The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by miw_chaya, 2022-04-22 03:12:01

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา คณติ ศาสตร์ 3 ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้นื ฐานเก่ยี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี อ้ งการวัดและนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั เงนิ

หนว่ ยการ ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ / แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา
เรยี นรู้ท่ี (ชวั่ โมง)

เงินและบันทกึ รายรับรายจ่าย 1
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เร่อื ง การเตรยี มความพร้อม 1
1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 เรื่อง ธนบัตรและเงนิ เหรียญ 1
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง การบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์ (1)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 เรอ่ื ง การบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางค์ (2) 1
1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 เร่อื ง การบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและสตางค์ (3) 1
1
12 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง การเขียนแสดงจานวนเงินแบบใชจ้ ุด 1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การเปรยี บเทียบจานวนเงนิ 1
1
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 8 เรื่อง การแลกเงิน (1) 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9 เร่อื ง การแลกเงิน (2) 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 เรือ่ ง การบวกและการลบจานวนเงิน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เร่ือง การคูณและการหารจานวนเงิน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12 เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับเงนิ (1)

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13 เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาเก่ยี วกับเงนิ (2)

หนว่ ยการ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ / แผนการจดั การเรยี นรู้ (ตอ่ ) เวลา
เรียนรู้ท่ี (ชั่วโมง)

เงนิ และบนั ทกึ รายรับรายจา่ ย 1
1
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 14 เรื่อง โจทย์ปญั หาเก่ยี วกับเงิน (3) 1
1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 เรอื่ ง การอา่ นและการเขยี นบนั ทึกรายรับรายจา่ ย (1) 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16 เร่ือง การอา่ นและการเขียนบันทกึ รายรับรายจา่ ย (2)
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 17 เรือ่ ง กิจกรรม Shopping มหาสนกุ 1

12 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 18 เร่อื ง แบบทดสอบทา้ ยบท

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 12 เรื่อง เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย

เรือ่ ง การเตรยี มความพร้อม เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้ืนฐานเก่ียวกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ท่ีต้องการวดั และนาไปใช้

ตวั ช้วี ดั : -

ความรู้หรือทกั ษะพนื้ ฐานของนักเรยี น

1. การบวก การลบ การคูณ และการหารจานวนนบั

2. การเปรยี บเทยี บจานวนนับ

3. การแก้โจทย์ปญั หาการบวก โจทยป์ ญั หาการลบ โจทยป์ ัญหาการคูณ และโจทย์ปัญหา
การหารของจานวนนับไม่เกิน 100,000

คาสาคญั

การบอกจานวนเงิน การเปรียบเทยี บจานวนเงิน การแลกเงิน ความสมั พันธ์ของหนว่ ยเงนิ

บาท สตางค์ธนบตั ร เงนิ เหรียญ บันทึกรายรบั รายจา่ ย รายรับ รายจ่าย

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1. ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์

2. การเช่อื มโยง

3. การให้เหตุผล

4. การคดิ สรา้ งสรรค์

3.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย

2. ใฝ่เรยี นรู้

3. มุง่ ม่นั ในการทางาน

กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้

1. ใช้ขอ้ มูลในหนงั สือเรยี นหน้าเปิดบทกระตนุ้ ความสนใจเก่ียวกบั การใชเ้ งนิ ในชวี ติ ประจา วนั

โดยการถาม - ตอบ เช่น

− จากภาพในหนงั สือเรยี นหน้าเปดิ บท คือสถานท่ีใด
− สถานทใี่ นภาพ เปน็ สถานท่ีเพ่อื ไปทา กิจกรรมอะไรบ้าง
− นกั เรียนเคยไปซื้อสินคา้ จากสถานที่น้หี รือไม่
− ในการซ้อื สินค้าแต่ละคร้ังนักเรียนใชส้ ิ่งใดเป็นการแลกเปลย่ี นสินค้า
− จากภาพแม่ของขนุ ซื้อสินค้าชนดิ ใดบา้ ง และมีราคาเท่าไร
− แมข่ องขุนจะตอ้ งจา่ ยเงนิ เท่าไร จึงจะพอดีกบั ราคาสินค้า
ครแู ละนกั เรียนสนทนาเก่ียวกับจานวนเงินในการชา ระค่าสนิ ค้า และนา เข้าสูบ่ ทเรียนเร่ืองเงนิ และ
บันทึกรายรับรายจา่ ย ครูอาจยกตัวอยา่ งเกี่ยวกบั เงินทีใ่ ช้ในชวี ิตจริงเพมิ่ เติม เชน่ เงนิ คา่ ขนมทผ่ี ูป้ กครองให้มา
โรงเรียน เงนิ ค่าเดนิ ทางไปโรงเรยี น เงนิ ค่าอปุ กรณ์การเรยี น เปน็ ต้น
2.ครจู ดั กจิ กรรมจา่ ยเงินซ้ือของ ในการเตรยี มความพร้อมเพอื่ ตรวจสอบความรพู้ ืน้ ฐานของนักเรยี น
เร่อื งเงิน การบอกธนบตั รและเงนิ เหรียญชนดิ ตา่ ง ๆ การบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและสตางคต์ ามหนงั สือเรยี น
หน้า 196 โดยครจู ดั เตรยี มอุปกรณ์ให้เพยี งพอกับนักเรยี นและแนะนา อุปกรณ์ในการทา กิจกรรมจ่ายเงนิ ซอื้
ของ การเตรียมความพร้อมนักเรียนโดยแบ่งนักเรยี นเปน็ กลมุ่ และแจกธนบัตรและเงินเหรยี ญจา ลองให้กลมุ่
ละ 1 ชดุ ครูชบู ตั รภาพสนิ ค้าพรอ้ มราคาสินคา้ 1 บัตร แล้วให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันนา ธนบัตรและเงนิ
เหรียญจา ลองมาวางบนโต๊ะใหไ้ ดจ้ านวนเงินเทา่ กบั ราคาสินค้าทอี่ ยู่ในบตั รภาพ อาจมีนักเรียนบางกลมุ่ ทวี่ าง
ธนบัตรและเงนิ เหรียญแตล่ ะชนดิ แตกต่างกัน บางกลุ่มอาจวางเหมอื นกนั โดยครใู หแ้ ตล่ ะกลมุ่ วางธนบตั รและ
เงินเหรียญเพียงแบบเดยี ว จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนกลุม่ ทวี่ างเงินแตกต่างกนั ออกมานา เสนอผลงาน

