The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิเคราะห์หลักสูตร ว31181 ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rattiya2252, 2022-09-20 12:44:34

วิเคราะห์หลักสูตร ว31181 ม.4

วิเคราะห์หลักสูตร ว31181 ม.4

คำนำ

พระรำชบัญญตั ิกำรศกึ ษำแห่งชำติพ.ศ. 2542 ท่ีได้ประกำศใชต้ งั้ แต่เดือนสิงหำคม 2542 เป็นต้นมำ ไดเ้ นน้ ให้
ครู-อำจำรย์และผเู้ กีย่ วข้องทัง้ หลำยจดั กำรเรยี นกำรสอนโดยเนน้ ผู้เรยี นสำคญั ทสี่ ุด ซึ่งกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอนทีจ่ ัด
ควรมีลกั ษณะสำคัญดังนี้

1. ผู้เรียนได้เรียนรู้จำกกำรปฏิบัติจรงิ
2. ผเู้ รียนมโี อกำสเลือกเรียนร้ใู นส่ิงท่ีตนถนัดและสนใจ
3. ผู้เรยี นไดม้ โี อกำสแสวงหำควำมร้แู ละสร้ำงองคค์ วำมรดู้ ้วยตวั เอง
4. ผูเ้ รียนได้มีโอกำสที่จะนำควำมรไู้ ปปฏบิ ัติใช้จริงในชวี ติ ประจำวัน
5. ผเู้ รียนมีสว่ นรว่ มในกำรประเมนิ ผลกำรเรียนร้ขู องตนเอง
โรงเรียนนำคำรำษฎร์รังสรรค์ไดต้ ระหนักถงึ ภำรกจิ ของครูในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรูใ้ หส้ อดคล้องกับ
พระรำชบัญญตั กิ ำรศกึ ษำแห่งชำตดิ ้วยกำรบรู ณำกำรคณุ ธรรม จริยธรรม คำ่ นิยม และ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคไ์ วใ้ น
รำยวิชำ และกิจกรรมทจ่ี ะสง่ เสรมิ กำรเรยี นร้ขู องนกั เรียนตำมพระรำชบัญญัตกิ ำรศกึ ษำแหง่ ชำตใิ ห้เป็นรปู ธรรม จงึ ได้
มอบหมำยให้แต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรจู้ ดั ทำกำรวเิ ครำะหห์ ลักสูตร รำยวิชำวิทยำศำสตร์ชีวภำพ ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำป่ี
4 กลุม่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ขนึ้ ซ่ึงประกอบดว้ ย

จดั กลมุ่ มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั
สำระสำคญั ควำมคดิ รวบยอด
โครงสรำ้ งรำยวชิ ำวทิ ยำศำสตรช์ วี ภำพ
กำรวเิ ครำะหม์ ำตรฐำนตวั ชว้ี ดั สู่ สมรรถนะ คุณลักษณะฯ
ออกแบบหนว่ ยกำรเรยี นรู้
หนว่ ยกำรเรียนรู้

หวงั ว่ำกำรวเิ ครำะห์หลักสตู รในรำยวชิ ำวิทยำศำสตรช์ วี ภำพ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษำป่ี 4 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี เพ่ือใช้เป็นแนวทำงในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรใู้ หบ้ รรลตุ ำมวตั ถุประสงคต์ อ่ ไป

นำงรตั ติยำ สุธรรม
ผจู้ ดั ทำ

สารบัญ หนา้

เรื่อง 1
3
กำรจัดกลมุ่ มำตรฐำนกำรเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด เพ่อื จัดทำโครงสร้ำงรำยวิชำ 12
สำระสำคญั /ควำมคิดรวบยอดของหนว่ ยกำรเรยี นรู้ 27
โครงสรำ้ งรำยวิชำ
กำรวิเครำะหค์ วำมเช่ือมโยงของมำตรฐำนกำรเรียนรู/้ ตวั ชว้ี ดั 36
สมรรถนะของผู้เรยี น และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 49
กำรออกแบบหนว่ ยกำรเรยี นรู้
หน่วยกำรเรยี นรู้

เอกสารหมายเลข 1

การจดั กลุ่มมาตรฐานการเรียนรู/้ ต
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ

หนว่ ยท่ี มำตรฐำนกำรเรียนรู้

1 มำตรฐำน ว 1.2 เขำ้ ใจสมบัตขิ องส่งิ มีชีวิต หน่วยพนื้ ฐำนของสงิ่ มชี วี ติ กำรล

กำร และออกจำกเซลล์ ควำมสัมพันธ์ของโครงสร้ำงและหนำ้ ท่ขี องระบบต่ำง ๆ

ลำเลยี ง มนษุ ย์ที่ทำงำนสมั พนั ธก์ ัน ควำมสมั พนั ธ์ของโครงสรำ้ งและหน้ำท่ี ของอวัยว

สำรเข้ำ ท่ีทำงำนสัมพนั ธก์ นั รวมทั้งนำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ออก

จำก

เซลล์

2
กำร
รกั ษำ
ดุลย
ภำพ
ของ
มนษุ ย์

ตวั ช้ีวัด เพ่ือจัดทาโครงสร้างรายวิชา
(ว31181) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

ลำเลียงสำรเข้ำ ตวั ช้ีวัด
ของสตั วแ์ ละ ม.4/1 อธิบำยโครงสร้ำงและสมบัติของเยอ่ื หมุ้ เซลล์ที่
วะตำ่ ง ๆ ของพืช สัมพนั ธ์กับกำรลำเลียงสำร และ เปรยี บเทียบ กำร
ลำเลียงสำรผำ่ นเยื่อหมุ้ เซลลแ์ บบต่ำง ๆ
ม.4/2 อธิบำยกำรควบคมุ ดุลยภำพของนำ้ และสำรใน
เลือดโดยกำรทำงำนของไต
ม.4/3 อธิบำยกำรควบคุมดุลยภำพของกรด-เบสของ
เลือดโดยกำรทำงำนของไตและปอด
ม.4/4 อธิบำยกำรควบคมุ ดุลยภำพของอณุ หภูมิ
ภำยใน รำ่ งกำยโดยระบบหมุนเวียนเลอื ด ผวิ หนัง
และ กล้ำมเนื้อโครงรำ่ ง
ม.4/5 อธบิ ำย และเขยี นแผนผงั เก่ยี วกับกำร
ตอบสนอง ของรำ่ งกำยแบบไมจ่ ำเพำะและแบบ
จำเพำะตอ่ ส่ิงแปลกปลอมของรำ่ งกำย

