ภาค 5
ปัตตานีสันติสุขแดนใต้
99
100
จังหวัดปัตตานี มีสถานท่องเที่ยวท่ีหลากหลายครบวงจร ทั้งทุ่งนา ป่าเขา
เวงิ้ ฟา้ ผนื นำ�้ และวถิ ชี วี ติ ผคู้ น โดยมชี มุ ชนลกุ ขน้ึ มารวมตวั เพอื่ ผลกั ดนั วฒั นธรรมการ
ท่องเท่ียวอย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันมีชุมชนท่องเท่ียวส�ำคัญ 10 ชุมชน ประกอบด้วย
ชุมชนท่องเท่ียวทรายขาว ชุมชนท่องเที่ยวจะบังติกอ ชุมชนท่องเท่ียวตันหยงลุโล๊ะ
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วนำ้� บอ่ ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วบางปู ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะหรง่ิ ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี ว
แหลมโพธิ์ ชุมชนท่องเที่ยวยะรัง ชุมชนท่องเท่ียวบาราโหม และชุมชนท่องเที่ยวตุยง
แตล่ ะชมุ ชนมจี ุดเด่นจุดขายแตกตา่ งกนั ไปตามปจั จัยแวดล้อม ท้ังทรพั ยากรธรรมชาติ
และวิถีชีวิตผู้คน น�ำมาซึ่งภาพของ “ปัตตานีสันติสุขแดนใต้” รวมถึงยังคงมีสินค้า
หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถ่ิน (OTOP) หลากหลายชนิด เมื่อรวมจุดเด่นท่ีด�ำรง
อยู่ในความเป็น “ปัตตานี” ทุกสิ่งทุกอย่างจึงถูกประกอบสร้างให้ผืนแผ่นดินแห่งนี้มี
ความโดดเด่น สมบูรณ์พร้อม ท้ังเชิงทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายของ
ผคู้ น ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี ประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ทกุ อยา่ งหลอมรวมกลายเปน็
“ต้นทุน” มากคุณค่าและสามารถด�ำรงอยู่ได้ตราบนานเท่านานในฐานะ “มรดก
ของแผน่ ดนิ ”
Pattani Province offers a wide variety of tourist attractions, including
paddy fields, forests, mountains, sky, rivers, and people’s way of life. Many
communities have come together to form the quality tourism culture. At
present, there are 10 major tourism communities, including Sai Khao Tourism
Community, Chabangtikor Tourism Community, Tangyong Lulo Tourism
Community, Nam Bo Tourism Community, Bangpoo Tourism Community,
Yaring Tourism Community, Laem Pho Tourism Community, Yarang Tourism
Community, Barahom Tourism Community, and Tuyong Tourism Community.
Each one has its own outstanding natural beauty, as differently shaped by the
environment. Both natural resources and people’s way of life are neatly woven
into a beautiful image of “Pattani: Peace in the South of Thailand.” And one
element that cannot be overlooked is a variety of local products (OTOP).
These are the strengths that exist and shape the identity of “Pattani.” It seems
that everything has been crafted to make this land outstanding and complete
in every way. Natural resources, diversity of people, arts and culture,
traditions, history, and way of life are seamlessly merged into valuable
“capitals” that are long-lasting, cherished as the “Legacy of the Nation.”
101
102
บทที่ 10
10 ชุมชนท่องเที่ยว