ครูจัดกจิ กรรมเพิ่มเตมิ โดยการชบู ตั รภาพราคาสนิ คา้ เพิ่มอีก 2 - 3 บัตร และให้นกั เรียนแขง่ ขันกนั นา

เงนิ จา ลองมาวางแสดงจานวนเงนิ ให้เทา่ กับราคาสนิ ค้าทีอ่ ย่ใู นบัตรภาพ ถ้านักเรยี นยังไมม่ ีความรู้เก่ยี วกบั

ธนบตั รและเงนิ เหรยี ญชนดิ ต่าง ๆ ครูอาจใช้กจิ กรรมนใ้ี นการนา เขา้ สบู่ ทเรียนเรอื่ งธนบัตรและเงนิ เหรียญ

ชนดิ ต่าง ๆ โดยครอู าจใช้ธนบัตรและเงินเหรยี ญจา ลองในการแนะนา ธนบัตรชนิดต่าง ๆ หรอื แนะนา เงนิ

เหรยี ญชนิดตา่ ง ๆ ไปทลี ะชนดิ พรอ้ มท้ังบอกค่าของเงนิ ชนิดน้นั ๆ

สอ่ื การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ าร วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ

เรียนรู้

1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจกิจกรรมจ่ายเงนิ ซ้ือ กิจกรรม จา่ ยเงินซ้อื 50% ขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

ของ ของ การประเมนิ

2. ดา้ นทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ

กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ดา้ นทักษะ คุณภาพดีขนึ้ ไป

กระบวนการ

3. ด้านคณุ ลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดบั

ทพ่ี งึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ดา้ นคณุ ลักษณะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป

ทีพ่ งึ ประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมิน ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถกู ต้องของ
เนื้อหา 4 3 21
2. รูปแบบ
เนือ้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ
3. ความเป็นระเบียบ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถกู ต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องบางสว่ น เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกบั

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานสว่ นใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลที่ปรากฏใหเ้ หน็

4 : ดมี าก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอยา่ งมเี หตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงที่ถูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปัญหา

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแกป้ ญั หาที่ปรากฏใหเ้ หน็

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ อธิบายถึงเหตุผล
หลักการและข้ันตอนในการแก้ปญั หาได้เขา้ ใจชดั เจนนามาซึ่งคาตอบท่ีถูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาไดส้ าเร็จ แต่น่าจะอธบิ ายถงึ เหตุผล
หลักการและข้นั ตอนในการแก้ปญั หาได้ดกี ว่าน้ี

2 : พอใช้ มกี ระบวนการแก้ปัญหา สาเร็จเพยี งบางสว่ น อธบิ ายถงึ เหตุผล
หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เรม่ิ คดิ ใชเ้ หตุผล หลักการและข้ันตอน
ในการแก้ปญั หา แลว้ หยดุ อธิบายตอ่ ไม่ได้ แกป้ ญั หาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่ือมโยงที่ปรากฏให้เห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรือกิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรทู้ เ่ี รียนได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา

หรอื ประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรือกิจกรรมที่ต้องใชอ้ งคค์ วามร้ทู ่เี รียนได้เปน็ สว่ นใหญ่

เพื่อช่วยในการแกป้ ัญหาหรือประยกุ ต์ใช้ไดบ้ างส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีต้องใช้องค์ความรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดับ คุณลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็

คุณภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจเป็นบางครั้ง

1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาสน้ั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งมนั่ ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะท่ปี รากฏให้เห็น

คุณภาพ

3 : ดีมาก - ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นิสยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แต่ได้มีการติดต่อชี้แจงผูส้ อน มีเหตผุ ลที่รบั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเป็นนิสยั

1 : พอใช้ - สง่ งานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยตอ้ งอาศยั การชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือให้กาลงั ใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................

ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นกั เรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครผู ู้สอน

ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี

กิจกรรม จ่ายเงินซ้ือของ

อปุ กรณ์ 1 ชดุ ประกอบดว้ ย
1. บัตรภาพสนิ ค้าพร้อมราคา 2-3 บตั ร
2.ธนบัตรและเงนิ เหรยี ญจาลอง

วิธจี ัดกจิ กรรม
1. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ กลุม่ กลุม่ ละเท่า ๆ กนั แล้วแจกธนบัตรและเงินเหรยี ญจาลอง
2. ครูแสดงบตั รภาพทีละบัตร ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกันวางธนบัตรและเงนิ เหรียญจาลองให้

จานวนเงินเทา่ กบั ราคาสนิ ค้าในบัตรภาพ
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลงาน ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 12 เร่อื ง เงนิ และบนั ทึกรายรบั รายจ่าย

