The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ฉบับครู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by vichuda.2520, 2022-10-12 06:42:04

การสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ฉบับครู

การสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ฉบับครู

Keywords: การสอนกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา ฉบับครู

194

-194-

เกณฑ์การประเมนิ ผลทกั ษะการเคล่ือนไหวพ้ืนฐานของนกั เรยี น

วาสนา คณุ าอภสิ ิทธิ์ (2560) ไดน้ ำเสนอไว้ 2 แบบ ครสู ามารถเลอื กใชไ้ ด้ตามความเหมาะสม ดังน้ี

มากกว่า 45 เกณฑ์ 1 มากกวา่ 40 เกณฑ์ 2
40-44 = ดมี าก 35-39 = ดมี าก
35-39 = ดี 30-34 = ดี
30-34 = ปานกลาง 25-29 = ปานกลาง
น้อยกวา่ 30 = ตำ่ น้อยกวา่ 25 = ตำ่
= ต่ำมาก = ตำ่ มาก

ขอ้ แนะนำสำหรับการสร้างแบบทดสอบทักษะการเคล่อื นไหวขน้ึ มาใชเ้ อง มีดังน้ี
ก) ต้องวิเคราะห์และเลือกทักษะที่จะนำมาวัดให้เหมาะสม โดยเฉพาะทักษะที่นักเรียนชอบใช้

และสำคญั ต่อการนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
ข) ในแต่ละแบบทดสอบ มีการกำหนดจุดมุ่งหมาย ภาพประกอบ คำอธิบายข้ันตอน วิธีการใช้

และวิธกี ารให้คะแนนอย่างชดั เจน
ค) ควรแบ่งกลุ่มนักเรียนท่จี ะทำการวดั ในแต่ละคร้ังใหม้ จี ำนวนเหมาะสม
ง) มีการตรวจสอบความแม่นตรงและความเปน� ปรนยั ของการให้คะแนน
จ) ผลการวดั หรือทดสอบควรมกี ารตรวจสอบอกี ครัง้ หนง่ึ เพอื่ ความม่ันใจในความถูกต้อง

นอกจากใช้แบบทดสอบทักษะต่างๆ ที่มักวัดในเชิงปริมาณแล้ว ครูสามารถเลือกใช้เทคนิคอื่นๆ ได้อีก
เช่น การใช้ตารางประมาณคา่ (rating scales) การใช้เกณฑ์มาตรฐาน (rubrics) เป�นต้น ในการวัดเชิงคุณภาพ
การให้นักเรียน วาดภาพ เป�นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง แต่ต้องใช้ควบคู่กับตารางประมาณค่าหรือเกณฑ์มาตรฐาน
ประกอบการประเมินด้วย จึงจะทำให้การวัดผลเป�นไปได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การวัดความถูกต้องสวยงาม
ความต่อเนื่องของท่าทางในการเคลื่อนไหว การวัดทัศนคติ นอกจากนั้น ยังอาจจำเป�นต้องวัดทักษะการ
เคลื่อนไหวต่างๆ ที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรคด์ ้วย เช่น การใช้สติป�ญญาในการแก้ป�ญหาการเคลื่อนไหว
ในสถนการณ์สมมตติ ่างๆ ในสว่ นการให้นักเรยี นทำแผนภูม/ิ กราฟแสดงความกา้ วหน้าทางทักษะของแต่ละคน
เป�นลกั ษณะการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เชิงพฒั นาการ แตไ่ ม่ใชก่ ารใหค้ ะแนน

¤èÙÁ×ͼéÊ٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÕÁè Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

195

-195-

3. ดา้ นความรู้
การวดั พฤติกรรมด้านความรู้ มีกระบวนการที่ต่างจากด้านสมรรถภาพทางกายและทักษะ เพราะมีเรื่อง

ของสติป�ญญาเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีระดับพฤติกรรมแตกต่างกันหลายระดับ ประกอบด้วย รู้-เข้าใจ-นำไปใช้-
วิเคราะห์- สังเคราะห์-ประเมิน เช่น ความรู้เกี่ยวกับหลักการใช้แรง การรับแรง การทรงตัว หลักการออกกำลัง
กาย ความหมาย องค์ประกอบ และหลักการสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย การคำนวณหาค่าดัชนมี วลกาย เปน� ตน้

ภาพประกอบที่ 8.17 พฤตกิ รรมดา้ นความรู้
http://lifestyemyself.blogspot.com/p/bloom.html
ครูควรสร้างแบบทดสอบขึ้นมาเองเพื่อความเหมาะสมและแม่นยำ โดยอาจใช้วิธีการสอบปากเปล่า
การเขียนตอบ การเขียนเรียงความ การทำแผนภมู ิป�ญญา ภาพวาด สมุดบันทกึ ฯลฯ โดยเลือกใช้วิธที ี่เหมาะสม
กับเพศและอายขุ องนกั เรยี น หลกั การสร้างแบบทดสอบความร้เู ก่ยี วกับกิจกรรมทางกาย มดี งั น้ี
ก) มีความครอบคลมุ เนอ้ื หาและจดุ เนน้ สำคญั ของกจิ กรรมทางกาย
ข) มคี วามยาว จำนวนขอ้ เหมาะสมกับเวลา
ค) ถ้อยคำในขอ้ สอบมคี วามเหมาะสมกับระดบั อายุของนักเรียน
ง) มีคำแนะนำการใชข้ อ้ สอบทง่ี ่ายและชดั เจน
จ) ไม่ควรถามเชงิ ความจำมากเกนิ ไป และควรเป�นคำถามเชงิ สร้างสรรค์
นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอีกหลายแบบที่นำมาใช้ในการวัดความรู้ของนักเรียนได้ เช่น แบบตรวจคำตอบ
(การกาถูก-ผิด การจบั คู่ การเติมคำ การเลือกคำตอบ) การสร้างคำตอบ เช่น การเขียนตอบสนั้ ๆ เปน� ตน้
ตอ่ ไปนเี้ ปน� ตัวอย่างแบบประเมินที่ครูสามารถนำไปใช้ในการประเมินนักเรียนได้

¤èÁÙ Í× ¼ÙéÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·ÁèÕ ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)

196

-196-

ตวั อยา่ งแบบประเมนิ ด้านความร้เู กีย่ วกับกจิ กรรมทางกายของวาสนา คณุ าอภิสทิ ธิ์ (2560)

1.แบบประเมนิ กิจกรรมทางกายดว้ ยตนเองของนกั เรยี น

ช่ือ............................นามสกลุ ..............................ระดบั ชั้น.............โรงเรียน................................

จังหวัด.....................................เขตพืน้ ท่กี ารศึกษา....................

ตอนท่ี 1 ดา้ นความรู้ 197

1.ใหน้ กั เรยี นบอกถึงการกระทำที่แสดงถึงการมีสขุ ภาพดี โดยเขียนลงในช่องที่กำหนดในภาพดา้ นลา่ ง

.............................. ...................................
.............................. .........................
................................
................................ ............................
............................
............................
................................ ............................
............................
...........................
............................. ...........................
.............................

หนูอยากมีสขุ ภาพดี เรยี นดี มีอนาคตมนั่ คง

¤èÁÙ ×ͼéÊ٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·èÕÁÕ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

198

-197-

2. การเคลือ่ นไหวอย่างกระฉับกระเฉงเป�นประจำทกุ วันช่วยใหเ้ ราเรยี นรู้ได้ดี เพราะเกิดการพฒั นาด้านอะไรบา้ ง
(ใหน้ กั เรยี นเขยี นลงในกลอ่ งขอ้ ความ)

......................................................... ............................................................
......................................................... ............................................................
........................................................ ...........................................................

................................................... ............................................................
................................................... ............................................................
................................................... ............................................................
.................................................. ...........................................................

................................................... ............................................................
................................................... ............................................................
................................................... ............................................................
...................................................

¤ÁÙè ×ͼéÙÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

199

-198-

3.การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทางกายช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายด้านอะไรได้บ้าง (ให้

นกั เรียนเขยี นลงในชอ่ งวา่ ง) ..........................................................................................
..........................................................................................
................................................................ ..........................................................................................
..........................................................................................
................................................................
................................................................
................................................................

................................................................

.............................................................................. ............................................................................
.............................................................................. ............................................................................
.............................................................................. ............................................................................
.............................................................................. ............................................................................
.............................................................................. ..........................................................................

4.ปจ� จบุ นั นกั เรียนสงู ................................เซนตเิ มตร หนกั .........................กิโลกรมั
5.เกรดเฉลย่ี ของนักเรยี น................................................

¤ÙèÁÍ× ¼Êé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÁÕè Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

200

-199-

4. ด้านเจตคตแิ ละคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคห์ รอื ด้านสงั คม
เจตคติ (affective) เป�นพฤติกรรมด้านทัศนคติ (attitude) (เช่น ความชอบ ความสนใจ ความพึงพอใจ

อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ความเชื่อ ค่านิยม) รวมทั้งการปฏิบัติตนด้วยคุณธรรม(moral) และจริยธรรม(ethics)
รวมกัน ผลที่ได้จากการวัดเจตคติในภาพรวม จะไม่สรุปเอาตามความคิดเห็นของนักเรียนเพียงคนเดียวหรือ
นักเรียนจำนวนน้อย แต่จะสรุปจากความคิดเห็นของนักเรียนทั้งหมดหรือโดยส่วนรวมของชั้นเรียนนั้นๆ แต่
สามารถแยกประเมินเป�นรายบุคคลได้

แบบทดสอบเจตคติจึงควรสร้างขึ้นมาใช้เองโดยครูผู้สอน การบริหารการทดสอบเจตคติควรมีคำชี้แจง
ในการทำข้อสอบท่ชี ัดเจน ง่ายต่อการทำความเขา้ ใจ และส้นั ๆเหมาะสมกับวยั ของนักเรียน เชน่ ตารางประมาณ
ค่า และอาจใช้สถานการณ์จำลองให้นักเรียนเลือกตอบหรือเขียนตอบสั้นๆ ประกอบภาพ ลักษณะของแบบวัด
ใช้ได้หลายแบบ โดยใช้หลักการเช่นเดียวกับการวัดความรู้ เช่น กิจกรรม/แบบฝ�กเป�นอย่างไร ระบบการสำรวจ
เวลาเรยี นควรเป�นเช่นใด ได้มสี ่วนร่วมเล่นกับเพื่อนๆแล้วรสู้ ึกอย่างไร อยากปฏิบัติกิจกรรมทางกายต่อไปเร่ือยๆ
หรือไม่ เพราะอะไร

ภาพประกอบท่ี 8.18 ตัวอยา่ งการใหน้ กั เรยี นแสดงเจตคตเิ กีย่ วกับการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายด้วย
นอกจากน้ัน การวดั พัฒนาการด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์หรือด้านสงั คม ยังเปน� อีกจุดประสงค์การ

