The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mintana111, 2020-02-23 23:07:42

โอวาท4ท่านเหลี่ยวฝาน

ไดกลาวไววา ผูที่ไมสั่งสมความดี จึงมีความดี
ไมพอที่จะไดรับชื่อเสียงดี ผูที่ไมสั่งสมบาปยอม
ไมรับเคราะหกรรมถึงตายได ในประวัติศาสตร

ก็ไดกลาวถึงราชวงศเซียง (กอน ค.ศ.ประมาณ
ศตวรรษที่ 16-11) (กอนพุทธศักราช ระหวาง 967-

467) วาติ้วออง สั่งสมแตบาปกรรมดุจการรอยเงิน
เหรียญไวเต็มพวง จึงรักษาแผนดินและชีวิตของตน






เองไวไมได การสงสมความดีความชวน้นดจนำของ
บรรจุลงในภาชนะ ถาสั่งสมทุกวันก็จะเต็มเปยม
ถาสั่งสมบางไมสั่งสมบาง หยุดๆ ทำๆ บุญหรือบาป
นั้นก็พรองอยูเสมอ ไมมีวันเต็มไดเลย

แตกอนนี้ มีเด็กสาวคนหนึ่งเขาไปในวัดเพราะ
อยากทำบุญ แตมีเงินเพียงสองอีแปะ ความจริง
ราคาของเงินนั้นนอยนิดเดียว แตคาของความมีใจ

อยากทำบุญนั้นเหลือหลาย ทานเจาอาวาสจึง
กลาวอนุโมทนาคาถาเอง ใหศีลใหพรเองตอมาหญิง

นี้ไดเขาวังเปนพระสนมของฮองเต มีเงินมากมาย







100 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)

1/6/2552 20:25:00
.indd 100 1/6/2552 20:25:00
.indd 100

จึงนำเงินหลายพันตำลึงมาที่วัดนั้นอีก เพื่อทำบุญ
คราวนี้เจาอาวาสใหพระลูกวัด กลาวอนุโมนา
และใหศีลใหพรแทน พระสนมเกิดความสงสัย

ยิ่งนัก จึงกราบถามทานวาเมื่อกอนนี้ขาพเจา
ยากจน มีเงินทำบุญเพียงสองอีแปะ แตทานมา

กลาวอนุโมทนาคาถา และใหศีลใหพรขาพเจาดวย
ตนเอง มาบัดนี้ ขาพเจาพอจะมีเงินบาง จึงนำมา
ถวายหลายพันตำลึง แตทำไมทานกลับใหพระลูกวัน

ทำหนาที่แทนทานเลา ทานเจาอาวาสกลาววา แต
กอนนี้ แมทานจะทำบุญนอย แตใจทานนั้นเปยม

ไปดวยเจตนาที่เปนกุศลมาบัดนี้ แมทานจะมีเงิน
ทำบุญมาก แตใจของทานนั้นไมเหมือนแตกอน
เสียแลว จึงไมจำเปนที่จะตองใหอาตมาไปกลาว

เอง นี่คือตัวอยางของการทำดีที่ไมจำเปนตองอาศัย
ราคาของเงินมาวัดความดีนั้น ทำบุญดวยเงินนอย

นิดกลับเปนบุญที่เต็มเปยม เพราะจิตใจที่เต็มไป
ดวยกุศลเจตนา แมทำบุญดวยเงินมากมาย หากจิต








โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 101

1/6/2552 20:25:00
.indd 101
.indd 101 1/6/2552 20:25:00

ใจมีศรัทธาเพียงครึ่งๆ กลางๆ การทำความดีนั้นก็จะ
ใหผลเพียงครึ่งๆ กลางๆ เทานั้น


อีกตัวอยางหนึ่ง มีเซียนทานหนึ่งชื่อวา
จงหลีทานเปนชาวฮั่น (กอน พ.ศ. 749-551)

เมื่อตายไดสำเร็จเปนผูวิเศษ เสวยสุขอยูบน
สวรรคหลายรอยป จนถึงสมัยราชวงศถัง พ.ศ.

1161-1450 ทานเซียนจงหลีก็รับลูกศิษยไวคน
หนึ่งมีชื่อวาทานห-ลวี่ตงปน ตอมาจนถึงปจจุบัน
ผูคนเรียกทานวา ลื่อโจว ทานลื่อโจวเปนขุนนาง

รับราชการเปนนายอำเภออยูสองครั้ง เมื่อมีโอกาส
พบเซียนผูวิเศษ ทานก็ไดรับถายทอดวิชาตางๆ

ในลัทธิเตา รวมทั้งการนั่งสมาธิดวย ทานจึงลา
ออกจากราชการติดตามทานเซียนผูวิเศษไปฝก
ฌานสมาธิที่ภูเขาแหงหนึ่ง จนสำเร็จไดเปนเซียน

เชนกัน ตอมาทานจงหลีไดสอนใหทานลื่อโจวรูจัก
ผสมยาวิเศษ เพียงแตเอายานั้นหยดลงไปที่เหล็ก

เหล็กนั้นก็จะกลายเปนทอง สามารถนำไปชวย






102 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:01
.indd 102
.indd 102 1/6/2552 20:25:01

เหลือความยากจนของผูคนได ทานลื้อโจวจึงกราบ
ถามทานอาจารยวา เมื่อเปลี่ยนไปเปนทองแลว
จะกลับเปนเหล็กดังเดิมอีกไหม ทานจงหลีบอกวา

เมื่อครบหารอยปแลว ก็จะกลับสภาพเดิมได
ทานลือโจวจึงปฏิเสธ ไมยอมทำเหล็กใหเปนทอง

เพราะทานเห็นวาเมื่อครบหารอยปแลว ก็จะทำ
ใหผูคนเสียหายมากมาย เพราะอยู ๆ ทองในมือก็
กลายเปนเหล็กไปเสียแลว ยอมนำมาซึ่งความสูญ

เสียอยางมากมาย เปนการใหรายผูอื่นโดยไมเปน
ธรรม การที่ทานจงหลีลองใจทานลื่อโจวครั้ง

นี้ ทำใหทานภูมิใจในลูกศิษยของทานเปนอยางยิ่ง
เพราะคำพูดเพียงคำเดียว ก็แสดงใหเห็นความเปน
คนของทานลื่อโจววาสูงสงเพียงไร ทานจึงกลาว

กับศิษยรักของทานวา การที่จะบรรลุความเปน
เซียนนั้นจะตองสั่งสมคุณธรรมใหไดถึงสามพัน

อยาง คำพูดของเจาเพียงคำเดียว ก็เทากับไดสราง
คุณธรรมครบสามพันอยางแลวในพริบตาเดียว








โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 103

1/6/2552 20:25:01
.indd 103
.indd 103 1/6/2552 20:25:01

การทำความดีนั้น เมื่อทำแลวก็แลวกัน อยาได
นำมาคิดถึงบอย ราวกับวาการทำดีนั้นชางใหญยิ่ง
นัก ใครก็ทำไมไดเหมือนเรา ถาคิดเชนนี้ ความดีนั้น

ก็จะเหลือเพียงครึ่งเดียว แตถาทำแลวก็ไมนำ
มาใสใจอีก คิดแตจะทำอะไรตอไป อีกจึงจะดี จึง

จะเปนความดีที่สมบูรณ ไมตกไมหลน เชนการให
เงินแกคนยากจน ในใจของลูกจะตองอยาคิดวา
เราเปนผูให ภายนอกก็อยาไปสนใจวาใครเปนผูรับ

แมแตเงินที่เราบริจาคไปแลวก็มองไมเห็นวาสำคัญ
ตรงไหนใหแลวก็แลวกัน ลืมเสียใหได ไมกลับมาคิด

อีกใหเสียเวลาเชนนี้ เรียกวาทำความดีดวยจิตวาง
เปลา เมื่อไมไดบรรจุอะไรไวที่จิตเลย จิตนั้นก็ยอม
เต็มเปยมไปดวยกุศลผลบุญพลังแหงกุศลธรรมเชน

นี้ใหญหลวงนัก สามารถทำลายเคราะหกรรมไดถึง
หนึ่งพันครั้ง เพราะฉะนั้นการทำความดีจึงมิไดขึ้น

อยูกับปริมาณของเงินทองหรือวัตถุที่บริจาคแตอยู
ที่ใจเราเทานั้นที่จะทำจิตใจใหวางเปลาจนสามารถ








104 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:01
.indd 104
.indd 104 1/6/2552 20:25:01