เรื่อง ธนบัตรและเงินเหรียญ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

สอนวนั ท่ี_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเก่ยี วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ท่ตี ้องการวัดและนาไปใช้

ตวั ช้วี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั เงิน

จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ตู่ ัวชี้วดั

1. บอกชนดิ ของเงนิ และคา่ ของเงนิ ได้ (K)

2. เขยี นบอกชนิดของเงนิ และคา่ ของเงิน (P)

3. นกั เรยี นมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ท่ีได้ไปต่อยอดในการเรยี นเรื่องต่อไป (A)
สาระสาคัญ

ธนบัตรและเงินเหรียญของประเทศไทยทใี่ ช้ในปัจจบุ นั

• ธนบตั ร ไดแ้ ก่ ธนบัตรชนดิ ราคา 1,000 บาท

500 บาท 100 บาท 50 บาท และ 20 บาท

• เงินเหรียญ ได้แก่ เงนิ เหรยี ญชนิดราคา 10 บาท

5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์และ 25 สตางค์

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

ธนบัตรและเงนิ เหรียญ

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเช่อื มโยง

3.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี ินัย

2. ใฝ่เรยี นรู้

3. ม่งุ มั่นในการทางาน

ชนิ้ งานหรือภาระงาน

ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง ธนบตั รและเงนิ เหรยี ญ

กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
1. ครนู าเข้าสู่บทเรียนโดยสนทนาเกี่ยวกับเงนิ ชนดิ ต่าง ๆ ที่เปน็ ธนบตั รและเงนิ เหรยี ญ

ท่ีใช้ในชวี ิตประจา วัน เช่น การจา่ ยเงินค่าสนิ คา้ การรบั เงินจากผู้ปกครอง การขายของในตลาด
การซอ้ื ขนม เป็นต้น จากนน้ั ครูแนะนา ธนบตั รและเงินเหรียญชนดิ ต่าง ๆ ทีละชนิด โดยใชเ้ งนิ จริง
ท่ีใชใ้ นปจั จุบนั แลว้ ใหน้ กั เรยี นสังเกตลักษณะของธนบัตร สีขนาด ตัวเลขท่แี สดงบนธนบัตรแลว้ ให้นักเรียนบอก
ชนดิ ราคาของธนบตั รและเงินเหรยี ญน้ัน เช่น

ครูชธู นบตั รชนิดราคา 1,000 บาท แบบใดก็ได้ที่ใช้จริงในปัจจบุ ันให้นกั เรียนสงั เกต ดงั นี้
− รูปร่างของธนบตั รเป็นอยา่ งไร (เป็นรปู สี่เหล่ยี ม)
− สขี องธนบัตรเปน็ สใี ด (สเี ทา)
− ตัวเลขทแี่ สดงบนธนบัตรเปน็ ตัวเลขใด (1,000 และ ๑,๐๐๐)
− ธนบัตรชนิดนีน้ า่ จะมีราคาเทา่ ไร (ราคา 1,000 บาท)

ครูจดั กจิ กรรมทา นองเดยี วกันน้ีกบั ธนบัตรชนิดราคาอ่ืนให้ครบทุกชนดิ แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สรุป
การเรียกชือ่ ธนบัตรชนดิ ราคาต่าง ๆ ดังน้ี ธนบตั รชนิดราคาต่าง ๆ ของประเทศไทยท่ใี ช้ในปัจจบุ นั

ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท เรยี กว่า ธนบัตร 20 บาท
ธนบตั รชนิดราคา 50 บาท เรียกวา่ ธนบัตร 50 บาท
ธนบัตรชนดิ ราคา 100 บาท เรยี กว่า ธนบัตร 100 บาท
ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท เรยี กว่า ธนบัตร 500 บาท
ธนบตั รชนดิ ราคา 1,000 บาท เรียกว่า ธนบัตร 1,000 บาท
2. สาหรบั เงนิ เหรยี ญชนิดต่าง ๆ ครูอาจแนะนาในทานองเดียวกนั กบั การแนะนา ธนบตั รแลว้ ให้
นกั เรียนรว่ มกันสรุปการเรยี กช่ือเงนิ เหรียญชนดิ ตา่ ง ๆ ดังนี้
เงินเหรยี ญชนดิ ราคาต่าง ๆ ของประเทศไทยท่ีใช้ในปจั จุบนั
เงินเหรยี ญชนดิ ราคา 10 บาท เรยี กวา่ เหรียญ 10 บาท
เงนิ เหรยี ญชนิดราคา 5 บาท เรียกว่า เหรยี ญ 5 บาท
เงนิ เหรยี ญชนดิ ราคา 2 บาท เรยี กว่า เหรียญ 2 บาท
เงนิ เหรียญชนิดราคา 1 บาท เรยี กวา่ เหรียญ 1 บาท
เงนิ เหรียญชนิดราคา 50 สตางค์ เรียกว่า เหรยี ญ 50 สตางค์
เงินเหรยี ญชนดิ ราคา 25 สตางค์ เรยี กวา่ เหรยี ญ 25 สตางค์
จากน้ันให้นักเรียนทา กจิ กรรมบอกชนดิ ของเงิน โดยครูเตรียมกลอ่ งปริศนาที่มีธนบตั รและเงินเหรยี ญ
จาลองชนดิ ตา่ ง ๆ อยู่ในกล่อง ครูสุม่ นักเรียนออกมาหยบิ

ธนบัตรหรอื เงินเหรียญในกล่องปริศนาชใู หเ้ พื่อนในห้องดแู ล้วใหเ้ พอ่ื นบอกชนิดและราคาของธนบตั ร

