The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาหน้าที่พลเมืองฯ ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supranee_2511, 2022-09-09 23:47:25

ppt รายวิชาหน้าที่พลเมืองฯ ม.1

รายวิชาหน้าที่พลเมืองฯ ม.1

7. บทกาํ หนดโทษการละเมดิ ผทู ก่ี ระทาํ การละเมดิ สิทธิ
ของผอู ่ืนดงั ตอไปนี้
7.1 ขาย 7.2 เผยแพรตอสาธารณชน
7.3 แจกจา ย 7.4 นาํ หรือสง่ั เขา มาในราชอาณาจักร
ตองระวางโทษปรับต้ังแต 10,000-100,000 บาท แตถากระทําผิด
เพ่ือการคา ตองระวางโทษจําคุกตั้งแต 3 เดือน ถึง 2 ป หรือปรบั ตั้ง
แต 50,000-400,000 บาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรับ

8. ขอ ยกเวน การละเมดิ ลิขสทิ ธ์ิ 9. ประโยชนข องการปฏบิ ตั ิตามกฎหมายลิขสิทธิ์
งานอนั มลี ขิ สิทธิ์ดงั ตอ ไปน้ไี มถอื วา 9.1 เจา ของลขิ สิทธ์ิ จะไดรบั การคมุ ครองสทิ ธแิ์ ต
เปน การละเมดิ ลขิ สิทธ์ิ เพยี งผเู ดยี วในการกระทาํ ใด ๆ กบั ผลงานของตน
8.1 ทําซาํ้ ดัดแปลงบางสวนของงาน 9.2 ประชาชน ทาํ ใหป ระชาชนไดร บั ความรู
หรือทาํ บทสรุปโดยผสู อน ความบนั เทงิ และบรโิ ภคผลงานท่มี คี ณุ ภาพ
8.2 เพื่อแจกจายหรอื จาํ หนา ยแก 9.3 ผบู รโิ ภคจะไดร บั ทราบขาวสาร เก่ยี วกบั
ผเู รยี นในช้ันเรยี น วธิ ีการเลอื กซอ้ื สนิ คา และเลอื ก ใชบรกิ ารท่ีดมี ี
8.3 วจิ ัยหรอื ศกึ ษา คณุ ภาพ ทําใหไ ดรับความปลอดภยั ความเปน ธรรม
8.4 ตชิ ม วจิ ารณ หรอื แนะนาํ ผลงาน และประหยัด
8.5 การทาํ ซํ้าโดยบรรณารกั ษของ 9.4 ชว ยใหผ ูบริโภคไดร ับรสู ทิ ธิของตนเองและ
หอ งสมุดเพอ่ื ใชใ นหอ งสมดุ รูจ กั เรยี กรอ ง เมอ่ื ไดร บั ความเสยี หายและความ
8.6 ทําซาํ้ ดัดแปลง เพอ่ื ประโยชน เดอื ดรอ นจากการใชส นิ คา และบริการ
ในการพิจารณาของศาล
8.7 นาํ งานน้นั มาใชเ ปนสว นหนงึ่
ในการถามและตอบในการสอน

9. ประโยชนของการปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายคมุ ครองสทิ ธิสว นบุคคล
1. ทําใหบา นเมอื งสงบเรียบรอ ย
2. ทําใหท ุกคนในสงั คมไดร ับการปฏบิ ัตกิ นั ดว ยความเสมอภาคและ

เทาเทยี มกนั
3. ทําใหสังคมและประเทศชาติเกิดการพัฒนาเจริญกา วหนา

สรุป กฎหมายคุมครองสิทธิสวนบุคคล มเี จตนาเพื่อไมตองการใหม กี าร
ละเมิดสิทธิตาง ๆ ขึ้นในสังคม กลาวคือ ประชาชนไมไปละเมิด
สิทธิของบุคคลอ่ืน และมิใหบุคคลอ่ืนมาละเมิดสิทธิของตนเอง
หากทุกคนในสังคมเคารพสิทธิของกันและกันดวยการปฏิบัติตน
ตามกฎหมาย รูจักเคารพสิทธิของผูอื่น และมีสังคมโดยรวมจะสงบ
เรียบรอยและสามารถพัฒนาใหเ จริญกาวหนาไดอยางรวดเร็วสวน
รว มในการคมุ ครองสทิ ธิของผูอืน่

หนว ยการเรียนรูท่ี ๔

วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศ
ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต

ความรทู ั่วไปเกี่ยวกับวฒั นธรรม

สงิ่ ท่ีมนุษยสรา งข้นึ เพ่ือนาํ ไปใชใ นชีวิตประจําวัน
เปน ภูมปิ ญ ญาทผี่ คู นในแตล ะสงั คมสรา งสรรคข น้ึ
วฒั นธรรมจึงเปนภมู ิปญญาทางสงั คมอยา งหน่งึ
ประเทศไทยมีวัฒนธรรมประจาํ ชาตเิ ปน เอกลกั ษณข องตนเอง
ไมวา จะเปน ดา นภาษา วรรณคดี ศิลปะ ดนตรี อาหาร การแตง
กาย ลวนเปนสง่ิ ท่บี รรพบุรษุ ไดสรา งและสง่ั สมมาต้งั แตอ ดีต

แมคนไทยทง้ั ประเทศจะมวี ัฒนธรรมไทยรวมกนั แตในระดับ
ภูมภิ าคก็ยงั มวี ฒั นธรรมประจาํ ภาคทีแ่ ตกตางกนั ไป เชน

วัฒนธรรมดานศลิ ปะการแสดง

ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก ภาคใต
เฉียงเหนอื
ภาคกลาง

การแสดงฟอ นเลบ็ การแสดงลเิ กฮลู ู
การแสดงโปงลาง การแสดงหนังใหญ

วัฒนธรรมดานอาหาร

ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออก ภาคกลาง ภาคใต
เฉียงเหนอื
นํา้ พริกหนมุ แกงเขียวหวาน แกงไตปลา
สม ตาํ

บาน วัฒนธรรมของภาคเหนือ

- การแตงกาย

อาหาร ศลิ ปะการแสดง

วฒั นธรรมของ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื

บา น การแตงกาย

มใี ตถนุ สงู ผชู ายจะใสเ สอื้ คอกลม
หลังคาหนา จ่วั กางเกงขากว ยใชผ าขาวมา คาดเอว
หนา ตา งกวา ง ผหู ญงิ นงุ ผา ซ่นิ ใสเส้ือคอกลมแขนยาว

อาหาร ศลิ ปะการแสดง

ปลารา สม ตํา เซ้งิ หมอลาํ เปา แคน
ลาบกอย การแสดงโปงลาง
ประเพณี = บุญบงั้ ไฟ ผตี าโขน
วัฒนธรรมบางสวนคลายคลึง
กับลาวและเขมร ไหลเรือไฟ

วฒั นธรรมของ ภาคกลาง

บาน การแตง กาย

ใตถ นุ สงู หนา ตา งกวา ง ผชู ายจะใสเสือ้ คอกลม
หลงั คามีหนา จ่ัว กางเกงขากว ยใชผ าขาวมาพาดบา
ผหู ญงิ นงุ โจงกระเบน สวมเส้อื คอกลม
อาหาร
ศิลปะการแสดง
ตม ยาํ แกงสม
นาํ้ พรกิ ปลาทู รํากลองยาว ราํ โทน
แกงกะทิ ละครชาตรี หนังใหญ
ประเพณี = บชู าแมโ พสพ
ตกั บาตรดอกไม ทาํ ขวญั ขา ว

วฒั นธรรมของ ภาคใต

บาน การแตงกาย

หรอื เรยี กวา “เรนิ ” ผชู ายนงุ ผา โสรง ใสเ สอ้ื คอตง้ั
บา นจะยกพ้นื สงู เสาจะวางอยู สวมกางเกงขายาว
บนตอ หลงั คาทรงสงู ลาดเอยี ง ผหู ญงิ นงุ ผา ซ่นิ หรอื ผาปาเตะ
ใสเ ส้ือคอกลมแขนยาว
อาหาร
ศิลปะการแสดง
มรี สเผด็ แกงเหลอื ง
แกงไตปลา ขา วยํา น้ําบูดกู นิ โนราห หนงั ตะลงุ
กนิ คกู บั ผกั เรยี กวา “ผกั เนาะ” ลิเกฮลู ู เตน รองเงง็
ประเพณี = ชักพระ แหผ า ขึ้นธาตุ

วนั สารทเดอื นสบิ

ทม่ี าของวัฒนธรรมไทย

สภาพแวดลอ มทางภมู ศิ าสตร

เนอ่ื งจากการมีที่ต้งั อยใู นเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใตแ ละ มสี ภาพภมู อิ ากาศ
แบบรอ นชน้ื พ้นื ทสี่ ว นใหญเ ปน พนื้ ทร่ี าบลมุ มแี มน ํา้ ท่อี ดุ มสมบูรณ ประชากร
สวนใหญจ ึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปน หลกั ประเพณที ่เี ก่ยี วเน่อื ง คอื การ
ทําขวญั ขาว การบชู าพระแมโ พสพ

อทิ ธพิ ลจากพระพทุ ธศาสนา

พระพทุ ธศาสนาเผยแผเ ขา สปู ระเทศไทยเมื่อประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี ๓
และหยั่งรากลกึ ในสังคมไทย เปน ศาสนาทค่ี นไทยสว นใหญเ คารพนบั ถือ