บรรจุบุญกุศลไดเพียงใดตางหาก


ความดีขอที่เจ็ด คือความดีที่ใหญหรือเล็ก
มีขุนนางผูหนึ่งมีนามวาเอวยจังตะ รับราชการ
อยูในกรมประวัติศาสตร อยูมาวันหนึ่งถูกจับ

วิญญาณไปยังยมโลก พญายมไดสั่งใหเสมียนใน
ยมโลกนำบัญชีดีชั่วของทานเอวยมาใหดู ปรากฎ

วาบัญชีชั่วนั้น ชางมากมายกายกองวางจนเต็ม
หองไปหมด สวนบัญชีความดีนั้นเล็กนิดเดียว มี
ขนาดพอๆ กับตะเกียบขางหนึ่งเทานั้น พญายม

สั่งใหคนเอาตาชั่งมา ปรากฎวาบัญชีความดีนั้น
แมจะเล็กนิดเดียว แตกลับมีน้ำหนักมากกวา

บัญชีความชั่วมีรวมกันแลวทั้งหมด ทานเอวย
มีความสงสัยเปนอันมาก จึงถามพญายมวา
ขาพเจามีอายุยังไมถึงสี่สิบป ไฉนจึงมีความชั่ว

มากมายเชนนี้ พญายมตอบวา เพียงแตจิตคิด
มิชอบเทานั้นก็เปนบาปแลว เชนเห็นผูหญิงสาว

สวยก็มีจิตปฏิพัทธ จิตที่คิดมิชอบ เชนนี้ก็จะถูก






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 105

1/6/2552 20:25:01
.indd 105
.indd 105 1/6/2552 20:25:01

บันทึกในบัญชีความชั่วทันที ทานเอวยถามตอไปวา
ถาเชนนั้นในบัญชีความดีอันนอยนิดนี้ ไดบันทึก
ไววาอยางไร พญายมตอบวา มีอยูครึ่งหนึ่งฮอง

เตทรงดำริจะซอมสะพานหินที่เมืองฮกเกี้ยนทาน
เกรงวาราษฎรจะเดือดรอน จึงถวายความเห็นเพื่อ

ยับยั้งพระราชดำรินั้นเสีย บัญชีความดีนั้นก็
คือสำเนาที่ทานทูลเกลาฯ ถวายฮองเตนั่นเอง
ทานเอวยก็แยงวา แมขาพเจาจะกระทำดังกลาวจริง

แตก็ไมเปนผลสำเร็จ พระองคทรงดำเนินการไปแลว
ไมนาเลยที่บัญชีความดีเพียงอยางเดียว จะมีน้ำ

หนักมากกวาบัญชีความชั่ว ที่กองอยูเต็มหากองนี้
พญายมจึงพูดวา การที่ทานมีเมตตาจิตตอราษฎร
เกรงจะไดรับความลำบากกันมากมาย กุศลจิตนี้

ใหญหลวงนัก ถาหากทานยับยั้งไดสำเร็จก็จะยิ่ง
เพิ่มความหนักขึ้นอีก พลังแหงกุศลกรรมนี้จะยิ่ง

ใหญอีกหลายเทานัก แมจะเปนเรื่องเล็ก แตถากระ
ทำเพื่อชนหมูใหญแลวไซร ความดีนั้นก็ใหญหลวง








106 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:02
.indd 106
.indd 106 1/6/2552 20:25:02

ยิ่งนัก หากทำดีเพื่อตนเองแลวไซร แมจะทำดีขนาด
ไหน ก็ไดผลนอยมากลูกจงจำไววา การทำความดีไม
วาจะเปนความดีมากหรือนอยเพียงใด ก็ขึ้นอยูกับ






เมตตาในการทำความดีน้น เพือผอืนหรือเพือตนเอง
ขอที่แปด คือความยากงายในการทำความดี
สมัยกอนทานผูคงแกเรียนมักจะพูดวา ถาจะเอา
ชนะใจตนเองใหได ตองเริ่มจากจุดที่ขมใจไดยาก
ที่สุดเสียกอน ถาสามารถเอาชนะไดจุดอื่นๆ ก็ไม
สำคัญเสียแลว ยอมจักเอาชนะไดโดยงาย ลูกศิษย

ของทานขงจื่อ ชื่อฝานฉือ ไดถามทานอาจารยวา
เมตตาธรรมนั้นเปนอยางไร ทานขงจื่อตอบวา การ

ทำสิ่งที่ยากที่สุดไดเสียกอน จึงจะชนะใจตนเองได
เมื่อชนะใจตนเองไดแลว ความเห็นแกตัวก็หมด
ไปจึงบังเกิดเมตตาธรรม พอจะนำตัวอยางใหฟง

ลูกจะไดเขาใจงายเขา ที่มณฑลเจียงซี มีทานผูเฒา
แซซูทานยังชีพดวยการสอนหนังสือตามบาน อยูมา

วันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งเปนหนี้เพราะความยากจน




โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 107



1/6/2552 20:25:02
.indd 107 1/6/2552 20:25:02
.indd 107

เมื่อไมสามารถชำระหนี้ได เจาหนี้ก็จะยึดภรรยา
ของชายผูนี้ไปเปนคนใช ทานผูเฒาซูเกิดความสง
สารสามีภรรยาคูนี้ยิ่งนัก จึงยอมเสียสละเงินที่เก็บ

ออมไวไดจากการสอนหนังสือเปนเวลาสองป นำมา
ใชหนี้แทนชายผูนั้น ทำใหสามีภรรยาคูนี้ไมตอง

แยกจากกัน


อีกตัวอยางหนึ่ง มีชายคนหนึ่งดวยความยาก
จนยิ่งนักจึงนำภรรยาและบุตรชายไปจำนำไว ได
เงินมาพอประทังชีวิตเมื่อถึงกำหนดไมมีเงินจะไปไถ

คืน ภรรยาก็เดือดรอนคิดจะฆาตัวตาย บังเอิญทาน
ผูเฒาจางรูเรื่องเขา มีความสงสารเปนยิ่งนักจึงนำ

เงินที่เก็บสะสมมาแลวถึงสิบป มาใชหนี้แทนใหพอ
แมลูกจึงไดมีโอกาสกลับมาอยูรวมกันอีกครั้ง


ทั้งทานผูเฒาซูและทานผูเฒาจาง ลวนแตได
กระทำในสิ่งที่ทำไดยากยิ่ง เงินที่ทานสะสมไวคนละ

สองปและสิบปนั้น ทานก็หวังวาเมื่อทำมาหากินไม







108 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:02
.indd 108
.indd 108 1/6/2552 20:25:02

ไดแลว ก็จะไดใชเงินจำนวนนี้ประทังชีวิตตอไป
เปนเงินที่ตองใชเวลาอันยาวนานสะสมไววันละเล็ก
ละนอย แตทานทั้งสองก็สามารถตัดใจชวยเหลือ

คนที่ไมรูจักกันเลย แมแตนิดไดในพริบตาเดียว
นี่คือการทำความดีที่ยากยิ่งจริงๆ


อีกตัวอยางหนึ่งของผูที่ชนะใจตนเองได คือ

ทานผูเฒาจินทานอายุมากแลว ยังไมมีบุตรไวสืบ
สกุล ดวยความหวังดีของเพื่อนบานคนหนึ่ง ไดยก
บุตรสาวของตนใหเปนอนุภรรยาของทานผูเฒา แต

ทานกลับไมยอมรับความหวังดีนั้น ทานใหเหตุผลวา
ทานนั้นชราภาพแลว สวนเด็กสาวนั้นอายุยังไมถึงยี่

สิบ ควรจะไดสามีที่มีอายุไลเลี่ยกัน ทานจึงไมควรที่
จะไปทำลายความสุขและอนาคตของเด็กสาวนี้ เสีย
ดวยความเห็นแกตัว เพียงเพื่อจะมีบุตรไวสืบสกุล

เปนการไมสมควรอยางยิ่ง ทานผูเฒาทั้งสามทานนี้
ลวนแตทำในสิ่งที่ยากยิ่งจริง ๆ ฟาดินจึงประทาน

ความสุขความเจริญใหกับทานทั้งสาม ทั้งใน






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 109

1/6/2552 20:25:02
.indd 109
.indd 109 1/6/2552 20:25:02

โลกนี้ และโลกหนาเปนแนแท สวนคนที่มีเงินมี
อำนาจนั้น ถาจะกระทำความดีก็ยอมงายกวา
ผูที่ไมมีทั้งเงินและอำนาจ แตพวกนี้ก็ไมคอยชอบ

