The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manthana699, 2022-09-05 04:47:18

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

หลักสูตรสถานศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านห้วยมะซาง

ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์๕ ๔๙
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

สบื ค๎นความเปน็ มาของทอ๎ งถนิ่ โดยใชห๎ ลักฐานหลากหลาย ด๎วยการต้งั ประเด็นคาถามทางประวัติศาสตร์ที่

เก่ียวข๎องกับท๎องถ่ิน ความเป็นมาของชื่อหมํูบ๎าน ช่ือตาบล ชื่อถนน ความเป็นมาของสถานที่สาคัญ ความ
เป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีในท๎องถิ่น รู๎จักแหลํงข๎อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อยูํในท๎องถ่ิน
สามารถรวบรวมขอ๎ มูลจากหลักฐานท่ีเกี่ยวข๎อง รู๎จักวิเคราะห์ตรวจสอบข๎อมูลอยํางงํายๆ เข๎าใจความแตกตําง

ระหวาํ งความจริงกบั ขอ๎ เทจ็ จรงิ ทป่ี รากฏในข๎อมูลจากหลักฐานตําง ๆ แยกแยะความคิดเห็นกับข๎อเท็จจริงที่อยํูใน
ขอ๎ มูลได๎ โดยใชท๎ ักษะการสังเกต การสอบถาม การสารวจ การเปรยี บเทยี บ การวิเคราะห์ การเชื่อมโยง และ

การสงั เคราะหอ์ ยํางงาํ ย ๆ เพ่ือฝกึ ฝนทกั ษะวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท๎องถ่ินอยําง
เป็นระบบ สามารถใชข๎ ๎อมูลขาํ วสารได๎อยํางมีประสทิ ธภิ าพ

ศึกษาการเขา๎ มาและอิทธพิ ลของอารยธรรมอินเดีย และจีน ในดินแดนไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เฉยี งใตโ๎ ดยสงั เขป ได๎แกํ การปกครอง การนับถอื ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และ
การแตํงกาย ศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมตํางชาติ ทั้งตะวันตกและตะวันออกที่มีตํอสังคมไทยในปัจจุบัน

โดยสงั เขป โดยใช๎ทักษะการอําน การสืบค๎นข๎อมูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ การเชื่อมโยง
เพือ่ ใหเ๎ กิดความเข๎าใจในวัฒนธรรมไทยในสังคมปัจจุบัน และวัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบ๎านในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใตท๎ ีม่ ที ั้งความคลา๎ ยคลึงและความแตกตําง เพ่ือให๎เกิดการยอมรับในความแตกตํางทางวัฒนธรรม

และอยูํรวํ มกันได๎อยาํ งสันติสขุ
ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปัจจัยท่ี

สํงเสริมความเจริญรํุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ
โดยสังเขป ประวัติและผลงานบุคคลสาคัญในสมัยอยุธยาและธนบุรี ได๎แกํ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ชาวบ๎านบางระจัน สมเด็จพระ

เจา๎ ตากสนิ มหาราช และภมู ปิ ัญญาไทยในสมยั อยุธยา และธนบรุ ี ที่นําภาคภูมิใจ ควรคําแกํการอนุรักษ์ไว๎ ซึ่งเป็น
ผลใหพ๎ ระนครศรีอยธุ ยาได๎รับการยกยํองเป็นมรดกโลก ไดแ๎ กํ ทางดา๎ น ศิลปกรรม วรรณกรรม และการค๎า โดย

ใช๎ทักษะการอําน การสืบค๎นข๎อมูล การเชื่อมโยง การวิเคราะห์ การอธิบาย การสรุปความ การเรียงความ
เพือ่ ให๎เกดิ ความรกั และภาคภูมใิ จในความเปน็ ชาตไิ ทย ตระหนักและเหน็ ความสาคัญท่จี ะธารงรกั ษาความเป็นไทย
สืบตํอไป

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ระดบั ชั้น/ตวั ช้วี ัด
ส ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓

ส ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๔.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป ๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์๖ ๕๐
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษาความหมายและความสาคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร์อยํางงําย ๆ และใช๎วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราว หรือเหตุการณ์สาคัญตามลาดับข้ันตอนอยํางเป็นระบบ ได๎แกํ การต้ัง
ประเด็นศึกษาเร่ืองราวท่ีตนสนใจ การสารวจแหลํงข๎อมูลท่ีเกี่ยวข๎อง การรวบรวมข๎อมูลจากหลักฐานท่ี

หลากหลาย การวิเคราะห์ความนําเช่ือถือของข๎อมูล การตีความ การเรียบเรียงและนาเสนอความร๎ูที่ค๎นพบได๎
อยํางนําสนใจ โดยใช๎ทักษะ การสารวจ การอําน การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การอธิบาย

การสรปุ ความ การเขียนเรยี งความ การจดั ทาโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพื่อฝึกทักษะการสืบค๎นเหตุการณ์
สาคัญด๎วยวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์

ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพ่ือนบ๎านในปัจจุบันโดยสังเขป เช่ือมโยง และ

เปรยี บเทยี บกับประเทศไทย ศึกษาความเป็นมา และความสัมพันธ์ของกลมํุ อาเซียนโดยสังเขป โดยใช๎ทักษะการ
อําน การสารวจ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ เพ่ือให๎เขา๎ ใจพัฒนาการของประเทศเพ่อื นบา๎ นทีม่ ีความสัมพันธ์

กับประเทศไทย เกิดความเข๎าใจอันดีระหวํางประเทศ ยอมรับความแตกตํางทางวัฒนธรรม และอยํูรํวมกันได๎
อยาํ งสนั ตสิ ขุ

ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ในเรื่องเก่ียวกับการสถาปนา

อาณาจักร ปัจจัยท่ีสํงเสริมความเจริญรํุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางด๎านตําง ๆ
โดยสงั เขป ผลงานของบคุ คลสาคญั ได๎แกํ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาู จฬุ าโลกมหาราช สมเดจ็ พระบวรราช

เจา๎ มหาสุรสงิ หนาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว และภูมิปัญญาไทยที่สาคัญท่ีนําภาคภูมิใจ ควร
คําแกํการอนุรักษ์ไว๎ โดยใช๎ทักษะการอําน การสืบค๎นข๎อมูล การเชื่อมโยง การวิเคราะห์ เพ่ือให๎เกิดความรัก
และภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของ บรรพบุรุษท่ีได๎ปกปูอง และ

สร๎างสรรคค์ วามเจริญใหบ๎ ๎านเมืองตกทอดเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอํ ถงึ ปัจจุบนั

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ระดับช้นั /ตวั ช้วี ัด
ส ๔.๑ ป ๖/๑, ป ๖/๒
ส ๔.๒ ป ๖/๑, ป ๖/๒

ส ๔.๓ ป ๖/๑, ป ๖/๒, ป ๖/๓, ป ๖/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๔๒๓๔ หน้าที่พลเมอื ง ๔ ๕๑
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

เหน็ คณุ คําและปฏบิ ัตติ นเป็นผม๎ู ีมารยาทไทยในพธิ กี ารตาํ งๆในเร่อื งการกลําวคาต๎อนรับการแนะนาตัวเอง
และแนะนาสถานท่ีแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีตํอผู๎ทาประโยชน์ในสังคมมีสํวนรํวม ในขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทยในท๎องถ่ินปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริตอดทนและยอมรับผลท่ีเกิดจาก

การกระทาของตนเอง
เห็นความสาคัญและแสดงออกถึงความรักชาตยิ ดึ มั่นในศาสนาและเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ในเร่ือง

การใชส๎ นิ ค๎าไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดีปฏิบัติตนตาม
พระราชจรยิ วัตรและพระจริยวตั รปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่องการมวี นิ ัยและการขมํ ใจหลักการทรงงาน
ในเร่ืองประโยชนส์ ํวนรวมและพออยํพู อกินและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง

ในเรือ่ งความซือ่ สัตย์สจุ ริตขยนั หมั่นเพียรอดทนใฝุหาความรู๎ต้งั ใจปฏิบัติหน๎าท่ีและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา
ของตนเอง

มีสํวนรํวมในการสร๎างและปฏิบตั ติ ามขอ๎ ตกลงกติกาของหอ๎ งเรียนในเรอื่ งการรกั ษาความสะอาดการรักษา
ของใช๎รํวมกันและการสํงงานโดยใช๎กระบวนการมีสํวนรํวมในการสร๎างข๎อตกลงกติกาด๎วยหลักเหตุผลและยึดถือ
ประโยชน์สํวนรวมปฏบิ ตั ติ นตามบทบาทหนา๎ ทีข่ องการเปน็ สมาชิกทดี่ ีของครอบครัวและห๎องเรียนในเรื่องการเป็น

ผู๎นาและการเป็นสมาชิกท่ีดีการมีเหตุผลยอมรับฟังความคิดเห็นของผู๎อ่ืนและการปฏิบัติตามเสียงข๎างมากและ
ยอมรบั เสยี งขา๎ งน๎อยมสี วํ นรํวมและรบั ผิดชอบในการตัดสนิ ใจในกิจกรรมของครอบครัวและห๎องเรยี นปฏบิ ตั ิตนเป็น

ผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝุหาความร๎ูต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่และยอมรับผลท่ี
เกดิ จากการกระทาของตนเอง

ยอ มรั บความเหมือ นและ คว ามแตก ตํางร ะหวํางบุคคล ใน เร่ื อง เช้ื อ ชาติภาษาเพศสุ ขภาพ คว ามพิก าร

ความสามารถถนิ่ กาเนดิ สถานะของบคุ คลฯลฯอยูรํ ํวมกบั ผ๎อู ืน่ อยํางสันตแิ ละพงึ่ พาซ่ึงกันและกนั ในเรื่องการไมํรังแก
ไมํทาร๎ายไมํล๎อเลียนชํวยเหลือซึ่งกันและกันและแบํงปันวิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในท๎องถ่ินในกรณีการใช๎สา

ธารณสมบัติและการรักษาส่งิ แวดลอ๎ มและเสนอแนวทางการแก๎ปญั หาโดยสันตวิ ธิ ปี ฏิบัตติ นเปน็ ผ๎มู ีวนิ ัยในตนเองใน
เรอ่ื งความซือ่ สัตยส์ จุ ริตอดทนและยอมรับผลทเี่ กิดจากการกระทาของตนเอง

โดยใช๎กระบวนการคิดกระบวนการกลํุมกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ

กระบวนการแกป๎ ญั หา
เพื่อใหผ๎ เู๎ รียนมีลกั ษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมใิ จและรักษาไวซ๎ ง่ึ ความเปน็ ไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึด

มั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยอยูํรํวมกับผ๎ูอ่ืนอยํางสันติสามารถ
จดั การความขดั แย๎งดว๎ ยสนั ติวธิ แี ละมวี นิ ยั ในตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. เหน็ คุณคําและปฏบิ ัติตนเปน็ ผ๎มู ีมารยาทไทย

๒. แสดงออกถึงความกตญั ญกู ตเวทีตอํ ผ๎ูทาประโยชน์ในสงั คม
๓. มสี ํวนรํวมในขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทย

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๕๒
๔. เห็นความสาคญั และแสดงออกถงึ ความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษตั ริย์
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. มีสวํ นรํวมในการสร๎างและปฏบิ ัติตามขอ๎ ตกลงกติกาของหอ๎ งเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา๎ ท่ีมีสวํ นรวํ มและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครวั และ
ห๎องเรียน
๘. ยอมรับและอยรํู วํ มกบั ผ๎อู น่ื อยํางสนั ติและพึง่ พาซึง่ กนั และกัน
๙. วิเคราะหป์ ัญหาความขัดแย๎งในทอ๎ งถนิ่ และเสนอแนวทางการแกป๎ ัญหาโดยสันติวิธี
๑๐. ปฏิบตั ติ นเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๕๒๓๕ หนา้ ทพี่ ลเมอื ง ๕ ๕๓
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
กลุม่ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

เหน็ คณุ คาํ และปฏิบัตติ นเป็นผ๎ูมีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะและการต๎อนรับผู๎
มาเยือนรู๎คุณคําใช๎อยํางประหยัดคุ๎มคําและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมมีสํวนรํวมใน
ศลิ ปวัฒนธรรมไทยปฏิบัตติ นเป็นผูม๎ วี ินยั ในตนเองในเรื่องความซือ่ สตั ย์สจุ รติ ตง้ั ใจปฏิบัตหิ น๎าที่และยอมรับผลที่เกิด

จากการกระทาของตนเอง
เหน็ คุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด๎วยการใช๎

สินค๎าไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธาร ณสมบัติปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดีปฏิบัติตนตามพระ
ราชจริยวัตรและพระจริยวัตรปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่องความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผํและความสามัคคี
หลักการทรงงานในเร่ืองการทาตามลาดับขั้นและทางานอยํางมีความสุขและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ปฏิบัติตนเป็นผมู๎ วี ินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝุหาความร๎ูต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่และ
ยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทาของตนเอง

มสี ํวนรวํ มในการสรา๎ งและปฏิบัตติ นตามกฎระเบียบของโรงเรียนในการรักษาความสะอาดการรักษาของ
ใช๎รํวมกันและการดูแลพืน้ ทีท่ ี่ได๎รบั มอบหมายโดยใช๎กระบวนการมสี วํ นรํวมในการสร๎างกฎระเบยี บด๎วยหลักเหตุผล
และยดึ ถือประโยชนส์ ํวนรวมปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา๎ ที่ของการเปน็ สมาชิกทดี่ ีของห๎องเรยี นและโรงเรียนในเรื่อง

การยดึ ถอื หลกั ความจริงความดีงามความถกู ตอ๎ งและหลกั เหตุผลการยดึ ถอื ประโยชนข์ องสํวนรวมเป็นสาคัญการยึด
หลักความเสมอภาคและความยุติธรรมมีสํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและ

โรงเรียนปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริตขยันหม่ันเพียรอดทนใฝุหาความร๎ูตั้งใจปฏิบัติ
หน๎าที่และยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง

ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในท๎องถิ่นในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและส่ิงแวดล๎อม

อยํรู วํ มกบั ผ๎อู ่ืนอยํางสันตแิ ละพ่งึ พากนั ดว๎ ยการเคารพซึ่งกันและกันไมํแสดงกิริยาวาจาดูหมิ่นผ๎ูอื่นชํวยเหลือซ่ึงกัน
และกนั และแบงํ ปันวเิ คราะหป์ ัญหาความขัดแยง๎ ในภูมิภาคของตนเองในเรอื่ งการจัดการทรัพยากรและการขัดแย๎ง

ทางความคิดและเสนอแนวทางการแก๎ปญั หาโดยสนั ติวธิ ีปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต
ความอดทนและยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง

โดยใช๎กระบวนการคิดกระบวนการกลุํมกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ

กระบวนการแก๎ปัญหา
เพ่อื ให๎ผ๎เู รยี นมลี ักษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภูมิใจและรกั ษาไวซ๎ งึ่ ความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึด

มั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยอยูํรํวมกับผู๎อ่ืนอยํางสันติสามารถ
จัดการความขัดแย๎งดว๎ ยสนั ติวิธีและมวี นิ ยั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
๑. เหน็ คณุ คําและปฏบิ ัตติ นเป็นผ๎มู ีมารยาทไทย

๒. รค๎ู ุณคําและบารงุ รักษาทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ๎ ม
๓. มสี วํ นรํวมในศลิ ปวฒั นธรรมไทย

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๕๔
๔. เห็นคุณคําและแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่นั ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. มีสวํ นรํวมในการสรา๎ งและปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรยี น
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา๎ ทีม่ ีสวํ นรํวมและรบั ผดิ ชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและ
โรงเรยี น
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในทอ๎ งถน่ิ และอยูรํ ํวมกบั ผูอ๎ ่ืนอยาํ งสนั ตแิ ละพ่ึงพาซง่ึ กัน
และกนั
๙. วิเคราะห์ปัญหาความขัดแยง๎ ในภูมภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแกป๎ ญั หาโดยสนั ติวิธี
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเป็นผ๎ูมวี ินัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๖๒๓๖ หน้าท่พี ลเมือง ๖ ๕๕
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบัติตนและชักชวนผ๎ูอ่ืนให๎มีมารยาทไทยในเร่ืองการแสดงความเคารพการสนทนาการปฏิบัติตนตาม
กาลเทศะและการตอ๎ นรบั ผู๎มาเยือนมีสวํ นรํวมและชกั ชวนผอู๎ ื่นให๎อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล๎อมมีสํวน
รํวมในขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเร่ืองความ

ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ ต้ังใจปฏิบตั หิ นา๎ ท่ีและยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
เห็นคุณคําและแนะนาผ๎ูอื่นให๎แสดงออกถึงความรั กชาติยึดม่ันในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั ริย์ดว๎ ยการใช๎สนิ ค๎าไทยดแู ลรกั ษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติปฏิบัติตนเป็นศาสนิก
ชนท่ีดีปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตรปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่องความใฝุรู๎ความ
กตัญญูหลักการทรงงานในเร่ืององค์รวมและทาให๎งํายและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัย

ในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝุหาความรู๎ต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่และยอมรับผลท่ีเกิดจาก
การกระทาของตนเอง

ปฏบิ ตั ติ นและแนะนาผูอ๎ น่ื ให๎ปฏิบัติตามข๎อตกลงกติกากฎระเบียบของห๎องเรียนและโรงเรียนในการใช๎และ
ดูแลรกั ษาส่งิ ของเคร่ืองใช๎วสั ดุอปุ กรณ์และสถานทีข่ องสํวนรวมเหน็ คณุ คําและปฏบิ ัติตนตามบทบาทหน๎าที่ของการ
เปน็ สมาชิกทด่ี ีของหอ๎ งเรยี นและโรงเรียนดว๎ ยการเปน็ ผูน๎ าและการเป็นสมาชกิ ทด่ี ีการยึดถือประโยชน์ของสํวนรวม

เปน็ สาคญั การใชส๎ ทิ ธแิ ละหน๎าท่ีการใชเ๎ สรภี าพอยาํ งรบั ผดิ ชอบมสี ํวนรํวมและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรม
ของห๎องเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝุหา

ความรตู๎ ั้งใจปฏิบัตหิ นา๎ ทแี่ ละยอมรับผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทยในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและ

สง่ิ แวดลอ๎ มอยูํรวํ มกับผู๎อื่นอยํางสันติและพึ่งพากันในเร่ืองการเคารพซ่ึงกันและกันไมํแสดงกิริยาวาจาดูหม่ินผู๎อื่น

ชํวยเหลือซ่ึงกันและกันและแบํงปันวิเคราะห์ปัญหาความขัดแย๎งในประเทศไทยในเร่ืองการก ารละเมิดสิทธิการ
รกั ษาสิ่งแวดล๎อมและเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์

สจุ รติ อดทนและยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการคิดกระบวนการกลํุมกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ์และ

กระบวนการแกป๎ ัญหา

เพ่ือใหผ๎ เู๎ รียนมลี ักษณะทด่ี ขี องคนไทยภาคภมู ใิ จและรักษาไว๎ซึ่งความเป็นไทยแสดงออกถงึ ความรักชาติยึด
ม่ันในศาสนาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยอยูํรํวมกับผู๎อ่ืนอยํางสันติสามารถ

จัดการความขดั แย๎งด๎วยสันตวิ ธิ แี ละมวี นิ ยั ในตนเอง

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๕๖
ผลการเรยี นรู้

๑. ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผ๎ูอน่ื ใหม๎ ีมารยาทไทย
๒. มีสํวนรํวมและชกั ชวนผ๎อู น่ื ใหอ๎ นรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
๓. มีสวํ นรํวมในขนบธรรมเนยี มประเพณีศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
๔. เห็นคณุ คําและแนะนาผอู๎ น่ื ใหแ๎ สดงออกถึงความรกั ชาตยิ ดึ มัน่ ในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั
พระมหากษัตริย์
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นและแนะนาผู๎อนื่ ให๎ปฏิบัตติ ามข๎อตกลงกติกากฎระเบียบของห๎องเรียนและโรงเรยี น
๗. เห็นคุณคําและปฏิบัตติ นตามบทบาทหน๎าทม่ี ีสํวนรวํ มและรบั ผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจในกจิ กรรมของ
ห๎องเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทยและอยํูรํวมกับผ๎อู ื่นอยํางสันติและพ่ึงพาซ่งึ
กันและกนั
๙. วเิ คราะหป์ ญั หาความขัดแยง๎ ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแก๎ปญั หาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผมู๎ ีวนิ ยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๕๗

คาอธิบายรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาฯ๑ คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา
รเ๎ู ข๎าใจธรรมชาตกิ ารเจริญเติบโต การพัฒนาการของมนุษย์ อธิบายหน๎าที่ของอวัยวะภายนอกดูแลรักษา

เห็นคณุ คําความรกั ความผูกพัน ช่นื ชอบภมู ิใจในตนเอง ทั้งสมาชิกในครอบครัว ร๎ูเข๎าใจความแตกตํางระหวํางเพศ
หญิง-ชาย มีทักษะในการดาเนินชีวิต การเคล่ือนไหวทางกายสอดคล๎องกับอุปกรณ์ประกอบกิจกรรม การเลํน
เกมกีฬา มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีน้าใจ จิตวิญญาณ เสริมสร๎างสุขภาพ สมรรถภาพ มีความสามารถปฏิบัติ

ตามสุขบัญญัติ ปฏิบัติตนตามคาแนะนา การเจ็บปุวยของตนเอง หลีกเล่ียงพฤติกรรมปัจจัยเสี่ยง ตํอสุขภาพ
อบุ ตั เิ หตุ การใชย๎ า สารเสพตดิ ความรนุ แรง การพูด ทําทาง ขอความชวํ ยเหลอื การเกดิ เหตุร๎าย ท่จี ะเกิดขึ้น ท้ังท่ี

บา๎ นท่ีโรงเรียน
มคี วามสามารถในการปอู งกันดแู ล รักษา การตัดสนิ ใจ และการแก๎ปัญหางาํ ยๆ ของตนเอง และครอบครัว

มีความนยิ มทด่ี ี มีคณุ ธรรม จริยธรรม มจี ิตสานกึ ตํอการดาเนนิ ชีวิตตามธรรมชาตสิ อดคลอ๎ งกับชวี ิตประจาวนั

ร๎ูเขา๎ ใจเหน็ คุณคาํ ของการเลํนเกมกจิ กรรมกฬี าพ้นื บ๎าน นันทนาการ การทอํ งเทย่ี ว อาหารพื้นบ๎าน ปฏิบัติ
ตนเก่ียวกับการเจ็บปุวยโรคในหมํูบ๎านนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎

หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กบั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ๎ ยํางถกู ต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

พ ๑.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๒.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓

พ ๓.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๓.๒ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๔.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓

พ ๕.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ๒ ๕๘
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

รูเ๎ ข๎าใจธรรมชาติการเจรญิ เติบโต เห็นคุณคําของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา มีทักษะในการดาเนินชีวิต
การเคล่ือนไหว การออกกาลังกาย การเลํมเกมกีฬาไทยสากล มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ การสร๎างสุขภาพ
สมรรถภาพ การปอู งกนั โรค หลีกเลี่ยงสารเสพตดิ การใช๎ยา การเกิดอุบัตเิ หตุ ความรุนแรง มีความปลอดภัยในชีวิต

ดูแลรักษาอวยั วะภายใน ร๎ูหนา๎ ทบี่ ทบาทของตนเอง สมาชิกในครอบครัว เพ่ือน เข๎าใจความแตกตํางเพศหญิงเพศ
ชาย มคี วามภมู ิใจในเพศตนทัง้ หญิงชาย การเลนํ เกม กฬี า การเคล่ือนไหวรํางกายอาศยั อปุ กรณ์ได๎ด๎วยตนเอง กลุํม

อยํางสนุกสนาน ตามกฎ กติกา มีวินัยในการเลือกอาหารท่ีมีประโยชน์ การมีสุขภาพดี การดูแลการเกิดอุบัติเหตุ
การเจ็บปุวย บาดเจ็บ การใช๎ยา เล่ียงสารเสพติด ความรุนแรง ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ์ พฤติกรรมเสี่ยงได๎อยําง
ปลอดภัย

ร๎ูเข๎าใจหน๎าท่ี การดูแล เสริมคุณคําตนเอง สังคม ครอบครัว เพื่อน การมีพฤติกรรมกํ อให๎เกิดความมี
สุขภาพกาย การอยูํรํวมกัน การเสริมสร๎างสุขภาพดี การดูแล เกิดการเจ็บปุวย อุบัติเหตุเบ้ืองต๎น มีคํานิยมมี

คณุ ธรรม ในการดาเนนิ ชวี ิต สอดคล๎องกับธรรมชาติ ชวํ ยให๎มีความปลอดภัยในชวี ติ
ร๎ูเขา๎ ใจเห็นคณุ คําของการเลํนเกมกิจกรรมกีฬาพ้ืนบ๎าน นันทนาการ มีกฎระเบียบกติกา มีความร๎ู ความ

เข๎าใจการทํองเที่ยว อาหารพ้ืนบ๎าน ปฏิบัติตนเก่ียวกับการเจ็บปุวยโรคในหมูํบ๎านร๎ูจักชื่อและอาการของโรค

นาไปใช๎ในชีวติ ประจาวนั สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยุกต์ใช๎กบั ชีวิตประจาวนั ได๎อยํางถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
พ ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓

พ ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
พ ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒

พ ๓.๒ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
พ ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ๓ ๕๙
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวิชา

เข๎าใจลักษณะการเจริญเติบโต ความแตกตําง สัมพันธ์ ภาพในครอบครัว กลํุมเพื่อน สร๎างสัมพันธภาพ
หลกี เล่ยี งพฤตกิ รรมนาไปสํา การลวํ งละเมิดทางเพศ มกี ารควบคุมการเคล่อื นไหวของราํ งกาย ทาอยกํู ับที่ และรอบ
ทิศทาง การใช๎อปุ กรณใ์ นการออกกาลังกาย การเลํนเกม กีฬา ปฏิบัติตนอยํางสม่าเสมอ มีวินัย มีความถนัด ร๎ูจัก

จดุ เดํนจดุ ดอ๎ ยของตนเอง ร๎ูเข๎าใจการละเลํนกีฬาพ้ืนเมือง อธิบายการปูองกันการแพรํกระจายของโรค การเลือก
อาหารตามสัดสํวนรู๎วิธีปูองกันโรค เข๎าใจวิธีการแปรงฟันได๎อยํางถูกวิธี มีความปลอดภัยในชีวิต ทั้งการขอความ

ชํวยเหลือจากบุคคล เมื่อเกิดเหตุร๎าย อุบัติเหตุ ท้ังการใช๎ยา เว๎นสารเสพติด ลดความรุนแรง ทั้งที่บ๎านและที่
โรงเรียน

ปฏบิ ตั ติ นในการร๎ูเขา๎ ใจอธบิ าย การเปลย่ี นแปลงของมนษุ ย์ ความแตกตาํ งทัง้ ราํ งกาย อารมณ์ให๎เหมาะสม

กบั วัย การตัดสนิ ใจ แก๎ปญั หางาํ ยๆ จากใกลต๎ ัว บ๎าน โรงเรียน มีเจตคติท่ีดี มีคุณธรรม จิตสานึก ความรับผิดชอบ
ตอํ ตนเอง และผู๎อืน่

ร๎ูเข๎าใจวิธีการกิจกรรมการเลํนกีฬาพื้นบ๎าน นันทนาการ การทํองเที่ยว อาหารพ้ืนบ๎าน ร๎ูวิธีรักษาการ
เจ็บปุวยของโรคในตาบล ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกาของการเลํนเกมนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน สามารถนา
คว าม รู๎ ไ ป ใ ช๎ใ ห๎ เกิ ดป ร ะ โ ย ชน์ โ ดย ใช๎ ห ลัก ป รั ช ญ าข อ ง เ ศร ษ ฐกิ จ พ อ เ พี ย ง แ ล ะ ส า มา ร ถน าไ ป ปร ะ ยุก ต์ ใช๎ กั บ

ชวี ติ ประจาวันไดอ๎ ยํางถูกต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
พ ๑.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓

พ ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๓.๒ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒

พ ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕
พ ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ๔ ๖๐
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

รเ๎ู ข๎าใจหน๎าท่ีของอวยั วะตํางๆ เหน็ ความสาคญั ของการทางานของอวัยวะ สามารถปูองกันดแู ลอวัยวะการ
เจรญิ เติบโต การเปลี่ยนแปลงทางด๎านรํางกาย จิตใจอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ร๎ูวิธีการแก๎ไขปัญหาและการ
ปูองกนั ปัญหาท่เี กิดข้ึน เข๎าในบทบาทหนา๎ ท่ขี องตนเองตํอครอบครัว เห็นคุณคําและความสาคัญของเพศชาย เพศ

หญิง สามารถควบคุมตนเองและขณะปฏิบัติการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การกีฬา เลํมเกม มีสํวนรํวมใน
กิจกรรมกฬี ากบั ชุมชน ปฏิบัตติ ามกฎกตกิ า รู๎และเขา๎ ใจการมสี ขุ ภาพท่ีดี การปูองกันโรค การเลือกบริโภคอาหาร

อารมณ์และความเครียด ร๎ูจักการใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์ รู๎และเข๎าใจในเร่ืองการเสริมสร๎างสมรรถภาพทาง
กายเพื่อสขุ ภาพ การปอู งกันหลีกเลยี่ งปัจจัยเส่ยี งท่ีเกิดจากอุบัติเหตุ สิ่งเสพติด การปฐมพยาบาล จัดหมวดหมํู
อวัยวะของรํางกายปฏิบัติกิจกรรมการเลํนเกม กีฬาพ้ืนบ๎าน ฝึกทดสอบกิจกรรมยืดหยํุนพื้นฐาน หลีกเล่ียงปัจจัย

เสีย่ งตํอสขุ ภาพ อบุ ตั ิภัย
ร๎ูปฏบิ ตั ติ นการเลํนเกมกีฬาพ้ืนบ๎านในระดับอาเภอ การทาอาหารพ้ืนบ๎าน ร๎ูวิธีรักษาและปฏิบัติตน การ

เจบ็ ปุวยตามคาแนะนา เลอื กแหลงํ บริการสขุ ภาพท่ีเหมาะสม มคี วามรู๎ในการบริโภคอาหาร เลือกซื้อ เลือกบริโภค
ประยุกต์ใช๎ในชวี ิตประจาวันได๎ สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยุกตใ์ ช๎กับชวี ิตประจาวนั ไดอ๎ ยํางถูกต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ป.๔/๓, ป.๔/๔

พ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
พ ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

พ ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตัวชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ๕ ๖๑
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ร๎ูเข๎าใจในการทางานของอวัยวะตํางๆ สขุ อนามยั ทางเพศ การเปลยี่ นแปลงทางด๎านราํ งกาย จติ ใจ อารมณ์
สติปญั ญา ร๎ูและเข๎าใจเหน็ คุณคาํ ของชวี ติ ครอบครัว มีทกั ษะในการดาเนินชีวิต หลักการเคล่ือนไหว การออกกาลัง
กาย เกมกฬี าไทยและกีฬาสากล รู๎และเข๎าใจกลวิธีการรุกและการปูองกันการสํงเสริมสุขภาพของตน การบริโภค

อาหารเพือ่ สขุ ภาพและความปลอดภยั จากปจั จัยเสี่ยงตํอสุขภาพตํางๆ ศึกษาค๎นคว๎าการทางานของระบบอวัยวะ
สุขภาพทางเพศ การเปลยี่ นแปลงทางดา๎ นรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สตปิ ัญญา หลกั ของการเคลือ่ นไหว การกีฬา การ

มสี ุขภาพดี การบริโภคอาหารเพ่ือสขุ ภาพ การปฏบิ ัตคิ วบคุมจนเองในการเคล่อื นไหว การเข๎ารํวมกิจกรรมทางกาย
การเลํนเกม ออกกาลังกาย การเการพกฎ กติกา ความมีน้าใจเป็นนักกีฬา การอภิปรายและการรายงานผลการ
ปฏบิ ัติกจิ กรรมวดั ประเมนิ ผลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมทดสอบความร๎ู ทดสอบการเลํนกฬี า

เข๎าใจกฎ กติกา กีฬาพื้นบ๎านในระดับจังหวัดเห็นประโยชน์ของการเลํนเกม รู๎อนุรักษ์การทาอาหาร
พนื้ บ๎านปอู งกนั การเจ็บปวุ ย เลือกแหลงํ บริการสขุ ภาพ เลือกกิจกรรมทัศนศึกษาการพักผํอนเข๎าใจเก่ียวกับวิธีการ

