The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manthana699, 2022-09-05 04:47:18

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

หลกั สูตรสถานศึกษา

โรงเรยี นบา้ นหว้ ยมะซาง

พุทธศกั ราช ๒๕๖๕

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐)

โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

สานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาเชยี งราย เขต ๒
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

หลกั สูตรสถานศกึ ษาระดบั ขน้ั พืน้ ฐาน

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๖
( ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ )

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โรงเรยี นบา้ นหว้ ยมะซาง

สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเชยี งรายเขต ๒
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

ประกาศโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง
เร่อื ง ให๎ใช๎หลกั สูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซางประจาปีพุทธศักราช ๒๕6๕

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
_________________________________

ด๎วย กระทรวงศึกษาธิการได๎มีคาสั่งให๎ใช๎มาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัด กลํุมสาระการเรียนรู๎
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุํมสาระการเรียนรู๎สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง ตาบลวาวี อาเภอแมํสรวย จังหวัดเชียงราย สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๒ จึงได๎ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง ประจาปี
พุทธศักราช ๒๕65 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ขึ้นเพ่ือใช๎จัด
การศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนให๎เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแหํงชาติ โดยใช๎
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕61 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในปีการศึกษา 2561 ในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 และ 4 , ปีการศึกษา
2562 ในระดบั ชน้ั ประถมศึกษา ปีท่ี 1,2,4 และ 5 และในปกี ารศกึ ษา 2563 เปน็ ตน๎ ไปในทุกชน้ั เรียน

ท้ังน้ี หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕65 มีความสอดคล๎องตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได๎รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน เมอ่ื วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕6๕

ประกาศ ณ วันที่ 1๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕6๕

(นายยูเซฟ คนสวรรค)์ (นายเอนก กันหา)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ผู๎อานวยการโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง



คานา

กระทรวงศึกษาธิการได๎ประกาศใช๎มาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัด กลุํมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกลํมุ สาระการเรยี นร๎สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให๎เปล่ียนแปลงมาตรฐานการ
เรยี นรู๎และตัวช้ีวัด กลํุมสาระการเรียนร๎ูคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยให๎โรงเรียนใช๎หลักสูตรในปีการศึกษา
๒๕๖๓ ในทุกชั้นปี โดยกาหนดใหเ๎ ป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ กาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนร๎ู
เป็นเปูาหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียนให๎มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ สํงเสริมทักษะ
วิชาการ ทกั ษะอาชีพ และทักษะชวี ติ มีคณุ ภาพและมีทักษะการเรียนรใ๎ู นศตวรรษที่ ๒๑

เพ่ือใหส๎ อดคลอ๎ งกบั นโยบายและเปูาหมาย ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน
บา๎ นห๎วยมะซาง จึงได๎จัดทาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ จึงพฒั นาและปรับปรงุ หลกั สูตรเพอื่ นาไปใช๎ประโยชน์และเป็น
กรอบในการวางแผนและพฒั นาหลักสตู รของสถานศึกษา และออกแบบการจัดการเรียนการสอน โดยมีเปูาหมาย
ในการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน ให๎มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสํูการปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย
สมรรถนะสาคัญของผ๎ูเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัด โครงสร๎างเวลาเรียน
ตลอดจนเกณฑก์ ารวัดและประเมินผล ให๎มีความสอดคล๎องกับมาตรฐานการเรียนร๎ู เปิดโอกาสให๎โรงเรียนสามารถ
กาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอน ในแตํละระดับตามความพร๎อมและจุดเน๎น โ ดยมีกรอบ
แกนกลางเปน็ แนวทางทีช่ ดั เจน เพือ่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร๎อมในการก๎าวสูํสังคมคุณภาพ มี
ความร๎อู ยํางแท๎จริง และมที ักษะในศตวรรษท่ี ๒๑

มาตรฐานการเรยี นร๎ูและตัวชว้ี ัดทกี่ าหนดไวใ๎ นเอกสารนี้ ชํวยทาใหห๎ นวํ ยงานทีเ่ ก่ยี วข๎อง ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังที่ต๎องการพฒั นาการเรียนรู๎ของผ๎ูเรยี นท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถชวํ ยให๎หนํวยงานท่ีเก่ียวข๎องใน
ระดบั ทอ๎ งถิ่น และสถานศกึ ษารวํ มกนั พฒั นาหลักสตู รไดอ๎ ยาํ งมน่ั ใจ ทาให๎การจดั ทาหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คณุ ภาพและมคี วามเปน็ เอกภาพย่ิงขึ้น อกี ท้ังยังชํวยให๎เกดิ ความชัดเจนเร่ืองการวดั และประเมินผลการเรียนรู๎ ชํวย
แกป๎ ัญหาการเทยี บโอนระหวาํ งสถานศึกษา ดังนนั้ ในการพัฒนาหลักสตู รในทกุ ระดับ ตั้งแตํระดับชาติจนกระท่ังถึง
ระดับสถานศึกษา จะต๎องสะท๎อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนร๎ูและตัวช้ีวัดที่กาหนดไว๎ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผ๎ูเรียนทุก
กลมุํ เปูาหมายในระดับการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน จะประสบความสาเร็จตามเปูาหมายที่คาดหวังได๎ ทุกฝุายท่ี
เกีย่ วขอ๎ งทัง้ ระดบั ชาติ ชมุ ชน ครอบครัว และทุกคนตอ๎ งรํวมกันรับผดิ ชอบ โดยรวํ มกนั ทางานอยํางเป็นระบบ และ
ตํอเน่ือง วางแผนดาเนินการ สํงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก๎ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติ
ไปสคํู ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนร๎ทู ก่ี าหนดไว๎

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

สารบญั ข

เร่ือง หนา้
ประกาศโรงเรยี น
คานา ก
สารบญั ข
วสิ ัยทศั น์ ๑
สมรรถนะสาคัญของผเู๎ รยี น 2
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 3
โครงสร๎างเวลาเรยี น 4
คาอธบิ ายรายวชิ า ๑๔
๑๔
กลมํุ สาระการเรียนร๎ภู าษาไทย ๒๐
กลุํมสาระการเรียนรูค๎ ณติ ศาสตร์ ๒6
กลมุํ สาระการเรยี นร๎วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓๕
กลมํุ สาระการเรยี นร๎ูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕๗
กลุํมสาระการเรยี นรส๎ู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๖๓
กลํมุ สาระการเรียนรู๎ศิลปะ ๗๔
กลมํุ สาระการเรียนรก๎ู ารงานอาชีพ ๘๐
กลํุมสาระการเรยี นรู๎ภาษาตาํ งประเทศ ๘๙
กจิ กรรมพัฒนาผู๎เรยี น ๙๐
กจิ กรรมแนะแนว ๙๑
กิจกรรมนักเรยี น ๙๓
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๙๕
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู๎เรยี น ๑๐๔
เกณฑก์ ารจบการศึกษา ๑๑๐
การบริหารจัดการหลักสตู ร ๑๑๑
กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ๑๒๐
ภาคผนวก

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑



วิสัยทศั น์หลักสูตรสถานศกึ ษา ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖5

หลักสูตรโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เป็นหลกั สูตรท่ีมํงุ พฒั นาผเ๎ู รียนทุกคนเปน็ บคุ คลแหํงการเรียนร๎ูสํูมาตรฐานสากลและเป็นมนุษย์
ทมี่ คี วามสมดลุ ท้งั ราํ งกาย ความรค๎ู คูํ ณุ ธรรม มีความเป็นผู๎นาของสังคมมีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็น
พลโลกโดยใช๎หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
เปน็ ประมุข มคี วามรแ๎ู ละทักษะพ้นื ฐานสามารถใชน๎ วตั กรรมและเทคโนโลยรี วมทง้ั เจตคติทีจ่ าเปน็ ตํอการศึกษาในการ
ประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิตโดยมงุํ เนน๎ ผูเ๎ รียนเป็นสาคัญบนพ้ืนฐานความเชื่อวําทุกคนสามารถเรียนร๎ูและ
พัฒนาตนเองได๎เตม็ ตามศักยภาพ

เปา้ ประสงคห์ ลักสตู ร (Corporate objective)
๑.เพอ่ื ใหผ๎ ๎เู รยี นทกุ คนได๎รับการปลกู ฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี ณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์ มกี ารพฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ มีทกั ษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาเป็นแนวทางการดาเนินชีวติ เปน็ ผน๎ู าท่ดี ีของสงั คมและมีความสามารถในการใช๎เทคโนโลยีเพ่ือการเรียนรู๎
และการสอ่ื สารอยาํ งหลากหลาย ผู๎เรียนมีศกั ยภาพเป็นพลโลก (Worid Citizen)

๒. เพือ่ ให๎สถานศกึ ษามีระบบการบริหารและจดั การศึกษาดว๎ ยระบบคณุ ภาพ (Quality
System Management) เพื่อรองรับการกระจายอานาจอยํางทั่วถึง

๓. เพือ่ ใหบ๎ ุคลากรทกุ คนมที กั ษะวิชาชีพในการพัฒนาการเรียนการสอนและใช๎
นวตั กรรมเทคโนโลยีทที่ ันสมยั ยกระดบั การจดั การเรยี นการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class standard)

๔. เพ่ือให๎การใช๎งบประมาณและทรพั ยากรของทุกหนวํ ยงานเปน็ ไปตามเปาู หมายได๎
อยาํ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลสูงสดุ

วิสัยทศั นโ์ รงเรยี น

โรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง มุงํ พัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยชมุ ชนมสี ํวนรํวม เนน๎ ผู๎เรียนเป็นสาคัญ เพื่อพัฒนา
ผ๎ูเรียนให๎เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง เห็นคุณคําของการอนุรักษ์ธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ๎ ม และสืบสานวฒั นธรรมประเพณี

พนั ธกจิ

1. จดั การศกึ ษาในเขตบรกิ ารของโรงเรยี น ให๎ไดร๎ บั การศกึ ษาอยํางมคี ุณภาพตามมาตรฐาน

การศึกษาขน้ั พนื้ ฐานทกุ คน
2. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการศกึ ษาท่มี ีคณุ ภาพและประสิทธภิ าพ
3. สํงเสรมิ พฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชพี
4. พัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาและหลักสูตรท๎องถ่ินใหส๎ อดคลอ๎ งกับความต๎องการของผ๎ูเรียน

และชุมชน
5. พัฒนาสถานศึกษาตามนโยบายของหนวํ ยงานตน๎ สังกดั
6. สํงเสริมการอนรุ กั ษ์ธรรมชาติสง่ิ แวดล๎อม
7. สงํ เสริมมารยาทไทย และสบื สานวฒั นธรรมประเพณี



เป้าหมาย
1. เพิ่มอตั ราการเข๎าเรียน ทั้งเด็กทั่วไป ผ๎ูพกิ าร ผ๎ูด๎อยโอกาสในเขตบริการและลดอัตราการออกกลางคัน

ของผูเ๎ รยี นและจดั การศกึ ษาใหม๎ คี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

2. สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการศึกษาที่มคี ุณภาพและประสทิ ธภิ าพตามหลัก
ธรรมาภบิ าล

3. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาไดร๎ ับการพัฒนาสํมู าตรฐานวิชาชีพ
4. สถานศึกษามหี ลกั สูตรสถานศกึ ษา และหลกั สตู รทอ๎ งถนิ่ ท่ีสอดคลอ๎ งกบั ความตอ๎ งการของชุมชน
5. พัฒนาสถานศกึ ษาได๎สอดคล๎องกบั นโยบายของหนํวยงานตน๎ สงั กัด
6. ผเ๎ู รียนมใี จรักธรรมชาตสิ งิ่ แวดล๎อม
7. ผเู๎ รยี นมีมารยาทดี และรวํ มสืบสานประเพณีทอ๎ งถน่ิ

กลยุทธ์
1. พฒั นากระบวนการเรยี นร๎ใู ห๎ผู๎เรียนมีคุณภาพตามเกณฑม์ าตรฐานการศึกษา
2. พัฒนาระบบการบริหารจดั การใหม๎ ปี ระสิทธภิ าพ
3. พฒั นาครแู ละบุคลากรให๎มีศกั ยภาพในการทางานใหส๎ ูงข้นึ
4. พฒั นาจดุ เน๎นและมาตรการสงํ เสริมของโรงเรียน
5. พัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา และหลักสตู รทอ๎ งถนิ่

อัตลักษณ์
สบื สานวัฒนธรรมท๎องถ่ิน

เอกลักษณ์
มารยาทดี

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผเ๎ู รียนตามหลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศักราช ๒๕๖5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มํุงเน๎นพัฒนาผ๎ูเรียนให๎มีคุณภาพตามมาตรฐานท่ี
กาหนด ซงึ่ จะชวํ ยใหผ๎ เ๎ู รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดงั นี้

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕๖5 มงํุ ใหผ๎ เ๎ู รยี นเกิดสมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังน้ี

๑. ความสามารถในการส่อื สาร เป็นความสามารถในการรับและสงํ สาร มีวัฒนธรรมในการใช๎ภาษาถํายทอด
ความคิด ความรู๎ความเข๎าใจ ความร๎ูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข๎อมูลขําวสารและประสบการณ์อันจะ
เป็นประโยชนต์ ํอการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมํรับข๎อมูลขําวสารด๎วยหลักเหตุผลและความถูกต๎อง
ตลอดจนการเลือกใชว๎ ิธีการส่ือสาร ทมี่ ีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมตี อํ ตนเองและสงั คม

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑



๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อยําง
สร๎างสรรค์ การคิดอยํางมีวจิ ารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพ่อื นาไปสูํการสร๎างองค์ความรห๎ู รือสารสนเทศเพ่ือการ
ตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสังคมได๎อยาํ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก๎ปัญหาและอุปสรรคตําง ๆ ท่ีเผชิญได๎อยําง
ถูกตอ๎ งเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและข๎อมลู สารสนเทศ เข๎าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลง
ของเหตกุ ารณต์ ําง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู๎ ประยุกตค์ วามรมู๎ าใช๎ในการปูองกันและแก๎ไขปัญหา และมีกาตัดสินใจ
ทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบทเี่ กดิ ข้ึนตํอตนเอง สังคมและสง่ิ แวดลอ๎ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการตําง ๆ ไปใช๎ในการดาเนิน
ชวี ิตประจาวัน การเรียนร๎ูด๎วยตนเอง การเรียนร๎ูอยํางตํอเน่ือง การทางาน และการอยูํรํวมกันในสังคมด๎วยการสร๎าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหวํางบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย๎งตําง ๆ อยํางเหมาะสม การปรับตัวให๎ทันกับ
การเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ๎ ม และการร๎จู ักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมํพึงประสงค์ที่สํงผลกระทบตํอตนเอง
และผอ๎ู น่ื

