The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by miw_chaya, 2022-04-22 03:12:01

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

12.บทที่ 12 เงินและบันทึกรายรับรายจ่าย18 ชม

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลทีป่ รากฏให้เห็น
4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงที่ถูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ
มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรุงแก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแกป้ ัญหา

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแกป้ ญั หาท่ปี รากฏให้เห็น

4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ อธิบายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซง่ึ คาตอบทีถ่ ูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาไดส้ าเร็จ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลกั การและขนั้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้ดีกวา่ นี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแก้ปัญหา สาเรจ็ เพียงบางสว่ น อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้บางสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข มรี ่องรอยการแก้ปญั หาบางสว่ น เรมิ่ คิดใชเ้ หตผุ ล หลกั การและขั้นตอน
ในการแกป้ ัญหา แลว้ หยดุ อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สาเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชื่อมโยงทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คุณภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเช่อื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กิจกรรมท่ตี ้องใช้องค์ความร้ทู เ่ี รียนได้ถกู ต้องทุกกจิ กรรมเพื่อช่วยในการแกป้ ญั หา

หรอื ประยุกตใ์ ชไ้ ด้อยา่ งสอดคล้องและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งคค์ วามรู้ทเ่ี รยี นได้เป็นสว่ นใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยกุ ต์ใช้ไดบ้ างส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตรห์ รอื
กจิ กรรมที่ต้องใช้องคค์ วามรูท้ ี่เรยี นได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเช่อื มโยงยังไม่เหมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดับ คุณลักษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

คุณภาพ

3 : ดีมาก - มีความสนใจ / ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความต้ังใจเป็นบางครง้ั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความม่งุ มั่นในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น

คุณภาพ

3 : ดีมาก - สง่ งานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผิดชอบในงานที่ได้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนสิ ัย

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชแี้ จงผสู้ อน มเี หตผุ ลท่ีรบั ฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นิสยั

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏบิ ตั ิงานโดยต้องอาศัยการชแ้ี นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลงั ใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นักเรียนจานวน ................................................... คน

ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คิดเป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นักเรยี นมีความสามารถพเิ ศษได้แก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกิดทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรือน)
ตาแหนง่ ครผู ู้สอน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพริ ัชวชิ ช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบา้ นศรีทองสามคั คี

ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง การเขียนแสดงจานวนเงินแบบใช้จดุ

เขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใช้จดุ

1. 1,250 บาท 50 สตางค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………............................................................................................................. ....

2. 28,000 บาท

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

บอกจานวนเงิน
1. 0.75 บาท

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

2. 82.50 บาท

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 12 เรื่อง เงนิ และบันทึกรายรับรายจา่ ย

เรื่อง การเปรยี บเทยี บจานวนเงิน เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเก่ยี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวดั และนาไปใช้

ตวั ชว้ี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเงนิ

จุดประสงค์การเรียนร้สู ่ตู วั ชี้วัด

1. บอกวธิ กี ารเปรยี บเทียบจานวนเงิน (K)

2. เขียนบอกเปรียบเทยี บจานวนเงิน (P)

3. นกั เรียนมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความร้ทู ี่ได้ไปต่อยอดในการเรยี นเร่อื งตอ่ ไป (A)
สาระสาคญั

การเปรยี บเทียบจานวนเงนิ สองจานวนใหเ้ ปรยี บเทียบจานวนเงนิ เปน็ บาทก่อน ถ้าจานวนเงิน

เปน็ บาทเท่ากัน ใหเ้ ปรยี บเทยี บจานวนเงนิ เป็นสตางค์

สาระการเรียนรู้

1.ความรู้

การเปรยี บเทียบจานวนเงนิ

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1.ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเช่ือมโยง

3. การใหเ้ หตุผล

3.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย

2. ใฝ่เรียนรู้

3. มุ่งม่ันในการทางาน

ช้นิ งานหรอื ภาระงาน

ใบงานที่ 7 เรอื่ ง การเปรยี บเทียบจานวนเงิน

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครยู กตวั อยา่ งการเปรยี บเทียบจานวนเงนิ เปน็ บาท โดยใชก้ ารถาม - ตอบ เชน่ ต้องตามีเงิน 240

บาท และต้องใจมเี งนิ 700 บาท ใครมีเงินมากกว่า นักเรียนควรตอบได้ว่า ต้องใจมเี งนิ มากกวา่ จากนั้นครู
ยกตัวอย่างการเปรียบเทยี บจานวนเงินเป็นบาทและสตางค์ตามหนังสอื เรียนหนา้ 211เชน่ ขุนออมเงนิ ได้345
บาท 50 สตางคแ์ กว้ ตาออมเงินได้510 บาท 25 สตางค์ขุนกับแก้วตาใครออมเงนิ ได้มากกว่า ครใู ชก้ ารถาม -
ตอบ เพ่ือใหน้ ักเรียนไดเ้ ปรยี บเทียบจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ เชน่

