ทัศนียภาพจากจุดชมวิวมุมสูงของหมู่บ้านทราย
ขาว อ�ำ เภอโคกโพธิ์ ทำ�ใหเ้ หน็ สภาพภมู ปิ ระเทศ
ของปตั ตานที ีแ่ บง่ เปน็ 3 ลักษณะแตกต่างกัน
ประกอบด้วย พ้นื ทีร่ ายชายฝ่ังทะเล พื้นที่ราบลุ่ม
และพน้ื ทีภ่ ูเขา
2
3
ชือ่ หนงั สือ : ปตั ตานี ดจี ัง : PATTANI IS GOOD
มติ ิใหมก่ ารท่องเทย่ี ว รวมเรอ่ื งเลา่ และรากรว่ มเมอื งปตั ตานี
เรยี บเรยี ง : ปราณชล ี
เลขมาตรฐานสากลประจ�ำหนงั สอื : 978-616-479-013-1
พิมพ์คร้ังแรก : สงิ หาคม 2565
จ�ำนวนพมิ พ์ : 3,125 เลม่
คณะท่ปี รกึ ษา : นายนพิ นั ธ์ บญุ หลวง ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี
นายสมนกึ พรหมเขยี ว รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี
วา่ ทรี่ อ้ ยตรตี ระกลู โทธรรม รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี
นายณฐั กฤช สทิ ธโิ อสถ รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี
นายสชุ าติ ชายมนั ทอ่ งเทยี่ วและกฬี าจงั หวดั ปตั ตานี
บรรณาธิการบริหาร : นายชมุ ศกั ดิ์ นรารัตน์วงศ์
คณะบรรณาธิการ : นายอานสั ยุนุ๊ นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน ช�ำนาญการ
นางสาวอลิษา ดาโอะ๊ นายดลู รอมัน สะนิ นายอรรณพ เจ๊ะสุโหลง
แปลภาษาองั กฤษ : นายนที อนิ สอน
ภาพประกอบ : นายมาฮามะยากี แวซู นายปาริ แวอซิ อ นายเกรนิ่ เขยี นชน่ื
นายอนสุ รณ์ ศรคี �ำขวญั นายมฮู มั หมดั ซอเร่ เดง็ ปราณชลี แสนดี เฌอบโู ด
ฝา่ ยประชาสมั พนั ธส์ �ำนกั งานการทอ่ งเทย่ี วและกฬี าจงั หวดั ปตั ตานี
ออกแบบปก-รปู เล่ม : เดียรด์ ไี ซน์ & โซนิคมาสเตอร์
พิสจู นอ์ กั ษร : นางสาวพัชรินทร์ เวชสทิ ธ์ิ
พิมพท์ ่ี : โรงพมิ พ์คอนเซ็ฟท์พรนิ้ ท์ (Concept print limited) 42 ซอยจันทน์ 43
แยก 3 ถนนจนั ทน์ แขวงทุ่งวดั ดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
จัดพมิ พ์โดย : ส�ำนกั งานการท่องเทยี่ วและกฬี าจงั หวดั ปัตตานี สนามกีฬากลางองค์การ
บรหิ ารส่วนจังหวดั ปัตตานี ถนนโรงเหล้า สาย ข ต�ำบลรสู ะมิแล
อ�ำเภอเมอื งปัตตานี จงั หวัดปตั ตานี 94000 โทรศพั ท์ : 073 460115
ดว้ ยแนวชายฝั่งทีม่ คี วามยาวกว่า 170 กโิ ลเมตรท�ำ ให้
ปตั ตานมี ชี ายหาดขาวสวยงามวางตวั อยเู่ รียงราย ผูม้ า
เยือนจะสามารถสัมผัสความงดงามของท้องฟ้า หาด
ทราย เกล่ียวคล่ืน สายลม และภาพวิถีชีวิตของชาว
ประมงพ้ืนบา้ นท่ีมีเสน่หเ์ ปน็ ยงิ่
6
7
สารผวู้ ่าราชการจงั หวัดปตั ตานี
ดว้ ยโครงสรา้ งพน้ื ฐานทส่ี มบรู ณพ์ รอ้ ม ประกอบกบั การมรี ากรว่ มทหี่ ลอมรวมความหลาก
หลายใหเ้ ปน็ หนงึ่ เดยี ว สง่ ผลให้ “มนตเ์ สนห่ ป์ ตั ตาน”ี โดดเดน่ สอ่ งประกายฉายฉานผา่ นทงั้ เรอ่ื ง
ราวทางประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี สถานทท่ี อ่ งเทย่ี ว ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนและ
ทอ้ งถน่ิ (OTOP) โดยเฉพาะผคู้ นทอี่ าศยั อยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม ดงั ปรากฏผา่ น “คำ� ขวญั
จงั หวดั ปตั ตาน”ี รอ้ ยเรยี งเรอื่ งราวในแงง่ ามใหเ้ หน็ ภาพแจม่ ชดั ขน้ึ วา่ “เมอื งงามสามวฒั นธรรม
ศนู ยฮ์ าลาลเลศิ ลำ้� ชนนอ้ มนำ� ศรทั ธา ถน่ิ ธรรมชาตงิ ามตา ปตั ตานสี นั ตสิ ขุ แดนใต”้
เนอื้ หาทส่ี น้ั กระชบั แตเ่ ปย่ี มคา่ และภาพถา่ ยมากเสนห่ ซ์ ง่ึ ปรากฏอยใู่ นหนงั สอื เลม่ นี้ เกดิ
ขน้ึ อยา่ งมนี ยั สำ� คญั เพราะมน่ั ใจวา่ เปน็ แนวทางหนง่ึ ทจี่ ะทำ� หนา้ ทสี่ รา้ งความสขุ ความประทบั ใจ
และยงั ผนกึ พลงั ผคู้ นใหม้ ารว่ มไมร้ ว่ มมอื สรา้ งเสรมิ เมอื งใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื งยง่ิ ๆ ขนึ้ ไป ผา่ นกลไกของ
ระบบเศรษฐกจิ การทอ่ งเทยี่ ว ตน้ ทนุ เรอ่ื งเลา่ จากอดตี จนถงึ ปจั จบุ นั สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วทงั้ เกา่ และ
ใหม่ รวมถงึ ประเดน็ หรอื มมุ มองใหม่ ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั ปตั ตานตี ลอดหลายปมี านท้ี ยี่ งิ่ เสรมิ
สรา้ งมติ ใิ หมก่ ารทอ่ งเทย่ี ว รวมเรอื่ งเลา่ และรากรว่ มเมอื งปตั ตานที มี่ มี ายาวนาน
เราลว้ นมสี ำ� นกึ และความเชอื่ มนั่ เสมอวา่ “ปตั ตานดี จี งั ” และพรอ้ มใหก้ ารตอ้ นรบั ทกุ คน
ดว้ ยรอยยม้ิ และหวั ใจเปย่ี มสขุ รว่ มกนั ไมว่ า่ จะเปน็ ในอดตี ปจั จบุ นั และอนาคต
นายนพิ นั ธ์ บญุ หลวง
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี
8
Message from
the Governor of Pattani Province