ปฏบิ ัติตนใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจนาไปประยกุ ตใ์ ช๎ในชวี ติ ประจาวัน สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช๎กบั ชวี ติ ประจาวันได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒

พ ๒.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓
พ ๓.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕, ป. ๕/๖
พ ๓.๒ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔

พ ๔.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
พ ๕.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ๖ ๖๒
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา

ร๎ูเข๎าใจในการทางานของอวยั วะตํางๆ ของราํ งกาย สุขอนามัยทางเพศ การพัฒนาการ ของวัยแรกรํุน การ
เปลี่ยนแปลงทางด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และจิตวิญญาณในวัยแรกรํุน ชีวิตครอบครัว หลักการ
เคล่ือนไหว การออกกาลังกาย เกมกีฬาไทย กีฬาสากล กลวิธีการรุก การปูองกัน และเสริมสร๎างสุขภาพท่ีดี

สมรรถภาพ การปอู งกนั การเกิดโรค การปฐมพยาบาลเบื้องต๎นเมอ่ื เกิดอุบัติเหตุศึกษาค๎นคว๎าการทางานของระบบ
อวัยวะ การเปลี่ยนแปลงทางด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา จิตวิญญาณในวัยแรกรุํนหลักของการ

เคลอ่ื นไหว ความมีสุขภาพดี ปฏิบัติการเคล่ือนไหว ความมีสุขภาพดี การปฏิบัติการเคล่ือนไหวอยูํกับที่ เคล่ือนท่ี
การบังคับสิ่งของ การเข๎ารํวมเลํนกิจกรรมทางกาย เกมกีฬา การเการพกฎกติกา ทํายืดหยํุนพ้ืนฐาน ปฏิบัติทํา
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย อภิปรายรายงานผล การฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมสงั เกตพฤติการณ์และความสนใจในการฝึก

ปฏิบัติกิจกรรม ทดสอบความร๎ูความเข๎าใจเก่ียวกับระบบการทางานของอวัยวะ การพัฒนาการของวัยรํุน การ
เปลยี่ นแปลงทางด๎านราํ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมวยั รุํน ชวี ิตครอบครัว สังเกตการเคลื่อนไหวการออกกาลังกาย
การเลนํ กฬี า

เข๎าใจการเลํนเกมกีฬาพื้นบ๎าน กฎกติการะดับจังหวัด ร๎ูประโยชน์ของการเลํน ปฏิบัติตนในการอนุรักษ์
อาหารพื้นบา๎ น วธิ กี ารทา ปฏิบัติตนปูองกันการเจบ็ ปุวย การรกั ษา การแนะนา การปอู งกันโรค เลือกแหลํงบริการ

สุขภาพในท๎องถ่ินได๎อยํางเหมาะสม เลือกปฏิบัติกิจกรรมในการบริโภคอาหาร สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิด
ประโยชนโ์ ดยใชห๎ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจาวันได๎อยํางถูกต๎อง

เหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

พ ๑.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๒.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒

พ ๓.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔, ป. ๖/๕
พ ๓.๒ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
พ ๔.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔

พ ๕.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๖๓

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ๑ กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวชิ า
อภปิ ราย บอก มีทกั ษะ สรา๎ ง วาดภาพ ระบุ ทอํ ง เลํา เลียนแบบ แสดง เกี่ยวกับรูปรําง ลักษณะ

และขนาดของสิ่งตําง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร๎างข้ึน ความร๎ูสึกที่มีตํอธรรมชาติ และส่ิงแวดล๎อม
รอบตวั สิ่งแวดล๎อมในหมูบํ า๎ น มีพ้นื ฐานในการใช๎วัสดุ อปุ กรณ์สร๎างงานทศั นศลิ ป์โดยการทดลองใช๎สี ด๎วยเทคนิค

งาํ ย ๆวาดภาพระบายสภี าพธรรมชาตติ ามความรู๎สึกของตนเองงานทัศนศิลป์ในชีวิตประจาวัน สิ่งตําง ๆสามารถ
กอํ กาเนดิ เสียง ท่แี ตกตํางกนั ลักษณะของเสยี งดัง-เบา และความช๎า- เร็ว ของจงั หวะ บทกลอน ร๎องเพลงงําย ๆ
มสี ํวนรวํ มใน กิจกรรมดนตรอี ยาํ งสนุกสนานความเก่ียวข๎องของเพลงที่ใชใ๎ นชวี ติ ประจาวนั เพลงในท๎องถิ่น ส่ิงที่ช่ืน

ชอบในดนตรีท๎องถิ่น เครื่องดนตรีจากพืชและสัตว์ในหมํูบ๎าน การเคลื่อนไหว ทําทางงําย ๆ เพื่อส่ือความหมาย
แทนคาพดู สิ่งที่ตนเองชอบ จากการดูหรอื รํวมการแสดง เลํนการละเลนํ ของเดก็ ไทย

รู๎ เข๎าใจ เห็นคุณคาํ ชน่ื ชม เกี่ยวกบั รูปราํ ง ลักษณะ และขนาดของส่ิงตําง ๆ รอบตัว ในธรรมชาติ และส่ิง
ที่มนษุ ย์สร๎างขึ้น ความรู๎สกึ ที่มีตํอธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ๎ มรอบตัว สิ่งแวดล๎อมในหมูํบ๎าน มีพื้นฐานในการใช๎วัสดุ
อุปกรณ์สร๎างงานทัศนศิลป์โดยการทดลองใช๎สี ด๎วยเทคนิคงําย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรู๎สึก

ของตนเองงานทัศนศิลป์ในชีวิตประจาวัน สิ่งตําง ๆสามารถกํอกาเนิดเสียง ท่ีแตกตํางกัน ลักษณะของเสียงดัง-
เบา และความชา๎ -เร็ว ของจังหวะ บทกลอน รอ๎ งเพลงงําย ๆ มีสํวนรํวมใน กิจกรรมดนตรีอยํางสนุกสนานความ

เกย่ี วข๎องของเพลงที่ใชใ๎ นชีวิตประจาวัน เพลงในท๎องถ่ินเครื่องดนตรีจากพืชและสัตว์ในหมูํบ๎าน สิ่งท่ีชื่นชอบใน
ดนตรที อ๎ งถ่นิ การเคลอ่ื นไหว ทําทางงําย ๆเพ่ือสื่อความหมาย แทนคาพูด สิ่งท่ีตนเองชอบ จากการดูหรือรํวม
การแสดง เลํนการละเลํนของเด็กไทย รกั และมงุํ มั่นในการทางาน สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดย

ใชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยุกตใ์ ช๎กบั ชีวติ ประจาวนั ไดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑

ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒

ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ๖๔

ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร๎าง วาดภาพ ระบุ ทํอง เลํา เลียนแบบ แสดง จาแนก เคาะ
ร๎องเพลง เกี่ยวกับรูปรําง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และส่ิงแวดล๎อม ทัศนธาตุที่อยํูในส่ิงแวดล๎อมและงาน
ทัศนศลิ ป์ โดยเน๎นเร่อื งเสน๎ สี รูปรําง และรูปทรง ป้ันสัตว์ชนิดตํางๆที่มีในหมํูบ๎าน งานทัศนศิลป์ตําง ๆ โดยใช๎

ทัศนธาตุท่ีเน๎นเส๎น รูปรําง การใช๎วัสดุ อุปกรณ์ สร๎างงานทัศนศิลป์ ๓ มิติ ภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีก
กระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทํองเท่ียวในตาบลปริกวาดภาพเพื่อถํายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของ

ตนเอง และเพื่อนบ๎าน รวมถึงเนื้อหาเร่ืองราว เป็นรูปแบบงานโครงสร๎างเคลื่อนไหว ความสาคัญของงาน
ทศั นศิลป์ ทพ่ี บเหน็ ในชวี ิตประจาวนั งานทัศนศิลปป์ ระเภทตําง ๆ ในท๎องถ่ิน โดยเน๎นถึงวิธีการสร๎างงานและวัสดุ
อุปกรณ์ ท่ีใช๎ แหลํงกาเนิด ของเสียงที่ได๎ยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่า , ดัง-เบา, ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะ

จังหวะหรือเคล่ือนไหวรํางกายให๎สอดคล๎องกับเนื้อหาของเพลงงําย ๆ ท่ีเหมาะสมกับวัยความหมายและ
ความสาคญั ของเพลงที่ได๎ยิน ความสมั พันธ์ของเสียงร๎อง เสยี งเครอ่ื งดนตรีในเพลงทอ๎ งถนิ่ โดยใชค๎ างาํ ย ๆ เคร่ือง

ดนตรใี นบา๎ นหนองคู ได๎แกํ กลอง แคน ซุง เข๎ารํวมกิจกรรมทางดนตรีในท๎องถ่ิน เคล่ือนไหวขณะอยูํกับที่และ
เคลื่อนท่ี ท่ีสะท๎อนอารมณ์ ของตนเองอยํางอิสระเลียนแบบทําทางสัตว์ในการรา สัตว์ท่ีมีในบ๎านหนองคู
ทาํ ทาง เพ่อื สอ่ื ความหมาย แทนคาพูด แสดงทาํ ทางประกอบจังหวะอยาํ งสรา๎ งสรรค์ มีมารยาทในการชมการ

แสดง เลนํ การละเลํนพื้นบา๎ น เชื่อมโยงส่ิงท่พี บเห็นในการละเลํนพื้นบ๎านกับสิ่งที่พบเห็นในการดารงชีวิตของคน
ไทย ส่งิ ท่ชี ่ืนชอบและภาคภูมใิ จ ในการละเลํนพ้นื บา๎ น

ร๎ู เข๎าใจ เห็นคุณคาํ ชน่ื ชม เกีย่ วกับรูปรําง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และส่ิงแวดล๎อม ทัศนธาตุที่อยูํ
ในสิ่งแวดลอ๎ มและงานทัศนศิลป์ โดยเน๎นเรื่องเส๎น สี รูปรําง และรูปทรง ป้ันสัตว์ชนิดตํางๆท่ีมีในหมูํบ๎าน งาน
ทศั นศิลปต์ ําง ๆ โดยใช๎ทศั นธาตุท่ีเนน๎ เสน๎ รูปราํ ง การใช๎วัสดุ อุปกรณ์ สร๎างงานทัศนศิลป์ ๓ มิติ ภาพปะติด

โดยการตดั หรือฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทํองเที่ยวในหมํูบ๎านหนองคู วาดภาพเพื่อถํายทอดเร่ืองราว
เก่ียวกับครอบครัวของตนเอง และเพ่ือนบ๎าน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เป็นรูปแบบงานโครงสร๎างเคลื่อนไหว

ความสาคัญของงานทัศนศิลป์ ท่ีพบเห็นในชีวิตประจาวันงานทัศนศิลป์ประเภทตําง ๆ ในท๎องถ่ิน โดยเน๎นถึง
วิธีการสร๎างงานและวัสดอุ ุปกรณ์ ท่ีใช๎ แหลํงกาเนิด ของเสียงท่ีได๎ยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่า , ดัง-เบา,
ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะจังหวะหรือเคลื่อนไหวราํ งกายให๎สอดคลอ๎ งกบั เนือ้ หาของเพลงงําย ๆ ที่เหมาะสมกับวัย

ความหมายและความสาคญั ของเพลงที่ได๎ยนิ ความสัมพันธ์ของเสียงรอ๎ ง เสียงเครื่องดนตรีในเพลงท๎องถ่ิน โดยใช๎
คางําย ๆ เครอ่ื งดนตรใี นหมํูบ๎านหนองคู ได๎แกํ กลอง แคน ซุง เข๎ารวํ มกิจกรรมทางดนตรีในท๎องถิ่น เคลื่อนไหว

ขณะอยูํกับท่ีและเคลื่อนท่ี ท่ีสะท๎อนอารมณ์ ของตนเองอยํางอิสระเลียนแบบทําทางสัตว์ในการรา สัตว์ที่มีใน
หมบูํ า๎ นหนองคู ทําทาง เพอื่ สือ่ ความหมาย แทนคาพดู แสดงทาํ ทางประกอบจังหวะอยาํ งสรา๎ งสรรค์ มีมารยาทใน
การชมการแสดง เลํนการละเลํนพ้ืนบ๎าน เชื่อมโยงส่ิงที่พบเห็นในการละเลํนพื้นบ๎านกับส่ิงที่พบเห็นในการ

ดารงชีวติ ของคนไทย สงิ่ ทช่ี ่นื ชอบและภาคภมู ิใจ ในการละเลํนพ้ืนบ๎าน รักและมํุงม่ันในการทางาน สามารถนา
ความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับ

ชีวติ ประจาวนั ได๎อยํางถกู ต๎องเหมาะสม

หลกั สูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๖๕

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒

ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒

ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ๖๖

ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ๓ กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร๎าง วาดภาพ ระบุ ทํอง เลํา เลียนแบบ แสดง จาแนก
เปรียบเทียบ เคาะ ร๎องเพลง เก่ียวกับรปู ราํ ง รปู ทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม และงานทัศนศิลป์ วัสดุ อุปกรณ์
ท่ใี ช๎สรา๎ งผลงาน เมอ่ื ชมงานทศั นศิลป์ ทศั นธาตุของสิ่งตําง ๆ ในธรรมชาติสง่ิ แวดล๎อม และงานทัศนศิลป์ โดยเน๎น

เรือ่ งเส๎น สี รูปราํ ง รูปทรง และพนื้ ผิว วาดภาพ ระบายสีสง่ิ ของรอบตัว การวาดภาพประเพณวี ฒั นธรรมในหมํูบ๎าน
และตาบลและวาดภาพเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใช๎วัสดุ อุปกรณ์สร๎างสรรค์ งานป้ัน ทอด

ความคิดความรู๎สึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใช๎เส๎น รูปรําง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการสร๎าง
งานทัศนศิลป์ โดยเน๎นถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ์ สิ่งที่ชื่นชมและสิ่งท่ีควรปรับปรุงในงานทัศนศิลป์ของตนเอง
ภาพตามทศั นธาตุ ทีเ่ น๎นในงานทัศนศลิ ปน์ ้นั ๆ ลกั ษณะรูปรําง รูปทรง ในงาน การออกแบบส่ิงตําง ๆ ท่ีมีในบ๎าน

และโรงเรียน ทม่ี าของงานทัศนศิลป์ ในท๎องถิน่ วัสดอุ ุปกรณ์และวิธกี ารสร๎างงานทัศนศลิ ป์ในทอ๎ งถ่ินรูปรํางลักษณะ
ของเคร่อื งดนตรี ทเี่ ห็นและไดย๎ ินในชีวติ ประจาวันเครือ่ งดนตรีในหมูํบ๎านหนองคู ได๎แกํ กลอง แคน ซุง รูปภาพ

หรือสัญลักษณ์แทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหน๎าท่ีของเพลงที่ได๎ยิน ดนตรีงําย ๆ อารมณ์ของเพลงที่ฟัง
เสียงดนตรี เสียงขับร๎องของตนเองและผู๎อื่น ดนตรีไปใช๎ในชีวิตประจาวันหรือโอกาส ตําง ๆ ได๎อยํางเหมาะสม
ลักษณะเดนํ และ เอกลกั ษณ์ ของดนตรีในท๎องถ่นิ ความสาคัญและประโยชน์ของดนตรตี อํ การดาเนนิ ชวี ิตของคนใน

ท๎องถ่ินการเคลอ่ื นไหวในรปู แบบตําง ๆในสถานการณ์สั้น ๆ ทาํ ทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ บทบาท
หน๎าท่ีของผ๎ูแสดงและผู๎ชม กิจกรรมการแสดงท่ีเหมาะสมกับวัย ประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลป์ใน

ชวี ิตประจาวนั การแสดงนาฏศิลปท์ เี่ คยเหน็ ในท๎องถิ่นสงิ่ ที่เป็นลกั ษณะเดํนและเอกลักษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์
ความสาคัญของการแสดงนาฏศิลป์

ร๎ู เข๎าใจ เห็นคุณคํา ชื่นชม เกี่ยวกับรูปรําง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม และงานทัศนศิลป์ วัสดุ

อุปกรณ์ทใ่ี ชส๎ รา๎ งผลงาน เมอื่ ชมงานทัศนศิลป์ ทัศนธาตุของสิ่งตําง ๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล๎อม และงานทัศนศิลป์
โดยเน๎นเรอ่ื งเส๎น สี รปู ราํ ง รูปทรง และพนื้ ผวิ วาดภาพ ระบายสีส่งิ ของรอบตวั การวาดภาพประเพณวี ัฒนธรรมใน

