The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mintana111, 2020-02-23 23:07:42

โอวาท4ท่านเหลี่ยวฝาน

วิธีสรางความดี


โอวาท 4 ทานเหลี่ยวฝาน




หนังสือเลมนี้จัดพิมพขึ้นดวยเงินบริจาค
หวังวาคงจะกอเกิดประโยชนสูงสุด
สมเจตนารมณของผูรวมบริจาคทุกๆ ทาน




โครงการหนงสือธรรมะแจกฟรี

www.mindcyber.com





พมพท : บญศรการพิมพ 02-561-1379, 02-9416650-1



1/6/2552 20:24:21
.indd 1 1/6/2552 20:24:21
.indd 1

คำนำ




ชีวิตนี้ทานกำหนดไดดวยตัวเอง อยาไดโทษ

ฟาดินอีกเลย การกระทำเปนเครื่องกำหนดเปา
หมายของชีวิตได อยูที่ตัวทานเองวาจะกำหนดเปา

หมายใหกับชีวิตอยางไร เมื่อทานไดอานหลักปฏิบัติ
ในการสรางความดีในหนังสือเลมนี้แลว ทานคงไม
ปลอยใหชีวิตเปนไปตามยถากรรมอีกตอไป


หนังสือเลมนี้ จึงเปนอีกเรื่องหนึ่งที่ทางโครง
การหนังสือธรรมะแจกฟรี มีความประสงคจะเผย
แผเปนเรื่องราวที่ทานเหลี่ยวฝานไดสอนลูกไว ซึ่ง

เปนการสรางอนาคตดวยการสรางความดี พรอม
ทั้งรูจักวิธีแกไขความผิดพลาด โดยตองมีความถอม

ตนเปนที่ตั้ง

www.mindcyber.com
พฤษภาคม 2552










1/6/2552 20:24:34
.indd 2
.indd 2 1/6/2552 20:24:34

สารบัญ



หนา

เกริ่นนำ 4
คุยกับทานผูอาน 7

โอวาทขอที่ 1

การสรางอนาคต 23

โอวาทขอที่ 2
วิธีแกไขความผิดพลาด 64

โอวาทขอที่ 3
วิธีสรางความดี 85


โอวาทขอที่ 4
ความถอมตน 130

ลำดับการสอบไลของจีนโบราณ 143
รายนามผูรวมบริจาค 145





Dhammaintrend ร่วมเผยแพร่และแบ่งปนเปนธรรมทาน





1/6/2552 20:24:34
.indd 3 1/6/2552 20:24:34
.indd 3

เกรินนำ





ลัทธิที่มีอิทธิพลอยางยิ่งในไประเทศจีน ก็คือ
ลัทธิของทานขงจื่อกับทานเหลาจื่อ


ทานขงจื่อ ทานดึงคนใหเขามาอยูในกรอบ
แหงจริยธรรม ประเพณี และพิธีกรรม เพื่อใหสังคม

อยูเย็นเปนสุขชั่วนิรันดร

ทานเหลาจื่อ ทานแกคนใหหลุดจากขอบขาย

ทั้งมวลในสังคม ใหดำรงชีวิตผสมกลมกลืนเปนอัน
หนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติอันเสรี ใหชีวิตเปนอมตะ

ชั่วนิรันดร

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาของชาวพุทธ

ทรงเห็นวา แมจะรอยรัดชีวิตใหอยูในขอบเขตไดดี
เพียงไร หากเกิดความขัดแยงทางจิตใจ ซึ่งเปนปกติ

วิสัยของชาวโลก ความทุกขยอมเขาครอบงำทันที






4 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:35
.indd 4 1/6/2552 20:24:35
.indd 4

ครั้นเมื่อแกคนใหหลุดพน จากพันธนาการของสัง
คมไดแลว ก็ยังหนีความทุกขอันเปนไปตามกฎแหง
ไตรลักษณหาพนไม ตราบใดที่ยังตองเวียนวายตาย

เกิดในวัฏสงสาร ตราบนั้นก็ยอมหนีความทุกขใน
วัฏจักรแหงกรรมไปมิไดเลย นอกจากจะพัฒนาตน

เองตามขบวนการของศีล สมาธิ และปญญา ดวย
วิปสสนากรรมฐาน จึงจะหลุดพนจากความทุกขทั้ง
มวลไดโดยสิ้นเชิง


ทานเหลี่ยวฝานเปนผูหนึ่ง ที่เขาใจและเขา

ถึงคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา ทานจึงนิพนธ
หนังสือนี้อันเปนประสบการณของทานเอง เพื่อชี้ให

ลูกทานเห็นวา ชีวิตที่อยูในกรอบแหงจริยธรรมก็ดี
หรือจะหลุดจากขอบขายทั้งมวลในสังคมก็ดี ลวน
แตเกิดจากเจตนารมณของตนเองทั้งสิ้น มิไดขึ้น

อยูกับลิขิตของฟาดิน ชะตาชีวิตมิใชขอชี้ขาดที่
จะแกไขมิได จะดีจะชั่วมิใชฟาดินจะบันดาลใหโดย

ไมคำนึงถึงเหตุผล ตัวเราเองตางหาก คือผูกำหนด



เกรนนำ 5




1/6/2552 20:24:36
.indd 5
.indd 5 1/6/2552 20:24:36

อนาคตของตนเอง ปุถุชนมักมองชีวิตวาถูกลิขิต
มาแลวแนนอนกอนเกิดเสียอีก ความจน ความรวย
ความสูงศักดิ์ ความต่ำตอย ความบุญมั่นขวัญยืน

หรือไม ลวนแตเกิดจากผลแหงกรรมอันเปนการ
กระทำดวยเจตนาที่ดีบางชั่วบาง ที่ตนเองไดสราง

สมไวแตชาติปางกอน วิบากยอมสงผลของชาติ
ที่แลวมาบาง ที่ยอนขึ้นอีกหลายๆ ชาติบาง ทัศนคติ
ที่มีตอกรรมเชนนี้ แมจะถูกตอง แตก็มิใชทั้งหมด


ทานเขียนหนังสือนี้ เพื่อสั่งสอนอบรมบุตร

ของทาน ตอมาทานเห็นควรพิมพแจกเปนธรรม ทาน
หนังสือนี้จึงแพรหลายมาจนทุกวันนี้ คำวา “พอ”

ในหนังสือนี้ จึงหมายถึงทานเหลี่ยวฝานนั่นเอง

เจือจันทร อัชพรรณ (มิสโจ)

อังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2524











6 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)



1/6/2552 20:24:36
.indd 6 1/6/2552 20:24:36
.indd 6



คยกบทานผอาน




7 กรกฎาคม ร.ศ. 199 เทียนเลมแรกไดถูก
จุดขึ้นโดยคุณจรูญ โหราทัย และครอบครัว เปน
ปจจัยใหเทียนดวงตอ ๆ มา ถูกจุดสวางไสว และ
ยังไมขาดสาย ซึ่งเปนใครใครแจก...แจก ใครใคร
ขาย..ขาย สบายใจกันดีทุกฝาย


คุณจรูญสงหนังชีวประวัติของทานเหลี่ยว

ฝานและทานอวิ๋นกุเถระมาให จึงไดยอมาเปน
อภินันทนาการแดทานผูอาน ในโอกาสปทองฉลอง

ความเปนเอกราชของชาติไทย ที่ยืนยงคงอยู
และจะคงอยูคูโลกเรา ชาติไทยใฝธรรมชาวไทย
สวนมากยังคงประพฤติดีปฏิบัติชอบ คุณงามความ

ดีของทุกทานเมื่อรวมกันแลว ยอมเปนเกราะปอง
กันผองภัย เปนพลังกำจัดอธรรม เปนกุศลวิบากที่

จักสงผลใหประเทศไทยบังเกิดความผาสุก และไพร
ฟาหนาใสอีกวาระหนึ่งอยางแนนอน





คยกบทานผอาน 7


1/6/2552 20:24:36
.indd 7 1/6/2552 20:24:36
.indd 7

ทานผูจารึกชีวประวัติของทานเหลี่ยวฝาน
มีนามวา เผิงซาวเซิง ทานเปนพุทธศาสนิกที่เครง
ครัดในศีล จริงจังในการฝกกรรมฐาน ชอบอยูตาม

ปาเขาลำเนาไพร และวัดวาราม ทานแตงตำราทาง
พระพุทธศาสนาไวมากมาย ทานเกิดและสอบจิ้น

ซื่อไดในรัชสมัยพระเจาเฉียนหลงฮองเตระหวาง
พ.ศ. 2275-2338 (ค.ศ. 1732-1795) ทานมีความ
เฉียบแหลมในสรรพวิทยาทั้งหลาย เมื่อทานอายุ

20 เศษๆ ทานมีความมุงมั่นจะประกอบวีรกรรมให
ชื่อเสียงเกียรติคุณปรากฎในประวัติศาสตรเหมือน

บรรพชนทั้งหลาย ตอมาทานกลับเห็นวาทางธรรมดี
กวาทางโลก หากปฏิบัติไดตามที่รูแจงเห็นจริงแลว
ยอมจักเปนผูที่ไมตองวกกลับ ทานจึงถือศีลกินเจ