With complete infrastructure, coupled with having a shared root that unifies
all diversities, “Enchanting Pattani” shines brightly, encapsulating the history, way
of life, art and culture, traditions, tourist attractions, and OTOP. Pattani is home for
a multicultural society, as echoed through the slogan of the province, graciously
describing the uniqueness of the city: “The beautiful city of three cultures, Excel-
lent Halal, Faithful people, Stunning nature, Southern Peaceful Pattani.”
Concise, yet valuable content and captivating photographs are featured
in this book, which is conceived significantly because it is strongly believed that
this book will create a happy, impressive experience and unite the power of peo-
ple to join hands in making the city more prosperous through the mechanism of
the economy, travel, the narratives from the past to the present, new and old
attractions. Recent issues or fresh perspectives that have arisen Pattani over the
years further enhance the new dimension of tourism.
All the stories and the shared root that have long been cultivated give
comfort and confidence that this wonderful book, “Pattani is good” will serve
its purpose in welcoming everyone with smiles and happy hearts, taking us all
through the past, the present, and the future.
Mr. Niphan Boonluang
Governor of Pattani Province
9
สารท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี
การสะทอ้ นใหส้ าธารณชนทงั้ ในและนอกพน้ื ทส่ี มั ผสั มนตเ์ สนห่ ท์ ด่ี ำ� รงอยู่กระทง่ั ยอมรบั
วา่ “ปตั ตานดี จี งั ” คอื หนง่ึ ในภารกจิ สำ� คญั ของ “สำ� นกั งานการทอ่ งเทย่ี วและกฬี าจงั หวดั ปตั ตาน”ี
หนว่ ยงานทมี่ อี ำ� นาจหนา้ ทป่ี ระสานงานและปฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นฐานะตวั แทนของกระทรวงในสว่ น
ภมู ภิ าค รวมทงั้ ดำ� เนนิ การประสาน สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การพฒั นาอตุ สาหกรรมการทอ่ งเทยี่ ว
กฬี า และนนั ทนาการ ในเขตพนื้ ทจ่ี งั หวดั โดยปจั จบุ นั ดำ� เนนิ งานภายใตแ้ ผนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว
แหง่ ชาติ (พ.ศ. 2564 – 2565) แผนกลยทุ ธเ์ พอ่ื การขบั เคลอ่ื นการทอ่ งเทย่ี วสขี าวภายใตโ้ มเดล
เศรษฐกจิ BCG พ.ศ. 2564 – 2565 และแผนปฏบิ ตั กิ ารขบั เคลอื่ นการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วโดย
ชมุ ชนอยา่ งยงั่ ยนื และสรา้ งสรรค์ พ.ศ. 2561 – 2565 ทงั้ การจดั ทำ� แผนยทุ ธศาสตร์ การปอ้ งกนั
และแกไ้ ขปญั หา การใหค้ ำ� ปรกึ ษาแนะนำ� และสนบั สนนุ ดา้ นวชิ าการแกห่ นว่ ยงานตา่ ง ๆ และที่
สำ� คญั คอื แผนปฏบิ ตั กิ ารการพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วประจำ� เขตพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วพหวุ ฒั นธรรม
ชายแดนใต้
“ปตั ตาน”ี มดี ใี นหลากหลายมติ ิ เปน็ ตน้ ทนุ สำ� คญั ทส่ี ามารถสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ไดม้ ากมาย
ทง้ั เชงิ ประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณี สถานทที่ อ่ งเทย่ี ว ฯลฯ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ในโลกยคุ ใหมท่ เ่ี กดิ มมุ มองใหม่ ๆ ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว รวมถงึ การพฒั นาดา้ นเทคโนโลยสี อื่ สารผา่ น
สอื่ สงั คมออนไลน์ การขบั เคลอื่ นทศิ ทางทอ่ งเทย่ี วของจงั หวดั ปตั ตานใี หเ้ ทา่ ทนั บรบิ ททเ่ี ปลย่ี นไป
จงึ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั
เพอื่ ยนื ยนั วา่ ปตั ตานมี เี รอื่ งราวดี ๆ มากมาย ทอ่ี ยากใหท้ กุ คนไดท้ อ่ งเทยี่ วสมั ผสั เรยี นรู้
อยา่ งจรงิ จงั
นายสชุ าติ ชายมนั
ทอ่ งเทยี่ วและกฬี าจงั หวดั ปตั ตานี
10
Message from
Tourism and Sports Authority of Pattani Province
Being a part to promote the unique charm and help people, both inside
and outside the area, to embrace “Pattani is good” is truly one of the important
missions of “Pattani Provincial Tourism and Sports Office”, as an agency with the
authority to coordinate and perform duties on behalf of the Ministry in the region.