หมํูบ๎านและตาบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใช๎วัสดุ อุปกรณ์สร๎างสรรค์ งานปั้น
ทอดความคิดความร๎ูสึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใช๎เส๎น รูปรําง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สร๎างงานทศั นศิลป์ โดยเน๎นถงึ เทคนิคและวัสดุอุปกรณ์ สงิ่ ทช่ี น่ื ชมและสง่ิ ที่ควรปรับปรุงในงานทศั นศิลป์ของตนเอง

ภาพตามทัศนธาตุ ท่ีเน๎นในงานทัศนศิลป์น้ัน ๆ ลักษณะรูปรําง รูปทรง ในงานการออกแบบส่ิงตําง ๆ ที่มีในบ๎าน
และโรงเรยี น ที่มาของงานทศั นศิลป์ ในทอ๎ งถนิ่ วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละวิธีการสรา๎ งงานทศั นศลิ ปใ์ นทอ๎ งถ่ินรูปรํางลักษณะ

ของเครอ่ื งดนตรี ทีเ่ หน็ และไดย๎ ินในชีวติ ประจาวันเคร่ืองดนตรใี นหมบํู ๎านหนองคู ได๎แกํ กลอง แคน ซุง รูปภาพ
หรือสัญลักษณ์แทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหน๎าท่ีของเพลงท่ีได๎ยิน ดนตรีงําย ๆ อารมณ์ของเพลงท่ีฟัง
เสียงดนตรี เสียงขับร๎องของตนเองและผู๎อื่น ดนตรีไปใช๎ในชีวิตประจาวันหรือโอกาสตําง ๆ ได๎อยํางเหมาะสม

ลักษณะเดํนและ เอกลักษณ์ ของดนตรใี นทอ๎ งถ่นิ ความสาคญั และประโยชนข์ องดนตรีตํอการดาเนนิ ชีวิตของคนใน
ท๎องถ่ินการเคลอ่ื นไหวในรปู แบบตําง ๆในสถานการณ์ส้ัน ๆ ทําทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ บทบาท

หน๎าทีข่ องผ๎แู สดงและผูช๎ ม กจิ กรรมการแสดงที่เหมาะสมกบั วยั ประโยชนข์ องการแสดงนาฏศิลป์ในชีวิตประจาวัน
การแสดงนาฏศลิ ป์ทเี่ คยเหน็ ในท๎องถน่ิ สิ่งทเ่ี ปน็ ลกั ษณะเดํนและเอกลกั ษณ์ของการแสดงนาฏศลิ ป์ ความสาคญั

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๖๗
ของการแสดงนาฏศิลป์รักและมํุงม่ันในการทางาน สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก๎ ับชีวิตประจาวันไดอ๎ ยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ช้วี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๖๘

ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร๎าง วาดภาพ ระบุ ทํอง เลํา เลียนแบบ แสดง จาแนก เปรียบเทียบ
เคาะ ร๎องเพลง เกี่ยวกับรูปลกั ษณะของรูปราํ ง รูปทรงในธรรมชาติ ส่ิงแวดล๎อม และงานทัศนศิลป์ อิทธิพลของสี
วรรณะอนํุ และสวี รรณะเย็น ท่ีมีตํออารมณ์ของมนุษย์ ทัศนธาตุ ของสิ่งตํางๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม และงาน

ทัศนศิลป์โดยเน๎นเร่ือง เส๎น สี รูปรําง รูปทรง พ้ืนผิว และพื้นท่ีวําง มีทักษะพ้ืนฐานในการใช๎วัสดุ อุปกรณ์
สรา๎ งสรรค์งานพมิ พ์ภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเน๎นเรื่องการจัดระยะ ความลึก น้าหนัก

และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช๎สีวรรณะอํุนและสีวรรณะเย็น ถํายทอดความร๎ูสึกและจินตนาการ
ความคิดความร๎ูสึกที่ถาํ ยทอดผาํ นงานทัศนศิลป์ของตนเองและบุคคลอ่ืน วรรณะสีเพ่ือถํายทอดอารมณ์ ความร๎ูสึก
ในการสร๎างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในท๎องถ่ิน และแหลํง

ทอํ งเทย่ี วในอาเภอวารินชาราบ งานทศั นศลิ ป์ท่มี าจากวัฒนธรรมตาํ ง ๆ ประโยคเพลงอยํางงําย ประเภทของเครอื่ ง
ดนตรีที่ใช๎ในเพลงท่ีฟัง ทิศทางการเคล่ือนท่ี ขึ้น – ลง งําย ๆ ของทานอง รูปแบบ จังหวะและความเร็วของ

จังหวะในเพลงที่ฟัง โน๎ตดนตรีไทยและสากล ร๎องเพลงโดยใช๎ชํวงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใช๎และเก็บเครื่อง
ดนตรีอยํางถกู ต๎องและปลอดภยั ดนตรี สามารถใชใ๎ นการสื่อเร่อื งราว แหลํง ที่มาและความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตไทย
ที่สะท๎อนในดนตรีและเพลงท๎องถิ่น เพลงกลํอมเด็กในอาเภอวารินชาราบ ความสาคัญในการอนุรักษ์สํงเสริม

วฒั นธรรมทางดนตรี ทักษะพนื้ ฐานทางนาฏศิลปแ์ ละการละครท่ใี ช๎ส่อื ความหมายและอารมณ์ภาษาทําและนาฏย
ศพั ทห์ รอื ศัพทท์ าง การละครงําย ๆ ในการถาํ ยทอดเรอื่ งราว เลยี นแบบการเคล่ือนไหวของสัตว์ท่ีมีในอาเภอวาริน

ชาราบตามรปู แบบของนาฏศลิ ป์ แสดง การเคล่อื นไหว ในจงั หวะตําง ๆ ตามความคดิ ของตน แสดงนาฏศิลป์เป็นคูํ
และหมํู สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเน๎นจุดสาคัญของเรื่องและลักษณะเดํนของตัวละคร ประวัติความเป็นมาของ
นาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอยํางงําย ๆ การแสดงนาฏศิลป์กับการแสดงที่มาจากวัฒนธรรมอ่ืน การแสดงของ

ท๎องถ่ิน ความสาคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป์ เหตุผลท่ีควรรักษาและสืบ
ทอดการแสดงนาฏศิลป์

ร๎ู เข๎าใจ เห็นคุณคํา ชื่นชม เกี่ยวกับรูปลักษณะของรูปรําง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล๎อม และงาน
ทัศนศลิ ป์ อทิ ธิพลของสีวรรณะอํนุ และสีวรรณะเยน็ ที่มตี ํออารมณ์ของมนษุ ย์ ทศั นธาตุ ของสิ่งตําง ๆ ในธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอ๎ ม และงานทัศนศิลปโ์ ดยเน๎นเรื่อง เส๎น สี รูปรําง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่วําง มีทักษะพื้นฐานในการใช๎

วัสดุ อปุ กรณส์ ร๎างสรรค์งานพิมพภ์ าพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเน๎นเร่ืองการจัดระยะ ความ
ลึก น้าหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช๎สีวรรณะอุํนและสีวรรณะเย็น ถํายทอดความร๎ูสึกและ

จินตนาการ ความคิดความร๎ูสึกที่ถํายทอดผํานงานทัศนศิลป์ของตนเองและบุคคลอ่ืน วรรณะสีเพ่ือถํายทอด
อารมณ์ ความรู๎สึกในการสร๎างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ใน
ท๎องถ่ิน และแหลงํ ทํองเทยี่ วในอาเภอวารินชาราบ งานทศั นศลิ ป์ทม่ี าจากวฒั นธรรมตํางๆ ประโยคเพลงอยํางงําย

ประเภทของเครื่องดนตรีทใี่ ช๎ในเพลงทฟี่ งั ทิศทางการเคลื่อนที่ ขึน้ – ลง งาํ ย ๆ ของทานอง รูปแบบ จังหวะและ
ความเร็วของจังหวะในเพลงที่ฟัง โน๎ตดนตรีไทยและสากล ร๎องเพลงโดยใช๎ชํวงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใช๎และ

เกบ็ เครื่องดนตรอี ยาํ งถกู ตอ๎ งและปลอดภยั ดนตรี สามารถใช๎ในการสอื่ เรื่องราว แหลํง ทม่ี าและความสมั พนั ธข์ อง

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๖๙
วิถชี วี ติ ไทย ท่สี ะทอ๎ นในดนตรแี ละเพลงท๎องถ่ิน เพลงกลํอมเด็กในอาเภอวารนิ ชาราบ ความสาคัญในการ
อนุรักษ์สํงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์และการละครท่ีใช๎ส่ือความหมายและอารมณ์
ภาษาทําและ
นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทาง การละครงําย ๆ ในการถํายทอดเรื่องราว เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ท่ีมีใน
อาเภอวารินชาราบตามรูปแบบของนาฏศิลป์ แสดง การเคล่ือนไหว ในจังหวะตําง ๆ ตามความคิดของตน
แสดงนาฏศิลป์เป็นคูํ และหมูํ ส่ิงท่ีชอบในการแสดง โดยเน๎นจุดสาคัญของเรื่องและลักษณะเดํนของตัวละคร
ประวัติความเป็นมาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอยํางงํายๆ การแสดงนาฏศิลป์กับการแสดงที่มาจาก
วฒั นธรรมอื่น การแสดงของท๎องถิ่น ความสาคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป์
เหตุผลท่ีควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ รักและมุํงม่ันในการทางาน สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิด
ประโยชน์โดยใชว๎ ธิ กี ารหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับชีวิตประจาวันได๎อยําง
ถกู ตอ๎ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ช้วี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ๗๐

ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร๎าง วาดภาพ ระบุ ทํอง เลํา เลียนแบบ แสดง จาแนก เปรียบเทียบ
เคาะ ร๎องเพลง เก่ียวกับเกีย่ วกบั จังหวะ ตาแหนงํ ของ สง่ิ ตาํ ง ๆ ที่ปรากฏในส่ิงแวดลอ๎ ม และงานทัศนศิลป์ความ
แตกตาํ งระหวาํ งงานทัศนศลิ ป์ ทส่ี รา๎ งสรรค์ดว๎ ยวสั ดุอุปกรณ์และวิธกี ารที่ตํางกัน เทคนคิ ของแสงเงา น้าหนัก และ

วรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่ทํองเที่ยวและประเพณีวัฒนธรรมในอาเภอวารินชาราบและจังหวัด
อุบลราชธานี งานป้ันจาก ดินนา้ มันหรอื ดนิ เหนียวโดยเนน๎ การถํายทอดจินตนาการ งานพิมพ์ภาพ โดยเน๎นการจัด

วางตาแหนํงของสิ่งตําง ๆ ในภาพ ปญั หาในการจัดองคป์ ระกอบศิลป์ และการสื่อความหมายในงานทัศนศิลป์ของ
ตนเอง และบอกวธิ กี ารปรบั ปรุงงานใหด๎ ขี ้นึ ประโยชนแ์ ละคุณคําของงานทศั นศิลป์ท่ีมีผลตํอชีวิตของคน ในสังคม
เกย่ี วกบั ลักษณะรูปแบบของงานทศั นศิลป์ในแหลงํ เรียนร๎ูหรือนิทรรศการศิลปะ งานทัศนศลิ ป์ท่ีสะท๎อนวัฒนธรรม

และภูมิปัญญาในท๎องถ่ิน องค์ประกอบดนตรีในเพลงท่ีใช๎ในการสื่ออารมณ์ ลักษณะของเสียงขับร๎องและเคร่ือง
ดนตรีท่อี ยใํู นวงดนตรีประเภทตําง ๆ โน๎ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เครื่องดนตรีทาจังหวะและทานอง

เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใช๎ดนตรีรํวมกับ
กจิ กรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนาการความสัมพันธ์ระหวํางดนตรกี บั ประเพณีในวัฒนธรรมตําง ๆ คุณคําของ
ดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมทต่ี ํางกนั องค์ประกอบนาฏศิลป์ ทําทางประกอบเพลงหรอื เรื่องราวตามความคิดของตน

แสดงนาฏศิลป์ โดยเน๎นการใช๎ภาษาทําและนาฏยศัพท์ในการส่ือความหมายและการแสดงออกการรารองเง็ง
เลยี นแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเค๎าโครงเรื่องหรือบทละครส้ัน ๆการ

แสดงนาฏศลิ ป์ชดุ ตําง ๆประโยชน์ทไี่ ดร๎ ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทตําง ๆ ของไทย ในแตํละท๎องถิ่น
แสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ื้นบา๎ น ทส่ี ะท๎อนถงึ วัฒนธรรมและประเพณี

ร๎ู เข๎าใจ เห็นคุณคํา ช่ืนชม เกี่ยวกับจังหวะ ตาแหนํงของ สิ่งตําง ๆ ที่ปรากฏในสิ่งแวดล๎อม และงาน

ทศั นศลิ ป์ ความแตกตํางระหวํางงานทัศนศลิ ป์ ทีส่ รา๎ งสรรค์ด๎วยวสั ดุอุปกรณแ์ ละวธิ กี ารทตี่ ํางกัน เทคนิคของแสง
เงา นา้ หนกั และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานท่ีทํองเท่ียวและประเพณีวัฒนธรรมในอาเภอวารินชา

ราบและจังหวัดอบุ ลราชธานี งานปั้นจาก ดินน้ามันหรือดินเหนียวโดยเน๎นการถํายทอดจินตนาการงานพิมพ์ภาพ
โดยเน๎นการจัดวางตาแหนํงของส่ิงตําง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการสื่อความหมายใน
งานทัศนศิลป์ของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให๎ดีข้ึน ประโยชน์และคุณคําของงานทัศนศิลป์ที่มีผลตํอ

ชีวิตของคนในสังคม เก่ียวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลป์ในแหลํงเรียนรู๎หรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทศั นศลิ ปท์ ่สี ะทอ๎ นวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาในท๎องถนิ่ องคป์ ระกอบดนตรใี นเพลงที่ใช๎ในการส่ืออารมณ์ ลักษณะ

ของเสียงขับร๎องและเคร่ืองดนตรีท่ีอยํูในวงดนตรีประเภทตําง ๆ โน๎ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เคร่ือง
ดนตรที าจงั หวะและทานอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบ
ถามตอบใช๎ดนตรีรํวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธ์ระหวํางดนตรีกับประเพณีใน

วัฒนธรรมตําง ๆ คณุ คาํ ของดนตรีทีม่ าจากวฒั นธรรมทต่ี าํ งกนั องค์ประกอบนาฏศิลป์ ทําทางประกอบเพลงหรือ
เร่ืองราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ โดยเน๎นการใช๎ภาษาทําและนาฏยศัพท์ในการสื่อความหมายและ

การแสดงออกการรา เลยี นแบบการเคลอ่ื นไหวของธรรมชาตทิ ่ีมใี นจังหวดั อุบลราชธานี การเขียนเค๎าโครงเรื่องหรือ

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๗๑
บทละครส้นั ๆ การแสดงนาฏศิลปช์ ดุ ตาํ ง ๆ ประโยชน์ทไี่ ด๎รับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทตําง
ๆ ของไทย ในแตลํ ะท๎องถิน่ แสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ๎าน ที่สะท๎อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีรักและมุํงมั่น
ในการทางาน สามารถนาความร๎ไู ปใช๎ให๎เกดิ ประโยชนโ์ ดยใชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป
ประยุกตใ์ ช๎กบั ชวี ิตประจาวนั ได๎อยํางถกู ต๎องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ๗๒

ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร๎าง อําน เขียน วาดภาพ ระบุ ทํอง เลํา เลียนแบบ แสดงจาแนก
เปรียบเทียบ เคาะ ร๎องเพลง เกี่ยวกับ สีคํูตรงข๎าม และอภิปรายเก่ียวกับการใช๎ สีคํูตรงข๎าม ในการถํายทอด
ความคดิ และอารมณ์ หลักการจดั ขนาดสดั สวํ นความสมดุลในการสร๎างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์จากรูปแบบ ๒

มิติ เป็น ๓ มิติ โดยใช๎หลักการของแสงเงาและน้าหนักงานปั้นโดยใช๎หลักการเพ่ิมและลด ป้ันแผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป์ โดยใช๎หลักการของรูปและพื้นท่ีวํางใช๎สีคูํตรงข๎ามหลักการจัดขนาดสัดสํวน และความสมดุล วาด