กลางคืนนอนวัด กลางวันเขียนหนังสือธรรม
วันที่ทานจะจากโลกไป ทานสวดมนตหันหนา

สูทิศตะวันตก สวดจนหมดลมไปดวยอาการนั่ง
อยางสงบ ทานมีชีวิตอยูในโลกเพียง 57 ป แตก็เปน








8 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:36
.indd 8
.indd 8 1/6/2552 20:24:36

57 ป ที่ ทรงคุณคา ผลงานของทานเปนคุณ ประโยชน
ตอชนรุนหลังอยางมหาศาล ผูดอยปญญา ขอนอม
คารวะตอทาน และกราบขออนุญาตยอประวัติทาน

เหลี่ยวฝาน ณ บัดนี้


ทานเหลี่ยวฝานเปนชาวเจียงหนาน (กังหนำ)
อายุ 437 ปในปนี้หากทานยังมีชีวิตอยู ทานสอบ

จิ้นซื่อไดและเขารับราชการเมื่ออายุ 37ป คนสมัย
กอนมีเวลาร่ำเรียนมากกวาพวกเราสมัยนี้ ทานจึง
มีความรูกวางขวางลึกซึ้งยิ่งนัก เชี่ยวชาญในวิชา

การเกือบทุกแขนง นอกจากพุทธธรรมที่ทานสนใจ
มาก จนสามารถเขาถึงพระพุทธศาสนาอยาง

ถองแทแลว ทานยังเปนนักปราชญในทางอักษร
ศาสตร โบราณคดี คณิตศาสตร ดาราศาสตร
โหราศาสตร ไสยศาสตร เกษตรศาสตร อุทก

ศาสตร ธรณีวิทยา นิติศาสตร รัฐศาสตร ปรัชญา
ฯลฯ แมยุทธศาสตรทานก็ช่ำชอง สามารถใช

ปญญา เอาชนะโจรสลัดญี่ปุนที่โจมตีทาน ในขณะ






คยกบทานผอาน 9

1/6/2552 20:24:37
.indd 9
.indd 9 1/6/2552 20:24:37

ปฏิบัติการทางทหารที่ชายแดน ไดอยางงดงาม
ตำแหนงหนาที่ราชการของทานนั้น ดำรงทั้งฝาย
บุนและฝายบู ซึ่งนอยคนนักจักมีความสามารถ

เชนนี้ เมื่อทานถึงแกอนิจกรรม แมจะเปนเวลาที่มิ
ไดรับราชการแลว ฮองเตก็ยังทรงระลึกถึงคุณงาม

ความดีของทานอยู จึงทรงสถาปนายศ และทรงประ
กาศเกียรติคุณของทานใหปรากกฏไปทั่วแผนดิน


ทานไมหวงแหน หรือกลัวจะหลุดจาก
ตำแหนงหนาที่ในราชการ ใครทำใหประเทศชาติ

เสื่อมเสียเกียรติภูมิ ใครใชอำนาจโดยไมเปนธรรม
ใครทำใหประชาราษฎรเดือดรอน ทานจะตอสู

อยางสุดกำลัง แมผูนั้นจะมีความยิ่งใหญเพียงใด
ทานก็ไมยอมสยบ แตสำหรับตัวทานเองแลว
ใครจะใสรายปายสี ทานก็ไมนำพา อิจฉากันนัก

ทานก็กราบถวายบังคมลาไปอยูถิ่นเดิม ของทาน
ทานแตงตำรับตำราไวมากมาย เปนเพชรน้ำหนึ่ง

ในสมัยหมิง






10 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:37
.indd 10
.indd 10 1/6/2552 20:24:37

เมื่อครั้งทานเริ่มรับราชการเปนนายอำเภอ
อยูทางเหนือ ซึ่งเปนทองที่ที่ประสบอุทกภัยเสมอ
ทานสามารถปองกันน้ำทวมได ดวยวิธีการแยกพลัง

น้ำออกเปน 3 ทิศทาง แมน้ำสายเดียวแตโบราณ
มาก็กลายเปนสามสาย ดวยปญญาของทานและ

ความสามัคคีของชาวบาน ที่คิดพึ่งตนเองอยาง
ไมยอทอ ผนึกพลังอันนอยนิดของแตละคนรวม
เปนพลังมหาศาล ยิ่งใหญเหนือพลังน้ำที่นากลัว

แลวทานใหปลูกตนหลิ่ว (หลิว) ตามริมฝงแมน้ำ
และริมฝงทะเลยาวสุดสายตา คราใดที่คลื่นซัดเขา

ฝงทรายจะติดอยูบริเวณตนหลิ่ว ทับถมกันนานเขา
ก็กลายเปนเขื่อนธรรมชาติ ปองกันน้ำทวมไดเปน
อยางดี ทางภาคเหนือของประเทศจีน มักจะมีพายุ

พัดทรายมาทีละมาก ๆ ก็ไดอาศัยตนหลิ่ว ทั้งหลายนี้
ปะทะแรงลม และทรายไวได


แมทานจะกลับมาอยูถิ่นเดิม ในบั้นปลาย

ของชีวิตทานก็ไมนั่งดูดาย คอยชวยเหลือดูแลทุกข






คยกบทานผอาน 11

1/6/2552 20:24:37
.indd 11
.indd 11 1/6/2552 20:24:37

สุขของชาวบานอยางใกลชิด คิดคนวิธีทำไรไถนา
ใหกาวหนายิ่ง ๆ ขึ้นใหแผวถางพื้นดินที่รกชัฏ จน
เกิดประโยชนแกผูที่ไมมีที่ดินของตนเอง นอกจาก

ทานจะสอนใหชาวบานมีความรูกวางขวาง มีราย
ไดเพิ่มพูนแลว ทานยังสอนใหชาวบานรักกันชวย

เหลือกัน เสียสละและหมั่นบริจาคจนเปนนิสัย แตละ
วันทานจะทำตารางการทำงานสวนตัว และสวนที่
จะทำเพื่อผูอื่นไวลวงหนา ทานไมเคยอยูนิ่ง ทำงาน

ตลอดวันอยางมีระเบียบ


ทานฝกสมาธิเปนเวลาและสม่ำเสมอจนบรรลุ
ฌาน และเจริญวิปสสนากรรมฐานจนบรรลุญาณ


ทานถึงแกอนิจกรรมเมื่ออายุ 74 ป ในขณะที่
บุตรของทานอายุ 42 ปแลว คือป พ.ศ. 2166 (ค.ศ.

1623) ผิดจากที่ทานผูเฒาขงพยากรณไวถึง 21
ป โดยมิตองบนบวงตอฟาดินและทานผูศักดิ์สิทธิ์

มิตองสะเดาะเคราะหปลอยนกปลอยปลา







12 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:37
.indd 12 1/6/2552 20:24:37
.indd 12

อันคุณงามความดีนี้ ชางมีอานุภาพตอชีวิต
มนุษยใหเห็นถึงปานนี้หนอ


ภรรยาของทานก็ใจบุญสุนทรธรรม ไมยิง
หยอนกวากันเลย เปนคูชีวิตที่คอยสงเสริมแตใน

ทางที่ดีงาม เปนปจจัยในการทำดีเพื่อกันและกัน
ตลอดเวลา มีอยูครั้งหนึ่งภรรยาของทานซื้อฝาย

มาปนเพื่อทำเสื้อหนาว ทานเหลี่ยวฝานทวงวา
บานเรามีเสื้อหนาวอยางดี ทำดวยแพรเนื้อดีสอด
ใสดวยนุน อุนดีอยูแลว ไฉนจะใหลูกใสเสื้อหนาว

ที่ทำดวยผาฝายถูก ๆ เลา ภรรยาของทานตอบวา
ก็เพราะฝายนั้นถูก จึงตัดใจขายเสื้อหนาวดี ๆ ของ

ลูกเสีย ไดเงินมามาก ๆ เพื่อทำเสื้อหนาวแจกชาว
บานที่กำลังหนาวสั่นอยูนี้ไดทั่วถึง ทานเหลี่ยวฝาน
ดีใจมาก พูดดวยความตื้นตันใจวา ถาแมใจบุญถึง

ปานนี้ ลูกของเราจะไมมีวันลำบากเปนแนแท











คยกบทานผอาน 13

1/6/2552 20:24:38
.indd 13
.indd 13 1/6/2552 20:24:38

บุตรของทานก็สอบจิ้นซื่อไดเชนทาน และได
เปนนายอำเภอที่เมืองกวางตง (กวางตุง) อีก 21
ปตอมา ก็สิ้นแผนดินหมิง ในพ.ศ. 2187 (ค.ศ.1644)

ประเทศจีนตกอยูในเงื้อมมือของชาวแมนจู ที่
สถาปนาราชวงศชิง (เช็ง) ปกครองชาวจีนตามวิสัย

เชิงเชนผูเปนนายอยูนานถึง 267 ป ทานซุนจงซาน
(ดร.ซุนยัดเซ็น)กับคณะ จึงไดลบความเปนเจาเขา
ครองออกจากประวัติศาสตรไดสำเร็จในป พ.ศ.