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื ก และใช๎ เทคโนโลยีด๎านตําง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด๎านการเรียนร๎ู การสื่อสาร การทางาน
การแก๎ปัญหาอยาํ งสรา๎ งสรรค์ ถูกต๎อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน

พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุํ พัฒนาผ๎ูเรยี นใหม๎ คี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให๎สามารถอยํูรํวมกับผ๎ูอื่นในสังคมได๎อยํางมี
ความสุข ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี

๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซ่อื สตั ย์สุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝเุ รียนร๎ู
๕. อยูํอยํางพอเพียง
๖. มุงํ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจิตเป็นสาธารณะ

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑



โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรียนบา้ นห้วยมะซาง

โครงสร้างหลกั สูตรเวลาเรยี นโรงเรยี นบ้านหว้ ยมะซาง

เวลาเรยี น(ช่ัวโมง/ป)ี

กลมุ่ สาระการเรียนร้/ู กจิ กรรม ระดบั ประถมศกึ ษา

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

 กลุม่ สาระการเรียนรู้

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาตํางประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ภาษาองั กฤษ ฟัง-พูด-อําน-เขียน-สนทนา ๘๐ ๘๐ ๘๐ - - -

หน๎าทีพ่ ลเมอื ง - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐

รวมเวลาเรยี น (เพิ่มเติม) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้

- กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- กิจกรรมนักเรียน

- กจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

- ชมุ นุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- กจิ กรรมเพื่อสงั คมแลสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐

***หมายเหตุ

๑. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นจดั เป็นกิจกรรม “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้”บังคับตามหลักสูตร ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีกิจกรรม

นักเรยี น และกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์

๒. การสอนหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา บรู ณาการในกิจกรรม “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้” และ อบรมคณุ ธรรมจริยธรรม

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ ๕
โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู กจิ กรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๑๒๐
ส ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑
ส ๑๑๑๐๒ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ ๔๐
พ ๑๑๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๑ ๑๒๐
อ ๑๑๒๐๑ ๘๐
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ ฟงั -พดู ๑ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนกั เรยี น ๔๐

 ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐
๑,๐๔๐
 ชุมนุม

กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑
รวมท้ังสิ้นปีละ

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ ๖
โรงเรยี นบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหัส กลุ่มสาระการเรียนรู้/กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๑๒๐
ส ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒
ส ๑๒๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ ๔๐
พ ๑๒๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๔๐
ศ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๒ ๑๒๐
อ ๑๒๒๐๑ ๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ อาํ น – เขยี น ๒ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐

 ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐
๑,๐๔๐
 ชุมนุม

กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๒
รวมทงั้ สน้ิ ปลี ะ

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โครงสรา้ งหลักสตู รชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ๗
โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหสั กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๓๑๐๑ รายวิชาพื้นฐาน ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๑๒๐
ส ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓
ส ๑๓๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ ๔๐
พ ๑๓๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๓ ๔๐
ศ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๔๐
อ ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๓ ๑๒๐
อ ๑๓๒๐๑ ๘๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ อําน-เขียน-สนทนา ๓ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐

 ลูกเสอื เนตรนารี ๑๐
๑,๐๔๐
 ชุมนุม

กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๓
รวมทั้งสิ้นปลี ะ

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสร้างหลกั สูตรช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ ๘
โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหัส กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ กจิ กรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๑๒๐
ส ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔
ส ๑๔๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔ ๔๐
ศ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔ ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔ ๘๐
ส ๑๔๒๓๔ ๔๐
รายวชิ าเพิ่มเติม ๔๐
หนา๎ ทพ่ี ลเมอื ง ๔ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐

 ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐
๑,๐๐๐
 ชมุ นมุ

กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๔
รวมท้ังสิน้ ปลี ะ

หลักสตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสร้างหลกั สูตรช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ๙
โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหัส กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ กจิ กรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐
ว ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๒๐
ส ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕
ส ๑๕๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕ ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๔๐
ศ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๕ ๘๐
ง ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๘๐
อ ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔ ๘๐
ส ๑๕๒๓๕ ๔๐
รายวชิ าเพิ่มเติม ๔๐
หนา๎ ทพ่ี ลเมอื ง ๕ (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐

 ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐
๑,๐๐๐
 ชมุ นมุ

กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ๕
รวมทง้ั สิน้ ปลี ะ

หลักสตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

โครงสร้างหลักสูตรช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๑๐
โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง
เวลาเรียน
รหสั กลุม่ สาระการเรียนร้/ู กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๖๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐
ว ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑๒๐
ส ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖
ส ๑๖๑๐๒ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๖ ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ ๔๐
ศ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๖ ๘๐
ง ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ ๘๐
อ ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๖ ๘๐
ส ๑๖๒๓๖ ๔๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
หนา๎ ท่พี ลเมือง ๖ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐

 ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐
๑,๐๐๐
 ชมุ นมุ

กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๖
รวมท้งั สนิ้ ปลี ะ

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๑๑

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาของโรงเรยี นบ้านหว้ ยมะซาง

รายวชิ าพื้นฐาน จานวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จานวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จานวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จานวน ๑๖๐ ช่วั โมง

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖

**************** จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
จานวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ จานวน ๑๒๐ ช่วั โมง
จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๑๒๐ ช่วั โมง
-

****************
กลมุ่ สาระการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพ้นื ฐาน
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๒

ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔

ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๖

***************

หลกั สูตรโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๑๒

กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๒ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๓ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๔
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๖ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
รายวิชาเพมิ่ เตมิ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
ส ๑๔๒๓๔ หนา๎ ที่พลเมือง ๔
ส ๑๕๒๓๕ หน๎าท่ีพลเมอื ง ๕
ส ๑๖๒๓๖ หน๎าทพ่ี ลเมือง ๖

**************** จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน
จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๒
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๓ จานวน ๘๐ ช่วั โมง
พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๔
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๕
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖

****************

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จานวน ๘๐ ชวั่ โมง
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓
จานวน ๔๐ ช่วั โมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จานวน ๔๐ ช่วั โมง
จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
**************** จานวน ๔๐ ชวั่ โมง

กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๑ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ฯ ๒ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ฯ ๓
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ฯ ๔ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๕ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๖

****************

กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ(องั กฤษ)
รายวิชาพืน้ ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖

รายวชิ าเพิม่ เตมิ
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ฟัง-พดู ๑

อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ฟงั -พดู ๒
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ฟงั -พูด ๓

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔

คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝกึ อาํ นออกเสียงคา คาคล๎องจอง และข๎อความส้ันๆ บอกความหมายของคาและข๎อความ ตอบคาถาม เลํา
เรอื่ งยอํ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่าเสมอ นาเสนอเรื่องท่ีอําน บอกความหมาย

ของเครื่องหมายหรือสัญลกั ษณ์สาคัญที่มักพบเหน็ ในชวี ิตประจาวัน มีมารยาทในการอําน ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจง
เตม็ บรรทัด เขยี นสอื่ สารดว๎ ยคาและประโยคงาํ ยๆ มีมารยาทในการเขียน

ฝกึ ทกั ษะในการฟัง ฟงั คาแนะนา คาส่ังงํายๆและปฏิบัติตาม ตอบคาถาม เลาํ เรื่อง พูดแสดงความคิดเห็นและ

ความรู๎สกึ จากเรอื่ งทฟ่ี ังและดู พูดส่อื สารได๎ตามวัตถปุ ระสงค์ เนน๎ มารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู
ฝึกทักษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรียบ

เรยี งคาเปน็ ประโยคงํายๆ ตอํ คาคลอ๎ งจองงาํ ยๆ
บอกขอ๎ คิดทีไ่ ดจ๎ ากการอํานหรอื การฟังวรรณกรรมร๎อยแก๎วและร๎อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกทํองจาบทอาขยาน

ตามท่ีกาหนดและบทร๎อยกรองตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหา

ความรู๎ กระบวนการกลมุํ กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธบิ าย บนั ทกึ การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง
การดแู ละการพูด พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร๎างความคิดรวบยอด

เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ ส่ือสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความร๎ไู ปใชใ๎ หเ๎ กิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กบั ชีวติ ประจาวนั ไดอ๎ ยํางถูกต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชีว้ ดั

หลักสตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๕

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ฝึกอํานออกเสียงคา คาคล๎องจอง ข๎อความ และบทร๎อยกรองงํายๆ อธิบายความหมายของคาและ

ข๎อความที่อําน ตั้งคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อําน อํานข๎อเขียนเชิงอธิบาย และ
ปฏบิ ัตติ ามคาสั่งหรอื ข๎อแนะนา มีมารยาทในการอําน

ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้ันๆ เก่ียวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องส้ันๆ ตาม
จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสั่งท่ีซับซ๎อนและปฏิบัติตาม เลําเรื่อง บอกสาระสาคัญของเรื่อง ต้ัง
คาถาม ตอบคาถาม พดู แสดงความคิดเหน็ ความรู๎สึก พูดสื่อสารไดช๎ ัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการ
ฟงั การดแู ละการพดู

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
เรียบเรียงคาเป็นประโยคได๎ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคาคล๎องจอง เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถิ่นได๎เหมาะสมกับกาลเทศะ

ฝึกจบั ใจความสาคญั จากเร่ือง ระบขุ ๎อคดิ ที่ไดจ๎ ากการอาํ นหรือการฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็ก เพื่อนาไปใช๎ใน
ชีวิตประจาวัน ร๎องบทร๎องเลํนสาหรับเด็กในท๎องถิ่น ทํองจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร๎อยกรองท่ีมีคุณคํา
ตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู๎ กระบวนการกลํุม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก๎ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ัง
คาถาม ตอบคาถาม ใชท๎ กั ษะการฟงั การดแู ละการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา๎ งความคิดรวบยอด

เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ ส่ือสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการ
อนรุ ักษภ์ าษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกต์ใชก๎ บั ชวี ติ ประจาวนั ได๎อยํางถกู ต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๖

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝกึ อํานออกเสยี งคา ข๎อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร๎อยกรองงาํ ยๆ อธบิ ายความหมายของคาและข๎อความท่ี
อําน ตงั้ คาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความร๎ู ข๎อคิดจากเร่ืองท่ีอําน

เพ่อื นาไปใชใ๎ นชีวิตประจาวัน เลือกอํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอําน อํานข๎อเขียน
เชงิ อธบิ าย และปฏิบตั ติ ามคาส่งั หรือขอ๎ แนะนา อธบิ ายความหมายของข๎อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มี
มารยาทในการอาํ น

ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มี
มารยาทในการเขียน

ฝึกทกั ษะการฟัง การดูและการพูด เลํารายละเอียด บอกสาระสาคัญ ต้ังคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดง
ความคิดเห็น ความรูส๎ ึก พูดสือ่ สารได๎ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด

ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน๎าท่ีของคา ใช๎

พจนานกุ รมค๎นหาความหมายของคา แตํงประโยคงํายๆ แตํงคาคล๎องจองและคาขวญั เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐานและ
ภาษาถนิ่ ได๎เหมาะสมกบั กาลเทศะ

ระบุข๎อคิดที่ได๎จากการอํานวรรณกรรม เพื่อนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน ร๎ูจักเพลงพื้นบ๎าน เพลงกลํอมเด็ก
เพ่ือปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท๎องถ่ิน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีท่ีอําน ทํองจาบทอาขยานตามที่
กาหนดและบทรอ๎ ยกรองทีม่ ีคุณคาํ ตามความสนใจ โดยใชก๎ ระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหา

ความร๎ู กระบวนการกลํุม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก๎ปัญหา การฝึกปฏิบัติ
อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการ

สรา๎ งความคิดรวบยอด
เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการ

อนรุ กั ษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความรไ๎ู ปใชใ๎ ห๎เกดิ ประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช๎กับชีวติ ประจาวันไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖

ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ๑๗

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

ฝึกอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและสานวนจากเร่ืองที่
อาํ น อาํ นเรอ่ื งสน้ั ๆ ตามเวลาทกี่ าหนดและตอบคาถามจากเรื่องทอ่ี ําน แยกข๎อเท็จจรงิ และขอ๎ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอําน
คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอ่ื งทีอ่ ําน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความร๎ูและข๎อคิดจากเร่ืองท่ีอําน เพื่อนาไปใช๎ใน

ชีวติ ประจาวนั เลือกอํานหนงั สือท่มี ีคณุ คาํ ตามความสนใจอยํางสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อําน มี
มารยาทในการอาํ น ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช๎คาได๎ถูกต๎อง ชัดเจน

และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใช๎พัฒนางานเขียน เขียนยํอความจากเร่ืองส้ัน ๆ
เขยี นจดหมายถงึ เพ่ือนและมารดา เขียนบนั ทกึ และเขียนรายงานจากการศึกษาคน๎ ควา๎ เขยี นเร่ืองตามจินตนาการ มี
มารยาทในการเขยี น

ฝกึ ทักษะการฟงั การดแู ละการพดู จาแนกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นเรื่องที่ฟังและดู พูดสรปุ จากการฟังและ
ดู พดู แสดงความรู๎ ความคดิ เหน็ และความรส๎ู ึกเกยี่ วกบั เร่ืองท่ีฟงั และดู ตง้ั คาถามและตอบคาถามเชงิ เหตุผลจาก

เร่ืองทฟี่ ังและดู พูดรายงานเร่อื งหรอื ประเด็นทศ่ี ึกษาคน๎ คว๎าจากการฟัง การดูและการสนทนา มมี ารยาทในการฟงั
การดูและการพดู ฝึกเขยี นตามหลักการเขยี น เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาในบรบิ ทตําง ๆ ระบชุ นดิ และ
หน๎าทีข่ องคาในประโยค ใชพ๎ จนานกุ รมค๎นหาความหมายของคา แตํงประโยคได๎ถกู ต๎องตามหลักภาษา แตํงบทร๎อย

กรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได๎
ระบุข๎อคิดจากนิทานพ้ืนบ๎านหรือนิทานคติธรรมอธิบายข๎อคิดจากการอํานเพ่ือนาไปใช๎ในชีวิตจริงร๎องเพลง

พ้ืนบ๎านทํองจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร๎อยกรองท่ีมีคุณคําตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอําน
กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู๎ กระบวนการกลุํม กระบวนการคิดวิเคราะ ห์และสรุปความ
กระบวนการคิดอยํางมวี จิ ารณญาณ กระบวนการสือ่ ความ กระบวนการแก๎ปัญหา การฝึกปฏิบัติอธิบาย บันทึก การ

ตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทกั ษะการฟงั การดูและการพูดพดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร๎างความคดิ รวบยอด
เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการ

อนรุ ักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับชีวติ ประจาวนั ได๎อยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘

ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๘

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย๕ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ฝกึ อํานออกเสยี งบทร๎อยแกว๎ และบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข๎อความท่ีเป็นการ
บรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข๎อเท็จจริง ข๎อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น
อํานงานเขยี นเชิงอธบิ าย คาส่งั ขอ๎ แนะนา และปฏบิ ตั ิตาม เลือกอํานหนังสือท่ีมีคุณคําตามความสนใจ มีมารยาท

ในการอาํ น
ฝกึ คดั ลายมือดว๎ ยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพ

ความคิด เขียนยํอความ เขียนจดหมายถึงผ๎ูปกครองและญาติ เขียนแสดงความร๎ูสึกและความคิดเห็น กรอกแบบ
รายการตําง ๆ เขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทกั ษะการฟงั การดูและการพดู พูดแสดงความร๎ู ความคิดเห็นและความรู๎สึก ต้ังคาถาม ตอบคาถาม

วิเคราะหค์ วาม พูดรายงาน มีมารยาทในการฟงั การดูและการพูด
ระบชุ นดิ และหน๎าท่ีของคาในประโยค จาแนกสํวนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน

และภาษาถิ่น ใช๎คาราชาศพั ท์ บอกคาภาษาตาํ งประเทศในภาษาไทย แตํงบท
รอ๎ ยกรอง ใชส๎ านวนได๎ถูกต๎อง

สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อําน ระบุความรู๎ ข๎อคิดจากการอํานวรรณคดีและวรรณกรรมที่

สามารถนาไปใชใ๎ นชีวิตจรงิ อธิบายคณุ คําของวรรณคดีและวรรณกรรม ทอํ งจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทร๎อย
กรองท่ีมีคุณคําตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความร๎ู

กระบวนการกลํุม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยํางมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อ
ความ กระบวนการแกป๎ ัญหา การฝกึ ปฏิบตั ิ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดู
และการพูด พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร๎างความคดิ รวบยอด

เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ ส่ือสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการ
อนุรกั ษภ์ าษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ

สามารถนาไปประยุกตใ์ ชก๎ บั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ๎ ยํางถูกตอ๎ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘

ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๙

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ฝึกอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข๎อความที่เป็น

โวหาร อํานเรื่องสั้น ๆอยํางหลากหลาย แยกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นจากเรื่องที่อําน วิเคราะห์และแสดงความ

คดิ เหน็ เกีย่ วกับเรอ่ื งทอี่ าํ นเพื่อนาไปใช๎ในการดาเนินชีวิต อํานงานเขียน เชิงอธิบาย คาส่ัง ข๎อแนะนา และปฏิบัติ

ตาม อธิบายความหมายของขอ๎ มลู จากการอํานแผนผัง แผนที่ แผนภูมแิ ละกราฟ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจ

และอธิบายคณุ คาํ ท่ีได๎รบั มมี ารยาทในการอาํ น

ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช๎คาได๎ถูกต๎อง ชัดเจน และ

เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใช๎พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนยํอความ

จากเรื่องอําน เขียนจดสํวนตัว กรอกแบบรายการตําง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร๎างสรรค์ มีมารยาทใน

การเขียน

ฝึกทกั ษะการฟงั การดแู ละการพดู พดู แสดงความรู๎ ความเข๎าใจจุดประสงค์ของเร่ืองท่ีฟังและดู ตั้งคาถาม

และตอบคาถามเชงิ เหตุผลจากเรือ่ งที่ฟังและดู วิเคราะห์ความนําเชื่อถือจากเร่ืองท่ีฟังและดูสื่อโฆษณาอยํางมีเหตุผล

พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค๎นคว๎าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน๎มน๎าวอยํางมีเหตุผลและ

นาํ เชอื่ ถอื มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู

ฝึกวเิ คราะหช์ นิดและหนา๎ ท่ขี องคาในประโยค ใช๎คาได๎เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอก

ความหมายของคาภาษาตํางประเทศท่ีใช๎ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แตํงบทร๎อยกรอง วิเคราะห์

เปรียบเทียบสานวนทเี่ ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษิต

ฝกึ แสดงความคดิ เห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่อี ําน เลาํ นทิ านพื้นบ๎านทอ๎ งถิน่ ตนเองและนิทานพ้ืนบ๎าน

ของท๎องถิน่ อื่น อธิบายคณุ คําของวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี าํ นและนาไปประยุกต์ใช๎ในชวี ติ จรงิ ทอํ งจาบทอาขยาน

ตามที่กาหนดและบทร๎อย โดยใช๎กระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู๎ กระบวนการ

กลุํม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยํางมีวิจารณญาณ กระบวน การสื่อความ

กระบวนการแก๎ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข๎อเท็จจริง กระบวนการค๎นคว๎า กระบวนการใช๎

เทคโนโลยใี นการสื่อสาร กระบวนการใช๎ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม

ใช๎ทกั ษะการฟงั การดแู ละการพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร๎างความคิดรวบยอด

เพื่อใหเ๎ กดิ ความรู๎ ความคดิ ความเข๎าใจ สอ่ื สารไดถ๎ กู ตอ๎ ง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการอนุรักษ์

ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ

นาไปประยกุ ต์ใช๎กับชวี ิตประจาวันได๎อยาํ งถกู ต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั

ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙

ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙

ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖

ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖

ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๒๐

คาอธบิ ายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะการคดิ คานวณและฝึกแกป๎ ญั หา จานวนนบั ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนส่ิงตําง

ๆ ตามจานวนที่กาหนด อํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับท่ีหลัก คําของเลขโดดในแตํละ
หลกั และเขียนแสดงจานวนในรปู กระจาย เปรียบเทียบจานวนนบั ไมเํ กนิ ๑๐๐ และ ๐ โดยใช๎เคร่ืองหมาย = ≠ > <

เรียงลาดบั จานวนต้ังแตํ ๓ ถึง ๕ จานวน แสดงจานวนนับไมํเกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจานวนแบบสํวนยํอย-
สํวนรวม และหาคําของตัวไมทํ ราบคาํ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก๎โจทย์ปัญหาการบวก การ
ลบ ของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวและน้าหนัก สร๎างโจทย์ปัญหาพร๎อมทั้งแสดงวิธีหาคาตอบของ

โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของจานวนที่
เพิม่ ขนึ้ หรือลดลงทลี ะ ๑ ทลี ะ ๑๐ รูปท่ีหายไปในแบบรูปซ้าของรูปเรขาคณิตและรูปอื่น ๆ ท่ีสมาชิกใน แตํละชุดท่ี

ซ้ามี ๒ รปู วดั และเปรียบเทยี บความยาวเปน็ เซนตเิ มตร เป็นเมตร น้าหนักเป็นกิโลกรัมเป็นขีด และใช๎หนํวยที่ไมํใชํ
หนํวยมาตรฐาน จาแนกรูปสามเหล่ยี ม รปู ส่เี หลี่ยม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหลีย่ มมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย
ใช๎ข๎อมลู จากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เม่ือกาหนดรูป ๑ รปู แทน ๑ หนํวย

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวมทงั้ หมด ๑๐ ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ๒๑

ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์๒ กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

ศกึ ษา ฝกึ ทักษะการคดิ คานวณและฝึกแก๎ปญั หา จานวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนสิ่ง
ตาํ ง ๆ ตามจานวนท่กี าหนด อํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับท่ีหลัก คําของเลขโดดในแตํ
ละหลกั และเขียนแสดงจานวนในรปู กระจาย เปรยี บเทยี บจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช๎เคร่ืองหมาย =

≠ > < เรียงลาดบั จานวนนบั ไมเํ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตงั้ แตํ ๓ ถงึ ๕ จานวน และหาคาํ ของตัวไมํทราบคําในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก๎โจทย์ปญั หาการบวก การลบของจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาคํา

ของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไมํเกิน ๒ หลัก และประโยค
สญั ลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวต้ังไมํเกิน ๒ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลัก ท้ังหารลงตัวและหารไมํลงตัว
หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒

ข้นั ตอนของจานวนนบั ไมเํ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เวลาที่มีหนํวยเดี่ยวและเป็น
หนํวยเดียว วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร๎อมท้ังแสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา

การบวก การลบความยาวท่ีมีหนํวยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม
กโิ ลกรมั และขดี พรอ๎ มทง้ั แสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกการลบเกี่ยวกบั น้าหนกั ทมี่ หี นวํ ยเปน็ กิโลกรัม
และกรมั กโิ ลกรมั และขีด วัดและเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุเป็นชอ๎ นชา ชอ๎ นโตะ๏ ถ๎วยตวง และลติ ร จาแนกและ

บอกลักษณะของรูปหลายเหล่ียมและวงกลม ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อ
กาหนดรปู ๑ รปู แทน ๒ หนํวย ๕ หนวํ ยหรอื ๑๐ หนํวย

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘

ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑

ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๑๖ ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ๒๒

ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

อํานและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทยี บและเรียงลาดับจานวนนบั ไมเํ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ตําง ๆ บอก อํานและเขียนเศษสํวน
ท่ีแสดงปรมิ าณสง่ิ ตําง ๆ และแสดงส่ิงตาํ ง ๆ ตามเศษสํวนท่ีกาหนด เปรียบเทียบเศษสํวนท่ตี ัวเศษเทํากัน โดยท่ีตัวเศษ

น๎อยกวาํ หรอื เทํากับตัวสํวน หาคําของตัวไมํทราบคาํ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบของจานวนนับไมํ
เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคาํ ของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไมํ

เกิน ๔ หลักและจานวน ๒ หลกั กบั จานวน ๒ หลัก หาคาํ ของตัวไมทํ ราบคําในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารที่ตัวต้ัง
ไมเํ กนิ ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลกั และหาผลลพั ธ์การบวก ลบ คณู หารระคนและแสดงวิธกี ารหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
๒ ข้ันตอนของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกของ

เศษสวํ นท่มี ีตวั สวํ นเทํากนั และผลบวกไมเํ กิน ๑ และหาผลลบพร๎อมทั้งแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการลบของ
เศษสํวนท่ีมีตวั สํวนเทํากัน ระบจุ านวนทหี่ ายไปในแบบรูปของจานวนที่เพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละเทํา ๆ กัน ระบุแบบรูป

ของจานวนท่ีเกดิ จากการคณู การหารด๎วยจานวนเดียวกัน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน เวลาและ
ระยะเวลา เลือกใช๎เคร่ืองมือความยาวท่ีเหมาะสม วัดและบอกความยาวของส่ิงตําง ๆ เป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร
เมตรและเซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคาตอบ

ของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั ระหวํางเซนตเิ มตรกบั มลิ ลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กโิ ลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ตําง ๆ
เลอื กใชเ๎ ครอ่ื งชงั่ ที่เหมาะสม วัดและบอกนา้ หนักเปน็ กิโลกรัมและขดี กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัม

และเปน็ ขดี เปรยี บเทียบนา้ หนกั และแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกับนา้ หนกั ท่ีมีหนํวยเป็นกิโลกรัมกับกรัม
เมตริกตนั กับกิโลกรัม จากสถานการณ์ตําง ๆ เลือกใช๎เคร่ืองตวงท่ีเหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตร ความจุเป็น
ลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุเป็นลิตรและ

มิลลิเมตร ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรูปภาพและใช๎ข๎อมูลจาก
แผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เขียนตารางทางเดียวจากข๎อมูลท่ีเป็นจานวนนับและใช๎ข๎อมูลจาก

ตารางทางเดียวในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑

ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑,

ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒

รวม ๒๘ ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ๒๓

ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์๔ กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศกึ ษา ฝึกทักษะการอํานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับท่ีมากกวํา
๑๐๐,๐๐๐ พรอ๎ มท้งั เปรยี บเทียบและเรยี งลาดบั จานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ตําง ๆ บอก อําน
และเขียนเศษสํวน จานวนคละแสดงปริมาณส่ิงตําง ๆ และแสดงส่ิงตําง ๆ ตามเศษสํวน จานวนคละที่กาหนด

เปรียบเทียบ เรียงลาดับเศษสวํ นและจานวนคละทีต่ ัวสํวนตัวหนึ่งเป็นพหูคูณของอีกตัวหน่ึง อํานและเขียนทศนิยมไมํ
เกิน ๓ ตาแหนํง แสดงปริมาณของสิ่งตําง ๆ ตามทศนิยมท่ีกาหนด เปรียบเทียบและเรียงลาดับทศนิยมไมํเกิน ๓

ตาแหนงํ และประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบการคูณ การหาร จากสถานการณ์ตําง ๆ อยํางสมเหตุสมผล หาคํา
ของตัวไมทํ ราบคาํ ในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวก การลบของจานวนนบั ที่มากกวาํ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการ
คูณของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน ทม่ี ผี ลคณู ไมํเกนิ ๖ หลกั และแสดงการหารที่ตัวต้ังไมํเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมํเกิน

๒ หลกั หาผลลพั ธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอน
ของจานวนนบั ท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สรา๎ งโจทยป์ ญั หา ๒ ขนั้ ตอนของจานวนนับ และ ๐ พร๎อมท้ังหาคาตอบ

หาคาตอบและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบของเศษสํวนและจานวนคละที่ตัวสํวนตัวหน่ึงเป็น
พหูคูณของอีกตัวหนึ่ง หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการ
บวก การลบ ๒ ขั้นตอนของทศนยิ มไมํเกิน ๓ ตาแหนงํ

แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสร๎างมุมโดยใช๎โพรแทรกเตอร์ แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก จาแนกชนิดของมุม บอกช่ือมุม

สวํ นประกอบของมมุ และเขยี นสัญลักษณแ์ สดงมมุ สร๎างรูปส่เี หล่ียมมุมฉากเมือ่ กาหนดความยาวของดา๎ น และใช๎ข๎อมูล
จากแผนภูมิแทงํ ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.

๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตัวช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ๒๔

ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

เขยี นเศษสวํ นท่มี ตี ัวสํวนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ หรอื ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช๎บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษสํวนและจานวนคละ แสดงวิธีหา
คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสํวน ๒ ข้ันตอน หาผลคูณของทศนิยม ท่ีผลคูณเป็น

ทศนิยมไมํเกนิ ๓ ตาแหนํง หาผลหารที่ตัวตั้งเป็นจานวนนับหรือทศนยิ มไมเํ กนิ ๓ ตาแหนํง และตัวหารเป็นจานวนนับ
ผลหารเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบการคูณ การหารทศนิยม แสดงวิธีหา

คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม ๒ ขนั้ ตอน และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
รอ๎ ยละไมเํ กนิ ๒ ขน้ั ตอน

แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว น้าหนัก ที่มีการเปล่ียนหนํวยและเขียนในรูปทศนิยม

แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหล่ียมมุม
ฉาก ความยาวรอบรูปของรูปส่เี หล่ยี มและพ้ืนทีข่ องรูปสี่เหลี่ยมด๎านขนานและรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน สร๎างเส๎นตรง

หรือสํวนของเส๎นตรงใหข๎ นานกบั เส๎นตรงหรือสวํ นของเส๎นตรงทีก่ าหนดให๎ จาแนกรูปส่ีเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติ
ของรปู สรา๎ งรูปส่ีเหลย่ี มชนดิ ตําง ๆ เมอ่ื กาหนดความยาวของดา๎ นและขนาดของมมุ หรือเมื่อกาหนดความยาวของเส๎น
ทแยงมมุ และบอกลักษณะของปริซมึ

ใชข๎ ๎อมูลจากกราฟเสน๎ ในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา และเขยี นแผนภูมแิ ทงํ จากขอ๎ มลู ที่เปน็ จานวนนบั

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวม ๑๙ ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ๒๕

ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์๖ กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

เปรยี บเทียบ เรยี งลาดับ เศษสวํ นและจานวนคละจากสถานการณ์ตําง ๆ เขียนอัตราสํวนแสดงการเปรียบเทียบ
ปริมาณ ๒ ปริมาณจากข๎อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแตํละปริมาณเป็นจานวนนับ หาอัตราสํวนที่เทํากับ
อัตราสวํ นท่ีกาหนดให๎ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนบั ไมํเกิน ๓ จานวน แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาโดย

ใช๎ความร๎ูเก่ียวกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสํวนและจานวนคละ แสดง
วธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเศษสํวนและจานวนคละ ๒ – ๓ ขน้ั ตอน หาผลหารของทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็น

ทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราสํวน ปัญหาร๎อยละ ๒ – ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาคาตอบของปัญหา
เกี่ยวกบั แบบรปู

แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ปริมาตรของรปู เรขาคณิตสามมติ ิทป่ี ระกอบด๎วยทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
และแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั ความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและ

พนื้ ท่ีของวงกลม จาแนกรูปสามเหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร๎างรูปสามเหล่ียมเมื่อกาหนดความยาวของ
ด๎านและขนาดของมมุ บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตําง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรูป
คลี่และระบรุ ูปคลขี่ องรูปเรขาคณิตสามมติ ิ

ใชข๎ ๎อมลู จากแผนภูมิรปู วงกลมในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑

ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒๐ ตวั ชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๒๖

คาอธบิ ายรายวิชา
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหสั วชิ า ว๑๑๑๐๑ คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชัว่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ พชื และสตั ว์ที่อาศยั อยํูบริเวณตํางๆ สภาพแวดล๎อมที่เหมาะสมกับการดารงชีวิตของสัตว์ใน
บริเวณท่อี าศัยอยํู รวมถึงหน๎าท่ีของสํวนตาํ ง ๆ ของสัตว์และพืช อีกท้ังหน๎าท่ีและการทาหน๎าที่รํวมกันของสํวนตําง ๆ
ของรํางกายมนษุ ย์ นอกจากนมี้ ีการจดั กลมํุ ของวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกตได๎ การเกิดเสียงและทิศทาง การเคล่ือนท่ีของ
เสียง ทั้งน้ีรวมถึงปรากฏการณ์บนท๎องฟูาในเวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน และสามารถ
แก๎ปัญหาโดยใชภ๎ าพ สัญลกั ษณห์ รอื ขอ๎ ความ การเขียนโปรแกรมอยํางงําย จากการใช๎สือ่ ซอฟตแ์ วร์ การใช๎เทคโนโลยี
ในการสร๎าง จัดเกบ็ เรยี กใชข๎ ๎อมูล การใชค๎ อมพวิ เตอรแ์ ละการดูแลรักษาอปุ กรณ์

โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู๎ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การ
เปรียบเทยี บขอ๎ มูลจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษแ์ ละการอภิปราย เพื่อใหเ๎ กิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถสื่อสาร
สงิ่ ทเ่ี รยี นร๎ู และมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ

เกิดการรับรู๎ และเห็นคุณคําของการนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และคาํ นยิ มทเ่ี หมาะสมทพ่ี งึ ประสงค์ตํอการดาเนนิ ชวี ติ ในปัจจบุ ัน

รหัสตัวชว้ี ัด
วทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๑/๑
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๑/๑
วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕

รวม ๑๕ ตวั ช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๓๐

รหสั วชิ า ว๑๒๑๐๑ คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชั่วโมง

ศึกษา วิเคราะห์ ความต๎องการแสงและน้าเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก รวมถึง

ลักษณะของสิ่งมชี ีวิตและส่งิ ไมมํ ชี ีวิต อกี ทง้ั สมบัติของวัสดุและการนาสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช๎ในการทาวัตถุ

ในชีวิตประจาวัน ทั้งนี้วัสดุที่ใช๎แล๎วมีประโยชน์สามารถนากลับมาใช๎ใหมํได๎ นอกจากน้ีการเคล่ือนท่ีของแสงจาก

แหลงํ กาเนดิ แสง สงํ ผลใหส๎ ามารถมองเห็นวัตถุ และเสนอแนะแนวทางการปูองกนั อนั ตรายจากการมองวตั ถุบรเิ วณ

ท่ีมีแสงสวํางไมํเหมาะสม นอกจากนใ้ี นเรื่องของดนิ มสี ํวนประกอบที่หลากหลาย และสามารถจาแนกชนิดของดิน

โดยใชเ๎ กณฑ์ของลักษณะเน้ือดินและการจับตัว รวมถึงอธิบายการใช๎ประโยชน์จากดิน อีกท้ังสามารถ

แก๎ปัญหาโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์หรือข๎อความ การเขียนโปรแกรมอยํางงําย จากการใช๎สื่อซอฟต์แวร์ การใช๎

เทคโนโลยใี นการสรา๎ ง จดั เก็บ เรยี กใช๎ขอ๎ มลู การใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศอยํางปลอดภยั

โดยใช๎กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู๎ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การ

เปรียบเทียบข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถ

สือ่ สารส่งิ ทเ่ี รยี นร๎ู และมีความสามารถในการตัดสินใจ

เกิดการรบั ร๎ู และเห็นคณุ คําของการนาความรไ๎ู ปใช๎ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์

จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคํานิยมทเี่ หมาะสมท่พี ึงประสงค์ตํอการดาเนินชีวติ ในปัจจุบนั

รหสั ตัวชี้วดั
วิทยาศาสตร์
มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓
มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๒/๑
มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔

รวม ๑๖ ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ ๓๑
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชั่วโมง

ศกึ ษา วิเคราะห์ ส่ิงท่ีจาเป็นตํอการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงประโยชน์

ของอาหาร น้า และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให๎ได๎รับส่ิงเหลําน้ีอยํางเหมาะสม อีกท้ังบรรยายและ
เปรยี บเทียบวฏั จกั รชวี ติ ของสัตว์ นอกจากนมี้ ีเรือ่ งของสวํ นประกอบของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวัสดุเมือ่ ทา
ให๎รอ๎ นข้ึนหรือทาให๎เยน็ ลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนท่ีของวัตถุเกิดจากแรง ท้ังแรงสัมผัสและแรงไมํ

สัมผัสท่ีมีผลตํอการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหวํางแมํเหล็กกับวัตถุ ข้ัวแมํเหล็ก และการเปลี่ยน
พลังงาน การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟูา และแหลํงพลังงานในการผลิตไฟฟูา รวมถึงประโยชน์และโทษของ

ไฟฟูา โดยนาเสนอวิธีการใช๎ไฟฟาู อยาํ งประหยัด และปลอดภัย อีกท้ังในเร่ืองของเส๎นทางการข้ึนและตกของดวง
อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ตํอส่ิงมีชีวิต รวมไปถึง
สํวนประกอบและความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศตํอสิ่งมีชีวิต การนาเสนอแนว

ทางการปฏิบตั ิตนในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ นอกจากนส้ี ามารถอธิบายการเกิดลมและบรรยายประโยชน์
และโทษของลม อกี ทั้งสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทางาน แก๎ปัญหาโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์หรือข๎อความ การ

เขียนโปรแกรมอยาํ งงาํ ย จากการใช๎สอ่ื ซอฟตแ์ วร์ และใชอ๎ นิ เทอร์เน็ตในการคน๎ หาความร๎ู และรวบรวมประมวลผล
และนาเสนอขอ๎ มูลโดยใช๎ซอฟต์แวร์

โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความร๎ู การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การ

เปรยี บเทยี บข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถ
สอ่ื สารส่งิ ท่ีเรียนร๎ู และมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ

เกิดการรบั ร๎ู และเห็นคุณคําของการนาความร๎ูไปใชป๎ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคาํ นิยมทเี่ หมาะสมทพี่ งึ ประสงค์ตํอการดาเนินชวี ติ ในปัจจุบัน

รหัสตวั ช้ีวดั

วิทยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓, ป.๓/๔

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔

วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓ , ป.๓/๔, ป๓/๕

รวม ๒๕ ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

รหัสวิชา ว๑๔๑๐๑ ๓๒
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ช่ัวโมง

ศึกษา วิเคราะห์ หน๎าทข่ี องราก ลาต๎น ใบ และดอกของพชื ดอก สํวนประกอบของพืชดอก ความแตกตําง

ของลกั ษณะของสงิ่ มชี วี ติ ออกเป็น กลํมุ พืช กลุํมสตั ว์ และกลุํมที่ไมํใชํพืชและสัตว์ จาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและ

พชื ไมํมีดอก จาแนกสตั ว์ออกเป็นสัตว์มีกระดกู สันหลังและสัตว์ไมมํ ีกระดกู สันหลงั ลกั ษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูก

สันหลังในกลุํมปลา กลํุมสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก กลุํมสัตว์เล้ือยคลาน กลุํมนก และกลํุมสัตว์เลี้ยงลูกด๎วยนม

ตัวอยาํ งของสัตว์ในแตลํ ะกลมํุ นอกจากนีเ้ ปรียบเทียบสมบัตทิ างกายภาพของวัสดุจากการทดลองและระบุการนา

สมบตั ขิ องวสั ดุไปใช๎ในชีวิตประจาวันโดยผํานกระบวนการออกแบบชิ้นงาน แลกเปลี่ยนความคิดกับผู๎อื่นโดยการ

อภปิ รายเกี่ยวกบั สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุอยํางด๎านความแข็ง และสภาพความยืดหยํุน การนาความร๎อน การ

นาไฟฟาู ของวัสดุ สมบัติของสสารท้งั ๓ สถานะ การสังเกต มวล ความต๎องการท่ีอยูํ รูปรํางและปริมาตรของสสาร

เครื่องมือท่ีใช๎สาหรับการวัดมวล และปริมาตรของสสาร ทั้ง ๓ สถานะ ผลของแรงโน๎มถวํ งท่มี ีตํอวัตถุ การใช๎เครื่อง

ชง่ั สปริงในการวดั นา้ หนกั ของวตั ถุ มวลของวตั ถทุ ่มี ผี ลตอํ การเปล่ยี นแปลงการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ วัตถุที่เป็นตัวกลาง

โปรํงใส ตวั กลางโปรงํ แสง และวตั ถทุ ึบแสง ลักษณะการมองเห็นผํานวัตถุ แบบรูปเส๎นทางการขึ้นและตกของดวง

จันทร์ แบบจาลองอธิบายแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปรํางของดวงจันทร์ และสามารถพยากรณ์รูปรํางของดวง

จนั ทร์ทปี่ รากฏ แบบจาลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสรุ ิยะ และเปรียบเทยี บคาบของการโคจรของดาวเคราะห์

ตาํ ง ๆ จากแบบจาลองได๎

ใช๎เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแก๎ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอยํางงําย

ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์ หรือส่ือ และตรวจหาข๎อผิดพลาดและแก๎ไขใช๎

อินเทอร์เน็ตค๎นหาความร๎ู นาเสนอข๎อมูลและสารสนเทศ ตลอดจนใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ

เสาะหาความรู๎ การสารวจตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การเปรียบเทียบข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และ

การอภิปรายเพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจสามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนร๎ู และมีความสามารถ

ในการตัดสินใจ

เกิดการรับร๎ู และเห็นคุณคําของการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์

จริยธรรม คณุ ธรรม และคาํ นยิ มท่ีเหมาะสมทพี่ ึงประสงค์ตอํ การดาเนินชีวิตในปจั จบุ นั