ภาพสถาปัตยกรรมท่ีมีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถํายทอด
ความคิด หรือเร่ืองราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ตําง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท๎อนชีวิตและสังคม เก่ียวกับ
อทิ ธิพลของความเชอ่ื ความศรัทธาในศาสนาทม่ี ผี ลตํองานทัศนศิลปใ์ นทอ๎ งถิ่น อทิ ธิพลทางวฒั นธรรมในท๎องถิ่นท่ีมี

ผลตํอการสร๎างงานทศั นศิลป์ของบุคคล เพลงท่ีฟัง โดยอาศัยองค์ประกอบดนตรี และศัพท์สังคีต ประเภทและ
บทบาทหน๎าที่เคร่ืองดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมตําง ๆ โน๎ตไทย และโน๎ตสากลทานองงําย ๆ

ใช๎เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร๎องเพลงด๎นสดที่มีจังหวะและทานองงําย ๆ ความรู๎สึกที่มีตํอดนตรี ทานอง
จงั หวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงท่ีฟัง เรื่องราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ดนตรีที่มา
จากยคุ สมยั ท่ตี ํางกัน อิทธพิ ลของวฒั นธรรมตอํ ดนตรีในทอ๎ งถิ่น การเคลือ่ นไหวและการแสดงโดยเน๎นการถํายทอด

ลีลาหรืออารมณ์ เคร่ืองแตํงกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อยํางงําย ๆ ความรู๎สึก
ของตนเองท่ีมีตํองานนาฏศิลป์และการละครอยํางสร๎างสรรค์ การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง

ความสัมพันธ์ระหวํางนาฏศิลป์และการละครกับสิ่งท่ีประสบในชีวิตประจาวันสิ่งท่ีมีความสาคัญตํอ การแสดง
นาฏศลิ ป์และละคร ประโยชน์ท่ไี ด๎รบั จากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ป์และละคร

รู๎ เข๎าใจ เห็นคณุ คํา ช่ืนชม เก่ยี วกบั สีคูตํ รงข๎าม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช๎ สีคูํตรงข๎าม ในการถํายทอด

ความคดิ และอารมณ์ หลกั การจัดขนาดสัดสํวนความสมดลุ ในการสรา๎ งงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์จากรูปแบบ ๒
มติ ิ เป็น ๓ มติ ิ โดยใชห๎ ลกั การของแสงเงาและน้าหนักงานป้ันโดยใช๎หลักการเพ่ิมและลด ปั้นแผนผังของโรงเรียน

งานทศั นศลิ ป์ โดยใชห๎ ลักการของรูปและพ้ืนท่ีวํางใช๎สีคูํตรงข๎ามหลักการจัดขนาดสัดสํวน และความสมดุล วาด
ภาพสถาปัตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถํายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเก่ียวกับเหตุการณ์ตําง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท๎อนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ

อิทธพิ ลของความเชอ่ื ความศรัทธาในศาสนาทมี่ ีผลตํองานทัศนศลิ ป์ในท๎องถน่ิ อทิ ธพิ ลทางวัฒนธรรมในท๎องถิ่นที่มี
ผลตํอการสร๎างงานทัศนศิลป์ของบุคคล เพลงที่ฟัง โดยอาศัยองค์ประกอบดนตรี และศัพท์สังคีต ประเภทและ

บทบาทหนา๎ ทเ่ี ครือ่ งดนตรไี ทยและเครื่องดนตรีทีม่ าจากวัฒนธรรมตาํ ง ๆ โนต๎ ไทย และโน๎ตสากลทานองงําย ๆ ใช๎
เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร๎องเพลงด๎นสดที่มีจังหวะและทานองงําย ๆ ความรู๎สึกที่มีตํอดนตรี ทานอง
จังหวะ การประสานเสยี ง และคณุ ภาพเสยี งของเพลงทฟ่ี งั เรอ่ื งราวของดนตรไี ทยในประวัติศาสตร์ ดนตรีท่ีมาจาก

ยุคสมยั ท่ีตํางกัน อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตํอดนตรีในทอ๎ งถ่นิ การเคลอ่ื นไหวและการแสดงโดยเน๎นการถํายทอดลีลา
หรืออารมณ์ เครื่องแตํงกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อยํางงําย ๆ ความร๎ูสึกของ

ตนเองทม่ี ีตอํ งานนาฏศิลปแ์ ละการละครอยํางสรา๎ งสรรค์ การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพนั ธ์

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๗๓
ระหวาํ งนาฏศิลปแ์ ละการละครกับส่ิงที่ประสบในชีวิตประจาวันสิ่งที่มีความสาคัญตํอการแสดงนาฏศิลป์
และละคร ประโยชน์ที่ได๎รับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร รักและมุํงม่ันในการทางาน
สามารถนาความร๎ูไปใชใ๎ ห๎เกิดประโยชนโ์ ดยใช๎หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับ
ชีวติ ประจาวนั ได๎อยาํ งถกู ตอ๎ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๗๔

คาอธิบายรายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษา ฝึกฝนการทางานชวํ ยเหลอื ตนเอง เกี่ยวกับการแตงํ กาย การเกบ็ ของใช๎ การหยิบจับ และใช๎ของ

ใชส๎ วํ นตวั การจดั โต๏ะ ตู๎ ชนั้ การใช๎วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่อื งมืองําย ๆ ในการบารุงรักษาต๎นไม๎ การพับกระดาษ
เปน็ ของเลนํ มีทักษะในการใช๎มือ เคร่อื งมอื เคร่ืองใช๎ในการทางานอยาํ งปลอดภยั รักการทางาน ทางานด๎วย

ความกระตือรือรน๎ และตรงเวลา มีเจตคตทิ ี่ดีตํอการทางาน มลี กั ษณะนสิ ยั การทางานทีเ่ หมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ง ๑.๑ ป.๑/๑

รวม ๑ มาตรฐาน ๑ ตัวชีว้ ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๗๕
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษา ฝึกฝนการทางานชํวยเหลือตนเองและครอบครวั ตามบทบาทและหน๎าที่ของสมาชิกในบ๎าน ด๎วย
การจัดวางสง่ิ ของ การเก็บเสือ้ ผ๎าและรองเท๎า การชํวยครอบครัวเตรียมประกอบอาหารการกวาดบ๎าน การล๎าง
จาน การใช๎วสั ดุ อุปกรณ์ และเครือ่ งมอื ในการทางาน การเพาะเมล็ด การดูแลแปลงเพาะกล๎า การทาของเลํน

และการประดษิ ฐ์ของใช๎สํวนตัว ลักษณะและประโยชน์ของสงิ่ ของเคร่อื งใชใ๎ นชีวิตประจาวัน มีทักษะในการใช๎มือ
เครื่องมือ เคร่ืองใช๎ ในการทางานอยํางเหมาะสมกับงานและประหยัด เห็นคุณคําของการทางาน สามารถนา

ความร๎ูไปประยุกต์ใช๎ในการทางาน ในชีวิตประจาวัน รักการทางาน มีเจตคติที่ดีตํอการทางาน และมีลักษณะ
นสิ ัยการทางานทีเ่ หมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ง ๑.๑ ป.๒/๑
รวม ๑ มาตรฐาน ๑ ตัวชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ ๗๖
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา ฝกึ ฝนการทางานชํวยเหลือตนเอง ครอบครัว และสํวนรวม ในการเลือกใช๎เสื้อผ๎า และการดูแล
รักษาเสื้อผ๎า การทาความสะอาดบ๎าน การทาความสะอาดและตกแตํงห๎องเรียน การใช๎วัสดุ อุปกรณ์ และ
เครอื่ งมอื ในการทางานตาํ ง ๆ การปลกู พืชผกั สวนครัว การบารงุ รักษาของเลนํ การซํอมแซมของใช๎สํวนตัว การ

ประดิษฐ์ของใช๎ในโอกาสตําง ๆโดยใช๎วัสดุ และวัสดุเหลือใช๎ในท๎องถิ่น สามารถนาความร๎ูไปประยุกต์ใช๎ในการ
ทางาน ในชีวิตประจาวัน มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ส่ิงแวดล๎อม มีคุณธรรมจริยธรรม และลักษณะนิสัยในการ

ทางานที่เหมาะสม รกั การทางาน มีเจตคติทด่ี ีตอํ การทางาน
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ง ๑.๑ ป.๓/๑

รวม ๑ มาตรฐาน ๑ ตวั ชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๗๗

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา สังเกต ฝึกปฏิบัติ และอภิปรายสรุปเกยี่ วกบั การทางาน การดูแลรักษาของใช๎สวํ นตวั การจัดตู๎
เสื้อผ๎า โตะ๏ เขยี นหนงั สอื และกระเปา๋ นักเรยี น การปลกู ไมด๎ อก หรอื ไมป๎ ระดับ การซํอมแซมวัสดุ อุปกรณ์ และ
เครือ่ งมอื การประดษิ ฐ์ของใช๎ ของตกแตงํ จากใบตอง และกระดาษ การจัดเกบ็ เอกสารสวํ นตัว มารยาทในการ

ต๎อนรับบดิ ามารดา หรอื ผป๎ู กครอง ในโอกาสตําง ๆ มารยาทในการรับประทานอาหาร การใช๎ห๎องเรยี น ห๎องนา้
และห๎องสว๎ ม ความหมาย และความสาคญั ของอาชพี ในท๎องถ่นิ โดยใช๎กระบวนการทางาน การจัดการ การ

ทางานรํวมกนั กระบวนการแก๎ปญั หา การฝกึ ปฏบิ ัติ การอภปิ ราย และการแสวงหาความรู๎ เพอ่ื ใหเ๎ กิดความรู๎
ความคิด ความเขา๎ ใจ สามารถทางานไดต๎ ามขน้ั ตอนกระบวนการทางานจนบรรลุเปาู หมายที่วางไว๎ สามารถ
อธบิ ายเหตุผลในการทางานให๎บรรลเุ ปูาหมาย อธิบายความหมายและความสาคัญของอาชีพในทอ๎ งถิ่น ถาํ ยทอด

ความคดิ และส่อื สารสิง่ ทเ่ี รยี นร๎ูไดด๎ ี เหน็ คณุ คาํ ของการทางาน และทางานรวํ มกบั ผอ๎ู ่ืนอยาํ งร๎ูหนา๎ ท่ี มีมารยาทใน
การทางาน ปรับปรุงการทางานอยํูเสมอสามารถนาความรู๎ความเข๎าใจไปประยกุ ต์ใช๎ ในการทางาน และในชีวติ

ประจาวนั ใช๎พลังงานและทรพั ยากรอยํางประหยดั และคม๎ุ คํา มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และลักษณะนสิ ัยการทางานท่ี
เหมาะสม รักการทางาน มีเจตคตทิ ่ีดีตอํ การทางานและอาชพี สุจริต

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ๒ ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๔/๑

ง ๔.๑ ป.๔/๑
รวม ๒ มาตรฐาน

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๗๘
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษา สงั เกต ฝึกฝน และอภปิ รายสรุปเกย่ี วกับขั้นตอนการทางาน การทาความสะอาด จดั เก็บและ
ดแู ลรกั ษา เสือ้ ผา๎ การปลูกพืช การทาบญั ชีครัวเรือน การจัดการในการจัดโตะ๏ อาหาร ตู๎อาหาร ต๎ูเยน็ และ
ห๎องครวั การทาความสะอาดห๎องน้าและห๎องส๎วม การซอํ มแซมอปุ กรณ์ของใช๎ในบ๎าน การประดษิ ฐข์ องใช๎ ของ

ตกแตํงจากวัสดเุ หลือใช๎ทมี่ อี ยํูในทอ๎ งถ่ิน การจดั เกบ็ เอกสารสาคญั การดแู ลรกั ษาและใช๎สมบัตสิ วํ นตวั สมาชิกใน
ครอบครัว และสวํ นรวม มารยาทในการทางานกับสมาชกิ ในครอบครวั การสารวจขอ๎ มูลเก่ียวกบั อาชีพตําง ๆ ใน

ชุมชน และความแตกตํางของแตลํ ะอาชพี มีคณุ ธรรมจริยธรรม และลกั ษณะนิสัยการทางานทเ่ี หมาะสม รกั การ
ทางาน มีเจตคติทีด่ ีตํอการทางานและอาชพี สุจริต

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ง ๑.๑ ป.๕/๑

ง ๔.๑ ป.๕/๑
รวม ๒ มาตรฐาน ๒ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๗๙
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษา สังเกต ฝึกฝน และอภิปรายแนวทางในการทางานดูแลรักษาสมบัติภายในบ๎าน การปลูกไม๎
ดอก หรือไมป๎ ระดบั หรือปลกู ผัก หรือเลี้ยงปลาสวยงาม การบันทึกรายรับ - รายจํายของห๎องเรียน การจัดเก็บ
เอกสารการเงิน การจัดการในการทางานเก่ียวกับ การเตรียม ประกอบจัดอาหารให๎สมาชิกในครอบครัว การ

ตดิ ตัง้ ประกอบของใชใ๎ นบ๎าน การประดษิ ฐข์ องใช๎ ของตกแตํงจากวสั ดุในท๎องถนิ่ ให๎สมาชิกในครอบครัว หรือเพ่ือน
ในโอกาสตาํ ง ๆ การปฏบิ ัตติ นอยํางมมี ารยาทในการทางานกบั สมาชิกในครอบครัวและผ๎ูอ่ืน การสารวจตนเอง

เกี่ยวกับความสนใจ ความสามารถ และทักษะ คุณธรรมในการประกอบอาชีพ เห็นคุณคําของการทางาน
ทางานรํวมกับผ๎ูอ่ืนอยํางรู๎หน๎าท่ี มีมารยาทในการทางาน นาความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจไปประยุกต์ใช๎ในการ
ทางานในชวี ิตประจาวัน มีจิตสานึกในการใช๎พลังงานและทรัพยากรอยํางประหยัดและค๎ุมคํา ลักษณะนิสัยการ

ทางานเหมาะสม รกั การทางาน มีเจตคติที่ดตี อํ การทางาน มคี ุณธรรมท่สี มั พันธก์ ับอาชีพ

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
ง ๑.๑ ป.๖/๑
ง ๔.๑ ป.๖/๑

รวม ๒ มาตรฐาน ๒ ตัวชี้วดั

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๘๐

คาอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

ปฏิบัตติ าม คาส่ังงาํ ยๆ ทฟ่ี ัง ตัวอกั ษรและเสียง และสะกดคางําย ๆ ถูกต๎องตามหลักการอําน ภาพตรง
ตามความหมายของคาและกลุํมคาที่ฟัง เร่ืองใกล๎ตัว คาส้ัน ๆ งําย ๆ ในการส่ือสารระหวํางบุคคลตามแบบท่ีฟัง

คาสั่งงําย ๆ ตามแบบท่ีฟัง ความต๎องการงํายๆของตนเองตามแบบที่ฟัง การขอและให๎ข๎อมูลงํายๆ เกี่ยวกับ
ตนเองตามแบบท่ฟี งั ขอ๎ มูลงํายๆ เกยี่ วกับตนเองและเรื่องใกลต๎ วั ตามวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา ช่ือและคาศัพท์

เกยี่ วกับเทศกาลสาคญั ของเจา๎ ของภาษา การเขา๎ รํวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย การระบุ
ตวั อกั ษรและเสียงอกั ษรของภาษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คาศัพท์ท่ีเก่ียวข๎องกับกลํุมสาระการ
เรียนรอ๎ู ่นื การฟงั /พูดในสถานการณง์ ํายๆท่ีเกิดขึน้ ในห๎องเรยี น การใชภ๎ าษาตาํ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพื่อรวบรวม

คาศัพท์ท่ีเก่ียวขอ๎ งใกลต๎ ัว
โดยการปฏิบัติตาม ระบุ อํานออกเสียง เลือกภาพ ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ ใช๎ บอก พูดขอ ให๎ข๎อมูล

ทาทําประกอบ เข๎ารํวม ฟัง/พูด เพ่ือให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความเข๎าใจและนาไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวัน เกิด
สมรรถนะตามความต๎องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ ้นึ ในตัวของผู๎เรียน และสามารถอยูํรํวมกับ
ผู๎อืน่ ในสังคมไดอ๎ ยํางมคี วามสุข สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

และสามารถนาไปประยุกต์ใชก๎ บั ชีวิตประจาวนั ได๎อยาํ งถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔

ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑

ต ๔.๒ ป.๑/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวช้วี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๘๑
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ปฏบิ ัติตามคาส่งั งํายๆ และคาขอร๎องงํายๆ ท่ีฟงั ระบุตัวอกั ษรและเสยี ง อํานออกเสียงคา สะกดคา และ
อาํ นประโยคงาํ ยๆ ถกู ต๎องตามหลกั การอําน เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลมุํ คาที่ฟงั ตอบคาถามจาก
การฟงั ประโยค บทสนทนาหรอื นทิ านงาํ ย ๆ ท่มี ีภาพประกอบ พดู โตต๎ อบดว๎ ยคาสั้นๆ งาํ ย ๆในการสื่อสารระหวําง

บุคคลตามแบบท่ีฟงั ใช๎คาส่งั และคาขอรอ๎ งงําย ๆ ตามแบบทฟ่ี งั บอกความตอ๎ งการงาํ ยๆของตนเองตามแบบที่ฟัง
พดู ขอและให๎ข๎อมูลงํายๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบที่ฟัง พูดให๎ข๎อมูล เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล๎ตัว พูดและทา

ทาํ ทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจา๎ ของภาษา บอกช่อื และคาศัพทเ์ กย่ี วกับเทศกาลสาคญั ของเจ๎าของภาษา การ
เข๎ารํวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของภาษาตํางประเทศ
(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข๎องกับกลุํมสาระการเรียนร๎ูอ่ืน ฟัง/พูดในสถานการณ์งํายๆที่

เกดิ ขนึ้ ในหอ๎ งเรยี น ใชภ๎ าษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพอ่ื รวบรวมคาศพั ท์ที่เกยี่ วข๎องใกล๎ตวั
โดยการระบุ อํานออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ ใช๎ บอก ทาทําทาง เข๎ารํวม ฟัง เพื่อให๎

ผเู๎ รียนมคี วามรูค๎ วามเขา๎ ใจและนาไปประยกุ ต์ใชใ๎ นชวี ิตประจาวัน เกดิ สมรรถนะตามความต๎องการของหลักสูตร มี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ นึ้ ในตวั ของผ๎เู รียน และสามารถอยํูรํวมกับผู๎อื่นในสังคมได๎อยํางมีความสุข สามารถ
นาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับ

ชวี ติ ประจาวันไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔

ต ๑.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๒ , ป.๒/๓

ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑

ต ๔.๒ ป.๒/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๘๒
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ปฏิบัติตามคาส่ังและคาขอร๎องที่ฟังหรืออําน คา สะกดคา อํานกลุํมคาประโยค และบทพูดเข๎าจังหวะ
(chant) งาํ ย ๆ ถกู ต๎องตามหลักการอําน ภาพหรือสัญลักษณต์ รงตามความหมายของคากลํุมคาและประโยคท่ีฟัง
จากการฟังหรืออาํ นประโยค บทสนทนา หรือนิทานงํายๆ คาสั้นๆ งําย ๆในการส่ือสารระหวํางบุคคลตามแบบท่ี

ฟงั คาส่ังและคาขอร๎องงาํ ย ๆ ตามแบบที่ฟัง ความต๎องการงํายๆของตนเองตามแบบท่ีฟัง ขอและให๎ข๎อมูลงํายๆ
เก่ียวกบั ตนเองและเพื่อนตามแบบทฟ่ี งั ความรู๎สึกของตนเองเกีย่ วกับส่งิ ตํางๆ ใกล๎ตวั หรือกิจกรรมตํางๆ ตามแบบ

ท่ีฟัง ให๎ข๎อมูลงํายๆ เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล๎ตัว คาตามประเภทของ บุคคล สัตว์ และส่ิงของตามที่ฟังหรือ
อาํ น มารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา ช่อื และคาศพั ทง์ ํายๆเกีย่ วกบั เทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและ
ชวี ิตความเปน็ อยํขู องเจ๎าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย ความแตกตํางของเสียง

ตัว อกั ษร คา กลํมุ คา และประโยคงํายๆ ของภาษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คาศัพท์ท่ีเก่ียวข๎อง
กับกลํุมสาระการเรียนร๎อู ืน่ สถานการณ์งาํ ยๆท่ีเกดิ ขน้ึ ในห๎องเรยี น ภาษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพื่อรวบรวม

คาศพั ท์ท่ีเกยี่ วข๎องใกล๎ตัว
โดยการอํานออกเสยี ง สะกดคา ฟงั พดู เลอื ก/ระบุ ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ ใช๎ บอก จัดหมวดหมํู

ทาทําประกอบ เข๎ารํวมกิจกรรม เพ่ือให๎มีความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สามารถนาความรู๎ไปปฏิบัติให๎เกิด

ประโยชนต์ ํอตนเองและสงั คม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก๎ ับชวี ิตประจาวันได๎อยาํ งถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔

ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒

ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๓
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา

ปฏิบัติตามคาสง่ั คาขอรอ๎ ง และคาแนะนา (instructions)งําย ๆที่ฟังหรืออําน อํานออกเสียงคา สะกด
คา อํานกลํุมคา ประโยค ข๎อความงํายๆ และบทพูดเข๎าจังหวะ ถูกต๎องตามหลักการอําน เลือก/ระบุภาพหรือ
สัญลกั ษณ์ หรือเครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและข๎อความสั้นๆที่ฟังหรืออําน ตอบคาถามจากการ

ฟังหรืออํานประโยค บทสนทนา หรือนิทานงํายๆ พูด/เขียนโต๎ตอบในการส่ือสารระหวํางบุคคล ใช๎คาส่ัง คา
ขอร๎อง และคาขออนุญาตงําย ๆ พูด/เขียนแสดงความต๎องการของตนเองตามและขอความชํวยเหลือใน

สถานการณ์งํายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให๎ข๎อมูล เก่ียวกับตนเองเพื่อน และครอบครัว พูดแสดงความรู๎สึกของ
ตนเองเกย่ี วกับเรอ่ื งตํางๆ ใกล๎ตัว หรอื กิจกรรมตาํ งๆ ตามแบบท่ีฟัง พูด/เขียนให๎ข๎อมูลงํายๆ เกี่ยวกับตนเองและ
เรอ่ื งใกลต๎ วั พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธข์ องส่งิ ตํางๆใกล๎ตวั ที่ฟังหรอื อาํ น พดู แสดงความคิดเห็นงํายๆ เก่ียวกับ

ตนเองและเรือ่ งใกล๎ตัว พดู และทาทาํ ประกอบอยาํ งสุภาพตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา ตอบ
คาถามเกย่ี วกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยํูงํายๆของเจ๎าของภาษา การเข๎ารํวมกิจกรรม

ทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความแตกตํางของเสียงตัว อักษร คา กลํุมคา ประโยค และ
ขอ๎ ความ ของภาษาตาํ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกตํางระหวํางเทศกาล
และงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจา๎ ของภาษากับของไทย ค๎นคว๎ารวบรวม คาศัพท์ท่ีเก่ียวข๎องกับกลุํมสาระการ

เรียนร๎ูอื่น และนาเสนอด๎วยการพูด/การเขียน ฟัง/พูดในสถานการณ์ที่เกิดข้ึนในห๎องเรียนและสถานศึกษา ใช๎
ภาษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค๎นและรวบรวมขอ๎ มูลตาํ งๆ

โดยการฟงั พูด อาํ น เขียน ระบุ อาํ นออกเสียง เลอื ก ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ ใช๎ บอก ทาทําทาง เข๎า
รวํ ม เพื่อใหผ๎ เู๎ รียนมีความรค๎ู วามเขา๎ ใจและนาไปประยกุ ตใ์ ช๎ในชีวติ ประจาวนั เกดิ สมรรถนะตามความตอ๎ งการของ
หลกั สตู ร มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ ึ้นในตวั ของผ๎เู รียน และสามารถอยํูรํวมกับผ๎ูอ่ืนในสังคมได๎อยํางมีความสุข

สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกดิ ประโยชน์โดยใช๎หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับ
ชวี ติ ประจาวนั ไดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔

ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑

ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วัด

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๘๔
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร๎อง และคาแนะนา ท่ีฟังหรืออําน อํานออกเสียง ประโยค ข๎อความ และบท
กลอนสัน้ ๆ ถูกตอ๎ งตามหลักการอาํ น ระบ/ุ วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข๎อความส้ันๆที่ฟังหรืออําน บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังหรืออํานบทสนทนา และนิทาน

งํายๆหรือเรื่องส้ันๆ พูด/เขียนโต๎ตอบในการสื่อสารระหวํางบุคคล ใช๎คาส่ัง คาขอร๎อง คาขออนุญาตและให๎
คาแนะนางําย ๆ พดู /เขียนแสดงความตอ๎ งการของตนเองตาม ขอความชวํ ยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให๎ความ

ชํวยเหลือในสถานการณ์งํายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให๎ข๎อมูล เก่ียวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกล๎ตัว
พูดแสดงความร๎สู กึ ของตนเองเกี่ยวกบั เรือ่ งตาํ งๆ ใกล๎ตวั หรือกิจกรรมตํางๆพรอ๎ มทั้งให๎เหตุผลสั้นๆประกอบ พูด/
เขียนให๎ข๎อมูลงํายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล๎ตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข๎อมูลตํางๆตามท่ีฟัง

หรืออําน พูดแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องตํางๆใกล๎ตัว ใช๎ถ๎อยคา น้าเสียง และกิริยาทําทางอยํางสุภาพตาม
มารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ๎าของภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคัญของเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและ

ชีวิตความเปน็ อยํูงํายๆของเจา๎ ของภาษา การเข๎ารวํ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความ
เหมือน/ความแตกตํางระหวํางการออกเสียงประโยคชนิดตํางๆ การใช๎เครื่องหมายวรรคตอน และการลาดับคา
(order)ตามโครงสร๎างของประโยคของภาษาตํางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความ

แตกตํางระหวํางเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ๎าของภาษากับของไทย ค๎นคว๎ารวบรวม คาศัพท์ท่ี
เก่ียวข๎องกับกลุํมสาระการเรียนรู๎อ่ืน และนาเสนอด๎วยการพูด/การเขียน ฟัง พูด และอําน/เขียนในสถานการณ์

ตาํ งๆท่ีเกดิ ข้ึนในหอ๎ งเรียนและสถานศึกษา ใช๎ภาษาตํางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ในการสืบค๎นและรวบรวมข๎อมูล
ตาํ ง ๆ

โดยการฟงั พดู อําน เขียน ระบุ อํานออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ ใช๎ บอก ทาทําทาง เข๎า

รวํ ม เพ่ือให๎ผเู๎ รยี นมคี วามรค๎ู วามเข๎าใจและนาไปประยุกต์ใชใ๎ นชวี ติ ประจาวนั เกิดสมรรถนะตามความต๎องการของ
หลักสูตร มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ น้ึ ในตัวของผ๎ูเรียน และสามารถอยูํรํวมกับผ๎ูอ่ืนในสังคมได๎อยํางมีความสุข

สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชนโ์ ดยใช๎หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช๎กับ
ชีวิตประจาวันได๎อยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒

ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑

ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชว้ี ดั

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๘๕
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ปฏิบตั ติ ามคาส่งั คาขอร๎อง และคาแนะนา ท่ีฟังและอําน อํานออกเสียง ข๎อความ นิทาน และบทกลอน
สัน้ ๆ ถูกตอ๎ งตามหลกั การอําน เลอื ก/ระบปุ ระโยค หรือ ข๎อความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมาย
ทอ่ี ําน บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟังหรืออําน บทสนทนา หรือนิทานงํายๆและเร่ืองเลํา พูด/

เขียนโต๎ตอบในการส่ือสารระหวํางบุคคล ใช๎คาส่ัง คาขอร๎อง และคาขออนุญาตและให๎คาแนะนา พูด/เขียน
แสดงความตอ๎ งการ ขอความชํวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให๎ความชํวยเหลือในสถานการณ์งํายๆ พูด/เขียน

เพ่ือขอและให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล๎ตัว พูด/เขียนแสดงความร๎ูสึกของตนเอง
เกี่ยวกบั เร่อื งตาํ งๆ ใกลต๎ ัว หรอื กิจกรรมตํางๆ พร๎อมทง้ั ใหเ๎ หตผุ ลสน้ั ๆประกอบ พดู /เขียนให๎ข๎อมูล เก่ียวกับตนเอง
เพื่อน และสิง่ แวดล๎อมใกลต๎ ัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข๎อมูลตํางๆตามที่ฟังหรืออําน พูดเขียนแสดง

ความคิดเห็น เกย่ี วกบั เรื่องตาํ งๆ ใกลต๎ ัว ใชถ๎ ๎อยคา น้าเสียง และกิริยาทําทางอยํางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา ให๎ข๎อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยูํของ

เจ๎าของภาษา การเข๎ารํวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกตําง
ระหวํางการออกเสยี งประโยคชนิดตํางๆ การใช๎เครือ่ งหมายวรรคตอน และการลาดับคา ตามโครงสร๎าง ประโยค
ของภาษาตํางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทยี บความเหมือน/ความแตกตํางระหวํางเทศกาลงาน

ฉลอง และประเพณขี องเจ๎าของภาษากับของไทย ค๎นคว๎ารวบรวม คาศัพท์ท่ีเก่ียวข๎องกับกลํุมสาระการเรียนร๎ูอื่น
จากแหลํงการเรยี นร๎ู และนาเสนอดว๎ ยการพดู /การเขยี น ใชภ๎ าษาสอื่ สารในสถานการณ์ตํางๆท่ีเกิดข้ึนในห๎องเรียน

และสถานศกึ ษา ใช๎ภาษาตํางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คน๎ และรวบรวมข๎อมลู ตํางๆ
โดยการฟงั พดู อาํ น เขียน ระบุ อาํ นออกเสียง เลอื ก ตอบคาถาม พูดโต๎ตอบ เข๎ารํวม เปรียบเทียบ

ค๎นควา๎ ใช๎ บอก เพือ่ ให๎ผเ๎ู รยี นมีความร๎คู วามเขา๎ ใจและนาไปประยกุ ตใ์ ช๎ในชีวิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความ

ตอ๎ งการของหลกั สตู ร มคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ขน้ึ ในตัวของผู๎เรียน และสามารถอยํรู ํวมกบั ผ๎ูอน่ื ในสังคมได๎อยําง
มีความสุข สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป

ประยุกตใ์ ชก๎ บั ชวี ิตประจาวนั ไดอ๎ ยํางถูกตอ๎ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั

ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕

ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒

ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑

ต ๔.๒ ป.๖/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชวี้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๘๖

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ 11201 ภาษาอังกฤษ ( ฟัง-พดู ) กล่มุ สาระการเรียนภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลาเรยี น ๘0 ช่วั โมง

___________________________________________________________________________

ฟัง พดู คา ประโยค หรอื เร่ืองราวเกย่ี วกับสถานที่สาคญั ในท๎องถ่ิน พดู สนทนาตอบคาถามงํายๆ เก่ยี วกับ
เร่อื งท่ฟี งั ปฏิบตั ิตามคาส่งั งํายๆ พูดแนะนาตนเอง พูดโต๎ตอบดว๎ ยคางํายๆ ในการสือ่ สารระหวํางบุคคล และพูด
ขอความต๎องการของตนเองตามแบบทฟ่ี งั ได๎ เพอื่ สํงเสริมความกล๎าแสดงออกและเกดิ ความภาคภูมิใจเกย่ี วกบั
ท๎องถิน่ ของตนเองและสามารถนามาใช๎ในชวี ิตประจาวนั ได๎

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถปฏิบัติตามคาสง่ั งาํ ยๆได๎
2. นกั เรยี นสามารถออกเสยี งและบอกความหมายคาศัพทไ์ ด๎
3. นักเรยี นฟงั พดู เกี่ยวกบั เรื่องสถานทสี่ าคญั ในท๎องถ่นิ

4. นกั เรียนจบั คภูํ าพกับคาศัพท์ได๎
5. นกั เรยี นแนะนาตนเองทักทายกบั ผ๎ูอนื่
6. นักเรียนบอกความตอ๎ งการงํายๆของตนเองได๎
7. บอกจานวนสถานทที่ ่ีสาคญั ในทอ๎ งถิน่ ของตนได๎
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๘๗

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

อ 12201 ภาษาอังกฤษ (อ่าน - เขยี น ) กลุ่มสาระการเรียนภาษาต่างประเทศ

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลาเรียน ๘0 ชว่ั โมง

___________________________________________________________________________

อํานและเขยี น คา จานวน และประโยคงําย ๆ ในเร่อื งราวเก่ยี วกับสถานที่ และประเพณีที่สาคัญใน