หรือเงนิ เหรยี ญนนั้ ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง

3.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นเป็นรายบุคคลโดยให้นักเรยี นจบั คู่ชนดิ ของเงินให้ถูกตอ้ งตาม

หนังสือเรียนหนา้ 200 ซ่ึงกาหนดภาพธนบัตรและเงนิ เหรียญชนิดต่าง ๆ มาให้แลว้ ใหน้ ักเรยี นจบั คู่ให้ตรงกับ

ชนดิ ราคาของธนบัตรและเงนิ เหรยี ญนน้ั จากน้นั ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง หากมนี ักเรียน

จับคูธ่ นบตั รหรือเงินเหรยี ญกับชนิดราคาไม่ถกู ต้อง ครูควรให้นกั เรียนแก้ไขให้ถกู ต้องและรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ทไี่ ด้

เรียนรู้ ธนบตั รและเงนิ เหรียญของประเทศไทยทใี่ ชใ้ นปจั จุบัน

• ธนบตั ร ได้แก่ ธนบัตรชนดิ ราคา 1,000 บาท

500 บาท 100 บาท 50 บาท และ 20 บาท

• เงินเหรยี ญ ได้แก่ เงนิ เหรียญชนิดราคา 10 บาท

5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์และ 25 สตางค์

จากนน้ั ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั 12.1 หนา้ 141 – 142 จากนัน้ ใหน้ ักเรียนทาใบงาน

เพิม่ เติม

สอ่ื การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3

2. ใบงานที่ 2 เรือ่ ง ธนบตั รและเงินเหรยี ญ

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

จุดประสงคก์ าร วธิ วี ดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมิน

เรียนรู้

1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 60% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

การประเมนิ

2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดบั

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ด้านทักษะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป

กระบวนการ

3. ด้านคณุ ลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ

ทพี่ งึ ประสงค์ (A) คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ ดา้ นคุณลักษณะ คุณภาพดีขนึ้ ไป

ทพี่ งึ ประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1. 1.ความถกู ต้องของ
เนอ้ื หา 4 3 21
2. รูปแบบ
เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
3. ความเป็นระเบียบ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกบั

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทีป่ รากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเร็จ อย่างมีประสทิ ธิภาพ อธิบายถงึ เหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซ่ึงคาตอบทถี่ ูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปญั หาได้สาเร็จ แตน่ ่าจะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแก้ปัญหา สาเร็จเพยี งบางส่วน อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริ่มคดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขั้นตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชือ่ มโยงท่ีปรากฏให้เหน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทตี่ ้องใชอ้ งค์ความรู้ทเ่ี รียนได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแก้ปัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทตี่ ้องใชอ้ งค์ความรทู้ เ่ี รยี นไดเ้ ป็นสว่ นใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตรห์ รอื
กิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรทู้ ี่เรยี นได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชือ่ มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครัง้

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

2 : ดี - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด แต่ได้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มีเหตุผลทีร่ บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั

1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏบิ ตั ิงานโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบา้ นศรีทองสามัคคี

ใบงานท่ี 2 เรื่อง ธนบัตรและเงนิ เหรยี ญ

จบั คู่ชนดิ ของเงิน

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 12 เรอ่ื ง เงินและบนั ทึกรายรับรายจา่ ย

เรอ่ื ง การบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ (1) เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

สอนวนั ท่ี_________เดือน________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้

ตัวช้วี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับเงนิ

จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ตู่ วั ชี้วัด

1. บอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์ได้ (K)

2. เขียนบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางคไ์ ด้ (P)

3. นกั เรียนมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความรูท้ ่ีได้ไปต่อยอดในการเรยี นเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั

• การบอกจานวนเงินอาจบอกเปน็ บาท เปน็ สตางคห์ รอื เป็นบาทและสตางค์

• เงินจานวนหนึ่งสามารถแสดงดว้ ยธนบัตรหรอื เงินเหรียญได้หลายแบบ

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

การบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางค์

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการส่อื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชอ่ื มโยง

3. การใหเ้ หตุผล

3.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ยั

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มุ่งมั่นในการทางาน

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน

ใบงานที่ 3 เรอื่ ง การบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
1. ครูทบทวนความรูเ้ ก่ียวกับธนบัตรและเงินเหรยี ญชนดิ ตา่ ง ๆ และสนทนากับนักเรียนเกยี่ วกบั การ

บอกจานวนเงนิ ท่ีอยู่ในชวี ติ จริงว่านกั เรยี นนา เงินชนดิ ใดบา้ งมาโรงเรียนหรอื ใชจ้ ่ายเงินในชีวิตประจาวนั
อย่างไร เป็นเงนิ เท่าไร เป็นต้น จากนน้ั ครูนา ธนบัตรจา ลองชนดิ ต่าง ๆ มาแยกประเภทโดยชนิดเดียวกันอยู่
กลุ่มเดียวกนั แลว้ ให้นกั เรยี นบอกจานวนเงนิ ของธนบตั รแต่ละกลุม่ โดยครูอาจเพ่ิมจานวนธนบตั รมากขน้ึ
เพ่ือใหน้ กั เรยี นบอกจานวนเงินของธนบตั รที่เป็นชนิดเดยี วกันให้คลอ่ งโดยใช้การถาม - ตอบ เช่น