The role of the agency is to coordinate, promote, support the development of tour-
ism, sports and recreation industries in Pattani Province. Currently, it operates under
the National Tourism Development Plan (2021 – 2022), the Strategic Plan for Driving
Tourism under the BCG Economic Model 2021 – 2022, and the Action Plan to Drive
the Development of Sustainable and Creative Community Based Tourism 2018-2022.
Other significant missions include the preparation of strategic plans, prevention and
solution, providing counseling and advice, and academic support to various agencies,
and most importantly, the implementation of tourism development action plan for
multicultural tourism development in the southern border.
“Pattani” is valuable in many dimensions. It is an important asset that can
create a lot of added values, whether in the historical aspect, way of life, arts, culture
and traditions, tourist attractions, and others. In the modern world, new perspectives
on tourism have emerged. Careful consideration must be given to the development
of communication technology through social media. It is therefore important to direct
the tourism of Pattani to keep up with the changing context, to, once again.
Tell the world that Pattani has many incredible stories awaiting visitors to
discover and explore the new meaningful life experiences.
Mr. Suchart Chaiman
Tourism and Sports Authority of Pattani Province
11
12
ผลจากการเคลื่อนผา่ นของผู้คนร่นุ แล้วรนุ่ เล่า ได้ฝากรอ่ ง
รอยส�ำ คญั ไวใ้ นเมอื งปตั ตานี กลายเปน็ มนตเ์ สนห่ ผ์ า่ นสาย
ธารวฒั นธรรมภายใต้ “สังคมพหุวัฒนธรรม” ก่อเกิดผ่าน
ความเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural Landscape)
และภูมิศาสตร์วัฒนธรรม (Cultural Geography) ที่
หลากหลาย
13
14
คำ�นำ�
“รากร่วมเมืองปัตตานีผ่านเร่ืองเล่า 12 อ�ำเภอ”
ในฐานะเมอื งประวตั ศิ าสตรท์ เ่ี ปน็ ออู่ ารยธรรมมายาวนาน ทำ� เลทต่ี ง้ั อยใู่ นคาบสมทุ ร
เปน็ แหลมยนื่ ไปในทะเล เปน็ จดุ ยทุ ธศาสตรส์ ำ� คญั ของพนื้ ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ มคี วามโดด
เดน่ เชงิ ภมู ศิ าสตร์ ทำ� เลทตี่ ง้ั ทรพั ยากรทงั้ ทางบกและทางนำ�้ รวมถงึ วถิ ชี วี ติ ผคู้ นทมี่ คี วามหลาก
หลาย “ปตั ตาน”ี จงึ เปน็ จงั หวดั ทมี่ ากดว้ ยเสนห่ น์ บั ตงั้ แตอ่ ดตี ถงึ ปจั จบุ นั
จงั หวดั ปตั ตานมี พี นื้ ทป่ี ระมาณ 1,940.35 ตารางกโิ ลเมตร หรอื ประมาณ 1,212,723 ไร่
มเี รอ่ื งเลา่ ประกอบสรา้ งผา่ นรากรว่ ม 12 อำ� เภอ คอื อำ� เภอเมอื งปตั ตานี อำ� เภอโคกโพธิ์ อำ� เภอ