− ขนุ ออมเงนิ ได้เทา่ ไร (345 บาท 50 สตางค)์
− แก้วตาออมเงินได้เท่าไร (510 บาท 25 สตางค)์
− จะทราบได้อยา่ งไรว่าใครออมเงินไดม้ ากกว่า (นาจานวนเงินมาเปรียบเทยี บกนั )
345 บาท 50 สตางค์มากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ 510 บาท 25 สตางค์ นกั เรยี นควรตอบได้ว่า
345 บาท นอ้ ยกวา่ 510 บาท ดังนน้ั 345 บาท 50 สตางค์นอ้ ยกว่า 510 บาท 25 สตางค์
จากนน้ั ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันสรุปคา ตอบว่าแก้วตาออมเงินไดม้ ากกว่าขนุ ครยู กตัวอยา่ ง
เพิม่ เติมอีก 2 - 3 ตัวอยา่ ง
2. ครูยกตัวอย่างการเปรยี บเทียบจานวนเงินเป็นบาทและสตางคท์ ี่พบในชวี ิตจริง เช่นการ
เปรียบเทยี บราคาของส่ิงต่าง ๆ ตามหนงั สือเรียนหนา้ 212 กลอ่ งดนิ สอร้าน A ราคา 180.00 บาท
กลอ่ งดนิ สอร้าน B ราคา 120.50 บาท ซื้อกล่องดนิ สอทีร่ า้ นใดจา่ ยเงินน้อยกวา่ ครูให้นกั เรยี น
เปรยี บเทยี บ 180.00 บาท กับ 120.50 บาท โดยใหน้ กั เรียนบอกจานวนเงนิ เปน็ บาทและสตางค์ก่อน
เชน่ 180.00 บาท หรอื 180 บาท 120.50 บาท หรอื 120 บาท 50 สตางค์แล้วจึงนา 180 บาท กบั
120 บาท 50 สตางคม์ าเปรียบเทียบกัน ครใู หน้ ักเรียนสังเกตวา่ จานวนเงนิ เป็นบาทไมเ่ ท่ากัน จะได้
180 บาท มากกวา่ 120 บาท 50 สตางค์ดังน้ัน ซ้ือกล่องดินสอทรี่ ้าน B จา่ ยเงินนอ้ ยกว่าซ้ือที่รา้ น A
ครยู กตัวอย่างกลอ่ งดนิ สอรา้ น C ราคา 120.25 บาทครใู หน้ ักเรียนบอกจานวนเงินเป็นบาท
และสตางคจ์ ะได1้ 20 บาท 25 สตางค์ครูใหน้ กั เรยี นเปรียบเทียบราคากล่องดินสอร้าน B กับราคา
กลอ่ งดนิ สอรา้ น C โดยนา120 บาท 50 สตางค์เปรียบเทียบกับ120 บาท 25 สตางคค์ รใู ห้นกั เรยี น
สังเกตว่าจานวนเงินเป็นบาทเทา่ กัน จะได้120 บาท 25 สตางคน์ อ้ ยกว่า 120 บาท 50 สตางค์
ดงั นนั้ ซื้อกล่องดนิ สอร้าน C จ่ายเงนิ น้อยกวา่ ซื้อท่ีรา้ น B ครูเขยี น 180.00 บาท และ
120.50 บาท บนกระดาน จะได้วา่ 120.50 บาท นอ้ ยกว่า 180.00 บาทครูให้นกั เรยี นสงั เกตตวั เลขที่
บอกจานวนเงินเปน็ บาท คือตัวเลขหนา้ จดุ วา่ จานวนใดมากกวา่ จานวนเงินน้นั จะมากกว่า ครูเขยี น
120.50 บาท
3.ครยู กตวั อยา่ งการเปรียบเทียบจานวนเงินตามหนังสอื เรยี นหนา้ 213 โดยมที ั้งที่เขยี นแสดง
จานวนเงนิ แบบใช้จุดและแบบไมใ่ ช้จุด ซ่งึ นักเรยี นไดเ้ รยี นรเู้ กีย่ วกับข้อสรุปในการเปรียบเทียบจานวน
เงนิ มาแลว้ ทั้งสองแบบ เชน่ 105.50 บาทกับ 501 บาท 25 สตางคค์ รูอาจถามนักเรยี นกอ่ นว่าตอ้ ง
เปรยี บเทียบจานวนเงนิ อย่างไร

นักเรยี นควรตอบได้วา่ ตอ้ งเปรยี บเทยี บจานวนเป็นบาทก่อน จะได้105 บาท น้อยกว่า 501

บาท ดงั นัน้ 105.50 บาท นอ้ ยกว่า 501 บาท 25 สตางค์ จากน้ันครูใหน้ ักเรียนช่วยกันเติมคา วา่

มากกว่า น้อยกว่า หรอื เท่ากับ เพอ่ื แสดงการเปรยี บเทยี บจานวนเงินทีก่ าหนดให้จากนั้นครูและ

นกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง

4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนเป็นรายบุคคลโดยใหน้ ักเรียนเติมคา วา่ มากกว่า น้อย

กว่า หรือ เท่ากับเพ่ือแสดงการเปรยี บเทียบจานวนเงินตามหนงั สือเรยี นหน้า 214 จากน้ันครแู ละ

นกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และสรปุ สิ่งทีไ่ ด้เรยี นรู้หากมนี กั เรียนเปรยี บเทยี บจานวนเงนิ

ไมถ่ ูกตอ้ ง ครแู กไ้ ขและทาความเข้าใจกับนักเรียนรว่ มกันแลว้ ตรวจสอบความเขา้ ใจอกี ครง้ั

จนกว่านกั เรยี นจะสามารถเปรยี บเทียบจานวนเงนิ ได้ถกู ต้อง

การเปรียบเทยี บจานวนเงินสองจานวนใหเ้ ปรียบเทยี บจานวนเงินเปน็ บาทก่อน ถา้ จานวนเงนิ

เป็นบาทเทา่ กัน ให้เปรยี บเทียบจานวนเงนิ เป็นสตางค์ จากนน้ั ให้นักเรยี นทา แบบฝกึ หัด 12.4 หน้า

151 – 153

สอ่ื การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3

2. ใบงานที่ 7 เร่อื ง การเปรียบเทียบจานวนเงิน

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ าร วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้

1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 60% ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

การประเมิน

2. ด้านทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดบั

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นทกั ษะ คุณภาพดีขน้ึ ไป

กระบวนการ

3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั

ที่พึงประสงค์ (A) คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ด้านคณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพดีขึ้นไป

ท่ีพึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1. 1.ความถกู ต้องของ
เนอ้ื หา 4 3 21
2. รูปแบบ
เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
3. ความเป็นระเบียบ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกบั

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อธิบายถงึ เหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่ึงคาตอบทถี่ ูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาได้สาเร็จ แตน่ า่ จะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดกี ว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแกป้ ญั หาบางสว่ น เริ่มคิดใช้เหตุผล หลักการและขั้นตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเช่อื มโยงที่ปรากฏให้เหน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทตี่ ้องใช้องคค์ วามรู้ทเ่ี รียนได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแก้ปัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทตี่ ้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ เี่ รยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตรห์ รอื
กิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครัง้

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

2 : ดี - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด แต่ได้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มเี หตุผลทีร่ บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั

1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏบิ ตั ิงานโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ไดแ้ ก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรยี นมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรยี นมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครผู ้สู อน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบา้ นศรที องสามัคคี

ใบงานท่ี 7 เร่ือง การเปรยี บเทียบจานวนเงิน 75 บาท 75 สตางค์
143.75 บาท
เติมคาว่า มากกว่า นอ้ ยกว่า หรือ เท่ากบั 98 บาท
1. 275 บาท 25 สตางค์

2 134 บาท 25 สตางค์

3 89.50 บาท

4 500.25 บาท 500 บาท

5 1,290.50 บาท 1,290 บาท 50 สตางค์

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 12 เร่ือง เงินและบนั ทึกรายรบั รายจ่าย

เร่ือง การแลกเงนิ (1) เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้วี ดั

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเกยี่ วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้

ตวั ชว้ี ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั เงิน

จุดประสงค์การเรียนรสู้ ู่ตวั ช้ีวัด

1. บอกวิธีแลกเงินตามจานวนเงนิ ท่กี าหนดให้ (K)

2. แลกเงนิ ตามจานวนเงนิ ที่กาหนดให้ (P)

3. นักเรียนมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรทู้ ี่ได้ไปต่อยอดในการเรยี นเรอื่ งต่อไป (A)
สาระสาคญั

เงนิ เหรียญแลกเปลย่ี นกนั ได้โดยจานวนเงินทน่ี าไปแลกกับจานวนเงินทไ่ี ดร้ ับต้องเท่ากัน

สาระการเรียนรู้

1.ความรู้

การแลกเงนิ

2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชือ่ มโยง

3. การใหเ้ หตผุ ล

3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มวี นิ ัย

2. ใฝ่เรยี นรู้

3. มุ่งมั่นในการทางาน

ช้ินงานหรอื ภาระงาน

ใบงานท่ี 8 เรอ่ื ง การแลกเงนิ

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

1. ครูทบทวนเก่ยี วกบั ธนบตั รและเงนิ เหรียญชนิดตา่ ง ๆ โดยนา ธนบัตรและเงนิ เหรยี ญจา ลองไปตดิ