10 มนต์เสน่ห์ปัตตานี
จงั หวดั ปตั ตานี มสี ถานทอ่ งเทย่ี วทหี่ ลากหลายครบวงจร
ทง้ั ทงุ่ นา ปา่ เขา เวง้ิ ฟา้ ผนื นำ้� และวถิ ชี วี ติ ผคู้ น โดยมชี มุ ชนลกุ ขน้ึ มา
รวมตวั เพอ่ื ผลกั ดนั วฒั นธรรมการทอ่ งเทยี่ วอยา่ งมคี ณุ ภาพ ปจั จบุ นั
มชี มุ ชนทอ่ งเทย่ี วสำ� คญั 10 ชมุ ชน ประกอบดว้ ย ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี ว
ทรายขาว ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วจะบงั ตกิ อ ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วตนั หยงลโุ ละ๊
ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วนำ�้ บอ่ ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วบางปู ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วยะหรงิ่
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วแหลมโพธ์ิ ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะรงั ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี ว
บาราโหม ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วตยุ ง และชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วบาราโหม
แต่ละชุมชนมีจุดเด่นจุดขายแตกต่างกันไปตามปัจจัย
แวดลอ้ ม ทง้ั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละวถิ ชี วี ติ ผคู้ น
ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วทรายขาว : จดุ บรรจบของ นำ้� ฟา้ ปา่ เขา
จะมีสักก่ีสถานที่ท่ีเพียบพร้อมไปด้วยล�ำธารน�้ำใสไหล
ล่องจากเทือกเขาสูง สามารถปีนภูเพ่ือชมทัศนียภาพของฟ้ากว้าง
ป่าเขียว และสัมผัสประติมากรรมช้ันยอดท่ีธรรมชาติรังสรรค์ข้ึน
มาไดอ้ ยา่ งลงตวั ทนี่ ี่ ‘ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วทรายขาว’ ชมุ ชนทม่ี ที นุ ทาง
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ สนอดุ มสมบรู ณ์ อาบอมิ่ กบั สายนำ�้ ใสจากนำ้� ตก
ทรายขาว นำ้� ตกอรญั วารนิ นำ�้ ตกโผงโผง จากพน้ื ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาติ
103
นำ้� ตกทรายขาว หรอื หากผนิ หนา้ มองหนา้ ผาหนิ จะเหน็ สญั ลกั ษณเ์ ดน่ จนถกู เรยี ก
วา่ ‘ผาพญาง’ู นอกจากนบี้ นยอดสนั กาลาครี เี ปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ขนาด
ใหญน่ ามวา่ “พระพทุ ธมหามนุ นิ ทโลกนาถ” ทอ่ี าบแสงเดน่ แผดจา้ อรา่ มทอง
จดุ เดน่ ของชมุ ชนแหง่ นี้ ยงั มแี หลง่ ทอ่ งเทยี่ วสำ� คญั ทเี่ ปย่ี มดว้ ยคณุ คา่ ทาง
ประวตั ศิ าสตร์ โบราณคดี และศาสนา อาทิ วดั ทรายขาววดั ทม่ี โี บสถโ์ ดดเดน่ ดว้ ย
สถาปตั ยกรรมแสนงดงาม มปี ระวตั เิ กย่ี วขอ้ งกบั หลวงปทู่ วดเหยยี บนำ�้ ทะเลจดื
พระวปิ สั สนาทเี่ ลอื่ งชอื่ ในแดนใต้ รวมถงึ มสั ยดิ เกา่ แกอ่ ายกุ วา่ 300 ปผี สมผสาน
ไปดว้ ยศลิ ปะไทย-มลายู ชมุ ชนตา่ งศาสนาอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ เออ้ื อาทรซง่ึ กนั
และกนั พรอ้ มกบั ดำ� เนนิ กจิ กรรมสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วทห่ี ลากหลาย โดยเฉพาะ
การนำ� ชมสวนผลไมน้ านาชนดิ ดว้ ยการนงั่ รถจปี๊ ตะลยุ สวน เพอ่ื ลมิ้ รสชาตผิ ลไม้