หนองจกิ อำ� เภอสายบรุ ี อำ� เภอยะหรง่ิ อำ� เภอยะรงั อำ� เภอปะนาเระ อำ� เภอมายอ อำ� เภอทงุ่ ยางแดง
อำ� เภอกะพอ้ อำ� เภอแมล่ าน และอำ� เภอไมแ้ กน่ แตล่ ะทำ� เลทตี่ ง้ั มสี ภาพภมู ปิ ระเทศและลกั ษณะ
สำ� คญั แตกตา่ งกนั แบง่ เปน็ 3 ลกั ษณะกระจายตวั อยใู่ นแตล่ ะอำ� เภอ
พนื้ ทใี่ นเขตอำ� เภอหนองจกิ อำ� เภอเมอื งปตั ตานี อำ� เภอยะหรงิ่ อำ� เภอปะนาเระ อำ� เภอ
สายบรุ ี และอำ� เภอไมแ้ กน่ มลี กั ษณะเปน็ พนื้ ทรี่ าบชายฝง่ั ซงึ่ เปน็ พน้ื ทส่ี ว่ นใหญ่ รวมประมาณ 1ใน
3 ของพนื้ ทจี่ งั หวดั ปตั ตานี ไดแ้ ก่ ทางตอนเหนอื และทางตะวนั ออกของจงั หวดั มหี าดทรายขาวและ
เปน็ ทร่ี าบชายฝง่ั กวา้ งประมาณ 10 – 30 กโิ ลเมตร มคี วามยาวชายฝง่ั ทง้ั หมด 116.40 กโิ ลเมตร
อำ� เภอแมล่ าน อำ� เภอยะรงั อำ� เภอยะหรงิ่ อำ� เภอมายอ และอำ� เภอปะนาเระ เปน็ พนื้ ที่
ราบลมุ่ บรเิ วณตอนกลางและตอนใตข้ องจงั หวดั จดุ เดน่ สำ� คญั คอื มแี มน่ ำ�้ ปตั ตานไี หลผา่ นทดี่ นิ
สง่ ผลใหม้ คี วามเหมาะสมในการเกษตรกรรม ปลกู ขา้ ว ยางพารา
ตอนใตข้ องอำ� เภอโคกโพธิ์ อำ� เภอกะพอ้ และทางตะวนั ออกของอำ� เภอสายบรุ ี เปน็ พนื้ ท่ี
ภเู ขาซงึ่ เปน็ พน้ื ทส่ี ว่ นนอ้ ย เปน็ เขตอทุ ยานแหง่ ชาติ และพนื้ ทปี่ ลกู ลองกอง ยางพารา
จากจดุ เดน่ ทป่ี รากฏตกผลกึ เปน็ คำ� ขวญั จงั หวดั ปตั ตานี “เมอื งงามสามวฒั นธรรม ศนู ย์
ฮาลาลเลศิ ลำ�้ ชนนอ้ มนำ� ศาสนา ถนิ่ ธรรมชาตงิ ามตา ปตั ตานสี นั ตสิ ขุ แดนใต”้ เปน็ รากรว่ มสำ� คญั
ทหี่ ลอมรวมอยา่ งลงตวั กระทง่ั กลา่ วผา่ นถอ้ ยคำ� สนั้ ๆ เชน่ ชอ่ื หนงั สอื เลม่ นไ้ี ดว้ า่ “ปตั ตานดี จี งั ”
หรอื PATTANI IS GOOD. พรอ้ มตอ้ นรบั ผมู้ าเยอื นดว้ ยรกั และมติ รภาพจากผคู้ นทหี่ ลากหลาย
ทวา่ หลอมรวมกลายเปน็ หนงึ่ เดยี วกนั
คณะผจู้ ดั ทำ�
15
สารบัญ
สารจาก นายนพิ นั ธ์ บญุ หลวง ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ปตั ตานี หนา้
สารจาก นายสชุ าติ ชายมนั ทอ่ งเทยี่ วและกฬี าจงั หวดั ปตั ตานี 8
คำ� นำ� : รากรว่ มเมอื งปตั ตานผี า่ นเรอ่ื งเลา่ ๑๒ อำ� เภอ 10
15
ภาค 1 เมอื งงามสามวฒั นธรรม 18
บทท่ี 1 รากรว่ มทางประวตั ศิ าสตร์ 23
บทท่ี 2 ความหลากหลายของผคู้ น 29
บทท่ี 3 มนตเ์ สนห่ ผ์ า่ นสายธารวฒั นธรรม 37
ภาค 2 ศนู ยฮ์ าลาลเลศิ ลำ�้ 46
บทท่ี 4 เมนอู าหารนานาชาติ 51
บทท่ี 5 ศนู ยอ์ าหารฮาลาล 59
ภาค 3 ชนนอ้ มนำ� ศรทั ธา 64
บทท่ี 6 เสน้ ทางทอ่ งเทย่ี วสายศรทั ธา 69
บทที่ 7 ศาสนสถานของชนหลากศาสนา 75
ภาค 4 ถนิ่ ธรรมชาตงิ ามตา 82
บทท่ี 8 ฟา้ กวา้ ง ทะเลใกล้ 87
บทท่ี 9 ปา่ ใหญแ่ ละแมน่ ำ�้ 93
ภาค 5 ปตั ตานสี นั ตสิ ขุ แดนใต้ 98
บทที่ 10 10 ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ ว 10 มนตเ์ สนห่ ป์ ตั ตานี 103