ภมู ิหลงั ทางประวัติศาสตร

สงั คมไทยมีภมู ิหลัง ทางประวตั ศิ าสตรก อนพุทธศตวรรษที่ ๑๗
ทําใหม รดกทางวฒั นธรรมบางอยา งไดก ลายเปนรากฐานทีส่ าํ คัญของ
วฒั นธรรมไทยในปจ จบุ นั เชน การเทดิ ทนู พระมหากษตั ริย

การรบั เอาวัฒนธรรมอน่ื มาปรับใช

ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตส ว นใหญร ับอทิ ธพิ ลจากวฒั นธรรม
อนิ เดยี และวฒั นธรรมจีน เขา มาผสมผสานกบั วฒั นธรรมทอ งถิ่นของ
ตนเอง ทาํ ใหสังคมแถบนมี้ เี อกลกั ษณเ ฉพาะของการรวมวฒั นธรรมหลกั
เขา กับวฒั นธรรมทอ งถ่นิ และกลายมาเปน วฒั นธรรมไทย ในท่ีสดุ

และเมือ่ มกี ารตดิ ตอ กบั ชนชาติตะวันตก เราก็รบั วฒั นธรรมเขา มาอกี
เชน พวกเทคโนโลยี และความรทู างวิทยาศาสตร

การรบั เอาวัฒนธรรมอื่นมาปรับใช
วฒั นธรรมภายนอกทค่ี นไทยรบั เอาเขา มาปรบั ใชในชว งแรก
จะเปนวัฒนธรรมอินเดยี เก่ียวกับศาสนา ลทั ธิความเชอื่ ลักษณะ
การปกครองขณะเดียวกันในสมยั สุโขทัยมีการติดตอกับจีนจงึ รบั
เอาวัฒนธรรมตางๆ ของจนี โดยเฉพาะทางดานเศรษฐกิจเขา มา
ปรับใชห รือมกี ารติดตอกบั ชนชาติตะวันตก เชน พวกอาหารการ
กนิ ขนมทองหยบิ ทองยอด ฝอยทอง

ลกั ษณะของวฒั นธรรมไทย

วฒั นธรรมไทยมีแหลงท่มี ีตางกนั และเกิดการหลอหลอมขึ้น
จนเปน วฒั นธรรม และมีความเปนเอกลักษณประจาํ ชาติ
ลักษณะที่สาํ คญั ของวฒั นธรรมไทย มีดังน้ี
เปนวัฒนธรรมท่ียดึ ถือพิธกี รรม
เปนวัฒนธรรมแบบเกษตกรรรม • การดําเนนิ ชีวติ ในสงั คมไทย จะ
• คนสวนใหญจะประกอบอาชีพ
มีการประกอบพิธกี รรมดว ย
เกษตรกรรม ทําการเพาะปลกู เสมอ ไมวา จะเปน การเกดิ โกน
เลยี้ งสัตว ดงั นน้ั วัฒนธรรม ผมไฟแตงงาน ขน้ึ บานใหม
ประเพณแี ละวิถชี วี ิตสว นใหญ ครบรอบอายุ งานศพ ซึ่งจะมี
จงึ มกั เก่ียวกบั นํา้ และ ท้งั พิธีในทางพระพุทธศาสนา
การเกษตร เชน การทาํ ขวัญ และศาสนาพราหมณ-ฮนิ ดู
ขา ว ลงแขกเก่ียวขาว ลอย ผสมผสานกัน
กระทง

เปนวัฒนธรรมที่ยึดถอื เปน วัฒนธรรมท่ียดึ ถอื
การกุศลตามหลกั ศาสนา เครือญาติและอาวโุ ส
• คนไทยนยิ มทาํ บญุ ใน • สงั คมไทยมคี วามสมั พันธ
โดยยึดหลกั อาวุโส คนทีม่ ี
งานเทศกาลตา ง ๆ อายนุ อยกวาจะใหค วาม
เพ่อื เปนสริ ิมงคลและ เคารพผูทอ่ี ายมุ ากกวา
เพอื่ อทุ ิศบุญกศุ ลให เพราะถือวา ผูอาวุโสเปนผทู ่ี
ญาตทิ ี่ลวงลบั ไปแลว สูงดว ยประสบการณ พบ
เหน็ เรอื่ งราวในชวี ิตมากอ น

เปนวฒั นธรรม เปน วัฒนธรรม
ท่มี กี ารผสมผสาน ทนี่ ยิ มความสนกุ สนาน
• ไดรบั การผสมผสานทาง • กิจกรรมของสงั คมไทยสว นใหญ
วฒั นธรรมมาจากสงั คมอ่นื จะมกี ารสอดแทรกความ
เชน การรับเอาวฒั นธรรมดา น สนุกสนานไวด วยเสมอไมว า จะ
ลัทธิความเชื่อและการ เปนการรอ งและรําจนเกดิ เปน
ประกอบพิธกี รรมศาสนามา วฒั นธรรมการละเลน พน้ื บาน
จากสงั คมอินเดีย เชน การแตง เชน เพลงเรอื เพลงฉอ ย เพอื่
กาย หรอื การใชเทคโนโลยี ผอนคลายหลงั เก่ยี วเกยี่ ว
การส่อื สาร