หนว่ ยท่ี มำตรฐำนกำรเรียนรู้

3
กำร
ดำรงชีวติ
ของพืช

ตวั ชีว้ ดั
ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบำย และยกตวั อย่ำงโรค
หรือ อำกำรท่ีเกดิ จำกควำมผดิ ปกติของระบบ
ภมู คิ มุ้ กัน
ม.4/7 อธบิ ำยภำวะภมู คิ มุ้ กับบกพรอ่ งท่มี ีสำเหตุ
มำจำกกำรติดเชอ้ื HIV
ม.4/8 ทดสอบ และบอกชนดิ ของสำรอำหำร ที่
พืชสงั เครำะหไ์ ด้
ม.4/9 สืบค้นข้อมูล อภิปรำย และยกตวั อย่ำง
เกย่ี วกับ กำรใช้ประโยชน์จำกสำรตำ่ ง ๆ ทีพ่ ืชบำง
ชนิด สรำ้ งข้นึ
ม.4/10 ออกแบบกำรทดลอง ทดลอง และอธิบำย
เกยี่ วกบั ปัจจยั ภำยนอกทีม่ ีผลต่อกำร เจริญเตบิ โต
ของพืช
ม.4/11สืบคน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกับสำรควบคุมกำร
เจรญิ เติบโตของพืชทีม่ นุษย์สงั เครำะห์ขึน้ และ
ยกตัวอยำ่ งกำรนำมำประยุกตใ์ ช้ทำงดำ้ น
กำรเกษตรของพชื
ม.4/12 สังเกตและอธบิ ำยกำรตอบสนองของพืช
ตอ่ สิ่งเรำ้ ในรูปแบบต่ำงๆทีม่ ีผลต่อกำรดำรงชีวิต

เอกสารหมายเลข 2 สาระสาคญั /ความคดิ รว

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
1 การลาเลยี งสารเขา้ และออก
จากเซลล์ มาตรฐาน ผู้เรยี นร้อู ะไร
การเรียนรู้/ ทาอะไรได้

ตัวช้วี ัด

ว1.2 ม4/1 ผู้เรียนรู้อะไร

•เย่ือหุ้มเซลลก์ ับกำร

ลำเลียงสำร

•โครงสร้ำงและสมบ

ของเยือ่ หมุ้ เซลล์ที่

สัมพนั ธก์ บั วธิ กี ำร

ลำเลยี งสำร

•กำรแพร่แบบธรรมด

•ออสโมซสิ

•กำรแพรแ่ บบฟำซิล

•แอกทีฟทรำนสปอร

•กำรลำเลยี งสำรโดย

สร้ำงเวสเิ คิล

วบยอดของหน่วยการเรียนรู้
(ว31181) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

ความคดิ หลัก สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

• เย่อื หุ้มเซลล์มโี ครงสร้ำงเป็นเยือ่ • เยือ่ หมุ้ เซลลม์ โี ครงสรำ้ งเปน็ เยอ่ื

ร หุม้ สองช้ันท่มี ี ลพิ ดิ เป็น หุม้ สองชั้นที่มี ลพิ ดิ เป็น

องค์ประกอบ และมโี ปรตีนแทรก องค์ประกอบ และมีโปรตนี แทรก

บัติ อยู่ อยู่

• สำรท่ีละลำยได้ในลพิ ดิ และสำรที่ • สำรที่ละลำยไดใ้ นลพิ ิดและสำรที่

มขี นำดเลก็ สำมำรถแพรผ่ ่ำนเย่ือ มีขนำดเล็ก สำมำรถแพร่ผ่ำนเย่ือ

หุ้มเซลล์ไดโ้ ดยตรง ส่วนสำร ขนำด ห้มุ เซลล์ไดโ้ ดยตรง สว่ นสำร ขนำด

ดำ เลก็ ทม่ี ีประจตุ อ้ งลำเลยี งผำ่ น เล็กท่มี ีประจุตอ้ งลำเลยี งผำ่ น

โปรตนี ที่แทรก อยู่ทเี่ ยือ่ หมุ้ เซลลซ์ งึ่ โปรตีนท่ีแทรก อยทู่ ่เี ยอ่ื หุ้มเซลล์ซง่ึ

ลิเทต มี๒ แบบ คอื กำรแพร่แบบ ฟำซิลิ มี๒ แบบ คอื กำรแพร่แบบ ฟำซิลิ

ร์ต เทต และแอกทฟี ทรำนสปอรต์ ใน เทต และแอกทฟี ทรำนสปอรต์ ใน

ยกำร กรณีสำร ขนำดใหญ่ เชน่ โปรตนี กรณสี ำร ขนำดใหญ่ เชน่ โปรตนี

จะลำเลยี งเข้ำโดย กระบวนกำรเอน จะลำเลียงเข้ำโดย กระบวนกำร

โดไซโทซิส หรอื ลำเลียงออกโดย เอนโดไซโทซสิ หรอื ลำเลียงออก

กระบวนกำรเอกโซไซโทซิส โดย กระบวนกำรเอกโซไซโทซสิ

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน ผเู้ รยี นร้อู ะไร
การเรยี นรู้/ ทาอะไรได้

ตวั ช้วี ัด นักเรยี นทาอะไรได

• เขียนโครงสรำ้ งและสมบ
เยอื่ หุ้มเซลลท์ ่สี มั พนั ธก์ ับ
ลำเลียงสำรเข้ำและออกจ
เซลล์
• เปรยี บเทยี บกำรลำเลียง
และออกจำกเซลล์โดยกำ
แบบธรรมดำออสโมซสิ ก
แบบฟำซิลิเทต แอกทฟี ท
ปอรต์ เอนโดไซโทซสิ แล
เอกโซไซโทซิส

ร ความคดิ หลัก สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

ด้

บตั ิของ
บกำร
จำก

งสำรเข้ำ
ำรแพร่
กำรแพร่
ทรำนส
ละ

หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ผูเ้ รยี นร้อู ะไร
การเรยี นรู้/ ทาอะไรได้
2 การรักษาดุลยภาพของ
ร่างกายมนุษย์ ตวั ชี้วัด ผเู้ รยี นรู้อะไร
•กำรรกั ดลุ ยภำพของ
ว1.2 ม4/2 และสำรในเลือด กำร
ทำงำนของไต
•กำรทำงำนของไต
• กำรกำรรักดุลยภำพ
ของแรธ่ ำตใุ นรำ่ งกำ

นักเรยี นทาอะไรได้

•.เขยี นโครงสร้ำงและอธิบำ
ทำงำนของไตมนษุ ย์
•.อธิบำยกลไกกำรรักษำดุล
ของนำ้ และสำรในร่ำงกำยโ
กำรทำงำนของไต

ความคิดหลัก สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

• กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและ

งนำ้ สำรในเลอื ด เกิดจำกกำรทำงำน กำรดำรงชีวิตของมนษุ ยจ์ ำเปน็ ตอ้ ง
ร ของไต ซึ่งเปน็ อวัยวะ ในระบบ มีกำรรกั ษำดุลยภำพต่ำง ๆ ของ

ขับถ่ำยทม่ี ีควำมสำคัญในกำรกำจัด ร่ำงกำย ทง้ั กำรรกั ษำดลุ ยภำพของ

ของ เสียทม่ี ีไนโตรเจนเป็น นำ้ และแรธ่ ำตใุ นรำ่ งกำยโดยอำศัย

พ องคป์ ระกอบ รวมทัง้ นำ้ และ สำรท่ี กำรทำงำนของไตในกำรกรองและ
ำย มปี รมิ ำณเกนิ ควำมตอ้ งกำรของ ดูดกลบั สำรที่มีประโยชน์
รำ่ งกำย

ำยกำร

ลยภำพ
โดย

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ผ้เู รียนร
การเรยี นรู้/ ทาอะ