รหสั ตวั ชว้ี ัด

วิทยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๔/๑

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓

วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕

รวม ๒๑ ตัวชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

รหัสวิชา ว๑๕๑๐๑ ๓๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชัว่ โมง

ศึกษา วเิ คราะห์ โครงสร๎างและลกั ษณะของส่งิ มชี วี ิตทเ่ี หมาะสมกบั การ และการปรบั ตัวของสิ่งมีชีวิตในแตํละแหลํงที่อยํู
ความสัมพนั ธ์ระหวํางส่ิงมีชวี ติ กับสิง่ มชี วี ิต และความสมั พันธ์ระหวํางสิ่งมชี วี ิตกบั สิ่งไมมํ ชี ีวติ เพื่อประโยชน์ตํอการดารงชีวิตในหํวง
โซํอาหารและบทบาทหนา๎ ที่ของสิ่งมีชีวิตท่ีเปน็ ผ๎ูผลิตและผ๎บู รโิ ภคในโซอํ าหาร สํวนลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถํายทอดจากพํอ

แมํสูํลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ วํามลี ักษณะทค่ี ล๎ายคลึงกันของตนเองกบั พํอแมํ การเปลี่ยนสถานะของสสารและการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี สวํ นวธิ ีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกนั ทก่ี ระทาตอํ วตั ถุอยํูนง่ิ การใช๎เคร่ืองชงั่ สปรงิ ในการวัดแรงที่กระทา
ตํอวัตถุ สงํ ผลตํอแรงเสียดทานทีม่ ตี อํ การเปลย่ี นแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ และการเขียนแผนภาพของแรง ทาให๎ได๎ยินเสียงผําน
ตวั กลาง การเกดิ เสียงสงู เสียงต่า ออกแบบการทดลองและอธบิ ายลกั ษณะและการเกิดเสียงดัง เสยี งคอํ ย การวัดระดับเสียงโดยใช๎
เคร่ืองมอื วดั ระดับเสยี ง เพือ่ หาแนวทางในการหลีกเลยี่ งและลดมลพิษทางเสยี ง และสามารถหาความแตกตํางของดาวเคราะห์และ
ดาวฤกษ์จากแบบจาลอง โดยการใช๎แผนที่ดาวระบุตาแหนํงและเส๎นทางการข้ึนและตกของกลุํมดาวฤกษ์บนท๎องฟูา เพ่ือระบุ
ปรมิ าณนา้ ในแตลํ ะแหลํง ปริมาณน้าที่มนษุ ย์สามารถนามาใช๎ประโยชน์ได๎ แนวทางการใช๎น้าอยํางประหยัดและการอนุรักษ์น้า มี
แบบจาลองการหมุนเวยี นของน้าในวัฏจักรน้า ทไี่ ดจ๎ ากกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค๎าง และน้าค๎างแข็ง จากแบบจาลอง และ
กระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ตลอดจนการใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการแก๎ปัญหา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์
ผลลพั ธจ์ ากปญั หาอยาํ งงําย สามารถออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข๎อผิดพลาด

และแก๎ไข โดยใชอ๎ นิ เทอรเ์ น็ตคน๎ หาขอ๎ มูล ตดิ ตํอสอื่ สารและทางานรํวมกนั เพื่อประเมนิ ความนําเชอ่ื ถือของข๎อมลู รวบรวม ประเมิน
นาเสนอข๎อมลู และสารสนเทศโดยใช๎ซอฟตแ์ วร์หรือบริการบนอนิ เตอรเ์ น็ตทห่ี ลากหลาย โดยใช๎กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการ
สืบเสาะหาความร๎ู การสารวจตรวจสอบ การสบื ค๎นขอ๎ มูลการเปรียบเทียบข๎อมลู จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ และการอภปิ ราย เพือ่ ให๎
เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู๎ มีความสามารถในการตัดสินใจ เกิดการรับร๎ู และเห็นคุณคําของ
ส่งิ แวดล๎อมทมี่ ีตํอการดารงชีวติ ของสง่ิ มีชีวติ โดยมีสํวนรวํ มในการดูแลรักษาสิ่งแวดล๎อม นาความรไ๎ู ปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคํานิยมทเ่ี หมาะสมท่พี ึงประสงคต์ อํ การดาเนินชวี ิตในปัจจบุ นั

รหสั ตวั ชวี้ ดั

วทิ ยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔

มาตรฐาน ว ๑.๓ ป๕/๑, ป๕/๒

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป๕/๑, ป๕/๒

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป๕/๑, ป๕/๒, ป๕/๓, ป๕/๔, ป๕/๕

รวม ๓๒ ตัวชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

รหัสวชิ า ว๑๖๑๐๑ ๓๔
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชวั่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแตํละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน เพื่อการเลือก
รับประทานอาหารให๎ได๎สารอาหารครบถ๎วนในสัดสํวนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยตํอสุขภาพ โดยมี
แบบจาลอง ระบบยํอยอาหาร อวัยวะในระบบยํอยอาหารมีหน๎าที่สาหรับการยํอยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ความสาคัญ

ของระบบยํอยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบยอํ ยอาหารใหท๎ างานเป็นปกติ มีการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การรํอน
การใชแ๎ มเํ หล็กดงึ ดดู การรินออก การกรอง และการตกตะกอน สามารถหาวิธีการแก๎ปัญหาในชีวิตประจาวันเกี่ยวกับการแยกสาร
การเกิดผลของแรงไฟฟูาซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีผํานการขัดถู จากสํวนประกอบ หน๎าท่ี ของวงจรไฟฟูาแตํละสํวนอยํางงําย โดยมี
แผนภาพการตํอวงจรไฟฟูาแบบอนุกรมและแบบขนาน สามารถใช๎การตํอหลอดไฟฟูาแบบอนุกรมและขนานด๎วยวิธีการท่ี
เหมาะสม มีประโยชน์ ข๎อจากดั ของการเกดิ เงามืด เงามัว จากแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว จากแบบจาลอง
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา มีการพัฒนาของเทคโนโลยีอวกาศและการใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน สํวน
กระบวนการเกิดหนิ อคั นี หินตะกอน และหนิ แปร ดจู ากแบบจาลองวัฏจักรหิน เพ่ือหาประโยชน์ของหินและแรํในชีวิตประจาวัน
มีแบบจาลองการเกิดของซากดึกดาบรรพ์สภาพแวดล๎อมในอดีต ท่ีเกิดจากลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจาลอง สามารถ
สงํ ผลตํอการเกิดของมรสุมในฤดูตํางๆ ของประเทศไทย เกิดผลกระทบของ นา้ ทํวม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถลมํ แผํนดินไหว สึนามิ
รวํ มถงึ ผลกระทบของภัยธรรมชาตแิ ละธรณพี ิบตั ิภัย เพอื่ หาแนวทางการเฝาู ระวังและปฏิบัติตนให๎ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ จาก

แบบจาลองเพ่ืออธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมท่ีกํอให๎เกิดแก๏สเรือนกระจกท่ีมีทาให๎เกิด
ปรากฏการณเ์ รือนกระจกลกู เห็บ

ใช๎เหตุผลเชิงตรรกะในการแก๎ปัญหา การทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอยํางงําย ออกแบบ และเขียน
โปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์ หรือส่ือ และตรวจหาข๎อผิดพลาดและแก๎ไขใช๎อินเทอร์เน็ตค๎นหาความรู๎ รวบรวม ประเมิน
นาเสนอข๎อมูลและสารสนเทศ โดยใช๎ซอฟต์แวร์ท่ีหลากหลาย เพ่ือแก๎ปัญหาในชีวิตประจาวัน ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยําง
ปลอดภัย เขา๎ ใจสิทธิและหน๎าทีข่ องตน เคารพในสิทธิของผ๎ูอ่ืน

โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู๎ การสารวจตรวจสอบ การสืบค๎นข๎อมูล การเปรียบเทียบ
ข๎อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจสามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนร๎ู มี
ความสามารถในการตดั สินใจ

เกดิ การรับรู๎ และเห็นคุณคําของการนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม

และคํานิยมทเี่ หมาะสมท่ีพึงประสงค์ตอํ การดาเนินชวี ติ ในปจั จบุ ัน

รหสั ตวั ชว้ี ดั

วิทยาศาสตร์

มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕

มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑

มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑

มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘

มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒

มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป’๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙

วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๓๐ ตวั ชีว้ ดั

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๓๕

คาอธิบายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ๑ คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
บอกพทุ ธประวตั ิ หรอื ประวตั ขิ องศาสดาทีต่ นนบั ถอื โดยสังเขป ช่ืนชมและบอกแบบอยํางการดาเนินชีวิต

และข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเลําและศาสนิกชนตัวอยํางตามท่ีกาหนด บอกความหมาย ความสาคัญ
และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
ตามที่กาหนด เห็นคุณคําและสวดมนต์ แผํเมตตา มีสติท่ีเป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการ
พฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามทก่ี าหนด บาเพ็ญประโยชนต์ ํอวัด หรือศาสนสถานของศาสนาที่
ตนนับถือ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนในศาสนพิธี
พิธีกรรม และวันสาคัญทางศาสนา ตามท่ีกาหนดได๎ถูกต๎อง บอกประโยชน์และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของ
ครอบครวั และโรงเรียนยกตัวอยํางความสามารถและความดขี องตนเอง ผ๎ูอ่ืนและบอกผลจากการกระทาน้ัน บอก
โครงสร๎าง บทบาทและหน๎าที่ของสมาชิกในครอบครัวและโรงเรียน ระบุบทบาท สิทธิ หน๎าที่ของตนเองใน
ครอบครัวและโรงเรียน มีสํวนรํวมในการตัดสินใจและทากิจกรรมในครอบครัวและโรงเรียนตามกระบวนการ
ประชาธปิ ไตย ระบสุ ินค๎าและบริการทใี่ ช๎ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน ยกตัวอยํางการใช๎จํายเงินในชีวิต ประจาวันที่
ไมํเกินตัวและเห็นประโยชน์ของการออม ยกตัวอยํางการใช๎ทรัพยากรในชีวิตประจาวันอยํางประหยัด อธิบาย
เหตุผลความจาเป็นท่ีคนต๎องทางานอยาํ งสจุ ริต

จาแนกสงิ่ แวดล๎อมรอบตวั ทีเ่ กิดข้นึ เองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร๎างขึ้น ระบุความสัมพันธ์ของตาแหนํง
ระยะ ทิศของสิ่งตํางๆ ใช๎แผนผังงําย ๆ ในการแสดงตาแหนํงของส่ิงตํางๆในห๎องเรียน สังเกตและบอกการ
เปล่ียนแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน บอกส่ิงแวดล๎อม ท่ีเกิดตามธรรมชาติที่สํงผลตํอความเป็นอยูํของมนุษย์
สงั เกตและ เปรียบเทียบการเปลี่ยน แปลงของสิ่งแวดล๎อมเพื่อการปฏิบัติตนอยํางเหมาะสม มีสํวนรํวมในการจัดระเบียบ
สิง่ แวดล๎อมทบี่ า๎ นและหอ๎ งเรียน

เหน็ คุณคําและปฏิบัติตนเปน็ ผมู๎ ีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะและการต๎อนรับผ๎ู
มาเยือนร๎ูคุณคําใช๎อยํางประหยัดคุ๎มคําและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อมมีสํวนรํวมใน
ศิลปวัฒนธรรมไทยปฏบิ ตั ติ นเป็นผู๎มวี นิ ัยในตนเองในเรือ่ งความซือ่ สัตยส์ ุจริตตง้ั ใจปฏิบตั ิหน๎าที่และยอมรับผลท่ีเกิด
จากการกระทาของตนเอง เห็นคุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่ันในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริยด์ ว๎ ยการใช๎สินค๎าไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติปฏิบัติทางานอยํางมี
ความสุขและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยันหมน่ั เพียรอดทนใฝุหาความร๎ูตั้งใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง มีสํวนรํวมใน
การสร๎างและปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นในการรักษาความสะอาดการรักษาของใช๎รํวมกันและการดูแล
พน้ื ทีท่ ไี่ ดร๎ บั มอบหมายโดยใช๎กระบวนการมีสํวนรํวมในการสร๎างกฎระเบียบด๎วยหลักเหตุผลและยึดถือประโยชน์
สํวนรวมปฏิบัตติ นตามบทบาทหนา๎ ทข่ี องการเปน็ สมาชิกที่ดีของห๎องเรยี นและโรงเรียนในเรอ่ื งการยดึ ถอื หลกั ความ

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๓๖
จรงิ ความดงี ามความถูกตอ๎ งและหลักเหตุผลการยดึ ถอื ประโยชน์ของสํวนรวมเป็นสาคัญการยึดหลักความ
เสมอภาคและความยตุ ิธรรมมสี วํ นรํวมและรบั ผดิ ชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียนปฏิบัติ
ตนเปน็ ผ๎ูมวี ินัยในตนเองในเรื่องความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนใฝุหาความรู๎ต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับ
ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในท๎องถ่ินในเรื่องวิถีชีวิต
วัฒนธรรมศาสนาและส่ิงแวดลอ๎ มอยูํรํวมกับผอ๎ู ่นื อยํางสันติและพ่ึงพากนั ด๎วยการเคารพซ่ึงกนั และกันไมํแสดงกิริยา
วาจาดูหมน่ิ ผ๎ูอื่นชํวยเหลือซึ่งกนั และกันและแบํงปันวิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในภูมิภาคของตนเองในเรื่องการ
จดั การทรัพยากรและการขัดแย๎งทางความคดิ และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยใน
ตนเองในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริตความอดทนและยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง เพ่ือให๎ผ๎ูเรียนมี
ลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไว๎ซึ่งความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริยด์ าเนนิ ชวี ิตตามวถิ ีประชาธิปไตยอยํรู วํ มกบั ผ๎อู ่ืนอยาํ งสนั ติสามารถจัดการความขัดแย๎งด๎วย
สันตวิ ิธีและมีวนิ ยั ในตนเอง

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๔ ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ๒ ๓๗
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาความสาคัญ ความหมาย ความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็น

