ต้อง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายหลกั การวิเคราะหว์ รรณคดีได้
๒. นกั เรียนสามารถวิเคราะห์วรรณคดเี รือ่ งโคลงโลกนติ ไิ ด้
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นักเรยี นสามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้จากการวิเคราะห์วรรณคดีเรอ่ื งโคลงโลกนติ ิไปใช้เปน็
แนวทางในการวเิ คราะห์วรรณคดีเรอื่ งอน่ื ๆ ได้
จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขียนได้)
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทักษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอื่ (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
ใบงาน “วิเคราะห์วรรณคดโี คลงโลกนติ ”ิ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำ
๑. ครทู บทวนเนือ้ หาเรอื่ งโคลงโลกนิติทส่ี อนในช่วั โมงทแี่ ลว้ เพ่อื ใหน้ กั เรียนจดจำและ
เข้าใจนิราศภูเขาทองมากยงิ่ ขน้ึ (K, P)
๒. ครนู ำตัวอยา่ งบทประพันธ์จากวรรณคดเี รื่อง โคลงโลกนิตมิ าแสดงใหน้ ักเรียนดูที่หน้า
ชัน้ เรยี น แลว้ ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งพร้อมกันจากน้นั ถามนกั เรยี นว่าจากโคลงตรงกับสำนวนสภุ าษิตท่ี
สอนในเรอ่ื งใด (K, P)
ข้นั สอน
๑. ครูอธิบายเนอื้ หาเรือ่ ง “การวเิ คราะหว์ รรณคดี” ให้นักเรยี นฟัง โดยอธบิ ายในส่วนของ
ความหมายของการวิเคราะห์วรรณคดี หลกั การและวธิ กี ารวิเคราะห์วรรณคดี รวมถึงตัวอยา่ งการ
วเิ คราะห์วรรณคดีจากวรรณคดเี รือ่ งโคลงโลกนติ ิ (K)
๒. ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงานเร่อื ง “วเิ คราะห์วรรณคดีโคลงโลกนิติ” โดยใหน้ ักเรียน
วิเคราะหใ์ นสว่ นของลกั ษณะคำประพันธ์ และคำสอนทป่ี รากฏในโคลงโลกนิติ (K, P)
๓. ครูใหน้ ักเรยี นส่งตัวแทน ๒ คนออกมานำเสนองานหน้าช้ัน ซง่ึ ในขณะที่นักเรียน
นำเสนองานจบ ครจู ะให้ข้อเสนอแนะเพอ่ื ใหก้ ำลงั ใจและช้ีแนะแนวทางการทำใบงานอยา่ งถกู ตอ้ ง (K, P)
ขั้นสรปุ
ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั สรุปการทำใบงานเรื่อง “วิเคราะหว์ รรณคดโี คลงโลกนติ ิ” ซง่ึ เปน็ ใบ
งานท่ใี หน้ ักเรยี นแต่ละคนไดว้ เิ คราะหใ์ นส่วนของลกั ษณะคำประพันธ์ และคำสอนทปี่ รากฏใน
โคลงโลกนติ ิ สะทอ้ นผลวา่ นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการวเิ คราะห์วรรณคดีเรือ่ งโคลงโลกนิติ
และสามารถนำความรู้ไปเป็นแนวทางในการวิเคราะห์วรรณคดีเรื่องอ่นื ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
วิธกี าร ใบงานท่ี ๑.๑ เรอื่ ง วิเคราะห์ ผา่ นเกณฑก์ าร
วรรณคดีโคลงโลกนิติ ประเมนิ ร้อยละ ๕๐
แบบประเมินใบงาน เร่ือง “วเิ คราะหว์ รรณคดีโคลงโลก
นติ ิ” ใช้วธิ กี ารวดั ผลจากการทำใบงานของนักเรยี นแตล่ ะ
คน โดยมีประเด็นในการวัดผล ได้แก่ มีความรูค้ วามเข้าใจ
การวิเคราะหว์ รรณคดเี รอ่ื งโคลงโลกนติ ิ สามารถอธบิ าย
การวิเคราะห์วรรณคดีเร่อื งโคลงโลกนิติ เขียนวิเคราะห์
วรรณคดีตรงประเดน็ การใชภ้ าษาและความสะอาด
เรียบร้อย จากนัน้ นำผลการประเมินไปเปน็ ขอ้ มูลในการ
ปรับปรุงเพื่อพฒั นานกั เรียนและการจดั การเรียนการสอน
ของครใู นครงั้ ตอ่ ๆ ไป
สือ่ การเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียน วรรณคดีและวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวิเคราะหว์ รรณคดี
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................................
(นายสนอง ศรธี รรมา)
วนั ท่ี.........../...................../...........
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการจัดการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ปญั หาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................
(นายฤทธเิ ดช สกุลซ้ง)
วนั ที.่ ............./......................./...............
แบบประเมินใบงาน ชนั้ ม.๑
เร่อื ง “วิเคราะห์วรรณคดโี คลงโลกนิติ”
รายการประเมนิ
รวม สรปุ ผล
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์
วรรณค ีดเ ่รืองโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่องโคลงโลก ิน ิตไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชยั ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอุราช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จมู ไมเ้ มอื ง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงค์ชัย ปัญหาชัย
ด.ช.จตุรงค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทัศนะชัย วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จนั จลุ า
ด.ช.สริ โิ ชค เบา้ เงิน
ด.ช.วฒุ ิชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
ด.ช.มนต์สวรรค์ เตยชันชะ
ด.ญ.เกวรา วงคอ์ ามาตย์
ด.ญ.จิตสุภา จนั จลุ า
ด.ญ.ชวัลรตั น์ วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนัดดา นาชยั เริ่ม
ด.ญ.ปนัดดา บงพนั ธ์แก้ว
ด.ญ.ปรยี านชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงค์อา
มาตย์
ด.ญ.ศศิวิมล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
วรรณค ีดเรื่องโคลงโลก ิน ิต