ทำความดี เพราะฉะนั้น ผูที่มีโอกาสทำความดี
ไดงายเพราะมีทั้งเงิน และอำนาจกลับไมยอมทำ

ความดี สวนผูที่ไมมีเงินมีอำนาจ กวาจะทำความ
ดีไดก็ดวยความยากลำบากยิ่ง นี่คือความแตกตาง
กันในคุณคาของความดี


การทำความดีตอผูอื่นนั้น ก็จะตองแลวแต

โอกาสจังหวะเวลาก็มีความสำคัญเชนกัน การชวย
เหลือผูอื่นนั้นมีวิธีการมากมาย ประมวลแลวก็

สามารถแยกออกได 10 วิธีดวยกัน คือ

1.ชวยเหลือผูอื่นทำความดี


2.รักและเคารพทุกคนอยางเสมอหนา


3.สนับสนุนผูอื่นใหเปนผูมีความดีพรอม







110 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:03
.indd 110
.indd 110 1/6/2552 20:25:03

4.ชี้ทางใหผูอื่นทำความดี


5.ชวยเหลือผูที่อยูในความคับขัน

6.กระทำสิ่งที่เปนประโยชนตอสาธารณะ











7.ไมทำตนเปนปโสมเฝาทรพยหมนบริจาค
8.ธำรงไวซึ่งความเปนธรรมะ
9.เคารพผูมีอาวุโสกวา
10.รักชีวิตผูอื่นดุจรักชีวิตตนเอง

ขอ 1. การชวยเหลือผูอื่นทำความดีนั้นเปน

อยางไร



เมือครั้งทานตี้ซุนยังมิไดเปนพระเจาแผนดิน
จีนสมัยโบราณ (กอน พ.ศ.1712-1665) ทานไป

ยังหนองน้ำแหงหนึ่ง เห็นชาวบานกำลังจับปลา
กันอยู คนที่แข็งแรงก็พากันไปยังที่ ๆ มีน้ำลึก






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 111

1/6/2552 20:25:03
.indd 111 1/6/2552 20:25:03
.indd 111

ปลาชุม สวนพวกที่ไมแข็งแรงและผูชราถูกกัน ใหไป
จับปลายังที่ ๆ มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว และที่มีน้ำตื่น
ซึ่งปลาจะไมชอบมาในบริเวณนั้น ทำใหจับปลา

ไมได ทานตี้ซุนเห็นดังนั้น ก็บังเกิดความสงสาร
จับใจทานจึงเขาไปชวยคนที่ไมแข็งแรง และผูชรา

หาปลา ใครที่เห็นแกตัว ชอบแยงที่น้ำลึกทานก็นิ่ง
เสียไมไปวาเขา ใครที่ไมเห็นแกตัวทานก็จะนำ
พฤติกรรมของเขาไปสรรเสริญจนทั่ว ทานเองก็ทำ

ตัวอยางอันดีใหเปนที่ปรากฏอยูทุกวัน ๆ จนกาล
เวลาไดผานไปหนึ่งป ชาวบานพากันสำนึกในความ

เห็นแกตัวของตน ตางก็ทำดีตอกันและกัน ในที่นี้
พอจะตองบอกใหลูกรูวา พอไมสนับสนุนในเรื่อง
การจับปลามาเปนอาหาร เพราะการฆาสัตวตัดชีวิต

นั้นเปนบาปอยางยิ่ง แตที่พอยกเรื่องนี้มาเปนอุทา
หรณ ก็เพื่อใหลูกเขาใจวาการชวยใหผูอื่นทำ

ความดีนั้น ตองใชความอดทนพยายามเพียงไร
ทานตี้ซุนนั้นเปนผูฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก เพียงแต








112 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:03
.indd 112
.indd 112 1/6/2552 20:25:03

ทานใชคำพูดกลอมเกลาจิตใจ ผูคนก็จะเชื่อทาน
เพราะตางก็มีความเคารพทานอยูแลว แตทานอุต
สาหใชเวลาถึงหนึ่งปเต็ม ก็เพื่อจะใหทุกคนกลับ

ตัวกลับใจไดหมด และจะไมกลับไปเปนคนเห็นแก
ตัวอีกไมวาในกรณีใด และเปนไปดวยความสมัครใจ

ไมใชดวยบังคับหรือขอรอง ใหทุกคนตระหนักถึง
ความดีที่ตองกระทำรวมกัน เพื่อความผาสุกของ
พวกเขาเอง พอจึงสรรเสริญในความอุตสาหะของ

ทานยิ่งนัก


พอและลูก ตางก็มีชีวิตอยูในยุคแหงความ
มืดมน ผูคนไมคอยมีศีลธรรมเหมือนดังยุคกอน

เพราะฉะนั้นลูกจะตองเจียมเนื้อเจียมตัว อยาได
อวดดีวาวิเศษกวาผูอื่น อยานำความสามารถของ
ลูกไปขมผูอื่นที่ดอยกวาใหเขาไดอาย จงเก็บความ

รูความสามารถของเจาไวในใจ อยาไดแสดงออก
ใหปรากฎแกสายตาผูอื่น ใครพลาดพลั้งลวงเกิน

ลูกก็จงรูจักใหอภัย อยาไดแพรงพรายความไมดี






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 113

1/6/2552 20:25:03
.indd 113
.indd 113 1/6/2552 20:25:03

ออกไป เพื่อใหโอกาสเขากลับตัวกลับใจ และเมื่อ
ไมมีใครรู และก็ทำใหเขาไมกลากำเริบเสิบสาน
เพราะทุกคนยอมรักหนารักตาไมอยากเปนคนเสีย

ชื่อเสียง จึงไมวิจารณใหความลับของเขาเปนที่เปด
เผยออกไป เขาจึงไมกลาที่จะทำผิดอีก บางคนนั้น

เมื่อมีคนรูวาเขาเปนคนไมดีเสียแลว เขาก็ทำตัว
เหลวแหลกยิ่งขึ้น เมื่อเปนคนดีไมไดก็ยอมเปนคน
ชั่วเสียเลย คนเชนนี้ก็มีใหเห็น ๆ อยู ลูกจะตองคอย

สังเกตวาผูอื่นนั้น เขามีความสามารถอะไรบาง
ถาเปนสิ่งที่ลูกยังไมมี ก็จงรีบรับเอาความดีนั้นมา

ใสตนเถิดอยาไดรีรอเลย ลูกจะตองรูจักชมเชยสรร
เสริญความดีงามความสามารถของผูอื่น ใหแผไพ
ศาลไป อยาไดมีจิตริษยา ในชีวิตประจำวันของลูก

ไมวาจะพูดสักคำ จะทำอะไรสักอยาง จงอยาทำเพื่อ
ประโยชนตนเอง ตองถือประโยชนสวนรวมเปน

สำคัญลูกจงจำไวใหดี










114 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:04
.indd 114
.indd 114 1/6/2552 20:25:04

ขอ 2. รักและเคารพทุกคนอยางเสมอหนา
นั้นเปนอยางไร


ผูดีนั้น คนที่มีคุณงามความดีและกระทำแต
คุณงามความดีอยางสม่ำเสมอ สวนคนเลวนั้น

บางทีก็ซอนอยูในคราบของผูดี ปะปนกันจนบางที
ก็ดูไมออก แตถาลูกสังเกตดีแลว ก็จะเห็นความ

แตกตางราวกับขาวและดำทีเดียว ผูดีที่มีขอแตก
ตางจากคนทั่วไปนั้น คือมีน้ำใจรักและเคารพทุก
คนอยางเสมอหนากัน ธรรมดาคนที่เราไดพบเห็น

ในชีวิตประจำวันนั้น บางคนเราก็เคยใกลชิดดวย
บางคนก็หางเหินกันไป บางคนสูงศักดิ์ บางคน

ต่ำตอย บางคนฉลาดหลักแหลม บางคนโงเขลา
เบาปญญา บางคนมีคุณธรรมประจำใจ บางคนก็
รายจนไดชื่อวาเปนคนพาล แมทุกคนจะมีสถาน

ภาพและจิตใจไมเหมือนกัน แตทุกคนก็เปนเพื่อน
มนุษยที่ตองเกิดแกเจ็บตายดวยกัน นักปราชญทั้ง