บทท่ี 11 ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนและทอ้ งถนิ่ (OTOP) 129
136
เอกสารประกอบการเขยี น
18
ภาค 1
เมืองงามสามวัฒนธรรม
19
20
ประวตั ศิ าสตร์ “ลงั กาสกุ ะ – ปตั ตาน”ี มจี ดุ เรม่ิ ตน้ จากอา่ วปตั ตานี
ดา้ นในของแหลมตาชี (แหลมโพธ)์ิ พน้ื ทบ่ี รเิ วณตอนเหนอื คอื เสน้ สายนำ�้ หลาย
หลากเชอ่ื มตอ่ โยงใยสผู่ นื แผน่ ดนิ ตอนใน พน้ื ทส่ี ำ� คญั ของการกอ่ เกดิ คอื อำ� เภอ
ยะรงั จงั หวดั ปตั ตานี สถานทที่ ถ่ี กู เรยี กวา่ “เมอื งโบราณยะรงั ” ปรากฏหลกั
ฐานทางโบราณคดวี า่ เปน็ ทต่ี งั้ ของปตั ตานยี คุ แรกในนาม “ลงั กาสกุ ะ” หนง่ึ
ในอาณาจกั รเกา่ แกส่ ดุ ในคาบสมทุ รมลายู ตอ่ มาในพทุ ธศตวรรษที่ 18 - 19
ปรากฏเมอื งแหง่ ใหม่ ชอื่ “ปะตาน”ี (ปาตาน)ี เมอื งทา่ สำ� คญั ซง่ึ มเี รอื สนิ คา้
จากชาตติ า่ ง ๆ ทง้ั โปรตเุ กส ฮอลนั ดา สเปน ญปี่ นุ่ จนี อนิ เดยี ชวา อาหรบั
เปอรเ์ ซยี ฯลฯ มาจอดพกั และทำ� การคา้ ขาย กระทงั่ ปี พ.ศ. 2388 ศนู ยก์ ลาง
การปกครองของเมอื งปตั ตานยี า้ ยมาอยทู่ ่ี “จะบงั ตกิ อ” ตดิ แมน่ ำ�้ ปตั ตานี สว่ น
ศนู ยก์ ลางการคา้ ในระยะแรกอยทู่ ่ี “หวั ตลาด” ยา่ นชาวจนี หรอื ไชนา่ ทาวนใ์ กล้
ปากแมน่ ำ�้ ปตั ตานี และเตบิ โตสบื สานความเจรญิ รงุ่ เรอื งตอ่ มา เปน็ หมดุ หมาย
หนง่ึ ของการเดนิ ทาง ปรากฏรอ่ งรอยผคู้ นทผี่ นั ผา่ นและสรา้ งหลกั ปกั ฐานตาม
สายธารเวลา ปรากฏอยใู่ นเรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรม
ประเพณี และกลายเปน็ สายธารวฒั นธรรมสำ� คญั
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxx
21
22
บทที่ 1
รากร่วมทางประวัติศาสตร์
วนั ฟา้ สดใสจากมมุ สงู ผา่ นทอ้ งทะเลเวงิ้ วา้ งกวา้ งไกล สามารถสมั ผสั ไดถ้ งึ ขอบโคง้ แผน่
ดนิ และหาดทรายขาวยาวเหยยี ด เกดิ จากการกอ่ ตวั ของสนั ทรายทยี่ น่ื ออกไปสทู่ ะเลในลกั ษณะ
สนั ดอนจะงอย (Sand Spit) กลายเปน็ อา่ วปตั ตานดี า้ นในของแหลมตาชี (แหลมโพธ)ิ์ ทท่ี ง้ั งดงาม
และเปน็ จดุ พกั จอดเรอื สำ� คญั เพราะกำ� บงั คลน่ื ลมไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
จากโคง้ ของสนั ทราย พนื้ ทบี่ รเิ วณตอนเหนอื ขน้ึ ไป คอื เสน้ สายนำ�้ หลายหลากเชอ่ื มตอ่
โยงใยสผู่ นื แผน่ ดนิ ตอนในทเี่ ขยี วชอมุ่ ดว้ ยพรรณไมน้ านาชนดิ มอี าคารบา้ นเรอื นของผคู้ นตงั้ สลบั
อยเู่ รยี งราย
ประวตั ศิ าสตรข์ อง “ลงั กาสกุ ะ – ปตั ตาน”ี มจี ดุ เรมิ่ ตน้ จากทนี่ ี่
ณ อำ� เภอยะรงั จงั หวดั ปตั ตานี สถานทท่ี ถ่ี กู เรยี กวา่ “เมอื งโบราณยะรงั ” ปรากฏหลกั ฐานทาง
โบราณคดวี า่ เปน็ ทต่ี งั้ ของปตั ตานยี คุ แรกในนาม “ลงั กาสกุ ะ” อาณาจกั รฮนิ ดู – พทุ ธโบราณ ตาม
หลกั ฐานเอกสารของจนี ชวา มลายู และอาหรบั ตง้ั แตป่ ลายครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 1 (ประมาณ พ.ศ.
