บทท่ี ๑
บทบาทและหนา ทขี่ องเยาวชน
ทม่ี ีตอสงั คมและประเทศชาติ
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
• เปนประชากรสําคัญกลุมหนึง่ ของสงั คมไทย
• เปน กลุมบุคคลทีป่ ระเทศชาตจิ ําเปนตอ งพงึ่ พา ถาเยาวชน
มคี ุณภาพ การพัฒนาประเทศชาติใหเจรญิ กา วหนา ก็สามารถ
กระทําไดโ ดยงา ย • เปนคนดี
• มคี วามรูค วามสามารถ มสี ติปญ ญาดี
ส่ิงทค่ี ือสังคมไทยคาดหวงั • มคี ณุ ธรรมจริยธรรม มีวินัยและความ
จากเยาวชน
รับผิดชอบ
• ไมม ีความประพฤติเสอ่ื มเสียหรอื สรางความ
เดอื ดรอ นราํ คาญใหกบั สงั คม
1. เคารพกฎกติกาของสงั คม เพอ่ื ใหการอยรู วมกนั ในสงั คมเปน ไปดวยความ
ปกติสขุ สมาชกิ ในสังคมตองไมเ อารัดเอาเปรยี บ ไมส รางความเดือนรอ นใหผ ูอ ื่น
สวนเยาวชน ก็ตอ งเปน คนสภุ าพเรยี บรอย ไมห นเี รียน ไมทําลายขา วของท่ีเปน
สาธารณสมบตั ิ
2. ปฏบิ ัติตามกฎหมาย กฎหมายสูงสดุ ในการปกครองประเทศคอื กฎหมายรัฐ
ธรรนญู ฉะน้นั เพื่อใหทกุ คนอยูรวมกันในสงั คมไดอ ยางสนั ตสิ ขุ สมาชิกในสงั คม
ตองสามัคคกี ลมเกลยี มสมานฉนั ท และปฏิบตั ิตามกฎหมายบา นเมือง
3. ใฝเรียนรู เยาวชนจะเติบโตไดอ ยา งมคี ณุ ภาพ จําเปนตองมปี ญญา มคี วามรู
ความสามารถ การเรยี นรู ใฝเรยี นรู จําเปน สงิ่ จําเปน และสาํ คัญ และการเรยี นรู
ไมไ ดจ าํ กดั อยแู ตในหอ งเรยี น แตมแี หลง เรยี นรูตา ง ๆ ทอ่ี ยูร อบตวั เราที่เรา
สามารถศกึ ษา คน ควา หาความรูได “การศกึ ษา คือการเรียนรตู ลอดชีวิต” เมื่อ
เรามีปญ ญา ก็จะเห็นแนวทางในการใชป ญ ญาแกป ญหาหรอื พัฒนาตนเอง
ประเทศชาติตอ ไปได
4. มคี วามซื่อสตั ยส ุจรติ การทจุ รติ เปน ปญ หาหน่ึงที่สง ผลกระทบตอ การ
พฒั นาประเทศ ดังน้นั เยาวชนตองฝก ฝนตนเองใหมคี วามซอ่ื สตั ยสจุ รติ ตง้ั แต
เยาวว ยั เชน การไมท จุ ริตในการสอบ ไมเอาของผูอนื่ หรอื สิง่ ท่เี ปนสาธารณ
สมบัติมาเปนของตนเอง
5. มีระเบียบวินัย ระเบยี บวินัยมคี วามจาํ เปน อยางยง่ิ ตอ การพัฒนาสงั คมให
เจริญกาวหนา เปน ส่ิงท่จี ะชวยใหผูค นกระทําในส่ิงทค่ี วรทําและละเวนไมค วรทาํ
เยาวชนท่ีมรี ะเบียบวนิ ยั สามารถเตบิ โตเปน คนท่ีมีคุณภาพของประเทศชาตไิ ด
เชน การไมม าโรงเรยี นสาย เขา หอ งเรยี นสาย ไมห นีเรียน ไมเ ที่ยวเตร ทาํ งาน
ตรงเวลาเสรจ็ เรียบรอ ย ไมใ ชสิทธเิ สรภี าพจนเกนิ ขอบเขตจนไปละเมดิ สิทธิ
เสรีภาพของผอู ่นื
6. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม สาเหตขุ องปญ หาสงั คม คือการทเ่ี ยาวชนหลายคน
ละเลยไมเห็นคุณคา ของหลักธรรมคาํ สอนทางศาสนา จึงขาดสตยิ ง้ั คดิ นาํ พา
ตนเองไปสพู ฤติกรรมเสี่ยงตาง ๆ เชน เสพส่ิงเสพติด ไมส นในเรียน ทะเลาะ
วิวาท หมกมุน ในสือ่ ออนไลน ตา ง ๆ ดังนั้นเยาวชนตองประพฤตติ นใหม ี
คุณธรรมจริยธรรม เพอื่ ความสขุ ความเจริญใหแกต นเองและสังคม ใหเ กดิ ขึน้
คาํ วา “จติ สาธารณะ สามารถจาํ แนกคณุ ลกั ษณะจติ ใจและการ
กระทําท่ีสาํ คญั ออกไดเ ปน ๓ ประการ :