ตัวชวี้ ัด นักเรยี นร้อู ะไร
•กำรรักษำดลุ ยภำพขอ
ว1.2 ม4/3
โดยกำรทำงำนของไต

•กำรรักษำดุลยภำพขอ

โดยกำรทำงำนของปอ

นักเรยี นทาอะไร

• แนวทำงปอ้ งกันหรือ
ท่เี กี่ยวกับทำงเดนิ ปสั

ว1.2 ม4/4 นกั เรียนรอู้ ะไร

• กำรรกั ษำดลุ ยภำพข
รำ่ งกำย

ระบบหมนุ เวียนเ
กำรทำงำนของต

นกั เรียนทาอะไร
วำดภำพระบบหมุน
เหง่ือ

รอู้ ะไร ความคิดหลัก สาระสาคญั /ความคดิ รวบ
ะไรได้ ยอด

องกรด-เบสในเลือด -กำรรกั ษำดลุ ยภำพของกรด-เบสใน กำรดำรงชวี ิตของมนุษย์
จำเป็นต้องมีกำรรักษำดลุ ย
องกรด-เบสในเลือด เลอื ดเกิดจำก ภำพของกรด-เบสในเลอื ดโดย
อด กำรทำงำนของไตทีท่ ำหนำ้ ทข่ี ับหรือดดู อำศัยกำรทำงำนของไตและ
กลบั ไฮโดรเจนไอออน ไฮโดรเจน ปอด
รได้ คำรบ์ อเนตไอออนและแอมโมเนียม
ไอออน และกำรทำงำนของปอดท่ีทำ
อรกั ษำโรคไตและโรค หนำ้ ท่กี ำจัดคำร์บอนไดออกไซด์
สสำวะ

ของอุณหภูมิภำยใน • กำรรกั ษำดุลยภำพของอณุ หภูมภิ ำยใน กำรรกั ษำของอุณหภมู ิใน
รำ่ งกำย ร่ำงกำยโดยอำศยั กำรทำงำน
เลอื ด เกดิ จำกกำรทำงำนของระบบหมนุ เวียน ของระบบหมุนเวยี นเลอื ด
ตอ่ มเหง่ือ เลอื ดทค่ี วบคุมปรมิ ำณเลือดไปที่ผิวหนงั ตอ่ มเหงอ่ื และกล้ำมเนือ้
กำรทำงำนของต่อมเหง่ือ และกลำ้ มเน้ือ โครงรำ่ ง
รได้ โครงรำ่ ง ซง่ึ สง่ ผลถึง
นเวยี นเลือด ตอ่ ม ปรมิ ำณควำมรอ้ นทถี่ กู เก็บหรอื ระบำย
ออกจำกร่ำงกำย

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน ผ้เู รยี นรอู้ ะไร
การเรียนร/ู้ ทาอะไรได้

ตัวช้ีวัด นกั เรียนรอู้ ะไร
• โครงสร้ำงของ
ว1.2 ม4/5 ระบบภมู คิ ุ้มกนั
•กลไกกำรตอ่ ต้ำน
หรือทำลำยสง่ิ
แปลกปลอมแบบ
จำเพำะ
•กลไกกำรตอ่ ตำ้ น
หรอื ทำลำยสิ่ง
แปลกปลอมแบบ
จำเพำะ
•กำรสรำ้ งภมู ิคุม้ ก
ให้กับรำ่ งกำย
•ภมู คิ ุ้มกันรับมำ
•ภูมิคมุ้ กันสรำ้ งเอ

ความคดิ หลัก สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

• เม่ือเชือ้ โรคหรือสิ่งแปลกปลอมอน่ื เขำ้ สู่ ร่ำงกำยของมนษุ ย์มีกลไกตอบสนอง
เนื้อเยอ่ื ในร่ำงกำย รำ่ งกำยจะมกี ลไกในกำร ต่อเช้อื โรคและส่งิ แปลกปลอมทเี่ ข้ำสู่
ตอ่ ต้ำนหรอื ทำลำยสงิ่ แปลกปลอมทั้งแบบไม่ รำ่ งกำย ทัง้ แบบทไี่ มจ่ ำเพำะ เชน่
จำเพำะและแบบจำเพำะ

น • เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขำวกลมุ่ ฟำโกไซตจ์ ะมกี ลไกใน ผิวหนงั เยอื่ บุผวิ น้ำตำ นำ้ ยอ่ ย
กำรตอ่ ต้ำนหรอื ทำลำยส่งิ แปลกปลอมแบบไม่
จำเพำะ ต่อมเหง่อื เซลล์เมด็ เลอื ดขำว

บไม่ • กลไกในกำรตอ่ ต้ำนหรือทำลำยสงิ่ กล่มุ ฟำโกไซต์ และแบบที่จำเพำะ เชน่

แปลกปลอมแบบจำเพำะเป็นกำรทำงำนของ เซลลเ์ ม็ดเลือดขำวกลุ่มลิมโฟไซต์
เซลลเ์ ม็ดเลือดขำว
น ลมิ โฟไซตช์ นดิ บแี ละชนดิ ที ซง่ึ เซลล์เมด็ เลอื ด (เซลล์บีและเซลล์ท)ี ซงึ่ หำก

ขำวทั้งสองชนิดจะมตี ัวรบั แอนตเิ จน ทำให้

บ เซลล์

ทั้งสองสำมำรถตอบสนองแบบจำเพำะต่อ

แอนติเจนน้นั ๆ ได้

กัน • เซลล์บีทำหนำ้ ที่สร้ำงแอนติบอดี ซง่ึ ช่วยใน

กำรจบั กับส่ิงแปลกปลอมตำ่ ง ๆ เพือ่ ทำลำย

ต่อไป

อง

ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผู้เรยี นร้อู ะไร
การเรยี นรู้/ ทาอะไรได้

ตวั ชว้ี ัด นักเรียนทาอะไรได้
วำดภำพกำรตอ่ ต้ำน
ว1.2 ม4/6 หรอื ทำลำยสง่ิ
แปลกปลอมไมใ่ ห้เขำ้
สู่เนื้อเยอื่ ในรำ่ งกำย
นกั เรียนรอู้ ะไร
• ควำมผิดปกตขิ อง
ระบบภมู ิคุ้มกัน

•โรคภมู ิแพ้
•โรคลปู สั หรอื โรคเอสแอลอ

นกั เรียนทาอะไรได้

• ทำงำนกลมุ่ สืบคน้ และ
อธิบำยควำมผดิ ปกติของ
ระบบภมู คิ ุ้มกนั

ความคิดหลัก สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

โดยระบบภูมิคุ้มกนั เซลล์ทที ำหน้ำที่ โดยระบบภูมิคุม้ กัน เซลลท์ ที ำหนำ้ ที่หลำกหลำย

น หลำกหลำยเชน่ กระต้นุ กำรทำงำนของเซลลบ์ ี เช่น กระตุ้นกำรทำงำนของเซลลบ์ แี ละเซลล์ทชี นดิ
และเซลลท์ ีชนดิ อนื่ ทำลำยเซลลท์ ตี่ ิดไวรสั และ อนื่ ทำลำยเซลลท์ ่ตี ิดไวรัสและเซลล์ทผี่ ดิ ปกติอื่น ๆ

