The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ แผนที่ ๑-๓๑ (เล่มที่ ๑)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วิภาดา จันทร์อร่าม, 2024-01-11 08:50:47

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ แผนที่ ๑-๓๑ (เล่มที่ ๑)

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ แผนที่ ๑-๓๑ (เล่มที่ ๑)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ย่อย เรื่อง หลักการเขียนย่อความ (๒) เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม วันที่สอน ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ _____________________________________________________________________ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ป.๖/๕ เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การย่อความ คือ การเก็บใจความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ แล้วเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ด้วยสานวนภาษา ของตนเอง ข้อความที่เรียบเรียงขึ้นใหม่นั้นจะต้องมีความกระชับ รัดกุม สละสลวย และมีใจความ สำคัญถูกต้อง และครบถ้วน ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกหลักการเขียนย่อความได้ (K) ๓.๒ นักเรียนสามารถเขียนย่อความได้ (P) ๓.๓ นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ การเขียนย่อความ ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๗.๑.๑ นักเรียนทบทวนหลักการเขียนย่อความจากชั่วโมงที่แล้ว ๗.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๒.๑ นักเรียนทำกิจกรรม อ่านเรื่องแล้วเขียนย่อความ โดยนักเรียนจะแบ่งกลุ่ม ออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน เพื่ออ่านเนื้อเรื่องที่ครูกำหนดให้ คือเรื่อง สึนามิ แล้วเขียนย่อความใน รูปแบบแผนผังความคิด ภายในเวลา ๑๐ นาที ๗.๒.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการเขียนย่อความเรื่อง สึนามิ หน้าชั้นเรียน ใช้เวลาในการนำเสนอกลุ่มละ ๓ นาที ๗.๒.๓ นักเรียนและครูช่วยกันประเมินว่าแต่ละกลุ่มย่อความเป็นอย่างไร ถูกต้องตาม หลักการหรือไม่ พร้อมให้คำชมเชยและเพิ่มเติมความรู้ให้แต่ละกลุ่ม ๗.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๗.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการเขียนย่อความ ๗.๓.๒ นักเรียนเขียนย่อความ ประเพณีลงแขกทำนา ในหนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้าที่ ๒๖ ลงในสมุด เป็นการบ้าน ๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘.๒ เนื้อเรื่อง สึนามิ ๘.๓ กระดาษขนาด A3 ๘.๔ ปากกาสี ๙. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๙.๑ เขียนย่อความ ประเพณีลงแขกทำนา ในหนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน้าที่ ๒๖ ๑๐. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนบอก หลักการเขียนย่อความ ได้ (K) สังเกตพฤติกรรม แบบให้คะแนน การนำเสนอ ผลงานแบบกลุ่ม นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ เขียนย่อความได้ (P) ตรวจแผนผังความคิดกลุ่ม แบบให้คะแนน แผนผังความคิด นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ๗๐ ขึ้นไป ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบให้คะแนน การเขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วัน……….เดือน……………..……พ.ศ………


๑๑.๔ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวสุภาวดี งอสอน) วัน……….เดือน…………………พ.ศ…………. ๑๑.๕ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………. (นางบุษยพรรณ พันอะนันท์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ วัน……….เดือน………………………พ.ศ…………


แบบให้คะแนนการนำเสนอผลงาน รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ เนื้อหาการ นำเสนอ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่ายและเป็น ประโยชน์ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่าย ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น เล็กน้อย ไม่ชัดเจน ไม่ ตรงประเด็น และไม่เป็น ประโยชน์ เนื้อหาที่พูด ไม่ มีสาระที่เป็น ประโยชน์ การใช้ภาษา ถูกต้องและสุภาพ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด เล็กน้อยและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด บางส่วนและ สุภาพ ใช้ภาษาผิดและ ไม่ค่อยสุภาพ ไม่แสดงความ คิดเห็นหรือใช้ ภาษาไม่ถูกต้อง ไม่สุภาพ เวลาในการ นำเสนอ ใช้เวลาได้ เหมาะสม กระชับ ใช้เวลาขาดหรือ เกินเล็กน้อย จากที่กำหนด ใช้เวลาขาดหรือ เกิน ค่อนข้างมาก ใช้เวลาขาดหรือ เกินมาก ไม่นำเสนอหรือ ใช้เวลาไม่ เหมาะสมเลย การมีส่วนร่วมใน การนำเสนอ ทุกคนมีส่วน ร่วมในการทำ กิจกรรม เอาใจใส่ ตั้งใจ พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๑ - ๒ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๓ - ๔ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๕ - ๖ คน ไม่ให้ความ ร่วมมือเลย บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษา บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ชัดเจน บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ บ้าง บอกคุณค่าจาก เรื่องที่ศึกษาได้ ไม่ชัดเจน ไม่บอกคุณค่า เกณฑ์การผ่าน ๒๐ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๕ - ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๑๑ - ๘ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า ๘ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดีมาก ขึ้นไป


แบบให้คะแนนแผนผังความคิด รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ ความครบถ้วน ของเนื้อหา เนื้อหาครบถ้วน เนื้อหาไม่ครบ ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ครบ มากกว่า ๔ ส่วน ความถูกต้องของ เนื้อหา เนื้อหาถูกต้อง ตามหลักการ เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๑ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๒ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้อง ๓ ส่วน เนื้อหาไม่ ถูกต้องมากกว่า ต้อง ๔ ส่วน การใช้ภาษาที่ ถูกต้องตามหลัก ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม หลักภาษาไทย ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๑ จุด ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๒ จุด ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา ๓ จุด ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตาม หลักภาษา มากกว่า ๔ จุด ความสวยงาม ตกแต่งสวยงาม ใช้สีและรูปภาพ เหมาะสมมาก ตกแต่งสวยงาม ใช้สีและรูปภาพ เหมาะสม ตกแต่งสวยงาม ใช้สีและรูปภาพ พอใช้ ตกแต่งสวยงาม ใช้สีและรูปภาพ ตกแต่งและใช้สี ไม่สวยงาม หรือไม่ตกแต่ง ความสะอาด เรียบร้อย ไม่พบรอยลบ การขีดฆ่า สะอาด เรียบร้อย พบรอยลบหรือ การขีดฆ่า ๑ - ๒ จุด พบรอยลบหรือ การขีดฆ่า ๓ - ๔ จุด พบรอยลบหรือ การขีดฆ่า ๕ - ๖ จุด พบรอยลบหรือ การขีดฆ่า มากกว่า ๖ จุด เกณฑ์การผ่าน ๒๐ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๕ - ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๑๑ - ๘ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า ๘ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดีมาก ขึ้นไป