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์
วรรณค ีดเรื่องโคลงโลก ิน ิตไ ้ด
๓. เ ีขยนวิเคราะห์วรรณค ีดตรงประเ ็ดน
๔. สามารถใ ้ชภาษาไ ้ด ูถก ้ตอง
๕. ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผ่าน
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทิพย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ญ.จรัสจันทร์ พูลเพ่มิ
ด.ช.วชั ระ สายอุราช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนร้อยละ ๕๐ คอื ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐
จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมิน
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผ่าน
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ ่าน
ปรับปรุง
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน
เร่อื ง “วิเคราะห์วรรณคดโี คลงโลกนิติ”
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๒๑
๑. มีความรคู้ วามเขา้ ใจการ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการวิเคราะห์ ไม่มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการ
วเิ คราะหว์ รรณคดีเรอ่ื งโคลง วรรณคดีเร่ืองโคลงโลกนติ ิเปน็ อยา่ ง วเิ คราะหว์ รรณคดเี รื่องโคลงโลก
โลกนิติ ดี นติ ิเทา่ ทคี่ วร
๒. สามารถอธิบายการ
วิเคราะหว์ รรณคดเี รื่องโคลง สามารถวิเคราะห์วรรณคดีเร่ือง ไม่สามารถวเิ คราะห์วรรณคดีเรือ่ ง
โลกนิติ โคลงโลกนติ ิด้วยการอธิบายตาม โคลงโลกนติ ิได้ อีกทงั้ ไม่สามารถ
ประเด็นหัวข้อท่ีครกู ำหนดได้ อธิบายตามประเดน็ หวั ข้อที่ครู
๓. เขียนวเิ คราะหว์ รรณคดีตรง ถูกตอ้ ง กำหนดได้
ประเด็น เขียนวเิ คราะหไ์ ด้ตรงประเด็นกบั เขียนวิเคราะห์ไม่ตรงประเด็นกบั
๔. สามารถใช้ภาษาได้ถกู ต้อง เรื่องทอ่ี า่ น คอื เรอ่ื งโคลงโลกนติ ิ เรอื่ งทอี่ า่ น
๕. ความสะอาดเรียบร้อย สามารถใชภ้ าษาในการวเิ คราะห์ ไมส่ ามารถใชภ้ าษาในการ
เร่ืองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตรงตามหลกั วิเคราะหเ์ รื่องได้อยา่ งถูกตอ้ ง
ภาษาไทย อา่ นแลว้ เกิดเขา้ ใจงา่ ย ใช้ภาษาทเี่ ขา้ ใจยาก
ใบงานมคี วามสะอาดเรยี บรอ้ ย ใบงานมรี อยเปอื้ น ลายมอื อา่ นยาก
ลายมอื อา่ นงา่ ย
ใบความรู้
เรือ่ ง การวเิ คราะหว์ รรณคดี
ความหมายของการวิเคราะห์
การวเิ คราะห์ หมายถึง การพจิ ารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมนิ คา่ ซ่ึงจะเกดิ ประโยชน์
ต่อผู้วเิ คราะหใ์ นการนำไปแสดงความคดิ เห็น อภปิ รายขอ้ เท็จจริงให้ผ้อู ่ืนทราบดว้ ยวา่ ใครเปน็ ผู้แต่ง
เปน็ เรื่องเกย่ี วกับอะไร มปี ระโยชนอ์ ย่างไร ต่อใครบา้ ง ผ้วู เิ คราะห์ มีความเห็นอย่างไร เรื่องท่ีอ่านมี
คุณค่าด้านใดบา้ งและแต่ละด้านสามารถนำไปประยกุ ต์ให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง
หลกั การวเิ คราะห์วรรณคดี
การวิเคราะห์วรรณกรรมมหี ลกั การปฏบิ ตั อิ ย่างกว้าง ทั้งนเี้ พอื่ ให้ครอบคลมุ งานเขยี นทุก
ประเภท แต่ละประเภท ผ้วู เิ คราะห์ตอ้ งนำแนวการวิเคราะหไ์ ปปรบั ใช้ให้เหมาะสมกบั งานเขยี นแต่ละ
ช้นิ งานซึง่ มลี ักษณะแตกต่างกันไป โดยหลกั เกณฑ์การวเิ คราะห์วรรณคดีอยา่ งกว้าง ๆ ดงั นี้
๑. ความเป็นมาหรอื ประวตั ขิ องหนงั สอื และผู้แตง่ เพอ่ื ชว่ ยให้วเิ คราะห์ในส่วนอ่นื ๆ
๒. ลกั ษณะคำประพันธ์
๓. เรอ่ื งย่อ
๔. เน้ือเร่ือง ให้วิเคราะหเ์ รอื่ งในหัวข้อตอ่ ไปนี้ตามลำดับ โดยบางหัวข้ออาจจะมี หรอื ไมม่ ีกไ็ ด้ตาม
ความจำเป็น เช่น โครงเรื่อง ตัวละคร ฉาก วิธีการแตง่ ลักษณะการเดนิ เรอื่ ง การใชถ้ ้อยคำ สำนวนใน
เรื่องทว่ งทำนองการแตง่ วิธีคิดสร้างสรรค์ ทศั นะหรอื มุมมองของผู้เขยี น เปน็ ต้น
๕. แนวคิด จดุ มุ่งหมาย เจตนาของผ้เู ขียนที่ฝากไวใ้ นเรื่อง ซงึ่ ต้องวิเคราะห์ออกมาก
๖. คุณค่าของวรรณกรรม โดยปกตแิ บ่งออกเป็น ๕ ดา้ นใหญ่ ๆ และกว้าง ๆ เพอ่ื ความครอบคลุม
ในทุกประเด็น ซึง่ ผวู้ ิเคราะห์ต้องไปแยกหัวขอ้ ย่อยใหส้ อดคล้องกับลักษณะ ของหนังสอื ที่จะวเิ คราะห์
น้ัน ๆ ตามความเหมาะสม
วิธีการวเิ คราะหว์ รรณคดี
๑. อ่านวรรณคดีเรือ่ งทจี่ ะวเิ คราะห์อย่างถ่ถี ว้ น เพ่อื พจิ ารณาท้งั ในส่วนของลกั ษณะการประพันธ์
ตัวละครที่ปรากฏในเร่ือง ฉาก การใช้ถ้อยคำสำนวนของผ้แู ตง่ รวมไปถึงคุณค่าดา้ นต่าง ๆ ที่ปรากฏใน
เรื่อง
๒. จัดทำแผนผังความคดิ โดยแตกประเดน็ ที่ต้องการวิเคราะห์ เพ่ือให้เหน็ ภาพรวมของหวั ขอ้ ที่
ตอ้ งการวเิ คราะห์ ซงึ่ จะช่วยใหง้ ่ายต่อการวเิ คราะห์
๓. เขียนบรรยายที่ได้จากการวิเคราะหด์ ้วยสำนวนภาษาทเี่ ข้าใจงา่ ย ซ่ึงสามารถยกตวั อย่างคำ
ประพันธท์ ่ีปรากฏในเรอ่ื งและตรงกบั หวั ขอ้ ที่วิเคราะห์ร่วมด้วย
วิเคราะหว์ รรณคดโี คลงโลกนิติ
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นอา่ นวรรณคดเี รอ่ื ง โคลงโลกนติ ิ แล้ววเิ คราะห์ตามประเดน็ ที่กำหนด
๑. โคลงโลกนติ มิ รี ูปแบบการประพนั ธแ์ บบใดบ้าง จงอธบิ าย
๒. โคลงโลกนิติให้คำสอนที่ตรงกับสภุ าษติ ในเร่อื งใด จงยกตัวอยา่ งมาไม่ต่ำกวา่ ๕ สำนวน
ช่อื .........................................................................................เลขท.่ี .................ชั้น........