1. การมจี ติ สาํ นกึ ทม่ี องเหน็ “คณุ คา ” หรอื การใหค ณุ คา ทางสงั คมหรอื ส่ิงตา งๆ
ที่เปน สง่ิ สาธารณะทไ่ี มม ผี ใู ดผหู นง่ึ เปน เจา ของหรอื เปน สง่ิ ท่คี นในสงั คมเปน
เจาของรว มกนั โดยไมค ดิ จะทําลาย แตร วมกนั รักษา ปกปอ ง และอนรุ กั ษ
2. การแสดงออกถงึ การมีสวนรว มรับผดิ ชอบตอ สังคมสว นรวมในการใชสิทธิ
และเสรภี าพ และการปฏิบตั ิหนา ที่
3. การแสดงออกและลงมือปฏบิ ัตเิ พ่ือรกั ษาประโยชนของสังคมสว นรวม
หรอื ของประเทศชาติ
มสี ว นรวมใน มสี ว นรวมใน รักษาสาธารณ อนุรกั ษแ ละสบื สาน
กิจกรรมทางสังคม การอนรุ กั ษ สมบตั ิ ประเพณี วฒั นธรรม
รวมมือรว มใจกนั ทรพั ยากรธรรม และภมู ปิ ญ ญาท่ดี ีงาม
มหี นา ทช่ี วย
ไมน ง่ิ ดดู าย ชาติ ทํานุบาํ รุงสา ของไทย
หาโอกาสเขารวม มสี ว นรว มในการ ธารณสมบัติ ตระหนกั ในความสําคญั
ทาํ กจิ กรรมตา งๆ อนรุ ักษทรัพยากร ใหใชป ระโยชน และมี สว นรว มอนรุ กั ษ
ธรรมชาติทั้งปฏบิ ตั ิ สืบสานประเพณี วฒั นธรรม
ทางสงั คม ดว ยตนเองหรอื เขา ไดค มุ คา และภมู ปิ ญ ญาเพ่อื ใหค งอยู
รวมกจิ กรรมตา งๆ กบั สงั คมไทยตอไป
ทางสงั คม
ประโยชนท ่ีกฎหมายรบั รองและคมุ ครองใหแกบ คุ คล ในการ
ท่ีจะกระทาํ การใดๆ หรือไดม าซึ่งสิง่ ใดๆ โดยชอบดว ย
สทิ ธิ กฎหมาย เชน
• สิทธิในทรพั ยส ิน สทิ ธิในการไดรับการศึกษา
• สิทธิในการเสนอเรื่องราวรอ งทุกข
เสรีภาพ• สิทธิลงคะแนนเสยี งเลือกตัง้
ความหมายของเสรีภาพ
สิทธเสิ รีภาพ ความมอี ิสระทีจ่ ะกระทาํ การใดๆ โดยไมไ ปลวง
ละเมดิ สิทธิของผูอ่นื ตลอดจนความสงบเรยี บรอย
และศีลธรรมอันดีงาม เชน
• เสรภี าพในการประกอบอาชีพอยา งสจุ รติ
เสรภี าพในการนับถือศาสนา
• เสรภี าพในการชมุ นมุ โดยสงบและ
ปราศจากอาวุธ
ความหมายของหนา ท่ี
สทิ ธิ หนาที่ ภาระและความรบั ผิดชอบ
ทีร่ ัฐธรรมนูญกําหนดบงั คบั ให
บุคคลซงึ่ เปนชนชาวไทยตอง
ปฏิบตั ิจะไมป ฏบิ ตั ิตามไมได
สิทธแิ ละเสรีภาพของตนเองและผูอน่ื
เสยาทิ วธชิ น มสี ทิ ธแิ ละเสรภี าพตามกรอบที่รัฐธรรมนญู บญั ญัตไิ ว ดงั นนั้ เยาวชน
ควรแสดงออกถงึ การเคารพสทิ ธเิ สรภี าพของตนเองและผอู ื่น ดงั น้ี
1. เคารพสิทธิของกนั และกนั
3. มคี วามรับผิดชอบในหนา ท่ี 2. ปฏิบตั ติ นเปน ศาสนกิ ชนทดี่ ี
4. ปกปอ งสิทธิและเสรภี าพของตนเอง
5. มสี วนรว มในกจิ กรรมของสังคม 6. เปน สมาชกิ ท่ีดีของชมุ ชน
สทิ ธิและเสรีภาพของตนเองและผอู ืน่
7. สหทิ ลธีกเิ ลยี่ งการใชค วามรุนแรง 8. เคารพในความแตกตาง
9. ใหค วามรวมมอื กบั หนว ยงานเพื่อการคมุ ครองสทิ ธมิ นษุ ยชน
10. ใหค วามชวยเหลือผูดอ ยโอกาส
11. สง เสรมิ สนบั สนุนการเคารพสิทธเิ สรีภาพในสงั คม
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย เปน กฎหมายสูงสดุ ในการปกครอง
ประเทศ ไดบัญญตั ิเก่ียวกับสิทธิเสรภี าพของคนไทย เพ่อื ความมสี ทิ ธิ
เสรีภาพอยางเสมอภาคกนั และตระหนักวา การใชส ทิ ธิเสรภี าพของคนนน้ั
จะตอ งไมไ ปลวงละเมนิ สิทธิเสรภี าพของผูอน่ื ดวย ซ่ึงสรปุ ไดดงั นี้