2454 (ค.ศ.1911)


เปนบุญของเราชาวไทย ที่ไมตองทนถูกเคี่ยว
เข็ญเย็นค่ำกรำไปถึง 267 ป พระคุณของวีรกษัตริย



และวีรชนของเราน้นใหญหลวงนก แมประวติศาสตร

จะไดจารึกความยิงใหญไวแลว แตเรากจะตองสำนึก


ในพระคุณจดจำไวในสวนลึกของดวงใจ เพื่อเปนตัว
อยางอันที่จะปกปองแผนดินไทยตอไปดวยชีวิตของ
เราทุกคน







14 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)




1/6/2552 20:24:38
.indd 14 1/6/2552 20:24:38
.indd 14

ทานหานซานตาซือ ศิษยของทานอวิ๋นกุเถระ
เขียนประวัติเมื่อทานอาจารยไดจากไปแลว


ผูดอยปญญาขอกราบคารวะทานหานซานตา


ซือกราบขออนญาตทานจารึกประวติของทานอวิ๋นก ุ
เถระผูพลิกชีวิตของทานเหลี่ยวฝาน ดังตอไปนี้


ทานอวิ๋นกุเถระเกิดเมื่อ ค.ศ. 1500 (พ.ศ.
2043) ในราชวงคหมิง ทานเกิดกอนทานเหลี่ยวฝาน
49 ป ทานคิดบวชตั้งแตยังเปนเด็ก สมัครเปนศิษย

กับอาจารยทานหนึ่งที่วัดตาอวิ๋นจื้อ อายุ 19 ป
เริ่มฝกฌานอายุ 25 ป บวชเปนภิกษุไดพบอาจารย

ที่ทรงคุณวิเศษ ณ วัดเทียนหมิง จึงฝากตัวเปน
ศิษย ไดตัดขาดจากกิจนิมนตทั้งหมด นั่งเขาสมาธิ
อยูเปนระยะๆ จาก 7 วัน เปน 14 วันครั้ง จนถึง

หนึ่งปเต็ม ไมเคยกาวลวงธรณีกุฏิของทานไปเลย
จิตทานใสใจสวาง แตทานอาจารยอธิบายวาการ

ฝกจิตเชนนี้ ไมสามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได






คยกบทานผอาน 15


1/6/2552 20:24:38
.indd 15
.indd 15 1/6/2552 20:24:38

แลวสอนใหทานฝกมหาสติปฏฐาน 4 ติดตามการ
เกิดดับของจิตใหไดทุกขณะ ไมวาจะอยูในอิริยาบถ
ใดจงตั้งกายานุปสสนาสติปฏฐาน ณ ที่นั้น เมื่ออยู

ในความรูสึกอยางไร จงตั้งเวทนานุปสสนาสติปฏ
ฐาน ณ ความรูสึกนั้น เมื่ออยูในสภาพจิตอยางไร

จงตั้งจิตตานุปสสนาสติปฏฐาน ณ สภาพนั้น
เมื่อเผชิญกับสภาวธรรมใด จงตั้งธัมมานุปสสนา
สติปฏฐาน ณ สภาวะนั้น ฝกใหสติ และสัมปชัญญะ

คอยกำกับบทบาททุกขณะของปจจุบัน ใหรูเทา
ทันใหรูทวงที ใหรูอยางไมยินดียินราย ใหรูอยาง

หมอที่กำลังตรวจคนไข ใหรูอยางผูพิพากษากำลัง
วินิจฉัยคดีวาขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู กำลังรูสึก
อยางไรอยู กำลังมีสภาพจิตเปนเชนไร กำลังเผชิญ

กับสภาวะธรรมอะไร เมื่อกระแสแหงกิเลสตัณหา
อุปาทาน กำลังเกิด-ดับอยูตลอดเวลา วันแลววันเลา

คืนแลวคืนเลา ชีวิตก็ลวงไปๆ จงเพียรพยายาม
อยาทอถอยแมแตกาวเดียว แมแตขณะจิตเดียวที่จะ








16 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:38
.indd 16
.indd 16 1/6/2552 20:24:38

สำรวจตรวจดูสติสัมปชัญญะ วาไดเจริญงอกงามมี
ประสิทธิภาพเพียงพอ แกการปฏิบัติธรรมหรือยัง
จนกวาความรูความเขาใจจะถึงจุดอิ่มตัว ก็จักหลุด

พนจากอิทธิพลของกิเลสตัณหาอุปาทานไดเอง


ทานอวิ๋นกุเถระ จึงเริ่มฝกมหาสติปฏฐาน 4
อยางจริงจังทันที บางครั้งไมฉันไมจำวัด ก็มีชีวิต

อยูไดอยางเปนสุข อยูมาวันหนึ่งขณะที่ทานอิ่มจาก
การฉันอาหาร ทานเผลอตัวเพียงขณะจิตเดียว
ชามขาวก็ตกลงบนพื้น ทันใดนั้นทานก็เขาถึงความ

หมายของสติ และสัมปชัญญะอยางสมบูรณ ทาน
รีบไปกราบเลาใหทานอาจายฟง ทานอาจายผงก

ศีรษะรับรองวาระจิตของลูกศิษยวาไดเขาถึงสภาวะ
ธรรมแลวจริง ตั้งแตนั้นมา จิตของทานอวิ๋นกุเถระ
ไดรับการพัฒนายิ่งขึ้นเปนลำดับ จนหลุดพนจาก

กามฉันทะ คือ ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส
สัมผัสทางกาย และกระทบทางใจ หลุดพนจาก




ความพยาบาท อนเปนความคิดใหรายคนหรือสตว




คยกบทานผอาน 17


1/6/2552 20:24:39
.indd 17
.indd 17 1/6/2552 20:24:39

เสียได หลุดพนจากถีนมิทธะอันทำใหจิตมืดมัวกาย
งวงโงกเสียได หลุดพนจากอุทธัจจกุกกุจจะ อันยัง
ความตื่นเตน ฟุงซานหวาดหวั่น รำคาญใจเสียได

หลุดพนจากวิจิกิจฉา อนยงความเคลือบแคลงสงสย




ไมแนใจ ในการประพฤติปฏิบติธรรมตามคำสอน
ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาเสียได การลวง
พนนิวรณทั้ง 5 นี้ เปนปจจัยใหทานเขาถึงความ
หมายของอุปาทานขันธ 5 เห็นความเกิดขึ้น-ตั้งอยู-

ดับไปของรูป เห็นความไมคงทน ตองทรุดโทรม
แปรปรวนไปตามเหตุปจจัยของรูป ของเวทนา

ของสัญญา ของสังขาร และของวิญญาน (กระแส
จิตที่รูบทบาทของรูป เวทนา สัญญา สังขาร เมื่อ
เกิดขึ้นตั้งอยูดับไป)


ทานละสัญโญชน อันเปนเครื่องจองจำชีวิตให

ตองเวียนวายตายเกิดอยูในวัฏสงสาร คอยเชื่อมโยง
อายตนะภายนอกและภายใน ทั้ง 6 ทวาร ใหเกิด

ความประมาทติดใจไหลหลงในรูปธรรมเสียได

18 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)







1/6/2552 20:24:39
.indd 18 1/6/2552 20:24:39
.indd 18

เมื่อทานอวิ๋นกุเถระมีสติ และสัมปชัญญะ
ตองอยูเฉพาะหนาเชนนี้แลว กิเลสตัณหาอุปาทาน
และความเห็นผิดยอมอาศัยนอน เนื่องอยูในจิตใจ

ของทานไมไดอีกแลว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือองคธรรม
อันยิ่งใหญ คือ โพชฌงค 7 อันเปนกลุมธรรมสามัคคี

ที่เกิดขึ้นดวยกัน อิงอาศัยใหคุณตอกันและกันนำไป
สูองคปญญาแหงการตรัสรู กลุมธรรมอันประเสริฐ
ยิ่งนี่เอง ที่ทำใหทานอวิ๋นกุเถระเห็นแจงในอริยประ

เสริฐยิ่งนี้เอง ที่ทำใหทานอวิ๋นกุเถระเห็นแจงในอริย
สัจ 4 ทุกแงทุกมุม อยางหมดจด ขามพนความโศก

และความร่ำไร ดับไดซึ่งความทุกขแลโทมนัส มีแต

ความกระปรี้กระเปราชืนบาน สงบสบายท้งกายและ

ใจอยูอยางเปนกลางในทุกสิ่ง แมจะมีใครขอให
ทานขนสัตวใหหมดโลกเสียกอน ก็เปนสิ่งที่ทำไมได
เพราะเมื่อจิตไดหลุดพนจากกระแสแหงการเวียน

