ตวั ช้ีวัด ผเู้ รียนรอู้ ะไร/ทำอะไรได้
นกั เรียนทาอะไรได้
• วำดภำพกำรต่อต้ำนหรือทำลำยส่ิงแปลกปลอมไมใ่ หเ้ ขำ้
ว1.2 ม4/6 สืบค้นข้อมูล นกั เรียนรูอ้ ะไร
อธิบำย และยกตวั อยำ่ ง • ควำมผดิ ปกติของระบบภมู คิ มุ้ กนั
โรคหรอื อำกำรท่เี กดิ จำก • โรคภมู ิแพ้
ควำมผดิ ปกติของระบบ • โรคลูปัส หรือโรคเอสแอลอี
ภูมิค้มุ กนั นักเรยี นทาอะไรได้
• ทำงำนกลุ่ม สืบคน้ และอธบิ ำยควำมผดิ ปกติของระบบภ
ว1.2 ม4/7 อธบิ ำยภำวะ นกั เรยี นรูอ้ ะไร
ภูมิคุ้มกนั บกพรอ่ งทมี่ ี •โรคเอดส์
สำเหตุ มำจำกกำรติดเชอ้ื นกั เรียนทาอะไรได้
HIV • ทำงำนกลุ่ม สืบค้นและอธบิ ำยควำมผิดปกติของระบบภ
ว1.2 ม4/8 ทดสอบ นักเรยี นร้อู ะไร
และบอกชนดิ ของ • สำรอินทรยี ใ์ นพืช
สำรอำหำร ที่พืช • สำรอินทรยี ์ที่จำเป็นจำเปน็ ตอ่ กำรเจรญิ เติบโตของพชื โด
สงั เครำะหไ์ ด้ • สำรอินทรีย์ท่ีไม่จำเปน็ จำเปน็ ต่อกำรเจรญิ เติบโตของพชื
นกั เรยี นทาอะไรได้
• ออกแบบสำรอินทรยี ์ในพืช
ำสู่เน้ือเย่อื ในรำ่ งกำย นำไปสู่
สมรรถนะของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ภูมคิ ุ้มกนั 1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซื่อสัตยส์ จุ ริต
ภมู คิ มุ้ กนั
ดยตรง ส่อื สำร 2.ควำมมวี นิ ยั
ชโดยตรง 2. ควำมสำมำรถในกำร 3.ใฝ่เรียนรู้
คิด 4. มุง่ มั่นในกำรทำงำน
1) ทกั ษะกำรสำรวจ
ค้นหำ
2) ทกั ษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทกั ษะกำร
เปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะกำรตคี วำม
ข้อมูลและกำรลง
ขอ้ สรุป
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใช้เทคโนโลยี
ตัวช้วี ดั ผเู้ รียนรู้อะไร/ทำอะไรได้
ว1.2 ม4/9 สืบคน้ ขอ้ มูล นักเรียนรู้อะไร
อภิปรำย และยกตัวอย่ำง • สำรต่ำง ๆ ทพ่ี ชื บำงชนดิ สรำ้ งขนึ้ ไปใชป้ ระโยชน์ เช่น ใช
เกยี่ วกบั กำรใชป้ ระโยชน์ นักเรยี นทาอะไรได้
จำกสำรต่ำง ๆ ทพี่ ืชบำง • ออกแบบกำรทดลองยำหรือสมนุ ไพรในกำรรกั ษำโรคบำ
ชนิด สร้ำงขึ้น กำจดั ศัตรพู ืชและสตั ว์
ว1.2 ม4/10 ออกแบบ นกั เรยี นรูอ้ ะไร
กำรทดลอง ทดลอง และ • ปจั จยั บำงประกำรท่ีมีผลต่อกำรเจริญเตบิ โตของพืช
อธบิ ำย เกยี่ วกบั ปัจจยั • ปจั จยั ภำยนอก
ภำยนอกที่มผี ลตอ่ กำร •ปจั จยั ภำยใน
เจริญเตบิ โตของพชื นักเรยี นทาอะไรได้
ออกแบบกำรทดลองปจั จยั ภำยนอกท่มี ีผลตอ่ กำรเจรญิ เตบิ
ช้เปน็ ยำหรอื สมุนไพร นำไปสู่
ำงชนดิ ใชใ้ นกำรไล่แมลง สมรรถนะของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซอื่ สัตย์สุจริต
บโต
สื่อสำร 2.ควำมมีวนิ ัย
2. ควำมสำมำรถในกำร 3.ใฝเ่ รยี นรู้
คิด 4. มงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน
1) ทักษะกำรสำรวจ
ค้นหำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทกั ษะกำร
เปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลง
ข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใชเ้ ทคโนโลยี
ตวั ชวี้ ัด ผูเ้ รยี นรอู้ ะไร/ทำอะไรได้
ว1.2 ม4/11 สืบคน้ นักเรียนรอู้ ะไร
ข้อมลู เก่ยี วกับสำร ฮอร์โมนพชื ควบคมุ กำรเจรญิ เติบโตและเพิ่มผลผลติ ของพ
ควบคมุ กำร เจรญิ เติบโต นักเรียนทาอะไรได้
ของพชื ที่มนษุ ย์ •ออกแบบกำรทดลอง ทดลอง เกี่ยวกบั ปัจจัยภำยนอกทมี่
สังเครำะห์ข้นึ และ ของพชื
ยกตวั อย่ำงกำรนำมำ
ประยกุ ตใ์ ช้ทำงดำ้ น นักเรียนรอู้ ะไร
กำรเกษตรของพืช • กำรตอบสนองของพชื ตอ่ สิ่งเร้ำ
ว1.2 ม4/12 สังเกต •กำรตอบสนองท่ีมที ิศทำงสมั พันธก์ บั ทศิ ทำงของส่ิงเรำ้
และอธบิ ำยกำร •กำรตอบสนองที่มีทิศทำงไม่สมั พนั ธ์กับทิศทำงของสิง่ เร้ำ
ตอบสนองของพชื ต่อ นักเรยี นทาอะไรได้
สง่ิ เรำ้ ในรูปแบบตำ่ ง ๆ • ถำ่ ยรปู หรือวำดภำพกำรตอบสนองของพชื ต่อสิ่งเรำ้
ทม่ี ีผลตอ่ กำรดำรงชวี ิต • จัดกล่มุ และจำแนกประเภทของกำรตอบสนองของพชื ตอ่
พชื นำไปสู่
มีผลตอ่ กำรเจรญิ เติบโต สมรรถนะของผู้เรียน คุณลักษณะอนั พึง
อสิง่ เร้ำ ประสงค์
1. ควำมสำมำรถในกำร 1.ควำมซ่ือสัตย์สจุ ริต
ส่อื สำร 2.ควำมมวี ินยั
2. ควำมสำมำรถในกำร 3.ใฝเ่ รยี นรู้
คดิ 4. มงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน
1) ทกั ษะกำรสำรวจ
ค้นหำ
2) ทักษะกำรจำแนก
ประเภท
3) ทกั ษะกำร
เปรียบเทียบ
4) ทักษะกำรตคี วำม
ขอ้ มูลและกำรลง
ข้อสรุป
3. ควำมสำมำรถในกำร
ใช้เทคโนโลยี
เอกสารหมายเลข 6
การออกแบบ
1. วางแผนการจัดทาหนว่ ยการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
สำระท่ี 1 วิทยำศำสตร์ชีวภำพ
มำตรฐำน ว 1.2 เข้ำใจสมบตั ขิ องสงิ่ มชี ีวิต หน่วยพ้ืนฐำนของสิ่งมีชวี ติ กำรลำ
ของสตั ว์และมนษุ ย์ทท่ี ำงำนสัมพันธ์กัน ควำมสมั พนั ธ์ของโครงสร้ำงและหน้ำที่ ของอว
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สม
ตวั ช้ีวัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สา
• กำรลำเลยี งสำร
ว1.2 ม4/1 เขำ้ และออกจำก ผ
เซลล์ 1.ควำ
• กำรลำเลียงสำร ในกำร
ผ่ำนเยื่อหมุ้ เซลล์ 2.