1. การรบั รองศักดิ์ศรคี วามเปนมนุษย :
หามการปฏบิ ัตติ อ มนุษยด ว ยกันเยี่ยงสัตวหรือเย่ียงทาส
2. สิทธิในความเสมอภาคเทา เทยี มกัน :
ทกุ คนยอมมีความเทา เทียมกนั ตามกฎหมายหามเลือก
ปฏบิ ัติโดยไมเ ปนธรรม
3. สทิ ธิเสรภี าพสวนบคุ คล : ทรมาน ทารณุ กรรมการลงโทษดวยวธิ ที ุกคน
ยอ มมีสิทธแิ ละเสรภี าพในชวี ติ และรางกาย การการโหดรา ยหรอื ไรม นษุ ยธรรม
จะกระทาํ มไิ ด นอกจากนร้ี ัฐธรรมนญู ยงั คมุ ครองสทิ ธเิ สรีภาพของบคุ คล ดงั น้ี
3.1 เสรภี าพในเคหสถาน 3.2 เสรภี าพในการเดนิ ทางและ
อนั เปน ที่อยอู าศัย เลอื กถ่ินท่อี ยู
ท่ีอยอู าศัยถอื เปนสถานท่ีสวนตวั ประชาชนคนไทยสามารถจะเดนิ ทางไปไหนมาไหน
ผูใดผหู นง่ึ จะละเมดิ เขาไปยังอาคาร ไดตามทีต่ อ งการ และเลือกทีอ่ ยไู ดแตจ ะตองไม
บา นเรอื นของผูอ น่ื โดยไมไ ดรับ ครอบครองในทสี่ าธารณะ นอกจากน้ยี งั หาม
อนญุ าตไมได เนรเทศคนไทยออกนอกประเทศ และหามคนไทย
เขาประเทศ ไมไ ด
เคหสถานถือเปนสถานท่สี ว นตวั ของผู ประชาชนไทยมีสทิ ธิท่จี ะ
เปนเจา ของ ถา ผูใดเขา ไปโดยพลการ เดนิ ทางไปไหนมาไหน
ในราชอาณาจักรไดอยางเสรี
จะมคี วามผดิ ฐานบุกรุก
3.3 สิทธขิ องบคุ คลในครอบครวั 3.4 เสรภี าพในการสอ่ื สาร
เกยี รตยิ ศ ประชาชนชาวไทยมเี สรภี าพในการ
สือ่ สาร ถงึ กนั รฐั ธรรมนญู หามการ
ช่อื เสยี ง ความเปนอยูสวนตัว ตรวจ การกกั เปด เผย หรอื แอบ
รัฐธ-ร. รมนญู ไดใ หค วามคมุ ครองไว ลักลอบดกั ฟง อาน เพอ่ื ใหร บั รสู ง่ิ
สื่อสารทีบ่ คุ คลตา งๆ
3.5. เสรีภาพในการนับถอื ศาสนา
ประชาชนมีเสรภี าพอยางบริบรู ณใ น
การเลอื กนบั ถอื ศาสนา นกิ ายของ
ศาสนา หรอื ลทั ธนิ ยิ มในศาสนาตามท่ี
ตนเองศรทั ธา ตลอดจนพธิ ีกรรมความ
เช่อื โดยผใู ดจะมาขดั ขวางมิได
4. สทิ ธิในกระบวนการยตุ ธิ รรม : 5. สิทธิในทรัพยสินและการสืบมรดก :
บุคคลไมตองรับโทษอาญา เวน แตไ ดกระทาํ ทรัพยสินท่ีแตละบุคคลหามาไดอยางยากลําบาก
การอันกฎหมายท่ีใชอ ยูในเวลาที่กระทําน้ัน ไมวาจะเปนสังหาริมทรัพย หรืออสังหาริมทรัพย
บัญญัติเปนความผิดและกําหนดโทษไว ยอมเปนกรรมสิทธิ์ของผูเปนเจาของผูใดจะมา
และโทษท่ีจะลงแกบุคคลน้ันจะหนักกวา บังคบั แยงชงิ หรอื ทําลายใหเสยี หายมิได
โทษท่ีกําหนดไวในกฎหมายที่ใชอยูในเวลา
ที่กระทาํ ความผดิ มไิ ด 7. สทิ ธิและเสรีภาพในการศึกษา:
6. สิทธเิ สรภี าพในการประกอบ ประชาชนมสี ิทธเิ สมอภาคในการเขา รบั
อาชพี : การศกึ ษาไมนอยกวา 12 ป โดยไมตองเสีย
คา ใชจ าย รว มถึงมเี สรีภาพในทางวิชาการ
ประชาชนไทยลวนมีเสรีภาพในการ การอบรม การเรยี น การสอน การวจิ ัย
ประกอบอาชพี ตามทีต่ นเองเลอื ก
และอาชพี น้นั ตองมีการแขง ขนั กัน
อยา งเสรี และไมผดิ กฎหมาย
8. สทิ ธิในการรับบรกิ าร 9. สิทธิในขอ มูลขาวสารและ
สาธารณสขุ ของรฐั : การรองเรยี น :
บุคคลผูยากไรยอมมีสิทธิไดรับบริการ บุ ค ค ล แ ล ะ ชุ ม ช น ย อ ม มี สิ ท ธิ ท่ี จ ะ ไ ด