ปวงจึงไมชอบใหคนเกลียดกันดูถูกกัน ตองรักกัน






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 115

1/6/2552 20:25:04
.indd 115
.indd 115 1/6/2552 20:25:04

เคารพอยางเสมอหนาจึงจะมีสันติสุขเกิดขึ้นได


ขอ 3. สนับสนุนผูอื่นใหเปนผูมีความดี
พรอมนั้นอยางไร


หยกนั้นยอมมาจากหินชนิดหนึ่ง ถาเราทิ้ง
ขวางไมสนใจ ก็เปนเพียงหินธรรมดากอนหนึ่ง

แมภายในจะมีหยกเรนอยู ก็ไมสามารถปรากฏ
ความมีคาของมันได แตถามนุษยนำมาเจียระไน
เอาความเปนหยกออกมาจากหิน และสลักใหสวย

งามก็จะเปนของมีคาสำหรับฮองเต และขุนนาง
กลายเปนสัญลักษณที่จะตองติดตัวไว แสดงถึง

ความบุญหนักศักดิ์ใหญ ยามที่ฮองเตออกขุนนาง
ก็ตองมีหยกไวแสดงความเปนใหญในแผนดิน ขุน
นางเขาเฝาฮองเตก็ตองถือหยกพระราชทานไวใน

มือ เพื่อแสดงความเคารพ และจงรักภักดีตอฮองเต
หยกยังนำมาใชในพิธีกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ลูก

ตองอยาลืมวาหยกมีความงาม และความสำคัญ







116 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:04
.indd 116 1/6/2552 20:25:04
.indd 116

ขึ้นมาไดเพราะฝมือของมนุษยเอง คนก็เชนกันถา
มีคนคอยชวยหลือใหคำแนะนำที่ดี คนธรรมดาๆ
ก็จะกลายเปนคนดีพรอมไปได เพราะฉะนั้น ลูกจง

ใสใจในคนที่รักดี มุงมั่นจะเปนคนดี ลูกจงใหความ
ชวยเหลือสนับสนุน ใหกำลังใจประคับประคอง

เพื่อใหเขาเปนคนดีพรอมใหได แมเขาจะถูกผูคน
ปรักปรำ ก็จงชวยชี้แจงปกปอง และยอมรับขอปรัก





ปรำน้นวาลกกมีสวนผิดอยดวย เพือผอนคลายความ
รุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขา จนกวาเขาจะยืนอยูบน
ขาของเขาเองไดแลว ก็นับวาลูกไดพยายามจนถึงที่
สุดแลว


คนดีคนเลวนั้น มักจะคบหากันไมได คนดี
ยอมคบกับคนดี คนชั่วก็ชอบมั่วสุมกับคนชั่ว คนชั่ว
มักเกลียดชังคนดี ยิ่งในชนบทที่หางไกลความ

เจริญดวยแลว คนชั่วมีมากกวาคนดี ชอบขมเหง
คนดีอยูเสมอ จนตั้งตัวไมติดคนดีมักจะเปนคนตรง

และไมกลัวตาย ไมชอบการแตงตัวที่หรูหราไมชอบ






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 117

1/6/2552 20:25:04
.indd 117 1/6/2552 20:25:04
.indd 117

มีความเปนอยูที่ฟุมเฟอย จึงมักตกเปนขี้ปาก
คนชั่วที่ชอบวิพากษวิจารณคนผิด ๆ เพราะฉะนั้น
เมื่อลูกพบเห็นเหตุการณเชนนี้ ก็จงชวยปกปองคนดี

และชวยชี้ทางใหคนชั่วกลับใจเปนคนดีเสีย นี่เปน
มหากุศลที่ลูกจะตองทำใหได


ขอ 4. ชี้ทางใหผูอื่นทำความดีนั้นอยางไร


เกิดมาเปนมนุษย ทุกคนยอมมีศีลธรรมประจำ
ใจอยูบาง มากบางนอยบาง ที่จะไมมีเลยนั้นคงหา

ยาก นอกจากมนุษยจะมัวสาละวนอยูกับการ
แสวงหาลาภยศเงินทอง ชื่อเสียง โดยไมคำนึงถึง

ศีลธรรม ทำใหตองตกอยูในความหายนะ ถาลูก
พบคนเชนนี้ ลูกจงพยายามชวยเขา ฉุดเขาใหพน
จากความหายนะใหจงได ดุจคนฝนราย ลูกปลุก

เขาใหตื่นจากความฝน ใหความรูความคิดที่ดีงาม
แกเขา เขาก็จะตื่นจากฝนรายกลายเปนคนดีได

เมื่อครั้งราชวงศถัง (พ.ศ. 1161-1450) มีขุนนาง







118 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:05
.indd 118 1/6/2552 20:25:05
.indd 118

ทานหนึ่ง ทานเขียนหนังสือสอนใจคนไดดีมาก
เปนที่แพรหลายไปทั่วประเทศจีน ชาวจีนมีความ
เคารพนับถือทานมาก เมื่อทานถึงแกอนิจกรรม

ยังไดรับเกียรติยศอันสูงสง ไดรับการสถาปนาจาก
ฮองเตใหเปนที่ “เอวิ๋น” เปนการเชิดชูผลงานอันมี

ทั้งรอยแกวรอยกรองที่เยี่ยมยอดนั่นเอง ชาวบาน
พากันเรียกทานวา “หานเอวิ๋นกง” ทานเคยกลาว
ไววา การตักเตือนผูอื่นดวยคำพูดนั้น ไมชาก็จะถูก

ลืมเลือนไปผูอยูไกล ก็ไมสามารถไดยินคำเตือน
นั้นได หากบันทึกไวเปนหนังสือแมสักรอยชั่วคน

คำสอนนั้นก็ยังคงอยู สามารถแพรไปไกลกวาพัน
หมื่นลี้เสียอีก ขอที่หนึ่งพอไดยกตัวอยางใหชวย
เหลือผู้อื่นด้วยการทำตนเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น

นานวันเขาก็จะมีคนตามอยางโดยไมรูตัว สวนขอนี้
พอขอยกตัวอยางใหใชคำพูด ใชหนังสือเปนตัวอยาง

ลูกก็จะตองใชใหเหมาะสมมิฉะนั้นก็จะไมไดผลเลย
ดุจดั่งคนปวย ถาไดยาตรงกับโรคก็จะหายวันหาย








โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 119

1/6/2552 20:25:05
.indd 119
.indd 119 1/6/2552 20:25:05

คืน เหมือนคนที่มีนิสัยแข็งกระดาง ถาเราใชคำพูด
ตักเตือนเขาจะไมเชื่อโดยงาย พูดไปก็เสียเวลา
เปลา ถาเปนคนที่มีนิสัยออนโยน การตักเตือน

ดวย คำพูดมักจะไดผล ลูกไมควรพลาดโอกาส
อันดีนี้เสีย ทั้งนี้ขึ้นอยูกับลูกตอง ดูคนเปนตอง

อานนิสัยไดถูกตองแลว จึงจะวินิจฉัยไดวาคนเชนไร
สมควรตักเตือนดวยคำพูด คนเชนไรสมควรใหเขา
อานหนังสือเพื่อแกไขตัวเขาเอง


ขอที่ 5. จะชวยเหลือผูที่อยูในความคับ

ขันไดอยางไร


เคราะหกรรมยอมเกิดขึ้นไดเสมอ ไมวากับ
ใครๆ หากลูกพบเห็นคนที่กำลังตกทุกขไดยาก ลูกจะ
ตองเขาชวยเหลือใหทันทวงที และจะตองชวยแกไข

สถานการณดวยสติปญญาของลูก อยางรอบคอบ
เพื่อใหการชวยนั้นประสบความสำเร็จ ทานซุยจื่อ

ซึ่งเปนขุนนางในราชวงศหมิง ในปลายสมัยพระเจา







120 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:05
.indd 120 1/6/2552 20:25:05
.indd 120

เซี่ยวจงฮองเต (พ.ศ. 2031-2048) ทานกลาวไววา
การชวยเหลือนั้น ไมควรคำนึงวาจะไดบุญไดคุณ
สักเพียงไร ขอใหชวยใหไดทันทวงทีจึงจะควร ชาง

เปนคำพูดที่เปยมไดดวยเมตตาการุณยเสียนี่กระไร


ขอที่ 6. กระทำสิ่งที่เปนประโยชนตอ
สาธารณะอยางไร


ไมวาลูกจะอยูในชนบทเล็ก ๆ หรือในเมือง
ใหญ ๆ หากเปนเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชนสุขของ

สวนรวมแลว ลูกจะตองไมทอถอยในการเปนอาสา
สมัคร เชน ขุดคูสงน้ำ เพื่อไวใชในนายามหนาแลง