600) มเี มอื งหลวงและศนู ยก์ ลางการปกครองชอ่ื “โกตามหลฆิ ยั ” หนงึ่ ในอาณาจกั รเกา่ แกส่ ดุ ใน
คาบสมทุ รมลายู ชมุ ชนสมยั แรกเรม่ิ ประวตั ศิ าสตรใ์ หญท่ ส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ ในภาคใตข้ องประเทศไทย
อายยุ าวนานถงึ 1,400 ปี กระทงั่ เสอ่ื มสลายเมอ่ื ศตวรรษท่ี 15 (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 21)
เพราะทะเลถอยหา่ งจากตวั เมอื งออกไปทกุ ที ปจั จบุ นั จงึ เหลอื เพยี งรอ่ งรอยศาสนสถานประเภท
สถปู เจดยี ข์ นาดใหญ่ 33 แหง่ ในพน้ื ทป่ี ระมาณ 9 ตารางกโิ ลเมตร
รอยตอ่ การเคลอื่ นยา้ ยเมอื งเกดิ ขน้ึ เมอ่ื พทุ ธศตวรรษที่ 14 - 15 เมอ่ื ลงั กาสกุ ะตกอยใู่ ต้
อำ� นาจของ “อาณาจกั รศรวี ชิ ยั ” ตอ่ มา “พระเจา้ ราเชนทรโ์ จฬะท่ี 1 แหง่ อนิ เดยี ยกทพั เรอื ขา้ ม
มายดึ รฐั ตา่ ง ๆ ของศรวี ชิ ยั ลงั กาสกุ ะถกู ยดึ ไปดว้ ย กอ่ นที่ “อาณาจกั รมชั ปาหติ ” แหง่ ชวากลบั
เขา้ มามอี ำ� นาจ และชอ่ื ลงั กาสกุ ะจะคอ่ ย ๆ เลอื นหายไป
23
แม่นำ้�ปัตตานี มีต้นกำ�เนิดแถบเทือกเขาสันกาลาคีรี บริเวณรอย
แต่เขตแดนไทย-มาเลเซีย ในเขตอำ�เภอเบตง จังหวัดยะลา ไหล
เอ่ือยๆ จากทิศใต้ขึ้นเบ้ืองทิศเหนือ ผ่านบริเวณซ่ึงส่วนใหญ่มี
สภาพเปน็ ปา่ เขา บางชว่ งเปน็ เส้นตรง และวาดวงโคง้ ในบางขณะ
ซอกซอนผ่านหลายพ้ืนท่ีแตกต่าง ก่อนจะไหลลงทะเลอ่าวไทยที่
อำ�เภอเมือง จังหวัดปัตตานี ริมสองฟากฝั่งกลายเป็นท่ีตั้งชุมชน
และใชส้ ายน�ำ้ สญั จร
ในพทุ ธศตวรรษที่ 18 - 19 ปรากฏเมอื งแหง่ ใหม่ ชอ่ื “ปะตาน”ี (ปาตาน)ี เมอื งทา่ สำ� คญั
ซงึ่ มเี รอื สนิ คา้ จากชาตติ า่ ง ๆ ทงั้ โปรตเุ กส ฮอลนั ดา สเปน ญป่ี นุ่ จนี อนิ เดยี ชวา อาหรบั เปอรเ์ ซยี
ฯลฯ มาจอดพกั และทำ� การคา้ ขาย
ลถุ งึ ปี พ.ศ. 2351 กาลสมยั เปลย่ี นผา่ นเกดิ ความเปลย่ี นแปลงครงั้ สำ� คญั อกี ครงั้ เมอื่ มี
การแบง่ การปกครองปะตานหี รอื ปาตานอี อกเปน็ 7 หวั เมอื ง ไดแ้ ก่ เมอื งตานี ยะหรง่ิ หนองจกิ
สายบรุ ี ระแงะ รามนั ห์ และยะลา กระทง่ั ปี พ.ศ. 2388 ศนู ยก์ ลางการปกครองของเมอื งปตั ตานี
ยา้ ยมาอยทู่ ี่ “จะบงั ตกิ อ” ตดิ แมน่ ำ้� ปตั ตานี สว่ นศนู ยก์ ลางการคา้ ในระยะแรกอยทู่ ี่ “หวั ตลาด”
ยา่ นชาวจนี หรอื ไชนา่ ทาวนใ์ กลป้ ากแมน่ ำ้� ปตั ตานี และเตบิ โตสบื สานความเจรญิ รงุ่ เรอื งตอ่ มาตรา
บกระทง่ั ปจั จบุ นั
24
เมอื งเปลยี่ นแปลง ผคู้ นเปลย่ี นผา่ น หากทวา่ “สายนำ้� ปตั ตาน”ี ไมเ่ คยหยดุ ไหล
สายนำ้� ทไี่ หลระเรอื่ ยเลาะเซาะจากพน้ื ทภ่ี เู ขาและปา่ ไม้ สพู่ น้ื ทร่ี าบลมุ่ บรเิ วณตอนกลาง
และตอนใตข้ องจงั หวดั ปตั ตานี ทา้ ยสดุ สพู่ น้ื ทรี่ าบชายฝง่ั ทะเลซง่ึ เปน็ พนื้ ทส่ี ว่ นใหญป่ ระมาณ 1 ใน
3 ของพน้ื ทจี่ งั หวดั หลอมรวมความอดุ มสมบรู ณแ์ ละหลอ่ หลอมสรรพชวี ติ เขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งงดงาม
กลมเกลยี วเปน็ หนงึ่ เดยี ว
25
28
บทที่ 2
ในความหลากหลายของผู้คน
การเคลอ่ื นผา่ นความเปน็ เมอื ง จากยคุ อาณาจกั รโบราณ
“ลงั กาสกุ ะ” จนถงึ ปจั จบุ นั แผน่ ดนิ ปตั ตานที ำ� หนา้ ทตี่ อ้ นรบั ผคู้ น
มากมายจากทว่ั ทกุ สารทศิ ในฐานะ “เสน้ ทางการคา้ ขา้ มคาบสมทุ ร”