วฒั นธรรมของประเทศ
ในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต

วัฒนธรรมประเทศไทย
เอกลักษณท ่มี คี วามโดดเดน ในดานวฒั นธรรมประเทศไทย
การแตง กาย หญิง "ชุดไทยจักรี" ประกอบดว ยสไบเฉยี งเปด บา ขาง
ขวา ชายสไบคลมุ ไหลด า นซา ยท้ิงชายดา นหลังยาวตามสมควร คาด
เข็มขดั และสวมเคร่อื งประดบั ชาย "ชดุ พระราชทาน" ตวั เสื้อเขา รปู
เลก็ นอ ย คอตัง้ ผาอกตลอด ติดกระดุม 5 เม็ด มที ัง้ แขนส้นั และแขน
ยาว โดยจะเปน สเี รียบหรอื มลี วดลายกไ็ ด ใสคกู บั กางเกงสสี ภุ าพ
อาหารพืน้ เมือง ตมยาํ กุง (Tom-Yum-Goong) เปนอาหารยอดนยิ ม
ของคนไทยและชาวตางชาติชอบรับประทาน
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา พุทธ
ประเพณี ประเพณสี งกรานต (Songkran) เปนเทศกาลทีย่ ิง่ ใหญและ
มชี ่อื เสยี ง มากทส่ี ดุ ของไทยในสายตาชาวโลกและตดิ อนั ดับเทศกาล
ทมี่ สี สี นั ท่ีสุด 1 ใน 5 ของเอเชยี

วฒั นธรรมประเทศพมา
เอกลักษณท มี่ ีความโดดเดน ในดานวฒั นธรรมประเทศพมา
การแตงกาย ชาวพมา ทง้ั หญิงและชายนิยมนุง โสรง
ท่ีเรยี กวา “ลองย”ี (Longeje) สวมรองเทาคบี รองเทา แตะ
อาหารพ้ืนเมือง หลาเพ็ด (Lahpet) เปนอาหารยอดนิยม
ของพมา มลี ักษณะคลา ยคลึงกับเมีย่ งคําของประเทศไทย
วฒั นธรรมภาษา
ศาสนา พทุ ธ
ประเพณี ประเพณีปอยสางลอง (Poy Sang Long) หรือ
งานบวชลูกแกว เปน งานบวชเณรทีส่ บื ทอดกนั มานาน และ
ชาวเมียนมารใหความสําคัญมาก เพราะถือเปนบุญอัน
ยงิ่ ใหญของครอบครวั

วฒั นธรรมประเทศลาว
เอกลักษณท่มี คี วามโดดเดน ในดานวฒั นธรรมประเทศลาว
การแตงกาย ผูชายสวมเสื้อคอกลม นุงโจงกระเบน และ
ผูกผาขาวมาท่ีเอว ผูหญิงนุงซ่ิน เกลาผม หมสไบเฉียง
สวมเส้ือแขนกระบอก
อาหารพ้ืนเมือง ซุปไก (Chicken Soup) เปนอาหาร
พื้นเมืองของประเทศลาว สวนผสมในการประกอบอาหาร
สวนมากเปน ผกั และสมุนไพร
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา พทุ ธ
ประเพณี ตักบาตรขาวเหนียว ปกติชาวบานจะตักบาตร
ขาวเหนียวเพียงอยางเดียว เพราะเมื่อถึงเวลาฉัน ก็จะยก
สํารบั กบั ขา วไปถวายท่ีวัดเรียกวา "ถวายจงั หัน"

วัฒนธรรมประเทศเวยี ดนาม
เอกลักษณท่ีมคี วามโดดเดนในดานวฒั นธรรมประเทศเวยี ดนาม
การแตง กาย ผูหญิง สวมชดุ "อา ว หญาย" (Ao Dai) เปน เสื้อคลมุ
ยาวคอต้ัง กับกางเกงขายาวผา 2 ขาง สงู แคเ อว สวมหมวก
เรียกวา "ทุบ" หรือ "โนนลา" มผี า รดั คาง ผชู าย แตง กายคลาย
หญงิ แตม ีกระดุมท่คี อเส้ือ
อาหารพืน้ เมือง เปาะเปยะเวยี ดนาม (Vietnamese Spring
Rolls) ถอื เปน หนง่ึ ในอาหารพ้นื เมืองทโ่ี ดงดังทีส่ ุดของประเทศ
เวยี ดนาม
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา พทุ ธ
ประเพณี เทศกาลเต็ด (Tet) หรือ “เต็ดเหวยี นดาน (Tet Nguyen
Dan)” หมายถงึ เทศกาลแหง รุง อรุณแรกของป ถอื เปน เทศกาล
ทางศาสนาทีส่ าํ คัญคอื เฉลมิ ฉลองความเชอ่ื เรอื่ งเทพเจา และยังเปน
การแสดงความเคารพตอบรรพบุรุษ