• กำรลำเลียงสำร ควำม
โดยกำรสร้ำง ในกำร
เวลสเิ คิล 3.
ควำม
ในกำร
บหน่วยการเรยี นรู้
ำเลยี งสำรเข้ำ และออกจำกเซลล์ ควำมสมั พันธ์ของโครงสรำ้ งและหน้ำท่ขี องระบบตำ่ งๆ
วยั วะตำ่ ง ๆ ของพชื ทท่ี ำงำนสัมพนั ธก์ ัน รวมท้งั นำควำมร้ไู ปใช้ประโยชน์
นาไปสู่ ช้นิ งาน/ภาระ แนวการจัดกจิ กรรมการ
งาน เรียนรู้
มรรถนะ คุณลกั ษณะอนั
าคญั ของ พึ่งประสงค์ •แผนผังมโนทัศน์ วิธสี อนแบบสบื เสำะหำ
ผ้เู รยี น เรื่อง กำรลำเลยี ง ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถ 1. ซื่อสตั ย์สุจริต สำรผำ่ นเซลล์ Model)
รส่อื สำร 2. มีวินยั
•ใบงำน เรอื่ ง กำร
3. ใฝ่เรยี นรู้ ลำเลียงสำรผ่ำน
มสำมำรถ 4. มุ่งม่ันในกำร เซลล์ในสิ่งมชี วี ติ
รคดิ ทำงำน
มสำมำรถ
รแกป้ ัญหำ
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สม
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคิดรวบยอด สาค
ผ
• เย่อื ห้มุ เซลล์มี เซลล์มีกำรลำเลียง
โครงสร้ำงเป็น สำรเขำ้ และออกจำก
เยอ่ื หุม้ สองชั้นที่ เซลลโ์ ดยอำศัย
มี ลิพดิ เปน็ คุณสมบัตกิ ำรเป็น
องคป์ ระกอบ เย่อื เลือกผ่ำนของ
และมโี ปรตีน เยื่อหุม้ เซลล์ทีม่ ีลิพดิ
แทรกอยู่ และโปรตีนเป็น
• สำรที่ละลำยได้ องคป์ ระกอบ ซึ่ง
ในลพิ ิดและสำร เซลล์จะมีรปู แบบ
ที่มขี นำดเล็ก กำรลำเลียงสำรที่
สำมำรถแพรผ่ ำ่ น แตกต่ำงกนั หลำย
เยื่อหมุ้ เซลลไ์ ด้ รูปแบบ ทัง้ กำรแพร่
โดยตรง สว่ นสำร กำรแพรแ่ บบฟำซลิ ิ
เทต กำรลำเลยี งสำร
โดยใช้
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอัน ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
คัญของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รยี น
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้ สม
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคิดรวบ สาค
ยอด ผ
ขนำดเลก็ ท่ีมีประจุ พลงั งำน และ
ตอ้ งลำเลยี งผ่ำน กำรลำเลียงสำร
โปรตีนทแี่ ทรก อยู่ ขนำดใหญ่ (เอน
ทเ่ี ยอื่ หุ้มเซลลซ์ ง่ึ มี โดไซโทซสิ และ
2แบบ คอื กำร เอกโซไซโทซสิ )
แพร่แบบ ฟำซิลิ
เทต และแอก
ทฟี ทรำน สปอรต์
ในกรณีสำร ขนำด
ใหญ่ เช่น โปรตนี
จะลำเลยี งเข้ำโดย
กระบวนกำรเอน
โดไซโทซสิ หรอื
ลำเลยี งออกโดย
กระบวนกำร
เอกโซไซโทซิส
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอัน ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
คัญของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รยี น
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สม
ตวั ช้ีวัด แกนกลาง ความคิดรวบยอด สาค
ว1.2 ม4/2 กำรรกั ษำดุลย กำรดำรงชีวิตของ กำรรักษำดลุ ยภำพ ผ
ภำพของนำ้ และ มนษุ ยจ์ ำเป็นต้อง ของนำ้ และสำรใน 1.ควำ
สำรในเลอื ด เกิด มีกำรรักษำดุลย เลือด ในกำร
จำกกำรทำงำน ภำพต่ำง ๆ ของ 2.
ของไต ซงึ่ เปน็ ร่ำงกำย ทั้งกำร ควำมส
อวัยวะ ในระบบ รักษำดลุ ยภำพ ในกำร
ขบั ถ่ำยท่มี ี ของนำ้ และแร่ธำตุ 3.
ควำมสำคญั ใน ในร่ำงกำยโดย ควำมส
กำรกำจดั ของ อำศัยกำรทำงำน ในกำร
เสยี ทมี่ ีไนโตรเจน ของไตในกำร
เป็น กรองและดูดกลบั
องค์ประกอบ สำรทมี่ ปี ระโยชน์
รวมทัง้ น้ำและ
สำรทีม่ ีปรมิ ำณ
เกนิ ควำม
ตอ้ งกำรของ
รำ่ งกำย
นาไปสู่ ช้ินงาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
งาน เรยี นรู้
มรรถนะ คุณลักษณะอัน
คัญของ พึงประสงค์ •ผงั สรุป เรื่อง วิธสี อนแบบสืบเสำะหำ
ผเู้ รียน กำรรักษำดุลย ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถ 1. ซื่อสัตย์สุจริต ภำพของนำ้ และ Model)
รสือ่ สำร 2. มวี ินยั สำรในเลือด
•ใบงำน เร่อื ง
3. ใฝ่เรยี นรู้ สว่ นประกอบและ
สำมำรถ 4. มุ่งมน่ั ในกำร กำรทำงำนของไต
รคิด ทำงำน
สำมำรถ
รแกป้ ญั หำ
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรียนรู้
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด
ว1.2 ม4/3 • การรักษาดุลยภาพ กำรดำรงชีวิตของ การรกั ษาดุลยภาพ 1.