หรือสรางทำนบเพื่อปองกันนี้ทวม หรือซอมสะพาน


ที่ชำรุด เพือใหการสญจรไปมาสะดวกและปลอดภย

ยิ่งขึ้นหรือใหทานอาหารแกคนอดอยาก หรือให
น้ำแกคนกระหายแลว ลูกก็ควรชักชวนชาวบานให
รวมแรงรวมใจกันกระทำความดีรวมกัน ใครมีเงิน

ก็ออกเงิน ใครมีแรงก็ออกแรง ผนึกกำลังใหเขมแข็ง






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 121


1/6/2552 20:25:05
.indd 121 1/6/2552 20:25:05
.indd 121

จะไดชวยเหลือคนไดมากขึ้น หากใครมาวารายลูก
ก็จงอยาใสใจ ถาเราทำดีโดยสุจริตแลว ใครๆก็ยอม
เขาใจ และชวยปองกันลูกเสียอีก ลูกจงอยาทอถอย

ไมวาจะประสบอุปสรรคใดๆ ก็อยาไดวางมือเปน
อันขาด


ขอที่ 7. ไมทำตนเปนปูโสมเฝาทรัพยหมั่น

บริจาคอยางไร

คำสอนในพระพุทธศาสนานั้นมากมาย พระ

ผูมีพระภาคทรงแนะนำใหรูจักใหทานเสียกอน การ
ใหคือการเสียสละ ทานที่บรรลุธรรมแลว ทาน

เสียสละไดหมด ทั้งอายตนะภายใน (ตา หู จมูก
ลิ้น กาย ใจ) และอายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ และธัมารมณ) ก็สิ่งที่ประกอบกัน

ขึ้นมาเปนชีวิต ทานยังเสียสละไดเรื่องทรัพยสิน
เงินทองของนอกกาย ไฉนจักเสียสละไมได ถาเรา

สามารถเสียสละไดทุกอยางเชนนี้แลว เราก็จะรูสึก







122 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:06
.indd 122 1/6/2552 20:25:06
.indd 122

วาเรามิไดแบกภาระอันใดไว ทำใหจิตใจปลอดโปรง
ไมหวงหนากังวลหลังใครทำของเราเสีย ใครขโมย
ของเราไปก็ไมเดือดรอนเลยแมแตนิด เพราะเราเสีย

ลสะไดหมดจริง ๆ ผูที่ไมสามารถเสียสละไดทั้ง
หมด ก็ตองเริ่มตนดวยการใหทานบริจาคทรัพย

เสียกอน คนในโลกนี้เห็นวาปจจัยสี่นั้นเปนสิ่ง
สำคัญของชีวิต และเงินเทานั้นที่จะบันดาลใหได
มาซึ่งปจจัยสี่ เพราะฉะนั้นคนสวนมากจึงใหความ

สำคัญแกเงินเทาชีวิต หาไดคิดสักนิดไมวาหาก
ยังมีลมหายใจก็ดีอยูหรอก ถาหมดลมเมื่อใดมี

ใครเคยเอาอะไรติดตัวไปไดบาง ผูที่รักเงินยิ่งชีวิต
จึงควรฝกตนใหรูจักการบริจาคทรัพยใหทานเสีย
บาง ใหม ๆ ก็จะเกิดความเสียดาย เพราะคนรักเงิน

ยิ่งชีวิตมักเปนคนตระหนี่ ใจคอคับแคบ แตถาหมั่น
บริจาคก็จะเกิดเปนนิสัยอันดีงามขึ้น สามารถ

บริจาคไดมากขึ้น และไมนึกเสียดายดังแตแรก










โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 123

1/6/2552 20:25:06
.indd 123
.indd 123 1/6/2552 20:25:06

ขอ 8.ธำรงไวซึ่งความเปนธรรมไดอยางไร


ธรรมะคือประทีปที่สองวิถีทางแหงชีวิต เมื่อ
หนทางขางหนาสวางไสว ชีวิตยอมดำเนินไปตาม
ทิศทางอันถูกตองดุจดั่งคนที่มีนัยนตาดี ยอม

สามารถเลือกทางเดินที่สะดวกที่สุด และดีที่สุดได
โบราณทานจึงวา ธรรมะคือการธำรงไวซึ่งฟาดิน

และมนุษย ใหเกิดความสมดุลผสมผสานกลมกลืน
เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน จะขาดไปแมแตสิ่งหนึ่งสิ่ง
ใดก็หามิได ตองเปนปจจัยอิงอาศัยซึ่งกันและกัน

ทำใหเกิดสรรพสิ่งดวยธรรมะ ธรรมะทำใหชีวิตหลุด
พนจากหวงแหงความทุกข มีอิสระเสรีที่จะอยูใน

โลกตอไปก็ได จะไปใหพนโลกเสียก็ได ฉะนั้นเมื่อ
ลูกเห็นศาลที่บูชานักปราชญราชบัณฑิต หรือเห็น
คัมภีรโบราณที่เปนธรรมะอันสูงสง ลูกจะตอง

ถนอมดวยความเคารพ หากมีสิ่งขาดตกบกพรอง
ลูกจะตองซอมแซมใหอยูในสภาพดีดังเดิม เพื่อเปน

ประโยชนแกอนุชนรุนหลังตอไป ลูกจะตองเผยแผ






124 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:06
.indd 124 1/6/2552 20:25:06
.indd 124

ธรรมะธำรงไวซึ่งธรรมะ ปฏิบัติตนดวยธรรมะ สอน
ใหผูอื่นรูจักธรรมะ จึงจะเรียกวาเปนพุทธศาสนิก
ที่รูซึ้งในพระกรุณาคุณ พระปญญาคุณ และพระ

บริสุทธิคุณของพระผูมีพระภาคเจา ถาลูกทำได
เชนนี้ จึงจะไดชื่อวาเปนผูรูพระคุณของพระ ผูมีพระ

ภาคอยางแทจริง และไดถวายความกตัญูกตเวที
แตพระองคอยางถูกตองแลว


ขอ 9. เคารพผูมีอาวุโสกวาอยางไร


ในครอบครัว ยอมมีบิดามารดา พี่ชายพี่สาว
ที่มีอาวุโสกวาเรา เราตองเคารพรักรูจัก ปรนนิบัติ

เอาใจใสดูแลทุกขสุข ใหความสุขความสำราญแก
ทานใหความสนิทสนมกลมเกลี่ยว ยิ้มแยมแจม
ใสเขาหากัน พูดจากันดวยวาจาอันไพเราะ นานไป

ก็จะเปนผูมีนิสัยอันดีงาม


ในประเทศ ยอมมีฮองเตเปนประมุข ที่เราจะ
ตองแสดงความจงรักภักดี รับราชการดวยความ






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 125

1/6/2552 20:25:06
.indd 125
.indd 125 1/6/2552 20:25:06

ซื่อสัตยสุจริต รักษากฎหมายยิ่งกวาชีวิตของลูก
เอง อยาอวดดีทำผิดโดยคิดวาพระองคจะไมทรง
ทราบ การลงโทษคนโดยอาศัยอำนาจของกฎหมาย

ก็อยาเมาอำนาจจนตัดสินโทษดวยอารมณ อยานึก
วาพระองคไมทรงทราบ แลวทำไปดวยความลำ

พองใจ โบราณทานวาการรับใชฮองเต ก็คือการรับ
ใชสวรรค สวรรคยอมประทานความเจริญความสุข
สมบูรณใหถาลูกทำดีพอ





ขอ10. รกชีวิตผอืนดจรกชีวิตตนเองอยางไร





มนุษยจักทรงความเปนมนุษยอยูได ก็ดวยจิต
ที่มีเมตตากรุณา การเอาชนะสิ่งที่ยากที่สุดคือใจ
ของตนเอง ตองเริ่มปลูกฝงจิตใหมีเมตตากรุณา
กอน การสั่งสมคุณธรรมใด ๆ ก็ตองเริ่มที่จิตอัน
กอปรดวยเมตตากรุณาเชนกัน ในสมัยราชวงศโจว
นั้น (กอน ค.ศ.1100-กอน ค.ศ.771) ทานโจวกงซึ่ง

เปนไจเสียงของพระเจาเฉิงออง ไดแตงหนังสือขึ้น



126 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)






1/6/2552 20:25:07
.indd 126 1/6/2552 20:25:07
.indd 126

เลมหนึ่งใหชื่อวา โจวหลี่ อันเปนตนตำรับที่ราชวงศ
ตอ ๆ มา ถือเปนแบบฉบับวาดวยการบริหารประ
เทศ หนาที่ความรับผิดชอบของขาราชการกฎหมาย

และจารีตประเพณี รวมทั้งพิธีกรรมตางๆ มีอยูขอ
หนึ่งที่ทานกำหนดไววา เดือนแรกของป เปนเวลา