วัฒนธรรมประเทศมาเลเซีย
เอกลกั ษณท ม่ี ีความโดดเดน ในดา นวฒั นธรรมประเทศมาเลเซีย
การแตงกาย ผูหญิง สวมเสื้อ "บาราจูกุง" ซ่ึงเปนเส้ือแขนยาว ท่ีมี
ขนาดตัวยาวถึงเขา หรือเส้ือ "คะบายา" ซ่ึงเปนเสื้อแขนยาวปดถึง
สะโพก บางคนจะมผี า บาง ๆ คลุมศีรษะ คลมุ ไหล ผูชาย นุงโสรงเปน
ตา และสวมเส้อื แขนยาวแบบคอปด ติดกระดุม ทีเ่ รยี กวาชุด "บาจมู ลายู"
บางคนสวมหมวกแบบมุสลิม เรียกวา "ซอเกาะ" หรอื ใชผ าโพกศรี ษะ
อาหารพื้นเมือง อาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย นาซิ เลอมัก
(Nasi Lemak) เปนขา วผดั กับกะทิและสมนุ ไพรทานพรอ มเครอื่ งเคียง
วฒั นธรรมภาษา
ศาสนา อิสลาม
ประเพณี รําซาบิน (Zabin) เปนการแสดงการฟอนราํ หมู ซึ่งเปน ศลิ ปะ
พ้ืนเมืองของชาวมาเลเซีย โดยเปนการฟอนรําที่ไดรับอิทธิพลมาจาก
ดนิ แดนอาระเบยี น

วัฒนธรรมประเทศสงิ คโปร
เอกลักษณทม่ี คี วามโดดเดน ในดานวัฒนธรรมประเทศสงิ คโปร
การแตงกาย ผูหญิง เส้ือและผาถุง ตัดเย็บดวยผาพิมพลาย
ปาเตะสีสันสดใส คอกลมกวา ง แขนเส้ือยาวสามสวน ผูชาย
สวมเส้ือแขนยาว คอจีน สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใชผา
สีเรยี บหรอื ผาแพรจนี ก็ได หรอื สทู สากล
อาหารพ้นื เมอื ง ลกั ซา (Laksa Lermak) เปนกวยเตี๋ยวตมยํา
ใสกะทิ ทาํ ใหร สชาตเิ ขม ขน คลา ยคลึงกับขา วซอยของไทย
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา พทุ ธ
ประเพณี สิงคโปร มีประชากรหลายเช้ือชาติ จึงมีประเพณี
วัฒนธรรมท่ีแตกตางกันตามเช้ือชาติ เทศกาล ฮารีรายอ
(Hari Raya Puasa) เทศกาลการเฉลมิ ฉลองของชาวมุสลิม
ท่ีจดั ขึน้ เมอื่ สนิ้ สุดพธิ ีถอื ศีลอดหรอื รอมฏอนในเดอื นตุลาคม

วฒั นธรรมประเทศอินโดนเี ซยี
เอกลักษณท มี่ ีความโดดเดนในดานวัฒนธรรมประเทศอินโดนเี ซีย
การแตง กาย ผูหญิง สวมเสือ้ "คะบายา " เสอ้ื แขนยาว คอแหลม
ผาหนาอกเขารูปยาวปดสะโพก ปกฉลุลายลูกไม เขากับผานุง
"ปาเตะ" ผชู าย สวมเสอื้ คอปด สวมหมวกคลายหมวกหนบี
นุง กางเกงขายาว หรอื โสรง สแี ละลงลายเขากบั หมวก
อาหารพ้ืนเมือง กาโด กาโด (Gado Gado) คลา ยกับสลัดแขก
ซ่ึงจะประกอบดวยถั่วเขียว มันฝร่ัง ถั่วงอก เตาหู ไขตมสุก
กะหล่ําปลี ขาวเกรียบกุง รับประทานกับซอสถ่ัวที่มีลักษณะ
เหมอื นซอสสะเตะ
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา อสิ ลาม
ประเพณี มชี นพ้ืนเมอื งหลายชาติพนั ธุทาํ ใหวัฒนธรรมประเพณี
ในแตละทองท่ีแตกตางกันไป เชน วายัง กูลติ (Wayang Kilit)
เปน การแสดงเชดิ หนุ เงาท่เี ปนเอกลักษณข องอนิ โดนีเซยี