ของกรด-เบสใน มนษุ ย์จำเป็นตอ้ ง ของกรด-เบส ใน
เลือดเกิดจาก การ มีกำรรักษำดุลย 2.
ทางานของไตท่ที า ภำพของกรด-เบส คว
หนา้ ท่ีขบั หรือดูด ในเลือดโดยอำศยั ใน
กลบั ไฮโดรเจน กำรทำงำนของไต 3.
ไอออน ไฮโดรเจน และปอด คว
คาร์บอเนตไอออน ใน
และแอมโมเนียม
ไอออน และการ
ทางานของปอด ที่
ทาหนา้ ที่กาจดั
คาร์บอนไดออกไซด์
นาไปสู่
สมรรถนะ คุณลักษณะอนั ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจัดกิจกรรมการ
สาคัญของ พงึ ประสงค์ งาน เรียนรู้
ผูเ้ รียน •ผังสรปุ เรอื่ ง วธิ ีสอนแบบสืบเสำะหำ
กลไกกำรรักษำ ควำมรู้ (5Es Instructional
.ควำมสำมำรถ 1. ซอื่ สัตยส์ ุจรติ ดลุ ย-ภำพของ Model)
นกำรสอื่ สำร 2. มีวนิ ยั กรด-เบส
. 3. ใฝ่เรียนรู้ ในร่ำงกำย
วำมสำมำรถ 4. มงุ่ มนั่ ในกำร
นกำรคดิ ทำงำน
.
วำมสำมำรถ
นกำรแก้ปญั หำ
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ สม
ตวั ช้ีวัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สาค
ว1.2 ม4/4 • การรกั ษาดุลย กำรรกั ษำของ กำรรักษำดุลยภำพ ผ
ภาพของ อุณหภูมิใน ของอณุ หภมู ิ 1.ควำ
อุณหภมู ิภายใน ร่ำงกำยโดยอำศัย ภำยในร่ำงกำย ในกำร
ร่างกาย เกิดจาก กำรทำงำนของ 2.
การทางานของ ระบบหมนุ เวยี น ควำมส
ระบบหมุนเวยี น เลือด ต่อมเหง่ือ ในกำร
เลือดที่ ควบคุม และกล้ำมเน้อื 3.ควำ
ปริมาณเลือดไป โครงรำ่ ง ในกำร
ทผี่ วิ หนงั การ
ทางานของ ตอ่ ม
เหง่อื และ
กลา้ มเน้ือโครง
ร่าง ซ่ึงส่งผลถึง
ปริมาณความ
ร้อนท่ีถูกเกบ็
หรือระบายออก
จาก ร่างกาย
นาไปสู่ ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
งาน เรยี นรู้
มรรถนะ คณุ ลักษณะอนั
คญั ของ พึงประสงค์ •ผงั สรุป เร่อื ง วธิ สี อนแบบสบื เสำะหำ
ผเู้ รยี น กลไกการรกั ษาดลุ ย ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถ 1. ซือ่ สัตย์สุจรติ ภำพของอณุ หภมู ิใน Model)
รส่ือสำร 2. มวี ินยั
รำ่ งกำย
3. ใฝ่เรยี นรู้
สำมำรถ 4. มุง่ มน่ั ในกำร
รคิด ทำงำน
ำมสำมำรถ
รแก้ปญั หำ
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ ส
ตัวช้ีวัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สา
ว1.2 ม4/5 • เมอ่ื เชอ้ื โรคหรือ รำ่ งกำยของมนษุ ย์ • ระบบภมู ิคุ้มกัน 1.คว
ในกำ
สิ่งแปลกปลอมอืน่ มีกลไกตอบสนอง • กลไกกำรตอ่ ตำ้ น 2.คว
ในกำ
เขำ้ สูเ่ น้อื เยื่อ ใน ต่อเช้อื โรคและสิ่ง หรอื ทำลำยสิ่ง 3.คว
ในกำ
รำ่ งกำย ร่ำงกำย แปลกปลอมที่เข้ำ แปลกปลอมแบบ
จะมกี ลไกในกำร สูร่ ำ่ งกำย ทั้งแบบ ไม่จำเพำะ
ตอ่ ตำ้ นหรือ ทีไ่ มจ่ ำเพำะ เชน่
ทำลำยสิ่ง ผิวหนัง เยื่อบุผวิ
แปลกปลอมทง้ั นำ้ ตำ น้ำยอ่ ย
แบบไมจ่ ำเพำะ ต่อมเหงือ่ เซลล์
และ แบบจำเพำะ เมด็ เลอื ดขำว
• เซลล์เม็ดเลอื ด กลุ่มฟำโกไซต์
ขำวกลมุ่ ฟำโกไซต์ และแบบท่ี
จะมกี ลไกในกำร จำเพำะ เช่น
ตอ่ ต้ำนหรือทำลำย เซลลเ์ ม็ดเลอื ด
ส่งิ แปลกปลอม ขำว
แบบไม่จำเพำะ
นาไปสู่ ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
งาน เรียนรู้
มรรถนะ คุณลักษณะอนั
าคัญของ พงึ ประสงค์ •รำยงำน เรอ่ื ง เซลล์ วิธีสอนแบบสืบเสำะหำ
ผูเ้ รยี น
วำมสำมำรถ 1. ซ่ือสตั ย์สุจริต เม็ดเลอื ดขำว ควำมรู้ (5Es Instructional
ำรสอื่ สำร 2. มวี ินัย
วำมสำมำรถ 3. ใฝ่เรียนรู้ •ใบงำน เรื่อง เซลล์ Model)
ำรคดิ 4. ม่งุ มั่นในกำร เม็ดเลือดขำว
วำมสำมำรถ ทำงำน
ำรแกป้ ญั หำ กลุ่มฟำโกไซต์
• ใบงำน เรือ่ ง กำร
ทำงำนของเซลล์บี
กิจกรรมกลุม่
เรื่อง กำรจำลอง