สาธารณสุขของรัฐโดยไมเสยี คาใชจาย รับทราบและเขาถึงขอมูลหรือขาวสาร
รวมไปถึงบุคคล ซึ่งมีอายุเกินหกสิบป สาธารณะ ในครอบครองของหนวยงาน
และไมมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ ของรฐั ตามท่ีกฎหมายบัญญัติ และมีสิทธิ
และบุคคลผูยากไร ยอมมีสิทธิไดรับ เสนอเร่ืองราวรองทุกข และไดรบั แจงผล
ค ว า ม ช ว ย เ ห ลื อ ที่ เ ห ม า ะ ส ม จ า ก รั ฐ การพจิ ารณาอยา งรวดเร็ว
ตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ
10. เสรภี าพในการชมุ นมุ และสมาคม:
บคุ คลและชมุ ชนยอมมีสิทธิท่ีจะไดรับทราบและเขาถงึ
ขอมูลหรือขาวสารสาธารณะ ในครอบครองของ
หนว ยงานของรฐั ตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ
11. สทิ ธทิ เี่ กยี่ วกบั ชมุ ชน วัฒนธรรม
และส่งิ แวดลอ ม :
ประชาชนชาวไทยมสี ทิ ธิในการดแู ลรักษา บุคคลและชุมชนยอมมีสิทธิในการอนุรักษฟนฟูหรือ
สงิ่ แวดลอมเพ่ือชวยใหส ่งิ แวดลอ มกลับคนื สงเสริมภูมิปญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม
และจารตี ประเพณอี ันดีงามทงั้ ของทอ งถน่ิ และของชาติ
สูสภาพทดี่ ีข้ึน
สิทธิและเสรีภาพท่ีรัฐธรรมนูญกําหนด ถือเปน
หลักประกันวาใครจะมาละเมิดไมได ขณะเดียวกัน
เมือ่ เรามีสิทธิและเสรีภาพตรงนั้น เราก็ตองเคารพใน
สทิ ธแิ ละเสรภี าพของผูอ ่ืนดว ย
ดังน้ันเราจงึ ควรปฏิบัติตนในการเคารพสิทธิและ
เสรภี าพทั้งของตนเองและผูอ ่นื ดงั น้ี
1. ปกปองสทิ ธิ 2. ไมล ะเมดิ สิทธิ
และเสรภี าพของตนเอง และเสรภี าพของผอู ่นื
3. ใชส ิทธิและเสรภี าพ 4. ใชสทิ ธิและเสรภี าพ
ตามกรอบแหงกฎหมาย ตามกรอบแหงศลี ธรรม
และวฒั นธรรม
5. มจี ิตสาธารณะ 6. ไมใ ชค วามรนุ แรง
ในการแกป ญ หา
1. ชวยเสรมิ สรางรากฐาน 2. ลดความขดั แยง
ประชาธปิ ไตย ขอ พิพาทระหวา งกัน
รากฐานของประชาธปิ ไตย ใหความสาํ คญั
อยทู ่ีการปฏบิ ตั ิของพลเมอื ง กับการเคารพสทิ ธแิ ละเสรีภาพ
ถา รจู กั ใชสทิ ธแิ ละเสรภี าพของ ระมดั ระวงั ไมก ระทาํ ในสง่ิ ทท่ี าํ ให
ตนเองอยา งมขี อบเขตและ ผอู น่ื และสงั คมเดือดรอ น เม่อื มี
สอดคลอ งกับกฎหมาย รวมท้ังรจู กั
เคารพสิทธิและเสรภี าพของผูอ ่นื ความคิดเหน็ ไมล งรอยกนั
เขากจ็ ะปฏิบตั ติ นหรอื มแี นวการ กจ็ ะใชแ นวทางสนั ติวธิ ี
ดาํ เนนิ ชวี ติ ท่เี ปน ประชาธปิ ไตย
ในการแกไ ขปญ หา
3. สรา งความเขมแข็ง 4. สรา งความเขม แขง็
ใหก ับชมุ ชนและสงั คม ใหก บั ประเทศชาติ
รจู ักเคารพสิทธิและเสรภี าพ
ของกนั และกัน ชมุ ชนและสงั คมมีความเขมแขง็
มคี วามสมคั รสมานสามคั คี ยอ มสง ผลถึงประเทศใหม ีความ
รกั ใครก ลมเกลียวกนั มคี วาม
เอ้อื อาทร พ่งึ พาอาศยั กนั เขม แขง็ ตามมา
ประชาชนมคี วามเปน อนั หนง่ึ อัน
เดยี วกนั ไมม กี ารแบง ฝก แบง ฝา ย
การพัฒนาประเทศใหเจริญกา วหนา
กส็ ามารถวางแผนได ในระยะยาว
อยา งตอ เน่ือง
บทสรปุ
พลเมอื งดีตองมีความรบั ผิดชอบตอสังคมและประเทศ ตอ งมีสว นรวม กบั
กิจกรรมของชุมชน มีความสนใจใฝรูในเรื่องการเมือง มีอาชีพสุจริต ขยันขันแข็ง