เรียนรู้ที่สำคัญและจำเปน� สามารถประเมนิ ผลนักเรียนรวมกบั ด้านเจตคตไิ ด้ แต่ต้องแยกคำถาม/ประเด็น โดยมี
ขอบข่ายเกี่ยวกับ การปรับตัว มนุษยสัมพันธ์ การทำงานตามหน้าที่ การยอมรับผู้อื่น การเป�นผู้นำผู้ตาม ความ
ซื่อสัตย์ ฯลฯ รวมทั้งประสิทธิภาพในการเข้าไปอยู่ในสังคมและสถานภาพในสังคม ซึ่งเป�นคุณลักษณะของ
“ความเป�นพลเมืองดี” หรืออาจกล่าวได้ว่าเป�นคุณธรรมและจริยธรรมที่ผสมผสานอยู่ใน “น้ำใจนักกีฬา”
(sportsmanship)

¤ÙèÁÍ× ¼ÙéÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·ÁèÕ Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)

201

-200-

1) การวัดการปรับตัวเข้ากับสงั คม อาจทำไดโ้ ดยใช้แบบทดสอบทเ่ี ปน� มาตรฐาน หรอื ครสู ร้างขนึ้ เองให้

เหมาะสมกบั บรบิ ท

2) การวัดทัศนคตแิ ละความสนใจต่อสังคม อาจเป�นการให้ความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายแนะแนวกับครู

ทุกคน เทคนิคการวัดทำได้หลายวิธี อาจประเมินผลด้วยครูผู้สอนด้วยวิธีการสังเกตและจดบันทึกเอาไว้

นกั เรียนประเมินตนเอง การใหเ้ พ่ือนประเมิน การเขียนตอบเปน� รายบุคคล การใชต้ ารางประมาณค่า เป�นต้น

3) การวัดประสิทธิภาพในการเข้าสังคม สามารถใช้ตารางประมาณค่า เกณฑ์มาตรฐาน เป�น

แบบทดสอบทวี่ ัดความถ่ขี องพฤติกรรมนกั เรียนด้วยการสังเกตและบนั ทึกผลไว้

4) การวัดสถานภาพในสังคมอื่นๆ เป�นการวัดด้านการมีมนุษยสัมพันธ์ ตามปกติสภาพการณ์ในสังคม

จริงๆได้นำมาใช้ในห้องเรียนพลศึกษาและกิจกรรมทางกายอยู่แล้ว โดยถือเป�นห้องปฏิบัติการทางพฤติกรรม

(behavioral laboratory) การวัดสถานภาพในสังคมสามารถทำได้ในชั้นเรียน นอกชั้นเรียน ในทีมการ

แข่งขันหรือในกลุ่มการฝ�กผลของการทดสอบจะแสดงให้เห็นถึงลักษณะความเป�นผู้นำและผู้ตามในกลุ่ม และ

ความพยายามเข้าร่วมเป�นสมาชิกกลุ่ม เช่น การตั้งคำถามสมาชิกในกลุ่มให้

เปรียบเทียบว่าระหว่างบุคคลสองคนใครควรจะได้รับเลือกให้เป�นเพื่อนมากกว่ากัน

เปน� ตน้

การประเมินนักเรียนด้านนี้ เหมือนการสร้าง Meta Skills หรือ การสร้าง

ทัศนคติที่พร้อมจะเรียนรู้ แก้ไข พัฒนา จากสิ่งเดิมไปสู่สิ่งใหม่ที่ท้าทาย ทัศนคติ

ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นรู้จักตนเองเป�นอย่างดี มีความพร้อมที่จะ

พัฒนา มีความคิดสร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งใหม่ การแก้ป�ญหาที่ซับซ้อนอย่างชาญฉลาด

และมีความยดื หย่นุ ทางความคิด ไม่จมอยกู่ ับความคิดเดมิ ๆ

ตัวอย่าง การประเมินพฤติกรรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้วยตาราง

ประมาณค่าต่อไปนี้ เป�นการประเมินเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม โดย ภาพประกอบท่ี 8.19 “ครูเทพ”
วิเคราะห์จาก “น้ำใจนักกีฬา” ในเนื้อเพลงกราวกีฬา ซึ่งประพันธ์คำร้อง
โดย “ครูเทพ” มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สน่ัน เจ้าพระยาธรรมศกั ดิ์มนตรี

เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เมื่อ ป� พ.ศ. 2468 แต่ยังทันสมัยใช้ได้กับ

สภาพการณ์ในปจ� จบุ ัน

¤èÙÁÍ× ¼éÊ٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÁèÕ Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

202

-201-

ตารางที่ 8.1 ตวั อยา่ ง การประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคด์ ว้ ยตารางประมาณค่า
ของวาสนา คณุ าอภิสทิ ธ์ิ (2563)

ขอ้ พฤตกิ รรม 32 1

1 กลา้ หาญ มาก ปานกลาง นอ้ ย
2 อดทน
3 รู้แพ้
4 รชู้ นะ
5 รู้จกั ใหอ้ ภัย
6 ไม่เอาเปรยี บ
7 สามัคคี
8 ให้ความร่วมมอื กลมุ่
9 ไมเ่ หน็ แกต่ วั
10 ให้ความชว่ ยเหลอื ผู้ด้อยกว่า
11 มีความรบั ผดิ ชอบ
12 ซื่อสัตยส์ ุจรติ
13 มีความมน่ั คงทางอารมณ์
14 เออื้ อาทรคนอ่ืน
15 เคารพสิทธิผู้อน่ื

รวม

การประเมินสัมฤทธิผลของนักเรียนจากการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายเป�นสิ่งจำเป�น และต้องมีความ

ชัดเจนวา่ สอดคลอ้ งกับตัวชี้วัดในมาตรฐานของหลักสูตรสขุ ศกึ ษาและพลศึกษาในหอ้ งเรียนรวมหรือรายวิชาบังคับ
รวมทั้งผลการเรียนรู้ในสาระเพิ่มเติม/รายวิชา และจุดมุ่งหมายของกิจกรรมนักเรียน โดยสามารถใช้วิธีการและ
เคร่ืองมือต่างๆ อยา่ งหลากหลาย เช่น

ครูประเมนิ ส่งิ ต่อไปน้ี
- ความกระฉบั กระเฉง กระตือรอื ร้นในการเรยี นรู้ การเข้ารว่ มกิจกรรมต่างๆ
- พัฒนาการของทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานเมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการออกกำลังกาย
ประจำวนั ในชว่ งเวลา 20 นาที
- ความปลอดภัยในการปฏิบัติทักษะกิจกรรมทางกายที่เป�นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการดำรงชีวิต
ประจำวนั

¤ÁèÙ ×ͼéÊ٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·èÁÕ ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

203

-202-

- การรักษา/คงระดับสมรรถภาพทางกายโดยเปรียบเทียบระหว่างก่อนกับหลังเข้าร่วมกิจกรรม
ทางกาย เพราะนักเรยี นแตล่ ะคนมีความแตกตา่ งกนั ต้งั แต่เรม่ิ

ตารางที่ 8.2 ตัวอย่าง แบบประเมินด้านเจตคติและคุณลักษณะอันพึงประสงค์หรือด้านสังคมเกี่ยวกับกิจกรรมทาง
กายของวาสนา คุณาอภิสทิ ธิ์ (2560)

o ด้านการปฏิบตั ิตน: ขอใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี โดยทำเครอื่ งหมาย X ลงในช่องท่เี ป�นจรงิ

ข้อ รายการ ใช่ ไมใ่ ช่

1 ฉนั สามารถมีกจิ กรรมทางกายอยา่ งกระฉับกระเฉงเกอื บทุกวันในแต่ละสปั ดาห์

2 ฉันสามารถบอกให้พ่อแมห่ รือผู้ใหญ่มีกจิ กรรมทางกายอยา่ งกระฉับกระเฉงกบั

ฉนั ได้

3 ฉนั สามารถมกี จิ กรรมทางกายอย่างกระฉับกระเฉงในเวลาว่างเกอื บทกุ วันใน

แตล่ ะสปั ดาห์ แม้จะสามารถดูโทรทัศนห์ รือเล่นเกมแทนไดก้ ็ตาม

4 ฉนั สามารถมีกจิ กรรมทางกายอยา่ งกระฉบั กระเฉงเกอื บทกุ วนั ในแต่ละสปั ดาห์

แม้วา่ นอกบา้ นอากาศร้อนหรือมฝี นตก

5 ฉันสามารถบอกให้เพ่ือนสนิทปฏบิ ัติกจิ กรรมทางกายอยา่ งกระฉับกระเฉงพรอ้ ม

กับฉนั เกือบทุกวัน

6 ฉนั สามารถปฏบิ ัติกิจกรรมทางกายอย่างกระฉบั กระเฉงได้ แม้จะอยูท่ ่ีบา้ น

7 ฉนั สามารถทำอะไรๆ ไดอ้ ยา่ งกระฉบั กระเฉงเพราะฉนั รูว้ ิธีปฏิบัติ

8 ฉันสามารถปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทางกายอยา่ งกระฉับกระเฉงในช่วงเวลาว่างเกือบทกุ

วนั ได้ แม้วา่ จะมีงานหรือการบ้านมาก

รวม

¤ÁèÙ Í× ¼ÙÊé ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕÁè Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

204

-203-

o ดา้ นอารมณ:์ ขอให้นกั เรยี นสนุกกับการตอบคำถามตอ่ ไปน้ี โดยทำเคร่อื งหมาย X ลงในชอ่ งทต่ี รง

กบั ความรสู้ กึ ของนักเรียนอย่างแท้จรงิ

เมือ่ ฉนั มคี วามกระฉบั กระเฉง ........ ใช่ ไม่ใช่

1. ฉนั รสู้ ึกเบือ่ หน่าย

2. ฉนั ไม่ชอบ

3. ฉนั ไมร่ ู้สกึ สนกุ แต่อยา่ งใด

4. มันทำใหฉ้ ันไม่มคี วามสขุ

5. มันทำใหฉ้ นั หมดความอดทน ท้อแท้

6. ไม่เห็นมอี ะไรน่าสนใจ

7. ฉนั รสู้ ึกว่าน่าจะไปทำอยา่ งอืน่ จะดีกวา่

รวม

o ด้านสังคม: ขอให้นักเรียนใหค้ ะแนนต่อคำถามที่ว่า สมาชิกในครอบครัว (พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง) หรือ

เพื่อน (เพื่อนในชั้นเรียน เพื่อนบ้าน คนคุ้นเคย) เคยพูดคุยหรือปฏิบัติอะไรบ้างในช่วง 3 เดือนที่
ผา่ นมา โดยทำเครอื่ งหมาย X ลงในชอ่ งที่ตรงกับหมายเลขทเี่ ปน� ความจริงท่ีสุด