สถำนกำรณก์ ำร
ทำงำนของเซลลบ์ ี
และเซลล์ที
และเซลล์ที
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรยี นรู้ สม
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สา
ผ
• กลไกในกำร กำรต่อต้ำนหรอื • กลไกกำรตอ่ ต้ำน
ตอ่ ต้ำนหรือทำลำย ทำลำยสงิ่ หรือทำลำยสิ่ง
ส่งิ แปลกปลอม แปลกปลอม แบบ แปลกปลอมแบบ
แบบจำเพำะเปน็ จำเพำะเป็นกำร จำเพำะ
กำรทำงำนของ ทำงำนของเซลล์
เซลล์เม็ดเลือดขำว เม็ดเลอื ดขำว
ลิมโฟไซตช์ นิดบี ลมิ โฟไซต์ชนิดบี
และชนดิ ทซี ึ่งเซลล์
เม็ดเลือดขำว ท้ัง
สองชนดิ จะมีตัวรับ
แอนติเจน ทำให้
เซลล์ ทั้งสอง
สำมำรถตอบสนอง
แบบจำเพำะต่อ
แอนติเจน น้นั ๆ ได้
นาไปสู่
มรรถนะ คณุ ลกั ษณะอัน ชน้ิ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
าคญั ของ พึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผ้เู รยี น
•
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้ สม
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สาค
ผ
• เซลลบ์ ีทำหน้ำที่
สร้ำงแอนติบอดซี ง่ึ
ช่วยในกำร จบั กับ
สงิ่ แปลกปลอม
ต่ำง ๆ เพอื่ ทำลำย
ตอ่ ไป โดยระบบ
ภูมิคุ้มกัน เซลล์ที
ทำหนำ้ ที่
หลำกหลำย เช่น
กระตนุ้ กำรทำงำน
ของเซลล์บีและ
เซลล์ที ชนดิ อืน่
ทำลำยเซลล์ที่ตดิ
ไวรัสและเซลล์ ที่
ผดิ ปกติอื่น ๆ
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอัน ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
คัญของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รยี น
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ สม
ตวั ชว้ี ัด แกนกลาง ความคิดรวบ สาค
ยอด ผ
1.ควำ
ว1.2 ม4/6 • บำงกรณีร่ำงกำย ระบบภมู คิ ้มุ กัน ควำมผดิ ปกติ ในกำร
อำจเกดิ ควำม เหลำ่ นีเ้ กิดควำม ขอภมู ิคุ้มกนั 2.ควำ
ผิดปกติของระบบ ผดิ ปกติ ในกำร
ภูมิคุ้มกัน เช่น เช่น โรคภูมิแพ้ 3.ควำ
ภมู ิคุ้มกนั ตอบสนอง โรคลปู ัส ในกำร
ต่อแอนติเจน บำง
ชนิดอย่ำงรนุ แรง
มำกเกินไป หรอื
รำ่ งกำย มีปฏกิ ริ ยิ ำ
ตอบสนองตอ่
แอนติเจนของ
ตนเอง อำจทำให้
รำ่ งกำยเกดิ อำกำร
ผิดปกติได้
นาไปสู่ ช้ินงาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
งาน เรยี นรู้
มรรถนะ คุณลักษณะอนั
คัญของ พงึ ประสงค์ •ใบงำนควำม วธิ ีสอนแบบสืบเสำะหำ
ผู้เรยี น ผิดปกติ ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถ 1. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ ขอภูมคิ ุ้มกนั Model)
รส่ือสำร 2. มีวนิ ัย
ำมสำมำรถ 3. ใฝ่เรยี นรู้
รคิด 4. มุง่ มนั่ ในกำร
ำมสำมำรถ ทำงำน
รแกป้ ัญหำ
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ สาระการเรียนรู้ สม
ตัวชี้วัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สา
ว1.2 ม4/7 ภำวะพรอ่ ง
• บคุ คลทีไ่ ดร้ บั ภำวะพรอ่ ง ภมู คิ มุ้ กนั ผ
ว1.2 ม4/8 เลือดหรือสำรคัด ภมู คิ มุ้ กัน เช่น โรค 1.ควำ
หลัง่ ทม่ี ีเช้ือ HIV เอดส์ • สำรอนิ ทรย์ในพชื ในกำร
ซึ่งสำมำรถทำลำย 2.ควำ
เซลลท์ ีทำให้ พชื เปน็ สงิ่ มีชีวิตท่ี • สารอนิ ทรีย์ท่ี ในกำร
ภมู ิค้มุ กัน สำมำรถสรำ้ งอำหำรได้ จาเป็นตอ่ การ 3.ควำ
บกพร่อง และตดิ เองผำ่ นกระบวนกำร เจริญเติบโตของพชื ในกำร
เชอื้ ตำ่ ง ๆ ได้งำ่ ย สังเครำะห์ดว้ ยแสง ซ่งึ โดยตรง
ขึน้ มแี สง น้ำ แกส๊ •สารอินทรยี ์ทไี่ ม่ 1.ควำ
• กระบวนกำร คำร์บอนไดออกไซด์ จาเปน็ ตอ่ การ ในกำร
สังเครำะห์ด้วย และคลอโรฟิลล์เปน็ เจริญเติบโตของพชื 2.