พนื้ เมอื งทงั้ ลองกอง เงาะ มงั คดุ ทเุ รยี น แถมมโี ฮมสเตยใ์ หพ้ กั ผอ่ นปลอ่ ยวางชวี ติ
อยา่ งเรยี บงา่ ยเหมอื นคนในครอบครวั เดยี วกนั
104
105
106
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วจะบงั ตกิ อ : รากเหงา้ ชมุ ชนอตั ลกั ษณท์ อ้ งถนิ่
สำ� หรบั ผสู้ นใจเรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์ โดยเฉพาะความโดดเดน่ เชงิ
สถาปตั ยกรรมผสมผสานระหวา่ งมลายปู ตั ตานกี บั ตะวนั ตก แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทาง
ประวัติศาสตร์ส�ำคัญที่ ‘ชุมชนท่องเที่ยวจะบังติกอ’ คือหมุดหมายท่ีน่าสนใจ
ยงิ่ เพราะทน่ี คี่ อื ทตี่ งั้ ของ “กโู บรโ์ ตะ๊ อาเยา๊ ะห”์ สถานทฝี่ ง่ั พระศพเจา้ เมอื งและ
เชอ้ื พระวงศห์ ลายพระองคข์ องเมอื งปตั ตานโี บราณ รวมถงึ “มสั ยดิ รายอฟาฏอน”ี
ทม่ี สี ถาปตั ยกรรมผสมผสานระหวา่ งมลายปู ตั ตานกี บั ตะวนั ตก ประตทู ำ� ดว้ ยไม้
ผา่ นกาลเวลามาเนน่ิ นานเกอื บ 200 ปี มลี วดลายตา่ ง ๆ เชน่ ลายเถาวลั ย์ บง่ บอก
ถงึ วฒั นธรรมมลายผู สมผสานอนิ เดยี ยคุ ดงั้ เดมิ
รากเหงา้ ชมุ ชนอตั ลกั ษณท์ อ้ งถน่ิ ทนี่ ำ� มาซง่ึ ความภาคภมู ใิ จอกี แหง่ หนงึ่
คอื “วงั จะบงั ตกิ อ” ซง่ึ เคยเปน็ สถานทปี่ ระทบั ของ สลุ ตา่ นอบั ดลุ กอเดร์ สลุ ตา่ น
องคส์ ดุ ทา้ ยของปตั ตานี และเปน็ ทพ่ี ำ� นกั ของขา้ ราชการในอดตี รวมถงึ เปน็ ทพ่ี กั
อาศยั ของลกู หลานสบื มา สง่ิ ทจี่ ะสรา้ งความประทบั ใจเมอ่ื ไดส้ มั ผสั วงั แหง่ น้ี เปน็
เพราะกลน่ิ อายประวตั ศิ าสตรท์ สี่ มั ผสั ไดจ้ ากสภาพกำ� แพงวงั กอ่ อฐิ ดนิ เผา กอปรกบั
มโี คง้ ประตตู ามสถาปตั ยกรรมแบบจนี ผสมอนิ เดยี ดงั้ เดมิ ชมุ ชนแหง่ นจ้ี งึ เปน็ ชมุ ชน
ประวตั ศิ าสตร์ สะทอ้ นอตั ลกั ษณข์ องความเปน็ อสิ ลามทสี่ มถะและวฒั นธรรมมลายู
อนั ดงี ามทค่ี งยนื หยดั ตราบกระทง่ั ปจั จบุ นั
107
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วตนั หยงลโุ ละ๊ : ศนู ยศ์ รทั ธาสายวฒั นธรรม
ความยง่ิ ใหญข่ องอดตี เมอื งปาตานี ในฐานะศนู ยก์ ลางอาณาจกั รปาตานแี ละของ
เอเชยี อาคเนย์ ทค่ี นทวั่ ไปไดเ้ คยมาตดิ ตอ่ คา้ ขายจนเปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ทวั่ ไปในสมยั นนั้ เหมอื นยงั
คงจำ� หลกั มนั่ อยทู่ ่ี “ชมุ ชนตนั หยงลโุ ละ๊ ดว้ ยมรี อ่ งรอยประวตั ศิ าสตรป์ รากฏอยเู่ ดน่ ชดั เชน่
คลองปาเปรี บอ่ ฮงั ตวู ะห์ ฯลฯ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ คอื ‘มสั ยดิ เกา่ กรอื เซะ’ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
ทางประวตั ศิ าสตรท์ ส่ี ำ� คญั ในฐานะโบราณสถานทสี่ ะทอ้ นสถาปตั ยกรรมเกา่ แก่ ศนู ยร์ วม
แหง่ ศรทั ธาของชาวมสุ ลมิ และฮวงซยุ้ เจา้ แมล่ มิ้ กอเหนย่ี ว ศนู ยร์ วมศรทั ธาของชาวจนี และ
พน้ื ทดี่ า้ นขา้ งยงั เปน็ ทต่ี ง้ั ของ “ศนู ยเ์ รยี นรกู้ ารทอ่ งเทยี่ วอารยธรรมปตั ตาน”ี
นยั ความหมายของชอ่ื คำ� วา่ “ตนั หยง” หมายถงึ แหลมตนั หยง คำ� วา่ “ลโุ ละ๊ ”
หมายถงึ เพชร พลอย ของมคี า่ ตนั หยงลโุ ละ๊ จงึ หมายถงึ แหลมทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยเพชรพลอย
และสงิ่ ของทม่ี คี า่ ทที่ ำ� ใหป้ ระชาชนทำ� มาหากนิ งา่ ยเพราะมพี นื้ ทอี่ ยตู่ ดิ ชายฝง่ั ทะเลอา่ วไทย
อดุ มสมบรู ณด์ ว้ ยทรพั ยใ์ นดนิ สนิ ในนำ้� บรเิ วณฝง่ั ทะเลเหมาะสำ� หรบั เลยี้ งหอยแครง และ
ทำ� นาเกลอื โบราณ ผสู้ นใจสามารถไปสมั ผสั เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรม
ทหี่ ลากหลายของผคู้ น
108
109
110
111
ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วนำ�้ บอ่ : หาดทราย สายลม และวถิ ปี ระมงพนื้ บา้ น
โค้งฟา้ และหาดทรายขาวยาวเหยยี ดที่ “ชมุ ชนท่องเทยี่ วนำ�้ บ่อ” ทอประกาย
อาบสีทองยามเมื่อต้องแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า โดยเฉพาะแหล่งท่องเท่ียวส�ำคัญที่
“หาดแฆแฆ” ผไู้ ปเยอื นจะไดย้ นิ เสยี งคลน่ื ซดั สาดกระทบโขดหนิ องึ คะนงึ สมดงั ชอื่ แฆแฆ
ในภาษามลายถู น่ิ อนั มคี วามหมายวา่ อกึ ทกึ ครกึ โครม ทสี่ ำ� คญั มโี ขดหนิ แกรนติ ขนาดใหญ่
รายเรยี งใหญน่ อ้ ยรปู ทรงแปลกตา ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ประตมิ ากรรมแหง่ หนิ ผาสรา้ งมนตเ์ สนห่ ์
ใหแ้ กม่ มุ มองทางธรรมชาตริ ะหวา่ งหาดทรายและสายลม
นอกจากน้ัน ชุมชนแห่งนี้ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม (Cultural
Attraction) ท่ีสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประมงพื้นบ้าน ซ่ึงระหว่างการเดินทาง
รายทาง ภาพทเี่ หน็ นอกจากสสี นั ของเรอื ประมงพน้ื บา้ นในลกั ษณะหลายหลากแลว้ ฝง่ั ถนน
ตดิ ทะเลเหมอื นคขู่ นาน ภาพทจ่ี กั ไดพ้ บเหน็ คอื ภาพชาวบา้ นทำ� ปลากะตกั แหง้ ตากไว้ 2 ขา้ ง
ฝง่ั ถนนเรยี งรายตลอดแนวชายหาด โดยมฉี ากหลงั เปน็ ทะเลสคี รามฟา้ สวยงาม ตดั กบั ภาพ
ชวี ติ ประมงพนื้ บา้ นทค่ี งอยอู่ ยา่ งงดงามในวถิ ี
112
113
114
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วบางปู : ชมแสงอาทติ ยแ์ ละฟงั นทิ านหงิ่ หอ้ ย
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศดำ� รงลกั ษณะทางธรรมชาตเิ ปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะ ในสภาพ
ปา่ ชายเลนพนื้ ทอ่ี า่ วปตั ตานที ค่ี งระบบนเิ วศสมบรู ณ์ มกี ระบวนการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ของชมุ ชน
และผู้เก่ยี วข้อ ง เพ่ือการจดั การสิ่งแวดลอ้ มและการทอ่ งเท่ยี วอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม มงุ่ เนน้ ให้
เกดิ จติ สำ� นกึ ตอ่ การรกั ษาระบบนเิ วศอยา่ งยงั่ ยนื ผา่ นกจิ กรรมหลกั ทสี่ นบั สนนุ การทอ่ งเทยี่ ว
ประกอบดว้ ย การลอ่ งเรอื ชมปา่ ชายเลน อโุ มงคโ์ กงกางโคง้ ครงึ่ วงกลมมากเสนห่ ์ การตกปลา
ในอา่ วปตั ตานี นงั่ เรอื ชมพระอาทติ ยท์ อแสง ชมนกนานาพนั ธโ์ุ บยบนิ ออกหากนิ ยามสายณั ห์
และแนบรังนอนเมื่ อใกล้สนธยา บางขณะนอกจากจะต่ืนตาตื่นใจกับความสวยงามของ
ทอ้ งฟา้ ตะลงึ ลาน ไปกบั ภาพฝงู นกนอนรงั ทเ่ี ปรยี บดงั ดอกไมท้ ะเลยามคำ่� คนื อาคนั ตกุ ะ
ในคนื เดอื นแรมมโี อกาสพบเหน็ ฝงู หง่ิ หอ้ ยเปลง่ แสงวาววบั ประดบั ราตรี
จดุ เดน่ อกี ประการหนง่ึ ของชมุ ชน คอื ความใสซอ่ื บรสิ ทุ ธขิ์ องผคู้ น ทพ่ี รอ้ มตอ้ นรบั
ผมู้ าเยอื น ดวงตาฉายแววมงุ่ มนั่ พรอ้ มทมุ่ เทพฒั นาทอ้ งถนิ่ ของตนอยา่ งสรา้ งสรรค์ มงุ่ ปรบั