วฒั นธรรมประเทศกัมพูชา
เอกลักษณที่มีความโดดเดน ในดานวัฒนธรรมประเทศกัมพูชา
การแตงกาย ผูหญงิ สวมเสื้อมลี ายลกู ไมท่คี อและแขน อาจหม สไบ
ทบั และนุงผา ทอมอื ที่เรียกวา "ซัมปอต" (Sampot)และคาดเข็ม
ขัดทับ ผูชาย สวมเส้ือคอปด แบบราชปะแตนท่ีทําจากผา ไหม
หรือผาฝาย ขัดกระดุมหา เม็ด กับนุงโจงกระเบน และสวมรองเทา
หนังแบบสากล
อาหารพ้ืนเมือง อาม็อก (Amok) เปนอาหารคาวยอดนิยมของ
กมั พูชา มลี ักษณะคลา ยหอ หมกของไทย
วฒั นธรรมภาษา
ศาสนา พุทธ
ประเพณี เทศกาลน้ํา (Water festival) หรือ "บอน อม ตุก”
(Bon Om Tuk) เปน การแสดงความสาํ นกึ ในพระคุณของแมนาํ้
ท่ีนําความอุดมสมบรู ณมาให โดยจะมกี ารแขงเรือยาว
แสดงพลุดอกไมไ ฟ และการแสดงขบวนเรอื ประดับไฟ

วฒั นธรรมประเทศบรไู น
เอกลักษณท ม่ี คี วามโดดเดนในดานวฒั นธรรมประเทศบรไู น
การแตง กาย ผูหญงิ ชาวบรูไนสวมเสอื้ คลมุ ยาว ท่เี รยี กวา "บา
จกู รู ง" ใสกระโปรงมิดชดิ และสวม "ฮิญาบ" ผาคลมุ ศรี ษะ
สาํ หรบั หญงิ อสิ ลาม ผชู าย สวมเส้อื แขนยาว คอปด กางเกงขา
ยาว มีผา พนั รอบเอว และสวมหมวก หรอื มีผาพันศีรษะ
อาหารพ้ืนเมือง อัมบูยัต (Ambuyat) มีลักษณะคลายโจกแต
ขนกวา มีสวนผสมหลักคือแปงสาคู รับประทานแทนขาวคู
กับซอสเปรี้ยว และเครื่องเคยี ง เชน ปลาทอด เน้ือทอด และ
ผักจ้มิ
วฒั นธรรมภาษา
ศาสนา อสิ ลาม
ประเพณี ประเพณีแตง งานของชาวมูรุตโดยเฉพาะชาวมูรตุ ตา
โฮล การใหสินสอดของฝายชาย สามารถปฏิบัติไดหลังจากการ
แตงงานไปแลว 20 ป

วัฒนธรรมประเทศฟล ิปปน ส
เอกลักษณท ี่มคี วามโดดเดนในดานวฒั นธรรมประเทศฟล ปิ ปน ส
การแตงกาย ผหู ญงิ นงุ กระโปรงยาว และสวมเสือ้ แขนสั้น จับจีบยกต้งั ขน้ึ
เหนือไหล คลายปกผีเสอ้ื เรียกวา "บาลนิ ตาวกั " ผูชาย นุงกางเกงขายาว
และสวมเสือ้ ทเี่ รยี กวา "บารองตากาล็อก" (Barong Tagalog)
อาหารพ้นื เมือง อโดโบ (Adobo) ทาํ จากหมูหรอื ไกท่ผี า นกรรมวธิ หี มกั และ
ปรุงรสโดยจะใสซีอิว๊ ขาว นํ้าสมสายชู กระเทยี มสบั ใบกระวาน พรกิ ไทยดํา
นาํ ไป ทําใหส ุกโดยใสในเตาอบหรือทอด และรับประทานกบั ขา ว
วัฒนธรรมภาษา
ศาสนา คริสต
ประเพณี เทศกาลอาติ – อาติหาน (Ati – Atihan)จดั ข้ึนเพอ่ื ราํ ลกึ และแสดง
ความเคารพตอ "เอตาส (Aetas)” ชนเผาแรกที่มาต้ังรกรากอยูบนเกาะ
แหงหนึง่ ในฟล ปิ ปนสโ ดยจะแตง ตวั เลียนแบบชนเผา เอตาส
แลว ออกมาราํ รน่ื เรงิ บนทองถนน

ความคลา ยคลงึ และความแตกตางระหวา งวฒั นธรรมไทย
กับวัฒนธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต

วฒั นธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตมคี วามคลา ยคลงึ
และแตกตางไปจากวฒั นธรรมไทย ดงั น้ี