ประหยัด รจู ักพอ ซ่อื สัตย และใชปญญาในการประกอบอาชีพและดํารงชวี ติ
การเปนพลเมืองดีของประเทศไทยและของโลกนั้น จะตองมีความรักชาติ
ศาสนา และพระมหากษตั ริย มีความซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู มีความเปนอยู
อยา งพอเพียง มีความมุงมั่นในการทํางาน มีความรกั ความเปนไทย และเปนผูมีจิต
สาธารณะ นอกจากน้ีการเปนพลเมืองดียังจะตองปฏิบัติตนหลายประการท่ีสําคัญ
ไดแก การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคม การเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง
และบุคคลอ่ืน การมีเหตุผลและรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น การมีความรับผิดชอบ
ตอ ตนเอง ชมุ ชน ประเทศชาติ และสังคมโลก การเขารวมกิจกรรมทางการเมืองการ
ปกครอง การมีสวนรวมในการปองกันแกไขปญหาของประเทศ และการมีคุณธรรม
จริยธรรม
บทที่ ๒
รัฐธรรมนูญ
กบั การเมอื งการปกครองของไทย
จดุ ประสงคการเรียนรู
นายอับราฮมั ลินคอลน ประธานาธบิ ดคี นที่ 16 ของ
ประเทศสหรัฐอเมริกา ไดกลา ววา "การปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยเปน การปกครองของประชาชน โดย
ประชาชน และเพ่อื ประชาชน" ซงึ่ เนนยาํ้ วาการ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยตอ งเปน ไป "เพือ่
ประชาชน"
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
นบั ตงั้ แตป ระเทศไทยเปล่ยี นแปลงการปกครองจาก
ระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชย มาเปน ระบอบประชาธปิ ไตย
โดยกลุมทเี่ รียกตนเองวา "คณะราษฎร" ซงึ่ ประกอบดวย ฝาย
ทหาร และพลเรือน เม่อื วันท่ี 24 มถิ ุนายน พ.ศ. 2475
ไดเปนจุดกําเนดิ ของการประกาศใชรัฐธรรมนญู ฉบับแรก
ของไทย เมอ่ื วันท่ี 27 มิถนุ ายน 2475 เรยี กวา
"พระราชบญั ญัตธิ รรมนญู การปกครองแผน ดนิ สยามชัว่ คราว
พุทธศักราช 2475"
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู สมาชิกคณะราษฎร
และภายหลังจากที่คณะกรรมการรัฐธรรมนูญได ราง
"รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช
2475" ซ่ึงเปนรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เสร็จเรียบรอย
จึงไดทูลเกลาฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกลา
เจาอยูหัวทรงลงพระปรมาภิไธย เม่ือวันท่ี 10 ธันวาคม
2475 จึงยึดเอาวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกป
เปนวันรัฐธรรมนูญ
นั บ แ ต นั้ น ม า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ไ ด มี รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ บ บ
ลายลกั ษณอกั ษร รวมท้ังสิ้น 20 ฉบบั ภายใตการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย อันมีระมหากษัตริยทรงเปนประมุข
ซ่ึ ง รั ฐ ธ ร ร ม ฉ บั บ ป จ จุ บั น คื อ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ห ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยมีราชเลขา
สว นพระองคเปนผูน ํารฐั ธรรมนูญฉบับนข้ี น้ึ ทลู เกลาฯ เพ่ือ
ทรงลงพระปรมาภิไธย พลเอกประยุทธ จันทรโอชา
นายกรัฐมนตรีเปนผูรับสนองพระราชโองการและได
ประกาศใชใ นวนั ท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2560
ท่มี าของรฐั ธรรมนูญ แหงราชอาณาจกั รไทย
เกิดความขดั แยงทาง คณะรักษาความสงบแหง กรธ.ทาํ การรา งรัฐธรรม คณะกรรมการการเลือกต้ัง
การเมอื งทีม่ ีแนวโนม ชาติ (คสช.)เขา ควบคมุ นญู แหง ราชอาณา จัดการลงประชามติ วันท่ี
รนุ แรงและบานปลาย จักรไทยพ.ศ. ๒๕๕๙ ๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
อาํ นาจการปกครอง
ยดื เย้อื มาต้งั แต คณะกรรมการราง ผลการออกเสยี งประชา
พ.ศ. ๒๕๔๙ จนถึง เกดิ ขน้ึ เม่อื วนั ท่ี ๒๒ รัฐธรรมนญู ซ่งึ มี มตปิ รากฏวา
เดอื นพฤษภาคม พฤษภาคม นายมชี ยั ฤชุพนั ธ รัฐธรรมนญู
พ.ศ. ๒๕๕๗ มีสาเหตุ พ.ศ. ๒๕๕๗ เปน ประธาน ไดท าํ
สําคัญมาจากการมี การรา งรฐั ธรรมนญู ผา นความเหน็ ชอบดว ย
ความคดิ เหน็ ทางการ โดยมเี ปา หมายสําคัญ ใหแ ลว เสรจ็ ภายใน คะแนนเสยี ง
เมอื งที่แตกตา งกนั เพอ่ื ยตุ คิ วามขัดแยง ๑๘๐ วนั โดยมี ๑๖,๘๒๐,๔๐๒
สรางความสามคั คี เนอ้ื หา ๑๖ หมวด
ของคนในชาติ และคนื ความสขุ ใหแก และมผี ไู มเ หน็ ชอบ
ประชาชนชาวไทย ๒๗๙ มาตรา ๑๐,๙๒๖,๖๔๘
ยนื ยนั ความเปน เอกราช . เปน กฎหมายสงู สดุ
ในการปกครองประเทศ
รบั รองสทิ ธิ เสรภี าพ ความเสมอภาค
และศักด์ศิ รคี วามเปนมนษุ ยของปวงชนชาวไทย
ที่จะตอ งไดร บั การคมุ ครอง
สง เสริมพฤติกรรมการเมอื งการ กาํ หนดทศิ ทางและกลไกการ
ปกครองใหเ ปนไปอยางบริสทุ ธ์ิ ปฏริ ูปประเทศ เพ่อื ใหบ รรลุ
เปา หมาย คอื ความสงบเรยี บรอ ย
ยตุ ิธรรม ซ่อื สตั ย สุจรติ
สามัคคีปรองดอง
จดั ระเบยี บสงั คมและสรา งความ สถาบนั ศาลและองคกรอสิ ระอนื่ ๆ
เขม แข็งแกก ารปกครองประเทศ มหี นาทต่ี รวจสอบการใชอ ํานาจรฐั
รับรอง ปกปอ ง คมุ ครองสทิ ธแิ ละเสรภี าพของปวงชนชาวไทย
กําหนดใหร ฐั มหี นา ท่ตี อ ประชาชน และในทางกลับกนั ก็กาํ หนด
ใหประชาชนมีหนา ท่ตี อ รฐั
วางกลไก ปอ งกนั รวมถึงจัดการการทุจรติ และประพฤติมชิ อบอยางเขมงวด
กาํ หนดแนวนโยบายแหงรัฐและยุทธศาสตร
• ประเทศไทยเปน ราชอาณาจกั ร • ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบ
อนั หนง่ึ อนั เดยี วจะแบง แยก ประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษตั รยิ
มไิ ด ประเทศไทยเปน รฐั เดย่ี ว ทรงเปน ประมขุ สถาบนั
และรวมศนู ยอ าํ นาจรฐั ไวท ่ี พระมหากษตั ริย มคี วาม สาํ คญั ตอ
สวนกลางเพยี งแหงเดยี ว สงั คมไทยเปน อยา งย่งิ เปน สถาบนั
ที่อยคู ูส งั คมมาอยา งตอ เนอ่ื งและ
ยาวนาน
• อาํ นาจอธปิ ไตยเปน ของปวงชน • ศกั ด์ิศรคี วามเปน มนษุ ย สิทธิ
ชาวไทย ชาวไทยทกุ คนเปน เสรีภาพ และความเสมอภาค
เจาของอาํ นาจสงู สุดในการ ของบคุ คล ยอ มไดร บั ความ
ปกครองประเทศสว นพระมหา คมุ ครองจากรฐั ธรรมนญู