แสงเป็นจดุ เริ่มตน้ ปัจจัยสำคัญ และจะได้ โดยตรง ควำม
ของกำรสรำ้ ง น้ำตำลกลูโคส และ ในกำร
นำ้ ตำลในพืช พชื 3.ควำ
เปล่ยี นนำ้ ตำลไป ในกำร
เป็นสำรอำหำร
และสำรอน่ื ๆ
นาไปสู่ ช้ินงาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
งาน เรียนรู้
มรรถนะ คณุ ลักษณะอัน
าคญั ของ พงึ ประสงค์ • ตรวจกำร วิธสี อนแบบสืบเสำะหำ
ผเู้ รียน นำเสนอหนำ้ ชั้น ควำมรู้ (5Es Instructional
ำมสำมำรถ 1. ซือ่ สัตยส์ ุจรติ เรียน เรือ่ ง Model)
รสือ่ สำร 2. มีวนิ ัย แนวทำงป้องกนั
ำมสำมำรถ 3. ใฝ่เรียนรู้ กำรติดเชื้อ HIV
รคดิ 4. มงุ่ มน่ั ในกำร
ำมสำมำรถ ทำงำน
รแกป้ ัญหำ
ำมสำมำรถ 1. ซอื่ สตั ยส์ ุจริต •รำยงำนกจิ กรรม วธิ สี อนแบบสบื เสำะหำ
รสอ่ื สำร 2. มีวินัย เรือ่ ง กำรทดสอบ ควำมรู้ (5Es Instructional
แป้งจำกกำร Model)
3. ใฝ่เรยี นรู้ สังเครำะหด์ ้วย
มสำมำรถ 4. มงุ่ ม่นั ในกำร แสงในใบพชื
รคดิ ทำงำน • กำรนำเสนอ
ำมสำมำรถ หน้ำช้ันเรยี น
รแกป้ ญั หำ
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้ สม
ตัวช้ีวัด แกนกลาง ความคดิ รวบยอด สาค
ว1.2 ม4/9 เช่น แกส๊ ออกซิเจนเปน็ ผ
คำรโ์ บไฮเดรต ผลิตภัณฑ์ 1.ควำ
ในกำร
โปรตนี ไขมัน นอกจำกนั้น พชื 2.ควำ
ในกำร
ทจ่ี ำเป็นตอ่ กำร ยงั สำมำรถ 3.ควำ
ในกำร
ดำรงชีวติ ของพืช สงั เครำะห์สำร
และสตั ว์ กลุม่ อ่ืน ๆ เชน่
คำรโ์ บไฮเดรต
โปรตีน ไขมัน
• มนษุ ย์สำมำรถ มนุษย์สำมำรถนำ • ปจั จยั บำงประกำรที่
นำสำรต่ำงๆ ท่ี สำรอัลคำลอยด์ มีผลต่อกำร
เจรญิ เติบโตของพชื ใช้
พืชบำงชนดิ สร้ำง กลุม่ ฟีนอลกิ
เป็นยำหรือสมุนไพร
ข้นึ ไปใช้ เทอรพ์ นี อยด์ และ ในกำรรกั ษำโรคบำง
ประโยชนเ์ ช่น สเตยี รอยด์ ชนิด
ใชเ้ ป็นยำหรือ มำประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็น
สมนุ ไพร ในกำร ยำหรือสมุนไพร
รักษำโรคบำง รกั ษำโรค กำจดั
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอนั ชิ้นงาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
คัญของ พึงประสงค์ งาน เรยี นรู้
ผู้เรียน
เรือ่ ง สำร
สังเครำะห์จำกพชื
•ผังมโนทัศน์ เรื่อง
กำรสงั เครำะห์
ด้วยแสงของพชื
•ใบงำน เรอื่ ง กำร
สังเครำะห์ดว้ ย
แสงของพชื
ำมสำมำรถ 1. ซื่อสัตยส์ ุจรติ •กำรนำเสนอ วธิ ีสอนแบบสืบเสำะหำ
รส่ือสำร 2. มีวนิ ัย
ำมสำมำรถ 3. ใฝ่เรียนรู้ ปัจจยั บำง ควำมรู้ (5Es Instructional
รคดิ 4. มงุ่ มน่ั ในกำร
ำมสำมำรถ ทำงำน ประกำรทีม่ ีผลต่อ Model)
รแก้ปัญหำ
กำรเจรญิ เติบโต
ของพชื ใช้เป็นยำ
หรือสมนุ ไพร ใน
กำรรกั ษำโรคบำง
ชนิด
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้
ตัวช้ีวัด แกนกลาง ความคิดรวบยอด
ชนิด ใช้ในกำรไล่ แมลงและศัตรพู ืช
แมลง กำจดั ยบั ยั้งกำรเจรญิ
ศัตรูพืชและสัตวใ์ ช้ เตบิ โตของ
ในกำรยับยง้ั กำร แบคทเี รยี และใช้
เจริญเติบโต ของ เปน็ วัตถุดิบใน
แบคทีเรยี และใช้ อตุ สำหกรรม
เปน็ วัตถดุ ิบใน
อุตสำหกรรม
ว1.2 ม4/10 • ปจั จัยภำยนอกท่ีมี กำรเจรญิ เตบิ โต • ปจั จัยภายนอกท่ี 1
มีผลตอ่ กา ใ
ผลต่อกำร ของพืชจำเปน็ ตอ้ ง เจรญิ เตบิ โตของ 2
พืช ค
เจริญเตบิ โต เช่น มีปัจจัยควบคมุ กำร • ปจั จยั ภายในท่ีมี ใ
ผลตอ่ กา 3
แสง นำ้ ธำตอุ ำหำร เจรญิ เติบโต แบ่ง เจริญเติบโตของ ค
พชื ใ
คำรบ์ อนไดออกไซด์ ออกเป็นปจั จัย
และออกซเิ จน ภำยนอก
ปจั จยั ภำยใน เชน่ ประกอบด้วย แสง
ฮอร์โมนพืช ซง่ึ พชื นำ้ แรธ่ ำตุ แกส๊
นาไปสู่
สมรรถนะ คุณลักษณะอนั ช้นิ งาน/ภาระ แนวการจัดกิจกรรมการ
สาคญั ของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผูเ้ รยี น
1.ควำมสำมำรถ 1. ซ่ือสตั ย์สุจรติ • รำยงำนกจิ กรรม วิธีสอนแบบสบื เสำะหำ
ในกำรสือ่ สำร 2. มีวนิ ัย เรื่อง ปัจจยั ควำมรู้ (5Es Instructional
2. 3. ใฝ่เรยี นรู้ ภำยนอกท่มี ีผล Model)
ควำมสำมำรถ 4. มงุ่ มั่นในกำร ต่อกำร
ในกำรคดิ ทำงำน เจริญเตบิ โตของ
3. พชื
ควำมสำมำรถ • ผงั มโนทศั น์
ในกำรแก้ปัญหำ เร่อื ง ปัจจัยทม่ี ี
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการเรยี นรู้ ส
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง ความคิดรวบยอด ส
มีกำร สังเครำะห์ คำร์บอนไดออกไซด์
ขนึ้ เพ่อื ควบคมุ แกส๊ ออกซิเจน และ
กำรเจรญิ เติบโต ปัจจัยภำยใน คอื
ในชว่ ง ชีวติ ต่ำง ฮอรโ์ มนพชื
ๆ
ว1.2 ม4/11 • มนษุ ย์มกี ำร ฮอร์โมนพชื •ฮอรโ์ มนพืช 1.ค
สังเครำะห์สำร ในก
มาตรฐาน/ ควบคุมกำร ประกอบดว้ ย ควบคุมกำร 2.
ตัวชี้วัด เจรญิ เติบโต ของ ควำ
พืชโดย ออกซิน ไซโทไค เจรญิ เตบิ โตและ ในก
เลียนแบบ 3.