ลกั ษณะของวัฒนธรรม
ประเทศเพอ่ื นบา น

เปน วฒั นธรรมสังคมเกษตรกรรม

• ประเทศเพ่ือนบา นของไทย ถา ไมน บั รวมสงิ คโปร ทง้ั หมดจะมี
วัฒนธรรมแบบสงั คมเกษตรกรรม ประชากรสวนใหญของ
ประเทศจะทําการเพาะปลูกเปน อาชพี หลกั

เปนวัฒนธรรมแบบผสมผสาน

• ถงึ แมแ กน ทีเ่ ปน เอกลกั ษณเ ฉพาะของตน แตก็มวี ฒั นธรรม
ภายนอกทม่ี อี ทิ ธพิ ลสําคัญมาปรบั ใช เชน วฒั นธรรมอินเดยี
วัฒนธรรมจนี วฒั นธรรมอิสลามและวฒั นธรรมตะวนั ตก

เปนวัฒนธรรมท่ีมีศาสนาและลทั ธคิ วามเชอื่ เปนรากฐาน

• วฒั นธรรมของประเทศเพ่อื นบานมรี ากฐานสาํ คัญมาจากศาสนา และ
ลัทธิความเช่อื ท่ปี ระชากรสว นใหญข องประเทศ เคารพนบั ถอื ตดิ ตอ กนั
มาอยางยาวนานนบั ต้งั แตอ ดีต เชน ศาสนาพทุ ธ คริสต อสิ ลาม
พราหมมณ-ฮินดู

เปน วฒั นธรรมท่ีมเี อกลักษณทางวัฒนธรรมเฉพาะของตน

• เนอ่ื งจากประเทศเพอ่ื นบา นของไทยเกอื บทกุ ประเทศมีภมู หิ ลงั ทาง
ประวตั ศิ าสตรม าอยา งยาวนาน ยอ มจะสง ผลใหม มี รดกตกทอดทาง
วฒั นธรรมมาก เชน ภาษาพดู ภาษาเขียน การแตง กาย อาหารการกนิ

ความคลา ยคลึงและความแตกตา งของวฒั นธรรมไทย
และวัฒนธรรมในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต

วัฒนธรรมดา นที่อยูอาศยั

• เน่อื งจากเปน สงั คมทต่ี งั้ อยูใ นเขตรอ น ลักษณะวฒั นธรรมการกอ สรางท่อี ยู
อาศยั สวนใหญจงึ มคี วามคลายคลงึ กนั เชน ใชไ มส รา งบานยกพ้นื ใหสูงขน้ึ จาก
พนื้ ดนิ พ้นื บา นปดู ว ยไมก ระดาน ฝาบานใชไ มก ระดานตีสงู ขึน้ และมชี อ งลม
เพอื่ ระบายอากาศในบา น สว นหลงั คา มคี วามลาดชนั สวนความแตกตา งจะ
อยูที่รปู แบบสถาปต ยกรรมของแตล ะประเทศและแตล ะทอ งถ่ิน

บ้านเรือนเวยี ดนาม บ้านเรือนอนิ โดนีเซีย

บ้านเรือนกมั พูชา บ้านเรือนไทย

บ้านเรือนลาว บ้านเรือนมาเลเซีย

บ้านเรือนดงั เดมิ ฟิ ลปิ ปิ นส์ บ้านเรือนสิงคโปร์
บ้านเรือนกลางนําบรูไน บ้านเรือนพม่า

วัฒนธรรมดานการนบั ถอื ศาสนา

• ประเพณี พธิ กี รรมทางศาสนาลทั ธคิ วามเช่อื ตา งๆ
คลา ยและแตกตา งกนั

พระพุทธศาสนา ศาสนาอสิ ลาม เนน ลทั ธธิ รรม- ศาสนาครสิ ต
• ไทย • อนิ โดนเี ซีย เนยี มจนี เปนหลัก • ฟลิปปนส
• ลาว • มาเลเซีย • เวยี ดนาม • ตมิ อร -
• กมั พชู า • บรไู น • สงิ คโปร
• เมยี นมาร เลสเต

วฒั นธรรมดา นประเพณีและพธิ ีกรรม

• หากชาตใิ ดทม่ี รี ากฐานการนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ประเพณแี ละ
พิธีกรรมตางๆ ก็จะคลา ยคลงึ กบั ไทย เชน การทําบุญเลย้ี งพระ
การเวยี นเทยี นเนอ่ื งในวันสาํ คญั ทางศาสนา ลอยกระทง สว นประเทศ
อนิ โดนเี ซีย มาเลเซีย บรไู น จะมปี ระเพณีพธิ กี รรมตามแบบอสิ ลาม
เวียดนาม สงิ คโปร มีพิธกี รรมตามแบบจนี ฟลปิ ปน ส ติมอร- เลสเต