กษัตรยิ ผทู รงเปน ประมขุ ทรง ตามหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชน โดยมี
ใชอ ํานาจทางรฐั สภา รฐั เปน ผูดแู ลและคมุ ครองสทิ ธิ
คณะรัฐมนตรี และศาล ตาม เสรภี าพของคนในประเทศ
บทบญั ญตั ริ ฐั ธรรมนญู ตามทร่ี ฐั ธรรมนญู บญั ญตั ิ
• รัฐธรรมนญู เปนกฎหมายสงู สดุ ของประเทศไทย
บทบญั ญตั ิใดของกฎหมาย กฎ หรอื ขอบังคับ หรอื
การกระทาํ ใด ขดั หรอื แยง ตอรฐั ธรรมนูญ
บทบญั ญตั หิ รอื การกระทาํ นน้ั เปน อนั ใชบ งั คบั มไิ ด
โครงสรา งและสาระสาํ คัญของรัฐธรรมนญู
การกาํ หนดโครงสรา งและสาระสาํ คัญของรัฐธรรมนญู
มกี ารบญั ญตั ิเก่ียวกับโครงสรา งของรฐั และการปกครองของ
ไทย เพอื่ คุม ครองสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชนชาวไทย
สรุปสาระสาํ คัญได ดงั นี้
• ใหค วามสาํ คญั ในการคมุ ครองสิทธเิ สรภี าพของประชาชน
• ระบหุ นา ทข่ี องประชาชนชาวไทยไว
• กําหนดแนวนโยบายแหง รฐั
โครงสรา งของรฐั ธรรมนญู (ตอ)
• บญั ญตั เิ กย่ี วกับบทบาทหนา ท่ีของรฐั สภา
• บทบญั ญตั เิ กย่ี วกบั บทบาทของคณะรฐั มนตรี
• บญั ญตั เิ ก่ยี วกับพรรคการเมอื งและการเลอื กต้งั
เมอ่ื มกี ารจัดการเลือกตั้ง ประชาชนชาวไทยมี • บญั ญตั เิ กย่ี วกบั ศาล
หนาท่ไี ปใชส ทิ ธลิ งคะแนนเสยี ง ทง้ั ในระดบั ชาติ
ระดับทอ งถน่ิ ตามแนวทางของ
ระบอบประชาธปิ ไตย
โครงสรางของรฐั ธรรมนญู (ตอ )
• ใหค วามสาํ คญั กับคณุ ธรรม จริยธรรมของนกั การเมอื ง
• สง เสริมการมสี ว นรว มของประชาชน
การรับรขู าวสารขอมลู สาธารณะ • กาํ หนดใหม อี งคก รอสิ ระทท่ี าํ หนา ท่ี
เปนสิทธเิ สรภี าพของชนชาวไทย ตรวจสอบการใชอ ํานาจรฐั
ประการหนง่ึ ตามท่รี ฐั ธรรมนญู ไดร ับรองไว • กําหนดบทบาทหนา ท่ีขององคกร
ปกครองสวนทอ งถ่นิ
อาํ นาจอธปิ ไตย เปนอํานาจสูงสดุ ในการปกครองประเทศ
มกี ารแบงแยกการใชอ าํ นาจออกเปน 3 ดา น
การใช อาํ นาจนิตบิ ญั ญตั ิ ผา นทางรฐั สภา เปาหมายหลกั
การใช อํานาจบรหิ าร ผา นทางคณะรฐั มนตรี
การใช อาํ นาจตลุ าการ ผา นทางศาล ของการแบง แยกการใช
อาํ นาจอธปิ ไตย :
การคมุ ครองสทิ ธเิ สรีภาพและ
ประโยชนข องประชาชน มกี ารจาํ กัด
ขอบเขตอาํ นาจของแตล ะฝาย มกี าร
ควบคุมและตรวจสอบการใชอ ํานาจ
อยางมีประสทิ ธภิ าพ ประโยชนก จ็ ะ
ตกอยทู ่ปี ระชาชนโดยรวม
อํานาจนติ บิ ญั ญัติ
รัฐสภา เปนสถาบันท่ีใชอํานาจนิติบัญญัติรัฐธรรมนูญ
ไทยกําหนดไวเปนระบบสองสภา คือ สภาผูแทนราษฎร
(ส.ส.) และ วุฒิสภา(ส.ว.) เปนผูแทนปวงชนชาวไทยท่ี
ใชอ าํ นาจอธิปไตยในทางนติ บิ ญั ญัตแิ ทนประชาชน
บทบาทหนาท่ขี องสภาผแู ทนราษฎร บทบาทหนา ท่ขี องวฒุ ิสภา
• พจิ ารณาและใหค วามเหน็ ชอบรา ง • พจิ ารณากล่นั กรองรา งพระราชบญั ญตั ทิ ่ี
พระราชบญั ญตั ิ ผา นการพจิ ารณาจากสภาผแู ทนราษฎร
• ควบคุมการบรหิ ารแผน ดนิ ของฝาย • ควบคุมการบรหิ ารราชการแผน ดินของ
บรหิ าร ฝา ยบริหาร
• มอี าํ นาจถอดถอนบุคคลผดู าํ รงตําแหนง
ทางการเมอื ง
อาํ นาจนิตบิ ญั ญัติ