ในชว่ งเวลา 3 เดอื นทผ่ี ่านมา บ่อยมาก บอ่ ยครั้ง บางเวลา นาน ๆ ไมเ่ คย
ครอบครวั หรอื เพื่อน............... 5 4 3 ครง้ั 2 1
1. ปฏิบตั ิกจิ กรรมการเคลือ่ นไหวร่างกาย
พรอ้ มกบั ฉนั

2. ใหเ้ วลาปฏบิ ัติกจิ กรรมการเคล่ือนไหว
รา่ งกายกับฉัน

3. ชว่ ยเตือนฉันใหม้ กี ิจกรรมการ
เคลอ่ื นไหวรา่ งกายทกุ วัน (เชน่ วันน้จี ะ
ไปออกกำลงั กายกนั ไหม)

4. กระตุ้นและเตอื นให้ฉนั ปฏิบัติกจิ กรรม
ออกกำลังกายตามโปรแกรมท่ีวางไว้

5. เปลย่ี นความต้งั ใจเดมิ แล้วปฏบิ ัติ
กจิ กรรมการเคล่อื นไหวร่างกาย
(เดิน วิง่ ฯ) กบั ฉนั แทน

6. พูดคยุ แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับ
กิจกรรมการเคล่ือนไหวรา่ งกายกบั ฉัน

¤ÙÁè Í× ¼ÙÊé ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

205

-204-

ในชว่ งเวลา 3 เดอื นทผี่ า่ นมา บ่อยมาก บอ่ ยคร้ัง บางเวลา นาน ๆ ไมเ่ คย
ครอบครัวหรอื เพื่อน............... 54 3 ครง้ั 2 1
7. ช่วยคิดวางแผนการเคล่ือนไหว
รา่ งกายในเวลาวา่ ง

8. ชว่ ยวางแผนการปฏิบตั กิ ิจกรรมการ
เคลอ่ื นไหวร่างกายของฉัน

9. ถามความคดิ เหน็ /ความรู้กบั ฉัน
เกีย่ วกับวิธเี คลื่อนไหวร่างกาย

10. พูดคยุ กันวา่ มคี วามชอบในกิจกรรม
แผนการเคลอื่ นไหวร่างกายมากเพียงใด

รวม

นักเรียนควรได้รับการจูงใจให้ปฏิบัติกิจกรรมทางกายต่อเนื่อง ตลอดทั้งป� เพื่อแสดงว่ามีระดับ
ความสามารถในการเคลื่อนไหว ทักษะพื้นฐาน รวมทั้งสมรรถภาพทางกายก้าวหน้าเพียงใด หรือ ก้าวหน้าถึงระดับท่ี
ตนมุ่งหวังไว้หรือไม่ เช่น หลังการปฏิบัติกิจกรรมทางกายเป�นประจำทุกวันเป�นเวลา 2 เดือน นักเรียนสามารถปฏิบัติ
กิจกรรมต่างๆได้สำเร็จโดยไม่รู้สึกว่าหายใจหอบ หลังการปฏิบัติกิจกรรมทางกายเป�นประจำทุกวันเป�นเวลา 4 เดือน
นักเรียนสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นและนานขึ้น ความคาดหวังต่างๆที่กำหนดไว้ ครูควรแจ้งให้นักเรียนทราบและเข้าใจอย่าง
ชัดเจน และควรใหผ้ ลยอ้ นกลับนกั เรียนอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ทง้ั นกั เรียนทวั่ ไปและนักเรียนทมี่ คี วามสามารถพิเศษดว้ ย

การตดิ ตามผลและประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกาย

นอกจากครจู ะเป�นผ้ปู ระเมนิ ผลการปฏิบัติกิจกรรมทางกายของนักเรียนแล้ว ตัวนกั เรียนเองยังสามารถทำได้
ดว้ ยตนเองอกี ดว้ ย และทำไดห้ ลายวิธี สงิ่ สำคัญคอื ครูตอ้ งแนะนำใหใ้ ชว้ ธิ ที ี่เหมาะสมกบั อายขุ องนักเรียน เชน่

1. การประเมินตนเอง (self-assessment) ให้นักเรียนประเมินระดับกิจกรรมทางกายของตนเองโดยใช้
ตัวชว้ี ดั เชน่

1) ฉนั ไม่ไดห้ ยุดพกั ในระหว่างปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทางกาย
2) หัวใจฉนั เตน้ เรว็ ข้นึ และฉันได้ยนิ เสียงนั้น
3) ฉนั ไดท้ ำดที สี่ ุดแล้ว
4) ฉันชอบและสนกุ กับการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมทางกายเสมอ

¤ÁÙè ×ͼÊÙé ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÁÕè Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

206

-205-

2. การตรวจสอบอัตราการเต้นของหวั ใจ (heart rate check) ให้นักเรียนนับอัตราการเต้นของหัวใจในเวลา
30 วินาที ทั้งก่อน-ระหว่าง-หลังการปฏิบัติกิจกรรมทางกายแต่ละครั้ง โดยครูอธิบายว่า หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นขณะ
ปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกาย และกลบั เขา้ สภู่ าวะปกตเิ มือ่ ไดพ้ กั สน้ั ๆ

3. การทดสอบการพูด (talk test) แน่ใจว่านักเรียนสามารถพูดคุยได้ในขณะปฏิบัติกิจกรรมทางกาย หากไม่
สามารถพดู ได้ ร่างกายจะแสดงอาการออกมาเองคือ อาการหายใจหอบ เร็ว แรงข้นึ

4. การตรวจสอบการหายใจ (breathing check) แน่ใจว่านักเรียนสามารถได้ยินเสียงหายใจของตนเอง
มีผลการวิจัยบ่งชี้ว่า การได้รับประโยชน์จากการมีสมรรถภาพทางกายที่ดีนั้น สามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย
หรือปฏิบัติกิจกรรมทางกายในระดับที่หนักมากกว่าปกติ ในช่วงเวลานั้น จะหายใจหนักมากขึ้นและแตกต่างจาก
นักเรียนคนอ่นื ๆ สง่ิ เหลา่ น้ีเปน� ตัวอย่างการอธิบายทดี่ ีและมีประสทิ ธภิ าพตอ่ นกั เรียนทกุ คน

นอกจากนั้น ครูยังสามารถประเมินตนเองในการจัดการเรียนการสอนพลศึกษาและหรือกิจกรรมทางกายได้
ดังตัวอย่างในตารางท่ี 8.3 เป�นตัวอย่างการประเมินตนเองของครูในการจัดกิจกรรมทางกายให้นักเรียนทั้งก่อน
ระหว่าง และหลงั ปฏิบัติกจิ กรรมทางกาย

ตารางที่ 8.3 การตรวจสอบและประเมินการนำกจิ กรรมทางกายไปใช้จดั การเรยี นร้ขู องครู

ก่อนเรม่ิ ปฏิบตั กิ ิจกรรมทางกาย
รายการประเมนิ

อภิปรายถึงเปา้ หมายและประโยชนข์ องการปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกายในชวี ติ ประจำวนั กบั นกั เรยี น

นักเรียนเขา้ ใจวา่ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมทางกายเปน� ประจำมีประโยชน์และสนุก

แนใ่ จวา่ นกั เรยี นเร่ิมคุ้นเคยกบั ระเบยี บ หลกั ความปลอดภยั และข้ันตอนตา่ งๆ
ใหน้ ักเรียนมสี ่วนรว่ มในการวางแผนและนำแผนกิจกรรมทางกายไปใช้ในแตล่ ะวนั
วางแผนใหม้ กี ารบูรณาการกจิ กรรมทางกายเข้าไปในการเรียนการสอนวชิ าอน่ื ๆ
ช่วยนักเรียนให้พัฒนาทกั ษะจำเป�นในการเขา้ รว่ มกิจกรรมทางกายอยา่ งเต็มท่ีในการปฏบิ ตั ิแต่ละวัน รวมท้งั
ศกั ยภาพในการเปน� ผู้นำกิจกรรมทางกายในช้นั เรียน
สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและจูงใจนักเรยี นใหเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมทางกาย
อธบิ ายใหน้ กั เรียนรูว้ ิธีตรวจติดตามระดับกิจกรรมทางกายของตน เช่น การอธิบายวธิ ีทดสอบ
แนใ่ จว่าอปุ กรณแ์ ละสถานทต่ี ่างๆ สามารถหยิบใช้ไดง้ า่ ย สะดวก และมีจำนวนเพียงพอ เหมาะสมกบั อายุ
และความสามารถของนักเรยี น เช่น หอ้ งเรียน โรงยิมเนเซียม
แนใ่ จว่ากจิ กรรมและสิง่ อำนวยความสะดวกทง้ั หลาย นักเรียนสามารถนำมาใช้ไดเ้ หมาะสม
แน่ใจว่ากิจกรรมทงั้ หลายและพ้ืนท่ที ำกจิ กรรมทางกายมคี วามปลอดภยั ต่อนกั เรียน

ระหว่างปฏิบัตกิ ิจกรรมทางกาย
แนใ่ จวา่ นักเรียนอบอนุ่ ร่างกายไดถ้ ูกต้อง
แนใ่ จวา่ นกั เรยี นไดป้ ฏิบัติกจิ กรรมทางกายทีม่ ีความหนกั ระดับปานกลางถงึ ระดบั หนักตลอดเวลาท่ีกำหนด
แนใ่ จว่านกั เรียนผ่อนคลายรา่ งกายไดถ้ กู ต้อง

¤ÙÁè Í× ¼éÊ٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÕÁè Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

207

-206-

หลงั ปฏิบตั กิ ิจกรรมทางกาย
ใหน้ กั เรยี นพูด เขยี น อภปิ รายสะท้อนความรสู้ กึ ว่าเป�นอย่างไร (ข้อด-ี ขอ้ ควรปรบั ปรงุ )ในการปฏิบัตกิ จิ กรรม
ทางกาย และจดบนั ทกึ เพอ่ื การปรับใชใ้ นคร้ังตอ่ ไป
พดู คยุ ถงึ วธิ กี ารทนี่ ักเรียนจะนำกจิ กรรมทางกายควบรวมไวใ้ นกิจกรรมการดำรงชีวิตในอนาคต

รวม

ส่วนตาราง 8.4 เป�นตัวอย่างการประเมินตนเองของครูในการจัดกิจกรรมทางกายให้นักเรียนที่มีความ
ต้องการพเิ ศษ

ตารางท่ี 8.4 รายการตรวจสอบตนเองของครใู นการจัดการเรยี นรสู้ ำหรับนักเรียนทีม่ คี วามต้องการพิเศษ