เซลลท์ ่ีผิดปกติอืน่ ๆ



• บำงกรณรี ่ำงกำยอำจเกดิ ควำมผิดปกตขิ อง กำรต่อตำ้ นหรอื ทำลำยสงิ่ แปลกปลอม
ระบบ แบบจำเพำะเป็นกำรทำงำนของ
ภมู คิ ุ้มกนั เชน่ ภูมคิ ้มุ กนั ตอบสนองต่อ เซลลเ์ ม็ดเลือดขำว
แอนติเจน ลิมโฟไซตช์ นดิ บี
บำงชนิดอย่ำงรนุ แรงมำกเกนิ ไป หรอื ร่ำงกำย
อี มปี ฏกิ ิรยิ ำตอบสนองต่อแอนติเจนของตนเอง

อำจทำให้รำ่ งกำยเกดิ อำกำรผดิ ปกตไิ ด้

หนว่ ยที่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผู้เรยี น
การเรยี นรู้/ ทาอ

ตวั ช้ีวัด นักเรียนรอู้ ะไร
•โรคเอดส์
ว1.2 ม4/7

นกั เรียนทาอ

• ทำงำนกลุ่ม ส
ควำมผิดปกติข
ภมู คิ มุ้ กนั

นรู้อะไร ความคิดหลัก สาระสาคัญ/ความคิดรวบ
อะไรได้ ยอด

ร • บคุ คลทีไ่ ดร้ ับเลือดหรอื สำรคดั • บคุ คลท่ไี ด้รบั เลือดหรอื สำรคดั
หลงั่ ท่มี เี ชอ้ื HIV หลง่ั ที่มีเชื้อ HIV
ซงึ่ สำมำรถทำลำยเซลล์ที ทำให้ ซง่ึ สำมำรถทำลำยเซลลท์ ี ทำให้
ภมู คิ ุ้มกันบกพร่อง ภูมคิ ุ้มกนั บกพร่อง
และติดเชื้อต่ำง ๆ ได้ง่ำยขึ้น และตดิ เช้ือตำ่ ง ๆ ไดง้ ่ำยขนึ้

อะไรได้

สืบค้นและอธบิ ำย
ของระบบ

หนว่ ยท่ี ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน ผู้เรียน
3 การดารงชีวติ ของพชื การเรยี นรู้/ ทาอ

ตัวชว้ี ัด นักเรยี นร้อู ะไร
• สำรอินทรยี ใ์ น
ว1.2 ม4/8 • สำรอนิ ทรยี ท์
กำรเจริญเตบิ โต
• สำรอนิ ทรยี ท์
ตอ่ กำรเจรญิ เต
โดยตรง

นกั เรยี นทาอ
• ออกแบบสำ

นรู้อะไร ความคดิ หลัก สาระสาคัญ/ความคดิ รวบ
อะไรได้ ยอด

ร • กระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วยแสง พืชเปน็ ส่งิ มีชีวติ ที่สำมำรถ
นพืช เป็นจุดเรม่ิ ตน้ สรำ้ งอำหำรไดเ้ องผำ่ น
ท่จี ำเป็นจำเปน็ ต่อ ของกำรสร้ำงนำ้ ตำลในพืช พืช กระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วย
ตของพืชโดยตรง เปลี่ยนนำ้ ตำลไป แสง ซงึ่ มแี สง น้ำ แกส๊
ท่ีไมจ่ ำเป็นจำเปน็ เป็นสำรอำหำรและสำรอืน่ ๆ เชน่ คำร์บอนไดออกไซด์ และ
ตบิ โตของพชื คำร์โบไฮเดรต คลอโรฟิลล์เป็นปัจจยั สำคญั
โปรตีน ไขมนั ท่จี ำเป็นตอ่ กำร และจะได้น้ำตำลกลูโคส และ
อะไรได้ ดำรงชีวติ ของพชื แก๊สออกซเิ จนเป็นผลิตภัณฑ์
ำรอินทรียใ์ นพืช และสตั ว์ นอกจำกน้ัน พชื ยงั สำมำรถ
สงั เครำะหส์ ำรกลุ่มอน่ื ๆ เช่น
คำร์โบไฮเดรต โปรตนี ไขมนั

หนว่ ยที่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผูเ้ รียน
การเรียนรู้/ ทาอ

ตัวชวี้ ัด นักเรียนร้อู ะไร
•สำรต่ำง ๆ ทพ่ี
ว1.2 ม4/9 ขนึ้ ไปใชป้ ระโย
ยำหรอื สมุนไพร

นักเรยี นทาอ

•ออกแบบกำรท
สมนุ ไพรในกำร
ชนิด ใชใ้ นกำรไ
ศัตรูพืชและสัต

นรอู้ ะไร ความคิดหลัก สาระสาคัญ/ความคดิ รวบ
อะไรได้ ยอด

ร • มนุษยส์ ำมำรถนำสำรต่ำง ๆ ที่ มนุษย์สำมำรถนำสำรอัลคำ
พืชบำงชนิดสรำ้ ง
ยชน์ เชน่ ใชเ้ ป็น พืชบำงชนดิ สร้ำงข้นึ ลอยด์ กล่มุ ฟนี อลิก

ไปใช้ประโยชน์ เชน่ ใชเ้ ป็นยำหรือ เทอรพ์ ีนอยด์ และ
อะไรได้ สมุนไพร สเตยี รอยด์
ในกำรรักษำโรคบำงชนิด ใชใ้ น มำประยกุ ต์ใช้เป็นยำหรอื
ทดลองยำหรอื กำรไล่แมลง กำจดั
รรักษำโรคบำง ศตั รูพืชและสัตว์ ใชใ้ นกำรยบั ย้ัง สมุนไพรรักษำโรค กำจัด
ไล่แมลง กำจดั
ตว์ กำรเจรญิ เติบโต แมลงและศัตรพู ชื ยับยั้งกำร

ของแบคทเี รยี และใช้เป็นวตั ถุดิบ เจริญ เติบโตของแบคทเี รีย

ในอุตสำหกรรม และใชเ้ ปน็ วตั ถุดิบใน

อุตสำหกรรม

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผ้เู รยี น
การเรยี นรู้/ ทาอ

ตัวชี้วัด นกั เรียนรู้อะไร
• ปัจจยั บางประ
ว1.2 ม4/10 การเจริญเติบโต
• ปัจจยั ภายนอ
•ปัจจยั ภายใน

นักเรียนทำอะไ
ออกแบบการท
ภายนอกท่ีมีผล
เจริญเติบโต

นรอู้ ะไร ความคดิ หลัก สาระสาคญั /ความคดิ รวบ
อะไรได้ ยอด
• ปัจจยั ภายนอกทมี่ ผี ลต่อการ
ร เจริญเติบโต เช่น แสง • การเจริญเติบโตของพชื
ะการทีม่ ีผลต่อ น้า ธาตุอาหาร จาเป็นตอ้ งมีปัจจยั ควบคุมการ
ตของพืช คาร์บอนไดออกไซด์ และ เจริญเติบโต แบ่งออกเป็นปัจจยั
อก ออกซิเจนปัจจยั ภายใน เช่น ภายนอก ประกอบดว้ ย แสง น้า
ฮอร์โมนพืช ซ่ึงพืชมีการ แร่ธาตุ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
สงั เคราะห์ข้ึน เพอื่ ควบคุมการ แกส๊ ออกซิเจน และปัจจยั ภายใน
เจริญเติบโตในช่วง คือ ฮอร์โมนพืช
ชีวิตต่าง ๆ

