The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนวัดเสถียรรัตนาราม-ปีการศึกษา-2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เรณู กระเป๋าทอง, 2022-09-05 14:07:54

หลักสูตรโรงเรียนวัดเสถียรรัตนาราม-ปีการศึกษา-2565

หลักสูตรโรงเรียนวัดเสถียรรัตนาราม-ปีการศึกษา-2565

๑๐๑

ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ๓ คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทกั ษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ทอ่ ง เล่า เลียนแบบ แสดง จาแนก เปรียบเทียบ

เคาะ ร้องเพลง เก่ียวกบั รูปร่าง รูปทรง ในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ วสั ดุ อุปกรณ์ท่ีใช้สร้าง
ผลงาน เม่ือชมงานทศั นศิลป์ ทศั นธาตุของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ โดยเนน้ เรื่อง
เส้น สี รูปร่าง รูปทรง และพ้ืนผิว วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตวั การวาดภาพประเพณีวฒั นธรรมในหมู่บา้ น
และตาบลและวาดภาพเกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชว้ สั ดุ อุปกรณ์สร้างสรรค์ งานป้ัน ทอด
ความคิดความรู้สึกจากเหตุการณ์ชีวติ จริง โดยใชเ้ ส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพ้นื ผวิ เหตผุ ลและวิธีการในการสร้าง
งานทศั นศิลป์ โดยเน้นถึงเทคนิคและวสั ดุอุปกรณ์ สิ่งที่ช่ืนชมและสิ่งที่ควรปรับปรุงในงานทศั นศิลป์ ของ
ตนเอง ภาพตามทศั นธาตุ ท่ีเนน้ ในงานทศั นศิลป์ น้นั ๆ ลกั ษณะรูปร่าง รูปทรง ในงาน การออกแบบสิ่งต่าง ๆ
ที่มีในบา้ นและโรงเรียน ที่มาของงานทัศนศิลป์ ในทอ้ งถ่ินวสั ดุอุปกรณ์และวิธีการสร้างงานทัศนศิลป์ ใน
ทอ้ งถิ่นรูปร่างลกั ษณะของเคร่ืองดนตรี ที่เห็นและไดย้ นิ ในชีวติ ประจาวนั เครื่องดนตรีในหมู่บา้ นหนองคู ไดแ้ ก่
กลอง แคน ซุง รูปภาพหรือสัญลกั ษณ์แทนเสียงและจงั หวะเคาะ บทบาทหนา้ ที่ของเพลงที่ไดย้ ิน ดนตรีง่าย ๆ
อารมณ์ของเพลงท่ีฟัง เสียงดนตรี เสียงขบั ร้องของตนเองและผูอ้ ่ืน ดนตรีไปใช้ในชีวิตประจาวนั หรือโอกาส
ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ลกั ษณะเด่นและ เอกลกั ษณ์ ของดนตรีในทอ้ งถิ่น ความสาคญั และประโยชน์ของ
ดนตรีต่อการดาเนินชีวิตของคนในทอ้ งถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆในสถานการณ์ส้ัน ๆ ท่าทาง
ประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ บทบาทหนา้ ท่ีของผแู้ สดงและผชู้ ม กิจกรรมการแสดงท่ีเหมาะสมกบั วยั
ประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลป์ ในชีวิตประจาวนั การแสดงนาฏศิลป์ ท่ีเคยเห็นในทอ้ งถิ่นสิ่งท่ีเป็นลกั ษณะ
เด่นและเอกลกั ษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ ความสาคญั ของการแสดงนาฏศิลป์

รู้ เขา้ ใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เก่ียวกบั รูปร่าง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ วสั ดุ
อุปกรณ์ท่ีใช้สร้างผลงาน เม่ือชมงานทัศนศิลป์ ทศั นธาตุของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศิลป์ โดยเนน้ เร่ืองเส้น สี รูปร่าง รูปทรง และพ้นื ผิว วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตวั การวาดภาพประเพณี
วฒั นธรรมในหมู่บา้ นและตาบลและวาดภาพเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใช้วสั ดุ อุปกรณ์
สร้างสรรค์ งานป้ัน ทอดความคิดความรู้สึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพ้ืนผิว
เหตุผลและวิธีการในการสร้างงานทศั นศิลป์ โดยเน้นถึงเทคนิคและวสั ดุอุปกรณ์ สิ่งท่ีชื่นชมและสิ่งที่ควร
ปรับปรุงในงานทศั นศิลป์ ของตนเอง ภาพตามทศั นธาตุ ท่ีเนน้ ในงานทศั นศิลป์ น้นั ๆ ลกั ษณะรูปร่าง รูปทรง ใน
งานการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ท่ีมีในบา้ นและโรงเรียน ท่ีมาของงานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินวสั ดุอุปกรณ์และวิธีการ
สร้างงานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินรูปร่างลกั ษณะของเคร่ืองดนตรี ท่ีเห็นและไดย้ นิ ในชีวิตประจาวนั เครื่องดนตรีใน
หมู่บา้ นหนองคู ไดแ้ ก่ กลอง แคน ซุง รูปภาพหรือสัญลกั ษณ์แทนเสียงและจงั หวะเคาะ บทบาทหนา้ ท่ีของ
เพลงท่ีไดย้ ิน ดนตรีง่าย ๆ อารมณ์ของเพลงท่ีฟัง เสียงดนตรี เสียงขบั ร้องของตนเองและผอู้ ่ืน ดนตรีไปใชใ้ น

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๒

ชีวิตประจาวนั หรือโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ลักษณะเด่นและ เอกลักษณ์ ของดนตรีในท้องถ่ิน
ความสาคญั และประโยชน์ของดนตรีต่อการดาเนินชีวิตของคนในทอ้ งถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆใน
สถานการณ์ส้ัน ๆ ท่าทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ บทบาทหนา้ ที่ของผแู้ สดงและผชู้ ม กิจกรรมการ
แสดงท่ีเหมาะสมกบั วยั ประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลป์ ในชีวิตประจาวนั การแสดงนาฏศิลป์ ที่เคยเห็นใน
ทอ้ งถิ่นสิ่งท่ีเป็นลกั ษณะเด่นและเอกลกั ษณ์ของการแสดงนาฏศิลป์ ความสาคญั ของการแสดงนาฏศิลป์ รักและ
มุ่งมนั่ ในการทางาน สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๓

ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ๔ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๔ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทกั ษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จาแนก เปรียบเทียบ

เคาะ ร้องเพลง เกี่ยวกบั รูปลกั ษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ อิทธิพลของ
สีวรรณะอุ่น และสีวรรณะเยน็ ที่มีต่ออารมณ์ของมนุษย์ ทศั นธาตุ ของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และ
งานทศั นศิลป์ โดยเนน้ เร่ือง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พ้ืนผิว และพ้ืนท่ีว่าง มีทกั ษะพ้ืนฐานในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์
สร้างสรรคง์ านพิมพภ์ าพและงานวาดภาพระบายสี ลกั ษณะของภาพโดยเนน้ เร่ืองการจดั ระยะ ความลึก น้าหนกั
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชส้ ีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเยน็ ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการ
ความคิดความรู้สึกท่ีถ่ายทอดผ่านงานทัศนศิลป์ ของตนเองและบุคคลอื่น วรรณะสีเพ่ือถ่ายทอดอารมณ์
ความรู้สึกในการสร้างงานทศั นศิลป์ งานทศั นศิลป์ ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิมฉลองของวฒั นธรรม ในทอ้ งถิ่น
และแหล่งท่องเท่ียวในอาเภอวารินชาราบ งานทศั นศิลป์ ท่ีมาจากวฒั นธรรมต่าง ๆ ประโยคเพลงอย่างง่าย
ประเภทของเครื่องดนตรีที่ใชใ้ นเพลงท่ีฟัง ทิศทางการเคล่ือนท่ี ข้ึน – ลง ง่าย ๆ ของทานอง รูปแบบ จงั หวะ
และความเร็วของจงั หวะในเพลงที่ฟัง โนต้ ดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใชช้ ่วงเสียงท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง
ใช้และเก็บเคร่ืองดนตรีอย่างถูกต้องและปลอดภยั ดนตรี สามารถใช้ในการส่ือเรื่องราว แหล่ง ท่ีมาและ
ความสัมพนั ธ์ของวิถีชีวิตไทย ท่ีสะทอ้ นในดนตรีและเพลงทอ้ งถ่ิน เพลงกล่อมเด็กในอาเภอวารินชาราบ
ความสาคญั ในการอนุรักษ์ส่งเสริมวฒั นธรรมทางดนตรี ทกั ษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์ และการละครท่ีใช้ส่ือ
ความหมายและอารมณ์ภาษาท่าและนาฏยศัพท์หรือศัพท์ทาง การละครง่าย ๆ ในการถ่ายทอดเร่ืองราว
เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท์ ี่มีในอาเภอวารินชาราบตามรูปแบบของนาฏศิลป์ แสดง การเคล่ือนไหว ใน
จงั หวะต่าง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ เป็นคู่ และหมู่ สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเนน้ จุดสาคญั ของ
เร่ืองและลกั ษณะเด่นของตวั ละคร ประวตั ิความเป็ นมาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่างง่าย ๆ การแสดง
นาฏศิลป์ กบั การแสดงที่มาจากวฒั นธรรมอ่ืน การแสดงของทอ้ งถ่ิน ความสาคญั ของการแสดงความเคารพใน
การเรียนและการแสดงนาฏศิลป์ เหตุผลที่ควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์

รู้ เขา้ ใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกบั รูปลกั ษณะของรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศิลป์ อิทธิพลของสีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็น ที่มีต่ออารมณ์ของมนุษย์ ทศั นธาตุ ของสิ่งต่าง ๆ ใน
ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง พ้ืนผิว และพ้ืนท่ีว่าง มีทกั ษะ
พ้นื ฐานในการใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์สร้างสรรคง์ านพมิ พภ์ าพและงานวาดภาพระบายสี ลกั ษณะของภาพโดยเนน้ เร่ือง
การจัดระยะ ความลึก น้าหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใช้สีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเยน็
ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการ ความคิดความรู้สึกที่ถ่ายทอดผา่ นงานทศั นศิลป์ ของตนเองและบุคคลอื่น
วรรณะสีเพ่ือถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกในการสร้างงานทศั นศิลป์ งานทศั นศิลป์ ใน เหตุการณ์ และงานเฉลิม

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๔

ฉลองของวฒั นธรรม ในทอ้ งถ่ิน และแหล่งท่องเที่ยวในอาเภอวารินชาราบ งานทศั นศิลป์ ที่มาจากวฒั นธรรม
ต่างๆ ประโยคเพลงอยา่ งง่าย ประเภทของเครื่องดนตรีท่ีใชใ้ นเพลงที่ฟัง ทิศทางการเคลื่อนที่ ข้ึน – ลง ง่าย ๆ
ของทานอง รูปแบบ จงั หวะและความเร็วของจงั หวะในเพลงท่ีฟัง โน้ตดนตรีไทยและสากล ร้องเพลงโดยใช้
ช่วงเสียงท่ีเหมาะสมกบั ตนเองใชแ้ ละเก็บเคร่ืองดนตรีอย่างถูกตอ้ งและปลอดภยั ดนตรี สามารถใชใ้ นการสื่อ
เร่ืองราว แหล่ง ที่มาและความสัมพนั ธ์ของวิถีชีวิตไทย ท่ีสะทอ้ นในดนตรีและเพลงทอ้ งถิ่น เพลงกล่อมเด็กใน
อาเภอวารินชาราบ ความสาคญั ในการอนุรักษ์ส่งเสริมวฒั นธรรมทางดนตรี ทกั ษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์ และ
การละครท่ีใชส้ ่ือความหมายและอารมณ์ภาษาทา่ และนาฏยศพั ทห์ รือศพั ทท์ าง การละครงา่ ย ๆ ในการถ่ายทอด
เร่ืองราว เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ที่มีในอาเภอวารินชาราบตามรูปแบบของนาฏศิลป์ แสดง การ
เคลื่อนไหว ในจงั หวะต่าง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ เป็นคู่ และหมู่ สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดย
เนน้ จุดสาคญั ของเรื่องและลกั ษณะเด่นของตวั ละคร ประวตั ิความเป็นมาของนาฏศิลป์ หรือชุดการแสดงอย่าง
ง่ายๆ การแสดงนาฏศิลป์ กบั การแสดงที่มาจากวฒั นธรรมอ่ืน การแสดงของทอ้ งถ่ิน ความสาคญั ของการแสดง
ความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป์ เหตุผลที่ควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ รักและ
มุ่งมน่ั ในการทางาน สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๕

ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ๕ คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทกั ษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จาแนก เปรียบเทียบ

เคาะ ร้องเพลง เก่ียวกบั เก่ียวกบั จงั หวะ ตาแหน่งของ สิ่งต่าง ๆ ท่ีปรากฏในสิ่งแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์
ความแตกต่างระหว่างงานทศั นศิลป์ ที่สร้างสรรค์ด้วยวสั ดุอุปกรณ์และวิธีการที่ต่างกนั เทคนิคของแสงเงา
น้าหนกั และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีวฒั นธรรมในอาเภอวารินชา
ราบและจงั หวดั อุบลราชธานี งานป้ันจาก ดินน้ามนั หรือดินเหนียวโดยเน้นการถ่ายทอดจินตนาการ งานพิมพ์
ภาพ โดยเน้นการจัดวางตาแหน่งของส่ิงต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการส่ือ
ความหมายในงานทศั นศิลป์ ของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให้ดีข้ึน ประโยชน์และคุณค่าของงาน
ทศั นศิลป์ ท่ีมีผลต่อชีวิตของคน ในสังคม เกี่ยวกบั ลกั ษณะรูปแบบของงานทศั นศิลป์ ในแหล่งเรียนรู้หรือ
นิทรรศการศิลปะ งานทศั นศิลป์ ที่สะทอ้ นวฒั นธรรมและภูมิปัญญาในทอ้ งถิ่น องคป์ ระกอบดนตรีในเพลงท่ีใช้
ในการส่ืออารมณ์ ลกั ษณะของเสียงขบั ร้องและเคร่ืองดนตรีท่ีอยใู่ นวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โนต้ ดนตรีไทยและ
สากล ๕ ระดับเสียง เคร่ืองดนตรีทาจงั หวะและทานอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่
เหมาะสมกับวยั ประโยคเพลงแบบถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรีกบั ประเพณีในวฒั นธรรมต่าง ๆ คุณค่าของดนตรีที่มาจากวฒั นธรรมท่ีต่างกนั
องคป์ ระกอบนาฏศิลป์ ท่าทางประกอบเพลงหรือเร่ืองราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ โดยเนน้ การใช้
ภาษาท่าและนาฏยศพั ทใ์ นการสื่อความหมายและการแสดงออกการรารองเง็ง เลียนแบบการเคล่ือนไหวของ
ธรรมชาติท่ีมีในจงั หวดั อุบลราชธานี การเขียนเคา้ โครงเรื่องหรือบทละครส้ัน ๆการแสดงนาฏศิลป์ ชุดต่าง ๆ
ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแต่ละทอ้ งถิ่น แสดงนาฏศิลป์
นาฏศิลป์ พ้นื บา้ น ที่สะทอ้ นถึงวฒั นธรรมและประเพณี

รู้ เขา้ ใจ เห็นคุณค่า ช่ืนชม เกี่ยวกบั จงั หวะ ตาแหน่งของ สิ่งต่าง ๆ ท่ีปรากฏในส่ิงแวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศิลป์ ความแตกต่างระหว่างงานทศั นศิลป์ ที่สร้างสรรคด์ ว้ ยวสั ดุอุปกรณ์และวิธีการท่ีต่างกนั เทคนิคของ
แสงเงา น้าหนกั และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีวฒั นธรรมในอาเภอวา
รินชาราบและจงั หวดั อุบลราชธานี งานป้ันจาก ดินน้ามนั หรือดินเหนียวโดยเนน้ การถ่ายทอดจินตนาการงาน
พิมพภ์ าพ โดยเน้นการจดั วางตาแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และการสื่อ
ความหมายในงานทศั นศิลป์ ของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให้ดีข้ึน ประโยชน์และคุณค่าของงาน
ทัศนศิลป์ ท่ีมีผลต่อชีวิตของคนในสังคม เก่ียวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลป์ ในแหล่งเรียนรู้หรือ
นิทรรศการศิลปะ งานทศั นศิลป์ ท่ีสะทอ้ นวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาในทอ้ งถ่ิน องคป์ ระกอบดนตรีในเพลงที่ใช้
ในการส่ืออารมณ์ ลกั ษณะของเสียงขบั ร้องและเคร่ืองดนตรีที่อยใู่ นวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โนต้ ดนตรีไทยและ
สากล ๕ ระดับเสียง เคร่ืองดนตรีทาจงั หวะและทานอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๖

เหมาะสมกับวยั ประโยคเพลงแบบถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรีกบั ประเพณีในวฒั นธรรมต่าง ๆ คุณค่าของดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมที่ต่างกัน
องคป์ ระกอบนาฏศิลป์ ทา่ ทางประกอบเพลงหรือเร่ืองราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ โดยเนน้ การใช้
ภาษาท่าและนาฏยศพั ทใ์ นการสื่อความหมายและการแสดงออกการรา เลียนแบบการเคล่ือนไหวของธรรมชาติ
ที่มีในจงั หวดั อุบลราชธานี การเขยี นเคา้ โครงเรื่องหรือบทละครส้ัน ๆ การแสดงนาฏศิลป์ ชุดต่าง ๆ ประโยชน์ท่ี
ได้รับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ ของไทย ในแต่ละทอ้ งถ่ิน แสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์
พ้ืนบา้ น ท่ีสะท้อนถึงวฒั นธรรมและประเพณีรักและมุ่งมัน่ ในการทางาน สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กบั ชีวิตประจาวนั ได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตัวชีว้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๗

ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ๖ คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง อ่าน เขียน วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดงจาแนก

เปรียบเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกี่ยวกับ สีคู่ตรงขา้ ม และอภิปรายเกี่ยวกบั การใช้ สีคู่ตรงขา้ ม ในการถ่ายทอด
ความคิดและอารมณ์ หลกั การจดั ขนาดสัดส่วนความสมดุลในการสร้างงานทศั นศิลป์ งานทศั นศิลป์ จากรูปแบบ
๒ มิติ เป็ น ๓ มิติ โดยใช้หลกั การของแสงเงาและน้าหนักงานป้ันโดยใช้หลกั การเพิ่มและลด ป้ันแผนผงั ของ
โรงเรียน งานทศั นศิลป์ โดยใชห้ ลกั การของรูปและพ้ืนท่ีว่างใชส้ ีคูต่ รงขา้ มหลกั การจดั ขนาดสัดส่วน และความ
สมดุล วาดภาพสถาปัตยกรรมท่ีมีในจงั หวดั อุบลราชธานี ทศั นศิลป์ เป็ นแผนภาพ แผนผงั และภาพประกอบ
เพอื่ ถา่ ยทอดความคิด หรือเร่ืองราวเกี่ยวกบั เหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทศั นศิลป์ ท่ีสะทอ้ นชีวิตและสังคม
เกี่ยวกบั อิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลต่องานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถิ่น อิทธิพลทางวฒั นธรรม
ในทอ้ งถ่ินท่ีมีผลต่อการสร้างงานทศั นศิลป์ ของบุคคล เพลงท่ีฟัง โดยอาศยั องคป์ ระกอบดนตรี และศพั ทส์ ังคีต
ประเภทและบทบาทหนา้ ท่ีเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมตา่ ง ๆ โนต้ ไทย และโนต้ สากล
ทานองง่าย ๆ ใชเ้ คร่ืองดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงดน้ สดท่ีมีจงั หวะและทานองงา่ ย ๆ ความรู้สึกท่ีมีต่อ
ดนตรี ทานอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟัง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร์ ดนตรีท่ีมาจากยคุ สมยั ที่ต่างกนั อิทธิพลของวฒั นธรรมต่อดนตรีในทอ้ งถิ่น การเคลื่อนไหวและ
การแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์ และ
การละคร อยา่ งง่าย ๆ ความรู้สึกของตนเองที่มีต่องานนาฏศิลป์ และการละครอยา่ งสร้างสรรค์ การแสดงความ
คิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ และการละครกบั ส่ิงท่ีประสบในชีวติ ประจาวนั ส่ิงท่ีมี
ความสาคญั ต่อการแสดงนาฏศิลป์ และละคร ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลป์
และละคร

รู้ เขา้ ใจ เห็นคณุ ค่า ชื่นชม เก่ียวกบั สีคู่ตรงขา้ ม และอภิปรายเกี่ยวกบั การใช้ สีคูต่ รงขา้ ม ในการถา่ ยทอด
ความคิดและอารมณ์ หลกั การจดั ขนาดสดั ส่วนความสมดุลในการสร้างงานทศั นศิลป์ งานทศั นศิลป์ จากรูปแบบ
๒ มิติ เป็ น ๓ มิติ โดยใช้หลกั การของแสงเงาและน้าหนกั งานป้ันโดยใช้หลกั การเพ่ิมและลด ป้ันแผนผงั ของ
โรงเรียน งานทศั นศิลป์ โดยใชห้ ลกั การของรูปและพ้ืนที่ว่างใชส้ ีคูต่ รงขา้ มหลกั การจดั ขนาดสัดส่วน และความ
สมดุล วาดภาพสถาปัตยกรรมท่ีมีในจงั หวดั อุบลราชธานี ทศั นศิลป์ เป็นแผนภาพ แผนผงั และภาพประกอบ
เพ่ือถา่ ยทอดความคิด หรือเร่ืองราวเกี่ยวกบั เหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทศั นศิลป์ ที่สะทอ้ นชีวิตและสงั คม
เก่ียวกบั อิทธิพลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาที่มีผลต่องานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถิ่น อิทธิพลทางวฒั นธรรม
ในทอ้ งถ่ินท่ีมีผลต่อการสร้างงานทศั นศิลป์ ของบุคคล เพลงที่ฟัง โดยอาศยั องคป์ ระกอบดนตรี และศพั ทส์ งั คีต
ประเภทและบทบาทหนา้ ท่ีเคร่ืองดนตรีไทยและเครื่องดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมต่าง ๆ โนต้ ไทย และโนต้ สากล
ทานองง่าย ๆ ใชเ้ ครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงดน้ สดท่ีมีจงั หวะและทานองง่าย ๆ ความรู้สึกท่ีมีต่อ

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๘

ดนตรี ทานอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงท่ีฟัง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร์ ดนตรีท่ีมาจากยคุ สมยั ที่ต่างกนั อิทธิพลของวฒั นธรรมต่อดนตรีในทอ้ งถ่ิน การเคล่ือนไหวและ
การแสดงโดยเนน้ การถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณ์ประกอบการ แสดงนาฏศิลป์ และ
การละคร อยา่ งง่าย ๆ ความรู้สึกของตนเองท่ีมีต่องานนาฏศิลป์ และการละครอย่างสร้างสรรค์ การแสดงความ
คิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศิลป์ และการละครกบั สิ่งที่ประสบในชีวิตประจาวนั ส่ิงท่ีมี
ความสาคญั ต่อการแสดงนาฏศิลป์ และละคร ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลป์
และละคร รักและมุ่งมนั่ ในการทางาน สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๐๙

คาอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ๑ ๑๑๐
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๑
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
บอก รู้ วิธีการทางาน ใช้วสั ดุอุปกรณ์ และเคร่ืองมือ ประโยชน์ของอุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทางานเพื่อช่วยเหลือตนเองอยา่ งกระตือรือร้นและการประหยดั , ออม การตรงต่อเวลา การผลิตเคร่ืองใชจ้ กั สาน
จากวสั ดุเหลือใชเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งผ่านกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั ขอ้ มูลสิ่งที่
สนใจเป็นขอ้ มลู เก่ียวกบั บุคคล สัตว์ ส่ิงของ เรื่องราวในหมบู่ า้ นหนองไผ่ หอ้ งสมุดโรงเรียนบา้ นฝาผนงั )

เพื่อใหร้ ู้ เขา้ ใจ การช่วยเหลือตนเองเป็ นการลงมือทางานที่มุ่งเน้นการฝึ กทางานอย่างสม่าเสมอ การ
ทางานอยา่ งปลอดภยั ความกระตือรือร้นและตรงเวลาเป็นลกั ษณะนิสัยในการทางาน ใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน มุ่งมน่ั ในการ
ทางาน สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๑, ป.๑/๓
ง ๓.๑ ป.๑.๑, ป.๑/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ๒ ๑๑๑
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๒
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
บอก รู้ วธิ ีการหรือประโยชนข์ องการทางาน สิ่งของเครื่องใชใ้ นชีวิตประจาวนั ใชว้ สั ดุอุปกรณ์ ช่ือและ

หนา้ ที่ของอุปกรณ์และเคร่ืองมือให้เหมาะสมกบั งาน อาชีพการทาสวนลองกองช่วยใหก้ ารประหยดั , ออม รู้จกั
แบ่งปันส่ิงของใหผ้ ูอ้ ื่นและช่วยเหลืองานบา้ น ขอ้ มูลและรวบรวมขอ้ มูลท่ีสนใจจากแหล่งขอ้ มูลต่างๆที่เช่ือถือ
ได้ ช่ือและหนา้ ท่ีของอุปกรณ์พ้ืนฐานท่ีเป็นส่วนประกอบหลกั ของคอมพวิ เตอร์ เศรษฐกิจพอเพียงผ่านกิจกรรม
ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ เศรษฐกิจพอเพียงผา่ นกิจกรรมตา่ ง ๆ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การผลิตการ
ใชว้ สั ดุเหลือใช้

เพื่อให้ตระหนัก เห็นคุณค่า เพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัว นาความรู้เก่ียวกบั การใช้อุปกรณ์
เคร่ืองมือที่ถูกวิธีไปประยุกตใ์ ช้ การสร้างของเล่นของใชอ้ ย่างง่าย มีความคิดสร้างสรรค์อย่างนอ้ ย ๑ ลกั ษณะ
ของใช้อย่างอย่างง่ายโดยกาหนดปัญหาหรือความต้องการรวบรวมขอ้ มูลออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็ น
ภาพร่าง ๒ มิตินาความรู้เกี่ยวกบั การใชอ้ ุปกรณ์ เครื่องมือที่ถูกวิธีไปประยุกตใ์ ช้ การสร้างของเล่นของใชอ้ ย่าง
ง่ายมีความคิดสร้างสรรคอ์ ยา่ งนอ้ ย ๑ ลกั ษณะ ในการแกป้ ัญหา สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์โดยใช้
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ง ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ง ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชีว้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ๓ ๑๑๒
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า
บอก คน้ หาขอ้ มูล รวบรวมขอ้ มูล สร้าง ข้นั ตอน เลือกใชส้ ่ิงของเครื่อง เคร่ืองมือวิธีการทางานและ

ประโยชน์การทางาน ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือตรงกบั งาน อาชีพการทาสวน ช่วยใหก้ ารประหยดั , ออม
โดยกาหนดปัญหาหรือความตอ้ งการ อยา่ งมีข้นั ตอน ทางานอยา่ งเป็นตามกระบวนการทางานดว้ ยความสะอาด
ความรอบคอบและอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม เศรษฐกิจพอเพียงผา่ นกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ
อาหารกลางวนั โรงเรียน

เพื่อให้ รู้ เข้าใจ การทางาน เพ่ือช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ช่วยเหลืองานบา้ นและส่วนรวม
ออกแบบโดยการถ่ายทอดความคิดเป็ นภาพร่าง ๒ มิติลงมือสร้างและประเมินผลเลือกใช้สิ่งของเครื่องใชใ้ น
ชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ มีการจดั การส่ิงของเคร่ืองใช้ ดว้ ยการนากลบั มาใชซ้ ้าการแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ อู้ ื่น
สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไ ป
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ๔ ๑๑๓
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๔
คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
บอก อธิบาย ความหมาย ความสาคญั ของอาชีพ ข้นั ตอนการทางาน ใชร้ ะบบ เหตผุ ลในการทางานให้

บรรลุเป้าหมาย ประโยชน์และโทษ ใช้พลงั งานทรัพยากรในการทางานอย่างประหยดั การ ออม เศรษฐกิจ
พอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การทาอาชีพการปลูกพืช
สวนครัว เล้ียงสัตว์ ช่ือและหนา้ ที่ของอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของคอมพิวเตอร์

เพื่อให้ รู้ เขา้ ใจ การช่วยเหลืองานในบา้ น การทางานบรรลุเป้าหมายที่วางไวอ้ ย่างเป็ นข้นั ตอน การใช้
ระบบปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ในการทางาน ภาพนิ่งหรือชิ้นงานจากจินตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิ กดว้ ย
ความรับผิดชอบ การแบ่งปันสิ่งของให้ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ง ๔.๑ ป.๔/๑
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ๕ ๑๑๔
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕
คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
บอก อธิบาย ความหมาย ความสาคญั ของอาชีพ ข้นั ตอนการทางาน ใชร้ ะบบเหตุผลในการทางานให้

บรรลุเป้าหมาย ประโยชน์และโทษ ใช้พลงั งานทรัพยากรในการทางานอย่างประหยดั การออม เศรษฐกิจ
พอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การทาอาชีพการปลูกพืช
สวนครัว เล้ียงสัตว์ ช่ือและหนา้ ท่ีของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของคอมพิวเตอร์

เพ่ือให้ รู้ เขา้ ใจ การช่วยเหลืองานในบา้ น การทางานบรรลุเป้าหมายท่ีวางไวอ้ ยา่ งเป็ นข้นั ตอน การใช้
ระบบปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ในการทางาน ภาพน่ิงหรือชิ้นงานจากจินตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิ กดว้ ย
ความรับผิดชอบ การแบ่งปันส่ิงของให้ สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ง ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ง ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ง ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ๖ ๑๑๕
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า
อธิบาย บอก อภิปราย รวบรวม นาเสนอ ขอ้ มูล แนวทางการทางานแต่ละข้นั ตอน ส่วนประกอบของ

เทคโนโลยี สร้างสิ่งของเคร่ืองใช้อย่างเป็ นข้นั ตอน ต้งั แต่กาหนดปัญหา หรือความตอ้ งการ รวบรวมขอ้ มูล
เลือกวิธีการในรูปแบบท่ีเหมาะสมโดยเลือกใชซ้ อฟตแ์ วร์ประยกุ ต์ ออกแบบโดยการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพ
ร่าง ๓ มิติ ก่อนลงมือสร้าง และประเมินผล ทาใหผ้ เู้ รียนทางานอ ยา่ งเป็นกระบวนการและช่วยเหลืองานในบา้ น
การประหยดั การออม การแบ่งปันสิ่งของใหผ้ อู้ ่ืนการแปรรูป จากกลว้ ยการผลิตการใชเ้ คร่ืองจกั สาน การผลิต
การใชเ้ ครื่องจกั สานจากวสั ดุเหลือใช้ อาชีพการทาสวนการปลูกพืชสวนครัว เล้ียงสัตว์ เศรษฐกิจพอเพียงผ่าน
กิจกรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน

เพ่ือใหร้ ู้ เขา้ ใจทกั ษะการจดั การทางาน และมีทกั ษะการทางานร่วมกนั ปฏิบตั ิตนอย่างมีมารยาทในการ
ทางานกบั สมาชิกในครอบครัวและผอู้ ื่นนาความรู้และทกั ษะการสร้าง ชิ้นงาน ไปประยุกตใ์ นการสร้างส่ิงของ
เคร่ืองใชแ้ ละการแกป้ ัญหาวางแผนในการเลือกอาชีพ สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการ
ของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป ๖/๔ , ป ๖/๕

ง ๔.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๑๖

คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๑๗

คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

ปฏิบตั ิตาม คาส่ังง่ายๆ ท่ีฟัง ตวั อกั ษรและเสียง และสะกดคางา่ ย ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน ภาพตรง

ตามความหมายของคาและกลุม่ คาท่ีฟัง เรื่องใกลต้ วั คาส้ัน ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ีฟัง

คาสั่งง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟัง ความตอ้ งการง่ายๆของตนเองตามแบบที่ฟัง การขอและให้ขอ้ มูลง่ายๆ เกี่ยวกบั

ตนเองตามแบบท่ีฟัง ขอ้ มูลง่ายๆ เก่ียวกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ วั ตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ช่ือและ

คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั เทศกาลสาคญั ของเจา้ ของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั

การระบุตวั อกั ษรและเสียงอกั ษรของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย คาศพั ทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั กลมุ่

สาระการเรี ยนรู้อ่ืน การฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรี ยน การใช้ภาษาต่างประเทศ

(ภาษาองั กฤษ)เพ่อื รวบรวมคาศพั ทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งใกลต้ วั

โดยการปฏิบตั ิตาม ระบุ อ่านออกเสียง เลือกภาพ ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก พูดขอ ให้ขอ้ มูล

ทาท่าประกอบ เขา้ ร่วม ฟัง/พูด เพ่ือให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจและนาไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั เกิด

สมรรถนะตามความตอ้ งการของหลกั สูตร มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ ้ึนในตวั ของผูเ้ รียน และสามารถอยู่

ร่วมกบั ผูอ้ ื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๑๘

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๒ คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ปฏิบตั ิตามคาส่งั งา่ ยๆ และคาขอร้องง่ายๆ ที่ฟัง ระบตุ วั อกั ษรและเสียง อา่ นออกเสียงคา สะกดคา และ

อ่านประโยคง่ายๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟัง ตอบคาถาม
จากการฟังประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ ท่ีมีภาพประกอบ พูดโตต้ อบดว้ ยคาส้ันๆ ง่าย ๆในการส่ือสาร
ระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ฟัง ใชค้ าสั่งและคาขอร้องงา่ ย ๆ ตามแบบที่ฟัง บอกความตอ้ งการง่ายๆของตนเองตาม
แบบท่ีฟัง พูดขอและใหข้ อ้ มูลง่ายๆ เก่ียวกบั ตนเองตามแบบท่ีฟัง พูดใหข้ อ้ มูล เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ วั
พูดและทาท่าทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศพั ท์เกี่ยวกับเทศกาลสาคญั ของ
เจา้ ของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะสมกบั วยั ระบุตวั อกั ษรและเสียงอกั ษรของ
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกคาศพั ทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ฟัง/พูดใน
สถานการณ์งา่ ยๆที่เกิดข้ึนในห้องเรียน ใชภ้ าษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพ่ือรวบรวมคาศพั ทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งใกล้
ตวั