บนกระดานแลว้ ให้นกั เรยี นบอกชนดิ ของธนบตั รและเงนิ เหรยี ญใหค้ รบทุกชนดิ แล้วนา เข้าสู่บทเรยี นโดยใช้

คา ถามกระตุ้นนักเรยี นว่า ถา้ ต้องการนา เงินชนิดตา่ งกันมาแลกกันสามารถทา ได้หรอื ไม่ นักเรียน

ควรตอบได้วา่ สามารถนา มาแลกกนั ได้ ครอู ธิบายวา่ ถา้ จะต้องนา เงินมาแลกกัน จานวนเงินทนี่ ามา
แลกกับจานวนเงินท่ีไดร้ บั ต้องเท่ากัน ครยู กตวั อย่างจานวนเงินทีเ่ ทา่ กันโดยเร่มิ จากจานวนเงินทีม่ คี ่าน้อยกอ่ น
อาจใช้ธนบตั รและเงินเหรยี ญจา ลองช่วยในการอธบิ าย โดยการถาม - ตอบ เชน่

ครูติดเหรยี ญจา ลอง 25 สตางคบ์ นกระดานแล้วถามนักเรียนวา่ เหรียญนีเ้ ปน็ เหรยี ญชนดิ ใด (25
สตางค์)

ครูตดิ เหรยี ญจา ลอง 25 สตางค์2 เหรยี ญ บนกระดานแลว้ ถามนกั เรียนว่า มเี งินเท่าไร(50 สตางค์)
พรอ้ มกบั ตดิ เหรยี ญจา ลอง 50 สตางค์1 เหรยี ญ ไวด้ ้านซา้ ย แสดงการเท่ากัน

ครตู ดิ เหรยี ญจา ลอง 25 สตางค์4 เหรียญ บนกระดานแลว้ ถามนกั เรยี นวา่ มเี งนิ เท่าไร(100 สตางค์
หรอื 1 บาท) พร้อมกับตดิ เหรียญจา ลอง 1 บาท 1 เหรียญ ไว้ดา้ นซ้าย แสดงการเทา่ กัน

ครูติดเหรียญจา ลอง 50 สตางค์2 เหรียญ บนกระดานแล้วถามนักเรียนวา่ มีเงนิ เทา่ ไร(100 สตางค์
หรอื 1 บาท) พร้อมกบั ติดเหรียญจา ลอง 1 บาท 1 เหรียญ ไวด้ า้ นซา้ ย แสดงการเท่ากัน

ครตู ิดเหรียญจา ลอง 1 บาท 5 เหรยี ญ บนกระดานแลว้ ถามนกั เรียนวา่ มเี งินเท่าไร (5 บาท) พร้อม
กับตดิ เหรยี ญจา ลอง 5 บาท 1 เหรยี ญ ไว้ด้านซ้าย แสดงการเท่ากนั

ครูติดเหรียญจาลอง 5 บาท 2 เหรียญ บนกระดานแลว้ ถามนักเรียนวา่ มเี งนิ เทา่ ไร (10 บาท)พร้อมกับ
ติดเหรียญจาลอง 10 บาท 1 เหรยี ญ ไวด้ า้ นซา้ ย แสดงการเท่ากัน ตามตัวอย่างในหนังสอื เรียนหน้า215 เช่น

ครทู าเชน่ นไ้ี ปเร่ือยๆ จนเงินเหรยี ญครบทุกชนดิ ครูอาจใช้การถาม - ตอบ เพ่ือให้นักเรียน
ออกมาติดเงนิ เหรยี ญจาลองที่แสดงจานวนเงินท่เี ท่ากัน เช่น ครตู ดิ เงนิ เหรยี ญ 20 บาท แล้วใหน้ กั เรยี น
ออกมาติด เงนิ เหรียญทมี่ จี านวนเงนิ เท่ากบั 20 บาท โดยเงินเหรียญทน่ี ามาติดน้ันต้องเปน็ ชนิดเดียวกัน
เชน่

2.ครยู กตวั อย่างการแลกเงินท่ีมคี วามซับซ้อนมากขึน้ โดยการกาหนดชนิดของเหรยี ญทนี่ ามาแลก
และตอ้ งการแลกตามหนงั สือเรยี นหน้า 216 เชน่
เหรยี ญ 50 สตางค์ 6 เหรยี ญ แลกเหรยี ญ 1 บาท ไดก้ ี่เหรียญ

ครูให้นักเรียนออกมาติดเหรียญจาลอง 50 สตางค์ 6 เหรยี ญบนกระดาน
ครอู ธบิ ายว่า เนื่องจากต้องการแลกเป็นเหรยี ญ 1 บาท ครถู ามนกั เรียนวา่ เหรียญ 50 สตางค์ กี่
เหรยี ญเป็นเงนิ 1 บาท นกั เรียนควรตอบได้ว่าเหรยี ญ 50 สตางค์ 2 เหรียญ เป็นเงนิ 1 บาท ครู
ใหน้ ักเรียนออกมาตดิ เหรยี ญจาลอง 1 บาท แสดงการเทา่ กันกับเหรียญ 50 สตางค์ 2 เหรยี ญ จน
ครบเหรยี ญ 50 สตางค์ 6 เหรียญ ดงั รูป

เม่ือนักเรียนติดเหรยี ญจาลอง 1 บาทเรียบรอ้ ยแลว้ ครถู ามนักเรยี นวา่ ตดิ เหรยี ญ 1 บาทได้ก่เี หรยี ญ
นักเรยี นควรตอบได้ว่า ติดเหรียญ 1 บาท ได้ 3 เหรยี ญ ดังน้นั เหรยี ญ 50 สตางค์ 6
เหรยี ญ แลกเหรียญ 1 บาท ได้ 3 เหรยี ญ ครูให้นกั เรียนสังเกตว่า การนาเหรียญจาลอง 1
บาท 1 เหรียญมาตดิ แสดงการเทา่ กันกบั เหรยี ญ 50 สตางค์ 2 เหรียญเหมือนเป็นการแบง่ เหรียญ
50สตางค์6เหรียญออกเปน็ กลุ่ม กลุม่ ละ 2 เหรยี ญ จงึ สามารถใช้การหารเพ่ือหาจานวนกล่มุ ว่าจดั ได้
กก่ี ลุม่
ดงั น้นั จึงนา 6 หารดว้ ย 2 ได3้ กลุ่ม นั่นคือ เหรยี ญ 50 สตางค์ 6 เหรียญแลกเหรียญ 1 บาท
ได้ 3 เหรียญ ครยู กตัวอย่างเพม่ิ เตมิ อีก 2- 3ตวั อยา่ ง
3. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนเปน็ รายบุคคล โดยใหน้ กั เรียนตอบคา ถามเก่ียวกบั การแลกเงิน
ตามหนงั สอื เรียนหนา้ 218 โดยครูอาจชี้แนะเร่ืองการหา จานวนเงนิ กอ่ นแลว้ จึงนา ไปแลกเงินตามท่ี
กาหนด ครแู ละนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และสรปุ ส่งิ ท่ีได้เรียนรู้ถา้ มีนักเรยี นตอบคา
ถามเกี่ยวกบั การแลกเงนิ ไม่ถูกต้อง ครูอาจช้แี นะเพิ่มเตมิ แลว้ ให้ ตรวจสอบความเข้าใจใหมอ่ กี ครั้ง
จนกว่านักเรยี น จะสามารถแลกเงินได้ถกู ต้อง
สือ่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.3
2. ใบงานท่ี 8 เรื่อง การแลกเงิน