แบบให้คะแนนการเขียน รายละเอียด ๓ ๒ ๑ ๑. การสะกดคำ สะกดคำถูกต้องทุกคำ สะกดคำผิดเล็กน้อย สะกดคำผิดมาก ๒. การเลือกคำ ใช้คำสื่อความหมาย ตรงกัน ใช้คำสื่อความหมายไม่ ตรงกับเนื้อหาบางคำ ใช้คำสื่อความหมายไม่ ตรงกับเนื้อหาหลายคำ ๓. โครงสร้าง ไวยากรณ์ เขียนประโยคถูกต้อง ตามหลักไวยากรณ์ทุก ประโยค เขียนประโยคไม่ ถูกต้องตามหลัก ไวยากรณ์เล็กน้อย เขียนประโยคผิดหลัก ไวยากรณ์ ๔. เครื่องหมายวรรค ตอน ใช้เครื่องหมายวรรค ตอนถูกต้อง ใช้เครื่องหมายวรรค ตอนไม่ถูกต้องบาง ประโยค ไม่มีเครื่องหมายวรรค ตอน ๕. เนื้อหา เขียนอธิบายเนื้อหา ชัดเจน เขียนอธิบายเนื้อหาพอ เข้าใจ เขียนอธิบายเนื้อหาไม่ ชัดเจน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๔-๑๕ ดีมาก ๑๑-๑๓ ดี ๘-๑๐ พอใช้ ๕-๗ ควรปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ตั้งแต่ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน


ใบความรู้ เรื่อง สึนามิ คลื่นสึนามิเป็นกลุ่มคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นจากการย้ายที่ของปริมาตรน้ำก้อนใหญ่ คือ มหาสมุทร หรือทะเลสาบขนาดใหญ่ แผ่นดินไหว การปะทุของภูเขาไฟและการระเบิดใต้น้ำอื่น ๆ (รวมทั้งการจุด วัตถุระเบิดหรือวัตถุระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำ แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่แน่ชัดว่าการจุดระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำ ทำให้เกิดสึนามิจริงไหม จากการวิจัยพบเพียงแค่ผลกระทบเล็กน้อยที่ชายฝั่ง และแรงของแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดก็ยังมีแรงมหาศาลมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ถูกจุดติดใต้น้ำ 10,000 ลูก) ดินถล่ม ธารน้ำแข็งไถล อุกกาบาตตกและการรบกวนอื่น ไม่ว่าเหนือหรือใต้น้ำ ล้วนอาจก่อให้เกิดเป็น คลื่นสึนามิได้ทั้งสิ้น คลื่นสึนามิไม่เหมือนกับคลื่นทะเล (tidal wave) ตามปกติ เพราะมีความยาวคลื่นยาวกว่า มาก แทนที่จะเป็นคลื่นหัวแตก (breaking wave) ตามปกติ คลื่นสึนามิเริ่มแรกอาจดูเหมือนกับว่า คลื่นน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้ คลื่นสึนามิจึงมักเรียกว่าเป็น คลื่นยักษ์/ คลื่นชายฝั่ง ถึงแม้ว่าชุมชนนักวิทยาศาสตร์ไม่นิยมใช้คำนี้ เนื่องจากศัพท์นี้อาจเป็นความประทับใจเท็จ ในความสัมพันธ์ทั่วไประหว่างกระแสน้ำกับสึนามิ โดยทั่วไป คลื่นสึนามิประกอบด้วยกลุ่มคลื่นซึ่งมี คาบเป็นนาทีหรืออาจมากถึงชั่วโมง มากันเรียกว่าเป็น "คลื่นขบวน" ความสูงของคลื่นหลายสิบเมตร นั้นอาจเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ขนาดใหญ่ แม้ผลกระทบของคลื่นสึนามินั้นจะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ชายฝั่ง แต่อำนาจทำลายล้างของมันสามารถมีได้ใหญ่หลวงและสามารถมีผลกระทบต่อทั้งแอ่ง มหาสมุทร คลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ค.ศ. 2004 เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมาก ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 230,000 คน ใน 14 ประเทศที่ติดกับมหาสมุทร อินเดีย ธูซิดดิดีส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เสนอเมื่อ 426 ปีก่อนคริสตกาล ว่า คลื่นสึนามิเกี่ยวข้อง กับแผ่นดินไหวใต้ทะเล[8][9] แต่ความเข้าใจในธรรมชาติของคลื่นสึนามิยังมีเพียงเล็กน้อยกระทั่ง คริสต์ศตวรรษที่ 20 และยังมีอีกมากที่ยังไม่ทราบในปัจจุบัน ขณะที่แผ่นดินไหวที่รุนแรงน้อยกว่ามาก กลับก่อให้เกิดคลื่น พยายามพยากรณ์เส้นทางของคลื่นสึนามิข้ามมหาสมุทรอย่างแม่นยำ และยัง พยากรณ์ว่าคลื่นสึนามิจะมีปฏิสัมพันธ์กับชายฝั่งแห่งหนึ่ง ๆ อย่างไร


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ย่อย เรื่อง บทอ่านเสริม คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม วันที่สอน ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ _____________________________________________________________________ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญญาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ป.๖/๓ อ่านเรื่องสั้น ๆ อย่างหลากโดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ๒. สาระสำคัญ คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา เป็นการกล่าวถึงคำและถ้อยคำที่มนุษย์สร้างขึ้น และมี การเปลี่ยนแปลงคำ หรือเกิดขึ้นใหม่ หรืออาจมีคำที่มีความหมายเปลี่ยนแปลงไป บ้างครั้งถึงกับเลิกใช้ คำเหล่านั้นไปเลย ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกประโยชน์จากเรื่องที่อ่านได้(K) ๓.๒ นักเรียนสามารถบอกคำไทยที่เกิดขึ้นใหม่ได้(P) ๓.๓ นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ บทอ่านเสริม คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรม ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๗.๑.๑ นักเรียนสังเกตและอ่านคำที่เป็นคำสแลง ดังนี้ - ขิต - แอ๊บแบ๊ว - แห้ว ๗.๑.๒ นักเรียนตอบคำถามจากคำที่นักเรียนสังเกตและอ่าน ดังนี้ ๑) คำเหล่านี้มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบนักเรียน เป็นคำที่วัยรุ่นสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กัน) ๒) นักเรียนรู้จักคำเหล่านี้หรือไม่ และคำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร (แนวคำตอบนักเรียน รู้จัก คำว่า ขิต หมายถึง ตาย คำว่าแอ๊บแบ๊ว หมายถึง น่ารัก และคำว่า แห้ว หมายถึง ไม่สมหวัง) ๗.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๒.๑. นักเรียนอ่านออกเสียงบทอ่านเสริม คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา ๗.๒.๒ นักเรียนฟังครูอธิบาย เรื่อง คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา ๗.๒.๓ นักเรียนทำกิจกรรมโดยแบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน ให้ลองคิดหา คำที่เกิดขึ้นใหม่ และบอกความหมาย โดยเขียนลงในกระดาษ แผ่นเล็ก ๆ ที่ครูแจกให้จากนั้นครูให้ แต่ละคนอ่านออกเสียงคำที่ตนเองเขียนลงในกระดาษที่ครูแจกให้เพื่อนๆ ฟังพร้อมบอกความหมาย ของคำนั้นๆ ทีละคน ๗.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๗.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนเนื้อหาที่เรียนในวันนี้ พร้อมกับบอกประโยชน์ จากบทอ่านเสริม คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา ลงในใบงานที่ครูแจกให้ ๗.๓.๒ นักเรียนลองคิดคำศัพท์ใหม่ที่เป็นของตัวเอง และคิดว่าไม่มีใครใช้ ให้เขียน คำศัพท์และความหมายลงในใบงานที่ครูแจกให้ในหัวข้อ “คำไทย เกิดใหม่จากตัวเรา” และเขียนคำที่ เป็นคำไทย ที่เกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบันมาคนละ ๑๐ คำ ลงในใบงานที่ครูแจกให้ ๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘.๒ กระดาษ สำหรับทำกิจกรรม ๘.๓ ปากกาสี ๙. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๙.๑ ใบงานเรื่อง “คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา”