วายตายเกิดเสียแลว ยอมไมมีทางที่จะหวงหนากัง

วลหลงไดอีก พระพุทธศาสนาจึงมิใชสอนใหชาวพุทธ






คยกบทานผอาน 19


1/6/2552 20:24:39
.indd 19
.indd 19 1/6/2552 20:24:39

ตัดชองนอยแตพอตัว ดังที่หลานทานเขาใจกันอยู


มีอยูวันหนึ่ง ขณะที่ทานอวิ๋นกุเถระกำลังนั่ง
เขาสมาธิจนกายไมไหวติงอยูนั้น ไดมีผูทรงอิทธิพล
มาเที่ยววัดเห็นทานนั่งเฉยไมลุกขึ้นตอนรับ ก็โกรธ

หาวาทานไมมีสัมมาคารวะ ผรุสวาทอยางไมกลัว
บาปกรรม ทานจึงยายไปอยูที่วัดซีเสียซาน อันเปน

สถานที่ ๆ ทานเหลี่ยวฝานไปกราบนมัสการทาน
ในเวลาตอมา และทานก็ไดสอนใหทานเหลี่ยวฝาน
ฝกมหาสติปฏฐาน 4 เชนเดียวกับทาน


เมื่อทานหานซานตาซือไปกราบลาทานเพื่อ

ออกธุดงค ทานใหโอวาทวา โบราณทานเดินธุดงค
เพื่อมองเห็นตนเอง ขูดเกลาตนเอง พัฒนาตนเอง
เพื่อความหลุดพน เจาจงสำเหนียกอยูเสมอวา จะ

มีหนากลับมาพบพอแมพี่นองครูบาอาจารยญาติ
สนิทมิตรสหายไดอยางไร ถาเดินธุดงคโดยรองเทา

สึกเสียเปลา ไมไดปรับปรุงแกไขตนเองใหดีขึ้น เปน







20 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:39
.indd 20 1/6/2552 20:24:39
.indd 20

การสิ้นเปลืองเงินทองของผูที่ถวายรองเทาเจามา
ทานหานซานตาซือประทับใจในโอวาทจนสะอื้นให


ลูกศิษยของทาน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกที
อุบาสกอุบาสิกามาฟงธรรมจากทาน เนืองแนน

ทานพูดนอย พูดแตที่เปนประโยชนแกผูฟง เสียง
ทานชัดเจนกองกังวาน กอนที่ทานจะจากโลกนี้ไป

ทานกลับไปยังบานเกิด โปรดผูคนเปนจำนวนหมื่น
จำนวนแสน


อยูมาคืนหนึ่ง เปนคืนขึ้น 5 ค่ำ เดือนอาย ป
ค.ศ. 1575 (พ.ศ.2118) ชาวบานเห็นบนหลังคากุฏิที่

ทานอยูสวางไสว เหมือนไฟกำลังลุกโชติชวง ฉะนั้น
ครั้นรุงเชาชาวบานพากันไปที่วัด ปรากฏวาทานได
ดับขันธไมไหวติงเสียแลว ทุกคนจึงลงความเห็นวา

ทานดับขันธดวยเตโชกสิณนั้นเอง


ขณะนั้น ทานอายุ 75 ป พรรษา 50








คยกบทานผอาน 21

1/6/2552 20:24:40
.indd 21
.indd 21 1/6/2552 20:24:40

ทานหานซานตาซือรำพึงรำพันวา ตั้งแตทาน
ออกธุดงคไดพบพระเถรมากมาย แตจะหาใครสัก
รูปหนึ่งที่ทรงคุณวิเศษเชนทานอวิ๋นกุเถระไมมีเลย

แมตอมาทานหานซานตาซือพรรษามากขึ้น ก็ไม
สามารถลืมคำสอนของทานได แมปฏิปทาในศีลา

จารวัตรของทาน ก็ไดนำมาประพฤติปฏิบัติตาม
อยางเครงครัด


ที่หลุมฝงศพของทานอวิ๋นกุเถระ มีศิลาจารึก
คุณธรรมอันสูงสงของทาน โดยทานเหลี่ยวฝาน

ทานหานซานตาซือ เห็นวาควรมีประวัติจารึกไวให
ชนรุนหลังไดประพฤติปฏิบัติตาม จึงเขียนประวัติ

และคำสั่งสอนของทานไวเปนหนังสือเลมหนึ่ง เสีย
ดายผูดอยปญญาบันทึกไวไดเพียงนี้


ขอความหลุดพนจงเกิดแกทานผูอานเทอญ


เจือจันทร อัชพรรณ(มิสโจ)








22 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:40
.indd 22 1/6/2552 20:24:40
.indd 22

โอวาทขอทีหนึง



การสรางอนาคต







































โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 23




1/6/2552 20:24:40
.indd 23 1/6/2552 20:24:40
.indd 23

พอนั้น กำพราทานบิดามาแตอายุยังไมถึง 20
ทานยาของลูกในเวลานั้นก็มีอายุมากแลว ทานได
บอกใหพอเลิกคิดที่จะเปนขุนนางเสีย หันมาเรียน

แพทยดีกวา ทานบอกพอวา การเปนแพทยนั้น
นอกจากจะยึดเปนอาชีพไดดีแลว ยังจะชวยคนยาก

จนไดอีกดวย ถามีความสามารถดีก็จะเปนแพทย
ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเปนความปรารถนาของทานบิดาที่
เสียชีวิตไปแลว


ตอมา พอพบผูเฒาทานหนึ่ง ที่วัดฉืออวิ๋นจื้อ
ทานมีเครายาว มีราศีผองใสยิ่งนัก รูปรางสูงใหญ
สงางามราวกับเทพยดา พอจึงคารวะทานดวย

ความเคารพ

ทานพูดกับพอวา เธอจะไดเปนขุนนางนะ
ปหนาจะสอบผานไดทั้งสามขั้น ไฉนจึงไมเรียน

หนังสือเลา

พอจึงเลาสาเหตุใหทานฟง แลวถามชื่อแซ
และที่อยูของทาน






24 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:41
.indd 24 1/6/2552 20:24:41
.indd 24

ทานตอบวา ทานแซขง เปนชาวอวิ๋นหนาน ได
เลาเรียนวิชาโหราศาสตรอันเปนตำราดั้งเดิม ถาย
ทอดกันมาโดยมิไดแกไขเพิ่มเติมอนใดใหไขวเขวเลย

ซึ่งเปนตำราของทานบรมโหราจารยผูยิ่งใหญแหง
ราชวงศซอง พ.ศ. 1503-1670 ทานผูเฒาขงตอง การ

จะถายทอดวิชานี้ใหแกพอ พอจึงพาทานมาบาน
เพื่อมาพบทานยาของลูก ทานกำชับใหพอตอนรับ
ทานผูเฒาใหดี แลวทดลองใหทานพยากรณดู

ปรากฏวาแมนยำไปเสียทุกสิ่ง แมแตเรื่องเล็ก ๆ
นอย ๆ ก็ไมผิดพลาดเลย


พอจึงเริ่มเรียนหนังสือใหม ก็ทานลุงของลูก
ที่เปนลูกพี่ลูกนองของพอนี่แหละ ทานไดแนะนำให

พอไปเปนนักเรียนกินนอนที่สำนักเรียนแหงหนึ่ง

ทานผูเฒาขงไดพยาการณพอไววา จะสอบ

ผานทั้งสามขั้น ขั้นแรกไดคะแนนมาเปนที่ 14 ขั้น
กลางจะไดที่ 71 และขั้นที่สามจะไดที่ 9 ปรากฏ
วาผลออกมาเชนนั้นจริงๆ




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 25



1/6/2552 20:24:41
.indd 25
.indd 25 1/6/2552 20:24:41

ตอมาทานก็พยากรณอนาคตของพอไววา
ปใดจะสอบไดเปนนักเรียนหลวง ไดขาวพระราช
ทานเปนจำนวนเทานั้นถัง ปใดจะไดสอบขั้นสุดทาย

ปใดจะไดเปนนายอำเภอ เมื่อเปนนายอำเภอแลว
สามปครึ่ง ก็ควรลาออกจากราชการ เพราะอายุ 53

ป ก็จะสิ้นอายุขัยจะนอนตายอยางสงบในวันขึ้น 14
ค่ำ เดือน 8 เวลาระหวางตี 1-3 นาเสียดายจะไมมี
บุตรไวสืบสกุล พอไดบันทึกไวทุกคำเพื่อกันลืม


ในกาลตอ ๆ มา คำพยากรณของทานผูเฒา

ขงก็ยังคงแมนยำเสมอมา มีอยูครั้งหนึ่งทาน
พยากรณไววา จะไดรับพระราชทานขาวหลวงครบ

จำนวนหนึ่งแลว จึงจะไดสอบขั้นสุดทายเพื่อ
เตรียมตัวเขาเมืองหลวงนั้น ยังไมทันที่พอจะไดรับ
พระราชทานขาวหลวงครบตามจำนวน ที่ทาน

พยากรณไว พอก็ไดรับคำสั่งใหไปสอบ คราวนี้สอบ
ตก พอเริ่มสงสัยในคำพยากรณอยูในใจ แตแลว

ในปตอมา มีอาจารยทานหนึ่ง ที่เคยเปนกรรมการ






26 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:41
.indd 26 1/6/2552 20:24:41
.indd 26