รากฐานสาคญั ของวัฒนธรรมไทย พุทธประวตั ิต้งั แตํการบาเพ็ญเพยี รจนถงึ ปรินิพพาน หรอื ประวัติของศาสดาที่
ตนนบั ถอื ตามทกี่ าหนด การดาเนนิ ชีวติ และขอ๎ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก/เรือ่ งเลําและ ศาสนกิ ชนตัวอยําง ตามที่
กาหนด พระไตรปิฎก หรือคมั ภรี ์ของศาสนาทีต่ นนับถอื ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนาอื่นๆ
แบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเลําและศาสนิกชนตัวอยําง ตามท่ีกาหนด
การสวดมนต์ แผํเมตตา มีสตทิ ่ีเป็นพน้ื ฐานของสมาธิในพระพทุ ธศาสนา หรือการพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนา
ที่ตนนับถือตามท่ีกาหนดความสัมพันธ์ของตนเอง และสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็นสํวนหนึ่งของชุมชน
มบี ทบาทอานาจในการตดั สนิ ใจในโรงเรียนและชมุ ชนทรัพยากรที่นามาผลติ สินคา๎ และบริการที่ใช๎ในชีวิตประจาวัน
ท่ีมาของรายได๎และรายจํายของตนเองและครอบครัวผลดีของการใช๎จํายท่ีเหมาะสมกับรายได๎และการออม
สินค๎าและบริการทีร่ ัฐจัดหาและให๎บริการแกปํ ระชาชนภาษแี ละบทบาทของประชาชนในการเสยี ภาษี เหตุผลการ
แขํงขันทางการค๎าที่มีผลทาให๎ราคาสินค๎าลดลงระบุสิ่งแวดล๎อมทางธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร๎างข้ึนซ่ึงปรากฏ
ระหวํางโรงเรียนกับบ๎าน ระบุตาแหนํงและลักษณะทางกายภาพของสิ่งตํางๆ ท่ีปรากฏในลูกโลก แผนท่ี แผนผัง และ
ภาพถําย สงั เกตและแสดงความสัมพนั ธ์ระหวํางโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ทาให๎เกิดปรากฏการณ์ อธิบาย
ความสาคัญของสง่ิ แวดล๎อมทางธรรมชาติท่ีมนษุ ยส์ รา๎ งขน้ึ

ใชก๎ ระบวนการสงั เกต แยกแยะ บอก อธบิ าย ระบุ และปฏิบัตใิ นการแสดงความเคารพ พระรัตนตรัย

และปฏิบัติตามหลักธรรม ๓ ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนับถือตามท่ีกาหนดปฏิบัติตนอยําง

เหมาะสมตอํ สาวกของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กาหนดได๎ถูกต๎อง ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และโอวาท

วนั สาคญั ทางศาสนา ตามที่กาหนดไดถ๎ ูกต๎อง ปฏบิ ตั ิตนตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบและหน๎าที่ที่ต๎องปฏิบัติ

ในชวี ติ ประจาวนั ปฏิบตั ิตนตนตามมารยาทไทยแสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคดิ ความเชื่อและการปฏิบัติของ

บุคคลอ่ืนท่ีแตกตํางกันโดยปราศจากอคติเคารพในสิทธิ เสรีภาพของผ๎ูอ่ืน บันทึกรายรับรายจํายของตนเอง

แยกแยะและใช๎ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช๎แล๎วไมํหมดไปและที่ใช๎แล๎วหมดไปได๎อยํางคุ๎มคํา มีสํวนรํวมในการฟื้นฟู

ปรบั ปรงุ สง่ิ แวดลอ๎ มในโรงเรยี นและชมุ ชน

ตระหนักในความสาคญั เหน็ คุณคาํ ของการปฏบิ ัติแสดงความชืน่ ชมในเร่อื งทไ่ี ด๎ศึกษาและปฏบิ ัตดิ ๎วยความ
จรงิ ใจเกี่ยวกบั การดาเนินชีวติ และขอ๎ คิดจากประวัตสิ าวกชาดก/เร่ืองเลําและศาสนกิ ชนตวั อยาํ งตามทห่ี นดเห็น
คณุ คําการสวดมนต์ แผํเมตตา การมีสตทิ ี่เป็นพื้นฐานของสมาธิ หรอื การพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาทีต่ น
นับถือตามท่กี าหนด

เห็นคุณคาํ และปฏิบตั ติ นเป็นผม๎ู ีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะและการต๎อนรับผ๎ู
มาเยือนร๎ูคุณคําใช๎อยํางประหยัดคุ๎มคําและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมมีสํวนรํวมใน
ศิลปวฒั นธรรมไทยปฏิบัติตนเปน็ ผ๎มู ีวินยั ในตนเองในเรอื่ งความซือ่ สตั ย์สจุ ริตตง้ั ใจปฏิบตั ิหน๎าทแ่ี ละยอมรบั ผลทีเ่ กิด

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๓๘

จากการกระทาของตนเอง เห็นคุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่ันในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ด์ ๎วยการใช๎สนิ ค๎าไทยดแู ลรกั ษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติปฏิบตั ทิ างานอยาํ ง
มีความสุขและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยันหมน่ั เพยี รอดทนใฝุหาความรู๎ตั้งใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง มีสํวนรํวมใน
การสรา๎ งและปฏิบัตติ นตามกฎระเบียบของโรงเรียนในการรักษาความสะอาดการรักษาของใช๎รํวมกันและการดูแล
พ้ืนท่ีทไ่ี ด๎รบั มอบหมายโดยใช๎กระบวนการมีสํวนรํวมในการสร๎างกฎระเบียบด๎วยหลักเหตุผลและยึดถือประโยชน์
สํวนรวมปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหน๎าที่ของการเป็นสมาชกิ ท่ีดขี องหอ๎ งเรียนและโรงเรยี นในเรอื่ งการยึดถือหลักความ
จรงิ ความดงี ามความถกู ตอ๎ งและหลกั เหตผุ ลการยดึ ถอื ประโยชนข์ องสํวนรวมเปน็ สาคญั การยดึ หลักความเสมอภาค
และความยตุ ธิ รรมมสี ํวนรวํ มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกจิ กรรมของห๎องเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมี
วินัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริตขยันหม่ันเพียรอดทนใฝุหาความรู๎ตั้งใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลท่ีเกิด
จากการกระทาของตนเอง ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในทอ๎ งถ่ินในเรอื่ งวถิ ีชวี ิตวัฒนธรรมศาสนา
และสง่ิ แวดลอ๎ มอยํูรํวมกับผูอ๎ ่ืนอยาํ งสันติและพงึ่ พากนั ดว๎ ยการเคารพซ่ึงกันและกันไมํแสดงกิริยาวาจาดูหม่ินผ๎ูอ่ืน
ชํวยเหลือซ่ึงกนั และกนั และแบงํ ปันวิเคราะห์ปัญหาความขัดแยง๎ ในภูมิภาคของตนเองในเร่ืองการจัดการทรัพยากร
และการขัดแย๎งทางความคิดและเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ือง
ความซอ่ื สตั ยส์ ุจริตความอดทนและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง เพื่อให๎ผ๎ูเรียนมีลักษณะท่ีดีของคน
ไทยภาคภูมิใจและรักษาไว๎ซึ่งความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์ดาเนินชีวติ ตามวิถปี ระชาธิปไตยอยูํรวํ มกบั ผอู๎ ่ืนอยํางสันตสิ ามารถจัดการความขัดแย๎งด๎วยสันติวิธี
และมวี นิ ัยในตนเอง

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ๓ ๓๙
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา
อธิบายความสาคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นรากฐานสาคัญของ

วัฒนธรรมไทย สรุปพทุ ธประวตั ติ ง้ั แตํการบาเพญ็ เพียรจนถงึ ปรินพิ พาน หรือประวัตขิ องศาสดาท่ตี นนับถอื ตามที่
กาหนด บอกความหมาย ความสาคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ บอกช่ือ ความสาคัญ
ของศาสนวัตถุศาสนสถานและศาสนบุคคลของศาสนาอื่นๆสรุปประโยชน์และปฏิบัติตนตามประเพณีและ
วัฒนธรรมในครอบครวั และทอ๎ งถนิ่ บอกพฤติกรรมการดาเนนิ ชวี ติ ของตนเอง และผ๎ูอื่นที่อยํูในกระแสวัฒนธรรมที่
หลากหลายอธิบายความสาคัญของวันหยุดราชการท่ีสาคัญ วิเคราะห์ความแตกตํางของกระบวนการการตัดสินใจ
ในชน้ั เรยี น/โรงเรียนและชมุ ชนโดยวธิ ีการออกเสียงโดยตรงและการเลอื กตัวแทนออกเสียง ระบุบทบาทหน๎าที่ของ
สมาชิกของชุมชนในการมีสํวนรํวมในกิจกรรมตําง ๆ ตามกระบวนการประชาธิปไตย จาแนกความต๎องการและ
ความจาเปน็ ในการใช๎สนิ ค๎าและบรกิ ารในการดารง ชวี ติ อธิบายได๎วําทรัพยากรท่ีมีอยูํจากัดมีผลตํอการผลิตและ
บรโิ ภคสินคา๎ และบรกิ ารบอกสินคา๎ และบริการท่รี ฐั จดั หาและใหบ๎ รกิ ารแกํประชาชนบอกความสาคัญของภาษีและ
บทบาทของประชาชนในการเสยี ภาษี อธิบายเหตุผลการแขํงขันทางการค๎า ที่มีผลทาให๎ราคาสินค๎าลดลง บอก
ความสัมพันธ์ของลกั ษณะกายภาพกบั ลักษณะทางสังคมของชุมชน เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงสภาพแวดล๎อม
ในชุมชนจากอดีตถึงปัจจุบัน อธิบายการพ่ึงพาสิ่งแวดล๎อมและทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต๎องการ
พ้ืนฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชีพ อธิบายเก่ียวกับมลพิษและการกํอให๎เกิดมลพิษโดยมนุษย์ อธิบาย
ความแตกตาํ งของเมอื งและชนบท

ใช๎กระบวนการสังเกต วิเคราะห์ แยกแยะ อธิบาย บอก ระบุ และแสดงความเคารพพระรัตนตรัย

และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนาหรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามท่ีกาหนด ปฏิบัติตน

ได๎อยํางเหมาะสมตํอศาสนวัตถุศาสนสถาน และศาสนบุคคลของศาสนาอ่ืนๆ ปฏิบัติตนอยํางเหมาะสมตํอสาวก

ศาสนสถาน ศาสนวตั ถขุ องศาสนาที่ตนนับถือ ตามทก่ี าหนดได๎ถกู ตอ๎ ง แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็น

ศาสนกิ ชนของศาสนาท่ตี นนับถือปฏบิ ัตติ นตามประเพณแี ละวัฒนธรรมในครอบครวั และท๎องถ่ิน ยกตัวอยํางบุคคล

ซง่ึ มผี ลงานท่ีเป็นประโยชนแ์ กชํ ุมชนและทอ๎ งถิน่ ของตนยกตัวอยาํ งการเปลีย่ นแปลงในชัน้ เรียน/โรงเรยี นและชมุ ชน

ท่ีเป็นผลจากการตัดสินใจของบุคคลและกลุํม วิเคราะห์การใช๎จํายของตนเอง สารวจข๎อมูลทางภูมิศาสตร์ใน

โรงเรยี นและชุมชนโดยใชแ๎ ผนผงั แผนที่ และรปู ถํายเพ่อื แสดงความสมั พันธ์ของตาแหนงํ ระยะ ทิศทาง วางแผนผัง

เพื่อแสดงตาแหนํงท่ีตั้งของสถานที่สาคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน อธิบายการใช๎ประโยชน์จากส่ิงแวดล๎อม

และทรัพยากรธรรมชาตใิ นกาสนองความตอ๎ งการพื้นฐานของมนุษย์ และการประกอบอาชีพ อธิบายสาเหตุท่ีทาให๎

เกดิ มลพษิ โดยมนษุ ย์ อธบิ ายความแตกตํางของลกั ษณะเมอื งและชนบท อธิบายความสัมพันธ์ระหวํางลักษณะทาง

กายภาพกบั การดาเนนิ ชวี ติ ของคนในชุมชน มีสํวนรํวมกับการจัดการส่ิงแวดล๎อมในชุมชน ตระหนัก เห็นคุณคํา

และชื่นชม แบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเลําและศาสนิกชนตัวอยําง ตามที่

กาหนด การสวดมนต์ แผํเมตตา การมีสติท่ีเป็นพ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตาม

แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามท่กี าหนด การปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ีพิธกี รรม และวันสาคัญ

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๔๐

ทางศาสนา ตามทก่ี าหนดได๎ การเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล๎อมในชมุ ชนระดับตาบลและอาเภอเห็นคุณคํา
และปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ๎มู มี ารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะและการต๎อนรับผ๎ูมาเยือนรู๎คุณคําใช๎
อยาํ งประหยดั ค๎ุมคาํ และบารุงรักษาทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล๎อมมีสํวนรํวมในศิลปวัฒนธรรมไทยปฏิบัติตน
เป็นผมู๎ ีวนิ ยั ในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริตต้ังใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง
เห็นคณุ คาํ และแสดงออกถึงความรกั ชาตยิ ึดม่นั ในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด๎วยการใช๎สินค๎าไทย
ดแู ลรกั ษาโบราณสถานโบราณวัตถแุ ละสาธารณสมบัติปฏิบตั ิทางานอยํางมคี วามสุขและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝุหาความรู๎ตั้งใจปฏิบัติ
หน๎าที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง มีสํวนรํวมในการสร๎างและปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของ
โรงเรยี นในการรักษาความสะอาดการรักษาของใช๎รํวมกนั และการดแู ลพื้นทท่ี ่ีไดร๎ ับมอบหมายโดยใช๎กระบวนการมี
สวํ นรํวมในการสร๎างกฎระเบยี บดว๎ ยหลกั เหตผุ ลและยึดถือประโยชน์สํวนรวมปฏิบัติตนตามบทบาทหน๎าท่ีของการ
เปน็ สมาชกิ ที่ดีของหอ๎ งเรียนและโรงเรียนในเรือ่ งการยึดถือหลักความจริงความดีงามความถูกต๎องและหลักเหตุผล
การยึดถอื ประโยชนข์ องสํวนรวมเปน็ สาคัญการยดึ หลกั ความเสมอภาคและความยตุ ิธรรมมีสํวนรํวมและรับผิดชอบ
ในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยันหมนั่ เพียรอดทนใฝหุ าความร๎ูตั้งใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง ยอมรับความ
หลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในท๎องถิ่นในเร่ืองวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและสิ่งแวดล๎อมอยํูรํวมกับผ๎ูอ่ืนอยําง
สันติและพงึ่ พากนั ด๎วยการเคารพซ่ึงกันและกันไมํแสดงกิริยาวาจาดูหมิ่นผ๎ูอ่ืนชํวยเหลือซึ่งกันและกันและแบํงปัน
วิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในภูมิภาคของตนเองในเร่ืองการจัดการทรัพยากรและการขัดแย๎งทางความคิดและ
เสนอแนวทางการแกป๎ ัญหาโดยสนั ติวิธีปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตความอดทนและ
ยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทาของตนเอง เพ่ือให๎ผู๎เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไว๎ซ่ึงความ
เป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมนั่ ในศาสนาเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย
อยํรู วํ มกับผู๎อน่ื อยํางสนั ติสามารถจัดการความขดั แยง๎ ด๎วยสนั ติวิธแี ละมวี ินยั ในตนเอง