๑๐. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนบอก ประโยชน์จากเรื่องที่ อ่านได้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน นักเรียนผ่านเกณฑ์เมื่อทำ ใบงานได้ถูกต้อง ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถบอก คำไทยที่เกิดขึ้นใหม่ได้ (P) ตรวจใบงาน ใบงาน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินเมื่อทำใบงานได้ ถูกต้องร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน (A) ตรวจใบงาน แบบประเมิน การเขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์เมื่อทำ ใบงานปละผ่านการประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วัน……….เดือน……………..……พ.ศ………


๑๑.๔ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวสุภาวดี งอสอน) วัน……….เดือน…………………พ.ศ…………. ๑๑.๕ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………. (นางบุษยพรรณ พันอะนันท์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ วัน……….เดือน………………………พ.ศ……


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการเขียน ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ควรปรับปรุง) ๑. การเขียนสะกด เขียนได้ ถูกต้อง มากกว่าร้อย ละ ๙๐ เขียนผิดหรือ ตกหล่นไม่เกิน ๒๐% เขียนผิดหรือตก หล่นไม่เกิน ๓๐% เขียนผิดหรือตก หล่นมากกว่า ๔๐% ๒. ลายมือสวยงาม ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟ พอเหมาะ ตลอด ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะ ๑-๒ แห่ง ตัวหนังตรงไม่ ค่อยเป็นระเบียบ ช่องไฟไม่เหมาะ ๓-๔ แห่ง เขียนตัวหนังสือไม่ ตรง ไม่เป็น ระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะสม ๓. ความสะอาด มีความสะอาด เรียบร้อยดี มาก และไม่มี ร่องรอยของ การลบ มีความสะอาด เรียบร้อยดี และมีร่องรอย ของการลบไม่ เกิน ๕ ตำแหน่ง มีความสะอาด เรียบร้อย ค่อนข้างดี และมี ร่องรอยของการ ลบไม่เกิน ๑๐ ตำแหน่ง ไม่มีความสะอาด เรียบร้อยไม่ดี และ มีร่องรอยของการ ลบเกิน ๑๐ ตำแหน่ง ๔.เขียนได้ ครอบคลุม/ครบถ้วน เขียนได้ ครบถ้วน ครอบคลุม ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ ครอบคลุมแต่ ไม่ค่อย ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ไม่ ครอบคลุมแต่มี ความต่อเนื่อง เล็กน้อย เขียนไม่ครบถ้วน และไม่ต่อเนื่อง ๕. ใช้ภาษาสื่อสารได้ ดี ใช้ภาษา สื่อสารในการ เขียนได้ดี ทำ ให้เข้าใจสิ่งที่ สื่อสารอย่าง ชัดเจน ใช้ภาษา สื่อสารได้ดี แต่ บกพร่องใน บางประเด็น ใช้ภาษาสื่อสาร ได้ แต่บกพร่อง ในหลายประเด็น ใช้ภาษาสื่อสารได้ ไม่ชดเจน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖-๒๐ ดีมาก ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ พอใช้ ๕-๗ ควรปรับปรุง


ตัวอย่างประกอบแผน บทอ่านเสริม คำไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๘ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ย่อย เรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม วันที่สอน ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ _____________________________________________________________________ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใช้คําได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. สาระสำคัญ “ภาษาพูด” หรือ “ภาษาปาก” เป็นการใชภาษาที่ไม่เคร่งครัดด้านกฎเกณฑและไม่เป็นทางการ สวน “ภาษาเขียน” เป็นภาษาที่ใชอย่างเป็นทางการตองเลือกใชใหถูกตองตามกฎเกณฑ และคำนึงถึง วัฒนธรรมของเจาของภาษา ดังนั้นจึงตองเรียนรูและนําไปใชใหถูกตอง ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกความหมายของภาษาพูด ภาษาเขียนได้(K) ๓.๒ นักเรียนจำแนกภาษาพูด ภาษาเขียนได้(P) ๓.๓ นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ภาษาพูด ภาษาเขียน ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๗.๑.๑ นักเรียนสังเกตและอ่านคำที่เป็นคำสแลง ดังนี้ - ขิต - แอ๊บแบ๊ว - แห้ว ๗.๑.๒ นักเรียนตอบคำถามจากคำที่นักเรียนสังเกตและอ่าน ดังนี้ ๑) คำเหล่านี้มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบนักเรียน เป็นคำที่วัยรุ่นสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อใช้กัน) ๒) นักเรียนรู้จักคำเหล่านี้หรือไม่ และคำเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร (แนวคำตอบนักเรียน รู้จัก คำว่า ขิต หมายถึง ตาย คำว่าแอ๊บแบ๊ว หมายถึง น่ารัก และคำว่า แห้ว หมายถึง ไม่สมหวัง) ๗.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๒.๑ นักเรียนฟังครูอธิบาย เรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน พร้อมกับเปิดหนังเรียนภาษา พาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ไปพร้อมกับฟังครู ๗.๒.๒ นักเรียนทำกิจกรรม ภาษาพูดหรือภาษาเขียน จำนวน ๑๐-๑๕ ข้อ โดยนักเรียน แบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน ๗.๒.๓ นักเรียนฟังครูอ่านข้อความ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกตอบคำตอบที่ ถูกต้องที่สุด ด้วยการเขียน ก หรือ ข ลงในกระดาษที่ครูแจกให้พร้อมชูกระดาษคำตอบขึ้น กลุ่มไหน ตอบเร็วที่สุดได้รับคะแนนความเร็วไป ๑ คะแนน และถ้าตอบถูกต้องได้รับคะแนนความถูกต้องเพิ่มไป อีกข้อละ ๑ คะแนน ๗.๒.๔ นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบที่ถูกต้องไปทีละข้อ พร้อมกับตรวจสอบ คะแนนของแต่ละกลุ่มไปด้วย ๗.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๗.๓.๑ นักเรียนทำใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ นักเรียนและครูร่วมกันบอกความหมายของภาษาพูด ภาษาเขียน พร้อมทั้งบอกความแตกต่างของ ภาษาพูดและภาษาเขียนด้วย ๗.๓.๒ นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ ๓ หน้าที่ ๒๗-๒๘ ข้อ ๔ และ ข้อ ๒ ใหญ่ ในหนังสือ แบบฝึกหัด รายวิชาภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ๖ ๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘.๒ กระดาษคำตอบ จำนวน ๑๐ แผ่น ๘.๓ ปากกาสีดำ ๒ ด้าม ๙. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๙.๑ แบบฝึกหัดหน้าที่ ๓ ๒๗-๒๘ ข้อ ๔ และ ข้อ ๒ ใหญ่ ในหนังสือแบบฝึกหัด รายวิชา ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ๖