ไรได้
ทดลองปัจจยั
ลต่อการ

หนว่ ยท่ี ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผ้เู รยี น
การเรียนรู้/ ทาอ

ตัวชว้ี ัด นกั เรียนรอู้ ะไร
ฮอร์โมนพชื คว
ว1.2 ม4/11 เจริญเติบโตแล
พืช

นักเรยี นทาอ
•ออกแบบกำร
ทดลอง เกี่ยว
ภำยนอกท่มี ผี
เจริญเตบิ โตข

นรู้อะไร ความคิดหลัก สาระสาคญั /ความคดิ รวบ
อะไรได้ ยอด

ร • มนษุ ยม์ ีกำรสงั เครำะหส์ ำร • ฮอรโ์ มนพชื ประกอบดว้ ย
วบคุมกำร ควบคมุ กำรเจริญเติบโต ออกซนิ ไซโทไคนนิ จบิ เบอ
ละเพิ่มผลผลติ ของ ของพชื โดยเลยี นแบบฮอรโ์ มนพืช เรลลนิ เอทีลนี กรดแอบไซซกิ
เพ่ือนำมำใช้ควบคุมกำร ซ่ึงมนษุ ย์สำมำรถสงั เครำะห์
เจริญเติบโตและเพมิ่ ผลผลิตของ ฮอรโ์ มนพืชเพอ่ื ใช้ควบคุมกำร
พชื เจริญเตบิ โตและเพม่ิ ผลผลิต
ของพืช

อะไรได้
รทดลอง
วกับปัจจัย
ผลตอ่ กำร
ของพชื

หนว่ ยท่ี ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน ผู้เรียนรอู้ ะไร
การเรียนรู้/ ทาอะไรได้

ตัวช้ีวัด นักเรียนรู้อะไร
• กำรตอบสนองของพ
ว1.2 ม4/12 ตอ่ ส่งิ เรำ้
•กำรตอบสนองทมี่ ี
ทศิ ทำงสัมพันธ์กับ
ทศิ ทำงของสง่ิ เร้ำ
•กำรตอบสนองทมี่ ี
ทิศทำงไมส่ มั พนั ธ์กบั
ทิศทำงของส่งิ เร้ำ

นกั เรียนทาอะไรได้
• ถำ่ ยรูป หรอื วำดภำพ
กำรตอบสนองของพชื
สิ่งเรำ้
• จัดกลมุ่ และจำแนก
ประเภทของกำร
ตอบสนองของพชื ตอ่
สิง่ เร้ำ

ความคดิ หลัก สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

กำรตอบสนองของพืชมีควำมสำคญั ต่อ • พืชมกี ำรตอบสนองต่อสงิ่ เรำ้ 2

พืช กำรดำรงชีวติ ขิ องพชื โดยพืชสำมำรถ รปู แบบ คอื รปู แบบทีม่ ที ศิ ทำง
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เรำ้ ในรูปแบบของกำร สมั พนั ธ์กับสงิ่ เรำ้ เชน่ กำรตอบสนอง
เคลอ่ื นไหวได้ ซ่ึงอำจแบง่ ได้เปน็ 2
รปู แบบ ได้แก่ แบบท่ีมที ิศทำงสมั พันธ์ ตอ่ แสง สง่ิ สมั ผัส
กับทิศทำงของสิง่ เรำ้ และแบบท่ีไม่มี แรงโนม้ ถ่วงของโลก สำรเคมี น้ำ

ทศิ ทำงสมั พันธก์ ับทิศทำงของส่ิงเร้ำ เปน็ ต้น และรปู แบบทไ่ี ม่มที ิศทำง

สัมพนั ธก์ ับ สงิ่ เรำ้ ซง่ึ เกิดจำกกำร

เปลี่ยนแปลงปริมำณน้ำ และแรงดัน

เตง่ ภำยในเซลล์


ชตอ่

เอกสารหมายเลข 4

รายวิชา วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ (ว31181) โครงสร

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 สาระการเรยี นรูแ้ กนกล

จานวน 0.5 หนว่ ยกิต • เยอ่ื หุ้มเซลล์มโี ครงสร้ำงเป็น
สองชน้ั ทีม่ ี ลพิ ดิ เป็นองค์ประก
หนว่ ยท่ี ชือ่ หนว่ ย มาตรฐาน/ มโี ปรตีนแทรกอยู่
• สำรท่ีละลำยได้ในลิพดิ และส
การเรียนรู้ ตัวชีว้ ัด ขนำดเลก็ สำมำรถแพรผ่ ่ำนเย
เซลลไ์ ดโ้ ดยตรง สว่ นสำร ขนำ
1 การลาเลียงสาร ว1.2 ม 4/1 ประจตุ ้องลำเลยี งผำ่ นโปรตีนท
อยู่ทเ่ี ยื่อหมุ้ เซลล์ซึง่ มี 2 แบบ
เข้าและออกจาก แพรแ่ บบ ฟำซลิ ิเทต และ
แอกทฟี ทรำนสปอรต์ ในกรณ
เซลล์ ขนำดใหญ่ เช่น โปรตีน จะลำ
โดย กระบวนกำรเอนโดไซโทซ
ลำเลียงออกโดย กระบวนกำร
โทซิส

ร้างรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง

อัตราส่วนคะแนน 80 : 20

ลาง สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นา้ หนัก

(ชั่วโมง) คะแนน

นเยือ่ หุ้ม เซลล์มีกำรลำเลียงสำรเขำ้ และออกจำก 3 11

กอบ และ เซลลโ์ ดยอำศัยคุณสมบัติกำรเป็นเยอ่ื

เลอื กผำ่ นของเย่อื หมุ้ เซลลท์ ี่มีลพิ ดิ และ

สำรทมี่ ี โปรตนี เป็น

ย่อื หุ้ม องค์ประกอบ ซ่ึงเซลล์จะมีรูปแบบกำร

ำดเล็กที่มี ลำเลียงสำรที่แตกต่ำงกันหลำยรูปแบบ

ท่แี ทรก ทั้งกำรแพร่ กำรแพรแ่ บบฟำซิลิเทต กำร

คอื กำร ลำเลียงสำรโดยใช้

พลงั งำน และกำรลำเลยี งสำรขนำดใหญ่

ณสี ำร (เอนโดไซโทซสิ และเอกโซไซโทซิส)