คณะรัฐมนตรจี ะประกอบดว ย นายกรฐั มนตรี ๑ คน
แ ล ะ รั ฐ ม น ต รี อ่ื น อี ก ต า ม จํ า น ว น ที่ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ
กําหนดไวไมเกิน 35 คนโดยนายกรัฐมนตรีจะตอง
มาจากบุคคลทเ่ี ปนสมาชกิ
สภาผูแทนราษฎรและจะตองเปนสมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรใน
ขณะนนั้ พระมหากษัตรยิ จ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯแตงตงั้
โดยมีประธานสภาผแู ทนราษฎรเปนผูลงนามรบั สนองพระบรม
ราชโองการแตง ตัง้ นายกรฐั มนตรี
• แถลงนโยบายตอ รฐั สภากอนเขา ทาํ หนา ที่
บรหิ ารราชการแผน ดนิ โดยรัฐมนตรตี อ ง
ดาํ เนนิ ตามนโยบายท่ไี ดแถลงไว
• เขา ประชุมและแถลงขอ เทจ็ จรงิ หรอื แสดง
ความคิดเหน็ ในท่ปี ระชุมสภา
• อาํ นาจหนา ที่อน่ื ๆ เชน ยบุ สภา ประกาศใช
และยกเลิกกฎอัยการศกึ
มหี นาทใ่ี ชอ าํ นาจวินจิ ฉัยชีข้ าดกรณีทเ่ี ปน
ขอ พิพาทอันเกดิ จากการใชบ งั คบั กฎหมาย
ศาลรัฐธรรมนญู
ศาลยตุ ิธรรม
ศาลปกครอง
ศาลทหาร
ประกอบดวยประธานศาลรฐั ธรรมนญู ๑ คน
และตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ตามจาํ นวนท่ีรฐั ธรรมนญู
กาํ หนด ซึ่งพระมหากษตั รยิ ท รงแตง ตง้ั โดยมคี ุณสมบตั ิ
วาระการดาํ รงตาํ แหนง ตลอดจนอาํ นาจหนา ท่ตี ามท่ี
รัฐธรรมนญู บญั ญัติ
ศาลรฐั ธรรมนญู
วนิ จิ ฉัยในกรณที ่มี คี วาม วนิ จิ ฉัยกรณีทบ่ี ทบญั ญตั ิ วินจิ ฉยั วา หนงั สอื
ขดั แยง กนั เกย่ี วกับ แหง กฎหมาย กฎหรอื สนธสิ ญั ญาใดตองไดรบั
อาํ นาจหนา ท่ี ระหวาง กระบวนการตรากฎหมาย
รฐั สภาคณะรฐั มนตรี ความเหน็ ชอบ
หรอื องคกรตาม ขดั หรือแยง ตอ จากรฐั สภากอนหรือไม
รัฐธรรมนญู ท่มี ิใชศ าล รัฐธรรมนญู
ตง้ั แตส ององคก รขน้ึ ไป
มอี าํ นาจพิจารณาคดที ง้ั ปวง ยกเวน คดที ร่ี ฐั ธรรมนญู หรอื
กฎหมายบญั ญตั ิใหอยใู นอาํ นาจของศาลอน่ื ซึ่งระบบศาล
ยตุ ธิ รรม แบง ออกเปน ๓ ช้นั
ศาลชัน้ ตน ศาลช้นั ตน ในกรงุ เทพมหานคร
ศาลแพง ศาลอาญา ศาลแพง กรุงเทพใต ศาล
เปน ศาลท่รี บั พจิ ารณาคดี แพง ธนบรุ ี ศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงท่ตี ้งั อยใู น
ในเบ้อื งตน ทง้ั คดีแพง กรงุ เทพมหานคร ศาลจงั หวดั มนี บรุ ี ศาลเยาวชน
คดอี าญาและคดพี เิ ศษอ่นื ๆ และครอบครวั กลาง ศาลภาษีอากรกลาง ศาล
โดยแบง เปน ๒ ประเภท
ศาลช้นั ตน ในตา งจงั หวดั แรงงานกลาง ศาลทรพั ยสนิ ทางปญ ญาและ
• ศาลจังหวัด การคา ระหวา งประเทศกลาง ศาลลม ละลายกลาง
• ศาลแขวง
• ศาลเยาวชนและครอบครัวในจงั หวดั ตา งๆ
ศาลอทุ ธรณ ศาลฎกี า
เปน ศาลท่มี อี าํ นาจ เปน ศาลสงู สดุ มอี าํ นาจพจิ ารณา
พิจารณาพพิ ากษาคดีที่
ฝา ยโจทกห รอื จาํ เลย พิพากษาคดที ่ฝี ายโจทกหรือ
อทุ ธรณค าํ พิพากษาหรอื จาํ เลยขอฎกี าคาํ พิพากษาหรอื คาํ สั่ง
คาํ สั่งของศาลช้นั ตน ของศาลอทุ ธรณ คาํ พพิ ากษาของ
ศาลฎกี าเปน ที่สดุ ซึ่งทกุ ฝา ยจะตอง
เคารพและปฏบิ ตั ติ าม ไมม ีสิทธทิ ีจ่ ะ
โตแ ยง ไดอกี