๙.๒ ใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน ๑๐. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนบอก ความหมายของภาษา พูด ภาษาเขียนได้ (K) ตรวจใบงาน ใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนจำแนก ภาษาพูด ภาษาเขียนได้ (P) ตรวจแบบฝึกหัดหน้าที่ ๒๗- ๒๘ ข้อ ๔ และ ข้อ ๒ ใหญ่ แบบฝึกหัด หน้าที่ ๒๗-๒๘ ข้อ ๔ และ ข้อ ๒ ใหญ่ นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ๗๐ ขึ้นไป ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบประเมิน การเขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วัน……….เดือน……………..……พ.ศ………


๑๑.๔ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวสุภาวดี งอสอน) วัน……….เดือน…………………พ.ศ…………. ๑๑.๕ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………. (นางบุษยพรรณ พันอะนันท์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ วัน……….เดือน………………………พ.ศ……….


แบบประเมินการทำใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน คำชี้แจง ให้ครูเขียนคะแนนลงในช่องรายการการประเมินการทำใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน เลขที่ ชื่อ – สกุล ตรงประเด็น (๔) การใช้ภาษา (๔) ความสะอาด(๔) ส่งตรงเวลา (๔) รวม ผลการประเมิน ๑ เด็กชายจักริน สลาพิมพ์ ๒ เด็กชายธนวรรธน์ นีรนัน ๓ เด็กชายธีรพากย์ พ่อลีละ ๔ เด็กชายฉัตรชัย บุตรธนู ๕ เด็กหญิงศุธีตา เสนจันตะ ๖ เด็กหญิงพลอยประภัทร์ สุวรรณโคตร ๗ เด็กหญิงเสาวลักษณ์ คำแพงสี ๘ เด็กหญิงรัตติกาล ทิวะโต ๙ เด็กหญิงกวินตรา รักสุทธี ๑๐ เด็กชายลิขิต คำบึงกลาง เกณฑ์การให้คะแนน ๔ = ดีเยี่ยม, ๓ = ดี, ๒ = ปานกลาง, ๑ = ปรับปรุง (ลงชื่อ).....……………….......……………….ผู้ประเมิน (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วันที่……....….เดือน…………......………….พ.ศ….........


เกณฑ์การประเมินการทำใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน (rubrics) ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ตรง ประเด็น เขียนตรงประเด็น ตามเนื้อหาที่กำหนด และมีข้อสรุปที่ชัดเจนดี มาก เขียนตรงประเด็น ตามเนื้อหาที่กำหนด และมีข้อสรุปที่ชัดเจนดี เขียนไม่ค่อนตรง ประเด็น ตามเนื้อหาที่กำหนด และมีข้อสรุป ที่ค่อนข้างชัดเจน เขียนไม่ตรงประเด็น ตามเนื้อหาที่กำหนด และไม่มีข้อสรุป ที่ชัดเจน ๒. การใช้ ภาษา ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด ความหมายชัดเจน ใช้ถ้อยคำเชิง สร้างสรรค์ และเรียง เนื้อความตามลำดับ ได้อย่างเหมาะสม ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด ความหมายชัดเจน และเรียงเนื้อความ ตามลำดับได้อย่าง เหมาะสม ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด ความหมายชัดเจน และเรียงเนื้อความ ตามลำดับได้ค่อนข้าง เหมาะสม ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด ความหมายชัดเจน และเรียงเนื้อความ ตามลำดับไม่เหมาะสม ๓. ความ สะอาด มีความสะอาด เรียบร้อยดีมาก และไม่ มีร่องรอยของการลบ มีความสะอาดเรียบร้อย ดี และมีร่องรอยของ การลบไม่เกิน ๕ ตำแหน่ง มีความสะอาดเรียบร้อย ค่อนข้างดี และมี ร่องรอยของการลบไม่ เกิน ๑๐ ตำแหน่ง ไม่มีความสะอาด เรียบร้อยไม่ดี และมี ร่องรอยของการลบเกิน ๑๐ ตำแหน่ง ๔. ส่งตรงเวลา ส่งตรงตามเวลาที่ กำหนด ส่งไม่ตรงตามเวลา เลื่อน ส่ง ๑ วัน ส่งไม่ตรงตามเวลา เลื่อน ส่ง ๒ วัน ไม่ส่งตรงตามเวลา เกิน ๒ วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ : เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ ดีเยี่ยม ขึ้นไป ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓– ๑๖ ดีเยี่ยม ๙ – ๑๒ ดี ๕ – ๘ พอใช้ ๐ – ๔ ปรับปรุง


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการเขียน ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ควรปรับปรุง) ๑. การเขียนสะกด เขียนได้ ถูกต้อง มากกว่าร้อย ละ ๙๐ เขียนผิดหรือ ตกหล่นไม่เกิน ๒๐% เขียนผิดหรือตก หล่นไม่เกิน ๓๐% เขียนผิดหรือตก หล่นมากกว่า ๔๐% ๒. ลายมือสวยงาม ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟ พอเหมาะ ตลอด ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะ ๑-๒ แห่ง ตัวหนังตรงไม่ ค่อยเป็นระเบียบ ช่องไฟไม่เหมาะ ๓-๔ แห่ง เขียนตัวหนังสือไม่ ตรง ไม่เป็น ระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะสม ๓. ความสะอาด มีความสะอาด เรียบร้อยดี มาก และไม่มี ร่องรอยของ การลบ มีความสะอาด เรียบร้อยดี และมีร่องรอย ของการลบไม่ เกิน ๕ ตำแหน่ง มีความสะอาด เรียบร้อย ค่อนข้างดี และมี ร่องรอยของการ ลบไม่เกิน ๑๐ ตำแหน่ง ไม่มีความสะอาด เรียบร้อยไม่ดี และ มีร่องรอยของการ ลบเกิน ๑๐ ตำแหน่ง ๔.เขียนได้ ครอบคลุม/ครบถ้วน เขียนได้ ครบถ้วน ครอบคลุม ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ ครอบคลุมแต่ ไม่ค่อย ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ไม่ ครอบคลุมแต่มี ความต่อเนื่อง เล็กน้อย เขียนไม่ครบถ้วน และไม่ต่อเนื่อง ๕. ใช้ภาษาสื่อสารได้ ดี ใช้ภาษา สื่อสารในการ เขียนได้ดี ทำ ให้เข้าใจสิ่งที่ สื่อสารอย่าง ชัดเจน ใช้ภาษา สื่อสารได้ดี แต่ บกพร่องใน บางประเด็น ใช้ภาษาสื่อสาร ได้ แต่บกพร่อง ในหลายประเด็น ใช้ภาษาสื่อสารได้ ไม่ชดเจน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖-๒๐ ดีมาก ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ พอใช้ ๕-๗ ควรปรับปรุง