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์
ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนือ้ หา 4 3 21
2. รปู แบบ
เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ
3. ความเป็นระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลท่ีปรากฏให้เหน็

4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงทีถ่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตดั สินใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏให้เห็น

4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธิบายถึงเหตผุ ล
หลักการและขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่ึงคาตอบท่ถี ูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเรจ็ แต่นา่ จะอธิบายถึงเหตุผล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้ดีกวา่ นี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มรี ่องรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขั้นตอน
ในการแกป้ ญั หา แล้วหยุด อธิบายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชื่อมโยงทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คุณภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความร้ทู ่ีเรยี นได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา

หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอ่ื ช่วยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกต์ใช้ได้บางส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แก้ไข องค์ความรูท้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเปน็ บางคร้งั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชแี้ จงผูส้ อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ................... คน คดิ เป็นร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความร้คู วามเข้าใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผสู้ อน

ความคิดเหน็ ของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผอู้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไมเ่ หมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อคุ ต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบ้านศรที องสามัคคี

ใบงานที่ 8 เร่ือง การแลกเงิน

ตอบคาถาม
1. เหรียญ 50 สตางค8์ เหรียญ แลกเหรียญ 2 บาทได้กเ่ี หรียญ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………............................................................................................................. ....

2 เหรยี ญ 10 บาท 5 เหรียญ แลกเหรียญ 5 บาทไดก้ เ่ี หรียญ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 9

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 12 เรื่อง เงินและบนั ทึกรายรับรายจา่ ย

เร่ือง การแลกเงิน (2) เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

สอนวนั ที่_________เดือน________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเก่ยี วกบั การวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทตี่ ้องการวัดและนาไปใช้

ตวั ช้วี ดั : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับเงนิ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้สู่ตัวชี้วดั

1. บอกวิธแี ลกเงนิ ตามจานวนเงินทีก่ าหนดให้ (K)

2. แลกเงินตามจานวนเงนิ ท่ีกาหนดให้ (P)

3. นักเรียนมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ท่ีได้ไปต่อยอดในการเรียนเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั

เงนิ เหรยี ญแลกเปลย่ี นกนั ได้โดยจานวนเงินทีน่ าไปแลกกับจานวนเงินทไ่ี ด้รบั ต้องเท่ากนั

สาระการเรียนรู้

1.ความรู้

การแลกเงนิ

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเชือ่ มโยง

3. การใหเ้ หตุผล

3.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มวี ินยั

2. ใฝ่เรยี นรู้

3. มุ่งม่นั ในการทางาน

ช้นิ งานหรอื ภาระงาน

ใบงานท่ี 9 เรอ่ื ง การแลกเงิน

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้

1. ครทู บทวนธนบตั รชนิดตา่ งๆ แลว้ ให้นกั เรียนนาธนบตั รจาลองชนิดตา่ ง ๆ มาติดบนกระดานแลว้ ใช้

คาถามกระต้นุ นักเรยี นว่า ถ้าตอ้ งการนาเงนิ ธนบตั รชนิดต่าง ๆ แลกกันจะไดห้ รือไมน่ กั เรียนควรตอบ

วา่ สามารถนาธนบตั รชนดิ ต่างกนั มาแลกกนั ไดถ้ า้ จานวนเงนิ เทา่ กนั ครูตดิ ธนบัตร 20 บาท 1 ฉบับ

แลว้ ถามนักเรยี นวา่ แลกเงินเหรยี ญไดอ้ ย่างไรบ้าง

นักเรียนอาจมีคาตอบที่ต่างจากนี้ ครใู หน้ ักเรยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นท่ีหลากหลายจากนนั้
ครูยกตัวอย่างการแลกธนบัตรชนิดอ่นื ให้ครบทุกชนิดตามหนังสือเรยี นหน้า 219 โดยอาจนาเสนอ
ไปทีละชนิด ดังน้ี

นักเรียนอาจมีวิธกี ารแลกเหรยี ญและธนบัตรท่ีต่างจากในหนังสือเรยี นครูควรยกตวั อย่างเพม่ิ เติม และให้มี
ความหลากหลายมากทสี่ ดุ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนได้ฝึกการแลกธนบตั รเปน็ เงนิ เหรยี ญดว้ ย และนอกจากนี้ยงั มกี ารแลก
ธนบัตรเปน็ ธนบตั รต่างชนดิ กัน เชน่ ธนบตั ร 100 บาท แลกเป็นธนบตั ร ชนดิ ใดไดบ้ า้ ง ครูติดธนบัตรจาลองบน
กระดานแล้วใหน้ กั เรยี นออกมาตดิ ธนบัตรชนิดอืน่ ที่มี จานวนเงิน 100 บาท เทา่ กัน เช่น

ครอู าจถามคาถามเพ่ิมเตมิ วา่ ธนบตั ร 100 บาท แลกเปน็ เงินเหรียญชนิดใดไดบ้ า้ ง นักเรียน
อาจตอบ ได้หลากหลาย จากนน้ั ครูยกตัวอย่างการแลกเงนิ เหรียญกบั ธนบตั ร ครูอาจยกตวั อย่าง
เพิ่มเติมอีก 2 - 3 ตวั อยา่ ง เชน่ ธนบตั ร 500 บาท 1 ฉบับ แลกธนบตั ร 50 บาท ไดก้ ี่ฉบับ 2. ครู
ยกตวั อยา่ งการแลกเงินทก่ี าหนดจานวนเงินและกาหนดชนดิ ของเงินทต่ี ้องการแลก ตามหนงั สอื เรียน
หน้า 220 เช่น ธนบตั ร 20 บาท 5 ฉบับ แลกธนบัตร 100 บาท ได้ก่ีฉบับ ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกันคดิ ว่า
ธนบตั ร 20 บาท 5 ฉบบั เปน็ เงนิ กีบ่ าท นกั เรยี นควรตอบไดว้ ่า ธนบตั ร 20 บาท 5 ฉบบั เป็นเงนิ 5 ×
20 = 100 บาท นาเงิน 100 บาท ไปแลกธนบตั ร 100 บาท จะได้ 1 ฉบบั ดงั นั้น ธนบตั ร 20 บาท 5
ฉบบั แลกธนบตั ร 100 บาท ได้ 1 ฉบบั หรือครูอาจ ใหน้ ักเรยี นออกมาตดิ ธนบัตรจาลองเพื่อแสดง
การเทา่ กันของเงนิ จะไดด้ ังรปู