ฮอร์โมนพืช เพือ่ นิน จิบเบอเรลลิน เพ่มิ ผลผลิตของพืช ควำ
นสำามรำะใกชา้ รคเวรบยี คนมุ รู้ ในสก
กแลำระแเเจกพรนม่ิ ญิ กผเลลตาผิบงลโติต เอทีลีน สา
ของพืช
กรดแอบไซซิก ซ่ึง
มนุษยส์ ามารถ
สงั เคสราาระะหส์ าคญั สาระการเรยี นรู้
ฮคอวรา์โมมคนดิพรชื วเบพยอื่ อใชด้
ควบคุมการ
เจริญเติบโตและ
เพม่ิ ผลผลิตของพชื
นาไปสู่
สมรรถนะ คุณลกั ษณะอัน ชิ้นงาน/ภาระ แนวการจดั กิจกรรมการ
สาคัญของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รียน ผลต่อกำร
เจรญิ เตบิ โตของ
พืช
ควำมสำมำรถ 1. ซ่ือสัตยส์ ุจริต • นำเสนอหน้ำ วิธสี อนแบบสืบเสำะหำ
กำรส่ือสำร 2. มีวนิ ัย ช้ันเรยี น เร่ือง ควำมรู้ (5Es Instructional
ฮอร์โมนพืช Model)
3. ใฝ่เรยี นรู้
ำมสำมำรถ 4. มุ่งมัน่ ในกำร
กำรคิด ทำงำน
ำมสำมำรถ นาไปสู่ ช้ินงาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
กมำรรรแถกน้ปะัญหำ คณุ ลักษณะอนั พงึ งาน เรียนรู้
าคญั ของ ประสงค์
ผเู้ รยี น
ว1.2 ม 4/12 • กำรตอบสนอง พืชมกี ำรตอบสนอง • กำรตอบสนอง 1.คว
ตอ่ ส่งิ เร้ำของพชื ต่อสิ่งเรำ้ 2 รปู แบบ ของพืชตอ่ ส่ิงเรำ้ ในกำ
แบ่งตำมควำม คือ รปู แบบท่ีมี 2.คว
สมั พันธ์กบั ทศิ ทำงสมั พนั ธก์ ับ ในกำ
ทศิ ทำงของสิง่ สิ่งเร้ำ เช่น กำร 3.คว
เร้ำไดไ้ ด้แก่แบบ ตอบสนองตอ่ แสง ในกำ
ท่มี ี ทิศทำง สิ่งสัมผสั
สมั พันธก์ บั แรงโน้มถ่วมของโลก
ทศิ ทำงของสง่ิ สำรเคมี นำ้ เป็นตน้
เรำ้ เชน่ ดอก และรูปแบบที่ไมม่ ี
ทำนตะวนั หนั ทิศทำงสมั พันธก์ ับ
เขำ้ หำแสง สงิ่ เร้ำ ซึ่งเกดิ จำก
ปลำยรำกเจริญ กำรเปลย่ี นแปลง
เขำ้ หำแรงโนม้ ปรมิ ำณนำ้ และ
ถว่ งของโลก แรงนเต่งภำยใน
และแบบท่ไี มม่ ี เซลล์
วำมสำมำรถ 1. ซ่อื สัตยส์ ุจริต • แบบฝกึ หัด วธิ ีสอนแบบสืบเสำะหำ
ำรสือ่ สำร 2. มีวินยั • ผงั มโนทัศน์ ควำมรู้ (5Es Instructional
วำมสำมำรถ 3. ใฝ่เรียนรู้ เรอ่ื ง กำร Model)
ำรคิด 4. มุ่งมนั่ ในกำร ตอบสนองตอ่
วำมสำมำรถ ทำงำน ส่ิงเรำ้ ของพชื
ำรแกป้ ญั หำ
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั สาระการ สม
ความคิดรวบ เรียนรู้ สาค
ตัวชว้ี ัด แกนกลาง
ยอด ผ
กบั ทิศทำงของสิง่ เรำ้ แรงดนั เต่ง
เชน่ กำรหุบ และบำน ภำยในเซลล์
ของดอก หรอื กำรหุบ
และกำงของใบพืช
บำงชนิด
• กำรตอบสนองตอ่ สิง่
เรำ้ ของพชื บำงอยำ่ ง
สง่ ผล ตอ่ กำร
เจริญเติบโต เช่น กำร
เจรญิ ในทิศทำงเข้ำหำ
หรอื ตรงข้ำมกับแรง
โนม้ ถว่ งของโลก
กำรเจริญ ในทิศทำงเข้ำ
หำหรอื ตรงข้ำมกบั แสง
และกำร ตอบสนองตอ่
กำรสมั ผัสสิง่ เร้ำ
นาไปสู่
มรรถนะ คุณลกั ษณะอัน ชนิ้ งาน/ภาระ แนวการจดั กจิ กรรมการ
คัญของ พึงประสงค์ งาน เรียนรู้
ผเู้ รยี น
เอกสารหมายเลข 7 หนว่ ยก
มาตรฐาน/ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การลา
ตวั ชีว้ ัด
สาระสาคญั / สมรรถน
ความคดิ รวบยอด
ว1.2 ม 4/1 • เยอื่ หุ้มเซลล์มโี ครงสรำ้ งเปน็ เซลล์มกี ำรลำเลียงสำรเขำ้ และ 1.ควำมสำม
เยอื่ หุ้มสองช้นั ท่ีมี ลิพิดเปน็ ออกจำกเซลลโ์ ดยอำศัยคณุ สมบตั ิ ในกำรส่อื สำ
องค์ประกอบ และมโี ปรตีน กำรเปน็ เยอ่ื เลอื กผำ่ นของเย่อื หุ้ม 2.ควำมสำม
แทรกอยู่ เซลล์ทม่ี ีลพิ ิดและโปรตนี เป็น ในกำรคิด
• สำรทล่ี ะลำยไดใ้ นลพิ ิดและ องคป์ ระกอบ ซง่ึ เซลลจ์ ะมรี ปู แบบ 3.ควำมสำม
สำรท่มี ขี นำดเล็ก สำมำรถแพร่ กำรลำเลยี งสำรท่ีแตกต่ำงกัน ในกำรแกป้ ญั
ผำ่ นเย่ือหุม้ เซลล์ไดโ้ ดยตรง หลำยรปู แบบ ทั้งกำรแพร่ กำร
ส่วนสำร ขนำดเลก็ ที่มีประจุ แพรแ่ บบฟำซิลเิ ทต กำรลำเลียง
ต้องลำเลยี งผ่ำนโปรตีนท่ี สำรโดยใชพ้ ลังงำน และกำร
แทรก อยทู่ เี่ ยื่อหมุ้ เซลลซ์ ึ่งมี ลำเลยี งสำรขนำดใหญ่ (เอนโดไซ
2 แบบ คือ กำรแพร่แบบ โทซสิ และเอกโซไซโทซสิ )
ฟำซลิ เิ ทต และแอกทีฟทรำน
สปอร์ต ในกรณสี ำร ขนำด
ใหญ่ เชน่ โปรตนี จะลำเลียง
เข้ำโดยกระบวนกำรเอนโดไซ
โทซิส หรือลำเลยี งออกโดย
กระบวนกำร เอกโซไซโทซสิ
การเรยี นรู้
าเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์
นะ คุณลกั ษณะ ช้นิ งาน/ การวดั กจิ กรรมการ เวลา
ประเมนิ ผล เรยี นรู้ เรียน
อนั พงึ ภาระงาน (ชั่วโมง)
3
ประสงค์
มำรถ 1. ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ •แผนผงั มโนทัศน์ •ตรวจแผนผังมโน วธิ ีสอนแบบสบื