ครูใชก้ ารถาม - ตอบ ทา นองเดียวกันเพ่ือใหน้ กั เรียนบอกจานวนเงินของธนบตั รที่เป็นชนดิ เดียวกนั ใน
แต่ละกลมุ่ จนครบทุกกลุ่มและครบทุกชนิด เมื่อนักเรียนสามารถบอกจานวนเงินของธนบัตรทเี่ ปน็ ชนิดเดียวกนั
คล่องแล้ว จากนน้ั ครูนาธนบตั รต่างชนดิ กนั มาอย่กู ลุ่มเดยี วกันแลว้ ใหน้ ักเรยี นบอกจานวนเงนิ ของแต่ละกล่มุ
โดยเรมิ่ จัดกลมุ่ ใหแ้ ต่ละกลุม่ มีธนบตั รแต่ละชนดิ และจานวนน้อย ๆ กอ่ น เช่น

มเี งินอยู่เทา่ ไร (50 บาท กบั 20 บาท เป็น 70 บาท)

มีเงนิ อย่เู ทา่ ไร (150 บาท กับ 40 บาท เป็น 190 บาท)

มีเงินอยูเ่ ทา่ ไร (100 บาท กับ 50 บาท กบั 20 บาท เป็น 170 บาท)

มเี งนิ อยเู่ ท่าไร (200 บาท กบั 100 บาท กับ 40 บาท เป็น 340 บาท)

มีเงินอยเู่ ทา่ ไร (1,000 บาท กับ 500 บาท กบั 100 บาท เป็น 1,600 บาท)

มีเงินอยู่เท่าไร (2,000 บาท กบั 2,000 บาท กับ 100 บาท กบั 20 บาท เปน็ 4,120 บาท)

มเี งนิ อยเู่ ท่าไร (4,000 บาท กับ 1,000 บาท กับ 300 บาท เปน็ 5,300 บาท)
จากนั้นครูยกตัวอยา่ งการบอกจานวนเงินชนิดตา่ ง ๆเปน็ บาทตามหนังสือเรยี นหน้า 201และให้
นักเรยี นชว่ ยกนั บอกจานวนเงินเป็นบาทในกรอบท้ายหนังสอื เรียนหนา้ 201 ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
สื่อการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3
2. ใบงานที่ 3 เรอื่ ง การบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์
ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนือ้ หา 4 3 21
2. รปู แบบ
เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ
3. ความเป็นระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลที่ปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทีถ่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซง่ึ คาตอบทีถ่ ูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเรจ็ แตน่ า่ จะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้ดกี วา่ นี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถึงเหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มรี ่องรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลักการและขน้ั ตอน
ในการแกป้ ญั หา แล้วหยุด อธิบายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชื่อมโยงทีป่ รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความร้ทู ่ีเรยี นได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพื่อช่วยในการแกป้ ัญหา

หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอ่ื ช่วยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกต์ใช้ได้บางส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แก้ไข องค์ความรูท้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเปน็ บางคร้งั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชแี้ จงผูส้ อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน

ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี

ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง การบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์

1.ใช้ แทนธนบตั ร และ แทนเงินเหรยี ญ แสดงจานวนเงนิ ตามท่ีกาหนด
ตัวอยา่ ง

1. 70 บาท 25 สตางค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

2. 108 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

3. 226 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

4. 750 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

5. 5,432 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 12 เรอ่ื ง เงนิ และบนั ทึกรายรบั รายจ่าย

เร่ือง การบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ (2) เวลาเรียน 1 ช่วั โมง

สอนวันที่_________เดือน________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเก่ยี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้

ตวั ชวี้ ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ยี วกับเงิน

จุดประสงค์การเรยี นร้สู ู่ตวั ชี้วัด

1. บอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์ได้ (K)

2. เขยี นบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ได้ (P)

3. นกั เรยี นมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความรูท้ ่ีได้ไปต่อยอดในการเรียนเรื่องต่อไป (A)
สาระสาคญั

• การบอกจานวนเงินอาจบอกเป็นบาท เปน็ สตางค์หรอื เป็นบาทและสตางค์

• เงนิ จานวนหนึ่งสามารถแสดงดว้ ยธนบัตรหรือเงินเหรยี ญไดห้ ลายแบบ

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

การบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชื่อมโยง

3. การใหเ้ หตผุ ล

3.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย

2. ใฝเ่ รยี นรู้

3. มงุ่ มั่นในการทางาน

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้

1. ครูใหน้ ักเรียนได้ฝกึ การแสดงธนบัตรหรอื เงินเหรียญตามจานวนเงนิ ทีก่ าหนด โดยใหน้ กั เรียน

ทากิจกรรมแสดงธนบตั รหรือเงินเหรยี ญตามจานวนเงินตามหนังสือเรียนหนา้ 204 โดยครแู บ่งนักเรียน

ออกเป็นกลุม่ และ แจกธนบัตรและเงินเหรยี ญจาลองใหก้ ลุ่มละ 1 ชุด จากนัน้ ครชู ูบตั รแสดงจานวนเงินทลี ะ

บตั รแล้วใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันแสดงธนบตั รและเงินเหรียญจาลองให้เท่ากับจานวนเงนิ ท่ีกาหนดในบัตร

และใหน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานในการนาเสนอผลงานครูใหน้ ักเรียนสงั เกตว่าแต่ละกล่มุ มกี ารวางธนบัตรและ

เงนิ เหรียญแตล่ ะชนดิ แตกตา่ งกนั แตแ่ สดงจานวนเงนิ เดียวกัน เชน่ 101 บาท 50 สตางค์ อาจวางธนบัตร
และเงนิ เหรยี ญแตกต่างกัน เชน่

2.ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปวา่ ธนบตั รและเงินเหรียญทีแ่ สดงจานวนเงนิ เดยี วกันสามารถแสดงได้
หลายแบบ