ข้อ รายการ
1 ทบทวนสงิ่ ต่อไปน้ี

1.1 ข้อมลู เกี่ยวกับความแข็งแรงและความต้องการของนักเรียนมีความทันสมยั
1.2 ข้อมลู ได้มาจากกการประเมินผลหลายๆป� รวมท้ังการประเมินด้านทักษะ
1.3 ข้อมลู ทางการแพทยท์ ตี่ ้องระมดั ระวงั และกจิ กรรมต่างๆท่ตี อ้ งหา้ ม
1.4 ความคาดหวงั ในการเรยี นรู้ของนกั เรยี นในวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา รวมทงั้ ความคาดหวงั อืน่ ๆ
1.5 ส่ิงอำนวยความสะดวกท่จี ำเป�นต่อนกั เรียน
1.6 อปุ กรณส์ ำหรบั นกั เรยี นบกพร่องตามความจำเป�นของนักเรียน
1.7 ข้อควรพิจารณาต่างๆทสี่ ำคญั อ่นื ๆ
2 สำหรบั ครูวิชาการ ทำงานใกลช้ ดิ กับครพู ลศกึ ษาและเพอ่ื นรว่ มงานทเ่ี ปน� แหลง่ ขอ้ มูลตา่ งๆ เพ่ือ
แลกเปล่ยี นเรียนรู้ข้อมลู แล้วนำมาผสมผสานในกลวธิ จี ัดการเรียนการสอน
3 ชว่ ยนักเรยี นท่วั ไปให้ตระหนกั ในความต้องการของเพื่อนรว่ มช้นั ที่มีความตอ้ งการพิเศษมากขึ้น
4 กำหนดกิจวัตรประจำของการเรยี นรทู้ นี่ ักเรียนทุกคนตอ้ งปฏบิ ัติ
5 พัฒนาเครอ่ื งมอื ประเมนิ ผลใหเ้ หมาะสม และให้สัมพนั ธ์กับการประเมนิ สรปุ ผล รวมทั้งรปู แบบการ
รายงานผลของโรงเรียน
6 ประเมินความสามารถของนักเรียนอย่างตอ่ เนอ่ื ง และจัดให้มสี ิง่ ตา่ งๆทม่ี ีความเหมาะสมเพิม่ เติม
เพอ่ื นำไปปรบั ใชใ้ นการเรียนรู้ตอ่ ไปตามสิ่งทค่ี าดหวงั
7 มีความยืดหย่นุ และหลากหลายในการใช้กลวธิ ีและวิธีการตา่ งๆ ที่จำเปน�
8 หลงั ส้นิ สดุ การเรียนรู้แต่ละหน่วย
-ใหน้ ักเรียนได้รับร้ผู ลการปฏิบัตขิ อตน……………………………………………………………………………………… …… …..
-การให้ความสนใจกิจกรรมต่างๆอยา่ งเพยี งพเหมาะสม……………………………………………………………… …… …..
-ส่งิ อำนวยความสะดวก และอุปกรณท์ ่ีใชม้ คี วามเพียงพเหมาะสม………………………………………………. ….. …..
-พจิ ารณากล่ันกรองว่านกั เรียนมีการเขา้ ร่วมกจิ กรรมในระดับทเี่ หมาะสมหรือไม่……………………………. ….. …..

รวม

¤èÙÁÍ× ¼ÊÙé ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

208

-207-

สำหรบั การวางแผนการประเมินผลการเรียนรพู้ ลศึกษาและกิจกรรมทางกายเด็กทบ่ี กพรอ่ งทางป�ญญาให้
สมบูรณ์แบบบ มคี ำแนะนำเพมิ่ เตมิ ดงั ตาราง 8.5

ตารางท่ี 8.5 จุดประสงค์ของการประเมนิ ผลการเรยี นรพู้ ลศกึ ษาและกจิ กรรมทางกายเดก็ ที่บกพรอ่ งทางปญ� ญา

พฤตกิ รรม ชน้ั เรียนสาระพนื้ ฐาน สาระเพ่มิ เตมิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
(เรยี นรวม)
1. ความรู้  (สำหรบั เดก็ บกพร่องทาง (สำหรบั เด็กบกพร่องทาง
2. เจตคติและ  ป�ญญา) ปญ� ญา)

คุณลักษณะทพี่ ึง  - 
ประสงค์  -
3. ทกั ษะการเคลอื่ นไหว 
4. สมรรถภาพทางกาย 


หมายเหต:ุ 1. การประเมินด้านทักษะการเคลื่อนไหว เพียงเพื่อการพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ได้เท่านั้น
(mastered / non-mastered)

2. การประเมินด้านสมรรถภาพทางกาย ประเมินเพียงความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด
และระบบหายใจ (cardio vascular endurance)

วิธกี ารและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามสภาพจรงิ

สำหรับวิธีการและเครอ่ื งมือประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามสภาพจริง ประกอบดว้ ย 2 ประเภทหลัก ดังน้ี
1. การประเมนิ แบบเลือกคำตอบ (selected responses)

ภาพประกอบที่ 8.20 เครอ่ื งมอื ประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ บบเลือกคำตอบ

¤ÁèÙ ×ͼÙéÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·èÁÕ Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

ประเภทเค ื่รอง ืมอ 209

-208-

ขอ้ ดี เหมาะในการประเมนิ ความรู้เกี่ยวกับข้อเทจ็ จริง แนวคดิ พื้นฐาน ทักษะทีไ่ มซ่ ับซอ้ น และตรวจให้
คะแนนได้รวดเร็ว

ข้อจำกัด ไม่เหมาะกับการประเมินทักษะการคิดระดับสูง อาจไม่เหมาะกับการประเมินตามสภาพจริง
เพราะเป�นการจำกัดความสามารถของนกั เรียน

2. การประเมินแบบสรา้ งคำตอบ (constructed responses)

เรียงความ การเขียนสะทอ้ น
การตอบแบบส้นั

แผนภูมิ กราฟ รายงาน
การจดั แสดงผลงาน แฟ้มสะสมงาน โครงการ
การพดู นําเสนอ การอ่านออกเสียง การอ่านทาํ นองเสนาะ

การโตว้ าที การอภิปราย
การแสดงการปฏบิ ตั ิต่างๆ
การแสดงดนตรี การเคล่ือนไหวการเล่นกีฬา การสาธิต

ภาพประกอบท่ี 8.21 เคร่ืองมือประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ บบแบบสร้างคำตอบ

ข้อดี ประเมินความสามารถที่แท้จริงในการนำความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ ตรวจให้
คะแนนไดร้ วดเร็ว และเหมาะสมกับการประเมินตามสภาพจรงิ

ข้อจำกัด การตรวจมีความซับซ้อน ค่อนข้างยาก ใช้เวลานาน อาจขาดความคงเส้นคงวา แก้ไขได้โดย
กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน เจาะจง และวัดได้ตรง เพอ่ื ระบุระดับคณุ ภาพ

¤èÙÁ×ͼÙÊé ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÁÕè Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)

210

-209-

ตารางที่ 8.6 วธิ ีการและเคร่อื งมือประเมนิ ผลใหส้ อดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรียนรูแ้ ตล่ ะดา้ น

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เคร่ืองมือ

1. ความรู้ การเขียนตอบ แบบวัด ภาพวาด
การสัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์
เกณฑ์มาตรฐาน(rubrics)
2. เจตคติ การสังเกต แผนภูมปิ ญ� ญา
การเขียนตอบ
การสัมภาษณ์ ตารางประมาณคา่
แบบวัด
3. ทักษะ การปฏิบัติ แบบสมั ภาษณ์
การแสดงความสามารถ จลุ สาร ภาพวาด สมดุ บนั ทึก
4. สมรรถภาพทางกาย การเขียนตอบ เกณฑม์ าตรฐาน(rubrics)
การเขยี น
5. คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ การวาดภาพ แบบทดสอบ
(น้ำใจนักกีฬา คณุ ธรรม จริยธรรม) แบบวดั
การปฏิบัติ ตารางประมาณคา่
การแสดงความสามารถ จุลสาร ภาพวาด
การเขียนตอบ เกณฑม์ าตรฐาน(rubrics)
การวาดภาพ
แบบทดสอบ
การสังเกต แบบวดั
การสมั ภาษณ์ จุลสาร ภาพวาด
การเขียนตอบ เกณฑม์ าตรฐาน(rubrics)

ตารางประมาณคา่
แบบสมั ภาษณ์
แบบวดั
จุลสาร ภาพวาด สมดุ บนั ทกึ

¤ÙÁè Í× ¼ÙéÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÁÕè ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

211

-210-

ตวั อยา่ ง เกณฑ์มาตรฐาน ( rubrics) ประเมนิ ด้านเจตคติ คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
นักเรยี นแสดงความซอ่ื สัตยโ์ ดย
 3 ปฏิบัติตามกฎ กตกิ า ไมโ่ กงเพอ่ื น ยอมรับเมื่อกระทำผดิ
 2 มีพฤติกรรม 2 ใน 3
 1 มีพฤตกิ รรม 1 ใน 3

ตัวอย่าง เกณฑ์มาตรฐาน ( rubrics) ประเมนิ ด้านทกั ษะ การปฏบิ ัติ
นกั เรยี นปฏบิ ัติสิ่งต่อไปน้ไี ด้ (การสง่ ลูกหน้ามอื )
 3 การยนื เทา้ นำเทา้ ตาม การถ่ายน้ำหนัก การโยนลูกก่อนตี และการตามแรง
 2 การยืนเทา้ นำเทา้ ตาม การโยนลูกก่อนตี และการตามแรง
 1 การยนื เทา้ นำเทา้ ตาม การโยนลกู ก่อนตี

ตัวอยา่ ง การประเมินดว้ ยการให้นักเรยี นวาดภาพ โดยใหน้ กั เรียนวาดภาพกิจกรรมทางกายทนี่ กั เรียนชอบ

¤ÁÙè Í× ¼ÙéÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÁèÕ ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

212

-211-

ตัวอยา่ ง การประเมินด้วยการให้นักเรยี นทำจลุ สาร แสดงทกั ษะการขวา้ งลกู บอล

ตัวอยา่ ง การประเมนิ ทกั ษะกฬี าฟุตบอลดว้ ยวธิ กี ารและเคร่อื งมือแบบผสมผสาน

¤ÁèÙ ×ͼÊé٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·èÕÁÕ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

213

-212-

ตวั อยา่ ง การประเมินทักษะการเล้ยี งลกู บาสเกตบอล 3 แบบ
แบบที่ 1

ช่อื นักเรียน.............................................นามสกลุ .........................................เลขที่…………………………………….วันท.่ี .....................................