จากกลมุ่ ชาตพิ นั ธด์ุ ง้ั เดมิ โอรงั อสั ลี (เผา่ พนั ธเ์ุ นกรโิ ต) กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ
มลายู (เผา่ พนั ธม์ุ องโกลอยด)์ สอู่ กี หลากหลายชาตพิ นั ธ์ุ เชน่ ที่ อบิ รอ
ฮมิ ชกุ รี เขยี นไวใ้ น “ประวตั ศิ าสตรร์ าชอาณาจกั รมลายปู ะตาน”ี วา่
“ถงึ แมว้ า่ แหลมนม้ี ชี อื่ วา่ ดนิ แดนมลายู แตก่ ม็ ไิ ดห้ มายความวา่ ชนชาว
มลายเู ปน็ ชนชาตแิ รกทอ่ี าศยั อยู่ ณ ดนิ แดนแหง่ น้ี เพราะชาวมลายู
เปน็ ชนชาตหิ ลงั สดุ ทเี่ ขา้ มาอยอู่ าศยั หลงั จากชนชาตอิ น่ื ไดเ้ ขา้ มาอยู่
กอ่ นแลว้ กอ่ นหนา้ นมี้ ี ‘ชาวปา่ ’ แลว้ ตอ่ มากช็ าวฮนิ ดเู ดนิ ทางมา
จากอนิ เดยี และมชี าวสยามดง้ั เดมิ ทมี่ าจากดนิ แดนสยาม มอี ำ� นาจ
เหนอื ฮนิ ดตู ง้ั ภมู ลิ ำ� เนาอยกู่ อ่ น จนกระทง่ั ชว่ งหลงั สดุ จงึ มชี าวมลายู
ไดเ้ ขา้ มาอาศยั และเกอื บถงึ ปกี ำ� เนดิ นบอี ซี า ชาวฮนิ ดกู เ็ รม่ิ เดนิ ทาง
มาสดู่ นิ แดนมลายู ขณะนนั้ ดนิ แดนมลายไู มม่ ผี มู้ อี ารยธรรมสงู อาศยั
อยเู่ ลย พนื้ ทภ่ี มู ปิ ระเทศเตม็ ไปดว้ ยปา่ เขาลำ� เนาไพร เปน็ ทอี่ ยขู่ อง
สงิ หส์ าราสตั วท์ ด่ี รุ า้ ยนานาชนดิ นอกจากนน้ั ยงั มชี าวปา่ 2 ประเภท
อาศยั อยู่ ชาวปา่ เหลา่ นนั้ คอื เซมงั (ปางนั ) และ ซาไก”
29
นอกจากกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมแล้ว ยุคต่อมา
เกิดกระแสผู้คนเดินทางมายังอาณาจักรลังกาสุกะอย่าง
ต่อเนื่อง ที่ส�ำคัญ คือ ชาวอินเดีย ชาวจีน ชาวอาหรับ
เปอรเ์ ซยี มกี ารตดิ ตอ่ คา้ ขายและเผยแพรศ่ าสนาระหวา่ งกนั
ผา่ นการคา้ ยคุ โลกตะวนั ออก – ตะวนั ตก ผา่ นเสน้ ทางการ
คา้ ขา้ มคาบสมทุ ร ลงั กาสกุ ะมกี ารตดิ ตอ่ กบั จนี พ.ศ. 1052
ตามจดหมายเหตุจีนระบุว่า “เป็นเมืองท่ีมีก�ำแพงล้อม
รอบ กษตั รยิ ป์ ระทบั อยบู่ นกบู ชา้ งมหี ลงั คาทำ� ดว้ ยผา้ สขี าว
แวดล้อมด้วยองครักษ์ที่มีท่าทางดุร้าย และทหารตีกลอง
ถอื ธงสตี า่ ง ๆ ประชาชนทง้ั ชายหญงิ ไวผ้ มปลอ่ ยยาว ใสเ่ สอ้ื
ไมม่ แี ขน”
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีนท่ีจัตุรัสเทียนอันเห
มนิ กรงุ ปกั กงิ่ มภี าพปรากฏในจดหมายเหตรุ าชวงศเ์ หลยี ง
หรอื เหลยี งชู ของจนี (พ.ศ. 1045 - 1106) บคุ คลในภาพชอ่ื
อชติ ะ (จนี ออกเสยี ง อาเซอ่ ตวั ) ราชทตู จากลงั กาสกุ ะ (จนี
ออกเสยี ง หลงั หยาสวิ้ บางแหลง่ เรยี ก หลาง หยา่ ซยุ่ ) เดนิ
ทางไปเยอื นราชสำ� นกั จนี พ.ศ. 1058 สมยั พระเจา้ อตู่ ฮ้ี อ่ งเต้
แหง่ ราชวงศเ์ หลยี ง ทางการจนี เขยี นภาพ อาเซอ่ ตวั ไวเ้ ปน็ ที่
ระลกึ พระเจา้ แผน่ ดนิ แหง่ ลงั กาสกุ ะเวลานนั้ ทรงพระนามวา่
ผอเจย่ี ตา้ ตวั หรอื ภคั ทตั ตเหลยี งชู ตรงกบั รชั สมยั พระเจา้
ภคั ทตั (ประมาณ พ.ศ. 1060)
ผา่ นจากยคุ ศรวี ชิ ยั และ ชวา – มลายู (ฮนิ ดู –
พทุ ธ) สกู่ ารเขา้ มาของอสิ ลาม ในทสี่ ดุ หลงั พ.ศ. 2000 เกดิ
การขยายตวั ทางการคา้ ของชาวยโุ รปเขา้ สเู่ อเชยี เปน็ ยคุ ทป่ี ะ
ตานไี ดร้ บั ความสนใจจากพอ่ คา้ ชาตติ า่ ง ๆ พ.ศ. 2059 เรอื
สนิ คา้ โปรตเุ กสมาถงึ เมอื งปตั ตานเี ปน็ ครงั้ แรก (ทำ� การคา้ ตอ่
เนอื่ งเปน็ ระยะเวลา 125 ป)ี ขณะเดยี วกนั มชี าวญป่ี นุ่ จนี
ฮอลนั ดา องั กฤษ สเปน ชวา และเมอื งมลายอู นื่ ๆ เขา้ มา
ทำ� การคา้ เปน็ จำ� นวนมาก
30
ย่านเมืองเก่าปัตตานี นอกจากชุมชนกือดาจี