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ วิเคราะหแ์ ละอธิบายคณุ คา่ ด้านเนอ้ื หาวรรณคดีเรอื่ งสุภาษติ พระรว่ ง
รหัสวชิ า ท ๒๑๑๐๑ ชอื่ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑ ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
ตัวชว้ี ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การวเิ คราะห์คุณค่าดา้ นเนอื้ หา คือ การพจิ ารณาคำประพันธ์ว่ามเี นอื้ หาทสี่ ะทอ้ นเรอ่ื งใด
ไมว่ า่ จะเปน็ ความเช่อื และคา่ นยิ ม ที่ผู้คนในสังคมยึดถือเปน็ อุดมคตแิ ละเปน็ หลกั ในการปฏิบตั ิสืบต่อมา
ชา้ นาน
สาระการเรียนร/ู้ เนอ้ื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเนอ้ื หาวรรณคดีเร่ือง สภุ าษิตพระรว่ ง
๒. นกั เรยี นมีความร้คู วามเข้าใจหลกั การวเิ คราะห์คุณค่าด้านเนอ้ื หาได้อย่างถูกตอ้ ง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลักการวิเคราะห์คณุ คา่ ด้านเน้อื หาได้
๒. นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์คณุ ค่าด้านเนื้อหาวรรณคดีเรอ่ื งสุภาษติ พระร่วงได้
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
นักเรียนสามารถนำความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการวิเคราะห์คุณค่าด้านเนอ้ื หาวรรณคดเี รอื่ งสุภาษิต
พระร่วงไปใชเ้ ป็นแนวทางในการวิเคราะหค์ ณุ คา่ ด้านเนือ้ หาวรรณคดีเรื่องอืน่ ๆ ได้
จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขยี นได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural
Understanding)
ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing
and ICT Literacy)
ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิน้ งาน
ใบงาน “การวเิ คราะห์คุณค่าดา้ นเนอื้ หา สุภาษิตพระร่วง”
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครูยกตัวอยา่ งคำประพนั ธ์จากสุภาษิตพระรว่ งดงั นี้
“ทีท่ ับจงมีไฟ ท่ีไปจงมเี พ่อื น”
จากนนั้ ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายว่าจากบทประพันธท์ ี่ครยู กตัวอยา่ งสะท้อนให้เหน็
คุณค่าหรือสอนในเรื่องใดเป็นสำคัญ (K, P)
๒. ครูสรุปความคิดเหน็ ของนกั เรยี นแล้วจากนนั้ อธบิ ายใหน้ กั เรียนเข้าใจว่าจากบท
ประพนั ธ์เป็นเรอ่ื งท่สี ะทอ้ นใหเ้ หน็ สภาพสงั คมในอดีตที่บ้านเรือนยังไม่มีไฟฟา้ ใช้ และการเดินทางไป
ที่ตา่ ง ๆ ต้องเพอ่ื นไปด้วย (K, P)
ขั้นสอน
๑. ครูอธิบายเน้อื หาเรอ่ื ง การวเิ คราะห์คุณค่าด้านเนอ้ื หา โดยอธบิ ายในสว่ นของ
ความหมาย หลกั การ วธิ กี าร และตวั อย่างการวิเคราะห์คณุ คา่ ดา้ นเนื้อหาวรรณคดเี รื่องสภุ าษิตพระร่วง
(K)
๒. ครใู หน้ กั เรียนทำใบงาน “การวเิ คราะห์คุณคา่ ด้านเน้ือหา สภุ าษิตพระร่วง” โดยให้
นกั เรยี นวเิ คราะห์คณุ คา่ ดา้ นเนื้อหาจากวรรณคดีเรือ่ งสภุ าษิตพระรว่ ง (K, P)
๓. ครูใหต้ วั แทนนกั เรยี น ๒ คนออกมานำเสนองาน ซึง่ ในขณะทนี่ กั เรียนนำเสนองานจบ
ครจู ะใหข้ อ้ เสนอแนะเพือ่ ให้กำลงั ใจและชี้แนะแนวทางการทำใบงานอย่างถูกต้อง (K, P)
ขน้ั สรุป
ครใู หน้ ักเรียนร่วมกนั สรุปการทำใบงานเร่อื ง “การวเิ คราะห์คณุ ค่าดา้ นเนือ้ หา สุภาษิต
พระรว่ ง” ซง่ึ เป็นใบงานที่ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนได้วเิ คราะห์เน้ือหาวรรณคดีสุภาษติ พระร่วง ในส่วนของ
สภาพสังคม คำสอนและค่านิยม สะท้อนผลว่านักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับการวเิ คราะห์
วรรณคดีเรอื่ งสภุ าษติ พระรว่ ง และสามารถนำความรู้ไปเป็นแนวทางในการวเิ คราะห์คณุ ค่าด้านเนอ้ื หา
วรรณคดเี รื่องอนื่ ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เกณฑก์ ารประเมิน
วิธีการ เครอ่ื งมอื ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ ๕๐
ประเมินใบงาน เรอ่ื ง “การวเิ คราะหค์ ณุ ค่าด้านเน้ือหา ใบงานเรื่อง การ
สุภาษติ พระร่วง” ใช้วิธีการวัดผลจากการทำใบงานของ วเิ คราะห์คุณคา่ ด้าน
นักเรียนแต่ละคน โดยมีประเด็นในการวดั ผล ได้แก่ มีความรู้ เนื้อหา สภุ าษิตพระ
ความเขา้ ใจ การวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ด้านเนอ้ื หาสภุ าษิตพระร่วง รว่ ง
สามารถอธบิ ายการวิเคราะหค์ ุณค่าด้านเนือ้ หาสุภาษิต
พระรว่ ง เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน ความถูกต้องของเนอ้ื หาและ
ภาษาทีใ่ ช้เข้าใจงา่ ย จากนนั้ นำผลการประเมนิ ไปเปน็ ขอ้ มลู
ในการปรับปรงุ เพ่อื พฒั นานักเรยี นและการจัดการเรยี น
การสอนของครใู นครั้งต่อ ๆ ไป
สือ่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวิเคราะห์คุณคา่ ดา้ นเนอื้ หา
ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศก์,เสนอแนะ,รับรอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วันที.่ ........../...................../...........
บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………..............................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………….………………
(นายฤทธเิ ดช สกุลซ้ง)
วันท…่ี ……../………………/…………
แบบประเมินใบงาน ชน้ั ม.๑
เร่ือง “การวิเคราะหค์ ุณคา่ ด้านเน้อื หา สุภาษติ พระร่วง”
รายการประเมิน
ชอ่ื -สกุล ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรปุ ผล
คุณค่า ้ดานเ ื้นอสุภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
้ดานเ ื้นอหา ุสภา ิษตพระ ่รวงไ ้ด
๓. เ ื้นอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ้ืนอหา
๕. ภาษาที่ใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย คมุ้ พงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอรุ าช
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมอื ง
ด.ช.บดนิ ทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภภิ พ ฮงุ ลาย
ด.ช.ณรงค์ชยั ปัญหาชัย
ด.ช.จตุรงค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทศั นะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จันจลุ า
ด.ช.สริ ิโชค เบา้ เงิน
ด.ช.วุฒิชัย ใยปางแกว้
ด.ช.ธนชัย ใยปางแก้ว
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จติ สภุ า จนั จลุ า
ด.ญ.ชวัลรัตน์ วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ธดิ าลักษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชยั เรมิ่
ด.ญ.ปนัดดา บงพนั ธ์แกว้
ด.ญ.ปรียานชุ โยธาตี
ด.ญ.พรนพภัส วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศิวมิ ล ทะโคดา
รายการประเมนิ
ชอ่ื -สกลุ ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์ รวม สรุปผล
คุณค่า ้ดานเ ื้นอสุภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า
้ดานเ ื้นอหา ุสภา ิษตพระ ่รวงไ ้ด
๓. เ ื้นอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ้ืนอหา
๕. ภาษาที่ใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผ่าน
ด.ญ.ศิรประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทพิ ย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลกั ษณ์ ปญั หาชัย
ด.ญ.จรสั จนั ทร์ พูลเพ่ิม
ด.ช.วชั ระ สายอรุ าช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
เหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ต้องได้คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเต็ม ๑๐ จึงจะ
ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสินระดบั คณุ ภาพ ผลการประเมนิ
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไม่ผ่าน
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไม่ผ่าน
ปรบั ปรงุ
เรอื่ ง “การวเิ คราะหค์ ุณค่าดา้ นเนื้อหา สุภาษิตพระรว่ ง”
รายการประเมิน ระดับคะแนน
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจการ
วิเคราะห์คณุ ค่าดา้ นเนอื้ หา ๒๑
สุภาษติ พระรว่ ง
มีความรคู้ วามเขา้ ใจหลกั การ นกั เรยี นไม่มคี วามรคู้ วามเข้าใจ
๒. สามารถอธบิ ายการ
วเิ คราะห์คณุ ค่าดา้ นเนอ้ื หา วิเคราะหค์ ณุ คา่ ด้านเนือ้ หาวรรณคดี หลักการวิเคราะห์คุณค่าด้าน
สภุ าษติ พระรว่ งได้
๓. เนื้อหาละเอียดชัดเจน เร่ืองสภุ าษติ พระร่วงเป็นอย่างดี เน้ือหาวรรณคดีเร่ืองสภุ าษิตพระ
๔. ความถูกต้องของเน้อื หา รว่ งทำใหไ้ ม่สามารถตอบคำถาม
๕. ภาษาที่ใช้เขา้ ใจงา่ ย จากใบงานได้
นักเรียนสามารถอธบิ ายหลักการ นกั เรยี นไมส่ ามารถอธบิ าย
วิเคราะห์คณุ คา่ ด้านเน้ือหาวรรณคดี หลกั การวเิ คราะห์คุณค่าด้าน
เร่ืองสุภาษติ พระร่วงได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เนื้อหาวรรณคดเี รื่องสภุ าษิตพระ
รว่ งได้
นกั เรียนสามารถอธิบายคณุ คา่ ดา้ น นักเรยี นไมส่ ามารถวเิ คราะหค์ ุณคา่
เนอื้ หาได้อย่างละเอียดและอธิบาย ด้านเนอ้ื หาไดช้ ัดเจน และอธบิ าย
ไดช้ ัดเจน รายละเอียดของการวิเคราะห์ไม่
ละเอียด
วเิ คราะห์คณุ ค่าด้านเนอื้ หาและ วิเคราะหเ์ นือ้ หาไมถ่ กู ต้อง การ
อธิบายไดส้ อดคลอ้ งกบั เนือ้ หาของ อธิบายความไม่มีความสอดคล้อง
สภุ าษติ พระรว่ ง กับเน้ือหาสุภาษิตพระร่วง
ใชภ้ าษาในการอธบิ ายความไดอ้ ยา่ ง ใช้และภาษาและอธบิ ายความไม่
ถกู ต้อง อ่านแล้วเกิดความเข้าใจ เขา้ ใจ ไม่สามารถจบั ใจความได้วา่
ตอ้ งการอธบิ ายในเรื่องใด
ใบความรู้
เร่อื ง การวเิ คราะหค์ ุณคา่ ด้านเนอื้ หา
ความหมาย
การวิเคราะหค์ ณุ ค่าด้านเนอ้ื หา คือ การพจิ ารณาเนอื้ หาวา่ สะท้อนให้เห็นความเช่ือ จริยธรรม
ทผ่ี ู้คนในสังคมยึดถอื เป็นอดุ มคติในดา้ นต่าง ๆ และเป็นการอ่านบทประพันธท์ ่ีพจิ ารณาอยา่ งลึกซึง้ เพอื่
เข้าใจสัจธรรมของชีวติ และสามารถนำไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
หลกั การวเิ คราะห์คณุ คา่ ด้านเนื้อหา
๑. ควรพิจารณาวา่ ผู้แตง่ มจี ดุ ม่งุ หมายอย่างไร เนื้อเรื่องมีแนวคดิ ใหค้ ำสอน คตธิ รรม