• มพี ธิ กี รรมแบบครสิ ต

วัฒนธรรมดา นการแตง กาย

• การแตง กายของผคู นในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต หากไมน บั ชดุ
พ้นื เมอื งและชดุ ประจาํ ชาติ กจ็ ะแตง กายไมแ ตกตางกนั คอื ในสงั คมเมอื ง
ผชู ายนยิ มสวมเสอ้ื กับกางเกง ผหู ญงิ สวมเสอ้ื กบั กางเกงหรือกระโปรง แต
ในชนบทผหู ญงิ จาํ นวนมากกย็ งั คงสวมใสผ า ซิ่นกนั อยู

วฒั นธรรมดานภาษา

• ประเทศเพื่อนบา นทม่ี ภี าษาพูดและเขียนคลายคลงึ กบั ไทย
ก็คอื ลาวเพยี งชาตเิ ดยี ว สว นชาตอิ ื่นจะใชภาษาของตน ไมวา จะเปน
เมยี นมา เวยี ดนาม อนิ โดนเี ซยี ฟล ิปปนส โดยทภ่ี าษาองั กฤษและภาษาจนี
จะเปน ภาษากลางทใ่ี ชต ดิ ตอกนั ไดท ่วั ท้งั ภูมภิ าค

วัฒนธรรมดานอาหาร

• อาหารของประชากรในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตส ว นใหญจ ะ
ประกอบดว ยขาว พืชผกั และเนอ้ื สัตว ที่หาไดงา ย
ในทอ งถน่ิ การปรงุ อาหารโดยมากใชก ะทิและเคร่อื งเทศ
ปรงุ รส รสชาติของอาหารจะจดั จาน หลากหลาย
สีสนั ดูนา รบั ประทานมรี สชาตเิ ผด็ รอ น

วฒั นธรรมกบั ปจ จยั ในการสรา งความสัมพนั ธอนั ดี

วฒั นธรรมที่เปน ปจจัยในการสรา งความสัมพนั ธอ นั ดี

ดา นศาสนา ทุกศาสนาสอนใหค นทาํ ความดี
ละเวนความช่ัว

ดานภาษา สง เสรมิ แลกเปลย่ี นเรยี นรดู า นภาษา
ระหวางกนั

ดานขนบธรรมเนยี ม เผยแพรข นบธรรมเนยี ม
ประเพณี ประเพณีตา งๆ
ดานการศกึ ษา
เปด โอกาสใหมกี ารแลกเปลย่ี นนักเรยี น
นกั ศึกษาระหวา งกัน

ดานเนติธรรม เปน วฒั นธรรมดานกฎหมาย
ท่ชี ว ยใหส ังคมเกิดความสงบสุข

วฒั นธรรมทีอาจนาํ ไปสคู่ วามเขา้ ใจผดิ ต่อกนั

ดานภาษา ไมค วรนาํ ภาษา
การปลุกกระแส เพ่อื นบา นมาลอ เลียน
ไมค วรกลา วอา งถงึ เรอ่ื งในอดตี
ชาตินยิ ม

ดา นศาสนา ไมค วรพาดพงิ ศาสนาอ่นื

ดา นความเชอื่ และ ไม่ควรดูหมนิ การแสดงออกด้าน
ทศั นคติเชิงลบ ความเชือของประเทศเพือนบ้าน
ดานขนบธรรมเนียม
ไมค วรวิพากษวิจารณ พระธาตอุ ินทรแ ขวน
ประเพณี ขนบธรรมเนยี มประเพณี

จะเหน็ ไดว า การมีความรแู ละความเขาใจในเร่อื งวฒั นธรรม ยอ มนําไปสูการ
สรา งความสัมพันธท ่ดี รี ะหวางคนในสงั คมเดียวกนั และคนตา งสงั คมได

หากเราไมเ รยี นรวู ฒั นธรรมเพ่อื นบา น อาจทาํ ใหเ ราวางตวั ไดไมถ กู ตอง จน
กอ ใหเ กดิ ความไมเขา ใจระหวา งกนั และอาจทําใหเ สยี โอกาสทจ่ี ะไดรบั รสู ว นทด่ี งี าม
ของกันและกัน

สรุป วฒั นธรรมเปน สง่ิ ท่มี คี ณุ คา ในสงั คมทกุ สงั คม เปน ส่งิ ท่ที าํ ใหสังคมมีการ
พัฒนา เจรญิ งอกงาม และเปน ปจ จัยสําคญั ในการสรา งความสมั พนั ธท่ดี ี หรอื อาจ
นาํ ไปสคู วามเขา ใจผดิ ตอกนั ได ดังน้นั การอยรู ว มกนั ในสงั คมใหไ ดอ ยา งสนั ตสิ ขุ
สมาชิกในสงั คมตอ งทาํ ความเขา ใจวัฒนธรรมทง้ั ในสงั คมของตนเองและสงั คมเพื่อน
บา น เพอ่ื การปฏิบตั ิตอ กนั อยา งถูกตอ ง


Click to View FlipBook Version