ตรวจขอสอบใหพอ ทานเคยชมพอวา คำตอบทั้ง
5 ขอของพอนั้นเขียนไดดีเหมือนขุนนางผูใหญเขียน
ทูลเกลาฯถวายความเห็นตอฮองเตนั่นเทียว ทานวา

ถาคนไมมีความรูจริงยอมเขียนไมไดเชนนี้ ความ
สามารถของพอยอมจักเปนประโยชนตอแผนดิน

ไฉนจึงจะถูกทำลายอนาคตเสียเลา ทานจึงสั่งให
พอไปทำงานกับทาน และใหรับพระราชทานขาว
หลวงยอนหลังจนครบจำนวนที่ขาดไป ปรากฎวา

จำนวนที่ทานผูเฒาขงคำนวณไวพอดี


เมื่อเปนเชนนี้ ยิ่งทำใหพอเพิ่มความเชื่อถือใน
คำพยากรณของทานผูเฒาขงยิ่งขึ้น เพราะอุปสรรค

ที่เพิ่งผานพนไปนั้น ทำใหเห็นไดชัดเจนยิ่งขึ้นวา ชะ
ตาชีวิตนั้นไดถูกลิขิตมาแลวอยางแนนอน จะชาจะ
เร็ว จะมีใครเปนอุปสรรคอยางไรก็หนีไมพน พอจึง

ปลอยใจใหเปนไปตามยถากรรม ไมมีความกระตือ
รือรน ไมทะเยอทะยานขวนขวาย ไมดิ้นรนที่จะเอาดี

ไปกวานี้อีกตอไป ทำใหจิตใจสงบดียิ่งนัก





โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 27


1/6/2552 20:24:41
.indd 27
.indd 27 1/6/2552 20:24:41

เมื่อพอสอบไดแลวเชนนี้ ก็ตองเดินทางเขา
เมืองหลวง (ปกกิ่งในปจจุบัน) อยูในมหาวิทยาลัย
ของหลวงหนึ่งป พอแมไมไดดูหนังสือหรือตำรา

เรียนใดๆ อีกเลย เอาแตนั่งสมาธิ ไมพูดไมจา ไมคิด
อะไรทั้งสิ้น พอครบหนึ่งป พอก็ไดรับคำสั่งใหยาย

ไปเขามหาวิทยาลัยของหลวงทางใต (นานกิงใน
ปจจุบัน) อันเปนสถาบันสุดทาย ซึ่งนักศึกษาที่สอบ
ไลไดตามขั้นตอนตางๆ ในภูมิลำเนาเดิมของตนมา

แลว จะตองเขามาฝกฝนเตรียมตัวสอบเพื่อออกรับ
ราชการตอไป แตกอนที่พอจะเขาไปยังสถาบันนี้ ได

แวะไปที่วัดชีเสียซาน เพื่อคารวะทานอวิ๋นกุเถระเสีย
กอนพอไดนั่งสมาธิกับทานสองตอสอง เปนเวลา
นานถึงสามวันสามคืนโดยมิไดหลับนอนเลย


พระเถระกลาวกับพอดวยความแปลกใจวา

อันธรรมดาปุถุชนนั้น จิตใจวาวุนสับสน จึงไม
สามารถบรรลุฌานได สวนพอนั้น ไฉนนั่งสามวัน

แลวยังไมเห็นจิตใจวอกแวกเลย






28 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:42
.indd 28
.indd 28 1/6/2552 20:24:42

พอจึงเลาสาเหตุใหทานฟงวา ทานผูเฒาขงได
พยากรณอนาคตของพอไวแนนอนแลว คิดวุยวาย
ไปก็ไรประโยชน จึงทำใหสบายไรกังวลดีกวา


ทานอวิ๋นกุเถระหัวเราะแลวก็รองวา โธเอย

นึกวาเปนผูวิเศษแลวเสียอีก ที่แทก็ยังเปนปุถุชน
อยูนั่นเอง


พอจึงกราบถามทานวา ทำไมจึงวาพอเปน
ปุถุชนทานตอบวา อันที่จริงคนเรานั้น ถาจิตใจ

ไมวาวุนทำใจใหสงบไดแลว ก็เกือบจะสำเร็จ
เปนพระอรหันต พนจากความเปนปุถุชนไดแลว

แตคนธรรมดานั้น จิตใจยากที่จะสงบระงับได
การฟุงซานนี่เอง ที่ทำใหคนเราถูกผูกมัด ดวย
อำนาจพลังบวกและพลังลบของธรรมชาติ ทำให

ไมมีอิสระเสรี ตองขึ้นกับดวงชะตาราศี และการ
โคจรของดวงดาวบนทองฟา ที่โหราจารยทั้ง

หลายไดคิดคนทำสถิติกันไว โหราศาสตรจึงมีขึ้น




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 29




1/6/2552 20:24:42
.indd 29
.indd 29 1/6/2552 20:24:42

ดวยเหตุนี้ ก็มีแตสามัญชนคนธรรมดาเทานั้นที่จะ
ถูกกำหนดไดตามวิชาโหราศาสตร แตคนที่ทำความ
ดีมากๆ แลว ชะตาชีวิตจักทำอะไรได โหราศาสตร

นั้นหยั่งไมถึงกรรมดีกรรมชั่วของคนเราหรอก วิชา
โหราศาสตร จึงยึดถือเปนบรรทัดฐานไปหมดมิได

เพราะคนดีนั้น ถึงแมชะตาชีวิตจะบงไววาไมดีอยาง ไร
แตพลังแหงกุศลกรรมนั้นใหญหลวงนักสามารถ
พลิกความคาดหมายของโหราศาสตรได คนจน

ก็กลายเปนคนรวยได คนอายุสั้นก็กลายเปนคน
อายุยืนไดในทำนองเดียวกัน คนที่สรางอกุศลกรรม

อยางหนักไวชะตาชีวิตก็ไมสามารถผูกมัดเขาไวได
เชนกัน แมจะถูกลิขิตมาวาจะไดดีมีสุขอยางไร
แตพลังแหงอกุศลกรรมนั้นหนักนัก ยอมสามารถ

เปลี่ยนความสุขเปนความทุกข ความมีลาภยศกลาย
เปนหมดลาภยศ ความอายุยืนก็กลายเปนอายุสั้น

ไดเชนกัน ทานวาพอนั้นปลอยชีวิตใหขึ้นอยูกับ
ชะตากรรมมายี่สิบป ไฉนจะไมใชปุถุชนเลา








30 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:42
.indd 30
.indd 30 1/6/2552 20:24:42

พอกราบถามทานอีกวา ถาเชนนั้นชะตาชีวิต
เปนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไดหรือ


ทานตอบวา ชะตาชีวิตนั้นเปนสิ่งไมแนนอน
อนาคตเราตองสรางของเราเอง คนทำดีชะตาก็ดี

คนทำชั่วชะตาก็ชั่ว เมื่อตองการอนาคตดีก็ตอง
ทำดี ถาทำแตความไมดี แมชะตาจะดีก็ กลาย

เปนรายไปได ในพุทธธรรมก็ไดกลาวไววา ผูใด
ตองการลาภยศ ยอมไดลาภยศ ผูใดตองการ
บุตรธิดายอมไดบุตรธิดา ผูใดตองการอายุยืน

ยอมไดอายุยืน หากประกอบแตกรรมดียอมสม
ปรารถนาแล พระผูมีพระภาคทรงกลาวไวเชนนี้


พอซักทานตอไปวา ทานนักปราชญเมิ่งจื่อได
กลาวไววา หากปรารถนาสิ่งไร ตองไดสิ่งนั้น ทานคง

หมายถึงสิ่งที่กระทำไดทางนามธรรมละกระมัง
คุณธรรมความดีงามนั้น เปนสิ่งที่มนุษยสรางไดเอง

โดยไมตองลงทุน ไมตองไปแสวงหาจากที่ไหน แต




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 31




1/6/2552 20:24:42
.indd 31
.indd 31 1/6/2552 20:24:42

ทางรูปธรรรมนั้น ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียงและ






ความมงคงจะแสวงหาไดอยางไรถาไมมีผหยิบยืนให
ทานอวิ๋นกุเถระตอบพอวา ทานเมิ่งจื่อกลาว
ไวไมผิดหรอก พอเองที่เขาใจคำสอนของทานผิดไป
ทานลั่กโจวเคยกลาวไววา ความสุขความเจริญทั้ง
มวลเกิดขึ้นที่ใจกอนทั้งสิ้น การแสวงหาใดๆ ก็ตาม

ตองเริ่มตนที่ใจกอน ไมเพียงแตจะไดคุณธรรม
ความดีงามทางธรรมเทานั้น ความสุขความเจริญ
ลาภยศชื่อเสียงเงินทอง อันเปนความดีงามทางโลก

ก็จะติดตามมาเอง เพราะฉะนั้นการแสวงหาแต
สิ่งที่ดีงามนั้น ยอมไดสิ่งที่ดีงามตามปรารถนาใน