ข้อเตือนใจ หรอื ให้แนวทางในการดำเนนิ ชีวติ อย่างไร
๒. พิจารณาภาพสะทอ้ นของสงั คม วถิ ีชีวิตความเป็นอยู่ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี
ความเชอ่ื และคา่ นยิ มต่าง ๆ ในสมยั ของผแู้ ตง่
๓. พิจารณาคุณค่าในดา้ นความรู้ที่จะชว่ ยเสรมิ สร้างสติปญั ญาแกผ่ ู้อา่ น
วธิ ีการวิเคราะหว์ รรณคดี
๑. อ่านเรอื่ งราวให้ชัดเจนและเข้าใจ
๒. กำหนดประเดน็ ทีต่ อ้ งการวิเคราะห์
๓. พิจารณาบทประพนั ธอ์ ยา่ งถ่ถี ว้ นและเขียนบันทึกคุณคา่ ของวรรณคดีในด้านที่วิเคราะห์
ตัวอยา่ งคณุ ค่าด้านเนอื้ หาสภุ าษิตพระร่วง
สมัยทแี่ ต่งและผแู้ ต่ง
สภุ าษติ พระรว่ งหรือเรียกอกี ชอื่ หน่ึงวา่ บญั ญัตพิ ระร่วง เป็นวรรณกรรมท่ีไมท่ ราบ
ผ้แู ต่ง และสมยั ที่แต่งชดั เจน ซง่ึ ผูศ้ กึ ษาวรรณคดไี ทยใหค้ วามเหน็ ไว้ ดงั น้ี
ดร.สิทธา พินจิ ภูวดล ไดอ้ ้างถึงผู้ศกึ ษาวรรณคดีหลายท่านท่ีให้ความเห็นเกี่ยวกบั
ผูแ้ ตง่ สภุ าษิตพระร่วง คือ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงสนั นษิ ฐานว่า สุภาษิตนคี้ ง
รวบรวมข้ึนในสมยั พอ่ ขุนรามคำแหง ผแู้ ตง่ คงมหี ลายคน และคงไมไ่ ดแ้ ตง่ เสรจ็ คราวเดยี วกนั
พระวรเวทยพ์ สิ ิฐ กลา่ ววา่ ผู้แตง่ สภุ าษิตพระรว่ งคือพอ่ ขนุ รามคำแหง เพราะลักษณะสำนวน
ภาษาในสภุ าษิตพระร่วงคลา้ ยคลึงกับสำนวนภาษาในศลิ าจารกึ
หลกั ท่ี ๑ ลักษณะการสอน ของสุภาษิตน้กี ็สอดคล้องกับบุคลกิ ลกั ษณะของพอ่ ขนุ รามคำแหง ที่ชอบ
เสดจ็ ประทบั เหนือแทน่ มนังคศลิ าอาสน์ เพือ่ ทรงสอนประชาชน
ดร.สิทธา ยงั ไดอ้ ้าง คุณฉนั ทชิ ย์ กระแสสินธว์ า่ ผแู้ ต่งสุภาษติ พระร่วงคือ พระยาลไิ ทย เพราะ
สมยั นนั้ กรุงสโุ ขทยั เจริญรุง่ เรืองสุดขีด ไมม่ สี งคราม พระยาลไิ ทยทรงเชีย่ วชาญพทุ ธศาสนา
ไดท้ รงนิพนธ์ไตรภูมิพระรว่ งขึ้นดว้ ย และอกี ความเห็นหนึ่งกลา่ ววา่ คนรุ่นหลังแตง่ สุภาษติ พระร่วงขน้ึ
และขอยมื ชื่อ "พระร่วง" ใสไ่ ว้ เพ่ือให้ดูน่าเชอื่ ถือ
สภุ าษิตพระร่วง มปี รากฏหลกั ฐานวา่ ในสมยั รัชกาลที่ ๓ แหง่ กรงุ รตั นโกสินทรโ์ ปรดให้
จารึกสุภาษิตพระร่วงไวบ้ นผนงั วหิ าร ด้านเหนือพระมหาเจดีย์ทวี่ ัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม
(วดั โพธ)์ิ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙
จดุ มุ่งหมายในการแตง่
เพอื่ ส่ังสอนประชาชนทัว่ ไป ในดา้ นการประพฤติปฏิบัตติ น
ลกั ษณะคำประพันธ์
แต่งเปน็ ร่ายสภุ าพ จบด้วยโคลงสองสภุ าพและตอ่ ด้วยโคลงส่ีสุภาพกระทู้ ๑ บท
เน้ือเรือ่ ง
เร่มิ ด้วยการกล่าวถึงพระรว่ งเจ้าผู้ครองกรงุ กรุงสโุ ขทยั ทรงบัญญัติสุภาษติ เพือ่ เป็นเครื่องเตอื นสติ
ประชาชนเพือ่ ใหย้ ึดถ ือเป็นแนวทางในการดำเนนิ ชีวติ มีสุภาษติ ทั้งหมด ๑๕๘ บท สุภาษิตเหล่าน้ีเปน็
หลักในการประพฤตปิ ฏิบัติท้งั ด้านการแสวงหาความรู้ การคบคา้ สมาคม การผูกไมตรี การวางตวั
การรจู้ กั ตัว การสำนกึ ในเกียรติ เป็นตน้
ตวั อย่างสภุ าษติ
ปางสมเด็จพระรว่ งเจ้า เผ้าแผ่นภพสโุ ขทยั
มลักเห็นในอนา จงึ่ ผายพจนประภาษ
เป็นอนุสาสนกถา สอนคณานรชน
ท่วั ธราดลพงึ เพยี ร เรยี นอำรุงผดุงอาตม์
อยา่ เคลื่อนคลาดคลาถอ้ ย เมื่อน้อยใหเ้ รียนวชิ า
ใหห้ าสินเม่อื ใหญ่ อยา่ ใฝเ่ อาทรพั ยท์ า่ น
อยา่ ริระรา่ นแก่ความ ประพฤติตามบรุ พรบอบ
เอาแตช่ อบเสียผิด อย่าประกอบกิจเป็นพาล
อยา่ อวดหาญแก่เพ่ือน เข้าเถอื่ นอย่าลืมพรา้
หนา้ ศึกอย่านอนใจ ไปเรอื นทา่ นอยา่ นงั่ นาน
การเรอื นตนเรง่ คิด อยา่ นง่ั ชดิ ผ้ใู หญ่
อยา่ ใฝ่สงู ให้พ้นศักดิ์ ทีร่ กั อย่าดถู กู
ปลูกไมตรอี ยา่ ร้รู า้ ง สรา้ งกศุ ลอยา่ รโู้ รย
อย่าโดยคำคนพลอด เขน็ เรอื จอดข้างถนน
……………. และจบลงด้วยโคลงกระทู้ เพอื่ บอกถงึ ท่มี าของสุภาษิตพระร่วง
บณั เจิดจำแนกแจ้ง พิศดาร ความเฮย
ฑติ ยุบลบรรหาร เหตไุ ว้
พระ ปิ่นนคั ราสถาน อดุ รสุข ไทยนา
รว่ ง ราชนามน้ีได้ กลา่ วถ้อยคำสอน
ใบงาน
เร่ือง การวเิ คราะหค์ ุณคา่ ดา้ นเน้อื หา สุภาษติ พระรว่ ง
คำชี้แจง ให้นกั เรียนอา่ นวรรณคดีเร่ือง สุภาษิตพระรว่ งแลว้ วเิ คราะหแ์ ละอธิบายตามประเดน็ ที่
กำหนด
"เมื่อนอ้ ยให้เรยี นวิชา ให้หาสินเมอ่ื ใหญ"่
"เข้าเถอื่ นอยา่ ลมื พรา้ หนา้ ศึกอย่านอนใจ"
"เดนิ ทางอย่าเดนิ เปล่ียว น้ำเชีย่ วอย่าขวางเรือ"
สภุ าษิตพระร่วงข้างตน้ ใหข้ ้อคิดในเร่ืองใดบา้ ง จงอธบิ าย
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
จงยกตัวอย่างสุภาษิตพระร่วงทส่ี อนเก่ียวกับการศึกษามา ๒ สำนวน พร้อมอธิบายความหมาย
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
“ไปเรอื นทา่ นอย่าน่งั นาน” “อยา่ นั่งชดิ ผ้ใู หญ่” “จงนบนอบตอ่ ผใู้ หญ”่
จากสุภาษิตพระรว่ งขา้ งตนสอนใหป้ ฏิบตั ิตนในเร่อื งใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ช่ือ....................................................................................................ชน้ั ...................เลขท่.ี .....................