ให้นักเรยี นระบายสสี ่วนสำคัญของมือทใ่ี ช้เล้ียงลกู บาสเกตบอล

แบบท่ี 2

แบบประเมินการเล้ียงลูกลูกบาสเกตบอล

ชอื่ ผสู้ ังเกต:_________________________ วันที่:________ชอื่ ผปู้ ฏบิ ตั :ิ _____________________ ห้อง:_______

ผ้สู ังเกต: ตอ้ งอ่านรายการประเมนิ การปฏบิ ตั ิของเพื่อน แลว้ สังเกตการปฏบิ ัติทง้ั มอื ขวาและมอื ซ้าย แล้วทำ X ในวงกลม

ผู้ปฏิบัติ: เล้ียงลกู บาสเกตบอลมอื ขวา 5 ครั้ง และมือซ้าย 5 ครงั้

กางน้วิ มือออก ขวา

ซ้าย

ใชฝ้ ่ามือ ขวา

ซ้าย

เกรง็ ขอ้ มอื ขวา

ซ้าย

เลีย้ งลูกสงู ระดับปานกลาง ขวา

ซา้ ย

โยกตัวไป-มา ขวา

ซ้าย

¤èÙÁ×ͼÊé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÕÁè Õ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

214

-213-

แบบท่ี 3

ช่อื นกั เรียนท่ีเลย้ี งลกู บาสเกตบอล ………………………………………………… ชื่อนกั เรียนท่ีเป�นผสู้ งั เกต …………………………………………………

แบบประเมินทักษะการเลย้ี งลกู บาสเกตบอลมอื ขวาและมอื ซ้าย

ผ้สู งั เกตตอ้ งจับตามองเพอ่ื นที่เลี้ยงลูกบาสเกตบอลในเวลา 1 นาที โดยสังเกตว่าเพื่อนเล้ียงลกู บาสเกตบอลได้ตามรายการหรอื ไม่

แลว้ ทำวงกลมล้อมคำว่า “ใช่” กับ “ไมใ่ ช”่ ให้ตรงตามความเป�นจริงในแต่ละรายการ

การเลย้ี งลกู ลกู บาสเกตบอลดว้ ยมือขวา

เงยหน้าขน้ึ ใช่ ไม่ใช่

งอเขา่ ใช่ ไมใ่ ช่

การเล้ยี งลูกลกู บาสเกตบอลด้วยมือซ้าย กางแขนซ้ายออก ใช่ ไมใ่ ช่

เงยหนา้ ขึน้ ใช่ ไมใ่ ช่
งอเข่า ใช่ ไม่ใช่

กางแขนขวาออก ใช่ ไม่ใช่

กระบวนการประเมนิ ผลนักเรยี น

กระบวนการประเมินผลนกั เรียน ควรดำเนินการดงั นี้
1. การบริหารห้องเรียนในการทดสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียเวลาโดยไม่จำเป�น การจัดชั้นเพื่อการบริหารการ
ทดสอบควรคำนงึ ถึงสิง่ ตอ่ ไปนี้

ก) การทดสอบนักเรียนจำนวนมาก (mass testing) แบบทดสอบบางอย่างสามารถนำมาใช้กับนักเรียน
จำนวนมากๆ ได้พร้อมกัน เช่น ลุก-นั่ง ดันพื้น โดยการแบ่งนักเรียนออกเป�น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกทำการทดสอบ ส่วนอีก
กล่มุ ทำการนบั (จบั คกู่ นั )

ข) การทดสอบนักเรียนเป�นกลุ่ม (squad testing) แบ่งนักเรียนออกเป�นกลุ่มๆ เป�นวิธีบริหารการทดสอบ
ที่นิยมกันมาก นักเรียนจะเข้าทำการทดสอบตามสถานีต่างๆ ทีละกลุ่มในแต่ละสถานี ผลการทดสอบจะบันทึกเป�นกลุ่ม
(มีระเบียนกลุ่ม)

¤èÙÁÍ× ¼ÊÙé ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)

215

-214-

ค) การทดสอบนกั เรยี นเปน� รายบคุ คล (individual testing) ครูบางคนชอบทดสอบนักเรียนเป�น

รายบุคคล พร้อมทั้งบันทึกผลหรือทำ

ระเบียนเป�นรายบุคคล นักเรียนจะเข้าทำ

การทดสอบตามสถานีต่างๆ ทีละคนจนครบ

ทุกสถานี หลังจากนั้นนักเรียนจะไปเข้าร่วม

กิจกรรมอื่นที่ครูจัดไว้ให้ต่อไป การทดสอบ

เป�นรายบุคคลทำให้ครูเอาใจใส่ในการ

ทดสอบและจัดกิจกรรมต่างๆ ให้นักเรียน

มากขึ้น การจัดกิจกรรมหลังจากเสร็จส้ิน https://bodycomplete.co.uk/hict-circuit-
training-aids-weight-loss/
การทดสอบจะช่วยลดป�ญหาการควบคุมช้ัน
และลดอบุ ัติเหตลุ งได้ (ดตู วั อยา่ ง

การบันทึกผลเป�นรายบุคคลได้ในตัวอย่าง

ระเบียนสะสม)

2. การควบคุมการทดสอบ ครูต้อง
บริหารการทดสอบให้เป�นไปอย่างราบร่ืน
และแมน่ ยำโดย ปฏิบตั ดิ งั น้ี

ก) อธิบายถึงความสำคัญของการ ภาพประกอบท่ี 7.24 การทดสอบนักเรียนเปน� กลุม่
ทดสอบกอ่ นการทดสอบ

ข) สาธิตการปฏบิ ตั กิ ารทดสอบใหถ้ ูกต้องก่อนการทดสอบจรงิ

ค) เตือนให้นกั เรยี นระมดั ระวงั เรือ่ งความปลอดภัย
ง) จูงใจนักเรียนให้ตั้งใจทำการทดสอบให้ดีที่สุด และการประกาศคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบไว้
ใกล้ๆบรเิ วณท่ีทดสอบ เพอ่ื ให้นักเรยี นรูผ้ ล

3. การทำงานหลังการทดสอบ หลังจากทดสอบเสรจ็ แลว้ ครูควรปฏบิ ตั ิดังน้ี
ก) เก็บรวบรวมระเบยี นการบนั ทึกให้เป�นระเบียบ

ข) ศึกษาผลของการทดสอบและใช้ผลท่ีศกึ ษานัน้ วางแผนโปรแกรมการทดสอบตา่ ง ๆ ต่อไป
ค) วเิ คราะหแ์ บบทดสอบวา่ วดั ไดต้ รงตามจุดม่งุ หมายหรอื ไม่
ง) ต้องตรวจสอบระดับคะแนนที่ได้จากการทดสอบอย่างระมัดระวังเพราะจะมีผลต่อ คะแนนของ

นักเรยี นตอ่ ไป

¤ÙèÁ×ͼéÙÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÁèÕ Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

216

-215-

ทกั ษะการสังเกตเพื่อการประเมนิ ผลนักเรียน

การเป�นนักสังเกต คือ การเฝ้ามองผู้คน เหตุการณ์ ปรากฏการณ์ความเป�นไปต่างๆ การสังเกตแล้วทำให้เกิด
การคิดวิเคราะห์(critical thinking) ได้รู้จักสิ่งนั้นๆมากขึ้น โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด การเป�นนักสังเกตที่ดีต้อง
อาศัยความตั้งใจ ความเอาใจใส่ การใช้สายตาจับจ้อง สมาธิ การฟ�ง การสัมผัส และกระบวนการคิด สมอง (brain)
ไม่สามารถ “เห็น” อะไรไดท้ กุ อยา่ ง แต่จะเหน็ ได้ดว้ ยการ “เจาะจง” จงึ จะทำให้รจู้ ดุ สำคญั ทักษะการสังเกตจึงฝ�กฝนได้
เช่นเดียวกับทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะกีฬา และทักษะอืน่ ๆ เช่นเดียวกับเวลาชมภาพยนตร์แล้วสามารถ “จับผิด” ได้
ครจู งึ จำเป�นตอ้ งฝก� ทักษะการสงั เกตให้ถูกตอ้ งและแมน่ ยำ

การสังเกตในที่นี้ หมายถึง 1) การวัดผล การประเมินผล หรือการตัดสินเกี่ยวกับเนื้อหาและกิจกรรม
2) การยอมรับว่าเป�นผทู้ ่มี คี วามเข้าใจในการสอนอย่างลึกซ้ึง 3) การรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั การประเมินผลพฤติกรรมของ
นกั เรยี น 4) การให้คะแนนความก้าวหนา้ 5) การใหค้ ะแนนความพยายาม และ 6) การให้คะแนนตามข้อตกลง

การทดสอบเป็ นสถานี
ตวั อยา่ งการฝึ ก/การทดสอบทกั ษะฟุตบอลเป็ นสถานี

เล้ ียงลกู

กระโดดกางแขน

ดนั ลกู บอล(ดนั พ้ ืน)

เดาะบอลดว้ ยเข่า สถานีละ
2 นาที
ลกุ -นงั ่ เข่างอ

ส่งลกู บอล ว่ิงเร็ว

กระโดดไปดา้ นขา้ ง

ภาพประกอบที่ 8.25 การทดสอบนกั เรยี นเป�นกลมุ่ การทดสอบทกั ษะและสมรรถภาพทางกลไกกฬี าฟตุ บอลเป�นสถานี
http://slideplayer.com/slide/7879165/

¤èÙÁ×ͼÙéÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕèÁ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

217

-216-

ทักษะการสังเกต เป�นคณุ สมบตั สิ ำคัญของครู ซึง่ ไม่ได้เกิดขน้ึ งา่ ยๆ หรอื รวดเรว็ แต่มลี ักษณะคลา้ ยคลึง
กับการเกิดทักษะการเคลื่อนไหว และทักษะกีฬา ดังกล่าวมาแล้ว แต่เวลาใช้จริงต้องใช้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง
และแม่นยำ คือ ต้องมีพื้นฐานความรู้ มีการนำความรู้ไปประยุกต์ มีการฝ�กและทบทวนปรับปรุงให้ดีข้ึน
โดยเฉพาะครูพลศึกษาและกิจกรรมทางกาย จำเป�นต้องฝ�กฝนทักษะการสังเกตเพื่อประโยชน์ในการ
ประเมนิ ผลการจดั การเรียนรโู้ ดยเฉพาะทักษะในการสังเกตการเคล่อื นไหวของนกั เรียน ซง่ึ กอ่ นท่คี รจู ะมีทักษะ
การสังเกตได้นั้น ครูจะต้องรู้และเข้าใจในลักษณะการเคลื่อนไหวต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดสำคัญ รู้ถึงการจัด
กระบวนการรู้ และรู้จักที่จะทำให้การเคลื่อนไหวง่ายหรือแยกย่อยทักษะเสียก่อน ครูจึงต้องฝ�กฝน ทบทวน
และปรบั ปรุงทกั ษะการสังเกตอยู่เสมอ นอกจากนัน้ ครูยงั ใชท้ กั ษะการสังเกตกับพฤตกิ รรมด้านความรู้ เจตคติ
สมรรถภาพทางกาย และคุณลักษณะต่างๆของนักเรียนได้ด้วย อย่างไรก็ตาม วิธีการสังเกตต้องใช้ควบคู่กับ
การบันทึกเป�นลายลักษณ์อักษรด้วยเครื่องมือต่างๆเสมอ เช่น ตารางประมาณค่า เกณฑ์มาตรฐาน (rubrics)
การเขยี นบันทึกส้นั ๆ และทักษะการสังเกตเปน� เร่ืองฝ�กกันได้ (Practice makes perfect!)