ทำนองเดียวกัน หากไมสำรวจตนเอง ไมเริ่มตน
ทำความดีจากตัวเราเอง กลับดิ้นรนคิดแสวงหา
จากภายนอก แมจะแสวงหามาได ก็เปนเพียง

ไดตามชะตากำหนดไวเทานั้น ไมใชไดเพราะความดี
ของเรา เพราะการแสวงหาจากภายนอกนั้น อาจจะ

ตองใชความพยายามในทางที่ถูกบางผิดบาง ไมได






32 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:43
.indd 32 1/6/2552 20:24:43
.indd 32

ดวยเลหก็เอาดวยกล ไมไดดวยมนตก็เอาดวย
คาถา แสวงหาดวยแรงขับกิเลสตัณหา จึงไมทันได
คำนึงถึงศีลธรรม เปนการสูญเปลาทั้งสองทาง

ทางธรรมก็เสียหายแลว ทางโลกก็เสียหายอีก การ
แสวงหาจากภายนอกนั้น จึงไมไดผลดีเทาที่ควร


ทานถามพอวา ทานผูเฒาขงพยากรณไววา

อยางไรบาง พอก็เลาใหทานฟงอยางละเอียด ทาน
จึงถามพอวาเธอลองทายดูเองสิวา จะสอบไดเปน
ขุนนางหรือเปลาจะมีบุตรไดไหม


พอคิดหาเหตุผลอยูนาน โดยสำรวจตนเอง

ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน แลวจึงตอบทานวา
เห็นทีจะสอบไมได และก็คงจะไมมีบุตรอีกดวย
พอใหเหตุผลทานวา คนที่จะไดเปนขุนนางจะตอง

มีบุญวาสนา สวนพอนั้นบุญวาสนานอย ตนเอง
ก็มิไดสั่งสมกุศลกรรมอันใดไว ใหเปนพื้นฐาน

เพื่อเสริมสรางบุญญาบารมีใดๆ นิสัยของพอก็ไมดี




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 33




1/6/2552 20:24:43
.indd 33
.indd 33 1/6/2552 20:24:43

ไมมีความอดทน งานหนักไมเอา งานเบาไมสู ใคร
ทำใหไมถูกใจก็โกรธ ไมยอมใหอภัย ใจคอคับแคบ
บางครั้งยังอวดดี วามีความรูมากมาย ยกตนขมทาน

ใจคิดอยางไรก็จะทำอยางนั้น คนเชนพอนี้ไม
สมควรมาสอบเพื่อเปนขุนนางกับเขาเลย


แลวพอก็สาธยายใหทานฟงถึงเหตุผล ที่คิด

วาตนเองไมสมควรมีบุตรจริง ดั่งคำพยากรณของ
ทานผูเฒาขงใหทานอวิ๋นกุเถระฟงตอไปวา อัน
ธรรมดานิสัยของพอนั้น ชอบความสะอาดมากเกิน

ไป ไมเปนไปตามทางแหงมัชฌิมาปฏิปทา โบราณ
ทานวาไว อันพื้นดินนั้นยิ่งไมสะอาดเพียงใด ก็ยอม

เจริญดวยพืชพันธุนานาชนิด น้ำที่ใสสะอาดมักจะ
ไมมีปลามาแหวกวายฉันใด พอนั้นชอบความ
สะอาดมากเกินไป จึงยอมไมมีบุตรฉันนั้น นี่เปน

เหตุผลประการที่หนึ่ง











34 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:43
.indd 34
.indd 34 1/6/2552 20:24:43

ธรรมชาติสรรคสรางสรรพสิ่ง ใหมีความ
สมดุล เมื่อใหชีวิตเจริญเติบโตดวยดี แตพอมักโกรธ
ทำใหรางกาย และจิตใจเสียดุลอยูเปนนิตย ยอมไม

สามารถมีบุตรไดนี่เปนเหตุผลประการที่สอง


ความเมตตาเทานั้นที่ค้ำจุนโลกไว แตพอนั้น
จิตใจขาดความกรุณาปรานี ไมยอมลดตนลง

ชวยผูอื่น เต็มไปดวยอัสมิมานะ (การถือเขาถือเรา
ถือดีไมยอมลงใคร) ไฉนจักมีบุตรไดเลา นี่คือเหตุผล
ประการที่สาม


การพูดมาก ทำใหสูญเสียพลัง พออดพูด

มากไมไดทำใหรางกายไมแข็งแรง นี่คือเหตุผล
ประการที่สี่


ชีวิตตองอาศัยพลังลมปราณ และความมีชีวิต
ชีวาอันเกิดจากชีวิตอินทรียที่ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม

ผสมอิงอาศัยกันอยูสามสิ่งนี้เปนปจจัยซึ่งกันและ
กัน คอยผดุงชีวิตไวใหดำรงคงอยู พอดื่มเหลามาก





โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 35


1/6/2552 20:24:43
.indd 35
.indd 35 1/6/2552 20:24:43

เผาผลาญรางกายตนเองอยูเสมอ ทำใหปจจัย
ทั้งสามนี้ลดนอยถอยลง จักมีบุตรไดอยางไร แม
จะมีได บุตรก็จะไมแข็งแรง และอายุก็คงไมยืน นี่คือ

เหตุผลประการที่หา


ในยามกลางวันคนเราไมควรนอน ในยาม
กลางคืนก็ควรนอนพักผอนใหสบาย แตพอไมชอบ

นานกลางคืนชอบนั่งเขาที่เปนสมาธิอยูตลอดคืนได

เสมอ ไฉนจักมีบุตรไดเลา นีเปนเหตุผลประการที่หก

ที่ทำใหพอคิดวาชาตินี้ พอจะมีบุตรไมไดสมจริงดั่ง
คำทำนายเปนแนแท และนอกจากนี้แลวก็ยังมีสิ่ง
ที่พอทำผิดๆ ไวอีกมากมาย แมจะพูดตอไปก็คงไมรู

จักหมดเปนแน

ทานอวิ๋นกุเถระฟงพอพูดเสียยืดยาวแลว จึง

กลาววาไมเพียงแตพอไมสมควรจะเขา สอบเปน
ขุนนางเทานั้น ยังมีอีกหลายๆ สิ่งที่พอก็ไมสมควร

จะไดรับดวย คนในโลกนี้แมจะอยูในภาวะแวดลอม






36 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)



1/6/2552 20:24:44
.indd 36
.indd 36 1/6/2552 20:24:44

เดียวกัน ในเวลาที่ไมตางกัน แตบางคนไดรับแตสิ่ง
ดีมีสุข บางคนกลับไดรับแตความยากจนเปนทุกข
มีความแตกตางกันมากมายผูรู ยอมเขาใจดีวา นั่น



ลวนแตเปนผลทีเกิดจากใจตนเองทกคนสรางเหต ุ





ทีจะทำใหเกิดผลดีผลชวจากใจตนเองท้งสิ้น ผไมร ู

ยอมถือวาเปนชะตาชีวิต ที่ลิขิตมาแลวอยางแกไข
ไมได หารูไมวาก็ทุกสิ่งเกิดจากใจตนเองแลวทำไม
ตนเองจะแกไขไมไดเลา คนที่ทำบุญใหทานมากมาย






นนเขากำลงสรางเหตปจจย เพือความเปนเศรษฐีมี


เงินพันชั่งรอยชั่ง ตามความมากนอยที่เขาทำแลว
บางคนจนถึงขนาดอดตาย นั่นก็เพราะเขาสราง
เหตุปจจัยมาเชนนั้น มีความตระหนี่เหนียวแนน
ไมยอมเกินเลยใคร ทรมานกักขังสัตวใหอดอยาก
และอดตายมาแลว ผลจึงเกิดแกเขาเชนนั้น หาใช
ฟาดินเกิดความลำเอียงไม ฟาดินก็คือธรรมชาติ
ยอมปรานีคนดี ลงโทษคนชั่ว เหมือนดั่งที่ปรานี
ตอพืชพันธุธัญญาหาร คอยหลั่งฝนมาใหความ





โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 37




1/6/2552 20:24:44
.indd 37 1/6/2552 20:24:44
.indd 37

ชุมชื้น คอยสองความสวางมาใหความเจริญเติบโต
และธรรมชาติก็จะดุดันกับความไรคุณธรรม กระ
หน่ำทั้งฝนพายุและสายฟา มนุษยตองตายไปทาม

กลางความดุดันของธรรมชาติก็มีไมนอย ทั้งนี้ก็
ยอมขึ้นกับความดีความชั่วในตัวบุคคล ใครดีก็จะ

ไดรับการสงเสริม ใครเลวก็ลงโทษเสียบาง เพื่อ
ใหเกิดความสมดุลกัน


มีความเชื่อกันมาแตโบราณกาลวา การจะมี
บุตรหรือไมนั้น ก็ขึ้นกับเหตุผลเดียวกัน ผูที่ทำ

ความดีติดตอกันมาแลวรอยชาติ ก็ยอมมีบุตรหลาน
ที่ดีสามารถสืบสกุลใหยืดยาวไดถึงรอยชั่วคน ผูที่