ำเลียงเข้ำ

ซสิ หรอื

รเอกโซไซ

หน่วยที่ ชอื่ หนว่ ย มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้แกนก
2 การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด
การรักษาดลุ ย ว1.2 ม4/2 • กำรรกั ษำดุลยภำพของน้ำแ
ภาพของร่างกาย เลอื ด เกิดจำกกำรทำงำนขอ
มนุษย์ อวัยวะ ในระบบขบั ถำ่ ยที่มคี
ในกำรกำจดั ของ เสียท่ีมไี นโต
ว1.2 ม4/3 องค์ประกอบ รวมทง้ั นำ้ และ
ปรมิ ำณเกินควำมต้องกำรขอ
ว1.2 ม4/4 •กำรรักษำดลุ ยภำพของกรด
เลอื ดเกดิ จำกกำรทำงำนของ
หน้ำทขี่ บั หรอื ดดู กลบั ไฮโดรเ
ไฮโดรเจนคำร์บอเนตไอออน
แอมโมเนยี มไอออน และกำร
ของปอดท่ีทำหนำ้ ที่กำจัด
คำรบ์ อนไดออกไซด์
• กำรรกั ษำดุลยภำพของอุณ
ภำยในร่ำงกำยเกิดจำกกำรท
ระบบหมนุ เวียนเลือดทค่ี วบค
เลอื ดไปท่ีผิวหนัง กำรทำงำน
เหงือ่ และกลำ้ มเนื้อโครงร่ำง
ถงึ ปรมิ ำณควำมร้อนท่ีถกู เกบ็
ระบำยออกจำกร่ำงกำย

กลาง สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ช่วั โมง) คะแนน
และสำรใน • กำรดำรงชีวติ ของมนุษยจ์ ำเปน็ ตอ้ งมี
องไต ซึ่งเป็น กำรรกั ษำดุลยภำพตำ่ ง ๆ ของรำ่ งกำย 3 9
ควำมสำคญั ทั้งกำรรักษำดลุ ยภำพของนำ้ และแรธ่ ำตุ
ตรเจนเปน็ ในร่ำงกำยโดยอำศยั กำรทำงำนของไตใน 1 12
ะ สำรทมี่ ี กำรกรองและ
องรำ่ งกำย ดูดกลบั สำรท่ีมีประโยชน์
ด-เบสใน • กำรดำรงชีวติ ของมนษุ ยจ์ ำเป็นตอ้ งมี
งไตทีท่ ำ กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในเลอื ด
เจนไอออน โดยอำศยั กำรทำงำนของไตและปอด
นและ
รทำงำน

ณหภูมิ • กำรรักษำของอณุ หภมู ิในรำ่ งกำยโดย 1 10
ทำงำนของ อำศยั กำรทำงำนของระบบหมุนเวียน
คมุ ปรมิ ำณ เลอื ด ต่อมเหงอื่ และกล้ำมเนื้อโครงรำ่ ง
นของตอ่ ม
ง ซึง่ ส่งผล
บหรอื

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลา
การเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด
ว1.2 ม4/5 • เมอ่ื เชื้อโรคหรอื สงิ่ แปลกปลอม
เน้ือเยือ่ ในรำ่ งกำย ร่ำงกำยจะมกี
กำรต่อตำ้ นหรอื ทำลำยสิง่ แปลกป
แบบไม่จำเพำะและแบบจำเพำะ
• เซลล์เมด็ เลอื ดขำวกลมุ่ ฟำโกไซ
กลไกในกำรตอ่ ตำ้ นหรอื ทำลำยส
แปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพำะ
• กลไกในกำรต่อตำ้ นหรือทำลำย
แปลกปลอมแบบจำเพำะเป็นกำร
ของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดขำว
ลิมโฟไซตช์ นดิ บีและชนิดที ซ่งึ เซ
เลือดขำวทั้งสองชนดิ จะมีตวั รับแ
ทำให้เซลล์
ทั้งสองสำมำรถตอบสนองแบบจำ
แอนติเจนนัน้ ๆ ได้
• เซลล์บีทำหนำ้ ทสี่ รำ้ งแอนติบอ
ในกำรจับกบั ส่ิงแปลกปลอมต่ำง
ทำลำยต่อไปโดยระบบภูมิคมุ้ กัน

าง สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา น้าหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน
มอ่ืนเขำ้ สู่ • รำ่ งกำยของมนษุ ย์มกี ลไกตอบสนองต่อ
กลไกใน เชอื้ โรคและสงิ่ แปลกปลอมท่เี ข้ำสู่ 2 10
ปลอมทัง้ รำ่ งกำย ทัง้ แบบทไ่ี มจ่ ำเพำะ เชน่
ะ ผวิ หนงั เย่อื บผุ วิ นำ้ ตำ นำ้ ย่อย ต่อม
ซตจ์ ะมี เหงอ่ื เซลล์เม็ดเลือดขำวกลุ่มฟำโกไซต์
สิง่ และแบบท่ีจำเพำะ เช่น เซลล์เม็ดเลือด
ขำวกลมุ่ ลมิ โฟไซต์
ยสิ่ง (เซลลบ์ ีและเซลล์ท)ี ซ่ึงหำกกำรต่อต้ำน
รทำงำน หรอื ทำลำยส่ิงแปลกปลอม แบบจำเพำะ
เปน็ กำรทำงำนของเซลลเ์ ม็ดเลือดขำว
ซลล์เมด็ ลมิ โฟไซตช์ นดิ บี
แอนตเิ จน

จำเพำะตอ่

อดี ซ่งึ ช่วย
ๆ เพือ่


หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้แกนกล
การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด
ว1.2 ม4/6 เซลล์ทีทำหนำ้ ที่หลำกหลำยเช
กระตุน้ กำรทำงำนของเซลลบ์
ว1.2 ม4/7 ทชี นิดอ่นื ทำลำยเซลล์ท่ีติดไว
เซลลท์ ี่ผดิ ปกตอิ ่ืน ๆ
• บำงกรณีรำ่ งกำยอำจเกดิ คว
ผิดปกตขิ องระบบภมู คิ ุ้มกนั เช
ภมู ิคมุ้ กันตอบสนองตอ่ แอนติ
บำงชนิดอย่ำงรนุ แรงมำกเกินไ
ร่ำงกำยมีปฏกิ ริ ยิ ำตอบสนองต
แอนตเิ จนของตนเองอำจทำให
เกิดอำกำรผิดปกตไิ ด้
• บุคคลท่ีได้รับเลือดหรือสำรค
เช้ือ HIVซงึ่ สำมำรถทำลำยเซล
ให้ภมู ิคุม้ กนั บกพร่องและติดเช
ได้งำ่ ยข้ึน

ลาง สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา น้าหนกั
(ชวั่ โมง) คะแนน
ชน่
บีและเซลล์ 1 8
วรสั และ
1 4
วำม • รำ่ งกำยอำจเกิดควำมผิดปกตขิ อง
ชน่ ระบบภมู คิ ุ้มกนั เชน่ ภูมคิ มุ้ กัน
ตเจน ตอบสนองตอ่ แอนติเจน
ไป หรอื บำงชนิดอย่ำงรนุ แรงมำกเกนิ ไป
ตอ่
หร้ ่ำงกำย

คัดหลัง่ ทม่ี ี • ภำวะพร่องภูมคิ ุ้มกัน เชน่ โรคเอดส์
ลล์ที ทำ
ชือ้ ตำ่ ง ๆ

หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรแู้ กนกล
3 การเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด
การดารงชีวติ ว1.2 ม4/8 • กระบวนกำรสงั เครำะหด์ ว้ ย
ของพืช จดุ เร่ิมตน้ ของกำรสรำ้ งนำ้ ตำล
พืชเปลี่ยนนำ้ ตำลไปเปน็ สำรอ
สำรอนื่ ๆ เช่น คำรโ์ บไฮเดรต
ไขมัน ท่จี ำเปน็ ต่อกำรดำรงชวี
และสัตว์