การพัฒนาประสาทสัมผัส การฝ�กปฏิบัติการใช้ประสาทสัมผัส ให้เกิดความชำนาญ จะต้องมีความ
มุ่งมั่น ตั้งใจจริง มีสมาธิในการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการแสดงออก เกิดจินตนาการ และช่วย
ป้องกันอันตรายได้

1. การได้เห็น เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทางตา ต้องพัฒนาการรับรู้ทางตาเพื่อให้ไวต่อการรับรู้
และมองสิ่งรอบๆ ตัว เพื่อจดจำ จดบันทึก แก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดป�ญหา เช่น การจับจ้องนักเรียนที่ชอบ
กอ่ กวน การปฏิบตั ขิ องนักเรยี นแต่ละคน

2. การได้ยิน เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทางหู ครูต้องคอยฟ�งเสียงต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในและนอก
ห้องเรยี น เช่น เสยี งนักเรียนพดู คยุ กนั เสยี งลกู บอลกระทบพื้น เสยี งประกาศของโรงเรียน

3. การได้กลิ่น เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทางจมูก ต้องมีความไวต่อการได้กลิ่น และสามารถบอก
ได้วา่ เป�นกลน่ิ อะไร เชน่ กลน่ิ ไฟไหม้ กลิ่นของเสีย

4. การได้ลิ้มรส เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทางล้ิน การชิมรส การรับรู้รสชาติต่างๆ ได้แม่นยำ
จำแนกไดเ้ มอื่ ได้รับรรู้ สน้นั ๆ

5. การได้สัมผัส เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทางมือ หรือ ผิวหนังส่วนอื่น ต้องมีความรู้สึกไวต่อ
สิ่งของที่ได้สัมผัสแต่ละชนิดว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น ผิวหยาบ ผิวนุ่ม ผิวแข็ง เช่น ลูกบาสเกตบอลผิวยาง-
หนงั พื้นสนามหญา้ -ซีเมนต์-ไม้

6. การฝ�กการเคลื่อนไหว การฝ�กเคลื่อนไหวให้สัมพันธ์กับจังหวะและอุปกรณ์ชนิดต่างๆ เช่น ลูกบอล
แร็กเกต กระบี่ ฯลฯ ถือว่าเป�นเรื่องพื้นฐาน เพราะเป�นการฝ�กการใช้อวัยวะทุกส่วนให้เคลื่อนไหวทั้งอยู่กับท่ี
และเคล่ือนทอ่ี ยา่ งคลอ่ งแคลว่ จะทำให้การจดั การเรยี นรู้โดยรวมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขนึ้

¤èÙÁ×ͼéÊ٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·èÁÕ ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

218

-217-

การให้คะแนน

การวัดผล การประเมินผล และการให้คะแนนเป�นของคู่กัน กระบวนการดังกล่าวเป�นความรับผิดชอบ
โดยตรงของครูทกุ คน ข้อควรระวังอย่างยิ่ง คอื การทีค่ รใู ชค้ ะแนนเพอ่ื การให้รางวัลหรือลงโทษนักเรียน จะทำ
ใหเ้ กดิ ความลำเอียงมากกวา่ การนำคะแนนไปใชอ้ ยา่ งนา่ เช่อื ถือและแมน่ ตรงในการวดั สัมฤทธิผลทางการเรียน

การให้คะแนนในวิชาพลศึกษา(การจัดอันดับ จัดตำแหน่ง) เป�นการแปลความหมายที่ได้จากการวัด
(ปรมิ าณ) และการประเมนิ ผล (คณุ ภาพ) เป�นกระบวนการทค่ี อ่ นขา้ งซบั ซอ้ นและตอ่ เน่อื ง เพราะคะแนนในแต่
ละตัวที่ได้มานั้นจะแสดงให้เห็นถึงสัมฤทธิผลของนักเรียนในแต่ละด้าน ซึ่งมีหน่วยจากการวัดแตกต่างกัน เช่น
การวัดสมรรถภาพทางกายมีหน่วยเป�นทั้งจำนวนครั้ง ระยะทาง เวลา คะแนนจากการวัดทุกด้านจึงมี
ความสำคัญต่อการตัดสนิ ผลการเรยี นทัง้ สนิ้

จุดมุ่งหมายของการให้คะแนน
1) เพอ่ื แจง้ ให้นกั เรยี นทราบถึงสถานภาพของตนเองว่าอยตู่ รงตำแหนง่ ใดหรือระดับใดของกลมุ่ หรือของ
นักเรยี นท้ังชน้ั
2) เพอ่ื แจ้งผลการเรยี นของนกั เรียนใหน้ กั เรียน กรรมการสถานศกึ ษา พ่อแมผ่ ปู้ กครอง และผู้เก่ียวข้อง
ไดท้ ราบ
3) เพ่อื เปน� สิ่งเรา้ ให้แก่นักเรียนบางคน
4) เพ่ือแนะแนวทางในการวางแผนการจัดหลักสูตร การสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการจัด
กลุ่มนักเรียนให้เหมาะสมมากขึ้น เพราะคะแนนเป�นตัวบ่งบอกถึงข้อดีและข้อบกพร่องของสิ่งที่กล่าวมาแล้ว
และยังบ่งบอกถึงสภาพของนกั เรียนไดด้ ว้ ย
5) เพื่อเป�นพื้นฐานในการแนะแนวนักเรียน เพราะคะแนนเป�นตัวบ่งชี้ถึงป�ญหาของนักเรียนได้ การให้
คะแนนจึงไม่ควรให้เพื่อเป�นการผลักดันหรือบังคับนักเรียนให้เข้าร่วมกิจกรรมพลศึกษา เพราะนักเรียนอาจ
เกดิ เจตคติท่ไี มด่ ตี อ่ วชิ าพลศกึ ษาได้

ลักษณะการให้คะแนน การให้คะแนนต้องให้ในลักษณะที่เกี่ยวกับพัฒนาการ ความพยายามของ
นักเรียน และมีความยดื หยุน่ ดงั รายละเอียด

• การให้คะแนนพัฒนาการ (grading on improvement) การให้คะแนนพฒั นาการมีวิธีการดงั น้ี
1. ใช้แบบทดสอบชนิดสอบแล้วสอบอีก (test-retest) หรือทดสอบซ้ำ หรือการทดสอบก่อนเรียน

กับหลังเรียน การทดสอบในครั้งแรกนักเรียนอาจได้คะแนนไม่ดี แต่ในครั้งหลังจะดีกว่าครัง้ แรกเพราะเกิดการ
เรียนรู้มากขึ้น สิ่งควรคำนึงคือ ครูไม่ควรบอกให้นักเรียนรู้ว่าเป�นการทดสอบพัฒนาการ ควรบอกเพียงว่า
“การทดสอบเป�นส่วนหนึ่งของการเรียน นักเรียนควรทำให้ดีที่สุด” มิฉะนั้นนักเรียนอาจแกล้งทำในครั้งแรก
เพื่อใหไ้ ด้คะแนนทดี่ ีในครัง้ ตอ่ ไป

¤ÁèÙ ×ͼÊÙé ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÁèÕ Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

219

-218-

2. แบ่งกลุ่มนกั เรียนก่อนการทำการทดสอบครั้งแรก เพราะนักเรยี นแต่ละกลุ่มจะไดม้ ีคะแนนเฉล่ีย
ความสามารถต่างกัน โดย 1) แบ่งนักเรียนเป�น 4 กลุ่มตามความสามารถ และ 2) ประเมินพัฒนาการของ
นักเรียนแต่ละกลุม่ โดยเปรยี บเทยี บคะแนนการทดสอบคร้งั แรกกบั คะแนนการทดสอบครง้ั หลัง

• การให้คะแนนความพยายาม (grading on effort) เป�นการให้คะแนนนักเรียนที่ทำไม่ได้ตาม

เกณฑ์ที่ครูกำหนดเอาไว้และทำได้ไม่เกินเกณฑ์เฉลี่ย สาเหตุที่ต้องมีการให้คะแนนความพยายาม คือ ในการ

เรียนพลศึกษาและกิจกรรมทางกาย มีนักเรียนจำนวนมากที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ผลการทดสอบไม่ถึง

เกณฑ์มาตรฐานหรือได้คะแนนไมด่ ี ซึ่งอาจเป�นเพราะความเสียเปรียบของชนิดและลักษณะของร่างกาย รวมท้ัง

ลักษณะของการเคลื่อนไหว ดังนั้น การทำคะแนนได้ไม่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าไม่แข็งแรงหรือตกเสมอไป ถ้า

นักเรียนได้ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้เกิดสัมฤทธิผลแล้ว นักเรียนก็ควรจะได้คะแนนตามความ

พยายามด้วย โดยครูต้องใช้ทักษะและความอดทน เอาใจใส่ในการสังเกตเป�นรายบุคคล และสามารถอธิบายให้

เหตุผลแก่นกั เรียนคนอนื่ ได้

ตัวอยา่ งการใหค้ ะแนนความพยายาม
ถา้ ให้วงิ่ เรว็ 50 เมตร เวลาโดยเฉลย่ี 12 วนิ าที และสมมติมีนกั เรยี น 6 คนเข้าทดสอบ

นักเรยี นท่ีมีลักษณะ เวลา (วินาท)ี

1) ขายาว 11.5

2) ร่างกายแขง็ แรงเพราะเป�นนกั กฬี า 11.7

3) แขนขาเลก็ บาง 11.9

4) ขนาดตัวปานกลาง 12.0

5) สงู และผอม 12.3

6) เตย้ี และอ้วน 12.5

จากตัวอย่างแสดงว่า นักเรียนที่เตี้ยและอ้วนตก แต่หากพิจารณาจากสรีระของนักเรียนแล้วจะเห็นว่า

การทดสอบครั้งนี้สมมตินักเรียนทุกคนมีร่างกายเหมือนกันหมด แต่เนื่องจากความอ้วนเตี้ยเป�นข้อเสียเปรียบ

ของนักวิ่งเร็ว ทำให้นักเรียนคนนี้ทำคะแนนได้ไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ย แต่นักเรียนคนนี้ได้ใช้ความพยายามมากกว่าคน