โดยการระบุ อา่ นออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พดู โตต้ อบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เขา้ ร่วม ฟัง เพือ่ ใหผ้ เู้ รียน
มีความรู้ความเขา้ ใจและนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั เกิดสมรรถนะตามความตอ้ งการของหลกั สูตร มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้ึนในตัวของผูเ้ รียน และสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข
สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชีว้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๑๙

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
ปฏิบัติตามคาส่ังและคาขอร้องท่ีฟังหรืออ่าน คา สะกดคา อ่านกลุ่มคาประโยค และบทพูดเขา้ จังหวะ

(chant)ง่าย ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน ภาพหรือสัญลกั ษณ์ตรงตามความหมายของคากลุ่มคาและประโยคท่ีฟัง
จากการฟังหรืออา่ นประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ คาส้นั ๆ งา่ ย ๆในการส่ือสารระหว่างบคุ คลตามแบบ
ที่ฟัง คาสั่งและคาขอร้องง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟัง ความตอ้ งการง่ายๆของตนเองตามแบบท่ีฟัง ขอและใหข้ อ้ มูล
ง่ายๆ เก่ียวกบั ตนเองและเพื่อนตามแบบที่ฟัง ความรู้สึกของตนเองเก่ียวกบั ส่ิงต่างๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมต่างๆ
ตามแบบท่ีฟัง ใหข้ อ้ มูลง่ายๆ เก่ียวกบั ตนเองและเร่ืองใกลต้ วั คาตามประเภทของ บคุ คล สัตว์ และส่ิงของตามที่
ฟังหรืออ่าน มารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ชื่อและคาศพั ทง์ ่ายๆเก่ียวกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งาน
ฉลองและชีวิตความเป็ นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกับวยั ความ
แตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย
คาศพั ท์ที่เก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน สถานการณ์ง่ายๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาองั กฤษ)เพอื่ รวบรวมคาศพั ทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งใกลต้ วั

โดยการอ่านออกเสียง สะกดคา ฟัง พูด เลือก/ระบุ ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก จดั หมวดหมู่
ทาท่าประกอบ เขา้ ร่วมกิจกรรม เพ่ือให้มีความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถนาความรู้ไปปฏิบตั ิให้เกิด
ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชีว้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๐

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๔ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ปฏิบตั ิตามคาส่ัง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions)ง่าย ๆท่ีฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา

อ่านกลุ่มคา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน เลือก/ระบุภาพหรือ

สัญลกั ษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอ้ ความส้ันๆท่ีฟังหรืออ่าน ตอบคาถามจาก

การฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ พูด/เขียนโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใชค้ าส่งั

คาขอร้อง และคาขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความตอ้ งการของตนเองตามและขอความช่วยเหลือใน

สถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและใหข้ อ้ มูล เกี่ยวกบั ตนเองเพ่ือน และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของ

ตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบที่ฟัง พดู /เขียนใหข้ อ้ มูลง่ายๆ เกี่ยวกบั ตนเองและ

เร่ืองใกลต้ วั พูด/วาดภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของสิ่งต่างๆใกลต้ วั ที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ

เก่ียวกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ วั พูดและทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจา้ ของ

ภาษา ตอบคาถามเก่ียวกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลองและชีวิตความเป็ นอยู่ง่ายๆของเจา้ ของภาษา การเขา้

ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั บอกความแตกต่างของเสียงตัว อกั ษร คา กลุ่มคา

ประโยค และขอ้ ความ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่าง

ระหวา่ งเทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรม ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย คน้ ควา้ รวบรวม คาศพั ทท์ ี่เก่ียวขอ้ ง

กบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืน และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขียน ฟัง/พูดในสถานการณ์ที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียนและ

สถานศึกษา ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ

โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เขา้

ร่วม เพื่อใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั เกิดสมรรถนะตามความตอ้ งการ

ของหลกั สูตร มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ ้ึนในตวั ของผูเ้ รียน และสามารถอยรู่ ่วมกบั ผูอ้ ่ืนในสังคมไดอ้ ยา่ งมี

ความสุข สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป

ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔

ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕

ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒

ต ๓.๑ ป.๔/๑

ต ๔.๑ ป.๔/๑

ต ๔.๒ ป.๔/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๕ ๑๒๑
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๕
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

ปฏิบตั ิตามคาส่ัง คาขอร้อง และคาแนะนา ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียง ประโยค ขอ้ ความ และบท

กลอนส้ันๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น ระบ/ุ วาดภาพสัญลกั ษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค

และขอ้ ความส้นั ๆที่ฟังหรืออ่าน บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านบทสนทนา และนิทาน

ง่ายๆหรือเร่ืองส้ันๆ พูด/เขียนโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใชค้ าส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาตและให้

คาแนะนาง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความตอ้ งการของตนเองตาม ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้

ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล เก่ียวกบั ตนเองเพ่ือน ครอบครัว และเรื่อง

ใกลต้ วั พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมต่างๆพร้อมท้งั ให้เหตุผลส้ันๆ

ประกอบ พูด/เขียนใหข้ อ้ มูลง่ายๆ เก่ียวกบั ตนเองและเร่ืองใกลต้ วั เขียนภาพ แผนผงั และแผนภูมิแสดงขอ้ มูล

ต่างๆตามที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็น เก่ียวกบั เร่ืองต่างๆใกลต้ วั ใช้ถอ้ ยคา น้าเสียง และกิริยาท่าทาง

อยา่ งสุภาพตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ตอบคาถาม/บอกความสาคญั ของเทศกาล/วนั สาคญั /

งานฉลองและชีวิตความเป็นอยงู่ ่ายๆของเจา้ ของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความ

สนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน

และการลาดบั คา(order)ตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอก

ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย คน้ ควา้

รวบรวม คาศพั ทท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนาเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/

เขียนในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการ

สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มูลต่างๆ

โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เขา้

ร่วม เพ่ือให้ผเู้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั เกิดสมรรถนะตามความตอ้ งการ

ของหลกั สูตร มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ ้ึนในตวั ของผเู้ รียน และสามารถอยูร่ ่วมกบั ผอู้ ื่นในสังคมไดอ้ ย่างมี

ความสุข สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป

ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓

ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ต ๓.๑ ป.๕/๑

ต ๔.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๒ ป.๕/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๖ ๑๒๒
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบตั ิตามคาส่ัง คาขอร้อง และคาแนะนา ท่ีฟังและอ่าน อ่านออกเสียง ขอ้ ความ นิทาน และบทกลอน

ส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุประโยค หรือ ข้อความส้ันๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือ

เคร่ืองหมายที่อ่าน บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆและ

เร่ืองเลา่ พดู /เขียนโตต้ อบในการส่ือสารระหวา่ งบุคคล ใชค้ าสั่ง คาขอร้อง และคาขออนุญาตและให้คาแนะนา

พูด/เขยี นแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ

พูด/เขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองใกลต้ วั พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของ

ตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมท้งั ให้เหตุผลส้ันๆประกอบ พูด/เขียนให้ขอ้ มูล

เก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน และสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ วั เขียนภาพ แผนผงั และแผนภูมิแสดงขอ้ มูลต่างๆตามท่ีฟังหรือ

อ่าน พูดเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกบั เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั ใชถ้ อ้ ยคา น้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ

เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั เทศกาล/วนั สาคญั /งานฉลอง/

ชีวิตความเป็ นอยู่ของเจา้ ของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความ

เหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน และการลาดบั คา

ตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ความ

แตกต่างระหว่างเทศกาลงานฉลอง และประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย คน้ ควา้ รวบรวม คาศัพท์ท่ี

เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน ใชภ้ าษาสื่อสารใน

สถานการณ์ต่างๆที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา ใชภ้ าษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสืบคน้ และ

รวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ

โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโตต้ อบ เขา้ ร่วม เปรียบเทียบ

คน้ ควา้ ใช้ บอก เพ่ือให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความเขา้ ใจและนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั เกิดสมรรถนะตาม

ความตอ้ งการของหลกั สูตร มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ ้ึนในตวั ของผูเ้ รียน และสามารถอยู่ร่วมกบั ผูอ้ ื่นใน

สังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ

สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓

ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒

ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑

ต ๔.๒ ป.๖/๑

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชี้วดั คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพม่ิ เติม) เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๑

คาอธบิ ายรายวิชา
เขา้ ใจคาส่ังและใชค้ าสงั่ ในหอ้ งเรียน คาขอร้อง ตวั อกั ษร เสียงตวั อกั ษร สระ การสะกดคา การอ่าน

ออกเสียง คา กลุ่มคา ประโยค ที่มีความหมายสัมพนั ธ์กบั ส่ิงต่าง ๆ ใกลต้ วั อาหาร เคร่ืองดื่ม บทอ่าน บท
สนทนาดว้ ยภาษาง่าย ๆ ประโยค นิทานง่าย ๆ ท่ีมีภาพประกอบ การเล่านิทานประกอบท่าทาง ใหข้ อ้ มูลและ
ความตอ้ งการเกี่ยวกบั ตนเองส้ัน ๆ เช่น การพดู แนะนาตนเอง ขอบคณุ ขอโทษ เรียนรู้คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั เทศกาล
ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ โดยสนใจเขา้ ร่วม
กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม และแสวงหาความรู้ ความเพลิดเพลินจากภาษาองั กฤษ การร้องเพลงเพื่อให้
เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาส่ัง คาขอร้องที่ฟัง
๒. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คา กลมุ่ คา ประโยคง่าย ๆ และบทพดู เขา้ จงั หวะง่าย ๆ ตามหลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามการฟังที่มีภาพประกอบ
หรืออา่ นประโยคบทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ
๔. พูดโตต้ อบดว้ ยคาส้ัน ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใชค้ าสั่งและคาขอร้อง
ง่าย ๆ บอกความตอ้ งการและความรู้สึกของตนเอง พูดขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเพ่อื น
๕. พูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมที่เหมาะสมกบั วยั

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพิม่ เตมิ ) ๑๒๔
ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๒
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ใชค้ าสง่ั ที่ใชใ้ นหอ้ งเรียน ตวั อกั ษร เสียงตวั อกั ษร สระ การสะกดคา การอา่ นออกเสียง คา กลุ่มคา
ประโยค ให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง คา ประโยค บทอ่าน บทสนทนา ประโยคให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง
ขอ้ ความท่ีใชใ้ นการพดู ใหข้ อ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ วั คาท่ีมีความหมายสัมพนั ธก์ บั ส่ิงตา่ ง ๆ ใกลต้ วั
อาหาร เคร่ืองดื่ม วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา แสดงกิริยาการขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรม
ทางภาษา การร้องเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านในสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน โดยใช้
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย
ซื่อสัตย์ ใฝ่ เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้
และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาสั่ง คาขอร้องที่ฟัง
๒. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ย ๆ และบทพดู เขา้ จงั หวะง่าย ๆ ตามหลกั การอ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามการฟังที่มีภาพประกอบ
หรืออ่านประโยคบทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ
๔. พูดโตต้ อบดว้ ยคาส้ัน ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ีฟัง ใชค้ าส่ังและคาขอร้อง
ง่าย ๆ บอกความตอ้ งการและความรู้สึกของตนเอง พูดขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเพือ่ น
๕. พูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพม่ิ เตมิ ) ๑๒๕
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบตั ิตามคาสั่ง คาขอร้อง ฟังและอ่านตวั อกั ษร เสียงตวั อกั ษร สระ การสะกดคา การอ่านออก
เสียง คา กลุ่มคา บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง คา ประโยค บทอ่าน บทสนทนา
ประโยคให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง ขอ้ ความท่ีใช้ในการพูดให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง และเร่ืองใกลต้ วั คา ท่ีมี
ความหมายสัมพนั ธ์กบั สิ่งตา่ ง ๆ ใกลต้ วั เวลา สถานท่ี อาหาร เครื่องดื่ม วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา แสดงกิริยา
การขอบคณุ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การใชภ้ าษาในการฟัง พูด อ่าน
ในสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มูลและมีทกั ษะทาง
สงั คม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความ
เขา้ ใจ และสามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาสง่ั คาขอร้องท่ีฟัง หรือ อา่ น
๒. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คา กล่มุ คา ประโยคง่าย ๆ และบทพูดเขา้ จงั หวะง่าย ๆ ตามหลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลุม่ คาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามการฟังท่ีมีภาพประกอบ
๔. เลือกระบุภาพ หรือสัญลกั ษณ์ตรงตามความหมายของกลุ่มคาและประโยคที่ฟัง
๕. ตอบคาถามจากการฟัง หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานงา่ ย ๆ หรืออา่ นประโยค บท
สนทนาหรือนิทานงา่ ย ๆ
๖. พดู ขอและใหข้ อ้ มูลงา่ ย ๆ เก่ียวกบั ตนเองและเพ่อื นตามแบบท่ีฟัง
๗. พดู ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ วั
๘. พูดโตต้ อบดว้ ยคาส้ัน ๆ ง่าย ๆ ในการส่ือสารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ฟัง ใชค้ าสั่งและคาขอร้อง
ง่าย ๆ บอกความตอ้ งการและความรู้สึกของตนเอง พูดขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเองและเพอ่ื น
๙. พูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั

รวม ๙ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๖

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๗

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

โรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรง ไดฝ้ ึ กปฏิบตั ิจริงและคน้ พบความถนัดของตนเอง สามารถคน้ ควา้ หาความรู้เพิ่มเติมตาม
ความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย บาเพญ็ ประโยชน์เพื่อสังคม มีทกั ษะในการดาเนินงาน ส่งเสริมให้มี
วุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ใหผ้ เู้ รียนรู้จกั และเขา้ ใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนเป็นกิจกรรมที่มุง่ ใหผ้ เู้ รียนพฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นาการเรียนรู้อยา่ งรอบ
ดา้ นเพ่ือความเป็ นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ท้งั ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็ นผูม้ ีศีลธรรม
จริยธรรม มีระเบียบวินยั ปลูกฝังใหส้ ร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพ่ือสังคม สามรถจกั การตนเองไดแ้ ละ
อยู่ร่วมกบั ผูอ้ ื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม ไดจ้ ดั กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน โดยแบ่ง
ออกเป็น ๓ ลกั ษณะ ดงั น้ี

๑. กิจกรรมแนะแนว เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผูเ้ รียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม
สามารถตดั สินใจ คิดแกป้ ัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้งั ดา้ นการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้
อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียงั ช่วยใหค้ รูรู้จกั และเขา้ ใจผเู้ รียน ท้งั ยงั เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่
ผูป้ กครองในการมีส่วนร่วมพฒั นาผูเ้ รียน โดยนกั เรียนทุกคนตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชวั่ โมงต่อปี
การศึกษา

๒. กิจกรรมนกั เรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพฒั นาระเบียบวินยั ความเป็นผนู้ า ผตู้ ามท่ีดี ความรับผิดชอบ
การทางานร่วมกนั รู้จกั แกป้ ัญหา การตดั สินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตผุ ล การช่วยเหลือแบง่ ปันเอ้ืออาทรและ
สมานฉันท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผูเ้ รียน ให้ไดป้ ฏิบตั ิดว้ ย
ตนเองในทุกข้นั ตอน ไดแ้ ก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั ิตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเนน้
การทางานรวมกนั เป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั วุฒิภาวะของผเู้ รียนและบริบทของสถานศึกษา
และทอ้ งถิ่น กิจกรรมนกั เรียน ประกอบดว้ ย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นกั เรียนทุกคนตอ้ งเขา้ ร่วม กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ๓๐ ชงั่ โมงต่อปี การศึกษา กิจกรรมชุมนุม นกั เรียนทุกคนตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรม ชมรม ๔๐
ชง่ั โมงตอ่ ปี การศึกษา

๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผูเ้ รียนบาเพ็ญตนให้เป็ น
ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและทอ้ งถิ่นตามความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพฒั นาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม
นกั เรียนทกุ คนตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชว่ั โมงตอ่ ปี การศึกษา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๘

โครงสร้างและอตั ราเวลาการจัดกจิ กรรม

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ระดบั ประถมศึกษา

ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๒. กิจกรรมนกั เรียน

๒.๑ ลกู เสือ-เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๓. กิจกรรมเพือ่ สังคม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

และสาธารณประโยชน์

เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

๑. กจิ กรรมแนะแนว

วัตถุประสงค์
๑. เพ่ือผเู้ รียนคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณค่าในตนเองและ

ผอู้ ื่น
๒. เพ่ือให้ผูเ้ รียนแสวงหาความรู้จากขอ้ มูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ท้งั ด้านการศึกษา อาชีพส่วนตวั

สังคม เพ่ือนาไปใชใ้ นการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั
ศกั ยภาพของตนเอง
๓. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาบุคลิกภาพ และรับตวั อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
๔. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ มีทกั ษะ มีความคดิ สร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพสุจริต
๕. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีค่านิยมท่ีดีงามในการดาเนินชีวติ สร้างเสริมวินยั คณุ ธรรมและจริยธรรมแก่นกั เรียน
๖. เพื่อใหผ้ เู้ รียนมีจิตสานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม ไดจ้ ดั กิจกรรมแนะแนวเพ่ือช่วยเหลือและพฒั นา
ผเู้ รียน ดงั น้ี

๑. จดั กิจกรรมเพ่ือให้ครูไดร้ ู้จกั และช่วยเหลือผูเ้ รียนมากข้ึน โดยใชก้ ระบวนการทางจิตวิทยา การ
จดั บริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพ่ือใช้ในการสารวจขอ้ มูลเก่ียวกบั ตวั ผูเ้ รียน ดว้ ยการสังเกต
สัมภาษณ์ การใชแ้ บบสอบถาม การเขียนประวตั ิ การพบผูป้ กครองก่อนและระหว่างเรียน การ
เยี่ยมบา้ นนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผูเ้ รียนเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจดั ทาระเบียน
สะสม สมดุ รายงานประจาตวั นกั เรียน และบตั รสุขภาพ

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๒๙

๒. การจดั กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพ่ือรู้จกั และเขา้ ใจตนเอง มีทกั ษะ
ในการตดั สินใจ การปรับตวั การวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ

๓. การจดั บริการใหค้ าปรึกษาแก่ผเู้ รียนรายบุคคล และรายกลมุ่ ในดา้ นการศึกษา อาชีพ และส่วนตวั
โดยมีผใู้ ห้คาปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเร่ืองการใหค้ าปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้
คาปรึกษาที่เหมาะสม
๓.๑ ช่วยเหลือผเู้ รียนที่ประสบปัญหาดา้ นการเงิน โดยการใหท้ นุ การศึกษาแก่ผเู้ รียน
๓.๒ ติดตามเกบ็ ขอ้ มลู ของนกั เรียนที่สาเร็จการศึกษา

๒. กจิ กรรมนกั เรียน
๑. กจิ กรรมลูกเสือ
กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี
ผูเ้ รียนในระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๖ ทุกคน ไดฝ้ ึ กอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือส่งเสริม

หลกั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็ นประมุข ส่งเสริมความสามคั คี มีวินยั และ
บาเพญ็ ประโยชนต์ ่อสงั คม โดยดาเนินการจดั กิจกรรมตามขอ้ กาหนดของคณะกรรมการลกู เสือแห่งชาติ

วัตถุประสงค์
พระราชบญั ญตั ิลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ไดก้ าหนดวตั ถุประสงคข์ องการฝึ กอบรม เพื่อพฒั นา
ลูกเสือท้งั ทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็ นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์
สังคม เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ท้ังน้ีเพ่ือความสงบสุข และความม่ังคงของ
ประเทศชาติตามแนวทางดงั ต่อไปน้ี

๑. ใหม้ ีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชื่อฟัง และพ่งึ ตนเอง
๒. ใหม้ ีความซื่อสัตยส์ ุจริต มีระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น
๓. ใหร้ ู้จกั บาเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน์
๔. ใหร้ ู้จกั ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม
๕. ใหร้ ู้จกั รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม และความมงั่ คงชองชาติ

แนวการจดั กจิ กรรม
กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๓

เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมใหศ้ ึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ปิ ดประชุมกอง โดยให้ผูเ้ รียน
ศึกษาและฝึกปฏิบตั ิดงั น้ี

๑. เตรียมลกู เสือสารอง นิยายเร่ือเมาคลี ประวตั ิการเร่ิมกิจกรรมลูกเสือสารอง การทาความ
เคารพเป็นหมู่ การทาความเคารพเป็นรายบคุ คล การจบั มือซา้ ย ระเบียบแถวเบ้ืองตน้ คา
ปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ องลกู เสือสารอง

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๐

๒. ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การ
คน้ หาธรรมชาติ ความปลอดภยั บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝี มือ กิจกรรม
กลางแจง้ การบนั เทิง การผกู เง่ือน คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสารองโดยใชก้ ระบาน
การทางาน กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจดั การ กระบวนการ
คิดริเร่ิม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึ กปฏิบตั ิ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินยั และเห็นอก
เห็นใจผอู้ ื่น บาเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝี มือ พฒั นากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้งั น้ีโดยไม่
เก่ียวขอ้ งกบั ลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษธ์ รรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ

กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๔-๖
เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมใหศ้ ึกษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรุปการปฏิบตั ิกิจกรรม ปิ ดประชุมกอง โดยใหผ้ เู้ รียนศึกษา
และปฏิบตั ิในเร่ือง
๑. ลูกเสือตรี ความรู้เก่ียวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามญั กิจกรรม

กลางแจง้ ระเบียบแถว
๒. ลูกเสือโท การรู้จกั ดูแลตนเอง การช่วยเหลือผูอ้ ื่น การเดินทางไปยงั สถานที่ต่างๆ ทกั ษะทาง

วชิ าลกู เสือ งานอดิเรกและเรื่อท่ีน่าสนใจ คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว
๓. ลูกเสือเอก การพ่ึงพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช้

กระบวนการทางาน กระบวนการแกป้ ัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจดั การ กระบวนการ
คิดริเร่ิม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึ กปฏิบตั ิทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ
ปัญญาทอ้ งถ่ินไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เพื่อให้มีความรู้ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามญั มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินยั และเห็นอก
เห็นใจผอู้ ่ืน บาเพญ็ ตนเพ่ือสารธารณประโยชน์ รู้จกั ทาการฝี มือ พฒั นากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้งั น้ีโดยไม่
เก่ียวขอ้ งกบั ลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษธ์ รรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม และนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

๒. กจิ กรรมชุมนุม
วตั ถปุ ระสงค์

๑. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๑

๒. เพื่อให้ผูเ้ รียนได้พฒั นาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด
ประสบการณ์ท้งั ทางวชิ าการและวชิ าชีพตามศกั ยภาพ

๓. เพอื่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนใชเ้ วลาใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม
๔. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนทางานร่วมกบั ผอู้ ื่น ไดต้ ามวถิ ีประชาธิปไตย

แนวการจดั กจิ กรรม
การจดั กิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผูเ้ รียนสามารถเลือกเขา้ เป็ นสมาชิกชมรม วางแผนการ