ตัวอย่างประกอบแผน ภาษาพูด ภาษาเขียน (๑) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


ใบงานเรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน ตอนที่ 1 : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ภาษาพูด หมายถึงอะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ภาษาเขียน หมายถึงออะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ภาษาพูด กับภาษาเขียน มีความแตกต่างกันอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ตอนที่ 2 : ให้นักเรียนเปลี่ยนภาษาพูดที่ให้มาเขียนใหม่ให้เป็นภาษาเขียน 1. ทิ้งจดหมาย ภาษาเขียน………………………………………………………………….. 2. อาทิตย์หน้า ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 3. ใส่บาตร ภาษาเขียน………………………………………………………………….. 4. มหาลัย ภาษาเขียน………………………………………………………………….. 5. กิน ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 6. โทร ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 7. หนัง ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 8. รถเครื่อง ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 9. รถเมล์ ภาษาเขียน…………………………………………………………………… 10. ทีวี ภาษาเขียน………………………………………………………………….. ชื่อ…………………………………………..สกุล…………………………………………….ชั้น…………..เลขที่…………


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ย่อย เรื่อง ภาษาพูด ภาษาเขียน (๒) เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม วันที่สอน ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ _____________________________________________________________________ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใช้คําได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. สาระสำคัญ “ภาษาพูด” หรือ “ภาษาปาก” เป็นการใชภาษาที่ไม่เคร่งครัดด้านกฎเกณฑและไม่เป็นทางการ สวน “ภาษาเขียน” เป็นภาษาที่ใชอย่างเป็นทางการตองเลือกใชใหถูกตองตามกฎเกณฑ และคำนึงถึง วัฒนธรรมของเจาของภาษา ดังนั้นจึงตองเรียนรูและนําไปใชใหถูกตอง ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกความหมายของภาษาพูด ภาษาเขียนได้(K) ๓.๒ นักเรียนสามารถเขียนภาษาพูดและภาษาเขียนได้(P) ๓.๓ นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ ภาษาพูด ภาษาเขียน ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๗.๑.๑ นักเรียนทบทวนความรู้จากคาบที่แล้ว เรื่อง ภาษาพูดและภาษาเขียน ๗.๑.๒ นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนภาษาพูดเปลี่ยนเป็นภาษาเขียน ดังนี้ ๑) แกนี้เว่อร์จัง แนวคำตอบนักเรียน เธอทำนี้เกินควร, เกินกำหนด ๒) เรากินแห้ว แนวคำตอบนักเรียน เราไม่สมหวัง ๓) หมาตัวนี้น่ารักจัง แนวคำตอบนักเรียน สนุขตัวนี้น่ารักมาก ๔) ฉันไปหาหมอ แนวคำตอบนักเรียน ฉันไปพบแพทย์ ๕) วันนี้เราไปดูหนังกันไหม แนวคำตอบของนักเรียน วันนี้เราไปดูภาพยนตร์กันรึเปล่า ๗.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๒.๑ นักเรียนทำกิจกรรม ภาษาพูด ภาษาเขียน โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำข้อความที่เป็นภาษาพูด ๕ คน และอีก ๕ คนทำ ข้อความที่เป็นภาษาเขียน โดยใช้ข้อความเดียวกัน ใช้เวลาในการทำกิจกรรม ๑๐ นาที ข้อความภาษาพูด ที่ใช้ในการทำกิจกรรม ได้แก่ ๑) เป็นไง แนวคำตอบนักเรียน เป็นอย่างไร ๒) งานยุ่งชะมัด แนวคำตอบนักเรียน มีงานมาก ๓) ขนุนลูกนี้อร่อยจัง แนวคำตอบนักเรียน ขนุนผลนี้อร่อยมาก ๔) ที่ริมคลองมีต้นไม้เยอะแยะ แนวคำตอบนักเรียน ที่ริมคลองมีต้นไม้มากมายหลายชนิด ๕) ข้อสอบนี้กล้วยมาก แนวคำตอบนักเรียน ข้อสอบนี้ง่ายมาก ๖) ผมไม่ชอบไปไหนมาไหน แนวคำตอบนักเรียน ผมไม่ชอบไปไหน ๗) เขามาตั้งแต่ไก่โห่ แนวคำตอบนักเรียน เขามาตั้งแต่เช้าตรู่ ๘) ขอยืมตังค์หน่อยดิ แนวคำตอบนักเรียน ฉันขอยืมเงินเธอหน่อยได้ไหม


๙) กินข้าวยัง แนวคำตอบนักเรียน รับประทานอาหารแล้วหรือยัง ๑๐) ไปเที่ยวกันป่าว แนวคำตอบนักเรียน เธอจะไปเที่ยวด้วยกันไหม ข้อความภาษาเขียน ที่ใช้ในการทำกิจกรรม ได้แก่ ๑) ฉันขอยืมเงินของเธอหน่อยได้ไหม แนวคำตอบนักเรียน ขอยืมตังค์หน่อยดิ ๒) เธอจะไปเที่ยวด้วยกันหรือเปล่า แนวคำตอบนักเรียน ไปเที่ยวกันป่าว ๓) เธอกำลังจะไปที่ไหน แนวคำตอบนักเรียน จะไปไหน ๔) กินข้าวแล้วหรือยัง แนวคำตอบนักเรียน กินข้าวยัง ๕) ขนุนผลนี้อร่อยมาก แนวคำตอบนักเรียน ขนุนลูกนี้อร่อยจัง ๖) ผมไม่ชอบไปไหน แนวคำตอบนักเรียน ผมไม่ชอบไปไหนมาไหน ๗) ที่ริมคลองมีต้นไม้มากมายหลายชนิด แนวคำตอบนักเรียน ที่ริมคลองมีต้นไม้เยอะแยะ ๘) มีงานมาก แนวคำตอบนักเรียน งานยุ่งชะมัด ๙) เป็นอย่างไร แนวคำตอบนักเรียน เป็นไง ๑๐) เขามาตั้งแต่เช้าตรู่ แนวคำตอบนักเรียน เขามาตั้งแต่เช้ามืด/เขามาตั้งแต่ไก่โห่ ๗.๒.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ ภาษาพูด ภาษาเขียน ของตนเองที่หน้าชั้น เรียน ใช้เวลาในการนำเสนอหน้าชั้นเรียน กลุ่มละ ๓ นาที ๗.๒.๓ นักเรียนและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละกลุ่มว่าใช้ภาษาถูกต้อง หรือไม่ พร้อมช่วยกันเฉลยไปทีละข้อ และครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับข้อความแต่ละ ข้อความ ๗.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๗.๓.๑ นักเรียนตอบคำถามครูว่าภาษาพูด และภาษาเขียน หมายถึงอะไร แล้วภาษาพูด ภาษาเขียน แตกต่างกันอย่างไร -ภาษาพูด หมายถึง ภาษาระดับไม่เป็นทางการ สามารถปรับเป็นภาษาเขียนได้ ภาษาพูดจะพูดออกเสียงไม่ตรงกับภาษาเขียน ภาษาพูดจะใช้ในการสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เป็น กันเอง เป็นการสื่อสารโดยตรง และจะมีสีหน้าท่าทาง น้ำเสียงประกอบเข้ามา