อนื่ ๆ ครจู ะให้ตกหรอื ไมใ่ นกรณนี ้ี

• การให้คะแนนด้วยความยืดหยุ่น (contract grading) เป�นการให้คะแนนเพื่อการเสริมแรงหรือ
สร้างแรงจูงใจทางบวกใหแ้ กน่ ักเรียน การให้คะแนนจะเนน้ การเรียนรู้ของนกั เรียนมากกว่าการสอนของครู และ
เป�นการตกลงกันเป�นลายลักษณ์อักษรระหว่างครูกับนักเรียน โดยครูจะสอนนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาและ
กำหนดเป้าหมาย พร้อมทั้งคาดคะเนประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ประจำวัน ด้วยข้อมูลดังกล่าว นักเรียนแต่
ละคนจะพัฒนาเป้าหมายของตนเอง นอกจากนนั้ ยังช่วยช้ีให้เห็นถึงผลพลอยได้ทนี่ กั เรียนต้องการจะทำในขณะ
เรียนวิชาพลศึกษาด้วย นักเรียนจะรับผิดชอบต่อการเรียนตามความพอใจของตนเอง สุดท้ายนักเรียนจะรู้ว่า

¤ÁÙè ×ͼÙéÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÁèÕ ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

220

-219-

ตนเองมเี ปา้ หมายอย่างไรในการเรียน แตก่ ารใหค้ ะแนนแบบยดื หยนุ่ อาจมีความยุ่งยาก เพราะตอ้ งใช้ระบบการ
ใหค้ ะแนนหลายๆระบบ

สรุป ระบบและกระบวนการประเมนิ ผลการเรียนรู้ จงึ ควรดำเนนิ การเป�นวงจร ดงั ภาพประกอบท่ี 7.26

ภาพประกอบท่ี 8.26 วงจรระบบและกระบวนการประเมินผลการเรียนรู้

¤èÙÁ×ͼÙÊé ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·ÁèÕ Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

221

-220-

เอกสารอา้ งอิง

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(2560).หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานและมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั ฯ
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560 (ฉบบั สมบูรณ์).
http://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf

กระทรวงศึกษาธกิ าร.(2551). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลางกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและ
พลศึกษาตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551.
http://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(2551).ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและ
พลศกึ ษาตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551.
https://sgs.bopp-obec.info/menu/Data/guidance01.pdf

กระทรวงศกึ ษาธิการ.(2553). แนวทางการจดั กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นตามตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551. https://sgs.bopp-obec.info/menu/Data/guidance01.pdf

วาสนา คุณาอภิสทิ ธ.ิ์ (2541). หลกั สตู รพลศกึ ษา.พมิ พ์ครง้ั ที่ 2.กรงุ เทพมหานคร:ศูนย์สง่ เสรมิ วิชาการ.
วาสนา คณุ าอภสิ ิทธ.์ิ (2559).การพัฒนาหลกั สตู รกิจกรรมทางกายสำหรบั นักเรยี นไทย.กรุงเทพมหานคร:

สำนักงานกองทุนสนบั สนุนการสร้างเสริมสขุ ภาพ (สสส.)
วาสนา คุณาอภสิ ทิ ธ.์ิ (2560).คมู่ ือหลักสตู รกิจกรรมทางกายสำหรับนักเรยี นไทย. กรงุ เทพมหานคร:

สำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.)
วาสนา คุณาอภสิ ิทธ.์ิ (2563).หลักสูตรและการจดั การเรียนรพู้ ลศึกษา ฉบบั ปรบั ปรุง.พิมพค์ รง้ั ท่ี ๔.

กรงุ เทพมหานคร:ศนู ย์ตำรา SCL.
สำนักงานกองทุนสนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ.(2549).แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพ

ทางกายท่สี มั พนั ธก์ ับสขุ ภาพสำหรับเด็กไทยอายุ 7-18 ป�.
https://dol.thaihealth.or.th/resourcecenter/sites/default/files/documents/_7-18_pii1_0.pdf
กรมพลศกึ ษา.(2562).คมู่ อื แบบทดสอบและเกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกายของเด็ก เยาวชน และ

ประชาชนไทย. https://www.dpe.go.th/manual-files-421391791798
ครแู ตว้ .(2012 ).มาร้จู ัก I.E.P. กนั เถอะ. https://www.gotoknow.org/posts/209435
สถาบันราชานกุ ลู กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ .(2019). ภาวะบกพรอ่ งทางสตปิ �ญญา/ภาวะปญ� ญา

อ่อน. https://th.rajanukul.go.th/preview-4009.html
Brozena, Catherine. (2013).Ten Ideas to Build Physical Activity in Your School.

https://thrivingschools.kaiserpermanente.org/ten-ideas-to-build-physical-activity-in-
your-school/. http://www.activelivingresearch.org/blog/2012/04/node/12551
Kerpan, Serene. (2016). The Effects of Integrated Classroom-Based Physical Activity on

¤ÙèÁÍ× ¼éÙÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·èÕÁ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

222

-221-

On-Task Behaviour for Indigenous Elementary School Students.
https://www.semanticscholar.org/paper/The-Effects-of-Integrated-Classroom-Based-
Physical-Kerpan/1d8b4744e64579d9163bc6dcb51166e65179cfca
Runde’s Room.(). Math Vocabulary Math Circle for Physical Activity in Upper Grades.
https://www.pinterest.com/pin/359936195201579859/

¤èÙÁ×ͼéÙÊ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃÑºà´¡ç ·ÕèÁÕ¤ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÑÞÞÒ)

-222-
¤ÁèÙ ×ͼÊé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·èÕÁ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

-222233 -

ภาคผนวก

- รายนามคณะดำเนนิ งานจัดทำคมู่ ือ
- ประวตั ผิ ้เู ขียน

¤èÁÙ Í× ¼Êé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃѺà´ç¡·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

224

-224-

รายนามคณะดำเนนิ การจัดทำคมู่ อื

ผู้เขียน
1. ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.มยรุ ี ศภุ วบิ ลู ย์
ผู้เช่ียวชาญดา้ นพลศึกษาสำหรบั เดก็ พเิ ศษ
2. รองศาสตราจารย ดร.วาสนา คุณาอภสิ ิทธ์ิ
ผูเ้ ชีย่ วชาญดา้ นหลักสูตรพลศกึ ษา
3. ศาสตราจารย์ ดร.เจรญิ กระบวนรตั น์
ผู้เช่ยี วชาญดา้ นวิทยาศาสตร์การกีฬา
4. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เกษม นครเขตต์
ผู้เช่ียวชาญดา้ นกจิ กรรมทางกาย
5. ดร.สามารถ รตั นสาคร
นักวชิ าการศกึ ษาชำนาญการพิเศษ สำนกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

บรรณาธกิ ารกจิ
1. นางสาวศุภนนั คงสุทธิ์ ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ
2. นางสาวสโรชา สทุ ธจิ ิต ผรู้ ว่ มโครงการ
3. นางธนัทอร อนรุ ักษ์ไพศาล เจ้าหน้าทโี่ ครงการ

¤ÁÙè ×ͼÙéÊ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕÁè Õ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§Êµ»Ô ÑÞÞÒ)

225

-225-

ประวตั ิผูเ้ ขียน (โดยยอ่ )

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มยุรี ศุภวบิ ูลย์

ประวัติการศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี
- กศ.บ พลศึกษา (เกยี รตินยิ ม) วิยาลยั วิชาการศกึ ษาพลศกึ ษา พ.ศ 2517
ปรญิ ญาโท
- กศ.ม พลศึกษา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ พ.ศ 2519
- M.S (Parks and Recreation Administration) Illinois State University, USA. พ.ศ 2530
ปรญิ ญาเอก
- Ph. D (Movement Studies in Disabilities) Oregon State University, USA. พ.ศ 2535

ประวตั กิ ารทำงาน
- อาจารย์ประจำคณะพลศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ พ.ศ 2520-2555
- รองคณบดีฝา่ ยวชิ าการ คณะพลศกึ ษา มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ พ.ศ 2552-2555
- ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสตู รดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวชิ า กีฬา นนั ทนาการ และการ
ทอ่ งเท่ยี ว พ.ศ 2553-2555

หนา้ ที่และประสบการณใ์ นการทำงาน
- ขา้ ราชการบำนาญ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ
- ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ทางพลศกึ ษาและนันทนาการ ระดับบณั ฑติ ศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
- กรรมการบริหารสมาคมสขุ ศกึ ษา พลศึกษา และสันทนาการแหง่ ประเทศไทย
- อปุ นายกสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแหง่ ประเทศไทย
- ผทู้ รงคุณวฒุ ิ วารสารสมาคมสขุ ศึกษา พลศกึ ษา และสนั ทนาการแหง่ ประเทศไทย
- ผทู้ รงคณุ วุฒิ วารสารคณะพลศึกษา มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
- ผ้ทู รงคุณวุฒิ วารสารวทิ ยาลยั ราชสุดา มหาวทิ ยาลยั มหิดล
- ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

¤èÙÁÍ× ¼Êé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕÁè ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾ÃÍè §·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

-222266-

รองศาสตราจารย ดร.วาสนา คุณาอภสิ ทิ ธ์ิ

ประวัตกิ ารศกึ ษา จบจากจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
- ครุศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ (ค.ด.) สาขาพลศึกษา ภาควิชาหลักสตู รการสอนและ

เทคโนโลยี
- ครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.) สาขาพลศกึ ษา
- ครุศาสตรบณั ฑติ (ค.บ.) วิชาเอกพลศึกษา วชิ าโทภาษาอังกฤษ
สถานทท่ี ำงานกอ่ นเกษยี ณอายรุ าชการ ภาควชิ าพลศกึ ษา คณะพลศกึ ษา
มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ
เกษยี ณอายรุ าชการ เมือ่ 30 กันยายน 2554
หน้าที่และประสบการณ์ในการทำงาน
- ข้าราชการบำนาญ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
- ความเชีย่ วชาญ

→ หลักสูตร และการพฒั นาหลักสตู ร
→ การสอน การจดั การเรยี นรู้ การประเมนิ ผล
→ การจัดทำหลกั สตู รสถานศึกษา
→ หลักสตู รและการจัดการเรียนร้พู ลศึกษา
→ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ กิจกรรมทางกาย ความฉลาดรู้ทางกาย
→ การวิจยั ปฏบิ ตั ิการในชน้ั เรียน
- รางวัลพระราชทานฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลนักวิชาการดีเด่นแห่งชาติ
สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา และสันทนาการ เมอ่ื 26 กมุ ภาพันธ์ 2555
- อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย สมาคมสุขศึกษา
พลศกึ ษา และสันทนาการแห่งประเทศไทย
- ประธานคณะกรรมการกำหนดหลกั เกณฑ์มาตรฐานบุคลากรด้านการกฬี าและนนั ทนาการขั้นพืน้ ฐานของกรมพลศึกษา
- วิทยากรให้การอบรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพครู เรื่อง หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดทำหลักสูตร
สถานศึกษา การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) การจัดทำสาระ
หลกั สตู ร คำอธบิ ายรายวิชา หนว่ ยการเรยี นรู้ โครงสรา้ งรายวชิ า และแผนการจดั การเรียนรู้ ใหแ้ ก่ครู 8 กลุ่มสาระ
- การศึกษารูปแบบและพฤตกิ รรมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาที่มปี ระสทิ ธภิ าพ (ทุนสนับสนุนจาก สสส.)
- การพัฒนาหลกั สตู รกจิ กรรมทางกายสำหรบั นกั เรียนในประเทศไทย (ทนุ สนบั สนุนจาก สสส.)
- การพฒั นาคมู่ อื หลกั สตู รกิจกรรมทางกายสำหรับนกั เรียนในประเทศไทย (ทนุ สนับสนุนจาก สสส.) 3 ช่วงชั้น
- การพฒั นาแบบประเมินความฉลาดรทู้ างกายสำหรบั เดก็ ไทย(ทนุ สนับสนุนจาก สสส.) 2560-2561