ทศั น์ เรอื่ ง กำร เสำะหำควำมรู้
ำร 2. มีวินัย เรื่อง กำรลำเลียง ลำเลยี งสำรผ่ำน (5Es Instructional
เซลล์ Model)
มำรถ 3. ใฝ่เรยี นรู้ สำรผ่ำนเซลล์ •ตรวจใบงำน เรื่อง
กำรลำเลียงสำรผำ่ น
4. มุ่งมน่ั ในกำร •ใบงำน เรือ่ ง กำร เซลล์ในสิง่ มชี ีวติ
• สงั เกตพฤตกิ รรม
มำรถ ทำงำน ลำเลยี งสำรผำ่ น การทางาน
รายบคุ คล
ญหำ เซลล์ในสง่ิ มีชวี ติ • สงั เกตพฤตกิ รรม
การทางานกล่มุ
• สงั เกตพฤตกิ รรม
การนาเสนอ
• สงั เกตความมี
วนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และ
มงุ่ ม่นั ในการทางาน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การลา
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระสาคัญ/ สมรรถน
ตัวช้วี ัด
ความคดิ รวบยอด
ว1.2 ม4/2 กำรรกั ษำดลุ ยภำพของนำ้ และ กำรดำรงชีวิตของมนุษย์ 1.ควำมสำม
สำรในเลือด เกิดจำกกำร จำเปน็ ตอ้ งมกี ำรรักษำดลุ ยภำพ ในกำรสื่อสำ
ทำงำนของไต ซึ่งเป็นอวัยวะ ตำ่ ง ๆ ของร่ำงกำย ทง้ั กำรรกั ษำ 2.ควำมสำม
ในระบบขบั ถ่ำยที่มี ดลุ ยภำพของนำ้ และแร่ธำตใุ น ในกำรคิด
ควำมสำคญั ในกำรกำจัดของ รำ่ งกำยโดยอำศัยกำรทำงำนของ 3.ควำมสำม
เสยี ทมี่ ีไนโตรเจนเปน็ ไตในกำรกรองและดดู กลบั สำรท่มี ี ในกำรแก้ปญั
องค์ประกอบ รวมทง้ั นำ้ และ ประโยชน์
สำรที่มปี ริมำณเกนิ ควำม
ต้องกำรของร่ำงกำย
าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
นะ คุณลกั ษณะ ชน้ิ งาน/ การวัด กจิ กรรมการ เวลา
ประเมินผล เรียนรู้ เรียน
อันพึง ภาระงาน (ช่วั โมง)
•ตรวจผังสรุป เร่ือง วธิ ีสอนแบบสบื 3
ประสงค์ กำรรกั ษำดลุ ยภำพ เสำะหำควำมรู้
ของน้ำและสำรใน (5Es Instructional
มำรถ 1. ซือ่ สัตยส์ จุ ริต •ผงั สรปุ เรือ่ ง กำร เลอื ด Model)
• ตรวจใบงำน เร่ือง
ำร 2. มวี ินยั รักษำดุลยภำพ ส่วนประกอบและ
กำรทำงำนของไต
มำรถ 3. ใฝเ่ รียนรู้ ของน้ำและสำรใน • ตรวจสังเกต
พฤตกิ รรมกำร
4. มงุ่ มนั่ ในกำร เลอื ด ทำงำนรำยบุคคล
• ตรวจสงั เกต
มำรถ ทำงำน •ใบงำน เร่ือง พฤตกิ รรมกำร
ญหำ สว่ นประกอบและ ทำงำนกลมุ่
• สังเกตควำมมวี ินยั
กำรทำงำนของไต ไฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน
ในกำรทำงำน
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การลา
มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระสาคัญ/ สมรรถน
ตัวชี้วัด
ความคดิ รวบยอด
ว1.2 ม 4/3 • กำรรกั ษำดุลยภำพของกรด- กำรดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ 1.ควำมสำม
เบสในเลอื ดเกิดจำก กำรทำงำน จำเป็นตอ้ งมกี ำรรกั ษำดุลยภำพ ในกำรสอ่ื สำ
ของไตท่ีทำหนำ้ ท่ีขบั หรือดดู ของกรด-เบสในเลือดโดยอำศยั 2.ควำมสำม
กลบั ไฮโดรเจนไอออน กำรทำงำนของไตและปอด ในกำรคิด
ไฮโดรเจนคำรบ์ อเนตไอออน 3.ควำมสำม
และแอมโมเนยี มไอออน และ ในกำรแกป้ ญั
กำรทำงำนของปอด ทท่ี ำหนำ้ ที่
กำจัดคำรบ์ อนไดออกไซด์
าเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์
นะ คณุ ลกั ษณะ ชิ้นงาน/ การวดั กจิ กรรมการ เวลา
ประเมินผล เรียนรู้ เรียน
อันพึง ภาระงาน (ชวั่ โมง)
•ตรวจผงั สรุป เรอ่ื ง วิธีสอนแบบสบื
ประสงค์ กลไกกำรรกั ษำ เสำะหำควำมรู้ 1
ดลุ ย-ภำพของกรด- (5Es Instructional
มำรถ 1. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต •ผงั สรุป เรอ่ื ง เบสในรำ่ งกำย
•สงั เกตพฤตกิ รรม Model)
ำร 2. มวี ินัย กลไกกำรรกั ษำ กำรทำงำรำยบุคคล
•สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม
มำรถ 3. ใฝ่เรยี นรู้ ดุลย-ภำพของ กำรทำงำนกลมุ่
•สงั เกตควำมมีวนิ ัย
4. มุ่งมัน่ ในกำร กรด-เบส ไฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น
ในกำรทำงำน
มำรถ ทำงำน ในรำ่ งกำย
ญหำ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การลา
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระสาคญั / สมรรถน
ตวั ช้วี ัด
ความคดิ รวบยอด
ว1.2 ม 4/4 • กำรรักษำดลุ ยภำพของ กำรรักษำของอุณหภูมิในรำ่ งกำย 1.ควำมสำม
อุณหภูมภิ ำยในร่ำงกำย เกิด โดยอำศยั กำรทำงำนของระบบ ในกำรสื่อสำ
จำกกำรทำงำนของระบบ หมนุ เวยี นเลอื ด ต่อมเหงอ่ื และ 2.ควำมสำม