หรอื อาจใหน้ ักเรียนนับธนบัตร 20 บาท 5 ฉบับ จะได้ 100 บาท พอดี จึงแลกธนบตั ร 100
บาท ได้ 1 ฉบับ ครูยกตวั อยา่ งเพม่ิ เติม ธนบัตร 500 บาท 1 ฉบับ แลกธนบัตร 50 บาท ไดก้ ่ฉี บับ ครู
ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั คิดว่า ธนบตั ร 500 บาท 1 ฉบบั เป็นเงินกี่บาท (500 บาท) นาเงนิ 500 บาท แลก
ธนบัตร 100 บาท ไดก้ ่ีฉบบั (5 ฉบับ) นาเงิน 100 บาท แลกธนบตั ร 50 บาท ไดก้ ี่ฉบบั (2 ฉบับ)
ดงั นัน้ ธนบตั ร 100 บาท 5 ฉบบั แลกธนบตั ร 50 บาท ได้ 5 × 2 = 10 ฉบบั จะได้ ธนบัตร 500
บาท 1 ฉบับ แลกธนบัตร 50 บาท ได้ 10 ฉบบั หรืออาจใช้การหาค่าของตวั ไม่ทราบค่ามาช่วยในการ
หาคาตอบ โดยคดิ ว่า จานวนใดคณู 50 แล้วไดเ้ ท่ากับ 500 นักเรยี นอาจใช้การลองคณู ไปเรอื่ ย ๆ จะ
ได้ 10 × 50 = 500 ดงั น้นั ธนบตั ร 500 บาท 1 ฉบบั แลกธนบัตร 50 บาท ได้ 10 ฉบบั จากนัน้ ครู
ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตอบคาถามเก่ยี วกับการแลกเงินในกรอบทา้ ยหนังสอื เรยี นหน้า 220 ครแู ละ
นกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องโดยครูอาจช้ีแนะให้นักเรียนคิดก่อนวา่ เงินท่ีนาไปแลกนัน้ เป็น
เงนิ กี่บาท เช่น ขอ้ 1 เหรียญ 10 บาท 10 เหรยี ญ เปน็ เงิน 10 × 10 = 100 บาท นาเงนิ 100 บาท
แลกธนบัตร 50 บาท ได้ 2 ฉบบั ข้อ 2 ธนบัตร 50 บาท 6 ฉบบั เป็นเงนิ 6 × 50 = 300 บาท นาเงิน
300 บาท แลกธนบัตร 100 บาท ได้ 3 ฉบับ ขอ้ 3 ธนบตั ร 100 บาท 2 ฉบบั เปน็ เงนิ 2 × 100 =
200 บาท นาเงิน 200 บาท แลกธนบัตร 20 บาท โดยหาจานวนมาคูณกบั 20 แลว้ ได้ 200 จะได้ 10
× 20 = 200 บาทดงั น้นั แลกได้ 10 ฉบบั หรอื ในขอ้ 3 อาจนาเงนิ 100 บาท แลกธนบัตร 20 บาท ได้
5 ฉบับ ดงั นัน้ เงนิ 200 บาท แลกธนบัตร 20 บาท ได้ 2 × 5 = 10 ฉบบั

3. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเปน็ รายบุคคล โดยให้นกั เรยี นตอบคา ถามเกย่ี วกับการ
แลกเงิน ตามหนงั สือเรยี นหน้า 222 ครแู ละนกั เรียนรว่ มกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และสรปุ ส่งิ ท่ีได้
เรยี นรูถ้ ้ามีนักเรยี น ตอบคา ถามเกยี่ วกบั การแลกเงนิ ไม่ถูกตอ้ ง ครูอาจช้แี นะเพมิ่ เตมิ แล้วให้ตรวจสอบ
ความเขา้ ใจใหม่ อีกครง้ั จนกว่านกั เรยี นจะสามารถแลกเงินได้ถูกต้อง เงินเหรียญและธนบัตรสามารถ
แลกเปลยี่ นกันไดโ้ ดยจานวนเงินทน่ี า ไปแลกกบั จานวนเงินทีไ่ ดร้ ับต้องเทา่ กันจากน้ันใหน้ ักเรยี นทา
แบบฝึกหัด 12.6 หน้า 156 – 157 จากให้ทาใบงานเพิม่ เติม

ส่ือการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3

2. ใบงานท่ี 9 เรือ่ ง การแลกเงิน

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์การ วิธวี ดั เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดับ
ด้านทักษะ คุณภาพดีขึ้นไป
2. ดา้ นทกั ษะ สังเกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลักษณะ คุณภาพดีขึน้ ไป
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น ท่พี งึ ประสงค์
ท่พี งึ ประสงค์ (A) คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1. 1.ความถกู ต้องของ
เนอ้ื หา 4 3 21
2. รูปแบบ
เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
3. ความเป็นระเบียบ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกบั

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน

ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อธิบายถงึ เหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่ึงคาตอบทถี่ ูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาได้สาเร็จ แตน่ า่ จะอธิบายถึงเหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแกป้ ญั หาบางสว่ น เริ่มคิดใช้เหตุผล หลักการและข้ันตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเช่อื มโยงที่ปรากฏให้เหน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทตี่ ้องใช้องคค์ วามรู้ทเ่ี รียนได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแก้ปัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทตี่ ้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ เี่ รยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตรห์ รอื
กิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครัง้

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

2 : ดี - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด แต่ได้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มเี หตุผลทีร่ บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั

1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏบิ ตั ิงานโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ ............... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ………………………….

ไดแ้ ก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพิเศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรยี นมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรยี นมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครผู ้สู อน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .......................................................... หวั หนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วชิ ช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรียนบา้ นศรที องสามัคคี

ใบงานท่ี 9 เรือ่ ง การแลกเงิน

ตอบคาถาม
1. ธนบตั ร 50 บาท 4 ฉบบั แลกเหรยี ญ 10 บาทไดก้ เ่ี หรยี ญ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………............................................................................................................. ....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

2 ธนบตั ร 100 บาท 30 ฉบบั แลกธนบัตร 1,000 บาทได้กีฉ่ บบั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….............................................................................................................. ...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 10

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 12 เรอื่ ง เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจา่ ย

เรอ่ื ง การบวกและการลบจานวนเงิน เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ท่ตี ้องการวดั และนาไปใช้

ตวั ชีว้ ัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเงนิ

จุดประสงค์การเรียนรูส้ ตู่ วั ช้ีวัด

1. บอกวธิ ีหาผลบวกและผลลบเกี่ยวกบั จานวนเงนิ (K)

2. หาผลบวกและผลลบเก่ยี วกบั จานวนเงิน (P)

3. นักเรียนมีความมุ่งในการทางานและสามารถนาความรูท้ ี่ไดไ้ ปต่อยอดในการเรยี นเรอื่ งต่อไป (A)
สาระสาคัญ

การหาผลบวกหรอื ผลลบเกี่ยวกบั จานวนเงนิ ทา ได้โดยนา จานวนเงนิ ทเี่ ปน็ หนว่ ยเดยี วกันมาบวกหรอื