-ภาษาเขียน หมายถึง ภาษาระดับแบบแผนหรือระดับทางการ เคร่งครัดในเรื่อง ของการใช้ถ้อยคำและคำนึงถึงหลักภาษา ภาษาเขียนใช้ในการบันทึกข้อความจากการฟัง ซึ่งจะมี ความเป็นแบบแผนและต้องใช้ความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อถ่ายทอดให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ๗.๓.๒ นักเรียนทำใบงาน โดยมีทั้งหมด ๑๐ ข้อ ในหัวข้อการเปลี่ยนภาษาพูดให้เป็น ภาษาเขียน ๑) วิไลพรเค้าจะไปเที่ยวเกาะสมุย แนวคำตอบนักเรียน วิไลพรเขาจะไปเที่ยวเกาะสมุย ๒) เธอจะไปเที่ยวภูเก็ตจริง ๆ รึ แนวคำตอบนักเรียน เธอจะไปเที่ยวภูเก็ตจริง ๆ หรือ ๓) ฉันไม่มีเงินในกระเป๋าซักบาท แนวคำตอบนักเรียน ฉันไม่มีเงินในกระเป๋าสักบาท ๔) เรื่องนี้เธอรู้แล้วใช่มั้ย แนวคำตอบนักเรียน เรื่องนี้เธอรู้แล้วใช่ไหม ๕) วันนี้มีผู้มาชมการแสดงเยอะแยะ แนวคำตอบนักเรียน วันนี้มีผู้มาชมการแสดงจำนวนมาก ๖) ฉันชอบหนังเรื่องพระนเรศวรมาก แนวคำตอบนักเรียน ฉันชอบภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวรมาก ๗) พรุ่งนี้พบกันที่โรงเรียนเวลาแปดโมงเช้า แนวคำตอบนักเรียน พรุ่งนี้พบกันที่โรงเรียนเวลาแปดนาฬิกา ๘) ปากกาด้ามนี้ราคาเท่าไหร่ แนวคำตอบนักเรียน ปากกาด้ามนี้ราคาเท่าไร ๙) รู้ยังงี้แล้วเธอยังจะทำอีกหรือ แนวคำตอบนักเรียน รู้อย่างนี้แล้วเธอยังจะทำอีกหรือ ๑๐) บ้านของท่านกำนันหลังเบ้อเริ่มเทิ่ม แนวคำตอบนักเรียน บ้านของท่านกำนันหลังใหญ่มาก ๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘.๒ ใบกิจกรรม ภาษาพูด ภาษาเขียน ๘.๓ ปากกา ๙. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๙.๑ ใบงานเรื่อง เปลี่ยนภาษาพูดให้เป็นภาษาเขียน


๑๐. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนบอก ความหมายของภาษา พูด ภาษาเขียนได้ (K) การถาม – ตอบ คำถาม -ภาษาพูด และภาษาเขียน หมายถึงอะไร แล้วภาษาพูด ภาษาเขียน แตกต่างกัน อย่างไร นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนสามารถ เขียนภาษาพูดและ ภาษาเขียนได้ได้ (P) ตรวจใบงานเรื่อง เปลี่ยนภาษา พูดให้เป็นภาษาเขียน ใบงานเรื่อง เปลี่ยนภาษาพูด ให้เป็นภาษา เขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบประเมิน การเขียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วัน……….เดือน……………..……พ.ศ………


๑๑.๔ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวสุภาวดี งอสอน) วัน……….เดือน………………………พ.ศ…………. ๑๑.๕ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………. (นางบุษยพรรณ พันอะนันท์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ วัน……….เดือน………………………พ.ศ……….


แบบให้คะแนนการนำเสนอผลงาน รายละเอียด ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ เนื้อหาการ นำเสนอ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่ายและเป็น ประโยชน์ ชัดเจน ตรง ประเด็น เข้าใจ ง่าย ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น เล็กน้อย ไม่ชัดเจน ไม่ ตรงประเด็น และไม่เป็น ประโยชน์ เนื้อหาที่พูด ไม่ มีสาระที่เป็น ประโยชน์ การใช้ภาษา ถูกต้องและสุภาพ ใช้ภาษาได้ ถูกต้องและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด เล็กน้อยและ สุภาพ ใช้ภาษาผิด บางส่วนและ สุภาพ ใช้ภาษาผิดและ ไม่ค่อยสุภาพ ไม่แสดงความ คิดเห็นหรือใช้ ภาษาไม่ถูกต้อง ไม่สุภาพ เวลาในการ นำเสนอ ใช้เวลาได้ เหมาะสม กระชับ ใช้เวลาขาดหรือ เกินเล็กน้อย จากที่กำหนด ใช้เวลาขาดหรือ เกิน ค่อนข้างมาก ใช้เวลาขาดหรือ เกินมาก ไม่นำเสนอหรือ ใช้เวลาไม่ เหมาะสมเลย การมีส่วนร่วมใน การนำเสนอ ทุกคนมีส่วน ร่วมในการทำ กิจกรรม เอาใจใส่ ตั้งใจ พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๑ - ๒ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๓ - ๔ คน พบคนที่ไม่มี ส่วนร่วม ๕ - ๖ คน ไม่ให้ความ ร่วมมือเลย เกณฑ์การผ่าน ๒๐ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก ๑๕ - ๑๒ คะแนน หมายถึง ดี ๑๑ - ๘ คะแนน หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า ๘ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ ดีมาก ขึ้นไป