¤ÁèÙ ×ͼÊÙé ͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·èÕÁÕ¤ÇÒÁµéͧ¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

-222277-

ศาสตราจารย์ ดร.เจรญิ กระบวนรตั น์

ประวัติการศึกษา
- ครศุ าสตร์บัณฑติ คบ.(พลศกึ ษา) จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย 2518
- ครุศาสตรม์ หาบัณฑิต คม.(พลศึกษา) จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย 2520
- Certificate ผฝู้ �กสอนกรีฑา สหพันธก์ รฑี านานาชาติ 2532
- Certificate ผฝู้ ก� สอนกฬี าขน้ั สงู (IICC) Olympic Solidarity 2536
- Certificate การจดั โปรแกรมการฝ�กกลา้ มเน้อื จาก The Nautilus Academy U.S.A 2544

หนา้ ทแี่ ละประสบการณ์ในการทำงาน
- ผูเ้ ชี่ยวชาญและทีป่ รึกษาดา้ นการฝก� สมรรถภาพทางกายนักกีฬาทีมชาตไิ ทย การกฬี าแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2535-ปจ� จุบัน
- ถวายงานจดั โปรแกรมการออกกำลังพระวรกาย แด่สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร
ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 - 2560
- ประธานคณะกรรมการถวายงานกำกับดแู ลการออกกำลังพระวรกาย พระเจา้ หลานเธอพระองค์เจา้
สริ วิ ณั ณวรีนารรี ตั น์ ตัง้ แต่ พ.ศ. 2545-2560
- จดั โปรแกรมการสอนการพัฒนาทกั ษะกลไกการเคลอื่ นไหว แดค่ ุณพ่มุ เจนเซ่น ตงั้ แต่ พ.ศ. 2543
จนกระท่งั ถงึ แกอ่ นิจกรรม
- คณะกรรมาธกิ ารด้านวิทยาศาสตรก์ ารกีฬา การกฬี าแห่งประเทศไทย ต้ังแต่ พ.ศ.2545-ปจ� จบุ นั
- ผ้เู ช่ยี วชาญในการฝก� สมรรถภาพทางกายนักกีฬาทมี ชาตไิ ทยในการแขง่ ขันกฬี าซเี กมส์ เอเชยี่ นเกมส์
และโอลมิ ปก� เกมส์ ตงั้ แต่ พ.ศ.2545-ปจ� จบุ นั
- คณะกรรมการทปี่ รกึ ษาทางวิชาการดา้ นการออกกำลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข ต้ังแต่
พ.ศ. 2546-ปจ� จบุ ัน
- คณะกรรมการเตรียมนกั กีฬาไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย ตงั้ แต่ พ.ศ. 2550-ป�จจบุ นั
- ผเู้ ช่ยี วชาญดา้ นการฝ�กกีฬาของสำนกั วทิ ยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ตัง้ แต่ พ.ศ.2554-ป�จจบุ ัน
- ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ สำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ(สสส) ตง้ั แต่ พ.ศ.2560-ปจ� จุบัน
- ผู้เชย่ี วชาญและที่ปรกึ ษา ศูนยฝ์ ก� แบดมินตนั และวิทยาศาสตร์การกฬี า สำนักงานทรพั ยส์ ินสว่ น
พระมหากษตั ริย์ ตัง้ แต่ พ.ศ.2560-ป�จจบุ ัน
- ท่ีปรึกษาอธิบดกี รมพลศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ.2561 – ปจ� จุบนั
- คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรวทิ ยาศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรก์ ารเคล่อื นไหวและสุขภาพ
ราชวทิ ยาลัยจุฬาภรณ์ ตง้ั แต่ พ.ศ.2560 – ปจ� จุบัน

¤èÙÁ×ͼÊé٠͹¡Ô¨¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕèÁ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþÔàÈÉÃдºÑ »ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§ÊµÔ»ÞÑ ÞÒ)

-222288 -

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เกษม นครเขตต์

ประวตั กิ ารศกึ ษา
- ครุศาสตร์บณั ฑิต (พลศกึ ษา) คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั

พ.ศ. 2514
- ครุศาสตรม์ หาบณั ฑติ (พลศึกษา) คณะครุศาสตร์

จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย พ.ศ. 2519
- Administration in Physical Education Indiana University Bloomington, U.S.A. พ.ศ. 2526 (M.Sc.)
- Administration in Physical Education and Sport Indiana University Bloomington, U.S.A.

พ.ศ. 2530 (P.E.D.)
หนา้ ทแ่ี ละประสบการณใ์ นการทำงาน

- ข้าราชการบำนาญ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ พ.ศ. 2544-ปจ� จบุ นั
- ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ แผนสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย สำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.)
พ.ศ. 2547-2560
- ผูอ้ ำนวยการ ศนู ยว์ จิ ัยกิจกรรมทางกายเพอื่ สุขภาพ สนบั สนุนโดยสำนักงานกองทนุ สนับสนุนการสรา้ ง
เสรมิ สุขภาพ (สสส.) พ.ศ. 2557-2561
- กรรมการสมาคมสุขศกึ ษา พลศึกษา และสนั ทนาการแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2532-ปจ� จุบัน
- คณะกรรมการเครอื ข่ายโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรื้อรงั NCD Net,กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2553-ป�จจุบนั
- กรรมการจัดทำมาตรฐานและคู่มอื สาระการเรยี นรู้ กลมุ่ สขุ ศึกษา พลศกึ ษา กรมวชิ าการ
กระทรวงศึกษาธิการ ตาม พรบ.การศึกษาฯ พ.ศ. 2544
- กรรมการโครงการโรงเรยี นนำรอ่ งเพื่อทดลองพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษาทว่ั ประเทศตามแนว
ปฏิรูปการศึกษาและพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ ป� พ.ศ. 2544
- ไดร้ บั เชญิ จาก WHO Organizing Committee เข้าร่วมประชุมสัมมนาทางวิชาการ เร่อื ง The
Fourth International Conference on Health Promotion, July 21-25, 1997 ณ กรุงจากาตา
อินโดนเี ซยี
- ได้รับเชิญจาก School of Health Physical Education and Recreation, Indiana University,
Blooming, U.S.A. ศกึ ษาดงู านดา้ นการบรหิ ารจดั การหลกั สตู รวทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี า ระดับบัณฑติ ศกึ ษา ณ
มหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรฐั อเมริกา ระหว่างวันที่ 12-30 พฤษภาคม 2543
- รองคณบดฝี ่ายกจิ การนักศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ พ.ศ. 2532-2536

¤ÙèÁÍ× ¼Êé٠͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´ç¡·ÕèÁ¤Õ ÇÒÁµéͧ¡ÒþÔàÈÉÃдѺ»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)

-222929-

ประวัติการศึกษา ดร.สามารถ รตั นสาคร

- การศกึ ษาบณั ฑติ สาขาพลศึกษา-สขุ ศึกษา มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ

ประสานมิตร

- การศึกษามหาบัณฑติ สาขาพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร

- ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาการให้คำปรกึ ษาเพ่อื การฟ�นฟสู มรรถภาพคนพิการ

วทิ ยาลัยราชสุดา มหาวทิ ยาลัยมหิดล

- การศกึ ษาปรญิ ญาดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าหลักสตู รและการสอน คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั

หนา้ ทแี่ ละประสบการณ์ในการทำงาน

- ปจ� จบุ ันดำรงตำแหนง่ นกั วิชาการศกึ ษา ระดับชำนาญการพเิ ศษ หวั หน้ากลุ่มหลักสูตรและการสอน สำนัก

บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

- ปก� ารศึกษา 2545-2553 ปฏบิ ัตหิ นา้ ทค่ี รผู ู้สอน ณ ศูนยก์ ารศึกษาพเิ ศษ

- ป�การศกึ ษา 2527-2545 ปฏบิ ัติหนา้ ทค่ี รูผ้สู อน ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ

การฝก� อบรม

- รับทุนจาก Perkins International Program ไปศึกษาหลักสูตร Certificate in Adaptive Physical

Education, Perkins School for the Blind. ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

- ป�การศึกษา 2546-2547 ได้รับทุนจาก Perkins International Program ไปศึกษาหลักสูตร Diploma

in Special Education of Visually Handicapped and Multiply Handicapped Children and Youth,

Perkins School for the Blind. ประเทศสหรัฐอเมรกิ า

- ป�การศึกษา 2551 ได้รับทุนจาก Perkins International Program ไปอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตร

Educating Children with Visual Impairment and Additional Disabilities, Perkins School for the

Blind. ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

- ป�การศึกษา 2552 และ 2553ได้รับทุนโครงการความร่วมมือไทย-สิงค์โปร์ จากกระทรวงต่างประเทศ

เข้ารับการฝก� อบรมหลกั สูตร Certificate in Autism และ Higher Certificate in Autism, ประเทศสิงคโปร์

- ป�การศึกษา 2554 ได้รับทุนจาก JICA ประเทศญี่ปุ่น เข้ารับการฝ�กอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตร

Special Needs Education for ASIAN Region

- ป� 2554 ได้รับทุนจาก Japan International Cooperation Agency (JICA) ฝ�กอบรมหลักสูตร

ประกาศนยี บตั ร Special Needs Education for Asian Region ประเทศญ่ปี ุน่

- ป� 2556 ได้รับทุนจาก Israel Agency for International Development Cooperation เข้าฝ�กอบรม

หลักสูตรประกาศนียบัตร Early Childhood Education for Children with Special Needs ณ ประเทศ

อิสราเอล

¤ÁèÙ ×ͼÙÊé ͹¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Ò§¡Ò ÊÓËÃºÑ à´¡ç ·ÁÕè ¤Õ ÇÒÁµÍé §¡ÒþàÔ ÈÉÃдѺ»ÃжÁÈ¡Ö ÉÒ (»ÃÐàÀ·º¡¾Ãèͧ·Ò§Êµ»Ô ÞÑ ÞÒ)


Click to View FlipBook Version