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์สภุ าษิตพระรว่ ง
รหัสวิชา ท ๒๑๑๐๑ ช่ือรายวชิ า ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คุณค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
ตวั ช้ีวัด
ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่าน
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การวเิ คราะห์คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ คอื การพจิ ารณาคุณค่าในสว่ นของการเลือกชนดิ คำ
ประพนั ธ์ให้เหมาะสมกบั ประเภทของงานเขียน การรจู้ กั ตกแต่งถ้อยคำให้ไพเราะสละสลวยอันเป็น
ลักษณะเฉพาะของภาษากวี และทำให้ผู้อ่านเกิดความสะเทอื นอารมณ์
สาระการเรียนรู/้ เนื้อหาย่อย
ความรู้ (K)
๑. นักเรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเนอื้ หาวรรณคดีเร่ือง สภุ าษติ พระรว่ ง
๒. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจหลกั การวเิ คราะห์คุณค่าดา้ นวรรณศลิ ปไ์ ด้อย่างถกู ต้อง
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการวเิ คราะหค์ ณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์ได้
๒. นกั เรียนสามารถวเิ คราะหค์ ณุ ค่าด้านวรรณศลิ ปว์ รรณคดเี ร่ืองสุภาษิตพระร่วงได้
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นักเรยี นสามารถนำความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์วรรณคดเี รอ่ื ง
สุภาษติ พระร่วงไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการวิเคราะหค์ ณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์วรรณคดเี รอื่ งอนื่ ๆ ได้
จดุ เนน้ สูก่ ารพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ( 3R8C )
Reading (อ่านออก)
(W) Riting (เขียนได้)
(A) Rithemetics (คิดเลขเป็น)
ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
Understanding)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ท่าทนั สื่อ (Communications,
Information, and Media Literacy)
ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing
and ICT Literacy)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning)
ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
การประเมนิ ผลรวบยอด
ภาระงาน/ชิ้นงาน
ใบงาน “การวิเคราะห์คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ สภุ าษิตพระร่วง”
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
๑. ครูนำตวั อย่างบทประพนั ธ์มาให้นักเรียนอา่ นออกเสียงพร้อมกัน
“เมือ่ น้อยใหเ้ รยี นวชิ า ใหห้ าสินเมอื่ ใหญ่”
จากน้นั ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามหรอื แสดงความคดิ เห็น ตามประเด็นทค่ี รู
กำหนด ได้แก่ บทประพนั ธม์ ีความหมายอยา่ งไร บทประพันธ์มีการใชภ้ าษาอย่างไร บทประพันธ์ให้
คุณค่าแกผ่ ู้อ่านอย่างไร (K, P)
๒. ครูสงั เกตการตอบคำถามหรือการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน จากนน้ั อธบิ ายให้
นักเรียนเข้าใจวา่ การอ่านวรรณคดีซึ่งเปน็ มรดกของชาตจิ ะตอ้ งรจู้ ักการวเิ คราะหค์ ณุ ค่าทางด้าน
วรรณศิลป์ และสามารถอธบิ ายไดว้ า่ บทประพันธจ์ ากวรรณคดดี งั กลา่ วมีคณุ คา่ ทางวรรณศลิ ป์อย่างไร
(K, P)
ข้นั สอน
๑. ครอู ธิบายเนื้อหาเรอ่ื ง การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ โดยอธิบายในส่วนของ
ความหมาย หลักการ วิธีการ และตวั อยา่ งการวเิ คราะหค์ ุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์วรรณคดีเร่อื งสุภาษิต
พระร่วง (K)
๒. ครูให้นักเรียนทำใบงาน “การวิเคราะห์คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ป์ สภุ าษิตพระร่วง” โดยให้
นกั เรียนวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลปจ์ ากวรรณคดีเร่ืองสุภาษิตพระร่วง (K, P)
๓. ครูให้ตวั แทนนักเรียน ๒ คนออกมานำเสนองาน ซึง่ ในขณะทีน่ กั เรยี นนำเสนองานจบ
ครูจะใหข้ อ้ เสนอแนะเพอ่ื ใหก้ ำลังใจและช้ีแนะแนวทางการทำใบงานอย่างถกู ต้อง (K, P)
ข้ันสรปุ
ครใู ห้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ การทำใบงานเรือ่ ง “การวิเคราะหค์ ณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ สภุ าษิต
พระร่วง” ซง่ึ เปน็ ใบงานทีใ่ ห้นักเรยี นแต่ละคนไดว้ เิ คราะหว์ รรณศิลปว์ รรณคดสี ุภาษิตพระรว่ ง ในส่วน
ของสภาพสังคม คำสอนและค่านิยม สะทอ้ นผลว่านักเรียนมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การวิเคราะห์
วรรณคดีเรื่องสภุ าษิตพระรว่ ง และสามารถนำความร้ไู ปเปน็ แนวทางในการวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ด้านเน้อื หา
วรรณคดเี รอ่ื งอื่น ๆ ได้ (K, P, A)
การวดั ผลประเมินผล เกณฑก์ ารประเมนิ
วธิ ีการ เคร่ืองมือ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ ๕๐
ประเมนิ ใบงาน เรอื่ ง “การวเิ คราะหค์ ุณค่าด้าน ใบงาน เรื่อง การวเิ คราะห์คุณคา่
เนอ้ื หา สุภาษิตพระร่วง” ใช้วธิ ีการวัดผลจากการทำ ดา้ นเนือ้ หา สภุ าษิตพระรว่ ง
ใบงานของนกั เรียนแต่ละคน โดยมปี ระเด็นในการ
วัดผล ไดแ้ ก่ มีความรู้ความเขา้ ใจการวเิ คราะหค์ ุณค่า
ด้านวรรณศลิ ป์สุภาษติ พระรว่ ง สามารถอธบิ ายการ
วิเคราะหค์ ุณคา่ ดา้ นวรรณศิลปส์ ภุ าษิตพระรว่ ง
เนอ้ื หาละเอียดชดั เจน ความถูกตอ้ งของเนือ้ หาและ
ภาษาท่ใี ชเ้ ข้าใจง่าย จากนนั้ นำผลการประเมินไปเปน็
ขอ้ มลู ในการปรบั ปรงุ เพอื่ พฒั นานกั เรยี นและการ
จัดการเรียนการสอนของครูในครั้งตอ่ ๆ ไป
สื่อการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี น วรรณคดีและวรรณกรรม ม. ๑
๒. ใบความรู้ การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบ,นเิ ทศ,เสนอแนะ,รบั รอง)
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................................
(นายสนอง ศรีธรรมา)
วันที.่ ........../...................../...........
บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………..............................................................................
2. ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..............................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………….………………
(นายฤทธเิ ดช สกุลซ้ง)
วันท่…ี ……../………………/…………
แบบประเมนิ ใบงาน ชั้น ม.๑
เร่ือง “การวิเคราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ สุภาษติ พระร่วง”
ด.ช.นำโชค อามาตะ รายการประเมนิ
ด.ช.ศราชัย คมุ้ พงษ์
ด.ช.กนกศักด์ิ สายอุราช ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์
คุณค่า ้ดานวรรณศิล ์ป ุสภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า รวม สรปุ ผล
้ดานวรรณศิล ์ป ุสภา ิษตพระร่วงไ ้ด
๓. เ ้ืนอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ้ืนอหา
๕. ภาษาที่ใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผ่าน ไม่ผา่ น
ด.ช.ไกรภพ นามตาแสง
ด.ช.ธนพงษ์ จูมไม้เมอื ง
ด.ช.บดินทร์ ใบหะสี
ด.ช.ภิภพ ฮุงลาย
ด.ช.ณรงค์ชยั ปญั หาชัย
ด.ช.จตรุ งค์ รันชิตโคตร
ด.ช.ทศั นะชยั วรโคตร
ด.ช.ปิยะวัฒน์ จันจุลา
ด.ช.สริ ิโชค เบา้ เงนิ
ด.ช.วุฒชิ ัย ใยปางแก้ว
ด.ช.ธนชยั ใยปางแกว้
ด.ช.มนตส์ วรรค์ เตยชนั ชะ
ด.ญ.เกวรา วงค์อามาตย์
ด.ญ.จิตสภุ า จนั จลุ า
ด.ญ.ชวลั รัตน์ วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ธิดาลกั ษณ์ วระโงน
ด.ญ.ปนดั ดา นาชยั เร่ิม
ด.ญ.ปนัดดา บงพันธ์แก้ว
ด.ญ.ปรยี านุช โยธาตี
ด.ญ.พรนพภสั วงคอ์ า
มาตย์
ด.ญ.ศศวิ ิมล ทะโคดา
ด.ญ.ศริ ประภา คำบาง
ด.ญ.ศริ ินทพิ ย์ ยวนยง
ด.ญ.นงลักษณ์ ปัญหาชัย
ด.ช.นำโชค อามาตะ รายการประเมิน
ด.ช.ศราชยั คุ้มพงษ์
ด.ช.กนกศักดิ์ สายอุราช ๑. ีมความ ู้รความเ ้ขาใจการวิเคราะห์
คุณค่า ้ดานวรรณศิล ์ป ุสภา ิษตพระ ่รวง
๒. สามารถอ ิธบายการวิเคราะห์คุณค่า รวม สรุปผล
้ดานวรรณศิล ์ป ุสภา ิษตพระร่วงไ ้ด
๓. เ ้ืนอหาละเอียด ัชดเจน
๔. ความ ูถก ้ตองของเ ้ืนอหา
๕. ภาษาที่ใ ้ชเ ้ขาใจ ่งาย
๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๒ ๑ ๑๐ ผา่ น ไม่ผา่ น
ด.ญ.จรสั จนั ทร์ พลู เพิม่
ด.ช.วชั ระ สายอรุ าช
ด.ช.เจษฎา วางศรี
ด.ช.นำโชค อามาตะ
ด.ช.ศราชัย ค้มุ พงษ์
ด.ช.กนกศักด์ิ สายอรุ าช
หมายเหตุ : เกณฑ์การทำใบงาน ตอ้ งได้คะแนนรอ้ ยละ ๕๐ คือ ๕ คะแนนขนึ้ ไป จากคะแนนเตม็ ๑๐
จงึ จะถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมนิ
๙-๑๐ คะแนน ดมี าก ผ่าน
๗-๘ คะแนน ดี ผา่ น
๕-๖ คะแนน ผ่าน
๓-๔ คะแนน ปานกลาง ไมผ่ า่ น
๐-๒ คะแนน พอใช้ ไมผ่ า่ น
ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน
เรือ่ ง “การวิเคราะหค์ ุณคา่ ด้านวรรณศิลป์ สภุ าษิตพระร่วง”
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๒๑
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจการ มีความรคู้ วามเขา้ ใจหลักการ นกั เรียนไมม่ คี วามรคู้ วามเข้าใจ
วิเคราะหค์ ุณค่าด้าน วิเคราะหค์ ณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ หลกั การวิเคราะหค์ ณุ คา่ ด้าน
วรรณศลิ ป์สุภาษิตพระร่วง วรรณคดเี ร่ืองสภุ าษิตพระร่วงเปน็ วรรณศิลปว์ รรณคดีเรอื่ งสุภาษติ
อย่างดี พระร่วงทำให้ไมส่ ามารถตอบ
คำถามจากใบงานได้
๒. สามารถอธบิ ายการ นักเรียนสามารถอธิบายหลกั การ นกั เรยี นไมส่ ามารถอธิบาย
วเิ คราะห์คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ วเิ คราะหค์ ุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ หลักการวเิ คราะห์คณุ ค่าดา้ น
วรรณคดเี ร่ืองสภุ าษติ พระร่วงได้ วรรณศลิ ปว์ รรณคดีเรอื่ งสภุ าษิต
สุภาษิตพระรว่ งได้
อยา่ งถูกต้อง พระร่วงได้
๓. เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน นกั เรียนสามารถอธิบายคุณคา่ ดา้ น นกั เรียนไมส่ ามารถวิเคราะหค์ ุณคา่
วรรณศลิ ป์ได้อย่างละเอียดและ ด้านวรรณศลิ ปไ์ ดช้ ดั เจน และ
อธิบายไดช้ ัดเจน อธบิ ายรายละเอียดของการ
วเิ คราะหไ์ ม่ละเอยี ด
๔. ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา วิเคราะห์คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ปแ์ ละ วเิ คราะห์คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ปไ์ ม่
อธิบายไดส้ อดคลอ้ งกับเนื้อหาของ ถูกตอ้ ง การอธบิ ายความไม่มี
สภุ าษติ พระร่วง ความสอดคล้องกับเน้อื หาสภุ าษติ
พระรว่ ง
๕. ภาษาทใ่ี ชเ้ ข้าใจง่าย ใช้ภาษาในการอธิบายความไดอ้ ยา่ ง ใชแ้ ละภาษาและอธบิ ายความไม่
ถูกต้อง อ่านแล้วเกดิ ความเข้าใจ เขา้ ใจ ไม่สามารถจบั ใจความไดว้ า่
ตอ้ งการอธิบายในเร่อื งใด
ใบความรู้
เรื่อง การวิเคราะหค์ ุณค่าด้านวรรณศิลป์
ความหมาย
การวิเคราะห์คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ คอื การพิจารณาคุณคา่ ในสว่ นของการเลอื กชนิดคำ
ประพนั ธใ์ หเ้ หมาะสมกับประเภทของงานเขียน การรจู้ ักตกแตง่ ถอ้ ยคำใหไ้ พเราะสละสลวยอันเป็น
ลกั ษณะเฉพาะของภาษากวี และทำให้ผู้อา่ นเกดิ ความสะเทอื นอารมณ์
หลักการ
คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์ เป็นการพจิ ารณาการใชถ้ อ้ ยคำ สำนวนโวหารที่แสดงความสามารถของ
ผแู้ ต่งวา่ ใช้ศลิ ปะทางภาษาในการเรียบเรียง คัดสรรถ้อยคำ สำนวนโวหาร เพ่ือสือ่ สารให้ผอู้ า่ นได้รับ
ความเพลิดเพลนิ และเกดิ สนุ ทรยี ะทางอารมณอ์ ย่างไร
วธิ กี ารวิเคราะห์วรรณคดี
๑. อา่ นเรอื่ งราวใหช้ ดั เจนและเข้าใจ
๒. กำหนดประเดน็ ท่ีต้องการวเิ คราะห์
๓. พิจารณาบทประพันธ์อย่างถีถ่ ว้ นและเขียนบันทกึ คุณคา่ ของวรรณคดีในด้านท่ีวิเคราะห์
ตวั อยา่ งคณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์สภุ าษติ พระร่วง