หมนุ เวียนเลอื ดที่ ควบคมุ กลำ้ มเนอื้ โครงร่ำง ในกำรคิด
ปริมำณเลอื ดไปทผี่ ิวหนงั กำร 3.ควำมสำม
ทำงำนของ ตอ่ มเหง่ือ และ ในกำรแก้ปญั
กล้ำมเน้ือโครงรำ่ ง ซึง่ ส่งผลถึง
ปรมิ ำณควำมร้อนทีถ่ ูกเก็บ
หรอื ระบำยออกจำก รำ่ งกำย
าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
นะ คณุ ลกั ษณะ ชนิ้ งาน/ การวัด กจิ กรรมการ เวลา
ประเมนิ ผล เรียนรู้ เรียน
อนั พงึ ภาระงาน (ชั่วโมง)
•ตรวจผงั สรุป เรื่อง วิธสี อนแบบสบื
ประสงค์ กลไกการรกั ษาดลุ ย เสำะหำควำมรู้ 1
ภำพของอณุ หภูมิใน (5Es Instructional
มำรถ 1. ซอื่ สัตยส์ จุ ริต •ผงั สรุป เรอ่ื ง รำ่ งกำย
•สังเกตพฤติกรรม Model)
ำร 2. มีวินัย กลไกการรกั ษา กำรทำงำรำยบุคคล
•สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม
มำรถ 3. ใฝเ่ รยี นรู้ ดลุ ยภำพของ กำรทำงำนกลมุ่
•สงั เกตควำมมวี นิ ยั
4. มงุ่ มน่ั ในกำร อณุ หภูมใิ น ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น
มำรถ ทำงำน ในกำรทำงำน
รำ่ งกำย
ญหำ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การลา
มาตรฐาน/ สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระสาคญั / สมรรถน
ตวั ช้วี ัด
ความคิดรวบยอด
ว1.2 ม4/5 • เมอ่ื เชอ้ื โรคหรอื ส่ิงแปลกปลอม •ร่ำงกำยของมนุษย์มีกลไก 1.ควำมสำม
อืน่ เขำ้ สูเ่ นือ้ เยอ่ื ในร่ำงกำย ตอบสนองตอ่ เช้อื โรคและสงิ่ ในกำรสื่อสำ
ร่ำงกำยจะมีกลไกในกำรตอ่ ตำ้ น แปลกปลอมที่เขำ้ สรู่ ่ำงกำย ทงั้ 2.ควำมสำม
หรอื ทำลำยสง่ิ แปลกปลอมท้งั แบบท่ีไม่จำเพำะ เช่น ผิวหนงั เยือ่ ในกำรคดิ
แบบไม่จำเพำะและ แบบ บผุ วิ นำ้ ตำ น้ำย่อย ตอ่ มเหงอื่ 3.ควำมสำม
จำเพำะ เซลล์เม็ดเลอื ดขำวกลุม่ ฟำโกไซต์ ในกำรแกป้ ญั
• เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขำวกลุ่มฟำโก และแบบท่ีจำเพำะ เชน่ เซลลเ์ มด็
ไซตจ์ ะมีกลไกในกำร ต่อต้ำน เลอื ดขำว
หรอื ทำลำยสิง่ แปลกปลอมแบบ •กำรตอ่ ต้ำนหรือทำลำยสิง่
ไม่จำเพำะ แปลกปลอม แบบจำเพำะเปน็ กำร
• กลไกในกำรต่อต้ำนหรอื ทำลำย ทำงำนของเซลล์เมด็ เลอื ดขำว ลมิ
ส่ิงแปลกปลอม แบบจำเพำะเป็น โฟไซตช์ นดิ บี
กำรทำงำนของเซลล์เม็ดเลอื ด
ขำว ลมิ โฟไซตช์ นดิ บีและชนดิ ที
ซ่ึงเซลลเ์ มด็ เลือดขำว ทง้ั สอง
ชนิดจะมตี ัวรบั แอนติเจน ทำให้
เซลล์ ทัง้ สองสำมำรถตอบสนอง
แบบจำเพำะตอ่ แอนติเจน น้ัน ๆ
ได้
าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
นะ คณุ ลกั ษณะ ช้นิ งาน/ การวดั กจิ กรรมการ เวลา
เรียน
อันพงึ ภาระงาน ประเมินผล เรียนรู้ (ชวั่ โมง)
2
ประสงค์
มำรถ 1. ซ่อื สัตยส์ ุจริต •ร ำ ย ง ำ น เ ร่ื อง •ตรวจรำยงำน เรื่อง วิธสี อนแบบสืบ
ำร 2. มวี ินยั เซลล์เมด็ เลอื ดขำว เซลล์เม็ดเลอื ดขำว เสำะหำควำมรู้
มำรถ 3. ใฝ่เรยี นรู้ •ใบงำน เร่ือง เซลล์ •ตรวจใบงำน เรื่อง (5Es Instructional
4. มุ่งมั่นในกำร เมด็ เลือดขำว เซลลเ์ ม็ดเลอื ดขำว Model)
มำรถ ทำงำน กลุ่มฟำโกไซต์ กลุ่มฟำโกไซต์
ญหำ • ใบงำน เร่ือง กำร • ตรวจใบงำน เร่ือง
ทำงำนของเซลล์บี กำรทำงำนของเซลล์
กจิ กรรมกลุ่ม เรอื่ ง บี
กำรจำลอง • ตรวจกิจกรรมกลุม่
สถำนกำรณ์กำร เรอื่ ง กำรจำลอง
ทำงำนของเซลลบ์ ี สถำนกำรณ์กำร
และเซลล์ที ทำงำนของเซลล์บี
และเซลลท์ ี
•สังเกตพฤตกิ รรม
กำรทำงำรำยบุคคล
•สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม
กำรทำงำนกลุม่
•สงั เกตควำมมวี นิ ยั
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น
ในกำรทำงำน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การลา
มาตรฐาน/ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระสาคัญ/ สมรรถน
ตัวช้ีวัด
ความคดิ รวบยอด
• เซลล์บที ำหน้ำทส่ี ร้ำง
แอนติบอดซี ึ่งชว่ ยในกำร จับ
กบั สิ่งแปลกปลอมตำ่ ง ๆ เพ่ือ
ทำลำยต่อไป โดยระบบ
ภูมิคุ้มกนั เซลล์ทที ำหน้ำที่
หลำกหลำย เช่น กระตนุ้ กำร
ทำงำนของเซลลบ์ แี ละเซลล์ที
ชนดิ อน่ื ทำลำยเซลลท์ ต่ี ิด
ไวรัสและเซลล์ ทผี่ ิดปกตอิ ่นื ๆ
าเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ การวัด กจิ กรรมการ เวลา
นะ คุณลักษณะ ชิ้นงาน/ ประเมินผล เรียนรู้ เรียน
(ชวั่ โมง)
อนั พึง ภาระงาน
ประสงค์