ดาเนินกิจกรรมร่วมกนั โดยมีชมรมท่ีหลากหลาย เหมาะสมกบั เพศ วยั และความสนใจของผเู้ รียน ประกอบดว้ ย
กิจกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม วฒั นธรรม อนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และ
ค่ายวชิ าการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบตั ิ การบรรยายพเิ ศษดงั ตวั อยา่ งพอสงั เขปต่อไปน้ี

๑. กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จดั สอนจริยธรรมในห้องเรียน จดั
ให้มีการปฏิบตั ิกิจกรรมเน่ืองในวนั สาคญั ท้งั ทางชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ โดยผูเ้ รียนมี
ส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมท้งั ในดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี กีฬา และศีลปะ

๒. กิจกรรมพฒั นาทกั ษะชีวิต จดั กิจกรรมแข่งขนั กีฬาสีทุกช่วงช้ัน โดยผูเ้ รียนไดฝ้ ึ กทกั ษะการ
ทางาน และการแกป้ ัญหาทกุ ข้นั ตอน

๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการทางาน จดั กิจกรรมวนั วิชาการโดยผเู้ รียนมีโอกาสปฏิบตั ิจริง และ
ฝึกทกั ษะการจดั การ

๔. กิจกรรมเพ่ืออนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ มและวฒั นธรรม โดยจดั กิจกรรมสืบสานวฒั นธรรมไทย เช่น
ประเพณีไหวค้ รู ประเพณีลอยกระทง

๕. กิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จดั ให้มีการเลือกคณะกรรมการนกั เรียน
โดยใหน้ ากระบวนการประชาธิปไตยไปใชใ้ นการร่วมวางแผนดาเนินงานพฒั นาโรงเรียน

๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จดั ให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกนั ปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง
ปัญหายาเสพติด ปัญหาวยั รุ่น ใหค้ วามรู้เพ่อื ปลูกฝังใหเ้ ป็นสุภาพบรุ ุษ สุภาพสตรี

๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจดั แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบตั ิการทางภาษา
หอ้ งปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ หอ้ งเทคโนโลยสี ารสนเทศ

๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามยั ใหบ้ ริการหอ้ งพยาบาล มีบริการใหค้ วามรู้แก่ผเู้ รียน เพ่ือ
ป้องกนั โรคระบาดอยา่ งทนั เหตกุ ารณ์

๓. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
วัตถปุ ระสงค์

๑. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติ

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๒

๒. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อยา่ งสร้างสรรคต์ ามความถนดั
และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร

๓. เพื่อให้ผูเ้ รียนพฒั นาศกั ยภาพในการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ

๔. เพื่อให้ผเู้ รียนปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๕. เพื่อใหผ้ เู้ รียนมีจิตสาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์

แนวการจัดกจิ กรรม
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็ นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทา

ประโยชน์ตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสียสละต่อสงั คม มีจิตใจมุง่ ทาประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสงั คมกิจกรรมสาคญั ไดแ้ ก่
กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรคส์ ังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม
กิจกรรมพฒั นานวตั กรรมและเทคโนโลยี

เวลาเรี ยนสาหรับกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่ วนกิจ กรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาให้ผูเ้ รียนระดบั ประถมศึกษาปี ที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชวั่ โมง(เฉลี่ยปี ละ
๑๐ ชว่ั โมง)

การจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปี ท่ี ๑-๖ เป็ นการจดั
กิจกรรมภายในเวลาเรียน โดยให้ผเู้ รียนรายงานแสดงการเขา้ ร่วมกิจกรรมลงในสมุดบนั ทึก และมีผรู้ ับรองผล
การเขา้ ร่วมกิจกรรมทุกคร้ัง

แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
โรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม กาหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนดงั น้ี
๑. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนรายกจิ กรรม มีแนวทางปฏิบตั ิดงั น้ี
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมของผเู้ รียน ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอด

ปี การศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนจากการปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผูเ้ รียน ผเู้ รียน

ตอ้ งไดร้ ับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผา่ นทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผา่ นไม่นอ้ ยกล่าร้อย
ละ ๕๐ หรือมีคณุ ภาพในระดบั ๑ ข้ึนไป

๑.๓ ผเู้ รียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผูเ้ รียนตามเกณฑ์
ขอ้ ๑.๑ และขอ้ ๑.๒ ถือว่าผูเ้ รียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมินไป
บนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๓

๑.๔ ผูเ้ รียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน การปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานไม่เป็ นไปตาม
เกณฑ์ ขอ้ ๑.๑ และขอ้ ๑.๒ ถือวา่ ผเู้ รียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนตอ้ งจดั ซ่อมเสริมใหผ้ เู้ รียนทากิจกรรม
ในส่วนที่ผเู้ รียนไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรือไมไ่ ดท้ าจนครบถว้ น แลว้ จึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนา
ผลการประเมินไปบนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน

๒. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนเพื่อการตัดสิน มีแนวปฏิบตั ิดงั น้ี
๒.๑ กาหนดให้ผูร้ ับผิดชอบในการรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนของ

ผเู้ รียนทกุ คนตลอดระดบั การศึกษา
๒.๒ ผูร้ ับผิดชอบสรุปและตดั สินการร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนของผูเ้ รียนเป็ นรายบุคคลตาม

เกณฑท์ ่ีโรงเรียนกาหนด ผเู้ รียนจะตอ้ งผา่ นกิจกรรม ๓ กิจกรรมสาคญั ดงั น้ี
๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนกั เรียน ไดแ้ ก่
๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
๒. กิจกรรมชุมนุม
๒.๒.๓ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์

๒.๓ การนาเสนอผลการประเมินตอ่ คณะกรรมการกลุม่ สาระการเรียนรู้และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
๒.๔ เสนอผบู้ ริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมตั ิผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนผา่ นเกณฑ์การ
จบแตล่ ะระดบั การศึกษา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๔

คาอธิบายรายวิชา
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน กจิ กรรมแนะแนว

ช้ันประถมศึกษาปี ที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๕

รู้จกั และเขา้ ใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ ื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดีต่อการ
มีชีวติ ที่ดีมีคณุ ภาพ มีทกั ษะในการดาเนินชีวิต สามารถปรับตวั ใหด้ ารงชีวติ อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข รู้จกั
ตนเองในทุกดา้ น รู้ความถนดั ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเขา้ ใจโลกของงานอาชีพอย่าง
หลากหลาย มีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ขอ้ มูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม มีการเตรียมตวั สู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนดั และสนใจ มี
คุณลกั ษณะพ้ืนฐานที่จาเป็ นในการประกอบอาชีพและพฒั นางานให้ประสบความสาเร็จเพ่ือสร้างฐานะทาง
เศรษฐกิจใหก้ บั ตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติ

พฒั นาตนเองในดา้ นการเรียนอย่างเต็มศกั ยภาพ รู้จกั แสวงหาความรู้ใฝ่ รู้ใฝ่ เรียนให้เป็ นคนดีมีความรู้
และทกั ษะทางวิชาการ รู้จกั แสวงหาและใช้ขอ้ มูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู้ มีทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ คิดเป็น ทาเป็น มีคุณธรรม จริยธรรม
เอ้ืออาทรและสมานฉนั ท์ เพือ่ ดารงชีวติ อยรู่ วมกนั อยา่ งสงบสุขตามวิถีชีวติ เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพื่อให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ รู้จกั เขา้ ใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผูอ้ ่ืน เกิดการเรียนรู้
สามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมท้งั การดาเนินชีวิตและมีทกั ษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้สามารถปรับตวั
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม อยู่ร่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข พ่ึงตนเองไดม้ ีทกั ษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การ
งานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสานึกในการทาประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและ
ประเทศชาติตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ รู้จกั เขา้ ใจ รัก และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผอู้ ่ืน
๒. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาต่อ อาชีพ รวมท้งั การดาเนิน
ชีวิต และมีทกั ษะทางสงั คม
๓. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ สามารถปรับตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
๔. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๔ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๑ กจิ กรรมนกั เรียน (เตรียมลูกเสือสารองและลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑)

เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๖

เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่และปฏิบตั ิกิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของ
ลูกเสือสารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริงใช้สัญลกั ษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็ นเอกลักษณ์
ร่วมกนั ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่ รู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการ
ปฏิบตั ิกิจกรรม ปิ ดประชุมกอง ในเรื่องต่อไปน้ี

๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวตั ิการเร่ิมกิจการลกู เสือ การทาความเคารพหมู่ การ
ทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซา้ ย ระเบียบแถว เบ้ืองตน้ คาปฏิญาณ กฎและคติพจน์
ของลูกเสือสารอง

๒. ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การคน้ หาธรรมชาติ
ความปลอดภยั บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝี มือ กิจกรรมกลางแจง้ การบนั เทิง การผกู
เงื่อน คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสารอง

เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ
กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟังและพ่งึ ตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั
และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น รู้จกั บาเพญ็ ตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ รู้จกั ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรม
ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความมน่ั คงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่งึ พาตนเองได้
๒. มีความซื่อสตั ย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น
๓. บาเพญ็ ตนเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินและ ความมนั่ คง
๖. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ มและลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๒ กจิ กรรมนกั เรียน (ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒)
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๗

เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริงใชส้ ัญลกั ษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกนั
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปิ ดประชุม
กองในเร่ืองต่อไปน้ี

ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ นิยายเมาคลี ประวตั ิการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่
การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซา้ ย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง
อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การคน้ หาธรรมชาติการอนุรักษท์ รัพยากรในชุมชนทอ้ งถิ่น ความ
ปลอดภยั บริการ การผกู เงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใชว้ สั ดุเหลือใชใ้ นทอ้ งถ่ิน กิจกรรมกลางแจง้
การบันเทิงท่ีส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดลอ้ มลดภาวะโลกร้อน

เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจ รู้จกั บาเพญ็ เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จกั ทาการฝี มือและฝึ กฝนทา
กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่งึ ตนเองได้
2. มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น
3. บาเพญ็ ตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินและความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กจิ กรรมนกั เรียน (ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓)

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๘

ช้ันประถมศึกษาปี ที ๓ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี

เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคดิ และปฏิบตั ิจริงใชส้ ัญลกั ษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกนั
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่ รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปิ ดประชุม
กองในเร่ืองต่อไปน้ี

ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวตั ิการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่
การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง
อนามยั ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การคน้ หาธรรมชาติการอนุรักษท์ รัพยากรในชุมชนทอ้ งถ่ิน ความ
ปลอดภยั บริการ การผกู เงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใชว้ สั ดุเหลือใชใ้ นทอ้ งถ่ิน กิจกรรมกลางแจง้
การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดลอ้ มลดภาวะโลกร้อน

เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตยส์ ุจริต มีระเบียบ
วินยั และเห็นอกเห็นใจ รู้จกั บาเพญ็ เพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จกั ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริ มจารี ตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ ม ความมนั่ คงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนิสัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟังและพ่งึ ตนเองได้
๒. มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน
๓. บาเพญ็ ตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินและความมนั่ คงของชาติ
๖. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๔ กจิ กรรมนักเรียน (ลกู เสือสามญั (ลูกเสือตรี) )
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๓๙