3.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนเปน็ รายบคุ คลโดยให้นักเรยี นบอกจานวนเงนิ และเขียนตัวเลข
แสดงชนิดของธนบัตรและเงนิ เหรียญลงในรูปสีเ่ หลี่ยมและวงกลมตามจานวนเงนิ ท่ีกาหนดตามหนงั สือเรยี น
หน้า 206 ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องและสรปุ สง่ิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้

สือ่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วิธวี ัด เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ กิจกรรมแสดงธนบัตร 50% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
หรือเงินเหรยี ญตาม การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจกจิ กรรมแสดง จานวนเงนิ
แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
ธนบตั รหรอื เงินเหรียญ ด้านทกั ษะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป
กระบวนการ
ตามจานวนเงิน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
ด้านคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป
2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น ท่พี ึงประสงค์

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ

3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน
ทพี่ ึงประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนอ้ื หา 4 3 21
2. รูปแบบ
เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนื้อหาสาระของ
3. ความเปน็ ระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ถูกตอ้ ง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบยี บ

เลก็ นอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลที่ปรากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมเี หตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงทีถ่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซง่ึ คาตอบทีถ่ ูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเรจ็ แตน่ า่ จะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้ดกี วา่ นี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถึงเหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มรี ่องรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลักการและขน้ั ตอน
ในการแกป้ ญั หา แล้วหยุด อธิบายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชื่อมโยงทีป่ รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความร้ทู ่ีเรยี นได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพื่อช่วยในการแกป้ ัญหา

หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอ่ื ช่วยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกต์ใช้ได้บางส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แก้ไข องค์ความรูท้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเปน็ บางคร้งั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชแี้ จงผูส้ อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน

ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี

กิจกรรม แสดงธนบตั รหรือเงินเหรยี ญตามจานวนเงนิ

อุปกรณ์ 1 ชุด ประกอบด้วย

1. บตั รแสดงจานวนเงนิ
2. ธนบตั รและเงินเหรียญจาลอง

วิธีจดั กจิ กรรม

1.ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ กลุม่ ละเทา่ ๆ กนั แล้วแจกธนบตั รและเงินเหรียญจาลอง
2. ครูชูบัตรแสดงจานวนเงินทีละบัตร ให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ช่วยกันแสดงธนบัตรและเงนิ เหรยี ญ
จาลองให้เทา่ กบั จานวนเงินที่กาหนดในบัตร
3.นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงาน ครูและนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 5

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 12 เรอ่ื ง เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย

เรอ่ื ง การบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ (3) เวลาเรียน 1 ช่วั โมง

สอนวนั ท่ี_________เดือน________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเกีย่ วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้

ตัวช้วี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกบั เงนิ

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรสู้ ตู่ วั ชี้วดั

1. บอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์ได้ (K)

2. เขียนบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางคไ์ ด้ (P)

3. นกั เรียนมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความรทู้ ่ีไดไ้ ปต่อยอดในการเรยี นเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั

• การบอกจานวนเงนิ อาจบอกเปน็ บาท เปน็ สตางคห์ รอื เป็นบาทและสตางค์

• เงินจานวนหนึ่งสามารถแสดงดว้ ยธนบัตรหรือเงนิ เหรียญได้หลายแบบ

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

การบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางค์

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1.ความสามารถในการส่อื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชอ่ื มโยง

3. การใหเ้ หตุผล

3.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ยั

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มุ่งมั่นในการทางาน

ชิ้นงานหรือภาระงาน

ใบงานที่ 3 เรอื่ ง การบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมาบอกชนิดต่าง ๆ ของเงนิ เหรียญจาลองทว่ี างอยู่หน้าหอ้ งเรยี น จากนั้นครูนา

เงินเหรยี ญจาลองชนดิ ต่าง ๆ มาแยกประเภทโดยชนดิ เดยี วกันอยู่กลุม่ เดยี วกัน ครแู นะนาเงนิ เหรียญ 50
สตางค์ และ เหรยี ญ 25 สตางค์ วา่ 100 สตางค์ เทา่ กบั 1 บาท แลว้ ให้นักเรียนบอกจานวนเงินของเงิน
เหรยี ญแต่ละกลุ่มโดยครูอาจเพิ่มจานวนเงนิ เหรียญมากขึ้นเพ่อื ให้นักเรียนบอกจานวนเงนิ ของเงินเหรียญให้
คลอ่ ง โดยใช้การถาม - ตอบ เชน่

ครูใชก้ ารถาม – ตอบ ทานองเดียวกนั เพ่ือใหน้ กั เรยี นบอกจานวนเงินของเงนิ เหรียญที่เป็นชนิด
เดียวกนั ในแต่ละกลมุ่ จนครบทุกกลุ่มและครบทุกชนิดเมอ่ื นักเรยี นสามารถบอกจานวนเงินของเงนิ
เหรียญทเี่ ป็นชนดิ เดยี วกันคล่องแลว้ จากนั้นครนู าเงินเหรยี ญตา่ งชนิดกนั มาอยู่กลมุ่ เดียวกนั แลว้ ใหน้ กั เรยี น
บอกจานวนเงนิ ของแต่ละกลุ่ม โดยเรม่ิ จัดกลมุ่ ให้แตล่ ะกลุ่มมเี งนิ เหรียญแตล่ ะชนดิ และจานวนน้อยๆก่อน
เชน่