คุณค่าด้านวรรณศลิ ปข์ องสุภาษติ พระรว่ ง เป็นวรรณคดที ่ีใช้สำนวนภาษาที่ใชใ้ นสุภาษิตน้ีใช้
ถ้อยคำง่ายๆ คล้องจอง กะทดั รดั ไมม่ ีศพั ทส์ ูง จึงทำใหน้ ่าอา่ นเพราะง่ายต่อการเขา้ ใจและจดจำ ซง่ึ
คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ปข์ องสุภาษติ พระรว่ งมีดงั น้ี
๑) การใชค้ ำน้อยที่กนิ ใจความมาก เชน่ อยา่ ปลุกผีกลางคลอง หมายความวา่ ไมค่ วรรื้อ
ฟืน้ เรอ่ื งราวท่ไี ด้ยุติหรอื สิ้นสุดลงไปแล้วขึ้นมาใหม่ ในขณะท่ีการงานกำลงั ดำเนินไปได้ดหี รอื ในระหวา่ งที่
อยใู่ นภาวะคบั ขนั ซ่งึ เปน็ ความเช่ือของคนไทยที่เมื่อนำวญิ ญาณไปถว่ งน้ำแลว้ ไม่ควรปลุกหรือเรยี ก
วิญญาณนั้นให้ฟืน้ ขนึ้ มาอกี ถือเป็นการกระทำทไี่ มม่ เี หตผุ ลและไม่กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์
๒) การใช้คำศัพทค์ ำเดยี ว เปน็ การนำคำศัพท์มาใชเ้ พยี งคำเดียวโดด ๆ และแตกต่างจาก
ปจั จบุ ัน เช่น จงเรง่ ระมดั ฟืนไฟ ปจั จุบนั ใช้ ระมัดระวงั
๓) การสรรคำ
๓.๑ การเลน่ เสียง เชน่ อย่าเคลอื่ นคลาดคลาถอย อยา่ กรว้ิ โกรธเนอื งนติ ย์
๓.๒ การเลน่ คำ เช่น ยอครูยอต่อหน้า ยอขา้ เมื่อแลว้ กิจ ยอมติ รเมอ่ื ลบั หลัง
ใบงาน
เร่ือง การวิเคราะหค์ ุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ สภุ าษติ พระร่วง
คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนีใ้ ห้ถกู ตอ้ ง
“เผา่ กษัตริย์เพลงิ งู อยา่ ดถู ูกว่าน้อย”
จากสุภาษิตข้างตน้ มีลกั ษณะเด่นด้านวรรณศลิ ปใ์ นขอ้ ใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
อย่าเคลอื่ นคลาดคลาถอย อย่ากรวิ้ โกรธเนืองนติ ย์ ชา้ งไลแ่ ลน่ เล่ยี งหลบ สู้เสียสนิ อยา่ เสยี ศักดิ์
จากสุภาษิตข้างต้นมีลกั ษณะเดน่ ด้านวรรณศลิ ป์ในข้อใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
อยา่ ตีปลาหน้าไซ อยา่ กอปรจติ ริษยา อยา่ เบยี ดเสยี ดแกม่ ิตร พลนั ฉิบหายวายม้วย
จากสภุ าษิตข้างตน้ มีลักษณะเด่นด้านวรรณศลิ ป์ในข้อใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
อยา่ ถากคนด้วยตา อยา่ พาผิดดว้ ยหู อย่าเลียนครูเตือนดา่ อยา่ รกิ ล่าวคำคด
จากสภุ าษิตข้างตน้ มีลักษณะเด่นด้านวรรณศลิ ป์ในข้อใด
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ช่อื .............................................................................................................ชนั้ ..............เลขท.่ี ................
เฉลยใบงาน
เรอื่ ง การวเิ คราะห์คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์ สุภาษิตพระรว่ ง
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
“เผา่ กษัตริยเ์ พลิงงู อย่าดถู ูกว่าน้อย”
จากสุภาษิตข้างต้นมลี ักษณะเดน่ ด้านวรรณศลิ ปใ์ นข้อใด
ใช้คำน้อยแตก่ ินใจความมาก
“อย่าเคลื่อนคลาดคลาถอย อย่ากรว้ิ โกรธเนืองนิตย์ ชา้ งไลแ่ ล่นเล่ียงหลบ สเู้ สยี สนิ อยา่ เสยี ศกั ด์”ิ
จากสุภาษิตขา้ งตน้ มีลักษณะเด่นด้านวรรณศิลป์ในขอ้ ใด
การสมั ผัสอักษร
“อย่าตีปลาหนา้ ไซ อยา่ กอปรจิตรษิ ยา อย่าเบยี ดเสยี ดแกม่ ติ ร พลันฉิบหายวายมว้ ย”
จากสุภาษิตข้างต้นมลี ักษณะเดน่ ด้านวรรณศลิ ปใ์ นขอ้ ใด
การสัมผัสสระ
“อยา่ ถากคนด้วยตา อย่าพาผิดด้วยหูอย่าเลียนครเู ตือนดา่ อย่าริกลา่ วคำคด”
จากสภุ าษิตขา้ งต้นมลี กั ษณะเด่นด้านวรรณศิลป์ในข้อใด
การเลน่ คำ
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ วเิ คราะห์วรรณคดีเรอ่ื งสุภาษติ พระร่วง
รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๑ ชื่อรายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคุณค่า และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
ตัวชีว้ ัด
ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมท่อี า่ นพรอ้ มยกเหตุผลประกอบ
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การวิเคราะห์วรรณคดี คอื การพจิ ารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมนิ ค่า ซงึ่ จะเกิด
ประโยชน์ต่อผ้วู ิเคราะห์ในการนำไปแสดงความคิดเห็น อภปิ รายขอ้ เท็จจรงิ ให้ผ้อู น่ื ทราบดว้ ยว่าใครเป็นผู้
แตง่ เป็นเรอ่ื งเกยี่ วกับอะไร มปี ระโยชน์อยา่ งไร ตอ่ ใครบา้ ง ผู้วิเคราะห์มีความเหน็ อย่างไร เรอ่ื งทอี่ า่ นมี
คุณค่าด้านใดบ้างและแต่ละด้านสามารถนำไปประยกุ ตใ์ หเ้ กิดประโยชนต์ ่อชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง
สาระการเรยี นร/ู้ เน้ือหายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจเนอ้ื หาวรรณคดเี รื่องสุภาษติ พระร่วง
๒. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจหลกั การวเิ คราะห์วรรณคดีได้อย่างถูกต้อง
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลกั การวเิ คราะห์วรรณคดีได้
๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วรรณคดเี รื่องสุภาษิตพระร่วงได้
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
๑. นักเรียนสามารถนำความรูท้ ี่ได้จากการวเิ คราะหว์ รรณคดีเรอื่ งสภุ าษิตพระรว่ งไปใชเ้ ป็น
แนวทางในการวิเคราะห์วรรณคดีเรือ่ งอืน่ ๆ ได้
จดุ เน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน
ทักษะในศตวรรษที่ 21 ( 3R8C )
Reading (อา่ นออก)
(W) Riting (เขียนได)้
(A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ )
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปญั หา (Critical
Thinking and Problem Solving)