ลบกนั

สาระการเรียนรู้

1.ความรู้

การบวกและการลบจานวนเงิน

2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

1.ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเช่อื มโยง

3. การใหเ้ หตุผล

3.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน

ชิ้นงานหรือภาระงาน

ใบงานที่ 10 เร่ือง การบวกและการลบจานวนเงิน

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้

1. ครูทบทวนการบอกจานวนเงินท่ีเขียนแบบใชจ้ ุด แล้วนา เข้าสบู่ ทเรียนโดยยกตวั อย่างการบวก

เก่ียวกับจานวนเงนิ เชน่

นมกล่องละ 65.50 บาท กล้วยหอมหวีละ 87.00 บาท แม่ซ้ือนมกล่อง 1 กล่อง และกล้วยหอม 1
หวีแมต่ ้องจ่ายเงนิ เท่าไร

ครตู ดิ บัตรคาบาท และ สตางคบ์ นกระดานจากน้ันให้นักเรียนออกไปเขียนจานวนเงินให้ตรงกบั หนว่ ย
บาทและหน่วยสตางคค์ รูเขยี นรายละเอยี ดของข้อมูลต่าง ๆ และถามนกั เรียนวา่ หาคา ตอบได้อยา่ งไร
นกั เรียนควรตอบไดว้ า่ หาคาตอบโดยการบวก ดังนี้

ครใู หน้ กั เรียนหาผลบวกของจานวนเงนิ ในหนว่ ยสตางค์จะได5้ 0 สตางคแ์ ละหาผลบวกของจานวนเงิน
ในหนว่ ยบาท จะได้152 บาท ดังนน้ั แม่ต้องจา่ ยเงนิ 152 บาท 50 สตางค์ครูและนักเรยี นรว่ มกนั เขียนแสดงวธิ ี
หาคาตอบตามหนงั สือเรียนหนา้ 223 ไดด้ ังนี้

ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปวา่ การหาผลบวกเกยี่ วกับจานวนเงินต้องนา จานวนเงินทีเ่ ป็นหน่วย
เดียวกันบวกกนั จากนนั้ ครูให้นกั เรียนหาผลบวกเกีย่ วกับจานวนเงินเพม่ิ เตมิ อีก 2 - 3 ตวั อยา่ ง

2.ครูยกตัวอยา่ งการหาผลลบเกย่ี วกบั จานวนเงิน ตามหนังสือเรยี นหน้า 224เชน่
589.50 บาท ลบด้วย 124.25 บาทเท่ากับเทา่ ไร
ครใู ห้นักเรียนออกมาตดิ บัตรคาบาท และ สตางค์บนกระดาน พรอ้ มกบั เขียนตัวเลขแสดงจานวนเงนิ
ให้ตรงกบั หน่วยบาทและหนว่ ยสตางคแ์ ลว้ ใหเ้ พ่ือนอีกคนออกมาชว่ ยกนั หาผลลบ ดงั นี้

ครูอธิบายเกยี่ วกับการเขยี นแสดงวธิ หี าคาตอบ โดยเขยี นหนว่ ยบาทและหนว่ ยสตางค์เขียน
ตวั เลขแสดงจานวนเงนิ ให้ตรงกับหน่วยแต่ละหน่วย แล้วจึงนา จานวนเงนิ ในหน่วยเดยี วกนั มาบวก
หรือมาลบกันตามโจทยท์ ี่ไดร้ ับ โดยให้หาผลบวกหรอื หาผลลบในหน่วยสตางค์ก่อน จากนน้ั หาผลบวก
หรือหาผลลบในหน่วยบาท แลว้ เขียนผลบวกหรือผลลบทไ่ี ดใ้ ห้ตรงกบั หนว่ ยแตล่ ะหน่วย ถ้าผลบวก
ในหนว่ ยสตางคส์ ามารถเปลี่ยนหน่วยเปน็ บาทได้ให้เปลี่ยนหน่วยเป็นบาทแลว้ นา ไปรวมกบั ผลบวก
ในหน่วยบาท และถา้ ในหน่วยสตางค์ตวั ตง้ั นอ้ ยกว่าตวั ลบให้กระจายจานวนเงินจากหน่วยบาท
มา 1 บาท หรอื 100 สตางค์ไปรวมกบั ตัวตั้งในหน่วยสตางค์แล้วจงึ นา มาลบกัน ครูยกตัวอยา่ ง
การหาผลลบเกีย่ วกบั จานวนเงินทต่ี ้องมกี ารกระจาย เช่น 1,000 บาท ลบดว้ ย 645.75 บาทเท่ากับ
เทา่ ไร ครูใหน้ ักเรียนออกมาติดบตั รคา บาท และ สตางคแ์ ละเขยี นตัวเลขแสดงจานวนเงินให้ตรงกับ
หนว่ ยแต่ละหนว่ ย แลว้ ให้นกั เรยี นช่วยกันหาผลลบและเขยี นแสดงวธิ หี าคาตอบ ดังน้ี

2. ครูยกตวั อย่างการบวกและการลบเกย่ี วกบั จานวนเงินตามหนังสือเรยี นหน้า 225 เช่น 504.50
บาท บวก 378.75 บาท เทา่ กับเท่าไร ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกันเขยี นแสดงวิธีหาคา ตอบ ไดด้ ังน้ี

3. ครใู ห้นักเรียนสงั เกตว่า ผลบวกของจานวนเงนิ ในหนว่ ยสตางค์สามารถเปลี่ยนเปน็ หนว่ ย

บาทไดด้ ังนั้นจงึ ตอ้ งเปลย่ี น125 สตางคเ์ ป็น 1 บาท 25 สตางค์แล้วนา 1 บาทไปรวมกบั ผลบวกใน

หนว่ ยบาทเป็น 883 บาท ดังนั้น504.50 บาท บวก 378.75 บาท เทา่ กับ 883.25 บาทหรือ 883

บาท 25 สตางค์จากนน้ั ครูใหน้ ักเรยี นจับคู่กันแล้วช่วยกนั เขยี นแสดงวธิ หี าคา ตอบตามหนงั สอื

เรียนหน้า 225 และนา เสนอหน้าชั้นเรยี น ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง หากมี

นักเรียนท่ีเขียนแสดงวธิ หี าคาตอบไมถ่ ูกต้องใหร้ ่วมกนั แกไ้ ขให้ถูกต้อง

4.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นเป็นรายบุคคลโดยใหน้ ักเรียนเขยี นแสดงวธิ ีหาคา ตอบ

ตามหนังสือเรียนหนา้ 226 จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้องและสรปุ ส่ิงทไ่ี ด้

เรียนรหู้ ากมนี ักเรียนเขยี นแสดงวธิ หี าคาตอบไม่ถูกต้อง ครใู ห้นกั เรียนแก้ไขโดยการฝึกเขียนแสดง

วธิ หี าคาตอบกบั ครเู ปน็ รายบุคคล จากน้นั ให้นักเรยี นทา แบบฝึกหดั 12.7 หน้า 158 – 160 และ