จากน้ันครูยกตัวอย่างการบอกจานวนเงนิ ชนิดต่าง ๆเป็นบาทและสตางค์ตามหนังสือเรยี น
หน้า 202และใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางคใ์ นกรอบทา้ ยหนังสือเรียนหนา้
202 ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
2.ครูจดั กลุ่มธนบัตรและเงนิ เหรยี ญใหอ้ ยู่กลุ่มเดยี วกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนบอกจานวนเงินของแต่ละกลุ่ม
โดยใชก้ ารถาม - ตอบ เชน่

จากนัน้ ครูยกตวั อย่างการบอกจานวนเงินชนิดตา่ ง ๆ เป็นบาทและสตางค์ตามหนังสือเรยี นหน้า 203 และให้
นักเรียนช่วยกันบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและสตางคใ์ นกรอบทา้ ยหนังสือเรียนหนา้ 203 ครูและนกั เรยี นรว่ มกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เมื่อนักเรยี นบอกจานวนเงินจนคลอ่ งแล้วครูอาจใช้สอ่ื ดจิ ิทัลเร่ืองเงนิ ท่เี ป็นธนบัตรและ
เงนิ เหรยี ญชนดิ ต่างๆ มาแสดงแลว้ ให้นักเรยี นบอกจานวนเงินใหถ้ ูกต้อง โดยสแกน QR Code จากหนา้ เปดิ
บททัง้ นี้ครูควรให้นักเรียนฝึกบอกจานวนเงนิ จากเงนิ จาลองจนคล่องกอ่ นแล้วจงึ ให้ใช้ส่ือดจิ ิทัล จากนนั้ ให้
นกั เรียนทาแบบฝึกหดั 12.2.1 หน้า 143- 144 จากนน้ั ให้ทาใบงานเพ่ิมเติม
ส่อื การเรียนรู้

1.หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3
2. ใบงานท่ี 5 เรอื่ ง การบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและสตางค์

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์
ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนือ้ หา 4 3 21
2. รปู แบบ
เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ
3. ความเป็นระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลท่ีปรากฏให้เหน็
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทีถ่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตดั สินใจ
มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาท่ปี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธิบายถึงเหตุผล
หลักการและขนั้ ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชัดเจนนามาซ่ึงคาตอบที่ถูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ แต่น่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน

1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มรี ่องรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เร่มิ คดิ ใช้เหตผุ ล หลกั การและขั้นตอน
ในการแกป้ ญั หา แล้วหยุด อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชอื่ มโยงทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชอื่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความร้ทู ี่เรียนได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา

หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอ่ื ช่วยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แก้ไข องค์ความรูท้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเปน็ บางคร้งั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะท่ปี รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชแี้ จงผูส้ อน มเี หตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ………………………….

ไดแ้ ก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทักษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบา้ นศรที องสามัคคี

ใบงานท่ี 5 เรอื่ ง การบอกจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์

1.ใช้ แทนธนบัตร และ แทนเงนิ เหรยี ญ แสดงจานวนเงินตามที่กาหนด
ตัวอยา่ ง

1. 90 บาท 25 สตางค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

2. 135 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

3. 256 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

4. 550 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

5. 4,432 บาท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………....................................................................................... ..........................

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 12 เรอ่ื ง เงนิ และบันทึกรายรับรายจา่ ย

เร่อื ง การเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จุด เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

สอนวันที่_________เดือน________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ดั

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพน้ื ฐานเกีย่ วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ตี ้องการวดั และนาไปใช้

ตัวชีว้ ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เงนิ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้สูต่ วั ชี้วัด

1. บอกวิธกี ารเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใชจ้ ุด (K)

2. เขียนบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและสตางค์ได้ (P)

3. นักเรียนมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ท่ีได้ไปต่อยอดในการเรยี นเรอื่ งตอ่ ไป (A)
สาระสาคญั

• การบอกจานวนเงนิ อาจบอกเปน็ บาท เป็นสตางค์หรือเป็นบาทและสตางค์

• เงนิ จานวนหน่ึงสามารถแสดงด้วยธนบตั รหรอื เงินเหรยี ญไดห้ ลายแบบ

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

การเขยี นแสดงจานวนเงินแบบใชจ้ ดุ

2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1.ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชอ่ื มโยง

3. การให้เหตผุ ล

3.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี ินยั

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มุ่งมั่นในการทางาน

ช้นิ งานหรอื ภาระงาน

ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง การเขยี นแสดงจานวนเงินแบบใชจ้ ุด

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
1.ครูทบทวนการบอกจานวนเงินเปน็ บาทและสตางค์โดยชูธนบตั รและเงนิ เหรยี ญจา ลองให้นกั เรียน

บอกจานวนเงิน หรอื อาจใช้บัตรภาพชดุ เงินจา ลองแลว้ ให้นกั เรยี นบอกจานวนเงินที่อยใู่ นบตั รภาพน้นั จากน้นั
ครตู ิดบัตรคา บาท และ สตางคบ์ นกระดาน เพ่ือใหน้ ักเรยี นเขียนจานวนเงินท่ีบอกจานวนเงนิ เป็นบาทและ
สตางคใ์ ห้ตรงกับบัตรคา บาท และ สตางคบ์ นกระดานหรือครอู าจให้นักเรียนนา ธนบัตรและเงนิ เหรยี ญจา
ลองมาติดบนกระดานให้ตรงกับคา วา่ บาทและสตางค์เชน่ 85 บาท 50 สตางค์เขยี นตวั เลขแสดงจานวนเงนิ
บาทและสตางค์หรือติดธนบตั ร และเงนิ เหรียญจา ลองได้ดังน้ี