ว1.2 ม4/9 • มนุษยส์ ำมำรถนำสำรต่ำง ๆ
ชนดิ สรำ้ งข้ึนไปใชป้ ระโยชน์ เ
เป็นยำหรือสมนุ ไพรในกำรรกั
บำงชนิด ใช้ในกำรไล่แมลง กำ
ศัตรูพชื และสัตว์ ใช้ในกำรยบั
เจริญเติบโตของแบคทเี รีย แล
วัตถดุ บิ ในอตุ สำหกรรม

ลาง สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา น้าหนกั
(ชวั่ โมง) คะแนน
ยแสงเป็น • พชื เป็นสิ่งมชี วี ิตที่สำมำรถสร้ำงอำหำร
ลในพืช ได้เองผำ่ นกระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วย 2 10
อำหำรและ แสง ซ่งึ มแี สง นำ้ แก๊ส
ต โปรตนี คำรบ์ อนไดออกไซด์ และคลอโรฟลิ ลเ์ ปน็ 1 6
วิตของพืช ปัจจยั สำคัญ และจะได้น้ำตำลกลูโคส

และแก๊สออกซิเจนเป็นผลิตภัณฑ์
นอกจำกน้ัน พืชยงั สำมำรถสงั เครำะห์
สำรกลมุ่ อ่ืน ๆ เชน่ คำรโ์ บไฮเดรต
โปรตนี ไขมนั
ๆ ทพ่ี ชื บำง • มนุษย์สำมำรถนำสำรอัลคำลอยด์
เช่น ใช้ กลุม่ ฟนี อลกิ เทอร์พนี อยด์ และ
กษำโรค สเตียรอยด์ มำประยกุ ตใ์ ช้เป็นยำหรือ
ำจดั สมนุ ไพรรกั ษำโรค กำจัดแมลงและ
บยงั้ กำร ศตั รพู ชื ยบั ยงั้ กำรเจรญิ เติบโตของ
ละใช้เปน็ แบคทีเรีย และใช้เปน็ วัตถุดบิ ใน
อุตสำหกรรม

หนว่ ยท่ี ชอื่ หนว่ ย มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้แกนกล
การเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด
ว1.2 ม4/10 • ปัจจยั ภายนอกที่มีผลตอ่ กา
เจริญเตบิ โต เช่น แสงน้า ธาต
ว1.2 ม4/11 คาร์บอนไดออกไซด์ และออ
ปัจจยั ภายใน เช่น ฮอร์โมนพช
การสงั เคราะหข์ ้ึน เพอื่ ควบคุม
เจริญเตบิ โตในช่วงชีวติ ต่าง ๆ

• มนษุ ย์มีกำรสังเครำะหส์ ำรค
กำรเจริญเติบโต
ของพืชโดยเลยี นแบบฮอร์โมน
นำมำใช้ควบคมุ กำรเจรญิ เติบโ
เพ่มิ ผลผลติ ของพชื

ลาง สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นา้ หนัก
(ชว่ั โมง) คะแนน
าร • กำรเจรญิ เตบิ โตของพืชจำเป็นตอ้ งมี
3 10
ตอุ าหาร ปัจจัยควบคุมกำรเจริญเติบโต แบง่
1 5
อกซิเจน ออกเป็นปัจจยั ภำยนอก ประกอบดว้ ย
พชื ซ่ึงพชื มี แสง น้ำ แรธ่ ำตุ แก๊สคำรบ์ อนไดออกไซด์
มการ แกส๊ ออกซเิ จน และปัจจัยภำยใน คือ
ๆ ฮอรโ์ มนพชื

ควบคมุ • ฮอร์โมนพชื ประกอบดว้ ย

นพชื เพอื่ ออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลิน
โตและ เอทลี ีน กรดแอบไซซิก ซ่ึงมนุษย์
สามารถสงั เคราะหฮ์ อร์โมนพชื เพอื่ ใช้
ควบคุมการเจริญเติบโตและเพม่ิ ผลผลิต
ของพชื

หนว่ ยท่ี ช่ือหนว่ ย มาตรฐาน/ สาระการเรียนรแู้ กนก
การเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ัด
ว1.2 ม4/12 • กำรตอบสนองต่อสิ่งเรำ้ ของ
ควำมสมั พนั ธ์กับทศิ ทำงของส
ไดแ้ ก่ แบบทีม่ ีทศิ ทำงสัมพันธ
ของสง่ิ เร้ำ เช่น ดอกทำนตะวนั
แสง ปลำยรำกเจริญเขำ้ หำแร
ของโลก และแบบท่ไี มม่ ีทิศทำ
กับทิศทำงของส่งิ เร้ำ เชน่ กำร
บำนของดอก หรือกำรหุบและ
พืชบำงชนิด
• กำรตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้ำของ
บำงอย่ำงส่งผลตอ่ กำรเจรญิ เต
กำรเจริญในทศิ ทำงเข้ำหำหรือ
กบั แรงโนม้ ถ่วงของโลก กำรเจ
ทำงเขำ้ หำหรอื ตรงข้ำมกับแส
ตอบสนองตอ่ กำรสมั ผัสสง่ิ เร้ำ

กลาง สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้าหนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
งพืชแบ่งตำม • พชื มีกำรตอบสนองต่อสิ่งเรำ้ 2
ส่ิงเร้ำได้ รปู แบบ คอื รูปแบบท่ีมีทิศทำงสัมพนั ธ์ 1 5
ธ์กบั ทศิ ทำง กับ
นหนั เขำ้ หำ สง่ิ เรำ้ เชน่ กำรตอบสนองตอ่ แสง ส่งิ 20 10
รงโน้มถ่วง สัมผสั 20
ำงสัมพันธ์ แรงโน้มถว่ งของโลก สำรเคมี นำ้ เป็น 100
รหบุ และ ตน้ และรูปแบบท่ไี ม่มีทิศทำงสัมพันธ์
ะกำงของใบ กับ

สิง่ เร้ำ ซ่งึ เกดิ จำกกำรเปล่ยี นแปลง
งพืช ปรมิ ำณน้ำ และแรงดนั เต่งภำยในเซลล์
ตบิ โต เชน่
อตรงขำ้ ม
จริญในทศิ
สง และกำร


รวมระหว่างภาค
ปลายภาค
รวม

การวิเคราะห์ความเช่ือมโยงข
สมรรถนะของผเู้ รยี น แล

กรณีท่ี 2 กรณีท่ีสำมำรถวเิ ครำะหค์ ุณลกั ษณะอันพึงประสงคท์ ่ีสอดคล้องกบั กำรพัฒน
สำระท่ี 1 วทิ ยำศำสตรช์ ีวภำพ
มำตรฐำน ว 1.2 เขำ้ ใจสมบัตขิ องส่งิ มีชวี ติ หนว่ ยพื้นฐำนของส่ิงมชี ีวิต กำรลำ