ทาใบงานเพ่มิ เติม

ส่อื การเรยี นรู้

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3

2. ใบงานที่ 10 เร่อื ง การบวกและการลบจานวนเงนิ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน

เรยี นรู้

1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 60% ข้ึนไป ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

การประเมนิ

2. ดา้ นทักษะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นทกั ษะ คุณภาพดีข้นึ ไป

กระบวนการ

3. ดา้ นคุณลกั ษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดบั

ที่พึงประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ ด้านคุณลักษณะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป

ทีพ่ งึ ประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1. 1.ความถกู ต้องของ
เนอ้ื หา 4 3 21
2. รูปแบบ
เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
3. ความเป็นระเบียบ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกบั

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน

ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มีการอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏให้เห็น

4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแก้ปญั หาได้สาเรจ็ อย่างมีประสิทธภิ าพ อธบิ ายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้เข้าใจชดั เจนนามาซง่ึ คาตอบที่ถูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเร็จ แตน่ ่าจะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดกี ว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเร็จเพยี งบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริ่มคดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขน้ั ตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชือ่ มโยงที่ปรากฏให้เหน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทตี่ ้องใช้องคค์ วามรู้ทเ่ี รยี นได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทตี่ ้องใชอ้ งค์ความรทู้ เ่ี รยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรอื
กิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครัง้

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมคี วามมงุ่ มัน่ ในการทางาน

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

2 : ดี - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด แต่ได้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มีเหตุผลทีร่ บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั

1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏบิ ตั ิงานโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทกึ หลังการสอน

สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจานวน ................................................... คน

ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ...............................

ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ............... คน คิดเป็นร้อยละ ………………………….

ได้แก่

1. ……………………………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………………………….

3. ……………………………………………………………………………………………………………………….

นกั เรียนมีความสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่

1. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. ………………………………………………………………………………………………………………………

2. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ (K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ (P)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนมีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวชยาภรณ์ อุ่นเรอื น)
ตาแหนง่ ครูผ้สู อน

ความคิดเห็นของฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .......................................................... หวั หน้าฝ่ายวชิ าการ
(นางสาวเบญจรตั น์ สลี าดี)

ความคดิ เห็นของผูอ้ านวยการ
 เหมาะสม เนื้อหาครบถ้วน
 ไม่เหมาะสม เพราะ ....................................................................................................................

ลงชื่อ ..........................................................
(นายพิรชั วิชช์ อุคต)

รักษาการในตาแหน่งตาแหนง่ ผอู้ านวนการโรงเรยี นบ้านศรีทองสามคั คี

ใบงานท่ี 10 เรอ่ื ง การบวกและการลบจานวนเงิน

ตอบคาถาม
1. 1,259.75 บาท บวก 2,564.50 บาท เทา่ กบั เท่าไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….………………………............................................................................................................. ....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

2 500 บาท ลบด้วย 489.50 บาท เทา่ กับเท่าไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………….……………………….................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 12 เร่อื ง เงนิ และบนั ทึกรายรับรายจ่าย

เรอ่ื ง การคณู และการหารจานวนเงิน เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

สอนวนั ท่ี_________เดอื น________________พ.ศ.256_

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ดั

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ที่ต้องการวัดและนาไปใช้

ตวั ชี้วัด : ค.2.1 ป.3/1 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกับเงนิ

จุดประสงค์การเรยี นรู้สู่ตวั ชี้วัด

1. บอกวิธีหาผลคณู และผลหารเกีย่ วกบั จานวนเงิน (K)

2. หาผลคูณและผลหารเกี่ยวกับจานวนเงนิ (P)

3. นกั เรียนมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรทู้ ่ีได้ไปต่อยอดในการเรยี นเร่อื งตอ่ ไป (A)
สาระสาคญั

การหาผลคูณหรือผลหารเก่ยี วกบั จานวนเงินทา ได้โดยคูณหรอื หารจานวนเงนิ ทีละหนว่ ย

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้

การคูณและการหารจานวนเงิน

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1.ความสามารถในการสอ่ื สารความหมายทางคณิตศาสตร์

2.การเช่ือมโยง

3. การให้เหตผุ ล

3.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มีวนิ ัย

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน

ใบงานท่ี 11 เรื่อง การคูณและการหารจานวนเงิน

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้

1.ครูยกตวั อย่างการคูณเก่ียวกบั จานวนเงนิ โดยให้นกั เรยี นช่วยกันหาผลคณู ของจานวนเงิน

ในแต่ละหน่วย เร่ิมจากหน่วยสตางคก์ ่อนแลว้ จึงหาผลคูณในหน่วยบาท เขียนผลคณู ที่ได้ให้ตรงกบั หนว่ ยเช่น

87 บาท 25 สตางคค์ ูณ 3 เท่ากับเทา่ ไร ครูใหน้ ักเรยี นออกมาติดบตั รคา บาท และ สตางคแ์ ลว้ เขยี นแสดงวธิ ี

หาผลคณู ครูและนักเรียนช่วยกันหาผลคณู และเขียนแสดงวิธหี าผลคูณไดด้ ังนี้

จากน้ันครูยกตวั อย่างเพมิ่ เติมในกรณที ีผ่ ลคูณในหนว่ ยสตางคส์ ามารถเปล่ยี นเปน็ หนว่ ยบาท
ได้เชน่ 164.75 บาท คูณ 5 เท่ากบั เท่าไร ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกนั เขยี นแสดงวธิ ีหาผลคณู ได้ดงั นี้

ครูใหน้ กั เรียนสงั เกตว่า ผลคณู ในหนว่ ยสตางค์คือ 375 สามารถเปลย่ี นเป็นหน่วยบาทได้เปน็
3 บาท 75 สตางคน์ า 3 บาท ไปรวมกบั ผลคูณในหน่วยบาทจะได้823 บาท ดงั นัน้ 164.75 บาท คูณ 5
เทา่ กบั 823.75 บาท หรือ 823 บาท 75 สตางคค์ รแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปวา่ การหาผลคณู เกย่ี วกับ
จานวนเงินใหเ้ ขยี นตัวเลขแสดงจานวนเงนิ ใหต้ รงหนว่ ยแต่ละหนว่ ยแลว้ หาผลคูณในหนว่ ยสตางคก์ ่อน
จากน้นั หาผลคณู ในหนว่ ยบาท เขียนผลคณู ท่ีไดใ้ ห้ตรงกบั หน่วยแต่ละหนว่ ย ถ้าผลคูณในหน่วยสตางค์
สามารถเปล่ยี นหน่วยเป็นบาทได้ใหเ้ ปลี่ยนหนว่ ยเป็นบาทแลว้ นา ไปรวมกบั ผลคณู ในหนว่ ยบาท