ท๎องถ่ินของตนเอง เขยี นตอบคาถามจากเร่ืองท่อี าํ น ปฏิบตั ติ ามคาสั่งงํายๆ เขยี นแนะนาตนเอง เขียนโต๎ตอบดว๎ ย

ถอ๎ ยคางํายๆ ในการสื่อสาร เพอื่ สงํ เสริมความกล๎าแสดงออกและเกิดความภาคภูมิใจเกี่ยวกบั ท๎องถิ่นของตนเอง

และสามารถนามาใช๎ในชวี ิตประจาวนั ได๎

ผลการเรียนรู้

1. นักเรยี นเขียนตอบคาถามเก่ยี วกบั สถานทแ่ี ละประเพณที ่สี าคญั ในทอ๎ งถ่นิ ได๎

2. นกั เรียนสามารถร๎องเพลง และแสดงทําทางประกอบได๎

3. นกั เรียนบอกความต๎องการตาํ ง ๆ ของตนเองได๎

4. นักเรยี นอํานและเขียนแนะนาตนเองทกั ทายกบั ผู๎อ่ืน

5. นักเรียนอํานและเขยี นแนะนาตนเองทักทายกบั ผ๎ูอนื่

6. นักเรยี นสามารถเขียนคาศพั ทใ์ ห๎ตรงกับภาพได๎

7. นกั เรยี นสามารถเขียนคาศัพท์เกีย่ วกับสถานที่สาคัญในท๎องถน่ิ ได๎

8. นักเรียนสามารถอาํ นและเขยี นจานวนสถานที่สถานทีส่ าคญั ในทอ๎ งถ่ินได๎

9. นักเรียนสามารถทาช้นิ งานตามทกี่ าหนดได๎

10. นกั เรียนทาสมดุ สะสมคาศัพท์

รวม 10 ผลการเรยี นร๎ู

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๘๘

คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

อ 13201 ภาษาองั กฤษ ( อ่าน-เขยี น-สนทนา ) กลุม่ สาระการเรยี นภาษาต่างประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 เวลาเรียน ๘0 ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อํานและเขยี น คา สนทนาประโยคงําย ๆ ในเรอื่ งราวเกยี่ วกบั สถานท่ี และประเพณที ีส่ าคัญในทอ๎ งถิ่นของ

ตนเอง เขียนตอบคาถามจากเรอ่ื งทอ่ี ําน ปฏิบัติตามคาสง่ั งํายๆ เขยี นแนะนาตนเอง เขียนโต๎ตอบด๎วยถอ๎ ยคางํายๆ

ในการส่อื สาร เพื่อสงํ เสริมความกล๎าแสดงออกและเกดิ ความภาคภูมิใจเก่ยี วกับทอ๎ งถิ่นของตนเองและสามารถ

นามาใช๎ในชีวติ ประจาวันได๎

ผลการเรยี นรู้

1. นักเรยี นเขยี นตอบคาถามเกี่ยวกบั สถานทแี่ ละประเพณที ่สี าคญั ในทอ๎ งถน่ิ ได๎

2. นักเรียนสามารถร๎องเพลง และแสดงทาํ ทางประกอบได๎

3. นักเรียนบอกความต๎องการตําง ๆ ของตนเองได๎

4. นักเรียนอาํ นและเขยี นแนะนาตนเองทักทายกบั ผูอ๎ น่ื

5. นกั เรยี นอาํ นและเขยี นแนะนาตนเองทักทายกบั ผูอ๎ ื่น

6. นกั เรียนสามารถเขียนคาศัพท์ใหต๎ รงกบั ภาพได๎

7. นกั เรียนสามารถเขียนคาศัพทเ์ กี่ยวกบั สถานที่สาคญั ในทอ๎ งถน่ิ ได๎

8. นักเรียนสามารถอาํ นและเขยี นจานวนสถานที่สถานที่สาคัญในท๎องถนิ่ ได๎

9. นกั เรยี นสามารถทาชิ้นงานตามที่กาหนดได๎

10. นกั เรียนทาสมุดสะสมคาศัพท์

รวม 10 ผลการเรียนรู๎

หลักสตู รโรงเรยี นบ๎านหว๎ ยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๘๙

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

โรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง ได๎จดั กิจกรรมพฒั นาผู๎เรียนโดยมํุงให๎ผเู๎ รียนเกดิ การเรียนร๎ูจากประสบการณ์ตรง
ได๎ฝึกปฏิบัติจริงและค๎นพบความถนัดของตนเอง สามารถค๎นคว๎าหาความร๎ูเพิ่มเติมตามความสนใจจากแหลํง
เรียนรู๎ที่หลากหลาย บาเพญ็ ประโยชนเ์ พ่ือสังคม มที กั ษะในการดาเนนิ งาน สงํ เสริมให๎มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม
ศีลธรรม จรยิ ธรรม ใหผ๎ ๎ูเรยี นรจ๎ู ักและเข๎าใจตนเอง สามารถวางแผนชวี ิตและอาชพี ไดอ๎ ยํางเหมาะสม

กิจกรรมพฒั นาผู๎เรยี นเปน็ กิจกรรมที่มํุงให๎ผ๎ูเรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนร๎ูอยํางรอบ
ด๎านเพื่อความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ท้ังรํางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร๎างให๎เป็นผู๎มีศีลธรรม
จริยธรรม มรี ะเบยี บวินยั ปลูกฝังให๎สร๎างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพ่ือสังคม สามรถจักการตนเองได๎และอยูํ
รํวมกับผู๎อืน่ อยาํ งมคี วามสุข โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง ได๎จัดกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน โดยแบํงออกเป็น ๓ ลักษณะ
ดงั นี้

๑. กิจกรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมท่ีสงํ เสรมิ และพฒั นาผู๎เรยี นใหร๎ จู๎ กั ตนเอง ร๎ูรักษ์สิ่งแวดล๎อม สามารถ
ตัดสินใจ คิดแก๎ปัญหา กาหนดเปูาหมาย วางแผนชีวิตทั้งด๎านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได๎อยําง
เหมาะสม นอกจากน้ียังชํวยให๎ครูร๎ูจักและเข๎าใจผ๎ูเรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ชํวยเหลือและให๎คาปรึกษาแกํ
ผ๎ูปกครองในการมีสํวนรํวมพัฒนาผู๎เรียน โดยนักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงตํอปี
การศึกษา

๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุํงพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู๎นา ผู๎ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ
การทางานรํวมกัน ร๎จู กั แก๎ปญั หา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การชํวยเหลือแบํงปันเอื้ออาทรและ
สมานฉนั ท์ โดยจัดให๎สอดคลอ๎ งกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผู๎เรียน ให๎ได๎ปฏิบัติด๎วยตนเอง
ในทุกข้ันตอน ได๎แกํ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน๎นการ
ทางานรวมกนั เป็นกลุํมตามความเหมาะสมและสอดคล๎องกับวุฒิภาวะของผ๎ูเรียนและบริบทของสถานศึกษาและ
ท๎องถ่ิน กิจกรรมนักเรียน ประกอบด๎วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวม กิจกรรม
ลกู เสอื เนตรนารี ๓๐ ช่ังโมงตอํ ปกี ารศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวมกิจกรรม ชมรม ๔๐
ชงั่ โมงตํอปกี ารศึกษา

๓. กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมท่สี ํงเสรมิ ใหผ๎ ูเ๎ รียนบาเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์
ตํอสังคม ชุมชนและท๎องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสยี สละการมีจิตสาธารณะ เชนํ กิจกรรมอาสาพัฒนาตํางๆ กจิ กรรมสร๎างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต๎อง
เขา๎ รํวมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชวั่ โมงตํอปกี ารศึกษา

หลกั สูตรโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๙๐

โครงสร้างและอตั ราเวลาการจัดกิจกรรม

กจิ กรรมพัฒนาผู๎เรียน ระดับประถมศกึ ษา

ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๒. กิจกรรมนักเรียน

๒.๑ ลูกเสอื -เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๓. กิจกรรมเพ่ือสังคม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

และสาธารณประโยชน์

เวลาเรยี นรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

๑. กจิ กรรมแนะแนว
วัตถุประสงค์

๑. เพ่อื ผ๎เู รียนค๎นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั ละเหน็ คุณคําในตนเองและผ๎ูอื่น
๒. เพ่อื ใหผ๎ ๎เู รยี นแสวงหาความรูจ๎ ากขอ๎ มลู ขําวสาร แหลํงเรียนรู๎ ทั้งด๎านการศึกษา อาชีพสํวนตัว สังคม

เพ่ือนาไปใช๎ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได๎อยํางเหมาะสมสอดคล๎องกับศักยภาพ
ของตนเอง
๓. เพื่อให๎ผเ๎ู รยี นได๎พัฒนาบุคลิกภาพ และรับตวั อยูใํ นสังคมได๎อยํางมีความสขุ

๔. เพือ่ ใหผ๎ เู๎ รียนมีความร๎ู มีทกั ษะ มคี วามคดิ สรา๎ งสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคตทิ ่ดี ตี ํออาชีพสจุ รติ
๕. เพอื่ ให๎ผูเ๎ รยี นมคี ํานยิ มท่ดี ีงามในการดาเนนิ ชีวิต สร๎างเสรมิ วินยั คณุ ธรรมและจริยธรรมแกนํ กั เรยี น

๖. เพ่อื ใหผ๎ ู๎เรยี นมีจติ สานกึ ในการรับผิดชอบตอํ ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนบ๎านห๎วยมะซาง ได๎จัดกิจกรรมแนะแนวเพ่ือชํวยเหลือและพัฒนาผู๎เรียน

ดังน้ี
๑. จัดกิจกรรมเพ่ือให๎ครูได๎ร๎ูจักและชํวยเหลือผู๎เรียนมากข้ึน โดยใช๎กระบวนการทางจิตวิทยา การ

จัดบริการสนเทศ โดยให๎มีเอกสารเพื่อใช๎ในการสารวจข๎อมูลเกี่ยวกับตัวผ๎ูเรียน ด๎วยการสังเกต
สัมภาษณ์ การใช๎แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผ๎ูปกครองกํอนและระหวํางเรียน การ
เยี่ยมบา๎ นนักเรียน การให๎ความชวํ ยเหลอื ผูเ๎ รยี นเรื่องสขุ ภาพจติ เศรษฐกิจ การจัดทาระเบียนสะสม
สมุดรายงานประจาตวั นกั เรียน และบตั รสุขภาพ
๒. การจัดกจิ กรรมพฒั นาวุฒภิ าวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพื่อร๎ูจักและเข๎าใจตนเอง มีทักษะ

ในการตดั สนิ ใจ การปรบั ตวั การวางแผนเพ่ือเลือกศึกษาตํอ เลอื กอาชพี
๓. การจัดบรกิ ารให๎คาปรึกษาแกผํ ูเ๎ รยี นรายบคุ คล และรายกลุมํ ในด๎านการศึกษา อาชีพ และสํวนตัว

โดยมีผ๎ูให๎คาปรึกษาท่ีมีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเร่ืองการให๎คาปรึกษา ตลอดจนมีห๎องให๎

คาปรึกษาทเ่ี หมาะสม
๓.๑ ชํวยเหลือผู๎เรียนที่ประสบปญั หาด๎านการเงนิ โดยการให๎ทนุ การศึกษาแกํผูเ๎ รยี น

๓.๒ ตดิ ตามเก็บข๎อมูลของนักเรียนที่สาเร็จการศึกษา

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๙๑

๒. กจิ กรรมนกั เรียน
๑. กจิ กรรมลกู เสือ
กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี
ผ๎ูเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได๎ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือสํงเสริม

หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สํงเสริมความสามัคคี มีวินัย และ
บาเพญ็ ประโยชน์ตํอสังคม โดยดาเนนิ การจดั กจิ กรรมตามข๎อกาหนดของคณะกรรมการลูกเสือแหงํ ชาติ

วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได๎กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา
ลูกเสือทัง้ ทางกาย สตปิ ญั ญา จิตใจ และศลี ธรรมให๎เปน็ พลเมืองดี มีความรับผดิ ชอบ และชํวยสร๎างสรรค์สังคม
เพ่ือให๎เกิดความสามัคคี และความเจริญก๎าวหน๎า ทั้งนี้เพ่ือความสงบสุข และความมั่งคงของประเทศชาติตาม
แนวทางดงั ตอํ ไปน้ี

๑. ให๎มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เชื่อฟัง และพ่งึ ตนเอง
๒. ใหม๎ ีความซอ่ื สัตย์สจุ รติ มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเหน็ ใจผู๎อื่น
๓. ใหร๎ ๎จู ักบาเพญ็ ตนเพื่อสาธารณประโยชน์
๔. ให๎รจู๎ กั ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากิจกรรมตํางๆตามความเหมาะสม
๕. ให๎รูจ๎ ักรักษาและสงํ เสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่งคงชองชาติ

แนวการจัดกิจกรรม
กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให๎ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน๎นระบบหมํู สรปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ปดิ ประชมุ กอง โดยให๎ผ๎ูเรียนศึกษา
และฝกึ ปฏบิ ตั ิดงั นี้

๑. เตรียมลูกเสอื สารอง นิยายเรือ่ เมาคลี ประวัตกิ ารเร่มิ กจิ กรรมลูกเสือสารอง การทาความ
เคารพเป็นหมูํ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ๎าย ระเบียบ
แถวเบ้อื งตน๎ คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลกู เสอื สารอง

๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การ
ค๎นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศตํางๆ การฝีมือ กิจกรรม
กลางแจง๎ การบันเทงิ การผกู เงื่อน คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสารองโดยใช๎กระบาน
การทางาน กระบวนการแก๎ปญั หา กระบวนการกลํุม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเร่ิม สร๎างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปัญญาทอ๎ งถิน่ ไดอ๎ ยํางเหมาะสม

เพื่อให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสอื สารอง มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผู๎อ่ืน บาเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ ร๎ูจักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งน้ีโดยไมํ
เกีย่ วข๎องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรกั ษธ์ รรมชาติและส่ิงแวดล๎อม นาไปใช๎ในชีวิตประจาวันได๎อยําง
มปี ระสทิ ธภิ าพ

หลกั สตู รโรงเรยี นบ๎านห๎วยมะซาง พทุ ธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๙๒

กิจกรรมลกู เสือ - เนตรนารี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔-๖
เปดิ ประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให๎ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน๎นระบบหมํู สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให๎ผู๎เรียนศึกษา
และปฏิบตั ิในเร่อื ง
๑. ลูกเสือตรี ความร๎ูเก่ียวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม

กลางแจง๎ ระเบียบแถว
๒. ลกู เสอื โท การรูจ๎ กั ดแู ลตนเอง การชวํ ยเหลือผู๎อ่นื การเดินทางไปยังสถานที่ตํางๆ ทักษะทางวิชา

ลกู เสือ งานอดิเรกและเรื่อทน่ี ําสนใจ คาปฏญิ าณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว
๓. ลกู เสือเอก การพ่ึงพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช๎

กระบวนการทางาน กระบวนการแก๎ปัญหา ระบวนการกลุํม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเร่ิม สร๎างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ
ปญั ญาทอ๎ งถ่นิ ไดอ๎ ยํางเหมาะสม
เพื่อให๎มีความรู๎ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสอื สามญั มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เหน็ ใจผอ๎ู ื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสารธารณประโยชน์ ร๎ูจักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไมํ
เก่ยี วข๎องกบั ลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม และนาไปใช๎ในชีวิตประจาวันได๎
อยาํ งมปี ระสทิ ธิภาพ
หมายเหตุ ผู๎เรียนได๎ปฏิบัติกิจกรรม และผํานการทดสอบแล๎ว จะได๎รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท

และลกู เสอื เอก

๒. กิจกรรมชมุ นมุ
วตั ถุประสงค์

๑. เพ่อื ให๎ผูเ๎ รียนไดป๎ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต๎องการของตน
๒. เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎พัฒนาความร๎ู ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะ ห์ สังเคราะห์ ให๎เกิด

ประสบการณท์ ้ังทางวิชาการและวิชาชพี ตามศกั ยภาพ
๓. เพอื่ สงํ เสรมิ ใหผ๎ เู๎ รยี นใชเ๎ วลาให๎เกดิ ประโยชน์ตอํ ตนเองและสวํ นรวม
๔. เพอ่ื ใหผ๎ เู๎ รียนทางานรวํ มกบั ผ๎ูอื่น ไดต๎ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย

แนวการจัดกจิ กรรม
การจัดกจิ กรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผเ๎ู รียนสามารถเลือกเข๎าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดาเนิน

กจิ กรรมรวํ มกัน โดยมีชมรมทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วยั และความสนใจของผ๎ูเรียน ประกอบด๎วยกิจกรรม
ดา๎ นคณุ ธรรม จริยธรรม วฒั นธรรม อนุรกั ษส์ ่งิ แวดล๎อม สํงเสรมิ ประชาธิปไตย สงํ เสริมการเรียนรู๎ และคํายวชิ าการ
การศกึ ษาดูงาน การฝกึ ปฏบิ ัติ การบรรยายพเิ ศษดังตัวอยํางพอสงั เขปตํอไปนี้

๑. กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศลี ธรรมและจรยิ ธรรม จัดสอนจริยธรรมในห๎องเรียน จัดให๎
มีการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเนื่องในวันสาคัญทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผ๎ูเรียนมีสํวนรํวม
ในการจดั กจิ กรรมทั้งในด๎านวัฒนธรรม ประเพณี กีฬา และศลี ปะ

หลักสตู รโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

๙๓

๒. กิจกรรมพฒั นาทกั ษะชีวติ จดั กิจกรรมแขงํ ขันกฬี าสีทุกชวํ งชนั้ โดยผ๎ูเรียนได๎ฝึกทักษะการทางาน
และการแกป๎ ัญหาทุกข้นั ตอน

๓. กิจกรรมสํงเสริมนสิ ยั รักการทางาน จัดกจิ กรรมวันวิชาการโดยผ๎ูเรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง และฝึก
ทกั ษะการจัดการ

๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล๎อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เชํน
ประเพณีไหว๎ครู ประเพณลี อยกระทง

๕. กิจกรรมสํงเสรมิ การปกครองระบอบประชาธิปไตย จดั ใหม๎ กี ารเลือกคณะกรรมการนักเรียน โดย
ใหน๎ ากระบวนการประชาธิปไตยไปใชใ๎ นการรวํ มวางแผนดาเนินงานพัฒนาโรงเรียน

๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให๎มีการบรรยายให๎ความร๎ู เพื่อปูองกันปัญหาโรคติดตํอร๎ายแรง
ปัญหายาเสพติด ปัญหาวยั รํนุ ใหค๎ วามรเู๎ พ่อื ปลกู ฝังให๎เป็นสภุ าพบรุ ษุ สุภาพสตรี

๗. กิจกรรมสํงเสริมการเรียนรู๎ โดยจัดแหลํงเรียนร๎ู ได๎แกํ ห๎องสมุด ห๎องปฏิบัติการทางภาษา
ห๎องปฏบิ ตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ ห๎องเทคโนโลยีสารสนเทศ

๘. กิจกรรมสํงเสริมสุขภาพและอนามัย ให๎บริการห๎องพยาบาล มีบริการให๎ความรู๎แกํผ๎ูเรียน เพ่ือ
ปูองกันโรคระบาดอยาํ งทนั เหตุการณ์

๓. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
วตั ถปุ ระสงค์

๑. เพ่อื ใหผ๎ ๎ูเรียนบาเพญ็ ตนให๎เป็นประโยชนต์ ํอครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ
๒. เพ่ือใหผ๎ เู๎ รยี นออกแบบกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชนอ์ ยาํ งสร๎างสรรค์ตามความถนัดและ

ความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร
๓. เพื่อให๎ผ๎ูเรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได๎อยํางมี

ประสทิ ธภิ าพ
๔. เพื่อให๎ผู๎เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๕. เพอ่ื ใหผ๎ ู๎เรยี นมีจติ สาธารณะและใชเ๎ วลาวํางใหเ๎ กดิ ประโยชน์

แนวการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีสํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎ทาประโยชน์

ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสยี สละตํอสงั คม มจี ิตใจมํงุ ทาประโยชน์ตํอครอบครวั ชมุ ชนและสงั คมกจิ กรรมสาคญั ได๎แกํ กิจกรรมบาเพ็ญ
ประโยชน์ กจิ กรรมสรา๎ งสรรคส์ ังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา
นวตั กรรมและเทคโนโลยี

เว ลาเรี ย น สาหรั บกิ จก ร ร ม เพ่ื อ สั ง คม และ สา ธ าร ณปร ะ โ ย ชน์ ใน สํ ว น กิ จ ก ร ร ม เพื่ อ สั ง คม แล ะ
สาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาให๎ผเ๎ู รยี นระดับประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๖ รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชั่วโมง(เฉลี่ยปีละ ๑๐
ชั่วโมง)

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๙๔

การจดั กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ เป็นการจัดกิจกรรม
ภายในเวลาเรียน โดยให๎ผ๎ูเรียนรายงานแสดงกรเข๎ารํวมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู๎รับรองผลการเข๎ารํวม
กจิ กรรมทกุ ครง้ั

แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
โรงเรยี นบา๎ นหว๎ ยมะซาง กาหนดแนวทางในการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ๎เู รยี นดังน้ี
๑. การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นรายกิจกรรม มแี นวทางปฏิบตั ดิ ังนี้
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข๎ารวํ มกจิ กรรมของผ๎ูเรยี น ไมํน๎อยกวําร๎อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอด

ปกี ารศึกษา
๑.๒ ประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ๎ูเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู๎เรียน ผู๎เรียน

ต๎องไดร๎ บั การประเมินทุกผลการเรยี นร๎ู และผาํ นทกุ ผลการเรียนรู๎ โดยแตลํ ะผลการเรียนร๎ูผํานไมํน๎อยกลําร๎อยละ
๕๐ หรือมีคณุ ภาพในระดับ ๑ ข้นึ ไป

๑.๓ ผ๎ูเรียนมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผ๎ูเรียนตามเกณฑ์
ข๎อ ๑.๑ และข๎อ ๑.๒ ถือวําผ๎ูเรียนมีผลการเรียน “ผ” ผํานการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมินไป
บันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น

๑.๔ ผเ๎ู รยี นมีเวลาเขา๎ รํวมกจิ กรรมพฒั นาผู๎เรยี น การปฏิบตั กิ จิ กรรมและผลงานไมํเป็นไปตามเกณฑ์
ข๎อ ๑.๑ และขอ๎ ๑.๒ ถือวําผ๎เู รยี นมีผลการเรยี น “มผ” โรงเรยี นตอ๎ งจัดซํอมเสริมใหผ๎ ๎ูเรียนทากิจกรรมในสํวน
ทีผ่ ๎เู รียนไมไํ ดเ๎ ข๎ารํวมหรอื ไมํไดท๎ าจนครบถ๎วน แล๎วจงึ เปลีย่ นผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนาผลการ
ประเมินไปบันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน

๒. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพอ่ื การตดั สิน มแี นวปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๒.๑ กาหนดใหผ๎ ๎ูรับผดิ ชอบในการรวบรวมข๎อมูลเก่ียวกับการรํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนของผู๎เรียน

ทุกคนตลอดระดับการศกึ ษา
๒.๒ ผ๎ูรบั ผดิ ชอบสรุปและตัดสนิ การรวํ มกจิ กรรมพัฒนาผูเ๎ รยี นของผ๎เู รยี นเปน็ รายบุคคลตามเกณฑ์ที่

โรงเรียนกาหนด ผเู๎ รียนจะต๎องผาํ นกจิ กรรม ๓ กจิ กรรมสาคญั ดงั น้ี
๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กจิ กรรมนักเรยี น ไดแ๎ กํ
๑. กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี
๒. กิจกรรมชมุ นุม
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

๒.๓ การนาเสนอผลการประเมนิ ตํอคณะกรรมการกลุํมสาระการเรยี นรู๎และกิจกรรมพัฒนาผูเ๎ รยี น
๒.๔ เสนอผูบ๎ ริหารโรงเรยี นพจิ ารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนผํานเกณฑ์การจบ
แตํละระดับการศึกษา

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศักราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๙๕

คาอธบิ ายรายวิชา
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมแนะแนว
ชนั้ ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี

รูจ๎ ักและเข๎าใจตนเอง รกั และเหน็ คณุ คาํ ในตนเองและผ๎อู ื่น มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดีตํอการมี
ชีวิตท่ีดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดาเนินชีวิต สามารถปรับตัวให๎ดารงชีวิตอยูํในสังคมได๎อยํางมีความสุข ร๎ูจัก

ตนเองในทุกด๎าน รู๎ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู๎และเข๎าใจโลกของงานอาชีพอยําง
หลากหลาย มีเจตคติท่ีดีตํออาชีพสุจรติ รู๎ข๎อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพได๎อยําง

เหมาะสม มีการเตรียมตัวสูํอาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามท่ีตนเองมีความถนัดและสนใจ มี
คุณลักษณะพื้นฐานที่จาเป็นในการประกอบอาชีพและพัฒนางานให๎ประสบความสาเร็จเพื่อสร๎างฐานะทาง
เศรษฐกจิ ใหก๎ บั ตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ

พัฒนาตนเองในด๎านการเรยี นอยาํ งเต็มศกั ยภาพ ร๎จู กั แสวงหาความร๎ูใฝรุ ู๎ใฝุเรียนให๎เป็นคนดีมีความรู๎และ
ทักษะทางวิชาการ ร๎ูจักแสวงหาและใช๎ข๎อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาตํอได๎อยํางมี

ประสทิ ธภิ าพ มีวธิ ีการเรยี นร๎ู มีทักษะการคิด แกป๎ ัญหาอยํางสรา๎ งสรรค์ คดิ เปน็ ทาเปน็ มคี ุณธรรม จริยธรรม
เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ เพ่อื ดารงชวี ติ อยํูรวมกันอยํางสงบสขุ ตามวถิ ีชีวิตเศรษฐกิจพอเพยี ง

เพ่ือให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนร๎ู ร๎ูจัก เข๎าใจ รักและเห็นคุณคําในตนเองและผู๎อ่ืน เกิดการเรียนร๎ู

สามารถวางแผนการเรียนรู๎ อาชพี รวมท้งั การดาเนนิ ชวี ิตและมีทักษะทางสงั คม เกิดการเรียนรส๎ู ามารถปรับตัวได๎
อยํางเหมาะสม อยรํู ํวมกับผ๎ูอนื่ ได๎อยํางมีความสุข พ่ึงตนเองได๎มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงาน

และอาชพี ชีวติ และสังคม มีสขุ ภาพจติ ที่ดีและจิตสานกึ ในการทาประโยชน์ตํอครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. เพอ่ื ใหผ๎ ูเ๎ รียนเกิดการเรียนร๎ู รู๎จัก เข๎าใจ รัก และเห็นคณุ คําในตนเองและผ๎อู ่ืน

๒. เพอื่ ให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนรู๎ สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาตํอ อาชีพ รวมท้ังการดาเนิน
ชวี ิต และมที ักษะทางสงั คม

๓. เพื่อให๎ผ๎ูเรยี นเกิดการเรยี นร๎ู สามารถปรับตวั ไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม และอยํรู วํ มกบั ผ๎อู น่ื ได๎อยาํ ง

เหมาะสม
๔. สามารถประยกุ ต์ใชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได๎

รวม ๔ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๙๖
ชัน้ ประถมศึกษาปีที ๑
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
กิจกรรมนกั เรยี น (เตรยี มลูกเสอื สารองและลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑)
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

เปดิ ประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให๎ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน

ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามฐานการเรยี นรู๎ โดยเนน๎ ระบบหมํแู ละปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสารอง
เรยี นร๎จู ากการคดิ และปฏิบัติจริงใชส๎ ญั ลกั ษณ์สมาชิกลกู เสอื สารองทมี่ คี วามเป็นเอกลักษณ์รํวมกนั ศกึ ษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนด๎วยความสนใจ ใฝรุ ู๎ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง

ในเร่อื งตอํ ไปน้ี
๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมูํ

(แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ๎าย ระเบียบแถว เบื้องต๎น คา
ปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลกู เสือสารอง
๒. ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค๎นหาธรรมชาติ

ความปลอดภยั บรกิ าร ธงและประเทศตาํ ง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ๎ง การบันเทิง การผูก
เง่ือน คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือสารอง
เพื่อให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ
กฎ และคติ
พจน์ของลกู เสือสารอง มีนิสัยในการสงั เกต จดจา เชือ่ ฟังและพึง่ ตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย

และเห็นอกเห็นใจผู๎อื่น รู๎จักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู๎จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรม
ตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม รกั ษาและสงํ เสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ

ประยุกต์ใชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชอื่ ฟงั และพึ่งพาตนเองได๎
๒. มคี วามซือ่ สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินัยและเห็นอกเหน็ ใจผู๎อ่ืน
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนการทากิจกรรมตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสงํ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาทอ๎ งถ่นิ และ ความม่ันคง
๖. อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดล๎อมและลดภาวะโลกร๎อน
๗. สามารถประยุกต์ใชห๎ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได๎

รวม ๗ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๙๗
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๒
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
กิจกรรมนกั เรยี น (ลกู เสอื สารองดาวดวงท่ี ๒)
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี

เปิดประชมุ กอง ดาเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให๎ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนร๎ู โดยเน๎นระบบหมํู และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สารอง ศึกษาเรียนรู๎จากการคิดและปฏิบัติจริงใช๎สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์รํวมกัน
ศกึ ษาธรรมชาติในชุมชนดว๎ ยความสนใจใฝรุ ต๎ู ามวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง

ในเร่อื งตอํ ไปน้ี
ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมํู

(แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบคุ คล การจับมือซ๎าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค๎นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท๎องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศตําง ๆ การฝีมือที่ใช๎วัสดุเหลือใช๎ในท๎องถิ่น

กิจกรรมกลางแจ๎ง การบันเทิงท่ีสํงเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญา ท๎องถ่ิน อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ๎ มลดภาวะโลกรอ๎ น

เพอ่ื ให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู๎จักบาเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ร๎ูจักทาการฝีมือและฝึกฝนทา

กจิ กรรมตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติส่งิ แวดล๎อม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช๎หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจา เชือ่ ฟงั และพ่ึงตนเองได๎

2. มคี วามซอ่ื สัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผ๎อู ่ืน
3. บาเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์

4. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนทากิจกรรมตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รกั ษาและสํงเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท๎องถ่นิ และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล๎อม ลดภาวะโลกรอ๎ น สามารถประยกุ ตใ์ ช๎หลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได๎
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนบ๎านหว๎ ยมะซาง พทุ ธศักราช ๒๕6๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ๙๘
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กจิ กรรมนักเรยี น (ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๓)
เวลา ๓๐ ชว่ั โมง/ปี

เปดิ ประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให๎ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู๎ โดยเน๎นระบบหมํู และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สารอง ศึกษาเรียนร๎ูจากการคิดและปฏิบัติจริงใช๎สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์รํวมกัน
ศึกษาธรรมชาตใิ นชมุ ชนดว๎ ยความสนใจใฝรุ ตู๎ ามวิถีเศรษฐกจิ พอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง

ในเรอื่ งตํอไปนี้
ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมูํ

(แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ๎าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค๎นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท๎องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศตําง ๆ การฝีมือที่ใช๎วัสดุเหลือใช๎ในท๎องถ่ิน

กิจกรรมกลางแจ๎ง การบันเทิงท่ีสํงเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท๎องถ่ิน อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติส่ิงแวดล๎อมลดภาวะโลกร๎อน

เพ่อื ให๎มีความร๎ู ความเขา๎ ใจในกิจกรรมลูกเสอื สารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจ รูจ๎ ักบาเพญ็ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ รู๎จักทาการฝมี ือและฝกึ ฝนทากิจกรรมตําง ๆ ตาม

ความเหมาะสม รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สง่ิ แวดล๎อม ความมนั่ คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช๎หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟังและพง่ึ ตนเองได๎

๒. มีความซือ่ สัตย์ สจุ ริต มรี ะเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผอ๎ู ื่น
๓. บาเพ็ญตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์

๔. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนทากิจกรรมตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสงํ เสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท๎องถิน่ และความม่ันคงของชาติ
๖. อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล๎อม ลดภาวะโลกรอ๎ น สามารถประยุกตใ์ ชห๎ ลักปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได๎
รวม ๖ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนบา๎ นห๎วยมะซาง พุทธศกั ราช ๒๕6๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version