สภาพพน้ื ทร่ี องรั บความตอ้ งการทห่ี ลากหลายของนกั ทอ่ งเทยี่ ว โดยยดึ ความพงึ พอใจของ
ผมู้ าเยย่ี มเยอื น เปน็ หลกั ดงั กลา่ วแลว้ บางปวู นั นจ้ี งึ มจี ดุ ยนื ทช่ี ดั เจนแนแ่ นว่ มธี รรมชาตทิ ี่
สวยงาม และมผี คู้ นทย่ี มิ้ แยม้ เตม็ ไปดว้ ยอธั ยาศยั อนั ดี พรอ้ มตอ้ นรบั ผมู้ าเยอื นอยา่ งยนิ ดใี น
มติ รไมตรี
115
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะหรงิ่ : บา้ นศลิ ปนิ และวงั ยะหรง่ิ อดตี เมอื งปตั ตานี
สำ� หรบั ผสู้ นใจแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางประวตั ศิ าสตร์ ผา่ นสงิ่ กอ่ สรา้ งมาก
คณุ คา่ ทางศลิ ปะและสถาปตั ยกรรม “ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะหรง่ิ ” ภมู ใิ จนำ� เสนอ
เรื่องราวของ ‘วังยะหร่ิง’ 1 ในวังสมัย 7 หัวเมืองท่ียังคงความสมบูรณ์มาก
ทส่ี ดุ สรา้ งขน้ึ ตอนปลายสมยั รชั กาลท่ี 5 ในลกั ษณะเรอื นไมส้ งา่ งามสไตลย์ โุ รป
ผสมผสานศลิ ปกรรมพน้ื เมอื งและชวา ประดบั ลวดลายฉลอุ ยา่ งออ่ นหวาน ผนวก
ดว้ ยประโยชนใ์ ชส้ อยอยา่ งลงตวั มเี ครอื่ งโถถว้ ยชามทม่ี กี ารเกบ็ รกั ษาไวเ้ ปน็ อยา่ งดี
รวมถงึ การทอผา้ ลายตานที ม่ี ใี หเ้ หน็ ทน่ี อ้ี กี ดว้ ย
ระหวา่ งการเทยี่ วชมชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วยะหรงิ่ บางขณะเวลา อาจวงั เวง
แว่วเสียงไวโอลินในท่วงท�ำนองของเพลงรองเง็งหรือเพลงมลายูด้ังเดิมอย่าง
ไพเราะเพราะพรงิ้ เพราะทนี่ ค่ี อื ถน่ิ เกดิ หรอื พน้ื เพเดมิ ของ “ขาเดร์ แวเดง็ ” ศลิ ปนิ
แหง่ ชาตปิ ี พ.ศ. 2536 สาขาศลิ ปะการแสดง (ดนตรพี นื้ บา้ น) ผมู้ คี วามสามารถ
ดา้ นไวโอลนิ ซงึ่ เกดิ และเตบิ โตในถนิ่ ทเ่ี พยี บพรอ้ มดว้ ยเรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์
วถิ ชี วี ติ ความเปน็ อยู่ ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณี ทคี่ งความโดดเดน่ พรอ้ มตอ้ นรบั
ผมู้ าเยอื น
116
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วแหลมโพธิ์ : จดุ นดั พบของดวงอาทติ ยแ์ ละหวั ใจ
ไมว่ า่ พระอาทติ ยจ์ ะขนึ้ หรอื ตก ณ ทรายเมด็ สดุ ทา้ ยบนหาดสวยปลาย
แหลมตาชี ผู้มาเยือนสามารถดื่มด่�ำมนต์เสน่ห์แห่งดวงตะวันได้ในจุดเดียวกัน
กลายเปน็ เสนห่ ม์ ดั ใจใหม้ าเยอื นอกี หลาย ๆ ครา “ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วแหลมโพธ”์ิ
มจี ดุ เดน่ ครอบคลมุ การทอ่ งเทย่ี ว 3 ประเภท ไดแ้ ก่ การทอ่ งเทยี่ วทางธรรมชาติ
ผ่านมนต์เสน่ห์ของหาดทรายขาวเรียวโค้งดั่งดวงจันทร์ และดวงตะวันที่จะ
โอบกอดสรรพสง่ิ ดว้ ยลำ� แสงออ่ นโยน การทอ่ งเทย่ี วทางวฒั นธรรม จากวถิ ชี วี ติ
ชาวประมงพนื้ บา้ นทอี่ อกหาปลาโดยเรอื กอและพน้ื ถน่ิ ซงึ่ พานพบจากสถานทอี่ น่ื
ไดย้ ากยงิ่
ทา้ ยสดุ คอื การทอ่ งเทยี่ วทางประวตั ศิ าสตรจ์ ากแหลง่ ทอ่ งเรยี นรสู้ ำ� คญั
ไมว่ า่ จะเปน็ สสุ านเจา้ เมอื งปตั ตานตี นกบู อื ซาร์ สสุ านโตะ๊ ปนั ยงั และมสั ยดิ ดาโตะ๊
มัสยดิ โบราณรว่ มสมยั กบั มสั ยดิ กรอื เซะ ซึ่งเก็บง�ำอดตี เมอื งปัตตานอี นั ยง่ิ ใหญ่
ควรคา่ แกก่ ารมาเยอื นและศกึ ษาเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ มุ ชน