ที่พืชพันธุธัญญาหารมีโอกาสเจริญเติบโต งายแก
การตั้งครรภของสรรพสัตว ฉะนั้นการเซนสรวงบูชา
ในเดือนนี้ จึงหามฆาสัตวตัวเมีย เพราะเกรงวาอาจ

จะกำลังตั้งครรภอยู นี่ก็เปนความเมตตากรุณาของ
ทานโจวกง ทานนักปราชญเมิ่งจื่อไดกลาวไววา ผูดี

ยอมอยูหางไกลจากโรงครัวที่มีการฆาสัตว เพราะ
เพียงแตไดยินเสียงผูอื่นฆาสัตว ก็ทำใหจิตใจหดหู
เศราหมองได ทานผูใหญแตกาลกอนจึงไมยอม

บริโภคเนื้อสัตวสี่ประเภท คือ


1. สัตวที่ไดยินเสียงเขาฆา


2.สัตวที่เห็นเขากำลังฆา







โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 127

1/6/2552 20:25:07
.indd 127
.indd 127 1/6/2552 20:25:07

3.สัตวที่เลี้ยงอยูเอง


4.สัตวที่เขาจงใจฆาเพื่อใหเราบริโภค

ลูกเห็นใครที่ไมอยากบริโภคเนื้อสัตว แตยังทำ

ไมไดทันที ก็จงแนะนำเขาใหเริ่มไมแตะตองเนื้อสัตว
สี่ประเภทนี้ใหไดแสียกอน


เริ่มฝกเสียแตเดี๋ยวนี้ ความกาวหนาในการ
ปฏิบัติธรรมยอมติดตามมา เมื่อกระแสจิตไดถูก

ฝกฝนใหเจริญดวยเมตตาธรรม และกรุณาธรรม
แลวไซร ก็จะไมนึกอยากฆาสัตว สัตวทั้งมวลลวน

มีชีวิตจิตใจเชนเราเหมือนกัน การนำตัวไหมลงไป
ตมในน้ำรอน ๆ เพื่อทำเครื่องนุงหม ที่นิยมกันวา
สวยงามมีคามาก ที่แทเปนบาปกรรมโดยไมรูตัว

ความจริงผ้าไหมมิใช่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต
มนุษยเรานาจะใชผาฝายที่ไมตองเบียดเบียนสัตว

จะมิดีกวาหรือ แมกระทั้งการถางดินฆาหนอนก็
ลวนแตเปนบาปกรรมทั้งสิ้น ดูดูมนุษยเกือบทั้ง






128 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:07
.indd 128 1/6/2552 20:25:07
.indd 128

หมดลวนแตเบียดเบียนชีวิตผูอื่น เพื่อความมีชีวิต
ของตนเอง ตองทำปาณาติบาตอยูตลอดเวลา ที่มี
ชีวิตอยู แมกระทั่งมือที่ตบยุงบี้มด เทาที่เหยียบ

ลงไปบนตัวสัตวโดยไมเจตนา ก็ไมรูตัววาวันหนึ่งๆ
ไดทำไปกี่ครั้ง ลูกจงระวังใหดี ปองกันใหได นอก

จากจะสุดวิสัยจริง ๆ มีโคลงโบราณอยูบทหนึ่ง ซึ่ง
เปนที่ประทับใจพอจนบัดนี้ ทานวาไววา เพราะ
รักหนูจึงเก็บขาวไวใหกิน เพราะสงสารแมลงจึงไม

จุดตะเกียงในยามค่ำคืน ดูเถิดวาคนโบราณนั้นทาน
มีเมตตากรุณาเพียงไร


การทำความดีนั้นไมมีที่สิ้นสุด อธิบายเทาไร

ก็คงไมหมด จงถือหลักสิบประการนี้แลวลูกก็จะแผ
ขยายการทำดีใหกวางขวางออกไปเอง การสั่งสม





คณธรรมใหครบหนึงหมืนคร้ง กจะอยเพียงแค

เอื้อม






โอวาทขอท 3 วธสรางความด ี 129


1/6/2552 20:25:07
.indd 129 1/6/2552 20:25:07
.indd 129

โอวาทขอทีสี ่


ความถอมตน










































130 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:08
.indd 130 1/6/2552 20:25:08
.indd 130

โอวาททั้งสามขอที่กลาวจบไปแลวนั้น ลวน

แตสอนใหทำความดี สวนโอวาทขอสุดทายนี้
ทานสอนใหรูจักวางตน ในการคบหาสมาคม
กับบุคคลทั่วไป โดยใหยึดคุณธรรมขอนี้ไวคือ

การถอมตน ไมอวดดีวาตนเองวิเศษกวาผูอื่นจะ
ไดไมมีเรื่องกับใคร ไมกลาทำความชั่วสำนึกอยู

เสมอวาตนเองยังทำความดีไมเพียงพอ แลวจะมี
ความกาวหนาในการฝกตน และไมเพียงแตจะหา
ความรูเพิ่มเติมอยูตลอดเวลา แตยังตองรูจักฝก

ตนใหเขากับคนในสังคมได จะไดไมมีศัตรูทั้งตอหนา
และลับหลัง ไมมีอุปสรรคในการสั่งสมคุณธรรม

ความดีงาม

คัมภีรเอกเก็งไดกลาวไววา ผูใดยกตนขมทาน

อวดวิเศษกวาผูอื่น ยอมตองประสบความเสียหาย
ผูใดออนนอมถอมตน ไมจองหองลำพองตน ยอม

ตองประสบความสุขความเจริญ





โอวาทขอท 4 ความถอมตน 131


1/6/2552 20:25:09
.indd 131 1/6/2552 20:25:09
.indd 131

แมแตแผนดินก็หนีกฎนี้ไมพน ดูแตขุนเขาที่
สูงตระหงาน ยืนทะมื่นเยยฟาทาดิน ก็ยังตองพัง
ทลายอยูเนือง ๆ สวนแองน้ำที่ต่ำตอยนั้น กลับมีน้ำ

ขังอยูตลอดเวลา แมแตปศาจก็ชอบใหรายคน
ทระนง และอภิบาลคนที่ออนนอมถอมตน วิชา

โปยกวยนั้นไดแบงออกเปน 64 หนวย หนวยอื่น ๆ
ลวนสอนใหเห็นผลดี และผลชั่วในพฤติกรรมของ
มนุษย แตหนวยแหงการออนนอมถอมตนนี้ ไมมีผล

ชั่วเลย มีแตผลดีทั้งสิ้น จึงเห็นไดวาฟาดินเทพยดา
ผีปศาจ และมนุษย ลวนนิยมชมชอบความออนนอม

ถอมตนกันทั้งสิ้น



ในคัมภีรอื่นๆ ก็กลาวเหมือนกันวา ทระนงตน
อยูนำมาซึ่งความวิบัติ ถอมตนยอมนำมาซึ่งความ
เจริญ พอไดไปรวมสอบไลกับนักศึกษาอื่น ๆ ตั้ง

หลายครั้ง ทุกครั้งพอสังเกตเห็นนักศึกษาที่ยากจน
บางคน บนใบหนามักทอประกายแหงความถอมตน








132 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:09
.indd 132 1/6/2552 20:25:09
.indd 132

จนบางครั้ง พอคิดอยากจะเอามือทั้งสองของพอไป
ประคองประกายแหงความถอมตนนั้น มาประดับ
บน ใบหนาของพอเสียบาง และไมตองสงสัยเลยพวก

เขาเหลานี้สอบไลไดทุกทีไป



เมื่อตอนที่พอเขามาสอบในเมืองหลวง มี
เพื่อนนักศึกษารวมเดินทางมาดวย รวมทั้งหมดสิบ

คนดวยกัน พอสังเกตดูเห็นมีคนที่อายุนอยที่สุด
มีชื่อวาปงเปนคนเดียว ที่มีความสงบเสงี่ยมเจียมตน
มีความถอมตนอยูเปนนิจ พอจึงบอกกับเพื่อนวา

คน ๆ นี้ตองสอบไลไดแนนอน เพื่อนถามวาทำไม
พอจึงรูลวงหนาไดเลา พอบอกเขาวา ความถอมตน

ยอมนำมาซึ่งความเจริญ ในหมูพวกเราทั้งสิบคนนี้
มีใครบางที่ซื่อและจริงใจเหมือนเขา คอยเอาใจ
เพื่อนฝูงไมเคยเอาเปรียบใครเลย แมใครจะหยอก