เปิ ดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบตั ิกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์
และกฎของลูกเสือสามญั เรียนรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริง ใช้สัญลกั ษณ์สมาชิกลูกเสือสามญั ท่ีมีความเป็ น
เอกลักษณ์ร่ วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่ รู้และมีจิตสานึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกตใ์ ช้ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เก่ียวกบั กระบวนการลกู เสือ ประวตั ิของ Load Baden Powell พระราชประวตั ิสังเขป
ของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั วิวฒั นาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก การทา
ความเคารพ การแสดงรหัส การจบั มือซา้ ย กิจกรรมกลางแจง้ ระเบียบแถวทา่ มือเปล่า ท่ามือไมพ้ ลวง การใช้
สัญญามือและนกหวดี การต้งั แถวและการเรียนแถว

เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามญั มีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวนิ ยั และ
เห็นอกเห็นใจผูอ้ ื่น บาเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝี มือและฝึ กฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความมนั่ คง
ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชื่อฟังและพ่งึ ตนเองได้
2. มีความซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีระเบียบ วินยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน
3. บาเพญ็ ตนเพื่อส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๕ กจิ กรรมนกั เรียน ( กจิ กรรมลูกเสือสามญั (ลูกเสือโท) )
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๐

เปิ ดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบตั ิกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์
และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ี มีความเป็ น
เอกลกั ษณ์ร่วมกนั ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ
วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้
ทกั ษะในทางวิชาลกู เสือ การรู้จกั ดูแลตนเอง การช่วยเหลือผอู้ ื่น การเดินทางไปยงั สถานที่ต่าง ๆ ทางานอดิเรก
และเรื่องที่สนใจ

เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามญั มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น บาเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความมนั่ คง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
1. มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพ่งึ ตนเองได้
2. มีความซ่ือสัตยส์ ุจริต มีระเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน
3. บาเพญ็ ตนเพอ่ื ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
กจิ กรรมนกั เรียน ( กจิ กรรมลูกเสือสามัญ (ลูกเสือเอก) )

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๑

ช้ันประถมศึกษาปี ที ๖ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี

เปิ ดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามญั วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพ่ึงตนเอง การผจญภยั การใชส้ ัญลกั ษณ์ สมาชิกลูกเสือสามญั ที่
มีความเป็นเอกลกั ษณ์ร่วมกนั เรียนรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริง ศึกษาธรรมชาติ วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปัญญา
ทอ้ งถิ่นดว้ ยความสนใจ ใฝ่ รู้ และประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ือการ
อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน

เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลกู เสือสามญั สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามญั มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินยั และ
เห็นอกเห็นใจผูอ้ ่ืน บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝี มือและฝึ กฝนการทากิจกรรม
ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมและความ
มนั่ คง ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชื่อฟังและพ่งึ ตนเองได้
2. มีความซื่อสตั ยส์ ุจริต มีระเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่ืน
3. บาเพญ็ ตนเพอ่ื ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รวม ๗ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ๑๔๒
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๑ - ๖
คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
เวลา ๑๐ ช่ัวโมง/ปี

ฝึ กปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยความสมคั รใจผ่านกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝึ กการทางานท่ีสอดคลอ้ งกบั ชีวิต
จริง ตลอดจนสะทอ้ นความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ขอ้ มูลประกอบการวางแผนอย่างเป็น
ระบบ เนน้ ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ และใชค้ วามคิดสร้างสรรค์ การบริการดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีเป็นประโยชนต์ ่อตนเอง
และส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้าใจ เอ้ืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว
และสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ในลกั ษณะอาสาสมคั ร จิตอาสา เพ่ือแสดงความรับผิดชอบ
ต่อสงั คมตามแนวทางวิถีชีวติ เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพื่อให้ผูเ้ รียนบาเพ็ญตนให้เป็ นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรคต์ ามความถนดั และความ
สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร พฒั นาศกั ยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ยา่ ง
มีประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีจิตสาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

ผลการเรียนรู้
1. บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์ ตามความถนดั และ
ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3. สามารถพฒั นาศกั ยภาพในการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ
4. ปฏิบตั ิกิจการเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
5. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ๑๔๓
ช้ันประถมศึกษาปี ที ๑ - ๖
กจิ กรรมนกั เรียน (กจิ กรรมชุมนุม)
เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี

ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการ เพ่ือพฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ น
การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ใหเ้ กิดประสบการณ์ท้งั ดา้ นวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทกั ษะชีวิตและสังคมตาม
ศกั ยภาพอยา่ งรอบดา้ น เพอื่ ความเป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พฒั นาทกั ษะในการทางานและการอยู่ร่วมกับผูอ้ ่ืนในสังคมได้อย่างมี
ความสุข รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทางานรัก
ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน ไดพ้ ฒั นาความรู้
ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณ์ท้งั ทกั ษะทางวิชาการ ทกั ษะอาชีพ ทกั ษะ
ชีวติ และสังคมตามศกั ยภาพ ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม คดิ เป็น ทาได้ ทางานร่วมกบั
ผอู้ ื่นไดต้ ามวถิ ีประชาธิปไตย และประยกุ ตห์ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน
2. มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะหใ์ ห้เกิดประสบการณ์ ท้งั ทางวิชาการ
และวชิ าชีพตามศกั ยภาพ
3. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม
4. มุ่งมน่ั ในการทางานและทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนไดต้ ามวถิ ีประชาธิปไตย
5. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

เกณฑ์การจบการศึกษา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๔

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั
พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑส์ าหรับการจบการศึกษา ดงั น้ี

เกณฑ์การจบระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน จานวน ๕,๐๔๐ ชวั่ โมงและรายวิชาเพิ่มเติม/กิจกรรมเพิ่มเติมจานวน

๔๘๐ ชวั่ โมง
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งมีผลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐานระดบั ๑ ข้นึ ไปทุกรายวิชา
(๓) ผเู้ รียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในระดบั “ผา่ น”

ข้นึ ไป
(๔) ผเู้ รียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในระดบั

“ผา่ น” ข้ึนไป
(๕) ผเู้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนและมีผลการประเมิน “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม

เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
(๑) ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน จานวน ๖๖ ชวั่ โมงและรายวชิ าเพิม่ เติมไม่นอ้ ยกวา่ จานวน ๑๑ หน่วย

กิต
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งมีผลการประเมินรายวิชาพ้นื ฐานระดบั ๑ ข้นึ ไปทกุ รายวิชา
(๓) ผเู้ รียนมีผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในระดบั “ผา่ น”

ข้นึ ไป
(๔) ผเู้ รียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในระดบั

“ผา่ น” ข้ึนไป
(๕) ผเู้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนและมีผลการประเมิน “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม

การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็ นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เป็ นหลกั สูตรท่ีมีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ของผเู้ รียน เป็นเป้าหมายสาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน

ในการพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีคณุ สมบตั ิตามเป้าหมายหลกั สูตร ผสู้ อนพยายามคดั สรร กระบวนการเรียนรู้
จดั การเรียนรู้โดยช่วยให้ผเู้ รียนเรียนรู้ผา่ นสาระท่ีกาหนดไวใ้ นหลกั สูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมท้งั ปลกู ฝัง
เสริมสร้างคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พฒั นาทกั ษะต่างๆ อนั เป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ้ เู้ รียนบรรลุตามเป้าหมาย

๑. หลกั การจดั การเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๕

การจดั การเรียนรู้เพื่อใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคญั และ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามท่ีกาหนดไวใ้ นหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน โดยยึดหลกั วา่ ผเู้ รียนมี
ความสาคัญท่ีสุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผูเ้ รียน
กระบวนการจดั การเรียนรู้ตอ้ งส่งเสริมให้ผูเ้ รียน สามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ คานึงถึง
ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมองเนน้ ใหค้ วามสาคญั ท้งั ความรู้ และคุณธรรม

๒. กระบวนการเรียนรู้
การจดั การเรียนรู้ท่ีเน้นผูเ้ รียนเป็ นสาคญั ผูเ้ รียนจะตอ้ งอาศยั กระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็ น
เคร่ืองมือท่ีจะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็ นสาหรับผูเ้ รียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระ บวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบตั ิ ลง
มือทาจริง กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นา
ลกั ษณะนิสัย
กระบวนการเหล่าน้ีเป็ นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ท่ีผูเ้ รียนควรได้รับการฝึ กฝน พฒั นา เพราะจะ
สามารถช่วยให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ไดด้ ี บรรลุเป้าหมายของหลกั สูตร ดงั น้ัน ผูส้ อน จึงจาเป็ นตอ้ งศึกษาทา
ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผสู้ อนตอ้ งศึกษาหลกั สูตรสถานศึกษาให้เขา้ ใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สมรรถนะสาคญั ของ
ผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกบั ผูเ้ รียน แลว้ จึงพิจารณาออกแบบการ
จดั การเรียนรู้โดยเลือกใชว้ ิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมินผล เพื่อใหผ้ เู้ รียนได้
พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กาหนด
๔. บทบาทของผู้สอนและผ้เู รียน
การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผูเ้ รียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สูตร ท้ังผูส้ อนและผูเ้ รียนควรมี
บทบาท ดงั น้ี
๔.๑ บทบาทของผ้สู อน

๑) ศึกษาวิเคราะห์ผเู้ รียนเป็นรายบุคคล แลว้ นาขอ้ มูลมาใชใ้ นการวางแผนการจดั การเรียนรู้ ท่ีทา้
ทายความสามารถของผเู้ รียน

๒) กาหนดเป้าหมายท่ีตอ้ งการให้เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รียน ด้านความรู้และทกั ษะกระบวนการ ที่เป็ น
ความคิดรวบยอด หลกั การ และความสัมพนั ธ์ รวมท้งั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๓) ออกแบบการเรียนรู้และจดั การเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการ
ทางสมอง เพื่อนาผเู้ รียนไปสู่เป้าหมาย

๔) จดั บรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผเู้ รียนใหเ้ กิดการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๖

๕) จดั เตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การเรียนการสอน

๖) ประเมินความกา้ วหนา้ ของผเู้ รียนดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของวชิ า
และระดบั พฒั นาการของผเู้ รียน

๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพฒั นาผูเ้ รียน รวมท้งั ปรับปรุงการ
จดั การเรียนการสอนของตนเอง

๔.๒ บทบาทของผู้เรียน
๑) กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ขอ้ ความรู้ ต้งั คาถาม คิดหา

คาตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวิธีการตา่ งๆ
๓) ลงมือปฏิบตั ิจริง สรุปส่ิงที่ไดเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง และนาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณ์

ต่างๆ
๔) มีปฏิสัมพนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกบั กลมุ่ และครู
๕) ประเมินและพฒั นากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอยา่ งตอ่ เนื่อง

สื่อการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้เป็ นเครื่องมือส่งเสริมสนบั สนุนการจดั การกระบวนการเรียนรู้ ให้ผูเ้ รียนเขา้ ถึงความรู้

ทักษะกระบวนการ และคุณลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ท้งั สื่อธรรมชาติ ส่ือส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในทอ้ งถิ่น
การเลือกใชส้ ื่อควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกบั ระดบั พฒั นาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผเู้ รียน

การจดั หาส่ือการเรียนรู้ ผเู้ รียนและผสู้ อนสามารถจดั ทาและพฒั นาข้นึ เอง หรือปรับปรุงเลือกใชอ้ ยา่ งมี
คุณภาพจากส่ือต่างๆ ท่ีมีอย่รู อบตวั เพื่อนามาใชป้ ระกอบในการจดั การเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผเู้ รียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจดั ให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพฒั นาให้ผเู้ รียน เกิดการเรียนรู้อยา่ งแทจ้ ริง
สถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งและผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ควรดาเนินการดงั น้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรี ยนรู้ ศูนย์ส่ือการเรี ยนรู้ ระบบสารสนเทศการเรี ยนรู้ และเครื อข่าย
การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียน
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหวา่ งสถานศึกษา ทอ้ งถิ่น ชุมชน สังคมโลก