117
118
119
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะรงั : อดตี แสนรงุ่ โรจนข์ องอาณาจกั รลงั กาสกุ ะ
นับพันปีมาแล้ว มีอาณาจักรหนึ่งที่คงความยิ่งใหญ่เกรียงไกร เป็นดินแดนที่
พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองย่ิง ก่อนที่สายศรัทธาของศาสนาอิสลามจะมาเยือนจน
กลายเปน็ ดนิ แดนเดน่ ของมลายมู สุ ลมิ “ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วยะรงั ” มแี หลง่ ทอ่ งเทย่ี วทาง
ประวตั ศิ าสตรม์ ากคณุ คา่ ทางโบราณคดแี ละประวตั ศิ าสตร์ ปรากฏรอ่ งรอยหลกั ฐานทาง
ประวตั ศิ าสตรก์ วา่ 30 แหง่ ในเมอื งโบราณยะรงั ทงั้ ทไี่ ดร้ บั การบรู ณะแลว้ และทย่ี งั ไมไ่ ด้
บรู ณะ กลายเปน็ ซากปรกั หกั พงั ปะปนไปกบั พน้ื ทส่ี วนอนั เขยี วชอมุ่ ของประชาชนในทอ้ งถน่ิ
สภาพทว่ั ไปคงลกั ษณะอาคารปราสาทและคคู ลองทใ่ี ชป้ อ้ งกนั ขา้ ศกึ บง่ บอกถงึ ความเปน็
อยขู่ องผคู้ นในศตวรรษท่ี 12-14 ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของชุมชนนี้ คือ ภูมิปัญญาท้องถ่ินในการถ่ายทอด
การทำ� อาหารโบราณทห่ี ารบั ประทานไดย้ ากในปจั จบุ นั ทง้ั อาหารคาวหวาน เชน่ ลกู หยี
มงั คดุ กวน ฯลฯ รวมถงึ วฒั นธรรมประเพณอี นั ดงี ามทถ่ี กู ถา่ ยทอด สบื สาน กนั มาตง้ั แต่
อดตี กาล
120
ชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วบาราโหม : รอ่ งรอยเชอ่ื มตอ่ อดตี -ปจั จบุ นั
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วสำ� คญั เชงิ ประวตั ศิ าสตร์ สถานทรี่ อ้ ยรดั รอ่ งรอยอดตี กบั ปจั จบุ นั
ไดอ้ ยา่ งลงตวั ศนู ยร์ วมแหลง่ โบราณสถานเกา่ แกร่ ว่ ม 500 ปี ในยคุ สมยั ทปี่ ตั ตานเี ปน็ เมอื ง
ทา่ ทรี่ งุ่ เรอื ง มชี าวตา่ งชาตทิ ง้ั อาหรบั เปอรเ์ ซยี ยโุ รป เขา้ มาคา้ ขายเปน็ จำ� นวนมาก ผสู้ นใจ
สามารถเขา้ มาสมั ผสั เรยี นรรู้ อ่ งรอยทางประวตั ศิ าสตร์ ทง้ั สสุ านพญาอนิ ทริ า หรอื สลุ ตา่ น
อสิ มาอลี ชาห์ สถานทฝี่ งั พระศพเจา้ เมอื งปตั ตานพี ระองคแ์ รกทนี่ บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม และ
สถาปนาเมอื งปตั ตานเี ปน็ ‘นครปาตานดี ารสุ สลาม’ บรเิ วณใกลเ้ คยี งกนั คอื ทตี่ ง้ั สสุ านราชนิ ี
3 พนี่ อ้ ง หรอื กษตั รยิ ห์ ญงิ 3 พระองค์ คอื รายาฮเี ยา รายาบรี ู และรายาองู ู ตง้ั อยบู่ นเนนิ
เลก็ ๆ มกี ารกอ่ อฐิ ลอ้ มรอบ
ไมเ่ พยี งแตด่ ำ� รงไวซ้ งึ่ รอ่ งรอยทางประวตั ศิ าสตร์ “ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วบาราโหม”
ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางนิเวศและวัฒนธรรมที่ส�ำคัญ มีป่าชายเลนท่ีด�ำรงความ
อดุ มสมบรู ณร์ ะดบั ประเทศ สามารถเทยี่ วชมดนู กทะเลนานาชนดิ เรยี นรวู้ ถิ กี ารทำ� ประมง
พน้ื บา้ น สมั ผสั วถิ ชี วี ติ งดงามและเรยี นรวู้ ฒั นธรรมของคนปตั ตานดี งั้ เดมิ รวมถงึ สนิ คา้ หรอื
ผลติ ภณั ฑอ์ าหารพนื้ บา้ นทมี่ ชี อื่ เสยี งเลอื่ งลอื ไปทว่ั ภมู ภิ าค
121
ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วตยุ ง : เสนห่ ว์ งั โบราณและจติ วญิ ญาณเสรี
ประวตั ศิ าสตร์สะท้อนชวี ติ วังโบราณด�ำรงจิตวญิ ญาณเสรี ที่นี่ “ชุมชนท่อง