ของสัตว์และมนุษยท์ ่ีทำงำนสมั พันธ์กัน ควำมสมั พันธข์ องโครงสรำ้ งและหนำ้ ท่ี ของอว

ตัวชว้ี ดั ผู้เรยี นรอู้ ะไร/ทำอะไรได้

ว1.2 ม4/1อธบิ ำย ผู้เรียนร้อู ะไร
โครงสรำ้ งและสมบตั ิของ •เยอื่ หุ้มเซลล์กบั กำรลำเลยี งสำร
เยอื่ ห้มุ เซลล์ที่ สมั พนั ธ์ •โครงสร้ำงและสมบตั ิของเยื่อหมุ้ เซลล์ที่สัมพนั ธก์ บั วธิ กี ำร
กับกำรลำเลียงสำร และ •กำรแพรแ่ บบธรรมดำ
เปรยี บเทียบ กำรลำเลยี ง •ออสโมซิส
สำรผ่ำนเยอ่ื หมุ้ เซลลแ์ บบ •กำรแพรแ่ บบฟำซิลิเทต
ต่ำง ๆ •แอกทฟี ทรำนสปอรต์

•กำรลำเลยี งสำรโดยกำรสร้ำงเวสิเคิล
นกั เรียนทาอะไรได้
• เขียนโครงสร้ำงและสมบัตขิ องเยื่อหมุ้ เซลล์ทส่ี ัมพนั ธก์ ับก
ออกจำกเซลล์

ของมาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชว้ี ัด
ละคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
นำตำมตวั ชว้ี ัดไดอ้ ยำ่ งชัดเจนกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี

ำเลยี งสำรเข้ำ และออกจำกเซลล์ ควำมสัมพันธข์ องโครงสร้ำงและหน้ำทข่ี องระบบตำ่ ง ๆ

วัยวะต่ำง ๆ ของพชื ทีท่ ำงำนสัมพันธก์ นั รวมท้งั นำควำมรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

นำไปสู่

สมรรถนะของผเู้ รียน คุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซื่อสัตย์

ส่ือสำร สุจรติ

รลำเลียงสำร 2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 2.ควำมมวี ินยั

1) ทกั ษะกำรสำรวจค้นหำ 3.ใฝเ่ รยี นรู้

2) ทกั ษะกำรจำแนก 4. มุ่งมั่นในกำร

ประเภท ทำงำน

3) ทกั ษะกำรเปรยี บเทียบ

4) ทกั ษะกำรตีควำม

ขอ้ มูลและกำรลงขอ้ สรปุ

กำรลำเลยี งสำรเขำ้ และ 3. ควำมสำมำรถในกำรใช้

เทคโนโลยี

ตัวชีว้ ัด ผ้เู รยี นรู้อะไร/ทำอะไรได้

• เปรียบเทียบกำรลำเลยี งสำรเข้ำและออกจำกเซลล์โดยก

ออสโมซิส กำรแพร่แบบฟำซลิ ิเทต แอกทีฟทรำนสปอรต์ เ

เอกโซไซโทซสิ

ว1.2 ม4/2 อธิบำยกำร นักเรยี นทาอะไรได้

ควบคุมดุลยภำพของนำ้ •กำรรักดุลยภำพของน้ำและสำรในเลอื ด กำรทำงำนของไต

และสำรใน เลือดโดยกำร •กำรทำงำนของไต

ทำงำนของไต • กำรกำรรักดุลยภำพของแร่ธำตใุ นรำ่ งกำย

นกั เรียนทาอะไรได้

• เขียนโครงสร้ำงและอธิบำยกำรทำงำนของไตมนษุ ย์

• อธิบำยกลไกกำรรักษำดุลยภำพของนำ้ และสำรในรำ่ งกำ

นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอันพึง

ประสงค์

กำรแพรแ่ บบธรรมดำ
เอนโดไซโทซสิ และ

ต 1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซอ่ื สัตยส์ ุจริต
ำยโดยกำรทำงำนของไต ส่ือสำร 2.ควำมมวี ินัย
3.ใฝ่เรียนรู้
2. ควำมสำมำรถในกำร 4.มุ่งม่ันในกำรทำงำน
คดิ

1) ทกั ษะกำรสำรวจ
ค้นหำ

2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท

3) ทักษะกำร
เปรียบเทยี บ

4) ทักษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลง
ข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใชเ้ ทคโนโลยี

ตัวช้ีวดั ผู้เรยี นรอู้ ะไร/ทำอะไรได้

ว1.2 ม4/3 อธิบำยกำร นักเรียนรอู้ ะไร

ควบคมุ ดุลยภำพของ • กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในเลือดโดยกำรทำงำน

กรด-เบสของ เลอื ดโดย • กำรรกั ษำดุลยภำพของกรด-เบสในเลือดโดยกำรทำงำน

กำรทำงำนของไตและ นกั เรยี นทาอะไรได้

ปอด • แนวทำงปอ้ งกันหรือรักษำโรคไตและโรคท่ีเกย่ี วกบั ทำง

ว1.2 ม4/4 อธิบำยกำร นกั เรยี นรอู้ ะไร

ควบคมุ ดุลยภำพของ • กำรรกั ษำดลุ ยภำพของอุณหภูมภิ ำยในรำ่ งกำย

อณุ หภมู ภิ ำยใน ร่ำงกำย •ระบบหมุนเวยี นเลือด

โดยระบบหมนุ เวยี นเลือด •กำรทำงำนของตอ่ มเหงอื่

ผวิ หนงั และ กล้ำมเน้ือ นกั เรียนทาอะไรได้

โครงร่ำง •วำดภำพระบบหมุนเวียนเลือด ตอ่ มเหง่ือ

ว1.2 ม4/5 อธิบำย และ นกั เรยี นรู้อะไร

เขยี นแผนผังเก่ยี วกบั กำร • โครงสร้ำงของระบบภมู ิคุม้ กนั

ตอบสนอง ของร่ำงกำย • กลไกกำรต่อตำ้ นหรอื ทำลำยส่งิ แปลกปลอมแบบไม่จำเ

แบบไมจ่ ำเพำะ และแบบ • กลไกกำรต่อตำ้ นหรือทำลำยส่งิ แปลกปลอมแบบจำเพำ

จำเพำะต่อ สิง่ • กำรสร้ำงภูมิคุม้ กนั ให้กับรำ่ งกำย

แปลกปลอมของร่ำงกำย • ภูมิคุ้มกันรับมำ

• ภูมคิ ้มุ กันสร้ำงเอง

นของไต นำไปสู่
นของปอด สมรรถนะของผ้เู รียน คุณลกั ษณะอันพงึ
งเดิน ปสั สำวะ
ประสงค์
เพำะ 1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซ่อื สัตยส์ จุ ริต
ำะ
สื่อสำร 2.ควำมมวี ินัย
2. ควำมสำมำรถในกำร 3.ใฝเ่ รียนรู้
คดิ 4.มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน

1) ทักษะกำรสำรวจ
ค้นหำ

2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท

3) ทกั ษะกำร
เปรียบเทียบ

4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลง
ขอ้ สรปุ
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใชเ้ ทคโนโลยี


Click to View FlipBook Version