ทำดีมาสิบชาติติดตอกัน ก็ยอมมีบุตรหลานที่ดี
สามารถสืบสกุลใหยืดยาวไดถึงสิบชั่วคน ผูทำดี
ติดตอกันเพียสองสามชาติ ก็ยอมจะมีบุตรหลานสืบ

ตอไปสองสามชั่วคนเทานั้น ผูที่ไมมีบุตรเลยก็จะ
เห็นไดวา ไมเคยสั่งสมคุณธรรมความดีที่เปนชิ้น

เปนอันมาบางเลย






38 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:44
.indd 38
.indd 38 1/6/2552 20:24:44

นอกจากบางคนเทานั้น ที่ไมไดขึ้นอยูกับเหตุ
ผลดังที่กลาวมาแลว คือเปนผูที่ไมหนี้กรรมกับผูใด
มา


ธรรมชาติแหงการมีบุตรธิดา ถามองตาม

ทัศนะของกฎแหงกรรมแลว ก็คือการเปดหนาบัญชี
ลูกหนี้เจาหนี้ขึ้นมาสะสางกันอีกวาระหนึ่ง บุตรธิดา

บางคนเกิดมาทวงหนี้ ก็ทำตัวดื้อรั้นอวดดี กอความ
เดือดรอนวุนวายเสียหาย จนบิดามารดาไมมีความ
สุขตลอดเวลา สวนบุตรธิดาที่เกิดมาใชหนี้บุญคุณ

ที่ติดคางกันอยูในภพกอนๆ ก็มีความกตัญูกตเวที
วานอนสอนงาย เปนที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ

ของบิดามารดา นำความปลื้มปติความภาคภูมิใจ
มาใหบิดามารดามีความสุขความอิ่มใจอยูเสมอ


กุศลกรรม และอกุศลกรรม ในอดีตลวนเปน
เหตุปจจัยใหชีวิต ตองเวียนวายมาพบกันอีกตาม

กระแสของวิบากกรรม มาเปนพอแมลูกกันตาม






โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 39


1/6/2552 20:24:44
.indd 39
.indd 39 1/6/2552 20:24:44






กรรมดีกรรมชว ทีแตละคนไดกอใหเกิดความสมพนธ
กันมาแตอดีต ผูใดมิไดกอหนี้กรรมไวกับใครเลย
ก็ยอมไมมีผูใดตามมาทวงหนี้หรือมาใชหนี้ ก็ทำให
ไมมีบุตรธิดาในชาติปจจุบัน

ซึ่งในกรณีเชนนี้มีนอยมาก ทานเหลี่ยวฝาน
จึงมิไดกลาวไว (ผูถอดความ)


แลวทานก็บอกพอวา เมื่อพอรูตัวเองวาไมดี
อยางไรบางแลวเชนนี้ และเขาใจความเปนไปของ

ฟาดินแลวไซร ก็จงรีบเรงสั่งสมคุณธรรมความดี
งามทันที ไมคอยแตจับผิดผูอื่น สามารถใหอภัยได

แมความผิดนั้นจะเทียบเทาภูเขาก็ตาม มีขันติอดทน
ตอความไมพอใจ ไมโกรธงาย มีแตความเมตตา
กรุณา ไมพูดมาก ไมดื่มสุรา รักษาสุขภาพ ใหดีทั้ง

กายและใจ สิ่งที่แลวมาแลว ก็ใหคิดวาตายไปแลว
เมื่อวานนี้ แลวเริ่มตนสรางสิ่งที่ดีงามขึ้นมาแทนที่

เหมือนเกิดใหมในวันนี้ มีชีวิตใหมเพื่อสรางสมคุณ









40 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)
1/6/2552 20:24:45
.indd 40 1/6/2552 20:24:45
.indd 40

ธรรมที่ดีใหม ไมใชชีวิตเกาที่มีแตเลือดเนื้อและ





เตมไปดวยความเปนปถชน สรางชีวิตใหหลดพนจาก
ความครอบงำของกิเลสตัณหาอุปาทาน สามารถ
พัฒนาตนเองใหบริสุทธิ์ผุดผอง แลวชีวิตก็จะมีคุณ
คาผิดแผกแตกตาง จากชะตาชีวิตที่ไดกำหนดไว
แลวในคำพยากรณ


ก็รางกายที่กอปรดวยเลือดเนื้อนี้ ยังเปนไป
ตามลิขิตของดินฟา ทำไมกับชีวิตที่กอปรดวยคุณ
ธรรมความดีงามฟาดินจะไมหยั่งรูไดหรือ โชคชะตา

ที่ฟาดินลิขิตมา มนุษยยังพอหลีกเลี่ยงไดบาง แต
เคราะหกรรมที่เกิดจากการกระทำของมนุษยเอง ก็

จะหนี้ไมพนเลย มีผูเขียนโคลงบทหนึ่งไววา

มนุษยตองคอยสำรวจตนเองเสมอ เพื่อจักได

ดำเนินชีวิตไปตามครรลองคลองธรรม


เมื่อกระทำแตความดีงามแลวไซร ไฉนจัก
ไมไดความดีอันเปนผลเลา




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 41



1/6/2552 20:24:45
.indd 41 1/6/2552 20:24:45
.indd 41



ความดีความชวจึงลวนแตขึ้นอยกบพฤติกรรม


ของมนุษยเองทั้งสิ้น การที่ทานผูเฒาขงพยากรณไว
ใหนั้นเปนเพียงชะตาชีวิตที่ลิขิตจากฟาดิน ยอมมี
ทางแกไขไดจงรีบสรางคณธรรมความดีงาม เริ่มดวย

การชวยเหลือผูอื่นโดยไมเห็นแกตัว เสียสละเพื่อผู

อื่นโดยไมหวังการตอบแทน อยามุงหวังแตชื่อเสียง
ทำอยางเงียบๆ การปดทองหลังองคพระปฏิมานั้น
กลับไดบุญมากกวา ถามีคนรูเห็นกันมาก พากัน

สรรเสริญอนุโมทนาสาธุการ ความมีชื่อเสียงก็จะ
แบงความดีงามไปเสียมาก บุญก็จะนอยลงเพราะ

ไดผลในปจจุบันไปเสียแลวบาง แตถาทำแลวไมโอ
อวดในความดีนั้น ผลบุญก็จะเต็งดุจวารีที่เปยมฝง
ใครเลาจะแยงหรือแบงบุญของเราไปได การทำดี

เชนนี้มีหรือจะไมไดเสวยผลแหงความดีนี้


คัมภีรโบราณเชื่อวา เอกเก็ง ก็ไดเนนถึงความ
ดีความชั่วไวอยางละเอียดลออ สอนคนดีใหรูจัก

หลบหลีกจากความชั่ว สั่งสมแตกรรมดีเพื่อจักได







42 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)

1/6/2552 20:24:45
.indd 42 1/6/2552 20:24:45
.indd 42

ผลดีตอบแทน หากวาลิขิตของชะตาชีวิตเปนสิ่ง
แนนอนแลวไซร จักหลีกเลี่ยงกรรมชั่วสั่งสมแต
กรรมดีไดอยางไร ในหนาแรกของคัมภีรก็กลาว

ไววา ครอบครัวใดสั่งสมแตความดีงาม ไมเพียงแต
หัวหนาครอบครัวเทานั้น ที่จะไดเสวยผลแหงความ

ดีนั้น แมแตลกหลานเหลนโหลนกจะพลอยไดเสวย


ผลแหงกรรมดีนั้นดวย วิเคราะหดูใหดีแลวจะเห็นได
วาชะตาชีวิตไมสามารถควบคุมมนุษยไวไดเสมอไป

จิตใจมนุษยสำคัญกวา จิตใจที่ดีงามยอมกระทำ
แตสิ่งที่ดีงาม และไดรับผลที่ดีงาม ผูมีจิตใจทราม

ยอมกระทำแตสิ่งที่เลวทราม และไดผลที่ทราม
ทานถามพอวา เชื่อทานหรือไมเลา


พอเชื่ออยางมาก เพราะทานพูดมีเหตุผล
พอจึงคุกเขาลงกราบทาน เพื่อแสดงวารับคำสั่ง

สอนดวยความเคารพอยางสูง แลวพอไปนั่งลง ณ
หนาที่บูชาพระรัตนตรัย สารภาพบาปในอดีตตอ

พระพักตรสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาอยางหมด




โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 43



1/6/2552 20:24:45
.indd 43
.indd 43 1/6/2552 20:24:45

เปลือก แลวอธิษฐานขอใหไดเปนขุนนาง ตอนี้ไป
จะเริ่มกระทำความดีใหครบสามพันครั้ง เพื่อตอบ
แทนพระคุณฟาดิน และบรรพชนของพอ


ทานอวิ๋นกุเถระ เห็นพอมีความตั้งใจทำความ

ดีถึงปานนี้ จึงเอาตัวอยางบัญชีกรรมดีกรรมชั่วมา
ใหพอดู แลวสอนพอใหจดบัญชีพฤติกรรมของ