ครใู หน้ กั เรยี นบอกจานวนเงนิ บนกระดานพร้อมกัน จากน้นั ครยู กตวั อย่างการเขียนแสดงจานวนเงนิ
แบบใช้จดุ ท่ีพบในชวี ิตจริงเชน่ ป้ายบอกราคาสนิ คา้ ต่าง ๆ หรือใบแจง้ ค่าใชบ้ ริการต่าง ๆที่มกั จะเขยี นแสดง
จานวนเงนิ แบบใชจ้ ุด เชน่ ขนมราคา 12.50 บาท คา่ น้า 299.25 บาท เป็นต้น ครแู นะนาการเขยี นแสดง
จานวนเงนิ แบบใช้จุดโดยเขยี นจดุ คน่ั ระหวา่ งจานวนเงินเป็นบาทและจานวนเงินเป็นสตางคแ์ ละเขียน “บาท”
ตอ่ ท้าย จากนนั้ ครสู ุม่ นักเรยี นใหอ้ อกมาเขยี นแสด 85 บาท 50 สตางค์ แบบใช้จดุ บนกระดาน จะได้ 85.50
บาท ครยู กตวั อยา่ งการเขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใชจ้ ดุ เพิ่มเติมอีก 2 – 3 ตวั อย่าง โดยให้นักเรยี นออกไปตดิ
ธนบัตรและเงินเหรียญจาลองแสดงจานวนเงนิ ต่าง ๆแลว้ ให้เพือ่ นอีกคนออกไปเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จุด
ตามจานวนเงนิ ท่ีเพอื่ นติดไวบ้ นกระดานครูและนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกัน
เขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ ในกรอบทา้ ยหนงั สอื เรียนหนา้ 207 ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความ
ถกู ต้อง

จากนน้ั ครยู กตวั อย่างป้ายแสดงราคาสินคา้ หรือใบแจ้งคา่ บรกิ ารตา่ ง ๆที่เขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใช้
จุดแลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกันบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ เชน่ ขนมราคา 12.50 บาท บอกเป็น ขนม
ราคา 12บาท 50 สตางค์ ค่านา้ 299.25 บาท บอกเป็น คา่ น้า 299 บาท 25 สตางคห์ รือครูอาจยกตวั อย่าง
ป้ายบอกราคาสนิ คา้ ต่าง ๆ ท่เี ขียนแสดงจานวนเงินแบบใช้จดุ ทพี่ บในชีวติ จรงิ แล้วให้นกั เรียนบอกจานวนเงิน
เป็นบาทและสตางค์ เช่น

ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปว่า การบอกจานวนเงนิ ทเี่ ขียนแสดงแบบใช้จดุ ตวั เลขหน้าจุดบอกจานวน
เงนิ เป็นบาท ตัวเลขหลังจดุ บอกจานวนเงินเปน็ สตางค์ครูยกตวั อย่างการบอกจานวนเงินทเ่ี ขยี นแสดงแบบใช้จดุ
เพิ่มเติมอีก 2 - 3ตวั อยา่ ง

2.ครเู ขยี นตวั เลขแสดงจานวนเงนิ เป็นบาทบนกระดานแล้วถามนักเรียนวา่ เขยี นแสดงจานวนเงินเปน็
บาทแบบใชจ้ ดุ ได้อยา่ งไรครูอธบิ ายว่าการเขียนแสดงจานวนเงินเปน็ บาทและสตางค์แบบใช้จุดจะเขยี นจดุ คั่น
ระหว่างจานวนเงนิ เป็นบาทและจานวนเงนิ เป็นสตางค์ ถ้าไมม่ จี านวนเงนิ เปน็ สตางค์ใหเ้ ขียน 00 แทนจานวน
เงนิ เปน็ สตางค์ จากนน้ั ครใู หน้ ักเรียนออกมาเขยี นแสดงจานวนเงินเป็นบาทแบบใชจ้ ุด เช่น ครูเขียน180 บาท
บนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นออกมาเขียนแสดง 180 บาทแบบใชจ้ ดุ บนกระดานจะได้ 180.00 บาท

3. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันเขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จุดและบอก
จานวนเงินตามหนงั สือเรียนหนา้ 209 แลว้ ให้แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอ หรอื ครูอาจชบู ตั รภาพแลว้ ให้นักเรียน
เขยี นแสดงจานวนเงินแบบใช้จดุ และเขียนบอกจานวนเงนิ ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ตรวจคาตอบ

4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนเป็นรายบุคคลโดยให้นกั เรียนเขียนแสดงจานวนเงินแบบใช้จดุ
และเขยี นบอกจานวนเงินตามหนงั สือเรยี นหนา้ 210จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
และสรปุ สง่ิ ท่ไี ด้เรียนรู้หากมนี ักเรยี นทเี่ ขียนแสดงจานวนเงินไม่ถูกตอ้ งหรือเขียนบอกจานวนเงินไมถ่ ูกตอ้ ง
ครใู ห้นกั เรยี นแกไ้ ขให้ถูกต้องและให้นักเรยี นตรวจสอบความเข้าใจอกี คร้ัง การเขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ
ให้เขียนจุดค่นั ระหว่างจานวนเงนิ ทเี่ ปน็ บาทและจานวนเงินที่เปน็ สตางคแ์ ละเขยี นหน่วยบาทตอ่ ทา้ ยจากนัน้ ให้
นกั เรยี นทา แบบฝึกหัด 12.3 หน้า 148 – 150 จากนน้ั ให้ทาใบงานเพ่มิ เติม
สื่อการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3
2. ใบงานที่ 6 เร่อื ง การเขยี นแสดงจานวนเงนิ แบบใชจ้ ดุ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์
ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนือ้ หา 4 3 21
2. รปู แบบ
เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ
3. ความเป็นระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1


Click to View FlipBook Version