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินการเขียน ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ควรปรับปรุง) ๑. การเขียนสะกด เขียนได้ ถูกต้อง มากกว่าร้อย ละ ๙๐ เขียนผิดหรือ ตกหล่นไม่เกิน ๒๐% เขียนผิดหรือตก หล่นไม่เกิน ๓๐% เขียนผิดหรือตก หล่นมากกว่า ๔๐% ๒. ลายมือสวยงาม ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟ พอเหมาะ ตลอด ตัวหนังสือตรง เป็นระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะ ๑-๒ แห่ง ตัวหนังตรงไม่ ค่อยเป็นระเบียบ ช่องไฟไม่เหมาะ ๓-๔ แห่ง เขียนตัวหนังสือไม่ ตรง ไม่เป็น ระเบียบ ช่องไฟไม่ เหมาะสม ๓. ความสะอาด มีความสะอาด เรียบร้อยดี มาก และไม่มี ร่องรอยของ การลบ มีความสะอาด เรียบร้อยดี และมีร่องรอย ของการลบไม่ เกิน ๕ ตำแหน่ง มีความสะอาด เรียบร้อย ค่อนข้างดี และมี ร่องรอยของการ ลบไม่เกิน ๑๐ ตำแหน่ง ไม่มีความสะอาด เรียบร้อยไม่ดี และ มีร่องรอยของการ ลบเกิน ๑๐ ตำแหน่ง ๔.เขียนได้ ครอบคลุม/ครบถ้วน เขียนได้ ครบถ้วน ครอบคลุม ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ ครอบคลุมแต่ ไม่ค่อย ต่อเนื่องตั้งแต่ ต้นจนจบ เขียนได้ไม่ ครอบคลุมแต่มี ความต่อเนื่อง เล็กน้อย เขียนไม่ครบถ้วน และไม่ต่อเนื่อง ๕. ใช้ภาษาสื่อสารได้ ดี ใช้ภาษา สื่อสารในการ เขียนได้ดี ทำ ให้เข้าใจสิ่งที่ สื่อสารอย่าง ชัดเจน ใช้ภาษา สื่อสารได้ดี แต่ บกพร่องใน บางประเด็น ใช้ภาษาสื่อสาร ได้ แต่บกพร่อง ในหลายประเด็น ใช้ภาษาสื่อสารได้ ไม่ชดเจน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖-๒๐ ดีมาก ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ พอใช้ ๕-๗ ควรปรับปรุง


ตัวอย่างประกอบแผน ภาษาพูด ภาษาเขียน (๒) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา ๑๑ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ย่อย เรื่อง คำควบกล้ำ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม วันที่สอน ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ _____________________________________________________________________ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนําไปตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยค และข้อความที่เป็นโวหาร ๒. สาระสำคัญ คำควบกล้ำ หมายถึง คำที่มีพยัญชนะสองตัวเขียนเรียงติดกันอยู่ต้นพยางค์และใช้ สระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวกันเสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นั้น จะเป็นไปตามเสียง พยัญชนะตัวหน้า คำควบกล้ำมี 2 ชนิด คือคำควบกล้ำแท้ และคำควบกล้ำไม่แท้ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ นักเรียนบอกความหมายของคำควบกล้ำได้ (K) ๓.๒ นักเรียนจำแนกคำควบกล้ำแท้และคำควบกล้ำไม่แท้ได้ (P) ๓.๓ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม (A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ คำควบกล้ำแท้ ๔.๒ คำควบกล้าไม่แท้ ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๑ มีวินัย ๕.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๕.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๖.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๖.๒ ความสามารถในการคิด ๖.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ๗.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ขั้นสังเกต) ๗.๑.๑ นักเรียนสังเกตคำบนกระดานว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร มีทั้งหมด ๖ คำ โดยคำว่า แปลก กวาง เกรง ใช้ตัวอักษรสีแดง และเศร้า ทราย ทรัพย์ พุทรา เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน จากนั้นอ่านคำบนกระดานที่ใช้ตัวอักษรสีแดง และตัวอักษรสีน้ำเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำควบกล้ำ ๗.๒ ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ (ขั้นจำแนกความแตกต่าง) นักเรียนสังเกตคำที่เขียนด้วยปากกาสีแดงและคำที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินที่หน้ากระดานว่า มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยความแตกต่างระหว่างคำที่เขียนด้วยปากกาสีแดง คือ คำควบกล้ำ แท้กับคำที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน คือ คำควบกล้ำไม่แท้ (ขั้นหาลักษณะร่วม) นักเรียนร่วมกันพิจารณาแล้วบอกลักษณะที่เหมือนกันของคำที่เขียนด้วยปากกาสีแดงและคำ ที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน คือ คำควบกล้ำ (ขั้นระบุความคิดรวบยอด) นักเรียนร่วมกันบอกลักษณะของคำควบกล้ำ จากการตอบคำถามต่อไปนี้ ๑) จากลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนักเรียนคิดว่าคำที่เขียนด้วยปากกาสีแดงเป็นคำชนิดไหน เพราะอะไร แนวคำตอบนักเรียน คำควบกล้ำแท้เพราะคำควบกล้ำแท้ดูว่าพยัญชนะ ร, ล, ว ควบกับ พยัญชนะต้นตัวหน้า และประสมสระตัวเดียวกันหรือไม่ โดยเมื่ออ่านออกเสียง ก็จะต้องออกเสียง พยัญชนะทั้งสองตัวควบพร้อมกัน ดังนี้ คำควบแท้ที่พยัญชนะต้นควบกับ ร : ยกตัวอย่างเช่น กราบ, เกรง, ขรุขระ, ครัว, ครอบครัว, เคร่งครัด, เป็นต้น คำควบแท้ที่พยัญชนะต้นควบกับ ล : ยกตัวอย่าง เช่น ไกล, เกลี้ยกล่อม, ขลัง, ขลาด, เป็นต้น คำควบแท้ที่พยัญชนะต้นควบกับ ว : ยกตัวอย่างเช่น กวาด, กว้างขวาง, ขวาน, ขวัญ, ไขว่คว้า, เป็นต้น ข้อควรระวังในการจำคำควบกล้ำ : คำที่มีพยัญชนะ ว บางคำก็ไม่ใช่คำควบกล้ำแท้ แต่เป็นพยัญชนะ ว ที่แทนเสียงสระอัว เช่น สวย, ควร เป็นต้น ๒) จากลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนักเรียนคิดว่าคำที่เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินเป็นคำชนิดไหน เพราะอะไร แนวคำตอบนักเรียน คําควบกล้าไม่แท้ให้สังเกต พยัญชนะ ร ที่เมื่อควบกับพยัญชนะตัวหน้า และประสมสระตัวเดียวกัน แต่เวลาอ่านจะไม่ออกเสียง พยัญชนะ ร โดยจะอ่านเป็นเสียงอื่นแทน ดังนี้คำควบไม่แท้ที่มี ซ, ศ, ส, เป็นพยัญชนะตัวหน้า ร : ให้อ่านออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัวหน้า เท่านั้น เช่น จริง (อ่านว่า จิง), ไซร้ (อ่านว่า ไซ้), เศร้า (อ่านว่า เส้า), เสริม (อ่านว่า เสิม), ศรัทธา (อ่าน ว่า สัด-ทา) เป็นต้น คำควบไม่แท้ที่มี ท เป็นพยัญชนะตัวหน้า ร : ให้อ่านออกเสียง ทร เป็นเสียง ซ แทน เช่น ทรง (อ่านว่า ซง), ทราย (อ่านว่า ซาย), ทรัพย์ (อ่านว่า ซับ), ทราบ (อ่านว่า ซาบ), โทรม (อ่านว่า โซม), พุทรา (อ่านว่า พุด-ซา) เป็นต้น