ตนเองแตละวันอยางละเอียดถี่ถวน โดยไมเขาขาง
ตนเอง ถาเปนกรรมดีก็จดไวขางหนึ่ง ถาเปนกรรม
ชั่วก็จดไวอีกขางหนึ่ง เหมือนบัญชีรับจาย ตองนำ

กรรมชั่วไปลบกรรมดี ใหเหลือกรรมดีสามพันครั้ง
โดยไมมีกรรมชั่วที่ไมไดหักลบกลบหนี้แลว จึงจะ

นับวาทำความดีไดครบสามพันครั้ง ตองนำบัญชี
มาทบทวนดูทุกวัน เพื่อเตือนใจใหรูวาในวันหนึ่งๆ
เราไดทำอะไรไปบาง ดีมากกวาชั่ว หรือชั่วมากกวา

ดี อะไรผิดอะไรถูก จักไดแกไขปรับปรุงตนเอง ไม
ทำความผิดซ้ำแลวซ้ำอีก กรรมชั่วเบาๆ ก็ตองนำ

มาลบกรรมดีออกเสียหนึ่งครั้ง กรรมชั่วหนัก ๆ






44 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:46
.indd 44
.indd 44 1/6/2552 20:24:46

ก็ตองลบความดีออกหลายๆ ครั้ง จนกวาความดี
จะครบสามพันครั้งดังที่ไดอธิษฐานไว แลวสอนพอ
สวดมนตบริกรรมคาถา เพื่อชวยใหมีจิตมั่นคงโดย

อาศัยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยเปนสรณะ เพื่อให
คำอธิษฐานหนักแนนสัมฤทธิ์ผลเร็ววัน


ทานยังเลาใหพอฟงตอไปวา ผูที่ชำนาญการ

วาดฮู (ลงเลขลงยันต) ไดกลาวไววา หากมนุษยไม
รูวิธีวาดฮูไดถูกตองแลวไซร จะถูกผีสางเทวดาหัว
เราะเยาะเอาได เพราะฉะนั้นการวาดฮูก็ตองหัด

ใหเปนไว เคล็ดลับของวิชานี้ อยูที่ตองทำใจใหเปน
เอกัคตาใหไดเทานั้น เมื่อเริ่มจับพูกัน ก็ตองหยุด

ความรูสึกนึกคิดใดๆ ใหหมด ไมวอกแวก ทำจิต
ใหนิ่ง รวมพลังจิตทั้งหมดพุงตรงไปยังปลายพูกัน
แลวจรดปลายพูกันลงไป ที่กระดาษผาหรือแพรก็

ได ทิ้งน้ำหนักปลายพูกันใหแนนิ่งเปนการเบิกทวาร
ฟาดินดวยพลังจิตที่พุงกระทบอยางแหลมคม ฮูจะ

ศักดิ์สิทธิ์หรือไมก็อยูที่จุดเริ่มตนนี้เอง เมื่อเริ่มตน





โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 45


1/6/2552 20:24:46
.indd 45
.indd 45 1/6/2552 20:24:46

แลวก็ตองเขียนใหจบขบวนการ โดยไมหยุดชะงัก
ไมตอเติมไมยกพูกันขึ้น ตองวาดใหตอเนื่องเปน
เสนเดียวกัน จิตเปนเอกัคตาตลอดแนวทางที่พูกัน

ตวัดไปมา ฮูนี้ก็จะศักดิ์สิทธิ์ไมวาจะอธิษฐานใดๆ
ตอฟาดิน ก็จะสัมฤทธิ์ผลอยางแนนอนและรวดเร็ว


ผูที่มีกิเลสธุลีหนาแนนในใจ เหมือนตกอยูใน

ความมืดดั่งอยูในครรภมารดา ไมสามารถมองเห็น
อะไรอื่นเมื่อจรดปลายพูกันลงไปครั้งแรก ก็เทากับ
ไดเจาะความมืดใหแสงสวางสองเขาไปได และเมื่อ

ตวัดพูกันไปดวยจิตอันแหลมคมเปนสมาธิอยูนั้น ก็
เปนการพุงพลังจิตไปตามพูกันนั้น โดยมีแสงสวาง

และชาดในพูกันเปนสื่อนำพลังจิตไป พลังจิตประ
ทับอยูตรงไหนความศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดที่นั่น


การบริกรรมก็ตองทำสม่ำเสมอ ขาดไมได
เชนกัน ตองบริกรรมจนแมปากไมบริกรรมแลว

แตใจยังคงบริกรรมอยู บริกรรมจนไมรูสึกวา ตัวเรา







46 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:46
.indd 46
.indd 46 1/6/2552 20:24:46

เปนผูบริกรรมเพราะมนตก็ดี การบริกรรมก็ดีตัวเรา
ผูบริกรรมก็ดี ไดผสมผสานเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน
เสียแลว จนแยกไมออกเมื่อใด เมื่อนั้นการบริกรรม

ก็ศักดิ์สิทธิ์


ทานนักปราชญเมิ่งจื่อไดกลาวไววา อันวา
อายุยืนหรืออายุสั้น หามีความแตกตางกันไม ให

หมั่นฝกฝนตนเองไปจนกวาจะถึงวันนั้น วันนั้นคือ
วันที่เราจะไดพบความจริงวา ใดๆ ในโลกนี้หามี
ความแตกตางกันไม ลวนแตเปนสภาวะธรรมที่

มนุษยสมมุติกันขึ้นมา ผูที่ฝกฝนตนเอง จนไมเห็น
ความแตกตางของสภาวะธรรม เมื่อใดผูนั้นก็เขาถึง

สภาวะธรรมเมื่อนั้น และไมถูกความไมรูไมเขาใจ
หลอกหลอนเบียดเบียน หลุดพนจากความรอยรัด
ของกิเลสตัณหาอุปาทานไดหมดสิ้น


ถาคิดโดยผิวเผิน ก็จะรูสึกแปลกใจ เพราะ

ความอายุสั้นและอายุยืนนั้น แตกตางกันอยางตรง






โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 47


1/6/2552 20:24:46
.indd 47 1/6/2552 20:24:46
.indd 47

กันขามทีเดียว แตถาคิดใหลึกซึ้งแลว ก็จะเห็นไดวา
ทานพูดไวไมผิดเลย ทุกสิ่งในโลกนี้ลวนเปนสภาวะ
ธรรมหนึ่งๆ เทานั้น มนุษยมักจัดเขาพวกกันบาง

แยกประเภทใหบาง จนดูสับสนสลับซับซอนไปหมด
ธรรมดาทารกที่เกิดมาใหม ๆ นั้น หารูไมวาอายุสั้น

อายุยืนมีความหมายอยางไรกัน ตอเมื่อเติบโตแลว
จึงสามารถแยกแยะความหมายเลือกคุณคา ของ
สรรพสิ่งโดยคำสอนของผูใหญบาง จิตดั้งเดิมเปน

เชนนั้นบาง ตอนนี้เองผลแหงกรรมดีกรรมชั่วของ
เด็กนั้น ก็จะเริ่มมาใหผล จึงไดเห็นความอายุสั้นบาง

อายุยืนบาง ความแตกตางจึงบังเกิดขึ้น ดวยประการ
ฉะนี้


ฉะนั้น ถาเราไมใหความแตกตางระหวาง
ความรวยกับความจน ความสุขกับความทุกข

ความตกต่ำกับความรุงเรือง หรือความมีอายุยืน
กับอายุสั้น ก็จะสามารถสรางสรรคชีวิตใหเปนไป

ตามตวามตองการของเราได






48 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:24:47
.indd 48 1/6/2552 20:24:47
.indd 48

ถาเราไปใหความแตกตางกับสิ่งเหลานี้เสีย
กอนแลว เราจะไมสามารถสรางชีวิตใหดีตามความ
ตองการของเราไดเลย


จะยกตัวอยางใหดู เด็กสองคน คนหนึ่งเกิด

มาเปนลูกคนรวย อีกคนเกิดมาเปนลูกคนจน ถา
เด็กรวยคิดวาตนเองวิเศษกวาผูอื่น เพราะความรวย

กวาผูอื่นแลวไซร ก็จะเกิดความลำพองถือเงินเปน
อำนาจบาตรใหญ เที่ยวระรานขมเหงเอาแตใจตน
เอง สวนลูกคนจนนั้น ถาคิดวาตนเองยากจนไมมี

เงินเหมือนลูกคนรวย ก็จะมีความนอยเนื้อต่ำใจ
เมื่ออยากไดอะไรไมไดดั่งใจ ความกดดันก็จะเปน

แรงขับ ใหเริ่มฉกชิงวิ่งราว ลักเล็กขโมยนอย จนถึง
ปลนจี้ฆาเจาทรัพยรุนแรงขึ้นทุกที แมจะตองโทษ
ก็ไมกลัว ไดกินขาวหลวงสบายไปเสียอีก


ถาเราแยกแยะความรวยความจนเชนนี้ ก็จะ

เปนคนดีไปไมไดเลย แตถาไมคิดวาเรารวย จะทำ






โอวาทขอท 1 การสรางอนาคต 49


1/6/2552 20:24:47
.indd 49
.indd 49 1/6/2552 20:24:47


Click to View FlipBook Version