เทย่ี วตยุ ง” แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางประวตั ศิ าสตรส์ ำ� คญั ถอื เปน็ เมอื งประวตั ศิ าสตรน์ า่ สนใจ
ทตี่ งั้ ของ “วงั หนองจกิ ” 1 ใน 7 หวั เมอื ง ซง่ึ ไดร้ บั การบรู ณะและรบั รองจากกรมศลิ ปากร
ให้เป็นหนึ่งในโบราณสถานท่ีควรอนุรักษ์ไว้สืบไป และ “วัดมุจลินทวาปิวิหาร” หรือ
“วดั ตยุ ง” พระอารามหลวง สรา้ งมาตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2328 ผา่ นการบรู ณะมาหลายยคุ สมยั
ภายในวดั มสี ง่ิ นา่ สนใจคอื พพิ ธิ ภณั ฑพ์ ระราชพธุ รงั สีสถานทปี่ ระดษิ ฐานหนุ่ ขผี้ ง้ึ หลวงพอ่ ดำ�
และเปน็ ทร่ี วบรวมวตั ถโุ บราณลำ�้ คา่ หายาก เชน่ พระพทุ ธรปู ปางตา่ ง ๆ พระพทุ ธรปู นงุ่ โสรง่
รปู ปน้ั พญาครฑุ กบั นางกากี นาฬกิ า และเครอ่ื งหบี เกบ็ สง่ิ ของโบราณ
ชุมชนแห่งน้ี นอกจากจะเป็นแหล่งศึกษาเพื่อ ให้รู้คุณค่าวิถี ไทยในอดีตได้
เปน็ อยา่ งดแี ลว้ ยงั มจี ดุ เดน่ จากคลองตยุ งทไี่ หลผา่ นมอบความชมุ่ ฉำ�่ รม่ เยน็ ฝากสายธาร
แหง่ วฒั นธรรมและวถิ ชี วี ติ ชาวประมงพน้ื บา้ น สามารถศกึ ษารอ่ งรอยทางประวตั ศิ าสตร์
โดยการลอ่ งเรอื ตามรอยรชั กาลที่ 5 ทเ่ี คยเสดจ็ ประพาส ณ คลองแหง่ น้ี
122
123
124
125
126
127
128
บทที่ 11
ผลิตภัณฑ์ชุมชน
นบั เนอื่ งจากอดตี ยอ้ นไปในยคุ ลงั กาสกุ ะเฟ่ืองฟู เนอ่ื งจาก
มที ตี่ งั้ อยกู่ ง่ึ กลางเสน้ ทางคา้ ขายโลกตะวั นตกและตะวนั ออก เปน็
ศนู ยก์ ลางการซอ้ื ขายแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และศนู ยค์ า้ เครอื่ งเทศสนิ คา้
ส�ำคัญของภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดปัตตานีจึงมีความ
โดดเดน่ เปน็ อยา่ งยงิ่
ศ.ดร.ครองชยั หตั ถา สะทอ้ นเรอื่ งราวไวใ้ น “ปตั ตานี : การ
คา้ และการเมอื งการปกครองในอดตี ” วา่ ลงั กาสกุ ะมชี อื่ เสยี งทางการ
ค้า มีท่าเรือที่ได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น นักเดินเรือชาวจีน
อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย ได้บันทึกกล่าวถึงลังกาสุกะไว้มากมาย
จนกระทง่ั ตอ่ มาเมอื งปตั ตานไี ดก้ ำ� เนดิ ขนึ้ และทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ เมอื งทา่
ของลงั กาสกุ ะมาระยะหนงึ่ จงึ มชี อื่ เสยี งเปน็ ทร่ี จู้ กั และมพี อ่ คา้ ชาติ
ตา่ ง ๆ เชน่ ญป่ี นุ่ โปรตเุ กส ฮอลนั ดา องั กฤษ สเปน ฯลฯ เขา้ มาตดิ ตอ่
คา้ ขายและตง้ั สถานกี ารคา้ ทำ� ใหเ้ มอื งปตั ตานเี จรญิ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็
ปจั จยั ทท่ี ำ� ใหพ้ นื้ ทแี่ ถบนม้ี คี วามสำ� คญั เพราะมลี กั ษณะเดน่
เชงิ ภมู ศิ าสตร์ ตง้ั อยบู่ นคาบสมทุ รมลายู ระหวา่ งมหาสมทุ รอนิ เดยี
และมหาสมทุ รแปซฟิ กิ พนื้ ทแี่ ถบนเี้ คยเจรญิ รงุ่ เรอื งถงึ ขนาดไดร้ บั การ
ขนานนามวา่ เปน็ ศนู ยก์ ลางทางการคา้ แหง่ ภมู ภิ าคตะวนั ออก (The
Emporium of The East) เปน็ จดุ เชอื่ มตอ่ ระหวา่ งวฒั นธรรมตะวนั
ตกกบั ตะวนั ออก ผา่ นทางชอ่ งแคบมะละกา (Straits of Malacca)
กลายเปน็ หมดุ หมายสำ� คญั ของนกั เดนิ ทาง นกั เผชญิ โชค นกั เผยแพร่
129