ลอก็ไมโกรธตอบ ใครนินทาวาราย ก็ไมโตเถียง


สำรวมระวง ไมยอมปลอยตวปลอยใจไปตามอารมณ





โอวาทขอท 4 ความถอมตน 133


1/6/2552 20:25:09
.indd 133 1/6/2552 20:25:09
.indd 133

เหมือนคนอื่น คนเชนนี้แมแตผีสางเทวดาฟาดินก็
ยังตองใหความคุมครองและชวยเหลือ เมื่อผลการ
สอบไลครั้งนั้นปรากฎออกมา ก็เปนจริงดังที่พอ

คาดไวทุกประการ



เมื่อป พ.ศ. 2120 พออยูในเมืองหลวงพักกับ
เพื่อนชื่อไคจื่อ แซเผิง พอสังเกตดูรูสึกเขาเปลี่ยน

แปลงไปมาก เมื่อเด็ก ๆ เขาขี้เลนซุกซน และเจา
อารมณ แตบัดนี้ดูเขามีสติควบคุมอารมณไดดีมาก
เขามีเพื่อนอยูคนหนึ่งเปนคนดีมาก ฉลาด ซื่อตรง

ชอบชวยเหลือเพื่อน คุณธรรมสามประการนี้สม
แลวที่จักขนานนามเขาวากัลยาณมิตร เขามักจะติ

เตียนไคจื่อตอหนา ไคจื่อไมเคยโกรธหรือโตตอบ
เขาเลย รับฟงอยางอารมณดีเสมอ พอจึงบอกเขาวา
นิสัยอันดีงามของเขานี้ ยอมเปนปจจัยนำเขาไปสู

ความมีบุญวาสนา สวนคนที่ตองประสบเคราะห
กรรม ก็เปนเพราะเขาสรางนิสัยไมดีงามเปนเหตุ








134 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:09
.indd 134
.indd 134 1/6/2552 20:25:09

ปจจัยนำเขาไปสูความหายนะเชนกัน สำหรับเพื่อน
นั้น แมฟาดินก็ตองประทานควาามชวยเหลือ ปนี้
เพื่อนจะตองสอบไลไดอยางแนนอน ตอมาก็เปน

จริงดังที่พอพูดกับเขาไว



มีเด็กหนุมคนหนึ่งแซจาว สอบไลไดในภูมิลำ
เนาของตนเมื่ออายุยังไมถีง 20 ป แตตอจากนั้นไป
จะสอบกี่ครั้งก็ไมเคยสอบไลไดอีกเลย ตอมาไดติด

ตามทานบิดาที่ตองยายไปรับราชการที่อำเภออื่น
ในอำเภอนั้น มีบัณฑิตมีความรูสูงอยูทานหนึ่งแซ

เฉีย เด็กหนุมไดทราบขาวก็รีบนำบทประพันธของ
ตนไปหาเพื่อขอคำแนะนำ โดยไมคาดฝนทานบัณ
ฑิตจับพูกันได ก็ตวัดขอความในบทประพันธนั้นทิ้ง

เกือบหมด ถาเปนบางคนก็จะโกรธมาก แตเด็กหนุม
คนนี้นอกจากจะไมโกรธแลว ยังขอบพระคุณทาน

บัณฑิต รีบแกไขบทความแลวนำมาใหทานแกไขให
อีกดวย ความออนนอมถอมตนนี้ เปนสิ่งที่หาไดยาก
ยิ่ง พอรุงขึ้นอีกปหนึ่ง เด็กหนุมนี้ก็สอบไลได





โอวาทขอท 4 ความถอมตน 135


1/6/2552 20:25:10
.indd 135
.indd 135 1/6/2552 20:25:10

เมื่อป พ.ศ. 2135 พอไดไปเมืองหลวงเพื่อเขา
เฝาฮองเตไดพบกับเพื่อนคนหนึ่ง ดูเขาชางมีความ
จริงใจ และอารมณดีเสียนี่กระไร ประกายแหงความ

ออนนอมถอมตนอยูทั่วบรรยากาศที่รอบ ๆ ตัวเขา
ทำใหพอไดสัมผัสกับประกายนี้ ดวยความชื่นชมพอ

กลับจากเขาเฝา ไดเลาใหเพื่อนๆ ฟงวาหากฟาจะ
ประทานความเจริญรุงเรืองแกใคร มักจะประทาน
สติปญญาใหกอนเมื่อมีสติปญญาแลว คนที่เจา

อารมณก็จะเปลี่ยนเปนคนที่ควบคุมอารมณได คน
ที่อวดดีก็กลายเปนคนถอมตนไดเอง พัฒนาตน

เองไดแลวฟายอมประทานบุญวาสนามาให และ
ก็เปนจริงดังวา เขาสอบไลไดในปนั้นเอง


เมื่อป พ.ศ. 2077 มีนักศึกษาแซจางคนหนึ่ง
มีความรูดี เขียนบทความก็ดี เปนคนเดนคนหนึ่ง

ในบรรดานักศึกษาทั้งหมด เขาเดินทางมานานกิง
เพื่อเขาสอบ พักอยูที่วัด ๆ หนึ่งเมื่อผลการสอบ

ประกาศออกมา ปรากฏวาสอบตก แทนที่จะโทษตน






136 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:10
.indd 136 1/6/2552 20:25:10
.indd 136

เองวาความรูยังไมถึงจึงสอบไมได กลับโกรธกรรม
การคุมสอบหาวาไมยุติธรรม มีตาก็หามีแววไมบท
ประพันธดี ๆ ก็หาวาไมดีหลวงจีนในวัดทานหนึ่งได

ยินเขา จึงยืนยิ้มอยู เขาก็เลยพาลโกรธทานหลวงจีน
ไปดวย หลวงจีนจึงกลาวกับเขาวา ดูดูแลวเห็นทีบท

ประพันธของทานไมดีจริง เขายิ่งโกรธใหญ ตวาด
หลวงจีนวายังไมทันเห็นบทประพันธ จะรูวาดีไมดี
ไดอยางไร หลวงจีนจึงพูดวา การประพันธตองอาศัย

ความสงบทางใจ จิตเปนสมาธิจึงจะเขียนไดดี ทาน
ควบคุมอารมณไมไดหวั่นไหวอยูตลอดเวลา จะ

เขียน บทประพันธไดดีอยางไรได นักศึกษาจางไดสติ
จึงคุกเขาขอขมา และมอบตัวเปนศิษย


หลวงจีนจึงสอนวา การสอบไลไดหรือไม
ลวนขึ้นอยูกับชะตาชีวิต ถาชะตาไมดี แมจะเขียน

บทประพันธไดดีอยางไรก็สอบไมได จึงตองแกไข
ที่ตนเองเสียกอน นักศีกษาจางกราบถามทานวา

หากขึ้นอยูกับชะตาชีวิตแลว จะแกไขไดหรือ หลวง





โอวาทขอท 4 ความถอมตน 137


1/6/2552 20:25:10
.indd 137 1/6/2552 20:25:10
.indd 137

จีนพูดวา ฟาประทานชีวิตใหเราแตชะตาชีวิต
เราตองสรางสมเอง หากกระทำแตกรรมดีมีศีล
มีธรรม ชอบชวยเหลือผูอื่น ยิ่งไมมีผูรูเห็น ก็ยิ่งเปน

กุศลมหาศาล เมื่อเราสั่งสมความดีจนเต็มเปยม
แลว เราจะตองการชะตาชีวิตอยางไรก็ไดทั้งนั้น

นักศึกษาจางจึงปรารภวา ขาพเจาเปนคนจนจะมี
ปญญาชวยเหลือคนอื่นไดอยางไร ทานชี้แจงวา
การทำความดีตองเริ่มที่ใจ มุงแกไขตนเองเสียกอน

เชนการออนนอมถอมตนก็ไมตองใชเงินเลย ทำไม
ทานไมตำหนิตนเองวาความรูยังไมเพียงพอ จึงสอบ

ตก แตกลับไปดากรรมการควบคุมสอบเลา


นักศึกษาจางเพิ่งไดคิด จึงเริ่มปฏิบัติตนเสีย
ใหม ลดความหยิ่งผยองลงไปทุกวัน ๆ เพิ่มคุณ
ธรรมใหกับตนเองมากยิ่งขึ้นทุกวัน ๆ ครั้นอีกสาม

ปตอมา ในป พ.ศ. 2080 ในคืนวันหนึ่งไดฝน
ไปวาไดไปในตึกสูงใหญหลังหนึ่ง เห็นบัญชีรายชื่อ

นักศึกษาที่สอบไลวางอยูหนึ่งเลม พอเปดออก






138 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:10
.indd 138
.indd 138 1/6/2552 20:25:10