2. ครยู กตวั อย่างการหารเก่ยี วกับจานวนเงนิ โดยใหน้ กั เรยี นหาผลหารโดยการหารสน้ั ตาม
หนังสอื เรยี นหน้า 228 เช่น 1,250 บาท 50 สตางคห์ ารด้วย 5 เท่ากบั เทา่ ไรครใู ห้นักเรียนออกมาติด
บตั รคา บาท และ สตางคแ์ ละเขียนตวั เลขแสดงจานวนเงนิ ใหต้ รงกับหน่วยแต่ละหน่วย เขยี น
เครือ่ งหมายหารส้นั แลว้ หาผลหารโดยเริม่ หารในหนว่ ยบาทก่อน แลว้ จงึ หารในหน่วยสตางคค์ รูและ
นกั เรยี นช่วยกนั เขียนแสดงวิธีหาคาตอบได้ ดงั นี้

จากน้นั ครยู กตวั อยา่ งการหาผลหารเก่ยี วกับจานวนเงินท่หี ารในหนว่ ยบาทแล้วมเี ศษ ใหน้ า
เศษเปลย่ี นเปน็ หน่วยสตางค์แล้วนา ไปรวมกบั หน่วยสตางค์แลว้ จงึ หารในหนว่ ยสตางคเ์ ชน่ 598
บาท หารดว้ ย 4 เทา่ กับกบี่ าท ก่ีสตางค์ครูใหน้ กั เรยี นออกมาติดบตั รคา บาท และ สตางค์เขียน
ตัวเลขแสดงจานวนเงินใหต้ รงกบั หน่วยบาทและสตางค์เขียนเครอ่ื งหมายหารส้ันแลว้ ให้นักเรยี น
ช่วยกนั หาผลหาร และเขียนแสดงวธิ หี าผลหารได้ดังนี้

ครูให้นกั เรียนสังเกตว่าการหารในหนว่ ยบาท 598 หารดว้ ย 4 ได้149 เศษ 2 จงึ เขียน 149 เป็น
ผลหารในหนว่ ยบาท แลว้ นา เศษ 2 บาท หรือ 200 สตางค์ไปรวมกบั ตวั ต้ังในหนว่ ยสตางคเ์ ปน็ 200 สตางค์
แล้วจงึ หารในหนว่ ยสตางคจ์ ะได้200 หารดว้ ย 4 ได้50 เขียน 50 เปน็ ผลหาร ในหน่วยสตางคด์ ังนั้น 598 บาท
หารดว้ ย 4 เทา่ กับ 149 บาท 50 สตางค์ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ว่า การหาผลหารเก่ียวกับจานวนเงนิ ให้
เขยี นตวั เลขแสดงจานวนเงนิ ให้ตรงกับหนว่ ยบาทและหน่วยสตางค์แล้วหารจานวนเงนิ ในหนว่ ยบาทก่อน เขียน
ผลหารท่ีไดใ้ นหนว่ ยบาท ถ้าหารแล้วมเี ศษใหน้ าเศษในหน่วยบาทเปล่ียนเป็นหน่วยสตางคแ์ ล้วนา ไปรวมกบั ตวั
ต้ังในหนว่ ยสตางคแ์ ล้วจงึ หารจานวนเงินในหน่วยสตางคเ์ ขียนผลหารท่ไี ด้ในหน่วยสตางค์
3. ครยู กตวั อย่างการหาผลคูณและผลหารเกยี่ วกับจานวนเงินตามหนังสือเรยี นหน้า 229 เชน่ 122.25 บาท
หารดว้ ย 3 เท่ากบั เทา่ ไร ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เขยี นแสดง วิธหี าคา ตอบและรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ดงั น้ี

จากน้ันครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกันเขยี นแสดง วิธหี าคาตอบตามหนงั สอื เรียนหน้า 229และร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง ครูอธิบายวา่ ในการเขียนคาตอบนกั เรียนอาจเขียนแสดงจานวนเงินแบบใช้จดุ กไ็ ด้เช่น
ตามตวั อย่างข้างต้นนักเรยี นอาจตอบวา่ 40.75 บาท หรอื 40 บาท 75 สตางค์

4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน เปน็ รายบคุ คลโดยให้นักเรียนเขียนแสดงวิธี หาคา ตอบตาม
หนังสอื เรียนหนา้ 230 ครอู าจทบทวนการหาผลคูณและผลหาร เกี่ยวกับจานวนเงนิ ก่อนการตรวจสอบความ
เขา้ ใจ ดังนี้ การหาผลคูณเกี่ยวกับจานวนเงิน ใหเ้ ขียนตวั เลขแสดงจานวนเงินใหต้ รงกับ หนว่ ยบาทและหนว่ ย
สตางคแ์ ลว้ หาผลคณู ในหน่วยสตางคก์ ่อน จากนั้นหาผลคูณ ในหนว่ ยบาท เขยี นผลคูณที่ไดใ้ หต้ รงกบั หน่วย
แต่ละหน่วย ถา้ ผลคณู ในหนว่ ยสตางค์ สามารถเปลยี่ นหนว่ ยเป็นบาทได้ใหเ้ ปลย่ี น หนว่ ยเปน็ บาท แล้วนา ไป
รวมกับผลคูณ ในหน่วยบาท การหาผลหารเก่ยี วกับจานวนเงนิ ให้เขยี นตวั เลขแสดงจานวนเงนิ ใหต้ รงกบั
หน่วยบาทและหนว่ ยสตางคแ์ ล้วหารจานวนเงิน ในหนว่ ยบาทก่อน เขียนผลหารที่ได้ในหน่วยบาท ถา้ หารแลว้
มีเศษ ใหน้ า เศษในหนว่ ยบาท เปลี่ยนเปน็ หน่วยสตางคแ์ ล้วนา ไปรวมกบั ตวั ต้ัง ในหน่วยสตางค์แล้วจึงหาร
จานวนเงินในหน่วยสตางคเ์ ขียนผลหารที่ได้ในหนว่ ยสตางค์ จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบความ
ถูกต้องและสรปุ สง่ิ ท่ีไดเ้ รียนรู้หากมนี ักเรยี น เขยี นแสดงวิธีหาคา ตอบไม่ถูกต้อง ครูให้นักเรยี นแก้ไขให้ถูกต้อง
จากน้นั ให้ทาใบงานเพม่ิ เตมิ
สอื่ การเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3
2. ใบงานที่ 11 เรือ่ ง การคูณและการหารจานวนเงนิ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์
ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. 1.ความถูกต้องของ
เนือ้ หา 4 3 21
2. รปู แบบ
เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ
3. ความเป็นระเบยี บ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลท่ีปรากฏให้เหน็

4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงทีถ่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตดั สินใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาทป่ี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธิบายถึงเหตุผล
หลักการและขนั้ ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่ึงคาตอบท่ถี ูกต้อง

3 : ดี ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ แต่น่าจะอธิบายถึงเหตุผล
หลกั การและขัน้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกวา่ นี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางสว่ น

1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มรี ่องรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เร่มิ คิดใช้เหตุผล หลกั การและขั้นตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยุด อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชื่อมโยงทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมท่ตี ้องใชอ้ งค์ความร้ทู ี่เรียนได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา

หรือประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงกับสาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอ่ื ช่วยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ

แก้ไข องค์ความรูท้ ่ีได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเปน็ บางคร้งั

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุ่งม่ันในการทางาน

คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชแี้ จงผูส้ อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ


Click to View FlipBook Version