นอ ซ่ึงอวลกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนแล้ว ยังมีตึก
สวยสไตลช์ โิ นโปรตกุ สี สะทอ้ นรอ่ งรอยของชาว
ตะวันตกทเ่ี ข้ามาท�ำ การคา้ ในอดีต
กลา่ วไดว้ า่ “ปตั ตาน”ี เปน็ หมดุ หมายหนงึ่ ของการเดนิ ทาง และกลายเปน็ ประตสู ำ� คญั สเู่ อเชยี
ตะวนั ออก
ร่องรอยผู้คนท่ีผันผ่านและสร้างหลักปักฐานตามสายธารเวลา ปรากฏอยู่ในเร่ืองราวทาง
ประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี ฯลฯ อยา่ งนา่ สนใจยง่ิ ชวนสมั ผสั เรยี นรทู้ ำ� ความเขา้ ใจ
ใหล้ งลกึ ถงึ รากเหงา้ แผน่ ดนิ ซงึ่ สบื สายรากจากจดุ กอ่ เกดิ สกู่ ารพฒั นาตราบกระทง่ั ทกุ วนั น้ี
31
32
ณ ท่ซี ่งึ ความจรงิ และความฝนั บรรจบ
ภายใตแ้ สงโอบอนุ่ เรอื ลอยล�ำ และจติ
วิญญาณแสนงามของผคู้ น
33
34
35
36
บทที่ 3
มนต์เสน่ห์ผ่านสายธาร
วัฒนธรรม
ผลจากการเคล่ือนผ่านของผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้ฝาก
รอ่ งรอยสำ� คญั ไวใ้ นเมอื งปตั ตานี กลายเปน็ มนตเ์ สนห่ ผ์ า่ นสายธาร
วฒั นธรรมภายใต้ “สงั คมพหวุ ฒั นธรรม” กอ่ เกดิ ผา่ นความเปน็ ภมู ิ
ทศั นว์ ฒั นธรรม (Cultural Landscape) และภมู ศิ าสตรว์ ฒั นธรรม
(Cultural Geography) ทห่ี ลากหลาย
หากวฒั นธรรม (Culture) คอื ความงดงาม คอื แบบแผน
ในการด�ำเนินชีวิตของคนในสังคมที่ปฏิบัติสืบกันมาเป็นเวลาช้า
นาน สงิ่ เหลา่ นย้ี อ่ มถกู สะทอ้ นผา่ นวถิ ชี วี ติ ของมนษุ ย์ (The way of
Life) แสดงผา่ น ภาษา ดนตรี วรรณกรรม จติ รกรรม ประตมิ ากรรม
สถาปตั ยกรรม การละคร หรอื ภาพยนตร์
เรื่องราวทางวัฒนธรรมท่ีปรากฏในความเป็นปัตตานี
ดำ� รงอยอู่ ยา่ งหลากหลายและสบื เนอ่ื งกนั มานานอยา่ งโดดเดน่ เปน็
เอกลกั ษณ์ ทง้ั ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี ประตมิ ากรรม สถาปตั ยกรรม
ฯลฯ ครอบคลมุ จำ� หลกั แนน่ ในความเปน็ พทุ ธ มสุ ลมิ ครสิ ต์ ฮนิ ดู และ
ความเปน็ ไทยเชอื้ สายจนี หรอื รอ่ งรอยศลิ ปวฒั นธรรมจากชาตอิ นื่ ๆ
ทเี่ คยเดนิ ทางมาสมั ผสั สมั พนั ธก์ บั ปตั ตานผี า่ นการคา้ การลงทนุ หรอื
การมงุ่ เผยแพรศ่ รทั ธาศาสนา และดว้ ยทำ� เลทตี่ ง้ั
37
บางอยา่ งแตกตา่ งกนั หากทวา่ หลายอยา่ งผสมผสานอยา่ งกลมกลนื ลงตวั โดย
เฉพาะประเพณแี ละวฒั นธรรม บางอยา่ งเปน็ ไปตามหลกั ศาสนาอสิ ลามโดยตรง และ
หลายอยา่ งไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากศาสนาฮนิ ดู พทุ ธ พราหมณ์ ทงั้ การเกดิ การแตง่ งาน การ
ตาย รวมถงึ งานบญุ ประเพณเี นอื่ งในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ ประเพณลี ากพระ ประเพณชี งิ
เปรต ประเพณแี หล่ าซงั ประเพณมี าโซะยาวี (เขา้ สหุ นตั ) และประเพณกี ารแสดงพน้ื
บา้ น ทงั้ รองเงง็ มะโยง่ ดเิ กรฮ์ ลู ู สลิ ะ ฯลฯ
38
เรื่องราวทางวัฒนธรรมท่ีปรากฏในความเป็นปัตตานี
ดำ�รงอยู่อย่างหลากหลายและสืบเนื่องกันมานานอย่าง
โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ท้ัง ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ฯลฯ ครอบคลุมจำ�หลัก
แน่นในความเป็น พุทธ มุสลิม คริสต์ ฮินดู และความ
เปน็ ไทยเชือ้ สายจนี
พธิ ลี ยุ ไฟ หนง่ึ ในกจิ กรรมส�ำ คญั ในงานสมโภช
เจ้าแม่ลิ้มกอเหนยี่ วปตั ตานี
44
45
46
ภาค 2
ศูนย์ฮาลาลเลิศล้�ำ
47
48