ดูเห็นทุกหนามีชองวาง เกิดควาามสงสัยจึงถาม
คนที่ยืนอยูใกล ๆ วา ทำไมบัญชีรายชื่อนักศึกษา
ที่สอบไลไดแลว จึงมีการคัดออกอีกเลา ไดรับ

คำตอบวา เนื่องจากผูที่สอบไลไดแลว จะตอง
ผานการตรวจสอบในยมโลกทุก ๆ 3 ป ถาใครมี

ความประพฤติไมดี ไมอยูในธรรมก็จะถูกคัดชื่อออก
จะสอบอีกอยางไรก็สอบไมได แลวชี้ไปที่วางบน
สมุดบัญชีนั้นวา สามปมานี้เจาตั้งใจฝกตน ใหกาว

หนาไปมาก จะเอาชื่อเจาไวตรงนี้ ขอใหเจารักตน
สงวนตัว อยาไดวูวามทำผิดเหมือนดังแตกอนอีก

ปนั้นเขาก็สอบไลไดที่ 105


เมื่อดูเหตุการณที่ผานมาแลว ยอมจะเห็นได
วา สูงจากศีรษะมนุษยไปเพียง 3 ฟุตก็มีเทพเจา
คอยเฝาดูอยูแลว เราจะตองทำแตสิ่งที่เปนมงคล

หลีกเลี่ยงการกระทำอันเปนอัปมงคลเสีย จะดีจะ
ชั่วจึงอยูที่ตัวเราเอง ถาควบคุมจิตใจ และความ

ประพฤติของเราใหดี ไมทำสิ่งที่ฟาดินและผีสาง





โอวาทขอท 4 ความถอมตน 139


1/6/2552 20:25:11
.indd 139 1/6/2552 20:25:11
.indd 139

เทวดาไมพอใจ ไมหยิ่ง ไมโอหัง ไมวูวาม อดทน
ในสิ่งที่ทนไดยาก ฟาดินและผีสางเทวดาก็ยอมจะ
สงสารเราเห็นใจเรา ประทานความชวยเหลือแกเรา

คนที่จะเปนใหญเปนโตในอนาคต ยอมไมทำจิตใจ
คับแคบเห็นแกตัว ยอมไมเปนผูทำลายความสุข

ความเจริญของตนเอง ความถอมตนทำใหมีโอกาส
ที่จะไดรับการอบรมสั่งสอนจากทานผูรู ไดรับ
ประโยชนจากทานเหลนั้นไมจบสิ้น นักศึกษาจึง

ควรทำตัวเชนนี้ ลูกจงจำไววา คนที่ยกตนขมทาน
ถือดีอวดเบงนี้ แมจะไดดิบไดดีก็ไมยั่งยืนนาน


โบราณทานวาไว ปรารถนาชื่อเสียงยอมได

ชื่อเสียง ปรารถนาความร่ำรวย ก็ยอมไดเปน
เศรษฐี ความปรารถนาของมนุษยเปรียบประดุจ
รากแกวของตนไม เมื่อหยั่งลึกลงดินแลว ตนไม

ก็จะมีกิ่งกานไพศาล ออกดอกออกผล ตาม
ฤดูกาล รากแกวของมนุษยก็คือการออนนอม

ถอมตน ไมวาจะเปนเรื่องเล็กนอยหรือเรื่องใหญ






140 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:11
.indd 140
.indd 140 1/6/2552 20:25:11

เราจะตองยึดมั่นในคุณธรรมขอนี้ ถอมตนไวเสมอ
ใหความสะดวกแกผูอื่น เมื่อไมทำใหผูอื่นสะเทือน
ใจเพราะความอวดดีของเราแลว ฟาดินยอมประทับ

ใจในความดีของเรา พวกนักศึกษามักบนบวง
เทพยดาฟาดินขอใหสอบไลได แตพวกนี้ไมคอย

มีความจริงใจ การบนบวงจึงไมไดผล ทานนัก
ปราชญเมิ่งจื่อ พูดกับพระเจาฉีเซวียนอองวาพระ
องคโปรดดนตรี ถาโปรดดวยความจริงใจแลวไซร

ชะตาของประเทศฉี ก็จักรุงเรืองสุกใสเปนแน
แตนี่พระองคโปรดดนตรี เพื่อความสุขของพระองค

เอง หากพระองคสามารถขยายความสุขสวน
พระองคนี้ ใหแผไพศาลไปในดวงใจของราษฎร
ทุกคนแลวไซร ราษฎรก็จะมีความสุขเหมือนดั่ง

พระองค และทุกคนก็จะจงรักภักดีตอพระองค
อยางสุดหัวใจ เมื่อนั้นชะตาของบานเมืองฉี จะไม

รุงเรืองสุกใสอยางไรได เมื่อลูกตองการสอบไลได
เปนขุนนาง ลูกก็จะตองตั้งความปรารถนาไวดุจ







โอวาทขอท 4 ความถอมตน 141


1/6/2552 20:25:11
.indd 141 1/6/2552 20:25:11
.indd 141

รากแกวของตนไม แนวแนที่จะทำความดีไมทอถอย
สั่งสมความดีงามใหไดทุก ๆ วัน ลดความถือดีอวด
ดีใหหมดสิ้นไป สรางอนาคตดวยตัวลูกเอง ชะตา

ชีวิตจักทำอะไรได ขอใหลูกจงเพียรพยายามตอไป
เถิด ความสำเร็จยอมรอลูกอยูแลวอยางแนนอน





































142 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:11
.indd 142 1/6/2552 20:25:11
.indd 142

ลำดับการสอบไลของจีนโบราณ



ซิวจาย นักศึกษาที่สอบไลไดครั้งแรกในภูมิ
ลำเนาของตน หมายถึงผูฉลาดที่คัดมาแลว

กือหยิน ซิวจายที่สอบไลไดอีกครั้ง หมายถึง

ผูฉลาดที่สมควรสนับสนุนตอไป

จิ้นสือ กือหยินที่สอบไลไดอีกครั้ง เปน
บัณฑิตที่ควรสงเสริมใหเขาสอบรับราชการไดแลว

ทานเหลี่ยวฝานสอบไดจิ้นสือแลว ก็สอบเขา

รับราชการเลย จึงมิไดเขาสอบชิงตำแหนงจอหงวน
อีก และเปนเพราะความสันโดษของทานดวย เมื่อ
ศึกษาไดผานบันได 3 ขั้นเปนบัญฑิตแลว ถาจะสอบ

ตอไปก็ตองเดินทางเขาเมืองหลวง เขาสอบในพระ
ราชวังฮองเตทรงคัดเลือกดวยพระองคเอง

จอหงวน ผูที่มีลักษณะเปนเลิศ ไดเปนที่หนึ่ง


ปงหงัน ผูที่พลาดไปนิด แมเปนรองก็สองตา




ลำดบการสอบไลของจนโบราณ 143



1/6/2552 20:25:12
.indd 143
.indd 143 1/6/2552 20:25:12

ที่ฉลาดไดเปนที่สอง

ถัมฮวย ผูเขาใจเก็บดอกไม ไดเปนที่สาม

สมัยราชวงศถังผูสอบจิ้นสือไดแลว จะไดรับ
พระราชทานเลี้ยงเรียกวางานเก็บดอกไม โดยคัด




เลือกจิ้นสือทีมีอายนอย 2 ทาน ไปเลือกเกบดอกไม
งามและมีชือในอทยานตาง ๆ เพื่อมาเปนหวขอในการ





แตงโคลงฉนทกาพยกลอนของบณฑิตในงานเลี้ยง

ตอมา ผูที่สอบไลไดที่สามก็จะไดรับพระราช
ทานนามนี้จนถึงสมัยราชวงศเช็ง
ถวนหลู ผทีสอบไลไดที 4 ไมไดเขาเฝาหมาย





ถึงผทีรบทราบวาสอบไลได โดยพระบรมราชโองการ



ทีขนนางประกาศตอ ๆ กนออกมาจากทองพระโรง

ฮั่นหลิม ผูที่สอบไลไดที่ 5 ไมไดเขาเฝาเชน
กันหมายถึงบัณฑิตที่สอบไลไดในขั้นนี้มากมายประ
ดุจไมยืนตนตระหงานในปาเปรียบประดุจกำลังของ
แผนดิน






144 วธสรางความด (โอวาท 4 ทานเหลยวฝาน)


1/6/2552 20:25:12
.indd 144 1/6/2552 20:25:12
.indd 144


Click to View FlipBook Version