๓) นักเรียนลองยกตัวอย่างคำควบกล้ำแท้มาคนละ ๑ คำ แนวคำตอบนักเรียน กว้าง ปลา กล้วย เป็นต้น ๔) นักเรียนลองยกตัวอย่างคำควบกล้ำไม่แท้มาคนละ ๑ คำ แนวคำตอบนักเรียน เสริม สร้าง ทราบ เป็นต้น ๗.๒.๔ ขั้นทดสอบและนำมาใช้ นักเรียนทำกิจกรรมจำแนก คำควบกล้ำแท้และคำควบกล้ำไม่แท้ ด้วยการฟังคำที่ครูพูด ใคร มั่นใจคำไหน ให้ออกมาเขียนหน้ากระดานในฝั่งของคำควบกล้ำนั้นๆ เช่น คำว่า กล้วย นักเรียนก็ ออกมาเขียนคำว่า กล้วย ในฝั่งคำควบกล้ำแท้ ที่ครูเตรียมไว้ให้ ๗.๓ ขั้นสรุปบทเรียน ๗.๓.๑ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่องคำควบกล้ำ ๗.๓.๒ นักเรียนทำใบงานเรื่อง คำควบกล้ำ ๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๙. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๙.๑ ใบงานคำควบกล้ำ


๑๐. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนบอก ความหมายของคำควบ กล้ำได้ (K) การถาม – ตอบ คำถาม ๑) จากลักษณะที่ กล่าวมาทั้งหมด นักเรียนคิดว่าคำที่ เขียนด้วยปากกาสี แดงเป็นคำชนิด ไหน เพราะอะไร ๒) จากลักษณะที่ กล่าวมาทั้งหมด นักเรียนคิดว่าคำที่ เขียนด้วยปากกาสี น้ำเงินเป็นคำชนิด ไหน เพราะอะไร นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนจำแนกคำ ควบกล้ำแท้และคำควบ กล้ำไม่แท้ได้ (P) ตรวจใบงานคำควบกล้ำ ใบงานคำควบกล้ำ นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ๗๐ ขึ้นไป ๓. นักเรียนมีส่วนร่วมใน กิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป


๑๑. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑๑.๑ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๒ ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๑.๓ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาววิภาดา จันทร์อร่าม) วัน……….เดือน……………..……พ.ศ………


๑๑.๔ ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวสุภาวดี งอสอน) วัน……….เดือน…………………พ.ศ…………. ๑๑.๕ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………. (นางบุษยพรรณ พันอะนันท์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทองอินทร์สวนมอญ วัน……….เดือน………………………พ.ศ……


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรม (rubrics) ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. สนใจกิจกรรม ที่ครูนำมาให้ ผู้เรียนมีความสนใจ ตั้งใจฟังกฎระเบียบ และคำสั่งเป็นอย่างดี ถามเมื่อเกิดข้อสงสัย เกี่ยวกับงาน สนใจงานแต่ไม่ สามารถปฏิบัติตาม คำชี้แจงได้ครบถ้วน ทำได้เพียง บางข้อหรือมักจะถาม คำถามซ้ำ ๆ ไม่สนใจ เหม่อลอย และไม่สามารถปฏิบัติ ตามคำสั่งได้ เหม่อลอย ไม่ทำตาม สนใจสิ่งนอก ห้องเรียน ๒. มีมารยาท การฟังและการ พูด ผู้เรียนตั้งใจฟัง และเกิดคำถาม เมื่อ ครูชี้แจงเสร็จแล้ว พูดมีหางเสียง ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจฟังคำชี้แจง ไม่ เคาะโต๊ะเสียงดัง และ พูดในประเด็นเรื่องที่ สอนไม่นอกเรื่อง จนเกินไป พูดและเล่านอกเรื่อง ชักสีหน้าเมื่อครูพูดอยู่ พูดคำหยาบ เคาะโต๊ะ เรียน เกิดเสียงดังรบกวน ๓. มีสมาธิใน การฟัง ไม่ก่อกวน ขณะครูสอน ผู้เรียนตั้งใจฟัง เงียบ ฟัง มองตาครู ไม่วอกแวก มองหน้าครู ฟังอย่าง ตั้งใจ สายตาวอกแวก ออกนอกห้อง เหม่อลอย สายตา วอกแวก คุยกับเพื่อน เสียงดัง ๔. ตอบคำถาม และปฏิบัติตามได้ ถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ใน การตอบคำถาม เสียงดังฟังชัด มีความ มั่นใจและปฏิบัติ ได้ถูกต้อง ตอบบางคำถาม ตอบ เสียงค่อย ไม่ค่อยอ้า ปากตอบ และปฏิบัติ ตามได้เพียงบางข้อ ไม่ตอบคำถาม ไม่อ้า ปากท่องตามเพื่อน ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้ เลย ๕. กระตือรือร้น ในการทำกิจกรรม มีความกระตือรือร้น อยากทำกิจกรรม ตั้งหน้าตั้งตาทำ ไม่แสดงความรู้สึก ดีใจ แต่ปฏิบัติตาม ทุกอย่าง แสดงสีหน้าหรืออาการ ทางลบ ไม่พอใจ เบื่อหน่าย


รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรม (rubrics) (ต่อ) ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๒ ๑ ๐ ๖. ให้ความ ร่วมมือ ในการเรียน ให้ความร่วมมือ ในทุกขั้นตอน แสดงสีหน้าที่พอใจ ให้ความร่วมมือใน การทำกิจกรรม เบื่อหน่าย ในบางครั้ง ไม่ให้ความร่วมมือ เฉยชาและแสดงสีหน้า ไม่พอใจ ๗. อยู่ใน กฎระเบียบ มีความเรียบร้อย ไม่วิ่งรอบห้องขณะที่ สอน ไม่รบกวนผู้อื่น นั่งอยู่กับที่อย่าง เรียบร้อย นั่งอยู่กับที่ของตนเอง เสียงดังรบกวนใน บางครั้ง เคลื่อนไหวรอบห้อง ขณะที่ครูสอน ทำกิริยา ที่เสียงดังรบกวนผู้อื่น เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๒ พอใช้ = ๑ ปรับปรุง = ๐ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับ ดีมาก ขึ้นไป ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ สรุป ผ่าน ไม่ผ่าน ๑๑ – ๑๔ ดีมาก ๗ – ๑๐ พอใช้ ๐ – ๖ ปรับปรุง


ตัวอย่างประกอบแผน คำควบกล้ำ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๑ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


Click to View FlipBook Version