ศาสนา และพอ่ คา้ ซง่ึ ตา่ งเดนิ ทางมาแสวงโชคและเสาะหาทรพั ยากรทมี่ ากคณุ คา่ กอ่ ให้
เกดิ การผสมผสานระหวา่ งผคู้ นตามยคุ สมยั ภายใตก้ ารรบั อทิ ธพิ ลจากหลายอารยธรรม
เชน่ จนี อนิ เดยี อาหรบั รวมถงึ ฝรงั่ ชาตติ ะวนั ตก
“สนิ คา้ ทล่ี อื ชอ่ื ของลงั กาสกุ ะ มนี อแรด ไมจ้ นั ทนอ์ ยา่ งดี ทองคำ� เงนิ งาชา้ ง เขา
กวาง นำ�้ ผงึ้ ไมล้ ากา และครงั่ หรอื ไตส้ ำ� หรบั จดุ ไฟบนเรอื ยามคำ่� คนื สนิ คา้ ทที่ างลงั กาสกุ ะ
ขายใหจ้ นี ไดแ้ ก่ นอแรด ไมจ้ นั ทน์ นำ้� ผง้ึ และไมล้ ากา สว่ นสนิ คา้ จนี ทม่ี าขายใหล้ งั กาสกุ ะ
ทส่ี ำ� คญั คอื ผา้ เครอื่ งใชต้ า่ งๆ ทท่ี ำ� จากเซรามกิ หรอื ดนิ เผา”
ขอ้ ความจากบนั ทกึ ของ ทา่ นฟากฮิ ฺ อาลี ใน ‘ตารคิ ปาตาน’ี (Tarikh Patani)
สะทอ้ นถงึ สนิ คา้ ลอื ชอื่ ของปตั ตานสี มยั ยคุ อาณาจกั รลงั กาสกุ ะ (Langkasuka) และเมอื่
ผา่ นถงึ ยคุ “ปาตานดี ารสุ สลาม” กลา่ วกนั วา่ ยคุ รงุ่ เรอื ง “ปตั ตานคี อื ทา่ เรอื ทสี่ ำ� คญั ทสี่ ดุ
แหง่ หนง่ึ ของเอเชยี อาคเนย”์ มกี ารคา้ ขายสนิ คา้ หลากหลายดว้ ยความอดุ มสมบรู ณข์ อง
ผนื แผน่ ดนิ
130
ลว่ งมาถงึ ปจั จบุ นั จงั หวดั ปตั ตานี ยงั คงมสี นิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนและทอ้ งถน่ิ
(OTOP) หลากหลายชนดิ มผี ผู้ ลติ / ผปู้ ระกอบการ OTOP ลงทะเบยี นปี 2557 – 2562
จำ� นวน 831 ราย ผลติ ภณั ฑเ์ ดน่ หลายชนดิ ทผ่ี า่ นการคดั สรรระดบั 4 – 5 ดาว สามารถ
สรา้ งรายไดส้ งู ใหแ้ กช่ มุ ชนและจงั หวดั เชน่ ผลติ ภณั ฑป์ ระเภทอาหาร (ขา้ วเกรยี บ บดู ู
ปลากะตกั ปลากเุ ลาเคม็ ลกู หย)ี เครอ่ื งดมื่ เสอ้ื ผา้ อาภรณ์ (ผา้ ทอ ผา้ บาตกิ ) สงิ่ ของเครอื่ งใช้
สนิ คา้ ทรี่ ะลกึ สมนุ ไพร เกลอื โบราณ วา่ ว ฯลฯ
เมอื่ รวมจดุ เดน่ ทด่ี ำ� รงอยใู่ นความเปน็ “ปตั ตาน”ี ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งจงึ ถกู ประกอบ
สรา้ งใหผ้ นื แผน่ ดนิ แหง่ นม้ี คี วามโดดเดน่ สมบรู ณพ์ รอ้ ม ทงั้ เชงิ ทรพั ยากรธรรมชาติ ความ
หลากหลายของผคู้ น ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี ประวตั ศิ าสตร์ วถิ ชี วี ติ ทกุ อยา่ งหลอม
รวมจนกลายเปน็ “ตน้ ทนุ ” มากคณุ คา่ และสามารถดำ� รงอยไู่ ดต้ ราบนานเทา่ นานในฐานะ
“มรดกของแผน่ ดนิ ”
131
132
133
134
เส้ือผ้าอาภรณ์ คือหน่ึงในมนต์เสน่ห์ประดับเรือนร่าง
นอกจากเพ่ือความสวยงามแล้ว บนลายผ้ายังปรากฏ
เร่ืองเล่าทางประวตั ิศาสตร์
135
เอกสารประกอบการเขียน
ครองชยั หตั ถา (ศ.ดร.), ปตั ตานี : การคา้ และการเมอื งการปกครองในอดตี , โครงการ
ปตั ตานศี กึ ษา คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร,์
2541.
ชมุ ศกั ดิ์ นรารตั นว์ งศ,์ ลวดลายและเรอ่ื งเรา ณ ชายแดนใต,้ กระทรวงวฒั นธรรม, 2556.
สำ� นกั งานจงั หวดั ปตั ตาน,ี ปตั ตานมี ดี กี วา่ ทค่ี ดิ . บรรยายสรปุ จงั หวดั ปตั ตานี ประจำ� ปี 2564.
นอิ บั ดลุ รากบ๊ิ บนิ นฮิ สั ซนั , กลมุ่ ชาตพิ นั ธใ์ุ นแหลมมลายู ประเทศมาเลเซยี , ศนู ยน์ ซู นั ตารา
ศกึ ษา, มอ.ปตั ตานี
อารฟี นิ บนิ จิ และคณะ, ปาตานี ประวตั ศิ าสตรแ์ ละการเมอื งในโลกมลาย,ู มลู นธิ วิ ฒั นธรรม
อสิ ลามภาคใต,้ 2556.