๒. จดั ทาและจดั หาส่ือการเรียนรู้สาหรับการศึกษาคน้ ควา้ ของผูเ้ รียน เสริมความรู้ให้ผูส้ อน รวมท้งั
จดั หาสิ่งที่มีอยใู่ นทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นส่ือการเรียนรู้

๓. เลือกและใชส้ ื่อการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ ง กบั วิธีการ
เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของผเู้ รียน

๔. ประเมินคณุ ภาพของส่ือการเรียนรู้ที่เลือกใชอ้ ยา่ งเป็นระบบ
๕. ศึกษาคน้ ควา้ วิจยั เพอ่ื พฒั นาสื่อการเรียนรู้ใหส้ อดคลอ้ งกบั กระบวนการเรียนรู้ของผเู้ รียน

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๗

๖. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้ส่ือ
การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่าเสมอ

ในการจดั ทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึง
หลกั การสาคญั ของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคลอ้ งกับหลกั สูตร วตั ถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้ การจดั ประสบการณ์ให้ผูเ้ รียน เน้ือหามีความถูกตอ้ งและทนั สมยั ไม่กระทบความมน่ั คง
ของชาติ ไมข่ ดั ตอ่ ศีลธรรม มีการใชภ้ าษาท่ีถูกตอ้ ง รูปแบบการนาเสนอที่เขา้ ใจง่าย และน่าสนใจ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของผเู้ รียนตอ้ งอยบู่ นหลกั การพ้นื ฐานสองประการ คือ การประเมิน

เพือ่ พฒั นาผเู้ รียนและเพ่ือตดั สินผลการเรียน ในการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ของผเู้ รียน ใหป้ ระสบผลสาเร็จน้นั
ผเู้ รียนจะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาและประเมินตามตวั ช้ีวดั เพื่อใหบ้ รรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะ
สาคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลกั ในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ใน
ทุกระดบั ไม่ว่าจะเป็ นระดบั ช้ันเรียน ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา และระดบั ชาติ การวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนโดยใชผ้ ลการประเมินเป็นขอ้ มูลและสารสนเทศที่
แสดงพฒั นาการ ความกา้ วหนา้ และความสาเร็จทางการเรียนของผเู้ รียน ตลอดจนขอ้ มลู ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเกิด การพฒั นาและเรียนรู้อยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็ น ๔ ระดบั ได้แก่ ระดับช้นั เรียน ระดบั สถานศึกษา
ระดบั เขตพ้นื ท่ีการศึกษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดงั น้ี

๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็ นการวดั และประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจดั การเรียนรู้ ผูส้ อน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจดั การเรียนการสอน ใชเ้ ทคนิคการประเมินอยา่ งหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบา้ น การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู้ อนเป็นผปู้ ระเมินเองหรือเปิ ดโอกาสให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผปู้ กครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผา่ นตวั ช้ีวดั ใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม

การประเมินระดบั ช้นั เรียนเป็นการตรวจสอบวา่ ผเู้ รียนมีพฒั นาการความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้ อนั
เป็ นผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะตอ้ งได้รับการพฒั นา
ปรับปรุงและส่งเสริมในดา้ นใด นอกจากน้ียงั เป็นขอ้ มลู ใหผ้ สู้ อนใชป้ รับปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ท้งั น้ี
โดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็ นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตดั สินผล การเรียน
ของผเู้ รียนเป็นรายปี /รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ และ
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน นอกจากน้ีเพ่ือให้ไดข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั การจดั การศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ
เรียนรู้ของผเู้ รียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผเู้ รียนมีจุดพฒั นาในดา้ นใด รวมท้งั สามารถนาผลการเรียนของผูเ้ รียน
ในสถานศึกษาเปรียบเทียบกบั เกณฑร์ ะดบั ชาติ ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะเป็นขอ้ มูลและสารสนเทศ
เพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทา

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๘

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษาและการรายงานผล
การจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ผปู้ กครองและชุมชน

๓. การประเมินระดบั เขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผเู้ รียนในระดบั เขตพ้นื ที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เพื่อใชเ้ ป็ นขอ้ มูลพ้ืนฐานในการพฒั นา
คุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสมั ฤทธ์ิของผเู้ รียนดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานท่ีจดั ทาและดาเนินการโดยเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือดว้ ยความร่วมมือ
กับหน่วยงานตน้ สังกดั ในการดาเนินการจดั สอบ นอกจากน้ียงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการ
ประเมินระดบั สถานศึกษาในเขตพ้ืนที่การศึกษา

๔. การประเมินระดบั ชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผเู้ รียนในระดบั ชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน สถานศึกษาตอ้ งจดั ใหผ้ เู้ รียนทกุ คนที่เรียน ในช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๓
ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เขา้ รับการประเมิน ผลจากการประเมินใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการเทียบเคยี งคณุ ภาพการศึกษา
ในระดบั ตา่ ง ๆ เพ่ือนาไปใชใ้ นการวางแผนยกระดบั คณุ ภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนบั สนุน
การตดั สินใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ขอ้ มูลการประเมินในระดบั ต่างๆ ขา้ งตน้ เป็ นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตอ้ งจดั ระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แกไ้ ข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผูเ้ รียนไดพ้ ฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพ้ืนฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ี
จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผูเ้ รียนทวั่ ไป กลุ่มผูเ้ รียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่ม
ผูเ้ รียนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผูเ้ รียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผูเ้ รียนท่ีปฏิเสธ
โรงเรียน กลุ่มผเู้ รียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสงั คม กลมุ่ พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นตน้ ขอ้ มูลจาก
การประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผูเ้ รียนไดท้ นั ท่วงที ปิ ดโอกาสให้ผเู้ รียน
ไดร้ ับการพฒั นาและประสบความสาเร็จในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผิดชอบจดั การศึกษา จะตอ้ งจดั ทาระเบียบวา่ ดว้ ยการวดั และประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งและเป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏิบตั ิที่เป็ นขอ้ กาหนดของหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เพ่ือใหบ้ ุคลากรที่เก่ียวขอ้ งทุกฝ่ายถือปฏิบตั ิร่วมกนั

เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรียน
การตดั สินผลการเรียน

ในการตดั สินผลการเรียนของกลุม่ สาระการเรียนรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอนั
พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนน้นั ผสู้ อนตอ้ งคานึงถึงการพฒั นานกั เรียนแตล่ ะคนเป็นหลกั และตอ้ ง
เกบ็ ขอ้ มูลของนกั เรียนทกุ ดา้ นอยา่ งสม่าเสมอและต่อเนื่องในแตล่ ะภาคเรียน มีเกณฑด์ งั น้ี

(๑) ผเู้ รียนตอ้ งมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับการประเมินทุกตวั ช้ีวดั และผา่ นเกณฑไ์ มน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๔๙

ของจานวนตวั ช้ีวดั
(๓) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวิชา
(๔) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับการประเมินและมีผลการประเมินผา่ นตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนดในการ

อ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

การให้ระดบั ผลการเรียน
๑๓.๑ การตดั สินผลการเรียนรายวิชาของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ใหใ้ ชร้ ะบบตวั เลข แสดงระดบั

การเรียนในแตล่ ะกลุ่มสาระ ดงั น้ี

ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนร้อยละ
๔ ผลการเรียนดีเยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ - ๗๙
๓ ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรียนดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนค่อนขา้ งดี ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรียนน่าพอใจ ๕๕ - ๕๙
๑ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรียนพอใช้ ๐ - ๔๙
ผลการเรียนผา่ นเกณฑข์ ้นั ต่า
ผลการเรียนต่ากวา่ เกณฑ์

๑๓.๒ การประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียน เป็นผา่ นและไม่ผา่ น ถา้ กรณีที่ผา่ น กาหนด
เกณฑก์ ารตดั สินเป็นดีเยยี่ ม ดี และผา่ น

ดีเยย่ี ม หมายถึง มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนท่ีมีคุณภาพดี
เลิศอยเู่ สมอ

ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นท่ีมีคุณภาพเป็น
ท่ียอมรับ

ผา่ น หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ท่ีมีคณุ ภาพ
เป็นท่ียอมรับ แตย่ งั มีขอ้ บกพร่องบางประการ

ไม่ผา่ น หมายถึง ไมม่ ีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน หรือ
ถา้ มีผลงาน ผลงานน้นั ยงั มีขอ้ บกพร่องที่ตอ้ งไดร้ ับการปรับปรุงแกไ้ ขหลายประการ

๑๓.๓ การประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รวมทกุ คณุ ลกั ษณะเพื่อการเล่ือนช้นั และจบ
การศึกษา เป็นผา่ นและไม่ผา่ น ในการผา่ น กาหนดเกณฑก์ ารตดั สินเป็นดีเยยี่ ม ดี และผา่ น และความหมาย
ของแต่ละระดบั ดงั น้ี

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถียรรัตนาราม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๑๕๐

ดีเยยี่ ม หมายถึง ผเู้ รียนปฏิบตั ิตนตามคณุ ลกั ษณะจนเป็นนิสัย และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั เพื่อ
ประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดีเยยี่ ม จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และ
ไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่ากวา่ ระดบั ดี

ดี หมายถึง ผเู้ รียนมีคุณลกั ษณะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ เพือ่ ใหเ้ ป็นการยอมรับของสังคมโดย
พจิ ารณาจาก

๑) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเยย่ี มจานวน ๑-๔ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากวา่ ระดบั ดี หรือ

๒) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี เยย่ี มจานวน ๔ คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากวา่ ระดบั ผา่ นหรือ

๓) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากวา่ ระดบั ผา่ น

ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบตั ิตามกฎเกณฑแ์ ละเง่ือนไขที่สถานศึกษากาหนด โดย
พจิ ารณาจาก

๑) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ผ่าน จานวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากวา่ ระดบั ผา่ น หรือ

๒) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จานวน ๔ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมิน
ต่ากวา่ ระดบั ผา่ น

ไมผ่ า่ น หมายถึง ผเู้ รียนรับรู้และปฏิบตั ิไดไ้ มค่ รบตามกฎเกณฑแ์ ละเง่ือนไขท่ีสถานศึกษากาหนด
โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดบั ไม่ผา่ นต้งั แต่ ๑ คุณลกั ษณะ

๑๓.๔ การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน จะตอ้ งพจิ ารณาท้งั เวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรมการปฏิบตั ิ
กิจกรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑท์ ี่โรงเรียนกาหนดและใหผ้ ลการประเมินเป็นผา่ น และไม่ผา่ นใหใ้ ช้
ตวั อกั ษรแสดงผลการประเมิน ดงั น้ี

“ผ” หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ปฏิบตั ิกิจกรรม
และมีผลงานเป็นท่ีประจกั ษ์

“มผ” หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ปฏิบตั ิกิจกรรมและมีผลงาน
ไม่เป็นไปตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากาหนด

ในกรณีที่ผเู้ รียนได้ “มผ” ครูผดู้ ูแลกิจกรรมตอ้ งจดั ซ่อมเสริมใหผ้ เู้ รียนทากิจกรรมในส่วนที่ผเู้ รียน
ไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรือไม่ไดท้ าจนครบถว้ น แลว้ จึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้งั น้ี ตอ้ งดาเนินการ
ใหเ้ สร็จสิ้นภายในปี การศึกษาน้นั ยกเวน้ มีเหตุสุดวิสัยห้อยใู่ นดุลยพินิจของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ไดร้ ับ
มอบหมาย

หลกั สูตรโรงเรียนวดั เสถยี รรัตนาราม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version