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๔๑

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาฯ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษา รู๎ เข๎าใจ ความสาคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์รวมจิตใจ

ของศาสนิกชน พุทธประวัติต้ังแตํบรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาท่ีตนนับถือตามที่กาหนด

ประวตั ศิ าสดาของศาสนาอื่นๆ โดยสงั เขป ความสาคญั และมสี วํ นรวํ มในการบารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาท่ี

ตนนบั ถอื สทิ ธิพื้นฐานที่เดก็ ทกุ คน พงึ ได๎รับตามกฎหมาย ความแตกตํางทางวัฒนธรรมของกลํุมคนในท๎องถิ่น

เสนอวิธีการที่จะอยํูรํวมกันอยําง สันติสุขในชีวิตประจาวัน อธิบายอานาจอธิปไตยและความสาคัญของ

ระบอบประชาธิปไตย อธิบายบทบาทหน๎าท่ีของพลเมืองในกระบวนการเลือกต้ัง ความสาคัญของสถาบัน

พระมหากษัตรยิ ต์ ามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข ปัจจัยที่มผี ลตํอการเลือกซื้อสินค๎า

และบรกิ าร บอกสิทธพิ ้ืนฐานและรกั ษาผลประโยชนข์ องตนเองในฐานะผู๎บรโิ ภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง

และนาไปใช๎ในชีวิตประจาวันของตนเอง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน๎าท่ีเบื้องต๎นของเงิน

แหลํงทรพั ยากรและสง่ิ ตาํ ง ดว๎ ยแผนที่ สภาพ แวดล๎อมทางกายภาพของชุมชนทีส่ ํงผลตอํ การดาเนินชีวิตของคนใน

การใช๎ภาษาถิ่นส่ือสารกับคนในท๎องถ่ินได๎ถูกต๎อง การเปล่ียนแปลงสภาพ แวดล๎อมใน และผลที่เกิดจากการ

เปลยี่ นแปลงนั้น

ใช๎กระบวนการวิเคราะห์ แยกแยะ สรุป อธิบาย อภิปราย ระบุ และปฏิบัติ การแสดงความเคารพ

พระรตั นตรยั ปฏิบตั ิตามไตรสิกขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับ

ถือตามที่กาหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ เพื่อการอยูํรํวมกันเป็นชาติได๎อยํางสมานฉันท์

มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดี ตามที่กาหนด ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันสาคัญทางศาสนา

ตามทกี่ าหนดได๎ถกู ต๎อง ปฏบิ ัติตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกท่ีดีของชุมชน ปฏิบัติตน

ในการเป็นผน๎ู าและผู๎ตามที่ดี สืบค๎นและอธิบายข๎อมูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตนเองด๎วยแผนท่ี และ

รูปถําย ระบุแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสาคัญในจังหวัดของตน ด้ายแผนท่ีและรูปถ่าย อธิบายลักษณะทาง

กายภาพทสี่ ่งผลตอ่ แหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั ในจงั หวัด

เห็นคุณคําความสาคัญของปฏิบัติตนตามแบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก

ชาดก/เร่ืองเลําและศาสนิกชนตัวอยําง ตามที่กาหนด ช่ืนชมการทาความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว

โรงเรยี นและชุมชนตามหลกั ศาสนา พรอ๎ มทงั้ บอกแนวปฏบิ ัตใิ นการดาเนินชวี ิต การสวดมนต์ แผํเมตตา การมีสติที่

เปน็ พ้นื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนับถอื ตามที่กาหนด

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด

ส ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗, ป.๔/๘

ส ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ส ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕

ส ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ส ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ส ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒

ส ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ส ๕.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ๕ ๔๒
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาร๎ูและเข๎าใจความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือในฐานะท่ีเป็นมรดกทาง

วฒั นธรรมและหลักในการพัฒนาชาติไทย พุทธประวัตติ ้งั แตํเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์จนถึงพุทธกิจสาคัญ หรือประวัติ
ศาสดาทต่ี นนบั ถือตามทีก่ าหนด องคป์ ระกอบ และความสาคญั ของพระไตรปฎิ ก หรือคัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับ
ถือ และปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหน๎าท่ีในฐานะพลเมืองดี วิธีการปกปูอง
คุ๎มครองตนเองหรือผู๎อื่นจากการละเมิดสิทธิเด็ก โครงสร๎าง อานาจ หน๎าท่ีและความสาคัญของการปกครองสํวน
บทบาทหนา๎ ท่ี และวิธีการเข๎าดารงตาแหนํงของผู๎บริหารท๎องถ่ิน ประโยชน์ที่ชุมชน จะได๎รับจากองค์กรปกครอง
สวํ นท๎องถ่ิน ปจั จัยการผลิตสินค๎าและบริการ อธิบายหลักการสาคัญและประโยชน์ของสหกรณ์ บทบาทหน๎าท่ี
เบ้ืองต๎นของธนาคาร ผลดีและผลเสียของการก๎ูยืม รู๎ตาแหนํง สืบค๎นและอธิบายข๎อมูลลักษณะทางกายภาพใน
ภูมิภาคของตนเองด๎วยแผนที่ และรูปถําย อธิบายลักษณะทางกายภาพท่ีสํงผลตํอแหลํงทรัพยากรและสถานที่
สาคญั ในภมู ิภาคของตน

ใช๎กระบวนการสังเกต วิเคราะห์แยกแยะ อธิบาย บอก ระบุ อภิปราย นาเสนอและปฏิบัติจริง
การแสดงความเคารพพระรัตนตรัย การปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรือ
หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกาหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ เพื่อการพัฒนา
ตนเองและสงิ่ แวดล๎อม จดั พิธีกรรมตามศาสนาท่ีตนนบั ถอื อยํางเรียบงําย มปี ระโยชน์ และปฏิบัติตนถูกต๎อง ปฏิบัติ
ตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันสาคัญทางศาสนา ตามท่ีกาหนด และอภิปรายประโยชน์ที่ได๎รับจากการเข๎ารํวม
กิจกรรม มมี รรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ี ตามที่กาหนด มีสํวนรวํ มในการอนรุ ักษ์และเผยแพรํภูมิปัญญา
ท๎องถ่ินของชุมชน ประยุกต์ใช๎แนวคิดของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการทากิจกรรมตําง ๆ ในครอบครัว
โรงเรยี นและชุมชน

เห็นคุณคํา ความสาคัญ และชื่นชม การประพฤติตนตามแบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจาก
ประวัตสิ าวก ชาดก/เร่อื งเลําและศาสนกิ ชนตัวอยาํ ง ตามที่กาหนด เหน็ คณุ คําและสวดมนต์แผํเมตตา มีสติท่ีเป็น
พ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือตามที่กาหนด
เห็นคุณคาํ วฒั นธรรมไทยที่มผี ลตอํ การดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คมไทย

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ช้วี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาฯ๖ ๔๓
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา รู๎ เขา๎ ใจ ความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ หรือความสาคัญของ

ศาสนาทต่ี นนบั ถอื พุทธประวตั ติ ง้ั แตํปลงอายุสังขารจนถงึ สังเวชนียสถาน หรือประวัติศาสดาท่ีตนนับถือตามที่
กาหนด หลักธรรมสาคัญของศาสนาอื่นๆ โดยสังเขป ลักษณะสาคัญของศาสนพิธีพิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ
และปฏบิ ัติตนไดอ๎ ยํางเหมาะสมเมื่อต๎องเข๎ารํวมพิธีอธิบายความรู๎เก่ียวกับสถานที่ตํางๆในศาสนสถาน และปฏิบัติ
ตนได๎อยํางเหมาะสม ประโยชน์ของการเข๎ารํวมใน ศาสนพิธี พิธีกรรม และกิจกรรมในวันสาคัญทางศาสนา
ตามที่กาหนด และปฏิบตั ิตนได๎ถูกต๎องวเิ คราะหก์ ารเปล่ยี นแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาและธารงรักษาวัฒนธรรม
อันดงี าม คุณคาํ ทางวัฒนธรรมทีแ่ ตกตํางกันระหวาํ งกลมุํ คนในสังคมไทย ติดตามข๎อมูล ขําวสาร เหตุการณ์ตําง
ๆ ในชวี ิตประจาวนั เลือกรับและใชข๎ ๎อมูล ขาํ วสารในการเรยี นรไ๎ู ด๎เหมาะสม บทบาท หน๎าทข่ี ององค์กรปกครอง
สํวนท๎องถิ่นและรัฐบาล บทบาท ความสาคัญในการใช๎สิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
บทบาทของผ๎ูผลิตที่มีความรับผิดชอบ บทบาทของผู๎บริโภคที่รู๎เทําทัน บอกวิธีและประโยชน์ของการใช๎
ทรัพยากรอยํางย่ังยืน อธิบายความสัมพันธ์ระหวํางผ๎ูผลิต ผ๎ูบริโภค ธนาคาร และรัฐบ าล สืบค๎นและอธิบาย
ข๎อมูลลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย ด๎วยแผนที่รูปถํายทางอากาศ และภาพจากดาวเทียม อธิบาย
ความสัมพันธร์ ะหวาํ งลักษณะทางกายภาพกับภยั พิบตั ใิ นประเทศไทยเพ่อื เตรียมพร๎อมรับมือภัยพิบตั ิ

โดยใช๎กระบวนการ วเิ คราะห์ แยกแยะ เปรียบเทียบ บอก ระบุ อธิบาย อภิปราย และปฏิบัติ
ตน ตามหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพ่อื แกป๎ ญั หาอบายมุขและ สิ่งเสพติด ปฏิบัติตนได๎อยํางเหมาะสมเม่ือ
ตอ๎ งเข๎ารํวมพิธี มีมารยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดี ตามท่ีกาหนด แสดงตนเป็นพุทธมามกะ หรือแสดงตน
เปน็ ศาสนิกชนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ ปฏิบัติตามกฎหมายที่เก่ียวข๎องกับชีวิตประจาวันของครอบครัวและชุมชน
มสี ํวนรวํ มในกจิ กรรมตําง ๆ ที่สํงเสริม ประชาธิปไตยในท๎องถิ่นและประเทศ ใช๎เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ (แผนที่
ภาพถาํ ยชนิดตําง ๆ) ลกั ษณะสาคญั ทางกายภาพและสังคมของประเทศ จดั ทาแผนการใช๎ทรพั ยากรในชุมชน

เห็นคุณคํา ความสาคัญ ช่ืนชมการประพฤติตนตามแบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติ
สาวก ชาดก/เรื่องเลํา และ ศาสนิกชนตัวอยํางตามท่ีกาหนด ความสาคัญและเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตาม
ไตรสกิ ขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกาหนด ช่ืนชม
การทาความดีของบุคคลในประเทศตามหลกั ศาสนา แนวปฏิบัติ ในการดาเนินชีวิต เห็นคุณคําการสวดมนต์แผํ
เมตตา และบริหารจิตเจริญปัญญา มีสติท่เี ป็นพ้นื ฐานของสมาธิในพระพทุ ธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทาง
ของศาสนาท่ีตนนบั ถือ ตามที่กาหนด

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๔๔

ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชว้ี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๑ ๔๕
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาและใช๎ปฏทิ นิ ในการบอกวนั เดอื น ปี ที่ใชใ๎ นชีวติ ประจาวัน ซ่ึงมีทั้งระบบสุริยคติและจันทรคติ คาท่ี
แสดงชํวงเวลาเพอื่ ใช๎เลาํ เหตกุ ารณ์ปัจจุบนั วันน้ี เดือนน้ี ตอนเช๎า ตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนค่า และเรียงลาดับ
เหตุการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั ตามวันเวลาทเี่ กิดขน้ึ โดยใช๎ทักษะการสงั เกต การบอกเลํา การเชอื่ มโยง เพื่อให๎สามารถ

ใช๎เวลาตามปฏทิ ินแสดงเหตุการณ์ในปจั จบุ นั และใชค๎ าแสดงชํวงเวลาเรยี งลาดับเหตุการณ์ที่เกดิ ขึ้นได๎
ร๎ูวิธีสืบค๎นประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัวอยํางงํายๆโดยสอบถามผู๎เกี่ยวข๎องและการบอก

เลําเร่ืองราวที่สืบค๎นได๎ โดยใช๎ทักษะการสอบถาม การรวบรวมข๎อมูล การสรุปความ การเลําเร่ือง เพ่ือฝึกทักษะ
พ้ืนฐานของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ในการสืบค๎นเร่ืองราวจากแหลํงข๎อมูล(เชํนบุคคล)และบอกเลํา ข๎อเท็จจริงที่
คน๎ พบไดอ๎ ยํางนําสนใจ

ศึกษาการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล๎อมส่ิงของเครื่องใช๎หรือการดาเนินชีวิตของตนเองในสมัย
ปัจจุบัน กับสมัยของพํอแมํ ปูุยํา ตายายที่เป็นรูปธรรมและใกล๎ตัวผู๎เรียน เตารีด (การรีดผ๎าด๎วยเตาถํานกับเตา

ไฟฟูา) หม๎อหุงข๎าว (การหุงข๎าวที่เช็ดน้าด๎วยฟืนหรือถํานกับหม๎อหุงข๎าวไฟฟูา) เกวียนกับรถยนต์ (การเดินทาง)
ถนน บา๎ นเรือน การใช๎ควายไถนากับรถไถนา รวมทง้ั เหตุการณ์สาคัญของครอบครัวท่ีเกิดขึ้นในอดีตที่มีผลกระทบ
ตํอตนเองในปัจจบุ นั ( การย๎ายบา๎ น การย๎ายโรงเรยี น การเลอ่ื นชั้นเรียน การได๎รับรางวัล การสูญเสียบุคคลสาคัญ

ของครอบครวั ) โดยใชท๎ ักษะการสังเกต การใชเ๎ หตุผล การเปรียบเทยี บ การแยกแยะ การยกตวั อยําง และการบอก
เลํา เพ่ือให๎เข๎าใจการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและความสาคัญของอดีตที่มีตํอปัจจุบันและอนาคต สามารถ

ปรับตัวให๎เขา๎ กับวิถีชีวิตปจั จบุ ันไดอ๎ ยํางมีประสิทธิภาพ
ศึกษาความหมายและความสาคญั ของสญั ลักษณข์ องชาตไิ ทย ได๎แกํ ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระ

บารมี ภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตํงกายแบบไทย วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม

ประเพณีไทย และการปฏิบัติตนไดถ๎ ูกต๎องตามกาลเทศะ รวมท้งั รู๎จกั สถานทีส่ าคัญซึ่งเป็นแหลํงวัฒนธรรมในชุมชน
ศาสนสถาน ตลาด พิพิธภณั ฑ์ และสิง่ ทเี่ ปน็ ความภาคภมู ิใจในท๎องถนิ่ ท่ีใกล๎ตัวผ๎ูเรียนและเห็นเป็นรูปธรรม โดยใช๎

ทกั ษะการสังเกต การแสดงความคดิ เห็นอยาํ งมีเหตุผล การอธบิ าย การปฏิบัติตนอยํางถูกต๎อง เพื่อกํอให๎เกิดความ
รักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ท๎องถ่ิน และประเทศชาติ ภูมิใจในสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ ตระหนักและเห็นคณุ คาํ ที่จะธารงรักษาและสืบทอดตํอไป

มาตรฐานการเรียนรู/้ ระดบั ชั้น/ตัวชว้ี ัด
ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓

ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒
ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร๒์ ๔๖
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

รจ๎ู กั วนั เวลาตามระบบสุริยคติและจันทรคตทิ ป่ี รากฏในปฏิทนิ ที่แสดงเหตุการณ์สาคัญในอดีตและปัจจุบัน
รวมทั้ง การใช๎คาท่แี สดงชวํ งเวลาในอดีต ปัจจบุ นั และอนาคต วนั น้ี เมื่อวานนี้ พรงํุ น,้ี เดือนนี้ เดือนกํอน เดือน
หน๎า, ปีน้ี ปีกํอน ปีหน๎า ในการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช๎ทักษะการสังเกต การสอบถาม เช่ือมโยง

เรยี งลาดบั การเลาํ เร่ือง การรวบรวมข๎อมลู การอธบิ าย เพือ่ ให๎สามารถใช๎วันเวลาเรียงลาดับเหตุการณ์สาคัญได๎
ถูกตอ๎ ง วาํ เหตุการณ์ใดเกดิ กํอน เหตุการณใ์ ดเกดิ หลงั

ร๎วู ธิ ีสบื ค๎นเหตุการณท์ เ่ี กิดขนึ้ ในครอบครัวโดยใช๎หลักฐานทีเ่ ก่ียวข๎อง ไดแ๎ กํ ภาพถาํ ย สูติบัตร ทะเบียน
บา๎ น เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช๎ มาอธบิ ายเรอ่ื งราวตําง ๆ และวิธสี บื คน๎ ข๎อมูลในชุมชนอยาํ งงําย ๆ ในเรื่องเก่ียวกับการ
เปล่ยี นแปลงในวถิ ีชวี ิตของคนในชุมชนในด๎านตาํ งๆ จากอดีตถงึ ปัจจบุ นั ทางดา๎ นการประกอบอาชีพ การแตํงกาย

การส่อื สาร ขนบธรรมเนียมประเพณใี นชุมชน เข๎าใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่มีตํอวิถีชีวิตของ
คนในชุมชน สามารถเรียงลาดับเหตุการณ์ที่สืบค๎นได๎โดยใช๎เส๎นเวลา ฝึกทักษะการสอบถาม การสังเกต การ

วิเคราะห์ การอธิบายอยํางมีเหตุมีผล ทาผังความคิดและการจัดนิทรรศการ เพ่ือให๎เข๎าใจวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ใน เรื่องเก่ียวกับการใช๎หลักฐานทางประวัติศาสตร์สืบค๎นเร่ืองราวในอดีต และเข๎าใจการ
เปล่ยี นแปลงที่เกิดข้ึนตามกาลเวลา อยาํ งตอํ เนือ่ ง มีความเขา๎ ใจชุมชนทมี่ คี วามแตกตํางและสามารถปรับตัวอยํูใน

ชีวติ ประจาวนั ไดอ๎ ยาํ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ศึกษา สืบค๎นประวัติและผลงานของบุคคลที่ทาประโยชน์ตํอท๎องถิ่นหรือประเทศชาติ ในด๎านก าร

สรา๎ งสรรค์วัฒนธรรม /การสรา๎ งความเจรญิ รํุงเรอื งและความมั่นคงโดยสังเขป รวมทง้ั วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย
และภูมปิ ัญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษ์ไว๎ การทาความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย ดนตรี
ไทย โดยใช๎ทักษะการสืบค๎นการสังเกต การอําน การรวบรวมข๎อมูล การวิเคราะห์ การใช๎เหตุผล การอธิบาย

และการนาเสนอ เพอื่ ให๎เห็นคณุ คาํ และแบบอยาํ งการกระทาความดีของบรรพบุรุษที่ได๎สร๎างประโยชน์ให๎ท๎องถ่ิน
และประเทศ เกิดความรัก และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย และธารงความ

เป็นไทย

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ระดับช้นั /ตวั ช้วี ัด
ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒

ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๔๗

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์๓ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาความหมายและที่มาของศักราชท่ีปรากฏในปฏิทิน ได๎แกํ พุทธศักราช คริสต์ศักราช

(ถา๎ เปน็ ชาวมุสลิม ให๎ศึกษาฮิจเราะห์ศักราชด๎วย) วิธีการเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช และใช๎ศักราชในการ

บันทึกเหตุการณ์สาคัญที่เก่ียวข๎องกับตนเองและครอบครัว ปีเกิดของผู๎เรียน เหตุการณ์สาคัญของตนเอง และ

ครอบครัว โดยใช๎ทักษะการเปรียบเทียบ การคานวณ การเช่ือมโยง การอธิบาย เพื่อให๎มีพื้นฐานในการศึกษา

เอกสารที่แสดงเหตุการณ์ตามกาลเวลา สามารถเรียง ลาดับเหตุการณ์ได๎ถูกต๎อง วําเหตุการณ์ใดเกิดกํอน

เหตุการณ์ใดเกิดหลงั อนั เป็นทักษะท่จี าเปน็ ในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์

รู๎วิธีสืบค๎นเหตุการณ์สาคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใช๎หลักฐานและแหลํงข๎อมูลที่เก่ียวข๎อง รูปภาพ

แผนผังโรงเรียน แผนท่ีชุมชน ห๎องสมุดโรงเรียน แหลํงโบราณคดี – ประวัติศาสตร์ในท๎องถ่ิน สามารถใช๎เส๎น

เวลา (Timeline) ลาดับเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในโรงเรียนและชุมชน โดยใช๎ทักษะการสารวจ การสังเกต การ

สอบถาม การอําน การฟัง การเลําเรื่อง การสรุปความ เพื่อฝึกทักษะพ้ืนฐานของวิธีการทางประวัติศาสตร์ใน

การสบื ค๎นเร่อื งราวรอบตัวอยาํ งงําย ๆ โดยการใชห๎ ลักฐานและแหลงํ ขอ๎ มลู ท่ีเกยี่ วขอ๎ ง สามารถนาเสนอเร่ืองราวท่ี

คน๎ พบไดต๎ ามลาดบั เวลา

ศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลตํอการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน ปัจจัยท่ีทาให๎เกิดวัฒนธรรมและ

ประเพณใี นชมุ ชน ซ่งึ ประกอบด๎วย ปจั จัยทางภูมศิ าสตร์( ภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร) และปัจจัยทางสังคม

(ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี เชอื้ ชาติ ศาสนา ความเชอ่ื การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศกึ ษาและเปรียบเทียบความ

เหมือนและความแตกตําง ของขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง และชุมชนใกล๎เคียง ใน

เร่ืองความเชือ่ และการนบั ถอื ศาสนา อาหาร ภาษาถิ่น การแตํงกาย โดยใชท๎ กั ษะการอาํ น การสอบถาม การสังเกต

การสารวจ การฟงั การสรุปความ เพอ่ื ใหเ๎ กิดความเข๎าใจและภูมิใจในชุมชนของตนเอง ยอมรับความแตกตํางทาง

วัฒนธรรม เข๎าใจพัฒนาการของชุมชน สามารถดาเนนิ ชีวิตอยรํู ํวมกันในสังคมได๎อยํางสันติสุข รํวมอนุรักษ์สืบสาน

ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมไทย

ศกึ ษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ โดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ผู๎สถาปนาอาณาจักรสุโขทัย

อยุธยา ธนบรุ ี และรัตนโกสินทร์ ตามลาดับ ได๎แกํ พอํ ขุนศรอี ินทราทติ ย์ สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี ๑ (พระเจ๎าอํูทอง)

สมเด็จพระเจ๎าตากสนิ มหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราช ศึกษาพระราชประวัติและ

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ๎าหัวอยํูภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ

พระบรมราชินีนาถโดยสังเขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยท่ีมีสํวนปกปูองประเทศชาติ ได๎แกํ สมเด็จ

พระนเรศวรมหาราช ท๎าวเทพกระษัตรี – ท๎าวศรีสุนทร ชาวบ๎านบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก ท๎าวสุรนารี เป็น

ต๎น โดยใช๎ทักษะการอําน และสอบถาม การฟัง การสรุปความ การเขียน การเลําเร่ือง เพื่อให๎เข๎าใจความเป็นมา

ของชาตไิ ทย เกิดความรัก ความภมู ิใจและเห็นแบบอยํางการเสียสละเพอ่ื ชาติ และธารงความเปน็ ไทย

มาตรฐานการเรียนรู้/ระดับช้นั /ตวั ชว้ี ัด

ส ๔.๑ ป ๓/๑, ป ๓/๒, ป ๓/๓

ส ๔.๒ ป ๓/๑, ป ๓/๒

ส ๔.๓ ป ๓/๑, ป ๓/๒, ป ๓/๓

รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ช้วี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์๔ ๔๘
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใช๎ชํวงเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ์การ
แบํงยุคสมยั ในทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่แบํงเป็นสมัยกํอนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ รวมท้ัง
ชํวงสมัยในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย สมัยกํอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย

รตั นโกสินทร์ ตัวอยํางการใช๎ชํวงเวลาในเอกสารตําง ๆ โดยใช๎ทักษะการอําน การสารวจ การวิเคราะห์ การ
คานวณ เพือ่ ใหใ๎ ชช๎ ํวงเวลาในการบอกเลําเรื่องราวไดถ๎ ูกต๎อง และเขา๎ ใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามชํวงเวลาท่ีปรากฏ

ในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร์
ศกึ ษาลกั ษณะสาคญั และเกณฑ์การจาแนกหลกั ฐานทางประวัติศาสตรท์ ่ีใช๎ในการศึกษาความเป็นมาของ

ทอ๎ งถนิ่ อยํางงาํ ย ๆ ตวั อยํางของหลักฐานทพี่ บในท๎องถิ่นทง้ั หลักฐานช้ันตน๎ กบั ชน้ั รอง หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์

อักษร กับไมเํ ปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร โดยใชท๎ กั ษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตรวจสอบขอ๎ มลู การจาแนก การ
ตีความ เพ่ือฝกึ ทักษะการสบื ค๎นขอ๎ มูลด๎วยวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์

ใช๎หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาปัจจัย การตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติใน
สมยั กํอนประวัตศิ าสตร์ และสมัยประวตั ศิ าสตร์ในดินแดนไทยโดยสังเขป การกํอตั้งอาณาจักรโบราณในดินแดน
ไทย ได๎แกํ ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค์ เป็นต๎น โดยใช๎ทักษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตีความ การสรุป

ความ เพ่อื ใหเ๎ ขา๎ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตทิ ี่มกี ารเปลี่ยนแปลงอยํางตํอเนอ่ื งจากอดีตจนถึงปจั จบุ ัน
ศกึ ษาประวตั ศิ าสตรเ์ ปน็ มาของชาติไทยในสมยั สุโขทัยโดยสังเขป ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร

พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัติและผลงานของบุคคลสาคัญ ได๎แกํ พํอขุนศรีอินทรา
ทิตย์ พํอขุนรามคาแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปัญญาไทยในสมัยสุโขทัยท่ีนํา
ภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นผลให๎อุทยานประวัติศาสตร์ในสุโขทัยและศรีสัชนาลัยได๎รับการยกยํองเป็นมรดกโลก โดยใช๎

ทักษะการอําน การสารวจ การสืบค๎น การวิเคราะห์การตีความ เพ่ือเข๎าใจความเป็นมาของชาติไทยในสมัย
สุโขทยั รวมท้ังวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย และบุคคลสาคัญในสมัยสุโขทัย เกิดความรักและความภูมิใจใน

ความเป็นไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของบรรพบุรุษไทยท่ีได๎ปกปูอง และสร๎างสรรค์ความเจริญให๎
บา๎ นเมอื ง ตกทอดเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอํ ถึงปัจจบุ นั

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ระดบั ช้ัน/ตวั ชี้วัด
ส ๔.๑ ป ๔/๑, ป ๔/๒, ป ๔/๓

ส ๔.๒ ป ๔/๑, ป ๔/๒
ส ๔.๓ ป ๔/๑, ป ๔/๒, ป ๔/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version